Author Archives: admin

ทองพูน โคกโพ

ทองพูน โคกโพ เป็นชาวนาทางภาคอีสาน ซึ่งเมียทองพูนหนีความยากจนไปเป็นเมียเช่า โดยทิ้ง หำน้อย ลูกชายวัย 5 ขวบไว้กับทองพูน ทองพูนเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ โดยเช่ารถแท็กซี่ขับ พยายามเก็บสะสมเงินทีล่ะเล็กล่ะน้อย พอพ่อแม่ของทองพูนตาย เขาตัดสินใจขายที่นาของเขา และเอาหำน้อยมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยโดยเช่าบ้านย่านสลัมอยู่

ทองพูน เก็บเงินจนพอที่จะซื้อรถแท็กซี่เก่าๆ ได้คันหนึ่ง ทองพูนจึงซื้อรถต่อจากเจ๊เจ้าของรถ ทองพูนรักและภูมิใจในรถแท็กซี่ของเขามากโดยหวังไว้ว่ามันจะช่วยทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของเขาและลูกชายดีขึ้นกว่าเดิม เพราะเขาเป็นคนขยันขันแข็ง แต่ปัญหาที่เขามีรถเป็นของตัวเองก็ยังมีอีกมาก ทั้งค่าซ่อม ค่าทะเบียน ค่าฝากรถและผู้โดยสารซึ่งมีทั้งพวกนักเลง ขี้เมา ขี้โม้ และพวกชอบโกงค่าโดยสาร ทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น

ทองพูนได้รู้จักกับด้วน ชายขอทานขาขาดโดยบังเอิญ ระหว่างที่เขารอผู้โดยสารคนหนึ่งที่ยืมเงินเขาไป ด้วนชวนคุยและบอกทองพูนว่าผู้โดยสารคนนั้นหนีไปแล้ว และวิธีการเช่นนี้แท็กซี่โดนหลอกมาหลายรายแล้ว

ทองพูนพบแรมจันทร์ ที่มีอาชีพเป็นหมอนวด ยืนทะเลาะกับผัวแมงดาของหล่อน อยู่หน้าคลีนิคหมอข้างถนน พอรถของทองพูนผ่านมา แรมจันทร์ก็เรียกแท็กซี่ของทองพูนแล้วขึ้นรถหนีผัวแมงดาไป แรมจันทร์ให้ทองพูน ไปส่งที่ทำงานซึ่งเป็นสถานอาบอบนวดแถวเพชรบุรี ระหว่างทาง แรมจันทร์ นั่งร้องไห้มาตลอด ทองพูนพยายามชวนแรมจันทร์พูดคุยด้วยจนถึงสถานอาบอบนวด แรมจันทร์ให้ค่าโดยสารใบล่ะร้อย ทองพูนไม่มีเงินทอนให้ แรมจันทร์จึงยกให้และสั่งให้ทองพูนมารับหล่อนตอนเลิกงานด้วย

ทองพูนกลับบ้านไปดูแลลูกชาย เจ้าของบ้านเช่าของทองพูนเข้ามาเตือนเรื่องค่าเช่าบ้านที่ยังค้างอยู่ 3 เดือน ทองพูนรับปากว่าจะนำมาใช้ให้ พอได้เวลา ทองพูนก็ออกไปรับแรมจันทร์ที่ทำงานและไปส่งแฟลตที่หล่อนพักอยู่ เมื่อถึงที่พัก แรมจันทร์ลงจากรถไปโดยลืมกระเป๋าเงินไว้ในรถ ทองพูนจึงตามขึ้นเอาไปให้ ก็พบว่าแรมจันทร์กำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรงกับผัวแมงดาคนเดิม เพราะผัวแมงดารู้ว่าแรมจันทร์ตั้งท้อง จึุงคิดให้เอาลูกออก แรมจันทร์ไม่ยอมเลยเกิดการทะเลาะถึงขั้นตบตี เมื่อเห็นทองพูนเข้ามาก็ได้ให้โอกาสทองพูนช่วยและไล่ผัวแมงดาออกไป แล้วแรมจันทร์ก็ขอเป็นเพื่อนกับทองพูน โดยให้ทองพูนมารับส่งแรมจันทร์ไปทำงานทุกวัน

วันหนึ่งด้วนให้ทองพูนไปส่งร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแดงซ่ากับพวกจิ๊กโ๋ก๋นั่งอยู่ พวกของแดงซ่าว่าจ้างให้ทองพูนไปส่ง ตอนแรกทองพูนจะไม่ยอมไป เพราะจวนเวลาที่จะไปรับขาประจำ แต่ก็ทนลูกคะยั้นคะยอของแดงซ่าไม่ไหวจึงยอมไป พอถึงที่เปลี่ยว พวกแดงซ่าก็ทำการจี้ทองพูนและจะเอารถไป ทองพูนไม่ยอม และได้ต่อสู้แต่ทองพูนก็สู้พวกของแดงซ่าไม่ได้จึงถูกทำร้ายสลบไป

ทองพูนไปแจ้งความ ตำรวจไปสอบที่เกิดเหตุ ก็ได้รับการปฎิเสธจากชาวบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์ไม่ยอมร่วมมือด้วย เมื่อทองพูนกลับมาบ้านเช่า ก็พบว่าข้าวของถูกเจ้าของบ้านเอามากองไว้นอกบ้าน เพราะไม่ได้จ่ายค่าเช่า ทองพูนพาหำน้อยเดินจากไปอย่างไร้จุดหมาย

ทองพูนพบด้วนอีกครั้ง และพยายามถามด้วนว่าเคยเห็นหน้าจิ๊กโ๋ก๋เหล่านั้นหรือเปล่า แต่ด้วนไม่อยากเดือดร้อนจึงหนีทองพูนไป ทองพูนไปสมัครเป็นคนงานก่อสร้างโดยมีหำน้อยวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ ทองพูนเห็นว่าเขตก่อสร้างอันตรายมาก เขาจึงพาลูกไปฝากไว้กับแรมจันทร์ และแรมจันทร์ก็ชวนให้ทองพูนอยู่กับหล่อนพร้อมกับสารภาพว่า หล่อนแอบรักเขาตั้งแต่แรกแล้ว

ทองพูนไม่ละความพยายามในการตามหารถของเขา แต่ก็ไม่มีวี่แวว เขาจึงคิดกลับต่างจังหวัด เผอิญทองพูนได้พบกับด้วน คราวนี้ด้วนสงสารทองพูน จึงบอกว่าพวกจิ๊กโก๋เหล่านั้นเป็นใคร ด้วนพาทองพูนไปหาแดงซ่า แต่แดงซ่าปฎิเสธไม่รู้เรื่อง จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ทองพูนกับด้วน สู้พวกแดงซ่าที่มีมากกว่าไม่ได้จึงต้องหนี ก่อนหนีออกมา ทองพูนหยิบกระเป๋าเงินของแดงซ่าซึ่งทำตกในระหว่างการต่อสู้ติดมือมาด้วย และทองพูนก็พาด้วนมาอยู่กับแรมจันทร์ ทองพูนพบนามบัตรนายสาคร ซึ่งเป็นเจ้าของอู่รถยนตร์ในกระเป๋าเงิน เขาจึงขอให้ตำรวจไปตรวจค้นที่อู่ของนายสาคร แต่นายสาครปฏิเสธไม่รับรู้ และไม่รู้จักกับนายแดงซ่ามาก่อน และให้ตำรวจค้นหารถของทองพูน แต่ก็ไม่พบจึงพากันกลับ

ทองพูนแน่ใจว่ารถของเขาต้องอยู่ที่อู่นี้แน่ๆ จึงย้อนกลับมาอีก ทองพูนไปพบกับนายสาครและบอกว่าเขาเห็นแดงซ่าเข้ามาที่อู่นี้ เขาจึงขอแท็กซ๊่คืน นายสาครโกรธมากให้พวกเด็กในอู่ทำร้าย ทองพูนหนีกลับมาหาพวกแท็กซี่ด้วยกัน เพื่อขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครสนใจ นอกจากลุงบุญหลาย รับปากว่าจะช่วยตามหารถของทองพูน

ทองพูนกลับมาที่พักถูกแรมจันทร์ต่อว่า ไม่อยากให้ทองพูนเอาชีวิตไปเสี่ยงอีก โดยที่เธอจะหาเงินเพื่อซื้อรถให้ใหม่ แต่ทองพูนไม่ยอมคิดแต่จะเอารถคันเก่าคืน แรมจันทร์ผิดหวังมากและตัดสินใจจะไม่สนใจเรื่องของทองพูนอีก หล่อนจึงกลับไปทำงานเป็นหมอนวดอีก หลังจากที่หยุดอยู่กับบ้าน ตามคำขอร้องของทองพูนที่จะให้เลิกอาชีพนี้และช่วยดูแลหำน้อย

ทองพูนพักรักษาตัวอยู่ที่พักซึ่งมีด้วนกับหำน้อยเป็นเพื่อน แรมจันทร์ออกไปทำงานทุกวันด้วยความหงุดหงิด ระหว่างนั้นลุงบุญหลายก็ติดตามดูพฤติกรรมของนายสาครอยู่ตลอด จนพบว่านายสาครมีอู่ซ่อมรถและเปลี่ยนสภาพอยู่นอกเมืองอีกอู่หนึ่ง

ทองพูนเมื่อหายดี ลุงบุญหลายก็พาทองพูนไปที่อู่นอกเมือง ในขณะเดียวกันแรมจันทร์ก็ถูกผู้จัดการต่อว่าเรื่องไม่เอาใจใส่ลูกค้า แรมจันทร์จึงตัดสินใจลาออก เืพื่อได้อยู่เป็นเพื่อนทองพูน กับช่วยดูแลหำน้อย แต่เมื่อมาถึงที่พัก ก็พบด้วนกับหำน้อยเท่านั้น แรมจันทร์เสียใจจึงหันไปนั่งกินเหล้าและรอคอยการกลับมาของทองพูนอย่างสิ้นหวัง

ทองพูน เมื่อเข้าไปในอู่รถของนายสาครแล้ว ก็ทำการค้นหารถของเขา แต่ก็ไปเจอกับพวกคนงานของนายสาครและแดงซ่า จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ทองพูนแย่งปืนจากลูกน้องของนายสาครได้ ทำให้ทองพูนฆ่าพวกของนายสาครไปหลายคน นายสาครเห็นท่าไม่ดีเลยโทรเรียกตำรวจ ทองพููนหารถของเขาไม่เจอ จะเลือกเอาึัคันไหนไปแทนก็ได้ ทองพูนเดินดูรอบๆ อู่ แต่ไม่พบรถของเขา เขาจึงจะกลับ พอดีตำรวจมาล้อมอู่ไว้ และจับตัวทองพูนไปในที่สุด

นักแสดงละคร ทองพูน โึคกโพ

วีระยุทธ รสโอชา รับบท ทองพูน โคกโพ
วิยะดา อุมารินทร์ รับบท แรมจันทร์
นพดล มงคลพันธุ์ รับบท แดงซ่า

