Category Archives: ละครช่อง5

คน 2 คม

กำกับการแสดง ฉัตรชัย สุรสิทธิ์
บทโทรทัศน์ กษิดินทร์ แสงวงศ์, วาทินีย์ โอฬาร์กร
อำนวยการสร้าง ถกลเกียรติ วีรวรรณ
นำแสดงโดย
1. ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ รับบท เพชร, ธีรัช
2. แคทรียา อิงลิช รับบท นัทธมน
3. มนตรี เจนอักษร รับบท สมเดช
4. ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ รับบท ดนยา
5. กรรชัย กำเนิดพลอย รับบท อานนท์
6. เอราวัต เรืองวุฒิ รับบท อิทธิ
7. ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท มะลิ
8. พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท ยายทอง
9. โหน่ง สามซ่า รับบท เหน่ง
10. วิศิษฐ์ ยุตติยงค์ รับบท สัจจะ
11. นภาพร หงสกุล รับบท ป้าช้อย
12. พิมพ์พรรณ บูรณพิมพ์ รับบท ป้าเมี้ยน
13. เพทาย เกิดผล รับบท ติ๋ม
ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. – 21.30 น.

เรื่องย่อ
เพชรเด็กหนุ่มช่างซ่อมรถที่อาศัยอยู่ในสลัมกับยายทองที่มีอาชีพขายกล้วยทอด ซึ่งถึงแม้ว่าฐานะทางครอบครัวของเพชรจะยากจน แต่เขาและยายทองก็มีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ การใช้ชีวิตอย่างสามัญชนทั่วไปของเพชร ดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งวันหนึ่ง ต้องเป็นจุดพลิกผัน เมื่อสมเดช ขับรถปาดหน้ารถมอเตอร์ไซด์ ที่เพชรยืมเหน่งเพื่อนรักของเขาเพื่อหาลำไพ่พิเศษ สมเดช ประหลาดใจมากเมื่อเห็นเพชร เพราะหน้าตาของเขาเหมือนกับใครคนหนึ่งราวกับฝาแฝด

วันต่อมา เพชรกลับมาทำงานที่อู่ซ่อมรถ และเสี่ยเจ้าของอู่สั่งให้เพชรไปเช็ครถสุดหรูราคาแพงคันหนึ่ง ขณะที่เพชรหยิบกล่องขยะไปทิ้ง กลับพบธนบัตร ใบละพันอัดแน่นอยู่ในกล่องขยะ สร้างความว้าวุ่นใจให้กับเพชรเป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยความซื่อสัตย์และเป็นคนดีของเขา เพชรตัดสินใจเอาเงินไปคืนเจ้าของทันที โดยไม่ได้คาดหวังสิ่งตอบแทน

เมื่อเพชรไปถึงบ้านเจ้าของรถ เขาก็ต้องแปลกใจมากเมื่อรู้ว่าสมเดชเป็นเจ้าของเงินกับรถคันนี้ และเพราะคุณงามความดี ที่มีอยู่ในตัวเพชร สมเดชเกิดความซาบซึ้งและได้ขอร้องให้เพชรมาร่วมทำงานด้วย แต่ไม่ยอมบอกว่างานอะไร แต่มีผลตอบแทน อย่างงามเพชร รีบปฎิเสธคำขอของสมเดชทันที เพราะกลัวเป็นงานผิดกฎหมาย

แต่สมเดชก็ไม่ยอมลดละความพยายามที่จะให้เพชรมาร่วมงาน เขาวางแผนบีบเพชรด้วยแผนการชั่วร้าย โดยการวางระเบิดกะทะ กล้วยทอดของยายทอง เมื่อแผนการของสมเดชสำเร็จ เขานำตัวเพชรให้ไปรู้จักกับ ธีรัช ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานผลไม้กระป๋อง

การเจอกันระหว่างเพชรและธีรัช ในครั้งนี้สร้างความประหลาดใจกันทั้งสองฝ่าย เพราะหน้าตาของทั้งสองเหมือนกัน ราวกับเป็นคนคนเดียวกัน ธีรัช เล่าความจริงถึงสาเหตุที่ต้องการให้เพชรมาร่วมงาน ว่าในขณะนี้ธีรัชกำลังป่วยด้วยโรคเนื้องอกในสมอง ต้องได้รับการผ่าตัดที่อเมริกา โดยด่วน แต่เขาไม่สามารถไปได้เพราะบริษัทกำลังมีปัญหาขัดแย้งกันของผู้บริหาร และยังมีปัญหา ของดนยาภรรยาสาวของเขาที่กำลังคบชู้อยู่กับอานนท์ผู้จัดการโรงงาน

และเหตุนี้ธีรัช เลยต้องการให้เพชรปลอมตัวเป็นเขาในช่วงที่ไปรักษาตัวที่อเมริกา และมอบหมายให้สมเดชเป็นผู้ช่วย การปรากฎตัวของเพชรในคราบของธีรัช สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะดนยาและอานนท์ เนื่องจากทั้งสองไม่คิดว่าธีรัชจะสามารถมาทำงานได้

เพชร ได้มารู้จักกับนัทธมนผู้นำการประท้วงคำสั่งลดเงินเดือนของธีรัช และเธอยังเป็นลูกสาวของอดีตหุ้นส่วนใหญ่ ของโรงงานนี้แต่ถูกพ่อของธีรัชโกงจนหมดตัวและฆ่าตัวตายไป ทำให้นัทธมน ต้องตกมาอยู่ในฐานะพนักงานธรรมดาคนหนึ่ง ของโรงงานแห่งนี้ การได้เจอนัทธมนในครั้งนี้ สร้างความประหลาดใจให้เขาอย่างมาก ถึงแม้ว่าตัวนัทธมนจะไม่ชอบขี้หน้าเขาเลยก็ตาม

นัทธมน มีอิทธิ ชายหนุ่มแผนกช่างกล มาติดพันอยู่และถึงแม้อิทธิจะพยายามเอาใจเธอเท่าไหร่ แต่ผลตอบแทนที่นัทธมน ให้เขาได้ก็เพียงคำว่าพี่น้องเท่านั้น สมเดชเตือนให้เพชรระวังอานนท์และดนยาให้ดี เพราะเขาเริ่มระแคะระคาย ว่าทั้งคู่ยักยอกเงินบริษัท

