Author Archives: admin

พรพรหมอลเวง

“ตันหยง” สาวสวยมากด้วยความมั่นใจและสามารถ กับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันที่ทำให้เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของ “น้องเมย์” เด็กน้อยอายุห้าขวบกับปัญหาในครอบครัวใหญ่ของเด็กน้อยและความรู้สึกพิเศษที่เริ่มก่อขึ้นกับ “ปฐวี” อาหนุ่มของเด็กหญิงผู้เป็นหมอหนุ่ม หน้าตาดีที่มากด้วยความสามารถ เธอจะทำยังไงกับปัญหาของตน และจะกลับร่างตนได้หรือไม่
 
ตันหยง เสียใจจากการที่ไปพบ พิราม หนุ่มคู่หมั้นกำลังหาความสุขอยู่ที่คอนโดมิเนียมที่จะใช้เป็นห้องหอ กับพนักงานสาวในบริษัทของพิรามเองโดยบังเอิญ ตันหยงถอนหมั้นทันที แล้วขับรถออกมา ร้องไห้จนสาใจแล้วสำนึกว่าเป็นเพราะความโกรธแค้น อับอายที่ถูกหลอกมากกว่าจะเสียใจเพราะอกหักตันหยงขับรถเตลิดเปิดเปิงไปไกลโดยไม่รู้ตัว พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ที่อยุธยาแล้ว ตันหยงแวะทานข้าว เผลอดื่มเหล้าจนเมามาก รู้สึกตัวว่าชายหนุ่มแปลกหน้าเริ่มลวนลามจับมือจับแขนจึงขับรถกลับ แต่ถูกตามโดยรถ 2 คัน ขนาบหน้า-หลัง 1 ในรถคันนั้น คือชายแปลกหน้านั่นเอง ตันหยงกลัวตัดสินใจบึ่งรถหนีจนเกิดอุบัติเหตุบนทางโค้ง รถตันหยงตกข้างทางชนต้นไม้ใหญ่อย่างแรงวิญญาณ ของตันหยงออกจากร่าง และด้วยปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง พอตันหยงรู้สึกตัวอีกครั้งในโรงพยาบาลก็พบว่าร่างที่ตัวเองอยู่นั้นกลายเป็น เด็กหญิง อายุ 5 ขวบ ชื่อ เมริน ซึ่งพลาดตกบันได และเป็นเวลาเดียวกับที่ตันหยงประสบอุบัติเหตุ เกิดการสลับวิญญาณตันหยงรู้ว่าวิญญาณของเมรินตายแล้ว และตัวเองมาอาศัยร่างแทน แต่ไม่รู้ว่าร่างของตัวเองอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร จนกระทั่งตอนท้ายของเรื่องเมื่อแรกก็รู้สึกตัว ตันหยงพยายามบอกใคร ๆ ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ไม่มีใครรับฟัง เด็ก 5 ขวบ แม้แต่ ปฐวี ซึ่งเป็นทั้งแพทย์ที่รักษาและน้าชายของเมริน ตันหยงเลยเลิกพูดพยายามปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในร่างของ ด.ญ. เมริน ( น้องเมย์ ) ตันหยงต้องดำเนินชีวิตในร่างของน้องเมย์ วัย 5 ขวบ ด้วยวิญญาณและความรู้สึกของสาวอายุ 25 น้องเมย์เป็นสุดที่รักของน้าชาย ( ปฐวี )
 
ด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมของน้าชายกับหลาน 5 ขวบ ทำให้หัวใจของตันหยง เริ่มซึมซับความอบอุ่นทีละน้อยจนในที่สุดตันหยงก็ยอมรับกับตัวเองว่ารัก น้าวี เป็นความรักอย่างแท้จริงที่ไม่สามารถแสดงออกได้ใคร ๆ พากันแปลกใจมากที่น้องเมย์ กลายเป็นเด็กที่เรียนเก่ง พูดเก่ง ฉลาดเกินวัยมาก ตันหยงรู้ว่าครอบครัวของน้องเมย์มีปัญหา ประภัสสร และ เมธี แตกแยกกันเพราะความเข้าใจผิด และด้วยแรงยุของ ปรางค์ทิพย์ ตันหยงร่วมมือกับน้าวี แก้ไขสถานการณ์จนเรียบร้อย ขณะที่ความรู้สึกของตันหยงก็ยิ่งรักปฐวีเข้าไปทุกวัน ด้วยความอยากรู้ว่าร่างของตัวเองเป็นอย่างไร
 
ตันหยงพยายามหาข่าวตัว เองจาก นสพ. ทุกฉบับ แต่ก็ไม่พบจนหมดกำลังใจ เคยพยายามโทรศัพท์ไปหาแม่ ( คุณบุหงา ) หลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครยอมเชื่อว่า เด็กอายุ 5 ขวบ มาเรียกคุณบุหงาว่าแม่ ตันหยงไม่รู้จะทำยังไงต้องจำยอมอยู่ในร่างของน้องเมย์ต่อไป เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปมากมาย ในชีวิตครอบครัวของน้องเมย์ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวความไม่ซื่อสัตย์ของสามี ต่อภรรยาทั้งนั้น ทำเอาตันหยงแทบจะเกลียดผู้ชายทั้งโลก จน 3 เดือนผ่านไปประภัสสรและเมธี พ่อ-แม่ของน้องเมย์กลับมารักกันอย่างเดิม ตันหยงพอใจมาก คิดจะบอกความจริงกับปฐวีหลายครั้งแต่ไม่ได้บอก
 
บังเอิญมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ด้วยความริษยาของคุณปรางทิพย์ จึงไปจ้างให้กรรมกรคนหนึ่งมาปล้นบ้านประภัสสร ให้ทำร้ายประภัสสรและฆ่าน้องเมย์ ขณะที่คนร้ายกำลังบีบคอน้องเมย์และจับหัวกระแทกกำแพงแตก ปฐวีก็มาช่วยไว้ทันพอดี การที่ต้องไปโรงพยาบาลเช็คสมองเย็บแผลต่าง ๆ ทำให้ตันหยงบังเอิญพบคุณบุหงาครั้งหนึ่ง ตันหยงถลาเข้าไปกอดร้องไห้ เรียกว่าแม่ ปฐวีแปลกใจและสงสัยในตัวหลานสาวมานานแล้ว จึงต้องยอมรับว่าเรื่องที่หลานพูดตอนฟื้นคืนสติใหม่ ๆ เป็นความจริง
 
