Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

นางฟ้าเดินดิน

พัชราภา (วรัทยา นิลคูหา) ลูกสาวคนเดียวของเสี่ยซ้ง หรือทรงชัย(ไพโรจน์ สังวริบุตร)  มีนิสัยค่อนข้างเอาแต่ใจ พัชราภามีพี่ชายสองคนคือ สมศักดิ์ และสมชาย พัชราภาเป็นลูกคนสุดท้องและเป็นลูกสาวคนเดียว เสี่ยซ้งจึงทั้งรักทั้งหวง เสี่ยซ้งมีศัตรูค่อนข้างมากจากงานด้านการเมือง และการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เสี่ยซ้งจึงให้มือปืนติดตามคุ้มกันพัชราภาไปทุกหนทุกแห่ง สร้างความหงุดหงิดให้พัชราภายิ่งนัก

เสี่ยซ้งถูกทาง ราชการและตำรวจจับตาดูทุกฝีก้าว ตำรวจส่งทำนุ (ปราบ ยุทธพิชัย) แฝงตัวเข้าไปเป็นคนทำบัญชีเพื่อสืบการดำเนินงานผิดกฎหมายในเครือข่ายของ เสี่ยซ้ง เสี่ยซ้งพอใจในงานของทำนุ แต่เสี่ยซ้งไม่พอใจที่พัชราภาชอบกับทำนุ แต่เขาไม่สามารถห้ามพัชราภาได้สำเร็จ เสี่ยซ้งจึงสั่งให้ ธัช (อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) มือปืนที่เสี่ยซ้งไว้ใจที่สุด ติดตามคุ้มกันพัชราภาและประกบทำนุไปในตัวด้วย ธัชหวั่นไหวตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นพัชราภา แต่เธอเป็นลูกเจ้านายที่เขาต้องซื้อสัตย์และจงรักภักดี

ทำนุเองเขาไม่ ได้ชอบพัชราภา แต่เขาจำต้องทำเพราะคำสั่งของทางราชการ ทำนุรู้สึกเหมือนเขาผิดต่อ อรศรี (รุ่งระวี บริจินดากุล) คู่หมั้นของเขา พัชราภาหงุดหงิดที่ธัชตามเฝ้าเธอทุกฝีก้าว เสี่ยซ้งพาพัชราภาไปกินอาหารที่โรงแรม แต่พัชราภาไม่ยอมกินอาหารกับพ่อ จะไปกินที่อื่น เธอขอตัวไปห้องน้ำ ขณะที่ออกจากห้องน้ำเธอเดินไปชนชายหนุ่มคนหนึ่ง ชายหนุ่มคนนั้นคือ อรรณพ (ณัฐวุฒิ สะกิดใจ) เขาไม่ถือสาเธอ พัชราภาหนีออกไปทานอาหารที่ร้านอาหารที่ร้านแถวโรงแรมพบกับทำนุโดยบังเอิญ ธัชตามพัชราภาเข้ามาและพบกับอรรณพที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง อรรณพดีใจมากที่ได้พบธัช ทั้งสองไม่ได้พบกันมานานมากแล้ว

แท้จริงแล้ว ธัช คือน้องชายต่างมารดาของอรรณพ พ่อของอรรณพแต่งงานกับคุณหญิงนวลศิริ และมีลูกชายคือ อรรณพและลูกสาวคือ อัจจิมา ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่อังกฤษ ต่อมาพ่อของอรรณพได้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งจนมี ธัช ดำรงค์(อดุลย์ ดุลยรัตน์ )ปู่ของอรรณพและธัชไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะแม่ของธัชเป็นผู้หญิงชาวบ้าน ดำรงค์ถือว่าเขาเป็นใหญ่ที่สุดมีอำนาจควบคุม และจัดการกับชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัว แต่เขาไม่สามารถควบคุมธัชได้ ธัชถูกรังเกียจเหยีดหยามจากทุกคนในบ้าน มีแต่อรรณพที่คอยปกป้องช่วยเหลือ เมื่ออรรณพไปเรียนต่อเมืองนอก ธัชทนการเหยียดหยามไม่ไหวจึงออกจากบ้านไป อรรณพกลับมาจากเมืองนอกเขาเลือกที่จะทำไร่และปศุสัตว์ ไม่ยอมทำงานบริษัทของตระกูล ดำรงค์โกรธอรรณพมาก เขาถือว่าหลานทุกคนต้องทำงานกับบริษัทของตระกูล แต่เขามิได้ลงโทษอรรณพเพราะอรรณพเป็นหลานรัก ตั้งแต่กลับจากนอก อรรณพติดตามหาธัชมาตลอดด้วยความห่วงใยอย่างยิ่ง

อรรณพชวนธัชไป อยู่ด้วยที่จังหวัดที่เขาทำไร่อยู่ และขอให้ธัชเลิกทำงานกับเสี่ยซ้ง แต่ธัชปฏิเสธ อรรณพเห็นสายตาของธัชที่มองพัชราภาแล้วรู้ทันทีว่าธัชรักพัชราภา และธัชเองก็สังเกตเห็นเช่นกันว่าอรรณพชอบพัชราภา ธัชบอกกับอรรณพว่าทำนุเป็นสายให้ตำรวจ อรรณพบอกธัชว่าทำนุคนนี้น่าจะเป็นคนเดียวกับคู่หมั้นของอรศรี ธัชอึ้งที่ทำนุคือคู่หมั้นของอรศรีจริงๆ อรศรีเป็นลูกของอาและเป็นคู่กัดกับธัชมาตั้งแต่เด็ก ทำนุมากรุงเทพฯเขาถามที่อยู่ของอรรณพจากอรศรี ทำนุพูดกับอรรณพไม่ให้อรรณพเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของเขากับอรศรีให้เสี่ยซ้ง และพัชราภารู้ ทำนุถามอรรณพว่าธัชเป็นใคร อรรณพไม่ตอบแต่กลับบอกให้ทำนุระวังตัว เพราะเขารู้ว่าทำนุเป็นสายให้ตำรวจ เสี่ยซ้งตัดสินใจส่งพัชราภาไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯด่วนที่สุด และจะให้ธัชตามไปส่งเพราะเป็นห่วงพัชราภามากว่าจะได้รับอันตรายที่มาจากความ รุนแรงในการเลือกตั้ง และจากการแข่งกันทางการค้ากับเสี่ยเม้งคู่แข่งคู่ปรับคนสำคัญอีกด้วย

อรรณพกับสะอาดศรี อาสะใภ้ซึ่งเป็นแม่ของอรศรีค้นรูปเก่าๆ ของธัชอยู่ด้วยกัน ทำนุเข้ามาดูด้วย อรรณพบอกทำนุว่ารูปนั้นคือรูปน้องชาย ทำนุพูดไม่ออกเมื่อรู้ว่าธัชเป็นน้องชายของอรรณพ คนของเสี่ยซ้งเห็นทำนุไปกับคนของเสี่ยเม้ง เสี่ยซ้งสั่งธัชเก็บทำนุแต่ธัชไม่อยากเป็นคนลงมือ เขาบอกเลี่ยงๆ ว่าเมื่อทำนุไม่มีประโยชน์ก็ปล่อยไป เสี่ยซ้งให้คนมาตามทำนุไปพบ ทำนุบอกเสี่ยซ้งว่า เสี่ยเม้งให้คนมาจี้ตัวเขาไป เสี่ยซ้งไม่ฟังทำนุถูกซ้อมสะบักสะบอมก่อนถูกปล่อยตัวไป เขารีบกลับกรุงเทพฯและไปหาอรศรีที่บ้านและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ ฟัง

เสี่ยซ้งถูกจับ และเร่งทำเรื่องประกันตัว ทำนุถูกนำตัวมาพบเสี่ยเม้ง เสี่ยเม้งบอกให้ทำนุต้องไปเป็นพยานในศาลและเมื่อเสร็จงานแล้ว เสี่ยเม้งจะพูดกับเจ้านายของทำนุ ทำนุจะกลายเป็นวีรบุรุษที่จับเสี่ยซ้งเข้าคุกได้ เสี่ยซ้งติดคุกและถูกฆ่าตายในคุก งานศพจัดขึ้นอย่างเร่งด่วน ธัชจัดการให้ทุกอย่างและประกบอยู่ข้างพัชราภา พัชราภาบอกให้ธัชเก็บทำนุ หลังงานศพ สมศักด์บุกเข้าไปในบ้านของเสี่ยเม้งกระหน่ำยิงเสี่ยเม้งไม่นับ เสี่ยเม้งตายและสมศักดิ์ถูกยิงตายเช่นกัน ธัชออกไปจับตัวทำนุมาให้พัชราภา ธัชเด็ดชีวิตทำนุด้วยกระสุนนัดเดียว ธัชพาพัชราภามาพักที่ไร่

เพ็ญจันทร์ ลูกสาวแสนห้าวแสนแก่นของนายพัน ชอบธัชตั้งแต่แรกเห็น เธอนึกว่าธัชและพัชราภาเป็นสามีภรรยากัน เพ็ญจันทร์จึงเฝ้าสังเกตธัชและพัชราภาเงียบๆ อรรณพมากรุงเทพฯ บอกอรศรีในสภาพที่ทรุดโทรม สะอาดศรีบอกอรรณพว่าอรศรีท้องกับทำนุ ดำรงค์รู้เรื่องอรศรีท้องโกรธมาก และให้อรศรีทำแท้ง อรรณพว่าดำรงค์ไม่มีสิทธิ์บังคับอรศรี ถ้าไม่มีใครต้องการเด็กเขาจะรับเลี้ยงเอง

เพ็ญจันทร์รู้ว่าธัชและพัชราภาคือมือปืนและลูกสาวเสี่ยซ้งที่มีข่าวใน หนังสือพิมพ์เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เพ็ญจันทร์สอนว่าหากธัชสัญญาว่าจะกลับมาหาเธอเธอจะช่วยธัชและพัชราภา ธัชสัญญาเพื่อแลกกับความปลอดภัยของพัชราภา อรรณพเดินทางกลับไร่พบธัชและพัชราภา อรรณพให้พัชราภาช่วยงานด้านบัญชี อรรณพขอร้องให้พัชราภาขอร้องให้ธัชอยู่ที่นี่ แต่ธัชปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะทำให้ทั้งคู่เดือดร้อน พัชราภาบอกให้อรรณพร่วมมือกับเธอวางแผนผูกมัดให้ธัชอยู่ด้วยการจะมอบความสาว ให้ แต่ธัชแอบมาได้ยินและวางแผนซ้อน กลายเป็นว่าพัชราภาต้องตกเป็นของอรรณพแทน แต่เธอไม่รู้คิดว่าธัช ธัชจากไปและฝากพัชราภาให้อรรณพดูแล

ดำรงค์และคุณหญิงนวลศิริมาหาอรรณพที่ไร่ อรรณพแนะนำให้รู้จักพัชราภา บอกว่าเธอคือผู้ที่เขาจะแต่งงานด้วย อรรณพให้พัชราภาอออไปกับเขาด้วย ดำรงค์เริ่มจับผิดพัชราภา ส่วนคุณหญิงนวลศิริเริ่มบทบาทว่าที่แม่ผัวตัวร้าย ดำรงค์บอกคุณหญิงนวลศิริว่าต้องหาทางกำจัดพัชราภาให้พ้นไปจากอรรณพ จึงวางแผนจะทำเป็นยอมรับพัชราภาและเอาตัวกลับกรุงเทพฯ

ธัชกลับมาที่ ไร่เพ็ญจันทร์ เพ็ญจันทร์ดีใจที่ธัชรักษาสัญญา เธอบอกกับพ่อเธอว่าเธอรักธัช และจะแต่งงานกับธัชและขอให้ธัชอยู่ที่ไร่ เพ็ญจันทร์มาหาธัชที่กระท่อมและขอให้ธัชแต่งงานกับเธอ ธัชรู้สึกประทับใจเพ็ญจันทร์ รู้สึกว่าเธอจริงใจกับเขามาก

พัชราภาและ อรรณพกลับกรุงเทพฯพร้อมดำรงค์และคุณหญิงนวลศิริ อรรณพพาพัชราภามาเยี่ยมอรศรี อรรณพบอกอรศรีว่าพัชราภาเป็นแฟนของเขา แถมยังเป็นแฟนเก่าธัช คุณหญิงนวลศิริแอบฟังอยู่ในห้องถัดไป ได้ยินเรื่องพัชราภาทั้งหมด อรรณพและอรศรีเถียงกันและอรศรีมีอาการคลั่ง อรรณพพยายามจับตัวอรศรีไว้แต่อรศรีถอยหนี้จนตกบันได อรรณพพาอรศรีไปส่งโรงพยาบาล อรศรีคลอดก่อนกำหนด ได้ลูกชาย

ธัชและเพ็ญ จันทร์มาหาอรรณพและพัชราภาที่บ้านไร่ พัชราภาดีใจที่ธัชกลับมา เพ็ญจันทร์รู้สึกว่าธัชยังรักพัชราภา ธัชบอกพัชราภาว่าเขาแต่งงานกลับเพ็ญจันทร์แล้ว พัชราภาเสียใจมากเพราะเธอคิดว่าธัชคงกลับมารับผิดชอบในการกระทำเมื่อคืนนั้น สาเหตุที่แท้จริงที่ธัชมาหาพัชราภาก็เพื่อจะบอกความจริงว่าเธอไม่ได้เป็นของ เขาอย่างที่เธอเข้าใจ แต่ยังไม่ทันได้บอก คนร้ายบุกเข้ามายิงธัชและอรรณพ อรรณพถูกยิงบาดเจ็บ ธัชบอกเรื่องที่พัชราภาไม่ได้เป็นของเขาในคืนนั้น แต่พัชราภาเป็นของอรรณพ ทั้งหมดเป็นแผนซ้อนแผนของธัช เมื่ออรรณพหายแล้วขอให้พัชราภาแต่งงานกับอรรณพ สำหรับธัชเขาบอกว่าเขามีเพ็ญจันทร์แล้ว ธัชกับเพ็ญจันทร์คิดหาทางออกเรื่องธัชกับมือปืนได้แล้ว โดยจะออกข่าวว่าธัชถูกยิงตาย และจัดงานศพให้สมจริง จากนี้ไปจะมีแต่ธัชคนใหม่ พออรรณพฟื้นขึ้นมาเรียกหาแต่พัชราภา พัชราภาจึงเล่าถึงแผนการณ์ให้ฟัง

อัจจิมากลับมา จากต่างประเทศพร้อมกับสมชาย สมชายบอกประวัติเขาแก่คุณหญิงนวลศิริ เธอแทบล้มทั้งยืนที่ต้องมาเกี่ยวดองกับลูกเสี่ยซ้งอีกคน อัจจิมาไปเยี่ยมอรศรี และบอกว่าจะรับลูกอรศรีไปเป็นลูกของเธอเมื่อเธอแต่งงานกับสมชายแล้วคุณหญิง นวลศิริพาอัจจิมาไปกราบดำรงค์ ดำรงค์ตกใจมากที่หลานสาวจะแต่งงานกับลูกนักเลงอีกคน อัจจิมาบอกว่าสาธิตส่งข่าวอรรณพและธัชถูกยิง อรรณพปลอดภัยแล้ว แต่ธัชตาย ดำรงค์นิ่งอึ้งทั้งที่ควรจะดีใจที่ธัชหลายที่เขาเกลียดตายไป ดำรงค์ให้ทุกคนไปบ้านไร่เพื่อเยี่ยมอรรณพ

พัชราภาดีใจมากที่ได้พบสมชายอีกครั้ง ทุกคนเหมือนถูกผีหลอก ธัชยังไม่ตาย ดำรงค์เรียกธัชและเพ็ญจันทร์เข้าไปพบ ดำรงค์ถอดสร้อยที่สวมติดตัวให้เพ็ญจันทร์ อรรณพดีใจที่ดำรงค์ยอมรับธัช ธัชไม่เคยได้รับความอบอุ่นในชีวิตมาเลย คราวนี้เขาคงมีความสุขเสียที อรรณพกับดำรงค์กับมาเป็นปูหลานที่เข้าใจกัน ดำรงค์และทิฐิกลายเป็นปูที่น่ารักของหลานๆ พัชราภาแต่งานกับอรรณพ อัจจิมาแต่งงานกับสมชาย ธัชอยู่กับรักแท้ของเพ็ญจันทร์

นางทิพย์

ปริตตา เป็นหลานสาวของคุณผกาภรรยาหลวงไพรัชพากษ์พิจารณ์ รวิปรียาในภาคของนางทิพย์ยังคงมาเยี่ยมเยียนปริตตาอยู่เสมอ โดยมีคุณหลวงผู้ซึ่งมีฌานแก่กล้าเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่เห็นตรีรังสีของรวิ ปรียาปรากฎอยู่ในร่างของปริตตา นอกจากนี้คุณหลวงยังเคยสนทนาด้วยจนรู้ถึงที่มาของนางทิพย์องค์นี้ ท่านจึงได้จดบันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้เพื่อมิให้ความลับตายไปกับตัว ส่วนเพื่อนเทพบุตรที่ลงมาเกิดเป็นเพื่อนบ้าน ก็เป็นหนุ่มน้อยธรรมดาเช่นกัน ชื่อ ทินเทพ แต่ที่ไม่ธรรมดาคืออาของทินเทพ

ดร.ภาธร สีหมนตรี อาของทินเทพ เป็นลูกชายคนเล็กของคุณหลวง ทำงานอยู่องค์การ NASA ได้กลับมาเมืองไทยหลังจากได้ทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกานานหลายปี ภาธรทำงานค้นคว้าวิจัยด้านการนำปรจิตวิทยามาประยุกต์ใช้ในโครงการอวกาศของนา ซา เขากลับมาครั้งนี้เพื่อทำการทดลองบางอย่างซึ่งภาธรไม่ได้บอกให้ใครรู้แม้แต่ บิดาตัวเอง นอกจากโครงการทดลองนั้นแล้ว ภาธรยังได้เข้าสอนวิชาปรัชญาในคณะที่ปริตตาเรียนอยู่ และทำให้เขาพบว่าหลานสาวคนนี้ของเขามีความรู้และอธิบายเรื่องกำเนิดจักรวาล ได้อย่างแจ่มชัดจนไม่น่าเชื่อว่าเธอยังเป็นเพียงนิสิตปี 1 ในขณะเดียวกันเขาก็สังเกตว่าปริตตาจะมีอีกบุคลิกหนึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าญาติ ผู้ใหญ่เช่นคุณยายผกาของเธอ เธอจะดูเหมือนเป็นเด็กผู้หญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้นแตกต่างจากปริตตาที่เขาเคยพบตามลำพังอย่างสิ้นเชิง

 

งานของภาธรทำให้เขาต้องไปทำการทดลองถ่ายภาพแบบเกอร์ เลียน ที่ตำบลหนองพราย ใกล้ ๆ กับบางปะอิน ซึ่งภาพเกอร์เลียนนี้จะแสดงให้เห็นว่าวัตถุที่มีชีวิตนั้นจะมีพลังแสงแห่ง ชีวิตวูบวาบขึ้นมาในขณะทำการทดลองถ่ายภาพ แต่ถ้าเป็นวัตถุไม่มีชีวิตจะไม่มีแสงหรือมีเพียงแสงนิ่ง ๆ เท่านั้น ดังนั้นการทดลองประเภทนี้จึงต้องไปทำในแหล่งที่ได้ชื่อว่าบ้านผีสิง

ภาธรเดินทางมาที่หนองพรายพร้อมกับทินเทพหลานชายและปริตตา ที่นั่นเขาได้พบเห็นเหตุการณ์แปลกประหลาดรวมทั้งพบดวงวิญญาณของหญิงสาวที่ ร้องไห้คร่ำครวญหาคนที่เธอเรียกว่า “ออกญา” ซึ่งวิญญาณดวงนั้นยังบอกกับภาธรด้วยว่า ปริตตาไม่ใช่คนธรรมดา หากเป็นนางทิพย์ และก่อนที่จะหายตัวไปเธอได้ทิ้งแหวนทองคำรูปพญานาคไว้ให้ ภาธรจึงต้องการที่จะนำแหวนนั้นกลับมาศึกษา โดยไม่ยอมเชื่อฟังรวิปรียาในร่างของปริตตาที่คัดค้านว่าเขากำลังจะนำความ ยุ่งยากติดตัวมาด้วยพร้อมกับแหวนวงนั้น

เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ รวีปรียาจึงได้มาพบกับคุณหลวงเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พร้อมทั้งบอกว่าจะนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปให้ภาธรที่บ้านเพื่อป้องกันตัว สิ่งนั้นคือดอกปาริชาติ ดอกไม้สวรรค์ที่ผู้ใดได้สูดกลิ่นหอมแล้วจะสามารถระลึกชาติได้ เมื่อได้ดอกปาริชาติจากรวิปรียา ภาธรจึงได้พบว่า ในชาติที่แล้วเขาคือออกญาพิชิตแสนพล นายทหารกล้าแห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลายที่รอดชีวิตมาได้จากทหารพม่ามาได้ เพราะเจ้าหญิงทิพฉายพระธิดาของพระเจ้าแผ่นดินทรงสละพระชนม์ชีพป้องกันเอาไว้ ทำให้ออกญาพิชิตแสนพลสัญญาว่าเขาจะขอให้ได้พบกับเจ้าหญิงอีกในชาติหน้า เพื่อที่จะได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดีให้กับเธออย่างที่เขาไม่อาจทำได้ใน ชาตินี้ นอกจากได้รับรู้เรื่องราวในอดีตชาติแล้ว ภาธรยังคิดว่าเขาได้ไปเยือนดินแดนอันเป็นที่อยู่ของทิพยนารีผู้งดงามองค์ หนึ่ง แต่ก่อนที่ภาธรจะทำความเข้าใจกับทุกสิ่งทกอย่างที่เขาพบเห็นได้ เรื่องราวทั้งหมดก็เลือนไปเหมือนความฝัน

นางทาส 2551

เย็น ถูกพ่อแม่นำมาขายให้กับ คุณหญิงแย้ม ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตกอยู่ในความปกครองของทาสหญิงชราชื่อ นางฟัก ดูแลฝึกหัดให้สันทัดงานผู้ลากมากดี ภายหลังคุณหญิงก็เรียกให้ไปรับใช้บนเรือน เพราะเย็นผิวพรรณหมดจดหน้าตาสะสวย เมื่ออายุยี่สิบปีจึงได้ชื่อว่าเป็นอนุภรรยาคนหนึ่งของ พระยาสีหโยธิน เย็นไม่ลืมว่าตัวตกเป็นของบุรุษผู้มีอายุคราวบิดามารดา เพราะความกลัวเกรงบุญบารมีหาใช่เพราะสมัครรักใครไม่ กระนั้นเย็นก็ตั้งหน้าสามิภักดิ์โดยสุจริต เจ้าคุณเมตตาเป็นพิเศษ จึงก่อให้เกิดริษยาในหมู่เมียน้อยด้วยกัน

เย็นอายุน้อยกว่าเขาทั้ง นั้น ซ้ำมีชื่อว่าเป็นทาสมาแต่เดิมก็สงบเสงี่ยมเจียมตัว คุณหญิงจึงเอ็นดูกว่าอนุภรรยาคนอื่นๆ แปลกแสนแปลกด้วยเมื่อปีหนึ่งล่วงไป คุณหญิงและเย็นก็มีครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าคุณตื่นเต้นดีใจเท่าไหร่ เย็นก็ถูกริษยาจากเพื่อนเมียน้อยเท่านั้น เย็นรู้ว่าถ้าเย็นเป็นมารดาลูกของเจ้าคุณ ก็อาจถูกใส่ความว่าประพฤติชั่วกับชายอื่น มันหมายถึงอันตรายยิ่งใหญ่ทีเดียว แต่โชคดีที่คุณหญิงตั้งครรภ์ด้วย หลังจากแต่งงานมานาน เมื่อเวลาใกล้กำหนดคลอด เจ้าคุณมีราชการต้องไปค้างอยู่ต่างจังหวัดมีกำหนดสามสิบวัน

และก่อน หน้าที่จะกลับสิบสองวัน คุณหญิงแย้มก็ได้คลอดลูกชายและเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น ซึ่งพร้อมกับเย็นให้กำเนิดเด็กหญิง โดยมิคาดฝัน นางฟักก็มาบอกว่า คุณหญิงขอเปลี่ยนเอาลูกของเย็นไปเป็นลูกของท่าน ให้เย็นรักษาเป็นความลับไว้ตลอดอายุ และให้รางวัลอย่างงาม เย็นบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ใจหนึ่งนั้นหวงแหนเลือดในอก ปรารถนาจะได้โอบอุ้มเลี้ยงดูเองให้สมกับอุ้มท้องมาเกือบเต็มขวบปี แต่อีกใจหนึ่งนั้นหวั่นกลัวอำนาจอันยิ่งใหญ่ของภรรยาหลวง ไม่แน่ว่าการปฏิเสธจะเกิดผลร้ายแก่ตัวสักแค่ไหน

แต่นางฟักชักแม่น้ำ ทั้งห้าหว่านล้อม อ้างว่าเพื่ออนาคตอันสดใสของลูก เป็นลูกคุณหญิงต้องดีกว่าเป็นลูกของนางทาสแน่นอน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเจ้าคุณก็ตาม เย็นจึงยอม ค่ำวันนั้นคนในบ้านก็รู้ทั่วกันว่าลูกของเย็นตาย ส่วนลูกของคุณหญิงรอดชีวิตเป็นผู้หญิง เจ้าคุณกลับมาบ้านตามกำหนด ครั้นทราบว่าลูกของเย็นเป็นชายแต่ตายเสียก็บ่นเสียดาย ส่วนคุณหญิงได้รับการเอาใจใส่อย่างดีเลิศ ทารกซึ่งได้ตำแหน่งธิดาคุณหญิงแย้มเติบโตรวดเร็ว ผิวพรรณผ่องใส เป็นที่รักของเจ้าคุณและคุณหญิงผู้ตั้งตนเป็นมารดาอย่างยิ่งกบ-สุวนันท์ คงยิ่ง

เย็น ได้ให้น้ำนมได้อุ้มชูเลี้ยงดูโดยคำสั่งของคุณหญิงเป็นบางครั้ง ซึ่งทำให้เย็นเก็บความชื่นชมเสน่หาบุตรสาวอยู่กลายเป็นของคนอื่นไว้คนเดียว ท่านเจ้าคุณยังคงรักและเมตตาเย็น พร้อมทั้งมีความหวังว่าเย็นอาจจะมีลูกให้ท่านอีก เพราะอนุภรรยาอื่นๆ ไม่ปรากฎว่าใครจะตั้งครรภ์เลย จนในวันหนึ่ง ทิดยืน พี่ชายของเย็นมาบอกว่าพ่อเจ็บ แม่ให้มาขอขึ้นค่าตัวเย็นไปรักษาพ่อ เย็นไม่กล้าให้พี่ชายเอ่ยปากกับท่านเจ้าคุณ จึงให้ตะกรุดทองซึ่งเจ้าคุณให้ผูกตอนตั้งท้องไปแทน แต่การณ์กลับเป็นผลร้ายแก่เย็น

ด้วย บุญมี อนุภรรยาของเจ้าคุณที่ริษยาเย็นอยู่ ได้กล่าวโทษฟ้องว่าเย็นคบผู้ชายถึงให้เป็นสิ่งของกัน เย็นจึงโดนหวายเฆี่ยนเจียนตาย และถูกถอดลงมาเป็นนางทาสตามเดิม เย็นต้องมาเป็นลูกมือนางในคนครัว ตำน้ำพริก ปอกมะพร้าว ขูดมะพร้าว หุงข้าว ผ่าฟืน ล้างถ้วยชามรามไห แล้วแต่นางในจะใช้ เหนื่อยสายตัวแทบขาด ที่ร้ายที่สุดคือห่างเหินลูกรักชนิดสุดเอื้อม กระนั้นก็ตามเย็นก็คอยหาโอกาสแอบเข้าไปใกล้ชิด อุ่นเรือน ( คุณหนูแดง) อยู่เสมอจนวันหนึ่ง วันที่เย็นเข้าไปหา นางพุ่ม พี่เลี้ยงคุณแดง อุ้มคุณแดงเชยชม

ก็ปรากฏว่าสร้อยข้อเท้าคุณแดงหายไป นางพุ่มระบุว่าเย็นมาอุ้มคุณแดง เย็นจึงถูกเฆี่ยนเป็นครั้งที่สอง จนคุณหญิงสงสารหยิบสร้อยเส้นใหม่ออกมาและบอกว่าหาพบแล้ว เย็นจึงรอดพ้นจากอาญาไปได้ ตั้งแต่นั้นมาเจ้าคุณก็สั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เย็นเข้าใกล้อุ่นเรือน เวลาผ่านไปตามลำดับอุ่นเรือนโตเป็นสาวแรกรุ่นจำเริญตา ในขณะที่เย็นร่างกายเสื่อมโทรมไปเพราะงานหนัก ผิวพรรณด้านหลังงองุ้ม ผมหงอกเกือบทั่วศีรษะ วันหนึ่งขณะที่เย็นกำลังพักผ่อน หลังจากทำงานในครัวอย่างหนัก

ก็ได้ยินเสียง นางสาลี่ อนุภรรยารุ่นเก่าคนหนึ่งของเจ้าคุณ และอีทาสหน้าตาขี้ริ้วชื่อ แอบ นัดแนะกันจะล่ออุ่นเรือนมาให้ ทิดคล้อย ซึ่งอดีตเป็นพระนักเทศน์ตัวลือ เย็นตกใจแทบสิ้นชีวิต เฝ้าตรึกตรองหาทางป้องกันอุ่นเรือนจนกระทั่งถึงวันนัด เย็นไปดัก ณ ที่นัดพบเพื่อห้ามอุ่นเรือน อุ่นเรือนโกรธจัดถึงกับตบหน้าเย็น แต่เย็นไม่ฟังเสียงเฝ้าวิงวอนจนถึงกับต้องยื่นคำขาดว่า จะขัดขวางถึงตายก็ยอม เมื่อสาลี่มาถึงรู้ว่าความแตกแล้วก็กรีดร้องขึ้นเต็มเสียงว่า เย็นพยายามแย่งของจากอุ่นเรือน อีกครั้งหนึ่งที่นางทาสถูกโบยจนสลบคาหวาย

ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่มแต่ คำน้อยมิได้หลุดจากปากเพราะรู้ว่าคือโทษหนักต่อลูกรัก จนในที่สุดอุ่นเรือนทนไม่ได้ต้องสารภาพกับคุณหญิง เย็นจึงรอดพ้นจากหวายลงหลังซ้ำสอง สิ่งที่ได้ตอบแทนคือคุณหญิงพาอุ่นเรือนมาขอโทษเย็นถึงเรือนพัก อุ่นเรือนร้องไห้จนตัวโยน จับมือเหี่ยวแห้งมากำไว้ขณะที่กล่าวคำขอโทษ เย็นจูบปลายเท้าลูกน้ำตาไหลพรากเมื่อตอบว่า ถึงบ่าวจะตายเพราะช่วยคุณก็ไม่เสียดายชีวิต เพราะบ่าวรักคุณเหลือเกิน คุณหญิงบอกความจริงเจ้าคุณ และวันรุ่งขึ้นเมื่อใกล้พลบ ใต้ถุนหอนั่งก็มีการเฆี่ยนกันอีก ครั้งนี้คือสาลี่กับนางแอบ

หลังจาก นั้นสาลี่ก็ถูกถอดลงทำงานตักน้ำผ่าฟืนข้างล่าง หลังจากนั้นไม่นานด้วยเดชะพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่แห่งพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ ซึ่งมีต่อพสกนิกรแห่งพระองค์ ได้ทรงออกพระราชบัญญัติประกาศให้เลิกทาสทั่วพระราชอาณาจักร ปวงประชาราฎร์ทั้งหลายต่างชื่นชมโสมนัส สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนี้เป็นล้นพ้น แซ่ซ้องสรรเสริญทั่วทุกหลังคาเรือน พระอารามทั่วไปเคาะระฆังแสดงความปลื้มปิติ และเป็นความหมายให้สำเนียงนี้อุโฆษขึ้นไปถึงเทพยดาเจ้าเบี้ยงบนฟากฟ้าโน่น

ตาม เคหะสถานท่านผู้มีทาสใช้สอย บางรายก็เสียดายอำนาจซึ่งหลุดลอยไป บางแห่งก็ยินดี โดยเฉพาะพระยาสีหโยธิน เจ้าคุณโสมนัสชื่นชมเป็นที่ยิ่ง ประกาศให้ทุกคนในบ้านมีการรื่นเริงได้เต็มที่ ปัจจุบันนางทาสเย็นไม่ต้องทำงานหนักตรากตรำแล้ว คุณหญิงให้นั่งดูแลหอนั่ง เย็นค่อยแจ่มใสอ้วนท้วนนุ่งห่มสะอาดนัยน์ตา มีโอกาสได้พบปะใกล้ชิดลูกโดยไม่มีใครรังเกียจ แม้ฝ่ายอุ่นเรือนเองจะไม่รู้จักว่าเป็นแม่ ตามวิสัยของมารดากับบุตร ย่อมมีสัมพันธ์ทางสายโลหิตใกล้ชิดอยู่เสมอ อุ่นเรือนจึงรักเย็นมาก

เจ้า คุณเคยปรารถกับตัวเองว่า เย็นเป็นคนดีพอใช้ เสียแต่ใจมันรักชั่วเห็นคนเลวดีกว่าพระยาอย่างเรา ไม่งั้นป่านนี้กินนอนกันสบาย และวันที่ความจริงปรากฏขึ้นก็มาถึง เมื่อทิดยืนพี่ชายมาหาเย็นพร้อมทั้งเงินค่าไถ่ ความจริงเปิดเผยว่าผู้ที่เจ้าคุณคิดว่าเป็นชู้ของเย็นเมื่อเกือบยี่สิบปี ก่อนนั้นคือ พี่ชาย เจ้าคุณอึ้งไปด้วยสำนึกในความผิด ทั้งเสียใจและเสียดายความหลังเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีทางใดจะแก้ไขให้เหมือนเดิมได้ ได้แต่ขออโหสิต่อเย็นอยู่ในใจ เย็นมีชีวิตเป็นสุขขึ้นมาก ความดีทุกอย่างปรากฏขึ้นแล้ว แต่ความจริงที่อุ่นเรือนคือบุตรสาวที่แท้จริงของเย็น จะปรากฏหรือไม่ คอยติดตามชมกันต่อไปในละคร นางทาสป๊อก-ปิยธิดา วรมุสิก

รายชื่อนักแสดงละคร นางทาส

วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ แสดงเป็น พระยาสีหโยธิน
สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น เย็น
จีรนันท์ มะโนแจ่ม แสดงเป็น สาลี่
ปิยธิดา วรมุสิก แสดงเป็น คุณหญิงแย้ม
อรวรรณษา ฐานวิเศษ แสดงเป็น บุญมี
ธันย์ชนก ฤทธิ์นาคา แสดงเป็น อุ่นเรือน ( คุณหนูแดง )
ธัญสินี พรมสุทธิ์ แสดงเป็น ละออ
ดวงดาว จารุจินดา แสดงเป็น ยายฟัก
สุรวุฑ ไหมกัน แสดงเป็น คล้อย

นางทาส

เย็น ถูกพ่อแม่นำมาขายให้กับ คุณหญิงแย้ม ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตกอยู่ในความปกครองของทาสหญิงชราชื่อ นางฟัก ดูแลฝึกหัดให้สันทัดงานผู้ลากมากดี ภายหลังคุณหญิงก็เรียกให้ไปรับใช้บนเรือน เพราะเย็นผิวพรรณหมดจดหน้าตาสะสวย เมื่ออายุยี่สิบปีจึงได้ชื่อว่าเป็นอนุภรรยาคนหนึ่งของ พระยาสีหโยธิน เย็นไม่ลืมว่าตัวตกเป็นของบุรุษผู้มีอายุคราวบิดามารดา เพราะความกลัวเกรงบุญบารมีหาใช่เพราะสมัครรักใครไม่ กระนั้นเย็นก็ตั้งหน้าสามิภักดิ์โดยสุจริต เจ้าคุณเมตตาเป็นพิเศษ จึงก่อให้เกิดริษยาในหมู่เมียน้อยด้วยกัน

เย็นอายุน้อยกว่าเขาทั้ง นั้น ซ้ำมีชื่อว่าเป็นทาสมาแต่เดิมก็สงบเสงี่ยมเจียมตัว คุณหญิงจึงเอ็นดูกว่าอนุภรรยาคนอื่นๆ แปลกแสนแปลกด้วยเมื่อปีหนึ่งล่วงไป คุณหญิงและเย็นก็มีครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าคุณตื่นเต้นดีใจเท่าไหร่ เย็นก็ถูกริษยาจากเพื่อนเมียน้อยเท่านั้น เย็นรู้ว่าถ้าเย็นเป็นมารดาลูกของเจ้าคุณ ก็อาจถูกใส่ความว่าประพฤติชั่วกับชายอื่น มันหมายถึงอันตรายยิ่งใหญ่ทีเดียว แต่โชคดีที่คุณหญิงตั้งครรภ์ด้วย หลังจากแต่งงานมานาน เมื่อเวลาใกล้กำหนดคลอด เจ้าคุณมีราชการต้องไปค้างอยู่ต่างจังหวัดมีกำหนดสามสิบวัน

และก่อนหน้าที่จะกลับสิบสองวัน คุณหญิงแย้มก็ได้คลอดลูกชายและเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น ซึ่งพร้อมกับเย็นให้กำเนิดเด็กหญิง โดยมิคาดฝัน นางฟักก็มาบอกว่า คุณหญิงขอเปลี่ยนเอาลูกของเย็นไปเป็นลูกของท่าน ให้เย็นรักษาเป็นความลับไว้ตลอดอายุ และให้รางวัลอย่างงาม เย็นบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ใจหนึ่งนั้นหวงแหนเลือดในอก ปรารถนาจะได้โอบอุ้มเลี้ยงดูเองให้สมกับอุ้มท้องมาเกือบเต็มขวบปี แต่อีกใจหนึ่งนั้นหวั่นกลัวอำนาจอันยิ่งใหญ่ของภรรยาหลวง ไม่แน่ว่าการปฏิเสธจะเกิดผลร้ายแก่ตัวสักแค่ไหน

แต่นางฟักชักแม่น้ำ ทั้งห้าหว่านล้อม อ้างว่าเพื่ออนาคตอันสดใสของลูก เป็นลูกคุณหญิงต้องดีกว่าเป็นลูกของนางทาสแน่นอน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเจ้าคุณก็ตาม เย็นจึงยอม ค่ำวันนั้นคนในบ้านก็รู้ทั่วกันว่าลูกของเย็นตาย ส่วนลูกของคุณหญิงรอดชีวิตเป็นผู้หญิง เจ้าคุณกลับมาบ้านตามกำหนด ครั้นทราบว่าลูกของเย็นเป็นชายแต่ตายเสียก็บ่นเสียดาย ส่วนคุณหญิงได้รับการเอาใจใส่อย่างดีเลิศ ทารกซึ่งได้ตำแหน่งธิดาคุณหญิงแย้มเติบโตรวดเร็ว ผิวพรรณผ่องใส เป็นที่รักของเจ้าคุณและคุณหญิงผู้ตั้งตนเป็นมารดาอย่างยิ่งกบ-สุวนันท์ คงยิ่ง

เย็น ได้ให้น้ำนมได้อุ้มชูเลี้ยงดูโดยคำสั่งของคุณหญิงเป็นบางครั้ง ซึ่งทำให้เย็นเก็บความชื่นชมเสน่หาบุตรสาวอยู่กลายเป็นของคนอื่นไว้คนเดียว ท่านเจ้าคุณยังคงรักและเมตตาเย็น พร้อมทั้งมีความหวังว่าเย็นอาจจะมีลูกให้ท่านอีก เพราะอนุภรรยาอื่นๆ ไม่ปรากฎว่าใครจะตั้งครรภ์เลย จนในวันหนึ่ง ทิดยืน พี่ชายของเย็นมาบอกว่าพ่อเจ็บ แม่ให้มาขอขึ้นค่าตัวเย็นไปรักษาพ่อ เย็นไม่กล้าให้พี่ชายเอ่ยปากกับท่านเจ้าคุณ จึงให้ตะกรุดทองซึ่งเจ้าคุณให้ผูกตอนตั้งท้องไปแทน แต่การณ์กลับเป็นผลร้ายแก่เย็น

