แคนลำโขง

เวียงแก้ว เจ้าหญิงลาว วัย 6 ขวบ หนีการตามล่าของคณะปฏิวัติ ข้ามลำน้ำโขงมาพร้อมกับแม่ เจ้าหญิงเวียงคำ และลุง เจ้าชายภูเมือง อยู่ใจกลางป่าลึกฝั่งไทย เจ้าชายภูเมืองตัดสินใจย้อนข้ามลำน้ำโขงเพื่อไปเอาสมบัติเก่ามาเป็นทุนรอน เพื่อการตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย ก่อนไปได้กำชับให้เจ้าหญิงเวียงคำและเจ้าหญิงเวียงแก้วหลบซ่อนตัวอย่าง มิดชิดในป่า
จนกว่าจะได้ยินเสียงแคนเป็นเหมือนสัญญาณนัดหมายให้ออกมาพบ กัน ขณะที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเจ้าหญิงเวียงคำต้องออกไปหาเผือกมันเป็นอาหารให้ตัว เองและลูกจนโดนงูฉกตาย ปล่อยให้เวียงแก้วลูกสาววัย 6 ขวบนั่งร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก และในเวลาเดียวกันนั้นกลุ่มกบฏก็ตามมาถึง จนเธอต้องวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานเข้าป่าลึกไปเพื่อหลบซ่อนตัวตามลำพัง หวาดกลัวตัวสั่น จนในที่สุดเด็กชาย อานนท์ ลูกชายของ พ่อเสือ กับแม่ดาวเรือง ชาวบ้านหาของป่ามาพบและอุ้มเธอกลับไปที่บ้าน ด้วยความสงสารพ่อเสือและแม่ดาวเรืองจึงเลี้ยงเด็กหญิงไว้เหมือนลูกอีกคนใน ชื่อ แก้ว

เจ้าชายภูเมืองยังไม่ทันได้สมบัติอย่างตั้งใจกลับพบกับ กลุ่มก่อการปฏิวัติ จึงข้ามฝั่งลำโขงมาเพื่อตั้งใจพาเจ้าหญิงเวียงคำและเวียงแก้วหนีการตามล่า เขาพยายามเป่าแคนตามสัญญาน้องสาวและหลานแต่ก็ไม่พบกับทั้งคู่ จนในที่สุดได้พบเห็นศพของเจ้าหญิงเวียงคำ เจ้าชายภูเมืองซบหน้าร้องไห้กับการตายของน้องสาว แต่เขายังคงมีหน้าที่และความหวังที่จะต้องตามหาตัวเจ้าหญิงเวียงแก้วหลานสาว ให้พบ 16 ปี ผ่านไปเด็กชายอานนท์ผู้ที่เคยช่วยชีวิตเจ้าหญิงเวียงแก้ว เติบโตเป็นผู้นำนักต่อสู้เพื่อสิทธิของคนจนด้วยเสียงเพลงและบทกวี แม้ว่าแก้วจะชื่นชมอุดมการณ์ของอานนท์มากแต่ก็แอบเป็นห่วงทุก ครั้งที่อานนท์ต้องไปต่อสู้กับผู้มีอิทธิพล ขณะที่อานนท์เองก็รักแก้วเหมือนน้องสาวแท้ๆ ทุกเย็นที่เพิงเก่าๆ ริมน้ำ อานนท์จะสอนให้แก้วเป่าโหวดเครื่องดนตรีอีสาน จนในที่สุดแก้วสามารถเป่าได้อย่างไพเราะ

และสามารถแต่งเป็นทำนองเพลง หนึ่ง ที่อานนท์ชอบมากและสัญญากับแก้วว่าสักวันจะร่วมกันแต่งเนื้อร้อง อานนท์เข้าป่าไปร่วมกับกลุ่มนักศึกษา และไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกเพราะถูกยิงที่ราวป่า สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ถูกส่งกลับมายังครอบครัวคือกระดาษแต่งเพลงที่เลอะคราบ เลือดของอานนท์ เป็นเนื้อเพลงหนึ่งท่อนซึ่งแต่งให้แก้วตามที่สัญญาไว้ แก้วจำต้องเข้าวงดนตรีของ พรชัย เพื่อนพ่อเสือที่มีนักร้องดังคือ ขวัญชัย เพราะต้องการปลดหนี้ และได้ทำงานกับ ปิ่นรัก คนดูแลเสื้อผ้า แก้วรู้สึกหมั่นไส้ขวัญชัยนักร้องของวงที่มีแม่ยกเศรษฐินีอย่าง แจ่มศรี และนงนารถ คอยเอาอกเอาใจ ปิ่นรักเองก็ไม่ชอบสองแม่ลูกนี้เช่นกัน เพราะตนเองนั้นก็แอบชอบขวัญชัยอยู่ พรศักดิ์ ลูกพรชัยหัวหน้าวงชอบแก้วทันทีที่ได้พบ จนขวัญต้องหลบทางให้เพื่อน นงนารถโกรธขวัญที่ไปสนใจแก้วจึงยุให้แจ่มศรีเลิกสนับสนุนเงินกับวงดนตรี พรศักดิ์รู้เรื่องจากพ่อก็หาทางช่วยคณะ แต่กลับยิ่งทำให้นงนารถโกรธและมาลงที่แก้ว

แต่แก้วตอบโต้กลับโดยมี ปิ่นรักเป็นลูกคู่ ครั้งหนึ่งนงนารถพาลูกน้องมาแกล้งแก้ว ขวัญซึ่งกำลังร้องเพลงกระโดดลงจากเวทีมาปกป้อง นงนารถโกรธจัดแต่คนที่อึ้งกว่าคือปิ่นรักที่ไม่รู้เลยว่าขวัญมีใจให้แก้วมา ตลอด เจ้าชายภูเมืองบัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็น คำเมือง มาอาศัยอยู่ริมโขง อำเภอโขงเจียม โดยมี เรียมน้อย ข้าเก่าคอยอยู่ดูแล ทั้งสองเปิดร้านขายของที่ระลึกทำจาก ไม้ไผ่ โดยมีแคนเป็นของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อที่สุด วันไหนที่คิดถึงน้องสาวกับหลานคำเมืองจะไปนั่งเป่าแคนอยู่ริมโขง คำเมืองเป่าแคนได้เพราะจับใจจนเป็นที่ร่ำลือ เฮียอ๋า เจ้าพ่อสถานีวิทยุลูกทุ่ง F.M จับมาหลอกเซ็นสัญญาซื้อเพลงแบบเอาเปรียบ ข่าวเรื่องคำเมืองถูกข่มเหงเป็นข่าวเล็กๆ ในวงการเพลงลูกทุ่ง ภายหลังแก้วได้ข่าวและรู้สึกโกรธแค้นนายทุนเพิ่มไปอีก แต่ก็ไม่ได้เฉลียวใจว่าเขาคือลุงของเธอนั่นเอง ระหว่างออกเดินสายแถวๆ โขงเจียม แก้วได้นั่งเรือเที่ยวและได้ยินคำเมืองเป่าเพลงที่แสนคุ้นหู แก้วเป่าโหวดเป็นทำนองเดียวกันกลับไป

และพยายามหาที่มาของเสียงแคน แต่หาไม่เจอ พรศักดิ์ได้ยินทำนองเพลงจากแก้วก็ถูกใจจึงยุให้แก้วแต่งเนื้อเพลง แคนลำโขง ต่อจากที่อานนท์แต่งไว้จนเสร็จ โดยตั้งใจให้ขวัญเป็นคนร้อง วันหนึ่งขณะที่ขวัญกำลังจะขึ้นร้องเพลงก็เกิดอาการเสียงหายอย่างกะทันหัน พรศักดิ์จำเป็นต้องขึ้นร้องแทน และร้องได้ดีจนเป็นที่ถูกใจแม่ยก เพลงแคนลำโขงกลายเป็นเพลงดังจนแจ่มศรีมองเห็นโอกาสทุ่มทุนผลิตอัลบั้ม โดยแก้วยอมขายลิขสิทธิ์ให้เพื่อเอาเงินกลับไปใช้หนี้ให้พ่อแม่บุญธรรม พรศักดิ์กลายเป็นนักร้องดังแทนที่ขวัญ ในขณะที่แก้วเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะนักแต่งเพลงหญิง พรศักดิ์เริ่มเปลี่ยนไปด้วยความหลงระเริงในชื่อเสียง ขวัญเฝ้าดูความสำเร็จของเพื่อนรักอย่างชื่นชมและเจียมตัว ช่วยงานในวงทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้ ในขณะที่ปิ่นรักและนงนารถก็เปลี่ยนไปชอบพรศักดิ์แทน เฮียอ๋าได้ยินทำนองเพลงแคนลำโขงตรงกับทำนองเพลงที่เคยซื้อมาจากคำเมือง จึงฟ้องแจ่มศรีทุกคนในวงร่วมกันต่อสู้เพื่อแก้ว

เพราะมั่นใจว่าเธอ แต่งเพลงนั้นขึ้นมาเอง แต่ในที่สุดต้องพ่ายแพ้ต่อหลักฐานของเฮียอ๋าจนพรชัยต้องยุบวงดนตรี ทุกคนโกรธแก้วเพราะเข้าใจว่าเธอโกหก มีเพียงขวัญเท่านั้นที่เชื่อและคอยให้กำลังใจ ขวัญแอบไปสืบเรื่องที่มาของเพลงแคนลำโขง และในที่สุดได้พาแก้วออกเดินทางไปจนได้พบคำเมือง สองลุงหลานร้องไห้กอดกัน แก้วบอกว่าเสียงเพลงแคนลำโขง ที่แสนไพเราะได้นำพาให้เธอได้กลับมาพบครอบครัวอีกครั้ง แก้วซาบซึ้งในความรักและน้ำใจที่ขวัญมีให้เธอในยามยาก คำเมืองและแก้วร่วมกันต่อสู้กับเฮียอ๋าเพื่อลิขสิทธิ์เพลงแคนลำโขงจนชนะ ทุกคนกลับมาขอโทษที่เข้าใจแก้วผิดและขอให้แก้วและขวัญกลับไปร่วมงานอีก แต่ทั้งสองเลือกที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ริมน้ำโขงและร่วมอนุรักษ์ให้เสียงแคน ได้อยู่คู่กับลำน้ำโขงเช่นเดียวกับความรักของขวัญและแก้วตลอดไป

รายชื่อนักแสดง แคนลำโขง

ธนา สุทธิกมล รับบท ขวัญชัย
วรนุช วงษ์สวรรค์ รับบท เวียงแก้ว
สุพจน์ จันทร์เจริญ รับบท พรศักดิ์
ณัฏฐนันท์ เกียรติดาฐนิต รับบท ปิ่นรัก
รอง เค้ามูลคดี รับบท พรชัย
อรัญญา นามวงศ์ รับบท คุณนายแจ่มศรี
นันทิยา ศรีอุบล รับบท นงนารถ
อรรถพร ธีมากร รับบท อานนท์
ธเนศ ฉิมท้วม รับบท แฉะ
โพล่า อิศวร์ รับบท อินทร
นพดล ดวงพร รับบท ภูเมือง

เคหาสน์แสงจันทร์

นับจากวันที่ ปารินทร์ ได้ตัดสินใจออกจากบ้านไป ด้วยความโกรธ…. ปวดร้าวและทุกข์ใจ เขาไม่เคยเหลียวแลที่จะกลับมาอีกเลย หลังจากที่มารดาของตนเองได้แต่งงานกับชายคนใหม่ ทั้งๆ ที่พ่อเพิ่งตายไปไม่ถึง 3 เดือนดี จนถึงวันนี้.. เวลาได้ผ่านล่วงเลยมาแล้วสามปี ขณะนี้ภาพที่ปรากฏ…. ปารินทร์ กำลังนั่งคุกเข่าจัดแจกันดอกไม้ป่าหน้าหลุมฝังศพแม่ ซึ่งเขาเพิ่งฝังเธอเสร็จ…เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เอง ด้วยความรู้สึกที่เจ็บช้ำ ขมขื่น คละเคล้าไปด้วยความเคียดแค้น และปวดร้าวแสนสาหัส

ปารินทร์เกลียดชังแม่มาตลอด โดยหารู้ไม่ว่าที่แม่แต่งงานใหม่นั้น ก็เพื่อตัวเขาเอง ปารินทร์ไม่เคยเฉียวใจเลยว่าแม่ต้องทุกข์ใจและขมขื่นเพียงใด ที่ต้องทนยอมเป็นเมียไอ้ฆาตกรเลือดเย็นที่ฆ่าพ่ออย่าง..ไอ้ถ่อย..กุศล เพื่อปกป้องชีวิตเขา จนร่างกายของแม่ผ่ายผอมทรุดโทรมลง และตรอมใจตายในที่สุด ขณะนี้.. ปารินทร์ไม่เหลือใครอีกเลยนอกจาก .. ละม่อม พี่เลี้ยงวัยกลางคน ซึ่งได้เลี้ยงดูเขาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ด้วยความรักและเอาใจใส่มาตลอด

นายกุศล การุญวงศ์ เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลมืดแห่ง..เมืองป่าไทร ชั่งมีอุปนิสัยไม่สมกับชื่อเลย .. แม้แต่เพียงน้อยนิด เป็นคนจิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ไร้ศีลธรรม มักมากในกาม ทำได้แม้กระทั่งฆ่าผัวคนอื่นเพื่อครอบครองเมียเขา ดังเช่น ครอบครัวปัณณวัฒน์ ที่ประสบชะตากรรมนี้ และยังมีผู้คนอีกมากมาย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากครอบครัวการุญวงศ์ เพราะไม่ได้มีเพียงแต่นายกุศลเท่านั้น

แต่ยังมี.. โกศัลย์ ลูกชายนายกุศล ซึ่งมีนิสัยใจคอแทบจะถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อมาไม่ผิดเพี้ยนเลย โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ถ้าได้หมายปองหญิงใดแล้ว ต้องได้ ไม่ว่าจะได้หญิงนั้น มาด้วยวิธีใดก็ตาม ซึ่งชาวเมืองต่างก็รู้จักดีถึงความชั่วช้า เลวทราม ทำให้กลัวเกรงอำนาจอิทธิพลของสองพ่อลูกนี้ ด้วยเหตุนี้ปารินทร์ถึงได้ตระหนักดีว่า ทำไมแม่ของเขาถึงได้สั่งเสีย ให้เขาหนีออกจากเมืองนี้ทันที..ที่แม่ตาย ให้ไกลได้เท่าไรยิ่งดี พร้อมกับเงินที่แม่ของเขาได้เตรียมไว้ให้มากพอ ซึ่งได้มาจากการขายไร่ทั้งหมด เพราะแม่ไม่ต้องการให้สมบัติของพ่อ ที่ก่อร่างสร้างขึ้นมาด้วยความลำบาก ต้องตกไปอยู่ในมือของกุศล และยังกำชับเขาไม่ให้ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายเป็นเด็ดขาด

แต่ทว่าปารินทร์ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้ ด้วยใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นและขมขื่นที่สุมอยุ่ในอก เขาเลือกที่จะกลับไปที่บ้าน..เพื่อหมายจะปลิดชีวิตของกุศล ภาพที่เขาเห็นอยู่นั้น.. ในห้องนอน..ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของพ่อแม่เขา ไอ้ถ่อย ..กุศล กำลังบดขยี้เด็กสาวซึ่งอายุเพียงสิบสี่ปี มาลัย .. หลานสาวของละม่อม การมาของปารินทร์ได้ช่วยมาลัยรอดพ้นจากเงื้อมมือของกุศลไว้ได้ และเขาก็ทำสำเร็จ.. ด้วยการดวลดาบกับนายกุศล และใช้ดาบแทงเข้าที่อกกุศลจนตาย ก่อนที่จะหนีออกจากเมืองนี้ ไป โดยในใจเขาคิดว่า ขณะนี้เขาได้เป็นฆาตกรฆ่าคนแล้ว โดยหารู้ไม่ว่าละม่อมได้ทำลายหลักฐานทุกอย่างที่จะผูกมัดคุณหนูของเธอได้

สถานีรถไฟ..ที่ ที่นี่เองที่ปารินทร์เริ่มต้นการเดินทางอันไร้จุดหมายปลายทางของเขา และทำให้เขาได้พบกับหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อภิรุจ และ นิรชา … ที่ได้รับความเดือดร้อนจากครอบครัวการุญวงศ์ เฉกเช่นเดียวกับเขา และต้องการหนีออกจากเมืองนี้ไปให้ไกลแสนไกล ไปยังที่ไม่มีใครรู้จัก เพื่อให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของโกศัลย์ ซึ่งขณะนี้ทั้งคู่กำลังเดือดร้อน เพราะตั๋วรถไฟหาย …. นิรชาไม่รู้ว่ามันได้หายไปตอนไหน ส่วนอภิรุจ ..ถูกล้วงกระเป๋าเงิน …ทั้งคู่ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว มีเพียงแต่แหวนเพชร และนาฬิกาทองคำของน้องสาว อินทุภา..ที่ให้ติดตัวไว้ ….