ตันหยง ยอมรับกับปฐวีทุกอย่าง ปฐวีทุกข์ใจมากเพราะรักน้องเมย์เหลือเกิน ( ขณะเดียวกันก็รู้ว่ารักตันหยงเช่นกัน ) ตันหยงรู้ว่าร่างของตัวเองกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรามา 3 เดือนกว่าแล้ว ตันหยงสงสารพ่อแม่ตัวเองมากที่เฝ้าร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงของลูกสาวตลอด เวลาด้วยความหวัง ว่าลูกจะฟื้นขึ้นมาวันหนึ่ง ปฐวีและตันหยงต่างก็มีปัญหากันทั้งคู่ โดยเฉพาะปฐวีคิด หนัก ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกใคร ระหว่างหลานรักกับหัวใจรัก เพราะถ้าตันหยงออกจากร่างน้องเมย์ก็จะสูญเสียน้องเมย์ตลอดไป แต่ถ้าเห็นแก่ตัวและครอบครัวของพี่สาว ก็เท่ากับว่า อยุติธรรมต่อครอบครัวของตันหยง
 
ในที่สุด ปฐวีก็ตัดสินใจยอมรับความจริงไล่ตันหยงให้กลับไปสู่ร่างเดิม ตันหยงในร่างน้องเมย์ ตัดสินใจกระโดดลงมาจากบันได ตายในเวลาเดิม (เที่ยงคืน) แต่ตันหยงไม่ได้กลับเข้าร่างทันที วิญญาณของตันหยงคงเฝ้าดูอาการของคนต่าง ๆ โดยเฉพาะปฐวี ที่มาเฝ้าคอยเรียกตันหยงที่โรงพยาบาลทุกวัน สารภาพความในใจทุกอย่างกับร่างนั้น รอคอยอย่างทรมานนานถึง 6 วัน ตันหยงก็กลับมาสู่ร่างเดิม ด้วยความสุข สมหวังของทั้งคู่ ครอบครัวของประภัสสรและเมธีเสียน้องเมย์ไปแต่ก็มีลูกสาวอีกคน คือวิญญาณของน้องเมย์ กลับมาเกิดใหม่นั่นเอง

ไฟหวน

เรื่องย่อไฟหวน (บาปรักไฟแค้น)

เจ้าคุณเทพ (สุรวุฑ ไหมกัน) และ คุณหญิงมณี (ปิยธิดา วรมุสิก) ผู้เป็นเจ้าของวัง “เทพมณี” ต้องต้อนรับแขกเหรื่อ ที่มาร่วมแสดงความยินดีที่คุณหญิงตั้งท้องลูกคนแรก รวมทั้ง คุณชไม (ณัฎฐริณีย์ กรรณสูต) เพื่อนสนิทของคุณหญิงมณีที่เดินทางมาจากเชียงใหม่ด้วย คุณชไมมีความสามารถเรื่องดูดวง เมื่ออยู่กันตามลำพัง คุณชไมจึงดูดวงให้คุณหญิงมณี แล้วทำนายว่าลูกในท้องที่จะเกิดมาจะเป็นผู้หญิง แต่คุณหญิงมณีจะมีลูกได้แค่คนเดียวเท่านั้น คุณหญิงไม่เชื่อคำทำนายของคุณชไม เพราะคิดว่าเป็นเพียงคำพูดไร้สาระ ส่วนเจ้าคุณเทพเมื่อรู้เรื่องกลับไม่ใส่ใจกับคำทำนาย เพราะไม่เชื่อเรื่องพวกนี้

แต่แล้วเรื่องราวดูเหมือนจะเป็นจริงดังคำทำนายของคุณชไม เมื่อถึงกำหนดคลอดลูก คุณหญิงมณีปวดท้องทุรนทุรายอยู่หลายวัน จนกระทั่งในที่สุดคุณหญิงก็คลอดลูกสาวออกมา แล้วเกิดอาการเลือดเป็นพิษ หมอฝรั่งที่โรงพยาบาลบอกว่าคุณหญิงมณีจะไม่สามารถมีลูกได้อีก ไม่เช่นนั้นจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิต คุณหญิงเสียใจมาก เธอนึกถึงคำพูดของคุณชไมขึ้นมาจับใจ

ครั้นเมื่อร่างกายหายป่วยเป็นปกติแล้ว คุณหญิงมณีจึงพา มัทนา ลูกสาวคนเดียวของเธอ เดินทางไปขอโทษคุณชไม แต่เมื่อคุณชไมดูดวงให้หนูน้อยมัทนา เธอก็ถึงกับต้องตกใจ เมื่อคำทำนายออกมาว่าหนูน้อยจะต้องตายเพราะพี่น้องร่วมสายเลือด แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อคุณหญิงมณีไม่สามารถมีลูกได้อีก!!

ไม่นานนักคุณหญิงก็ได้รู้ความจริงว่า เจ้าคุณเทพแอบมีเมียน้อยชื่อ อุ่น (ธัญสินี พรมวิสุทธิ์) ซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอด คุณหญิงมณีโกรธจนแทบคลั่ง เธอกลัวว่าลูกที่กำลังจะเกิดของเจ้าคุณเทพคนนี้ จะมาทำร้าย มัทนาลูกสาวของเธอดั่งคำทำนาย คุณหญิงมณีเลยสั่งให้ สร้อย (น้ำทิพย์ เสียมทอง) บ่าวคนสนิท ไปเผาบ้านของอุ่น

แต่ค่ำคืนนั้นอุ่นเกิดเจ็บท้องต้องคลอดก่อนกำหนด ทำให้อิ่ม (รัชยา รักษ์กสิกรณ์) พี่สาวของเธอต้องรีบพาหนูน้อยที่เพิ่งคลอดออกมาพร้อมปานแดงที่ต้นขา และมีอาการตัวซีด ออกมาจากบ้านเพื่อไปหาหมอเพียงลำพัง ก่อนที่คนร้ายก็ลอบเข้ามาวางเพลิงเผาบ้าน ทำให้อุ่นต้องนอนจมอยู่ในกองเพลิง ระหว่างที่อิ่ม พาหลานกลับมาบ้าน เธอแอบเห็น ว่าสร้อยเป็นอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เธอจึงรู้ทันทีว่าคุณหญิงมณีสั่งมาฆ่าอุ่นและลูกแน่นอน