สามี 2556

ม.ร.ว.รสิกา หรือ อ้าย (รณิดา เตชสิทธิ์) กำลังเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งสำคัญนับจาก มจ.ชัยประกาศ (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) ท่านพ่อของเธอเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน เขาทิ้งหนี้สินอันเกิดจากการทำธุรกิจไว้เป็นภาระมากมายจนทำให้ หม่อมรัตนาวลี (จริยา แอนโฟเน่) แม่ของรสิกาต้องหาทางดิ้นรนเพื่อชดใช้หนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วังประกาศเกียรติ ที่เป็นบ้านที่รสิกาเติบโตมา รัตนาวลีตัดสินใจแต่งงานกับเจ้าสัวเรียว ลิ้มวัฒนาถาวรกุล (ดิลก ทองวัฒนา) มหาเศรษฐีที่มุ่งหมายหวังจะกอบกู้ฐานะเพื่อหาทางรักษาวังประกาศเกียรติไว้ให้ได้ รสิการับไม่ได้ที่แม่ยอมขายศักดิ์ศรีไปแต่งงานใหม่ จนถึงขนาดยอมลดตัวไปแต่งงานกับพวกที่วางท่าเป็นเศรษฐีใหม่ รสิกาพูดจาดูถูกหมิ่นน้ำใจทั้งรัตนาวลีและเจ้าสัวเรียวอย่างไม่ไว้หน้า เจ้าสัวเรียวเสียหน้าที่ถูกรสิกาถอนหงอก แต่ก็ชอบใจในความหยิ่งทะนง และไม่สนใจเงินของเจ้าสัว ผิดกับผู้หญิงส่วนใหญ่ เขาจึงนึกอยากได้รสิกามาเป็นสะใภ้
 
ราพณ์ (วรินทร ปัญหกาญจน์) ลูกชายคนโตของเจ้าสัว เป็นคนสุภาพและเฉลียวฉลาด เป็นผู้ที่เจ้าสัวไว้ใจที่สุด ราพณ์มีพี่น้องหลายคนอยู่ในบ้าน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง รุ้งราย (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) เป็นน้องสาวที่เชื่อฟังและรักราพณ์มาก รังรอง (พิจิตรา สิริเวชพันธ์) เป็นคนหัวอ่อน เชื่อฟังสามีชาญชัย (อดิศร อรรถกฤษณ์) ทุกอย่าง แล้วก็ระริน (พัทธ์ธีรา ศรุตพงศ์โภคิน) เป็นน้องคนเล็กที่รักพี่น้อง และมีน้องชายต่างมารดา คือ ราม (อเล็กช์ เรนเดล) ซึ่งไม่ชอบหน้าราพณ์พี่ชายนัก เจ้าสัวเรียวระบายเรื่องรสิกาให้ราพณ์ ลูกชายคนโตที่เขาไว้ใจฟังอยู่เสมอ เจ้าสัวต้องการให้ราพณ์หาทางบีบรสิกาให้จนมุมด้วยการไปครอบครองวังประกาศเกียรติมา แล้วตั้งเงื่อนไขให้รสิกาต้องแต่งงานกับราม ลูกชายคนเล็กที่อยู่เมืองนอกเพื่อแลกกับกรรมสิทธิ์ในวัง
 
ราพณ์เห็นฤทธิ์เดชของรสิกา เขาจึงได้เข้าไปจัดการทุกอย่างแทนเพื่อไม่ให้พ่อมีปัญหากับรัตนาวลี รสิกาโกรธที่ราพณ์เข้ามาใช้อำนาจในวังประกาศเกียรติ เธอจึงคิดจะตัดขาดจากแม่ แล้วแต่งงานกับ วศิน (โชกุน สันธนะพานิช) คนรักที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนเพื่อหนีปัญหาทั้งหมด
 
รสิกาทำงานเป็นมัณฑนากรเพื่อเก็บเงินหาเลี้ยงตัวเองและเป็นที่พึ่งให้กับแม่นมและบริวารที่บ้านโดยไม่พึ่งแม่ รุ้งรายน้องสาวของราพณ์จ้างรสิกาไปออกแบบบ้านให้ รุ้งรายสนิทกับราพณ์จึงได้ยินเรื่องราวของรสิกามา เธอจึงได้หาทางกลั่นแกล้งให้รสิกาต้องมาคอยรับใช้ รุ้งรายจู้จี้จนรสิกาอึดอัดใจและคับแค้นใจที่ถูกครอบครัวของราพณ์คอยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีให้จมดิน รุ้งรายมองออกว่าวศินเป็นผู้ชายใจโลเล เธออยากจะแก้เผ็ดรสิกาจึงแอบให้ท่าจนทำให้วศินมาติดกับเสน่ห์สาวร้อนแรงอย่างเธอ
 
รสิกาโหมทำงานหนักจนทำให้อ่อนเพลีย เธอเผลอขับรถชน สิริโสภา (พริมรตา เดชอุดม) ที่กำลังข้ามถนนจนแท้ง รสิกาช็อกทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ได้ สกรรจ์ (วรากร ศวัสกร) นายทหารเรือที่อยู่แถวนั้นมาคอยช่วยเหลือ รสิกาเครียดจัดเมื่อรู้ว่าทำให้ลูกของสิริโสภาต้องตาย รัตนาวลีขอให้เจ้าสัวช่วยเหลือเรื่องคดี เจ้าสัวสั่งให้ราพณ์มาเคลียร์โดยที่ไม่รู้ว่าที่จริงนั้นสิริโสภาคือหญิงที่ราพณ์มีความสัมพันธ์ด้วยอย่างเงียบ ๆ พอราพณ์รู้ว่าสิริโสภาปล่อยตัวให้ท้องก็ไม่พอใจเพราะเขารู้ว่าสิริโสภาพยายามจะใช้เด็กมาผูกมัดเขาไว้ ราพณ์ไม่ต้องการที่จะมีทายาทอีกเพราะเขามี พระลพ (ด.ช.อันดา อินทฤทธิ์) ซึ่งเป็นลูกชายนอกสมรสที่เกิดกับแหม่มสมัยที่เรียนเมืองนอกอยู่แล้ว โดยที่ราพณ์ไม่แน่ใจว่าพระลพคือลูกของตนหรือไม่ แต่ก็เพื่อมนุษยธรรม ราพณ์จึงรับเป็นลูกและเขาไม่ต้องการที่จะมีภรรยาใหม่เพราะสงสารพระลพ ราพณ์สั่งให้สิริโสภายุติคดีความไป สิริโสภายอมราพณ์ทุกอย่างเพราะเธอต้องการเอาใจราพณ์เพื่อหวังให้ราพณ์ใจอ่อนกับเธอ
 
ระหว่างที่รสิกากำลังเครียดเรื่องคดีเธอก็จับได้ว่าวศินนอกใจไปหารุ้งราย รสิกาผิดหวังอย่างหนัก ราพณ์ถือโอกาสเอาข้ออ้างเรื่องคดีมาข่มขู่เพื่อให้รสิกาชดใช้ทั้งค่าบ้านและค่าทำขวัญสิริโสภาที่เขาจ่ายไป ราพณ์บีบให้รสิกายอมแต่งงานกับรามเพื่อชดใช้ รสิกาไม่มีทางเลือกเพราะเธอไม่อยากถูกดำเนินคดีและไม่อยากสูญเสียวังประกาศเกียรติไป รวมถึงญาติทางฝั่งพ่อก็บีบคั้นว่า เธอต้องรักษาวังประกาศเกียรติไว้ให้ได้ รามไม่พอใจไม่อยากโดนบังคับจึงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมกลับเข้าบ้านเพื่อหนีการแต่งงาน เจ้าสัวเรียวกลัวรสิกาจะหลุดมือจึงได้ขอให้ราพณ์ซึ่งเป็นคู่ปรับที่ถึงพริกถึงขิงของรสิกายอมแต่งงานแทน ราพณ์นั้นหลงรักรสิกาอยู่แล้ว จึงเต็มใจอย่างยิ่ง
 
รสิกาจำใจมาเป็นว่าที่สะใภ้ของตระกูลลิ้มวัฒนาถาวรกุล ท่ามกลางความหลากหลายอารมณ์ของคนในตระกูลใหญ่ วศินเริ่มรองรับอารมณ์ของรุ้งรายไม่ไหวเพราะรุ้งรายนั้นเอาแต่ใจและชอบทำร้ายจิตใจเขา วศินนึกถึงรสิกาที่รักและยกย่องเขาอย่างดีเขาจึงกลับมาตอแยรสิกาทำให้รุ้งรายไม่พอใจ รุ้งรายมีปมเรื่องที่มักถูกผู้ชายทรยศจึงทำให้เธอรับไม่ได้ที่จะถูกวศินแว้งกัด รุ้งรายไปเอาเรื่องรสิกาแต่ราพณ์ออกตัวปกป้องรสิกาไว้เพราะรู้ดีว่าวศินไม่ได้จริงใจกับรุ้งราย
 
สุรีย์ส่อง (อภิษฎา เครือคงคา) ลูกพี่ลูกน้องของรสิกาถูกใจราพณ์มานานแต่เพราะครอบครัวของเธอทำธุรกิจเป็นคู่แข่งกับราพณ์จึงทำให้ราพณ์ไม่สนใจเธอ สุรีย์ส่องเจ็บใจที่รสิกาซึ่งมีแต่ตัวกลับเป็นฝ่ายคว้าราพณ์ไป สุรีย์ส่องจึงพยายามหาทางขวางไม่ให้รสิกาได้แต่งงานกับราพณ์
 
รามกลับมาจากเมืองนอกแต่ก็ยังทำตัวเสเพล รามอิจฉาราพณ์ที่ได้รับความไว้วางใจจากพ่อมากกว่าใคร ๆ ยิ่งพอได้เห็นรสิกา เขาก็เริ่มอยากจะแย่งรสิกาคืนมา แต่ราพณ์ออกอาการหวงก้าง และรีบรวบจัดงานแต่งงานโดยที่รสิกาปฏิเสธไม่ได้ พร้อมทำข่าวเรื่องจดทะเบียนออกไป เพื่อต้องการให้ ประสิทธิ์ (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) พ่อของสุรีย์ส่องที่อยากจะยึดวัง และให้คนมาลอบทำร้ายรสิการู้ จะได้ไม่กล้ามายุ่งเกี่ยวกับรสิกาอีก แต่ประสิทธิ์ผูกใจเจ็บเลยให้คนมาลอบทำร้ายทั้งราพณ์และรสิกา แต่โชคดีที่ ปฐวี (ธนกฤต พานิชวิทย์) และรุ้งรายมาช่วยเอาไว้ได้ทัน
 
ความสัมพันธ์ของปฐวีและรุ้งราย เหมือนจะเข้าใจกัน แต่ด้วยความทิฐิ ขี้งอน ของทั้งคู่ ก็ทำให้ทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน ขณะที่วศินก็ไปมีสัมพันธ์กับสุรีย์ส่องและถูกสุรีย์ส่องใช้เป็นเครื่องมือเพื่อมาทำลายชีวิตคู่ของราพณ์และรสิกา
 
ราพณ์พารสิกากับพระลพไปพักผ่อนที่บ้านพักริมทะเล พร้อมกับ อาม่า (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ทำให้รสิกาเริ่มผูกพันกับครอบครัวและใจอ่อนกับราพณ์ และจากการที่ราพณ์ช่วยชีวิตเธอหลายครั้ง ความจริงใจที่มีให้ ทำให้รสิกาเริ่มใจอ่อนและยอมเป็นภรรยาของราพณ์ด้วยความเต็มใจ
 
