กษัตริยา

กษัตริยา

กษัตริยา เป็นละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ช่วงสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พระเทียรราชา) เมื่อสมเด็จพระสุริโยทัย พระชายา สิ้นพระชนม์ในการยุทธหัตถีกับพม่า จนถึงการกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยแบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาค “กษัตริยา” เป็นเรื่องราวของพระวิสุทธิกษัตรีย์ และพระสุพรรณกัลยา และภาค “อธิราชา” หรือ มหาราชกู้แผ่นดิน เป็นเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ความเริ่มตั้งแต่สมเด็จพระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์ในการยุทธหัตถีกับพม่า พระราเมศวรราชบุตรเข้ากันพระศพไว้ได้ พระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชเวตี้ยกทัพกลับหงสาวดี พระบรมศพสมเด็จพระบรมศพสมเด็จพระสุริโยทัยถูกอัญเชิญมาถวายพระเพลิง ณ วัดสวนหลวงสบสวรรค์ อันเคยเป็นสวนสวรรค์ที่เคยทรงพระสำราญคราวยังทรงพระชนมชีพ บัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ส่งพระวิญญาณสีสรวงสวรรค์ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเศร้าโศกโศกาดูรราชบุตรีพระองค์ใหญ่ พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงจดจำความเจ็บปวดฝังลึกในพระราชหฤทัย ว่าพระราชมารดาทรงหลั่งโลหิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน

หลังจากนั้นไทยกับพม่าว่างเว้นศึกสิบห้าปี ระหว่างนั่นพระเจ้าตะเบ็งเวตี้วิปลาส ถูกสมิงสอดวุต ลวงไปปลงพระชนม์ หงสาวดีเกิดการจลาจล บุเรงนองมหาอุปราชต้องปราบปรามจนราบคาบแล้วราชาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าหงสาวดี บุเรงนอง

ปีกุน พ.ศ. 2106 พระเกียรติยศสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเลื่องลือแพร่หลาย ด้วยทรงมีช้างเผือกมาสู่พระบุญญาบารมีถึง 7 เชือก จนได้รับถวายพระนามว่าพระเจ้าช้างเผือก พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองให้ราชทูตเชิญพระราชสาส์นมาเจริญพระราชไมตรี ขอช้างเผือกไปเป็นศรีนครสองเชือก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงทราบทันทีว่าบุเรงนองมีประสงค์จะก่อศึก เพราะหากทรงยอมตามคำขอก็หมายถึงยอมอยู่ในอำนาจ แต่ถ้าทรงปฏิเสธขัดข้องก็จะถือเอาเป็นเหตุยกมาตีเอากรุงศรีอยุธยา

เวลานั้นในกรุงศรีอยุธยาแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย พระมหินทราธิราช ราชบุตรองค์ใหญ่แม้จะเป็นอุปราช แต่ไม่ได้รับความจงรักภักดีเท่าพระราเมศวรผู้ทรงเก่งกาจในการณรงค์ พระราเมศวร ทรงเห็นด้วยกับพระยาจักรีว่า จากวันนี้ฤาวันไหน สงครามไทยพม่าย่อมอุบัติแน่ จะพระราชทานช้างเผือกให้พม่าไปใยให้เสียพระเกียรติยศ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงทรงตอบปฏิเสธบุเรงนอง หลังจากนั้นอยุธยาก็เตรียมการพร้อมรบ ข่าวเตรียมศึกถูกส่งออกไปถึงเมืองพิษณุโลก

ผู้ครองเมืองลูกหลวง พิษณุโลก ณ เวลานั้น เดิมคืออดีตทหารกล้านามขุนพิเรนทรเทพ ผู้เคยปราบกบฏขุนวรวงศาธิราช บั่นหัวนางพระยาศรีสุดาจันทร์ แล้วถวายบัลลังก์ให้แก่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จนได้รับพระราชบัณฑูรให้ครองเมืองพิษณุโลก เป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า และได้รับพระราชทานพระสวัสดิราช พระราชธิดาพระองค์โตเป็นอัครมเหสี ทรงนามใหม่ว่าพระวิสุทธิกษัตรีย์ บัดนี้ทรงมีพระราชธิดาและพระราชโอรสรวม ๓ พระองค์ คือ พระสุพรรณกัลยา พระนเรศ และ พระเอกาทศรถ

เวลานั้นพระสุพรรณกัลยาเจริญวัยแรกรุ่น ดรุณี พระฉวีเหลืองละออดังทองสมพระนาม ส่วนพระนเรศยังเยาว์พระชันษา แต่ทรงสนพระทัยในการสงครามอย่างเห็นได้ชัด พระฉวีคล้ำเข้มจนได้รับพระนามว่าพระองค์ดำ ส่วนพระเอกาทศรถ งามสะโอดสะอง พระฉวีขาวผ่อง จึงได้รับพระนามว่าพระองค์ขาว

บุเรงนองกรีธาทัพเข้ามาโดยหัวเมืองทางเหนือมิได้ทันตั้งรับ เข้าบดขยี้ได้กำแพงเพชร สุโขทัย สวรรคโลกและพิชัยโดยง่าย จากนั้นจึงยกเข้าล้อมพิษณุโลกอันเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ พระมหาธรรม

ราชาเจนการศึก จึงรู้แน่แก่ใจว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินจะรับมือได้ ทัพพระเจ้าหงสาวดีมีพลถึงห้าแสน อีกทั้งมีเชียงใหม่คอยหนุนหลัง แต่เบื้องแรงพระมหาธรรมราชาก็ต่อสู้สุดความสามารถ จนในที่สุดเมืองจวนพินาศ เสบียงอาหารขาดแคลน เกิดโรคระบาดขึ้นในเมือง จึงต้องตัดสินพระทัยจำยอมอ่อนน้อมแก่ทัพพม่าเพื่อถนอมบ้านเมืองให้บอบช้ำ น้อยที่สุด

การตัดสินใจของพระสวามีสร้างความตกตะลึงให้กับพระวิสุทธิกษัตรีย์ผู้ทรงสืบ สาย โลหิตจากวีรสตรีนักรบผู้กล้า ยิ่งเมื่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองให้พระมหาธรรมราชาและเจ้าเมืองกรมการที่ยอม อ่อนน้อมถือน้ำกระทำสัตย์ พระวิสุทธิกษัตรีย์ก็ทรงปวดร้าวถึงกับชวนพระวรกายปะทะแท่นวางพานพระศรี พระนลาฏกระทบขอบพานจนพระโลหิตตกทรงกระชากฉีกชายฉลองพระองค์ชับพระโลหิตบนพระ นลาฏ ม้วนพระภูษาเปื้อนพระโลหิตบรรจุตลับทองเก็บไว้ หลังจากนั้นไม่สรงไม่เสวยไม่ยอมเยียวยาบาดแผล ความขัดแย้งของสองพระองค์กลายเป็นรอยร้าวฉาน พระวิสุทธิกษัตรีย์ได้แต่ทรงฝากความหวังให้โอรสธิดาทั้งสามพระองค์กอบกู้ บ้านเมืองกลับคือมาให้ได้ในวันข้างหน้า

พระเจ้าหงสาวดีกรีธาทัพลงมาล้อมกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิไม่อาจทานศึกได้ก็จำยอมออกมารับพระราชทานไมตรี ต้องทรงยอมให้พระเจ้าหงสาวดีนำตัวพระราเมศวรกับพระยาจักรีไปเป็นตัวประกัน ที่เมืองพม่า อีกทั้งยอมส่งช้างไปบรรณาการปีละ 30 เชือก ยอมส่งส่วยสาอากร รวมทั้งยอมเสียอำนาจปกครองเมืองมะริด พระราเมศวรตรอมพระทัยประชวรหนักระหว่างทาง ก่อนสิ่งพระชนม์มีรับสั่งสุดท้ายกับพระยาจักรี ห้ามมิให้ฝังพระอัฐิในดินแดนพม่า ให้หาทางนำกลับกรุงศรีอยุธยาให้จงได้

พระเจ้าเมกุติแห่งเมืองเชียงใหม่แข็งข้อกับหงสาวดี บุเรงนองจึงยกทัพมาตีเชียงใหม่ โดยมีใบบอกให้พระมหาธรรมราชาขึ้นไปช่วยรบ พระมหาธรรมราชาตระหนักว่าหากปฏิเสธ เห็นทีพิษณุโลกจะต้องถูกตีย่อยยับเป็นครั้งที่สอง จึงทรงยอมยกทัพไปช่วยพม่าตีเชียงใหม่ พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงผิดหวังขมขื่นหนักขึ้นถึงแก่แตกหักกัน

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิออกผนวช พระมหินทราธิราชขึ้นครองเมืองพระยารามรณรงค์ เจ้าเมืองกำแพงเพชรกราบทูลยุยงว่าพระมหาธรรมราชากระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา หันไปสวามิภักดิ์ต่อหงสาวดี ควรจะหันไปหาทางเจริญไมตรีกับกรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเอาไว้ พระมหินทราธิราชจึงส่งพระเทพกษัตรีย์ ไปพระราชทานแก่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งล้านช้าง พระมหาธรรมราชาส่งข่าวนี้ไปแจ้งแก่บุเรงนอง บุเรงนองจึงส่งทหารมาดักชิงตัวพระเทพกษัตรีย์ไปหงสาวดี

พระมหินทราธิราชทรงแค้น คิดจะกำจัดพระมหาธรรมราชา จึงออกอุบายให้พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชยกทัพมาตีพิษณุโลก แล้วกรุงศรีอยุธยาจะทำทีแต่งทัพขึ้นมาช่วย แต่ความจริงจะตีกระหนาบบดขยี้พิษณุโลกเสียให้สิ้นแค้น พระมหาธรรมราชาทราบความเสียก่อนจึงซ้อนแผนเผาเรือรบกรุงศรีอยุธยาทิ้งจำนวน มาก เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง อภิเษกพระมหาธรรมราชาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าพิษณุโลก และประกาศให้พิษณุโลกเป็นประเทศราชขึ้นต่อหงสาวดีมิให้ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา สืบไป

ศึกระหว่างพระสวามีกับพระอนุชาครั้งนี้ บีบคั้นพระหทัยพระวิสุทธิกษัตรีย์จนแทบแตกสลาย ทรงตัดสินพระทัยส่งตลับบรรจุภูษาซับโลหิตจากพระนลาฏไปยังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเปิดออกทอดพระเนตรเห็นโลหิตพระราชธิดาก็ทรงลาผนวช เสด็จขึ้นมายังพิษณุโลกรับพระวิสุทธิกษัตรีย์กับพระโอรสธิดาทั้งสามลงมา อยุธยาทันที พระเจ้าสงสาวดีบุเรงนองได้ที ทรงอ้างเหตุผลว่ากรุงศรีอยุธยาข่มเหงเมืองพิษณุโลก อันเป็นเมืองในขอบขัณฑสีมาพม่า สั่งให้เตรียมกองทัพใหญ่มาตรีกรุงศรีอยุธยา โดยให้พระมหาธรรมราชาลงมาช่วยทำศึกด้วย

พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงทราบ ความก็นิ่งขึง ชะตากรรมลิขิตให้พระสวามีต้องยกทัพมาทำศึกกับพระญาติวงศ์พงศา คนไทยต้องมาทำสงครามกับคนไทยด้วยกันเอง

บุเรงนองออกอุบายให้พระยาจักรีเป็นไส้ศึก ปล่อยตัวให้ลอบเข้าวังไปพร้อมกับพระอิฐิพระราเมศวร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเห็นพระอัฐิพระราชโอรสก็เสียพระทัยยิ่ง ถึงแก่ประชวรหนัก เพียง ๒๕ วัน ก็เสด็จสวรรคต

อยุธยาระส่ำระสาย หลงกลศึกเสียทีบุเรงนอง เจ้าพระยาจักรีเปิดประตูเมืองรับศัตรูเข้ามาในพระนคร ในที่สุด เดือน 9 แรม 11 ค่ำ พ.ศ. 2112 กรุงศรีอยุธยาก็เสียเมืองให้แก่พม่า

เสียแม่ เสียพ่อ เสียพี่ เสียน้อง เสียทั้งครอบครัว มาบัดนี้ต้องมาเสียเมืองให้แก่อริราชศัตรูอีก แต่ชะตากรรมของพระวิสุทธิกษัตรีย์จะหมดสิ้นเท่านี้ก็หาไม่

เมื่อบุเรงนองทำพิธีปราบดาภิเษกพระมหาธรรมราชาขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทนพระ มหินทราธิราชแล้ว ก็ออกพระโอษฐ์ขอตัวพระนเรศ โอรสองค์กลางไปเป็นพระราชบุตรบุญธรรมที่หงสาวดีอีก พระหทัยพระวิสุทธิกษัตรีย์แทบสลาย เมื่อพระมหาธรรมราชาทรงรับปากถวาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพระโอรสถูกนำไปในฐานะตัวจำนำในเมืองศัตรู

พระนเรศถูกส่งตัวไปประทับอยู่ ณ กรุงหงสาวดีถึง 6 ปี ทำให้ทรงทราบตื้นลึกหนาบาง กำลังฤทธิ์เดชและจุดอ่อนของพม่าเป็นอย่างดี ในพระราชหฤทัยทรงตระหนักดีว่าภารกิจการกู้ชาติเป็นของพระองค์ จึงเฝ้าอดทนรอวันที่จะได้ลุกขึ้นมาปลดปล่อยคนไทยออกจากการข่มเหงยึดครองของ พม่า

เมื่อพระนเรศเจริญพระชันษาได้ 15 ปี พระมหาธรรมราชาก็เห็นเป็นโอกาสดีที่จะทรงขอพระราชโอรสกลับมาเป็นกำลังสำคัญ กอบกู้บ้านเมือง เพื่อมิให้บุเรงนองแคลงพระทัย พระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตรีย์จึงต้องส่งพระราชธิดาองค์โตไปแลก เปลี่ยน พระเจ้าหงสาวดีได้พระสุพรรณกัลยาไปเป็นพระชายาเหมือนอย่างตัวจำนำแทน ก็อนุญาตให้พระนเรศกลับมาช่วยบิดาปกครองบ้านเมือง

เมื่อพระสุพรรณกัลยาต้องทรงจากบ้านเมืองไปเป็นตัวประกันในราชสำนักพม่าอย่าง โดดเดี่ยว ต้องทนรับสภาพความทุกข์เกินกว่าที่หญิงใดในโลกจะทนได้ ด้วยการตกเป็นชายาของกษัตริย์พม่าที่มีวัยสูงกว่ามากมายถึงสองพระองค์ เพราะเมื่อบุเรงนองสิ้นพระชนม์แล้ว ยังต้องทรงตกเป็นมเหสีของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงผู้โหดเหี้ยมสืบต่อมาอีก ด้วย

การเสียสละของพระพี่นางครั้งนี้ส่งผลให้พระนเรศหรือสมเด็จพร นเรศวรได้มีโอกาสกลับคืนสู่มาตุภูมิ และทรงลุกขึ้นกอบกู้บ้านเมืองได้สำเร็จ ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง ปลดปล่อยคนไทยจากการยึดครองของพม่า หลังจากนั้นทรงรบพุ่งเผชิญสงครามกับพม่าตลอดระยะเวลายาวนาน โดยทรงเอาชนะพม่าได้ทุกครั้งจนพระเกียรติระบือลือเลื่อง ในปี ๒๑๓๕ ทรงทำสงครามยุทธหัตถีครั้งประวัติศาสตร์กับพระมหาอุปราชา พระโอรสของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงที่หนองสาหร่าย สุพรรณบุรี ทรงจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง นับเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

