Author Archives: admin

ดาวเกี้ยวเดือน

ดาวเกี้ยวเดือน เป็นเรื่องราวของ ประกายดาว ช่างภาพสาวโสดอายุ 32 ปี ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และเคยมีคนรักมาหลายคนแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จในด้านความรักเลย เมื่อถึงวันเกิดได้ไปทำบุญบ้านเด็กกำพร้าและได้เจอ ศิวะ แฟนเก่าที่พยายามมาก้อร่อก้อติก จนกลายเป็นข่าวดัง ประกายดาวจึงย้ายไปอยู่กับพี่ชายด้วยความเซ็ง เมื่อได้เล่นกับหลานและเริ่มคิดถึงชีวิตที่มีลูกมาเป็นเพื่อนจึงมีความคิด ที่อยากจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปี เพราะถ้ามีหลังนั้นอาจจะทำให้ลูกผิดปกติได้ เธอจึงวางแผนที่จะหาพ่อพันธุ์และได้ล็อคเป้าหมายไว้สองคนคือ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุ กับ พงศ์จันทร ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อรวยทั้งคู่ ประกายดาวไปเจอกับหม่อมราชวงศ์จันทรภานุในงานแฟชั่น และหมายมั่นที่จะเป็นเพื่อนกับคุณชายจันทร์ให้ได้เพื่อจะได้ขอในสิ่งที่ต้อง การ โดยไม่ต้องการสัมพันธ์ทางกาย เพราะหม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นคนดัง รวยและมีอิทธพลมากเหมือนซูเปอร์สตาร์คนหนึ่ง

เธอต้องวางแผนสร้างความประทับใจเพื่อให้สนิทสนม และประกายดาวก็ได้ดังใจนึกรวมทั้งเกินจะนึกฝันด้วย นอกจากนี้ประกายดาวได้มีโอกาสรู้จักเป้าหมายที่สองคือ พงศ์จันทร ด้วยความบังเอิญ และได้สานต่อความสัมพันธ์พอสมควรก่อนที่จะขึ้นเชียงใหม่ไปเพื่อทำตามแผนตี สนิทคุณชายจันทร์ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นยิ่งกว่าที่ประกายดาวหวังไว้ เมื่อได้ไปเจอกันที่เชียงใหม่ได้คุยได้ไปเที่ยวด้วยกันหลายที่ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุชอบประกายดาวมากและมอบสร้อยเพชรรูปดาวให้เข้าชุดกับ สร้อยที่ประกายดาวมี แต่แผนการกลับไม่ราบรื่นเมื่อประกายดาวบังเอิญมาเจอแฟนเก่าสามคนพร้อม ๆ กันกับเป้าหมายที่ 2 ที่มาประชุมงานที่เชียงใหม่ เรื่องราวต่าง ๆ ดูผิดแผนและวุ่นวายไปหมด แล้วอย่างนี้เธอจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปีได้ไหมนี่… ติดตามความสนุกเข้มข้นของ ละครดาวเกี้ยวเดือน

รายชื่อนักแสดงนำในละคร ดาวเกี้ยวเดือน

เจนี่  เทียนโพธิ์สุวรรณ   รับบท   ประกายดาว
อธิชาติ  ชุมมานนท์   รับบท   ม.ร.ว จันทรภานุ
กัญญ์รัณ  วงศ์ขจรไกล   รับบท   ม.ร.ว นิมมานนรดี
รฐา  โพธิ์งาม   รับบท   อรอุมา
อัฐมา  ชีวนิชพันธ์   รับบท   มิลินทร์
โชติมา  นวคุณากร   รับบท   หมวดอรดี (ต้นอ้อ)
รมิดา  ประภาสโนบล   รับบท   รติรส
กรุณ  ซอโสตถิกุล   รับบท   พงศ์จันทร
นิภาภรณ์  ฐิติธนาการ   รับบท   นันทินี
ภัทรภณ  โตอุ่น   รับบท   อภิเชษฐ์
สุพจน์  จันทร์เจริญ   รับบท   แดนดิน
ธนานน  ตั้งไพบูลย์    รับบท   ศิวะ

ฟาร์มเอ๋ยฟาร์มรัก

ฟาร์มหมื่นไร่ ป่าสมบูรณ์ผืนใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ปรารถนาจะครอบครอง ฝ่ายหนึ่งต้องการเปิดรีสอร์ทล่องไพร อีกฝ่ายหนึ่งต้องการใช้เป็นที่ซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น บางเรื่องลงเอยด้วยความตาย บางเรื่องลงท้ายด้วยความรัก วิศว์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงต้องการครอบครองฟาร์มหมื่นไร่เพื่อเปิดรีสอร์ทล่องไพร ต้อนรับนักท่องเที่ยว ทว่า มินตรา นายหญิงแห่งฟาร์มกลับต้องรักษาผืนป่าธรรมชาติเอาไว้ให้คนรุ่นต่อไปเพราะเป้า หมายอันแตกต่างทำให้นักธุรกิจหนุ่มต้องกลายเป็นนักวิจัยกำมะลอเพื่อหาทาง เปลี่ยนใจหญิงสาว แต่สุดท้าย ใครกันที่ต้องเปลี่ยนใจโดยไม่รู้ตัว
 
วิศว์ ทายาทตระกูลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถูกยื่นคำขาดจาก อมรินทร์ ผู้เป็นพ่อให้ติดต่อซื้อฟาร์มหมื่นไร่ซึ่งมีพื้นที่ติดกับป่าอุดมสมบูรณ์ เพื่อทำรีสอร์ท วิศว์กลุ้มใจกับภารกิจนี้มาก หากเขาทำงานครั้งนี้ไม่สำเร็จก็จะถูกตัดออกจากกองมรดกอย่างแน่นอน เพราะนี่เป็นไม้ตายที่อมรินทร์ยื่นให้กับลูกชายหนุ่มเจ้าสำราญที่บ่ายเบี่ยง ความรับผิดชอบงานของครอบครัวมาตลอด
 
เมื่อเห็นแนวโน้มแล้วว่าเจ้าของฟาร์มอย่าง พ่อเลี้ยงอิน และหลานสาวสุดสวยอย่าง มินตรา ไม่มีทางยอมขายที่อย่างแน่นอน วิศว์จึงต้องออกอุบายลากเพื่อนรักอย่าง โดม และ จูดี้ มาสวมรอยเป็นทีมงานทำสารคดีเกี่ยวกับฟาร์มโคนมเพื่อหาช่องสำรวจพื้นที่และหา โอกาสการเกลี่ยกล่อมคู่ปู่หลานในภายหลัง แล้ววิศว์ก็ทำสำเร็จเพราะในที่สุดพ่อเลี้ยงอินก็อำนวยความสะดวก แถมเชื้อเชิญให้เขาและเพื่อน ๆ มาอาศัยอยู่ในไร่เพื่อทำสารคดีจนกว่าจะเสร็จ ความจริงมินตราไม่ถูกชะตากับผู้ชายกะล่อน ท่าทางไม่น่าไว้วางใจอย่างวิศว์เอาเสียเลย แต่โชคดีที่เธอประทับใจสุภาพบุรุษชวนฝันอย่างโดมแต่แรกเห็น ประกอบกับติดใจในความน่ารักของจูดี้ จึงยอมให้ความร่วมมือกับทีมทำสารคดีกำมะลอ
 
เดิมทีสถาปนิกสาวอย่างจูดี้ไม่อยากจะตามมาปักหลักอยู่ที่ฟาร์มหมื่นไร่นัก แต่ถูกวิศว์ขอร้องแกมบังคับให้มาออกแบบว่าที่รีสอร์ทแห่งใหม่ให้ ประกอบกับว่าเป็นจังหวะที่จูดี้กำลังจะถูกจับคลุมถุงชนกับลูกชายของเพื่อน พ่อแม่ เธอจึงเห็นว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการหาข้ออ้างเพื่อหาทางชิ่งออกจาก สถานการณ์คับขัน แต่หารู้ไม่ว่าตนต้องมาเจอกับ ตุ๊ดตู่ ว่าที่เจ้าบ่าวซึ่งก็หนีการแต่งงานที่ว่ามาเป็นหัวหน้าคนงานของฟาร์มตั้งแต่ สามเดือนก่อน
 
ส่วนโดมนั้นปกติจะเป็นมือขวาของอมรินทร์ที่ช่วยจัดการงานสำคัญต่าง ๆ ในบริษัทธเนศวสุ แต่หนนี้อมรินทร์ต้องยอมปล่อยให้โดมมาที่ฟาร์มหมื่นไร่เพื่อคอยประกบวิศว์ใน การพิชิตภารกิจ เพราะที่จริงแล้วงานนี้คือเดิมพันสำคัญว่าวิศว์จะได้รับการยอมรับจากบอร์ด ของธเนศวสุให้รับตำแหน่งสำคัญของบริษัทต่อไปหรือไม่ มิฉะนั้นในอนาคตหุ้นใหญ่ของบริษัทอาจจะต้องเปลี่ยนมือกลายไปเป็นของคนนอก ตระกูลซึ่งอมรินทร์ไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นแน่ นอกจากงานหลักในการดูแลกิจการโคนมของฟาร์มแล้ว มินตรายังมีจ๊อบพิเศษในฐานะนางแบบเจ้าประจำของดีไซเนอร์เพื่อนรักอย่าง วุ้น ที่แวะเวียนเข้าออกฟาร์มหมื่นไร่ราวกับเป็นบ้านตัวเอง ในขณะที่มินตราและบรรดาสาว ๆ ดูจะเป็นปลื้มกับโดมแทบจะออกนอกหน้า แต่วุ้นกลับรู้สึกไม่ถูกชะตา และมีเรื่องปะทะคารมกับโดมแทบจะเป็นประจำ ซึ่งวุ้นเองก็ไม่เข้าใจเหมือนว่าเพราะอะไรทั้ง ๆ ที่เธอกับเขาค่อนข้างมีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกันจนน่าจะเป็นคู่หูที่ดีด้วย ซ้ำ ที่น่าตลกก็คือวุ้นกลับเข้าขาได้ดีกับคนที่เพื่อนรักไม่ชอบหน้าอย่างนายวิศว์ไปซะนี่
 
ตั้งแต่มาอยู่ในฟาร์มวิศว์กับเพื่อนก็พยายามจะใช้การทำสารคดีบังหน้าเพื่อ แอบรวบรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับที่นี่ ขณะเดียวกันหนุ่มที่มั่นใจในเสน่ห์ของตนเองอย่างวิศว์ก็เร่งสานสัมพันธ์แบบ จู่โจมกับมินตราเพราะคิดว่าจะทำให้การเจรจาซื้อขายที่ดินนั้นง่ายขึ้น ดีไม่ดีเขาอาจจะได้ที่ดินพร้อมเจ้าของที่ดินในราคาแพ็คเกจอีกต่างหาก แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วิศว์คิด ดูเหมือนยิ่งเขาพยายามเข้าใกล้และสร้างสถานการณ์ให้ตัวเองเป็นฮีโร่สำหรับ มินตราเท่าไหร่ อะไร ๆ ดันกลับตาลปัตร แถมทุกอย่างที่เขาทำลงไปยิ่งทำให้มิตรารู้สึกรังเกียจ และผลักเขาให้กระเด็นห่างจากเธอมากยิ่งขึ้น ตรงกันข้ามกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับโดมที่ดูจะขยันงอกงามราวกับต้นไม้ ที่ได้น้ำได้ปุ๋ย สิ่งที่เกิดขึ้นถึงกับทำเอาหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างวิศว์เกิดอาการเสียศูนย์ จึงพาลโกรธมินตราที่ทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจที่สั่งสมมาทั้งชีวิต สถานการณ์จึงพลิกผัน จากที่ตั้งใจมาสานไมตรีกลายเป็นว่าวิศว์กลับมีเรื่องกระทบกระทั่งกับมินตรา แทบไม่หยุดหย่อน
 
เกตุสุดา เจ้าของโรงแรมข้าง ๆ ฟาร์มหมื่นไร่เป็นอีกรายที่พยายามเทียวไล้เทียวขื่อพ่อเลี้ยงอินกับมินตรา เพื่อเจรจาขอซื้อที่ดินให้นายทุน ถึงแม้จะถูกปฏิเสธครั้งแล้ว แต่เกตุสุดาก็ยังไม่ละความพยายามเพราะเงินค่านายหน้าที่จะได้รับนั้นราคาสูง ลิ่ว ยิ่งได้มาพบกับหนุ่มรูปงามอย่างวิศว์ที่เข้ามาประจำการอยู่ที่นี่ หล่อนยิ่งขยันหาเรื่องเข้าออกจนหัวกระไดฟาร์มไม่แห้ง แถมเธอมักจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ช่วยคอยเติมเชื้อความขัดแย้งระหว่างวิศว์และ มินตราให้หนักข้อขึ้นอยู่เป็นประจำ
 
ดูเผิน ๆ เหมือนกับว่าสงครามระหว่างวิศว์และมินตราจะดำเนินต่อไปแบบไม่เห็นจุดจบ แต่นานวันการปะทะที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทั้งคู่ได้เห็นตัวตนของกันและกันจน เกิดความผูกพันโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งวิศว์ได้บังเอิญรู้ว่าที่แท้สถานะทางการเงินของฟาร์มหมื่นไร่กำลัง คลอนแคลน เขาก็ยิ่งได้เห็นความเข้มแข็งที่น่าชื่นชมของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างมินตราที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาผืนดินอันเป็นที่รักของพ่อและปู่ ไว้อย่างสุดใจขาดดิ้น
 
ขณะที่ฟาร์มหมื่นไร่กำลังเผชิญกับปัญหานานาที่พร้อมใจกันดาหน้าเข้ามารุม เร้า มาวิน อาของมินตราที่มักหายตัวไปจากฟาร์มเสมอก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับ ประกาศิต มิตรใหม่ด้วยความที่ท่าทีของประกาศิตมีลักษณะภูมิฐาน และดูมีหลักมีการ มีน้ำใจ จึงทำให้พ่อเลี้ยงอินและมินตรารู้สึกเป็นมิตรด้วยโดยหารู้ไม่ว่าประกาศิตมี แผนการร้ายกาจต่อมาวินและฟาร์มหมื่นไร่
 
และแล้วฟาร์มหมื่นไร่ก็ต้องตกอยู่ในสภาวะวิกฤติ เพราะจู่ ๆ ก็ไม่มีลูกค้ารายใดรับซื้อน้ำนมดิบจากฟาร์มอีกเลย นี่น่าจะเป็นจังหวะที่ดีสำหรับวิศว์ที่หาวิธีเล่นงานมินตราให้จนมุมเพื่อบีบ คอซื้อที่ดินจากเธอให้ได้ แต่ทุกอย่างกลับเป็นไปในทางตรงข้าม วิศว์พยายามทำทุกวิถีเพื่อแก้ปัญหาให้ฟาร์มหมื่นไร่ แถมยังใช้ความรู้ด้านอาหารที่มีเสนอให้ทางฟาร์มแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างเกี่ยว กับนมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และทำให้เก็บผลิตภัณฑ์ได้ยาวนานขึ้น แถมแนะนำให้พ่อเลี้ยงกับ มินตราเปิดฟาร์มเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ จนสามารถพลิกฟื้นฟาร์มหมื่นไร่ให้กลับมาดำเนินการได้อีกครั้งในรูปแบบที่น่า สนใจขึ้น
 
สำหรับการเกิดใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมของฟาร์มหมื่นไร่นั้นกลับทำให้ประกาศิตถึง กับเต้นเป็นเจ้าเข้า เพราะที่ผ่านมาเขานั่นเองเป็นคนวางแผนต่าง ๆ นานาเพื่อหาทางทำให้ฟาร์มปิดตัว  ประกาศิตและพรรคพวกต้องการที่ดินของฟาร์มเพราะติดป่าชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเหมาะแก่การใช้เป็นที่ซ่อนยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ รวมถึงใช้เป็นเส้นทางลำเลียงไม้เถื่อน ประกาศิตเดินหน้าใช้แผนการณ์ใหม่อีกครั้งด้วยการลงทุนลงทุนลงแรงล่อให้มาวิ นอาของมินตราติดกับ ความสัมพันธ์ระหว่างอาหลานคู่นี้แม้จะไม่ค่อยดีนัก แต่ประกาศิตก็รู้ว่าถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับมาวิน ฟาร์มหมื่นไร่ก็ไม่มีทางหลีกหนีความรับผิดชอบได้เด็ดขาด แผนการณ์เผาโรงแรมป้ายความผิดให้กับมาวินจึงต้องรีบทำโดยเร่งด่วน ซึ่งผู้ร่วมสมคบคิดก็ไม่ใช่ใคร หากแต่เป็นเกตุสุดาเจ้าของโรงแรมที่กำลังเจ็บใจเพราะพลาดหวังในรักจากวิศว์
 
งานรื่นเริงส่งท้ายปีที่จัดขึ้นในฟาร์ม จึงกลายเป็นวันที่มินตราและพ่อเลี้ยงอินได้รับข่าวร้ายเรื่องเพลิงไหม้ โรงแรมฝีมือมาวิน มาวินซึ่งตกอยู่ในสภาพตกใจและมึนงงเพราะฤทธิ์ยาที่ประกาศิตคอยปรนเปรอให้ ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่าเป็นฝีมือตน พ่อเลี้ยงอินเสียใจจนโรคหัวใจกำเริบต้องเข้าโรงพยาบาล มูลค่าความเสียหายรวมแล้วประมาณร้อยเจ็ดสิบล้านบาท เกตุสุดากดดันมินตราอย่างหนัก
 
มินตราตัดสินใจขายฟาร์มหมื่นไร่ สถานที่ที่หล่อนรักที่สุด เพื่อนำเงินมาล้างหนี้สินในครั้งนี้ โดยที่ประกาศิตแอบกระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความลำพองใจ ทว่าจู่ ๆ กลับมีโทรศัพท์มาถึงมิตราเพื่อเสนอซื้อที่ดินของหล่อนด้วยราคาสองร้อยล้าน บาทตามราคาประเมิน หลายคนในห้องตกตะลึง จะมีก็เพียงวิศว์ที่ยิ้มด้วยความพึงใจ เพราะเขานั่นเองที่แอบออกไปโทรสั่งจูดี้ให้ปลอมเสียงโทรศัพท์เข้ามาขอเสนอ ซื้อที่ดินกับมินตรา
 
ทั้งหมดกลับมาที่ฟาร์มหมี่นไร่ ยกเว้นพ่อเลี้ยงอินและมาวินที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ เรื่องร้าย ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี ทว่าในช่วงที่มินตราพาม้าสีหมอกกลับคอกหล่อนกลับโดนกลุ่มคนร้ายซึ่งหนึ่งใน นั้นมี นายโพด คนงานมาดดาวร้ายของฟาร์มจับตัวไป วิศว์สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของม้าสีหมอกที่วิ่งกลับมาตามเขาที่บ้านใหญ่ ชายหนุ่มตามไปจนมั่นใจว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นกับมินตราแน่ ๆ เขาจึงควบม้าดำคู่อริตามไปช่วยหญิงสาวทันที แต่ชายหนุ่มก็พลาดท่าโดนจับตัวไปด้วยอีกคน
 
คนจำนวนมากมาชุมนุมที่ฟาร์มหมื่นไร่ด้วยความเป็นห่วงวิศว์และมินตรา ระหว่างนั้นเองจูดี้ได้รู้จากปากบิดามารดาของตัวเองว่าที่แท้ตุ๊ดตู่คือว่า ที่เจ้าบ่าวของตัวเอง วิศว์และมินตราฟื้นขึ้นมาและพบว่าตัวเองอยู่ที่ปางพักไม้แห่งหนึ่งกลางป่า ทั้งสองได้รับรู้ว่าภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหลังนั้นเป็นเพราะการตัดไม้ทำลายป่าของกลุ่มคนเหล่านี้
 
เรื่องราวเลวร้ายลงทุกที มินตราช็อกมากเมื่อรู้ว่าที่แท้ประกาศิตกับพรรคพวกที่จับเธอมาคือผู้ที่ทำ ให้พ่อของเธอหายสาปสูญไปในป่าอย่างไม่มีวันกลับ ประกาศิตตั้งใจจะฆ่าปิดปากทั้งสองเสีย แต่โชคดีที่น้ำป่าได้พัดถล่มปางพักไม้ที่ชั่วร้ายจนราบเป็นหน้ากลอง สองหนุ่มสาวเองก็โดนอุทกภัยพัดพามาจนหลงป่าเช่นเดียวกัน และคืนแรกในถ้ำกลางป่านี่เอง ที่แสงสว่างแห่งความรักของคนทั้งสองได้เรืองรองออกมาจนปิดไว้ไม่มิดอีกต่อไป วิศว์จุมพิตมินตราครั้งแรกด้วยความรักสุดหัวใจในคืนที่ดาวเกลื่อนฟ้านี่เอง วิศว์ได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม และป่าไม้ที่โดนทำลายด้วยพวกคนชั่ว ชายหนุ่มสำนึกทันทีว่า โครงการรีสอร์ทของบริษัทตนนั้นผิดมาตั้งแต่ตอนที่เริ่มคิดแล้ว และถ้าเปลี่ยนเป็นโครงการของบริษัทเขา ต้นไม้ในป่าอาจจะโดนทำลายไปมากกว่านี้ก็เป็นได้ เขาตัดสินใจได้แล้วว่าตัวเองควรจะก้าวเดินไปในทางไหน ระหว่างการเลือกที่จะเป็นผู้สร้างสรรค์หรือผู้ทำลาย
 
วิศว์และมินตราหาทางออกจากป่าจนสามารถมาพบกับกลุ่มคนที่มาช่วยโดยบังเอิญ แต่ในจังหวะนั้นประกาศิตได้โผล่ออกมาจัดการทั้งคู่ และกะจะเก็บทั้งหมดให้กลายเป็นผีเฝ้าป่าเหมือนที่เคยทำกับพ่อของมินตรา การปะทะกันระหว่างสองฝ่ายเป็นไปอย่างดุเดือด เมื่อเห็นท่าไม่ดีประกาศิตพยายามจะหนีแต่วิศว์รีบเข้าตะครุบ เขาต่อสู้กับประกาศิตจนประกาศิตพลาดท่าตกหน้าผาน้ำตกลงไป
 
ตุ๊ดตู่ที่กลับมาจากการตามไปช่วยเหลือมินตราแปลกใจกับท่าทีของจูดี้มาก แล้วเขาก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่โดนจับคลุมถุงชนด้วยนั้น เป็นคนเดียวกับคนที่ตัวเองกำลังตกหลุมรัก ตุ๊ดตู่จึงรีบตามไปง้อและขอจูดี้แต่งงานด้วยความชื่นมื่น
 
ปมปัญหาภายนอกได้ไขออกจนหมดแล้ว หากปมในใจวิศว์นี่สิที่ยังไม่ได้รับการแก้ วิศว์กลุ้มใจเหลือเกินว่าจะบอกหญิงสาวที่ตัวเองรักอย่างไรดีถึงตัวตนที่แท้ จริงของเขา ชายหนุ่มเฝ้ารอเวลาที่โดมจะนำพิมพ์เขียวโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติที่คิดขึ้น มาแทนที่โครงการรีสอร์ทตัวเดิมมาให้ และในตอนนั้นเองที่เขาจะสารภาพความจริงทั้งหมดต่อหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ทว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน เพราะโดมกลับนำพิมพ์เขียวคนละตัวกับที่วิศว์ต้องการมาให้มินตรา มินตราเปิดดูเนื้อความข้างใน และนั่นเองที่หล่อนได้รับรู้ว่าความจริงแล้ววิศว์คือทายาทนักธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ชื่อดังที่มีจุดประสงค์จะครอบครองฟาร์มหมื่นไร่ สิ่งปลูกสร้างภายในพิมพ์เขียวล้วนแล้วแต่จะเปลี่ยนแปลงฟาร์มให้กลายเป็นสิ่ง ที่ล้วนเอื้อต่อการทำลายธรรมชาติทั้งสิ้น มินตราตรงมาขอคำตอบจากวิศว์ทันที วิศว์อยากจะแก้ตัว แต่หญิงสาวออกปากขับไล่เขาออกจากฟาร์มหมื่นไร่โดยที่วิศว์ยังไม่ทันได้เอ่ย คำว่ารักเสียด้วยซ้ำ วิศว์กลับกรุงเทพฯ ด้วยใจระทม มินตราเองก็ไม่ต่างกัน
 
คนเดียวที่ดีใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็คือโดมที่สามารถขัดขวางไม่ให้ ทั้งคู่ลงเอยกันได้ แต่ลึก ๆ โดมก็รู้สึกเจ็บปวดเพราะเขารู้ดีว่าจริง ๆ แล้ววิศว์กับมินตรามีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากแค่ไหน วิศว์รักเธอมากพอที่จะยอมถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้รับตำแหน่งสำคัญของบริษัทธเนศ วสุ หรือแม้กระทั่งยอมถูกตัดออกจากกองมรดกของตระกูลในฐานะทายาทคนเดียวเพื่อแลก กับผืนดินอันเป็นที่รักของหญิงคนรัก แต่โดมก็ถือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดสาสมแล้วที่วิศว์ควรได้รับ เพราะที่จริงแล้วเขาต่างหากที่ควรจะมีจะได้ในทุก ๆ อย่างพอ ๆ กับวิศว์ ที่ผ่านมาโดมทนทำงานอยู่กับครอบครัววิศว์ด้วยความเคียดแค้น เพราะก่อนที่ดิเรกพ่อของโดมจะตายไปนั้น เขาบอกกรอกหูลูกตลอดมาว่าอมรินทร์พ่อของวิศว์ทรยศเพื่อนรักอย่างเขาที่ช่วย กันก่อตั้งบริษัทด้วยกันมาจนมีทุกวันนี้ จากที่เคยสัญญาจะให้หุ้นเป็นการตอบแทน อมรินทร์กลับหาเรื่องไล่ดิเรกออกจากบริษัทจนทำให้เขาเครียดเป็นอัมพาตและ ตรอมใจตายในที่สุด เพราะฉะนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่เขาจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับพ่อ
 
โดมใช้จังหวะนี้หาทางสานสัมพันธ์กับมินตราที่กำลังบอบช้ำทางจิตใจจากวิศว์ ด้วยการทำให้มินตราตายใจโดยยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตนทั้ง หมด มินตราฟังแล้วก็รู้สึกเห็นใจ แล้วพลอยโกรธแค้นวิศว์กับครอบครัวไปด้วย โดมแอบใช้พิมพ์เขียวฉบับล่าสุดของวิศว์มาช่วยปรับปรุงฟาร์มหมื่นไร่ มินตรารู้สึกประทับใจกับสิ่งที่โดมทำให้มาก จูดี้รู้สึกสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่โดมทำให้มิตราที่ไร่เพราะมันเหมือนกับ พิมพ์เขียวล่าสุดที่เธอออกแบบตามที่วิศว์สั่ง จูดี้จึงไปถามโดม โดมโกหกว่าวิศว์ให้เขาทำสิ่งนี้ให้มินตราแทนโดยไม่ต้องบอกว่ามาจากเขา มิฉะนั้นมินตราคงไม่ยอมรับ และคงคิดว่าพิมพ์เขียวฉบับล่าสุดคือสิ่งที่วิศว์ทำมาเพื่อแก้ตัว จูดี้จึงปล่อยเลยตามเลย
 