อิ่มกลัวมากจึงอุ้มหลานวิ่งหนีเตลิดไป แต่เคราะห์ร้ายถูกรถเก๋งที่ ผกา (ภารดี อยู่ผาสุข) เจ้าของซ่องชื่อดัง แห่งหอโคมแดงนั่งมากับแขกชนเข้าอย่างจัง อิ่มกับเด็กน้อยกระเด็นล้มไป คนละทิศละทาง เธอพยายามตะเกียกตะกายไปหาหลานที่อยู่อีกฟากของถนน ผกาจึงช่วยพาทั้งสองไปส่งโรงพยาบาล ด้วยความกลัวและความตกใจสุดขีด ทำให้เมื่ออิ่มฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นคนเสียสติวิ่งออกไปจากโรงพยาบาลแล้วหาย สาบสูญไปเลย ด้านผกามาเยี่ยมที่โรงพยาบาลจึงพบว่าอิ่มเสียสติ และหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว โดยทิ้งเด็กน้อยเอาไว้ ผกาจึงพาเด็กน้อยที่เธอตั้งชื่อว่า บุปผา และนำไปเลี้ยงในซ่อง

ด้านคุณหญิงมณีถึงจะคิดว่าได้กำจัดลูกอีกคนหนึ่งของเจ้าคุณเทพ ที่กลัวว่าจะเป็นคนฆ่ามัทนาในอนาคตตามคำทำนายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถึงกระนั้นคุณหญิงมณีก็ยังไม่วางใจเพราะกลัวว่าเจ้าคุณเทพที่ยังหนุ่ม แน่นสามารถมีลูกกับหญิงอื่นได้อีก คุณหญิงมณีจึงสั่งให้สร้อยไปหาตาเถา (ชรัส เฟื่องอารมย์) หมอชาวบ้านเพื่อขอยาที่ทำให้เจ้าคุณเทพกินแล้วเป็นหมันมาให้ พอเจ้าคุณเทพกลับมาก็รู้เรื่องว่าอุ่นและ ลูกในท้องตายเพราะไฟไหม้บ้าน เจ้าคุณเทพเสียใจมากจนล้มป่วย คุณหญิงมณีจึงได้โอกาสวางยาเจ้าคุณเทพ โดยโกหกว่าเป็นยาบำรุงจนเจ้าคุณเทพเป็นหมันสมใจ

20 ปีต่อมา เด็กหญิงลูกสาวของอุ่น เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่ง บุปผา (แซมมี่ เคาวเวลล์) เป็นโสเภณีเบอร์หนึ่งของซ่องหอโคมแดง แต่ด้วยนิสัยมักใหญ่ใฝ่สูง เธอจะเลือกบริการเฉพาะแขกกระเป๋าหนักเท่านั้น เพื่อหวังว่าสักวันเธอจะไปเป็นคุณหญิงแทนการเป็นโสเภณีเช่นนี้ ดังนั้นเมื่อ สิน (ภาณุ สุวรรณโณ) คนขับรถของบ้านเจ้าคุณเทพมาเที่ยวและอยากใช้บริการของเธอ บุปผาก็ให้ผกาปฏิเสธไปทันที

วันหนึ่งบุปผาไปตัดชุดที่ร้านในตลาด เธอจึงได้พบกับ ไอศูรย์ (ธนพล นิ่มทัยสุข) หมอหนุ่มที่จบจากเมืองนอก ผู้เป็นเจ้าของ “วังรัตนา” บุปผาก็ตกหลุมรักชายหนุ่มขึ้นมาทันที เธอพยายามเข้าไปทำความรู้จัก และให้ท่าชายหนุ่มด้วยความมั่นใจ เพราะคิดว่าเขาจะต้องศิโรราบต่อความสวยของเธอดังเช่นผู้ชายทุกคน แต่ไอศูรย์ไม่มีท่าทีสนใจเธอเลย ผิดกับท่าที ที่ไอศูรย์มอบให้คุณหนูมัทนา (โบ-ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์) ลูกสาวเจ้าคุณเทพที่เพิ่งมาถึงร้านโดยมีสินเป็นคนขับรถ ไอศูรย์พูดจาหวานหูและดูแลอย่างดี ทำให้บุปผายิ่งสนใจชายหนุ่มและอยากจะเอาชนะใจเขาให้ได้

เมื่อสินกลับไปเที่ยวที่ซ่องอีกครั้ง บุปผาก็เปลี่ยนท่าที มาต้อนรับสินอย่างดี และยอมให้เขาใช้บริการในที่สุด ทำให้สินหลงใหลในตัวบุปผามาก บุปผาได้รู้ว่าไอศูรย์กับมัทนาเป็นคู่หมายกัน และไอศูรย์ก็ยังเป็นหมอประจำตัวของคุณหญิงมณีแม่ของมัทนาด้วย ดังนั้นบุปผาจึงคิดแผนให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับไอศูรย์ด้วยการออดอ้อนขอสิน ให้พาตนเข้าไปอยู่ในบ้านของมัทนา แต่ขอให้บอกกับทุกคนว่าเธอเป็นน้องสาวของสิน เพราะไม่อยากให้ใครมองตนไม่ดีว่าหนีตามผู้ชายมา ซึ่งสินก็ยอมทำตาม สินพาบุปผาเข้าไปกราบ และขออนุญาตคุณหญิงมณีให้น้องสาวอยู่ด้วย แม้คุณหญิงมณีจะไม่สู้เต็มใจนัก แต่มัทนาเห็นใจบุปผา จึงขอร้องให้มารดายอมให้น้องสาวของสินอยู่ด้วย

เมื่อบุปผาอยู่ในบ้านของมัทนาในฐานะคนใช้ เธอก็แทบจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากเฝ้ารอให้ไอศูรย์มาที่นี่ และเสนอตัวเข้าไปรับใช้ ด้วยความที่บุปผาไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวจัดจ้านเช่นครั้งที่อยู่หอโคมแดง ทำให้ไอศูรย์จำบุปผาไม่ได้