ทว่าวันแห่งชัยชนะต้องแลกมาด้วยหยาดโลหิตของผู้อยู่เบื้องหลัง พระสุพรรณกัลยาทรงทราบข่าวพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ด้วยพระหัตถ์พระอนุชา ก็ทรงตระหนักว่าวันที่ทรงรอคอยตลอดยี่สิบปีในดินแดนศัตรูมาถึงแล้ว ทรงยอมรับชะตากรรมอย่างกล้างหาญเด็ดเดี่ยวเมื่อพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงทรง ปรี่เข้ามาหาด้วยโทสะแรงกล้าที่เสียพระราชโอรส แล้วใช้พระแสงดาบฟันสุพรรณกัลยาจนสิ้นพระชนม์พร้อมพระราชธิดาพระองค์น้อย วินาทีนั้น ทรงรู้สึกเป็นอิสระยิ่งกว่าอิสระใดที่เคยทรงประสบมา

พระวิสุทธิกษัตรีย์ กษัตริยาผู้อาภัย มิได้ทรงทราบข่าวร้ายนี้เลยจนวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ แม้ในวินาทีสุดท้ายบนภพมนุษย์ ยังทรงเต็มเปี่ยมในพระราชหฤทัยด้วยความหวัง ว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันห้าพระองค์อีกครั้ง

ผู้กำกับ : นิรัตติศัย กัลย์จาฤก
ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : พัสกร
บทประพันธ์ : ทมยันตี

นำแสดงโดย

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แสดงเป็น พระวิสุทธิกษัตรีย์
อนุสรณ์ เตชะปัญญา แสดงเป็น พระมหาธรรมราชา
วรัทยา นิลคูหา แสดงเป็น พระสุพรรณกัลยา
อานัส ฬาพานิช แสดงเป็น พระนเรศ (สมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
ปิยะรัฐ(กันตะ) กัลย์จาฤก แสดงเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ(องค์ขาว)

รายชื่อนักแสดงทั้งหมด
ฝ่ายกรุงศรีอยุธยา

ดิษย์ลดา ดิษยนันท์ แสดงเป็น พระสุพรรณกัลยา(วัยเยาว์)
ปรมัติ ธรรมมล แสดงเป็น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช(วัยเยาว์)
อเล็กซ์ เรนเดลล์ แสดงเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ(วัยเยาว์)
มานพ อัศวเทพ แสดงเป็น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ชัยรัตน์ จิตรธรรม แสดงเป็น สมเด็จพระราเมศวรศรีเสาวราช
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น สมเด็จพระมหินทราธิราช
ชฎาพร รัตนากร แสดงเป็น พระเทพกษัตรีย์
ชไมพร จตุรภุช แสดงเป็น พระสนมทองจันทร์
พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ แสดงเป็น พระอินทรเทวี
กันตนา กัลย์จาฤก แสดงเป็น พระอินทรเทวี(วัยเยาว์)
ณฤทัย หุตาคม แสดงเป็น พระพิจิตรจินดา
สาวิกา กาญจนมาศ แสดงเป็น มณีจันทร์
สาวิกา ไชยเดช แสดงเป็น มณีอินทร์
ยืนยง โอภากุล แสดงเป็น ขุนเมือง
ศิริพิชญ์ กฤษณะเศรณี แสดงเป็น พระแก้วฟ้า
พรสุดา ต่ายเนาว์คง แสดงเป็น ท้าววรจันทร์
ขวัญฤดี กลมกล่อม แสดงเป็น เดือน อดีตพระสนมพระราเมศวรศรีเสาวราช
วาสนา สิทธิเวช แสดงเป็น พระสนมรัตนมณีเนตร

ฝ่ายกรุงหงสาวดี

สันติสุข พรหมศิริ แสดงเป็น พระเจ้าบุเรงนอง
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น พระนางอดุลศรีตะเกงจีมหาเทวีเจ้า (พระพี่นางของพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ และเป็นพระอัครมเหสีตำหนักใต้ของพระเจ้าบุเรงนอง)
คนางค์ ดำรงหัตถ์ แสดงเป็น พระราชเทวีจันทรา (ธิดาแห่งกรุงอังวะ มเหสีตำหนักเหนือของพระเจ้าบุเรงนอง)
นวลปรางค์ ตรีชิต แสดงเป็น พระราชเทวีเชงทะเว (ธิดาเมืองแปร มเหสีตำหนักกลางของพระเจ้าบุเรงนอง)
ชนานา นุตาคม แสดงเป็น เจ้านางตองสี (ธิดาเจ้าเมืองเมาะตะมะ อดีตพระอัครมเหสีของพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้)
ภาณุเดช วัฒนสุชาติ แสดงเป็น พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
อนุวัฒน์ นิวาทวงศ์ แสดงเป็น พระเจ้านันทบุเรง
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แสดงเป็น เจ้านางศุภยา
อภิชาติ พัวพิมล แสดงเป็น มังกะยอชวา, พระมหาอุปราชา
อมราพร สุดสายเนตร แสดงเป็น เจ้านางสุวนันทา
สิทธิพร เมธา แสดงเป็น พระเจ้าสุวรรณฉัตร
ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม แสดงเป็น พระเจ้ามังนรธาสอ, พระเจ้าเชียงใหม่
วาสนา พูนผล แสดงเป็น เจ้านางมิ่งแก้ว ธิดาอดีตพระเจ้าเชียงใหม่
พิมพ์ผกา(ภรผกา) เสียงสมบุญ แสดงเป็น เจ้านางอุ่นคำ อัครมเหสีแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ล้านช้าง

ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.20 น. ช่อง 5

กฤตยา

กฤตยา ละครแนวจิตวิญญาณ ดัดแปลงมาจากตำนานแห่งคำสาปฟาโรห์อันลึกลับ

กฤตยา

กฤตยา เป็นเรื่องราวของศัลยแพทย์ไทยผู้มีอดีตลึกลับ  ที่กําลังจะทําพิธีปลุกวิญญาณมัมมี่ฟาโรห์สเมนกาเร แห่งลุ่มนํ้าไนล์…ผู้ล่วงลับไปแล้วกว่าสามพันปี

การคืนชีพครังนี้จะสําเร็จหรือไม่… ขึ้นอยู่กับการต่อสุ้กับเทพเจ้าผุ้พิทักษ์พระศพ ผุ้มีอํานาจฤทธ์อันชั่วร้ายและน่าสะพึงกลัว

ฟาโรห์สเมนกาเร พระเชษฐาแห่ง ตุตันคาเมน แห่งอาณาจักร ธีบีส ยุค อียิปต์โบราณ สิ้นชีพในสนามรบ พระศพถุกทําเป็นมัมมี่อยู่ในมหาพิระมิดในหุบเขากษัตริย์

กฤตยา

เจ้าหญิงเมอริตาเตน (ชุดาภา จันทรเขต) ผุ้เป็นชายาทรงมั่นคงต่อความรัก ไม่ใยดีต่อตําแหน่งราชินีของอัย (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ประมุขแห่งวิหาร อาเมน-ราอันศักสิทธ์ ผุ้โค่นล้มสองพี่น้องกษัตริย์และสถาปนาตนเองเป็นฟาโรห์องค์ใหม่

กฤตยา ชุดาภา

พระนางตัดสินใจถุกฝังทั้งเป็นในสุสานใต้ดิน เฝ้าหวังว่าวิญญาณจะได้พบเจอกันในปรโลก แต่อัยสาปแช่งสะกดวิญญาณสเมนกาเร ให้หลับใหลไม่ออกจากร่างไปสู่ปรภพ วิญญาณของเจ้าหญิงเมอริเตนจึงยังคงเร่ร่อน เฝ้ารอดวงวิญญญาณของสวามี จนกลายเป็นตํานานเล่าขานสืบมา

ปัจจุบัน…ประเทศไทย
นายแพทย์ ไอลวิล (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ศัลยแพทย์ชื่อดังในเมืองไทยผุ้กําลังพยายามทดลอง การปลุกเนื้อเยื่อเซลล์ที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนใหม่ ก็ต้องพบความแปลกใจเมื่อนายแพทย์ สุนทร (กําธร สุวรรณปิยะสิริ) ผุ้อํานวยการขอพบเป็นการเร่งด่วน ทําให้เขาได้พบกับ กฤตยา สาวสาวยท่าทางสง่า คล้ายมีอํานาจลึกลับอย่างประหลาด (ชุดาภา จันทเขต) หลานสาวเอกอัครราชฑูตไทยประจําอียิปต์ ซึ่งเดินทางมาจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ พร้อมกับนําเนื้อเยื่อมัมมี่สเมนกาเร มาให้เพื่อการทดลองของนายแพทย์ไอลวิล

กฤตยา

ไอลวิล เมื่อนําเนื้อเยื่อมาใช้เพื่อการทดลอง ก็พบเหตุการ์ณประหลาดมากมาย ทั้งความฝันอันแสดงถึงอดีตของสเมนกาเร เจ้าหญิงเมอริตาเตน และ อัย ในอดีต น่าแปลกที่เจ้าหญิงเมอริตาเตนในความฝัน มีเค้าหน้าเช่นเดียวกับ กฤตยา ผู้หญิงที่เพิ่งพบ และ อัย ผู้ชั่วร้าย ก็มีใบหน้าเช่นเดียวกับตัวเขา

กฤตยา
กฤตยา

จากเหตุการณ์ต่างๆทําให้นายแพทย์ไอลวิล มั่นใจว่าตนเองกําลังจะต้องกลายเป็นเครื่องมือ ในการชุบชีวิตสเมนกาเร ( อรรถชัย อนันตเมฆ) ไอลวิล ปฎิเสธทันทําให้ดวงวิญญาณของ พระนางเนเฟอร์ตีติ (กาญจนา จินดาวัตร ) พระมารดาผู้เลอโฉมของสเมนกาเร และ เซมรา นักบวชผู้ภักดี ( อัญชลี ไชยศิริ ) เร่งให้กฤตยาทําทุกวิถีทางให้ไอลวิลชุบชีวิตสเมนกาเรให้จงได้ ก่อนที่ เทวีเซลเคท (รัชนู บุญชูดวง) เทพผุ้พิทักษ์พระศพจะตามมาและลงโทษที่กฤตยาขโมยเนื้อเยื่อจากพระศพมายังเมืองไทย

กฤตยา

กฤตยาใช้อํานาจในการเด็ดชีวิตคนไข้ของไอลวิลทีละคน เพื่อเป็นการต่อรองให้เขายอมชุบชีวิตพระสวามี ไอลวิลจึงตกลงยอมทําแต่ถูกขัดขวางจากเทพีเซลเคทเสมอ แต่เทพีเซลเคทไม่สามารถทําอันตรายกฤตยาได้
เนื่องจากพลังของพระนางเนเฟอร์ตีติและเซมรา และพลังความดีของเจ้าหญิงเมอริเตน ที่วิญญาณเข้าสู่ร่างของกฤตยา ในอุบัติเหตุเมื่อเธอยังเป็นเด็ก และวิณญาณถุกพิทักษ์โดยพระนางเนเฟอร์ตีติ

ยิ่งใกล้วันชุบชีวิตเทพีเซลเคทก็ทําร้ายคนใกล้ชิดไอลวิลมากขึ้น พลังความดีและความชั่วร้ายต่อสู้กันอย่างรุนแรง ในพิธีปลุกวิญญาณอันน่าตื่นเต้นระทึกใจ….

 

กฤตยา 3

 

นักแสดง กฤตยา

ฉัตรชัย เปล่งพานิช แสดงเป็น ไอลวิล / อัย
ชุดาภา จันทรเขต แสดงเป็น กฤตยา / เจ้าหญิงเมอริตาเตน
รัชนู บุญชูดวง แสดงเป็น เทวีเซลเคท
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น พระนางเนเฟอร์ตีติ
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น สเมนกาเร
กําธร สุวรรณปิยะสิริ แสดงเป็น นายแพทย์สุนทร
วุฒิ คงคาเขตร
อานนท์ สุวรรณเครือ
จุฑารัตน์ จินรัตน์ แสดงเป็น คุณจิตรา
อัญชลี ชัยศิริ แสดงเป็น เซมรา
รัตนาภรณ์ อินทรกำแหงฯ
ณัฐนี สิทธิสมาน
ชูศักดิ์ สุธีรธรรม
วิศษย์ ยุติยงค์
ประวิตร สุจริตจันทร์
เฉลิมศักดิ์ เทียนมณี
ปิติพร รอดบุญมี
อนุสรณ์ ประทัยเทพ
จิรพันธุ์ พูลละผลิน
ประเวส มีเทียมชัย

กลิ่นแก้วตำหนักขาว

กลิ่นแก้วตำหนักขาว เป็นเรื่องราว ที่เกิดขึ้นที่ตำหนักขาว ซึ่งเป็นตำหนักเก่าโบราณที่เป็นมรดกตกทอดมาสู่ทายาทคือ หม่อมเจ้านภสร และหม่อมอุ่นจิต ซึ่งทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คนคือ คุณชายนภกานต์ และคุณชายนภศูล ทั้งคู่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดแต่มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยที่คุณชายนภกานต์มีเมตตาโอบอ้อมอารี แต่คุณชายนภศูลเอาแต่ใจ โหดร้าย รุนแรง แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขภายในวัง แต่ก็ทุกข์ระทมใจที่แม่ต้องหนีตามชู้ไปเมื่อครั้งอดีต ทำให้พ่อต้องตรอมใจจนใกล้ตาย สร้างความแค้นให้กับคุณชายนภศูลยิ่งนัก

เวลา ผ่านไปท่านชายนภสรต้องการที่จะพบกับหม่อมอุ่นจิตอีกครั้งก่อนตาย จึงสั่งให้ลูกชายไปพาหม่อมอุ่นจิตกลับวัง แต่ด้วยความดีใจก็ต้องเปลี่ยนเป็นความแค้นที่รู้ว่าแม่มีลูกกับชู้ 1 คน จึงทำให้คุณชายนภศูลโกรธยิ่งขึ้นถึงขั้นฆ่านายพุ่มตายซึ่งก็คือชายชู้ของ แม่ นรวีร์ที่ใคร ๆ ก็เรียกว่าลูกชู้ก็ต้องมาถูกนภศูลกดขี่ข่มเหงเยี่ยงทาส นภกานต์ได้มีคู่หมั้นแล้วคือ ม.ร.ว.สุดาวดี ซึ่งคุณหญิงก็งามพร้อมทั้งหน้าตา กิริยา การศึกษา ชาติตระกูล อีกทั้งยังมีจิตใจดีงามเหมาะสมกับคุณชายนภกานต์ ซึ่งคุณชายนภศูลเองก็พอใจในตัวคุณหญิงเช่นกัน

ต่อมาเมื่อนภกานต์ได้ เจอกับ ช่อแก้ว ก็รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงที่ตนต้องการคือช่อแก้ว แต่ก็ยังรักษาน้ำใจคุณหญิงด้วยการไม่แสดงออก ส่วนช่อแก้วเมื่อได้พบกับนรวีร์ก็รู้สึกผูกพันและสงสารจนในที่สุดเกิดเป็น ความรัก แท้ที่จริงช่อแก้วเป็นธิดาของ ท่านชายวิภาร กับเนิ่น ซึ่งในขณะนั้นท่านชายก็ได้มีชายาอยู่แล้วคือ หม่อมเนื้อแพร เมื่อหม่อมเนื้อแพรรู้จึงสั่งให้คนของเธอฆ่าเนิ่น เนิ่นหนีมาอยู่กับพี่สาวและพี่เขย แต่ในที่สุดก็ถูกฆ่าตายจนได้ โดยได้คลอดลูกสาวไว้ให้กับพี่สาวของตน ช่อแก้วเองก็คิดว่านุ่นคือแม่ ชเยนทร์คือพ่อ พิมพาคือพี่สาวของตน

