Author Archives: admin

The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2

The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 เป็นเรื่องราวของผู้ที่มีสัมผัสพิเศษที่แต่ล่ะคนมีแตกต่างกัน

ญาณสื่อรัก
 
ญาณิน ผู้มีญาณวิเศษสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ขณะอยู่ในสมาธิ จำต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือติณห์ หนุ่มหัวนอกที่ไม่เชื่อเรื่องผีเลยสักนิด เพราะเห็นวิญญาณผีตายโหงมากมายอยู่ในที่ดินที่เขาจะสร้างรีสอร์ตริมแม่น้ำ ที่สำคัญ วิญญาณคุณหลวงพิชัยภักดีตาของชายหนุ่มปรากฏกายให้เธอเห็นและจ้างเธอด้วยทองคำจำนวนสิบแท่งเพื่ออยู่ช่วยหลานชายสร้าง รีสอร์ตจนแล้วเสร็จ ทว่าที่ดินผืนงามนี้ไม่เข้าใครออกใคร มีคนวางแผนชั่วเพื่อฮุบที่ดินชายหนุ่ม งานนี้เขาและเธอจึงต้องฝ่าด่านสารพัดทั้งผีและคนเลว
 
กับดักรักลวง
 
เล่ห์บ่วงมนตรา
 
สุคนธรส ผู้สามารถได้กลิ่นวิญญาณและสืบทอดวิชาไสยขาวมาจากหลวงปู่ของเธอ ตัดสินใจที่จะช่วยเสี่ยใหญ่เจ้าของตลาดสดหญิง-จำเริญ ที่กำลังถูกวิญญาณมุ่งร้าย ทว่ากลับเจอปัญหาเข้าเสียเองเมื่อคุณหญิงจะจับเธอแต่งงานกับบุตรชายเพราะเข้าใจผิดคิดว่าไตรรัตน์ทำมิดีมิร้ายจนเธอพลาดท่าเสียที หญิงสาวจะทำอย่างไรเมื่อต้องงัดวิชาคุณไสยที่เล่าเรียนออกมาใช้เพื่อช่วยเหลือชายหนุ่มที่มองว่าเธอมีพฤติกรรมไม่ต่างจากพวกสิบแปดมงกุฎ
 
มายาร้อยใจ
 
กรรัมภา ผู้สามารถใช้มือสัมผัสเพื่ออ่านความทรงจำจากวัตถุ ได้รับหน้าที่ช่วยเหลือปาร์คจุนจี ดาราลูกครึ่งไทย-เกาหลีที่เธอคลั่งไคล้ เขาถูกวิญญาณรังควานหลังจากพิมพ์พิลาศผู้เป็นย่าเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ จากความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาแต่เกิด ทำให้หญิงสาวสืบจนเข้าใกล้ความจริงและพบว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลัง ในสายตาของปาร์คจุนจี กรรัมภาเป็นแค่แฟนคลับโรคจิตและคุณหนูแบรนด์เนมแต่งตัวเว่อร์ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกัน เจ้าชายแห่งโลกมายากลับมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
 
เปลวไฟในสายลม
 
เนตรสิตางศุ์ ชอบทำอาหารมาก จึงคิดเมนูแปลกๆมา ผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ต้องรับหน้าที่ดูแลเคสใบหม่อน นางเอกละครเวทีที่ถูกฆาตกรรม ที่น่าหนักใจยิ่งกว่าคือ คำขอร้องของวิญญาณที่ต้องการหาตัวฆาตกรมาลงโทษ ยายน้องหนูผู้นุ่มนิ่มที่สุดในกลุ่มจึงต้องข้องเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แถมยังไม่ทราบว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่บังเอิญมีวรวรรธน์ คุณหมอนิติเวชหัวใจร็อกผู้มีวิญญาณตามเป็นพรวนมาคอยป้วนเปี้ยนให้หัวใจกระตุก สงสัยเคสนี้จะบานปลายเสียแล้ว เพราะจำนวนผู้เข้าข่ายต้องสงสัยเพิ่มขึ้นทุกที ชอบหมอวรรธ
 
นักแสดง The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2
 
หลุยส์ สก๊อต รับบท ติณห์
วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ไตรรัตน์
รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รับบท ปาร์คจุนจี/จุนจี
จรณ โสรัตน์ รับบท พงอินทร์
ฐกฤต ตวันพงค์ รับบท หมอวรวรรธ/หมอตาหนู
จิตตาภา แจ่มปฐม รับบท ญาณิน
กมลเนตร เรืองศรี รับบท สุคนธรส
ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด รับบท กรรณา
ตฤณญา มอร์สัน รับบท กรรัมภา
กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ รับบท เนตรสิตางคุ์
สราวุธ มาตรทอง รับบท ร.ต.อ.ณัฐเดช/ผู้กองณัฐ
ธรรศภาคย์ ซี รับบท คิมซองซู
พริมรตา เดชอุดม รับบท เป้ย
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท อรวรรณ/ป้าออ
อนันต์ บุนนาค รับบท คุณหลวงพิชัยภักดี
ธนากร โปษยานนท์ รับบท หมอสมคิด
รัชพล แย้มแสง รับบท ก๊อง
จริยา แอนโฟเน่ รับบท มิรันตรี
สุปราณี เจริญผล รับบท แม่ทิพย์
ทาริกา ธิดาทิตย์ รับบท พิมพิลาศ
อนุวัตน์ นิวาตวงศ์ รับบท ดร.แผนยุทธ
ศิรินทร์ ปรีดียานน์ รับบท เบญจา
นิโคล เทริโอ รับบท พิมอร
ดวงตา ตุงคะมณี รับบท เจ๊หญิง
อนุสรณ์ เดชะปัญญา รับบท เสี่ยจำเริญ
นิธิชัย ยศอมรสุนทร รับบท ลีจองกุ๊ก
พรรษชล สุปรีย์ รับบท น้ำหนึ่ง
อัมราภัสร์ จุลกะเศียน รับบท สุพิชชา/พีช
ศานติ สันติเวชกุล รับบท กำนันพงษ์
นาตาลี เดวิส รับบท เคธี่
อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท อติเทพ
ณิชชาพันณ์ ชุนหะวงศ์วสุ รับบท อรวี
ประกาศิต โบสุวรรณ รับบท ทนายสมชาติ
สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ทนายสมชาย
วิรากานต์ เสณีตันติกุล รับบท ช่อเพชร
ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท จารุณี
ดารัณ ฐิตะกวิน รับบท อาอี๊
สินีนาฏ โพธิเวช รับบท อาม่า
ด.ญ.วาศิตา แฮเมเนา รับบท โกเด้นเบบี้
ด.ญ.ชินารดี อนุพงษ์พิชาติ รับบท โบตั๋น

คือหัตถาครองพิภพ 2556

ศรี (ปิยธิดา วรมุสิก) ลูกสาวคนโตวัยขึ้นคานของท่านเจ้าสัว (วิวัฒน์ ผสมทรัพย์) พ่อค้าใหญ่ร่ำรวยมีชื่อเสียง ที่เกิดกับแม่น้อย (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ภรรยาคนที่สอง ศรีครองตัวเป็นโสด ไม่สนใจเรื่องการมีครอบครัว

ก่อนหน้านั้นมีคนมาสู่ขอ แต่ศรีก็ไม่สนใจ ท่านเจ้าสัวทั้งโกรธทั้งกลุ้มใจ ถึงขั้นต้องบังคับจับคลุมถุงชน แต่ศรีก็สร้างเรื่องให้วุ่นวายโดยร่วมมือกับอีเมี้ยน (อริสรา วงษ์ชาลี) พี่เลี้ยงสาวทึนทึก ห้าวๆ คล้ายผู้ชาย เมี้ยนปลอมตัวเป็นเจ้าสาวแทนศรี เพราะเจ้าสาวคลุมหน้าเข้าห้องหอไปเปิดหน้ามาเจ้าบ่าวถึงกับลมใส่ ส่วนศรีมี ศุกล (ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์) น้องชายลูกแม่ใหญ่ (นวลนง จามิกรณ์) ทั้งสองคน แม้จะเป็นลูกต่างแม่แต่รักใคร่และสนิทกันมาก ศุกลที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก รีบช่วยเหลือพาศรีไปแอบที่เรือนแพของแม่พริ้ง (ปัทมา ปานทอง) ซึ่งอาศัยที่ริมน้ำท่านเจ้าสัวขายเครื่องปั้นดินเผา

เช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อนท่านเจ้าสัวโกรธมากกล่าวหาว่า เจ้าสัวเอาคนรับใช้มายกให้เป็นสะใภ้ถือเป็นการดูถูกครอบครัว และตัดความเป็นเพื่อนกับท่านเจ้าสัว ที่แพศุกลได้พบกับสาวน้อยวัย 14 ปี สะบันงา (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) ลูกสาวของพริ้ง เวลานั้นสะบันงากำลังจะลงว่ายน้ำเล่น ศุกลกับศรีขับเรือเครื่องมาอย่างเร่งรีบ ไปชนเอากระดานไม้ที่สะบันงายืนเก้งก้างอยู่จนตกลงไปในน้ำ สะบันงาตกใจร้องหวีดจนผ้าถุงหลุด ไม่กล้าขึ้นมาจากน้ำ ศรีต้องรีบไล่ศุกลให้ไป แล้วเอาผ้าถุงจากแพมาให้สะบันงาใส่ ศุกลหลงรักสะบันงาทันที และเป็นรักแรกพบของทั้งสองคน

พระยาสมิติภูมิ (เดวิด อัศวนนท์) ชาวฝรั่งสัญชาติอังกฤษ คอยเสาะหาผู้หญิงมีฐานะและมีความรู้คู่ควรมาเป็นภรรยา โดยไม่ได้เน้นความรัก พระยาเกษม (ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล) เพื่อนรักเป็นผู้แนะนำศรีให้ เนื่องเพราะศรีเป็นสาวหัวทันสมัย เขียนอ่านภาษาได้ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส นอกจากนี้ศรียังเป็นเพื่อนสนิทของ คุณหญิงลออศรี (กชกรณ์ นิมากรณ์) ภรรยาพระยาเกษมอีกด้วย ท่านเจ้าสัวดีใจมาก เพราะศรีลูกสาวมีวัยถึง 28 ปี เหตุเพราะศรีบ่ายเบี่ยงการแต่งงานหลายครั้ง

เวลาต่อมาพระยาสมิติภูมิมาสู่ขอศรี คุณหญิงลออศรีช่วยอ้อนวอน ศรีลังเลในเบื้องแรก เจ้าสัวกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จึงกักตัวศรีไว้ในห้องก่อนแต่งงาน 7 วัน ส่วนอีเมี้ยนนั้นท่านเจ้าสัวแสร้งส่งไปทำธุระต่างจังหวัด ศรีจำต้องแต่งงานกับพระยาสมิติภูมิ กลายเป็น คุณหญิงศรี และมีอำนาจเต็มในคฤหาสน์หลังใหญ่

ค่ำคืนแรกที่ตกเป็นภรรยาโดยสมบูรณ์ของพระยาสมิติภูมิ ศรีกรีดร้องดังโหยหวนจนท่านพระยาทั้งตกใจ และประหลาดใจ แต่ก็ภูมิใจที่ศรีอุตส่าห์ครองตัวมานาน แต่ยอมแต่งงานกับตน คุณหญิงศรี พาอีเมี้ยนมาเป็นต้นห้อง และหลีกเลี่ยงการหลับนอนกับพระยาสมิติภูมิสม่ำเสมอ โดยคอยจัดหาบ่าวสาวๆ ในบ้าน ไปปรนนิบัติพระยาสมิติภูมิแทน ไม่เว้นแม้แต่อีเมี้ยนก็ต้องยอมไปแก้ขัดให้

หลังจากศรีแต่งงานออกเรือนไปแล้ว เจ้าสัวส่งศุกลไปเรียนเมืองนอกด้านคอมเมิร์ชเพิ่มเติม เพื่อติดต่อค้าขายธุรกิจให้ใหญ่โตมากขึ้น ตลอดเวลาศุกลไม่เคยลืมสะบันงาสาวน้อยตกน้ำคนนั้น เขาตั้งใจเรียนจนจบและเดินทางกลับจากต่างประเทศเร็วกว่ากำหนด ท่านเจ้าสัวผิดหวัง ศุกลไม่ได้เรียนการบริหารธุรกิจกลับไปเรียนด้านวรรณคดีและอักษรศาสตร์

ศุกลกับคุณหญิงศรีเป็นพี่น้องที่รักกันมาก จนถึงขั้นกล้าขอให้คุณหญิงมาบอกท่านเจ้าสัวไปสู่ขอสะบันงา ท่านเจ้าสัวโมโหมากสั่งให้ศุกลเลิกติดต่อกับสะบันงา เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ศุกลลูกชายคนเดียวของท่านเจ้าสัวจะไปมีเมียเป็นลูกแม่ ค้าเรือนแพยากจน ไม่มีสกุลรุนชาติ นอกจากนี้ท่านเจ้าสัวแอบไล่แม่พริ้งและสะบันงาให้ไปจากที่ดินของตน ห้ามกลับมาอีก ศุกลเศร้าหมองไม่รู้สาเหตุการหายไปของสองแม่ลูก

สะบันงาในวัยเพียง 14 ปี กับแม่พริ้งและพ่อ การค้าขาดทุน เรือนแพโดนยึดเพราะติดจำนองเอาเงินไปรักษาแม่พริ้ง วันหนึ่งแม่พริ้งได้พบกับ แกละ (ประถมาภรณ์ รัตนภักดี) โดยบังเอิญ จนได้รู้ว่าแกละเป็นบ่าวในบ้านพระยาสมิติภูมิ แกละแนะนำให้แม่พริ้งพาสะบันงาไปขายฝากตัวขัดดอกเพื่อเอาเงินไปรักษาตัว แม่พริ้งพาสะบันงามาบ้านพระยาสมิติภูมิ คุณหญิงศรีจำสะบันงาได้และดีใจแทนศุกลจึงรีบรับซื้อสะบันงาเอาไว้รับใช้ หวังให้ศุกลมารับไปเป็นภรรยาสักวัน ความที่สะบันงาอายุน้อยมากไร้เดียงสา จึงรอดพ้นสายตาประกอบกับคุณหญิงพยายามเอาสะบันงาหลบจากพระยาสมิติภูมิเสมอ สะบันงาจึงรอดหูรอดตามาตลอด

แต่แล้ววันหนึ่งสะบันงาก็ได้พบกับเจ้าพระยาสมิติภูมิโดยบังเอิญอย่าง จังๆ ท่านกลับไมได้คิดในแง่ชู้สาวเพราะมองว่าเด็กมาก ได้แต่ติดใจว่าสวยมากแต่ยังเด็ก แต่ท่านพระยาก็ไม่ได้ละเลยสะบันงา

คุณหญิงศรีปกครองคนในบ้านโดยมีอีเมี้ยนเป็นตัวแทน คอยสอดส่องดูแลความเป็นไปในบ้านและหาบ่าวสาวไปปรนนิบัติ รวมทั้งสองพี่น้อง สังเวียน (ธัญสินี พรมสุทธิ์) กับ สังวร (ภารดี อยู่ผาสุก) ที่ต่างเป็นคนขี้อิจฉาและมักใหญ่ใฝ่สูง อีเมี้ยนมักมีปัญหากับบ่าวไพร่ในบ้านเป็นประจำ แต่ไม่มีใครกล้าหือ บ่าวในครัวนินทาเมี้ยนกับคุณหญิงศรีว่าเล่นเพื่อนกัน คุณหญิงศรีโกรธขู่จะเอาโทษกับทุกคนที่พูดเรื่องนี้ จนทำให้เรื่องสงบลง

วันหนึ่งคุณหญิงศรีชวนศุกลมาหาที่บ้าน ศุกลมาพบสะบันงาถึงกับตะลึงงันมองด้วยความดีใจและหลงใหล จากนั้นศุกลจึงแวะเวียนมาเยี่ยมคุณหญิงศรี เพื่อได้พบหน้าสะบันงาบ่อยมากจนดูผิดสังเกตของพวกบ่าวไพร่ โดยเฉพาะน้อย (ชมพูนุช ปิยธรรมชัย) บ่าวปากมากจอมส่อเสียด 1 ในบ่าวที่คอยไปบำเรอความสุขให้ท่านพระยา น้อยจับตาความสัมพันธ์ของสองคนตลอด แม้ไม่ค่อยได้พูดจากัน แต่สะบันงาก็มีใจรักตอบศุกล ไม่ได้คิดว่าจะกลายเป็นภรรยาของท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิในวันหนึ่ง

ที่นั่นนางเล็กๆ ทั้งหลาย สังเวียน สังวร และน้อย พยายามชิงดีชิงเด่นเพื่อให้เจ้าพระยาสมิติภูมิหลงใหล และแย่งตำแหน่งคุณหญิงศรี ตบตีกันเองก็เคยทำ โดยหารู้ไม่ว่าท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิจะเชิดชูเพียงคุณหญิงเท่านั้น เพราะเหมาะสมคู่ควร บรรดาเมียเล็กเมียน้อยเกลียดคุณหญิงศรีและเมี้ยนมาก ถึงกับทำพิธีสาปแช่งให้คุณหญิงมีอันเป็นไปสารพัด แต่ไม่รอดสายตาเมี้ยน คุณหญิงศรีแสร้งทำเฉยแต่เก็บงำข้อมูลไว้ชำระแค้น

ด้วยความเอ็นดูรักใคร่เป็นพิเศษคุณหญิงศรีสอนวิชาสารพัดทั้งไทย อังกฤษให้สะบันงา ทำให้สะบันงามีความรู้มากมาย เพราะคุณหญิงต้องการให้สะบันงาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวที่คู่ควรของศุกลผู้เป็น น้องชาย แต่พวกนางเล็กๆ กลับคิดไปว่าคุณหญิงจะเอาสะบันงามาเป็นตัวตายตัวแทนในวันข้างหน้า จึงพากันเกลียดและอิจฉาสะบันงาไปด้วย สะบันงาเป็นเด็กจิตใจดี ใจเย็น อดทน ไม่มองใครในแง่ร้าย ยิ่งทำให้คุณหญิงศรีรักสะบันงามากในฐานะน้องสะใภ้ในอนาคต คุณหญิงศรีบอกสะบันงาเรื่องศุกลรักและจะแต่งงาน สะบันงาเต็มใจรักตอบศุกล ซึ่งทั้งศุกลกับสะบันงาได้พูดจาตกลงกันเรื่องแต่งงานไว้แล้ว เพียงรอเวลาให้สะบันงาโตอีกสักนิด

สังวรออดอ้อนขอร้องพระยาสมิติภูมิอย่าทิ้งขว้าง พระยาสมิติภูมิรับคำทำให้สังวรไม่เกรงกลัวคุณหญิงศรี โดยเฉพาะกับเมี้ยนมักเป็นคู่ปรับกันเป็นประจำ คุณหญิงศรีแม้จะไม่ชอบสังวรแต่ก็ทำให้เธอพ้นหน้าที่ต้องกลับนอนกับพระยา สมิติภูมิ คุณหญิงศรีฉลาดไม่ลดตัวไปทะเลาะกับสังวรให้เป็นหน้าที่ของเมี้ยน สังวรท้องสมใจอยากกะได้ลูกชายมาสืบทอดตระกูลเขี่ยคุณหญิงศรีให้กระเด็น คุณหญิงศรีรับรู้แผนการของสังวร โดยมีเมี้ยนคอยจับตาดู คุณหญิงศรีไม่มีวันยอมให้พระยาสมิติภูมิมีลูกกับบ่าวไพร่ขี้อิจฉาคนใดโดย เด็ดขาด

สังวรยังไม่ทันบอกให้ใครเรื่องตั้งท้องรู้นอกจากสังเวียนน้องสาว น้อยเมียบ่าวผู้ทะเยอทะยานแอบฟังสองพี่น้องคุยกันจึงรีบไปบอกเมี้ยน เมี้ยนไปบอกคุณหญิงหญิงศรี แต่คุณหญิงศรียินดีกับสังวรยกใหญ่เมี้ยนถึงกับแปลกใจ สังวรผยองยกใหญ่วางก้ามตีเสมอเผลอเบ่งทับคุณหญิงศรี

เมี้ยนโมโหและโกรธจัด วางแผนเฉดหัวสังวรออกจากบ้านเนียนๆ ให้คุณหญิงศรี โดยแสร้งชวนสังวรมาคุยในห้องคุณหญิงศรี แล้วทิ้งไว้คนเดียว เมี้ยนจัดแจงนำเอาเครื่องเพชรของคุณหญิงศรีไปซ่อนไว้ในห้องของสังวร พร้อมกับร้องโวยวายว่าสังวรขโมยเครื่องเพชรไป คุณหญิงศรีให้ทางเลือกสองทาง ส่งตำรวจหรือต้องไปจากบ้าน สังวรจำนนต่อหลักฐาน พวกบ่าวไพร่คนในบ้านเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มีแต่สังเวียนเท่านั้นที่ไม่เชื่อเต็มที่ว่าสังวรจะขโมย สังวรต้องออกจากบ้านไปโดยมีลูกติดท้องไปด้วย ท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิไม่รู้ว่าสังวรท้องรู้แต่ว่าขโมยของคุณหญิงแล้วหนีไป เพราะกลัวความผิด

สังวรกลับไปคลอดลูกชายตั้งชื่อว่า ทอง (โตขึ้นเป็น ศรุต สุวรรณภักดี) พร้อมกับเลี้ยงดูและเสี้ยมสอนให้ทองกลับมาแก้แค้นคุณหญิงศรีแทนตน

หลังจากเห็นพี่สาวถูกใส่ร้าย สังเวียนเจ็บแค้นคุณหญิงศรีที่กลั่นแกล้งสังวร จึงพยายามท้องกับเจ้าพระยาสมิติภูมิให้ได้ สังเวียนสนิทกับแกละที่ยังแคล้วคลาดไม่ได้เป็นภรรยาของท่านสมิติภูมิสักที สังเวียนพยายามไปปรนนิบัติเจ้าพระยาสมิติภูมิแทนคิวของแกละ และคอยเสี้ยมแกละให้ลาออกไปกับ ซ้ง (พศิน ศรีธรรม) กุ๊กจีนที่รักใคร่ชอบพอกันอยู่ ในที่สุดทั้งสองลาออกไปเปิดร้านอาหารจีนภายหลังกิจการเจริญรุ่งเรืองใหญ่โต และมีชื่อเสียงมากในเวลาต่อมา แกละเปลี่ยนชื่อเป็นลออศรีวดี ตามชื่อของคุณหญิงลออศรี ต่อมาเติมวดีข้าไปอีก แกละจึงมีชื่อยาวมากว่า คุณหญิงลออศรีวดี ส่วนซ้งก็เปลี่ยนชื่อเป็นคุณทรงวาด

น้อยเมียบ่าวอีกคนดีใจที่สังวรถูกกำจัดออกไป และหวังมีลูกกับเจ้าพระยาสมิติภูมิเช่นกัน น้อยอิจฉาสังเวียนที่กลายเป็นคนโปรด คอยติดตามข่าวสังเวียนไปบอกเมี้ยนหวังรางวัล หารู้ไม่ว่าเมี้ยนไม่ไว้ใจน้อยเช่นกัน

ในที่สุดสังเวียนท้องกับพระยาสมิติภูมิ แต่ขอร้องไม่ให้บอกใคร เจ้าพระยาสมิติภูมิรับปาก และทำให้เจ้าพระยาสมิติภูมิไม่ได้หลับนอนกับสังเวียนอีก เมี้ยนจับสังเกตอยู่ด้วยความแปลกใจ น้อยมาส่งข่าวว่าสังเวียนน่าจะท้อง คุณหญิงศรีสงบนิ่งด้วยยังไม่แน่ใจ เพราะกำลังวางแผนแต่งงานให้ศุกลกับสะบันงา เมื่อหมดคนที่จะส่งไปให้ท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิ อีกทั้งท่านเจ้าพระยาไม่ต้องการน้อยเพราะปากมาก เมี้ยนก็มีรอบเดือน คุณหญิงศรีรักน้องชายมากและหวงสะบันงาไว้ให้น้องชาย จึงยอมไปนอนกับเจ้าพระยาสมิติภูมิเสียเอง พร้อมกับเตือนสะบันงาให้ระวังตัว

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อปรากฏว่าคุณหญิงศรีท้องมีอาการแพ้และป่วยจนนอนอยู่แต่ในห้อง ไม่สามารถปกป้องสะบันงาให้น้องชายได้อีก แม้สะบันงาจะเฝ้าดูแลคุณหญิงศรีตลอดเวลา แต่ก็ต้องโดนเรียกไปพบท่านเจ้าพระยาในที่สุด

โชคยังดีที่เจ้าพระยาสมิติภูมิไม่ได้หลับนอนกับสะบันงาทันที เพราะจะถนอมเอาไว้ให้สะบันงาเต็มใจรับรักท่าน ท่านหลงรักสะบันงายิ่งกว่าหญิงใดๆ แม้แต่คุณหญิง ยิ่งพบว่าสะบันงาเก่งกาจเพราะเรียนรู้จากคุณหญิง ท่านยิ่งหลงใหล จ้างครูมาสอนสารพัดวิชาให้สะบันงา

ศุกลมาเยี่ยมคุณหญิงศรีและรู้ว่าสะบันงาเข้าไปดูแลปรนนิบัติพระยา สมิติภูมิก็เสียใจมาก คุณหญิงศรีบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่รอเวลาไม่ได้แล้ว บอกให้ทั้งสองคนหนีไปด้วยกัน น้อยมาแอบฟังจึงรีบไปฟ้องสังเวียน และสังเวียนไปฟ้องท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิต่อ สังเวียนกร่างใหญ่โตเบ่งมากมีปากเสียงกับเมี้ยนไม่เกรงกลัวใคร เพราะเจ้าพระยาสมิติภูมิคอยให้ท้าย สังเวียนแอบส่งจดหมายถึงสังวรแจ้งข่าวท้องฝาก นายยอด (กษาปณ์ จำปาดิบ) คนรถไปส่ง ด้านนายยอดไม่ชอบหน้าสองพี่น้องจึงแอบเปิดอ่านและเอาจดหมายไปให้เมี้ยนเพราะ หวังรางวัล คุณหญิงศรีอ่านจดหมายจึงรู้ว่าสังเวียนท้องจริง และยังรู้ด้วยว่าสังเวียนเอาสมุนไพรทำให้แท้งลูกใส่ในยาหม้อบำรุงครรภ์ของ คุณหญิงศรี เหตุนี้คุณหญิงศรีจึงป่วยกระเสาะกระแสะ

คุณหญิงศรีแค้นมากแต่อีเมี้ยนแค้นกว่า จึงอาสาจัดการให้ โดยจ้างยอดให้เข้าหาสังเวียน สังเวียนต่อสู้แทงยอดด้วยมีด เมี้ยนเข้าไปเจอสังเวียนอยู่กับยอด จึงต่อว่าเสียงดังและเอาจดหมายที่สังเวียนคิดร้ายกับคุณหญิงโชว์ให้ดู สังเวียนตกใจกลัวมากจนด้วยหลักฐาน เมี้ยนขู่จะบอกท่านเจ้าพระยา สังเวียนจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายพร้อมลูกในท้อง ส่วนยอดเมี้ยนปิดปากด้วยการลอบวางยาพิษ เจ้าพระยาสมิติภูมิอดสงสัยไม่ได้ แต่คุณหญิงเอาจดหมายที่สังเวียนเขียนถึงพี่สาวให้ท่านเจ้าพระยาอ่าน ท่านพูดไม่ออกเพราะสังเวียนปองร้ายคุณหญิงศรีจึงและคิดร้ายถึงขึ้นจะฆ่าลูก ในในท้องให้แท้ง จึงเงียบและไม่ต้องการให้เรื่องอื้อฉาว

เวลาต่อมาคุณหญิงศรีคลอดลูกสาวชื่อ พริสซิลลา หน้าตางดงามแต่ไม่แข็งแรงนัก คุณหญิงศรีไม่มีน้ำนม เมี้ยนต้องไปเอาบ่าวชื่อ ดา (มนตระกานต์ ทองขาว) พี่สาวของเดือน (อุษณีย์ วัฒฐานะ) มาเป็นแม่นม

น้อยมาบอกให้เจ้าพระยาสมิติภูมิไปดูศุกลกับสะบันงาคุยกันอย่างสนิท สนมใต้ต้นพิกุล ท่านตัดสินใจเลิกทะนุถนอมสะบันงาเอาไว้ต่อไป เจ้าพระยาสมิติภูมิกักสะบันงา ไม่ยอมส่งสะบันงากลับไปดูแลคุณหญิง และให้คุณหมออดุล หมอประจำบ้านมาดูแลพร้อมด้วยพยาบาลและเมี้ยน สะบันงาตกเป็นภรรยาของเจ้าพระยาสมิติภูมิจึงปฏิเสธแต่งงานกับศุกลเพราะมี มลทิน แต่ศุกลกลับไม่ถือสา เขารักสะบันงายิ่งกว่าสิ่งใดในโลก และให้ตัดสินใจหนีไปกับเขา ศุกลจะส่งรถมารับ นัดหมายให้ออกไปตอนเที่ยงคืนแรมสิบห้าค่ำที่จะมาถึง ถ้าไม่ออกมาเขาจะรอจนกว่าจะตาย สะบันงาสองจิตสองใจ น้อยแอบฟังที่ศุกลบอก แต่บิดเบือนเมื่อมารายงานท่านเจ้าพระยาว่าสะบันงานัดศุกลให้มารับเพื่อจะหนี ไปด้วยกัน ท่านแค้นมาก สั่งน้อยหานักเลงมาให้สองคน โดยท่านเจ้าพระยาสั่งให้เอาศุกลไปทำร้ายสั่งสอนให้เข็ดหลาบเท่านั้น