ด้วย บุญมี อนุภรรยาของเจ้าคุณที่ริษยาเย็นอยู่ ได้กล่าวโทษฟ้องว่าเย็นคบผู้ชายถึงให้เป็นสิ่งของกัน เย็นจึงโดนหวายเฆี่ยนเจียนตาย และถูกถอดลงมาเป็นนางทาสตามเดิม เย็นต้องมาเป็นลูกมือนางในคนครัว ตำน้ำพริก ปอกมะพร้าว ขูดมะพร้าว หุงข้าว ผ่าฟืน ล้างถ้วยชามรามไห แล้วแต่นางในจะใช้ เหนื่อยสายตัวแทบขาด ที่ร้ายที่สุดคือห่างเหินลูกรักชนิดสุดเอื้อม กระนั้นก็ตามเย็นก็คอยหาโอกาสแอบเข้าไปใกล้ชิด อุ่นเรือน ( คุณหนูแดง) อยู่เสมอจนวันหนึ่ง วันที่เย็นเข้าไปหา นางพุ่ม พี่เลี้ยงคุณแดง อุ้มคุณแดงเชยชม

ก็ปรากฏว่าสร้อยข้อเท้าคุณแดงหายไป นางพุ่มระบุว่าเย็นมาอุ้มคุณแดง เย็นจึงถูกเฆี่ยนเป็นครั้งที่สอง จนคุณหญิงสงสารหยิบสร้อยเส้นใหม่ออกมาและบอกว่าหาพบแล้ว เย็นจึงรอดพ้นจากอาญาไปได้ ตั้งแต่นั้นมาเจ้าคุณก็สั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เย็นเข้าใกล้อุ่นเรือน เวลาผ่านไปตามลำดับอุ่นเรือนโตเป็นสาวแรกรุ่นจำเริญตา ในขณะที่เย็นร่างกายเสื่อมโทรมไปเพราะงานหนัก ผิวพรรณด้านหลังงองุ้ม ผมหงอกเกือบทั่วศีรษะ วันหนึ่งขณะที่เย็นกำลังพักผ่อน หลังจากทำงานในครัวอย่างหนัก

ก็ได้ยินเสียง นางสาลี่ อนุภรรยารุ่นเก่าคนหนึ่งของเจ้าคุณ และอีทาสหน้าตาขี้ริ้วชื่อ แอบ นัดแนะกันจะล่ออุ่นเรือนมาให้ ทิดคล้อย ซึ่งอดีตเป็นพระนักเทศน์ตัวลือ เย็นตกใจแทบสิ้นชีวิต เฝ้าตรึกตรองหาทางป้องกันอุ่นเรือนจนกระทั่งถึงวันนัด เย็นไปดัก ณ ที่นัดพบเพื่อห้ามอุ่นเรือน อุ่นเรือนโกรธจัดถึงกับตบหน้าเย็น แต่เย็นไม่ฟังเสียงเฝ้าวิงวอนจนถึงกับต้องยื่นคำขาดว่า จะขัดขวางถึงตายก็ยอม เมื่อสาลี่มาถึงรู้ว่าความแตกแล้วก็กรีดร้องขึ้นเต็มเสียงว่า เย็นพยายามแย่งของจากอุ่นเรือน อีกครั้งหนึ่งที่นางทาสถูกโบยจนสลบคาหวาย

ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่มแต่ คำน้อยมิได้หลุดจากปากเพราะรู้ว่าคือโทษหนักต่อลูกรัก จนในที่สุดอุ่นเรือนทนไม่ได้ต้องสารภาพกับคุณหญิง เย็นจึงรอดพ้นจากหวายลงหลังซ้ำสอง สิ่งที่ได้ตอบแทนคือคุณหญิงพาอุ่นเรือนมาขอโทษเย็นถึงเรือนพัก อุ่นเรือนร้องไห้จนตัวโยน จับมือเหี่ยวแห้งมากำไว้ขณะที่กล่าวคำขอโทษ เย็นจูบปลายเท้าลูกน้ำตาไหลพรากเมื่อตอบว่า ถึงบ่าวจะตายเพราะช่วยคุณก็ไม่เสียดายชีวิต เพราะบ่าวรักคุณเหลือเกิน คุณหญิงบอกความจริงเจ้าคุณ และวันรุ่งขึ้นเมื่อใกล้พลบ ใต้ถุนหอนั่งก็มีการเฆี่ยนกันอีก ครั้งนี้คือสาลี่กับนางแอบ

หลังจาก นั้นสาลี่ก็ถูกถอดลงทำงานตักน้ำผ่าฟืนข้างล่าง หลังจากนั้นไม่นานด้วยเดชะพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่แห่งพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ ซึ่งมีต่อพสกนิกรแห่งพระองค์ ได้ทรงออกพระราชบัญญัติประกาศให้เลิกทาสทั่วพระราชอาณาจักร ปวงประชาราฎร์ทั้งหลายต่างชื่นชมโสมนัส สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนี้เป็นล้นพ้น แซ่ซ้องสรรเสริญทั่วทุกหลังคาเรือน พระอารามทั่วไปเคาะระฆังแสดงความปลื้มปิติ และเป็นความหมายให้สำเนียงนี้อุโฆษขึ้นไปถึงเทพยดาเจ้าเบี้ยงบนฟากฟ้าโน่น

ตาม เคหะสถานท่านผู้มีทาสใช้สอย บางรายก็เสียดายอำนาจซึ่งหลุดลอยไป บางแห่งก็ยินดี โดยเฉพาะพระยาสีหโยธิน เจ้าคุณโสมนัสชื่นชมเป็นที่ยิ่ง ประกาศให้ทุกคนในบ้านมีการรื่นเริงได้เต็มที่ ปัจจุบันนางทาสเย็นไม่ต้องทำงานหนักตรากตรำแล้ว คุณหญิงให้นั่งดูแลหอนั่ง เย็นค่อยแจ่มใสอ้วนท้วนนุ่งห่มสะอาดนัยน์ตา มีโอกาสได้พบปะใกล้ชิดลูกโดยไม่มีใครรังเกียจ แม้ฝ่ายอุ่นเรือนเองจะไม่รู้จักว่าเป็นแม่ ตามวิสัยของมารดากับบุตร ย่อมมีสัมพันธ์ทางสายโลหิตใกล้ชิดอยู่เสมอ อุ่นเรือนจึงรักเย็นมาก

เจ้า คุณเคยปรารถกับตัวเองว่า เย็นเป็นคนดีพอใช้ เสียแต่ใจมันรักชั่วเห็นคนเลวดีกว่าพระยาอย่างเรา ไม่งั้นป่านนี้กินนอนกันสบาย และวันที่ความจริงปรากฏขึ้นก็มาถึง เมื่อทิดยืนพี่ชายมาหาเย็นพร้อมทั้งเงินค่าไถ่ ความจริงเปิดเผยว่าผู้ที่เจ้าคุณคิดว่าเป็นชู้ของเย็นเมื่อเกือบยี่สิบปี ก่อนนั้นคือ พี่ชาย เจ้าคุณอึ้งไปด้วยสำนึกในความผิด ทั้งเสียใจและเสียดายความหลังเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีทางใดจะแก้ไขให้เหมือนเดิมได้ ได้แต่ขออโหสิต่อเย็นอยู่ในใจ เย็นมีชีวิตเป็นสุขขึ้นมาก ความดีทุกอย่างปรากฏขึ้นแล้ว แต่ความจริงที่อุ่นเรือนคือบุตรสาวที่แท้จริงของเย็น จะปรากฏหรือไม่ คอยติดตามชมกันต่อไปในละคร นางทาส

นางกรี๊ด

จิรวาตี สาวสลัมอาศัยอยู่กับจันทราแม่บุญธรรมและจุ๋มน้องสาวที่เป็นใบ้ เธอหาเงินเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำทุกอย่าง รวมทั้งรับจ้างกรี๊ดในคณะ ?รวมดาวชาวกรี๊ด? ของจรัญและขวัญจิต โดยมี่เพื่อนในสลัมร่วมก๊วนด้วย ทั้งปุ๊กกี้ แม๊กซ์ นุ่ม อ้น จิระวาตียังตั้องดูแลบูมเพื่อนชายขาพิการที่คิดว่าตนเป็นป้อมด้วย

ปัญธร หนุ่มนักรเยนนอกดีกรี MBA ไม่อยากทำกิจการที่บ้าน เข้าใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้อง ชัยวัฒน์พ่อของปัญธรจึงให้โอกาส 3 เดือนถ้าไม่สำเร็จ ให้กลับมาดูแลกิจการยาดมของที่บ้านเหมือนเดิม ตอนนี้ปัญธรเอาแต่เที่ยวกับชยามล กิ๊กสาวสุดเซ็กซี่ของเข้า โดยระหว่างปัญธรพิสูจน์ตัวเอง ปรีติน้องขายที่ทำงานแก่งจึงรับหน้าที่ดูแลกิจการแทน ทัศวรรณ์แม่ของปัญธรไปหาสะอิ้งทิพย์เจอกับโยษิตา ที่เป็นเด็กน่ารักเรียบร้อย แต่ไม่แข็งแรงเป็นโรงหัวใจ ก็อยากให้แต่งงานกับปัญธร พอปัญธรเห็นหน้าโยษิตา ก็รู้สึกชอบเลยตกลง ส่วนปรีติเมื่อเห็นโยษิตาก็แอบปิ๊ง แต่เพราะรู้ว่าทัศวรรณต้องการให้แต่งงานปับปัญธร เลยต้องแอบเก็บความรู้สึก

ปัญธรพาศยามลไปคอนเสิร์ตแล้วถูกนัอกร้องเกาหลีให้ขึ้นไปร้องและเต้นเพลง ไทยบนเวที พี่โต้อดีตศิลปินขวัญใจวัยรุ่นที่ไปดูด้วยเห็นปัญธร ก็เลยติดต่อให้ปัญธรไปอยู่ในสังกัดเพื่อทีจะปั้นให้ดัง แม่ปัญธรไปขอสปอนเซอร์กับเสี่ยดิเรก เสี่ยเห็นหน้าปัญธรก็ชอบใจให้การสนับสนุน จิระวาตีไปทำความสะอาดบ้านให้กิมลั้ง เลยเจอกับโยษิตาและปัญธร โยษิตาขอบจิระวาตีมาก ต่างจากปัญธรที่ทำท่ารังเกียจเพราะเธอเป็นเด็กสลัม ทั้งคู่เลยเป็ฯคู่กันดมีปากเสียงกัน ปัญธรช่วยโยษิตาดูแลน้องเอ๋ ผู้เข้าประกวดนางงามในนามภาคใต้ของสะอิ้งทิพย์ น้องเอ๋พูดน้อยจนสะอิ้งทิพย์กลัวไม่ได้รางวัล จึงติดต่อจรัญกับขวัญจิตให้หาหน้าม้ามาเชียร์ ที่งานประกวดนางงามสี่ภาค ศยามลกับคมเดชจับได้ว่าน้องเอ๋เป็นสาวประเภทสองจึงไปบอกคณะกรรมการน้องเอ๋ จึงโดนตัดสิทธิ์และให้สะอิ้งทิพย์หาคนมาแทน

สะอิ้งทิพย์เลยแปลงโฉมจิระวาตี จนได้รับตำแหน่งนางงานหนึ่งเดียวในสี่ภาค พอได้รับตำแหน่งจิระวาตีเกิดอบัติเหตุชนกับปัญธรบนเวทีขณะที่ไปร้องเพลงโป รโมตของตัวเองครั้งแรก จิระวาตีเจ็บหนักปัญธรจึงจำใจมาคอยดูแล ทั้งๆ ที่เค้าไม่ชอบสลัม โยษิตาพาสะอิ้งทิพย์ไปหาจิระวาตีที่บ้านเลยเจอกับจันทราแม่บุญธรรมจิระวาตี สะอิ้งทิพย์เมื่อเห็นหน้าจันทราก็จำได้จึงรีบติดต่อเสี่ยดิเรก เพราะคิดว่าจิระวาตีต้องเป็นลูกของดวงใจนางงามคนหนึ่งของเธอ ความสัมพันธ์ของปรีติกับโยษิตาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ปรีติเห็นความดีของโยษิตา ก็ยิ่งตกหลุมรักเธอ

ปัญธรไม่ประสบผลสำเร็จในการออกอัลบั้ม เลยขอเวลาชัยวัฒน์พ่อของตนอีกเดือนเพื่อเคลียร์ทุกอย่างแล้วจะกลับมาทำงาน ที่บ้าน ปัญธรกับจิระวาตีไปหาคุณเหม่า โดยพาใบเตยลูกของมยุรีกับสิทธาซึ่งเป็นน้องชายของชัยวัฒน์ ที่ชอบเอาไปฝากไว้ที่บ้านเขา เพราะมีปัญหาทะเลาะกันที่ตัวสิทธาชอบไปมีกิ๊ก ใบเตยจึงเป็นเด็กซึมเศร้า ทั้งสามคนไปหาคุณเหม่า เจ้าของบริษัทปลาร้าแปรรูป ที่ไม่ยอมรัความเป็นอีสานของตัวเอง พูดไทยคำฝรั่งคำ พอจิระวาตีส่งภาษาอีสานใส่ก็โกระรุนแรงเลยไม่จ้างให้จิระวาตีเป็นพรีเซ็น เตอร์ แต่ในที่สุดจิระวาตีก็สามรถเปลี่ยนทัศนคติคุณเหม่าให้ยอมรับความเป็นอีสาน ของตัวเองได้ คุณเหม่าจึงให้จิระวาตีเป็นพรีเซ็นเตอร์ ใบเตยติดจิระวาตีมากเธอคิดว่า จิระวาตีเข้าใจเธอมากว่าคนอื่น บูมเริ่มไม่พอใจที่จิระวาตีไม่มีเวลาสนใจตัวเองเพราะเอาแต่ทำงาน

ศยามลเองก็เริ่มไม่พอใจปัญธรที่ตอ้งเจอกับจิระวาตีบ่อยๆ จึงให้คมเดชสืบประวัติจิระวาตี นายไวลูกน้องคมเดชสืบเรื่องจิระวาตี โดยการเอาเหล้ามาฝากจันทรา และหลอกถามจนได้ประวัติจิระวาตี พอศยามลรู้ก็รอวันที่จะเปิดโปง วันนั้นเกิดไฟไหม้สลัม จิระวาตีในฐานะนางงามจึงไปขอความช่วยเหลือจากกระทรวงวัฒนธรรม จนทุกคนสามารถสร้างบ้านอยู่ที่เดิมได้ จิระวาตีมีชื่อเสียงเพื่มขึ้นแต่เธอเองกลับไม่ชอบเลย เธอตัสดสินใจจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนางงามในงานมอบโล่เกียรติบัตรของ รัฐมนตรีกระทรวงวัฒธรรมเป็นงานสุดท้าย ขณะที่เธอขึ้นไปรับและกล่าวขอบคุณ มีคนแจกใบปลิวบอกว่าจิริวาตีเป็นลูกโสเภณี มีอาชีพรับจ้างกรี๊ด เสี่ยดิรกจึงออกหน้าแทน บอกว่าความจริงเขาเป็นพ่อของจิระวาตี เรื่องกลับตาลปัตร จิระวาตีดังกว่าเดิม ศยามลเจ็บใจมากให้คมเดช จัดการขั้นเด็ดขาดกับจิระวาตี จิระวาตีดีใจที่ได้เจอพ่อ และเธอก็อยากเจอแม่ด้วย

เสี่ยดิเรกกับสะอิ้งทิพย์จึงขอร้างให้ผกามาศ เพื่อนางงามของดวงใจปลอมตัวเป็นแม่จิระวาตี วันหนึ่งปัญธรขับรถไปชนผู้หญิงบ้า จนต้องเขาโรงพยาบาล โยษิตาพาสะอิ้งทิพย์มาดูคนป่วย สะอิ้งทิพย์จำได้ทันทีว่าคือ ดวงใจ แม่ของจิระวาตี เสี่ยดิเรกทั้งดีใจและเสียใจที่ในอดีตทิ้งดวงใจและลูกสาวมาจึงเป็นสาเหตุให้ ดวงใจเป็นสภาพนี้ พอจันทรารู้เรื่องที่จิระวาตีเจอพ่อก็มินตึงใส่ ไล่จิระวาตีออกจาบ้าน ใบเตยมาอยู่กับจิระวาตี เพราะว่าสิทธากับมยุรีจะเลิกกัน จิระวาตีจึงปลอบใจใบเตย เสี่ยดิเรกโทรบอกว่าดวงใจอาการดีขึ้น จะพาเธอไปดูแลที่บ้านสวน จิระวาตีจึงออกไปหาใบเตยและบูม ถูกคมเดชกับนายไวจับมาเรียกค่าไถ่ ศยามลสะใจมาก จิระวาตีกับปัญธรช่วยใบเตยและบูมออกมาได้แต่ปัญธรก็ต้องบาดเจ็บหนัก จิระวาตีก็หายไปอยู่บ้านสวน และได้รู้ความจริงว่า ดวงใจคือแม่ที่แท้จริงของตน จิระวาตีกับเสี่ยดิเรกช่วยกันดูแลดวงใจ

แล้วความฝันของปัญธรกับพี่โต้ก็เป็นจริง ปัญธรดีใจสุดๆ ที่เพลงตัวเองติดชาร์ทอันดับหนึ่ง ที่ดีเจไปเจอตอนไฟไหมสลัมแล้วเอามาเปิดฟังและเป็นที่ชื่นชอบของผู้ฟัง รีเควสต์เข้ามามากพอพี่โต้ได้ยินข่าวก็ดีใจที่ฝันเป็นจริง และบอกปัญธรว่าจะจัดคอนเสิร์ต ปัญธรมีข้อแม้ว่าต้องจ้างรวมดาวชาวกรี๊ดมาติดขอบเวที จิระวาตีสิ้นสุดการเป็นนางงามด้วยการมอบตำแหน่งให้นางงามคนต่อไป และตัดสินใจกลับไปอยู่กับจินทราและจุ๋ม เสี่ยดิเรกซื้อที่ดินแถวนั้นแล้วสร้างบ้านใหม่ให้ จิระวาตีช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่สลัม ในงานคอนเสิร์ตปัญธรได้เป็นนักร้องซุปเปอร์สตาร์สมใจ และจิระวาตีก็ได้เจอกับปัญธรอีกครั้ง และความสัมพันธ์ของนางกรี๊ดและซุปเปอร์สตาร์ก็ได้เริ่มต้นอีกครั้ง

รายชื่อนักแสดงนำในละคร นางกรี๊ด

วรัทยา  นิลคูหา     แสดงเป็น     จิระวาตี/แจ๋ม
ธนา  สุทธิกมล     แสดงเป็น     ปัญธร/ธร
ปัณฑิตา  เคาวเวลล์     แสดงเป็น     โยษิตา/โย
ธาวิน  เยาวพลกุล     แสดงเป็น     ปรีติ/ติ
เจมี่  บูเฮอร์     แสดงเป็น     ศยามล/หม่อน
วจี กัลย์จาฤก     แสดงเป็น     สะอิ้งทิพย์
ภราไดย  สุวรรณรัฐ     แสดงเป็น     จันทรา
ปภัสรา  เตชะไพบูลย์     แสดงเป็น     ดวงใจ
ไพบูรณ์เกียรติ  เขียวแก้ว     แสดงเป็น     พี่โต้
ภานุมาส   ปิ่นแก้ว     แสดงเป็น     จิราภา/จุ๋ม
ภัสสร  บุณยเกียรติ     แสดงเป็น     ทัศวรรณ
ไพโรจน์  สังวริบุตร     แสดงเป็น     ชัยวัฒน์
อัมรินทร์  สิมะโรจน์     แสดงเป็น     คมเดช
โอลิเวอร์  บีเว่อร์     แสดงเป็น     สิทธา
รชยา  รักกสิกรณ์     แสดงเป็น     มยุรี
อันนา  เชื้อประมง     แสดงเป็น     ใบเตย
แจ๊ส  ชวนชื่น     แสดงเป็น     บูม
ศราวุธ  นวแสงอรุณ     แสดงเป็น     แม๊กซ์
อชิตะ  วุฒินันท์สระสิทธิ์     แสดงเป็น     นุ่ม
ลาล่า  นีมาก้า     แสดงเป็น     อ้น
ชมพูนุช  ปิยธรรมชัย     แสดงเป็น     ปุ๊กกี้
แวร์  โซว     แสดงเป็น     กิมลั้ง
ทัศนา  ดำรงศักดิ์     แสดงเป็น     คุณเหม่า
ธัญญรัศม์  จิราภัทร์ภากร     แสดงเป็น     น้องเอ๋
ปิยะดา  เพ็ญจินดา     แสดงเป็น     ผกามาศ
เวนช์  ฟอลโคเนอร์     แสดงเป็น     นายไว
กล้วย  เชิญยิ้ม     แสดงเป็น     จรัญ
ส้มเช้ง  สามช่า     แสดงเป็น     ขวัญจิต
ดิลก  ทองวัฒนา     แสดงเป็น     เสี่ยดิเรก

