เงาราหู

นักแสดงละคร เงาราหู

พีท ทองเจือ (โทรทัศน์ทองคำ นักแสดงนำชาย พ.ศ. 2538)
สิรินทรา บุญยศักดิ์
อภิรดี ภวภูตานนท์
ไพโรจน์ สังวริบุตร
สรพงษ์ ชาตรี
ทรงงาม นามทอง
ปริญญ์ วิกรานต์
มานะ เนตรสาลี
สมยศ เปรมอนันต์
ดาวเรือง บูรณะพิมพ์
ลือศักดิ์ ปาลกะวงศ์
นภาพร หงสกุล
ผจญ ดวงขจร
ด.ญ. เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

เงากามเทพ

เมื่อโรมหนุ่มกรุงเทพฯ ไฮโซเนื้อหอมโดนกลั่นแกล้งและโกงจนหมดตัว เขาจึงไปตั้งต้นชีวิตใหม่ในดินแดนไกลปืนเที่ยง แต่แล้วเพื่อนสนิทต้องจบชีวิตอยางอนาถ โดยค้นพบว่าคู่แค้นของเขาอำมหิตขนาดสลับเปลี่ยนตัวลูกสาวคนเดียวกับลูกของคน ใช้ เพื่อสมบัติมหาศาล เขาจึงใช้เด็กสาวเป็นเครื่องมือทำร้ายอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น โดยใช้โฉมหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรซ่อนความโหดเหี้ยมอำมหิตดุจมารร้าย ไว้ แต่ความบริสุทธิ์น่ารักไร้เดียงสาของเธอกลับทำให้หัวใจมารนั้นอ่อนไหว เขาจะเลือกความแค้นหรือความรัก

เงา

ความรักคือความตาย คนดีย่อมเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาเสมอ ไม่มีใครเลยไม่เคยร้องไห้ เนื่องจากพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักและอะไร คือสิ่งนั้น ที่ไม่น่าเข้ามาปะปนกับมนุษย์ได้ เพระความแตกต่างกันด้วยชาติภูมิ ด้วยเหตุปลและสิ่งแวดล้อม แสงเพลิงเบื้องล่างลุกโชติช่วงฟ้าสะเทือนและแผ่นดินลั่น รูปเงาตระหง่านล้มหายไปช้า ๆ แต่พร้อมที่จะเลือนหายไปช้า ๆ แต่พร้อมที่จะเลือนลับหายไป เงาที่จะติดตามมนุษย์ทุกรูปทุกนามไม่ว่างเว้น เงาที่จะแลเห็นทั้งความดี ความชั่ว ของผู้กระทำ เงาที่วันหนึ่งจะปรากฎขึ้นข้าง ๆ และพร้อมที่จะยื่นหัตถ์อันเยือกเย็นมาแตะเบา ๆ บางที เงา นั้นจะกำลังประทับอยู่ใกล้ ๆ เราแล้วกระมัง

คาวน้ำค้าง

ละคร ชีวิตเข้มข้นสร้างขึ้นจากเรื่องจริง คาวน้ำค้าง ชะตากรรมของเด็กสาวสวยไร้เดียงสาผู้นี้คือ ตัวแทนของผู้หญิงไทยจำนวนมากที่เติบโตแบบก้ำกึ่งระหว่างความดีงามของค่านิยม ไทย ๆ กับความเป็นไปของสังคมในยุคปัจจุบัน เธอจะก้าวพ้นชะตากรรมซ้ำซากแสนเจ็บปวดนี้ไปสู่ครรลอง ของชีวิตและความรักที่สุขสมบูรณ์ได้อย่างไร ใครจะเป็นคนตอบคำถามนี้ให้กับเธอ

ปูน หอม ( น้องสตาร์ – ด.ญ.อรไพลิน พึ่งพันธุ์ ) เป็นลูกสาวคนเดียวของสุธา ( สถาพร นาควิลัย ) และ นันทนี ( ฮันนี่ – ภัสสร บุญยเกียรติ ) ซึ่งรับราชการด้วยกันทั้งคู่แต่คนละกรมกัน เป็นครอบครัวเล็ก ๆ ที่อบอุ่น มีความเป็นอยู่สุขสบายพอประมาณตามฐานะ มียาย ( นฤมล นิลวรรณ ) คอยดูแลงานบ้านทุกอย่าง ให้อย่างดี ปูนหอมเป็นเด็กสาวที่สวยมาก ตอนอายุ 7 ขวบ ในตอนเย็นปูนหอมมักเห็นผู้ชายคนนั้น เดินเตร็ดเตร่ เป็นประจำ อยู่หน้าโรงเรียนปูนหอมเรียกเขาว่า คุณอา ( บอย – วรวุฒิ ธีรพล ) ปูนหอมเกือบ ถูกคุณอาข่มขืน แต่ไม่สำเร็จ คุณอาสั่งปูนหอมไม่ให้บอกพ่อแม่ ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นผ่านมานันทนี ดูแลปูนหอมอย่างกวดขัน จนตัวเองเป็นโรคประสาท เพราะว่าปูนหอมยิ่งโตยิ่งสวย ใครเห็นก็รักก็ชม

จน เมื่อปูนหอม ( เกด – ธิญาดา พรรณบัว ) อายุได้ 14 ปี เพื่อนนันทนีก็พาน้องชายมาฝาก อารัมภ์ ( บิ๊ก – วิทย์ วิจิตรานนท์ ) เห็นปูนหอมก็สนใจ อารัมภ์ได้ทำงานจึงพยายามทำดี คอยช่วยเหลืองานต่าง ๆ ทั้งที่ทำงานและตามมาช่วยที่บ้าน จนทุกคนที่บ้านไว้วางใจ อารัมภ์พยายาม ตีสนิทกับปูนหอม จนได้โอกาสแแอบชวนปูนหอมออกไปเที่ยว และเกลี้ยกล่อมให้ ปูนหอมโกหกยายว่า จะไปเอาหนังสือที่บ้านปทุมมาลย์ ( จิ๊ก – จิรภัทร วงศ์ไพศาลลักษณ์ ) แล้วถือโอกาสข่มขืน

ปูนหอมมองอารัมภ์ อย่างหวาดกลัวเขาไม่ใช่น้าชายใจดีอีกแล้ว ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้นนอกจากปีศาจ เหตุการณ์ครั้งนี้ปูนหอมตัดสินใจ จะไม่บอกพ่อแม ่เป็นอันขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปูนหอมทนไม่ได้ ที่จะเห็นพ่อกับแม่ ที่คงจะแทบแดดิ้นตายไปกับความทุกข์ที่เธอได้รับ

ปูนหอมเศร้าซึมเหงา หงอยคล้ายคนป่วยอยู่ตลอดเวลา จนทำให้การเรียนของปูนหอม ตกลกจนนันทนีพาปูนหอมไปตรวจร่างกาย แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ หมอแนะนำว่าให้พาปูนหอมไปพักผ่อนบ้าง เผื่อจะได้ผ่อนคลาย สุธาและนันทนีมีโอกาสได้รู้จัก ประเทียบ ( สุเชาว์ พงศ์วิไล ) และ มาลิน ( รสริน จันทรา ) พ่อแม่ของปทุมมาลย์ แต่สุธาไม่ค่อยชอบใจนักที่ปทัส ( ชัช – สรณัฎฐ์ ฉัตรวิบูรณ์ ) พี่ชายของปทุมมาลย์ และ อรรณพ ( ทอม – คงศักดิ์ เจริญจันทร์ ) หลานของมาลินต่างให้ความสนใจปูนหอม

