Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

รามิล หนุ่มหล่อมาก เนื้อหอมมาก ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีเพราะมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ พ่อแม่ของรามิลเสียชีวิตหมดแล้ว เหลือแต่แม่แก้วหรือคุณแก้วอังกาบ แม่เลี้ยงสุดแสนดีผู้เป็นน้าแท้ๆ ของเขา รามิลใช้ชีวิตเพลย์บอยเต็มที่กับสาวสวยมีระดับทั้งสิ้น ข้อตกลงของเขากับสาวทุกคนคือ คบกันเท่าที่พอใจไม่ผูกพัน และไม่ล่วงล้ำเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ ขาประจำล่าสุดของเขา คืออัจฉราวดี นางแบบและดาราสาวสวยเฉี่ยวเปรี้ยว ผู้หมายมาดจะจับเขาให้ได้

แล้ววัน หนึ่งรามิลแทบเป็นบ้าเมื่อแม่แก้วบอกว่า ราเมศวร์ พ่อเขาตกลงหมั้นลูกสาวของภาคินัย เพื่อนรักไว้ให้เขาก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต และคู่หมั้นของเขาคือ ภัครมัย หรือมัดไหม เด็กหญิงที่รามิลเห็นแค่ตอนเด็ก ๆ และไม่เคยเห็นกันอีกเลย แต่เขาจำความซน เฮี้ยว และแสบสุดขั้นของเธอได้ไม่มีวันลืม เธอเคยแกล้งเขาสารพัดรูปแบบจนเขาขยาดและเกลียดขี้หน้าเธอมาก ตั้งฉายาเธอว่าเด็กนรก และที่เจ็บใจคือ รามิลชอบผู้หญิงสวย แต่ ด็กหญิงมัดไหมหน้าตาไม่เอาไหน แถมยังสวมแว่นสายตาหนาเตอะ รูปร่างผอมเหมือนเสาโทรเลข อีกอย่างที่รามิลจำได้คือบ้านเธอมีไร่ชื่อมนตรา มีคอกม้าที่ไร่ และมัดไหมรักม้ามาก

รามิลโวยกับแม่แก้วว่าเขาไม่มี วันแต่งงานกับมัดไหม แต่ถึงกับอึ้งเมื่อแม่แก้วบอกว่าพ่อของเขาและมัดไหมมีเงื่อนไขว่าเมื่อรับ รู้เรื่องหมั้นแล้วรามิลกับมัดไหมต้องแต่งงานกันภายในสามเดือน และถ้ารามิลไม่แต่งงานกับมัดไหมหรือแต่งแล้วอยู่กันไม่ถึงปีเขาต้องยกเงินสด ทั้งหมดที่มีให้มัดไหม ฝ่ายมัดไหมก็เช่นกัน และรามิลอยากตายลงไปเลยเมื่อแม่แก้วบอกว่าทางมัดไหมตอบตกลงจะแต่งงานกับเขา แล้วรามิลตั้งปณิธานว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับมัดไหม และก็จะไม่ยอมสูญเสียเงินทั้งหมดให้เธอด้วยเขาจะทำ ให้เธอเป็นฝ่ายปฏิเสธเขา

รา มิลไปหามัดไหม ภาพแรกที่ทำให้เขาถึงตะลึงคือหญิงสาวร่างระหงสวยไม่มีที่ติอยู่บนหลังม้าที่ วิ่งอย่างสง่างาม เธอคือภัครมัยหรือมัดไหม แต่เธอมีแผนอยู่แล้วที่จะแกล้งปั่นหัวเขา เธอจึงบอกว่าเธอไม่ใช่มัดไหมคู่หมั้นของเขา แต่บังเอิญชื่อมัดไหมเหมือนกัน เพียงแต่เธอมีฐานะเป็นคนรับใช้ของมัดไหมคู่หมั้นเขา รามิล เห็นหน้าตาผิวพรรณและเสื้อผ้าราคาแพงของต่างประเทศที่เธอสวมอยู่แล้วไม่อยาก เชื่อเลยว่ามาดอย่างเธอจะเป็นคนรับใช้ แต่อะไรดลใจให้เขาเชื่อไปก็ไม่รู้

และ มัดไหมคนนี้ก็ปากจัดใช่ย่อยไม่ยอมลงให้เขาด้วย เพียงแรกเจอกันเธอก็กัดเขาสะตั้งตัวไม่ติด เป็นสาวใช้บรรดาศักดิ์จริง ๆ กล้ากัดกระทั่งคู่หมั้นของเจ้านาย รามิลแปลกใจว่าเธอรู้รายละเอียดของเขาและคู่หมั้นราวกับเธอคือภัครมัยซะเอง แต่มัดไหมก็เอาตัวรอดไปได้อย่างชาญฉลาด รามิลหัวเสียกลับไป มัดไหมขำกลิ้งกับ ติ๋ม สาวใช้ตัวจริง ติ๋มไม่อยากให้มัดไหมแกล้งรามิล แต่มัดไหมบอกว่าผู้ชายเจ้าชู้เสเพลอย่างรามิลต้องให้บทเรียนแสบ ๆ ซะบ้าง ไม่งั้นจะคิดว่าอะไร ๆโดยเฉพาะผู้หญิง ง่ายไปซะหมด

รามิลไปปรับทุกข์ กับดนุพันธ์ เพื่อนรักของเขา ดนุพันธ์ขำว่ารามิลถูกพ่อดัดหลัง แต่ดนุพันธ์เองก็ ปวดเศียรกับความรักที่ยังไม่มีท่าจะสมหวังของตัวเอง เขาจีบ นาตาชา น้องสาวของรามิลอยู่ และนาตาชายังไม่ยอมรับรักเขา แถมความรักของเขายังมีมารผจญอีกคือ พิมมาดา ที่ตามตื้อเขาจนนาตาชาไม่ไว้วางใจเขา ว่าเขาเจ้าชู้เหมือนรามิล ส่วนนาตาชาก็มีอภิชาติ เจ้าของนิตยสารชั้นนำ ที่เธอเป็นตากล้องให้อยู่ตามจีบ และดนุพันธ์หึงแทบหน้ามืดตาลาย นาตาชาเป็นเพื่อนรักของมัดไหม แสบพอ ๆ กับมัดไหม มัดไหมเพิ่งกลับจากฝรั่งเศส เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนาน และเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของปารีส เคยขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของโลกมาแล้ว เธอใช้ชื่อว่า แม็ตตี้ นาตาชาขอให้มัดไหมถ่ายแบบและเป็นปกให้นิตยสารของเธอ มัดไหมตกลง แต่ขอแต่งตัวแต่งหน้าแบบแฟนซีแปลก ๆ

รามิลฮึดกลับไปหามัดไหมอีก เขาไปจ้างให้มัดไหมเป็นแฟนเป็นเวลาสามเดือน รามิลกะยิงนกสองตัวด้วยกระสุนนัดเดียว คือทั้งตัดคู่หมั้นที่เขาแสนเกลียด และตัดอัจฉราวดีที่เขารู้สึกว่าเริ่มรุกรานเขา และจะจับเขาจริง ๆ จัง ๆ เขาจะจ่ายค่าจ้างมัดไหมหนึ่งหมื่นเพราะประเมินว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ แต่มัดไหมเรียกหนึ่งล้าน รามิลต้องยอมจ่าย มัดไหมเรียกเงินล่วงหน้าห้าแสนบาท รามิลนัดกับมัดไหมกินอาหารมื้อค่ำเพื่อปล่อยข่าวเธอเป็นแฟนคนใหม่ของเขา เขาพาเธอไปที่ร้านของ พลอยไพลิน เพื่อนรักของ อัจฉราวดี กะให้พลอยไพลินเห็นเต็ม ๆ ว่าเขามีแฟนใหม่ และเพราะที่ร้านของพลอยไพลินมักมีนักข่าวไปนั่งหาข่าวเป็นประจำด้วย มัดไหมแต่งชุดราตรี สวยจนรามิลตะลึง และเมื่อไปถึงร้านก็โดนพลอยไพลินเสียดสีขบกัด มัดไหมบอกรามิลว่าพลอยไพลินชอบรามิล ที่เธอกัดนั่นเพราะความหึง รามิลไม่เชื่อ พลอยไพลินโทรฟ้องอัจฉราวดี รุ่งขึ้นอัจฉราวดีไปหารามิลถึงบริษัท รามิลเฉย ๆ กับเธอ อัจฉราวดีอาฆาต บอกตัวเองว่าจะทำให้รามิลเจ็บจำไปจนตาย

รามิลนัดพามัดไหมไปงานกาลา ดินเนอร์ วันที่ไปรับมัดไหม เขาเห็นหญิงสาวรูปร่างแบบเดียวกับมัดไหมยืนหันหลังสั่งงานอยู่ เขาเรียกแต่เธอคนนั้นไม่หันมา จนกระทั่งอัคนีหัวหน้าคนงานบอกเธอจึงหันหาเขา รามิลตกใจหน้าเธอเป็นแผลเป็นเละจนเหมือนหน้าผี เมื่อพูดกัน รามิลจึงรู้ว่าเธอคือภัครมัยคู่หมั้นของเขารามิลลืมความเกลียดชัง เขาสงสารเธอมาก ยิ่งภัครมัยมีทีท่าเจียมตัว และพูดทำนองว่าเขาโชคร้ายที่จะต้องเป็นคู่หมั้นหญิงหน้าตาอย่างเธอ รามิลยิ่งสงสารจนพูดแทบไม่ออก เขาพูดอ่อนโยนแสดงความเห็นใจเธอ แทนตัวเองว่าพี่ เรียกเธอว่าน้อง เหมือนที่เคยเป็นเมื่อตอนเด็ก ๆ มัดไหม หน้าผีเข้าบ้านไปหัวเราะกับติ๋มแทบตายว่ารามิลมีตาแต่หามีแววไม่ บอกอะไรก็เชื่อหมด ติ๋มเห็นใจรามิลมาก ให้มัดไหมเลิกเล่นตลกและบอกความจริงรามิล แต่มัดไหมบอกว่าเธอยังสนุกอยู่

มัด ไหมแกะหน้าผีแล้วออกไปต้อนรับรามิลในฐานะมัดไหมสาวใช้ อัจฉราวดียังตามตื้อสม่ำเสมอ จนวันหนึ่งเจอกับมัดไหมและนาตาชา เมื่อเธอพารามิลไปที่ห้องเสื้อของ ยังโซน หรือวายซี ดีไซเนอร์มือใหม่ของไทยที่ไปโด่งดังมากในต่างประเทศ และอัจฉราวดีอยากเป็นนางแบบให้วายซีมาก รามิลเห็นมัดไหมในร้านอาหารอิตาเลียน เขานึกว่าเธอมากับหนุ่ม ไม่รู้ตัวเลยว่าฤทธิ์หึงขึ้นหน้า เขาไปกระชากตัวเธอ มัดไหมเพิ่งเสร็จจากการถ่ายแบบ และยังไม่ได้ถอดคอนแทกเลนซ์สีฟ้าออก เธอเลยทำตัวเป็นแม็ตตี้ พูดไทยไม่ชัดกับเขา รามิลมีทีท่าไม่เชื่อ แต่นาตาชาออกมาช่วยมัดไหมไว้ทัน อัจฉราวดีมาที่กลุ่ม เมื่อเห็นมัดไหมเธอตื่นเต้นมากว่าได้สัมผัสตัวจริงของนางแบบโลก เธอทักมัดไหมว่าแม็ตตี้ รามิลจึงสงบได้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ค่อยเชื่อสนิทใจว่ามัดไหมกับแม็ตตี้เป็นคนละคนกัน

อัจฉรา วดีพูดจาไม่เข้าหูนาตาชาเลยโดนนาตาชาด่าไป มัดไหมรู้ว่ารามิลต้องตามเรื่องถึงที่สุดเลยรีบกลับบ้าน แล้วให้ติ๋มสวมหน้ากากหน้าเละเป็นภัครมัยป่วยแล้วเธอดูแล รามิลตามมาถึงบ้านจริง ๆ และเมื่อเห็นภัครมัยปลอมอยู่กับมัดไหมเขาเลยเลิกสงสัย และสงสารภัครมัยหน้าผีขึ้นมาอีก เขาบอกมัดไหมให้บอกภัครมัยว่าคราวต่อ ๆ ไปที่เจอเขาไม่ต้องสวมฮู้ดปกปิดหน้าผี มัดไหมชื่นชมรามิลขึ้นมาหน่อย

รา มิลพามัดไหมไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสี่ คือแม่แก้ว คุณพิศมัย หรือย่าน้อย คุณอุมาพร กับคุณอรรุจิ พี่น้องฝาแฝดผู้พูดกันคำทะเลาะกันสามคำ แต่รักกันมาก ทั้งสี่ท่านทราบความจริงแล้วว่ามัดไหมเป็นใครจึงพยายามร้ายเต็มที่ ถล่มใส่มัดไหมเต็มที่ แล้วต่างลุกไปโดยที่มัดไหมยังไม่ทันได้กราบ มัดไหมน้อยใจมาก เธอไม่รู้เลยว่านี่คือแผนซ้อนแผนของนาตาชากับแม่แก้ว เธอจำต้องค้างที่บ้านสวนตามคำสั่งของรามิล มัดไหมยังเผชิญแผนการดูถูกและกลั่นแกล้งของญาติผู้ใหญ่ทั้งสี่ของรามิล อัจฉราวดีตามตื้อรามิลทุกวันและไม่รู้ตัวเลยว่าถูกผู้ใหญ่ทั้งสี่ใช้เป็น เครื่องมือทดสอบความรักของรามิลกับมัดไหม