เมื่อถึงวันนัด สะบันงาไม่ยอมลงไป เพราะไม่ต้องการทรยศต่อผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี ศุกลมารอรับสะบันงาตามที่นัดหมายไว้ ขณะเดินไปรอที่ต้นพิกุลใหญ่ เขาโดนสองคนทำร้ายทุบตีและอุ้มหายไป ขณะเดียวกันนั้น คุณหญิงศรีซึ่งอยู่ในห้องกับพริสซิลลาที่ยังแบเบาะมองทางหน้าต่าง เห็นสองคนกำลังอุ้มและทุบตีใครคนหนึ่งไป เอะใจว่าเป็นศุกลจึงลอบลงเรือนตามไปดู ทิ้งให้พริสซิลลาหลับอยู่ตามลำพัง เมี้ยนได้ยินเสียงพริสซิลลาร้องไห้วิ่งมาดู ไม่พบคุณหญิงศรีก็ตกใจมาก จึงมาเรียกน้อยไปตามเดือนกับดามาดูแลพริสซิลลา น้อยฉวยโอกาสมากระซิบสะบันงา

เมื่อรู้ว่าพริสซิลลาไม่มีใครดูแลเพราะเมี้ยนจะออกไปตามหาคุณหญิงศรี สะบันงาจึงขอไปดูแลพริสซิลลา ระหว่างทางน้อยกลับชวนไปแวะที่ต้นพิกุลใหญ่ บอกว่ามีคนรอพบถ้าไม่ไปพบเขาจะขึ้นไปหาเจ้าพระยาสมิติภูมิ สะบันงายอมไปแต่ไม่พบใคร น้อยย้อนกลับมาฟ้องท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิว่าสะบันงาไปรอพบศุกล สะบันงาเจอเมี้ยนระหว่างทางจึงรู้ว่าโดนน้อยหลอก เมี้ยนตามเดือนกับดามาดูแลพริสซิลลาแทนแล้ว เมี้ยนโกรธน้อยมากรู้ว่าน้อยหักหลัง แต่ต้องรีบไปตามหาคุณหญิง

ท่านเจ้าพระยาตามลงมาหาสะบันงาชวนกลับเรือนไปโดยไม่บอกว่ารู้เรื่อง ใดๆ สั่งให้สะบันงาอยู่แต่ในห้องอย่าไปไหน ส่วนตนเองออกไปดูผลงาน น้อยแอบวางเพลิงเรือนคุณหญิงศรีหวังให้พริสซิลลาตาย จากนั้นแอบไปดูผลงานที่สองโจรทำร้ายศุกลเพื่อรอรับส่วนแบ่งรางวัลตามที่ตกลง กันไว้ โจรสองคนเกิดโลภทำร้ายศุกลเมื่อเห็นว่ามีทองหยองเงินทองติดตัวมากมาย จึงริบมาหมดกลายเป็นฆ่าชิงทรัพย์ ขณะรูดแหวนติดนิ้วที่มีอักษรไขว้ ศก. คุณหญิงตามมาเจอโจรสองคน กระโจนเข้าไปหาน้องชายด่าว่าโจรเป็นการใหญ่ โจรชั่วสองคนที่กำลังขุดหลุมรอฝังศุกลโมโหใช้จอบฟันเข้าที่หน้าคุณหญิงศรีจน หน้าเละไปข้างหนึ่ง คุณหญิงไม่สิ้นฤทธิ์ พยายามคลานไปขัดขวางจึงโดนจอบฟันขาเดี้ยงไปข้างหนึ่ง เมื่อจะฟันมือปรากฏว่าคุณหญิงศรีหลบทันก่อนจะแกล้งนอนสลบ

น้อยพรวดออกมาแสดงความยินดีกับสองโจรเพื่อตั้งใจมาขอส่วนแบ่ง โจรสองคนจึงฟันน้อยตายไปด้วย เมื่อฝังศุกลและน้อยเสร็จ สองโจรคิดว่าคุณหญิงศรีตายแล้ว กำลังจะฝัง แต่ท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิมาพบโจรสองคนตามนัดหมายเพื่อให้ค่าจ้างเสียก่อน และรู้ว่าโจรสองคนฆ่าศุกลแถมคุณหญิงศรีนอนตายอีกคน จึงโกรธมากด่าว่าโจรสองคน ทั้งสองคนบอกว่าคุณหญิงศรีมาขัดขวางจึงตัดสินใจฆ่า

ท่านเจ้าพระยาเสียใจมาก และจะยิงโจรทั้งสองคนทิ้งแต่เห็นไฟลุกท่วมบ้านที่คุณหญิงพัก ก็ตกใจกลัวพริสซิลลาโดนไฟครอกจึงรีบหันกลับบ้านเพื่อไปดูลูก โจรสองคนฉวยโอกาสหนีไปพร้อมค่าจ้าง

พอทุกคนคล้อยตัวไป เมี้ยนตามมา และพบสภาพคุณหญิงศรีก็หัวใจสลาย สงสารคุณหญิงจับใจ เมื่อเห็นว่าคุณหญิงยังไม่ตายจึงรีบอุ้มไปหลบที่รถของศุกลที่จอดแอบรออยู่ โดยให้คนรถขับพาไปที่บ้านของตนเองที่ปทุมธานี

ด้านสะบันงารีบออกจากตึกของท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิมาช่วยพริสซิลลา กับเดือนและดา เจ้าพระยามาถึงบ้านไฟมอดไหม้มจนเป็นจุณ พริสซิลลาปลอดภัยเพราะทั้งสามคนช่วยไว้ ท่านซาบซึ้งในน้ำใจของทั้งสาม จากนั้นจึงย้อนกลับมาดูร่างคุณหญิงศรี แต่ร่างคุณหญิงหายไปไร้ร่องรอย จึงเข้าใจว่าพวกโจรพวกนั้นเอาศพไปด้วย ท่านเจ้าพระยาไม่สบายใจมากเรื่องคุณหญิงศรี และกลายเป็นหนามทิ่มแทงให้เจ็บปวดหัวใจจนกลายเป็นโรคหัวใจในเวลาต่อมา

ท่านเจ้าพระยาประกาศว่าคุณหญิงศรีเสียชีวิตในกองเพลิง และจัดพิธีศพให้อย่างสมเกียรติ ส่วนสะบันงาได้รับการยกย่องเป็นภรรยาเอกเลื่อนฐานะเป็นคุณหญิง เธอดูแลพริสซิลลาอย่างดีรักเหมือนลูก พริสซิลลาโตขึ้นปรากฏว่าเป็นออทิสติก แต่คนในสมัยนั้นคิดว่าเด็กปัญญาอ่อน เธอเป็นเด็กสวยน่ารักเหมือนตุ๊กตา พระยาสมิติภูมิรักลูกสาวคนนี้มาก สะบันงาก็รักใคร่เอ็นดูเช่นกัน สะบันงาไม่เชื่อว่าพริสซิลลาปัญญาอ่อนพยายามดูแลอย่างดี พริสซิลลามีความจำดีอย่างมหัศจรรย์มักรู้อะไรที่ใครนึกไม่ถึง คิดเลขได้เร็ว

สะบันงายังรักศุกลแม้จะไม่ได้คิดหนีตามไป แต่เข้าใจผิดคิดว่าศุกลหลอกว่าจะมาพบแต่ไม่กลับมาเรื่องราวร้ายๆ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีคนเอาไปนินทาว่าเป็นฝีมือของสะบันงา ซึ่งวางแผนกำจัดคุณหญิงศรี ฆ่าตายหมกไว้ที่ไหนสักแห่ง บ้างว่าคุณหญิงศรีหนีตามน้องชายคนละแม่ สะบันงาเสียใจแต่นิ่งเฉยเสีย ท่านเจ้าพระยาคอยปลอบใจและรักสะบันงามากขึ้นทุกวัน และเล่นงานทุกคนที่พูดเรื่องนี้จนพากันเงียบปากไป โดยเฉพาะคุณหญิงลออศรี หรือ แกละนั่นเองคือตัวกระจายข่าวในวงชั้นสูง ภายหลังพระยาเกษมได้มาพบปะสะบันงาจึงรู้สึกดีขึ้น

เวลาผ่านไปสะบันงามีลูกสาวคนแรกกับเจ่าพระยาสมิติภูมิ ชื่อ พริ้มเพรา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เมี้ยนกลับมาหาสะบันงาบอกว่าขอพาพี่สาวทีพิการมาขอ อาศัยอยู่บ้านท้ายสวน โดยไม่ยอมบอกว่าที่แท้เป็นคุณหญิงศรีนั่นเอง สะบันงาอนุญาตด้วยความเต็มใจ และถามไถ่ถึงคุณหญิงศรี สะบันงาร้องไห้เสียใจที่คุณหญิงศรีหายไป เธอยังเคารพเทิดทูนและรู้ซึ่งในพระคุณคุณหญิงศรีเสมอ เมี้ยนฟังแล้วถึงกับร้องไห้โฮนำความมาบอกคุณหญิงศรี

คุณหญิงได้ทราบว่าสะบันงาปฏิเสธไม่ให้ทุกคนเรียกว่า คุณหญิง เพราะเธอมั่นใจว่าคุณหญิงศรียังมีชีวิตอยู่ คุณหญิงศรีถึงกับตื้นตันน้ำตาคลอขนาดไม่รู้ว่าเป็นคุณหญิงมาอาศัยอยู่ สะบันงายังใส่ใจส่งอาหารขนมนมเนยของใช้ทุกอย่างมาให้กินให้ใช้ แม้ว่าจะแปลกใจไม่น้อยที่รู้ว่าพี่สาวเมี้ยนคนนี้ชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ และทานอาหารด้วยมีดและส้อม

สะบันงาพยายามขอไปเยี่ยมพี่สาว แต่เมื่อเมี้ยนไปรายงาน ถูกคุณหญิงศรีปฏิเสธ บ่าวไพร่หลายคนไปเดินเล่นแถวนั้นพบหญิงสูงวัยพิการหน้าคล้ายผี ต่างตกใจวิ่งหนีกันทุกคน ภายหลังเมี้ยนไปหาหน้ากากมาให้ใส่บังใบหน้าแทน

คุณหญิงศรีมักแอบไปนั่งที่หลุมฝังศพศุกล นำดอกไม้ไปวางไว้ พูดกับหลุมศพน้องเสมอ เจ้าพระยาสมิติภูมิก็เช่นกันเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงมักวนเวียนไปขอโทษ ศุกลที่นั่น จนอยู่มาวันหนึ่งพบดอกไม้วางอยู่เช่นเคย ผู้วางยังไม่ทันออกไปพ้น เจ้าพระยาสมิติภูมิตามไปกระชากไหล่ให้หันกลับมา หญิงคนนั้นใส่หน้ากากเห็นแค่ดวงตาข้างที่ไม่บอด ท่านจำได้ทันทีว่าคือดวงตาของคุณหญิง อุทานเรียกชื่อออกไปคุณหญิงผลักท่านเจ้าพระยาล้มลงแล้วกระเซอะกระเซิงหนีไป เจ้าพระยาสมิติภูมิยิ่งเสียใจมาก สงสารคุณหญิงศรีจับใจ ส่งคนไปสร้างบ้านหลังเล็กๆ น่าอยู่ มีทุกอย่างครบครันแทนกระท่อมผุพัง

สะบันงาเลี้ยงดูพริสซิลลาอย่างดี จนต่อมา สะบันงามีลูกสาวคนที่สองชื่อ แพรวพรรณราย และลูกสาวคนที่สามชื่อ พราวพิลาส แต่ละครล้วนงดงามน่ารัก แถมยังมีลูกชายคนสุดท้องชื่อพฤกษ์ สมหวังดังปรารถนาของท่านเจ้าพระยาที่จะมีลูกไว้สิบสกุล เดือนผู้แสนดีได้รับการสนับสนุนจากสะบันงา ให้มาเป็นภรรยาคนที่สองของเจ้าพระยาต่อจากเธอ และมีลูกชายกับท่านเจ้าพระยาอายุแก่กว่าพฤกษ์สามวัน ชื่อ พจน์ และได้เกิดเรื่องราวกับพฤกษ์ดังได้กล่าวไปแล้ว พจน์จึงกลายเป็นผู้สืบสกุลแทน

ท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิอุปการะเด็กชายคนหนึ่งชื่อ ศีล (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) เนื่องจากพ่อแม่ตาย จากการไปช่วยงานกฐินของท่าน ศีลเป็นเด็กดีกตัญญูรู้คุณได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอก และกลับมาทำงานเป็นผู้จัดการห้างของตระกูลสมิติภูมิ เป็นที่ไว้วางใจของทุกคนในบ้าน

สะบันงามีเพื่อนสนิทชื่อ ปานวาด (พรรัมภา สุขได้พึ่ง) เป็นลูกสาวของคุณหญิงลออศรี ปานวาดถูกส่งไปเรียนฝรั่งเศส มีสามีเป็นนักดนตรี ชื่อ ปีแอร์ และมีลูกชายด้วยกันชื่อ ธรรม์ (ชินวุฒ อินทรคูสิน) ปีแอร์โดนรถชนจนพิการ ปานวาดเลิกเรียนเอาเงินที่พ่อแม่ส่งมาให้รักษาตัวสามี ปีแอร์ทนดูสภาพปานวดลำบากไม่ได้จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย ปานวาดตัดสินใจพาลูกชายกลับบ้าน คุณหญิงไม่พอใจมาก แต่พระยาเกษมกลับนิ่งเฉย พาปานวาดมาพบกับสะบันงา สะบันงาให้กำลังใจปานวาด

ธรรม์กลายเป็นเพื่อนสนิทกับพริ้มเพรา แพรวพรรณราย โดยเฉพาะพิมพิลาส เนื่องจากชอบดนตรีเหมือนกัน พริ้มเพราสงบเสงี่ยมสุขมรอบคอบ ชอบไปหลังบ้านพบคุณป้าพิการ เธอไม่ตกใจกลัวเช่นคนอื่นพูดด้วยอย่างดี ศรีสอนภาษาให้พริ้มเพราและรักเหมือนลูกสาวอีกคน ศรีส่งข่าวให้ครอบครัวทราบว่ายังไม่ตายแต่ไม่พร้อมจะไปพบ ไม่ต้องการให้พ่อแม่เห็นหน้าผีของตนส่วนศุกลนั้นตายแล้ว ต่อมาภายหลังสิ้นเจ้าสัว ศรีได้รับมรดกทั้งหมดจึงยกต่อให้พริ้มเพรา

ส่วนพริสซิลลามักจะไปเดินเล่นในสวน จนพบศรีกลับจำได้ว่าเป็นแม่ และเรียกเธอว่าแม่ ศรีเสียใจมากแต่ไม่อาจยอมรับว่าเป็นแม่ให้เมี้ยนพากลับไปหาสะบันงา กำชับว่าห้ามบอกพริสซิลลามาเล่นแถวนั้นอีก แต่พริสซิลลาก็แอบมาจนได้

ฟากสองโจรชั่วใช้เงินหมดแล้วย้อนกลับมาจะไถเงินท่านเจ้าพระยาสมิติ ภูมิ พบกับพริสซิลลาสวยงามน่ารักมาด้อมมองเรียกหาแม่จึงฉุดคร่าจะข่มขืน ศรีมาพบใช้จอบฟาดสองคนซมซานหนีไปตายอย่างน่าอนาถ เมี้ยนพาพริสซิลลากลับไปหาสะบันงาอีก สะบันงาตัดสินใจปรึกษาเจ้าพระยาสมิติภูมิเรื่องส่งตัวพริสซิลลาไปรักษาโดยมี หมออดุลคอยดูแล ส่วนอุดร ลูกชายหมอรู้จักคุ้นเคยกับลูกๆ ของสะบันงาและสนิทเป็นคู่ๆ

อุดรสนิทและรักกับพริ้มเพราแต่ไม่สมหวัง เพราะพริ้มเพรารักธรรม์มากกว่า ส่วนธรรม์สนิทสนมกับพราวพิลาสเพราะรักดนตรีเหมือนกัน แพรวพรรณรายคอยตามกลั่นแกล้งทุกคนเพราะไม่มีใครจับคู่ด้วย พฤกษ์สนิทกับพจน์ไปไหนมีพจน์ตามไปด้วยดั่งเงา

ทุกคนดีกับพจน์ยกเว้นแพรวที่ชอบด่าว่าเป็นลูกบ่าว พริ้มเพรามีเพื่อนสนิทชื่อเมขลา เด็กยากไร้มาขอรับใช้ มาร์แมร์ เพื่อแลกกับการได้เรียนโรงเรียนไฮโซ โดยอาสาว่าจะกลับมาสอนหนังสือตอบแทนเมื่อเรียนจบ ไม่มีใครคบกับเมขลาเลย เพราะนิสัยไม่ดียกเว้นพริ้มเพรา เมขลามักหยิบเอาข้าวเอาของและแอบอ้างชื่อพริ้มเพราไปเบ่งใส่ใครต่อใคร

วันหนึ่งพฤกษ์กับพจน์พากันไปขุดไส้เดือนตกปลา กลับไปขุดพบกระดูกคนจึงร้องโวยวายขึ้นมา แพรวตามไปแกล้งพจน์พบแหวนที่โครงกระดูกรีบเอามาบอกสะบันงา สะบันงาเห็นแหวนสลัก ศก. ถึงกับลมจับ และรู้ความจริงว่าศุกลมารอรับเธอจริงๆ แต่โดนฆ่าตาย มั่นใจว่าเจ้าพระยาสมิติภูมิฆ่าศุกล จึงไปโวยวายต่อว่าเจ้าพระยาสมิติภูมิฆ่าศรีด้วย ท่านเจ้าพระยาหัวใจวายกะทันหัน ก่อนสิ้นลมยังทันได้บอกว่าคุณหญิงยังไม่ตายอยู่ท้ายบ้านสวน สะบันงารีบไปเชิญคุณหญิงศรีกลับมาเอาบ้าน เอาตำแหน่งคืนให้ คุณหญิงศรีไม่ยอมรับ และบอกว่าเธอคือคนสาบสูญขออาศัยอยู่แต่บนเรือนเท่านั้น

สองคนรักใคร่ปรองดองกันดังเดิม สะบันงายอมรับให้ทุกคนเรียกว่าคุณหญิงเนื่องจากคุณหญิงศรีอนุญาตแล้ว เคารพเรียกศรีว่าคุณพี่ เมี้ยนปรึกษาดูแลทุกอย่างในบ้านเช่นเดิม สะบันงามีความสุขมากจนถึงวันที่พฤกษ์ตายสะบันงาใจสลาย ผมที่เคยดกดำเปลี่ยนเป็นสีขาวชั่วข้ามคืน ด้านพริ้มเพรา ถูกส่งให้ส่งไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ยังเริ่มวัยรุ่น สะบันงาตัดสินใจส่งพจน์ไปแทนพฤกษ์ ส่วนเมขลาอยากไปนอกอย่างพริ้มเพราะบ้าง ตั้งใจเรียนเต็มที่ได้ทุนไปนอกจนได้ ก่อนไปได้ทำทีพบกับศีลที่เคยพบที่บ้านพริ้มเพรา อ้างว่าเป็นเพื่อนพริ้มเพราให้มาหาศีลดูข้าวของเครื่องใช้ไปนอก ศีลใจดีให้เสื้อผ้าไปใส่เมืองนอกมากมายทำให้เมขลาอยากได้ศีลเป็นสามี แต่ศีลนิ่งเฉยมากเมขลาจึงอดใจไว้ก่อน

ศีลกลับเอ็นดูหลงใหลสาวน้อยวัยรุ่นพราวพิลาส ชอบฟังเสียงเธอเล่นเปียโน เขาหาเปียโนมาให้เล่น หาครูมาสอน พราวพิลาสนับถือศีลเป็นญาติผู้ใหญ่ แต่กลับพึงพอใจธรรม์ที่คอยตามติดเล่นดนตรีด้วยกัน โชคร้ายธรรม์ได้เวลาไปเรียนต่อ อาคม สามีใหม่ของปานวาดแนะนำให้ไปเรียนกฎหมาย ธรรม์เคยสัญญากับพราวพิลาสว่าจะไม่ไปไหน เขาจำต้องไปและบอกว่าจะกลับมาเมื่อเรียนจบ แต่พอเรียนจบจริง ธรรม์กลับมาเรียนดนตรีต่อและไปรับพ่อของลูกเพื่อนสนิทชื่อ ชองปอล ข่าวนี้ทำให้พราวพิลาสเสียใจมาก เธอเศร้าซึมและแต่งเพลงหลายเพลงล้วนเศร้าสะเทือนใจ ศีลพยายามปลอบโยนชวนไปร้องเพลงที่ห้องอาหารในโรงแรมใหญ่ ศรีขอร้องให้สะบันงาอนุญาตเพื่อรักษาแผลใจ พราวพิลาสรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อศีลคอยดูแลทำให้อุ่นใจ

ต่อมาศีลไปดูงานเมืองนอกพบเมขลาอยู่ที่เมืองนั้นพอดี เมขลาทำที่ว่าโดนคนร้ายปล้นหมดตัวมาขออาศัยศีลอยู่ และมอมเหล้าจนได้เสียกันกับศีล ศีลไม่สบายใจมากแต่จำต้องแต่งงานเพราะเมขลาท้องส่วนเมขลาคลอดลูกปุ๊บก็สอบ ชิงทุนไปเรียนต่ออีก ทิ้งลูกไว้กับศีลแบบไม่ไยดี ศีลผิดหวังโกรธตัวเองเพราะต้องการขอพราวพิลาสแต่งงาน ศีลอกหัก แต่พยายามประคองตัวเลี้ยงดูลูกสาวอย่างดี พราวพิลาสเอ็นดูหนูน้อยมาก

พริ้มเพรากลับมาเมืองไทยท่ามกลางความยินดีของทุกคน อุดรกลายเป็นหมอหวังจะแต่งงานกับพริ้มเพราตามที่สะบันงาและศรีคอยสนับสนุน หวังให้พริ้มเพราดูแลกิจการของตนเอง แต่พริ้มเพรากลับหันไปเข้าวัดและจำศีลไม่กลับบ้าน ต่อมาสุดท้ายกลายเป็นบวชชี อุดรผิดวังแต่ก็สนับสนุนช่วยทำหนังสือธรรมะ พริ้มเพรากลับบ้านเมื่อมีเหตุสำคัญเพื่อมาปลอบใจให้คำแนะนำทำให้ทุกคนสงบใจ ได้

ส่วนแพรวพรรณรายร้ายกาจมาก ถึงขั้นแอบไปขึ้นเรือที่พจน์ไปนอก แพรวพรรณรายอยากไปมาก แต่โดนจับได้ก่อน โดนส่งตัวกลับมาบ้าน แต่มาสมหวังเมื่อ เลดี้แลนดอล น้องสาวของพระยาสมิติภูมิตายลง จึงได้มอบมรดกเป็นไร่ชาที่ดาจิริ่งให้พระยาสมิติภูมิ แพรวพรรณรายอาสาไปดูแลไร่ชา สะบันงาค้านแต่ศรีสนับสนุน แพรวพรรณรายหารู้ไม่ว่า พอล (มิกค์ ทองระย้า) หลานชายแท้ๆ ของลอร์ดแลนดอล สามีเลดี้วางแผนฆ่าเจ้าพระยาสมิติภูมิเอาไว้

พอพบหน้ากัน พอลถึงกับตะลึง เพราะไม่ใช่ชายแก่ที่ต้องการฆ่า แต่กลับเป็นสาวน้อยสวยงาม เช่นเดียวกับแพรวพรรณรายพบชายหนุ่มหล่อเหลาผู้น่าหลงใหล มีสาวน้อยข้างไร่ซึ่งรักพอล พยายามมากระแนะกระแหนดูถูกแพรวพรรณรายแต่เจอตอกกลับ พอลเข้าข้างแพรวพรรณรายและบอกสาวน้อยคนนั้นตามตรงว่าเขาไม่ได้รักเธอ พอลช่วยดูแลไร่ชา คอยแนะนำให้แพรวพรรณรายเข้าใจเป็นอย่างดี แล้วบอกลากลับอังกฤษ แพรวพรรณรายเสียใจมากไม่ยอมให้ไป พอลยืนยันจะไปเพราะไม่ต้องการเกาะเธอกิน แพรวพรรณรายขี่ม้าแบล็กการ์ดตัวโปรดของพอลตกเหว ม้าตายแต่แพรวพรรณรายกระโดดเกาะโขดหินไว้ได้บาดเจ็บสาหัส พอลเสียใจมากสารภาพว่ารักแพรวพรรณรายและจะไม่ทิ้งแพรวพรรณรายไปไหน ทั้งคู่ช่วยกันสร้างไร่ชา สร้างโรงแรมกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังไปทั่ว แพรวพรรณรายมีลูกกับพอลสามคน ทุกคนกลับมาคลอดที่เมืองไทย

ทางด้านพราวพิลาสตกหลุมรักศีล และตกเป็นของศีล ศีลสัญญาว่าเมขลากลับมาจะขอหย่าเพื่อมาแต่งงานกับพราวพิลาสทันที พราวพิลาสมีความหวังอีกครั้ง ธรรม์กลับมาเมืองไทยเนื่องจากสามีของชองปอลสำนึกผิดและขอคืนดีโดยที่ชองปอ ลเต็มใจ ธรรม์พยายามงอนง้อพราวพิลาส ทุกคนลุ้นให้พราวพิลาสแต่งงานกับธรรม์ แต่พราวพิลาสเป็นของศีลแล้วธรรม์เสียใจผิดหวังได้แต่โทษตัวเองที่ทิ้งพราว พิลาสไป เมขลากลับมาศีลขอหย่าทันทีเมขลาวางแผนร้ายใหม่ ทำทีตกลงแล้วขอฉลองการจากลาฉวยโอกาสนอนกับศีลจากนั้นโกหกว่าท้อง หลอกมาได้ปีกว่าศีลจับได้จึงขอหย่า เมขลายอมหย่าแต่กลับวางแผนร้ายกับ จิรศักดิ์ เศรษฐีใหม่ให้หลอกปล้ำพราวพิลาสแต่ไม่สำเร็จ ตนเองกลับโดนหลอกเป็นเมียเก็บโดนซ้อม พราวพิลาสได้แต่งงานกับศีลมีภาระต้องเลี้ยงดูลูกหนูของเมขลา เมขลาสอนให้ลูกเกลียดพราวพิลาสแต่เด็กไม่ยอมเกลียด พอพราวพิลาสมีลูกกับศีล เมขลาจึงหันมาสอนให้ลูกหนูอิจฉาน้องแทน

วันคืนโหดร้ายมาถึง ขณะพราวพิลาสเดินไปชงนม หนูน้อยนั่งมองน้องตัวน้อยในรถเข็นตรงระเบียงเข็นน้องไปติดขอบระเบียง น้องหนูตามไปจะช่วยน้องทำให้ทั้งคู่พลัดตกจากระเบียงพร้อมกัน พราวพิลาสถือขวดนมเดินกลับมาตกตะลึงกระโจนไปที่เด็กทั้งสองกอดประคองไว้พลัด ตกลงมาจากระเบียงพร้อมกันต่อหน้าต่อตาศีลที่กลับมาจากทำงาน เด็กทั้งสองทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนพราวพิลาสขยับตัวเดินไม่ได้ เมขลาเสียใจที่ลูกตนเองตายแต่พราวพิลาสกลับไม่ตาย เมขลาอาละวาดที่โรงพยาบาล เธอเดินหลงไปที่ห้องเก็บศพไม่มีใครเห็นจึงโดนล็อกห้องติดอยู่ในนั้น จนกลายเป็นบ้าในที่สุด

และต่อมาภายหลังทองลูกชายของสังวรได้กลับมาแก้แค้นตอนโตแล้ว แต่เข้าใจผิด จึงไปแก้แค้นคุณหญิงสะบันงาเพราะคิดว่าเป็นคุณหญิงศรี โดยทองปลอมตัวมาทำงานในบ้านหลอก พฤกษ์ จับตัวไปหมายจะฆ่าให้ตาย แต่ความที่พฤกษ์เป็นคนดี ไม่เคยดุด่าว่าร้ายตอบทอง อีกทั้งทองสำนึกว่าพฤกษ์คือน้องจึงฆ่าไม่ลง และเปลี่ยนใจโดยไม่บอกพฤกษ์ให้รู้ว่าจะปล่อย ผูกพฤกษ์ไว้กับพงอ้อกันหนี แต่เป็นเพราะพฤกษ์ตากฝนอดข้าวรอทองกลับมา แม้ที่สุดจะพยายามช่วยตัวเองหนี แต่ไม่สำเร็จ ร่างกายอ่อนแรงอดข้าวตายก่อนที่ทองจะบอกคุณหญิงสะบันงาให้รู้ความจริง

ส่วนทองเมื่อไปถึง ก็โดนตำรวจที่กำลังระดมตามหาพฤกษ์ไล่จับตัว ทองยิงสู้จึงโดนยิงทิ้งตาย กว่าจะเจอศพพฤกษ์ก็อีกหลายวัน สะบันงาหัวใจสลาย ต่อมา พจน์คู่หูและเป็นพี่ชายแก่กว่าสามวันลูกชายของ เดือน เคยเป็นแม่นมของพริสซิลลา ได้เลื่อนฐานะมาเป็นผู้สืบสกุลแทนพฤกษ์ ด้วยความเต็มใจจากสะบันงา

เวลาต่อมา พจน์กลับมาจากทำงานรับราชการ แต่ต้องแบ่งเวลามาบริหารบ้านและกิจการส่วนตัว พจน์ทำได้ดีโดยมีทุกคนให้กำลังใจ พจน์มีคนรักชื่อ กินรี น้องสาวเพื่อนที่ทำงาน กินรีเป็นครูชอบเขียนนิยาย

