Author Archives: admin

มนต์จันทรา

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า
ษมาสอดแหวนเข้านิ้วนางของสาระวารี
พรายแสงสะท้อนของมันหยอกล้อแสงจันทร์
และหยาดน้ำคลอคลองในดวงตาของหญิงสาว … พร่างพราว
ขอช้างขอม้าให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง
ขอเตียงตั่งให้น้องข้านอน ขอหัวใจน้องให้พี่เถิด
พี่จะเทิดรักเจ้า … จนวันตาย
 
เรื่องย่อมนต์จันทรา
 
สาระวารี ทหารเสือสาวคนที่สองแห่งสำนักพิมพ์สยามสาร หญิงสาวมีพี่สาวฝาแฝดอีกคนชื่อ สาระสะมา ทั้งสาระสะมาและสาระวารีมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบาก เนื่องจาก สาร พ่อของพวกเธอทั้งสองคนติดการพนันอย่างหนัก ขณะที่ อ่อนนุช ผู้เป็นแม่ก็ป่วยเป็นวัณโรค ไม่มีเงินไปหาหมอ เด็กทั้งสองจึงต้องดูแลรักษากันไปตามมีตามเกิดโดยที่สารไม่เคยหันมาเหลียวแล ครั้นจะหันไปพึ่งตากับยายก็ไม่ได้เพราะอ่อนนุชหนีตามสารมา จึงไม่อยากสร้างความลำบากใจให้กับผู้เป็นพ่อแม่อีก มีแต่ สมบูรณ์ จ่าตำรวจมือปราบอารมณ์ดีที่คอยช่วยเหลือสองพี่น้องให้ผ่านคืนวันอันเลวร้ายไปได้
 
คืนหนึ่ง สาระวารีไปตามหาสารที่บ่อนการพนันเหมือนเช่นเคย เพื่อขอเงินไปซื้อยามาให้อ่อนนุช กินบรรเทาอาการป่วย แต่สารไม่ยอมให้เงิน ซ้ำยังไล่สาระวารีกลับบ้านเพราะหาว่าสาระวารีมาขัดลาภ ขณะที่เด็กน้อยกำลังชั่งใจว่าจะขโมยเงินพ่อแล้ววิ่งหนีไปดีหรือไม่ ษมา ชายหนุ่มนักพนันในบ่อนก็วางมือจากการเล่นแล้วให้เงินสาระวารีไปซื้อยา สาระวารีสังเกตเห็นคนของบ่อนไม่พอใจที่ษมาได้เงินแล้วเลิกเล่นพนัน เด็กน้อยรู้ว่าคนพวกนั้นกำลังจะตามไปจัดการกับษมา จึงวิ่งไปตามจ่าสมบูรณ์ให้มาช่วยษมาไว้เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณที่ษมาให้เงินเธอมาซื้อยา ษมาจดจำชื่อสาระวารีไว้จนขึ้นใจในฐานะที่เธอเป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้ คืนนั้นสาระวารีกลับบ้านไปพร้อมกับยาของแม่และคำอธิษฐานถึงดวงจันทร์ ขอร้องให้แม่ของเธอหายป่วยเสียที.. ทว่าดวงจันทร์กลับไม่เป็นใจ แม่ของสาระสะมาและสาระวารีเสียชีวิตลงในคืนนั้นเอง
 
หลังจากคืนนั้น สาระสะมาและสาระวารีก็ต้องมาอาศัยอยู่กับผู้เป็นยาย ขณะที่รินรดี น้าสะใภ้และรุจรวี ลูกพี่ลูกน้องนั้นตั้งแง่รังเกียจสองฝาแฝดว่ามีเลือดผีพนันของสาร แต่สองฝาแฝดก็ยอมอดทนเพื่อเห็นแก่ยาย ทว่าครั้นยังไม่ทันเรียนจบมหาวิทยาลัยดี ยายของเด็กสาวทั้งสองก็เสียชีวิตลง รินรดีก็จัดการไล่พวกเธอสองคนจากบ้าน ให้ออกมาเผชิญโลกด้วยตัวเองทั้ง ๆ ที่พวกเธอยังไม่พร้อม แต่ถึงกระนั้นพวกเธอทั้งสองคนก็ต่อสู้บากบั่นจนสามารถเรียนจบได้ในที่สุด สาระสะมาได้ทำงานเป็นแอร์โฮสเตส ขณะที่สาระวารีได้เป็นนักข่าวที่หนังสือพิมพ์สยามสาร
 
ไชยวัฒน์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามสารมอบหมายงานให้สาระวารีไปทำสกู๊ปข่าวการเปิดกาสิโน หญิงสาวต้องไปขอสัมภาษณ์ษมา ผู้ที่ได้รับสัมปทานให้เปิดกาสิโนที่เกาะพระฮามในประเทศกัมพูชา สาระวารีมีอคติกับการทำข่าวนี้เพราะเธอเกลียดการพนันฝังจิตฝังใจ เธอจึงมองว่าษมาจะต้องเป็นคนไม่ดีอย่างแน่นอน หญิงสาวจัดการติดต่อ จิณห์วรา เพื่อนสนิทซึ่งเป็นลูกสาวของนักธุรกิจใหญ่ในจังหวัดตราดเพื่อสอบถามข้อมูลของษมาที่ได้ชื่อว่าติดต่อขอสัมภาษณ์ได้ยากมาก จิณห์วราบอกว่าจิตติ พ่อของเธอกำลังจะจัดงานแซยิดในอีกไม่กี่วัน ษมาก็เป็นแขกรับเชิญในงานนี้ด้วย สาระวารีจึงเตรียมตัวเดินทางไปขอสัมภาษณ์ษมาทันที
 
ที่จังหวัดตราด สาระวารีสัมภาษณ์แหล่งข่าวหลายคนที่ล้วนแล้วแต่เห็นดีเห็นงามไปกับการเปิดกาสิโนของษมาแล้วก็ให้รู้สึกขัดใจไม่น้อย หญิงสาวต้องการความเห็นที่แตกต่างบ้าง จิณห์วราจึงแนะนำให้ไปสัมภาษณ์ ดิตถ์ เจ้าของรีสอร์ทที่เกาะช้างซึ่งเป็นคู่ปรับของษมา เพราะดิตถ์เชื่อว่าษมาเป็นคนฆ่าน้องชายของเขา เพื่อชิงพลอยเม็ดใหญ่ที่ขุดพบในเหมืองพลอยในฝั่งประเทศกัมพูชาเมื่อหลายปีก่อน หลังจากสัมภาษณ์ดิตถ์แล้ว สาระวารีเองก็ยังเชื่อว่าคำพูดของดิตถ์ไม่น่าเชื่อถือพอ การที่ดิตถ์ใส่ร้ายษมานั้นน่าจะเป็นเพราะเขาอิจฉาที่ษมาได้ดีกว่า สาระวารียังได้พบกับลุงสมบูรณ์ที่ตอนนั้นลาออกจากการเป็นตำรวจแล้ว และกำลังทำงานให้ษมาอยู่ สมบูรณ์ไม่เชื่อว่าษมาจะยอมให้สาระวารีสัมภาษณ์ แต่คนอย่างสาระวารีไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน
 
ในคืนวันงานแซยิด สาระวารีกับวัฒนา ช่างภาพของสยามสาร พากันซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปร่วมงาน ทว่าระหว่างทางกลับเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถหรูของษมา พิพัช คนสนิทของษมาลงมาเคลียร์ค่าเสียหายให้กับสาระวารี สาระวารีไม่พอใจเจ้าของรถที่อวดร่ำอวดรวย เอะอะก็เอาเงินฟาดหัว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะรถของษมาแล่นออกไปแล้ว สาระวารีและษมาได้พบกันอีกครั้งที่งานแซยิดของนายจิตติ ในงานนั้นษมาเดินควงคู่กับ โศภี แม่ม่ายสาวสวยผู้ร่ำรวยซึ่งในอดีตเคยเป็นคนรักเก่าของษมา สาระวารีเข้าไปติดต่อขอสัมภาษณ์ษมาโดยที่เตรียมพร้อมรับคำปฏิเสธของษมาเต็มที่ ทว่าษมากลับยอมให้สาระวารีสัมภาษณ์ด้วยความเต็มใจจนทำให้หลาย ๆ คนในที่นั้นประหลาดใจไม่น้อย แต่ษมามีข้อแม้ว่าสาระวารีจะต้องตามไปสัมภาษณ์เขาที่เกาะยานกและค้างคืน เพียงคนเดียว วัฒนาพยายามห้ามปรามสาระวารีเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย แต่คนอย่างสาระวารีนั้นยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ หญิงสาวเตรียมตัวเดินทางไปเกาะยานกด้วยความตื่นเต้นดีใจที่สยามสารจะได้ทำข่าวกาสิโนบนเกาะพระฮามเพียงฉบับเดียวเท่านั้น
 
เมื่อหญิงสาวไปถึงเกาะยานก ก็ได้พบกับ ลำแพง แม่บ้านประจำเกาะยานกผู้มีบุคลิกประหลาด กับ แลง น้องชายของลำแพง เมื่อสาระวารีได้พบษมา เธอก็รู้ตัวว่าถูกษมาหลอก เพราะษมาไม่คิดจะให้สาระวารีค้างบนเกาะแค่คืนเดียว และอีกเหตุผลก็คือกำลังจะมีพายุเข้ามาที่เกาะ สาระวารีหงุดหงิดมากที่เสียรู้ให้กับษมาจนได้ ระหว่างอยู่ที่เกาะ สาระวารียอมรับว่าเธอมีอคติต่อการพนัน ษมาจึงพยายามทำให้สาระวารีละอคติที่มีต่อเขาก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ พร้อมกันนั้นก็พยายามรื้อฟื้นความทรงจำของสาระวารีจนหญิงสาวจำได้ว่าทั้งสองเคยเจอกันมาก่อนเมื่อสิบเจ็ดปีที่แล้ว
 
ษมายอมให้สาระวารีสัมภาษณ์โดยมีข้อแม้ว่าห้ามถ่ายภาพเขา ห้ามใช้เครื่องบันทึกคำสัมภาษณ์ของเขาไว้และต้องให้เขาได้ตรวจแก้ไขข่าวก่อนลงพิมพ์จริง สาระวารีหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากการสัมภาษณ์ที่เกาะยานกแล้ว ษมายังพาสาระวารีไปที่เกาะพระฮามเพื่อดูสถานที่สร้างกาสิโน ทว่าระหว่างการทัวร์เกาะพระฮาม กลับมีคนร้ายมาลอบสังหารษมาถึงที่เกาะ โชคดีที่ษมากับสาระวารีรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ต้องติดอยู่ที่เกาะพระฮามหนึ่งคืน ษมารู้ตัวคนทำทันทีว่าคือโศภี เพราะก่อนออกจากเกาะยานก โศภีเป็นคนเดียวที่รู้ว่าษมากำลังจะพาสาระวารีไปที่เกาะพระฮาม ษมาตลบหลังโศภีจนเธอยอมรับสารภาพออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจว่าเธอต้องการฆ่าษมาเพราะต้องการสวมรอยสิทธิ์ในการเปิดกาสิโนบนเกาะพระฮามแทนเขา โศภีกลับไปด้วยความแค้นใจษมาอย่างมาก
 
ระหว่างที่สาระวารีกลับมาเขียนสกู๊ปข่าวที่กรุงเทพฯ ษมาก็ตามสาระวารีมาโดยอ้างว่าต้องการตรวจสอบข่าวที่สาระวารีเขียน ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ษมาพยายามหลอกล่อสาระวารีให้กลับไปที่ตราดเพื่อทำสกู๊ปข่าวพลอยเขมร สาระวารีเองก็สนใจอยู่เหมือนกัน ษมาตามสาระวารีมาที่สยามสารและได้ช่วยชีวิต มัทนา ซึ่งถูกลอบทำร้าย สาระวารีเชื่อว่า เขตต์ตวัน นักแสดงและเศรษฐีหนุ่มชาวภูเก็ต แหล่งข่าวที่มัทนาไปสัมภาษณ์เป็นคนว่าจ้างคนมาทำร้าย มัทนาขอร้องให้ทั้งคู่พาเธอไปหาเขตต์ตวัน แต่ชายหนุ่มมีท่าทางตกใจจริง ๆ ที่รู้ว่ามัทนาถูกทำร้ายษมาเชื่อว่าเขตต์ตวันไม่ได้เป็นคนทำ
 
ขณะที่สาระวารีกับษมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ดิตถ์กับโศภีร่วมมือกันกำจัดษมาโดยมีเป้าหมายร่วมกันคือสัมปทานเปิดกาสิโนที่เกาะพระฮาม ษมาได้ข่าวว่ามีคนร้ายลอบขึ้นเกาะพระฮามไปเผากระท่อมและทำร้ายคนงานได้รับบาดเจ็บ ษมาจึงต้องรีบกลับไปจัดการ ขณะขับรถกลับจังหวัดตราด ชายหนุ่มก็ถูกคนร้ายดักซุ่มยิงระหว่างทาง แต่โชคดีที่รอดมาได้เพราะลิปสติกของสาระวารีช่วยชีวิตเขาไว้ ษมาสั่งพิพัชให้สืบหาตัวคนสั่งการให้ได้
 
โศภีร้อนตัวจนนั่งไม่ติด กลัวว่าษมาจะรู้ว่าเป็นฝีมือของเธอ แต่ดิตถ์เกลี้ยกล่อมจนโศภียอมร่วมมือด้วยอีกหน แต่พิพัชกลับสืบจนรู้ว่าใครเป็นคนบงการ พิพัชตามไปข่มขู่จนโศภีถอนตัวจากแผนการและหนีไปอยู่ต่างประเทศทันที ด้านดิตถ์เองก็ถูกพิพัชตามไปสั่งสอนถึงที่รีสอร์ท จึงยิ่งทวีความโกรธแค้นให้กับดิตถ์มาก หลังจากเคลียร์เรื่องวุ่น ๆ เรียบร้อยแล้ว ษมาก็โทรศัพท์ตามสาระวารีให้มาทำข่าวพลอยเขมร เมื่อสาระวารีมาถึงเกาะยานก ก็ได้รับการต้อนรับอย่างเย็นชาจากลำแพงและพิพัช ยิ่งลำแพงเห็นภาพษมากับสาระวารีคลอเคลียกัน ก็ยิ่งเคียดแค้น หาว่าสาระวารีแย่งษมาไปจากเธอ แลงยุยงให้ลำแพงจัดการกับสาระวารีเสีย แล้วเขาจะช่วยลำแพงเอง
 
ษมาได้ข่าวว่ามีคนแอบขึ้นเกาะพระฮามไปทำลายข้าวของและทำร้ายคนงานชายหนุ่มจึงรีบเดินทางไปดูสถานการณ์โดยทิ้งให้สาระวารีอยู่ที่เกาะยานกเพียงลำพัง แต่ที่ชายหนุ่มไม่รู้ก็คือว่านี่เป็นแผนการล่อเสือออกจากถ้ำ ลำแพงต้องการล่อษมาออกไปจากเกาะยานกเพื่อที่จะได้จัดการกับสาระวารีได้โดยสะดวก ลำแพงเขียนจดหมายหลอกสาระวารีให้มาที่โรงเก็บเรือแล้วจัดการระเบิดโรงเก็บเรือเสีย สาระวารีรอดชีวิตมาได้ แต่ก็บาดเจ็บสาหัส ลำแพงแค้นใจมากที่สาระวารียังไม่ตาย
 
ษมาจัดการจ้างหมอและพยาบาลมารักษาสาระวารีถึงที่เกาะยานก ลำแพงไปตีสนิทกับ อรุณฉาย พยาบาลสาวจนตายใจ แล้วฉวยโอกาสระหว่างที่อรุณฉายพักผ่อน แอบใส่ยานอนหลับลงในน้ำเกลือของสาระวารีมากเกินขนาดจนสาระวารีเกือบเอาชีวิตไม่รอดอีกครั้ง แต่ษมากลับสังเกตเห็นความผิดปกติเสียก่อน จึงช่วยชีวิตสาระวารีได้ทัน ษมาเริ่มระแวงลำแพง จึงขอร้องให้มัทนาเดินทางมาดูแลสาระวารีอย่างใกล้ชิด ลำแพงเจ็บใจที่สาระวารีไม่ตายอย่างที่คิด จึงคิดแผนการอันแยบยลขึ้นมาใหม่ด้วยการนำน้ำผึ้งดอกยี่โถที่เป็นพิษ เอาไปให้ใช้ทาแผลไฟลวกของสาระวารี
 
มัทนาเดินทางมาที่ตราดพร้อมกับเขตต์ตวันเพื่อดูแลอาการป่วยของสาระวารี แต่ด้วยความซุ่มซ่ามของมัทนาจึงทำขวดน้ำผึ้งของลำแพงแตก เจ้าเหลืองแมวของษมากระโจนเข้าไปกินน้ำผึ้งจนชักดิ้นชักงอ ทุกคนจึงได้รู้ความจริงว่าในน้ำผึ้งนั้นมีพิษเจือปนอยู่ ษมาตามไปจัดการจับตัวลำแพงส่งตำรวจ ลำแพงสารภาพว่าทำไปเพราะรักษมา แต่ษมายืนยันว่าเขารักสาระวารีเพียงคนเดียว ลำแพงคุ้มคลั่ง จะผลักษมาให้ตกเขาแต่ษมาหลบทัน ลำแพงจึงตกหน้าผาตาย ด้านแลงนั้นหวาดกลัวว่าจะถูกตำรวจจับ จึงรีบหนีออกจากเกาะยานกไปขอความช่วยเหลือจากดิตถ์ เมื่อได้รู้ว่าลำแพงตาย แลงก็ยิ่งมุ่งมั่นจะแก้แค้นให้พี่สาวให้ได้
 
หลังจากสาระสะมามารับหน้าที่ดูแลสาระวารีต่อจากมัทนา ษมาก็ได้รับโทรศัพท์จากในจังหวัดติดต่อมาบอกว่าสำนักงานในตัวเมืองโดนระเบิดเสียหาย ลุงสมบูรณ์ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ษมารีบร้อนจะเข้าไปดูสถานการณ์ แต่สาระสะมาที่สุขุมกว่าเตือนสติษมาให้ตรวจสอบให้ดีก่อน ษมาจึงได้รู้ว่าทุกอย่างปกติดี แต่ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ยังเดินทางเข้าตัวจังหวัดไปตามแผนจนสามารถจับคนร้ายและผู้บงการซึ่งก็คือดิตถ์ได้คาหนังคาเขา ขณะที่แลงแอบลับลอบเข้ามาที่เกาะเพื่อจัดการกับสาระวารี ทว่าสิ่งที่แลงไม่รู้คือสาระวารีมีฝาแฝด แลงจึงเสียที โดนสาระสะมาใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตจนถูกจับตัวได้
 
หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ผ่านพ้นไปแล้ว สาระสะมารู้ว่าสาระวารียังลังเลใจที่จะรับรักษมาเพราะเรื่องที่เขาเป็นเจ้าพ่อกาสิโน เธอจึงช่วยพูดให้จนสาระวารีใจอ่อนและยอมรับในสิ่งที่ษมาเป็น ษมาดีใจมากที่รู้ว่าสาระวารีตัดสินใจทำเรื่องขอย้ายประจำอยู่ที่ศูนย์ข่าวจังหวัดตราดเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขา ติดตามชม ละครมนต์จันทรา ได้ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครมนต์จันทรา เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2556
 
รายชื่อนักแสดงนำ ในละคร มนต์จันทรา
 
ชาคริต  แย้มนาม   รับบท   ษมา
ราศรี  บาเลนซิเอก้า   รับบท   สาระวารี / สาระสะมา
ภีรนีย์  คงไทย   รับบท   มีคณา
อุรัสยา  เสปอร์ปันด์   รับบท   มัทนา
อธิชาติ  ชุมนานนท์   รับบท   เขตต์ตวัน
โจโจ้  ไมอ็อคซิ   รับบท   ไชยวัฒน์
พรชิตา  ณ สงขลา   รับบท   โศภี
อนุวัฒน์  นิวาตวงศ์   รับบท   ดิตถ์
สโรชา  วาทิตตพันธ์   รับบท   ลำแพง
ชานนทร์  ทิพย์กนก   รับบท   แลง
ดนัย  จารุจินดา   รับบท   พิพัช
กิตติทัธ  ประดับ   รับบท   จันเลา
มรกต  หทัยวสีวงศ์   รับบท   จิณห์วรา
ไกรลาศ  เกรียงไกร   รับบท   ลุงสมบูรณ์
นฤมล  พงษ์สุภาพ   รับบท   รินรดี
อรรถพร  ธีมากร   รับบท   สิงขร
เวนซ์  ฟอลโคเนอร์   รับบท   สาร
อดิศร  อรรถกฤษณ์   รับบท   ภูผา
ณฐกร  ไตรกิศยเวช   รับบท   กูซอ
ไชย  ขุนศรีรักษา   รับบท   พ่อโศภี
โฆษวิส  ปิยะสกุลแก้ว   รับบท   เดช
พิมพ์พรรณ  ชลายนคุปต์   รับบท   โศภี (ศัลยกรรม)
พงศนารถ  วินศิริ   รับบท   จิตติ
ยาว  อยุธยา   รับบท   ลุงของแลง
นิจชิตา  จารุวัฒน์   รับบท   ภรรยาภูผา
ราชวัติ  ขลิบเงิน   รับบท   สถิต
ณภัทร  โกรฟส์   รับบท   อ่อนนุช
ด.ญ.สเตฟานี  โกรฟส์   รับบท   ฝาแฝด สาระสะมา-สาระวารี
ด.ญ.ปุณณดา  วอสเบียน   รับบท   แสดงแทนฝาแฝดสาระสะมา-สาระวารี

เรือนกาหลง

เรือนกาหลง เป็นละครแนวลึกลับ ตื่นเต้น ด้วยเรื่องราวความรักของชายหญิงคู่หนึ่ง จนถึงวันที่ฝ่ายหญิงเสียชีวิตไป

กาหลง สาวงามประจำหมู่บ้าน บ่มเพาะความรักมายาวนานกับ ไม้ เด็กวัดจน ๆ ไร้ญาติ ไม้สัญญาว่าจะเร่งทำงานหาเงินมาสู่ขอกาหลงจาก แม่กลอย ที่ไม่อยากได้ไม้เป็นลูกเขย เพราะรังเกียจในความยากจน จึงบังคับให้กาหลงยอมเป็นเมีย โชติ นักเลงหัวไม้ลูกชายช่วง ผู้ใหญ่บ้านฐานะดี ชีวิตจะได้สุขสบาย กาหลงยืนยันความรักที่มีต่อไม้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะขอเคียงคู่อยู่กับไม้ตลอดไป แม่กลอยโกรธจับกาหลงโบยและมัดไว้ใต้ถุนบ้าน ไม้สงสารกาหลงและเสียใจที่ไม่มีเงินมากพอไปสู่ขอกาหลง จึงตัดสินใจพากันหนีไปตายเอาดาบหน้า ระหว่างทางกาหลงเกิดเปลี่ยนใจ ไม่อยากทิ้งแม่กลอย ชบา กาเหว่า หลานกำพร้าทั้งสองที่ตนเองเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหาเงินดูแลอยู่ กลัวจะได้รับความลำบาก

ช่วง มาทวงหนี้การพนันที่แม่กลอยติดเอาไว้ แม่กลอยไม่มีเงินมาใช้หนี้จึงเสนอให้แม่กลอยยกกาหลงให้เป็นเมียโชติ เพื่อให้หนี้ที่ติดไว้ และจะแถมเงินให้อีกจำนวนหนึ่ง แม่กลอยตกลง กาหลงเสียใจมากที่แม่กลอยยกตนให้เป็นเมียโชติ พุดจีบ เพื่อนสนิทของกาหลง ขอร้อง แม่บุญอิ่ม ให้ช่วยใช้หนี้แทนแม่กลอยจนหมด และขอให้แม่กลอยยกกาหลงให้กับไม้ แม่กลอยเห็นแก่บุญคุณที่แม่บุญอิ่มเคยช่วยเหลือเจือจุนมาช้านาน ยอมเรียกไม้ไปพบและตั้งเงื่อนไข ภายในหนึ่งเดือน ต้องปลูกเรือนให้เสร็จ หากปลูกเรือนไม่สำเร็จ จะยกกาหลงให้โชติ กาหลงกับไม้ขอบคุณพุดจีบที่คอยช่วยเหลือ พุดจีบอวยพรให้สมหวังในความรัก ทั้งที่จริงแล้วพุดจีบมีใจให้กับไม้มาตั้งแต่แรก แต่เธอเสียสละความสุขของตัวเอง เพื่อให้คนรักกับเพื่อนสนิทสมหวัง

จอก ลูกศิษย์วัดรุ่นน้อง ชักชวนเพื่อน ๆ และชาวบ้านให้ช่วยแบ่งปันไม้กระดานคนละเล็กคนละน้อย ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันสร้างบ้านให้กับไม้จนสำเร็จ โชติกลัวจะเสียกาหลงไป จึงขอให้ช่วงไปสู่ขอกาหลงตัดหน้าไม้ แต่ช่วงเห็นว่าพุดจีบเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับโชติมากกว่า โชติสารภาพกับช่วงว่าตนไม้ได้รักกาหลง แค่อยากจะหักหน้าไม้เท่านั้น ช่วงจึงเสนอให้ฉุดกาหลงมาทำเมีย

เมื่อเรือนสร้างเสร็จตามสัญญา ไม้นำพานดอกไม้ไปสู่ขอกาหลงทันที แต่แม่กลอยเล่นแง่บอกให้หาเงินมาใส่พานสู่ขอกาหลงให้สมเกียรติ กาหลงเสียใจพยายามจะฆ่าตัวตาย ที่แม่กลอยกลับคำ ไม้เตือนสติให้กาหลงสู้กับอุปสรรค ยอมทำตามข้อเรียกร้องโดยออกเดินทางไปต่อยมวยคาดเชือกเพื่อหาเงินมาสู่ขอ กาหลง ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ก่อนออกเดินทาง กาหลงพาไม้ไปสาบานรักที่ศาลเจ้าแม่ไทรทอง ไม้ให้คำมั่นว่า “จะรักกาหลงคนเดียวไม่เสื่อมคลาย” ส่วนกาหลงก็ให้คำมั่นว่า “จะรักไม้คนเดียวไม่เสื่อมคลาย” เช่นกัน

ทั้งสองต่างไม่รู้เลยว่าคำมั่นสัญญาณ การตั้งจิตอธิษฐานต่อศาลเจ้าแม่ไทรทองในครั้งนี้ จะเป็นพันธนาการผูกมัดคนทั้งสองไว้ชั่วนิรันดร์ โชติบุกเข้ามาหมายจะขืนใจกาหลงบนเรือน กาหลงดิ้นรนต่อสู้หนีเอาตัวรอดไปใต้ต้นไทรทอง กราบขอร้องให้โชติปล่อยตัวเองไป ความหน้ามืดตามัวทำให้โชติไม่ฟังเสียงคำร้องของกาหลง กาหลงใช้มีดทำร้ายโชติ ด้วยความโมโห โชติสั่งให้ลูกน้องนำกาหลงไปฆ่าเสีย กาหลงถูกจับมัดมือมัดเท้าผูกกับก้อนหิน นำไปถ่วงน้ำที่บึงบัว กาเหว่าหลานชายกาหลงนั่งตกปลาอยู่เห็นเหตุการณ์โดยตลอด ลูกน้องโชติจึงตามไล่ฆ่ากาเหว่าเพื่อต้องการปิดปาก ไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกใครได้ กาเหว่าหนีลงเรือสินค้าที่เดินทางไปต่างเมือง ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ จากลูกน้องของโชติ

กาหลง จมอยู่ใต้น้ำฟื้นตัวได้สติ ดิ้นรนว่ายน้ำเอาชีวิตรอด แต่หินดึงรั้งตัวจมลงสู่ก้นบึง แต่ด้วยแรงรักที่มีต่อไม้กาหลงยังไม่พร้อมยอมตาย กลั้นใจแก้เชือกที่มัดเท้าจนหลุด ดีดตัวขึ้นเหนือน้ำ ร้องไห้ดีใจที่เอาชีวิตรอดมาได้ แต่ไม่กล้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง กาหลงกลับมายืนรอคอยการกลับมาของไม้อยู่หน้าเรือน ไม้กลับมาพร้อมเงินก้อนโต เพื่อนำมาสู่ขอกาหลง โชติตกใจที่เห็นกาหลงยังไม่ตาย การหายตัวไปของกาเหว่าสร้างความทุกข์ใจให้กับทุกคน ต่างช่วยกันออกตามหา

วันมงคลมาถึง กาหลงแต่งชุดเจ้าสาวสีสด จัดเตรียมดอกไม้กราบพระ จอกอาสาไปเก็บดอกบัวบูชาพระให้ ทุกคนรอคอยอยู่นานมาก จนในที่สุดจอกก็กลับมา แล้วมีอาการเหม่อลอยพูดจาไม่รู้เรื่อง กาหลงกลัวเสียฤกษ์จึงลงมือไปเก็บดอกบัวที่บึงเสียเอง พิธีแต่งงานดำเนินไปจนเสร็จ

กาหลงทำหน้าที่ภรรยาที่แสนดี มีความรักเข้าอกเข้าใจ กลายเป็นเงาของกันและกันใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข แต่การกลับมาของกาเหว่าก่อให้เกิดเรื่องราวมากมาย เรื่องวุ่นวายซับซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากแรงรัก แรงอธิษฐานที่เป็นเครื่องพันธนาการผูกมัดกาหลงกับไม้ ทำให้ถลำลึกพอที่กาหลงจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความรักที่เธอมีให้ไม้ชั่วนิรันดร์ ติดตามชม ละครเรือนกาหลง ได้ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี

นักแสดง : ละครเรือนกาหลง

วงศกร ปรมัตถากร, ฝนทิพย์ วัชรตระกูล,พูลภัทร อัตถปัญญาพล,คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์,อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา,สริตา เอี่ยมวสันต์,อมีนา พินิจ,ศรุฒ สุวรรณภักดี,สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์,ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล,กชกร นิมากรณ์,ปัทมา ปานทอง,ไปรมา รัชตะ,อติรุจ สิงหอำพล,ภัทรนิษฐ์ แก้วมณี,ชูษี เชิญยิ้ม,ต๋อง ชวนชื่น,จอย ชวนชื่น,กล้วย เชิญยิ้ม,จิ้ม ชวนชื่น,หยอง ลูกหยี,อุ่นเรือน ราโชติ,บุญชู เชิญยิ้ม

ปีกมาร

ศลัยลา ( อรจิรา กุลดิลก ) นักโบราณคดีสาวสวยที่มีความมั่นใจสูง มีคนรักคือภูฉาย ( ศรราม เทพพิทักษ์ ) เป็นคนที่มีความสุภาพ อ่อนโยน และยังเป็นคนรักแม่มากคือ คุณสลัก ( จารุณี สุขสวัสดิ์ ) ศลัยลาอาศัย อยู่กับแม่ คือ คุณนวล ( สาวิตรี สามิภักดิ์ ) และน้องชายชื่อภาษิต ( อัครัฐ นิมิตรชัย ) ภาษิตมีเพื่อนสนิทสองคน คือ เพียงนภา ( บุษกร ตันติภนา ) หลานสาวของคุณสลัก และลายสือ ( ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ) ภาษิตหลงรักเพียงนภา แต่เพียงนภากับหลงรักลายสือ เมื่อศลัยลาเรียนจบก็แต่งงานกับภูฉาย โดยที่มารดาของทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วย ภูฉายรู้ว่าแม่ไม่ค่อยชอบคนรัก จึงพยายามเกลี่ยกล่อมให้ศลัยลาเปลี่ยนแปลงตัวเองแต่ศลัยลาก็ไม่สนใจ คุณสลักยอมให้ภูฉายแต่งงานกับศลัยลาเพื่อหวังสมบัติ
 
หลังจากแต่งงานแล้วสลักต้องผิดหวังเมื่อคุณนวลขนของมีค่าออกนอกบ้าน คุณสลักเริ่มยื่นมือเข้ามาทำลายความสงบสุขในครอบครัวของศลัยลาโดยใช้ภูฉาย เป็นเครื่องมือ ถึงแม้ภูฉายจะแต่งงานแล้วแต่ภูฉายก็ยังอยู่ใต้อำนาจแม่ ภาพที่ศลัยลาเคยประทับใจกลายเป็นความน่ารังเกียจ เมื่อศลัยลาท้องกำลังจะคลอดลูก ด้วยความน้อยใจและเสียใจทำให้ศลัยลาเกิดทิฐิ เมื่อเธอใกล้คลอดศลัยลาห้ามคุณนวลไม่ให้โทรบอกภูฉาย ภูฉายจึงเป็นคนที่รู้เรื่องและมาเยี่ยมเป็นคนสุดท้าย เมื่อศลัยลาคลอดลูกมา คุณสลักได้บอกภูฉายว่าจะเอาหลานไปเลี้ยง ภูฉายตอบตกลงโดยไม่บอกศลัยลา ความอดทนของศลัยลาสิ้นสุดลงเมื่อถูกพรากลูก และยังต้องทนกับความร้ายกาจของคุณสลักโดยมีภูฉายปกป้องผู้เป็นแม่ ศลัยลาจึงขอแยกทางกับภูฉาย ภูฉายพยายามตามง้อศลัยลาโดยที่ศลัยลาได้ยื่นคำขาด หากต้องการชีวิตคู่ต่อเธอจะขอเลี้ยงลูกเอง แต่ภูฉายก็ยังเข้าข้างคุณสลัก ศลัยลาเสียใจมาก เธอจึงตัดสินใจไปทำงานที่ขอนแก่น ที่ขอนแก่นศลัยลาได้พบลายสือซึ่งความใกล้ชิด ทำให้ศลัยลาเผลอรับเอาลายสือเข้ามาในใจ เมื่อศลัยลากลับมาบ้านที่กรุงเทพฯ เธอไม่พบภูฉายอยู่บ้านเธอแล้ว ศลัยลาไปหาลูกเพื่อจะเอาลูกมาเลี้ยงและขอหย่า ภูฉายไม่ยอมหย่า ทำให้คุณสลักใส่ร้ายหาว่าศลัยลาคบชู้
 
ศลัยลาได้ชวนภาษิตไปอุ้มลูกออกจากบ้านคุณสลัก และทำเรื่องฟ้องหย่ากับภูฉายโดยให้ภมร เพื่อนทนายเป็นคนเดินเรื่อง คุณสลักเกรงว่าจะต้องเสียค่าทนายเลยโทรนัดกับศลัยลาไปอำเภอและได้หลอกภูฉายให้ไปหย่ากับศลัยลา แต่ภูฉายไม่ยอมหย่า ลายสือได้งานที่เคนยา เขาได้ไปขอคำแนะนำจากศลัยลา เธอแนะนำให้เขารับงานนี้ ทำให้ลายสือเสียใจมากและกลัวเสียความรักทำให้เผลอกอดจูบศลัยลา ภูฉายแอบเห็นเข้า ก็โกรธมากเลยทำร้ายร่างกายและข่มขืนศลัยลา เมื่อภาษิตรู้ว่าชายชู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับพี่สาว คือ ลายสือ เพื่อนสนิท เขาจึงตามไปเอาเรื่อง พอดีเพียงนภามาเห็นเธอเผลอตัวไปปกป้องลายสือไว้ ทำให้ภาษิตโกรธและกล่าวว่าตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดระหว่างเพียงนภากับเขาสิ้นสุดลง ลายสือได้ไปขอร้องให้ภูฉายหย่ากับศลัยลา ภูฉายถ่มน้ำลาย ใส่หน้า ถ้าอยากได้ศลัยลาให้กราบเท้าเขาแล้วจะยกศลัยลาให้ ลายสือขู่ว่าเขาจะต้องสูญเสียทั้งเมีย และทุกสิ้นทุกอย่าง ภูฉายจึงพาศลัยลาไปหัวหินเพื่อปรับความเข้าใจแต่ศลัยลายังไม่ยอมใจอ่อน
 
ลายสือและภูฉายมาหาศลัยลาที่บ้านพร้อมกัน ทำให้เกิดปะทะคารมกันจนต้องขึ้นโรงพัก ทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดกัน เมื่อคุณสลักเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยปกป้องภูฉายอย่างสุดตัว ภูฉายรู้สึกกดดันจึงระเบิดอารมณ์ใส่คุณสลักเป็นครั้งแรก ทำให้คุณสลักช็อกจนต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อศลัยลากลับบ้านพบว่าลูกป่วยด้วยความสงสารลูก ทำให้เธอยอมปรับความเข้าใจอีกครั้ง ภูฉายเองยอมรับความผิด ศลัยลาให้อภัยภูฉาย ส่วนลายสือเมื่อเห็นครอบครัวของศลัยลามีความสุข ลายสือก็ตัดสินใจไปทำงานที่ต่างประเทศ คุณสลักซึ่งนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลเริ่มรู้สึกสำนึกผิด ศลัยลาจึงไปเยี่ยม และกราบคุณสลัก ภูฉายขอบคุณศลัยลาที่เยี่ยมไปคุณสลัก วันที่ลายสือไปต่างประเทศศลัยลาได้ไปส่งที่สนามบิน แม้จะเป็นการได้พบกันเพื่อจาก ทั้งคู่ต่างก็มีความสุขที่ได้ ” รัก ” และ ” เลือก ” ในสิ่งที่ถูกต้อง