วันหนึ่งชเยนทร์พาช่อแก้วมาที่ วังสะพานเสี้ยว เป็นเวลาเดียวกับที่ท่านชายนภสรสิ้น ทำให้ช่อแก้วได้พบกับคนอีกหลาย ๆ คน ในขณะเดียวกันนกานต์ก็รับเอานิสรามาไว้ในอุปถัมภ์ และเมื่อหม่อมเนื้อแพรได้เห็นหน้าของช่อแก้วก็เกิดความแค้นขึ้นมาทันที ชเยนทร์รีบพาช่อแก้วกลับต่างจังหวัด แต่พิมพาขออยู่ต่อเพื่อที่จะเรียนหนังสือ นภกานต์จึงรับไว้ในความดูแล ณ ตำหนักขาว อุ่นจิตและนรวีร์ต้องอยู่อย่างรันทด เป็นที่รองรับอารมณ์ของนภศูล จนหม่อมอุ่นจิตตรอมใจตาย หม่อมเนื้อแพรคลุ้มคลั่งเรื่องของช่อแก้ว จึงสั่งให้ไอ้ตุ่นและพวกตามฆ่าช่อแก้ว

แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดี ของช่อแก้วที่นรวีร์มาช่วยไว้ทันและพากันไปหลบที่กระท่อม เมื่อนภศูลมาเห็นนรวีร์กอดอยู่กับช่อแก้วก็ตรงเข้าไปทำร้ายทันที โดยไม่ฟังคำของใคร ต่อมาเมื่อนภกานต์รู้ถึงความในใจของทั้งสองจึงจับให้ช่อแก้วแยกมาช่วยงานตน ที่ห้างสรรพสินค้า เพราะตนก็พอใจในตัวช่อแก้ว แต่ก็ต้องมาเจอกับประเมินที่ก็หลงรักช่อแก้วเช่นกัน คุณหญิงสุดาวดีเกิดความรู้สึกผิดสังเกตเกี่ยวกับท่าทีของนภกานต์ที่มีกับ ช่อ แก้ว จึงประชดด้วยการออกเที่ยวและดื่มเหล้าจนไม่ได้สติ ทำให้เสียท่าให้กับนภศูลจนถึงขั้นท้อง

นภิสราได้รู้จักกับครูชั้น ก็เกิดรักกันและแอบได้เสียกันจนท้อง เมื่อนภศูลรู้เข้าจึงตามมาเอาเรื่องกับครูชั้นถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน ในขณะที่นภศูลกำลังจะเสียทีถูกดาบของครูชั้น นรวีร์ก็เข้ามาเอาตัวขวางไว้ตัวเองจึงโดนมีดครูชั้นแทงตาย นภศูลอุ้มร่างของนรวีร์กลับวังพร้อมทั้งจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ อีกทั้งยังบวชให้อีกด้วย ส่วนครูชั้นกับนภิสราก็หนีไปอยู่ที่ภาคใต้ด้วยกัน เวลาต่อมาช่อแก้วได้รู้ความจริงว่าตนคือลูกสาวของท่านชายวิภารเธอจึงย้าย เข้ามาอยู่ในวังกับท่านพ่อ ในที่สุดช่อแก้วก็ได้แต่งงานกับคุณชายนภกานต์และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

นักแสดงละคร กลิ่นแก้วตำหนักขาว

ธนากร โปษยานนท์ รับบท ม.ร.ว.นภกานต์
บัว ชมพู ฟอร์ด รับบท ช่อแก้ว
นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล รับบท ม.ร.ว.นภศูล
ภูริ หิรัญพฤกษ์ รับบท นรวีร์
วิริฒิพา ภักดีประสงค์ รับบท ม.ร.ว.สุดาวดี
สราวุฒิ พุ่มทอง รับบท ครูชั้น
พิมรา เจริญภักดี รับบท นภิสรา
พิชญ์นาฎ สาขากร รับบท พิมพา
เบญจพล เชยอรุณ รับบท ประเมิน
ภัสสร เหลียวรักวงศ์ รับบท หม่อมเนื้อแพร
สถาพร นาควิลัย รับบท หม่อมเจ้าวิภาร

 

กลิ่นแก้วตำหนักขาว ออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

กลิ่นแก้วกลางใจ

บ้านกลิ่นแก้ว คือบ้านสีขาวริมทะเลหลังหนึ่ง ที่ตั้งอย่างโดดเดี่ยวบนเกาะ มีแต่ป่าและหมู่บ้านชาวประมง ห่างไกลผู้คน บ้านสวยงามที่สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด แต่ไม่มีใครเคยเข้าไปอยู่ สร้างความฉงนฉงายให้คนแถวนั้นเป็นอย่างยิ่ง ที่หน้าบ้านหลังนี้มีป้ายเล็กๆ ติดอยู่

ความรักเปลี่ยนแปลงโลก ความเกลียดทำลายแม้ตัวเอง…

เมษา หญิงผู้จองหอง เย็นชา แต่งงานกับ อรชุน ด้วยความรักเต็มหัวใจเมษาและอรชุนพยายามอย่างยิ่งที่จะมีลูกด้วยกันแต่ไม่ สำเร็จ วันหนึ่งเมษาพบว่าสามีของหล่อน อรชุนลักลอบเป็นชู้กับแฟนเก่าสูงศักดิ์ชื่อ ม.ร.ว.หญิงจิตตา จนคุณหญิงจิตตาตั้งท้อง เมษาพกเอาความแค้นไว้ในใจและตั้งใจจะแก้แค้นอย่างสาสม

เมษาอดทนจนวันที่คุณหญิงจิตตาคลอดลูก เมษาแอบเข้าไปสับเปลี่ยนป้ายชื่อของลูกสาวของม.ร.วหญิงจิตตา กับลูกสาวของโสเภณีคนหนึ่งที่บังเอิญมาคลอดลูกในโรงพยาบาลเดียวกันแล้วทิ้งไป ไม่มีใครสงสัยในความผิดครั้งนี้ เด็กสาวทารกที่ควรจะมีชาติตระกูลสูงส่ง ถูกส่งไปอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า เมษาติดตามดูเด็กคนนั้นอย่างสะใจ พยาบาลตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่า พระพาย ลูกสาวของม.ร.ว.หญิงผู้สูงศักดิ์ กำลังเติบโตและตกระกำลำบากอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าโดยไม่มีใครสนใจดูแล

ในขณะเดียวกัน จิตตารู้สึกผิดต่อการกระทำของตน จึงบอกเลิกกับอรชุนด้วยความอาลัย จิตตาตัดสินใจหอบลูกน้อยที่หลงคิดว่าเป็นลูกแท้ๆ พาไปอยู่ด้วยกันที่ต่างประเทศ แต่ความแค้นของเมษายังไม่จบ เมษาวางยาพิษให้อรชุนทีละน้อย จนตายโดยไม่ทราบสาเหตุ วันที่อรชุนตาย เมษาเอาภาพถ่ายของเด็กกำพร้า พระพายที่กำลังถูกเพื่อนกลั่นแกล้งมาให้อรชุนดู หล่อนสะใจที่อรชุนได้รู้ว่าลูกแท้ๆ ของอรชุนและจิตตานั้นกำลังยากลำบากเพียงใด

เมื่อจิตตารู้ว่าอรชุนตายลง หล่อนพาลูกสาวอายุแปดขวบกลับมาเมืองไทยทันที จิตตาเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แม้ความรักของตนกับอรชุนจะเป็นความรักที่ผิดศีลธรรมแต่ทั้งสองตระหนักดีว่า…สิ่งที่เกิดขึ้นคือรักแท้ จิตตาส่งคนไปแอบสับเปลี่ยนโถอัฐิของอรชุนในวันเผาศพของอรชุน แล้วนำอัฐิทั้งหมดไปโปรยไว้ใต้ซุ้มดอกแก้วที่บ้านสีขาวกลางเกาะ…บ้านกลิ่นแก้ว

บ้านกลิ่นแก้วแห่งนี้เป็นเสมือนตำนานรักของอรชุนและจิตตา ย้อนกลับไปเมื่อแปดปีก่อนหลังจิตตาคลอดลูกและตัดสินใจตัดขาดจากอรชุน ทั้งสองคนตัดสินใจสร้างบ้านขึ้นหลังหนึ่ง ตั้งชื่อว่าบ้านกลิ่นแก้ว ที่หลังบ้าน ทั้งสองปลูกต้นแก้วไว้เป็นซุ้มเคียงคู่กันสองซุ้ม ทั้งคู่มีสัญญาใจต่อกัน ถ้าใครคนหนึ่งตายไป จะให้คนเอาเถ้ากระดูกมาฝังไว้ที่ใต้ต้นแก้ว แม้ไม่อยู่ด้วยกันในชาตินี้ คนทั้งสองก็จะไม่แยกจากกันในชาติอื่นๆ
บ้านกลิ่นแก้วถูกสร้างขึ้นอย่างเงียบๆ กลางเกาะที่ห่างไกลความเจริญและห่างไกลผู้คน มีแต่เพียงคนใช้ชายหญิงชื่อ ถวิล กับ แต้ม เป็นคนดูแล เมื่ออรชุนยังมีชีวิตอยู่ เขาออกแบบและมาคุมการก่อสร้างด้วยตนเอง เขาบรรจงตกแต่งทุกรายละเอียดให้จิตตาและลูกด้วยความรัก บ้านที่เขาสร้างจะเป็นตัวแทนความรักของเขา แม้ไม่มีโอกาสที่จะมี”บ้าน”ที่อยู่ร่วมกันได้อีกในชาตินี้

จิตตารู้ความจริงในข้อนี้ดี ทุกอณูในบ้านหลังนั้นคือความรักที่อรชุนมีเพื่อมอบให้ตนและลูก แต่อรชุนตายไปแล้ว ตนและลูกมีหน้าที่เดินหน้าต่อไป
ในขณะที่จิตตาเก็บความทรงจำที่เต็มไปด้วยความรักของอรชุนเอาไว้ เมษากลับเลือกที่จะเก็บความแค้นและความชิงชังในตัวอรชุนและจิตตา หล่อนสานต่อการแก้แค้นอย่างเยือกเย็น ….
เมษาเริ่มต้นสานสัมพันธ์จนกลายเป็นเพื่อนสนิทของคุณหญิงจิตตา จิตตาไว้วางใจเมษาเล่าทุกๆ เรื่องให้เมษาฟัง เมษามีความสุขเหลือเกินกับการเฝ้ามองจิตตาประคบประหงมลูกโสเภณีข้างถนนไว้ เป็นลูกของตน ที่สำคัญ เด็กหญิงอาโป ยังมีนิสัยเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจตนเอง และร้ายกาจเหมือนสายเลือดต่ำทรามที่ซ่อนอยู่ลึกๆ  อาโปไม่ได้ผิดที่สายเลือดเพียงอย่างเดียว อาโปถูกประคบประหงมโดย นมแสง แม่นมที่ดูแลอาโป ด้วยความรักที่มากเกินไป คอยตามใจและทำให้อาโปเสียคน อาโปหยิ่งทะนงที่ตนมีนามสกุลสูงส่งและเป็นทายาทมรดกจำนวนมาก จนกลายเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง ไม่รู้จักการให้และการเสียสละใดๆ
ในขณะเดียวกันนั้น เมษาก็ทำเรื่องขอตัวเด็กหญิงพระพายมาเป็นลูก เด็กน้อยพระพายมีความสุข หนูกำลังจะมีแม่เหมือนคนอื่น แต่ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน เมษาก็ใช้พระพายราวกับคนรับใช้ บางครั้งก็เฆี่ยนตี และดุด่า แต่ไม่ว่าจะถูกลงโทษแค่ไหน หนูน้อยพระพายก็ยังคงรักและศรัทธาในตัวเมษาไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพราะสำหรับเด็กน้อยแล้ว การที่มีใครสักคนพาตนออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า และอนุญาตให้ตนเรียกว่าแม่นั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดทั้งหมด

จนเวลาผ่านไป เมื่อเด็กสาวทั้งสองเติบโตเป็นสาว เมษาก็วางแผนให้อาโปและพระพายได้กลับมาพบกัน อาโปได้รับการดูแลอย่างดี เจ้าหล่อนถูกส่งไปเรียนต่อในต่างประเทศ แต่กลับมาโดยไม่มีปริญญาติดตัว จิตตาและเมษาไปรับอาโปด้วยกันที่สนามบิน ป้าเมษาคนโปรดของอาโปให้รางวัลอาโปด้วยการมอบคนใช้ประจำตัวชื่อพระพายให้อาโป

พระพายย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของจิตตา จิตตามีความรักและเมตตาให้เด็กคนใช้ชื่อพระพายเป็นพิเศษ โดยไม่เข้าใจตนเองว่าเป็นเพราะอะไร เมษาเฝ้ามองทุกอย่างด้วยรอยยิ้ม พระพายถูกจิกใช้ให้เป็นคนใช้ในบ้านของแม่แท้ๆ บนกองเงินกองทองที่ควรจะเป็นของตนเอง