นันท นีเตือนว่า ต้องปล่อยให้ลูกมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนผู้ชายบ้าง ปทัสนั้นแสดงออกนอกหน้าเลยว่าชอบและรักปูนหอม ส่วนอรรณพนั้นก็ชอบพอ แต่สงวนท่าทีเพราะมีวิเลป ( เพชร – ฐิติมา รุจิชลาดล ) เป็นคู่หมั้นแล้ว สองครอบครัวก็ยังไปมาหาสู่กันจนถือว่าสนิทสนม

สืบพงษ์ ( อั๋น – สิรคุปต์ เมทะนี ) เปิดโรงเรียนกวดวิชาเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ แถวนั้นได้เรียนช่วงปิดเทอม นันทนีให้ปูนหอมไปเรียนเพราะการเรียนไม่ดีขึ้นเลย อีกอย่างนันทนีและสุธาคุ้นเคยชอบพออัธยาศัยสืบพงษ์และ วัลยา ( ปราณี เจริญผล )

ปูนหอมได้รู้จักกับ ยศ ( โจ – นินนาท สินไชย ) ลูกชายของลุงเยื้อน ( สมภพ เบญจาธิกุล ) ที่มาปัดกวาดโรงเรียนแทนพ่อ บางครั้งก็ต้องสอนแทนครูที่ขาด ปูนหอมเห็นยศเป็นคนเก่งมาก ยศอาสาจะติวพิเศษให้ ปูนหอมมักจะกลับบ้านพร้อมกับสืบพงษ์เสมอ สืบพงษ์สังเกตุอาการของปูนหอมรู้สึกว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ จึงใช้วิธีพูดโน้มน้าว ปูนหอมเผลอหลุดพูดอะไรบางอย่างให้สืบพงษ์แน่ใจว่าเธอโดนอะไรมา

จึง ปลอบให้สบายใจและพยายามลืมสิ่งที่ผ่านมาให้หมด ทำให้ปูนหอมยิ่งสนิทสนมและไว้วางใจสืบพงษ์มาก โรงเรียนจะเปิดเทอม ทั้งครูและนักเรียนมากันน้อยลง ทั้งโรงเรียนเหลือแค่ปูนหอมกับสืบพงษ์ สืบพงษ์เดินเข้ามาบอกรักและสงสารปูนหอม ปูนหอมขอร้องไม่ให้ทำอะไรเธอ แต่สืบพงษ์ไม่ฟังดันตัวปูนหอมลงบนโต๊ะนักเรียนแล้วข่มขืน .. ยายถามปูนหอมว่าทำไมสืบพงษ์ปล่อยให้ปูนหอมวิ่งตากฝนมา

ปูน หอมบอกยายด้วยความโกรธแค้นว่ามันทำอะไร แต่ปูนหอมก็ไม่ใจแข็ง พอจึงบอกแค่ว่ากอดจูบ ยายบอกนันทนีรู้เรื่องแทบสิ้นสติ นันทนีกลับไปดูอาการของปูนหอม คาดคั้นว่าเกิดอะไรขึ้น ปูนหอมจึงตัดสินใจบอกว่าโดนข่มขืนทั้งสองครั้งรวมทั้งคราวอารัมภ์ด้วย

นันท นีเก็บความทุกข์เอาไว้คนเดียวไม่ยอมบอกสุธาเพื่อปูนหอม ปูนหอมเบื่อหน่ายทุกสิ่งทุกอย่างและไม่ยอมเรียนต่อ ม. 4 ปูนหอมบอกสุธาว่าเบื่อแต่สุธาไม่ยอมจะหาครูมาสอนพิเศษให้ที่บ้าน สุธาตกลงจ้างยศให้สอนพิเศษให้ปูนหอม ยศพยายามเคี่ยวเข็ญให้ปูนหอมตั้งใจเรียนและสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้เพราะยศ ปูนหอมถึงยอมเรียนต่อ

นานวันยศยิ่งเห็นความไม่เป็นสุขของนันทนีและ ปูนหอม แต่ที่สำคัญยศรู้แต่ว่ารักและเป็นห่วงปูนหอมมาก ยศขึ้นปี 3 ยศเคี่ยวเข็ญจนปูนหอมสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันได้ สุธาไว้ใจยศมากขึ้นให้ไปกลับพร้อมกัน หากยศกับปูนหอมจะรักกัน สุธาก็ไม่ขวางอะไรแล้ว

ส่วนนันทนีมีความสุขมากขึ้นที่เห็นลูกค่อยๆ ก้าวเติบใหญ่โดยมียศเป็นคนประคับประคอง ปูนหอมบอกนันทนีว่าอยากลองใจยศว่าจะยังรักเธออยู่หรือไม่ถ้ารู้เรื่องทั้ง หมด ชีวิตรักของปูนหอมกับยศจะเป็นอย่างไรต่อไป ปูนหอมจะต่อสู้ต่อไปหรือไม่

นักแสดงละคร คาวน้ำค้าง
ธิญาดา พรรณบัว แสดงเป็น ปูนหอม
นินนาท สินไชย แสดงเป็น ยศ
ภัสสร บุญยเกียรติ แสดงเป็น นันทนี
สถาพร นาควิลัย แสดงเป็น สุธา
นฤมล นิลวรรณ แสดงเป็น นางเนียน
จิรภัทร วงศ์ไพศาลลักษณ์ แสดงเป็น ปทุมมาลย์

เมื่อ ละครคาวน้ำค้างออกอากาศ ก็เรียกเสียงสงสารจากผู้ชมได้หลายกระบุงโกย แต่ต้องยกความดีให้กับทางผู้กำกับ ตั้ม – อิทธิพัทธ์ รัตนภาณุ ที่บรรจงคัดสรร และคัดเลือกนักแสดงได้อย่างลงตัวเหมาะเจาะ ไม่ว่าจะเป็นเกด – ธิญาดา , โจ – นินนาท หรือแม้แต่ ทอม – คงศักดิ์ เจริญจันทร์ เองก็ตาม ที่ไม่รู้วาชบทนี้จะเหมาะนายนายทอมแค่ไหน แต่เจ้าตัวออกปากมาว่าเขาทิ้งงานละครมาค่อนข้างนาน เพราะมีงานประจำอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยได้รับละคร ต้องลองชมฝีมือการแสดงของทอม เรื่อง คาวน้ำค้าง ทางไอทีวี

ขอฝากงานละครอีกเรื่องด้วยนะครับ ถ้าใครคิดถึงกันก็ดูละครเรื่อง คาวน้ำค้างด้วยแล้วกันครับ เป็นละครที่สะท้อนให้เห็นเกี่ยวกับสังคมเป็นประโยชน์กับครอบครัว ควรจะดูนะครับสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ คงเป็นละครอีกเรื่องที่จะทำให้คุณผู้ชมดูแล้วรู้สึกสงสารนางเอกของเรื่องเลย ก็ว่าได้ แต่อาจจะบีบคั้นจิตใจคนเป็นพ่อแม่หน่อยนะครับ แต่เป็นละครที่ดีมากควรติดตามชมเป็นอย่างยิ่งครับ ทอมกล่าว

