บัลลังก์เมฆ

ปานรุ้ง สมุทรเทวา บุตรสาวคนเดียวของนางคมขวัญเจ้าของกิจการบริษัทสมุทรเทวาเดินเรือ จบการ ศึกษาจากต่างประเทศ คมขวัญ วาดหวังไว้ว่าบุตรสาวคนนี้จะมารับช่วงดูแลกิจการเดินเรือต่อจากเธอ ในวันเลี้ยงต้อนรับการกลับมา ของปานรุ้ง เธอได้มีโอกาสพบ กติยา เพื่อนสนิทสมัยนักเรียนและเรือโทวาสุเทพ นทีพิทักษ์ คู่หมั้นของกติยา วาสุเทพ หลงรักปานรุ้งจนยอมถอนหมั้นจากกติยามาหมั้นกับปานรุ้งแทน กติยาโกรธแค้นมาก แต่แล้วเมื่อปานรุ้งได้พบกับชูนาม ดิเรกวิทยา เพลย์บอยหนุ่มนักเรียนนอก ที่น่าสนใจและมีชีวิตชีวากว่าวาสุเทพ ปานรุ้งตัดสินใจถอนหมั้นวาสุเทพส่งคืนให้กติยา และแต่งงานกับชูนาม โดยไม่ฟังคำคัดค้านจากคมขวัญ ผู้เป็นแม่เลย

กิจการเดินเรือของคมขวัญเสียหายหนักขึ้น ประกอบกับปานรุ้งให้ชูนามได้เข้ามามีส่วนบริหารงานโดย ไม่รู้ว่าเบื้องหลังชองชูนามนั้นคือนักพนันตัวยง เขาเริ่มเอาเงินมาหมุน หนักเข้าก็ลอบส่งของเถื่อนเพื่อให้หนี้พนัน แต่โชคไม่เข้าข้าง ชูนามกับพรรคพวกถูกจับได้ เพราะเกิดการฆาตกรรมนายช่างฝรั่งขึ้น เมื่อหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ชูนามโดนจับและถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ปานรุ้งเสียใจที่ถูกหลอกโดยสามีที่ตนรัก เธอสำนึกผิดที่ไม่เชื่อแม่ตั้งแต่ต้น แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ตระกูลสมุทรเทวาล้มละลาย ปานเทพ ดิเรกวิทยาบุตรคนแรกของเธอถือกำเนิดขึ้น หากแต่คมขวัญผู้เป็นแม่ ตรอมใจ และเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ปานรุ้งล้มละลาย บ้านสมุทรเทวาที่เธออยู่มาตั้งแต่เกิดถูกยึด ปานรุ้งและลูกชายของเธอถูกไล่ออกจากบ้านหลังเสร็จงานศพแม่ ปานรุ้งสัญญากับตัวเองว่าลูกของเธอ จะต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุดและจะต้องไม่มีชีวิตตกต่ำเช่นเธอ

เกื้อ รุประมาณ ลูกชายคนขับรถที่ซื่อสัตย์ของคมขวัญ ผู้ซึ่งหลงรักปานรุ้งตั้งแต่เด็ก พาปานรุ้งกับปานเทพมา อยู่ที่บ้าน แต่ด้วยความเย่อหยิ่งของปานรุ้งทำให้แม่ของเกื้อไม่ค่อยชอบนัก และมักจะมีปากเสียงกันอยู่บ่อยๆ ปานรุ้งอยู่กับเกื้อ จนมีลูกชายด้วยกันอีกคนชื่อ ปรก ปานรุ้งส่งลูกทั้งสองของเธอเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ เกื้อต้องรับจ้างขับรถรับจ้างเพิ่มเติม ส่วนปานรุ้งก็ตัดสินใจหางานทำทั้งๆ ที่เธอไม่เคยต้องลำบากเลยในชีวิต เธอเริ่มทนความลำบากยากจนไม่ไหว ขณะนั้นเองวาสุเทพผู้ที่ยังรักปานรุ้ง อย่างไม่เปลี่ยน แปลงก็เข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง เขายอมทิ้งกติยาและโดมลูกชายคนเดียวของเขา มาอยู่กับปานรุ้งและลูกๆของเธอ เกื้อรู้ตัวดีว่าตัวเองต่ำต้อยแค่ไหน จึงจำต้องปล่อยปานรุ้งไปสู่สิ่งที่ดีกว่า วาสุเทพสัญญาว่าจะดูแลเด็กๆ เป็นอย่างดี

ช่วงสงครามเวียดนาม ปานรุ้งอาศัยบารมีของวาสุเทพช่วยให้มีเส้นสายในวงการทหารอเมริกัน ปานรุ้งจึง เริ่มมีฐานะขึ้นอีกครั้ง เธอยังมีลูกกับวาสุเทพอีก 2 คน คือ ปานวาดและ ปกรณ์ ด้วยความเป็นลูกชายคนเล็ก และเกิดมาพร้อมกับโชคที่ทำให้ชีวิตเธอดีขึ้น ปานรุ้งจึงรักปกรณ์มาก ขณะที่ชูนามอยู่ในเรือนจำ ปานเทพแอบมาพบพ่ออยู่บ่อยๆ เมื่อปานรุ้งรู้เรื่องจึงส่งปานเทพ ไปศึกษาต่อที่อเมริกาทันที

14 ปีผ่านไป ลูกๆ ของปานรุ้งโตเป็นหนุ่มสาว ปานรุ้งตั้งใจจะให้ปานเทพที่เรียนจบบริหารธุรกิจจากอเมริกากลับมาดูแลกิจการ ทั้งหมดของเธอ ปานรุ้งวางแผนขยายธุรกิจของเธอโดยให้ปรก ลูกชายของเธอและนิชา ลูกสาวคุณนายนิรมลนักธุรกิจชื่อดังหมั้นกัน แต่เมื่อคุณนายนิรมลถูกฟ้องล้มละลาย ปานรุ้งจึงยกเลิก การแต่งงานทั้งหมด ปรกและนิชาช่วยกันหาทางออกทั้งคู่ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือ จากเกื้อผู้เป็นพ่อ ซึ่งบัดนี้ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ทำให้ปานรุ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ปานเทพดูแลกิจการทุกอย่างแทนปานรุ้งและได้ปรับปรุงกิจการไปในทิศทางของตน หากแต่ปานรุ้งไม่เห็นด้วย จึงมีปากเสียงกัน ปานเทพตัดสินใจออกจากบ้านไปทำธุรกิจกับชูนามซึ่งพ้นโทษออกมาจากคุกแล้ว

ปานวาดพบรักกับโดมดีเจหนุ่ม ทั้งสองมีความรักให้กันและกันอย่างมากมาย โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าความรัก ของเขาทั้งสองนั้น ดำเนินอยู่บนเส้นทางของความเกลียดชัง เพราะโดมที่แท้จริงนั้นคือลูกชายของกติยา และวาสุเทพ และการที่ทั้งสองได้มีโอกาสพบรักกันนั้น ทั้งหมดเป็นแผนของกติยาที่ต้องการแก้แค้นปานรุ้ง โดยหวังให้โดมทำลายปานวาดและยิ่งกว่านั้น ทั้งคู่เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน สิ่งเลวร้ายนี้จะทำให้ทั้งปานรุ้ง และวาสุเทพต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นเดียวกับที่เธอเป็น

ส่วนปกรณ์ ได้พบรักกับ วิรินทร์ เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ปกรณ์เองกังวลใจมาก เพราะรู้ว่าแม่คาดหวังในตัวเขามาก และจะไม่มีวันอนุญาตให้เขากับวิรินทร์ได้รักกันอย่างแน่นอน เพราะวิรินทร์เป็นเด็กสลัมที่ยากจน ปานรุ้งโกรธมากที่ปรกและนิชาแอบไปแต่งงานกัน เธอจึงลงโทษโดยไล่ทั้งสองคนไปอยู่เรือนเล็ก และต่อว่าเกื้ออย่างหนัก และเธอก็ต้องโกรธมากขึ้น เมื่อรู้ว่าปานเทพไปอยู่กับชูนามผู้เป็นพ่อ ยิ่งไปกว่านั้นปานวาดลูกสาวคนเดียวของเธอ ยังถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย เธอจึงต้องกักบริเวณปานวาดไม่ให้ออกไปไหน

ปานเทพร่วมกับชูนามทำกิจการแชร์ผิดกฎหมาย แต่ถูกจับได้ หุ้นส่วนหักหลังกันเอง ทั้งคู่โดนเจ้าหนี้ตามล่า ชูนามให้ปานเทพกลับมาขอความช่วยเหลือจากแม่ แต่ถูกปฏิเสธ ด้วยความวู่วามปานเทพเผลอทำร้ายปานรุ้ง จนบาดเจ็บ แล้วหนีไป ชูนามถูกฆ่าตายเพราะปกป้องปานเทพ านรุ้งช่วยปานเทพหนีออกนอกประเทศก่อนถูกจับ ทำให้ปานเทพได้รู้ถึงความรักและการให้อภัยจากผู้ที่เป็นแม่แม้ว่าเขาจะทำผิด ต่อแม่มากก็ตาม

ปานวาดตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปกับโดม ทั้งคู่ติดยาเสพติดและตกระกำลำบากายทรัพย์สินติดตัวที่มีอยู่จนหมด โดมลงแดงต้องการยา ด้วยความรักของปานวาด เธอจึงยอมเป็นผู้หญิงหากิน เพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติดให้โดม เธอไม่กล้ากลับไปหาแม่ เพราะคิดว่าตนเป็นลูกที่ไม่ดี ทำลายความฝันของแม่ วาสุเทพมาตามหาปานวาด ที่บ้านกติยา และได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าเป็นแผนการของกติยา วาสุเทพตกใจมาก ทำให้อาการโรคหัวใจกำเริบ จนเสียชีวิต

ทางด้านปกรณ์นั้น นับวันก็รักวิรินทร์มากยิ่งขึ้น และสับสนเมื่อรู้ว่าแม่ยิ่งคาดหวังกับตัวเขามาก เพราะผิดหวังจาก พวกพี่ๆ แต่ในที่สุดปกรณ์ตัดสินใจยืนยันความรักของตนกับวิรินทร์ ปานรุ้งจำใจต้องจัดงานแต่งงานให้ทั้งคู่ แต่ต่อมาด้วยความที่ปกรณ์ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอจึงเกิดเข้าใจผิด ปกรณ์ระแวงว่าลูกในท้องวิรินทร์ไม่ใช่ลูกเขา วิรินทร์เสียใจและทิ้งปกรณ์ไป ปกรณ์ยอมรับไม่ได้ และโทษว่าเป็นความผิดของแม่ จึงก่อโศกนาฎกรรม ครั้งใหญ่ขึ้นเพื่อให้แม่รู้ว่าความรู้สึกของการที่ต้อง เสียคนที่รักที่สุดไปเป็นอย่างไร ส่วนเกื้อตามหาปานวาด จนพบและพากลับมาหาปานรุ้งด้วยสภาพไม่ปกติ ปานรุ้งรับปานวาดกลับบ้านและรักษาเธอจนอาการค่อยดีขึ้น

ตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ของปานรุ้ง ปิดฉากลงพร้อมกับบทสุดท้ายของชีวิตเธอ ความรักเช่นไรที่จะถูกต้องงดงาม คำถามนี้ยังคงไร้คำตอบ มีทางเลือกอีกมากมายให้ได้ทดลอง และเรียนรู้ ขอเพียงแต่อย่าหยุดที่จะค้นหา และเดินทางไปพร้อมกับหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

บันทึกจากลูก(ผู้)ชาย

เดี่ยว เด็กหนุ่มบ้านแตก ลูกชายคนเดียวที่ รักษิณา ทั้งรักและหวงแหน เพราะถ้าไม่มีเดี่ยวชีวิตรักษิณาก็คงไม่เหลืออะไรอีก เดี่ยวเลือกที่จะอยู่กับแม่และ ป้ารมณี แทนที่จะไปอยู่กับ เดชภูมิ พ่อบังเกิดเกล้าที่ทิ้งเดี่ยวไปแต่งงานใหม่กับ โซฟี สาวสวยเซ็กซี่ ขี้อ้อน แต่แม่กับป้าก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ผ่านโลกร้ายๆ มามาก ไหนเลยจะเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่อยากเรียนรู้โลกกว้าง อย่างเดี่ยว เพราะสุดท้ายพ่อต่างหากที่คอยให้ความช่วยเหลือเวลาที่เดี่ยวเดือดร้อน จนเดี่ยวรู้สึกว่าโลกใบนี้คงมีแต่พ่อเท่านั้นที่เข้าใจเดี่ยว ความใกล้ชิดระหว่างพ่อลูกเป็นไปอย่างเงียบๆ ผ่านทางบันทึกส่วนตัวที่เดี่ยวมักจะเขียนถึงพ่อเป็นประจำ เพื่อระบายและปรึกษาปัญหาต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตวัยรุ่น

เดี่ยวเรียน มัธยมปลายในโรงเรียนสหศึกษาที่มีชื่อเสียง สนุกสนานเฮฮากับเพื่อนๆ ในกลุ่มห้า-ฮา ซึ่งสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนมีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป นอกจากเดี่ยวแล้วยังมี นารถ หนุ่มหล่อเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาวๆ โหน่ง นักวาดรูปผู้มีอารมณ์ศิลป์ เงาะโต หนุ่มใต้ที่ร่าเริง อารมณ์ดี เป้ ลูกเศรษฐีที่ทำตัวประหลาด พิศมัยการหยิบฉวยของชาวบ้านอยู่เป็นนิจ นอกจากนี้เดี่ยวยังมีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทสนมกันมากอีกสองคนคือ แก้ว สาวห้าว ใจแกร่งเกินหญิง ซึ่งคอยเอาใจใส่เดี่ยวอยู่เสมอ ตาล สาวหวานปานน้ำเชื่อมที่น่ารักกับทุกคน กลุ่มห้า-ฮาขึ้นชื่อว่าเป็นขาซ่าประจำโรงเรียน ก่อคดีอุฉกรรจ์ไม่รู้จักหยุดหย่อน อาจารย์ฝ่ายปกครองทั้งดุทั้งตี เรียกมาอบรม ไปจนถึงเชิญผู้ปกครองมาพบอยู่บ่อยครั้ง

เดี่ยว ก็เหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไปที่ชอบมองสาวสวยหน้าตาดี ขวัญ เป็นสาวน้อยคนหนึ่งที่เดี่ยวตามจีบ แต่สุดท้ายความรักครั้งแรกของเดี่ยวก็ต้องกลายเป็นรักซ้อน เพราะขวัญมีเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งมาติดพัน แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เดี่ยวกับเพื่อนมีโอกาสช่วยเด็กหนุ่มคนนั้นให้รอดพ้นจากพายุฝ่าเท้าของกลุ่ม นักเลง จนต้องถูกตำรวจจับยกกลุ่มในข้อหาก่อการทะเลาะวิวาท พอหลุดจากโรงพักมาไม่ทันไร เดี่ยวก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่น่าตกใจแทบสิ้นสตินั่นก็คือ เดี่ยวได้เจอ โค้ชเชิงชาย ในท่าทีแปลกๆ จากความแมนเต็มตัวที่ทุกคนเห็นภายนอก แต่ลึกๆ แล้วกลับมีใจเป็นหญิง แถมเดี่ยวยังต้องตกเป็นเหยื่ออันโอชะของโค้ชเชิงชายด้วย ซึ่งแต่ละครั้งเดี่ยวพยายามหนีอย่างสุดชีวิต จนสุดท้ายเดี่ยวต้องถึงกับนอนฝันร้ายไปหลายวันกับไม้ตายที่โค้ชเชิงชายใช้ กับเดี่ยว

นั่นก็คือการเข้าไปจีบแม่ของเดี่ยวถึงบ้าน เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดเดี่ยวให้มากที่สุด กลุ่มห้า-ฮาตอบโต้โค้ชเชิงชายด้วยวิธีทำร้ายรถยนต์แสนรักของเขาและด้วย เหตุผลนี้เองที่ทำให้สมาชิกในกลุ่มทั้งหมดต้องถูกอับเปหิออกจากโรงเรียน ทั้งกลุ่มหนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านเงาะโตบนเกาะทางภาคใต้ จนกระทั่งมีจดหมายไล่ออกจากโรงเรียน กลุ่มห้า-ฮาเลยต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อเริ่มต้นต่อชีวิตลูกผู้ชายอีกครั้ง ความซวยไม่เคยมาเยือนเพียงครั้งเดียว รถที่จอดรับกลุ่มห้า-ฮาระหว่างทางเปลี่ยวกลับกลายเป็นรถขนยาบ้า กลุ่มห้า-ฮาเลยฮาไม่ออกเพราะต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัย เข้าไปนอนมุ้งสายบัวอยู่หลายวัน แถมยังต้องผจญกับวายร้ายใจทมิฬที่จ้องจะรวบหัวรวบหางหนุ่มๆ ในห้องขังตลอดเวลา

พอ ตำรวจปล่อยตัวกลุ่มห้า-ฮา ผู้ปกครองของเด็กๆ ก็มารับลูกด้วยท่าทางที่แตกต่างกันออกไป แม่กับป้าของเดี่ยวมาพร้อมกับน้ำตานองหน้า อิทธิพล และปิ่นเกศ พ่อและแม่ของเป้มาพร้อมกับเสียงทะเลาะเบาะแว้ง รังสรรค์ เตี่ยของนารถมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างคนเข้าใจชีวิต พร้อมกับคำพูดปลอบใจ เมื่อถึงกรุงเทพฯ แม่พาเดี่ยวไปฝากเข้าเรียนในโรงเรียนของเพื่อนซึ่งจะเจ๊งมิเจ๊งแหละ เดี่ยวยังคงติดต่อกับแก้วและตาลอย่างสม่ำเสมอ บางเวลาที่เดี่ยวกลุ้มใจมากๆ แก้วจะคอยเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้ แก้วจะเทศนา อบรมสั่งสอน ด่าว่าเดี่ยวสารพัด จนทำให้เดี่ยวเข้าใจอะไรมากขึ้น แก้วเอาใจใส่เดี่ยวมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ แก้วอยากให้เดี่ยวขยันเรียน ดุด่าว่าเดี่ยวด้วยมาดหญิงเหล็กอันเป็นบุคลิกส่วนตัว จนเดี่ยวฮึดขึ้นมาตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ สุดท้ายเดี่ยวก็สอบผ่านฉลุย

ความ สัมพันธ์ของทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น จนหลายคนคิดว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน และแล้วชีวิตของเดี่ยวก็ต้องเปลี่ยนไปอีก เมื่อเจอกับ พี่นัท เข้ามาพัวพันในชีวิตเดี่ยวอย่างลึกซึ้ง พี่นัทเป็นคนขาดความรักอย่างรุนแรง ทำให้เธอหลงชอบเดี่ยวจนถึงขั้นยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย เดี่ยวเองก็ขาดสติด้วยความที่เป็นเด็กหนุ่มวัยคะนอง และน้องใจที่แก้วไปให้ความสนิทสนมกับเพื่อนชายรุ่นพี่มากเกินไป เลยเผลอทำสิ่งไม่ถูกต้อง โดยนึกไม่ถึงว่าการกระทำครั้งนี้จะก่อปัญหาขึ้น พอเดี่ยวผ่านเรื่องร้ายๆ จากพี่นัทมาได้ แม่ส่งเดี่ยวไปอยู่เชียงใหม่กับ ลุงเด่น เพื่อนที่เดี่ยวจะได้ตั้งหน้าตั้งตาดูหนังสืออย่างจริงจังเพื่อสอบเข้า มหาวิทยาลัย

เดี่ยวอยู่เชียงใหม่อย่างสงบ ไม่มีเรื่องยุ่งๆ มากวนใจ เลยมีเวลาทุ่มเทให้กับการดูหนังสืออย่างเต็มที่ เดี่ยวไม่เคยคิดเลยว่าประโยค “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” จะเป็นจริงขึ้นมาได้ กระทั่งเดี่ยวได้เจอกับตัวเอง เมื่อผลสอบออกมาว่าเดี่ยวเอนทรานซ์ติด แม่กับป้าภูมิใจกับความสำเร็จครั้งนี้ของเดี่ยวมาก เดี่ยวมีโอกาสมอบบันทึกส่วนตัวที่เขาบันทึกประสบการณ์ทุกอย่างที่เข้ามาใจ ช่วงชีวิตวัยรุ่นของเขาให้พ่อกับแม่ พอรักษิณาอ่านบันทึกจากลูกชายก็ถึงกับอึ้ง และหลังจากรักษิณาอ่านบันทึกจบ เธอจะติดสินใจทำยังไงต่อไปกับชีวิตลูกชายคนเดียวที่เธอรัก เดี่ยวจะต้องเจอกับปัญหา และอุปสรรคอะไรอีกบ้าง ติดตามชมในละคร “บันทึกจากลูก ( ผู้ ) ชาย

รายชื่อนักแสดงละคร บันทึกจากลูก(ผู้)ชาย

สุวินิต ปัญจมะวัติ แสดงเป็น เดี่ยว
กาญจน์คณึง เนตรศรีทอง แสดงเป็น แก้ว
พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง แสดงเป็น เดชภูมิ
สินจัย เปล่งพานิช แสดงเป็น รักษิณา
วรุฬห์ อัศวศิริชัยกุล แสดงเป็น เป้
จามร ตันธนะศิริวงศ์ แสดงเป็น นารถ
พนา สันธณะลักษณ์ แสดงเป็น เงาะโต
อัศนัย เทียนทอง แสดงเป็น โหน่ง
อรัชมน รัตนวราหะ แสดงเป็น ตาล