ครอบครัวดูเหมือนจะมีความสุข แต่ก็มีปัญหาที่สิริโสภาไม่ยอมจบความแค้นเลยไปมีสัมพันธ์กับราม และยึดรามเป็นหลัก หวังจะเข้ามาก่อความวุ่นวายในบ้าน สร้างความหนักใจให้ราพณ์อย่างยิ่ง โดยที่สิริโสภามี โบตั๋น (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) แม่ของรามเป็นคู่หูวางแผนการร้ายต่าง ๆ นานา ยิ่งทำให้ภายในบ้านปั่นป่วนยิ่งขึ้นขณะที่เจ้าสัวเรียวเอง ก็โดนชาญชัยลูกเขยสามีของรังรอง น้องสาวอีกคนของราพณ์ ทำร้ายบาดเจ็บสาหัส เพราะไปรู้ว่าชาญชัยยักยอกเงิน เจ้าสัวป่วยเป็นอัมพาต ขณะที่อาการดีขึ้น ชาญชัยก็วางแผนกับประสิทธิ์และโบตั๋นวางยาพิษอีกโดยป้ายความผิดให้รสิกา ราพณ์เชื่อมั่นว่ารสิกาบริสุทธิ์ จึงหาหลักฐานมายืนยันจนรสิกาพ้นผิด
 
หลังการตายของเจ้าสัวเรียว ราพณ์กับรสิกามีความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น แต่สิริโสภาไม่ยอมเลิกรา คอยกดดัน ข่มขู่ ทำให้รสิการู้ไปในที่สุดว่าสิริโสภากับราพณ์เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน ราพณ์ละอายใจมาก ความสัมพันธ์ของเขากับรสิกาไม่ค่อยดีนัก ขณะเดียวกันรามป่วยเป็นโรคเอดส์ ทุกคนในบ้านเห็นใจรามมาก มีเพียงสิริโสภาคนเดียวที่ไม่รู้อาการป่วยของราม
 
รสิการู้ว่าตัวเองตั้งท้อง ขณะที่สิริโสภาเป็นภัยเงียบที่คอยคุกคาม รสิกาเป็นห่วงลูกในท้อง จึงตัดสินใจไปจากราพณ์ หนีไปอยู่บ้านพักต่างจังหวัดของสกรรจ์อย่างเงียบ ๆ โดยบอกให้แม่รัตนาวลีรับรู้ ราพณ์ตามหารสิกา สิริโสภารู้ความจริงเรื่องราม และรู้ว่าตัวเองอาจจะติดเอดส์ด้วย ก็โมโหและแค้นมาก เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมกันต่อได้ใน ละครสามี
 
รายชื่อนักแสดงนำ ใน ละคร สามี
 
วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ราพณ์ ใน ละคร สามี
รณิดา เตชสิทธิ์ รับบท รสิกา ใน ละคร สามี
ณัฐวรา วงศ์วาสนา รับบท รุ้งราย ใน ละคร สามี
อเล็กช์ เรนเดล รับบท ราม ใน ละคร สามี
ธนกฤต พานิชวิทย์ รับบท ปฐวี ใน ละคร สามี
พิจิตรา สิริเวชพันธ์ รับบท รังรอง ใน ละคร สามี
พัทธ์ธีรา ศรุตพงศ์โภคิน รับบท ระริน ใน ละคร สามี
อภิษฎา เครือคงคา รับบท สุรีย์ส่อง ใน ละคร สามี
ดิลก ทองวัฒนา รับบท เจ้าสัวเรียว ใน ละคร สามี
จริยา แอนโฟเน่ รับบท รัตนาวลี ใน ละคร สามี
ภาณุเดช วัฒนสุชาติ รับบท ชัยประกาศ ใน ละคร สามี
สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ รับบท โบตั๋น ใน ละคร สามี
โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบท อาม่า ใน ละคร สามี
พิสมัย วิไลศักดิ์ รับบท แม่นม ใน ละคร สามี
จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท ประสิทธิ์ ใน ละคร สามี
พริมรตา เดชอุดม รับบท สิริโสภา ใน ละคร สามี
โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว รับบท มานพ ใน ละคร สามี
โชกุน สันธนะพานิช รับบท วศิน ใน ละคร สามี
วรากร ศวัสกร รับบท สกรรจ์ ใน ละคร สามี
ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม รับบท กอบกู้ ใน ละคร สามี
อดิศร อรรถกฤษณ์ รับบท ชาญชัย ใน ละคร สามี
อ.วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ รับบท กู๋พงษ์ ใน ละคร สามี
พรรษกร เศรษฐภักดี รับบท หมวย ใน ละคร สามี
ปิยะมาศ วัยวัฒน์ รับบท แหวว ใน ละคร สามี
การิน ศตายุ รับบท ธีรพัฒน์ ใน ละคร สามี
นึกคิด บุญทอง รับบท ชนพ ใน ละคร สามี
อำภา ภูษิต รับบท ฤดี ใน ละคร สามี
ด.ช. อันดา อินทฤทธิ์ รับบท พระลพ ใน ละคร สามี

อีสา-รวีช่วงโชติ

อีสา เป็นเรื่องราวของ สา หรืออุษาเป็นลูกทาสที่เกิดและโตในวังของหม่อมเจ้าโชติช่วงงระวี รวีวาร ที่แม้จะมีการเลิกทาสแล้วแต่บรรดาทาสหลายคนซึ่งไม่มีที่จะไปก็ยังสมัครใจอยู่ใต้บารมีท่านเป็นสิบๆ คน สาเกิดมาไม่มีพ่อ และแม่ก็ตายหลังสาเกิดเพียงสองวัน สาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของป้าเจิม อดีตทาสที่อาวุโสสูงสุดในวัง เมื่อสาอายุได้สิบสองปีป้าเจิมก็พาสาไปฝากตัวไว้กับหม่อมนิ่มหม่อมน้อย ให้ช่วยฝึกหัดขัดเกลาจนสาเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่เรียนรู้เรื่องของการวางตัวอย่างผู้ดี และยังได้หัดรำละครอีกด้วย สาแอบชื่นชมบูชาท่านชายมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่นจนวันหนึ่ง เมื่อสาอายุได้สิบหกปี หม่อมทั้งสองก็”ถวายตัว”สาให้กับท่านชาย ธรรมชาติสอนให้สาเรียนรู้ที่จะมีจริตจก้านตามวัย ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในตัวสามากกว่าหม่อมคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้นสาก็ยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น“หม่อม”อย่างออกหน้าออกตา จนกระทั่งสาตั้งท้องและคลอดลูกชาย ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านชาย หม่อมพริ้มซึ่งเป็นหม่อมใหญ่ก็ได้โอบอุ้ม“คุณชาย”ไปเลี้ยงดูฟูมฟักเสมอลูกชายของตน ให้สาได้พบลูกบ้างเป็นครั้งคราวและเรียกลูกชายของตนเหมือนคนอื่นๆ ว่า“คุณชาย”

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านชายก็สิ้นพระชนม์ลง และจำเพาะต้องมาสิ้นลงในคืนที่สาเพิ่ง“ถวายงาน”เสร็จ ฐานะของสาที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังจากคลอดลูกชายก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงไป ด้วยข้อหา“กาลกิณี หรือผู้หญิงกินผัว”ที่แม้สาเองก็ไม่รู้ความหมาย

หลังจากท่านชายสิ้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในวัง ทั้งด้านผู้คนที่แยกย้ายกันออกไปเป็นบางส่วน ทั้งด้านสภาพบ้านเรือนที่รายรอบวัง ในความเปลี่ยนแปลงนั้น สาก็ได้รู้จักกับสมศักดิ์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีกิริยาท่าทีสุภาพอ่อนโยน สาหลงรักเขาโดยง่าย ด้วยวัยที่ยังเยาว์ และธรรมชาตในตัวอันลึกล้ำ แต่เป้าหมายของนายสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ที่สา เขาเพียงอาศัยสาเพื่อเข้าถึงตัวคุณหญิงโสภาพรรณวดี ลูกสาววัยรุ่นของหม่อมพริ้มต่างหาก สานั้นชื่นชมนายสมศักดิ์จนถึงขั้นยอมตัวเป็นสะพานสื่อรักให้ แม้จะรู้ว่าผิดแต่เธอก็ทนแรงอ้อนวอนของนายสมศักดิ์ไม่ไหว ในที่สุดถึงกับพาคุณหญิงหนีตามนายสมศักดิ์ออกจากวัง ทั้ง ๆ ที่สาเองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของท่านชายอยู่ด้วย

สาคลอดลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง จึงยกให้เป็นลูกของคุณหญิงโสภาฯ กับนายสมศักดิ์ซึ่งคุณหญิงก็รักหนูน้อยมากเช่นกัน ตั้งชื่อให้ว่าโสภิตพิไล สานั้นลึกๆ รู้สึกผิดต่อคุณหญิงที่พาเธอมาตกต่ำจึงเฝ้าดูแลไม่ให้คุณหญิงต้องลำบาก แรกๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสุขกันตามประสา แต่นานวันเข้า ทรัพย์สินที่คุณหญิงมีติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ สาจึงออกหางานทำ และด้วยความที่เคยเป็นนางรำมาก่อน สาก็ได้งานแสดงละครเวทีกลายเป็นอุษาวดี – -นางละครผู้มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน

คุณหญิงโสภาฯ เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ และชืดชาในเรื่องบนเตียงจนนายสมศักดิ์เกิดความเบื่อหน่ายแม้จะยังรักคุณหญิงอยู่มาก แต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่าวันหนึ่งนายสมศักดิ์ก็ย่องเข้าหาสาและได้เสียกัน สารู้สึกผิด แต่ด้วยแรงปรารถนาในใจก็ผลักดันให้สาดำดิ่งลงสู่ ห้วงแห่งดำกฤษณาอย่างยากที่จะถอนตัว จนวันหนึ่งคุณหญิงก็จับได้ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงก็หายตัวไปและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในเวลาต่อมา

หลังงานศพคุณหญิง สาตัดสินใจแต่งงานกับนายวิทย์ นักดนตรีหนุ่มที่มาติดพันเธออยู่ในช่วงนั้นเพื่อหนีบาปในใจที่ตามหลอกหลอน นายสมศักดิ์เสียใจมากจนกินเหล้าเมาและตกน้ำตายตามคุณหญิงไป สาอยู่กินกับนายวิทย์อย่างไม่ราบรื่นนักเพราะนายวิทย์นั้นต้องอาศัยอยู่กับพี่สาว ซึ่งไม่ยอมรับในตัวน้องสะใภ้อย่างสา ประกอบกับนายวิทย์เป็นนักดนตรีที่มีอารมณ์ศิลปินสูง ถึงเขาจะรักสามากแต่เขาก็ไม่เข้าใจในความต้องการของสาได้ดีเพียงพอ

ทำให้เมื่อวันหนึ่ง สาได้พบกับนายเซกิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและมีความสัมพันธ์กัน สาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับนายวิทย์ เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม นายเซกิต้องกลับไปญิ่ปุ่น ก็ได้มอบมรดกเป็นเงินจำนวนมากให้กับสา

เวลาผ่านไป…อุษาส่งโสภิตพิไลเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ดีที่สุด ส่วนตัวเธอใช้เงินที่ได้มาจากนายเซกิเปิดธุรกิจสถานบันเทิงโดยมีประธานหนุ่มรุ่นน้องที่กลายเป็นสามีลับๆ ของเธอด้วยเป็นผู้ช่วย อาชีพและชื่อเสียงของอุษามีผลกระทบต่อโสภิตไม่น้อย เมื่อโสภิตเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่ที่บ้าน เธอเรียกอุษาว่าป้า เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกของคุณหญิงที่ตายจากไป และอุษาก็มีฐานะเป็นเพียงกึ่งญาติห่างๆ กึ่ง “ข้าเก่า”ของแม่เธอเท่านั้น