อยู่มาวันหนึ่งคุณหญิงมณี และเจ้าคุณเทพจัดงานวันเกิดให้มัทนา มีแขกเหรื่อแต่งตัวโก้หรูมาร่วมงานมากมาย รวมทั้ง คุณพลอย (กรรณาภรณ์ พวงทอง) เพื่อนสนิทของมัทนาที่มาพร้อม คุณเพชร (ธีร์ วณิชนันทธาดา) พี่ชายซึ่งเป็นนายตำรวจหนุ่ม ซึ่งก็แอบมีใจให้มัทนาอยู่ ความอ่อนหวานของมัทนา ทำให้บุปผาเกิดอาการหมั่นไส้ เธอจึงคิดหาวิธีกลั่นแกล้งมัทนาอยู่เสมอ แต่ยิ่งทำให้ไอศูรย์ ได้ใกล้ชิดมัทนามากยิ่งขึ้น บุปผาจึงใช้คุณเพชรเป็นเครื่องมือทำให้มัทนากับไอศูรย์เข้าใจผิดกัน พร้อมๆ กับหาโอกาสออดอ้อนไอศูรย์ ว่าตนอยู่ข้างเขาเสมอ

และในระหว่างที่บุปผาคุยกับไอศูรย์ตามลำพังนั้น สินก็มาเห็นเข้าจึงไม่พอใจ สั่งห้ามไม่ให้บุปผาอยู่ใกล้ไอศูรย์อีก แต่บุปผาไม่ยอม สินขู่ว่าจะบอกทุกคนว่าบุปผาเป็นเมียเขา หญิงสาวจึงรีบใช้มารยา ทำให้สินหายโกรธ แต่บุปผาเห็นท่าไม่ดีถ้าปล่อยสินเอาไว้เช่นนี้ เธอจึงไปปรึกษากับผกา ผกาจึงพาบุปผาไปขอยาที่ทำให้เป็นอัมพาตจากตาเถา หมอสมุนไพรที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

บุปผานำสมุนไพรมาให้สินกิน แล้วสินก็เกิดอาการเป็นอัมพาต และพูดไม่ได้อีกต่อไป คุณหญิงมณีสั่งให้เอาสินไปอยู่กระท่อมหลังสวน แล้วให้บุปผาผู้เป็นน้องสาวคอยดูแล บุปผาก็แกล้งทำเป็นเต็มใจ แต่พออยู่กันตามลำพังบุปผาก็ไม่เคยดูแลสินเลย สินรู้ว่าที่ตนเป็นอย่างนี้ก็เป็นเพราะฝีมือของบุปผา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนเสียใจที่หลงเชื่อผู้หญิงเลวๆ อย่างบุปผา

ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของบุปฝา ไม่นานนักเธอก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นรับความไว้ใจจากคุณหญิงมณี ให้เป็นคนรับใช้ส่วนตัวของมัทนา จากนั้นเป็นต้นมา มัทนาจึงมีบุปผาคอยไปไหนมาไหนด้วยตลอดรวมทั้งเวลาไปที่วังรัตนาของไอศูรย์ ที่นั่นบุปผาได้พบกับ คุณหญิงแจ่มจันทร์ (วจี กัลย์จาฤก) มารดาจอมเจ้ายศเจ้าอย่างของไอศูรย์

วันหนึ่งขณะที่มัทนาไปทำบุญที่วัดตามปกติทุกวันพระ ระหว่างทางกลับมัทนาได้พบกับหญิงบ้าสติไม่ดี ที่มาจากต่างถิ่นถูกชาวบ้านไล่ตีเพราะไปขโมยข้าวมากิน หญิงบ้ากลัวจนวิ่งตกลงไปในน้ำ หญิงบ้าว่ายน้ำไม่เป็นพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด มัทนาเห็นดังนั้นก็กระโดดลงไปช่วยไว้ แต่หญิงบ้าสลบไปก่อน มัทนาจึงรีบพาหญิงบ้าไปส่งที่โรงพยาบาลโดยมีไอศูรย์เป็นแพทย์ผู้รักษา

เมื่อมัทนารู้ว่าหญิงบ้าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลยรับเป็นเจ้าของไข้ ทำให้มัทนากับไอศูรย์ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้งเพราะต้องคอยพูดคุยกันเรื่อง อาการป่วยของหญิงบ้า อาการของหญิงบ้าดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของไอศูรย์และมัทนาที่ปรับความเข้าใจกันได้ บุปผารู้เรื่องก็ไม่พอใจรีบเอาเรื่องที่มัทนาไปคลุกคลีกับหญิงบ้าชั้นต่ำ ไปบอกกับคุณหญิงมณี คุณหญิงจึงสั่งห้ามไม่ให้มัทนาไปยุ่งอีก แต่มัทนาไม่ยอม เพราะหากทิ้งหญิงบ้าไปแล้วเธอจะอยู่อย่างไรจึงยอมขัดคำสั่งมารดา

ไม่นานนักหญิงบ้าก็เริ่มจะจำความได้ว่าเธอชื่อ “อิ่ม” แต่เธอโกหกมัทนาว่าชื่อ “เอม” น้องสาวที่มีอยู่เพียงคนเดียวก็ถูกไฟไหม้ตายในบ้าน อิ่ม ได้รู้ว่ามัทนาคือลูกสาวของเจ้าคุณเทพ จึงขอเธอเข้าไปทำงานในวัง เพื่อหาโอกาสบอกความจริงทั้งหมดกับเจ้าคุณเทพ และวันที่อิ่มรอคอยก็มาถึง อิ่มพยายามหาทางเข้าพบเจ้าคุณเทพตามลำพัง พอเจ้าคุณเทพเห็นอิ่มก็จำได้ทันทีว่าคือพี่สาวของอุ่นนั่นเอง อิ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าคุณเทพฟังว่าคุณหญิงมณีเป็นคนอยู่เบื้องหลัง เรื่องทั้งหมดที่สั่งสร้อย ให้จ้างคนไปเผาบ้านตน เพื่อให้อุ่นน้องสาวตนกับหลานในท้องตาย

เจ้าคุณเทพเสียใจมาก เขาไม่คิดเลยว่าหญิงที่แสนสูงส่งจะใจคอโหดร้ายมากมายถึงเพียงนี้ แต่เพื่อเห็นแก่มัทนา เจ้าคุณเทพจึงขอร้องให้อิ่มเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะไม่อยากให้มัทนาเสียใจ แล้วอิ่มก็บอกกับเจ้าคุณเทพว่าลูกสาวของอุ่นกับเจ้าคุณเทพยังไม่ตาย แต่ระหว่างทางหนีอิ่มเกิดอุบัติเหตุ เธอจึงเสียสติ และคิดว่าคงมีคนใจบุญเอาตัวหลานสาวไปเลี้ยงดูแล้ว เจ้าคุณเทพดีใจมากจึงแอบสืบข่าวลูกสาวอีกคนอย่างลับๆ