คุณหญิงจิตตามีธุรกิจใหญ่โตด้านการส่งออกผ้าไหมไทยกับคหบดีตระกูล “ธีรนัย” ทั้งสองตระกูลมีข้อตกลงอันแปลกประหลาดอยู่ข้อหนึ่งนั่นคือ พวกเขาต้องการให้ทายาทของทั้งสองตระกูล แต่งงานกันเพื่อรักษาสมบัติของตระกูลคือกิจการผ้าไหมไทย และทายาทที่ต้องแต่งงานกัน นั่นก็คือ ลูกสาวของจิตตาที่ชื่ออาโป และลูกชายของตระกูลธีรนัยชื่อ อัสนี
อัสนีเป็นหนุ่มเพลย์บอยไม่ทำงานทำการ วันๆ เอาแต่ใช้ชีวิตไร้สาระอยู่กับเงินและผู้หญิง แต่ไม่มีใครเข้าใจว่าอัสนีไม่ได้เลวร้าย เขาแค่รวยมาตั้งแต่เกิดจนกลายเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ที่สำคัญลึกๆ อัสนีเป็นคนจิตใจดีและขี้เหงาเพราะพ่อแม่ของเขาเสียไปตั้งแต่เล็กๆ
อัสนีปฏิเสธการแต่งงานกับอาโปตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า เพราะไม่อยากแต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รัก เช่นเดียวกับอาโป หล่อนพยายามหนีการแต่งงานครั้งนี้ โดยไม่ยอมเจอหน้าอัสนีเช่นกัน เจ้าหล่อนมีแฟนอยู่แล้วชื่อ จอนนี่ แต่ทั้งคู่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแต่งงานครั้งนี้ได้ เพราะถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธก็จะถูกขับออกจากกองมรดกและตำแหน่งบริหารทุกอย่างในกิจการไหมไทย ทั้งคู่ยังไม่รู้จักหน้าค่าตากันเลย ทั้งที่ต้องเข้าพิธีแต่งงานกันในวันพรุ่งนี้ และในคืนนั้นเองก็เกิดเรื่องเลวร้ายกับอัสนี อัสนีรถคว่ำกลายเป็นคนพิการตาบอด ไม่เพียงแต่พิธีแต่งงานจะเริ่มต้นไม่ได้เท่านั้น…ทายาทคนเดียว ผู้บริหารคนใหม่ของกิจการไหมไทยกำลังจะกลายเป็นคนพิการ
เรื่องนี้ส่งผลถึงธุรกิจพันล้านแน่นอน ภานุ อาแท้ๆ ของอัสนีที่แอบหวังฮุบกิจการของอัสนีอยู่ลึกๆ จึงเข้ามาจัดการให้ข่าวต่อผู้บริหารทุกคนว่า อัสนีและอาโปจะแต่งงานกันอย่างเงียบๆ และจะย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านกลิ่นแก้วโดยไม่ต้องการให้ใครรบกวน
อาโปกรี๊ดทันทีที่ได้รับข่าว นอกจากไม่ได้ทำงานบริหารสวยเก๋ในเมืองใหญ่แล้วเจ้าหล่อนยังจะถูกส่งไปเป็นชาวเกาะ คอยดูแลสามีตาบอดในบ้านบนเกาะห่างไกลสังคมอีกด้วย และแล้วเจ้าหล่อนก็เกิดไอเดีย อาโปบังคับให้พระพายปลอมตัวเป็นตนแล้วไปอาศัยอยู่กับอัสนีแทน ในขณะที่ตนเองก็จะหนีหายไปเที่ยวต่างประเทศกับจอนนี่
เรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่มีใครรู้แม้แต่อัสนี ไหนๆ บ้านกลางเกาะนั่นก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว ใครจะไปรู้ว่าคนที่มาอยู่กับอัสนีเป็นอาโปตัวจริงหรือตัวปลอม อัสนีและพระพายจำต้องอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยาในบ้านกลางเกาะที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
อัสนีเย่อหยิ่ง ปากร้าย ดุดัน และเกิดมาเพื่อเป็นคุณชายผู้จองหองเอาแต่ใจตนเอง ยิ่งในเวลานี้ที่กลายเป็นคนตาบอด เขายิ่งเหมือนเจ้าชายสายฟ้าที่พร้อมจะฟาดฟันลงมาที่คนรอบข้างตลอดเวลา ในขณะที่พระพายอ่อนโยนจิตใจดี เจ้าหล่อนเหมือนสาวน้อยแห่งสายลม ที่พร้อมจะเยียวยาทุกๆ คนให้มีความสุขกายสบายใจ แต่พระพายเป็นแค่เด็กน้อยกำพร้าที่มีประวัติลึกลับ หล่อนไม่ใช่คนมั่นใจในตนเอง แถมยังซุ่มซ่ามเซ่อซ่า หล่อนต้องกลายเป็นเนื้ออันโอชะที่ถูกอัสนีจอมโหดขย้ำตายคามือแน่นอน เผลอๆ พระพายอาจกลายเป็นบ้าไปเพราะหน้าที่ดูแลอัสนีก็เป็นได้
อัสนีผู้ป่วยตาบอด แถมยังป่วยที่จิตใจ ถูกพามาบ้านกลิ่นแก้วที่แสนเงียบสงบ แถมยังอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกแก้ว บรรยากาศที่นี่ทำให้เขาแทบเป็นบ้า ไม่เพียงเท่านั้นเขายังต้องอยู่กับผู้หญิงที่เขาไม่รู้จักชื่ออาโป ผู้หญิงที่ทำให้เขาพิการ อัสนีเกลียดอาโป เพราะคิดพาลเอาเองว่าอาโปคู่หมั้นทางการเมืองของเขาคนนี้ เป็นสาเหตุของความโมโหในคืนที่เขาขับรถจนได้รับอุบัติเหตุ ถ้าเขาไม่โมโหเรื่องต้องแต่งงานกับอาโป เขาก็คงไม่ขับรถประมาทแบบนั้น… วันนี้อาโปจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะภรรยาของเขา เขาจะทำให้ยายนี่วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงออกไปจากเกาะภายในสามวัน
อาโป เดินทางมาถึงที่เกาะจริงๆ แต่เจ้าหล่อนคือพระพายปลอมตัวมา ผู้ดูแลบ้านคือ แต้มผู้สามีกับถวิลผู้ภรรยา รวมทั้งอัสนีก็ไม่รู้ ทุกคนพากันเข้าใจไปว่านี่คืออาโป อัสนีที่เป็นผู้ป่วยบนรถเข็นจัดการตัดไฟทั้งบ้านกลิ่นแก้วทันทีเพื่อต้อนรับ ภรรยากำมะลอ อัสนีอ้างว่าในเมื่อตนต้องอยู่ในความมืด คนอื่นก็ต้องอยู่ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังหลอกพระพายในนามของอาโปให้ไปติดอยู่ในห้องเก็บของ
พระพายต้องทนทุกข์ทรมานร้องไห้อยู่ในห้องมืดๆ ทั้งคืน กว่าถวิลจะช่วยออกไปได้ พระพายออกไปจัดการกับอัสนีทันที หล่อนแกล้งเอาปลิงทะเล เมนูอาหารของถวิลไปใส่ในเสื้อของอัสนี แล้วบอกว่ามันคือหนูที่จับได้จากห้องเก็บของ อัสนีตกใจมากลุกขึ้นจากรถเข็นแล้ววิ่งสะบัดไปมา พระพายงงงวยเป็นอย่างยิ่งที่อัสนีเดินได้แต่ไม่ยอมเดิน อัสนีโมโหมากตะโกนด่าเอาไม้ไล่ตีพระพายจนล้มไม่เป็นท่า วันต่อมาอัสนีคิดแผนใหม่ แกล้งมาทำดี แล้วเล่าเรื่องผีที่รอคอยคนรักในบ้านกลิ่นแก้วให้พระพายฟัง พอตกดึกเขาก็จัดการจ้างเด็กชาวประมงนำโดย เด็กชายอารี ที่อยู่แถวนั้นมาหลอกผี พระพายกลัวผีจนจับไข้หัวโกร๋นไปสามวัน จนถวิลต้องมาดูแล
ในที่สุดพระพายก็รู้ความจริง เพราะความไร้เดียงสาของเด็กชายอารีและเพื่อนๆ พระพายไม่รอช้าจัดการดัดหลังกลับ หล่อนไปเอาม้วนภาพยนตร์เก่าๆ ที่เจอในห้องเก็บของมาฉายต่อออกลำโพงให้ดังทั่วหาด คราวนี้ชายพิการทิ้งรถเข็นวิ่งหนีอ้าวเพราะนึกว่าผีเจ้าที่ๆ ว่านั้นมีตัวตนจริงๆ จากนั้นพระพายจัดการให้แก๊งค์เด็กชาวประมงเอารถเข็นไปทิ้งที่หน้าผาหลังเกาะ หล่อนบอกอัสนีว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาจะยอมรับความจริงและมีชีวิตอยู่ให้ได้ อัสนีต้องเดินด้วยตัวเองไม่ใช่ด้วยรถเข็น ถึงแม้จะเป็นวิธีเดินแบบคนตาบอดก็ตาม
แน่นอน…อัสนีอาละวาดด่าอาโปที่ตัวจริงคือพระพายไม่มีชิ้นดี ไม่ว่าจะแสดงฤทธิ์เดชอย่างไรพระพายก็ไม่ยอมท้อถอย หล่อนรับมือกับคุณแม่เมษาที่แสนเจ้าอารมณ์มาได้ตลอดชีวิต นับประสาอะไรกับชายพิการคนเดียว ที่สำคัญ…หล่อนเป็นพยาบาล ความเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจของอัสนีเป็นหน้าที่ๆ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอยู่แล้ว
อัสนี ประหลาดใจมาก แม้เขาจะกลั่นแกล้งพระพายเท่าไหร่ พระพายก็ไม่มีท่าทางจะทิ้งเขาไป ถึงแม้หล่อนจะเหมือนคู่กัดของเขาตลอดเวลา แต่ผู้หญิงคนนี้อบอุ่นอ่อนโยนไม่เหมือนผู้หญิงเย่อหยิ่ง อาโปตัวจริงที่เขาได้ข่าวมาแม้แต่น้อย พระพายจัดการสอนให้อัสนีใช้ไม้เท้า ดูแลสุขภาพร่างกายจนแข็งแรงขึ้น หล่อนพาอัสนีไปเดินเล่นริมทะเล ปรับปรุงบ้านกลิ่นแก้วที่อยู่ในความมืดให้สว่างไสว เด็กกำพร้าสองคนเริ่มทดแทนกันและกัน พระพายสอนอัสนีให้รู้ถึงคุณค่าชีวิต และอัสนีก็สอนให้พระพายลบปมด้อยของตนให้เข้มแข็งและเชื่อมั่นในตนเองมากกว่านี้
อัสนี โดยเฉพาะพระพายชอบไปนั่งเล่นที่ซุ้มดอกแก้ว หล่อนจะรู้สึกสุขใจอย่างประหลาด พระพายไม่เคยรู้ถึงสาเหตุที่แท้ของความผูกพัน เพราะบ้านหลังนี้คือบ้านที่พ่อและแม่ที่แท้จริงของตนเป็นผู้สร้างมา และที่ใต้ต้นแก้วนั้นก็มีเถ้ากระดูกของอรชุนผู้เป็นพ่อแท้ๆ โปรยปรายอยู่
อัสนีจิตใจดีขึ้น พระพายให้กำลังใจเขาเพื่อให้ผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา และด้วยความช่วยเหลือของพยาบาลเก่าอย่างพระพาย อัสนีได้พบแพทย์เฉพาะทาง เขาตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดทันที ด้วยสาเหตุลึกๆ เขาอยากเห็นหน้าภรรยาที่ดีกับเขาตลอดมา และอยากใช้ชีวิตแบบสามีภรรยาจริงๆ กับอาโปซึ่งก็คือพระพายนั่นเอง
การผ่าตัดเป็นไปอย่างเรียบร้อย ถึงแม้อัสนีจะยังเปิดผ้าพันแผลที่ตาไม่ได้ แต่หมอยืนยันว่าโอกาสที่อัสนีจะมองเห็นมีมากกว่าแปดสิบเปอร์เซนต์ ข่าวการหายตัวไปของอัสนีสั่นสะเทือนผู้คนมากมาย ถ้าอัสนีกลับมาบริหารกิจการไหมไทย นั่นคือการกลับเข้าสู่สังคม อาโปตัวจริงจำต้องกลับมาทำหน้าที่ภรรยา จะให้พระพายสวมรอยต่อไปไม่ได้
อาโป ตัวจริงเดินทางมาที่บ้านกลิ่นแก้วทันที ด้วยการจัดการของเมษาที่ไม่อยากให้พระพายได้ดี ให้บังเอิญเหลือเกินที่อาโปกำลังทะเลาะกับจอนนี่ อาโปผู้มีจิตใจโลเล แถมถูกยุยงจากป้าเมษา จึงเปลี่ยนใจกลับมาชอบอัสนีทันทีที่รู้ข่าวว่าเขากำลังจะกลับเป็นคนปรกติ
พระพายหัวใจสลาย อาโปกำลังทวงตำแหน่งภรรยาของหล่อนคืน หล่อนไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้อัสนีอีกแล้ว โลกแห่งความเป็นจริงเปิดออก หล่อนมีค่าแค่เพียงแค่คนใช้ของอาโปเท่านั้น
ในวันที่เปิดผ้าพันแผล เมื่อดวงตาของอัสนีเปิดขึ้น ผู้หญิงที่เขาพบคืออาโปที่ฉกฉวยเอาความดีความงามไปทั้งหมด ในขณะที่หน้าห้องคือพระพายผู้น่าสงสาร ในห้วงเวลานี้เอง โดม เพื่อนรักของพระพายที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น ก็สารภาพรักกับพระพาย แต่โดมก็ไม่สามารถทำให้พระพายลืมอัสนีได้
เมษาจัดการบังคับพระพายไม่ให้ปรากฏตัวให้อัสนีเห็น แค่ทุกวันนี้อัสนีก็สับสนพออยู่แล้ว เหตุใดอาโปที่เขาพบในวันนี้กับอาโปที่อยู่ที่บ้านกลิ่นแก้วนั่น จึงเสียงไม่เหมือนกัน แต่ในเมื่อทุกคนแม้แต่หลักฐานทางกฎหมายก็ยืนยันว่านี่คืออาโปตัวจริง เขาก็พูดอะไรไม่ออก
อัสนีเคียงข้างด้วยอาโปกลับเข้าบริษัทอย่างมีเกียรติ อัสนีเวลานี้เหมือนเป็นคนละคน เขาจัดการปรับปรุงตัวเองใหม่เพื่อเป็นคนที่ดีและสามีที่ดี แต่เขากลับรู้สึกแปลกแยกกับอาโปคนใหม่มากขึ้นทุกที และในขณะเดียวกัน รอบๆ ตัวของเขาก็เหมือนมีเงาของใครคนหนึ่งติดตามช่วยเหลือเขาในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ พระพายนั่นเอง หล่อนแอบเข้ามาจัดการเรื่องของอาหาร ยา หรือแม้แต่ช่วยงานเอกสาร ทุกอย่างโดยไม่เคยโผล่มาให้อัสนีเห็นตัวหรือได้ยินเสียงเลย
บัดนี้พระพายได้กลายเป็นลมอบอุ่นที่ไร้ตัวตน แต่อัสนีก็สัมผัสได้ถึงความรักและความห่วงใยของลมที่อบอุ่นได้ตลอดเวลา ในใจของอัสนีรู้แต่ว่า ตนจะต้องสืบสวนทุกอย่างที่น่าสงสัยรอบตัว อัสนีแกล้งวางแผนขับรถแข่งให้รถคว่ำแล้วกลับไปเป็นคนตาบอดอีกครั้ง
เรื่องราวเหมือนวนกลับมาที่เดิม อัสนีสูญเสียตำแหน่งทางธุรกิจไป อาโปเริ่มกลายเป็นบ้าที่ต้องอยู่กับสามีตาบอดไร้อำนาจ หล่อนแอบติดต่อกับจอนนี่ให้มาพบบ่อยๆ อัสนีชายตาบอดถูกทอดทิ้งไว้ในบ้าน เขาหวังใจลึกๆ ลมอุ่นๆ ที่เคยแอบช่วยเหลือเขาจะปรากฏตัว แต่แล้วก่อนที่พระพายจะถูกจับได้ เมษาก็รู้แผนการของอัสนีเสียก่อน ถ้าอัสนีรู้ว่าพระพายมีตัวตนจริง เขาจะแต่งงานกับพระพายแล้วพาพระพายกลับเข้าบริษัท เข้ารับตำแหน่งทุกอย่าง
เมษาออกขัดขวางอัสนีได้สำเร็จ แผนของอัสนีไม่เป็นผล พระพายไม่ได้ปรากฏตัวที่บ้านกลิ่นแก้ว มีแต่เพียงอาโปคนเดิม อัสนีหมดหวัง แผนการเป็นคนตาบอดของเขาล้มเหลว เขากลับมาเป็นคนตาดีอีกครั้ง และตัดใจเชื่อว่า คนที่แอบดูแลเขานั้นเป็นเรื่องคิดไปเอง อาโปมีเพียงคนเดียว และไม่มีการแอบแฝงใดๆ ทั้งสิ้น
แต่แล้วอาโปก็ก่อเรื่องอีก อาโปทะเลาะกับจอนนี่ จอนนี่เข้ามาอาละวาดในบ้านด้วยอารมณ์หึงหวง เขาเอาปืนเข้ามาจะยิงให้อัสนีตาย แต่คนที่เข้ามารับกระสุนปืนคือพระพาย ผู้หญิงที่เขาไม่เคยเห็นหน้า แต่แอบติดตามเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จู่ๆ ก็เข้ามารับกระสุนปืนแทนเขา พระพายถูกยิงสลบไปอยู่ในอ้อมกอดของอัสนี อาโปร้องกรี๊ดทำอะไรไม่ถูก จอนนี่จึงพาตัวอาโปขึ้นรถหนีไป และวางแผนสวมรอยเพื่อเรียกค่าไถ่ตัวอาโป จิตตาและเมษาเดือดร้อนออกติดตาม
ระหว่างการติดตาม อาโปทะเลาะกับจอนนี่อย่างหนัก จอนนี่เสียใจที่อาโปไม่เข้าใจ ด้วยความเครียดจอนนี่ยิงอาโปและตั้งใจจะยิงตัวเองตายตามประชดรัก จอนนี่ตายแต่อาโปบาดเจ็บสาหัสถูกพาเข้าห้องผ่าตัดเคียงคู่กับพระพาย ทั้งคู่ขาดเลือดต้องเปิดรับบริจาค และแล้วจิตตาก็ค้นพบความจริง เลือดของอาโปไม่ตรงกับหมู่เลือดของตน แต่ของพระพายกลับตรงกัน
จิตตาที่แอบสงสัยที่มาของพระพายมานานแล้ว เริ่มออกสืบความจริง จิตตาตัดสินใจพาเมษาไปที่บ้านกลิ่นแก้ว และเล่าเรื่องการกำเนิดของบ้านกลิ่นแก้วให้ฟัง เมษาที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเพราะความแค้นและความเครียดมานานเกือบ 20 ปี ช็อคทันทีที่รู้ว่า อรชุนอดีตสามีและจิตตามีความรักต่อกันมากมายขนาดไหน แม้ร่างของอรชุนจะตายไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาเหลือไว้คือความรักที่มีต่อจิตตาและลูก ผลการตรวจดีเอ็นเอมาถึงมือของจิตตาแทบจะในทันที จิตตารู้ความจริง ลูกของเธอคือพระพายไม่ใช่อาโป
จิต ตายิ้มแย้มมีความสุขต่อหน้าเมษา หล่อนไม่เสียใจสักนิด พระพายเติบโตขึ้นมาอย่างน่ารักและงดงาม ชีวิตที่บ้านเด็กกำพร้าและการกดขี่ของเมษาไม่สามารถทำลายความดีในสายเลือด ของพระพายได้พระพายเข้าพิธีแต่งงานกับอัสนี ได้ใช้ชีวิตแม่ลูกกับจิตตา
อาโปตกใจช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้น สายเลือดสูงส่งและเงินทองที่หล่อนเคยยึดไว้ตลอดชีวิตสูญสลายไป หล่อนต้องเข้าบำบัดรักษาในโรงพยาบาลโรคจิต โดยมีนมแสงคอยดูแลอยู่ด้วยความเสียใจที่มีส่วนทำให้อาโปเป็นเช่นนี้ ทั้งพระพายและจิตตารับอาโปเข้ามาดูแลเหมือนเดิม จนอาการของอาโปค่อยๆ ดีขึ้น
เมษาเข้าโรงพยาบาล อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ เวลาเพียงสามเดือน หล่อนผมขาวโพลนทั้งหัว กลายเป็นคนแก่ที่เต็มไปด้วยโรคต่างๆ จะอยู่ก็อยู่อย่างคนครึ่งคนจะตายก็ตายไม่ได้ ความแค้นตลอดชีวิตกัดกินหล่อน และยังกัดกินหล่อนต่อไป
เมษายืนมองบ้านกลิ่นแก้ว เอามือจับที่ป้ายไม้เก่าๆ ฝีมือของอรชุน
ความรักเปลี่ยนแปลงโลกทั้งโลก…ความเกลียดทำลายแม้ตัวเอง…