วันหนึ่งโชคชะตาบันดาลให้อุษาได้พบกับคุณชายรวีช่วงโชติ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาหนุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกดีกับอุษา ถึงแม้ใคร ๆ จะเล่าลือถึงอดีตและเบื้องหลังของสาวใหญ่ผู้นี้ในทางไม่ดีนักก็ตาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจให้กับอุษาเสียแล้ว รวมทั้งโสภิตพิไล ซึ่งรู้สึกขัดใจขัดตาต่อผู้เป็นป้ามาแต่ต้น

โสภิตพิไลเกิดความรู้สึกอยากจะท้าทายผู้เป็นป้าจึงพาตัวเข้าไปพัวพันกับทั้งคุณชายรวีช่วงโชติและนายประธาน นั่นทำให้อุษายิ่งร้อนรนด้วยเกรงว่าโสภิตกับคุณชาย ลูกชาย-หญิงของเธอเอง จะชอบพอกันขึ้นมาจริงๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุ โสภิตพิไลถูกนายประธานปลุกปล้ำ อุษาเข้าขัดขวางและยิงนายประธานตาย อุษากลายเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเธอไม่ต้องการให้โสภิตต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่โสภิตทนเห็นอุษาต้องมารับโทษเพราะปกป้องเธอไม่ได้จึงมาเป็นพยานในศาลและขอให้คุณชายรวีช่วงโชติช่วยในด้านกฏหมายด้วยอุษาจึงพ้นผิดจากคดี แต่อุษาไม่อาจเลี่ยงพ้นผลกรรมของตัวเอง เมื่อเสร็จสิ้นคดีหม่อมพริ้มก็ให้รับโสภิตพิไลซึ่งท่านเข้าใจว่าเป็นลูกสาวของคุณหญิงโสภาเข้าไปอยู่ในบ้าน

โสภิตเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออุษาเพราะคิดว่าอุษาปิดบังชาติกำเนิดของตน เธอคิดว่าการที่เธอเข้าไปเป็นพยานให้อุษาจนพ้นข้อกล่าวหานั้นเป็นการตอบแทนบุญคุณที่อุษาเลี้ยงดูเธอมาอย่างเพียงพอแล้ว นับแต่นี้เธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุษาอีกต่อไป อีสาจึงไปต่อรองกับหม่อมพริ้ม ให้รับโสภิตเป็นหลาน ในที่สุดหม่อมพริ้มก็ยอม แต่หม่อมพริ้มได้เล่าเรื่องราวของอีสาในอดีตให้ชายระวีฟัง ชายระวีจึงเริ่มออกห่างอีสา เมื่อชายระวีรับโสภิตไปแล้วก็ไม่ค่อยได้มาเยี่ยม ทำให้อีสาคิดมาก อีสามีแต่ความทุกข์ระทมใจ พยายามจะฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ อีสาได้ไปหายายเจิม ผู้ที่เลี้ยงอีสาในยามเด็ก ยายเจิมดุด่าอีสา อีสาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เรื่องโสภิตเป็นลูกของตน และสั่งไม่ให้ยายเจิมบอกใคร อีสาคิดว่าชายระวีกับโสภิต คงจะรังเกียจตนมาก จึงตัดสินใจบวชชี หม่อมพริ้มได้พาลูกทั้งสองของอีสามากราบอีสา และไม่ได้บอกความจริงให้ทั้งสองได้ทราบ

นักแสดงจากเรื่อง อีสา รวีช่วงโชติ

วรนุช ภิรมย์ภักดี – อีสา / อุษาวดี ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ – สมศักดิ์ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
สินจัย เปล่งพานิช – หม่อมพริ้ม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
นิธิดล ป้อมสุวรรณ – ม.ร.ว.รวีช่วงโชติ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
เต็มฟ้า กฤษณายุธ – ม.ร.ว.โสภาพรรณวดี (หญิงโสภา) ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ – หญิงโสภิตภิไล ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ภัณฑิลา ปานสิริธนาโชติ – ใจสว่าง ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
รัญญา ศิยานนท์ – ยายเจิม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
อริศรา วงษ์ชาลี – บัว ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ – ท่านชายโชติช่วงรวี รวีวาร ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
กันต์ดนย์ อะคาซาน – วิทย์ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ – ประธาน ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา – เซกิ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี – หม่อมลำดวน ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ลักขณา วัธนวงส์ศิริ – หม่อมนิ่ม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ

อุบัติเหตุ 2526

อุบัติเหตุ พ.ศ. 2526

เรื่องราวความรักของวิศนีหญิงสาวที่เหมือนจะสมบูรณ์แบบทุกอย่างทางด้านฐานะและเงินทอง เพียงแต่ตลอดชีวิตของเธอไม่เคยได้รับความรักที่สมบูรณ์เพราะเติบโตมาจากครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน หนำซ้ำพ่อยังส่งเธอไปเรียนที่เมืองนอก จนเมื่อเธอเรียนไม่จบจึงถูกตามตัวกลับมาและได้พบกับอารุมชายผู้ที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งเริ่มต้นจากศูนย์แต่ก็ยังไม่พอใจนนทลีย์ซึ่งเป็นคนรักของเขา เมื่อเริ่มทำงานด้วยกันวิศนีย์และอารุมก็ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และจากความผิดพลาดหลาย ๆ อย่างก็ได้นำพาทั้งคู่ให้พบกัน และเริ่มเข้าใจซึ่งกันและกัน การพบกันของคนบางครั้งก็เริ่มต้นจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่เราไม่ได้ตั้งใจ

นักแสดง

พล พลากร แสดงเป็น อารุม
มนฤดี ยมาภัย แสดงเป็น วิศนีย์
สาริกา สนธิกาญจน์ แสดงเป็น นนทลีย์
ยมนา ชาตรี แสดงเป็น เดชชาติ
กำธร สุวรรณปิยะศิริ แสดงเป็น อำนวย

เพลงละคร อุบัติเหตุ

คําร้อง/ทํานอง: มนัส ปิติสานต์
ขับร้อง: ประภาศรี ศรีอําภา

ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันฆ่าทําไม ฉันไม่ได้ไร้คุณธรรม
เป็นอุบัติเหตุ ไม่เจตนากระทํา โปรดอย่าปรักปรํา ฉันจะสร้างกรรมทําไม
ฉันต้องกลายเป็นฆาตกร เหตุการณ์ตามหลอน ไม่เว้นวาย
เธอต้องเสียขวัญ เธอต้องขวัญหาย อุบัติเหตุมีวันใด ฉันขอไถ่โทษคืน (ซ้ำ)
ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันฆ่าทําไม อุบัติเหตุมีวันใด ฉันขอไถ่โทษคืน

สาบนรสิงห์ 2539

ศ.ศรินทร์ ค้นคว้าเกี่ยวกับตำนาน มนุษย์นรสิงห์พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศหลายท่าน แม้จะพบว่าผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับนรสิงห์ต้องมีอันเป็นไปทุกราย แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายามที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้ และเมื่อเขานำเอาหีบนรสิงห์มาแอบซ่อนไว้ในบ้าน ก็ได้เกิดเรื่องร้ายๆขึ้นมากมาย และเป็นการนำพาให้ นรสิงห์ หรือ เจ้าสิงหทัย ได้พบกับ ศุภธิดา ลูกสาวของเขา หรือในชาติปางก่อนคือ ปดิวรดา ข้ารับใช้ของ นรสิงห์ และเป็นหญิงสาวที่ นรสิงห์ รักและตามหาข้ามภพข้ามชาติ

สำหรับ ชิตนนท์ แฟนหนุ่มแสนดีของ ศุภธิดา และ วิภาวี ซึ่งในอดีตชาติเคยหลงรัก นรสิงห์ ก็ถูกดึงให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวในครั้งนี้..

เจ้าสิงหทัย ผู้มีประวัติความเป็นมาลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ความร่ำรวยและรูปโฉมที่งดงาม ทำให้เขากลายเป็นคนที่สังคมยอมรับ แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าภายใต้รูปลักษณ์อันงดงาม มีบางสิ่งแอบแฝงด้วยอำนาจหวาดหวั่นสุดสพรึงกลัวและความตาย ที่ผู้อื่นไม่อาจคาดคิด

แต่เดิมในอดีตกาลผู้พิทักษ์มนุษย์โลก นรสิงห์ได้พิชิตอสูรร้ายในยามโพล้เพล้กึ่งทิวาและราตรี ณ ธรณีประตู กึ่งกลางในและนอกบ้าน และด้วยอุ้งเล็บแหลมคมที่มิใช่อาวุธ…นรสิงห์ ปางหนึ่งขององค์นารายณ์ ที่อวตารลงมาเพื่อปราบอสูรร้าย ปรากฏอยู่ในคัมภีร์วิษณุปุราณะของฮินดูในยุคพระเวทเมื่อกว่าพันปีมาแล้ว และได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานถึงปัจจุบัน

รูปกายอวตารได้ถูกทิ้งไว้บนโลกมนุษย์ และได้เปลี่ยนสภาพเป็นเทวรูปที่ชนเผ่าโบราณเคารพบูชา เวลาผ่านไปนาน รูปปั้นนั้นกลับกลายเป็นที่ดวงวิญญาณอสูรสถิตอยู่ และเป็นคำสาปที่ต้องห้าม ในดินแดนแห่งสุสานนรสิงห์ ที่ไม่มีใครกล้าลุกล้ำเข้าไป แม้แต่สัตว์ป่าน้อยใหญ่ยังไหวกลัว

ความเป็นมาก่อน นรสิงห์คืนชีพ นรสิงห์ประดุจเทพที่ชนเผ่าโบราณเคารพบูชา แม้แต่สัตว์น้อยใหญ่ยังเกรงกลัวต่อมัน และก็เชื่อว่า เทวรูปนรสิงห์แห่งสุสานเป็นอสูรมีตัวตน และถ้าผู้ใดฆ่ามันได้จะต้องคำสาบกลายเป็นมารสิงร่างของคน นั่คือ เจ้าสิงหทัย หรือ นรสิงห์ แต่แล้วก็มีนักผู้มีวิชาปราบมารฆ่าตาย แล้วสะกดวิญญาณมันเอาไว้แยกดวงจิตไปจองจำในรูปปั้น และกายของมันก็สิ้นใจตายในโลงแก้วเขียว จนเวลาผ่านมานับพันปีจนถึงปัจจุบัน

ดร.แฮร์ริสัน หนึ่งในกลุ่มนักโบราณคดีของ ศ.ศรินทร์ ได้ค้นคว้าหาสถานที่ที่เรียกว่า ภูผีฟ้าหรือสุสานนรสิงห์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ชายแดนไทยเขมร เขาจึงรีบเดินทางไปที่นั่นโดยว่าจ้างคณะพรานนำทางชำนาญป่า ไปที่แห่งนั้นทันที และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เขาได้แปลตัวอักษรและท่องคาถาภาษาโบราณนั้น ทำให้เกิดเหตุร้ายไม่คาดฝันจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งถูกพุ่งจู่โจมด้วยกรงเล็บจากสัตว์ร้ายที่ไม่มีใครรู้จัก แต่คณะของ ดร.แฮร์ริสัน ก็หนีออกจากที่แห่งนี้ได้ และเขาก็เสียชีวิตลงเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