ปารินทร์ได้ช่วยสองคนนี้ ออกจากเมืองได้สำเร็จ ด้วยเงินถึงสองปึกใหญ่ อภิรุจซาบซึ้งในน้ำใจของปารินทร์อย่างมาก เพราะเขาทั้งสองต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ทำไมปารินทร์กลับช่วยเหลือเขา..ด้วยเงินมากมายถึงเพียงนี้ เขาจึงตอบแทนปารินทร์ด้วย..แหวนเพชรน้ำงาม แต่ปารินทร์ปฏิเสธที่จะรับ เพราะในใจเขา…ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดใด จากการช่วยเหลือเขาทั้งสอง นอกจากเหตุผลเดียว..เพราะเราต่างก็..มีศัตรูคนเดียวกัน แม้แต่..ชื่อของเขา.. ปารินทร์ก็เห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องบอกเขาสองคน แต่ด้วยทนการวิงวอนของอภิรุจไม่ได้ .. ปารินทร์ ปัณณวัฒน์ อภิรุจจะรำลึกชื่อนี้ตลอดไป

ก่อนที่จะแยกจากกัน อภิรุจยัดนาฬิกาทองคำใส่ไว้ในมือของ ปารินทร์ เพราะเกรงว่าปารินทร์จะปฏิเสธอีก พร้อมกับเอ่ยปากเชื้อเชิญปารินทร์ หากในวันข้างหน้าถ้ามีโอกาส..แวะพักกับเขาได้ ที่.. เกาะปาปิไลยก์ สถานที่ที่เขากับนิรชาจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

หลังจากที่ปารินทร์แยกจากทั้งสองคนแล้ว เขาก้มดูนาฬิกาที่อภิรุจยัดใส่มือ มันเป็นนาฬิกาพก ทำจากทองคำ สลักเสลางดงาม เขากดสลักเล็กๆ เบาๆ ฝาบอบบางก็ดีดขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงหวานไพเราะ ปารินทร์ยืนตะลึงกับภาพถ่ายเล็กๆ นั่น ในความรู้สึกของเขา..ไม่เคยเห็นเด็กสาวที่สวยและน่าประทับใจเท่านี้มาก่อน เลย ดั่งต้องมนต์สะกด

นิรชา ภัทรศัย .. สาวน้อยงดงามที่ยากจะหาใครเปรียบ …คู่หมั้นสาวของ อภิรุจ ซึ่งพ่อแม่หมั้นหมายทั้งคู่ไว้ให้กันตั้งแต่เด็ก โชคดีที่ทั้งสองต่างมีจิตใจผูกพันรักใคร่กันและกัน จึงไม่มีปัญหาว่าจะเป็นการจับคลุมถุงชน เพียงรอเวลาที่เหมาะสมที่จะแต่งงานกัน ซึ่งเวลานั้นก็มาถึง เมื่อหกเดือนก่อนหลังจากที่นิรชาเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่ทว่าทั้งสองกลับไม่ได้แต่งงานกัน เพราะว่าขณะนี้ นิรชาได้กลายเป็นคู่หมั้นของนายโกศัลย์ไปแล้ว เพราะโกศัลย์ใช้วิธีชั่วช้าขู่กรรโชก จะเล่นงานพ่อแม่ของเธอถึงแก่ชีวิต ทำให้เธอต้องยอม และซ้อมพ่อของเธอจนแทบช้ำในตาย ทำให้เธอจำต้องคืนหมั้นกับอภิรุจ.. อย่างเจ็บปวดใจ และต้องทำตามที่นายโกศัลย์ต้องการ คือแต่งงานกับมันภายในสามวัน

ด้วยเหตุนี้เองอภิรุจจึงตัดสินใจพานิรชาหนี โดยมีเป้าหมาย…. เกาะปาปิไลยก์ แต่ในใจเขาไม่อยากจากครอบครัวที่เขารัก พ่อ แม่ และโดยเฉพาะน้องสาว… อินทุภา ซึ่งเขารักและเอ็นดูมากที่สุด เพราะเธอเกิดทีหลังเขาแปดถึงเก้าปี เขาช่วยแม่เลี้ยงน้องเฝ้าดูเธอเติบโตปีแล้วปีเล่า ไม่เคยคิดว่าจะต้องจากกันกะทันหันแบบนี้ ขณะอีกฝ่ายหนึ่ง….. อินทุภาก็รักพี่ชายของเธอมาก เธอเศร้าโศกเสียใจมากต่อการที่จะต้องจากกันครั้งนี้ และเธอได้มอบนาฬิกาแบบแขวนคอ.. ทำจากทองคำ ซึ่งเป็นของรักที่คุณแม่ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิด เพื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในยามที่พี่ชายเธอจำเป็นขึ้นมา

อีกด้านหนึ่ง ละม่อม และมาลัย ก็ได้แต่ตอบคำถาม ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ในการตายของกุศล ซึ่งถูกฆ่าตายอย่างไร้ร่องรอย จากการสอบปากคำของผู้หมวดหนุ่ม.. สันติราษฎร์ ครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากที่โกศัลย์ได้กลับมาบ้านในตอนเช้า เพื่อที่จะคุยกับพ่อเรื่องการแต่งงานกับนิรชา ที่จะถูกจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า แต่กลับต้องมาพบพ่อนอนตายจมกองเลือด.. ถึงกับผงะ หายสร่างเมาหลังจากเสพสมอารมณ์หมายกับสาวเสิร์ฟในบาร์อย่างร้อนแรง พร้อมกันทีเดียวถึงสองคน เมื่อได้สติ ก็จิกเรียกละม่อม ตะคอกถาม .. ถึงไอ้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อ

แต่คำตอบที่ได้รับ กลับทำให้โกศัลย์ลุแก่โทสะมากยิ่งขึ้น เพราะละม่อมตอบไปเช่นเดียวกับที่ตอบนายตำรวจ เหมือนพยายามปกป้องฆาตกร ทั้งๆ ที่หล่อนอยู่บ้าน และคนที่ตายก็เป็นนายเหนือหัวมัน แต่กลับไม่รู้เห็นเหตุการณ์เลย ทำให้เขาคิด..ฆาตกรจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก .. ไอ้ปารินทร์ นึกถึงชื่อนี้ .. ยิ่งทำให้เขาเกรี้ยวกราดและโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น เพราะเขาเกลียดชังปารินทร์ .. ผู้เป็นศัตรูในใจเขามาตลอด กอรปกับต้องมาปะทะคารมกับนายตำรวจ.. ที่ไม่เคยผ่านตาเขามาก่อน และกำลังท้าทายอำนาจของ ..โกศัลย์อย่างที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน ก็ยิ่งทำให้เขาเดือดพล่านยิ่งขึ้น

ร้อยตำรวจโท สันติราษฎร์ พิทักราษฎร์ เป็นคนรักความยุติธรรม ใจร้อนและตรงเกินไป จนเจ้านายไม่ชอบขี้หน้า เป็นเหตุให้เขาครองตำแหน่งผู้หมวดได้นานกว่าใคร และยังเป็นผู้หมวดที่โดนย้ายบ่อยที่สุดอีกด้วย สถานีตำรวจป่าไทรก็เป็นอีกที่หนึ่ง ที่เขาเพิ่งถูกย้ายมาประจำ และได้รับมอบหมายให้ทำคดีนายกุศลที่ถูกฆ่าตาย ..

ตลอดเจ็ดวันที่เขาเหยียบเมืองนี้ เรื่องที่กรอกหูจนน่าเบื่อก็คือ… อำนาจราชศักดิ์เถื่อนๆ ของสองพ่อลูกคู่นี้เท่านั้นเอง ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า คนของทางการมักเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับการกระทำของสองพ่อลูกคู่นี้มาโดยตลอด จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้ ใครบ้างล่ะที่อยากจะเดือดร้อน หรือเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ถึงจะเป็นหน้าที่ก็เถอะ เพราะเหตุนี้ .. ทั้งกุศลและโกศัลย์ถึงได้ใหญ่โต วางท่ากร่างไปทั่วเมืองโดยไม่เกรงกลัวต่ออะไรทั้งนั้น

โกศัลย์คั่งแค้นแน่นอก หลังจากสั่งสมุนนับสิบออกตามล่าปารินทร์ ทั่วทุกซอกทุกมุมของเมืองไม่เว้นแม้แต่ตารางนิ้วเดียวตลอดสามวันสามคืน แต่ก็ไม่มีใครพบร่องรอย ราวกับไม่มีไอ้คนๆ นี้อยู่บนโลก สิ่งเดียวที่ทำให้โกศัลย์สะใจบ้าง .. ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่เขาจัดการส่งสันติราษฎร์ .. เข้าไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลในสภาพที่พูดไม่ได้อย่างน้อยก็กว่าสัปดาห์ สมน้ำหน้าที่มันปากดีนัก แม้จะจัดการสั่งสอนผู้หมวดหนุ่มได้ แต่คนที่โกศัลย์อยากได้จริงๆ .. คือปารินทร์

ใช่ว่าจะเพียงแต่แค้นที่ฆ่าพ่อเท่านั้น ทว่าความเป็นศัตรูระหว่างทั้งคู่มีมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมีข้ออ้างรุนแรงมากพอ ที่จะเข่นฆ่าอีกฝ่ายได้อย่างต้องการ โกศัลย์สั่งให้ค้นหาต่อไปโดยไม่หยุด ในขณะที่เขาตัดสินใจจะจัดพิธีแต่งงานกับนิรชาทันที ทั้งที่เพิ่งจัดการกับศพของพ่ออย่างรวบรัด ..เสร็จได้สามวันเท่านั้นเอง หลังจากตัดสินใจ … โกศัลย์ตรงไปบ้านของนิรชา เพื่อสั่งให้พ่อแม่ของนิรชาจัดการตามที่เขาต้องการโดยด่วน แต่ก็พบว่าหล่อนหนีไปแล้ว ..ไปกับไอ้อภิรุจ …คู่หมั้นเก่า เขานึกในใจ .. ว่าน่าฆ่ามันทิ้งเสียตั้งแต่แรก โกศัลย์จ้องมองแหวนเพชร ที่เขาใช้หมั้นหล่อน ที่เจ้าตัวฝากพ่อไว้เพื่อคืนเขาอย่างบันดาลโทสะ .. ครู่ต่อมา ร่างอันบอบช้ำของสองสามีภรรยาก็ลงไปกองสลบไสลอยู่กับพื้นแทบเท้า ก่อนที่โกศัลย์จะมุ่งตรงไปบ้านอภิรุจ …….

ทางด้าน .. ผู้หมวดสันติราษฎร์ ซึ่งขณะนี้แม้กายจะอยู่ในที่สภาพยับเยิน นอนหยอดน้ำข้าวต้ม แต่ก็ยังมีอารมณ์ขันติดตลก ต่อการเย้าแหย่ของน้องชาย .. สุรวุจ พิทักราษฎร์ นักสืบ แห่ง .. “บริษัทรักไม่จำกัด” ได้ถูกตามตัวให้มาช่วยงานนี้ด้วย เพื่อติดตามดูพฤติกรรมของนายโกศัลย์ แทนเขา เพราะเขาเกรงว่ามันจะไปฆ่าคุณปารินทร์

ขณะที่ อินทุภา .. กำลังนั่งอ่านหนังสือเรียนในสวนหลังบ้าน ก็อดนึกถึงเรื่องที่ผู้คนทั้งเมืองต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการถูกฆ่าตายอันลึก ลับของกุศลไม่ได้ ซึ่งมันได้นำความยินดีปรีดาและความสาแก่ใจแก่ชาวเมืองกันโดยทั่วหน้า และต่างก็พากันยกย่องผู้นั้นให้เป็นวีรบุรุษในใจของพวกเขา แต่หล่อนก็อดพิศวงไม่ได้ว่า ใครกันนะที่กล้าสังหารผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของเมืองได้

เมื่อกลับเข้าบ้าน .. อินทุภาต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ..โกศัลย์และพวกสมุนซ้อมพ่อแม่ของเธอจนเลือดท่วมตัว ส่วนตัวเธอก็โดนตบไปหลายฉาด และไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของโกศัลย์ ไปได้ เพราะความสวยของเธอได้ต้องใจโกศัลย์เสียแล้ว ซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าไอ้อภิรุจ มีน้องสาว แถมยังสวยกว่านิรชาเสียอีก โกศัลย์จึงตกลงใจให้อินทุภาเป็นคู่หมั้นแทนนิรชา อินทุภาต้องจำใจยอม เพื่อรักษาชีวิตพ่อแม่ของเธอ แต่ทว่าโชคช่วย เมื่อสมุนคนหนึ่งของโกศัลย์เข้ามาขัดจังหวะ โดยแจ้งอะไรบางอย่างแก่เขา โกศัลย์และพรรคพวกสมุนก็ผลุนผลันออกไปทันที โดยทิ้งลูกสมุนวิทย์กับเม่น ไว้เพื่อเฝ้าไม่ให้อินทุภาหนี และยังสั่งกำชับให้เธอเตรียมตัวแต่งงานทันทีที่เขากลับมา ..

นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่อินทุภาได้เจอโกศัลย์ และลูกสมุน ….. หกเดือนแล้วที่ โกศัลย์หายไป ทั้งอินทุภาและพ่อแม่ของเธอ ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง กลัวว่าโกศัลย์จะโผล่มาไม่วันใดก็วันหนึ่ง จดหมายฉบับแรกของอภิรุจก็ถูกส่งมาจากเกาะปาปิไลยก์ และยังถูกส่งมาเรื่อยๆ ทุกสามสี่เดือน อภิรุจเล่าถึงเกาะปาปิไลยก์ และความสุขในการใช้ชีวิตอันเรียบง่ายของเขากับนิรชา และยังใช้เงินเกือบทั้งหมดซื้อคฤหาสน์หลังมหึมา เก่าแก่และทรุดโทรม เพียงเพราะชื่อของมัน “เคหาสน์แสงจันทร์” ซึ่งพ้องกับชื่อของอินทุภา … อินทุภาแปลว่าแสงจันทร์ และเขายังเล่าถึงตำนานรักอันแสนเศร้า ที่อภิรุจรู้สึกซาบซึ้งประทับใจ แต่สำหรับอินทุภาแล้ว ..รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างลึกล้ำ อย่างประหลาด

อินทุภาได้ทราบเรื่องราวต่างๆ มากมายเกี่ยวกับเกาะตลอดสองปีนี้ แต่ทว่าปีหลังนี้ไม่มีจดหมายพี่อภิรุจอีกเลย ทำให้ไม่กล้าคิดว่าอาจมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น แต่ก็ยังมีเรื่องน่ายินดีเรื่องหนึ่ง ครอบครัวสารนิจได้มีสมาชิกเพิ่มอีกสองคน วิทย์กับเม่น .ซึ่งขณะนี้ได้เป็นอดีตลูกสมุนของโกศัลย์ไปแล้ว เพราะมิตรภาพที่ครอบครัวสารนิจมีให้ต่อเขาทั้งสองตลอดสองปีนี้ มันเต็มไป .. ด้วยความรัก ความอบอุ่น ความอ่อนโยน และความจริงใจ ที่เขาทั้งสองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน .. ถึงแม้เขาทั้งสองจะอยู่ในฐานะ .. คนขับรถและคนสวน จนกระทั่งมาถูกทิ้งไว้ที่บ้านหลังนี้

วิทย์และเม่นรู้สึกว่าเหมือนได้เกิดใหม่ ได้รู้ว่า .. คนดีๆ เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ซึ่งทั้งสามไม่เคยออกคำสั่งพวกเขาเหมือนอย่างที่อดีตนายเก่าเคยทำ มีแต่เพียงการขอให้ช่วยทำ การขอความเห็น หรือแม้กระทั่งปรึกษาหารือ ราวกับว่าพวกเขามีความสำคัญพอๆ กันทุกคน ยิ่งทำให้พวกเขาทั้งรักและบูชานายคนใหม่ และเต็มใจเป็นทาสรับใช้ของครอบครัวนี้ ซึ่งพวกเขาต่างก็เข้าใจว่านายโกศัลย์ได้ตายไปแล้ว จนกระทั่งเม่นได้ข่าวอดีตนายเก่า .. โกศัลยกับลูกน้องกำลังกลับมาหลังจากหายไปสามปี เม่นจึงอาสาคุ้มครองคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ส่วนวิทย์พาอินทุภาหนีไปหาอภิรุจ เนื่องจากแม่ของอินทุภาร่างกายอ่อนแอ ทำให้ไม่สามารถหนีไปพร้อมกันได้

บนเรือข้ามฟาก .. อันหรูหรา อินทุภา สารนิจ สาวน้อยผู้งดงาม น่าถนุถนอม จิตใจอ่อนโยน… หวนนึกถึงภาพเหตุการณ์อันโหดร้าย ที่โกศัลย์ไปปรากฏตัวที่บ้านเธอ เมื่อสามปีก่อน ทั้งๆ ที่เธอพยายามจะสลัดมันทิ้งไป แต่มันก็ยังตามหลอนในใจเธอมาตลอด แม้จะพร่ำบอกกับตัวเองว่า .. ขณะนี้เธอปลอดภัยแล้ว อยู่บนเรือ .. ที่จะพาเธอไปสู่เกาะปาปิไลยก์ ที่พี่ชายและพี่สะใภ้ตั้งรกรากอยู่ …

เกาะปาปิไลยก์ แบ่งเป็นสองส่วน มีผู้ปกครองสองคน เป็นพี่น้องกัน คนแรกชอบความหรูหราฟุ่มเฟือย หลงการพนัน ส่วนนี้เลยถูกพัฒนาเป็นตามความชอบของผู้ปกครอง มีบ่อนคาสิโนใหญ่มาก ส่วนคนหลังชอบความสงบ ชื่นชมธรรมชาติ เขตนี้จึงไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เป็นอยู่เท่าไรนัก บ้านไร่แสงจันทร์ของอภิรุจก็อยู่ในส่วนนี้ ซึ่งคนไม่ค่อยมากเพราะหนีตามความเจริญกันไปหมด เหลือแต่ชาวเกาะหัวเก่า พวกชอบความธรรมชาติ ชาวไร่ ชาวสวนเท่านั้นเอง

นี่เป็นเหตุผลที่อภิรุจและนิรชาเลือกมาตั้งรกรากที่นี่ เพราะมีคนแปลกหน้าเข้าออกมากมายทุกวัน ไม่มีใครสนใจใคร ซึ่งขณะนี้อินทุภาและวิทย์ กำลังโดยสารเรือข้ามฟากไปเกาะปาปิไลยก์ ในระหว่างนี้เองที่อินทุภาได้รู้จัก จิตรดิลก และ จิตรานุช ชิโนบุ สองพี่น้องลูกครึ่งญี่ปุ่นโดยบังเอิญ ซึ่งทั้งสองไม่แตกต่างจากพวกสิบแปดมงกุฎเท่าใดนัก เป็นพวกนักหลอกลวงต้มตุ๋น หากินโดยการปอกลอกผู้คน ที่มาเล่นการพนันบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งจะเลือกเหยื่อพวกเศรษฐีกระเป๋าหนักๆ และโง่พอที่จะให้พวกเขาหลอกได้ จิตรดิลก หนุ่มเจ้าเล่ห์ ผู้หลงใหลการเล่นพนันอย่างเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อได้พบอินทุภาครั้งแรก ถึงกับตะลึงในความงามของเธอ ในใจลึกๆของเขาสนใจอินทุภาอยู่ไม่น้อยเชียว

จิตรานุช สาวสวยเซ็กซี่ ร้อนแรง เธอมักใช้เรือนร่างอันเย้ายวนของเธอ ในการหลอกล่อเงินทองจากกระเป๋าของพวกผู้ชายที่บ้าตัณหา วิทย์ไม่ชอบสองคนพี่น้องนี้เลย โดยเฉพาะจิตรดิลก เพราะ วิทย์มองออกว่าสองคนนี้เป็นคนประเภทไหน จึงเตือนอินทุภาให้ห่างๆ แต่ด้วยความไร้เดียงสาและมองโลกในแง่ดีของอินทุภา ทำให้เธอมองข้ามคำเตือนของวิทย์ไป โดยหารู้ไม่ว่าสองพี่น้องคู่นี้จะนำความเดือดร้อนมาสู่ชีวิตเธอเพียงใด

ภาพแรก .. ที่อินทุภาเห็นเกาะปาปิไลยก์นั้นถึงกับแปลกใจมาก เพราะในความคิดของเธอมันไม่ใช่เกาะที่ถูกพัฒนาจนเกือบจะกลายเป็นเกาะมาเก๊า แห่งที่สองแบบนี้ มันเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าเดิมเลย .. ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลย … เสียงในใจเธอมันบอกอย่างนั้น แต่เมื่อเธอรู้สึกตัว …นึกทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ก็อดขำไม่ได้ ที่คิดไปได้ว่าเกาะนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก … มันจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะเธอเพิ่งเคยมาครั้งแรก

ทั้งอินทุภาและวิทย์ … ทั้งสองดูเก้ๆ กังๆ เมื่อมาถึงเกาะ และไม่รู้จะหาที่พักได้ที่ไหน จึงเป็นโอกาสของ จิตรดิลกที่จะสร้างมิตรกับอินทุภา ด้วยการให้คำแนะนำและข้อมูลที่พักโรงแรมบนเกาะนี้ ทำให้ทั้งคู่ได้ที่พัก สำหรับค้างคืน เพื่อที่ตอนเช้าจึงค่อยออกเดินทางไปบ้านไร่แสงจันทร์

ณ โรงแรม วิทย์ ตกใจตื่นกลางดึก เพราะเสียงร้องของอินทุภา จนเขาพักอยู่ห้องข้างๆ แทบช็อก นึกว่ามีใครเข้ามาทำร้ายเธอ.. อินทุภากำลังฝันร้าย วิทย์ปลุกให้เธอตื้นขึ้นมา อินทุภาฝันว่าพี่ชายและพี่สะใภ้ .. อภิรุจและนิรชามาบอกลาเธอด้วยนัยน์ตาที่หมองเศร้าอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่น่าแปลกก็คือ ในฝัน.. อภิรุจกับนิรชายังบอกว่า .. เขาทั้งสองรอคอยการกลับมาของเธออยู่ และมันก็เป็นจริง ทำราวกับเธอเคยอยู่เกาะแห่งนี้มาก่อน ซึ่งอินทุภาไม่เข้าใจเพราะเธอเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก อินทุภาใจไม่ดีกับความฝัน รู้สึกสังหรณ์ใจ ทำให้ไม่สามารถข่มตาหลับได้ จึงออกเดินทางไปบ้านไร่แสงจันทร์ แต่เช้ามืด เมื่อมาถึงภาพที่อินทุภาเห็น ..

คฤหาสน์สีขาวขนาดใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนิน สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง ทรุดโทรมจนแทบจะพังมิพังแหล่ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเจ้าของสองรุ่นสุดท้ายบ้าการพนันจนไม่สนใจ แต่สำหรับอินทุภามันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด คล้ายกับว่าพลัดพรากจากไปนาน แล้วได้กลับมาบ้านอีกครั้ง แต่ทว่ามันไม่ได้เป็นเหมือนเดิมดังที่เคยเป็น ..ที่ครั้งหนึ่งคฤหาสน์หลังนี้เคยงดงามและแข็งแกร่งเพียงใด เสียงในตัวเธอมันบอกเช่นนั้น อินทุภาน้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว

ขณะนี้เธอรู้แล้วว่าทำไมจึงชื่อเคหาสน์แสงจันทร์ ไม่เพียงแต่ผู้สร้างจะให้ชื่อมันตามชื่อภรรยาอย่างที่อภิรุจเล่าเท่านั้น แต่เป็นเพราะที่หินอ่อนสีขาวต้องแสงจันทร์ มันให้ภาพที่งดงามอย่างหาใดเปรียบไม่ได้เลย และการที่มันตั้งอยู่บนเนินทำให้ได้รับแสงจันทร์เต็มที่โดยไม่มีอะไรมาบดบัง ยิ่งทำให้งดงามโดดเด่นชวนตะลึงยิ่งขึ้น …เมื่ออินทุภารู้สึกตัว จากเสียงเรียกของวิทย์ เธอก็อดงงไม่ได้ที่จู่ๆ ก็รู้สึกแปลกๆ แบบนั้น หนำซ้ำยังร้องห่มร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัวอีก

ที่คฤหาสน์แสงจันทร์ อินทุภาได้พบกับหญิงวัยกลางคน.. พวงเงิน แม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์หลังนี้ อภิรุจและนิรชาคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรีบเดินทางมาที่นี่ .. เธอรีบถามหาเขาทั้งคู่กับพวงเงิน สิ่งสังหรณ์ใจก็วูบขึ้นมาในอก มันเป็นจริง เขาสองคนเสียชีวิตแล้ว พวงเงินเล่าให้ฟังว่า อภิรุจเริ่มเจ็บไข้เล็กๆ น้อยๆ หลังจากที่นิรชาเสียชีวิตได้เดือนเดียว เขาตรอมใจ ต่อการตายของนิรชาเพราะแท้งลูกคนแรก ทำให้เขาป่วยหนักเจ็บกระเสาะกระแสะตลอดหกเดือน และไม่ยอมที่จะรักษา มีการส่งจดหมายมากมาย และเอกสารหลายอย่างที่ทนายความนำกลับไป

หลังจากที่พูดคุยกับ อภิรุจ เวลาส่วนใหญ่ของเขาจึงหมดไปกับการพูดคุยกับทนายความ จนอาการทรุดหนักถึงขั้นลุกไม่ไหว แต่ก็ยังเรียกหาทนายความ จนกระทั่งเขาหมดแรงและเสียชีวิตในที่สุด .. แต่ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่อินทุภารู้สึกแปลกใจ ตลอดหนึ่งปีมานี้เธอไม่ได้รับจดหมายจากพี่ชายเธอเลยแม้แต่ฉบับเดียว

ตลอดสามเดือนที่อินทุภาอยู่บ้านหินอ่อนหลังนี้ มักมีความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอไม่เข้าใจ มันคล้ายกับว่าเธอคุ้นเคยที่นี่เป็นอย่างดี และแน่ใจว่าเคยเห็นที่นี่ถูกตกแต่งไว้อย่างเลิศหรู ถึงแม้ตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่าและทรุดโทรมก็ตาม เธอรู้สึกได้ถึงคืนวันแห่งความสุข และความทุกข์ทรมานของความสูญเสีย เธอมักฝันบ่อยๆ ว่าตัวเองกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง รอคอยสิ่งนี้ด้วยความหวัง แต่ทว่าสิ่งนั้นไม่เคยปรากฏให้เธอเห็นเลย

อินทุภาเข้าใจว่าเธอคิดฟุ้งซ่านไปเอง หรืออาจเป็นเพราะตำนานรักแสนเศร้า ที่คฤหาสน์หลังนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญรักแก่ภรรยา แต่เขากลับต้องมาสูญเสียเธอไป หลังจากแต่งงานได้เพียงสามเดือนเท่านั้น อินทุภานึกถึงเรื่องนี้ทีไร รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่ามันได้เกิดขึ้นกับตัวเธอเองมากกว่าจะเป็นเรื่องเล่า ที่เล่าต่อๆ กันมา

ทางด้านปารินทร์ ..หลังจากที่เดินทางออกจากเมืองป่าไทร เขาตระเวนไปทั่ว เจอเหตุการณ์มากมายทั้งร้ายและดี ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย รู้ว่าต้องใช้ชีวิตแบบไหน ต้องทำตัวยังไงถึงจะอยู่รอดปลอดภัย ยกเว้นสิ่งเดียว …..ภาพเด็กสาวที่อยู่ในนาฬิกาพก ที่อภิรุจให้เขาไว้ เขาไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง ปารินทร์รู้สึกหลงใหลและผูกพันกับเด็กสาวในภาพมาก