บันไดดอกรัก

กระเช้า สาวสวย แสนใส จิตใจดี ไม่มีพิษไม่มีภัย ขดสมองไม่ซับซ้อน คิดทุกอย่างชั้นเดียว กระเช้าถูก จวงจิต (นังจวง) แม่บังเกิดเกล้าทั้งกดดัน และกล่อมเกลาให้กระเช้ามีความฝันอันสูงสุด คือการแต่งงานกับผู้ชายรวย ๆ เพื่อลดปมด้อยที่ถูก ชิดชัย (ไอ้ชิด) ผู้เป็นพ่อทิ้งไปหา เจ๊ปิ่นทอง (เจ๊ปิ่น) เศรษฐีนีประจำตลาดผลไม้ ชิดชัยทิ้งจวงจิตไปหาปิ่นทองเพราะรวย….ทำให้จวงจิตเจ็บแค้นแสนสาหัส หันไปกินเหล้าเมามาย และฝังหัวกระเช้าทุกเช้าค่ำให้เธอจับผู้ชายรวย ๆ ให้ได้สักคน เพื่อยกระดับครอบครัวให้สูงเทียมหน้าเทียมตาคนอื่น ยิ่งรวยกว่านังปิ่นทองได้ยิ่งดี กระเช้าสงสารแม่ที่วันๆเอาแต่เศร้าใจกับอดีต และหมั่นไส้เจ๊ปิ่นทองที่ชอบมาอวดรวยและควงพ่อมาเยาะเย้ยแม่ทุกครั้งที่มี โอกาส กระเช้าจึงตั้งประกาศก้องว่าต้องหาผู้ชายรวย ๆ มาเป็นสามีให้ได้ !!!! (เพราะถ้าจะรวยจากการทำมาหากินด้วยตัวเองชาตินี้คงไม่มีหวัง)

แผนปฎิบัติการตามความหวังอันสูงส่งของกระเช้า เริ่มต้นขึ้นเมื่อ หมี่กรอบ เพื่อนสาวสุดห้าวหาญมาชวนไปทำงานที่กรุงเทพฯ หมี่กรอบเป็นคนฉลาดและหัวดีเป็นเลิศ หมี่กรอบและกระเช้าเป็นเพื่อนซี้ที่มีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว แต่เป็นความต่างที่ลงตัว ทำให้ทั้งสองคนผูกพันกันราวกับพี่น้องคลานตามกันมา หมี่กรอบเรียนเก่ง ขยัน และสู้คน แต่ไม่ค่อยแต่งตัว ทำให้ความสวยคมถูกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อผ้าหลวมโขลก ถึงแม้กระเช้าจะพยายามจับหมี่กรอบแต่งตัว แต่สุดท้ายก็กลับมามอมแมมเหมือนเดิม

หมี่กรอบทำงานเป็นหัวหน้าคนงานในฟาร์ม ราชินีกล้วยไม้ เป็นฟาร์มกล้วยไม้ส่งนอกของ ดร. ศีล ผู้เชี่ยวชาญด้านการขยายพันธุ์กล้วยไม้ ศีลเป็นคนมีศีลธรรมสมชื่อ ดูแลคนงานในฟาร์มด้วยความเป็นกันเอง เหมือนคนในครอบครัว ศีลมีภรรยาชื่อ บุปผา ผู้คลั่งไคล้การทำบุญอย่างมาก ทอดผ้าป่า ทอดกฐินเป็นงานหลัก หมี่กรอบชวนกระเช้าเข้ามาทำงานในฟาร์มเพราะเห็นว่ากระเช้าอยู่บ้านเฉย ๆ นาน ๆ ทีถึงจะมีคนมาชวนไปประกวดเทพีตามงานต่าง ๆ ได้รางวัลบ้าง ไม่ได้รางวัลบ้าง กระเช้าเห็นว่าดีกว่าอยู่เฉย ๆ จึงตัดสินใจหอบเสื้อผ้าลาแม่มาทำงานในเมืองกรุง

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้กระเช้าตัดสินใจมาทำงานกับหมี่กรอบ เพราะรู้มาว่าเจ้าของฟาร์มมีลูกชายสุดหล่อที่สาว ๆ กำลังจ้องจับมากมาย กระเช้าจึงพุ่งมาในทันที หวังว่าความสวยที่มีจะสามารถมัดใจลูกชายเจ้าของฟาร์มได้สำเร็จ

และแล้ว….ความตั้งใจของกระเช้าก็สัมฤทธิ์ผลเมื่อโชคชะตาพาให้เธอได้มาเจอ กับ เทียน หนุ่มเสเพล รักสนุก อารมณ์ดี เปลี่ยนสาวราวกับเปลี่ยนกางเกงชั้นใน รักง่ายหน่ายเร็ว เข้าทำนอง หล่อเลือกได้ เทียนและกระเช้าได้เจอกันโดยบังเอิญในวันแรกที่เธอเข้ามาทำงาน กระเช้าไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกชายเจ้าของที่ควบตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาหีบห่อ คิดว่าเป็นพนักงานธรรมด๊า….ธรรมดา ซึ่งไม่คู่ควรกับเธอ กระเช้าทำเป็นไม่สนใจ ถึงแม้เทียนจะพยายามเข้ามาทำความรู้จัก กระเช้าทำเริ่ด ๆ เชิด ๆ ใส่อย่างเหยียดหยัน กระเช้าตอกหน้าเทียนอย่างไม่ไยดี แถมยังด่ากลับไปอีกเป็นชุดก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไป ทำให้เทียนสะดุดใจกับความเย่อหยิ่งของกระเช้าอย่างแรง

กระเช้าบ่นเรื่องเทียนให้หมี่กรอบฟัง หมี่กรอบชะงักและซักรายละเอียด จนรู้ว่าผู้ชายที่กระเช้ากำลังด่าคือคุณเทียน ลูกชายเจ้าของฟาร์ม กระเช้าถึงกับอึ้ง…เหวอ…คาดไม่ถึงว่าผู้ชายขี้หลี ไม่มีมารยาท จะเป็นชายในฝันที่เธอกำลังตั้งใจจับ โอ้วววว…คุณพระ…กระเช้าเศร้าใจอย่างแรง และสุดจะสับสนว่าเธอควรจะทำยังไงต่อไปดี อาการสติแตกทำให้หมี่กรอบรู้ว่าเพื่อนรักกำลังคิดการณ์ใหญ่ และแสนจะอันตราย เพราะเทียนขึ้นชื่อเรื่องเสือผู้หญิง Fun แล้วทิ้ง มานักต่อนัก หมี่กรอบพยายามจะเตือนกระเช้าให้เลิกสนใจเทียน เพราะไม่ดีกับตัวเอง แต่กระเช้าไม่ยอมล้มเลิก โดยให้เหตุผลว่า…ต้องทำเพื่อแม่ !! หมี่กรอบเข้าใจแต่ก็หนักใจในคราวเดียวกัน

ทางด้านเทียน….เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตกหลุมรักความเย่อหยิ่งของผู้หญิง ที่ชื่อกระเช้าเข้าอย่างจัง พยายามจะสืบที่มาที่ไป และคิดว่าจะต้องรวบหัวรวบหางหาทางเอาชนะเธอให้ได้ เทียนสืบจนรู้ว่ากระเช้าทำงานอยู่แผนกดูแลกล้วยไม้ มีเพื่อนสนิทชื่อหมี่กรอบ หัวหน้าคนงานที่อายุน้อยที่สุด เทียนแอบดูกระเช้าอยู่สักพักจนแน่ใจว่าสวยจริง หยิ่งจริง (เพราะเชิดใส่คนงานทั้งไร่ เนื่องจากจน) ยิ่งทำให้เทียนสนใจในตัวกระเช้ามากขึ้น

ส่วนกระเช้าหลังจากหน้าแหกยับเยินจากการเชิดใส่เทียน เธอจึงหาทางเข้าหาเขาโดยไม่ให้เสียฟอร์ม และโชคชะตาก็เข้าข้างเธอ เมื่อทางฟาร์มจัดการประกวด เทพีกล้วยไม้ (Miss Orchid) เพื่อคัดเลือกสาวงามเป็นตัวแทนในงาน Orchid Expo กระเช้าไม่ลังเลที่จะส่งตัวเองเข้าประกวด หวังใช้ตำแหน่งเป็นบันไดให้ตัวเองได้มีโอกาสใกล้ชิดเทียน ทั้งที่หมี่กรอบไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็ต้องคอยช่วยด้วยความรักและห่วงเพื่อน

ในการประกวดมิสออร์คิด กระเช้าสวยเด้งอย่างแรง จนหนุ่มๆในงานส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ยกเว้นแต่ เทียน ที่นั่งนิ่งขรึมในฐานะกรรมการ เทียนในวันนี้ดูแตกต่างจากเทียนที่เธอเห็นในวันแรกมากมาย แววตาขรึม น่าเกรงขาม มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า กระเช้าคิดว่าเขาคงจะโกรธที่เธอเหวี่ยงใส่ไปเมื่อวันก่อน กระเช้าจึงพยายามโปรยเสน่ห์สารพัด จน (คนที่เธอคิดว่าเป็น) เทียนรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาซะเลย

บันไดขั้นที่หนึ่งของกระเช้าก็เริ่มทอดตัว เมื่อมงกุฎมิสออร์คิดถูกสวมลงบนศรีษะของเธอโดย (คนที่เธอคิดว่าเป็น) เทียน กระเช้าใช้มารยาสาไถยทำเป็นดีใจจนเป็นลมอยู่ในอ้อมแขนของเทียน มีหลายคนจับภาพไว้ได้ แต่เทียนรู้ว่าเป็นมารยา หลังจากพาเธอมาหลังเวที เขาพยาบาลจนเธอมีสติ ในจังหวะที่อยู่กันสองต่อสอง กระเช้าพยายามจะหว่านเสน่ห์แบบถึงเนื้อถึงตัว (ถึงแม้จะเขิน ๆ แต่ก็ต้องยอมทำ)

ในระหว่างที่กระเช้ากำลังหว่านเสน่ห์กับ (คนที่เธอคิดว่าเป็น) เทียน…หมี่กรอบรออยู่ในงาน ทันใดนั้นเทียน (ตัวจริง) ก็ปรากฎตัวขึ้น…เทียนเดินมาหาหมี่กรอบและถามหากระเช้า หมี่กรอบงง ๆ เล็กน้อยเพราะกระเช้าหายไปกับเขา เทียนปฎิเสธเสียงแข็ง หมี่กรอบก็ยืนยันเสียงหนักแน่น ทั้งสองคนคุยกันไม่รู้เรื่องจนเกือบจะกลายเป็นทะเลาะกันอยู่สักพัก หมี่กรอบเริ่มเอะใจและฉุกคิดถึงความจริงอันแสนสำคัญยิ่งที่เธอลืมไปสนิทใจ นั่นคือ เทียนมีฝาแฝดที่หน้าเหมือนกันราวกับแกะ…และผู้ชายคนที่อยู่กับกระเช้า เพื่อนรักนั้นไม่ใช่เทียนแต่เป็น ธูป เจ้านายที่แสนเคร่งขรึม ถือตัว และดูถูกผู้หญิงที่วิ่งไล่จับผู้ชาย ซึ่งแตกต่างจากเทียนราวกับหน้ามือกับหลังมือ ทันทีที่หมี่กรอบคิดได้ เธอรีบชิ่งจากเทียน และตามหากระเช้าเพื่อบอกความจริง

แต่มันสายเกินไป….กระเช้างัดมารยาหญิงมากกว่าร้อยเล่มเกวียนมาใช้กับ ธูป เพราะคิดว่าเขาเป็นเทียน ยิ่งกระเช้าหว่านเสน่ห์งัดเล่ห์มารยาหญิงมาใช้มากเท่าไหร่ ธูปก็ยิ่งไม่ชอบขี้หน้าและคิดว่าเธอตั้งใจจะจับน้องชายฝาแฝดของเขามากเท่า นั้น ในขณะที่กระเช้ายิ่งหมั่นไส้และไม่เข้าใจว่าทำไมเทียนถึงดูมึนตึงและพูด จากวนประสาทเธอตลอดเวลา และแล้ว…ปริศนาทั้งหมดก็ถูกเปิดเผย เมื่อหมี่กรอบโผล่ถลาเข้ามาในห้องและแนะนำให้กระเช้ารู้จักกับธูป…พี่ชาย ฝาแฝดของเทียน กระเช้าถึงกับอึ้งเหวอ…ไปชั่วอึดใจ หมี่กรอบรีบลากตัวเพื่อนสาวออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะยิ่งแย่ลงไป

การพบกันครั้งนี้ทำให้ธูปผูกใจคิดว่ากระเช้าเป็นผู้หญิงมักใหญ่ใฝ่สูง ใจง่าย และหากินกับการจับผู้ชายรวย ๆ ในขณะที่กระเช้าเองทั้งเสียใจและเสียหน้า จนแทบจะกัดลิ้นตัวเองตาย เพราะเผลอปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเร่อ ประกอบกับข้อมูลที่หมี่กรอบบอกเธอเกี่ยวกับนิสัยของธูปที่แสนจะตรงกันข้าม กับเทียน ยิ่งทำให้เธออยากกระโดดกัดคอเพื่อน โทษฐานไม่ยอมบอกข้อมูลนี้ตั้งแต่แรก ในขณะที่เทียนยังเข้าใจว่ากระเช้าเป็นผู้หญิงเชิดหยิ่ง จึงต้องทำการจีบอย่างแยบยล เทียนคิดไปคิดมา และเห็นว่าเข้าทางหมี่กรอบน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

เทียน เรียกหมี่กรอบมาล็อบบี้ เขายื่นข้อเสนอว่าถ้าช่วยจีบกระเช้าได้สำเร็จ เขาจะปูนบำเหน็จให้อย่างงาม เทียนยังบอกอีกว่าสิ่งที่ทำให้เขาสนใจกระเช้า คือความเย่อหยิ่ง หมี่กรอบถึงกับอึ้ง และก็ตอกเทียนกลับไปว่าเธอไม่มีวันจะขายเพื่อน หรือใช้เพื่อนเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ และถ้าหากเขาไม่พอใจเธอ และยังไล่เธอออก เธอจะไปฟ้องกระทรวงแรงงาน เทียนจำใจต้องยอม และเปลี่ยนจากบังคับมาเป็นขอความเห็นใจ เทียนออดอ้อนแต่หมี่กรอบยังใจแข็งไม่ช่วย แถมยังทิ้งท้ายว่า ถ้าแน่ใจว่ารักจริง ก็ต้องพยายามเอาเอง เทียนสุดเซ็งและแอบเขม่นหมี่กรอบอยู่ในใจ

หมี่กรอบรีบมาบอกกระเช้าว่าเทียนสนใจ เพราะคิดว่าเธอหยิ่ง กระเช้าก็มึนงง ๆ ไป หมี่กรอบเลยบอกว่าถ้าอยากได้เทียน ก็ต้องทำตัวหยิ่ง ๆ ไว้ อย่ายอมง่าย ๆ ไม่งั้นเขาจะเลิกสนใจทันที กระเช้านึกดีใจที่เทียนยังไม่เห็นอาการอ่อยเหยื่อของเธอ แต่ถ้าธูปบอกเทียน เขาอาจจะเปลี่ยนใจก็เป็นได้ หมี่กรอบบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะธูปกับเทียนไม่ค่อยถูกกัน เนื่องจากธูปคิดว่าเทียนเอาแต่รักสนุก และเจ้าชู้ไปวัน ๆ ส่วนเทียนก็หมั่นไส้ที่พ่อกับแม่ไว้วางใจธูปมากกว่าตัวเอง เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ยากถ้าเทียนจะเชื่อคำพูดของธูป แต่ถึงอย่างนั้นกระเช้าก็ยังรู้สึกไม่ดีที่เธอปล่อยไก่ใส่หน้าธูปไปตัวเบ้อ เร่อ

ด้วยความเก้อเขินครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้กระเช้าแอบถอดใจ อยากจะลาออก แต่ด้วยตำแหน่งมิสออร์ดิคที่ได้มา ทำให้เธอต้องทำงานร่วมกับธูป ในฐานะนางงามประชาสัมพันธ์ประจำฟาร์ม กระเช้าต้องเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับข้อมูลกล้วยไม้ในฟาร์ม เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์ในวันงาน กระเช้าจำต้องกล้ำกลืนฝืนใจทำงานร่วมกับธูป

ความอลวน แสนอลหม่านเริ่มขมวดปมแน่นขึ้นเมื่อ…. กระเช้าต้องฝืนทำงานกับธูป เจ้านายจอมเฮี้ยบที่จ้องจับผิดเธอตลอดเวลา ในขณะเดียวกันยังต้องคอย ระวังหลัง เพราะ ทับทิม เลขาของธูปคอยกระแหนะกระแหน แอบแทงข้างหลังกระเช้าอยู่ตลอดเวลา ทับทิมเป็นคนสวย ฉลาด และร้ายลึก ทับทิมแอบชอบธูปและหวังสูงคิดว่าสักวันธูปจะหันมาสนใจ แต่เมื่อกระเช้าเข้ามาใกล้ชิดกับธูป ทำให้ทับทิมต้องคอยสะกัดดาวรุ่ง ไม่ยอมให้กระเช้าดูดีในสายตาธูปเป็นอันขาด แรงยุของทับทิมยิ่งทำให้ธูปเข้าใจผิด คิดว่ากระเช้าเป็นสาวมักใหญ่ใฝ่สูงหนักขึ้นไปอีก

ธูปใช้ความเฮี้ยบ เนี้ยบ บีบกระเช้าต่าง ๆ นานา พยายามให้เธอทำงานหนัก จำข้อมูลยาก ๆ หวังว่าเธอจะท้อและขอถอนตัว แต่ยิ่งธูปแกล้งเธอมากเท่าไหร่ กระเช้าก็ยิ่งสู้ตายมากเท่านั้น กระเช้าแสดงให้เขาเห็นว่า ถึงเธอจะสมองไม่ดี แต่มีความตั้งใจ และไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ในขณะเดียวกันกระเช้ายังเป็นคนมีรสนิยมโดยธรรมชาติมีพรสวรรค์ในการแต่งตัว สามารถทำให้ตัวเอง และคนรอบข้างดูดีได้ในทุกสถานการณ์ กระเช้าใช้ความสามารถในการแต่งตัวทำให้ธูป บุปผา และศีล เห็นกระเช้าในเวลาที่ออกงานสังคมหลายครั้ง ทำให้บุปผาถูกอกถูกใจในความน่ารักของกระเช้า แต่ธูปก็ยังไม่ยอมรับเพราะอคติที่ฝังใจในครั้งแรกที่เจอกัน (ถึงแม้ลึก ๆ จะเริ่มประทับใจและเห็นความไม่ธรรมดาก็ตาม)

ส่วนเทียนไม่พอใจนักที่กระเช้าต้องใกล้ชิดกับธูป ถึงแม้จะเป็นเพราะงาน แต่เขาก็แอบระแวงพี่ชายตัวเองไม่ได้ ธูปย้ำว่าเขาไม่มีวันสนใจผู้หญิงแบบกระเช้า แต่เทียนก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี เทียนพยายามตามจีบกระเช้า ในขณะที่กระเช้าต้องทำเป็นเริ่ด ๆ เชิด ๆ ใส่ (ตามคำแนะนำของหมี่กรอบ) ยิ่งกระเช้าหยิ่งใส่มากเท่าไหร่ เทียนก็ยิ่งชอบเธอมากเท่านั้น แม้ธูปจะพยายามบอกว่ามันเป็นมารยาของกระเช้า แต่เขาก็ไม่เชื่อ ยังเพียรจีบกระเช้าหนักขึ้นเรื่อย ๆ  สาว ๆ หลายคนเริ่มเขม่นกระเช้า ทำให้หมี่กรอบต้องคอยช่วยปกป้องอยู่ตลอดเวลา

หมี่กรอบเองก็เริ่มเป็นห่วงเพื่อนรัก แต่ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าที่เธอจะห้าม นอกจากคอยช่วยประคับประคองไม่ให้เพื่อนต้องเดือดร้อนมากไปกว่านี้ ขณะเดียวกันยังต้องคอยเป็นที่ปรึกษาของเทียนในการจีบกระเช้า ยิ่งเทียนปรึกษาหมี่กรอบมากเท่าไหร่ เธอยิ่งเห็นเสน่ห์ของเทียนมากเท่านั้น ความเป็นคนมีอารมณ์ขัน และเป็นกันเองของเขา ทำให้เธอแอบหวั่นไหวขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากต้องคอยเป็นที่ปรึกษาแล้วหมี่กรอบยังต้องคอยเป็นจราจรเฉพาะกิจ คอยสับรางสาว ๆ ให้เทียนโดยเฉพาะกลุ่มนางแบบอันประกอบไปด้วยเอแคลร์, ปาร์ตี้ และ แบมบี้ สามบอมบ์ ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างความวุ่นวายในฟาร์มไม่เว้นแต่ละวัน หมี่กรอบต้องคอยกันไม่ให้สาว ๆ มาเจอกับกระเช้า ทำให้เทียนเริ่มเห็นความเฉลียวฉลาด และความเป็นคนมีไหวพริบเป็นเลิศของหมี่กรอบ แต่เขาก็ยังคิดกับเธอแค่เจ้านายกับลูกน้องอยู่ดี ถึงแม้บางมุมเขาจะแอบเห็นความสวยคม แต่ด้วยความมอมแมมก็ยากเกินกว่าที่เขาจะยอมรับได้

นอกจากความอลวนของธูป เทียน กระเช้า และหมี่กรอบแล้ว ธุรกิจกล้วยไม้ของครอบครัวแสวงบุญ ยังต้องต่อกรกับศัตรูคู่แข่งที่สำคัญ นั่นคือ ฟาร์มกล้วยไม้ดารา ของ ดารา รัศมีเรืองรอง หม้ายสาววัย ๕๐ นักธุรกิจผู้สนใจเม็ดเงินมากกว่าความสวยงามของกล้วยไม้…สมชัย สามีของเธอเคยเป็นเพื่อนสนิทของศีล แต่ร่างกายอ่อนแอจึงเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังหนุ่ม หลังจากสิ้นบุญสามี ดาราเข้ามาคุมธุรกิจแทน เปลี่ยนชื่อจาก กล้วยไม้สมชัย เป็น กล้วยไม้ดารา และเปลี่ยนฐานะจากเดิมที่เคยเป็นพันธมิตรกับฟาร์ม ราชินีกล้วยไม้ ก็กลับกลายเป็นศัตรูคู่แข่งตัวฉกาจ

ดาราเป็นคนใจคอคับแคบ เห็นแก่ตัว และแพ้ไม่เป็น เธอมีลูกชายหัวแก้วหัวแหวน คือ อิทธิเดช หนุ่มเจ้าสำอางที่โดนตามใจมาตั้งแต่เด็ก อิทธิเดชได้ทุกอย่างที่เขาต้องการ ยกเว้น ความเป็นที่หนึ่งในการจัดอันดับทายาทฟาร์มกล้วยไม้ไทย เพราะทุกสำนักเซเลปต่างยกให้ธูปและเทียนมาเป็นที่หนึ่ง ทำให้อิทธิเดชอิจฉาและต้องการเอาชนะทั้งสองคนให้ได้