ข่าวคราวทั้งหมดรู้ไปถึงหู ศ.ศรินทร์ เขารีบติดต่อผู้ชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษ คือ ดร.แอนดรูว์ ให้รีบเดินทางมาไทยโดยเร่งด่วน ศ.ศรินทร์ ได้ว่าจ้างคณะพรานนำทางชุดเดิมของ ดร.แฮร์ริสัน ที่เคยไปที่สุสาน ให้พาตัวเขาไปที่นั่นทันที เมื่อมาถึงที่นั่น ศ.ศรินทร์ ได้พบกับเทวรูปคนครึ่งสิงห์ขนาดใหญ่ และโลงแก้วเขียวที่สวยงาม พื้นผิวผสานเป็นเนื้อเดียวกัน และไม่มีท่าทีว่าจะเปิดออกได้เลย ทุกคนต่างสันนิษฐานว่า เป็นหีบนรสิงห์ที่นอนสิ้นอายุขัย ศ.ศรินทร์ จึงได้ทำการขนย้ายไปที่บ้านพักในกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับนรสิงห์ต่อไป

ไม่นานในเมืองใหญ่ก็เกิดเหตุฆาตกรรมสยดสยอง เหยื่อถูกแหวะอกจนเปิดกว้าง และหัวใจของศพหายไป ตำรวจคาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนโรคจิต มีพฤติกรรมเลียนแบบซีอุย เพราะสภาพของเหยื่อเป็นการตายที่คล้ายคลึงกัน ในเวลาเดียวกัน สื่อในวงการสังคมไฮโซได้ปรากฏชายรูปงามนาม เจ้าสิงหทัย นรกานต์ ซึ่งใครๆต่างก็บอกว่า งดงามมาก แม้แต่ผู้หญิงก็ยอมตกเป็นทาสรัก ไม่มีใครู้ว่าเขาเป็นใคร รู้แต่ว่าสืบเชื้อสายตระกูลเจ้ามาจากเนปาล เป็นผู้ร่ำรวยในฐานะ พักอาศัยอยู่คฤหาสน์หลังเก่าโทรม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักของ ศ.ศรินทร์ รวมไปถึงลูกสาวของเขา ที่มีกรรมผูกรักแห่งอดีตกับนรสิงห์ย้อนกลับมารำลึก ทำให้ทั้งสองได้กลับมาพบกันในช่วงปัจจุบัน

ในคืนวันเพ็ญที่พระจันทร์เต็มดวง เจ้าสิงหทัยผู้ถูกสาป จะแปรเปลี่ยนร่างเป็น นรสิงหาสูร สัตว์อสูรมนุษย์กึ่งสิงโตมีกลิ่นกายเหม็นสาบ เคลื่อนไหวเงียบ จู่โจมรวดเร็วโดยมีอุ้งเล็บใหญ่ดุจหมีหรือเสือ พร้อมคมเขี้ยวอันแหลมคม เที่ยวล่าคนเป็นเหยื่อในยามค่ำคืน และกินหัวใจของคนเป็นอาหารเพื่อดำรงชีพ เสียงคำรามดังกึกก้องกว่าเสือและสิงโต ฆาตกรโหดที่คร่ามนุษย์อย่างไร้ความปราณี เว้นแต่หญิงที่มันรักเท่านั้น ที่มันจะไม่ทำอันตารยใดๆทั้งสิ้น มีแต่กริชอาคมเท่านั้น ที่จะทำลายวิญญาณอสูรและฆ่านรสิงห์ให้ตายได้ เป็นสิ่งที่เคยใช้สะกดวิญญาณนรสิงห์เมื่อครั้งในอดีตเพื่อไม่ให้มันออกมาอาละวาด

นักแสดง สาบนรสิงห์

ยุรนันท์ ภมรมนตรี แสดงเป็น เจ้าสิงหทัย/นรสิงห์
รุจน์ รณภพ แสดงเป็น ศ.ศรินทร์
วรุฒ วรธรรม แสดงเป็น ชิตนนท์
ชลิตา เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น ศุภธิดา/ปดิวรดา
พาเมล่า เบาว์เด้น แสดงเป็น วิภาวี
กษาปณ์ จำปาดิบ
ธนายง ว่องตระกูล
แดนนี่ ศรีภิญโญ

นวลนางข้างเขียง 2536

นวลนางข้างเขียง เป็นเรื่องราวชีวิตของหญิงสาวผู้อยู่กับเขียงหมู แต่ผันแปรไปเป็นนางแบบโฆษณาขายแชมพูเพราะความงามของเส้นผม ความรักของเธอกับจิตกรหนุ่มผู้รักอิสระ มันจะดำเนินไปเช่นไร

รายชื่อนักแสดง นวลนางข้างเขียง

1.ยุทธพิชัย ชาญเลขา แสดงเป็น ไพรัช
2.ชฎาพร รัตนกร แสดงเป็น หมวย
3.สมฤทัย กล่อมน้อย แสดงเป็น อัญชลี
4.ทนงศักดิ์ ศุภการ
5.ยุวดี เรืองฉาย
6.ชลวิทย์ สุขอุดม
7.เด่น ดอกประดู่
8.อัญชลี ไชยศิริ
9.ปทุมวดี โสภาพรรณ
10.นารถวลี ศรีสกุล
11.อนุชา อึงวัฒนา
12.หม่ำ จ๊กม๊ก
13.อติเทพ ฤทธิ์ไกวัล
14.ศิริวรรณ ทองแสง
15.ชลลพรรษ พจนวิจิตร
16.ลกมล ศรัทธาทิพย์
17.ธิติยา นพพงษากิจ
18.กนกวรรณ ปุรานนท์
19.เกษริน พูลลาภ
20.เพ็ญศิริ สุภาพันธ์
21.ลัดดาวรรณ์ สนธิ
22.พรอนนันต์ ศรีจันทร์
23.ด.ญ.เกศสุดา ลวงศรีราช
24.ด.ช.ยุทธศักดิ์ ศิริสุวรรณรัตน์

เมืองโพล้เพล้ 2535

เมืองโพล้เพล้ เป็นเมืองที่อยู่บนเส้นคาบเกี่ยวของการเปลี่ยนแปลงจากความคิดของคน หลายกลุ่ม ซึ่งต่างก็หวังให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ หลายบุคลิกในแต่ละ ตัวละครนำเสนอความคิดที่น่าสนใจ แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน
 
นักแสดง เมืองโพล้เพล้
 
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ แสดงเป็น กำนันโดด
กมลชนก โกมลฐิติ แสดงเป็น ป่านา
อนันต์ บุนนาค
จามจุรี เชิดโฉม
โน้ต เชิญยิ้ม

ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2535 ถึง วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535

เบญจรงค์ห้าสี 2528

เบญจรงค์ห้าสี เป็นเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงห้าคน ห้าแบบที่แทบจะไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย…มีอยู่อย่างเดียวคือ ทั้งห้าคนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน
 
เริ่มตั้งแต่มนสินี ผู้เป็นเจ้าของบ้าน ภายนอกเธอดูเป็นผู้ใหญ่กว่าใครเพื่อน ฉลาด สุขุมและเยือกเย็น…มั่นคงทั้งฐานะ และอาชีพการงาน…แต่ใครเลยจะรู้ว่าภายใต้ท่าทีที่มั่นคงของเธอนั้น เธอซ่อนความอ่อนไหวเอาไว้อย่างเงียบงัน จนวันหนึ่งเมื่อมันแสดงตัวออกมา…นั่นก็เกือบจะทำให้เธอต้องตกลงไปในหุบเหวแห่งชีวิตอันเต็มไปด้วยขวากหนาม…
 
คนที่สอง…วาตี วาตีเป็นสาวเปรี้ยว มีนิสัยตรงไปตรงมาจนออกจะดูโผงผางในบางครั้ง ถ้าเป็นสมัยนี้ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสาวมั่น…แต่ลึก ๆ ในใจเธอ เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองช่างว่างเปล่า จนเธอต้องเพียรหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาเติมให้เต็มอยู่เสมอ…
 
คนที่สาม…ช้องนาง…หญิงสาวผู้มีชีวิตอยู่ในกฏระเบียบอันครัดเคร่ง…ด้วยความที่เธอต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่ยังเยาว์ และความภาคภูมิใจในอาชีพครูของเธอ…แต่เมื่อความรักเข้ามาเยือน เธอก็จำต้องย่อหย่อนผ่อนปรนความเคร่งครัดของกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ลงไปเพื่อประคับประคองความรักของเธอให้อยู่รอด…
 
คนที่สี่…พวงแสด…พวงแสดเป็นน้องสาวของช้องนาง แต่ทั้งคู่ไม่ได้เติบโตมาด้วยกันเพราะพ่อแม่ของเธอแยกทางกันตั้งแต่เธอยังเล็ก ๆ เธอมีบุคลิกและนิสัยใจคอที่แตกต่างกับช้องนางอย่างสิ้นเชิง…ด้วยเธอเป็นเด็กสาวที่ใส บริสุทธิ์และมองโลกในแง่ดี ถึงแม้เธอจะยังอ่อนเยาว์นัก แต่เธอก็มีความมั่นคงในอารมณ์พอที่จะเรียนรู้ว่า ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย
 
คนที่ห้า…สุดท้าย…ปาริมา เด็กสาวที่มาจากครอบครัวแร้นแค้น เธอต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพื่อมาทำงานหาเลี้ยงตัวเองและน้อง ๆ โชคดีที่เธอมีรูปโฉมเป็นใบเบิกทางให้เธอก้าวเข้าสู่แวดวงสังคมของคนอีกระดับหนึ่ง…แต่มันก็เกือบจะทำให้เธอก้าวถลำลงไปในวังวนมายาอันยากจะถอนตัวได้
 
นักแสดง เบญจรงค์ห้าสี พ.ศ. 2528
 
เดือนเต็ม สาลิตุล (มนสินี)
มยุรา ธนะบุตร (วาตี)
ดวงใจ หทัยกาญจน์ (ช้องนาง)
อุทุมพร ศิลาพันธ์ (ปาริมา)
อลิษา ขจรไชยกุล (พวงแสด)
นพพล โกมารชุน (ระพีพัฒน์)
ธงไชย แมคอินไตย์ (ชนายุ)
เป็นหนึ่ง ไชยชิต (ปัญจะ)
ชลิต เฟื่องอารมย์ (ณัฐการ)
อภิชาติ หาลำเจียก (ราวี)
จริยา สรณคม (เม้ย-เมธ์วดี)
วรายุฑ มิลินทจินดา (ไก่)
ด.ญ.ยศสินี ณ นคร (แป้งหอม)
และร่วมด้วย รัญญา ศิยานนท์

เบญจรงค์ห้าสี 2539

เบญจรงค์ห้าสี เป็นละครชีวิตผู้หญิง 5 คนที่ไม่ใช่พี่น้องกัน แต่มาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน บทที่แหม่มได้รับเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แต่ไปเจอคุณจร (ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย) หลอกแต่งงาน พอมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันก็ถูกทุบตีทารุณ เรารักเขามาก แต่สุดท้ายอยู่ด้วยกันไม่ได้ ทำให้เลิกรากันไป เป็นผู้หญิงที่ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก ยายจะเป็นพี่ใหญ่ของผู้หญิงอีก 4 คน เพราเป็นผู้ใหญ่และคอยดูแลน้องๆในบ้าน  ผู้หญิงทั้ง 5 คนจะมีชีวิตแตกต่างกันออกไป
 
