อมฤตาลัย

ในวงสังคมเมืองไทยต่างมีเรื่องให้ตื่นเต้นกันอีกครั้งเมื่อ หญิงสาวนาม พินทุวดี วงศ์ยโสธร ปรากฏตัวขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าเธอมาจากไหน- – บ้างก็ลือว่าเป็น เจ้าทางเหนือ ?บ้างก็ว่าเป็นเจ้าของมรดกร้อยล้านเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก?.บ้างก็ว่าเป็น เจ้าหญิงแห่งกัมพูชาที่ลี้ภัยสมัยเขมรแตก แต่ก็ไม่มีใครรู้จริงว่า พินทุ วดี วงศ์ยโสธร เป็นใครหรือมาจากไหน? ด้วยความสวย สง่างาม และลึกลับของพินทุวดี ทำให้มีหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่มากมายที่หมายจะพิชิตใจ พินทุวดี ให้ได้ในจำนวนหนุ่ม มากมายเหล่า นั้นมี สถาพร และศุภสิทธิ์ เพื่อนสนิทของนายตำรวจหนุ่ม ร.ต.ท.ทัดเทพ รวมอยู่ด้วย คนที่หนักเอาการที่สุด เห็นจะเป็น สถาพรที่ลุ่มหลงพินทุวดีอย่างหนักจนไม่สนใจ กับความรู้สึกของแฟนสาวที่รักกันมานานอย่าง เสาวภาพรรณ พฤติกรรมของสถาพรทำความระอา ให้กับเพื่อนๆ ในกลุ่มของทัดเทพเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ไวทูรย์ นักโบราณคดี และนายแพทย์ สโรชพันธุ์ หมอหนุ่มที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องเกิดขึ้นทุกๆวันเพ็ญพระจันทร์ เต็มดวง จนกลายเป็นข่าวสะเทือนขวัญอยู่ในความสนใจของประชาชน ศพทุกรายไม่ว่า จะเป็นชายหนุ่ม หรือหญิงสาวจะถูกอาวุธมีคมปาดคออย่างสยดสยอง และปริศนา ที่ลึกลับที่สุดคือศพทุกศพไม่มีร่องรอยของการทำร้ายหรืออาวุธที่ใช้ฆาตกรรม รายล่าสุดเป็นทายาทมหาเศรษฐีชื่อดังถูกฆ่าตายที่ท้องที่ของ ร.ต.ท.ทัดเทพ เขาจึงได้รับ มอบหมายให้ติดตามคดีฆาตกรรม ต่อเนื่องรายนี้และปิดคดี ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

วันหนึ่งไวทูรย์ได้รับโทรศัพท์จาก ดร. ภุดศอร เพื่อนรุ่นอาวุโสเป็นนักโบราณคดีชาวเขมรว่าได้พบหลักฐานสำคัญบางอย่างที่ยืน ยันความคิดของ ดร. ภุดศอร ว่าเมืองโบราณหลงการสำรวจที่ชื่อ ” อมฤตาลัย ” ที่สร้างโดยพันธุมเทวี ธิดาของพระเจ้ายโสวรมันมีจริง ไวทูรย์จึงเดินทางไปพบดร. ภุดศอรทันทีที่อำเภอ เล็กๆ แห่งหนึ่งแถบเทือกเขาพนมดงรัก ระหว่างการเดินทางไวทูรย์ได้พบกับคนนำทางชื่อ ส่วยปง ที่ได้ช่วยชีวิตเขาไว้จากงูใหญ่ที่โจมตีเขา ส่วยปงได้ให้ว่าน ครุฑพล แก่เขาไว้ และบอกว่าว่านนี้จะช่วยคุ้มครองเขาจากอาถรรพ์ต่างๆ เมื่อไปถึงดร. ภุดศอรได้โชว์ให้ไวทูรย์ดูเหรียญกษาปณ์ที่ขุดพบจารึกชื่อ พันธุมเทวี และ อมฤตาลัยปุระรวมทั้งชิ้นส่วนรูปปั้น ของนางอัปสรซึ่งน่าแปลกที่ใบหน้าของรูปปั้นนั้นละม้ายคล้ายพินทุวดี หลักฐานทั้งสองอย่างได้ยืนยันความคิดของดร. ภุดศอร ว่าเมืองโบราณหลง สำรวจที่ชื่อ อมฤตาลัย และปกครองโดยราชินีชื่อ พันธุมเทวี นั้นมีจริงตามที่พ่อของเขาศึกษาและมุ่งมั่นที่จะหามาตลอดชีวิตก่อนจะถูก ฆาตกรรมตายอย่างลึกลับ เมื่อไวทูรย์กลับมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสถาพรหายตัวลึกลับ พ่อแม่ของสถาพรรวมทั้งเสาวภาพรรณ ขอร้องให้ทัดเทพช่วยสืบหา ทัดเทพ สืบจนได้ข่าวมาว่า ครั้งสุดท้าย ที่มีคนเห็นสถาพรอยู่กับพินทุวดี ทั้งคู่บุกไปหาพินทุวดีถึงที่บ้านเพื่อสอบถาม ที่บ้านพินทุวดีทัดเทพได้พบกับ สโรชินี หรือ บัว เลขาสาวของพินทุวดี ที่อยู่กับพ่อและแม่ คือ นางปทุมและนายชิน เพราะความสวยเรียบๆ ปนเศร้าๆ ดูตรงกันข้ามกับความสวยอย่างฉูดฉาดของพินทุวดี ทำให้ทัดเทพรู้สึกชอบสโรชินีตั้งแต่แรกพบ พินทุวดีออกมาต้อนรับชายหนุ่มทั้งสองอย่างไม่มีพิรุธ ขณะที่ทัดเทพทำการสอบปากคำการพบกันครั้งสุดท้ายของสถาพรและพินทุวดี ไวทูรย์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาได้พบกับ เจ้าอุษาสวรรค์ หญิงชราร่างแก่หง่อมสติเลอะเลือนบอกเขาว่าเธอคือลูกสาวของพินทุวดี และเตือนให้ระวังพินทุวดีให้ดี ระหว่างนั้นเองไวทูรย์ได้เห็น ศิลาจารึกโบราณในสภาพที่สมบูรณ์ยกเว้นมีมุมหนึ่งที่หักบิ่นไป

ไวทูรย์ถามพินทุวดีเรื่องหลักศิลาจารึกและบอกเธอว่าเขากับดร.ภุดศอรกำลัง ศึกษาเรื่องเมือง อมฤตาลัยและดร.ภุดศอรก็เพิ่งส่งข่าวล่าสุดว่าขุดพบจารึกโบราณแว่บหนึ่งแต่ ไม่พ้นการสังเกตของทัดเทพ เขาเห็นแววตาของพินทุวดีที่มองไวทูรย์มาอย่างมาดร้ายแต่ก็เพียงแว่บเดียว เท่านั้น !!! คืนนั้นพินทุวดีได้สั่งให้ เวตาลสัตว์เลี้ยงร่างอัปลักษณ์ กึ่งคนกึ่งค้างคาวของเธอออกไปกำจัดไวทูรย์ ใครก็ตามที่รู้เรื่องของอาณาจักรอมฤตาลัยสิ่งที่ได้รับคือความตายเท่านั้น โชคดีที่ความศักดิ์สิทธิ์ ของว่านครุฑพลช่วยไว้ทำให้ไวทูรย์รอดพ้นจากเงื้อมมือของเวตาลไปได้อย่างฉิว เฉียด ทัดเทพมาหาไวทูรย์ที่บ้านพอดีช่วยไวทูรย์ไว้ทัน ทัดเทพสาดกระสุนใส่ร่าง ปีศาจร้ายก่อนจะบินหายไปอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่งุนงงเพราะไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดนี้มาก่อนพินทุวดีโกธรมากที่เวตาลทำ ผิดพลาดคราวนี้ เธอใช้ให้สถาพร ในร่างของอมนุษย์ออกไปฆ่าเด็กสาวเพื่อเอา เลือดมาทำพิธีปลุก เกียรติมุขหน้ากาฬหิน ขึ้นมาเพื่อกำจัดไวทูรย์ อมนุษย์ในร่างสถาพร ไปหาเหยื่อที่ผับแห่งหนึ่ง เพื่อนของเสาวภาพรรณ เห็นสถาพรเข้ารีบโทรหาเสาวภาพรรณๆรีบบึ่งรถมาที่ผับเพื่อหาสถาพรคู่หมั้นของ เธอ แต่สถาพรหายไปเสียแล้ว พร้อมกับเด็กสาวใจแตกคนหนึ่ง

รุ่งเช้าตำรวจพบร่างของเด็กสาวในผับแห่งนั้นถูกฆ่าตายอย่างสยดสยอง!!! พินทุวดีใช้เลือดของหญิงสาวทำพิธีปลุกเกียติมุข หน้ากาฬหินหมายส่งไปกำจัดไวทูรย์ เธอนัดหมายไวทูรย์เพื่อมอบเกียรติมุขให้ไวทูรย์ตรวจสอบว่ามาจากยุคสมัยใด แต่ไวทูรย์อ่านเกมออกจึงชวนทัดเทพมาเป็นตัวกันชน เพราะเขารู้ว่า
พินทุวดีชอบ ทัดเทพ คืนนั้นระหว่างครึ่งหลับครึ่งตื่นไวทูรย์ขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ ขณะที่เกียรติมุขหน้ากาฬหินกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเริ่มเคลื่อนไหว และจะบีบคอ ทำร้ายไวทูรย์ แต่ อำนาจของว่านครุฑพลได้ปกป้องเขาไว้อีกครั้งหนึ่งทัดเทพได้มีโอกาสพบสโรชิ นีขณะเธอออกไปทำธุระให้พินทุวดี สโรชินีเป็นลมทัดเทพเข้าไปช่วย ไว้ทันทั้งคู่ได้มี โอกาสพูดคุยกันมากขึ้น นั่นยิ่งทำให้เขาประทับใจในตัวเธอมากขึ้นกว่าเดิม สโรชินีเล่าให้ทัดเทพฟังว่า แม่และพ่อของเธอพบกับ พินทุวดีที่ชายแดนเขมรและอยู่ รับใช้กันมาจนย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพ สโรชินีบอกทัดเทพว่าเธอเป็นโรคอ่อนแอมาแต่เล็ก ทุกคืนเธอต้องกินยา ที่พินทุวดี
ให้ไว้เพื่อบำรุงสุขภาพ ทัดเทพอาสา พาสโรชินี ไปตรวจที่โรงพยาบาลกับหมอสโรชพันธ์ สโรชินีปฎิเสธและขอบคุณในความหวังดีของเขา ทัดเทพไปส่งสโรชินี ที่บ้านสโรชินีไม่กล้าเข้าทางประตูใหญ่ เพราะเธอเถลไถล อยู่นานจึงพาเขาไปที่ทางลับเข้าบ้านที่เธอมักใช้เป็นประจำ ดร.ภุดศอรรีบเดินทางเข้ามากรุงเทพ เพื่อเอาชิ้นส่วนของจารึกโบราณที่เพิ่งขุดพบใหม่ให้ไวทูรย์ ดูอย่างตื่นเต้น เป็นเสี้ยวหนึ่งของหลักจารึกที่หักออกมาจากแผ่นใหญ่ ถ้าไวทูรย์จำไม่ผิดจารึก แผ่นนี้คือแผ่นที่แตก ออกมาจากจารึกที่เขาเห็นที่บ้านของพินทุวดี ไวทูรย์จึงชวนทัดเทพไปที่บ้านพินทุวดีเพื่อแอบถ่ายภาพเต็มๆของจารึกโบราณ แผ่นนั้น

คืนนั้น ทั้งคู่ลอบเข้าไปในบ้านพินทุวดีขณะที่พินทุวดีออกไปข้างนอกโดยใช้ทางลับที่ สโรชินีเคยบอกเขาไว้ ไวทูรย์ได้ถ่ายภาพจารึกโบราณขณะเดียวกันทัดเทพดูต้นทาง เขาเห็น กุเลน แมวดำที่พินทุวดีเลี้ยงไว้กลายเป็นเสือดำ เห็นภาพสลักพญานาคเจ็ดเศียรกลายมาเป็นมีชีวิตเคลื่อนไหวได้ ทัดเทพช็อคกับภาพที่เห็นตรงหน้าขณะไวทูรย์มาช่วยเขาไว้ทันโดยการหักว่านครุฑ พลแบ่งครึ่งให้ทัดเทพ พินทุวดีกลับมาพอดีเห็นพิรุธบางอย่าง แต่สโรชินีเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ไว้ทันจนทั่งคู่หลบหนีออกมาได้มีฆาตกรรม เกิดขึ้นอีกหลายรายและเหมือนเดิมคือไร้ร่องรอยของฆาตกร หลายประเด็นพาดพิงมาถึงเรื่องของพินทุวดี ทำให้ทัดเทพเชื่อว่าฆาตกรรม ที่เกิดขึ้นน่าจะมีสาเหตุมาจากพินทุวดี เขาจึงทำตัวสนิทสนมกับพินทุวดีมากขึ้น ทำให้ อลิศรา นางแบบสาวคู่ควงของทัดเทพไม่พอใจประกาศตัวเป็นศัตรูกับพินทุวดีอย่างเปิดเผย อลิศราบอกกับจุลจิราเพื่อนนางแบบสาวของเธอว่าวันหนึ่งเธอจะกระชากหน้ากากของ พินทุวดีออกมาให้ได้ว่าพินทุวดีคือใคร และมีอะไรซ่อนอยู่ในบ้านหลังนั้น

วันหนึ่งอลิศรากับจุลจิราเพื่อนสาวไปเที่ยวและได้พบกับพินทุวดีกับทัดเทพ เพราะความโมโหที่ถูกเหยียดหยามจากพินทุวดีบวกกับฤทธิ์แอลกฮอล์ทำให้อลิศรา บุกไปบ้านพินทุวดีในคืนนั้น อลิศราหลงเข้าไปในห้องหนึ่งและเห็นพิธีกรรมบางอย่างที่ชุบร่างชราแก่หง่อม ราวกับซากศพให้เป็นหญิงสาวสคราญ และหญิงสาวคนนั้นคือ พินทุวดีนั่นเอง เวตาลได้กลิ่นแปลกปลอมตรงเข้าทำร้ายอลิศราแต่เจ้าอุษาสวรรค์ขอไว้และบอกให้ อลิศรารีบหนีออกจากบ้าน อลิศราสติแตกวิ่งเตลิดอย่างขวัญเสีย ขณะเดียวกันศุภสิทธิ์ขับรถเพื่อมาหาพินทุวดีเพราะความหึงหวงที่พินทุวดีมีใจ กับทัดเทพ ศุภสิทธิ์ขับรถชนอลิศราเข้าอย่างจัง !!!

อลิศราอาการหนักเพ้อว่าเห็นสัตว์ร้ายน่ากลัวราวกับซาตานในร่างของค้างคาว และซากน่าเกลียดน่ากลัวในโลงศพ ทัดเทพสั่งให้ตำรวจอารักขาอลิศราอย่างเข้มงวด เพราะเชื่อว่าคนที่ทำร้ายอลิศราจะต้องกลับมาฆ่าปิดปากอลิศราอย่างแน่นอน และเป็นไปตามที่ทัดเทพคาดการณ์ไว้ คืนนั้นพินทุวดีส่งสถาพร ลอบเข้า
มาในโรงพยาบาลและฆ่าอลิศราได้อย่างแนบเนียนโดยปราศจากร่องรอย ทัดเทพเสียใจที่เขาไม่สามารถช่วยอลิศราไว้ได้ทัน ดร.ภุดศอรมาหาทัดเทพ ที่โรงพักพร้อมกับมอบบันทึกเล่มหนึ่งให้ทัดเทพเก็บไว้ และบอกว่ามันสำคัญมากก่อนจะกลับ ดร.ภุดศอรบอกกับทัดเทพว่าเขาสังหรณ์ว่าเวลาของเขาเหลือน้อยเต็มที ทัดเทพเอาบันทึกของดร.ภุดศอรฝากให้กับแม่ของเขาและบอกว่าหากเขาเป็นอะไรไป ให้แม่รีบเอาไปให้ไวทูรย์ วันรุ่งขึ้นทัดเทพได้รับแจ้งว่าดร.ภุดศอร ถูกฆาตกรรม—–ศพถูกบีบคออย่างแรงจนกระดูกที่คอแหลกเหลวราวกับถูกมือเหล็ก บีบ ทัดเทพรีบไปยังที่เกิดเหตุพร้อมกับไวทูรย์เขาเห็นเศษกระดาษเล็กๆถูกม้วนซุก ไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ ทัดเทพแอบหยิบมาเก็บไว้ เขาเอาให้ไวทูรย์ดูทันทีที่ออกมาจากที่เกิดเหตุมันเขียนด้วยลายมือขยุกขยิก ว่า ดร.ภุดศอรถูกรูปปั้นเกียรติมุข หน้ากาฬหินฆ่า !!!