ฝ่ายดนยาก็กลัวว่าเพชรในคราบธีรัชจะรู้ว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้อง เลยสั่งให้ลูกน้องของอานนท์กำจัดธีรัชทันที และในวันที่ถูกตามฆ่า เพชรไปหานันธมนที่บ้านของเธอ เพื่อเตือนสติให้เธอรู้ว่ากำลังตกเป็นเครื่องมือของอานนท์ ระหว่างทั้งสองเถียงกันอยู่ ลูกน้องของอานนท์ขับรถตามทันและลอบยิง เพชรถูกลูกหลงจนบาดเจ็บ

จากเหตุการณ์ลอบยิงในครั้งนี้ ทำให้นัทธมนเริ่มเห็นใจในตัวเพชรและสงสัยในตัวอานนท์ว่าเป็นจริงอย่างที่เพชรบอก ด้านสมเดชหลังจากที่เห็นว่าอานนท์ทำเกินเหตุ เลยทำการแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดี ทั้งเรื่องยักยอกเงินบริษัท และเรื่องการลอบทำร้ายเพชร อานนท์หาวิธีดิ้นให้หลุดความผิด และแผนการที่ง่ายที่สุดคือการเผาทำลายสินค้าในโกดังที่เป็นหลักฐาน

ในวันเกิดเหตุ นัทธมนติดอยู่ในกองเพลิงแต่เพชรมาช่วยไว้ทัน เพชรดูแลนัทธมนจนปลอดภัยทำให้เธอเริ่มมีใจให้เพชร แต่ก็ยังสับสนเพราะเพชร ( ธีรัช ) มีภรรยาอยู่แล้ว แต่เธอก็คลายกังวลไปได้ เมื่อสมเดชแจ้งว่า ธีรัช จะฟ้องหย่าดนยาเร็ว ๆ นี้ และจากหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด ทำให้อานนท์ถูกจับในข้อหาวางเพลิงโรงงาน และเขายังชัดทอดไปถึงดนยาด้วย

หลังจากกำจัดอานนท์ได้ เพชรและสมเดชปลดทั้งสองออกจากกรรมการบริหารของโรงงานทันที หลังจากเรื่องวุ่นวาย ทั้งหมดเสร็จสิ้น เพชรเตรียมจะสารภาพความจริงให้นัทธมนรู้ โดยเขามั่นใจว่าความรัก ที่เขามีให้กับเธอจะสามารถ ลบล้างการแสแสร้งที่เขาทำมาโดยตลอดได้ แต่เรื่องเลวร้ายก็มาบังเกิดอีกครั้ง เมื่อดนยารู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเพชรเสียก่อน เลยรีบนำข่าวไปบอกอานนท์แล้วร่วมกันวางแผนแก้เผ็ดด้วยการชิงเปิดโปงเพชร ต่อหน้านัทธมนก่อน

ในขณะที่เพชรจะสารภาพความจริง นัทธมนทนไม่ได้ที่รู้ว่าโดนหลอกลวง เธอเดินหนีออกมาด้วยจิตใจที่เจ็บซ้ำและเจ็บปวด และเมื่อข่าวการเข้าใจผิดของเพชรและนัทธมนรู้ถึงสมเดช เขาพยายามจะแก้ปัญหาโดยโทรไปหาธีรัช แต่กลับได้รับแจ้งว่า ธีรัชเสียชีวิตไปแล้ว เพชรเห็นเป็นโอกาสดีที่จะยกเลิกข้อตกลงเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในสลัมเช่นเดิม

และจากนั้นเขารีบไปขอโทษนัทธมนพร้อมคำบอกลาเธอชั่วชีวิต แต่นัทธมนไม่ยอมให้โอกาสเพชรพูด แถมยังขับไล่ให้เขา ออกจากบ้านเธอทันที ในคืนวันเดียวกันมีคนร้ายเข้าไปลอบฆ่าอานนท์และดนยา จนดนยาตายแต่อานนท์กลับรอดชีวิต และจากข้อมูลที่สาวใช้ของอานนท์ระบุว่ารูปพรรณคนร้ายมีหน้าตาคล้ายเพชร

และหลักฐานที่ยิ่งทำให้ตำรวจมั่นใจว่าเพชรเป็นคนฆ่าดนยาเพราะแค้นที่เธอมีชู้ ก็คือม้วนเทปที่บันทึกภาพความสัมพันธ์ ระหว่างอานนท์กับดนยา ฝ่ายนัทธมนหลังจากทราบข่าว เธอมั่นใจว่าเพชรไม่ใช่ตัวการในการฆาตรกรรม เธอรีบไปให้ปากคำกับตำรวจ เพชรได้รับการประกันตัวจากบุคคลลึกลับ และคืนวันเดียวกัน ชายลึกลับคนเดิมก็หวนจัดการกับอานนท์ใหม่ และครั้งนี้ก็สามารถ ฆ่าเขาได้สำเร็จ

ฝ่ายสมเดชเมื่อเข้ามาในห้องทำงาน เขาพบว่าชายลึกลับคนนั้นคือ ธีรัช และเขาได้สั่งให้สมเดชปิดปากเรื่องนี้ให้สนิท วันรุ่งขึ้นตำรวจได้รับหลักฐานชิ้นสำคัญจากโทรทัศน์วงจรปิด เห็นว่าคนร้ายเป็นเพชร ตำรวจรีบเข้าไปจับกุมเพชรที่บ้านพักทันที เมื่อสมเดช รู้เรื่อง เขาเริ่มทนไม่ได้และหาทางช่วยเพชร โดยการเอาหลักฐานชิ้นสำคัญคือเสื้อที่ติดคราบเลือดของธีรัชไปให้ตำรวจ และโทรไปเล่าความจริงให้นัทธมนรู้ตัว

ก่อนที่สมเดชจะตายเพราะน้ำมือของธีรัชที่ยืนดักฟังสมเดชพูดกับนัทธมน ธีรัชตามล่าเพชรและนัทธมนไป ที่สลัมเพื่อกำจัดทั้งสองเสีย และเมื่อเพชรกับธีรัชเจอหน้ากัน ทั้งสองต่อสู้กันอย่างชุลมุน จนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ปืนของธีรัชหลุดจากมือมาหล่นที่หน้านัทธมน ด้วยความตกใจและรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

นัทธมนตัดสินใจลั่นกระสุนเข้าใส่ร่างของคนที่เธอมั่นใจว่าเป็นธีรัช จนร่างเขาล้มฟุบไปนอนจมกองเลือดด้วยความเจ็บปวด จากการตัดสินใจลั่นไกปืนของนัทธมนครั้งนี้ จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ เรื่องราวจะลงเอยอย่างไร