เขามองดูภาพนั้นที่ติดตัวเขาไม่เคยห่างทุกวันตลอดสามปีนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยพบเและรู้จักเธอมาก่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหล่อนมีตัวตนจริงหรือไม่ แต่ทำไมหล่อนถึงมีอิทธิพลกับเขามาก มากเสียจนเขาแทบคลั่ง ฝันได้พบหล่อนในสถานที่ที่ไม่เคยผ่านตามก่อน เขาไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร พยายามที่จะสลัดความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้ให้ออกไปจากจิตใจ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะห้วงลึกในจิตใจที่โหยหาหล่อน …. ตลอดสามปีนี้เขาต้องทุกข์ทรมานกับความรู้สึกเหล่านี้ มีหลายครั้งที่เขาเคยคิดขายมันไป และมีอีกหลายครั้งที่เขาทิ้งไว้ที่โรงแรมที่เข้าพัก แต่มิวายต้องรนรานกลับไปเอาทุกที แม้การเก็บมันไว้จะทำให้เขาทุกข์ทรมานก็ตาม

แต่ขณะนี้ … เธอกำลังยืนต่อหน้าเขา ซึ่งเขาไม่คาดคิดมากก่อนว่าจะได้มาเจอที่นี่ ที่ …คฤหาสน์ หลังจากที่เขาได้พบนายบรรจบ ทนายความของอภิรุจ ซึ่งนายบรรจบได้จ้างนักสืบเสาะหาเขามาตลอดหนึ่งปีเต็ม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอภิรุจ ที่ได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดให้ ปารินทร์ …

ปารินทร์พูดไม่ถูกกับสิ่งที่ได้รับ และไม่เข้าใจว่าทำไมอภิรุจจึงตัดสินใจเช่นนี้ ได้แต่ทำตามที่บรรจบแนะนำ คือแวะมาดูของที่กลายมาเป็นของเขาอย่างไม่คาดฝัน ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป “ เคหาสน์แสงจันทร์ ” ชื่อนี้ทำให้เขารู้สึกร้าวลึกๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่อยากไปที่นั่น แต่มันมีอะไรบางอย่างเรียกร้องเขาอยู่ เขาจึงตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ ภาพแรก .. ที่เขาเห็นคฤหาสน์ มันอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดและเคียดแค้นอย่างประหลาด เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น

เมื่อปารินทร์และอินทุภาได้พบกันครั้งแรก ทั้งคู่เหมือนอยู่ในความฝันอันลึกลับ รู้สึกราวกับว่าเป็นคู่รักที่รักกันมาก แต่ต้องมาพลัดพรากจากกันไปนานแสนนาน ทั้งเขาและเธอต่างก็โหยหาอ้อมกอดซึ่งกันและกัน ซึ่งทั้งสองต่างไม่เคยเจอกันมาก่อน มีแต่ทางฝ่ายปารินทร์ที่รู้จักอินทุภามาก่อน จากรูปถ่ายที่เขาฝันถึงหล่อนทั้งยามหลับและตื่น เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ที่ได้มาพบสาวน้อยในภาพ แต่ทว่าไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่งความงดงามของเธอ ถึงกับทำให้เขาเหมือนต้องมนต์สะกด ส่วนอินทุภา .. แปลกใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงอ้อมอกอันอบอุ่น เหมือนเธอเคยได้สัมผัสมาก่อน ซึ่งนานแสนนานมาแล้ว จากชายแปลกหน้า ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยพบชายคนนี้มาก่อน

หลังจากที่ทั้งสองแนะนำตัวและได้พูดคุยกัน อินทุภาจึงทราบจุดประสงค์การมาของปารินทร์ ทำให้เธอ รู้สึกโกรธและเกลียดพี่ชายมาก.. ที่อภิรุจยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ชายแปลกหน้าคนนี้ ทั้งเคหาสน์แสงจันทร์ ไร่อ้อยหนึ่งร้อยยี่สิบไร่ รถยนต์สองคัน และบัญชีเงินฝากจำนวนสองล้านห้าแสนบาท ซึ่งอินทุภาเข้าใจว่าถ้าอภิรุจรู้ว่าเธอจะมาที่นี่คงไม่เขียนพินัยกรรมโหด ร้ายเช่นนี้แน่ … แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน ..ราวกับปะทะคารม คำพูดของปารินทร์ ที่บอกว่าเขาต้องการอยู่ที่นี่คนเดียวและไม่ต้องการให้ใครมารบกวน มันทำให้เธอเข้าใจว่า เขาต้องการให้เธอทั้งวิทย์และพวงเงินย้ายออก ในฐานะเจ้าของคฤหาสน์คนใหม่ ..ซึ่งเธอก็ยินยอมทำตาม แต่ด้วยการทักท้วงของวิทย์ ว่าที่นี่เป็นที่หลบภัยดีที่สุด จากการตามล่าของโกศัลย์ ทำให้เธอก็ตัดสินใจอยู่ต่อ

ปารินทร์นึกโกรธและกำลังต่อว่าตัวเอง ที่ใช้วาจาร้ายๆ กับหล่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีความรู้สึกพิเศษใดๆ กับสาวสวยอย่างเธอเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ใจเรียกร้อง แต่กลับพูดในสิ่งตรงกันข้าม พอเห็นหล่อนเจ็บปวด เขาก็พลอยเจ็บปวดไปด้วย เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เมื่ออยู่ใกล้หล่อนเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มันเหมือนจะคลั่งและสับสน … ความรู้สึกที่เขามีต่ออินทุภามันรุนแรงมากขึ้น เขารู้สึกถึงรสชาติในยามกอดร่างอันบอบบางของหล่อน จนเหมือนกับว่าหล่อนเป็นของเขาทั้งเนื้อทั้งตัว ทั้งกายและใจ ความรู้สึกมันทวีมากขึ้น จนรู้สึกหวงแหนและอยากปกป้อง จนเผลอคว้าหล่อนมากอดจูบอย่างดุดัน และถูกหล่อนตบหน้ามาหนึ่งฉาด พร้อมกับน้ำตาหล่อนที่ไหลอาบแก้ม ขณะที่กำลังปะทะคารมกัน ที่ศาลากลางสวน ก่อนที่เขาจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็วดั่งพายุก็ว่าได้

ปารินทร์เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่อาจทนเห็นหล่อนเจ็บปวดได้อีก แต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองอย่างไร รู้แต่เพียงว่าให้ห่าง อินทุภา สารนิจ ให้มากที่สุดเป็นพอ เพราะการอยู่ใกล้หล่อนทำให้เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างน่ากลัว กลายเป็นคนปากอย่างใจอย่าง ทำให้เธอยิ่งเข้าใจผิด ต่อความรู้สึกที่แท้จริงของเขา เขาจึงตัดสินใจที่จะไปจากหล่อน ไปจากเกาะแห่งนี้ให้เร็วที่สุด โดยยกมรดกทั้งหมดคืนแก่อินทุภา

ทางฝ่ายอินทุภารู้สึกไม่สบายใจ กระวนกระวาย เฝ้ารอการกลับมาของปารินทร์ เธอพยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงเขา แต่ไม่สามารถทำได้ เธอไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักเขาเลย อินทุภาทราบเรื่องที่ปารินทร์คืนมรดกให้เธอ จากนายบรรจบ เธอแปลกใจกับการตัดสินใจของเขา เพราะเมื่อวันก่อนเขายังต้องการให้เธอไปจากคฤหาสน์ เธอควรจะยินดีที่จะได้มรดกคืน แต่เธอกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เพราะในใจลึกๆ เธอไม่อยากให้เขาไป ถึงแม้เธอจะรู้สึกเจ็บปวดต่อท่าทีของเขา ที่ไม่สนใจใยดีเธอก็ตาม

อินทุภาเดินทางไปหาปารินทร์ เพื่อพูดคุยกับเขาเรื่องนี้ เธอไม่ยอมเซ็นรับมรดกคืน และอ้างว่าพี่ชายเธอได้ยกให้เขาแล้ว ปารินทร์ไม่สนใจต่อคำพูดของเธอและยังยืนกรานเช่นเดิม เธอพยายามเกลี้ยมกล่อม โดยอ้างว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่สามารถจะจัดการกับไร่อ้อยอันรกร้าง เป็นร้อยไร่ ได้ แล้วยังคฤหาสน์มหึมานั่นอีก และเขามีส่วนต้องรับผิดชอบภาระหน้าที่ตรงนี้ด้วย เธอยื่นข้อเสนอให้แบ่งมรดกกันคนละครึ่ง แล้วให้ช่วยเธอดูแล เขาใจอ่อนตกลงรับข้อเสนอ ซึ่งจริงๆ เขาไม่อยากได้มรดก แต่ใจที่เขาไม่อยากจากเธอไปต่างหาก

นับตั้งแต่ปารินทร์ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ ความรู้สึกที่เขาหลงใหลและคลั่งไคล้อินทุภาก็ทวีมากขึ้น จนเขาแทบจะบ้าคลั่ง ถึงกับเก็บไป ฝันว่าหล่อนเป็นของเขาอย่างลึกซึ้ง เขาพยายามต่อสู้ต่อความรู้สึกของตนเอง ยิ่งเขาพยายามต้าน มันก็ยิ่งทำให้เขาทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้น เขาพยายามซุกซ่อนความรู้สึกนี้ ไม่ให้เธอรู้ เพราะในใจเขาตระหนักดีว่า.. เขาเป็นฆาตกรฆ่าคนตาย ไม่อยากที่จะฉุดเธอไว้กับคนอย่างเขา และเขาก็ไม่กล้าพอที่จะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงที่มีต่อเธอ เพราะไม่รู้ว่าเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขาหรือไม่ มันทำให้เขา อึดอัด เก็บกด ทุกข์ทรมานใจเป็นอย่างมาก เขาปกปิดความรู้สึกตัวเอง ด้วยการแสดงออกท่าทีเย็นชา เมินเฉยไม่สนใจใยดีเธอ และหาวิธีเลี่ยงเธอ ด้วยการแบ่งหน้าที่ให้อินทุภาดูแลตกแต่งคฤหาสน์ ส่วนเขารับผิดชอบงานในไร่

ปารินทร์ทุ่มเทให้กับงานในไร่ และทำงานอย่างหนักมากเหมือนคนบ้า เพื่อจะได้ไม่ต้องฝันถึงเธออีก เพราะเหนื่อยจนหลับสนิท … งานในไร่อ้อย ซึ่งเขาไม่เคยทำมาก่อนนั้น เขาได้รับความช่วยเหลือจากนายบรรจบ ด้วยการตามคนงานเก่าๆ ที่กระจัดกระจายหลังจากที่อภิรุจตายไปให้กลับมาช่วย เขาได้รับการแนะนำให้สร้างโรงงานผลิตน้ำตาล เนื่องจากมันดีกว่าจะนำอ้อยไปส่งขายให้กับผู้ผลิต เพราะเกาะปาปิไลยก์มีความต้องการน้ำตาลมาก ทุกปีน้ำตาลไม่เคยพอใช้ ทำให้มันมีราคาดีกว่าผลผลิตอื่นๆ ส่วนทางด้านอินทุภา ปารินทร์จ้างเด็กรับใช้หลายคนรวมทั้งคนสวน มาช่วยเธอในการดูแลคฤหาสน์

ทำให้คฤหาสน์จากทรุดโทรมเปลี่ยนไปราวกับเนรมิตใหม่ สวยงาม โดดเด่นเป็นสง่า มีผู้คนเพิ่มขึ้น มีเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความคึกคัก แต่ทว่าห้วงลึกในจิตใจของอินทุภากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น นับวันเขาและเธอยิ่งเหินห่าง ทั้งๆ ที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่แทบไม่เจอกันเลย เธอรู้ว่าเขาพยายามหลบหน้า แต่เธอก็อดคิดถึงเขาไม่ได้ ฝันถึงเขาบ่อยๆ รู้สึกราวกับว่าคุ้นเคยและสนิทสนมกับเขามาก่อน ทั้งๆที่เธอแทบจะไม่รู้จักเขาเลย หล่อนไม่เข้าใจกับความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้น และพยายามหยุดมันก่อนที่จะทำให้เธอเป็นบ้าไปจริงๆ

จนกระทั่งมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั้งสองได้รับรู้ความรู้สึกอีกฝ่าย และปารินทร์เปิดใจที่จะยอมรับความรู้สึกที่มีต่ออินทุภา เมื่อวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของอินทุภามาถึง เขาตั้งใจเตรียมของขวัญวันเกิดให้เธอ มันเป็น .. สร้อยไข่มุกสีชมพู ที่ปารินทร์ดำน้ำลงไปงมหอยนางรมที่อ่าวลึกด้วยตัวเขาเอง เพื่อหาไข่มุกมาทำเป็นสร้อย ..จนทำให้เขาล้มป่วยเกือบเป็นปอดบวม เพราะจากการที่เขาไม่ได้พักผ่อน และยังใช้ร่างกายอย่างหนักในการทำงานที่ไร่อ้อย ขณะที่เธอเฝ้าไข้ปารินทร์ ซึ่งนอนไม่รู้สึกตัวอยู่นั้น เธอทุกข์ทรมานใจมาก และเป็นครั้งแรกที่รู้ว่าเธอรักผู้ชายคนนี้มาก มากจนไม่รู้ว่ามันเริ่มหรือสิ้นสุดที่ตรงไหน รู้แต่เพียงว่า หากเขามีอันเป็นไป เธอไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

อินทุภานอนกระสับกระส่าย ด้วยความเป็นห่วง สองวันแล้วที่อินทุภาถูกพวงเงิน.. แม่บ้าน หัวเก่ากันไม่ให้เข้าใกล้เตียงปารินทร์ นานเกินความเหมาะสม หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากคุณหมอว่าพ้นขีดอันตราย และจะหายดีในไม่ช้า เธอตัดสินใจแอบเข้าไปดูเขา หลังจากที่แน่ใจว่าทุกคนหลับกันหมดแล้ว ทางฝ่ายปารินทร์รู้แล้วว่าเธอห่วงใยเขา ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเข้าใจว่าเธอไม่มีใจให้ และด้วยพิษไข้เขายังนอนซมอยู่ ทำให้ปารินทร์ไม่สามารถต้านความรู้สึกของตัวเองได้ เขาทำตามที่ใจเรียกร้อง เอ่ยปากแกมอ้อนวอนเธอให้ขึ้นมานอนคุยกับเขาบนเตียง และทั้งสองก็เผลอหลับไป จนกระทั่งพวงเงินมาพบเข้าในตอนเช้า ปารินทร์แก้สถานการณ์ ด้วยท่าทีที่ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ว่าทั้งเขาและเธอตกลงใจแต่งงานกัน ทำให้อินทุภาต้องตกกระไดพลอยโจนไปกับเขา

การแต่งงานมีขึ้น แต่ทว่าไม่เหมือนคนที่รักกัน อินทุภาเจ็บปวดใจ เพราะปารินทร์ได้บอกแก่เธอก่อนการแต่งงานสามวัน ด้วยท่าทีที่เย็นชา ว่าเป็นการแต่งเพียงในนามเท่านั้น เพื่อสะดวกในการหย่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกันจริงๆ ทำให้อินทุภาเข้าใจว่าปารินทร์ไม่ได้อยากแต่งกับเธอ แต่เป็นเพราะสถานการณ์ผูกมัด ทั้งๆ ที่รู้เช่นนี้เธอก็ยังแต่งกับเขา เพราะเธอรักเขามาก