ติดตามชมละครเรื่อง คาวน้ำค้าง นำแสดงโดย ธิญาดา พรรณบัว, นินนาท สินไชย, สถาพร นาควิลัย, ภัสสร บุญเกียรติ, จิ๊ก – จิรภัทร์ วงศ์ไพศาลลักษณ์ และทอม – คงศักดิ์ เจริญจันทร์ ฯลฯ ออกอากาศทุกวันจันทร์ – พุธ เวลา 21.30 น. ทางไอทีวี

โค่นมังกร

ห้าว ลูกชายคนเดียวของ ผู้ใหญ่เขียน กำลังจะจบพลศึกษาในปีนี้อยู่แล้ว แต่เขากลับไปมีเรื่องกับนักเลงเจ้าถิ่นและพลั้งมือยิงคนตาย พ่อของห้าวให้เขาหนีเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหนีการล่าของตำรวจ โดยให้ห้าวไปอยู่กับ ป๋าม๊อ มาเฟียเมืองกรุง เมื่อห้าวเดินทางถึงกรุงเทพฯ เขาได้พบกับ เล็ก ซึ่งเธอกำลังโดนคนร้ายวิ่งราวกระเป๋า ห้าวเข้าไปช่วย ทั้งสองคนได้คุยกัน โดยห้าวโกหกเล็กว่าเดินทางเข้ามาหางานทำ เล็กจึงชวนห้าวไปที่บริษัทจัดหางานของพี่ชายเธอ

แต่เมื่อไปถึงห้าว และเล็กกลับเห็นพี่ชายของเล็กถูกมือปืนฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เมื่อตำรวจถึงที่เกิดเหตุ ห้าวกลัวว่าตัวเองจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับตำรวจ คิดได้ดังนั้นเขาก็หนีมาโดยที่ไม่ทันได้ลาเล็กเลย ห้าวมาพบป๋าม๊อและที่บ้านนี้เขาได้รู้จักกับ ทูน คนสวนของที่นี่ ทูนเล่าให้ห้าวฟังว่า ป๋าม๊อกำลังมีปัญหา เพราะ แก๊งค์ซันคิงส์ 3 พี่น้องนักเลงจากต่างแดนกำลังหาทางโค่นป๋าม๊อให้ออกจากวงการมาเฟีย

ห้าว เป็นห่วงเล็กจึงย้อนกลับไปหา ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ซันคิงส์ส่งคนมาจับตัวเล็ก ห้าวช่วยเล็กได้และพาไปอยู่ที่บ้านป๋าม๊อด้วยกัน แต่พวกซันคิงส์ส่งคนตามหาเล็กจนเจอ และกำลังจะส่งตัวเล็กไปขายต่างแดน แต่ห้าว, ทูน และป๋าม๊อ ตามมาช่วยไว้ได้ทันเวลาพอดี พร้อมทั้งร่วมมือกันถล่มรังของซันคิงส์จนไม่เหลือซาก ป๋าม๊อเห็นว่าห้าวมีฝีมือในเชิงบู๊จึงขอให้ห้าวช่วยงาน เพราะว่านอกจากแก๊งซันคิงส์แล้วก็ยังมีแก๊งค์มาเฟียของ เฉินเกาซิ่ง จากไทเปที่คิดจะโค่นอำนาจของป๋าม๊ออยู่เช่นกัน

เฉินเกาซิ่งมี ซันหวา และ หม่าหลิน สองสาวนักฆ่าเป็นลูกน้องคนสำคัญ แต่ว่าซันหวามาคบกับ เก๋า ชู้รักและคิดหักหลังเฉินเกาซิ่ง ทั้งคู่จึงวางแผนให้เฉินเกาซิ่งปะทะกับป๋าม๊อ แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกล็อคเพราะคนที่ตายกลับเป็นซันหวา, เก๋า และป๋าม๊อ ส่วนเฉินเกาซิ่งกลับหนีไปได้ เมื่อป๋าม๊อตายห้าวตัดสินใจออกจากวงการนักเลงและไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเล็ก ที่บ้านของเธอ แต่พ่อแม่ของเล็กไม่ชอบห้าว เพราะไม่ต้องการให้ลูกสาวของตนอยู่กับนักเลง

ดังนั้นพ่อแม่ของเล็ก จึงขอให้ห้าวเลิกยุ่งกับลูกสาว ห้าวจำใจจากเล็กไปโดยไม่บอกอะไรกับเล็กเลย ห้าวกลับมากรุงเทพฯ อีกครั้งและเขาก็มาเจอกับทูน ทูนแนะนำให้ห้าวไปทำงานกับ เสี่ยกู้ เจ้าของคาเฟ่และเป็นเพื่อนเก่าของป๋าม๊อ เพราะขณะนี้เสี่ยกู้กำลังโดนเฉินเกาซิ่งข่มขู่รีดไถเงิน ห้าวตกลงทำงานให้เสี่ยกู้และสามารถโค่นเฉินเกาซิ่งลงได้ หลังจากช่วยเสี่ยกู้แล้วห้าวก็คิดจะหาอาชีพสุจริตทำ และก็บังเอิญเขาได้รู้จักกับ หมวย ลูกสาวเจ้าของโรงงานปุ๋ย

หมวยชวนห้าวไปทำงานที่โรงงานของเธอ เมื่อเวลาผ่านไปความใกล้ชิดของทั้งคู่ก็พัฒนาเป็นความรักขึ้นมา ห้าวเองก็พยายาม บอกตัวเองให้ลืมเล็ก แต่ในขณะที่ห้าวกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหมวย เล็กก็ได้รู้ความจริงจากพ่อและแม่ว่าที่ห้าวต้องจากเธอไปเพราะพ่อและแม่ไม่ ต้องการเขา เล็กหนีออกจากบ้านมาหาห้าวที่กรุงเทพฯ ระหว่างรักเก่ากับรักใหม่…ห้าวจะเลือกใคร…และรักสามเส้าของเขาจะลง เอยอย่างไร ติดตามชมได้ใน “โค่นมังกร”

รายชื่อนักแสดงละคร โค่นมังกร

วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รับบท ห้าว
รินลณี ศรีเพ็ญ รับบท เล็ก
เปรมสินี รัตนโสภา รับบท หมวย
จักรฤษณ์ อำมรัตน์ รับบท เฉินเกาซิ่ง
ชินสุเวทเจตต์จำรัส รับบท เก๋า
ชิดจันทร์ รุจิพรรณ
ยุทธ ทองเจริญ
โชกุน สินธนะพานิช