มัดไหมไม่กล้ายอมรับว่าทุก คำพูดและทุกอาการที่เธอแสดงออกต่อรามิลนั้น เกิดจากความหึงหวง รามิลเองก็ไม่อยากยอมรับเหมือนกันว่าความฉุนเฉียวทุกวันของเขาเกิดจากความ รักมัดไหมสาวใช้คนนี้ ความที่รามิลรักมัดไหม และไม่อยากให้เธอจากไปทำให้เขาตัดสินใจพูดกับเธอว่าเขาคงต้องยอมแต่งงานกับ ผู้หญิงที่มีชาติตระกูลตามที่ญาติผู้ใหญ่เห็นสมควร แต่ถ้าเธอไม่รังเกียจเขาจะขอพาเธอหลบไปอยู่ด้วยกันเงียบ ๆ ณ ที่ห่างไกลผู้คน จะรักและทะนุถนอมเธอไม่ให้เธอลำบากไปชั่วชีวิต มัดไหมโกรธ นั่นหมายถึงว่าเธอต้องเป็นเมียน้อย เธอตบหน้ารามิล

ขณะที่มัดไหม กำลังเก็บ เสื้อผ้าจะหนีไปจากบ้านสวน อัจฉราวดีเข้ามาตอกย้ำความเจ็บปวดของเธออีกด้วยทีท่าสงบเสงี่ยมเป็นมิตร อัจฉราวดีบอกว่ารามิลเล่าทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วว่ามัดไหมรับจ้างเป็นแฟนของ รามิลด้วยค่าจ้างล้านบาท และเมื่อเธอเห็นว่ารามิลเป็นฝ่ายเลิกสัญญาก่อนกำหนดเธอจึงขอให้รามิลจ่าย เงินให้มัดไหมให้ครบเพื่อว่ามัดไหมจะได้มีเงินไปลงทุนทำอะไรของตัวเอง จะได้ไม่ต้องเป็นคนใช้เขาต่อไป คราวนี้มัดไหมโกรธรามิลจริง ๆ ไม่ใช่โกรธแง่งอนชั่วแวบเหมือนครั้งก่อนๆ มัดไหมขอติดรถอัจฉราวดีเข้าเมือง อัจฉราวดีสมใจ

รามิลตัดสินใจไปหามัดไหมคนหน้าผี เพื่อจะทำความใกล้ชิดกับเธอให้มากขึ้น แต่อีกใจก็จะไปเพราะความหวังว่าจะได้พบมัดไหมสาวใช้เจ้าหัวใจของเขาด้วย ตลอดเวลาที่อยู่กับมัดไหมหน้าผี รามิลไม่มีสมาธิเลย เขาคอยมองหามัดไหมสาวใช้ตลอด มัดไหมหน้าผีถาม แต่รามิลไม่บอกว่าเขาไม่สบายใจเรื่องอะไร เขาเบนเรื่องไปที่จะให้มัดไหมคนนี้ไปปรึกษาแพทย์เรื่องใบหน้าเละ แต่มัดไหมบอกว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้วไม่ไปแล้ว แล้วในที่สุดรามิลก็พูดถึงมัดไหมสาวใช้จนได้ มัดไหมบอกว่าลาออกไปแล้วรามิลใจหาย เขาตัดสินใจถามมัดไหมว่าคนเราควรจะแต่งงานด้วยเหตุผลใด มัดไหมบอกว่าด้วยความรัก รามิลถามถึงความเหมาะสม มัดไหมยืนยันความรัก แต่ก็บอกว่าแล้วแต่ความจำเป็นเฉพาะตัวของแต่ละคนด้วย รามิลบอกว่าเขาคิดอะไรไม่ออกแล้ว เพราะกระทั่งคนที่เขาคิดว่ารู้จักดีก็ยังไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เหมือนว่าคนเราทุกวันนี้ใส่หน้ากากใส่กัน เล่นเอามัดไหมสะดุ้งเพราะว่าเธอก็กำลังใส่หน้ากากอยู่จริง ๆ ด้วย รามิลสับสนมากกระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่ามาจากบ้านมัดไหมตอนไหน

ดนุพันธ์ สรุปว่ารามิลรักมัดไหมสาวใช้ ให้เขาตามหาเธอ แต่รามิลบอกว่ามัดไหมมีโอกาสพบผู้ชายดี ๆ แต่ภัครมัยหน้าผีไม่มีใครนอกจากเขา เขาตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานกับภัครมัย ดนุพันธ์ไปเล่าทั้งที่รามิลบอกว่ารักมัดไหมสาวใช้ และที่บอกว่าจะแต่งงานกับภัครมัยให้นาตาชาฟัง โดยไม่รู้ว่ามัดไหมอยู่กับนาตาชาด้วย นาตาชาให้มัดไหมบอกความจริงกับรามิลก่อนที่นานไปเขารู้เอง มัดไหมเชื่อว่ารามิลจริงใจในกรณีมัดไหมหน้าผี แต่เธอยังอยากทดสอบความจริงใจของเขาต่อมัดไหมสาวใช้ต่ออีก ด้านรามิลก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงมีความรู้สึกใกล้เคียงกันกับผู้หญิงถึง สามคน

สำหรับแม็ตตี้ เขาพอจะรู้ว่าเพราะเธอหน้าเหมือนกับมัดไหมสาวใช้ เขาโทรนัดแม็ตตี้ทานอาหาร เธอพูดถึงมัดไหมสาวใช้อีก รามิลตัดสินใจถามมัดไหมหน้าผีว่ามัดไหมสาวใช้อยู่ที่ไหน รามิลพยายามตามหามัดไหม ใจลอย มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อรถเขามาถึงหน้าไร่มนตราของมัดไหม สถานที่แรกที่เขาได้พบกับเธอ สาวสวยคนหนึ่งควบม้าอยู่ รามิลดีใจที่สุด เขาตะโกนเรียกเธอสุดเสียง เธอไม่ได้ยิน รามิลกดแตรรัว เจ้าตะวันสาดแสงม้าที่มัดไหมควบอยู่ตกใจ สลัดมัดไหมตกจากหลัง รามิลประคองมัดไหม เธอไม่เป็นไรมาก งอนเขาที่ทำให้ตกม้า แล้วรามิลก็งอนมัดไหมบ้าง

เมื่อหนุ่มหล่อผมยาวขี่ม้า อีกตัวมาหามัดไหม มัดไหมเรียกเขาว่าวายซี รามิลเหม็นขี้หน้านายวายซีนี่ทันที และยิ่งงอนหนัก เมื่อมัดไหมสะบัดจากเขาไปหาวายซี ท่าทางเธอไว้ใจนายนั่นมากกว่าเขา เขาพาลว่าเธอแกล้งตกม้าเพื่อเรียกความสนใจ มัดไหมต่อปากต่อคำกับรามิล แล้วเผลอตกเป็นเหยื่อเมื่อโดนเขายั่วว่าสำออย เธอเดินไปขึ้นรถเขา กว่าจะรู้ตัวว่าโดนรามิลเจ้าเล่ห์ใส่ เธอก็ออกมาจากไร่กับเขา เขาจงใจยั่วเธอเพื่อแยกเธอจากวายซี รามิลสารภาพรักกับมัดไหม มัดไหมจึงต้องสารภาพแผนการทั้งหมดของเธอ และสารภาพว่ารักเขาเช่นกัน รามิลมีความสุขที่สุดในชีวิต ติดตามชม ละครเทพบุตรมายาเทพธิดาจำแลง ได้ทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละคร เทพบุตรมายาเทพธิดาจำแลง

ทูตมรณะ

ทูตมรณะทูตมรณะ เป็นเรื่องของมือสังหารชื่อ เทพกร คำนึง(รับบทโดย สรพงศ์ ชาตรี) เดิมเป็นคนดี ฐานะยากจนแต่ไม่รู้ว่าพ่อคือใคร แต่ก่อนที่แม่ของเทพกรจะตาย ได้ทิ้งปริศนาไว้ว่าพ่อคือดาวคุกที่หายสาบสูญ เทพกรจึงตั้งใจตามหาแต่ชีวิตขาดที่พึ่ง ซ้ำยังเจอความอยุติธรรม เทพกรจึงเดินเข้าหาอาชีพทุจริต เป็นมือปืน โดยมีเจ้าพ่อเป็นหนุนหลัง

แต่แล้ว เทพกรพยายามกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี เมื่อได้หลงรัก รติการ (รับบทโดย จารุณี สุขสวัสดิ์) แต่รติการก็มีความลับบางอย่างที่ยอมเป็นของกร เพราะต้องการเข้าถึงตัวเขา และพบว่า อำรุง คำนึง (รับบทโดย สมบัติ เมทะนี) ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คือพ่อของเขา  และผู้ใหญ่ที่คอยหนุนหลังเจ้าพ่อคือพ่อของเขาเอง ซ้ำยังเปิดทางให้ตำรวจ(รับบทโดย จอนนี่, อธิวัฒน์, รณ) สังหารตน เพราะไม่รู้ว่าเทพกรคือลูก

ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : วิลาสิณี
บทประพันธ์ : กัณหา แก้วไทย

นักแสดง

สรพงษ์ ชาตรี,จารุณี สุขสวัสดิ์,จอนนี่ แอนโฟเน่,กวาง กมลชนก โกมลฐิติ,สมบัติ เมทะนี,ดวงตา ตุงคะมณี

ทายาทอสูร 2544

ทายาทอสูร

คุณยายวรนาฏ สตรีผู้สวยสง่าราวท่านหญิง คงความสวยไว้เหมือนสาว 40 ทั้งๆ ที่อายุ 80 กว่าปี คุณยายวรนาฏเตรียมพิธีสืบทอดทายาทอสูรให้กับหลานสาว วรินทร์ คือหนึ่งในหลาน สาวสวยของอสูรร้ายต้องการร่างเพื่อสืบทอดความเป็นอสูร วรินทร์ลูกสาวคนที่สามคนสุดท้อง ของ โอฬารและสุดาดวง พร้อมพี่ชายคนโตอีกสองคนคือ รัชโรจน์ , รังสรรค์

วันหนึ่ง วรินทร์ ไปทัศนศึกษาที่สุโขทัย พบตุ๊กตาสังคโลกลายตะขาบ เมื่อวรินทร์กลับมา ถึงบ้านมักจะฝันผวา และพบภาพหลอนแปลก ๆ บ่อยครั้งขึ้น ในขณะเดียวกัน คุณยายวรนาฏได้เดิน ทางจากต่างจังหวัด มาพักที่บ้านวรินทร์ ในช่วงเวลาที่คุณยายฯ มากับเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ แปลก ๆ เช่น ซินแสมังกรตายอย่างไร้สาเหตุ เพียงเพราะเข้ามาเตือน โอฬาร พ่อของวรินทร์ถึงภัยร้ายจาก อสูร

เมื่อคุณยายวรนาฏมาพักที่บ้าน คุณยายฯ พยายามใกล้ชิดกับ วรินทร์มากที่สุด แต่ไม่ สามารถเข้าใกล้วรินทร์ได้ เพราะเธอมักจะสวมพระขรรค์เงินไว้เสมอ แม้ว่าคุณยายฯ จะใช้พลัง ต่าง ๆ เพื่อให้วรินทร์ถอดสร้อยพระออกก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใน บ้าน เริ่มเป็นที่สงสัย

โอฬารพร้อมรัชโรจน์ ลูกชายคนโตเดินทางไปตามหา มหาจรวย และแม่ชีแสงบุญ เพื่อ ต้องการวิธีกำจัดอสูรร้าย ซึ่งได้รับคำชี้แนะว่า ต้องใช้พระขรรค์เงินต้นแบบ มาทำลายอสูร และ คนที่ทำลายอสูรได้ คือ สนทรรศน์ เพื่อนชายของวรินทร์นั่นเอง ยิ่งใกล้วันทำพิธีเข้ามาทุกขณะ คุณยายฯ เปลี่ยนใจให้ นัยน์เนตร หลานสาวอีกคนสืบทายาทแทน แต่ขณะพิธีกรรมใกล้สำเร็จ แม่ชีแสงบุญทำพิธีสกัดกั้น ให้พิธีกรรมสืบทอดไม่สำเร็จ

พร้อมทั้ง เปิดเผยว่า แท้ที่จริงอสูรร้ายคือ คุณยายวรนาฏตามที่ทุกคนสงสัย คุณยายวรนาฏ หนีออกจากบ้าน พร้อมสะกดจิต สุดาดวงแม่ของ วรินทร์ พร้อมสะกดนัยเนตร และวรินทร์ ไปยังโรงแรมร้างแห่งหนึ่ง โอฬารรู้ว่าสุดาดวงถูกสะกด จึงตามไปช่วยพร้อมมหาจรวย แต่ที่สุดทั้งสองก็ พ่ายภัยของอสูรร้าย รังสรรค์ ลูกชายคนรองของโอฬารกับวรินทร์ตามไป

โดนมนต์ของอสูรร้ายทำให้แยกกัน ไปคนละทาง เมื่อทั้งคู่แยกไปคนละทางสำเร็จ วรินทร์ หลงกลอสูรร้าย โดนบีบบังคับให้โยนสร้อย พระขรรค์เงินทิ้ง ไม่อย่างงั้นอสูรร้ายจะฆ่าสุดาดวง วรินทร์จึงยอม เพราะต้องการช่วยชีวิตแม่ของตนเอง อสูรร้ายได้โอกาส รีบทำพิธีกรรมสะตวงสืบ ทอดทายาททันที แต่ยังไม่สำเร็จ

รัชโรจน์กับสนทรรศน์ เข้ามาช่วยไว้ก่อน โดย รัชโรจน์ใช้วิธีลดพลังสร้างความเจ็บปวดให้แก่อสูรร้ายตามที่แม่ชีแสงบุญแนะ นำมา ส่วน สนทรรศน์ เตรียมเอาพระขรรค์เงินเทวดาต้นแบบ แทงไปที่ร่างอสูรร้าย อาถรรพ์ตะขาบจะหมดฤทธิ์ หมายถึงจุดจบของเจ้าอสูรร้าย แต่…มหิทธานุภาพ ของ จอมอสูรร้ายสะสมพลังมานานกว่าเจ็ดศตวรรษ จะสิ้นฤทธิ์พ่ายแก่พระขรรค์เงินเทวดาต้นแบบแค่นั้นจริงหรือ ?

ผู้กำกับ : นิรัตติศัย กัลย์จาฤก
ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : เขมมินี
บทประพันธ์ : ตรี อภิรุม

รายชื่อนักแสดง ทายาทอสูร

1. สินจัย เปล่งพานิช แสดงเป็น วรนาฏ
2. อัมรินทร์ สิมะโรจน์ แสดงเป็น รัชโรจน์
3. เอมี่ กลิ่นประทุม แสดงเป็น วรินทร์
4. สโรชา วาทิตตพันธ์ แสดงเป็น นัยเนตร
5. สาริน บางยี่ขัน แสดงเป็น สนทรรศน์
6. นิพิธ ฮันเก้ แสดงเป็น รังสรรค์
7. จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น สุดาดวง
8. สันติสุข พรหมศิริ แสดงเป็น โอฬาร
9. แชมเปญ เอ็กซ์ แสดงเป็น นิลุบล
10. หาญส์ หิมะทองคำแสดงเป็น ศักดิ์
11. ศิริพิชญ์ กฤษณะเศรณี แสดงเป็น พรรณทิพย์
12. ชุมพร เทพพิทักษ์ แสดงเป็น ปู่สุธรรม
13. จิระวดี อิศรางกูรฯ แสดงเป็น แม่ชีแสงบุญ
14. ดวงใจ หทัยกาญจน์ แสดงเป็น ป้าทรัพย์
15. ชุดาภา จันทเขต แสดงเป็น นาเรศ
16. ยอดชาย เมฆสุวรรณ แสดงเป็น มานพ
17. กรองทอง รัชตะวรรณ แสดงเป็น วรรณา
18. ภานุเดช วัฒนสุชาติ แสดงเป็น เจ้าโขน
19. มณีรัตน์ วัยวุฒิ แสดงเป็น ดาวเรือง

ทะเลใจ

รัตตวัลย์ สาวสวยลูกสาว นายรักษา นักธุรกิจใหญ่ของจังหวัดกระบี่ จบการศึกษาบริหารธุรกิจจากออสเตรเลีย กลับมาเพื่อมางานศพของบิดาที่ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจ รัตตวัลย์เป็นคู่หมั้นของ ปารเมศร์ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ รูปหล่อ เจ้าของผับและโรงแรมในกรุงเทพฯ รัตตวัลย์มีน้องชายคือ ตรีทิพ ทำงานเป็นนักอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าให้กับมูลนิธิแห่งหนึ่ง ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในป่าไม่สนจธุรกิจเหมืองแร่ สวนยาง และหุ้นส่วนกิจการรับซื้อขายรังนก ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว ตรีสุคนธ์ แม่ของวัลย์เดิมเป็นมือขวาช่วยธุรกิจขึ้นมาด้วยกันกับสามี แต่เมื่อสามีมาเสียชีวิตกะทันหันทำให้ตรีสุคนธ์ล้มเจ็บลงกะทันหัน ไม่มีจิตใจจะบริหารธุรกิจ ทำให้วัลย์ต้องมาดูแลกิจการด้วยตัวเอง วัลย์รู้จักกับปารเมศร์มาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ของทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนกัน วัลย์จึงไว้วางใจปารเมศร์มาก

และไม่ลังเลใจเมื่อปารเมศวร์เอ่ยปากขอ ยืมเงิน 5 ล้านเพื่อไปหมุนในธุรกิจโรงแรมของตัวเอง วัลย์ให้ รสสุคนธ์ ญาติสาวที่เติบโตมากึ่งเพื่อนเล่นกึ่งพี่เลี้ยงของวัลย์เป็นคนจัดการเรื่อง นี้ โดยห้ามไม่ให้บอกใคร รสสุคนธ์เอาเงินมาให้ปารเมศร์ที่โรงแรมและเห็นปารเมศร์เจ้าชู้กับ ทักษิณา พนักงานโรงแรม รู้สึกไม่พอใจแต่ไม่บอกวัลย์เพราะไม่อยากให้วัลย์ไม่สบายใจ รักษาทำพินัยกรรมมอบหุ้นรังนกทั้งหมดให้ตรีทิพ ยกสวนยางเครื่องเพชรและเงินสดให้วัลย์ ปารเมศร์รู้สึกไม่พอใจยุวัลย์ว่านายรักษาลำเอียงรักลูกชายมากกว่า ตรีทิพประกาศขายหุ้นรังนกของตัวทันทีปารเมศร์ยิ่งไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ในวันเผาศพนายรักษาตรีทิพขับรถลงมาร่วมงานที่กระบี่ ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกขนรถตรีทิพตกเหว ทุกคนเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตรีสุคนธ์ยิ่งทรุดลงไปอีกวัลย์ขอยืดกำหนดงานแต่งงานออกไป

แต่ นายบวรและนางก่องแก้วกลับถือโอกาสเร่งให้วัลย์กับปารเมศร์แต่งงานเร็วขึ้น โดยอ้างว่าวัลย์จะได้มีคนมาดูแลและช่วยบริหารกิจการ ซึ่งตรีสุคนธ์ก็เห็นด้วย วัลย์จดทะเบียนและแต่งงานแบบเงียบๆ ในคืนส่งตัวนั้นเองตรีสุคนธ์ช็อคเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง วัลย์รีบมาเฝ้าที่โรงพยาบาลทันที และตัดสินใจกลับมาอยู่ที่กระบี่เพื่อคอยดูแลตรีสุคนธ์ ในขณะที่ปารเมศร์ ต้องดูแลธุรกิจอยู่ที่กรุงเทพฯ ปารเมศร์เพิ่งรู้ว่าก่อนตรีทิพตายได้เซ็นขายหุ้นให้เถ้าแก่ด่านไปแล้ว และตรีสุคนธ์ตั้งใจเอาเงินจากการขายหุ้นไปตั้งองค์กรการกุศลตามเจตน์จำนงของ ตรีทิพ ปารเมศร์พยายามคัดค้านแต่ไม่สำเร็จ วัลย์มานั่งเล่นริมทะเลกับรสสุคนธ์และถูกคนร้ายฉุดตัวไปส่วนรสสุคนธ์ถูกยิง บาดเจ็บ ปารเมศร์รีบบินลงมาเยี่ยมแสดงความห่วงใย และเข้าไปหาแม่ของวัลย์รับอาสามาดูกิจการให้

ปารเมศร์อ้างสิทธิ์การ เป็นสามีเข้ามาวุ่นวายขอดูบัญชีบริษัทแต่รสสุคนธ์ไม่ยอม เอิบกับชาถูกว่าจ้างให้มาเก็บวัลย์ แต่เอิบเห็นวัลย์สวยเลยคิดจะพาวัลย์มาข่มขืนก่อนจะฆ่าทิ้งตามคำสั่ง โดยพาไปแอบที่เกาะถ้ำกลางทะเลลึก ซึ่งเป็นเกาะสัมปทานเก็บรังนกที่ตัวเองเป็นคนงานอยู่ วัลย์ตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายดีกว่าโดนเอิบข่มขืน แต่บังเอิญ นาบุญ และลูกน้องคือ สน กับกร เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน วัลย์ฟื้นขึ้นมากลัวลนลานเมื่อเห็นนาบุญ และเข้าใจว่านาบุญเป็นหัวหน้าโจรสลัดจับคนมาเรียกค่าไถ่ นาบุญจัดการมัดวัลย์เข้ากับตัวไต่บันไดลิงพาปีนขึ้นมาจากชายหาดด้านหลังเกาะ และให้ บุหรง เมียของสนและ บุหลัน น้องสาวบุหรงคอยดูแลวัลย์ที่ไม่สบาย พร้อมกับประกาศว่าวัลย์เป็นผู้หญิงของตนเพื่อไม่ให้คนงานอื่นมายุ่ง นาบุญมาสอบสวนเอิบกับชาเรื่องวัลย์

เอิบไม่ยอมรับบอกว่าวัลย์เป็น เมียของตัวเองจริงๆ และหนีตามกันมา แต่กรส่งกระเป๋าเงินของวัลย์ที่ค้นมาได้จากตัวเอิบให้นาบุญ นาบุญเห็นชื่อและนามสกุลจึงรู้ว่าวัลย์แต่งงานแล้ว เอิบแอบเข้าไปขโมยรังนกอีกแต่ตกพะองคอหักต่าย วัลย์ยิ่งเข้าใจว่านาบุญตั้งใจฆ่าเอิบเพื่อปิดปาก ในขณะที่ชาเมื่อเห็นเอิบตายก็กลัวมากยอมสารภาพกับนาบุญว่าคนชื่อ ทักษ์ เป็นคนสั่งฆ่าวัลย์ วัลย์แปลกใจที่ห้องพักของนาบุญมีตำราภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ และจานดาวเทียมอยู่ในห้อง วัลย์เริ่มเชื่อว่านาบุญไม่ใช่โจรสลัดแต่เป็นเจ้าของเกาะสัมปทานรังนกจริง และขอร้องให้นาบุญส่งตัวเองกลับนาบุญบอกว่าช่วงนี้หน้ามรสุมไม่มีเรือส่ง กลับ และไม่ไว้ใจให้วัลย์กลับไปกับเรืออื่นที่ไม่มีผูหญิงไปด้วย วัลย์จึงขอเขียนจดหมายส่งข่าวบอกให้ทางบ้านรู้ เมื่อรสสุคนธ์ได้รับจดหมายจึงยิ่งมั่นใจว่าวัลย์ยังอยู่แต่ไม่ยอมบอกให้ปาร เมศร์รู้

วัลย์เริ่มเรียนรู้ชีวิตสงบๆ เรียบๆ บนเกาะ ขณะเดียวกันก็ช่วยนาบุญเก็บข้อมมูลงานวิจัย ทั้งสองคนเริ่มสนิทสนมกัน ชุมพล เป็นพนักงานของบริษัทรับซื้อรังนกของนาบุญ แต่ชุมพลมักจะชอบยุแหย่คนในเกาะและใส่ความนาบุญเสมอ เพราะไม่พอใจที่นาบุญเก็บรังนกแค่ปีละ 2 ครั้ง ทำให้รายได้ของตัวเองลดต่ำลง แต่นาบุญไม่สนใจ จนกระทั่งมีเรือ ประมงทำทีมาขอหลบพายุแต่จริงๆ แล้วกลับเข้ามาปล้น นาบุญรีบให้วัลย์เข้าไปหลบที่ถ้ำจนเหตุการณ์สงบ ปรากฏว่าพวกโจรสามารถเอารังนกไปได้ครึ่งหนึ่ง นาบุญสืบได้ว่าชุมพลเป็นสายให้กับโจรจึงไล่ออกจากเกาะ เพื่อนเก่าของนาบุญชื่อ ไผท ซึ่งเป็นทหารเรือแวะมาที่เกาะ นาบุญจึงตัดสินใจฝากวัลย์และบุหลันกลับเข้าฝั่งไปก่อน รวมทั้งให้กรและสนคอยไปเป็นคนคุ้มกันวัลย์และสืบหาทักษ์ ก่อนไปนาบุญไม่ลืมสั่งให้วัลย์ระวังคนใกล้ชิด

ชุมพลกลับเข้าฝั่งมา พบปารเมศร์บอกว่าวัลย์โดนหัวหน้าเกาะจับตัวไป เพื่อหวังจะให้ตำรวจมาถล่มเกาะถ้ำถือโอกาสแก้แค้น ปารเมศร์ก็ตกใจมากที่วัลย์ยังมีชีวิตอยู่จึงส่งตำรวจไปอ้างว่าไปช่วยวัลย์ ที่ถูกจับเรียกค่าไถ่ พร้อมส่งคนของตนไปเพื่อฆ่าวัลย์อีกครั้ง แต่วัลย์กลับมาถึงกระบี่ก่อน ตอนเช้าข่าวออกว่าเกาะรังนกถูกถล่มโดยตำรวจ นาบุญหายไปวัลย์แทบล้มทั้งยืน สนและกรโกรธวัลย์ที่เป็นต้นเหตุให้นาบุญเดือดร้อน ปารเมศร์แกล้งดีใจที่วัลย์กลับมาเอาอกเอาใจวัลย์เหมือนเดิม พร้อมกับใส่ความรสสุคนธ์ว่าทำท่าเหมือนจะตุกติกบุญชีตอนวัลย์ไม่อยู่ วัลย์สับสนไปหมดเพราะไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนสั่งฆ่าตัวเอง และยังจำคำสั่งนาบุญได้ที่ให้ระวังคนใกล้ชิด ทักษิณาไม่ค่อยพอใจที่ปารเมศร์เอาใจวัลย์ นาบุญปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่โรงแรมในภาพนักธุรกิจมาดโก้หรู และยังทำท่าสนใจทักษิณา

ทักษิณาเองก็เล่นด้วยเพราะต้องการประชดปาร เมศร์ ในขณะที่ไผทลาพักร้อนมาสืบหาน้องสาวของตัวเองชื่อ พิลาสลักษณ์ ซึ่งเคยเป็นแฟนเก่าของปารเมศร์และหายออกไปจากบ้านกว่า 8 เดือนแล้ว นาบุญแกล้งทำเป็นไม่รู้จักวัลย์ แต่แอบติดต่อกับกรและสนลับๆเพื่อสืบหาทักษ์จนในที่สุดสามารถรู้ว่าทักษ์ก็ คือทักษิณา และยิ่งกว่านั้นยังรู้อีกว่าปารเมศร์เป็นคนสั่งให้ทักษิณาหามือปืนมากำจัด วัลย์ รวมทั้งการตายของตรีทิพก็เป็นฝีมือของปารเมศร์ด้วย ความจริงแล้วปารเมศร์ติดการพนันมากที่ต้องฆ่าวัลย์และตรีทิพก็หวังเงินเพื่อ เอาไปใช้หนี้การพนัน วัลย์ตกใจมากที่รู้ความจริงแต่ก็สามารถตัดใจขออโหสิกรรมไปและขอหย่าขาดจาก ปารเมศร์ ปารเมศร์โดนทวงหนี้การพนันกว่า 20 ล้าน จึงติดต่อนักธุรกิจค้าน้ำมันจากบรูไน เจ้าชายบินซาอัด ให้บินมาเมืองไทยเพื่อขายทักษิณาให้กับเจ้าชายเหมือนกับที่ขายพิลาศลักษณ์ไป ก่อนหน้านี้

เจ้าชายพาพิลาศลักษณ์กลับมาด้วยเพื่อปล่อยที่เมืองไทย โดยจะพาผู้หญิงคนใหม่ที่ปารเมศร์หาให้สวมรอยกลับไปแทน แต่เจ้าชายกลับถูกใจวัลย์มากกว่า ปารเมศร์ไม่ลังเลใจขายวัลย์ทันที ปารเมศร์ขอร้องให้วัลย์ออกงานต้อนรับเจ้าชายเป็นครั้งสุดท้ายกับตัวเอง นาบุญพยายามเตือนให้วัลย์ระวังตัวแต่วัลย์ไม่สนใจ ปารเมศร์ทำแผนหลอกให้วัลย์นั่งรถพาเจ้าชายมาชมวิวบนเขา และให้คนของเจ้าชายดักพาตัววัลย์ แต่ปรากฏว่านาบุญมาช่วยไว้ทัน ปารเมศร์โยนความผิดทั้งหมดให้ ทักษิณา ทักษิณาโมโหมากยิงปารเมศร์ตาย เจ้าชายยังไม่ยอมปล่อยวัลย์จะเอาตัววัลย์กลับไปเป็นนางในฮาเร็มใหได้ แต่พิลาศลัษณ์บอกเจ้าชายว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ เจ้าชายดีใจมากจึงเลือกลูกและพิลาศลักษณ์ยอมปล่อยวัลย์ให้นาบุญ นาบุญพาวัลย์กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เกาะรังนก

รายชื่อนักแสดงละคร ทะเลใจ

ณัฐวุฒิ สกิดใจ แสดงเป็น นาบุญ
วรัทยา นิลคูหา แสดงเป็น รัตตวัลย์
อภิชาต พัวพิมล แสดงเป็น ปารเมศร์
สาริศา ใหม่ละออ แสดงเป็น ทักษิณา
อินทร์กรแก้ว ศิรวัชรินทร์ แสดงเป็น รสสุคนธ์
ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล แสดงเป็น น้ากร
จงเจต วัชรานันท์ แสดงเป็น ไผท
พิชชาภรณ์ รัตนานนท์ แสดงเป็น บุญจิรา
วรรณกิตย์ ศิริพุฒิ แสดงเป็น สน

ทะเลสาบนกกาเหว่า

ครูดวง พร อดีตเจ้าของเนอสเซอรีที่ต้องเลี้ยงดูเด็กหญิงชายอีก 5 คน คือ สาลิกา สิริขวัญ เมรี ปองคุณ และ ปวีร์ ทั้งห้าคนต่างรู้สภาพของตนเองแต่แม่ครูก็คอยเติมส่วนที่ขาดหายด้วยความรัก และเมตตา และสอนให้ลูกๆ ทุกคนรัก สามัคคี มีน้ำใจ ซื่อสัตย์ ขยันและกตัญญู แต่ปวีร์ ด้วยความเป็นน้องคนเล็กจึงเอาเปรียบพี่ๆ ทั้งเรื่องการกินอยู่และการทำงานร่วมกันในบ้าน

 

    พี่ๆ สี่คนเรียนจบแค่ระดับ ปวช. ก็หางานทำ สาลิกา เป็นแคชเชียร์และ ปองคุณ เป็นพนักงานเสิร์ฟในผับที่เดียวกัน สิริขวัญ เป็นนักร้องในร้านอาหาร และเมรี ที่รักทำงานศิลปะให้กับมูลนิธิ ทุกคนต่างมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านและค่ารักษาแม่ครูที่ป่วย เป็นโรคไต ทุกคนรู้หน้าที่มีเพียง ปวีร์ เท่านั้นที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ

 

    ปวี ร์ ที่ได้อะไรนอกเหนือคนอื่นมาตลอด เขาเรียนจบปริญญาตรีและมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ ยิ่งยศ และพรรณฉวี เจ้าของโรงแรมริเวอร์โฮม จึงชักชวนให้ปวีร์มาทำงานในโรงแรม ด้วยเห็นความสามารถบวกกับบุคลิกหน้าตาและเขายังสร้างภาพว่าเป็นลูกชายคน เดียวของเจ้าของเนอสเซอรี และยังได้มีโอกาสเข้าไปแนะนำเรื่องคอมพิวเตอร์ให้กับ มัทนา ลูกสาวคนที่สองของบ้านที่เป็นกุลสตรีและน่ารักเรียบร้อย ทำให้มองเห็นอนาคตหากเขาได้เป็นลูกเขยของบ้านนี้

 

    ยิ่ง ยศสั่งให้ ปวีร์ เป็นแม่งานในงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของ เพ็ญพิชชา กับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ปวีร์ให้ความสนใจตัวของเพ็ญพิชชาเป็นอย่างมาก แต่ผู้หญิงที่มีความสง่างาม มั่นใจในตัวเองสูง ฉลาดและมีไหวพริบดีกลับไม่ยอมรับไมตรีจากเขาและยังเย่อหยิงและแบ่งชนชั้นกับ เขาอย่างชัดเจน เขาจึงหันไปสานสัมพันธ์กับมัทนาต่อและด้วยความใกล้ชิด ทั้งสองจึงมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างลึกซึ้ง และปวีร์ก็ขอให้มัทนาเก็บไว้เป็นความลับ

 

    พิมพ์ มาดา ลูกสาวคนเล็กถูกเรียกตัวกลับและปวีร์ก็เป็นแม่งานอีกเช่นเคย พิมพ์มาดารู้สึกชอบเขาขึ้นมาทันที เลยขอฝึกงานในแผนกเดียวกับปวีร์และแสดงความสนใจอย่างเปิดเผย ปวีร์แม้จะยังหมายปองเพ็ญพิชชาอยู่แต่ก็ไม่เคยได้รับความสนใจแม้แต่น้อย เขาจึงหันมาเอาใจพิมพ์มาดาที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จได้ง่า ยกว่ามัทนา การกระทำของปวีร์ยิ่งทำให้เพ็ญพิชชาไม่ไว้ใจในตัวเขามากยิ่งขึ้น และเตือนให้พิมพ์มาดารู้ตัวว่าเขาหวังในผลประโยชน์มากกว่าจะจริงใจ แต่พิมพ์มาดากลับไม่เชื่อและประกาศจะแต่งงานกับ ปวีร์ อีกด้วย ด้านพรรณฉวีก็บังคับให้มัทนาหลีกทางให้น้อง มัทนาจำต้องยอมเพ็ญพิชชา ไม่สามารถคัดค้านการเลื่อนตำแหน่งของปวีร์ได้ และได้แต่สงสารมัทนาที่หลงรักปวีร์อย่างมาก จึงชักชวนให้ไปพักผ่อนที่โรงแรมที่หัวหิน และได้พบ รมต.สุพจน์ คุณหญิงอันธิกา และ อังกูร ที่รู้สึกจะชอบในความเรียบร้อยน่ารักในตัวมัทนา ทั้ง รมต.และคุณหญิงให้การสนับสนุนเต็มที่เพราะเห็นว่ามัทนาเป็นลูกสาวของยิ่งยศ

 

    ปวีร์ ได้ทำงานใหญ่ร่วมกับเพ็ญพิชชาทำให้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธอ จนหญิงสาวเริ่มยอมรับในความฉลาดและความสามารถในเรื่องงานแต่ก็ยังไม่ชอบใจใน ความกะล่อนที่เขามีต่อพิมพ์มาดาและมักจะนัดพบมัทนา ทั้งที่มัทนาคบหาอยู่กับอังกูร จนมัทนาเผลอตัวไปมีความสัมพันธ์ด้วยกันอีก

 

    แม่ ครูดวงพรยังคงเฝ้ารอการกลับมาของลูกๆ ที่แม้จะไม่ค่อยมีเวลาแต่ลูกๆ ก็ยังเจียดเวลามาอยู่กับแม่ครูบ้าง ยกเว้นปวีร์ที่ตั้งแต่ทำงานที่โรงแรมเขาก็แยกออกไปเช่าห้องอยู่นานๆ จะแวะมาแต่ก็ไม่ยอมฝากเงินไว้ให้กองกลาง เมื่อถูกสาลิกาทวงก็จะบอกว่าเงินเดือนไม่พอใช้แม่ครูจึงขอให้สาลิกายกเว้น ปวีร์ไปก่อน แม่ครูไม่อยากเอาเงินของลูกๆ ไปใช้จึงไม่ยอมฟอกไตตามที่หมอนัดทำให้อาการทรุดลง เมื่อสิริขวัญพบกับปวีร์ชายหนุ่มที่เธอหลงรักแต่เขาไม่เคยรู้จึงบอกให้ไป เยี่ยมแม่ครูบ้างและเอาเงินไปให้สาลิกาไว้ใช้จ่ายด้วยเขาก็รับปากแต่กลับไม่ ยอมทำตาม

 

    ปวีร์ เริ่มให้ความสนใจพิมพ์มาดาน้อยลงเพราะต้องทำงานอยู่กับเพ็ญพิชชา ทำให้พิมพ์มาดาโกรธ และเสียใจไปดื่มเหล้าจนเกิดอุบัติเหตุรถชนจนบาดเจ็บสาหัส ส่งผลให้พรรณฉวีโกรธเพ็ญพิชชาและเปิดเผยความจริงว่า เพ็ญพิชชาและมัทนาไม่ได้เป็นลูกแท้ๆ ของตัวเอง หากตัวพิมพ์มาดาเป็นหลานของลมัยแม่บ้านของยิ่งยศ มัทนาเมื่อรู้ความจริงก็เสียใจและสับสนและพยายามหาหลักยึด โดยบอกเรื่องที่เธอท้องให้ปวีร์รู้ แต่เขากลับไม่ยอมรับและให้มัทนาเอาเด็กออกและรีบแต่งงานกับอังกูรเสีย

 

    พิมพ์ มาดารู้เรื่องทั้งหมดก็คิดหาทางกำจัดมัทนาและได้เปิดเผยชาติกำเนิดของ มัทนาให้คุณหญิงอันธิการู้ในวันแต่งงาน คุณหญิงจึงล้มงานแต่งงาน ทำให้มัทนาเจ็บปวดและอับอายเกินจะทนไหวจึงกินยานอนหลับฆ่าตัวตาย อังกูรได้แต่เสียใจกินเหล้าเมามายไปพบกับสาลิกา และกวนประสาทแต่ก็ให้ข้อคิดกับเขาได้ ปองคุณเห็นอังกูรสนใจสาลิกาจึงคิดจะหลอกเอาเงินมาใช้รักษาแม่ครู แต่สาลิกาไม่เห็นด้วยเพราะนึกถึงคำสอนของแม่ครู

 

    เพ็ญ พิชชาเมื่อรู้สถานภาพของตนเองก็ลดบทบาทตัวเองจากการบริหารโรงแรม และย้ายไปอยู่เรือนหลังเล็กดูแลงานบ้านแทนมัทนาและตามหาแม่ที่สลัมกลับถูก ปฏิเสธ แต่เธอก็ตั้งใจที่จะปรับสภาพชีวิตของตนเองให้ได้ ส่วนสาลิกายอมคบกับอังกูรแต่ก็พบว่าแม่ของเขายอมรับในตัวเธอไม่ได้ เธอตัดสินใจที่จะไม่คบหากับอังกูรอีกต่อไป พี่น้องทุกคนพยายามที่จะให้ปวีร์มาเยี่ยมแม่ครูแต่กลับได้รับการปฏิเสธ ส่วนปรวีร์ก็โดนพิมพ์มาดาเร่งรัดเรื่องการแต่งงานถึงกับกลุ้มใจเพราะไม่มี เงินมากพอ แม่ครูได้รู้ก็เลยเอาแหวนแต่งงานหวังจะให้ปวีร์ได้ใช้ แต่พอกลับมากลับถูกรถชนอาการสาหัส พี่น้องทุกคนพยายามหาเงินมาช่วยรักษาแม่ครู แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตแม่ครูไว้ได้ ทุกคนโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียแม่ครูไปโดยเฉพาะปวีร์ที่มาไม่ทันดูใจแม่ครู ทำให้งานแต่งงานของปวีร์และพิมพ์มาดาต้องเลื่อนออกไป พิมพ์มาดาจึงทำตัวเสเพลเล่นการพนันและไปพบกับ คฑา จิ้งจอกสังคมที่หลอกลวงจนพิมพ์มาดาตั้งท้องกับเขา แต่เขาไม่ยอมรับ และธุรกิจโรงแรมก็เริ่มย่ำแย่ลงทุกวัน ปัญหาทุกอย่างทำให้ยิ่งยศและพรรณฉวีตรอมใจ แต่ทั้งสามคนก็ได้เพ็ญพิชชาคอยดูแล โดยไม่ถือสาในเรื่องที่ผ่านมา

 

    ตั้งแต่ แม่ครูเสียไป ปองคุณก็เสียใจมากและอยากเลิกยาและไม่อยากส่งยาเสพติดอีกต่อไป ทำให้เสี่ยชัชชัยส่งลูกน้องตามฆ่าปองคุณ ปองคุณหนีไปขอความช่วยเหลือจากปวีร์ และได้รู้ว่าโกศลที่โกรธแค้นปวีร์กลับมาแก้แค้นและกำลังวางระเบิดในโรงแรม ปองคุณจะเข้าไปบอกปวีร์ให้รู้แต่ยามกลับไม่ให้เข้า พอดีเพ็ญพิชชามาเห็นทำให้โกศลที่รู้ตัวแล้วตามยิงทั้งคู่ ปองคุณและเพ็ญพิชชาจึงหนีไปด้วยกัน ปองคุณสู้กับโกศลและแย่งปืนมาได้ ทำให้ปวีร์มาเห็นก็เข้าใจว่าปองคุณทำร้ายเพ็ญพิชชาที่สลบอยู่ ตำรวจจึงเข้าใจผิดและยิงปองคุณตายคาที่ เพ็ญพิชชาและปวีร์รีบวิ่งไปที่ระเบิดและเอาออกจากโรงแรมก่อนที่ระเบิดจะทำ งาน ปวีร์ตัดสินใจแย่งระเบิดมาจากเพ็ญพิชชา และรีบวิ่งไปขว้างระเบิดทิ้งได้หวุดหวิด โรงแรมจึงรอดพ้นจากการระเบิด แต่ปวีร์กลับโดนสะเก็ดระเบิดอาการสาหัส ใบหน้าเสียโฉมและขาเป๋ เป็นที่รังเกียจของทุกคน

 

    ปวี ร์ สำนึกผิดที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ร้ายๆ ในชีวิตทุกคน จึงหนีไปซ่อนตัวอยู่เพียงลำพัง แต่เมื่อทุกคนให้อภัยและโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ปวีร์จึงกลับมาทำงานตามเดิม พิมพ์มาดาคลอดลูกชายและตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเพื่อเปิดทางให้ความ รักของปวีร์กับเพ็ญพิชชา แต่เพ็ญพิชชา ก็ยังไม่สามารถยอมรับเขาได้ ปวีร์ตัดสินใจกลับไปเริ่มต้นงานคอมพิวเตอร์อีกครั้งและเพ็ญพิชชาก็ได้ชวนให้ เขากลับมาทำงานที่โรงแรมอีกครั้งด้วยความสามารถของเขาเอง ส่วนเพ็ญพิชชาก็ออกมาเลี้ยงดูลูกนกกาเหว่าของพิมพ์มาดาอย่างมีความสุขต่อไป

ทัดดาวบุษยา 2540

ทัดดาว เป็นลูกสาวของนายเด่น บุษยา เศรษฐีใหญ่มีบ้านอยู่ริมน้ำเมืองนนทบุรี จิตรีแม่ของทัดดาวติดการพนันงอมแงม คุณหญิงบุษย์แม่ของนายเด่นเกลียดชังไม่ชอบ จึงหาทางไล่ออกจากบ้าน โดยไม่รู้ว่าจิตรีมีทัดดาวติดท้องไปด้วย ต่อมานายเด่นซึ่งยังรักจิตรีอยู่มาก พยายามติดตามหาจนพบกับทัดดาวลูกสาวซึ่งโตเป็นสาวแล้ว และนายเด่นได้บอกกับทัดดาวว่าตนจะยกมรดกทั้งหมดให้ทัดดาว แต่ในไม่ช้านายเด่นก็เสียชีวิตไปโดยยังไม่ทันได้ติดต่อบอกทัดดาวอย่างเป็น ทางการ
คุณนายเดือน ภรรยาอีกคนซึ่งอยู่กินกับนายเด่น จึงครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของนายเด่นอย่างสุขสำราญ คุณนายเดือนมีลูกกับนายเด่น 2 คน คือ ต้อม ลูกสาว และแต้ม ลูกชาย จิตรีไปคลอดทัดดาวที่เชียงใหม่ และเลี้ยงทัดดาวมาจนอายุ 18 ปี จิตรียังติดการพนันและเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เจ้าหนี้รายใหญ่ชื่อ เจ้าพัฒนา เศรษฐีใหม่ของเชียงใหม่ เจ้าพัฒนาเป็นคนเจ้าชู้มาก
วันหนึ่งเมื่อเห็นทัดดาวก็พอใจ ขอจิตรีให้มาแต่งงานกับตนโดยจะยกหนี้สินทั้งหมดให้ จิตรียินยอมเพราะไม่มีทางเลือก เมื่อบอกกับทัดดาวเด็กสาวเสียใจมากจึงคิดหนีการแต่งงาน
เที่ยงคนเลี้ยงทัดดาวมาตั้งแต่ ทัดดาวยังเล็ก รักกับบางซึ่งเป็นคนสนิทของเจ้ายอดขวัญ ลูกชายของเจ้าพัฒนา เจ้ายอดขวัญผู้นี้สนิทสนมกับบ้านบุษยาเป็นอย่างดี เหตุการณ์ประจวบเหมาะเมื่อเจ้ายอดขวัญไม่พอใจเจ้าพ่อที่จะแต่งงานกับเด็กสาว คราวลูก จึงคิดหนีออกจากบ้าน เมื่อเที่ยงรู้ดังนั้นก็วางแผนช่วยทัดดาวให้หนีไปกับเจ้ายอดขวัญ เพื่อว่าเจ้ายอดขวัญจะได้พาทัดดาวเข้าไปในบ้านบุษยาได้ ทัดดาวจะได้ไปสืบเรื่องสมบัติ ทัดดาวตกลงทำตามแผนของแม่เที่ยงโดยปลอมตัวเป็นผู้ชายชื่อ “สุทัศน์”

            แต่ทั้งทัดดาวและเจ้าน้อย-ยอดขวัญ ต่างก็ไม่รู้จักกันว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ดังนั้นเจ้าน้อยจึงปฏิบัติตนต่อทัดดาวอย่างเด็กหนุ่มชื่อ สุทัศน์ ซึ่งทัดดาวก็อดทนยินยอมทุกอย่าง แม้ว่าบางครั้งจะถูกตบหัว ถูกต่อยบ้าง หรือถูกว่าแรง ๆ บ้าง ที่บ้านบุษยา คุณนายเดือนรู้อยู่เต็มอกว่า เศรษฐีเด่นยกสมบัติให้ทัดดาว บุษยา ลูกสาวคนโตเพราะนายเด่นนั้นรู้ว่าคุณนายเดือนมีต้อมติดท้องมา เมื่อมาเป็นเมียตน  ในบ้านบุษยายังมีเต็มดวง น้องสาวของคุณนายเดือน เป็นคนสวย มีเสน่ห์ และนางจันทร แม่ของคุณนายเดือน ซึ่งเป็นคนงกและเค็มจัด นอกจากนี้ยังมีข้าเก่าเต่าเลี้ยงอยู่มานาน คือ นายพ่วง  ตาเหมือน และยายมา แม่ครัวเป็นเมียตาเหมือน คนเก่าแก่เหล่านี้เป็นผู้ที่รู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ในบ้านบุษยาตลอดมา
เจ้าน้อยพาทัดดาวมาขออยู่เรือนหลังเล็กในบ้านบุษยาเพื่อเขียนหนังสือ คุณนายเดือนให้สุทัศน์มาอยู่ได้เพราะเป็นเด็ก
ผู้ชาย เนื่องจากบ้านนี้มีกฎไม่รับใครที่เป็นเด็กผู้หญิงอายุไม่ถึง 20 ปี ด้วยเกรงว่าจะเป็นทัดดาวปลอมตัวมา
ทัดดาวเมื่อเข้ามาอยู่ก็เริ่มตีสนิทกับคนเก่าแก่ของบ้านบุษยา เพื่อสืบถามเรื่องพินัยกรรม ในบ้านบุษยายังมีวิธูร น้องชายของคุณนายเดือน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าน้อย วิธูรเอ็นดูสุทัศน์คอยช่วยเหลือปลอบใจเวลาคุณนายเดือนและเต็มดวงเอ็ดว่า สุทัศน์เสมอ
ต้อมลูกสาวของคุณนายเดือน กลับจากโรงเรียนประจำมาอยู่บ้าน ต้อมเป็นเด็กสาวเย่อหยิ่ง นิสัยดูถูกคน เมื่อพบกับสุทัศน์ต้อมไม่ชอบสุทัศน์เพราะสุทัศน์ไม่ลงให้ ต้อมหลงรักเจ้าน้อย จึงกีดกันเต็มดวงที่เจ้าน้อยหมายปองอยู่ ในที่สุดเต็มดวงทนไม่ไหวจึงตัดสินใจแต่งงานกับสินทอง  เศรษฐีนักธุรกิจที่มาติดพันอยู่ เจ้าน้อยอกหัก ทัดดาวพลอยหวั่นไหวไปด้วย เพราะความสงสาร และจากความใกล้ชิดกันจึงทำให้ทัดดาวรักเจ้าน้อยจนหมดหัวใจ

            แต้มน้องชายอายุ 10 ขวบ อยู่โรงเรียนประจำเช่นกัน เมื่อปิดเทอมกลับบ้านได้พบกับสุทัศน์ แต้มถูกชะตากับสุทัศน์เพราะเป็นพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน แต่ต้อมนั้นนายเด่นรู้ตั้งแต่เกิดแล้วว่าเป็นลูกติดท้องคุณนายเดือนมา และแต้มนี่เองที่นายเด่นผู้พ่อสั่งไว้เรื่องสมบัติที่จะยกให้ทัดดาวพี่สาว  วันหนึ่งความแตกขึ้นเมื่อเจ้ายอดขวัญคุยกับแต้ม แต้มเล่าให้ฟังว่ามีพี่สาวชื่อ ทัดดาว บุษยา ยอดขวัญตกใจและโกรธมากเมื่อรู้ว่า สุทัศน์ที่หลอกเขาว่าเป็นผู้ชาย จะมาตามหาพินัยกรรมของพ่อนั้นเป็นหญิง และแถมเป็นคนที่เขาเกลียดมากคือ ทัดดาว ลูกสาวคุณนายจิตรี แต่เมื่อยอดขวัญจะมาจัดการกับทัดดาว ก็รู้ว่าทัดดาวหนีไปแล้วพร้อมกับแม่เที่ยง
ทัดดาวหนีไปอยู่กับแม่ที่ เชียงใหม่ ยอดขวัญตามไปแต่ทัดดาวไม่ยอมพบ ยอดขวัญเสียใจผิดหวังจนล้มเจ็บ ทัดดาวปล่อยให้ยอดขวัญรอคอยอยู่นานกว่าจะใจอ่อนยอมดีด้วย  ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเข้าใจกัน คุณนายเดือนซึ่งรู้ความจริงทั้งหมดจาก
ตาพ่วงว่าทัดดาวเป็นเจ้าของบ้านบุษยา จึงตามขึ้นมาถึงเชียงใหม่ เพื่อมาบอกว่าเจ้ายอดขวัญนั้นได้ต้อมเป็นภรรยาแล้วในวันหนึ่ง เจ้ายอดขวัญแก้ตัวไม่ตกเพราะคืนนั้นตนเมาและเมื่อรู้ตัวก็นอนอยู่กับต้อมจน สว่าง คราวนี้ทัดดาวโกรธจนไม่ยอมพูดด้วย และไปกรุงเทพฯ ทันทีเพื่อไปครอบครองบ้านบุษยา
ที่บ้านบุษยา ทัดดาวแก้แค้นต้อมทุกอย่างที่ต้อมเคยทำไว้กับตน ต้อมไม่ยอมและอาละวาดแต่คุณนายเดือนเกลี้ยกล่อมให้ยอมเพื่อผลประโยชน์ของตน เอง

หลังจากทัดดาวสั่งสอนให้บทเรียนกับสองแม่ลูกจน กลับตัวกลับใจเป็นคนดีแล้ ทัดดาวก็อภัยให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ยินยอมให้สองแม่ลูกอยู่บ้านบุษยาต่อไปทัดดาวตามไปง้อขอโทษเจ้ายอดขวัญและ ปรับความเข้าใจกันในที่สุด

นักแสดงละคร ทัดดาวบุษยา

สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น ทัดดาว บุษยา (สุทัศน์)

ทัณฑ์กามเทพ

อโนมา เป็นลูกสาวของพลตรีอนันต์ นายทหารนอกราชการ คุณหญิงมารดาของอโนมาเสียชีวิตตั้งแต่ยังสาวมาก นายพลอนันต์ได้ ผิว ต้นห้องของคุณหญิงเป็นเมียอีกคน ผิวมีบุตรชายสองคนคือ พงษ์เทพ และ เผ่าไทย มีบุตรสาว 1 คนคือ ผาณิต อโนมารักน้องชายหญิงต่างมารดาอย่างจริงใจ และแม่ผิว ผู้ซึ่งเลี้ยงอโนมามาตั้งแต่เด็กก็รักใคร่อโนมาอย่างจริงใจเช่นกัน

พลตรีอนันต์มีศักดิ์เป็นอาเขยของรชฎ อมรวัติ พ่อและแม่ของรชฎเสียชีวิตอย่างกระทันหัน เมื่อรชฏอายุ 19 ปี พลตรีอนันต์รับอุปการะรชฎ ให้เข้ามาอยู่ในบ้าน ส่งเสียให้เรียนจบมหาวิทยาลัยและไปเรียนต่อต่างประเทศ ช่วงที่รชฎเรียนมหาวิทยาลัย อโนมาเรียนชั้นมัธยม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เริ่มตั้งแต่วันที่รชฎก้าวเข้ามาในบ้าน อโนมายังเด็กอายุ 13 ปี รชฎรักใคร่เอ็นดูและตามใจเด็กหญิงอโนมา

อโนมาจึงผูกพันทางใจกับรชฎเรื่อยมา รชฎเองก็รู้สึกพิเศษกับอโนมาแต่ความที่เจียมตัวไม่กล้ารัก เพราะคิดว่าเท่ากับกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ส่วนอโนมารชฎคือพี่ชายที่รักที่ผูกพันฝังใจ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อทราบว่ารชฎรักกับมยุเรศเพื่อนสนิท อโนมาจึงตระหนักว่าตนเองอกหักอย่างรุนแรง วันเวลาต่อมาอโนมาไม่รักใครแม้ว่าจะมีคนมาชอบพอมากมาย เจษฎาเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้นที่สนิทสนมเข้าถึงตัวอโนมามากกว่าเพื่อน

มยุเรศเป็นเพื่อนที่เรียกตัวเองว่าสนิทกับอโนมา หากแต่ในใจมิได้มีความรู้สึกหวังดีเช่นเพื่อนสนิทจะพึงมีต่อกัน มยุเรศจึงตีสองหน้ากับอโนมาตลอดมา อโนมาเองอ่านนิสัยของเพื่อนออกทุกอย่าง แต่เมื่อยังไม่มีอะไรร้ายแรงจึงไม่เดือดร้อนต่อย่างใด

มยุเรศจงใจที่จะสานสัมพันธ์กับเจษฎาฉันท์คนรักเพราะจิตใจที่คิดริษยาอโนมา และด้วยเหตุผลว่าตนเองเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นภรรยามากกว่าอโนมา ผู้ซึ่งทำอะไรไม่เป็นและไม่มีคุณสมบัติของแม่ศรีเรือน การกระทำของมยุเรศทำให้เพื่อนอีกสองคนของอโนมาคือ วันทนี และ ใจใส ไม่พอใจอย่างมาก แต่ตัวอโนมานั้นไม่มีปฎิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากลั่นวาจาเล่นๆ ว่าคนที่มีแต่รูปสมบัติไม่มีคุณสมบัติใดๆ อย่างนี้แหละจะทำให้แฟนของมยุเรศเปลี่ยนใจมาชอบให้ได้

งานฉลองวันเกิดอโนมาที่จัดที่บ้าน อโนมายิ้มแย้มแจ่มใสพูดดีกับรชฎอย่างผิดปกติ รชฎหัวใจหวั่นไหวไปกับกิริยาน่ารักนั้น และขณะที่ทั้งสองปลีกตัวออกจากงานไปยังมุมหนึ่งสวนที่เงียบสงบ รชฎก็ลืมตัวจูบอโนมาทั้งสองคนรู้สึกประหลาดล้ำกับจุมพิตนี้ และตระหนักว่าตนนี้ปิดบังซ่อนเร้นและไม่ยอมรับความจริงมาตลอดว่า ต่างก็มีหัวใจให้อีกฝ่ายหนึ่งมานานแสนนาน สำหรับรชฎเขาเจียมตัวไม่คิดอาจเอื้อมรักธิดาของผู้มีพระคุณเขาจึงติดต่อ สัมพันธ์กับมยุเรศฐานคนรัก สำหรับอโนมาเมื่อเห็นรชฎรักกับมยุเรศจึงต้องปลีกตัวโดยแสร้งทำกิริยารังเกีย จรชฎเพื่อป้องกันไม่ให้ปล่อยใจไปกับรชฎมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นภาพที่ทุกคนเห็นคือความขัดแย้ง ความไม่ลงรอยกันระหว่างอโนมาและรชฎ

ในงานวันเกิดของอโนมายังมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือเจษฎาได้เสียกับมยุเรศโดยมยุเรศระบุว่าเจษฎาเจตนาหักหาญเพราะความเมา รชฎโกรธจัดและลั่นวาจาว่าจะปกป้องเกียรติยศของมยุเรศโดยการยอมแต่งงานด้วย มยุเรศซาบซึ้งในน้ำใจของรชฎ ในขณะที่อโนมาร้าวรานใจ เหตุการณ์เปลี่ยนไปอีกเมื่อภุมริน แม่ของมยุเรศเอาดวงของมยุเรศกับรชฎไปให้พระดู ปรากฎว่าดวงเป็นกาลกิณีต่อกัน ภุมรินพยายามไปหาเจษฎาขู่เข็นให้แต่งงานกับมยุเรศ เจษฎาจำใจต้องยอมเพราะเกรงคำขู่ มยุเรศเองจำต้องเชื่อแม่

งานแต่งงานของมยุเรศกับเจษฎาผ่านพ้นไป เจษฎาเริ่มรู้สึกแปลกและติดใจกับชีวิตที่มีภรรยา คอยปรนนิบัติเอาอกเอาใจ แต่สำหรับมยุเรศความรู้สึกผิดหวังเสียใจและเสียดายรชฎ เพิ่มพูนขึ้นทุกที และจนถึงวันที่มยุเรศต้องเสียใจมากที่สุดในชีวิต เมื่อวันที่รชฎและอโนมามาพบที่บ้านเพื่อแจกการ์ดแต่งงาน

งานแต่งงานของทั้งสองเกิดขึ้นเพราะรชฎเป็นฝ่ายขออโนมาตอบรับคำขอนั้นทันที ในงานแต่งงานรชฎได้ยินวิชญ์ ซึ่งเป็นคู่รักของวันทนีเพื่อนอโนมาพูดว่า ที่อโนมาแต่งงานกับรชฎเพราะแก้แค้นที่มยุเรศมักจะกล่าวเสียดสีอโนมาว่าสวย แต่รูปทำอะไรไม่เป็น อโนมาจึงลั่นวาจาว่าคนที่สวยแต่รูปนี่แหละจะทำให้แฟนของมยุเรศหันมารักให้ ได้

รชฎมีท่าทีไม่ใยดีอโนมาตั้งแต่วินาทีแรกของการส่งตัวเข้าหอ ทั้งสองคนโต้เถียงกัน รชฎกล่าวหาอโนมาว่าร่วมมือกับเจษฎาให้เจษฎาปลุกปล้ำมยุเรศ อโนมาทั้งงงทั้งโกรธแต่ก็ยอมรับโดยดีว่าเคยพูดเช่นนั้นจริง เป็นการพูดเล่นมิได้วางแผนการณ์ใดๆ ต่อจากนั้น รชฎไม่เชื่ออโนมา ดังนั้นสามีภรรยาจึงอยู่ด้วยกันอย่างหมางเมินเย็นชาต่อกัน จนกระทั่งดึกคืนหนึ่งเมื่ออโนมากลับจากออกไปเที่ยวนอกบ้าน รชฎผู้รอคอยอยู่พูดจาเสียดสีว่าอโนมาจำใจแต่งงานกับตนเพราะจะรักษาหน้าที่ เจษฎาทิ้งไปแต่งงานกับมยุเรศ ทั้งสองคนเป็นปากเสียงกันรุนแรงจนรชฎลืมตัวเข้ากอด..จูบ และในที่สุดอโนมาก็เป็นภรรยาของรชฎโดยสมบูรณ์ทั้งนิตินัยและพฤตินัย

ทั้งสองเริ่มจะเข้าใจซึ่งกันและกันด้วยความรักที่มีต่อกัน เหตุการณ์ผันผวนไปอีก เพราะจินดาเป็นพี่สาวของเจษฎาขุ่นข้องหมองใจที่น้องชายรักหลงเมีย จินดาเป็นสาวใหญ่ไม่แต่งงานจึงรักและผูกพันกับน้องชายมาก ถึงขนาดเสียใจหนักที่น้องชายไม่กลับมาบ้าน ไม่มาดูแลนางสุดจิตมารดา จินดาจึงคิดแผนการณ์ชั่วร้ายคือสนับสนุนให้ลำดวน คนใช้สาวหน้าตาดีให้เป็นเมียเจษฎา เจษฎาผู้ซึ่งเริ่มรู้สึกกับความขุ่นใจของมยุเรศจึงมาหลงลำดวนอยู่ที่บ้านแม่ ตนเอง

มยุเรศหวนกลับมาหารชฎด้วยเหตุผลลึกๆ ว่าตนยังรักรชฎอยู่ แต่ที่อ้างคือปรึกษาเรื่องเจษฎามีเมียอีกคน เหตุการณ์นี้ผู้ที่โกรธแค้นแทนคือ พงษ์เทพ และเผ่าไทยน้องชายต่างมารดาของอโนมา สองหนุ่มน้อยมีปฎิกิริยาต่อรชฎและมยุเรศอโนมานิ่งเงียบในใจคิดอะไรไม่มีผู้ ใดทราบ
วันหนึ่งชายหนุ่มโก้เก๋ หล่อ และสง่างามปรากฎตัวขึ้น อโนมาแนะนำกับทุกคนว่าชื่อ หฤษฎ์ เป็นเศรษฐีอยู่ทางใต้ หฤษฎ์แวะเวียนมาหาอโนมาหรือไม่อโนมาก็ออกไปเที่ยวกับหฤษฎ์ น่าแปลกที่พลตรีอนันต์ไม่มีปฎิกิริยาใดๆ แม่ผิวและน้องๆ ของอโนมาเดือดร้อน แต่อโนมาไม่โต้ตอบ ผู้ที่หน้าชื่นอกตรมคือรชฎ เพราะอโนมายืนยันว่าในเมื่อรชฎติดต่อกับมยุเรศได้ ตนก็ไม่ผิดอันใดที่ไปกับผู้ชายคนอื่น วันหนึ่งทั้งสี่คนเผชิญหน้ากันในร้านอาหาร รชฎลากอโนมากลับบ้านระหว่างทางทั้งสองคนมีปากเสียงกันอโนมาลงจากรถอย่างรวด เร็ว จึงถูกรถคันหนึ่งชนอย่างแรง

อโนมาเจ็บหนักเป็นตายเท่ากัน รชฎแทบคุ้มคลั่งไม่เป็นอันทำงาน วันที่อโนมากลับบ้านมยุเรศเป็นลมล้มหน้าห้องน้ำรชฎเป็นผู้พาไปโรงพยาบาล มยุเรศท้องแต่เจษฎาไม่สนใจยังคงไปหลงลำดวน รชฎไปหาเจษฎาที่บ้านพูดจาปรับความเข้าใจ เจษฎาเห็นความดีของรชฎและยืนยันว่าที่บังคับขืนใจมยุเรศเพราะเมา อโนมาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

รชฎกลับบ้านด้วยความหวังว่าทุกอย่างคงเรียบร้อย สิ่งที่ได้พบคือหนังสือขอหย่าจากอโนมา ยืนยันเด็ดขาดว่าต้องหย่าเมื่อรชฎขึ้นไปหาอโนมาแต่เธอจากไปแล้ว รชฎตามหาอโนมาอย่างพลิกแผ่นดิน เขาจะไม่ยอมสูญเสีย คนที่เขารักและผูกพันมาตั้งแต่เธอยังเป็นสาวน้อยน่ารักจนบัดนี้เธอเป็นภรรยา ของเขาโดยสมบูรณ์

ที่เกาะแห่งหนึ่งในท้องทะเลฝั่งตะวันออก สถานที่ที่เขาเคยพาอโนมาเมื่อยังเป็นเด็กรุ่นสาวมาเที่ยว ณ.ที่ที่เธอเฝ้ามองพระอาทิตย์ยามเย็นแตะผืนน้ำทะเล และบอกเขาด้วยนัยน์ตาฝันว่าเธออยากมาแต่งงานกับเจ้าชายของเธอ ณ.ที่นี้ รชฎลืมเหตุการณ์นั้นไปโดยสิ้นเชิงจนกระทั่งได้ยินเสียงเพลงที่เธอร้องในวัน นั้น เขาตามไปที่เกาะแห่งความฝันของเธอและเขาก็พบเธอเพื่อบอกให้เธอรู้ว่า เขาจะไม่ยอมให้กามเทพลงทัณฑ์เขาอีกต่อไป

ทอง 9

ทอง 9 เป็นเรื่องราวของ กริช หนุ่มใหญ่มีความฝันอยากเป็นตำรวจ อาศัยอยู่วัดแห่งหนึ่งในพัทยากับหลวงพ่อ พ่อของเขาเป็นนายทหารนอกประจำการชื่อ พันตรีวัลลภ เคยไปร่วมรบที่เวียดนามมันเป็นความภูมิใจของเขา ที่มีพ่อเป็นวีรบุรุษ กริช มีฝีไม้ลายมือในการชกมวยไทยและมักแอบไปชกมวยเถื่อนพนันเงิน เพื่อหาเงินมาจุนเจือวัดและรักษาหลวงพ่อ โดยมี โจอี้ เพื่อนรักเป็นผู้ชักนำ วันหนึ่งมีกลุ่มคนร้ายนำโดย พันเอกเลดิ๊กโท หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับแห่งสภาความมั่นคงเวียดนามเหนือ ภายใต้การบัญชาการของ นายพลเลวันเดื๊อก โดยมี บินห์ซวน และ เบาได๋ เป็นลูกน้องคนสนิท ได้บุกไปฆ่าพ่อแม่ของกริชที่บ้าน จ.อุดรธานี เพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง แต่ไม่เจอจึงเผาบ้านทำลายหลักฐานพ่อแม่กริชจึงตายในกองเพลิง แม้ว่าจะมี ร้อยตรีมินห์ ซีไอเออเมริกันเชื้อชาติเวียดนามมาช่วย แต่ก็ไม่ทันการ สิ่งเดียวที่พ่อของกริชทิ้งไว้ให้ คือ สร้อยคอที่คล้องพระองค์ใหญ่สมัยที่เคยสวมตอนรบ กริชเสียใจมาก และคิดว่าต้องหาคนที่ฆ่าพ่อเขาให้ได้

มิเชล สาวลูกครึ่งเวียดนามฝรั่งเศสเป็นแอร์โฮสเตส ขณะที่เครื่องกำลังจะลงมีผู้โดยสารลวนลามเธอจนมีเรื่องมีราว เธอจึงขอลาพักร้อนและมาเยี่ยมปู่ นายพลเหงียนวันตรี แต่ปกปิดชื่อจริงเอาไว้ใช้ชื่อว่า ลุงโฮแทน ญาติที่เหลืออยู่คนเดียว และที่ชุมชนบ้านญวนนี้เอง เป็นชุมชนของพวกเวียดนามใต้ที่อพยพมาตอนที่ไซ่ง่อนแตกครั้งสงครามเวียดนาม โดยมี เหงียนวันตรี เป็นผู้นำและได้สร้างโบสถ์คาทอลิกไว้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมีบาทหลวงคอยดูแล ด้าน พันเอกฮอฟกินส์ ซีไอเอ กับลูกน้อง คือ จ่าแมคคอยด์ และ ร้อยตรีมินห์ ปรากฏตัวขึ้นที่หน่วยข่าวกรองของไทย และได้มาพบกับ พ.ต.อ.พิชิต ผู้อำนวยการ หวังต้องการตามหา นายพลเหงียนวันตรี ที่เคยร่วมรบด้วยกันสมัยเวียดนาม เพราะมีข่าวว่าทางรัฐบาลเวียดนามปัจจุบันต้องการจับตัวไปขึ้นศาลในฐานะ อาชญากรสงคราม พ.ต.อ.พิชิต จึงให้ ร.ต.อ.อิสรา และ ร.ต.ต.กรณ์ ไปช่วยประสานงานในการสืบหา รวมทั้งไปคอยคุ้มกัน มิเชล ที่ไปพักผ่อนที่พัทยาด้วย

แพรว นักร้องคาเฟ่ลูกครึ่งไทยนิโกรแห่งเมืองโคราช ที่วาดหวังจะโกอินเตอร์ มีพ่อเป็นจีไอชื่อ จ่าวัตสัน ที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ได้สมบัติอย่างเดียวไว้ คือ สายสร้อยมีไม้กางเขนรูปทรงประหลาดห้อยคอไว้ กระทั่งจับพลัดจับผลูมาเห็นชาวเวียดนามชื่อ ฟามวันเทียว ตกลงมาจากตึกและเสียชีวิตต่อหน้าเธอ เธอจึงต้องถูกกันตัวเป็นพยาน และได้มารู้จักกับ มายด์ ลูกสาวของ ฟามวันเทียว ทางกองปราบฯ ได้ส่ง ผู้กองธันวา มาคลี่คลายคดี ธันวา จึงได้รู้จักกับ แพรว และ มายด์ ได้แนะนำให้รู้จักกับ โจอี้ แฟนของเธอ และ กริช, ธันวา รู้สึกถูกชะตากับทุกคน จึงสอนการยิงปืนให้ และทั้งหมดได้ช่วยกันคลี่คลายปมสังหารในครั้งนี้เมื่อสืบไปเรื่อย ๆ จึงพบว่าคนที่ตายล้วนแต่เคยร่วมรบในเวียดนามทั้งนั้น อีกทั้ง เลดิ๊กโท ได้นำพวกมาไล่ล่ากลุ่มของกริชจนต้องอพยพหนีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ชั่วคราว

ที่พัทยา กริช ได้รู้จักกับ มิเชล โดยบังเอิญเมื่อมากรุงเทพฯ มายด์ ก็พามาหาเจ้านายเก่าของพ่อเธอที่ชุมชนบ้านญวนปรากฏว่าเจ้านายเก่าของพ่อเธอ คือ นายพลเหงียนวันตรี ที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาพ่อของเธอในครั้งสงครามเวียดนาม มายด์ กับ แพรว จึงมาอาศัยอยู่ที่นี่กับมิเชลชั่วคราว ทำให้กริชได้ใกล้ชิดมิเชลมากขึ้น ทางฝ่าย นายพลเลวันเดื๊อก ก็ส่ง ผู้พันเลดิ๊กโท ออกตามหาเหงียนวันตรีเช่นกัน จนชักจะเข้าใกล้ตัวเหงียนวันตรีเข้าทุกที กระทั่งเหงียนวันตรีต้องออกอุบายให้ลูกน้องเก่ามาชิงตัวไป และหลบซ่อนอยู่ ทุกฝ่ายจึงออกตามหาเหงียนวันตรีกันอย่างพลิกแผ่นดิน ในที่สุด ฝ่ายของกริชก็สามารถพบนายพลเหงียนวันตรีและนำมาพักที่บ้านพิชิต ระหว่างนี้ฮอฟกินส์กับเลดิ๊กโทได้จับมือกัน เรื่องราวเกี่ยวกับทองจึงถูกเฉลยขึ้นว่า เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาก่อนที่ไซ่ง่อนจะแตก ฮอฟกินส์ ซึ่งมียศเป็นร้อยโทในสมัยนั้นได้รับคำสั่งให้นำกำลังผสมเฉพาะกิจประกอบด้วย จ่าวัลลภพ่อของกริช จ่าวัตสัน พ่อของแพรวได้มารวมกำลังกับนายพลเหงียนวันตรี ที่มีฟามวันเทียวพ่อของมายด์เป็นคนสนิท ไปดักปล้นทองคำมูลค่ามหาศาลที่กองทัพเวียดนามเหนือนำโดยนายพลเลวันเดื๊อกได้ ขนจากธนาคารกลางในไซ่ง่อนไปฮานอยที่เมืองดานัง ในการปล้นครั้งนั้น ฮอฟกินส์ ได้กุญแจเปิดเซฟไปสองดอกแล้วแบ่งให้จ่าวัตสันถือไว้หนึ่งดอก ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าหลังจากที่ทุกคนหลบหนีจ่าวัตสันได้หักกุญแจออกเป็นสอง ท่อนแบ่งให้จ่าวัลลภเพื่อนรักเก็บไว้ ส่วนรถขนทองคำฟามวันเทียวได้ขับพานายพลเหงียนวันตรีฝ่าออกมาแล้วหายไปอย่าง ไร้ร่องรอยจนทุกวันนี้ ทางฝ่ายนายพลเลวันเดื๊อกก็ได้แต่เก็บรหัสเปิดเซฟเอาไว้ เหงียนวันตรีได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ทุกคนฟัง ส่วนเรื่องราวจะลงเอยอย่างไรติดตามได้ใน “ทอง9

ทหารหญิงหัวใจแหวว

สิบ เอกศักดิ์ศรีตำแหน่งพลปืนกลเบา (เอ็ม 26) ประจำหน่วยลาดตระชายแดน โดยมี พันโทเกรียงไกร เป็นผู้บังคับกองพัน ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับลูกน้องคู่นี้เหตุเกิดจากการสู้รบที่ชายแดน เมื่อผู้พันเกรียงไกรได้นำกำลังทหารเข้าทำการผลักดันกองกำลังต่างชาติที่ได้ ล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยออกไป แต่ผู้พันเกรียงไกรได้เพรี่ยงพร้ำแก่ข้าศึกตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึก เหตุการณ์คับขันยากที่จะแก้ไขสถานการณ์ได้ ถ้าไม่ได้นักรบที่มีหัวใจบ้าบิ่นที่มีชื่อสิบเอกศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นผู้บังคับหมู่พลปืนกลเบานำทหารตีฝ่าวงล้อมเข้าไปช่วยชีวิตนายออกมา ได้อย่างปลอดภัย สร้างความประทับใจให้แก่ผู้บังคับกองพันอย่างพันโทเกรียงไกรอย่างไม่รู้ลืม

เมื่อ พันโทเกรียงไกรได้ถูกย้ายเข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพันในกรุงเทพฯ จึงได้ทำเรื่องย้ายสิบเอกศักดิ์ศรีมาอยู่ด้วย หน้าที่และตำแหน่งของพันโทเกรียงไกรก้าวหน้าเป็นลำดับ เช่นเดียวกับหมู่ศักดิ์ศรีก็ได้รับตำแหน่งขึ้นเช่นเดียวกันกับนาย เพราะได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากพันโทเกรียงไกร วิถีชีวิตเริ่มหักเหเมื่อผู้พันเกรียงไกรได้รับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการต้อง ย้ายไปประจำการที่โรงเรียนนายร้อย หมู่ศักดิ์ศรีได้รับยศเป็นจ่ากองร้อยไม่สามารถย้ายตามไปได้ ความห่างเหินเริ่มห่างออกไปตามกาลเวลา ท่านผู้บังคับการมีตำแหน่งหน้าที่ก้าวไกลตามความสามารถ ส่วนจ่าศักดิ์ศรีความก้าวหน้าเริ่มหยุดนิ่งตามอุปนิสัยที่แข็งไม่ยอมคน มีเรื่องความขัดแย้งต่างๆ ได้พยายามเอาไปปรึกษานายเก่าก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือเหมือนอย่างที่ตั้งใจ เนื่องมาจากคุณนายของผู้การเกรียงไกรไม่ค่อยชอบหน้าจ่าศักดิ์ศรีเท่าใดนัก จ่าศักดิ์ศรีเริ่มท้อแท้หมดกำลังใจหันมาดื่มเหล้าปลอบใจชีวิตก็เริ่มตกต่ำ นายเก่าซึ่งได้รับตำแหน่งใหญ่โตขึ้นเป็นถึงพลโทแล้วได้เรียกเข้าไปตักเตือน หลายครั้งด้วยความหวังดี แต่ว่าจ่าศักดิ์ศรีกลับคิดว่านายเก่าเรียกไปดุด่าจึงมีความเสียใจมากขึ้น หันไปพึ่งยาเสพติด ถึงแม้เมียอันเป็นที่รักและลูกสาวจะเฝ้าอ้อนวอนขอร้องอย่างไรก็ไร้ผลไม่ สามารถดึงจ่าศักดิ์ศรีขึ้นมาจากขุมนรกของยาบ้าได้ จนกระทั่งผู้บังคับบัญชาจับได้จึงให้ออกจากราชการ

ชีวิต ของจ่าศักดิ์ศรีเริ่มตกต่ำยิ่งขึ้นเมื่อถูกออกจากราชการ แต่ด้วยหัวใจของคนที่เคยเป็นนักรบ บ้าบิ่นมาก่อน ประกอบกับกำลังใจที่เมียและลูกคอยให้กำลังใจมาตลอด จ่าศักดิ์ศรีจึงตัดใจหักดิบเลิกยาเสพติดอย่างเด็ดขาด จ่าศักดิ์ศรีจะตกระกำลำบากปานใดเขาไม่เคยบ่นสู้ทนขับแท็กซี่คู่ใจหาเลี้ยง ครอบครัว หวังส่งเสียให้ลูกสาวได้เล่าเรียนสูงๆ เพื่อกอบกู้ความผิดของตนที่คิดพลาดไปอย่างไม่มีวันเรียกร้องคืนได้อีก ส่วนประนอมเมียของเขาก็ไม่เคยย่อท้อทำขนมขายเป็นการหารายได้เสริมให้ครอบ ครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น

เคียง เดือน ลูกสาวคนเดียวของอดีตจ่าทหารนอกราชการที่ถูกปลดเพราะไปติดยาเสพติด มีความแค้นฝังใจกับพวกค้ายาเสพติดที่ทำให้ครอบครัวต้องลำบากจึงตัดสินใจไป สมัครเรียนเป็นนักศึกษาวิชาทหาร หวังว่าในอนาคตจะไปสมัครสอบเข้าทหารหรือตำรวจอาชีพ เพื่อหวังเข้าไปปราบปรามพวกค้ายาให้หมดไปจากประเทศให้ได้ เมื่อได้เข้าไปเรียนในศูนย์ฝึกกำลังสำรองแล้วได้พบเพื่อนที่มีอุดมการณ์ เดียวกันอีกหลายคน

โรงเรียน ฝึกกำลังสำรองได้นำนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 2 เดินทางไปสอบภาคปฏิบัติที่ศูนย์ฝึกกำลังสำรองที่เขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรีเป็นครั้งแรก ขบวนรถนักศึกษาหญิงได้ร่วมขบวนสมทบกับนักศึกษาชายเดินทางไปถึงอนุสรณ์สถาน ประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ แห่งทุ่งลาดหญ้า คณะนายทหารได้นำนักเรียนชายหญิงเยี่ยมชมภายในอนุสรณ์สถานและให้นักเรียนได้ ฟังวิทยากรบรรยายถึงดินแดนประวัติศาสตร์ ถึงเรื่องราวในครั้งที่พม่าได้ยกทัพเข้ามาทางด้านด่านเจดีย์สามองค์เป็น จำนวนแสนๆ คน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้สั่งให้แม่ทัพของพระองค์นำกำลังเพียง 2 หมื่นนายไปยันข้าศึกเอาไว้ก่อน เมื่อวิทยากรได้บรรยายมาถึงตอนนี้ทำให้เคียงเดือนกับเพื่อนที่นั่งฟังด้วย ความสนใจเกิดมีความประทับใจไปกับวีรบุรษผู้กล้าหาญในอดีตทำให้เกิดจินตนาการ เป็นภาพของนักรบไทยในอดีตที่ต่อสู้กับทหารพม่าบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ปกป้องกับเพื่อนนักศึกษาชายได้ร่วมนั่งฟังบรรยายอยู่ด้วย ปกป้องได้จ้องหน้าเคียงเดือนที่นั่งเอามือปาดน้ำตาที่ไหลนองหน้า เคียงเดือนเหลือบมองปกป้องเห็นจ้องมองตนอยู่จึงหลบสายตาด้วยความเขินอาย

ช่วง การฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่เป็นช่วงฤดูหนาว แต่อากาศที่ทุ่งลาดหญ้านั้นไม่ใช่เพียงแต่หนาวอย่างเดียว อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กลางวันร้อนตับแทบแตก กลางคืนกลับหนาวกระดูกแทบร้าว บางวันฝนตกแทบไม่ลืมหูลืมตา นักศึกษาชายหญิงล้มป่วยเป็นไข้กันมากมาย รวมทั้งเคียงเดือนและปกป้องด้วย ทั้งสองได้มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งจึงได้ปรับทุกข์ถึงวิธีการฝึกของครูฝึก ที่ค่อนข้างโหด ปกป้องในฐานะเป็นลูกชายนายทหารใหญ่เข้าใจยุทธวิธีการฝึกของครูฝึกเป็นอย่าง ดี จึงอธิบายให้เคียงเดือนเข้าใจว่าครูไม่ใช่อยากจะลงโทษนักศึกษาที่ผิดระเบียบ วินัยเพียงอย่างเดียว แต่ครูฝึกต้องการให้ลูกศิษย์รู้จักมีความเข้มแข็งในด้านจิตใจด้วย เมื่อต้องไปมีอาชีพการงานจะได้มีจิตใจเข้มแข็งรู้จักมีความอดทนอดกลั้นต่อไป ในอนาคต เคียงเดือนจึงมีความสนิทสนมกับปกป้องมากเป็นพิเศษ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ นักศึกษาในกลุ่มของเคียงเดือนก็มีความสนิทสนมกับกลุ่มของเพื่อนๆ ปกป้องเช่นเดียวกัน

หลัง จากการฝึกภาคปฏิบัติที่เขาชนไก่แล้ว ปกป้องและเคียงเดือนพร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ต่างมีความสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นความรักความเห็นใจ เมื่อปกป้องได้รู้ถึงความตั้งใจของเคียงเดือนที่มีความกดดันในเรื่องที่ต้อง มาเรียน รด. เนื่องจากพ่อต้องถูกปลดจากราชการเพราะยาบ้าเป็นต้นเหตุ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมายามใดที่เคียงเดือนมีเรื่องทุกข์ใจหรือท้อแท้ ปกป้องจะคอยเป็นที่ปรึกษาให้กำลังใจตลอดเวลา

มี อยู่ช่วงหนึ่งที่นักศึกษาวิชาทหารหญิงต้องเข้าไปฝึกภาคสนามที่จังหวัด กาญจนบุรี ปกป้องกับเพื่อนๆ ได้เรียนวิชาทหารถึงปีสุดท้าย (ปี 5) ส่วนเคียงเดือนได้เรียนมาถึงปีที่ 4 ทั้ง 2 ชั้นเรียนได้ไปฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่อีกครั้ง ฝึกวิชาดำรงตนอยู่ในป่า ไม่มีอาหารกินต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการหาอาหารป่า หรือจับสัตว์ที่จะพอหาได้มาปะทังชีวิตเพื่อให้อยู่รอด ต้องจับงูหรือแย้มาฆ่ากิน ด้วยความเป็นห่วงว่าเคียงเดือนจะลำบาก ปกป้องจึงแหกกฎปลอมตัวเป็นนักศึกษาหญิงเข้าไปในแดนของนักศึกษาหญิง เป็นช่วงที่ครูฝึกได้นำงูมาปล่อยเพื่อทดสอบใจนักศึกษาหญิง แต่งูได้เลื้อยไปหาปกป้อง ปกป้องตกใจวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงจนครูฝึกจับได้ว่าเป็นผู้ชายปลอมตัวเข้ามา ในแดนของนักศึกษาหญิง จึงทำโทษปกป้องภายหลังว่า ปกป้องยอมเสี่ยงเข้ามาเพื่อจะนำอาหารมาให้เคียงเดือนด้วยความเป็นห่วง ยิ่งสร้างความประทับใจให้กับเคียงเดือนที่มีกับปกป้องมากเป็นพิเศษ

ความ สนิทสนมรักใคร่ระหว่าง ปกป้อง กับ เคียงเดือน ได้รู้ถึงจ่าศักดิ์ศรี จึงถูก จ่าศักดิ์ศรีขัดขวางความรักของคนทั้งสองอย่างหนัก เมื่อจ่าศักดิ์ได้รู้ว่าปกป้องเป็นลูกของเจ้านายเก่าของตน ซึ่งรู้ดีว่าความรักของคนทั้งสอง ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะแต่งงานกัน เนื่องจากคุณหญิงแม่ของปกป้องไม่ชอบคนจนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งถ้าได้รู้ว่ามาชอบกับลูกสาวของคนซึ่งเป็นลูกน้องเก่าด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด จ่าศักดิ์ศรีจึงจำเป็นต้องตัดความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเสียก่อนที่จะสายเกิน ไป ทั้งปกป้องและเคียวเดือนไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง ที่จ่าศักดิ์ศรีกีดกันความรักของเขาทั้งสอง เนื่องจากเหตุผลใด เพราะจ่าศักดิ์ศรีไม่เคยเล่าให้ลูกสาวได้ฟังเลย ส่วนประนอมก็ไม่กล้าที่จะเล่าความจริงให้ลูกสาวได้ฟัง เนื่องจากจ่าศักดิ์ศรีห้ามบอกความจริงในอดีตให้ลูกสาวรู้เด็ดขาด

ปก ป้องเมื่อถูกฝ่ายพ่อของเคียงเดือนกีดกันหวงห้ามก็ยิ่งอยากจะเอาชนะ โดยมีเพื่อนๆ ของปกป้องและเพื่อนๆ ของเคียงเดือนเป็นฝ่ายสนับสนุนให้มีการพบกันมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลังจากการฝึก รด. จนมาถึงงานวันเกิดของปกป้อง ได้ชวนเคียงเดือนไปในงานวันเกิดและได้แนะนำให้รู้จักกับท่านนายพลและคุณหญิง แม่ของปกป้องได้ถามถึงครอบครัวของเคียงเดือน ซึ่งปกป้องได้บอกความจริงถึงชื่อพ่อแม่ของเคียงเดือนให้คุณหญิงฟัง คุณหญิงแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด หลังจากวันนั้น คุณหญิงได้ไปที่บ้านของเคียงเดือน เมื่อได้พบกับ จ่าศักดิ์ศรี ลูกน้องเก่าของสามี จึงได้ให้จ่าศักดิ์ศรีห้ามปรามลูกสาวว่า อย่าทะเยอทะยานคิดไปเป็นลูกสะใภ้ตนเลยชาตินี้คงรับไม่ได้ สร้างความโกรธแค้นให้กับจ่าศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก และได้โต้ตอบกลับไปกับคุณหญิงว่า ให้ห้ามลูกชายของตัวเองให้ได้อย่าคิดว่ามีเงินแล้วจะซื้อผู้หญิงจนๆ อย่างลูกสาวตนได้ ต่างคนต่างใช้อารมณ์โต้เถียงกันอย่างรุนแรงจนคุณหญิงระงับอารมณ์ไม่อยู่ กล่าวอาฆาตจ่าศักดิ์ศรีด้วยความแค้นแล้วกลับไปอย่างหัวเสีย เมื่อเคียงเดือนกลับจากโรงเรียนได้ถูกพ่อต่อว่าอย่างรุนแรงและห้ามลูกสาวไป พบกับปกป้องอย่างเด็ดขาด เคียงเดือนเสียใจมากกล่าวหาว่าพ่อเอาแต่อารมณ์ไร้เหตุผล ประนอมพยายามห้ามปรามลูกสาวไม่ให้ต่อปากต่อคำกับพ่อ ทำให้เคียงเดือนน้อยเนื้อต่ำใจกล่าวหาทั้งพ่อและแม่ว่าไม่รักตนไม่ยอมเข้าใจ ตน ประนอมพยายามจะอธิบายถึงความจริงให้ลูกรู้แต่ก็ถูกจ่าศักดิ์ศรีห้ามไว้เสีย ก่อน

กำแพง ความรักของปกป้องกับเคียงเดือนถูกฝ่ายผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายตั้งป้อมขัดขวาง มากขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ก็เหมือนยิ่งเพิ่มดีกรีความรักความเห็นใจมากยิ่งขึ้น ประกอบกับได้รับแรงเชียร์จากเพื่อนๆ ของทั้งสองฝ่ายยิ่งทำให้ปกป้องและเคียงเดือนมีความพยายามจะทลายกำแพงความรัก ที่พ่อและแม่ได้ตั้งขึ้นให้จงได้ตามปรารถนา โดยปกป้องจะมีฝ่ายท่านนายพลคอยให้ท้ายลูกชาย ส่วนเคียงเดือนก็จะมีประนอมผู้รักลูกดั่งดวงใจเป็นกำลังใจคอยเชียร์อย่าง ลับๆ ไม่ให้สามีรู้ ความรักของปกป้องและเคียงเดือนจึงเหมือนอมตะนิยายรักน้ำเน่าถูกรีไซเคิลกลับ มาอีกครั้งด้วยกลยุทธ์ศึกรักศึกรบฝุ่นตลบไปทั้งคนรักและคนเชียร์

ช่วง ที่ไปฝึกภาคสนามที่ศูนย์ฝึกเขาชนไก่ เคียงเดือนและกลุ่มเพื่อนๆ 4 คนพลัดหลงทางเข้าไปในป่าลึก จนเป็นเหตุให้ผู้บังคับบัญชาต้องสั่งให้ครูฝึกจำนวนหนึ่งออกค้นหา เมื่อข่าวการเดินทางหลงป่าของเคียงเดือนได้รู้ไปถึงปกป้องที่ไปฝึกภาคสนาม อยู่ที่เขาชนไก่ในช่วงเวลาเดียวกัน ปกป้องกับเพื่อนๆ จึงขออาสาไปกับครูฝึกด้วย เพื่อออกค้นหาเคียงเดือนกับนักศึกษาหญิงที่หายไป

เคียง เดือนกับเพื่อนๆ อีก 4 คนได้พลัดหลงเข้าไปในดินแดนของกระเหรี่ยงที่เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด และถูกกลุ่มคนร้ายจับตัวเอาไว้ โดยคนร้ายคิดว่าเป็นสายสืบเข้าไปสืบจับยาเสพติด เมื่อหัวหน้ากระเหรี่ยงได้สอบสวนแล้วจึงรู้ว่าเป็นนักศึกษาวิชาทหาร หัวหน้ายิ่งมีความวิตกกังวลมาก ถ้าปล่อยกลับไปเกรงว่าจะนำข่าวแหล่งผลิตยาไปเปิดเผยได้ จึงคิดที่จะฆ่าปิดปากเสีย แต่เคียงเดือนได้พยายามพูดให้เหตุผลว่าถึงฆ่าพวกเธอไป หัวหน้าก็ไม่สามารถอยู่อย่างสบายได้ ถึงยังไงทางตำรวจก็ต้องออกตามล่าจนเจอแหล่งผลิตยาที่นี่แน่นอน สู้ปล่อยให้พวกเธอไปดีกว่า แล้วจะช่วยปิดเรื่องราวทั้งหมดให้เป็นความลับ หัวหน้าเริ่มลังเลใจ จึงสั่งให้ลูกน้องเอาพวกนักศึกษาไปขังไว้ชั่วคราวก่อน

ในช่วงที่เคียงเดือนกับพรรคพวกถูกกักขังอยู่นั้น รื่นรมย์ หนึ่งในกลุ่มได้ใช้เล่ห์มารยาหญิงตีสนิทให้ผู้คุมหลงเชื่อ เธอหลอกล่อจนตายใจแล้วให้เพื่อนๆ ตีผู้คุมจนสลบ จากนั้นทั้งหมดจึงรีบหลบหนีมา แต่ด้วยขาดประสบการณ์ในการเดินป่าจึงทำให้ทั้งหมดหลงทาง ไม่สามารถออกจากป่าแห่งนี้ได้

ปกป้อง และเพื่อนนักศึกษาชาย ได้ติดตามมาพบ จึงได้ช่วยกันรีบพาออกไปอย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่ทันรอดพ้นไปจากป่าได้ ในเมื่อหัวหน้ากระเหรี่ยง ได้ติดตามไล่ล่ามาทันพอดี จึงได้เกิดการปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ระหว่างการปะทะกันอยู่นั้นครูฝึกได้นำกำลังเข้ามาสมทบจนกระทั่งพวกเหล่าร้าย ถอยร่นเข้าป่าไป

เคียงเดือน และกลุ่มเพื่อน แจ้งครูฝึกว่า พวกผู้ร้ายกลุ่มนี้ได้ตั้งแหล่งผลิตยาเสพติดอยู่ที่ชายแดนป่าลึก ขอให้รีบตามเข้าไปทำลายล้างด่วน มิฉะนั้นพวกคนร้ายจะขนย้ายแหล่งผลิตหนี ทางด้านครูฝึกและกำลังสนับสนุนจึงตามล่ากลุ่มคนร้ายไปตามคำบอกเล่าของเคียง เดือน จนกระทั่งเข้าล้อมจับกุมกระเหรี่ยงที่ตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดไว้ได้ทั้งหมด

ผู้ บัญชาการกองกำลังสำรอง กรมการรักษาดินแดนได้จัดงานรับขวัญกลุ่มนักศึกษาที่ถูกจับ พร้อมกล่าวยกย่องต่อหน้าเพื่อนนักศึกษาที่สนามฝึกกำลังสำรองเขาชนไก่อย่าง ใหญ่โต สร้างความยินดีปรีดาให้กับเพื่อนและกลุ่มนักศึกษาทุกชั้นปีที่เข้ามาฝึกอยู่ ที่นั้น และถือเป็นการปิดภาคการศึกษาในปีนั้นด้วย

หลังจากจบการศึกษา ปกป้อง และ เคียงเดือน ได้นำเรื่องความรักที่ทั้งสองมีต่อกันมาปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ของตน ทั้งสองได้รับการปฏิเสธ พ่อของเคียงเดือนซึ่งไม่ชอบปกป้องอยู่แล้ว ประกาศห้ามลูกสาวคบกับปกป้องอย่างเด็ดขาด ส่วนคุณแม่ของปกป้อง ก็ประกาศห้ามคบกับเคียงเดือน เพราะเห็นว่าฐานะยากจน ไม่สมควรที่จะมาเป็นลูกสะใภ้ ปกป้องและเคียงเดือนผิดหวังจากการที่ถูกกีดกันความรัก เพื่อนๆ จึงวางแผนช่วยเหลือให้ทั้งสองสมหวังให้ได้ โดยการสร้างสถานการณ์ว่าทั้งสองไปกระโดดน้ำตายที่สะพานพระราม 8

เมื่อพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายรู้เข้าจึงเสียใจมาก สารภาพผิดกันทั้งสองฝ่ายว่าเป็นคนฆ่าลูกตัวเองเพราะความคิดผิดๆ แล้วพร่ำรำพันร้องให้เสียใจแทบขาดใจตาย ขอให้เทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ประทานชีวิตให้ลูกกลับมาเถอะ ถ้าลูกมีชีวิตกลับมาได้จริงๆ ต่อไปจะไม่ขัดขวางทางรักของลูกทั้งสองอีกแล้ว ลูกต้องการอะไรจะให้ทุกอย่าง

สดใส ซึ่งนั่งเฝ้าดูอยู่นั้นได้พูดปลอบใจพ่อแม่ของเพื่อน แล้วย้ำคำพูดเดิมของพ่อแม่ว่าจริงนะ ถ้า ปกป้อง และ เคียงเดือน ไม่ตายจริงพ่อแม่จะไม่ขัดขวางทางรักของเขาอีกต่อไป ทั้งสองฝ่ายรับปากอย่างแข็งขัน สดใสจึงให้สัญญาณให้ปกป้อง และ เคียงเดือน เดินออกมาจากที่ซ่อนเข้ามาหาพ่อแม่ พ่อของเคียงเดือนโกรธมากที่ถูกหลอก แต่พ่อของปกป้องกับแม่ของเคียงเดือนห้ามไว้ว่าได้สัญญากับลูกแล้ว เป็นผู้ใหญ่ต้องไม่ผิดคำพูด พ่อของเคียงเดือนจึงยอมตกลงตามสัญญา เพื่อนของปกป้องและเคียงเดือนต่างเฮโล แสดงความดีใจที่แผนการสำเร็จตามเป้าหมาย