แล้ววันหนึ่ง สร้อย ก็จำได้ว่าเอมก็คืออิ่มพี่สาวของอุ่นนั่นเอง คุณหญิงมณีจึงจับตัวอิ่มมาทรมาน อิ่มทนความเจ็บปวดไม่ไหวยอมรับความจริง คุณหญิงมณีตัดสินใจจะฆ่าอิ่ม แต่โชคดีที่อิ่มหลบหนีออกมาได้ ระหว่างทางหนีอิ่มพบกับบุปผาโดยบังเอิญ บุปผาช่วยชีวิตอิ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ช่วงเวลาวุ่นวายนั้นเองอิ่มก็เห็นปานที่ต้นขาขวาของบุปผา จึงรู้ว่าบุปผาคือหลานสาวของตนก็ดีใจ

อิ่มบอกกับบุปผาว่าพ่อที่แท้จริงของบุปผาก็คือเจ้าคุณเทพนั่นเอง บุปผาดีใจมากที่ตนคือลูกสาวอีกคนของเจ้าคุณเทพ และ เธอคือคุณหนูแห่งวังนี้ อิ่มบอกให้บุปผาไปบอกความจริงกับเจ้าคุณเทพเพราะขณะนี้เจ้าคุณเทพกำลังตามหา บุปผาอยู่ แต่บุปผาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา พร้อมกับพาอิ่มไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง

ขณะที่เจ้าคุณเทพตามหาลูกสาวอีกคน คุณหญิงมณีก็แอบส่งคนตามหาลูกสาวอีกคนของเจ้าคุณเทพ เช่นกัน เพื่อหวังจะกำจัดเด็กคนนี้ให้ได้ก่อนที่เจ้าคุณเทพจะเจอตัว เมื่อเจ้าคุณเทพกลับมาที่วังก็พบว่าอิ่มหนีออกจากวังไปแล้ว เจ้าคุณเทพท้อใจมากคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสพบลูกสาวอีกคนแล้ว คุณหญิงมณีจึงโล่งอก แต่ก็ยังสั่งให้สร้อยส่งคนคอยตามหาไม่หยุด โดยที่คุณหญิงมณีไม่รู้เลยว่าคนที่คุณหญิงตามหานั้นคือบุปผาที่อยู่ใต้จมูกของเธอนั่นเอง!

ใกล้ถึงวันเกิดคุณหญิงมณี บุปผาจึงแสร้งยุให้คุณหญิงมณีจัดงานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อให้สมฐานะ คุณหญิงมณีเห็นด้วยจึงให้บุปผาเป็นานโดยไม่รู้เลยว่าบุปผามีแผนชั่วร้ายอยู่ และแล้วงานเลี้ยงวันเกิดของคุณหญิงมณีก็มาถึง บุปผาใช้จังหวะเหมาะขึ้นบนเวทีประกาศบอกทุกคนว่าเธอคือลูกสาวอีกคนหนึ่งของเจ้าคุณเทพกับแม่อุ่น ทุกคนตื่นตะลึง คุณหญิงมณีต่อว่าบุปผาว่าพูดโกหก บุปผาให้อิ่มออกมาปรากฏตัวและยืนยันต่อหน้าเจ้าคุณเทพว่าตนคือลูกอีกคนของเจ้าคุณเทพจริง ๆ เจ้าคุณเทพดีใจมากยอมรับบุปผาเป็นลูก และโอบกอดบุปผาด้วยความรัก มัทนาก็ดีใจที่มีน้องสาวเช่นกัน แต่คุณหญิงมณีนั้นแค้นใจมากที่ถูกบุปผาหลอกใช้

พอได้เข้ามาเป็นคุณหนูของวัง บุปผาก็ทำตัวเทียบเท่ามัทนาทุกอย่าง ทำให้คุณหญิงมณีไม่พอใจมากขึ้นอีกจึงด่าว่าบุปผา บุปผาแค้นใจเลยใส่ความคุณหญิงมณีว่าทำร้ายตน จนเจ้าคุณเทพไม่พอใจต่อว่าคุณหญิงมณีอย่างรุนแรง เมื่อมีบิดาปกป้องและให้ท้ายบุปผาก็วางอำนาจบาตรใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้คุณหญิงมณีโกรธแค้นบุปผาเป็นเท่าทวีคูณ เมื่ออีกาได้แปลงกายไปเป็นหงส์เทียบเท่ากับมัทนาแล้ว บุปผาคิดว่าไอศูรย์คงมีใจให้แก่เธอได้ไม่ยาก จึงพยายามยั่วยวนไอศูรย์แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะไอศูรย์นั้นมีความรักมั่นคงกับมัทนาเพียงคนเดียว บุปผาแค้นใจมาก คุณหญิงมณีจึงรู้ว่าบุปผามีใจให้ไอศูรย์และพยายามแย่งไอศูรย์ไปจากลูกสาวที่รักของเธอ คุณหญิงมณีจึงคิดใช้จุดอ่อนข้อนี้เพื่อกำจัดบุปผาให้พ้นทาง

วันหนึ่งบุปผาได้รับจดหมายจากไอศูรย์ให้ไปพบที่ท้ายป่าเพราะมีเรื่องสำคัญจะสารภาพ บุปผาหน้ามืดตามัวเพราะความรักที่มีต่อไอศูรย์จึงไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่านั่นคือแผนลวงของคุณหญิงมณี เมื่อบุปผาไปถึงจึงพบกับโจรที่คุณหญิงจ้างมาเพื่อฆ่าบุปผา แต่มัทนามาเจอเข้าจึงช่วยบุปผาจนตัวเองได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งคู่ก็หนีรอดมาได้ บุปผาเอาเรื่องราวทั้งหมดไปเล่าให้อิ่มฟัง อิ่มมั่นใจว่าเป็นฝีมือของคุณหญิงมณีแน่ อิ่มแค้นคุณหญิงมณีเลยหลุดปากพูดเรื่องที่คุณหญิงสั่งคนเผาบ้านจนอุ่นแม่ของบุปผาตายในกองไฟ บุปผาแค้นใจจะไปเอาเรื่องคุณหญิงมณีเข้าคุก แต่อิ่มขอร้องบอกรับปากกับเจ้าคุณเทพไว้ว่าจะไม่เล่าเรื่องนี้กับใคร ถ้าบุปผาไปเอาเรื่องคุณหญิงมณี เจ้าคุณเทพต้องโกรธมาก เจ้าคุณเทพไม่อยากเอาเรื่องคุณหญิงมณีเพราะเห็นแก่มัทนานั่นเอง