ในงานเปิดโรงแรมบนเขาของพอลกับแพรวพรรณราย ทุกคนไปกันหมดไม่เว้นแม้แต่พราวพิลาส ที่นั่นพวกเขาพบหมอเก่งมาก อาสารักษาพราวพิลาสให้หายขาด แต่ต้องใช้เวลานาน และต้องไปรักษาตัวที่เมืองนอก ศีลตัดสินใจพาพราวพิลาสไปรักษา และไปอยู่ให้กำลังใจดูแลกันไป ในที่สุดพราวพิลาสก็เดินได้กลับเมืองไทยและมีลูกกับศีลเป็นชายหนึ่งคน ทั้งสองคนตั้งใจจะมีลูกสามสี่คน

พริสซิลลาได้รับการวินิจฉัยว่าไม่ได้ปัญญาอ่อนเป็นแค่ออทิสติก และยังเป็นเด็กอัจฉริยะอีกด้วย ศรีมีความสุขที่พริสซิลลาอาการดีขึ้นมาก คอยอยู่เคียงข้าง ความรักความสุขกลับมาสู่คฤหาสน์หลังนี้มากมายกว่าเดิม เพราะความรักความเสียสละของแม่ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อลูก เหมือนดังคำสองคำ “สองมือแม่นี้ที่สร้างโลก”

รายชื่อนักแสดง

1. ปิยธิดา วรมุสิก แสดงเป็น ศรี / คุณหญิงศรี
2. อคัมย์สิริ สุวรรณศุข แสดงเป็น สะบันงา
3. เดวิด อัศวนนท์ แสดงเป็น เจ้าพระยาสมิติภูมิ
4. อริสรา วงษ์ชาลี แสดงเป็น เมี้ยน
5. โตนนท์ วงศ์บุญ แสดงเป็น พจน์
6. มิกค์ ทองระย้า แสดงเป็น พอล
7. พรพรรณ สิทธินววิธ แสดงเป็น กินรี
8. อัปสรสิริ อินทรคูสิน แสดงเป็น แพรวพรรณราย
9. ชินวุฒ อินทรคูสิน แสดงเป็น ธรรม์
10. พิชยดนย์ พึ่งพันธ์ แสดงเป็น ศีล
11. เชฟฟานี่ อาวะนิค แสดงเป็น พริ้มเพราะ
12. ซอนญ่า สิงหะ แสดงเป็น พราวพิลาส
13. ปรัชญ์ ปรมิณ แสดงเป็น พฤกษ์
14. ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์ แสดงเป็น ศุกล
15. อุษณีย์ วัฒฐานะ แสดงเป็น เดือน
16. ธัญสินี พรมสุทธิ์ แสดงเป็น สังเวียน
17. ภารดี อยู่ผาสุก แสดงเป็น สังวร
18. พรรัมภา สุขได้พึ่ง แสดงเป็น ปานวาด
19. ชมพูนุช ปิยธรรมชัย แสดงเป็น น้อย
20. อนิสา กร้านท์ แสดงเป็น พริสซิลลา (ตอนเด็ก)
21. นวินดา เบอร์ต๊อดตี้ แสดงเป็น พริสซิลลา (ตอนโต)
22. ศรุต สุวรรณภักดี แสดงเป็น ทอง
23. กชกร ส่งแสงเติม แสดงเป็น เมขลา
24. ประถมาภรณ์ รัตนภักดี แสดงเป็น แกละ
25. พศิน ศรีธรรม แสดงเป็น อาซ้ง
26. ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล แสดงเป็น พระยาเกษม
27. กชกร นิมากรณ์ แสดงเป็น คุณหญิงลออศรี
28. วรพรต ชะเอม แสดงเป็น อาคม
29. รัฐธรรมนูญ ศรีฤกษ์ แสดงเป็น คุณพระประสาน
30. สิทธิพันธ์ กลมเกลี้ยง แสดงเป็น สุกิจ
31. กฤษฏิ์ โมกขะสมิต แสดงเป็น ดำรง
32. ธนศักดิ์ อุ่นอ่อน แสดงเป็น หมออดุลย์
33. เจษฎา รุ่งสาคร แสดงเป็น จีรศักดิ์
34. กษาปณ์ จำปาดิบ แสดงเป็น ยอด
35. เคน สตรุทเกอร์ แสดงเป็น คุณหมอมาร์ติน
36. วิวัฒน์ ผสมทรัพย์ แสดงเป็น เจ้าสัว
37. นวลนง จามิกรณ์ แสดงเป็น แม่ใหญ่
38. ปิยะดา เพ็ญจินดา แสดงเป็น แม่น้อย
39. ปัทมา ปานทอง แสดงเป็น พริ้ง
40. มนตระกานต์ ทองขาว แสดงเป็น ดา
41. ปวีณ ชิณวงษ์ แสดงเป็น ดิเรก
42. จารุศิริ ภูวนัย แสดงเป็น ทองหยอด
43. อมต อินทนนท์ แสดงเป็น ไอ้เหมาะ

ออกอากาศวันที่ 6 ธันวาคม

ชมภาพวันบวงสรวง และฟิตติ้งละคร

 

ภาพอาถรรพ์ 2556

ภาพอาถรรพ์ เป็นละครลึกลับสยองขวัญที่เกี่ยวกับวิญญาณ ความแค้นจากอดีตชาติในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เกิดจากความรักไม่ลงตัวของตัวละครสำคัญ 3 ตัวละครคือ เชษฐา ประยงค์ และ อนงค์วดี จึงทำให้วิญญาณที่เฮี้ยนของคุณประยงค์ สิงสถิตย์อยู่ในรูปถ่ายของบ้านหลังหนึ่งซึ่งในอดีตเคยเป็นของท่านพระยา ซึ่งภาพถ่ายที่ติดอยู่ในบ้านมีทั้งสิ้น 3 ภาพด้วยกันคือ ภาพของท่านพระยาผู้เป็นเจ้าของบ้าน ภาพของคุณประยงค์ และภาพของคุณน้อย

อนงค์วดี สิงหมนตรี (ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์) ทายาทรุ่นปัจจุบันของตระกูลสิงหมนตรี จำใจต้องขายคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลให้กับ เชษฐา เกรียงไกรฤทธิ์ (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) เนื่องจาก ปิ่นสุดา (สิรินยา บิชอพ) แม่ของเธอติดการพนันอย่างหนักจนมีหนี้สินหลายล้าน
ในวันที่เชษฐาและ มนัสวีร์ (รัชชานนท์ สุประกอบ) ทนายความส่วนตัว เดินทางไปที่คฤหาสน์เพื่อทำสัญญาซื้อขายกับอนงค์วดี เชษฐาได้เดินสำรวจภายในคฤหาสน์ เค้าไปสะดุดกับภาพเขียนของ คุณประยงค์ (พิยดา จุฑารัตนกุล) คุณชวดของอนงค์วดี เป็นภาพของหญิงสาวสวยท่าทางสง่า ดวงตาคมกริบ แต่สิ่งที่ทำให้เชษฐารู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคุณประยงค์ที่อยู่ในภาพส่งยิ้มกลับมาให้เขา ส่วนมนัสวีร์ก็สะดุดตากับภาพของสาวสวยคนหนึ่ง อนงค์วดีบอกว่านั่นคือรูปของคุณย่าน้อยของเธอ ชื่อว่า คุณอ่อน (พิชญา เชาวลิต) เป็นน้องสาวคนสุดท้องของ เจ้าพระยาสีหศักดิ์ฤทธิรงค์ (นิรุตนิ์ ศิริจรรยา) ผู้เป็นเจ้าคุณปู่ทวดของเธอ ภาพนี้วาดเอาไว้ก่อนที่คุณอ่อนจะจมน้ำตายไปเพราะเรือล่ม มนัสวีร์รู้สึกสายตาผู้หญิงในภาพมองมาที่เขาอย่างตัดพ้อและเศร้าสร้อยอย่างประหลาด

ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินดูภาพบรรพบุรุษอยู่นั้น จู่ ๆ ก็เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักจน ปู่กลับ (อรรถพร ธีมากร) ผู้ดูแลคฤหาสน์บอกให้ทุกคนนอนค้างที่นี้ และในคืนนั้นเองมนัสวีร์ฝันเห็นคุณอ่อนเดินออกมาจากภาพ เธอเรียกเขาว่า “คุณหลวง” แล้วตัดพ้อเขาว่าเขาเป็นสาเหตุทำให้เธอต้องตาย มนัสวีร์ตกใจตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว
ส่วนเชษฐาฝันว่าตนเดินลงมาที่ห้องโถง สภาพตึกเก่าร้างกลับกลายมีชีวิตชีวา สว่างไสวด้วยแสงเทียน ผู้คนแต่งตัวสวยงามในภาพเขียนพากันเดินออกมาจากรูปภาพ เพื่อไปรวมตัวกันต่อหน้าเจ้าพระยาสีหศักดิ์ฤทธิรงค์ และคุณประยงค์ก็เรียกเขาอย่างอ่อนหวานว่า “เจ้าคุณ” เธอเรียกเขาให้ไปที่ห้องโถง ที่นั่นเขาได้เห็นเจ้าคุณปู่ทวด คุณอ่อน และหญิงสาวคนหนึ่งนุ่งห่มสไบ ไว้ผมทัด หน้าตาเหมือนอนงค์วดีราวกับพิมพ์เดียวกัน ทุกคนเรียกเธอว่า “แม่อร”

อนงค์วดีเองก็รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันเช่นกัน เธอเห็นเชษฐาอยู่ในชุดไทยโบราณ และในความฝันนั้น เธอรู้สึกว่าคุณประยงค์จงเกลียดจงชังเธออย่างเห็นได้ชัด พอรุ่งเช้าเชษฐารู้สึกสงสัยในความฝันกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณประยงค์และแม่อร เค้าจึงบอกอนงค์วดีว่าเค้าตัดสินใจจะไม่รื้อตึกทิ้ง แต่จะปรับปรุงตกแต่งตึกขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ทำเป็นคลับหรู แต่มีเงื่อนไขว่าเธอจะต้องอยู่ค้างที่นี่เพื่อช่วยเหลือแนะนำเกี่ยวกับการตกแต่งสถานที่จนกว่าจะแล้วเสร็จ แต่ เกษลดา (รฐา โพธิ์งาม) กลับไม่เห็นด้วยที่เชษฐาเปลี่ยนใจไม่ยอมรื้อคฤหาสน์โบราณทิ้ง และยิ่งรู้ว่าเชษฐาคิดจะไปนอนค้างอ้างแรมที่นั่น ยิ่งสงสัยว่าเขาอาจจะมีอะไรปิดบังเธออยู่

ในระหว่างซ้อมแซมคฤหาสน์ เมื่อทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกัน ยิ่งทำให้เชษฐาและอนงค์วดีสนิทสนมกันมากขึ้น และยิ่งสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ก็เหมือนจะมีภัยอันตรายเกิดขึ้นกับอนงค์วดีมากเท่านั้น ในตอนกลางคืนทั้งคู่ต่างฝันถึงเหตุการณ์ในอดีตอีกหลายครั้ง จนปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าชายที่หน้าตาคล้ายเชษฐาที่ใคร ๆ เรียกว่า “เจ้าคุณ” นั้น ในอดีตเคยเป็นเด็กในบ้านที่ลอบรักกับคุณประยงค์ ธิดาสาว ของท่านเจ้าพระยาฯ ต่อเมื่อได้ดีจึงไปรับราชการที่หัวเมืองแล้วมีภรรยาเป็นสาวชาวบ้านชื่อ “อร” ซึ่งมีใบหน้าเหมือนกับอนงค์วดีในชาตินี้ อนงค์วดีเข้าใจว่าวิญญาณคุณชวดคงเข้าใจผิดว่าเธอคือแม่อร

ซึ่งในความฝันอนงค์วดีได้รู้ว่าคุณอ่อนลักลอบรักกับชายที่มีศักดินาต่ำกว่าชื่อ “หลวงขจร” ซึ่งมีใบหน้าเหมือนมนัสวีร์ ซึ่งหลวงขจรนั้นมีคู่หมั้นหมายแล้ว และเมื่อหลวงขจรถูกบังคับให้แต่งงาน คุณอ่อนเสียใจมาก จึงพายเรือฝ่าพายุฝนข้ามแม่น้ำไปหาทั้ง ๆ ที่ตนว่ายน้ำ ไม่แข็ง จนกระทั่งเรือล่มคุณอ่อนจึงจมน้ำตายและก็ไม่มีใครหาศพเจอ และทุกครั้งที่มนัสวีร์ต้องไปที่คฤหาสน์เก่าหลังนั้น เขาจะถูกดึงดูดให้ไปที่ริมแม่น้ำอย่างไม่รู้ตัวอยู่บ่อย ๆ จนเกือบจะจมน้ำตาย โชคดีที่ปู่กลับมักจะช่วยมนัสวีร์เอาไว้ทัน

ในที่สุดการซ่อมแซมตกแต่งคฤหาสน์ก็เสร็จลง เกษลดาเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการจัดงานเลี้ยงเปิดคลับของเชษฐาอย่างหรูหรา เชษฐาเสนอให้อนงค์วดีทำงานที่คลับของเขาในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายอาหาร เนื่องจากงานคลับเป็นงานกลางคืน เชษฐาจึงให้เธอพักอยู่ที่นี่ ทั้งหมดนี้สร้างความไม่พอใจให้เกษลดามาก เธอจึงมักแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเชษฐาอยู่บ่อย ๆ และย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ด้วยอีกคน

เพียงคืนแรกเกษลดาก็เจอฤทธิ์คุณประยงค์ที่หวงแหนเชษฐา คุณประยงค์ชี้หน้าด่าและเรียกเธอว่า “อีเกด” จนเกษลดารู้สึกหวาดกลัวมาก เธอนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เชษฐาฟัง แต่เชษฐากลับไม่สนใจพร้อมไล่ให้เธอกลับบ้าน แต่ด้วยความหึงหวงเกษลดาจึงแข็งใจอยู่ที่นี่เพื่อคอยกันท่าอนงค์วดี

นานวันเข้าอนงค์วดีมักฝันเห็นเรื่องราวในอดีตมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอฝันว่าในอดีตเธอมีบ่าวชื่อเกด ติดตามมาอยู่ด้วย บ่าวคนนั้นหน้าตาเหมือนเกษลดา ซึ่งในอดีตชาติเกดยังเป็นเมียบ่าวของเจ้าคุณอีกด้วย และในความฝันบอกชัดว่าเจ้าคุณรักกับคุณประยงค์มาก่อน ยิ่งความจำเป็นทางด้านการเลื่อนขั้นในหน้าที่การงาน ทำให้เจ้าคุณต้องกลับมาพึ่งใบบุญท่านเจ้าพระยาฯ แม่อรผู้เป็นเมียหลวงจึงตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากนังเกดเมียบ่าว

ต่อมาแม่อรได้ตั้งท้องลูกคนแรก เจ้าคุณดีใจมากและคิดจะยกย่องเธอเป็นเมียเอก ทำเอาคุณประยงค์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าคุณประยงค์จะอ้อนวอนเจ้าคุณอย่างไร ท่านก็ยืนยันว่าแม่ของลูกจะต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น ดังนั้นคุณประยงค์จึงวางแผนทำร้ายแม่อรจนตกบันไดตายทั้งกลม

จากนั้นไม่นานพอคลับของเชษฐาเริ่มมีชื่อเสียง ผู้คนก็หลั่งไหลเข้ามาหาความสำราญมากขึ้น จากคฤหาสน์เก่าร้างก็กลับมามีชีวิตชีวาด้วยแสงไฟและเสียงเพลง จนสร้างความ ไม่พอใจให้กับคุณประยงค์เป็นอย่างยิ่ง เธอจึงเริ่มออกมาจากภาพมาเล่นงานทุกคน แต่คนที่โดนหลอกหลอนหนักที่สุดคือเกษลดา เพราะเธอพยายามออดอ้อนเชษฐาอยู่ตลอด ส่วนตัวเชษฐาเองก็โดนคุณประยงค์สะกดจิตให้หลงติดอยู่ในความฝันบ่อยขึ้น จนตัวเองเริ่มแยกแยะอดีตกับปัจจุบันไม่ออก

อนงค์วดีเริ่มไม่สบายใจ เพราะเป็นห่วงกลัวเชษฐาจะได้รับอันตราย เธอตัดสินใจทำพิธีเชิญภาพเขียนคุณประยงค์ลงจากผนังพร้อมกับเอาสายสิญจน์พันไว้ แล้วเอาภาพไปเก็บไว้ที่เรือนเก็บของ ทำให้คุณประยงค์โกรธจัด จึงพยายามสะกดจิตเชษฐาให้มาช่วยตัดสายสิญจน์ออกจากภาพของเธอ แม้อนงค์วดีพยายามจะห้ามแต่ก็ไม่สำเร็จ จากนั้นวิญญาณคุณประยงค์ก็ออกอาละวาดอย่างหนัก และทำร้ายอนงค์วดีจนล้มหมดสติไป เมื่อเชษฐารู้ข่าว ด้วยความรักและเป็นห่วงอนงค์วดี เค้าจึงฮึดสู้กับคุณประยงค์ที่พยายามจะเข้ามาครอบงำชีวิตของเขา เพราะเชษฐาระลึกได้แล้วว่าชาติที่แล้วเขายอมให้คุณประยงค์ครอบงำและทำร้ายแม่อรมามาก ในชาตินี้เขาจะไม่ยอมให้คุณประยงค์มาบงการเขาให้ทำร้ายอนงค์วดีอีก

เชษฐาจึงตัดสินใจทำลายภาพของคุณประยงค์ แต่แผนการทำลายภาพไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะแรงรักแรงอาฆาตที่คุณประยงค์มีต่อเชษฐาส่งผลทำให้คุณประยงค์มีพลังอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายเชษฐาจะสามารถทำลายภาพอาถรรพ์ของคุณประยงค์ได้หรือไม่ บทสรุปของโศกนาฏกรรมความรักที่มาพร้อมแรงอาฆาตแค้นพยาบาทครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร? ติดตามชมได้ใน ละครภาพอาถรรพณ์ ที่ออกอากาศทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.10 – 21.40 น. ทางช่อง 5 ละครภาพอาถรรพณ์ เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2556

รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ภาพอาถรรพณ์

พิยดา จุฑารัตนกุล รับบท คุณประยงค์
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท เชษฐา/เจ้าคุณ
ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท อนงค์วดี/แม่อร
รฐา โพธิ์งาม รับบท เกษลดา/อีเกด
รัชชานนท์ สุประกอบ รับบท มนัสวีร์/หลวงขจร
พิชญา เชาวลิต รับบท ย่าน้อย ใน ละคร ภาพอาถรรพณ์
นิรุตนิ์ ศิริจรรยา รับบท เจ้าพระยาสีหศักดิ์ฤทธิรงค์
สิรินยา บิชอพ รับบท ปิ่นสุดา
อริศรา วงษ์ชาลี รับบท อีทิ้ง
อรรถพร ธีมากร รับบท ปู่กลับ
บรรเจิดศรี ยมาภัย รับบท คุณหญิงธรรมวรานุรักษ์

บ้านสอยดาว-2539

บ้านสอยดาว เป็นเรื่องราวของกลุ่มคนในบ้านสอยดาว นั่นคือ ปวุฒิ เด็กชายที่ถูกขอมาเลี้ยงโดยไม่ถูกกับเอื้อตะวัน ลูกชายของเจ้าของบ้าน ทำให้เขามีนิสัยเก็บกดและเกลียดชังคนในบ้านเพราะคิดว่าพวกนั้นทำให้ชีวิตของเขาย้ำแย่ เอื้อตะวันมีพี่สาวชื่อแอบจันทร์ เป็นคนสวยแต่นิสัยแย่ ทะเยอะทะยานเพราะถูกตามใจมาตลอด อิงฟ้าเป็นเด็กหญิงอีกคนที่เป็นหลานกำพร้าของเจ้าของบ้านมาอาศัย ต่อมาเยี่ยมรุ้งลูกสาวของคนงานในบ้านที่เสียชีวิตจึงเข้ามาอยู๋ในบ้านกับแม่อีกคน เธอเป็นคนสุขภาพไม่ดีมีโรคประจำตัว แต่นิสัยดี น่ารัก และเรียบร้อยจึงมีหลายคนรักและเอ็นดูหมดยกเว้นแอบจันทร์ซึ่งอิจฉาริษยาและคอยกลั่นแกล้งเธอตลอดเวลา แต่มีเอื้อตะวันกับปวุฒิคอยช่วยเหลือตลอด ทำให้แอบจันทร์ยิ่งเกลียดชังเยี่ยมรุ้งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีลูกสาวเจ้าของบ้านซึ่งเป็นฝาแฝดอาศัยอยู่ด้วย ชื่อโอบเดือนกับเอื้อมดาว ซึ่งเอื้อมดาวค่อนข้างรักและติดโอบเดือนพี่สาวของเธอมาก

ต่อมาเมื่อทั้งหมดโตขึ้น เอื้อตะวันได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ปวุฒิได้ทำงานช่วยเหลือพ่อของเอื้อตะวันและแอบจันทร์ ส่วนอิงฟ้าได้ไปเรียนหมอ ขณะที่เยี่ยมรุ้งเข้าเรียนดนตรีสากลซึ่งเป็นสาขาที่เธอรัก แต่ก็ถูกแอบจันทร์กลั่นแกล้งเสมอจนล่าสุดได้ผลักเธอตกบันได ปวุฒิจึงพาเธอและแม่ไปอยู่ข้างนอก และแต่งงานกับเธอเงียบๆ เยี่ยมรุ้งรักกันกับปวุฒิแต่ไม่ทราบว่าเขาได้เสียกับแอบจันทร์นานแล้ว จากนั้นปวุฒิยังคงทำงานบริษัทของพ่อของแอบจันทร์และแอบโกงเงินทีละเล็กละน้อยแล้วเอาเงินมาให้เยี่ยมรุ้งโดยที่เธอไม่รู้ แอบจันทร์เองก็ปล่อยให้ตัวเองท้องกับปวุฒิ เขาจึงจดทะเบียนซ้อนด้วยเพราะอยากได้มรดกจากบ้านสอยดาว พออิงฟ้าทราบก็เข้าใจผิดเข้ามาต่อว่าเยี่ยมรุ้งจนเธอเสียใจล้มป่วยอีกครั้ง ฝ่ายพ่อของแอบจันทร์รู้เรื่องที่ปวุฒิโกงก็ทะเลาะกับเขาจนตกระเบียงและความจำเสื่อม ปวุฒิและเยี่ยมรุ้งก็ทะเลาะกันในเรื่องที่ปวุฒิโกงเงินจากบ้านสอยดาว และเรื่องแอบจันทร์ท้อง อีกทั้งยังคิดว่าเยี่ยมรุ้งรักเอื้อตะวันอีกด้วย ในที่สุดเยี่ยมรุ้งก็ทรุดหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล และแม่ของเธอได้ขอร้องให้ปวุฒิคืนเงินและทรัพย์สินทั้งหมดกลับไปที่ บ้านสอยดาว

เอื้อตะวันกลับเมืองไทยและได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังได้รับกำลังใจจากอิงฟ้า ทั้งสองได้ปรับความเข้าใจกับเยี่ยมรุ้งก่อนเธอสิ้นลม ฝ่ายแอบจันทร์เมื่อได้ทราบว่าปวุฒิได้แต่งงานอยู่กินกับเยี่ยมรุ้งก็โกรธมากจึงเข้าไปยิงเยี่ยมรุ้งทั้งๆ ที่เธอเสียชีวิตไปแล้ว ปวุฒิได้เข้ามาแย่งปืนและถูกลูกหลงสลบไป แต่แอบจันทร์คิดว่าเขาตายแล้วจึงได้ยิงตัวเองตาย อย่างไรก็ตามหมอได้ช่วยชีวิตลูกของเธอไว้ได้ ส่วนปวุฒิได้สำนึกผิดจึงได้ออกบวช และยกลูกของเขาให้เอื้อตะวันและอิงฟ้ารับเป็นพ่อแม่ ทั้งสองได้คบหาดูใจกันตลอดไป สำหรับฝาแฝดโอบเดือนได้มีสามี ในขณะที่เอื้อมดาวเสียสติเพราะคิดว่าพี่สาวทิ้งเธอไป เธอจึงได้อยู่ในบ้านสอยดาวอย่างโดดเดี่ยวโดยมีผู้ดูแล และพี่สาวได้มาเยี่ยมบ้างเป็นครั้งคราว

ขอบคุณเรื่องย่อ บ้านสอยดาว จากคุณ Atrosesther S. ค่ะ

นักแสดง บ้านสอยดาว 2539

ปวุติ – อ๊อฟ อภิชาติ พัวพิมล
เยี่ยมรุ้ง – น้ำฝน กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์
แอบจันทร์ – อ้อน เกวลิน คอตแลนด์
เอื้อตะวัน – อั๊ต อัษฎา พานิชกุล
อิงฟ้า – ทราย เจริญปุระ
โอบเดือนกับเอื้อมดาว – ดลยา-ดาเรศ อมลัษเฐียร

นักแสดงรุ่นเด็ก
แอบจันทร์ – ด.ญ.สาวิกา ไชยเดช
เอื้อตะวัน – ด.ช.ปรมัติ ธรรมมล

คุ้มนางครวญ

คุ้มเวียงแก้วอายุราว  200 ปี มีเจ้าเก็จถวา(พิสมัย วิไลศักดิ์)วัย 70 ปีเป็นเจ้าของคุ้มเวียงแก้วเป็นคุ้มมหึมางดงาม แต่ไม่มีใครรู้ว่า ห่างออกไปราว 2กิโลเมตร มีคุ้มร้างริมปิงผุผังอยู่หลังหนึ่ง   ที่คุ้มร้างนั้นมีข่าวว่าเป็นคุ้มผีสิงเคยมีวัยรุ่นมาลองของและเจอผีจนต้อง หนีจับไข้หัวโกร๋น แต่ความจริงแล้วที่นี่มีแก็งค์ค้ายาเสพติดมาลักลอบใช้เป็นที่กบดานและเรื่อง ผีก็เป็นเรื่องที่พวกนี้สร้างขึ้น   เพื่อกันไม่ให้มีใครมายุ่งกับคุ้มร้าง นี้
ฐาปกรณ์ (โอลิเวอร์ บีเบอร์)ผู้กำกับและมาดามสุ(ศิขรินธาร พลายพฤติ)ภรรยาสาวสวยที่เป็นผู้จัด ได้รับคำสั่งจากช่องให้ทำละครพีเรียด โดยวางตัว ตรีภพ(ยุทธนา เปื้องกลาง)เป็นพระเอก ตรีภพมีเพื่อนสนิทคือแก้ว(อนุชิต สพันธุ์พงษ์)นักเขียนหนุ่มถังแตก ตรีภพเสนอให้แก้วเป็นคนทำพล็อตละครเรื่องนี้

คืนหนึ่งเกิดพายุใหญ่  ฟ้าผ่าลงมาที่ยอดคุ้มพวกแกงค์ค้ายาเจอห้องใต้ดินมีหลุมศพซ่อนอยู่ และในคืนนั้นเอง พวกมันก็เกิดการทะเลาะวิวาทจนฆ่ากันเองเลือดซึมลงในหลุมศพ ปลุกให้วิญญานเจ้านางยอดหล้า(สาวิกาไชยเดช) พร้อมบริวารคือ นางผัน(สิตางค์ ปุณภพ) นางเผื่อน(ลักขณา วัธนวงส์ศิริ) ตื่นจากการถูกกักขังซึ่งวิญญาณยอดหล้าได้เฝ้ารอการกลับมาของตรีภพคนรักของ เธอมานานแสนนาน

พิมพ์ดาว(มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ)นางร้ายนิสัยดี อยู่กับแม่จันทรา(พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์)ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเป็นนักปฏิบัติธรรมกับน้องสาวชื่อ พิมพ์เดือน(ธนิดา ธนวัฒน์)นักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ปีสุดท้าย พิมพ์ดาวไปงานอีเวนท์และได้พบกับตรีภพทั้งสองมีเรื่องเข้าใจผิดจนเกิดเขม่น กันขึ้น  ส่วนฟากมาลาริน(พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า)นางเอกสาวสวยใสแต่ตัวจริงแรดร้าย ก็แอบปลื้มตรีภพ เลยขอให้บีบี(มอริส เค)ผู้จัดการนักปั้นมือทองของเธอใช้เส้นสายจนช่องให้เป็นนางเอกคู่ตรีภพ

แก้วส่งเรื่องย่อ “คุ้มนางครวญ” เป็นมินิซี่รีย์รัก 3เส้าระหว่างสองเจ้านางกับหนุ่มเมืองใต้(พระนคร) ช่องอนุมัติ และให้เปิดกล้องทันที ในตอนแรกฐาปกรณ์กลัวความไม่มีวินัยของแก้ว แต่จู่ๆ  เพียงแค่ 3 วัน บททั้งเรื่องก็ถูกส่งมา  ทีมงานทุกคนพอใจในบทและมีการวางตัวเพิ่ม ตรีภพเสนอฐาปกรณ์ให้เลือกพิมพ์ดาวมารับบทนางร้ายเพราะอยากตอแยกับเธอต่อ

ฐาปกรณ์เตรียมงานไปดูโลเคชั่นที่ อ.เวียงแก้ว พ่อเลี้ยงธาดา(ศตวรรษ ดุลยวิจิตร)มาต้อนรับทีมงาน ส่วนแก้วเชิญให้ทุกคนพักที่คุ้มเวียงแก้ว ฐาปกรณ์เลือกคุ้มหลวงเป็นฉากหลักแก้วเสนอห้องพักมากมายให้นักแสดง แถมยังมีเรือนรับรองกว้างอีก 2หลัง แม้ว่าจะมีคนเมาท์ว่าที่นี่มีผี แต่มาดามสุก็ไม่สนเพราะจะได้ลดค่าใช้จ่ายและคิดถึงกำไรที่จะเพิ่มขึ้น