คุณชายพุฒิภัทร

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร

คุณชายพุฒิภัทร…ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เก่งกาจกับรักที่ไร้ศักดินา มีมารดาเป็นบุตรสาวเจ้าสัวใหญ่ คุณหมอรูปงามจำต้องละวางกฎเกณฑ์ที่ยึดถือมาตลอดทั้งชีวิต เมื่อได้พบกับสาวสามัญชนเจ้าของตำแหน่งนางสาวศรีสยาม แล้วใช้หัวใจตัดสินเพื่อช่วยให้เธอรอดพ้นจาการตกเป็นนางบำเรอของนายพลผู้ทรงอิทธิพล การแต่งงานกำมะลอจึงเกิดขึ้น ทั้งสองต้องซ่อนหัวใจรักของตัวเองเพราะความไม่เข้าใจ แต่ท้ายที่สุดแล้วชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ก็ค้นพบว่าเพชรอันเลอค่ายิ่งกว่าอัญมณีใดๆ ในโลก คือ หญิงสาวชาวบ้านนั่นเอง

เรื่องย่อ
ม.ร.ว.พุฒิภัทร จุฑาเทพ ศัลยแพทย์หนุ่มฝีมือดีผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดสมองที่ได้รับการยอมรับในวงการ แพทย์จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เขาครองตัวเป็นโสดอย่างมั่นคง ไม่เคยวอกแวกหรือเจ้าชู้กับใคร โดยเฉพาะ ม.ล.มารตีที่พยายามจะทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมในฐานะว่าที่คู่หมั้น แต่คุณชายภัทรก็ไม่เคยคิดเกินเลยไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ผู้หญิงในอุดมคติของคุณชายภัทรคือผู้หญิงที่เรียบร้อยเป็นแม่ศรีเรียนคอย ปรนนิบัติสามี ไม่ใช่สาวเปรี้ยวอย่างมารตี และไม่คิดว่าจะมีสาวใดทำให้เขาเคลิบเคลิ้มหลงใหลได้

จนกระทั่งวันหนึ่งคุณชายภัทรก็ต้องเปลี่ยนความคิด เมื่อได้เจอกับกรองแก้วผู้เข้าประกวดนางงามศรีสยาม คุณชายภัทรตะลึงจนตกอยู่ในภวังค์และกลายเป็นรักแรกพบ แต่ภายในใจที่ร้อนรุ่มกลับปฏิเสธ เพราะนึกตำหนิว่าสตรีดี ๆ ที่ไหนจะใส่ชุดว่ายน้ำอวดให้ประชาชนทั้งประเทศชมเรือนร่างของตัวเอง คงเป็นเพียงผู้หญิงที่ใช้ความสวยเพื่อแลกกับเงินเป็นค่าตอบแทนเท่านั้น คุณชายจึงได้แต่พยายามปัดความรู้สึกชื่นชมยินดีออกไป

แต่เส้นทางรักก็เปิดโอกาสให้พิสูจน์ เมื่อกรองแก้วได้ตำแหน่งนางงามศรีสยามและเกิดตกเวทีบาดเจ็บสาหัส คุณชายภัทรจึงถูกตามตัวให้ไปรักษานางงามคนดังโดยด่วน เมื่อทั้งคู่พบกันกรองแก้วกลับกลายเป็นนางงามที่เอาแต่ใจไม่ยอมให้เย็บแผล ทำให้คุณชายภัทรเคืองที่คนไข้ดื้อดึงอย่างไร้เหตุผล ในที่สุดคุณชายก็พาไปเย็บแผลจนสำเร็จ

รุ่งเข้าอิงอรคนที่พากรองแก้วเข้าประกวดกับสุนันท์ลูกสาวรีบมารับตัว แก้วกลับ แต่แก้วกลับอิดออดไม่อยากออกจากโรงพยาบาล และแกล้งพลัดตกเตียงจนแผลที่เย็บฉีกขาดอีกครั้ง เดือดร้อนคุณชายภัทรกลับมาดูอาการและสงสัยว่าแก้วอาจมีเรื่องปิดบัง เพราะทำท่าไม่อยากจะออกจากโรงพยาบาลและหาทางอยู่ต่อ ด้วยวิธีทำร้ายตัวเองแบบนี้ คุณชายจึงคาดคั้น แก้วก็ยังไม่บอกความจริง เพียงแต่ขอร้องให้คุณชายช่วยให้เธอได้อยู่โรงพยาบาลนี้ต่อไปอีกหนึ่งคืนเท่า นั้น คุณชายภัทรจึงจำใจบอกกับทางอิงอรว่าแก้วอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบจึงต้องให้อยู่ ดูอาการก่อน อิงอรจึงต้องจำยอมกลับไป

ขณะอยู่โรงพยาบาลแก้วได้โทรศัพท์หากิตติผู้เป็นพ่อ แต่กิตติกลับล้มลงหมดสติขณะคุยโทรศัพท์ ทำให้แก้วต้องหาทางกลับบ้านไปหาพ่อที่ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง คุณชายภัทรรู้เรื่องจึงอาสาพาไปส่งที่อยุธยาบ้านเกิดของแก้ว และได้รับกิตติกลับมาเป็นคนไข้รักษาตัวที่พระนคร ทำให้แก้วปลาบปลื้มใจมาก และได้เล่าความจริงที่เธอต้องแกล้งตกเวทีการประกวดและหาทางให้ตัวเองเจ็บตัว เพื่ออยู่โรงพยาบาลต่อ เพราะเธอมีปัญหาชีวิตอย่างหนัก แก้วไม่มีเงินรักษาพ่อที่ป่วยหนักจึงต้องเข้าประกวดนางงามเพื่อนำเงินไปเป็น ค่าผ่าตัด และเธอแอบได้ยินอิงอรผู้ส่งเข้าประกวดจะขายเธอให้กับนายพลพินิจผู้มีอิทธิพล ทางทหารในขณะนี้ และเป็นผู้มีกิตติศัพท์เรื่องมีอนุภรรยาเป็นนางงามมากมาย จึงอยากได้ตัวแก้วหลังจากประกวดเสร็จ แก้วไม่อยากเป็นนางบำเรอของนายพลจึงหาวิธีต่าง ๆ ที่จะเลี่ยงไปกับอิงอรด้วยการทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อรักษาตัวที่โรงพยาบาล

คุณชายภัทรรู้ความจริงก็นึกนิยมในความกตัญญูของแก้ว และความมีศักดิ์ของลูกผู้หญิงที่ไม่คิดจะสุขสบายด้วยการเอาตัวเข้าแลก เขาจึงพาแก้วไปฝากไว้กับ ม.ล.เกษราที่ได้แต่งงานแยกมาอยู่กับชินกรแต่ก็ยังทำกิจการขนมต่อจนเจริญ รุ่งเรือง เกษรายินดีรับแก้วอยู่ด้วยถึงแม้ลึก ๆ จะเกรงใจมารตีน้องสาวที่อาจจะเคืองถ้ารู้ว่าให้ความช่วยเหลือแก้วที่เป็น เสี้ยนหนามหัวใจของเธอ แต่เกษราก็ไม่มิอาจปฏิเสธคุณชายภัทรได้

ส่วนแก้วตัดสินใจเข้ารายงานตัวกับกองประกวดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หลังเลิกงานตอนเย็นแก้วก็กลับมาช่วยเกษราทำขนม ทำให้เกษราและแก้วสนิทสนมกันดี และยอมรับว่าแก้วเป็นคนดีไม่เหมือนอย่างที่มารตีใส่ไคล้ไว้ จนกระทั่งแก้วต้องไปงานลีลาศการกุศล อิงอรกับสุนันท์วางแผนลักพาตัวแก้วไปให้นายพลพินิจในคืนนี้ แก้วจึงถูกจับตัวไปแต่ยังดีที่คุณชายภัทรมาช่วยไว้ทัน และพาแก้วหนีไปบ้านพักตากอากาศที่หัวหินเพื่อหลบซ่อนตัว แต่การมาอยู่สองต่อสองทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะคุณชายภัทรรู้ใจตัวเองแน่แล้วว่าหลงรักนางงามศรีสยามจนถอนใจไม่ขึ้น

ด้านอิงอรกลัวนายพลโกรธจึงใส่ร้ายคุณชายภัทรว่าเป็นคนลักพาตัวแก้วหนีไปโดย ที่แก้วไม่ยินยอมและแก้วยังต้องการมาปรนนิบัติรับใช้นายพล และขอให้ออกตามหาทั้งคู่กลับมา นายพลหูเบาเชื่อตามที่อิงอรบอก แต่ก็ถูกใจสุนันท์ด้วยจึงทาบทามได้มาเป็นอนุภรรยาอีกคน

คุณชายภัทรกับแก้วอยู่หัวหินอย่างมีความสุข แต่ก็ตกใจสุดขีดเมื่อเขาตื่นขึ้นมาตอนเช้า เจอกับย่าอ่อนและคุณชายรัชชานนท์กับคุณชายพีร์ที่ยืนจ้องอยู่อย่างขบขัน ทั้งหมดมาที่นี่จากการฟ้องของมารตี ย่าอ่อนโวยวายจนจะเป็นลมเมื่อเห็นหลานชายนอนกอดกับนางงามศรีสยามอยู่ริม ระเบียง ทำให้คุณชายภัทรถูกคาดโทษอย่างรุนแรงว่าคนผู้หญิงต่ำศักดิ์ คุณชายภัทรปกป้องแก้วว่าไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าที่เห็น ย่าอ่อนไม่เชื่อให้เลิกรากับแก้วทันที แต่คุณชายภัทรผู้อ่อนโยนและเคยอยู่ในกรอบอันดีงามกลับไม่ยอมทำตามและยังดื้อ พาแก้วกลับพระนครอีกด้วย ย่าอ่อนเสียใจที่หลานรักต้องเสียคนเพราะผู้หญิงสกุลต่ำคนเดียว

แก้วกลุ้มใจที่กลายเป็นคนทำให้คุณชายภัทรกับย่าอ่อนต้องผิดใจกันเธอจึงจะ ลากลับไปอยุธยา แต่คุณชายภัทรผู้มีศรรักปักอกเริ่มออกอุบายให้แก้วกับเขาแสดงบทคู่รักกำมะลอ เพื่อแก้ปัญหาให้มารตีเลิกยุ่งกับเขา และนายพลพินิจจะได้ไม่ต้องการแก้วเป็นอนุภรรยาอีก เพราะเป็นที่รู้กันว่านายพลจะไม่บังคับใจใครถ้ามีคนรักอยู่แล้ว คุณชายภัทรหว่านล้อมจนแก้วยอม แต่ย่าเอียดพอรู้เรื่องนี้เข้าก็ถึงขั้นตัดย่าตัดหลานถ้าคุณชายภัทรยังไม่ เลิกรากับนางงามศรีสยามคนใจง่ายอีก

คุณชายภัทรจึงตัดสินใจแอบพาแก้วไปจดทะเบียนสมรส แต่แก้วปฏิเสธ ในที่สุดก็เลี่ยงความหวังดีของคุณขายไม่ได้ แก้วจึงมีเงื่อนไขถ้าทุกอย่างเรียบร้อยลงตัวจะหย่ากันทันที คุณชายภัทรตกลงแต่ก็แอบน้อยใจไม่ได้ว่าแก้วไม่ได้มีความรักให้เขาเลยแม้แต่ นิดเดียว ไม่ต่างกับมารตีที่กลุ้มใจเรื่องคุณชายที่หลงรักแก้วจนไม่สนใจใยดีเธอ จึงออกไปดื่มเหล้าเมามายและเจอกับนายพลพินิจจนพลาดท่าเสียทีให้กับนายพล พอมารตีรู้ความจริงก็เสียดายความสาว แต่เมื่อรู้คนที่ร่วมเตียงคือนายพลผู้ยิ่งใหญ่ก็หวังจะใช้ประโยชน์ให้กำจัดกรองแก้วจนได้

มารตีจึงยุกรองแก้วให้นายพลโดยกุเรื่องว่าแก้วอยากมารับใช้นายพล ทำให้นายพลคิดว่าคุณชายภัทรเป็นเสี้ยนหนามคอยขัดขวางไม่ให้แก้วมาหาตน มารตีจึงรีบจัดการวางแผนให้แก้วออกมาหาและหลอกว่าย่าเอียดป่วยหนักจึงรีบพา กันไปเยี่ยม แต่มารตีกลับพาตัวไปที่บ้านนายพล แต่บังเอิญนายพลไม่อยู่กว่าจะกลับก็ค่ำ แก้วจึงถูกขังไว้ที่ห้องและบังคับให้เขียนจดหมายลาคุณชายภัทรกลับอยุธยา เพื่อไม่ให้สงสัยว่าแก้วหายไป

คุณชายภัทรเห็นลายมือแล้วรู้สึกชอบกลเพราะยุ่งเหยิงไม่ใช่วิสัยของแก้ว เขาจึงเอะใจว่าแก้วอาจถูกลักพาตัวไปให้ท่านนายพล จึงขอร้องให้คุณชายรณพีร์กับพรรคพวกช่วยพาเข้าไปที่บ้านพักของนายพล คุณชายภัทรจึงปลอมตัวเป็นคนขับรถและช่วยแก้วออกมาจนได้ นายพลกลับมารู้เรื่องและโกรธจัด จึงส่งคนมายิงคุณชายภัทรบาดเจ็บ ยังดีที่ไม่โดนจุดสำคัญจึงผ่าตัดรอดพ้นมาได้ แต่ก็ทำให้แก้วรู้สึกผิดว่าได้สร้างเรื่องวุ่นวายให้กับคุณชายภัทรมากมาย และตัวเองก็เป็นหญิงสาวต่ำด้อยไม่คู่ควรกับคุณชายภัทรจึงเขียนจดหมายลากลับ อยุธยา

ส่วนคุณชายปวรรุจทราบเรื่องก็เดินทางกลับจากสวิตฯ และพาคุณชายภัทรกับพี่น้องคนอื่น ๆ ไปขอขมานายพลและใช้วาทะของนักการทูตเล่าความจริงทุกอย่าง ทำให้นายพลตาสว่างที่คิดว่าแก้วสมัครใจจะมาอยู่กับตน ที่แท้เป็นเพราะอิงอรกับมารตีคอยยุยงให้เข้าใจผิดมาตลอด นายพลจึงยกโทษให้คุณชายภัทร และจะไม่ข้องเกี่ยวกับแก้วอีก คุณชายภัทรจึงไปอยุธยาตามหาแก้วที่บ้าน ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน

ส่วนย่าเอียดบังเอิญรู้ความจริงจากการพลั้งเผลอของมารตีเองว่าเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้แก้วถูกจับตัวไป จึงรังเกียจนิสัยมารตี และมองแก้วด้วยใจเป็นกลางมากขึ้น และเมื่อได้คลุกคลีกับแก้วระยะหนึ่งก็ทำให้รู้ชัดว่าชาติกำเนิดไม่ได้ทำให้ คุณค่าของคนต่ำด้อยลง แต่การกระทำต่างหากที่ต้องนำมาพิจารณา เพราะแก้วนอกจากรูปงามแล้วยังเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมด้วยกิริยามารยาทและ จิตใจดี เป็นแม่ศรีเรือนที่ทำอาหารและขนมเก่งจนน่ายกย่อง ย่าเอียดจึงอนุญาตให้ทั้งคู่แต่งงานอยู่รวมกันอย่างมีความสุข ติดตามชม ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร

รายชื่อนักแสดงในละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร

เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข รับบท พุฒิภัทร
เบลล่า ราณี แคมเปญ รับบท กรองแก้ว
โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท ม.ล.มารตี
จิรายุ ตันตระกูล รับบท ยศวิน
มนตรี เจนอักษร รับบท พลเอกพินิจ
เศรษฐา ศิระฉายา รับบท เจ้าสัวซ้ง
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา รับบท ม.ล.วิไลรัมภา
สรวงสุดา ลาวัลประเสริฐ รับบท คุณหญิงดารา
ไกรลาศ เกรียงไกร รับบท กิตติ
ณัฐฐิรา จิวระโมไนย์กุล รับบท สุนันท์
พัฒนพล มินทะขิน รับบท ไกรฤกษ์
ปริศนา กล่ำพินิจ รับบท บุษบา
ณหทัย พิจิตรา รับบท อิงอร

คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ

“ เมื่อสาวจอมกะล่อนกลับกะล่อนไม่ออกเมื่อต้องไปพัวพันกับเหตุฆาตกรรมระดับ ชาติ   ชีวิตจึงหักเหหลบซ่อนเข้ามาอยู่ในฟาร์มหมู   แต่ไม่หมูอย่างที่คิด  เพราะต้องพบเจอกับคุณชายติสแตก  แล้วสาวเจ้าเมื่อเห็นคุณชายเลี้ยงหมู   คุณหนูอย่างเราจะทำอะไร  ก็ต้องเลี้ยงแกะซิคะ ”
 
ไผ่พญา  (ไปรยา  สวนดอกไม้) หรือที่คนในวงการเรียกกันว่า จูเลีย อ๊ะๆ ไม่ใช่วงการบันเทิงหรอก วงการที่ว่าคือ ดิออร์แกน  คอกเทลเลาจ์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟนั่นเอง   ผู้คนที่เข้ามาถ้าไม่ใช่นักการเมืองก็ต้องเป็นพวกมหาเศรษฐีเท่านั้น     ไผ่พญาถือเป็นดาวและเป็นแม่เหล็กของที่นี่   เศรษฐีทุกคนต่างอยากได้ตัวของไผ่พญาทั้งนั้น   แต่ทุกคนก็ต้องเกรงอกเกรงใจ  สมสุข…(โอริเวอร์  บีเวอร์) เศรษฐีที่ร่ำรวยจากการส่งออก   แต่ใครๆ ก็รู้ว่าเบื้องหลังของเขา คือ เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ที่มีเครือข่ายตั้งแต่เหนือสุดจนใต้สุดของประเทศ ไทย   ไผ่พญาอยากจะเปลี่ยนชื่อสมสุขเป็นสมสู่จริงๆ   เพราะที่สมสุขมาเที่ยวทุกคืนก็เพราะอยากได้ไผ่พญาเป็นเมียเก็บอีกคน   แต่ไผ่พญาก็รู้ทันพวกผู้ชาย แล้วใครๆ ก็รู้ว่าไผ่พญานั่นแหละเป็นปลาไหลตัวแม่เลยทีเดียว   เพราะอย่างนี้ไผ่พญาถึงยังทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ได้   โดยที่ไม่เคยพลาดท่าใคร   จนกระทั่งคืนนี้  ความเหลืออดของสมสุขถึงที่สุดยังไงคืนนี้เขาต้องได้เธอให้ได้  สมสุขจึงได้ให้บรรดาลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลังพาไผ่พญาไปยังบ้านเขา   ไผ่พญาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน   ยังดีที่เธอพกยานอนหลับอย่างแรงเอาไว้ติดตัวเผื่อฉุกเฉินเสมอ
 