นักแสดง เบญจรงค์ห้าสี
 
จินตหรา สุขพัฒน์ แสดงเป็น มนสินี (ยาย)
ชฎาพร รัตนากร
ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์
สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์
ฌัชฌา รุจินานนท์
รัฐธรรมนูญ ศรีฤกษ์
ศตวรรษ เมทนี
ขจรศักดิ์ รัตนนิสับ
บิณฑ์ บันลือฤทธิ์
นฤเบศร์ จินปิ่นเพ็ชร

 

 

เจ้าสัวน้อย 2543

เจ้าสัวน้อย เป็นเรื่องราวของเด็กสาว คือ น้อย ที่ต้องทำตัวเป็นผู้ชาย เพราะเกิดมาในครอบครัวคนจีน ที่ปู่ต้องการ
กิมซัว และ เก้าเป็นเพื่อนรักกัน มาจากเมืองจีน มาทำหากินในประเทศไทย กิมซัวทำธุรกิจค้าไม้ ส่วนเก้าค้าเหล็กเส้น ทั้งคู่ร่ำรวยขึ้นมาพร้อมๆ กัน เก้ามีลูกชายชื่อจำลอง ส่วนกิมซัว มีลูกชายคนเดียวเช่นกันชื่อสนิท จำลอง แต่งงานกับสาวลูกคนจีนด้วยกัน มีลูก 2 คน คนโตเป็นชายชื่อเสรี คนเล็กเป็นหญิงชื่อ ชฎาทิพ กิมซัวหมายมั่นปั้นมือจะให้สนิท แต่งงานกับ "ลั้ง" หรือ เพลินจันทร์ ลูกสาวของเพื่อนชาวจีนในแวดวงธุรกิจ แต่แล้ววันหนึ่งสนิทก็พามรกต ภรรยาสาวชาวไทยแท้ๆ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ มาพบกับกิมซัวและบอกว่าเขาต้องแต่งงานกับเธอ กิมซัวผิดหวังมาก เพราะฝังใจกับธรรมเนียมจีนโบราณที่คนจีน ต้องแต่งงานกับคนจีนด้วยกัน และต้องมีลูกชายหรือหลานชาย เพื่อสืบสกุล สนิทอ้อนวอนจนกิมซัวยอมให้มรกตอยู่ที่บ้านได้ โดย มีเงื่อน ไขว่าถ้ามรกตคลอดลูกเป็นหญิง มรกตต้องออกจากบ้านทันที แล้วสนิทจะต้องแต่งงานกับเพลินจันทร์ด้วย สนิทยอมรับปาก อย่างจำยอม เขารักมรกตมาก ทั้งรักและสงสารจนไม่อาจจะทิ้งเธอไปได้ สนิทกับมรกตยอมให้เพศของลูกเป็นเครื่องกำหนด โชคชะตา ข่าวนี้รู้ไปถึงเก้า เพื่อนสนิทกิมซัว เก้าเป็นคนสมัยใหม่ปรับตัวและยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ดี เขาพยายามพูด เพื่อให้กิมซัว เปลี่ยนใจ ยอมรับมรกตเป็นสะใภ้โดยไม่มีข้อแม้ แต่กิมซัวไม่ยอม ยังคงยึดมั่นถือมั่นอยู่ในเรื่องต้องการหลานชายเพื่อสืบสกุล
 
จนคืนหนึ่งมรกตเจ็บท้อง สนิทพามรกตไปโรงพยาบาล โดยมีนมคิ้ม แม่นมซึ่งเคยเลี้ยงสนิทมาตั้งแต่เด็ก แต่วันนี้กิมซัวให้คิ้ม มีหน้าที่ดูแลมรกตกับลูกแทน ด้วยความสงบเสงี่ยมอ่อนหวาน น่ารักของมรกต ทำให้คิ้มรักมรกตไม่ต่างจากที่รัก เจ้าสัวสนิท ซึ่งเคย เลี้ยงมาราวกับลูก กิมซัวจะไปโรงพยาบาลด้วย แต่สนิทไม่ยอม แต่เมื่อกิมซัวโทรมาถามสนิท แล้วสนิทส่งโทรศัพท์ให้คิ้ม ตอบกิมซัว เอง คิ้มกลับไม่พูดความจริง ด้วยความรักและ สงสารที่มีต่อสนิทกับมรกต นางตอบกิมซัวสั้นๆ ว่า กิมซัวได้ "เจ้าสัวน้อย" ซึ่งโดย ทั่วไป "เจ้าสัว"จะเป็นคำเรียกสำหรับลูกชายเท่านั้น วันที่สนิทพาลูกกลับบ้าน เขาแต่งตัวให้เด็กน้อยด้วยเสื้อผ้าเด็กชาย ที่บ้านกิมซัว เห่อหลานขนาดหนัก อุ้มไม่ยอมวาง กิมซัวทำเอาทุกคนใจหายเมื่อขอดู "เจ้าหนูน้อย" เขาพยายามถอดผ้าอ้อมออก แต่เด็กก็ร้องขึ้นมา คิ้มได้โอกาสจึงรับมาอุ้มไว้เอง นับจากวันนี้ สนิท มรกต และนมคิ้มจะระวัง "เจ้าสัวน้อย" มาก เพื่อไม่ให้ความลับถูกเปิดเผย เมื่อน้อย หรือพิมพ์ชนกโตขึ้น เธอเรียนในโรงเรียนที่เมืองไทยไม่นาน ก่อนถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ฮ่องกง จากนั้นก็ถูกส่งไปเรียนต่อที่อังกฤษ น้อยจึงพูด-อ่าน-เขียน ได้ดีทั้ง ไทย-จีน-อังกฤษ มรกตบอกความจริงกับเธอเมื่อเธอรู้ความและพอเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อยู่ต่างประเทศน้อยจึงมีโอกาสใช้ชีวิตอย่างหญิงสาวธรรมดาได้เต็มที่ แต่ทุกครั้งที่เธอกลับเมืองไทย
 
เธอจะต้องแต่งตัวและประพฤติ ตัวอย่างผู้ชายทุกครั้งเช่นกัน มรกตสงสารลูกมาก เธอกลัวว่าลูกสาวจะสับสนทางเพศ แต่น้อยก็ทำได้ดีทุกครั้ง เวลาผ่านไปจนน้อยอายุ 17 ปี ก๋งกิมซัวตัดสินใจเรียกตัวเธอกลับจากอังกฤษ แม้เธอจะเรียนไม่จบอะไรสักอย่าง แต่กิมซัวพอใจที่จะให้หลานชายสุดที่รักทายาทคนเดียวของตระกูลกลับมาบริหาร งาน มาฝึกมาหาประสบการณ์จากของจริงดีกว่า ที่สำคัญ กิมซัวรักน้อยมากจนไม่อยากให้ห่างไปไกลๆ อีก ในวันที่น้อยเดินทางถึงกรุงเทพฯ เธอแต่งตัวเป็นชาย ท่าทางและหน้าตาของเธอดู เป็นเด็กหนุ่มที่มีหน้าหวานและน่ารัก สาวๆ หลายคนเหลียวมองน้อยอย่างพอใจ ทำให้น้อยมีความมั่นใจมากขึ้น แต่แล้วขณะที่น้อยกำลังจะเข้าห้องน้ำ เธอลังเลเล็กน้อยระหว่างห้องน้ำหญิงกับชาย น้อยตัดสินใจเดินเข้าห้องน้ำผู้ชาย เธอไม่กล้าเสี่ยงหากมีใครในครอบครัวมาพบเธอเดินเข้าห้องน้ำหญิง ก่อนที่น้อยจะเข้าประตู ผู้ชายคนหนึ่ง หล่อ สมาร์ท เข้ม ก็บอกเธอยิ้มๆ ว่าห้องน้ำหญิงอยู่อีกฝั่งน้อยหมดความมั่นใจทันที แต่ก็ยังทำขึงขังว่าเธอเป็นชาย เขามองเธออย่างไม่แน่ใจก่อนจะยอมเปิดประตูแล้วให้เธอเข้าไป น้อยกลับไม่ยอมเข้าห้องน้ำเธอผละจากมาทันที อารมณ์รีบร้อนน้อยลื่นล้มลงกับพื้น เจ้ากรรม… ชายรูปหล่อ กลับมาช่วยฉุดเธอลุกขึ้น น้อยทั้งอาย ทั้งโกรธ รีบเดินจ้ำไปหาพ่อ-แม่ เมื่อถึงบ้านกิมซัวดีใจมาก สั่งให้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ "เจ้าสัวน้อย" ซึ่งแน่นอนว่าคงมีครอบครัวของก๋งเก้าเพื่อนสนิท โดยมีเสี่ยจำลอง เสรี กับ ชฎาทิพย์ และอีกครอบครัวหนึ่งคือ เพลินจันทร์ ที่ผิดหวังจากสนิท เพลินจันทร์ตัดสินใจแต่งงานกับข้าราชการคนไทย การศึกษาดี จบปริญญาโท ด้วยอารมณ์ประชดสนิท เธอมีลูก 2 คน คนโตเป็นชายชื่อ วรชิต อายุ 16 ปี คนเล็กเป็นหญิงชื่อ มาลาตี อายุประมาณ 15 ปี ส่วนสามีของเธอกลับทำตัวเหลวไหล กินเหล้าและผลาญสมบัติ เพลินจันทร์จบเกือบหมดก่อนจะตายด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง เพลินจันทร์รู้สึกแย่มาก ที่ตัดสินใจแต่งงานเพราะอารมณ์ ซ้ำลูกชายและลูกสาวนิสัยเหมือนพ่อทั้งคู่ เหลาะแหละ ไม่ชอบเรียนหนังสือ ชอบเที่ยว ฟุ้งเฟ้อ ใช้เงินเกินตัว ยิ่งเพลินจันทร์เห็นครอบครัวของสนิทและมรกตอยู่กันอย่างมีความสุข รักใคร่กลมเกลียว แถมยังร่ำรวย เธอก็ยิ่งอิจฉาและหมั่นไส้เกลียดชังมรกตกับเจ้าสัวน้อยมากขึ้น เพลินจันทร์คิดแบบเข้าข้างตัวเองว่า ถ้าไม่มีมรกตเธอก็คงแต่งงานกับสนิท ชีวิตเธอคงไม่ลำบากอย่างนี้ ความคิดนี้ครอบงำไปถึงวรชิตและมาลาตีด้วย
 
วรชิต เกลียดและอิจฉาเจ้าสัวน้อยมาก ขณะที่มาลาตีเองกลับมุ่งจะจับชายหนุ่มรวยๆ เพื่อแต่งงานแล้วยกสภาพตัวเองให้ดีขึ้นกว่า ปัจจุบัน ในคืนวันจัดงานต้อนรับเจ้าสัวน้อย ชฎาทิพย์กับดิศนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ตระกูลดีไปด้วย ชฎาทิพย์บอกพ่อกับ แม่ว่าดิศเป็น แฟนเธอ เมื่อไปถึงงานที่บ้านกิมซัว เจ้าของบ้านรอต้อนรับอยู่แล้ว ทุกคนเมื่อชฎาทิพย์แนะนำดิศ เจ้าสัวน้อยแทบช็อค เมื่อพบว่าดิศ คือ ชายหนุ่มที่เธอพบที่สนามบินนั่นเองน้อยยิ่งเกร็งและระวังตัวมากขึ้น ซึ่งก็ทำ ให้ดิศผิดสังเกตมากขึ้นเช่นกัน ส่วนมาลาตีใน ตอนแรกมุ่งจะจับเจ้าสัวน้อย แต่เมื่อพบดิศ มาลาตีเปลี่ยนเป้าหมายทันที มาลาตีทำตัวสาวเกินวัย จริตจก้านแพรวพราย
 