เมื่อบุปผาไม่สามารถเอาเรื่องคุณหญิงมณีที่วางแผนฆ่าแม่ของตนเข้าคุกได้ เพราะทั้งเจ้าคุณเทพและอิ่มเห็นแก่มัทนา บุปผาจึงคิดว่ามัทนาก็ควรจะสูญเสียอะไรให้ตนบ้าง บุปผาจึงเอาเรื่องนี้ไปบอกมัทนาเพื่อข่มขู่ให้มัทนาถอนหมั้นและเลิกยุ่งเกี่ยวกับไอศูรย์เสีย ถ้าไม่อยากให้คุณหญิงมณีแม่ของเธอถูกจับเข้าคุก มัทนารู้ความจริงก็เสียใจมากเธอจึงถอนหมั้นกับไอศูรย์ทันทีเพื่อปกป้องมารดา ไม่มีใครเข้าใจเหตุผลที่มัทนาขอถอนหมั้นกับไอศูรย์เลย โดยเฉพาะตัวไอศูรย์เอง เขาไม่เข้าใจว่าเขาทำผิดอะไร ไอศูรย์พยายามถามมัทนาแต่เธอก็มักจะหลบหน้าหลบตาไม่ยอมพบเขาเลย จนกระทั่งวันหนึ่งไอศูรย์ดักพบมัทนาจนได้ มัทนาอยากให้ไอศูรย์ตัดใจจึงโกหกว่าตอนนี้เธอรักอยู่กับคุณเพชรทำให้ไอศูรย์เสียใจมาก บุปผาจึงใช้ช่วงเวลานี้ปลอบใจไอศูรย์แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะใจไอศูรย์ได้ ไอศูรย์ปฏิเสธความรักที่บุปผามีต่อเขาแม้จะไม่มีมัทนาแล้วก็ตาม บุปผาเสียใจมากแต่ก็ไม่ยอมแพ้ บุปผาต้องการเอาไอศูรย์มาเป็นของตัวเองให้ได้จึงวางแผนมอมเหล้าไอศูรย์และสร้างเรื่องว่าไอศูรย์ปลุกปล้ำเธอ ทำให้ไอศูรย์ต้องยอมตกลงแต่งงานกับบุปผา แม้คุณหญิงแจ่มจันทร์แม่ของไอศูรย์จะไม่ชอบบุปผาเพราะมีแม่เป็นแค่หญิงชาวบ้านต่ำต้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมจัดงานตามประเพณีเพราะเห็นแก่เจ้าคุณเทพ

ขณะที่บุปผากำลังวุ่นวายอยู่กับเรื่องแต่งงานกับไอศูรย์นั้นเอง มัทนาที่หัวใจเจ็บช้ำเพราะรู้เรื่องที่ไอศูรย์กำลังจะแต่งงานกับบุปผา จึงมาเยี่ยมสินที่ไม่มีคนดูแล มัทนาได้พาหมอมารักษาสินที่เธอเคารพรักเหมือนพี่ชายคนหนึ่งเพราะเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนอาการอัมพาตของสินเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่หมอกลับพบว่าสินกำลังป่วยหนักด้วยโรคใหม่

ก่อนวันแต่งงาน ผกาที่กำลังลำบากเพราะถูกตำรวจปิดซ่องเพิ่งรู้เรื่องว่าบุปผาได้ดีไปเป็นลูกสาวเจ้าคุณเทพก็มาหาบุปผาเพื่อขอเงิน แต่บุปผาไม่ยอมให้เพราะแค้นใจที่เคยถูกผกาโขกสับและบังคับให้ขายตัว จึงไล่ผกาไปอย่างหมูอย่างหมา ผกาเสียใจและแค้นใจมากจึงตั้งใจจะทำลายงานแต่งงานของบุปผา

เมื่อวันแต่งงานของบุปผาและไอศูรย์มาถึง ผกามาเจอมัทนาที่เดินเศร้าอยู่หน้างานจึงบอกมัทนาว่าเธอคือแม่ที่เคยเลี้ยงดูบุปผามาก่อนเพิ่งรู้ข่าวว่าบุปผาจะแต่งงาน แต่เข้าไปในงานไม่ได้เพราะลืมเอาบัตรเชิญมา จึงขอให้มัทนาพาเธอและเพื่อนๆเข้าไปแสดงความยินดีกับบุปผาด้วยเพราะบุปผาสั่งคนงานห้ามไม่ให้คนที่ไม่มีบัตรเชิญเข้าไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผกามาป่วนในงานของตน พอผกาและเหล่าโสเภณีเข้ามาในงานเลี้ยงได้สำเร็จ ผกาก็เปิดเผยความจริงว่าบุปผาคือโสเภณีที่เคยทำงานในซ่องของตนมาก่อน บรรดาโสเภณีที่อยู่ในสังกัดของผกาก็ออกมาช่วยกันพูดเป็นพยาน คุณหญิงแจ่มจันอับอายมากเลยประกาศยกเลิกงานแต่งงานทั้งหมด