ออกอากาศ 19 มิถุนายน 2550 – 8 สิงหาคม 2550

กลับบ้านเรานะ…รักรออยู่

จอมขวัญ ลูกสาวคนเล็กที่สวยปราดเปรียว ดื้อรัน และเชื่อมั่นในตนเองของกำนันชัย อดีตกำนันผู้ปกครองบ้านไร่พัฒนา เธอไปใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพเพื่อเรียน และทำงานหลายปี จนบริษัทโฆษณาเล็กๆ ที่เธอทำงานอยู่ประสบมรสุมทางเศรษฐกิจ และต้องปิดตัวลง จอมขวัญกลายเป็นคนตกงานอย่างกระทันหัน ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าเธอจะกลับบ้านเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ และผันตัวเองไปทำงานเกษตรตามแนวทางเดิมของครอบครัว ทุกคนในบ้านต่างงุนงงไปกับการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบพลิกความคาดหมาย ของจอมขวัญอยู่มาก หลายคนไม่คิดว่าเธอจะทำได้ แต่กำนันชัยเคารพการตัดสินใจของลูก เขาแบ่งที่ดินให้เธอ 1 แปลงเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับงานที่เธอตั้งใจ

 

จอมขวัญเริ่มวางแผนการทำ งานของเธอด้วยการศึกษาการทำเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ เธอได้ที่ปรึกษาเป็นเพื่อนเก่าเจ้าเนื้ออย่าง สุพรรณี ลูกเจ้าของร้านหนังสือที่ช่วยเหลือด้านข้อมูลวิชาการ และนัดดา เพื่อนครูแสนเรียบร้อยที่คอยช่วยเหลือในเรื่องการสำรวจตลาด ขณะที่เธอกำลังเล่าความฝันอันบรรเจิดของตนให้สุพรรณีฟังอยู่นั้น เขตรัฐชายหนุ่มร่าสูงใหญ่ผิวเข้มหน้าตาคมคาย ที่ยืนอยู่แผลงหนังสือใกล้ๆ ได้ยินเรื่องราวโดยตลอดและอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นทางเลยว่าสาวสวยหุ่นเพรียวอย่างนางแบบแต่งตัวแปลกตาจะเป็น เกษตรกรได้อย่างไร จอมขวัญหันขวับไปมองตามเสียงนั้นด้วยความโกรธ จะตามไปเอาเรื่องแต่สุพรรณีห้ามไว้ เขตรัฐมีข่าวซุบซิบทั่วตลาดว่าเขาเป็นเกย์ หลังอกหักจากแฟนเก่าชื่อชุติมา และเขายังเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับ เดชชัย พี่ชายคนหนึ่งของจอมขวัญอีกด้วย จอมขวัญเริ่มวิตกว่าเดชชัยพี่ชายอาจกลายเป็นพวกชอบไม่ป่าเดียวกันไปแล้ว

 

ขณะ เดียวกันหนุ่มๆ ในกลุ่มของเดชชัย ก็คอยสังเกตน้องสาวเพื่อนคนนี้อยู่เหมือนกัน แถมยังตั้งคำถามกันว่าสาวสวยที่ชินกับชีวิตเมืองกรุงอย่างเธอจะไปรอดในอาชีพ เกษตรกรหรือไม่ ด้านเขตรัฐและผู้กองวรพจน์ 2 หนุ่มโสดในกลุ่ม คิดว่าคนทำจริงอย่างจอมขวัญน่าจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง ขณะที่พิชัยอารักษ์ 2 หนุ่มไม่โสด คิดว่าเธอไม่มีทางทำอาชีพนี้ได้นานถึง 1 ปี เมื่อความคิดต่างกันการเดิมพันจึงเกิดขึ้น พิชัยเสนอให้วางเงินคนละ 1 แสนบาท มีระยะเวลา 1 ปี และให้เดชชัยซึ่งเป็นคนวงในทำหน้าที่เป็นกรรมการ โดยที่จอมขวัญไม่รู้เลยว่าเธอคือตัวแปรสำคัญของเกมนี้

จอมขวัญเดิน ทางไปปรึกษาที่สำนักงานเกษตรอำเภอ และได้พบกับวีรวุธ ในที่สุดจอมขวัญก็ได้ข้อสรุปว่เธอจะปลูกมะนาวที่ยังไม่มีใครปลูก เลี้ยงปลาแรดที่กำลังมีราคาดี และเลี้ยงไก่ไข่เพื่อให้ไร่ของเธอมีเงินหมุนเวียนตลอดทั้งปี แต่โครงการของขวัญจำเป็นต้องไปขอความช่วยเหลือเรื่องรถขุดดินจากไร่สมสมัย ไร่ใหญ่ข้างๆ ที่มีคุณสมสมัยแม่ของเขตรัฐเป็นเจ้าของ และมีเขตรัฐเป็นคนดูแล เมื่อเจอหน้ากันทีไรจอมขวัญมักจะพูดเรื่องคนอกหักบ้าง พวกเบี่ยงเบนทางเพศบ้าง เพราะคิดเอาเองว่าเป็นการพูดจี้จุดเขตรัฐแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบจริงจังพอที่จะ จับต้นชนปลายได้เลย แถมเขายังมักจะรู้ทันเธอไปซะทุกเรื่องและสวนกลับแบบที่ทำให้จอมขวัญแทบสะอึกอีกด้วย

 

จอมขวัญได้รู้จักตัวตนของเขตรัฐมากขึ้น จากที่จอมขวัญได้เห็นเขตรัฐก็ดูเป็นคนดีแต่ไม่รู้ว่าทำไมเพื่อนๆ ของเธอจึงบอกว่าเขตรัฐน่ากลัว จะเล่าทีไรก็มักจะมีคนเข้ามาขัดอยู่ร่ำไป และรู้สึกว่าลุงชูไม่ชอบคุณนายสมสมัยและลูกๆ ของเธอนัก เขามักจะกันไม่ให้เขตรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรืออยู่ใกล้ชิดด้วย ซึ่งจอมขวัญไม่รู้ว่าเพราะอะไร หากแต่คนในครอบครัวของเขตรัฐนั้นรู้ดีว่าลุงชูเชื่อว่าการตกบันไดตายของน้อง สาวคือแม่แท้ๆ ของเขตรัฐไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุแต่มันคือการฆาตกรรม ดังนั้นอีกคนที่อาจได้รับอันตรายก็คือเขตรัฐหลานรักเพียงคนเดียวของเขา

 

ไร่จากน้ำพักน้ำแรงจอมขวัญรุดหน้าไปด้วยดี ด้วยความช่วยเหลือของเขตรัฐ นิติพงษ์กลับมาอีกครั้งพร้อมกับเพื่อนๆ ของจอมขวัญที่กรุงเทพฯ เธอจึงจัดโปรแกรมพาเพื่อนๆ เข้าไปเที่ยวชมธรรมชาติในป่า โดยขอให้เดชชัยและกลุ่มของเขาซึ่งมีความเชี่ยวชาญการเดินป่านำทางให้ เขตรัฐทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่มโดยมีประสิทธิ์คนสนิทของเขาซึ่งหลงรักนัดดา ติดตามไปช่วยดูแลด้วยเพราะกลุ่มเที่ยวครั้งนี้มีจำนวนมากพอดู เนื่องจากนักรบและระวิขอตามไปแถมยังชวนชุติมา ธนากร และยุวดีเพิ่มเข้ามาอีก ตลอดเส้นทางเขตรัฐคอยดูแลจอมขวัญที่สามารถเดินทันเขา ขณะที่คนอื่นๆ เดินรั้งท้ายเพราะร่างกายไม่สู้ โดยเฉพาะนิติพงษ์ซึ่งอ่อนล้าและดูจะเป็นไข้จากการเดินทางที่ลำบาก เขาไม่ชอบที่เขตรัฐคอยห่วงใยและดูแลจอมขวัญเป็นพิเศษ

 

คืนนั้นอากาศ หนาวมาก ด้วยความเซ็งเขตรัฐชวนประสิทธิ์ไปเดินส่องสัตว์ เวลาเดียวกัน นิติพงษ์ออกจากเต็นท์มาเข้าห้องน้ำถูกลอยตีหัวจากทางด้านหลัง ทุกคนสงสัยเขตรัฐ เพราะเขาและประสิทธิ์ไม่ได้อยู่ในเต็นท์อีกทั้งนักรบซึ่งเป็นน้องของเขาเอง แท้ๆ กลับคอยพูดให้ทุกคนเข้าใจว่าคนที่ลงมือต้องเป็นเขตรัฐ ผู้กองวรพจน์มั่นใจว่าคนอย่างเขตรัฐไม่มีทางลอบทำร้ายใคร เหตุการณ์ในคดีเดิมนั้นแม้ปืนจะเป็นของเขตรัฐแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะ เป็นคนยิง วรพจน์และเพื่อนๆ ของเขตรัฐเริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจนักรบที่ต่อหน้าก็เป็นน้องชายที่เคารพพี่ แต่ลับหลังกลับพูดจาเหมือนให้ร้ายพี่ชายตัวเอง

 

หลังเกิดเหตุ จอมขวัญเริ่มไม่ไว้วางใจเขตรัฐอีกครั้งเธอไม่ได้พบเขาอีกเลย จอมขวัญเลิกคิดเรื่องต่างๆ และทุ่มเทเวลาให้กับงานอย่างเต็มที่ โดยมีวีรวุธคอยให้คำปรึกษา เขามาหาเธอที่ไร่เกือบทุกวัน เขตรัฐได้แต่แอบมองคนทั้งคู่มาจากไร่ของเขาอย่างอิจฉา เมื่อจอมขวัญทำปั้นปึ่ง เขตรัฐจึงเพียรมาที่ไร่ของเธอบ่อยๆ ทั้งที่รู้ว่าจอมขวัญไม่อยากพูดคุยด้วยนัก เพราะเธอไม่เคยรู้เลยว่า เขานั่นแหละที่เป็นคนให้เงินช่วยเหลือไร่ของเธอ เมื่อตอนที่ไก่ตายยกเล้า จอมขวัญรู้เพียงว่าเดชชัยไปกู้เงินมาให้เท่านั้น

 

จู่ๆ จอมขวัญก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แล้วจอมขวัญก็กลับมาพร้อมทั้งบอกอย่างภาคภูมิใจว่าเธอได้รับเลือกให้เป็นพรี เซ็นเตอร์โฆษณาบริษัทโทรศัพท์เรื่อง “กลับบ้านเรานะรักรออยู่” ซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลให้คนตกงานกลับไปทำมาหากินที่ บ้านเกิด ซึ่งต้องการคนตกงานที่กลับบ้านเกิดมาทำเกษตรจนเป็นรูปเป็นร่างสำเร็จจริงๆ และต้องสวยพอที่จะเป็นนางเอกโฆษณาได้ด้วย ซึ่งคนนั้นก็คือ เธอ ที่สำคัญงานของจอมขวัญสามารถรวมแนวคิดหลักของรัฐบาลได้ทั้งสามแนวทางนั่นคือ กลับบ้านเกิด ส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่นให้มีผลิตภัณฑ์ เฉพาะตำบลและส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น อาชีพของจอมขวัญทั้งนั้น

 

ตก ดึกทั้งเขตรัฐและจอมขวัญนั่งดูดาวอยู่ด้วยกันเพียงสองคน แล้วจู่ๆ เขตรัฐก็บอกกับจอมขวัญว่าเขาชอบเธอและบอกว่าน่าจะลองคบกันดู จอมขวัญแม้จะรู้อยู่เป็นนัยๆ ว่าเขาคิดอะไรกับเธอแต่มาจู่โจมอย่างนี้ก็ตั้งรับไม่ทันเหมือนกัน เธอจึงรีบเดินหนีไปที่กลุ่มทัวร์ด้วยความอาย และพยายามไม่สบสายตาของเขา นักรบมองออกว่าเขตรัฐสนใจจอมขวัญและบอกว่าจะจัดการให้ เขตรัฐห้ามไม่ให้มายุ่งกับเรื่องของตน แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อรถของวีรวุธเจอเรือใบจนยางแตกหลังขับออก มาจากไร่จอมขวัญเขาสังเกตเห็นได้ว่ามีเงาคนมาเก็บเรือใบที่เหลือ เขตรัฐขับรถมาเห็นเข้าเลยลงมาช่วยและถามว่าเขาสนใจจอมขวัญหรือเปล่า วีรวุธกลัวและเข้าใจผิดว่าเป็นแผนของเขตรัฐที่ต้องการจะขู่ตน และเล่าเรื่องราวให้จอมขวัญฟัง จอมขวัญตำหนิเขตรัฐให้เดชชัยฟังแต่แล้วก็โดนเดชชัยโมโหใส่และบอกว่าเขตรัฐ ไม่ใช่คนอย่างนั้น

 

จอมขวัญถูกลอบยิงขณะนำทัวร์ ประสิทธิ์ซึ่งอยู่ใกล้รีบวิ่งเข้ามาช่วย แต่จอมขวัญกลับคิดว่าเขาเป็นคนยิง เขตรัฐและเดชชัยรีบมาดูอาการจอมขวัญ จู่ๆ ถาวรเจ้าของเรือยางอิสระก็หน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่ารู้ข่าวว่าขวัญถูกยิง แต่เมื่อเห็นผู้กองวรพจน์เดินมาก็ผงะรีบกลับไปทันที ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยของวรพจน์ยิ่งนัก เมื่อฟื้นขึ้นมาเห็นหน้าเขตรัฐ จอมขวัญถึงกับผวาบอกว่าเธอโดนยิงเพราะไม่คบกับเขา และทะเลาะกับประสิทธิ์ เขตรัฐเสียใจมากและบอกว่าอย่าเอาเหตุการณ์ครั้งนั้นมาตัดสินเขาก่อนที่จะ มองอย่างตัดพ้อแล้วเดินออกไป ชุติมาที่มาคอยดูแลจอมขวัญก็บอกว่าเขตรัฐไม่ใช่คนอย่างนั้น เขาไม่เคยฆ่าใคร เมื่อจอมขวัญจะถามต่อชุติมาก็ไม่ยอมพูดแล้วออกไป

 

ผู้กองวรพจน์ เริ่มสงสัยท่าทางของนักรบ เพราะมักจะพูดถึงเรื่องร้ายต่างๆ ว่าเป็นฝีมือธนากรได้ราวกับเป็นคนคิดแผนซะเองแต่ก็พยายามสืบทางธนากรด้วย เช่นกัน ธนากรก็ให้คนสืบอยู่เหมือนกัน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีข่าวว่าเขาเป็นคนผิด วรพจน์เริ่มมองมาที่คนในครอบครัวของเขตรัฐ คืนนั้นเองเขตรัฐถูกลอบยิง ลุงชูจึงจัดการหาลูกน้องทหารเก่ามาคอยดูแลเขตรัฐ อารักษ์และเพื่อนมาเลี้ยงปลอบใจและวางแผนให้ได้เจอกับจอมขวัญ ตอนแรกเขตรัฐโมโหแทบบ้าที่จอมขวัญไม่แสดงอาการห่วงใยเขาเลยแถมพูดจาประชด จนวรพจน์ต้องเตือนให้ใจเย็นๆ เขตรัฐอาสาขับรถของจอมขวัญไปส่งเธอที่บ้านและให้อารักษ์เอารถเขาไปส่งที่ บ้านท่ามกลางแรงเชียร์ของเพื่อน จอมขวัญเริ่มไม่ไว้ใจเมื่อเห็นเขาหยิบปืนมาด้วย

 

ตลอดทางกลับบ้านเขต รัฐรับรถช้ามาก เขาสารภาพว่าเขารักเธอและไม่เคยทำร้ายใครเพื่อให้ได้เธอมา จอมขวัญหน้าแดงที่จู่ๆ ตาบ้าก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา และหาเรื่องเขาเพื่อกลบเกลื่อนความอาย เมื่อเขตรัฐหยุดรถด้วยความโกรธจอมขวัญก็คว้าปืนเขามาจ่อทันทีด้วยความกลัว และให้เขาออกรถ เขตรัฐไม่คิดจะปัดปืนให้พ้นตัวทั้งๆ ที่เขาทำได้ เขตรัฐบอกให้จอมขวัญระวังตัวเพราะเขาเห็นเงาคนตะคุ่มอยู่และหยิบปืนไปจากมือ จอมขวัญพร้อมบอกให้เธอวิ่งหนีไปให้ไกล ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังลั่นจากการยิงต่อสู้ เขตรัฐรีบบอกให้เพื่อนตามมาเพราะเขาถูกดักยิงเช่นกัน จากนั้นก็ตะโกนเรียกจอมขวัญ ซึ่งหลบอยู่ในดงไม้ห่างจากถนนห้าหกเมตรเท่านั้น จอมขวัญบอกว่าเธอขาแพลง ช่วงที่รอผู้กองสองคนก็นั่งกอดเข่าหันหน้าคุยปรับความเข้าใจกัน

 

วรพจน์ มาบอกข่าวที่ไม่น่าเป็นไปได้กับเขตรัฐ นั่นคือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดเป็นคนในบ้านเขา วรพจน์บอกเขตรัฐว่าให้ตัดสินใจว่า ระหว่างแม่เลี้ยงกับน้องชายเขาคิดว่าใครหรือว่าทั้งคู่ จอมขวัญไปหาชุติมาที่บ้านพักพยาบาล เธอต้องการให้ชุติมาบอกความลับต่างๆ เพราะผู้กองวรพจน์แน่ใจว่าชุติมาจะเป็นคนที่ไขความลับเรื่องนี้ได้ แล้วเธอก็ได้รู้ว่านักรบเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ทันใดนั้นเองนักรบก็พุ่งเข้ามาตบชุติมาจนหมดสติ ท่าทางของเขาดูไร้สติไม่มีเค้าความอ่อนโยนเหมือนนักรบคนเดิม ก่อนที่จะเอาปืนตบหน้าจอมขวัญจนหมดสติไปอีกคน เขตรัฐแทบบ้าที่รู้จากชุติมาที่หน้าตาบอบช้ำว่านักรบเอาตัวจอมขวัญไป ขณะนั้นมีจดหมายจากนักรบนัดเขาไปที่อุทยานแห่งชาติฯ สมสมัยขอร้องว่าอย่าฆ่าน้อง เขตรัฐรับปาก

 

ที่ท่าเรือ นักรบให้เขตรัฐลงมาในเรือที่มีถาวรคุมท้าย จอมขวัญนั่งอยู่ตรงกลาง เขาเข้าไปกอดจอมขวัญเอาไว้และได้ฟังนักรบซึ่งดูเหมือนควบคุมสติตัวเองไม่ อยู่ ถาวรเห็นท่าไม่ดีกระโดดหนี แต่ก็ถูกนักรบยิงตายอย่างแม่นยำ พร้อมสั่งให้จอมขวัญบังคับเรือ เธอจึงบังคับเรือให้ชนโขดหิน นักรบกระโดดตกจากเรือ เขตรัฐพยายามช่วยน้องชายเอาไว้ลากขึ้นเรือในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บจากคมหิน ใต้น้ำ ท่ามกลางความเหนื่อยล้า จู่ๆ นักรบที่นอนนิ่งก็คว้าปืนจากเอวของวรพจน์ยิงตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตา เขตรัฐเสียใจมากที่เขาไม่อาจรักษาสัญญากับแม่เลี้ยงของเขาเอาไว้ได้ ด้านเขตรัฐและจอมขวัญลงเรือยางอีกครั้งเพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจและปลอบโยน ซึ่งกันและกัน เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้งแต่จอมขวัญก็ยังคงดื้อดึงตามแบบของเธอ ครั้งนี้เขตรัฐรู้แล้วว่าเธอคงไม่จากเขาไปไหนอีกอย่างแน่นอน

 

รายชื่อนักแสดงละคร กลับบ้านเรานะ…รักรออยู่

ดนุพร ปุณณกันต์ รับบท เขตรัฐ
พิยดา อัครเศรณี รับบท จอมขวัญ
อรรถกร สุวรรณราช รับบท ประสิทธิ์
ศราวุธ นวแสงอรุณ รับบท นักรบ
เกรียงไกร อุณหนันท์ รับบท กำนันชัย
ภคพร รัตนสุวรรณ รับบท นัดดา
ภราดร ทวีวัฒนสมบูรณ์ รับบทเดชชัย

 

ออกอากาศ วันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7

กลลวงรัก

นพรุจ มีชีวิตครอบครัวอันอบอุ่น แม้ว่าพ่อของเขา นพนันท์ จะเป็นนักบริหารการเงินมือหนึ่งของประเทศ แต่นพนันท์กับ รุจิภา แม่ของเขาก็ทุ่มเทความรักความห่วงใยให้แก่เขาเสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง วีรภัทร นักบริหารมือใหม่ไฟแรงก้าวเข้ามาในชีวิตครอบครัวของนพนันท์ ในฐานะมิตรที่รู้ใจทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว ทำให้ทั้ง 2 ครอบครัวสนิทสนมกันมาก โดยที่ รัชนี ภรรยาของวีรภัทร พร้อมด้วยลูกสาว 2 คนคือ รสิตา เด็กสาวแสนแก่น ปราดเปรียว, รินรดา ผู้เรียบร้อย น่ารัก ไม่เคยล่วงรู้ความลับของวีรภัทรเลยว่า เหตุผลที่วีรภัทรทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้สนิทสนมกับนพนันท์นั้น เพื่อแก้แค้นที่นพนันท์เคยขับรถชนคนรักของวีรภัทรจนเสียชีวิตเมื่อสมัยวัย รุ่น วีรภัทรร่วมมือกับ จักริน เพื่อนร่วมธุรกิจคนใหม่ ใช่เล่ห์กลทำให้นพนันท์ล้มละลาย จนนพนันท์ต้องเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจกำเริบ รุจิภาจึงพานพรุจไปอยู่กับ เสาวรศ พี่สาวของนพนันท์ที่ต่างจังหวัด

และ ปล่อยข่าวว่านพรุจได้ลาไปจากโลกนี้แล้ว หลังจากนั้นไม่นานรัชนีก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง วีรภัทรจึงส่งรสิตาและรินลดาไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ทางฝ่ายรุจิภาเองก็ตรอมใจจนเสียชีวิต โดยหวังให้ความจริงตายไปกับตนด้วย แต่แล้วนพรุจก็ได้รู้ความจริงนั้นจนได้ จึงเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตทั้งหมด เพื่อปั้นตนเองให้เป็นนักบริหารมือหนึ่งเช่นเดียวกับพ่อ และกลับมาชำระหนี้แค้นกับวีรภัทร แม้ว่าในใจลึกๆ จะยังคงคิดถึงรินรดาอยู่เสมอ เมื่อนพรุจเรียนจบด้วยผลการเรียนอันยอดเยี่ยม เขาก็มุ่งเป้าหมายไปสมัครงานที่บริษัทของวีรภัทร โดยเปลี่ยนชื่อเป็น ณรงค์ วีรภัทรถูกชะตากับณรงค์เป็นอย่างมาก เขาแสดงฝีมือให้วีรภัทรเห็นจนได้รับความไว้วางใจ เลื่อนตำแหน่งให้เป็นมือขวาของวีรภัทร โดยที่วีรภัทรไม่เคยสงสัยความเป็นมาของเขาเลย และแล้ววันที่เขารอคอยก็มาถึง เมื่อวีรภัทรจัดงานเลี้ยงครบรอบวันคล้ายวันเกิด 60 ปี โดยวีรภัทรไว้ใจให้เขาไปรับรินรดาที่สนามบิน

เขา จึงเตรียมแผนการลักพาตัวรินรดาเพื่อแก้แค้น แต่แล้วแผนการทุกอย่างกลับคลาดเคลื่อน เมื่อคนที่กลับมากลายเป็นรสิตา สาวเปรี้ยว ทันสมัย จนนพรุจหมั่นไส้ตั้งแต่แรกเห็น สงครามคารมจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกัน เช่นเดียวกับในวัยเด็กที่ทั้งคู่มักจะทะเลาะกันเสมอ แม้นพรุจจะรู้ดีว่าแผนการลักพาตัวครั้งนี้ไม่หมูอย่างที่คิด แต่เขาก็ไม่ล้มเลิกความพยายาม ขณะที่นพรุจขับรถพารสิตาไปบ้านที่ต่างจังหวัด ก็เกิดมีกลุ่มคนลึกลับตามมาลักพาตัวรสิตาด้วย รสิตาได้รู้เรื่องราวเลวร้ายของพ่อที่เคยหักหลังเพื่อนร่วมธุรกิจจากปาก จักริน ที่จับรสิตากับนพรุจมานี่เอง นพรุจต้องพารสิตาหนีเอาชีวิตรอด ทั้งคู่ผจญภัยร่วมกันหลายวันกว่าจะหนีมาได้ วีรภัทรตามช่วยรสิตาพร้อมกับ จารวี หญิงสาวผู้เพียงพร้อม ซึ่งวีรภัทรกำลังตกหลุมรักอยู่ ในนาทีวิกฤตที่จักรินกำลังจะยิงรสิตานั้น วีรภัทรกลับลั่นกระสุนใส่จักรินเสียชีวิตเสียก่อน เมื่อวีรภัทรพารสิตากลับมาที่บ้าน นพรุจก็ได้พบกับรินรดาและ จอนนี่ หนุ่มลูกครึ่ง เพื่อนในต่างประเทศที่คอยให้ความช่วยเหลือสองพี่น้องมาตลอด

จอน นี่หลงรักรสิตามานาน แต่หลายครั้งที่จอนนี่รู้สึกท้อกับความเย็นชาของเธอ รินรดารู้ว่าณรงค์คือพี่นพรุจของเธอ แต่เขากลับปฏิเสธ แม้ว่าใจจริงแล้วเขาเองก็ยังคิดถึงรินรดาอยู่เสมอ แต่อีกใจหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีรสิตาอยู่เช่นกัน ท่ามกลางคลื่นลมที่ยังคงสงบนิ่ง จารวีก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านวีรภัทรในฐานะภรรยา ด้วยการยอมรับจากทุกคน แต่ภายใต้ใบหน้าที่สวยงามกลับแฝงไปด้วยไฟแห่งความอาฆาตที่รอคอยวันสะสาง เพราะเธอคือลูกสาวของจักริน ที่หวังทำลายทุกคนที่ขวางทางเธอให้มอดไหม้ไปกับการแก้แค้น แม้กระทั่ง จิโรจน์ น้องชายจอมเจ้าชู้ แต่จิตใจบริสุทธิ์ เธอก็ยังใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าหา สุขุมาลย์ ลูกบุญธรรมของวีรภัทร โดยบอกความจริงที่วีรภัทรหักหลังพ่อของสุขุมาลย์ในอดีตมาโน้มน้าวให้สุ ขุมาลย์ร่วมมือด้วย สุขุมาลย์และจารวีค่อยๆ ป้อนยาพิษลงในอาหารให้วีรภัทรทุกๆ วันจนร่างกายของวีรภัทรอ่อนแอลง พร้อมกับความวุ่นวายที่ค่อยๆ ลุกลามขึ้นภายในบ้านหลังนี้

แต่ ท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ความรักของรสิตาและนพรุจกลับงอกงามขึ้นอย่างที่ทั้งคู่เองก็ไม่ทันรู้ตัว แม้ทั้งสองจะสร้างกำแพงขึ้นมากางกั้น แต่ต่างฝ่ายต่างก็หนีใจตัวเองไม่พ้น เมื่อรินรดาได้รู้ถึงความรู้สึกของคนทั้งสอง เธอจึงเสียใจมาก แต่ขณะเดียวกันความรู้สึกของเธอกับจอนนี่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นความเข้าใจ ที่มากกว่าเพื่อน ความรักที่นพรุจมีต่อรสิตาทำให้เขาและสุขุมาลย์ตัดสินใจหักหลังจารวีมาช่วย เหลือวีรภัทร แต่ทุกอย่างสายเกินไป เมื่อวีรภัทรต้องกลายเป็นอัมพาต เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ยังคงมีเพียงการรับรู้เท่านั้นที่ทำให้เขาต้องเจ็บปวดกับผลกรรมที่เคยก่อ และแล้วจอนนี่ก็กลายเป็นผู้เปิดเผยตัวตนของจารวีให้ทุกคนรู้ ขณะเดียวกันที่นพรุจลาออกจากบริษัทและกำลังจะกลับไปช่วยทำงานที่รีสอร์ทของ ป้าเสาวรศที่ต่างจังหวัด รสิตาจึงมาหานพรุจที่บ้าน ทั้งคู่โต้เถียงกันรุนแรงต่างสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง

นพรุจจึง หักห้ามใจตัวเองไม่ได้ คืนนั้นเขามีความสุขมากจนความแค้นในใจจางหายไปหมดสิ้น เธอเองก็เช่นเดียวกัน แต่ด้วยทิฐิที่มีเธอกลับบอกว่า สิ่งที่ทำเพียงเพื่อต้องการไถ่โทษให้พ่อ แม้นพรุจจะตกใจที่รสิตาล่วงรู้ความลับ แต่ความเสียใจมีมากกว่า เขาจึงตัดสินใจจากรสิตาไป ทุกชีวิตดำเนินต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น ยกเว้นจารวีที่ยังคงติดอยู่ในบ่วงความแค้นเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งจิโรจน์ซึ่งพาสุขุมาลย์ไปให้ชีวิตเงียบสงบที่ต่างจังหวัด กลับมาหาหลังช่วยให้พี่สาวคิดได้ จารวีจึงใช้จิโรจน์เป็นเครื่องมือลักพาตัวรสิตา จิโรจน์จำต้องทำตามเพื่อคอยส่งข่าวให้รินรดาช่วยรสิตาได้ รินรดาติดสินใจโทรบอกนพรุจ พร้อมทั้งบอกสิ่งที่ทำให้นพรุจต้องกลับมาตามหาหัวใจที่เขาลืมทิ้งไว้ให้ได้ คือ รสิตากำลังตั้งท้องลูกของ เขาที่ก่อเกิดจากความรักอันบริสุทธิ์ที่ทั้งสองมีต่อกัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมได้ในละครดราม่าสุดเข้มข้นเรื่อง “กลลวงรัก” ทางช่อง 7

รายชื่อนักแสดงละคร กลลวงรัก

อานัส ฬาพานิช รับบท นพรุจ
อารยา เอ.ฮาร์เก็ต รับบท รสิตา
พลอย จินดาโชติ รับบท รินรดา
ดนัย สมุทรโคจร รับบท จอนนี่
เมย์ เฟื่องอารมย์ รับบท จารวี
อภิชัย สาธร รับบท จิโรจน์
เสาวนีย์ พันธุ์ศิริ รับบท สุขุมาลย์
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท วีรภัทร

ออกอากาศ พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น.

กลรักลวงใจ

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเลขาท่านทูต ตกหลุมรักสาวไซด์ไลน์ตัวปลอมอย่างเธอ นักการฑูตหนุ่มจำต้องอิมพอร์ตสาวไทยมาเป็นคู่รักกำมะลอเพื่อหนีการคลุมถุงชน ของมารดา หากสาวมั่นผู้แอบหลงรักนักการฑูตหนุ่มมาตั้งแต่เด็ก ล่วงรู้แผนการเสียก่อน เธอจึงสวมรอยเป็นสาวไซต์ไลน์ บากบั่นไปเป็นคู่รักกำมะลอของชายหนุ่มถึงอเมริกา…เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อคู่หมายของนักการฑูตหนุ่มบุกมาถึงถิ่นติดตามมาด้วยน้องสาวและมารดาสุด แสบแถมนักการทูตหนุ่มดันเผลอใจไปรักผู้หญิงที่เขาเข้าใจว่าเป็นสาวไซด์ไลน์ ในขณะที่หญิงสาวต้องเอาตัว เอาหัวใจให้รอด…
เมื่อต้องอยู่ร่วมห้องกับเขาตลอดเวลาอย่างนั้น…เรื่องราวของนักการฑูตหนุ่ม กับคู่รักกำมะลอ จะลงเอยอย่างไร

กลรักเกมพยาบาท

คมไผ่ เด็กหญิงวัย 5 ขวบที่ทั้งแก่นและเฮี้ยว เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่และย่าอย่างมีความสุข จนเมื่อ รสริน เด็กหญิงวัย 3 ขวบญาติผู้น้องมาขออาศัยอยู่ด้วยเพราะพ่อแม่เสียชีวิต แรกๆ ไผ่เป็นพี่ไม่ดีนักแกล้งน้องไม่ว่าจะแกล้งผลักตกน้ำ และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ไผ่ถูกว่าอย่างหนัก แต่ว่ารสแก้ตัวแทนทำให้ไผ่กลายมาเป็นพี่ที่ดีของรส ต่อมาพ่อแม่ของไผ่ได้เสียชีวิตลง ไม่นานนักย่าก็เสียชีวิต เธอกลายเป็นเด็กกำพร้า

อิงอร แม่ของ ก้านหลิว เพื่อนสนิทรับอุปการะทั้งคู่ไว้ ทำให้ไผ่และหลิวสนิทกันมากขึ้นจนเป็นเพื่อนรัก ที่มหาวิทยาลัยไผ่มีเพื่อนสนิทอีกคนคือ วุฒิ เขาชอบไผ่แต่ไม่กล้าบอก เขาจึงใช้รสเป็นสะพานเพื่อใกล้ชิดไผ่ เมื่อเห็นไผ่ไม่สนใจจึงตัดใจหมั้นกับรสก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยสัญญาว่าจะกลับมาแต่งงานด้วย หลังจากนั้น ฐิตา เพื่อนของรสก็ไปเรียนต่อเช่นกัน รสจึงฝากให้วุฒิดูแลเพื่อนโดยไม่คิดว่าตัวเองจะถูกหักหลัง

ทั้งคู่แอบได้เสียกันวุฒิส่งจดหมายมาถอนหมั้นรส ทำให้รสตรอมใจและเสียชีวิตลงอย่างหัวใจสลาย ไผ่และหลิวโกรธแค้นและสัญญากับตัวเองว่าจะทำให้ทั้งคู่เจ็บปวดปางตายเช่นกัน ผ่านไป 5 ปีไผ่และหลิวร่วมกับเปิดบริษัทรับวางแผนประชาสัมพันธ์ และได้รับงานจาก ภาณิน และสองพี่น้อง เจษฎา และสัญญา ในที่สุดเวลาของการแก้แค้นของไผ่และหลิวก็มาถึง เมื่อฐิตาและวุฒิกลับเมืองไทย

ไผ่เริ่มแผนการหาผู้ชายที่ตรงสเปกฐิตามากที่สุดนั่นคือ ภาณิน และจัดฉากให้ทั้งคู่เจอกัน ซึ่งฐิตาประทับใจและหลงรักภาณินตั้งแต่แรกพบ เมื่อมั่นใจว่าฐิตาหลงรักภาณินจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ไผ่เริ่มแผนการขั้นต่อไปโดยหาผู้หญิงในฝันของภาณินมาเป็นมือที่สาม ก็คือเธอนั่นเองเพื่อการแค้นที่สมบูรณ์ หลิวไม่เห็นด้วยไผ่ใช้มารยาหญิงสร้างภาพตัวเองให้มีบุคลิกและอุปนิสัยในแบบ ที่ภาณินชอบ

นับวันภาณินยิ่งรักไผ่มากขึ้น ตระการ และทองริน บอกลูกว่าเวลาไม่ใช่เครื่องตัดสิน หัวใจต่างหาก ทำให้ภาณินตัดสินใจขอไผ่แต่งงาน ไผ่นึกถึงรสรินจึงตอบตกลงทันที ภาณินพาไผ่ไปที่บ้านทองรินดีใจที่ได้เธอเป็นสะใภ้จนเธอรู้สึกเศร้า การเตรียมการแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างลับๆ เพราะไผ่ไม่อยากให้ฐิตารู้ล่วงหน้า และเมื่อทุกอย่างพร้อมไผ่เอาการ์ดไปให้ฐิตาที่บ้านและเปิดเผยว่าตัวเองเป็น ใคร

โดยไม่รู้ว่าวันนั้นภาณินก็ไปหาฐิตาเหมือนกัน ทำให้เขาได้รับรู้เรื่องที่ไผ่ใช้เขาเป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้และหวังจะแก้แค้นเธอหลังแต่งงาน ในคืนแต่งงานบ่าวสาวดูหน้าตาปราศจากความสุข ฐิตาไปงานพร้อมทั้งฉีกหน้าไผ่ด้วยการเปิดเผยความจริง แม้จะรู้ทั้งรู้แต่ภาณินก็ปกป้องภรรยาจนงานคืนนั้นผ่านไปด้วยดี ไผ่มารู้ว่าเขารู้เรื่องและคิดแก้แค้นเธอกลับก็ต่อเมื่อส่งตัวแล้ว

ไผ่รู้ตัวว่าทำผิดกับภาณินมากและรู้ใจตัวเองว่าที่ยอมแต่งงานกับเขาเพราะเธอ มีใจให้เขาตั้งแต่แรก ไผ่พยายามจะอธิบายแต่เขาไม่ฟัง ไผ่พยายามทำดีสารพัดแต่เขาก็บกว่าไม่ได้เรื่อง เขาต้องการทรมานเธอให้สมกับที่ตนเจ็บใจ วุฒิสารภาพรักกับไผ่ทำให้ไผ่ตกใจมาก เธอแกล้งทำเป็นเข้าใจและให้อภัย วุฒิหลงเชื่อให้เธอควงเขาเย้ยภาณิน คืนนั้นภาณินเมามากเขาปลุกปล้ำไผ่ทำให้เธอโกรธ

ไผ่เลิกสนใจภาณินหันมาดำเนินตามแผนต่อ เลือกคนที่เลวที่สุดสำหรับร่วมชีวิตฐิตา จนมาสะดุดชื่อ ไกรเลิศ นักธุรกิจร่ำรวยแต่มีเบื้องลึกเลวร้าย ไผ่ไปแสดงตัวกับพ่อแม่ฐิตาว่าเป็นภรรยาภาณิน ซึ่งทุกข์ใจเพราะฐิตามายุ่งกับสามีตน และเสนอที่จะหาคู่ให้กับฐิตา หลังชักจูงทั้งคู่ได้แล้วก็ทำให้ฐิตาพบกับไกรเลิศ ในงานเลี้ยงงานหนึ่งเพื่อให้แผนเป็นตามเป้า ไผ่ไปพบไกรเลิศและช่วยเหลือเขาเรื่องฐิตา

โดยไปแยกภาณินและฐิตาที่เมามากไกรเลิศพาฐิตาเข้าโรงแรม ตอนแรกไผ่จะล้มเลิกแผนการแต่ไกรเลิศไม่ยอม และขู่ว่าจะแฉว่าเธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ในที่สุดฐิตาก็ต้องแต่งงานกับไกรเลิศอย่างไม่เต็มใจ การแก้แค้นโดยทำให้ฐิตาตกนรกทั้งเป็นเสร็จสิ้นลงคงเหลือแต่วุฒิ หลิวอยากให้ไผ่เลิกแผนร้ายจึงไปเตือนให้วุฒิกลับไปต่างประเทศ แต่ไม่ทันไผ่ไปหาเขาตอนที่เขากำลังเก็บกระเป๋า พอดีเธอคว้าปืนออกมาเพื่อข่มขู่

วุฒิตกใจกลัววิ่งหนีจนถูกรถชนทำให้เขาตาบอดสนิทไม่สามารถรักษาได้ ไผ่เสียใจเพราะไม่คิดว่าเรื่องจะร้ายแรงแบบนี้ วุฒิสำนึกในความผิดของตนเขาไม่โกรธไผ่ ทั้งคู่อโหสิกรรมให้กันและกัน ไผ่ท้องแต่ไม่ยอมบอกให้ภาณินรู้ ไผ่ตัดสินใจวางมือเรื่องต่างๆ และคืนอิสรภาพให้กับภาณินจากนั้นก็หนีไปจากชีวิตเขา แต่ความรักย่อมเข้าใจในรัก ทุกคนได้ปรับความเข้าใจและให้อภัยซึ่งกันและกัน ไผ่คลอดลูกเป็นผู้ชายซึ่งภาณินก็ดูแลภรรยาอยู่ไม่ห่าง

 

นักแสดงละครเรื่อง กลรักเกมพยาบาล

ชาคริต แย้มนาม  …  ภาณิน
สุวนันท์ คงยิ่ง  …  คมไผ่
พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์  …  ฐิตา
พลอย จินดาโชติ  …  ก้านหลิว
เจฟฟรี่ เบญจกุล  …  วุฒิ
สุรวุฑ ไหมกัน  …  ไกรเลิศ
จณิสตา ชูช่วยสุวรรณ  …  รสริน
ทัศนา ดำรงค์ศักดิ์  …  แมว

กรุงเทพราตรี

กรุงเทพฯราตรี เป็นเรื่องราวของผู้หญิงกลางคืนคนหนึ่ง ซึ่งถูกตัดขาดจากความเป็นเมียและแม่จากกรรมที่เธอไม่ได้ก่อ ความรัก ความแค้น ของคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ คือไฟที่ประทุขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อชะตากรรม ชักนำให้ลูก ๆ ของพวกเขา ต้องมาชิงรักหักสวาทกันเอง

กรุงเทพฯ ปี พ.ศ.2490
พิไล (นันทิดา แก้วบัวสาย) เป็นตัวเก็งที่จะได้รับตำแหน่งกุลสตรีศรีสยาม ท่ามกลางความไม่พอใจของรัมภา (จินตหรา สุขพัฒน์) สาวไฮโซที่เข้าร่วมประกวดเทพีด้วย ก่อนการตัดสินจะมีขึ้น รัมภาได้รู้จากดล (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) คู่ควงของเธอว่า พิไลทำงานเป็นนักร้องไนต์คลับ เธอจึงประจานพิไลกลางเวที แม้ว่าพิไลกล่าวว่าเธอทำงานสุจริต ไม่ได้ขายตัว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ สุดท้ายเธอจึงต้องออกจากการประกวดทั้งน้ำตา และรัมภาก็คว้าตำแหน่งกุลสตรีศรีสยามไปครอง