ฐาปกรณ์วางแผนจะถ่ายละครทั้งเรื่องที่เวียงแก้ว ไม่ว่าจะเป็นฉากป่า  บ่อน้ำพุร้อน  ฉากคุ้มหลวงที่คุ้มเวียงแก้วรวมทั้งการเซทฉากเพิ่มเติมอื่นๆ  โดยจะมีคิวถ่ายให้เสร็จในเดือนเดียว  บีบีโวยวายที่จะต้องไปต่างจังหวัดนานๆ  แต่มาลารินหวังใกล้ชิดตรีภพจึงยอมเทคิวให้
พิมพ์ดาวเตรียมตัวเดินทางไปเวียงแก้ว จันทรานั่งสมาธิเห็นนิมิตยอดหล้าและฝูงอีกา  เธอจึงมอบเขี้ยวเสือไฟให้พิมพ์ดาวพกติดตัวไว้กองละครเดินทางไปเวียงแก้ว  ตรีภพและพิมพ์ดาวรู้สึกแปลกๆ กับคุ้มแห่งนี้ แม้จะมีข่าวผีเฮี้ยนเล็ดรอดออกมาจากทีมงาน แต่ฐาปกรณ์ก็สั่งให้ทุกคนหุบปาก   ส่วนราเชนทร์(อิสริยะ ภัทรมานพ)ดาราไฮโซติดยาและเป็นหนึ่งในแกงค์พ่อเลี้ยงธาดาที่อยากได้งาน เลยไปใช้เสน่ห์ออดอ้อนมาดามสุให้ได้เล่นละครด้วย  ราเชนทร์เกิดชอบพิมพ์ดาว และเธอเองก็ทำดีกับราเชนทร์ ทำให้ตรีภพเริ่มไม่พอใจเพราะความหึงพิมพ์ดาว
ในวันบวงสรวง  ฐาปกรณ์กับมาดามสุจะจัดไหว้เจ้าที่เล็กๆพอเป็นพิธี แต่บีบีกลับไปพาพิธีกรรายการล่าท้าผี ทั้งชายหญิงมาเป็นเจ้าพิธี 2 พิธีกรยกเมฆด้นสดพูดถึงความดีงาม ศิริมงคล ทันใดนั้นก็มีศพตกจากยอดคุ้มลงกลางโต๊ะเครื่องเซ่น สองพิธีกรกรี๊ดแตกหนีกลับกรุงเทพ  มาลารินเลยฉวยโอกาสแสร้งทำเป็นกลัวเพื่อให้ตรีภพคอยดูแล

ระหว่างการถ่ายทำ   อำนาจเขี้ยวเสือไฟบังตาทำให้ยอดหล้ามองไม่เห็นพิมพ์ดาว  ยอดหล้าจึงพุ่งความโกรธแค้นหึงหวงไปที่มาลาริน  มาลารินเจออุบัติเหตุต่างๆ ระหว่างถ่ายทำ ในตอนแรกบีบีเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของพิมพ์ดาว แต่ต่อมา ทุกคนในกองถ่ายเริ่มรู้สึกว่ามีอันตรายที่มองไม่เห็นอยู่รายรอบตัว

คืนนั้นยอดหล้าสะกดตรีภพและส่งรถม้าปีศาจไปรับ  แต่มาลารินดันย่องเข้าไปหาตรีภพและหลงตามไป  มาลารินเห็นรถม้าแล่นสู่กำแพงต้นไม้ที่แหวกเป็นช่องจนถึงคุ้มร้างริมปิง ยอดหล้าสะกดตรีภพให้เห็นคุ้มร้างเป็นคุ้มสวยงาม   ยอดหล้าเอาใจตรีภพด้วยการเล่นซึงเพลงรักที่ในอดีตชาติเคยแต่งให้เธอ ตรีภพเคลิบเคลิ้ม แต่มาลารินเข้าไปเห็นยอดหล้าในสภาพโปร่งแสงก็กรี๊ดแตก  ยอดหล้าทำร้ายมาลาริน  ตรีภพตื่นจากสะกดและยอดหล้าหายตัวไป  ตรีภพจึงพามาลารินที่สลบกลับคุ้มเอาเกือบเช้า  พิมพ์ดาวเห็นเข้าจึงเข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันแต่มาลารินกลัวผี จนเพ้อและต้องเข้าโรงพยาบาล พิมพ์ดาวเห็นอาการมาลารินแล้วสงสาร จึงให้เขี้ยวเสือไฟกับมาลาริน ทำให้มาลารินอาการดีขึ้นทันที

เมื่อปราศจากเขี้ยวเสือไฟ ยอดหล้าจึงเห็นพิมพ์ดาวและรู้ทันทีว่านี่คือดารารายที่เคยแย่งคนรักของเธอใน อดีตยอดหล้าคลั่งแค้นสุดๆ จึงมาปรากฏกายให้พิมพ์ดาวเห็นในความฝันและสะกดจิตให้เธอจำอดีตชาติได้  พิมพ์ดาวสะดุ้งตื่นจากฝันจึงรู้ว่าตนคือดารารายที่ในอดีตเนิ่นนานเธอเคยแย่ง ตรีภพไปจากยอดหล้าแถมยังฆ่ายอดหล้าตาย และบัดนี้เธอกำลังโดนยอดหล้าตามมาอาฆาตและทวงทุกอย่างคืน

สุดท้ายพิมพ์ดาวจะชดใช้ผลกรรมที่ตนเคยก่อไว้ในอดีตกับยอดหล้าอย่าง ไร?และความรักระหว่างตรีภพและพิมพ์ดาวจะได้สมหวังในชาตินี้หรือไม่?  ตามหาคำตอบได้ใน “คุ้มนางครวญ”
นักแสดงละคร คุ้มนางครวญ
สาวิกา  ไชยเดช    รับบทเป็น  เจ้ายอดหล้า/แสงหล้า
ยุทธนา  เปื้องกลาง   รับบทเป็น  ตรีภพ/หลวงเทพภักดี
มนชนก  แสงฉายเพียงเพ็ญ  รับบทเป็น  พิมพ์ดาว/ดาราราย
พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า  รับบทเป็น  มาลาริน
อนุชิต สพันธุ์พงษ์    รับบทเป็น  แก้ว
อิสริยะ ภัทรมานพ   รับบทเป็น  ราเชนทร์
ธนิดา ธนวัฒน์    รับบทเป็น  พิมพ์เดือน/คุณเพ็ง
โอลิเวอร์ บีเบอร์    รับบทเป็น  ฐาปกรณ์
ศิขรินธาร พลายพฤติ   รับบทเป็น  มาดามสุชาดา
พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์   รับบทเป็น  จันทรา/คุณหญิงอำภา
มอริสเค     รับบทเป็น  บีบี
ศรุต วิจิตรานนท์    รับบทเป็น  มหาจรวย/ครูบาสรี
ศุภกรณ์  กิจสุวรรณ   รับบทเป็น  เถรกระอ่ำ
สิตางค์ ปุณภพ    รับบทเป็น  ผัน
ลักขณา วัธนวงส์ศิริ   รับบทเป็น  เผื่อน
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร   รับบทเป็น  พ่อเลี้ยงธาดา
จักรกฤษณ์ อำมรัตน์    รับบทเป็น  เจ้าแสนอินทร
กชกร  นิมากรณ์    รับบทเป็น  เจ้าหอมุก
สุธิตา  เกตานนท์    รับบทเป็น  เจ้าสร้อยคำ
สันติสุข  พรหมศิริ    รับบทเป็น  เจ้าพระยาพิชิตชัย
พิสมัย  วิไลศักดิ์    รับบทเป็น  เจ้าเก็จถวา
จุ๊บจิ๊บ  เชิญยิ้ม    รับบทเป็น  รัก

 

กุหลาบไฟ

เมื่อมนุษย์ยินยอมให้ความชั่ว มีอำนาจเหนือจิตใจ จนทรยศได้แม้แผ่นดิน ฟ้าจึงส่งหนึ่งนารี..มาพิฆาต เหล่าทรชน ให้หมดสิ้นไป
 
นับตั้งแต่พ่อตายในสนามรบ และแม่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ชีวิตของไศลา (ซาร่า เล็กซ์) ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไศลาต้องลาออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อทำงานส่งเสียน้องทั้งสามคือ อรชร (มิ้นท์ นวินดา), สุทธิพงษ์ (กฤชพล จารุศักดิ์) และ ดารณี (แคทเธอรีน จีน่า มี๊ดส์) อย่างลำบาก ไศลาไม่เคยล่วงรู้เลยว่าสุทธิพงษ์ น้องชายคนเดียว ที่ค่อนข้างหัวอ่อนเริ่มติดยา ส่วนอรชรซึ่งมีนิสัยฟุ้งเฟ้อทะเยอทะยานก็แอบมีสัมพันธ์ลับ ๆ กับชูชิต (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) คนรักของตน และรับรู้เรื่องการค้ายาของชูชิตมาโดยตลอด
 
ธีรธร (พศุตย์ บานแย้ม) รู้สึกผิดหวังอย่างมากที่ไศลา หญิงสาวที่เขารู้สึกประทับใจแต่แรกเห็น กลับกลายเป็นคนร้ายที่เขาต้องตามล่า และแล้วเหมือนพรหมลิขิต เมื่อไศลาตัดสินใจแอบเข้าไปถ่ายรูปยาเสพติดที่ซ่อนไว้ เพื่อเป็นหลักฐานส่งให้ธีรธร เมื่อธีรธรได้เห็นภาพเหล่านั้น เขาจึงเห็นถึงความมุ่งมั่น ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องของไศลา
 
ธีรธรจึงพาไศลามาฝากไว้ที่บ้านคุณนายวงทอง (นัฐฐา ลอยด์) ผู้เป็นแม่ โดยบอกวงทอง และนิ่มนวล (เพชรลดา เทียมเพชร) ผู้เป็นน้องเลี้ยง และทำงานเป็นพยาบาลว่า ไศลาเป็นหญิงที่ถูกหลอกมาขายบริการ ทำให้นิ่มนวลไม่ค่อยพอใจนัก เพราะตนเองแอบชอบธีรธรอยู่ แถมยังรู้สึกดูแคลนไศลาด้วยซ้ำ
 
ชูชิตและอรชรรู้ว่าไศลาเป็นคนบอกตำรวจว่าตนค้ายาเสพติด จึงพาลูกน้องตามมาจับตัวไศลาที่บ้าน แต่ทั้งคู่กลับพบเพียงดารณีน้องสาวคนสุดท้อง อรชรคิดว่าดารณีไม่ยอมบอกที่ซ่อนของไศลา จึงถกเกียงกับดารณี จนเผลอหลุดปากบอกดารณี เรื่องความสัมพันธ์ของตัวเองกับชูชิตและเรื่องการค้ายา ดารณีโกรธมากจึงต่อว่าอรชรอย่างรุนแรง ชูชิตกับลูกน้องกลัวว่าดารณีจะไปบอกตำรวจ จึงเข้าไปห้ามและพลั้งมือฆ่าดารณีตาย
 
การตายของดารณีทำให้ไศลาแค้นใจมาก ฉวยจังหวะที่ธีรธรไม่อยู่ แอบหนีออกจากบ้าน บุกเดี่ยวลุยเข้าไปที่รังของชูชิตทันที โดยไม่กลัวตาย และในที่สุดไศลาก็ไม่สามารถสู้พวกลูกน้องของชูชิตได้ ไศลาจึงถูกจับไปโยนทิ้งที่หน้าผา ทำให้ทุกคนคิดว่าไศลาตายแล้ว
 
เมื่อไศลาฟื้นขึ้นมา จึงรู้ว่าชายผู้ที่ช่วยตนไว้ คือนักพรตเมฆขาว (เล็ก ไอศูรย์) นั้นเอง นักพรตรักษาไศลาจนแข็งแรง พร้อมกับฝึกให้ไศลามีพลังจิตที่กล้าแข็ง เพื่อรับมอบวิชา เนตรอัคคี ไศลาคือคนที่นักพรตรอคอย และเป็นผู้ที่ถูกเลือกแล้ว เพื่อทำหน้าที่ปกป้องความดี ทำให้คนชั่วรู้จักบาปบุญคุณโทษ ไศลารับปากทันที เพราะนั่นคืออุดมการณ์ที่พ่อปลูกฝัง และต้องการแก้แค้นคนที่ฆ่าน้องและตน แต่นักพรตขาวกลับขอให้ไศลาให้สัจจะแก่ตนสองข้อ คือ ห้ามประพฤติผิดในกาม และห้ามฆ่าคนเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นวิชาและพลังจิตที่ได้รับจะสูญสลายไป ไศลารู้สึกผิดหวังมาก เหมือนนักพรตเมฆขาวจะรู้ใจของไศลา นักพรตเมฆขาวจึงได้ไขปัญหาให้ไศลาได้เข้าใจว่า การฆ่าไม่ใช่การแก้ปัญหา หากต้องการทำให้โลกสงบสุข ต้องทำให้คนชั่วสำนึกถึงความผิดชอบชั่วดี และนี่ก็คือ ภารกิจที่ไศลาต้องกระทำ ติดตามชม ละครกุหลาบไฟ
 
รายชื่อนักแสดงนำ กุหลาบไฟ
 
พศุตย์  บานแย้ม   รับบท   ธีรธร
ซาร่า  เล็กซ์   รับบท   ไศลา
วรฤทธิ์  เฟื่องอารมย์   รับบท   ชูชิต
ลภัสสรดา  ช่วยเกื้อ   รับบท   นาถสุดา
เพชรลดา  เทียมเพชร   รับบท   นิ่มนวล
สโรชา  วาทิตตพันธ์   รับบท   กมลา
นวินดา  เบอร์ต๊อตตี้   รับบท   อรชร
กรุณพล  เทียนสุวรรณ   รับบท   พันธ์พงษ์
พัฒนะ  พันธุ์เทวะ   รับบท   จ่านิด
กิตติธัช  ประดับ   รับบท   เทพ
นัฐฐา  ลอยด์   รับบท   วงทอง
จักรกฤษณ์  อำมะรัตน์   รับบท   ดุลยศักดิ์
ทนงศักดิ์  ศุภการ   รับบท   เสริมพงษ์
สัจจากาจ  จิตรพึ่งธรรม   รับบท   หมอนพรัตน์
เล็ก  ไอศูรย์   รับบท   นักพรตเมฆขาว
เวนส์  ฟอลโคเนอร์   รับบท   นักพรตเมฆดำ
กฤชพล  จารุศักดิ์   รับบท   สุทธิพงษ์
ข้าวขวัญ  กฤษณโสภา   รับบท   ธิดารัตน์
แคทเธอรีน  จีน่า  มี๊ดส์   รับบท   ดารณี

ดาวเคียงเดือน

เมื่อดาริกาหลานสาวสัปเหร่อตบะกล้า ผู้ยึดมั่นในคานและมองเห็นเงินเป็นสรณะ กลับต้องมา สะดุดหัวใจตัวเองจนหัวทิ่มหัวตำเมื่อได้พบกับพระจันทร์ผู้เลิศเลอ ปรากฏการณ์ดาวเกี้ยวเดือนจึงกลับมา ย้อนรอยอีกครั้งหนึ่ง
 
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ ดาริกา หลานสาวสัปเหร่อวัย 23 ถูกไหว้วานจาก พุดตาน เพื่อนสนิทที่จะต้องไปดูงานที่ต่างประเทศให้เฝ้าคอนโด ดาริกาตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เพราะนี่จะเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่เธอจะได้อยู่ห้องราคาหลายล้านบาท แทนห้องเช่ารายเดือนราคาหลักพันอันเป็นที่พักอาศัยของเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แล้วยิ่งคอนโดแห่งนี้อยู่ใกล้บริษัทออร์แกไนซ์ที่ทำงานของเธอ ดาริกาก็จะสามารถประหยัดงบการเดินทางไปได้อีกมาก งานนี้มีแต่สบายตัวสบายเงินในกระเป๋า…สบายใจโดยไม่ต้องพึ่งผู้ชาย
 
สาเหตุที่ดาริกาไม่เคยสนใจผู้ชาย เพราะเธอกลัวการชีวิตคู่ อันเป็นผลมาจากเรื่องราวความรักของ กุสุมา แม่ของดาริกาที่ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน กุสุมาลูกสาวของ ทศ สัปเหร่อและ มรรคทายกประจำวัด พบรักกับนายตำรวจชั้นประทวนจึงหนีตามกันไป ทิ้งความอับอายไว้ให้ผู้เป็นบิดา แต่แล้วความเจ้าชู้ของสามีก็ทำให้กุสุมาทนไม่ได้ ขอหย่ากับเขาแล้วอุ้มลูกน้อยในท้องกลับมาอยู่กับบิดาเหมือนเดิม เด็กหญิงดาริกาเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน บ้านของเธอทำจากฝาโลงศพ ทำให้เธอไม่ค่อยมีเพื่อนมาเล่นด้วยเท่าไหร่เพราะกลัวผี แต่เด็กหญิงกลับภาคภูมิใจว่าบ้านของเธอเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร และฐานะที่อัตคัดทำให้ดาริการู้จักคุณค่าของเงินมาตั้งแต่เล็กจนโต ดาริกาอาศัยอยู่ในคอนโดหรูอย่างสุขใจได้ไม่กี่วัน เธอกับ วรางค์ เจ้านายสาววัยสามลิบแปดต้อง หัวหมุนกับการจัดงานครบรอบ 50 ปีของห้างสรรพสินค้าแกรนด์ เนื่องจากถูกคำสั่งฟ้าผ่าจาก หม่อม หลวงจันทรกานต์ ทัศนัย ชายหนุ่มผู้เพอร์เฟคท์ทั้งหน้าตาและฐานะ จบปริญญาโทจากฮาร์วาร์ดด้วย วัยเพียง 26 ปี และเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ คุณดาราราย สาวสังคมผู้โด่งดังในความแลบซ่าส์กับ ม.ร.ว. จันทร ทัศนัย หนุ่มนักธุรกิจเจ้าเสน่ห์คนดัง
 
จันทรกานต์เป็นหนุ่มระเบียบจัด บ้าความสมบูรณ์พร้อมตั้งแต่เสื้อผ้าที่ต้องเรียงเฉดสีไปจนถึงแก้วน้ำที่ต้องมีจานรองทุกใบ คุณชายจันทร์ผู้พ่อได้ให้เวลาศึกษางานกับคุณจันทร์ผู้ลูก 2 ปี หลังจากนั้นคุณจันทร์ต้องขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของห้างแกรนด์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเครือแกรนด์กรุ๊ป เนื่องจากคุณชายจันทร์และดารารายกำลังบุกเบิกห้างสรรพสินค้าในอาเซียน จึงต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่เสมอ จันทรกานต์ผู้เงียบขรึม อ่อนโยน ไม่เคยปฏิเสธใคร ได้รับความกดดันอยู่เงียบ ๆ เขารู้ดีว่าผู้จัดการทั่วไปคนปัจจุบัน เพชร หนุ่มวัยกลางคน เจ้าระเบียบและเข้มงวด กำลังเพ่งเล็งเขาอยู่ อีกทั้งเพชรยังสอนพนักงานผู้จัดการฝ่ายบุคคลสาวโอลด์เมดชื่อ ยุพา ให้ดูถูกต่อต้านจันทรกานต์ ชายหนุ่มที่จะมาเป็นเจ้านายคนใหม่ว่าใช้เส้นบ้าง กระดูกอ่อนบ้าง พ่อแม่เข้าข้างลูกรักลูกเกินไปบ้าง จันทรกานต์ต้องพิสูจน์ตัวเองให้พนักงานนับพันในห้างแห่งนี้เคารพเขาให้ได้ภายใน 2 ปี ความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ภายในทำให้จันทรกานต์เป็นโรคกระเพาะ ปวดท้อง และทำให้เขาเครียดกว่าปกติ งานเลี้ยงนี้เป็นงานแรกที่จันทรกานต์ต้องแสดงฝีมือจัดขึ้น ความเจ้าระเบียบทำให้พนักงานของบริษัทออแกไนซ์หัวปั่น ดาริกาต้องวิ่งวุ่นเปลี่ยนของทุกอย่างในงานให้เนี้ยบหรูตามพระบัญชาของพ่อเจ้าประคุณที่ดาริกาก็ไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน
 
จันทรกานต์เบื่อหน่ายกับอาการคลั่งลูกชายของผู้เป็นแม่ เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่คอนโดห้องข้าง ๆ ดาริกา ด้วยเหตุบังเอิญดาริกาเกิดเข้าใจผิดว่าจันทรกานต์กับ วิวิทธ์ หนุ่มมาดเซอร์ เลขาส่วนตัวเป็นคู่รักชายรักชาย ดาริกาชื่นชมชายหนุ่มทั่งสอง แถมยังช่วยประกาศให้โลกรู้ว่าเขารักกัน ! และแล้วก็เกิดเรื่องโกลาหลขึ้น เมื่อพระเอกคนดังจอมเจ้าชู้ แมกซ์ ที่ถูกวางให้แสดงเป็นเจ้าชายสายฟ้าอัฐเชิญกุญแจ เกิดไม่พอใจที่ดาริกาไม่ยอมไปนอนด้วย ถอนตัวกะทันหัน วรางค์โวยวายร้องไห้ ดราม่าตัวแม่เหมือนเคย จน อาร์ตี้ หนุ่มครีเอทีฟ ประจำบริษัทต้องเข้าปลอบโยน และตามระเบียบดาริกาผู้มีสติกว่าใครเพื่อนก็เข้าแก้ปัญหา ด้วยการดึงหนุ่มหล่อที่ยืนขรึมสังเกตการณ์เข้ามาแสดงแทน จันทรกานต์นั่นเอง
 
ในเมื่อมั่นใจว่าเขาเป็นเกย์ แต่ไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นใคร ด้วยความรีบที่ขาดสติ ดาริกาประเมินว่าหนุ่มควีนคนนี้คงเป็นพนักงานบริษัททั่วไป ดาริกาจัดการลากจันทรกานต์เข้าห้องปิดประดูถอดเสื้อ ปากก็ด่าว่าหม่อมหลวงเจ้าของห้างคนดังจอมเรื่องมากว่าต้องเอาตายแน่หากงานไม่เรียบร้อย แล้วชโลมครีมกากเพชรจนทั่วแผงอกเปลี่ยนเสื้อให้ ระหว่างนั้นก็พร่ำพูดเรื่องความหล่อของชายหนุ่มพร้อมกับปลงอสุภะกัมมัฏฐาน นึกถึงความไม่เที่ยงของสังขารอย่างที่ตาเธอเคยสอนมา ชายหนุ่มนึกขำกับอาการพูดปากจัดของดาริกา ที่มองเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มหน้าหล่อตำแหน่งต๊อกต๋อย จันทรกานต์เองก็มองความน่ารักยามใกล้ชิดของดาริกาเพลินไป จนต้องสะบัดหัวแรง ๆ เหมือนกัน ดาริกาให้กำลังใจในการขึ้นสลิงเสร็จสรรพ โดยจันทรกานต์พยายามตอบโต้ แต่ดาริกาไม่ยอมฟัง ใช้เท้าถีบเขาร่อนลงมาเพื่อให้เขาแสดงจนสมบทบาท ! และแล้วดารารายก็เป็นลมเมื่อเห็นลูกชายสุดที่รักโหนสลิงลงมา ดารารายรบถามหาใครนะที่ทำให้ จันทรกานต์ทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้ได้ ดาริการบมุดใต้โต๊ะ เขาคือจันทรกานต์ว่าที่เอ็มดีจอมเฮี้ยบหรอนี่ แต่สำหรับจันทรกานต์ ในเมื่องานเสร็จเขาก็ได้ทีเปิดปากที่ปิดไว้มานาน เช็คบิลสาวปากมากอย่างดาริกาทันทีเรื่องด่าเขาลับหลัง จันทรกานต์จัดการกรดคำคม ๆ ด่าดาริกาอย่างเจ็บแลบแบบผู้ดีแท้ ๆ จนดาริกาจ๋อยสนิท
 
หลังจากเสร็จงานจนดึกดื่น ดาริกาก็พุ่งตรงกลับคอนโดหรูทันทีด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่แล้วเธอก็เจอเรื่องไม่คาดฝันเข้า เมื่อพบจันทรกานต์ยืนโอนเอนคล้ายคนเมาอยู่หน้าห้องมองเธอด้วยสีหน้าสะลึมสะลือ แล้วบอกกับเธอว่าช่วยด้วย ก่อนร่างหนาจะสลบเหมือดคาแทบเท้าของดาริกา ดาริกาจึงช่วยพาจันทรกานต์เข้ามาหลบซ่อนในห้องของเธอ จันทรกานต์ถูกมอมยา ! โดย พิชญา หรือ ชาย่า สาวสวยหุ่นสะบึม ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของจันทรกานต์ พิชญาติดตามมาหึงหวงหลังจากรู้ว่าจันทรกานต์นอนอยู่ในห้องของดาริกาซึ่งอยู่ติดกับห้องของจันทรกานต์ตลอดทั้งคืน พิชญาพูดจาไม่ดีกับดาริกา เลยถูกหลานสาวสัปเหร่อตอกกลับอย่างเจ็บแสบ เพราะคนอย่างดาริกาไม่เคยยอมใคร โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ยุติธรรม เธอจะพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาเสียจนคนฟังอย่างพิชญาต้องหงายเงิบ พิชญาหมายปองจันทรกานต์มานานหลายปี ตั้งแต่ชายหนุ่มเรียนอยู่ที่อเมริกา เธอคอยตามให้ท่าเขาแต่ไม่เคยสำเร็จสักที ไม่เหมือนกับ หม่อมหลวงจักรพัฒน์ ทัศนัย ลูกพี่ลูกน้องของจันทรกานต์ผู้มีนิสัยอ่อนโยน สุภาพ แต่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง
 
พิชญาเบื่อหน่ายที่จะต้องวิ่งตามจันทรกานต์ เธอจึงตัดสินใจเบนหัวรถมาทางจักรพัฒน์ที่หลงรักเธออย่างหัวปักหัวปำแทน เพราะไหน ๆ เขาก็เป็น ทัศนัย เหมือนกัน แต่พอแต่งงานกันไปแล้ว พิชญาถึงรู้ว่าครอบครัวของจักรพัฒน์ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรเลย จักรพัฒน์เป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของบริษัทแกรนด์กรุ๊ป ก็เปรียบเสมือนพนักงานคนหนึ่งของบริษัทเท่านั้น หนำซ้ำเขาก็ยังจืดชืด น่าเบื่อ พิชญาก็เลยกลับมาหมายปองจันทรกานต์และหมายมั่นปั่นมือว่าจะครอบครองเขาให้ได้ และแผนใส่ยานอนหลับลงในเครื่องดื่มของจันทรกานต์เมื่อคืนก็เป็นหนึ่งในแผนลับเขา เธอตั้งใจจะรวบหัวรวบหางเขาให้สำเร็จ แต่จันทรกานต์รู้ตัวเสียก่อนก็เลยหนีหายไปจากงาน เขาไม่ยอมปล่อยให้ฤทธิ์ยาครอบงำสติ พิชญาขับรถตามเขามาที่คอนโดก็ไม่เห็นเขาแล้ว พิชญาจึงได้แต่เสียดายแต่ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ รูปภาพเจ้าชายสายฟ้าติดปีกขาวลอยลงมาท่ามกลางหมู่ดาว ถูกกระจายทั่วแผงแมกกาซีน สาว ๆ สังคมหลงใหลจันทรกานต์ชั่วข้ามคืน ดารารายประกาศออกไป ภายในสองปี จันทรกานต์ต้องพิสูจน์ตัวเองเรื่องงาน ต้องเป็นเอ็มดีของห้างแกรนด์ที่ประสบความสำเร็จและต้องหาคู่เป็นสาวสมบูรณ์แบบให้สำเร็จภายใน 2 ปีเช่นกัน
 
ระหว่างนั้น อิงฟ้า ลูกสาว ม.ร.ว.อรชร สาวสวยอาร์ติสท์มากฝีมือ เกิดทะเลาะกับแม่เจ้ายศเจ้าอย่างที่ชอบบงการชีวิตหนีเข้ามาในห้าง วิวิทธิ์เข้าไปช่วยเหลือดาราราย คุณชายจันทร และจันทรกานต์ จึงได้รู้จักกับอิงฟ้าในฐานะประธานชมรมหาทุนเพื่อเด็กเร่ร่อน ดารารายรู้สึกชอบที่อิงฟ้าเป็นคนจิตใจดีและน่าจะสนิทสนมกับจันทรกานต์โดยง่าย จึงพยายามจับคู่ทั้งสอง โดยเสนอตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายศิลป์ในห้างแกรนด์ให้แก่อิงฟ้า และอิงฟ้าก็ตอบตกลงแท้จริงแล้วอิงฟ้ามีใจให้วิวิทธิ์ เพราะประทับใจที่วิวิทธิ์ให้ความช่วยเหลือเธอและเด็กเร่ร่อนทั่งสามคน ได้แก่ ข้าวตอก (เด็กนักล้วงกระเป๋า), ดอกไม้ (เด็กนักโกหกขอเงิน) และ ทุย (เด็กนักสะเดาะกลอน) โดยไม่รังเกียจ ไม่มีใครรู้ว่าความสัมพันธ์ของอิงฟ้าและวิวิทธิ์แอบพัฒนาไปอย่างเงียบ ๆ วิวิทธิ์นั้นเมื่อแรกเขาเจียมตัวว่าต้อยต่ำ พยายามเอาตัวออกห่างจากอิงฟ้าเสมอ ๆ แต่เขาก็ใจอ่อน เพราะอิงฟ้านอกจากสวยเปรี้ยวเกินห้ามใจแล้ว ยังหาเรื่องทำชมรมทั้งที่ไม่มีความสามารถ เรียกได้ว่ามีใจ แต่ไม่มีความรู้ อิงฟ้ามักจะตามวิวิทธิ์ไปหาที่บ้านเพื่อจัดการเรื่องเงินทุนชมรมอยู่เนือง ๆ และถ้าวิวิทธิ์ไม่มา อิงฟ้าก็จะให้ทุยงัดบ้านมาหาอยู่ดี จนวิวิทธิ์ไม่สามารถปฏิเสธสาวนักตื๊ออย่างหล่อนได้
 
วันหนึ่งดารารายประกาศจัดงานเต้นรำที่วังทัศนัยเพื่อหาคู่ให้กับจันทรกานต์ คุณชายจันทรพยายามท้วงติง ดารารายก็งอนจนพ่อลูกอ่อนใจ ดารารายเริ่มคัดเลือกหาสาวงามที่ควรคู่กับลูกชาย เหมือนที่เธอทำกับตัวเองไม่มีผิด เธอได้รายชื่อสาวไฮโซ ฐานะและตำแหน่งคู่ควรเพิ่มมาอีกสองคนจากกูเกิล
 
1.ไฮโซฮอตที่สุด : เหมาะเป็นหน้าตาให้แก่ธุรกิจ ไฮโซยุคนี้ต้องได้กับดารา ดารารายได้ชื่อของดาราสาวสวย ไฮโซ ซุป’ตาร์สุดฮอตแห่งยุค ตรีชฎา หรือ แพตตี้
 
2.ไฮโซเรียบร้อย นิสัยดี : เหมาะเป็นแม่บ้านแม่เรือน เป็นศรีสง่าแก่วงศ์ตระกูล จันท์หอม หรือ ลูกจัน จากตระกูลเก่าแก่ เหมือนกับทัศนัย และแน่นอน อิงฟ้ายังคงติดโผเป็นสาวสวยคนที่สามที่ดารารายหมายปอง
 
จันทรกานต์เห็นกระบวนการเหล่านี้ของแม่แล้วรู้สึกอาหารไม่ย่อย กรดไหลย้อนขึ้นมาอีก ก่อนที่งานเลี้ยงเต้นรำ เจ้าชายของซินเดอเรลล่าจะถูกจัดขึ้น จันทรกานต์ต้องทำอะไรสักอย่าง จันทร์กานต์เคาะประตูห้องข้าง ๆ ขอให้ดาริกามาเป็นเลขาฯ ให้ตน เพื่อจัดการเรื่องผู้หญิงต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ตนจะได้มีสมาธิทำงาน จันทรกานต์ยื่นข้อเสนอให้ดาริกาด้วยการให้เงินเดือนมากกว่าที่ทำงานเก่าสามเท่า ดาริกาปฏิเสธเพราะสงสารและผูกพันกับวรางค์ จันทรกานต์มึนงง เขาเข้าใจว่าดาริกาเป็นคนงกมาก ควรจะจัดการได้ง่าย ๆ แต่ทำไมไม่เป็นเช่นนั้น ดาริกาบอกว่า สำหรับหล่อนมิตรภาพก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน จันทรกานต์คาใจมาก เขาไม่อยากยอมแพ้ เขาเริ่มเคาะห้องดาริกาบ่อย ๆ เพื่อสร้างมิตรภาพในฐานะเพื่อนบ้าน แต่ยิ่งสร้างดาริกากับจันทรกานต์ก็ยิ่งทะเลาะกัน เพราะจันทรกานต์กับดาริกามีความแตกต่างกันเรื่องไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ดาริกามักหงุดหงิดที่จันทรกานต์นิ่งเฉย เนี้ยบ เหมือนหุ่นยนต์ หงุดหงิดที่จันทรกานต์ใช้น้ำ ใช้น้ำมัน ใช้ข้าวของเสียแล้วทิ้งโดยไม่ส่งซ่อม จันทรกานต์กินอยู่ทิ้งขว้าง ยิ่งหล่อนด่าหล่อนก็ยิ่งเหมือนคนแก่ขี้บ่น
 
แต่สำหรับจันทรกานต์เขารู้สึกตรงข้าม หมู่นี้เขาต้องพบปะเพื่อนฝูงไปงานปาร์ตี้ตามคำสั่งของแม่ต้องออกสังคมเพื่อเชื่อมธุรกิจ เขาพบเพื่อนเก่าของเขาในสังคมเดียวกันที่ตรงข้ามกับดาริกา กลายเป็นเขาเริ่มรู้สึกว่าวิถีชีวิตที่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของดาริกา คำด่าคำเยาะเย้ยถากถางที่เป็นนิสัยของดาริกาเริ่มวนเวียนในหัว และทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป ยิ่งวันที่พ่อแม่เขาเริ่มเดินทางไปเมืองนอก เขาเกิดความรู้สึกเหงา เขาเลือกไปหาดาริกาที่ห้องเพื่อกินบะหมี่สำเร็จรูป ดูละครไทยกับดาริกาที่ห้องเป็นครั้งแรก แม้คืนนั้นเขาจะนั่งด่าละครไทย จนดาริกาไล่ออกจากห้อง แต่ความผูกพันของทั้งสองเพิ่มมากขึ้น ดาริการู้สึกเห็นใจที่เขาต้องการทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ดาริกาจึงตอบตกลงไปเป็นเลขาฯ ของจันทรกานต์
 
วรางค์ดราม่าร้องไห้ที่ดาริกาลาออก ดาริกาปลอบโยนวรางค์ วรางค์ปลอบใจตัวเองว่าก็ดีเหมือนกัน ไปหาดาริกาที่ทำงานจะได้เจอวิวิทธิ์ เจอคุณจันทรกานต์ อาการบ้าผู้ชายของวรางค์มักทำให้อาร์ตี้หงุดหงิด เพราะอาร์ตี้แอบชอบสาวสะพรั่งใกล้หลักสี่อย่างวรางค์มานานแล้ว แต่วรางค์แกล้งทำไม่รู้ เพราะอายที่จะกินเด็กในที่ทำงานตัวเอง โชคดีของดาริกายังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะจันทรกานต์ยังมีน้ำใจให้เธอนั่งรถไปทำงานและกลับพร้อมเขาด้วย การได้นั่งเคียงข้างหนุ่มหล่อในรถหรูทำให้ใจสาวหวั่นไหว แต่ท่าทีนิ่งเฉยเย็นชาของจันทรกานต์และปริบทความร่ำรวยที่รายล้อม ก็มักเบรกอารมณ์ให้ดาริกานิ่งลงอยู่บ่อย ๆ ด้วยนิลัยที่แตกต่างกัน ทั้งสองมักมีความขัดแย้งกันเนือง ๆ และด้วยความขัดแย้งนี่เอง ทำให้ดาริกายิ่งมั่นใจว่าตนเป็นได้แค่ลูกน้อง แต่จันทรกานต์กลับยิ่งผูกพันกับดาริกา จันทรกานต์สั่งให้วิวิทธิ์จัดโต๊ะทำงานของดาริกาเอาไว้ในห้องทำงานเดียวกับเขาไปเลย และให้วิวิทธิ์ช่วยสอนงานให้ดาริกาด้วย แล้วความน่ารักสดใสเป็นกันเองของดาริกาก็ทำวิวิทธิ์กับดาริกาสนิทกันได้ไม่ยาก วิวิทธิ์จับลังเกตได้ว่าดาริกาเค็ม เพราะหญิงสาวแนะนำให้วิวิทธิ์ประหยัดของทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ และนั่นก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของดาริกาที่ไม่เหมือนใคร
 
งานเลี้ยงจับคู่ที่วังทัศนัยเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สาวฮอตทั่วพระนครมารวมตัวกัน เพื่อให้จันทรกานต์ได้ยลโฉม ได้พบปะพูดคุย ดารารายมีเวลาแค่สองชั่วโมงในการถ่ายรูปสีหน้าของลูกชายกับสาวต่าง ๆ ก่อนบินกลับไปทำงานที่บรูไน ดารารายดีใจที่สามสาวของเธอ แพตตี้ ลูกจัน และอิงฟ้าเข้าวิน เป็นสามคนที่นาฬิกาจับเวลาของดารารายบ่งชี้ว่า จันทรกานต์คุยด้วยนานที่สุด ดารารายจึงไม่รู้เลยว่า จากนั้นเพียงแค่ 30 นาที สาว ๆ ที่เชิญมาก็เขม่นกันเอง เกิดการตบตีแย่งตัวจันทรกานต์ จนดาริกาต้องออกโรงปกป้อง โชว์ลีลาพาจันทรกานต์หนีไปช่อนในตู้เสื้อผ้าลองต่อสอง จนกระทั่งผลอยหลับกันไปทิ้งจันทรกานต์และดาริกาไว้ ดารารายรับรู้เรื่องราวในคืนนั้นและชื่นชมดาริกามาก ดาริกาเองก็ชื่นชมความน่ารักของดารารายสองสาวนิสัยเหมือนกันถูกคอกันรวดเร็ว และแล้วดารารายก็ฝากฝังสาวทั่งสี่ไว้กับดาริกา ดาริการู้สึกอึดอัด แต่เนื่องจากดารารายมีบุญคุณกับตน ดารารายช่วยจัดการปัญหาเรื่องที่ดินในบ้านที่อาศัยวัดอยู่ให้ ทำให้ดาริกาไม่สามารถปฏิเสธดารารายได้ ดาริกาตกปากรับคำไปว่าจะช่วยให้คุณจันทร์พบรักแท้กับผู้หญิง 1 ในสามคนนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุดทั่งที่ใจของเธอเจ็บปวด
 
ในเวลาเดียวกันนั้น อิงฟ้าที่กลายเป็นพนักงานในห้างและเริ่มสนิทสนมกับดาริกา ก็พัฒนาความสัมพันธ์กับวิวิทธิ์ไปอย่างต่อเนื่อง เขาทั้งคู่กลายเป็นพ่อแม่ของเด็กทั้งสามโดยปริยาย เมื่ออิงฟ้ามาทำงานโดยฝากเด็กไว้กับพี่เลี้ยง เด็กทั้งสามก็เกิดความน้อยใจหนีหายไปจากบ้าน เดือดร้อนให้วิวิทธิ์และอิงฟ้าออกตามหา ช่วงเวลานี้เองทำให้วิวิทธิ์และอิงฟ้าเข้าใจกัน ตกลงที่จะคบกันเป็นแฟนอย่างลับ ๆ ดาริกาอำนวยความสะดวกให้แพตตี้ ซุป’ตาร์สาวสุดฮอตได้เดทกับคุณจันทร์ของหล่อน จันทรกานต์พบว่า แพตตี้เป็นสาวกแบรนด์เนม คลั่งเทรนด์ บ้าโซเชียล มีชีวิตอิงกับผู้อื่น ตั้งแต่เลดี้กาก้าใส่ชุดชั้นในสีอะไร เราต้องใส่ตามทันที ทุกเหตุเป็นเรื่องดราม่าในชีวิตแพตตี้ จนจันทรกานต์หาความสงบไม่ได้ ตรงข้ามกับแพตตี้ที่ชื่นชอบความสงบเย็นของจันทรกานต์ ความเป็นสุภาพบุรุษเชื้อสายชาววังเก่าของจันทรกานต์ถึงขั้นหลงใหล แพตตี้ติดจันทรกานต์ขนาดต้องโทรหาทุกสิบห้านาที จันทร์กานต์ตอบปฏิเสธคนไม่เป็นจึงหนีมาหาดาริกาที่บ้าน
 
จันทรกานต์พบว่าบ้านของดาริกาเป็นบ้านน่ารัก ฝังตัวอยู่ในสุสาน ตัวบ้านทำจากโลง แต่มีความสุขเย็นที่ได้รับจากทศและกุสุมา จันทรกานต์แอบเทียบดาริกากับแพตตี้ในใจ ดาริกาไม่เคยแคร์คำพูดคำล้อของใคร หล่อนมีรสนิยมดีในเรื่องข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยไม่สนใจที่แบรนด์เนม จันทรกานต์พบว่าคนที่ช่วยสนับสนุนกิจการห้างสรรพสินค้าของเขาได้ไม่ใช่แพตตี้ แต่เป็นดาริกาจอมงกคนนี้ จันทรกานต์ให้ดาริกาพาสำรวจห้างแกรนด์ที่ตนจะต้องเป็นผู้บริหารในอีกไม่นานนี้ ดาริกาแนะนำให้จันทรกานต์ปลอมตัวเพื่อจะได้เช็กการทำงานของพนักงานด้วย เพราะถ้าลองว่าที่ประธานบริษัทเดิน สำรวจห้าง พนักงานก็จะต้องทำงานกันอย่างเต็มใจเพื่อสร้างภาพอยู่แล้ว จันทรกานต์เห็นด้วยจึงยอมให้ดาริกาจับเขาติดหนวด ใส่วิก ทาผิวสีคล้ำ โดยไม่รู้ว่าระหว่างที่ดาริกาทาผิวอันขาวผ่อง มือสัมผัสกับมัดกล้ามของเขาอยู่นั้น หัวใจของเธอแทบจะหลุดออกมานอกเบ้า ศพเน่าเละทุกรูปแบบที่เธอพยายามจินตนาการอยู่ในหัวก็ไม่อาจต้านทานกระแสความตื่นเต้นได้เลย หากดันเห็นภาพวัวแก่เคียวหญ้าอ่อนอันแสนอร่อยแทน
 
การปลอมตัวสำรวจห้างทำให้จันทรกานต์สนุกได้อย่างประหลาด และเขายังทึ่งอีกด้วยเมื่อรู้ว่าดาริการู้ทุกทางเข้าออกของห้าง รู้หมดว่าประตูไหนคนเดินเข้าเยอะ เพราะเธอกับพุดตานมักจะมารับสินค้าแจกฟรีเป็นประจำ แล้วความสนุกสนานก็ต้องหยุดลงเมื่อทั้งสองพบกับพิชญากับจักรพัฒน์ เวลาพิชญาอยู่ต่อหน้าจักรพัฒน์สามีผู้ทำหน้าที่ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของบริษัท พิชญาจะทำตัวน่ารัก เอาอกเอาใจจักรพัฒน์ต่าง ๆ นานา จนจักรพัฒน์ไม่รู้เลยว่าภรรยาของเขากำลังคิดไม่ซื่ออยู่ และขณะนั้นพิชญาที่เห็นจันทรกานต์ทำเรื่องไร้สาระตามคำแนะนำของดาริกา ก็ชักจะแน่ใจแล้วว่าดาริกากำลังจะมาเป็นศัตรูหัวใจของเธอ ข้างฝ่ายแพตตี้ก็ตามติดจันทรกานต์ไม่ลดละ จันทรกานต์จู่ ๆ ก็เลยหนีแพตตี้มาที่บ้านฝาโลงหลอกให้แพตตี้วิ่งหนีผีอยู่ในสุสาน จนซุปตาร์จับไข้หัวโกร๋น ดาริกา วิวิทธิ์ และคนรอบข้างจึงได้รู้ว่าจันทรกานต์ไม่มีวันชอบแพตตี้แน่ ๆ ดาริาจับเข่าคุยกับจันทรกานต์สอนให้รู้วิธีปฏิเสธ การเป็นหนุ่มหน้ามน พูดน้อย สุภาพเสมอ ทำให้หญิงสาวเข้าใจผิดได้ จันทรกานต์ก็เลยทำตาม แพตตี้เสียใจมาก แตกยอมรับปากจะไม่โทรหาตามหาจันทรกานต์อีก แต่กลับมาติดดาริกาแทน เพราะแพตตี้เพิ่งค้นพบว่า ดาริกาต่างหากคือสาวมั่นไอดอลคนใหม่ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเธอ แพตตี้กลายมาเป็นเพื่อนดาริกาที่ดาริกาไม่ได้ดีใจเลยแม้แต่น้อย
 
พิชญาสั่งให้คนไปสืบประวัติของดาริกาจนรู้ว่าเธอเป็นแค่หลานสาวสัปเหร่อ คอนโดห้องนั้นก็เป็นของเพื่อนสนิทไม่ใช่ของดาริกา พิชญาคิดว่าดาริกาเป็นพวกผู้หญิงแอ๊บไฮโซ จึงนำเรื่องนี้ไปบอกจันทรกานต์ แต่ผลออกมากลับตรงกันข้าม เพราะดาริกาไม่เคยอายหรือปิดบังกำพืดของตัวเองมาตังแต่แรก ซ้ำยังภาคภูมิใจอีกด้วย ไม่เหมือนพิชญาที่ไม่กล้าบอกใครว่าตัวเองเป็นแค่ลูกเจ๊กขายข้าวสาร แต่หวังอัพเกรดตัวเองเป็นไฮโซด้วยการจับผู้ชายมีชาติตระกูล ถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ดาริกาจะเป็นฝ่ายชนะ แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกดีเลยที่ต้องเอากำพืดของคนอื่นมาพูดต่อหน้าคนอื่น ดาริกาซึมเศร้าอยู่ในคอนโดตามลำพัง แล้วจันทรกานต์ก็ไปพบเข้าก็เลยรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ และนั้นก็ทำให้จันทรกานต์ยิ่งรู้สึกดีกับดาริกา ดาริกาทำให้เขารู้ว่าคนเราจะดีหรือเลวไม่ได้วัดกันที่ชาติตระกูล แต่วัดกันที่จิตใจต่างหาก และแล้วจันทรกานต์ก็หลงรักดาริกาเข้าอย่างไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ของทั้งสองค่อย ๆ ดีขึ้น ดาริกาเห็นสายตาของจันทรกานต์ยามมองเธอนั้นมันมีความหมายมากกว่าการเป็นเจ้านายลูกน้อง แต่เธอก็ไม่กล้าคิดไปไกล เพราะเขาอยู่สูงเกินไปสำหรับเธอ ท่าทางปิดกั้นตัวเองของดาริกา แต่ให้ความสนิทสนมกับวิวิทธิ์ ทำให้จันทรกานต์คิดไปว่าดาริกามีใจให้วิวิทธิ์ เขาจึงต้องเก็บความรู้สึกตัวเองไว้เงียบ ๆ คนเดียวเรื่อยมา
 
ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของวิวิทธิ์กับองฟ้าก็กำลังไปด้วยดี วิวิทธิ์และอิงฟ้ามักขอร้องให้ดาริกามาช่วยปกปิดความสัมพันธ์ของทั้งคู่บ่อย ๆ จันทรกานต์จึงเข้าใจผิดว่าดาริกาและวิวิทธิ์มีใจให้กัน จันทรกานต์เฝ้าแต่เจ็บปวดที่เห็นดาริกาแอบจองโต๊ะในร้านอาหารแล้วไปกับวิวิทธิ์ แอบซื้อของขวัญ แอบวุ่นวายเรื่องครอบครัววิวิทธิ์ ซึ่งแท้จริงแล้วดาริกาทำให้วิวิทธิ์แทนอิงฟ้า หรือไม่ก็ทำให้อิงฟ้าแทนวิวิทธิ์ทั้งสิ้น ดาริการายงานความล้มเหลวเรื่องแพตตี้ต่อดาราราย และรีเริ่มนัดเดทให้จันทรกานต์กับลูกจัน สาวอ่อนหวาน เรียบร้อย อ่อนโยน เมื่อทั้งคู่มาเจอกันก็เหมือนกับเทวดามาเจอนางฟ้า ดาริกาปิดเกาะทะเลใต้ให้ทั้งคู่สนิทสนมกันในรีสอร์ทหรู แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของจันทรกานต์ที่ไม่แตะต้องลูกจันเลย ทำให้ลูกจันไม่พอใจ เพราะแท้จริงแล้วเธอแค่สาวล่าแต้มผู้ชายที่ชอบแอ๊บแบ๊วทำเวอร์จิ้นเท่านั้นเอง ลูกจันหลอกจันทรกานต์ พยายามสร้างสถานการณ์ล่อหลอกบิวด์อารมณ์จันทรกานต์พาเข้าห้องหลายทีท่า แต่ไม่ได้ผลสักลีลาเดียว สร้างได้แต่ความอึดอัดให้จันทรกานต์ จันทรกานต์ทำอะไรไม่ได้ก็หนีมาแอบอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงกับดาริกาอีก ลูกจันตามมาถึงก็มาเจอหนุ่มตังเกผู้ใหญ่บ้านสุดหล่อชื่อ พี่ไข่แดง ที่ให้ดาริกาเช่าบ้าน สองหนุ่มสาวไฮโซปล่อยให้รีสอร์ทหรูเหนือเกาะไร้แขกอาศัย แต่มานอนเล่นที่บ้านพักชาวประมงแทน
 
คืนนั้นหลังจากไปเที่ยวกันแค่สองชั่วโมง ลูกจันก็หายเหงาไปกับพี่ไข่แดง ผู้ใหญ่บ้านหุ่นงาม ทิ้งให้ดาริกาต้องค้างอ้างแรมกับคุณจันทร์ของหล่อนในรีสอร์ทหรูแทน รุ่งเช้าเมื่อลูกจันมาปรึกษาเรื่องความจืดชืดของจันทรกานต์ไห้ดาริกาฟัง ดาริกาก็เลยได้โอกาสเปิดอกกับลูกจันเรื่องพฤติกรรมฟรีเซ็กส์ของหมู่ไฮโซ ดาริกาเปิดฉากอบรมคุณค่าการรักตัวเอง การบูชาความรักความผูกพันกับใครคนหนึ่งตามวิถีที่มนุษย์ควรจะทำ การถกเถียงนี้ทำให้ลูกจันได้คิด และได้เข้าใจตัวเองว่าตัวเองใช้ชีวิตผิดพลาดประการใด บทสนทนานี้อยู่ในสายตาของจันทรกานต์ จันทรกานต์ดีใจที่ดาริกาเป็นมนุษย์หัวเก่าในเรื่องนี้เหมือนตน เพราะจันทรกานต์ก็ได้เปิดอกคุยเรื่องนี้กับพี่ไข่แดงถึงหน้าที่ของความเป็นสุภาพบุรุษเหมือนกัน ดาริกาจำต้องกลับมารายงานดารารายให้รับรู้ว่า ลูกจันจอมแอ๊บนั้นขี้เหงาเกินไป คุณจันทรกานต์และหนูลูกจันยินดีเซย์กู๊ดบายต่อกันอย่างสันติแล้ว
 
ช่วงที่อยู่ที่รีสอร์ท ดาริกาและจันทรกานต์ช่วยกันคิดแคมเปญลดราคาให้ห้างแกรนด์ แผนการขายนี้ถูกเพชรถากถางว่าไม่ได้เรื่อง แต่จันทรกานต์ไม่ยอมแพ้ จันทรกานต์หลุดปากบอกเพชรว่า ถ้ายอดขายไม่เพิ่มขึ้น เขายินดีสละตำแหน่งเอ็มดีให้เพชรแล้วกลับไปเรียนต่อ จันทรกานต์จึงกลับมาเคร่งเครียดกับการทำงานหนัก ปวดท้องโรคกระเพาะ ต้องมีสาวข้างบ้านอย่างดาริกาคอยมาดูแลอยู่ทุกคืน ครั้งหนึ่งในงานวันเกิดของคุณชายจันทร อิงฟ้าจับดาริกาแต่งตัวสวยเสียจนแขกทั้งงานตกตะลึงรวมทั้งจันทรกานต์ด้วย เขาแทบมิอาจจะละสายตาจากดาริกาได้เลย แต่เขาก็ยังคงหึงดาริกาเวลาที่วิวิทธิ์มาคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง จันทรกานต์ไม่อาจทนมองภาพนั้นได้ เขาก็เลยคว้าแก้วไวน์เลี่ยงออกมาดื่มตามลำพัง โดยไม่รู้ว่าไวน์แก้วนั้น พิชญาแอบใส่ยานอนหลับลงไปเรียบร้อยแล้ว
 
เมื่อจันทรกานต์สลบเหมือดอยู่ตามลำพัง พิชญาก็จัดการลากเขาขึ้นไปบนห้องนอน หวังจะสร้างสถานการณ์ฉาว ๆ ระหว่างเขากับเธอ เพราะแน่ใจว่าคนอย่างจันทรกานต์ต้องรับผิดชอบเธอแน่นอน แต่โชคดีที่ดาริกาที่ไม่เห็นจันทรกานต์อยู่ในงานจึงออกมาตามหาก็พบเข้าพอดี ดาริกาโกรธปรี๊ดที่พิชญามาแตะต้องพ่อยอดขมองอิ่มของเธออีกแล้ว แต่ดาริกาก็ตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปห้ามในทันที เพราะอยากรู้ว่าพิชญาจะทำอะไรจึงสะกดรอยตามไป จนเห็นว่าพิชญาพาจันทรกานต์เข้าไปในห้องนอนและกำลังจะลวนลามเขา ซึ่งจักรพัฒน์ก็มาเห็นช็อตเด็ดนั้นเข้าด้วยเหมือนกัน แต่จักรพัฒน์เลือกที่จะวิ่งออกไปจากตรงนั้นเพราะทนมองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ส่วนดาริกาเข้าไปห้ามพิชญาหยุดทำเรื่องอุบาว์ทได้สำเร็จ วิวิทธิ์กับอิงฟ้าวิ่งมาดูก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พิชญาทนอับอายไม่ไหวจึงรีบหนีกลับบ้านไป พร้อม ๆ กับได้รับโทรศัพท์จากที่บ้านว่าจักรพัฒน์มีอาการหัวใจกำเริบ ไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุของอาการหัวใจกำเริบของจักรพัฒน์ มีเพียงดาริกาเท่านั้นที่รู้ และเธอก็ไม่เคยคิดจะปริปากบอกใครเพราะมันไม่ใช่เรื่องของเธอ หากพอจักรพัฒน์ฟื้นขึ้นมาอาการดีขึ้น เขาก็ตัดสินใจขอหย่ากับพิชญาทันที เพราะแน่ใจแล้วว่าพิชญาไม่เคยรักเขาเลย ซึ่งพิชญาก็ยอมตกลงแต่โดยดีเพราะอยากเป็นอิสระเต็มทนแล้ว
 
จักรพัฒน์รู้ว่าดาริกาไม่เคยพูดเรื่องน่าอับอายของอดีตภรรยาให้ใครฟัง ทำให้ดาริการู้ว่าจักรพัฒน์ นั้นรักพิชญามากเหลือเกิน จะมีก็แต่พิชญาที่ไม่เคยเห็นคุณค่าความรักที่จักรพัฒน์มอบให้เลย ดาริกาปลอบใจจักรพัฒน์และคอยเป็นเพื่อนปรับทุกข์ จักรพัฒน์รู้สึกดีกับดาริกาอย่างปริสุทธิ์ใจ จนเริ่มสงสัยตัวเองว่าตนคงจะชอบดาริกา จักรพัฒน์เริ่มเดินหน้าจีบดาริกา โดยอาศัยเรื่องดาริกาสงสารตนอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เมื่อรู้ว่าพิชญาหย่าแล้ว ดารารายก็ยิ่งร้อนใจกลัวว่าจะได้พิชญามาเป็นลูกสะใภ้ ก็เลยเร่งรัด ม.ร.ว.อรชรเรื่องหมั้นกับอิงฟ้า ทำให้อิงฟ้ากับวิวิทธิ์นั่งไม่ติด ทั้งสองจึงต้องเร่งทำแผนให้ดาริกากับจันทรกานต์รู้ใจตัวเองอย่างเร่งด่วน ดังนั้นเมื่อจันทรกานต์บอกว่าอยากจะสร้างโรงแรมในต่างจังหวัด วิวิทธิ์ก็รีบเสนอไอเดียให้เจ้านายหนุ่มไปดูทำเลที่ต่างจังหวัดทันที
 
คืนนั้นดาริกากับจันทรกานต์จึงต้องนอนอยู่ในห้องเดียวกันตามลำพัง และแล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนของวิวิทธิ์และอิงฟ้า บรรยากาศอันโรแมนติกกับความรักที่เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจของจันทรกานต์ และดาริกา ทำให้จันทรกานต์อดไม่ได้ที่ก้มลงจะจูบดาริกา แต่จักรพัฒน์ดันโทรเข้ามาขัดจังหวะ จันทรกานต์ไม่อยากให้ดาริการับสาย แต่เธอก็ยังรับเพราะกลัวว่าจักรพัฒน์หัวใจกำเริบ ความน้อยใจของจันทรกานต์ถึงขีดสุด เมื่อพิชญาตามมาถึง พิชญาโกรธที่เห็นว่าดาริกากับจันทรกานต์อยู่ในห้องกันตามลำพัง จึงจะเข้าไปตบตีดาริกา ดาริกาก็สู้กลับอย่างไม่ลดละ ซึ่งตอนนั้นจันทรกานต์กำลังโกรธเรื่องดาริกากับจักรพัฒน์อยู่ จึงห้ามทั้งสองและประกาศว่าเขาไม่ได้รักใครทั้งนั้น และไม่มีวันจะรักด้วย ! คำพูดนั้นทำเอาหัวใจของดาริกาแทบสลาย เข้าใจแล้วว่าจูบนั้นของเขาเป็นแค่เรื่องของอารมณ์หาได้มาจากความรู้สึกจากหัวใจ เธอตัดสินใจลาออกจากงานเพราะไม่สามารถทนความอับอายได้อีก ซึ่งจันทรกานต์ก็ยอมให้ดาริกาลาออกแต่โดยดี เพราะเขาก็ทนไม่ไหวเหมือนกันที่ต้องเห็นดาริกาไปกับจักร พัฒน์บ้าง วิวิทธิ์บ้าง ประกอบกับพุดตานกลับมาจากเมืองนอกพอดี ดาริกาก็เลยย้ายออกจากคอนโดกลับไปอยู่หอพักเหมือนเดิม ทำให้จันทรกานต์ยิ่งเหงาทุกครั้งที่กลับคอนโด และมองเห็นประตูห้องที่เขาเคยเข้าไปหาดาริกาอยู่บ่อย ๆ
 
ส่วนพิชญาเธอโกรธมากที่ถูกจันทรกานต์เอาจริงว่าถ้าเธอยังมายุ่งกับเขา เขาจะไม่ไว้หน้าเธออีกต่อไป พิชญาแน่ใจแล้วว่าไม่มีหวังในตัวจันทรกานต์เพราะเห็นแววตาของจันทรกานต์ที่มองดาริกาก็แน่ใจว่าเขารักดาริกา แล้ววันหนึ่งเวรกรรมก็ตามสนองเธอ เมื่อเจ้าหนี้ของบิดาตามมาทวงหนี้ถึงบ้าน บิดาและตัวเธอถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก จักรพัฒน์ที่ถูกมองว่าอ่อนแอออกต่อสู้ปกป้องเธอและครอบครัวพิชญาเพิ่งจะซึ้งใจในความรักของจักรพัฒน์ จักรพัฒน์เองก็เพิ่งรู้ว่า กับดาริกาคือความหลงชั่วครู่ แต่กับพิชญาคือความรัก ในที่สุดจันทรกานต์รู้ว่าแท้จริงแล้ววิวิทธิ์กำลังคบกับอิงฟ้าอยู่ และคบกันมานานแล้วด้วย จันทรกานต์เพิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมาเขาเข้าใจดาริกาผิด จันทรกานต์รู้ว่าวิวิทธิ์กับอิงฟ้าไม่สามารถเปิดเผยความสัมพันธ์กันได้เพราะเขา ดังนั้นจันทรกานต์จึงเป็นฝ่ายไปบอกดารารายด้วยตัวเองอย่างเด็ดขาดว่า เขาจะไม่มีวันแต่งงานกับอิงฟ้าเพราะเขาไม่ได้รักเธอ ดารารายตกใจมากเมื่อรู้ว่าคนที่จันทรกานต์ผูกพันด้วยคือ เลขาที่เธอมองข้าม ดาริกานั้นเอง
 
การจัดแคมเปญในห้างแกรนด์ประสบความสำเร็จงดงาม จันทรกานต์พิสูจน์ตัวเองสำเร็จ เขายิ่งคิดถึงดาริกา จันทรกานต์ตามไปง้อดาริกาถึงที่และยังสารภาพว่ารักเธออีกด้วย ถึงดาริกาจะดีใจมาก แต่เธอเกรงใจดาราราย ดาริกาไม่กล้าทรยศต่อดารารายคนที่รัก และมีบุญคุณกับเธอมาตลอด เธอรู้ดีสำหรับดารารายแล้ว สะใภ้คนเดียวของดารารายต้องสมบูรณ์แบบกว่านี้ คุณชายจันทร์เข้ามาเยียวยาความช็อกนิ่งของดาราราย ชี้ให้เห็นความสมบูรณ์แบบของดาริกา ซึ่งความสมบูรณ์แบบในที่นี้คือ จันทรกานต์รักดาริกา ดาริการักจันทรกานต์ ดารารายจึงได้เรียนรู้ว่าตนเองเจ้ากี้เจ้าการชีวิตของลูกชายมากเกินไป ดารารายวางแผนใหม่ วางยานอนหลับลูกชายตัวเอง พาขึ้นขบวนขันหมากไปหาดาริกาถึงบ้านโลงศพ ดาริกาอึ้งที่พบว่าตนกลายเป็นเจ้าสาวจำเป็น ดาราราย หม่อมราชวงศ์จันทร วิวิทธิ์ อิงฟ้า จักรพัฒน์ และพิชญาที่ง้อจักรพัฒน์จนสำเร็จมาร่วมงานกันพร้อมหน้า ดารารายจอมวุ่นวายแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเองหาคู่ให้ลูกชายสมดังมุ่งหมาย ในที่สุดตำนานดาวเกี้ยวเดือนครั้งนี้ ก็จบลงด้วยความรักเหมือนเมื่อครั้งก่อน ติดตามชม ละครดาวเคียงเดือน
 
รายชื่อนักแสดงนำ ละคร ดาวเคียงเดือน
 
ภูภูมิ พงศ์ภาณุ รับบท ม.ล.จันทรกานต์
พิจักขณา วงศารัตน์ศิลป์ รับบท ดาริกา
ฐกฤต ตวันพงค์ รับบท วิวิทธิ์
จอห์นนี่ แอนโฟเน่ รับบท ม.ร.ว. จันทร
ศุภักษร ไชยมงคล รับบท พิชญา
ดนัย จารุจินดา รับบท ม.ล. จักรพัฒน์
ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล รับบท วรางค์
กนกฉัตร มรรยาทอ่อน รับบท อาร์ตี้
มิณฑิตา วัฒนกุล รับบท ตรีชฎา
สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบท จันท์หอม
วิศิษฐ์ ยุตติยงค์ รับบท ทศ
พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ รับบท กุสุมา
ฐษชัย ชนะอรรถกาล รับบท เพชร
จรรยา ธนาสว่างกุล รับบท ยุพา

ดาวเรือง

จินตวัฒน์ หรือ จิ๋น (ทฤษฎี สหวงษ์) ปลัดหนุ่มไฟแรง ลูกของ จันทรา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) และพี่ชายของ จุลมณี หรือ โจ๋ง (ณัชรัชร์ พิพัฒน์ไชยศิริ) ถูกส่งตัวไปเป็นปลัดที่ต่างจังหวัด ด้วยความที่เรียนจบใหม่จึงไฟแรง บอกกับจันทราว่าหมายมั่นปั้นมือจะไปพัฒนาหมู่บ้าน ด้วยกำลังและวิชาที่ได้ร่ำเรียนมา โดยหารู้ไม่ว่าส่งที่จะเจอภายหน้านั้น ไม่ว่าจะพลกตำราจากสถาบันไหน ก็หาได้แก้ไขเรื่องราวอันวุ่นวายของหมู่บ้านนี้ได้
 
นายกำจร (วิชัย จงประสิทธิพร) เป็นคนขับรถอาสาพาปลัดหนุ่มหน้าละอ่อน ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านจนทั่ว ไม่ว่าจะเป็นบ้านกำนัน (ไกรลาศ เกรียงไกร) หรือบ้านผู้ใหญ่ผัน (สันติสุข พรหมศิริ) ที่วัน ๆ นอกจากจะตีไก่แล้ว ยังต้องดูแลเมีย ณ ตอนนี้ ที่มีอยู่ถึงเก้าคน เป็นอันว่าทุกข์ร้อนของชาวบ้านไม่ต้องสนใจ แค่เรื่องในมุ้งก็ยุ่งพอทน ผู้ใหญ่มีลูกชายอยู่หนึ่งคนชื่อว่า นายสุวรรณมาลี หรือ วรรณ (สรวิชญ์ สุบุญ) ออกจากกองปราบ (ศัตรูพืช) มาเป็นนายร้อย (กองควาย) รับจ้างตามหาควายหายหรือไม่ก็ขโมยควายเสียเอง เรื่องราวแปลก ๆ ของหมู่บ้านนี้ยังไม่มีเท่านั้น นายกำจรยังบอกอีกว่า หากจินตวัฒน์ต้องการจะพัฒนาหมู่บ้านนี้ ทางที่ดีต้องพัฒนาบ้านไอ้เรืองก่อน
 
ดาวเรือง หรือ ไอ้เรือง (อุรัสยา เสปอร์บันด์) หากินสารพัดเพื่อเลี้ยงดู บานชื่น (จินตรา สุขพัฒน์) ผู้เป็นแม่ และส่งเสียพี่ชายคนเดียว พฤกษ์ (สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล) ที่ร่ำเรียนจนใกล้จบผู้พิพากษาในเร็ววันนี้ เมื่อนายกำจรพาจินตวัฒน์มาร้านกาแฟและได้พบหน้าตาของไอ้เรืองก็ถึงกับงง กิตติศัพท์ที่ว่ามันชอบต้มเหล้าเถื่อน จนถูก จ่าแม่น เก่งหมุด (จาตุรงค์ มกจ๊ก) ไล่ตามจับเสียหลายครั้ง จนไอ้เรืองเรียกว่าจ่าแม่น เก่งมุด ซึ่งมันก็หนีรอดไปได้ทุกที ไหนจะเรื่องการพนัน ทั้งไพ่ ไฮโล ถั่งโป สารพัด รวมอยู่ในตัวของเด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้น่ะหรือ จินตวัฒน์ระวังท่าทีอยู่เสมอในการพบกันครั้งแรกกับไอ้เรือง เพราะไม่แน่ใจในคำโพนทะนาของนายกำจร ว่าจริงเท็จแค่ไหน จนทำให้ไอ้เรืองนึกขันในใจว่าผู้ชายคนนี้น่ะหรือที่จะมาเป็นปลัดคนใหม่ ไอ้เรืองเลยตกลงปลงใจเรียกปลัดหน้าใหม่จอมแหยคนนี้ว่า ปลัดหน้าขี้ไก่
 
อิทธิพลของไอ้เรืองแผ่ไปทั่วหมู่บ้าน เพราะนอกจากมันจะเก่งกล้า ฉลาด มีไหวพริบสารพัด ที่สำคัญมันยังเป็นขวัญใจของไอ้วรรณ ลูกผู้ใหญ่ผัน ถึงขนาดไอ้วรรณประกาศห้ามใครแตะต้องไอ้เรืองเด็ดขาด เพราะมันหลงรักไอ้เรืองตั้งแต่เรียนประถม แต่จนบัดนี้ขาอ่อนไอ้เรืองสักนิด ไอ้วรรณก็ไม่เคยได้เห็น ซ้ำร้ายไอ้เรืองกับไอ้วรรณ ยังเป็นคู่แข่งเรื่องขายเหล้าเถื่อนกันอีกต่างหาก จินตวัฒน์หาทางจับไอ้เรืองต้มเหล้าเถื่อนให้ได้ แต่สุดท้าย นอกจากจินตวัฒน์จะถูกไอ้เรืองตีหัวจนแตกแล้ว ไอ้เรืองยังแบกไหเหล้าหนีหายไปกับไอ้เพี้ยน (ด.ช.ยูโร ก้องภพฐิตารีย์) สมุนมือหนึ่งของไอ้เรือง ต่อหน้าจินตวัฒน์อีกด้วย
 
จินตวัฒน์ เริ่มกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้านด้วยการจัดงานวัด โดยให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างสะพาน และขนดินเข้ามาสร้างถนนเข้าวัด ซึ่งการละเล่นต่าง ๆ ภายในงานก็ยังหนีไม่พ้นการพนันขันต่อเหมือนเดิม ไอ้เรืองกับไอ้วรรณพนันกันเรื่องแข่งขี่ม้า หากไอ้เรืองชนะ นอกจากได้เงินหนึ่งพันบาทแล้ว ไอ้วรรณยังต้องให้ไอ้เรืองขี่คอแห่ทั่วหมู่บ้านอีกต่างหาก หากไอ้เรืองแพ้ต้องให้ไอ้วรรณหอมหนึ่งที การแข่งขันขี่ม้าของไอ้วรรณกับไอ้เรือง มีชาวบ้านแห่มาดูกันแน่นวัด โดยมีแม่บานชื่นตั้งตัวเป็นเจ้ามือคอยรับแทงพนันกันอย่างเปิดเผย ผลสุดท้ายไอ้เรืองเป็นผู้กรำชัย ไอ้วรรณทั้งเสียใจ เสียเงินและเสียหน้า แต่พอนึกได้ว่าจะมีโอกาสใกล้ชิดโดยให้ไอ้เรืองขี่คอรอบหมู่บ้านมันก็ถึงกับหายเศร้า เพราะงานนี้แหละมันจะได้เห็นขาอ่อนไอ้เรืองสักที จินตวัฒน์ไม่ชอบใจนักที่ไอ้เรืองเสียเปรียบไอ้วรรณในข้อนี้ สุดท้ายไอ้เรืองจึงให้แม่บานชื่นขี่คอไอ้วรรณแทน สร้างความผิดหวังให้กับไอ้วรรณเป็นอย่างมาก
 
ไอ้วรรณคิดแก้แค้นไอ้เรือง ด้วยการไปหาฤกษ์ฉุดไอ้เรืองกับอดีต หลวงตาคง (อนันต์ บุญนาค) พี่ชายแท้ ๆ ของผู้ใหญ่ผันที่สึกออกมาจากผ้าเหลืองแล้วตั้งตนเป็นพ่อหมอประจำหมู่บ้าน เรื่องจึงถึงหูไอ้เรืองจนได้ สุดท้ายคนที่ไอ้วรรณจับใส่กระสอบ หวังจะได้เข้าห้องหอด้วย ก็เลยเป็น แม่ไหว หมอตำแยประจำหมู่บ้านที่อายุรุ่นราวคราวแม่ไอ้วรรณนั่นเองตามแผนของไอ้เรือง ไอ้วรรณคิดไม่ตกเรื่องแม่ไหว สุดท้ายจึงหลอกผู้ใหญ่ผันมาเข้าห้องหอแทน เป็นอันว่าสมญานามผู้ใหญ่ผันเมียสิบ ก็มาได้ด้วยเหตุอันนี้เอง
 
ไอ้เรืองยังหาทางแก้แค้นไอ้วรรณไม่เลิก เรื่องที่วางแผนจะฉุดตน จึงชวนจินตวัฒน์ไปเผาไร่กัญชาของไอ้วรรณ ขากลับนอกจากต้องวิ่งหนีลูกปืนของลูกน้องไอ้วรรณแล้ว ไอ้เรืองยังแหย่เอารูงูจงอางเข้าจนไอ้เรืองกับจินตวัฒน์ต้องโกยกันแทบไม่ทัน จินตวัฒน์รู้สึกสนุกไม่น้อยที่ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมทั้งแง่คิดของไอ้เรืองมากขึ้น เขาเริ่มเอ็นดูไอ้เรืองทีละนิด ทั้งยังอดคิดไม่ได้ว่า หากน้องสาวของเขาได้มาพบกับไอ้เรือง ต้องมาสมัครเป็นลูกน้องต้มเหล้าเถื่อนขายด้วยกันแน่แท้
 
กำนันเทิ้มถูกงูกัดตายอย่างกะทันหัน เหตุนี้เองจึงต้องมีการเลือกตั้งกำนันขึ้นมาใหม่ ไอ้วรรณเดินเครื่องสนับสนุนผู้เป็นพ่ออย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้เป็นกำนัน ส่วนไอ้เรืองก็ถือหางอดีตหลวงตาคง พี่ชายร่วมสายเลือดเดียวกับผู้ใหญ่ ขึ้นเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้ง ไอ้วรรณต้องใช้เงินจำนวนมากในการจัดงานทั้งฉายหนัง มีดนตรี เพื่อหาเสียงให้พ่อ ส่วนไอ้เรืองก็ใช้กลยุทธ์การเป็นนักเทศน์เก่าของหลวงตาคง หาเสียงแบบเงียบ ๆ เรียกคะแนนสงสารได้ไม่น้อย ไอ้เรืองดูผลกับจินตวัฒน์ในการส่งหลวงตาคงเป็นคู่แข่ง ว่าถึงแม้จะแพ้คะแนนผู้ใหญ่ผัน แต่ก็อยากให้มีคนมาทัดทานอำนาจของผู้ใหญ่ผันเอาไว้บ้าง เพราะหากผู้ใหญ่ผันได้เป็นกำนันแล้วเอื้อประโยชน์ให้กับบรรดาญาติ ๆ ของเมียทั้งสิบคน มีหรือความสุขสบายจะตกถึงมือลูกบ้าน ไอ้เรืองจึงออกอุบายเรื่องทรงเจ้าเข้าผีให้ผู้ใหญ่ผันสาบานว่า หากได้เป็นกำนันจะไม่โกงกิน มิเช่นนั้นจะต้องมีอันเป็นไป ในสามวันเจ็ดวัน จินตวัฒน์ทึ่งไม่น้อยในความคิดความอ่านของไอ้เรือง ว่าความเฉลียวฉลาดนั้นไม่มีใครเกิน ซึ่งสุดท้ายผู้ใหญ่ผันก็ได้เลื่อนขั้นเป็นกำนันผัน ดังความฝันของไอ้วรรณ ลูกกำนันผันเมียสิบ
 
ไอ้เรืองเริ่มแวะเวียนมาหาปลัดบ่อยขึ้น ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน เสมือนปลัดเป็นเพื่อนเล่นคนหนึ่ง ถึงแม้ไอ้เรืองจะเริ่มจับสังเกตได้ว่าแววตาที่จินตวัฒน์มองมานั้น มีความนัยอะไรอยู่ลึก ๆ แต่ไอ้เรืองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ซ้ำยังกระซิบบอกปลัดอีกว่า พวกตัดไม้ทำลายป่า กำลังเลื่อยไม้อยู่ในป่าทั้งวันทั้งคืน แต่ตนไม่สามารถเป็นกำลังให้ปลัดได้ในงานนี้ เหตุเพราะว่าไอ้เรืองรู้จักดีอยู่กับพวกคนขับรถลากซุง จึงแนะให้ปลัดไปขอความช่วยเหลือจากไอ้วรรณ เพราะมันมีลูกน้องเยอะและชำนาญทางในป่าเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เองอีกไม่กี่วันต่อมา จินตวัฒน์ ไอ้วรรณพร้อมด้วยลูกสมุน จ่าแม่น นายอำเภอ ผู้กำกับ พร้อมด้วยตำรวจอีกมาก จึงเดินทางเข้าป่าตามคำแนะนำของไอ้เรือง เพื่อไปจับพวกค้าไม้ ไอ้เรืองนั่งแทบไม่ติด เพราะงานนี้ตัวเองไม่ได้เป็นแกนนำเหมือนดั่งเคย แม่บานชื่นไม่เข้าใจว่าที่ไอ้เรืองกระวนกระวายนั้น ห่วงไอ้วรรณจะพลาดพลั้งถูกยิง เพราะตัวนั้นแนะนำให้ไอ้วรรณนำทีมทุกคนไป หรือว่าห่วงปลัดหน้าขี้ไก่ของไอ้เรืองกันแน่
 
ผลสุดท้ายก็คือมีการปะทะกันในป่าอย่างดุเดือด จนข่าวหนังสือพิมพ์ลงกันให้ครึกโครม พวกคนร้ายถูกตำรวจจับได้ในที่สุด จินตวัฒน์ถูกยิงแค่เฉียดไป แต่กระนั้น ไอ้เรืองก็รู้สึกผิดไม่น้อย เพราะครั้งที่แล้วก็ตีหัวจินตวัฒน์แตก มาครั้งนี้ยังส่งตัวปลัดไปเสี่ยงอีก ส่วนไอ้วรรณก็เช่นกัน ต้องไปหยอดน้ำข้าวต้มเสียที่โรงพยาบาลหลายวัน แต่พอไอ้เรืองลงทุนไปเยี่ยมไอ้วรรณที่โรงพยาบาลเท่านั้น ก็ทำเอาไอ้วรรณปลื้มจนลืมตาย คุยฟุ้งทั้งโรงพยาบาลว่าไอ้เรืองเป็นแฟนมาเยี่ยม
 
พฤกษ์ เรียนจบกลับมาบ้าน บานชื่นกับไอ้เรืองดีใจไม่น้อย แต่พฤกษ์เองกลับเสียใจที่ปล่อยให้ไอ้เรืองต้องกลายเป็นนักเลงหัวไม้ ทำเรื่องผิดกฎหมายอยู่หลายประเภท เพื่อหาเงินส่งเสียเขาจนเรียนจบ พฤกษ์จึงขอร้องให้ไอ้เรืองเลิกทำตัวแบบนี้แล้วไปเรียนต่อสักที แถมพฤกษ์นั้นก็รู้จักกับจินตวัฒน์ เหตุที่พฤกษ์เป็นนักเรียนรุ่นน้องของจินตวัฒน์นั่นเอง
 
พวกคนงานในป่าที่หลุดรอดไปด้อม ๆ มอง ๆ ที่บ้านปลัดอยู่หลายวัน จนไอ้เรืองเริ่มสังเกตได้ว่าจินตวัฒน์จะมีภัย จึงไปเตือนจินตวัฒน์ที่บ้านพัก พร้อมทั้งชวนไอ้วรรณหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อคุ้มกันปลัด แล้วคืนนั้นคนร้ายก็ลงมือจริง ๆ ไอ้เรืองกับไอ้วรรณช่วยจินตวัฒน์ยิงคนร้าย แถมยังซัดทอดไปถึงหัวหน้าแก๊งรวบจับได้ทั้งทีม โดยความดีความชอบครั้งนี้ไอ้เรืองยกให้ไอ้วรรณรับไปเต็ม ๆ เพราะตนเองนั้นไม่อยากเปิดเผยตัว สุดท้ายนายอำเภอกับผู้กำกับบอกความลับให้จินตวัฒน์ได้รู้ว่า ดาวเรืองนั้นเป็นสายของตำรวจ เหตุที่จ่าแม่น เก่งมุด แกล้งทำเป็นจับไอ้เรืองขึ้นโรงพักนั้น ก็เพื่อต้องการนำตัวไอ้เรืองมาที่โรงพัก แล้วคุยเรื่องงานสายลับต่างหาก จินตวัฒน์รู้สึกว่าตัวเองนั้นรู้ไม่เท่าทันดาวเรืองสักที งานนี้ก็เช่นกันไอ้เรืองหวังจะให้จินตวัฒน์เข้าไปจับผู้ร้ายในป่าเพื่อให้เขาได้ความดีความชอบในการทำงานนั่นเอง
 
จินตวัฒน์ตามไปถามความจริงทุกอย่างด้วยตนเองกับไอ้เรือง ซ้ำยังบอกอีกว่าจะให้ตนเองบวชหรือแต่งงานก่อน เป็นคำถามหยั่งเชิงกับไอ้เรือง ซึ่งไอ้เรืองก็ทำเป็นไม่รับรู้ในสิ่งที่ได้ยิน เรื่องหัวใจของไอ้เรืองกับจินตวัฒน์ยังคาราคาซัง ไอ้วรรณก็ขอร้องให้ปลัดตอบแทนคุณงามความดีเรื่องที่ช่วยชีวิตพร้อมทั้งพาไปจับผู้ร้าย ด้วยการให้ปลัดเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอไอ้เรือง นอกจากจินตวัฒน์จะอึ้งกิมกี่ไป ไอ้เรืองก็ผิดหวังเช่นกัน ด้วยความโกรธ ไอ้เรืองจึงบอกว่าหากพานายกฯ มาขอได้ ก็จะยอมแต่งให้ชาติหน้า ไอ้วรรณเสียอกเสียใจเพราะยังไงก็ไม่สามารถหานายกฯ มาสู่ขอไอ้เรืองได้แน่นอน สุดท้ายจึงยอมทำใจบอกกับไอ้เรืองว่าจะขออยู่เป็นโสดไปจนตายพร้อมกับไอ้เรืองนั่นเอง
 
เหนือฟ้ายังมีฟ้า หลายเพลาผ่านไปจินตวัฒน์ก็พานายกสมาคมศพไม่มีญาติพร้อมผู้กำกับ นายอำเภอ หลวงตาคง มาสู่ขอไอ้เรือง ไอ้เรืองหมดท่าเพราะตอนที่ลั่นวาจาไปนั้นไม่ได้บอกว่าเป็นนายกอะไร แถมหลวงตาคงยังบอกอีกว่า คำว่าชาติหน้านั้น คำพระถือว่า นอนหลับแล้วตื่นขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นอีกชาติหนึ่งแล้ว สุดท้ายไอ้เรืองจึงยอมจำนนปลัดหน้าขี้ไก่ด้วยประการฉะนี้
 
จันทรากับโจ๋ง เตรียมตัวแทบไม่ทัน หลังจากได้รับจดหมายจากจินตวัฒน์เรื่องที่จะให้แม่ไปดูหน้าลูกสะใภ้ที่ชื่อดาวเรือง ชาวบ้านลือกันไปหลายคุ้งน้ำว่า ปลัดจินตวัฒน์ ควงสาวสวยมาโชว์ทั้งตลาด ซ้ำไอ้วรรณก็ยังยืนยันหนักแน่นว่าเห็นมากับตา ลมเพชรหึงขึ้นหน้าไอ้เรือง ถึงขนาดร่อนไปที่บ้านปลัดพร้อมไอ้วรรณแทบไม่ทัน ครั้นรู้ว่าสาวสวยคนนั้นคือ โจ๋ง น้องสาวของปลัดจินตวัฒน์ ก็หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ จันทราเกลี้ยกล่อมดาวเรืองไปอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกัน หากจินตวัฒน์ต้องย้ายไปประจำยังจังหวัดต่าง ๆ โดยมีอุบายขอดาวเรืองไปเป็นลูก ดาวเรืองได้ทีคิดว่าครั้งนี้รอดน้ำมือจินตวัฒน์เป็นแน่แท้จึงตกลงรับคำ เพราะคนเป็นพี่น้องจะแต่งงานกันมิได้ แต่สุดท้ายจันทราก็บอกกับบานชื่นว่า จะขอไปเป็นลูกสะใภ้ นั่นแหละเป็นอันว่าไอ้เรืองเสียรู้แม่ของปลัดหน้าขี้ไก่แล้วนั่นเอง
 
ในวันแต่งงานของดาวเรือง แม่ไหวเมียสิบของกำนันผันก็อาสามาเป็นเพื่อนเจ้าสาวโดยไม่ต้องเชิญ เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ไอ้เรืองทำให้ตนนั้นได้เป็นเมียกำนันผัน ส่วนไอ้วรรณ แขกคนสำคัญก็มาทั้งน้ำตา พร้อมทั้งแจ้งตำรวจให้จับไอ้เรืองที่ใช้เหล้าเถื่อนเลี้ยงแขกในงาน หวังจะให้เวลาส่งตัวเข้าหอระหว่างไอ้เรืองกับปลัดจินตวัฒน์ยืดออกไปอีก แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม วันเวลาผ่านไป ไอ้เรืองก็หาทางแก้ลำปลัดหน้าขี้ไก่เรื่อยไป ถึงขนาดมีข่าวลือว่าปลัดที่นี่ชื่อดาวเรือง ส่วนเมียปลัดชื่อจินตวัฒน์ ที่สำคัญเด็กสาวตาแป๋วที่ชื่อรุ่ง ทายาทของไอ้เรือง มีแววว่าจะเป็นผู้นำหมู่บ้านสืบสายเลือดผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน ติดตามชมความสนุกสนานของ ละครดาวเรือง ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครดาวเรือง
 
รายชื่อนักแสดงนำใน ละครดาวเรือง
 
ทฤษฎี สหวงษ์ รับบท ปลัดจินตวัฒน์
อุรัสยา เสปอร์บันต์ รับบท ดาวเรือง ใน ละคร ดาวเรือง
สรวิชญ์ สุบุญ รับบท สุวรรณ ใน ละคร ดาวเรือง
มณีรัตน์ คำอ้วน รับบท เสมอใจ ใน ละคร ดาวเรือง
พิตต้า ณ พัทลุง รับบท สุดาวดี ใน ละคร ดาวเรือง
สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล รับบท พฤกษ์ ใน ละคร ดาวเรือง
จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท บานชื่น ใน ละคร ดาวเรือง
สันติสุข พรหมศิริ รับบท ผู้ใหญ่ผัน ใน ละคร ดาวเรือง
ผอูน จัทรศิริ รับบท เวียง ใน ละคร ดาวเรือง
จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท เสี่ยกำพล ใน ละคร ดาวเรือง
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท จันทรา ใน ละคร ดาวเรือง
อนันต์ บุญนาค รับบท หลวงตาคง ใน ละคร ดาวเรือง
ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท ไสว ใน ละคร ดาวเรือง
จาตุรงค์ มกจ๊ก รับบท จ่าแม่น ใน ละคร ดาวเรือง
จอย ชวนชื่น รับบท บุญปลีก ใน ละคร ดาวเรือง
ปาจรีย์ ณ ระนอง รับบท บุญปลอด ใน ละคร ดาวเรือง
ณัชภัชร์ พิพัฒน์ไชยศิริ รับบท จุลมณี ใน ละคร ดาวเรือง
ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ รับบท น้ำหวาน ใน ละคร ดาวเรือง
วิวัฒน์ ประสมทรัพย์ รับบท นายอำเภอไพศาล ใน ละคร ดาวเรือง
อุทุมพร ศิลาพันธ์ รับบท คุณนายฤดี ใน ละคร ดาวเรือง
ศานติ สันติเวชกุล รับบท ผู้กำกับสันติสุข ใน ละคร ดาวเรือง
กล้วย เชิญยิ้ม รับบท พระครูจ้อย ใน ละคร ดาวเรือง
วิชัย จงประสิทธิพร รับบท กำจร ใน ละคร ดาวเรือง
ไกรลาศ เกรียงไกร รับบท กำนันทิ้ม ใน ละคร ดาวเรือง
แจ็ค แฟนฉัน รับบท แหลม ใน ละคร ดาวเรือง
ปราโมทช์ เทียนชัยเกิดศิลป์ รับบท กรอด ใน ละคร ดาวเรือง
ด.ช.ยูโร ก้องภพฐิตารีย์ รับบท เพี้ยน ใน ละคร ดาวเรือง

ฟ้ากระจ่างดาว 2556

เมื่อเขาก้าวเข้ามาในชีวิตที่มืดมิดของเธอ เขาจะแปรเปลี่ยนท้องฟ้าสลัวเป็นกระจ่างสดใสขึ้นได้อย่างไร

 

มีคณา นักข่าวสาวสายอาชญากรรม ต้องไปทำข่าวงานแฟชั่นโชว์การกุศลแทนมัทนา เพื่อนรักของเธอ ซึ่งต้องไปทำข่าวที่ต่างจังหวัด มีคณาไม่เคยชอบอะไรที่เธอตัดสินว่าเป็นเรื่องฟุ้งเฟ้อ ไฮโซ เธอพยายามเกี่ยงให้ สาระวารี เพื่อนรักอีกคนไปทำ แต่สาระวารีก็ติดทำข่าวในต่างจังหวัดเช่นกัน ไชยวัฒน์ หัวหน้าของเธอบอกว่าเขาต้องการให้สาวใดสาวหนึ่งในทีม สามทหารเสือสาว เท่านั้นไปทำ มีคณาก็ยังยึกยัก ไชยวัฒน์ทิ้งทุนว่างานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้เป็นการระดมทุนต่อต้านยาเสพติด เข้าข่ายสายงานข่าวของมีคณา เธอจึงยอมไปทำ มีคณาติดตามทำข่าวเกี่ยวกับยาเสพติด การค้าผู้หญิงและการทำทารุณผู้หญิงและเด็กมาตลอด บุคลิกเธอดูเงียบเรียบร้อย สมถะ แต่ในการทำงานแล้วเธอเป็นพวกใจกล้า ลุย ทำงานถึงลูกถึงคน มีคณาเลือกทำข่าวสายนี้ เพราะเธอมีบาดแผลฉกรรจ์ในใจอันเกิดจากครอบครัวของเธอเองโดยตรง เป็นเรื่องที่เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แม้แต่เพื่อนรักในกลุ่มสามทหารเสือสาว ของ สยามสาร หนังสือพิมพ์คุณภาพระดับแถวหน้าที่เธอทำงานอยู่
 