สมสุขนอนยิ้มกริ่มหลับไปไม่รู้ตัว  ไผ่พญามองแล้วยี้ปากว่าคนอย่างสมสุขไม่มีทางได้แอ้มเธอแน่   ก่อนที่ไผ่พญาจะเห็นสร้อยทองมีจี้เป็นแท่งสี่เหลี่ยมที่คอของสมสุข   ไผ่พญาจึงขอมาเป็นค่าเปลืองเนื้อเปลืองตัวของเธอสำหรับคืนนี้ หรือเรียกง่ายๆ ว่าตบทรัพย์นั่นเอง  ไผ่พญากำลังจะย่องหนีออกมา  แต่แล้วเสียงปืนหลายสิบนัดก็ดังสนั่นหวั่นไหว   ไผ่พญาตกใจก่อนจะเห็นกลุ่มชายชุดดำหลายคนบุกเข้ามาในบ้านของสมสุขแล้วฆ่าลูก น้องของสมสุขจนเกลี้ยงตับ  ไผ่พญาพยายามปลุกสมสุขแต่สมสุขก็ไม่รู้สึกตัว   ขณะที่ไผ่พญาเองก็ได้ยินเสียงเท้าคนเดินเข้ามาใกล้ทุกที   ไผ่พญารีบหลบเข้าไปในตู้เสื้อผ้า   แล้วสิ่งที่เธอเห็นจากรอยแยกที่ประตูตู้เสื้อผ้าก็ คือ มือที่ใส่ถุงมือดำกำลังลั่นไกใส่สมสุข   เธอไม่เห็นว่าใครเป็นคนที่ใส่ถุงมือนั้น  แต่คนที่เธอเห็นหลังจากไอ้มือดำนั่นยิงสมสุขก็คือ  พายัพ  (สาริน  บางยี่ขัน) ที่กำลังมองร่างไร้วิญญาณของสมสุขอย่างสะใจ   ระหว่างนั้นลูกน้องต่างเข้ามารายงานว่าไม่พบสิ่งที่หา   แต่แล้วเสียงของไอ้มือดำก็ดังขึ้น   ว่ายังมีผู้หญิงอยู่ที่นี่   พายัพหันไปมองก็เห็นรองเท้าของไผ่พญา   ไผ่พญาที่หลบอยู่ในตู้รีบสวดมนต์เป็นการใหญ่   แล้วก็เหมือนคำสวดมนต์จะได้ผล   เมื่อเสียงรถหวอตำรวจดังมาแต่ไกล   พายัพจึงได้บอกทุกคนให้รีบหนีกันก่อน
 
ไผ่พญากลับมาบ้านอย่างอกสั่นขวัญแขวน   ก่อนที่  ลำไย…(ณหทัย  พิจิตตรา) แม่บังเกิดเกล้าผู้เอาแต่กินเหล้ากับเล่นไพ่   พอเห็นไผ่พญาก็ไม่วายขอเงินอีก   แล้วยิ่งเห็นไผ่พญาใส่สร้อยทองที่เพิ่งได้จากสมสุขมาก็อยากขอไปทำทุน   แต่ไผ่พญากลับรู้สึกผิดจากการที่ทำให้สมสุขต้องตาย ถ้าเธอไม่ใช้ยานอนหลับ  บางทีเขาอาจจะหนีพ้นแล้วก็ได้   ไผ่พญาปฏิเสธที่จะให้สร้อยกับลำไย   ถึงแม้เธอจะรักแม่ขี้เมาแค่ไหนแต่เธอให้สร้อยเส้นนี้กับใครไม่ได้
 
ข่าวการเสียชีวิตของสมสุขดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ไผ่พญาลังเลว่าควรจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับตำรวจดีมั้ย   ไผ่พญาคิดไม่ตกเพราะถ้าทำอย่างนั้นก็เหมือนพาตัวเองเข้าไปสู่อันตราย   ไผ่พญาจึงทำตัวเงียบแล้วไปทำงานตามปกติ   ทันทีที่ถึง  ขิง…(ทศพร  รถกิจ) บาเทนเดอร์ชายเพื่อนจอมแสบ  กับ  กระดังงา…(คีต ภัทร  อันติมานนท์) แฟนสาวที่คอยหาเรื่องหาราวให้กับไผ่พญาตลอดเวลา รีบมาบอกไผ่พญาว่ามีคนมารอพบไผ่พญา ดูท่าจะเป็นเสี่ยกระเป๋าหนักกว่าสมสุขอีก   ไผ่พญาคิดว่าหลังพายุฟ้าย่อมแจ่มใสเสมอ   แต่ไผ่พญากลับคิดผิด   เพราะคนที่มารอพบเธอคือ พายัพ นั่นเอง ไผ่พญารีบหนีออกมาแล้วได้รู้ว่าที่พายัพมาหาเธอเพราะคิดว่าเธอต้องรู้อะไร ที่สมสุขให้ไว้กับเธอก่อนตาย  ไผ่พญาหนีรอดจากการไล่ล่าของพายัพมาได้   แต่ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้  เมื่อไผ่พญาได้ยินข่าวในโทรทัศน์ว่า ขณะนี้ทางตำรวจกำลังตามหาหญิงสาวที่อยู่กับสมสุขก่อนตาย   ซึ่งคาดว่าจะเป็นนกต่อให้มือปืนเข้ามาฆาตกรรมสมสุข
 
พระเจ้า !!!  ไผ่พญาถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ   ทำไมเธอถึงได้ซวยขนาดนี้   ไผ่พญาคิดสะระตะแล้ว   เธออยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เด็ดขาดจึงได้รีบกลับไปบอกลำไยให้ย้ายที่อยู่ แต่ลำไยไม่ยอมเพราะถ้าย้ายแล้วเธอจะเข้าบ่อนที่ไหน   ไผ่พญาไม่อยากทิ้งลำไยเอาไว้คนเดียว   ระหว่างนั้นขิงกับกระดังงามาหาไผ่พญาแล้วเล่าเรื่องพายัพอาละวาดจนที่ทำงาน พังยับ  ทั้ง 2 คาดคั้นไผ่พญาว่าไปทำอะไร   พายัพถึงได้อยากเจอตัวไผ่พญาขนาดนี้   ไผ่พญาบอกไม่ได้เพราะไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อน   ไผ่พญาจึงตัดสินใจจะไปจากที่นี่ซักพักให้เรื่องเงียบก่อน   ก่อนที่ไผ่พญาจะฝากฝังลำไยให้กับเพื่อนรักทั้ง 2 ช่วยดูแล
 
วันรุ่งขึ้นไผ่พญารีบขึ้นรถทัวร์หวังจะไปให้ไกลที่สุด   เป้าหมายของเธอ คือ ภูเก็ตเพราะเธอคิดจะหางานทำพร้อมกับหลบซ่อนตัวไปพลางๆ แต่แค่นครปฐม ไผ่พญาก็ต้องเจอกับตำรวจที่ตั้งด่านตรวจซะแล้ว   ไผ่พญารีบหาทางเอาตัวรอดทันที   ไวเท่าความคิด ไผ่พญารีบคว้ากระเป๋าจะลงจากรถ   แต่ก็ไม่ทัน   เมื่อไผ่พญาได้พบกับ  ชาติกล้า…( อัศนัย  เทียนทอง) สารวัตรมือปราบที่เรียกไผ่พญาเอาไว้   ไผ่พญาหน้าซีดเพราะถ้าตรวจกระเป๋า จะต้องรู้แน่ๆ ว่าเธอคือใคร   แต่แล้วไผ่พญาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าในกระเป๋าของเธอมีแต่หนังสือต่างๆ   พร้อมกับจดหมายแนะนำตัวว่าตัวเองเป็นครู   ระหว่างนั้นตำรวจที่ตรวจค้นบนรถรีบเข้ามาแจ้งว่าพบหญิงสาวผู้ต้องสงสัยแล้ว  ไผ่พญาหันไปก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงที่นั่งข้างๆ เธอ   ในมือมีกระเป๋าที่เหมือนของเธอ   ใช่แล้ว !  เพราะกระเป๋าของเธอกับกระเป๋าของผู้หญิงคนนั้นดันเหมือนกัน   จึงทำให้ไผ่พญารอดพ้นจากการจับกุมของชาติกล้ามาได้อย่างหวุดหวิด
 
ไผ่พญาดูจดหมายแนะนำตัวก็ได้รู้ว่าคุณครูที่โดนจับแทนเธอไปนั้นกำลังจะไปที่ ฟาร์มสุข   แล้วสมองอันฉลาดแกมโกงของไผ่พญาก็ทำงานทันที   เพราะถ้าเธอเนียนเป็นครูแล้วหลบอยู่ในฟาร์มสุขไปเรื่อยๆ ก็ดีเหมือนกัน   แล้วนั่นไผ่พญาจึงได้มุ่งหน้าไปสู่ฟาร์มสุขทันที
 
แต่ยังไม่ถึงที่ฟาร์มสุข ไผ่พญาก็มีปัญหาซะแล้ว  เมื่อเจ้ารถสองแถวดันเสียกลางทางทำให้เธอต้องลงเดินเท้า  แต่ก็เหมือนมีรุกขเทวดาได้ส่ง  ตะวันฉาย…(พูลภัทร  อัตถปัญญาพล) ปศุสัตว์อำเภอหนุ่มรูปงามเข้ามาช่วย   ไผ่พญาดีใจเมื่อรู้ว่าตะวันฉายกำลังจะไปที่ฟาร์มสุขพอดี เธอจึงได้ขออาศัยติดรถตะวันฉายไปด้วย   โดยไม่รู้เลยว่าระยะทางและระยะเวลาจากกลางทางถึงฟาร์มสุข  ได้ทำให้ตะวันฉายประทับใจในตัวของไผ่พญาจนกลายเป็นรักแรกพบของชายหนุ่มก็ว่า ได้
 
เมื่อมาถึงฟาร์มสุข   ไผ่พญาก็ต้องอึ้งไปเพราะฟาร์มสุขที่ทำให้เธอคิดภาพเหมือนกับสวรรค์   แต่ที่จริงแล้วมันคือฟาร์มเลี้ยงหมูที่มีกลิ่นขี้หมูลอยอบอวลนั่นเอง ไผ่พญาตัดสินใจใหม่ว่าเธอคงอยู่ดมกลิ่นขี้หมูนี่ทุกวันไม่ได้แน่ จึงได้ค่อยๆ ย่องออกมา  แต่แล้วไผ่พญาก็ได้พบกับชายคนหนึ่งกำลังทำลับๆ ล่อๆ อยู่ ก่อนจะร้องโวยวายทำให้คนภายในฟาร์มสุขต่างตกใจ   แต่แล้วสิ่งที่ไผ่พญาคิดว่าตัวเองต้องได้รับความดีความชอบก็กลับตาลปัตร เมื่อชายคนที่เธอเพิ่งเอาไม้ฟาดหัวไปนั่นคือ ภูวนัย…(ศิวัฒน์  โชติชัยชรินทร์) ผู้ที่ว่าจ้างเธอนั่นเอง   และทำให้  เผ่าพงศ์ …(กฤตย์  อัทธเสรี) ผู้เป็นพ่อที่มีอาการอัลไซเมอร์หัวเราะเอิ้กอ้ากชอบใจ  ยังดีที่ ปลายฟ้า…(กรรณาภรณ์  พวงทอง) หมอสาวแสนสวยประจำตัวเผ่าพงศ์อยู่ด้วย   จึงช่วยปฐมพยาบาลภูวนัย   ส่วน พรรษา…(ไป รมา  รัชตะ) แม่บ้านประจำตระกูลกลับไม่พอใจทันที   ยิ่งมารู้ว่าไผ่พญา คือ ครูคนใหม่ที่จะมาสอนกริยามารยาทให้กับเด็กๆ ก็ยิ่งทำให้พรรษากลัวว่าจะยิ่งทำให้เด็กๆ ห่างจากความรู้มากขึ้นไปอีก   ไผ่พญาที่ชอบเอาชนะคนอยู่แล้วจึงได้ท้าพนันกับภูวนัยว่า ถ้าหากเธอไม่สามารถสอนเด็กๆ ได้   เธอยินดีที่จะจ่ายเงินคืนให้เป็น 2 เท่า   ที่ไผ่พญาพูดออกไปอย่างนั้นเพราะเธอไม่ชอบสายตาและความไว้ตัวที่ออกไปทาง หยิ่งของภูวนัยนั่นเอง
 
เสกสรร …(ถนอม  สามโทน) เจ้าของรีสอร์ทที่อยู่ข้างๆ ฟาร์มสุขของภูวนัย   เสกสรรเป็นไม้เบื่อไม้เมากับภูวนัยมาตลอด   เพราะกลิ่นขี้หมูที่ลอยมาจากฟาร์มของภูวนัย  ทำให้ไม่มีแขกเข้ามาพักที่รีสอร์ทของเสกสรร เสกสรรจึงได้พยายามหาทางที่จะฮุบหรือไม่ก็เอาไอ้ฟาร์มหมูออกไปให้ได้
 
ไผ่พญาอยากจะตบปากตัวเองซักสองสามฉาดที่ดันไปท้าพนันกับภูวนัยเอาไว้   เพราะเพียงวันแรกที่เธอได้พบเด็กๆ  เพราะดูแล้วท่าทางแสบกันทุกคน  ม่านหมอก…(อังคณา  วรรัตนชัย) พี่สาวคนโตวัย 15 ขวบนั้นราวกับถอดแบบมาจากนักร้องดังเมืองปลาดิบ   ม่านเมฆ…(ชิน พรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร) น้องชายคนเล็กวัย 10  ขวบ  แสนซนและคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่   2 พี่น้องสุดป่วนก็เล่นงานไผ่พญาเข้าให้เพียงแค่วันแรกที่เจอแต่ไผ่พญาก็หาได้ ยอมแพ้  จะให้ยอมได้ยังไงก็ในเมื่อพนันกับภูวนัยไปแล้วนี่
 
ไผ่พญาคิดหาวิธีการรับมือต่างๆ นานา   รวมถึงการสอนแบบคุณครูจำแลง  ไผ่พญาจึงได้นำเด็กๆ ไปที่เล้าหมู   ที่นั่นทำให้เธอได้พบกับ ผจญ…(ชวน ภ  โพธิ์ประเสริฐ) หนุ่มชาวอีสานบ้านเฮา ที่มาลงหลักปักฐานที่นี่  เพราะความหลงใหลในกลิ่นขี้หมู  แก้วใจ…สาวชาวใต้ผู้แสนจะเรียบร้อย และคนงานอีกจำนวนนึง   ทุกคนล้วนแต่เป็นคนร่าเริงสนุกสนานพูดจาเป็นมิตร  จะมีก็แต่ พรรณราย…(สิริลภัส  กองตระการ) ลูกสาวสุดรักสุดหวงของเสกสรร   ผู้มีใจให้กับภูวนัยอย่างเต็มที่แม้ว่าจะถูกเสกสรรสั่งห้ามยุ่งเกี่ยว   แต่เรื่องหัวใจมันห้ามกันได้ยังไง   พรรณรายมักจะไปมาหาสู่  เรียกว่าเข้ามาจีบภูวนัยที่ฟาร์มสุขแทบทุกวัน  นั่นเองจึงทำให้พรรณรายได้พบไผ่พญา   พรรณรายวางท่ารังเกียจไผ่พญาตั้งแต่แรกเห็น   จะว่าไปไม่ใช่ไผ่พญาหรอกที่เป็นคนแรกที่พรรณรายตั้งท่ารังเกียจรังงอนใส่   แต่พรรณรายจะปฏิบัติตัวเป็นปรปักษ์กับผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ภูวนัย   เพราะเธอถือคติว่ากันไว้ดีกว่าแก้   เพราะรักแท้มักแพ้ระยะทาง
 
ภูวนัยถูกพักราชการเนื่องจากทำงานผิดพลาดหลายครั้ง  ทำให้ไผ่พญาได้เจอภูวนัยที่ฟาร์มบ่อยขึ้น  ไผ่พญารู้สึกประทับใจในความคิดของภูวนัยที่เอาหมูออกมาเลี้ยงในทุ่งโล่ง เหมือนวัว  และความสวยงามของฟาร์มที่เหมือนรีสอร์ตเลยทีเดียว   แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าความสวยนั้นกลับปราศจากความมีชีวิตชีวา   จนเธอพาลนึกไปถึงภูวนัยที่หน้านิ่งเป็นหินไร้ความรู้สึกตลอดเวลา
 
ไผ่พญาแอบติดต่อกลับไปหาขิงและกระดังงาเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของผู้เป็น แม่   ทั้ง 2 พยายามถามหาที่อยู่ของไผ่พญา   แต่ไผ่พญาไม่บอกเพราะเธอไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่ไปได้อีกนานแค่ไหน   ทันทีที่ไผ่พญาวางสาย   จึงได้เห็นว่าพายัพกับลูกน้องกำลังจับตัวขิงและกระดังงาเอาไว้เพื่อรีดความ ลับจากไผ่พญา
 
ไผ่พญาต้องทนอยู่กับคนหน้ายักษ์ (ภูวนัย) ไปจนกว่าเรื่องจะเงียบลง   การปฏิบัติหน้าที่ครูจำเป็นจึงได้เริ่มขึ้น   ครั้งนี้ไผ่พญาตั้งรับสถานการณ์ได้ดี   แม้ว่าเด็กๆ จะพยศกับเธอแค่ไหน   ไผ่พญาเริ่มจับความชอบของเด็กๆ แต่ละคน   แล้วไผ่พญาก็ได้มารู้ว่าม่านหมอกนั้นแอบชอบตะวันฉาย   เมื่อไผ่พญาจับจุดของม่านหมอกได้   ทำให้ไผ่พญาเปลี่ยนจากครูสอนหนังสือเป็นการสอนจริตหญิงเพื่อให้ผู้ชายชอบ   โดยไม่รู้เลยว่าผจญหนุ่มคนงานเองก็แอบชอบม่านหมอกเช่นกัน
 