สองคนแม่ลูกทำสิ่งชั่ว ๆ มากมายเพื่อทำลายฟาร์มราชินีกล้วยไม้ โดยมี บัญชา หัวหน้าคนงาน ไม้เบื่อไม้เมาของหมี่กรอบ เป็นหนอนบ่อนไส้ คอยส่งข่าวและบ่อนทำลายฟาร์มด้วยวิธีต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นวางยา ปล่อยแมลง ปลุกปั่นพนักงาน ขโมยพันธุ์กล้วยไม้ ขายความลับทุกอย่างให้กับฟาร์มดารา เพื่อแลกกับเงิน

นอกจากบัญชาแล้วยังมีอีกหนึ่งหนอนที่หลายคนคาดไม่ถึง นั่นก็คือ ทับทิม เลขาของธูป กิ๊กเก่าของอิทธิเดชที่เปลี่ยนใจมากรี๊ดธูปแทน ทับทิมเป็นคนคอยส่งข่าวเชิงลึกให้อิทธิเดช แต่ในช่วงหลัง ๆ เมื่อความลุ่มหลงในตัวธูปมีเพิ่มมากขึ้น ทับทิมก็เริ่มกระด้างกระเดื่อง ทำให้ดาราไม่พอใจแต่ยังต้องเลี้ยงไว้ เพราะลงทุนไปมาก

ความวุ่นวายในฟาร์มไม่มีที่ท่าจะจบสิ้น…. ณ อีกมุมหนึ่งของประเทศไทย…จวงจิตกับเจ๊ปิ่นทอง ยังหาเรื่องตบตีกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้จวงจิตต้องหอบเสื้อผ้าและน้ำตามาหาลูกสาวสุดที่รัก การมาของจวงจิตทำให้กระเช้าต้องเดือดร้อนอยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอาการเมา หลุด รั่ว และไถเงินลูก แถมยังกดดันให้กระเช้ารีบรวบหัวรวบหางเทียน ทำให้กระเช้าอึดอัดใจเป็นอย่างมาก และเมื่อความความอดทนมาถึงขีดสุด กระเช้าถึงกับระเบิดความในใจออกมาทั้งน้ำตา เธอบอกเหตุผลที่พ่อทิ้งแม่ไม่ใช่เพราะความจน ความรวย แต่เพราะแม่เอาแต่กินเหล้า ไม่ดูแลตัวเอง ไม่ดูแลครอบครัว ชอบหาเรื่องคนอื่นไปทั่วทั้งตลาด ทำให้พ่อทนไม่ได้ ทิ้งไปหาคนอื่น และถ้ายังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง เธอก็จะทิ้งจวงจิตไปอีกคน

คำพูดของกระเช้ากระซวกใจจวงจิตอย่างแรง ทำเอาจวงจิตตบะแตก ประกาศตัดแม่ตัดลูกกันอย่างไม่เหลือเยื่อใย เสร็จแล้วก็หอบเสื้อผ้ากลับไปบ้านนอกด้วยความชอกช้ำใจ กระเช้าร้องไห้อย่างหนัก รู้สึกผิดที่หลุดปากต่อว่าบุพการี โดยหารู้ไม่ว่า ธูปแอบได้ยินทั้งหมด เขารู้สึกเข้าใจและเห็นใจกระเช้าขึ้นมาทันที หลังเหตุปะทะกันครั้งนี้ ทำให้ท่าทีของธูปเปลี่ยนไป เขาใจเย็น และใจดี แถมยังมีน้ำใจกับกระเช้ามากขึ้น จนกระเช้าเริ่มสับสน ความดีของธูปทำให้ทับทิมเริ่มไม่ไว้วางใจ กลัวว่าธูปจะมีใจให้กับกระเช้า

ทับทิมตัดสินใจหันไปยุเทียน บอกว่าธูปเริ่มมีใจให้กระเช้า ทำให้เทียนร้อนใจรีบมาปรึกษากับหมี่กรอบ ทั้งสองคนจับตาดูพฤติกรรมของกระเช้าและธูปอย่างใกล้ชิด จนทั้งสองคนเห็นชัดว่าธูปเริ่มมีใจให้กระเช้าอย่างเห็นได้ชัด หมี่กรอบเองก็เริ่มรู้สึกว่ากระเช้าแอบมีใจให้ธูปอยู่ไม่น้อย

นอกจากนี้อิทธิเดชยังคอยตามตื้อกระเช้า เพราะได้ข่าวจากทับทิมว่า ธูปและเทียนต่างหมายปองเธอ ทำให้อิทธิเดชสนใจตามจีบด้วยอีกหนึ่งคน เพราะถ้ากระเช้าเลือกเขา เท่ากับได้หักหน้าทั้งสองคน ทั้งอาการผิดปกติของธูป และอิทธิเดชยังมาตามตื้อกระเช้าอีก…ทำให้เทียนเริ่มหวั่นใจ เห็นท่าไม่ค่อยดี ประกอบกับไม่อยากเสียหน้าที่ต้องถูกธูปแย่งสาวไปต่อหน้าต่อตา เทียนจึงตัดสินใจขอหมั้นกับกระเช้าแบบสายฟ้าแลบ ด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง ทำให้กระเช้ารับปากหมั้นไปโดยลืมถามใจตัวเอง

ข่าวการหมั้นของกระเช้ากระจายออกไปอย่างรวดเร็ว… คนแรกที่รู้ข่าว คือธูป เขารู้สึกจุก อึ้ง ใจหายแปลก ๆ แอบเสียใจโดยไม่รู้ตัว ทับทิมได้ทีรีบยุธูปว่ากระเช้าเป็นคนวางแผนเองทั้งหมด ประกอบกับเทียนมาบอกว่ากระเช้าเป็นคนขอหมั้นเอง เพื่อต้องการเอาชนะพี่ชาย ทำให้ธูปยิ่งเข้าใจผิด คิดว่ากระเช้าคงจะทำตามที่แม่สอน และเธอคงไม่ได้เป็นคนดีที่น่าสงสารอย่างที่เขาเข้าใจ

ทางด้านหมี่กรอบ…เธอรู้สึกใจหายวาบ และน้ำตาตกใน ในทันทีที่รู้ข่าวการหมั้น ในวินาทีนั้นเธอตอบกับตัวเองได้ทันทีว่า เธอตกหลุมรักหนุ่มเสเพลอย่างเทียนเข้าแล้ว หมี่กรอบเริ่มเก็บตัวเงียบ พูดน้อยลง และอยู่ห่างจากกระเช้ากับเทียนมากขึ้น จนทั้งสองคนเริ่มรู้สึกได้

อิทธิเดชโดนดาราเร่งรัดให้จัดการทำลายฟาร์มราชินีกล้วยไม้สักที เพราะตอนนี้ในฟาร์มดาราเกิดโรคระบาด ทำให้กล้วยไม้เสียหายจำนวนมาก ดาราไม่อยากให้ฟาร์มของศีลได้รับผลประโยชน์จากความเสียหายของตัวเอง เข้าทำนอง ถ้าฉันไม่มีความสุข อย่าหวังว่าคนอื่นจะมีความสุข จึงมาเร่งรัดลูกชายให้คิดแผนชั่วด่วน อิทธิเดชรับคำสั่งและคิดวางแผนร้ายในทันที ในขณะที่ครอบครัวเรืองรองรัศมีคิดแผนทำลายธุรกิจกล้วยไม้ฝั่งตรงข้าม ครอบครัวแสวงบุญกำลังชุลมุนกับการจัดงานมงคล

เทียนพยายามจะให้หมี่กรอบช่วยเป็นแม่งานในการหมั้น แต่เธอปฎิเสธด้วยความเย็นชา สาว ๆ มาอาละวาดเทียน หมี่กรอบก็ไม่ช่วยเหมือนเดิม จนเขาเริ่มรู้สึกเหมือนชีวิตขาดอะไรบางอย่างไป กระเช้าเอง แทนที่จะดีใจกับความฝันที่ใกล้จะเป็นจริง แต่เธอกลับรู้สึกไม่ตื่นเต้น ไม่ดีใจ แถมยังเศร้า ๆ เซ็ง ๆ ทุกครั้งที่ต้องเตรียมงานหมั้น ทั้งที่ศีลและบุปผาต่างให้การต้อนรับเป็นอย่างดี มีเพียงแต่ธูปที่เย็นชาใส่เธอ กระเช้าพยายามจะถามหาความจริง แต่ธูปก็ปิดปากเงียบ ปั้นปึ่ง เป็นเจ้าชายหิมะใส่ และเธอยังโดนทับทิมกีดกันต่างๆนานา ไม่ยอมให้มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกัน แถมหมี่กรอบยังตีตัวออกห่างโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้กระเช้าเศร้าหนัก แต่ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร

ทางด้านจวงจิตทันทีที่รู้ข่าวการหมั้น เธอรีบไปอวดเจ๊ปิ่นทองทันที ทำให้เกิดการตบตีครั้งมโหฬาร จนชิดชัยต้องเข้ามาเคลียร์ จวงจิตได้โอกาสถามถึงสาเหตุที่ทำให้ชิดชัยทิ้งไป ว่าเป็นจริงตามที่กระเช้าบอกหรือไม่ ชิดชัยโดนรุกหนักจนต้องตอบความจริง เขาสารภาพว่าทุกวันนี้ยังรักจวงจิตอยู่ แต่ความขี้เมา ไม่เอาไหนของเธอ ทำให้เขารับไม่ได้ และมาหาปิ่นทอง ทั้งที่ไม่ได้รัก ประกอบกับปิ่นทองยื่นข้อเสนอว่าถ้ายอมมาอยู่ด้วยจะไม่ยึดไร่ที่เป็นมรดกตก ทอด ชิดชัยจึงจำใจต้องมา จวงจิตถามว่า ถ้าเธอปรับปรุงตัว ชิดชัยจะยอมกลับมาหรือเปล่า ชิดชัยไม่ให้คำตอบ แต่บอกว่าถ้าปรับตัวได้จริง ๆ ค่อยมาว่ากัน

จวงจิตกลับมาคิดทบทวน และตัดสินใจเลิกเหล้าอย่างเด็ดขาด หันมาดูแลตัวเองตามที่กระเช้าเคยแนะนำไว้ เมื่อจวงจิตเริ่มเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น เธอเดินทางมาหากระเช้าอีกครั้ง เพื่อขอโทษ และให้กำลังใจลูกสาว และทันทีที่กระเช้าเห็นหน้าแม่ กระเช้าถึงกับร้องไห้และระบายความอึดอัดทั้งหมดออกมาอย่างหมดเปลือก

กระเช้าสารภาพกับแม่ว่า เธอสับสนและไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ดีใจที่ได้หมั้นกับเทียน และเธอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง เวลาที่อยู่กับเขา เธอรู้สึกว่าเขาไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอ ถึงแม้แผนการณ์จับครั้งนี้จะสำเร็จ แต่เธอไม่ดีใจเลย กระเช้าสารภาพอย่างหมดเปลือก โดยไม่รู้ว่า แบมบี้ สาวร้ายที่ตามจิกเทียนอยู่นั้นจะแอบฟังอยู่ และอัดเสียงเธอไว้ทั้งหมด

แบมบี้เอาคลิปเสียงไปให้เทียนฟัง แต่แทนที่เทียนจะแสดงอาการโกรธแค้น เขากลับทำทีเป็นไม่เชื่อ และไล่ให้แบมบี้กลับไป ทั้งที่ในใจจริง ๆ นั้นแสนจะเสียใจและสับสน เทียนต้องการรู้ว่าตัวตนจริง ๆ ของกระเช้าเป็นอย่างไรกันแน่

หลังจากที่แบมบี้อารมณ์เสียที่โดนเทียนตอกมาหน้าแตก เธอยังไม่หยุดที่จะทำลายกระเช้า แบมบี้นำคลิปเสียงไปฟ้องศีลและบุปผาโดยมีทับทิมเป็นคนประสานงาน ทั้งแบมบี้และทับทิมต่างเป่าหูทั้งสองคนจนเริ่มหวั่นไหว ศีลและบุปผาเรียกตัวธูปมาปรึกษา เพื่อสืบหาความจริง ธูปสารภาพว่ารู้ถึงที่มาที่ไปของกระเช้าเป็นอย่างดี บุปผาร้อนใจกลัวว่าเทียนจะถูกหลอก จึงขอร้องให้ธูปช่วยทำให้เทียนตาสว่างโดยด่วน

หมี่กรอบเอง เห็นความเปลี่ยนไปของกระเช้า ทั้งที่งานหมั้นใกล้เข้ามา แต่กระเช้ากลับไม่ดีใจแม้แต่น้อย หมี่กรอบเปิดอกพูดกับกระเช้าอย่างตรงไปตรงมา และบอกว่าให้ถามใจตัวเองให้ดีว่าต้องการหมั้นจริงหรือไม่ กระเช้าใช้เวลาทบทวนไม่นาน ก็ตอบตัวเองได้ว่า เธอไม่ได้รักเทียน แต่คนที่เธอรักจริง ๆ นั่นคือธูป ชายเฮี้ยบผู้เงียบขรึม ขณะที่กระเช้าเริ่มรู้ใจตัวเอง ธูปตัดสินใจมาคุยกับเทียนแบบเปิดอกเช่นกัน และแล้วเทียนก็สารภาพว่าเริ่มไม่แน่ใจกับตัวตนที่แท้จริงของกระเช้า และอยากรู้ว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่

ธูปเสนอแผนลองใจกระเช้าขึ้นมาอย่างแยบยล… ในคืนก่อนวันหมั้น ทางฟาร์มประกาศให้พนักงานหยุดงานครึ่งวันบ่าย เพื่อเป็นเสมือนของขวัญให้พนักงานได้พักผ่อน เย็นวันนั้น ธูปนัดให้กระเช้ามาเจอกันเป็นการส่วนตัวในฟาร์มกล้วยไม้ โดยบอกว่าเขาต้องการจะพูดเรื่องส่วนตัวกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย กระเช้าตอบรับในทันที !

ทับทิมล่วงรู้ถึงการนัดหมายในครั้งนี้จึงมาบอกอิทธิเดช แผนร้ายที่เตรียมการณ์ไว้จึงเริ่มในทันที อิทธิเดชให้บัญชาโทร.หากระเช้าก่อนถึงเวลานัด และแกล้งทำเป็นว่าขอความช่วยเหลือให้ขนกล้วยไม้ชุดใหม่ที่เพิ่งสั่งมาเข้าไป ในโรงเพาะชำ เพราะพนักงานของเขาลางานกันหมด และเขาไม่สบาย อยู่โรงพยาบาล ด้วยความเห็นใจ กระเช้าจึงขนกล้วยไม้ชุดนั้นเข้าไปโรงเพาะโดยไม่รู้ว่ามันคือกล้วยไม้ติด เชื้อจากฟาร์มดารา ขณะที่ดาราและอิทธิเดชกำลังดีใจที่แผนร้ายเริ่มต้นได้อย่างสวยงาม รออีกไม่นาน กล้วยไม้ของศัตรูก็จะต้องเจ็บป่วยล้มตายเช่นเดียวกัน

หมี่กรอบรู้สึกเห็นใจเทียนที่ต้องหมั้นกับกระเช้า ทั้งที่กระเช้าไม่ได้รัก เธอพยายามจะบอกแบบอ้อม ๆ แต่ยิ่งพูดยิ่งทำให้เทียนเข้าใจผิด จนเกิดเป็นปากเสียงกัน หมี่กรอบน้อยใจ ตัดสินใจไม่พูด และประกาศว่าจะไม่สนใจอีกเลย ทำให้เทียนจ๋อย ๆ ไปเล็กน้อย

คืนวันนัดมาถึง เทียนปลอมตัวเป็นธูปและไปตามนัด เทียนมาในมาดของความนิ่งขรึม และพูดกับกระเช้าแบบตรงไปตรงมา บอกว่าเขารู้ว่ากระเช้าต้องการจับเทียน และดีใจด้วยที่ทำได้สำเร็จ คำพูดถากถางกึ่งประชดทำให้กระเช้าเสียใจ และยอมรับออกมาตรง ๆ ว่าเธอต้องการจับเทียน และเธอก็ไม่ใช่คนเริ่ด เชิด หยิ่ง เธอทำเพราะรู้ว่าจะทำให้เทียนสนใจ เทียนถึงกับจุกอึ้ง…แต่สิ่งที่ทำให้เขาอึ้งยิ่งกว่า…คือกระเช้าสารภาพ ว่าแท้จริงแล้ว เธอชอบธูป เธอรู้สึกสบายใจ เป็นตัวของตัวเอง เวลาที่อยู่กับเขา สิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจมาในคืนนี้เพราะต้องการบอกความจริงให้รู้ ก่อนที่เธอจะไปขอยกเลิกงานหมั้นกับเทียน คำสารภาพของกระเช้า ทำให้เทียนถึงกับจุก…และค่อย ๆ ตอบออกมาว่า แท้จริงแล้ว…เขาไม่ใช่ธูปแต่เป็นเทียน และเขายินดีจะยกเลิกงานหมั้นในวันพรุ่งนี้ พูดจบ เทียนก็เดินจากไปด้วยความผิดหวัง และเสียใจจนเกินกว่าจะอธิบาย

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดใส่กระเช้า หลังจากที่งานหมั้นล้มไม่เป็นท่า ฟาร์มกล้วยไม้ก็เกิดอาการติดเชื้อไวรัสครั้งมโหฬาร จากภาพวงจรปิด ชี้ชัดว่ากระเช้าเป็นคนเอากล้วยไม้ชุดติดเชื้อเข้าไปในโรงเพาะ และบัญชาก็รีบสร้างเรื่องว่าเป็นคนละชุดกับที่เขาสั่งให้นำเข้าไป และเขาก็ไม่รู้ว่าชุดที่ติดเชื้อมาได้ยังไง ทับทิมรีบสาระแนเป่าหูศีล บุปผา และธูป บอกว่าอาจจะเป็นไปได้ที่กระเช้าเป็นไส้ศึกที่ถูกส่งเข้ามา เพราะตั้งแต่มีกระเช้า เรื่องวุ่นวายก็เข้ามาสารพัด โชคดีที่เทียนไม่เชื่อ และเป็นคนเดียวที่ออกโรงปกป้องไม่ให้ไล่กระเช้าออก จนกว่าจะหาหลักฐานได้ว่ากระเช้าถูกจ้างวานมาจริง และบัญชาเองก็ต้องถูกคาดโทษเช่นเดียวกัน

กระเช้ารู้สึกเสียใจและอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น กระเช้าตัดสินใจคืนมงกุฎมิสออร์คิดให้กับบริษัท และเก็บเสื้อผ้าเตรียมกลับไปบ้านนอก ธูปพยายามซักไซ้ด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมเทียนยังปกป้องกระเช้า เทียนเองก็พูดไม่ออก บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่เขาก็มั่นใจว่ากระเช้าไม่มีทางเป็นหนอนบ่อนไส้เพราะเห็นแก่เงิน แต่สำหรับเรื่องส่วนตัว เขาและกระเช้าคงจะจบความสัมพันธ์กันเพียงเท่านี้…ทันทีที่ธูปได้ยิน เขารู้สึกดีใจลึก ๆ แต่ไม่แสดงออกมา

เทียนไปปรับทุกข์กับหมี่กรอบ พร้อมกับเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด หมี่กรอบยอมรับว่าเธอรู้เรื่องแล้ว และพยายามจะบอกเขา แต่เขาไม่รับฟัง เทียนยอมรับว่าเขามั่นใจในตัวเองมากเกินไป และบอกเรื่องยกเลิกงานหมั้น หมี่กรอบดีใจด้วย เพราะไม่อยากให้เขาต้องอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก เทียนรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ และท้อแท้เล็ก ๆ บ่น ๆ ว่าแล้วเขาจะได้เจอคนที่รักเขาจริงหรือเปล่า หมี่กรอบอยากจะบอกความในใจ แต่ก็ไม่กล้า ได้แต่ปิดปากเงียบ ไม่พูดอะไร

เทียนมาส่งหมี่กรอบที่พัก กระเช้าแอบเห็นพอดี พอเทียนขับรถออกไป กระเช้าแอบเห็นรอยยิ้มมีความสุขของหมี่กรอบ กระเช้ารู้ทันทีว่าเพื่อนรักแอบชอบเทียนอยู่ กระเช้าซักไซ้จนหมี่กรอบต้องยอมรับจนได้ กระเช้ารู้สึกดีใจที่ตัวเองปฎิเสธงานหมั้น และรับปากว่าจะช่วยหมี่กรอบให้สมหวังในความรักของเพื่อน ก่อนที่เธอจะจากไป

หมี่กรอบเองก็รับปากว่าจะช่วยเคลียร์เรื่องหนอนบ่อนไส้ให้กระเช้า เธอจะต้องหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่ากระเช้าไม่ได้ตั้งใจที่จะทำลายฟาร์ม และไม่เคยถูกว่าจ้างใด ๆ ทั้งสิ้น หลังจากที่งานหมั้นถูกยกเลิก สาว ๆ ที่คอยรุมล้อมเทียนก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง !!

งแบมบี้ ปาร์ตี้ เอแคลร์ เทียวไปเทียวมาตามจิกเทียนทั้งวัน คราวนี้กระเช้าต้องเป็นคนคอยกันท่าสาว ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้หมี่กรอบ จนเกิดเป็นเรื่องราววุ่นวายไปทั้งฟาร์ม ทำให้ธูปเข้าใจผิดคิดว่ากระเช้าหวงก้าง จะกั๊กเทียนไว้ หวังว่าเขาจะกลับมา กระเช้าน้ำท่วมปาก บอกความจริงไม่ได้ จำใจต้องยอมทนฟังคำเสียดสีของธูปด้วยความเสียใจ ทำให้เทียนอึดอัดแทน

จากโรคร้ายกล้วยไม้นี้เอง ทำให้ฟาร์มกล้วยไม้สูญเสียมหาศาล กระเช้าเห็นแล้วก็เศร้าใจ อิทธิเดชได้ทีรีบเข้ามาเสียบ ทำทีเป็นเห็นใจกระเช้าและใส่ร้ายว่าคนในฟาร์มใจคอคับแคบ พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ลาออกมาทำงานด้วยกัน จนกระเช้าต้องตอกกลับไปแบบเจ็บ ๆ หลายต่อหลายครั้ง แต่อิทธิเดชหาได้หยุดไม่ และทุกครั้งที่อิทธิเดชมาตอแยกระเช้า สร้างความไม่พอใจให้ธูปเป็นอย่างมาก เกิดอาการหึงแบบไม่รู้ตัวหลายครั้ง

ในขณะที่ดาราสั่งให้บัญชาดำเนินแผนร้ายขั้นต่อไป นั่นคือ ขโมยพันธุ์กล้วยไม้ใหม่ ที่ดร. ศีลได้คิดค้นขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นพันธุ์ที่สวยงามและแข็งแรงมาก แต่ทุกอย่างยังเป็นความลับ ไม่มีใครล่วงรู้ ดร.ศีลเตรียมเปิดตัวในอีกไม่นาน ดาราเร่งให้บัญชาขโมยพันธุ์มาให้ได้ ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พฤติกรรมลับ ๆ ล่อ ๆ ของบัญชาทำให้หมี่กรอบยิ่งสงสัยในตัวเขาเพิ่มมากขึ้น

กระเช้า ยอมโดนทุกคนในฟาร์มถากถางด้วยสายตา ในฐานะนางงามตกยากและไส้ศึก และยังต้องกลับมาดูแลฟาร์มกล้วยไม้หลังจากโดนเขี่ยตกจากตำแหน่งนางงามและว่า ที่คู่หมั้นของเทียน แต่กระเช้าก็ต้องยอมเพราะอยากเห็นหมี่กรอบสมหวังในรัก ยิ่งกระเช้ายอม เทียนและหมี่กรอบก็ยิ่งสงสาร แม้แต่ธูปเองยังคอยวนเวียนมากลั่นแกล้งเธอเป็นระยะ ทำทีว่าทำไปเพื่อความสะใจ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วอยากอยู่ใกล้ชิดมากกว่า

เทียนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของธูปที่ทำเป็นปากแข็งบอกว่าไม่สนใจ กระเช้า เทียนจึงไม่ยอมบอกความรู้สึกที่แท้จริงของกระเช้า เพราะต้องการจะแกล้งให้ธูปยอมรับความรู้สึกของตัวเองก่อน ยิ่งธูปแกล้งกระเช้ามากเท่าไหร่  เทียนก็ยิ่งแน่ใจว่าพี่ชายรักผู้หญิงคนนี้มากเท่านั้น โดยเฉพาะอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่ออิทธิเดชมาตามตื้อกระเช้า ถึงแม้จะอ้างว่าทั้งสองคนต้องวางแผนทำลายฟาร์ม แต่ลึก ๆ แล้วเทียนรู้ว่าธูปฉุนเฉียวเพราะความหึง

หมี่กรอบเองพยายามยุให้กระเช้าบอกความรู้สึกกับธูป แต่กระเช้าเห็นว่าไม่มีประโยชน์เพราะธูปไม่มีวันสนใจผู้หญิงอย่างเธอ ที่สำคัญ เธอต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่คนผิดให้ได้ก่อน จึงจะคิดเรื่องอื่นต่อไป หมี่กรอบตั้งข้อสังเกตว่าบัญชามีพฤติกรรมที่น่าสงสัยหลายอย่าง ทั้งสองคนจึงเริ่มสะกดรอยตามจนพบว่าบัญชาแอบนัดพบกับดาราในวัดแห่งหนึ่ง โดยทำทีเป็นว่าไปทำบุญ หมี่กรอบจึงรีบไปบอกเทียน ทั้งสามคนจึงวางแผนให้กระเช้าพยายามตีสนิทอิทธิเดชเพื่อเอาความจริงมาให้ได้ แต่แผนนี้กลับทำให้ธูปไม่พอใจเพราะคิดว่ากระเช้าชอบอิทธิเดช

ส่วนกระเช้าเองก็หันมายุให้หมี่กรอบประกวดมิสออร์คิดครั้งใหม่ เพื่อหาตัวแทนมาแทนเธอ หมี่กรอบไม่ยอมประกวด หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม กระเช้าจึงปลุกระดมเพื่อน ๆ ในฟาร์ม คนที่รักและชื่นชมการทำงานของหมี่กรอบรวมตัวกันและสนับสนุนให้หมี่กรอบ ประกวด ถ้าไม่ประกวด ทุกคนจะหยุดงานประท้วง การแสดงพลังครั้งนี้ทำให้เทียนเห็นว่าหมี่กรอบเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสาว ๆ ในฟาร์มอย่างแท้จริง เขายิ่งชื่นชอบหมี่กรอบมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ด้วยเสียงเรียกร้องอันล้นหลามทำให้หมี่กรอบยอมใจอ่อนเข้าประกวดในที่สุด

และแล้วการประกวดก็มาถึง… ครั้งนี้…ทั้งทับทิม ปาร์ตี้ เอแคลร์ แบมบี้ ที่เคยดูถูกว่าเป็นการประกวดกะโหลกกะลาก็ลงประกวดด้วย เพราะหวังจะใช้ตำแหน่งเป็นบันไดสู่การจับธูปและเทียน ระหว่างที่มีการประกวดนั่นเอง ดาราสั่งให้บัญชาเข้าไปขโมยพันธุ์กล้วยไม้จากห้องทดลองของดร.ศีล บัญชาทำตามคำสั่งโดยไม่มีคนสงสัย

คู่แข่งทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ทำให้หมี่กรอบเริ่มหวั่นใจ แต่ด้วยฝีมือและพรสวรรค์ของกระเช้าทำให้หมี่กรอบกลายเป็นสาวสวยขึ้นมาใน บัดดล ทันทีที่หมี่กรอบปรากฎตัวขึ้นบนเวที คนที่อึ้งมากที่สุดคือเทียน เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงมอมแมมแสนห้าว จะกลายเป็นสาวสวยได้ถึงขนาดนี้ และด้วยความเฉลียวฉลาดรอบรู้เกี่ยวกับเรื่องกล้วยไม้เป็นอย่างดี ทำให้หมี่กรอบได้รับรางวัลนี้ไปท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ล้นหลาม สร้างความหมั่นไส้ให้กับสามบอมบ์อย่างแรง ปาร์ตี้ เอแคลร์ แบมบี้จึงรวมหัวกันกระชากมงกุฎจากศีรษะของหมี่กรอบมาอย่างไม่อาย และประกาศไม่ยอมรับการตัดสินของคณะกรรมการ ทำให้กระเช้าไม่พอใจ ขึ้นไปอาละวาดเพราะเจ็บแค้นแทนเพื่อน จนเกิดเป็นความโกลาหลอลหม่าน สุดท้ายเทียนต้องขึ้นไปบนเวที และประกาศย้ำว่า คนที่เหมาะสมจะเป็นมิสออร์คิด คือหมี่กรอบ นอกจากเทียนจะออกโรงปกป้องแล้ว เขายังสารภาพรักต่อหน้าทุกคนอีกด้วย ทำเอาสาว ๆ กรี๊ดสนั่น หมี่กรอบช๊อก กระเช้าปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ ธูปเข้ามาเห็นเหตุการณ์ตอนกระเช้าร้องไห้พอดี๊…พอดี เหมือนผีผลัก ทำให้เขาเข้าใจผิดคิดว่ากระเช้าเสียใจที่เทียนเลือกหมี่กรอบ ธูปจึงเดินออกไปจากงานด้วยความเสียใจ

ด้วยความโชคดีของฟาร์มราชินีกล้วยไม้ ขณะที่ธูปออกมาจากงานประกวด เขาเห็นบัญชากำลังทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่บริเวณโรงเพาะพันธุ์ซึ่งเป็นเขตหวงห้าม ธูปจึงเข้าไปถาม บัญชาตกใจจะหนี จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ในขณะที่ทั้งสองคนอยู่ในสภาวะห้าสิบห้าสิบ ยื้อแย่งอาวุธกันอยู่ ทับทิมตามมาเห็นพอดี ในสถานการณ์คับขัน ณ ขณะนั้น ทับทิมต้องตัดสินใจว่าจะช่วยใคร ระหว่างบัญชาที่เป็นไส้ศึกด้วยกัน และธูป…ผู้ชายที่เธอหมายปอง และแล้วทับทิมก็เลือกช่วยธูป ด้วยการฟาดหัวบัญชาอย่างแรงจนสลบไป ทับทิมรีบเข้ามาดูแลธูปและแจ้งข่าวกับทุกคน

ทับทิมกลายเป็นฮีโร่ขึ้นมาทันที ได้ความดีความชอบมากมาย บัญชาโดนจับดำเนินคดี และซัดทอดไปยังดาราและอิทธิเดช ทั้งสองคนจึงเปิดโปงเรื่องที่ทับทิมก็เป็นหนอนบ่อนไส้ รับท่อน้ำเลี้ยงของฟาร์มดาราเช่นกัน แต่ด้วยความสตอขั้นเทพ ทับทิมทำทีเป็นบีบน้ำตาขอความเห็นใจจากศีล บุปผา และธูป บอกว่าเธอโดนบังคับให้เป็นนกต่อ แต่ลึกๆเธอไม่อยากเป็น และพยายามช่วยฟาร์มของศีลโดยไม่ให้พวกนั้นเข้ามาทำร้ายฟาร์มมาแล้วหลายครั้ง ตอนนี้เธอสบายใจที่ไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป ด้วยความเป็นคนใจอ่อน ทั้งศีลและบุปผายอมยกโทษให้ ทับทิมแอบตีปีกพั่บ ๆ ด้วยความสะใจ

หลังจากเหตุวุ่นวายจบลง กระเช้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ผิด เทียนก็ขอให้พ่อแม่ไปเป็นเถ้าแก่ขอหมี่กรอบ ทั้งศีล และบุปผาดีใจ เพราะแอบชอบความเป็นคนขยันแข็งขัน ขยันทำงานมานานแล้ว และหมี่กรอบก็มีความรักในกล้วยไม้อย่างจริงจัง ดีกว่าสาว ๆ สมองกลวงที่เทียนควงอยู่ทุกวัน ทั้งสองคนจึงเร่งรัดให้จัดงานแต่งงานโดยเร็ว ไม่ต้องหมั้นแล้ว กลัววืดอีกเหมือนครั้งที่แล้ว

เทียนประกาศแต่งงานกับหมี่กรอบทันทีที่เธอตอบตกลง กระเช้าดีใจกับเพื่อนด้วยความจริงใจ และเตรียมตัวเก็บของกลับบ้านนอก เพราะเสร็จสิ้นภาระกิจแล้ว หมี่กรอบพยายามจะยื้อให้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว แต่กระเช้าปฎิเสธ และแอบหนีกลับบ้านไปโดยไม่ได้ร่ำลา

ทางด้านธูป หลังจากที่เข้าใจผิดคิดว่ากระเช้ายังรักเทียนอยู่นั้น ก็เก็บตัวเงียบ ไม่พูดจา ถึงแม้ทับทิมจะพยายามสาระแนใส่ไฟหมี่กรอบต่า งๆ นานา โทษฐานเป็นเพื่อนกระเช้า คงจะคิดไม่ต่างกัน แต่ธูปก็ไม่สนใจ จนทับทิมเซ็ง หลุดปากบอกว่าถ้าหมี่กรอบโดนเทียนเฉดหัวเมื่อไหร่ คงจะต้องลาออกหนีไปเหมือนกับกระเช้า

ธูปถึงกับใจหาย และพยายามสืบจนรู้ว่ากระเช้าลาออกไปแล้วจริง ๆ ธูปเงียบขรึมหนักกว่าเดิม เอาแต่ทำงานจนพ่อแม่เป็นห่วง เทียนเองก็เริ่มเป็นห่วงธูปขึ้นมาเช่นกัน หลังจากที่ไม่เคยสนใจทั้งธูปและฟาร์มกล้วยไม้ หมี่กรอบและเทียนเริ่มปรึกษากันและเห็นตรงกันว่า กระเช้าและธูปมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน แต่ด้วยทิฐิทำให้ปั้นปึงต่อกัน ทั้งหมี่กรอบและเทียนจึงคิดหาวิธีที่จะให้ทั้งสองคนได้ปรับความเข้าใจกันให้ ได้

กระเช้ากลับมาอยู่บ้านนอก และพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อน จวงจิตเลิกกินเหล้า เข้าสวน พลิกฟื้นผืนดินมรดกที่ชิดชัยเอาตัวเข้าแลกเพื่อไม่ให้ปิ่นทองยึด จวงจิตทำเกษตรแบบชีวภาพไม่ใช้สารเคมี และเน้นธรรมชาติ จนเริ่มมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำผลิตภัณฑ์ความงามตามธรรมชาติโดยนำมาใช้และทดลองกับตัวเองจนสวยเด้ง ผิดหูผิดตา ทำให้ชิดชัยแอบกลับมาหาทุกครั้งที่มีโอกาส กระเช้าเห็นความเปลี่ยนแปลงของแม่ก็ดีใจ และลงมือลงแรงช่วยแม่พัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามโดยมีตัวเองเป็นพรีเซนเตอร์ ความสวยของกระเช้าทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จนสินค้าของจวงจิตขายดีติดอันดับจนเป็นสินค้าโอทอป

ฐานะของจวงจิตดีขึ้นจนมีเงินมาปลดหนี้ค่าจำนองที่จากปิ่นทองได้สำเร็จ ทำให้ชิดชัยประกาศตัวเป็นไท ไม่ยอมอยู่เป็นทาสปิ่นทองอีกต่อไป ชิดชัยกลับไปหาจวงจิต และยืนยันว่าไม่ได้กลับไปเพราะเงินทองที่มีเพิ่มมากขึ้น แต่เพราะความมุ่งมั่นและความรักจริงของเธอที่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อ สร้างครอบครัวใหม่ ถึงแม้จวงจิตจะไม่มีเงิน เขาก็ยินดีที่จะกลับไป คำตอบของพ่อทำให้กระเช้าได้คิด เธอค้นพบแล้วว่าความรักที่ยิ่งใหญ่มีคุณค่ามากกว่าเงินทอง และสุดท้ายสิ่งที่ทำให้ความรักอยู่ได้ คือความเข้าใจและการเห็นคุณค่าของกันและกัน

หลังจากที่เทียนประกาศแต่งงาน แบมบี้ ปาร์ตี้ เอแคลร์ ก็เบนเข็มมาที่ธูป สามสาวคอยตามจิกทุกวัน ทับทิมก็ต้องคอยกันท่า ด่าทอ กันทุกวัน จนธูปปวดเศียรเวียนเกล้า ออกปากไล่สามสาวไปอย่างไม่เหลือชิ้นดี ทั้งแบมบี้ ปาร์ตี้ เอแคลร์ พากันกรีดร้องและวิ่งหนีหายไปจากชีวิตเขาด้วยความทนไม่ได้ พฤติกรรมก๋ากั่นของสาว ๆ ทำให้ธูปคิดถึงกระเช้าขึ้นมาจับใจ

ใกล้ถึงวันแต่งงานของหมี่กรอบและเทียนเข้ามาทุกที แต่กระเช้ายังไม่ตอบรับว่าจะมาร่วมงานแต่งงาน ทำให้ทั้งสองคนตัดสินใจมาชวนถึงที่บ้าน และลากธูปมาด้วยโดยไม่ได้บอกความจริง การเจอกันครั้งนี้ทั้งสองคนต่างเขิน แต่ก็มีฟอร์ม ทำเป็นไม่สนใจใส่กัน จนหมี่กรอบ และเทียนต้องหาสารพัดวิธีที่จะให้ธูปยอมเปิดปากบอกความรู้สึกที่แท้จริงออก มาให้ได้ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ธูปก็ยังปากแข็งอยู่ดี ถึงแม้จะมีหนุ่ม ๆ วนเวียนมาขายขนมจีบกระเช้าต่อหน้าต่อตาถึงที่สวน แต่ธูปก็ยังเฝ้ากระแหนะกระแหนคิดว่ากระเช้าเล่นตัวเพราะเลือกคนที่รวยที่สุด กระเช้าหมั่นไส้เลยตอกกลับไปว่าใช่ ยิ่งทำให้ธูปแค้นหนักขึ้น เทียนกับหมี่กรอบเห็นท่าจะไม่ดี เทียนจึงเรียกธูปมาด่า และสารภาพว่าเหตุผลที่ตนยกเลิกงานหมั้นเพราะกระเช้าสารภาพว่าไม่ได้รักตัว เอง แต่คนที่เธอรัก คือธูป…ธูปอึ้งไปเล็กน้อย แอบดีใจ แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อ

เรื่องที่ดูเหมือนจะไปได้ดี ก็ต้องอลวนอีกครั้งเมื่อทับทิมหอบเอางานมาหาธูป โดยอ้างว่ามีงานด่วน ต้องรีบเคลียร์ และขอพักอยู่ที่สวน ทุกคนรู้ว่าทับทิมโกหกพยายามจะไล่แต่ด้วยความหน้ามึนทับทิมก็อยู่เป็นก้าง ขวางคอให้มันสะใจเล่น ระหว่างนั้นเองทับทิมเริ่มเห็นท่าไม่ดีเพราะธูปดูเหมือนจะหึงกระเช้า อย่างออกนอกหน้า เธอจึงคิดว่าลูกไม้ขั้นเด็ดขาดจับธูปให้อยู่หมัด

แผนการณ์สุดตื้นเขินที่จำมาจากในละครของทับทิม คือแอบเอายานอนหลับให้ธูปกินและปลดผ้าทำเป็นว่าได้เสียกัน และให้ทุกคนมาเห็น แผนการณ์ดูเหมือนจะไปได้ดีแต่ฟ้าคงจะมีตา หมี่กรอบและเทียนล่วงรู้แผนของทับทิม ทั้งสองคนวางแผนซ้อนแผนอีกที ให้เทียนปลอมตัวเป็นธูป แล้วแกล้งดื่มเหล้าที่มียาสลบ แล้วทำเป็นสลบไป ในขณะที่กะเวลาให้หมี่กรอบเข้ามาเห็นและทำเป็นโวยวายเพราะคนที่นอนอยู่คือ เทียนไม่ใช่ธูป จากนั้นหมี่กรอบก็อาละวาดฟาดฝ่ามือใส่ทับทิมจนยับเยิน ทับทิมรู้สึกอับอายและเสียหน้าจนไม่กล้าอยู่สู้หน้าคนอื่น รีบหอบเสื้อผ้ากลับกรุงเทพฯ ไปด้วยอาการสะบักสะบอม

แต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นจากสวน ทับทิมก็ต้องช๊อก เมื่ออิทธิเดช ดารา ศีล และบุปผายกขบวนกันมากระชากหน้ากาก อิทธิเดชมีหลักฐานการโอนเงินเป็นท่อน้ำเลี้ยงเข้าบัญชีทับทิม เพื่อแลกกับการขายข่าวมาเป็นเวลายาวนาน ที่ดารา อิทธิเดชไม่ยอมให้ปล่อยทับทิมลอยนวล เนื่องจากตอนนี้สองแม่ลูกได้มาทบทวนแล้วว่า การเป็นศัตรูกับฟาร์มราชินีกล้วยไม้ ไม่ส่งผลดีให้กับฟาร์มของตัวเอง จึงหันมาปรองดองกันเหมือนเดิม โดยขอให้ดร.ศีลเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำฟาร์ม คอยดูแลเรื่องโรคภัยและพัฒนาพันธุ์ไปด้วยกัน ซึ่งดร.ศีลก็ยินดีทำให้โดยไม่คิดถึงอดีตที่ผ่านมาเพราะเห็นว่าเป็นภรรยา เพื่อนรัก ปรองดองกันไว้ดีกว่าต้องมาเข่นฆ่ากันในทางธุรกิจ ผลก็คือทับทิมโดนไล่ออกทันที พร้อมทั้งติดป้ายประจานหน้าฟาร์ม และส่งจดหมายเวียนถึงเพื่อนร่วมธุรกิจคนอื่น ๆ เพื่อเป็นการเตือนภัย เป็นการลงโทษที่สาสมที่สุด !

ขณะที่หมี่กรอบและเทียนกำจัดศัตรูให้กระเช้าอยู่นั้น กระเช้าและธูปมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองเพราะจวงจิตกับชิดชัยมีความคิด ที่จะจัดงานแต่งงานขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ ทั้งสองคนจึงขอร้องให้กระเช้าและธูปมาเป็นเพื่อนเลือกของชำร่วย และถ่ายรูปเวดดิ้งที่กรุงเทพฯ ตามสมัยนิยม

ระหว่างที่จวงจิตและชิดชัยกำลังมีความสุขกับการเตรียมการ re-wedding กระเช้าและธูปก็ต้องทนอยู่ด้วยกันอย่างอึดอัด ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานของคู่รัก คู่แต่งงานรอบ ๆ ข้าง ทำให้กระเช้าอดคิดถึงตัวเองไม่ได้ ระหว่างนั่งอยู่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาทักทายหลายครั้ง เพราะคิดว่าเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่มารอถ่ายรูป ถามกี่ครั้ง ทั้งสองคนก็ต้องปฎิเสธจนกระเช้าชักจะรำคาญ เอาป้ายมาเขียนติดไว้ว่าไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน ธูปเห็นท่าทางปั้นปึ่งของกระเช้าก็ถามขึ้นว่าทำไมถึงต้องประกาศว่าไม่ได้ เป็นสามีภรรยากัน กระเช้าพยายามไม่ตอบเพราะไม่อยากทะเลาะ แต่ยิ่งเงียบธูปก็ยิ่งกวนประสาทมากขึ้น…มากขึ้น และมากขึ้น จนกระเช้าทนไม่ไหว ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างหมดเปลือก กระเช้าสารภาพว่าไม่เจียมตัว และผิดเองที่ไปชอบเขา เธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ และไม่อยากคิดฝันจนเกินตัว กระเช้าสารภาพทั้งน้ำตาและทิ้งท้ายขอร้องให้เขาอย่าถามอะไรอีก เธอพยายามตัดใจอยู่ หลังจากที่กระเช้าพลั่งพลูทุกอย่างออกมาจนหมด ธูปก็ยิ้มและบอกว่าสิ่งที่เขาได้ยินทั้งหมด คือสิ่งที่เขาคิดว่ามันจริงที่สุดเท่าที่เขารู้จักเธอมา และเขาก็ยอมรับในความจริงนั้น พูดจบธูปก็เข้ามากอดกระเช้าและสารภาพความจริงในใจที่ไม่เคยยอมรับมันมาก่อน จนกระทั่งไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ กระเช้าได้ยินถึงกับปล่อยโฮ และกอดธูปไว้แน่น สร้างความงุนงงให้กับคู่บ่าวสาวที่ยืนล้อมรอบอยู่…ไม่เว้นแม้แต่จวงจิตและ ชิดชัย

กระเช้าได้ค้นพบแล้วว่าการพูดความจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และความรักเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันเสมอ ธูปเองก็เรียนรู้ที่จะเปิดใจกว้าง และยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ทั้งสองคนสามารถทะลายกำแพงแห่งทิฐิออกมาได้สำเร็จโดยมีความรักที่สวยงามเป็น รางวัล

ข่าวกอดกัน กลางที่สาธารณะของกระเช้าและธูปกระฉ่อนมาถึงหูเทียนและหมี่กรอบที่กำลัง เตรียมเข้าประตูวิวาห์ ทั้งสองคนดีใจ รีบบอกพ่อแม่พร้อมกับอธิบายความจริงเกี่ยวกับกระเช้าให้ฟัง จนทั้งสองคนเข้าใจ ศีลและบุปผาปรึกษากันและตัดสินใจเลื่อนงานแต่งงานหมี่กรอบและเทียนออกไป เพื่อจัดพร้อมกับกระเช้าและธูป ตอนแรกเทียนไม่ยอม แต่หมี่กรอบขอร้อง จึงยอมในที่สุด

และแล้วงานแต่งงานของเทียนกับหมี่กรอบ และธูปกับกระเช้าก็มาถึง ทั้งสี่คนจัดงานแต่งเล็ก ๆ ขึ้นในฟาร์มกล้วยไม้ มีแขกไม่กี่คน เป็นบรรยากาศที่อบอุ่น หอมหวนไปด้วยกลิ่นกล้วยไม้และดอกไม้นานาชนิด หมี่กรอบและกระเช้าอยู่ในชุดแต่งงานสวยเก๋ที่กระเช้าเป็นคนออกแบบเอง ธูปกับเทียนดูสง่าในชุดหรู ทั้งสองคู่เป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างมาก หลังจากที่ได้หกคะเมนตีลังกากันมานาน ทั้งเขาและเธอก็เจอคู่ที่เหมาะสมกับตัวเองสักที ความรักที่วุ่นวาย สุดท้ายก็ลงเอยไปได้…เอวัง ด้วยประการฉะนี้แล !! ติดตามชม ละคร บันไดดอกรัก

รายชื่อนักแสดงละคร บันไดดอกรัก
อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์ แสดงเป็น (พี่)ธูป / (น้อง)เทียน
มิน พีชญา วัฒนามนตรี แสดงเป็น กระเช้า
แซมมี่ ปัณฑิตา ภูวิจารย์ เคาว์เวลล์ แสดงเป็น หมี่กรอบ
พูลภัทร อัตถปัญญาพล แสดงเป็น อิทธิเดช
สุพรรษา เนื่องภิรมย์ แสดงเป็น ดารา
สุรางคณา สุนทรพนาเวศ แสดงเป็น จวงจิต
ชาติชาย งามสรรพ์ แสดงเป็น ชิดชัย
ดิลก ทองวัฒนา แสดงเป็น ดร.ศีล
อุทุมพร ศิลาพันธ์ แสดงเป็น บุปผา
วิภพ บางยี่ขัน แสดงเป็น บัญชา
พรรัมภา สุขได้พึ่ง แสดงเป็น ทับทิม
อธิชนัน ศรีเสวก แสดงเป็น แบมบี้
กัญญกร พินิจ แสดงเป็น เอแคลร์
นัทธินันท์ กุมชพร แสดงเป็น ปาร์ตี้
ฐรินดา กรรณสูต แสดงเป็น ปิ่นทอง

บอดี้การ์ดแดดเดียว

ธัญมัย ตำรวจหญิงคนใหม่ได้รับมอบหมายงานสำคัญจาก อัศวิน ผู้บังคับบัญชาให้ไปเป็นบอดี้การ์ดดูแลความปลอดภัยแก่ เจ้าหญิงแห่งประเทศคีรีมาน เพราะตลอดเวลากว่า 20 ปี ทางประเทศคีรีมานก็วุ่นกับการตามหา อัสมาร์ องค์รัชทายาท ที่ยอมสละบัลลังก์เพื่อไปใช้ชีวิตคู่กับดวงแก้วหญิงไทย ทำให้โซฟีผู้เป็นพี่สาวต้องขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทน กระทั่งวันหนึ่ง อาโป อดีตเลขาของพระมารดาได้ทราบเบาะแสของเจ้าหญิงซึ่งเกิดจากอัสมาร์ โซฟีหวั่นวิตกกลัวว่าจะสูญเสียบัลลังก์ไป แต่ก็แสร้งทำเป็นดีใจเมื่อทราบข่าวหลานสาวและรีบติดต่อประเทศไทยให้ส่งคนไป ดูแลเจ้าหญิง แต่ในทางลับเธอสั่งให้ ราชิต หลานชายรีบล่วงหน้าไปก่อน แล้วให้จับตัวเจ้าหญิงมาเพื่อต่อรองเรื่องราชบัลลังก์ อาโปไม่ไว้ใจกับทีท่ามีพิรุธของโซฟี ดังนั้นเขาจึงรีบติดต่อหา วันรบ เพื่อนสนิทเพื่อให้ช่วยส่งคนไปคุ้มกันเจ้าหญิงอีกแรง วันรบมอบงานนี้ให้ วันเผด็จ ลูกชายซึ่งเป็นตำรวจรับผิดชอบ

หลังจากที่อัสมาร์ได้ใช้ ชีวิตคู่กับดวงแก้วอย่างสงบสุขได้ไม่นานเขาก็เสียชีวิต ทิ้งให้ดวงแก้วต้องเลี้ยงดู สิริมา ลูกสาวเพียงลำพัง เมื่อสิริมาเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว เธอก็มีความฝันอยากเป็นนักเขียน และเธอได้เขียนนิยายขึ้นมาเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว จากนั้นสิริมาก็นำนิยายที่เขียนไปเสนอนิตยสารเล่มหนึ่ง และบรรณาธิการของนิตยสารก็ตกลงจะพิมพ์เป็นตอนๆ ให้ทันที ธัญมัยถูกส่งตัวไปที่บ้านของดวงแก้วเพื่อดูแลความปลอดภัยแก่สิริมา หน้าที่บอดี้การ์ดของเธอเริ่มต้นขึ้นทันทีโดยเธอต้องคอยดูทุกคนที่เข้ามา ใกล้ชิด กับสองแม่ลูก และวันหนึ่งเธอก็เริ่มพบความผิดปกติ เมื่อลูกน้องของราชิต 2 คน และวันเผด็จ ที่คอยมาป้วนเปี้ยนและถามหาสิริมา ธัญมัยสวมรอยเป็นสิริมา พร้อมทั้งไล่บรรดาคนแปลกหน้าทั้งหมดไป

ใน คืนนั้นเองลูกน้องของราชิตทั้ง 2 คนก็บุกบ้านเพื่อจับตัวเจ้าหญิง ธัญมัยพาสองแม่ลูกหนีออกมาได้ โดยที่เธอไม่รู้ว่าสิริมาถูกยิงที่ไหล่ ธัญมัยให้สิริมาซ่อนตัวอยู่ท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ข้างทาง ส่วนเธอก็พาดวงแก้วหนีไปอีกทางหนึ่งเพื่อหลอกให้คนร้ายตามและก็โชค ดีที่วันเผด็จตามมาช่วยได้ทัน วันเผด็จเข้าใจว่าธัญมัยคือเจ้าหญิงจริงๆ เขาดูแลเธอและดวงแก้วอย่างดี สิริมาเมื่อซ่อนตัวอยู่ท้ายรถเธอก็สลบไปเพราะเสียเลือดมาก และเจ้าของรถก็ขับรถไปโดยไม่รู้ว่ามีคนซ่อนอยู่ท้ายรถ สิริมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อ ปรก หนุ่มชาวเล เจ้าของรถกำลังช่วยทำแผลให้และให้เธอพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านของเขา สิริมาบอกกับปรกว่าเธอเป็นนักเขียน

และระหว่างที่อยู่บ้านปรกสิริมา ก็เขียนต้นฉบับนิยายของเธอ แล้วฝากให้ปรกเอาไปส่งไปรษณีย์ในเมืองให้เสมอๆ ทำให้นิยายของสิริมามีลงในนิตยสารอย่างต่อเนื่อง เมื่อโซฟีและคณะเดินทางถึงประเทศไทย ก็รีบไปรับตัวธัญมัยไปอยู่ที่บ้านรับรอง โดยให้เหตุผลว่า ต้องฝึกมารยาทและการใช้ชีวิตแบบเจ้าหญิงอย่างถูกต้องก่อนที่จะเดินทางกลับ ประเทศคีรีมาน ธัญมัยให้วันเผด็จตามมาเป็นบอดี้การ์ดให้ด้วย ส่วนโซฟีก็แกล้งฝึกมารยาทแบบเจ้าหญิงแก่ธัญมัยอย่างหนัก โดยหวังว่าหญิงสาวจะทนไม่ได้และจะได้ปฏิเสธราชบัลลังก์ ดวงแก้วได้อ่านนิยายของสิริมาที่ลงในนิตยสารอย่างต่อเนื่อง และเรื่องราว ในเรื่องก็ดำเนินไปคล้ายกับชีวิตจริงของลูกสาว เธอรีบไปปรึกษากับธัญมัยเผื่อจะมีเบาะแสของสิริมา ธัญมัยไปเอาซองเอกสารที่สิริมาส่งต้นฉบับจากบรรณาธิการนิตยสารแล้วรีบส่งต่อ ให้อัศวินช่วยสืบหาต้นทางที่ส่งมา

จนได้รู้ว่าต้นทางที่ส่งมาคือ จังหวัดกระบี่ ธัญมัยวางแผนชวนคณะของโซฟีไปพักร้อนที่กระบี่ และเมื่อสบโอกาสเธอก็หลบออกจากคณะเพื่อติดตามหาสิริมา และเธอก็ได้พบกับสิริมาจริงๆ ธัญมัยเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมถึงเรื่องที่เธอต้องปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงแทนสิริมาด้วย ธัญมัยพาสิริมากลับกรุงเทพฯ ด้วยในฐานะคนติดตามของเจ้าหญิง เมื่อสิริมาได้มาพบกับดวงแก้วที่บ้านสวน วันเผด็จรู้สึกผิดปกติกับท่าทางที่ดวงแก้วแสดงความรักต่อสิริมา วันเผด็จเริ่มสืบหาความจริงจนได้รู้ว่าแท้จริงแล้วธัญมัยเป็นใคร เขาโกรธที่ถูกหลอกจึงไปต่อว่าธัญมัยอย่างรุนแรง พร้อมบอกเลิกการเป็นบอดี้การ์ดให้กับหญิงสาวด้วย เมื่อเหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านพ้นไป สิริมาก็ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างสมเกียรติที่ประเทศคีรีมาน และเธอก็ยังคงเขียนนิยาย ส่งมาที่สำนักพิมพ์จนถึงตอนจบ

เธอเขียน ระบายความรู้สึกของเธอผ่านตัวหนังสือ หวังว่าปรกจะได้อ่าน ซึ่งก็เป็นจริงดังคาด ปรกเฝ้าติดตามอ่านนิยายของเธอจนจบ ทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวที่เขาหลงรักเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ เขาจึงพยายามตัดใจจากสิริมา เมื่องานที่ธัญมัยได้รับมอบ หมายเสร็จสิ้นลง เธอก็ได้รับการประดับยศ และได้รับงานชิ้นนี้ใหม่จากอัศวิน แต่เธอต้องขึ้นตรงกับสายบังคับบัญชาใหม่ และวันที่ธัญมัยไปรายงานตัว เธอก็ต้องแปลกใจเพราะวันเผด็จเป็นผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของเธอ เรื่องราวความรักของทั้งสองคู่จะลงเอยอย่างไรติดตามชมได้ใน “บอดี้การ์ดแดดเดียว”

รายชื่อนักแสดงละคร บอดี้การ์ดแดดเดียว

วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น วันเผด็จ
เข็มอัปสร สิริสุขะ แสดงเป็น ธัญมัย
รวิชญ์ เทิดวงศ์ แสดงเป็น ปรก
สุนิสา เจทท์ แสดงเป็น สิริมา
ดวงตา ตุงขมณ๊ แสดงเป็น โซฟี

บ่วงเล่ห์เสน่ห์หา

บ่วงเล่ห์เสน่หา เป็นเรื่องราวของ พิกุล ( กมลชนก โกมลฐิติ ) สูญเสียพ่อแม่จากการถูกโจรเสือหาญจับเป็นตัวประกัน เพื่อหลบหนีทีมของร้อยตำรวจเอกไกรยุทธ ( นุติ เขมะโยธิน ) หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต พิกุลก็มีชีวิตที่ตกต่ำลง ทำให้เธอต้องทำงานหนักแม้แต่การร่ายรำตามตลาดแลกกับเงินเพียงเล็กน้อย เพื่อไปเจือจุนตนเองและยาย พิกุลเจ็บแค้นและเข้าใจผิดมาโดยว่านายตำรวจผู้นั้นเป็นผู้ฆ่าพ่อแม่ของเธอ และตั้งใจว่าต้องแก้แค้นให้ได้ ต่อมาพิกุลได้ร่วมแสดงอยู่ในคณะละครเร่แก้วเจ้าจอม และบังเอิญคณะแก้วเจ้าจอมได้มีโอกาสแสดงในงานเลี้ยงที่บ้านของร้อยตำรวจเอก ไกรยุทธ เมื่อพิกุลได้พบกับไกรยุทธก็ตกใจและตัดสินใจล้างแค้นจึงโปรยเสน่ห์จนไกรยุทธ หลงใหลในตัวเธอจนในที่สุดก็รับพิกุลมาเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งนอกเหนือไปจาก พุดซ้อน ( อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ) ภรรยาหลวงผู้ไม่มีปากเสียง

ต่อ มาไกรยุทธอยากมีลูกชายจึงบอกกับภรรยาทั้งสองว่าหากใครตั้งท้องลูกชายคนแรก ได้เขาจะยกสิทธิขาดในการคุมบ้านเทพพิมานให้ พิกุลจึงไปหาหมอเข้มซึ่งเป็นหมอเสน่ห์เพื่อช่วยทำให้ไกรยุทธมาหลงเสน่ห์เธอ คนเดียวแต่กลับถูกหมอเข้มฉวยโอกาสข่มขืน ต่อมาพิกุลตั้งท้องและให้กำเนิดลูกชายคนแรกชื่อ ชวิน ( วรรธนะ กัมทรทิพย์ ) พิกุลได้สิทธิ์ขาดในการดูแลบ้าน จึงสั่งให้พุดซ้อนไปอยู่เรือนเล็กแทนพิกุลต่อมาไม่นานนักพุดซ้อนก็ให้กำเนิด ฝาแฝดหญิง-ชายชื่อ ช่อชมพู่ ( ธัญญาเรศ รามณรงค์ ) และ ระพีวิชญ์ ( รุ่งเรือง อนันตยะ ) แต่พิกุลก็เป่าหูไกรยุทธว่า พุดซ้อนท้องกับสมภพลูกน้องของไกรยุทธ ทำให้ไกรยุทธทุ่มเทความรักให้กับชวินจนลืมนึกถึงช่อชมพู่ และระพีวิชญ์ เพราะไม่แน่ใจว่าทั้งคู่จะใช่ลูกของตนหรือไม่ พิกุลยังแอบลอบไปหาหมอเข้มอยู่เสมอจนตั้งครรภ์และคลอดลูกสาวออกมาอีกคนหนึ่ง ชื่อว่า ชลนิภา ( ศรุตา เรืองวิริยะ )

พิกุลต้องการให้ลูกทั้งสอง ของเธอแต่งงานกับภูรินทร์ ( อธิชาติ ชุมนานนท์ ) และอารดา ( อาริษา วิลล์ ) ลูกของท่านอธิบดีวินัยกับคุณหญิงกรรณิการ์ แต่ภูรินทร์กับอารดากลับสนใจช่อชมพู่กับระพีวิชญ์มากกว่า เมื่อไกรยุทธเริ่มป่วยพิกุลจึงร่วมมือกับหมอเข้มให้ยาพิษทีละน้อยแก่สามี พร้อมวางแผนให้ชลนิภาใกล้ชิดกับภูรินทร์แต่ชายหนุ่มกลับมีใจแน่วแน่ต่อช่อ ชมพู่ ชลนิภาจึงไปหาหมอเข้มเพื่อทำเสน่ห์แต่กลับโดนลูกสมุนของหมอเข้มข่มขืน เธอไม่กล้าบอกใครแม้แต่แม่ของตน พิกุลบังคับให้ไกรยุทธสู่ขออารดาให้ชวิน ชลนิภารู้ว่าตนกำลังท้องจากฝีมือของลูกสมุนหมอเข้มจึงบอกพิกุลว่าเธอท้องกับ ภูรินทร์ พิกุลเริ่มคบหาหมอเข้มอย่างออกนอกหน้า พุดซ้อนจึงดูแลไกรยุทธแทน

เมื่อคุณหญิงกรรณิการ์รู้ความจริงว่าลูกของชลนิภาไม่ใช่เกิดจากภูรินทร์จึงล้ม เลิกการแต่งงานทั้งหมด พิกุลเห็นว่าลูก ๆ ของเธอหมดสิ้นทุกสิ่งจึงใช้ปืนบังคับให้ไกรยุทธยกสมบัติทั้งหมดให้เธอและลูก และบอกความจริงว่าชวินและชลนิภาไม่ใช่ลูกของไกรยุทธ รวมทั้งบอกว่าที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพราะต้องการแก้แค้นที่ไกรยุทธเคยฆ่าพ่อ และแม่ของเธอ แต่เมื่อพิกุลได้ทราบว่าผู้ที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอคือเสือหาญไม่ใช่ฝีมือของไกร ยุทธ ทำให้เธอรู้สึกหมดหวังในชีวิตจึงฆ่าตัวตาย ภูรินทร์หันมาปรับความเข้าใจกับช่อชมพู่และแต่งงานพร้อมกับคู่ของระพีวิชญ์ และอารดา เมื่อชลนิภาคลอดลูกแล้วชวินจึงตัดสินใจลาออกจากงานและพาน้องสาวของเขาหนีหาย ไปจากสังคม

บ่วงหงส์ 2552

บ่วงหงส์ เป็นเรื่องราวของ พิมพ์ลภัส (แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์) ลูกสาวคนเดียวของ ตรัย (ต้น ตระการ พันธุมเลิศรุจี) นักธุรกิจที่ล้มละลายและฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้ ความที่เป็นลูกสาวคนเดียว เกิดมาบนกองเงินกองทอง และกำพร้าแม่ทำให้ถูกตามใจจนเหลิง ใช้ชีวิต อย่างหรูหราสุขสบายมาตลอด หนังสือก็เรียนไม่จบ เจ้าอารมณ์ และเอาแต่ใจตัว ความตายของพ่อทำให้ชีวิตของเธอต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เนื่องจากคนที่ได้เงินทองจากตรัยไปมากที่สุดคือ มาธวี (น้ำฝน กุณณัฏฐ์ กุลปรียาวัฒน์) แม่เลี้ยงซึ่งแก่กว่าเพียงไม่กี่ปีของเธอ พิมพ์ลภัสต้องออกจากบ้านที่ถูกยึดมาเช่าคอนโดเล็ก ๆ อยู่ แถมยังถูก ยศพล (นัส อานัส ฬาพานิช) ผู้เป็นคู่หมั้นถอนหมั้น ตรงกันข้ามกับมาธวีซึ่งชิงหย่ากับตรัยก่อนหน้านี้ และเรียกร้องค่าเลี้ยงดูอย่างมหาศาล แถมถีบตัวขึ้นมาจนมีชื่อเสียงในสังคมด้วยการเปิดห้องเสื้อมาธวี ซ้ำยังเป็นนางแบบเสียเองอีก มาธวีมีคนสนิท 2 คน คือ กระเทยปากร้ายชื่อ หนูดี (หนุ่ม สุรวุฑ ไหมกัน) และหญิงแท้ชื่อ เป็ด (ต่าย ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) ทั้งสองเป็นเหมือนคอหอยกับลูกกระเดือกของเจ้านาย

ถึงแม้ชีวิตจะตกต่ำ ลง แต่พิมพ์ลภัสก็ยังมีนิสัยเสียชนิดแก้ไม่หาย งานเดินแบบที่เคยทำก็ห่างหายไป ไม่ค่อยมีใครอยากจ้างเพราะถึงแม้จะสวยจัดอย่างไร แต่ทุกคนต่างเอือมระอากับการผิดนัด โทษโน่นโทษนี่ของเธอโดยไม่เคยมองข้อเสียของตัวเองเลย ถึงกระนั้นพิมพ์ลภัสก็ยังหยิ่งไม่ง้อใคร ยิ่งนานวันทรัพย์สินเงินทองก็ร่อยหรอลงทุกที หากแต่มีสิ่งเดียวที่เธอไม่ยอมขายซึ่งก็คือ เข็มกลัดประดับเพชรรูปหงส์ที่เตรียมจะโผบินขึ้นฟ้า เข็มกลัดนี้พ่อได้มอบให้เป็นของขวัญเมื่อพิมพ์ลภัสอายุ 15

เจ้าของ คอนโดที่พิมพ์ลภัสเช่าอยู่ชื่อ กิตติชัย (โอลิเวอร์ พูพาร์ท) ทั้งกิตติชัยและ อรอุษา ผู้เป็นภรรยาต่างมีนิสัยเจ้าเล่ห์ ทั้งสองเฝ้าสังเกตเธอตลอดมา จนกระทั่งเห็นว่าเธอกำลังจนตรอกจึงเสนองานที่มีค่าตอบแทนสูงให้นั่นคือให้ไป ขโมย และทำลายเทปลับกับจดหมายที่เกี่ยวกับอรอุษาจาก รเมศ (วี วีรภาพ สุภาพไพบูลย์) เจ้าของโรงแรมเชียงรายจารวี สองสามีภรรยาสร้างเรื่องว่าอรอุษาหลงผิดไปมีความสัมพันธ์กับรเมศ รเมศได้อัดเทป และเก็บจดหมายซึ่งอรอุษาเขียนติดต่อไปไว้แบล็คเมล์ทั้งสองคน ครั้งแรกพิมพ์ลภัสก็ไม่ยอมทำ แต่อรอุษามาร้องไห้วิงวอนขอร้องให้เห็นหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน ซึ่งพิมพ์ลภัสก็ยังลังเลอีก จนกระทั่งได้อ่านข่าวสังคมว่ามาธวีกำลังจะไปจัดแฟชั่นโชว์ที่โรงแรมเชียงราย จารวี เธอจึงตัดสินใจรับงานเพราะเชื่อมั่นว่ารเมศต้องเป็นคนเลวแน่จึงคบกับมาธวี ได้

พิมพ์ลภัสเดินทางมาถึงโรงแรมโดยกิตติชัยรับรองความปลอดภัยหากรเม ศจับได้ อีกทั้งยังออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างระหว่างที่พักอยู่โรงแรมนั้นด้วย ระหว่างที่อยู่ที่นั่นพิมพ์ลภัสกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนรวมทั้งรเมศ ด้วยความที่เป็นคนสวยมาก รเมศเข้ามาทำความรู้จักซึ่งเธอก็ให้ความสนิทสนมตามแผนทันที รเมศดูจะหลงรักพิมพ์ลภัสขึ้นทุกวัน ทั้งยังบอกว่าจะให้เธอเดินแบบกับห้องเสื้อมาธวีด้วย เขาตามใจ และเอาอกเอาใจทุกอย่าง ความที่พิมพ์ลภัสเอาแต่ใจตัว เย่อหยิ่ง ดูถูกคนอื่น ทำให้เธอสร้างศัตรูในโรงแรมไว้หลายคน โดยเฉพาะกับบรรดาพนักงานเสริฟ

รเมศพาพิมพ์ ลภัสเที่ยวดูงานในโรงแรม และพาไปเที่ยว รเมศทุ่มเทใจให้เธอมากมายในขณะที่พิมพ์ลภัสก็จ้องแต่จะขโมยเทป และจดหมายอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เพราะไม่คุ้นกับงานเช่นนี้จึงเผลอทำพิรุธให้รเมศสงสัย รเมศภาวนาขออย่าให้ที่เขาสังหรณ์เป็นความจริง

ในที่สุดรเมศก็จับได้ คาหนังคาเขา ขณะที่พิมพ์ลภัสเข้ามาขโมยเทปกับจดหมายในห้องทำงาน พิมพ์ลภัสตกใจมากที่ถูกจับได้ แต่ก็ไม่วายเถียงว่ารเมศเป็นคนไม่ดี เป็นชู้กับเมียคนอื่นแถมยังเก็บหลักฐานไว้แบล็คเมล์ รเมศจึงเปิดเทปให้ฟัง และยังให้อ่านจดหมาย พิมพ์ลภัสรู้ความจริงรู้สึกอับอายมาก แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับความเสียใจที่รเมศมาหมางเมินกับเธอ อย่างไรก็ตามพิมพ์ลภัสก็คือพิมพ์ลภัสที่โทษคนอื่นมากกว่าตัวเอง เธอโทรบอกกิตติชัยให้ส่งเงินมาจ่ายค่าที่พัก และอาหารในโรงแรม แต่กิตติชัยไม่ยอมโดยอ้างว่าเธอทำงานไม่สำเร็จ ทำให้เธอทั้งร้อนใจ และตกใจมาก

สำหรับรเมศ เขาทั้งผิดหวัง และเสียใจที่มองพิมพ์ลภัสผิดไป รเมศรักเธออย่างแท้จริง ฉะนั้นเขาจึงรู้สึกเหมือนถูกหลอก ถูกทรยศ ฉะนั้นเมื่อพิมพ์ลภัสไม่มีเงินจ่ายค่าโรงแรม เขาจึงให้เธอทำงานชดใช้โดยให้เป็นพนักงานเสริฟ ครั้งแรกพิมพ์ลภัสจะขายเข็มกลัดรูปหงส์เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ แต่ด้วยความเสียดายจึงตัดสินใจรับงาน

พิมพ์ลภัสต้องแต่งเครื่องแบบ พนักงานเสริฟซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองที่เธอเคยดูถูก ต้องย้ายออกจากห้องพักหรูหรามาอยู่ห้องพักของพนักงานซึ่งต้องอยู่ร่วมกัน ห้องละสองคน ซึ่งห้องก็ทั้งแคบและไม่มีแอร์ ซ้ำร้ายเพื่อนร่วมห้องก็คือพนักงานเสริฟที่เธอเคยวีนใส่

นับ จากนั้นพิมพ์ลภัสมีสภาพไม่ต่างอะไรจากหงส์ปีกหัก เธอเห็นทุกคนเป็นศัตรูไปหมด งานหลายๆ อย่างในชีวิตที่ไม่เคยทำก็ต้องทำโดยเฉพาะงานบริการ ตลอดเวลาเหล่านี้รเมศเฝ้าจับตาดูอยู่ด้วยความสะใจแต่บางครั้งก็อดใจอ่อนไม่ ได้ ฤทธิ์เดชของพิมพ์ลภัสเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เธอมีเรื่องกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพนักงานเสริฟด้วยกัน ลูกค้า หรือแม้กระทั่งหัวหน้าผู้ดูแลรับผิดชอบ ความเย่อหยิ่ง และเอาแต่ใจตัวทำให้ทุกคนไม่ชอบพิมพ์ลภัส หลายๆ คนถึงกับนินทา บ้างก็เยาะเย้ยซึ่งๆ หน้า

พิมพ์ลภัสไม่ใช่จะร้ายเสียทีเดียว ความดีในตัวเธอยังมีพอสมควร ซึ่งเธอก็ได้แสดงออกมาเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมงานจากลูกค้าบ้ากามทำให้ความ รู้สึกของเพื่อนร่วมงานดีขึ้น การได้ทำงานร่วมทุกข์ร่วมสุขกันนานเข้า ประกอบกับความไม่สะดวกสบายทั้งหลายแหล่ทำให้เธอเริ่มเห็นสัจธรรมของชีวิต และพยายามทำใจยอมรับถึงแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม

และแล้วมาธวีกับคณะ แฟชั่นโชว์ก็มาถึง ทั้งสองได้พบกัน มาธวีรู้สึกสะใจมากที่เห็นลูกเลี้ยงตกต่ำละไม่รีรอที่จะเยาะเย้ยซ้ำเติม ขณะเดียวกันมาธวีก็พยายามจะจับรเมศให้ได้ ด้วยความช่างสังเกตมาธวีก็รู้ว่ารเมศนั้นรักพิมพ์ลภัส เธอจึงคอยสร้างเรื่องให้ทั้งสองเข้าใจผิดกัน แถมยังแกล้งใส่ร้ายพิมพ์ลภัสให้ต้องกล้ำกลืนฝืนทน

ในที่สุด มาธวีก็คิดจะกันพิมพ์นภัสให้ห่างจากรเมศโดยเด็ดขาด เธอจึงโทรศัพท์ติดต่อให้ เสี่ยสมาน (พิพัฒน์พล โกมารทัต) ซี่งหลงรักพิมพ์ลภัสมานานให้มาพักที่โรงแรม เสี่ยดีใจมากรีบมาหา และยื่นข้อเสนอจะเลี้ยงดูพิมพ์ลภัสอย่างดี แต่กลับถูกตอกหน้าอย่างไม่เกรงใจ เสี่ยเริ่มท้อแต่มาธวีพยายามให้กำลังใจโดยบอกแผนการณ์ที่จะทำให้พิมพ์ลภัสตก เป็นของเสี่ย ถึงแม้จะยังลังเลกลัวว่าพิมพ์ลภัสจะไปบอกเมียของเขา แต่ความต้องการมีมากกว่า เสี่ยจึงยอมทำตามแผนโดยเข้าไปรอในห้องมาธวี

มา ธวีมาแต่งเรื่องบอกรเมศว่าเธออยากจะใช้เงินแทนพิมพ์ลภัสเพื่อเห็นแก่สาย สัมพันธ์ที่เคยเป็นแม่เลี้ยงเธอ แต่ก็กลัวพิมพ์ลภัสจะไม่ยอมรับ ดังนั้นเธอจึงขอร้องให้เขาบอกให้พิมพ์ลภัสมาพบเธอบนห้องเพื่อจะได้ปรับความ เข้าใจกัน รเมศหลงเชื่อจึงสั่งให้คนไปบอกพิมพ์ลภัสให้ไปพบเขาที่ห้องมาธวี

พิมพ์ ลภัสทำท่าจะไม่ไปในตอนแรก เพราะรู้ว่าห้องนั้นเป็นห้องมาธวี แต่แล้วก็เปลี่ยนใจจะไปเผชิญหน้า และเมื่อเข้าไปทุกอย่างก็เข้าแผนการณ์ของมาธวี เสี่ยสมานพยายามปลุกปล้ำพิมพ์ลภัส แต่เธอก็เอาตัวรอดจนได้ พิมพ์ลภัสเจ็บใจ และแค้นใจมากด้วยนึกว่ารเมศหลอกเธอมาให้เสี่ยสมาน จึงไปตัดพ้อต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง รเมศตกใจ และปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเรื่องราวทั้งหมด พร้อมกันก็ไปเอาเรื่องมาธวี

มา ธวีร้องห่มร้องไห้ปฏิเสธ และแก้ตัวจนรเมศเกือบจะเชื่อถ้าไม่พบหลักฐานบางอย่างในห้องนั้นที่มาธวี พยายามกลบเกลื่อน รเมศไล่มาธวีออกจากโรงแรมทันที มาธวีโกรธแค้นด่าว่ารเมศ แต่ก่อนไปได้คายพิษครั้งสุดท้ายโดยบอกกับพิมพ์ลภัสว่ารเมศมีคู่หมั้นแล้ว ชื่อ นารา (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) ซึ่งพิมพ์ลภัสก็เคยเห็นความสนิทสนมของคนทั้งสองอยู่บ่อยๆ ทำให้พิมพ์ลภัสเสียใจมาก

ส่วนรเมศนั้นก่อนที่จะไล่เสี่ยสมานออกไปได้ เรียกค่าทำขวัญไว้ให้พิมพ์ลภัส เสี่ยจำใจให้เพราะกลัวเรื่องจะอื้อฉาวทำให้ครอบครัวเสื่อมเสีย และถูกเมียเอาเรื่อง เงินจำนวนนั้นมากพอสมควร แต่รเมศไม่ได้ให้พิมพ์ลภัสในทันทีเพราะเกรงว่าเธอจะมีเงินใช้หนี้ และกลับกรุงเทพฯไป ด้วยเขายังหวังว่าจะทำความเข้าใจกับเธอได้เพราะหลังจากมีเรื่องเขาได้ขอโทษ เธอ และยอมรับผิดทุกอย่าง ซ้ำยังให้มาธวีกราบขอโทษพิมพ์ลภัส และพิมพ์ลภัสได้ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยความสะใจ

วัน รุ่งขึ้น พิมพ์ลภัสตัดใจไปขายเข็มกลัดรูปหงส์ถึงแม้จะเสียดายใจแทบขาด เพื่อจะได้พ้นจากโรงแรมเชียงรายจารวีโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพราะเธอเข้าใจว่ารเมศมีคู่หมั้นแล้ว แต่ก็ยังมาหลอกเธอด้วยการทำท่าทีเหมือนมีใจด้วย ก่อนไปพิมพ์ลภัสได้มอบของที่ระลึกให้เพื่อนๆ พนักงานเสริฟ เพราะทุกคนต่างได้ให้บทเรียนอันมีค่ากับเธอ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังได้ค้นพบความจริงใจของพวกเขาเหล่านั้นที่มีต่อเธอ

เมื่อ พิมพ์ลภัสเอาเงินมาใช้หนี้ รเมศใจหายแต่ในเมื่อเธอยืนยันจะไปก็ไม่สามารถขัดขวางได้ รเมศยังได้มอบเงินค่าทำขวัญของเสี่ยสมานให้เธอด้วย พิมพ์ลภัสยิ่งโกรธมากเพราะเข้าใจผิดว่าเขาเก็บเงินจำนวนนั้นไว้ไม่ยอมให้เธอ เพราะจะแกล้งกักตัวไว้ทำงานต่อไป หลังจากพิมพ์ลภัสจากไปแล้ว รเมศเสียใจมาก และซึมลงไป

เมื่อพิมพ์ลภัสมาถึงกรุงเทพฯ เธอได้รับบทเรียนเรื่องการมีชีวิตพอเพียงจึงไปเช่าคอนโดเล็กลง ขายข้าวของแบรนด์เนมเนื่องจากไม่มีความสำคัญในชีวิตอีกต่อไป หลังจากนั้นก็ออกหางานเดินแบบทำ แต่ทุกแห่งที่ไปจะปฏิเสธหมด เพราะมาธวีใช้อิทธิพล และความสนิทสนมส่วนตัวกับบรรดาเอเจนซี่ให้ปฏิเสธเธอ ซึ่งพิมพ์ลภัสกลับคิดว่าเธอเองก็มีส่วนผิดด้วย เพราะยามรุ่งเรืองเธอเคยเบี้ยวงานบ้าง ไปช้าบ้างอยู่เป็นประจำ ในที่สุดเธอจึงตัดใจหางานอื่นทำแต่ก็ยากเต็มทีเพราะพิมพ์ลภัสเรียนไม่จบ หรือถ้าที่ไหนรับที่นั่นก็มักจะมีเจ้านายประเภทหัวงู ความทุกข์ยากหลายเดือนที่ผ่านมาสอนไม่ให้ท้อ

จนกระทั่งวันหนึ่ง พิมพ์ลภัสได้พบกับนาราโดยบังเอิญ นารามากับ สิหนาท (เอกรัตน์ สารสุข) ซึ่งเป็นคู่หมั้น และเป็นหุ้นส่วนของรเมศ แต่พิมพ์ลภัสก็ยังเข้าใจผิดเหมือนเดิม นาราพยายามจะให้ความช่วยเหลือแต่พิมพ์ลภัสปฏิเสธ นาราจึงให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ พิมพ์ลภัสไม่สามารถหางานได้ จึงตัดสินใจโทรไปหานารา นาราพาพิมพ์ลภัสไปบ้านของรจนา ซึ่งกำลังหาครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษให้ลูกสาวกับลูกชาย พิมพ์ลภัสซึ่งถึงแม้จะเรียนไม่จบแต่ด้านภาษาอังกฤษดีด้วยเพราะเป็นนักเรียน นอก รจนาดูจะดีใจ และเอ็นดูพิมพ์ลภัสผิดปกติ

ขณะเดียวกันพิมพ์ลภัส ก็รู้สึกว่าหน้าของรจนาดูคุ้นๆ หลังจากสนิทสนมกันพอสมควร จนกระทั่งพิมพ์ลภัสเล่าเรื่องอกหักของเธอให้รจนาฟัง รจนาซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของรเมศจึงแน่ใจว่าพิมพ์ลภัสก็รักน้องชายของเธอ จึงวางแผนนัดรเมศมาพบ พิมพ์ลภัสตกใจ รเมศจึงเล่าความจริงเรื่องของนารากับสีหนาทให้ฟัง ทั้งสองจึงเข้าใจกันในที่สุด สำหรับมาธวีก็ถูกกรรมตามสนองเพราะรเมศรู้ว่ามาธวีกลั่นแกล้งพิมพ์ลภัสไม่ เลิก จึงส่งทั้งรูป และคำขออภัยเมื่อครั้งถูกจับได้ว่าหลอกพิมพ์ลภัสไปให้เสี่ยสมานปล้ำเอาลง หนังสือพิมพ์ เมื่อความจริงเปิดเผยจึงไม่มีใครในวงการคบหาสมาคมด้วย

บ่วงหงส์

นักแสดงละคร บ่วงหงส์

วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ แสดงเป็น รเมศ
เขมนิจ จามิกรณ์ แสดงเป็น พิมพ์ลภัส
กุณณัฏฐ์ กุลปรียาวัฒน์ แสดงเป็น มาธวี
อานัส ฬาพานิช แสดงเป็น ยศพล
เอกรัตน์ สารสุข แสดงเป็น สีหนาท

บ่วงหงส์

พิมพ์ลภัส นางแบบไฮโซจอมหยิ่งกลับต้องหมดเนื้อหมดตัวเมื่อพ่อของเธอฆ่าตัวตายเธอจึงต้องไปเข้าพักยังโรงแรม แห่งหนึ่งที่จังหวัดเียงราย ทั้งๆที่ไม่มีเงินติดตัวโดยเธอได้รับคำสั่งจาก กิตติชัย เจ้าของโรงแรมคู่แข่งให้ไปขโมยข้อมูลสำคัญในห้อง ทำงานของ รเมศ ผู้จัดการโรงแรมแต่เธอกลับถูกรเมศจับได้เธอจึงทำงานในโรงแรมแทนการส่งตัวให้ ตำรวจเมื่อเธอทำงาน ในโรงแรมเธอกลับถูกคนในโรงแรมกลั่นแกล้งแต่เธอก็เอาคืนอย่างสาสมและความรัก ของพิมพ์ลภัสที่มีต่อรเมศก็เหมือนกับอยู่ในบ่วงหงส์ คือรักเขาจนออกจากบ่วงไม่ได้

บ่วงรักกามเทพ

สุมน(ดวงตา ตุงคะมณี)เรียกตัวภูบดี(ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์)กลับจากอเมริกาด่วน  เพื่อมาจัดการปัญหาใหญ่ของครอบครัว เพราะภาวัต(ชยธร เศรษฐจินดา)น้องชายคนเดียวดันไปติดพันอรณี(สิ นิทธา บุญยศักดิ์) แม่หม้ายอายุแก่กว่าถึง 5 ปี ภูบดีทนไม่ได้ที่เห็นมารดาไม่สบายใจจึงเข้ามาสะสางปัญหา แต่ภาวัตก็ยืนกรานกับภูบดีว่ารักอรณีอย่างจริงใจถึงแม้เธอจะเคยมีสามีมาแล้ว และเป็นเพียงช่างเย็บผ้าจนๆ ภาวัตยอมทุกอย่างแม้ถูกตัดออกจากกองมรดก ทำให้ภูบดีเปลี่ยนแผนแอบไปเจรจากับอรณีแทน ภูบดีมั่นใจว่าเขาจะสามารถสะสางปัญหานี้ได้ด้วยเงิน

แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อคนที่มาเจรจาไม่ใช่อรณีแต่เป็นอรณิชา(น้ำ ทิพย์ จงรัชตวิบูลย์)น้องสาวปากกล้าไม่กลัวใคร ภูบดีเปิดฉากต่อว่าและดูถูกอรณิชาเพราะคิดว่าเป็นอรณี จนอรณิชาทนไม่ได้ตอบโต้กลับอย่างแรง ทำให้การเจรจาครั้งแรกไร้ผลเพราะอรณิชายืนยันไม่รับเงิน

จากเหตุการณ์นี้ทำให้อรณิชาเกลียดท่าทางหยิ่งยะโสและดูถูกคนของภูบดีเข้าไส้ เธอจึงบอกภาวัตว่าพี่ชายแอบมายัดเงินจ้างให้เลิก ทำให้ภาวัตไม่พอใจกลับไปต่อว่าภูบดี ทั้งสองคนทะเลาะกันรุนแรงจนสุมนต้องเร่งรัดให้ภูบดีจัดการเรื่องนี้ให้เรียบ ร้อยก่อนจะบานปลายมากไปกว่านี้ ภูบดีเลยยื่นข้อเสนอว่าถ้าอรณีรักภาวัตด้วยใจจริงต้องยอมให้ภาวัตไปดู งานบริษัทเปิดใหม่ที่อเมริกาเป็นเวลา 1 ปี ถ้าภาวัตจัดการงานสำเร็จและอรณียังรอได้โดยไม่มีคนอื่นจะยอมให้ทั้งคู่แต่ง งานกัน ทั้งภาวัตและอรณีต่างยอมรับข้อเสนอ มีเพียงอรณิชาที่ไม่วางใจ ก่อนเดินทางภาวัตแอบพาอรณีไปจดทะเบียนสมรสโดยมีทวี(ปกรณ์ มะโน)เพื่อนทนายคนสนิทมาเป็นพยาน ภาวัตให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาหาอรณีเมื่อครบ 1 ปี โดยไม่เอะใจเลยว่าทุกอย่างเป็นเพียงกลลวงของ ภูบดี

ทันทีที่ภาวัตไปต่างประเทศ ภูบดีก็เริ่มแผนการบ่อนทำลายต่างๆ ให้สองคนติดต่อกันไม่ได้ แถมยังส่งนีน่า(พิชญ์นาฏ สาขากร)ลูกสาวคุณนายเนื้อนวล(รัญ ญา ศิยานนท์)เพื่อนสนิทสุมนไปประกบเพื่อสร้างกระแสข่าวในวงสังคมว่าทั้งคู่ กำลังคบหาดูใจกัน ทำให้อรณีเริ่มหวั่นไหวและเหตุการณ์ยิ่งแย่ลงเมื่ออุทัย(สันติ สุข พรหมศิริ)พ่อของอรณีล้มป่วยด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตกต้องเข้ารับการผ่าตัด ด่วน ภูบดีรู้ข่าวรีบฉวยโอกาสยื่นเงินช่วยเหลือเพื่อแลกกับการเลิกกับภาวัต อรณีเก็บข้อเสนอของภูบดีมาคิดหนัก เพราะอาการของพ่อทรุดลงอย่างรวดเร็วอรณีจึงตัดสินใจรับข้อเสนอของภูบดี ซึ่งกว่าอรณิชาจะรู้เรื่องอรณีก็ทำสัญญาเลิกกับภาวัตไปเรียบร้อยแล้ว ภูบดีแกล้งซ่อนกล้องแอบถ่ายอรณีตอนมาขอเงินเพื่อเลิกกับภาวัต แล้วนำไปให้ภาวัตดูเพื่อยืนยันความเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินของอรณี แต่ภาวัตไม่เชื่อรีบกลับประเทศไทยทันทีเพื่อถามความจริงกับอรณีด้วยตัวเอง แล้วในที่สุดภาวัตก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิต

เมื่ออรณีรู้ข่าวก็ร้องไห้แทบขาดใจ ที่งานศพภาวัตอรณิชาพาอรณีไปร่วมงาน สุมนด่าทออรณีกลางงานโทษฐานที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกชายตาย แต่อรณิชาด่ากลับว่าภูบดีและสุมนต่างหากคือต้นเหตุที่แท้จริง ภูบดีไล่ตะเพิดทั้งสองคนออกจากงานศพและประกาศก้องไม่ให้สองพี่น้องมาให้เห็น หน้าอีก อรณิชาพาอรณีออกจากงานไปพร้อมจิตใจที่บอบช้ำ อรณีหมดหวังในชีวิตจึงคิดสั้นฆ่าตัวตายตามภาวัต แต่อรณิชามาเห็นจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล หมอช่วยชีวิตไว้ทันและบอกว่าเธอตั้งท้องได้ 2เดือน อรณีขอโทษทุกคนและตั้งใจว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูก ด้านภูบดีก็ได้รู้จากทวีว่าภาวัตจดทะเบียนสมรสกับอรณีแล้ว เธอจึงมีสิทธิ์ในสมบัติของครอบครัว ภูบดีจำใจต้องตามหาอรณีแต่กลับพบว่า

ครอบครัวของอรณีย้ายบ้านหนีไปแล้ว ภูบดีไปโรงพยาบาลที่อรณิชาทำงาน ก็ได้รู้ว่าเธอเพิ่งลาออกไป กิฟท์เก๋(อรจิรา แหลมวิไล)พยาบาลเพื่อนซี้ของอรณิชาบอกว่าเธอย้ายไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่ต่าง จังหวัด เพราะไม่อยากยุ่งกับครอบครัว ภูบดีอีก

อรณิชาพาอรณีกลับไปอยู่บ้านเก่าของพ่อที่แม่ฮ่องสอน อุทัยกลับไปทำไร่ อรณิชาไปเป็นพยาบาลในอนามัยเล็กๆ ส่วนอรณีทำหน้าที่เป็นแม่บ้านดูแลลูกในท้อง จนถึงวันคลอดเด็กปลอดภัยแต่อรณีเสียเลือดมากจนทนความเจ็บปวดไม่ไหวเสียชีวิต อรณิชาจึงต้องรับหน้าที่ดูแลต้นกล้า(เพลงไทย นิยมไทย)หลานชายในฐานะ”แม่นิ” นับจากนั้นเป็นต้นมา ส่วนภูบดีก็ต้องกลายมาเป็นเสาหลักในบ้าน เพราะพิภพ(นิ รุตติ์ ศิริจรรยา)เกษียณตัวเองจาตำแหน่งประธานบริษัทแล้วหันหน้าเข้าวัดเพราะรู้สึก ผิดที่ไปเจ้ากี้เจ้าการกับภาวัต ส่วนสุมนก็หม่นหมองซึมเศร้า ในขณะที่คุณนายเนื้อนวลและนีน่าเปลี่ยนเป้าหมายมาจับภูบดีแทน

ภูบดียังคงตามหาอรณีต่อไปจนกระทั่ง 5 ปีผ่านไป นักสืบนำข้อมูลการเสียชีวิตของอรณีมาบอกและแจ้งว่าเธอได้ให้กำเนิดบุตรชาย ไว้ 1 คน ภูบดีรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นลูกของภาวัต ภูบดีนำความไปบอกสุมนเธอเลยขอร้องให้ภูบดีออกตามหาลูกของอรณีให้เจอ เพราะเธอคิดว่าการได้เลี้ยงลูกของภาวัตจะทำให้ความรู้สึกผิดในใจหมดสิ้นไป ภูบดีจึงต้องออกตามหาลูกของอรณีอย่างหนัก และแล้วการรอคอยที่เหนื่อยล้าก็จบสิ้น หลังจากอุทัยเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจ กิฟท์เก๋ขึ้นมาร่วมงานศพและชวนอรณิชาไปทำงานที่โรงพยาบาลในกรุงเทพ กิฟท์เก๋หว่านล้อมและเสนอเงินเดือนให้อรณิชาอย่างงามจนเธอสนใจ เพราะต้องการเงินสำหรับเลี้ยงดูต้นกล้าที่เริ่มโตขึ้น อรณิชาตัดสินใจกลับเข้ามาทำงานที่กรุงเทพอีกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ก็ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงตลอดไป

ในขณะที่ความหวังของภูบดีริบหรี่เต็มทนจนเขาเริ่มถอดใจ แต่เมื่อภูบดีต้องพาสุมนมาหาหมอประจำตัวที่โรงพยาบาลเดียวกับที่อรณิชาเข้า มาทำงาน เมื่อทั้งคู่ได้เจอกันภูบดีจำอรณิชาไม่ได้เพราะเธอดูสวย และเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจนผิดตา แต่สำหรับอรณิชาเธอจำเขาได้ขึ้นใจ ความโกรธแค้นในอดีตถูกปลุกขึ้นมาอีก อรณิชาแกล้งภูบดีให้ต้องอับอายหลายครั้ง ภูบดีสืบจนรู้ว่าเธอคนนั้นคืออรณิชาหญิงสาวที่เขาตามหามาตลอด 5 ปี ความหวังที่ดับวูบจึงเปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง

ภูบดีแอบสะกดรอยตามอรณิชาไปถึงบ้านจนได้เห็นต้นกล้า เขาถึงกับตะลึงเพราะต้นกล้าหน้าเหมือนภาวัตราวกับคนเดียวกัน แต่อรณิชายืนยันว่าต้นกล้าเป็นลูกของเธอ ภูบดีไม่เชื่อท้าให้ตรวจดีเอ็นเอจนอรณิชาต้องยอมรับว่าเป็นลูกของอรณีกับภา วัต แต่ยังไงภูบดีก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวต้นกล้าเพราะเธอมีจดหมายที่อรณีมอบสิทธิ์ ให้เธอเป็นผู้ดูแลต้นกล้าแต่เพียงผู้เดียว ทวีจึงถูกเรียกตัวมาเป็นที่ปรึกษาในการต่อสู้แย่งตัวต้นกล้า โดยทวียืนยันว่าหลักฐานที่อรณิชามีรัดกุมมาก ภูบดีไม่สามารถเอากฎหมายมาเล่นงานอรณิชาได้ เพราะฉะนั้นทางเดียวที่เขาจะได้ตัวหลานชายมาดูแลคือต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมกล โกง

งานนี้ ภูบดีจะใช้แผนอะไรเพื่อให้ได้ตัวต้นกล้ามาดูแลและอรณิชาจะยอมหรือไม่ ? ศึกครั้งนี้ของภูบดีกับอรณิชาจะลงเอยอย่างไร ? ติดตามค้นหาคำตอบได้ในละคร บ่วงรักกามเทพ

 

รายชื่อนักแสดงละคร บ่วงรักกามเทพ

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ แสดงเป็น ภูบดี
น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ แสดงเป็น อรณิชา
อรจิรา แหลมวิไล แสดงเป็น กิฟท์เก๋
พิชญ์นาฏ สาขากร แสดงเป็น นีน่า
ปกรณ์ มะโน แสดงเป็น ทวี
นิรุตติ์ ศิริจรรยา แสดงเป็น พิภพ
ดวงตา ตุงคะมณี แสดงเป็น สุมน
สันติสุข พรหมศิริ แสดงเป็น อุทัย
รัญญา ศิยานนท์ แสดงเป็น เนื้อนวล
สินิทธา บุญยศักดิ์ รับเชิญในบท อรณี
ชยธร เศรษฐจินดา รับเชิญในบท ภาวัต
ด.ช. เพลงไทย นิยมไทย แสดงเป็น ต้นกล้า

บ่วงรัก

พิณทอง อาศัยอยู่กับ พรรณี แม่ของเธอและ เพชรแท้ พี่ชาย ในชุมชนแออัดแถบชานเมือง หลังจากพ่อของพิณเสียชีวิตพรรณีก็ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับผ้ามาเย็บ ที่บ้าน พิณเรียนจบปวช. ด้านการตลาด และได้ทำงานในบริษัทธุรกิจส่งออกของ ธานินทร์ เลิศชัยวัฒน์ ในตำแหน่งผู้ช่วยโอปเรเตอร์ แต่พิณโดน ชนะศึก ลูกชายของธานินทร์ไล่ออกเพราะบกพร่องในหน้าที่ ด้วยความสงสารและรู้ว่าพิณเป็นลูกสาวของอดีตคนรักเก่า ธานินทร์จึงรับพิณเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขา

เพชรเรียนจบปวช. สาขาพลศึกษา และทำงานเป็นครูฝึกที่สปอร์ตคลับแห่งหนึ่ง และที่นี่เองทำให้เพชรได้พบกับ ชนกนันท์ น้องสาวของชนะศึก ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันคอยหาทางกลั่นแกล้งกันตลอดเวลา ธานินทร์พยายามหาทางใกล้ชิดพิณเพราะอยากรู้เรื่องของพรรณี ทำให้ชนะศึกกับชนกนันท์เข้าใจผิดคิดว่าพิณจะมาหลอกธานินทร์ ชนะศึกหาทางกลั่นแกล้งพิณด้วยการให้ทำงานหนักๆ แต่สุดท้ายความใกล้ชิดกัน ทำให้ความรู้สึกของชนะศึกที่มีต่อพิณเริ่มเปลี่ยนไป

ชนก นันท์เข้าใจผิดเรื่องธานินท์กับพิณถึงขั้นบุกเข้าไปตบพิณถึงที่ทำงาน ก่อนจะกลับไปฟ้องอังคณา อังคณาจึงสั่งให้ เรืองโรจน์ เลขาส่วนตัวของธานินทร์ตามสืบเรื่องนี้ ด้านชนะศึกได้ขอร้องให้ธานินทร์ย้ายพิณมาทำงานกับเขาแทน โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้เกิดคำครหา แต่จริงๆ แล้วเขาอยากให้พิณมาอยู่ใกล้ๆ ชนกนันท์ตามไปหาเรื่องพิณที่บ้านและได้พบกับเพชร ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ชนกนันท์หลอกเพชรออกมาข้างนอกให้นักเลงรุมทำร้าย เพชรแค้นใจมากตามไปต่อว่าถึงคอนโด ก่อนจะลงมือปลุกปล้ำชนกนันท์

อังคณา รู้ความจริงจึงเรียกพรรณีมาต่อว่า พรรณีขอร้องธานินทร์ให้เลิกยุ่งกับเธอและครอบครัว คืนนั้นเองพรรณีให้เพชรกับพิณช่วยกันเก็บข้าวของย้ายครอบครัวไปอยู่ที่อื่น อังคณาโหมกินเหล้าจนเมามาย แล้วพร่ำเพ้อว่าธานินทร์ไม่เคยรักเธอ เรืองโรจน์ปลอบอังคณาและในที่สุดทั้งสองต่างก็ตกเป็นของกันและกัน สองเดือนผ่านไป ชนกนันท์ตรวจพบว่าตัวเองตั้งท้อง เพชรรู้ข่าวรีบมาหาชนกนันท์ที่บ้าน เธอบอกกับเพชรว่าจะทำแท้ง เพชรโกรธมากต่อว่าชนกนันท์อย่างรุนแรง

ก่อนกลับคนขับรถของชนะศึก เห็นเพชรจึงสะกดรอยตามไปและได้รู้ที่อยู่ของครอบครัวพิณ จึงรีบรายงานให้ชนะศึกทราบ ชนะศึกรู้เรื่องอังคณากับเรืองโรจน์ รู้สึกผิดหวังในตัวอังคณามาก ชนะศึกตัดสินใจบอกที่อยู่ของพรรณีให้ธานินทร์รู้ ธานินทร์รีบไปหาพรรณี ธานินทร์บอกกับพรรณีว่าเขาตัดสินใจจะหย่าขาดจากอังคณาเพื่อจะมาดูแลพรรณี และขอให้พรรณีพาไปไหว้พระที่เกาะแห่งหนึ่งที่ทั้งคู่เคยไปไหว้มาด้วยกัน ชนะศึกรับอาสาพาทุกคนไปที่เกาะ

ระหว่าง ที่ชนะศึกกับพิณกำลังจะปรับความเข้าใจกัน เพชรได้เข้ามาบอกข่าวร้ายเรื่องเรือที่ธานินทร์กับพรรณีนั่งไปด้วยกันเกิด อุบัติเหตุ ธานินทร์กับพรรณีจมน้ำเสียชีวิตด้วยกันในพินัยกรรมของธานินทร์ระบุไว้ว่า ทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะตกเป็นโมฆะ หากชนะศึกไม่ได้แต่งงานกับพิณ อังคณาไม่พอใจมาก หลังจากชนะศึกกับพิณจดทะเบียนสมรสกันแล้ว พิณได้ขอตัวกลับไปเก็บของที่บ้าน และเธอก็ไม่ย้อนกลับมาหาชนะศึกอีกเลย

ชนก นันท์นัดหมอทำแท้ง เพชรมาดักรอชนกนันท์วิ่งหนีไปแล้วโดนรถชนอย่างแรงจนแท้งลูก เพชรรีบพาชนกนันท์ไปส่งโรงพยาบาล และได้พบกับชนะศึก ชนะศึกจึงสารภาพกับเพชรว่าเขาต้องการพิณและอยากให้พิณไปใช้ชีวิตอยู่กับเขา ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพชรจึงยอมบอกที่อยู่ของพิณที่นครนายก ระหว่างทางชนะศึกประสบอุบัติเหตุ ช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไปเป็นอัมพาต ชนะศึกจึงล้มเลิกความคิดที่จะตามพิณกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับคนพิการ

สามเดือนผ่านไปมีคนมาชวนพิณให้ไปทำงานที่ไต้หวัน พิณอยากจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจจะไปไต้หวัน แต่ก่อน ไปพิณต้องเตรียมเอกสารทางกฎหมายมากมาย ที่สำคัญเธอต้องได้รับความยินยอมจากสามีตามกฎหมายเสียก่อน นั่นหมายความว่าชนะศึกจะต้องเซ็นยินยอมการจากไปของเธอ แต่พิณจะทำใจไปพบชนะศึกอีกครั้งได้หรือไม่ แล้วสุดท้ายเรื่องราวความรักของพิณและชนะศึกจะลงเอยเช่นไร ติดตามชมเรื่องราวสุดเข้มข้นนี้ได้ในละครดราม่าเรื่อง “บ่วงรัก”

รายชื่อนักแสดงละคร บ่วงรัก

รัฐศาสตร์ กรสูต แสดงเป็น ชนะศึก
พิชญา ศรีเทพย์ แสดงเป็น พิณทอง
ภูริ หิรัญพฤกษ์ แสดงเป็น เพชรแท้
เมย์ เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น ชนกนันท์
พิศาล อัครเศรณี แสดงเป็น ธานินทร์
ดวงตา ตุงคะมณี แสดงเป็น อังคณา
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น พรรณี

บ่วงร้ายพ่ายรัก

ปารมี หรือ ปาล์ม (เขมนิจ จามิกรณ์) เดินทางกลับจากต่างประเทศหลังเรียนจบปริญญาโท ด้วยความหวังว่าจะได้แต่งงานกับ เชน (กันต์ กันตถาวร) แฟนหนุ่มซึ่งรักกันมาก ตามสัญญาที่ เดช (ไพโรจน์ สังวริบุตร) พ่อของเธอได้ให้ไว้ก่อนที่จะไปเรียนต่อ แต่เดชไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะเดชรู้สึกว่าเชนมีเบื้องหลังในการเข้ามาตีสนิทกับลูกสาวของเขา และไม่ได้จริงใจกับเขาและครอบครัวเลย ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น

เชน เชื่อเสมอว่า เดชเป็นต้นเหตุทำให้ ไกรฤกษ์ (เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์) พ่อของเขาเส้นโลหิตในสมองแตกตายตอนเขาอายุ ๑๐ ขวบ และฮุบกิจการห้างสรรพสินค้าที่พ่อก่อร่างสร้างมากับมือไปอย่างเลือดเย็น ทำให้ กัลยา (คนางค์ ดำรงหัด) ผู้เป็นแม่ต้องตรอมใจตาย เชนสาบานต่อหน้าหลุมศพบิดาว่าจะต้องทวงทุกอย่างคืนมาให้ได้ไม่ว่าเงิน ชื่อเสียง ธุรกิจและความสุข แผนการของเขาเริ่มต้นจากการเข้าไปตีสนิท เอมิกา หรือ เอม (สเตฟานี เลอร์ช) ลูกสาวคนเล็กของเดช เชนใช้ความฉลาด ช่างเอาใจ เอาชนะใจเอมิกาได้ในเวลาไม่นาน เชนตั้งใจจะหลอกให้เอมิการักและพาเข้าใกล้เดช โดยหวังว่าจะได้เป็นลูกเขยของตระกูล แต่แผนการต้องพลิกผัน เมื่อเขาได้รู้จักกับปารมีพี่สาวผู้เพียบพร้อมไปด้วยความสวย สง่า ในขณะที่เอมิกาเริ่มป่วยหนักด้วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ที่รักษาไม่หาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เรียนไม่จบ อนาคตในการบริหารธุรกิจของตระกูลจึงดับวูบไป เชนจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาทางปารมีทันที เขาใช้เวลาไม่นานเอาชนะใจเธอได้อย่างง่ายดาย

สัญญาใจที่มีอนาคตเป็นเดิมพันได้เริ่มต้นขึ้นเชนพยายามรักษาภาพลักษณ์แฟน หนุ่มที่แสนซื่อสัตย์ไว้อย่างเหนียวแน่น จนวันที่ปารมีเดินทางกลับ เชนตั้งใจจะไปรับเธอที่สนามบินและหาทางเร่งรัดขอเธอแต่งงานให้เร็วที่สุด แต่เดชส่ง อัคนี หรือ หิน(ธนพล นิ่มทัยสุข) บอดี้การ์ดคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุดไปรับปารมีตัดหน้าเชน เพราะรู้ว่าถ้าเขาไปเองต้องใจอ่อนยอมให้ปารมีไปกับเชนอย่างแน่นอน

ทันทีที่ได้คำสั่งหินเดินทางไปสนามบิน เพื่อปฎิบัติภารกิจชิงตัวปารมี เชนใช้เส้นสายเข้าไปดักรอปารมีถึงประตูเครื่องบิน หินต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อแยกปารมีออกจากเชนและพาไปส่งเดโชให้สำเร็จแต่เชน ก็ไม่ยอมและพยายามจะเอาตัวปารมีไปให้ได้ ทำให้การเจอกันครั้งแรกระหว่างเชน และหิน กลายเป็นเหตุการณ์แสนโกลาหลวุ่นวาย ชิงไหวชิงพริบ ชนิดห้ามกระพริบตา และสุดท้ายคนที่ได้ตัวปารมีไปก็คือ หิน ที่หินสมชื่อ สร้างความไม่พอใจให้กับเชนเป็นอย่างมาก พร้อมกับตราหน้าว่าเป็นศัตรูหมายเลข ๒ รองจากเดช

สำหรับปารมีเธอยกให้หินเป็นศัตรูหมายเลข ๑ และเป็นคนเดียวในโลกที่เธอไม่เลิฟสุดๆ เพราะนอกจากจะขัดขวางการไปกับแฟนแล้ว ยังแสดงอาการที่น่าขัดใจสารพัดในระหว่างที่ชิงตัวกลับมา ทำให้ปารมีไม่พอใจจะเอาเรื่องหิน แต่เดชกลับเข้าข้างหินอย่างออกนอกหน้า ยิ่งทำให้ปารมีผูกใจเจ็บคิดหาทางเอาคืนหินให้ได้!!!!

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอันแสนปวดกบาลที่สนามบิน หินกลับไปเยี่ยม พรไหม (รสริน จันทรา) แม่ผู้แสนใจดีที่ ชุมชนหอยใหญ่ บ้านเกิดอันอบอุ่นไปด้วยญาติและเพื่อนบ้านแสนดีอย่าง ลุงปุ๋ย (เด๋อ ดอกสะเดา) , ป้านาง (ราตรี วิทวัส) และ ไอ้ไฟ (ภทรนันท์ จามิกรณ์) รวมทั้ง นิดหน่อย (ดารณีนุช โพธิปิติ)  สาวร่างอวบเจ้าของฟาร์มหอยผู้รอคอยให้หินมาเป็นบอดี้การ์ดหัวใจ

หิน ลางานกลับมาบ้านเพื่อจะพาพรไหมไปตรวจอาการโรคหัวใจ แต่เธอโกหกว่าหายแล้ว และเร่งรัดให้หินกลับไปทำงานช่วยเดช เพราะเขาคือผู้มีพระคุณทำให้ครอบครัวมีอยู่มีกินจนถึงทุกวันนี้ พรไหมไม่เคยลืมวันที่ อาจหาญ (ทนงศักดิ์ ศุภการ) พ่อของหินอดีตทหารพรานที่สูญเสียขาจากการเหยียบกับระเบิด เข้าไปสมัครเป็นรปภ.ที่ห้างสรรพสินค้า และเดชรับไว้ด้วยความเมตตา พร้อมทั้งสืบประวัติอย่างละเอียดจนรู้ถึงความสามารถจึงเรียกมาเป็นบอดี้ การ์ดทั้งที่พิการ อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างดี ส่งเสียให้หินเรียนจนจบเตรียมตำรวจ ก่อนอาจหาญจะเสียชีวิตเมื่อ ๒ ปีก่อนเขาได้กำชับให้หินดูแลเดช และปกป้องครอบครัวอย่างดีที่สุด ภารกิจสำคัญนี้จึงฝังอยู่ในใจของพรไหม และหินมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อแม่เอ่ยปากยกเรื่องคำสั่งเสียของพ่อ ทำให้หินต้องยอมกลับไป พร้อมรับหน้าที่ใหม่ที่เดชมอบหมายให้นั่นคือ เป็นบอดี้การ์ดให้ปารมี ! ปารมีปฎิเสธเสียงแข็ง โดยมี อรปรียา (ณหทัย พิจิตรา) ผู้เป็นแม่พ่วงตำแหน่งกองหนุนอรปรียาถูกเชนเอาใจ เยินยอ จนเคลิ้มและไว้ใจ อยากได้มาเป็นลูกเขย ทำให้เป็นเหตุขัดแย้งกับเดโชอยู่บ่อยครั้ง แต่ในครั้งนี้ไม่มีใครขัดคำสั่งได้ เพราะเดชยื่นคำขาด ถ้าปารมีไม่ให้หินเป็นบอดี้การ์ด ก็กลับไปเรียนต่อและจะไม่ได้แต่งงานกับเชนเป็นอันขาดในวันที่ปารมีไปเที่ยว กับ แคท (เอมิกา บูเฮอร์) และ นิตา (พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์) (เพื่อนซี้ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย) จึงมีหินคอยตามติดทุกฝีก้าว

ปารมีหาทางแกล้งหินสารพัด แต่แคทเพื่อนสุดเปรี้ยว เซี้ยวซ่า กลับชอบหินอย่างแรง ยิ่งทำให้ปารมีหมั่นไส้หินแคทชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวบ้านริมน้ำ ปารมีได้ทีสร้างเรื่องว่าตัวเองตกน้ำ หินรีบกระโจนลงไปช่วย ตกเป็นเหยื่อของปารมี ปารมีสะใจแอบหนีไปเที่ยวต่อกับเชน หินออกตามหาปารมีทุกที่ จนไปเจอปารมีกำลังสนุกในผับ หินจะลากตัวปารมีกลับบ้าน แต่เชนขัดขวาง และพยายามใช้เงินฟาดหัวหิน เพื่อเอาหูไปนาเอาไปไร่แต่หินไม่รับเงิน พร้อมตอกกลับอย่างเจ็บแสบทำให้เชนไม่พอใจ เกิดชกต่อยกัน หมอซัน (อัศนัย เทียนทอง) เพื่อนของหินผ่านมาเห็นจึงรีบไประงับเหตุ ทำให้หินพาปารมีไปส่งบ้านจนได้ เชนไม่พอใจที่หินเป็นก้างขวางคอและคิดหาทางกำจัดโดยด่วน !! ในขณะที่อาการป่วยของเอมิกาย่ำแย่ลงเพราะความเครียดที่ต้องทนเห็นความ สัมพันธ์อันหวานชื่นของเชนกับปารมี เดโชจึงต้องการหมอพิเศษมาคอยดูแลเอมิกาอย่างใกล้ชิด หินแนะนำหมอซันที่เพิ่งเข้าทำงานเป็นแพทย์ตำรวจหมาดๆ มารับงานนี้เป็นงานพิเศษ และเขาก็ตกหลุมรักเอมิกาตั้งแต่แรกพบ ….