พิไลยังคงกลับไปทำงานเป็นนักร้องเหมือนเดิม มีผู้ชายมาติดพันเธอมากมาย แต่พิไลก็ยังไม่ตกลงปลงใจกับใคร เธอเช่าบ้านอาศัยอยู่กับรุ่ง (ไก่ วรายุทธ มิลินทจินดา) สาวประเภทสองที่มีอาชีพตัดเสื้อ กับป้อง (รอน บรรจงสร้าง) เพื่อนชายที่แอบรักพิไลอยู่ แล้วคืนหนึ่ง ไววิทย์ (นุติ เขมะโยธิน) หนุ่มนักเรียนนอกที่เพิ่งเดินทางกลับมาบ้านเกิด ถูกโจรปล้นกลางทาง ป้องและพิไลช่วยเอาไว้ได้ และนำเขามารักษาตัวที่บ้าน ทั้งสองตกหลุมรักกันและตกเป็นของกันและกันในที่สุด

เมื่อไววิทย์หายเป็นปรกติ เขาก็กลับไปบ้าน และแม่ก็จับให้เขาได้หมั้นหมายกับรัมภา  พิไลถูกว่าจ้างให้ไปร้องเพลงในงานแต่งของคู่นี้ เธอถึงกับตกใจ เมื่อรู้ว่าเจ้าบ่าวคือไววิทย์และเจ้าสาวคือรัมภา ด้านดลก็เสียอกเสียใจไม่แพ้กัน เพราะเขาเองก็หลงรักรัมภา แต่เมื่อรัมภามีที่หมายใหม่ ก็ถีบหัวเขาส่งอย่างไม่ใยดี แม้ว่าดลจะมีผกา (จารุณี สุขสวัสดิ์) อยู่แล้วก็ตาม

แต่รัมภาก็ต้องรอเก้อ เพราะไววิทย์หายตัวไปนับตั้งแต่คืนส่งตัว ไววิทย์ครองคู่กับพิไลอยู่ 5 ปี จนมีลูกด้วยกันสองคนคือ อุ้ม (อริตา) และอั้ม (อัมพิกา) ไววิทย์เป็นข้าราชการ เงินเดือนจึงไม่มากมายนัก สุดท้ายพิไลจึงต้องกลับไปร้องเพลงเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ดลตามตื้อพิไลอยู่ตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ ดีที่มีป้องคอยดูแลอยู่  ถึงแม้ตอนนี้ดลจะมีผกาเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม รัมภาคิดแผนการณ์ที่จะดึงตัวไววิทย์กลับมาเป็นของตน เธอถึงกับยอมเอาตัวเข้าแลกหากดลทำงานให้สำเร็จ ดลจึงมอมเหล้าพิไล แล้วพาเธอไปขืนใจ รัมภาพาไววิทย์มาเพื่อให้เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ไววิทย์โกรธจัด เขาคิดจะเอาลูกทั้งสองคนไปด้วย แต่พิไลไม่ยอม สุดท้ายไววิทย์นำอั้ม ลูกสาวคนเล็กไปเลี้ยง ทิ้งให้อุ้ม ลูกสาวคนโตอยู่กับพิไลเพียงลำพัง

โชคร้ายยิ่งไปกว่านั้นเพราะเธอตั้งท้องกับดลขึ้นมา เธอคลอดลูกออกมาเป็นชาย ชื่อว่าเดช พิไลเกลียดชังลูกชายคนนี้มาก เดชไม่เคยได้รับการเอาใจใส่จากแม่เลย โดยที่ไม่รู้ว่าทำไม มีเพียงรุ่งกับป้องเท่านั้น ที่ดูแลเอาใจใส่ ส่วนไววิทย์ก็กลับไปใช้ชีวิตผัวเมียกับรัมภา ทั้งสองมีลูกด้วยกันหนึ่งคนคือ ลันดา รัมภารักลูกคนนี้มาก ผิดกับอั้ม ที่รัมภาพยายามเสี้ยมสอนแต่สิ่งไม่ดีๆ  เมื่อเติบโตมาอั้มจึงกลายเป็นเด็กสาวที่เอาแต่ใจตัวเอง ขี้อิจฉา

กรุงเทพฯ ปี พ.ศ.2515
อุ้ม (เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) เติบโตขึ้นเป็นสาวสวย เรียนเก่ง ขยันขันแข็ง ส่วนเดช (พิเชษฐ์ไชย ผลดี) กลับเกเร ด้วยปมที่แม่ไม่รัก ระหว่างนั้น ไนต์คลับของพิไล ซึ่งพยายามยึดมั่นการร้องเพลงในแนวย้อนยุคเอาไว้อย่างเหนียวแน่น แต่กลับไม่ได้รับความนิยม อุ้มจึงตัดสินใจไปร้องเพลงช่วยแม่ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แม้ว่าพิไลจะไม่อยากให้ลูกสาวทำอาชีพนี้ก็ตาม แต่เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

เมื่อเรียนจบ อุ้มออกหางานทำ จนไปถึงที่โรงแรมซึ่งดลกับผกาเป็นเจ้าของอยู่ ชรัณ (พัชฏะ นามปาน) ลูกชายคนโตเป็นผู้ดูแลกิจการ เขานึกชอบอุ้มตั้งแต่แรกเห็น  ส่วนเดชก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ในคณะเดียวกับวิลันดา(จิตตาภา แจ่มปฐม) ทั้งคู่ต่างสนิทสนมกันเพราะเดชเป็นนักดนตรี ส่วนลันดาเป็นนักร้องของมหาวิทยาลัย แต่ทั้งคู่ก็ถูกกีดกัน เมื่อผการู้ว่าเดชเป็นลูกของพิไล และยังยากจน จึงจัดแจงไปพูดคุยกับรัมภาเพื่อนเก่า หวังจะให้ชรัณได้หมั้นหมายกับวิลันดา

ชรัณไปหาอุ้มที่บ้านและตามไปดูเธอร้องเพลงที่ไนต์คลับ แรก ๆ พิไลก็กีดกัน แต่เมื่อเห็นว่าชรัณจริงใจต่อลูกสาวตน จึงไม่ว่ากล่าวอุ้มแต่อย่างใด ในงานวันเกิดครบ 60 ปี ของคุณลาวัลย์ (พิศมัย วิไลศักดิ์) อั้ม (จอย รินลณี) มีโอกาสได้รู้จักกับชรัณ ตามคำแนะนำของกวิน ชายที่หลงรักอั้มอย่างเต็มหัวใจ อั้มเริ่มตีตัวออกห่างกวิน (น็อต วรฤทธิ์) ทันทีที่ได้พบชรัณ เธอต้องการจะแต่งงานกับชรัณให้ได้ แต่เมื่อรู้ว่าชรัณเป็นคู่หมายของวิลันดา เธอก็กราดเกรี้ยวกับน้องสาวหาทางกลั้นแกล้งทุกวิถีทาง ส่วนพิไลก็แอบมาเฝ้าดูความเติบโตของอั้ม ลูกสาวคนเล็กอยู่เสมอ แต่เธอแสดงออกว่ารังเกียจเสียด้วยซ้ำ พิไลจึงได้แต่เสียใจที่ไม่สามารถบอกได้ว่าตนคือแม่

พิไลได้รู้ความจริงว่าชรัณเป็นลูกของผกาและดล จึงสั่งให้อุ้มเลิกคบกับชรัณ ถึงแม้อุ้มจะรักชรัณ แต่ก็ไม่อยากทำให้แม่ผิดหวัง เธอจึงแกล้งร้องเพลง แต่งตัวยั่วยวนผู้ชาย กินเหล้าเมามาย เมื่อชรัณเห็นเข้าก็เข้าใจผิดคิดว่าอุ้มเป็นคนไม่ดี จึงต่อว่าเธอแบบเสียหาย แล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้อุ้มเสียใจอยู่ฝ่ายเดียว ดลยังคงไปเที่ยวที่ไนต์คลับของพิไลเหมือนทุกคืน ยิ่งตอนนี้มีอุ้มเป็นนักร้องสาวที่เขาหมายปองจะได้มาเชยชม ดลก็ยิ่งไปทุกวัน แต่ป้องกับพิไลก็คอยกีดกันอยู่ตลอดเวลา ผกายังแค้นใจพิไลไม่หาย จึงให้คนมาเผาไนต์คลับ แถมดลยังขับรถชนป้องจนพิการ พิไลตามไปด่าว่าดล พอดีที่อุ้มเข้ามาได้ยิน คนทั้งสองโต้เถียงกัน จึงได้รู้ว่าดลนี่เองที่ทำลายชีวิตพิไล เธอเข้าใจแม่ทุกอย่าง และคิดวางแผนแก้แค้นดล อุ้มเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นสาวสวย มาสมัครร้องเพลงในไนต์คลับโรงแรมของดล โดยความช่วยเหลือของรุ่ง แล้วเธอก็ได้เจอกับอั้มที่นี่เอง อั้มมาทำงานเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรง เพราะต้องการจะใกล้ชิดกับชรัณ อุ้มกับอั้มมีเรื่องปะทะคารมกันบ่อย เพราะอุ้มยั่วยวนทั้งชรัณและกวิน ส่วนเดชก็เข้าไปทำงานในบ่อนของดลเพื่อหาเงิน แล้วเขาก็ได้พบวิลันดาบ่อยขึ้น ทั้งสองรักกัน ถึงแม้จะถูกกีดกันก็ตาม

ในที่สุดอั้มก็ได้หมั้นหมายกับชรัณ อุ้มควงคู่มากับดล สร้างความแค้นให้ผกามาก รวมถึงพิไลที่คิดว่าลูกสาวไม่รักดีถึงขนาดตบตีอุ้ม แต่เมื่อรู้ความจริงว่าลูกสาวต้องการจะแก้แค้นก็เริ่มเป็นห่วง เพราะรู้ดีว่าเบื้องหลังของดลนั้นเลวร้ายกว่าที่อุ้มคิด แถมอั้มยังต้องแต่งงานกับชรัณ ลูกชายของคนที่ทำลายชีวิตเธออีก ดลอยากได้ความสาวของอุ้ม จึงให้เดชเป็นคนวางแผนล่อลวงอุ้มมาให้กับตน แต่เดชยังรักพี่สาวจึงไม่ยอมทำตาม และยังแจ้งตำรวจมาจับดลอีก ดลแค้นจัดสั่งให้ลูกน้องตามล่าเดชอย่างไม่คิดชีวิต ดลจับตัวอุ้มไปจนได้ แต่ก่อนที่อุ้มจะตกเป็นของดล เดชก็พาชรัณกับตำรวจมาช่วยอุ้มได้อย่างหวุดหวิด ดลหาทางรอดด้วยการจับเดชเอาไว้เป็นตัวประกันเพื่อหนีตำรวจ เดชจึงตกอยู่ในกำมือดลอย่างไม่คาดคิด ดลขอความช่วยเหลือจากรัมภา ให้เข้าไปเอาเงินในตู้เซฟที่บ้าน สุดท้ายทั้งไววิทย์และอั้มจึงได้รู้ความจริงว่า รัมภาเป็นชู้กับดล ซ้ำร้ายอั้มยังรู้อีกว่า รัมภาเป็นคนฆ่าลาวัลย์ แม่ของไววิทย์ตาย และเธอเองก็ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของรัมภาอีกด้วย รัมภากับวดีจึงฆ่าปิดปากอั้ม แล้วเอาตัวอั้มไปโยนทิ้งน้ำ แต่โชคดีอั้มแค่สลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอจึงรีบไปที่บ้านของกวินทันที กวินจึงเป็นคนที่ช่วยชีวิตอั้มเอาไว้ได้ในที่สุด

รัมภาต้องการฆ่าพิไลเพื่อปิดปาก พอดี รุ่ง ป้อง อุ้ม ช่วยพิไลได้ทัน รัมภาจึงวิ่งหนีความผิดไปอย่างไม่ได้คิดชีวิต แล้วทุกคนก็ตรงมาช่วยเดชที่ท่าเรือ หลังจากสืบรู้ว่า ดลกำลังจะลงเรือหนีตำรวจไป โดยใช้เดชเป็นตัวประกัน ป้องวิ่งเข้าไปช่วยเดช โดยไม่ทันระวังตัว ดลก็ลั่นไกตรงมายังป้อง ด้วยความรักลุงที่เลี้ยงดูตัวเองมา เดชจึงรับกระสุนแทนป้องก่อนที่เดชจะขาดใจตาย พิไลจึงบอกกับเขาว่า พ่อของเดชคือดลนั่นเอง เดชปลื้มใจที่ได้รู้ความจริงก่อนตาย แต่ดลกลับช็อคเมื่อรู้ว่าเดชคือเลือดเนื้อของตน ลูกชายที่ดลเป็นคนหยิบยื่นความตายให้ ดลถูกจับในที่สุด ในงานศพของเดช ดลจึงสารภาพกับไววิทย์ว่า เขาวางยาสลบแล้วปลุกปล้ำพิไล และรัมภาเป็นคนวางแผนทั้งหมด ดลเข้าไปชดใช้กรรมในคุกโดยฝากให้กวินและชรัณดูแลผกาให้ถึงที่สุด รัมภากับวดีถูกตำรวจจับข้อหาฆ่าลาวัลย์ตาย ทั้งสองต้องไปรับกรรมในคุกเช่นเดียวกับดลนั่นเอง

อั้มเสียใจหนักเมื่อรู้ว่า รัมภา ไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของตน ซ้ำร้ายพิไลก็ยังกลายมาเป็นแม่ อุ้มก็เป็นพี่น้องกับเธออีก แต่เธอก็ทำใจได้ในที่สุด โดยมีกวินเป็นคนให้กำลังใจ ชรัณปรับความเข้าใจอุ้มได้โดยดี สุดท้ายรุ่งก็เปิดร้านตัดเสื้อเป็นของตน ป้องก็ใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเด็กกำพร้า คอยช่วยเหลือดูแลเด็ก ๆ ส่วนพิไลก็ได้กลับไปใช้ชีวิตคู่กับไววิทย์ในบั้นปลาย

กรุงเทพฯราตรี

นักแสดงละครเรื่อง กรุงเทพราตรี

พัชฏะ นามปาน รับบทเป็น ชรัณ
เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบทเป็น อุ้ม (อริตา)
ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทเป็น ดล
นุติ เขมะโยธิน รับบทเป็น ไววิทย์
นันทิดา แก้วบัวสาย รับบทเป็น พิไล
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบทเป็น ผกา
จิตตาภา แจ่มปฐม รับบทเป็น วิลันดา
จินตหรา สุขพัฒน์ รับบทเป็น รัมภา
น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ รับบทเป็น กวิน
จอย รินลณี ศรีเพ็ญ รับบทเป็น อั้ม (วิภาวี)
พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบทเป็น ลาวัลย์
พิเชษฐ์ไชย ผลดี รับบทเป็น เดช
วรายุธ มิลินทจินดา รับบทเป็น รุ่ง
รอน บรรจงสร้าง รับบทเป็น ป้อง

กรุงเทพราตรี

 

กระบือบาล

ใจเด็ด ทายาทเศรษฐีทิ้งเงินทองมาเป็นหัวหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อีสานใต้ โดยมีเกริกไกร หัวหน้าสัตว์แพทย์ผู้รักควายไม่แพ้กันเป็นลูกคู่ แต่อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อสรนุช สาวเมืองกรุง ถูกส่งมาเป็นทัพหน้าบุกขายรถไถ ในดินแดนคนรักควายที่ไม่เคยมีรถไถคันไหนขายออกมาก่อน