น้องเหมียวเขี้ยวเพชร

ผู้หมวดเพชรนรี แม่เสือสาวแห่งหน่วยปราบปรามยาเสพติด เธอเป็นคนโผงผางชอบใช้กำลังปราบคนชั่วจนหนุ่มๆ ในกองปราบต้องยกนิ้วให้เธอทุกราย ขนาด เอกพล พ่อเลี้ยงขี้คุกที่ชอบแต๊ะอั๋ง มาริษา น้องสาวแสนดีของเธอก็ยังโดนเพชรนรีซ้อมเช้าซ้อมเย็นจนไม่กล้าหือกับเธอ แต่ทุกครั้งที่เพชรนรีอยู่กับ สารวัตรจอมภพ หัวหน้า และเพื่อนชายสุดหล่อเพียงคนเดียวที่กล้าใกล้ชิดเธอ เพชรนรีจะกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ทันที ความน่ารัก จริงใจของเธอโดนใจจอมภพจังๆ เขาจึงขอเธอแต่งงาน แต่มีข้อแม้ให้เพชรนรีลาออกจากตำรวจไปเป็นแม่บ้านเต็มตัว เงื่อนไขนี้ทำให้เธอคิดหนัก เพราะจิตวิญญาณ และคำสัญญาที่เพชรนรีให้ไว้กับพ่อก่อนตายค้ำคออยู่ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอก็ได้รับรัก และตอบตกลงแต่งงานกับจอมภพเป็นที่เรียบร้อย

คืนก่อนวันวิวาห์เพชรนรีได้ข้อมูลจาก ยอดรัก สายข่าวผู้ชายนะยะมาดตุ้งติ้งอดีตมิจฉาชีพมือไว รายงานว่า เจ้าหญิงแห่งวงการค้ายาเสพติดข้ามชาติจะส่งมอบสินค้ากันครั้งใหญ่ ซึ่งเบื้องหน้าของญาดาเธอเป็นราชินีบู๊แถวหน้าของวงการบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้จึงไม่มีเบาะแสชัดเจน เพชรนรีจึงฉายเดี่ยวสืบหาข้อมูลการส่งของเอง ทำให้ญาดาไหวตัวทันทั้งคู่จึงต่อสู้กันดุเดือด แต่สุดท้ายเพชรนรีก็จับญาดาได้สำเร็จ ขณะที่เพชรนรีแจ้งให้กำลังเสริมจากกองปราบมารับตัวญาดา ปีเตอร์ ชู้รักของญาดาดันพาสมุนมาชิงตัวญาดาไปก่อน หนำซ้ำปีเตอร์กับพวกยังยิงถล่มเซฟเฮ้าส์ที่เพชรนรีซ่อนตัวอยู่พังเป็นหน้า กอง ทำให้เพชรนรี และ เหมียว เด็กนักเรียนจอมโก๊ะที่อยู่แถวนั้นโดนลูกหลงบาดเจ็บสาหัสหมดสติไปทั้งคู่

เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งเพชรนรีพบว่าวิญญาณของเธอล่องลอยออกจากร่างไปแล้ว แต่จิตใจอันมุ่งมั่นที่จะปราบพวกค้ายาฯ ให้ได้ วิญญาณเพชรนรีจึงรีบไปเข้าร่างโดยไม่ทันดูว่าเป็นร่างของเหมียวเด็กสาวที่ เพิ่งเสียชีวิตไป พอเพชรนรีฟื้นขึ้นถึงพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเหมียวเด็กสาววัย 17 ปี ส่วนร่างของเธอนอนแน่นิ่งเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ห้องใกล้ๆ เพชรนรีพยายามอธิบายให้ทุกคนเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้ทุกคนคิดว่าเธอฟั่นเฟือนจึงจับเธอไปช็อตไฟฟ้า ระหว่างทางเพชรนรีหาทางหนีได้สำเร็จ เธอรีบกลับบ้านไปหาแม่กับน้องทันที เพชรนรีในร่างเหมียวพยายามบอกความจริงแต่ทุกคนกลับคิดว่าเธอเป็นคนเสียสติ ปะเหมาะจอมภพแวะมาพอดีจึงจับเพชรนรีในร่างเหมียวไปขังเพื่อรอญาติมารับ ปรากฏว่าผู้ปกครองของเหมียวคือ ยอดรัก สายข่าวคู่ซี้ของเพชรนรีนั่นเอง เพชรนรีใช้รหัสสลับคุยกับยอดรักจนเขาเชื่อว่าวิญญาณของหมวดเพชรนรีสิงอยู่ใน ร่างของหลานตัวเองจริงๆ ยอดรักจึงช่วยวิญญาณของเพชรนรีด้วยการคิดหาวิธีกลับเข้าร่างเดิมสารพัดวิธี แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องถอดใจเพราะไม่มีวิธีไหนทำสำเร็จเลย

หลังจากวันที่เกิดเรื่อง ครูพละจอมเปิ่นซึ่งเป็นครูประจำชั้นของเหมียวรู้ข่าวก็รีบมาเยี่ยมลูกศิษย์ ที่บ้าน แต่วิญญาณของเพชรนรีในร่างเหมียวจำได้ว่าศิลาเคยจีบน้องสาวเธอ เพชรนรีจึงหลอกถามเรื่องมาริษาเธอถึงรู้ว่าน้องสาวได้เป็นครูโรงเรียนที่ เหมียวเรียนอยู่ รุ่งขึ้นเพชรนรีจึงไปเรียนตามปกติเพราะอยากใกล้ชิดน้องสาว และเพชรนรีเชื่อว่าพ่อเลี้ยงของเธอจะมาป้วนเปี้ยนรังควานมาริษาแน่ๆ เพชรนรีจึงต้องการสืบหาความจริงจากเอกพล เพราะเชื่อว่าพ่อเลี้ยงตัวแสบเป็นคนยิงเธออย่างแน่นอน และเพื่อความไม่ประมาทเพชรนรีจึงให้ยอดรักปลอมมาเป็นครู เพื่อช่วยเธอสอดส่องความผิดปกติในโรงเรียนแห่งนี้ ยอดรักจึงต้องเก๊กแมนจนสมัครเข้าไปเป็นครูได้สำเร็จ

ด้านศิลาครูประจำชั้นของเหมียวรู้สึกถึงความผิดปกติของลูกศิษย์เป็นอันมาก เพราะก่อนประสบอุบัติเหตุเหมียวเป็นเด็กเรียบร้อยและเรียนดี แต่พอกลับมาเรียนอีกครั้งพฤติกรรมของเหมียวกลับตรงกันข้าม แถมยังชอบเข้าใกล้มาริษาตลอดเวลา ศิลาจึงคอยจับตาดูเหมียวใกล้ชิดจนเธอรู้ตัว เพชรนรีในร่างเหมียวจึงตัดสินใจบอกเรื่องที่วิญญาณของเธออยู่ในร่างเหมียว ให้ศิลาฟัง แต่ศิลากลับคิดว่าลูกศิษย์ถูกผีเข้าถึงขั้นหาเครื่องลางของขลังและหมอผีมา ปัดรังควาน การกระทำของศิลาสร้างความรำคาญให้เพชรนรีมาก เธอจึงให้ยอดรักไปฟ้องครูใหญ่ศิลาถึงยอมวางมือ

ที่ ห้องเรียนของเหมียวก็มีเด็กเกเร แก๊งสามซ่า คอยแกล้งเธอเสมอ แต่วิญญาณของเพชรนรีในร่างเหมียวไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ แก๊งสามซ่าเลยโดนเหมียวอัดจนน่วม สร้างความแค้นให้พวกสามซ่ามาก เด็กกลุ่มนี้จึงหันมาเล่นงานครูมาริษาแทน เพราะเห็นว่าเธอสนิทกับเหมียว เคราะห์ดีที่ยอดรักพบเข้าจึงปกป้องมาริษาไว้ได้ เหตุการณ์นี้ทำให้มาริษาปลื้มยอดรักมากขึ้นเป็นทวีคูณ และเป็นครั้งแรกที่ยอดรักภูมิใจในความเป็นชายของตัวเอง จากนั้นทั้งคู่จึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ทำให้ศิลาเสียหน้าที่เสียแต้มให้ผู้ชายติ๋มๆ อย่างยอดรัก ฝ่ายเพชรนรีพอรู้ว่ามาริษาถูกกลั่นแกล้งก็จัดการสั่งสอนแก๊งสามซ่าจนทั้งหมด ยอมซูฮกให้เธอเป็นหัวหน้า

ระหว่างที่โรงเรียนของศิลาพานักเรียนไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัด เหมียวได้สร้างวีรกรรมกล้าหาญช่วยชีวิตคนอื่นได้หลายครั้ง จนเพื่อนๆ ยกให้เธอเป็นฮีโร่ประจำทริป ขากลับจากทัศนศึกษาคณะของโรงเรียนแวะพักที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแม่ชีเก่งกล้าด้านทางใน แม่ชีเห็นวิญญาณของเพชรนรีอยู่ในร่างของเหมียว ท่านจึงทักวิญญาณของเพชรนรีว่าเธอจะพ้นวิบากกรรมครั้งนี้ได้ก็ต่อเมื่อเนื้อ คู่ของเธอจูบเธอเป็นครั้งแรก แต่แม่ชีบอกไม่ได้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำเอาเพชรนรีอึ้ง กับคำพูดของแม่ชีไปพักใหญ่ ทั้งเรื่องที่แม่ชีรู้ว่าวิญญาณของเธออยู่ในร่างเหมียวและเรื่องการจุมพิต ครั้งแรก พอกลับถึงกรุงเทพฯ จู่ๆ เอกพลก็โผล่มารังควานมาริษาตามที่เพชรนรีคาดไว้ เธอกับยอดรักจึงลากตัวเอกพลมาสอบสวนถึงรู้ว่ามันกลับไปอยู่กับปีเตอร์จริง แต่มันไม่รู้เรื่องเซฟเฮาส์ของเพชรนรีกับปีเตอร์ เธอจึงยอมปล่อยเอกพลไป

วีรกรรมที่เหมียวกับยอดรักที่คอยปกป้องมาริษาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้มาริษาไว้ใจทั้ง 2 คนมากขึ้น ถึงขั้นให้เข้านอกออกในบ้านของเธอได้ตลอดเวลา วิญญาณเพชรนรีในร่างเหมียวจึงได้ใกล้ชิดกับ อารี แม่ของเธออีกครั้ง แถมเธอยังได้เจอกับจอมภพที่กำลังกลุ้มเรื่องคดีของญาดาที่ไม่คืบหน้าเลย เพชรนรีจึงหาทางช่วยสืบข่าวด้วยการปลอมเป็นโคโยตี้ในผับของปีเตอร์ งานนี้ยอดรักอาสาเทรนลีลาโยกย้ายส่ายสะโพกจนเพชรนรีขึ้นเป็นดาวเด่นของผับ เพื่อจะล้วงความลับเรื่องการส่งยาบ้าให้ได้ แต่ความโดดเด่นของเธอทำให้สาวๆ คนอื่นๆ ไม่พอใจจ้างนักเลงมารุมสกรัมเธอ โชคดีที่ศิลาแอบตามเหมียวมาจึงช่วยเธอไว้จนตัวเองบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้ทำให้ปีเตอร์เชื่อว่าเหมียวเป็นแค่นักเรียนแอบมารับจ๊อบจริงๆ เหมียวจึงได้ทำงานที่ผับต่อจนสืบความลับสำเร็จ เธอรีบให้ยอดรักส่งข่าวให้จอมภพผ่านทาง จ่าสมยศ ลูกน้องเก่าของเพชรนรี ทำให้จอมภพบุกยึดของกลางได้จำนวนมาก และยังจับเอกพลที่เป็นคนคุมสินค้าได้ด้วย เอกพลให้การซัดทอดถึงปีเตอร์ ทำให้ตำรวจตามเล่นงานจนปีเตอร์ต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ฝ่ายศิลาแก้เผ็ดที่เหมียวทำให้เขาเจ็บตัวด้วยการปรับให้เธอหมดสิทธิ์สอบวิชาพละ ทำให้เหมียวจำใจขอโทษศิลาเพื่อแลกกับการเข้าสอบ ศิลายังเพิ่มเงื่อนไขให้เหมียวลงแข่งขันเต้นแทงโก้คู่กับเขาเพื่อไถ่โทษอีก ด้วย ทั้งที่เพชรนรีเกลียดการเต้นรำมาก แต่ก็จำต้องรับปากเพราะวิญญาณของเธออยู่ในร่างเหมียว ศิลากับเหมียวต้องซ้อมเต้นด้วยกันทุกวัน จนทั้งคู่เริ่มสนิทสนม และเห็นความดีของกันและกันทำให้ศิลากับเหมียวคว้ารางวัลชนะเลิศการเต้น แทงโก้ได้สำเร็จ แต่ทั้งคู่กลับถูกทางโรงเรียนตำหนิในความไม่เหมาะสมของเสื้อผ้า และท่าเต้นที่เร่าร้อน งานนี้เหมียวที่ถูกคาดโทษอยู่จึงถูกไล่ออกจากโรงเรียน ศิลารู้สึกผิดจึงรับผิดชอบแทนด้วยการลาออกจากการเป็นครู

ศิลา ตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอกเขาจึงไปลามาริษาที่บ้าน แต่เขากลับเห็นมาริษาพลอดรักอยู่กับจอมภพ ศิลาเสียใจมากจึงไปปรับทุกข์กับเหมียว ทำเอาวิญญาณเพชรนรีในตัวเหมียวโกรธจัดที่ถูกคนรักหักหลัง ทั้งคู่จึงร่วมมือกันขวางทางรักของมาริษากับจอมภพ พอเพชรนรีรู้ว่าจอมภพชวนมาริษาไปเที่ยวทะเล เธอกับศิลา และยอดรักจึงเสนอตัวขอไปด้วย โดยอ้างบุญคุณที่เคยช่วยจอมภพจับยาบ้าได้ครั้งก่อน เพชรนรีกับศิลาช่วยกันสร้างสถานการณ์ให้จอมภพกับมาริษาเข้าใจผิดกัน แต่ยอดรักไม่เห็นด้วยจึงพยายามปกป้องมาริษาจนความแตก มาริษาโกรธมากจึงต่อว่าเพชรนรีกับศิลารุนแรง ทำให้เพชรนรีในร่างเหมียวหลุดปากว่าจอมภพเป็นเจ้าบ่าวของเธอ ขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกับคำพูดของเหมียว สมุนของปีเตอร์ก็ตามมาแก้แค้นจอมภพถึงที่ทะเล เพชรนรีจึงต้องออกโรงพะบู๊ปกป้องทุกคนจนตัวเองบาดเจ็บ ทำให้จอมภพเริ่มสงสัยว่าวิญญาณของเพชรนรีอยู่ในร่างของเหมียวจริงๆ

เมื่อถึงกรุงเทพฯ จอมภพไปเยี่ยมเพชรนรีที่โรงพยาบาล และจูบเธอตามคำทำนายของแม่ชีแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพชรนรีรู้ว่าจอมภพไม่ใช่เนื้อคู่ เธอจึงยอมให้จอมภพรักกับมาริษา ด้านศิลาก็เริ่มเชื่อเรื่องวิญญาณของเพชรนรีที่อยู่ในร่างเหมียวเช่นกัน เขาเสียใจที่เข้าใจผิดเธอมาตลอด ศิลาจึงมาดูแลอาการเพชรนรีอย่างใกล้ชิดเพื่อไถ่โทษ จนคืนหนึ่งฟ้าฝนเป็นใจทำให้ศิลาเผลอจูบเพชรนรี ทำให้เธอวูบวาบเหมือนวิญญาณจะหลุดจากร่าง เพชรนรีจึงสงสัยว่าศิลาอาจจะเป็นเนื้อคู่เธอตามที่แม่ชีบอก

หลังเพชรนรีในร่างของเหมียวฟื้นเธอถึงรู้ข่าวว่าเอกพลถูกสมุนปีเตอร์ฆ่าตายในคุก โดยที่ปีเตอร์ยังลอยนวลอยู่ จอมภพให้เพชรนรีในร่างเหมียวแฝงตัวไปทำงานในบริษัทของญาดากับปีเตอร์ เพื่อหาหลักฐานมัดตัว 2 วายร้าย แต่แผนดันรั่วญาดารู้เรื่องวิญญาณของเพชรนรีที่อยู่ในร่างเหมียวซะก่อน ญาดาจึงวางกับดักรอเพชรนรีไว้ทุกด้าน แถมก่อนหน้านี้ญาดาได้สังหารปีเตอร์อย่างโหดเหี้ยม เพราะแตกคอกันเรื่องผลประโยชน์ แล้วป้ายความผิดทั้งหมดให้เพชรนรีเป็นแพะรับบาป ปัญหาทั้งหมดทำให้เพชรนรีไม่อยากดิ้นรนที่จะกลับคืนร่างเดิม ยอดรักเห็นท่าไม่ดีจึงไปปรึกษาศิลา ทั้ง 2 คน จึงร่วมมือกับแก๊ง 3 ซ่าเล่นละครตบตาญาดาจนช่วยเพชรนรีออกมาจากที่คุมขังสำเร็จ

ขณะที่ทุกคนหนีตายกันวุ่นวาย ญาดาก็สะกดรอยตามมาจนพบ สองฝ่ายจึงปะทะกันดุเดือด พวกของญาดาถูกศิลา ยอดรัก และแก๊ง 3 ซ่า กำจัดจนอยู่หมัด เหลือเพียงเพชรนรีกับญาดาที่ห้ำหั่นกันจนบาดเจ็บหมดสติปางตายทั้งคู่ วิญญาณของเพชรนรีหลุดออกจากร่างเหมียวอีกครั้ง แต่เธอกลับเข้าร่างตัวเองไม่ทัน เพราะวิญญาณของญาดาที่หลุดออกจากร่าง ชิงตัดหน้าไปสิงในร่างตำรวจสาวของเธอเสียก่อน วิญญาณของเพชรนรีจึงต้องกลับเข้าร่างเหมียวตามเดิม ศิลากับยอดรักจึงช่วยกันหาวิธีให้วิญญาณของเพชรนรีได้กลับเข้าร่างเดิมอีก ครั้ง

นกออก

นกออกนกออก เป็นเรื่องราวลึกลับของรูปปั้นหินเก่าแก่ รูปนกหน้าตาหน้ากลัว ที่ถูกเรียกขานกัน ว่า “นกออก” และความเชื่อเรื่องวิญญาณร้ายที่สิงสู่ในตัวนก กับการตายปริศนา ครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้ที่ชะตาเกิดในวันอังคาร เพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เท่านั้นถึง จะเป็นคนที่ไขปริศนาและอำนาจลึกลับเหล่านี้ได้

พ.ศ.2485 ใน หมู่บ้านเล็กๆ ของจังหวัดที่ห่างไกลในภาคอีสาน ทุกวันขึ้นแปดค่ำและสิบห้า ค่ำ จะมีชาวบ้านตายคนแล้วคนเล่า โดยทุกศพจะมีร่องรอยเหมือนถูกนกขนาดใหญ่จิก ทำร้าย และหัวใจของศพจะถูกควักหายไป ชาวบ้านลือกันว่าเป็นฝีมือของ “นกออก” วิญญาณร้ายที่สิงสู่ในตัวนก เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและอำนาจเวทย์ มนต์ โดยเฉพาะในวันที่พระจันทร์เต็มดวง อำนาจของนกจะมีมากที่สุดทำให้ชาว บ้านพากันหวาดกลัวมาก