แววมยุรา

แววมยุราแววมยุรา เรื่องราวของหญิงสาวที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ทั้งที่เคยโดนข้อเสนอจากคนที่หวังในตัวของเธอต่างๆ นานา แต่เธอก็ไม่ยอมตกลงปลงใจ แม้ว่าฐานะทางบ้านจะไม่ค่อยดีนัก

จักร กังวาลไกล : ผมรักคุณ ผมทำทุกอย่างเพื่อจะได้หัวใจคุณ มีอะไรอีกหรือที่คุณต้องการ ผมรู้ความเป็นไปของคุณทุกอย่าง ผมจะไม่บังคับ ฝืนใจ และจะยอมรับในความผิดหวังนั้น หากคุณไม่เลือกผม คุณมีอะไรจะบอกผมมั๊ย ขอให้คุณรู้ว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกใคร ผมก็จะรักและบูชาในน้ำใจคุณตลอดไป”

แวว มยุรา : “ดิฉันเลือก ‘ยาจก’คนหนึ่งมาเป็นเจ้าของความรักของดิฉัน แทนที่จะเลือก ‘ราชา’ผู้พรั่งพร้อมอย่างคุณ ฉันบูชาคุณ บูชาความดีของคุณ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นไม่ใช่ความรัก ความรักที่แท้จริงสอนให้ดิฉันพึงพอใจและภาคภูมิใจในสิ่งที่ จักร กังวานไกล คนนั้นเป็น”

‘เงิน’อาจซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ ยกเว้น ‘หัวใจ’ของผู้ที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีแห่งตน!

ผู้กำกับ :
ผลิตโดย : อัครเศรณี โปรดักชั่น
เขียนบท : อานนท์ อภิพลภัทรา
บทประพันธ์ : พนมเทียน

นักแสดงละคร แววมยุรา

วรุฒ วรธรรม รับบทเป็น จักร กังวาลไกล/ สยุมภูว์ ทศพล
กมลชนก โกมลฐิติ รับบทเป็น แวว มยุรา
ตฤณ เศรษฐโชค
นิออน อิศรา
ศักราช ฤกษ์ธำรงค
มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์
เหมือนฝัน บัณฑิตสกุล
สุเทพ ประยูรพิทักษ์
ชลิต เฟื่องอารมย์
พิศมัย วิไลศักดิ์

ชลาลัย

ชลาลัยเรื่องราวความรักที่จบลงด้วยโศกนาฎกรรมของชลาลัย หญิงสาวที่ชื่อเหมือนสายน้ำ

กัลยาณี นักเรียนสาวหัวนอกได้รับมรดก เป็นบ้านโบราณ ซึ่งอยู่กลางเกาะแม่น้ําโขง เธอ จึงชวนเพื่อนชายคนสนิทชื่อ “นักรบ” ไปดูบ้านหลังนั้นด้วย

นักรบมีพี่ชายชื่อ “เรืองรณ” เป็นชายร่าง พิการ ตาบอด ขาด้วน เนื่องจากผลของสงคราม เรื่องรณชอบเพ้อคลังถึงเรื่องราวในอดีต
ช่อทิพย์-สาวจากประเทศลาวข้ามมาพัก เที่ยวอยู่กับกัลยาณีด้วย ช่อทิพย์มักมีท่าทีแปลก ๆ เมื่อกัลยาณีเดินทางไปบนเกาะกับนักรบ เธอก็ หลงรักบ้านหลังนั้นทันที

กัลยาณีได้พบกับนายคํา ชายร่างค่อม พิการ คืนนั้นกัลยาณีมีความรู้สึกว่ามีคนเดินอยู่ ในห้องของเธอ ก็เลยคิดจะเดินสํารวจดูให้ทั่ว บ้านในวันรุ่งขึ้น

กัลยาณีกลับกรุงเทพฯ พร้อมด้วยดอก อุณากรรณที่บานสะพรั่งเต็มเกาะ เรื่องรณได้ กลิ่นดอกอุณากรรณ ก็เกิดอาการเพ้อคลังขึ้นมา
กัลยาณีกับช่อทิพย์ถูกเชิญไปงานวัน เกิดคุณป้าของนักรบ ในงานคุณหญิงธรรมานุ รักษ์รู้สึกว่าคุ้นหน้ากับช่อทิพย์ พระยาพจนาวิจิตรก็รู้สึกพอใจช่อทิพย์ด้วย!

ขณะที่เทพรังสรรค์ กําลังจะกลับจากการเล่น การพนัน เขาก็ได้พบกับ คํา ซึ่งกําลังถูกทําร้าย เทพรังสรรค์จึงเข้าช่วยเหลือ และนําไปเลี้ยงไว้ เฝ้าบ้านหลังเล็กริมบึง ที่คุณจอมเขมสร้างไว้ ให้กับเทพรังสรรค์เป็นส่วนตัว

บนเกาะแห่งนั้น ชลาลัย ได้พบพืชชนิดหนึ่งซึ่งเมล็ดของมันมีพิษ ถ้าใครกินเข้าไปจะมีอาการค่อย ๆ ตายอย่างช้าๆ – ชลาลัยจึงเก็บเมล็ดพืชนี้ไป

ขณะกลับบ้านชลาลัย กับนายคําได้ช่วยเหลือ เรื่องรณ ซึ่งได้รับอุบัติเหตุจากเครื่องบินตก ชลาลัยทําตัวเรื่องรณ ไปรักษาตัวที่บ้านของ เธอ – ชลาลัยวางแผนให้หยาดอรุณ ได้พบกับ เรื่องรณ

หยาดอรุณนั้นไม่ เคยได้รับความรักความ เอาใจใส่จากเทพรังสรรค์ ผู้เป็นสามีของ เธอเลย เมื่อหยาดอรุณ ได้พบกับเรื่องรณ เธอ จึงเกิดความรักขึ้นทันที โดยมีชลาลัยคอยสนับสนุน

ผู้กำกับ : พิศาล อัครเศรณี
ผลิตโดย :
เขียนบท : พวงน้อย
บทประพันธ์ : ศรีฟ้า ลดาวัลย์

ดารานำแสดง ชลาลัย

ชัยรัตน์ จิตธรรม – เทพรังสรรค์
ชุติมา นัยนา – ชลาลัย
พิศาล อัครเศรณี – เรืองรณ
กาญจนา จินดาวัฒน์ – เจ้าจอมเข็ม
เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์ – นักรบ
นิสา วงศ์วัฒน์ – กัลยาณี
สมรัชนี เกษร หยาดอรุณ
ด.ช. ตูมตาม เทพรังสรรค์ (เด็ก)