ท่าทางของเธอบอกเจตนาชัด เจนดิศมองออกแต่ก็ทำเฉย มาลาตีไม่รู้สึกตัวยังคง "รุก" ต่อไป ถึงขั้นจะขอไปดูโครงการคอนโดมิเนียม หรูริมน้ำของเขา เธอคุยเรื่องว่าจะซื้อสักยูนิต ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าแพงแสนแพง และที่สำคัญคือครอบครัวเธอแทบจะ เหลือแต่เปลือก อยู่แล้ว แต่มาลาตีก็ต้องการเพียงโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับดิศเท่านั้น เธอมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองมาก โดยไม่ดูว่าตัวเองเป็นเพียงเด็กกะโปโลใน สายตาของดิศ เรื่องมายุ่งยากตรงที่ชฎาทิพย์หันมาเห็นมาลาตีกับ ดิศพอดี เธอรี่เข้ามาอย่างหวงแหนดิศ เมื่อเผชิญ หน้ากันแทนที่มาลาตีจะเกรงใจชฎาทิพย์ เธอกลับยั่วชฎาทิพย์ถึงขั้น ขอดิศจากชฎาทิพย์ ชฎาทิพย์เป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว อดไม่ได้ ตบมาลาตีเต็มแรงมาลาตีกรี๊ดเรียกร้องความสนใจและความเห็นใจจากคนรอบข้าง ทันที แต่คนที่ไปถึงก่อนคือเจ้าสัวน้อย น้อยมอง ดิศอย่างตำหนิ และเมื่อเสรีแยกชฎาทิพย์ออกไป เพลินจันทร์ก็มาพามาลาตีกลับบ้าน โดยเพลินจันทร์ต้องยอมขอโทษ ชฎาทิพย์ แทนลูก
 
น้อยตำหนิดิศตรงๆ ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้หญิงทะเลาะกัน และดิศคือผู้ชายเจ้าชู้ ดิศงงที่ถูกต่อว่าโดยไม่รู้เรื่อง แต่เขาก็ย้อนเจ้าสัวน้อยกลับไปเช่นกัน จนน้อยต้องอึ้งเพราะจนแต้ม น้อยเก็บความโกรธพร้อมทั้งอาฆาตดิศไว้ในใจ เมื่องานเลิกตกดึกน้อยแอบหลบออกจากบ้านไปเที่ยวคนเดียว ด้วยความอยากรู้อยากเห็นชีวิตกลางคืนของหนุ่ม-สาวกรุงเทพฯ ที่ผับแห่งหนึ่ง ขณะน้องนั่งดื่มคนเดียวในมาดของชายหนุ่ม ก็มี 3 สาววัยรุ่น 2 คนค่อนข้างเปรี้ยวและกล้าเกินตัว แก่นกล้าขนาดจีบน้อยก่อน ส่วนอีกคนหนึ่งดูเรียบร้อยและค่อนข้างขี้อาย เมื่อสองสาวเห็นท่าว่าน้อยไม่เล่นด้วย ก็เริ่มหาเหยื่อใหม่ พอดีมีอีก 3 หนุ่มเข้ามาในผับ ท่าทางของสองสาวนั้นคุ้นเคยกับหนุ่มผู้มาใหม่ดี มีแต่สาวอีกคนหนึ่งที่ดูเคอะเขินขี้อาย กับลำบากใจในอาการแทะโลมของหนุ่มๆ น้อยดูอย่างห่วงใย เมื่อกลุ่มหนุ่มสาวออกจากผับ น้อยตามออกมาห่างๆ จึงทันเห็นว่าสองสาวเปรี้ยวต่างแยกกันไปกับหนุ่มคนละคู่ส่วนสาวขี้อายคง ยื้อยุดกับหนุ่มอีกคน ท่าทางเธอไม่เต็มใจจะไปกับเขา น้อยจึงเข้าช่วย เกิดการต่อสู้กัน น้อยซึ่งเคยฝึกศิลปะการป้องกันตัว ทั้งมวย ยูโด คาราเต้มาแล้ว จึงจับชายคนนั้นบิดแขนแทบหัก ก่อนจะปล่อยตัวไปตามคำขอร้องอย่างเจ็บปวด
 
น้อยไปส่งเด็กสาวคนนั้น ที่บ้าน ระหว่างทางน้อยรู้ว่าเด็กสาวชื่อ ปนัดดา เธอหลบออกมาเที่ยวเพราะอยากเต้นรำฟังเพลงเท่านั้นไม่ ว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้กับเธอ น้อยอบรมไปมากมาย พอดีถึงบ้านปนัดดา จากลักษณะของบ้าน น้อยรู้ทันทีว่าปนัดดาต้องเป็นลูกเศรษฐีคนหนึ่ง ปนัดดาขอชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของน้อยไว้ เธอถือเศษกระดาษชิ้นเล็กอย่างหวงแหน เมื่อปนัดดาเข้าบ้านกพบมารดากับพี่ชายนั่งรออยู่ ปนัดดาเป็นลูกของคุณหญิงอมรา และเป็นน้องสาวคนเดียวของดิศ ปนัดดาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มารดาและพี่ชายฟังอย่างตื่นเต้น เธอพูดถึง พี่น้อย อย่างชื่นชมราวกับเทพบุตร ดิศเดาได้ทันทีว่าน้องสาวคงติดใจน้อยเข้าจริงๆ ส่วนน้อยเมื่อถึงบ้านก็แอบเข้าบ้านเช่นกัน แต่ทันทีที่เธอก้าวเข้าห้องรับแขก น้อยก็พบว่าทั้งกิมซัว สนิท มรกต และนมคิ้มต่างก็รอเธออยู่อย่างเป็นห่วง กิมซัวถึงขนาดบอกว่าจะตามเธอไปเที่ยวเธค เที่ยวผับด้วย น้อยตกใจมาก เธอหาวิธีพูดและแกล้งขู่ว่าจะกลับไปอังกฤษ จนกิมซัวให้ไปเที่ยวได้ตามลำพัง แต่ห้ามไปแท็กซี่อย่างคืนนี้อีก น้อยแอบดีใจที่จะได้ขับรถเอง
 
ส่วนปนัดดาเหงาและซึมทุกวัน เธอเฝ้าคิดถึงพี่น้อย วีรบุรุษในใจเธอตลอดเวลา คุณหญิงอมรากับดิศสงสาร ประกอบกับต้องการ เห็นหน้าหนุ่มคนนี้ ดิศจึงให้ปนัดดาโทรไปหาแล้วชวนมากินข้าวที่บ้าน โดยอ้างว่าเพื่อตอบแทนบุญคุณ เมื่อถึงวันนัด น้อยมาอย่าง ไม่ค่อยเต็มใจนัก ก๋งกิมซัวให้น้อยใช้รถคันหรูพร้อมคนขับมาส่งที่บ้านปนัดดา น้อยไม่รู้ตัวว่าเป็นที่สนใจของทุกคน เธอลงจาก รถอย่างมั่นใจมาดมั่น ในแบบของหนุ่มน้อยรูปงาม แต่เมื่อหันมา พบดิศที่มองอยู่ น้อยเกิดอาการประหม่าทันทีเธอตกใจที่รู้ว่าปนัดดาเป็นน้องสาวดิศ วันนั้นเหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี คุณหญิงอมราพอใจและยอมที่จะ ให้ปนัดดาคบหาน้อยต่อไป ส่วนน้อยตัด สินใจขอเริ่มงานทันที น้อยสนใจและทุ่มเทกับการทำงานมาก ขณะที่วรชิต และมาลาตี เหลวไหลไม่ยอมเรียนและไม่ยอมทำงาน
 
วันหนึ่งดิศกับครอบ ครัวของก๋งเก้ามาพบกิมซัว จังหวะพอดีที่เพลินจันทร์ก็มา เพลินจันทร์จึงขอร้องกิมซัวให้ช่วยฝากงานให้มาลาตี โดยขอทำงานกับดิศเท่านั้น กิมซัวก็ตามใจ ทำให้ดิศต้องยอมรับปากกิมซัวอย่างเกรงใจ ส่วนวรชิต กิมซัวให้ไปทำงานที่บริษัทของน้อย ดิศให้มาลาตีไปเป็นผู้ช่วยของวรรณ เลขาสาวที่ทำงานด้วยกันมานาน วรรณเป็นคนเก่งและคล่อง วรรณพยายามสอนงานมาลาตีตามคำสั่งของดิศ แต่มาลาตีไม่ค่อยยอมทำอะไร นอกจากผัดหน้าแป้งเติมปากแทบทุก 10 นาที และเข้าไปเสริฟกาแฟให้ดิศทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ชฎาทิพย์รู้เรื่องนี้จนได้ เธอรีบมา หาดิศที่บริษัทและเข้าไป พบดิศขณะที่มาลาตีเสริฟกาแฟพลางออดอ้อน ชม้ายชายตาให้ดิศ ดิศแม้จะรำคาญมาลาตีแต่ก็ฝืนทน ทว่าเมื่อชฎาทิพย์เข้ามา เรื่องลุกลามใหญ่โตทั้งคู่ทะเลาะตบตีกันราวกับผู้หญิงชั้นต่ำ ดิศกับวรรณพยายามห้ามทั้งคู่ จึงไม่รู้ว่าน้อย มายืนดูอยู่นานแล้ว น้อยยิ่งตั้งข้อรังเกียจดิศมากยิ่งขึ้น ว่าเป็นผู้ชายเจ้าชู้ หว่านเสน่ห์และให้ความหวังกับผู้หญิงทั่วไป เมื่อชฎาทิพย์กับมาลาตีออกไปแล้ว น้อยก็เข้าพบดิศ พูดธุระเรื่องงาน สลับกับการพูดกึ่ง ตำหนิดิศเรื่องของชฎาทิพย์กับมาลาตี ดิศนึกโกรธเลยย้อนน้อยแรงๆ จนน้อยเองต้องหยุดพูด น้อยรู้ดี ว่าดิศคือลูกค้ารายแรกของตนจึงต้องพยายามระงับอารมณ์ และแยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงาน วันหนึ่งเสรีชวนน้อยกับดิศ ไปดื่มประสาชายหนุ่มน้อยไปอย่างจำใจ ปรากฎว่าน้อยไปถึงคลับคนแรก จึงเป็นเป้าให้สาวๆ ใจกล้าเข้ามาชวนคุย 3-4 คน น้อยพยายามเลี่ยงสุดความสามารถ แต่สาวกลุ่มนี้กลับนึกสนุกเข้าประชิด ตัวเจ๊าะแจ๊ะมากขึ้น น้อยตกใจแก้สถานการณ์ไม่ได้ จังหวะที่ดิศเข้ามาพอดีเขาดึงน้อยออกมาจากกลุ่มแล้วบอกว่าเสรีป่วยมาไม่ได้
 