ทัดเทพวางแผนซ้อนกลพินทุวดีอีกครั้งโดยเขาไปหาพินทุวดีเพื่อบอกว่าดร. ภุดศอรตายแล้ว ขณะกำลังแปลจารึกคำสาปแช่งที่เพิ่งขุดค้นพบและบันทึกนั้นยังอยู่ในที่เกิด เหตุ เขาหมายมั่นปั้นมือว่าคนที่ฆ่าดร.ภุดศอรจะต้องอยากได้บันทึกของดร.ภุดศอ รเล่มนั้น พินทุวดีบังคับให้นายชินพ่อของสโรชินีไปที่บ้านพัก
ดร.ภุดศอร เพื่อเอาบันทึกแปลคำสาปแช่งมาทำลายโดยขู่ว่า ถ้านายชินไม่ทำเธอจะให้ยาพิษที่ให้สโรชินีกินอยู่ทุกวันออกฤทธิ์ นายชินจำใจบุกไปที่บ้านพักของดร.ภุดศอร และเกิดการต่อสู้กับตำรวจจนถูกยิงตายในที่เกิดเหตุ รุ่งขึ้นกลายเป็นข่าวฆาตกรย้อนรอยกลับมาขโมยของจนถูกยิงตายกลายเป็นข่าวใหญ่ ทางหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ พินทุวดีออกมาปฎิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นที่นายชินบุกบ้านดร.ภุดศอรจน ถูกยิงตายโดยบอกว่านายชิน เป็นคนเขมรอาจจะรู้จัก หรือมีความอาฆาต แค้นกับดร.ภุดศอรเป็นการส่วนตัวมาก่อนก็เป็นไปได้

ทัดเทพเล่าความจริงเกี่ยวกับพินทุวดีให้สโรชินีฟังและบอกว่าพินทุวดี คือ ต้นเหตุของฆาตกรรมหลายต่อหลายรายที่เกิดขึ้นรวมทั้งสถาพรเพื่อนของเขาด้วย และล่าสุดคือนายชินพ่อของสโรชินี ทัดเทพขอร้องให้สโรชินีช่วยเขาเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของพินทุวดี สโรชินียินดีให้ความร่วมมือกับทัดเทพ เจ้าอุษาสวรรค์ได้รู้ได้เห็น ทุกอย่างระหว่างสโรชินีกับทัดเทพเผลอตัวบอกกับพินทุวดี พินทุวดีโกธรมากเมื่อรู้ว่าสโรชินีกำลังจะทรยศต่อเธอ ทัดเทพพยายามติดต่อ กับสโรชินี แต่ติดต่อไม่ได้จึงบุกไปที่บ้านของพินทุวดี ปรากฏว่าที่บ้านว่างเปล่ามีเพียงจดหมายบอกว่า ถ้าไม่อยากให้สโรชินีตายตามไปที่ปราสาทหินแห่งหนึ่งเพื่อที่ทุกอย่างจะได้ลง เอยเสียที ทัดเทพรีบตามไปยังปราสาทหินแห่งนั้นทันที เป็นวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง?เมื่อทัดเทพมาถึงพินทุวดีรอเขาอยู่ที่นั่นแล้ว พินทุวดีตัดพ้อทัดเทพว่าเขาลืมอดีตหมดทุกอย่างขณะที่เธอรอคอยเขามานานแสนนาน นับพันปีเพื่อตามหาเขา จนชาตินี้ภพนี้ที่วิญญาณกลับสู่ร่างเดิมเหมือนเมื่อพันปีก่อน

พินทุวดีสร้างภาพให้ทัดเทพเห็นอดีตชาติของเขาเมื่อพันปีก่อน เขาคือ ขุนพลกุเพนทรา ขุนพลแก้วแห่งนคร หริหราลัย นครของพระเจ้ายโสวรมันผู้บิดาของพันธุมเทวี พระเจ้ายโสวรมันมีพระธิดาสององค์คือ พันธุมเทวี และยโสธริยา เพราะความลุ่มหลงในมนต์ดำที่ร่ำเรียนมาจากแม่ย่าทวดกำปงพิรา ทำให้พระเจ้ายโสวรมันเกิดความขัดแย้งกับพันธุมเทวีจนต้องออกมาตั้งเมืองใหม่ ชื่อ อมฤตาลัยปุระ พันธุมเทวีหลงรักกุเพนทราหากแต่กุเพนทรากลับรักกับยโสธริยา และจะแต่งงานกัน วันหนึ่งพันธุมเทวีจึงเชิญทั้งคู่ไปที่อมฤตาลัยก่อนวางยาพิษให้ทั้งคู่ตายตก ตามกัน พระเจ้ายโสวรมันโกธรจัดถึงกับให้กำลัง ทหารบุกเข้าทำลายอมฤตาลัยให้ย่อยยับ พันธุมเทวีจึงใช้กฤตยามนตร์ทำลายอมฤตาลัยด้วยน้ำมือของพระนางเองก่อนหลบหนี ออกมาจากเมือง ปุโรหิตคนสำคัญของ พระเจ้ายโสวรมันรู้ว่าพันธุมเทวียังไม่ตายเพราะพระนางเป็นอมตะ จึงได้เขียนคำสาปแช่งไว้ให้ผู้ใดก็ตามที่ได้อ่านคำสาปแช่งต่อหน้าพันธุมเทวี เมื่อร่างอันเป็นอมตะจะถึงแก่กาลพินาศ

พินทุวดีทวงถึงความรักที่มีต่อทัดเทพที่เธอตามหา แต่ทัดเทพบอกว่าเขาไม่ได้รักเธอเขารักสโรชินี พินทุวดีโกธรที่อดีตย้อนรอยเดิม ไม่ว่าจะเป็นขุนพลกุเพนทราเมื่อพันปีก่อนที่เลือกเจ้าหญิงยโสธริยา หรือ ทัดเทพในชาตินี้ที่เลือกสโรชินี ดังนั้นเธอจะฆ่าสโรชินีเสีย พระจันทร์เต็มดวง?. ร่างของพินทุวดี เริ่ม
แก่หง่อมลงเรื่อย ๆ สถาพรนำร่างของสโรชินีออกมาเพื่อปาดคอเอาเลือดของเธอคืนความสาวให้กับพินทุ วดี ทัดเทพขัดขวางแต่ถูกเวตาลจับตัวไว้ให้ดูสโรชินีตายต่อหน้า พินทุวดีเริ่มร่ายกฤตยามนต์?.สถาพรกำลังจะปาดคอสโรชินี?.ทันใดนั้นไวทูรย์ ก้าวเข้าพร้อมบันทึกคำสาปแช่งที่ดร.ภุดศอร ได้แปลไว้?.
เขาอ่านคำสาปต่อหน้าพินทุวดี?. ท้องฟ้าแปรปรวนปั่นป่วนเหมือนกำลังรอรับวิญญาณชั่วร้ายของพินทุวดี ร่างอันอมตะมานับพันปี ของเธอค่อยๆปริแตก ผุกร่อน แตกสลายจนกลายเป็นเถ้าธุลี รวมทั้งสมุนร้ายของเธอทั้งสอง- – เวตาลและสถาพร ชั่วเวลาพริบตาที่เกิดขึ้นแต่เนิ่นนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ที่เกิดอาเพศ ปั่นป่วน และในที่สุดทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ไม่มีอีกแล้วพระนางพันธุมเทวี- -นางผู้เป็นอมตะ



รายชื่อนักแสดงละคร อมฤตาลัย
ภัทรพล ศิลปาจารย์ รับบท ร.ต.ท.ทัดเทพ / กุเพนทรา
หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท ม.ร.ว.สโรชินี / ยโสธริยา
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบท พินทุวดี / พันธุมเทวี
กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ รับบท ม.ร.ว.สโรชพันธุ์
ปวีณา ตันท์ศรีสุโรจน์ รับบท เสาวภาพรรณ
รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ไวทูรย์
โสภิตสุดา อิทธิเมธินทร์ รับบท กรพินธุ์
ปิยะ วิมุกตายน รับบท สิปปะ
มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา รับบท อุษาสวรรค์

อภิมหึมามหาเศรษฐี

อภิมหึมามหาเศรษฐี เป็นเรื่องราวของ เศาร์ เด็กต่างจังหวัดเป็นลูกชาวไร่ชาวนาจนๆที่เข้ามาเรียนใน กรุงเทพฯ เศาร์เป็นคนหน้าตาดี ฉลาด เรียบร้อย แถมยังเป็นประธานค่ายอาสาพัฒนาชนบท ทำให้เป็นที่หมายปองของนักศึกษาสาวๆ โดยเฉพาะ แพท รองประธานชมรมค่ายอาสาฯคนสวย แต่เศาร์กลับเห็นแพทเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น เพราะวันๆเศาร์ชอบขลุกอยู่กับ เบิ้ม และเอก เพื่อนสนิทที่พักอยู่บ้านเช่าเดียวกัน

เปิดเทอมใหม่เศาร์ได้เจอกับองค์อินทร์ เฟรชชี่ปี 1 ที่หน้าตาน่ารัก เขาปิ้ง เธอเข้าเต็มเปา แต่เพราะว่าอินเป็นถึงลูกสาวมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองไทย เศาร์จึงต้องตัดใจเพราะเห็นว่าไม่คู่ควร ส่วนอินเองก็แอบชอบเศาร์แต่ไม่กล้าที่จะแสดงออก เพราะคิดว่าเศาร์มีแฟนแล้ว และ ที่สำคัญ นวลคราง เพื่อนสนิทใน ก๊วนไฮโซของเธอก็ชอบเศาร์เช่นกัน อินจำต้องเก็บความรู้สึกไว้คนเดียวยังไง แต่มดแดง เพื่อนสนิทของเธออีกคนดูออกว่าอินชอบเศาร์มาก

พออินสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ คุณนายศรีตรัง กับ พยนต์ พ่อกับแม่ของเธอก็ไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตา เพราะกลัวว่าอินจะเป็นเหมือน วิวิต พี่ชายที่แหกคอกไปเรียนเมืองนอกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน ครอบครัวของอินตีกรอบให้เธอจนอินไม่เป็นตัวของตัวเอง แถมยังถูกคนในมหาวิทยาลัยมองว่าเป็นคุณหนูไฮโซไม่เอาไหนอีก อินจึงสมัครเข้าชมรมค่ายอาสาพัฒนาชนบท และ อาสาหาทุนให้ชมรมไปทำประโยชน์เพื่อลบคำสบประมาท ในที่สุดอินก็ได้ไปออกค่ายฯ กับเศาร์ ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น สร้างความไม่พอใจให้กับคุณนายศรีตรัง และ พยนต์อย่างมาก ทั้งคู่จึงตัดสินใจส่งอินไปเรียนต่อเมืองนอกกลางคัน เพราะไม่ต้องการให้เศาร์ใกล้ชิดกับอินอีก จนเศาร์เรียนจบมหาวิทยาลัยกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดตัวเอง และขาดการติดต่อกับอินเพราะถูกกีดกันจากพ่อ และแม่ของเธอ ที่เมืองนอกอินพยายามส่งจดหมายมาหาเศาร์อยู่เสมอแต่เศาร์ไม่ตอบกลับ ทำให้เธอคิดว่าเศาร์คงแต่งงานกับไฉไล สาวสวยในหมู่บ้านที่ชอบเศาร์อยู่ อีกทั้ง ยายทอง กับ เฉลา ยายและแม่ของเศาร์ก็ชอบไฉไลมาก ถึงขั้นอยากได้ไฉไลมาเป็นหลานสะใภ้ เหมือนฟ้าลิขิตเศาร์ได้เจอกับอินอีกครั้ง เมื่ออินกลับจากเมืองนอก และมาช่วยพ่อทำงานที่บริษัทขณะเดียวกับที่พยนต์ต้องการสร้างภาพเพื่อจะลง เล่นการเมือง อินจึงอาสาเป็นตัวแทนบริษัทของพ่อมาแจกของชาวบ้านที่หมู่บ้านของเศาร์ ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง และปรับความเข้าใจกัน พออินกลับกรุงเทพฯ เธอพยายามหาข้ออ้างกับพ่อเพื่อจะกลับไปหาเศาร์ที่บ้านดงมะต้องอีกครั้ง อินกับเศาร์จึงได้เจอกันบ่อยขึ้นโดยไม่มีใครสงสัย ในขณะที่ความรักของอินกับเศาร์กำลังไปได้สวย จู่ๆ ศรีตรังจะให้อินแต่งงานกับ หทัย ลูกชายของอัปสร เพื่อนสนิทให้ได้ เพราะได้แรงยุจาก อรัญชรา เลขาคนสนิท แต่อินก็หาทางบ่ายเบี่ยงจนได้ โดยมี ลุงหงวน คนขับรถคอยช่วยเหลือ ศรีตรังให้หทัยคอยติดตามดูแลอินใกล้ชิด หทัยจึงต้องตามอินไปที่บ้านดงมะต้องด้วย ทำให้เศาร์เข้าใจผิดว่าหทัยเป็นแฟนอิน เศาร์จึงคิดที่จะตัดใจจากเธออีกครั้ง แต่ไม่นานความลับเรื่องที่หทัยเป็น เกย์ ก็ถูกเปิดเผย อินดีใจมากที่ไม่ต้องแต่งงานกับหทัย เธอรีบเดินทางไปบอกเรื่องนี้กับเศาร์ ทำให้เศาร์มั่นใจว่าอินก็มีใจให้เขาเหมือนกันเศาร์จึงกล้าบอกรักอิน พออินกลับมาที่บ้านเธอก็ได้เจอกับวิวิตพี่ชายที่ถูกพ่อเรียกตัวกลับเมืองไทย เพื่อให้มาช่วยดูแลธุรกิจ วิวิตทิ้งภรรยาฝรั่งแล้ว ควงสาวไทยแฟนใหม่กลับมาด้วย อินตกใจมากที่พี่สะใภ้คนใหม่ของเธอคือ แพท จนเธอตั้งท้องเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ ถึงคลี่คลาย ส่วนที่บ้านดงมะต้องก็มีมหาเศรษฐีจากอเมริกาชื่อ ดาวเรือน มาพักอยู่เพราะชอบในความเป็นธรรมชาติ และ นิสัยใจคอของผู้คนที่หมู่บ้านมะต้อง ดาวเรือนตามหาลูกชายคนเดียวที่เธอเคยทิ้งไป โดยให้โชค นักสืบคนสนิทช่วยตามหาทุกที่แต่ก็ ไม่เจอ เธอจึงใช้เวลาว่างช่วยเหลือโครงการหมู่บ้านทุกอย่างโดยมีเศาร์ประสานงานให้ ดาวเรือนรู้สึกถูกชะตา และเอ็นดูเศาร์มากเป็นพิเศษ เมื่อเธอรู้ว่า เศาร์จะเข้ากรุงเทพฯ ไปหาอิน ดาวเรือนให้กำลังใจเศาร์ต่อสู้กับอุปสรรคความรักให้สำเร็จ แต่เรื่องยุ่งๆไม่จบแค่นั้น เพราะออมเพื่อนร่วมงานของอินก็ชอบเศาร์เหมือนกัน พอออมรู้ว่าอินกับเศาร์แอบคบกันเธอจึงเอาเรื่องของทั้งคู่ไปฟ้องศรีตรัง ทำให้ความรักของอินกับเศาร์ถูกกีดกันอีกครั้ง แต่คราวนี้เศาร์มุ่งมั่นจะแต่งงานกับอินให้ได้ เศาร์จึงเข้าไปพบศรีตรัง และพยนต์เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ก็โดนว่าที่พ่อตาปฏิเสธ และยื่นคำขาดว่าถ้าไม่มีสินสอดทองหมั้นพันล้าน!!! ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า โอ้มายก๊อต..ต์!เรียกสินสอดมหาศาลขนาดนี้ลูกชาวนาจนๆ อย่างเศาร์จะหาเงินมาขออินแต่งได้ยังไง ?