ขณะเดียวกันไผ่พญาก็ต้องตกใจเมื่อได้พบชาติกล้ามาปรากฏตัวที่ฟาร์มสุข   ชาติกล้าสงสัยในอาการลุกลี้ลุกลนของไผ่พญา  ไผ่พญากำลังตกที่นั่งลำบาก   แต่แล้วปลายฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นช่วยเธอเอาไว้   เพียงแค่ชาติกล้าพบปลายฟ้า   อาการของชาติกล้าก็เปลี่ยนไปทันที   ไผ่พญามองชาติกล้ากับปลายฟ้าปราดเดียวก็รู้ว่าชาติกล้านั่นชอบปลายฟ้าอยู่   แต่แท้ที่จริงแล้วปลายฟ้าแอบชอบภูวนัยมาตั้งแต่เด็ก   โดยที่เธอ  ชาติกล้า   และภูวนัยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังเล็กนั่นเอง   จนกระทั่งภูวนัยได้พบรักกับเหมือนฝัน  และทั้ง 2 ทำท่าจะแต่งงานกัน   แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่และทำให้เหมือนฝันจากไปอย่างไม่วันกลับ   ภูวนัยเปลี่ยนไปตั้งแต่นั้น   ปลายฟ้ารู้ดีว่าภูวนัยยังจดจำความรักครั้งนั้นอยู่   เช่นเดียวกับปลายฟ้าที่เธอเองก็ยังคงความรู้สึกนั่นอยู่เช่นเดิม   ชาติกล้าเองก็ได้แต่เก็บความรู้สึกของตัวเองที่แอบชอบปลายฟ้าเอาไว้เช่นกัน
 
หลังจากภูวนัยถูกพักราชการ  ชาติกล้าก็ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยแทนภูวนัย  แม้จะอยู่ที่ฟาร์ม แต่ภูวนัยก็ติดตามข่าวของพายัพที่ขึ้นมามีอิทธิพลแทนที่สมสุขที่ตายไปโดย ตลอด   ภูวนัยไม่เห็นด้วยกับชาติกล้าที่แถลงข่าวว่าในหน่วยมีหนอนบ่อนไส้  และคนๆ นั้นคือ พ.ต.อ. มารุต (นึกคิด บุญทอง) ซึ่งเป็นหัวหน้าของทั้ง 2 คน    ภูวนัยตัดสินใจเข้ากรุงเทพแล้วขอคุยกับชาติกล้าว่าตนเองจะหาหลักฐานมา พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของมารุตให้ได้  เมื่อชาติกล้าไม่สามารถหยุดภูวนัยได้ จึงตัดสินใจเปิดเผยว่า ตัวเขาเองต่างหาก คือ หนอนบ่อนไส้คนนั้น   ภูวนัยและชาติกล้ายิงต่อสู้กัน  ภูวนัยพลาดท่าถูกยิงตกน้ำไป
 
คืนนั้น…หลังจากที่ภูวนัยถูกชาติกล้ายิงตกน้ำแล้ว ภูวนัยรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ เพราะได้พลเมืองดีช่วยเอาไว้  ไผ่ตกใจเมื่อเห็นข่าวว่าภูวนัยถูกยิง รีบเดินทางไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แล้วก็ได้พบว่าภูวนัยที่ยังไม่ได้สติกำลังตกอยู่ในอันตราย   ตอนนี้ไผ่พญาคิดออกอย่างเดียวว่าคนที่จะช่วยภูวนัยที่กำลังบาดเจ็บสาหัสได้ คือ ตัวเธอเองเท่านั้น   เมื่อชาติกล้ารู้ว่ายังกำจัดภูวนัยไม่ได้  จึงต้องรีบให้ข่าวว่าภูวนัยเป็นตำรวจเลว ร่วมแก๊งกับพายัพเพื่อค้ายาเสพติด   ไปจนถึงการตายของมารุตที่ชาติกล้าก็โยนความผิดว่าเป็นฝีมือของภูวนัย
 
หลังจากภูวนัยเริ่มรู้สึกตัว   สิ่งแรกที่ภูวนัยนึกได้ นั่นคือ การแก้แค้นชาติกล้า   แต่เพราะสภาพร่างกายของเขายังไม่พร้อมทำให้ภูวนัยต้องพักรักษาตัวโดยมีไผ่ พญาคอยดูแล ด้วยความใกล้ชิดทำให้ภูวนัยกับไผ่พญาเริ่มมีใจให้กัน   ไผ่พญาแปลกใจที่ภูวนัยลืมความรักที่เขามีให้กับเหมือนฝันแล้วเหรอ   ภูวนัยจึงเล่าความจริงให้ไผ่พญาฟังว่าชาติกล้าบอกความจริงกับเขาก่อนที่ ชาติกล้าจะยิงเขา ว่าเหมือนฝันเป็นลูกสาวของเสี่ยเกี๊ยะ…พ่อค้ายารายใหญ่จากภาคอีสาน ถูกส่งมาให้ประกบความเคลื่อนไหวของภูวนัยเพื่อประโยชน์ในการส่งข่าวให้กับ ผู้เป็นพ่อ   จนกระทั่งเสี่ยเกี๊ยะเกิดการหักหลังกับสมสุข   สมสุขจึงให้ชาติกล้าไปฆ่าเหมือนฝันเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู ไผ่พญารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของภูวนัยที่โดนแม้กระทั่งคนรักหักหลัง ภูวนัยเป็นห่วงทุกคนที่ฟาร์มสุข  แต่ขณะนี้เขากำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัย   ไผ่พญาจึงอาสากลับไปส่งข่าวที่ฟาร์มให้  พรรณรายเริ่มปะติดปะต่อได้ว่า  ไผ่พญาปลอมตัวมาเป็นครู และกำลังจะแฉเรื่องของไผ่พญาว่าเป็นครูกำมะลอ   จากหลักฐานที่เธอได้มานั่นเอง   แต่มีหรือที่ไผ่พญาจะไม่รู้ทัน   ไผ่พญาจึงจากมาก่อนที่พรรณรายจะเปิดโปงเธอ
 
แต่ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ภูวนัยรู้ความจริงว่าไผ่พญาเป็นใคร   เขาโกรธไผ่พญาที่หลอกลวงเขาเหมือนคนอื่น   แม้ว่าไผ่พญาพยายามจะบอกกับภูวนัยหลายทีแต่ก็ไม่มีโอกาส   ภูวนัยจากมาด้วยความเสียใจ   แต่สิ่งที่เขาต้องทำก่อนก็คือการแก้แค้นชาติกล้าและพายัพ   ซึ่งตอนนี้ความเหิมเกริมของพายัพสร้างความไม่พอใจให้กับแม่เลี้ยงรัญญา …(ศิริพิชญ์  วิมลโนช) เจ้าแม่ผู้คุมเรื่องผิดกฎหมายทางภาคเหนือ /  เสี่ยแคน …(ศตวรรษ  ดุลยวิจิตร) ผู้มากอิทธิพลทางภาคอีสาน /  กำนันเต่า …(วีระชัย  หัตถ์โกวิท) ผู้คุมธุรกิจทางด้านตะวันตกทั้งหมด /  นายหัวคึก …(พิพัฒน์พล  โกมารทัต) ผู้เป็นใหญ่ในภาคใต้ / ส่วนผู้ที่เคยคุมเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลก็คือสมสุขนั่นเอง   ทั้ง 5 คนคือ ผู้คุมธุรกิจสีดำของประเทศไทยทั้งหมดโดยแบ่งการปกครองเป็นภาค   และไม่ยุ่งเกี่ยวกัน   เพราะทั้งอำนาจและเงินทอง   ทั้ง 5 คนต่างก็ไม่มีใครยิ่งหย่อนไปกว่าใคร   จนกระทั่งพายัพเด็ดหัวสมสุขแล้วขึ้นเป็นใหญ่แทน   พายัพก็เริ่มคิดการใหญ่   พายัพเปิดโต๊ะคุยกับ  4 ผู้ยิ่งใหญ่ถึงผลประโยชน์ว่าเขาต้องการจะขอส่วนแบ่งเพิ่ม   เมื่อโดนลูบคม   บรรดาเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่ยิ่งใหญ่ต่างก็พากันหัวเสีย   ยกเว้นก็แต่นายหัวคึกที่ไม่ขวางทางน้ำที่กำลังเชี่ยวพร้อมกับ ล็อบบี้แม่เลี้ยงรัญญา  เสี่ยแคนและกำนันเต่าให้เห็นด้วย   แล้วนั่นเองพายัพเริ่มพาตัวขึ้นสู่จุดที่ตอนนี้แม้แต่เทวดาก็ห้ามไม่อยู่   พายัพกระจายยาเสพติดมากขึ้น   เริ่มแผ่อิทธิพลมากขึ้นจนสังคมเริ่มกลายเป็นสังคมแห่งอาชญากรรม
 
ภูวนัยวางแผนลอบสังหารชาติกล้ากับพายัพ   แต่เพราะตอนนี้ความแข็งแกร่งของพายัพและชาติกล้านั่นเกินกำลังของภูวนัย   ทำให้ภูวนัยพลาดท่าอีกครั้ง   ยังดีที่คราวนี้ภูวนัยได้รับการช่วยเหลือจากชายลึกลับคนนึงที่มาช่วยภูวนัย ได้อย่างหวุดหวิด   ก่อนที่ภูวนัยจะมารู้ทีหลังว่าเขาคือ  พลตำรวจตรีอภิวัฒน์...(จิ ราวัฒน์  วชิรศรัณย์ภัทร) นายตำรวจผู้รักชาติเป็นที่สุด   แล้วยังเป็นหัวหน้าของมารุตโดยตรง   อภิวัฒน์เล่าให้ภูวนัยฟังถึงภารกิจและหน้าที่ของเขาว่า  ตอนนี้บ้านเมืองกำลังแหลกเหลวเพราะยาเสพติดและสิ่งชั่วๆ   มารุตได้รับมอบหมายให้ดึงภูวนัยมาร่วมงานแต่เสียดายที่พวกมันรู้ตัวเสียก่อน ทำให้มารุตต้องตายไป   อภิวัฒน์พร้อมหนุนสิ่งที่ภูวนัยต้องการทำเพราะมันคือการกำจัดคนชั่วเพื่อให้ สังคมไทยกลับมาอยู่อย่างสงบอีกครั้ง   ภูวนัยบอกกับอภิวัฒน์ว่าตอนนี้เราจะเอากำลังที่ไหนเพราะพายัพและ 4 เสือต่างก็มีอำนาจมากเหลือเกิน   อภิวัฒน์จึงบอกภูวนัยว่ามีผู้ช่วยคนสำคัญที่จะมาช่วยภูวนัยนั่นก็คือ  สมสุข นั่นเอง
 
ภูวนัยตกใจเมื่อเห็นสมสุขปรากฏตัวอีกครั้ง   ภูวนัยปฏิเสธที่จะร่วมมือกับโจร   อภิวัฒน์จึงบอกว่าการจะจับโจรต้องใช้โจรจับ  สมสุขเองก็อาสาช่วยทุกอย่างเพราะเขาอยากเห็นสิ่งเดียวคือความย่อยยับของ  ชาติกล้าและพายัพนั่นเอง
 
ภูวนัยเริ่มแผนการให้เสือกัดกันเองโดยการใส่ร้ายให้พวก 4 เสือเข้าใจผิดกันเอง    สถานการณ์เริ่มบานปลายเพราะต่างก็ไม่มีใครยอมใคร   พายัพเองก็หัวเสียที่อนาคตที่กำลังจะรุ่งกลับต้องวุ่นวาย   แล้วพายัพก็เริ่มสงสัยว่าต้องมีคนวางแผนทำอย่างนี้   จนกระทั่งพายัพสืบรู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของภูวนัย
 
พายัพอาศัยวิธีที่โหดเหี้ยม   นั่นก็คือการฆ่าเผ่าพงศ์   พายัพคิดว่าถ้าเผ่าพงศ์ตายภูวนัยย่อมต้องมางานศพของผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน   แล้วก็จริงอย่างที่พายัพคิด   ภูวนัยแอบมางานศพของเผ่าพงศ์ด้วยความเคียดแค้นที่สุด   ชาติกล้าเองเพื่อต้องการกำจัดเสี้ยมหนามอย่างภูวนัยให้หมดไป จึงจับม่านเมฆกับม่านหมอกเป็นตัวประกัน   ภูวนัยจะไม่ยอมให้ใครต้องตายเพราะเขาอีกจึงรีบไปช่วยหลานทั้ง 2 คน   ขณะที่ภูวนัยกำลังจะพลาดท่าถูกพายัพเก็บ   ไผ่พญา  สมสุข  และอภิวัฒน์  ก็มาช่วยไว้ได้ทัน
 
ภูวนัยนำข้อมูลลับทั้งหมดออกมาเปิดโปง  โดยมีสมสุขเป็นพยานมัดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพ่อ เจ้าแม่  ตำรวจ  นักการเมือง  ข้าราชการชั่วทั้งหลายแหล่   ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับอำนาจมืดทั้งหลาย   ภูวนัยได้รับเหรียญกล้าหาญที่นำความสงบสุขและชื่อเสียงของตำรวจกลับมาอีก ครั้ง ส่วนบทสรุปของความรักหลายเส้าจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ใน “คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ” ทุกวันพุธ และพฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี
 
นำแสดงโดย: 1.  ศิวัฒน์  โชติชัยชรินทร์ รับบท ภูวนัย

2.  ไปรยา  สวนดอกไม้ รับบท ไผ่พญา

3.  พูลภัทร  อัตถปัญญาพล รับบท ตะวันฉาย

4.  กรรณาภรณ์  พวงทอง รับบท ปลายฟ้า

5.  อัศนัย  เทียนทอง รับบท ชาติกล้า

6.  สาริน  บางยี่ขัน รับบท พายัพ

7.  ถนอม  สามโทน รับบท เสกสรร

8.  ไปรมา  รัชตะ รับบท พรรษา

9.  สิริลภัส  กองตระการ รับบท พรรณราย / พั้น

10.  อังคณา  วรรัตนชัย รับบท ม่านหมอก

11.  ชวนภ  โพธิ์ประเสริฐ รับบท ผจญ

12.  กฤตย์  อัทธเสรี รับบท เผ่าพงศ์

13.  ณหทัย  พิจิตตรา รับบท ลำไย

14.  ทศพร  รถกิจ รับบท ขิง

15.  คีตภัทร  อันติมานนท์ รับบท กระดังงา

16.  โอริเวอร์  บีเวอร์ รับบท สมสุข

17.  มาริสา   อานิต้า รับบท โสภี

18.  ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร รับบท ม่านเมฆ

19.  นึกคิด บุญทอง รับบท พ.ต.อ.มารุต

20.  ศิริพิชญ์  วิมลโนช รับบท แม่เลี้ยงรัญญา

21.  ศตวรรษ  ดุลยวิจิตร รับบท เสี่ยแคน

22.  วีระชัย  หัตถ์โกวิท รับบท กำนันเต่า

23.  พิพัฒน์พล  โกมารทัต รับบท นายหัวคึก

24.  จิราวัฒน์  วชิรศรัณย์ภัทร รับบท พล.ต.ต.อภิวัฒน์

คนทะเล 2527

ดาหรา เป็นชาวหมู่บ้านทิวไม้ ที่ถูกคลื่นลมแรงจนจะเอาชีวิตไม่รอด ทำให้ผาซึ่งเป็นเงือกได้ช่วยเหลือ จนทั้งสองได้เสียกัน ดาหรากลับมาและให้กำเนิดลูกสาวที่หน้าตาน่ารัก แต่ว่าท่อนล่างเป็นปลา ทำให้หมอตำแยถึงกับตกตะลึงพรึ่งเพริดและพร่ำเพ้อว่า มันเป็นตัวกาลี หมู่บ้านนี้จะเกิดกลียุค แต่ไม่ท้ันจะแพร่ข่าวไปได้สักเท่าไหร่ หมอตำแยก็ถูกพายุหมุนจนถึงแก่ความตาย ไม่ช้าเรื่องลูกของดาหราเป็นเงือก ก็รู้กันไปทั่ว ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านจึงสั่งให้ดาหราักับลูกเงือกออกไปให้พ้นจากหมู่บ้าน แต่ก็มีคนมาช่วยหาเหตผลต่างๆ จนผู้เฒ่าใจอ่อนยอมให้ดาหราซ่อนเร้นลูกที่ผิดคนธรรมดาเอาไว้

เวลาล่วงมาจนสิบปี เงือกน้อยก็เปลี่ยนที่อยู่ลงไปอยู่ในทะเล เวลาเดียวกับที่นุกูล ที่ฝังใจจะพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับเรื่องเงือก มาจนได้ข่าวที่นี่ นุกูลออกไปเล่นเรือกลางทะเล เกิดพายุ เรือคว่ำ เงือกสาวได้ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่เขาไม่ทันสังเกตเห็นท่อนล่างในส่วนที่จมน้ำ นุกูลให้สร้อยไว้เพื่อตอบแทนน้ำใจ

ฝ่ายชาวบ้านยังจองเวรเงือกและขับไล่ไสส่งให้ไปอยู่ในทะเลลึก แม่ของเงือกก็เปิดเผยความจริงต่างๆ ให้ลูกฟัง ทำให้เงือกต้องการกลับไปอยู่เป็นครอบครัวเดียวกับเงือกผา

นักแสดงละคร คนทะเล
เชิญจุติ มณเฑียรมณี -เงือกราตรี
ฉัตรชัย เปล่งพานิช -นุกูล
กัณทิมา ดาราพันธ์ -คุณประณีต
รสลิน จันทรา -ดาหรา
ยมนา ชาตรี -ดิน
เจน นาทภูมิ -ไม้
สันติ รังสรรค์ -หมัด
ศิริพร วิสิฐศิริ -เงือกสาหร่าย
เสกสิทธิ์ สวัสดิรักษ์ -เงือกขุนเขา
สราญลักษณ์ บุญสลับ -เงือกราตรี ตอนเด็ก
สานิตย์ พงษ์มิตร -นุกูล ตอนเด็ก
มนัสชนก ส่งศรีสุข
เทอดพร มโนไพบูลย์
ปรารถนา สัชฌุกร
ภาคภูมิ สายสุดใจ
เมธินี วัฒนะ

พรพรหมอลเวง

“ตันหยง” สาวสวยมากด้วยความมั่นใจและสามารถ กับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันที่ทำให้เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของ “น้องเมย์” เด็กน้อยอายุห้าขวบกับปัญหาในครอบครัวใหญ่ของเด็กน้อยและความรู้สึกพิเศษที่เริ่มก่อขึ้นกับ “ปฐวี” อาหนุ่มของเด็กหญิงผู้เป็นหมอหนุ่ม หน้าตาดีที่มากด้วยความสามารถ เธอจะทำยังไงกับปัญหาของตน และจะกลับร่างตนได้หรือไม่
 