โคกอีเลิ้งหรรษา

โอมชนะ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ขับรถมาตามถนนลูกรังของโคกอีเลิ้ง ฝ่าย ตะโพน (สุรชัย สมบัติเจริญ) กมล (รพีภัทร เอกพันธ์กุล) พร (รุ้งรดา เบญจมาธิกุล) และ ชาวบ้านก็ขับรถมาตามทางพร้อมกับร้องเพลงอย่างสนุกสนาน จู่ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซต์ตัวป่วน แซงรถของพวกโพนขึ้นไป โอมชนะเห็นเข้าก็หักรถหลบตกลงข้างทาง ฝ่ายรถของโพนก็หักหลบเช่นกัน ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ที่โรงพยาบาล โอมชนะซึ่งเจ็บหนักกว่าใครได้รักษาเป็นคนสุดท้าย เพราะ กำนันคง (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) กับ เส้นใหญ่ (นันทศัย พิศลยบุตร) สองพ่อลูกแซงคิวให้ชาวบ้านที่เป็นฐานเสียงของตนก่อนโดยไม่ฟังคำค้านของ ผู้ใหญ่ถึก (เอกพัน บันลือฤทธิ์) ที่เห็นโอมเลือดไหลอาบหน้า

เมื่อ พบู (กัญญา รัตนเพชร์) เย็บแผลให้โอม โอมร้องลั่นโรงพยาบาล ทั้งๆ ที่ การบูร (กัณจนาณัฏ พัฒนะสิริกุลชัย) ฉีดยาชาให้โอมแล้ว พบูกับการบูรจึงฉีดยานอนหลับให้โอม แล้วตอนหลังการบูรก็พบว่าตัวเองหยิบน้ำเกลือไปฉีดให้โอมแทนยาชา

พบูอยู่เวรกลางคืน โอมห่อตัวด้วยผ้าห่มเพราะหนาวไปขอน้ำพบูกิน แต่พบูที่กลัวผีขึ้นสมอง นึกว่าโอมเป็นผี จึงตีด้วยเครื่องวัดความดันโลหิตแบบไม่ยั้ง เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต้องรีบมาห้าม

วันรุ่งขึ้น พบูหวิดเกือบขี่รถชนโอมที่ทางแยก โอมจึงเรียกพบูว่านางยมมะบาลแทนนางพยาบาล

รัฐมนตรีแจ้งว่าต้องการมาเยี่ยมโคกอีเลิ้ง ทุกคนต่างวุ่นวายกับการต้อนรับรัฐมนตรี พรต้องสอนให้ ดช.จ๊อบ อ่านหนังสือให้ออก เรื่องมันคงไม่ยาก หากจ๊อบเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่..ขณะที่พรสอนหนังสือ กุมารทองก็เกิดเข้าร่างจ๊อบ กุมารทองในร่างจ๊อบสั่งให้พรปล่อยเด็กๆ กลับบ้าน พรไม่ยอม แต่ ครูดวงใจ (อ้อ ช่อมะดัน) เข้ามาบอกให้พรปล่อยเด็กๆ กลับบ้านตามคำขอของกุมารทองในร่างจ๊อบ พรจำต้องทำตามที่ครูดวงใจบอก พรกับกมลหาวิธีปราบกุมารทอง

หลายวันต่อมา ขณะที่พรตรวจการบ้าน จ๊อบไม่ได้ทำการบ้านมา พรจะตีจ๊อบ แล้วกุมารทองก็มาเข้าจ๊อบอีก กุมารทองร้องห้ามไม่ให้พรตีจ๊อบ พรแกล้งสลบไปแล้วลุกขึ้นยืนตาขวาง พรตีกุมารทองในร่างจ๊อบ กุมารทองในร่างจ๊อบร้องโวยวาย สุดท้าย พรก็บอกว่า “ทำไมจะตีไม่ได้ ก็ข้านี่แหล่ะ แม่กุมารทอง ข้าอนุญาตให้ครูตีไอ้ลูกกุมารทองจอมขี้เกียจเองแหล่ะ” ตั้งแต่นั้นมา ดช.จ๊อบก็ไม่มีกุมารทองมาเข้าสิงอีกเลย

วันที่รัฐมนตรีมา ทุกคนยืนรอรับที่หน้าโรงพยาบาล ภาพที่พบูเห็นบอกถึงความสามัคคีของคนในหมู่บ้านจริงๆ โดยเฉพาะทรงผมของผู้หญิงในหมู่บ้านตั้งแต่สาวรุ่นไปจนถึงสาวใหญ่ ทุกคนล้วนทำผมตีโป่งฟูฟ่อง ทรงยอดฮิตยอดถนัดของเจ๊น้อยช่างเสริมสวยคนเดียวของโคกอีเลิ้งนั่นเอง แสงแดดเริ่มร้อนขึ้นทุกที เสียงมอเตอร์ไซต์แล่นมาแต่ไกล กำนันคงส่งเสียงว่า“ท่านมาแล้วๆ” ทุกคนยืดตัวตรงเตรียมพร้อม มอเตอร์ไซต์วิ่งฝ่าฝุ่นตลบมาจอดตรงหน้ากำนันคง บุรุษไปรษณีย์นั่นเอง เขาส่งซองโทรเลขให้กำนันคง แล้วขี่มอเตอร์ไซต์ออกไป กำนันคงเปิดอ่าน แล้วเป็นลมไป โอมรับโทรเลขมาอ่านแล้วพูดกับทุกคนว่า “ท่านรัฐมนตรีเลื่อนการตรวจเยี่ยมออกไป อย่างไม่มีกำหนด” ชาวบ้านที่ยืนอยู่เริ่มทยอยล้มลงราวกับใบไม้ร่วงที่เกรียมแดด

เมื่องานกาชาดจังหวัดมาถึง กำนันคงกับผู้ใหญ่ถึกตกลงจะเอาควายไปขายเป็นสินค้าโอท็อป โอมรีบห้ามและอธิบายเรื่องสินค้าโอท็อป ทุกคนตกลงเอาเนื้อเค็มไปขายเป็นสินค้าโอท็อป พบูกับพรต่างก็เป็นห่วงเพราะคิดว่าอีเผือกควายแสนรู้ของที่บ้านจะต้องถูกแปร รูปเป็นเนื้อเค็ม

โคกอีเลิ้งได้รางวัลโอท็อปยอดเยี่ยม กำนันคงขึ้นไปรับรางวัลด้วยใบหน้าซีดเซียว สร้างความสงสัยให้ทุกคน กำนันคงบอกว่าคุณนายผู้ว่าจะไปดูงานทำเนื้อเค็มที่โคกอีเลิ้ง ทุกคนดีใจ แต่พอกำนันคงบอกว่าเนื้อเค็มที่เอามาขายนั้นครูกมลไปหาซื้อมาจากตลาดกลาง ทุกคนก็หน้าซีดตามกำนันคงไปโดยปริยาย ชาวโคกอีเลิ้งต้องหาทางไม่ให้คุณนายผู้ว่ามาดูการทำเนื้อเค็มได้

โอมกับกมลจับเจ้าแต้มแมวของพบูไปแห่นางแมวขอฝนเพื่อจะได้ทำการตากเนื้อเค็ม ไม่ได้คุณนายผู้ว่าก็จะได้ไม่มา พบูไม่พอใจจึงไปเอาเจ้าแต้มกลับบ้าน แต่ฝนเกิดตก กมลกับโอมดีใจที่ขอฝนสำเร็จ แต่แล้วการบูรก็บอกว่าเป็นฝนเทียม เพราะเมื่อวานโทรทัศน์ออกข่าวการทำฝนเทียม โอมกับกมลหน้าแตก