แต่ทว่าปารินทร์ รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาจงใจมัดอินทุภาให้แต่งงาน ทั้งที่จริงเขาสามารถอธิบายให้พวงเงินเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงได้ แต่เขาไม่ทำ และยังใช้สถานการณ์บิดเบือนความจริงจนได้ในสิ่งที่ต้องการ คืออินทุภา เพราะเขาไม่สามารถปฏิเสธใจตัวเองได้อีกต่อไป และยอมรับว่าเขารักอินทุภามาก แต่ยอมทำตามใจที่เรียกร้องได้เพียงแค่จดทะเบียน เพราะเขาเป็นห่วงเธอ ไม่อยากฉุดเธอลงไปมากกว่านี้ เธอจะรู้สึกอย่างไร ถ้าวันหนึ่งรู้ว่าได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียฆาตกร ปารินทร์อดนึกห่วงไม่ได้

ในวันแต่งงาน หลังจากเสร็จพิธี เธอเดินหาสร้อยไข่มุกที่หล่นหายไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เธอเจอห้องเก็บของห้องหนึ่ง ซึ่งเธอสงสัยว่ามันถูกลืมไปได้อย่างไร เมื่อตอนบรูณะคฤหาสน์ แต่สภาพจิตใจเธอก็ย่ำแย่พอที่จะไม่อยากเจอใคร เธอหาข้ออ้างให้กับตัวเอง โดยการขับรถเข้าไปในเมืองคนเดียว เพื่อเอาสร้อยไข่มุกไปซ่อมตะขอเกี่ยว ขณะที่เธอกำลังรีบร้อนเข้าจอดรถ ที่หน้าร้านจิลเวอรี่ ทำให้เธอเกือบจะชนจิตรานุชเข้า จึงอาสาไปส่งเธอที่พักโรงแรม

ขณะนั้นเองจิตรานุชฉวยโอกาสตอนที่อินทุภาเผลอ ขโมยสร้อยไข่มุกที่วางอยู่หน้ารถ อินทุภาเจอจิตรดิลกที่โรงแรม พร้อมกันนั้นก็เอ่ยปากชวนสองพี่น้องถ้ามีโอกาสก็แวะไปพักที่บ้านเธอได้ จิตรดิลกจึงเดินมาส่งเธอที่รถ ขณะเดียวกับที่ ปารินทร์มาเห็นเข้า หลังจากที่เขารู้ว่าอินทุภาขับรถเข้าเมืองไปคนเดียว จึงรีบขับรถตามมา ภาพที่อินทุภากับ จิตรดิลกเดินออกจากโรงแรมด้วยกัน ทำให้เขาโกรธและอดคิดไม่ได้ว่า .. แต่ท้ายสุดเขาก็เชื่อมั่นในตัวเธอ และสสัดความโกรธนั้นออกไป แต่ทว่ามันก็ดึกเกินกว่าที่จะกลับ เขาตัดสินใจค้างคืนในเมืองและตั้งใจจะไปรับต่างหูไข่มุกที่สั่งทำไว้ในตอน เช้า และคิดว่าจะมอบให้เธอ เพื่อเป็นการขอโทษที่ทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวในคืนแต่งงาน แต่กลับมาพบจิตรดิลกเอาสร้อยไข่มุกมาขายที่ร้านจิลเวอรี่

เขาจำได้ว่าเป็นเส้นเดียวกับที่ให้อินทุภา ในวันคล้ายวันเกิด เพราะที่ตะขอเกี่ยวเขาทำอักษรภาษาอังกฤษ ไอ เอ็ม แอล ซึ่งย่อมาจาก อินทุภา มาย เลิฟ และจิตรดิลกยังอ้างว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของที่คนรักให้ไว้แทนตัวเธอ ทำให้ ปารินทร์ เข้าใจผิดคิดว่าอินทุภามีอะไรกับจิตรดิลก และซื้อคืนกลับมาด้วยราคาสองเท่าของที่ร้านตีราคา

ระหว่างที่อินทุภารอคอยปารินทร์ทั้งคืน ทำให้เธอนึกถึงห้องเก็บของ เธอจึงเข้าไปดู เดินตรงไปที่ตู้ไม้ชำรุดเก่าๆ อย่างคุ้นเคย ซึ่งก็อดนึกแปลกใจไม่ได้ว่าเธอรู้ได้อย่างไร มันเป็นความรู้สึกที่วาบขึ้นมาเอง เธอพบภาพเขียน ซึ่งเป็นรูปชายหนุ่มและหญิงสาว แต่ทว่าใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของภาพมันทำให้เธอแทบช็อค มันทำให้เธอเข้าใจ กับความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับคฤหาสน์หลังนี้ และความรู้สึกที่มีต่อปารินทร์ เธอเก็บสิ่งนี้เป็นความลับ โดยที่ไม่มีใครรู้

อินทุภางงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เข้าใจว่าทำไมปารินทร์ โกรธเธอมากมาย ถึงกับตบหน้าเธอพร้อมกับประณามเธอว่าเป็นผู้หญิงแพศยา หลังจากที่เขากลับมาถึงบ้านพร้อมกับโยนสร้อยไข่มุกให้เธอ ซึ่งเธอเข้าใจว่าเธอลืมไว้ที่หน้ารถ แต่อินทุภาก็อดทนต่อการกระทำที่ทำร้ายจิตใจของ ปารินทร์ เพราะด้วยความรักที่เธอมีให้เขา

ขณะที่สองพี่น้องชิโนบุกำลังถังแตก จิตรานุชคิดแผนการให้พี่ชายเธอ .. จิตรดิลกจับอินทุภา เพื่อหวังปอกลอก หลังจากที่รู้ว่าเธอเป็นถึงเจ้าของคฤหาสน์และมีฐานะ จึงมาขออาศัยพักกับอินทุภา โดยอ้างว่ามาตามคำเชิญของอินทุภา แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่วางแผน เมื่อพบว่าอินทุภาแต่งงานแล้ว ส่วน จิตรดิลกก็พูดอะไรไม่ออกเมื่อพบว่า คนที่เขาขายสร้อยให้คือ สามีของหล่อน ขณะที่น้องสาวของเขาขโมยมันจากอินทุภา

ทางฝ่ายปารินทร์ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขากับจิตรดิลก และยังให้การต้อนรับสองพี่น้องเป็นอย่างดี แถมยังประชดอินทุภาด้วยแสดงละครว่าทั้งเขาและเธอรักกันดีต่อหน้าสองพี่น้อง นั่น แต่ด้วยความฉลาดของจิตรานุช เธอดูออกว่าสองผัวเมียคู่นี้กำลังมีปัญหา เธอจึงใช้จุดอ่อนนี้ เริ่มแผนการยุแหย่ผัวเมียคู่นี้ โดยให้พี่ชายเธอสนิทสนมกับอินทุภา ส่วนเธอคอยเป่าหูปารินทร์ ทำให้ ปารินทร์เข้าใจว่าอินทุภามีใจกับจิตรดิลกจริง ส่วนปารินทร์ประชดเธอด้วยการสนิทสนมกับจิตรานุช ที่คอยยั่วยวนให้ท่าเขา ทำให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดกัน แต่ทว่าไม่สามารถทำให้ทั้งคู่เลิกกันได้ เพราะความรักอันลึกซึ้งที่ทั้งสองผูกพันกันมานานแสนนาน

สองพี่น้องเมื่อเห็นว่าแผนการที่จะทำให้คนทั้งคู่เลิกกันนั้นไม่สำเร็จ และพวกเขาก็ไม่อยากไปมือเปล่า จึงวางแผนขโมยไข่มุกสีชมพู โดยแอบไปดำน้ำที่ก้นอ่าวตอนกลางคืน เพื่อที่จะงมหอยขึ้นมา แต่ก็ถูกจับได้ปารินทร์จึงไล่สองพี่น้องออกไปจากคฤหาสน์ทันทีทำให้จิตรานุช อาฆาตแค้น ที่ถูกปารินทร์ไล่ออกอย่างกับหมูกับหมา

ทางฝ่ายอินทุภา.. เธอมักจะเข้าไปร้องไห้คนเดียวในห้องเก็บของเสมอๆ เธอใช้ภาพเขียนนั้นคอยปลอบประโลมใจตัวเองตลอดมา วิทย์ซึ่งจงรักภักดีต่อนาย ไม่สามารถทนเห็นอินทุภาต้องเจ็บช้ำอีกต่อไปได้ ต่อท่าทีที่หมางเมินของปารินทร์ จึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับปารินทร์ แต่ก็ทำให้วิทย์ถึงกับอึ้งและโกรธมาก ที่กล่าวหาว่าอินทุภามีใจและทอดกายให้ชายอื่น ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่อินทุภาเดินเข้ามาได้ยิน ทำให้เธอเข้าใจสาเหตุ ที่ปารินทร์ทำร้ายจิตใจเธอต่างๆ นานา

เธอไม่สามรถรับได้ต่อข้อกล่าวหานั้น เสียใจอย่างไร้สติ วิ่งออกไปนอกคฤหาสน์ท่ามกลางสายฝน ส่วน ปารินทร์วิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง เป็นเวลาเดียวกับที่ฟ้าผ่าลงมาระหว่างคนทั้งสอง ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอินทุภาตาบอด ปารินทร์เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พยายามให้กำลังใจเธอ และหวังว่าเธอจะมองเห็นได้อีกครั้ง หลังจากที่คุณหมอแจ้งว่ามันเป็นการบอดชั่วคราว สามารถกลับมามองเห็นได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้ทั้งคู่มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

อินทุภาได้รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของปารินทร์ แต่เธอไม่สามารถที่จะปักใจเชื่อได้ เพราะสิ่งที่เขาแสดงออกมันไม่บ่งบอกว่ารักเธอเลย แต่กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งได้รับการยืนยันเมื่อได้รับนาฬิกาพก.. ของรักที่เธอได้ให้อภิรุจก่อนจากกัน ซึ่งเธอพยายามหามันเมื่อมาถึงคฤหาสน์นี้ เธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่ามันอยู่กับปารินทร์ แล้วมาไกลถึงเพียงนี้ ยังได้เจอคนบ้านเดียวกัน และปารินทร์ยังเป็นคนที่ฆ่ากุศล ทำให้เธอรอดพ้นไม่ต้องแต่งงานกับโกศัลย์ เพราะ โกศัลย์มัวแต่ออกตามล่าคนที่ฆ่าพ่อ

หลังจากที่ทั้งคู่เข้าใจกันดี รักอันโหยหาที่ต่างฝ่ายต่างรอคอยมานานแสนนาน ก็มีความสุขสมหวังเป็นของกันและกัน อินทุภานึกถึง ภาพเขียน ความลับระหว่างเธอและปารินทร์ ปารินทร์อึ้งเมื่อเห็นภาพนั้น มันเป็นภาพชายหนุ่มหญิงสาว ที่เหมือนเขาทั้งคู่ยังกับโขกมาจากพิมพ์เดียวกัน ซึ่งอินทุภาคิดว่าชายหญิงในภาพ คือเธอและปารินทร์ในอดีตชาติ และด้วยความรู้สึกที่เธอคุ้นเคยที่นี่ เหมือนรอคอยอะไรบางอย่าง รวมทั้งความรู้สึกที่จำปารินทร์ได้ ในวันแรกที่เธอพบเขา มันยิ่งทำให้เธอแน่ใจ

แต่ทว่าปารินทร์ปฏิเสธที่จะยอมรับและจะไม่ยอมรับตลอดไป ว่าคนในภาพคือเขาและเธอ รวมทั้งความรู้สึกของอินทุภา เพราะลึกๆ เขากลัวว่าจะเป็นเหมือนอดีต ที่ต้องทุกข์ทรมานเพราะสูญเสียหญิงที่รักไป หลังจากแต่งงานเพียงสามเดือน ทำให้เขาอดนึกย้อนไม่ได้ … ที่ไปพบยายแก่คนหนึ่งเข้า หล่อนตื่นตระหนกเมื่อเห็นเขาทำท่าราวกับเห็นผี และร้องเรียกเขาว่า ..เจ้าเกาะ เมื่อเข้าไปสอบถาม จึงทำให้รู้เรื่องเศร้าของเจ้าของคฤหาสน์ และต้องอึ้งไปเมื่อ เจ้าเกาะชื่อสิงห์ ส่วนภรรยาชื่อแสงจันทร์ ..คุณหญิงแสงจันทร์ เพราะปารินทร์ แปลว่า สิงห์ อินทุภา แปลว่า แสงจันทร์ นี่เป็นเหตุที่ปารินทร์ไม่สามารถจะทำใจยอมรับได้ มันต้องแตกต่าง ประวัติศาสตร์ต้องไม่ซ้ำรอย

ทางฝ่ายโกศัลย์ .. ตลอดสี่ปีนี้ไม่ได้คิดการอื่นเลย นอกจากออกตามล่าปารินทร์ จนมาถึงเกาะปาปิไลยก์ และได้มาพบกับจิตรานุช ทำให้รู้ว่าทั้งปารินทร์และอินทุภาอยู่ที่นี่ แถมมันสองคนยังแต่งงานกันด้วย ยิ่งสร้างความเคืองแค้นให้กับโกศัลย์มากขึ้นอีก ทางฝ่ายจิตรานุชเจ็บแค้นปารินทร์ หวังจะแก้แค้นสองผัวเมียเมื่อมีโอกาส พอดีมาเจอโกศัลย์เข้า จึงอาสาพามาที่คฤหาสน์

สิ่งที่ทั้งคู่ประหวั่นใจก็เกิดขึ้น .. วันนี้เป็นวันที่ปารินทร์และอินทุภาแต่งงานครบสามเดือน แต่ใจที่ไม่ยอมรับเรื่องราวในอดีต ทำให้ปารินทร์ประมาท ที่จะปกป้องไม่ให้อดีตซ้ำรอย เมื่อโกศัลย์ปรากฏตัวที่คฤหาสน์ แต่ด้วยความช่วยเหลือของผู้หมวดสันติราษฏร์และสุรวุจ ที่ติดตามโกศัลย์มาถึงที่นี่ ทำให้ไม่มีใครเสียชีวิต นอกจากโกศัลย์ วิทย์กับอินทุภาถูกยิงบาดเจ็บ ปารินทร์รอด ส่วนจิตรานุชและจิตรดิลกถูกจับเข้าคุกด้วยข้อหาหลอกลวงต้มตุ๋น

เรื่องร้ายต่างๆ ผ่านพ้นไป อินทุภากลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง ส่วนปารินทร์ที่มีคดีข้อหาฆ่าคนตาย ก็เป็นอิสระ เพราะผู้หมวดสันติราษฏร์ แทงเรื่องว่าไม่มีร่องรอยของคนร้าย ทำให้ไม่สามารถตามจับได้ ทั้งอินทุภาและ ปารินทร์ ต่างมีความสุข ท่ามกลาง ความรักและความอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งพ่อแม่ของอินทุภา พ่อแม่ของนิรชา เม่น มาลัย ละม่อม และพยานรักตัวน้อยๆ ระหว่างเขาและอินทุภา