อภินิหารคุณยายทองคำ

เมื่อยอดมนุษย์คนใหม่ ดูคล้ายคุณยายของเรา “แก้ว” ตำรวจหนุ่มยศเล็กๆ คนหนึ่ง ใฝ่ฝันอยากจะเติบโตในหน้าที่การงานอย่างใครๆ กลับมาหลงรัก “นับดาว” หญิงสาวผู้เป็นรักแรกในวัยเด็ก ซึ่งกลายเป็นนางฟ้าผู้ทำหน้าที่ประกาศข่าวทางทีวี ที่มี “ปกรณ์” นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมผู้เพียบพร้อม มาเป็นคู่แข่งทางความรัก

ก่อน ที่แก้วจะล้มเลิกความหวังใหม่อย่างรวดเร็ว “ขวัญ” น้องสาวแก้วผู้เป็นนักข่าวอาชญากรรมได้พา “คุณยายทองคำ” คุณยายแก่ๆ คนหนึ่งมาที่บ้านเพื่อขออาศัยอยู่ด้วย คุณยายไม่มีอะไรดูแตกต่างจากคุณยายที่เห็นทั่วๆ ไป เว้นแต่ คุณยายมีพลังกายสิทธิ์

แก้วและคุณยายต้องออกไปสืบสวนในสถานที่ต่างๆ แล้วแต่คดีไป แม้จะไม่ประสบความสำเร็จทุกครั้งแต่ก็พอเอาตัวรอดมาได้ด้วยอภินิหารคุณยาย

อนิลทิตา

อนิลทิตา เจ้าหญิงเขมร จะถูกจับให้แต่งงานกับ เจ้าชัยวิริยะ แต่เธอไม่ยอมเพราะไปหลงรัก สินธุ ผู้ชายไทย เจ้าชัยวิริยะจึงส่งคนไปฆ่าสินธุ อนิลทิตาเสียใจมากจึงใช้มารยาหญิงหลอกฆ่าเจ้าชัยวิริยะเป็นการแก้แค้น แล้วหนีไปเมืองไทยพร้อมกับ บันดาสาเทวี คนสนิท ซึ่งมีวิชาอาคมมนต์ดำแก่กล้าโดยเฉพาะเรื่องการคงความสาวไว้ได้ตลอดไป อนิลทิตาตั้งใจจะรอการกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งของสินธุ จึงขอร้องให้บันดาสาเทวีสอนวิชาคงความสาวให้ ด้วยความรักที่บันดาสาเทวีที่มีต่ออนิลทิตาจึงสอนวิชาถอดวิญญาณ และให้เอาเลือดของผู้ชายมาผสมกับสมุนไพรและร่ายคาถา แล้วใช้น้ำเลือดนั้นอาบชะโลมทั่วกายทุกสามวัน ถ้าไม่อาบร่างการจะแก่เฒ่าลงอย่างรวดเร็ว 200 ปีต่อมา ที่เมืองเชียงใหม่มีงานแต่งงานใหญ่โตระหว่าง เจ้าพงษ์สุริยันติ เจ้าคุ้มเชียงแมนกับ โฉมสุรางค์ สาวสวยผู้มีประวัติลึกลับ ซึ่งแท้จริงแล้วคือ อนิลทิตา ที่ยังคงความสาวไว้ หลังจากนั้นไม่นานอนิลทิตาก็มีลูกสาวให้เจ้าพงษ์สุริยันต์คือ เจ้าดาเรศ โดยไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าดาเรศไม่ใช่ลูกของอนิลทิตา เพราะบันดาสาเทวียอมปลอมตัวเป็นอนิลทิตาไปหลับนอนกับเจ้าพงษ์สุริยันต์แทน ทำให้มนต์ดำที่เคยช่วยบันดาสาเทวีให้คงความสาวก็เสื่อมกลายเป็นคนแก่ทันตา อนิลทิตาจึงแกล้งบอกคนอื่นๆ ในบ้านว่าบันดาสาเทวีกลับเขมร แต่ก็มี ยายทวด ที่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวมาแทน และอาศัยอยู่กระท่อมท้ายคุ้มตามลำพัง 20 ปีต่อมา จักรา ซึ่งก็คือสินธุที่กลับชาติมาเกิด เดินทางมาเชียงใหม่เพื่อตามหา สุรเดช น้องชายที่หายสาบสูญไป โดยให้ ไกรลาส ปลัดอำเภอซึ่งเป็นเพื่อนสนิทช่วยเหลือ ในที่สุดจักราก็ตามหาสุรเดชเจอ แต่ในคืนนั้นสุรเดชก็หนีออกจากบ้านและวิ่งตามหาอนิลทิตาไปจนถึงยอดเขา ร้องเรียกชื่ออนิลทิตาสุดเสียงก่อนจะกระโดดลงจากเขาตายคาที่ จักราเสียใจมากและตัดสินใจว่าจะต้องสืบหาความจริงให้ได้ว่าอนิลทิตาคือใคร ต่อมา ระจิต น้องสาวของไกรลาส ซึ่งแอบชอบจักราได้ใบประกาศรับสมัครงานตำแหน่งผู้ดูแลสวนที่คุ้มเชียงแมน จักราตัดสินใจจะไปสมัครเพื่อเข้าไปสืบหาอนิลทิตา แม้ไกรลาสจะห้ามปรามอย่างไรก็ไม่ฟัง สุดท้ายเลยขอให้ จักราส่งข่าวออกมาตลอดให้รู้ว่าปลอดภัยหรือไม่ จักราเข้าไปสมัครงานที่คุ้มเชียงแมนและได้พบกับอนิลทิตาที่ดูสาวสวยกว่าอายุ จริงมาก เธอมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ชื่อ ไอ้โล้นดำ และมีสัตว์เลี้ยงแสนรักเป็นงูเหลือมชื่อว่า ตองเหลือง จักรารู้สึกว่าอนิลทิตาดูยินดีกับการมาของเขา และตกลงให้เข้าทำงานอย่างง่ายดาย และพูดว่า…เธอรอการกลับมาของเขามานานเต็มที อนิลทิตาเริ่มพาจักราเดินดูสวน เวลานั้นเจ้าดาเรศที่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษได้ไปพบศพคนดูแลสวนคนเก่าที่หาย ตัวไป เธอตกใจจนวิ่งมาชนกับจักรา จักราหลงรักเจ้าดาเรศทันที และก็สังเกตเห็นว่าเจ้าดาเรศตกใจที่คนดูแลสวนคนเก่าแก่ตาย ผิดกับอนิลทิตาที่ดูเหมือนไม่รู้สึกอะไร จักราจึงขอตัวอนิลทิตากลับไปเก็บของก่อนแล้วอีกสามวันจะกลับมาอยู่ที่คุ้ม อนิลทิตาให้ กระถิน เด็กรับใช้ตามออกไปส่งจักราที่หน้าประตูคุ้ม ทำให้กระถินได้เจอกับไกรลาสที่ขับรถมารับจักรา ทั้งคู่ต่างหลงรักกันแต่เก็บอาการไว้ ไกรลาสบอกจักราว่าได้เจอกับ พ่อเฒ่าบุญโฮม ที่เคยทำงานที่คุ้มเชียงแมนมาก่อน แต่ตอนนี้ป่วยต้องกลับมารักษาตัวอยู่บ้าน จักราจึงให้ไกรลาสพาไปหาและถามถึงเรื่องราวในคุ้ม เมื่อจักราและไกรลาสลากลับ อนิลทิตาสั่งให้ตองเหลืองฆ่าพ่อเฒ่าบุญโฮม แม้ว่า แม่เฒ่านายิกี ซึ่งมีวิชาอาคมมนต์ดำของเขมร และเป็นน้องสาวของพ่อเฒ่าบุญโฮม กำลังจะมาช่วยแต่ก็ไม่ทันการ หนำซ้ำเมื่อจักราและไกรลาสกลับถึงบ้านก็พบว่าระจิตน้องสาวของไกรลาสถูกงู เหลือมฆ่าตายเช่นเดียวกัน และก่อนตายระจิตบอกว่าอนิลทิตาเป็นคนส่งงูมาทำร้าย ไกรลาสแค้นใจมากสาบานว่าจะต้องกำจัดอนิลทิตาให้ได้ จึงขอร้อยให้แม่เฒ่านายิกีช่วยกำจัดอนิลทิตาให้ แม่เฒ่ารับปากเพราะต้องการแก้แค้นให้พ่อเฒ่าบุญโฮมเหมือนกัน การปะทะกันครั้งแรกระหว่างอนิลทิตากับแม่เฒ่านายิกี ทำให้อนิลทิตาพ่ายแพ้ถูกแม่เฒ่ากรีดหน้าเสียโฉมและต้องพักรักษาตัวอยู่นาน หลังจากจัดการงานศพระจิตเสร็จ จักราจึงเข้าไปทำงานในคุ้มและได้รู้จักกับ ไอ้พัน ชายวิกลจริต ซึ่งแท้จริงแล้วคือเจ้าพงษ์สุริยันต์ที่ยังไม่ตาย อีกทั้งยังพบว่ามีกระท่อมร้างที่อนิลทิตาหวงมาก ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้แม้แต่เจ้าดาเรศก็ถูกไล่ออกมา เจ้าดาเรศเสียใจร้องไห้ที่ถูกแม่ด่าว่าเสมอ จักราได้โอกาสเข้าไปปลอบโยนทำให้เจ้าดาเรศเกิดชอบพอกับจักรา และเธอก็รู้สึกว่าแม่ไม่รักเธอเพราะมีผู้ชายมาพัวพันมากหน้าหลายตา แต่น่าแปลกที่ผู้ชายเหล่านั้นเข้ามาในคุ้มครั้งสองครั้งก็จะหายหน้าไปไม่ กลับมาอีกเลย จัก ราตัดสินใจตามสืบเรื่องนี้เพราะคิดว่าอาจได้เงื่อมงำบางอย่าง ในขณะเดียวกันความใกล้ชิดของจักราและเจ้าดาเรศสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น ทำให้อนิลทิตาเกิดความหึงหวงและหาทางแยกทั้งสองให้ห่างกัน เวลาเดียวกัน เจ้าพงษ์นคร ญาติห่างๆ ของเจ้าดาเรศเดินทางมาพักอยู่ที่คุ้มเชียงแมน อนิลทิตาจึงให้เวทย์มนต์ทำให้เจ้าพงษ์นครกับเจ้าดาเรศใกล้ชิดกัน จนทำให้จักราเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองรักกันและเริ่มตีตัวออกห่างเจ้าดาเรศ อนิลทิตาถือโอกาสนี้เอาเหรียญเท้าวเวสสุวรรณที่สินธุเคยให้ไว้เมื่อชาติที่ แล้ว เอามาทำพิธีและมองให้จักราคล้อง ทำให้จักราเกิดอาการลุ่มหลงอนิลทิตาเป็นอย่างมาก และคลุกคลีอยู่กับอนิลทิตาทุกวันเจ้าดาเรศช้ำใจร้องไห้ไม่หยุด ไกรลาสรู้เรื่องจากกระถินเลยไปขอให้แม่เฒ่านายิกีช่วยจักรา แม่เฒ่านายิกีบุกเข้าไปในคุ้มและปะทะกับอนิลทิตาอีกครั้ง คราวนี้อนิลทิตาบาดเจ็บสาหัสต้องนั่งสมาธิเป็นเวลา 7 วันเพื่อให้ร่างการฟื้น เจ้าดาเรศจึงได้โอกาสถอดเหรียญท้าวเวสสุวรรณจากคอจักรา ทำให้จักราหลุดพ้นจากมนต์สะกด แม่เฒ่านายิกีเห็นอนิลทิตายังอ่อนแออยู่ จึงลอบเข้าไปในคุ้มตอนกลางคืนหวังฆ่าอนิลทิตาให้ตาย แต่อนิลทิตารู้ด้วยจิตว่ามีศัตรูจึงออกจากสมาธิและร่ายพิษใส่แม่เฒ่า แต่แม่เฒ่าหนีรอดออกมาได้ด้วยความช่วยเหลือของจักราและไอ้พัน อนิลทิตาเจ็บใจมากแต่ร่างกายอ่อนแอจึงจัดการปลูกว่านอสูรกายขึ้น เพื่อใช้เป็นสมุนและคอยป้องกันภัยให้เธออีกทางนอกจากไอ้โล้นดำ ระหว่างนั้นอนิลทิตาถูกแม่เฒ่านายิกีทำพิธีตัดคอ จนเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขอให้บันดาสาเทวีช่วยทำพิธีแก้อาถรรพ์ เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าดาเรศและจักราพาแม่เฒ่านายิกีเข้าไปช่วยเจ้าพงษ์นคร ให้หลุดจากมนต์สะกดก่อนที่จะถูกฆ่า จังหวะนั้นเองไอ้โล้นดำก็เข้ามาขัดขวาง และเกิดการต่อสู้กันจนแม่เฒ่าบาดเจ็บสาหัส อนิลทิตาที่กำลังทำพิธีรับรู้ด้วยจิตว่าเกิดเหตุร้ายในคุ้มก็รีบกลับ แต่ทุกคนก็หนีออกจากคุ้มได้อย่างหวุดหวิด ยกเว้นแต่เจ้าดาเรศที่ถูกไอ้โล้นดำจับตัวเอาไว้ได้ อนิลทิตาโกรธเจ้าดาเรศมากอีกทั้งยังเป็นตัวมารความรักของเธอกับจักราอีกจึง จะฆ่าเธอทิ้งซะ เรื่องราวความรักที่มั่นคงและผ่านเวลามากว่า 200 ปี ที่ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อ และชีวิตของผู้บริสุทธิ์จะลงเอยอย่างไร ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในละคร “อนิลทิตา”

รายชื่อนักแสดง  อนิลทิตา
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท สินธุ / จักรา
กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ รับบท อนิลทิตา / โฉมสุรางค์
ปภาวี เร่งสมบูรณ์ รับบท เจ้าดาเรศ / เรไร
พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ รับบท ไกรลาส
ชุติมา นัยนา รับบท บันดาสาเทวี
ปัญญาพล เดชสงค์ รับบท เจ้าพงษ์นคร
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รับบท แม่เฒ่านายิกี
รอน บรรจงสร้าง รับบท เจ้าพงษ์สุริยันต์ / ไอ้พัน
วรรณภา คำสงค์ รับบท กระถิน

อนันตาลัย

ดร.เพทาย ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีและชีววิทยา ที่มีเบื้องหลังเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งผลิตและ ค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพทายไปควบคุมการผลิตยาบ้าที่ป่าชายแดน แต่ตำรวจก็สามารถตามมาถึงและถล่มแหล่งผลิตยาของเพทายจนเกิดการต่อสู้กันขึ้น ทำให้เพทายต้องหลบหนีเข้าไปในป่าลึกเพื่อเอาตัวรอด เพทายได้พบซากนครอรัญกาลเข้าโดยบังเอิญ นครอรัญกาลเป็นนครเล็กๆ ในตำนานเมื่อหลายพันปีก่อน ที่ล่มสลายเพราะดอก อนันตาลัย ที่เต็มไปด้วยพิษหลอนประสาทที่รุนแรง ที่นั่นเพทายได้ค้นพบดอกอนันตาลัย และนำกลับมาปลูกเพื่อทำการทดลองสกัดสารเสพติดหลอนประสาทจากดอกอนันตาลัย

เข็มขาว เจ้าของร้านดอกไม้เล็กๆ ได้รับการติดต่อให้มาตกแต่งดอกไม้สำหรับใช้ในงานพฤกษาราตรี เข็มขาวได้พบกับผู้กอง ปราณนต์ นายตำรวจหนุ่มที่มาให้กำลังใจ พวงชมพู แฟนสาวที่เป็นนางแบบกิตติมาศักดิ์ในงาน เมื่อเข็มขาวรู้ว่าปราณนต์เป็นคนรักของพวงชมพูหญิงสาวไฮโซที่เอาแต่ใจทำให้ เข็มขาวแอบผิดหวังอยู่ไม่น้อย แต่ความสำคัญของงานกลับกลายเป็น เจ้าอนันตาลัย หญิงสูงศักดิ์ผู้งามสง่า และร่ำรวย ที่เป็นปริศนาของวงสังคมที่มาร่วมงานนี้พร้อมคนสนิท พลองอินทร์ และ รามี เพราะเจ้าอนันตาลัยตกเป็นเป้าสายตาและการกล่าวขวัญถึง คืนนั้นเองหลังจากเจ้าอนันตาลัยได้เลือกประมูลชุดจากนางแบบสาวคนหนึ่งด้วย เงินมหาศาล แต่กลับเกิดโศกนาฏกรรมที่คาดไม่ถึง เมื่อนางแบบสาวคนนั้นเกิดอาการประสาทหลอนและคลุ้มคลั่งจนขาดใจตายคาเวที ในที่สุด เข็มขาวเป็นคนสุดท้ายที่ได้คุยกับนางแบบที่เสียชีวิตจึงต้องไปให้ปากคำที่ โรงพัก ทำให้เข็มขาวได้รู้ว่าปราณนต์เป็นตำรวจ ในที่สุดตำรวจสรุปคดีครั้งนี้ว่านางแบบสาวเกิดอาการช็อคจนเสียชีวิตเพราะเสพ ยาเกินขนาด

เข็มขาวสนใจเรื่องพันธุ์ไม้และดอกไม้อยู่เป็นทุนเดิมจึงศึกษาหาความรู้เพิ่ม เติม ยิ่งเข็มขาวได้รู้จักกับเพทายที่มาเป็นลูกค้าประจำของร้าน ทำให้เข็มขาวได้มีโอกาสซักถามเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ที่เธอสนใจ เข็มขาวคิดว่าเพทายเป็นคนดีและมีน้ำใจ โดยไม่รู้ว่าเพทายเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งบุปผาดำซึ่งผลิตและค้ายาเสพติด โดยมี พีระพล รัฐมนตรีใหญ่ พ่อของพวงชมพูอยู่เบื้องหลัง