ดิศจึงชวนน้อยไปดื่มที่ผับชั้นดีอีกแห่งหนึ่ง ด้วยความที่กลัวว่าดิศจะจับได้ว่าตนเป็นหญิง น้อยจึงสั่งเบียร์แทนน้ำอัดลม ทั้งที่เธอดื่มไม่ค่อยได้คอไม่แข็งเลย น้อยพยายามแอ๊คฝืนดื่มเบียร์จนเมาจริงๆ ดิศพยายามให้เธอดื่มน้ำเปล่า แต่น้อยไม่ยอมจึงปัดมือเขา น้ำจึงหกรดเสื้อเธอเปียก ดิศหาผ้ามาซับให้ จากการสัมผัสและรอยน้ำที่เปียกเสื้อจนเข้ารูป ดิศตกใจที่พบว่าน้อยเป็นผู้หญิง แถมน้อยเองก็มีปฏิกิริยาปกป้องอย่างผู้หญิงเช่นกัน ดิศทำเฉยน้อยทั้งเมาทั้งอายและง่วงจึงพร่ำพูดถึงเรื่อง ความสำคัญของเพศหญิง กับชายในสายตาคนจีนหัวโบราณอย่างกิมซัว แล้วพูดอะไรหลายอย่างจนดิศจับประเด็นได้ว่าน้อยต้องเป็นผู้หญิง
 
เขา พยายามบอกเสรี แต่เสรีไม่เชื่อ ส่วนปนัดดามาขอร้องให้ดิศช่วยซื้อสินค้าของน้อยด้วยความรู้สึกผูกพันส่วนตัว ของเธอ ดิศจึง เริ่มคิดมาก เขาไม่อยากให้ปนัดดาผิดหวัง ถ้ารู้ว่าน้อยเป็นหญิง ดิศพยายามหาทางพิสูจน์ให้ได้ ทางด้านวรชิตกร่าง ในบริษัทว่า เป็นหลานกิมซัว เป็นน้องของเจ้าสัวน้อย แถมยังคิดชั่วโดยการแอบรับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทต่างๆ ที่มาค้าขายด้วย น้อยรับรู้เรื่อง อย่างกลุ้มใจ เธอให้วรชิตมาพบ วรชิตโวยวายไม่ยอมรับผิดน้อยจึงคาดโทษเอาไว้ ส่วนมาลาตีรุกดิศหนักขึ้น เธอไปถึงบ้านดิศไป พบอมรากับปนัดดา แนะนำตัวเองกึ่งเปิดตัวว่าเป็นแฟนดิศแล้วกลับไปก่อนที่ดิศจะกลับบ้าน
 
อมรา เล่าให้ดิศฟัง ดิศเริ่มเบื่อมาลาตีมากขึ้น เขาตั้งใจว่าเมื่อครบกำหนดลองงาน เขาจะบอกเธอว่าเธอไม่ผ่าน นั่นหมายถึงว่า มาลาตีต้อง ออกไป เสรีพยายามพูดกับน้อยเพื่อหาทางจับพิรุธว่าเธอเป็นหญิงหรือชาย แต่เสรีพูดตรงๆ เพราะถือว่าเป็นพี่และ สนิทสนมกันมานาน จากการสนทนาน้อยรู้ว่าดิศนั่นเองเป็นคนบอก เย็นนั้นน้อยจึงไปพบดิศที่บ้านเธอตั้งใจจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง แต่เมื่อพบดิศเข้าจริงๆ ดิศกลับเป็นฝ่ายรุกและต้อนน้อยจนเกิดการท้าพิสูจน์เกิดขึ้น ยิ่งพูดน้อยก็ยิ่งโมโห หน้าตากิริยาของเธอ น่ารักมาก จนดิศคิดวิธีพิสูจน์ได้ ดิศกอดและจูบเธออย่างอ่อนหวาน น้อยตกใจและลืมตัวไปกับเขา ดิศจูบจนน้อยต้องยอม รับว่าเธอ เป็นผู้หญิง ก่อนจะผละหนีกลับบ้านอย่างอับอาย น้อยวิตกและซึมจนพ่อ-แม่เป็นห่วง ดิศเองนั้นเริ่มรู้ตัวว่าเขาสนใจ และรักน้อย เข้าแล้ว เขาจึงต้องเร่งหาทางให้น้อยยอมรับความจริงให้ได้ รวมไปถึงกิมซัวด้วย อีกทั้งต้องพูดกับปนัดดาเพื่อไม่ให้เธอผิดหวัง
 
ขณะที่ดิศคิดหน ทางออก มาลาตียิ่งรุกเร้าดิศมาก เกิดปะทะตบตีกับชฎาทิพย์บ่อยขึ้น จนดิศระอาใจ เขาใช้มาตรการเด็ดขาดกับมาลาตีมากขึ้น กับแสดงท่าทีชัดเจนว่ารำคาญ จนถึงขั้นบอกว่ามาลาตีไม่ผ่านการทดลองงาน มาลาตีโกรธกระบึงกระบอนลาออกไป มาลาตีบอกเพลินจันทร์ว่าเธอจะจับเจ้าสัวน้อย เพลินจันทร์พอใจมาก ทุกอย่างเข้าระบบเดิมอีก มาลาตีพะเน้าพะนอคลอเคลียน้อยจนรำคาญ เสรีเองก็พยายามหาทางช่วยน้อยแต่ไม่สำเร็จ น้อยยอมรับกับเสรีว่าเธอเป็นผู้หญิง ทำทุกอย่างก็เพื่อบิดาและมารดา ในเมื่อกิมซัว ไม่ยอมรับหลานผู้หญิง เธอก็ต้องเป็นชาย ดิศเองก็บอกปนัดดาเช่นกัน ปนัดดาเสียใจมาก ดิศขอร้องแกมขู่ให้น้อยมาเจรจากับปนัดดา น้อยยอมมาเธออธิบายจนปนัดดาเข้าใจและยอมรับ เสรีและดิศหาทางช่วยน้อยโดยบอกก๋งเก้าให้ช่วยพูดกับกิมซัว แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่น้อยนัดกินข้าวกลางวันกับปนัดดาก็พบเสรีกับมาลาตีโดย บังเอิญ มาลาตีเห็นปนัดดาเคลียคลอกับน้อยก็โมโห รีบไปทำท่ากีดกันและเป็นเจ้าเข้าเจ้าของน้อย เธอโวยวายให้น้อยไปส่งที่บ้าน น้อยจึงให้เสรีไปส่งปนัดดาที่บ้าน ซึ่งเสรีก็พอใจอยู่แล้ว เพราะเขาแอบรักปนัดดามานาน แต่ไม่กล้าบอกใคร แม้กับดิศซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ทว่าคราวนี้เสรีลองพูดอ้อมๆ บอกปนัดดา เธอไม่เชื่อเธอบอกว่าเสรีพูดเพราะสงสารเธอ เห็นเธอเหมือนน้องสาว จนถึงบ้านปนัดดา เสรีจึงพูดอย่างจริงจังว่าเขาชอบเธอจริงๆ ปนัดดาอายรีบลงจากรถ ดิศซึ่งลงมาพอดีพบเสรี ดิศงงแต่ก็พอใจที่เสรีรักปนัดดา เสรีเล่าให้ดิศฟังเรื่องที่พบกับมาลาตี ดิศร้อนใจรีบไปพบน้อย เพื่อให้หาทางบอกความจริงเสียก่อนที่เรื่องจะยุ่งมากกว่านี้ ด้วยความสวยน่ารักของน้อย ดิศอดใจใกล้ชิดกับเธอไม่ได้ เขาเข้าไปยืนแนบชิดและจับมือเธอไว้ กิมซัวยืนมองภาพของทั้งคู่อย่างตกใจ กิมซัวรับไม่ได้ถ้าหลานชายจะวิปริตรักกับผู้ชายด้วยกัน
 
กิมซัวรีบ เดินออกมากันท่าทันที แกไม่สนใจแม้ดิศจะพูดด้วย ปฏิเสธทุกอย่าง กับน้อยก๋งกิมซัวรีบบอกว่าจะให้แต่งงานกับใครก็ได้ แกจะหาให้เอง ถ้าไม่ได้จริงๆ กิมซัวจะให้น้อยแต่งงานกับมาลาตี ดิศกับน้อยยิ่งกลุ้มใจ สนิทกับมรกตก็เช่นกัน แต่ทุกคนรู้ดีว่าบอกความจริงไม่ได้เพราะกิมซัวเป็นโรคหัวใจ ทุกคนจึงไปปรึกษาก๋งเก้า ก๋งเก้าซึ่งทันสมัยรับฟังอย่างเข้าใจ แกจึงช่วยวางแผน โดยนัดกิมซัวมากินข้าว แล้วจะช่วยเกริ่นความจริงให้รู้ แต่ก่อนหน้าวันนัด วรชิตกลับก่อเรื่องจนน้อยทนไม่ได้เธอไล่วรชิต ออกจาก งาน วรชิตโกรธจัด เมื่อกลับบ้านก็โดนเพลินจันทร์ต่อว่าอีก วรชิตจึงหนีออกจากบ้านไปมั่วสุมเสพยากับเพื่อน เมื่อหมดเงิน วรชิต จึงคิดจับเจ้าสัวน้อยเรียกค่าไถ่ เขาวางแผนจับเจ้าสัวน้อยในวันที่นัดกับก๋งเก้าพอดี แต่เหตุการณ์กลับชุลมุน วรชิตกับพวกจึง ได้ตัวก๋งกิมซัวไปแทน วรชิตติดต่อให้น้อยเอาเงินมาให้ น้อยรีบไปด้วยความเป็นห่วงก๋งกิมซัวจนลืมระวังตัว ระหว่างทางรถของ น้อยสวนกับดิศ และเมื่อดิศพบเสรี เสรีให้ดิศรีบตามไปช่วยน้อย แล้วที่บ้านร้าง
 
น้อยต้องกลายเป็นเหยื่อของวรชิตกับพวก เมื่อกลุ่มวายร้ายโลภมากคิดจับน้อยเรียกค่าไถ่อีกต่อ กิมซัวพยายามเตือนน้อย จึงถูกทำร้าย น้อยตกใจมาก จะเข้าไปดูก๋ง จึงถูกจับกระชากตัวไว้ เจ้ากรรมเสื้อเธอขาดพวกวาย ร้ายเมื่อรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงจึงจะข่มขืนเธอ กิมซัวแทบหัวใจวายเมื่อเห็นอย่างนั้น น้อยเองก็ทนไม่ได้ที่เห็นพวกโจรซ้อมกิมซัว เธอตัดสินใจยอมพวกมันเพื่อช่วยชีวิตก๋ง ก่อนเหตุการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ดิศก็พาตำรวจมาช่วยไว้ทันเวลา กิมซัวต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อฟื้นขึ้นมากิมซัวกลับยอมรับความ จริงได้ดีขึ้น แกยอมรับว่าหญิงหรือชายก็ไม่สำคัญ ขอให้เป็นคนดีก็พอ กิมซัวเปรียบเทียบน้อยกับวรชิต แล้วก็ต้องยอมรับว่า น้อยแม้จะเป็นหญิง แต่ก็กล้าหาญและกตัญญูมาก ที่สำคัญกิมซัวแน่ใจว่ารักหลานคนนี้มากเหลือเกิน ดิศเองก็ได้รับการยอมรับ เช่นกัน ความรักของเขากับน้อยไม่มีปัญหาอีกต่อไป
 
นักแสดง เจ้าสัวน้อย
 
อินทิรา เจริญปุระ แสดงเป็น พิมพ์ชนก(น้อย)
 เอกรัตน์ สารสุข แสดงเป็น ดิศ
ปัญญา นิรันดร์กุล แสดงเป็น กิมซัว