ตันหยง เสียใจจากการที่ไปพบ พิราม หนุ่มคู่หมั้นกำลังหาความสุขอยู่ที่คอนโดมิเนียมที่จะใช้เป็นห้องหอ กับพนักงานสาวในบริษัทของพิรามเองโดยบังเอิญ ตันหยงถอนหมั้นทันที แล้วขับรถออกมา ร้องไห้จนสาใจแล้วสำนึกว่าเป็นเพราะความโกรธแค้น อับอายที่ถูกหลอกมากกว่าจะเสียใจเพราะอกหักตันหยงขับรถเตลิดเปิดเปิงไปไกลโดยไม่รู้ตัว พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ที่อยุธยาแล้ว ตันหยงแวะทานข้าว เผลอดื่มเหล้าจนเมามาก รู้สึกตัวว่าชายหนุ่มแปลกหน้าเริ่มลวนลามจับมือจับแขนจึงขับรถกลับ แต่ถูกตามโดยรถ 2 คัน ขนาบหน้า-หลัง 1 ในรถคันนั้น คือชายแปลกหน้านั่นเอง ตันหยงกลัวตัดสินใจบึ่งรถหนีจนเกิดอุบัติเหตุบนทางโค้ง รถตันหยงตกข้างทางชนต้นไม้ใหญ่อย่างแรงวิญญาณ ของตันหยงออกจากร่าง และด้วยปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง พอตันหยงรู้สึกตัวอีกครั้งในโรงพยาบาลก็พบว่าร่างที่ตัวเองอยู่นั้นกลายเป็น เด็กหญิง อายุ 5 ขวบ ชื่อ เมริน ซึ่งพลาดตกบันได และเป็นเวลาเดียวกับที่ตันหยงประสบอุบัติเหตุ เกิดการสลับวิญญาณตันหยงรู้ว่าวิญญาณของเมรินตายแล้ว และตัวเองมาอาศัยร่างแทน แต่ไม่รู้ว่าร่างของตัวเองอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร จนกระทั่งตอนท้ายของเรื่องเมื่อแรกก็รู้สึกตัว ตันหยงพยายามบอกใคร ๆ ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ไม่มีใครรับฟัง เด็ก 5 ขวบ แม้แต่ ปฐวี ซึ่งเป็นทั้งแพทย์ที่รักษาและน้าชายของเมริน ตันหยงเลยเลิกพูดพยายามปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในร่างของ ด.ญ. เมริน ( น้องเมย์ ) ตันหยงต้องดำเนินชีวิตในร่างของน้องเมย์ วัย 5 ขวบ ด้วยวิญญาณและความรู้สึกของสาวอายุ 25 น้องเมย์เป็นสุดที่รักของน้าชาย ( ปฐวี )
 
ด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมของน้าชายกับหลาน 5 ขวบ ทำให้หัวใจของตันหยง เริ่มซึมซับความอบอุ่นทีละน้อยจนในที่สุดตันหยงก็ยอมรับกับตัวเองว่ารัก น้าวี เป็นความรักอย่างแท้จริงที่ไม่สามารถแสดงออกได้ใคร ๆ พากันแปลกใจมากที่น้องเมย์ กลายเป็นเด็กที่เรียนเก่ง พูดเก่ง ฉลาดเกินวัยมาก ตันหยงรู้ว่าครอบครัวของน้องเมย์มีปัญหา ประภัสสร และ เมธี แตกแยกกันเพราะความเข้าใจผิด และด้วยแรงยุของ ปรางค์ทิพย์ ตันหยงร่วมมือกับน้าวี แก้ไขสถานการณ์จนเรียบร้อย ขณะที่ความรู้สึกของตันหยงก็ยิ่งรักปฐวีเข้าไปทุกวัน ด้วยความอยากรู้ว่าร่างของตัวเองเป็นอย่างไร
 
ตันหยงพยายามหาข่าวตัว เองจาก นสพ. ทุกฉบับ แต่ก็ไม่พบจนหมดกำลังใจ เคยพยายามโทรศัพท์ไปหาแม่ ( คุณบุหงา ) หลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครยอมเชื่อว่า เด็กอายุ 5 ขวบ มาเรียกคุณบุหงาว่าแม่ ตันหยงไม่รู้จะทำยังไงต้องจำยอมอยู่ในร่างของน้องเมย์ต่อไป เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปมากมาย ในชีวิตครอบครัวของน้องเมย์ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวความไม่ซื่อสัตย์ของสามี ต่อภรรยาทั้งนั้น ทำเอาตันหยงแทบจะเกลียดผู้ชายทั้งโลก จน 3 เดือนผ่านไปประภัสสรและเมธี พ่อ-แม่ของน้องเมย์กลับมารักกันอย่างเดิม ตันหยงพอใจมาก คิดจะบอกความจริงกับปฐวีหลายครั้งแต่ไม่ได้บอก
 
บังเอิญมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ด้วยความริษยาของคุณปรางทิพย์ จึงไปจ้างให้กรรมกรคนหนึ่งมาปล้นบ้านประภัสสร ให้ทำร้ายประภัสสรและฆ่าน้องเมย์ ขณะที่คนร้ายกำลังบีบคอน้องเมย์และจับหัวกระแทกกำแพงแตก ปฐวีก็มาช่วยไว้ทันพอดี การที่ต้องไปโรงพยาบาลเช็คสมองเย็บแผลต่าง ๆ ทำให้ตันหยงบังเอิญพบคุณบุหงาครั้งหนึ่ง ตันหยงถลาเข้าไปกอดร้องไห้ เรียกว่าแม่ ปฐวีแปลกใจและสงสัยในตัวหลานสาวมานานแล้ว จึงต้องยอมรับว่าเรื่องที่หลานพูดตอนฟื้นคืนสติใหม่ ๆ เป็นความจริง
 
ตันหยง ยอมรับกับปฐวีทุกอย่าง ปฐวีทุกข์ใจมากเพราะรักน้องเมย์เหลือเกิน ( ขณะเดียวกันก็รู้ว่ารักตันหยงเช่นกัน ) ตันหยงรู้ว่าร่างของตัวเองกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรามา 3 เดือนกว่าแล้ว ตันหยงสงสารพ่อแม่ตัวเองมากที่เฝ้าร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงของลูกสาวตลอด เวลาด้วยความหวัง ว่าลูกจะฟื้นขึ้นมาวันหนึ่ง ปฐวีและตันหยงต่างก็มีปัญหากันทั้งคู่ โดยเฉพาะปฐวีคิด หนัก ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใคร ระหว่างหลานรักกับหัวใจรัก เพราะถ้าตันหยงออกจากร่างน้องเมย์ก็จะสูญเสียน้องเมย์ตลอดไป แต่ถ้าเห็นแก่ตัวและครอบครัวของพี่สาว ก็เท่ากับว่า อยุติธรรมต่อครอบครัวของตันหยง
 
ในที่สุด ปฐวีก็ตัดสินใจยอมรับความจริงไล่ตันหยงให้กลับไปสู่ร่างเดิม ตันหยงในร่างน้องเมย์ ตัดสินใจกระโดดลงมาจากบันได ตายในเวลาเดิม (เที่ยงคืน) แต่ตันหยงไม่ได้กลับเข้าร่างทันที วิญญาณของตันหยงคงเฝ้าดูอาการของคนต่าง ๆ โดยเฉพาะปฐวี ที่มาเฝ้าคอยเรียกตันหยงที่โรงพยาบาลทุกวัน สารภาพความในใจทุกอย่างกับร่างนั้น รอคอยอย่างทรมานนานถึง 6 วัน ตันหยงก็กลับมาสู่ร่างเดิม ด้วยความสุข สมหวังของทั้งคู่ ครอบครัวของประภัสสรและเมธีเสียน้องเมย์ไปแต่ก็มีลูกสาวอีกคน คือวิญญาณของน้องเมย์ กลับมาเกิดใหม่นั่นเอง

ไฟหวน

เรื่องย่อไฟหวน (บาปรักไฟแค้น)

เจ้าคุณเทพ (สุรวุฑ ไหมกัน) และ คุณหญิงมณี (ปิยธิดา วรมุสิก) ผู้เป็นเจ้าของวัง “เทพมณี” ต้องต้อนรับแขกเหรื่อ ที่มาร่วมแสดงความยินดีที่คุณหญิงตั้งท้องลูกคนแรก รวมทั้ง คุณชไม (ณัฎฐริณีย์ กรรณสูต) เพื่อนสนิทของคุณหญิงมณีที่เดินทางมาจากเชียงใหม่ด้วย คุณชไมมีความสามารถเรื่องดูดวง เมื่ออยู่กันตามลำพัง คุณชไมจึงดูดวงให้คุณหญิงมณี แล้วทำนายว่าลูกในท้องที่จะเกิดมาจะเป็นผู้หญิง แต่คุณหญิงมณีจะมีลูกได้แค่คนเดียวเท่านั้น คุณหญิงไม่เชื่อคำทำนายของคุณชไม เพราะคิดว่าเป็นเพียงคำพูดไร้สาระ ส่วนเจ้าคุณเทพเมื่อรู้เรื่องกลับไม่ใส่ใจกับคำทำนาย เพราะไม่เชื่อเรื่องพวกนี้

แต่แล้วเรื่องราวดูเหมือนจะเป็นจริงดังคำทำนายของคุณชไม เมื่อถึงกำหนดคลอดลูก คุณหญิงมณีปวดท้องทุรนทุรายอยู่หลายวัน จนกระทั่งในที่สุดคุณหญิงก็คลอดลูกสาวออกมา แล้วเกิดอาการเลือดเป็นพิษ หมอฝรั่งที่โรงพยาบาลบอกว่าคุณหญิงมณีจะไม่สามารถมีลูกได้อีก ไม่เช่นนั้นจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิต คุณหญิงเสียใจมาก เธอนึกถึงคำพูดของคุณชไมขึ้นมาจับใจ

ครั้นเมื่อร่างกายหายป่วยเป็นปกติแล้ว คุณหญิงมณีจึงพา มัทนา ลูกสาวคนเดียวของเธอ เดินทางไปขอโทษคุณชไม แต่เมื่อคุณชไมดูดวงให้หนูน้อยมัทนา เธอก็ถึงกับต้องตกใจ เมื่อคำทำนายออกมาว่าหนูน้อยจะต้องตายเพราะพี่น้องร่วมสายเลือด แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อคุณหญิงมณีไม่สามารถมีลูกได้อีก!!

ไม่นานนักคุณหญิงก็ได้รู้ความจริงว่า เจ้าคุณเทพแอบมีเมียน้อยชื่อ อุ่น (ธัญสินี พรมวิสุทธิ์) ซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอด คุณหญิงมณีโกรธจนแทบคลั่ง เธอกลัวว่าลูกที่กำลังจะเกิดของเจ้าคุณเทพคนนี้ จะมาทำร้าย มัทนาลูกสาวของเธอดั่งคำทำนาย คุณหญิงมณีเลยสั่งให้ สร้อย (น้ำทิพย์ เสียมทอง) บ่าวคนสนิท ไปเผาบ้านของอุ่น

แต่ค่ำคืนนั้นอุ่นเกิดเจ็บท้องต้องคลอดก่อนกำหนด ทำให้อิ่ม (รัชยา รักษ์กสิกรณ์) พี่สาวของเธอต้องรีบพาหนูน้อยที่เพิ่งคลอดออกมาพร้อมปานแดงที่ต้นขา และมีอาการตัวซีด ออกมาจากบ้านเพื่อไปหาหมอเพียงลำพัง ก่อนที่คนร้ายก็ลอบเข้ามาวางเพลิงเผาบ้าน ทำให้อุ่นต้องนอนจมอยู่ในกองเพลิง ระหว่างที่อิ่ม พาหลานกลับมาบ้าน เธอแอบเห็น ว่าสร้อยเป็นอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เธอจึงรู้ทันทีว่าคุณหญิงมณีสั่งมาฆ่าอุ่นและลูกแน่นอน

อิ่มกลัวมากจึงอุ้มหลานวิ่งหนีเตลิดไป แต่เคราะห์ร้ายถูกรถเก๋งที่ ผกา (ภารดี อยู่ผาสุข) เจ้าของซ่องชื่อดัง แห่งหอโคมแดงนั่งมากับแขกชนเข้าอย่างจัง อิ่มกับเด็กน้อยกระเด็นล้มไป คนละทิศละทาง เธอพยายามตะเกียกตะกายไปหาหลานที่อยู่อีกฟากของถนน ผกาจึงช่วยพาทั้งสองไปส่งโรงพยาบาล ด้วยความกลัวและความตกใจสุดขีด ทำให้เมื่ออิ่มฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นคนเสียสติวิ่งออกไปจากโรงพยาบาลแล้วหาย สาบสูญไปเลย ด้านผกามาเยี่ยมที่โรงพยาบาลจึงพบว่าอิ่มเสียสติ และหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว โดยทิ้งเด็กน้อยเอาไว้ ผกาจึงพาเด็กน้อยที่เธอตั้งชื่อว่า บุปผา และนำไปเลี้ยงในซ่อง

ด้านคุณหญิงมณีถึงจะคิดว่าได้กำจัดลูกอีกคนหนึ่งของเจ้าคุณเทพ ที่กลัวว่าจะเป็นคนฆ่ามัทนาในอนาคตตามคำทำนายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถึงกระนั้นคุณหญิงมณีก็ยังไม่วางใจเพราะกลัวว่าเจ้าคุณเทพที่ยังหนุ่ม แน่นสามารถมีลูกกับหญิงอื่นได้อีก คุณหญิงมณีจึงสั่งให้สร้อยไปหาตาเถา (ชรัส เฟื่องอารมย์) หมอชาวบ้านเพื่อขอยาที่ทำให้เจ้าคุณเทพกินแล้วเป็นหมันมาให้ พอเจ้าคุณเทพกลับมาก็รู้เรื่องว่าอุ่นและ ลูกในท้องตายเพราะไฟไหม้บ้าน เจ้าคุณเทพเสียใจมากจนล้มป่วย คุณหญิงมณีจึงได้โอกาสวางยาเจ้าคุณเทพ โดยโกหกว่าเป็นยาบำรุงจนเจ้าคุณเทพเป็นหมันสมใจ

20 ปีต่อมา เด็กหญิงลูกสาวของอุ่น เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่ง บุปผา (แซมมี่ เคาวเวลล์) เป็นโสเภณีเบอร์หนึ่งของซ่องหอโคมแดง แต่ด้วยนิสัยมักใหญ่ใฝ่สูง เธอจะเลือกบริการเฉพาะแขกกระเป๋าหนักเท่านั้น เพื่อหวังว่าสักวันเธอจะไปเป็นคุณหญิงแทนการเป็นโสเภณีเช่นนี้ ดังนั้นเมื่อ สิน (ภาณุ สุวรรณโณ) คนขับรถของบ้านเจ้าคุณเทพมาเที่ยวและอยากใช้บริการของเธอ บุปผาก็ให้ผกาปฏิเสธไปทันที

วันหนึ่งบุปผาไปตัดชุดที่ร้านในตลาด เธอจึงได้พบกับ ไอศูรย์ (ธนพล นิ่มทัยสุข) หมอหนุ่มที่จบจากเมืองนอก ผู้เป็นเจ้าของ “วังรัตนา” บุปผาก็ตกหลุมรักชายหนุ่มขึ้นมาทันที เธอพยายามเข้าไปทำความรู้จัก และให้ท่าชายหนุ่มด้วยความมั่นใจ เพราะคิดว่าเขาจะต้องศิโรราบต่อความสวยของเธอดังเช่นผู้ชายทุกคน แต่ไอศูรย์ไม่มีท่าทีสนใจเธอเลย ผิดกับท่าที ที่ไอศูรย์มอบให้คุณหนูมัทนา (โบ-ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์) ลูกสาวเจ้าคุณเทพที่เพิ่งมาถึงร้านโดยมีสินเป็นคนขับรถ ไอศูรย์พูดจาหวานหูและดูแลอย่างดี ทำให้บุปผายิ่งสนใจชายหนุ่มและอยากจะเอาชนะใจเขาให้ได้

เมื่อสินกลับไปเที่ยวที่ซ่องอีกครั้ง บุปผาก็เปลี่ยนท่าที มาต้อนรับสินอย่างดี และยอมให้เขาใช้บริการในที่สุด ทำให้สินหลงใหลในตัวบุปผามาก บุปผาได้รู้ว่าไอศูรย์กับมัทนาเป็นคู่หมายกัน และไอศูรย์ก็ยังเป็นหมอประจำตัวของคุณหญิงมณีแม่ของมัทนาด้วย ดังนั้นบุปผาจึงคิดแผนให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับไอศูรย์ด้วยการออดอ้อนขอสิน ให้พาตนเข้าไปอยู่ในบ้านของมัทนา แต่ขอให้บอกกับทุกคนว่าเธอเป็นน้องสาวของสิน เพราะไม่อยากให้ใครมองตนไม่ดีว่าหนีตามผู้ชายมา ซึ่งสินก็ยอมทำตาม สินพาบุปผาเข้าไปกราบ และขออนุญาตคุณหญิงมณีให้น้องสาวอยู่ด้วย แม้คุณหญิงมณีจะไม่สู้เต็มใจนัก แต่มัทนาเห็นใจบุปผา จึงขอร้องให้มารดายอมให้น้องสาวของสินอยู่ด้วย

เมื่อบุปผาอยู่ในบ้านของมัทนาในฐานะคนใช้ เธอก็แทบจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากเฝ้ารอให้ไอศูรย์มาที่นี่ และเสนอตัวเข้าไปรับใช้ ด้วยความที่บุปผาไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวจัดจ้านเช่นครั้งที่อยู่หอโคมแดง ทำให้ไอศูรย์จำบุปผาไม่ได้

อยู่มาวันหนึ่งคุณหญิงมณี และเจ้าคุณเทพจัดงานวันเกิดให้มัทนา มีแขกเหรื่อแต่งตัวโก้หรูมาร่วมงานมากมาย รวมทั้ง คุณพลอย (กรรณาภรณ์ พวงทอง) เพื่อนสนิทของมัทนาที่มาพร้อม คุณเพชร (ธีร์ วณิชนันทธาดา) พี่ชายซึ่งเป็นนายตำรวจหนุ่ม ซึ่งก็แอบมีใจให้มัทนาอยู่ ความอ่อนหวานของมัทนา ทำให้บุปผาเกิดอาการหมั่นไส้ เธอจึงคิดหาวิธีกลั่นแกล้งมัทนาอยู่เสมอ แต่ยิ่งทำให้ไอศูรย์ ได้ใกล้ชิดมัทนามากยิ่งขึ้น บุปผาจึงใช้คุณเพชรเป็นเครื่องมือทำให้มัทนากับไอศูรย์เข้าใจผิดกัน พร้อมๆ กับหาโอกาสออดอ้อนไอศูรย์ ว่าตนอยู่ข้างเขาเสมอ

และในระหว่างที่บุปผาคุยกับไอศูรย์ตามลำพังนั้น สินก็มาเห็นเข้าจึงไม่พอใจ สั่งห้ามไม่ให้บุปผาอยู่ใกล้ไอศูรย์อีก แต่บุปผาไม่ยอม สินขู่ว่าจะบอกทุกคนว่าบุปผาเป็นเมียเขา หญิงสาวจึงรีบใช้มารยา ทำให้สินหายโกรธ แต่บุปผาเห็นท่าไม่ดีถ้าปล่อยสินเอาไว้เช่นนี้ เธอจึงไปปรึกษากับผกา ผกาจึงพาบุปผาไปขอยาที่ทำให้เป็นอัมพาตจากตาเถา หมอสมุนไพรที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