ระหว่างที่เข็มขาวอ่านตำนานดอกอนันตาลัย เข็มขาวรู้สึกแปลกๆ เห็นภาพดอกอนันตาลัยอยู่บนหน้าหนังสือ ซึ่งเจ้าอนันตาลัยเป็นผู้ใช้อำนาจทำให้เข็มขาวได้อ่านเรื่องราวของดอกอนันตา ลัย ทำให้เหมือนมีมนต์ดลใจให้เข็มขาวรู้สึกสนใจศึกษาเรื่องดอกอนันตาลัยขึ้นมา อย่างฝังใจ อันเป็นเพราะในอดีตชาติเข็มขาวคือ เจ้าหญิงอุณากรรณ ลูกสาวของเจ้าอนันตาลัย ผู้ปกครองนครอรัญกาลที่เก็บดอกไม้ต้องห้ามอย่างดอกอนันตาลัยไว้เป็นความลับ แต่อุณากรรณกลับเปิดเผยความลับให้ สุริยะ(เพทาย) เจ้าชายประเทศราชที่มาอยู่นครอรัญกาลในฐานะเชลยสงครามได้ล่วงรู้ อุณากรรณไม่รู้ว่าสุริยะมีแผนร้ายจะยึดนครอรัญกาล โดยอาศัยพิษร้ายจากดอกอนันตาลัยทำให้คนตกเป็นทาสของตน ทำให้คนทั้งเมืองพบกับหายนะ สุดท้ายอุณากรรณก็ต้องตายไปพร้อมกับ วาโย(ปราณนต์) องครักษ์ที่หลงรักและปกป้องอุณากรรณจนวาระสุดท้ายของชีวิต เจ้าอนันตาลัยได้แต่มองดูนครอรัญกาลที่ล่มสลายไปด้วยความเสียใจและปฏิญาณว่า จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกซ้ำสอง

เข็มขาวได้พบกับ กิ่งแก้ว เด็กสาวบ้านแตกที่กำลังจะโดดน้ำฆ่าตัวตาย เข็มขาวจึงช่วยไว้ เมื่อรู้ว่ากิ่งแก้วไม่มีที่ไป และดูน่าสงสาร เข็มขาวจึงให้กิ่งแก้วมาช่วยงานที่ร้าน ในขณะที่ปราณนต์ยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาดูแล ปลาย น้องชายวัยรุ่นที่กำลังเรียนในวิทยาลัย ปลาย จึงได้โอกาสออกไปเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ที่ผับของ เศก ซึ่งเบื้องหลังเป็นเอเย่นต์ใหญ่ที่ค้ายาเสพติดให้พีระพล ที่ผับของเศกนี้เองปลายได้พบกับกิ่งแก้ว และตกหลุมรักกิ่งแก้วตั้งแต่แรก

เข็มขาวได้เจอเจ้าอนันตาลัยอีกครั้งในงานโรงเรียนประถมของ ข้าวฟ่าง น้องสาววัย 10 ขวบ โดยเจ้าอนันตาลัยได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อสร้างหอประชุมโรงเรียน แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้งเมื่อเด็กนักเรียนที่กำลังร้อง เพลงประสานเสียงบนเวทีเกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดคล้ายคนถูกผีเข้า และเป็นลมไป ทำให้เข็มขาวตื่นกลัวและเป็นห่วงข้าวฟ่างมากที่มีอาการตามเพื่อนๆ ไปด้วย ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นกลัว แต่เจ้าอนันตาลัยกลับนิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อปราณนต์มาถึงพร้อมแพทย์ได้ช่วยเหลือเด็กๆ ให้มีอาการดีขึ้น และสรุปว่าเป็นโรคอุปทานหมู่ เจ้าอนันตาลัยและผู้ติดตามหายตัวไปโดยไม่มีใครเห็นเช่นเคย ทางปราณนต์เองก็สงสัยเจ้าอนันตาลัยและเข็มขาว เพราะหลายครั้งที่เกิดเหตุร้ายจะต้องมีเจ้าอนันตาลัยและเข็มขาวอยู่ด้วยทุก ครั้ง

ข่าวการแพร่สะพัดเรื่องยาเสพติดตัวใหม่ออกอาละวาด คือยา“หลอน” ทำให้ตำรวจอย่างปราณนต์ต้องออกสืบหาที่มา และมีการตรวจจับตามสถานบันเทิง ซึ่งหนึ่งในแก๊งวัยรุ่นที่ถูกจับมี ปลาย น้องชายของปราณนต์อยู่ด้วย ปราณนต์โกรธปลายมาก ทั้งที่ผลออกมาว่าปลายไม่ได้เสพยา ปราณนต์และปลายก็ยังมีปากเสียงกันเพราะความไม่เข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อปลายไปชอบพอกับกิ่งแก้ว ทำให้ปราณนต์ไม่พอใจที่น้องชายไปติดพันผู้หญิงและชวนกันเที่ยวเตร่ เข็มขาวพยายามจะทำให้ปลายและปราณนต์เข้าใจกัน

ปราณนต์ ได้ข่าวเรื่องการนัดส่งยาหลอนที่โกดังท่าเรือ ปราณนต์นำกำลังตำรวจส่วนหนึ่งไปจับโดยที่ไม่ได้บอกสารวัตรเจนภพ ปราณนต์เห็น เจ้าอนันตาลัย ปรากฎตัวอยู่หน้าโกดังแห่งหนึ่ง ปราณนต์ตามเจ้าอนันตาลัยไปแต่ไม่เจอ กลับเจอกลุ่มคนร้ายที่นัดส่งยา เกิดการปะทะกัน นายตำรวจคนหนึ่งเสียชีวิต คนร้ายหนีไปได้ ปราณนต์สงสัยไปว่าเจ้าอนันตาลัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับยาหลอน สารวัตรเจนภพโมโหที่ปราณนต์ทำงานโดยพลการจึงคาดโทษปราณนต์

ปราณนต์สงสัยเจ้าอนันตาลัยจึงตามมาสืบที่บ้านเจ้าอนันตาลัย ปราณนต์รู้จากปลายว่าเข็มขาวต้องมาส่งดอกไม้ให้เจ้าอนันตาลัย จึงทำฟอร์มเป็นช่วยเข็มขาวเพื่อติดตามเข็มขาวมาที่บ้านเจ้า ปราณนต์และเข็มขาวพบเจ้าอนันตาลัย เจ้าเตือนปราณนต์และเข็มขาวให้ระวังอันตราย ปราณนต์และเข็มขาว ไม่เข้าใจในสิ่งที่เจ้าอนันตาลัยพยายามเตือน และในระหว่างการเดินทางนั้นเอง คนร้ายแก๊งบุปผาดำกลับมาแก้แค้นปราณนต์ ทำให้เข็มขาวต้องตกอยู่ในอันตรายไปด้วย ปราณนต์พยายามปกป้องเข็มขาวจนได้รับบาดเจ็บ เข็มขาวจึงต้องพาปราณนต์ไปโรงพยาบาล และพบกับพวงชมพูเข้าจึงเกิดเรื่องทะเลาะกัน พวงชมพูเห็นเข็มขาวสนิทสนมกับปราณนต์จึงไม่พอใจ หาทางแกล้งเข็มขาว บังคับให้คนที่รู้จักยกเลิกออร์เดอร์สั่งดอกไม้ของเข็มขาว เข็มขาวรู้ว่าพวงชมพูแกล้งเพราะปราณนต์เป็นสาเหตุจึงไปต่อว่าปราณนต์ที่ทำ ให้เธอเดือดร้อน

ปราณนต์แกล้งรายงานเจนภพว่าเจอหลักฐานที่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ แล้วเฝ้าจับตาดูสารวัตรเจนภพ สารวัตรเจนภพให้ลูกน้องไปค้นบ้านปราณนต์เพื่อหาและทำลายหลักฐาน เจ้าอนันตาลัยปรากฎตัวเพื่อเตือนปราณนต์ทำให้ปราณนต์รู้ว่าเจนภพอยู่เบื้อง หลัง และเชื่อว่าเจนภพเกี่ยวข้องกับแก๊งบุปผาดำ ปราณนต์จึงนำเรื่องไปรายงานให้พีระพลรู้ โดยปราณนต์ไม่รู้เลยว่าพีระพลบอกเรื่องนี้ให้เจนภพรู้ เจนภพจึงหาเรื่องป้ายสีปราณนต์ หาว่าปราณนต์รับเงินสินบน สั่งพักงานปราณนต์ ปราณนต์ผิดหวังมากเรื่องถูกพักงาน เข็มขาวรู้จากปลายว่าปราณนต์เอาแต่ดื่มเหล้าเก็บตัว เข็มขาวจึงมาเตือนสติปราณนต์ แต่ปราณนต์ยังเศร้า เข็มขาวให้กำลังใจปราณนต์จนเขากลับมามีกำลังใจใหม่ ปราณนต์จึงเริ่มตามสืบเรื่องสารวัตรเจนภพจนมีหลักฐานมัดตัว พีระพลกลัวว่าเรื่องสารวัตรเจนภพจะโยงมาถึงตน จึงสั่งให้เพทายเก็บสารวัตรเจนภพ ปราณนต์สะกดรอยตามเจนภพ เจอเจ้าอนันตลัยและคนติดตามมาขวางไว้ไม่ให้ปราณนต์ตามเจนภพไป เพราะถ้าตามไปจะตกอยู่ในอันตราย ระหว่างนั้นเจนภพถูกเพทายฆ่าตาย ทำให้ปราณนต์สงสัยเจ้าอนันตาลัยว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องร้ายเหล่านี้ ปราณนต์ได้รับเชิญไปงานเลี้ยงเต้นรำการกุศลในงานเลี้ยงเจ้าอนันตาลัยมาร่วม งาน ปราณนต์ต้องการหาข้อพิรุธจากเจ้าอนันตาลัย จึงพยายามหาโอกาสเข้าใกล้เจ้า และได้เต้นรำกับเจ้าอนันตาลัย ระหว่างการเต้นรำเจ้าอนันตาลัยบอกใบ้เรื่องดอกอนันตาลัยและเรื่องที่เกี่ยว กับยาหลอนให้ปราณนต์ฟัง ทำให้ปราณนต์เริ่มสนใจที่สืบหาดอกอนันตาลัย

ยาหลอนระบาดหนักขึ้น ทำให้ปราณนต์ยิ่งเข้มงวดกับปลายจนมีปากเสียงกัน ปลายออกจากบ้านมาขออยู่กับเข็มขาว เข็มขาวพยายามอธิบายให้ปราณนต์เข้าใจปลาย และยอมให้ปลายเล่นดนตรีกับเพื่อน ปราณนต์เสียงแข็งหาว่าการเล่นดนตรีเป็นเพียงข้ออ้างที่จะพากันมั่วสุมไปทำ สิ่งที่ไม่ดี แต่ปลายก็พิสูจน์ให้ปราณนต์เห็นว่าตนและเพื่อนๆ ใช้ดนตรีในทางที่ช่วยสังคมได้ ด้วยการไปเล่นดนตรีตามสถานบำบัดผู้ป่วยจากการติดยาเสพติด กิ่งแก้วมีปัญหากับแม่อีกครั้ง จึงไปมั่วสุ่มกับเพื่อนวัยรุ่นที่คอนโด และได้ลองเสพยาหลอน ทำให้รู้สึกมีความสุขไปตามฤทธิ์ของยา กิ่งแก้วแอบเสพยาที่บ้าน เมื่อข้าวฟ่างมาเห็น กิ่งแก้วขู่ไม่ให้ข้าวฟ่างบอกเข็มขาว กิ่งแก้วเริ่มติดยามาก ปลายรู้สึกว่ากิ่งแก้วเปลี่ยนไปมาก จึงพยายามตามดูกิ่งแก้ว แม้ปราณนต์จะสงสัยกิ่งแก้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน

เจ้าอนันตาลัยนำทางให้ปราณนต์ได้เบาะแสเรื่องยาหลอนทำให้ปราณนต์พบว่าเพทาย เกี่ยวข้องกับแก๊งบุปผาดำ ปราณนต์เริ่มสงสัยเพทาย ปราณนต์มาเตือนเข็มขาวเรื่องเพทาย เข็มขาวไม่เชื่อหาว่าปราณนต์ใส่ร้ายเพทาย ปราณนต์น้อยใจเข็มขาวที่เข็มขาวปกป้องเพทายและไว้ใจเพทายมากกว่าเขา เจ้าอนันตาลัยใช้อำนาจ ทำให้เข็มขาวรู้ว่ากิ่งแก้วเสพยาหลอน เข็มขาวพยายามเตือนให้กิ่งแก้วเลิกยา แต่กิ่งแก้วไม่เชื่ออาละวาดทำร้ายเข็มขาว เพทายกลัวว่ากิ่งแก้วจะบอกเรื่องแหล่งที่มาของยาหลอน จึงตามไปดูอาการ แม้จะเห็นกิ่งแก้วกลายเป็นคนวิกลจริต แต่เพทายก็ยังไม่วางใจ ปราณนต์กำลังกลุ้มใจที่หาต้นตอยาหลอนไม่ได้ เพราะทุกคนที่เสพจะเสียชีวิตก่อนจะสืบคดีต่อไปได้ และเมื่อรู้ว่าเด็กที่เสียชีวิตไปรู้จักกับกิ่งแก้ว ปราณนต์จึงมาที่ร้านดอกไม้แต่ไม่เห็นกิ่งแก้ว เข็มขาวพยายามปกปิดเรื่องกิ่งแก้วติดยา แต่ปราณนต์ก็ตามจนรู้เรื่องจนได้

เมื่อปราณนต์รู้ว่ากิ่งแก้วติดยาหลอนและเป็นคนเดียวที่ยังไม่เสียชีวิต จึงรีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อสอบสวน แต่กิ่งแก้วก็ไม่ต่างจากคนเสียสติ และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ยกเว้นเข็มขาว ปราณนต์จึงขอร้องให้เข็มขาวช่วยตะล่อมถามเรื่องที่มาของยาหลอนที่กิ่งแก้ว ได้มา และกลัวว่าจะมีคนมาเก็บกิ่งแก้วจึงส่งตำรวจมาคุ้มกัน เพทายกลัวเรื่องจะลุกลามจึงให้คนของบุปผาดำมาจัดการกิ่งแก้ว แต่เจ้าอนันตาลัยปรากฏร่างเพื่อช่วยกิ่งแก้วไว้ ทำให้คนร้ายพากันหวาดกลัวเจ้าอนันตาลัยปราณนต์จึงจับคนของแก๊งบุปผาดำได้ และรู้ว่ากิ่งแก้วได้ยาหลอนมาจากผับของเศก จึงบุกไปที่ผับของเศกและจับเศกได้สำเร็จ ทำให้พีระพลไม่พอใจอย่างมาก เพทายได้โอกาสยุให้พีระพลกำจัดปราณนต์

พวงชมพูรู้ว่าพีระพลส่งคนไปจัดการปราณนต์จึงไปขัดขวาง และขอร้องพีระพลไม่ให้ทำร้ายปราณนต์ พวงชมพูอ้างว่าจะให้ปราณนต์แต่งงานกับตนเพื่อให้ปราณนต์มาเป็นคนของพีระพล แม้พวงชมพูจะพยายามยั่วยวนปราณนต์เพียงใด ปราณนต์ก็ไม่สนใจ ทำให้พวงชมพูคิดว่าเข็มขาวเป็นต้นเหตุให้ปราณนต์ไม่สนใจตน จึงส่งคนไปทำร้ายเข็มขาว แต่เจ้าอนันตาลัยปรากฏร่างให้ปราณนต์เห็นเพื่อเป็นสื่อให้ปราณนต์ไปช่วยเข็ม ขาว ปราณนต์จึงช่วยเข็มขาวไว้ได้ทัน

เข็มขาวและปลายช่วยกันเฝ้าดูแลอาการของกิ่งแก้ว จนกิ่งแก้วมีอาการดีขึ้นและรู้สึกผิดที่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด กิ่งแก้วสัญญาว่าเมื่อหายดีแล้วจะตั้งใจทำงานและเรียนต่อให้จบ ทำให้ปลายดีใจ ปราณนต์เห็นกิ่งแก้ว สำนึกได้จึงไม่ว่าอะไรถ้าปลายจะคบหากิ่งแก้วในฐานะเพื่อนสนิท แต่ปลายจะต้องตั้งใจเรียน ทำให้ปลายดีใจมาก เข็มขาวเองก็ดีใจที่ปราณนต์ลดความเข้มงวดกับปลายลง และเริ่มเข้าใจน้องชายมากขึ้น ปราณนต์กับเข็มขาวได้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากขึ้น โดยมีกิ่งแก้วและปลายช่วยเชียร์ ปราณนต์คิดทบทวนเรื่องที่เข็มขาวเตือนเกี่ยวกับเจ้าอนันตาลัย และเริ่มเชื่อว่าเจ้าอนันตาลัยต้องไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เพทายทำการทดลองยาหลอนใหม่ เพราะคิดว่ายาหลอนที่มีอยู่มีฤทธิ์ที่รุนแรง ทำให้ผู้เสพเสียชีวิตเร็วเกินไป จึงพัฒนาให้กลายเป็นน้ำหอมที่จะทำให้ผู้ใช้เกิดความสุข ซึ่งจะทำให้การขายยาหลอนในรูปของน้ำหอมสามารถออกจำหน่ายได้มากและนานยิ่ง ขึ้น เพทายแค้นที่พวงชมพูดูถูกตนมาโดยตลอด จึงหลอกให้พวงชมพูเป็นหนูทดลองยา ทำให้พวงชมพูอยู่ในอำนาจของเพทาย และแอบได้เสียกับเพทายอย่างลับๆ