เจ๊น้อย (กรุณา มอริส) ขอให้พบูประกวดนางสงกรานต์ พบูพาการบูรไปให้เจ๊น้อยส่งประกวดแทน การบูรปฏิบัติงานพยาบาลไปก็ต้องทำตัวเป็นนางงามไปด้วย พบูเห็นแล้วขัดตา ผู้ใหญ่ถึกรู้ว่าการบูรจะประกวดนางสงกรานต์ก็ห้าม เพราะไม่อยากให้ลูกสาวเสียใจที่ตกรอบแรก พบูจึงพา แก้ว (ธัญ ญรัศม์ จิราภัทร์ภากร) มาประกวด แก้วคว้ารางวัลชนะเลิศไปได้ เจ๊น้อยดีใจมาก คิดพาแก้วไปประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส พบูห้ามเจ๊น้อยไม่ให้พาแก้วไป เจ๊น้อยโกรธคิดว่าพบูอิจฉาแก้ว และแล้วเมื่อเจ๊น้อยกลับมาจากกองประกวดก็โวยวายใส่พบูที่ไม่ยอมบอกว่าแท้ จริงแล้วแก้วเป็นกระเทย

กำนันคงเป็นไข้หวัด 2009 เมื่อกำนันคงหายดีแล้วก็ไปหาเสียงเลือกตั้งสส. แต่ปรากฏว่ามีแต่คนรังเกียจ เมื่อโนเอมี่ (พลอยมณี ศุภเวทย์เวหน) ดารานางแบบอินเตอร์กลับมาเยี่ยมบ้านที่โคกอีเลิ้ง กำนันคงก็วางแผนให้เส้นใหญ่ไปชวนโนเอมี่มาช่วยหาเสียง โนเอมี่ยินดีช่วย พบูไม่พอใจที่โนเอมี่กลับมาที่โคกอีเลิ้ง เพราะคิดว่าโนเอมี่ได้ดีแล้วกลับมาเยอะเย้ยเธอ

ย้อนอดีตไปตอนที่พบูยังเป็นเด็ก ตอนนั้นโนเอมี่ เป็นแค่ยัยดำขี้กาที่เดินตามหลังก้นเธอเฉิบๆ แต่บัดนี้กลับได้เป็นดารานางแบบอินเตอร์ไปซะแล้ว โนเอมี่ บอกว่าที่เธอดังขึ้นมาเพราะเธอเปลี่ยนชื่อตามที่หมอดูบอก พบูกับเจ๊น้อยจึงเปลี่ยนชื่อตามที่โนเอมี่ แนะนำหลังจากนั้น เจ๊น้อยได้โชคทองจากฝาน้ำอัดลม ส่วนพบูได้โทรศัพท์มือถือจากซองบะหมี่ ชาวบ้านที่รู้ข่าวก็พากันเปลี่ยนชื่อจนปลัดโอมสับสนว่าใครชื่ออะไร

นาโอมี่เริ่มเอาวัฒนธรรมในตัวเมืองเข้ามาทั้งแฟชั่นเสื้อผ้าสายเดี่ยวทรงผม ต่างๆ และล่าสุดคือโทรศัพท์มือถือ เส้นขายโทรศัพท์มือถือให้ชาวบ้านในระบบเงินผ่อน ชาวบ้านอยากมีไว้ใช้ก็ซื้อกันใหญ่ แม้กระทั่งบ้านอยู่ใกล้กันอย่าง โกแฉะ (แฉ่ง ช่อมะดัน) กับเจ๊น้อย เจ๊น้อยใช้โทรศัพท์มือถือโทรสั่งกาแฟอาโก อาโกขายของดีขึ้นนับตั้งแต่มีมือถือ ส่วนกำนันคงเมื่อไปหาเสียงกับโนเอมี่ ก็ถูกมองข้ามความสำคัญไป เพราะชาวบ้านต่างก็อยากเจอโนเอมี่ เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ปรากฏว่ากำนันคงสอบตก ส่วนโกแฉะก็เริ่มเหงา เพราะทุกคนอยู่บ้านแล้วโทรสั่งกาแฟให้ไปส่งที่บ้าน อาโกจึงยกเลิกการขายกาแฟแบบเดลิเวอรี่ สิ่งที่ชาวโคกอีเลิ้งได้รับจากการใช้มือถือก็คือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้เส้น และค่าโทรศัพท์ที่แพงหูฉี่ ปลัดโอมให้ทุกคนอยู่อย่างพอเพียงจะได้ไม่มีหนี้ ทุกคนเชื่อ ยกเว้นเจ๊น้อย

วันหนึ่งมีโจรเข้ามาในหมู่บ้านแล้วเห็นเจ๊น้อยใช้โทรศัพท์มือถือและจำนาโอ มี่ได้ จึงเข้าไปจี้นาโอมี่กับเจ๊น้อย จนหมดตัว ปลัดโอมนำมาเตือนให้ทุกๆ คนในหมู่บ้านฟังและถือโอกาสให้ทุกคนกลับมาใช้ชื่อเดิมกัน เพราะขนาดเจ๊น้อยกับนาโอมี่เปลี่ยนชื่อแล้วก็ยังมีโจรมาจี้เลย ทุกคนเชื่อคำแนะนำของปลัดโอม

กำพล (มณฑล ปริวัตร) เพื่อนของเส้นแนะนำให้คงกับเส้นเล่นแชร์ข้าวเปลือก ทั้งคู่ลงเล่นแชร์และได้เงินตอบแทนมากมาย เส้นไปอวดคนที่ตลาดเรื่องแชร์ข้าวเปลือก ชาวโคกอีเลิ้งต่างก็มาลงแชร์กัน รวมถึงเจ๊น้องกับอาโกแฉะด้วย โอมเตือนทุกคนแต่ไม่มีใครฟัง สุดท้ายทุกคนไม่เว้นแม้แต่เส้นกับคงถูกพลโกง กำนันคงเจ็บใจคิดมากจนเข้าโรงพยาบาล

โอมแจ้งตำรวจนำกำลังจับกำพล กำพลมาดักจับพรกับพบูไปเป็นตัวประกัน กมลช่วยพรไว้ได้ กำพลไล่ตามไปจับพบูที่วิ่งหนีเข้าป่า กำพลยิงพบู แต่โอมกับเส้นใหญ่เอาตัวกำบังกระสุนปืนให้พบู ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ ผู้ใหญ่ถึกกับกำนันคงมาถึงที่เกิดเหตุพอดี จึงยิงกำพลเสียชีวิตก่อนที่กำพลจะฆ่าโอมกับเส้นใหญ่

โอมกับเส้นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พบูมาดูแลโอมด้วยความเป็นห่วง การบูรไม่สบายใจที่เส้นไม่ยอมฟื้น หมอมานะบอกว่าถ้าเส้นไม่ฟื้น เส้นก็จะเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดชีวิต การบูรร้องไห้เรียกเส้น เส้นฟื้นขึ้นมาเห็นการบูรร้องไห้ก็งง เส้นเห็นพบูพยาบาลโอมอย่างมีความสุขก็รู้ตัวว่าพบูไม่ได้รักตัวเอง จึงเศร้า การบูรมาปลอบเส้น เส้นถามว่าการบูรทำใจเรื่องโอมได้แล้วเหรอ การบูรบอกว่าการที่ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็มีความสุขแล้วล่ะ