โดมเสนอการสร้างรีสอร์ทแนวอนุรักษ์ธรรมชาติในฟาร์มให้กับมินตราโดยพูดให้ดู ดีว่าเป็นการแบ่งปันธรรมชาติให้คนอื่นได้ชื่นชมบ้าง ถ้าเราจะเก็บฟาร์มและผืนป่าไว้เองก็เหมือนคนเห็นแก่ตัวเพราะที่จริงธรรมชาติ เป็นสมบัติของทุกคน ฟังแล้วมินตราก็รู้สึกผิดแล้วเห็นดีเห็นงามกับความคิดของโดม แต่ติดอยู่ที่เธอไม่มีเงินทุนมากพอ โดมจึงได้ทีแนะนำให้ร่วมหุ้นกับธเนศวสุโดยที่มินตราลงทุนเป็นที่ แล้วให้ธเนศวสุลงเงินก่อสร้าง มินตราปฏิเสธทันทีเพราะธเนศวสุคือบริษัทของวิศว์ที่ต้องการจะครอบครองที่ดิน ของเธอ โดมบอกให้ใจเย็น ๆ ตราบใดที่มีตนอยู่รับรองว่าตนจะรักษาผลประโยชน์ของฟาร์มหมื่นไร่เป็นที่ตั้ง และเน้นเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติจริง ๆ พ่อเลี้ยงอินยอมตามข้อเสนอของโดม เพราะจริง ๆ แล้วยังไงที่ดินก็ยังเป็นของฟาร์มหมื่นไร่อยู่ แต่ต้องแลกกับการที่วิศว์ต้องเป็นคนดูแลงานในส่วนของรีสอร์ทที่จะทำตั้งแต่ ขั้นตอนการก่อสร้างเลย โดมตกใจกับข้อเสนอขอพ่อเลี้ยง ในขณะที่มิตราปฏิเสธทันที แต่พ่อเลี้ยงอินอ้างว่าตนอยากให้บทเรียนกับคนที่เคยจะเอาที่ดินที่ตนรักไปทำ ธุรกิจ เขาจะได้เรียนรู้ว่าที่ดินผืนนี้มีคุณค่าทางใจมากกว่าคุณค่าทางเงินนัก โดมจึงต้องยอม
 
เพราะหวังจะทำคะแนนกับบอร์ดของธเนศวสุเพื่อก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในบริษัท โดมเอาเรื่องดังกล่าวไปเสนอกับที่ประชุม ทั้งอมรินทร์และบอร์ดปฏิเสธทันที เพราะต้องการซื้อที่ดินผูกขาดเป็นเจ้าของเองไม่ใช่ร่วมหุ้นกับฟาร์มหมื่นไร่ โดมโน้มน้าวที่ประชุมว่าให้ใจเย็น ๆ เราควรจะทำตามเงื่อนไขของทางนั้นดีกว่าไม่มีโอกาสทำรีสอร์ทเลยไม่ใช่หรือ ที่สำคัญเรายังใช้โปรเจคท์นี้ทำแคมเปญสร้างภาพลักษณ์โปรโมทบริษัทเกี่ยวกับ การสร้างรีสอร์ทเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อีก ถือเป็นการสร้างมูลค่าให้บริษัทโดยที่เรายังได้ผลประกอบการเป็นการตอบแทน หลังจากนั้นเราค่อยเจรจาเพื่อซื้อฟาร์มหมื่นไร่มาเป็นของบริษัทในภายหลังก็ ยังทัน ที่ประชุมฟังแล้วก็ลงมติเห็นด้วยกับโดม แถมผลพ่วงจากโปรเจคท์นี้ทำให้โดมได้รับตำแหน่งหนึ่งในคณะกรรมการบอร์ดซึ่ง วิศว์ควรจะได้รับด้วยคะแนนเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์จากบอร์ดทุกคนรวมทั้ง อมรินทร์ด้วย
 
ในที่สุดวิศว์ก็กลับมาที่ฟาร์มหมื่นไร่อีกครั้งเพื่อทำเริ่มโปรเจคท์ทำ รีสอร์ทอนุรักษ์ธรรมชาติแต่อยู่ภายในการบังคับบัญชาของโดม งานนี้ในฐานะผู้เกี่ยวข้องโดยตรงมินตราจึงต้องพูดคุยประสานงานกับวิศว์อย่าง เสียไม่ได้ โดมกลัวถ่านไฟเก่าระหว่างทั้งคู่จะปะทุอีกครั้งจึงตัดสินใจขอเธอเป็นแฟน ซึ่งเธอก็ตอบตกลง ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากประชดวิศว์ อีกส่วนนึงก็เพราะคิดว่าเป็นวิธีการขั้นเด็ดขาดที่จะสั่งใจตัวเองไม่ให้ไป ว่อกแว่กวอแวกับวิศว์อีก
 
หลังจากได้รับตำแหน่งหน้าที่และอำนาจมากขึ้น โดมก็ดูจะหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ เขาวางแผนยุยงให้บอร์ดบริษัทเกิดความไม่ไว้วางใจประธานกรรมการอย่างอมรินทร์ แถมแนะนำให้อมรินทร์จัดการผิดพลาดจนจนหุ้นหกสิบเปอร์เซ็นต์ต้องตกเป็นของ ธนาคาร เป็นเหตุให้อมรินทร์ต้องหลุดจากเก้าประธานกรรมการของบริษัทตัวเองไปโดย ปริยาย อมรินทร์เครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเหมือนกับที่ดิเรกพ่อของโดมเคยเป็น วิศว์ขออนุญาตพ่อเลี้ยงอินพาพ่อและครอบครัวมาพักฟื้นร่างกายและจิตใจจาก อาการอัมพฤกษ์ที่ฟาร์มหมื่นไร่ และที่นี่เองที่ทำให้อมรินทร์ได้พบกับพ่อเลี้ยงอินซึ่งเป็นสหายเก่าแก่เจ้า สัวผู้เป็นพ่อของเขา อมรินทร์จำได้ว่าเคยเจอพ่อเลี้ยงอินตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็กเล็ก พ่อเลี้ยงอินเองก็บอกว่าตั้งแต่ตอนนั้นตนพยายามหาทางติดต่อกับเจ้าสัวแต่ก็ ไม่สำเร็จ เพิ่งรู้ว่าที่แท้เจ้าสัวเปลี่ยนแซ่เป็นธเนศวสุไปแล้ว
 
ช่วงที่อมรินทร์ใช้ชีวิตอยู่ที่ฟาร์มหมื่นไร่ท่ามกลางธรรมชาตินั้นทำให้คน ที่มีชีวิตแบบมีเป้าหมายไว้พุ่งชนอย่างเขาค้นพบว่าความสุขในชีวิตคืออะไร พ่อเลี้ยงอินให้หลักธรรมดำเนินชีวิตมากมายกับเขาจนคลายทุกข์ และปล่อยวางมากขึ้น ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมวิศว์ถึงสามารถยอมเอาความรักที่มีให้กับ มินตรา และความรักที่มีให้กับธรรมชาติที่ฟาร์มหมื่นไร่แลกกับทรัพย์สินจากมรดก และตำแหน่งสูงในบริษัทได้ อาการป่วยของอมรินทร์ดีขึ้นตามลำดับ แถมสัมพันธภาพระหว่างพ่อลูกก็งอกงามขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และจากการได้ทำงานใกล้ชิดกันทำให้ดูเหมือนว่ามินตราจะรู้จักและเข้าอกเข้าใจ วิศว์มากขึ้น ในที่สุดทั้งคู่ก็ไม่สามารถหักห้ามหัวใจตัวเองได้จึงกลับมารักกันอีกครั้ง ในเมื่อแผนทำลายความสุขของครอบครัววิศว์กลับกลับตาลปัตร แถมวิศว์ยังแย่งมินตรากลับไปได้อีกครั้ง โดมจึงยิ่งแค้นใจหนักเข้าไปอีก
 
วันหนึ่งมีชายหนวดเฟิ้มชื่อสิทธิ์มาสมัครงานเป็นคนงาน มินตรารับเขาไว้เพราะฟาร์มกำลังต้องการแรงงานเสริม ประกอบกับสงสารที่เขาพิการขากระเผลก แต่ทุกคนหารู้ไม่ว่ากำลังเปิดประตูให้มัจจุราชเดินเข้ามาในบ้าน เพราะแท้ที่จริงแล้วสิทธิ์คือประกาศิตที่รอดตายจากการตกหน้าผาน้ำตกจากการ ต่อสู้กับวิศว์ ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นประกาศิตต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อให้ไม่ถูกตำรวจจับกุม ขาที่หักไปทำให้เขากลายเป็นคนพิการตลอดชีวิตแถมยังใช้ชีวิตอย่างอด ๆ อยาก ๆ ที่ต้องดั้นด้นกลับมาที่ฟาร์มหมื่นไร่เพราะประกาศิตต้องการชำระหนี้แค้นที่ วิศว์ทำให้ชีวิตเขาต้องพบจุดจบแบบนี้
 
แล้วโอกาสของประกาศิตก็มาถึงเมื่อวิศว์อยู่ในที่ปลอดคน แต่ขณะที่เขากำลังจะเข้าเล่นงานวิศว์ ตุ๊ดตู่โผล่มาเห็นเข้าจึงกระโดดเข้าไปผลักวิศว์จนถูกลูกกระสุนเสียเอง ประกาศิตเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนีออกไป โดมผ่านมาเห็นเหตุการณ์จึงรีบวิ่งไล่ตามประกาศิตไปจนทันในที่สุด โดมเข้าตระครุบแล้วแย่งปืนมาจ่อไปที่ประกาศิต เขาจึงเห็นว่าที่แท้คนร้ายคือสิทธิ์ โดมถามว่าสิทธิ์ทำแบบนี้ทำไม สิทธิ์โพล่งออกมาด้วยแค้นและจนตรอกว่าจะมาฆ่าวิศว์ไง แล้วก็ถามว่าจำกันไม่ได้หรือว่าตนคือประกาศิตคนที่พวกแกคิดว่าตายแล้วไง วันนี้ตนกลับมาเพื่อเอาคืนไอ้คนที่ทำให้ตนตายทั้งเป็น สุดท้ายตนก็ทำไม่สำเร็จ โดมจะฆ่าก็ฆ่าอย่าเสียเวลา แต่โดมกลับบอกว่าตนจะฆ่าคนที่มีศัตรูคนเดียวกับตนทำไม ประกาศิตงง โดมบอกว่ารับรองว่านายได้ล้างแค้นแบบได้เงินเป็นของแถมด้วยแน่ ๆ
 
โดมวางแผนใหญ่เพื่อจัดการวิศว์อย่างรัดกุม แต่ขณะที่ประกาศิตกำลังตามไปจัดการวิศว์ตามที่นัดแนะไว้ โดมก็ได้รู้ว่าตนเข้าใจผิดมาตลอดเรื่องที่พ่อถูกอมรินทร์หักหลังด้วยการไล่ ออกจากบริษัท เพราะความจริงแล้วดิเรกพ่อของเขาต่างหากที่แอบยักยอกเงินจำนวนมากจากบริษัท มาตลอดเวลา อมรินทร์โกรธและเสียใจมากที่เพื่อนรักอย่างดิเรกทรยศตนได้ลงคอ อมรินทร์ไล่ดิเรกออกเพื่อตัดปัญหาโดยที่ไม่เคยปริปากบอกเรื่องนี้ให้ใครรับ รู้โดยเฉพาะตัวโดมที่ภาคภูมิใจในตัวพ่อของตนมาตลอด แถมพอดิเรกตายไปอมรินทร์ก็เลี้ยงดูส่งเสียโดมกับแม่เป็นอย่างดี ให้ความรักความเมตตาราวกับโดมเป็นลูกอีกคนหนึ่งของเขา โดมรู้สึกผิดมากรีบตามไปช่วยวิศว์กับอมรินทร์ที่กำลังจะเผชิญหน้ากับความตาย แล้วโดมก็ช่วยสองพ่อลูกในจังหวะที่เกือบจะสายเกินไปเพราะทั้งคู่ได้รับบาด เจ็บโชคดีที่ส่งโรงพยาบาลทัน
 
โดมสารภาพเรื่องทั้งหมดกับอมรินทร์และวิศว์ทั้งน้ำตา แต่สองพ่อลูกกลับเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ถือโทษโกรธเคือง แถมอมรินทร์ยังยกหน้าที่ในส่วนของตนที่บริษัทให้โดมดูแลแทนด้วยความไว้วางใจ เหมือนเดิม โดมกราบแทบเท้าอมรินทร์และสัญญาว่าจะทวงคืนหุ้นของบริษัทกลับคืนมาให้ อมรินทร์ตามเดิมให้ได้ ส่วนวิศว์ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับมินตราที่ฟาร์มหมื่นไร่อย่างมีความสุข ทั้งสองช่วยสานฝันของกันและกันในผืนดินที่อบอวลไปด้วยความรัก ติดตามความสนุกสนานของ ละครฟาร์มเอ๋ยฟาร์มรัก ได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.45 – 20.00 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครฟาร์มเอ๋ยฟาร์มรัก
 
นักแสดง ละคร ฟาร์มเอ๋ยฟาร์มรัก
 
วรเวช ดานุวงศ์   รับบท   วิศว์
ศรีริต้า เจนเซ่น   รับบท   มินตรา
โทนี่ รากแก่น   รับบท   โดม
ฟีฟี่ เบลค   รับบท   มานา
อินทิพร แต้มสุขิน   รับบท   จูดี้
เปรมณัช สุวรรณานนท์   รับบท   ตุ๊ดตู่
มนตรี เจนอักษร   รับบท   พ่อเลี้ยงอิน
สาวิตรี สุทธิชานนท์   รับบท   เกตุสุดา
ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว   รับบท   อมรินทร์
ณัฐฐา ลอยด์   รับบท   ลักษมี
กรุณพล เทียมสุวรรณ   รับบท   มาวิน
ทนงศักดิ์ ศุภการ   รับบท   ประกาศิต
ไกรลาศ เกรียงไกร   รับบท   พูน
ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา   รับบท   โพด
โฆษวิส ปิยะสกุลแก้ว   รับบท   ไพโรจน์

ทองเนื้อเก้า

ทองแท้นั้นต่อให้ถูกไฟไหม้เผาผลาญจนหลอมละลาย ก็ยังคงคุณค่าความเป็นทองได้ฉันใด หัวใจอันแข็งแกร่งของคนซึ่งไม่ย่นหย่อมต่อความทุกข์ยากแสนสาหัสของชีวิต ก็คือเครื่องพิสูจน์คุณค่าของความเป็นคนฉันนั้น

แม่ปั้นแทบลมจับเมื่อรู้ว่าสันต์ลูกชายของตนพลาดท่าได้เสียกับลำยองเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าพื้นสันดานเดิมของบ้านลำยองเป็นเช่นไร ส่วนยายแลเมื่อรู้ว่าลูกสาวจับสันต์ทำผัวได้ก็ตีปีก ฝันหวานว่าตนจะได้พลอยสบายไปด้วย เพราะสันต์เป็นจ่าทหารเรือ ที่มีอนาคตคนไม่เลวคนหนึ่ง

พ่อสินแม่ปั้นจำใจรับลำยองเข้าในบ้านฐานะลูกสะใภ้เพราะลำยองตั้งท้องแต่ลำยองก็ไม่เคยช่วยงานใด ๆ เลยทั้งงานบ้าน หรืองานขายของอ้างว่าแพ้ท้อง หนำซ้ำยังยักยอกหมูไก่ไข่กับข้าวของสดที่มีไว้ขาย กลับไปบำรุงบำเรอญาติพี่น้องตัวเองอีกต่างหาก

ลำยองเรียกร้องความสะดวกสบายทุกอย่างที่อยากได้และสันต์ก็จำใจต้องตามใจและให้เท่าที่จะให้ได้แต่ก็ดูเหมือนลำยองจะไม่รู้จักพอเสียที แม้แต่สันต์กลับบ้านผิดเวลาลำยองก็อาละวาดหาเรื่องว่าสันต์มีผู้หญิงใหม่ สันต์อิดหนาระอาใจ และรู้สึกผิดที่พลาดท่าได้ลำยองมาเหมือนเอานรกเข้ามาไว้ในบ้าน ให้พ่อแม่พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย เพราะนับวันสันดานแท้ ๆ ของลำยองก็ปรากฏเด่นชัดขึ้นทุกที

ลำยองคลอดได้ลูกชายในวันมหามงคล สันต์จึงตั้งชื่อลูกว่า วันเฉลิม เด็กชายนำสิ่งดี ๆ มาให้ครอบครัวมากมาย ย่าเก็บแหวนทองได้วงหนึ่งในตลาด ปู่ถูกลอตเตอรรี่ 200 บาท เจ้านายให้เงินทำขวัญ สันต์จึงสะสมเอาไว้ให้วันเฉลิม สันต์ได้เลื่อนยศเป็นจ่าและได้รับเลือกให้เข้าเรียนต่อโรงเรียนนายเรือ ลำยองไม่ยอมเลี้ยงลูก ภาระหน้าที่ตกเป็นของแม่ปั้นพ่อสิน ยายแลหายาดองมาให้ลำยองกินบำรุง ลำยองให้สันต์ออกไปอยู่บ้านเช่าตามลำพัง เพราะทนความจู้จี้ของแม่ปั้นไม่ไหว สันต์ปฏิเสธเพราะไม่ต้องการทิ้งพ่อแม่ ลำยองยิ่งขัดใจ ยายแลชวนลำยองไปดูดวงกับหมอดูเข้าทรง หมอดูทักว่าลำยองเป็นคนวาสนาดีเพราะเป็นนางฟ้ามาเกิด จะต้องได้พบเทพบุตรครองคู่กับเทพบุตร ลำยองพอใจชื่อในคำทำนายหัวปักหัวปำ

ลำยองเริ่มติดยาดองเหล้าจนอดไม่ได้ สันต์ไม่พอใจจึงมีปากเสียงกัน ลำยองด่าลามปามไปถึงพ่อแม่สันต์ สันต์เหลืออดจึงตบหน้าลำยอง ลำยองโกรธจัด หอบวันเฉลิมหนีไปอยู่บ้านยายแล สันต์เริ่มเห็นเค้าลางของการอยู่กันไม่ยืด คิดจะปล่อยลำยองไปแล้วเอาลูกมาเลี้ยงเอง ด้วยความสงสารลูก จึงจำใจไปง้อลำยองโดยจะพยายามอดทนกับพฤติกรรมลำยอง ลำยองอยากได้โทรทัศน์อ้อนให้สันต์ซื้อให้แต่สันต์ปฏิเสธ ลำยองงอนประกาศประชดว่าจะหาเงินซื้อโทรทัศน์ด้วยตัวเอง ด้วยการไปทำงานโรงงาน

ที่โรงงานเครื่องเคลือบ ลำยองสวยเด่นกว่าสาวโรงงานคนไหน จนเป็นที่ต้องตาต้องใจนายกวงลูกชายเจ้าของโรงงาน ลำยองลำพองใส่ เชื่อมั่นในเสน่ห์และความสวยของตน และต้องการหาที่หวังใหม่จึงอ่อยกวง ยายแลไม่ทัดทานแถมยุยงส่งเสริมให้ลูกสาวจับกวงทำผัวเย้ยสันต์ซะอีก

แม่ปั้น พ่อสิน เสนอเงินสามพันบาทแลกตัววันเฉลิมกลับมาเลี้ยงเองแต่ลำยองปฎิเสธ เพราะต้องการสองหมื่นบาท ลำยงน้องสาวลำยองสงสารวันเฉลิมพยายามพูดจาโน้มน้าวลำยองให้ยกวันเฉลิมคืนปู่ย่าแต่ก็ไม่เป็นผล ยายแลฝันเฟื่องถึงลูกเขยคนใหม่ว่าต้องเป็นเทพบุตรดุจดังหมอดูทำนายไว้แน่ ๆ

กวงเอาอกเอาใจลำยองจนออกหน้าออกตา ทั้งซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ พาไปดูหนัง เข้าร้านเสริมสวย ปรนเปรอลำยองจำลำยองแน่ใจว่าได้พบเทพบุตรตัวจริงแล้ว ส่วนแม่ปั้นพ่อสินทำใจที่ไม่ได้วันเฉลิมมาเลี้ยง ได้แต่ปลอบใจสันต์ว่าผัวใหม่ลำยองคงจะเลี้ยงวันเฉลิมได้ดี

ลำยองยั่วยวนกวง หวังให้กวงเอ่ยปากขอแต่งงาน และจดทะเบียนให้เป็นเรื่องเป็นราวแต่กวงก็ทำเฉยกับเรื่องนี้ เขาได้แต่รับปากจะทำบ้านหลังเล็ก ๆ ให้ลำยองหลังหนึ่ง จะเลี้ยงดูลำยองอย่างดี โดยลำยองไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยจะหาคนใช้มาให้ ขอเพียงแค่ลำยองมีลูกชายให้เขาเท่านั้น ลำยองดูล่ำซำเพราะทองที่กวงซื้อให้เต็มคอเต็มแขน แต่ลำยองต้องปกปิดกวงว่าวันเฉลิมคือลูกตน เพราะลำยองกลัวว่ากวงจะรับไม่ได้ ใคร ๆ ก็ยุให้สันต์แฉความจริงกับกวงเพื่อจะได้ลูกคืนมา แต่สันต์ก็ทำไม่ลงเพราะรักลูก สันต์ยังคงส่งเสียให้ค่าเลี้ยงดูลูกเดือนละสามร้อยบาท ส่วนลำยองก็คุยโวว่าสันต์โง่ ชีวิตดูเหมือนจะสุขสบายบนกองเงินกองทอง แต่ลำยองก็ไม่ยอมเลิกกินเหล้า เพราะชื่อว่ากินแล้วผิวพรรณดี

วัน ๆ ลำยองไม่ทำอะไรนอกจากแต่งตัวสวยไว้คอยผัว กวงมาค้างกับลำยองเฉพาะคืนวันพุธและศุกร์โดยอ้างว่าต้องไปดูงานที่โรงงานปากน้ำ ลำยองภาคภูมิใจกับการมีคนใช้เพราะมันแสดงว่ามีฐานะและศักดิ์ศรี ลำยองอ้อนกวงขอให้ซื้อตู้เย็นให้ ทั้งที่กวงแนะนำให้หาอะไรทำแก้เหงาเช่นเย็บผ้า แต่ลำยองก็ไม่เอาเพราะขี้เกียจ คนใช้ยังเอือมระอากับนิสัยสกปรก ไม่มีระเบียบของลำยอง แต่ก็แปลกใจที่วันเฉลิมรู้ประสาสอนง่ายผิดกันมากจนไม่น่าเชื่อว่าวันเฉลิมจะเป็นแค่หลานลำยอง คนใช้รู้ดีว่ากวงมีลูกมีเมียอยู่แล้วและลำยองคือเมียเก็บ และแล้ววันหนึ่งความก็แตก ลำยองรู้ความจริงว่าตนเป็นแค่คุณนายบ้านที่สอง ลำยองถึงกับอึ้งส่วนกวงก็รู้ความจริงว่าวันเฉลิมเป็นลูกลำยองกับผัวคนก่อน ต่างฝ่ายต่างยอมรับสถานภาพของกันและกันไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอำพรางอีกต่อไป

วันเฉลิมได้ไปโรงเรียนอนุบาล สันต์ทำใจและตัดใจเพราะเห็นลูกไม่ลำบาก ผัวใหม่ลำยองคงจะเลี้ยงดี สันต์พบรักใหม่กับเทวีเพื่อนของน้องสาว เทวีเป็นครูจบถึงขั้นปริญญา แต่ถึงจะตัดลำยองจากหัวใจได้ แต่สันต์ก็ตัดสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกไม่ขาด ลำยองตั้งท้องกับกวง ยายแลลุ้นให้ได้ลูกชายจะได้มัดกวงเอาไว้ได้ กวงรักและเอ็นดูวันเฉลิมไม่น้อย

ข้างบ้านวันเฉลิมด้านหนึ่งคือครอบครัวหนูสมฤดี พ่อแม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนอีกด้านหนึ่งคือครอบครัวนักธุรกิจมีลูกชายรุ่นเดียวกับวันเฉลิมชื่อ พิพัฒน์ วันเฉลิมได้เห็นความสมบูรณ์พร้อมของสองครอบครัว ที่อยู่ข้างบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน พ่อแม่ลูก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้สึกอิจฉาแต่ก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ พิพัฒน์ เป็นลูกชายคนเดียวของบ้านจึงเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ทุกอย่าง ในการดำรงชีวิตพรั่งพร้อม อยากได้อะไรพ่อแม่ก็หามาให้ทุกอย่าง แต่พิพัฒน์ก็เป็นเด็กที่เคยชินต่อการเป็นผู้รับอย่างเดียว ไม่เคยถูกสอนให้รู้จักการแบ่งปัน ในขณะที่หนูสมฤดีได้รับการอบรมเลี้ยงดูให้รู้จักเห็นอกเห็นใจและมีน้ำใจต่อผู้อื่นเสมอ

ลำยองยังไม่เลิกกินเหล้าเพราะติดเสียแล้ว ลำยองเย้ยว่าเงินสามร้อยที่สันต์ให้ทุกเดือนขี้ปะติ๋วไม่อยากได้ สันต์จึงเก็บใส่ธนาคารไว้ให้ลูกตั้งใจสะสมไว้ให้วันเฉลิมเป็นทุนการศึกษา ลำยองเจ็บท้องและคลอดลูกชายสมใจ แต่เด็กไม่สมบูรณ์หมอบอกเพราะแม่กินเหล้าตอนท้อง กวงกลุ้มใจและเริ่มทำท่าทำทางไม่ยุ่งกับลำยอง จนลำยองโกรธและอาละวาด กวงไม่พอใจที่ลำยองไม่ยอมเลิกเหล้า ประกอบกับทางบ้านรู้ความจริงว่ากวงแอบมามีเมียน้อย เมียกวงออกคำสั่งเด็ดขาดให้กวงเลิกกับลำยอง แม่กวงแนะทางออกให้กวงเอาลูกชายที่เกิดกับลำยองมาเลี้ยงเอง โดยให้กวงเอาเงินฟาดหัวลำยองไปซักก้อน

คนใช้ขอลาออกเพราะทนต้องคอยรับใช้เจ้านายอย่างลำยองไม่ไหว กวงมาเจรจาขอลูกไปจากลำยองแลกกับเงินสองหมื่นบาท ลำยองต่อรองขอเป็นสามหมื่น กวงจำยอมและพาลูกไปจากลำยอง ลำยองไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับยายแล เพราะกลัวถูกขอส่วนแบ่ง ลำยองซื้อทองหยองมาใส่เต็มตัว แต่ในที่สุดยายแลก็รู้ความจริง และประณามลำยองว่าขายลูกกิน ลำยองได้คิดเหมือนกันว่าไม่น่าให้ลูกไป แต่ก็ยังมั่นใจว่ากวงจะกลับมาหาตนอีก แต่กวงก็หายต๋อมไม่เคยโผล่หน้ามาอีกเลย ลำยองตามไปหากวงถึงที่โรงงาน แต่ถูกกันตัวไว้ไม่ได้พบกวง ลำยองยังไม่ละความพยายามยังเที่ยวไปดักเจอกวงอีก จนในที่สุดก็ได้เผชิญหน้ากับเมียกวงและถูกไล่ตะเพิด ลำยองบีบน้ำตาเล่นละครบทแม่ จนเมียกวงเวทนา ส่งเงินมาให้ลำยองอีกสองหมื่น เพื่อเป็นทุนค้าขาย เริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ลำยองก็นำเงินมาก็ซื้อตู้เย็นอันเป็นความฝันสูงสุดของชีวิตพร้อมกับฉลองด้วยการกินเหล้าอย่างสบายใจ ยายแลชวนลำยองเล่นหวย เพราะเห็นลำยองมีเงิน ยายแลออกความคิดในการทำมาหากินให้ลำยองทำหลายอย่าง แต่ลำยองไม่เอาเลย ประกาศจะหาผัวใหม่ให้ได้รวยกว่าเก่า ลำยองตามยายแลเข้าบ่อนใช้ชีวิตตามประสาคนมีเงิน