ระหว่างที่ทำการวิจัย เพทายกลัวว่าปราณนต์จะแย่งเข็มขาวไปจึงขอเข็มขาวแต่งงาน ปราณนต์มาได้ยินและเข้าใจผิดเสียใจ จึงยอมรับหมั้นกับพวงชมพูประชดเข็มขาว เข็มขาวรู้ว่าปราณนต์หมั้นกับพวงชมพูก็เสียใจ เข็มขาวกับปราณนต์เอาแต่หาเรื่องประชดใส่กัน ไม่นานเพทายก็สามารถผลิตน้ำหอมที่ต้องการออกมาได้ จึงวางแผนกับพีระพลจัดงานเปิดตัวน้ำหอมอนันตาลัย ที่กลิ่นหอมจะนำความสุขดังปรารถนามาให้แก่ผู้ใช้ เพทายจึงติดต่อให้เข็มขาวดูแลการจัดดอกไม้ประดับตกแต่งภายในงานทั้งหมด เข็มขาวตอบตกลงและจะให้คำตอบเรื่องแต่งงานกับเพทายหลังจากงานเปิดตัวน้ำหอม จบลง

ในงานเปิดตัวน้ำหอมอนันตาลัย เจ้าอนันตาลัยได้รับเชิญให้มาเป็นเกียรติร่วมงาน ขณะที่มีการเปิดตัวน้ำหอม เจ้าอนันตาลัยทำให้พวงชมพูเกิดอาการประสาทหลอน และอาละวาดพูดความลับเกี่ยวกับน้ำหอมที่มีส่วนผสมของยาหลอนอยู่ด้วย แต่พีระพลดึงตัวพวงชมพูออกไปจากงานเสียก่อน ทำให้ปราณนต์สงสัยและเริ่มสืบเรื่องนี้จนได้รู้ว่าเพทายอยู่เบื้องหลังการ ผลิตยาหลอนและน้ำหอมอนันตาลัยที่จะเป็นยาเสพติดอีกรูปแบบหนึ่ง ปราณนต์และตำรวจบุกเข้ามาเพื่อทำลายแหล่งผลิตการแพร่ของยาหลอนในรูปน้ำหอมอ นันตาลัย แต่เพทายหลบหนีออกมาได้ ระหว่างหลบหนีได้พบเข็มขาวที่กำลังตามสืบเรื่องเพทายอยู่เช่นกัน เพทายจึงใช้เข็มขาวเป็นตัวประกันเพื่อหลบหนีไป กิ่งแก้วและปลายพยายามช่วยปราณนต์ตามหาเข็มขาว ปราณนต์ตามเพทายไปจนถึงบ้านของเพทาย แต่กลับไม่พบเพทายและเข็มขาว เพราะเพทายซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดินที่ไม่มีใครรู้ เพทายพยายามเกลี่ยกล่อมให้เข็มขาวหนีตามตัวเองไป และเพทายพาเข็มขาวไปดูดอกอนันตาลัยที่เขาเพาะพันธุ์ไว้มากมายเพื่อนำมาสกัด เป็นยาหลอน ทำให้เข็มขาวเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดว่าเพทายเป็นคนผลิตยาหลอนที่มีฤทธิ์ รุนแรงนี้ขึ้นมา เข็มขาวไม่ไปกับเพทาย เพทายจึงคิดใช้ยาหลอนกับเข็มขาว เพื่อให้เข็มขาวติดยาและยอมไปกับตน

ขณะที่เพทายจะฉีดยาหลอนใส่เข็มขาว เจ้าอนันตาลัยนำทางปราณนต์มาขัดขวางเพทาย และเกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่ปราณนต์พลาดท่า เจ้าอนันตาลัยจึงปรากฏตัวขึ้นทำให้เพทายหวาดกลัว เพทายจึงพลาดโดนยาหลอนเสียเอง ทำให้เพทายเกิดภาพหลอนเห็นคนที่ตนทำให้ตายมาแก้แค้น เพทายพยายามต่อสู้กับภาพลวงตาจนเกิดไฟไหม้เรือนเพาะดอกอนันตาลัย ท่ามกลางไฟที่แผดเผาทำให้เพทายหวาดกลัวและตายในกองไฟ ปราณนต์ช่วยเข็มขาวที่หมดสติออกจากกองไฟ ในฝันของเข็มขาวเจ้าอนันตาลัยบอกความจริงให้เข็มขาวรู้ว่าตนเป็นเจ้าจากนคร อรัญกาล ซึ่งเป็นนครเล็กๆ ในตำนานเมื่อหลายพันปีก่อนที่ล่มสลายเพราะดอกอนันตาลัย ที่เต็มไปด้วยพิษหลอนประสาทที่รุนแรง หลังจากที่เพทายนำดอกอนันตาลัยมาสกัดเป็นยาหลอน เจ้าอนันตาลัยจึงต้องมาเพื่อเตือนภัยและช่วยให้ปราณนต์และเข็มขาวทำลายล้าง ยาเสพติดที่ชั่วร้ายนี้ให้หมดไป พีระพลถูกจับในที่สุด พวงชมพูเองก็ติดยาหลอนจนกลายเป็นคนเสียสติ

เมื่อทุกอย่างคลี่คลายเข็มขาวรู้สึกเศร้าใจที่ความโลภทำให้เพทายใช้ความรู้ ความสามารถในทางที่ผิด นำดอกอนันตาลัยมาผลิตยาเสพติดมอมเมาคนด้วยกัน ในที่สุดก็ต้องพบกับความหายนะ ในงานคอนเสิร์ตของปลาย กิ่งแก้ว และเพื่อนๆ เพื่อรณรงค์ไม่ให้เยาวชนหลงผิดใช้ยาเสพติดแก้ปัญหา เข็มขาวและปราณนต์มาให้กำลังใจปลายและกิ่งแก้ว ทั้งคู่ได้พบเจ้าอนันตาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เจ้าจะจากไป ได้บอกกับเข็มขาวและปราณนต์ว่าจะไม่มีดอกอนันตาลัยที่จะสร้างความวุ่นวายให้ มนุษย์อีก ยกเว้นแต่ความวุ่นวายที่เกิดจากความโลภที่มนุษย์จะก่อขึ้นมาเอง และยาเสพติดจะต้องหมดไปหากทุกคนร่วมมือกันป้องกันและไม่ยุ่งเกี่ยวกับมัน

อธิษฐานรัก

ม.ร.ว.หญิงอิงฟ้า เป็นสาวสวยอาร์ติสต์แหกคอก ถูกกดดันจากพ่อแท้ ๆ ม.จ.องค์อินทร์ ให้แต่งงานกับ ม.ร.ว.เพชรแท้ นักการทูตหนุ่มอนาคตไกลแต่บ้าวัตถุ อิงฟ้าทนการบังคับไม่ไหวจึงหนีไปเที่ยวงานสลุงหลวง ที่ลำปาง ม.จ.องค์อินทร์ จึงสั่งให้ เทพ ลูกน้องคนสนิทไปตามตัวกลับมา บ่อยครั้งอิงฟ้ามักจะฝันถึงแม่ ม.จ.หญิงเคียงเดือน กับพระธาตุลำปางหลวง อิงฟ้าจึงตามความฝัน เดินทางมากราบนมัสการพระธาตุที่ลำปาง ในเวลาเดียวกันกับชายรูปงามคนหนึ่งชื่อ ผาหลวง ทั้งสองมากราบพระธาตุด้วยความเคารพ โดยหารู้ไม่ว่าทั้งสองมีบางอย่างที่เชื่อมโยงถึงกัน

ผาหลวงมีพระพุทธรูปที่ทับทิมหายไป ในขณะที่อิงฟ้ามีแหวนทับทิมที่ถูกแกะจากพระพุทธรูป ความจริงแล้ว ม.จ.หญิงเคียงเดือน แม่ของอิงฟ้าเคยเป็นคู่รักกับ ผาเรียง พ่อของผาหลวง ความรักของทั้งคู่ถูกกีดขวาง ทั้งสองถูกแยกจากกันทั้งที่ยังรักกันมาก หลังแต่งงานกับองค์อินทร์ เคียงเดือนและผาเรียงเคยมาอธิษฐานที่พระธาตุแห่งนี้ ขอให้ลูกทั้งสองของตนได้พบรักแท้ แม้สักครั้งหนึ่งในชีวิต จนถึงปัจจุบันดูราวกับคำอธิษฐานนั้นยังคงอยู่ หรือมนต์พระธาตุจะดลบันดาลให้ทายาทของผาเรียงและเคียงเดือนมาพบกัน

ทั้งอิงฟ้าและผาหลวงมาพบกัน เพราะความเข้าใจผิดในงานสลุงหลวง อิงฟ้าเข้าใจว่าผาหลวงขโมยกระเป๋าเงินของตนไป แต่ผาหลวงพิสูจน์ความบริสุทธิ์โดยการให้อิงฟ้าค้นตัว ซึ่งก็ไม่พบอะไร อิงฟ้าเลยให้ผาหลวงหาที่อยู่ให้ ผาหลวงมีเพื่อนสนิทเป็นสาวชาวเหนือเช่นเดียวกันคือ การะเกด ผาหลวงและการะเกดเป็นผู้นำชมรมรักเมือง ทั้งคู่กำลังมีปัญหากับเสี่ยเฮง เจ้าของรีสอร์ทที่สร้างบุกรุกพื้นที่อุทยาน เสี่ยเฮงจับตัวการะเกดไปกักขังไว้ เพราะผาหลวงและคำหลาวเพื่อนสนิทจอมทะเล้นมีหลักฐานวิดีโอบทสนทนาของเสี่ยเฮง กับเพื่อนที่ยืนยันว่าเสี่ยเฮงบุกรุกที่ดินเขตอุทยานจริง ๆ ระหว่างออกติดตามการะเกด อิงฟ้าจอมซนที่ชอบแส่ไปทุกเรื่องขอติดตามไปด้วย ผาหลวงและอิงฟ้าหลงทางเข้าไปในป่า ด้วยนิสัยจอมแส่และสนุกเหมือนเด็ก ๆ ความผูกพันระหว่างผาหลวงและอิงฟ้าเพิ่มพูนขึ้น

การนัดแลกเปลี่ยนภาพวิดีโอของเสี่ยเฮงและตัว การะเกดเริ่มขึ้น กลุ่มขององค์อินทร์และเพชรแท้ที่ตามหาลูกสาวตามเข้ามาสมทบ ทำให้เสี่ยเฮงเข้าใจผิด คิดว่าผาหลวงแจ้งตำรวจ ในที่สุดอิงฟ้าก็ถูกเสี่ยเฮงจับตัวไปอีกคนหนึ่ง อิงฟ้าตัดสินใจเปิดเผยฐานะอันสูงส่งของตนเอง เพื่อให้การะเกดรอดตัวไป โดยอิงฟ้าอ้างว่าตนมีเส้นสายสามารถช่วยให้เสี่ยเฮงรอดพ้นจากคดีบุกรุกป่าได้ การะเกดจึงถูกปล่อยตัวกลับมา ซึ่งเค้าก็เริ่มรู้สึกประหลาดใจที่ไม่สามารถสลัดภาพรอยยิ้มอันสดใสของอิงฟ้า ออกไปจากใจได้

ผาหลวงติดต่อให้ ม.จ.องค์อินทร์ พ่อของอิงฟ้ามาช่วยเหลือ เสี่ยเฮงสืบทราบมาว่าอิงฟ้าโกหก เสี่ยเฮงจึงพาอิงฟ้าขึ้นรถหนีความผิด ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ อิงฟ้าได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง จำอะไรไม่ได้เลย ม.จ.องค์อินทร์ ผู้ชาญฉลาดจัดการใส่ความจำใหม่ให้อิงฟ้า เป็นศิลปินสาวสวยสดใสไฮโซ มีตำแหน่งการงานในกระทรวงวัฒนธรรม และใส่ความจำใหม่ว่าคนที่อิงฟ้ารักมานาน คือ ม.ร.ว.เพชรแท้
หญิงสาวไร้ความจำที่มีแต่หัวใจถูกใส่โปรแกรมสมอง และความคิดใหม่อย่างมีระบบทีละเล็กละน้อย ผ่านไปหนึ่งปีผาหลวงได้พบกับอิงฟ้าอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันอิงฟ้าเป็นม.ร.ว.หญิงสวยสง่าเชิดหยิ่งผิดไปจากอิงฟ้าคนเดิม เธอมาทำหน้าที่ดูแลคณะดนตรีพื้นเมืองของผาหลวงและการะเกด ที่สำคัญอิงฟ้าจำผาหลวงไม่ได้ ทำให้ผาหลวงน้อยใจกับสายตาเย็นชาและท่าทางห่างเหิน ที่สำคัญอิงฟ้ากำลังจะแต่งงานกับเพชรแท้ ผาหลวงถอดใจจะกลับบ้านเกิดหลายหน แต่ในที่สุดผาหลวงก็พบว่าอิงฟ้ากำลังอยู่ในอันตราย เพชรแท้ไม่ได้รักอิงฟ้า แต่ต้องการครอบครองวังแดงที่มีมูลค่านับพันล้าน ผาหลวงตัดสินใจยอมลดตัวลงไปเป็นคนรับใช้ในวังแดงเพื่อดูแลอิงฟ้า ผาหลวงตั้งใจจะพาเธอกลับไปลำปาง เขาจะทำทุกอย่างให้ สาวน้อยสดใสคนเดิมของเขากลับคืนมาให้ได้ เรื่องราวจะลงเอยอย่างไรติดตามต่อในละคร อธิษฐานรัก

นักแสดงละคร อธิษฐานรัก

ภูธเนศ หงษ์มานพ

พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร

อตีตา

ศิโรตม์ หนุ่มหล่อ นักเรียนนอก ลูกผู้ดีเก่า ถูกขอร้องแกมบังคับจากมารดาคือ คุณปานทิพย์ ให้พาเพื่อนชาวต่างประเทศของเธอมาเที่ยวอยุธยา ศิโรตม์ไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะเพื่อนมารดาคือแหม่มแก่ ช่างซักช่างถาม 3-4 คน แต่ก็ขัดไม่ได้ ขณะที่รถของบริษัททัวร์จอดให้ชมวัดมเหยงค์ ศิโรตม์แยกตัวออกจากลุ่มนักท่องเที่ยว เขาเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ขณะที่กระโดดลงจากแนวกำแพงเตี้ย ๆ ลงไปอีกด้านของเจดีย์

ศิโรตม์พบ ชายคนหนึ่งแต่งตัวโบราณพาดดาบไว้กับอกหลับอยู่ เขาเข้าใจว่าเป็นดาราที่มาถ่ายละคร ศิโรตม์ปลุกขึ้นมาด้วยหวังดีว่าจะหลงคณะ ทันทีที่ชายผู้นี้ตื่น เขามองศิโรตม์งงๆ ปากพร่ำพูดถึงการรบกับพม่าในสมัยอยุธยา แต่ศิโรตม์งงกว่า เข้าใจว่าชายหนุ่มสติไม่ดี หลังจากคุยอยู่สักพัก ศิโรตม์ย้อนกลับมาที่รถโดยทิ้งชายผู้นั้นไว้

แต่แล้วอะไรบางอย่าง ความเป็นห่วงลึกๆ ในใจทำให้ศิโรตม์ย้อนกลับไปรับชายลึกลับกลับมาด้วย ท่าทางที่แปลกๆ กับความเปิ่น ๆ เชย ๆ ของเขาทำให้ศิโรตม์หนักใจ ศิโรตม์ถามจนได้ความว่าชื่อเมืองใจ เมืองใจไม่รู้จักรถยนต์ ไม่รู้จักน้ำอัดลม เขาเข้าใจว่าเขาพลัดหลงมาอยู่สวรรค์ แล้วศิโรตม์ก็คือเทวดา เมืองใจหมายมั่นปั้นมือว่าจะขอให้เทวดาศิโรตม์ซึ่งเขาเรียกว่าท่านศรี เนรมิตรปืนใหญ่ให้กลับไปสู้กับพม่า ศิโรตม์พาเมืองใจกลับบ้าน กว่าจะขึ้นรถได้เมืองใจก็เปิ่นอีกหลายรอบ แถมเมารถอีกต่างหาก

ที่บ้านศิโรตม์ ศิรสน้องชายของศิโรตม์ตั้งปัญหาและข้อสังเกตมากมาย ทั้งศิโรตม์กับศิรสตัดสินใจว่าต้องรอถามมารดา ซึ่งขณะนี้ไปพบพระเกจิที่บ้านของปรางทองน้าสาว ส่วนปานทิพย์ได้พบกับพระอาจารย์วิจิตรธรรมโชติที่บ้านปรางทอง ปานทิพย์รู้สึกราวเคยพบท่านมาก่อน ก่อนลากลับพระอาจารย์ยังบอกว่าจะมาที่บ้าน เมื่อปานทิพย์กลับมาบ้านก็พบเมืองใจปานทิพย์สะดุดใจในท่าทางของเมืองใจ จากการคุยกันทำให้เธอรู้ว่าเมืองใจอยู่สมัยอยุธยา ร่วมรบอยู่กับชาวบางระจัน เขาตั้งใจเข้ากรุงเพื่อมาขอปืนใหญ่ไปรบกับพม่า