เคหาสน์สีแดง

พลตรีพลแสนเสนีณรงค์ พ่อของ รุจน์ ได้รับ อัมพา แม่ม่ายลูกติด เข้ามาอยู่ในชายคาเคหาสน์สีแดง รุจน์(แอนดริว เกร็กสัน) จึงรู้สึกเหมือนถูกแย่งความรักจากหญิงสาวจอมมารยา หัวใจของเขาจึงเต็มไปด้วยความชิงชัง เขาจึงขอไปอยู่โรงเรียนประจำ และบินไปเรียนต่อการแพทย์ที่อังกฤษ 15 ปี ยิ่งได้รู้ว่าภายหลัง อัมพา มาเป็นภรรยาของพ่อ รุจน์ ไม่ยอมกลับมาเมืองไทยอีกเลย จนบิดาเสียชีวิต

เมื่อถึงกำหนดกลับ รุจน์ ก็ทำเรื่องไปรับราชการภาคเหนือ จนกระทั่ง อัมพา เสียชีวิตไป รุจน์ จึงกลับมา เพื่อระบายแค้นกับ อารยา(มิ้นท์–ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวของ อัมพา ทำให้ อารยา รู้สึกอึดอัด แต่เธอยังได้รับความรักจากแม่นมทั้งสาม และ ชาลี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ที่รักเทิดทูนเธอมาก
คำโปรย : ความชิงชังที่ยากเกินแก้ กลับต้องแพ้ให้ความรัก

รุจน์ คบหาอยู่กับ เสาวรส มานาน แต่ก็ไม่ให้ ความสำคัญนัก ทำให้เธอหันไปคบกับ ภาคินัย หนุ่มหน้าคมเข้มและร่ำรวย และมีปัญหากับ รุจน์ จนห่างเหินกันไป ต่อมาทนายประจำตระกูลมาพร้อมกับจดหมายของบิดาที่สั่งให้ รุจน์ แต่งงานกับ อารยา รุจน์ ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่เขาก็ค่อยๆ เฝ้าสังเกตความร่าเริงแจ่มใสของ อารยา และความสนิทสนมกับ ชาลี

ต่อมา ชิด คนใช้เก่าแก่ เปิดโปงว่าตนเป็นชายชู้ ของ อัมพา เมื่อ อารยา รู้เรื่องก็ตกใจสลบไป รุจน์ เข้ามาโอบร่างเธอไว้ เขา รู้สึกบางอย่าง จากนั้นจึงขอเธอแต่งงาน อารยา งุนงง ด้วยความอับอายและไม่เข้าใจ อารยา จึงหนีออกจากเคหาสน์สีแดง รุจน์ เป็นห่วงมาก เขาจึงคิดได้ว่าสาวน้อยคนนั้นไม่ควรต้องมารับรู้อดีตอันเลวทรามของแม่

อารยา ไปอาศัยอยู่ในไร่ของ ภาคินัย เพื่อดูแล ภคินี น้องสาวที่เป็นอัมพาต ความน่ารักใสซื่อของเธอ ทำให้ ภาคินัย หลงรัก เสาวรส รู้สึกได้ทันที จึงวางแผนให้ รุจน์ มารักษา ภคินี เพื่อเธอจะได้ใกล้ชิดกับ รุจน์ อีกครั้ง เมื่อมาถึง ภคินี กลับหลงรัก รุจน์ อย่างหมดใจ ด้าน รุจน์ กลับดีใจที่ได้เจอ อารยา แต่ก็เก็บอาการนิ่ง แต่กลับแสดงออกด้วยความเฉยชา เมื่อ รุจน์ บังคับให้เธอแต่งงานกับเขา หญิงสาวจึงปฏิเสธ

ภาคินัย บอก หมอรุจน์ ว่าเขาจะขอ อารยา แต่งงาน แม้ในใจจะร้อนรุ่มแต่ หมอรุจ ก็ยินยอม แต่ อารยา กลับปฏิเสธ เสาวรส แค้น ภาคินัย อยู่ในใจ วันหนึ่ง ชิด โดนทำร้ายสาหัส และสารภาพกับ รุจน์ ว่าเขาขืนใจ อัมพา ก่อนที่ ชิด จะสิ้นลม รุจน์ ได้รู้ความจริง จน รุจน์ กลับมาผ่าตัดให้ ภคินี อีกครั้ง จนหายดี แต่ ภคินี กลับเศร้า เพราะ รุจน์ ปฏิเสธความรักของเธอ ภคินี บอกให้ ภาคินัย ไล่ อารยา ออก รุจน์ รีบกลับมาหาเธอ แต่ก็คลาดกัน เขาจึงกลับเคหาสน์สีแดงอย่างหมดกำลังใจ แล้วเก็บตัวเงียบขรึม จนวันหนึ่งหญิงสาวผู้หนึ่งกลับมา คนที่เขารอคอยมาตลอด รุจน์ เดินไปพบ อารยา เพื่อที่จะขอแต่งงาน ด้วยความรักจากหัวใจอย่างแท้จริง

เคหาสน์สีแดง 2532

บ้านรุจิโรจน์ หรือที่ชาวสมุทรปราการเรียกว่า “เคหาสน์สีแดง” ของพลตรีพลแสนเสนีณรงค์ได้ต้อนรับ​ ผู้อาศัยรายใหม่ คือ คุณอัมพากับทารกหญิงผู้เพิ่งกำพร้าบิดาต่อมาคุณอัมพาได้กลายเป็นภรรยาของ ท่านพลตรี ยังความไม่พอใจอย่างยิ่งกับทายาทของท่านพลตรี ด้วยเด็กชายรุจถือว่าผู้หญิงคนนี้ใช้มารยาเข้ามาสวมบทแทนมารดาของเขา ส่วนลูกน้อยของเธอนั้นก็มาแย่งความสนใจไป รุจจึงขอไปอยู่โรงเรียนประจำและเมื่อจบก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยไม่กลับมาเป็นเวลานานจนกระทั่งท่านพลตรีและคุณอัมพาล้วนแต่เสียชีวิตลง แล้ว รุจซึ่งปัจจุบันเป็นนายแพทย์ฝีมือดี จึงได้กลับสู่เคหาสน์สีแดงอีกครั้ง ท่ามกลางความยินดีของข้ารับใช้เก่าแก่ และความหวาดระแวงของอารยาหรือ  คุณน้อย  ซึ่งรู้ดีว่ารุจชิงชังแม่ของเธอ และยิ่งน่าจะชังมากขึ้นเมื่อพบว่าเครื่องเพชรทั้งหมดหายไปจากตู้เซฟ แม้ว่าเขาจะปิดไว้ด้วยท่าทีเมินเฉยเงียบขรึมก็ตามสิ่งที่อารยาไม่รู้คือท่าน พลตรีฯ ได้แสดงเจตจำนงไว้กับทนายประจำตระกูลเพื่อถ่ายทอดบอกต่อทายาทของท่านว่าท่าน ปรารถนาจะได้อารยามาเป็นบุตรสะใภ้ ทว่ารุจกลับแสดงความไม่สนใจต่อคำสั่งเสียนี้ เพราะมีเหตุบางอย่างให้เขาเคลือบแคลงเชื้อสายของแม่เลี้ยง

เคหาสน์ดาว

เคหาสน์ดาว เป็นเรื่องราวของ “คุณเขียว” หนุ่มสถาปนิกที่มีบุคลิกซื่อๆ มองโลกในแง่ดี และไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร กับ “คุณจ๋อม” อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างบ้านของตนเองเพื่อแม่ และน้องสาว จากความฝันของคุณจ๋อม ทำให้ได้มารู้จักกับ คุณเขียว และความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความรัก

นักแสดงละคร เคหาสน์ดาว
ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง แสดงเป็น คุณเขียว (สงคราม สัมพันธ์พงษ์)
นุสบา วานิชอังกูร แสดงเป็น จ๋อม (ดาวส่อง)

ค่าของคน

ลักษมณ์(ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) เป็นลูกชายของท่านเจ้าพระยานฤนาทไมตรีกับท่านผู้หญิงศรี ท่านเจ้าพระยามีหน้าที่การงานเป็นท่านทูต ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้ครอบครัวต้องมีการโยกย้ายไปยังต่างประเทศบ่อยครั้ง เมื่อตอนเด็กๆลักษมณ์พบว่าความสัมพันธ์ของครอบครัวไม่ดีเท่าที่ควร โดยพ่อแม่ของเขามักจะแสดงความเหินห่าง จนกระทั่งเมื่อท่านเจ้าพระยาได้กลับมาที่เมืองไทยความเหินห่างก็ยิ่งปราก ฎให้เห็นชัดเจนขึ้น

เมื่อพ่อของเขาได้พาผู้หญิงเข้ามาอยู่ในบ้านหลังจากนั้นลักษมณ์ก็ถูกส่งตัว ไปเรียนหนังสือยังต่างประเทศ ไม่นานแม่ของเขาก็ส่งข่าวไปบอกว่า พ่อป่วยหนัก ลักษมณ์จึงได้กลับมาที่เมืองไทย เพื่อมาดูอาการของพ่อ เมื่อกลับมาเขาก็ได้รู้ความจริงว่า คุณแข เป็นภรรยาของพ่ออีกคนหนึ่ง และเขามีน้องชายอีกคนชื่อ พิมาน(น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล)

ก่อนที่ ท่านเจ้าพระยานฤนาทไมตรี จะเสียชีวิตลง ได้บอกกับลักษมณ์ว่า อยากให้เขาเข้าเรียนวิชาการปกครองเพื่อเจริญรอยตาม แต่เนื่องจากเขามีอคติกับพ่อ ทำให้เขาไม่สนใจในสิ่งที่พ่อเขาบอกไว้ จากนั้นเขาก็ได้กลับไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ไม่นานคุณหญิงก็ได้ส่งน้องชายต่างมารดาชื่อ พิมาน ให้ไปศึกษาเล่าเรียนกับเขา แม้ว่าเขาเองจะชอบที่จะเที่ยวเล่นมากกว่าเรียนหนังสือ แต่เมื่อ พิมานไปเรียนด้วยเขากลับเข้มงวดในเรื่องเรียนของพิมาน และยังเลือกวิชาเรียนให้เป็นไปตามที่พ่อเขาต้องการ นอกจากนี้เขายังให้ความรักและให้ความดูแล พิมาน เป็นอย่างดี

อยู่ได้ ระยะหนึ่งคุณแขก็ได้ส่งข่าวไปบอกว่าคุณหญิงป่วยหนักให้ลักษมณ์รีบกลับด่วน แต่กระนั้นเขาก็ไปช้าแม่เขาก็ได้เสียไปแล้ว ก่อนที่แม่เขาจะเสียชีวิตได้ฝากฝังเขาไว้กับคุณแข ซึ่งคุณแขเองก็ได้ให้ความรักฉันผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กรวมถึงให้การยกย่องเกรง ใจเป็นอย่างดี ทำให้ความสัมพันธ์ภายในบ้านของเขายังคงราบรื่น

เนื่องจากลักษมณ์เป็นคนจัดเจนต่อชีวิตทั้งในด้านดีและด้านเลว ดังนั้นเมื่อลักษมณ์ได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบเขาก็ได้ดำเนินการค้าสืบเนื่องมา จากตระกูลของแม่ ด้วยไหวพริบและเล่ห์เหลี่ยมที่เขามีทำให้การค้าของเขาเจริญรุ่งเรือง ในด้านการงานเขาจึงไม่เคยถูกตำหนิจากหมู่ญาติ แต่ในเรื่องความประพฤติเขามักตะถูกตำหนิบ่อยๆ ซึ่งคำตำหนิมักจะผ่านมาทางคุณแขตลอด จึงเป็นเหตุผลให้คุณแข พยายามที่จะหาสตรีที่มีความเหมาะสมเพรียกพร้อมในทุกๆ ด้านมาแต่งงานกับเขาและน้องชาย

เมื่อคุณแขพยายามที่จะหาภรรยาให้แก่ ลักษมณ์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ คุณแขจึงได้หันไปสนใจที่จะหาภรรยาให้แก่พิมานเพื่อว่าเมื่อพิมานได้แต่งงาน ไปกับสตรีที่มีความเพรียกพร้อมสมบูรณ์ก็จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นถึงท่านทูต แต่พิมานได้มีหญิงที่เขารักอยู่แล้ว เขาจึงได้ปฏิเสธ ดังนั้นคุณหญิงจึงได้ไปขอให้ลักษมณ์และคุณอรรถ ซึ่งเป็นเลขาเก่าแก่ของลักษมณ์ช่วยเหลือ โดยเขาได้ไปหาผู้หญิงชื่อ รจเรจ(นุ่น วรนุช ภิรมณ์ภักดี) ซึ่งเป็นคนที่พิมานรัก และตกลงกับเธอว่าให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับพิมาน โดยยื่นข้อเสนอคือให้เงิน รจเรจ จำนวน สองแสนห้า และเพื่อเป็นการตัดปัญหาจะต้องมีการจดทะเบียนสมรสระหว่างเขาและเธอ และจะทำการหย่าเมื่อเขาแน่ใจว่าพิมานจะแต่งงานกับ นัฏฐา(หญิงผู้ซึ่งเพรียกพร้อมไปทุกอย่าง)ไปเรียบร้อยแล้ว

แม้ว่า รจเรจ จะเป็นผู้หญิงที่มีความรักเกรียติ รักศักศรีมาก แต่เนื่องจากเธอมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมาไถ่บ้านที่ได้จำนองไว้ เพื่อช่วยเหลือ ไก่ พี่ชายของเขาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ จากที่ลักษมณ์ไม่เคยเห็นคุณค่าของคนและคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งชีวิตคน สามารถซื้อมาด้วยเงิน ทำให้เขาคิดว่ารจเรจก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วๆไปที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน

เมื่อ รจเรจ ย้ายเข้ามาอยู่กับลักษมณ์ ทำให้พิมานเสียใจมาก เขาจึงยอมแต่งงานกับนัฏฐาตามความต้องการของคุณแข ทั้งๆที่ทั้งสองไม่ได้มีความรักต่อกันเลย เมื่อรจเรจเข้ามาอยู่ในบ้าน ทำให้ชีวิตของ ลักษมณ์ เปลี่ยนแปลงไปในด้านที่ดีขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ลักษมณ์ กับ รจเรจ ดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นลักษมณ์ก็ได้นำเด็กที่ชื่อ มาร์กี้ มาอยู่ด้วยและได้บอกรจเรจว่า มาร์กี้เป็นลูกของเขากับ อีรีนอร์ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว มาร์กี้เป็นลูกของพิมานที่เกิดระหว่างเขาได้ไปศึกษาต่างประเทศ รจเรจได้ให้ความรักและการดูแลมาร์กี้เป็นอย่างดี จนกระทั่งทั้งคู่ได้รักกัน และรจเรจได้ตั้งท้อง ไม่นานมาร์กี้ก็ได้เสียชีวิต ทำให้ทั้งคู่เสียใจมาก