บุปผานำสมุนไพรมาให้สินกิน แล้วสินก็เกิดอาการเป็นอัมพาต และพูดไม่ได้อีกต่อไป คุณหญิงมณีสั่งให้เอาสินไปอยู่กระท่อมหลังสวน แล้วให้บุปผาผู้เป็นน้องสาวคอยดูแล บุปผาก็แกล้งทำเป็นเต็มใจ แต่พออยู่กันตามลำพังบุปผาก็ไม่เคยดูแลสินเลย สินรู้ว่าที่ตนเป็นอย่างนี้ก็เป็นเพราะฝีมือของบุปผา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนเสียใจที่หลงเชื่อผู้หญิงเลวๆ อย่างบุปผา

ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของบุปฝา ไม่นานนักเธอก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นรับความไว้ใจจากคุณหญิงมณี ให้เป็นคนรับใช้ส่วนตัวของมัทนา จากนั้นเป็นต้นมา มัทนาจึงมีบุปผาคอยไปไหนมาไหนด้วยตลอดรวมทั้งเวลาไปที่วังรัตนาของไอศูรย์ ที่นั่นบุปผาได้พบกับ คุณหญิงแจ่มจันทร์ (วจี กัลย์จาฤก) มารดาจอมเจ้ายศเจ้าอย่างของไอศูรย์

วันหนึ่งขณะที่มัทนาไปทำบุญที่วัดตามปกติทุกวันพระ ระหว่างทางกลับมัทนาได้พบกับหญิงบ้าสติไม่ดี ที่มาจากต่างถิ่นถูกชาวบ้านไล่ตีเพราะไปขโมยข้าวมากิน หญิงบ้ากลัวจนวิ่งตกลงไปในน้ำ หญิงบ้าว่ายน้ำไม่เป็นพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด มัทนาเห็นดังนั้นก็กระโดดลงไปช่วยไว้ แต่หญิงบ้าสลบไปก่อน มัทนาจึงรีบพาหญิงบ้าไปส่งที่โรงพยาบาลโดยมีไอศูรย์เป็นแพทย์ผู้รักษา

เมื่อมัทนารู้ว่าหญิงบ้าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลยรับเป็นเจ้าของไข้ ทำให้มัทนากับไอศูรย์ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้งเพราะต้องคอยพูดคุยกันเรื่อง อาการป่วยของหญิงบ้า อาการของหญิงบ้าดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของไอศูรย์และมัทนาที่ปรับความเข้าใจกันได้ บุปผารู้เรื่องก็ไม่พอใจรีบเอาเรื่องที่มัทนาไปคลุกคลีกับหญิงบ้าชั้นต่ำ ไปบอกกับคุณหญิงมณี คุณหญิงจึงสั่งห้ามไม่ให้มัทนาไปยุ่งอีก แต่มัทนาไม่ยอม เพราะหากทิ้งหญิงบ้าไปแล้วเธอจะอยู่อย่างไรจึงยอมขัดคำสั่งมารดา

ไม่นานนักหญิงบ้าก็เริ่มจะจำความได้ว่าเธอชื่อ “อิ่ม” แต่เธอโกหกมัทนาว่าชื่อ “เอม” น้องสาวที่มีอยู่เพียงคนเดียวก็ถูกไฟไหม้ตายในบ้าน อิ่ม ได้รู้ว่ามัทนาคือลูกสาวของเจ้าคุณเทพ จึงขอเธอเข้าไปทำงานในวัง เพื่อหาโอกาสบอกความจริงทั้งหมดกับเจ้าคุณเทพ และวันที่อิ่มรอคอยก็มาถึง อิ่มพยายามหาทางเข้าพบเจ้าคุณเทพตามลำพัง พอเจ้าคุณเทพเห็นอิ่มก็จำได้ทันทีว่าคือพี่สาวของอุ่นนั่นเอง อิ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าคุณเทพฟังว่าคุณหญิงมณีเป็นคนอยู่เบื้องหลัง เรื่องทั้งหมดที่สั่งสร้อย ให้จ้างคนไปเผาบ้านตน เพื่อให้อุ่นน้องสาวตนกับหลานในท้องตาย

เจ้าคุณเทพเสียใจมาก เขาไม่คิดเลยว่าหญิงที่แสนสูงส่งจะใจคอโหดร้ายมากมายถึงเพียงนี้ แต่เพื่อเห็นแก่มัทนา เจ้าคุณเทพจึงขอร้องให้อิ่มเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะไม่อยากให้มัทนาเสียใจ แล้วอิ่มก็บอกกับเจ้าคุณเทพว่าลูกสาวของอุ่นกับเจ้าคุณเทพยังไม่ตาย แต่ระหว่างทางหนีอิ่มเกิดอุบัติเหตุ เธอจึงเสียสติ และคิดว่าคงมีคนใจบุญเอาตัวหลานสาวไปเลี้ยงดูแล้ว เจ้าคุณเทพดีใจมากจึงแอบสืบข่าวลูกสาวอีกคนอย่างลับๆ

แล้ววันหนึ่ง สร้อย ก็จำได้ว่าเอมก็คืออิ่มพี่สาวของอุ่นนั่นเอง คุณหญิงมณีจึงจับตัวอิ่มมาทรมาน อิ่มทนความเจ็บปวดไม่ไหวยอมรับความจริง คุณหญิงมณีตัดสินใจจะฆ่าอิ่ม แต่โชคดีที่อิ่มหลบหนีออกมาได้ ระหว่างทางหนีอิ่มพบกับบุปผาโดยบังเอิญ บุปผาช่วยชีวิตอิ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ช่วงเวลาวุ่นวายนั้นเองอิ่มก็เห็นปานที่ต้นขาขวาของบุปผา จึงรู้ว่าบุปผาคือหลานสาวของตนก็ดีใจ

อิ่มบอกกับบุปผาว่าพ่อที่แท้จริงของบุปผาก็คือเจ้าคุณเทพนั่นเอง บุปผาดีใจมากที่ตนคือลูกสาวอีกคนของเจ้าคุณเทพ และ เธอคือคุณหนูแห่งวังนี้ อิ่มบอกให้บุปผาไปบอกความจริงกับเจ้าคุณเทพเพราะขณะนี้เจ้าคุณเทพกำลังตามหา บุปผาอยู่ แต่บุปผาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา พร้อมกับพาอิ่มไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง

ขณะที่เจ้าคุณเทพตามหาลูกสาวอีกคน คุณหญิงมณีก็แอบส่งคนตามหาลูกสาวอีกคนของเจ้าคุณเทพ เช่นกัน เพื่อหวังจะกำจัดเด็กคนนี้ให้ได้ก่อนที่เจ้าคุณเทพจะเจอตัว เมื่อเจ้าคุณเทพกลับมาที่วังก็พบว่าอิ่มหนีออกจากวังไปแล้ว เจ้าคุณเทพท้อใจมากคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสพบลูกสาวอีกคนแล้ว คุณหญิงมณีจึงโล่งอก แต่ก็ยังสั่งให้สร้อยส่งคนคอยตามหาไม่หยุด โดยที่คุณหญิงมณีไม่รู้เลยว่าคนที่คุณหญิงตามหานั้นคือบุปผาที่อยู่ใต้จมูกของเธอนั่นเอง!

ใกล้ถึงวันเกิดคุณหญิงมณี บุปผาจึงแสร้งยุให้คุณหญิงมณีจัดงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อให้สมฐานะ คุณหญิงมณีเห็นด้วยจึงให้บุปผาเป็นานโดยไม่รู้เลยว่าบุปผามีแผนชั่วร้ายอยู่ และแล้วงานเลี้ยงวันเกิดของคุณหญิงมณีก็มาถึง บุปผาใช้จังหวะเหมาะขึ้นบนเวทีประกาศบอกทุกคนว่าเธอคือลูกสาวอีกคนหนึ่งของเจ้าคุณเทพกับแม่อุ่น ทุกคนตื่นตะลึง คุณหญิงมณีต่อว่าบุปผาว่าพูดโกหก บุปผาให้อิ่มออกมาปรากฏตัวและยืนยันต่อหน้าเจ้าคุณเทพว่าตนคือลูกอีกคนของเจ้าคุณเทพจริง ๆ เจ้าคุณเทพดีใจมากยอมรับบุปผาเป็นลูก และโอบกอดบุปผาด้วยความรัก มัทนาก็ดีใจที่มีน้องสาวเช่นกัน แต่คุณหญิงมณีนั้นแค้นใจมากที่ถูกบุปผาหลอกใช้

พอได้เข้ามาเป็นคุณหนูของวัง บุปผาก็ทำตัวเทียบเท่ามัทนาทุกอย่าง ทำให้คุณหญิงมณีไม่พอใจมากขึ้นอีกจึงด่าว่าบุปผา บุปผาแค้นใจเลยใส่ความคุณหญิงมณีว่าทำร้ายตน จนเจ้าคุณเทพไม่พอใจต่อว่าคุณหญิงมณีอย่างรุนแรง เมื่อมีบิดาปกป้องและให้ท้ายบุปผาก็วางอำนาจบาตรใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้คุณหญิงมณีโกรธแค้นบุปผาเป็นเท่าทวีคูณ เมื่ออีกาได้แปลงกายไปเป็นหงส์เทียบเท่ากับมัทนาแล้ว บุปผาคิดว่าไอศูรย์คงมีใจให้แก่เธอได้ไม่ยาก จึงพยายามยั่วยวนไอศูรย์แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะไอศูรย์นั้นมีความรักมั่นคงกับมัทนาเพียงคนเดียว บุปผาแค้นใจมาก คุณหญิงมณีจึงรู้ว่าบุปผามีใจให้ไอศูรย์และพยายามแย่งไอศูรย์ไปจากลูกสาวที่รักของเธอ คุณหญิงมณีจึงคิดใช้จุดอ่อนข้อนี้เพื่อกำจัดบุปผาให้พ้นทาง

วันหนึ่งบุปผาได้รับจดหมายจากไอศูรย์ให้ไปพบที่ท้ายป่าเพราะมีเรื่องสำคัญจะสารภาพ บุปผาหน้ามืดตามัวเพราะความรักที่มีต่อไอศูรย์จึงไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่านั่นคือแผนลวงของคุณหญิงมณี เมื่อบุปผาไปถึงจึงพบกับโจรที่คุณหญิงจ้างมาเพื่อฆ่าบุปผา แต่มัทนามาเจอเข้าจึงช่วยบุปผาจนตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งคู่ก็หนีรอดมาได้ บุปผาเอาเรื่องราวทั้งหมดไปเล่าให้อิ่มฟัง อิ่มมั่นใจว่าเป็นฝีมือของคุณหญิงมณีแน่ อิ่มแค้นคุณหญิงมณีเลยหลุดปากพูดเรื่องที่คุณหญิงสั่งคนเผาบ้านจนอุ่นแม่ของบุปผาตายในกองไฟ บุปผาแค้นใจจะไปเอาเรื่องคุณหญิงมณีเข้าคุก แต่อิ่มขอร้องบอกรับปากกับเจ้าคุณเทพไว้ว่าจะไม่เล่าเรื่องนี้กับใคร ถ้าบุปผาไปเอาเรื่องคุณหญิงมณี เจ้าคุณเทพต้องโกรธมาก เจ้าคุณเทพไม่อยากเอาเรื่องคุณหญิงมณีเพราะเห็นแก่มัทนานั่นเอง

เมื่อบุปผาไม่สามารถเอาเรื่องคุณหญิงมณีที่วางแผนฆ่าแม่ของตนเข้าคุกได้ เพราะทั้งเจ้าคุณเทพและอิ่มเห็นแก่มัทนา บุปผาจึงคิดว่ามัทนาก็ควรจะสูญเสียอะไรให้ตนบ้าง บุปผาจึงเอาเรื่องนี้ไปบอกมัทนาเพื่อข่มขู่ให้มัทนาถอนหมั้นและเลิกยุ่งเกี่ยวกับไอศูรย์เสีย ถ้าไม่อยากให้คุณหญิงมณีแม่ของเธอถูกจับเข้าคุก มัทนารู้ความจริงก็เสียใจมากเธอจึงถอนหมั้นกับไอศูรย์ทันทีเพื่อปกป้องมารดา ไม่มีใครเข้าใจเหตุผลที่มัทนาขอถอนหมั้นกับไอศูรย์เลย โดยเฉพาะตัวไอศูรย์เอง เขาไม่เข้าใจว่าเขาทำผิดอะไร ไอศูรย์พยายามถามมัทนาแต่เธอก็มักจะหลบหน้าหลบตาไม่ยอมพบเขาเลย จนกระทั่งวันหนึ่งไอศูรย์ดักพบมัทนาจนได้ มัทนาอยากให้ไอศูรย์ตัดใจจึงโกหกว่าตอนนี้เธอรักอยู่กับคุณเพชรทำให้ไอศูรย์เสียใจมาก บุปผาจึงใช้ช่วงเวลานี้ปลอบใจไอศูรย์แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะใจไอศูรย์ได้ ไอศูรย์ปฏิเสธความรักที่บุปผามีต่อเขาแม้จะไม่มีมัทนาแล้วก็ตาม บุปผาเสียใจมากแต่ก็ไม่ยอมแพ้ บุปผาต้องการเอาไอศูรย์มาเป็นของตัวเองให้ได้จึงวางแผนมอมเหล้าไอศูรย์และสร้างเรื่องว่าไอศูรย์ปลุกปล้ำเธอ ทำให้ไอศูรย์ต้องยอมตกลงแต่งงานกับบุปผา แม้คุณหญิงแจ่มจันทร์แม่ของไอศูรย์จะไม่ชอบบุปผาเพราะมีแม่เป็นแค่หญิงชาวบ้านต่ำต้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมจัดงานตามประเพณีเพราะเห็นแก่เจ้าคุณเทพ

ขณะที่บุปผากำลังวุ่นวายอยู่กับเรื่องแต่งงานกับไอศูรย์นั้นเอง มัทนาที่หัวใจเจ็บช้ำเพราะรู้เรื่องที่ไอศูรย์กำลังจะแต่งงานกับบุปผา จึงมาเยี่ยมสินที่ไม่มีคนดูแล มัทนาได้พาหมอมารักษาสินที่เธอเคารพรักเหมือนพี่ชายคนหนึ่งเพราะเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนอาการอัมพาตของสินเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่หมอกลับพบว่าสินกำลังป่วยหนักด้วยโรคใหม่

ก่อนวันแต่งงาน ผกาที่กำลังลำบากเพราะถูกตำรวจปิดซ่องเพิ่งรู้เรื่องว่าบุปผาได้ดีไปเป็นลูกสาวเจ้าคุณเทพก็มาหาบุปผาเพื่อขอเงิน แต่บุปผาไม่ยอมให้เพราะแค้นใจที่เคยถูกผกาโขกสับและบังคับให้ขายตัว จึงไล่ผกาไปอย่างหมูอย่างหมา ผกาเสียใจและแค้นใจมากจึงตั้งใจจะทำลายงานแต่งงานของบุปผา

เมื่อวันแต่งงานของบุปผาและไอศูรย์มาถึง ผกามาเจอมัทนาที่เดินเศร้าอยู่หน้างานจึงบอกมัทนาว่าเธอคือแม่ที่เคยเลี้ยงดูบุปผามาก่อนเพิ่งรู้ข่าวว่าบุปผาจะแต่งงาน แต่เข้าไปในงานไม่ได้เพราะลืมเอาบัตรเชิญมา จึงขอให้มัทนาพาเธอและเพื่อนๆเข้าไปแสดงความยินดีกับบุปผาด้วยเพราะบุปผาสั่งคนงานห้ามไม่ให้คนที่ไม่มีบัตรเชิญเข้าไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผกามาป่วนในงานของตน พอผกาและเหล่าโสเภณีเข้ามาในงานเลี้ยงได้สำเร็จ ผกาก็เปิดเผยความจริงว่าบุปผาคือโสเภณีที่เคยทำงานในซ่องของตนมาก่อน บรรดาโสเภณีที่อยู่ในสังกัดของผกาก็ออกมาช่วยกันพูดเป็นพยาน คุณหญิงแจ่มจันอับอายมากเลยประกาศยกเลิกงานแต่งงานทั้งหมด

บุปผาแค้นใจมากคิดว่ามัทนาพาผกามาทำลายงานแต่งงานของตน จึงเปิดโปงเรื่องที่คุณหญิงมณีแม่ของมัทนาเป็นคนสั่งวางเพลิงเผาบ้านจนแม่ของตนต้องตาย คุณหญิงมณีโกรธมากจึงไปหยิบปืนจะมาฆ่าบุปผา แต่มัทนามาปกป้องบุปผาและขอร้องให้แม่ไว้ชีวิตน้องสาวตน คุณหญิงมณีคับแค้นใจระบายทุกอย่างออกมาว่าที่ทำไปเพราะหมอดูทำนายว่ามัทนาจะถูกน้องของตัวเองฆ่าตาย จังหวะนั้นเองบุปผาแย่งปืนจากคุณหญิงมณีมาได้ จึงเล็งปืนไปที่มัทนาด้วยความแค้นและคิดจะฆ่ามัทนาเสีย เจ้าคุณเทพขอร้องบุปผา เพราะไม่อยากให้พี่น้องฆ่ากันเองแต่บุปผาไม่ฟัง แต่วินาทีที่บุปผาลั่นไก ก็มีเสียงปืนจากอีกกระบอกดังขึ้น! บุปผาทรุดตัวลงแล้วหันไปเห็นว่าเป็นสินนั่นเองที่เป็นคนยิงเธอ แต่บุปผายังไม่ตาย แค่โดนยิงถาก ๆ สินกำลังจะยิงซ้ำแต่มัทนาขอร้องไว้ บุปผาไม่คาดคิดว่าสินจะหาย สินแค้นใจพูดพรั่งพรูความแค้นบอกว่าถึงแม้เขาจะหายจากอัมพาต แต่อีกไม่นานเขาก็ต้องตายอยู่ดีเพราะเขาติดโรคร้ายมาจากบุปผา พูดจบสินก็ยิงตัวเองตาย บุปผาตกใจมากที่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย

เวลาผ่านไป บุปผานอนป่วยใกล้ตายอยู่กระท่อมท้ายสวน โดยมีเพียงเจ้าคุณเทพ อิ่มและมัทนาเท่านั้นคอยช่วยกันดูแล เพราะคนอื่น ๆ พากันรังเกียจกลัวว่าจะติดโรคจากบุปผากันหมด วันหนึ่งขณะที่มัทนากำลังเช็ดตัวให้บุปผาอย่างไม่เคยคิดรังเกียจเลย บุปผามองมัทนาแล้วร้องไห้รู้สึกผิดว่าทั้งที่เธอคิดจะเอาชีวิตมัทนาแต่มัทนากลับช่วยชีวิตเธอแล้วยังดูแลเธออย่างดีอีก บุปผาจึงหยิบมีดที่ซ่อนเอาไว้แล้วยกขึ้นมา คุณหญิงมณีมาเห็นก็กรีดร้องเพราะคิดว่าคำทำนายกำลังจะเป็นจริง แต่แล้วบุปผากลับหันมีดแทงตัวตาย!

