กิ่งไผ่

แม้จะไม่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย แต่เขาก็ยังรำลึกถึงคุณของแผ่นดินที่เคยให้พึ่งพักอาศัยในยามที่พลัดบ้านเมืองมา

ละครเรื่องนี้เป็นละครย้อนยุคประมาณรัชกาลที่ 7-8 จุลจิตต์ เป็นลูกบ่าวในบ้านของท่านองค์พระ เป็นเด็กจีนที่อยู่ในบ้านของผู้ดีชาวไทยแล้วจะโดนคนแกล้งแต่จะมีคุณฟุ้ง ที่เป็นลูกเจ้านายคอยช่วยเหลือ แต่ตอนหลังมีญาติรับไปอยู่ต่างประเทศ ไปเรียนวิศวกรที่อเมริกา และได้สัญชาติอเมริกันแต่ก็ยังไม่ลืมความเป็นไทย ไม่ลืมความกตัญญู พอกลับมาอีกครั้งหนึ่งเป็นวิศวกรชื่อ จอห์น ลี ซึ่งตอนนั้นเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไป คุณฟุ้งกลายเป็นโจรต้องไปอยู่ในป่า ส่วนจุลจิตน์เป็นวิศวกร แล้วคุณฟุ้งก็มาเป็นลูกน้องในเหมือง  วิถีชีวิตของคนสองคนจากบ่าวกลายเป็นวิศวกร แล้วจากลูกเจ้านายกลายเป็นชีวิตอีกแบบหนึ่งตกต่ำผกผัน

กิ่งแก้วกาฝาก

กิ่งกนก หญิงสาวหน้าตาสวย เติบโตมาในครอบครัว “อิทธิวัชร” ในฐานะลูกเมียน้อยของ คุณสมยศ ซึ่งเขามีลูกอีก 3 คนกับภรรยาหลวงคือ คุณนันทา ซึ่งก็คือ ปิติ ลูกชายคนโตจอมเจ้าชู้ ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสานต่อธุรกิจ สิริวิภา ลูกคนกลางนิสัยขี้อิจฉา จินตหรา น้องสาวคนเล็กที่คอยเข้าข้างกิ่งกนก ให้พ้นจากคำด่าว่าลูกเมียน้อย แม่ของกิ่นกนกคือ พัชนี คนรับใช้ของนันทา ซึ่งพอพัชนีท้องกับสมยศและคลอดกิ่งกนก นันทาก็เริ่มเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ คุณวลัย แม่ผัวที่เอ็นดูพัชนีและกิ่งกนกอย่างออกนอกหน้า

และถึงกับยก เพชรมรดกประจำตระกูลให้พัชนี นันทาทะเลาะกับคุณวลัยรุนแรงจนขาดสติ คว้ามีดแทงคุณวลัยตาย พัชนีเข้ามาช่วยกลายเป็นมีดตกอยู่ในมือ ต้องจำยอมรับผิดแทนเพราะกตัญญูต่อนันทาที่ชุบเลี้ยงมา สมยศเกลียดพัชนีตั้งแต่วันนั้นและพลอยเกลียดกิ่งกนกไปด้วย กิ่งกนกกลายเป็นลูกชัง สมยศปฏิบัติต่อเธอเหมือนทาส แม้แต่ หวิว คนรับใช้ในบ้านก็ยังกดขี่กิ่งกนก พัชนีต้องโทษจำคุกและตั้งท้องลูกของสมยศอีกคนในคุก โดยสมยศไม่รู้เรื่อง พัชนีติดต่อ อำนวย และรุจี ญาติสนิทรับลูกอีกคนไปเลี้ยง
แก้ว เก็จ จึงโตมาในครอบครัวอบอุ่นริมทะเล กลายเป็นสาวแก่นกะโหลก แก้วเก็จได้พบกับ ดิสทัต ที่อกหักจาก สาธิตา มาลงเรือยอชต์ไปบ้านพักส่วนตัวบนเกาะเก็จ ดิสทัตขับรถเฉี่ยวแก้วเก็จทำให้ไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่แรก ดิสทัตจะออกเดินทางแต่เรือเสีย อำนวยต้องไปซ่อมให้ แก้วเก็จแกล้งเอาสีไปพ่นเรือดิสทัตจนอำนวยทำโทษให้ทำความสะอาด ระหว่างเข้าไปเอาเครื่องมือเธอโดนเครื่องมือหล่นใส่หัวจนสลบ ทำให้ติดเรือดิสทัตไปที่เกาะด้วย ระหว่างอยู่ที่เกาะแก้วเก็จเห็นดินทัตเอาแต่กินเหล้า
เธอ สมเพชคนอกหักจึงพยายามทำให้เขาเลิกกินเหล้า และกลับมาเป็นผู้เป็นคน ความรักจึงเริ่มก่อตัวขึ้น ดิสทัตขอตัวแก้วเก็จมาอุปการะที่กรุงเทพฯ โดยอำนวยกับรุจีขอตามมาดูแลลูกด้วย สุพัฒนา แมของดิสทัตและน้องชาย วรวีร์ ถูกชะตากับแก้วเก็จมาก ดิสทัตพาแก้วเก็จไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่ห้างฯ และได้เจอกับกิ่งกนกที่มาซื้อของกับจินตหราโดยบังเอิญ ทั้งสองตะลึงที่เห็นคนหน้าเหมือนตัวเอง ด้านสาธิตาสลัดรักดิสทัตมาควงกับปิติ สร้างความไม่พอใจให้กับ ภาณุ พี่ชายของสาธิตา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับดิสทัตด้วย

วันหนึ่งสาธิตา บังคับให้ภาณุไปกินข้าวกับครอบครัวของปิติเป็นเพื่อนเธอ ภาณุได้เจอกับกิ่งกนกก็ตกหลุมรัก แต่ถูกขัดขวางโดยทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะสิริวิภาที่ชอบภาณุเหมือนกัน ภาณุคิดพากิ่งกนกหนีแต่โดนสิริวิภาซ้อนแผน บอกว่าภาณุย่องเข้าหาเธอ และบังคับให้ภาณุรับผิดชอบด้วยการหมั้น ภาณุยอมหมั้นแต่ไม่ยอมแพ้ จึงวางแผนกับดิสทัตและแก้วเก็จพากิ่งกนกหนีไปจนได้ แต่ปิติตามไปเจอและพาตัวกลับมา สมยศลงโทษกิ่งกนกด้วยการจับขังในห้องใต้ดิน กิ่งกนกโดนสิริวิภาทรมานทุกวันจนเริ่มมีอาการทางจิต
แก้วเก็จต้องการช่วย กิ่งกนก จึงวางแผนเปลี่ยนตัวเข้าไปอยู่ในบ้านอิทธิวัชรแทนแล้วแกล้งบ้า ส่วนดิสทัตก็พากิ่งกนกมาพักที่บ้านของเขาเพื่อรักษาตัว ด้านปิติจับได้ว่าแก็วเก็จเปลี่ยนตัวมาอยู่แทนกิ่งกนก ก็พยายามจะลวนลามแก้วเก็จทุกครั้งที่มีโอกาส วันหนึ่งแก้วเก็จได้เจอ น้าวอน คนเก่าคนแก่ของบ้านอิทธิวัชร ได้เล่าให้ฟังเรื่องพัชนีที่ตั้งท้องลูกอีกคนของสมยศก่อนโดนจับ ทำให้แก้วเก็จยิ่งสงสัยในกำเนิดของตัวเอง เธอกลับไปคาดคั้นอำนวยและรุจีจนทั้งสองยอมสารภาพว่าแก้วเก็จเป็นลูกอีกคนของพัชนี
แก้วเก็จไปหาพัชนีที่เรือนจำ แต่พบว่าพัชนีพ้นโทษออกไปแล้ว ดิสทัตช่วยแก้วเก็จตามหาแม่ ส่วนภาณุไปเจอพัชนีโดยบังเอิญจึงพามาพบกิ่งกนก แม่ลูกได้เจอกัน ภาณุขอกิ่งกนกแต่งงาน ด้านนันทากลัวความจริงจะเปิดเผยว่าตัวเองเป็นคนฆ่าคุณวลัย จึงวางยาสมยศจนเป็นอัมพาตและฆ่าวอนปิดปาก แต่วอนเขียนจดหมายสารภาพทุกอย่างไว้หมดแล้ว จดหมายนั้นจึงเป็นหลักฐานมัดตัวนันทาจนโดนตำรวจจับ ปิติถูกหลอกไปเล่นพนันจนหมดตัว จึงลักพาตัวพัชนีกับกิ่งกนกไปเรียกค่าไถ่ในวันแต่งงานของเธอ

ดิสทัต ภาณุ และแก้วเก็จตามไปช่วย โดยสาธิตาขอตามไปด้วยและถูกยิงบาดเจ็บ แต่ปิติหนีไปได้ ขณะที่แก้วเก็จเฝ้าสาธิตาอยู่ที่โรงพยาบาล ปิติก็กลับมาลักพาตัวแก้วเก็จกับสาธิตาไปอีก คราวนี้ดิสทัตกับภาณุตามไปช่วย ปิติถูกตำรวจยิงตาย ขณะที่สาธิตากลับตัวเป็นคนดี แก้วเก็จต้องการหลีกทางให้สาธิตาได้กลับไปคืนดีกับดิสทัต จึงหนีกลับบ้านที่หาดทรายแก้ว แต่ดิสทัตตามไปง้อด้วยความรัก ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน และแก้วเก็จยอมตกลงรับคำขอแต่งงานของดิสทัตในที่สุด

รายชื่อนักแสดงละคร กิ่งแก้วกาฝาก

ทฤษฎี สหวงษ์ รับบท ดิสทัต
ณปภา ตันตระกูล รับบท กิ่งกนก / แก้วเก็จ
วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รับบท ภาณุ
เมย์ เฟื่องอารมย์ รับบท สาธิตา
กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท ปิติ
พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์ รับบท สิริวิภา
กาญจนา จินดาวัฒน์ รับบท นันทา
สันติสุข พรหมศิริ รับบท สมยศ
พรรษชล สุปรีย์ รับบท จินตหรา

ออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

กำนันอี๊ด

กำนันอี๊ด (เอมี่ กลิ่นประทุม) เป็นกำนันหญิงแห่งตำบล หนองน้ำใส เธอได้เป็นกำนันเพราะมีพ่อเป็นกำนันมาก่อนคือ กำนันอ้อ ซึ่งกำนันอ้อจัดว่ามีฐานะ ทำสวนผลไม้ ทำไร่ ทำฟาร์ม ก็เพราะแม่อ้อยของกำนันอี๊ดมีฐานะ

เมื่อกำนันอ้อเสียชีวิตกระทันหัน กำนันอี๊ดซึ่งติดตามทำงานให้แก่ตำบลเคียงข้างมากับพ่อจึงได้รับความไว้วางใจ และได้แรงสนับสนุนรวมทั้งแรงขอร้องให้เธอขึ้นเป็นกำนันตำบลหนองน้ำใสตามพ่อ เธอ

กำนันอี๊ดขาดแม่ตั้งแต่ยังเด็ก ตั้งแต่อายุ 6 ขวบก็ไม่มีแม่แล้ว จึงต้องช่วยพ่อมากกว่าเดิม คือต้องทำงานบ้าน ต้องเลี้ยงน้องคนเดียว นั่นคือ น้องแอ้ม (อัมรินทร์ ธีราธนันพัฒน์)น้องสาว กำนันอี๊ดจึงรักน้องแอ้มมาก ความรักที่พี่มีต่อน้องได้รับการบวกความรักเสมือนเป็นแม่เข้าไปด้วย เพราะต้องดูแลน้องแทนแม่ที่จากไป น้องแอ้มจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดอ่อนของกำนันอี๊ด เรียกได้ว่า ใครมาทำอะไรน้องแอ้ม กำนันอี๊ดจะปี๊ดจนบางทีลืมคิดหน้าคิดหลัง เพราะกำนันอี๊ดให้สัญญากับแม่ไว้ ว่าจะรัก และดูแลน้องแอ้มให้เหมือนที่แม่รัก

ในวัยเด็ก กำนันอี๊ดเติบโตมาเหมือนเด็กในต่างจังหวัดที่พ่อแม่สอนให้เป็นคนดี มีศีลธรรมเป็นกุลสตรีแต่ความที่พ่อชอบพากำนันอี๊ดไปไหนต่อไหนด้วยเวลาออกไป ปฏิบัติหน้าที่กำนัน กำนันอี๊ดจึงติดความแข็งแกร่งจากพ่อมาด้วย ดังนั้นจึงมีนิสัยลึกๆ ของผู้ชายที่ไม่ชอบใช้อารมณ์จนเกินงาม และมีความคิด ตัดสินใจได้เด็ดขาด และรู้จักควบคุมอารมณ์ และความรู้สึกของตนเองรวมทั้งรู้จักหน้าที่ และเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

ในวัยเด็ก กำนันอี๊ดก็เหมือนเด็กหญิงที่เรียบร้อยแฝงแววแก่น มีเพื่อนฝูงมากมาย ทั้งชายหญิง และมีเพื่อนหลายวัยเพราะไปไหนกับพ่อบ่อย ในหมู่เพื่อนของกำนันอี๊ด มีหนุ่มน้อยผู้หนึ่ง ชื่อ พิทักษ์ (อานัส ฬาพานิช) เขาแก่กว่าเธอ 7 ปี และออกจะเป็นเพื่อนที่พิเศษสำหรับเธอ เพราะพิทักษ์เปรียบเสมือนไอดอลของเด็กๆ ที่หนองน้ำใส

พิทักษ์เป็นลูกชาวนาจนๆ ที่สุดท้ายก็ต้องเสียที่นาของตนให้กับนายทุน แล้วจึงไปทำงานรับจ้างในไร่ ทำให้พิทักษ์ตั้งเจตนารมย์ไว้ว่า เขาต้องเรียนให้ดี เรียนให้สูง และหาทางมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนให้จงได้ โดยเฉพาะ พัฒนาคนให้รู้จักรู้เท่าทันคน

พิทักษ์จึงตั้งใจเรียน และเรียนเก่งจนได้ทุนมาโดยตลอด เป็นที่โจษขานในตำบล อำเภอ และจังหวัด เด็กๆ ที่ดีๆ หลายคน จึงมองพิทักษ์เป็นไอดอลของพวกเขา ในขณะที่เด็กไม่ดีก็จะอิจฉาริษยาเขาเป็นธรรมดา

พิทักษ์ และกำนันอี๊ดเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน ความที่พิทักษ์เก่ง และดี จึงได้รับตำแหน่งหัวหน้าห้อง หัวหน้าชั้นเรียน หัวหน้านักเรียนมาโดยตลอด และเขาก็รัก และดูแลเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องเป็นอย่างดี

กำนันอี๊ดเองก็ประทับใจเขามาตลอด ยามเย็นเขาเคยเดินมาส่งเธอที่บ้าน แม้ว่าบ้านเขาจะไกลไปอีกตำบล แต่วันนั้น กำนันอี๊ดเล่นซน ตกต้นไม้ขาแพลง พ่อมารับไม่ได้ พิทักษ์ก็มาส่งเธอ

ครั้งหนึ่งเคยลื่นตกน้ำตก พิทักษ์ก็เคยลงไปช่วย และที่โรงเรียนพิทักษ์ก็เคยก่อความดี ความประทับใจทิ้งไว้ให้เมื่อเกิดเรื่องหนึ่งขึ้น คือกำนันอี๊ด และเพื่อนๆ ไปเล่นเจาะห้องน้ำครู แต่ไม่ได้แอบดู กะเจาะเพราะครูไม่ดี ให้ครูมีคนมาแอบดู ครูรู้ จับพวกเธอได้ แต่พิทักษ์ก็ออกหน้ารับไว้ว่าเขาเป็นคนเจาะจนปีสุดท้าย เขาอดเป็นประธานนักเรียน อีกทั้งหลายเย็นที่พิทักษ์และเพื่อน เล่นกับน้องๆ อย่างกลุ่มเธอ เขาสอนเรื่องการพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ จนพับเป็นกระดาษทายใจ พอเลิกเล่น ต่างก็เก็บกลับบ้านกันไป แต่กำนันอี๊ดไม่ชอบแย่งกับเพื่อนๆ และคนอื่น พิทักษ์เห็นแล้วก็เลยพับให้เธอต่างหาก 1 ชิ้น ซึ่งกำนันอี๊ดก็เก็บเอาไว้ และเก็บความประทับใจในวัยเด็กนี้ไว้จนแม้กระทั่ง พิทักษ์ได้ทุนไปเรียนที่กรุงเทพฯ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และเรียนรัฐศาสตร์ จนไปจบปริญญาโทที่เมืองนอก จนกระทั่งวันที่เธอได้เป็นกำนัน และเก็บไว้ทุกวันเสมอมา

เด็กหลายๆ คนเก็บพิทักษ์เป็นไอดอล แต่กำนันอี๊ด กลับหวั่นไหวเมื่อรู้ว่าพิทักษ์กำลังจะกลับมาเป็นปลัดอำเภอที่บ้านเกิด หลายคนไปรับพิทักษ์ กำนันอี๊ดก็แอบไปเฝ้ามอง แต่ไม่กล้าทักเพราะกลัวเขาจะจำไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นกำนันเป็นผู้ใหญ่บ้าน

พอคืนเลี้ยงต้อนรับปลัดพิทักษ์ ทั้งสองก็ได้พบกัน และกำนันอี๊ดได้เห็นความเปลี่ยนไปของพิทักษ์ เขาเคร่งขรึมขึ้น และมีกรอบมากเหลือเกิน ดูไม่ร่าเริง อารมณ์ดี น่ารักเหมือนสมัยยังเด็ก แถมออกความเห็นให้เธอเลิกเป็นผู้ใหญ่บ้าน ให้ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงทั่วไปทำให้เธอค่อนข้างผิดหวัง

พอได้มาร่วมงานกันมากขึ้น ผู้ใหญ่อี๊ดก็ได้เห็นว่าปลัดพิทักษ์นั้น แม้จะมีความสมัยใหม่แบบตะวันตกแต่ก็ยังมีกรอบความเชื่อแบบตะวันออก ที่ว่า ผู้ชายเจ๋งสุด ผู้ชายเท่านั้น ที่จะเป็นช้างเท้าหน้า ซึ่งจริงๆ แล้ว สำหรับพิทักษ์ เขาฝังใจว่า ที่นาที่ครอบครัวของเขาสูญเสียไปเกิดจากแม่ที่ก้าวเข้ามา ทำหน้าที่ผู้นำครอบครัว และผู้หญิงอ่อนไหวเกินไปในการตัดสินใจ

ทั้งอี๊ด และพิทักษ์ร่วมงานกันมาก็ทำงานด้วยกันได้ แต่ละโปรเจคก็ต้องมีเรื่องให้บาดหมาง น้อยใจ คิดมาก เกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะกับใจของอี๊ด จนอี๊ดได้เป็นกำนัน และปลัดพิทักษ์ได้เป็นนายอำเภอพิทักษ์

กำนันอี๊ดได้รู้ตัวว่า ตนเองมีใจให้กับนายอำเภอพิทักษ์โดยไม่รู้ตัว อาจเกิดจากความฝันฝังใจในวัยเด็กซึ่งกำนันอี๊ดก็พยายามสลัดความรู้สึกนั้น ให้ออกไปให้ได้เพราะเห็นว่า มีบางอย่างของนายอำเภอพิทักษ์ที่เธอรับไม่ได้ โดยเฉพาะความเป็นคนติดกรอบ มีความเป็นผู้ชายเกินไป และหูเบาเป็นที่สุด