บุปผาแค้นใจมากคิดว่ามัทนาพาผกามาทำลายงานแต่งงานของตน จึงเปิดโปงเรื่องที่คุณหญิงมณีแม่ของมัทนาเป็นคนสั่งวางเพลิงเผาบ้านจนแม่ของตนต้องตาย คุณหญิงมณีโกรธมากจึงไปหยิบปืนจะมาฆ่าบุปผา แต่มัทนามาปกป้องบุปผาและขอร้องให้แม่ไว้ชีวิตน้องสาวตน คุณหญิงมณีคับแค้นใจระบายทุกอย่างออกมาว่าที่ทำไปเพราะหมอดูทำนายว่ามัทนาจะถูกน้องของตัวเองฆ่าตาย จังหวะนั้นเองบุปผาแย่งปืนจากคุณหญิงมณีมาได้ จึงเล็งปืนไปที่มัทนาด้วยความแค้นและคิดจะฆ่ามัทนาเสีย เจ้าคุณเทพขอร้องบุปผา เพราะไม่อยากให้พี่น้องฆ่ากันเองแต่บุปผาไม่ฟัง แต่วินาทีที่บุปผาลั่นไก ก็มีเสียงปืนจากอีกกระบอกดังขึ้น! บุปผาทรุดตัวลงแล้วหันไปเห็นว่าเป็นสินนั่นเองที่เป็นคนยิงเธอ แต่บุปผายังไม่ตาย แค่โดนยิงถาก ๆ สินกำลังจะยิงซ้ำแต่มัทนาขอร้องไว้ บุปผาไม่คาดคิดว่าสินจะหาย สินแค้นใจพูดพรั่งพรูความแค้นบอกว่าถึงแม้เขาจะหายจากอัมพาต แต่อีกไม่นานเขาก็ต้องตายอยู่ดีเพราะเขาติดโรคร้ายมาจากบุปผา พูดจบสินก็ยิงตัวเองตาย บุปผาตกใจมากที่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย

เวลาผ่านไป บุปผานอนป่วยใกล้ตายอยู่กระท่อมท้ายสวน โดยมีเพียงเจ้าคุณเทพ อิ่มและมัทนาเท่านั้นคอยช่วยกันดูแล เพราะคนอื่น ๆ พากันรังเกียจกลัวว่าจะติดโรคจากบุปผากันหมด วันหนึ่งขณะที่มัทนากำลังเช็ดตัวให้บุปผาอย่างไม่เคยคิดรังเกียจเลย บุปผามองมัทนาแล้วร้องไห้รู้สึกผิดว่าทั้งที่เธอคิดจะเอาชีวิตมัทนาแต่มัทนากลับช่วยชีวิตเธอแล้วยังดูแลเธออย่างดีอีก บุปผาจึงหยิบมีดที่ซ่อนเอาไว้แล้วยกขึ้นมา คุณหญิงมณีมาเห็นก็กรีดร้องเพราะคิดว่าคำทำนายกำลังจะเป็นจริง แต่แล้วบุปผากลับหันมีดแทงตัวตาย!

หลังจากบุปผาตาย คุณหญิงมณีเสียใจและรู้สึกผิดมาก เรื่องราวเลวร้ายทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความงมงายหลงเชื่อคำทำนายของหมอดูของตน ดุจรับเอาไฟร้ายเข้าตัวและยอมให้ไฟนั้นหวนกลับมาทำร้ายผู้คนรอบข้างตัวเธอ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ คุณหญิงมณีจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจข้อหาจ้างวานฆ่าโดยไม่ซัดทอดใครเลย คุณหญิงยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว มัทนารู้สึกภูมิใจที่คุณหญิงมณีทำผิดแล้วยอมรับผิด เจ้าคุณเทพแม้จะเสียใจมากแต่ก็รู้ว่าที่คุณหญิงทำลงไปทั้งหมดด้วยความรักลูก จึงไปเยี่ยมคุณหญิงมณีที่คุกทุกวันไม่ขาด

ส่วนคุณหญิงแจ่มจันทร์ ซึ่งแม้จะประกาศไม่ยอมให้ไอศูรย์ยุ่งเกี่ยวกับมัทนาและครอบครัวของเจ้าคุณเทพอีก แต่ด้วยความรักมั่นคงของไอศูรย์ที่มีต่อมัทนาเพียงคนเดียว และความดีงามของ มัทนา ทำให้คุณหญิงแจ่มจันทร์เห็นใจยอมให้ทั้งคู่แต่งงานกันในที่สุด ติดตามชม ละครไฟหวน ได้ทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครไฟหวน เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2556

รายชื่อนักแสดง ไฟหวน

บุปผา รับบทโดย แซมมี่ เคาวเวลล์
ไอศูรย์ รับบทโดย ธนพล นิ่มทัยสุข
มัทนา รับบทโดย โบ – ธัญญะสุภางค์ จิรปรีชานนท์
คุณหญิงมณี รับบทโดย ปิยะธิดา วรมุสิก
เจ้าคุณเทพ รับบทโดย สุรวุฑ ไหมกัน
สิน รับบทโดย ภาณุ สุวรรณโณ
ผกา รับบทโดย ภารดี อยู่ผาสุข
อิ่ม รับบทโดย รัชยา รักษ์กสิกรณ์
สร้อย รับบทโดย น้ำทิพย์ เสียมทอง
คุณหญิงแจ่มจันทร์ รับบทโดย วจี กัลย์จาฤก
คุณเพชร รับบทโดย ธีร์ วณิชนันทธาดา
คุณพลอย รับบทโดย กรรณาภรณ์ พวงทอง
อุ่น รับบทโดย ธัญสินี พรมวิสุทธิ์
คุณชไม รับบทโดย ณัฎฐริณีย์ กรรณสูต
ตาเถา รับบทโดย ชรัส เฟื่องอารมย์
แสง รับบทโดย บูม-ปิยพันธ์ ขำกฤษ

เรือนเสน่หา

พุทธศักราช 2448 ในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ยกเลิกการมีทาสไปแล้ว ผู้ชายโดยเฉพาะเจ้าขุนมูลนายนิยมมีภรรยาหลายคน ขณะที่ฝ่ายชายต่อสู้และแย่งชิงตำแหน่งและหน้าที่ทางสังคม ฝ่ายหญิงก็ต่อสู้เพื่ออำนาจในเรือน ครอบครัวของ คุณหลวงปราบ ธำรงค์นครา (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) เองก็เช่นกัน คุณหลวงมีภรรยาเอกคือ ชมนาด (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) หญิงสาวจากตระกูลสูง และ เอื้องคำ (พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร) ลูกสาวพ่อค้าจากเชียงใหม่
 