หลังจากบุปผาตาย คุณหญิงมณีเสียใจและรู้สึกผิดมาก เรื่องราวเลวร้ายทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความงมงายหลงเชื่อคำทำนายของหมอดูของตน ดุจรับเอาไฟร้ายเข้าตัวและยอมให้ไฟนั้นหวนกลับมาทำร้ายผู้คนรอบข้างตัวเธอ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ คุณหญิงมณีจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจข้อหาจ้างวานฆ่าโดยไม่ซัดทอดใครเลย คุณหญิงยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว มัทนารู้สึกภูมิใจที่คุณหญิงมณีทำผิดแล้วยอมรับผิด เจ้าคุณเทพแม้จะเสียใจมากแต่ก็รู้ว่าที่คุณหญิงทำลงไปทั้งหมดด้วยความรักลูก จึงไปเยี่ยมคุณหญิงมณีที่คุกทุกวันไม่ขาด

ส่วนคุณหญิงแจ่มจันทร์ ซึ่งแม้จะประกาศไม่ยอมให้ไอศูรย์ยุ่งเกี่ยวกับมัทนาและครอบครัวของเจ้าคุณเทพอีก แต่ด้วยความรักมั่นคงของไอศูรย์ที่มีต่อมัทนาเพียงคนเดียว และความดีงามของ มัทนา ทำให้คุณหญิงแจ่มจันทร์เห็นใจยอมให้ทั้งคู่แต่งงานกันในที่สุด ติดตามชม ละครไฟหวน ได้ทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครไฟหวน เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2556

รายชื่อนักแสดง ไฟหวน

บุปผา รับบทโดย แซมมี่ เคาวเวลล์
ไอศูรย์ รับบทโดย ธนพล นิ่มทัยสุข
มัทนา รับบทโดย โบ – ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์
คุณหญิงมณี รับบทโดย ปิยะธิดา วรมุสิก
เจ้าคุณเทพ รับบทโดย สุรวุฑ ไหมกัน
สิน รับบทโดย ภาณุ สุวรรณโณ
ผกา รับบทโดย ภารดี อยู่ผาสุข
อิ่ม รับบทโดย รัชยา รักษ์กสิกรณ์
สร้อย รับบทโดย น้ำทิพย์ เสียมทอง
คุณหญิงแจ่มจันทร์ รับบทโดย วจี กัลย์จาฤก
คุณเพชร รับบทโดย ธีร์ วณิชนันทธาดา
คุณพลอย รับบทโดย กรรณาภรณ์ พวงทอง
อุ่น รับบทโดย ธัญสินี พรมวิสุทธิ์
คุณชไม รับบทโดย ณัฎฐริณีย์ กรรณสูต
ตาเถา รับบทโดย ชรัส เฟื่องอารมย์
แสง รับบทโดย บูม-ปิยพันธ์ ขำกฤษ

เรือนเสน่หา

พุทธศักราช 2448 ในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ยกเลิกการมีทาสไปแล้ว ผู้ชายโดยเฉพาะเจ้าขุนมูลนายนิยมมีภรรยาหลายคน ขณะที่ฝ่ายชายต่อสู้และแย่งชิงตำแหน่งและหน้าที่ทางสังคม ฝ่ายหญิงก็ต่อสู้เพื่ออำนาจในเรือน ครอบครัวของ คุณหลวงปราบ ธำรงค์นครา (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) เองก็เช่นกัน คุณหลวงมีภรรยาเอกคือ ชมนาด (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) หญิงสาวจากตระกูลสูง และ เอื้องคำ (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) ลูกสาวพ่อค้าจากเชียงใหม่
 
ทั้งสองคนต่างต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อให้เป็นคนโปรดของคุณหลวง ชมนาด นั้นมี อีอี่ (รัญญา ศิยานนท์) เป็นบ่าวคนสนิทคอยรับใช้เป็นหูเป็นตาให้ ส่วน เอื้องคำ มี อีมุ่ย (ณหทัย พิจิตรา) บ่าวที่ติดตามมาจากเชียงใหม่เป็นบ่าวคนสนิท และคอยเป็นหูเป็นตาเช่นกัน ทั้งชมนาดและเอื้องคำมักมีเรื่องกันบ่อยครั้ง เพราะเอื้องคำนั้นมีนิสัยเอาแต่ใจ เจ้าคิดเจ้าแค้น จึงไม่ยอมลงให้กับชมนาดเมียเอก ส่วนชมนาดนั้น ภายนอกดูเป็นคนจิตใจดี มีเมตตากรุณา แต่ซ่อนความเลือดเย็นเอาไว้ แต่เอื้องคำและอีมุ่ยมองทะลุเข้าไปถึงใต้ท่าทีเหล่านั้น จึงไม่วางใจในตัวชมนาด
 
เมื่อเมียบ่าวที่ชื่อ สร้อย (อุทัยศรี ศรีณรงค์) เกิดตั้งท้องขึ้นมา ชมนาดก็แอบจัดการฆ่าไปเสียโดยใช้บึ้งชะงัก แล้วแอบใส่ความโยนความผิดให้เอื้องคำ ระหว่างนั้นเอื้องคำเกิดตั้งท้อง คุณหลวงจึงให้รอคลอดลูกให้เรียบร้อย แล้วไสหัวเอื้องคำและอีมุ่ยออกไป เอื้องคำแค้นใจมากที่ไม่มีใครเชื่อตน ด้วยความแค้นเอื้องคำจึงแอบไปบนเรือนชมนาดจะฆ่า แต่ก็พลาดต้องตกบันไดลงมาแท้งลูก ทำให้เอื้องคำไม่เหลืออะไรอีกแล้ว รอเพียงวันที่จะออกไปจากเรือนเท่านั้น
 
ปราฏว่าในวันที่ต้องออกไปจากเรือน เอื้องคำเกิดเสียสติร้องหาลูก ทำให้คุณหลวงสงสารเลี้ยงดูให้อยู่ในเรือนต่อไป แม้เอื้องคำจะตกต่ำลงไปแล้ว ชมนาดก็ยังนอนใจไม่ได้ เพราะยังเหลือ มะลิ (โสภิตนภา ชุมภาณี) เมียบ่าวแสนซื่อของคุณหลวงอีกคนที่เป็นหนามยอกอก ยิ่งไปกว่านั้น มะลิ และ ไอ้มิ่ง (อาณัตพล ศิริชุมแสง) บ่าวชายเกิดไปรู้เห็นเรื่องบึ้งชะงักเข้า ยิ่งทำให้ชมนาดต้องกำจัดมะลิกับไอ้มิ่ง ด้วยการใส่ความว่าทั้งสองคนเป็นชู้กัน เมื่อคุณหลวงมาเห็นก็โมโหมาก สั่งลงโทษและไล่ออกจากเรือนไป
 
มะลิ ไอ้มิ่งและ ป้าพิศ (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา) ป้าของไอ้มิ่งหนีไปตั้งหลักที่วัด ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านคุณหลวงมากนัก หลวงตาน้อย (สรพงศ์ ชาตรี) พระที่ให้ความช่วยเหลือ ให้ทั้งหมดอยู่ที่กระท่อมท้ายวัด ปรากฏว่า มะลิมีลูกคุณหลวงติดท้องมาด้วย ทำให้ทุกคนยังออกเดินทางไปตั้งรกรากที่อื่นไม่ได้ ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน ส่วนชมนาดเองก็เกิดตั้งท้องขึ้นมาเช่นกัน
 
วันหนึ่ง อีอี่ไปที่วัดก็แอบเห็นไอ้มิ่งแล้วตามไป จึงได้รู้ว่ามะลิตั้งท้องลูกของคุณหลวงเช่นกัน ชมนาดสั่งอีอี่ให้จัดการพวกของมะลิ เย็นวันนั้นมะลิคลอดลูกแฝดชายออกมา พอตกดึกอีอี่แอบตามมาเผาบ้านหวังให้ทุกคนตายคากองเพลิง มะลิคว้าลูกมาได้เพียงคนเดียว ส่วนลูกอีกคนที่หน้าอกโดนพระที่หลวงตาน้อยให้มาร่วงใส่อกจนเป็นรอยแผลเป็นนั้นคาอยู่ในกองไฟกับป้าพิศ มะลิและไอ้มิ่งหนีออกมาได้ก็สลบอยู่ที่ข้างบ้าน หารู้ไม่ว่าป้าพิศโยนเด็กอีกคนออกมาได้ เด็กไปคาอยู่บนกอผักบุ้ง
 
ทางฝั่งชมนาดที่รออีอี่กลับมารายงานนั้น ก็เกิดเจ็บท้องจะคลอดลูกเช่นกัน แต่ร้องหาบ่าวไพร่ไม่ได้สักคนเพราะบ่าวไพร่มัวแต่ไปช่วยกันดับไฟที่เรือนบ่าว คนที่ขึ้นมาดูชมนาดก็คือเอื้องคำ เมื่อชมนาดคลอดลูกสาว เอื้องคำก็แย่งเอาลูกไป ทำให้ชมนาดรู้ทันทีว่าเอื้องคำแกล้งบ้า เอื้องคำสะใจ อุ้มลูกสาวชมนาดหนีออกไปกับอีมุ่ยในคืนนั้นเอง เมื่ออีอี่กลับมาพบจึงรีบออกไปตามหาเอื้องคำเพื่อเอาลูกชมนาดกลับมา แต่เด็กที่อีอี่ได้กลับมานั้น คือลูกชายของมะลิ ที่หลวงตาน้อยเป็นคนไปพบบนกอบัว ชมนาดจึงตกกระไดพลอยโจนเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยงแทนลูกตนเอง
 
อีอี่นั้นแม้จะรู้จากหลวงตาน้อยว่าเป็นลูกของมะลิ แต่ก็มิได้บอกชมนาด ฝั่งมะลินั้นเมื่อเข้าใจว่าลูกอีกคนตายไปในกองเพลิงกับป้าพิศแล้วก็เศร้าโศกเสียใจ พากันย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่อยุธยา ระหว่างทางได้เจอกันหญิงท้องแก่คนหนึ่ง ซึ่งเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูกกะทันหัน หญิงคนนั้นรู้ว่าตนจะไม่รอด จึงฝากลูกสาวที่เพิ่งคลอดให้มะลิช่วยดูแลแทนตน ก่อนจะขาดใจตายไป มะลิตั้งชื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นว่า สายหยุดและตั้งชื่อลูกชายของตนว่า เมือง
 
ส่วนเอื้องคำและอีมุ่ยที่ขโมยลูกชมนาดไป จับพลัดจับผลูได้ไปเป็นเมียของเถ้าแก่ซ้ง (ประกาศิต โบสุวรรณ) เจ้าของโรงฝิ่น เอื้องคำตั้งชื่อให้ลูกสาวชมนาดว่า ชวนชม และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เหม่ยฟาง ส่วนอีมุ่ยก็เปลี่ยนเป็นชื่อเง็ก เอื้องคำเลี้ยงดูชวนชมเป็นอย่างดี ให้ฝึกหัดทุกอย่างตามแบบฉบับของสาวชาววัง ท่ามกลางความแปลกใจของอีมุ่ยว่าเหตุใดต้องทำเช่นนั้น
 
คุณหลวงรักและหลงลูกชายคนแรกมาก ตั้งชื่อให้ว่า สุข เพราะเชื่อว่าลูกจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้าน จากนั้นไม่นาน ชมนาดตั้งท้องอีกครั้ง คราวนี้ชมนาดได้ลูกชาย และให้ชื่อว่า เทพ ชมนาดเลี้ยงดูลูกอย่างลำเอียง ทำให้มีปากเสียงกับคุณหลวงบ่อยครั้ง อีอี่นั้นเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูสุขด้วยความสงสาร ฝั่งมะลิและไอ้มิ่งก็เลี้ยงดู เมือง และ สายหยุดมาเป็นพี่น้องกัน โดยทั้งสองเข้าใจว่ามะลิและไอ้มิ่งคือพ่อแม่ที่แท้จริงของตน ทั้งที่ความจริงแล้วมะลิและไอ้มิ่งอยู่กันแบบพี่น้องเรื่อยมา
 
18 ปีผ่านไป รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว คุณหลวงได้เลื่อนขั้นเป็นคุณพระธำรงค์นครา สุขนั้นเติบใหญ่มาท่ามกลางความเกลียดชังของชมนาด เพราะคุณพระรักและหลงในตัวสุขมาก ยิ่งสุขเรียนเก่งและดีเท่าไร ก็ยิ่งเป็นข้อเปรียบเทียบกับเทพ ลูกแท้ ๆ ของชมนาด เทพไม่สนใจการเรียน เอาแต่หาเรื่องเที่ยวเตร่ สนุกสนานไปวัน ๆ ไม่ได้อย่างใจคุณหลวง แม้สุขจะรู้สึกอยู่เสมอว่าแม่ไม่รักตน ก็ยังเฝ้ากตัญญูพยายามทำให้แม่รักตน และไม่เคยอิจฉาริษยาน้องเลย คุณพระนั้นหวังให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายกับ เดือน ลูกสาวของ คุณหลวงไว (ศรุต วิจิตรานนท์) เพื่อนของตนเอง ส่วนมะลิและไอ้มิ่งนั้น เลี้ยงเมืองและสายหยุดมาจนเติบโต เมืองไปมีเรื่องกับนักเลงที่จะมาฉุดสายหยุด จนพวกนักเลงตามไล่ฆ่า ทำให้ทั้งครอบครัวนั้นหนีลงเรือ จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ที่พระนครอีกครั้ง
 
วันหนึ่ง เถ้าแก่ซ้งเกิดรู้ว่าที่แท้ชวนชมเป็นลูกสาวของชมนาดกับคุณพระ ก็ตั้งใจจะไปบอกความจริงกับคุณพระ เอื้องคำเลยใช้แก่นรัญจวนแก่นไม้ที่เพิ่มกำหนัด ซึ่งเอื้องคำเคยใช้ได้ผลมาหลายครั้งทั้งตอนที่ยั่วยวนคุณหลวง และเถ้าแก่ซ้งมาแล้ว แต่คราวนี้ออกฤทธิ์หนักจนทำให้เถ้าแก่ซ้งตายคาอกเอื้องคำ ทำให้เอื้องคำได้ขึ้นเป็นใหญ่ทันที เอื้องคำเลี้ยงดูชวนชมอย่างดี ชวนชมทำตามคำสั่งเอื้องคำทุกอย่าง และเฝ้ารอเพียงวันที่เอื้องคำจะบอกว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเป็นใคร อีมุ่ยเพิ่งจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว ทุกอย่างที่เอื้องคำทำมาทั้งหมด ก็เพียงเพื่อจะรอวันแก้แค้นชมนาด ให้ชมนาดเจ็บปวดอย่างสาสม! โศกนาฏกรรมความเสน่หาอาฆาตบทนี้ จะลงเอยเช่นไร? ติดตามกันต่อได้ใน ละครเรือนเสน่หา

อย่าลืมฉัน 2556

อย่าลืมฉัน เป็นเรื่องราวของความรักของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในรั้วมหาลัย “ฟอร์เกต มี น็อต” ดอกไม้แห่งรักและคำมั่นสัญญาว่าเธอจะไม่ลืมเขา เราจะไม่ลืมกัน เพราะรักและผูกพัน ก่อนอำลาด้วยอาลัย จึงฝากแหวนรูปดอกไม้ห้ากลีบสวมใส่ติดนิ้ว และ “อย่าลืมฉัน” กลีบบางใส่ไว้เพื่อย้ำรอยจดจำในหัวใจของสองเราว่า “จะมีเพียงกันและกันนิรันดรอย่าลืมฉัน… แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย เมื่อใดวายสวาทวอดจึงถอดเอย”

สุริยาวดี เจอปัญหาครอบครัว ทำให้ต้องออกจากการเรียน และไปจดทะเบียนแต่งงานกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แต่ก็เป็นแต่เพียงในนาม เพราะผู้ใหญ่ท่านนี้จริง ๆ ต้องการให้สุริยาวดีแต่งงานกับลูกชายท่าน แต่ลูกชายปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่กลับเมืองไทย ทำให้ท่านต้องจดทะเบียนกับสุริยาวดี และลูกชายก็ต้องเสียใจในอนาคต เมื่อคิดได้ว่าได้ทิ้งโอกาสอันสำคัญในชีวิตไปแล้ว และไม่สามารถจะหวนกลับได้

สุริยาวดี หายไปจากชีวิตเขมชาติ โดยไม่บอกกล่าว ทำให้เขมชาติเสียใจมากและกลายเป็นโกรธแค้น เมื่อทราบว่าหญิงสาวไปแต่งงานกับผู้ใหญ่ที่ร่ำรวย ขณะที่ เขมชาติ มุมานะเรียนจนจบ และทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำงานอย่าหนักจนสามารถก่อร่างสร้างตัวเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ ร่ำรวย แต่ความหลังครั้งก่อนยังหลอนจิตใจอยู่ร่ำไป จนทำให้ไม่สามารถที่จะรักใครได้อีก เขากลายเป็นคนอารมณ์ร้อน ปากจัด และโมโหโทโสได้ทุกเรื่อง

และเมื่อวันหนึ่ง สุริยาวดี กลับมาในนามของ “นางสุริยง” ได้เดินเข้ามาในชีวิตของเขมชาติอีกครั้งเพื่อหางานทำ เลี้ยงลูกชายสองคน ความรัก ความอาลัย ความโกรธแค้น และการเอาคืนจึงเริ่มขึ้น สุริยงกลับมาเพราะรัก เพื่อทำหน้าที่ของลูกที่ดี แล้วก็อยากจะตามหาหัวใจตัวเอง แต่เพราะต้องการรู้ใจเขมชาติ อยากเรียนรู้ผู้ชายที่ตัวเองรัก จึงปิดบังเรื่องในอดีตไว้ เขมชาติไม่อยากรักไม่อยากเห็นหน้า แต่ก็เพราะรอยอาลัย จึงคิดจะแก้แค้นเอาคืน เมื่อหัวใจที่ชอกช้ำอยู่แล้วทั้งสองดวง ถูกกระทำซ้ำเติมให้ชอกช้ำยิ่งกว่าเดิมเพราะหัวใจที่เจ็บยิ่งอยู่แล้ว ไม่เคยได้รับการเยียวยารักษา หรือแยแส… บทเรียนแห่งหัวใจ มิใช่มีเพียงบทเดียว บททดสอบคราวนี้จะทำให้ความรักลงเอยอย่างไร เมื่อรักกันย่อมไม่อยากให้พราก ไม่อยากให้มีคนอื่น