เส้นคิดตาม เมื่อเห็นรอยยิ้มของพบู เส้นก็เห็นด้วยกับคำพูดของการบูร

หลังผ่านเรื่องราวร้ายๆไปได้ โคกอีเลิ้งก็มีข่าวดี การบูรได้รับพระราชทานปริญญาบัตร การบูรดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเส้นใหญ่แอบชอบการบูร กำนันคงกับผู้ใหญ่ถึกมีลุ้นให้เส้นใหญ่กับการบูรรักกัน และเลิกทะเลาะกันไปโดยปริยาย ส่วนโอมแต่งงานกับพบู และพรแต่งงานกับกมล ด้วยความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของคนในชุมชน โคกอีเลิ้งจึงกลายเป็นโคกอีเลิ้งหรรษาและสงบสุขตราบเท่าทุกวันนี้

รายชื่อนักแสดง โคกอีเลิ้งหรรษา
วัชรบูล ลี้สุวรรณ    แสดงเป็น ปลัดโอมชนะ
รพีภัทร เอกพันธ์กุล   แสดงเป็น  กมลมิตร หรือ กมล
กัญญา รัตนเพชร์   แสดงเป็น  พบู
รุ้งรดา เบญจมาธิกุล   แสดงเป็น  พรไพร หรือ พร
สุรชัย สมบัติเจริญ  แสดงเป็น   ตะโพน หรือ โพน
กัณจนาณัฏ พัฒนะสิริกุลชัย   แสดงเป็น  การบูร
อาณกร เชื้อศิวะ  แสดงเป็น   ถั่วงอก
ธรรมศักดิ์ สุริยน (ดารารับเชิญ)  แสดงเป็น   ครูใหญ่
มณฑล ปริวัตร (ดารารับเชิญ) แสดงเป็น    กำพล
อ้อ ช่อมะดัน (ดารารับเชิญ)   แสดงเป็น  ครูดวงใจ
พลอยมณี ศุภเวทย์เวหน (ดารารับเชิญ)  แสดงเป็น   โนเอมี่
ธัญญรัศม์ จิราภัทร์ภากร (ดารารับเชิญ)   แสดงเป็น  แก้ว
ขมิ้น เชิญยิ้ม (ดารารับเชิญ)  แสดงเป็น   หมอมานะ
แฉ่ง ช่อมะดัน  แสดงเป็น   อาโกแฉะ หรือ อาโก
กรุณา มอร์ริส  แสดงเป็น   เน่งน้อย หรือ เจ๊น้อย
นาตยา จันทร์รุ่ง  แสดงเป็น   พเยีย
เอกพัน บรรลือฤทธิ์  แสดงเป็น   ผู้ใหญ่ถึก
นันทศัย พิศลยบุตร  แสดงเป็น   เส้นใหญ่ หรือ เส้น
สุเทพ ประยูรพิทักษ์   แสดงเป็น  กำนันคง
กฤช พรหมบริรักษ์  แสดงเป็น   ลูกชิ้น หรือ ชิ้น

ใครกำหนด

เรื่องย่อ ใครกำหนด

ชะตากรรมหรือฟ้า ที่ลิขิตชีวิต กำหนดความเป็นไปของมนุษย์ แต่สำหรับ ทาริกา แล้ว เธอต่างหากที่จะเป็นผู้กำหนดชีวิตของเธอเอง ไม่ว่าจะต้องผ่านทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัสเพียงใดก็ตาม

นิ่ม หรือ ทาริกา  เกิดมาในครอบครัวที่เจ้าคุณพ่อมีเมีย และมีลูกเยอะ การใช้จ่ายทั้งหลายหมดไปกับการเลี้ยงดูลูกให้มีชีวิตที่เพียบพร้อม จนกระทั่งเจ้าคุณพ่อให้เธอแต่งงานไป เพื่อที่จะได้สบาย แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เธอต้องพยายามกำหนดเองในภายหลัง

นักแสดง ใครกำหนด
เขตต์ ฐานทัพ
วรนุช วงษ์สวรรค์ แสดงเป็น นิ่ม, ทาริกา
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น คุณเธอ
ภัสสร บุญยเกียรติ

 

 

ใครกำหนด 2533

เรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ ถูกชะตาลิขิตไว้ ราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงกินผัว ทั้งที่ผู้ชายเหล่านั้นยังไม่เคยได้พร่าพรหมจรรย์ของเธอเลยแม้แต่คนเดียว แต่ผู้ชายที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตของเธอต้องมีอันเป็นไป …. ใครเล่าคือผู้กระทำ หรือว่าเป็นเพราะพรหมลิขิต……

แค่เอื้อม

เรื่องย่อละคร แค่เอื้อม

สายป่าน หลานสาวคนสวยของพ่อเลี้ยงสุนทร กับ นางวีณา คหบดีเชียงราย เดินทางกลับเชียงรายหลังจากที่เจอพิษ IMF สายป่านจบปริญญาโทจากอเมริกา เธอทำงานในบริษัทเงินทุนแห่งหนึ่งได้ราว 3 ปี เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สายป่านจึงลาออก ก่อนจะถูกไล่ออก การกลับมาของเธอทำให้สุนทร และวีณาดีใจมาก สุนทรนั้นนอกจากมีไร่ชาแล้วยังริเริ่มเพาะเห็ดหอมขายโดยทำทั้งเห็ดสดและเห็ด อบแห้ง

สุนทรให้ทุนกับ มหาวิทยาลัยในการค้นคว้าเรื่องเห็ดโดยมีด็อกเตอร์ นภมัย เป็นหัวหน้าภาควิชาและเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเห็ด สุนทรชอบนภมัยมาก เมื่อสายป่านกลับมาวีณาหวังจะให้หลานสาวเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขณะที่ สุนทรหวังจะให้สายป่านรับช่วงบริหารธุรกิจโรงอบชากับเห็ดหอมของเขา ในวันไปสมัครงานที่มหาวิทยาลัย บังเอิญว่าอัตราอาจารย์สอนภาษาอังกฤษเต็ม จะว่างใน 3 เดือนข้างหน้าเมื่ออาสาสมัครชาวต่างประเทศกลับไปแล้วสุนทรจึงพาสายป่านไปดู การอบรมเพาะเห็ด ซี่งนภมัยกำลังสอนนักศึกษาและชาวบ้านผู้สนใจ บุคลิกท่าทางของนภมัยสะดุดสายตาสายป่าน เขาเอาจริงเอาจังกับงานโดยไม่สนใจเธอ ทำให้สายป่านหมั่นไส้นิด ๆ แม้จะนึกถูกใจในบุคลิกหน้าตาของเขา คนที่สนใจเธอคือ ปฐวี เด็กรุ่นน้องซึ่งเป็นผู้ช่วยนภมัย แต่สายป่านไม่สนใจ นภมัยสอนสายป่านอย่างละเอียดในกรรมวิธีเพาะเชื้อเห็ด ดุบ้างตามนิสัยครู นภมัยนึกสบประมาท ในใจว่าสาวสวยบอบบางอย่างสายป่านจะรับงานนี้ได้มากแค่ไหน