ต่อมาเขากับรจเรจก็ได้ทะเลาะกัน เนื่องจากเขาเข้าใจผิดว่ายังมีความรักให้กับพิมานและผู้ชายอีกคนที่อยู่ใน รูปบนหัวเตียงของรจเรจ ซึ่งนั่นก็เป็นลูกของไก่ รจเรจจึงได้กลับไปยังบ้านสวนของตัวเอง แต่ด้วยความรักของลักษมณ์ที่มีต่อรจเรจ ทำให้เขาตามไปหาและปรับความเข้าใจกับ รจเรจ และทั้งคู่ก็ได้เข้าใจกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

คู่แค้นแสนรัก

สงกรานต์ (ชาคริต แย้มนาม) พ่อหม้ายหนุ่มนักธุรกิจ เจ้าของฉายา คาสโนว่าฆ่าไม่ตาย ได้รับมอบหมายจาก ราชศักดิ์ (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) ผู้เป็นพ่อ ให้ไปเจรจาซื้อที่ดินสวนส้มทำรีสอร์ท สงกรานต์กว้านซื้อได้เกือบหมด ยกเว้น..ที่ดินแปลงที่สวยที่สุดของ นายแสง (ไพโรจน์ ใจสิงห์) เกษตรกรวัยเกษียณที่ไม่ยอมขาย เพราะจะเก็บไว้เป็นมรดกให้กับลูกสาวทั้ง 2 คน คือ อิงดาว (พัชราภา ไชยเชื้อ) ลูกสาวคนโตที่ทำไร่ทำสวนตามรอยพ่อได้สวนผลไม้ที่เธอดูแลไป ส่วน อิงจันทร์ (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) ลูกสาวคนเล็กที่เรียนอยู่กรุงเทพฯ ได้ที่ดินส่วนที่สงกรานต์อยากได้ไป

วันหนึ่งอิงจันทร์หางานทำในกรุงเทพฯ กับ มาริน (โสภิตสุดา อิทธิเมธินทร์) เพื่อนรักที่มาจากต่างจังหวัดด้วยกัน แต่ไม่มีใครรับมารินเพราะปานแดงที่หน้าดูน่ากลัว กระทั่งทั้งคู่มาสมัครงานที่บริษัทของสงกรานต์ พนักงานหนุ่มๆ พากันหัวเราะมาริน สงกรานต์สงสารจึงรับมารินกับอิงจันทร์เข้าทำงาน มารินซึ้งใจ และหลงรักสงกรานต์เรื่อยมา

ต่อมาเมื่อสงกรานต์รู้ว่าอิงจันทร์เป็นลูกเจ้าของที่ดินผืนปัญหา เขาจีบอิงจันทร์จนเธอยอมมอบที่ดินมรดกของพ่อให้โดยไม่มีข้อแม้ ไม่นานสงกรานต์ก็ทิ้งอิงจันทร์ไปควง โรสิตา หรือ โรส (พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์) ดาราสาวสวยที่มาทวงตำแหน่งแฟนตัวจริงคืน อิงจันทร์เสียใจซมซานกลับบ้านไปฆ่าตัวตาย! โชคดีอิงดาวช่วยทัน อิงจันทร์สารภาพเรื่องทั้งหมดให้พี่สาวกับพ่อฟัง แสงช็อค! เข้า ไอ.ซี.ยู. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ วิษณุ (ธนเวศน์ สิริวัฒน์ธนกุล) ครูหนุ่มเพื่อนชายคนสนิทของอิงดาวต่อว่าอิงจันทร์ชุดใหญ่ ทั้งคู่กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด กระทั่งวันหนึ่งอิงจันทร์หลงป่าขาเจ็บ วิษณุตามหาจนเจอแล้วดูแลอย่างดีก่อนพาขี่หลังกลับบ้าน อิงจันทร์ประทับใจ และเผลอปลื้มวิษณุจนได้ พอ ๆ กับวิษณุก็รู้สึกดีกับอิงจันทร์เช่นกัน

ด้านอิงดาวหาทางแก้แค้น และยึดที่ดินคืนจากคนขี้โกง เธอบุกเดี่ยวมาบ้านสงกรานต์เพื่อซื้อที่ดินคืน แต่ถูก นภารัตน์ (กรองทอง รัชตะวรรณ) กับ รมิตา (มัณฑนา หิมะทองคำ) แม่ และพี่สาวไฮโซสงกรานต์รุมตบ แถมแจ้งตำรวจจับอิงดาวติดคุก! ยังดีที่ติดต่อ มดแดง (นาเดีย นิมิตรวาณิช) เพื่อนซี้สุดมั่นมาประกันตัวได้ พอได้ฟังอิงดาวเล่าเรื่องทั้งหมดมดแดงอาสาร่วมมือด้วยทันที เพราะไม่ถูกชะตาผู้ชายเจ้าชู้เป็นทุนอยู่แล้ว มดแดงพาอิงดาวไปโมดิฟายเปลี่ยนลุคใหม่ จากสาวบ้านนาเชย ๆ มาเป็นสาวสวยเซ็กซี่สไตล์สงกรานต์ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น ดาวประดับ ทับจักรวาล จากนั้นก็พาไปหัดขับรถแข่งสนามเดียวกับสงกรานต์ เป็นไปตามคาดคาสโนว่าตัวพ่อหลงเสน่ห์อิงดาวเต็มเปา

ปฏิบัติการ..สวยประหารจึงเริ่มขึ้น เสน่ห์เร่าร้อนของอิงดาวทำสงกรานต์แทบคลั่ง เขาไปขอร้องให้ เสี่ยอู๋ (รังสิต ศิรนานนท์) เพื่อนคู่หูก๊วนเจ้าชู้ทาบทามเธอเข้าโมเดลลิ่ง ไม่นานอิงดาวก็เข้าสังกัดเสี่ยอู๋โดยใช้ชื่อ ดาวประดับ บุคลิกเฉี่ยว..เปรี้ยวเป็นตัวเองส่งให้ดาวประดับดังชั่วข้ามคืน ขนาด เอี๋ยว (จิรายุ ละอองมณี) หนุ่มน้อยนักดนตรีน้องชายเสี่ยอู๋ยังหลงรัก แผนอิงดาวได้ผลเกินคาด สงกรานต์รับ-ส่งสานสัมพันธ์กับเธอต่อเนื่อง โรสทนไม่ได้ตามราวีหาเรื่องนางแบบรุ่นน้องจนมีข่าวขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ ครอบครัวสงกรานต์ไม่พอใจ สั่งลูกชายเลิกยุ่งกับดาวประดับเด็ดขาด ไม่อยากให้คว้าผู้หญิงร้ายกาจเป็นแฟน แต่เขาไม่เชื่อแถมพาแฟนสาวเข้าบ้านไปรู้จัก ด.ช.ปีใหม่ (ด.ช.ภูสิษฐ์ เอี่ยมสุข) ลูกชายตัวแสบที่คอยสกัดผู้หญิงของพ่อเสมอ แต่คราวนี้ผิดปกติ ปีใหม่เข้ากับดาวประดับเป็นปี่เป็นขลุ่ย หนำซ้ำยังให้พ่อขอดาวประดับแต่งงานอีกด้วย ยิ่งลูกชายไฟเขียวสงกรานต์ยิ่งมีความหวัง

เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน อิงดาวตกลงแต่งงานกับสงกรานต์ ทั้งที่ถูกครอบครัวฝ่ายชายคัดค้าน แต่พอถึงวันแต่งงานดาวประดับกลับประกาศว่าแท้จริงเธอ คือ อิงดาว เนาวรัตน์ ลูกสาวเจ้าของที่ดินที่ครอบครัว ธนากุล หลอกซื้อมา ทุกคนอึ้ง! สงกรานต์รู้สึกผิดต่อครอบครัวอิงดาวมาก แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสงกรานต์ยังยืนยันจะแต่งงานกับอิงดาวให้ได้ ทำให้เธอสับสนเพราะอิงดาวก็มีใจให้สงกรานต์เหมือนกัน แต่ความแค้นก็ต้องชำระ อิงดาวกลับบ้านไปพร้อมโฉนดที่ดินเจ้าปัญหา ทิ้งสงกรานต์ใจสลายพอ ๆ กับปีใหม่ที่ช็อค! กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มารินมีหวังถึงกับทำศัลยกรรมจนหน้าไม่มีปาน เพื่อมัดใจสงกรานต์ที่กำลังอกหัก แต่ผิดคาดสงกรานต์กลับไปคบโรสิตาเหมือนเดิม เขาแกล้งสวีทกับโรสิตาถึงขั้นประกาศหมั้นผ่านสื่อ อิงดาวปวดใจประกาศแต่งงานกับวิษณุบ้าง พ่อแสงเห็นด้วย และให้อิงจันทร์จัดงานแต่งให้พี่สาว วิษณุ-อิงจันทร์ สับสนเพราะมีใจให้กันแล้ว พอ ๆ กับอิงดาวว่าที่เจ้าสาวก็เอาแต่นั่งซึมจนพ่อแสงรู้สึกผิดปกติ

ด้านมารินพอสงกรานต์ไม่รับรักก็ยิ่งเผยความร้ายกาจขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นคิดกำจัดโรสิตาแต่รอดมาได้หวุดหวิด มารินจึงจับเธอไปขังที่ตึกร้าง ก่อนจะหลอกให้อิงดาวมาหาแล้ววางยาสลบ ยังไม่ทันเอาตัวไปนภารัตน์กับรมิตาเห็นเข้า เลยถูกมารินจี้สั่งให้ 2 แม่-ลูกช่วยกันพยุงอิงดาวไปตึกร้าง ทั้ง 4 คน ถูกขังในห้องเดียวกัน ขณะมารินไปขุดหลุมเตรียมฝังศพพวกเธอ อิงดาวฟื้นพอดีจึงร่วมมือกันหาทางหนี พอรู้ตัวมารินโกรธจัดไล่ล่าตัวประกันบ้าคลั่ง อิงดาวสกัดมารินแล้วให้ทุกคนหนี จึงถูกมารินทำร้ายโดยที่อิงดาวไม่ตอบโต้เพราะรักมารินเหมือนน้องสาว แต่พอสงกรานต์ตามไปช่วยมารินบังคับให้เขาบอกรักเธอ แต่สงกรานต์บอกว่า ผู้หญิงที่เขารักมีคนเดียว คือ อิงดาว มารินสติแตก!! จะฆ่าอิงดาว สงกรานต์กระโดดรับกระสุนแทนเลือดอาบต่อหน้าต่อตา ทั้งคู่จะฝ่าวิกฤตชีวิตครั้งนี้อย่างไร? และกามเทพจะทำให้ คู่แค้น มาเป็น คู่รัก ได้หรือไม่?

 รายชื่อนักแสดงนำฝน ละคร คู่แค้นแสนรัก

ชาคริต แย้มนาม   แสดงเป็น   สงกรานต์
พัชราภา ไชยเชื้อ   แสดงเป็น   อิงดาว
รังสิต ศิรนานนท์   แสดงเป็น   เผด็จศึก
นาเดีย นิมิตรวานิช   แสดงเป็น   มดแดง-มานิตา
อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์   แสดงเป็น   อิงจันทร์
ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล   แสดงเป็น   วิษณุ
พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์   แสดงเป็น   โรสิตา
จิรายุ ละอองมณี   แสดงเป็น   เอี้ยว-วันทรงชัย
สเตฟานี เลอร์ช   แสดงเป็น   จีจี้
โสภิตสุดา อิทธิเมธินทร์   แสดงเป็น   มาริน
ด.ช.ภูสิทธิ์ เอี่ยมสุข   แสดงเป็น   ด.ช.ปีใหม่
ไพโรจน์ ใจสิงห์   แสดงเป็น   นายแสง
สุเทพ ประยูรพิทักษ์   แสดงเป็น   ราชศักดิ์
กรองทอง รัชตะวรรณ   แสดงเป็น   นภารัตน์
มัณฑนา หิมะทองคำ   แสดงเป็น   รมิตา
นฤมล สิทธิเม่ง   แสดงเป็น   งามแสงเดือน
ชูเกียรติ เอี่ยมสุข   แสดงเป็น   พาสัน
รุ่งกานดา เบญจมาภรณ์   แสดงเป็น   ป้าแมว
รตวรรณ ออมไธสง   แสดงเป็น   เมี่ยง

คู่แกร่งแข่งกันเก่ง

เรื่องราวของสองหนุ่มมาดแกร่งที่แย่งกันเก่ง ” นัตย์ ” กร้าวกระด้าง สู้จนหักไม่ยอมงอ แต่หัวใจก็อ่อนละมุน ” ภาคย์ ” สุภาพสุขุม นุ่มนวล ใจอ่อนระทวยลงด้วยน้ำตาผู้หญิง
กับสองสาวสวยสองสไตล์ที่หัวใจมิอาจปฏิเสธความรัก ” ภานุมาศ ” อ่อนหวาน มักหวาดระเวง
แต่ใช่ยอมอะไรง่ายๆในชีวิต ” สารภี ” เข้มแข็ง หาญห้าว ปากกับใจไม่ตรงกันในเรื่องรัก ต้องนำพาชีวิตให้โลดแล่นมาพบกันในเชิงรบ เชิงรัก โดยใช้ ” ความแกร่ง ” แย่งชิง ” ความเก่ง ” ทั้งสองคุ่จะลงเอยอย่างไรเมื่อโดนพิษรัก
ก่อกวนให้ป่วนปันหัวใจจนยากจะ ไถ่ถอน

คู่เขยคู่ขวัญ

เรื่องราวของสองครอบครัวที่ ได้ให้กิมฮวยแม่สื่อแม่ชัก จับคู่ให้แฝด(หลุย อัมรินทร์) ลูกชายคนกลางของนายธนโชติ กับ นุช(โอ๋ ญดา)ของเสี่ยบูรณะ ในขณะที่ปานชีวาน้องสาวของนุชก็ เชียร์ คุณหมอ(เล็ก ศรันย์) อีกทั้งยังเกิดเรื่องเข้าใจผิดร ะหว่าง ปาน กับ แฝด ทำให้ปานคิดว่าแฝดเป็นพวกวิปริต จึงยิ่งคัดค้านทุกวิถีทาง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ปาน(อ ั้ม พัชราภา)ยิ่งไม่ชอบหน้า แฝดมากขึ้น แต่เมื่อทั้งคู่ที่ได้แต่ทะเลาะ กันไป ทะเลาะกันมา จนกลายเป็นความรัก โดยไม่รู้สึกตัว เมื่อมีคนขัดขวาง ก็มีคนสนับสนุน ดา (ทราย วรรณพร)น้องสาวคนเล็กของบ้านธนโ ชติ อยากได้ นุชเป็นพี่สะใภ้ จึงขัดขวางพี่หมอทุกทางไม่ให้เข ้าใกล้ว่าที่พี่สะใภ้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเปิดโอกาสให้พี่ชายคนโต (ฝา)ได้ใกล้ชิด นุช จนเกิดเป็นความรักขึ้นมา เรื่องราวจะชุลมุนวุ่นวายขนาดไห น เมื่อการจับคู่นี้เกิดการผิดฝาผิดตัว !!