ส่วนนายอำเภอพิทักษ์ ครั้งเมื่อพบกำนันอี๊ดตอบโตแล้ว เขาเห็นว่าเธอสวยขึ้นมาก แต่ในส่วนลึก เขาเป็นคนทำอะไรมีแบบมีแผน และมุ่งมั่นทำงาน ทำให้เขาไม่รู้ตัวว่า จริงๆ แล้วเขาก็สนใจเธอ และแอบเผลอใจไปบ่อยๆ เพียงแต่ไม่แสดงออกในวิธีที่ถูกต้อง ชอบใช้ความเผด็จการของผู้ชายและผู้นำเข้าจัดการ ใช้คำพูดไม่เป็น ปฏิบัติตัวไม่เป็น ทั้งสองจึงดูจะยากที่จะลงเอยกันได้ในเรื่องของความรัก

แต่ที่ทั้งสองเหมือนกันก็คือ การทำเพื่อชุมชนทำเพื่อท้องถิ่นแผ่นดินบ้านเกิดของตน ดังนั้นปณิธานนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมคนทั้งสองไว้ ให้ได้พบกัน และพัฒนาความสัมพันธ์ต่อมา

เรื่องที่เริ่มทำความสัมพันธ์พัฒนาชัดเจนขึ้น เมื่ออำเภอหนองน้ำใสได้ต้อนรับปลัดใหม่อีกคนคือปลัดตริณ อัศดง (นวพล ภูวดล)ซึ่ง เป็นลูกชายนักการเมืองและคุณแม่ไฮโซ ที่ถูกเลี้ยงหล่อหลอมอบรมมาอย่างประเภทประคบประหงมมีแม่นมดูแล ซึ่งได้ถูกส่งมาประจำอยู่ที่ตำบลหนองน้ำใส

ปลัดตริณจัดเป็นคุณหนู ที่จะเป็นก็เฉพาะอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ แต่พอพ้นจากบ้าน จากความเก็บกด ตริณจะปลดปล่อย ด้วยการแสดงทีท่าก้าวร้าว โผงผางบ้างเป็นบางขณะ ทั้งๆ ที่ลึกๆ เขาก็หลุดแอบนิ่มอยู่เสมอ

ปลัดตริณเมื่อมาถึงหนองน้ำใส ก็พบกำนันอี๊ด และประทับใจมาก จนแปรเปลี่ยนเป็นความสนใจ และชอบ จนรู้สึกอยากจะคบกำนันอี๊ดเป็นแฟน ในขณะที่เขา และน้องแอ้ม น้องสาวสุดที่รักของกำนันอี๊ด ก็พัฒนาความสัมพันธ์ควบคู่กันไป

การที่ปลัดตริณมาชอบกำนันอี๊ดก็ทำให้กำนันอี๊ดออกจะเสียศูนย์อยู่เหมือนกัน เพราะปลัดตริณก็หล่อมากไม่แพ้นายอำเภอ แต่อ่อนโยนกว่ามาก แต่กำนันอี๊ดก็พอจะรู้ว่า น้องแอ้มเองก็สนใจปลัดอยู่จากพัฒนาการของการรู้จักกันของทั้งสอง

ฝ่ายนายอำเภอพิทักษ์ เมื่อเห็นว่าปลัดตริณดูท่าจะสนใจกำนันอี๊ด ก็ทำให้เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตนเองที่มีต่อกำนันอี๊ด แต่ความที่เป็นคนอยู่ในกรอบกฎที่ตนเองตั้งดักไว้ ก็ทำให้เขาต้องเป็นผู้ร้ายปากแข็ง รักนะแต่ไม่แสดงออก แสดงออกก็แปลกๆ น่ารักไปอีกแบบ

เรื่องราวของความรัก ได้ถูกพัฒนาไปพร้อมกับเรื่องราววุ่นๆ ของท้องถิ่นหนองน้ำใสในขณะที่กำนันอี๊ดต้องบริหารจัดการ ปราบอธรรมชุมชนเพื่อพิสูจน์ตนเองว่าเป็นผู้หญิงก็ทำได้ และสานต่อเจตนารมย์ของพ่อให้ลุล่วง

ท่ามกลางเหตุการณ์เหล่านั้น ได้มีศัตรูลับและศัตรูที่พร้อมจะเปิดเผยของกำนันอี๊ดซึ่งก็มีเฮียไล้ (ไพโรจน์ ใจสิงห์) และ ลูกชาย เหล่านายทุน นักธุรกิจที่มองพื้นที่หนองน้ำใสตาเป็นมัน เพราะเป็นที่สวยน่าจะไปสร้างเม็ดเงินทางธุรกิจได้มาก แล้วยังมีกลุ่มเจ๊ฮง (อรุโณทัย จิตรีขันท์)จอมเม้าท์เพิ่มดีกรีของเรื่อง รวมไปถึงกลุ่มที่อยากขึ้นมาบริหารแทนกำนันอี๊ด คอยเป็นอุปสรรคในการทำงาน

อุปสรรคสำคัญอีกอย่าง ก็คืออุปสรรคทั้งเรื่องการงาน การรักษาบ้านเกิดอันเกิดจากกลุ่มนักธุรกิจชาวเมืองกรุงที่เฮียไล้ไปสมคบคิด เจ้าของบริษัทฯ ยักษ์ใหญ่มหาโปรเจค .. อย่างเจ้าสัวพูนศักดิ์ (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) ที่มีลูกสาวสวยหยาดเยิ้มผู้ชื่อแพรเพชร (อัจฉรียา อินสว่าง)

ไพศาลเข้ามาเพื่อเพิ่มทุนหนุนเฮียไล้ ดูดี และชักใย ขณะลูกสาวแสนสวยก็ดูดี และทำให้นายอำเภอรวมทั้งปลัด ไขว้เขวได้ทุกที

ปลัดตริณเดินทางมาถึงหนองน้ำใส ในวันหนึ่ง ในช่วงนั้นเกิดคดีไก่หายขึ้น และกำนันอี๊ดก็สามารถหาตัวผู้ร้ายขโมยไก่ได้ด้วยความเสียสละของตนทั้งเงิน และเวลา รวมทั้งความร่วมมือของครูพักตร์ (จินตรา พูนลาภ) น้องแอ้ม และนายวาน (เอกชัย ศรีวิชัย) ปลัด ตริณได้เห็นความสามารถของกำนันอี๊ด ทั้งทางด้านการบริหาร และภูมิปัญญาชาวบ้าน เขาสนใจเธอในขณะที่นายอำเภอพิทักษ์เห็นเป็นธรรมดา แม้จะไม่ธรรมดาแต่ปิดใจยอมรับ

กำนันอี๊ดได้คิดโครงการไว้โครงการหนึ่ง นั่นก็คือโครงการฟื้นฟูวัฒนธรรม และของดีตำบลขึ้นมา เพราะเมื่อก่อน ตำบลหนองน้ำใส ขึ้นชื่อเรื่อง นาสามัคคี คือการทำนาโดยมีการร่วมมือร่วมใจกัน และมีเทศกาลเกี่ยวข้าวของตำบล เป็นบ่อเกิดของพ่อเพลงแม่เพลงมาแต่ครั้งก่อน ซึ่งในเทศกาลนี้ ได้บรรจุไว้ 7 วัน 7 คืน เมื่อชาวบ้านเกี่ยวข้าวร่วมกัน ร้องเพลงกัน ก็จะมีงานรื่นเริงที่วัดจากนั้น จะมีการละเล่นเริงน้ำตก และอื่น ๆ กำนันอี๊ดเห็นว่าหายไป ก็อยากนำกลับมาเพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของท้องถิ่นตน และนำไปสู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ด้วยการนำเสนอตัวตนของท้องถิ่น หรือตัวตนของตนเอง

โครงการนี้ แน่นอน ขัดใจเฮียไล้และนักธุรกิจ แต่ท่านผู้ว่าฯ กลับเห็นด้วย มอบหมายให้นายอำเภอพิทักษ์ไปช่วยจัดการดูแลกับกำนันอี๊ด ซึ่งนายอำเภอพิทักษ์เอง ก็ไม่เชื่อนักว่าจะประสบความสำเร็จ จึงทำไปตามหน้าที่

กำนันอี๊ดและเพื่อนๆ จึงมีอุปสรรคมากมายหลายเหตุการณ์ และจากหลายคนที่ทั้งรักทั้งแค้น .. เป็นอุปสรรคที่ท้าทายแนวความคิด และความฮาจากผู้ชม จากไก่หายไปจนถึงเรื่องของการรักบ้านเกิด และการอนุรักษ์ไว้ซึ่งขนบประเพณี และวัฒนธรรมรวมทั้งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน

ออกอากาศเมื่อ 27 มิถุนายน 2552-12 กันยายน 2552  ทุกวันเสาร์ เวลา 11.15 น.