คืนนั้นปานทิพย์ค้น พงศาวดารเพื่อหาร่องรอยของเมืองใจ เธอกลับพบชื่อของพระอาจารย์ธรรมโชติแทน ที่ในพงศาวดารกล่าวเพียงว่าพระอาจารย์หายไปจากค่ายหลังค่ายแตก แต่ไม่มีใครพบเห็น ปานทิพย์ค่อนข้างมั่นใจว่าพระอาจารย์วิจิตรธรรมโชติ กับพระอาจารย์ธรรมโชติในค่ายบางระจันน่าจะเป็นองค์เดียวกัน คืนนั้นกว่าจะได้นอนศิโรตม์ต้องดูเมืองใจสวดมนต์ร่ายพระเวทย์หลายอย่าง ศิรส กลับถูกคอและเข้าใจเมืองใจกว่าศิโรตม์ ในวันรุ่งขึ้นก่อนที่พระอาจารย์จะมา เมืองใจให้ศิรสลองใช้เสียมตีเพื่อแสดงวิชาคงกะพันให้ดู จากไม่เชื่อในตอนแรก ศิรสเริ่มมั่นใจว่าเมืองใจข้ามพ้นอดีตมาสู่ปัจจุบัน

เมื่อพระอาจารย์มา เมืองใจอึ้งเมื่อพบว่าคือพระอาจารย์ธรรมโชติองค์เดียวกันนั่นเอง แต่เมืองใจก็ไม่ปริปากแต่อย่างใด ในวันนี้คนที่คุยรู้เรื่อง คือ พระอาจารย์ ปานทิพย์ กับเมืองใจ ส่วนศิโรตม์กับปรางทอง ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ขณะที่ศิรสสงสัยและเริ่มเดาอะไรออกบ้างประสาเด็กฉลาด พระอาจารย์พูดเป็นนัย ๆ กับเมืองใจ และยังเสกข้าวให้ศิโรตม์กินอีกด้วย ส่วนปานทิพย์พระอาจารย์เนรมิตร พระเม็ดน้อยหน่า องค์น้อยให้ ซึ่งเมื่อเห็นท่าแปลกที่ปานทิพย์สามารถอธิบายได้ ราวกับคุ้นมานาน เมื่อเมืองใจร่ำร้องขอปืน รุ่งขึ้นศิโรตม์จึงพาเมืองใจกับศิรสไปกระทรวงกลาโหม ซึ่งเมื่อเมืองใจเห็นปืนใหญ่ก็ดีใจมากเข้าไปลูบคลำแถมเอ่ยปากขอกับศิโรตม์ ทำให้ศิโรตม์หนักใจ

นักแสดงละคร อตีตา

วินัย ไกรบุตร แสดงเป็น เมืองใจ
อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร แสดงเป็น ศิโรตม์
ทราย เจริญปุระ แสดงเป็น กาหลง , ลติกา
ยศวดี หัสดีวิจิตร แสดงเป็น จันกะพ้อ , เพ็ญ
เสรี หวังในธรรม แสดงเป็น พระอาจารย์ธรรมโชติ
ดวงดาว จารุจินดา แสดงเป็น ปานทิพย์
รุจน์ รณภพ แสดงเป็น เนเมียวสีหบดี
สรพงศ์ ชาตรี แสดงเป็น นายจันหนวดเขี้ยว
เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ แสดงเป็น นายแท่น
สมภพ เบญจาธิกุล แสดงเป็น หลวงศรเสนี
ญาณี ตราโมท แสดงเป็น ดร.องอาจ
นีรนุช อติพร แสดงเป็น ปรางทอง
ธนายง ว่องตระกูล แสดงเป็น ขุนสรรค์ [2]
เมตตา เต็มชำนาญ แสดงเป็น นายทองแสงใหญ่
ปรีชา เกตุคำ แสดงเป็น พันเรือง
สุรพล ไพรวัลย์ แสดงเป็น นายโชติ
ธนภัทร เทียนทอง แสดงเป็น ทองเหม็น
อัมพล สวนสุข แสดงเป็น ทองแก้ว
ประสงค์ แสไพศาล แสดงเป็น นายดอก
สมาน หินลาด แสดงเป็น นายเมือง
อมรเทพ เสือปาน แสดงเป็น นายอิน
เมธี อมรวุฒิกุล
ทัตพงษ์ พงษทัต
สามารถ พยัคฆ์อรุณ
ฉันทนา กิติยพันธ์
วีระชัย หัตถโกวิท
วัชระ สิทธิกุล
ฐานชน จันทร์เรือง
นราวัลย์ นิรัตติศัย

แหวนทองเหลือง

แหวนทองเหลือง เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นเปิดการโจมตีทั้งทางอากาศ ทางบก และทางเรือ ต่อประเทศกลุ่มที่เป็นพันธมิตรของอังกฤษ อเมริกา และเนเธอแลนด์ ส่วนหนึ่งของกองทัพญี่ปุ่น ได้บุกขึ้นประเทศไทยหลายจุด กองทัพไทยต้องยอมจำนน ต้องทำสัญญาเข้าร่วมรบกับฝ่ายอักษะ ประกอบด้วยญี่ปุ่น เยอรมัน และอิตาลี ทำให้ชาติไทยต้องตกอยู่ในภาวะสงครามตั้งแต่นั้นโดยที่ไม่มีใครต้องการ คนไทยกลุ่มหนึ่งทั้งในและนอกประเทศ ประกอบด้วยทั้งทหารและพลเรือน ได้ก่อตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้นอย่างลับๆ เพื่อกู้ชาติและเพื่อศักดิ์ศรีของชาติ ในขั้นแรก ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะ รุกไล่ฝ่ายสัมพันธมิตรจนฐานทัพเรือที่เพิร์ลฮาเบอร์ เกาะฮาวายของสหรัฐถูกถล่ม ยึดครองเกาะเล็กเกาะน้อยในมหาสมุทรแปซิฟิก ยึดครองฟิลิปปินส์มุ่งหน้าเข้าพม่า ขับไล่อังกฤษผู้ยึดครองพม่าออกไป และเริ่มลุกลามเข้าสู่อินเดีย แต่แล้วในที่สุดญี่ปุ่นผู้เริ่มรุกราน ก็ถูกตีถอยร่นมาจากทุกสมรภูมิ สัมพันธมิตรจึงส่งเครื่องบินเข้าโจมตีไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ทำให้ประชาชนเกิดการระส่ำระสายต้องอพยพหลบหนีกันอลหม่านทุกวัน จนกระทั่งญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม

 

จากนั้นทหารพันธมิตรก็เข้ามาเต็มเมือง ธุรกิจการค้าต่างเริ่มเฟื่องฟูรุ่งเรือง  คนไทยบางกลุ่มก็กลายเป็นเศรษฐีใหม่ ดวงใจ  หญิงสาวชาวบ้านผู้ต่ำต้อย ซึ่งหลงรักร้อยเอกกฤษฎา ลูกชายท่านเจ้าคุณเทศา ผู้เป็นนายของกำนันปานผู้บิดา ดวงใจหลงรักรูปของกฤษฎามาตั้งแต่แตกเนื้อสาว และแล้ววันหนึ่งโดยไม่คาดฝัน กฤษฎาก็พาตัวจริงมาให้ดวงใจพบเห็น ใช่แต่ดวงใจจะหลงรักกฤษฎาฝ่ายเดียว กฤษฎาเองก็หลงรักดวงใจไม่ต่างกัน ทั้งสองหลบหลีกผู้คนไปท่องเที่ยวหาความสุขด้วยกัน จนได้เสียกัน แต่แล้วด้วยความรักชาติซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุด ทำให้กฤษฎาต้องจากดวงใจมาทั้งๆ ที่ไม่อยากจาก เพียงแต่หวังว่าเมื่อหน้าที่ของเสรีไทยซึ่งเป็นหน่วยกู้ชาติใต้ดิน และสงครามสิ้นสุดจะกลับมาหาดวงใจ ก่อนจากกันกฤษฎามอบสร้อยคอและล็อคเก็ตให้ดวงใจไว้ ส่วนดวงใจมอบแหวนทองเหลือไร้ค่าให้กฤษฎาไว้เช่นกัน กฤษฎาไม่เคยถอดแหวนวงนี้ออกจากมือตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

ดวงใจเฝ้ารอการกลับมาของร้อยเอกกฤษฎาด้วยความหวัง แต่ดวงใจตั้งครรภ์ขึ้นมาจึงทำให้กันปานโกรธแค้นยิ่งนัก ยิ่งรู้ดวงใจท้องกับกฤษฎายิ่งเสียใจ และด้วยความจงรักภักดีต่อเจ้าคุณเทศา ผู้มีบุญคุณช่วยชุบชีวิตกำนันจากโจรให้มาเป็นพลเมืองดี ทำให้กำนันไม่ปริปากเอ่ยให้ผู้ใดรู้ว่าดวงใจท้องกับกฤษฎา และสั่งห้ามดวงใจเอ่ยชื่อกฤษฎาให้ได้ยินอีกเป็นอันขาด กำนันได้ใช้โซ่ตรวนกักขังดวงใจไว้ในบ้าน เนื่องจากดวงใจพยายามจะหนีไปตามหากฤษฎาให้ได้ ต่อมาได้มีลูกชายเศรษฐีผู้หนึ่ง ซึ่งหลงรักดวงใจตั้งแต่ก่อนบวช พอสึกออกมาแล้วจึงได้ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอ และไม่รังเกียจแม้ว่าดวงใจจะท้องไม่มีพ่อก็ตามที แม้ไม่เต็มใจ แต่เพื่อรักษาหน้าของลูกสาว กำนันปานตัดสินใจรับการสู่ขอ มิใยที่ดวงใจจะทัดทาน มิใยจะต้องทุบตีลูกสาวที่รักเหมือนดวงใจของกำนันเอง กำนันก็ต้องยอม วันแต่งงาน ดวงใจถูกล่ามโซ่รออยู่ในห้อง ขบวนขันหมากแห่ใกล้เข้ามาทุกที ดวงใจพยายามสะเดาะโซ่มาหลายวันแล้ว แต่ไม่อาจทำสำเร็จได้ ผลที่สุดด้วยใจอันมุ่งมั่นแน่วแน่และด้วยความเข็มแข็งของดวงใจ ทำให้ดวงใจตัดสินใจเฉือนเนื้อตัวเองที่ส้นเท้าออกไป เพื่อให้เท้าลอดออกมาจากห่วงโซ่ได้ และเธอก็ทำสำเร็จ ดวงใจกระโดดหนีลงจากเรือนกระเซอะกระเซิงเข้าไปในป่า กำนันส่งคนติดตามไล่ล่าเต็มที่ ดวงใจได้รับความช่วยเหลือจากชาวป่าสองผัวเมีย เมียท้องพอๆ กับดวงใจ ดวงใจขอแลกเสื้อผ้ากับเมียชาวป่า และขายสร้อยคอเพื่อเอาเงินติดตัวเดินทาง แล้วอาศัยล่องแพมากับคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในเมือง

 

หลายวันต่อมา บรรดาคนติดตามดวงใจได้พบศพของผัวเมียคู่นั้นถูกเสือฆ่าตาย จึงพากันเข้าใจผิดว่าดวงใจตาย เพราะหญิงคนนั้นใส่ชุดของดวงใจและใส่สร้อยของดวงใจ กำนันเสียใจมาก นำศพของดวงใจมาฝังไว้หลังบ้าน และทำการปิดตายเรือนรับรองหลังใหญ่ของเจ้าคุณเทศาที่กฤษฎามาพัก ดวงใจมาที่สถานีรถไฟเพื่อขึ้นกรุงเทพตามหากฤษฎา แต่เงินที่มีอยู่ร่อยหรอลง ทำให้ไม่พอค่าโดยสาร ดวงใจตัดสินใจเดินตามทางรถไฟไปเรื่อยๆ ด้วยหวังว่าวันหนึ่งจะถึงกรุงเทพ เดินทางรอนแรมมาหลายวัน ดวงใจหมดแรงล้มลงอยู่บนทางรถไฟนั่นเอง ขณะนั้นนายสถานีกำลังโยกรถตรวจสภาพรางรถไฟมาพบเข้า คิดว่าดวงใจอยากฆ่าตัวตาย จึงช่วยพาดวงใจกลับมาส่งไว้ที่บ้านนายสถานีอนามัย เมื่อดวงใจรู้สึกตัว ก็เริ่มเจ็บท้องจะคลอดลูก พอดีในช่วงนั้นหมอเมตตามาจากกรุงเทพฯ เพื่อตรวจอนามัยจังหวัดที่นั่น หมอจึงทำคลอดให้ดวงใจ ได้ลูกเป็นหญิง หมอสอบถามดวงใจได้ความว่าดวงใจต้องการไปกรุงเทพฯเพื่อตามหาสามีชื่อร้อยเอก กฤษฎา บ้านอยู่ทุ่งมหาเมฆ มีต้นเฟื่องฟ้าสีแดงสดหน้าบ้านที่กรุงเทพฯให้ได้ หมอเกิดความเวทนาและเอ็นดูดวงใจ จึงให้ดวงใจติดตามเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตามหาสามี

 

ทางด้านร้อยเอกกฤษฎา ทำหน้าที่เสรีไทยด้วยความเข้มแข็ง และซื่อสัตย์ ไม่ยอมให้ผู้ใดรู้ที่อยู่ และรู้ว่ากำลังทำสิ่งใด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของขบวนการ ทั้งๆ ที่คิดถึงดวงใจและห่วงเจ้าคุณเทศาผู้บิดามาก กฤษฎาทนกล้ำกลืนความคิดถึงและความทุกข์โศกทั้งหมด แล้วตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด จนได้รับความเชื่อถือยกย่องจากหัวหน้าหน่วย และเพื่อนร่วมงานทั่วไป ทางฝ่ายเจ้าคุณเทศา ตรอมใจที่ลูกชายคือกฤษฎาหายไปไม่มีวี่แวว ถึงกับล้มป่วยและได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดให้การกุศล ส่วนบ้านที่อยู่ยกให้ภรรยาน้อย ภรรยาน้อยได้นำบ้านหลังนั้นไปขายให้กับนักธุรกิจ เปิดบ่อน เปิดคลับกลางคืนสำหรับนักท่องเที่ยว หมอเมตตาพาดวงใจมาถึงกรุงเทพฯ ให้ดวงใจอาศัยที่บ้าน แม่ของหมอเอ็นดูดวงใจโดยเฉพาะลูกสาวของดวงใจมาก ดวงใจนั้นขยันขันแข็งไม่ดูดาย ทำงานบ้านทุกอย่าง ตลอดจนช่วยหมอในเรื่องรักษาพยาบาลคนป่วย จนสามารถรู้จักชื่อยา และหยิบยาได้ถูกต้อง ถูกใจหมอและคุณแม่ของหมอมาก

 

ดวงใจใช้เวลาว่างตามหากฤษฎาเป็นปี ทั่วทุ่งมหาเมฆ หาบ้านที่มีดอกเฟื่องฟ้า ซึ่งมีเป็นจำนวนมากมาย ในที่สุดดวงใจก็พบบ้านของกฤษฎา โดยสอบถามจากคนเก่าแก่ในบ้าน ทราบว่ากฤษฎาหายสาบสูญและบ้านได้ถูกขายไปทำคลับและบ่อนแล้ว โดยภรรยาน้อยของเจ้าคุณพ่อของกฤษฎานั่นเอง คนใช้เก่าแก่ยังเล่าอีกว่า ได้ข่าวลือมาว่ากฤษฎาเสียชีวิตในสงครามไปแล้ว ดวงใจเศร้าเสียใจมาก ซมซานกลับ ปรับทุกข์กับหมอ หมอเห็นอกเห็นใจดวงใจ หมอแอบหลงรักดวงใจมานาน ยิ่งเมื่อทราบว่าสามีของดวงใจเสียชีวิต หมอจึงเกิดความหวัง ในที่สุดวันหนึ่งหมอจึงเสนอตัวขอแต่งงานกับดวงใจ ดวงใจตกใจมาก เพราะคิดไม่ถึง ดวงใจปฏิเสธหมอ โดยบอกว่าได้ให้คำมั่นสัญญากับสามี และตัวเองไว้ว่าจะไม่มีชายอื่นอีกแล้ว นอกจากกฤษฎา

 

ดวงใจเกิดความรู้สึกผิดและไม่สบายใจที่ทำให้ผู้มีพระคุณต้องผิดหวัง เมื่อไม่สามารถจะทดแทนพระคุณได้ ดวงใจจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านหมอ ในตอนเช้าตรู่วันหนึ่ง ดวงใจอุ้มลูกน้อยกระเซอะกระเซิงออกมา พร้อมด้วยเงินในกระเป๋าจำนวนหนึ่งที่เก็บสะสมไว้จากการที่หมอให้เป็นค่าตอบ แทนในการทำงานให้หมอ ขณะอุ้มลูกเดินมา เสียงหวอดังขึ้น ดวงใจพาลูกหาที่หลบระเบิด ปรากฏว่ามีคนร้ายถือโอกาสกระชากกระเป๋าดวงใจไป ทำให้ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว จนกระทั่งพบแม่ค้าข้าวแกง หนูน้อยเกิดหิวร้องงอแงขอกินอาหาร ดวงใจตัดสินใจเรียกแม่ค้าหาบเร่ผู้นั้นหยุด แม่หนูทานจนอิ่ม แม่ค้าขอเก็บเงิน ดวงใจไม่มีให้ เกือบถูกแม่ค้าเล่นงาน หาว่าหลอกกินฟรี ในที่สุดแม่ค้าก็เข้าใจ และกลับสงสารดวงใจ จึงพาไปหายายประคองเจ้าของบ้านที่แม่ค้าอาศัยอยู่เช่นกัน ยายประคองผู้ปากร้ายแต่ใจดี ไม่พอใจในขั้นแรก แต่เมื่อเสาวรสซึ่งเป็นหญิงสาวพเนจรเหมือนกันและมาอาศัยอยู่กับยายประคอง รับรอง ยายประคองก็ใจอ่อนให้ดวงใจอาศัยอยู่ด้วย ดวงใจ เสาวรส จึงสนิทสนมกัน และสาบานเป็นพี่น้องกันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 