คู่รักพลิกล็อก

ครอบครัวของ”วุ้นเส้น”เป็นครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วย ความรัก และความครื้นเครง สมาชิกทั้ง 6 คนของบ้านนำทีมโดยหัวเรือใหญ่อย่าง ”เจ๊สอง”ที่ทุกคนในครอบครัวต้องยำเกรง เพราะนิสัยห้าวสุดๆแม้แต่ “เฮียเก๊า”สามีจอมโวยังต้องยอมซูฮก ในขณะที่เฮียเก๊าโอ๋ลูก แต่เจ๊สองจะดุลูก แต่ก็ใช่จะกลัวเธอ”วุ้นเส้น”สาวสวยเก๋ลูกสาวคนโตมีบุคลิกขัดกับใบหน้าโดย สิ้นเชิง  เพราะทะมัดทะแมงเหมือนผู้ชาย ทำให้พ่อกลุ้มใจมากคิดว่าลูกสาเป็น”ทอม”แถมยังมีสาวมาติดอีกด้วย

”ก๋วยจั๊บ” และ”เซี่ยงไฮ้”เป็นลูกชายคนที่2และ3ฝาแฝดที่หน้าไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร ทั้งคนมัก สร้างความปวดหัวให้ทุกคนในบ้านเสมอ เจ๊สองชอบจับให้ทั้งคู่ทำอะไรคล้ายๆกันโดยทั้งคู่ไม่ชอบ ส่วนตัวป่วนประจำบ้านก็คือ ลูกชายคนสุดท้องที่ซนยังกับลิง ชื่อ”อุด้ง” ซึ่งฉลาดเป็นกรด ครอบครัวของ วัชรา เป็นครอบครัวที่ตรงกันข้ามกับครอบครัวของ วุ้นเส้น เพราะครอบครัวผู้ดีเก่าเจ้าระเบียบ  โดย เฉพาะ”คุณสมร” ที่เจ้าระเบียบและดุมากเลี้ยงลูกแบบโบราณมี”คุณธงชาติ” เป็นสามีข้าราชการบำนาญที่ค่อนข้างขรึม”วัชรา”ลูกชายคนสุดท้องสุดหล่อจะกลัว พ่อมาก วัชรา มีท่าทางกระเดียดไปทางผู้หญิงเพราะเติบโตมาท่ามกลางการเลี้ยงดูอย่างทะนุ ถนอมจากบรรดาพี่สาว ”คุณสาหริ่ม” พี่สาวคนโตเจ้าระเบียบเป็นครูสอนการเรือน ส่วนพี่สาวอีกคนชื่อ”วารี”สนิทกับ วัชรา มากเป็นร่าเริงสดใสช่างพูด มีร้านขายของที่ทำเองจากมือเอง  คุณนายสมรอดกลุ้มใจกับลูกชายที่ดูติ๋มเหมือนผู้หญิง และหวังจะอุ้มหลานย่าสักคน ส่วนหลานยายเธอคงหมดหวังเพราะลูกสาวทั้งสามไม่มีใครมีทีท่าจะแต่งงานเลยสัก คน และยังห่วงว่า วัชรา จะเป็นเกย์เพราะไม่มีวี่แววว่าจะสนใจสาวๆเลยแถมยัง มีเพื่อนเป็นสาวประเภทสองอีก

ครอบครัวของเจ๊สองสนิทสนมกับครอบครัวของคุณนายสมรมาตั้งแต่สมัยแม่ของแม่ ของแม่ เจ๊สอง และคุณนายสมรจึงสนิทกันมาก ทั้งคู่กลุ้มใจเรื่องลูกชายและลูกสาวว่ามีพฤติกรรมเบี่ยงเบนจึงปรึกษากันว่า จะให้ทั้ง วัชรา และวุ้นเส้น   แต่งงานกันเสียเลย เมื่อทั้งคู่รู้กพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับข้อเสนอ วุ้นเส้น นั้นมี”พราวใส”ลูกสาวเจ้าของโรงงานที่เธอทำงานอยู่มาติดพันวัชรานัดวุ้นเส้น มาคุยกันโดยมีพราวใสและพงษ์ศักดิ์ตามไปด้วย แต่ก็ลงเอยด้วยการทะเลาะกันโดยพาะพราวใสกับพงษ์ศักดิ์นั้น ไม่มีใครยอมใครส่วนวัชรากับวุ้นเส้น ก็ไม่ยอมจะแต่งงานกันเด็ดขาด สองคุณแม่วางแผนสร้างความคุ้นเคยให้กับวัชราและวุ้นเส้น โดยให้ฝ่ายชายไปหาฝ่ายหญิงก่อน คุณนายสมรสามารถบังคับให้วัชรายอมแต่งงานกับ วุ้นเส้น ได้ เพราะวัชราเป็นคนที่ไม่มีปากมีเสียผิดกับ วุ้นเส้นที่โวยวาย ไม่เลิกเจ๊สองก็เลยใช้แผนจะฆ่าตัวตายเพราะอยากมีหลาน วุ้นเส้น เห็นแม่ใช้ไม้นี้ก็ยอมตามใจไปก่อน งานนี้เจ๊สองอดกระหยิ่มยิ้มย่องในผลงานของตัวเองไม่ได้วุ้นเส้น กลุ้มใจมากที่โดนแม่บังคับให้เลือกชุดเจ้าสาว ที่ร้านวิชุดา    โดยสาหริ่มนัดให้วุ้นเส้นไปรับสำนักพิมพ์เพราะเขาจะเอาต้นฉบับไปส่งวุ้น เส้น ชวนน้องพราวไปด้วย ไปเจอวัชราอยู่กับศักดิ์ ทำให้วุ้นเส้นเข้าใจผิดว่าทั้งคู่เป็นคู่เกย์กัน “เนตรนภิส”นัดวัชราไปเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และเอาของฝากมาให้เพราะเธอแอบรักวัชรามานานวัชราเล่าเรื่องที่เขาต้องแต่ง งานกับวุ้นเส้น ให้เธอฟัง เนตรนภิสกลับถึงบ้านก็อาละวาดพังข้าวของ เธอบอกตัวเองว่าเธอจะไม่มีวันยอมให้วัชราไปเป็นของใครโดยเด็ดขาด

คุณนายสมรและเจ๊สองปรึกษาเรื่องเรือนหอของลูกๆ แต่ทั้งคู่ก็ตกลงใจว่าจะไปอยู่ที่คอนโดฯที่วัชราซื้อเอาไว้แต่ยังผ่อนไม่หมด เจ๊สองเลยบอกว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือเอง และเหตุการณ์ที่ทั้งคู่ไม่อยากไปอยู่ที่บ้านของอีกฝ่ายหนึ่งก็เพราะเห็นว่า ถ้าต้องไปอยู่บ้านของคนใดคนหนึ่งมีหวังชีวิตคงไม่สงบสุขแน่นอน เมื่อถึงวันที่ วุ้นเส้น ต้องไปบ้านวัชรา “สุกี้” น้าชายรูปหล่อที่ไปอยู่อเมริกาสิบกว่าปีจึงไปเป็นเพื่อนหลานสาว อุด้งแอบขึ้นรถไปด้วยโดยไม่มีใครเห็น เมื่อไปถึงบ้านถึงวัชรา สุกี้ไปเดินเล่นในสวนและเดินชนกับสาหริ่มล้มแว่นตาหลุด สุกี้ เห็นหน้าชัด ๆ ก็นึกชอบขึ้นมาทันที ก่อนที่สาหริ่มจะโวยวายอะไร ทุกคนในบ้านก็วิ่งมาดูทันที่ว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมทั้งอุด้งด้วย วันนั้นอุด้ง ทำตัวดีตลอดแถมยังให้วัชราช่วยสอนภาษาอังกฤษให้ด้วยเพราะใกล้สอบแล้ว สาหริ่มบังคับให้ วุ้นเส้นืหัดแกะสลักผัก จัดจานและทำอาหาร เมื่ออาหารขึ้นโต๊ะไม่มีใครกล้าชิม แต่วัชราตักอาหารที่ วุ้นเส้น ทำแถมเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้ทุกคนกล้าชิมแต่ก็ต้องบ้วนทิ้งเพราะรสชาติไม่ได้เรื่อง

วันแต่งงานของทั้งคู่มาถึง งานตอนเช้าผ่านไปอย่างราบรื่นเพราะน้องๆของ วุ้นเส้น ทำตัวดีเรียบร้อยแล้วก็มาถึงงานเลี้ยงกลางคืนที่โรงแรม วุ้นเส้น กระวนกระวายใจเพราะไหนจะต้องคอยระวังกระโปรงแต่งงานที่ยาวมากและเกือบสะดุด ล้มหลายครั้ง ดีที่วัชราช่วยเธอจับเอาไว้ได้ ไหนจะต้องคอยมองหาน้องๆตัวแสบที่หายไปไหนก็ไม่รู้ และไหนจะรำคาญพราวใสที่เอาแต่ยืนซับน้ำตาอยู่ข้าง ๆ พงษ์ศักดิ์ที่ก็ยืนทำตาปริบ ๆ เหมือนกัน สุกี้นั้นไม่ยอมห่างสาหริ่มเลย เนตรนภิสมางานนี้ด้วย เธอได้พบเจ้าสาวของวัชราเป็นครั้งแรก  เธอมาในชุดแสนหวาน ที่ใครๆก็มองจนเหลียวหลัง เนตรเข้ามาอวยพรวัชราด้วยมาดสาวน่ารัก แต่พอหันมาอวยพร วุ้นเส้น ก็ทำหน้าตาเกลียดและอาฆาตใส่ทำให้ วุ้นเส้นสงสัยในพฤติกรรมของเธอ ส่วนความสัมพันธ์ของสุกี้และสาหริ่มก็ราบรื่นดี สาหริ่มเปลี่ยนไปดูสวยและทันสมัยขึ้น จนวารี แซวทุกวันว่าสงสัยจะได้จัดงานแต่งงานกันอีกคู่เสียแล้ว แต่ในที่สุด”ศจี”แฟนเก่าสุกี้ซึ่งเป็นคน ที่ทำให้เขาต้องหนีไป อยู่อเมริกานานนับสิบปีก็กลับมาขอคืนดีกับเขาเพราะเลิกกับสามีแล้ว ทำเอาสาหริ่มต้องหนีไป สุกี้กลุ้มใจมากจึงไปปรึกษา วุ้นเส้น วัชราบอกว่าช่วยคุยกับ
สาหริ่มให้ และนัดให้มาคืนดีกับสาหริ่มที่บ้านเจ๊สอง

ศจีตามมาราวีอีกคุณนายสมร และเจ๊สองเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตคู่หนุ่มสาวอีก  โดยวางแผนกันบอกว่าคุณธงชาตินั้นเป็นโรคหัวใจจะอยู่ได้อีกไม่นาน และอยากอุ้มหลานก่อนตายทำให้วัชราและวุ้นเส้นกลุ้มใจมาก     ทั้งคู่ตกลงกันว่าน่าจะลองมีอะไรกันสักครั้งเพื่อทุกคนในครอบครัวจะได้สม หวังแต่ติดที่ว่าทั้งคู่ไม่เคยมีประสบการณ์จึงต้องไปปรึกษากับเพื่อน ๆ   และลองกันหลายวิธีแต่ก็ไม่ได้ผล สุดท้ายวัชราจึงปรึกเฮียเก๊า เขาขอยืมรถของวุ้นเส้นเพราะว่ารถของเขาไปเข้าศูนย์ หลังจากไปส่ง วุ้นเส้นที่ทำงานก็ขับรถไปบ้าน วุ้นเส้น พอดีมีรถตัดหน้า จึงเบรคอย่างแรงจนลิ้นชักเปิด เขาจึงเห็นคู่มือการมีลูกและคู่มือการคุมกำเนิดจึงคิดว่าวุ้นเส้นรู้ดี ทุกอย่างว่าต้องทำยังไงแต่แกล้งทำไม่เป็นเพราะจริง ๆ แล้ววุ้นเส้นไม่ได้รักเขา ไม่ได้อยากมีลูกกับเขานั่นเอง หลังจากวันนั้นวัชราก็หมางเมินกับ วุ้นเส้น โดยที่เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรวัชรา และวุ้นเส้น ออกงานด้วยกันในงานครบรอบนิตยสารที่วัชราทำงานอยู่    วุ้นเส้น สวยเฉิดฉายจนชายต้องมอง พราวใสมาอวยพรทั้งคู่ให้มีความสุข และพงษ์ศักดิ์ก็ยอมรับว่าวัชราและวุ้นเส้น เหมาะกันมากเนตรนภิสเข้ามาแกล้งให้ วุ้นเส้น เข้าใจผิดกับ วัชรา เมื่อกลับถึงบ้านทั้งคู่ทะเลาะกันจนฟิวส์ขาด และวุ้นเส้นก็ตกเป็นของวัชราอย่างสมบูรณ์ในทางพฤตินัย    วุ้นเส้นโกรธวัชรามากเธอไม่ยอมพูดจากับเขาเลยแม้จะขอโทษอย่างไรก็ตาม วุ้นเส้น ยอมรับกับใจตัวเองว่าความจริงเธอนั้นรักเขา แต่เหตุการณ์ที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกกันด้วยความเข้าใจผิดกันใน หลาย ๆ เรื่อง แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด

แต่แล้วเนตรนริสก็เข้ามาในชีวิตพวกเขาและเธออีกครั้งโดยขอมาอยู่กับวัชรา เพราะทะเลาะกับแม่เลี้ยงและพ่อของเธอ วุ้นเส้นใจอ่อนยอมให้อยู่ด้วย จากนั้นเนตรนภิสก็ทำให้ทั้งคู่เข้าใจผิดกันตลอดเวลา วุ้นเส้น รู้ว่าตัวเองนั้นท้องได้ 2 เดือน เธอดีใจมากรีบกลับมาบอก วัชราแต่เห็นวัชรากำลังปลอบประโลมเนตรนภิสสอยู่หมดความอดทน และบอกให้เขาเลือกระหว่างเธอและเนตรนภิส   เนตรนภิสใช้มารยา หญิงแกล้งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย วุ้นเส้นรู้ทันจึงท่าให้โดด แต่วัชรามองว่าวุ้นเส้นใจดำ วุ้นเส้นจึงเก็บเสื้อผ้าจะกลับไปอยู่บ้าน วัชราตามไป
ง้อวุ้นเส้น เนตรนภิสไม่ยอมแพ้หยิบมีดแทงกัมปะนี วัชราแย่งมีดจากเนตรนภิสจนถูกมีดบาดมือก่อนส่งตัว เนตรนภิสให้ตำรวจ. เรื่องราวตอนจบจะเป็นอย่างไรต่อนั้น วุ้นเส้นกับวัชราจะเข้าใจกันเหมือนเดิมหรือไม่ และเด็กตัวน้อย ๆ ซึ่งเป็นลูกของวัชรากับ วุ้นเส้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ต้องคอยติดตามชมความชุลมุนวุ่นวายที่แสนจะอบอุ่นนี้ได้ในละครเรื่อง “คู่รักพลิกล็อก”