ครอบครัวของมีคณาเป็นคนต่างจังหวัดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางภาคเหนือ บานเช้า แม่ของมีคณาเป็นสาวชาวบ้าน ได้เสียกับพ่อและท้องมีคณาเมื่อแม่อายุเพียงสิบห้า และพ่อไม่ยอมรับ ครูมั่นสิน ซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อ ให้เงินทำขวัญแม่เพื่อให้เรื่องเงียบ และรับมีคณามาเลี้ยงตั้งแต่มีคณาเกิด ส่วนแม่ถูกยายจับแต่งงานล้างอายไปกับหนุ่มหมู่บ้านเดียวกัน เมื่อมีคณาอายุสองขวบมั่นสินย้ายไปสอนที่จังหวัดอื่น มั่นสินเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เป็นสาวโสดตลอดชีวิตเป็นคนเจ้าระเบียบ เฮี้ยบ เข้มงวด เลี้ยงหลานเหมือนครูดูแลนักเรียน และดูเป็นคนใจหินเหมือนไม่รักหลาน ตีกรอบชีวิตให้มีคณามาตลอด ชนิดมีคณากระดิกจากระเบียบไม่ได้เลย มีคณารู้สึกกดดันและมีอคติรุนแรงกับป้ามาตลอด
 
เมื่อมีคณาเริ่มเป็นวัยรุ่น เธอหนีออกจากบ้านป้าเดินทางไปหาแม่ทางเหนือ มีคณาตามหาบ้านแม่จนเจอ เจอฤทธิ์และความหยาบคายของ บุญสม พ่อเลี้ยง ซึ่งกินเหล้าทั้งวันตั้งแต่ลืมตาตื่น แม่อยู่ใต้อำนาจพ่อเลี้ยงชนิดหงอยิ่งกว่าหนูกลัวแมว แล้วยังตกอยู่ในอำนาจของ ธำรง ลูกชายอายุแค่สิบขวบ ผู้หญิงในบ้านนี้ทั้งหมู่บ้านเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงในครอบครัว เป็นคนทำมาหาเลี้ยงครอบครัว ผู้ชายส่วนใหญ่จะไม่ทำอะไร รอเงินที่จะส่งมาจากลูกสาว ความกตัญญูรู้คุณของลูกหญิงต่อพ่อแม่คือเมื่ออายุสมควรจะถูกขายไปเป็นโสเภณี และส่งเงินมาให้ทางบ้าน แต่ละบ้านจะแข่งขันกันด้วยวัตถุว่าคราวนี้ลูกสาวส่งเงินมาให้พอปลูกบ้านหรือซื้อรถ แต่ตอนนั้นมีคณายังไม่รู้
 
จนกระทั่งวันหนึ่งที่บุญสมต้อนรับหญิงท่าทางร่ำรวย และเรียกมีคณาไปให้หญิงนั้นพิจารณาละเอียดถี่ยิบราวจะตกลงซื้อขายวัวควาย แม่ร้องไห้วิงวอนขอร้องไม่ให้ทำกับมีคณา แต่ก็โดนพ่อเลี้ยงด่าและตบตีเตะถีบรุนแรง มีคณาเริ่มรู้จากคำพูดของพ่อเลี้ยงว่าหญิงสาวในหมู่บ้านนี้มีชะตากรรมอย่างไรและตัวเองกำลังจะเจออย่างเดียวกัน ตกดึกคืนนั้นมีคณาตัดสินใจหนีออกจากบ้านแม่ บากหน้ากลับไปหาป้ามั่นสิน ป้ารอรับมีคณาอยู่ด้วยทีท่าเงียบและเยือกเย็นตามปกติของป้า ไม่พูดไม่ดุว่าซ้ำเติมใด ๆ
 
จากวันนั้นมีคณาคิดว่าจะอยู่กับป้าตลอดไปไม่ว่าจะต้องทนกับระเบียบจัดแค่ไหนก็ตาม แต่มีคณารู้ว่าภายใต้ความเงียบเย็นของป้า ป้าดีกับเธอขึ้น และระเบียบหย่อนลงบ้าง ระหว่างที่มีคณากำลังเรียนมหาวิทยาลัย ยายของมีคณาตาย มีคณากลับบ้านไปเผาศพยาย และได้รู้ด้วยความโกรธและหดหู่ใจยิ่งว่า น้องสาวสองคนลูกของพ่อเลี้ยงคือ ธิดา กับ ธารา ถูกขายไปเป็นโสเภณี เงินที่ส่งมาทางบ้านทุกบาททุกสตางค์ พ่อและธำรงเอาไปถลุงกินเหล้าและทำหน้าใหญ่เลี้ยงเพื่อนฝูงจนไม่เคยมีเหลือติดบ้าน แม่ยังต้องรับจ้างทำงานหนักเพื่อหาเงินมาให้พ่อและธำรงกินเหล้าช่วงที่น้องสาวสองคนยังไม่ส่งเงินมา แม่เป็นยิ่งกว่าทาสของสามีและลูกชาย แต่แม่ไม่กล้าพอที่จะไปให้พ้น พ่อเลี้ยงด่ามีคณาตลอดว่าเป็นคนอกตัญญู รู้หนทางที่จะช่วยพ่อแม่ได้ แต่ไม่ยอมช่วยปล่อยให้พ่อแม่อดอยากยากจน มีคณาไม่ต่อปากต่อคำกับพ่อเลี้ยง เธอห่อเหี่ยวกับสภาพของครอบครัวตัวเองที่เป็นเหมือนกับครอบครัวอื่นทั้งหมดในหมู่บ้านนั้น ที่เห็นว่าการขายลูกสาวไปเป็นโสเภณีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นการที่ลูกแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อแม่ มีคณาตั้งปณิธานตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาที่จะเป็นนักข่าวและจะเสนอข่าวเพื่อโค่นล้มพวกหากินทางค้าผู้หญิงให้ได้ ถึงจะไม่ได้ทั้งหมดแต่จะต้องมากที่สุดที่จะทำได้
 
เมื่อมีคณาเรียนจบมหาวิทยาลัยเธอได้งานที่หนังสือพิมพ์สยามสาร หนังสือพิมพ์คุณภาพระดับแถวหน้า และได้เพื่อนรักมากสองคนคือ มัทนา และสาระวารี ซึ่งมีปณิธานการทำงานเหมือนกันกับเธอ ป้ามั่นสินซึ่งเกษียณอายุแล้วไปคุมร้านอาหารไทยของเพื่อนที่ลอนดอน ป้าและหลานติดต่อกันสม่ำเสมอทางจดหมายที่สุดสั้นประหยัดถ้อยคำ และข้อความแทบเหมือนกันทุกฉบับ มีคณาเช่าบ้านอยู่คนเดียวในย่านชาวบ้านธรรมดา ๆ ระดับกลางค่อนข้างไม่มีเงิน ไม่ใช่ย่านสลัม แต่ก็มีชุมชนคนจนอยู่ใกล้เคียง มีคณาเลือกเพราะราคาถูกและที่ตั้งบ้านค่อนข้างเงียบ ชีวิตของมีคณามีแต่ที่ทำงานกับบ้าน ถ้าไม่นับการที่ต้องออกไปทำข่าวแล้ว ชีวิตเธอจะอยู่กับความเงียบและความซ้ำซากจริง ๆ
 
จนกระทั่งวันที่เธอเจอ พ.ต.ต.หิรัณย์ นายตำรวจหนุ่มหล่อ และเก่งจากหน่วยงานนอกเครื่องแบบของ ป.ป.ส. มีคณาพบเขาครั้งแรกในวันที่ไปรับแม่และหลานชายที่สถานีรถไฟ ในเหตุการณ์ที่ทำให้เธอหน้าแตกสุด ๆ มีคณาซื้อหนังสือพิมพ์อยู่ มีเด็กหญิงวัยรุ่นแต่งชุดนักเรียนวิ่งมาชนอย่างแรง เด็กคนนั้นหนีกลุ่มชายที่ตามล่าสุดชีวิต มีคณาปกป้องขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน มีคณาดูสารรูปแล้วไม่เชื่อว่าเขาเป็นตำรวจ คิดว่าเขาเป็นแมงดามากกว่า เธอพูดใส่หน้าเขาว่าถ้าเขาเป็นตำรวจ เธอก็เป็นรัฐมนตรีหญิง ปรากฏว่าเขาเป็นตำรวจจริง ๆ และมีคณาก็ได้รู้ว่าเธอทำให้เด็กส่งยาบ้าหลุดมือตำรวจไปพร้อมกับยาบ้าอีกเป็นพันเม็ด
 
ไม่นานจากวันนั้น มีคณาเจอสารวัตรหิรัณย์อีก เมื่อเธอไปทำข่าวเด็กถูกนายจ้างทำทารุณ หิรัณย์จึงรู้ว่าเธอเป็นนักข่าว เขาขอไปส่งเธอ และสองคนเจอกันอีกครั้งในงานแฟชั่นโชว์การกุศลที่มีคณามาทำแทนเพื่อน หิรัณย์จึงรู้รายละเอียดเพิ่มขึ้นว่ามีคณาเป็นนักข่าวสายอาชญากรรมที่ติดตามการปราบปรามยาเสพติด มีคณาได้รู้ว่าเขาทำงานนอกเครื่องแบบให้ ป.ป.ส. ภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.ต.ท.พิรุณ ซึ่งเธอรู้จักและนับถือมาก และเขามีผู้กองสาวฝีมือดีมากแต่ดุมากร่วมทีมคือ ร.ต.อ.วิมลิน
 
หิรัณย์ฉวยโอกาสที่งานของทั้งเขาและเธอมีจุดร่วมกัน เขาเริ่มสานทางเข้าถึงมีคณา เขาจีบเธอ แต่การจีบของเขามักจะพูดกับเธอเรื่องงานตลอด แต่ก็ด้วยมีอารมณ์ขันและมีความร่าเริงกุ๊กกิ๊กน่ารักที่มีคณาเหมือนหมั่นไส้แต่จริง ๆ แอบชอบ และที่ชอบมากคือ เขาแสดงออกต่อเธอแบบเป็นเพื่อนกัน ที่หวานที่สุดที่หิรัณย์เคยทำคือหักกิ่งดอกส้มที่บ้านเพื่อนไปให้มีคณา เขาบอกว่าเพราะเธอเป็นนกน้อยในไร่ส้ม เลยอยากให้ดอกส้ม และเมื่อมีคณาบอกว่าชอบกลิ่นดอกส้ม เธอเลยได้ดอกส้มปักแจกันทุกวัน ๆ ละกิ่ง และที่มีคณาประทับใจคือ หิรัณย์เป็นภาพของวีรบุรุษให้ สันติ หลานชายจอมแสบของเธอยึดได้
 
สันติเป็นลูกของธำรง นิสัยเสียทุกรูปแบบ ก้าวร้าวรุนแรง มีเรื่องตีกับเพื่อนนักเรียนตลอด จนโรงเรียนไม่ยอมให้เรียนต่อ สันติมีสิ่งที่เป็นความฝันคืออยากมาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ แม่ขอร้องให้มีคณาเลี้ยงและส่งเสียสันติและดัดนิสัยด้วย สันติทำความเดือดร้อนใจให้มีคณาตลอด ตั้งแต่นิสัยที่มีคณารับไม่ได้ มีเรื่องชกต่อยกับเด็กอื่น ไปจนกระทั่งหนีออกจากบ้านไปเข้ากลุ่มเด็กชายขายตัวเพื่อจะขายบ้างเพราะอยากได้เงินมาใช้มาก ๆ แต่หิรัณย์และผู้กองวิมลินไปช่วยได้ก่อน และจับพวกชักนำเด็กชายขายตัวไปดำเนินคดีได้ มีคณาหวั่นว่าสันติจะโดนสิ่งแวดล้อมด้านเลวร้ายนำพาไปสู่หายนะ และเธอจะรับมือไม่อยู่ เธอท้อจะส่งสันติคืนซะหลายครั้ง แต่เมื่อนึกถึงเด็กที่ชีวิตต้องเผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายที่เธอเคยทำข่าวมา ทำให้มีคณาฮึดที่จะดูแลให้สันติเอาดีให้ได้ สารวัตรหิรัณย์ช่วยเธอได้มากเรื่องสันติ สันติใฝ่ฝันอยากใส่เครื่องแบบทหารและตำรวจอยู่แล้ว เขาค่อย ๆ ดีขึ้น ถึงจะยังไม่ถึงกับทำให้สันติหลุดจากนิสัยเดิม ๆ ได้หมด แต่ก็มีความเปลี่นแปลงและนั่นทำให้ใจของมีคณาผูกพันกับหิรัณย์แน่นขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่หวือหวา แต่ไปได้ดี และจากความร่วมมือของสารวัตรหิรัณย์ มีคณาได้ข้อมูล ได้ข่าวและสกู๊ปเกี่ยวกับยาเสพติด เรื่องเด่น ๆ หลายเรื่องทั้งที่เป็นผู้ค้าภายนอกและผู้ค้าที่เป็นตำรวจ และเมื่อสารวัตรหิรัณย์ออกปราบปรามยาเสพติดที่เป็นกรณีไม่เสี่ยงมาก มีคณาจะขอตามไปทำข่าวด้วย ส่วนหนึ่งคืองาน แต่อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของหัวใจที่เธอเป็นห่วงเขา
 
สารวัตรหิรัณย์และทีมงานจะติดตามจับกุมนักค้ายาเสพติดชาวอเมริกัน และต้องขึ้นเชียงรายเป็นงานที่ไม่เสี่ยงมากนัก เขาจึงให้มีคณาตามไปทำข่าวด้วย มีคณาได้เห็นหน้านักค้ายาคนนั้นจากภาพถ่ายที่หิรัณย์ให้ดู ชายคนนั้นมีฉายาที่ทางหน่วยปราบฯ ตั้งให้ว่า สุภาพบุรุษ และการไปทำข่าวครั้งนี้เป็นเรื่องตื่นเต้นมากสำหรับมีคณา ตั้งแต่ที่สนามบินกรุงเทพฯ ไปเลย เพราะเธอต้องเผชิญหน้าจัง ๆ กับ สุภาพบุรุษ ซึ่งมานั่งรอขึ้นเครื่องอยู่กับเธอ ทุกคนในหน่วยหายใจกันไม่ทั่วท้อง กลัวมีคณาทำเรื่องแตก แต่มีคณาก็ไม่ได้ทำแตก สุภาพบุรุษไม่สะดุดใจสงสัยเธอเลย การติดตามจับสุภาพบุรุษไม่ใช่งานง่ายเพราะเขาทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทย ไม่พกอุปกรณ์สื่อสารใด ๆ ไม่ใช้โทรศัพท์ของโรงแรมจะ โทรหาใครก็จะใช้โทรศัพท์สาธารณะตามสถานท่องเที่ยว
 
สารวัตรหิรัณย์และมีคณาตามสุภาพบุรุษไปด้วยกัน เพราะสุภาพบุรุษเคยเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว และเมื่อเจอกันจัง ๆ หน้ากับสุภาพบุรุษที่สถานที่ท่องเที่ยวที่เชียงราย หิรัณย์รีบรับสมอ้างอย่างเต็มใจว่ามาฮันนีมูนกับมีคณา ทีมงานเฝ้ารออย่างอดทนจนถึงคืนที่สุภาพบุรุษลงมือซื้อขายยาเสพติดกับผู้ผลิต และนัดส่งสินค้ากันในผับ หน่วยฯ บุกจับ มีคณาตามถ่ายภาพข่าว แต่การเข้าจับกุมไม่สำเร็จง่ายนัก เพราะฝ่ายค้ายารู้ตัว เนื่องจากมีเสียงนกหวีดดังเป็นสัญญาณเตือน เลยเกิดยิงกันสนั่น คนที่มาเที่ยวผับหนีกันอลหม่าน มีคณาถ่ายภาพข่าวตามสัญชาตญาณนักข่าว และได้เห็นว่าในกลุ่มนักเที่ยวที่วิ่งหนีออกมาจากผับมีอยู่คนหนึ่งที่คุ้นหน้าว่าจะเป็นฝรั่งค้ายาอีกคนที่มีฉายาเด็กใหม่ มีคณาถ่ายภาพเขาได้หลายภาพ การจับกุมสำเร็จมีตำรวจบาดเจ็บบ้าง ผู้ร้ายหนีไปได้บ้าง ตำรวจตามล่า เด็กใหม่ ต่อ มีคณาช่วยจับเด็กใหม่ได้ด้วยความบังเอิญ เสี่ยงและทุลักทุเล ตำรวจได้ผลงานที่น่าพอใจ มีคณาได้ทั้งข่าวสด ๆ และสกู๊ปจากภาคสนามให้หนังสือพิมพ์ของเธอ ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเธอและสารวัตรหิรัณย์พัฒนาเป็นความรัก
 
ส่วนทหารเสือสาวอีกสองคนของสยามสาร คือมัทนากับสาระวารี ก็ติดต่ออยู่กับหนุ่มหล่ออีกสองคน มัทนาติดต่อกับ เขตต์ตวัน ดาราและเศรษฐีชาวภูเก็ต เพื่อทำสกู๊ปชีวิตของเขา สาระวารีติดต่อกับษมา เศรษฐีหนุ่มเจ้าของเกาะยานก เพื่อทำสกู๊ปเรื่องที่เขาขอเปิดบ่อนกาสิโนและมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เปิด เป็นที่รู้กันว่าความสัมพันธ์ของสองหนุ่มกับสองสาวไม่ใช่แค่เรื่องงาน หากแต่เป็นเรื่องของหัวใจด้วย แต่การไปทำสกู๊ปของสาระวารีที่เกาะยานกทำให้เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อไปเจอเหตุการณ์วางระเบิดเพื่อลอบฆ่าษมา และเธอโดนเข้าทำให้บาดเจ็บสาหัส งานสืบสวนและปราบปรามยาเสพติดพาหิรัณย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีไขมุกดำคิเรยนะ ที่ทางประเทศญี่ปุ่นจะถวายแก่องค์จักรพรรดิ แต่โดนขโมยโดยชายไทยที่โตในญี่ปุ่น และหนีเข้ามาในประเทศไทย ผู้ร้ายรายนี้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดด้วย มัทนาได้ไข่มุกดำแสนสวยมาจากเขตต์ตวัน ไม่มีใครคิดว่ามันจะโยงกับกรณีไข่มุกคิเรยนะ สารวัตรหิรัณย์ต่อเรื่องได้ รู้ว่ามัทนาตกอยู่ในอันตราย แต่เมื่อจะบอกให้มัทนาระวังตัว มัทนาก็โดนลักพาตัวไปพอดีโดยชายชื่อ เชน ซึ่งมัทนาเคยบอกมีคณาว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทกับเขตต์ตวัน แต่ที่จริงแล้วเชนเป็นศัตรูคู่แค้นกับเขตต์ตวัน เขตต์ตวันก็ถูกจับตัวไปด้วย เมื่อตำรวจไปช่วยได้นั้น มัทนาถูกซ้อมยับเยินสลบไม่ได้สติ เด็กสาวอีกจำนวนหนึ่งถูกขังอยู่กับมัทนาด้วย สาว ๆ ถูกเตรียมส่งตัวไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ เขตต์ตวันถูกทำร้ายหน้าเป็นแผลยาว
 
จากกรณีที่มัทนาเกือบโดนพาไปขาย ประกอบกับเรื่องน้องสาวที่ถูกขายไปเป็นโสเพณี ทำให้มีคณาอยากเจาะข่าวเรื่องขบวนการค้าผู้หญิง เธอยืนยันกับหัวหน้าว่าจะทำถึงแม้จะอันตรายมากก็ตาม มีคณาตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงมากคือแฝงตัวเข้าไปกับสายขายผู้หญิงเพื่อไปให้ถึงต้นตอข่าวโดยแจ้งความประสงค์จะขายตัว เธอเริ่มจากการหารายละเอียดจากเด็กสาวที่ตำรวจช่วยรอดมาได้พร้อมมัทนา มีคณาไม่บอกสารวัตรหิรัณย์ว่าเธอกำลังจะทำอะไร รู้ว่าเขาต้องขัดขวางแน่นอน เธอจึงเลือกช่วงที่เขาไปดูงานที่อเมริกาเป็นช่วงลงมือ มีคณาแฝงตัวเข้าสู่พวกค้าผู้หญิงได้สำเร็จ เธอถูกส่งไปถึงมาเลย์และได้เจอกับธิดาอย่างไม่คาดฝัน แต่ไม่นานนักความแตก มีคณากับธิดาถูกตามล่า ธิดายอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อให้มีคณาหนีรอด สารวัตรหิรัณย์แทบคลั่งเมื่อกลับมารู้เรื่องว่ามีคณาทำอะไร เขาตามจนเจอและช่วยเธอได้ฉิวเฉียดก่อนที่มีคณาจะยับเยินและถูกฆ่า
 
มีคณาได้ข่าวคึกโครมซ่องใหญ่ถูกทลายมาลงหนังสือพิมพ์ของเธอ แต่หิรัณย์สั่งเธอเลิกทำข่าวเสี่ยงแบบนี้อีกชั่วชีวิตและขอเธอแต่งงาน ธาราตาย ธิดารอดมาได้ เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยมีมีคณาคอยประคับประครองจิตใจ แต่ธิดาต้องเผชิญกับปัญหาในการที่จะอยู่ร่วมสังคมกับคนอื่นที่มองว่าคนที่มีอาชีพอย่างเธอน่ารังเกียจ ธิดากลับไปอยู่บ้านทางเหนือกับแม่ เพราะพ่อหมดสภาพเนื่องจากเหล้า และธำรงหมดฤทธิ์เนื่องจากพิการเพราะอุบัติเหตุจากการขี่มอเตอร์ไซค์คึกคะนอง มอเตอร์ไซค์ที่ซื้อด้วยเงินขายตัวของธิดา ซองการ์ดเชิญงานแต่งงาน 3 ซองวางเรียงกันอยู่บนโต๊ะของไชยวัฒน์ สามทหารเสือสาวของเขาทยอยกันแต่งงานในช่วงเวลาไล่ ๆ กัน มีคณาแต่งกับสารวัตรหิรัณย์ มัทนาแต่งกับเขตต์ตวัน สาระวารีแต่งกับษมา ถึงเวลาหาทหารเสือชุดใหม่ให้สยามสารแล้ว ติดตามชม ละครฟ้ากระจ่างดาว ได้ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครฟ้ากระจ่างดาว

 
รายชื่อนักแสดงนำ ในละคร ฟ้ากระจ่างดาว
 
ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท สารวัตรหิรัณย์
ภีรนีย์ คงไทย รับบท มีคณา
อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท เขตต์ตวัน
อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท มัทนา
ชาคริต แย้มนาม รับบท ษมา
ราศรี บาเลนซิเอก้า รับบท สาระวารี
อรุณณภา พาณิชจรูญ รับบท หมวดวิมลิน
ปวีณา ชารีฟสกุล รับบท บานเช้า
รสริน จันทรา รับบท มั่นสิน
ด.ช.มณฑล สุรวิทย์ธรรมะ รับบท สันติ
โจโจ้ ไมอ็อคชิ รับบท ไชยวัฒน์
จักรพันธ์ จันโอ รับบท ธำรง
ศานติ สันติเวชชกุล รับบท บุญสม
ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ รับบท ทัพขันธ์
เบญจสิริ วัฒนา รับบท สุนันทา
ยุวดี ไทยหิรัญ รับบท เจ๊นิด
สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ผู้การพิรุณ
ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ รับบท พ่อหิรัณย์
ชนานา นุตาคม รับบท กัลยา (แม่หิรัณย์)
กฤติกา ซิงห์ รับบท วันทนีย์ (น้องหิรัณย์)
ภัทรินทร์ เจียรสุข รับบท ธิดา
ปีเตอร์ ธูนสตระ รับบท สุภาพบุรุษ
ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท พ่อมัทนา
สุปราณี เจริญผล รับบท แม่มัทนา
อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์ รับบท สาวิตรี
มิรา โกมลวณิช รับบท ศกุนตลา
อนุธิดา อิ่มทรัพย์ รับบท วาสิฏฐี
อาเธอร์ เบญจกุล รับบท เอกชัย
ออกัส พรรษกร รับบท สาลินี
พงศนาถ วินศิริ รับบท จิตติ
พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ รับบท โศภี (ศัลยกรรม)
ชุมพร เทพพิทักษ์ รับบท หลวงพ่อจรูญ

โดมทอง

คุณมณฑา หญิงสาวงามสง่าแห่งตระกูลผู้ดี ได้สมรสกับเจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์ เจ้าของคฤหาสน์ที่สวยงามราวกับความฝันชื่อ โดมทอง ซึ่งด้านหน้าติดภูเขา ด้านหลังติดทะเล โดยหลังแต่งงาน คุณมณฑาได้พาน้องสาวที่เกิดจากภรรยาคนสุดท้ายของบิดามาด้วย คุณพลับพลึง หรือ คุณน้อย จึงมีอายุห่างจากคุณมณฑาค่อนข้างมาก ในขณะที่คุณมณฑาเป็นคนรักแรงเกลียดแรง แฝงด้วยความอำมหิตอย่างคาดไม่ถึง เข้มงวด และเจ้าอารมณ์ สร้างความตึงเครียด อึดอัดใจให้กับผู้ที่อยู่ใกล้เสมอ แต่คุณพลับพลึงและเสียงเพลงลาวครวญจากจะเข้ของเธอ กลับนำความสดใส มีชีวิตชีวามาสู่ โดมทอง และ ท่านเจ้าคุณสรรักษ์ฯ
 
คุณมณฑาเริ่มเอะใจเมื่อท่านเจ้าคุณสั่งให้ปลูกทุ่งดอกพลับพลึง แต่ท่านเจ้าคุณก็แก้โดยปลูกต้นมณฑาไว้ในสวน นางพิศ บ่าวคนสนิท คอยยุยงว่าทำไมถึงปลูกพลับพลึงมากมายเป็นทุ่ง แต่ปลูกมณฑาไม่กี่ต้น ท่านเจ้าคุณก็แก้ได้อีกว่า ต้นมณฑาไม่เหมาะกับปลูกเป็นทุ่งเหมือนต้นพลับพลึง ถึงแม้คุณมณฑาจะไม่พอใจแค่ไหน ก็ไม่กล้าแสดงออกมากนักด้วยเกรงใจสามี โดยมาไล่เบี้ยเอากับน้องสาวแทน
 
ถึงแม้จะเกรงกลัวพี่สาวขนาดไหน คุณพลับพลึงผู้อ่อนไหวและเยาว์วัยก็ไม่อาจต่อต้านความรัก ความปรารถนาของท่านเจ้าคุณได้ ทั้งสองลักลอบมีความสัมพันธ์กัน ขณะที่คุณมณฑาตั้งครรภ์ นางพิศเป็นคนจับได้ แล้วนำมาฟ้องนาย คุณมณฑาเคียดแค้นจนแทบกระอักเป็นเลือด
 
ระหว่างที่ท่านเจ้าคุณไปทำงาน คุณมณฑาสั่งให้นางพิศโบยคุณพลับพลึงจนสลบ พร้อมทั้งสั่งห้ามไม่ให้เรื่องนี้ถึงท่านเจ้าคุณเด็ดขาด ขณะเดียวกันคุณหญิงก็มารยาแพ้ท้องมากมายจนท่านเจ้าคุณไม่อาจปลีกตัวมาพบคุณพลับพลึงได้ และถึงแม้จะพบโดยบังเอิญคุณพลับพลึงก็จะพยายามหลบหน้าหลบตา หรือไม่คุณมณฑากับนางพิศก็จะเข้ามาในบริเวณนั้น
 
จนกระทั้งวันหนึ่ง ท่านเจ้าคุณต้องไปราชการต่างจังหวัด ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงคุณพลับพลึง ท่านเจ้าคุณจึงหาโอกาสมาล่ำลา ซึ่งก็ไม่ได้พ้นสายตาของนางพิศ ที่ได้รับคำสั่งให้คอยสอดส่องเป็นหูเป็นตาแทนเจ้านาย คุณมณฑาแค้นแสนแค้น แต่พยายามเก็บอารมณ์ไว้ ยิ่งได้สังเกตเห็นแววตาท่านเจ้าคุณที่ลอบมองน้องสาวอย่างเป็นห่วงและอาลัย อาวรณ์ ท่านผู้หญิงแค้นแสนแค้น หากพยายามเก็บอารมณ์ไว้
 
เมื่อท่านเจ้าคุณไปแล้ว คุณมณฑาไม่รอช้า สั่งให้นางพิศไปพาพี่ชายมา แล้วสั่งให้ทั้งสองจับคุณพลับพลึงไปล่ามโซ่ขังในห้องบนยอดโดมทอง คุณพลับพลึงพยายามขอร้องให้ฆ่าเธอให้ตายเสียดีกว่า จะขังทรมานกันแบบนี้ แต่คุณมณฑากลับหัวเราะเยาะ บอกว่าการฆ่ามันไม่สาแก่ใจเท่ากับการที่ต้องทนทุกข์ทรมาน คุณพลับพลึงร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แต่นั่นกลับทำให้คุณมณฑาสะใจ
 