แต่สายป่านทำให้ นภมัยแปลกใจ เธอตั้งใจและทำได้ดีเกินคาด ทุกบ่ายวันศุกร์ นภมัย สายป่าน สุนทร ปรีชา ซี่งเป็นญาติห่างๆ ของสายป่านจะขึ้นไปทำงานที่ไร่เชิงภู ซึ่งอยู่ที่ภูหมอกฟ้า เมื่อทำงานใกล้ชิดกันสายป่านก็ยิ่งพอใจนภมัย เธอเอาใจใส่เขาในทุกเรื่อง ทั้งอาหารการกิน และความเป็นอยู่ ท่าทีของเธอเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ทำให้นภมัยดูไม่ออก มีแต่สุนทรที่เริ่มรู้ว่าหลานสาวสนใจนภมัย ส่วนนภมัยแม้จะนึกชอบสายป่าน แต่เขาก็เจียมตัวว่าฐานะของเขาต่างกับเธอมาก ความสวยน่ารักของสายป่านทำให้ พ่อเลี้ยงวงศ์ สนใจเหมือนกัน เขาทำทีสนใจเห็ดหอมของไร่เชิงภู ทั้งที่ความจริงชอบผู้จัดการคนสวยมากกว่า พ่อของสายป่านเองก็พยายามหาทางให้ลูกเลี้ยงของตัวซึ่งเป็นลูกติดจากภรรยา ใหม่ได้แต่งงานกับสายป่าน ซึ่ง เอกบดี เป็นหนุ่มหล่อ มาดเท่ห์ แต่จะพยายามเชียร์อย่างไรสายป่านก็ไม่สนใจ เธอไม่ชอบผู้ชายจับจด สำรวย ดีแต่ใช้เงิน สายป่านตั้งใจว่าถ้าแต่งงานเธอจะไม่ให้ชีวิตครอบครัวต้องเป็นอย่างพ่อ – แม่ ธิบดินทร์ พี่ของเธอหล่อมาก มาดเท่ห์ แต่เจ้าชู้ ไม่เคยทำงานอะไรสำเร็จสักอย่าง ในที่สุดก็เลิกกัน

ธิบดินทร์รัก เอกบดีมากถึงขนาดอยากให้ลูกสาวคือ สายป่านแต่งงานกับเอกบดี แต่สายป่านไม่ยอม วันหนึ่งเอกบดีกับธิบดินทร์ตามไปที่ไร่เชิงภู จังหวะพอดีว่าพ่อเลี้ยงวงศ์ก็มา สายป่านจึงปล่อยให้เอกบดีทำท่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเหมือนเป็นคู่หมั้น เจตนาเพื่อให้พ่อเลี้ยงวงศ์เข้าใจผิด แต่ก็ทำให้นภมัยเข้าใจผิดด้วยเช่นกัน ขณะที่สายป่านคุยอยู่กับนภมัยเรื่องครีมเห็ดหลินจือที่นภมัยทำมาให้เธอใช้ ว่าได้ผลดี ขนาดลบรอยแผลเป็นได้ นภมัยไม่เชื่อนัก สายป่านจึงให้ดูรอยแผลที่ต้นคอของเธอ นภมัยก้มมองอย่างพิจารณา ขณะนั้นเองพ่อเลี้ยงวงศ์ก็เข้ามา ภาพของหนุ่มสาวทำให้เขาเข้าใจผิด ด้วยความผิดหวังในตัวสายป่าน พ่อเลี้ยงวงศ์จึงหาเรื่องติผลผลิตทุกอย่างจากไร่เชิงภู ไม่ยอมรับซื้อ ซ้ำยังพูดจาเหน็บแนมกินนัยไปถึงสายป่านว่าไม่ดีจริง หลอกใช้ผู้ชาย

สายป่านโกรธจัด นภมัยก็เช่นกัน เขาย้อนเจ็บ ๆ กลับไป พ่อเลี้ยงวงศ์ยิ่งแค้น เมื่อกลับไปยังตัวเมือง พ่อเลี้ยงวงศ์เที่ยวพูดใส่ร้ายจนสายป่านเสียหาย ข่าวลือสะพัดทั่วมหาวิทยาลัย สุนทร กับ วีณา พยายามไม่ให้สายป่านรู้ แต่เธอก็รู้จนได้ วันหนึ่งสายป่านชวนนภมัยกับปฐวีไปด้วย เป็น 2 คู่ คืนนั้นเธอแต่งตัวเปรี้ยวแต่ก็สวยจนนภมัยใจสั่น เขารู้ทันความคิดเธอว่าทำอะไรแต่ก็ไปด้วย นภมัยติดใจสายป่านมากขึ้นทุกที เมื่อสายป่านต้องมากรุงเทพฯกับ ดิษยา นภมัยก็ตามมาด้วยแต่ไม่มาด้วยกัน ที่กรุงเทพฯ เขาโทรไปหาสายป่านที่บ้านดิษยา เชิญไปบ้านเขา สายป่านรู้ทันทีว่าดิษยาต้องเป็นตัวการแน่ ดิษยายอมรับเพราะเธอรู้ว่าสายป่านไม่เคยชอบใครจริงจังเหมือนนภมัย หนุ่มสาวใกล้ชิดกันมากขึ้น

แต่เมื่อกลับ เชียงรายก็เกิดเรื่องที่ทำให้สายป่านต้องคอยความสัมพันธ์ของเธอกับนภมัย เพราะ นภดล น้องชายของนภมัยไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ บัวจันทร์ คู่หมั้นของ บุญลือ ซึ่งเป็นครูหลังม้า บุญลือนั้นแม้จะเป็นลูกคนงานในไร่เชิงภู แต่ก็โตมาพร้อมกับสายป่าน เธอสนิทสนมและผูกพันกับเขาเหมือนพี่สาวกับน้องชาย พ่อเลี้ยงสุนทรส่งเสียให้บุญลือเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แต่บุญลือไม่ทิ้งถิ่น เขายึดอาชีพครูหลังม้า ตระเวนสอนเด็กชาวเขาตามหมู่บ้านต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็ช่วยงานที่ไร่ด้วย การกระทำของนภดลทำให้สายป่านมึนตึงกับนภมัย ไประยะหนึ่ง แม้จะรู้ว่าคนละคนกันและพี่กับน้องก็นิสัยต่างกัน นภดลแต่งงานกับบัวจันทร์เงียบ ๆ บุญลือแม้จะเสียใจ แต่ก็รู้จักบัวจันทร์ดีว่าเธอทะเยอทะยานอยากเป็นคุณนายของหมอผู้อำนวยการโรง พยาบาลอย่างนภดลมากกว่าเป็นเมียครูหลังม้าอย่างเขา