พิภพมัจจุราช

พิภพมัจจุราช ออกอากาศทางช่อง 5  เวลาออกอากาศเริ่ม 21 ม.ค. 2511 – 30 ม.ค. 2518
ผลิตโดยรัชฟิล์มทีวี

เป็นละครฟิล์มขาวดำ มีความยาวถึง 368 ตอน และมาออกอากาศอีกครั้งในระบบฟิล์มสีเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2520 จำนวน 86 ตอน

 

นักแสดงละคร พิภพมัจจุราช
สิงห์ มิลินทาศัย
อดินันท์ สิงห์หิรัญ
เทียว ธารา
จรัญ พันธุ์ชื่น

พิภพมัจจุราช

เพลงประกอบละคร พิภพมัจจุราช

(ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
พิภพมัจจุราช ใครถึงฆาตดับชีวี
สุวรรณตรวจดูบัญชี ถ้าทำดีให้ไปสวรรค์
ทำชั่วพญายมว่าไง ข้าส่งลงไปนรกโลกันต์น่ะสิ
ต้นงิ้วกระทะทองแดง เอาหอกแหลมแทงทุกวัน ทุกวัน
พญายม (ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
สุวาน (ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
สุวรรณ (ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
สามแรงแข็งขัน ทำดี ทำดี (ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
อะ โจ๊ะ อะ ทึง เท่งทึง อะ โจ๊ะ อะ ทึง เท่งทึง
(ซ้ำทั้งเพลง)

อารีดัง

อารีดัง เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้น ในระหว่างสงครามเกาหลีปี 2496 ระหว่างนายทหารไทย และสาวเกาหลี ที่ต้องพลัดพรากจากกันเมื่อสงครามจบไปแล้ว ภูผาจะต้องกลับประเทศไทย และสัญญาว่าจะกลับคนรักที่เกาหลี

นักแสดงละคร อารีดัง

พล ตัณฑเสถียร แสดงเป็น ร.ท. ภูผา
กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ แสดงเป็น โอ ซู จี
ตระการ พันธุมเลิศรุจี แสดงเป็น ปาร์ค คิม ยอง
เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์ แสดงเป็น จันทร์วารี
ปวีณา ชารีฟสกุล แสดงเป็น เด่นเดือน
ณัชพล กรรณสูต แสดงเป็น เอกณรงค์
ศิตา เมธาวี แสดงเป็น ยูซิน
โกวิท วัฒนกุล แสดงเป็น โอ ชิ โฮ
สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น สมเทพ
รสริน จันทรา แสดงเป็น ทิพย์วิภา
สุดหทัย ชมพนา แสดงเป็น คิม ซุน ยี
สุพรรณา กิ่มศาสตร์ แสดงเป็น มุกดา
นเรศ วรรณแก้ว แสดงเป็น โอ ซุน ซอง
ตรีนุช ทิมเจริญ แสดงเป็น บุญปลื้ม
คณิต อักษรนันทน์ แสดงเป็น ทรัพย์ไพศาล
ชาย ปัญญาพิทักษ์พงศ์ แสดงเป็น ร.ต. วัลลภ

 

ลอดลายมังกร 2549

แนวละคร                        ดราม่า
บทประพันธ์                   ประภัสสร เสวิกุล
บทโทรทัศน์                   วรรณา แต่งพสุเลิศ
ควบคุมบทโทรทัศน์      นิพนธ์  ผิวเณร
ศิริลักษณ์  ศรีสุคนธ์
กำกับการแสดง             ผอูน  จันทรศิริ
อำนวยการผลิต            ถกลเกียรติ  วีรวรรณ
นิพนธ์  ผิวเณร
เวลาออกอากาศ            หลังข่าวช่อง 5  ทุกวันจันทร์-อังคาร  เริ่มวันจันทร์ที่  9 มกราคม  2549

ตำนานแห่งการต่อสู้ชีวิตสุดยิ่งใหญ่ ของ “เหลียง” ลูกผู้ชายสายเลือดมังกร คุณธรรมที่สั่งสม และพร่ำสอนลูกหลาน สามารถกอบกู้ชื่อเสียง และความภาคภูมิใจของตัวเขาเองกลับคืนมาได้อีกครั้ง หลังจากที่ทายาทของเขาบางคนหลงเดินในทางที่ผิด ซึ่งทำร้ายทั้งตัวของตัวเอง และทำให้ชื่อเสียงของตระกูลตกต่ำ

เหลียง (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเมืองไทยในสภาพ “เสื่อผืนหมอนใบ” โดย มีจั๊ว (ตี๋ ดอกสะเดา) เป็นเพื่อนรักที่พบกันบนเรือ   เมื่อถึงเมืองไทย จั๊วชวนเหลียงไปเริ่มงานครั้งแรกเป็นจับกังรับจ้างแบกกระสอบข้าวสาร  เหลียงเก็บเหรียญบาทเหรียญแรกที่ได้ติดตัวไว้ตลอดเวลา และจะหยิบมันออกมาทุกครั้งที่ต้องตัดสินปัญหาสำคัญ และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความยากลำบากที่ผ่านมา เพราะความที่เป็นชาวจีน ทำให้เขามักถูกทางการเรียกตัวไปสอบสวนอยู่หลายครั้ง  แต่เขาก็ฝ่าฟันและสร้างตัวขึ้นมาได้จนสามารถร่วมทุนกับชาวไต้หวันตั้งโรงงานทอผ้า

เหลียงได้พบรักกับ เนียม (บุษกร พรวรรณะศิริเวช) หญิงสาวไทยเชื้อสายจีนอายุสิบแปด  หลังจากแต่งงานแล้วเหลียงซื้อที่ดินในชื่อของเนียม และตั้งโรงงานทอผ้าดิบในปี 2493 ซึ่งเป็นกำเนิดของ “นัฐกิจการทอ” พร้อมกับที่เนียมคลอด นัฐ (เขมชาติ เดโชชัชวาล) ลูกชายคนโต และมี นภ (ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง) ลูกชายคนรองในปีต่อมา กิจการของเหลียงเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเนียมก็คลอด นุช (อริศรา  วงษ์ชาลี)ลูกสาวคนแรกซึ่งเหลียงรักมากที่สุด

เหลียงวิ่งเต้นหาทางให้ เหมยหลิง (ธัญญา  วชิระบรรจง)  ภรรยาคนแรกของเขา และ ลูก ๆ คือ เทียน (ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม) กับ แอนดี้ (พล ตัณฑเสถียร) มาอยู่เมืองไทยสำเร็จ  พร้อมกับที่ตึกใหญ่บ้านสือพาณิชย์สร้างเสร็จพอดี เขาเอาตัวหนังสือจีนคำว่า “หงี” ที่แปลว่าคุณธรรม และรูปมด ติดบนผนังตรงข้ามประตูทางเข้า เพื่อเป็นคติธรรมเตือนใจตัวเอง และคนในครอบครัว   เหลียงส่งเทียน และ แอนดี้ไปเรียนต่อด้านการค้าที่ฮ่องกง แต่ไม่นานเทียนก็พบรักกับ ทรงศรี (ปิยวรรณ จิตณาธรรม)  และ พลาดทำให้ทรงศรีท้องจนคลอด ระวี (ตรีพล  พรหมสุวรรณ) เหลียงโกรธมากและขอให้ส่งตัวระวีกลับมาที่เมืองไทย โดยมีเนียมเป็นคนช่วยเลี้ยง  เนียมคลอด นนท์ (รุ่งเรือง อนันตยะ)   ลูกชายอีกคนในปีถัดมา       เธอจึงเลี้ยงนนท์ไปคู่กับระวีเหมือนเป็นพี่น้องกัน  ไม่นานทรงศรีก็คลอดลูกคนที่สองคือ ดวงดาว (อชิตะ สิกขมานา)  ทำให้เทียนต้องทำงานหนักโดยไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใคร  เหลียงจึงสั่งให้เขาและครอบครัวกลับเมืองไทย  เมื่อแอนดี้เรียนจบกลับมาเขารบเร้าให้เหลียงบินไปขอ เป็กกี้ (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) ลูกสาวของ รอเจอร์ (ทนงศักดิ์ ศุภการ)  มหาเศรษฐีเจ้าของกิจการเดินเรือทะเลในฮ่องกง      เหลียงจัดงานแต่งงานให้แอนดี้กับเป็กกี้ที่นั่นอย่างใหญ่โต  ซึ่งเหมยหลิงก็เอาอกเอาใจเป็กกี้มาก

หลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ เหลียงถูกเรียกตัวไปสอบสวน เขาตัดสินใจหนีออกจากเมืองไทย ไปพักอยู่ในฮ่องกง กับ รอเจอร์ ทิ้งกิจการมูลค่านับร้อยล้านให้อยู่ในความรับผิดชอบของเนียม เทียน และ แอนดี้

เป็กกี้คลอด ชาญชัย (รัฐศาสตร์ กรสูต) ออกมาท่ามกลางความเอ็นดูของทุกคน  และเธอก็เริ่มระหองระแหงกับเหมยหลิงมากขึ้น เหมยหลิงจึงทำได้เพียงเก็บความแค้นไว้ในอก ระหว่างที่เป็กกี้ต้องเดินทางกลับไปฮ่องกงเพราะรอเจอร์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เหมยหลิงจึงทำตัวเจ้ากี้เจ้าการหาเด็กสาวคือวิไลรัตน์ มาเป็นเมียน้อยให้แอนดี้      แต่ก็ถูกเป็กกี้จับได้ และ ต่อว่าจนเหมยหลิงพูดไม่ออก

เวลาผ่านไปอีกหลายปีเหลียงก็ได้ลูกสาวอีกคนจากคือ นันทนา (พิมลรัตน์ ศัลยบุตร)    เหลียงทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน  จั๊วเกิดความคิดในการหาเด็กสาวมาปรนนิบัติเหลียง   เมื่อเหมยหลิงรู้เข้าจึงเป็นตัวตั้งตัวตีเรียก มาลัย (กัญญารัตน์  พิมพ์สวัสดิ์) เด็กสาวเหนือมาให้ดูตัว โดยลึก ๆ แล้วก็เพื่อหวังอาศัยมาลัยเอาชนะเนียม  แต่เนียมก็เห็นดีด้วยหากเป็นความสุขของสามี  และยอมให้มาลัยเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่อีกคน
นัฐ ได้รับมอบหมายให้ดูแล “บริษัทนัฐกิจอะลาโมด”  ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปแบรนด์ต่างประเทศ ซึ่งนัฐก็ดูแลกิจการจนก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็มาบอกพ่อกับแม่ว่าเขาจดทะเบียนแล้วกับหญิงสาวชื่ออร (พรพิมล รักธรรม) ซึ่งแก่กว่าเขาห้าปี และขออนุญาตพาเธอเข้ามาอยู่ในบ้าน ส่วนนภที่กลับจากฝึกงานที่ญี่ปุ่นไม่นาน ก็ถูกเหลียงจับให้แต่งงานกับ ศิรี (ภัทรา มั่นพิริยะกุล) ลูกสาวของจั๊ว     นุชสอบเอ็นทรานซ์ติดคณะบัญชีธรรมศาสตร์ แต่เหลียงต้องการให้นุชช่วยงานที่กำลังขยายกิจการ  ทั้งสองจึงมีปากเสียงกัน แต่สุดท้ายเหลียงก็ต้องเป็นฝ่ายยอมให้นุชรับงานไปทำหลังจากที่เลิกเรียน  เมื่อเรียนจบแล้ว นุชจึงแต่งงานกับ ดอน อาจารย์หนุ่มที่รู้จักกันในมหาวิทยาลัย
ระวีกลับจากอเมริกา ส่วนนนท์อยู่ทำปริญญาเอกต่อ   หลังจากนั้นไม่กี่เดือนชาญชัยก็กลับมาจากอังกฤษ  ชาญชัยยังคงทำตัวไม่เอาถ่านและมักจะจัดปาร์ตี้ภายในบ้าน  หรือออกไปร่วมวงกับพรรคพวกนอกบ้านโดยมีนันทนาติดรถไปด้วยกันแทบทุกคืน
ในที่สุดเนียมก็จับได้ว่านันทนาตั้งท้องได้สามเดือน  แต่นันทนาไม่ยอมปริปาก  ขณะที่ชาญชัยเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องไม่เยี่ยมกรายเข้าไปในห้องนันทนาอีก  จนกระทั่งนันทนาหายตัวไปจากบ้านในคืนหนึ่ง  ทุกคนออกตามหาแต่ไม่พบมีเพียงชาญชัย ซึ่งปิดห้องดับไฟมืดอยู่คนเดียว
นันทนากลับมาบ้านในอีกหลายวันต่อมา ในสภาพอ่อนระโหยเธอคุกเข่าต่อหน้าตัวหนังสือ “หงี” อยู่นานจนเหลียงต้องเข้ามาปลอบลูกสาว   เนียมโกรธมากไม่ยอมพูดกับนันทนาอีกเลย  นันทนาเก็บตัวเงียบอยู่สักพักก็ออกเที่ยวกลางคืนกับชาญชัยเหมือนเคย   เป็กกี้เตรียมให้ชาญชัยหมั้นกับลูกสาวของเพื่อนคนหนึ่งระหว่างที่ชาญชัยไปทำธุระที่ญี่ปุ่น เมื่อนันทนารู้ข่าว
ถึงกับอาละวาดหนัก คลุ้มคลั่งกรีดหน้าทำร้ายตัวเอง เทียนต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาลประสาท  ชาญชัยกลับจากญี่ปุ่นประกาศถอนหมั้น  จนเป็กกี้ต้องยอมทำตาม  นันทนากลับจากโรงพยาบาลด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นเศร้าซึม  และสติไม่สมประกอบ แต่ชาญชัยก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไรกลับใช้ชีวิตสนุกสนานต่อไปโดยไม่สนใจนันทนาอีก
นนท์กลับจากอเมริกาพร้อมกับปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจ      นนท์ ยุให้ระวีจีบ สุวิตรา(ธนิกานต์ ศิรินุพงศ์) จนสำเร็จ แม้ว่าแท้จริงแล้วระวีจะแอบชอบปริยาภรณ์ หัวหน้าประชาสัมพันธ์สาวสาวในนัฐกิจอะลาโมดอยู่ก็ตาม  เหลียงจัดงานแต่งงานให้ระวีกับสุวติราอย่างใหญ่โต นนท์โล่งใจที่ตนเองเป็นอิสระมากขึ้น      เพราะรู้ดีว่าความจริงนั้นสุวิตราแอบชอบตนอยู่
ส่วนชาญชัยยังคงทำตัวเป็นเพลย์บอยคบผู้หญิงไม่เลือกหน้า จนวันหนึ่งมีหญิงสาวมาบอกเป็กกี้ว่าเธอตั้งท้องกับชาญชัย เป็กกี้เรียกชาญชัยกลับมา แต่ชาญชัยก็เกลี้ยกล่อมจนหญิงสาวยอม หลายวันต่อมาหนังสือพิมพ์ลงข่าวมีคนพบศพหญิงสาวคนหนึ่งตกเลือดตายจากการทำแท้ง และมีพยานรู้เห็นว่าชาญชัยพาหญิงสาวไปที่นั่นจริง  แม้ชาญชัยจะหลุดจากคดีได้ แต่เหลียงรู้สึกอับอายและโกรธชาญชัยมาก    จึงมีคำสั่งปลดเขาออกจากตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ นัฐกิจอาละโมด  ชาญชัยจึงประกาศตั้ง “บริษัทสินทองคอร์ปอเรชั่น”  ของตนเองขึ้นเพื่อดำ เนินธุรกิจเสื้อผ้าแข่งกับ   นัฐกิจอะลาโมด
นัฐหาวิธีกำราบคู่แข่งโดยปรับฐานลูกค้าให้สูงขึ้น  ทำให้สินทองคอร์ปอเรชั่นแย่ลงเรื่อย ๆ จนเหลียงต้องเข้ามาช่วย เพื่อประคับประคองให้สถานการณ์ของสินทองดีขึ้นแต่แล้วชาญชัยก็ขายหุ้นในสินทองและเปิด “บริษัทยูเนียนชาเตอร์ และ คอมมอดิตี” ขึ้นอีก
ชีวิตแต่งงานของสุวิตรากับระวีเริ่มระหองระแหง    เพราะที่จริงระวียังไม่ลืมปริยาภรณ์  แต่ไม่นานนนท์ก็เริ่มหันมาสนใจปริยาภรณ์ เขาจริงจังกับปริยาภรณ์มากจนซื้อคอนโดให้เธออยู่  ระวีรู้เรื่องจึงเกิดเรื่องชกต่อยกัน ระวีผูกใจเจ็บนนท์   โดยโทษว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดเรื่องทั้งหมด
เหลียงได้รับข่าวจาก นงพงา ลูกสาวคนโตที่เกิดจากมาลัย ว่ากำลังจะแต่งงาน เหลียงพยายามคัดค้านแต่ไม่เป็นผล   ส่วน นรากร(พัฒนพล มินทะขิน) ลูกชายคนเล็กของเหลียงกับมาลัย ก็เติบโตขึ้นเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง และใช้เงินเป็นเบี้ย มาลัยได้แต่ร้องไห้และบ่นน้อยใจ  นงพงากลับจากอเมริกา เหลียงจึงเรียกตัวไปดูแล “สหรัฐกิจ” ซึ่งผลิตสินค้าประเภทสบู่ยาสีฟัน   บริษัทของชาญชัยเฟื่องฟูอย่างรวดเร็ว  แต่เหลียงกลับมองดูด้วยความกังวล  หลังการปฏิวัติ ข่าวการเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลของบริษัทยูเนียนชาร์เตอร์  ทำให้ชาญชาญถูกจับในฐานะอาชญากรทางเศรษฐกิจ  แต่ชาญชัยบินหนีไปฮ่องกงเสียก่อน    นรากรทนไม่ไหวกับกฎที่เข้มงวดของโรงเรียนประจำจึงหนีออกมาด้วยสภาพเด็กข้างถนน   เขากลับมาบ้านสือพาณิชย์และนงพงา ก็ช่วยน้องชายด้วยการให้ทำงานในฐานะนักบริหาร แต่ชีวิตที่หรูหราก็ทำให้นรากรใช้เงินไม่อั้น และเล่นการพนันจนหมดตัว  นรากรโวยวายว่าถูกโกง   จนถูกนักเลงประจำบ่อนรุมทำร้ายร่างกาย จนกะโหลกร้าวและตาข้างขวาบอดสนิทกลายเป็นคนพิการทางสมอง ได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง  เหลียงล้มป่วยเพราะเจ็บช้ำจากเรื่องของนรากร  โดยมีเนียมทำหน้าที่ปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด   เหตุการณ์ต่าง ๆ จะเป็นอย่างไรต่อไป คุณธรรมที่เหลียงสั่งสม และ พร่ำสอนลูกหลาน จะทำให้เรื่องราวทุกอย่างในบ้านสือพาณิชย์กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่.
ติดตามชมตำนานแห่งการสู้ชีวิตสุดยิ่งใหญ่  ของลูกผู้ชายสายเลือดมังกร ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ลอดลายมังกร”  ได้หลังข่าวทางช่อง 5 เริ่มวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2549

นำแสดงโดย
ศรัญยู วงษ์กระจ่าง รับบท เหลียง
บุษกร พรวรรณะศิริเวช รับบท เนียม
ธัญญา วชิระบรรจง รับบท เหมยหลิง
พล ตัณฑเสถียร รับบท แอนดี้
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท เป๊กกี้
เขมชาติ เดโชชัชวาล รับบท นัฐ
รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท ชาญชัย
พิมลรัตน์ พิศัลยบุตร รับบท นันทนา
กัญญารัตน์ พิมพ์สวัสดิ์ รับบท มาลัย

หุ่นไล่กา

หุ่นไล่กา เป็นละครเสียดสีกระเทาะเปลือกสังคม ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต เนื้อเรื่องทันสมัยเข้ากับเหตุการณ์ และมีทุกรสทุกแบบ ทำสถิติการออกอากาศนานที่สุดในบรรดาละครทีวีทั้งหมด คือมีถึง 350 ตอน ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากผู้ชม ทำให้มีการออกอากาศต่อไปอย่างไม่มีกำหนด หุ่นไล่กา ถ่ายทำด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งมีความยาวตอนละครึ่งชั่วโมง แต่ละตอนจบอย่างสมบูรณ์ในตัวเอง

ละคร หุ่นไล่กา ออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2512 ทางช่อง 5

ผีพยาบาท

ผีพยาบาท สุดยอดความสยอง เมื่อวิญญาณแค้นของเขา ตามจองเวรศัตรูทุกรูปแบบ ใครล่ะจะหยุดได้

นักแสดงละคร ผีพยาบาท

จอนนี่ แอนโฟเน่ แสดงเป็น คุณประโยชน์
แดน ดนัย จิรา แสดงเป็น นพพร
เจมี่ บูเฮอร์ แสดงเป็น อรชร
วาสนา พูนผล แสดงเป็น ปอ
หาญ หิมะทองคำ

อีสา-รวีช่วงโชติ

อีสา เป็นเรื่องราวของ สา หรืออุษาเป็นลูกทาสที่เกิดและโตในวังของหม่อมเจ้าโชติช่วงงระวี รวีวาร ที่แม้จะมีการเลิกทาสแล้วแต่บรรดาทาสหลายคนซึ่งไม่มีที่จะไปก็ยังสมัครใจอยู่ใต้บารมีท่านเป็นสิบๆ คน สาเกิดมาไม่มีพ่อ และแม่ก็ตายหลังสาเกิดเพียงสองวัน สาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของป้าเจิม อดีตทาสที่อาวุโสสูงสุดในวัง เมื่อสาอายุได้สิบสองปีป้าเจิมก็พาสาไปฝากตัวไว้กับหม่อมนิ่มหม่อมน้อย ให้ช่วยฝึกหัดขัดเกลาจนสาเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่เรียนรู้เรื่องของการวางตัวอย่างผู้ดี และยังได้หัดรำละครอีกด้วย สาแอบชื่นชมบูชาท่านชายมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่นจนวันหนึ่ง เมื่อสาอายุได้สิบหกปี หม่อมทั้งสองก็”ถวายตัว”สาให้กับท่านชาย ธรรมชาติสอนให้สาเรียนรู้ที่จะมีจริตจก้านตามวัย ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในตัวสามากกว่าหม่อมคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้นสาก็ยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น“หม่อม”อย่างออกหน้าออกตา จนกระทั่งสาตั้งท้องและคลอดลูกชาย ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านชาย หม่อมพริ้มซึ่งเป็นหม่อมใหญ่ก็ได้โอบอุ้ม“คุณชาย”ไปเลี้ยงดูฟูมฟักเสมอลูกชายของตน ให้สาได้พบลูกบ้างเป็นครั้งคราวและเรียกลูกชายของตนเหมือนคนอื่นๆ ว่า“คุณชาย”

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านชายก็สิ้นพระชนม์ลง และจำเพาะต้องมาสิ้นลงในคืนที่สาเพิ่ง“ถวายงาน”เสร็จ ฐานะของสาที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังจากคลอดลูกชายก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงไป ด้วยข้อหา“กาลกิณี หรือผู้หญิงกินผัว”ที่แม้สาเองก็ไม่รู้ความหมาย

หลังจากท่านชายสิ้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในวัง ทั้งด้านผู้คนที่แยกย้ายกันออกไปเป็นบางส่วน ทั้งด้านสภาพบ้านเรือนที่รายรอบวัง ในความเปลี่ยนแปลงนั้น สาก็ได้รู้จักกับสมศักดิ์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีกิริยาท่าทีสุภาพอ่อนโยน สาหลงรักเขาโดยง่าย ด้วยวัยที่ยังเยาว์ และธรรมชาตในตัวอันลึกล้ำ แต่เป้าหมายของนายสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ที่สา เขาเพียงอาศัยสาเพื่อเข้าถึงตัวคุณหญิงโสภาพรรณวดี ลูกสาววัยรุ่นของหม่อมพริ้มต่างหาก สานั้นชื่นชมนายสมศักดิ์จนถึงขั้นยอมตัวเป็นสะพานสื่อรักให้ แม้จะรู้ว่าผิดแต่เธอก็ทนแรงอ้อนวอนของนายสมศักดิ์ไม่ไหว ในที่สุดถึงกับพาคุณหญิงหนีตามนายสมศักดิ์ออกจากวัง ทั้ง ๆ ที่สาเองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของท่านชายอยู่ด้วย

สาคลอดลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง จึงยกให้เป็นลูกของคุณหญิงโสภาฯ กับนายสมศักดิ์ซึ่งคุณหญิงก็รักหนูน้อยมากเช่นกัน ตั้งชื่อให้ว่าโสภิตพิไล สานั้นลึกๆ รู้สึกผิดต่อคุณหญิงที่พาเธอมาตกต่ำจึงเฝ้าดูแลไม่ให้คุณหญิงต้องลำบาก แรกๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสุขกันตามประสา แต่นานวันเข้า ทรัพย์สินที่คุณหญิงมีติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ สาจึงออกหางานทำ และด้วยความที่เคยเป็นนางรำมาก่อน สาก็ได้งานแสดงละครเวทีกลายเป็นอุษาวดี – -นางละครผู้มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน

คุณหญิงโสภาฯ เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ และชืดชาในเรื่องบนเตียงจนนายสมศักดิ์เกิดความเบื่อหน่ายแม้จะยังรักคุณหญิงอยู่มาก แต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่าวันหนึ่งนายสมศักดิ์ก็ย่องเข้าหาสาและได้เสียกัน สารู้สึกผิด แต่ด้วยแรงปรารถนาในใจก็ผลักดันให้สาดำดิ่งลงสู่ ห้วงแห่งดำกฤษณาอย่างยากที่จะถอนตัว จนวันหนึ่งคุณหญิงก็จับได้ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงก็หายตัวไปและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในเวลาต่อมา

หลังงานศพคุณหญิง สาตัดสินใจแต่งงานกับนายวิทย์ นักดนตรีหนุ่มที่มาติดพันเธออยู่ในช่วงนั้นเพื่อหนีบาปในใจที่ตามหลอกหลอน นายสมศักดิ์เสียใจมากจนกินเหล้าเมาและตกน้ำตายตามคุณหญิงไป สาอยู่กินกับนายวิทย์อย่างไม่ราบรื่นนักเพราะนายวิทย์นั้นต้องอาศัยอยู่กับพี่สาว ซึ่งไม่ยอมรับในตัวน้องสะใภ้อย่างสา ประกอบกับนายวิทย์เป็นนักดนตรีที่มีอารมณ์ศิลปินสูง ถึงเขาจะรักสามากแต่เขาก็ไม่เข้าใจในความต้องการของสาได้ดีเพียงพอ

ทำให้เมื่อวันหนึ่ง สาได้พบกับนายเซกิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและมีความสัมพันธ์กัน สาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับนายวิทย์ เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม นายเซกิต้องกลับไปญิ่ปุ่น ก็ได้มอบมรดกเป็นเงินจำนวนมากให้กับสา

เวลาผ่านไป…อุษาส่งโสภิตพิไลเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ดีที่สุด ส่วนตัวเธอใช้เงินที่ได้มาจากนายเซกิเปิดธุรกิจสถานบันเทิงโดยมีประธานหนุ่มรุ่นน้องที่กลายเป็นสามีลับๆ ของเธอด้วยเป็นผู้ช่วย อาชีพและชื่อเสียงของอุษามีผลกระทบต่อโสภิตไม่น้อย เมื่อโสภิตเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่ที่บ้าน เธอเรียกอุษาว่าป้า เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกของคุณหญิงที่ตายจากไป และอุษาก็มีฐานะเป็นเพียงกึ่งญาติห่างๆ กึ่ง “ข้าเก่า”ของแม่เธอเท่านั้น

วันหนึ่งโชคชะตาบันดาลให้อุษาได้พบกับคุณชายรวีช่วงโชติ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาหนุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกดีกับอุษา ถึงแม้ใคร ๆ จะเล่าลือถึงอดีตและเบื้องหลังของสาวใหญ่ผู้นี้ในทางไม่ดีนักก็ตาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจให้กับอุษาเสียแล้ว รวมทั้งโสภิตพิไล ซึ่งรู้สึกขัดใจขัดตาต่อผู้เป็นป้ามาแต่ต้น

โสภิตพิไลเกิดความรู้สึกอยากจะท้าทายผู้เป็นป้าจึงพาตัวเข้าไปพัวพันกับทั้งคุณชายรวีช่วงโชติและนายประธาน นั่นทำให้อุษายิ่งร้อนรนด้วยเกรงว่าโสภิตกับคุณชาย ลูกชาย-หญิงของเธอเอง จะชอบพอกันขึ้นมาจริงๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุ โสภิตพิไลถูกนายประธานปลุกปล้ำ อุษาเข้าขัดขวางและยิงนายประธานตาย อุษากลายเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเธอไม่ต้องการให้โสภิตต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่โสภิตทนเห็นอุษาต้องมารับโทษเพราะปกป้องเธอไม่ได้จึงมาเป็นพยานในศาลและขอให้คุณชายรวีช่วงโชติช่วยในด้านกฏหมายด้วยอุษาจึงพ้นผิดจากคดี แต่อุษาไม่อาจเลี่ยงพ้นผลกรรมของตัวเอง เมื่อเสร็จสิ้นคดีหม่อมพริ้มก็ให้รับโสภิตพิไลซึ่งท่านเข้าใจว่าเป็นลูกสาวของคุณหญิงโสภาเข้าไปอยู่ในบ้าน

โสภิตเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออุษาเพราะคิดว่าอุษาปิดบังชาติกำเนิดของตน เธอคิดว่าการที่เธอเข้าไปเป็นพยานให้อุษาจนพ้นข้อกล่าวหานั้นเป็นการตอบแทนบุญคุณที่อุษาเลี้ยงดูเธอมาอย่างเพียงพอแล้ว นับแต่นี้เธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุษาอีกต่อไป อีสาจึงไปต่อรองกับหม่อมพริ้ม ให้รับโสภิตเป็นหลาน ในที่สุดหม่อมพริ้มก็ยอม แต่หม่อมพริ้มได้เล่าเรื่องราวของอีสาในอดีตให้ชายระวีฟัง ชายระวีจึงเริ่มออกห่างอีสา เมื่อชายระวีรับโสภิตไปแล้วก็ไม่ค่อยได้มาเยี่ยม ทำให้อีสาคิดมาก อีสามีแต่ความทุกข์ระทมใจ พยายามจะฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ อีสาได้ไปหายายเจิม ผู้ที่เลี้ยงอีสาในยามเด็ก ยายเจิมดุด่าอีสา อีสาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เรื่องโสภิตเป็นลูกของตน และสั่งไม่ให้ยายเจิมบอกใคร อีสาคิดว่าชายระวีกับโสภิต คงจะรังเกียจตนมาก จึงตัดสินใจบวชชี หม่อมพริ้มได้พาลูกทั้งสองของอีสามากราบอีสา และไม่ได้บอกความจริงให้ทั้งสองได้ทราบ

นักแสดงจากเรื่อง อีสา รวีช่วงโชติ

วรนุช ภิรมย์ภักดี – อีสา / อุษาวดี ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ – สมศักดิ์ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
สินจัย เปล่งพานิช – หม่อมพริ้ม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
นิธิดล ป้อมสุวรรณ – ม.ร.ว.รวีช่วงโชติ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
เต็มฟ้า กฤษณายุธ – ม.ร.ว.โสภาพรรณวดี (หญิงโสภา) ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ – หญิงโสภิตภิไล ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ภัณฑิลา ปานสิริธนาโชติ – ใจสว่าง ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
รัญญา ศิยานนท์ – ยายเจิม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
อริศรา วงษ์ชาลี – บัว ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ – ท่านชายโชติช่วงรวี รวีวาร ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
กันต์ดนย์ อะคาซาน – วิทย์ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ – ประธาน ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา – เซกิ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี – หม่อมลำดวน ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ลักขณา วัธนวงส์ศิริ – หม่อมนิ่ม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