คุณพลับพลึงถูกขังอยู่ในห้องบนยอดโดมทองนั้น โดยไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ทั้งยังไม่ได้กินข้าวกินน้ำ นายพัน ซึ่งรู้สึกผิดได้แอบเอาข้าวเอาน้ำมาให้ เมื่อคุณมณฑาจับได้จึงไล่นายพันออกไป ไม่ให้มาเหยียบโดมทองอีก และได้สั่งนางพิศให้ตอกตะปูปิดตายห้องนั้นเสีย เสียงคุณพลับพลึงตะโกนออกมา "คุณพี่ใจร้ายเหลือเกิน อิฉันจะไม่ไปไหนจะอยู่รอดูวันสุดท้ายของคุณพี่"
 
เมื่อท่านเจ้าคุณกลับมาไม่เห็นคุณพลับพลึงก็แปลกใจ คุณมณฑารายงานว่าน้องสาวหนีออกไปเพราะสำนึกผิดที่แย่งสามีพี่สาว ท่านเจ้าคุณตกใจที่ภรรยารู้ความจริง ท่านผู้หญิงมารยาน้ำตาไหลซึมเศร้าทำให้ท่านเจ้าคุณไม่กล้าต่อความยาวสาวความยืด อีกทั้งเห็นภรรยากำลังท้องกำลังไส้
 
คุณมณฑาทำเป็นส่งคนออกตามหาน้องสาวแต่ก็ไม่พบ ท่านเจ้าคุณนั้นคิดมากจนตรอมใจล้มเจ็บ ก่อนสิ้นใจท่านเจ้าคุณได้ตั้งจิตอธิฐานว่าจะไม่ยอมไปผุดไปเกิด จนกว่าจะตามหาคุณพลับพลึงพบ หลังจากนั้นคุณมณฑาได้สั่งให้เก็บรูปท่านเจ้าคุณ และรูปเขียนของคุณพลับพลึงไว้ในห้องเก็บของและปิดตายตั้งแต่นั่น
 
โดมทอง ในปี 2500 ยังคงความสง่างามและดูจะขลังยิ่งกว่าเดิม ภายในบ้าน อดิศวร์ วโรดม หลานชายคนเดียวของ คุณมณฑา หรือ ท่านผู้หญิงสรรักษ์ฯ ซึ่งบัดนี้แก่ชราลงไปตามกาลเวลา ได้เข้ามาลาท่านเพื่อลงไปกรุงเทพฯ
 
อดิศวร์นั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนท่านเจ้าคุณราวกับพิมพ์เดียวกัน เหมือนเสียจนกระทั่งบางครั้งเมื่อท่านผู้หญิงกำลังเหม่อลอยและเขาเข้ามาหา ท่านจะพลั้งปากเรียกผิด ท่านผู้หญิงไม่อยากให้อดิศวร์ไปเพราะวันนั้นเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่ทรมานที่สุดของท่าน เพราะดวงวิญญาณคุณพลับพลึงจะทรงพลังมาก ด้วยวันนี้เป็นวันตาย และเป็นวันที่คุณพลับพลึงอธิษฐานไว้จะปรากฏให้เห็น พร้อมกับเพลงลาวครวญอันวังเวงเยือกเย็นชวนขนลุก อดิศวร์ซึ่งไม่เชื่อพยายามปลอบโยนและสั่งให้ 2 สาว อุษา กับ แสงแข ซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ คอยดูแลท่านผู้หญิงให้ดีด้วย เขาจำเป็นต้องไปร่วมแสดงความยินดีกับ พิณทอง ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวซึ่งจะเข้าพิธีหมั้นกับ พิชญ์ ชายหนุ่มชาติตระกูลดี
 
ในวันที่เดินทางมากรุงเทพฯ อดิศวร์และเพื่อน ๆ ซึ่งนาน ๆ จะพบกันทีได้ชวนกันไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง และได้พบกับ วิรงรอง เป็นครั้งแรก อดิศวร์รู้สึกสะดุดตาเป็นอย่างมากด้วยความสวยน่ารักสดใสและมีชีวิตชีวาของ เธอ วิรงรองมากับ อนิรุทธ์ เพื่อนสนิท ความสวยสะดุดตาของหญิงสาว กลับกลายเป็นความดูถูกทันทีที่อดิศวร์เห็น ชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาในร้าน เขามาต่อว่าวิรงรองด้วยความหึงหวงจนเกือบชกต่อยกัน วิรงรองดูไร้ค่าทันทีในสายตาของผู้ชายค่อนข้างเข้มงวดอย่างอดิศวร์
 
วิรงรอง กลับมาถึงบ้านด้วยความโกรธและอับอายโดยมีอนิรุทธ์มาส่ง พิชญ์ตามมาขอโทษและปรับความเข้าใจพร้อมกับเอาแหวนออกมายืนยันว่าเขาจะแต่ง งานกับเธอแน่นอน วิรงรองจึงย้อนถามว่าแล้วคู่หมั้นของเขาล่ะ พิชญ์ขอเวลาจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เรียบร้อยและยืนยันว่าเขารักเธอคนเดียว ในขณะที่วิรงรองใจอ่อนจะยอมให้พิชญ์สวมแหวน คุณปราง มารดาวิรงรองกลับบ้านพอดี ความเยือกเย็นของคุณปรางทำให้พิชญ์กลับไปไม่กล้าโต้แย้ง
 
ในงานหมั้นของพิชญ์และพิณทอง อดิศวร์ได้พบกับพิชญ์เป็นครั้งแรกทำให้เขาห่วงหลานสาวทันที เพราะดูท่าทางแล้วพิณทองผู้อ่อนโยนอาจจะต้องเสียใจเพราะผู้หญิงที่อดิศวร์ คิดว่ามารยาคนนั้น และเขาไม่รีรอเลยที่จะพูดเป็นเชิงรู้ทันเมื่ออยู่ตามลำพังกับพิชญ์ว่า พิณทองเป็นคนดีมากหวังว่าพิชญ์คงจะไม่ทำให้เธอเสียใจ ทำให้พิชญ์หวาดระแวงอดิศวร์ว่าจะรู้เรื่องเขากับวิรงรอง
 
ทางด้านคุณปรางเห็นวิรงรองลูกสาวซึมไป จึงปรึกษากับ คุณสุรภี คุณสุรภีนึกได้ว่าญาติผู้ใหญ่ของท่านที่โดมทองกำลังต้องการพยาบาลคนใหม่ เพราะคนเก่าลาออกไป เพราะทนความเจ้าอารมณ์ของท่านผู้หญิงไม่ไหว คุณปรางเห็นเป็นโอกาสดีที่จะแยกวิรงรองให้ไกลจากพิชญ์ อีกทั้งบรรยากาศใหม่ ๆ อาจจะทำให้วิรงรองดีขึ้นจากอาการซึมเศร้าได้ ซึ่งวิรงรองก็ตอบรับในทันที
 
เมื่อเดินทางไปถึงโดมทอง วิรงรองพบว่ามีเพียงสิ่งเดียวที่ตรงกับความฝันและความหวังของเธอ นั้นคือความสวยงามของโดมทอง แต่กระนั้นก็ยังสัมผัสได้กับความลึกลับ ความน่ากลัว และความโศกเศร้าที่ดูเหมือนจะแทรกอยู่ในทุกอณูของบ้าน
 
นอกจากนั้นวิรงรองยังได้ยินเสียงเพลงลาวครวญอันโหยหวนดังมาจากยอดโดมทอง ยิ่งได้พบกับอดิศวร์เธอยิ่งแปลกใจกับความเย็นชาระคนกับความไม่พอใจของอดิศวร์ที่มีต่อเธอ และเมื่อเขาพาเธอไปแนะนำตัวกับท่านผู้หญิง ทุกคนในที่นั้นแม้กระทั้งอดิศวร์เองก็ยังอดประหลาดใจและตกใจไม่ได้ เมื่อท่านผู้หญิงได้แสดงความหวาดกลัว และเกลียดชังวิรงรองอย่างสุดชีวิต และเรียกเธอว่านังพลับพลึง จนอดิศวร์ต้องให้อุษาพาเธอออกไปก่อน ท่านผู้หญิงสั่งให้อดิศวร์ไล่อีนังพลับพลึงออกไป ซึ่งทำให้แสงแขแอบดีใจเพราะความสวยสดใสของวิรงรองทำให้เธอหวาดระแวงว่าอดิศวร์จะพอใจวิรงรอง
 
เมื่ออดิศวร์ออกมา วิรงรองขอกลับกรุงเทพฯ แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเขาปฏิเสธโดยไม่บอกเหตุผล ซึ่งแม้แต่อุษากับแสงแขก็แปลกใจเช่นกัน อุษานั้นแปลกใจแกมยินดีด้วยรู้สึกถูกชะตากับวิรงรอง ส่วนแสงแขยิ่งเพิ่มความริษยาและเกลียดชังวิรงรองมากขึ้น
 
ถึงแม้อดิศวร์จะห้ามไม่ให้ทุกคนเอ่ยถึงวิรงรองกับท่านผู้หญิงสรรักษ์ แสงแขก็ทำเป็นเผลอไผลทำให้ท่านผู้หญิงรู้ อดิศวร์ยืนยันกับท่านว่าเขามีเหตุผลที่ต้องให้วิรงรองอยู่ที่โดมทองต่อไป ซึ่งเหตุผลกระจ่างขึ้นในทันทีที่พิชญ์กับพิณทองมาฮันนีมูนที่โดมทอง ยิ่งอยู่โดมทองนานวันเข้า วิรงรองยิ่งพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกลับเรียกร้องให้เธอค้นหา เสียงกรีดร้องของท่านผู้หญิงด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีดในยามดึก โดยเฉพาะคืนจันทร์เพ็ญ
 
ผู้ชายในเครื่องแต่งกายโบราณนั่งรถม้ามาหยุดหน้าโดมทอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองเหมือนจะรอใครสักคน เสียงโซ่ที่เหมือนถูกลากตามพื้น เงาลึกลับของผู้ชายที่แต่งตัวเหมือนบ่าวสมัยโบราณที่คอยวนเวียนอยู่ภายนอก บ้าน ทำให้วิรงรองข่มความหวาดกลัวและพยายามสืบหาความจริง
 
นับตั้งแต่เข้าไปในห้องเก็บของที่ปิดตายจนพบรูปวาดของคุณพลับพลึงที่เหมือน เธอราวกับแกะ รูปของท่านเจ้าคุณสรรักษ์ไกรณรงค์ที่เหมือนกับอดิศวร์ราวกับพิมพ์เดียว และวิญญาณนางพิศซึ่งวิรงรองเข้าใจว่าเป็นแม่บ้านของท่านผู้หญิง จะมาปรากฏตัวคอยขัดขวางด้วยใบหน้าเย็นชาไร้ชีวิตจิตใจทุกครั้งที่วิรงรอง กำลังจะค้นพบความจริงบางอย่าง ความริษยาถึงขั้นปองร้ายถึงชีวิตของแสงแข ความเป็นมาของ พันธุ์สูรย์ ชายหนุ่มคนรักผู้ลึกลับของอุษา และที่ร้ายที่สุดคืออดิศวร์ ซึ่งวิรงรองไม่เข้าใจว่าเกลียดชังเธอเรื่องอะไร
 
ระหว่างนี้ ภูไท เจ้าของปางไม้ภูไทและน้องสาวชื่อ ลานนา มาเยี่ยมท่านผู้หญิงและอดิศวร์ที่โดมทอง ที่จริงแล้วทั้งสองพี่น้องเป็น เพื่อนเล่นกับอดิศวร์ อุษา แสงแข รวมทั้งพันธุ์สูรย์ด้วยมาตั้งแต่เด็ก เมื่ออดิศวร์ไล่พันธุ์สูรย์ออกจากบ้านเพราะจับได้ว่าเขารักกับอุษา พันธุ์สูรย์ก็หลบไปทำงานกับภูไทที่ปางไม้ เรื่องความรักของเขากับอุษาภูไทกับลานนาก็รู้ดี
 
การมาวันนี้เป็นการกลับมาพบกันของเพื่อนเก่าจริง ๆ เมื่อลานนาทักวิรงรองอย่างตื่นเต้น สองสาวสนิทกันมากตั้งแต่เรียนอยู่ต่างประเทศ ลานนาเองรู้จักพิชญ์ด้วยเช่นกัน แล้วก็ถึงวันที่พิณทองกับพิชญ์มาถึงโดมทอง พิชญ์ตกใจที่พบวิรงรองที่นี่โดยที่อดิศวร์แนะนำว่าเธอเป็นญาติเขา วิรงรองไม่มีท่าทางผิดปกติเธอทำราวกับพบพิชญ์เป็นครั้งแรก ตรงข้ามกับพิชญ์ที่มีพิรุธจนเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพียงอดิศวร์ที่แปลกใจกับอาการสงบนิ่งของวิรงรอง ตัวเธอเองก็แปลกใจที่สามารถเผชิญหน้ากับพิชญ์ได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลย เวลานี้เธอยอมรับเขาได้ในฐานะเพื่อนเท่านั้น หลังอาหารค่ำวิรงรองหลบไปเดินเล่นที่ชายหาดคนเดียว กว่าจะรู้ว่าพิชญ์แอบตามมาด้วยเขาก็มาถึงตัวเธอแล้ว
 
พิชญ์พยายามขอคืนดีกับวิรงรอง แต่เธอไม่ยอม เขาหาว่าเธอรักกับอดิศวร์จึงฉวยโอกาสไล่ให้เขาแต่งงานกับพิณทอง วิรงรองไม่ยอมพูดเรื่องนี้ เธอพยายามไล่ให้พิชญ์กลับไปหาพิณทอง แต่กลับทำให้เขาโกรธ พิชญ์ฉวยโอกาสดึงตัวเธอมากอด แต่เธอกลับตบหน้าเขาอย่างแรงและไล่ให้เขากลับไปหาพิณทองที่กำลังเดินตามมา วิรงรองย้ำกับพิชญ์เสียงเข้มว่าเรื่องระหว่างเธอกับเขาจบไปแล้ว และไม่มีทางที่เธอจะกลับไปหาเขาอีก เมื่อพิชญ์ไปแล้ววิรงรองฟุบตัวร้องไห้อย่างเสียขวัญ เธอเจ็บใจที่พิชญ์หมิ่นน้ำใจและดูถูกเธอเหลือเกิน
 
เสียงของอดิศวร์ที่พูดถึงรอยฝ่ามือเธอบนหน้าพิชญ์ ทำให้วิรงรองตกใจมาก เธอรีบเช็ดน้ำตาทันที ขณะที่เขาพูดต่อเรื่อย ๆ ว่าเขานั่งเล่นตรงนี้นานแล้วและได้ยินทุกอย่าง วิรงรองเงียบกริบเมื่อจู่ ๆ อดิศวร์บอกให้เธอแต่งงานกับเขาและอยู่ที่โดมทองต่อไป
 
วิรงรองเข้าใจว่าเขาต้องการแต่งงานกับเธอเพื่อรั้งตัวไว้ไม่ให้กลับไปยุ่ง เกี่ยวกับพิชญ์อีก วิรงรองอิจฉาพิณทองที่มีอดิศวร์คอยช่วย และทำทุกอย่างเพื่อให้หลานสาวมีความสุขช่างตรงข้ามกับเธอที่ไม่มีใครเข้าใจ สักคน วิรงรองเถียงอดิศวร์อย่างลืมตัวชายหนุ่มดึงเธอมากอดและจูบคน พูดอย่างอ่อนโยนอบอุ่น วิรงรองรู้สึกราวกับโลกหยุดหมุน อ้อมกอดของอดิศวร์อบอุ่นและคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เธอผละจากเขาทันทีที่รู้สึกตัวแต่เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทำร้ายเขาเหมือน พิชญ์ อดิศวร์หัวเราะพูดอย่างรู้ทันพลางรวบมือเธอไว้แล้วรีบจูงเดินย้อนกลับไปรวม กับคนอื่น ๆ พิณทองล้อทั้งคู่จนวิรงรองอายหน้าแดง นั่นทำให้แสงแขเพิ่มความเคียดแค้นชิงชังเธอมากขึ้นไปอีก
 
คืนนั้นดึกมากแล้วเมื่อแสงแขมาเคาะประตูห้องเรียกเธอออกไปคุยที่ระเบียงและ ขู่ไม่ให้เธอยุ่ง กับอดิศวร์ วิรงรองเห็นใจแสงแขจึงแกล้งหลอกว่าเธอมีคนรักแล้วเขาอยู่กรุงเทพฯ อีกไม่นานเธอจะกลับ ไปหาเขาเธอไม่สนใจอดิศวร์เลยสักนิด แสงแขไม่ค่อยเชื่อนักย้ำแล้วย้ำอีกจนวิรงรองอ่อนใจ เมื่อแสงแขยอมเชื่อและแยกไปนอนแล้ว วิรงรองกลับยืนนิ่งอยู่ที่ระเบียงนั้นจนดึก เธอเหนื่อยใจกับคนที่นี่เหลือเกิน ไม่มีใครยอมฟังและเชื่อในสิ่งที่เธอบอกเลยนอกจากอุษา
 
ฝนเริ่มตกและตกหนักขึ้นทุกทีแต่หญิงสาวคง ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เสียงเพลงหวานเศร้าแว่วมาอีกแล้วพร้อมเสียงรถม้า คราวนี้วิรงรองตั้งใจจะดูให้เห็นกับตาว่าใครขับรถม้า เมื่อเสียงรถม้าหยุดใต้ระเบียงหญิงสาวจึงชะโงกตัวลงไปดูจนเกือบพลัดตก ระเบียง ดีว่าอดิศวร์เข้ามารวบตัวอุ้มไว้ทัน เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นวิรงรอง เธอเปียกโชกทั้งตัว หน้าซีด ตัวรุมร้อนเหมือนจะมีไข้ อดิศวร์รีบอุ้มเธอไปหาอุษาให้ช่วยดูแล อุษาเองก็ตกใจมากและแปลกใจ ที่อดิศวร์กุลีกุจอช่วยเธอปฐมพยาบาลวิรงรองจนดึกกว่าจะยอมไปนอน ราตรีนั้นวิรงรองจึงต้องนอนกับอุษา เธอไข้สูงจนไม่มีใครกล้าปล่อยให้เธอกลับไปนอนที่ห้องตามลำพัง
 
วันรุ่งขึ้นอดิศวร์คอยช่วยอุษาสลับไปดูแลท่านผู้หญิง เขาอยู่กับท่านครั้งละนาน ๆ เพื่อให้อุษาได้ดูแลวิรงรองเต็มที่ อดิศวร์อ่อนโยนกับวิรงรองอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน หญิงสาวหายป่วยทันงานเลี้ยงส่งพิชญ์กับพิณทอง พันธุ์สูรย์ฉวยโอกาสหลบมาพบอุษาโดยมี ภูไท ลานนา และวิรงรองคอยช่วย แต่อดิศวร์ก็รู้จนได้ เขารีบตามออกไปที่สวน วิรงรองกับภูไทรีบตามไปติด ๆ อดิศวร์ต่อว่าพันธุ์สูรย์แรง ๆ หลายคำและพยายามปลอบอุษาให้กลับมาหาเขา พันธุ์สูรย์แค้นใจจึงบอก อดิศวร์ว่าการหายตัวไปของคุณย่าน้อยบางทีท่านผู้หญิงจะรู้ดีที่สุด และเป็นไปได้ที่คุณย่าน้อยจะไม่ได้ออกไปไหนเธออาจอยู่ที่ไหนสักแห่งในโดมทอง นี้ คำพูดของเขาทำให้ทุกคนอึ้งไปหมด
 
เมื่ออดิศวร์ได้สติเขาต่อยพันธุ์สูรย์แล้วพาอุษากลับเข้าบ้านทิ้งทุกคนไว้ ที่นั่น วิรงรองน้อยใจเขาจนบอกไม่ถูก ภูไทไล่พันธุ์สูรย์กลับไปและอยู่เป็นเพื่อนวิรงรอง ผ่านไปครู่เดียวลานนาก็ลงมาหาต่อว่าเพื่อนสาวที่ไม่ยอมบอกเรื่องความ สัมพันธ์ระหว่างเธอกับอดิศวร์ ลานนาไม่ปล่อยให้วิรงรองงงนาน เธอบอกว่าอดิศวร์เพิ่งประกาศในงานว่าเขากำลังจะแต่งงานกับวิรงรอง หญิงสาวพูดไม่ออกข่มความน้อยใจ อดิศวร์ทำอะไรตามใจตัวเองและบังคับจิตใจเธอเหลือเกิน แต่หญิงสาวก็สวมบทบาทว่าที่เจ้าสาวอย่างน่ารัก งานเลี้ยงเลิกทุกคนกลับไปหมดโดมทองเงียบสนิท วิรงรองตัดสินใจจะหนีไปหาลานนา เธอทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่ไม่ทันที่เธอจะออกไป อดิศวร์เข้ามาเห็นพอดีเขารับอาสาจะไปส่งเธอที่บ้านภูไทให้ วิรงรองเดินไปขึ้นรถอย่างตะบึงตะบอน
 
บรรยากาศ ในรถเงียบกริบจนกระทั่งหญิงสาวทนไม่ไหว เธอเอะใจว่าจะถูกหลอก บ้านภูไทอยู่ไกลเกินไปไม่เหมือนที่ลานนาบอกเธอเลย เมื่อเธอประท้วงเขา อดิศวร์กลับรับว่าเขาไม่คิดจะพาเธอไปบ้านนั้นเลยและไม่มีทางเป็นไปได้ เขาไม่ปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่นอน วิรงรองโกรธจนพูดไม่ออก อดิศวร์จึงค่อย ๆ ปรับความเข้าใจกับเธอ แต่กว่าวิรงรองจะได้ยินคำว่ารักก็ยากเต็มที น่าแปลกที่เธอเชื่อเขาและเพิ่งรู้ใจตัวเองว่าเธอรักเขาเช่นกัน วิรงรองยอมกลับไปโดมทองอย่างเต็มใจ เมื่อพิชญ์กับพิณทองกลับไปแล้ว วิรงรองเริ่มสบายใจขึ้นบ้าง
 
คืนหนึ่งอดิศวร์พาเธอไปงานเลี้ยงที่จวนผู้ว่ากว่าจะกลับดึกมาก คืนนั้นเป็นคืนวันเพ็ญวิรงรองจึงชวนให้เขารอดูรถม้าลึกลับด้วยกัน อดิศวร์ตื่นเต้นที่เห็นว่ารถม้ามีจริงๆ เขาบอกเธอว่าชายคนที่ขับรถม้าไม่ได้มองห้องนอนวิรงรอง สายตาเขามองเลยขึ้นไปที่โดมทองต่างหาก
 
เช้าวันต่อมาอดิศวร์กับตาแสงคนขับรถ ขึ้นไปรื้อประตูและขึ้นไปที่โดมทอง วิรงรองกับอุษาตามไปด้วย บนนั้นมีประตูปิดตายอีกหนึ่งบาน อดิศวร์สั่งรื้อทันที เมื่อประตูเปิดทุกคนจึงเห็นว่ามีห้องอยู่อีกห้องหนึ่งทั้งที่ไม่น่าจะมี ทั้งหมดค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้อง ที่มุมห้องมีร่างทีเหลือเพียงโครงกระดูก และมีโซ่ตรวนเส้นโตถูกล่ามไว้ที่ข้อเท้าอย่างน่าสงสาร สร้อยคอทองคำห้อยล็อกเก็ตรูปเจ้าพระยาสุรรักษ์ไกรณรงค์ที่ตกอยู่ใกล้ ๆ ทำให้รู้ได้ไม่ยากว่าเธอคือคุณพลับพลึงนั่นเอง
 
อดิศวร์คิดถึงเรื่องที่พันธุ์สูรย์บอกว่า ที่จริงแล้วเจ้าพระยาสุรรักษ์ไกรณรงค์รักกับคุณพลับพลึง การแต่งงานครั้งนั้นผิดฝาผิดตัว ท่านจำต้องแต่งงานกับคุณมณฑาซึ่งเป็นพี่สาว เมื่อภรรยาพาคุณพลับพลึงน้องสาวมาอยู่ด้วยทั้งคู่จึงหักใจไม่ได้ จนกระทั่งคุณมณฑาท้องจึงรู้ว่าสามีและน้องสาวมีความสัมพันธ์กัน หลังเธอคลอดลูกซึ่งก็คือพ่อของอดิศวร์ ไม่นานเจ้าพระยาสุรรักษ์ไกรณรงค์ต้องไปราชการหัวเมืองหลายวันและคุณพลับพลึง ก็หายไปจากโดมทองตอนนั้นเอง
 
เสียงของวิรงรองที่บอกเขาให้ไขกุญแจโซ่ที่ล่ามข้อเท้าเธอทำให้อดิศวร์ได้สติ เขาผลุนผลันออกไปจากห้องโดยมีวิรงรองวิ่งตามไปที่ห้องท่านผู้หญิง เธอเข้าไปห้ามอดิศวร์ที่กำลังต่อว่าท่านผู้หญิงอย่างรุนแรง ท่านผู้หญิงปฏิเสธทุกอย่าง เสียงของวิรงรองทำให้ทั้งคู่หันมาหาเธอ ท่านผู้หญิงหน้าซีดเผือดตกใจ ท่านเรียกชื่อพลับพลึงไล่เธอออกไปก่อนจะเป็นลมและสิ้นใจทันที
 
ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด อดิศวร์ค้นกำปั่นข้างตัวท่านผู้หญิงซึ่งท่านหวงนักหนาจึงพบกุญแจ เขารีบไปไขโซ่ที่ล่ามข้อเท้าคุณพลับพลึง กุญแจพวงนั้นยืนยันได้ว่าท่านผู้หญิงอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด อดิศวร์ต้องจัดงานศพถึงสองงานพร้อมกัน เพียงแต่ร่างของคุณพลับพลึงต้องไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใกล้ ๆ เพื่อไม่ให้อื้อฉาวขณะที่ท่านผู้หญิงจัดที่บ้าน
 
หลังจากท่านผู้หญิงสิ้นอดิศวร์กับวิรงรองใกล้ชิดกันมากขึ้น ยืนยันความสัมพันธ์ที่มีต่อกันจนแสงแขแค้นใจแทบคลั่ง เธอรู้ดีว่าอดิศวร์ต้องแต่งงานกับวิรงรองแน่นอน ไม่มีใครขัดขวางเขาได้แน่ วันหนึ่งในระหว่างงานศพขณะที่วิรงรองคุยกับภูไทและลานนา พันธุ์สูรย์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกให้พาวิรงรองกลับไปข้างในบ้าน เขาพูดไม่ทันขาดคำเสียงปืนดังขึ้น ร่างวิรงรองทรุดฮวบลงทันที ภูไทรีบช้อนตัวเธอไว้จึงรู้ว่าเธอถูกยิง
 
อดิศวร์ทั้งโกรธและแค้นที่สุดขณะที่หมอกำลังผ่าตัดกระสุนออกให้วิรงรอง อดิศวร์คุยกับพันธุ์สูรย์อย่างเคร่งเครียด และยิ่งโกรธเมื่อรู้ว่าแสงแขอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เขาให้พันธุ์สูรย์ประสานกับตำรวจตามล่ามือปืนให้ได้ หมอช่วยชีวิตวิรงรองไว้ได้ อดิศวร์ดีใจมากเขาดูแลเธออย่างใกล้ชิดมากขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน มือปืนถูกจับตัวได้ไม่กี่วันต่อมา และให้การซัดทอดแสงแขว่าเป็นผู้จ้างวาน แต่แสงแขชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน
 
เมื่อเรื่องร้าย ๆ ผ่านไป ได้มีการเตรียมงานมงคลสองงาน หนึ่งคืองานแต่งงานของอุษากับพันธุ์สูรย์ และอีกงาน เป็นงานแต่งของอดิศวร์กับวิรงรอง ที่จะครองรักครองสุขกันที่โดมทองแห่งนี้ไปนานเท่านาน

 

รายชื่อนักแสดงนำ ในละคร โดมทอง

 

วีรภาพ  สุภาพไพบูลย์   รับบท   เจ้าพระยาสรรักษ์ไกรณรงค์ / อดิศวร์ ศิโรดม
ทัศนียา  การสมนุช   รับบท   คุณพลับพลึง และวิรงรอง
จีรนันท์  มะโนแจ่ม   รับบท   ท่านผู้หญิงสรรักษ์ไกรณรงค์ (คุณมณฑาตอนสาว)
ดวงดาว  จารุจินดา   รับบท   ท่านผู้หญิงสรรักษ์ไกรณรงค์ (คุณมณฑา)
พิชยดนย์  พึ่งพันธ์   รับบท   พิชญ์
กาญจน์เกล้า  ด้วยเศียรเกล้า   รับบท   พิณทอง
ภูมิภาฑิต  นิตยารส   รับบท   พันธุ์สูรย์
กวินตา  โพธิจักร   รับบท   อุษา
ชวัลกร  วรรธนพิสิฐกุล   รับบท   แสงแข
วีรคณิศร์  กานต์วัฒนกุล   รับบท   ภูไท
กวิตา  รอดเกิด   รับบท   ลานนา
นนทพันธ์  ใจกันทา   รับบท   อนิรุทธิ์
กาญจนา  จินดาวัฒน์   รับบท   คุณปราง
พิราวรรณ  ณ นคร   รับบท   คุณหญิงวัชรวิชิต
ภัสสร  บุณยเกียรติ   รับบท   คุณหญิงแก้ว
กาญจนาพร  ปลอดภัย   รับบท   สุรภี
น้อย  โพธิ์งาม   รับบท   อุไร
วชิรา  เพิ่มสุริยา   รับบท   โอบอ้อม
ไกรลาศ  เกรียงไกร   รับบท   นายสม
รุ้งลาวัลย์  โทนะหงษา   รับบท   บัวคำ
อำภา  ภูษิต   รับบท   นางพิศ
ตฤณ  เศรษฐโชค   รับบท   รมต.พจน์
ปราบ  ยุทธพิชัย   รับบท   นายพรหม
พอเจตน์  แก่นเพ็ชร์   รับบท   นายพัน