เรื่องทั้งหมดที่ เกิดขึ้นก็เพราะบัวจันทร์เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เธอไปเฝ้านภดลที่โรงพยาบาลทั้งเช้า-เย็น จนนภดลตบะแตกจนได้ เมื่องานแต่งงานของนภดลผ่านไป บุญลือดีขึ้น สายป่านกับนภมัยก็เริ่มจะเหมือนเดิมโดยมีดิษยาคอยเป็นผู้ช่วยพระเอกกับนาง เอกสายป่านกำลังมีความสุขเลยลืมสังเกตดิษยาว่าซึมและเงียบไป ไม่มีใครรู้ว่าดิษยาหลงรักบุญลือ แต่เธอพยายามปิดท่าทีของเธอ เพราะรู้ตัวว่าแก่กว่าบุญลือถึง 2-3 ปี ไม่สวยอีกต่างหาก เธอไม่อยากให้บุญลือต้องมาหัวเราะเยาะเธอว่าแก่แล้วไม่เจียม พิษรักทำให้ดิษยาทั้งสุขและทุกข์ เพราะบุญลือก็เข้ามาใกล้ชิดเธอมากยิ่ง ขึ้น คุยกันรู้เรื่องถูกคอในทุกเรื่อง ดิษยายิ่งรักก็ยิ่งห้ามใจ ส่วนพ่อเลี้ยงวงศ์ไม่เลิกจองล้างจองผลาญสายป่าน

เมื่อตัดทาง ธุรกิจไม่ได้ เพราะสายป่านมีเพื่อนดีช่วยหาตลาดให้ โดยไม่ง้อเขาอีกต่อไป ซ้ำคนที่มาช่วยสายป่านก็เป็นคู่แข่งกับเขาเสียด้วย พ่อเลี้ยงวงศ์จึงให้ เวียงฟ้าหลานสาวคนสวยซึ่งเข้าไปแทนที่ตำแหน่งอาจารย์ของสายป่านไปใกล้ชิดกับ นภมัย ปรีชามาบอกสายป่านซึ่งเธอก็มีวิธีของตัวเองทำให้เวียงฟ้าต้องถอยไป แล้วก็มีเรื่องร้ายเมื่อพายุพัดถล่มภูหมอกฟ้าไร่เชิงภูเสียหายมาก ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกบุญลือกับ อรรณพ เจ้าหน้าที่โครงการหลวงจึงขี่ม้าจะไปขอความช่วยเหลือจากตัวเมือง แต่ปรากฎว่าทั้งคู่ถูกกะเหรี่ยงซึ่งรับจ้างขนยาเสพติดตามชายแดนจับตัวไป พวกมันปล่อยอรรณพมาขอค่าไถ่ตัวบุญลือ ดิษยาเป็นห่วงบุญลือมาก สายป่านขอยืมทองจากคนงานทุกคนเพื่อเป็นค่าไถ่บุญลือ นภมัยกับ เรือง เป็นผู้ไปต่อรองกับพวกนั้น ระหว่างเดินทางเรืองกับนภมัยไม่รู้ว่า เส่งเด็กชายชาวกะเหรี่ยงซึ่งนภมัยกับสายป่านเคยช่วยชีวิตไว้ทั้งแม่และลูก (นางอู่กับเส่ง) แอบตามไปด้วย เส่งสงสัยว่าพ่อของตนจะอยู่กับกลุ่มนี้ด้วย

แล้วก็เป็นจริง นายจ่อ พ่อของเส่งอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยจริง ๆ เส่งจึงเป็นผู้ช่วยในการต่อรองเรื่องจึงกลับเป็นว่าพวกกะเหรี่ยงยอมปล่อยบุญ ลือกับเรือง แต่พานภมัยไปแทนเพื่อเป็นตัวประกัน เส่งอาสาไปด้วยเพื่อดูแลนภมัย เมื่อเรืองกับบุญลือกลับไร่ แล้วสายป่านรู้ว่านภมัยต้องไปเป็นตัวประกันแทน เธอรู้สึกราวใจจะขาดนึกเสียใจที่เธอกับเขาควรได้ปรับความเข้าใจกันก่อนที่จะ เกิดเรื่องวุ่นขึ้น สายป่านไม่กล้าคิดว่าหากนภมัยเป็นอะไรไป เธอจะทำอย่างไร
ส่วนนภมัยเองก็เป็นห่วงสายป่านมากเช่นกัน เขาพยายามเกลี้ยกล่อม จ่อจนจ่อยอมแยกตัวกลับหมู่บ้านพร้อมเขา เส่งและลูกน้องอีก 2 คน แต่ระหว่างเดินทางลูกน้องจ่อเกิดทรยศคิดแย่งทอง ทั้งหมดสู้กันจ่อได้รับบาดเจ็บ และยิงลูกน้องตายไป 1 คน อีกคนหนีตายเข้าป่าไป นภมัยกับเส่งจึงต้องพาจ่อกลับไร่เชิงภู ระหว่างทางโชคดีได้พบกับกลุ่ม ตชด. ซึ่งกำลัง
ออกตามล่ากลุ่มกะเหรี่ยง เพื่อช่วยนภมัยพอดี เมื่อถึงไร่ นภมัยมองหาสายป่านไม่พบ นึกเสียใจว่าเธอคงกลับไปตัวเมืองพร้อมคณะผู้ช่วยเหลือชุดแรกแล้ว แต่ฉุกคิดได้ว่าเวลาไม่สบายใจ สายป่านชอบไปไหว้และปรับทุกข์กับสถูปที่บรรจุกระดูกของมารดาที่ท้ายไร่ นภมัยจึงตามไป

แล้วก็พบสายป่าน กับดิษยา สายป่านนิ่งเงียบราวเข้าสมาธิ เธอไม่รู้ว่านภมัยมาหา ดิษยาจึงเปิดโอกาสให้ได้อยู่ด้วยกัน ดิษยาแว่บกลับบ้านพักให้นภมัยอยู่กับสายป่าน นภมัยแกล้งโยนลูกท้อที่ตกอยู่ใส่สายป่านจนเธอหันมา สายป่านตกใจแต่ไม่มั่นใจว่าเป็นคนจริง ๆ หรือวิญญาณของเขากันแน่แต่เธอก็โผเข้าหาอ้อมกอดของนภมัยอย่างเต็มใจ ทั้งคู่เข้าใจกันได้แต่อุปสรรคก็ไม่สิ้นสุด เมื่อนภมัยได้บัตรสนเท่ห์ว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางมิชอบ ช่วยไร่ เชิงภูจนผิดปกติ นภมัยถูกถอดจากการเป็นหัวหน้าภาควิชา และโดนตั้งกรรมการสอบสวนก่อนการแต่งงานไม่กี่วัน แต่ไม่มีใครสนใจ

งานแต่งงงานคงมี ต่อไป คนที่อยู่เบื้องหลังคือ เวียงฟ้า ซึ่งผิดหวังจากนภมัยนั่นเอง ยิ่งได้แรงยุจากพ่อเลี้ยงวงศ์ทำให้เวียงฟ้าทำอะไรผิด ๆ เธอยอมเป็นเมียน้อยของ ชัยทัศน์คณบดี แล้วยังใส่ร้ายนภมัยจนวุ่นวาย แล้วกรรมก็ตามทันเมื่อ ปัทมา ภรรยาของชัยทัศน์รู้ข่าว ปัทมาตามไปยิงเวียงฟ้าตาย ยิงชัยทัศน์บาดเจ็บสาหัสก่อนจะฆ่าตัวตาย ส่วนนภดลเลิกกับบัวจันทร์เพราะทนความร้ายไม่ไหว นภนันท์ น้องสาวเปรี้ยวและเจ้าชู้ของนภมัยไปอยู่กับเอกบดี บุญลือสารภาพรักกับดิษยา และแต่งงานกันที่ไรเชิงภูนั้นเอง ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี