Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

นางกรี๊ด

จิรวาตี สาวสลัมอาศัยอยู่กับจันทราแม่บุญธรรมและจุ๋มน้องสาวที่เป็นใบ้ เธอหาเงินเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำทุกอย่าง รวมทั้งรับจ้างกรี๊ดในคณะ ?รวมดาวชาวกรี๊ด? ของจรัญและขวัญจิต โดยมี่เพื่อนในสลัมร่วมก๊วนด้วย ทั้งปุ๊กกี้ แม๊กซ์ นุ่ม อ้น จิระวาตียังตั้องดูแลบูมเพื่อนชายขาพิการที่คิดว่าตนเป็นป้อมด้วย

ปัญธร หนุ่มนักรเยนนอกดีกรี MBA ไม่อยากทำกิจการที่บ้าน เข้าใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้อง ชัยวัฒน์พ่อของปัญธรจึงให้โอกาส 3 เดือนถ้าไม่สำเร็จ ให้กลับมาดูแลกิจการยาดมของที่บ้านเหมือนเดิม ตอนนี้ปัญธรเอาแต่เที่ยวกับชยามล กิ๊กสาวสุดเซ็กซี่ของเข้า โดยระหว่างปัญธรพิสูจน์ตัวเอง ปรีติน้องขายที่ทำงานแก่งจึงรับหน้าที่ดูแลกิจการแทน ทัศวรรณ์แม่ของปัญธรไปหาสะอิ้งทิพย์เจอกับโยษิตา ที่เป็นเด็กน่ารักเรียบร้อย แต่ไม่แข็งแรงเป็นโรงหัวใจ ก็อยากให้แต่งงานกับปัญธร พอปัญธรเห็นหน้าโยษิตา ก็รู้สึกชอบเลยตกลง ส่วนปรีติเมื่อเห็นโยษิตาก็แอบปิ๊ง แต่เพราะรู้ว่าทัศวรรณต้องการให้แต่งงานปับปัญธร เลยต้องแอบเก็บความรู้สึก

ปัญธรพาศยามลไปคอนเสิร์ตแล้วถูกนัอกร้องเกาหลีให้ขึ้นไปร้องและเต้นเพลง ไทยบนเวที พี่โต้อดีตศิลปินขวัญใจวัยรุ่นที่ไปดูด้วยเห็นปัญธร ก็เลยติดต่อให้ปัญธรไปอยู่ในสังกัดเพื่อทีจะปั้นให้ดัง แม่ปัญธรไปขอสปอนเซอร์กับเสี่ยดิเรก เสี่ยเห็นหน้าปัญธรก็ชอบใจให้การสนับสนุน จิระวาตีไปทำความสะอาดบ้านให้กิมลั้ง เลยเจอกับโยษิตาและปัญธร โยษิตาขอบจิระวาตีมาก ต่างจากปัญธรที่ทำท่ารังเกียจเพราะเธอเป็นเด็กสลัม ทั้งคู่เลยเป็ฯคู่กันดมีปากเสียงกัน ปัญธรช่วยโยษิตาดูแลน้องเอ๋ ผู้เข้าประกวดนางงามในนามภาคใต้ของสะอิ้งทิพย์ น้องเอ๋พูดน้อยจนสะอิ้งทิพย์กลัวไม่ได้รางวัล จึงติดต่อจรัญกับขวัญจิตให้หาหน้าม้ามาเชียร์ ที่งานประกวดนางงามสี่ภาค ศยามลกับคมเดชจับได้ว่าน้องเอ๋เป็นสาวประเภทสองจึงไปบอกคณะกรรมการน้องเอ๋ จึงโดนตัดสิทธิ์และให้สะอิ้งทิพย์หาคนมาแทน

สะอิ้งทิพย์เลยแปลงโฉมจิระวาตี จนได้รับตำแหน่งนางงานหนึ่งเดียวในสี่ภาค พอได้รับตำแหน่งจิระวาตีเกิดอบัติเหตุชนกับปัญธรบนเวทีขณะที่ไปร้องเพลงโป รโมตของตัวเองครั้งแรก จิระวาตีเจ็บหนักปัญธรจึงจำใจมาคอยดูแล ทั้งๆ ที่เค้าไม่ชอบสลัม โยษิตาพาสะอิ้งทิพย์ไปหาจิระวาตีที่บ้านเลยเจอกับจันทราแม่บุญธรรมจิระวาตี สะอิ้งทิพย์เมื่อเห็นหน้าจันทราก็จำได้จึงรีบติดต่อเสี่ยดิเรก เพราะคิดว่าจิระวาตีต้องเป็นลูกของดวงใจนางงามคนหนึ่งของเธอ ความสัมพันธ์ของปรีติกับโยษิตาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ปรีติเห็นความดีของโยษิตา ก็ยิ่งตกหลุมรักเธอ

ปัญธรไม่ประสบผลสำเร็จในการออกอัลบั้ม เลยขอเวลาชัยวัฒน์พ่อของตนอีกเดือนเพื่อเคลียร์ทุกอย่างแล้วจะกลับมาทำงาน ที่บ้าน ปัญธรกับจิระวาตีไปหาคุณเหม่า โดยพาใบเตยลูกของมยุรีกับสิทธาซึ่งเป็นน้องชายของชัยวัฒน์ ที่ชอบเอาไปฝากไว้ที่บ้านเขา เพราะมีปัญหาทะเลาะกันที่ตัวสิทธาชอบไปมีกิ๊ก ใบเตยจึงเป็นเด็กซึมเศร้า ทั้งสามคนไปหาคุณเหม่า เจ้าของบริษัทปลาร้าแปรรูป ที่ไม่ยอมรัความเป็นอีสานของตัวเอง พูดไทยคำฝรั่งคำ พอจิระวาตีส่งภาษาอีสานใส่ก็โกระรุนแรงเลยไม่จ้างให้จิระวาตีเป็นพรีเซ็น เตอร์ แต่ในที่สุดจิระวาตีก็สามรถเปลี่ยนทัศนคติคุณเหม่าให้ยอมรับความเป็นอีสาน ของตัวเองได้ คุณเหม่าจึงให้จิระวาตีเป็นพรีเซ็นเตอร์ ใบเตยติดจิระวาตีมากเธอคิดว่า จิระวาตีเข้าใจเธอมากว่าคนอื่น บูมเริ่มไม่พอใจที่จิระวาตีไม่มีเวลาสนใจตัวเองเพราะเอาแต่ทำงาน

ศยามลเองก็เริ่มไม่พอใจปัญธรที่ตอ้งเจอกับจิระวาตีบ่อยๆ จึงให้คมเดชสืบประวัติจิระวาตี นายไวลูกน้องคมเดชสืบเรื่องจิระวาตี โดยการเอาเหล้ามาฝากจันทรา และหลอกถามจนได้ประวัติจิระวาตี พอศยามลรู้ก็รอวันที่จะเปิดโปง วันนั้นเกิดไฟไหม้สลัม จิระวาตีในฐานะนางงามจึงไปขอความช่วยเหลือจากกระทรวงวัฒนธรรม จนทุกคนสามารถสร้างบ้านอยู่ที่เดิมได้ จิระวาตีมีชื่อเสียงเพื่มขึ้นแต่เธอเองกลับไม่ชอบเลย เธอตัสดสินใจจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนางงามในงานมอบโล่เกียรติบัตรของ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒธรรมเป็นงานสุดท้าย ขณะที่เธอขึ้นไปรับและกล่าวขอบคุณ มีคนแจกใบปลิวบอกว่าจิริวาตีเป็นลูกโสเภณี มีอาชีพรับจ้างกรี๊ด เสี่ยดิรกจึงออกหน้าแทน บอกว่าความจริงเขาเป็นพ่อของจิระวาตี เรื่องกลับตาลปัตร จิระวาตีดังกว่าเดิม ศยามลเจ็บใจมากให้คมเดช จัดการขั้นเด็ดขาดกับจิระวาตี จิระวาตีดีใจที่ได้เจอพ่อ และเธอก็อยากเจอแม่ด้วย

เสี่ยดิเรกกับสะอิ้งทิพย์จึงขอร้างให้ผกามาศ เพื่อนางงามของดวงใจปลอมตัวเป็นแม่จิระวาตี วันหนึ่งปัญธรขับรถไปชนผู้หญิงบ้า จนต้องเขาโรงพยาบาล โยษิตาพาสะอิ้งทิพย์มาดูคนป่วย สะอิ้งทิพย์จำได้ทันทีว่าคือ ดวงใจ แม่ของจิระวาตี เสี่ยดิเรกทั้งดีใจและเสียใจที่ในอดีตทิ้งดวงใจและลูกสาวมาจึงเป็นสาเหตุให้ ดวงใจเป็นสภาพนี้ พอจันทรารู้เรื่องที่จิระวาตีเจอพ่อก็มินตึงใส่ ไล่จิระวาตีออกจาบ้าน ใบเตยมาอยู่กับจิระวาตี เพราะว่าสิทธากับมยุรีจะเลิกกัน จิระวาตีจึงปลอบใจใบเตย เสี่ยดิเรกโทรบอกว่าดวงใจอาการดีขึ้น จะพาเธอไปดูแลที่บ้านสวน จิระวาตีจึงออกไปหาใบเตยและบูม ถูกคมเดชกับนายไวจับมาเรียกค่าไถ่ ศยามลสะใจมาก จิระวาตีกับปัญธรช่วยใบเตยและบูมออกมาได้แต่ปัญธรก็ต้องบาดเจ็บหนัก จิระวาตีก็หายไปอยู่บ้านสวน และได้รู้ความจริงว่า ดวงใจคือแม่ที่แท้จริงของตน จิระวาตีกับเสี่ยดิเรกช่วยกันดูแลดวงใจ

แล้วความฝันของปัญธรกับพี่โต้ก็เป็นจริง ปัญธรดีใจสุดๆ ที่เพลงตัวเองติดชาร์ทอันดับหนึ่ง ที่ดีเจไปเจอตอนไฟไหมสลัมแล้วเอามาเปิดฟังและเป็นที่ชื่นชอบของผู้ฟัง รีเควสต์เข้ามามากพอพี่โต้ได้ยินข่าวก็ดีใจที่ฝันเป็นจริง และบอกปัญธรว่าจะจัดคอนเสิร์ต ปัญธรมีข้อแม้ว่าต้องจ้างรวมดาวชาวกรี๊ดมาติดขอบเวที จิระวาตีสิ้นสุดการเป็นนางงามด้วยการมอบตำแหน่งให้นางงามคนต่อไป และตัดสินใจกลับไปอยู่กับจินทราและจุ๋ม เสี่ยดิเรกซื้อที่ดินแถวนั้นแล้วสร้างบ้านใหม่ให้ จิระวาตีช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่สลัม ในงานคอนเสิร์ตปัญธรได้เป็นนักร้องซุปเปอร์สตาร์สมใจ และจิระวาตีก็ได้เจอกับปัญธรอีกครั้ง และความสัมพันธ์ของนางกรี๊ดและซุปเปอร์สตาร์ก็ได้เริ่มต้นอีกครั้ง

รายชื่อนักแสดงนำในละคร นางกรี๊ด

วรัทยา  นิลคูหา     แสดงเป็น     จิระวาตี/แจ๋ม
ธนา  สุทธิกมล     แสดงเป็น     ปัญธร/ธร
ปัณฑิตา  เคาวเวลล์     แสดงเป็น     โยษิตา/โย
ธาวิน  เยาวพลกุล     แสดงเป็น     ปรีติ/ติ
เจมี่  บูเฮอร์     แสดงเป็น     ศยามล/หม่อน
วจี กัลย์จาฤก     แสดงเป็น     สะอิ้งทิพย์
ภราไดย  สุวรรณรัฐ     แสดงเป็น     จันทรา
ปภัสรา  เตชะไพบูลย์     แสดงเป็น     ดวงใจ
ไพบูรณ์เกียรติ  เขียวแก้ว     แสดงเป็น     พี่โต้
ภานุมาส   ปิ่นแก้ว     แสดงเป็น     จิราภา/จุ๋ม
ภัสสร  บุณยเกียรติ     แสดงเป็น     ทัศวรรณ
ไพโรจน์  สังวริบุตร     แสดงเป็น     ชัยวัฒน์
อัมรินทร์  สิมะโรจน์     แสดงเป็น     คมเดช
โอลิเวอร์  บีเว่อร์     แสดงเป็น     สิทธา
รชยา  รักกสิกรณ์     แสดงเป็น     มยุรี
อันนา  เชื้อประมง     แสดงเป็น     ใบเตย
แจ๊ส  ชวนชื่น     แสดงเป็น     บูม
ศราวุธ  นวแสงอรุณ     แสดงเป็น     แม๊กซ์
อชิตะ  วุฒินันท์สระสิทธิ์     แสดงเป็น     นุ่ม
ลาล่า  นีมาก้า     แสดงเป็น     อ้น
ชมพูนุช  ปิยธรรมชัย     แสดงเป็น     ปุ๊กกี้
แวร์  โซว     แสดงเป็น     กิมลั้ง
ทัศนา  ดำรงศักดิ์     แสดงเป็น     คุณเหม่า
ธัญญรัศม์  จิราภัทร์ภากร     แสดงเป็น     น้องเอ๋
ปิยะดา  เพ็ญจินดา     แสดงเป็น     ผกามาศ
เวนช์  ฟอลโคเนอร์     แสดงเป็น     นายไว
กล้วย  เชิญยิ้ม     แสดงเป็น     จรัญ
ส้มเช้ง  สามช่า     แสดงเป็น     ขวัญจิต
ดิลก  ทองวัฒนา     แสดงเป็น     เสี่ยดิเรก

น้องเหมียวเขี้ยวเพชร

ผู้หมวดเพชรนรี แม่เสือสาวแห่งหน่วยปราบปรามยาเสพติด เธอเป็นคนโผงผางชอบใช้กำลังปราบคนชั่วจนหนุ่มๆ ในกองปราบต้องยกนิ้วให้เธอทุกราย ขนาด เอกพล พ่อเลี้ยงขี้คุกที่ชอบแต๊ะอั๋ง มาริษา น้องสาวแสนดีของเธอก็ยังโดนเพชรนรีซ้อมเช้าซ้อมเย็นจนไม่กล้าหือกับเธอ แต่ทุกครั้งที่เพชรนรีอยู่กับ สารวัตรจอมภพ หัวหน้า และเพื่อนชายสุดหล่อเพียงคนเดียวที่กล้าใกล้ชิดเธอ เพชรนรีจะกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ทันที ความน่ารัก จริงใจของเธอโดนใจจอมภพจังๆ เขาจึงขอเธอแต่งงาน แต่มีข้อแม้ให้เพชรนรีลาออกจากตำรวจไปเป็นแม่บ้านเต็มตัว เงื่อนไขนี้ทำให้เธอคิดหนัก เพราะจิตวิญญาณ และคำสัญญาที่เพชรนรีให้ไว้กับพ่อก่อนตายค้ำคออยู่ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอก็ได้รับรัก และตอบตกลงแต่งงานกับจอมภพเป็นที่เรียบร้อย

คืนก่อนวันวิวาห์เพชรนรีได้ข้อมูลจาก ยอดรัก สายข่าวผู้ชายนะยะมาดตุ้งติ้งอดีตมิจฉาชีพมือไว รายงานว่า เจ้าหญิงแห่งวงการค้ายาเสพติดข้ามชาติจะส่งมอบสินค้ากันครั้งใหญ่ ซึ่งเบื้องหน้าของญาดาเธอเป็นราชินีบู๊แถวหน้าของวงการบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้จึงไม่มีเบาะแสชัดเจน เพชรนรีจึงฉายเดี่ยวสืบหาข้อมูลการส่งของเอง ทำให้ญาดาไหวตัวทันทั้งคู่จึงต่อสู้กันดุเดือด แต่สุดท้ายเพชรนรีก็จับญาดาได้สำเร็จ ขณะที่เพชรนรีแจ้งให้กำลังเสริมจากกองปราบมารับตัวญาดา ปีเตอร์ ชู้รักของญาดาดันพาสมุนมาชิงตัวญาดาไปก่อน หนำซ้ำปีเตอร์กับพวกยังยิงถล่มเซฟเฮ้าส์ที่เพชรนรีซ่อนตัวอยู่พังเป็นหน้า กอง ทำให้เพชรนรี และ เหมียว เด็กนักเรียนจอมโก๊ะที่อยู่แถวนั้นโดนลูกหลงบาดเจ็บสาหัสหมดสติไปทั้งคู่

เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งเพชรนรีพบว่าวิญญาณของเธอล่องลอยออกจากร่างไปแล้ว แต่จิตใจอันมุ่งมั่นที่จะปราบพวกค้ายาฯ ให้ได้ วิญญาณเพชรนรีจึงรีบไปเข้าร่างโดยไม่ทันดูว่าเป็นร่างของเหมียวเด็กสาวที่ เพิ่งเสียชีวิตไป พอเพชรนรีฟื้นขึ้นถึงพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเหมียวเด็กสาววัย 17 ปี ส่วนร่างของเธอนอนแน่นิ่งเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ห้องใกล้ๆ เพชรนรีพยายามอธิบายให้ทุกคนเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้ทุกคนคิดว่าเธอฟั่นเฟือนจึงจับเธอไปช็อตไฟฟ้า ระหว่างทางเพชรนรีหาทางหนีได้สำเร็จ เธอรีบกลับบ้านไปหาแม่กับน้องทันที เพชรนรีในร่างเหมียวพยายามบอกความจริงแต่ทุกคนกลับคิดว่าเธอเป็นคนเสียสติ ปะเหมาะจอมภพแวะมาพอดีจึงจับเพชรนรีในร่างเหมียวไปขังเพื่อรอญาติมารับ ปรากฏว่าผู้ปกครองของเหมียวคือ ยอดรัก สายข่าวคู่ซี้ของเพชรนรีนั่นเอง เพชรนรีใช้รหัสสลับคุยกับยอดรักจนเขาเชื่อว่าวิญญาณของหมวดเพชรนรีสิงอยู่ใน ร่างของหลานตัวเองจริงๆ ยอดรักจึงช่วยวิญญาณของเพชรนรีด้วยการคิดหาวิธีกลับเข้าร่างเดิมสารพัดวิธี แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องถอดใจเพราะไม่มีวิธีไหนทำสำเร็จเลย

หลังจากวันที่เกิดเรื่อง ครูพละจอมเปิ่นซึ่งเป็นครูประจำชั้นของเหมียวรู้ข่าวก็รีบมาเยี่ยมลูกศิษย์ ที่บ้าน แต่วิญญาณของเพชรนรีในร่างเหมียวจำได้ว่าศิลาเคยจีบน้องสาวเธอ เพชรนรีจึงหลอกถามเรื่องมาริษาเธอถึงรู้ว่าน้องสาวได้เป็นครูโรงเรียนที่ เหมียวเรียนอยู่ รุ่งขึ้นเพชรนรีจึงไปเรียนตามปกติเพราะอยากใกล้ชิดน้องสาว และเพชรนรีเชื่อว่าพ่อเลี้ยงของเธอจะมาป้วนเปี้ยนรังควานมาริษาแน่ๆ เพชรนรีจึงต้องการสืบหาความจริงจากเอกพล เพราะเชื่อว่าพ่อเลี้ยงตัวแสบเป็นคนยิงเธออย่างแน่นอน และเพื่อความไม่ประมาทเพชรนรีจึงให้ยอดรักปลอมมาเป็นครู เพื่อช่วยเธอสอดส่องความผิดปกติในโรงเรียนแห่งนี้ ยอดรักจึงต้องเก๊กแมนจนสมัครเข้าไปเป็นครูได้สำเร็จ

ด้านศิลาครูประจำชั้นของเหมียวรู้สึกถึงความผิดปกติของลูกศิษย์เป็นอันมาก เพราะก่อนประสบอุบัติเหตุเหมียวเป็นเด็กเรียบร้อยและเรียนดี แต่พอกลับมาเรียนอีกครั้งพฤติกรรมของเหมียวกลับตรงกันข้าม แถมยังชอบเข้าใกล้มาริษาตลอดเวลา ศิลาจึงคอยจับตาดูเหมียวใกล้ชิดจนเธอรู้ตัว เพชรนรีในร่างเหมียวจึงตัดสินใจบอกเรื่องที่วิญญาณของเธออยู่ในร่างเหมียว ให้ศิลาฟัง แต่ศิลากลับคิดว่าลูกศิษย์ถูกผีเข้าถึงขั้นหาเครื่องลางของขลังและหมอผีมา ปัดรังควาน การกระทำของศิลาสร้างความรำคาญให้เพชรนรีมาก เธอจึงให้ยอดรักไปฟ้องครูใหญ่ศิลาถึงยอมวางมือ

ที่ ห้องเรียนของเหมียวก็มีเด็กเกเร แก๊งสามซ่า คอยแกล้งเธอเสมอ แต่วิญญาณของเพชรนรีในร่างเหมียวไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ แก๊งสามซ่าเลยโดนเหมียวอัดจนน่วม สร้างความแค้นให้พวกสามซ่ามาก เด็กกลุ่มนี้จึงหันมาเล่นงานครูมาริษาแทน เพราะเห็นว่าเธอสนิทกับเหมียว เคราะห์ดีที่ยอดรักพบเข้าจึงปกป้องมาริษาไว้ได้ เหตุการณ์นี้ทำให้มาริษาปลื้มยอดรักมากขึ้นเป็นทวีคูณ และเป็นครั้งแรกที่ยอดรักภูมิใจในความเป็นชายของตัวเอง จากนั้นทั้งคู่จึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ทำให้ศิลาเสียหน้าที่เสียแต้มให้ผู้ชายติ๋มๆ อย่างยอดรัก ฝ่ายเพชรนรีพอรู้ว่ามาริษาถูกกลั่นแกล้งก็จัดการสั่งสอนแก๊งสามซ่าจนทั้งหมด ยอมซูฮกให้เธอเป็นหัวหน้า

ระหว่างที่โรงเรียนของศิลาพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัด เหมียวได้สร้างวีรกรรมกล้าหาญช่วยชีวิตคนอื่นได้หลายครั้ง จนเพื่อนๆ ยกให้เธอเป็นฮีโร่ประจำทริป ขากลับจากทัศนศึกษาคณะของโรงเรียนแวะพักที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแม่ชีเก่งกล้าด้านทางใน แม่ชีเห็นวิญญาณของเพชรนรีอยู่ในร่างของเหมียว ท่านจึงทักวิญญาณของเพชรนรีว่าเธอจะพ้นวิบากกรรมครั้งนี้ได้ก็ต่อเมื่อเนื้อ คู่ของเธอจูบเธอเป็นครั้งแรก แต่แม่ชีบอกไม่ได้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำเอาเพชรนรีอึ้ง กับคำพูดของแม่ชีไปพักใหญ่ ทั้งเรื่องที่แม่ชีรู้ว่าวิญญาณของเธออยู่ในร่างเหมียวและเรื่องการจุมพิต ครั้งแรก พอกลับถึงกรุงเทพฯ จู่ๆ เอกพลก็โผล่มารังควานมาริษาตามที่เพชรนรีคาดไว้ เธอกับยอดรักจึงลากตัวเอกพลมาสอบสวนถึงรู้ว่ามันกลับไปอยู่กับปีเตอร์จริง แต่มันไม่รู้เรื่องเซฟเฮาส์ของเพชรนรีกับปีเตอร์ เธอจึงยอมปล่อยเอกพลไป

วีรกรรมที่เหมียวกับยอดรักที่คอยปกป้องมาริษาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้มาริษาไว้ใจทั้ง 2 คนมากขึ้น ถึงขั้นให้เข้านอกออกในบ้านของเธอได้ตลอดเวลา วิญญาณเพชรนรีในร่างเหมียวจึงได้ใกล้ชิดกับ อารี แม่ของเธออีกครั้ง แถมเธอยังได้เจอกับจอมภพที่กำลังกลุ้มเรื่องคดีของญาดาที่ไม่คืบหน้าเลย เพชรนรีจึงหาทางช่วยสืบข่าวด้วยการปลอมเป็นโคโยตี้ในผับของปีเตอร์ งานนี้ยอดรักอาสาเทรนลีลาโยกย้ายส่ายสะโพกจนเพชรนรีขึ้นเป็นดาวเด่นของผับ เพื่อจะล้วงความลับเรื่องการส่งยาบ้าให้ได้ แต่ความโดดเด่นของเธอทำให้สาวๆ คนอื่นๆ ไม่พอใจจ้างนักเลงมารุมสกรัมเธอ โชคดีที่ศิลาแอบตามเหมียวมาจึงช่วยเธอไว้จนตัวเองบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้ทำให้ปีเตอร์เชื่อว่าเหมียวเป็นแค่นักเรียนแอบมารับจ๊อบจริงๆ เหมียวจึงได้ทำงานที่ผับต่อจนสืบความลับสำเร็จ เธอรีบให้ยอดรักส่งข่าวให้จอมภพผ่านทาง จ่าสมยศ ลูกน้องเก่าของเพชรนรี ทำให้จอมภพบุกยึดของกลางได้จำนวนมาก และยังจับเอกพลที่เป็นคนคุมสินค้าได้ด้วย เอกพลให้การซัดทอดถึงปีเตอร์ ทำให้ตำรวจตามเล่นงานจนปีเตอร์ต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ฝ่ายศิลาแก้เผ็ดที่เหมียวทำให้เขาเจ็บตัวด้วยการปรับให้เธอหมดสิทธิ์สอบวิชาพละ ทำให้เหมียวจำใจขอโทษศิลาเพื่อแลกกับการเข้าสอบ ศิลายังเพิ่มเงื่อนไขให้เหมียวลงแข่งขันเต้นแทงโก้คู่กับเขาเพื่อไถ่โทษอีก ด้วย ทั้งที่เพชรนรีเกลียดการเต้นรำมาก แต่ก็จำต้องรับปากเพราะวิญญาณของเธออยู่ในร่างเหมียว ศิลากับเหมียวต้องซ้อมเต้นด้วยกันทุกวัน จนทั้งคู่เริ่มสนิทสนม และเห็นความดีของกันและกันทำให้ศิลากับเหมียวคว้ารางวัลชนะเลิศการเต้น แทงโก้ได้สำเร็จ แต่ทั้งคู่กลับถูกทางโรงเรียนตำหนิในความไม่เหมาะสมของเสื้อผ้า และท่าเต้นที่เร่าร้อน งานนี้เหมียวที่ถูกคาดโทษอยู่จึงถูกไล่ออกจากโรงเรียน ศิลารู้สึกผิดจึงรับผิดชอบแทนด้วยการลาออกจากการเป็นครู

ศิลา ตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอกเขาจึงไปลามาริษาที่บ้าน แต่เขากลับเห็นมาริษาพลอดรักอยู่กับจอมภพ ศิลาเสียใจมากจึงไปปรับทุกข์กับเหมียว ทำเอาวิญญาณเพชรนรีในตัวเหมียวโกรธจัดที่ถูกคนรักหักหลัง ทั้งคู่จึงร่วมมือกันขวางทางรักของมาริษากับจอมภพ พอเพชรนรีรู้ว่าจอมภพชวนมาริษาไปเที่ยวทะเล เธอกับศิลา และยอดรักจึงเสนอตัวขอไปด้วย โดยอ้างบุญคุณที่เคยช่วยจอมภพจับยาบ้าได้ครั้งก่อน เพชรนรีกับศิลาช่วยกันสร้างสถานการณ์ให้จอมภพกับมาริษาเข้าใจผิดกัน แต่ยอดรักไม่เห็นด้วยจึงพยายามปกป้องมาริษาจนความแตก มาริษาโกรธมากจึงต่อว่าเพชรนรีกับศิลารุนแรง ทำให้เพชรนรีในร่างเหมียวหลุดปากว่าจอมภพเป็นเจ้าบ่าวของเธอ ขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกับคำพูดของเหมียว สมุนของปีเตอร์ก็ตามมาแก้แค้นจอมภพถึงที่ทะเล เพชรนรีจึงต้องออกโรงพะบู๊ปกป้องทุกคนจนตัวเองบาดเจ็บ ทำให้จอมภพเริ่มสงสัยว่าวิญญาณของเพชรนรีอยู่ในร่างของเหมียวจริงๆ

เมื่อถึงกรุงเทพฯ จอมภพไปเยี่ยมเพชรนรีที่โรงพยาบาล และจูบเธอตามคำทำนายของแม่ชีแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพชรนรีรู้ว่าจอมภพไม่ใช่เนื้อคู่ เธอจึงยอมให้จอมภพรักกับมาริษา ด้านศิลาก็เริ่มเชื่อเรื่องวิญญาณของเพชรนรีที่อยู่ในร่างเหมียวเช่นกัน เขาเสียใจที่เข้าใจผิดเธอมาตลอด ศิลาจึงมาดูแลอาการเพชรนรีอย่างใกล้ชิดเพื่อไถ่โทษ จนคืนหนึ่งฟ้าฝนเป็นใจทำให้ศิลาเผลอจูบเพชรนรี ทำให้เธอวูบวาบเหมือนวิญญาณจะหลุดจากร่าง เพชรนรีจึงสงสัยว่าศิลาอาจจะเป็นเนื้อคู่เธอตามที่แม่ชีบอก

หลังเพชรนรีในร่างของเหมียวฟื้นเธอถึงรู้ข่าวว่าเอกพลถูกสมุนปีเตอร์ฆ่าตายในคุก โดยที่ปีเตอร์ยังลอยนวลอยู่ จอมภพให้เพชรนรีในร่างเหมียวแฝงตัวไปทำงานในบริษัทของญาดากับปีเตอร์ เพื่อหาหลักฐานมัดตัว 2 วายร้าย แต่แผนดันรั่วญาดารู้เรื่องวิญญาณของเพชรนรีที่อยู่ในร่างเหมียวซะก่อน ญาดาจึงวางกับดักรอเพชรนรีไว้ทุกด้าน แถมก่อนหน้านี้ญาดาได้สังหารปีเตอร์อย่างโหดเหี้ยม เพราะแตกคอกันเรื่องผลประโยชน์ แล้วป้ายความผิดทั้งหมดให้เพชรนรีเป็นแพะรับบาป ปัญหาทั้งหมดทำให้เพชรนรีไม่อยากดิ้นรนที่จะกลับคืนร่างเดิม ยอดรักเห็นท่าไม่ดีจึงไปปรึกษาศิลา ทั้ง 2 คน จึงร่วมมือกับแก๊ง 3 ซ่าเล่นละครตบตาญาดาจนช่วยเพชรนรีออกมาจากที่คุมขังสำเร็จ

ขณะที่ทุกคนหนีตายกันวุ่นวาย ญาดาก็สะกดรอยตามมาจนพบ สองฝ่ายจึงปะทะกันดุเดือด พวกของญาดาถูกศิลา ยอดรัก และแก๊ง 3 ซ่า กำจัดจนอยู่หมัด เหลือเพียงเพชรนรีกับญาดาที่ห้ำหั่นกันจนบาดเจ็บหมดสติปางตายทั้งคู่ วิญญาณของเพชรนรีหลุดออกจากร่างเหมียวอีกครั้ง แต่เธอกลับเข้าร่างตัวเองไม่ทัน เพราะวิญญาณของญาดาที่หลุดออกจากร่าง ชิงตัดหน้าไปสิงในร่างตำรวจสาวของเธอเสียก่อน วิญญาณของเพชรนรีจึงต้องกลับเข้าร่างเหมียวตามเดิม ศิลากับยอดรักจึงช่วยกันหาวิธีให้วิญญาณของเพชรนรีได้กลับเข้าร่างเดิมอีก ครั้ง

นกออก

นกออกนกออก เป็นเรื่องราวลึกลับของรูปปั้นหินเก่าแก่ รูปนกหน้าตาหน้ากลัว ที่ถูกเรียกขานกัน ว่า “นกออก” และความเชื่อเรื่องวิญญาณร้ายที่สิงสู่ในตัวนก กับการตายปริศนา ครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้ที่ชะตาเกิดในวันอังคาร เพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เท่านั้นถึง จะเป็นคนที่ไขปริศนาและอำนาจลึกลับเหล่านี้ได้

พ.ศ.2485 ใน หมู่บ้านเล็กๆ ของจังหวัดที่ห่างไกลในภาคอีสาน ทุกวันขึ้นแปดค่ำและสิบห้า ค่ำ จะมีชาวบ้านตายคนแล้วคนเล่า โดยทุกศพจะมีร่องรอยเหมือนถูกนกขนาดใหญ่จิก ทำร้าย และหัวใจของศพจะถูกควักหายไป ชาวบ้านลือกันว่าเป็นฝีมือของ “นกออก” วิญญาณร้ายที่สิงสู่ในตัวนก เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและอำนาจเวทย์ มนต์ โดยเฉพาะในวันที่พระจันทร์เต็มดวง อำนาจของนกจะมีมากที่สุดทำให้ชาว บ้านพากันหวาดกลัวมาก

จนวันหนึ่งที่ผู้กล้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นและปราบนกออกได้ โดยวิญญาณร้ายถูกส่งกลับเข้าไป สิง ณ รูปปั้นหินเก่าแก่รูปนกหน้าตาน่ากลัว ชาวบ้านพากันเอารูปปั้นไปฝังไว้ ในป่าลึก เพื่อกันไม่ให้ใครไปปลุกวิญญาณร้ายขึ้นมาอีก หลังจากนั้นผู้กล้าก็ เดินทางออกจากหมู่บ้านไปโดยก่อนไปได้บอกชาวบ้านว่า บรรพบุรุษของเขาได้เคย ต่อสู้กับนกออกมาหลายชั่วอายุคน และเมื่อใดที่วิญญาณร้ายถูกปลุกขึ้นมาอีก ก็จะมีผู้กล้าออกมาปราบนกออกทุกครั้งไป เหตุการณ์ทั้งหมดได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของ ด.ช.ทา วัย 9 ปีอย่างแม่นยำ

เวลาผ่านมาจนถึงปีปัจจุบัน ป่าลึกทางภาคอีสานถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็นรีสอร์ทขนาด ใหญ่ ระหว่างการก่อสร้างคนงานได้ขุดเจอรูปปั้นหินเก่าแก่เป็นรูปนกขนาด ใหญ่ แต่มีลำตัวคล้ายคนจึงส่งมอบต่อให้ทางพิพิธภัณฑ์  จามรีทำการศึกษาวัตถุ โบราณชิ้นใหม่ที่ได้รับอย่างสนใจ เธอบอกลัดดาว่ารูปปั้นเก่าแก่นี้ ต้อง เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมลึกลับบางอย่าง ลัดดาว่ารู้แค่นี้ก็พอไม่ต้องค้นคว้า ต่อแล้ว เพราะรูปปั้นนี้ดูน่ากลัวเกินไปจนไม่น่าเข้าใกล้  ที่ด้านนอกของ พิพิธภัณฑ์มีกองถ่ายละครขอมาถ่ายทำละครโทรทัศน์ สีหราชได้มาร่วมงานด้วยใน ฐานะของนักแสดงแทนคิวบู๊ของตัวพระเอก ลัดดาชวนจามรีมาดูการถ่ายทำ สีหราชได้ เห็นเธอเป็นครั้งแรกก็ตกตะลึกตกหลุมรักจามรีทันที จามรีกลับมาบ้าน เจอตาทา คนเก่าแก่ประจำบ้านกำลังร่ายดาบยาว พร้อมสวดคาถา ตาทาบอกจามรีว่าต้องเตรียม พร้อมไว้เผื่อวันใดที่นกออกปรากฏกายขึ้น แกจะได้คุ้มครองทุกคนในบ้าน ได้ จามรีได้แต่นึกขำ และแอบไปนินทากับ สินี ว่าเธอไม่เคยเชื่อเรื่องตลกของตาทาเลยแม้แต่น้อย

นับตั้งแต่ได้รูปปั้นหินรูปนกมาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ จามรีก็สังเกตได้ว่าเกิด เรื่องแปลกๆ  ขึ้น บางครั้งเหมือนเธอได้ยินเสียงนกพยายามกระพือปีก หรือบาง ครั้งเหมือนมีบางสิ่งจับจ้องมองอยู่ แต่เมื่อมองไปกลับไม่มีอะไร ลัดดาว่า รูปปั้นนกต้องถูกสาปมาแน่ การิน มาทำพิพิธภัณฑ์แต่ที่แท้มาดูของโบราณเพื่อ หวังให้คนของพินัยมาขโมยไป เมื่อได้เห็นรูปปั้นหินรูปนก การินก็สนใจมาก

จามรี สั่งให้ย้ายรูปปั้นหินรูปนกออกมาโชว์ ระหว่างการเคลื่อนย้ายการินเข้ามา ช่วย โซ่ที่ลากบาดมือจามรีและการินทำให้เลือดของทั้งคู่หยดลงตัวรูปปั้น นอกออก ลัดดาเหมือนมองเห็นนัยน์ตาของรูปปั้นนกมีสีแดงวาบขึ้น แต่เธอคิดว่า ตาฝาดเลยไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง และในตอนดึกของคืนวันเพ็ญนั่นเอง เมื่อเลือด ของคนที่ดีที่สุด กับเลือดของคนที่เลวที่สุดมาหยดต้องลงพร้อมกัน วิญญาณของ นกออกก็ได้ออกมาเป็นอิสระอีกครั้ง

สีหราชมาถ่ายละครที่ พิพิธภัณฑ์อีก แต่ทุกคนหลับพบเลือดหยดเป็นทาง โดยเลือดไปเปรอะอยู่ที่รูป ปั้นนกออกเต็มไปหมด พร้อมกันนั้นมีคนพบศพพนักงานรักษาความปลอดภัยถูกฆ่า ตาย โดยหัวใจของศพถูกควักหายไป วิชาญ มาสอบสวนทุกคนที่พิพิธภัณฑ์ แต่เมื่อ ได้พบลัดดาเป็นครั้งแรก ทั้งคู่ก็ไม่ชอบหน้า และเกิดโต้เถียงกัน จามรีต้อง เข้ามาห้าม ลัดดาสังหรณ์ใจว่ารูปปั้นนกออกจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่วิ ชาญว่าเหลวไหลและเชื่อว่าฆาตกรอาจะเป็นพวกโรคจิตที่คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ และ อาจเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใดของพิพิธภัณฑ์ สีหราชเข้ามาเพ่นพ่านจนได้คุย กับลัดดา ทั้งคู่ถูกคอกันมาก

ผจญภัยเองเมื่อได้เห็นรูปปั้นหินรูปนกก็นึกกลัวโดยไม่มีเหตุผล จามรีชักสนใจ อยากรู้ประวัติของรูปปั้นนกหินตัวนี้ จามรีนึกถึงนกออกของตาทาขึ้นมาทันที

สีหราช ตามมาช่วยส่งจามรีที่บ้าน และได้พบตาทา ทั้งคู่ถูกชะตากัน ยิ่งได้รู้ว่า สีหราชเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ตาทายิ่งเอ็นดู จามรีถามถึงนกออกตาทาเล่า ว่า มันจะออกอาละวาดฆ่าเหยื่อ โดยมันจะต้องควักหัวใจมาให้ครบร้อยวง หลังจาก นั้นจะต้องหาหัวใจให้ได้จากอีก 2 คน คนดีที่สุด และคนที่เลวที่สุด เพื่อ เพิ่มพลังและเวทย์มนต์ของมันให้ถึงจุดสูงสุด จามรีว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่ตา ทายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และคนที่จะปราบนกออกได้คือคนที่เกิดวันอังคาร ใน วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ สีหราชฟังอย่างนึกขำ และไม่เชื่อเรื่องนกออกของตาทา ใน ขณะเดียวกันเขาก็ไม่กล้าบอกว่าตนเองนั้นเกิดวันอังคารที่พระจันทร์เต็มดวงพอ ดี และในคืนนั้นเองเมื่อมองไปที่พระจันทร์ซึ่งเต็มดวง ตาทาได้เห็นนกขนาด ใหญ่บินผ่านพระจันทร์ไป แกรู้ว่านกออกได้กลับมาอีกแล้ว

พินัย สนใจเรื่องรูปปั้นนกออกจึงส่งลูกน้องมาขโมย แต่ลูกน้องที่มากลับโดนนกออกฆ่าตาย หมด การินกับพินัยได้แต่สงสัยว่าใครกันที่เป็นฆาตกร วิชาญรู้สึกว่าเรื่อง นี้ชักไม่ธรรมดาแล้ว เรื่องราวของรูปปั้นนกหินเป็นที่แพร่หลายไปทั่ว บางคน หาว่าเป็นรูปปั้นผีสิง ทำเอาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ขอลา ออกหมดไม่กล้าทำงานต่อ วิโรจน์เห็นสีหราชกับผจญภัยเก่งด้านต่อสู้จึงชวนให้ มาทำงานด้วยกัน สีหราชรีบตกลงเพราะอยากอยู่ใกล้จามรี แต่ผจญนึกกลัวจึง พยายามหาข้ออ้างที่จะไม่ทำ ผจญภัยว่าลูกศิษย์ที่หลงรักเขาข้างเดียว จามรี ได้พบ เมฆา หนุ่มรูปงามที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ลัดดาปลื้มในความหล่อและดู ดีของเขามาก ส่วนจามรีกลับรู้สึกถึงความลึกลับของเมฆา

เมฆา พาตัวเข้ามาสนิทสนมกับครอบครัวจามรีอย่างรวดเร็ว สินีเองก็ยังอดชอบเขาไม่ ได้ มีแต่ตาทาที่ไม่ไว้ใจชายรูปงามคนนี้เลย สีหราชเห็นเมฆาสนิทกับจามรีก็ เก็บความเศร้าไว้เงียบๆ ผจญภัยซ้ำเติมลูกศิษย์จนเกือบผิดใจกัน แม้เมฆาจะคอย เอาใจและทุกคนก็สนับสนุนให้ชอบเขาเพียงไร แต่ใจจามรีกลับนึกถึงหนุ่มคนซื่อ อย่างสีหราช

ในคืนวันเพ็ญ ผจญภัยก็ได้เผชิญหน้ากับนกออกเป็น ครั้งแรก ผจญภัยแทบช็อคที่พบนกตัวใหญ่แต่มีลำตัวและขาคล้ายคน นกออกพยายามจะ ฆ่าเพื่อควักเอาหัวใจ แต่ผจญภัยก็สู้สุดฤทธิ์อย่างเอาตัวรอด ขณะจวนเจียนจะ เสียที สีหราชก็เข้ามาช่วยอาจารย์ไว้ทัน แต่ด้วยสายเลือดของผู้กล้า สีหราช จึงรับมือนกออกได้ ปีศาจเห็นท่าไม่ดีก็บินหนีไป สีหราชกับผจญภัยจึงหายโกรธ กัน ผจญภัยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง แต่จามรี ลัดดา วิชาญและ วิโรจน์ไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้น แม้สีหราชจะยืนยันว่าเป็นความจริง แต่วิ ชาญกลับหาว่าเขาสร้างเรื่องขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากจามรี สีหราชน้อย ใจที่จามรีไม่เชื่อเขา เมฆาหรือนกออกรับรู้ได้ถึงพลังจิตที่แข็งแกร่งของ สีหราช มันจึงสะกดจิตใช้เวทย์มนต์ให้วิโรจน์ตกอยู่ในอำนาจ วิโรจน์จึงกลาย เป็นสมุนรับใช้ของนกออกอย่างง่ายดาย

พินัยไม่ละความพยายาม คุม ลูกน้องมาขโมยรูปปั้นนกออกเอง เพราะรู้ว่าถ้านำไปขายจะได้ราคาอย่างมาก เมฆา ปรากฏตัวขึ้นและฆ่าทั้งหมด พร้อมกับโยนความผิดให้สีหราช โดยเอาทรัพย์สินของ พินัยไปไว้ที่ห้องพักสีหราช วิชาญจึงจับสีหราชและผจญภัยในข้อหาฆ่าคน ตาย จามรีและลัดดาไม่เชื่อว่าสีหราชจะเป็นคนร้าย แต่หลักฐานมัดตัวทั้งสอง แน่นมาก เมฆาไปพบการินเพื่อต่อรอง เมฆาเสนอจะขายวัตถุโบราณให้ แต่การินต้อง ช่วยหาเหยื่อมาให้  การินตอบตกลงเพราะเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับ วิชาญเสนอ ให้สีหราชกับผจญภัยรับสารภาพแต่ทั้งคู่ไม่ยอม จามรีขอยื่นประกันตัว สีหราช สีหราชดีใจที่จามรีเชื่อใจเขา สีหราชถามถึงเรื่องนกออกกับตาทา ตาทา ว่านกออกจะฆ่าคนร้อยคนเพื่อให้ได้หัวใจร้อยดวง หลังจากนั้นมันจะต้องเอา หัวใจของคนที่ดีที่สุดกับคนที่เลวที่สุด ซึ่งปลุกวิญญาณมันให้เป็นอิสระ ถ้า ทำสำเร็จนกออกจะมีอำนาจที่ใครก็มิอาจปราบได้ และมันจะสามารถแปลงกายเป็นคน ได้อย่างถาวร สีหราชเฉลียวใจ จำได้ว่าเลือดของจามรีกับการินหยดลงถูกรูปปั้น นกออก ดังนั้นคนที่ดีที่สุดกับคนที่เลวที่สุดที่ตาทาหมายถึงก็คือจามรีกับกา รินนั่นเอง สีหราช ผจญภัยและตาทาจึงช่วยกันวางแผนเพื่อคุ้มกันจามรี

สีหราช ไปเตือนให้การินระวังตัว แต่เขากลับบอกว่าไม่เชื่อเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับนก ออก และเมื่อสีหราชกลับไปการินจึงบอกให้เมฆากำจัดสีหราชก่อนที่จะทำให้เสีย แผน แต่เมฆาว่าการจะฆ่าสีหราชนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สีหราชสนิทสนมกับ จามรีมากขึ้น และบอกถึงแผนการในอนาคตที่เขาหวังจะเป็นอาจารย์สอนการต่อสู้ใน วิทยาลัยพละศึกษา ยิ่งได้ใกล้ชิดทั้งคู่ก็ยิ่งถูกใจกันมากขึ้น หากแต่ต่าง ฝ่ายไม่กล้าแสดงออก เมฆาพยายามเข้าหาทางสินีหวังให้ช่วยสนับสนุน สินียุลูก สาวให้เลือกเมฆามากกว่าคนที่มีแต่ตัวอย่างสีหราช แต่จามรีไม่ยอมทำตาม แม่ เพราะในใจเธอมีแต่สีหราชคนเดียว กิมท้อ ซึ่งหลงรักสีหราชอยู่เห็นเขาหาย ไปก็มาตาม กิมท้อทำตัวเป็นเจ้าของสีหราชเต็มที่ ทำให้จามรีเข้าใจผิดคิดว่า เขาหลอกเธอ เฮียกวงก็พูดจาให้จามรีเข้าใจว่ากิมท้อเป็นของสีหราชแล้ว เพื่อ หวังจะรวบรัดให้ชายหนุ่มรีบแต่งงานกับลูกสาวตน จามรีโกรธสีหราชมาก สีหราช ได้แต่งงเพราะไม่รู้เรื่อง จามรีบอกแม่ว่าจะตกลงรับหมั้นเมฆา ตาทารู้เข้าก็ พยายามห้าม แต่จามรีไม่ฟังเสียง พิธีหมั้นถูกจัดอย่างใหญ่โต สีหราชเสียใจ มากจึงลาออกจากงานพิพิธภัณฑ์ และกลับไปอยู่ที่บ้านเก่า กิมท้อพยายามให้ท่า เพื่อจะรวบรัดจับสีหราช แต่เขากลับบอกให้รู้ว่าเห็นเธอเป็นแค่น้องสาวเท่า นั้น กิมท้อเสียใจมากเฮียกวงได้คิด ปลอบลูกสาวว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรักเขา ข้างเดียว

วิชาญได้เจอกับนกออก และเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ดี แต่ผจญภัยมาช่วยไว้และพาหนีไปได้อย่างหวุดหวิด วิชาญเสียใจที่ไม่เชื่อ เรื่องนี้มาแต่ต้น ต่อมารูปปั้นนกออกถูกขโมยหายไปจากพิพิธภัณฑ์ ตาทาว่านกอ อกฆ่าคนไปครบร้อยศพแล้ว มันจึงเตรียมกลับไปยังที่ที่จากมา และถ้ายังปราบมัน ไม่ได้ เหยื่อคนต่อไปก็คือ จามรี ผจญภัยเผลอพูดให้รู้ว่าสีหราชเกิดวัน อังคาร คืนวันเพ็ญ ตาทาจึงเชื่อว่าเขาคือผู้กล้าที่จะมาปราบนกออก วิชาญให้ ผจญภัยรีบพาไปหาสีหราช แต่ผจญภัยว่าสีหราชเสียใจเรื่องจามรี จึงหนีกลับบ้าน ต่างจังหวัดที่ภาคอีสาน ทั้งสามจึงตามไปค้นหาสีหราช เมฆาชวนจามรีไปเที่ยว ทางภาคอีสานเพื่อชมโบราณสถาน โดยมีการินร่วมไปด้วย เมฆาพาทั้งสองไปที่ศิลา นคร นครหินเก่าแก่ ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพัง เมฆาดูแข็งกร้าวและพูด ถึงเรื่องราวในอดีตด้วยท่าทางแปลกๆ  จามรีนึกไม่ถึงที่ได้พบรูปปั้นนกออกที่ ศิลานคร เธอรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลจึงคิดจะกลับกรุงเทพฯ แต่เมฆาขวาง ไว้ จามรีจึงได้รู้ความจริงว่าที่แท้เมฆาคือปีศาจนกออกนั่นเอง

ผจญภัยพาตาทาและวิชาญไปเจอสีหราชจนได้ สีหราชตกใจที่รู้ว่าจามรีอยู่ใน อันตราย จึงจะรีบกลับมาช่วย แต่ลัดดาส่งข่าวให้รู้ว่าจามรีหายตัวไปพร้อมกับ เมฆา ตาทาจึงพาทั้งหมดกลับไปบ้านเก่าของแกซึ่งอยู่ในศิลานคร เมฆาขังจามรี กับการินไว้ เพื่อรอคืนวันเพ็ญเพื่อจะได้ควักหัวใจจากทั้งสอง และเขาก็จะได้ เป็นอมตะตลอดไป ตาทาพาวิชาญ ผจญภัย และสีหราช ตามมาถึงในคืนวันเพ็ญพอดี และ ก่อนที่เมฆาหรือนกออกจะทำพิธีเพื่อฆ่าจามรีและการิน พวกสีหราชก็ได้เผชิญ หน้ากับนกออกอีกครั้ง ทั้งหมดช่วยกันต่อสู้กับนกออก แต่ก็สู้ไม่ได้ การิน ร้องขอชีวิตแต่นกออกว่าคนชั่วอย่างเขาสมควรมีจุดจบ นกออกฆ่าการินและควัก หัวใจออกมา ทำให้อำนาจของมันยิ่งแข็งแกร่งขึ้น แต่ก่อนที่จะลงมือกับจามรี เป็นรายต่อไป สีหราชก็เข้าขวาง สีหราชกับนกออกต่อสู้กันอย่างดุเดือด ด้วย พลังจิตที่แข็งแกร่งและความรักที่เขามีต่อหญิงสาว ทำให้สีหราชปราบนกออกได้ อย่างหวุดหวิด ก่อนที่จามรีจะถูกฆ่าตายเพื่อควักหัวใจ ตาทารีบบอกคาถาเพื่อ ฝังวิญญาณชั่วไว้กับรูปปั้นหินรูปนกอีกครั้ง

ทั้งหมดช่วยกันเอารูปปั้นไปเก็บไว้ในที่รกร้าง ห่างไกลจากผู้คน จามรีบอกสีหราชว่าชีวิต เธอเป็นของเขา ทำให้ชายหนุ่มดีใจและมีความสุขมาก ทั้งหมดเดินทางกลับไปอย่าง โล่งใจที่ปราบวิญญาณชั่วได้โดยหารู้ไม่ว่าในรูปปั้นหินรูปนกนั้น วิญญาณของ นกออกยังคงร่ำร้องที่จะออกมาเป็นอิสระ มันเพียงแต่รอเวลาที่จะได้รับการปลดปล่อยอีกครั้ง

ผู้กำกับ :
ผลิตโดย :
เขียนบท : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ

รายชื่อนักแสดง “นกออก

1. อานัส  ฬาพานิช                 แสดงเป็น            สีหราช
2. จีรนันท์ มะโนแจ่ม           แสดงเป็น          จามรี
3. วรวุฒิ นิยมทรัพย์           แสดงเป็น          นกออก / เมฆา
4. ติ๊ก กลิ่นสี           แสดงเป็น          ผจญภัย
5. สุเมธ องอาจ           แสดงเป็น            การิน
6. อภิชาต พัวพิมล           แสดงเป็น            รตอ.วิชาญ
7. ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา    แสดงเป็น          ลัดดา
8. มิสเตอร์ดี           แสดงเป็น          จ่อย
9. อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  แสดงเป็น            วิโรจน์
10. สีเทา           แสดงเป็น          ตาทา
11. วิยะดา โกมารกุล           แสดงเป็น            สินี
12. เทิดพร มโนไพบูลย์           แสดงเป็น          เฮียกวง
13. น้อย โพธิ์งาม           แสดงเป็น          นมพุก

เธอคือชีวิต

โตมร เป็นเด็กกำพร้า เป็นเด็กต่างจังหวัดที่มุมานะจนสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยของรัฐ เขาต้องเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพทั้งที่ไม่มีที่พัก แต่โตมรไม่รู้สึกเดือดร้อนนัก ในมหาวิทยาลัยเขามีพี่รหัสเป็นผู้หญิงชื่อ เอื้อเฟื้อ หรือพี่เอื้อ เอื้อเฟื้อเป็นคนดีและเอื้อเฟื้อสมชื่อ เธอดูแล “น้องรหัส” คนนี้อย่างจริงใจ ทั้งคู่สนิทกันมาก จนโตมรได้มีโอกาสรู้จักกับ ปกป้องพี่ชายของเอื้อเฟื้อซึ่งเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างคณะ ทั้ง 3 คนมีนิสัยเหมือนกันคือรักสุนัขเหลือเกิน รู้จักกันได้ไม่นานกลายเป็นว่าปกป้องสนิทกับโตมรมากกว่า อาจเป็นเพราะเป็นผู้ชายด้วยกัน และชอบอะไรคล้าย ๆ กัน ถึงแม้สองพี่น้องจะรู้จักโตมรจนสนิทกันมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าน้องชายคนใหม่ไม่มีที่พัก จนกระทั่งวันหนึ่งปกป้อง และเอื้อเฟื้อเห็นโตมรนั่งเล่นอยู่กับลูกสุนัขที่หน้าคณะทั้งที่เย็นมากแล้ว ท่าทางของโตมรทำให้ทั้งคู่ต้องเดินเข้าไปหา คุยกันจนรู้ว่าโตมรไม่มีที่พัก เขาอาศัยนอนที่มหาวิทยาลัย หรือวัดแถว ๆ นั้นมาระยะหนึ่งแล้ว ปกป้องอดคิดไม่ได้ว่า โตมรเหมือนคนเร่ร่อนจรจัดเข้าไปทุกวัน ซึ่งเขาไม่อยากเห็นอย่างนั้น ปกป้องและเอื้อเฟื้อจึงพาโตมรมาที่บ้าน

ในเช้าวันหนึ่ง หมอจิรัสย์ หรือปู่ใหญ่ของเขาตั้งกองทุนขึ้นมาสำหรับนักศึกษาแพทย์ที่ขาดแคลน แม้ปู่ใหญ่จะตายไปหลายปีแล้ว คนที่ดูแลและมีอำนาจตัดสินใจเลือกนักศึกษาคือ ย่าแขไข หรือ ภรรยาม่ายของปู่ใหญ่ โตมรตาม 2 พี่น้องมาอย่างไม่แน่ใจนักว่าเขาจะผ่านการพิจารณาของแขไข ปกป้องบอกโตมรว่า แขไขเป็นพี่สาวของ พัดชา ซึ่งเป็นย่าแท้ ๆ ของเขา พ่อของเขาคือ จิรายุ เรียกแขไขว่าป้า บ้านสวยหลังนี้เป็นของปู่ใหญ่กับแขไข ทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน เมื่อ ปู่กวิน สามีของย่าพัดชาตาย ย่าพัดชาจึงพาจิรายุลูกชายมาอยู่กับพี่สาว จนเรียนจบแต่งงานแยกครอบครัวไปอยู่ลำพัง จนกระทั่งแม่ของปกป้องและเอื้อเฟื้อตาย จิรายุจึงพาลูกชายและลูกสาวมาอยู่กับย่า เพราะเขาต้องย้ายไปทำงานที่เชียงใหม่ จะว่าไปแล้วจิรายุไม่อยากให้ลูกอยู่กรุงเทพกับป้าแขไขและแม่พัดชา แต่ขัดใจพัดชาไม่ได้ อีกประการหนึ่งจิรายุเองก็ห่วงป้าแขไขผู้มีบุญคุณและพัดชาเหมือนกัน

ในบ้านสวยงามใหญ่โตนี้ มีเพียงผู้หญิงแก่ ๆ 2 คน กับบริวารเท่านั้น การที่ให้ปกป้องและเอื้อเฟื้ออยู่ด้วยก็จะดีเพราะจะได้ช่วยดูแลญาติผู้ใหญ่ ทั้งบ้านมีปกป้องเป็นผู้ชายอยู่คนเดียว และเขาก็ทำหน้าที่ได้ดีสมชื่อ ทว่าในวันนี้ปกป้องพาโตมรมาเพื่อขออนุญาตย่าแขไขให้น้องรักต่างสายเลือดมา อยู่ด้วย เมื่อปกป้องแนะนำโตมรให้แขไข และพัดชารู้จัก ชายหนุ่มกราบอย่างเรียบร้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าแขไขมองเขาอย่างพิจารณา นางเรียกให้เขาเข้าไปหาใกล้ ๆ โตมรเข้าไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแขไขเหมือนต้องมนต์ เมื่อสบตากันโตมรคิดว่าเขาเห็นแววตาของหญิงชรามีประกายของความยินดีขึ้นมาวูบหนึ่ง สีหน้าของเธออ่อนโยนและแจ่มใสขึ้นทันที แขไขยื่นมือซ้ายให้โตมรและยิ้มให้ โตมรตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเขาจึงรวบมือของนางไว้อย่างอ่อนโยน เขาสัมผัสมือของนางและลูบเบา ๆ ไปทีละนิ้วจนถึงนิ้วนาง นิ้วของเขาสัมผัสกับรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่นิ้วนั้น เมื่อเขามองอย่างพิจารณาจึงเห็นว่าแผลนั้นเป็นรอยแผลเป็นที่คาดอยู่โคนนิ้ว เหมือนแขไขสวมแหวนไว้ตลอดเวลา โตมรเงยหน้าสบตาแขไขอย่างแปลกใจ เขารู้ว่าเขาไม่มีสิทธิถาม ทว่าแขไขกลับทำให้ พัดชา ปกป้อง และเอื้อเฟื้อแปลกใจ เมื่อนางยิ้มให้โตมรอย่างแจ่มใส แววตาแจ่มจรัสเป็นประกายเหมือนสาว ๆ

แขไขอนุญาตให้โตมรอยู่ที่บ้านนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเธออนุญาตให้เขาไปอยู่ที่ “กระท่อมเจ้าเงาะ” หรือเรือนเล็กในสวนซึ่งทุกคนในบ้านรู้ดีว่า แขไขรักและผูกพันกับที่นั่นมาก นางชอบไปวาดรูปที่นั่นเสมอ  ยิ่งไปกว่านั้นแขไขพูดกับโตมรเบา ๆ แต่ก็ดังพอที่ทุกคนจะได้ยินว่า “ดีใจที่กลับมา ต่อไปนี้โลกไม่มืดมนอีกแล้ว” ปกป้องและเอื้อเฟื้อมัวแต่ดีใจ จึงไม่ผิดสังเกตอะไรกับคำพูดของย่าแขไข มีแต่โตมรเท่านั้นที่แปลกใจกับคำพูดของย่าแขไข ยิ่งไปกว่านั้นเขาตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาจึงรู้สึก “คุ้นเคย” และ “ผูกพัน” กับนางเหมือนรู้จักกันมานานแสนนาน โตมรยกกระเป๋าเสื้อผ้าตามปกป้องไปที่กระท่อมเจ้าเงาะอย่างมีความสุข และเมื่อเห็นเรือนเล็กกะทัดรัดหรือกระท่อมตามที่แขไขเรียก เขารู้สึกว่ามันดีเกินกว่าจะเรียก “กระท่อม” โตมรจัดที่พักใหม่อย่างตื่นเต้น เขารู้สึกเหมือนกระท่อมนี้เป็นบ้านของตัวเองก็ไม่ปาน ยิ่งไปกว่านั้น ภาพวาดของแขไขที่ทิ้งเอาไว้นั้นสวยเหลือเกินบอกถึงฝีมือคนวาดได้อย่างดี แม้ปกป้องจะอนุญาตให้เขาเก็บลงกล่องได้ถ้ารู้สึกเกะกะ แต่โตมรตั้งใจว่าเขาจะค่อย ๆ เก็บเงินและทำกรอบแขวนตกแต่งไว้จะดีกว่า อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการเคารพเจ้าของสถานที่

วันรุ่งขึ้น กัญญา แม่บ้านมาตามเขาไปใส่บาตรกับผู้เฒ่าทั้ง 2 ปกป้องและเอื้อเฟื้อ โตมรรีบไปทันที ที่หน้าบ้านทุกอย่างพร้อมหมดแล้วรอเพียงพระภิกษุที่จะมารับบาตรเท่านั้น เมื่อปกป้องให้เขาช่วยแขไข ซึ่งนั่งบนเก้าอี้รถเข็นเพื่อใส่บาตร โตมรเข้าไปอยู่ข้าง ๆ นางอย่างไม่เคอะเขิน เขาใช้มือแตะประคองมือที่สั่นเทาของหญิงชราที่ถือทัพพีตักข้าวสวยร้อน ๆ หอมกรุ่นจากโถกระเบื้องใบโตใส่ลงในบาตรอย่างอ่อนโยน นุ่มนวล ส่วนปกป้อง เอื้อเฟื้อ และพัดชาช่วยหยิบกับข้าว ขนม ดอกไม้ใส่บาตร ขณะที่ใส่บาตรร่วมกัน โตมรรู้สึกอบอุ่นวาบลึกในใจอย่างบอกไม่ถูก แขไขเองก็มีสีหน้าแจ่มใส มีความสุขเช่นกัน เมื่อใส่บาตรเสร็จพระไปหมดแล้ว ก่อนจะเข็นเก้าอี้ของแขไขกลับเข้าบ้าน โตมรเห็นชายคนหนึ่งในชุดดำเดินจากไปอย่างโกรธแค้นจนชายเสื้อสะบัดอย่างแรง เขากระพริบตาอีกครั้งก็ไม่มีแล้ว โตมรคิดว่าเขาตาฝาด แต่แขไขกลับช่วยยืนยันความคิดของเขาว่าถูกต้องเมื่อนางมองไปทางหน้าประตู บ้านและพูดว่า นั่นใครใส่ชุดดำอยู่ตรงนั้น ปกป้อง เอื้อเฟื้อ และพัดชาหันไปตามสายตาของแขไขแต่ไม่พบใคร ทว่าแขไขยังคงมองอยู่ที่เดิมอย่างไม่มั่นใจอยู่ครู่หนึ่งเมื่อไม่เห็นใคร จริง ๆ นางจึงยอมกลับขึ้นไปรับประทานอาหารเช้า โดยมี โตมรร่วมโต๊ะด้วยนอกจากหลาน ๆ ของนาง หลังอาหารเช้าวันนั้น วันที่โตมรรู้สึกอบอุ่นมีความสุขที่สุดในชีวิต แขไขก็หลับไป นางหลับไปโดยไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยแม้จะยังมีลมหายใจก็ตาม

เวลาผ่านไป 2 ปี แขไขถูกส่งเข้าโรงพยาบาล นางเป็นเจ้าหญิงนิทราในห้อง ICU โตมรจะมาเยี่ยมเธอบ่อยครั้งจนคุ้นเคยกับพยาบาลที่วอร์ดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในวันพระเขาจะเตรียมของใส่บาตรมาให้แขไข ผู้หญิงที่มีพระคุณสำหรับเขา และเขาผูกพันมากที่สุดเพื่อให้เธอได้จบของก่อนที่เขาจะไปใส่บาตรแทนเธอ โตมรเรียนอยู่ปี 3 เอื้อเฟื้ออยู่ปี 4 ส่วนปกป้องเรียนจบแล้ว เขาเริ่มทำงาน ถ้าว่างจะไปต่างจังหวัดเสมอ มีเพียงโตมรที่รู้ว่าปกป้องไปบ้าน รวิชา แฟนสาว เอื้อเฟื้อเองก็มี ชีวา เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นคนรู้ใจ จึงออกไปเที่ยวตามประสาคนรัก จิรายุนั้นแต่งงานใหม่กับ ปัณรสี และแทบจะย้ายไปอยู่เชียงใหม่เป็นการถาวรถึงกลับกรุงเทพก็จะพักอยู่คอนโด จิรายุไม่ค่อยกลับมาอยู่ที่บ้านนี้เท่าไหร่ ส่วนโตมรไม่ค่อยไปไหนนอกจากเยี่ยมแขไข แล้วเขาชอบเลี้ยงสุนัข และวาดรูปอยู่ที่บ้านพัก

เย็นวันหนึ่งโตมรได้รับโทรศัพท์จากเอื้อเฟื้อเป็นข่าวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาในรอบ 2 ปี เอื้อเฟื้อพูดพลางร้องไห้ว่าตำรวจโทรมาบอกเธอว่าปกป้องขับรถชนรถสิบล้อ อาการสาหัส เอื้อเฟื้อให้โตมรไปดูปกป้องที่โรงพยาบาลแทนเธอ โตมรรีบออกจากบ้านทันที เขารู้สึกเหมือนใจจะขาด สำหรับเขาแล้วปกป้องเป็นเหมือนพ่อ และพี่ชายของเขา และที่เขามีชีวิตที่ดีในวันนี้ได้ก็เพราะปกป้อง เมื่อถึงโรงพยาบาลโตมรรีบเดินเพื่อจะให้ทันลิฟต์ตัวหนึ่งที่กำลังจะขึ้น เขาเห็นชาย-หญิงคู่หนึ่งสวมชุดดำทั้งคู่กำลังอยู่ในลิฟต์และกำลังจะปิด โตมรเห็นเพียงว่าผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ สง่า แต่ผู้หญิงสาวที่มายืนด้วยกันนั้นผิวผ่อง เธอดูตัวเล็กบอบบางหรือเกิน เมื่อยืนคู่กับชายคนนั้น อารามรีบร้อนโตมรสะดุดบันไดหกล้ม เข่ากระแทกพื้นอย่างแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่ง เขามองประตูลิฟต์ที่เลื่อนปิดอย่างเจ็บใจ เขาเป็นห่วงปกป้องและไม่อยากเสียเวลาสักวินาทีที่จะไปหาพี่ชายที่เขารัก ส่วนชายหญิงคู่นั้นเตรียมตัวออกจากลิฟต์ เมื่อถึงชั้นที่ต้องการคือหอผู้ป่วยหนัก (ICU) ชายหนุ่มต้องออกแรงดึงตัวหญิงสาวหน้าตาน่ารักออกจากลิฟต์อย่างเอ็นดู

ชายหนุ่มผู้นั้นชื่อ แสง เรียกสาวน้อยที่มาด้วยอย่างทั้งรักและเอ็นดูว่า หนูเล็ก หรือ อรอินทุ์ ให้ตามเขามา เขาอดเอ็นดูไม่ได้ที่สาวน้อยชอบลิฟต์ เธอสนใจทุกอย่างอยากเรียนรู้ทุกเรื่อง แสงจูงมือเธอออกจากลิฟต์ เขาบอกเธอว่าเวลาน้อยเต็มทีแล้ว อรอินทุ์มองบรรยากาศรอบตัวอย่างสงสารและหดหู่ เธอทำใจไม่ได้สักทีกับงานที่ต้องรับผิดชอบ งานของ “ยมทูต” ทูตที่มารับดวงวิญญาณที่ถึงเวลากลับไปสู่ดินแดนแห่งความตาย อรอินทุ์ทำหน้าที่มา 2 ปีแล้วโดยมีแสงเป็นยมทูตพี่เลี้ยง อรอินทุ์อยากทำได้เหมือนแสงที่เข้มแข็งและเด็ดขาด เธอเดินตามแสงเข้าไปในห้องฉุกเฉินโดยไม่มีใครขัดขวาง เพราะไม่มีใครเห็น แสงพาไปที่เตียงของปกป้อง อรอินทุ์มองปกป้องอย่างสงสาร ร่างกายเขาดูบอบช้ำเต็มที ตามร่างกายเต็มไปด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ แสงถามเธอว่า “เธอแน่ใจว่าทำได้ตามลำพัง” อรอินทุ์รับคำ แล้วจึงเดินไปห้อง ICU ฝั่งตรงข้าม อรอินทุ์ยืนอยู่ปลายเตียงของปกป้อง มองสัญญาณชีพของปกป้องซึ่งเหลือน้อยเต็มที อรอินทุ์ข่มใจเรียกปกป้องให้ไปกับเธอ ส่วนปกป้องผงกศีรษะขึ้นตามเสียงเรียก เขาเบิ่งตามองเธออย่างตกใจ ก่อนพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ย่าแข — รุจ” ไม่ทันที่อรอินทุ์จะตอบรับหรือปฏิเสธ เธองงและไม่รู้จะทำอย่างไรดี แสงก็กลับมาเขาเพ่งตาสบตาปกป้องและพูดเข้ม ๆ ว่า ให้ตามเขามาเวลาของเขาหมดแล้ว อรอินทุ์มองภาพ “วิญญาณ” ของปกป้องที่ลุกขึ้นเดินมาอยู่ตรงหน้าแสงอย่างสงสารพร้อม ๆ กับที่คลื่นหัวใจของปกป้องกลายเป็นเส้นยาว เสียงแหลมของอุปกรณ์ทำให้รู้ว่าปกป้องสิ้นชีวิตแล้ว อรอินทุ์มองหมอและพยาบาลซึ่งพยายามยื้อชีวิตปกป้องอย่างสุดความสามารถ ทุกคนชุลมุนวุ่นวายไปหมด เธออยากบอกพวกเขาว่าไม่มีประโยชน์ วิญญาณปกป้องอยู่ในมือคุณแสงแล้ว ทุกอย่างบนโลกนี้สำหรับปกป้องหมดแล้ว อะไรบางอย่างและคำพูดสุดท้ายของปกป้องทำให้อรอินทุ์ขอร้องแสงให้เวลาเขาได้ ลาญาติอีก 2 นาที แต่แสงไม่ยอม เขามองแววตาอ้อนวอนของสาวน้อยอย่างอึดอัดใจ ทำอย่างไรอรอินทุ์จึงจะยอมรับได้กับ “หน้าที่” ของเธอ หน้าที่ของยมทูตที่ไม่มีสิทธิ์ แตะต้องชีวิต ทำได้แค่รับวิญญาณเท่านั้น

แสงตัดสินใจพาอรอินทุ์ไปห้อง ICU ฝั่งตรงข้าม เขาพาเธอไปที่เตียงของแขไข เธอมองร่างหญิงชราที่นอนหลับไม่รับรู้อะไร พลังบางอย่างสัมผัสให้เธอเหลียวมองไปทางห้อง ICU เด็ก เธอเห็นด้วยอำนาจพิเศษของเธอว่า มีเด็กหญิงอายุราว 10 ขวบ ก็นอนหลับใหลไม่ได้สติเหมือนกับหญิงชราตรงหน้านี้ แสงเรียกอรอินทุ์เมื่อเห็นเธอเหม่อไปทางอื่น เธอหันกลับมาตามเสียงเรียก มองแสงที่จับมือของแขไขอย่างทะนุถนอม สายตาที่มองแขไขนั้นอ่อนโยน นุ่มนวล มีแววรักและหวานอย่างที่อรอินทุ์ไม่เคยเห็นแสงมองใครนอกจากเธอ แสงบอกอรอินทุ์ว่า มนุษย์ต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่าง ถึงจะมี “ชีวิต” สมบูรณ์ได้ คือ ร่าง – ชีวิต และ วิญญาณ แต่ละคนมีเวลา มีชีวิตไม่เท่ากัน ไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อใดจะหมดเวลาของตัว แขไขเป็นตัวอย่างของร่างที่มีชีวิตคือยังหายใจอยู่ แต่หลับใหลไม่ได้สติ เพราะวิญญาณของเธอหายไป แต่เธอยังไม่ตาย แสงพูดกับแขไขเบา ๆ ว่า เขาขอเวลาที่เธอจะพร้อมไปกับเขาซึ่งก็คงไม่นาน แม้อรอินทุ์ไม่ได้ยินว่าแสงพูดอะไรกับแขไข แต่เธอก็มองออกว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญกับแสงมาก

อรอินทุ์ตัดสินใจเอื้อมมือจับมืออีกข้างของแขไขบ้างโดยที่แสงไม่ได้มอง ทันทีที่เธอสัมผัสมือแขไข เธอรู้สึกเหมือนถูกกระแทกด้วยพลังบางอย่างที่รุนแรง ภาพต่าง ๆ มากมายไหลผ่านม่านตาเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน เธอเห็น งานแต่งงาน น้ำตก ลูกหมา ภาพวาด และบ้านริมน้ำ อรอินทุ์ยืนสั่นเหมือนถูกไฟช๊อต เธอปวดหัวราวหัวจะแตก เธอพยายามเรียกแสงแต่ก็ยากเต็มที ขณะเดียวกันแสงก็ตกใจ เมื่อแขไขขยับมือและลืมตาขึ้น แสงหันมาหาอรอินทุ์ทันที สาวน้อยซูบซีดราวจะหมดพลัง เธอเรียกให้แสงช่วย ชายหนุ่มตกใจมาก เขารวบรวมพลังกระชากอรอินทุ์จากแขไข แสงบอกอรอินทุ์ว่าให้รีบไปรับปกป้อง เพราะหมดเวลาแล้ว เขาคว้ามือสาวน้อย แต่มือของแสงกลับผ่านทะลุมืออรอินทุ์ไปเหมือนเป็นอากาศธาตุ อรอินทุ์ตกใจเรียกแสงเสียงดัง ทำให้ วันเพ็ญ พยาบาลประจำวอร์ดที่ดูแลห้อง ICU หันมามอง เธอเดินมาที่เตียงแขไข และดุอรอินทุ์ว่า ทำไมเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังส่งเสียงรบกวนคนไข้อีก อรอินทุ์ตกใจที่วันเพ็ญเห็นเธอ ขณะเดียวกัน แขไขเอื้อมมือที่ยังมีพลังน้อยนักจับมือวันเพ็ญ เธอจึงมองหน้าแขไข และแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นแขไขลืมตา มือของแขไขจับมือวันเพ็ญ แม้จะเบาแสนเบา แต่ก็รู้สึกได้ แขไขกระพริบตา 2 -3 ครั้งก่อนจะหลับไป มือที่จับวันเพ็ญอ่อนแรงลง แขไขกลับไปเป็นเจ้าหญิงนิทราอีกครั้ง ส่วนอรอินทุ์รีบวิ่งไปหาแสงซึ่งเธอรู้อยู่ว่าอยู่ฝั่งตรงข้าม อรอินทุ์วิ่งชนประตูกระจกอย่างแรง เธอไม่สามารถผ่านออกไปได้อย่างง่ายดายเหมือนเคย อรอินทุ์ยืนงงอยู่หน้าประตูจนวันเพ็ญต้องเปิดประตูให้ พยาบาลสาวงงที่สาวน้อยหน้าตาดี ทำไมดูเอ๋อ ๆ ซุ่มซ่าม และเปิดประตูไม่เป็น อรอินทุ์เดินออกมาอยู่ห้องโถงกลางระหว่าง ICU กับฉุกเฉิน เธอเห็นแสงเดินนำปกป้องออกมา เขาพยายามพูดกับเธอ แต่อรอินทุ์ไม่รู้เรื่อง ซ้ำร้ายร่างของแสงกับปกป้องค่อย ๆ หายไปกับตา เธอรู้ว่าทั้งคู่ไปที่ดินแดนแห่งความตาย ดินแดนที่เธออยู่มา 2 ปี ไม่รู้ที่มาของตัวเอง รู้เพียงว่าเธอเป็นยมทูตฝึกหัด มีแสงเป็นพี่เลี้ยง และสักวันเขาและเธอจะข้ามทะเลสาบกว้างใหญ่ ก้าวข้ามไปสู่ดินแดนหลังความตายที่แท้จริง แต่ตอนนี้อรอินทุ์รู้สึกเหมือนเธอมีชีวิต

ขณะที่สับสนกับตัวเองเธอเห็นผู้คนรอบตัวมีแต่ความทุกข์กับการจากไปของคนที่รัก เธอเห็นชายหนุ่มผมยาวระต้นคอฟุบหน้าร้องไห้ อรอินทุ์สงสัยว่าเขาร้องไห้ทำไม เธอได้คำตอบเมื่อเอื้อเฟื้อวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มที่เธอเรียกว่าโต ชายหนุ่มลุกขึ้นและกอดเอื้อเฟื้อร้องไห้ โตมรร้องไห้เขาพูดแต่ว่าเขามาไม่ทันปกป้อง เท่านี้เอื้อเฟื้อก็รู้ว่าเธอเสียพี่ชายที่รักยิ่งไปแล้ว ทั้งคู่กอดกันร้องไห้ จนอรอินทุ์ต้องบอกว่าอย่าห่วงเขาเลยเขาไปสบายแล้ว เสียงใส ๆ ของเธอทำให้โตมรและเอื้อเฟื้อหันมามองอย่างแปลกใจ เธอบอกเอื้อเฟื้อว่าเธอมาทันปกป้องและได้ยินปกป้องพูดครั้งสุดท้ายว่า “ย่าแข —รุจ” เอื้อเฟื้อถามอรอินทุ์ว่าเธอเป็นใคร ขณะที่โตมรยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ชื่อของรุจคล้ายแสงวาบเข้ากลางใจ โตมรแทบช็อคเมื่อได้ยินเสียงอรอินทุ์บอกเอื้อเฟื้อว่าเธอเป็นแฟนของโตมร เวลานั้นไม่เปิดโอกาสให้โตมรปฏิเสธหรืออธิบายอะไรได้เพราะ ปัณรสี แม่เลี้ยงของปกป้องกับเอื้อเฟื้อมาพอดี เธอโศกเศร้าเสียใจอย่างออกนอกหน้า จนอรอินทุ์รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ากลัวและไม่จริงใจ จะอย่างไรก็ตามอรอินทุ์ก็ตามโตมรกลับบ้านจนได้ เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอบอกโตมรว่าเธอเป็นยมทูตและขณะนี้เธอกลับดินแดนแห่งความตายไม่ได้ ติดต่อคุณแสงซึ่งเป็นยมทูตพี่เลี้ยงก็ไม่ได้ โตมรอยากจะบ้าเขาคิดว่าอรอินทุ์คือเด็กเอ๋อหรือสมองเสื่อม อรอินทุ์พูดเหมือนอ่านใจเขาออกว่าเขาคิดอะไร เธอยืนยันคำเดิมและขอร้องว่าอย่าเอาเธอไปทิ้งที่ไหน เธอไม่มีใครนอกจากเขา สถานการณ์บังคับให้โตมรต้องรับอรอินทุ์ไว้และตั้งใจว่าเสร็จงานศพปกป้อง เมื่อไหร่เขาจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาล ในช่วงเวลาของงานศพ อรอินทุ์ช่วยงานแข็งขัน ขณะเดียวกันที่อยู่บ้านเธอมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างคุ้นตา เหมือนเคยอยู่มาก่อน เมื่อเธอบอกโตมรเขาก็ว่าเธอบ๊อง ทว่าดวงตาสวยใสซื่อนั้นบอกโตมรว่าอรอินทุ์พูดจริง ในงานศพปกป้องอรอินทุ์เห็นคุณแสงมองเธออย่างห่วงใย เขาพูดเบามากแต่เธอก็รู้ว่าเขาจะหาทางมารับเธอไปให้ได้

ในงานสวดศพคืนที่ 3 ย่าพัดชา เอื้อเฟื้อ จิรายุ และปัณรสีก็ได้รับรู้เรื่องชวนตกใจจาก รวี ซึ่งเป็นนายอำเภออยู่จังหวัดใกล้ ๆ เขาแนะนำตัวเองและบอกว่าในวันเกิดเหตุปกป้องไม่ได้ไปคนเดียวแต่มี รวิชา ลูกสาวของเขาไปด้วยซึ่งเธอบาดเจ็บสาหัส อะไรไม่ร้ายเท่าเรื่องที่ รวี บอกว่า รวิชากำลังท้อง ส่วนโตมรพยายามหาทางทิ้งอรอินทุ์ให้ได้ เขาไม่เชื่อเรื่องที่เธอเล่า จนอรอินทุ์ตัดสินใจพิสูจน์ให้โตมรดู เธอให้โตมรพาเธอไปหาแขไข ก่อนจะไปหาแขไขทั้งคู่แวะเยี่ยมรวิชาก่อน อรอินทุ์จับมือรวิชาแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอท้าให้โตมรพาเธอไปหาแขไข ทันทีที่เธอจับมือแขไข อรอินทุ์รู้สึกเหมือนสัมผัสพลังที่แรงกล้า เธอพยายามต้านทานพลังนั้น โตมรมองอรอินทุ์อย่างตกใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อแขไขลืมตามองเขา และขยับปากจะพูด โตมรก้มลงใกล้ ๆ หน้าแขไข และจับคำได้ว่าแขไขพูดว่า “รุจ” ส่วนอรอินทุ์ปวดร้าวไปทั้งตัวเหมือนจะระเบิด เธอรู้สึกว่าใกล้ความตายไปทุกที อรอินทุ์เรียกให้โตมรช่วยอย่างอ่อนแรง โตมรรีบปลดมือของอรอินทุ์ออก และต้องรีบรับร่างอ่อนแรงของอรอินทุ์ไว้แทบไม่ทัน นับจากวันนั้นเป็นต้นมาโตมรเริ่มยอมรับอรอินทุ์และเรื่องแปลก ๆ ของเธอ อรอินทุ์น่ารักสดใส มีชีวิตชีวา และติดโตมรเหลือเกิน แรก ๆ โตมรก็รำคาญ ทว่านานวันเข้าเขาก็รู้สึกมีความสุขกับสาวน้อยร่างเล็ก น่ารัก ที่ตามเขาไปทุกแห่ง เสียงใสถามโน่นถามนี่อย่างอยากรู้อยากเห็นไปทุกอย่าง เธอสนใจรูปที่แขไขวาดค้างไว้ รูปผู้ชายที่มีเพียงโครงหน้า แต่ไม่มีรายละเอียดและโตมรนำมาใส่กรอบ ติดผนังไว้

เย็นวันหนึ่ง พัดชาให้มาตามโตมรและบอกว่าวันเพ็ญแจ้งมาว่าแขไขมีอาการดีขึ้น ลืมตาและพูดได้ โตมรยอมรับว่าจริงและบอกว่าแขไขพูดถึง “รุจ” พัดชาตกใจจนเห็นได้ชัด ส่วนจิรายุและเอื้อเฟื้อให้โตมรไปตามหารุจซึ่งคาดว่าต้องเกี่ยวข้องกับรวิชา และปกป้อง โตมรไปอย่างเต็มใจโดยมีอรอินทุ์ไปด้วย แม้จะบอกตัวเองว่ารำคาญ แต่ถ้าอรอินทุ์งอนเขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมต้องรีบง้อ และชอบฟังนักหนาเวลาเธอบอกว่ารักเขา โตมรไม่กล้าสบตาสวยใส ซื่อ และหวานที่มองเขาและพูดจริงใจว่าเธอรักเขามาก เธอรักทุกอย่างในโลกนี้ เธอรัก “ชีวิต” และอยากให้ทุกคนคิดเหมือนเธอ เวลาที่โตมรยั่วให้โกรธอรอินทุ์จะต่อว่าอย่างน้อยใจว่า ทำไมเขาไม่รักเธอบ้างสักนิด เวลาของเธอมีน้อยเหลือเกินสักวันถ้าเธอต้องไปเขาจะต้องเสียใจ โตมรได้แต่หัวเราะเยาะและปฏิเสธว่าไม่มีทาง อรอินทุ์จึงบอกจริงจังว่า คนเราเมื่อมีชีวิตอยู่ก็ควรทำดีต่อกัน รักกัน และควรบอกรักกันด้วย ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาบอกเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งจากไปแล้ว โตมรยังปากแข็ง หนุ่มสาวทั้งคู่ไปถึงบ้านรวี และพบ ย่าจา (รุจา) เมื่อถามหารุจ รุจาจึงบอกว่าเขาตายไป 50 ปีแล้ว

วันนั้นทั้งคู่กลับกรุงเทพไม่ได้เพราะรถเสีย เย็นนั้นเองโตมรก็ได้รู้หัวใจตัวเอง เมื่อเขาพายเรือให้อรอินทุ์นั่งและเรือล่มเมื่อกระแทกเข้ากับแพผักตบชวาขนาด ใหญ่ทั้งคู่จมหายไปในน้ำ เสียงเรียกของอรอินทุ์ทำให้โตมรพยายามมองหา แล้วเขาแทบไม่เชื่อตาเมื่อเห็นว่า ชายหนุ่มชุดดำหน้าตาคมสันเรียกอรอินทุ์ให้ไปกับเขา แต่อรอินทุ์ปฏิเสธเธอเรียกเขาว่าคุณแสง แสงพยายามกระชากอรอินทุ์ไปด้วย ทว่าโตมรไม่ยอมเขารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายดึง อรอินทุ์มาจนได้ โตมรทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำ เขาประคองเธอว่ายเข้าฝั่ง มีคนมาช่วยมากมาย ตัวโตมรเองก็เรียกอรอินทุ์ หรือ ตัวเล็กอย่างที่เขาชอบเรียกเธอ เขาทนไม่ได้ถ้าเธอจะจากไป กำนันทอง ให้โตมรอุ้มอรอินทุ์พาดบ่าและวิ่งจนเธอสำลักน้ำออกมา เมื่อฟื้นสาวน้อยก็กอดโตมรแน่นคร่ำครวญว่าอย่าให้ใครพรากเธอไปจากเขา นาทีนั้นโตมรจึงรู้ว่ามี “ตัวเล็ก” สาวน้อยจอมจุ้นวุ่นวายคนนี้เข้ามาอยู่แล้วเต็มหัวใจ

วันรุ่งขึ้น กำนันทองมาช่วยแก้รถให้โตมร แกบอกว่าแขไขมีบุญคุณกับแกที่รับ ลูกจันทน์ หรือ ตมิสา ลูกสาวแกไว้ให้รักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างดี ก็คือโรงพยาบาลเดียวกับที่ แขไขเป็นเจ้าหญิงนิทรานั่นเอง

เช้าวันรุ่งขึ้น รุจาให้หนุ่มสาวลงมาใส่บาตร เมื่อโตมรจับทัพพี อรอินทุ์ก็วางมือลงบนมือเขาและช่วยกันใส่บาตร โตมรอบอุ่นและมีความสุขที่สุดเมื่อใส่บาตรเสร็จอรอินทุ์จึงบอกว่าเธอเคยเห็น โตมรกับแขไขใส่บาตรด้วยกันมาก่อน ที่บ้านรุจาโตมรพบรูปวาดคล้าย ๆ กับของแขไขมากมาย วิวเดียวกันแต่ต่างมุม สำหรับนักเรียนศิลปะอย่างเขาแล้ว มองดูรู้ว่าผู้วาดมีฝีมือเพียงใด แม้โตมรจะเห็นภาพวาดฝีมือแขไขมากมายแต่ยังไม่มีสายตาละเอียดเหมือนอรอินทุ์ เธอบอกได้ทันทีว่าเคยเห็นรูปนี้ที่นี่อย่างไร ความตายของรุจกลายเป็นปริศนาที่จิรายุให้โตมรและอรอินทุ์ค้นหาความจริง ขณะที่อรอินทุ์เองก็ต้องต่อสู้กับแสงที่พยายามพรากเธอไปจากโตมร ทั้งคู่ไปคุยกับรุจาอีกครั้งจึงรู้ว่ารุจถูกฆ่าตาย เขาถูกมีดปักคาหลังก่อนฆาตรกรจะถีบลงน้ำ รุจลอยมาตายที่บันไดท่าน้ำที่บ้านโดยที่มือยังกำผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วย โตมรแปลกใจที่เขามีอาการปวดหลังขึ้นมาทันทีที่รู้ว่ารุจถูกแทง อาการนี้เขาเป็น ๆ หาย ๆ มานานแล้ว อาการที่เหมือนมีอะไรปักคาอยู่บนหลังของเขา โตมร อรอินทุ์ จิรายุ และเอื้อเฟื้อพยายามปะติดปะต่อเรื่องจนรู้ว่า รุจกับแขไขรักกันมาก ทั้งคู่ชอบวาดรูปเหมือน ๆ กัน แต่แขไขต้องแต่งงานกับจิรัสย์ หรือปู่ใหญ่เพื่อทดแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตบิดาเธอ แม้ชีวิตหลังแต่งงานของแขไขจะมีความสุขจนใคร ๆ อิจฉา เวลาผ่านไปถึง 8 ปีกว่ารุจจะถูกฆ่าตายโดยจับใครไม่ได้ ข้อมูลเหล่านี้ทำให้พัดชาร้อนรุ่มราวอกจะระเบิด ถ้าใครเข้าไปในห้องของเธอจะเห็นรูป จิรัสย์เต็มไปหมด ขณะที่ในห้องแขไขไม่มีเลย แสงมาขู่อรอินทุ์มากขึ้น เขาบอกว่าเขาสร้างเธอได้เขาก็จะทำลายเธอได้เช่นกัน อรอินทุ์กลัวจับใจเธอจึงใช้เวลาที่เหลือกับโตมรให้มากที่สุด บอกเขาว่ารักทุกวัน อรอินทุ์ตัดสินใจเชื่อมต่อพลังกับแขไขอีกครั้ง คราวนี้อรอินทุ์ป่วยหนักกว่าทุกครั้ง แขไขดูดพลังชีวิตจากเธอไปจนเกือบหมด แขไขแข็งแรงจนกลับบ้านได้ หญิงสาวต่างวัยมองหน้ากันอย่างเข้าใจกันเป็นอย่างดี แขไขไปบ้านรุจาเพื่อทำบุญให้รุจ เธอต้องการรู้ว่ารุจตายอย่างไร หลักฐานที่รุจาส่งให้แขไขคือ ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกปีบคู่ ซึ่งแขไขรู้ทันทีว่าใครคือฆาตรกร

ส่วนอรอินทุ์รู้ดีว่า “ชีวิต” และ “ร่าง” ของเธอจวนหมดเวลาแล้ว ความสุขของเธอคือการที่โตมรคอยดูแลเธอไม่ห่าง เขากอดเธอเพื่อถ่ายทอดพลังชีวิตให้แต่มันก็ไม่ใช่ วันหนึ่งอรอินทุ์เร่งให้โตมรไปหาแขไข เธอบอกว่าแขไขอยู่ในอันตราย โตมรอยู่หน้าห้องแขไขได้ยินพัดชาทะเลาะกับแขไข โตมรช็อคเมื่อความจริงก็คือ พัดชาหลงรักจิรัสย์มานาน เธอเสียใจที่จิรัสย์รักแขไข วันหนึ่งเมื่อจิรัสย์กับพัดชาเห็นรูปรุจที่แขไขวาดค้างไว้ จิรัสย์ก็หมดความอดทน พัดชาอาสาช่วยพี่เขยด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ โดยไม่รู้ว่าจิรัสย์หลอกให้เธอไปฆ่ารุจโดยบอกว่าเขาจะรอเธอที่โรงแรม เมื่อพัดชากลั้นใจแทงมีดใส่หลังรุจและผลักตกน้ำไปแล้ว เธอกลับโรงแรมแม้จะแปลกใจที่ห้องพักมืดเหลือเกินแต่อ้อมกอดของชายคนหนึ่ง คนที่เธอเข้าใจว่าเป็นจิรัสย์ก็ทำให้เธอหวามไหว พัดชายอมตัวยอมใจเป็นของเขาด้วยความรักอย่างหมดหัวใจ จนเธอท้องจึงต้องแต่งงานกับกวินหมอรุ่นน้องจิรัสย์ พัดชาเข้าใจว่าลูกในท้องของเธอคือจิรายุคือลูกของจิรัสย์ ทว่าแขไขหยิบหลักฐานบางอย่างให้พัดชาดูและบอกว่าพัดชาถูกหลอก จิรัสย์อยู่กับเธอตลอดเวลา พัดชาเข้าใจทันทีว่าชายในคืนนั้นคือกวินนั่นเอง กวินที่แสนดีรักเธอมานานและรักจนตาย พัดชาเตลิดกลับห้องพักขณะที่แขไขออกมาพบโตมร เธอชวนโตมรไปหาอรอินทุ์เพื่อยุติเรื่องทุกอย่างเสียที

เมื่อ 2 สาวต่างวัยพบกัน แขไขและอรอินทุ์เชื่อมพลังเข้าหากัน นาทีนั้นคุณแสงก็ปรากฏ แสงคือ จิรัสย์นั่นเอง เขารักแขไขมากจนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง โตมรมองภาพตรงหน้าเหมือนฝันไป พายุรุนแรงอรอินทุ์กับแขไขจับมือกันแน่นโดยมีจิรัสย์หรือยมทูตแสงจ้องทำลาย อรอินทุ์ แสงบอกว่าอรอินทุ์คือร่างมายาที่เขาสร้างขึ้น และนำวิญญาณของแขไขกับลูกจันทน์มารวมไว้ในร่างอรอินทุ์เพื่อรอวันที่แขไขจะ หมดเวลาและไปอยู่กับเขาจริง ๆ ส่วนร่างของอรอินทุ์ และวิญญาณของลูกจันทน์จะถูกทำลาย แสงอาฆาตโตมรว่าถ้ารู้ว่าเป็นรุจคงฆ่าเสียแล้ว อรอินทุ์พูดกับโตมรเป็นครั้งสุดท้ายว่าเธอจะกลับมาหาเขาให้เขารออยู่ที่นี่ ท่ามกลางลมพายุรุนแรง แสง แขไข และอรอินทุ์สะบัดมือหลุดจากมือของแสง แล้วทุกอย่างก็สงบลง

โตมรรู้ความจริงว่าเขาคือรุจ และแขไขรู้ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ทว่าเวลานี้วันนั้นเขารักและต้องการอรอินทุ์ เมื่อใครถามหาตัวเล็กหรืออรอินทุ์เขาจะบอกว่าผู้ปกครองรับไปแล้ว แขไขนอนสิ้นใจบนเตียงที่อรอินทุ์นอนเป็นประจำ หลังจัดงานศพแขไข โตมรมุจนเรียนจบและไปเรียนต่อต่างประเทศ จากเดิมที่เขาชอบวาดภาพอาวุธ เขาก็หันมาวาดภาพดอกไม้ และร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุ์พืช โตมรอยู่ต่างประเทศหรือไม่ก็เข้าป่าเพื่อวาดรูป ที่เขาเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาวาดดอกไม้ก็เพราะอรอินทุ์รักดอกไม้นักหนานั่น เอง โตมรทำงานหนักจนเป็นจิตรกรที่มีผลงานระดับโลก แต่เขาไม่เคยกลับไปที่บ้านเลย คงได้รับแต่จดหมายจากเอื้อเฟื้อและชีวาเป็นระยะ ๆ รวิชาคลอดลูกเป็นหญิงชื่อ น้อยหน่อย และฝากเอื้อเฟื้อและชีวาเลี้ยงเพราะเธอต้องไปทำงานต่างประเทศ ไม่นานนักรวิชาก็แต่งงานใหม่ น้อยหน่อยจึงเป็นลูกเอื้อเฟื้อ และชีวาไปโดยปริยาย

เวลาผ่านไปสิบกว่าปี วันหนึ่งน้อยหน่อยเขียนจดหมายมาบอกว่าเอื้อเฟื้อถูกรถชนกำลังจะต้องเข้าห้อง ผ่าตัด โตมรใจหายรีบเก็บของออกจากป่ากลับกรุงเทพ เขากลัวประวัติศาตร์จะซ้ำรอยเหมือนปกป้อง เมื่อถึงโรงพยาบาลเหมือนเวลาหมุนกลับ โตมรสะดุดบันไดหกล้มที่เดิม ทว่าคราวนี้ลิฟต์เปิดออกสาวน้อยในเสื้อกาวน์รีบเข้ามาดูแลเขา เสียงใส ๆ ของเธอบอกว่าเธอชื่อ แสงตะวัน และเป็นหมอ เมื่อรู้ว่าโตมรมาเยี่ยมเอื้อเฟื้อ แสงตะวันยิ้มจนตาหยี และอาสาพาไปหาเอื้อเฟื้อ เอื้อเฟื้อดีใจที่โตมรกลับมา เธอบอกว่าแสงตะวันหรือเล็กคือ ตมิสา ลูกกำนันทองนั่นเอง โตมรสบตาแสงตะวันแล้ววูบในใจ เอื้อเฟื้อบอกว่าหลังจากฟื้นจากเจ้าหญิงนิทราสาวน้อยคนนี้ก็รีบเรียน ขยันจนจบเร็วกว่าอายุ เรียนแบบตายอดตายอยาก เมื่อกลับบ้านโตมรจึงรู้ว่า “กระท่อมเจ้าเงาะ” เป็น “กระท่อมรจนา” ไปแล้ว เพราะแสงตะวันพักที่นี่ เมื่อโตมรกลับมาเธอจึงไปพักบนตึกกับเอื้อเฟื้อ โตมรและแสงตะวันเหมือนรู้ใจกัน ชายหนุ่มไม่ค่อยกล้า เพราะไม่มั่นใจแต่เมื่อแสงตะวันบอกว่าเธอมีลูกสุนัขและเคยถูกกัดที่นิ้ว เธอให้เขาดูแผลที่นิ้วนางข้างซ้ายเขาก็มั่นใจทันที ยิ่งรู้ว่าหลังจากแสงตะวันฟื้นขึ้นมา เธอรู้แต่ว่าต้องรีบเรียน รีบโต เพื่อไปพบใครคนหนึ่งที่เธอสัญญาว่าจะกลับมาหาเขา คำพูดและกิริยาของแสงตะวันทำให้โตมรรู้ว่าวิญญาณในร่างคืออรอินทุ์ วันหนึ่งแสงตะวันบอกกับเขาว่าเธอหลงรักเขาทันทีที่เห็นภาพของเขา ภาพโตมรศิลปินที่วาดรูปดอกไม้สวย ๆ โตมรตั้งตัวไม่ทัน เมื่อสาวน้อยสบตาเขาเหมือนทวงสัญญา และถลันเข้ามากอดเขาไว้ เธอบอกว่า “เล็กรักโตมาก แล้วโตล่ะไม่รักเล็กบ้างหรือไง” โตมรไม่ตอบแต่กอดเธอไว้แนบอก เหมือนได้ของรักกลับคืน เขาจูบเธอเบา ๆ และบอกว่าเขารักเธอ รักมานานและรอเธออยู่นานมากกว่าจะถึงวันนี้ แสงตะวันจึงเงยหน้าขึ้นยิ้มกับเขาอย่างอบอุ่น เธอกอดเขาแน่นและบอกว่าเมื่อเห็นโตมรจากในรูป เธอรู้ทันทีว่าโตมรนี่เองคือคนที่เธอต้องตามให้พบเพื่อรักและใช้ชีวิตกับเขาตลอดไป

เธอกับเขาและรักของเรา

แป้ง ร่ำ (แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์) อดีตคุณหนูแสนสวยผู้กำพร้าพ่อ-แม่ จึงอยู่ในอุปการะของลุงกับป้าแท้ ๆ และตั้งแต่เสียพ่อ-แม่ไปฐานะทางการเงินบ้านแป้งร่ำทรุดฮวบลง ลุง-ป้าเลี้ยงหลานไม่ไหวจึงไปฝากให้อยู่ในอุปการะของ คุณใหญ่ (พีท ทองเจือ) เศรษฐีหนุ่มใหญ่ที่ยังโสดสนิท คุณใหญ่ยอมจ่ายเงินก้อนโตให้ลุงกับป้า และเลี้ยงดูแป้งร่ำอย่างดี จนคนนินทาว่าแป้งร่ำเป็นนกน้อยในกรงทองของคุณใหญ่ สร้างความไม่พอใจให้ กานดา (ปู-สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์) น้าสาวผู้โลภมากของคุณใหญ่ ที่กลัวแป้งร่ำจะมาฮุบสมบัติของตระกูล เพราะพ่อ-แม่ของคุณใหญ่ก็เสียชีวิตไปแล้ว เลยไม่มีใครคอยดูแลเรื่องนี้ กานดาจึงวางแผนปั้น ศจี (เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร) โคโยตี้ดาวรุ่งให้เป็นสาวไฮโซมามัดใจหลานชาย แต่ศจีเป็นได้เพียงความสุขชั่วคราวเท่านั้น เพราะหัวใจคุณใหญ่มีแป้งร่ำคนเดียว แต่ติดที่เป็นเด็กในอุปการะ แถมรุ่นเดียวกับ คุณหญิง (รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) น้องสาวตัวเอง ใคร ๆ จะมองไม่ดี หนำซ้ำ คุณเล็ก (ซูกัส-บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์) น้องชายสุดท้องจอมเอาแต่ใจของคุณใหญ่ก็ชอบแป้งร่ำเช่นกัน

คุณใหญ่ต้องดูแลน้อง ๆ และบริหารธุรกิจมหาศาลที่พ่อ-แม่ทิ้งไว้ให้ก่อนตาย จึงเป็นคนเงียบขรึม คุณใหญ่ให้ ธนพ (บอล-อัศนัย เทียนทอง) มือขวาคนสนิทช่วยดูแลน้อง ๆ ด้วยอีกแรง ทำให้คุณเล็กไม่พอใจคิดว่าพี่ชายไม่ไว้ใจตัวเอง ที่สำคัญ ชานนท์ (กันต์ กันตถาวร) แฟนเก่าคุณหญิงที่สนิทกับคุณเล็กก็มาช่วยคุณใหญ่ดูแลน้อง ๆ อีกคน ส่วนชีวิตนกน้อยในกรงทองอย่างแป้งร่ำได้แต่แต่งตัววสวย ๆ เป็นคู่ควงคุณใหญ่ออกงานสังคมไฮโซ แต่เธอไม่เคยแฮปปี้กับสิ่งปรนเปรอเหล่านี้ เพราะอยากมีชีวิตอิสระ และเบื่อที่ต้องเจอความสตรอเบอรี่ของกานดากับศจี โชคดีที่มี แม่บ้านระเบียบ (ผัดไท-ดีใจ ดีดีดี) ต้นห้องใจดีคอยดูแลให้คำปรึกษาทุกเรื่อง คุณระเบียบพร่ำสอนให้แป้งร่ำอดทน และเป็นคนดี ขนาดไปประชุมที่เซี่ยงไฮ้คุณใหญ่ก็พาแป้งร่ำไปด้วย ร้อนถึงกานดายัดเยียดให้ศจีตามไปรับใช้อีกคน

ที่เซี่ยงไฮ้คุณใหญ่มีคิวประชุมแน่นเอี้ยด อีกทั้งยังมีศจีประกบแจจนแป้งร่ำเข้าไม่ถึง เธอเหงาจึงหนีไปเที่ยวคนเดียวจนเกือบถูกรถเฉี่ยว โชคดีที่ เปา (เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ) หนุ่มไทยที่อยู่เซี่ยงไฮ้ช่วยไว้ เขานวดข้อเท้าที่แพลงให้แป้งร่ำอย่างแรง เธอร้องโอดโอยต่อว่าเปาเป็นภาษาไทย เพราะ คิดว่าเค้าฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอเธอลุกขึ้นจะเอาเรื่องปรากฏว่าเท้าหายปวดเป็นปลิดทิ้ง แป้งร่ำให้ตังค์เปาเป็นค่าตอบแทน เปาหมั่นไส้จะด่ากลับแต่เหลือบเห็นผ้าเช็ดหน้าหล่นจากกระเป๋าแป้งร่ำโดยไม่ รู้ตัว ผ้าผืนนั้นทำให้เขานึกถึงคุณหนูหน้าแป้นขวัญใจวัยเด็กที่เมืองไทย ชีวิตเปามีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง เพราะตั้งแต่คุณหนูหน้าแป้นหายไปจากโรงเรียนเขาก็เฝ้ารอการกลับมาของเธอจน ทุกวันนี้ แต่ความหวังของเปาหลุดลอยไปตั้งแต่เค้ากลายเป็นเด็กกำพร้า ต้องเร่ร่อนมาอยู่กับลุง-ป้าที่เซี่ยงไฮ้ ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบไม่เว้นแม้กระทั่งชกมวย เพราะเปาพอมีวิชามวยไทยไชยาติดตัวมาด้วย จึงเอามาสอนคนที่นี่พอมีรายได้ช่วยลุงกับป้าบ้าง

โรงแรมที่พักของแป้งร่ำวุ่นวายกันใหญ่ เพราะคุณใหญ่สั่งคนออกตามหาเธอจ้าละหวั่น แม่บ้านระเบียบก็ใจคอไม่ดี ต่างกับศจีที่ภาวนาให้แป้งร่ำตายไปพ้น ๆ พอแป้งร่ำกลับมาแทนที่คุณใหญ่จะทำโทษ กลับสั่งให้คนหาไกด์นำเที่ยวให้เธอในวันรุ่งขึ้น เพราะรู้ดีว่าแป้งร่ำคงเหงาถึงหนีไปเที่ยวลำพัง คุณแม่บ้านต่อว่าแป้งร่ำด้วยความเป็นห่วง เธอรู้สึกผิดและเสียใจที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ซักพักแป้งร่ำเศร้ายิ่ง กว่าเมื่อรู้ว่าผ้าเช็ดหน้าคู่ใจหายไป คุณระเบียบไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนูถึงเสียใจมากกับเรื่องแค่นี้

รุ่งขึ้นธนพพาเปาไกด์คนใหม่มาแนะนำคุณใหญ่ แป้งร่ำ-เปา อึ้ง! ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก เปารีบบอกว่าตัวเองเป็นคนไทย เล่นเอาคุณหนูสำลักหน้าดำหน้าแดงเพราะด่าเปาไว้เยอะ ทุกคนโกลาหลช่วยแป้งร่ำกันใหญ่ เปาตัดสินใจเข้าไปตบหลังจนแป้งร่ำรอดตายคุณใหญ่พอใจมาก ตกลงจ้างเปาเป็นไกด์ทันที และย้ำให้เปาดูแลแป้งร่ำดีที่สุดเพราะธอคือผู้หญิงของฉัน คำพูดนี้ราวกับฟ้าผ่ากลางใจเปา เขาไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไง?! ได้แต่ตีหน้ามึนจนแป้งร่ำไม่พอใจที่ไกด์ ไม่ยอมเทคแคร์ ยิ่งทำให้แป้งร่ำหมั่นไส้เปาไปกันใหญ่ เมื่อกลับถึงโรงแรมเธอฟ้องคุณใหญ่เพื่อขอ เปลี่ยนไกด์ ขณะนั้นมีคนเมา มาแต๊ะอั๋งแป้งร่ำ เปาโชว์ฝี มือจัดการมันเร็วยิ่งกว่าบอดี้การ์ด คุณใหญ่ พอใจมาก และเห็นว่าเขาเหมาะจะดูแลแป้งร่ำที่สุด แต่กลับขัดใจคุณหนูแป้งร่ำถึงกับไม่คุยกับคุณใหญ่

เช้าวันต่อมาเปามารับแป้งร่ำกับคุณแม่บ้านตามปกติ ทั้งหมดบังเอิญได้เจอลุงกับป้าเปา ถึงรู้ว่าเป็นญาติห่าง ๆ ของคุณระเบียบ ลุง-ป้ารีบฝากฝังหลานชายกับแม่บ้านระเบียบ ทุกคนมีความสุขกับอาหารมื้อนี้มาก ทำเอาคุณระเบียบจุกไปไหนไม่ไหว แป้งร่ำถือโอกาสชิ่งหนีเที่ยวคนเดียวอีกครั้งแต่ เปาก็ตามจนเจอ แป้งยังจะหนีเปาอีกเลยสะดุดล้มเข่าถลอก คำพูด และวิธีทำแผลของเปาทำให้แป้งร่ำ คุ้นเคย เธอพยายามซักไซ้ว่าเปาเป็นใคร? แต่คุณแม่บ้านโทร.มาขัดจังหวะบอกให้เปาพาคุณหนูกลับโรงแรมด่วน เพราะคุณใหญ่มีประชุมอีกเมืองกระทันหัน แป้งไม่ยอมบังคับให้ไกด์พาเที่ยวต่อ ศจีรีบบอกให้ทิ้งแป้งร่ำไว้เพื่อจะได้อยู่กับคุณ ใหญ่ลำพัง เมื่อรู้อย่างนั้นแป้งร่ำแอบน้อยใจลากเปาไปก๊งเหล้า ประชด แม้เปาจะห้ามยังไงแป้งก็ไม่ฟังดื่มเหล้า เมาไม่ได้สติ เปาจำต้องแบกคุณหนูกลับที่พัก คุณแม่บ้านโกรธคิดว่าเปามอมเหล้าคุณหนูเลยตบ และต่อว่าไม่ให้เปาเป็นไกด์อีก เปาได้แต่นอนกอดผ้าเช็ดหน้าคิดถึงคุณหนูหน้าแป้น แป้งร่ำเองก็นอนละเมอถึงเปาตลอด

วันต่อมาแป้งร่ำโทร.ปลุกเปาให้มารับทั้งที่คุณแม่บ้านสั่งห้าม แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเองท้องเสียหมดแรง แป้งจ้างพยาบาลดูแลคุณระเบียบก่อนเธอจะออกไปเที่ยวกับเปา ทั้งคู่เดินเที่ยวกันอย่างมีความสุข แต่รุ่งขึ้นแป้งร่ำต้องกลับเมืองไทยด่วนไม่ทันได้ลาเปา ทำให้เปาคิดว่าชีวิตนี้คงไม่ได้เจอคุณหนูในดวงใจอีกแล้ว

ที่เมืองไทย ลุงระบบ (ค่อม ชวนชื่น) สามีคุณระเบียบ และเป็นคนขับรถของคุณใหญ่ สายตาฝ้าฟางขับรถพาเจ้านายกับศจีประสบอุบัติเหตุ โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก กานดาได้ทีขอให้หลานชายรับ วิฑิต (เอ็กซ์-ปิยะ วิมุกตายน) กิ๊กเด็กตัวเองเป็นพลขับแทน แต่คุณใหญ่ไม่ถูกใจคุณระเบียบจึงแนะนำเปาคุณใหญ่เห็นด้วย เปาเตรียมตัวมาเมืองไทยทันที อามุ่ย (แก้มบุ๋ม-พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์) ลูกสาวเจ้าพ่อที่หลงรักเปาไม่พอใจ อาละวาดจนลุง-ป้าของเปาต้องอ้อนวอนแทน แต่อามุ่ยไม่ยอมยื่นคำขาดจะมากับเปาให้ได้ คุณแม่บ้านจำใจรับอามุ่ยเป็นคนรับใช้อีกคน

ไม่มีใครรู้ว่าการมาเมืองไทยของเปาจะทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย แต่ที่แน่ ๆ คุณใหญ่รัก และเอ็นดูในความซื่อสัตย์ของเปามาก พอรู้ว่าน้องหญิงแอบชอบเปาคุณใหญ่ก็เปิดทางให้ สร้างความไม่พอใจให้ธนพที่หลงรักคุณหญิงอยู่ ธนพจึงร่วมมือกับศจีกำจัดเปา และแป้งร่ำ ศจีเชียร์คุณใหญ่ให้อนุญาตแป้งร่ำไปถ่ายโฆษณาต่างจังหวัดโดยให้เปาไปเป็น เพื่อน ขณะนั่งเรือเข้าฝั่งแป้งร่ำ พลัดตกจากเรือเปารีบกระโดดลงไปช่วย ทำให้ทั้งคู่ต้องติดเกาะด้วยกัน บรรยากาศเป็นใจทำให้เปากับแป้งร่ำเผลอมีอะไรกันจนได้ คุณใหญ่เครียดมากที่แป้งร่ำหายตัวไป สั่งคนออกตามหาจ้าละหวั่น ทันทีที่เจอแป้งร่ำคุณใหญ่โผเข้ากอดปลอบขวัญเธออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

แม้ เปาพยายามเก็บความรู้สึกที่มีต่อคุณหนูแป้งร่ำไว้ แต่ก็ไม่พ้นสายตาอามุ่ยที่คอยจับจ้องดูเค้าตลอดเวลา ศจีจึงจีบอามุ่ยเป็นพวกอีกคน เพิ่มความโกลาหลยิ่งขึ้นเมื่อชานนท์ก็หลงรักแป้งร่ำ เช่นกัน ถึงกับเอ่ยปากขอเธอแทนส่วนแบ่งทางธุรกิจจากคุณใหญ่ ทำเอาทุกคนอึ้ง! ไปตาม ๆ กัน ใครจะเป็นผู้ชายในดวงใจของ แป้งร่ำ ติดตามชมบทสรุป…ความรักต้องห้ามครั้งนี้ได้ใน ละครเธอกับเขาและรักของเรา ทุกคืน วันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละคร เธอกับเขาและรักของเรา

ธิดาวานร ภาค 3

อิยะ วดี หนีมาอยู่กับแม่มานาตาลี ไม่ยอมกลับเข้าเมือง มิใยใครจะมาขอร้องอ้อนวอน อิยะวดีก็ไม่ยอมกลับไป แต่ก็มิได้เพิกเฉยต่อการดูแลสัตว์เจ็บป่วยป้องกันไม่ให้โดนทำร้าย ขับไล่พวกบุกรุก ต้นน้ำลำธารและป่า มี มะเมี๊ยะ มาร่วมขบวนการ อิยะวดีกับพวกแม่มาเดินทางในป่าด้วยการโหนเถาวัลย์ ส่วนมะเมี๊ยะเดินทางในป่า ด้วยการใช้เส้นผมตวัดเกาะเกี่ยวกิ่งไม้ไปกับอิยะวดี และยังใช้เส้นผมทำร้ายผู้บุกรุกได้ด้วยทั้งสองมีความสุขมาก พนา บุราณ มาแวะเวียนหาเป็นประจำ รวมทั้ง อรุณี ละเอ พินิจ ดำรง และ บัวบาน ทุกคนขอร้องอิยะวดีให้กลับเข้าเมือง มีเพียงละเอคนเดียวที่กลับไปเยี่ยมบ้านให้พ่อหมอทำนายดวงชะตาของอิยะวดี ที่มีแต่เรื่องราวร้ายๆ แปลกประหลาดเกิดขึ้นบ่อย ๆ ทราบว่าอิยะวดียังไม่หมดกรรม จะต้องประสพเคราะห์กรรมใหญ่อีกครั้ง จากเงื้อมมือมนุษย์ด้วยกัน ละเอจึงเห็นด้วยที่อิยะวดีจะอยู่ในป่าไปสักพักจนกว่าจะหมดกรรม แต่ไม่มีใครเห็นด้วย เป็นเช่นนั้นอยู่สองปีผ่านไป

ในที่สุดอิยวะดีก็หนีกรรมไม่พ้นบัวบานไม่สบายต้องผ่าตัดใหญ่ อิยะวดีจำใจกลับเพราะรักแม่ห่วงแม่ มะเมี๊ยะออกมาจากป่ามาพักอยู่กับอรุณี อรุณีรับมะเมี๊ยะเป็นลูกเช่นเดียวกับที่เคยรับอิยะวดี บุราณคอยดูแลมะเมี๊ยะ ครูหอมนวล กลายเป็นเลขาและคู่หูคู่ซี้ของอรุณีคอยอบรมบอกกล่าวเรื่อง สังคมคนเมืองให้มะเมี๊ยะรับรู้แบบที่มะเมี๊ยะไม่เต็มใจ

ส่วน พวก คำรณ  พวงมาลี(เอมฤดี) แสงแก้ว(นาถยา) พากันหลบหนีไปอยู่ตามตะเข็บชายแดนไทย หนีเข้า หนีออกไปมา อยู่พักหนึ่งอย่างลำบากยากแค้น ด้วยความที่ต้องพึ่งพาคำรณทำให้คำรณเริ่มมีอำนาจเหนือสองคนแม่ลูก แสงแก้วลุ้นให้พวงมาลีเป็นภรรยาของคำรณตามที่คำรณต้องการ หารู้ไม่ว่า คำรณแอบไปมีกิ๊ก เจ้าเล่ห์ชื่อ มายาวดี พวงมาลีตั้งท้องและคลอดลูกสาวชื่อ น้องไพร แต่คำรณยังคลางแคลงใจว่าอาจเป็นลูกติดท้องมากับแสนไท

มายาวดีพาคำรณไปพบกับ หม่องติ๊ด มาเฟียใหญ่แห่งสองชายแดน หม่องติ๊ดกำลังต้องการมือขวาชั้นดีแทนที่คนเก่าที่โดนยิงตายขณะต่อสู้กับ ตำรวจ คำรณ แสงแก้ว พวงมาลีและน้องไพร จึงมีชีวิตที่ดีขึ้นจากเงินบาป ทั้งสามสาบานว่าจะแก้แค้นพวกอิยะวดีและพนาให้ได้ คำรณเริ่มขยายเครือข่ายเข้ามาในเมือง เพื่อสืบเรื่องราวของพนาและอิยะวดี บางครั้งก็ย่ามใจลงทุนปลอมตัวมาเอง เช่นเดียวกันทางการก็ยังไม่เลิกตามหาตัวทั้งสามเอามาลงโทษตามกฎหมาย

วันที่ดำรงและบัวบานมารับอิยะวดีเข้าเมือง พนากับบุราณตั้งใจจะไปส่งอิยะวดีกับมะเมี๊ยะ แต่เกิดเหตุ มีคนมาตัดไม้ทำร้ายป่า เผาป่าฆ่าสัตว์ในป่า ทั้งหมดประกอบด้วยพรานเส็ง มะสังและลีกอ รีบไประงับเหตุด่วน อิยะวดีจึงกลับบ้านกับพ่อแม่ตามลำพัง ส่วนอรุณีกับหอมนวลมารับมะเมี๊ยะไปอยู่บ้านดอย ละเอ คัดค้านว่าอย่าเพิ่งไปรับอิยะวดี ไม่มีใครฟัง ละเอสุดทัดทานพยายามสวดมนต์ช่วยอิยะวดี ส่วนอิยะวดีนั่งรถมากับพ่อแม่กลับบ้าน แว่วได้ยินเสียงสวดมนต์ดังแว่วมาตลอดเวลา พึมพำสวดตามทั้งสามไม่รู้ตัวว่าสายของคำรณติดตาม กว่าจะรู้ตัวก็มาถึงจุดที่คำรณ พวงมาลี แสงแก้ว ดักรอทำร้าย

สาม คนโดนถล่มอย่างรุนแรงรถพลิกคว่ำระเบิด อิยะวดีกระเด็นออกมาจากรถทั้งที่ปากยังสวดมนต์ตามเสียงที่แว่วมา  ส่วนดำรงกับบัวบาน เสียชีวิตติดอยู่ในรถ

พนากับบุราณ ระงับเหตุเสร็จ รีบติดตามมาเพราะห่วงประกอบกับบุราณสังหรณ์ใจในคำทำนายของละเอ แต่ก็พลาดไปเส้นยาแดงผ่าแปด ทั้งหมดมาพบรถพลิกคว่ำระเบิด พยายามจะเข้าไปช่วยกลับโดนพวกคำรณยิงปะทะใส่ พนาเห็นอิยะวดี กำลังตะเกียกตะกาย บาดเจ็บ พยายามฝ่าวงล้อมเข้าไปจะช่วย  แต่ไม่ทัน อิยะวดีโดนรุกไล่คลานหนีจนตกลงไปในหน้าผาน้ำตกสูงลิ่วต่อหน้าต่อตา พนาจะกระโดดตาม แต่อิยะวดีลอยละลิ่วลงไปเบื้องล่างก่อน

อิยะวดีตกลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวกราก พัดไหลไปไกลพอสมควร ศีรษะกระแทกโขดหินสลบไป กำลังจะจมน้ำ จระเข้ของมะเมี๊ยะมาว่ายน้ำเล่นพบเข้าจึงเอาตัวดันอิยะวดีมาเกยไว้ริมฝั่ง ลำธารแห่งหนึ่ง อิยะวดีสลบไปเจ็ดวันเจ็ดคืน ระหว่างที่สลบอยู่อิยะวดี ได้รับการดูแลจากลิงแฝดแสนรู้สองตัวพี่น้อง

อิ ยะวดีฟื้นขึ้นมา ความจำเสื่อม ไขว้เขว อิยะวดีเข้าใจว่าลิงสองตัวคือลิงอุอุ๊กับลิงอิอิ๊ที่พบในสวนสัตว์สิงค์โปร์ อิยะวดีทำตัวเป็นลิงเหมือนตอนเด็ก ๆ ตะโกนเรียกหาแม่มาแม่มาตลอดเวลา รอนแรมไปในป่ากับอุอุ๊ อิอิ๊ ลืมทุกอย่างเบื้องหลังจนหมดสิ้น แต่ยังคงรักสัตว์และดูแลสัตว์ในป่าต่อไป

พนา อรุณี จัดการพิธีศพของบัวบานและดำรงเสร็จรีบออกตามหาอิยะวดี ทั้งพี่นก แม่มานาตาลี ช่วยกันตามหาตลอดเวลาแต่ไม่พบ เพราะอิยะวดีไปไกลมากคนละเขตแดนป่า พวกแม่มานาตาลีเข้าไปไม่ได้ พี่นกหาจนพบ ทักทายอิยะวดีแต่อิยะวดีจำไม่ได้ อุอุ๊ อิอิ๊ช่วยกันไล่ส่งพี่นกไป พี่นกเสียใจมาก มะเมี๊ยะไปหาจระเข้ รู้ข่าวจากจระเข้ว่าพาอิยะวดีไปส่งไว้ริมลำธารแห่งหนึ่ง มะเมี๊ยะ พนา บุราณ ทุกคนไปยังริมลำธารดังกล่าวไม่พบอีก พนาพยายามสลักรูปหัวใจให้อิยะวดีเห็น และแล้ว คืนวันหนึ่งพนาได้ยินเสียงอิยะวดีตะโกนเรียกหาแม่มาแว่ว ๆ มาแต่ไกล

พนา รีบร้อนออกไปตามเสียงโดยไม่บอกใคร พนาได้พบอิยะวดีผมยาวขึ้น กู่ร้องอยู่บนต้นไม้ พนาเรียกอิยะวดี อิยะวดีไม่รู้จักพนา แถมทำท่าขู่ใส่พนา มิใยพนาจะพยายามอย่างไรอิยะวดีก็โกรธเช่นเดิม สุดท้ายลิงแฝดสองตัวออกมาขับไล่พนา ด้วยการระดมปาด้วยสารพันสิ่ง ส่วนอิยะวดีหนีหายไป พนาเสียใจผิดหวังมาก พาพรรคพวกตามหาอิยะวดีต่อไป

พบเจอกันหลายครั้ง พนาและพวกจึงสันนิษฐานได้ว่า อิยะวดีความจำเสื่อม หรือไม่ก็แกล้งทำไม่รู้จัก เพราะไม่อยากออกจากป่า แต่พนาก็ตั้งใจว่าจะพยายามต่อไปไม่สิ้นสุด จนกระทั่งสองปีผ่านไป คำรณ พวงมาลี แสงแก้วโดนไล่ล่าจากทางการทั้งเรื่องผิดกฎหมาย และเรื่องฆาตกรรมบัวบานกับดำรง ต้องหนีข้ามแดนไปกลับโชคร้าย เจอกองกำลังไม่ทราบฝ่ายผลักดันไล่ล่าจำต้องหนีหัวซุกหัวซุน

คำรณวางแผนจะเอาน้องไพรไปเป็นเหยื่อล่อเพื่อเบนความสนใจ แสงแก้วกับพวงมาลีตกใจมากจึงลอบเอายานอนหลับใส่ให้น้องไพรกินจับตะกร้าลอย น้ำ อธิษฐานให้ปลอดภัย พบคนใจดีมีเมตตาดูแล คำรณ

รู้เรื่องเนื่องจากแอบได้ยินสองแม่ลูกบอกกันว่าน้องไพรคือลูกของคำรณต่างหาก ส่วนลูกของแสนไทนั้นแท้งไปแล้ว  คำรณยิ่งโกรธมากตบตีทำร้ายสองแม่ลูกอย่างรุนแรง แสงแก้วกับพวงมาลีนั่งกินน้ำตาแทนข้าวทุกวัน ตั้งใจว่าจะตามหาน้องไพรให้พบสักวัน คำรณก็เช่นกันเสียดายที่ทำให้น้องไพรต้องโดนลอยน้ำไปใจแทบขาด

น้องไพรลอยมาตามน้ำ อิยะวดีกำลังว่ายน้ำเล่นกับลิงอุอุ๊ อิอิ๊ พลางตะโกนเรียกหาแม่มา เจอรูปหัวใจที่ต้นไม้ที่ก้อนหิน ฉุกคิดหยุดมอง เหมือนจะจำได้ แต่ก็จำไม่ได้เพราะเลือนรางมาก การพูดจาก็กลับกลายเป็นพูดได้สั้นๆเป็นคำหรือสองสามคำ บางครั้งอิยะวดีก็เหม่อลอย ว้าเหว่ เหมือนคิดถึงอะไรบางอย่างได้แล้วก็เลือนหาย ขณะนั่งเหม่อลอยที่โขดหิน อุ๊อ๊อิอิ๊ ชี้ให้ดูตะกร้าลอยน้ำมา อิยะวดีกับสองลิง พากันไปเอามาเปิดดู เห็นเด็กน้อย วัยสี่ขวบหลับปุ๋ยอยู่ในตะกร้าผูกติดขอนไม้ท่อนใหญ่โดยรอบกันจมน้ำ อิยะวดีดีใจมากที่ได้พบมนุษย์ตัวเล็ก ๆ หลุดปากเรียกออกมาว่า ลูก ลูกมา อิยะวดีโอบกอดเห่กล่อมเป็นทำนองเพลง ฮัมไปมาไม่มีคำเนื้อร้อง  ลิงแฝดสองตัวมาด้อมมองสงสัย ตื่นเต้นไปด้วย อิยะวดีกล่อมเด็กจนตัวเองเอาเด็กหลับคาอ้อมอก พักหนึ่งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเด็กร้องไห้ น้องไพรตื่นขึ้นมาตกใจแปลกที่ แปลกคนอุ้มแถมมีลิงสองตัวมองอยู่  น้องไพรตะโกนหาแม่แม่แม่ ๆ ๆ สลับร้องไห้ อิยะวดีตั้งตัวเป็นแม่ของน้องไพร ชี้ตัวเองว่าแม่มา มีภาพในหัวบังเกิดขึ้น เป็นลิงแม่มาโอบกอดเด็กน้อยไว้บนตัก

เด็กน้อยเรียกหาแม่มา ๆ ๆ ๆ ลิงแฝดไปหากล้วยหาผลไม้มาให้น้องไพรกิน อิยะวดีรักน้องไพรยิ่งกว่าใด ๆ น้องไพรก็รักอิยะวดีติดแจ เรียกแม่มาทุกคำ อิยะวดีเรียกน้องไพรว่า ลูกมา สองคนสื่อสารกันง่าย ๆ สั้น ๆ ทั้งภาษาใบ้ สายตาความรู้สึก และคำพูดสั้นแต่ซาบซึ้ง ที่เริ่มนึกได้ทีละน้อย เช่นรักลูกมา รักแม่มา อิยะวดีชี้บอกว่าลูกมาชื่ออะอ๊ะ บางครั้งฝันเห็นพนา ที่ฝันบ่อยที่สุดคือภาพบัวบานกับดำรงติดในรถที่ระเบิดไฟครอกตาย ฝันทีไร อิยะวดีจะกรีดร้องคำว่า แม่มาพ่อมา แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนหน้าพบน้องไพร ลิงแฝดปลอบโยน เช็ดน้ำตาให้กอดด้วย มาตอนนี้  มีน้องไพร เช็ดน้ำตากอดหอมแล้วร้องไห้ตาม ทำให้อิยะวดีหยุดร้องเพราะสงสารน้องไพร ที่น่าแปลกอีกอย่าง คือน้องไพรมีปานสีแดงรูปหัวใจคู่อยู่ที่แผ่นหลังถ้าใส่เสื้อผ้าจะไม่เห็น  อิยะวดีพยายามคิดว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เอามาเปรียบเทียบกับที่พนาเขียนไว้ในบางแห่ง อิยะวดีเริ่มขีดเขียนรูปหัวใจบ้าง ทำให้พนาได้พบร่องรอยของอิยะวดีเพิ่มขึ้น

บุราณยังคงขึ้นร่องเชียงใหม่กรุงเทพเป็นประจำ พามะเมี๊ยะไปด้วย มะเมี๊ยะตื่นเต้นตกใจ กลัวผู้คนแปลกหน้า แต่บุราณคอยปลอบโยน บุราณพามะเมี๊ยะไปพบเพื่อนฝูง บางคนหัวเราะเยาะมองความไร้เดียงสาของมะเมี๊ยะเป็นความเปิ่นความโง่เขลาตัว ตลก โดยเฉพาะ พิยะดา กับเพื่อนที่หมายปองบุราณ ชอบแอบกลั่นแกล้ง จนมะเมี๊ยะขวัญเสีย วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง ตามหาตัวกันจ้าละหวั่น มะเมี๊ยะหนีด้วยการเอาเส้นผมตวัดตามที่สูง หนีลงไปบ่อจระเข้สร้างความแตกตื่นไปทั้งเมือง จระเข้ไม่กัดมะเมี๊ยะแถมทำท่าสยบ หนังสือพิมพ์ลงข่าว ทีวีมาถ่าย บุราณต้องขอร้องให้ยุติทั้งหมด ไปให้ห่างที่สุด  มะเมี๊ยะจึงยอมมาหาบุราณ บุราณพามะเมี๊ยะกลับมาเชียงใหม่ ครูหอมนวลกับอรุณีดูแล มีแอนโตนิโอเป็นเพื่อน ไปเยี่ยมจระเข้บ้าง แอนโตนิโอเกิดปัญหากับหอมนวล น้อยใจว่าอรุณีรักหอมนวลสนิทกับหอมนวลมากกว่าตัวเอง หนีออกจากบ้าน มะเมี๊ยะต้องออกติดตามไปรับกลับมา

การ ตามหาอิยะวดีของพวกพนา มะเมี๊ยะ บุราณ แม่มานาตาลีดำเนินต่อไป พนาทุกข์ใจกว่าใคร ๆ ละเอนั่งสมาธิมองหาและส่งเสียงเรียกอิยะวดี อิยวะดีได้ยินแต่จำไม่ได้ว่าตัวเองชื่ออิยะวดี  มะเมี๊ยะส่งจระเข้ออกตามหาเผื่อว่าอิยะวดีจะมาเล่นน้ำตามลำธาร ในที่สุดก็ได้ร่องรอยของอิยะวดีเพราะพ่อหมอข้ามฝากมาช่วยเพ่งมองหา ทุกคนจึงพากันติดตามหาอิยะวดีตามร่องรอยที่พ่อหมอบอกให้ คำรณข่มขู่คุกคามสองแม่ลูกจนหงอ ไม่กล้าหือสองคนเริ่มเสียใจในสิ่งที่ทำไปทีละน้อย อยากจะหนีจากคำรณเพื่อไปตามน้องไพร คำรณก็ไปลากตัวกลับมาทุกครั้ง คำรณเข้ากับมายาวดีกิ๊กใหม่ ได้ดีมาก

หม่องติ๊ด สร้างเมืองแม่ม้ายให้มายาวดีหลอก ฉุดคร่ากักขังหน่วงเหนี่ยวสาวสวยจำนวนมาไว้ให้อาณาจักรที่สร้างภาพว่าเป็น เมืองแม่ม้าย หรือเมืองคนอกหัก ไม่กินเนื้อสัตว์ รักษาศีล หลอกคนแก่เอาไว้เป็นคนรับใช้ มีพวกทอมเป็นบอร์ดี้การ์ด พวกสาวสวย มาแล้วมักหายไป มายาวดีบอกทุกคนคือพวกนั้นฟื้นฟูจิตใจดีแล้วจึงขอกลับบ้าน แต่ความจริงถูกส่งไปขาย มายาวดีมีลูกน้องฝาแฝดสวยงามแต่ชั่วร้ายสองคนชื่อ เมธาวดี และมาธาวดี คอยช่วยมายาวดีหลอกล่อหญิงสาวและหญิงแก่มากักขัง

มายาวดีอิจฉาพวงมาลีที่สาวสวยกว่า แม้ว่าคำรณจะดูมีความสุขกับมายาวดี แต่มายาวดีรู้ดีว่าคำรณรักพวงมาลีมากที่สุด จึงหาทางแกล้งจับตัวสองแม่ลูกไปไว้ในเมืองแม่ม้ายของตัวเอง ตั้งใจจะเอาพวงมาลีไปขายต่อ ส่วนแสงแก้วเอาไปรับใช้  ใช้วิธีตีสนิทแล้วหลอกสองคนว่าจะพาหนีให้พ้นจากคำรณ ที่แท้เอาไปกักขัง

เวลาผ่านไปอีกสองปีอิยะวดี เริ่มนึกภาพเก่า ๆ ได้มากขึ้น ได้ยินเสียงเรียกของละเอบ่อยเข้า อิยะวดีเริ่มอยากรู้ว่าใครคืออิยะวดี เสียงเรียกนั้นเริ่มดังใกล้มากขึ้น อิยะวดีขีดรูปปานหัวใจของลูกมาอะอ๊ะ ไว้ตามต้นไม้ ทำให้พนาเริ่มมีกำลังใจเพราะพบสัญลักษณ์ที่เคยมีต่อกันไว้

ลิงอุ๊อุ๊อิอิ๊ สอดรู้สอดเห็นกองคาราวานของพวกพนา ที่รอนแรมมาตามหาอิยะวดีเห็นอาหาร น่ากิน เสื้อผ้าของพวกพนา แอบหยิบฉวยขโมยมาให้อิยะวดีกับอะอ๊ะ อิยะวดีมองผ้ามองของที่ได้มา คุ้นเคยมาก จึงพยายามคิดว่าจะเอามาทำอย่างไร ในที่สุดจิตใต้สำนึกก็บอกให้อิยะวดีทำเสื้อผ้าจากที่ได้มาให้อะอ๊ะใส่ เอาอาหารกระป๋องมาเปิดกินพวกพนาแปลกใจมากเพราะของหายทุกวัน บางทีหายกลางวัน บางทีหายกลางคืน จึงวางแผนล่อจับขโมย พบว่าผู้ที่ขโมยคือลิงสองตัว จึงพากันสะกดรอยตามลิงทั้งสอง

มะเมี๊ยะเอาเส้นผมตวัดรัดลิงสองตัวไว้ได้ ลิงร้องโวยวาย อิยะวดีตกใจออกมาช่วยลิงทั้งสอง โดยมีอะอ๊ะติดหลังมาด้วย พนา บุราณ มะเมี๊ยะถึงแก่ตะลึง เพราะผู้ที่มาช่วยคืออิยะวดีนั่นเอง แต่อิยะวดีไม่ยอมรู้จักทุกคน พยายามจะเล่นงานทุกคนแบบเอาเป็นเอาตาย

น้อง ไพรเห็น พนา บุราณ ดีใจมากตะโกนเรียกพ่อพ่อมา อิยะวดี ขณะที่อิยะวดีและลิงจะเพลี่ยงพล้ำโดนพวกพนาจับได้ เกิดพายุใหญ่กระหน่ำพัดมา อิยะวดีน้องไพรลิงแฝดหนีไปอยู่บนต้นไม้ พายุถอนรากถอนโคนปลิวไปต่อหน้าต่อทุกคนที่พยายามจะเจรจากับอิยะวดี ทุกคนกับอิยะวดีจึงพลัดพรากจากกันอีกครั้ง

ต้นไม้ลอยตามแรงพายุไปตกใกล้เมืองแม่ม้ายของมายาวดี ทุกคนสลบทั้งลิงอิยะวดีน้องไพร พวกพนาก็บาดเจ็บเสบียงปลิวหายหมด ต้องกลับบ้านมือเปล่าอีกครั้ง พวกอิยะวดีฟื้นขึ้นมา พบว่าลอยมาไกลมาก หิวโหยและบาดเจ็บ ได้ยินเสียงเพลงแว่วมาจากไม่ใกล้ไม่ไกล อิยะวดีกระเตงลูกมา มีลิงแฝดลัดเลาะไปตามต้นไม้ตามเสียงเพลง มองเห็นอาณาบริเวณสวยสดงดงามมีลำธาร มีบ้านเล็กบ้านน้อย เต็มไปหมด อิยะวดีรู้ทันทีว่าที่นี่มีคนมีอาหารและเครื่องนุ่งห่ม ประกอบกับเห็นหญิงสาวสวยแต่งกายแปลก ๆ ออกแนวโบราณกำลังร้องรำทำเพลง มีมายาวดี เมธาวดีประกอบซ้ายขวาเหมือนองครักษ์ กำลังชมการแสดงของพวกสาวสวย พวกคนแก่กำลังพัดวีให้ อิยะวดีและพวกดีใจตื่นตาตื่นใจมาก ที่สุดลิงแฝดลักลอบขโมยอาหารและเสื้อผ้าของพวกเมืองแม่ม้ายมาให้ลูกมากับอิ ยะวดีดัดแปลงใส่แทนตัวเก่าที่ฉีกขาด

อิยะวดีนึกได้จากส่วนลึกของจิตใจ ว่าควรมีเสื้อผ้าเปลี่ยนให้น้องไพร ควรทำผมสวย ๆ ให้น้องไพร อิยะวดีจึงคิดปักหลักใกล้เมืองแม่ม้ายเพราะอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ น้องไพรจะได้สบายขึ้น อิยะวดีทำซุ้มโพรงหรือเข้าไปอยู่ในถ้ำ ใกล้เมืองแม่ม้าย พวกในเมืองแม่ม้าย เริ่มแปลกใจทะเลาะตบตีกันเอง หาว่ามีการขโมยของเช่นเสื้อผ้าและอาหารของกันและกัน ความแตกตอนที่พวงมาลีกับแสงแก้วที่โดนจับมากำลังหลับสนิทเพราะอ่อนเพลีย โดนลิงแฝดมาขโมยอาหารและเสื้อผ้า ทำให้มายาวดีรู้ว่าที่แท้ไม่มีใครขะโมยกันเองแต่เป็นลิง คิดว่าเป็นลิงซุกซน จึงไม่สนใจให้ป้องกันของกันเอง

พวกพนาพักฟื้นเพียงไม่กี่วันก็ออกเดินทางต่อไปในทิศทางที่เห็นต้นไม้ลอยไป วันก่อน แต่ไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน เนื่องจากไม่มีสัญลักษณ์หัวใจคู่ที่อิยะวดีเคยทำไว้พนาไปเจอเอาพวกของมาเฟีย หม่องติ๊ด นำโดยคำรณแต่ปิดหน้าพรางเอาไว้ พนาจึงไม่รู้ว่าคือคำรณที่ออกตามหา แสงแก้วและพวงมาลีเพราะคิดว่าหนีหายไปไม่รู้ว่าโดนมายาวดีหลอกไปขัง คำรณฉวยโอกาสเล่นงานพนากับพวก

บุราณ บาดเจ็บ มะเมี๊ยะพากระโดดน้ำดำหายลงไปในลำธาร พลางเอาผมสะบัดสู้ใส่พวกสมุน คำรณจึงรอดหนีไปได้ และพยายามจะช่วย พนาที่บาดเจ็บจนมุมกำลังจะโดนฆ่า อิยะวดีพาน้องไพรใส่หลังออกมาเล่นน้ำริมลำธาร  พนาเห็นอิยะวดีตะโกนบอก อิยะวดีช่วยพนาด้วย อิยะวดีได้ยินคำว่าพนา เหมือนได้ยินชื่อที่ติดในหัวใจ น้องไพรจำพนาได้เรียกพนาว่าพ่อมา มาพ่อมา ช่วยพ่อมา อิยะวดีตัดสินใจช่วยพนา คำรณเห็นอิยะวดีมาช่วยพนา มีเด็กมาด้วย เข้าใจว่าเป็นลูกของพนากับอิยะวดีไม่รู้ว่าที่แท้ลูกตัวเองเพราะจากกันหลาย ปีทำให้จำหน้าเด็กไม่ได้ (ตอนที่ใส่ตะกร้ามากับตอนนี้ให้คนละคนไม่อย่างนั้นจะหน้าหมือนกันหรือไม่ก็ ทำผมคนละแบบ )คำรณอิจฉาที่สองคนมีลูกจึงคิดฆ่าทั้งสามคน ปาด้วยระเบิด แต่ลิงแฝดรับระเบิดไว้ได้ ปากลับใส่พวกคำรณหนีกันกระเจิดกระเจิง

อิยะวดีพาพนามารักษาอยู่นานพอสมควร ลิงแฝดขโมยเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มอาหารและหายาสมุนไพรมารักษาพนาจนอาการดี เป็นลำดับ น้องไพรติดพนาหนึบเรียกพนาว่าพ่อมาเรียกตัวเองว่าลูกมาอะอ๊ะ ช่วงนี้พนามีความสุขมาก มีอิยะวดีดูแล แม้จะยังความจำเสื่อม แต่พนาได้โอกาสเจ็บไม่เลิกค่อย ๆ สะกิดความจำของอิยะวดีให้รื้อฟื้น อิยะวดีกับพนาเหมือนคนรักกันครั้งใหม่ ต่างพอใจกันและกัน แต่แล้วก็เกิดอุปสรรคอีกจนได้

คำรณบอกกับมายาวดีให้จับตัวอิยะวดีไปยกให้หม่องติ๊ด มายาวดีรู้ว่าอิยะวดีคือหัวหน้าลิงสองตัวที่มาขโมย จึงรับปากหาทางจับอิยะวดี ในที่สุดก็จับสำเร็จ พนาที่กำลังจะสัมฤทธิ์ผลเรื่องพาอิยะวดีและน้องไพรกลับบ้านคอยแล้วคอยอีก อิยะวดีไม่กลับมาพนาจำต้องอยู่ต่อไปเพื่อดูแลน้องไพรที่ร้องไห้ เรียกแม่มา ๆ ๆ ตลอดเวลา

อิยะวดีโดนจับไปขังรวมกับสองแม่ลูก แสงแก้ว พวงมาลี ครั้งแรกมายาวดีตั้งใจจะส่งพวงมาลีให้หม่องติ๊ด แต่มาพบอิยะวดีจึงตัดสินใจส่งให้ทั้งสองคน อิยะวดีต้องอยู่รวมกับพวงมาลีและแสงแก้ว ที่ยังคงเกลียดชังและจ้องเล่นงาน อิยะวดีจำสองคนไม่ได้ แต่สองคนจำอิยะวดีได้  ทั้งสามจึงมีปัญหาตลอดเวลา ทะเลาะตบตีกันจนป่วนไปหมด ถึงเวลาพาสองคนไปมอบตัวให้หม่องติ๊ดในตัวเมือง อิยะวดีคิดแผนหนีตลอดทาง พวงมาลีเอาแต่ร้องไห้ อิยะวดีจะหนีกลับไปหาพนากับอะอ๊ะ พวงมาลีรู้ดีว่าอิยะวดีเก่งต้องพาหนีได้จึงหลอกล่อให้พาหนี

อิยะวดีก็พาพวงมาลีหนีมาได้ พวงมาลีขอร้องให้อิยะวดีกลับไปช่วยแสงแก้ว อิยะวดีรับปาก แต่ขณะที่กำลังจะพาแสงแก้วออกมา อิยะวดีวางแผนจะพาทุกคนหนีเพราะรู้ว่า ทุกคนโดนหลอก ป่วนไปทั้งเมืองทุกคนหนีได้ปลอดภัย แต่คนที่โดนจับกลับเป็นอิยะวดี เพราะโดนสองแม่ลูกหักหลังตะโกนเรียกการ์ดมาจับ อิยะวดีโดนจับไปทรมาณอย่างทารุณ

พนา ตัดสินใจพาน้องไพรบุกไปที่เมืองแม่ม้าย เพราะพบสัญลักษณ์ที่อิยะวดีทิ้งไว้ ลิงแฝดขโมยยานอนหลับของมายาวดีมาแอบใส่ให้พวกการ์ดของมายาวดีกิน เข้าไปช่วยอิยะวดีออกมาได้ พนาอ้อนวอนให้อิยะวดีตามไปกับพนาเพื่อเห็นแก่น้องไพรสำเร็จ

แสงแก้ว พวงมาลีหนีออกมาได้ หันไปค้าของผิดกฎหมายเพื่อยังชีวิต เพื่อมีเงินตามหาน้องไพร ไม่ได้ย้อนกลับไปหาคำรณอีก คำรณยังคงตามหาน้องไพรกับพวงมาลี และเริ่มเบื่อหน่ายมีปัญหากับมายาวดี คำรณคิดตั้งตัวเป็นใหญ่หักหลังหม่องติ๊ด วางแผนการใหญ่หลอกใช้มายาวดี ในที่สุดมายาวดีกับหม่องติ๊ดก็ติดกับดัก คำรณแอบแจ้งทางการว่าเป็นผู้หวังดี ว่ามีการส่งมอบของผิดกฎหมาย คำรณแอบยักยอกของหม่องติ๊ดเกือบทั้งหมดใส่ในกล่องนมเด็ก เพื่อส่งมอบให้เอเยนต์รายใหญ่หน้าใหม่ ซึ่งที่แท้ก็คือพวงมาลีและแสงแก้วนั่นเอง ทั้งสามพบกันคืนดีกันอีกครั้ง

พนาพาอิยะวดี กับอะอ๊ะกลับเข้ามือง มีอุอุ๊ อิอิ๊มาส่งถึงชายเขตป่า มีแม่มานาตาลีมารับที่เขตแดนของตัวเอง อิยะวดีพยายามทำทุกอย่างเพื่อน้องไพร ด้วยความอดทน แม้ว่าจะอยากกลับเข้าไปในป่าก็ตาม มีบางครั้งอิยะวดีพาน้องไพรและมะเมี๊ยะไปดูแลสัตว์ในป่า ขอไปเยี่ยมลิงแฝดบ้าง พนารับปาก พี่นกสื่อข่าวนัดหมายให้ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ คำรณ พวงมาลี แสงแก้วส่งยาเสพย์ติด และออกตามหาน้องไพร ลิงแฝดสองตัวพบเห็นการขนยาของทั้งสามจึงบอกพี่นกให้รู้มาแจ้งกับอิยะวดี พนาแจ้งต่อกับเจ้าพนักงาน

พวกคำรณก็สืบทราบเช่นกันว่า พวกพนากำลังพากันมาในป่า จึงจัดการวางแผนสังหารหมู่พวกพนา ในที่สุดทั้งสองฝ่ายมาพบกันปะทะกัน ฝ่ายพนาอาวุธสู้ไม่ได้จึงเริ่มพ่ายแพ้น้องไพรตกใจวิ่งหนีออกไปกลางวงปะทะ พวกคำรณจับเด็กมาเป็นตัวประกันโดยไม่รู้ว่านั่นคือลูกหลานตัวเอง หลอกล่อให้พนากับอิยะวดีออกมาให้สังหารหมู่สามคนพ่อแม่ลูก อิยะวดีกับพนาถลันตามมาจะเอาน้องไพรคืน

น้อง ไพรสลัดมือจากพวงมาลีกัดแสงแก้ว เพื่อให้หลุดพ้นไปหาอิยะวดีกับนาตาลีโดยเร็วทำให้เสื้อด้านหลังขาด เห็นแผ่นหลัง ขณะที่คำรณขว้างระเบิดใส่สามคนที่กำลังกอดกัน พวงมาลีตกตะลึงเพราะมองเห็นปานแดงรูปหัวใจคู่ของน้องไพร เช่นเดียวกับแสงแก้วที่เห็นปานแดงนั้น สองคนตะโกนเรียกน้องไพร และห้ามคำรณไม่ให้ขว้างระเบิดใส่น้องไพรลูกตัวเอง ไม่ทันแล้ว คำรณขว้างมา พนารวบน้องไพรดึงอิยะวดีกระโดดหลบ มีมะเมี๊ยะตวัดเส้นผมปัดระเบิดกระเด็นไปโดนเอาแสงแก้วกับพวงมาลีที่วิ่งไปหา น้องไพรระเบิดโดนสองคนเข้าเต็ม ๆ

คำรณแทนที่จะช่วย สองคนกลับหนี โชคร้ายเจอเอาหม่องติ๊ดกับมายาวดีที่แหกคุกออกมายิงคำรณต้องหนีกลับมาที่แสง แก้วและพวงมาลี ตำรวจมาสมทบทันเวลาจับพวกหม่องติ๊ดได้ คำรณพวงมาลี แสงแก้ว มาสารภาพผิดกับอิยะวดี เด็กที่รับรู้แล้วว่าอะอ๊ะคือลูกสาวของพวงมาลีกับคำรณ พยายามขอกอดน้องไพรก่อนตาย แต่น้องไพรไม่ยอมเข้าไปหาทั้งที่อิยะวดีกับพนาขอร้องให้ไปหาสามคน มิหนำซ้ำยังบอกตะโกนว่าเกลียด ๆ ๆ ใส่สามคน สามคนเสียใจเจ็บช้ำรู้สึกถึงการสูญเสียที่เคยทำกับอิยะวดีแต่ก็สายเกินไป จึงขอฝากให้ดูแลน้องไพรด้วย พนากับอิยะวดีรับปาก

หลังจากเหตุการณ์ร้ายผ่านไป อิยะวดีกลับมาอยู่บ้านดูแลน้องไพรให้มีชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป อิยะวดีทำหน้าที่พิทักษ์ป่าร่วมกับพนา ร่วมกับบุราณและมะเมี๊ยะ พ่อหมอบอกว่าอิยะวดีหมดกรรมแล้ว ต่อไปนี้ชีวิตมีแต่ดีงามตลอดไป อิยะวดีตัดสินใจร่วมชีวิตกับพนามีลูกเป็นน้องไพร มะเมี๊ยะกับบุราณก็ตัดสินใจร่วมชีวิตกัน มีการฉลอง ท่ามกลางฝูงสัตว์ในป่า ไม่มีการเลี้ยงหรูหราไม่มีการแต่งตัวสวยงาม แต่ทุกคนก็ยินดีมีความสุขสนุขกันทั่วหน้า อย่าลืมติดตามชม ละครธิดาวานร 3 ออกอากาศทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 18.40 น. ทางช่อง 7 สี

รายชื่อนักแสดงใน ละคร ธิดาวานร 3

อาเมเรีย  จาคอป   แสดงเป็น   อิยะวดี
นัททิว   แสดงเป็น   เชิงดอย
วงศกร  ปรมัตถากร   แสดงเป็น   พนา
อัญรินทร์  ธีราธนันพัฒน์   แสดงเป็น   มะเมี๊ยะ
เขตต์  ฐานทัพ   แสดงเป็น   บุราณ
ดวงดาว  จารุจินดา   แสดงเป็น   อรุณี
ชมพูนุช  ปิยะธรรมชัย   แสดงเป็น   มายาวดี
อุษณีย์  วัฒฐานะ   แสดงเป็น   พวงมาลี/เอมฤดี
มัณฑนา  หิมะทองคำ   แสดงเป็น   แสงแก้ว/นาถยา
ฐรินดา  กรรณสูต   แสดงเป็น   บัวบาน
ทูน  หิรัญทรัพย์   แสดงเป็น   พินิจ
ปิยะ  วิมุกตายน   แสดงเป็น   คำรณ
ยุวดี  เรืองฉาย   แสดงเป็น   ละเอ
ณัฎฐา  ลอยด์   แสดงเป็น   ครูหอมนวล
เอกพัน  บรรลือฤทธิ์   แสดงเป็น   เสี่ยหม่องติ๊ด
ทนงศักดิ์  ศุภการ   แสดงเป็น   เชิงชาย
ประถมาภรณ์  รัตนภักดี   แสดงเป็น   เอื้องดอย
ศตวรรษ  ดุลยวิจิตร   แสดงเป็น   ดำรง   ในละคร ธิธิดาวานร 3
เกริก  ชิลเลอร์   แสดงเป็น   พรานเส็ง

ธิดาวานร 2

ธิดาวานร 2 ตอน ขุมทรัพย์สุสานอัญมณี ธิดาวานร ภาค2 จะเปิดฉากที่ เห็น อิยะวดี (อาเมเรีย จาคอป) ถูกจับบูชายันต์ใส่ชุดออกแนวขอมผสมล้านนา ปล่อยผมสยายถูกตรึงอยู่บนแท่นไม้ มีไฟอยู่ด้านล่าง อิยะวดีใส่เครื่องทับทิมสีแดงเต็มยศ มีบรรดาหญิงสาวสวยมากมายแต่งตัวสวยเช่นกันห้อมล้อมอยู่ มีลิงสองตัวพยายามจะเข้าไปที่แท่นบูชาแต่โดนจับไว้

ที่อิยะวดีบอกกล่าวกับทุกคนในที่นั้นไว้ว่าจะขอเฝ้ารักษาขุมทรัพย์แห่งสุสาน อัญมณีเพื่อป้องกันและทวงคืนอัญมณีจากผู้บุกรุกทุกชาติภพไปตราบจนกว่าผู้ บุกรุกเหล่านั้นจะอ่อนล้าและหมดกำลังไม่สามารถมาปล้นอัญมณีที่สุสานแห่งนี้ ได้อีก ขาดคำเห็น สะมะแอ (ชุมพร เทพพิทักษ์) แสนไท (ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์)เจ้ากุนริกา แห่ง รมยนคร และทหารผู้บุกรุกกำลังขนอัญมณีและทำร้ายหญิงสาวทั้งหลาย มีฝูงลิงกำลังช่วยกันต่อสู้ต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น เพราะเกิดไฟลุกท่วมสรรพสิ่งทั้งหลายระเบิดเป็นจุล พวกบุกรุกร้องโอดโอย เห็นหน้าของอิยะวดียิ้มพอใจในกองเพลิง ในที่สุดผู้บุกรุกก็เสียชีวิต
นี่คือความฝันของอิยะวดีนั่นเอง อิยวะดีแปลกใจในความฝันที่เหมือนจริงและชัดเจนนั่นมาก แต่ไม่ได้ปริปากบอกใครเพราะทุกคนต่างวุ่นวายกับเรื่องราวต่างๆ หลังจากที่ได้เพชรสีชมพูคืนมา

ทุกคนร่วมกันเอาเพชรสีชมพูไปคืน เจ้าชายแทงโก้ ที่ทุกคนเข้าใจว่าสิ้นพระชนม์ไปแล้ว พนา (วงศกร ปรมัตถากร) อรุณี (ดวงดาว จารุจินดา)พินิจ (ทูน หิรัญทรัพย์) รวมทั้งอิยะวดีจึงพากันไปพบเจ้าชายเพื่อเอาไปไถ่ตัวพระชายาออกมาจากคุก นัดพบมอบเพชรกันที่มาเก๊าหรือฮ่องกงเช่นเดิม การไปครั้งนี้แม้ปิดบังที่สุดแล้วก็ยังเกิดเหตุระหว่างเดินทางไปสนามบิน

รถที่ทั้งหมดนั่งไปโดนยิงจากพวกที่ต้องการเพชรสีชมพูไว้ในครอบครอง รถโดนยิงล้อ ทั้งหมดต้องลงจากรถเพราะรถโดนปาระเบิดมาใส่ หลังจากวิ่งหนีลงมาได้รถก็ระเบิดเฉียดตายกันหวุดหวิดอีกครั้ง

เจ้าชายจึงมีพระดำรัสว่าจะจัดส่งเรือยอชน์มารับทั้งหมดให้ไปพบที่ฮ่องกง ทั้งหมดต้องเดินทางไปขึ้นฮ.
แล้วไปขึ้นเรือยอชน์ที่เจ้าชายส่งมา รอรับทางทะเลอีกที

ในที่สุดก็สามารถส่งมอบคืนเพชรสีชมพูแก่เจ้าชายได้ พนากับอิยะวดีได้รับเหรียญตราเชิดชูเกียรติยศมา มีพิธีรับมอบกันในโรงแรมหรูที่มาเก๊าหรือฮ่องกง ส่วนอรุณีและพินิจได้รับการติดต่อให้เป็นตัวแทนซื้อขายอัญมณีของประเทศ แทงโก้ในประเทศไทย ทุกคนอิ่มเอิบใจที่ได้ผลดีตอบแทนความดีที่ทำไว้

กลับมาเมืองไทย ดำรง (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) บัวบาน (ฐรินดา กรรณสูต)พินิจ ลงความเห็นว่าอิยะวดีสมควรเรียนหนังสือ แต่อิยะวดีอิดออด ยังไม่คุ้นเคยกับการเป็นคนในเมืองและยังเป็นห่วง แม่มา กับ นาตาเลีย และเพื่อนพ้องและผืนป่า แม้ว่าพนาสัญญาว่าจะดูแลให้ดีที่สุดให้อิยะวดีกลับมาบนดอยทุกวันสุดสัปดาห์ อิยวะดีไม่ยอม ในที่สุดตกลงกันว่าให้อิยะวดีเรียนโรงเรียนตชด.กับพวกเด็กบนดอย อิยะวดีต่อรองขอเรียนกับครูหอมนวล เอานาตาเลียไปเรียนด้วย ครูหอมนวลตกลงและมีข้อแม้ว่าให้อิยะวดีสอนภาษาลิงให้ครูทุกคนจึงจบลงด้วยดี ทุกฝ่าย ถึงแม้ว่าจะไม่อยู่ในถ้ำแต่อิยะวดียังคงพอใจใช้วิธีเดินทางในป่าและที่ไหนๆ ด้วยการโหนเถาวัลย์เช่นเดิม และพยายามสอนคนอื่นรอบข้างให้ทำบ้าง ไม่มีใครยอมทำด้วย ยกเว้นอรุณีที่พยายามอยู่สองสามครั้งแต่กลับมาปวดเมื่อยไปเจ็ดวันจึงเลิกรา ไปเพราะพินิจขอร้องแกมสั่งห้าม

ส่วน คำรณ (ปิยะ วิมุกตายน) หลังจากโดนระเบิดวันนั้นทุกคนคิดว่าคำรณตายไปแล้ว คำรณนอนจมกองเลือดแขนขาด ก่อนลมหายใจสุดท้ายความตายกำลังมาเยือน สะมะแอ สืบ เชื้อสายมาจากขุนนางผู้ปกป้องขุมทรัพย์รมยนครที่แอบปล้นมาจากสุสานอัญมณีของ เจ้าหญิงทรายคำ เขาเป็นคนมีวิชาอาคมขลังมากมาพบคำรณนอนรอความตาย แร้งกาบินมาเต็มบนต้นไม้รอจังหวะจะมาแย่งกันจิกกิน ในที่สุดก็พากันบินลงมาจะกิน สะมะแอเดินผ่านเลยไป คำรณครางเรียกให้ช่วย
คำรณ ช่วยด้วย
สะมะแอ ข้าไม่ช่วยคนไร้ค่าที่กำลังจะถูกแร้งกาจิกกิน
คำรณ ถ้าช่วยผม ผมจะกลายเป็นคนมีค่าสำหรับท่านผมจะยอมเป็นทาสรับใช้
ของท่านตลอดกาล
สะมะแอ ถึงเจ้ารอดตายเจ้าก็คงพิการ
คำรณ พิการข้าก็ยอม

สะมะแอหยุดคิดมองไปยิ้มพยักหน้า หันไปเป่าปากเสียงปรี๊ดบรรดาแร้งกาแตกฮือไปจากการมารุมจิกทึ้งคำรณทันที จากนั้นป้อนยาชุบชีวิตให้คำรณกิน

ส่วน เอมฤดี (อติมา ธนเสนีวัฒน์) กับ นาถยา (รชยา รักกสิกรณ์ )สอง แม่ลูกหลังจากรถระเบิดตกลงมาไหม้ดำสลบไป แต่พวกดำรงกับบัวบานคิดว่าตายแล้ว แสนไทผ่านมาตามหาสมบัติที่โดนขโมยไปมาพบสองแม่ลูกนอนสลบและฟื้นมาพอดีกำลัง ครวญคราง แสนไทจึงช่วยเหลือเพื่อทดสอบวิชาของตัวเองและคิดจะเอาไปเป็นทาสรับใช้ แสนไทให้ยาชุบชีวิตแก่สองคนกินสองคนได้สติ

แสนไท ถึงเจ้ารอดตายแต่เจ้าต้องเสียโฉมอัปลักษณ์สุดประมาณ
สองคนตอบตกลง แสนไทจึงสั่งบริวารนำสองคนกลับไปรักษาในบ้านลึกลับกลางป่า

ที่โรงเรียนตชด. อิยะวดีไปเรียนกับนาตาเลีย ใส่ชุดนักเรียน สะพายเป้ ไปเรียนร่วมกับเด็กๆ ร้องเพลงชาติ อ่านหนังสือ ยามว่างสองคนกับนาตาเลียสอนภาษาลิงให้ครูและเด็กอื่นๆ สนุกสนานเฮฮากันมากที่โรงเรียน อิยะวดีเรียนเร็วมาก เรียนเก่งเลื่อนชั้นพรวดๆ ในเวลาไม่นานก็กลายเป็นเรียนจบโรงเรียนตชด. ตลอดเวลาที่เรียนมีพนาเป็นพี่เลี้ยงคอยสอนการบ้านและแนะนำเรื่องราวต่างๆ วันหยุดและยามว่างก็พากันเข้าไปในป่าดูแลเยี่ยมเยียนช่วยเหลือพวกสัตว์ในป่า ความรักของสองคนราบรื่นและอยู่ในขอบเขตเพราะอิยะวดียังเด็ก อรุณีและบัวบานมีหน้าที่คอยสอนเรื่องความเป็นอยู่และการเข้าสังคมของอิยะวดี อิยะวดีจึงดูเป็นสุภาพสตรีน้อยที่น่ารัก แจ่มใสแต่ยังซุกซนและเจ้าเล่ห์เหมือนเดิม

คำรณได้รับการรักษาดูแลจากสะมะแออาการดีขึ้น ตาบอดข้างหนึ่งต้องปิดตาไว้ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ใส่ตะขอเหล็กไว้จับฉวยและกลายเป็นอาวุธสำคัญของคำรณในเวลา ต่อมา คำรณเรียนรู้วิชาชั่วร้ายจากสะมะแอด้วยวิธีครูพักลักจำกลายเป็นคนชั่วร้าย มากกว่าเดิม คำรณหวังจะกลับไปแก้แค้นพวกพนาอิยะวดีให้ได้สักวัน

ส่วนสองแม่ลูกเอมฤดีและนาถยาได้รับการรักษาเช่นกันแต่หน้าตาพังยับเยิน ตกแต่งแล้วก็ยังหน้าเกลียด จึงอ้อนวอนให้แสนไททำหน้ากากใบหน้าเทียมให้สวยงาม สองคนเปลี่ยนลุคใหม่ทั้งใบหน้าและทรงผม ทนยอมเป็นทาสของแสนไทเพื่อรอวันออกไปแก้แค้นอิยะวดี ทั้งสะมะแอและ แสนไทมีคุ้มอยู่กลางป่าบนเขาที่ลึกลับแห่งหนึ่ง มีทาสรับใช้มากมายที่ไม่เคยปริปากบ่นทำทุกอย่างตามที่ทั้งสองสั่งเพราะ โดนครอบงำด้วยเวทย์มนต์

สะมะแอกับแสนไทมีฐานะร่ำรวยเพราะมีทรัพย์สินที่ต้นตระกูลแอบหยิบฉวยมาจาก เจ้ากุนริกาที่ขโมยมาจากเจ้าหญิงทรายคำอีกต่อ ทั้งสองทำตัวลึกลับไม่ยอมพบปะกับคนภายนอกถ้าไม่จำเป็นและพยายามสืบหาขุม ทรัพย์ของรมยนครที่เจ้ากุนริกาแอบปล้นจากสุสานอัญมณีมาให้ได้ เพราะได้ติดตามชายแก่คนหนึ่งก่อนหน้านี้ที่มีสร้อยทับทิม ซึ่งทั้งสองมั่นใจว่าขโมยมาจากขุมทรัพย์ดังกล่าว

ในการออกเดินสำรวจป่าและดูแลสัตว์ พรานเส็ง กับ ลีกอ หลานชายของพรานเส็งที่พ่อเพิ่งตายมาอยู่ด้วยออกติดตามไปกลายเป็นผู้ช่วยพนา ส่วน สุชาติ กลับไปเป็นนักมายากลโดยใช้แค่สัตว์เล็กสัตว์น้อยเช่นนกพิราบ กระต่าย ประกอบมายากลเท่านั้นเอง

ดำรงกับบัวบานก็มีความสุขอยู่ด้วยกันโดยลืมเรื่องนาถยากับเอมฤดีไปจนหมดสิ้น ไม่เคยคิดว่าจะโดนย้อนรอยกลับมาล้างแค้นกันอีก อรุณีกับพินิจก็ยังสนุกสนานร่าเริงร่ำรวยมากขึ้นกับการค้าขายอัญมณีและไม่ คิดว่าจะโดนย้อนรอยมาล้างแค้น

ต่อมาคำรณได้พบกับเอมฤดีและนาถยา แต่ต่างจำกันไม่ได้และไม่เคยบอกที่มาที่ไปของตัวเอง เพียงแต่สงสัยท่าทีของกันและกัน ในที่สุดทั้งสามก็รู้เรื่องของกันและกันและวางแผนล้างแค้นร่วมกัน

คำรณเปลี่ยนชื่อเป็นส่างหม่อง นาถยาเปลี่ยนชื่อเป็นแสงแก้ว เอมฤดีเปลี่ยนชื่อพวงมาลี สามคนไปบอกกับแสนไทและสะมะแอว่าได้เวลาตอบแทนพระคุณให้แล้วจะไปช่วยตามล่าหา สมบัติที่สะมะแอกับแสนไทบอกว่าโดนขโมยมามอบให้ แสนไทกับสะมะแอจึงส่งสามคนเข้าเมืองทันที

พวงมาลีและแสงแก้วเปลี่ยนทรงใหม่ใส่หน้ากากเทียมยามปกติ แต่ถ้าอยากทำร้ายใครก็จะถอดหน้ากากออกเห็นใบหน้าอัปลักษณ์ ส่วนส่างหม่องได้แขนเทียมใหม่ใส่แว่นดำบดบังสายตาในยามปกติ แต่ในเวลาที่ต้องการทำร้ายใครจะถอดแว่นปิดตาข้างเดียวแล้วใช้มือตะขอเหล็ก เล่นงาน

อิยะวดีได้เข้าเรียนในคณะวนศาสตร์ ที่นั่นอิยะวดีได้พบเพื่อนสาวแสนสวยสุภาพอ่อนน้อมชื่อพวงมาลี(เอม) ส่วนอรุณีได้รู้จักพ่อค้าเพชรเชี่ยวชาญการดูอัญมณีชื่อส่างหม่องเป็นคนไทย ใหญ่ ส่วนดำรงและบัวบานได้ผู้จัดการบริษัทส่งออกผ้าไหมคนใหม่ชื่อ แสงแก้ว

อิยะวดีกลายเป็นเพื่อนสนิทกับพวงมาลี (เอม) พวงมาลีพูดอะไรอิยะวดีเชื่อหมดจนบางครั้งอิยะวดีต้องผิดใจกับพนา พ่อแม่จนกระทั่งละเอ ทางด้านพินิจก็ชื่นชมพ่อค้าอัญมณีคนใหม่ชื่อส่างหม่องมาก พากันไปหาซื้ออัญมณีโบราณมาจากหลายที่ ส่วนดำรงและบัวบานก็ต่างชื่นชมแสงแก้ว แสงแก้วแกล้งทำซึมๆ น่าสงสาร และหาโอกาสทำให้ดำรงกับบัวบานผิดใจกันเงียบๆ และร้าวลึกมากขึ้นเรื่อยๆ

วันหนึ่ง พนา พรานเส็ง ลีกอ กางเต้นท์อยู่ในป่า ได้กลิ่นสาปเสือรุนแรงมาก เสียงเสือคำรามลั่นทั้งคืน รุ่งขึ้นพนาได้ทราบจากพวกชาวบ้านว่ามีคนงานรับจ้างนายทุนตัดไม้ถูกเสือขบตาย สองคน พวกชาวบ้านจะพากันไปยิงเสือให้ตาย พนาตกใจรีบห้าม แต่ไม่มีใครฟัง ละเอรีบไปบอกอิยะวดี อิยะวดีจึงตามพนาไปในป่าเพื่อไปช่วยเสือลำบากแต่ขอเอาพวงมาลีไปด้วย พวงมาลีทำเป็นดีใจฉวยโอกาสรู้จักพนา สนิทสนมกับพนา

เสือกัดชายคนนั้น ก่อนตายชายคนนั้นได้มอบสร้อยทับทิมเม็ดใหญ่มากให้กับอิยะวดีพร้อมกับกล่าวขอ โทษ ทุกคนคิดว่าคนนี้บ้า ทุกคนคิดว่าของปลอมเพราะชาวบ้านได้พบชายคนนี้มาก่อนเป็นคนบ้าๆ บอๆ ก่อนตายพร่ำเอ่ยชื่อ กุนริกนา(กุนนะริกกะนา) เสือจะโดนฆ่าตายเพราะทำร้ายผู้คนเนื่องจากบาดเจ็บและจนตรอก ในที่สุดนาตาลีกับอิยะวดีก็พูดกับเสือเข้าใจ เสือยอมให้ช่วยเหลือรักษาบาดแผล เสือได้รับการรักษาและถูกปล่อยเข้าป่าตามเดิม เสือสัญญาว่าจะตอบแทนพวกพนากับ อิยะวดีสักวัน

พวงมาลีได้ติดตามไปทุกที่ที่อิยะวดีไปในฐานะเพื่อนรักเพื่อพิทักษ์ป่า พวงมาลีเคยแกล้งจัดฉากช่วยชีวิตอิยะวดีโดยมีพวกของส่างหม่องมาเป็นตัวละครจะ มาทำร้ายอิยะวดี ดำรงบัวบานเห็นความดีจึงชวนให้พวงมาลีมาพักที่บ้านเพราะรู้ว่ามาจากจังหวัด อื่น

ส่วนแสงแก้วก็ได้สร้างภาพความซื่อสัตย์ให้ปรากฏแก่ดำรงและบัวบานด้วยการจัด ฉากโดยส่างหม่องเช่นกันว่าส่างหม่องไปซื้อผ้าไหมแล้วแกล้งทำกระเป๋าเงินกับ เพชรตกไว้หน้าร้าน ในนั้นมีเงินเป็นล้านและเพชรอีกจำนวนหนึ่ง แสงแก้วทำเก็บได้แล้วเอาไปให้บัวบานกับดำรงประกาศหาเจ้าของ ส่างหม่องทำเป็นให้รางวัลแสงแก้ว แสงแก้วทำว่ามีโรคประจำตัวคือลมชัก ทำให้บัวบานสงสารขอดำรงให้แสงแก้วมาพักอยู่ในบ้านสมความต้องการของแสงแก้ว และพวงมาลี ทั้งสองทำเป็นว่าต่างเกรงใจและเพื่อความประหยัดน้ำไฟ สองคนจะพักห้องเดียวกัน เพราะปกติพวงมาลีก็มักมานอนห้องเดียวกับอิยะวดีอยู่แล้ว

ละเอนั้นคัดค้านการนำเอาสองคนมาพักในบ้านหัวชนฝา แต่ไม่มีใครฟังแถมโกรธละเอ โดยเฉพาะอิยะวดีโกรธละเอจนไม่ยอมให้ละเอมาใกล้ชิดดูแลเหมือนเดิมอีก

อิยวะดีฝันเห็นตัวเองนั่งแพกับฝูงวานรใส่สร้อยทับทิมเส้นที่คนแก่มอบให้ก่อน ตาย จึงบอกพนา พนานึกถึงสร้อยทับทิมที่ชายแก่บ้าให้ไว้ก่อนตายได้จึงเอามาให้อรุณีและพินิจ ดู สองคนตะลึงให้กับความสวยงามของทับทิมยักษ์ทั้งเส้นนั่น และตรวจดูพบว่าเป็นของจริง ส่างหม่องถูกเชิญมาร่วมตรวจสอบตื่นเต้นมาก ส่างหม่องแอบแจ้งให้สะมะแอกับแสนไทรู้ สองคนมอบให้ส่างหม่องจัดการตามแผนที่ช่วยกันวางไว้

ส่างหม่องปรึกษากับพวงมาลีและแสงแก้วว่าจะแกล้งทำเป็นหาทางเอาคืนให้สะมะแอ กับแสนไท แต่ความจริงต้องการจะเอาไว้เองและคิดว่าจะพ้นเงื้อมมือของแสนไทและสะมะแอ ซึ่งคงไม่สามารถติดตามไปทำร้ายถึงในเมืองได้

ต่อมามีจดหมายลึกลับมาถึงพวกอรุณีว่าเครื่องประดับเหล่านั้นเป็นของนางพญา ทรายคำที่ต้องคำสาปไว้จะเกิดเหตุร้ายกับทุกคนในครอบครัวของอรุณี อรุณีตกใจมากมาปรึกษาส่างหม่องว่าจะคืนของเหล่านั้น ส่างหม่องให้สืบหาคนเอามาขายเพื่อหาที่มาและทวงเงินคืน ส่างหม่องรับปากจะจัดการให้ทั้งหมด

ต่อมามักเกิดเหตุร้ายแปลกๆ อันคาดไม่ถึงกับทั้งบ้านของดำรงและอรุณี ดำรง บัวบาน อรุณี พินิจ พนา อิยะวดีต่างพบอุบัติเหตุ ที่แปลกๆ เหลือเชื่อหลายครั้ง เช่น จู่ๆ มีงูใหญ่มากเข้ามาในห้องนอน ค้างคาวยักษ์ นกยักษ์ ฝันร้ายหลับๆ ตื่นๆ เห็นคนยุคโบราณมาด่าทอ พบชายตาเดียวมือเป็นตะขอเหล็กจะมาทำร้าย พบหญิงหน้าปีศาจมาหลอกหลอน

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็ยังดำเนินชีวิตตามปกติ พนายังคงเข้าป่า คืนหนึ่งพนากับพวกได้ยินเสียงประหลาดเป็นบทเพลงช้าๆ เยือกเย็น ร้องโดยผู้หญิง พนาฟังไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครฟังรู้เรื่อง ตามหาต้นเสียงแต่เสียงขาดหายไป รุ่งขึ้นพนาได้ยินเสียงนั้นอีกจึงอัดเสียงไว้ หญิงคนนี้ได้ปรากฏตัวแบบลับๆ ล่อๆ ให้ทุกคนเห็นหลายครั้งมาตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว สร้างความแปลกใจกับทุกคนว่าเธอคือใคร

มีคนฟังแล้วพอเข้าใจความหมายคือละเอนั่นเอง ละเอบอกว่าเสียงนั้นพรรณาถึงเมืองอันงดงาม อันมีสมบัติโบราณแก้วแหวนเงินทองและหญิงงามผู้เศร้าโศก พนาแปลกใจมาก พอดี บุราณเพื่อนสนิทของพนาซึ่งเป็นอาจารย์โบราณคดีที่มหาวิทยาลัยศิลปากรมาพบและ บอกว่ากำลังศึกษาเรื่องสมบัติโบราณของนางพญาทรายคำที่มีผู้บอกเล่าว่ามี เหตุการณ์หนึ่งที่ไม่ได้บันทึกไว้ในตำนานคือเรื่องการถูกขโมยสมบัติล้ำค่า โดยเจ้าเมืองรมยนครผู้ใจร้ายและฉ้อฉล เขากำลังตามหาขุมทรัพย์แห่งนี้อยู่ว่ามีจริงหรือไม่ พนาจึงนึกถึงชายบ้าที่ตายและมอบสร้อยทับทิมเม็ดใหญ่มากไว้ให้ว่าได้เอ่ยชื่อ ถึงกุนริกนาเอาไว้ ทำนองกลัวมาก จึงบอกเล่ากับบุราณเรื่องสร้อยทับทิม บุราณบอกว่าน่าจะเป็นหนึ่งในสมบัตินางพญาทรายคำที่หายไปตามประวัติศาสตร์โดย เจ้ากุนริกนาและกุนริกนาได้เอาสมบัติดังกล่าวไปซ่อนไว้ในที่ลึกลับแห่งหนึ่ง

แต่เพื่อความมั่นใจ พนาเอาสร้อยทับทิมเส้นนั้นไปให้แม่เก็บไว้ อรุณีตกใจมากบอกว่านั่นคือของแท้ ส่างหม่อง แสงแก้วและพวงมาลีปรึกษากันว่าจะแย่งมาได้อย่างไร ในที่สุดทั้งหมดจึงตัดสินใจร่วมเดินทางไปหาเมืองดังกล่าวเพื่อหาโอกาสแย่ง คืนระหว่างทางและฆ่าทุกคนให้ตายหมด

พนาโดนบัตรสนเท่ห์ว่ารับสินบนจากนายทุนรายใหญ่โดยที่ผู้ส่งคือคำรณนั่นเอง ทั้งที่พนาต่างหากคือผู้จับกุมนายทุนรายนั้น พนาโดนพักราชการ พนาต้องการจับและสืบหาตัวนายทุนคนนั้นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง พนาและบุราณจึงตัดสินใจออกไปตามหาสุสานแห่งขุมทรัพย์ว่ามีจริงหรือไม่ อรุณีกับอ้อนวอนขอเดินทางไปด้วย โดยให้เหตุผลว่าต้องการไปพักผ่อน แม้พินิจกับพนาจะบอกว่านั่นไม่ใช่ที่สำหรับพักผ่อน อรุณีดึงดันว่าไปแค่อาทิตย์เดียวทำไมต้องขัดขวาง ในที่สุดอรุณีก็ได้ตามไปโดยมีพินิจจำใจไปด้วย

อิยะวดีอยากตามพนาไปแต่ยังงอนโกรธพนาเพราะเข้าใจผิดพนาโดยมีพวงมาลีเป็น สาเหตุ พนาก็งอนอิยะวดีเพราะเข้าใจว่าอิยะวดีไปติดใจส่างหม่องตามคำบอกเล่าของพวง มาลี

ต่อมาอิยะวดีได้ฝันถึงเด็กหน้าตาเหมือนตัวเองคนเดิมหลายครั้ง ละเอเอาความฝันไปถามพ่อหมอ พ่อหมอบอกว่าตามคำล่ำลือโบราณมีเด็กหญิงที่มีบุญคนหนึ่งถูกจับใส่แพไปกับฝูง วานร เพื่อไปเสี่ยงบุญบารมีสร้างเมืองใหม่

อิยะวดีจึงอยากเห็นเมืองนั้นและทราบว่าพนากับครอบครัวไปที่ไหนสักแห่งในป่า โดยไม่บอกกล่าว อิยะวดีจึงเรียกพี่นกมาสอบถามและตามหาพนาให้ อิยะวดีปรึกษาพวงมาลีว่าจะเข้าป่าไปตามพนาและเมืองดังกล่าว พวงมาลีบอกให้แอบหนีไปไม่บอกใคร อิยะวดีจึงเชื่อ และแอบหนีไปกับพวงมาลีที่หวังจะหลอกฆ่า อิยะวดี โดยแอบบอกกับแสงแก้ว ส่วนส่างหม่องนั้นได้ลอบติดตามคณะของพนาไปเงียบๆ โดยมีสะมะแอกับแสนไทร่วมทางไปอย่างลับๆ

ส่วนละเอเห็นอิยะวดีหายไปกับพวงมาลี ตกใจมาก ดำรงและบัวบานตกใจเช่นกัน สงสัยว่าจะตามพนาเข้าไปในป่าจึงพากันออกติดตามโดยมี แสงแก้วขอติดตามไปรับใช้ดูแลบัวบาน ละเอพยายามกีดกันบอกว่ามองเห็นอันตรายกำลังจะเกิด บัวบานกับดำรงดุว่าละเอเหลวไหล ในที่สุดกลุ่มของดำรงก็ตามเข้าป่าไปอีกกลุ่มหนึ่ง

ไม่ใช่แค่นั้น สุชาติซึ่งเลิกอาชีพละครสัตว์หันไปเป็นมายากล ได้ข่าวลือเรื่องทับทิมยักษ์ รีบพาพรรคพวกออกตามหาขุมทรัพย์นั่นทันทีบ้าง

การเดินทางของทั้งหมดที่ต่างเดินทางแยกย้ายกันไปพบอุปสรรคมากมายและโดนลอบทำ ร้ายสารพัด โดยมีพวกพนาเดินล้ำหน้าไป นาตาลีกับแม่มาติดตามอิยะวดีไปด้วยเพราะเป็นห่วงอิยะวดี ทำให้พวงมาลีไม่ค่อยพอใจนักเพราะการทำร้ายอิยะวดีลำบากขึ้น ตลอดทางพวงมาลีเบื่อหน่ายมาก แต่อิยะวดีกลับสนุกสนานที่ได้พบปะพวกสัตว์เพื่อนเก่าทั้งหลายและสัตว์ใหม่ๆ อิยะวดีได้ช่วยเหลือสัตว์บาดเจ็บหลายตัวระหว่างทาง และโดนลอบทำร้ายโดยพวกส่างหม่องและแสงแก้ว แต่เสือที่เคยบาดเจ็บคอยช่วยเหลืออิยะวดีให้พ้นจากการลอบทำร้าย พวกส่างหม่อง พวงมาลีที่รู้จุดที่อยู่ของกันและกัน เมื่อข้ามเขตป่าลึกลับเข้ามา พี่นกไม่สามารถตามเข้ามาได้ยกเว้นแม่มากับนาตาเลีย อิยวะดีจึงติดตามพนาโดยตามสัญลักษณ์หัวใจคู่เช่นเดิม

ส่วนแสนไทนั้นได้พบกับอิยะวดีโดยบังเอิญตอนอิยะวดีโดนทำร้ายและหลงรักอิยะ วดีทำให้ส่างหม่อง พวงมาลีและแสงแก้วไม่พอใจมาก ไปยุยงให้สะมะแอเกลียดชังอิยะวดี สะมะแอวางแผนจับอิยะวดีไปบูชายันต์เพราะถ้าพบสมบัติต้องล้างอาภรรพ์คำสาป ด้วยสาวพรหมจารีย์ สะมะแอจึงอนุญาตให้แสนไทไปใช้เวทย์มนต์เรียกอิยะวดีมาพบ แสนไทให้อิยะวดีกินผลไม้ลืมความจำก่อนส่งคืนแคมป์ที่พัก

ส่วนพวกของพนาพบว่าหญิงสาวสวยเจ้าของเสียงเพลงดังกล่าวคือ มะเมี๊ยะ มะเมี๊ยะหลงทางออกมาจากคุ้มลึกลับในป่าของสะมะแอนั่นเอง มะเมี๊ยะถูกสะมะแอจับตัวไปตั้งแต่เล็กๆ แต่เลี้ยงดูแบบกักขังเอาไว้เหมือนนกในกรงทอง อรุณีดีใจมากพยายามหัดร้องเพลงและเรียนภาษาของมะเมี๊ยะ

เมื่อทราบว่าทั้งหมดจะเดินทางไปสุสานอัญมณี เธอตกใจมากพยายามห้ามบอกว่าอันตรายที่สุด ไม่มีใครฟัง มะเมี๊ยะยังอยู่กับพวกพนาต่อไป ต่อมาพนาเกิดคิดถึงอิยะวดีจึงวาดหัวใจไว้ตามทางที่ผ่านไป ทำให้ทั้งพวกอิ
ยะวดีและพวกดำรง ละเอ บัวบาน พวกส่างหม่องตามมาถูกทาง

ในที่สุด อิยะวดีก็ได้พบกับกลุ่มของพนาและได้พบว่าพนามีมะเมี๊ยะอยู่ด้วย อิยวะดีแอบไม่พอใจ พวงมาลีก็แอบยุยง บุราณได้พบอิยะวดีหลงรักอิยะวดี อิยะวดีทำดีตอบบุราณ พนาน้อยใจทำดีใส่มะเมี๊ยะ พวงมาลีดีใจมากที่ทำให้ทุกคนแตกกันได้ ขณะเดียวกันก็ลอบส่งข่าวให้ส่างหม่องทราบความเคลื่อนไหวของทางพนา

ดำรงกับบัวบานและละเอ แสงแก้วเดินทางมา แสงแก้วแอบติดต่อให้สะมะแอมาจับตัวดำรงกับบัวบานไปขังไว้เป็นทาส สองคนโดนจับตัวไปโดยมีแสงแก้วเหมือนโดนจับไปขังไว้ด้วย ส่วนละเอหนีรอดไปได้เที่ยวกระเซอะกระเซิงตามหาจนพบพวกอิยะวดี

พวกพนา อรุณีตกใจมากที่ทราบว่าสามคนโดนจับตัวไป จึงตัดสินใจตามหาช่วยบัวบานกับดำรงก่อน ส่วนส่างหม่องนั้นทำหายตัวหนีหายไปตอนดำรงกับบัวบานโดนจับตัวและแอบสะกดรอย ตามกลุ่มของพนาไปเรื่อยๆ

ส่วนพวกของสุชาตินั้นตามเข้ามาในป่าโดนสะมะแอและแสนไทจับไปเป็นทาสขังไว้ที่ เดียวกับดำรงและบัวบาน ทั้งหมดโดนจับกินผลไม้ลืมความหลัง จึงจำตัวเองไม่ได้ และยอมเป็นทาสรับใช้ของทั้งสองโดยดี ส่วนละเอในที่สุดก็ใช้วิธีส่งเสียงเรียกอิยะวดีจนได้พบกัน และมาร่วมกลุ่มกับพวกพนา และเป็นคนสื่อสารภาษากับมะเมี๊ยะ

ระหว่างการเดินทางอิยะวดีมักฝันเห็นเด็กน้อยนั่งแพกับฝูงวานร และเด็กน้อยคนนั้นหน้าตาเหมือนอิยะวดีตอนเด็ก แถมยังใส่สร้อยทับทิมเส้นที่คนแก่ที่ถูกเสือกัดตายมอบให้ อิยะวดีเล่าเรื่องนี้ให้บุราณฟัง บุราณบอกอิยะวดีให้จดจำสถานที่ที่ในฝันเอาไว้ให้ดีและเล่าให้บุราณฟัง พนายิ่งหมั่นไส้และระหองแระแหงกับอิยะวดีเพิ่มขึ้น อรุณีต้องปวดหัวเพราะต้องคอยสมานฉันท์ให้ทุกคนไม่ทะเลาะกัน อิยะวดียังแอบใช้นิสัยเด็กๆ แกล้งมะเมี๊ยะ เช่นจับงูจับสัตว์น่าเกลียดมาแกล้ง โดยมีแม่มากับนาตาลีร่วมมือ

ต่อมาอิยะวดีฝันเป็นตุเป็นตะมากขึ้นถึงสุสานอัญมณีที่อยู่ในถ้ำเต็มไปด้วย อัญมณีมีค่ามากมายอยู่ในโครงกระดูกคนตาย บุราณได้ฟังตื่นเต้นมาก เพราะนั่นคือสิ่งที่บุราณเคยได้ยินมาเช่นกัน ทั้งหมดนอกจากจะตามหาดำรงบัวบานแล้วยังออกตามหาสุสานดังกล่าวนี้เพราะคิดว่า นี่คือที่มาของสร้อยทับทิม และสร้อยมรกตที่จะนำไปคืนนั่นเอง

บุราณเริ่มเห็นใจและสงสารมะเมี๊ยะมากขึ้น เตือนอิยะวดีอย่าไปแกล้งมะเมี๊ยะ ยิ่งโดนแกล้งมะเมี๊ยะยิ่งติดพนาแจมากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งมะเมี๊ยะแอบเห็นพนากับอิยะวดีทะเลาะกันเรื่อง บุราณกับมะเมี๊ยะเอง จึงเสียใจร้องไห้รู้ว่าที่แท้สองคนชอบกัน บุราณมาปลอบมะเมี๊ยะทั้งสองจึงเห็นใจกัน

พวงมาลีแอบส่งข่าวเรื่องนี้ให้ส่างหม่องรู้ ส่างหม่องดีใจมาก ไม่ยอมบอกให้แสนไทกับสะมะแอรู้ แต่สะมะแอกับแสนไทก็ยังลอบติดตามคณะของพนาไปเรื่อยๆ เช่นกัน

ในที่สุด ทุกคนก็ตามความฝันของอิยะวดีมาจนพบลำธารในฝันที่อิยะวดีฝันเห็นตัวเองวัย เด็กโดนจับใส่แพกับฝูงวานรมีสร้อยทับทิมประดับ ทุกคนจึงตัดสินใจพากันล่องแพไปตามลำธารที่ อิยะวดีพบโดยหวังว่าจะไปพบสุสานอัญมณีดังกล่าว

ใช่แค่พวกพนาและอิยะวดีเท่านั้นที่เดินทางล่องแพไปตามทางในฝัน พวกส่างหม่อง สะมะแอและแสนไทก็ร่วมเดินทางไปด้วย แพเจอน้ำวนหมุนหายลงไปใต้น้ำและมาโผล่ที่ปากถ้ำแห่งหนึ่ง และในที่สุดทุกคนก็ถึงถ้ำสุสานอัญมณี

ทุกคนต้องตกตะลึง กับสิ่งที่พบเห็น ในถ้ำเต็มไปด้วยโครงกระดูกที่ล้วนใส่อัญมณีนานาชนิดสวยงามละลานตา ส่งประกายวูบวาบทำให้ถ้ำสว่างไสวโดยธรรมชาติ ทั้งหมดตั้งสติได้แล้วจึงตามโครงกระดูกที่ไม่มีเครื่องประดับ พบอยู่หนึ่งโครงเข้าใจว่าน่าจะเป็นเจ้าของสร้อยทับทิมเส้นนั้นและอยู่ในแท่น สวยงามกว่าใครๆ

ทุกคนจึงลงความเห็นว่าให้อิยะวดีเป็นคนเอาสร้อยทับทิมใส่คืนให้เจ้าของโครง กระดูกนั้นด้วยตัวเอง ขณะอิยะวดีกำลังใส่สร้อยนั้น พวกสะมะแอ แสนไท ส่างหม่อง ที่กลายร่างเป็นคนตาเดียวมือขอ ส่วนพวงมาลีก็กลายร่างเป็นนางปีศาจปรากฎตัวขึ้น ใช้เวทมนต์ควบคุมตัวทุกคนไว้ และจะเอา อิยะวดีบูชายันต์เพื่อล้างอาถรรพ์คำสาป พนา บุราณพยายามหาทางช่วยเหลืออิยะวดีที่กำลังจะโดนบูชายันตร์

ขณะที่มัดอิยะวดีและจะจุดไฟนั่นเองก็ปรากฏเหตุอัศจรรย์ มีเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า น้ำป่าท่วมทะลักมาในถ้ำ ทุกคนเห็นภาพหนึ่งเหมือนกันคือนางพญาแสนสวยพร้อมบริวารในชุดออกขอม ตัวนางพญาใส่สร้อยทับทิมตาลุกโพลงด้วยความโกรธชี้หน้ามาที่ทุกคนหัวเราะเย้ย หยันส่งภาษาที่ไม่มีใครรู้จัก ที่สำคัญนางพญาคนนั้นหน้าตาเหมือนอิยะวดีราวกับคนเดียวกัน ทุกคนตะลึง น้ำไหลบ่าเข้ามา หินพังทลายมาปิดทางออกของถ้ำ

พนาตะโกนให้อุรณีกับพ่อปีนไปส่วนสูงของถ้ำ ทุกคนพยายามปีนไป พนาจะไปช่วย อิยะวดีก็ห่วงแม่ พวงมาลีหายไปไม่มีใครเห็น พนาไปช่วยแม่เพราะพลัดตกลงมาจากก้อนหินที่ปีนขึ้นไป นางพญาชี้มือมาที่อิยะวดี อิยวะดีหลุดจากไม้ที่ตรึงไว้ ทุกคนหนีน้ำไปอยู่บนโขดหินแต่น้ำก็ท่วมสูงมาเรื่อยๆ ทุกคนหาทางหนี พวกของสะมะแอ แสนไท ส่างหม่อง พวงมาลีหายไปหมดแล้ว ยกเว้น มะเมี๊ยะที่พยายามขอร้องให้สะมะแอกับแสนไทช่วยแต่สองคนโกรธจึงไม่ช่วยแถมด่า ว่าที่หนีออกมาและไปเข้าพวกกับศัตรู ทุกคนหาทางออกไม่ได้ บุราณตัดสินใจเสี่ยงชีวิตช่วยมะเมี๊ยะเอาไว้ได้ นางพญาทรายคำชี้ไปที่เหนือเพดานถ้ำ ทุกคนเห็นแสงสว่างด้านบนจึงพากันไต่ขึ้นไปแล้วหนีรอดมาได้

เมื่อหนีรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด ทุกคนต่างตื่นเต้นกับสิ่งที่พบเห็นและแปลกใจที่ อิยะวดีหน้าเหมือนนางพญาดังกล่าว แต่ก็ไม่มีเวลาให้คิดมากนักเพราะอิยะวดีต้องการตามหาพ่อแม่ที่หายไป มะเมี๊ยะบอกละเอว่าแสนไทคือคู่หมั้นและสะมะแอคือพ่อเลี้ยงของเธอ และเมื่อมาถึงตรงนั้นเธอพอจำทางกลับบ้านได้แล้ว

มะเมี๊ยะจึงพาทุกคนลอบไปที่คุ้มลึกลับกลางป่าของสะมะแอกับแสนไท ที่นั่นพบว่าพวกแสนไทกับสะมะแอต่างบาดเจ็บกลับไป และพบว่าดำรงกับบัวบานโดนขังอยู่ที่นั่น ทุกคนจึงพยายามหาทางลอบช่วยเหลือดำรงกับบัวบานด้วยการหลบไปอยู่ในถ้ำแห่ง หนึ่ง และหาโอกาสลอบชิงตัวบัวบานกับดำรงคืนมา

ในการลอบไปสังเกตการณ์ทำให้พนา อิยะวดี และบุราณทราบว่าที่แท้ ส่างหม่องคือ คำรณ พวงมาลีคือเอมฤดี และนาถยาก็คือแสงแก้วนั่นเอง มะเมี๊ยะบอกว่าการเข้าไปช่วยบัวบานกับดำรงลำบากมาก เพราะแสนไทกับสะมะแอมีเวทมนต์และมีค่ายกลมากมาย ทางเดียวคือต้องเผาทิ้งทั้งคุ้ม แต่ก็ไม่คุ้มเพราะบัวบานกับดำรงจะโดนเผาไปด้วย

ในที่สุดอิยะวดีตัดสินใจช่วยแม่และพ่อด้วยการเอาตัวเข้าไปให้โดนจับเพื่อ ช่วยพ่อแม่ สะมะแอและทุกคนจึงจับอิยะวดีไว้ และพยายามจะบูชายันต์อิยะวดีอีกเพราะคิดว่าถึงน้ำจะท่วม ปากถ้ำจะโดนปิด สมบัติก็ยังอยู่ ถึงแสนไทยังรักอิยะวดีแต่ก็ติดขัดที่ต้องการสมบัติ แต่อิยะวดีก็ใช้อุบายหลอกล่อ แกล้งย้อนร้อยเอายาลืมความทรงจำให้แสนไทกิน ทำให้แสนไทกลายเป็นทำตามคำสั่งอิยะวดีและปล่อยตัวบัวบานกับดำรง

มะเมี๊ยะโดนจับได้ว่าทรยศจะโดนสองพ่อลูกฆ่าทิ้งเพราะโกรธแค้นมาก แต่บุราณก็ช่วยเอาไว้ได้อีก ทำให้สองคนต่างซาบซึ้งในน้ำใจกันและกัน

บัวบานกับดำรงกลับไม่ยอมมาเพราะโดนให้กินยาลืมความจำจะเป็นทาสรับใช้สะมะแอ ต่อไปแถมโวยวายว่าอิยะวดีเป็นคนร้าย ทำให้พวกสะมะแอ ส่างหม่อง พวงมาลีและแสงแก้วออกมาจะเล่นงานอิยะวดี อิยะวดีสั่งให้แสนไทเล่นงานพวกกันเอง แสนไทจึงเล่นงานพวงมาลีกับแสงแก้ว ส่วนส่างหม่องจะมาจับตัว อิยะวดี

มะเมี๊ยะกับพวกพนาตามมา ละเอพยายามเรียกให้ดำรงกับบัวบานรู้ตัว แสนไททำตามคำสั่งอิยะวดีเผาคุ้มตัวเอง คุ้มไหม้วอดวาย สะมะแอโกรธมาก แสนไทหัวเราะชอบใจว่าทำตามอิยะวดีสั่งแล้ว ส่วนพวกส่างหม่อง แสงแก้ว และพวงมาลีตายคากองไฟ บุราณโดนอาวุธของแสนไทพุ่งมาใส่ มะเมี๊ยะเอาตัวเข้ารับไว้แทน อาการสาหัส แต่ก็กินยาสมุนไพรรักษาตัวหายได้ในภายหลัง มะเมี๊ยะทำเหมือนไม่มีความสามารถ อ่อนแอ แต่ความจริงแอบมีวิชาอาคม ตอนหลังแอบมาสอนอิยะวดี ทำให้ อิยะวดีมีวิชาแปลกๆ ขึ้นมาด้วยเช่น วิธีทำอาวุธลับเป็นลูกไฟเล็กๆ โยนใส่ศัตรู ใครโดนเข้าจะปวดแสบปวดร้อนจนทนไม่ได้

ในที่สุดมนต์ของสะมะแอก็เสื่อมไป พวกสุชาติที่โดนขังอยู่รู้สึกตัว พรานเส็งกับลีกอไปช่วยพาหนีรอดพ้นไฟครอกมาได้ ที่นั่นทุกคนได้พบไม้จำนวนมากมายที่สะมะแอนั่นเองลอบตัดแล้วส่งไปขายประเทศ ใกล้เคียง จนร่ำรวย

กลับเข้าเมืองแล้ว พนากับอิยะวดีต่างเข้าใจกัน อรุณีกับพินิจขอหมั้นอิยะวดีกับดำรงและบัวบานท่ามกลางความยินดี อรุณีรับมะเมี๊ยะเป็นลูกสาวบุญธรรม และส่งไปเรียนภาษาและหนังสือกับครูหอมนวล ส่วนบุราณเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องขุมทรัพย์นางพญาทรายคำโดยมีมะเมี๊ยะเป็นคน บอกเล่าเรื่องราวเท่าที่รู้ ทั้งสองกลายเป็นคนรู้ใจกัน

อิยวะดีกับพนายังคงพิทักษ์ป่า ดูแลสัตว์ ปลูกป่า ทางราชการเข้าใจพนาดีแล้ว พนากับ อิยะวดีได้พาทางการไปริบไม้ที่สะมะแอลอบตัด พนากับอิยวะดีมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งใดที่ไม่ใช่ของเรา ไม่ควรอยากได้มาเป็นเจ้าของ อิยวะดีฝันถึงเด็กนั่งแพกับฝูงวานรที่กลายเป็นเจ้านางพญาคนสวยที่หน้าเหมือน ตัวเองบอกขอบใจอิยะวดีที่นำสมบัติมาคืน และบอกว่าเธอคือเจ้าหญิงทรายคำ หลานสาวของนางพญาดาราเทวี ที่โดนเจ้ากุนริกนา จับตัวมาตอนปล้นสมบัติและขังไว้ ที่สุสานแห่งนั้นจนระเบิดนั่นเอง

พนากับอิยะวดี ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน อาศัยอยู่บ้านบนดอย สัญญาต่อหน้าขุนเขาว่าจะช่วยพลิกฟื้นผืนป่า ดูแลรักษา ปกป้องธรรมชาติและทุกชีวิตที่นั่นไม่ให้ถูกรุกรานตราบจนกว่าชีวิตจะหาไม่ มีมะเมี๊ยะกับบุราณสัญญาว่าจะมาอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยกันอีกสองแรงด้วย ทั้งสี่พากันเดินตรวจตราป่าไม้และดูแลสัตว์ในป่าโดยมีแม่มากับนาตาเลียร่วม ทางไปด้วยทุกหนทุกแห่ง

รายชื่อนักแสดง ธิดาวานร ภาค 2 ตอนขุมทรัพย์สุสานอัญมณี

วงศกร ปรมัตถากร แสดงเป็น     พนา
อาเมเรีย จาคอป   แสดงเป็น  อิยะวดี/เจ้าหญิงทรายคำ
เขตต์ ฐานทัพ  แสดงเป็น   บุราณ
อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ แสดงเป็น    มะเมี๊ยะ
ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์  แสดงเป็น   แสนไท
อติมา ธนเสนีวัฒน์  แสดงเป็น   เอมฤดี
อุษณีย์ วัฒฐานะ แสดงเป็น    พวงมาลี/แสงจิ่ง/นางกำนัล
นวพล ภูวดล  แสดงเป็น   ลีกอ
ทูน หิรัญทรัพย์  แสดงเป็น   พินิจ
ดวงดาว จารุจินดา  แสดงเป็น   อรุณี
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร  แสดงเป็น   ดำรง
ฐรินดา กรรณสูต  แสดงเป็น   บัวบาน
ชุมพร เทพพิทักษ์  แสดงเป็น   สะมะแอ
รชยา รักกสิกรณ์  แสดงเป็น   นาถยา
มัณฑนา หิมะทองคำ  แสดงเป็น   แสงแก้ว/จันสม/มเหสี

ธิดาวานร

ธิดาวานร เป็นเรื่องราวของ เมงกาเลีย สาวน้อยชาวป่าที่ถูกรับเลี้ยงดูจากลิงอุรังอุตังแม่ลูกคู่หนึ่งจนคิดว่าเธอมีแม่เป็นลิง เมงกาเลียหรือที่ใครๆเรียกว่า อิยวดี (อิ-ยะ-วะ-ดี) ต้องดำเนินใช้ชีวิตแบบชาวป่าทำให้ชาวบ้านต่างเรียกขานเธอว่าเป็นคนป่า, ผีสาง, เสือสมิง หรือแม้แต่ ปีศาจ จนกระทั่ง พนา ชายหนุ่มผู้รักการผจญภัย ได้รู้จักและสอนการใช้ชีวิตในแบบมนุษย์ปุถุชนทั่วไป

อิยวดี และพนา ต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าเพชรสีชมพูจากโจรร้ายทั้ง2กลุ่ม โดยต้องหนีจากพรานเส็งกับสุชาติ ผู้ที่คิดครอบครองเพชรสีชมพูมาเป็นของตนพร้อมทั้งจับอิยวดีไปเป็นสินค้าของแปลกในงานวัดต่างๆ และคำรณ ผู้หมายจะเอาชีวิตอิยวดีและคิดต้องการครอบครองเพชรสีชมพูเพียงคนเดียว ซึ่งแผนร้ายทั้งหมดเกิดจากความละโมบของนาตยาและเอมฤดี 2แม่ลูก(ในฐานภรรยาน้อย)ของดำรง ที่คิดจะเป็นภรรยาหลวงโดยการกำจัดศัตรูหัวใจด้วยการแอบตัดสายเบกรถยนต์ เมื่อ10ปีก่อนจนทำให้อิยวดีและบัวบาน(แม่ของเมงกาเลีย)ต้องประสบอุบัติเหตุ รถตกเหวและต้องการทรัพย์สมบัติของดำรงเสียเอง

การปกป้องเพชรสีชมพูอันล่ำค่าและการตามหาความจำที่หายไปของอิยวดีได้ เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความรักที่มีต่อพนา ชายหนุ่มเพียงคนเดียวของเธอ

ธิดาซาตาน

ณ ป่าดงดิบแถบชายแดน นายพรานรามราช กับนายพรายภูไพร เพื่อนร่วมสาบานที่เกิดเวลาเที่ยงคืนของคืนวันจันทรคราส วันเดียวปีเดียวกันตรงตามความเชื่อถือที่สืบต่อกันมาว่า หากใครเกิดวันดังกล่าวผู้นั้นคือทายาทอสูรที่สามารถฝึกฝนมนต์ดำจนบรรลุไสย เวทย์ขั้นสูงได้ ทั้งสองจึงร่วมกันติดตามค้นหาตำราอสูรมานานนับหลายปี แล้วในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง แต่ด้วยความโลภในใจทำให้รามราชลืมความเป็นเพื่อน อยากจะครอบครองตำราอสูรไว้เพียงผู้เดียว ทั้งคู่หันมาห้ำหั่นแย่งชิงกันเอง รามราชถูกภูไพรเอาไฟจี้จนบาดเจ็บ ฉับพลันเกิดอาเพศถ้ำถล่มรามราชหนีไปได้ ทิ้งภูไพรกับตำราอสูรฝังในถ้ำนั้น

17 ปี ผ่านไป ธารใส, เพลิงพิศ, วายุตา, เอื้องทราย เด็กสาว 4 คนเติบโตขึ้นมาต่างทิศทางที่ต่างนิสัยใจคอและต่างสายเลือด แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือทั้ง 4 คนเกิดในวันที่พรานทั้งสองมอบตัวเป็นทายาทอสูร เพียงแตกต่างกันทำให้แต่ละคนมีธาตุที่ต่างกัน ซึ่งตามตำรามนต์ดำหากธาตุทั้งสี่ได้รวมตัวกันก็จะบังเกิดพลังร้ายแห่งอสูร ที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้ ธารใส เด็กสาวอายุ 16 เป็นลูกกำพร้าได้ แย้ม กับย้อย เก็บมาเลี้ยงดูเป็นลูก แย้มกับย้อยมีอาชีพเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกชาวบ้าน และพยายามฝึกฝนให้ธารใสขโมยของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ด้วยความที่เป็นคนขลาดกลัวธารใสทำพลาดเกือบทุกครั้ง และล่าสุดก็โดนรปภ.ไล่ตามจับธารใสหนีรอดได้ทัน

แต่กลับไปวิ่งชนเข้า กับ เชนทร์ ลูกชายเจ้าของโรงเรียนมารตีคอมเมิร์ส เชนทร์เข้าใจว่าธารใสเป็นพวกหัวขโมย เพลิงพิศ เด็กสาวผู้แสนอาภัพต้องสูญเสียพ่อที่แสนดีไปตั้งแต่ยังเล็ก ทิ้งให้เธออยู่กับแม่ คุณหญิงแม่แม่เลี้ยงใจร้ายที่ฮุบมรดกของเธอไปจนหมด เพลิงพิศถูกเลี้ยงดูไม่ต่างกับสาวใช้ภายในบ้าน แถมยังโดน ชนก กลั่นแกล้งทารุณทุบตีทำร้ายจากแม่เลี้ยงและ หญิงนิล น้องสาวต่างมารดาอยู่เป็นประจำ ในขณะเดียวกัน วายุตา ลูกสาวมหาเศรษฐีที่โหยหาความรักความเอาใจใส่จากครอบครัวมาโดยตลอดก็มี ดวงเดช พ่อที่ลุ่มหลงอยู่แต่เรื่องกามารมณ์กับเด็กสาวเอ๊าะๆ วัยเดียวกับตน และ นงนุช แม่ที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการช่วยเหลือเด็กกำพร้า

แต่ กลับหลงลืมที่จะกลับมาดูแลเอาใจใส่ลูกสาวคนเดียวของตนเอง จึงทำให้วายุตาไม่ต่างอะไรกับเด็กกำพร้าทางใจ วายุตาแอบหนีไปเทียวเจอกับกลุ่มเพื่อนชายที่พยายามจะลากวายุตาไปข่มขืน แต่วายุตากลับรอดมาได้อย่างหวุดหวิด และคนสุดท้าย เอื้องทราย สาวน้อยชาวเหนือแสนซื่อที่ถูกแม่เล้าหลอกซื้อตัวมาจะเอาเป็นลูกบุญธรรม แต่จริงๆ แล้วกลับบังคับให้มาขายตัว เอื้องทรายตัดสินใจหนีไปตายเอาดาบหน้า แต่ถูกกลุ่มลูกสมุนของแม่เล้าตามล่าเอาชีวิต เอื้องทรายหลบเข้าไปในรถของ มารตี รถพาเอื้องทรายมาถึงบ้านของมารตี และกลายมาเป็นสาวใช้ติดตามเชนทร์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมารตีในเวลาต่อมา การพบกันครั้งแรกของสี่สาวทายาทอสูรเกิดขึ้นในวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียน มารตีคอมเมิร์ส

ธารใสสอบชิงทุนการศึกษาเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ของ โรงเรียน ส่วนวายุตาทนอยู่โรงเรียนเก่าต่อไปไม่ได้จึงลาออกแล้วมาเรียนต่อที่นี่ มารตีเจ้าของโรงเรียนให้เอื้องทรายมาเรียนที่โรงเรียนด้วย เพื่อคอยรับใช้เชนทร์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ ธารใส, วายุตา, เอื้องทราย ได้พบกับเพลิงพิศที่เป็นนักเรียนเก่าของที่นี่ แต่แทนที่จะเป็นการพบกันในฐานะเพื่อนใหม่ ธารใสกับเพลิงพิศกลับเป็นได้แค่ศัตรูแปลกหน้าเท่านั้น เพราะธารใสเป็นต้นเหตุให้เพลิงพิศ, วายุตา และเอื้องทราย โดนมารตีทำโทษให้อับอายเพื่อนนักเรียยนในวันแรกของการเรียน ความโชคร้ายของธารใสยังไม่จบลงเท่านั้น เชนทร์พบกับธารใสโดยบังเอิญและจำได้ว่าธารใสเป็นขโมยที่ถูกรปภ.ไล่ตามในห้าง

เชนทร์ ลากตัวธารใสไปหามารตีและบอกให้แม่ไล่ธารใสออก มารตีเชื่อเชนทร์แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อแย้มกับย้อยโผล่มาในคราบของ เศรษฐีน้ำมันชาวตะวันออกกลาง ซึ่งแย้มกับย้อยตั้งใจปลอมมาเป็นคนรวยเพราะอยากให้ธารใสมีฐานะทัดเทียม เพื่อนๆ มารตีไม่กล้าไล่ธารใสออก แต่จำเป็นต้องคัดชื่อออกจากนักเรียนทุน การมาเยือนของแย้มย้อยแทนที่จะช่วยธารใสกลับทำให้ชีวิตธารใสลำบากมากขึ้น เพราะธารใสต้องไปหางานพิเศษทำอย่างหนักเพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าเทอม ธารใสไปขอทำงานเพื่อหารายได้พิเศษในชมรมเชียร์ของโรงเรียน และได้พบกับเพลิงพิศที่มาทำงานพิเศษในชมรมนี้เช่นกัน เพลิงพิศไม่สนใจธารใสแม้ธารใสพยายามหาทางพูดคุยด้วย

ธารใสเห็นการฝึก ซ้อมของทีมเชียร์แล้วรู้สึกทึ่งและสนใจอยากเข้าร่วมบ้าง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเชนทร์ในฐานะประธานเชียร์และหญิงนิลหัวหน้าทีมเชียร์ ต่างพากันกีดกันธารใส ธารใสเห็นเพลิงพิศเต้นเชียร์ได้อย่างคล่องแคล่วเลยขอให้เพลิงพิศช่วยสอนให้ แต่เพลิงพิศปฏิเสธและยังไม่หายโกรธธารใส ด้านเพลิงพิศก็พยายามให้หญิงนิลรับเธอเข้าทีมเชียร์อีกครั้ง หญิงนิลเห็นธารใสและเกิดหมั่นไส้เลยสั่งให้ทั้งคู่ไปตั้งทีมเชียร์มาเต้น โชว์ให้ดู ถ้าทำได้ดีถูกใจเธอก็จะรับทั้งคู่เข้าทีมเชียร์ เพลิงพิศไม่อยากร่วมทีมกับธารใส แต่ด้วยความที่อยากเต้นมากเลยจำใจรับปากหญิงนิล เพลิงพิศกับธารใสเลยไปชวนวายุตากับเอื้องทรายมาร่วมทีมเชียร์ด้วย

ทั้ง 4 คน ฝึกซ้อมโดยมีเพลิงพิศเป็นคนสอนท่าเต้น เพลิงพิศแทบบ้าเพราะธารใสไม่มีพื้นฐานการเต้นเลย แถมยังฟังจังหวะดนตรีไม่เป็น เพลิงพิศจึงตกลงใจให้ธารใสเป็นตัวขึ้นไปยืนต่อตัวในช่วงท้ายของการเต้นเท่า นั้นพอ ผลปรากฎว่าเมื่อวันทดสอบมาถึงธารใสกลับเป็นตัวทำให้ความฝันของทีมพังทลาย เพราะเมื่อถึงช่วงต่อตัวธารใสกลับกลัวจนขาสั่น ตกลงมาทับ 3 สาวที่ยืนเป็นฐาน ทำให้ถูกเชนทร์กับหญิงนิลหัวเราะเยาะเย้ย ทำให้เพลิงพิศยิ่งเพิ่มความเกลียดชังธารใสมากขึ้น ชีวิตในโรงเรียนของธารใสกับเพลิงพิศไม่ต่างอะไรกันนัก ในขณะที่ธารใสโดนเพื่อนชายในห้องแกล้งอยู่เสมอๆ เพราะความเป็นคนขี้กลัวและอ่อนแอ ธารใสจึงเหมือนตัวตลกของห้องท่ามกลางความสะใจของเชนทร์และกลุ่มเพื่อนๆ

ส่วน เพลิงพิศก็โดนหญิงนิลคอยข่มเหงรังแก และใช้ความรุนแรงตบตีเพลิงพิศต่อหน้าเพื่อนๆ ให้อาย ความที่เพลิงพิศเป็นผู้หญิงแข็งกร้าว พูดจาดุดัน ผู้ชายต่างพากันไม่กล้าเข้าใกล้ เตอร์ เพื่อนสนิทที่คอยเอาแต่สนันสนุนเป็นลูกคู่ แต่จริงๆ แล้วแอบอิจฉาเชนทร์ ท้าให้เชนทร์นัดเดทกับเพลิงพิศ เชนทร์รับคำท้าทั้งๆ ที่ น็อต เพื่อนสนิทอีกคนที่คอยแอบเป็นกำลังใจให้พวกสี่สาวและเป็นเพื่อนที่จริงใจของ เชนทร์ ไม่เห็นด้วยที่เชนทร์จะคอยแกล้งพวกสี่สาว เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเคยปฏิเสธเขาเลย และในที่สุดเชนทร์ก็จีบเพลิงพิศสำเร็จ ข่าวนี้รู้ไปถึงหญิงนิลหญิงนิลแทบคลั่งที่เพลิงพิศตัดหน้าแย่งเชนทร์ไป ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเชนทร์ควงอยู่กับหญิงนิล

หญิงนิลพาเพื่อนไป รุมทำร้ายเพลิงพิศจะกรีดหน้าให้เสียโฉม แต่ธารใสมาเจอและเอาชีวิตเข้าเสี่ยงช่วยเพลิงพิศจนตัวเองบาดเจ็บ วายุตากับเอื้องทรายเข้ามาช่วยเพลิงพิศกับธารใสไว้ได้ทัน ทำให้เพลิงพิศซึ้งในน้ำใจของธารใส มิตรภาพของคนทั้ง 4 จึงเริ่มนับจากนั้น หลังจากจีบเพลิงพิศสำเร็จเชนทร์ก็เลิกสนใจเพลิงพิศทำให้เพลิงพิศไม่เข้าใจ เตอร์เพื่อนสนิสของเชนทร์เลยได้ทีพูดจาเยาะเย้ยเพลิงพิศว่ามันเป็นแค่เกม เท่านั้น ทำให้ธารใสลืมตัวตบหน้าเชนทร์ เชนทร์โกรธมากประกาศตัวเป็นศัตรูกับพวก 4 สาวทันที สี่สาวถูกจำกัดสิทธิ์ต่างๆ ภายในโรงเรียน มีวิธีเดียวที่จะสามารถอยู่รอดในโรงเรียนนี้ได้คือการรวมกลุ่มกันสู้เท่า นั้น 4 สาวจึงจับมือสาบานเป็นเพื่อนตายกันและตั้งชื่อแก็งค์ว่า กุหลาบไฟ

หลัง จากเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นในการเดินทางไปทัศนศึกษาในป่าทึบเขตชายแดน ชีวิตของสี่สาวก็เปลี่ยนไปเพราะธารใสได้พบกับตำราอสูรที่ซ่อนอยู่ในถ้ำด้วย ความบังเอิญ แต่สี่สาวไม่รู้ว่าตอนอยู่ในถ้ำมีเงาดำที่ตามติดสี่สาวออกมาด้วย เงาดำนั้นคือรามราชพรานหนุ่มเมื่อ 16 ปีก่อน ที่บัดนี้กลายเป็นชายแก่หน้าตาอัปลักษณ์ รามราชเฝ้าค้นหาตำราอสูรมา 16 ปีแต่กลับไม่พบ แล้วก็แปลกใจมากที่สี่สาวเจอตำราได้ง่ายดาย รามราชติดตามสี่สาวเข้ากรุงเทพแล้วสมัครเป็นภารโรงในโรงเรียนมารตีคอมเมิร์ส มารตีรับไว้เพราะรามราชไม่ต้องการเงินเดือนแค่อยากได้ที่พักและข้าวกิน 3 มื้อ แต่มีข้อแม้ว่าให้อออกมาทำงานตอนกลางคืนเพราะกลัวเด็กๆ จะตกใจกลัว แต่ก็มีเด็กๆ เห็นจนได้และตั้งฉายาว่าลุงหน้าผี

ธารใสทำผิด กฏของเชนทร์เชนทร์เลยสั่งลงโทษให้ธารใสไปล้างห้องน้ำชาย หลังเลิกเรียนธารใสเห็นลุงหน้าผีออกมาจากห้องน้ำ ธารใสตกใจหวีดร้องจนเป็นลมสลบไป ส่วนเชนทร์ก็รู้สึกว่าตัวเองแกล้งรุนแรงไปจึงแอบมาดูธารใส แต่เห็นธารใสเป็นลมสลบอยู่จึงอุ้มธารใสออกจากห้องน้ำ หญิงนิลมาเห็นเข้าคิดว่าเชนทร์กับธารใสมีอะไรกัน ข่าวนี้กระจายไปทั่วโรงเรียน และเป็นจุดขัดแย้งที่เริ่มประทุในใจของเพลิงพิศ ธารใสเล่าเรื่องชายที่เห็นในห้องน้ำให้เพื่อนๆ ในแก็งค์ฟัง เพลิงพิศคิดว่าน่าจะเป็นลุงเจ้าหน้าที่ภารโรงคนใหม่ของโรงเรียน ธารใสรู้สึกสงสารลุงหน้าผีเลยแอบเอาขนมไปวางไว้หน้าห้องพัก หลังจากเหตุการณ์ที่เชนทร์ช่วยธารใส เชนทร์ก็ดูมีพฤติกรรมแปลกๆ กับธารใสหลายอย่าง

ทั้งยังยกเลิกข้อห้ามต่างๆ ยิ่งทำให้หญิงนิลเกลียดพวกสี่สาวมากขึ้น มีการจัดแข่งขันเต้นเชียร์ประจำโรงเรียนทีมผู้ชนะจะได้เป็นดาวเชียร์ประจำ โรงเรียน แก็งค์กุหลาบไฟไม่กล้าแข่งขันแต่เผลอไปรับคำท้าของหญิงนิลเอาไว้ ทำให้สี่สาวกลุ้มใจหนักเพราะรู้ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางแข่งชนะพวกหญิงนิลได้ ในขณะนั้นเองธารใสพบว่าย้อยสามารถอ่านตำราที่พวกตนได้มาจากป่าได้จึงให้ย้อย แปลให้ฟังได้ความว่า ตำรานี้เป็นตำราอสูรเป็นวิชาไสยเวทย์โบราณ ผู้ฝึกฝนสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ดังใจปรารถนา แต่ต้องเป็นผู้เกิดในคืนจันทรคราสหรือคืนกำเนิดทายาทอสูร ทั้งหมดช่วยกันหามนต์ดำที่จะช่วยให้ชนะการแข่งขัน การแข่งขันเริ่มต้นระหว่างเต้นทีมกุหลาบไฟเต้นสู้แบบยิบตา

และแอบ ท่องมนต์ดำอสูรให้ตัวลอยกลางอากาศได้ ขณะเดียวกันก็เสกให้ทีมคู่แข่งขันเห็นงูพันคอเพื่อนในทีมจนล้มระเนระนาดไม่ เป็นท่า กุหลาบไฟชนะได้เป็นดาวเชียร์ของโรงเรียน และได้เข้าไปเดินยืดในชมรมเชียร์สมใจ แต่ก็โดนพวกหญิงนิลแกล้งให้เป็นได้แค่ตัวสำรองคอยซักเสื้อผ้าให้ทีมเชียร์ ลุงหน้าผีแอบดูเหตุการณ์ทั้งหมดและวางแผนแย่งตำราอสูรมาครองครอง ด้วยการพยายามหลอกเข้าไปตีสนิทกับสี่สาวและคอยช่วยเหลือสี่สาว จนกลายเป็นคนที่สี่สาวให้ความเคารพเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับตำราอสูรให้ลุงหน้า ผีฟัง สี่สาวสามารถท่องมนต์เสกเบื้องต้นได้ เช่น เสกภาพผีในหนังสือให้ออกมาเป็นผีจริงหลอกคนได้ เสกภาพลวงตา ฯลฯ ภารกิจแรกที่แก็งค์กุหลาบไฟจัดการคือ การแก้แค้นบรรดาคนที่เคยข่มเหงรังแกตน

และ มนต์ดำอสูรก็ช่วยให้สี่สาวเต้นเชียร์ได้เก่งขึ้นจนไม่มีทีมไหนสามารเทียบติด ได้ และสามารถคว้าแชมป์มาให้โรงเรียนจนกลายเป็นคนดังประจำโรงเรียน ทำให้พวกหญิงนิลอิจฉามากขึ้นและหาทางกลั่นแกล้งพวกกุหลาบไฟ เพลิงพิศเริ่มหลงระเริงกับชื่อเสียงที่ตนมี และอิจฉาธารใสเรื่องเชนทร์ และความโดดเด่นของธารใสในการเต้นเชียร์ ลุงหน้าผีได้โอกาสยุแหย่ให้สี่สาวแตกกัน และยุให้เพลิงพิศขโมยเอาตำราอสูรมาฝึกฝนคนเดียว และโยนความผิดให้ธารใสว่าเป็นคนขโมย ไป ทำให้ทีมเต้นพ่ายแพ้ทีมของหญิงนิล ธารใสโดนไล่ออกจากแก็งค์กุหลาบไฟ ทุกๆ คนที่ชื่นชอบแก็งค์กุหลาบไฟพากันรังเกียจธารใส ยกเว้นเชนทร์ที่เห็นใจธารใสและคอยดูแลธารใสในตอนที่ไม่มีใครต้องการเธอ

ความ รักของทั้งคู่จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ด้านเพลิงพิศเมื่อได้ตำรามาก็แอบฝึกฝนตำราขั้นสูงร้ายกาจและอำมหิตมากขึ้น ทุกที ถึงขนาดต้องใช้เลือดสดๆ มาประกอบพิธีปลุกเสก จนทำให้บรรดาสัตว์เลี้ยงในโรงเรียนตายเกลื่อน ธารใสเห็นความผิดปรกติพยายามสืบหาความจริง การฝึกมนต์ดำปลุกเสกของเพลิงพิศพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพลิงพิศสั่งให้วายุตาไปเอาเส้นผมของทีมเชียร์ทุกคนมาปลุกเสก เพื่อมัดวิญญานของทุกคนให้เป็นทายาทอสูร ทำให้ทีมเชียร์เต้นกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแข็งแรงเกินมนุษย์ ด้วยท่าเต้นและลีลาที่น่ากลัว เพลิงพิศร้ายกาจมากขึ้นด้วยการจับหญิงแม่และหญิงนิลมาเป็นหนูทดลอง เพลิงพิศเกิดอาการคลุ้มคลั่งเพราะฝึกมนต์ดำจากตำราสลับหน้าผิด เพลิงพิศกลายเป็นอสูรร้ายฆ่าแม่เลี้ยงตายและทำให้หญิงนิลเป็นบ้า

เพื่อนๆ ของหญิงนิลไม่มีหญิงนิลเป็นหัวหน้าทีมแล้ว จึงไปขอร้องให้ธารใสมาเป็นหัวหน้าทีมเพื่อเข้าแข่งขันสู้กับทีมของเพลิงพิศ ธารใสตอบตกลงโดยมีเอื้องทรายหนีจากทีมของเพลิงพิศมาอยู่กับธารใส เพื่อนรักกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ฟาดฟันกันด้วยมนต์ดำอสูร โดยใช้วิธีการแข่งขันเต้นเชียร์เป็นสนามประลองพลังของความดีและความชั่วร้าย ธารใสสู้เพลิงพิศไม่ได้เพลิงพิศได้ใจออกฆ่าคนเพื่อนำเลือดมาฝึกมนต์ดำ ธารใสกับเอื้องทรายพยายามเข้าขัดขวางแต่สู้มนต์ดำปลุกเสกไม่ได้ เชนทร์พิสูจน์รักแท้ที่มีต่อธารใสด้วยการเอาตัวเข้าช่วยธารใส และให้เอื้องทรายพาธารใสที่บาดเจ็บหลบหนีไป ทำให้เชนทร์ถูกเพลิงพิศจับตัวไว้เพื่อล่อให้ธารใสออกมา เพลิงพิศไม่สามารถฝึกมนต์ดำจนจบได้เพราะหน้าสุดท้ายหายไป

เลยปลุกเสก ตัวเองให้เข้าไปอยู่ในร่างกายของลุงหน้าผีทำให้เห็นภาพอดีตทั้งหมด ธารใสกับเอื้องทรายช่วยกันหาวิธีทำลายอำนาจอสูรของเพลิงพิศ และรู้ความจริงจากแย้มและย้อยว่าพ่อของเธอเป็นพรานป่า แอบเข้ามาเป็นแรงงานผิดกฎหมาย มาทิ้งธารใสไว้หน้าบ้านพร้องห่อผ้าเก่าๆ แล้วก็หายสาปสูญไป ธารใสค้นหาห่อผ้าจนเจอมีรูปของ ภูไพร ถ่ายคู่กับลุงหน้าผี และธารใสก็พบสิ่งสำคัญที่ทำให้ธารใสเอาชนะอำนาจอสูรร้ายของเพลิงพิศได้ นั่นก็คือตำราอสูรหน้าสุดท้าย ในคืนวันพระจันทร์ทรงกลดธารใสกับพวกเข้าไปช่วยเชนทร์ และต่อสู้กับเพลิงพิศสามารถเอาชนะเพลิงพิศได้ เพลิงพิศกลายเป็นคนบ้าหน้าตาอัปลักษณ์เพราะตำราอสูรย้อนเข้าตัว ธารใสจึงตัดสินใจทำลายตำราทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นพิษภัยกับคนอื่นต่อไป

รายชื่อนักแสดง ธิดาซาตาน

รพีภัทร เอกพันธุ์กุล รับบท เชนทร์
สาวิกา ไชยเดช รับบท ธารใส
ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ รับบท เอื้องทราย
กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท เพลิงพิศ
ชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท วาตุยา
ดนัย สมุทรโคจร รับบท น็อต
บินฑ์ บันลือฤทธิ์ รับบท รามราช
เวนส์ โฟลคอนเนอร์ รับบท ภูไพร
ดีแลนด์ รับบท เตอร์
ณัชชา วิทยากาศ รับบท หญิงนิล

เทพสังวาลย์

เทพสังวาลย์ เป็นละครพื้นบ้าน มีเทพทั้งห้าและมีสังวาลห้าสี ครอบครอง คือ สังวาล ขาว แดง เหลือง เขียว และ ดำ เทพศาสตราและเทพีหยั่งรู้ ทำผิดกฏ รักกันและให้กำเนิดบุตรชาย มณีแดง จึงนำ มณีแดงไปให้อสูรเลี้ยงดู ยังโลกมนุษย์ แต่อสูรกลับเลี้ยงมณีแดงให้เป็นคนชั่วร้าย และทำร้ายคนที่เป็นปรปักษ์ ยุยงให้มณีแดงครอบครองทั้งสามภพ ตามล้างฆ่า แสงสุรีย์ โดยมีนาคี ให้ความช่วยเหลือแสงสุรีย์ แต่ แสงสุรีย์กับมณีแดง ยิ่งบาดหมาง เมื่อทั้งสองคนต่างหลงรัก พระธิดารัตนาวดี ซึ่งเป็นฉนวนทำให้ มณีแดงและแสงสุรีย์เป็นศัตรูกัน รัตนาวดี ต้องตกเป็นของมณีแดงโดยไม่ได้ยินยอม ทำให้ก่อกำเนิด บุตรชาย ผู้มีเลือดสามภพ คือ สายเลือดเทพ สายเลือดมนุษย์ สายเลือดอสูร และที่สำคัญจะเป็นผู้ทำลายอสูร ทำให้อสูรต้องกำจัด รัตนาวดี และ ลูก มณีแดงเอาตัวเข้าขัดขวางทำให้ได้รับบาดเจ็บ และเลือดในกายของมณีแดงเป็นพิษจากการดื่มเลือดของอสูร ถ้ามณีแดงจะเป็นคนดีเมื่อไร เลือดพิษจะทำลายล้างมณีแดง ก่อนตายมณีแดง แสงสุรีย์ นาคี ร่วมกันกำจัดอสูร รัตนาวดีเลี้ยงดูบุตรชายให้เป็นคนดี ไม่ให้เป็นอย่างมณีแดง โดยมีเทพ คอยดูแล