จนวันหนึ่งที่ผู้กล้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นและปราบนกออกได้ โดยวิญญาณร้ายถูกส่งกลับเข้าไป สิง ณ รูปปั้นหินเก่าแก่รูปนกหน้าตาน่ากลัว ชาวบ้านพากันเอารูปปั้นไปฝังไว้ ในป่าลึก เพื่อกันไม่ให้ใครไปปลุกวิญญาณร้ายขึ้นมาอีก หลังจากนั้นผู้กล้าก็ เดินทางออกจากหมู่บ้านไปโดยก่อนไปได้บอกชาวบ้านว่า บรรพบุรุษของเขาได้เคย ต่อสู้กับนกออกมาหลายชั่วอายุคน และเมื่อใดที่วิญญาณร้ายถูกปลุกขึ้นมาอีก ก็จะมีผู้กล้าออกมาปราบนกออกทุกครั้งไป เหตุการณ์ทั้งหมดได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของ ด.ช.ทา วัย 9 ปีอย่างแม่นยำ

เวลาผ่านมาจนถึงปีปัจจุบัน ป่าลึกทางภาคอีสานถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็นรีสอร์ทขนาด ใหญ่ ระหว่างการก่อสร้างคนงานได้ขุดเจอรูปปั้นหินเก่าแก่เป็นรูปนกขนาด ใหญ่ แต่มีลำตัวคล้ายคนจึงส่งมอบต่อให้ทางพิพิธภัณฑ์  จามรีทำการศึกษาวัตถุ โบราณชิ้นใหม่ที่ได้รับอย่างสนใจ เธอบอกลัดดาว่ารูปปั้นเก่าแก่นี้ ต้อง เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมลึกลับบางอย่าง ลัดดาว่ารู้แค่นี้ก็พอไม่ต้องค้นคว้า ต่อแล้ว เพราะรูปปั้นนี้ดูน่ากลัวเกินไปจนไม่น่าเข้าใกล้  ที่ด้านนอกของ พิพิธภัณฑ์มีกองถ่ายละครขอมาถ่ายทำละครโทรทัศน์ สีหราชได้มาร่วมงานด้วยใน ฐานะของนักแสดงแทนคิวบู๊ของตัวพระเอก ลัดดาชวนจามรีมาดูการถ่ายทำ สีหราชได้ เห็นเธอเป็นครั้งแรกก็ตกตะลึกตกหลุมรักจามรีทันที จามรีกลับมาบ้าน เจอตาทา คนเก่าแก่ประจำบ้านกำลังร่ายดาบยาว พร้อมสวดคาถา ตาทาบอกจามรีว่าต้องเตรียม พร้อมไว้เผื่อวันใดที่นกออกปรากฏกายขึ้น แกจะได้คุ้มครองทุกคนในบ้าน ได้ จามรีได้แต่นึกขำ และแอบไปนินทากับ สินี ว่าเธอไม่เคยเชื่อเรื่องตลกของตาทาเลยแม้แต่น้อย

นับตั้งแต่ได้รูปปั้นหินรูปนกมาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ จามรีก็สังเกตได้ว่าเกิด เรื่องแปลกๆ  ขึ้น บางครั้งเหมือนเธอได้ยินเสียงนกพยายามกระพือปีก หรือบาง ครั้งเหมือนมีบางสิ่งจับจ้องมองอยู่ แต่เมื่อมองไปกลับไม่มีอะไร ลัดดาว่า รูปปั้นนกต้องถูกสาปมาแน่ การิน มาทำพิพิธภัณฑ์แต่ที่แท้มาดูของโบราณเพื่อ หวังให้คนของพินัยมาขโมยไป เมื่อได้เห็นรูปปั้นหินรูปนก การินก็สนใจมาก

จามรี สั่งให้ย้ายรูปปั้นหินรูปนกออกมาโชว์ ระหว่างการเคลื่อนย้ายการินเข้ามา ช่วย โซ่ที่ลากบาดมือจามรีและการินทำให้เลือดของทั้งคู่หยดลงตัวรูปปั้น นอกออก ลัดดาเหมือนมองเห็นนัยน์ตาของรูปปั้นนกมีสีแดงวาบขึ้น แต่เธอคิดว่า ตาฝาดเลยไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง และในตอนดึกของคืนวันเพ็ญนั่นเอง เมื่อเลือด ของคนที่ดีที่สุด กับเลือดของคนที่เลวที่สุดมาหยดต้องลงพร้อมกัน วิญญาณของ นกออกก็ได้ออกมาเป็นอิสระอีกครั้ง

สีหราชมาถ่ายละครที่ พิพิธภัณฑ์อีก แต่ทุกคนหลับพบเลือดหยดเป็นทาง โดยเลือดไปเปรอะอยู่ที่รูป ปั้นนกออกเต็มไปหมด พร้อมกันนั้นมีคนพบศพพนักงานรักษาความปลอดภัยถูกฆ่า ตาย โดยหัวใจของศพถูกควักหายไป วิชาญ มาสอบสวนทุกคนที่พิพิธภัณฑ์ แต่เมื่อ ได้พบลัดดาเป็นครั้งแรก ทั้งคู่ก็ไม่ชอบหน้า และเกิดโต้เถียงกัน จามรีต้อง เข้ามาห้าม ลัดดาสังหรณ์ใจว่ารูปปั้นนกออกจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่วิ ชาญว่าเหลวไหลและเชื่อว่าฆาตกรอาจะเป็นพวกโรคจิตที่คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ และ อาจเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใดของพิพิธภัณฑ์ สีหราชเข้ามาเพ่นพ่านจนได้คุย กับลัดดา ทั้งคู่ถูกคอกันมาก

ผจญภัยเองเมื่อได้เห็นรูปปั้นหินรูปนกก็นึกกลัวโดยไม่มีเหตุผล จามรีชักสนใจ อยากรู้ประวัติของรูปปั้นนกหินตัวนี้ จามรีนึกถึงนกออกของตาทาขึ้นมาทันที

สีหราช ตามมาช่วยส่งจามรีที่บ้าน และได้พบตาทา ทั้งคู่ถูกชะตากัน ยิ่งได้รู้ว่า สีหราชเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ตาทายิ่งเอ็นดู จามรีถามถึงนกออกตาทาเล่า ว่า มันจะออกอาละวาดฆ่าเหยื่อ โดยมันจะต้องควักหัวใจมาให้ครบร้อยวง หลังจาก นั้นจะต้องหาหัวใจให้ได้จากอีก 2 คน คนดีที่สุด และคนที่เลวที่สุด เพื่อ เพิ่มพลังและเวทย์มนต์ของมันให้ถึงจุดสูงสุด จามรีว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่ตา ทายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และคนที่จะปราบนกออกได้คือคนที่เกิดวันอังคาร ใน วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ สีหราชฟังอย่างนึกขำ และไม่เชื่อเรื่องนกออกของตาทา ใน ขณะเดียวกันเขาก็ไม่กล้าบอกว่าตนเองนั้นเกิดวันอังคารที่พระจันทร์เต็มดวงพอ ดี และในคืนนั้นเองเมื่อมองไปที่พระจันทร์ซึ่งเต็มดวง ตาทาได้เห็นนกขนาด ใหญ่บินผ่านพระจันทร์ไป แกรู้ว่านกออกได้กลับมาอีกแล้ว

พินัย สนใจเรื่องรูปปั้นนกออกจึงส่งลูกน้องมาขโมย แต่ลูกน้องที่มากลับโดนนกออกฆ่าตาย หมด การินกับพินัยได้แต่สงสัยว่าใครกันที่เป็นฆาตกร วิชาญรู้สึกว่าเรื่อง นี้ชักไม่ธรรมดาแล้ว เรื่องราวของรูปปั้นนกหินเป็นที่แพร่หลายไปทั่ว บางคน หาว่าเป็นรูปปั้นผีสิง ทำเอาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ขอลา ออกหมดไม่กล้าทำงานต่อ วิโรจน์เห็นสีหราชกับผจญภัยเก่งด้านต่อสู้จึงชวนให้ มาทำงานด้วยกัน สีหราชรีบตกลงเพราะอยากอยู่ใกล้จามรี แต่ผจญนึกกลัวจึง พยายามหาข้ออ้างที่จะไม่ทำ ผจญภัยว่าลูกศิษย์ที่หลงรักเขาข้างเดียว จามรี ได้พบ เมฆา หนุ่มรูปงามที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ลัดดาปลื้มในความหล่อและดู ดีของเขามาก ส่วนจามรีกลับรู้สึกถึงความลึกลับของเมฆา

เมฆา พาตัวเข้ามาสนิทสนมกับครอบครัวจามรีอย่างรวดเร็ว สินีเองก็ยังอดชอบเขาไม่ ได้ มีแต่ตาทาที่ไม่ไว้ใจชายรูปงามคนนี้เลย สีหราชเห็นเมฆาสนิทกับจามรีก็ เก็บความเศร้าไว้เงียบๆ ผจญภัยซ้ำเติมลูกศิษย์จนเกือบผิดใจกัน แม้เมฆาจะคอย เอาใจและทุกคนก็สนับสนุนให้ชอบเขาเพียงไร แต่ใจจามรีกลับนึกถึงหนุ่มคนซื่อ อย่างสีหราช

ในคืนวันเพ็ญ ผจญภัยก็ได้เผชิญหน้ากับนกออกเป็น ครั้งแรก ผจญภัยแทบช็อคที่พบนกตัวใหญ่แต่มีลำตัวและขาคล้ายคน นกออกพยายามจะ ฆ่าเพื่อควักเอาหัวใจ แต่ผจญภัยก็สู้สุดฤทธิ์อย่างเอาตัวรอด ขณะจวนเจียนจะ เสียที สีหราชก็เข้ามาช่วยอาจารย์ไว้ทัน แต่ด้วยสายเลือดของผู้กล้า สีหราช จึงรับมือนกออกได้ ปีศาจเห็นท่าไม่ดีก็บินหนีไป สีหราชกับผจญภัยจึงหายโกรธ กัน ผจญภัยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง แต่จามรี ลัดดา วิชาญและ วิโรจน์ไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้น แม้สีหราชจะยืนยันว่าเป็นความจริง แต่วิ ชาญกลับหาว่าเขาสร้างเรื่องขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากจามรี สีหราชน้อย ใจที่จามรีไม่เชื่อเขา เมฆาหรือนกออกรับรู้ได้ถึงพลังจิตที่แข็งแกร่งของ สีหราช มันจึงสะกดจิตใช้เวทย์มนต์ให้วิโรจน์ตกอยู่ในอำนาจ วิโรจน์จึงกลาย เป็นสมุนรับใช้ของนกออกอย่างง่ายดาย

พินัยไม่ละความพยายาม คุม ลูกน้องมาขโมยรูปปั้นนกออกเอง เพราะรู้ว่าถ้านำไปขายจะได้ราคาอย่างมาก เมฆา ปรากฏตัวขึ้นและฆ่าทั้งหมด พร้อมกับโยนความผิดให้สีหราช โดยเอาทรัพย์สินของ พินัยไปไว้ที่ห้องพักสีหราช วิชาญจึงจับสีหราชและผจญภัยในข้อหาฆ่าคน ตาย จามรีและลัดดาไม่เชื่อว่าสีหราชจะเป็นคนร้าย แต่หลักฐานมัดตัวทั้งสอง แน่นมาก เมฆาไปพบการินเพื่อต่อรอง เมฆาเสนอจะขายวัตถุโบราณให้ แต่การินต้อง ช่วยหาเหยื่อมาให้  การินตอบตกลงเพราะเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับ วิชาญเสนอ ให้สีหราชกับผจญภัยรับสารภาพแต่ทั้งคู่ไม่ยอม จามรีขอยื่นประกันตัว สีหราช สีหราชดีใจที่จามรีเชื่อใจเขา สีหราชถามถึงเรื่องนกออกกับตาทา ตาทา ว่านกออกจะฆ่าคนร้อยคนเพื่อให้ได้หัวใจร้อยดวง หลังจากนั้นมันจะต้องเอา หัวใจของคนที่ดีที่สุดกับคนที่เลวที่สุด ซึ่งปลุกวิญญาณมันให้เป็นอิสระ ถ้า ทำสำเร็จนกออกจะมีอำนาจที่ใครก็มิอาจปราบได้ และมันจะสามารถแปลงกายเป็นคน ได้อย่างถาวร สีหราชเฉลียวใจ จำได้ว่าเลือดของจามรีกับการินหยดลงถูกรูปปั้น นกออก ดังนั้นคนที่ดีที่สุดกับคนที่เลวที่สุดที่ตาทาหมายถึงก็คือจามรีกับกา รินนั่นเอง สีหราช ผจญภัยและตาทาจึงช่วยกันวางแผนเพื่อคุ้มกันจามรี

สีหราช ไปเตือนให้การินระวังตัว แต่เขากลับบอกว่าไม่เชื่อเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับนก ออก และเมื่อสีหราชกลับไปการินจึงบอกให้เมฆากำจัดสีหราชก่อนที่จะทำให้เสีย แผน แต่เมฆาว่าการจะฆ่าสีหราชนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สีหราชสนิทสนมกับ จามรีมากขึ้น และบอกถึงแผนการในอนาคตที่เขาหวังจะเป็นอาจารย์สอนการต่อสู้ใน วิทยาลัยพละศึกษา ยิ่งได้ใกล้ชิดทั้งคู่ก็ยิ่งถูกใจกันมากขึ้น หากแต่ต่าง ฝ่ายไม่กล้าแสดงออก เมฆาพยายามเข้าหาทางสินีหวังให้ช่วยสนับสนุน สินียุลูก สาวให้เลือกเมฆามากกว่าคนที่มีแต่ตัวอย่างสีหราช แต่จามรีไม่ยอมทำตาม แม่ เพราะในใจเธอมีแต่สีหราชคนเดียว กิมท้อ ซึ่งหลงรักสีหราชอยู่เห็นเขาหาย ไปก็มาตาม กิมท้อทำตัวเป็นเจ้าของสีหราชเต็มที่ ทำให้จามรีเข้าใจผิดคิดว่า เขาหลอกเธอ เฮียกวงก็พูดจาให้จามรีเข้าใจว่ากิมท้อเป็นของสีหราชแล้ว เพื่อ หวังจะรวบรัดให้ชายหนุ่มรีบแต่งงานกับลูกสาวตน จามรีโกรธสีหราชมาก สีหราช ได้แต่งงเพราะไม่รู้เรื่อง จามรีบอกแม่ว่าจะตกลงรับหมั้นเมฆา ตาทารู้เข้าก็ พยายามห้าม แต่จามรีไม่ฟังเสียง พิธีหมั้นถูกจัดอย่างใหญ่โต สีหราชเสียใจ มากจึงลาออกจากงานพิพิธภัณฑ์ และกลับไปอยู่ที่บ้านเก่า กิมท้อพยายามให้ท่า เพื่อจะรวบรัดจับสีหราช แต่เขากลับบอกให้รู้ว่าเห็นเธอเป็นแค่น้องสาวเท่า นั้น กิมท้อเสียใจมากเฮียกวงได้คิด ปลอบลูกสาวว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรักเขา ข้างเดียว

วิชาญได้เจอกับนกออก และเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ดี แต่ผจญภัยมาช่วยไว้และพาหนีไปได้อย่างหวุดหวิด วิชาญเสียใจที่ไม่เชื่อ เรื่องนี้มาแต่ต้น ต่อมารูปปั้นนกออกถูกขโมยหายไปจากพิพิธภัณฑ์ ตาทาว่านกอ อกฆ่าคนไปครบร้อยศพแล้ว มันจึงเตรียมกลับไปยังที่ที่จากมา และถ้ายังปราบมัน ไม่ได้ เหยื่อคนต่อไปก็คือ จามรี ผจญภัยเผลอพูดให้รู้ว่าสีหราชเกิดวัน อังคาร คืนวันเพ็ญ ตาทาจึงเชื่อว่าเขาคือผู้กล้าที่จะมาปราบนกออก วิชาญให้ ผจญภัยรีบพาไปหาสีหราช แต่ผจญภัยว่าสีหราชเสียใจเรื่องจามรี จึงหนีกลับบ้าน ต่างจังหวัดที่ภาคอีสาน ทั้งสามจึงตามไปค้นหาสีหราช เมฆาชวนจามรีไปเที่ยว ทางภาคอีสานเพื่อชมโบราณสถาน โดยมีการินร่วมไปด้วย เมฆาพาทั้งสองไปที่ศิลา นคร นครหินเก่าแก่ ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพัง เมฆาดูแข็งกร้าวและพูด ถึงเรื่องราวในอดีตด้วยท่าทางแปลกๆ  จามรีนึกไม่ถึงที่ได้พบรูปปั้นนกออกที่ ศิลานคร เธอรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลจึงคิดจะกลับกรุงเทพฯ แต่เมฆาขวาง ไว้ จามรีจึงได้รู้ความจริงว่าที่แท้เมฆาคือปีศาจนกออกนั่นเอง

ผจญภัยพาตาทาและวิชาญไปเจอสีหราชจนได้ สีหราชตกใจที่รู้ว่าจามรีอยู่ใน อันตราย จึงจะรีบกลับมาช่วย แต่ลัดดาส่งข่าวให้รู้ว่าจามรีหายตัวไปพร้อมกับ เมฆา ตาทาจึงพาทั้งหมดกลับไปบ้านเก่าของแกซึ่งอยู่ในศิลานคร เมฆาขังจามรี กับการินไว้ เพื่อรอคืนวันเพ็ญเพื่อจะได้ควักหัวใจจากทั้งสอง และเขาก็จะได้ เป็นอมตะตลอดไป ตาทาพาวิชาญ ผจญภัย และสีหราช ตามมาถึงในคืนวันเพ็ญพอดี และ ก่อนที่เมฆาหรือนกออกจะทำพิธีเพื่อฆ่าจามรีและการิน พวกสีหราชก็ได้เผชิญ หน้ากับนกออกอีกครั้ง ทั้งหมดช่วยกันต่อสู้กับนกออก แต่ก็สู้ไม่ได้ การิน ร้องขอชีวิตแต่นกออกว่าคนชั่วอย่างเขาสมควรมีจุดจบ นกออกฆ่าการินและควัก หัวใจออกมา ทำให้อำนาจของมันยิ่งแข็งแกร่งขึ้น แต่ก่อนที่จะลงมือกับจามรี เป็นรายต่อไป สีหราชก็เข้าขวาง สีหราชกับนกออกต่อสู้กันอย่างดุเดือด ด้วย พลังจิตที่แข็งแกร่งและความรักที่เขามีต่อหญิงสาว ทำให้สีหราชปราบนกออกได้ อย่างหวุดหวิด ก่อนที่จามรีจะถูกฆ่าตายเพื่อควักหัวใจ ตาทารีบบอกคาถาเพื่อ ฝังวิญญาณชั่วไว้กับรูปปั้นหินรูปนกอีกครั้ง

ทั้งหมดช่วยกันเอารูปปั้นไปเก็บไว้ในที่รกร้าง ห่างไกลจากผู้คน จามรีบอกสีหราชว่าชีวิต เธอเป็นของเขา ทำให้ชายหนุ่มดีใจและมีความสุขมาก ทั้งหมดเดินทางกลับไปอย่าง โล่งใจที่ปราบวิญญาณชั่วได้โดยหารู้ไม่ว่าในรูปปั้นหินรูปนกนั้น วิญญาณของ นกออกยังคงร่ำร้องที่จะออกมาเป็นอิสระ มันเพียงแต่รอเวลาที่จะได้รับการปลดปล่อยอีกครั้ง

ผู้กำกับ :
ผลิตโดย :
เขียนบท : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ

รายชื่อนักแสดง “นกออก

1. อานัส  ฬาพานิช                 แสดงเป็น            สีหราช
2. จีรนันท์ มะโนแจ่ม           แสดงเป็น          จามรี
3. วรวุฒิ นิยมทรัพย์           แสดงเป็น          นกออก / เมฆา
4. ติ๊ก กลิ่นสี           แสดงเป็น          ผจญภัย
5. สุเมธ องอาจ           แสดงเป็น            การิน
6. อภิชาต พัวพิมล           แสดงเป็น            รตอ.วิชาญ
7. ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา    แสดงเป็น          ลัดดา
8. มิสเตอร์ดี           แสดงเป็น          จ่อย
9. อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา  แสดงเป็น            วิโรจน์
10. สีเทา           แสดงเป็น          ตาทา
11. วิยะดา โกมารกุล           แสดงเป็น            สินี
12. เทิดพร มโนไพบูลย์           แสดงเป็น          เฮียกวง
13. น้อย โพธิ์งาม           แสดงเป็น          นมพุก