กาษา นาคา

พงศ์พญา พบกับ วาดจันทร์ ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ในงานบั้งไฟพญานาค เมื่อแรกพบทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันทันที พงศ์พญามีความศรัทธาในงานศิลปะ หลงใหลในพระพุทธศาสนา พงศ์พญามีดูบั้งไฟพญานาคกับ วินตา หญิงสาวที่หลงรักพงศ์พญาข้างเดียว และสองพี่น้อง อู๋ กับ อี๋ ระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ เขาได้ไปดูงานศิลป์ของ พิสุทธิ์ พ่อของวาดจันทร์ ที่นี่พงศ์พญาพบกับวาดจันทร์อีกครั้ง

และ วินตาก็ได้พบกับภาพวาด “โอบมหานที” ที่พิสุทธิ์วาดค้างไว้ เธอรู้สึกปรารถนาอยากได้ภาพวาดนี้มาก วินตาได้ภาพวาดนี้มาด้วยการเสนอราคาอย่างงาม วาดจันทร์ไม่อยากเห็นภาพนี้จึงแอบขายให้เธอ ทั้งที่พิสุทธิ์ต้องการเก็บไว้เอง เพราะรู้ว่าถ้าไปอยู่กับคนอื่นจะเป็นภัยกับวาดจันทร์ วินตาโกรธที่วาดจันทร์รักกับพงศ์พญา จึงใช้สมาธิเพ่งไปที่รูปทำให้เธอมีพลังวิเศษสามารถบังคับนกไปทำร้ายวาด จันทร์

ซึ่งเธอเองก็กลัวนกนักหนาเช่นเดียวกับพงศ์พญา พงศ์พญาพาวาดจันทร์ไปหา บุญนารี แม่ของเขา วินาทีแรกที่เห็นวาดจันทร์ก็รู้สึกเกลียดและชิงชังบุญนารีทันที แต่กลับไม่รู้สึกอะไรกับ ปรากรม พ่อของพงศ์พญา นับวันความรักของพงศ์พญากับวาดจันทร์ก็เพิ่มขึ้นจนล้นใจ ความรู้สึกโหยหาซึ่งกันและกันอย่างแปลกประหลาดนี้ไม่ใช่ความรักธรรมดา แต่เป็นสัญญาณบางอย่างจากอดีตชาติ ที่มิได้มีแค่พงศ์พญากับวาดจันทร์เท่านั้น

แต่ยังมีบุญนาและวินตาอยู่ด้วย และสัญญาณลึกลับอีกอย่างกับวาดจันทร์คือ เธอไม่ถูกกับพระเข้าวัดไม่ได้ ทุกครั้งที่อยู่ในเขตวัด เธอจะมีอาการประหลาดที่ทำให้ตัวเองทุกข์ทรมาน นรวิชญ์ ถูกพิสุทธิ์ขอร้องให้จีบวาดจันทร์เพื่อดึงเธอออกมาจากพงศ์พญา แม้นรวิชญ์จะรักวาดจันทร์แต่ก็ดึงเธอออกมาไม่สำเร็จ เพราะวาดจันทร์ยึดมั่นแต่พงศ์พญาคนเดียว สุดท้ายก็ต้องถอดใจหันมาสนใจ วิภาดา เพื่อนรักของวาดจันทร์แทน

ตั้งแต่วาดจันทร์ขายภาพโอบมหานที ให้วินตาไป เธอก็ถูกนกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง พิสุทธิ์จึงให้คนไปซื้อภาพนั้นคืน แต่วินตาไม่ยอมขายให้ วินตาใช้ภาพนั้นมาทำร้ายวาดจันทร์ด้วยการเพ่งสมาธิไปที่ดวงตาของนก ทำให้เธอมีพลังสามารถบังคับนกมาทำร้ายวาดจันทร์ได้ทุกครั้ง วินตากับพงศ์พญาทำงานซ่อมแซมวัดจากงานประมูลด้วยกัน วาดจันทร์หึงหวงคนทั้งคู่จึงตามมาอาละวาดที่วัด

ทำให้เธอถูกพลังลึก ลับจากวัดทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ วินตาต้องการทำให้วาดจันทร์แย่ในสายตาพงศ์พญา แต่เขากลับสงสารเธอมากขึ้น นั่นเป็นเพราะกรรมของคนทั้งคู่ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว บุญนารีรู้เรื่องราวในอดีตชาติของเธอ พงศ์พญา วาดจันทร์ และวินตา จาก หล่อพ่อปุ่น ว่าบุญนารีเป็นผู้พรากพงศ์พญามาจากวาดจันทร์เพื่อพาไปบวช ทำให้วาดจันทร์ออกตามหาอย่างทุกข์ทรมาน

สุดท้ายเธอก็ถูกวินตาซึ่ง เป็นพญาครุฑในตอนนั้นจิกตีจนตัวตาย เรื่องนี้พิสุทธิ์และบุญนารีรู้เรื่องดีแต่ไม่ได้เล่าให้วาดจันทร์ฟัง บุญนารีจึงหวาดกลัวว่าชาตินี้พงศ์พญาจะหนีไปบวชเหมือนในอดีต และเขาเคยบวชมาแล้ว 2 ครั้ง ถ้าบวชครั้งนี้ 3 เขาจะบวชไปตลอดชีวิต วาดจันทร์ไม่รู้เรื่องราวอดีตตัวเอง แต่รู้ว่าเธอมีพลังพิเศษและฝันเห็นตัวเองเป็นงูอยู่ในถ้ำบ่อยๆ เธอฝันเห็นบุญนารีเป็นผู้พรากพงศ์พญาไป

จึงทำให้เธอเกลียดบุญนารีมากกลัวว่าจะมาพรากเขาไปบวชเหมือนชาติก่อน วาดจันทร์มีอาการแปลกๆ ปวดหัวรุนแรงบ่อยๆ และทุกข์ทรมานจนพงศ์พญาสงสาร จึงขอเธอแต่งงานเพื่อคอยปกป้องดูแลเธอ วินตาถูกครอบงำด้วยคำสั่งของ ลุงสม และ บุรินทร์ พ่อของเธอ เพื่อให้กำจัดศัตรูคือพงศ์พญา วินตารักพงศ์พญามากแต่ถูกอำนาจลึกลับบังคับ เธอจึงบังคับจิตให้นกไปทำร้ายพงศ์พญาจนบาดเจ็บหนัก

เหตุการณ์นั้น ครั้งนั้นทำให้วินตาสำนึกผิด เธอจึงตัดสินใจนำภาพโอบมหานทีไปเผาทิ้ง หลังจากวาดจันทร์กับพงศ์พญาแต่งงานกันแล้ว วาดจันทร์ก็มีอาการประหลาดรุนแรงขึ้น เธอเป็นคนรักแรง เกลียดแรง เกลียดบุญนารีโดยที่เธอไม่รู้เหตุผล เกลียดจนทำร้ายแม่คนรักเข้าไปนอนโรงพยาบาล พงศ์พญาทุกข์ใจมากที่วาดจันทร์มีอาการประหลาดจนหมอรักษาไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจขออนุญาตวาดจันทร์ไปบวชอีกครั้ง

แม้จะรู้ว่า ถ้าเขาบวชอีกครั้งเขาจะต้องบวชไปตลอดชีวิต แต่คิดว่าผลบุญของการบวชอาจช่วยรักษาโรคให้วาดจันทร์ได้ แต่กลับกลายเป็นการทำร้ายวาดจันทร์จนเธอเสียชีวิตในอ้อมกอดของเขา แต่ก่อนที่จะตายวาดจันทร์ได้มอบผ้ากาษาที่ วารี ฝากพิสุทธิ์ไว้ก่อนตายมอบให้กับพงศ์พญา เพราะผ้าผืนนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าวาดจันทร์ต้องมอบให้กับคนที่เธอรักที่สุด ใส่ตอนบวช พงศ์พญาในชุดจีวรสีเหลืองอร่ามนั่งสมาธิภาวนาอยู่ริมแม่น้ำโขง

นาค สาวเหมือนได้ยินคำภาวนาจึงว่ายน้ำจากถ้ำรัตนมณีมาที่ผิวน้ำ จ้องมองชายคนรักด้วยแววตาตัดพ้อ “วาดจันทร์ อาตมากำลังชี้ทางสว่างให้รับไปเถิด…ขออย่าให้ทุกข์ อย่าเศร้าหมอง อีกเลย หนทางดับทุกข์อยู่ข้างหน้าแล้ว พุทโธ…ภาวนา…พุทโธ…ภาวนา” นาคนางนั้นแววตาละห้อยหาความรัก ความเสียใจ ก่อนจะอ่อนลงเป็นความเข้าใจ แล้วว่ายน้ำหายไปในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังอัสดง ทิ้งให้พระหนุ่มนั่งภาวนาสมาธิต่อไปอย่างเดียวดาย

นักแสดงละคร กาษา นาคา

วงศกร ปรมัตถากร  แสดงเป็น  พงศ์พญา
วรนุช วงษ์สวรรค์  แสดงเป็น  วาดจันทร์
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์  แสดงเป็น  วินตา
สุพจน์ จันทร์เจริญ  แสดงเป็น  นรวิชญ์
นพพล โกมารชุน  แสดงเป็น  พิสุทธิ์
ศิริวัฒนา เบญจมาธิกุล  แสดงเป็น  อี๋
บริบูรณ์ จันทร์เรือง  แสดงเป็น  อู๋
ประกาศิต โบสุวรรณ  แสดงเป็น  บุรินทร์
อรัญญา นามวงศ์ แสดงเป็น บุญนารี
ฐรินดา กรรณสูต แสดงเป็น วิภาดา
สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น ปรากรม

 

ออกอากาศเมื่อ 16 พฤษภาคม 2550 – 5 กรกฎาคม 2550

การะเกด

การะเกด เป็นเรื่องราวของนางรำละครฝีมือดี ที่สวยงามอ่อนช้อย กิริยานุ่มนวล จนเป็นที่ต้องตาตรึงใจขององค์พระยุพราชผู้สูงศักดิ์แห่งแผ่นดินกนกนคร  แต่การะเกด นั้นแสนจะอาภัพ ทั้งที่รักองค์พระยุพราช แต่ก็ไม่อาจสมหวังได้ เพราะในอนาคตพระองค์จะต้องขึ้นครองราชย์ และมีคู่หมั้นหมายที่ศักดิ์สูงเท่าเทียมกันอยู่แล้ว คือเจ้าหญิงเกษรี

การะเกด ตามเสด็จองค์พระยุพราช ไปสู่กนกนครในฐานะครูสอนรำให้กับชาววัง แต่อานุภาพของความรักที่องค์พระยุพราช และ การะเกด มีต่อกัน สุดท้ายทั้งคู่ได้ให้กำเนิดลูกชาย แต่ การะเกด มิอาจแสดงความเป็นแม่ต่อเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ได้ เธอได้มอบลูกชายให้กับองค์พระยุพราช และเจ้าหญิงเกษรี มเหสี ส่วนตัวเองก็กลับเมืองไทย และได้แต่คอยเฝ้าเป็นกำลังใจให้กับเจ้าฟ้าชายนคราธิบดินทร์ ผู้สืบราชบัลลังก์แห่งกนกนคร

 

รายชื่อนักแสดงละคร การะเกด

กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ แสดงเป็น การะเกด
รัฐธรรมนูญ ศรีฤกษ์  แสดงเป็น เจ้ายุพราช
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ แสดงเป็น เจ้าหญิงเกษรี
พิศมัย วิไลศักดิ์  แม่ครู
ด.ญ. หยาดทิพย์ ราชปาล การะเกดในวัยเด็ก

กามเทพตัวน้อย

กามเทพตัวน้อย เป็นเรื่องราวกุ๊กกิ๊กของหนุ่มสาววัยทำงาน ที่มีกามเทพตัวน้อย ๆ คือหลาน ๆ เป็นตัวเชื่อมความรักของคนทั้งคู่

ทุกวันมุทิตามัณฑนากร สาวสวยคนเก่ง จะต้องไปส่งหนูนาที่โรงเรียนอนุบาลเสมอด้วย มอเตอร์ไซค์คันเก่ง แล้ววันหนึ่งเกวลินเพื่อนสนิทของมุทิตาต้องไปต่างจังหวัด จึงเอารถยนต์มาฝากไว้กับมุทิตา เธอจึงเอารถของเกวลินไปรับหนูนาที่โรงเรียน

ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถของทีเด็ด ชายหนุ่มไฮโซปากจัด ทีเด็ดกับมุทิตาถกเถียงกันอย่างรุนแรง จนนาครหมอหนุ่มเพื่อนสนิทของทีเด็ดที่นั่งรถมาด้วยต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย

สายสูรย์เจ้านายหนุ่มที่แอบหลงรักมุทิตา ได้ส่งให้มุทิตาไปออกแบบตกแต่งบ้านให้ทีเด็ดซึ่งเป็นญาติของเขา มุทิตาไปถึงที่ทำงานทีเด็ดก็ได้รู้ว่าเกวลินมาทำงานเป็นเลขาให้กับทีเด็ด แต่พอมุทิตาได้พบกับทีเด็ดก็จำได้และปฏิเสธไม่ยอมตกแต่ง บ้านให้กับทีเด็ด แต่ในที่สุดสายสูรย์ก็เกลี้ยกล่อมให้มุทิตายอมรับงานของทีเด็ดจนได้

มุทิตาได้พบทีเด็ดอีกครั้งที่โรงเรียนของหนูนา เพราะทีเด็ดต้องไปรับโชกุนหลานชายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของหนูนา ทีเด็ดได้ยินหนูนาเรียกมุทิตาว่าแม่มุ ก็เข้าใจผิดคิดว่ามุทิตาเป็นแม่ของหนูนา มุทิตาได้พบกับทีเด็ดบ่อยขึ้น ทีเด็ดเริ่มสนใจในตัวมุทิตามากขึ้นทุกที

วันหนึ่งมุทิตามีโอกาสได้พบกับมะลุลีเพื่อนสาวคนสนิทของทีเด็ด มุทิตาจำได้ทันทีว่ามะลุลีคือมะลิอดีต พี่สะใภ้เธอที่วางแผนปอกลอกพี่ชายเธอจนหมดตัว แล้วก็หนีไปกับชู้ ทิ้งหนูนาที่ยังเล็กไว้กับพี่ชายเธอ และพี่ชายเธอก็ช้ำใจจนเสียชีวิตไป ทิ้งให้เธอเลี้ยงดูหนูนาตามลำพัง

ต่อหน้าทีเด็ดมะลุลีทำเป็นไม่เคยรู้จักมุทิตามาก่อน แต่ลับหลังก็แอบไปพบมุทิตาเพื่อข่มขู่ ไม่ให้มุทิตาบอกเรื่องของเธอกับทีเด็ด มุทิตาโกรธจัดตบหน้ามะลุลีเต็มแรง พร้อมกับบอกว่าเธอก็ไม่อยากให้ใครรู้เช่นกันว่าหนูนามีแม่อย่างมะลุลี

ทีเด็ดไปรับโชกุนหวังเจอมุทิตาอีกครั้ง แต่มุทิตาให้ป้าสีกุนไปรับหนูนาแทน ทีเด็ดเลยอาสามาส่งหนูนากับป้าสีกุนที่บ้าน แล้วหาเรื่องกวนโทสะมุทิตาอย่างสำราญใจ พอดีหนูนาไข้ขึ้นสูงถึงขั้นเพ้อ ทีเด็ดเลยอาสาพาหนูนาไปส่งโรงพยาบาล และยังเฝ้าไข้เป็นเพื่อนมุทิตา ทำให้ ทั้งคู่เริ่มรู้สึกดี ๆ ต่อกัน

มะลุลี ด้พบกับบุญเติมอดีตสามีอีกคนที่เป็นนักเลงเจ้าของผับ บุญเติมเพิ่งออกจากคุกมาได้ไม่นาน เมื่อได้พบกับมะลุลีอีกครั้ง บุญเติมจึงคิดที่จะให้มะลุลีมาอยู่ด้วย กันเหมือนเดิม มะลุลีคิดจะหนีจากบุญเติม เลยวางแผนให้แม่บ้านที่ คอนโดทำร้าย แล้วโทรฯไปเรียกทีเด็ดมาหา ทีเด็ดพามะลุลีไปอยู่กับครอบครัวของธีรนันท์พี่สาวของเขา

เอกสามีของธีรนันท์เคยมีสัมพันธ์กับมะลุลีมาก่อนที่จะแต่งงานกับธีรนันท์ มะลุลีพยายามขู่ให้เอกช่วยเธอกันทีเด็ดกับมุทิตาให้ห่างกันไม่อย่างนั้นจะแฉ ความจริงให้ธีรนันท์รู้ เอกไม่ยอมช่วย มะลุลีเลยหาทางทำให้เอกกับธีรนันท์เข้าใจผิดกันเรื่องของเธอ แต่ในที่สุด ธีรนันท์และเอกก็กลับมาปรับความเข้าใจกันได้

มะลุลีเป่าหูทีเด็ดเรื่องมุทิตา บอกเธอกับมุทิตาเคยรู้จักกันมาก่อน มุทิตาแค้นใจเรื่องที่พ่อหนูนาหลงรักเธอ เลยคิดจะแก้แค้นด้วย การทำให้ทีเด็ดหลงรัก ทีเด็ดหลงเชื่อ คำของมะลุลี เลยไปต่อว่ามุทิตาอย่างรุนแรง มุทิตาโกรธมากที่เห็นทีเด็ดหูเบาเชื่อมะลุลี มุทิตาเล่าเรื่องมะลุลีให้ทีเด็ดฟัง ทีเด็ดรู้สึกสับสนไม่รู้จะเชื่อใครดี

บุญเติมตามหามะลุลีจนพบ เมื่อรู้ว่ามะลุลีคิดจะทิ้งเขาเพื่อไปหาทีเด็ด บุญเติมจึงส่งเทปวิดีโอที่ถ่ายไว้ตอนที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมะลุลีมาให้ที เด็ด ทีเด็ดได้ดูวิดีโอจึงรู้ว่าเรื่องที่มุทิตาเล่าให้ฟังเป็นเรื่องจริง

มะลุลีรู้ว่าบุญเติมส่งวิดีโอมาให้ทีเด็ดก็สติแตก เอามีดแทงบุญเติมจนตาย แล้วไปจับตัวหนูนาไว้ที่คอนโด พร้อมกับบังคับให้หนูนากินเค้ก ที่ใส่ยาพิษไว้ ทีเด็ดกับมุทิตาตามมาช่วยไว้ทัน มะลุลีมีอาการทางประสาทจนถูกส่งไปรักษาที่ โรงพยาบาลบ้า

หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว มุทิตากับเกวลินได้พาป้าสีกุนกับหนูนามาเที่ยวที่ชายทะเล ทีเด็ดตามมาปรับความเข้าใจกับมุทิตา ทั้งคู่ต่างเปิดใจทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทีเด็ดขอมุทิตาแต่งงาน มุทิตาบอกให้ทีเด็ดไปขออนุญาตหนูนาก่อน

หนูนาเอ่ยปากอนุญาตแต่มีข้อแม้ว่าทีเด็ดห้ามทำให้แม่มุเสียใจอีก ทีเด็ดดีใจมากรีบรับปากหนูนาจะไม่ทำให้มุทิตาเสียใจอีกต่อไป

นักแสดง กามเทพตัวน้อย

ชาคริต แย้มนาม
พัชราภา ไชยเชื้อ

 

กัลปังหา

กัลปังหาบทเพลงอมตะที่ไม่เคย สิ้นมนต์ขลังและจางหายไปจากท้องทะเล

ชลลดา เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ กลับสู่บ้านเกิดของเธอ คือที่ อ่าวปัตตานี เป็นจังหวัดที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาถึง แต่อุดมไปด้วยธรรมชาติ กลิ่นไอทะเล เธอได้มาพบกับ คนงานถักลอบของป๋า คือ “นายใหม่ รักหมู่”  เมื่อเกิดอะไรขึ้นหลายๆอย่าง ในเวลาถัดมา  “นายใหม่ รักหมู่” ก็ได้หายไปจากบ้านเธอ แต่ก็ยังไม่ได้หายไปจากใจเธอ นายใหม่ รักหมู่ เขาหายไปไหน  และกลับมาพร้อมกับอะไร และเมื่อเขากลับมา กลับมาเพื่อใคร  ในฐานะอะไร  ทำไมชลลดาถึงต้องลังเลใจ  ความรักที่ไม่น่าเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ผู้กำกับ : อดุลย์ ดุยรัตน์
ผลิตโดย :
เขียนบท : วรรณีก
บทประพันธ์ : พนมเทียน

นักแสดงละคร กัลปังหา
ดอม เหตระกูล
รินฤณี ดิถีเพ็ญ

 

กษัตริยา

กษัตริยา

กษัตริยา เป็นละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ช่วงสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พระเทียรราชา) เมื่อสมเด็จพระสุริโยทัย พระชายา สิ้นพระชนม์ในการยุทธหัตถีกับพม่า จนถึงการกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยแบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาค “กษัตริยา” เป็นเรื่องราวของพระวิสุทธิกษัตรีย์ และพระสุพรรณกัลยา และภาค “อธิราชา” หรือ มหาราชกู้แผ่นดิน เป็นเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ความเริ่มตั้งแต่สมเด็จพระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์ในการยุทธหัตถีกับพม่า พระราเมศวรราชบุตรเข้ากันพระศพไว้ได้ พระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชเวตี้ยกทัพกลับหงสาวดี พระบรมศพสมเด็จพระบรมศพสมเด็จพระสุริโยทัยถูกอัญเชิญมาถวายพระเพลิง ณ วัดสวนหลวงสบสวรรค์ อันเคยเป็นสวนสวรรค์ที่เคยทรงพระสำราญคราวยังทรงพระชนมชีพ บัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ส่งพระวิญญาณสีสรวงสวรรค์ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเศร้าโศกโศกาดูรราชบุตรีพระองค์ใหญ่ พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงจดจำความเจ็บปวดฝังลึกในพระราชหฤทัย ว่าพระราชมารดาทรงหลั่งโลหิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน

หลังจากนั้นไทยกับพม่าว่างเว้นศึกสิบห้าปี ระหว่างนั่นพระเจ้าตะเบ็งเวตี้วิปลาส ถูกสมิงสอดวุต ลวงไปปลงพระชนม์ หงสาวดีเกิดการจลาจล บุเรงนองมหาอุปราชต้องปราบปรามจนราบคาบแล้วราชาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าหงสาวดี บุเรงนอง

ปีกุน พ.ศ. 2106 พระเกียรติยศสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเลื่องลือแพร่หลาย ด้วยทรงมีช้างเผือกมาสู่พระบุญญาบารมีถึง 7 เชือก จนได้รับถวายพระนามว่าพระเจ้าช้างเผือก พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองให้ราชทูตเชิญพระราชสาส์นมาเจริญพระราชไมตรี ขอช้างเผือกไปเป็นศรีนครสองเชือก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงทราบทันทีว่าบุเรงนองมีประสงค์จะก่อศึก เพราะหากทรงยอมตามคำขอก็หมายถึงยอมอยู่ในอำนาจ แต่ถ้าทรงปฏิเสธขัดข้องก็จะถือเอาเป็นเหตุยกมาตีเอากรุงศรีอยุธยา

เวลานั้นในกรุงศรีอยุธยาแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย พระมหินทราธิราช ราชบุตรองค์ใหญ่แม้จะเป็นอุปราช แต่ไม่ได้รับความจงรักภักดีเท่าพระราเมศวรผู้ทรงเก่งกาจในการณรงค์ พระราเมศวร ทรงเห็นด้วยกับพระยาจักรีว่า จากวันนี้ฤาวันไหน สงครามไทยพม่าย่อมอุบัติแน่ จะพระราชทานช้างเผือกให้พม่าไปใยให้เสียพระเกียรติยศ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงทรงตอบปฏิเสธบุเรงนอง หลังจากนั้นอยุธยาก็เตรียมการพร้อมรบ ข่าวเตรียมศึกถูกส่งออกไปถึงเมืองพิษณุโลก

ผู้ครองเมืองลูกหลวง พิษณุโลก ณ เวลานั้น เดิมคืออดีตทหารกล้านามขุนพิเรนทรเทพ ผู้เคยปราบกบฏขุนวรวงศาธิราช บั่นหัวนางพระยาศรีสุดาจันทร์ แล้วถวายบัลลังก์ให้แก่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จนได้รับพระราชบัณฑูรให้ครองเมืองพิษณุโลก เป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า และได้รับพระราชทานพระสวัสดิราช พระราชธิดาพระองค์โตเป็นอัครมเหสี ทรงนามใหม่ว่าพระวิสุทธิกษัตรีย์ บัดนี้ทรงมีพระราชธิดาและพระราชโอรสรวม ๓ พระองค์ คือ พระสุพรรณกัลยา พระนเรศ และ พระเอกาทศรถ

เวลานั้นพระสุพรรณกัลยาเจริญวัยแรกรุ่น ดรุณี พระฉวีเหลืองละออดังทองสมพระนาม ส่วนพระนเรศยังเยาว์พระชันษา แต่ทรงสนพระทัยในการสงครามอย่างเห็นได้ชัด พระฉวีคล้ำเข้มจนได้รับพระนามว่าพระองค์ดำ ส่วนพระเอกาทศรถ งามสะโอดสะอง พระฉวีขาวผ่อง จึงได้รับพระนามว่าพระองค์ขาว

บุเรงนองกรีธาทัพเข้ามาโดยหัวเมืองทางเหนือมิได้ทันตั้งรับ เข้าบดขยี้ได้กำแพงเพชร สุโขทัย สวรรคโลกและพิชัยโดยง่าย จากนั้นจึงยกเข้าล้อมพิษณุโลกอันเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ พระมหาธรรม

ราชาเจนการศึก จึงรู้แน่แก่ใจว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินจะรับมือได้ ทัพพระเจ้าหงสาวดีมีพลถึงห้าแสน อีกทั้งมีเชียงใหม่คอยหนุนหลัง แต่เบื้องแรงพระมหาธรรมราชาก็ต่อสู้สุดความสามารถ จนในที่สุดเมืองจวนพินาศ เสบียงอาหารขาดแคลน เกิดโรคระบาดขึ้นในเมือง จึงต้องตัดสินพระทัยจำยอมอ่อนน้อมแก่ทัพพม่าเพื่อถนอมบ้านเมืองให้บอบช้ำ น้อยที่สุด

การตัดสินใจของพระสวามีสร้างความตกตะลึงให้กับพระวิสุทธิกษัตรีย์ผู้ทรงสืบ สาย โลหิตจากวีรสตรีนักรบผู้กล้า ยิ่งเมื่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองให้พระมหาธรรมราชาและเจ้าเมืองกรมการที่ยอม อ่อนน้อมถือน้ำกระทำสัตย์ พระวิสุทธิกษัตรีย์ก็ทรงปวดร้าวถึงกับชวนพระวรกายปะทะแท่นวางพานพระศรี พระนลาฏกระทบขอบพานจนพระโลหิตตกทรงกระชากฉีกชายฉลองพระองค์ชับพระโลหิตบนพระ นลาฏ ม้วนพระภูษาเปื้อนพระโลหิตบรรจุตลับทองเก็บไว้ หลังจากนั้นไม่สรงไม่เสวยไม่ยอมเยียวยาบาดแผล ความขัดแย้งของสองพระองค์กลายเป็นรอยร้าวฉาน พระวิสุทธิกษัตรีย์ได้แต่ทรงฝากความหวังให้โอรสธิดาทั้งสามพระองค์กอบกู้ บ้านเมืองกลับคือมาให้ได้ในวันข้างหน้า

พระเจ้าหงสาวดีกรีธาทัพลงมาล้อมกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิไม่อาจทานศึกได้ก็จำยอมออกมารับพระราชทานไมตรี ต้องทรงยอมให้พระเจ้าหงสาวดีนำตัวพระราเมศวรกับพระยาจักรีไปเป็นตัวประกัน ที่เมืองพม่า อีกทั้งยอมส่งช้างไปบรรณาการปีละ 30 เชือก ยอมส่งส่วยสาอากร รวมทั้งยอมเสียอำนาจปกครองเมืองมะริด พระราเมศวรตรอมพระทัยประชวรหนักระหว่างทาง ก่อนสิ่งพระชนม์มีรับสั่งสุดท้ายกับพระยาจักรี ห้ามมิให้ฝังพระอัฐิในดินแดนพม่า ให้หาทางนำกลับกรุงศรีอยุธยาให้จงได้

พระเจ้าเมกุติแห่งเมืองเชียงใหม่แข็งข้อกับหงสาวดี บุเรงนองจึงยกทัพมาตีเชียงใหม่ โดยมีใบบอกให้พระมหาธรรมราชาขึ้นไปช่วยรบ พระมหาธรรมราชาตระหนักว่าหากปฏิเสธ เห็นทีพิษณุโลกจะต้องถูกตีย่อยยับเป็นครั้งที่สอง จึงทรงยอมยกทัพไปช่วยพม่าตีเชียงใหม่ พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงผิดหวังขมขื่นหนักขึ้นถึงแก่แตกหักกัน

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิออกผนวช พระมหินทราธิราชขึ้นครองเมืองพระยารามรณรงค์ เจ้าเมืองกำแพงเพชรกราบทูลยุยงว่าพระมหาธรรมราชากระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา หันไปสวามิภักดิ์ต่อหงสาวดี ควรจะหันไปหาทางเจริญไมตรีกับกรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเอาไว้ พระมหินทราธิราชจึงส่งพระเทพกษัตรีย์ ไปพระราชทานแก่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งล้านช้าง พระมหาธรรมราชาส่งข่าวนี้ไปแจ้งแก่บุเรงนอง บุเรงนองจึงส่งทหารมาดักชิงตัวพระเทพกษัตรีย์ไปหงสาวดี

พระมหินทราธิราชทรงแค้น คิดจะกำจัดพระมหาธรรมราชา จึงออกอุบายให้พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชยกทัพมาตีพิษณุโลก แล้วกรุงศรีอยุธยาจะทำทีแต่งทัพขึ้นมาช่วย แต่ความจริงจะตีกระหนาบบดขยี้พิษณุโลกเสียให้สิ้นแค้น พระมหาธรรมราชาทราบความเสียก่อนจึงซ้อนแผนเผาเรือรบกรุงศรีอยุธยาทิ้งจำนวน มาก เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง อภิเษกพระมหาธรรมราชาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าพิษณุโลก และประกาศให้พิษณุโลกเป็นประเทศราชขึ้นต่อหงสาวดีมิให้ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา สืบไป

ศึกระหว่างพระสวามีกับพระอนุชาครั้งนี้ บีบคั้นพระหทัยพระวิสุทธิกษัตรีย์จนแทบแตกสลาย ทรงตัดสินพระทัยส่งตลับบรรจุภูษาซับโลหิตจากพระนลาฏไปยังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเปิดออกทอดพระเนตรเห็นโลหิตพระราชธิดาก็ทรงลาผนวช เสด็จขึ้นมายังพิษณุโลกรับพระวิสุทธิกษัตรีย์กับพระโอรสธิดาทั้งสามลงมา อยุธยาทันที พระเจ้าสงสาวดีบุเรงนองได้ที ทรงอ้างเหตุผลว่ากรุงศรีอยุธยาข่มเหงเมืองพิษณุโลก อันเป็นเมืองในขอบขัณฑสีมาพม่า สั่งให้เตรียมกองทัพใหญ่มาตรีกรุงศรีอยุธยา โดยให้พระมหาธรรมราชาลงมาช่วยทำศึกด้วย

พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงทราบ ความก็นิ่งขึง ชะตากรรมลิขิตให้พระสวามีต้องยกทัพมาทำศึกกับพระญาติวงศ์พงศา คนไทยต้องมาทำสงครามกับคนไทยด้วยกันเอง

บุเรงนองออกอุบายให้พระยาจักรีเป็นไส้ศึก ปล่อยตัวให้ลอบเข้าวังไปพร้อมกับพระอิฐิพระราเมศวร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเห็นพระอัฐิพระราชโอรสก็เสียพระทัยยิ่ง ถึงแก่ประชวรหนัก เพียง ๒๕ วัน ก็เสด็จสวรรคต

อยุธยาระส่ำระสาย หลงกลศึกเสียทีบุเรงนอง เจ้าพระยาจักรีเปิดประตูเมืองรับศัตรูเข้ามาในพระนคร ในที่สุด เดือน 9 แรม 11 ค่ำ พ.ศ. 2112 กรุงศรีอยุธยาก็เสียเมืองให้แก่พม่า

เสียแม่ เสียพ่อ เสียพี่ เสียน้อง เสียทั้งครอบครัว มาบัดนี้ต้องมาเสียเมืองให้แก่อริราชศัตรูอีก แต่ชะตากรรมของพระวิสุทธิกษัตรีย์จะหมดสิ้นเท่านี้ก็หาไม่

เมื่อบุเรงนองทำพิธีปราบดาภิเษกพระมหาธรรมราชาขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทนพระ มหินทราธิราชแล้ว ก็ออกพระโอษฐ์ขอตัวพระนเรศ โอรสองค์กลางไปเป็นพระราชบุตรบุญธรรมที่หงสาวดีอีก พระหทัยพระวิสุทธิกษัตรีย์แทบสลาย เมื่อพระมหาธรรมราชาทรงรับปากถวาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพระโอรสถูกนำไปในฐานะตัวจำนำในเมืองศัตรู

พระนเรศถูกส่งตัวไปประทับอยู่ ณ กรุงหงสาวดีถึง 6 ปี ทำให้ทรงทราบตื้นลึกหนาบาง กำลังฤทธิ์เดชและจุดอ่อนของพม่าเป็นอย่างดี ในพระราชหฤทัยทรงตระหนักดีว่าภารกิจการกู้ชาติเป็นของพระองค์ จึงเฝ้าอดทนรอวันที่จะได้ลุกขึ้นมาปลดปล่อยคนไทยออกจากการข่มเหงยึดครองของ พม่า

เมื่อพระนเรศเจริญพระชันษาได้ 15 ปี พระมหาธรรมราชาก็เห็นเป็นโอกาสดีที่จะทรงขอพระราชโอรสกลับมาเป็นกำลังสำคัญ กอบกู้บ้านเมือง เพื่อมิให้บุเรงนองแคลงพระทัย พระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตรีย์จึงต้องส่งพระราชธิดาองค์โตไปแลก เปลี่ยน พระเจ้าหงสาวดีได้พระสุพรรณกัลยาไปเป็นพระชายาเหมือนอย่างตัวจำนำแทน ก็อนุญาตให้พระนเรศกลับมาช่วยบิดาปกครองบ้านเมือง

เมื่อพระสุพรรณกัลยาต้องทรงจากบ้านเมืองไปเป็นตัวประกันในราชสำนักพม่าอย่าง โดดเดี่ยว ต้องทนรับสภาพความทุกข์เกินกว่าที่หญิงใดในโลกจะทนได้ ด้วยการตกเป็นชายาของกษัตริย์พม่าที่มีวัยสูงกว่ามากมายถึงสองพระองค์ เพราะเมื่อบุเรงนองสิ้นพระชนม์แล้ว ยังต้องทรงตกเป็นมเหสีของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงผู้โหดเหี้ยมสืบต่อมาอีก ด้วย

การเสียสละของพระพี่นางครั้งนี้ส่งผลให้พระนเรศหรือสมเด็จพร นเรศวรได้มีโอกาสกลับคืนสู่มาตุภูมิ และทรงลุกขึ้นกอบกู้บ้านเมืองได้สำเร็จ ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง ปลดปล่อยคนไทยจากการยึดครองของพม่า หลังจากนั้นทรงรบพุ่งเผชิญสงครามกับพม่าตลอดระยะเวลายาวนาน โดยทรงเอาชนะพม่าได้ทุกครั้งจนพระเกียรติระบือลือเลื่อง ในปี ๒๑๓๕ ทรงทำสงครามยุทธหัตถีครั้งประวัติศาสตร์กับพระมหาอุปราชา พระโอรสของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงที่หนองสาหร่าย สุพรรณบุรี ทรงจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง นับเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

ทว่าวันแห่งชัยชนะต้องแลกมาด้วยหยาดโลหิตของผู้อยู่เบื้องหลัง พระสุพรรณกัลยาทรงทราบข่าวพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ด้วยพระหัตถ์พระอนุชา ก็ทรงตระหนักว่าวันที่ทรงรอคอยตลอดยี่สิบปีในดินแดนศัตรูมาถึงแล้ว ทรงยอมรับชะตากรรมอย่างกล้างหาญเด็ดเดี่ยวเมื่อพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงทรง ปรี่เข้ามาหาด้วยโทสะแรงกล้าที่เสียพระราชโอรส แล้วใช้พระแสงดาบฟันสุพรรณกัลยาจนสิ้นพระชนม์พร้อมพระราชธิดาพระองค์น้อย วินาทีนั้น ทรงรู้สึกเป็นอิสระยิ่งกว่าอิสระใดที่เคยทรงประสบมา

พระวิสุทธิกษัตรีย์ กษัตริยาผู้อาภัย มิได้ทรงทราบข่าวร้ายนี้เลยจนวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ แม้ในวินาทีสุดท้ายบนภพมนุษย์ ยังทรงเต็มเปี่ยมในพระราชหฤทัยด้วยความหวัง ว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันห้าพระองค์อีกครั้ง

ผู้กำกับ : นิรัตติศัย กัลย์จาฤก
ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : พัสกร
บทประพันธ์ : ทมยันตี

นำแสดงโดย

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แสดงเป็น พระวิสุทธิกษัตรีย์
อนุสรณ์ เตชะปัญญา แสดงเป็น พระมหาธรรมราชา
วรัทยา นิลคูหา แสดงเป็น พระสุพรรณกัลยา
อานัส ฬาพานิช แสดงเป็น พระนเรศ (สมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
ปิยะรัฐ(กันตะ) กัลย์จาฤก แสดงเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ(องค์ขาว)

รายชื่อนักแสดงทั้งหมด
ฝ่ายกรุงศรีอยุธยา

ดิษย์ลดา ดิษยนันท์ แสดงเป็น พระสุพรรณกัลยา(วัยเยาว์)
ปรมัติ ธรรมมล แสดงเป็น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช(วัยเยาว์)
อเล็กซ์ เรนเดลล์ แสดงเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ(วัยเยาว์)
มานพ อัศวเทพ แสดงเป็น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ชัยรัตน์ จิตรธรรม แสดงเป็น สมเด็จพระราเมศวรศรีเสาวราช
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น สมเด็จพระมหินทราธิราช
ชฎาพร รัตนากร แสดงเป็น พระเทพกษัตรีย์
ชไมพร จตุรภุช แสดงเป็น พระสนมทองจันทร์
พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ แสดงเป็น พระอินทรเทวี
กันตนา กัลย์จาฤก แสดงเป็น พระอินทรเทวี(วัยเยาว์)
ณฤทัย หุตาคม แสดงเป็น พระพิจิตรจินดา
สาวิกา กาญจนมาศ แสดงเป็น มณีจันทร์
สาวิกา ไชยเดช แสดงเป็น มณีอินทร์
ยืนยง โอภากุล แสดงเป็น ขุนเมือง
ศิริพิชญ์ กฤษณะเศรณี แสดงเป็น พระแก้วฟ้า
พรสุดา ต่ายเนาว์คง แสดงเป็น ท้าววรจันทร์
ขวัญฤดี กลมกล่อม แสดงเป็น เดือน อดีตพระสนมพระราเมศวรศรีเสาวราช
วาสนา สิทธิเวช แสดงเป็น พระสนมรัตนมณีเนตร

ฝ่ายกรุงหงสาวดี

สันติสุข พรหมศิริ แสดงเป็น พระเจ้าบุเรงนอง
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น พระนางอดุลศรีตะเกงจีมหาเทวีเจ้า (พระพี่นางของพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ และเป็นพระอัครมเหสีตำหนักใต้ของพระเจ้าบุเรงนอง)
คนางค์ ดำรงหัตถ์ แสดงเป็น พระราชเทวีจันทรา (ธิดาแห่งกรุงอังวะ มเหสีตำหนักเหนือของพระเจ้าบุเรงนอง)
นวลปรางค์ ตรีชิต แสดงเป็น พระราชเทวีเชงทะเว (ธิดาเมืองแปร มเหสีตำหนักกลางของพระเจ้าบุเรงนอง)
ชนานา นุตาคม แสดงเป็น เจ้านางตองสี (ธิดาเจ้าเมืองเมาะตะมะ อดีตพระอัครมเหสีของพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้)
ภาณุเดช วัฒนสุชาติ แสดงเป็น พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
อนุวัฒน์ นิวาทวงศ์ แสดงเป็น พระเจ้านันทบุเรง
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แสดงเป็น เจ้านางศุภยา
อภิชาติ พัวพิมล แสดงเป็น มังกะยอชวา, พระมหาอุปราชา
อมราพร สุดสายเนตร แสดงเป็น เจ้านางสุวนันทา
สิทธิพร เมธา แสดงเป็น พระเจ้าสุวรรณฉัตร
ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม แสดงเป็น พระเจ้ามังนรธาสอ, พระเจ้าเชียงใหม่
วาสนา พูนผล แสดงเป็น เจ้านางมิ่งแก้ว ธิดาอดีตพระเจ้าเชียงใหม่
พิมพ์ผกา(ภรผกา) เสียงสมบุญ แสดงเป็น เจ้านางอุ่นคำ อัครมเหสีแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ล้านช้าง

ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.20 น. ช่อง 5

กว่าจะรู้เดียงสา

ครอบครัวของทิพย์เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายไชยาเปิดร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับ ไชยา ทั้งคู่ก็ได้เสียกัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ สมรผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมมอเตอร์ไซด์ ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีตีศีรษะหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซด์ แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาสมร โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางหูด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป สมรจึงได้โอกาสเกลี่ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่ บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย

จากนั้นหมอสุริยา ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย สุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์จากไปแล้ว

ผู้กำกับ : มานพ สัมมาบัติ
ผลิตโดย : บริษัท ดาราวิดิโอ จำกัด
เขียนบท :  จิตราภา
บทประพันธ์ : โบตั๋น

รายชื่อนักแสดงละคร กว่าจะรู้เดียงสา
วีรภาพ สุภาพไพบูรย์ แสดงเป็น ชยา
คีตภัทร อันติมานนท์ แสดงเป็น ทิพย์
ดวงดาว จารุจินดา
เจจินตรัย อันติมานนท์
ศิขรินธาร พลายพฤฒิ
จาริญา พจน์สมพงส์

กฤตยา

กฤตยา ละครแนวจิตวิญญาณ ดัดแปลงมาจากตำนานแห่งคำสาปฟาโรห์อันลึกลับ

กฤตยา

กฤตยา เป็นเรื่องราวของศัลยแพทย์ไทยผู้มีอดีตลึกลับ  ที่กําลังจะทําพิธีปลุกวิญญาณมัมมี่ฟาโรห์สเมนกาเร แห่งลุ่มนํ้าไนล์…ผู้ล่วงลับไปแล้วกว่าสามพันปี

การคืนชีพครังนี้จะสําเร็จหรือไม่… ขึ้นอยู่กับการต่อสุ้กับเทพเจ้าผุ้พิทักษ์พระศพ ผุ้มีอํานาจฤทธ์อันชั่วร้ายและน่าสะพึงกลัว

ฟาโรห์สเมนกาเร พระเชษฐาแห่ง ตุตันคาเมน แห่งอาณาจักร ธีบีส ยุค อียิปต์โบราณ สิ้นชีพในสนามรบ พระศพถุกทําเป็นมัมมี่อยู่ในมหาพิระมิดในหุบเขากษัตริย์

กฤตยา

เจ้าหญิงเมอริตาเตน (ชุดาภา จันทรเขต) ผุ้เป็นชายาทรงมั่นคงต่อความรัก ไม่ใยดีต่อตําแหน่งราชินีของอัย (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ประมุขแห่งวิหาร อาเมน-ราอันศักสิทธ์ ผุ้โค่นล้มสองพี่น้องกษัตริย์และสถาปนาตนเองเป็นฟาโรห์องค์ใหม่

กฤตยา ชุดาภา

พระนางตัดสินใจถุกฝังทั้งเป็นในสุสานใต้ดิน เฝ้าหวังว่าวิญญาณจะได้พบเจอกันในปรโลก แต่อัยสาปแช่งสะกดวิญญาณสเมนกาเร ให้หลับใหลไม่ออกจากร่างไปสู่ปรภพ วิญญาณของเจ้าหญิงเมอริเตนจึงยังคงเร่ร่อน เฝ้ารอดวงวิญญญาณของสวามี จนกลายเป็นตํานานเล่าขานสืบมา

ปัจจุบัน…ประเทศไทย
นายแพทย์ ไอลวิล (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ศัลยแพทย์ชื่อดังในเมืองไทยผุ้กําลังพยายามทดลอง การปลุกเนื้อเยื่อเซลล์ที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนใหม่ ก็ต้องพบความแปลกใจเมื่อนายแพทย์ สุนทร (กําธร สุวรรณปิยะสิริ) ผุ้อํานวยการขอพบเป็นการเร่งด่วน ทําให้เขาได้พบกับ กฤตยา สาวสาวยท่าทางสง่า คล้ายมีอํานาจลึกลับอย่างประหลาด (ชุดาภา จันทเขต) หลานสาวเอกอัครราชฑูตไทยประจําอียิปต์ ซึ่งเดินทางมาจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ พร้อมกับนําเนื้อเยื่อมัมมี่สเมนกาเร มาให้เพื่อการทดลองของนายแพทย์ไอลวิล

กฤตยา

ไอลวิล เมื่อนําเนื้อเยื่อมาใช้เพื่อการทดลอง ก็พบเหตุการ์ณประหลาดมากมาย ทั้งความฝันอันแสดงถึงอดีตของสเมนกาเร เจ้าหญิงเมอริตาเตน และ อัย ในอดีต น่าแปลกที่เจ้าหญิงเมอริตาเตนในความฝัน มีเค้าหน้าเช่นเดียวกับ กฤตยา ผู้หญิงที่เพิ่งพบ และ อัย ผู้ชั่วร้าย ก็มีใบหน้าเช่นเดียวกับตัวเขา

กฤตยา
กฤตยา

จากเหตุการณ์ต่างๆทําให้นายแพทย์ไอลวิล มั่นใจว่าตนเองกําลังจะต้องกลายเป็นเครื่องมือ ในการชุบชีวิตสเมนกาเร ( อรรถชัย อนันตเมฆ) ไอลวิล ปฎิเสธทันทําให้ดวงวิญญาณของ พระนางเนเฟอร์ตีติ (กาญจนา จินดาวัตร ) พระมารดาผู้เลอโฉมของสเมนกาเร และ เซมรา นักบวชผู้ภักดี ( อัญชลี ไชยศิริ ) เร่งให้กฤตยาทําทุกวิถีทางให้ไอลวิลชุบชีวิตสเมนกาเรให้จงได้ ก่อนที่ เทวีเซลเคท (รัชนู บุญชูดวง) เทพผุ้พิทักษ์พระศพจะตามมาและลงโทษที่กฤตยาขโมยเนื้อเยื่อจากพระศพมายังเมืองไทย

กฤตยา

กฤตยาใช้อํานาจในการเด็ดชีวิตคนไข้ของไอลวิลทีละคน เพื่อเป็นการต่อรองให้เขายอมชุบชีวิตพระสวามี ไอลวิลจึงตกลงยอมทําแต่ถูกขัดขวางจากเทพีเซลเคทเสมอ แต่เทพีเซลเคทไม่สามารถทําอันตรายกฤตยาได้
เนื่องจากพลังของพระนางเนเฟอร์ตีติและเซมรา และพลังความดีของเจ้าหญิงเมอริเตน ที่วิญญาณเข้าสู่ร่างของกฤตยา ในอุบัติเหตุเมื่อเธอยังเป็นเด็ก และวิณญาณถุกพิทักษ์โดยพระนางเนเฟอร์ตีติ

ยิ่งใกล้วันชุบชีวิตเทพีเซลเคทก็ทําร้ายคนใกล้ชิดไอลวิลมากขึ้น พลังความดีและความชั่วร้ายต่อสู้กันอย่างรุนแรง ในพิธีปลุกวิญญาณอันน่าตื่นเต้นระทึกใจ….

 

กฤตยา 3

 

นักแสดง กฤตยา

ฉัตรชัย เปล่งพานิช แสดงเป็น ไอลวิล / อัย
ชุดาภา จันทรเขต แสดงเป็น กฤตยา / เจ้าหญิงเมอริตาเตน
รัชนู บุญชูดวง แสดงเป็น เทวีเซลเคท
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น พระนางเนเฟอร์ตีติ
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น สเมนกาเร
กําธร สุวรรณปิยะสิริ แสดงเป็น นายแพทย์สุนทร
วุฒิ คงคาเขตร
อานนท์ สุวรรณเครือ
จุฑารัตน์ จินรัตน์ แสดงเป็น คุณจิตรา
อัญชลี ชัยศิริ แสดงเป็น เซมรา
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหงฯ
ณัฐนี สิทธิสมาน
ชูศักดิ์ สุธีรธรรม
วิศษย์ ยุติยงค์
ประวิตร สุจริตจันทร์
เฉลิมศักดิ์ เทียนมณี
ปิติพร รอดบุญมี
อนุสรณ์ ประทัยเทพ
จิรพันธุ์ พูลละผลิน
ประเวส มีเทียมชัย