ลำยองเพลินในบ่อนจนลืมลูก วันเฉลิมกลับจากโรงเรียนต้องไปอาศัยบ้านหนูสมฤดีนั่งรอแม่เพราะเข้าบ้านไม่ได้ พ่อแม่พิพัฒน์ไม่ยอมให้ลูกมาเสวนากับวันเฉลิม เพราะฐานะต่างกัน วันเฉลิมไปกุฏิหลวงตาปิ่นและอาศัยกินนอนที่นั่น ลำยองกลับมาค่ำมืดไม่เจอลูกก็โวยวายพ่อสินแม่ปั่นลักพาตัวไป แต่พอรู้ว่าวันเฉลิมไปอยู่กับหลวงตาปิ่นก็ทำเฉย แถมไม่ไปตามลูกกลับบ้านอีกต่างหาก ลำยองสนุกกับชีวิตในบ่อน เล่นได้บ้างเสียบ้างแต่เสียมากกว่าได้ และในบ่อนนั่นเองลำยองก็ได้รู้จักกับเมืองเทพ เมืองเทพเป็นเศรษฐีที่ดินแถวนั้น เป็นเจ้าของตึกให้เช่าแต่อาชีพหลักคือเล่นการพนัน นอกจากชื่อที่สะดุดหูแล้ว ลำยองยังหูพึ่งเมื่อรู้ว่าเมืองเทพยังไม่มีลูกเมีย

ลำยองหาคนใช้ใหม่มาดูแลบ้าน วันเฉลิมได้ความคิดดี ๆ ได้รับการอบรมสั่งสอนหลายอย่างจากม่อมสาวใช้คนนี้ไม่น้อย น่าสะเทือนใจตรงที่การสั่งสอนอบรมควรจะเป็นหน้าที่ของคนเป็นแม่ แต่ลำยองกลับไม่เคยทำหน้าที่นั้นเลย ลำยองเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตในบ่อนแต่กลับลืมดูแลลูก โรงเรียนทวงทั้งค่ารถโรงเรียนและค่าเทอมลำยองก็ไม่สนใจหงุดหงิดที่จะต้องควักกระเป๋าเสียเงินกับการเรียนของวันเฉลิม จะคืนวันเฉลิมให้ปู่ย่ากลับไปเลี้ยงก็กลัวเสียหน้า ลำยองปลื้มเมืองเทพมากเพราะรสนิยมเดียวกัน สกปรกไม่มีระเบียบเหมือนกัน และชอบการพนันเหมือนกัน

สันต์แต่งงานใหม่กับเทวี ลำยองฟังข่าวของสันต์ด้วยความขุ่นเคืองใจ วันเฉลิมคิดว่าอีกไม่นานพ่อก็คงลืมตนเพราะพ่อมีครอบครัวใหม่ก็คงจะมีลูกใหม่ด้วย หลวงตาปิ่นเฝ้าสอนให้วันเฉลิมต้องตั้งใจเรียนหนังสือเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถเรียนได้ เพราะความรู้จะทำให้วันเฉลิมไม่ลำบากในวันข้างหน้า ลำยองตั้งท้องลูกอีกคนกับเมืองเทพ แต่ไม่ได้อยู่กินกันเป็นกิจจะลักษณะ ม่อม (คนใช้) สอนให้วันเฉลิมรู้จักทำงานบ้านทุกอย่างจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ ตรงกันข้ามกับพิพัฒน์ที่มีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมแต่พ่อแม่กลับไม่เคยสอนให้ลูกทำอะไรเลยเพราะถือว่างานบ้านเป็นงานต่ำ เป็นงานของคนใช้เท่านั้น คนที่จะเป็นเจ้าคนนายคนในวันข้างหน้าเขาไม่ทำกันหรอก

วันเฉลิมได้เจอเมียใหม่ของพ่อ เทวีเอ็นดูวันเฉลิมมาก ม่อมจะขอลาออก ลำยองขัดใจเพราะไม่มีใครช่วยเลี้ยงลูกที่จะเกิดออกมา ลำยองเสียไพ่มาก โทษว่าลูกในท้องไม่นำโชค ทองหยองที่ใส่อยู่ต้องปลดออกขายจนหมดตัว แต่ทองของวันเฉลิมตอนผูกข้อไม้ข้อมือกับสันต์ลำยองขายไม่ลงเพราะยังไงสันต์ก็คือผู้ชายคนแรกของเธอ และลำยองสงสารวันเฉลิมอยู่เหมือนกัน ลำยองรู้ดีว่าทองเส้นนี้เป็นของลูก ลำยองคลอดได้ลูกสาว เมืองเทพไม่ยอมไปดูลูกไม่เคยสนใจ ทั้งที่ยายแลไปตามตัวถึงบ่อน ยายแลผิดหวังมาก ลำยองเลือกผัวผิดจริง ๆ

ชุด ผัวของลำยงซึ่งขยันทำมาหากินเกิดสุขภาพแย่ ขับเรือหางยาวรับจ้างไม่ไหวเงินทองที่หายากอยู่แล้วยิ่งทำให้สถานภาพง่อนแง่น ลำยองเกี่ยงให้ยายแลเลี้ยงลูกให้ คุณยายข้างบ้านมีน้ำใจให้เสื้อผ้าเด็กที่หนูสมฤดีไม่ได้ใช้แล้ว ลำยองโวยวายว่าดูถูกลูกตน แต่ยายแลด่าเตือนสติลำยองให้ลำยองลดการเล่นการพนันลงบ้าง และเพื่อเห็นแก่ลูกให้รับของที่คนอื่นเขามีน้ำใจแบ่งปันมาให้

ลำยองไปทำงานโรงงานพลาสติก แต่ทำได้แค่สองวันก็เลิก บ่นว่างานหนัก เปลี่ยนมาทำโรงงานเย็บสมุด แต่ก็อยู่ได้แค่หนึ่งเดือนบ่นว่าค่าแรงถูก ยายแลด่าลำยองว่าไม่เคยทำอะไรเป็นโล้เป็นพาย แต่ลำยองก็แน่ใจกับงานอาชีพใหม่ ลำยองจะเปิดบ้านเป็นบ่อนและแบ่งห้องให้เช่า

หลวงตาปิ่นสอนวันเฉลิมว่าการพนันเป็นสิ่งไม่ดีและไม่ควรไปข้องแวะ แต่วันเฉลิมก็ต้องวิ่งซื้อของให้คนในบ่อน ได้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ลำยองเงินร่อยหรอ วันเฉลิมจึงต้องย้ายมาเรียนโรงเรียนวัด เพราะฉะนั้นความสุขของวันเฉลิมก็คือ การได้อยู่โรงเรียนและกุฎิหลวงตาปิ่น สันต์ได้รับเลือกให้ไปเข้ารับการอบรมเมืองนอก สันต์ส่งเสื้อกันหนาวมาให้วันเฉลิม วันเฉลิมพอจะชุ่มชื่นหัวใจขึ้นมาบ้างที่พ่อไม่ลืมตน เมื่อกลับมาสันต์ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าลำยองทำบ้านเป็นบ่อน

เทวีคลอดลูกสาว เป็นลูกคนที่สองกับสันต์ ส่วนลำยองก็ได้ผัวอีกคนเป็นคนทำงานรับจ้างที่มาเช่าห้องบ้านลำยอง เวลาผ่านไปจนวันเฉลิมอายุได้ 7-8 ขวบ ป่องน้าชายวันเฉลิมมาขับเรือรับจ้างแทนชุดแต่หาเงินได้เท่าไรก็หมดไปกับเหล้า แถมเพื่อนแต่ละคนที่คบก็เป็นนักเลง สันต์ยังไม่ล้มเลิกความคิดชวนวันเฉลิมไปอยู่ด้วย ข้อใหญ่ใจความคือเขาต้องการให้วันเฉลิมได้เรียนหนังสือจริง ๆ จัง ๆ สันต์ไปเจรจากับยายแล ยายแลก็เห็นด้วยเพราะเหลืออดเหลือทนกับพฤติกรรมลำยองและสงสารหลาน แต่ลำยองไม่ยอมโวยวายว่าหมดค่าเลี้ยงดูวันเฉลิมไปตั้งเท่าไหร่ พอจะใช้งานได้ก็จะมาเอาตัวไป ลำยองเรียกเงินห้าหมื่นแลกกับตัววันเฉลิม ยายแลด่าเช็ดว่าลำยองเป็นแม่ขายลูกกิน ลำยองถือสิทธิ์ความเป็นแม่ในเมื่อเป็นคนเบ่งมันออกมาก็ต้องมีสิทธิ์ในตัวลูก สันต์มาลุยกับลำยองเองแต่ต้องผิดหวังกลับไป พ่อสินแม่ปั้นรวบรวมเงินทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อจะเอาตัววันเฉลิมมาอยู่ด้วย แต่ก็ได้เงินไม่พอกับที่ลำยองเรียกมา สันต์ได้แต่ปวดใจ

ปานออกขายผลไม้ดองแทนตาปอ เพราะพ่อสุขภาพเริ่มย่ำแย่ แป้งต้องเลิกเรียนและมาช่วยลำยองขายก๋วยเตี๋ยว ลำดวนหายตัวไปอยู่กับผู้ชายที่ไหนไม่รู้ วันเฉลิมนับวันจะกลายเป็นเด็กเงียบขรึมมีหลวงพี่บวชใหม่ชวนให้มาอยู่ที่วัด ในเวลาว่างหลวงพี่จะสอนหนังสือให้วันเฉลิมเสมอ วันเฉลิมได้สิ่งดี ๆ จากหลวงพี่รูปนี้ไม่น้อย สันต์เจียดเงินสองพันมาให้ลำยองไว้ใช้ดูแลลูก แต่ลำยองก็เอาไปเล่นไพ่กินเหล้าหมด เงินสองพันไม่ตกถึงวันเฉลิมหรือลูกคนไหน แม้แต่บาทเดียว

เด็กในวัยเดียวกันต่างก็มีพัฒนาการจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่สมวัยเด็ก แต่วันเฉลิมดูเหมือนจะโตเป็นผู้ใหญ่เกินวันวัย ในขณะที่พิพัฒน์มีของเล่นมากมายอยากได้อะไรพ่อแม่ก็หาซื้อมาให้แต่วันเฉลิมต้องทำงานบ้านเลี้ยงน้องไม่มีเวลาเหลือสำหรับการเล่น ส่วนบ้านคุณยายหนูสมฤดียังคงมีน้ำใจต่อวันเฉลิมอย่างสม่ำเสมอ บ่อนลำยองเริ่มเสื่อมความนิยมลง คนน้อยลง ลำยองหงุดหงิดเพราะรายได้ลดลง วัน ๆ ของวันเฉลิมหมดไปกับการเลี้ยงน้อง ตาปอเริ่มเลอะเลือนความจำเสื่อม ลำดวนหอบลูกมาให้ยายแลช่วยเลี้ยงอีกคน แล้วหายหน้าไปใครก็รู้ว่าลำดวนไปเป็นกระหรี่อยู่ในซ่องไหนสักแห่ง

กำนันเสือเจอลำยองในบ่อน และเกิดติดใจลำยองเจรจาขอซื้อบ้านลำยอง ตั้งใจจะรื้อไม้ไปปลูกบ้านใหม่ ลำยองยอมเป็นเมียกำนันเสือหวังให้กำนันเสือเลี้ยงดู กำนันเสือก็มีน้ำใจประมาณหนึ่ง ส่งข้าวของจากสวนของตัวเอง เช่นมะพร้าวแห้งมาให้ลำยองขายแลกเป็นเงิน ซึ่งลำยองก็ไม่ได้ไปนั่งขายเอง ฝากลำยงขายที่แผงขนมแต่เที่ยวไปเก็บเงินที่ขายได้ทุกวัน

กำนันเสือกลัวว่าลำยองจะหมดตัวในบ่อน จึงรับจำนองบ้านที่ดินลำยองเอาไว้ ลำยองเองก็เกรง ๆ กลัว ๆ กำนันเสืออยู่ เพราะกำนันเสือเป็นคนจริงและดุ กำนันขอให้วันเฉลิมอ่านหนังสือให้ฟังเพราะสายตาไม่ค่อยดีแล้ว วันเฉลิมมักได้สตางค์ค่าขนมหลังจากอ่านหนังสือให้กำนันฟังเสมอ อ้อยน้องสาวที่พิการทางสมองเป็นภาระที่เพิ่มมากขึ้นให้วันเฉลิม อ้อยเคยซนจนถูกไฟลวกมือและแขนอ้อยจึงเข็ดและกลัวไฟมาก

ลำยองติดบ่อนบ้านช่องไม่กลับ วันเฉลิมคอยแม่จนดึกดื่นทุกวัน วันไหนฝนตกหนักหลังคาก็รั่วไม่ได้หลับได้นอนกันทั้งคืน ลำยองเคยไม่กลับบ้านมาสามวันสามคืน วันเฉลิมได้แต่เป็นห่วงแต่พอลำยองกลับมาในตอนดึกของอีกวัน ลำยองก็พาผู้ชายแปลกหน้ามานอนด้วย รุ่งเช้าวันเฉลิมจึงพบว่าบ้านถูกยกเค้า โทรทัศน์ซึ่งดูเหมือนเป็นสมบัติชิ้นเดียวติดบ้านก็ถูกหิ้วไปด้วย ลำยองไม่รู้จักเข็ด ป่องถูกตำรวจจับเพราะรวมหัวกับแก็งปล้นร้านของชำ

เทวีคลอดลูกชายกับสันต์อีกคน สันต์ได้เลื่อนยศเป็นนายเรือเอก ชีวิตของคนอื่นเหมือนจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ พิพัฒน์ได้เข้าโรงเรียนเอกชนชั้นนำมีชื่อเสียง แต่วันเฉลิมก็ยังคงเรียนโรงเรียนวัด ลำยองนอกใจกำนันเสือหิ้วผู้ชายมานอนด้วยไม่เลือกหน้าเพราะความเมา ลำยองขู่วันเฉลิมไม่ให้พูดให้กำนันเสือรู้ จนลำยองตั้งท้องลูกอีกคนหวังมัดให้กำนันเสือเลี้ยงดู ไม่หายหน้าไปอย่างผัวคนก่อน ๆ ยายแลพอรู้ว่าลำยองท้องก็ถึงกับช็อกตาค้าง เพราะความจริงเหนือความจริงก็คือ กำนันเสือเป็นหมัน ไม่มีทางมีลูกได้อีกแล้ว

เมื่อกำนันเสือรู้ความจริงก็โกรธจัดเค้นความจริงจากวันเฉลิม วันเฉลิมตอบได้เพียงว่าตนเป็นลูกไม่สามารถควบคุมความประพฤติแม่ได้ ยายแลคิดว่ากำนันคงยึดบ้านลำยองแน่แล้วแต่ผิดคาด กำนันเสือเวทนาวันเฉลิม ปล่อยบ้านให้เป็นของลำยองต่อไปเพราะเห็นแก่วันเฉลิม แต่บอกให้วันเฉลิมกลับไปอยู่กับปู่ย่า จะได้พ้นจากนรกตรงนี้ วันเฉลิมปฎิเสธ บอกกำนันเสือว่าตนไม่สามารถทิ้งแม่กับน้องไปได้ คุณยายสมฤดีสอนว่า กรรมของใครก็ของมัน ไม่มีใครไปรับผิดชอบแทนกันได้ วันเฉลิมควรจะช่วยตัวเองให้รอดเสียก่อน จึงจะสามารถช่วยคนอื่นได้ แต่วันเฉลิมก็มุ่งมั่นกับความคิดตัวเอง ลำยองพอใจที่กำนันเสือยกบ้านให้ ลำยองมองคนอื่นว่าโง่เง่าไปเสียหมด ไม่เคยคิดเลยว่าอานิสงส์ที่เกิดขึ้นมาจากวันเฉลิมแท้ ๆ พ่อสินตั้งปณิธานว่าจะแยกวันเฉลิมออกจากลำยองให้ได้ ไม่อยากเห็นชีวิตวันเฉลิมต้องตกต่ำตามลำยองไปมากกว่านี้

คราวเคราะห์ไฟไหม้ตลาดริมน้ำติดแพพ่อสินแม่ปั้น ทุกคนช่วยกันขนของหนีไฟ แม่ปั้นเสียดายที่ไฟจะไหม้เรือนที่วันเฉลิมเคยอยู่ตั้งแต่แบเบาะ เพราะแม่ปั้นตั้งใจเอาไว้ว่าจะยกเรือนนั้นให้วันเฉลิมมาอยู่ แม่ปั้นเปรยกับพ่อสิน อยากให้วันเฉลิมได้บวช จะได้พ้นทุกข์ แม่ปั้นสั่งเสียกับพ่อสินว่าตนเก็บสะสมเงินไว้ก้อนหนึ่งเพื่อบวชวันเฉลิม ทุกคนอลหม่านกับการดับไฟ ไฟไม่ได้ลามมาถึงเรือน พ่อสินรีบมาบอกข่าวดีแม่ปั้น แต่ก็พบว่าแม่ปั้นสิ้นลมไปแล้วอย่างสงบ

ทุกคนต้องการให้วันเฉลิมบวชให้แม่ปั้นตามคำสั่งเสีย แต่วันเฉลิมไม่ยอมบวชเพราะไม่สามารถทิ้งแม่และน้องไปได้ พ่อสินเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ลำยองไม่คิดจะไปงานศพแม่ปั้น เพราะเกลียดอดีตแม่ผัว ถึงกับประกาศว่า ถึงตายกูก็ไม่ไปเผาผี พ่อสินบอกวันเฉลิมว่า แม่ปั้นยกบ้านให้วันเฉลิม วันเฉลิมจะมาอยู่เมื่อไรก็ได้ พ่อสินให้วันเฉลิมดูซองเงินที่แม่ปั้นสะสมไว้เพื่อบวชวันเฉลิม แต่วันเฉลิมก็ยังไม่ยอมรับปาก พ่อสินท้อใจ เทวีออกความคิดต้องให้ยายแลร่วมมือด้วย ยายแลหมดแค้นแม่ปั้น ประกอบกับเห็นความเหลวแหลกของลำยอง สงสารวันเฉลิมจึงอยากช่วยและยินดีร่วมมือ โดยออกอุบายลวงลำยอง

ลำยองท้องแก่ เอาแต่บ่นว่าลูกทรมานแม่ ยายแลเล่นละครว่าเห็นพระพุทธรูปประทับยืนบนดอกบัวเหนือหัววันเฉลิมแล้วก้มลงกราบวันเฉลิม ลำยองถึงกับขนลุกซู่ซ่า ยายแลพูดถึงหมอชด ลำยองอยากตามไปด้วยหวังจะให้หมอชดดูดวงให้ แถมเผลอ ๆ จะได้เลขเด็ดมาด้วย หมอชดกวาดยาให้ลูกลำยอง และแอบสังเกตเห็นหน่วยก้านของวันเฉลิมเห็นแววว่าจะเอาดีได้จึงเล่นละครกับยายแลตบตาลำยอง ดูดวงเข้ามากมายแล้วบอกกับลำยองว่า วันเฉลิมเป็นคนมีบุญกลับชาติมาเกิด จะได้เป็นผู้สืบทอดพระศาสดา ไถ่บาปให้พ่อแม่ละทำให้พ่อแม่เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นคนเป็นแม่ไม่ควรขัดขวางการบวชของลูก ลำยองขนลุกซู่ซ่าอยากดวงดีจึงเปลี่ยนใจให้วันเฉลิมบวชทันที วันเฉลิมยังละล้าละลัง ลำยองจึงรับปากว่าจะกินเหล้าและเล่นไพ่ให้น้อยลง วันเฉลิมจะได้สบายใจ วันเฉลิมบวชเณร ทุกคนชื่นชมยินดี เณรวันเฉลิมรับบิณฑบาตรถึงหน้าบ้าน หนูสมฤดีกับคุณยายก็ได้ตักบาตรเณรทุกวัน เณรวันเฉลิมเรียนหัวดีพอมีสมาธิกับการเรียนทุกอย่างที่ได้เรียนก็รู้อย่างทะลุปรุโปร่ง อาหารที่ได้จากบิณฑบาตรมาเหลือกิน เณรก็หิ้วกลับไปเลี้ยงน้องเลี้ยงแม่ทุกวัน ลำยองไม่เลิกเหล้าและการพนัน ยังคงเข้าออกบ่อนตามเคยเพราะมันคือสิ่งเสพติดสำหรับเธอไปแล้ว

เทวีหอบข้าวของมาถวายเณรมากมายโดยบอกว่าให้เณรเลือก ถ้าเณรเหลือใช้ก็ให้ทำทานตามสบาย เณรรู้อยู่เต็มอกว่าโยมแม่เลี้ยงตั้งใจจะเผื่อแผ่ไปถึงน้อง ๆ ของเณร เณรวันเฉลิมเจริญรุ่งเรือง และเป็นความหวังของท่านพระครูว่าวัดนี้จะมีสามเณรเหรียญเก้าในอีกไม่ช้า หลวงตาปิ่นส่งข่าวให้สันต์รู้ว่าลำยองเอาบ้านเข้าจำนองกับเฮียเก๊าเจ้าของบ่อนเพราะว่าเล่นเสียมากทุกคนได้แต่ปลง ลำยองพาชีวิตตัวเองดิ่งจมลงสู่นรกลึกลงทุกที และในที่สุดบ้านก็ถูกเขายึดไป เณรวันเฉลิมมัวแต่ยุ่งเรื่องเรียน จึงไม่ค่อยมีเวลาไปเยี่ยมโยมแม่กับน้อง ๆ เมื่อมาบ้านหลังจากไม่ได้มาเพียงไม่นาน ก็พบบ้านถูกปิดเสียแล้ว ทุกคนย้ายกลับไปอยู่รวมกันที่บ้านยายแล

ลำยงหันมาขายผักเพราะพ่อสินยกที่ให้ เหน่งก็ย้ายมาอยู่กับลำยง ลำยงติดโรคซิฟิลิสงอมแงม ยายแลไปขอยาจากหมอชดมาให้กินก็ขี้เกียจกินเพราะขม ลำดวนกลับตัวกลับใจเลิกอาชีพโสเภณีกลับมาอยู่บ้าน ประพันธ์ทหารยศนายสิบมาตามจีบ ลำดวนต้องปกปิดอดีตของตัวเอง เพราะกลัวประพันธ์จะรับไม่ได้ แต่ละคนดูเหมือนจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ที่เคยก้าวผิดพลาดก็กลับตัวกลับใจเพราะคิดได้ แต่ลำยองกลับยิ่งถลำลึกจนยากที่จะถอนตัว

ลำยองโรคกำเริบขึ้นสมอง เตลิดหนีออกไปจากบ้าน เณรวันเฉลิมแวะมาเยี่ยมโยมแม่แต่ละครั้งก็ไม่เคยได้พบ ยายแลโกหกเณรว่าแม่ไม่อยู่ ลำยองไปสิงสถิตอยู่โรงลิเกร้าง บอกใครต่อใครว่าตนเป็นนางฟ้ามาเกิด วันเฉลิมสอบได้นักธรรมตรี และเตรียมตัวสอบนักธรรมโท พ่อสินไปเจอลำยองที่โรงลิเกร้าง รีบมาส่งข่าวยายแล ยายแลสั่งให้ป่องกับปานไปลากตัวลำยองกลับมา ก่อนที่เณรจะไปเห็นเข้า ลำยงจะพาลำยองไปส่งโรงพยาบาลบ้าปากคลองสานแต่โรงพยาบาลไม่รับ ให้เอาตัวลำยองไปที่คลินิคแทน รถแล่นผ่านโรงเครื่องเคลือบของกวง ลำยองเกิดจำได้ กระโดดหนีลงจากรถหายสาบสูญ ลำยงจนปัญญาตามจับลำยองไม่ทัน เณรรู้แต่ว่าโยมแม่ไม่ค่อยสบายนิดหน่อย และที่เณรไม่เคยเจอโยมแม่ก็เพราะโยมแม่ไปบ่อน

ลำยองกลับไปที่โรงงานของกวงเพราะในจิตใต้สำนึกเทพบุตรของเธออยู่ที่นี่ อภิชาติลูกชายลำยองออกมาเห็นคนบ้าก็หัวเราะชอบใจ กวงจำลำยองได้ถึงกับอึ้งที่เห็นสภาพลำยอง กวงเวทนาให้อภิชาติเอาเงินไปให้ลำยอง อภิชาติเข้าใกล้ลำยองเกิดกลัวขึ้นมา และจะไม่ยอมเข้าใกล้ลำยองอีก ลำยองกลับไปอยู่โรงลิเกร้าง เพราะติดใจฉากสวรรค์ที่เก่าขาดรุ่งริ่ง เณรว้าวุ่นใจที่โยมแม่หายไป สันต์ได้ข่าวจึงให้เงินลำยงให้พาลำยองไปหาหมอ ลำยงพาปานและจ้างเด็กมาช่วยกันจับตัวลำยอง เณรตามลำยงมาจนพบความจริง เณรวิ่งไล่กวดลำยองทั้งผ้าเหลืองสร้างความแตกตื่นให้กับคนทั้งถนน เณรค้นพบในบัดเดี๋ยวนี้เองว่านรกอยู่ตรงนี้เอง หมอจำใจรับตัวลำยองไว้เป็นคนไข้เพราะสงสารเณร เณรคิดมากเป็นทุกข์หนัก ตัดสินใจสึกเพื่อกลับมาดูแลแม่

สันต์โกรธมากเมื่อรู้ว่าลำยองเป็นต้นเหตุให้เณรจะทิ้งผ้าเหลือง พ่อสินปลอบใจว่ายังดีกว่าให้เณรแหกผ้าเหลือง สันต์พยายามหว่านล้อมให้เณรเปลี่ยนใจ ลูกเลือกได้ถ้าจะเลือก แต่ลูกไม่เห็นแก่ตัวพอ ลูกรักตัวเองน้อยเกินไป รักคนอื่นมากเกินไป แต่เณรตอบเพียงสั้น ๆ ว่า คนอื่นคนนั้น คือแม่ของผม วันเฉลิมสึกออกมาช่วยงานทำมาหากินและดูแลแม่ ยายแลปวดหัวใจเพราะจะว่าไปแล้ว ก็ต้องโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด สันต์เอาเงินมาให้แต่วันเฉลิมยกให้เหน่งน้องชายเพื่อซื้อเสื้อผ้า ซื้อรองเท้าไปโรงเรียน

วันเฉลิมได้เจอหนูสมฤดีเป็นครั้งคราว เด็กหญิงยังมีน้ำใจต่อเขาเหมือนเดิมแบ่งปันขนมและของใช้มาให้เขาเสมอ พิพัฒน์กลายเป็นเพื่อนเล่นที่พ่อแม่ทั้งสองบ้านไว้ใจให้เด็กทั้งสองคบหากัน วันเฉลิมกันตัวเองออกมาห่าง พ่อแม่พิพัฒน์มองว่าวันเฉลิมไม่สมควรเป็นเพื่อนลูก เพราะฐานะต่างกัน ส่วนบ้านหนูสมฤดีปลูกฝังลูกเสมอว่าถ้าคบใครให้ดูที่จิตใจ

ชุด สามีของลำยงป่วยเป็นอัมพฤกษ์ทำงานไม่ได้ ลำยงกลุ้มใจเพราะต้องทำงานหนักคนเดียวแต่ก็ไม่เคยบ่น วันเฉลิมอาสาช่วยงานไปจ่ายของที่ตลาด จัดแผงขายกับข้าว และช่วยปลอกผลไม้ขาย วัน ๆ ของวันเฉลิมหมดไปกับการทำงาน ดูแลแม่ ดูแลน้อง ดูแลตาปอที่เลอะเลือนด้วยโรคความจำเสื่อม ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตสนุกสนานเฉกเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วไป วันเฉลิมอายุสิบห้าแล้ว ป่องชวนวันเฉลิมไปทำงานกับตนหลอกล่อว่าเป็นงานสบายได้เงินง่ายแต่วันเฉลิมปฏิเสธเพราะไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับงานทุจริต ลักขโมยคนอื่นกิน วันเฉลิมต้องพาแม่และน้องคนสุดท้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลเสมอ ป่องออกความคิดให้ทิ้งน้องเล็กไว้ที่โรงพยาบาลให้หมอดูแลไปเลยจะได้หมดภาระไปอย่างหนึ่ง แต่วันเฉลิมทำไม่ลง วันเฉลิมแบกภาระทุกอย่างไม่เห็นแก่เหนื่อย จนใคร ๆ ต่างพากันเวทนา ลำยงแช่งในใจให้ลำยองตาย ๆ ไปเสียทีจะได้หมดทุกข์หยุดสร้างเวรต่อใคร ๆ

ยายแลเครียด หาทางออกของความทุกข์ทรมานไม่ได้ตัดสินใจซื้อยาเบื่อหนูมา กะจะให้ลำยองกิน วันเฉลิมจะได้หมดเวรเสียที เอายาเบื่อหนูคลุกข้าวจะป้อนลำยองอยู่แล้ว แต่ลำยองเกิดมีสติสตังค์กลับคืนมาถามถึงลูก ยายแลเปลี่ยนใจฆ่าลำยองไม่ลง แต่บาปก็บังเกิด ตาปอกินข้าวคลุกยาเบื่อหนูนั่นเอง ตาปอทุรนทุรายและขาดใจตาย ส่วนลำยองก็วิกฤตช็อก และมาถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเช่นกัน ในนาทีสุดท้ายวันเฉลิมได้แต่ปลอบใจแม่ให้ลืมความเจ็บปวดทรมานด้วยการนึกถึงคุณพระ ลำยองขาดใจตายในอ้อมกอดของวันเฉลิม วันเฉลิมตัดสินใจบวชอีกครั้ง ยกบุญกุศลทั้งหมดให้แม่และตาปอ คนที่ดีใจที่สุดคือสันต์ ยายแลรับสารภาพกับสันต์ว่าตนเป็นคนคิดฆ่าลำยองเอง แต่ตาปอมารับเคราะห์แทน เณรมาเยี่ยมยายแลและปลดปล่อยบาปในใจยายแล เณรปลอบใจยายว่าต้นเหตุของความเดือดร้อนทั้งหมดคือตัวเณรเอง แต่ตาปอมารับเคราะห์แทน เณรต้องการที่จะบวชให้นานที่สุดเท่าทีจะนานได้ เณรชี้ทางสว่างให้ยายใช้ชีวิตบั้นปลายที่ยังเหลือยู่ปฏิบัติธรรม ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ และช่วยงานที่วัด ยายแลเห็นทางสว่างเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่และความสงบในชีวิต

อ้อย น้องสาวพิการทางสมองกลับมาอยู่บ้านเพราะอายุเลยเกณฑ์การได้อยู่โรงเรียนสอนคนปัญญาอ่อนซึ่งเทวีดิ้นรนพาไปฝากฝังหลายปีต่อมา อ้อยบ้าผู้ชายจนใคร ๆ พากันพูดว่านิสัยได้มาจากลำยอง อ้อยควบคุมตัวไม่ได้ ทุกคนก็ยุ่งจนไม่สามารถคุมได้ อ้อยเสียทีให้ผู้ชายทั้งฝูงจนตั้งท้อง ลำยงกับลำดวนรู้ความจริงก็สายเกินกว่าจะเอาเด็กออกเสียแล้วเมื่ออ้อยคลอดลูกจึงจับทำหมัน ลำดวนรับเด็กไปเลี้ยงจดทะเบียนเป็นพ่อแม่เด็กและตั้งใจว่าเมื่อรู้ประสาก็ต้องบอกความจริงให้เด็กรู้ว่าอ้อยคือแม่ที่แท้จริง

เหน่งตัดสินใจเรียนตัดเย็บเครื่องหนังเพราะสนใจและเทวีก็ให้คำแนะนำว่าควรจะเรียนสายอาชีพตามที่เหน่งถนัดและสนใจจริง ยายแลเป็นห่วงอ้อยเพราะดึกดื่นแล้วยังไม่กลับบ้านจึงออกไปตามหา ฝนตกพรำทั้งคืน ยายแลเปียกปอนกลับมาเป็นไข้จนซม ใคร ๆ ก็คิดว่าเป็นไข้ธรรมดา หายาให้กินพอประทัง ยายแลสิ้นใจด้วยอาการปอดบวม หลวงตาปิ่นมรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา

หนูสมฤดีกับพิพัฒน์เป็นแฟนกัน ดูเหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวง พิพัฒน์จะได้ไปเรียนต่อเมืองนอก ในปีต่อมาสมฤดีก็สอบได้ทุนและบินตามไปเรียนเมืองนอกเช่นกัน ส่วนวันเฉลิมก็ตั้งหน้าตั้งตาศึกษาพระธรรม ลำยงลุยหาตัวพ่อเด็กลูกอ้อย โดยใช้วิธีขู่เข็ญจึงหาเงินมาก้อนหนึ่งเป็นทุนเลี้ยงลูกอ้อยต่อไป เพราะแต่ละคนไม่มีใครยอมรับเป็นพ่อเด็กแต่กลัวความผิดฐานล่อลวง เทวีแนะนำให้จิตราน้องสาวคนที่สองของวันเฉลิมเรียนครู จิตราตั้งอกตั้งใจเรียนเต็มที่ เณรวันเฉลิมเมื่ออายุครบก็บวชเป็นพระ พระวันเฉลิมได้รับคำแนะนำจากหลวงพี่ที่วัดให้ไปเรียนต่อที่อินเดีย เมื่อสอบเปรียญเก้าได้นักธรรมเอกแล้ว พระวันเฉลิมจึงบินไปเรียนต่อที่ประเทศอินเดีย

ในอินเดีย พระวันเฉลิมได้พบสัจธรรมของชีวิตได้สัมผัสความทุกข์ยากของมนุษย์ได้เห็นความรวยที่สุด พร้อม ๆ กับความยากจนที่สุดจนพระเกิดปัญญาและพบว่า ความทุกข์ยากที่เขาได้ผจญมาและคิดว่ามันน่าสังเวชนักหนานั้น แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงผงธุลีเมื่อเที่ยบกับความทุกข์ทั้งมวลในโลกยากไร้ใบนี้ พระเดินทางกลับมาเมืองไทยกลับมาจำพรรษาที่วัดเดิมได้สองสัปดาห์ก็สึกออกมาเป็นฆราวาส

เหน่งมีกิจการเล็ก ๆ ของตัวเอง รับจ้างเจ็กฮวดเย็บกระเป๋าเพราะเขายังไม่มีทุนมากพอ จิตราเรียนจบแล้วสมัครไปเป็นครูอยู่ทางอีสานแล้วหายสาบสูญไม่มีใครได้ข่าวคราวอีกเลย อ้อยกลายเป็นโสเภณีอาชีพ มีความสุขในซ่อง เพราะอ้อยชอบทางนี้ โดยได้หนึ่งในผัวที่เคยพากันมาเป็นเจ้าของซ่องและแมงดา ลูกคนสุดท้องของเทวีตายเพราะรถคว่ำ คุณยายหนูสมฤดียังแข็งแรงเพราะสุขภาพดี วันเฉลิมแวะมาเยี่ยมและพูดคุยเป็นเพื่อนด้วยเสมอ วันเฉลิมได้ข่าวหนูสมฤดีบ้างและคิดว่าเธอคงติดใจเมืองนอกจนไม่อยากกลับเมืองไทยเสียแล้ว

เทวีออกความคิดให้วันเฉลิมเขียนตำราทางปรัชญาจากประสบการณ์ชีวิตที่เขาได้พบและสัมผัสมาจากอินเดีย หนังสือ สองฝั่งคงคา จึงเกิดขึ้น นอกจากเขียนหนังสือแล้ววันเฉลิมยังเป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยด้วย วันเฉลิมตัดสินใจไปเรียนต่ออเมริกา หางานทำและเรียนไปด้วยเพื่อให้ได้ปริญญาจะได้สามารถบรรจุเป็นข้าราชการได้

ที่อเมริกา ในอพาร์ทเม้นท์นักศึกษาไทย วันเฉลิมได้พบอภิชาติน้องชายร่วมมารดาโดยไม่คาดคิด อภิชาติมีปัญหาในชีวิตอย่างหนักจนต้องไปพึ่งเหล้า วันเฉลิมสร้างความไว้วางใจจนอภิชาติยอมเล่าปัญหาให้วันเฉลิมฟัง วันเฉลิมช่วยพูดจนอภิชาติได้คิดและมีกำลังใจที่จะต่อสู้ปัญหาด้วยการพิสูจน์ตัวเองให้คนที่สบประมาทเขาต้องยอมรับในความสำเร็จ เมื่อกลับมาเมืองไทยอภิชาติจึงได้รู้ความจริงว่าวันเฉลิมคือพี่ชายของเขา สายสัมพันธ์ที่ขาดหายไปเริ่มสานต่ออีกครั้งอภิชาติสำนึกบุญคุณวันเฉลิมจึงตอบแทนด้วยการช่วยเหลือน้อง ๆ ของวันเฉลิม เหน่งมีโอกาสเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องหนังของตัวเอง มีโอกาสวางขายในห้างดัง อภิชาติให้คนช่วยตามตัวจิตรากลับมาอย่างปลอดภัย หลังจากหายสาบสูญไปนาน อ้อยเข็ดขยาดกับการเป็นโสเภณี เพราะติดโรคงอมแงม อ้อยหันมาประกอบอาชีพใหม่คือทำไข่เค็ม เพราะอ้อยชอบกินไข่เค็ม

ก่อนกลับจากอเมริกา วันเฉลิมได้พบกับหนูสมฤดีเธอเป็นฝ่ายจำเขาได้และเข้ามาทักสมฤดีอกหักจากพิพัฒน์เพราะพิพัฒน์หลอกลวงเธอ สมฤดีเจ็บปวดจนไม่มีแก่ใจจะกลับเมืองไทยทั้งคู่ได้สานต่อความสัมพันธ์กันจนพัฒนากลายเป็นความรัก เมื่อเรียนจบวันเฉลิมกลับมาเมืองไทยกับสมฤดี ทั้งคู่ได้บรรจุเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างคณะกัน สมฤดีมั่นใจที่จะร่วมชีวิตกับชายหนุ่มผู้มีจิตใจมั่นคงแข็งแกร่งตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ติดตามชมความเข้มข้นของ ละครทองเนื้อเก้า ได้ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครทองเนื้อเก้า

รายชื่อนักแสดงนำ ในละคร ทองเนื้อเก้า

ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท สันต์
วรนุช ภิรมย์ภักดี รับบท ลำยอง
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงค์ รับบท แม่ปั้น
ญาณี ตราโมท รับบท พ่อสิน
ฉันทนา กิตติยานนท์ รับบท ยายแล
ชลิต เฟื่องอารมย์ รับบท ตาปอ
โชติรส แก้วพินิจ รับบท ลำยง
มะปราง วิรากานต์ รับบท ลำดวน
สมจิต จงจอหอ รับบท ชุด
ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ รับบท เสี่ยกวง
พิศาล อัครเศรณี รับบท กำนันเสือ
ธนากร โปษยานนท์ รับท เมืองเทพ
สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท หมอชด
อรรถพล เทศทะวงศ์ รับบท แป้ง
ณฉัตร จันทพันธ์ รับบท ป่อง
ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ รับบท ศรีวรรณ

ยัยบุญกับหมอทึ่ม

สัตวแพทย์จอมยียวน ปะทะ เจ้าของไร่สาวแสบ ใครจะแน่กว่ากัน
 
ทัชมา หรือ ทึ่ม สัตวแพทย์หนุ่มหล่อ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังถ่ายรูปกับเพื่อนในวันรับปริญญาอย่างมีความ สุข ผิดกับกำนันเถอะ ผู้เป็นพ่อที่ทั้งเสียหน้า และโกรธลูกชายตัวดีที่หลอกให้เขาหลงดีใจและไปป่าวประกาศทั่วตำบลว่า เรียนหมอรักษาคน แต่แท้จริงเรียนหมอรักษาสัตว์ ปารมี หรือลูกปลา น้องสาวทัชมาต้องปลอบให้พ่อใจเย็น ปารมีกำลังเรียนคหกรรมศาสตร์ปีสุดท้าย แม้พ่อจะไม่ชอบ แต่ปารมีก็อ้อนจนพ่อยอม ทัชมากลับไปอยู่บ้าน มีแป้นแล้น สาวประเภทสองวัยดึก สาวใช้เก่าแก่ของบ้านกำนันเถอะคอยดูแล และส่งตาหวานตลอดเวลา แต่ทัชมาเคยชินแล้วจึงไม่สะเทือนอะไร
 
กำนันเถอะกลับมาจากทำบุญที่วัดด้วยความอับอาย เพราะผู้คนต่างหัวเราะเยาะเขา กำนันเถอะโมโหที่ทัชมาไม่เห็นความหวังดี หลังจากภรรยาเสียชีวิตตั้งแต่ลูกยังเล็ก กำนันก็ดูแลลูกตามลำพัง คาดหวังว่าลูกจะได้ดีตามแนวที่ตนวางไว้ กำนันเถอะคิดดัดนิสัยทัชมาจึงไปที่ไร่สะท้านทรวง สระบุรี ขอให้บุญจิรา หรือ แม่บุญ เจ้าของไร่รับทัชมาทำงาน กำนันเถอะเป็นญาติห่าง ๆ กับแม่ของบุญจิรา และเคยทำงานที่ไร่ตั้งแต่รุ่นบุกเบิก แม้พ่อแม่บุญจิราจะเสียไปแล้ว แต่บุญจิราก็นับถือกำนันเหมือนญาติสนิท จึงตกลงรับทัชมา กำนันเถอะกลับมาบังคับให้ทัชมาไปเป็นโคบาลที่ไร่สะท้านทรวง  ทัชมาไม่อยากไป แต่ขัดไม่ได้ เพราะพ่ออ้างว่าทัชมาต้องใช้หนี้ที่พ่อส่งเรียน แป้นแล้นอยากไปด้วย แต่กำนันไม่ให้ไป
 
กำนันเถอะให้ไอ้จุก คนขับรถรับจ้างไปส่งที่ไร่ กำนันเคยมีบุญคุณกับไอ้จุก ไอ้จุกจึงไม่คิดเงิน แต่วันนี้ รถกระบะไม่อยู่ เขาเลยขับอีแต๋นไปส่งแทน ทัชมาแอบนินทาบุญจิราในใจว่าเป็นสาวแก่ เอาใจยาก แต่เมื่อได้พบตัวจริง ทัชมาตะลึง เพราะบุญจิรายังสาวและสวย แม้จะเป็นม่ายมีลูกถึงสามคนก็ตาม ทัชมาคิดว่าเธอคงมีสามีหลายเชื้อชาติ เพราะลูกที่เกิดมาหน้าตาไม่เหมือนกันเลย ไร่สะท้านทรวงกว้างใหญ่ มีทั้งฟาร์มโคนม คอกม้า โรงเรือนเพาะพันธุ์วัวชั้นดีส่งนอก และพื้นที่ทำการเกษตรแผนใหม่ บุญจิราให้ทัชมาทดลองงานที่ฟาร์มโคนมและเตือนให้เขาทำตามกฎของไร่อย่างเคร่ง ครัด
 
เช้าวันแรก ทัชมาเจอการรับน้องจากลูก ๆ (บุญธรรม) ของบุญจิรา นำโดยทอมมี่ ลูกชายคนโตเชื้อสายเยอรมัน คองโก ลูกชายคนรองเชื้อสายเคนย่า และเด็กหญิงลูกหมี ลูกสาวคนเล็กเชื้อสายเกาหลี ทั้งสามเกณฑ์ลูกคนงานในไร่มาเป็นกองทัพอินเดียแดงไปถล่มทัชมา อรชร สาวใช้ที่ดูแลเรือนใหญ่ของบุญจิราบอกว่าหากทัชมาเป็นผู้หญิงจะโดนรับน้อง ด้วยการทำผีหลอก
 
ในไร่สะท้านทรวง ส่วนที่เป็นบ้านพักคนงาน จะมีร้านค้า โรงอาหารสำหรับลูกจ้าง ร้านค้าแห่งเดียวในไร่เป็นของนางปีบ เมียตาผาน คนงานเก่าแก่ในไร่ ทุกเช้าทั้งคู่จะทะเลาะกันเสมอ โดยเฉพาะเมื่อตาผานดื่มเหล้าจะเห็นผู้ชายทุกคนเป็นชู้กับเมียตัวเอง เช้านี้ก็เช่นกัน ทัชมามาซื้อแปรงสีฟัน ก็ถูกตาผานหาว่าเป็นชู้กับนางปีบ จนเขาต้องกลับไปมือเปล่า
 
ด้านทรงศักดิ์ หรือเสี่ยซ้ง หนุ่มตี๋ลูกชายเสี่ยทรงเกียรติ เจ้าของโรงเก็บพืชพันธุ์ทางการเกษตรแห่งใหญ่มาตามจีบบุญจิรา และมีของกำนัลมาด้วยทุกครั้ง เด็ก ๆ ไม่ชอบทรงศักดิ์เลย เพราะรักและหวงแม่มาก ที่สำคัญทรงศักดิ์ขี้เหนียว และชอบกดขี่คนอ่อนแอกว่า จึงถูกเด็ก ๆ เรียกลับหลังว่า ตี๋แสบ ระหว่างที่ทรงศักดิ์คุยกับบุญจิรา เด็ก ๆ แอบยิงหนังสติ๊กใส่ทรงศักดิ์จนล้มด้วยความสะใจ และยอมให้แม่ลงโทษ ทัชมาเจอตาผานที่ฟาร์ม ตาผานหายเมาจำทัชมาไม่ได้จึงทักทายอย่างดี และพาทัชมาเดินดูรอบฟาร์มพร้อมเล่าสาเหตุที่ไม่เลี้ยงโคเนื้อ เพราะบุญจิราสงสารไม่อยากส่งพวกมันไปโรงฆ่าสัตว์ ทำให้ทัชมาประทับใจ ตกเย็น ทัชมากลับที่พักก็ถูกลูกดอกลอบทำร้าย แต่เขาหลบทัน เด็ก ๆ ไม่พอใจที่ทัชมาไม่ยอมลงให้ แถมยังพูดจาสั่งสอนพวกเขาอีก ทัชมารู้จากตาผานว่าเด็ก ๆ ต้องทดสอบทุกคนเพื่อความปลอดภัยของบุญจิราที่จะไม่ถูกใครทำร้ายและถูกหลอก แต่ทัชมาไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเด็ก ๆ
 
ทรงศักดิ์ขับรถมาหาบุญจิราอย่างเร็วจนเฉี่ยวทัชมาตกคูและไม่รับผิด ทัชมาจึงตอบโต้ด้วยถ้อยคำเจ็บแสบให้ทรงศักดิ์เจ็บใจ ด้านเด็ก ๆ วางแผนหลอกผีทัชมา แต่นำมาทดสอบกับทรงศักดิ์ จนเขาตกใจขับรถลอยไปติดบนรั้ว และจับไข้หัวโกร๋นผมร่วงหมดหัว เด็ก ๆ พอใจมากใช้แผนนี้กับทัชมา แต่ทัชมารู้ทันเอาคืนจนเด็ก ๆ จับไข้หัวโกร๋น เขาปีนบันไดขึ้นมาดูเด็ก ๆ เด็ก ๆ เจ็บใจผลักบันไดล้มจนทัชมาขาหักต้องเข้าเฝือกและนอนพักที่โรงพยาบาล บุญจิราขอโทษแทนลูก ๆ แต่ก็ย้ำว่าทัชมาไปหลอกผีเด็ก ๆ ก่อน
 
ด้านแป้นแล้นกับปารมีคิดถึงทัชมาจึงขอพ่อกำนันไปเยี่ยมทัชมา โดยบอกว่ากลัวทัชมาจะหอบลูกกลับมาหากไม่ไปเยี่ยม กำนันจึงยอม บุญจิราต้อนรับปารมีกับแป้นแล้นอย่างดี เพราะเธอรู้จักปารมีตั้งแต่เด็ก ๆ บุญจิราอนุญาตให้ปารมีและแป้นแล้นอยู่กี่วันก็ได้ หมอให้ทัชมากลับบ้านได้ เขาลากขาที่ยังใส่เฝือกไปซื้อของร้านนางปีบ ตาผานดื่มเหล้าเมาจำทัชมาไม่ได้จึงคว้ามีดไล่ฟันหาว่าเขาเป็นชู้ ทัชมาวิ่งหนีอย่างลืมตัว แต่กลายเป็นดี เพราะรุ่งเช้า เขาก็หายเป็นปกติกลับไปทำงาน ขณะที่คนงานล้างโรงเรือนเตรียมรับม้าเจ็บจากคอกนายเกริกพลที่โคราช เขามีอิทธิพลในกลุ่มนักพนันม้าแข่ง บุญจิรารับอนุบาลม้าพันธุ์ให้เกริกพล ตอนนี้ม้าสำคัญอย่างเด็ดดวงดารกา เจ็บหนัก ซึ่งถ้าม้าหมดประโยชน์จะถูกฆ่า เรียกว่าจบตำนานอย่างสมศักดิ์ศรี ทัชมาที่รู้เรื่องไม่เห็นด้วย
 
บุญจิราต้อนรับเกริกพลที่นั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมา เกริกพลคิดจะรวมคอกม้าน้อยใหญ่เป็นคอกเดียว และทำให้การแข่งม้าเป็นกีฬาระดับประเทศ เขาชวนบุญจิราร่วมหุ้น เพื่อไร่สะท้านทรวงจะเป็นแหล่งอนุบาลพันธุ์ม้า และสนามฝึกที่ใหญ่ที่สุด บุญจิราปฏิเสธแต่เกริกพลไม่ยอมแพ้ คิดรวบหัวรวบหางเธอเมื่อมีโอกาส เด็ก ๆ ไม่ชอบเกริกพลอย่างมากแต่ยังหาวิธีจัดการไม่ได้ ทัชมาดูแลและพูดคุยกับเด็ดดวงดารกาอย่างเพื่อน จนมันไว้ใจเขา แต่กลับตกใจกลัววิ่งหนีเตลิดไปเมื่อเห็นเกริกพล เกริกพลให้บุญจิราหามันให้พบเพื่อจะจบชีวิตมัน ทัชมาสงสัยว่าเกริกพลอาจทรมานสัตว์ แต่บุญจิราไม่เชื่อ
 
ทรงศักดิ์ล้อเลียนทอมมี่ว่าเป็นกะเทย และด่าเด็ก ๆ ว่าเป็นแค่เด็กที่บุญจิราเก็บมาเลี้ยง เด็ก ๆ โกรธมากต่อยทรงศักดิ์จนลงไปกอง ด้านปารมีเห็นว่าทัชมาหายดีจึงเตรียมตัวกลับ แต่บุญจิราชวนให้อยู่ฝึกงานช่วงปิดเทอม เพราะพนักงานธุรการเพิ่งลาออกไป ปารมีตกลงทันที ทำให้แป้นแล้นดีใจมาก ทัชมาพบเด็ดดวงดารกาที่ชายป่าก็ดีใจมากเข้าไปพูดคุยจนมันสงบลง ทัชมาแอบพามันกลับไปรักษาโดยไม่ให้บุญจิรารู้ ด้านเด็ก ๆ ไม่พอใจที่ทรงศักดิ์มาทานข้าวกับบุญจิรา จึงแกล้งเอาหมามุ่ยโรยขอบแก้วกาแฟ เมื่อทรงศักดิ์ดื่มเข้าไปก็คันจนปากเจ่อ เด็ก ๆ กลัวถูกลงโทษจึงหลบไปที่คอกม้า ลูกหมีอยากขี่ม้าแต่ปากแข็ง ทัชมาเห็นจึงแกล้งขี่เจ้าลิลลี่โชว์เด็ก ๆ ทำให้ลูกหมีไม่พอใจมาก บุญจิราโกรธมากเมื่อรู้ว่าทัชมาเจอเด็ดดวงดารกาแล้วไม่บอกเธอ ทัชมาขอเวลาพิสูจน์ความจริง บุญจิราไม่อยากมีปัญหากับเกริกพลจึงปฏิเสธ เด็ก ๆ ได้ยินว่าจะมีม้าถูกฆ่าก็แอบไปดู ทัชมาสอนให้เด็ก ๆ จับม้าด้วยความรัก เด็ก ๆ สงสารจึงขอไม่ให้แม่ฆ่าม้า บุญจิรายอมให้ทัชมาพิสูจน์ความจริง
 
เด็ก ๆ เอาขนมไปให้เด็ดดวงดารกา แต่ทัชมาห้ามไว้ เพราะกลัวม้าท้องเสีย เขาใช้โอกาสนี้ต่อรองให้เด็ก ๆ ทำตามคำสั่งเขาในการดูแลเด็ดดวงดารกา เด็ก ๆ ตกลงทันที บุญจิราไม่ยอมรับโทรศัพท์เกริกพลเพื่อถ่วงเวลา บุญจิราเดินทางไปรับเด็กหญิงมะลิ เด็กทารกขี้โรคมาเป็นลูกบุญธรรมอีกคน เด็ก ๆ ทั้งสามมาช่วยกันดูแลน้องอย่างดี ทัชมาแปลกใจที่บุญจิรามีลูกเพิ่มขึ้นอีก แต่ตอนนี้เขาสนใจเรื่องของเด็ดดวงดารกามากกว่า เพราะอาการของมันไม่ดีขึ้น ทัชมาตรวจอย่างละเอียดจนพบยาโด๊ป สารกระตุ้นที่มีอันตรายสูง เด็ดดวงดารกาถูกใช้ยาโด๊ปมานานจนกระดูกผุ กล้ามเนื้อตาย เกริกพลกลับมาที่ไร่อีกครั้ง ทัชมาจึงพาเด็ดดวงดารกาไปซ่อนบ้านตาผาน เกริกพลยืนยันจะมาอีกในวันรุ่งขึ้น เด็ก ๆ หาทางจัดการเกริกพล โดยใช้กระสุนดินเหนียวยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ จนเครื่องเสียการทรงตัวตกในป่าละเมาะ เกริกพลบาดเจ็บเลยแจ้งตำรวจด้วยความโมโห ตำรวจใช้สุนัขดมกลิ่น ทำให้เด็ก ๆ กลัวถูกจับ ทัชมาให้เด็ก ๆ อยู่ใกล้ไหปลาร้า จนสุนัขดมกลิ่นไม่เจอ เด็ก ๆ รอดตัว แต่ยังไม่ยอมรับทัชมา
 
ทัชมาให้ตาผานช่วยหาที่ซ่อนเด็ดดวงดารกาใหม่ ตาผานแนะให้ไปหลบที่ถ้ำหินปูนในป่า แต่ทัชมามีปัญหาการขนย้ายเด็ดดวงดารกา เด็ก ๆ มาช่วยทำรถลาก แต่ใช้ไม่ได้ผล ทั้งหมดจึงใช้แผนสองของคองโก เกริกพลกับทรงศักดิ์มาหาบุญจิราพร้อมกัน ทั้งสองพูดจาข่มกันจนเกริกพลลืมเรื่องม้า เด็ก ๆ แกล้งบอกว่ากำลังทำงานพิเศษล้างรถหาเงิน ทรงศักดิ์อยากเอาหน้าบุญจิราจึงให้เด็ก ๆ ล้างรถเขา ทัชมาจึงใช้รถขับพาเด็ดดวงดารกาเข้าป่า ก่อนจะเอารถกลับมาจอดในสภาพยับเยิน ทัชมาขอสัญญาจากเด็ก ๆ ว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่ซ่อนเด็ดดวงดารกา เด็ก ๆ ตกลงด้วยความเต็มใจ
 
เกริกพลหงุดหงิดที่ยังกำจัดเด็ดดวงดารกาไม่ได้จึงเรียกทวีผล ลูกน้องคนสนิทกลับจากอเมริกาหลังหนีคดีไปเป็นคนเก็บขี้ม้า เกริกพลให้ทวีผลแฝงตัวไปสืบข่าวและฆ่าม้า ขณะที่ทัชมาติดต่อนิธิ เพื่อนนักข่าวให้ช่วยหาข่าวเก่า ๆ เกี่ยวกับเกริกพลและการแข่งม้า มีทั้งข่าวเด็ดดวงดารกาชนะการแข่ง ข่าวนักธุรกิจชื่อดังหลายคนล้มละลาย ฆ่าตัวตายเพราะแพ้พนัน ผิดกับเกริกพลที่ร่ำรวยมหาศาลขึ้นมาแทน
 
เด็ก ๆ ทั้งสามพบว่ามีผู้บุกรุกจากกับดักที่วางไว้ จึงไปดู และพบทวีผลห้อยอยู่บนต้นไม้ ทวีผลแกล้งอ่อนข้อให้เด็ก ๆ จนเด็ก ๆ ถูกชะตาทวีผล ที่เรียกตัวเองว่า โคบาลนิกกี้ และอ้างตัวเป็นจ็อกกี้ที่เก่งมาก จนเด็ก ๆ รับทวีผลเข้าเป็นพวก เด็กหญิงมะลิป่วยกะทันหัน ทัชมากับบุญจิราจึงพาไปโรงพยาบาลหมอตรวจพบว่ามะลิเป็นไข้เลือดออกต้องถ่าย เลือด ทัชมาอาสาให้เลือดมะลิ ทำให้บุญจิราซึ้งใจ ด้านบุญปลึ้มเห็นทวีผลครั้งแรกก็หลงชอบ จึงหาที่นอนให้ทวีผลเพื่อรอพบบุญจิราวันรุ่งขึ้น ทวีผลหาโอกาสเดินสำรวจคอกม้า ตาผานส่งข่าวให้ทัชมารู้ ทัชมาจึงแอบสังเกตทวีผล ทวีผลแกล้งตามจีบปารมีเพื่อล้วงความลับของทัชมา และอาสาพาเด็ก ๆ ไปส่งโรงพยาบาล บุญจิราไม่ถูกชะตากับทวีผลแต่ก็ยอมรับเขาเข้าทำงาน วันต่อมาบุญจิราให้ทัชมามารับเธอกับมะลิกลับบ้าน แต่เด็ก ๆ ให้ทวีผลมารับแทน บุญจิราไม่พอใจที่ทวีผลขับรถผาดโผนทำให้เด็ก ๆ หลงผิดว่าเป็นสิ่งดีจึงตำหนิเขา ด้านทัชมาหาหลักฐานได้ว่ามีการฆ่าเด็ดดวงดารกาโดยเจตนา แต่เขายังไม่บอกบุญจิรา เพราะกลัวบุญจิราเข้าข้างเกริกพล เด็ก ๆ เกลียดทัชมามากขึ้น เพราะทวีผลคอยยุยง และสร้างวัฒนธรรมการใช้ชีวิตอย่างโคบาลสะท้านทรวง มีเด็ก ๆ ทั้งสามเป็นตัวตั้งตัวตี รวมถึงอรชร ปารมี แป้นแล้น และนางปีบที่หันมาแต่งตัวเป็นโคบาลสาว บุญปลึ้มที่พลอยปลื้มทวีผลไปด้วยจนหลงลืมดูแลมะลิ ทำให้ถูกบุญจิราตัดเงินเดือน
 
บุญจิราไม่พอใจที่ทวีผลสอนเด็ก ๆ ใช้ความรุนแรงแบบคาวบอยทำร้ายทัชมา จึงให้ทวีผลไปเป็นลูกน้องทัชมาช่วยงานที่คอกม้า ทัชมาสั่งให้ทวีผลโกยขี้ม้า ทวีผลจึงไปโอดครวญกับเด็ก ๆ เด็ก ๆ มาจัดการทัชมา แต่โดนทัชมาใช้งานแทน เขาว่าทายาทเจ้าของไร่ต้องเป็นงานทุกอย่าง บุญจิรารู้สิ่งที่ทัชมาทำก็สนับสนุนและสั่งให้เด็ก ๆ ไปทำงานกับทัชมาทุกวัน ทัชมาดัดนิสัยเด็ก ๆ โดยให้ทำงานทุกอย่างและกินข้าวพร้อมคนงาน ทวีผลทำผิดกฎเข้างานช้า จึงถูกทัชมาลงโทษให้งานล่วงเวลา ด้านแม่เปล่ง แม่ครัววัยหกสิบลาออกไปแต่งงาน บุญจิราจึงให้นางปีบมาเป็นแม่ครัว ทวีผลหลอกถามปารมีจนรู้ว่า ทุกเช้าทัชมากับตาผานเข้าไปในป่า ก็สงสัย ด้านลูกหมีนึกถึงเด็ดดวงดารกาขึ้นมาจึงชวนพี่ ๆ ไปดู ทวีผลแอบตามไป แต่ถูกเด็ก ๆ จับได้ ทวีผลทายผิดว่าเด็ก ๆ มาจับผีเสื้อ ทำให้ลูกหมีผิดหวังที่ทวีผลไม่เก่งอย่างที่คิด ทวีผลหลอกถามถึงม้าป่วยจากนางปีบจนเกือบรู้เรื่องแต่ตาผานมาพอดี เขาหมั่นไส้ทวีผลจึงแกล้งเมาหาว่าทวีผลเป็นชู้กับนางปีบและต่อยทวีผลจนสลบ
 
เหตุการณ์นี้ทำให้ลูกหมีผิดหวังในตัวทวีผลอีก และเริ่มผิดใจกับพี่ชายที่เข้าข้างทวีผล และดูถูกผู้หญิง ทั้งสามทะเลาะกันจนบุญจิราเริ่มหนักใจกับพฤติกรรมเด็ก ๆ ทัชมาปลอบใจบุญจิรา และบอกว่าสักวันเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้และเลิกเห่อคาวบอยไปเอง บุญจิรารู้สึกดีที่ได้พูดคุยกับทัชมา บุญจิราตั้งใจจะมอบลูกม้าตัวใหม่ให้เป็นของขวัญวันเกิดลูกหมี เธอขอให้ทัชมาช่วยฝึกลูกหมีให้พร้อมสำหรับดูแลม้า จากวันนั้น ทัชมาฝึกและให้ลูกหมีทำงานหนักขึ้น จนลูกหมีทนไม่ไหวขอให้ทวีผลท้าดวลกับทัชมา แต่ทวีผลปฏิเสธอ้างว่าเป็นวันพระ ทำให้ลูกหมีผิดหวังรุนแรง เด็ดดวงดารกาอาการดีขึ้น ทัชมาได้ข้อมูลว่าทวีผลเป็นคนของเกริกพล แต่ยังไม่มีหลักฐาน ทวีผลสะกดรอยตามทัชมาจนรู้ที่ซ่อนเด็ดดวงดารกา เกริกพลสั่งให้ทวีผลฆ่าม้าและทัชมาก่อนการแข่งนัดหน้า
 
เกริกพลจะจัดงานเปิดตัวยอดเยาวมาลย์ ม้าตัวใหม่ที่ไร่สะท้านทรวง บุญจิราจึงเชิญทรงศักดิ์มาเป็นกันชน ด้านทัชมาวางแผนเปิดโปงเกริกพลในงาน ขณะที่เด็ก ๆ ทะเลาะกันหนักขึ้น จนพี่ ๆ ไล่ลูกหมีออกจากบ้านโทษฐานที่ทำให้พวกเขาถูกบุญจิราดุที่จำคำพูดหยาบคายของ ทวีผลมาพูด ลูกหมีเสียใจหนีไปทันที บุญจิราเป็นห่วงขอให้ทัชมาช่วยตามหา ทัชมากับตาผานมั่นใจว่าลูกหมีไปหาเด็ดดวงดารกาเลยรีบตามไป ลูกหมีมาปรับทุกข์กับเด็ดดวงดารกา จึงพบทวีผลจะฆ่าเด็ดดวงดารกา เขาจะฆ่าลูกหมี แต่ทัชมากับตาผานมาช่วยไว้ทัน และต่อยทวีผลสลบไป ทั้งสองรีบพาลูกหมีและเด็ดดวงดารกากลับ เด็ก ๆ เริ่มยอมรับทัชมา ลูกหมีเล่าความเลวของทวีผลให้ทุกคนฟัง ปารมีกับแป้นแล้นถูกทวีผลจับไปในป่า ทัชมาจะตามไปช่วยและขอให้บุญจิราเตรียมงานเลี้ยงตามปกติ เด็ก ๆ  ตัดสินใจเข้าป่าไปช่วยปารมี ลูกหมีใช้ความสามารถในการแกะรอยจนพบปารมี แต่ก็ถูกทวีผลจับตัวไว้ ตาผานกับทัชมาที่ตามมาเผาว่านเพชรหลับเพื่อรมควันทวีผล แต่ลมพัดหวน จนทั้งคู่สลบไปและถูกทวีผลจับไว้
 
บุญจิราเป็นห่วงทุกคนจึงไปขอร้องเด็ดดวงดารกาให้ช่วยตามหาเด็ก ๆ เด็ดดวงดารกาทำเสียงเหมือนตอบรับก่อนวิ่งนำเข้าป่าไป ทวีผลเปิดโปงปูมหลังของเด็กทั้งสามที่บุญจิรารับเป็นลูกบุญธรรม ทำให้ทัชมารู้ความจริงและสงสารที่ทั้งสามเป็นเด็กกำพร้า ทวีผลยื่นคำขาดให้ทัชมาเอาม้ามาแลก และหันไปตบทอมมี่ที่ตะโกนด่าเขา ทัชมากับตาผานโมโหใช้หัวพุ่งใส่ทวีผลพร้อมกัน ทวีผลชักมีดมาสู้ แต่ถูกเด็ดดวงดารกาที่ตามมากระโจนใส่จนกระเด็นไปสลบ ทัชมาจับทวีผลไปขังที่คอกม้า
 
ใน งานเลี้ยง เกริกพลหลอกให้เสี่ยทรงเกียรติพนันม้า ทรงศักดิ์พยายามห้ามพ่อแต่ไม่เป็นผล   ขณะที่กำนันเถอะมาเยี่ยมทัชมากับปารมีพอดี เขาตามหาทัชมาไปจนถึงคอกม้า และได้ยินเสียงทวีผลร้องให้ช่วย ด้วยความใจดี กำนันเถอะจึงช่วยทวีผลจนตัวเองถูกจับไว้เอง ดีที่ตาผานมาช่วยไว้ได้ เกริกพลให้ลูกน้องฉีดยาโด๊ปให้ม้า โดยไม่รู้ว่าทัชมาแอบเปลี่ยนยาพวกนั้นแล้ว การแข่งขันม้าการกุศลเพื่อนำเงินสร้างชมรมอาชาช่วยม้าป่วยม้าพิการเริ่มขึ้น ระหว่างนั้น เสียงประทัดที่เด็ก ๆ วางไว้ทั่วสนามแข่งก็ดังขึ้นจนม้าตกใจวิ่งวุ่น จากนั้นเด็ดดวงดารกาก็ปรากฏตัว เด็ก ๆ ช่วยกันแฉความผิดของเกริกพล และยิงกระสุนดินเหนียวใส่ ทำให้เกริกพลโมโหควักปืนออกมายิง ทัชมากอดบุญจิราหลบกระสุน เด็ดดวงดารกาโดดทับเกริกพล ทวีผลจะเข้าช่วย แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ถูกตำรวจจับ ขณะที่เด็ดดวงดารกาโดนยิง ทัชมาช่วยเหลือจนมันรอดชีวิต ทัชมาปลอบใจบุญจิราที่ต้องเสียลูกค้ารายใหญ่อย่างเกริกพล แต่เขาสัญญาจะช่วยฟื้นฟูคอกอนุบาลม้าให้เป็นที่รู้จักในฐานะนักอนุรักษ์ ทัชมาจับมือบุญจิราให้กำลังใจ ทำให้เด็ก ๆ ที่แอบดูยิ้มพอใจ
 
เกริกพลประกันตัวเองออกมา แต่ก็ต้องหลบการตามฆ่าจากนักพนันที่เสียผลประโยชน์ ลูกหมีทำอาหารเช้าให้ทัชมา ทัชมาจำใจทานขนมปังและไข่ไหม้ เพราะไม่อยากให้ลูกหมีผิดหวัง กำนันเถอะบังคับให้ทัชมาไปทำงานเป็นผู้จัดการฟาร์มหมูที่พิจิตรของดวงสมร แม่ม่ายสามีตาย เพราะกำนันเถอะแอบชอบดวงสมร โดยไม่รู้ว่าดวงสมรชอบซื้อผู้ชายเป็นของว่าง และนางสนใจทัชมา  กำนันไปลาออกกับบุญจิราแทนทัชมา ทำให้บุญจิราน้อยใจ ทัชมาจึงรีบมาง้อและยืนยันกับบุญจิราว่าจะไม่ไปไหน จนกว่าเจ้าของไร่จะไล่ออก ลูกหมีที่แอบฟังอยู่ดีใจมาก และยอมเป็นสาวกคุณหมอทึ่มตลอดไป
 
เมื่อทัชมาปฏิเสธ กำนันเถอะก็ไม่ยอมแพ้ไปรับดวงสมรมาที่ไร่ ดวงสมรดูออกว่าทัชมารักบุญจิราจึงกันท่าและพยายามอ่อยทัชมา แต่ทัชมาไม่เล่นด้วย ขณะที่ทรงศักดิ์มาขอบคุณทัชมาที่ช่วยให้พ่อของเขาไม่ต้องเสียพนันม้า ทั้งคู่ตกลงเป็นเพื่อนกัน ทรงศักดิ์เห็นดวงสมรครั้งแรกก็สนใจ เด็ก ๆ ไม่ต้องการให้ทัชมาไปจึงแกล้งหลอกผี จนดวงสมรเป็นลมถูกส่งโรงพยาบาล กำนันตามไปดูแล แต่ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าทรงศักดิ์ดูแลดวงสมรอยู่แล้ว ด้านทัชมาตัดสินใจบอกรักและขอบุญจิราแต่งงาน บุญจิราตกลงแต่งงานด้วยความปลื้มใจ เธอบอกข่าวดีกับทัชมาเรื่องไร่สะท้านทรวงได้รับเลือกให้เป็นที่อนุบาลม้า แข่งจากคอกต่าง ๆ เพราะเรื่องเด็ดดวงดารกา ขณะที่ปารมีบอกกำนันเถอะเรื่องที่ทัชมาจะแต่งงานกับบุญจิรา ทำให้กำนันเถอะดีใจลืมเรื่องโกรธเคืองทัชมาทั้งหมด
 
ในวันแต่งงาน กำนันเถอะหอบสินสอดทองหมั้นมามากมายเพื่อให้เกียรติบุญจิรา ขณะที่เด็ดดวงดารกากลับมาเดินได้เป็นปกติ ทัชมากลายเป็นโคบาลประจำไร่สะท้านทรวงที่สงบสุขตลอดไป ติดตามชม ละครยัยบุญกับหมอทึ่ม

 

ครัวซองทำนองรัก

ซองฝันเห็นชายหนุ่มแปลกหน้า 3 คนมาขอให้ซองเลือกและแต่งงานด้วย ซองได้แต่แปลกใจ ป้าเอี้ยงบอกว่ามันน่าจะเป็นฝันบอกเหตุอะไรซักอย่าง ที่เวทีของร้านครัวซอง มากาเร็ต (เจนนิเฟอร์ คิ้ม) กำลังวาดลีลาเร้าร้อนสะกดตาเจ้าสัวซ่ง (ทศพล) แต่การโชว์ของมากาเร็ตครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะกดสายตาของเจ้าสัวได้เท่านั้น มันยังหยุดลมหายใจเจ้าสัวซ่งในชั่วเสี้ยวนาที หลังจากที่มากาเร็ตพลาดเหยียบชายกระโปรงตัวเองจนชุดเกราะอกหลุด เจ้าสัวซ่งเห็นมากาเร็ตน้อยเต็มตา อึ้ง ทึ่ง เสียว จนหัวใจวายตายคาที่ด้วยใบหน้าอิ่มเอม

วันต่อมาพินัยกรรมของเจ้าสัวซ่งถูกเปิด อาทิตย์และเสียวซ่านหวังว่าจะได้รับร้านครัวซองเป็นมรดก แต่ทั้งคู่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเจ้าสัวมอบร้านครัวซองให้กับ ลูกสาวของ ศักดา ลูกชายคนโต ซึ่งเป็นพี่ชายของอาทิตย์ ทนายหวางส่งนักสืบตามหาตัวซองทายาทของศักดาจนเจอ

ทำ ให้ทนายหวาง (ปุ๊-มนตรี) ต้องเปิดพินัยกรรมที่เจ้าสัวซ่งเคยเขียนไว้ว่า จะยกร้านครัวซองให้กับ ซอง (หนูนา) หลานสาวคนโตของตระกูล ซองไม่อยากรับมรดกที่ไม่ใช่ของตัว แต่ด้วยความที่ป้าเอี้ยงก่อหนี้สินจนรัดตัวแถมยังถูกเจ้าหนี้ยึดร้าน ยึดปู่สาก (สากที่ป้าเอี้ยงเชื่อว่ามีความวิเศษทุกครั้งที่กราบไหว้ และใช้ตำส้มตำ ป้าเอี้ยงจะเหมือนมีองค์มาลงทำให้ตำส้มตำได้รสเด็ดมาก) ซองไม่มีทางเลือกจำเป็นต้องยอมรับมรดก

แต่ซองก็ต้องตกที่นั่งลำบากอีกครั้งเมื่อทนายหวางแจ้งเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า ซองจะต้องเลือกแต่งงานกับหนึ่งในสามของหลานชายเพื่อนสนิทของเจ้าสัวซ่ง ภายใน 1 ปี ร้านครัวซองที่เป็นมรดกที่ซองได้รับมาจึงมาพร้อมกับเรื่องราวปวดหัวที่ซองจะ ต้องเผชิญตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะเลือกใคร ระหว่าง การัน (ก็อต-จิรายุ) หนุ่มนักธุรกิจ ฉลาด ปากร้าย , นที (ป็อป-พัชฌพัฒน์) เชฟหนุ่มนักเรียนนอก สุภาพ อบอุ่น และ เสียงศิลป์ (อลิน) ศิลปินผู้มีดนตรีในหัวใจ มรดกของซองจึงได้มาพร้อมความปวดหัว เรามาช่วยกันลุ้นว่าชายในฝันของซองจะเป็นใคร..? ติดตามชมเรื่องราวสนุกสนาน กุ๊กกิ๊ก น่ารักนี้ได้ใน ละครครัวซองทำนองรัก

นักแสดงละคร ครัวซองทำนองรัก

หนึ่งธิดา โสภณ   รับบท   ซอง
พิชฌพัฒน์ ตันทา   รับบท   นที
จิรายุ ตันตระกูล   รับบท   การัน
เจมส์ อลิน วี   รับบท   เสียงศิลป์
สุทธิพงษ์ วัฒนจัง   รับบท   อาทิตย์
มนตรี เจนอักษร   รับบท   ทนายหวา
จักรพันธ์ ตัณฑะสุวรรณ   รับบท   ผัดบวบ

ออฟฟิศพิชิตใจ

โกมินทร์ (ก้อง สหรัถ สังคปรีชา) และ วิภา (มาช่า วัฒนพานิช) คู่รักที่เป็นเจ้าของบริษัทขายสิ่งประดิษฐ์ไอเดียเก๋ที่แต่งงาน และช่วยกันสร้างบริษัทขึ้นมาทั้งสองคนอยู่กินกันมานาน จนกระทั่ง รักเริ่มจืดชืด ไร้ซึ่งความโรแมนติก และความตื่นเต้น ซึ่งบ่อยครั้งที่ทั้งคู่ทะเลาะกันทำให้ลูกน้องที่ออฟฟิศของตนต้องเจอเรื่องราวปวดหัวนี้ด้วย

โกมินทร์จึงคุยกับวิภาว่าแท้จริงแล้วชายหญิงแต่งงานอยู่กินด้วยกันนั้นมันเกิดจากอะไร เงินทอง หรือ ความรัก โกมินทร์บอกว่า เกิดจากเงินทอง วิภาบอกว่า เกิดจากความรัก ทั้งสองความคิดไม่เหมือนกันจึงท้าพิสูจน์กัน

ทั้งสองเลือก ตาน้ำ (กาย รัชชานนท์ สุขประกอบ) ซึ่งเป็นหลานของวิภา และเป็นพนักงานในบริษัทและ มัทรี (น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์) พนักงานในบริษัทอีกคนให้เป็นตัวแทนของตัวเอง (หนุ่มสาวทั้งสองไม่รู้ตัวเลย) โดยแอบบงการเจ้ากี้เจ้าการอยู่เบื้องหลังให้ทั้งสองรักกันให้ได้

โดยโกมินทร์พยายามให้รักกันด้วยเงิน ส่วนวิภาต้องการให้รักกันเพราะเกิดจากหัวใจ เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้นในซิทคอม ออฟฟิศพิชิตใจ ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 22.30 – 23.45 น. ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ละครออฟฟิศพิชิตใจ

คุณชายรณพีร์

คุณชายรณพีร์บุตรชายคนสุดท้องซึ่ง เกิดจากมารดาผู้เป็นหม่อมเอก กำลังเดือดร้อนใจเมื่อหม่อมเอียดยื่นคำขาดว่าจะต้องแต่งงานกับ ม.ล.วิไลรัมภาเท่านั้น เพราะไม่อยากให้หลานชายที่เนื้อหอมหว่านเสน่ห์สาวจนทั่วเมืองอย่างที่เป็น อยู่ และเพื่อให้บรรลุพระประสงค์ของหม่อมเจ้าวิชชากร ที่ต้องการสะใภ้เทวพรหมสักคนหนึ่ง แต่รณพีร์ก็ไม่ยอมง่าย ๆ เพราะคิดเสมอว่าพี่ชายทุกคนพบรักแท้โดยหลีกเลี่ยงการคลุมถุงชนได้ เขาเองก็ต้องการที่จะตามหารักแท้ให้กับหัวใจเหมือนกัน

และแล้ววาสนาโชคชะตาก็ได้นำพาให้ เพียงขวัญ ดาราสาวตกลงมาสู่อ้อมกอดของ ม.ร.ว.รณพีร์ หนุ่มนักบินผู้สูงศักดิ์ จากอุบัติเหตุในกองถ่ายทำภาพยนตร์ รักแรกพบจึงเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน รณพีร์ตกหลุมรักเพียงขวัญทันที แต่ในที่สุดก็เธอคือคนเดียวกันกับดาราดาวรุ่งที่มีข่าวฉาว กับผู้กำกับฯ ชนะและยอดยศเพื่อนรัก ยอดยศกำลังคลั่งไคล้จนถึงกับตีจากพิมพรรณคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานด้วย อย่างไม่ยุติธรรม ทำให้ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อดาราสาวเปลี่ยนเป็นเดียดฉันท์ทันที ถึงแม้เพียงขวัญจะขอบคุณที่เขามาช่วยชีวิตเธอไว้ได้

รณพีร์จึงรีบนำเรื่องนี้ไปเตือนเพียงขวัญ แต่เธอกลับไม่เชื่อ และทำท่ารังเกียจเขาจนออกนอกหน้า และยังมีนายอัทธ์ หนุ่มหน้าตาดี มาตามรับ-ส่งอีก ทำให้รณพีร์ผู้ที่ไม่เคยถูกผู้หญิงหมางเมิน ถึงกับอารมณ์เสียเพราะนึกไม่ถึงว่าเพียงขวัญจะไม่สนใจไยดีเขาถึงเพียงนี้ แต่เขากลับเป็นห่วงหญิงสาว จึงขับรถตามเธอไปห่าง ๆ ตลอดวันเพื่อดูสถานการณ์ แต่ก็พลาดจนได้เมื่อเจอกับวิไลรัมภาลากตัวไปที่อื่น และคลาดสายตาจนเพียงขวัญถูกจับตัวไปรณพีร์ตามไปช่วยทัน ทำให้เพียงขวัญรู้สึกซาบซึ้งและเสียใจที่ไม่เชื่อเขาแต่แรก จนเกือบเสียท่าเสี่ยเพ้ง ทำให้สองคนได้เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

รณพีร์เข้ามาคลุกคลีกับครอบครัวของเพียงขวัญ ด้วยการโกหกว่าตนเป็นลูกชาวสวนยากจนมาจากบ้านนอก ท่ามกลางความไม่พอใจของบุหลันน้าแท้ ๆ ของเพียงขวัญที่ปากร้ายและมักพูดจาดูถูกเพียงขวัญเรื่องสักวันหนึ่งจะต้องตก เป็นเมียน้อย และท้องไม่มีพ่อ หัวใจเพียงขวัญเหมือนถูกสาป เมื่อยิ่งรู้ความจริง ม.ร.ว.รณพีร์กับม.ล.วิไลรัมภา เป็นคู่หมายกันและกำลังจะมีงานมงคลเกิดขึ้น รณพีร์รู้สึกเสียใจอย่างมาก ที่เขากลายเป็นคนที่เพียงขวัญเกลียดชัง เขาถูกตัดสัมพันธ์ทันที อีกทั้งหม่อมเอียดก็ได้มัดมือชก หาฤกษ์ยามกับทางฝ่ายหญิงจนเป็นมั่นเหมาะ และให้เลิกคบหากับดาราสาวทันที

รณพีร์จึงหลบเลี่ยงด้วยการไปอยู่ที่กองบินตั้งแต่วันนั้น รณพีร์ใช้ความพยายามในการง้อและปรับความเข้าใจ แต่ทุกอย่างก็ไร้ผล เพราะสิ่งที่เขากระทำเหมือนไม่ให้เกียรติเธอและกระทบใจเธอมากเพราะอดุลย์พ่อ ของเธอก็หลอกลวงแม่เรื่องมีครอบครัวอยู่แล้ว ทำให้เธอเกลียดชังพ่อตัวเองมาก น้าบุหลันเองก็ถูกสามีทอดทิ้งจนต้องเลี้ยงประณตตามลำพัง แต่รณพีร์ก็ไม่เลิกความพยายาม เขาหมั่นไปหาเธอ ถึงแม้จะเจอกับความเย็นชาและยังมีนายอัทธ์ที่คอยขัดขวางอย่างจริงจัง แต่เขาก็ไม่ท้อเพราะอย่างน้อยเขาก็รับรู้ได้ว่า ในใจเพียงขวัญมีเขาเพียงคนเดียว และเธอก็รักเขาด้วยใจไม่เกี่ยวกับฐานันดรศักดิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีกำลังใจฝ่าฟันม่านประเพณีเพื่อเธอ

ฝ่ายหม่อมเอียดทนไม่ได้ ที่รณพีร์จะคว้าดาราหนังชื่อเสียงอัปยศ มาเป็นสะใภ้จุฑาเทพคนสุดท้าย นางจึงไปหาเพียงขวัญที่กองถ่ายยื่นคำขาด พร้อมกับเงินก้อนใหญ่ให้เลิกรากับรณพีร์ เพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรีความดีงาม สิ่งที่คลางแคลงใจของรณพีร์ก็จางหายไปเมื่ออัทธ์เป็นแค่พี่ชายไม่ใช่คู่รัก การที่เพียงขวัญกุเรื่องการแต่งงานก็เพียงเพราะต้องการให้เขาเลิกราตามที่ หม่อมเอียดขอร้องเธอเท่านั้น เมื่อรณพีร์ออกจากโรงพยาบาล เขาจึงขอเพียงขวัญเป็นพยาบาลดูแลเขา ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่รักษาต่อ ทำให้หม่อมเอียดต้องเลยตามเลยให้เพียงขวัญมาอยู่ที่วังจุฑาเทพ

เรื่องราวเลวร้ายกลับกลายเป็นดี เพราะเพียงขวัญได้พิสูจน์ถึงความดีงามให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ถึงแม้เธอจะได้รับ ความกดดันมากมายเพียงใด ก็ไม่ได้ทำให้เธอต้องทำร้ายใครต่อใคร เหมือนวิไลรัมภาที่อยู่ในตระกูลสูงแต่จิตใจกลับต้อยต่ำ ทำให้หม่อมย่าทั้งสองแห่งจุฑาเทพ เข้าใจอย่างถ่องแท้ในใจแล้วว่าเกียรติยศ ฐานันดรศักดิ์ใด ๆ ก็มิสู้ความดี ที่ต้องมีไว้ประจำกายและประจำใจที่ใคร ๆ ก็มีอาจฉุดรั้งให้ตกต่ำลงได้

และด้วยเหตุการณ์นี้เอง นภาเริ่มใจอ่อนกับอดุลย์พ่อม่าย ที่ไม่เคยลืมความรักกับนางรำ ที่สวยที่สุดคนนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน ทั้งสองเริ่มรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ อัทธ์เริ่มจีบจันทน์กระพ้ออย่างเป็นจริงเป็นจัง บุหลันเองก็สารภาพออกมาว่าที่เธอปากร้ายกับเพียงขวัญ ก็เพราะไม่ต้องการให้เพียงขวัญถูกผู้ชายหลอกเหมือนนภาและตนเอง ผู้กำกับชนะ แม้ถูกเสี่ยแห้งไล่ออกไม่ให้ทำหนัง รณพีร์ก็หานายทุนใหม่มาให้ชนะจนได้ ศักดาลูกเจ้าตัวใหญ่ เห็นอุปกรณ์สลิงของชนะ เป็นนวัตกรรมที่มีอนาคต เขาผลักดันให้ชนะสร้างหนังต่อจนเสร็จ ชนะกลายเป็นผู้กำกับคนดังไปทันที

ความรักของ ม.ร.ว.รณพีร์ สิงห์หนุ่มคนสุดท้องของจุฑาเทพ ก็ปิดฉากลงด้วยความรักและความเข้าใจ ท่ามกลางความอบอุ่น ของพี่ชายและพี่สะใภ้ ต่อมาไม่นานพวกเขาก็ได้ผลิตทายาทแข่งขันกันอย่างไม่น้อยหน้า ทุกคนมองเด็กชายทั้งห้าคนอย่างปลื้มใจ เหมือนได้ย้อนอดีตกลับไปวันเก่า ๆ ที่พวกเขาได้มาเป็นพี่น้องที่รักกันแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง และพวกเด็ก ๆ ก็คงจะเป็นห้าสิงห์แห่งจุฑาเทพรุ่นต่อไปที่จะไม่มีวันทิ้งกันแน่นอน ติดตามชม ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรณพีร์ ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรณพีร์

นักแสดงละคร คุณชายรณพีร์

เจมส์ มาร์ รับบท รณพีร์
ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง รับบท เพียงขวัญ
จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบท หม่อมเอียด
ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ย่าอ่อน
อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ รับบท พ่อเลี้ยงอดุลย์
ฐากูร การทิพย์ รับบท อัทธ์
สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบท จันทน์กระพ้อ
ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นภา
มนัสวิน นันทเสน รับบท ชนะ
พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยาย
อริศรา วงษ์ชาลี รับบท บุหลัน
ศศิเดช ศศิประภา รับบท ประณต
กนกร ใจชื่น รับบท บงกช
ศานติ ศันติเวชกุล รับบท เสี่ยเพ้ง
เมธัส รัตนวารีสิน รับบท ยอดยศ
ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ รับบท พิมพรรณ
ปาลิดา คุ้มวงศ์ดี รับบท ไฮไล
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา รับบท ม.ล.วิไลรัมภา
จักริน ภูริพัฒน์ รับบท ขันติ
วริศ ลิ่มอติบูลย์ รับบท กำพล
สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท ศักดา
พาที สารสิน รับบท จ่าละไม
ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท เดชคำแหง
ฐานุพงศ์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ รับบท ถนอม
ณัฐนี สิทธิสมาน รับบท สมศรี
กรินทร์ อารีรักษ์ รับบท สมบุญ
อุษณีย์ พึ่งป่า รับบท แจ๋ว
โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบท คุณนายทองสุข
ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท คุณนายมิ่ง
ศิรินุช เพ็ชรอุไร รับบท คุณนายสดใส

คุณชายรัชชานนท์

เมื่อ ม.ร.ว.รัชชานนท์ จุฑาเทพ หรือคุณชายเล็ก หนีการดูตัวที่หม่อมย่าเอียดต้องการจับคู่กับ ม.ล.ศินีนุช เทวพรหม เพื่อทำตามพระประสงค์ของหม่อมเจ้าวิชชากรที่ต้องการดองกับเทวพรหมให้จงได้ รัชชานนท์จึงร่วมวางแผนกับรณพีร์ น้องชายคู่หูคู่เที่ยว หนีการดูตัวกับศินีนุชได้อย่างเฉียดฉิว โดยรีบหนีไปรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิศวกรรมโยธาประจำที่จังหวัดหนองคายและออก เดินทางไปโดยไม่บอกใคร การไปของรัชชานนท์ทำให้ทุกคนที่วังจุฑาเทพวุ่นวายกันไปหมด
 
ที่หนองคายรัชชานนท์ได้ช่วยจันทา สาวบ้านป่าลูกสาวของพรานเจ้ยจากการข่มเหงของทหารเวียงพูคำ รัชชานนท์เป็นขาลุยชอบเดินป่าถ่ายรูปจึงขอให้พรานเจ้ยนำทางเที่ยวในป่า โดยมีจันทาร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งไม่ได้รู้เลยว่าการเดินทางเข้าป่าครั้งนี้ทำให้ชีวิตของรัชชานนท์ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อต้องเจอกับกลุ่มทหารเวียงพูคำตามมาแก้แค้น ทั้งจันทาและรัชชานนท์ถูกยิงบาดเจ็บ ส่วนพรานเจ้ยปกป้องลูกสาวจนตัวตาย แต่ก่อนหน้านั้นได้ให้สร้อยรูปพระจันทร์แก่จันทาไว้ตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง ของเธอรัชชานนท์และจันทารอดชีวิตเพราะได้สร้อยสาวบ้านป่าลึกลับและ จ่อย เพื่อนคู่หูได้ช่วยไว้
 
สร้อยกับจ่อยช่วยกันพารัชชานนท์กับจันทาเข้ามารักษาตัวอยู่ที่หมู่บ้านวลาหก ซึ่งเป็นหมู่บ้านลี้ภัยของชาวเวียงพูคำ สร้อยค้นพบว่ารัชชานนท์คือคนในคำทำนายของแม่เฒ่าที่จะมาทำลายมนต์หมอกที่ปก ป้องหมู่บ้านวลาหกให้เสื่อมคลาย จึงพยายามจะกำจัดรัชชานนท์ออกไปแต่ก็ไม่สำเร็จ อีกทั้งพ่อใหญ่ พ่อของสร้อยและเป็นผู้นำหมู่บ้านได้สั่งไว้ให้ดูแลรัชชานนท์จนกว่าจะถึงเวลา เพราะรัชชานนท์จะเป็นผู้นำของสำคัญกลับมาสู่ชาวเวียงพูคำ สร้อยทำอะไรไม่ได้เพราะไกรสรและแฮรี่มือขวาของพ่อใหญ่ต่างเห็นชอบในทางเดียว กัน
 
รณพีร์กับชัชวีร์มาหารัชชานนท์ที่หนองคายจึงรู้ว่า รัชชานนท์หายเข้าไปในป่า เรื่องรู้ถึงวังจุฑาเทพธราธรและพุฒิภัทรจึงต้องไปช่วยตามรัชชานนท์ในป่า โดยศินีนุชขอตามไปด้วย ด้วยการสนับสนุนอย่างดีจากย่าอ่อน และการบีบคั้นจากคุณหญิงดารณีนุช ทำให้หม่อมเอียดต้องออกปากให้หลานชายพาศินีนุชไปด้วย รณพีร์กับชัชวีร์ไม่ยอมรอพวกพี่ชาย ออกเดินทางไปก่อนโดยได้พรานเกิ้นพรานป่าปลดระวางพาไป
 
แม่เฒ่ารักษารัชชานนท์กับจันทาจนหายดี รัชชานนท์รู้สึกผิดที่ได้พาจันทาเข้าป่ามาแล้วทำให้ต้องสูญเสียพ่อไป และทำให้เธอต้องขาดที่พึ่งพิง จึงตัดสินใจขอจันทาแต่งงานและรับปากจะพาไปอยู่ที่พระนครด้วย จันทารู้สึกตัวเองต่ำต้อยไม่กล้าจะรับปากแต่ใจจริงก็เอนเอียงไปแล้ว
 
แต่แล้วเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป เมื่อสร้อยกลุ้มใจเรื่องที่พ่อใหญ่ต้องการให้เธอออกจากหมู่บ้านไปพร้อมกับ รัชชานนท์ เมื่อรู้ว่าอีกไม่นานพวกทหารเวียงจะต้องตามมาถึงหมู่บ้านวลาหก นายพลเซกองได้โค่นบังลังก์เจ้าหลวงสุริยวงศ์เมื่อสิบห้าปีก่อน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ ชาวเวียงพูคำต่างพากันอพยพข้ามมาไทย นายพลเซกองจอมเผด็จการได้สั่งให้พวกทหารเวียงตามจับตัวกลับไปเพื่อไม่ให้รวม กลุ่มเป็นกองกำลังกู้ชาติ พ่อใหญ่ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่จงรักภักดีต่อเจ้าหลวง จึงเป็นเป้าหมายให้ทหารเวียงคอยเล่นงาน
 
สร้อยไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อใหญ่จึงต้องผลักไสไล่ส่งให้เธอไปด้วย เธอจึงขึ้นไปหารัชชานนท์ที่เรือนเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ รัชชานนท์เห็นใจสร้อยจนเผลอไผลกอดปลอบใจสร้อย ไกรสรและแฮรี่มาพบทั้งสองใกล้ชิดกันในที่รโหฐานกลางดึก เห็นว่าทั้งคู่ทำเรื่องผิดผีเข้าแล้ว พ่อใหญ่จึงตัดสินให้ทั้งคู่แต่งงานกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มิฉะนั้นเขาก็ต้องถูกลงโทษถึงแก่ชีวิตทีเดียว พิธีถูกจัดขึ้นอย่างดีตามประเพณีทำให้จันทาเสียใจมาก รัชชานนท์จึงขอให้จันทามาเป็นน้องสาวเพื่อเขาจะได้ดูแลเธอไปตลอดชีวิต
 
ในที่สุดธราธรกับพุฒิภัทรก็มาสมทบกับรณพีร์และชัชวีร์ โดยมีศินีนุชเป็นภาระให้การเดินป่าเป็นไปอย่างทุลักทุเล ธราธรจึงต้องสั่งให้ศินีนุชรออยู่ที่แคมป์ แล้วทั้งสี่ก็เดินทางค้นหาจนเจอเข้ากับรัชชานนท์พี่น้องเจอกันดีใจมากแต่ก็ ต้องช็อกเมื่อรู้ว่า รัชชานนท์แต่งงานแล้ว ยังดีที่ศินีนุชว่าที่คู่หมั้นรัชชานนท์รอพวกเขาที่แคมป์ชายป่าไม่อย่างนั้น คงเกิดเรื่องใหญ่ สร้อยโกรธเมื่อรู้เรื่องรัชชานนท์มีคู่หมายอยู่แล้วจนชัชวีร์ต้องมาทำความ เข้าใจกับสร้อยให้ปิดบังเรื่องแต่งงานจนกว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯ เพราะกลัวศินีนุชจะโวยวายทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตได้
 
เมื่อถึงเวลาพ่อใหญ่สั่งให้สร้อยไปอยู่กรุงเทพฯ กับรัชชานนท์ โดยมีภารกิจต้องตามหาเจ้ารังสิมันต์เจ้าชายรัชทายาทให้เจอ พร้อมกับให้จ่อยไปตามดูแลด้วย จ่อยกล่อมจนจันทายอมไปด้วย ก่อนกลับรัชชานนท์ได้จดทะเบียนสมรสกับสร้อยกันเหนียวไว้เพื่อไม่ให้หม่อม เอียดบิดพลิ้วไล่สร้อยไป และทันทีที่หม่อมเอียดกับย่าอ่อนรู้เรื่องก็ลมแทบจับ ต่างผิดหวังที่ไม่สามารถจับคู่ให้หลานได้เสียที
 
หม่อมเอียดยังเมตตาให้โอกาสสร้อยหนึ่งเดือนที่จะทำตัวให้เป็นแม่ศรีเรือน เพราะสร้อยไม่มีคุณสมบัติทั้งกิริยาและการเรือน เพราะเป็นสาวชาวป่า สร้างความรังเกียจให้ย่าอ่อนอย่างมาก จึงมีการทดสอบให้สร้อยทำอาหารที่คิดว่าอร่อยที่สุดให้ชิม สร้อยจึงเลือกทำข้าวต้มมัดแต่เหล่าคุณชายไม่มั่นใจจึงนำขนมจากร้าน ม.ล.เกษรา มาสับเปลี่ยนให้ย่าทั้งสองชิมจนพอใจ แต่เมื่อสร้อยรู้ความจริงก็ไปสารภาพว่าไม่ใช่ฝีมือของตนเอง ทำให้ย่าทั้งสองได้เห็นว่าอย่างน้อยสร้อยก็มีความซื่อสัตย์และคาดโทษเหล่า คุณชายที่ทำเรื่องแบบนี้ขึ้น
 
พอดีรัชชานนท์ได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการประท้วงครั้งใหญ่ของราช อาณาจักรเวียงพูคำที่มีนายพลเซกองกุมอำนาจปกครองอยู่ และปกครองแบบเอารัดเอาเปรียบจนชาวบ้านต้องการฟื้นฟูระบอบเดิมที่เคยมีเจ้า หลวงสุริยวงศ์ปกครอง เซกองจึงบุกไปที่หมู่บ้านจับตัวเจ้าหลวงสุริยวงศ์มาขังไว้ที่เวียงพูคำ ทำให้รัชชานนท์ตกใจเพราะเมื่อเห็นภาพของเจ้าหลวงสุริยวงศ์เป็นคนเดียวกับพ่อ ใหญ่ ดังนั้นสร้อยจึงต้องเป็นเจ้าหญิงสร้อยฟ้าแห่งราชอาณาจักรเวียงพูคำที่เขาเคย ได้ยินชื่อนั่นเอง แต่เขาก็ปิดเป็นความลับเพราะเกรงว่าสร้อยจะวู่วามหนีกลับไปช่วยพ่อเสียก่อน
 
ต่อมาได้มีการจัดเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการยูเนสโกเพื่อหาทางแก้ปัญหากรณีประท้วง ของราชอาณาจักรเวียงพูคำ รัชชานนท์พยายามปิดบังเรื่องนี้กับสร้อยแต่ไม่สำเร็จ สร้อยจึงร่วมอยู่ด้วยในฐานะพลเมืองของเวียงพูคำ ในงานเลี้ยงนี้เองสร้อยก็ทำให้ทุกคนทึ่งในความสามารถจากความคิดว่าเธอเป็น เพียงสาวชาวป่าไร้การศึกษา แต่เธอกลับต้อนรับพูดคุยกับคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีต่างประเทศด้วยภาษา อังกฤษ และภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา สร้อยซักถามการเมืองเกี่ยวกับประเทศของเธอและรู้ว่าจะมีการเดินทางไปเจรจาใน เร็ว ๆ นี้เพื่อคลี่คลายด้วย สร้อยดีใจมาก
 
แต่แล้วเรื่องราวไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกเมื่อความจริงเปิดเผยว่า ม.ล.ชัชวีร์ เทวพรหม แท้จริงแล้วเป็นเจ้าชายรังสิมันตุ์ที่หายสาบสูญไปเมื่อ 18 ปีก่อน หลังจากเจ้าส่องดาวถูกไล่ล่าจึงนำโอรสมาฝากไว้กับ ม.ร.ว.อนุพันธ์ ที่เป็นพระสหาย จึงเลี้ยงรับไว้เป็นลูกอีกคน เมื่อเรื่องราวกระจ่างทำให้ ม.ล.ชัชวีร์ สำนึกในหน้าที่ที่ต้องกลับไปกู้บัลลังก์และช่วยพระบิดาที่ถูกจับไว้ด้วย เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วคุณชายรัชชานนท์จึงเปิดเผยเรื่องที่ตนเองรู้ว่า สร้อยก็คือเจ้าหญิงสร้อยฟ้าพระขนิษฐาของเจ้าชายรังสิมันตุ์ ซึ่งสร้อยเองก็ไม่เคยรู้ฐานะตัวเองมาก่อนทำให้สองพี่น้องได้พบหน้ากันเป็น ครั้งแรก
 
คุณชายทั้งสามยกเว้นคุณชายปวรรุจที่ไม่อยู่จึงตกลงใจที่ร่วมกันช่วย ม.ล.ชัชวีร์ กู้บัลลังก์คืนมาให้ได้ ทั้งหมดจึงเดินทางไปที่เวียงหูคำพร้อมกับคณะยูเนสโก แต่ปรากฏว่าถึงสนามบินถูกทหารดักจับตัวทุกคนไป ยกเว้นเจ้าหน้าที่ยูเนสโกเท่านั้น ทำให้รัชชานนท์ใช้โอกาสอันน้อยนิดสารภาพรักกับเจ้าหญิงสร้อยฟ้า เพราะไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน และทั้งคู่ก็ยอมรับในความรักที่มีต่อกันอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก
 
แต่แล้วคนที่จับมากลับเป็นคนของคุณชายปวรรุจ เพราะเขารู้จากเจ้าหน้าที่พูดว่ามีคนแจ้งให้เซกองรู้ตัวแล้วว่าเจ้าชาย รังสิมันตุ์ได้เดินทางเข้าไปเวียงพูคำ เขาจึงออกอุบายจับตัวทุกคนมาในที่ปลอดภัยก่อนแล้วค่อยหาจังหวะเข้าไปใหม่ และแล้วการประท้วงครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น เหล่าคุณชายได้ช่วยกันกู้บัลลังก็ให้กับ ม.ล.ชัชวีร์ จนสำเร็จ ทั้งสองคนได้รับสถาปนาเป็นเจ้าชายรังสิมันตุ์และเจ้าหญิงสร้อยฟ้าอย่างสม เกียรติ แต่ก็ทำให้รัชชานนท์รู้สึกตัวเองต่ำต้อยขึ้นมาทันที พอเมามายก็ฉีกทะเบียนสมรสต่อหน้า และหนีกลับไปอย่างเงียบ ๆ ทำให้เจ้าสร้อยฟ้าเสียกำลังใจอย่างมาก
 
สองเดือนต่อมา เจ้าสร้อยฟ้าลาออกจากตำแหน่งเจ้าหญิงและได้กลับมาหาคุณชายรัชชานนท์พร้อมกับ ทะเบียนสมรสที่คัดสำเนามาใหม่ และจะขออยู่กันคุณชายรัชชานนท์ตลอดไป ทำให้ย่าเอียดและย่าอ่อนที่เพิ่งรู้เรื่องว่าที่แท้สร้อยสาวชาวป่ากลับกลาย เป็นเจ้าหญิงสูงศักดิ์จนหลานชายตัวเองแทบเอื้อมไม่ถึง ถ้าเธอไม่สละตำแหน่งลงมาครองคู่ ทำให้ย่าเอียดกับย่าอ่อนนับถือในความรักของเจ้าหญิงชาวป่าที่เคยดูถูกไว้ อย่างหมดใจ ทั้งคู่จึงได้แต่งงานครองคู่กันอย่างมีความสุขติดตามชม ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2556
 
รายชื่อนักแสดงนำในละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์
 
ธนิน มนูศิลป์   รับบท   รัชชานนท์
ณฐพร เตมีรักษ์   รับบท   สร้อยฟ้า
พงศกร เมตตารินกานนท์   รับบท   จ่อย
จรณ โสรัตน์   รับบท   ม.ล.ชัชวีร์
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง   รับบท   เจ้าหลวงสุริยวงศ์
ธนากร โปษยานนท์   รับบท   ม.ร.ว.อนุพันธ์
มยุริน ฝองผุดพันธ์   รับบท   ม.ร.ว.ดาณีนุช
สันติสุข พรมศิริ   รับบท   นายพลเซกอง
ศักราช ฤกษ์ธำรง   รับบท   ไกรสร
โอลิเวอร์ บีเวอร์   รับบท   แฮรี่
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์   รับบท   แม่เฒ่า
เอกพันธ์ บันลือฤทธ์   รับบท   โพนโฮง
ต๋อง ชวนชื่น   รับบท   บุญโฮม
เตชินท์ ปิ่นชาตรี   รับบท   ทับทิม
ภัทรากร ตั้งศุภกุล   รับบท   จันทา
เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์   รับบท   เจ้าส่องดาว
อุดม ชวนชื่น   รับบท   พรานเกิ้น
อ.เกริกเกียรติ พันธ์พิพัฒน์   รับบท   พรานเจ้ย

คุณชายปวรรุจ

คุณชายปวรรุจ เป็นเรื่องราวของข้าราชการหนุ่มกระทรวงการต่างประเทศอนาคตไกลกับรักที่เหมือนฝัน พี่ชายรองที่รอดพ้นจากการถูกจับคู่กับหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ เพราะมารดาของเขาเป็นเพียงนางต้นห้องในวัง โชคชะตาบันดาลให้เขาพบกับรักแท้ระหว่างเดินทางไปราชการที่สวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางความโรแมนติก คู่รักต้องเผชิญพายุหิมะบนยอดเขาและพายุอารมณ์อีกหลายระลอกในโลกของความเป็นจริง เขากับเธอจะก้าวผ่านอุปสรรคไปได้หรือไม่

ด้วยอานุภาพแห่งความรัก ไม่ว่ายศถาบรรดาศักดิ์หรือชนชั้นใด ๆ ก็มิอาจขวางกั้นรักแท้ไปได้ เฉกเช่นกันกับ ม.ร.ว.ปวรรุจ จุฑาเทพ แม้ชาติกำเนิดฝ่ายมารดาจะดูต้อยต่ำเป็นเพียงคนรับใช้ แต่เขากลับชนะใจหม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์ หญิงสูงศักดิ์ได้อย่างหมดใจ เส้นทางรักของคุณชายปวรรุจนักการทูตอนาคตไกลเริ่มต้นขึ้นบนเครื่องบิน เมื่อเขาต้องเดินทางไปประชุมที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และได้พบกับ รสา หญิงสาวที่ปิดบังฐานันดรศักดิ์ตนเอง เพราะไม่อยากสุงสิงกับ คุณชายรุจ คู่อริในวัยเด็กที่ชอบแกล้งเธออยู่เป็นประจำ สิบกว่าปีที่ไม่ได้เจอะเจอกันคุณชายรุจ คุณชายรุจจึงจำเธอไม่ได้ ผิดกับรสาที่จำพี่ชายจอมแสบได้แม่นยำ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งคู่ยังต้องมานั่งเก้าอี้ติดกันอีกด้วย แต่ตลอดการเดินทาง รสากลับเป็นฝ่ายที่ต้องได้รับการช่วยเหลือจากคุณชาย เพราะเมาเครื่องบินที่ตกหลุมอากาศ คุณชายรุจดูแลอย่างดีจนรสาเองก็แปลกใจที่นิสัยแตกต่างไปจากตอนเด็กเป็นอย่างมาก รสาเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนสนิทคือ เอื้อยกับอ้าย คู่แฝดเพื่อมาเซอร์ไพรส์หม่อมเจ้าภาณุทัศนัยพระคู่หมั้นถึงสถานทูต แต่รสาก็ต้องผิดหวังเมื่อทราบว่าเขาได้เดินทางไปโลซานแล้ว รสาจึงได้ตามไปหาและก็ต้องผิดหวังอย่างรุนแรง เมื่อเธอเห็นพระคู่หมั้นควงอยู่กับสาวผมทองอย่างสนิทสนม รสาเสียใจมากจึงหนีจากมาทันที

ออกอากาศเมื่อ
5 เมษายน พ.ศ. 2556 – 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นักแสดง คุณชายปวรรุจ

ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์ปวรรุจ จุฑาเทพ/คุณชายรุจ
นิษฐา จิรยั่งยืน รับบทเป็น หม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์/ท่านหญิงแต้ว/ รสา
วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์ธราธร จุฑาเทพ /คุณชายใหญ่
จิรายุ ตั้งศรีสุข รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร จุฑาเทพ/คุณชายภัทร/คุณชายหมอ
ธนิน มนูญศิลป์ รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์รัชชานนท์ จุฑาเทพ/คุณชายเล็ก
เจมส์ มาร์ รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์รณพีร์ จุฑาเทพ/คุณชายพีร์
จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบทเป็น หม่อมเอียด จุฑาเทพ ณ อยุธยา
ดวงตา ตุงคะมณี รับบทเป็น คุณย่าอ่อน
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบทเป็น พระองค์เจ้าฉัตรอรุณ
พศิน เรืองวุฒิ รับบทเป็น หม่อมเจ้าภาณุทัศนัย ศุภกิจ/ท่านชายทัศน์
ธนา ฉัตรบริรักษ์ รับบทเป็น ปกรณ์
รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล รับบทเป็น หนูอ้าย
นาระ เอื้อทวีกุล รับบทเป็น หนูเอื้อย
กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ รับบทเป็น คุณอั๋น
เขมิกา สุขประสงค์ดี รับบทเป็น คุณอิ่ม
ดิลก ทองวัฒนา รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์เทวพันธ์ เทวพรหม / คุณชายเทวพันธ์
ณัฐวรา วงศ์วาสนา รับบทเป็น หม่อมหลวงเกษรา เทวพรหม
โชติกา วงศ์วิลาศ รับบทเป็น หม่อมหลวงมารตี เทวพรหม
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา รับบทเป็น หม่อมหลวงวิไลรัมภา เทวพรหม
อัฐมา ชีวนิชพันธ์ รับบทเป็น วาดดาว
ลักขณา วัธนวงส์ศิริ รับบทเป็น สายสมร
วิยะดา อุมารินทร์ รับบทเป็น นมแจ่ม
ทิพยวดี มลิซ้อน รับบทเป็น หม่อมเจ้าหญิงวิริษา อรุณรัศมิ์
สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย รับบทเป็น หม่อมหลวงกระถิน เทวพรหม
ณัฐนี สิทธิสมาน รับบทเป็น สมศรี
นริสา พรหมสุภา รับบทเป็น แย้ม
อุษณีย์ พึ่งป่า รับบทเป็น แหวว
ฐิภารินทร์ ยอดธนาสวัสดิ์ รับบทเป็น แจ๋ว
วัชรเกียรติ บุญภักดี รับบทเป็น วรัท
ราม ราชพงษ์ รับบทเป็น ท่านทูตพลเทพ
วันทนา บุญบันเทิง รับบทเป็น คุณหญิงอารี
จรรยา ธนาสว่างกุล รับบทเป็น แข
Ken Streutker รับบทเป็น ฟิลลิป
วริศรา บำรุงเวช รับบทเป็น บัว
ไกรสีห์ แก้ววิมล รับบทเป็น เชษฐา
โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบทเป็น คุณนายทองสุข
กล้วย เชิญยิ้ม รับบทเป็น ถนอม
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม รับบทเป็น สมหวัง
วิศรุต หิรัญบุศย์ รับบทเป็น คล้าว
ภัทรภัทร โตอินทร์ รับบทเป็น เวทย์

วันนี้ที่รอคอย-2556

น่าน ปิงนรเทพ (วัยเด็ก) ไปเดินเล่นกับม่านฟ้า หรือเมย น้องสาวสุดที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่คุณพ่อบาทหลวงโจเซฟจะพาม่านฟ้าไปส่งให้พ่อเลี้ยงทางเหนือ ซึ่งเป็นอดีตทหาร เพื่ออนาคตของม่านฟ้า หากน่านปิงกับม่านฟ้ามีวาสนาต่อกัน ทั้งคู่ย่อมได้พบกันอีก   

น่านปิงนรเทพ เป็นราชบุตรของเจ้าหลวงพีริยเทพ และพระเทวีศุลีมาน แห่งคีรีรัฐนคร เจ้าหลวงพีริยเทพมีพระเชษฐา ชื่อ เจ้าชายมาทยาธร ซึ่งมีพระชายานาม สิริวาระตี (พี่สาวพระเทวีศุลีมาน) และบุตรนาม ศิขรนโรดม เจ้าชายมาทยาธรไม่พอใจที่เจ้าหลวงพีริยเทพไม่เปิดการค้าเสรีจึงทำการปฏิวัติ เจ้าหลวงพีริยเทพไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจึงยอมโดยดี แต่พระองค์แอบให้อินปง ราชองครักษ์พาพระเทวีและราชบุตรหนี พร้อมนำตราสุรสีหนาท สัญลักษณ์ของกษัตริย์แห่งคีรีรัฐไปด้วย ส่วนพระองค์ดื่มยาพิษของเจ้าชายมาทยาธรสิ้นพระชนม์ เจ้าชายมาทยาธรให้นายพลจตุรัส ออกข่าวเรื่องเจ้าหลวงสิ้นพระชนม์ อินปงพาพระเทวีและราชบุตรหนีไปพร้อมจันทร์แรม ภรรยา และม่านฟ้า ลูกของเขา โดยมี ภูสินทร ราชองครักษ์อีกคนระวังหลัง และคำฝาย หญิงใบ้คอยดูแลราชบุตร ทั้งสองพระองค์ลงเรือล่องไปทางแม่น้ำเวียงสาย อินปงกับจันทร์แรมฝากม่านฟ้าไปด้วย แล้วพวกเขาก็กลับมาช่วยภูสินธร พลเอกราชิด ปะทะกับภูสินทร พวกภูสินทรสู้ไม่ได้ อินปงกับจันทร์แรมชิงฆ่าตัวตาย ภูสินทรบาดเจ็บสาหัส และถูกจับไปไว้ที่ผาห่มดอก ราชิดกลับมารายงานเจ้าชายมาทยาธร บายศรี ภรรยาของภูสินทรแอบได้ยินก็รีบไปเล่าให้พระชายาสิริวาระตีฟัง พระชายาหาทางช่วยภูสินทร เพื่อให้ภูสินทรไปอารักขาพระเทวีและราชบุตร

เจ้าชายมาทยาธรมาบอกพระชายาสิริวาระตีกับศิขรนโรดมว่าเจ้าหลวงสิ้นแล้ว ส่วนพระเทวีกับราชบุตรหายตัวไป พระชายาสิริวาระตีทำเป็นเพิ่งรู้ พระนางสงสารลูกเพราะรู้ว่าศิขรนโรดมกับน่านปิงนรเทพรักกันมาก ศิขรนโรดมไปเรียนหนังสือกับครูเฒ่าคนเดียว ด้วยความคิดถึง องค์ชายจึงเล่าให้ครูเฒ่าฟัง ตั้งแต่น่านปิงเป็นคนตั้งชื่อม่านฟ้า ทั้งยังเลี้ยงกระต่ายไว้เป็นของขวัญม่านฟ้า และอีกหลายเรื่องซึ่งทำให้ครูเฒ่ารู้ว่าแท้จริงเจ้าหลวงพีริยเทพทรงเห็นด้วย กับการเปิดประเทศ แต่คีรีรัฐยังไม่พร้อมจึงจะรอไปก่อน ศิขรนโรดมไม่ชอบการปกครอง แต่น่านปิงนรเทพขอร้องแกมบังคับให้เรียน เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ศิขรนโรดมจึงสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนเพื่อเป็นผู้ช่วยของน่านปิงนรเทพ และจะรอให้น่านปิงนรเทพกลับมาเป็นเจ้าหลวง

นายแพทย์สิงหะไปตรวจอาการภูสินทร และแอบส่งข่าวเรื่องพาหนีในวันงานลอยประทีปให้ภูสินทรรู้ รุ่งเช้าของวันงาน ครูเฒ่าพาศิขรนโรดมนั่งรถม้าเล่น ระหว่างทางพบชายสองคนเดินอยู่ซึ่งหนึ่งในนั้นจะไปแม่น้ำเวียงสาย ครูเฒ่าให้ติดรถม้าไปด้วย ชายคนนั้น คือ ภูสินทร เขาได้รับคำสั่งให้ตามหาพระเทวีกับราชบุตรเพื่อถวายอารักขา และมอบห่อสมบัติให้สองพระองค์ใช้ยังชีพ

เวลาผ่านไปสิบกว่าปี ม่านฟ้ามาอยู่กับพลตรีสุริยะ ภีมะมนตรี โดยมีชื่อใหม่ว่า บราลี หรือ บรี ขณะที่คุณพ่อบาทหลวงย้ายมาอยู่ที่โบสถ์ในฮ่องกง พระเทวีศุลีมานฝากน่านปิงนรเทพมาเรียนด้วย ต่อมาไม่นาน พระเทวีตรอมใจตาย คุณพ่อบาทหลวงได้ฝากฝังน่านปิงไว้กับจ้าวฉินเย่ว์ หรือ เต้ นักธุรกิจใหญ่ในฮ่องกง โดยน่านปิงนรเทพ มีชื่อใหม่ว่า จ้าวซัน เต้มีจ้าวไทไท เป็นภรรยาใหญ่ นางไม่มีลูก เต้มีภรรยาอีกหลายคน และมีลูกชายกับหญิงต่างชาติ ชื่อ จ้าวฉินเจียง แต่จ้าวไทไทไม่ยอมรับทั้งแม่และลูก ฉินเจียงน้อยใจจึงหันไปหาอบายมุข โดยมีเกาเฟย อดีตนักเลงเป็นคนชักนำ นอกจากนี้ เต้ยังมีลูกสาวกับคุณนายสี่ 2 คน คือ เหม่ยอิง ผู้หญิงเก่ง แอบรักจ้าวซัน เพราะรู้ว่าจ้าวซันไม่ใช่พี่แท้ ๆ และผิงอัน หรือซายหมุย น้องสุดท้องซึ่งเป็นที่รักของทุกคน เต้ป่วยหนักและเสียชีวิตลง ก่อนตายท่านจะให้จ้าวซันสืบทอดกิจการ แต่จ้าวซันไม่รับ เต้จึงให้จ้าวซันดูแลชั่วคราว ส่วนฉินเจียงได้เป็นไท้เป่ง สืบทอดกิจการ จ้าวซันทำทุกอย่างเพื่อน้อง แต่ฉินเจียงคิดว่าจ้าวซันจะแย่งทุกอย่างไป เพราะตอนนี้ทุกคนรักและเคารพการตัดสินใจของจ้าวซันคนเดียว

บราลีเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ และกำลังจะกลับเมืองไทย แต่เธอแวะเที่ยวฮ่องกงก่อน ตอนแรกบราลีจะไปอยู่กับเพื่อนชื่อ หลินจื้อเหม่ย แต่เพื่อนติดธุระหลายวัน สุริยะจึงให้บราลีรับความช่วยเหลือจากจ้าวซัน ซึ่งสุริยะแนะนำว่าเป็นเพื่อนทางธุรกิจ จ้าวซันส่งหลี่ คนขับรถ ไปรับบราลีที่สนามบิน แล้วพามาพักที่โรงแรม บราลีเชื่อมาตลอดว่าสุริยะเป็นคนดี โดยไม่รู้ว่าเบื้องหลังสุริยะเป็นเสือผู้หญิงและนักพนันตัวยง แต่เพราะจ้าวซันช่วยเหลือเรื่องเงิน สุริยะจึงดูแลบราลีอย่างดี

ฉินเจียงมาต่อว่าจ้าวซันเรื่องซื้อบริษัทตื้อสวน ที่กำลังจะเจ๊ง เพราะคิดว่าใช้เงินกองกลาง แต่เมื่อรู้ว่าจ้าวซันใช้เงินส่วนตัว ฉินเจียงก็เสียหน้ากลับไป เต๋อเป่า มือขวาของจ้าวซันมารายงานว่าบราลีถึงโรงแรมแล้ว จ้าวซันจึงให้เทเรซ่า เลขาส่วนตัวที่ทำงานมาตั้งแต่เต้ยังอยู่โทรไปที่โรงแรม แต่เทเรซ่าติดต่อบราลีไม่ได้ ทำให้จ้าวซันรีบไปโรงแรมด้วยความร้อนใจ ขณะที่บราลีไปเดินเล่นและได้เจอผิงอันที่มากับอาม่า คนใช้ ทั้งคู่ถูกชะตากันจึงไปเที่ยวด้วยกัน ผิงอันเล่าให้บราลีฟังถึงบ้านของตนที่เรียกว่า บ้านสี่ฤดู บราลีรับปากจะไปเที่ยวบ้านผิงอัน แล้วบราลีก็แยกกลับโรงแรม จ้าวซันโล่งใจที่บราลีกลับมา เขานัดบราลีทานข้าวเย็น จากนั้นจ้าวซันก็กลับไปบริษัทแล้วให้เทเรซ่ายกเลิกนัดวันพรุ่งนี้ เพราะจะพาบราลีไปเที่ยว

ภูสินทรมาหาจ้าวซันด้วยใบหน้าที่ผ่าตัดแล้ว และมีชื่อใหม่ว่า เมืองเทพ เป็นนักธุรกิจไทย ภูสินทรอยู่กับคำฝายและติดต่อจ้าวซันเรื่อยมา ภูสินทรเตือนจ้าวซันให้ระวังตัวเพราะศิขรนโรดมจะมาดูงานที่ไทย แล้วเลยมาชมไหมจีนที่ฮ่องกงซึ่งพลเอกราชิดเดินทางมาด้วย ตกเย็น เหม่ยอิงชวนจ้าวซันไปงาน แต่จ้าวซันปฏิเสธเพราะนัดบราลีแล้ว เหม่ยอิงข่มความไม่พอใจไว้ เธอยังคิดว่าตนกับจ้าวซันเหมาะสมกันที่สุด และจะเป็นผู้นำธุรกิจต่อจากเต้ได้ จ้าวซันไปเยี่ยมจ้าวไทไท แม่ใหญ่ของบ้าน ในอดีตแม่ใหญ่เป็นคนเก่ง แต่เมื่อเต้เสียไป แม่ใหญ่ก็วางมือและอยู่แต่ในบ้าน ทั้งยังชอบพูดจาแปลกจนคนอื่นคิดว่าท่านเพี้ยน แม่ใหญ่บอกจ้าวซันเรื่องฉินเจียงคิดทำบ้านสี่ฤดูเป็นโฮเต็ล จ้าวซันไม่คิดว่าแม่ใหญ่จะรู้มากกว่าเขา อากง คนดูแลบ้านเก่าแก่เคยบอกจ้าวซันว่าแม่ใหญ่รู้อะไรดี ๆ มากกว่าทุกคน

จ้าวซันมารับบราลี เขาดีใจที่บราลีใส่ชุดที่เขาเตรียมให้ จ้าวซันพาบราลีไปเที่ยวรอบเมือง แล้วพาไปทานอาหาร เขาเป็นกันเองจนบราลีผ่อนคลาย คำพูดของจ้าวซันทำให้บราลีคิดถึงอดีตที่ไม่เคยรู้ เธอมักฝันถึงครอบครัวอบอุ่นบ่อย ๆ จ้าวซันเห็นใจแต่ยังไม่บอกความจริง เหม่ยอิงมาทานข้าวกับคุณนายหวัง แม่ของเพื่อนจึงเห็นจ้าวซันกับบราลี เหม่ยอิงโกรธมากเลยไม่เข้าไปทัก ตลอดเวลาที่จ้าวซันไปกับบราลี เต๋อเป่าแอบตามไป เพราะกลัวมีคนมาปองร้ายจ้าวซัน

เหม่ยอิงมารอจ้าวซันที่บ้านและต่อว่าที่เขาไปทานข้าวกับบราลี ทั้งยังพยายามบอกความในใจ แต่จ้าวซันย้ำว่าเหม่ยอิงเป็นน้อง เหม่ยอิงโกรธจนพูดเรื่องที่ฉินเจียงแอบใช้เงินบริษัท เหม่ยอิงย้ำว่าคนที่ได้ครองบริษัทควรเป็นเธอกับจ้าวซัน จ้าวซันอึ้งทั้งเรื่องฉินเจียงและท่าทางแข็งกระด้างของเหม่ยอิง อากงมาปลอบใจและเตือนให้จ้าวซันระวังผู้หญิงตระกูลจ้าว

วันรุ่งขึ้น จ้าวซันพาบราลีไปเที่ยว เขาพูดถึงฮ่องกง และเรื่องที่ตนเคยคิดจะแก้แค้น บราลีไม่ชอบการแก้แค้น จ้าวซันเห็นบราลีเศร้าจึงเผลอเรียก ม่านฟ้า จนบราลีแปลกใจ แต่ยังไม่ทันถามคุณพ่อบาทหลวงก็เข้ามาทัก คุณพ่อบาทหลวงบอกว่ารู้จักบราลี ตั้งแต่บราลียังเด็ก บราลีอยากรู้เรื่องในอดีตแต่ก็ทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้

สุริยะ มาเล่นการพนันที่บ่อนของฉินเจียงในมาเก๊าจนหมดตัว จึงขอกู้เงินฉินเจียงโดยอ้างว่ารู้จักจ้าวซัน เกาเฟยยุให้ฉินเจียงตกลงและทำสัญญาเงินกู้ไว้เผื่อวันข้างหน้าจะใช้ต่อรอง กับจ้าวซัน นอกจากนี้ เกาเฟยยังบอกเรื่องผลสำเร็จการเจรจาซื้อขายอาวุธเถื่อนกับทหารคีรีรัฐ ฉินเจียงเชื่อเกาเฟยทุกอย่าง และสั่งให้เกาเฟยสะกดรอยตามบราลี เพราะเขาคิดว่าบราลีเป็นผู้หญิงพิเศษของจ้าวซัน

ศิขรนโรดมต้องเดินทางไปเมืองไทยและฮ่องกง แต่ใจยังห่วงพระบิดาและพระมารดาที่ไม่สบายจึงมาหาครูเฒ่าเพื่อปรับทุกข์ องค์ชายเพิ่งรู้เรื่องพระบิดาปฏิวัติเมื่อตอนโต จึงคิดเสมอว่าคีรีรัฐเป็นของน่านปิงนรเทพ ส่วนพระองค์มีหน้าที่ดูแลแทนเท่านั้น ครูเฒ่าซึ้งในน้ำพระทัยขององค์ชายมาก

พลเอกราชิดมีลูกสองคน คือ อสุนี เพื่อนเรียนและองครักษ์ของศิขรนโรดม กับมิถิลา น้องสาวอสุนีซึ่งกำลังจะเข้าถวายตัวเป็นข้าหลวงของพระเทวี อสุนีไม่เห็นด้วยที่พ่อจะปฏิวัติ ยิ่งการไปประเทศเพื่อนบ้านครั้งนี้ อสุนีไม่ได้ไปด้วย เขาก็ยิ่งห่วงองค์ชาย มิถิลาแอบบอกอสุนีว่าราชิดประชุมลับบ่อย ๆ และได้ส่งทหารไปฮ่องกงเพื่อติดต่อเรื่องอาวุธแล้ว อสุนีอยากทูลเรื่องนี้ในวันที่ศิขรนโรดมเดินทาง แต่เขาก็พูดไม่ออก เพราะราชิดคอยมองอยู่ จ้าวซันมองรูปศิขรนโรดมในหนังสือพิมพ์ด้วยความชื่นชม เขาให้เทเรซ่าติดต่อเชิญองค์รัชทายาทมาชมผ้าไหมที่บริษัทและจัดงานเลี้ยง ต้อนรับ ก่อนจะโทรไปขอบใจภูสินทรที่ช่วยโอนเงินใช้หนี้แทนฉินเจียง จากนั้นจ้าวซันก็มารับบราลีที่จะย้ายไปอยู่กับเพื่อนไปส่ง จ้าวซันรู้ว่าฉินเจียงส่งคนสะกดรอยตามก็เป็นห่วงบราลี จึงให้เต๋อเป่าจัดคนมาดูแลบราลี

โกศิณ ตัวแทนราชิดมาตกลงเรื่องอาวุธ ฉินเจียงเสนออาวุธใหม่ที่อานุภาพรุนแรงกว่าเดิม แต่มีราคาสูงขึ้นสองเท่า โกศิณขอเวลาคิด ฉินเจียงกลัวชวดเงิน แต่เกาเฟยมั่นใจว่าโกศิณต้องตกลง ทำให้ฉินเจียงสบายใจ เขาจึงไปหาความสุขกับซูหลิง คู่ขานักร้องคนใหม่ เหม่ยอิงรู้ความลับที่ฉินเจียงเบิกเงินโดยไม่มีใบเบิกจึงคิดแผนร้ายในใจ จ้าวซันไปติดต่อเรื่องเรียนต่ออเมริกาให้ผิงอัน ทำให้ผิงอันดีใจมาก แต่เธออ่อนภาษาอังกฤษจ้าวซันจึงจะหาคนมาสอนเพราะเหม่ยอิงไม่ยอมสอน ผิงอันคิดจะให้บราลีมาสอน จ้าวซันรู้ว่าอาม่าห่วงและคิดถึงผิงอันจึงรับปากจะให้ผิงอันกลับบ้านทุกเทอม เหม่ยอิงน้อยใจที่จ้าวซันห่วงผิงอันมากกว่าตนเมื่อครั้งไปเรียนเมืองนอก ทั้งที่ความจริง เหม่ยอิงไม่ยอมกลับบ้านเอง เหม่ยอิงขอจ้าวซันทำงาน จ้าวซันรับปากจะจัดการให้  เขาไม่ชอบที่เหม่ยอิงมีความคิดว่า ในธุรกิจไม่มีคำว่าพี่น้อง

ผู้กองเหลียง แห่งหน่วยปราบปรามอาชญากรรมมาบอกจ้าวซันว่า รถขนเสื้อสำเร็จรูป บริษัทสื้อฉวนของจ้าวซันถูกปล้นของหายหมด ผู้กองเหลียงมองจ้าวซันเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะจ้าวซันอาจวางแผนปล้นตัวเองเพื่อเรียกเงินประกัน เต๋อเป่ารายงานจ้าวซันว่า เจิ้นจง คนขับรถที่หายตัวไปมีเพื่อน ชื่อ เสี่ยวจู จ้าวซันจึงไปหาเสี่ยวจูกับเต๋อเป่า และให้เหม่ยอิงเตรียมงานต้อนรับรัชทายาทแห่งคีรีรัฐ เต๋อเป่ากับจ้าวซันมาหาเสี่ยวจูที่โรงฝิ่น แต่เสี่ยวจูตายแล้ว จ้าวซันให้เต๋อเป่าโทรบอกผู้กองเหลียง ผู้กองเหลียงบอกว่าที่จริงคนเฝ้าประตูโรงฝิ่นก็ถูกฆ่า ผู้กองจึงส่งจ่าหมง ปลอมตัวไปแทนเพื่อดูเหตุการณ์ ตอนนี้ผู้กองเหลียงมั่นใจแล้วว่าจ้าวซันไม่ใช่คนร้าย ผู้กองจึงพุ่งไปที่คนอื่นโดยเฉพาะฉินเจียง

จ้าวซันเร่งการผลิตเสื้อ เตรียมจัดส่งทางเครื่องบิน จ้าวซันมีคติว่าขาดทุนดีกว่าเสียคำพูด เหม่ยอิงอาสาคุมการผลิต จ้าวซันตกลง เกาเฟยมาบอกฉินเจียงที่อยู่กับซูหลิงเรื่องคดีของจ้าวซัน ฉินเจียงเพิ่งรู้เรื่องก็สมน้ำหน้าจ้าวซัน เกาเฟยยังบอกอีกว่าโกศิณตกลงซื้ออาวุธแล้ว ทำให้ฉินเจียงดีใจมาก ตอนนี้ ฉินเจียงคิดจะลองอยู่กินกับซูหลิงเพราะเริ่มชอบซูหลิงจริง ๆ

ถึงวันเกิดผิงอัน จ้าวซันจัดงานที่บ้านสี่ฤดูและให้ต่างหูเพชรเป็นของขวัญ ผิงอันดีใจมาก ฉินเจียงพาซูหลิงมางานจึงทะเลาะกับเหม่ยอิง เพราะเหม่ยอิงเกลียดคนไร้สกุล จ้าวซันรีบมาห้าม แล้วให้ผิงอันดูแลซูหลิง จากนั้นจ้าวซันบอกฉินเจียงว่ารู้สิ่งที่ฉินเจียงทำและใช้หนี้แทนแล้ว ทำให้ฉินเจียงไม่พอใจ จ้าวซันเตือนให้ฉินเจียงระวังเกาเฟยและตั้งใจทำงาน เพราะจ้าวซันจะวางมือ ฉินเจียงกลัวจ้าวซันทำจริงจึงพูดดีขึ้น เพราะลึก ๆ แล้วเขายอมรับว่าจ้าวซันเก่ง ซูหลิงกลับมาคุยกับสองหนุ่มเรื่องที่ตนชอบของเก่าและเคยขายของเก่า ฉินเจียงจึงคิดเปิดร้านขายของเก่าให้ซูหลิงโดยมีจ้าวซันสนับสนุน ซูหลิงเห็นว่าจ้าวซันเป็นคนดี จึงไม่อยากให้ฉินเจียงมีอคติ ผิงอันพาบราลีมาแนะนำ บราลีกับจ้าวซันดีใจที่ได้เจอกัน จ้าวซันขอให้บราลีมาสอนภาษาผิงอัน บราลียังไม่ตอบรับ จ้าวซันพาบราลีชมรอบบ้านทำให้เหม่ยอิงไม่พอใจ เธอบอกคุณนายสี่ ผู้เป็นแม่ว่าสิ่งที่เธอต้องการ เธอต้องได้ แม้แต่ตัวจ้าวซัน คุณนายสี่หวาดหวั่นกับท่าทีของเหม่ยอิง

วันต่อมา จ้าวซันนัดบราลีกับคุณพ่อบาทหลวงไปทานข้าวที่ร้านเล็ก ๆ ร้านประจำของเขา บราลีตอบรับสอนภาษาให้ผิงอัน ทั้งสามได้พบผู้กองเหลียงจึงรู้ว่ายังหาเจิ้นจง คนขับไม่พบ และคนร้ายเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์หลังรถ  ผู้กองเหลียงเตือนให้จ้าวซันระวังอันตรายโดยเฉพาะในงานเลี้ยงต้อนรับองค์ รัชทายาทแห่งคีรีรัฐ บราลีคุ้นชื่อคีรีรัฐแต่ไม่ได้คำตอบจากใคร หลังจากนั้น จ้าวซันไปส่งบราลีสอนภาษาผิงอัน เขาสัญญาว่าจะมารับบราลีไปส่งบ้าน เหม่ยอิงมาพูดกันท่าบราลีกับจ้าวซัน บราลีไม่คิดจะโต้แย้ง ผิงอันเข้ามาขัดจังหวะและขอโทษแทนพี่สาว

ผู้กองเหลียงนัดจ้าวซันมาพบ จ้าวซันจึงให้หลี่ไปรับบราลีแทน แต่เขาก็หงุดหงิดเมื่อรู้ว่าบราลีนั่งรถเมล์กลับ ผู้กองเหลียงแนะนำให้จ้าวซันรู้จักหมวดจาง ลูกน้องและอเล็กซ์ จากหน่วยพิสูจน์หลักฐาน อเล็กซ์พบศพเจิ้นจงคนขับ แต่ไม่แน่ใจเพราะศพหน้าเละ เต๋อเป่าจำรอยสักที่แขนเจิ้นจงได้จึงไปช่วยยืนยัน ผู้กองเหลียงบอกจ้าวซันว่าตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นของบริษัทที่ตั้ง ขึ้นลอย ๆ ไร้พนักงาน ไร้ที่อยู่ จ้าวซันช่วยอะไรไม่ได้จึงขอตัว เขาไปหาบราลีที่บ้านหลินจื้อเหม่ยเพราะเป็นห่วง บราลีย้ำว่าเธอโตพอที่จะเดินทางคนเดียวได้ แต่จ้าวซันกลัวบราลีไม่ปลอดภัยจึงยื่นข้อเสนอให้รถคันเล็กกับบราลีไว้ใช้ บราลียอมตกลง จ้าวซันเล่าเรื่องคดีให้ฟัง ทำให้บราลีเห็นใจเขามากขึ้น

ศิขรนโรดมและผู้ติดตามมาถึงเมืองไทย องค์ชายขอพักโรงแรมเป็นการส่วนตัว ราชิดเห็นว่าศิขรนโรดมไม่มีพิษภัยจึงยอม โกศิณมาบอกราชิดว่าการติดต่ออาวุธเรียบร้อย ภูสินทรแกล้งเป็นลมต่อหน้าองค์ชาย ศิขรนโรดมรีบช่วยเหลือทันทีจนภูสินทรซึ้งน้ำพระทัย แต่ใบหน้าของศิขรนโรดมที่คล้ายจ้าวซันมาก ทำให้ภูสินทรตัดสินใจไปฮ่องกงเพื่อดูแลความปลอดภัยให้จ้าวซัน

ผิงอันเล่าให้คุณนายสี่ผู้เป็นแม่และอาม่าฟังว่าแม่ใหญ่อยากพบบราลี แล้วยังสั่งให้ผิงอันตั้งใจเรียนเพราะต่อไปต้องทำงานหนักสร้างความแปลกใจให้ คนที่ฟังมาก เหม่ยอิงกลับมาบ้านก็เถียงกับผิงอันเรื่องบราลี คุณนายสี่จึงเตือนสติเหม่ยอิงว่า ผิงอันรักเหม่ยอิงมากขนาดยกของขวัญที่จ้าวซันให้กับเหม่ยอิง นางขอให้เหม่ยอิงหยุดทุกสิ่งที่กำลังทำโดยเฉพาะคิดเป็นใหญ่ในตระกูลจ้าว เหม่ยอิงสะท้อนใจแต่ก็ไม่คิดถอย เธอนัดพบเกาเฟย เหม่ยอิงทำให้เกาเฟยยอมร่วมมือโดยเอาครอบครัวของเกาเฟยมาต่อรอง เธอเป็นคนทำทุกอย่างให้จ้าวซันกับฉินเจียงผิดใจกัน เธอวางแผนว่าวันส่งอาวุธงวดสุดท้ายคือจุดจบของฉินเจียง ส่วนจ้าวซันมีสองทางเลือก คือ ร่วมมือกับเธอ หรือต้องเลิกทำธุรกิจ เพราะระหว่างที่คุมการผลิตเสื้อ เธอใช้ผ้าคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ถ้าส่งออก อเมริกาจะไม่เชื่อถือจ้าวซันอีก แต่ถ้าจ้าวซันร่วมมือ เธอจะส่งของจริงไปแทน หมวดจางแอบตามมาเพราะได้รับคำสั่งให้ดูความเคลื่อนไหวของคนในบ้านสี่ฤดู เขาไม่รู้ว่ารถที่ตนตามมาเป็นของใครจึงตรวจสอบ เหม่ยอิงกลับถึงบ้านก็ไปหาผิงอันในห้องนอน ผิงอันงัวเงียตื่นขึ้นมาบอกไม่ให้เหม่ยอิงออกไปคนเดียวดึก ๆ เพราะเป็นห่วง เหม่ยอิงซึ้งใจน้องมาก

จ้าวซันนั่งแท็กซี่ไปหาบราลีแต่เช้า แล้วพาไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า เพราะวันนี้เป็นวันเกิดจ้าวซัน บราลีอวยพรวันเกิดให้ จ้าวซันเล่าว่าอนาคตจะสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและอยากให้บราลีมาช่วย บราลีไม่ตอบ เหม่ยอิงหาจ้าวซันไม่พบก็หงุดหงิดมาก ขณะที่จ้าวซันกลับมาทำงานด้วยความสุข ผิงอันพาบราลีมาหาแม่ใหญ่ แม่ใหญ่ชมบราลีว่าสวยและเป็นคนจริงใจ ผิงอันบอกบราลีว่า แม่ใหญ่ชอบพูดเรื่องตระกูลจ้าวจะไม่เหลือใคร ผิงอันต้องดูแล ที่สำคัญแม่ใหญ่ขอให้บราลีช่วยดูแลจ้าวซัน ผิงอันเองก็อยากให้บราลีเป็นพี่สะใภ้ บราลีไม่ตอบรับแล้วขอตัวกลับทันที เมื่อบราลีถึงบ้านเพื่อน เธอเห็นชายคนหนึ่งซุ่มมองอยู่ก็ไม่สบายใจ

ผู้กองเหลียงได้ข้อมูลว่ารถที่หมวดจางเห็นเป็นของเหม่ยอิง เขาจึงเริ่มสนใจเหม่ยอิง หมวดจางกับผู้กองเหลียงไปรับเสด็จองค์รัชทายาทที่สนามบิน ระหว่างทางมีผู้หวังดีโทรบอกว่ามีเงินจำนวนมากโอนเข้าเซฟบริษัทตระกูลจ้าว ซึ่งฉินเจียงดูแล โดยไม่มีใบฝากเงินผู้กองเหลียงจึงสั่งระงับการเบิกจ่ายเงินจำนวนนี้ที่สนาม บิน คนตระกูลจ้าวไม่มีใครมา ขณะที่องค์รัชทายาทมาพร้อมผู้ติดตาม เกาเฟยแอบมาติดต่อกับโกศิณ หมวดจางเห็นก็รีบบอกผู้กองเหลียง แต่ผู้กองไม่ทันมองจึงต้องรอดูจากภาพถ่ายที่ให้จ่าหมงถ่ายไว้ ระหว่างกลับ ผู้กองกับหมวดจางเห็นรถเหม่ยอิงก็แปลกใจที่เธอไม่ยอมปรากฏตัว

สาเหตุที่ฉินเจียงไม่มาสนามบินเพราะอยู่เปิดร้านซูหลิง ขณะที่จ้าวซันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องเข้าโรงพยาบาล หลี่อาการหนักกว่า คุณพ่อบาทหลวง เหม่ยอิง ผิงอัน และบราลีมาเยี่ยมจ้าวซัน บราลีเป็นห่วงจ้าวซันแต่แสดงออกไม่ได้ จ้าวซันดีใจที่บราลีมา เขาขอให้บราลีไปงานต้อนรับองค์รัชทายาท แต่ไม่ทันได้คำตอบ จ้าวซันก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา บราลีจึงเลี่ยงออกจากห้องสวนกับภูสินทรที่มาเยี่ยมจ้าวซัน ภูสินทรแนะนำตัวว่าชื่อเมืองเทพ เป็นเพื่อนสุริยะ เขาทำตามแผนของจ้าวซันคืออ้างว่าสุริยะได้รับเชิญไปงานต้อนรับองค์รัชทายาท ก็อยากให้บราลีไปด้วย จึงฝากชุดและจดหมายมากับภูสินทร บราลีตกลงไปงานพร้อมภูสินทร วันต่อมา บราลีมาสอนผิงอันจึงรู้ว่าจ้าวซันกลับมาพักที่บ้านแล้ว ผิงอันพาบราลีไปหาจ้าวซัน ทำให้บราลีเห็นเหม่ยอิงเอาใจจ้าวซันออกนอกหน้า เธอรีบบอกว่าจะไปงานกับภูสินทร แล้วขอตัวกลับทันทีเพราะทนเห็นภาพนั้นไม่ได้

บราลี มาหาคุณพ่อบาทหลวงเพื่อถามถึงอดีต คุณพ่อบาทหลวงบอกแค่ว่า บราลีเคยอยู่กับครอบครัวอื่นมาก่อน แต่ทุกคนอยากให้บราลีได้สิ่งที่ดีที่สุดจึงให้บราลีมาอยู่กับสุริยะ คุณพ่อบาทหลวงพูดถึงจ้าวซันด้วยความเป็นห่วงที่เขาไว้ใจคนมากไปจนอันตราย บราลีจึงเริ่มห่วงบ้าง จ้าวซันมาง้อบราลีเพราะคิดว่าเธอโกรธ แต่เธอปฏิเสธ จ้าวซันเล่าชีวิตวัยเด็กในฮ่องกงที่เรียนรู้อะไรหลายอย่าง บราลีพูดถึงเรื่องที่ไปหาคุณพ่อบาทหลวงมา เธอถามจ้าวซันว่ามีน้องสาวอีกคนหรือไม่ แต่จ้าวซันไม่ตอบ บราลีแยกกลับบ้านก็รู้จากหลินจื้อเหม่ยว่ามีชายแปลกหน้ามาหา บราลีนึกถึงชายที่แอบดูเธอวันนั้นอย่างไม่สบายใจ

อาหมงนำภาพถ่ายที่สนามบินมาให้ผู้กองเหลียงกับหมวดจางดู ทุกคนคุ้นหน้าศิขรนโรดม แต่พวกเขาสนใจเกาเฟยมากกว่า อาหมงเล่าว่าเกาเฟยเคยช่วยพันหงปิงค้าอาวุธเถื่อน เมื่อพันหงปิงถูกจับ เกาเฟยก็หนีไปพร้อมอาวุธที่เหลือ ทุกคนคิดว่าฉินเจียงอาจรู้เห็น ผู้กองเหลียงให้หมวดจางสืบประวัติคีรีรัฐเพื่อประกอบคดีอาวุธเถื่อนและเก็บ ภาพคนของคีรีรัฐติดต่อเกาเฟยไว้เป็นหลักฐาน หมวดจางสืบจากญาติของอาหมงที่เป็นนักข่าว จนรู้ว่าคีรีรัฐเคยมีการปฏิวัติและอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ด้านผู้กองเหลียงมาเยี่ยมจ้าวซันที่บ้าน ขณะที่จ้าวซันคุยกับเหม่ยอิงเรื่องงานต้อนรับองค์รัชทายาทในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเหม่ยอิงสั่งเกาเฟยเตือนฉินเจียงแล้ว ผู้กองแปลกใจที่เหม่ยอิงสนิทกับเกาเฟยถึงขั้นสั่งได้จึงเริ่มพิจารณาเธอมาก ขึ้น อีกทั้งผู้กองยังสนใจจ้าวซันที่เก่งทุก ๆ ด้าน จนผู้กองเหลียงคิดว่าจ้าวซันไม่ใช่เด็กเก็บตกธรรมดา เต๋อเป่ามาบอกจ้าวซันว่าอาวุธเถื่อนของพันหงปิงอยู่ที่ฉินเจียงซึ่งจะขายให้ ทหารของคีรีรัฐ จ้าวซันคิดไม่ตกทั้งเรื่องฉินเจียงและศิขรนโรดม อากงเห็นท่าทางของจ้าวซันก็ให้ข้อคิดหลายเรื่อง และย้ำให้จ้าวซันอภัยให้น้อง จ้าวซันคิดถึงเรื่องฉินเจียงและศิขรนโรดมอย่างหนัก

รุ่งเช้าวันงานเลี้ยงต้อนรับองค์รัชทายาท ฉินเจียงและเหม่ยอิงต้อนรับศิขรนโรดมที่โรงงานทอผ้าไหม  จ้าวซันตัดสินใจช่วยน้องทั้งสองโดยวางแผนกับภูสินทรไม่ให้เกิดการปฏิวัติที่ คีรีรัฐ จากนั้นจ้าวซันกับเต๋อเป่าก็ไปหาฉินเจียง ผู้กองเหลียงรู้เรื่องคีรีรัฐจึงมั่นใจว่าจ้าวซันเกี่ยวข้องกับศิขรนโรดม เขาไปหาคุณพ่อบาทหลวงพร้อมหมวดจาง ฉินเจียงแยกกับเหม่ยอิงหลังองค์รัชทายาทไปพัก เหม่ยอิงคิดว่าจ้าวซันคล้ายศิขรนโรดม เกาเฟยบอกฉินเจียงที่ตำรวจอายัดเงิน และพูดให้ฉินเจียงเข้าใจว่าจ้าวซันบอกตำรวจ ฉินเจียงโกรธมากจึงให้ลูกน้องเอาสัญญาเงินกู้ของสุริยะไปให้บราลี และพูดให้บราลีเข้าใจว่าจ้าวซันทำให้สุริยะติดการพนัน จ้าวซันมาหาฉินเจียงจึงถูกต่อว่าเรื่องตำรวจอายัดเงิน จ้าวซันไม่รู้เรื่องนี้ เพราะเขาตั้งใจมาพูดให้ฉินเจียงยกเลิกการขนอาวุธคืนนี้ โดยสัญญาว่าจะไปจากฮ่องกงทันที ฉินเจียงคิดหนัก เกาเฟยกลัวเสียแผนและครอบครัวเป็นอันตราย จึงหว่านล้อมจนฉินเจียงยอมขนอาวุธต่อ เกาเฟยเปลี่ยนแผนให้ส่งของทางเรือทั้งหมด จ้าวซันไม่ไว้ใจเกาเฟยจึงให้เต๋อเป่าตามทุกฝีก้าว

เหม่ยอิงเอาเครื่องประดับสุดหวงของแม่ใหญ่มาใส่ไปงานคืนนี้โดยไม่กลัวจ้าว ซันโกรธ เพราะของชิ้นนี้แม่ใหญ่ไม่เคยให้ใครใส่ จากนั้นเหม่ยอิงก็ไปหาเกาเฟย ขณะที่มีคนนำสัญญาเงินกู้มาให้บราลีโดยอ้างว่าเป็นลูกน้องจ้าวซัน บราลีโกรธมากจึงตามหาจ้าวซันจนรู้ว่าเขาไปหาคุณพ่อบาทหลวง บราลีรีบตามไปทันที คุณพ่อบาทหลวงมารับหน้าบราลีเพราะจ้าวซันกำลังเล่าความจริงให้ผู้กองเหลียง ฟัง จ้าวซันบอกผู้กองว่าฉินเจียงถูกหักหลัง และศิขรนโรดมไม่รู้เรื่องอาวุธ โดยเขาใช้ชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน ผู้กองเหลียงชื่นชมในความรักและให้อภัยน้องของจ้าวซัน

บราลีต่อว่าจ้าวซันเรื่องหนี้ของสุริยะ จ้าวซันจึงบอกความจริงทุกอย่าง บราลีได้แต่นิ่งอึ้ง เธอขอไม่ไปงานคืนนี้ จ้าวซันไม่ขัดเพราะอยากให้บราลีพัก เทเรซ่าบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าถูกยิงบาดเจ็บสาหัสกำลังผ่าตัดอยู่ที่โรง พยาบาล จ้าวซันห่วงเต๋อเป่ามาก แต่ต้องไปเตรียมตัวเพื่องานคืนนี้ เหม่ยอิงกลับมาบ้านอย่างมีพิรุธและถามจ้าวซันถึงเต๋อเป่า แต่จ้าวซันไม่บอก เหม่ยอิงยิ่งไม่สบายใจเพราะมั่นใจว่าคนที่แอบดูเธอกับเกาเฟย คือ เต๋อเป่า เหม่ยอิงกลัวจ้าวซันจับพิรุธได้จึงแสร้งสารภาพว่า เอาเครื่องเพชรสุดหวงของแม่ใหญ่มาใส่ จ้าวซันไม่ว่าอะไรเพราะกลุ้มเรื่องอื่นอยู่ ขณะที่ทางโรงแรมที่ประทับ โกศิณมารายงานราชิดเรื่องเปลี่ยนแผนส่งอาวุธ ราชิดยังเชื่อใจฉินเจียง อสุนีเลือกทำเพื่อแผ่นดินจึงตามมาจากคีรีรัฐ แล้วแอบไปเตือนศิขรนโรดมเรื่องราชิด พ่อของอสุนีวางแผนปฏิวัติ ศิขรนโรดมไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจึงเปรยกับราชิดทำนองว่าพระองค์จะไป เรียนต่อและให้ราชิดสำเร็จราชการแทน ทำให้ราชิดตื่นเต้นมาก

ที่งานเลี้ยง จ้าวซันเห็นฉินเจียงกับซูหลิงมางานก็จะไปคุยด้วย แต่ฉินเจียงเลี่ยงตลอดเวลา จ้าวซันจึงมั่นใจว่าฉินเจียงไม่เปลี่ยนใจ องค์รัชทายาทเสด็จมาในงาน จ้าวซันมารับเสด็จ ศิขรนโรดมจำพระเชษฐาได้ แต่ก็ทำเฉยตามที่จ้าวซันกระซิบบอก ราชิดคุ้นหน้าจ้าวซัน ผู้กองเหลียงบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าผ่าตัดเสร็จแล้วรอเพียงฟื้นขึ้นมา แล้วผู้กองก็แยกไปเตรียมการ เหม่ยอิงรู้เรื่องเต๋อเป่าจากจ้าวซัน เธอโกรธมากที่จ้าวซันปกป้องทุกคนยกเว้นเธอ เหม่ยอิงจึงไปโกหกบราลีว่าจ้าวซันเจ็บหนัก บราลีเชื่อตามขึ้นรถจึงโดนจับไปที่โกดังใกล้ท่าเรือส่งของ

ศิขรนโรดมคุยกับจ้าวซันโดยไม่ให้คนอื่นผิดสังเกต ผู้กองเหลียงมาที่งานอีกครั้งและบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าฟื้นแล้ว และคนที่อยู่กับเกาเฟย คือ เหม่ยอิง จ้าวซันเป็นห่วงบราลีจึงให้ภูสินทรไปคุ้มกันบราลี ขณะที่เหม่ยอิงคิดใช้บราลีต่อรองให้จ้าวซันยอมทุกอย่าง เพราะจ้าวซันรักบราลี บราลีหว่านล้อมให้เหม่ยอิงเปลี่ยนใจ เกาเฟยเตรียมงานเสร็จ เหม่ยอิงจึงให้เงินเกาเฟยไปหาครอบครัวที่เมืองไทย โดยกำชับให้เกาเฟยแจ้งตำรวจเพื่อให้ฉินเจียงถูกจับ หมวดจางซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ก็รีบแจ้งผู้กองเหลียงทันที

ในงาน ภูสินทรกับผู้ว่าฯ กันองค์รัชทายาทออกจากราชิด จ้าวซันดักพบราชิด โกศิณเป็นคนรุ่นใหม่จึงไม่รู้จักน่านปิงนรเทพ ราชิดปฏิเสธเรื่องที่จ้าวซันกล่าวหาแต่เหตุการณ์ไม่เอื้อ โดยเฉพาะเรื่องอาวุธเถื่อนที่มีอสุนีเป็นพยาน ราชิดเสียใจที่ลูกหักหลัง โกศิณกลัวความผิดจึงมอบตัวและยอมเล่าความจริง ฉินเจียงถูกจับ แต่จ้าวซันยืนยันจะช่วยฉินเจียงให้ถึงที่สุด และบอกฉินเจียงว่าเหม่ยอิงวางแผนทุกอย่าง ฉินเจียงเสียใจที่เข้าใจจ้าวซันผิด ภูสินทรมาบอกจ้าวซันว่าบราลีหายไป จ้าวซันจึงไปกับผู้กองเหลียง หมวดจางได้รับคำสั่งจากผู้กองเหลียงให้บุก บราลียอมเล่าอดีตที่เจ็บปวดของตนกับจ้าวซันเพื่อให้เหม่ยอิงได้คิด เธอสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนเหม่ยอิงและไม่มีวันทิ้งเหม่ยอิง เหม่ยอิงคิดได้และเสียใจที่ตนเองคิดผิด เหม่ยอิงฝากสร้อยเพชรกับบราลีไปคืนจ้าวซัน บราลีให้เหม่ยอิงจับเธอเป็นตัวประกันฝ่าวงล้อมตำรวจจนไปถึงรถ แต่เสียงเรียกของจ้าวซันทำให้เหม่ยอิงหันมามอง ตำรวจคิดว่าเหม่ยอิงจะต่อสู้จึงยิงเหม่ยอิงทันที เหม่ยอิงขอโทษจ้าวซัน จ้าวซันก็ยอมยกโทษให้ เหม่ยอิงหันมาขอบคุณบราลีก่อนจากไปอย่างสงบ

ฉินเจียงสำนึกผิดจึงรับดูแลเรื่องงานศพของเหม่ยอิง ผู้กองเหลียงตามจับเกาเฟยสำเร็จ จ้าวซันขอร้องให้แม่ใหญ่ยอมรับฉินเจียง แม่ใหญ่รับปากแต่ขอให้จ้าวซันกลับมาฮ่องกงหลังทำธุระเสร็จ จ้าวซันสัญญา แล้วเขาก็ไปพบศิขรนโรดมพร้อมผู้กองเหลียง และภูสินทร เมื่อรู้ว่าที่คีรีรัฐยังมีนายพลจตุรัส คนของราชิดอยู่ จ้าวซันจึงตัดสินใจไปคีรีรัฐกับภูสินทร เพื่อจัดการนายพลจตุรัสก่อนศิขรนโรดมจะกลับไป ศิขรนโรดมเป็นห่วงจ้าวซันจึงให้อสุนีไปด้วย เพราะอสุนีน่าจะช่วยให้ทุกอย่างสำเร็จง่ายขึ้น

งานศพเหม่ยอิงผ่านไป แม่ใหญ่เปิดพินัยกรรมโดยที่ไม่มีจ้าวซันเข้าฟัง บราลีเตรียมตัวกลับเมืองไทย  เธอรู้ว่าจ้าวซันจะไปคีรีรัฐก็เข้าใจว่าเขาจะไปทวงสิทธิ์จึงเสียใจมาก จ้าวซันไปเยี่ยมเต๋อเป่า ก่อนมาอธิบายให้บราลีเข้าใจ เขาสัญญาจะกลับมาหาบราลี บราลีสัญญาจะรอ ภูสินทรพาศิขรนโรดมกับคำฝายมาหาจ้าวซันและบราลี คำฝายกอดบราลีด้วยความคิดถึง

จ้าวซันเดินทางมาคีรีรัฐ เขาแวะมาหาครูเฒ่าที่กระท่อมเพื่อเล่าแผนการทั้งหมด และฝากตราสุรสีหนาทกับครูเฒ่าเพื่อมอบให้ศิขรนโรดม อสุนีไม่ไว้ใจจ้าวซันเพราะคิดว่าจะมาแย่งตำแหน่งเจ้าหลวงกับศิขรนโรดม ภูสินทรก็กลัวอสุนีทำร้ายจ้าวซัน แต่จ้าวซันคิดว่าอสุนีจะไม่ทำอย่างนั้น อสุนีทวนแผนกับจ้าวซันและภูสินทร  แผนคืออสุนีนำจดหมายของโกศิณไปให้นายพลจตุรัสและบอกว่ามีอาวุธใหม่มาขาย จึงจะให้นายพลจตุรัสมาดูในงานเลี้ยงที่บ้านอสุนี แล้วค่อยจัดการ ตอนแรกอสุนีจะให้ทหารคุมนายพลจตุรัสไปผาห่มดอก เมื่อเสร็จงานก็จะฆ่าทหารทิ้ง แต่จ้าวซันเตือนให้อสุนีไว้ใจคนอื่นเหมือนที่ศิขรนโรดมไว้ใจอสุนี แล้วจ้าวซันก็บอกว่าเขากับภูสินทรจะจัดการเอง แล้วจากนั้นจ้าวซันจะไปขึ้นเรือที่แม่น้ำเวียงสายกลับทันที อสุนีไม่เชื่อ มิถิลามาหาอสุนีแล้วถามถึงศิขรนโรดม อสุนีเข้าใจความรู้สึกของน้อง แต่ก็เตือนว่าบางอย่างเป็นไปไม่ได้ แล้วอสุนีก็เล่าให้มิถิลาฟังว่าจะกำจัดจ้าวซัน ภูสินทรแอบฟังอยู่ก็เจ็บใจแทน เขาหาทางช่วยเหลือจ้าวซันจึงไปปรึกษาครูเฒ่า แต่ภูสินทรต้องตกใจมากเมื่อพบบราลีอยู่กับครูเฒ่า บราลีเล่าว่าเป็นห่วงจ้าวซันมากเลยขอให้ศิขรนโรดมช่วยเหลือ องค์ชายน้อยจึงส่งบราลีมาหาครูเฒ่า ภูสินทรเล่าถึงแผนการคืนนี้ และเรื่องที่อสุนีจะกำจัดจ้าวซัน ครูเฒ่าบอกเพียงว่า ถ้าเขาอยากให้เราตาย เราก็ต้องตาย

จ้าว ซันกับภูสินทรปลอมตัวไปบ้านอสุนี ภูสินทรพาบราลีที่ปลอมเป็นศิษย์ครูเฒ่ามาด้วย โดยบอกว่าเด็กเป็นใบ้ จ้าวซันสงสัยแต่ไม่มีเวลาถาม อสุนีพาจ้าวซันไปรู้จักกับนายพลจตุรัสในนาม อัครา ส่วนภูสินทรใช้ชื่อ แสนภูดาษ จ้าวซันหลอกพานายพลจตุรัสเดินมาดูอาวุธ จากนั้นอสุนีก็บอกความจริงว่าราชิดกับโกศิณถูกจับแล้ว จ้าวซันกับภูสินทรจับนายพลจตุรัสไปขังที่ผาห่มดอก เมื่อเสร็จภารกิจ จ้าวซัน ภูสินทร และเด็กใบ้แยกทางกับอสุนี บราลีเปิดเผยตัวทำให้จ้าวซันทั้งอึ้งและดีใจมาก ภูสินทรให้จ้าวซันกับบราลีขึ้นเรือและบอกว่าจะพายออกไปกลางแม่น้ำแล้วค่อย ติดเครื่องเรือ หลังจากนั้นให้บราลีกับจ้าวซันดำน้ำให้ลึกที่สุด เมื่อภูสินทรติดเครื่องเรือจริง ๆ เรือก็ระเบิดทันที อสุนียืนมองด้วยสายตานิ่งเฉย จ้าวซัน บราลีและภูสินทรรอดตาย ทั้งสามว่ายขึ้นฝั่งและรอลูกศิษย์ครูเฒ่ามารับ ภูสินทรเล่าว่าเขาคิดจากคำพูดของครูเฒ่าคือต้องทำให้อสุนีคิดว่าจ้าวซันตาย หลังผ่านเหตุการณ์ร้ายครั้งนี้ จ้าวซันกับบราลีก็บอกรักกัน

จ้าวซันกลับมาฮ่องกง ขณะที่ผิงอันกำลังจะไปอเมริกา แม่ใหญ่ดีใจที่จ้าวซันกลับมา นางตั้งใจจะรับขวัญว่าที่ภรรยาของจ้าวซันด้วยสร้อยเพชรสุดหวง ทำให้จ้าวซันซึ้งใจมาก คุณนายสี่ยังซึมเศร้าเรื่องเหม่ยอิง จ้าวซันได้แต่ปลอบใจ จ้าวซันมาเยี่ยมฉินเจียงโดยได้ผู้กองเหลียงช่วยเหลือ ผู้กองเหลียงดีใจที่พบจ้าวซันอีกครั้ง เขาบอกว่าองค์รัชทายาทกลับแล้วเพราะอสุนีส่งจดหมายด่วนมา จ้าวซันไปเยี่ยมฉินเจียงเขารู้สึกว่าฉินเจียงเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก่อนกลับ จ้าวซันเตือนไม่ให้ฉินเจียงดูถูกความรักของซูหลิง บราลีเตรียมกลับเมืองไทย ทั้งที่ไม่อยากจากจ้าวซัน แต่เธอต้องไปช่วยสุริยะที่มีปัญหาเรื่องเงิน

เกาเฟยหนีออกจากคุกได้ก็ไปหาไอ้สือ ลูกน้องคนสนิทซึ่งตอนนี้ก็อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ กับเมียท้องแก่  ไอ้สือสละเงินที่มีอยู่ให้เกาเฟยหนี แต่เกาเฟยสงสารจึงเอาเงินไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น จ้าวซันมาประชุมที่บริษัทพร้อมภูสินทรในชื่อ เมืองเทพ ผู้ช่วยของจ้าวซันในนามตัวแทนของฉินเจียง ทำให้ทุกคนดีใจมากและการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย จ้าวซันสั่งให้ทำทุกอย่างเสร็จก่อนบ่ายสาม เพราะเขาจะดูถ่ายทอดการรับตำแหน่งเจ้าหลวงแห่งคีรีรัฐ ระหว่างพักทานอาหาร เกาเฟยลอบเข้ามาบังคับให้จ้าวซันหยิบเงินให้ แล้วเขาก็จับจ้าวซันเป็นตัวประกันเพื่อหลบหนี เทเรซ่าและทุกคนตกใจที่จ้าวซันถูกจับ ระหว่างนั้นผู้กองเหลียงมาหาจ้าวซันจึงรู้เรื่อง เขาให้ตำรวจล้อมเกาเฟยไว้ เกาเฟยนึกว่าจ้าวซันบอกตำรวจจึงยิงจ้าวซันที่ขาและตั้งใจจะยิงซ้ำ แต่อสุนีซึ่งถือจดหมายของศิขรนโรดมมาจากคีรีรัฐเข้ามารับกระสุนแทน เกาเฟยถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้

จ้าวซันไม่เป็นอะไรมาก แต่อสุนีบาดเจ็บสาหัส อสุนีขอพระราชทานอภัยและเคารพจ้าวซันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นลม จ้าวซันอโหสิให้อสุนี บราลีพาจ้าวซันกลับไปพัก ทั้งคู่สัญญาว่าจะมีเพียงกันและกันตลอดไป ในจดหมายของศิขรนโรดม มีใจความว่า ศิขรนโรดมเสียใจเพราะคิดว่าจ้าวซันเสียแล้ว พระองค์จะไม่รับตำแหน่งเจ้าหลวง แต่ครูเฒ่าก็เล่าเรื่องทั้งหมดพร้อมมอบตราสุรสีหนาทให้ศิขรนโรดม ศิขรนโรดมดีใจที่จ้าวซันยังไม่ตาย พระองค์ยอมรับตำแหน่งเพราะเห็นแก่จ้าวซัน อสุนีโล่งใจที่จ้าวซันปลอดภัยจึงรับอาสามาส่งจดหมาย จากนั้นอสุนีจะกลับมาบวชชดเชยความผิดตลอดชีวิต เรื่องความรัก ศิขรนโรดมมีใจให้มิถิลาแต่ยังไม่ได้พูดกัน  นอกจากนี้ พระเทวีสิริวาระตีทรงฝากพระธำมรงค์ซึ่งเจ้าหลวงแห่งคีรีรัฐจะมอบให้พระเทวี ทุกสมัยให้เป็นของขวัญกับจ้าวซัน ศิขรนโรดมถวายคำสัตย์แก่จ้าวซันผ่านจดหมายว่าจะดูแลคีรีรัฐให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทนความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของจ้าวซัน ศิขรนโรดมรู้ว่าวันที่จ้าวซันรอคอยมาถึงแล้ว พระองค์หวังว่าสักวันจะได้พบจ้าวซัน หรือน่านปิงนรเทพอีกครั้ง ติดตามชม ละครวันนี้ที่รอคอย ได้ทุกวันพุธ- พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครวันนี้ที่รอคอย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2556

นักแสดง วันนี้ที่รอคอย

อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท น่านปิงนรเทพ / จ้าวซัน
ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร รับบท ม่านฟ้า / บราลี
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ รับบท เหม่ยอิง
ณัฐชา นวลแจ่ม รับบท ผิงอัน
อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา รับบท ศิขรนโรดม
กวิตา รอดเกิด รับบท มิถิลา
พิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท อสุนี
สุรวุฑ ไหมกัน รับบท พลเอกราชิด
ปราบ ยุทธพิชัย รับบท ภูสินธร / เมืองเทพ
ชลิต เฟื่องอารมย์ รับบท ครูเฒ่า
เวนซ์ ฟอลโคเนอร์ รับบท นายพลจตุรัส
ธรรมชาติ แฟรเน็ทท์ รับบท คุณพ่อบาทหลวงโจเซฟ
นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท ผู้กองเหลียง
ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์ รับบท เต๋อเป่า
แอนดรูว์ กรเศก โคร์นิน รับบท จ้าวฉินเจียง
พศิน เรืองวุฒิ รับบท เกาเฟย
อรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ รับบท ซูหลิง
สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท เต้ / จ้าวฉินเย่ว์
เดือนเต็ม สาลิตุล รับบท จ้าวไทไท
ศิริพิชญ์ วิมลโนช รับบท เทเรซ่า