เธอคือชีวิต

โตมร เป็นเด็กกำพร้า เป็นเด็กต่างจังหวัดที่มุมานะจนสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยของรัฐ เขาต้องเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพทั้งที่ไม่มีที่พัก แต่โตมรไม่รู้สึกเดือดร้อนนัก ในมหาวิทยาลัยเขามีพี่รหัสเป็นผู้หญิงชื่อ เอื้อเฟื้อ หรือพี่เอื้อ เอื้อเฟื้อเป็นคนดีและเอื้อเฟื้อสมชื่อ เธอดูแล “น้องรหัส” คนนี้อย่างจริงใจ ทั้งคู่สนิทกันมาก จนโตมรได้มีโอกาสรู้จักกับ ปกป้องพี่ชายของเอื้อเฟื้อซึ่งเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างคณะ ทั้ง 3 คนมีนิสัยเหมือนกันคือรักสุนัขเหลือเกิน รู้จักกันได้ไม่นานกลายเป็นว่าปกป้องสนิทกับโตมรมากกว่า อาจเป็นเพราะเป็นผู้ชายด้วยกัน และชอบอะไรคล้าย ๆ กัน ถึงแม้สองพี่น้องจะรู้จักโตมรจนสนิทกันมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าน้องชายคนใหม่ไม่มีที่พัก จนกระทั่งวันหนึ่งปกป้อง และเอื้อเฟื้อเห็นโตมรนั่งเล่นอยู่กับลูกสุนัขที่หน้าคณะทั้งที่เย็นมากแล้ว ท่าทางของโตมรทำให้ทั้งคู่ต้องเดินเข้าไปหา คุยกันจนรู้ว่าโตมรไม่มีที่พัก เขาอาศัยนอนที่มหาวิทยาลัย หรือวัดแถว ๆ นั้นมาระยะหนึ่งแล้ว ปกป้องอดคิดไม่ได้ว่า โตมรเหมือนคนเร่ร่อนจรจัดเข้าไปทุกวัน ซึ่งเขาไม่อยากเห็นอย่างนั้น ปกป้องและเอื้อเฟื้อจึงพาโตมรมาที่บ้าน

ในเช้าวันหนึ่ง หมอจิรัสย์ หรือปู่ใหญ่ของเขาตั้งกองทุนขึ้นมาสำหรับนักศึกษาแพทย์ที่ขาดแคลน แม้ปู่ใหญ่จะตายไปหลายปีแล้ว คนที่ดูแลและมีอำนาจตัดสินใจเลือกนักศึกษาคือ ย่าแขไข หรือ ภรรยาม่ายของปู่ใหญ่ โตมรตาม 2 พี่น้องมาอย่างไม่แน่ใจนักว่าเขาจะผ่านการพิจารณาของแขไข ปกป้องบอกโตมรว่า แขไขเป็นพี่สาวของ พัดชา ซึ่งเป็นย่าแท้ ๆ ของเขา พ่อของเขาคือ จิรายุ เรียกแขไขว่าป้า บ้านสวยหลังนี้เป็นของปู่ใหญ่กับแขไข ทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน เมื่อ ปู่กวิน สามีของย่าพัดชาตาย ย่าพัดชาจึงพาจิรายุลูกชายมาอยู่กับพี่สาว จนเรียนจบแต่งงานแยกครอบครัวไปอยู่ลำพัง จนกระทั่งแม่ของปกป้องและเอื้อเฟื้อตาย จิรายุจึงพาลูกชายและลูกสาวมาอยู่กับย่า เพราะเขาต้องย้ายไปทำงานที่เชียงใหม่ จะว่าไปแล้วจิรายุไม่อยากให้ลูกอยู่กรุงเทพกับป้าแขไขและแม่พัดชา แต่ขัดใจพัดชาไม่ได้ อีกประการหนึ่งจิรายุเองก็ห่วงป้าแขไขผู้มีบุญคุณและพัดชาเหมือนกัน

ในบ้านสวยงามใหญ่โตนี้ มีเพียงผู้หญิงแก่ ๆ 2 คน กับบริวารเท่านั้น การที่ให้ปกป้องและเอื้อเฟื้ออยู่ด้วยก็จะดีเพราะจะได้ช่วยดูแลญาติผู้ใหญ่ ทั้งบ้านมีปกป้องเป็นผู้ชายอยู่คนเดียว และเขาก็ทำหน้าที่ได้ดีสมชื่อ ทว่าในวันนี้ปกป้องพาโตมรมาเพื่อขออนุญาตย่าแขไขให้น้องรักต่างสายเลือดมา อยู่ด้วย เมื่อปกป้องแนะนำโตมรให้แขไข และพัดชารู้จัก ชายหนุ่มกราบอย่างเรียบร้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าแขไขมองเขาอย่างพิจารณา นางเรียกให้เขาเข้าไปหาใกล้ ๆ โตมรเข้าไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแขไขเหมือนต้องมนต์ เมื่อสบตากันโตมรคิดว่าเขาเห็นแววตาของหญิงชรามีประกายของความยินดีขึ้นมาวูบหนึ่ง สีหน้าของเธออ่อนโยนและแจ่มใสขึ้นทันที แขไขยื่นมือซ้ายให้โตมรและยิ้มให้ โตมรตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเขาจึงรวบมือของนางไว้อย่างอ่อนโยน เขาสัมผัสมือของนางและลูบเบา ๆ ไปทีละนิ้วจนถึงนิ้วนาง นิ้วของเขาสัมผัสกับรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่นิ้วนั้น เมื่อเขามองอย่างพิจารณาจึงเห็นว่าแผลนั้นเป็นรอยแผลเป็นที่คาดอยู่โคนนิ้ว เหมือนแขไขสวมแหวนไว้ตลอดเวลา โตมรเงยหน้าสบตาแขไขอย่างแปลกใจ เขารู้ว่าเขาไม่มีสิทธิถาม ทว่าแขไขกลับทำให้ พัดชา ปกป้อง และเอื้อเฟื้อแปลกใจ เมื่อนางยิ้มให้โตมรอย่างแจ่มใส แววตาแจ่มจรัสเป็นประกายเหมือนสาว ๆ

แขไขอนุญาตให้โตมรอยู่ที่บ้านนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเธออนุญาตให้เขาไปอยู่ที่ “กระท่อมเจ้าเงาะ” หรือเรือนเล็กในสวนซึ่งทุกคนในบ้านรู้ดีว่า แขไขรักและผูกพันกับที่นั่นมาก นางชอบไปวาดรูปที่นั่นเสมอ  ยิ่งไปกว่านั้นแขไขพูดกับโตมรเบา ๆ แต่ก็ดังพอที่ทุกคนจะได้ยินว่า “ดีใจที่กลับมา ต่อไปนี้โลกไม่มืดมนอีกแล้ว” ปกป้องและเอื้อเฟื้อมัวแต่ดีใจ จึงไม่ผิดสังเกตอะไรกับคำพูดของย่าแขไข มีแต่โตมรเท่านั้นที่แปลกใจกับคำพูดของย่าแขไข ยิ่งไปกว่านั้นเขาตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาจึงรู้สึก “คุ้นเคย” และ “ผูกพัน” กับนางเหมือนรู้จักกันมานานแสนนาน โตมรยกกระเป๋าเสื้อผ้าตามปกป้องไปที่กระท่อมเจ้าเงาะอย่างมีความสุข และเมื่อเห็นเรือนเล็กกะทัดรัดหรือกระท่อมตามที่แขไขเรียก เขารู้สึกว่ามันดีเกินกว่าจะเรียก “กระท่อม” โตมรจัดที่พักใหม่อย่างตื่นเต้น เขารู้สึกเหมือนกระท่อมนี้เป็นบ้านของตัวเองก็ไม่ปาน ยิ่งไปกว่านั้น ภาพวาดของแขไขที่ทิ้งเอาไว้นั้นสวยเหลือเกินบอกถึงฝีมือคนวาดได้อย่างดี แม้ปกป้องจะอนุญาตให้เขาเก็บลงกล่องได้ถ้ารู้สึกเกะกะ แต่โตมรตั้งใจว่าเขาจะค่อย ๆ เก็บเงินและทำกรอบแขวนตกแต่งไว้จะดีกว่า อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการเคารพเจ้าของสถานที่

วันรุ่งขึ้น กัญญา แม่บ้านมาตามเขาไปใส่บาตรกับผู้เฒ่าทั้ง 2 ปกป้องและเอื้อเฟื้อ โตมรรีบไปทันที ที่หน้าบ้านทุกอย่างพร้อมหมดแล้วรอเพียงพระภิกษุที่จะมารับบาตรเท่านั้น เมื่อปกป้องให้เขาช่วยแขไข ซึ่งนั่งบนเก้าอี้รถเข็นเพื่อใส่บาตร โตมรเข้าไปอยู่ข้าง ๆ นางอย่างไม่เคอะเขิน เขาใช้มือแตะประคองมือที่สั่นเทาของหญิงชราที่ถือทัพพีตักข้าวสวยร้อน ๆ หอมกรุ่นจากโถกระเบื้องใบโตใส่ลงในบาตรอย่างอ่อนโยน นุ่มนวล ส่วนปกป้อง เอื้อเฟื้อ และพัดชาช่วยหยิบกับข้าว ขนม ดอกไม้ใส่บาตร ขณะที่ใส่บาตรร่วมกัน โตมรรู้สึกอบอุ่นวาบลึกในใจอย่างบอกไม่ถูก แขไขเองก็มีสีหน้าแจ่มใส มีความสุขเช่นกัน เมื่อใส่บาตรเสร็จพระไปหมดแล้ว ก่อนจะเข็นเก้าอี้ของแขไขกลับเข้าบ้าน โตมรเห็นชายคนหนึ่งในชุดดำเดินจากไปอย่างโกรธแค้นจนชายเสื้อสะบัดอย่างแรง เขากระพริบตาอีกครั้งก็ไม่มีแล้ว โตมรคิดว่าเขาตาฝาด แต่แขไขกลับช่วยยืนยันความคิดของเขาว่าถูกต้องเมื่อนางมองไปทางหน้าประตู บ้านและพูดว่า นั่นใครใส่ชุดดำอยู่ตรงนั้น ปกป้อง เอื้อเฟื้อ และพัดชาหันไปตามสายตาของแขไขแต่ไม่พบใคร ทว่าแขไขยังคงมองอยู่ที่เดิมอย่างไม่มั่นใจอยู่ครู่หนึ่งเมื่อไม่เห็นใคร จริง ๆ นางจึงยอมกลับขึ้นไปรับประทานอาหารเช้า โดยมี โตมรร่วมโต๊ะด้วยนอกจากหลาน ๆ ของนาง หลังอาหารเช้าวันนั้น วันที่โตมรรู้สึกอบอุ่นมีความสุขที่สุดในชีวิต แขไขก็หลับไป นางหลับไปโดยไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยแม้จะยังมีลมหายใจก็ตาม

เวลาผ่านไป 2 ปี แขไขถูกส่งเข้าโรงพยาบาล นางเป็นเจ้าหญิงนิทราในห้อง ICU โตมรจะมาเยี่ยมเธอบ่อยครั้งจนคุ้นเคยกับพยาบาลที่วอร์ดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในวันพระเขาจะเตรียมของใส่บาตรมาให้แขไข ผู้หญิงที่มีพระคุณสำหรับเขา และเขาผูกพันมากที่สุดเพื่อให้เธอได้จบของก่อนที่เขาจะไปใส่บาตรแทนเธอ โตมรเรียนอยู่ปี 3 เอื้อเฟื้ออยู่ปี 4 ส่วนปกป้องเรียนจบแล้ว เขาเริ่มทำงาน ถ้าว่างจะไปต่างจังหวัดเสมอ มีเพียงโตมรที่รู้ว่าปกป้องไปบ้าน รวิชา แฟนสาว เอื้อเฟื้อเองก็มี ชีวา เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นคนรู้ใจ จึงออกไปเที่ยวตามประสาคนรัก จิรายุนั้นแต่งงานใหม่กับ ปัณรสี และแทบจะย้ายไปอยู่เชียงใหม่เป็นการถาวรถึงกลับกรุงเทพก็จะพักอยู่คอนโด จิรายุไม่ค่อยกลับมาอยู่ที่บ้านนี้เท่าไหร่ ส่วนโตมรไม่ค่อยไปไหนนอกจากเยี่ยมแขไข แล้วเขาชอบเลี้ยงสุนัข และวาดรูปอยู่ที่บ้านพัก

เย็นวันหนึ่งโตมรได้รับโทรศัพท์จากเอื้อเฟื้อเป็นข่าวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาในรอบ 2 ปี เอื้อเฟื้อพูดพลางร้องไห้ว่าตำรวจโทรมาบอกเธอว่าปกป้องขับรถชนรถสิบล้อ อาการสาหัส เอื้อเฟื้อให้โตมรไปดูปกป้องที่โรงพยาบาลแทนเธอ โตมรรีบออกจากบ้านทันที เขารู้สึกเหมือนใจจะขาด สำหรับเขาแล้วปกป้องเป็นเหมือนพ่อ และพี่ชายของเขา และที่เขามีชีวิตที่ดีในวันนี้ได้ก็เพราะปกป้อง เมื่อถึงโรงพยาบาลโตมรรีบเดินเพื่อจะให้ทันลิฟต์ตัวหนึ่งที่กำลังจะขึ้น เขาเห็นชาย-หญิงคู่หนึ่งสวมชุดดำทั้งคู่กำลังอยู่ในลิฟต์และกำลังจะปิด โตมรเห็นเพียงว่าผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ สง่า แต่ผู้หญิงสาวที่มายืนด้วยกันนั้นผิวผ่อง เธอดูตัวเล็กบอบบางหรือเกิน เมื่อยืนคู่กับชายคนนั้น อารามรีบร้อนโตมรสะดุดบันไดหกล้ม เข่ากระแทกพื้นอย่างแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่ง เขามองประตูลิฟต์ที่เลื่อนปิดอย่างเจ็บใจ เขาเป็นห่วงปกป้องและไม่อยากเสียเวลาสักวินาทีที่จะไปหาพี่ชายที่เขารัก ส่วนชายหญิงคู่นั้นเตรียมตัวออกจากลิฟต์ เมื่อถึงชั้นที่ต้องการคือหอผู้ป่วยหนัก (ICU) ชายหนุ่มต้องออกแรงดึงตัวหญิงสาวหน้าตาน่ารักออกจากลิฟต์อย่างเอ็นดู

ชายหนุ่มผู้นั้นชื่อ แสง เรียกสาวน้อยที่มาด้วยอย่างทั้งรักและเอ็นดูว่า หนูเล็ก หรือ อรอินทุ์ ให้ตามเขามา เขาอดเอ็นดูไม่ได้ที่สาวน้อยชอบลิฟต์ เธอสนใจทุกอย่างอยากเรียนรู้ทุกเรื่อง แสงจูงมือเธอออกจากลิฟต์ เขาบอกเธอว่าเวลาน้อยเต็มทีแล้ว อรอินทุ์มองบรรยากาศรอบตัวอย่างสงสารและหดหู่ เธอทำใจไม่ได้สักทีกับงานที่ต้องรับผิดชอบ งานของ “ยมทูต” ทูตที่มารับดวงวิญญาณที่ถึงเวลากลับไปสู่ดินแดนแห่งความตาย อรอินทุ์ทำหน้าที่มา 2 ปีแล้วโดยมีแสงเป็นยมทูตพี่เลี้ยง อรอินทุ์อยากทำได้เหมือนแสงที่เข้มแข็งและเด็ดขาด เธอเดินตามแสงเข้าไปในห้องฉุกเฉินโดยไม่มีใครขัดขวาง เพราะไม่มีใครเห็น แสงพาไปที่เตียงของปกป้อง อรอินทุ์มองปกป้องอย่างสงสาร ร่างกายเขาดูบอบช้ำเต็มที ตามร่างกายเต็มไปด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ แสงถามเธอว่า “เธอแน่ใจว่าทำได้ตามลำพัง” อรอินทุ์รับคำ แล้วจึงเดินไปห้อง ICU ฝั่งตรงข้าม อรอินทุ์ยืนอยู่ปลายเตียงของปกป้อง มองสัญญาณชีพของปกป้องซึ่งเหลือน้อยเต็มที อรอินทุ์ข่มใจเรียกปกป้องให้ไปกับเธอ ส่วนปกป้องผงกศีรษะขึ้นตามเสียงเรียก เขาเบิ่งตามองเธออย่างตกใจ ก่อนพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ย่าแข — รุจ” ไม่ทันที่อรอินทุ์จะตอบรับหรือปฏิเสธ เธองงและไม่รู้จะทำอย่างไรดี แสงก็กลับมาเขาเพ่งตาสบตาปกป้องและพูดเข้ม ๆ ว่า ให้ตามเขามาเวลาของเขาหมดแล้ว อรอินทุ์มองภาพ “วิญญาณ” ของปกป้องที่ลุกขึ้นเดินมาอยู่ตรงหน้าแสงอย่างสงสารพร้อม ๆ กับที่คลื่นหัวใจของปกป้องกลายเป็นเส้นยาว เสียงแหลมของอุปกรณ์ทำให้รู้ว่าปกป้องสิ้นชีวิตแล้ว อรอินทุ์มองหมอและพยาบาลซึ่งพยายามยื้อชีวิตปกป้องอย่างสุดความสามารถ ทุกคนชุลมุนวุ่นวายไปหมด เธออยากบอกพวกเขาว่าไม่มีประโยชน์ วิญญาณปกป้องอยู่ในมือคุณแสงแล้ว ทุกอย่างบนโลกนี้สำหรับปกป้องหมดแล้ว อะไรบางอย่างและคำพูดสุดท้ายของปกป้องทำให้อรอินทุ์ขอร้องแสงให้เวลาเขาได้ ลาญาติอีก 2 นาที แต่แสงไม่ยอม เขามองแววตาอ้อนวอนของสาวน้อยอย่างอึดอัดใจ ทำอย่างไรอรอินทุ์จึงจะยอมรับได้กับ “หน้าที่” ของเธอ หน้าที่ของยมทูตที่ไม่มีสิทธิ์ แตะต้องชีวิต ทำได้แค่รับวิญญาณเท่านั้น

แสงตัดสินใจพาอรอินทุ์ไปห้อง ICU ฝั่งตรงข้าม เขาพาเธอไปที่เตียงของแขไข เธอมองร่างหญิงชราที่นอนหลับไม่รับรู้อะไร พลังบางอย่างสัมผัสให้เธอเหลียวมองไปทางห้อง ICU เด็ก เธอเห็นด้วยอำนาจพิเศษของเธอว่า มีเด็กหญิงอายุราว 10 ขวบ ก็นอนหลับใหลไม่ได้สติเหมือนกับหญิงชราตรงหน้านี้ แสงเรียกอรอินทุ์เมื่อเห็นเธอเหม่อไปทางอื่น เธอหันกลับมาตามเสียงเรียก มองแสงที่จับมือของแขไขอย่างทะนุถนอม สายตาที่มองแขไขนั้นอ่อนโยน นุ่มนวล มีแววรักและหวานอย่างที่อรอินทุ์ไม่เคยเห็นแสงมองใครนอกจากเธอ แสงบอกอรอินทุ์ว่า มนุษย์ต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่าง ถึงจะมี “ชีวิต” สมบูรณ์ได้ คือ ร่าง – ชีวิต และ วิญญาณ แต่ละคนมีเวลา มีชีวิตไม่เท่ากัน ไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อใดจะหมดเวลาของตัว แขไขเป็นตัวอย่างของร่างที่มีชีวิตคือยังหายใจอยู่ แต่หลับใหลไม่ได้สติ เพราะวิญญาณของเธอหายไป แต่เธอยังไม่ตาย แสงพูดกับแขไขเบา ๆ ว่า เขาขอเวลาที่เธอจะพร้อมไปกับเขาซึ่งก็คงไม่นาน แม้อรอินทุ์ไม่ได้ยินว่าแสงพูดอะไรกับแขไข แต่เธอก็มองออกว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญกับแสงมาก

อรอินทุ์ตัดสินใจเอื้อมมือจับมืออีกข้างของแขไขบ้างโดยที่แสงไม่ได้มอง ทันทีที่เธอสัมผัสมือแขไข เธอรู้สึกเหมือนถูกกระแทกด้วยพลังบางอย่างที่รุนแรง ภาพต่าง ๆ มากมายไหลผ่านม่านตาเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน เธอเห็น งานแต่งงาน น้ำตก ลูกหมา ภาพวาด และบ้านริมน้ำ อรอินทุ์ยืนสั่นเหมือนถูกไฟช๊อต เธอปวดหัวราวหัวจะแตก เธอพยายามเรียกแสงแต่ก็ยากเต็มที ขณะเดียวกันแสงก็ตกใจ เมื่อแขไขขยับมือและลืมตาขึ้น แสงหันมาหาอรอินทุ์ทันที สาวน้อยซูบซีดราวจะหมดพลัง เธอเรียกให้แสงช่วย ชายหนุ่มตกใจมาก เขารวบรวมพลังกระชากอรอินทุ์จากแขไข แสงบอกอรอินทุ์ว่าให้รีบไปรับปกป้อง เพราะหมดเวลาแล้ว เขาคว้ามือสาวน้อย แต่มือของแสงกลับผ่านทะลุมืออรอินทุ์ไปเหมือนเป็นอากาศธาตุ อรอินทุ์ตกใจเรียกแสงเสียงดัง ทำให้ วันเพ็ญ พยาบาลประจำวอร์ดที่ดูแลห้อง ICU หันมามอง เธอเดินมาที่เตียงแขไข และดุอรอินทุ์ว่า ทำไมเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังส่งเสียงรบกวนคนไข้อีก อรอินทุ์ตกใจที่วันเพ็ญเห็นเธอ ขณะเดียวกัน แขไขเอื้อมมือที่ยังมีพลังน้อยนักจับมือวันเพ็ญ เธอจึงมองหน้าแขไข และแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นแขไขลืมตา มือของแขไขจับมือวันเพ็ญ แม้จะเบาแสนเบา แต่ก็รู้สึกได้ แขไขกระพริบตา 2 -3 ครั้งก่อนจะหลับไป มือที่จับวันเพ็ญอ่อนแรงลง แขไขกลับไปเป็นเจ้าหญิงนิทราอีกครั้ง ส่วนอรอินทุ์รีบวิ่งไปหาแสงซึ่งเธอรู้อยู่ว่าอยู่ฝั่งตรงข้าม อรอินทุ์วิ่งชนประตูกระจกอย่างแรง เธอไม่สามารถผ่านออกไปได้อย่างง่ายดายเหมือนเคย อรอินทุ์ยืนงงอยู่หน้าประตูจนวันเพ็ญต้องเปิดประตูให้ พยาบาลสาวงงที่สาวน้อยหน้าตาดี ทำไมดูเอ๋อ ๆ ซุ่มซ่าม และเปิดประตูไม่เป็น อรอินทุ์เดินออกมาอยู่ห้องโถงกลางระหว่าง ICU กับฉุกเฉิน เธอเห็นแสงเดินนำปกป้องออกมา เขาพยายามพูดกับเธอ แต่อรอินทุ์ไม่รู้เรื่อง ซ้ำร้ายร่างของแสงกับปกป้องค่อย ๆ หายไปกับตา เธอรู้ว่าทั้งคู่ไปที่ดินแดนแห่งความตาย ดินแดนที่เธออยู่มา 2 ปี ไม่รู้ที่มาของตัวเอง รู้เพียงว่าเธอเป็นยมทูตฝึกหัด มีแสงเป็นพี่เลี้ยง และสักวันเขาและเธอจะข้ามทะเลสาบกว้างใหญ่ ก้าวข้ามไปสู่ดินแดนหลังความตายที่แท้จริง แต่ตอนนี้อรอินทุ์รู้สึกเหมือนเธอมีชีวิต

ขณะที่สับสนกับตัวเองเธอเห็นผู้คนรอบตัวมีแต่ความทุกข์กับการจากไปของคนที่รัก เธอเห็นชายหนุ่มผมยาวระต้นคอฟุบหน้าร้องไห้ อรอินทุ์สงสัยว่าเขาร้องไห้ทำไม เธอได้คำตอบเมื่อเอื้อเฟื้อวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มที่เธอเรียกว่าโต ชายหนุ่มลุกขึ้นและกอดเอื้อเฟื้อร้องไห้ โตมรร้องไห้เขาพูดแต่ว่าเขามาไม่ทันปกป้อง เท่านี้เอื้อเฟื้อก็รู้ว่าเธอเสียพี่ชายที่รักยิ่งไปแล้ว ทั้งคู่กอดกันร้องไห้ จนอรอินทุ์ต้องบอกว่าอย่าห่วงเขาเลยเขาไปสบายแล้ว เสียงใส ๆ ของเธอทำให้โตมรและเอื้อเฟื้อหันมามองอย่างแปลกใจ เธอบอกเอื้อเฟื้อว่าเธอมาทันปกป้องและได้ยินปกป้องพูดครั้งสุดท้ายว่า “ย่าแข —รุจ” เอื้อเฟื้อถามอรอินทุ์ว่าเธอเป็นใคร ขณะที่โตมรยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ชื่อของรุจคล้ายแสงวาบเข้ากลางใจ โตมรแทบช็อคเมื่อได้ยินเสียงอรอินทุ์บอกเอื้อเฟื้อว่าเธอเป็นแฟนของโตมร เวลานั้นไม่เปิดโอกาสให้โตมรปฏิเสธหรืออธิบายอะไรได้เพราะ ปัณรสี แม่เลี้ยงของปกป้องกับเอื้อเฟื้อมาพอดี เธอโศกเศร้าเสียใจอย่างออกนอกหน้า จนอรอินทุ์รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ากลัวและไม่จริงใจ จะอย่างไรก็ตามอรอินทุ์ก็ตามโตมรกลับบ้านจนได้ เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอบอกโตมรว่าเธอเป็นยมทูตและขณะนี้เธอกลับดินแดนแห่งความตายไม่ได้ ติดต่อคุณแสงซึ่งเป็นยมทูตพี่เลี้ยงก็ไม่ได้ โตมรอยากจะบ้าเขาคิดว่าอรอินทุ์คือเด็กเอ๋อหรือสมองเสื่อม อรอินทุ์พูดเหมือนอ่านใจเขาออกว่าเขาคิดอะไร เธอยืนยันคำเดิมและขอร้องว่าอย่าเอาเธอไปทิ้งที่ไหน เธอไม่มีใครนอกจากเขา สถานการณ์บังคับให้โตมรต้องรับอรอินทุ์ไว้และตั้งใจว่าเสร็จงานศพปกป้อง เมื่อไหร่เขาจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาล ในช่วงเวลาของงานศพ อรอินทุ์ช่วยงานแข็งขัน ขณะเดียวกันที่อยู่บ้านเธอมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างคุ้นตา เหมือนเคยอยู่มาก่อน เมื่อเธอบอกโตมรเขาก็ว่าเธอบ๊อง ทว่าดวงตาสวยใสซื่อนั้นบอกโตมรว่าอรอินทุ์พูดจริง ในงานศพปกป้องอรอินทุ์เห็นคุณแสงมองเธออย่างห่วงใย เขาพูดเบามากแต่เธอก็รู้ว่าเขาจะหาทางมารับเธอไปให้ได้

ในงานสวดศพคืนที่ 3 ย่าพัดชา เอื้อเฟื้อ จิรายุ และปัณรสีก็ได้รับรู้เรื่องชวนตกใจจาก รวี ซึ่งเป็นนายอำเภออยู่จังหวัดใกล้ ๆ เขาแนะนำตัวเองและบอกว่าในวันเกิดเหตุปกป้องไม่ได้ไปคนเดียวแต่มี รวิชา ลูกสาวของเขาไปด้วยซึ่งเธอบาดเจ็บสาหัส อะไรไม่ร้ายเท่าเรื่องที่ รวี บอกว่า รวิชากำลังท้อง ส่วนโตมรพยายามหาทางทิ้งอรอินทุ์ให้ได้ เขาไม่เชื่อเรื่องที่เธอเล่า จนอรอินทุ์ตัดสินใจพิสูจน์ให้โตมรดู เธอให้โตมรพาเธอไปหาแขไข ก่อนจะไปหาแขไขทั้งคู่แวะเยี่ยมรวิชาก่อน อรอินทุ์จับมือรวิชาแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอท้าให้โตมรพาเธอไปหาแขไข ทันทีที่เธอจับมือแขไข อรอินทุ์รู้สึกเหมือนสัมผัสพลังที่แรงกล้า เธอพยายามต้านทานพลังนั้น โตมรมองอรอินทุ์อย่างตกใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อแขไขลืมตามองเขา และขยับปากจะพูด โตมรก้มลงใกล้ ๆ หน้าแขไข และจับคำได้ว่าแขไขพูดว่า “รุจ” ส่วนอรอินทุ์ปวดร้าวไปทั้งตัวเหมือนจะระเบิด เธอรู้สึกว่าใกล้ความตายไปทุกที อรอินทุ์เรียกให้โตมรช่วยอย่างอ่อนแรง โตมรรีบปลดมือของอรอินทุ์ออก และต้องรีบรับร่างอ่อนแรงของอรอินทุ์ไว้แทบไม่ทัน นับจากวันนั้นเป็นต้นมาโตมรเริ่มยอมรับอรอินทุ์และเรื่องแปลก ๆ ของเธอ อรอินทุ์น่ารักสดใส มีชีวิตชีวา และติดโตมรเหลือเกิน แรก ๆ โตมรก็รำคาญ ทว่านานวันเข้าเขาก็รู้สึกมีความสุขกับสาวน้อยร่างเล็ก น่ารัก ที่ตามเขาไปทุกแห่ง เสียงใสถามโน่นถามนี่อย่างอยากรู้อยากเห็นไปทุกอย่าง เธอสนใจรูปที่แขไขวาดค้างไว้ รูปผู้ชายที่มีเพียงโครงหน้า แต่ไม่มีรายละเอียดและโตมรนำมาใส่กรอบ ติดผนังไว้

เย็นวันหนึ่ง พัดชาให้มาตามโตมรและบอกว่าวันเพ็ญแจ้งมาว่าแขไขมีอาการดีขึ้น ลืมตาและพูดได้ โตมรยอมรับว่าจริงและบอกว่าแขไขพูดถึง “รุจ” พัดชาตกใจจนเห็นได้ชัด ส่วนจิรายุและเอื้อเฟื้อให้โตมรไปตามหารุจซึ่งคาดว่าต้องเกี่ยวข้องกับรวิชา และปกป้อง โตมรไปอย่างเต็มใจโดยมีอรอินทุ์ไปด้วย แม้จะบอกตัวเองว่ารำคาญ แต่ถ้าอรอินทุ์งอนเขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมต้องรีบง้อ และชอบฟังนักหนาเวลาเธอบอกว่ารักเขา โตมรไม่กล้าสบตาสวยใส ซื่อ และหวานที่มองเขาและพูดจริงใจว่าเธอรักเขามาก เธอรักทุกอย่างในโลกนี้ เธอรัก “ชีวิต” และอยากให้ทุกคนคิดเหมือนเธอ เวลาที่โตมรยั่วให้โกรธอรอินทุ์จะต่อว่าอย่างน้อยใจว่า ทำไมเขาไม่รักเธอบ้างสักนิด เวลาของเธอมีน้อยเหลือเกินสักวันถ้าเธอต้องไปเขาจะต้องเสียใจ โตมรได้แต่หัวเราะเยาะและปฏิเสธว่าไม่มีทาง อรอินทุ์จึงบอกจริงจังว่า คนเราเมื่อมีชีวิตอยู่ก็ควรทำดีต่อกัน รักกัน และควรบอกรักกันด้วย ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาบอกเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งจากไปแล้ว โตมรยังปากแข็ง หนุ่มสาวทั้งคู่ไปถึงบ้านรวี และพบ ย่าจา (รุจา) เมื่อถามหารุจ รุจาจึงบอกว่าเขาตายไป 50 ปีแล้ว

วันนั้นทั้งคู่กลับกรุงเทพไม่ได้เพราะรถเสีย เย็นนั้นเองโตมรก็ได้รู้หัวใจตัวเอง เมื่อเขาพายเรือให้อรอินทุ์นั่งและเรือล่มเมื่อกระแทกเข้ากับแพผักตบชวาขนาด ใหญ่ทั้งคู่จมหายไปในน้ำ เสียงเรียกของอรอินทุ์ทำให้โตมรพยายามมองหา แล้วเขาแทบไม่เชื่อตาเมื่อเห็นว่า ชายหนุ่มชุดดำหน้าตาคมสันเรียกอรอินทุ์ให้ไปกับเขา แต่อรอินทุ์ปฏิเสธเธอเรียกเขาว่าคุณแสง แสงพยายามกระชากอรอินทุ์ไปด้วย ทว่าโตมรไม่ยอมเขารวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายดึง อรอินทุ์มาจนได้ โตมรทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำ เขาประคองเธอว่ายเข้าฝั่ง มีคนมาช่วยมากมาย ตัวโตมรเองก็เรียกอรอินทุ์ หรือ ตัวเล็กอย่างที่เขาชอบเรียกเธอ เขาทนไม่ได้ถ้าเธอจะจากไป กำนันทอง ให้โตมรอุ้มอรอินทุ์พาดบ่าและวิ่งจนเธอสำลักน้ำออกมา เมื่อฟื้นสาวน้อยก็กอดโตมรแน่นคร่ำครวญว่าอย่าให้ใครพรากเธอไปจากเขา นาทีนั้นโตมรจึงรู้ว่ามี “ตัวเล็ก” สาวน้อยจอมจุ้นวุ่นวายคนนี้เข้ามาอยู่แล้วเต็มหัวใจ

วันรุ่งขึ้น กำนันทองมาช่วยแก้รถให้โตมร แกบอกว่าแขไขมีบุญคุณกับแกที่รับ ลูกจันทน์ หรือ ตมิสา ลูกสาวแกไว้ให้รักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างดี ก็คือโรงพยาบาลเดียวกับที่ แขไขเป็นเจ้าหญิงนิทรานั่นเอง

เช้าวันรุ่งขึ้น รุจาให้หนุ่มสาวลงมาใส่บาตร เมื่อโตมรจับทัพพี อรอินทุ์ก็วางมือลงบนมือเขาและช่วยกันใส่บาตร โตมรอบอุ่นและมีความสุขที่สุดเมื่อใส่บาตรเสร็จอรอินทุ์จึงบอกว่าเธอเคยเห็น โตมรกับแขไขใส่บาตรด้วยกันมาก่อน ที่บ้านรุจาโตมรพบรูปวาดคล้าย ๆ กับของแขไขมากมาย วิวเดียวกันแต่ต่างมุม สำหรับนักเรียนศิลปะอย่างเขาแล้ว มองดูรู้ว่าผู้วาดมีฝีมือเพียงใด แม้โตมรจะเห็นภาพวาดฝีมือแขไขมากมายแต่ยังไม่มีสายตาละเอียดเหมือนอรอินทุ์ เธอบอกได้ทันทีว่าเคยเห็นรูปนี้ที่นี่อย่างไร ความตายของรุจกลายเป็นปริศนาที่จิรายุให้โตมรและอรอินทุ์ค้นหาความจริง ขณะที่อรอินทุ์เองก็ต้องต่อสู้กับแสงที่พยายามพรากเธอไปจากโตมร ทั้งคู่ไปคุยกับรุจาอีกครั้งจึงรู้ว่ารุจถูกฆ่าตาย เขาถูกมีดปักคาหลังก่อนฆาตรกรจะถีบลงน้ำ รุจลอยมาตายที่บันไดท่าน้ำที่บ้านโดยที่มือยังกำผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วย โตมรแปลกใจที่เขามีอาการปวดหลังขึ้นมาทันทีที่รู้ว่ารุจถูกแทง อาการนี้เขาเป็น ๆ หาย ๆ มานานแล้ว อาการที่เหมือนมีอะไรปักคาอยู่บนหลังของเขา โตมร อรอินทุ์ จิรายุ และเอื้อเฟื้อพยายามปะติดปะต่อเรื่องจนรู้ว่า รุจกับแขไขรักกันมาก ทั้งคู่ชอบวาดรูปเหมือน ๆ กัน แต่แขไขต้องแต่งงานกับจิรัสย์ หรือปู่ใหญ่เพื่อทดแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตบิดาเธอ แม้ชีวิตหลังแต่งงานของแขไขจะมีความสุขจนใคร ๆ อิจฉา เวลาผ่านไปถึง 8 ปีกว่ารุจจะถูกฆ่าตายโดยจับใครไม่ได้ ข้อมูลเหล่านี้ทำให้พัดชาร้อนรุ่มราวอกจะระเบิด ถ้าใครเข้าไปในห้องของเธอจะเห็นรูป จิรัสย์เต็มไปหมด ขณะที่ในห้องแขไขไม่มีเลย แสงมาขู่อรอินทุ์มากขึ้น เขาบอกว่าเขาสร้างเธอได้เขาก็จะทำลายเธอได้เช่นกัน อรอินทุ์กลัวจับใจเธอจึงใช้เวลาที่เหลือกับโตมรให้มากที่สุด บอกเขาว่ารักทุกวัน อรอินทุ์ตัดสินใจเชื่อมต่อพลังกับแขไขอีกครั้ง คราวนี้อรอินทุ์ป่วยหนักกว่าทุกครั้ง แขไขดูดพลังชีวิตจากเธอไปจนเกือบหมด แขไขแข็งแรงจนกลับบ้านได้ หญิงสาวต่างวัยมองหน้ากันอย่างเข้าใจกันเป็นอย่างดี แขไขไปบ้านรุจาเพื่อทำบุญให้รุจ เธอต้องการรู้ว่ารุจตายอย่างไร หลักฐานที่รุจาส่งให้แขไขคือ ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกปีบคู่ ซึ่งแขไขรู้ทันทีว่าใครคือฆาตรกร

ส่วนอรอินทุ์รู้ดีว่า “ชีวิต” และ “ร่าง” ของเธอจวนหมดเวลาแล้ว ความสุขของเธอคือการที่โตมรคอยดูแลเธอไม่ห่าง เขากอดเธอเพื่อถ่ายทอดพลังชีวิตให้แต่มันก็ไม่ใช่ วันหนึ่งอรอินทุ์เร่งให้โตมรไปหาแขไข เธอบอกว่าแขไขอยู่ในอันตราย โตมรอยู่หน้าห้องแขไขได้ยินพัดชาทะเลาะกับแขไข โตมรช็อคเมื่อความจริงก็คือ พัดชาหลงรักจิรัสย์มานาน เธอเสียใจที่จิรัสย์รักแขไข วันหนึ่งเมื่อจิรัสย์กับพัดชาเห็นรูปรุจที่แขไขวาดค้างไว้ จิรัสย์ก็หมดความอดทน พัดชาอาสาช่วยพี่เขยด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ โดยไม่รู้ว่าจิรัสย์หลอกให้เธอไปฆ่ารุจโดยบอกว่าเขาจะรอเธอที่โรงแรม เมื่อพัดชากลั้นใจแทงมีดใส่หลังรุจและผลักตกน้ำไปแล้ว เธอกลับโรงแรมแม้จะแปลกใจที่ห้องพักมืดเหลือเกินแต่อ้อมกอดของชายคนหนึ่ง คนที่เธอเข้าใจว่าเป็นจิรัสย์ก็ทำให้เธอหวามไหว พัดชายอมตัวยอมใจเป็นของเขาด้วยความรักอย่างหมดหัวใจ จนเธอท้องจึงต้องแต่งงานกับกวินหมอรุ่นน้องจิรัสย์ พัดชาเข้าใจว่าลูกในท้องของเธอคือจิรายุคือลูกของจิรัสย์ ทว่าแขไขหยิบหลักฐานบางอย่างให้พัดชาดูและบอกว่าพัดชาถูกหลอก จิรัสย์อยู่กับเธอตลอดเวลา พัดชาเข้าใจทันทีว่าชายในคืนนั้นคือกวินนั่นเอง กวินที่แสนดีรักเธอมานานและรักจนตาย พัดชาเตลิดกลับห้องพักขณะที่แขไขออกมาพบโตมร เธอชวนโตมรไปหาอรอินทุ์เพื่อยุติเรื่องทุกอย่างเสียที