กิจการหาบเร่ของยายประคองรุ่งเรือง แบ่งออกเป็นสองสาย สายหนึ่งเสาวรส สายที่สองดวงใจ แยกย้ายกันไปขายตามที่ต่างๆ ของหมดทุกวัน วันหนึ่งดวงใจนำห่อหมกหาบไปขายที่ซ่องนางโลมของนางช้อย ปรากฏว่าขายดิบดีเป็นเทน้ำเทท่า บรรดาแมงดา และลูกเล้าทั้งหลายต่างชื่นชมในความสวยของดวงใจ และเล่าลือกันไปถึงนางช้อย นางช้อยรีบส่งคนมาติดต่อดวงใจให้ไปเป็นโสเภณีประจำซ่อง ดวงใจปฏิเสธทันที นางช้อยไม่ละความพยายามมาหาเองถึงบ้านยายประคอง ถูกด่าและถูกไล่ด้วยตะหลิวเปิดก้นออกจากบ้านแทบไม่ทัน เนื่องจากยายประคองนั้นรังเกียจพวงซ่องนางโลมมาก  พวกนางช้อยไม่ละความพยายาม พวกแมงดาตัวเอ้ของนางช้อยวางแผนฉุดคร่าดวงใจ และในที่สุดวันหนึ่งดวงใจกับเสาวรสก็โดนจับตัว เสาวรสต่อสู้หลุดออกมาได้ พวกแมงดาจึงข่มขืนดวงใจเพราะเชื่อว่านี่เป็นจุดที่จะทำให้ดวงใจยอมเป็น โสเภณี เสาวรสหนีกลับไปบอกยายประคองแต่ก็สายไปแล้ว

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ดวงใจเสียขวัญมาก เพราะไม่สามารถรักษาตัวไว้ได้ ตามที่สัญญาไว้กับตัวเองและกฤษฎา ดวงใจตัดสินใจหอบลูกน้อยไปไว้ที่หน้าบ้านของหมอเมตตา คุณแม่ของหมอเป็นผู้พบหนูน้อย ในย่ามของหนูน้อยพบจดหมายของดวงใจที่ยกลูกสาวให้หมอ พร้อมทั้งมอบล็อคเก็ตของกฤษฎาไว้ให้ลูกสาวด้วย ดวงใจแจ้งในจดหมายว่าเพื่ออนาคตที่ดีของหนูน้อย หมอรับเลี้ยงลูกสาวของดวงใจและได้ตั้งชื่อให้เด็กว่า นาตยา ดวงใจได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ย้อนกลับไปที่ซ่องของนางช้อย เพื่อไปสมัครเป็นโสเภณี ขณะนั้นระเบิดลงที่ย่านนั้น ทั้งซ่องและบ้านยายประคองถูกระเบิดลงเสียหายหนัก ตัวดวงใจเองได้รับความช่วยเหลือจากนายทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งชื่อพันเอกโตชิโจ๊ะ โตชิโจ๊ะพาดวงใจมาที่บ้าน ให้ทำงานเป็นแม่บ้าน ไม่ยอมให้ทำงานที่ซ่อง โตชิโจ๊ะเกิดหลงรักดวงใจขึ้นมาอีกราย มิใยดวงใจจะเล่าว่าเคยมีสามีมาแล้ว และถูกแมงดาที่ซ่องนางช้อยข่มขืนมาแล้วก็ตาม โตชิโจ๊ะก็ไม่สนใจ ความดีของโตชิโจ๊ะและประกอบกับสูญเสียคำมั่นสัญญาของตัวเองไปกับการถูกข่มขืนครั้งนั้น ทำให้ดวงใจยอมเป็นภรรยาของโตชิโจ๊ะ เพื่อทดแทนบุญคุณ และเรียกโตชิโจ๊ะว่านายทุกคำ โตชิโจ๊ะเลี้ยงดูดวงใจอย่างดี ให้เงินทางใช้สอย ดวงใจมีความสุขขึ้น ถึงแม้ในส่วนลึกยังคงคิดถึงกฤษฎาอยู่เสมอ

 

วันหนึ่งโตชิโจ๊ะได้พาหญิงรุ่นพี่ซึ่งอายุมากกว่าดวงใจเล็กน้อยคนหนึ่งมาหา และบอกว่าให้มารับใช้ดวงใจ หญิงนั่นคือ เสาวรสนั่นเอง เสาวรสโทรมจนดวงใจจำไม่ได้ ซึ่งในที่สุดดวงใจก็จำเสาวรสได้ ดวงใจดีใจมาก ชีวิตของดวงใจมีความสุขมากขึ้นหลังจากที่เสาวรสมาอยู่ด้วย ต่อมาพักหลังนายเริ่มติดธุระมากขึ้นและเครียดจัด และในที่สุด ทุกคนก็ทราบว่าญี่ปุ่นทำท่าจะแพ้สงคราม โตชิโจ๊ะถูกเรียกตัวกลับญี่ปุ่น ก่อนไปมอบเงินจำนวนหนึ่งมากพอสมควรให้ดวงใจไว้ใช้ และสั่งไว้ว่าให้เช่าบ้านหลังนี้เอาไว้จนถึงที่สุด รอจนกว่าเขาจะกลับมา แต่ทั้งสองหารู้ไม่ว่าโตชิโจ๊ะจะไม่กลับมาแล้ว เนื่องจากเขาได้ตัดสินใจทำฮาราคีรีขณะนั่งเรือกลับญี่ปุ่น หลังจากได้รับทราบการประกาศยอมแพ้สงครามอย่างเป็นทางการ ทางฝ่ายดวงใจกับเสาวรสคอยนายจนจากเดือนเป็นปี เงินทองร่อยหรอ ไม่มีเงินค่าเช่าบ้าน ถูกคุณนายเจ้าของบ้านเช่าทวงค่าเช่าเช้าเย็นและไล่ออกจากบ้าน ดวงใจยังคงยึดมั่นคำสั่งของนาย ตัดสินใจขายของใช้ดีๆ ในบ้านไปบ้าง ผลที่สุดแอบไปสมัครเป็นโสเภณี แต่ด้วยความอดอยากในระยะหลัง ทำให้ดวงใจดูรุดโทรม จึงถูกเย้ยหยันตะเพิดออกจากซ่องแทบไม่ทัน

 

ดวงใจกับเสาวรสหมดหนทางหาเงินมาใช้จ่าย ทั้งสองกลัดกลุ้มมาก ขณะนั้นดวงใจเดินสะดุดไม้ที่อยู่ใต้พรมซึ่งคุณนายเจ้าของบ้านเพิ่งมาริบไป ทำให้เห็นไม้เผยอขึ้นเห็นสิ่งหนึ่งเหลืองอร่ามตาอยู่ใต้ไม้นั้น ทั้งสองเกิดความสงสัยแงะออกมาดูแล้วตกตะลึงพรึงเพริด เพราะใต้พื้นไม้นั่นเต็มไปด้วยทองคำแท่งจำนวนมหาศาลของนายญี่ปุ่นซึ่งซ่อน เอาไว้ เสาวรสลองนำเอาทองแท่งไปขายหนึ่งแท่ง ได้เงินมามากพอสมควร ดังนั้นเมื่อคุณนายเจ้าของบ้านมาถึงพร้อมคนงานจะเตรียมมาบุกไล่ทั้งสอง จึงเจอทีเด็ดเอาเงินฟาดหัว และถีบก้นส่งขณะนับเงิน เงินกระจาย ทั้งสองตัดสินใจขายทองไปซื้อบ้านใหม่อยู่ เอาทองไปฝากธนาคาร แบ่งจำนวนหนึ่งขายมาเป็นเงินลงทุนทำธุรกิจซึ่งกำลังบูมในช่วงนั้น โดยมีเสาวรสเป็นหัวเรือใหญ่ในทางธุรกิจ เสาวรสดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของบริษัททุกแห่งของดวงใจซึ่งดำรงตำแหน่ง ประธานทุกบริษัทเช่นกัน พร้อมกันนั้นดวงใจได้เปลี่ยนชื่อเป็นหทัยทิพย์ นามสกุล ดวงใจ เพื่อกันคนจำได้ ทุกคนในวงสังคมรู้จักเสาวรส และหทัยทิพย์อย่างดีว่าร่ำรวยและสวยแถมยังใจบุญ ชอบบริจาคเงินเพื่อการกุศล

 

หลังสงคราม ร้อยเอกกฤษฎา กลับมาบ้าน พบว่าบ้านถูกขายไปแล้ว พ่อตาย ทรัพย์มรดกสูญหาย คงเหลือแต่บ้านเชียงใหม่หลังเดียว กฤษฎารีบกลับไปหาดวงใจที่เชียงใหม่พบแต่กำนันบ้าน ทราบว่าดวงใจตายและกำนันยังพาไปดูหลุมฝังศพของดวงใจอีก ทำให้กฤษฎาเสียใจยิ่งนัก และประกาศขายบ้านเชียงใหม่และกลับกรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ กฤษฎายากจนมาก ไม่มีสิทธิ์เลือกงาน และประกอบกับหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ทำให้กฤษฎาประชดชีวิตด้วยการไปสมัครเป็นยามที่บริษัทแห่งหนึ่ง ความมั่งมีร่ำรวยไม่ทำให้หทัยทิพย์มีความสุขเพราะยังจมอยู่กับอดีตและยังมี ความหวังว่าสักวันคงจะได้พบลูกและสามี เธอจึงใช้เหล้าย้อมใจสม่ำเสมอ โดยไม่ฟังคำทัดทานของเสาวรส หทัยทิพย์ได้ส่งคนไปสืบหายายประคอง ทราบว่าอยู่คลองเตย หทัยทิพย์ต้องการตอบแทนบุญคุณแก่ทุกคนที่มีพระคุณโดยไม่แสดงตัว ทั้งเสาวรสและหทัยทิพย์ทั้งสองจึงวางแผนช่วยยายประคองจนกลายเป็นเศรษฐีน้อยๆ โดยไม่รู้ว่ามีคนแอบช่วย เสาวรสเอาประกาศขายบ้านพักผ่อนเชียงใหม่มาให้หทัยทิพย์ดู หทัยทิพย์ถึงกับตกตะลึงเพราะนั่นคือบ้านของกฤษฎา ทำให้เกิดความหวังขึ้นมาบ้าง ว่ากฤษฎายังมีชีวิตอยู่ หทัยทิพย์มอบหมายให้เสาวรสไปจัดการซื้อบ้านหลังนั้นมา และปรับปรุงให้มีสภาพเหมือนเดิมและให้จ้างกำนันเฝ้าบ้านตามเดิมด้วยราคาอัน แพงลิบ โดยมีสายคำเพื่อนผู้พี่คนเดิมคอยดูแลกำนันอีกทีหนึ่ง กฤษฎาได้เงินจากการขายบ้าน จึงนำมาซื้อบ้านหลังกระทัดรัดอยู่หลังหนึ่ง และทำงานเป็นยามต่อไป ส่วนหทัยทิพย์เริ่มส่งคนไปสืบหากฤษฎา หมอเมตตาและลูกอย่างไม่หยุดยั้ง นาตยาลูกสาวของดวงใจเรียนจบแล้ว และเข้าใจว่าตัวเองคือลูกสาวจริงๆ ของนายแพทย์เมตตา หมอไม่ได้แต่งงาน ละโกหกนาตยาว่าแม่ของนาตยาเสียชีวิตตั้งแต่นาตยายังเล็กๆ อยู่ หมอได้ย้ายไปตั้งคลีนิคหมอเมตตาอยู่ที่กาญจนบุรี รักษาคนไข้ผู้ยากจนและก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือคนไข้ผู้ยากไร้ขึ้นมา และอนุญาตให้นาตยาไปหางานทำที่กรุงเทพฯ

 

ในที่สุดนาตยาก็ได้มาทำงานกับหทัยทิพย์ โดยได้รับการฝากฝังจากพิธี พนักงานชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง หทัยทิพย์รู้สึกสะกิดใจบางอย่างในตัวนาตยา รู้สึกเอ็นดูนาตยา แต่นาตยารู้สึกไม่ปลื้มหทัยทิพย์นัก เนื่องจากได้ยินคำเล่าลือว่าหทัยทิพย์เป็นผู้หญิงขายตัวมาก่อน นาตยาพักอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่ง และคบค้ากับหอมลูกชายเจ้าของหอ ลูกชายเสี่ยหยงเจ้าของธุรกิจที่ไม่ถูกเส้นกับบริษัทแห่งหนึ่งในเครือหทัยทิพย์ หอมชอบเล่นดนตรีและแนะนำให้นาตยารู้จักกับเพื่อนประเภทนักเที่ยวไม่เอาไหน อีกแก๊งหนึ่ง หอมออกจะชอบนาตยา แต่นาตยาค่อนข้างจะรักนวลสงวนตัว แม้จะชอบเที่ยวก็ตาม หมวดนิทัศน์ญาติห่างๆ ของหมอเมตตา ก็เป็นหนึ่งที่มาติดใจนาตยา และพยายามเตือนนาตยาให้ตีตัวออกห่างแก๊งของหอม แต่นาตยาไม่ฟัง และมีปากเสียงกันเสมอ หมอเองก็เขม่นนิทัศน์ที่มาติดพันนาตยา ในที่สุดนาตยาก็ถูกหอมหลอกล่อให้ติดยาเสพติดตั้งแต่กัญชาและอื่นๆ อีกไปจนเริ่มจะลองผงขาว สายสืบมาแจ้งแก่เสาวรสและหทัยทิพย์ว่าพบหมอเมตตาแล้ว และหมอกำลังต้องการเงินทุนจำนวนหนึ่งเพื่อไปใช้จ่ายสำหรับคนจนในมูลนิธิ มตตาของหมอ หทัยทิพย์รีบส่งผ่านเงินนี้ไปทางพิธีและเสาวรสทันทีจำนวนมากพอสมควร หมอเมตตาซาบซึ้งในความกรุณาครั้งนี้และขอเดินทางมาพบเพื่อแสดงความขอบคุณ ด้วยตัวเอง แต่ถูกปฏิเสธจากหทัยทิพย์

 

ต่อมาโชคชะตาก็บันดาลให้หทัยทิพย์ขับรถชนกฤษฎาทที่โรงงานซึ่งกฤษฎาเป็น ยามอยู่ที่นั่น นาตยาสามารถจำกฤษฎาได้ทันทีและยิ่งเห็นแหวนทองเหลืองที่นิ้วของกฤษฎา หทัยทิพย์ก็ยิ่งมั่นใจแน่นอน แต่กฤษฎาไม่สามารถจำหทัยทิพย์ได้ เพียงแต่รู้สึกว่าช่างคล้ายกับดวงใจมาก หทัยทิพย์พากฤษฎามารักษาตัวที่โรงพยาบาลประคบประหงมจนหายและให้เสาวรสชักชวน ให้กฤษฎา มาทำงานที่บริษัทด้วยกัน ตั้งให้เป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มิใยที่เสาวรสจะเคี่ยวเข็ญให้บอกความจริงกับกฤษฎา หทัยทิพย์ก็ไม่ยอมเพราะคิดว่ากฤษฎาต้องไม่ยอมรับอดีตที่ผ่านมาของเธอที่คน เล่าลือกัน สำหรับกฤษฎา ก็เท่ากับเป็นหัวหน้าโดยตรงของนาตยา กฤษฎาเอ็นดูนาตยาโดยไม่รู้สาเหตุ แต่นาตยาขั้นแรกรู้สึกรำคาญกฤษฎา เนื่องจากกฤษฎาช่างสังเกตและชอบตักเตือน เรื่องความประพฤติส่วนตัวของนาตยาเรื่องสูบยา แต่ในสายตาของหทัยทิพย์กลับมองเป็นว่ากฤษฎากำลังจีบนาตยา ทำให้หทัยทิพย์ดื่มเหล้ามากขึ้น

 

นาตยาเองก็เคยจับสังเกตเห็นความรู้สึกของหทัยทิพย์ว่าแอบชอบกฤษฎาแน่นอน และเคยบอกกฤษฎา แต่กฤษฎาบอกว่านาตยาเหลวไหล คนดีพร้อมอย่างหทัยทิพย์ไม่สนใจคนต่ำต้อยอย่างเขาแน่นอน ต่อมาผู้ใหญ่ปานเสียชีวิตลงและทำการเผาไปเรียบร้อยแล้ว สายคำจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาแจ้งข่าวกับเสาวรสทราบ สายคำจำหทัยทิพย์ไม่ได้เช่นกัน แต่กฤษฎาดีใจมากที่พบสายคำ และชักชวนให้สายคำไปพักอาศัยอยู่ด้วยที่บ้านของเขา นาตยาติดยาหนักขึ้นทุกที กฤษฎาเริ่มห่วงมาก ซึ่งทำให้หทัยทิพย์ไม่เข้าใจผิดมากขึ้นทุกที และดื่มเหล้ามากขึ้น จนเสาวรสกลุ้มใจ กฤษฎาร่วมมือกับนิทัศน์ไปเกลี้ยกล่อมนาตยาโดยขู่ว่าจะไปบอกความจริงให้กับ หมอเมตตาทราบ นาตยาขอร้องไว้ และยอมรับปากรักษาตัว หลบพวกหอมไปรักษาอาการติดยาอยู่ที่บ้านของกฤษฎา มีสายคำคอยดูแล นาตยาหายอาการติดยาแล้ว และเกิดหลงรักกฤษฎาอย่างมากมาย ถึงกับปฏิเสธนิทัศน์ขณะ เดียวกันหทัยทิพย์ก็เกิดขัดแย้งกับเสี่ยหยงพ่อของหอมขั้นรุนแรง เสี่ยหยงวางแผนจับตัวหทัยทิพย์ แต่เพื่อให้ดูแนบเนียนจึงมีการเรียกค่าไถ่ด้วย เสาวรสนำเงินไปไถ่ตัวหทัยทิพย์ตามคำขู่ โดยมีนิทัศน์และตำรวจกลุ่มหนึ่งลอบติดตามไปด้วยขณะที่แกล้งแลกเงินเพื่อไถ่ ตัวหทัยทิพย์ และคิดจะตลบหลังจับทั้งเสาวรสและหทัยทิพย์ไปฆ่า นิทัศน์กำลังจะเข้าจู่โจม พวกคนร้ายรู้ตัวก่อน จึงยิงเสาวรสตาย นิทัศน์ช่วยหทัยทิพย์ออกมาได้ การตายของเสาวรสทำให้หทัยทิพย์จิตใจแย่ลง

 

กฤษฎาเข้าช่วยเหลือทำหน้าที่แทนเสาวรส ด้วยความเอ็นดูและห่วงใยนาตยาเหมือนลูกหลาน กฤษฎาขอโอนนาตยามาเป็นเลขาทำให้หทัยทิพย์ถึงกับพูดไม่ออก นาตยาแสดงความพอใจที่มีต่อกฤษฎาจนออกนอนหน้า เมื่อถูกหทัยทิพย์ซักถาม นาตยายอมรับอย่างหน้าชื่นว่าหลงรักกฤษฎา หวังจะให้กฤษฎาของแต่งงานด้วย ทำให้หทัยทิพย์ใจเสียยิ่งขึ้น นาตยานำข่าวการเลื่อนตำแหน่ง และขึ้นเงินเดือนไปอวดหมอเมตตาที่กาญจนบุรี หมอเมตตาเห็นว่านาตยาโตพอที่จะทราบความจริงได้แล้ว จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้นาตยารู้และมอบล็อคเก็ตให้นาตยาบอกว่านี่คือของที่ พ่อนาตยามอบให้ดวงใจ แม่ที่แท้จริงของนาตยา และดวงใจก็ได้มอบสิ่งนี้ไว้ให้กับหมอ เพื่อให้กับนาตยาอีกทีหนึ่ง นาตยามาทำงานแต่เช้า พบหทัยทิพย์คนแรก หทัยทิพย์แทบช็อคที่เห็นนาตยาใส่ล็อคเก็ตอันนี้ นาตยาบอกว่าคือของแม่แท้ๆ ของเธอ พ่อเลี้ยงของเธอชื่อ หมอเมตตา หทัยทิพย์กลัวว่ากฤษฎาจะเห็นล็อคเก็ตนี้จึงขอยืมนาตยาไว้ อ้างว่าชอบและจำไปทำเลียนแบบบ้าง หทัยทิพย์ตื่นเต้นเป็นที่สุดเพราะทั้งสามีและลูก ได้มารวมตัวทำงานอยู่ด้วยกันแล้วจึงคิดหาทางจะบอกความจริงให้ทุกคนทราบ

 

หทัยทิพย์เชิญกฤษฎาให้ไปงานวันเกิดของเธอ ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า รวมทั้งนาตยาและหมอเมตตาพ่อของนาตยาและนิทัศน์ด้วย ถึงวันเกิดของหทัยทิพย์ หทัยทิพย์แต่งตัวในชุดสาวเหนือแบบเดียวกับที่ดวงใจเคยแต่ง กฤษฎามาถึงคนแรกตามเวลาหทัยทิพย์กำหนดไว้ก่อนคนอื่น กฤษฎาได้พบกับภาพที่ไม่นึกฝันเพราะนั่นราวกับภาพของดวงใจในอดีตมาปรากฎอยู่ ตรงหน้า ทำให้กฤษฎาถึงกับมั่นใจว่าหทัยทิพย์คือดวงใจ และดวงใจยังไม่ได้ตายไปตามความเข้าใจผิดของทุกคนแน่นอน หทัยทิพย์ไม่รับ ไม่ปฏิเสธ และส่งกล่องล็อคเก็ตให้กฤษฎา แล้วหลบหนีออกไปจากบ้านหลังนั้น ทิ้งท้ายไว้ให้เข้าใจว่าเธอจะกลับไปยังที่ที่เธอจากมา ขณะเดียวกันนั้น พวกนิทัศน์ หมอเมตตาและนาตยาเดินทางมาถึงตามเวลานัดเช่นกัน ทุกคนพบแต่กฤษฎาซึ่งนั่งซึมอยู่ กฤษฎาแกะกล่องออกมาพบล็อคเก็ต ที่ตนมอบให้กับดวงใจ นาตยาบอกว่านั่นคือ ของที่พ่อจริงของเธอได้มอบให้กับแม่ หมอรับรองอีกคนว่าเขาคือผู้รักษาล็อคเก็ตนี้ไว้ในฐานะพ่อเลี้ยงของนาตยา ทุกคนเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด นิทัศน์ได้โอกาสแสดงความในใจต่อนาตยาอีกครั้ง กฤษฎามั่นใจว่าดวงใจต้องไปบ้านเชียงใหม่ เพราะนั่นคือที่ที่เธอจากมานั่นเอง กฤษฎาก็ได้พบดวงใจที่นั่นจริงๆ ทั้งสองต่างเล่าสู่เรื่องราวที่ผ่านมาของกันและกัน ทั้งสองได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันต่อไปอย่างมีความสุข

นักแสดงละคร แหวนทองเหลือง

1. พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แสดงเป็น ร้อยเอกกฤษฎา

2. กมลชนก เขมะโยธิน แสดงเป็น ดวงใจ / หทัยทิพย์

3. เขตต์ ฐานทัพ แสดงเป็น ร้อยโทนิทัศน์

4. จีระนันท์ มะโนแจ่ม แสดงเป็น นาตยา

5. วรุฒ วรธรรม แสดงเป็น พันเอกโตชิโระ นาตาเบ

6. ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ แสดงเป็น หมอเมตตา

7. สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ แสดงเป็น กำนันปาน

8. สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์ แสดงเป็น เสาวรส

9. กชกร นิมากร แสดงเป็น สายคำ

10. สรพงศ์ ชาตรี แสดงเป็น หัวหน้าหน่วยทริงโคมาลี

11. เอกพัน บรรลือฤทธิ์ แสดงเป็น หนานอุย

12. วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ แสดงเป็น ทิดอาด

13. วิทิต แลด แสดงเป็น สุวัฒน์

14. ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี แสดงเป็น มัสยา

แหวนดอกไม้

ลายสิงห์ หนุ่มวัย 31 ปีเจ้าของร้านดอกไม้ชื่อ “สิงห์ดอกไม้” ลายสิงห์มีพี่น้องด้วยกัน 4 คนคือ เครือเถา พี่สาวคนโตผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุพร้อมสามีเมื่อหลายปีมาแล้วทิ้ง ตุ้งติ้ง ลูกสาววัย 17 ปีให้คุณตาและน้าๆ ดูแล ส่วนพี่ชายคนรองคือ ข้าวบิณฑ์ มีภรรยาชื่อ สายฟ้า มีลูก 2 คน และน้องสาวคนสุดท้องชื่อ ดาวจงกล มีสามีชื่อ สาธุการ มีลูกน้อยวัย 5 เดือน ทุกครอบครัวของเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและตามแบบที่ พัดยศ ผู้เป็นพ่อ หวังไว้ แต่ทุกคนในครอบครัวกลับเป็นห่วงลายสิงห์มาก เพราะเป็นคนเดียวที่ยังไม่มีวี่แววจะแต่งงานทั้งๆ ที่อายุก็สมควรจะมีครอบครัวได้แล้ว บ้านของลายสิงห์เปิดเป็นร้านดอกไม้ โดยตุ้งติ้งหลานสาวมักจะมาช่วยงานที่ร้านเป็นประจำ ลายสิงห์ยังมีผู้ช่วยชื่อ นวลลออ และ เปี๊ยก หนุ่มนักศึกษาภาคค่ำรับหน้าที่คนส่งดอกไม้ และเปี๊ยกยังแอบชอบตุ้งติ้งด้วย ในละแวกใกล้เคียงกับร้านสิงห์ดอกไม้ เป็นสำนักงานของนิตยสาร “Lovely Family” มี สายฝน พี่สาวของสายฟ้าเป็นบรรณาธิการ สายฝนมีสามีชื่อ ภาส เป็นนักดื่มตัวยงแต่เรื่องนี้มิได้ทำให้ความเชื่อมั่นในสถาบันครอบครัวลดลง นิตยสารของสายฝนกำลังขยายตัว เธอจึงดึงตัว แหวนเพชร หญิงมั่นวัยใกล้เลข 3 ผู้ศรัทธาชีวิตโสดเป็นชีวิตจิตใจมาเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการอีกคน ถึงแม้สายฝนจะมี ถมทอง ผู้ที่มีปากเป็นอาวุธเป็นผู้ช่วยอยู่แล้วก็ตาม นิสัยของถมทองทำให้แหวนเพชรต้องคอยลับฝีปากและฝีมือกับเธออยู่เป็นประจำ แต่แหวนเพชรก็มี ดังใจ เพื่อนหนุ่มคนสนิทร่วมแก๊งกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเป็นคู่หู ดังใจเป็นชายหนุ่มผู้รักสะอาดและเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่าเขาเป็นผู้ชายที่ ชอบผู้ชายด้วยกัน แต่ก็ไม่ถึงขันวี้ดว้ายกระตู้วู้ ซึ่งเหมาะกับอาชีพงานด้านโฆษณาที่ดังใจทำเป็นเป็นอย่างมาก วันหนึ่งแหวนเพชรไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อน ในงานแต่งงานนั้นลายสิงห์เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการจัดดอกไม้ เมื่อถึงเวลาสำคัญที่เจ้าสาวต้องโยนช่อดอกไม้ให้แขกภายในงาน สาวโสดทุกคนต่างอยากจะเป็นผู้โชคดีได้รับช่อดอกไม้ ด้วยความบังเอิญช่อดอกไม้กลับตกไปอยู่ในมือของลายสิงห์และแหวนเพชรที่ยืน อยู่ใกล้กัน ทั้ง 2 คนต่างเกี่ยงกันรับช่อดอกไม้เพราะต่างก็หวงความโสด และเมื่อแหวนเพชรรู้ว่าลายสิงห์เป็นคนจัดดอกไม้ช่อนี้เองกับมือ ก็ทำให้แหวนเพชรทึกทักเอาเองว่าลายสิงห์ต้องเป็นแบบเดียวกับดังใจแน่นอน ถึงแหวนเพชรจะไม่ชอบหน้าลายสิงห์สักเท่าไหร่ก็ต้องจำใจร่วมมือกับลายสิงห์ เพราะดาวจงกลกับสาธุการซึ่งเป็นรุ่นพี่ร่วมแก๊งสมัยเรียนของแหวนเพชร เกิดผิดใจกันถึงขั้นเลิกราทำให้ทั้ง 2 คนต้องรวมกันหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาของดาวจงกลกับสาธุการยังไม่ทันจบ ก็เกิดเรื่องกับตุ้งติ้งเนื่องจากตุ้งติ้งหลานสาวสุดสวยไปตกหลุมรัก ฐาปนา ช่างภาพเสือผู้หญิงที่ทำให้ตุ้งติ้งหลงรักจนเสียผู้เสียคน แหวน เพชรกับลายสิงห์จึงช่วยกันสืบประวัติของฐาปนาจนไปถึงบ้านเกิดของแหวนเพชร ทำให้ครอบครัวของแหวนเพชรเกือบเข้าใจผิดว่าลายสิงห์เป็นแฟนของแหวนเพชร แหวนเพชรจึงหันไปพึ่ง ศีล รุ่นพี่ในวัยเด็กให้มาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของครอบครัว แต่กลับทำให้ศีลตกหลุมรักแหวนเพชรอย่างจริงจัง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งลายสิงห์และแหวนเพชรต่างเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นในใจโดยไม่รู้ตัว แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไร ด้านฐาปนาเมื่อรู้ว่าแหวนเพชรเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ของเขากับตุ้งติ้ง จึงเอาคืนด้วยการปล่อยข่าวใส่ร้ายแหวนเพชรทำให้เป็นที่นินทาของชาวบ้าน แหวนเพชรถูกทางบ้านยื่นคำขาดเพื่อแก้ข้อครหาคือแต่งงานกับศีล หรือถ้าแหวนเพชรมีคู่รักก็ให้พามายืนยัน แหวนเพชรรู้ว่าตนไม่ได้รักศีล แต่มีความรู้สึกพิเศษกับลายสิงห์ ส่วนลายสิงห์ก็รู้แล้วว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจนั้นคือความรัก ท่ามกลางสถานการณ์คับขันลายสิงห์ประกาศให้ทุกคนทราบว่ากำลังคบอยู่กับแหวน เพชร ทำให้เรื่องทั้งหมดคลี่คลายลง แหวนเพชรขอบคุณลายสิงห์ที่ยอมช่วยเหลือ แต่ลายสิงห์กับบอกว่าความรักที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความรักจริงๆ และได้มอบแหวนดอกไม้แทนใจให้กับแหวนเพชร ความรู้ของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร แหวนเพชรจะยอมรับลายสิงห์เป็นคู่ชีวิตหรือไม่ ในเมื่อยังหวงแหนชีวิตโสด ติดตามชมบทสรุปความรักของทั้งคู่ได้ในละคร “แหวนดอกไม้”

รายชื่อนักแสดง แหวนดอกไม้
สหรัถ สังคปรีชา รับบท ลายสิงห์
รุจิรา ช่วยเกื้อ รับบท แหวนเพชร
อชิตพล หงษ์ขจร รับบท เปี๊ยก
พรรษชล สุปรีย์ รับบท ตุ้งติ้ง
ณัฐนันท์ คุณวัฒน์ รับบท ฐาปนา
เมย์ เฟื่องอารมณ์ รับบท ริสา
พลังธรรม กล่อมทองสุข รับบท ดังใจ
วินัย ไกรบุตร รับบท ศึล
ศิรประภา สุขดำรงค์ รับบท ดาวจงกล
กมล ศิริธรานนท์ รับบท ข้าวบิณฑ์

เหล็กไหล

จากเรื่องที่เล่าสืบกันมาเหล็กไหลเป็นแร่ธาตุที่มีชีวิตและมีคว­ามศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะคล้ายๆ ของเหลวแข็งแกร่ง ชอบน้ำผึ้ง เพราะฉะนั้นสถานที่พบมักจะอยู่ใกล้รังผึ้ง มีอำนาจเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง สามารถฝ่าทะลุศิลาที่แข็งหนาและไม่มีอำนาจใดที่จะหยุดยั้งเอาไว­้ได้ สามารถป้องกันศาสตราอาวุธนานาชนิด ยากที่ใครจะพบและยากที่ใครจะได้ครอบครอง นอกจากคนที่มีบุญวาสนาจริงๆ เท่านั้น พันโทพิทักษ์ พร้อมชาวคณะเดินทางไปยังป่านิรันดร์เพื่อค้นหาเหล็กไหล โดยมี อาจารย์คง เป็นผู้นำทาง และพันโทพิทักษ์ก็ได้เหล็กไหลมา 2 ก้อน แต่ต้องสูญเสียคนสนิทไปสองคนคือ หมวดสิงห์ และจ่าเมฆ พันโทพิทักษ์จึงได้นำ กริช ลูกชายของหมวดสิงห์และ คม ลูกศิษย์ของอาจารย์คงไปเลี้ยงดูตามที่คนทั้งสองฝากฝังไว้

นักแสดงละคร เหล็กไหล

รังสิโรจน์ พันธ์เพ็ง รับบท คม
มรกต กิตติสาระ รับบท พิม
นวพล ภูวดล รับบท กริช
พรรัมภา สุขได้พึ่ง รับบท อีฟ
กรุง ศรีวิไล รับบท พันโทพิทักษ์
ยอดชาย เมฆสุวรรณ รับบท อาจารย์คง
ธีระพงษ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท ทรงพล
ประกาศิต โบสุวรรณ รับบท เผด็จ
สุคนธวา เกิดนิมิตร รับบท ดาว
คาร์ล่า ปอร์ทเทอร์ รับบท ลินดา