หลังจากที่เชนโดนหินลบเหลี่ยม และทำให้แผนการแก้แค้นต้องสะดุดมาหลายครั้ง โอกาสก็เป็นของเขาอีกครั้งเมื่อ.. อรปรียาต้องการจัดงานครบรอบ 60 ปีของห้างสรรพสินค้าจึงเสนอให้บริษัทพีอาร์ของเชนเข้ามาดูแลการงานนี้ เดโชพยายามขัดขวางแต่สู้แรงหนุนของอรปรียาและปารมีไม่ได้ เชนเสนอให้ปารมีเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของห้างสรรพสินค้าที่เน้นความทันสมัย และเปิดตัวปารมีที่จะเป็นผู้บริหารคนใหม่ไปในคราวเดียวกันด้วยเคมเปญนี้ทำ ให้อรปรียาปารมีและคณะผู้บริหารเห็นด้วยอย่างเต็มที่ ยากเกินกว่าเดชจะทัดทาน เชนจึงได้งานนี้ไป ทำให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับปารมีอย่างไม่มีเงื่อนไข เดชสั่งกำชับให้หินตามติดปารมีไม่ ให้คลาดสายตา

ใน ระหว่างที่เชนอยู่ใกล้ปารมี เขาหาทางล่วงเกินเธอหลายครั้ง หวังจะเป็นการมัดมือชกและเร่งรัดให้แต่งงาน แต่มีคนคอยขัดขวางทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นหิน , เอมิกา และคนสุดท้ายคือ..นิตา นิตาใช้ความเป็นเลขาส่วนตัวของเดชตรวจสอบตารางการทำงานของปารมี และเชน และคอยเข้ามาขัดจังหวะไม่ให้เชนมีโอกาสล่วงเกินปารมี นิตาไม่ได้ทำเพราะความหวังดีต่อเพื่อน แต่ทำเพราะ…ความหึงหวงเชน !!

ความสัมพันธ์ลับ ๆ ของนิตากับเชนเริ่มมีพร้อม ๆ กับความสัมพันธ์ของเชนและปารมี..เชนเข้ามาตีสนิทกับนิตา เพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัวของปารมี แต่นิตากลับหลงรักเชนอย่างหมดหัวใจ ยอมเป็นเครื่องมือให้เขาหลอกใช้สารพัด โดยมีคำหวานคอยกรอกหูอยู่เสมอว่า “ถ้าผมครอบครองทุกอย่างของเดชได้สำเร็จ ผมจะทิ้งปารมี และแต่งงานกับคุณ” คำหลอกลวงที่แสนหวานเป็นโซ่ตรวนที่ตรึงให้นิตายอมเป็นเบี้ยล่าง แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ เธอกลับทนไม่ได้ที่เห็นเชนทำดีกับปารมี ด้วยความอิจฉาและหวั่นใจลึก ๆว่า.. สักวันเชนจะรักปารมีเข้าจริง ๆ และเธอจะต้องเป็นคนที่โดนทิ้ง !! แต่ทุกครั้งที่นิตาเริ่มจะแข็งขืน หรือขัดขวางแผนการอันร้ายกาจ เชนจะกำราบเธอด้วยวิธีที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้นิตาจะยังยอมฝืนทน และทำตามอย่างว่าง่าย แต่เธอยังเก็บความคับแค้นไว้ในใจและแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังปารมีที่ได้ ทุกอย่างที่เธอต้องการ..

และสักวันเธอจะต้องทำลายมันให้ได้ ! ความอิจฉาที่นิตามีต่อปารมี เป็นสิ่งที่แคทเห็นและคอยเตือนปารมีมาตลอด แต่ปารมีไม่เชื่อและบอกว่าแคทคิดมากเกินไป แต่ยังไง๊..ยังไง..แคทก็ไม่วางใจนิตาอยู่ดี

แคทอัดอั้นใจไม่รู้จะบอกใคร เลยมาปรึกษากับหินเป็นประจำ ทำให้หินเริ่มเห็นความผิดปกติของนิตากับเชนมากขึ้น และเริ่มสงสารปารมีที่โดนคนรัก และเพื่อนแอบหักหลัง หินพยายามจะบอกปารมีแบบอ้อม ๆ แต่ยิ่งบอกยิ่งโดนด่า แถมยังโดนเกลียดขี้หน้าหนักกว่าเดิม และแล้ว…วันฉลองครบรอบ ๖๐ ปีของห้างสรรพสินค้าก็ใกล้มาจะถึง แต่เชนยังไม่เห็นว่าเดชจะยอมให้เขาแต่งงานกับปารมี และยังส่งหินมาคอยประกบเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ เขาจึงวางแผนขอคุยกับเดช บอกว่าต้องการเงินก้อนโตแลกกับการเลิกกับปารมี เดชสนใจจึงมาคุยด้วย แต่เชนกลับซ้อนแผนด้วยการทำทีเป็นว่าเดชจะมาจ้างให้เลิก ส่วนเขาทำเป็นปฎิเสธเงิน และพร้อมสู้เพื่อปกป้องความรัก ละครฉากนี้ถูกสร้างขึ้นและจงใจให้ปารมีมาได้ยิน ทำให้ปารมีไม่ยอม โวยวาย และประกาศต่อหน้าเดชว่า เธอรักเชน และ เธอจะต้องแต่งงานกับเชนให้ได้ !

การประกาศก้องของปารมีทำให้หินไม่สบายใจ มีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี และมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ … ในงานเลี้ยงครบรอบห้างสรรพสินค้า 60ปีที่ยิ่งใหญ่มีแขกระดับแถวหน้าในสังคมชั้นสูงมาร่วมงานมากมาย สื่อมวลชนทุกแขนงมาทำข่าว เชนในฐานะคนคุมงานได้รับความชื่นชมมากมาย โดยเฉพาะฉากใหญ่ เปิดตัวปารมีในฐานะพรีเซนเตอร์และทายาทผู้สืบทอดกิจการ ปารมีขึ้นเวทีด้วยความสวยสง่า พร้อมกับสิ่งที่ไม่มีใครคาดฝัน ..ปารมีประกาศกลางงานว่า … เธอจะแต่งงานกับเชนในเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอน !! สิ้นคำประกาศ.. เอมิกาช๊อคเป็นลมหมดสติไปทันที หมอซันต้องรีบพาตัวออกไปนิตานิ่งอึ้ง..ยืนตัวสั่น แคทสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

เดช จะขึ้นไปชี้แจง และแก้ข่าว แต่อรปรียาดึงตัวไว้ เพราะแอบเห็นด้วยกับปารมี เชนยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ หินหันไปเห็นพอดี สองคนสบตากัน เชนแสดงความเหนือกว่าทางสายตาอย่างเห็นได้ชัด จนหินเริ่มรู้สึกว่าเชนต้องมีสิ่งเคลือบแฝงอยู่เบื้องหลังการคบกับปารมี อย่างแน่นอน หลังจากการประกาศแต่งงานของปารมี มีนักข่าวสายสังคมเข้ามาสัมภาษณ์เชนมากมาย กลายเป็นหนุ่มฮอตไปทันที ส่วนเอมิกาพยายามตัดใจจากเชน แต่เชนยังเล่นละครว่ารักและห่วงเอมิกา

เพราะต้องการใช้เอมิกาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ต่อไป ในขณะเดียวกันเดชก็เริ่มจ้างนักสืบ เพื่อสืบประวัติของเชน แต่คลุมเครือไม่ชัดเจน รู้เพียงว่าเป็นลูกกำพร้า เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล จนหาต้นตอไม่ได้….ยิ่งทำให้เดชระแวงเชนมากขึ้น ปารมีเร่งรัดเรื่องงานแต่งงาน เดชจึงต่อรองให้จัดงานหมั้นก่อน เพราะตอนนี้เอมิกาสุขภาพไม่ค่อยดี งานก็ยุ่งและสั่งให้หินเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวปารมี เส้นทางความรักของปารมีกับเชนจึงมีหินเป็นกขค. เชนไม่พอใจ คอยใส่ความหินหวังให้อรปรียาเล่นงาน หินก็ต้องจำทนก้มหน้าปฎิบัติหน้าที่บอดี้การ์ดต่อไป เพราะในใจลึก ๆ เริ่มรู้สึกเป็นห่วง และสงสารปารมี ที่โดนคนรักหลอกไม่มีชิ้นดี

หินต้องทนรบกับความเอาแต่ใจไม่ฟังคนอื่นของปารมีจนความอดทนสิ้นสุด และไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องดูแลผู้หญิงเอาแต่ใจอย่างปารมี ประกอบกับอาการโรคหัวใจของแม่ทรุดหนัก ทำให้หินตัดสินใจลาออก เพื่อพาแม่เข้ามาผ่าตัดหัวใจ เดโชพยายามทัดทาน  แต่หินก็ยืนกรานความคิดเดิม ปารมีรู้ข่าวก็เย้ยว่าหินใจเสาะ ไม่สู้งาน หินตอกกลับถึงนิสัยเอาแต่ใจของปารมีต่อหน้าพนักงานในบริษัทพูดจบก็เดินออก จากบริษัทไป ปารมีเสียหน้ารีบขับรถจะตามไปต่อว่าหิน เป็นจังหวะเดียวกับที่พรไหมซึ่งมารีบมาหาหินเพื่อยับยั้งการลาออกกำลังข้าม ถนนหน้าบริษัทพอดี.. ด้วยโทสะทำให้ปารมีเร่งเครื่องรถมาอย่างเร็วในขณะที่พรไหมกำลังข้ามถนน ปารมีตกใจรีบเหยีบเบรก แต่เบรกไม่ทำงาน ปารมีควบคุมรถไม่ได้ รถพุ่งเข้าชนพรไหมอย่างจัง ต่อหน้าต่อตาหิน !! หินตกใจแทบสิ้นสติ รีบพาแม่ไปส่งโรงพยาบาล แต่มันสายเกินไป พรไหมสิ้นใจ…..

หินโกรธและเกลียดปารมี เดโชขอโทษและพยายามอธิบายว่ามันเป็นอุบัติเหตุเพราะตำรวจได้ตรวจสภาพรถแล้ว พบว่ามีการแอบตัดสายเบรก ด้วยสำนึกในบุญคุณของเดชทำให้หินไม่เอาความ แต่ขอกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จากอุบัติเหตุทำให้ปารมีเสียใจอย่างหนัก กลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่สดใสร่าเริงเหมือนเดิม เชนคอยดูแลใกล้ชิด ปารมียิ่งรักและไว้ใจเชนมากขึ้น ทำให้เอมิกาเศร้าใจ และมีอาการทรุดหนักลงจนหมอซันเริ่มเป็นห่วง เชนสืบรู้ว่านิตาเป็นคนตัดสายเบรครถ จึงคาดคั้นด้วยวิธีที่รุนแรงจนนิตาสารภาพสาเหตุที่ทำเพราะไม่พอใจที่เชนจะ หมั้นกับปารมี เธอขู่จะแฉความจริงทั้งหมดให้ทุกคนรู้ แต่เชนไม่แคร์ และขู่กลับว่าถ้านิตาแฉ เขาก็จะแฉเหมือนกันว่านิตาอิจฉาปารมีมาตลอด พยายามจะแย่งทุกอย่างจากเธอ รวมทั้งการตัดสายเบรก ซึ่งต้องโทษข้อหาเจตนาฆ่า
หลังจากงานศพพรไหมเสร็จสิ้น..หินกลับไปใช้ชีวิตของตัวเองที่ชุมชนหอยใหญ่ ในขณะที่เชนเร่งเตรียมงานหมั้นกับปารมีอย่างมีความหวัง

ที่ชุมชนหอยใหญ่ หินหวังจะมาอยู่บ้านเพื่อทำให้จิตใจสงบ แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะนิดหน่อยสาวใหญ่ใจรักเด็กผู้เฝ้าหยอดคำหวานกับหินมาเนิ่นนาน พยายามใช้กลเม็ดเด็ดพรายจากละครทีวีย่องเข้าหาหินหวังจะพิชิตใจได้เป็นสามี จนหินไม่เป็นอันสงบสุข ต้องให้ไอ้ไฟคอยเป็นทั้งกันชน และแนวกันหญิงทุกครั้งไป เดชเดินทางมาชุมชนหอยใหญ่ เพื่อขอร้องให้หินมาเป็นบอดี้การ์ดอีกครั้ง เพราะไม่วางใจเชนอย่างรุนแรง หินเห็นแก่พระคุณของเดช ยอมกลับมารับหน้าที่บอดี้การ์ดอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่พอใจของเชน แต่สำหรับปารมีเธอกลับรู้สึกดีใจ เพราะมันทำให้ความรู้สึกผิดที่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้พรไหมตายเบาบาง ลง ท่าทางของปารมีแม้จะดูอ่อนลง แต่ด้วยความกวนของหิน มันทำให้เธอปรี๊สได้ไม่หยุดไม่หย่อนเหมือนเดิม

หิน แสดงความแข็งกร้าวกับเชนอย่างเห็นได้ชัด จนเชนเริ่มไม่วางใจ คิดว่าหินอาจจะรู้อะไรมากกว่าที่เขาคิด แต่เชนก็ยังไม่คิดว่าบอดี้การ์ดธรรมดาจะทำลายแผนการที่เขาวางไว้มาเนิ่นนาน ได้ เชนจึงเดินหน้าเข้าสู่งานหมั้นอย่างมั่นใจ งานหมั้นระหว่างเชนและปารมีถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรู เชนดูมีความสุขมากที่การแก้แค้นใกล้เป็นจริง นิตาทนไม่ได้ เพราะเธอรู้สึกว่ากำลังจะโดนเชนตัดออกไป นิตาจึงคิดล้มงานหมั้น ด้วยการจ้างมือปืนมาลักพาตัวปารมีไปทำมิดีมิร้าย หรือจะฆ่าให้ตายเลยก็ได้ แคทแอบล่วงรู้แผนการของนิตาโดยไม่ตั้งใจ แคทรีบไปบอกหิน แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ไฟในงานก็ดับลง…

ท่ามกลางความโกลาหลอลหม่าน มือปืนจับตัวปารมีไว้ หินเข้าไปต่อสู้ ช่วยปารมีไว้ได้แต่เธอตกใจเป็นลม ส่วนแคทก็ตกใจหนีตามหินมาด้วย  หินจึงพาทั้งสองไปที่ชุมชนหอยใหญ่ เพื่อหลบซ่อนตัว

ปารมีฟื้นมาที่ชุมชนหอยใหญ่ คิดว่าหินลักพาตัวมาแก้แค้นที่เธอฆ่าแม่ของหิน แหกปากร้องลั่น แคทบอกว่านิตาวางแผนฆ่า ปารมีไม่เชื่อ จะโทรศัพท์ให้เชนมารับกลับบ้าน หินเอาโทรศัพท์โยนทิ้งน้ำ  ปารมีหมดหนทางติดต่อกับภายนอก เพราะเธอจำเบอร์ของใครไม่ได้เลย…ปารมีบอกชาวบ้านให้ช่วยพาเธอหนี แลกกับเงินรางวัลหนึ่งล้าน แต่ชาวบ้านพาปารมีมาส่งให้หิน เพราะหินบอกทุกคนว่าปารมีเป็นเมียที่สติไม่ดี ชอบคิดว่าตัวเองเป็นลูกสาวมหาเศรษฐี ปารมีไม่ยอมอยู่กับหิน ขโมยเรือพายหนีออกไป แต่ก็พายเรือไม่เป็น พายวนอยู่ในคลอง หินลากเรือกลับมาได้ ปารมีไม่ละความพยายาม ว่ายน้ำหนี หินแกล้งหลอกว่าในคลองมีจระเข้ ปารมีก็รีบว่ายน้ำขึ้นฝั่งทันที ไม่ว่าปารมีจะคิดหนีวิธียังไง ก็ไม่รอดพ้นจากหินและ การ์ดอาสาของชุมชุนหอยใหญ่ได้ แคทบอกให้ปารมีอยู่ที่นี่สักระยะเพื่อความปลอดภัย ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว แคทอยากอยู่ใกล้หิน การหายตัวไปของปารมีทำให้ทุกคนร้อนใจ โดยเฉพาะเชน..เขารู้สึกเป็นห่วงปารมีอย่างที่ไม่เคยเป็นกับคนอื่น จนนิตาและเอมิกาเริ่มสังเกตเห็นได้ แต่เชนไม่ยอมรับ และไม่รู้ตัว

หินส่งข่าวบอกเดโชว่าปารมีปลอดภัย จะให้ส่งตัวกลับหรือเปล่า เดโชบอกว่าไม่ต้อง ฝากให้หินดูแลปารมีสักพัก และถ้าช่วยดัดนิสัย หรือทำให้ปารมีตาสว่างได้จะดีมาก หินจึงสั่งให้ปารมีช่วยทำงาน ปารมีไม่ยอมทำอะไรเลย หินจึงเล่นบทโหด (หลอก ๆ ) บอกว่าถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวกิน ปารมีทนหิวไม่ไหวยอมทำงาน หินพาเธอไปนั่งแกะหอย แลกกับเงินไม่กี่บาท แล้วก็ไปรับจ้างต่าง ๆ นานา การทำงานครั้งนี้ทำให้ปารมีรู้ซึ้งถึงคุณค่าของเงิน แต่สิ่งที่ปารมีได้เรียนรู้มากกว่านั้นคือ ความสนุกในการใช้ชีวิตของชาวชุมชนหอยใหญ่ รวมทั้งเธอก็ได้เห็นความดีของหิน ยิ่งรู้ว่าหินรักแม่มาก ยิ่งทำให้ปารมีสำนึกผิด เธอจึงแวะเวียนไปไหว้เคารพกระดูกแม่ของหินทุกวัน….

การเปลี่ยนแปลงของปารมีอยู่ในสายตาของหิน เขาเผลอชื่นชมออกมาหลายครั้ง จนไอ้ไฟเริ่มจับได้แต่หินก็ยังคงปากแข็ง ไม่ยอมรับ และ …ไม่รู้ตัว ปารมีเองจากเดิมที่ไม่เคยสนใจความชื่นชมของแคทที่มีต่อหิน ก็เริ่มเกิดอาการหมั่นไส้ และแอบหงุดหงิดแปลก ๆ เมื่อแคทพยายามพิชิตใจหิน แข่งกับเจ๊นิดหน่อยเจ้าถิ่น มีหินอยู่ไหนก็ต้องมีนิดหน่อยและแคทที่นั่น ความขัดเคืองใจของปารมีแสดงออกมาให้แคทเห็นหลายครั้ง จนเริ่มผิดสังเกต แคทแอบแซวว่าคิดอะไรกับหินหรือเปล่า..ทำเหมือนหึง ปารมีรีบเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่ไม่รู้ว่าในใจเริ่มโอนเอน ..

เชน พยายามตามหาตัวปารมีด้วยความห่วงใย  และเริ่มมั่นใจว่าหินต้องเกี่ยวข้องกับการหายตัวไป ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของหินกับปารมีเริ่มพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปารมีก็เริ่มสับสนและไม่ยอมรับว่าตัวเองเริ่มหลงรักหินเหมือนกัน เชนตามมาพาตัวปารมีกลับไป หินปล่อยวาง กลับไปใช้ชีวิตที่ชุมชนหอยใหญ่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้หัวใจของเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว เรื่องราวความรักของหินและปารมีจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น.ทางช่อง 7 สี ละครบ่วงร้ายพ่ายรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกจันทร์ 12 ตุลาคมนี้

รายชื่อนักเเสดงในละคร บ่วงร้ายพ่ายรัก

ธนพล  นิ่มทัยสุข     แสดงเป็น     อัคนี(หิน)
เขมนิจ  จามิกรณ์     แสดงเป็น     ปารมี(ปาล์ม)
กันต์  กันตถาวร     แสดงเป็น      เชน
สเตฟานี  เลอร์ช     แสดงเป็น     เอมิกา(เอม)
อัศนัย  เทียนทอง     แสดงเป็น     สันติ(หมอซัน)
พิมพ์นิภา  จิตตธีรโรจน์     แสดงเป็น     นิตา
เอมิกา  บูเฮอร์     แสดงเป็น     แคท
ไพโรจน์  สังวริบุตร     แสดงเป็น     เดช
ณหทัย  พิจิตรา     แสดงเป็น     อรปรียา
ภทรนันท์  จามิกรณ์     แสดงเป็น     ไอ้ไฟ
ดารณีนุช โพธิปิติ     แสดงเป็น     นิดดหน่อย
เด๋อ ดอกสะเดา     แสดงเป็น     ลุงปุ๋ย
ราตรี  วิทวัส     แสดงเป็น     ป้านาง
รสริน  จันทรา     แสดงเป็น     พรไหม
ทนงศักดิ์  ศุภการ     แสดงเป็น     อาจหาญ
เฉลิมพร  พุ่มพันธ์วงศ์     แสดงเป็น     ไกรฤกษ์
คนางค์  ดำรงหัด     แสดงเป็น     กัลยา
นภาพร  หงสกุล     แสดงเป็น     ป้าอุ่น