เมื่อ 2 สาวต่างวัยพบกัน แขไขและอรอินทุ์เชื่อมพลังเข้าหากัน นาทีนั้นคุณแสงก็ปรากฏ แสงคือ จิรัสย์นั่นเอง เขารักแขไขมากจนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง โตมรมองภาพตรงหน้าเหมือนฝันไป พายุรุนแรงอรอินทุ์กับแขไขจับมือกันแน่นโดยมีจิรัสย์หรือยมทูตแสงจ้องทำลาย อรอินทุ์ แสงบอกว่าอรอินทุ์คือร่างมายาที่เขาสร้างขึ้น และนำวิญญาณของแขไขกับลูกจันทน์มารวมไว้ในร่างอรอินทุ์เพื่อรอวันที่แขไขจะ หมดเวลาและไปอยู่กับเขาจริง ๆ ส่วนร่างของอรอินทุ์ และวิญญาณของลูกจันทน์จะถูกทำลาย แสงอาฆาตโตมรว่าถ้ารู้ว่าเป็นรุจคงฆ่าเสียแล้ว อรอินทุ์พูดกับโตมรเป็นครั้งสุดท้ายว่าเธอจะกลับมาหาเขาให้เขารออยู่ที่นี่ ท่ามกลางลมพายุรุนแรง แสง แขไข และอรอินทุ์สะบัดมือหลุดจากมือของแสง แล้วทุกอย่างก็สงบลง

โตมรรู้ความจริงว่าเขาคือรุจ และแขไขรู้ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ทว่าเวลานี้วันนั้นเขารักและต้องการอรอินทุ์ เมื่อใครถามหาตัวเล็กหรืออรอินทุ์เขาจะบอกว่าผู้ปกครองรับไปแล้ว แขไขนอนสิ้นใจบนเตียงที่อรอินทุ์นอนเป็นประจำ หลังจัดงานศพแขไข โตมรมุจนเรียนจบและไปเรียนต่อต่างประเทศ จากเดิมที่เขาชอบวาดภาพอาวุธ เขาก็หันมาวาดภาพดอกไม้ และร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุ์พืช โตมรอยู่ต่างประเทศหรือไม่ก็เข้าป่าเพื่อวาดรูป ที่เขาเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาวาดดอกไม้ก็เพราะอรอินทุ์รักดอกไม้นักหนานั่น เอง โตมรทำงานหนักจนเป็นจิตรกรที่มีผลงานระดับโลก แต่เขาไม่เคยกลับไปที่บ้านเลย คงได้รับแต่จดหมายจากเอื้อเฟื้อและชีวาเป็นระยะ ๆ รวิชาคลอดลูกเป็นหญิงชื่อ น้อยหน่อย และฝากเอื้อเฟื้อและชีวาเลี้ยงเพราะเธอต้องไปทำงานต่างประเทศ ไม่นานนักรวิชาก็แต่งงานใหม่ น้อยหน่อยจึงเป็นลูกเอื้อเฟื้อ และชีวาไปโดยปริยาย

เวลาผ่านไปสิบกว่าปี วันหนึ่งน้อยหน่อยเขียนจดหมายมาบอกว่าเอื้อเฟื้อถูกรถชนกำลังจะต้องเข้าห้อง ผ่าตัด โตมรใจหายรีบเก็บของออกจากป่ากลับกรุงเทพ เขากลัวประวัติศาตร์จะซ้ำรอยเหมือนปกป้อง เมื่อถึงโรงพยาบาลเหมือนเวลาหมุนกลับ โตมรสะดุดบันไดหกล้มที่เดิม ทว่าคราวนี้ลิฟต์เปิดออกสาวน้อยในเสื้อกาวน์รีบเข้ามาดูแลเขา เสียงใส ๆ ของเธอบอกว่าเธอชื่อ แสงตะวัน และเป็นหมอ เมื่อรู้ว่าโตมรมาเยี่ยมเอื้อเฟื้อ แสงตะวันยิ้มจนตาหยี และอาสาพาไปหาเอื้อเฟื้อ เอื้อเฟื้อดีใจที่โตมรกลับมา เธอบอกว่าแสงตะวันหรือเล็กคือ ตมิสา ลูกกำนันทองนั่นเอง โตมรสบตาแสงตะวันแล้ววูบในใจ เอื้อเฟื้อบอกว่าหลังจากฟื้นจากเจ้าหญิงนิทราสาวน้อยคนนี้ก็รีบเรียน ขยันจนจบเร็วกว่าอายุ เรียนแบบตายอดตายอยาก เมื่อกลับบ้านโตมรจึงรู้ว่า “กระท่อมเจ้าเงาะ” เป็น “กระท่อมรจนา” ไปแล้ว เพราะแสงตะวันพักที่นี่ เมื่อโตมรกลับมาเธอจึงไปพักบนตึกกับเอื้อเฟื้อ โตมรและแสงตะวันเหมือนรู้ใจกัน ชายหนุ่มไม่ค่อยกล้า เพราะไม่มั่นใจแต่เมื่อแสงตะวันบอกว่าเธอมีลูกสุนัขและเคยถูกกัดที่นิ้ว เธอให้เขาดูแผลที่นิ้วนางข้างซ้ายเขาก็มั่นใจทันที ยิ่งรู้ว่าหลังจากแสงตะวันฟื้นขึ้นมา เธอรู้แต่ว่าต้องรีบเรียน รีบโต เพื่อไปพบใครคนหนึ่งที่เธอสัญญาว่าจะกลับมาหาเขา คำพูดและกิริยาของแสงตะวันทำให้โตมรรู้ว่าวิญญาณในร่างคืออรอินทุ์ วันหนึ่งแสงตะวันบอกกับเขาว่าเธอหลงรักเขาทันทีที่เห็นภาพของเขา ภาพโตมรศิลปินที่วาดรูปดอกไม้สวย ๆ โตมรตั้งตัวไม่ทัน เมื่อสาวน้อยสบตาเขาเหมือนทวงสัญญา และถลันเข้ามากอดเขาไว้ เธอบอกว่า “เล็กรักโตมาก แล้วโตล่ะไม่รักเล็กบ้างหรือไง” โตมรไม่ตอบแต่กอดเธอไว้แนบอก เหมือนได้ของรักกลับคืน เขาจูบเธอเบา ๆ และบอกว่าเขารักเธอ รักมานานและรอเธออยู่นานมากกว่าจะถึงวันนี้ แสงตะวันจึงเงยหน้าขึ้นยิ้มกับเขาอย่างอบอุ่น เธอกอดเขาแน่นและบอกว่าเมื่อเห็นโตมรจากในรูป เธอรู้ทันทีว่าโตมรนี่เองคือคนที่เธอต้องตามให้พบเพื่อรักและใช้ชีวิตกับเขาตลอดไป

เธอกับเขาและรักของเรา

แป้ง ร่ำ (แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์) อดีตคุณหนูแสนสวยผู้กำพร้าพ่อ-แม่ จึงอยู่ในอุปการะของลุงกับป้าแท้ ๆ และตั้งแต่เสียพ่อ-แม่ไปฐานะทางการเงินบ้านแป้งร่ำทรุดฮวบลง ลุง-ป้าเลี้ยงหลานไม่ไหวจึงไปฝากให้อยู่ในอุปการะของ คุณใหญ่ (พีท ทองเจือ) เศรษฐีหนุ่มใหญ่ที่ยังโสดสนิท คุณใหญ่ยอมจ่ายเงินก้อนโตให้ลุงกับป้า และเลี้ยงดูแป้งร่ำอย่างดี จนคนนินทาว่าแป้งร่ำเป็นนกน้อยในกรงทองของคุณใหญ่ สร้างความไม่พอใจให้ กานดา (ปู-สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์) น้าสาวผู้โลภมากของคุณใหญ่ ที่กลัวแป้งร่ำจะมาฮุบสมบัติของตระกูล เพราะพ่อ-แม่ของคุณใหญ่ก็เสียชีวิตไปแล้ว เลยไม่มีใครคอยดูแลเรื่องนี้ กานดาจึงวางแผนปั้น ศจี (เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร) โคโยตี้ดาวรุ่งให้เป็นสาวไฮโซมามัดใจหลานชาย แต่ศจีเป็นได้เพียงความสุขชั่วคราวเท่านั้น เพราะหัวใจคุณใหญ่มีแป้งร่ำคนเดียว แต่ติดที่เป็นเด็กในอุปการะ แถมรุ่นเดียวกับ คุณหญิง (รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) น้องสาวตัวเอง ใคร ๆ จะมองไม่ดี หนำซ้ำ คุณเล็ก (ซูกัส-บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์) น้องชายสุดท้องจอมเอาแต่ใจของคุณใหญ่ก็ชอบแป้งร่ำเช่นกัน

คุณใหญ่ต้องดูแลน้อง ๆ และบริหารธุรกิจมหาศาลที่พ่อ-แม่ทิ้งไว้ให้ก่อนตาย จึงเป็นคนเงียบขรึม คุณใหญ่ให้ ธนพ (บอล-อัศนัย เทียนทอง) มือขวาคนสนิทช่วยดูแลน้อง ๆ ด้วยอีกแรง ทำให้คุณเล็กไม่พอใจคิดว่าพี่ชายไม่ไว้ใจตัวเอง ที่สำคัญ ชานนท์ (กันต์ กันตถาวร) แฟนเก่าคุณหญิงที่สนิทกับคุณเล็กก็มาช่วยคุณใหญ่ดูแลน้อง ๆ อีกคน ส่วนชีวิตนกน้อยในกรงทองอย่างแป้งร่ำได้แต่แต่งตัววสวย ๆ เป็นคู่ควงคุณใหญ่ออกงานสังคมไฮโซ แต่เธอไม่เคยแฮปปี้กับสิ่งปรนเปรอเหล่านี้ เพราะอยากมีชีวิตอิสระ และเบื่อที่ต้องเจอความสตรอเบอรี่ของกานดากับศจี โชคดีที่มี แม่บ้านระเบียบ (ผัดไท-ดีใจ ดีดีดี) ต้นห้องใจดีคอยดูแลให้คำปรึกษาทุกเรื่อง คุณระเบียบพร่ำสอนให้แป้งร่ำอดทน และเป็นคนดี ขนาดไปประชุมที่เซี่ยงไฮ้คุณใหญ่ก็พาแป้งร่ำไปด้วย ร้อนถึงกานดายัดเยียดให้ศจีตามไปรับใช้อีกคน

ที่เซี่ยงไฮ้คุณใหญ่มีคิวประชุมแน่นเอี้ยด อีกทั้งยังมีศจีประกบแจจนแป้งร่ำเข้าไม่ถึง เธอเหงาจึงหนีไปเที่ยวคนเดียวจนเกือบถูกรถเฉี่ยว โชคดีที่ เปา (เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ) หนุ่มไทยที่อยู่เซี่ยงไฮ้ช่วยไว้ เขานวดข้อเท้าที่แพลงให้แป้งร่ำอย่างแรง เธอร้องโอดโอยต่อว่าเปาเป็นภาษาไทย เพราะ คิดว่าเค้าฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอเธอลุกขึ้นจะเอาเรื่องปรากฏว่าเท้าหายปวดเป็นปลิดทิ้ง แป้งร่ำให้ตังค์เปาเป็นค่าตอบแทน เปาหมั่นไส้จะด่ากลับแต่เหลือบเห็นผ้าเช็ดหน้าหล่นจากกระเป๋าแป้งร่ำโดยไม่ รู้ตัว ผ้าผืนนั้นทำให้เขานึกถึงคุณหนูหน้าแป้นขวัญใจวัยเด็กที่เมืองไทย ชีวิตเปามีความสุขขึ้นมาอีกครั้ง เพราะตั้งแต่คุณหนูหน้าแป้นหายไปจากโรงเรียนเขาก็เฝ้ารอการกลับมาของเธอจน ทุกวันนี้ แต่ความหวังของเปาหลุดลอยไปตั้งแต่เค้ากลายเป็นเด็กกำพร้า ต้องเร่ร่อนมาอยู่กับลุง-ป้าที่เซี่ยงไฮ้ ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบไม่เว้นแม้กระทั่งชกมวย เพราะเปาพอมีวิชามวยไทยไชยาติดตัวมาด้วย จึงเอามาสอนคนที่นี่พอมีรายได้ช่วยลุงกับป้าบ้าง

โรงแรมที่พักของแป้งร่ำวุ่นวายกันใหญ่ เพราะคุณใหญ่สั่งคนออกตามหาเธอจ้าละหวั่น แม่บ้านระเบียบก็ใจคอไม่ดี ต่างกับศจีที่ภาวนาให้แป้งร่ำตายไปพ้น ๆ พอแป้งร่ำกลับมาแทนที่คุณใหญ่จะทำโทษ กลับสั่งให้คนหาไกด์นำเที่ยวให้เธอในวันรุ่งขึ้น เพราะรู้ดีว่าแป้งร่ำคงเหงาถึงหนีไปเที่ยวลำพัง คุณแม่บ้านต่อว่าแป้งร่ำด้วยความเป็นห่วง เธอรู้สึกผิดและเสียใจที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ซักพักแป้งร่ำเศร้ายิ่ง กว่าเมื่อรู้ว่าผ้าเช็ดหน้าคู่ใจหายไป คุณระเบียบไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนูถึงเสียใจมากกับเรื่องแค่นี้

รุ่งขึ้นธนพพาเปาไกด์คนใหม่มาแนะนำคุณใหญ่ แป้งร่ำ-เปา อึ้ง! ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก เปารีบบอกว่าตัวเองเป็นคนไทย เล่นเอาคุณหนูสำลักหน้าดำหน้าแดงเพราะด่าเปาไว้เยอะ ทุกคนโกลาหลช่วยแป้งร่ำกันใหญ่ เปาตัดสินใจเข้าไปตบหลังจนแป้งร่ำรอดตายคุณใหญ่พอใจมาก ตกลงจ้างเปาเป็นไกด์ทันที และย้ำให้เปาดูแลแป้งร่ำดีที่สุดเพราะธอคือผู้หญิงของฉัน คำพูดนี้ราวกับฟ้าผ่ากลางใจเปา เขาไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไง?! ได้แต่ตีหน้ามึนจนแป้งร่ำไม่พอใจที่ไกด์ ไม่ยอมเทคแคร์ ยิ่งทำให้แป้งร่ำหมั่นไส้เปาไปกันใหญ่ เมื่อกลับถึงโรงแรมเธอฟ้องคุณใหญ่เพื่อขอ เปลี่ยนไกด์ ขณะนั้นมีคนเมา มาแต๊ะอั๋งแป้งร่ำ เปาโชว์ฝี มือจัดการมันเร็วยิ่งกว่าบอดี้การ์ด คุณใหญ่ พอใจมาก และเห็นว่าเขาเหมาะจะดูแลแป้งร่ำที่สุด แต่กลับขัดใจคุณหนูแป้งร่ำถึงกับไม่คุยกับคุณใหญ่

เช้าวันต่อมาเปามารับแป้งร่ำกับคุณแม่บ้านตามปกติ ทั้งหมดบังเอิญได้เจอลุงกับป้าเปา ถึงรู้ว่าเป็นญาติห่าง ๆ ของคุณระเบียบ ลุง-ป้ารีบฝากฝังหลานชายกับแม่บ้านระเบียบ ทุกคนมีความสุขกับอาหารมื้อนี้มาก ทำเอาคุณระเบียบจุกไปไหนไม่ไหว แป้งร่ำถือโอกาสชิ่งหนีเที่ยวคนเดียวอีกครั้งแต่ เปาก็ตามจนเจอ แป้งยังจะหนีเปาอีกเลยสะดุดล้มเข่าถลอก คำพูด และวิธีทำแผลของเปาทำให้แป้งร่ำ คุ้นเคย เธอพยายามซักไซ้ว่าเปาเป็นใคร? แต่คุณแม่บ้านโทร.มาขัดจังหวะบอกให้เปาพาคุณหนูกลับโรงแรมด่วน เพราะคุณใหญ่มีประชุมอีกเมืองกระทันหัน แป้งไม่ยอมบังคับให้ไกด์พาเที่ยวต่อ ศจีรีบบอกให้ทิ้งแป้งร่ำไว้เพื่อจะได้อยู่กับคุณ ใหญ่ลำพัง เมื่อรู้อย่างนั้นแป้งร่ำแอบน้อยใจลากเปาไปก๊งเหล้า ประชด แม้เปาจะห้ามยังไงแป้งก็ไม่ฟังดื่มเหล้า เมาไม่ได้สติ เปาจำต้องแบกคุณหนูกลับที่พัก คุณแม่บ้านโกรธคิดว่าเปามอมเหล้าคุณหนูเลยตบ และต่อว่าไม่ให้เปาเป็นไกด์อีก เปาได้แต่นอนกอดผ้าเช็ดหน้าคิดถึงคุณหนูหน้าแป้น แป้งร่ำเองก็นอนละเมอถึงเปาตลอด

วันต่อมาแป้งร่ำโทร.ปลุกเปาให้มารับทั้งที่คุณแม่บ้านสั่งห้าม แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเองท้องเสียหมดแรง แป้งจ้างพยาบาลดูแลคุณระเบียบก่อนเธอจะออกไปเที่ยวกับเปา ทั้งคู่เดินเที่ยวกันอย่างมีความสุข แต่รุ่งขึ้นแป้งร่ำต้องกลับเมืองไทยด่วนไม่ทันได้ลาเปา ทำให้เปาคิดว่าชีวิตนี้คงไม่ได้เจอคุณหนูในดวงใจอีกแล้ว

ที่เมืองไทย ลุงระบบ (ค่อม ชวนชื่น) สามีคุณระเบียบ และเป็นคนขับรถของคุณใหญ่ สายตาฝ้าฟางขับรถพาเจ้านายกับศจีประสบอุบัติเหตุ โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก กานดาได้ทีขอให้หลานชายรับ วิฑิต (เอ็กซ์-ปิยะ วิมุกตายน) กิ๊กเด็กตัวเองเป็นพลขับแทน แต่คุณใหญ่ไม่ถูกใจคุณระเบียบจึงแนะนำเปาคุณใหญ่เห็นด้วย เปาเตรียมตัวมาเมืองไทยทันที อามุ่ย (แก้มบุ๋ม-พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์) ลูกสาวเจ้าพ่อที่หลงรักเปาไม่พอใจ อาละวาดจนลุง-ป้าของเปาต้องอ้อนวอนแทน แต่อามุ่ยไม่ยอมยื่นคำขาดจะมากับเปาให้ได้ คุณแม่บ้านจำใจรับอามุ่ยเป็นคนรับใช้อีกคน

ไม่มีใครรู้ว่าการมาเมืองไทยของเปาจะทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย แต่ที่แน่ ๆ คุณใหญ่รัก และเอ็นดูในความซื่อสัตย์ของเปามาก พอรู้ว่าน้องหญิงแอบชอบเปาคุณใหญ่ก็เปิดทางให้ สร้างความไม่พอใจให้ธนพที่หลงรักคุณหญิงอยู่ ธนพจึงร่วมมือกับศจีกำจัดเปา และแป้งร่ำ ศจีเชียร์คุณใหญ่ให้อนุญาตแป้งร่ำไปถ่ายโฆษณาต่างจังหวัดโดยให้เปาไปเป็น เพื่อน ขณะนั่งเรือเข้าฝั่งแป้งร่ำ พลัดตกจากเรือเปารีบกระโดดลงไปช่วย ทำให้ทั้งคู่ต้องติดเกาะด้วยกัน บรรยากาศเป็นใจทำให้เปากับแป้งร่ำเผลอมีอะไรกันจนได้ คุณใหญ่เครียดมากที่แป้งร่ำหายตัวไป สั่งคนออกตามหาจ้าละหวั่น ทันทีที่เจอแป้งร่ำคุณใหญ่โผเข้ากอดปลอบขวัญเธออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

แม้ เปาพยายามเก็บความรู้สึกที่มีต่อคุณหนูแป้งร่ำไว้ แต่ก็ไม่พ้นสายตาอามุ่ยที่คอยจับจ้องดูเค้าตลอดเวลา ศจีจึงจีบอามุ่ยเป็นพวกอีกคน เพิ่มความโกลาหลยิ่งขึ้นเมื่อชานนท์ก็หลงรักแป้งร่ำ เช่นกัน ถึงกับเอ่ยปากขอเธอแทนส่วนแบ่งทางธุรกิจจากคุณใหญ่ ทำเอาทุกคนอึ้ง! ไปตาม ๆ กัน ใครจะเป็นผู้ชายในดวงใจของ แป้งร่ำ ติดตามชมบทสรุป…ความรักต้องห้ามครั้งนี้ได้ใน ละครเธอกับเขาและรักของเรา ทุกคืน วันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละคร เธอกับเขาและรักของเรา