บ่วงบรรจถรณ์

พรนวล ตัดสินใจลาออกจากงานเดินทางไปเชียงราย เพื่อรับมรดกบ้านเก่าของบิดาผู้ล่วงลับ นายต่วนที่หย่าขาดจากปราณี แม่ของเธอตั้งแต่เธอสี่ขวบ พร้อมความเบื่อหน่าย เขตต์ สามีที่แต่งงานกันตอนเรียนที่อเมริกา เพราะตลอดหนึ่งปีที่กลับมาเมืองไทย เขตต์ไม่เคยลดละความเจ้าชู้ได้เลย แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของ เธอสั่งให้แหลมทองเด็กรับใช้หลานนางคำแดงผู้ดูแลบ้านยกมาช่วยกันประกอบ ท่ามกลางเสียงทัดทานที่กลัวอาถรรพ์เตียงของนางคำแดง แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ซื้อมาและนอนหลับไปบนเตียง ท่ามกลางกลิ่นของดอกลั่นทมรอบบ้าน เมื่อตื่นเธอพบว่าเธอย้อนเวลากลับมาห้าสิบสี่ปี และนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง

แพรนวลได้พบกับหลาวเปิง ลูกบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนคร และตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง เธอปกปิดทุกคนถึงที่มา ก่อนจะทราบว่าตองริ้วได้หนีการแต่งงานที่จะมีขึ้นในอีก 10 วันข้างหน้า กับอูซอ ลูกชายเจ้าเมืองพม่ามาที่เชียงตุง เพราะเธอรักอยู่กับซานแปง ทุกคนกังวลถึงปัญหาการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างเชียงตุงและพม่า ขณะที่ยังอยู่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 แพรนวลกลับมาตื่นอีกครั้งที่กรุงเทพฯ และรีบค้นหาหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่าน บวกกับคำบอกเล่าของหญิงชรา นางคำเอ้ย แม่ของคำแดงซึ่งอยู่ที่เชียงตุงในเวลานั้น ทำให้แพรนวลรู้ว่าจะมีการชิงตัวเจ้าสาวในงาน เจ้าบ่าวตายจากการถูกยิง และยังมีคนบาดเจ็บอีกคนหนึ่ง เธอพยายามกลับมาเตือนหลาวเปิงโดยอ้อมด้วยความเป็นห่วง

เขตต์ยังบาดเจ็บเพราะอุบัติเหตุเนื่องจากเสียใจที่แพรนวลหนีไป ตามมาขอคืนดีที่เชียงราย แต่แพรนวลหลบเลี่ยงการเจอหน้าเขตต์ด้วยข้ออ้างว่าป่วยและต้องการนอนพักผ่อน ตลอดเวลา โดยมีแหลมทองเป็นเด็กต้นห้องกันท่าให้อีกแรง แต่เขตต์ก็ไม่ละความพยายามที่จะใกล้ชิดกับแพรนวล

หลาวเปิงให้แพรนวล นอนพักบนเตียงของเขา ทำให้แพรนวลพบปริศนาของการย้อนมาเชียงตุง เพราะเตียงของเธอที่เชียงรายเป็นเตียงของหลาวเปิงมาก่อน แพรนวลได้เจอเจ้านางเรืองระยับ คู่หมั้นหมายแต่เด็กของหลาวเปิง เจ้านางเรืองมองแพรนวลด้วยความสงสัยและไม่ชอบใจนักที่หลาวเปิงให้ความสำคัญ ต่อหญิงคนไทยแปลกหน้ามากกว่าเธอ

หลาวเปิงพาแพรนวลไปพบครูบุญสิงห์ ศึกษาธิการชาวไทย เธอจึงได้รู้ว่าครูบุญสิงห์รู้จักกับพ่อของเธอ ที่ตอนนั้นเป็นเพียง นายต่วน หนุ่มน้อยพ่อค้าที่เดินทางระหว่างไทยกับเชียงตุง แพรนวลได้เจอคำเอ้ยในวัยสาว ยิ่งทำให้เธอกลัวคำบอกเล่าในวันแต่งงานที่จะมาถึงก่อนวันงาน อูซอลอบเข้ามาในหอคำเพื่อชิงตัวตองริ้ว แต่กลับพบแพรนวลในห้องของหลาวเปิง ยังไม่ทันจะได้ตัวเธอไป แพรนวลเป็นลมเสียก่อน เมื่อตื่นขึ้นที่เชียงราย เธอกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่าในอดีตกิ่งแก้ว ภรรยาคนแรกของนายต่วนนอนหลับไปบนเตียงนี้นาน 7 วัน และไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย

หลาว เปิงพาแพรนวลไปบ้านซานแปง แพรนวลพบรูปของกิ่งแก้ว และทราบเรื่องจากจดหมายของกิ่งแก้วที่ซ่อนไว้ ว่า เพราะเธอตื่นอยู่ที่นี่นานเกิน 7 วัน ทำให้กลับไปไม่ได้อีก จนต้องอยู่กินกับจายปุ่ง และคลอดลูกสาวของนายต่วนที่ติดท้องมาคือปอสา ซึ่งเป็นแม่ของซานแปงและบัวเขม แพรนวลเก็บจดหมายไว้ใต้หมอนของหลาวเปิง เขาจึงบังเอิญได้อ่านจดหมายนั้น

หลาวเปิงบอกแพรนวลว่าเขาเชื่อใน เรื่องที่เธอมาเชียงตุงได้ด้วยเตียงโบราณ เพราะเมื่อเด็ก เขาหลับฝันบนเตียงนี้ได้เห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งรู้สึกผูกพันอย่างมาก นับแต่นั้นเขาจึงปักใจรอเธอเพียงคนเดียว เมื่อเขาพบแพรนวลครั้งแรกในสวนหอคำ เขาจึงประจักษ์แก่ใจว่า เขาได้พบตัวจริงของผู้หญิงที่เฝ้ารอ แพรนวลซาบซึ้งกับความรักอันมั่นคงของหลาวเปิง ทั้งคู่ต่างถ่ายทอดความรักแก่กันอย่างดื่มด่ำในค่ำคืนนั้น

เจ้านาง เรืองระยับถูกอูซอลักพามาตกลงเรื่องการชิงตัว เจ้านางเรืองยอมช่วยเหลืออูซอ เพราะอูซอบอกแก่เธอว่าตอนนี้เขาต้องการตัวของแพรนวลมากกว่าตองริ้ว ครูบุญสิงห์คุยกับหลาวเปิงเรื่องเจ้าพรหมลือ อาของหลาวเปิงที่วางแผนให้ตองริ้ว ซานแปง หนีไปอังกฤษเพื่อหลีกเลี่ยงชนวนปัญหากับพม่า ทุกคนตกลงวางแผนเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวในวันแต่งงาน และปิดความลับนี้แก่เจ้านางเรืองระยับ เพราะไม่อยากให้เธอเสียใจที่ตองริ้วซึ่งเธอรักเหมือนน้องสาวต้องจากไปไกล

เขตต์ พยายามเอาใจแพรนวลทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมให้สัญญาว่าจะเลิกเจ้าชู้ ภาค พี่ชายของเขตต์ตามมาช่วยเกลี้ยกล่อนแพรนวลอีกแรง แต่ไม่เป็นผล แม่ของแพรนวลเป็นห่วงลูกสาวที่เอาแต่นอน จึงขึ้นมาเชียงราย ศิรินุช เพื่อนสนิทแพรนวลพาสามี ธีรภพ มาเที่ยวเชียงรายและแวะเยี่ยมเพื่อนด้วย ทุกคนสงสัยท่าทีแปลกไปของแพรนวลที่ดูสนใจและกังวลอยู่กับเรื่องเชียงตุงตลอด เวลา แต่เขตต์ก็ไม่ละความพยายามที่จะขอโอกาสอีกครั้งจากเธอ จนแพรนวลเกิดความเห็นใจ

ในวันงาน ซานแปงและปอสาฝันถึงกิ่งแก้วที่มาเตือน ทั้งคู่ขอร้องให้ตองริ้วเปลี่ยนมาใส่ชุดแต่งงานสีแดงที่อูซอเคยจัดเตรียมไว้ ให้ ทั้งที่ตกลงไว้ว่าจะพรางตัวเจ้าสาวด้วยชุดสีขาวเหมือนหญิงคนอื่นทั้งขบวน เจ้านางเรืองโกรธมากที่ตองริ้วมาขอคืนชุดกะทันหันทั้งที่ออกปากยกชุดสีแดง นี้ให้เธอแล้ว ระหว่างขบวนแห่ตอนสาย หลาวเปิงตัดสินใจบอกแผนการที่ตองริ้วจะไปอังกฤษให้เจ้านางเรืองรู้ เจ้านางเคืองมากที่ทุกคนปกปิดเธอจึงไม่ร่วมในขบวนแห่ตอนบ่าย

ในวัด ที่ทำพิธี ตองริ้ว ซานแปง ปอสา และบัวเขมเปลี่ยนตัวเตรียมเดินทางไปชายแดน ทองเพ็งบ่าวของเจ้านางเรืองถูกส่งตัวมาจากเจ้านางเรืองเพื่อบอกทุกคนว่าอูซอ รู้แผนการหนีของตองริ้วแล้ว เพราะคนที่ส่งมาดักซุ่มชิงตัวแพรนวลเห็นสีชุดเจ้าสาวไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ กับเจ้านางเรือง ตอนนี้อูซอจึงจับตัวเจ้านางเรืองไปไว้ในป่า หลาวเปิงซ้อนแผนอูซอด้วยการให้ทองเพ็งใส่ชุดของแพรนวล และให้แพรนวลเปลี่ยนเป็นชุดของตองริ้ว แต่อูซอก็ส่งคนมาดักชิงตัวแพรนวลในขบวนแห่ตอนบ่ายจนได้ ทำให้หลาวเปิงถูกยิง

แพรนวลได้ยินเสียงหลาวเปิงทะเลาะกับเจ้านางเรืองที่เสียใจอย่างมาก กับความรักของเธอซึ่งหลาวเปิงไม่เคยเหลียวแล ก่อนจะพับหลับไป ที่เชียงรายทุกคนพยายามขัดขวางการนอนของแพรนวลด้วยความเป็นห่วง เขตต์ทำใจไม่ได้เมื่อแพรนวลบอกว่าเธอไม่รักเขาอีกแล้ว เขตต์อาละวาดจนเกิดไฟไหม้บ้าน เขตต์พยายามดึงแพรนวลให้ออกห่างจากเตียงที่ไฟลุกโชน แต่แพรนวลกลับกระโจมเข้าไปสู่เตียงโดยไม่ลังเลแม้สักนาที เมื่อเธอได้ยินเสียงร้องเรียกหาจากหลาวเปิง

ทุกคนต่างก็เศร้าโศกกับ การจากไปของแพรนวล เขตต์เสียใจอยู่นานนับปี จนได้มีโอกาสต้อนรับแขกคนสำคัญของโรงแรมคือริ้วในวัยชรา เขตต์จึงได้รู้ความจริงว่าสิ่งทีแพรนวลเคยพูดนั้นไม่ใช่ความฝันหรือเรื่อง ที่เธอเพ้อไปเองอย่างที่ทุกคนกล่าวหา

เจ้านางตองริ้ว และซานแปงหนีการตามล่าของอูซอขึ้นเรือไปอังกฤษได้อย่างหวุดหวิด ในขณะที่อูซอ เจ้างนางเรืองระยับและทหารต้องจมลงในน้ำวนกลางแม่น้ำขณะที่เกือบจะถึงเรือ ตองริ้ว ดั่งความฝันที่เจ้านางเรืองระยับเคยเห็นภาพของตน เมื่อครั้งที่ขัดขืนคำห้าม ดื้อดึงขึ้นไปนอนบนเตียงของหลาวเปิง ส่วนแม่หญิงแพรนวล สาวไทยที่เป็นปริศนาเรื่องที่มา ได้ใช้ชีวิตกับหลาวเปิงคนรักที่รอคอยเธอมาตลอดชีวิตอย่างมีความสุขตราบสิ้น อายุขัยที่เชียงตุง

นักแสดงละคร บ่วงบรรจถรณ์

1. ชาคริต แย้มนาม แสดงเป็น หลาวเปิง
2. มาช่า วัฒนพานิช แสดงเป็น แพรนวล
3. ชลิตา พานิชการ แสดงเป็น เจ้านางเรืองระยับ
4. จีรนันท์ มโนแจ่ม แสดงเป็น เจ้านางตองริ้ว
5. สราวุฒิ พุ่มทอง แสดงเป็น ซานแปง
6. โกลดี้ สแตนลี่ย์ แสดงเป็น อูซอ

บ่วงดวงใจ

บ่วงดวงใจ เป็นเรื่องราวความรักของ สรงชล น้องสาวของอนงค์ อนงค์แต่งงานกับเมธิส มีลูกสาววัยหกขวบหนึ่งคน เมื่อสามปีก่อนอนงค์ล้มป่วยลงหลังจากลูกชายวัยสี่เดือนเสียชีวิต อนงค์กลายเป็นคนป่วยที่มีแต่ทรงกับทรุดในวัยเพียง ๒๗ ปี เธออ้อนวอนขอร้องให้น้องสาวมาอยู่ด้วย สรงชลหรือปุ้มเป็นเด็กสาวที่รักอิสระ เธอเคยปฏิญาณไว้ว่าจะไม่ยอมไปอยู่ร่วมครอบครัวของพี่น้องคนใดที่แต่งงานไป แล้วเป็นอันขาด…แต่เธอก็ขัดพี่สาวที่เจ็บป่วยอย่างอนงค์ไม่ได้

น้องอาย หลานสาวของปุ้มติดน้าสาวเสียยิ่งกว่ามารดา ในขณะที่พี่เขยที่แสนดีก็พยายามรักษาระยะห่างระหว่างเธอกับเขาอย่างเคร่งครัด… เขาแสดงท่าทีสนับสนุนหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบอย่างเรียบ ที่มาติดพันสรงชลอย่างเปิดเผย…จนก่อให้เกิดเป็นความโกรธขึ้งเล็ก ๆ ให้กับสรงชล ซึ่งเธอเองก็รู้สึกกลัวความรู้สึกของตัวเองไม่น้อย…

สำหรับคนป่วยอย่างอนงค์ ร่างกายที่อ่อนแอส่งผลให้จิตใจเปราะบางและอ่อนไหวยิ่งนัก เธอจมจ่อมอยู่กับความหวาดระแวงในตัวสามี แม้เขาจะเสมอต้นเสมอปลายกับเธอตลอดมาก็ตาม บางครั้งเธอจึงเผลอแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดใส่คนรอบข้าง… ซึ่งสรงชลตระหนักดีว่าความระแวงของอนงค์นั้น…มีมูล สรงชลจึงตัดสินใจแต่งงานกับเรียบ…ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รักใคร่เขาเลย…

แต่เพียงไม่นาน อนงค์ก็เสียชีวิต…เมธิสเป็นอิสระแล้ว แต่เธอเองต้องติดอยู่ในบ่วงที่ตัวเองสร้างขึ้นมา…

บ่วง

แม้นเกิดภพใด บ่วงเล่ห์มนตรา จะตามจองเวร

คุณศามน เป็นวิศวกรบริษัทข้ามชาติ พร้อมด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ ภรรยาคุณศามน เป็นเด็กกำพร้าพบรักกะคุณศามนที่อเมริกา แต่งงานกันมีลูกแฝด 2 คนชื่อรัสตี้ กะไลล่า
คุณศามนได้รับมรดกจากคุณทวดเป็นบ้านสวนอยู่ลึกๆ เก่าๆ ต้นไม้เยอะๆ มีตากะยายที่เป็นข้าเก่าของคุณทวดคอยดูแลให้ จึงขอย้ายออฟฟิตมาประจำที่ประเทศไทยแล้วก็มาอยู่บ้านหลังนี้ ศพคุณทวดยังไม่ได้เผา ใส่โลงตั้งเอาไว้บนเรือนใหญ่ คุณศามนเลยไม่นอนเรือนใหญ่แต่ไปปรับปรุงเรือนหลังเล็กทางด้านหลังบ้านแทน ซึ่งเรือนหลังเล็กนี้มีความหลังแต่ไม่มีใครรู้ มีเพื่อนบ้านเป็นสาวเปรี้ยวจี๊ด เข้ามาพัวพันกะครอบครัวนี้ จนได้เป็นเมียของคุณศามน และด้วยบ่วงกรรมที่เคยผูกพันกันมาแต่ชาติก่อน คือคุณศามนแกเคยเกิดเป็นคุณพระศังกร ลูกเขยคุณทวดเจ้าของบ้าน ภรรยาแกเคยเกิดเป็นคุณชื่นลูกสาวของคุณทวด ทั้งสองคนได้แต่งงานกัน มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อชิดศรี ซึ่งก็คือยายของคุณศามนในชาติปัจจุบัน คุณชื่นมีต้นห้องชื่อแพง อายุไล่เลี่ยกันพอสมควร คอยอิจฉาคุณชื่นที่ได้ดีกว่าตัวเอง แอบหลงรักคุณพระตั้งแต่ตอนมาดูตัวคุณชื่น ช่วงที่คุณชื่นไปนอนโรงพยาบาลเพื่อคลอดลูก คุณพระเมากลับมาเลยได้โอกาสจับคุณพระ พอคุณชื่นกลับมาคุณพระก็ไม่สนใจแพงอีก แพงก็เลยแค้นไปหาหมอผีทำคุณไสยใส่คุณพระ คุณพระก็หลง ตอนหลังคุณพระตาย ของกลับเข้าตัวแพง แพงเป็นบ้า คุณทวดสั่งสร้างเรือนเพื่อขังแพง แล้วก็เฆี่ยน แล้วแพงก็ตายและอาฆาตทุกๆ คน พอคุณศามนได้เสียกับเพื่อนบ้านสาว อกุศลกรรมเลยทำให้แพงช่วยให้คุณศามนหลงผิดเป็นชอบไม่สนใจลูกเมีย ก็เลยถึงกับขอเลิกกับภรรยาเพราะโดนลูกยุ เพื่อนที่ทำงานคุณศามนสงสารภรรยาเลยมาพาไปหาหมอนั่งทางใน หมอก็ทักว่ามีวิญญาณสองดวงอยู่ในบ้าน คนนึงดี คนนึงร้าย แต่บอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เพื่อนคุณศามนเลยพาไปนั่งสมาธิกับแม่ชีที่วัดทำให้ได้รู้เรื่องชาติที่แล้ว ทั้งหมด และภรรยาคุณศามนขออโหสิกรรม ไม่คิดแค้นใครทั้งสิ้น ทีนี้คุณเพื่อนบ้านสาวก็เกิดกลัวว่าคุณศามนจะทิ้งตัวเองก็เลยไปทำคุณไสยซะ พอแพงได้รับกุศลจากภรรยาคุณศามนในชาติปัจจุบัน ก็เลยเลิก ยอมไปตามชะตากรรม คุณเพื่อนบ้านก็เลยโดนของเข้าตัวเอง เป็นบ้าไป คุณศามนก็สำนึกได้เลยไปบวชเพื่อขออโหสิกรรม

บ่วง

บ่วงกรรมที่รึงรัดมนุษย์ทุกผู้ทุกนามด้วยความอาฆาตและความใคร่  แรงอาฆาต แรงแค้น แรงริษยา หรือแรงรัก…ถึงร่างกายจะสลายไป มันก็ยังเป็นพลังอยู่เป็นบ่วงคล้องไว้”…ความรัก…ที่มัวเมาอยู่ในกาม กิเลสตัณหา เป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นมาทุกยุคสมัย ความรักในกามกิเลสเป็นความรักที่หอมหวานและเชื้อเชิญให้ชายหญิงผู้ยังเวียน ว่ายอยู่ในวังวนของตัณหาได้เข้ามาลิ้มลอง ครอบครัวของ “ศามน” และ “รัมภา” ครอบครัวที่อบอุ่น พวกเขามีลูกแฝดตัวน้อยๆ ที่น่ารัก “รัตตี้” และ “ไลล่า” ชีวิตครอบครัวของพวกเขากำลังไปได้ดี แต่ทันทีที่ศามนและครอบครัวต้องย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านคุณทวดซึ่งเป็นมรดกชิ้น สุดท้ายที่คุณทวดทิ้งไว้ให้เขา

เรื่องราวต่างๆ จึงเริ่มขึ้น “แพง” วิญญาณที่ยังไม่ไปผุดไปเกิดเพราะยังติดอยู่กับ “บ่วง” ของกิเลสตัณหาอันมิสามารถสลัดทิ้งไปได้ เธอยังคงเฝ้าคอย “คุณพระศังกรประกาศ” คนที่เธอรักด้วยความใคร่ และ “คุณชื่นกลิ่น” ภรรยาของคุณพระฯ ด้วยความอาฆาต เมื่อคุณพระฯ และคุณชื่นกลิ่นกลับชาติมาเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน แต่ใครเล่าจะเป็นผู้หลุดออกจากบ่วงนี้ บ่วงที่รัดรึงพวกเขาไว้ด้วยความสิเนหาและความอาฆาตแค้น…

นอกจากได้รับความเพลิดเพลินแล้ว ยังได้แฝงไปด้วยเรื่องราวของความละอาย เรื่องการฝักใฝ่ในกามราคะโดยเฉพาะการผิดศีล กาเมสุมิฉาฯ และเรื่องของ “กรรม” ที่หากผู้ใดหลงอยู่ในกรรมชั่วก็จะมีบ่วงคล้องรัดรึงชีวิตของผู้นั้นอยู่ตลอด เวลา ดุจดังล้อที่หมุนไปตามเกวียน

บริษัทบำบัดแค้น

จอม (อารักษ์) / เทวัญ – หนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ที่กำลังรุ่งโรจน์กับงานอาชีพสถาปนิก ก่อนชีวิตจะพลิกผัน เสียเมียและลูกไปในอุบัติเหตุ ใบหน้าเสียโฉมและสภาพจิตแตกสลาย เขาเหลือแต่ความแค้นตระกูลสิริน โดยเฉพาะนงไฉนที่เขาคิดว่าเป็นต้นเหตุการตายของลูกเมีย เขาพยายามทุกอย่างที่จะทำลายครอบครัวนี้ แม้แต่ทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าและปลอมเข้ามาร่วมทำงานกับสิริน ก่อนที่เขาจะรู้ความจริงว่า ต้นเหตุของความสูญเสียทั้งหมดนั้น ไม่ได้เกิดจากนงไฉนแม้แต่น้อย แต่มันมาจากตัวเขาเองแท้ๆ

นงไฉน สาวไฮโซที่เป็นเหยื่อต่อความลุ่มหลงของตนเอง เธอรักชาคริตอย่างเหลือเกิน จนกลายเป็นเหยื่อของชาคริตโดยไม่รู้ตัว เขาวางยาเธอ ทำให้สติเธอเลอะเลือน จนทุกคนเข้าใจว่านงไฉนมีอาการทางประสาทจริง เมื่อเธอไปบำบัดจิตที่สปาอารักษ์ นงไฉนเริ่มอาการดีขึ้น และรู้ตัวว่า เธอไม่ได้บ้า จอมเป็นส่วนหนึ่งที่เยียวยาเธอ โดยที่เธอไม่รู้ว่าเขามีแผนชั่วร้ายรอเธออยู่ หลังจากนงไฉนผ่านวิกฤติมาได้พร้อมๆ กับจอม เธอเข้าใจความรักอย่างถ่องแท้มากขึ้น และเลิกลุ่มหลงจนตามืดตามัวอย่างแต่ก่อน

โนราห์

ทองเติม ( ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ) มีอาชีพเป็น “โนราห์” อยู่ที่นครศรีธรรมราช มีภรรยาคือพิมพา ( รัชนีกร พันธ์มณี ) ทั้งคู่กำลังจะมีลูก แต่แล้วขุนอรรถกรคดีได้แอบชอบพิ มพาจึงได้วางแผนมอมยา จนได้พิมพาเป็นเมีย พิมพาคลอดลูกเป็นผู้หญิง ชื่อ โนราห์ ( วรนุช วงศ์สวรรค์ ) ซึ่งครรชิต ( เขตต์ ฐานทัพ ) แอบชอบอยู่ ต่อมาโนราห์ได้ทราบความจริงว่าทิวคือพ่อที่แท้จริง เมื่อทิวเสียชีวิตลง โนราห์ ได้ออกแสดงโนราห์แทน เพื่อเป็นการรักษาศิลปะการรำโนราห์ให้คงอยู่

ในเรือนใจ

กรพินธุ์ หรือ พิณ ( ปิยธิดา วรมุสิก ) หญิงสาวผู้เงียบขรึม ที่สูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก เพราะความรักที่แตกร้าวของอาจอง ( อรรถชัย อนันตเมฆ ) ผู้เป็นพ่อ ทำให้พิณเป็นผู้หญิงชอบเก็บตัว แต่กฤษณะ ( เผ่าทอง ทองเจือ ) และคุณหญิงอังคณา ( พนารัตน์ บุญนาค ) พ่อแม่บุญธรรมของเธอ ก็สามารถขอร้องแกมบังคับให้เธอออกงานมาเจอกับผู้คนจนได้ วันหนึ่งที่เธอได้พบกับ กันตยศ หรือ กัน ( ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ) ชายหนุ่มที่ภายนอกดูแสนดี แต่กลับมีอดีตที่เลวร้าย ถึงขั้นเคยปอกลอกและทำร้ายร่างกายผู้หญิงที่เป็นคนรักมาแล้วหลายต่อหลายคน เมื่อครั้งที่เรียนอยู่ที่เมืองนอก จนเพื่อนๆ หรือคนใกล้ชิดรู้นิสัยของเขาดี

กันตยศได้แรงสนับสนุนจาก คุณเขมิกา ( สุพรรษา เนื่องภิรมย์ ) ผู้เป็นแม่ให้หมั่นไปมาหาสู่กับพิณไว้ เพราะครอบครัวของพิณเพียบพร้อมไปทุกด้าน แม้ว่าโกศล ( ดิลก ทองวัฒนา ) ผู้เป็นพ่อจะไม่ค่อยพอใจนักก็ตาม ด้วยความสนิทสนมกันของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย กันตยศจึงสามารถเข้าใกล้ตัวพิณได้อย่างสะดวก คุณหญิงอังคณาก็เห็นว่ากันตยศดูเรียบร้อย ต่งจากธีรเดช ( อรรถวิทย์ อภิธนัง ) ลูกชายนักการเมืองที่มาติดพันพิณอยู่ จึงอยากให้พิณมีคนดูแลที่ดี จึงตกลงยกพิณให้แต่งงานกับกันตยศ แต่อาจองไม่ยอม เพราะอาจองก็เป็นคนหนึ่งที่รู้ถึงอดีตที่แสบสันของว่าที่ลูกเขยดี จึงคัดค้านไว้ก่อน งานแต่งจึงต้องเปลี่ยนเป็นงานหมั้นไปตามระเบียบ

งาน หมั้นที่จัดอย่างใหญ่โตหรูหราทำให้หลายคนอิจฉาว่าที่บ่าวสาวคู่นี้เป็นอย่าง ยิ่ง แต่ในวันนั้นเองที่กันตยศต้องหวาดหวั่น เพราะความเป็นวัวสันหลังหวะ เพราะคมกฤช หรือ โก้ ( แซม โชติบัณฑ์ ) ญาติผู้พี่ที่รู้อดีตของเขาดีได้ปรากฏตัวขึ้นในงานนั้นเอง แถมยังมีอีกคนหนึ่งที่รู้ลึกถึงอดีตอันแสบสันของกันตยศเป็นอย่างดีนั่นคือ ตรีทิพย์ หรือ สาม ( วาโย เกียรติกนก ) เพื่อนสนิทของพิณนั่นเอง งานนี้เพื่อนๆ ของพิณและเพื่อนๆ ของกันก็มาด้วย บดีศร ( ปัญญาพล เดชสงค์ ) เห็นนวพิธ หรือ น้อง ( ภารดี อยู่ผาสุข ) ก็เกิดติดใจทาบทามให้ไปเป็นนางแบบ แต่อารดี ( ภัสรี กังวานพงศ์ ) เพื่อนสาวสุดเปรี้ยวของพิณก็กลับเสนอตัวอย่างไม่กลัวน่าเกลียด

บดีศร เห็นว่าอารดีน่าจะยอมให้เขาง่ายๆ จึงคิดหลอกเล่นๆ แต่อารดีไม่ได้เป็นอย่างที่บดิศรคิด รวมพล ( สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล ) เพื่อนร่วมก๊วนกับบดีศรเห็นแล้วก็นึกหมั่นไส้พาลหาเรื่องอารดีอยู่เสมอ กันตยศหวั่นกลัวว่าคมกฤช จะบอกเรื่องร้ายๆ ในอดีตของเขาให้พิณรู้ เขาจึงต้องเล่าสิ่งที่เขาเรียกว่าความจริงแต่เป็นเพียงครึ่งเดียวให้พิณฟัง ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้พิณรู้สึกอะไรเลยจนกันตยศเริ่มไม่แน่ใจว่าพิณคิดเช่นไรกับ ตนกันแน่ แต่เขาก็ตั้งใจจะรอจนถึงหนึ่งปีตามที่พิณตกลงไว้ว่าจะแต่งงานด้วย อาจองกลัวว่าพิณจะใจอ่อน จึงส่งโก้ให้มาทำงานใกล้ชิดกับพิณ นั่นยิ่งทำให้กันตยศหัวเสียเข้าไปใหญ่ ถึงขั้นทิ้งงานการมาเฝ้าพิณที่ทำงานเลยทีเดียว

จนบดีศรต้องแนะแผน ใหม่ให้กันตยศห่างพิณไปบ้าง เขาจึงใช้โอกาสนี้หวนกลับไปเล่นการพนันดังเดิม แม้เรื่องนี้จะรู้ถึงหูพิณ ซึ่งเธอก็คิดว่าเขาเล่นสนุกๆ แต่อาการของเพื่อนสาวและโก้ก็ทำให้เธอเคลือบแคลงอยู่หลายครั้งว่ากันตยศต้อง มีสิ่งใดเคลือบแฝงอยู่แน่ วันหนึ่งที่บริษัทของกันตยศจัดทัวร์พานักขายมือทองของบริษัทไปเที่ยวยังต่าง ประเทศ เขาจึงชวนพิณ ไปด้วยเพื่อหวังจะได้ใกล้ชิดกันที่นั่น แต่ทริปนี้สนุกกว่าที่คิด เพราะผู้ที่พ่วงไปด้วยนั้นมีทั้งตรีทิพย์ และคมกฤช ซึ่งเรียกว่าถูกอาจองบังคับมาก็ว่าได้ แต่กันตยศก็ยังชื่นใจที่มีบดีศรและรวมพลไปด้วย ทางฝ่ายพิณก็ชวนอารดีและนวพิธไปด้วย พิณรู้สึกดีต่อโก้ขึ้นมามากแล้ว จากในตอนแรกที่แทบจะเรียกได้ว่าคู่กัด เธอได้เห็นความจริงจังของเขาจาการทำงานด้วยกัน ทำให้เธอเริ่มรู้สึกลึกๆ อยู่ในใจ แต่เธอก็กลัวจะซ้ำรอยเดิมของแม่ จึงต้องเก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกไว้คนเดียว

การไปทัวร์ครั้งนี้ ทำให้กันตยศได้พบกับคนที่ไม่คาดฝัน จิลลา ( สิริพรรณ หลิมวิจิตร ) หญิงสาวที่เคยโดนเขาปลอกลอกมาจนแทบหมดตัว กันตยศหวาดระแวงว่าความลับจะถูกเปิดเผย แต่สิ่งที่เขาทำได้ก็เพียงอยู่ใกล้พิณให้มากที่สุดเท่านั้น ในขณะเดียวกันกับที่รวมพล ซึ่งคอยตามหาเรื่องอารดีจนเผลอหลุดปากว่าเธอเสียๆ หายๆ ทำให้เธอรู้ว่าบดีศรนำเธอไปพูดเช่นไรเมื่ออยู่กับเพื่อนๆ อารดีโกรธจัดถึงกับเปลี่ยนทีท่าเป็นไม่ใยดีบดีศรไปเลย รวมพลจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเข้าใจอารดีผิดไป และแล้ววันหนึ่ง ในขณะที่กำลังเที่ยวชมทิวทัศน์อย่างสนุกสนาน พิณก็พลาดพลั้งตกเขาไป แต่ผู้ที่วิ่งไปช่วยเธอเป็นคนแรกกลับเป็นโก้ นี่เองที่ทำให้เธอรู้ซึ้งถึงหัวใจของตัวเอง จนร้องไห้ออกมาให้เขาเห็นเป็นครั้งแรก เขาโอบกอดเธอไว้อย่างอ่อนโยน แต่ทั้งสองรู้ดีว่าเขาและเธอมีภาระใดวางอยู่ตรงหน้า

ภาพความรักหวาน ซึ้งของทั้งคู่ ถูกนวพิธถ่ายรูปเก็บไว้ และภาพนั้นก็ตกถึงมือกันตยศ นวพิธแอบหลงรักกันตยศตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็ไม่รู้ตัว แต่ความรักก็ทำให้เธอเห็นแก่ตัวพอที่จะทำร้ายเพื่อนได้ กันตยศโกรธจัด จึงเผลอทำร้ายร่างกายพิณ ต่อหน้าทุกคนจนโก้ต้องเข้าไปช่วย แต่กันตยศกลับพาลหันมาเล่นงานตรีทิพย์ เลยกลายเป็นเปิดโปรงตัวเองโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดพิณก็ได้รู้ความจริงในสิ่งที่เธอเคลือบแคลงมานาน เธอจึงไม่รู้สึกผิดอีกต่อไปที่จะทอดทิ้งผู้ชายไม่จริงใจคนนี้ แต่แน่นอนรักแท้ย่อมมีอุปสรรค เรือ่งรักที่เกิดระหว่างความสับสน และกำแพงหัวใจที่เธอก่อร่างมาเนิ่นนาน จะเป็นเช่นไรต่อไป ติดตามได้ในละคร “ในเรือนใจ” ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7

รายชื่อนักแสดงละคร ในเรือนใจ

แซม โชติบัณฑ์ แสดงเป็น คมกฤช ( โก้ )
ปิยธิดา วรมุสิก แสดงเป็น กรพินธุ์ ( พิณ )
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ แสดงเป็น กันตยศ ( กัน )
ภัสรี กังวานพงศ์ แสดงเป็น อารดี
วาโย เกียรติกนก แสดงเป็น ตรีทิพย์
ภารดี อยู่ผาสุข แสดงเป็น นวพิธ
ปิยะวรรณ จิตนาธรรม แสดงเป็น กัลยา
ปัญญาพล เดชสงค์ แสดงเป็น บดีศร
สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล แสดงเป็น รวมพล

ในฝัน

เจ้าชายพิรียพงศ์ รัชทายาทแห่งแคว้นพรหมมินทร์ เสด็จไปทรงศึกษาวิชาสำหรับกษัตริย์กับ เจ้าชายโอริสสาวัฒนา หรืออีกพระนามหนึ่งว่า เจ้าชายเสนาบดี ณ แคว้นกุสารัฐ ที่นั่นเจ้าชายพิรียพงศ์ทรงทราบว่า เจ้าหลวงกุสารัฐ ซึ่งทรงพระชราภาพ มีพระธิดาองค์เดียวซึ่งทรงมีพระสิริโฉมงดงามมากคือ เจ้าหญิงรัชทายาท ผู้ซึ่งจะขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากพระราชบิดา เจ้าหญิงเป็นที่หมายปองของเจ้าชายที่เป็นพระญาติพระวงศ์ โดยเฉพาะ เจ้าชายชัยฉัตร ซึ่งจบการทหาร และเจ้าชายบุษกร ผู้ซึ่งศึกษา ณ ประเทศฝรั่งเศส แต่เจ้าหญิงรัชทายาทไม่เคยมีพระเนตรประทานใครอื่นเลย นอกจากเจ้าโอริสสาวัฒนาแต่พระองค์เดียว แม้กระนั้นเจ้าชายโอริสสาวัฒนาก็ไม่เคยแสดงความสนพระทัยในองค์เจ้าหญิง รัชทายาทแม้แต่น้อย

เพราะพระองค์สนพระทัยอยู่แต่ภาระและหน้าที่ใน ฐานะเสนาบดีแห่งสมาพันธรัฐ ผู้อยู่เบื้องหลังการปกครองแคว้นกุสารัฐ ซึ่งกำลังระส่ำระสายด้วยการแก่งแย่งอำนาจ โดยฝ่ายของเจ้าชายชัยฉัตรและเจ้าชายบุษกร รวมทั้งขุนนางผู้ใหญ่ที่คิดกบฏ รวมถึงเทวีศุลีพร ที่ราชสำนักกุสารัฐนี่เอง เจ้าชายพิรียพงศ์ทรงเป็นทั้งลูกศิษย์และราชเลขานุการส่วนพระองค์ในเจ้าชายโอ ริสสาวัฒนา ทำให้เจ้าชายพิรียพงศ์ได้ทรงเรียนรู้ถึงพระปรีชาสามารถอันล้ำลึกในการปกครอง ทั้งทางด้านการเมือง การทหาร และการทูตในองค์เจ้าชายโอริสสาวัฒนา ทั้งยังทรงเห็นว่าทรงอุทิศพระวรกายและพระหฤทัยให้แก่หน้าที่เจ้าชายเสนาบดี อย่างเต็มพระกำลัง ทรงเปี่ยมได้ด้วยคุณธรรมและสถิตอยู่ในความยุติธรรม ทำให้ทรงเป็นที่รักและเคารพยำเกรงอย่างยิ่ง ต่อทุกคนที่ประพฤติอยู่ในทำนองครองธรรม

และเป็นที่เกลียดชังแก่ทุกคนที่ไม่หวังดีต่อราชบัลลังก์ โดยเฉพาะเจ้าชายบุษกรผู้ทรงวางแผนล้มราชบัลลังก์ร่วมกับ นายพลตรีสุรีเทพ และเทวีศุลีพร สาวผู้มักใหญ่ใฝ่สูง ทำให้เจ้าชายโอริสสาวัฒนาต้องวางแผนรักษาราชบัลลังก์อย่างแยบยล ในช่วงเวลานี้นี่เองที่เจ้าชายพิรียพงศ์ได้ทรงทราบว่า เจ้าชายโอริสสาวัฒนาทรงเป็นสหายวัยเยาว์กับ เจ้าหญิงพรรณพิ ลาศ พระพี่นางของพระองค์ ทั้งคู่ได้ทรงเขียนจดหมายโต้ตอบสื่อสารกันเป็นนิตย์ไม่ขาดระยะ และมักทรงปรึกษาหารือส่วนพระองค์และราชการอยู่เสมอ จนมิตรภาพระหว่างทั้งสองพระองค์กลายเป็นความรักซึ่งฝังรากลึกในพระราชหฤทัย ของสองพระองค์ เจ้าหญิงรัชทายาทก็ได้เสด็จมาปรึกษากับเจ้าชายพิรียพงศ์หลายครั้ง ในความที่ทรงน้อยพระทัยในเจ้าชายโอริสสาวัฒนา เลยทำให้เจ้าชายพิรียพงศ์ทรงสงสารและเห็นพระทัยเจ้าหญิงรัชทายาท จนเกิดเป็นความรักโดยไม่รู้พระองค์ เมื่อมีการประชุมสภาเพื่อเลือกราชทูตไปทำสันถวไมตรีกับประเทศยุโรป

เจ้า ชายโอริสสาวัฒนาทรงแสดงท่าทีอย่างชัดเจนในการสนับสนุนเจ้าชายชัยฉัตร เพราะทรงมีคุณลักษณะเหมาะสมกว่าเจ้าชายองค์ใด จนในที่ประชุมเห็นชอบอย่างเอกฉันท์ ทำให้เจ้าชายบุษกรผู้หวังในตำแหน่งนั้นไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ส่วนเจ้าชายชัยฉัตรจึงหันมาสวามิภักดิ์ต่อเจ้าชายโอริสสาวัฒนาอย่างไม่แคลง พระทัยอีกต่อไป สร้างความแค้นใจต่อเจ้าชายบุษกรมากยิ่งขึ้น ในระหว่างนั้นเองที่แคว้นพรหมมินทร์ เจ้าชายโสภณา แห่งแคว้นสาละวัณได้เสด็จประพาสแคว้นพรหมมินทร์ เจ้าหญิงพรรณพิลาศได้ทรงอักษรมาถวายเจ้าชายโอริสสาวัฒนาว่า เจ้าชายโสภณาทรงเป็นเจ้าชายรูปงาม แถมยังโปรดปรานศิลปะเช่นเดียวกับเจ้าหญิง และเจ้าชายยังสนพระทัยเจ้าหญิงอย่างสังเกตได้ชัด เหตุการณ์นี้จึงทำให้เจ้าชายโอริสสาวัฒนาทรงหนักพระทัย ด้วยเกรงว่าความรักจะหลุดลอย

ต่อมาเจ้าหลวงกุสารัฐก็ทรงประชวร มีรับสั่งให้เจ้าชายโอริสสาวัฒนาอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงรัชทายาท แต่เจ้าชายโอริสสาวัฒนาทรงปฏิเสธและแสดงความเห็นว่า เจ้าชายพิรียพงศ์มีคุณสมบัตินานัปการคู่ควรกับเจ้าหญิงรัชทายาท ซึ่งเจ้าหลวงกุสารัฐก็ต้องยินยอมตามความประสงค์นั้น สร้างความเสียพระทัยต่อเจ้าหญิงรัชทายาทเป็นอย่างยิ่ง เจ้าชายโอริสสาวัฒนาก็ทรงทูลลาเสด็จไปยังแคว้นพรหมมินทร์เป็นการด่วน เพื่อกีดกันเจ้าหญิงพรรณพิลาสกับเจ้าชายโสภณา เจ้าชายพิรียพงศ์จึงมีโอกาสใกล้ชิดเจ้าหญิงรัชทายาทและเริ่มรู้ใจกัน ที่แคว้นพรหมมินทร์ ท่ามกลางงานเลี้ยงอำลาเจ้าชายโสภณา ข้าหลวงมาทูลเจ้าหญิงพรรณพิลาศว่ามีผู้มาขอเฝ้า ในคืนนั้นเองพระสหายที่รักกันยิ่งก็ได้พบกัน หลังจากทรงจากกันมานานถึงสิบกว่าปี ทั้งสองพระองค์รำลึกถึงวันวานจนสัมพันธภาพลึกซึ้งและหวานชื่นเกินกว่าคำ บรรยาย

รุ่ง ขึ้นก่อนเจ้าชายโสภณาจะเสด็จกลับทรงขอเจ้าหญิงพรรณพิลาศทรงเป็นราชินีแห่ง แคว้นสาละวัน แต่เจ้าหญิงทรงปฏิเสธได้อย่างชาญฉลาด เจ้าชายโสภณาเสด็จจากไปด้วยความเสียพระทัย ที่แคว้นพรหมมินทร์เจ้าชายโอริสสาวัฒนาได้เข้าเฝ้าเจ้าหลวงพรหมมินทร์ ทูลข่าวเรื่องงานวิวาห์ของเจ้าชายพิรียพงศ์ และทูลขออภิเษกกับเจ้าหญิงพรรณพิลาศ ซึ่งเจ้าหลวงทรงตอบรับด้วยดี เมื่อเจ้าชายโอริสสาวัฒนาเสด็จกลับกุสารัฐ มรุต ราชองครักษ์ก็ทูลว่ามีการก่อกบฏซ่องสุมกันอยู่ในชนบท เจ้าชายโอริสสาวัฒนาจึงขอเข้าเฝ้าเจ้าหลวงกุสารัฐขอพระราชทานอำนาจให้เจ้า หญิงรัชทายาททรงประกาศกฎอัยการศึกปราบปรามกบฏ ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าชายบุษกรและพรรคพวก แล้วเจ้าชายโอริสสาวัฒนา, เจ้าชายพิรียพงศ์ และมรุตก็ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านที่มีสายรายงานว่าเป็นแหล่งซ่องสุม

มี การต่อสู้เกิดขึ้นจนมรุตได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าชายบุษกรและพรรคพวกหนีไปได้ และตั้งพระทัยที่จะอาฆาตเจ้าชายโอริสสาวัฒนาถึงชีวิต เจ้าชายชัยฉัตรซึ่งเสด็จยุโรปทรงทราบเรื่องกบฏ ก็รีบกลับกุสารัฐและพร้อมที่จะเป็นกำลังปราบปรามกบฏในครั้งนี้ ในฐานะที่ทรงเป็นชายชาติทหาร แล้ววันอภิเษกของเจ้าหญิงรัชทายาทและเจ้าชายพิรียพงศ์ก็มาถึง เจ้าหลวงแห่งพรหมมินทร์และพระมเหสีเสด็จมาร่วมงาน เพื่อทรงปรึกษาเรื่องวันอภิเษกของเจ้าชายโอริสสาวัฒนาและเจ้าหญิงพรรณพิลา ศต่อสภาสมาพันธรัฐ ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นชอบให้จัดงานขึ้นต่อจากงานอภิเษกของเจ้าหญิงรัชทายาทกับ เจ้าชายพิรียพงศ์ งานอภิเษกของเจ้าหญิงรัชทายาทและเจ้าชายพิรียพงศ์ในครั้งนี้จัดให้มีการ เฉลิมฉลองอย่างมโหฬารรวมทั้งงานซ้อมรบ เจ้าหญิงรัชทายาททรงทำใจเรียนรู้ที่จะรักเจ้าชายพิรียพงศ์

และเจ้า ชายก็ทรงรักเจ้าหญิงแบบพระชายาแทนที่พระองค์จะทรงรักแบบพระสหายเช่นเดิม ในงานซ้อมรบที่จัดขึ้นในวันอภิเษกนั่นเองขณะที่เจ้าชายโอริสสาวัฒนาทรงม้าไป เก็บดอกหยาดฝน อันเป็นดอกไม้ประจำพระองค์เจ้าหญิงพรรณพิลาศ เจ้าชายบุษกรก็ใช้พระแสงปืนสังหารเจ้าชายโอริสสาวัฒนาสิ้นพระชนม์ลงต่อหน้า เจ้าชายพิรียพงศ์และมรุต เจ้าชายชัยฉัตรตามหาตัวคนร้ายอย่างบ้าคลั่ง จนในที่สุดก็สังหารเจ้าชายบุษกรอย่างเหี้ยมโหดสมกับบาปกรรมที่ทรงก่อไว้ เจ้าหลวง พรหมมินทร์เสด็จกลับแคว้นและนำข่าวร้ายมาบอกแก่พระธิดา เจ้าหญิงพรรณพิลาศทรงโศกเศร้าอาดูรสุดจะพรรณนา แต่แล้วก็ทรงพบว่า “สิ่งต่างๆ ที่เราเห็นอยู่นั้นไม่คงทนแน่นอน สิ่งที่เราประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พอลืมตาขึ้นก็หายไปหมด เหมือนเป็นในฝันนั่นเอง”

รายชื่อนักแสดงละคร ในฝัน

ธีรภัทร์ สัจจกุล แสดงเป็น เจ้าชายโอริสสาวัฒนา
ซาร่า มาลากุล เลน แสดงเป็น เจ้าหญิงพรรณพิลาศ
อนันดา เอเวอริ่งแฮม แสดงเป็น เจ้าชายพิรียพงศ์
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ แสดงเป็น เจ้าหญิงรัชทายาท
เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล แสดงเป็น เจ้าชายโสภณา
โอลิเวอร์ พูพาร์ต แสดงเป็น เจ้าชายชัยฉัตร
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น เจ้าชายบุษกร
เบญจสิริ วัฒนา แสดงเป็น เทวีศุลีพร
ชลิต เฟื่องอารมณ์ แสดงเป็น เจ้าหลวงกุสารัฐ

ในฝัน

เจ้าชายพิรียพงษ์ จากแคว้นพรหมมินทร เดินทางมาเรียนวิชาสำหรับกษัตริย์ที่แคว้นกุสารัฐ เจ้าชายพิรียพงษ์โชคดีที่ได้เล่าเรียนกับเจ้าชายโอริสสา เจ้าชายเสนาบดีจากแคว้นอมริตสาที่กุมอำนาจมากมายในกุสารัฐ

เจ้าชายพิรียพงษ์เขียนจดหมายติดต่อกับพี่สาว เจ้าหญิงพรรณพิลาศ เล่าเรื่องทุกข์สุขต่างๆให้ฟัง จนใกล้ถึงวันเกิดของเจ้าหญิงพรรณพิลาศ เจ้าชายพิรียพงษ์พยายามหาของขวัญให้พี่สาว เจ้าชายเกิดถูกใจสร้อยไข่มุกสีกุหลาบของเจ้าชายโอริสสาเข้า เจ้าชายพิรียพงษ์จึงพยายามเสาะหาเสียแทบทั่วเมือง แต่สุดท้ายกลับได้สร้อยไข่มุกของเจ้าชายโอริสสามามอบให้พี่สาวแทน

เจ้าชายโอริสสากับเจ้าหญิงพรรณพิลาศจึงมีโอกาสได้ติดต่อกันอีกครั้ง หลังจากเคยเป็นเพื่อนเล่นกันเมื่อสมัยวัยเยาว์มาก่อน  เพื่อนสมัยเด็กที่เคยสัญญาว่าจะกลับมาเจอกันอีก แต่หน้าที่การงานทำให้ไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลย…

ในรอยรัก

ม่านมัสลิน (มัสลิน) (พัชราภา ไชยเชื้อ) เดินทางกลับจากนิวยอร์คมากรุงเทพฯ ในเที่ยวบินเดียวกับ กานน (ณวัฒน์ กุลรัตน์รักษ์) ซึ่งเขาประทับใจในความสวยมีเสน่ห์ของเธอ แต่เขาไม่กล้าที่จะเปิดฉากสนทนามากไปว่าจะช่วยส่งของและยกของให้มัสลินเพียง อย่างเดียว ซึ่งมัสลินเป็นฝ่ายเข้ามาขอบคุณกานนในความมีน้ำใจที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด โดยที่เธอไม่ไม่ได้ขอร้อง ก่อนที่จะเดินจากไป

เหตุผลที่ทำให้มัสลินบินกลับมาเมืองไทย ก็เพื่อมาร่วมงานศพของพ่อที่จากไปอย่างกระทันหัน ทำให้เธอต้องทิ้งการศึกษาปริญญาโทเทอมสุดท้าย เพื่อกลับมาดูแลแม่และยายของเธอแทนพ่อ ซึ่งตัวของมัสลินเองมีอาชีพเป็นนางแบบ โดยที่เธอรับจ๊อบหารายได้พิเศษด้วยการถ่ายแบบตอนที่เรียนอยู่นิวยอร์ค แล้วเธอก็ได้ไปรู้จักกับนักศึกษารุ่นพี่ที่ชื่อว่า กุเทพ (รังสิต ศิรนานนท์) ชายหนุ่มอารมณ์ดี จนบางครั้งทำให้ดูกลายเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ แต่จริง ๆ กุเทพหลงรักมัสลินคนเดียว ซึ่งก่อนที่กุเทพจะตัดสินใจเข้ามาจีบมัสลิน เขาเคยมีแฟนมาแล้วหนึ่งคนชื่อว่า พินสุดา (พิชญ์นาฎ สาขากร) แต่พินสุดามีนิสัยขี้หึง เจ้าอารมณ์ ทำให้กุเทพทนไม่ไหวจึงขอเลิกแล้วหันไปจีบมัสลินแทน พินสุดารู้เลยโกรธแค้นมัสลินมาก

ซึ่งเรื่องนี้มาถึงหูของ อุษยา (บุศรา นฤมิตร) ป้าของกุเทพทำให้ไม่พอใจเลยเล่าเรื่องนี้ให้กานนฟัง ซึ่งมีฐานะเป็นอา-หลานกัน แต่อุษยานั้นเลี้ยงดูกานนเป็นเหมือนลูก เพราะพ่อแม่ของกานนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไปตั้งแต่เขายังเด็ก โดยที่กานนก็มีฐานะเป็นอาของกุเทพเพราะกุเทพเป็นลูกชายของพี่ชาย โดยที่อุษยาเล่าว่า กุเทพสนิทสนมกับนางแบบสาวคนหนึ่งตลอดเวลาที่เรียนที่นิวยอร์ค ซึ่งนางแบบคนนั้นก็มีแต่ข่าวฉาว แถมตอนนี้ยังบินตามกุเทพกลับมาเมืองไทยอีกทั้ง ๆ ที่ยังเรียนไม่จบ กานนตั้งใจฟังมากเพราะเขาเป็นห่วงอนาคตของหลานชาย

เมื่อกุเทพชวนเขาไปงานเปิดตัวนาฬิกาและจะพาไปรู้จักกับนางแบบคนนั้น กานนเลยตอบตกลงทันที โดยที่ตัวเองไม่รู้เลยว่านางแบบคนนั้นคือ มัสลิน หญิงสาวที่ตัวเองแอบปลื้มอยู่ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นโดยห้องเสื้อของ เกวลิน รุ่นพี่ของมัสลินเลยทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมาก ระหว่างที่มัสลินเดินแบบนั่นชุดของเธอโดนเลาะตะเข็บออกแต่มัสลินก็แก้ไข สถานการณ์ไปได้ พอลงมาหลังเวทีมัสลินเลยขอให้เกวลินช่วยหาตัวคนผิด จนรู้ว่าเป็นฝีมือของพินสุดา แล้วเธอก็ทราบข่าวว่า คุณม่านมุข (ดร.ปัทมาฆะ สุคนธมาน) ผู้เป็นยายของเธอเข้าโรงพยาบาล โดยที่กานนขออาสาพาไปส่งเพราะ เจ้าสัวทศ (สะอาด เปี่ยมพงศ์สานนต์) อาก๋งของเขาก็อยู่โรงพยาบาลเดียวกันกับยายของมัสลิน

อุษยาไม่พอใจที่หลานชายทั้ง 2 คนไปหลงรักมัสลิน เพราะเธอต้องการให้กานนคบกับ มธุริน (กัญญา รัตนเพชร์) ลูกสาวคนเดียวของ เตช (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) นักธุรกิจใหญ่ด้านภาพยนตร์กับ บัวบงกช (ชฎาพร รัตนากร) อดีตนางเอกภาพยนตร์และกุเทพคบกับพินสุดา ส่วนมัสลินเองก็ได้รู้ความจริงจากปากของ จิรดา (สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงษ์) ผู้เป็นแม่ว่ามัสลินไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตนกับ ภาษิต (ตฤณ เศรษฐโชค) ทำให้มัสลินรู้สึกเสียใจ แต่ก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าแม่พูดไปเพราะความเมา พอกุเทพรู้เรื่องเลยเข้าไปปลอบใจมัสลินและนำไปเล่าให้กานนฟัง พร้อมกับยืนยันว่าจะจีบมัสลินให้สำเร็จเพื่อจะได้ดูแลมัสลิน ซึ่งกานนฟังแล้วก็รู้สึกเศร้าใจอยู่ลึก ๆ

ฝ่ายจิรดาก็สงสัยมาโดย ตลอดว่ามัสลินอาจจะเป็นลูกของภาษิตกับบัวบงกชอดีตคนรักเก่า เธอจึงหาทางแก้แค้นบัวบงกช โดยที่เธอแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเตช สามีของบัวบงกช เพื่อทำให้บัวบงกชช้ำใจแต่เธอกลับไม่มีท่าทีหึงหวงเลย แต่เตชกับเป็นฝ่ายหาเรื่องทะเลาะกับบัวบงกชและเลยเถิดไปถึงเรื่องในอดีต เพราะตอนนั้นเตชหลงรักบัวบงกชทั้งที่รู้ว่าบัวบงกชมีภาษิตเป็นคนรักอยู่แล้ว

เสี่ยศักดา (จีระศักดิ์  ปิ่นสุวรรณ) เพื่อนสนิทของเตชจึงวางแผนช่วยเพื่อน โดยวางยาสลบบัวบงกชแล้วเตชก็ขืนใจเธอจนเธอตั้งท้อ งและหนีไปโดยที่ไม่ได้บอกเตช ซึ่งเธออยากจะทำแท้งแต่ภาษิตเข้ามาห้ามไว้แล้วก็ขอลูกของเธอไปเลี้ยงทั้ง ๆ ที่กำลังจะแต่งงานกับจิรดา ส่วนเตชก็พยายามตามหาบัวบงกชขณะเดียวกันก็ช่วยดูแลพ่อแม่พี่น้องของบัวบงกช เป็นอย่างดีเพื่อเป็นการไถ่โทษ บัวบงกชจึงยอมใจอ่อนยอมกลับมาแต่งงานด้วย แต่ก็ไม่เคยปริปากเรื่องลูกสาวคนแรกที่เกิดกับเตช เพราะความแค้นที่กรุ่นอยู่ลึก ๆ แม้จะมีลูกสาวคนที่ 2 คือ มธุริน แล้วก็ตาม บัวบงกชรู้สึกผิดกับจิรดามาตลอด บ่อยครั้งที่จะรับมัสลินกลับมาเลี้ยงเอง แต่ก็ถูกภาษิตห้ามไว้ บัวบงกชกล้ำกลืนทำตามที่ภาษิตขอร้องทั้งที่ไม่เห็นด้วย จนกระทั่งภาษิตเสียชีวิต บัวบงกชจึงกลืนน้ำลายตัวเอง ทำทุกทางเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับมัสลิน เลยทำให้จิรดาเริ่มมั่นใจว่ามัสลินเป็นลูกของบัวบงกชกับภาษิต จึงอาฆาตและประกาศว่าจะทำทุกทางให้บัวบงกชและมัสลินพังพินาศ

ด้านมัสลินเริ่มมีงานในวงการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เกวลินดีใจกับมัสลินที่กำลังก้าวหน้าเรื่องการงานและคุยถึงหนุ่มคนใหม่ที่ กำลังคบหากันอยู่คือ ศิธา (ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ลูกชายคนเล็กของเสี่ยศักดา ซึ่งมีนิสัยนักเลง มัสลินเลยเตือนสติให้เกวลินระวังตัว แต่เกวลินก็ยังคบกับศิธาต่อ เพราะเชื่อว่าศิธาจริงใจกับตน

มัสลินไปคัดเลือกตัวแสดงที่บริษัทเอเจนซี่โฆษณาของ ดุสิต (เจจินตัย อันติมานนท์) ซึ่งหุ้นกับเพื่อนรักอย่าง คิม (พาทิศ พิสิฐกุล) ที่เป็นลูกครึ่งฮ่องกง-สิงคโปร์ พอได้พบกับมัสลินก็เกิดตกหลุมรักในครั้งแรกที่เจอ แต่ก็เกิดเรื่องเข้าใจผิดกันเลยทำให้มัสลินโกรธคิมมาก ไม่ยอมร่วมงานด้วย ซึ่งเตชเลยเสนอเงินให้จิรดาช่วยเกลี้ยกล่อมมัสลินให้ยอมเล่นหนังของตน บัวบงกชรู้เลยยื่นขอเสนอให้จิรดามากกว่าที่เตชให้ เพื่อให้มัสลินยอมมาเป็นพรีเซนเตอร์เสื้อผ้าให้กับเธอ แทนที่จะไปเป็นนางเอกหนังให้เตชกับเสี่ยศักดา ซึ่งจิรดาก็รับปากว่าจะจัดการให้

ส่วนมัสลินดีใจมากที่แม่หันมาทำงานเป็นเรื่องเป็นราวโดยเป็นผู้จัดการส่วน ตัวของมัสลิน หลังจากนั้นพินสุดามาพบกับมัสลินและกุเทพโดยบังเอิญจึงเข้าไปหาเรื่อง แต่โดนตอกกลับ มธุรินที่อยู่ในเหตุการณ์รีบไปฟ้องกานน แต่กานนกลับสนใจมัสลินมากขึ้น กุเทพตั้งใจทำงานจึงไม่ค่อยมีเวลาไปหามัสลิน ด้านดุสิตพาคิมมาขอโทษมัสลินถึงบ้าน ความเป็นสุภาพบุรุษนิสัยดีของคิม ทำให้มัสลินยอมรับเขาเป็นเพื่อนและตกลงถ่ายแบบให้เขา

ส่วนจิรดาก็ดำเนินการแก้ แค้นบัวบงกช โดยใช้มัสลินเป็นเครื่องมือ จิรดาโกหกมัสลินว่าบัวบงกชเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตัวเองกับภาษิตทะเลาะกัน เพราะภาษิตยังตัดใจจากบัวบงกชไม่ได้ มัสลินสงสารแม่เลยตั้งแง่ไม่ชอบบัวบงกช ทางด้านพินสุดารู้ว่ามธุรินไม่ชอบมัสลินเหมือนกันเลยชักชวนให้มธุรินมาร่วม มือกันแก้แค้น โดยมี พีระพล (พศิน ศรีธรรม) น้องชายกับศิธาเพื่อนสนิทช่วยกันวางแผนให้ แต่มธุรินไม่เอาด้วยเพราะกลัวความผิด

ซึ่งศิธาคือชายหนุ่มที่เกวลินหลงรัก แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่าศิธามีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วคือ พีระพล น้องชายของพินสุดานั่นเอง ด้านกานนก็แอบโทรหามัสลินบ่อย ๆ จนทำให้แน่ใจว่าตนไม่ได้ชอบมธุริน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พบกันโดยบังเอิญที่ประจวบ เพราะกานนไปดูงานส่วนมัสลินไปถ่ายแบบ กานนจึงแอบไปหามัสลินแล้วทั้งคู่ก็ไปเที่ยวด้วยกัน ทำให้คิมเสียใจ เกวลินโดนศิธาหลอกไปที่โรงแรมเพื่อให้พีระพลทำร้ายและจะให้ลูกน้องข่มขืน คิมได้ข่าวจึงไปบอกกับมัสลินและก็ไปช่วยเกวลิน ซึ่งมัสลินบอกให้เกวลินเอาเรื่องศิธาให้ถึงที่สุด

ด้านบัวบงกชรู้ว่า มัสลินสนิทกับกานนก็ไม่สบายใจ เพราะไม่อยากให้มัสลินและมธุรินซึ่งเป็นพี่น้องรักผู้ชายคนเดียวกัน วันต่อมาก็มีคลิปเปลือยของมัสลินกับผู้ชายบนเตียง พร้อมภาพข่าวที่มัสลินไปเที่ยวกับกานนและคิม คิมเห็นมัสลินมีเรื่องมากพอแล้วจึงขอไม่ให้เกวลินเอาเรื่องศิธา เกวลินจึงยุติเรื่องแจ้งความ กุเทพพอรู้ปัญหาของมัสลินจึงเข้ามาปลอบใจและให้กำลังใจ ต่างจากกานนที่ต้องวางตัวออกห่าง ไม่กล้าแสดงออกว่าห่วงใยมัสลิน เพราะต้องการเปิดทางให้กุเทพ มัสลินน้อยใจที่กานนทำตัวห่างเหิน

ด้านพินสุดาโทรมาบอกกับมธุรินว่าศิธากับพีระพลน้องชายของเธอเป็นคนทำคลิปฉาว ของมัสลินเอง มธุรินไม่ดีใจเลยเพราะกลัวติดร่างแหไปด้วย กานนถูกอุษยาต่อว่าที่มีภาพข่าวกับมัสลินทำให้มธุรินเสียใจ ขณะที่กุเทพเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของกานนกับมัสลินว่าทั้งคู่เริ่มมีใจให้กัน เขาจึงมีคำพูดเหน็บแนมกานนอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ทางด้าน คุณแต้ว ผู้จัดการฝ่ายละครของสถานีเรียกมัสลินไปพบ กานนโทรบอกรักและให้กำลังใจมัสลิน ทำให้ใจชื้นขึ้นและยิ่งดีใจที่ทางคุณแต้วให้โอกาสเล่นละครต่อ เอจึงตัดสินใจแถลงข่าวเพื่อพิสูจน์ว่าข่าวฉาวทั้งหมดไม่ใช่ความจริง แล้วทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

หลังจากนั้นกานนก็พาตัวเองเข้ามาพัวพันกับมัสลินมากขึ้น จนเขาขอเลิกกับมธุริน ทำให้มธุรินเสียใจมาก เตชรู้เรื่องนี้เลยไปต่อว่ามัสลินด้วยตัวเอง ทั้งคู่ทะเลาะกันแบบไม่ลดราวาศอก ซึ่งทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าเป็นพ่อลูกกัน วันหนึ่งกุเทพมารับมัสลินไปทานข้าวร่วมกับเจ้าสัวทศที่บ้าน เลยทำให้เจ้าสัวทศรู้ว่ามัสลินเป็นหลานของคุณม่านมุก ภรรยาคนสุดท้ายที่เขาตามหาอยู่ พอมัสลินรู้ถึงกับเสียใจมาก เพราะเธอกับกานนไม่สามารถรักกันได้ แต่กานนก็ยืนยันว่าจะรักมัสลินต่อไป

ส่วนคิมก็ยังคงค้นหาความจริงเรื่องคลิปฉาวของมัสลินต่อ โดยบุกไปที่โรงถ่ายของเสี่ยศักดา จนถูกทำร้ายปางตายกลายเป็นเจ้าชายนิทรา มัสลินจึงรู้สึกผิดที่ทำให้คิมต้องเป็นอย่างนี้และสัญญาว่าจะรับผิดชอบคิมไป ตลอดชีวิต แล้วเธอก็สืบหาข้อมูลต่อแทนคิมจนรู้ว่าเป็นฝีมือของใคร โดยมัสลินฝากมธุรินไปบอกกับพินสุดาว่าเธอมีหลักฐานที่จะจัดการกับคนทำคลิ ปฉาวแล้ว มธุรินตกใจรีบไปบอกกับพินสุดา ซึ่งพินสุดาเลยตามไปเอาเรื่องกับพีระพลและศิธา ทั้งศิธาและพีระพลต่างโยนความผิดให้กันจนเกิดบันดาลโทสะศิธาชักปืนขึ้นขู่ ไล่ยิงพินสุดาและพีระพล พีระพลไม่ยอมแย่งปืนจะทำร้ายศิธาแต่เกิดทำปืนลั่นมาถูกพินสุดาจนกลายเป็น อัมพาตครึ่งตัว ส่วนพีระพลก็ถูกตำรวจจับ

ศิธาไปบอกเสี่ยศักดาผู้ เป็นพ่อว่า มัสลินรู้เรื่องคลิปฉาวหมดแล้ว เสี่ยศักดาจึงวางแผนจับตัวมัสลินไป บัวบงกชรู้ข่าวตกใจมากเลยหลุดพูดความจริงกับเตชเรื่องมัสลินว่าเป็นลูกของ เธอกับเตช ทั้งเตชและ แม็กกี้ (อำพันธุ์ งามจิตสุขศรี) แม่ของคิมช่วยกันวางแผนจับตัวศิธาเพื่อต่อรองกับเสี่ยศักดา ซึ่งเสี่ยศักดายอมแลกตัวมัสลินกับศิธา

กานนกับเตชพามัสลินมาพักฟื้นที่บ้านเตช พอมัสลินฟื้นขึ้นมาบัวบงกชเลยตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้มัสลินฟัง มัสลินยังทำใจไม่ได้ขอให้จิรดาพากลับบ้าน แล้วเธอก็หลบไปพักที่ชายทะเล เพราะอยากหลีกทางให้กานนกับมธุรินคืนดีกัน แต่กานนก็ตามมา มัสลินไม่อาจห้ามใจตัวเองจึงยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกานนก่อนที่จะหนีไป เหลือแต่เพียงจดหมายบอกลา ทำให้กานนเสียใจมาก ส่วนมัสลินก็ตามแม็กกี้ไปช่วยดูแลคิมที่ฮ่องกง จนคิมฟื้น แล้วมัสลินจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตของเธอ เธอจะยอมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคิมหรือว่าเธอจะเลือกฟังเสียงหัวใจของตัวเอง ต้องช่วยกันลุ้นและติดตามชมกันใน ละครในรอยรัก ได้ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละคร ในรอยรัก เริ่มตอนแรกวันศุกร์ ที่ 9 กันายายน 2554

รายชื่อนักแสดงละคร ในรอยรัก

ณวัฒน์   กุลรัตน์รักษ์   แสดงเป็น   กานน (ปลิว)
พัชราภา  ไชยเชื้อ   แสดงเป็น   ม่านมัสลิน (มัสลิน)
รังสิต  ศิรนานนท์   แสดงเป็น   กุเทพ (กุ)
กัญญา  รัตนเพชร์   แสดงเป็น   มธุริน (เดียร์)
พาทิศ  พิสิฐกุล   แสดงเป็น   คิม ลี (คิม)
พิชญ์นาฎ  สาขากร   แสดงเป็น   พินสุดา (กิ๊บ)
ศิริพิชญ์  วิมลโนช   แสดงเป็น   เกวลิน (เก๋)
ณัฐวัฒน์  เปล่งศิริวัธน์   แสดงเป็น   ศิธา
พศิน  ศรีธรรม   แสดงเป็น   พีระพล
เจจินตัย  อันติมานนท์   แสดงเป็น   ดุสิต
ชฎาพร  รัตนากร   แสดงเป็น   บัวบงกช
ศตวรรษ  ดุลยวิจิตร   แสดงเป็น   เตช
สรารัตน์  หรุ่มเรืองวงษ์   แสดงเป็น   จิรดา
ตฤณ  เศรษฐโชค   แสดงเป็น   ภาษิต
บุศรา  นฤมิตร   แสดงเป็น   อุษยา
สะอาด  เปี่ยมพงศ์สานต์   แสดงเป็น   เจ้าสัวทศ
ดร.ปัทมาฆะ  สุคนธมาน   แสดงเป็น   ม่านมุข
แรม  วรธรรม   แสดงเป็น   อาย้ง
จีระศักดิ์  ปิ่นสุวรรณ   แสดงเป็น   เสี่ยศักดา
อำพันธุ์  งามจิตสุขศรี   แสดงเป็น   แม็กกี้