ทั้งสองคนต่างต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อให้เป็นคนโปรดของคุณหลวง ชมนาด นั้นมี อีอี่ (รัญญา ศิยานนท์) เป็นบ่าวคนสนิทคอยรับใช้เป็นหูเป็นตาให้ ส่วน เอื้องคำ มี อีมุ่ย (ณหทัย พิจิตรา) บ่าวที่ติดตามมาจากเชียงใหม่เป็นบ่าวคนสนิท และคอยเป็นหูเป็นตาเช่นกัน ทั้งชมนาดและเอื้องคำมักมีเรื่องกันบ่อยครั้ง เพราะเอื้องคำนั้นมีนิสัยเอาแต่ใจ เจ้าคิดเจ้าแค้น จึงไม่ยอมลงให้กับชมนาดเมียเอก ส่วนชมนาดนั้น ภายนอกดูเป็นคนจิตใจดี มีเมตตากรุณา แต่ซ่อนความเลือดเย็นเอาไว้ แต่เอื้องคำและอีมุ่ยมองทะลุเข้าไปถึงใต้ท่าทีเหล่านั้น จึงไม่วางใจในตัวชมนาด
 
เมื่อเมียบ่าวที่ชื่อ สร้อย (อุทัยศรี ศรีณรงค์) เกิดตั้งท้องขึ้นมา ชมนาดก็แอบจัดการฆ่าไปเสียโดยใช้บึ้งชะงัก แล้วแอบใส่ความโยนความผิดให้เอื้องคำ ระหว่างนั้นเอื้องคำเกิดตั้งท้อง คุณหลวงจึงให้รอคลอดลูกให้เรียบร้อย แล้วไสหัวเอื้องคำและอีมุ่ยออกไป เอื้องคำแค้นใจมากที่ไม่มีใครเชื่อตน ด้วยความแค้นเอื้องคำจึงแอบไปบนเรือนชมนาดจะฆ่า แต่ก็พลาดต้องตกบันไดลงมาแท้งลูก ทำให้เอื้องคำไม่เหลืออะไรอีกแล้ว รอเพียงวันที่จะออกไปจากเรือนเท่านั้น
 
ปราฏว่าในวันที่ต้องออกไปจากเรือน เอื้องคำเกิดเสียสติร้องหาลูก ทำให้คุณหลวงสงสารเลี้ยงดูให้อยู่ในเรือนต่อไป แม้เอื้องคำจะตกต่ำลงไปแล้ว ชมนาดก็ยังนอนใจไม่ได้ เพราะยังเหลือ มะลิ (โสภิตนภา ชุมภาณี) เมียบ่าวแสนซื่อของคุณหลวงอีกคนที่เป็นหนามยอกอก ยิ่งไปกว่านั้น มะลิ และ ไอ้มิ่ง (อาณัตพล ศิริชุมแสง) บ่าวชายเกิดไปรู้เห็นเรื่องบึ้งชะงักเข้า ยิ่งทำให้ชมนาดต้องกำจัดมะลิกับไอ้มิ่ง ด้วยการใส่ความว่าทั้งสองคนเป็นชู้กัน เมื่อคุณหลวงมาเห็นก็โมโหมาก สั่งลงโทษและไล่ออกจากเรือนไป
 
มะลิ ไอ้มิ่งและ ป้าพิศ (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา) ป้าของไอ้มิ่งหนีไปตั้งหลักที่วัด ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านคุณหลวงมากนัก หลวงตาน้อย (สรพงศ์ ชาตรี) พระที่ให้ความช่วยเหลือ ให้ทั้งหมดอยู่ที่กระท่อมท้ายวัด ปรากฏว่า มะลิมีลูกคุณหลวงติดท้องมาด้วย ทำให้ทุกคนยังออกเดินทางไปตั้งรกรากที่อื่นไม่ได้ ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน ส่วนชมนาดเองก็เกิดตั้งท้องขึ้นมาเช่นกัน
 
วันหนึ่ง อีอี่ไปที่วัดก็แอบเห็นไอ้มิ่งแล้วตามไป จึงได้รู้ว่ามะลิตั้งท้องลูกของคุณหลวงเช่นกัน ชมนาดสั่งอีอี่ให้จัดการพวกของมะลิ เย็นวันนั้นมะลิคลอดลูกแฝดชายออกมา พอตกดึกอีอี่แอบตามมาเผาบ้านหวังให้ทุกคนตายคากองเพลิง มะลิคว้าลูกมาได้เพียงคนเดียว ส่วนลูกอีกคนที่หน้าอกโดนพระที่หลวงตาน้อยให้มาร่วงใส่อกจนเป็นรอยแผลเป็นนั้นคาอยู่ในกองไฟกับป้าพิศ มะลิและไอ้มิ่งหนีออกมาได้ก็สลบอยู่ที่ข้างบ้าน หารู้ไม่ว่าป้าพิศโยนเด็กอีกคนออกมาได้ เด็กไปคาอยู่บนกอผักบุ้ง
 
ทางฝั่งชมนาดที่รออีอี่กลับมารายงานนั้น ก็เกิดเจ็บท้องจะคลอดลูกเช่นกัน แต่ร้องหาบ่าวไพร่ไม่ได้สักคนเพราะบ่าวไพร่มัวแต่ไปช่วยกันดับไฟที่เรือนบ่าว คนที่ขึ้นมาดูชมนาดก็คือเอื้องคำ เมื่อชมนาดคลอดลูกสาว เอื้องคำก็แย่งเอาลูกไป ทำให้ชมนาดรู้ทันทีว่าเอื้องคำแกล้งบ้า เอื้องคำสะใจ อุ้มลูกสาวชมนาดหนีออกไปกับอีมุ่ยในคืนนั้นเอง เมื่ออีอี่กลับมาพบจึงรีบออกไปตามหาเอื้องคำเพื่อเอาลูกชมนาดกลับมา แต่เด็กที่อีอี่ได้กลับมานั้น คือลูกชายของมะลิ ที่หลวงตาน้อยเป็นคนไปพบบนกอบัว ชมนาดจึงตกกระไดพลอยโจนเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยงแทนลูกตนเอง
 
อีอี่นั้นแม้จะรู้จากหลวงตาน้อยว่าเป็นลูกของมะลิ แต่ก็มิได้บอกชมนาด ฝั่งมะลินั้นเมื่อเข้าใจว่าลูกอีกคนตายไปในกองเพลิงกับป้าพิศแล้วก็เศร้าโศกเสียใจ พากันย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่อยุธยา ระหว่างทางได้เจอกันหญิงท้องแก่คนหนึ่ง ซึ่งเกิดเจ็บท้องจะคลอดลูกกะทันหัน หญิงคนนั้นรู้ว่าตนจะไม่รอด จึงฝากลูกสาวที่เพิ่งคลอดให้มะลิช่วยดูแลแทนตน ก่อนจะขาดใจตายไป มะลิตั้งชื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นว่า สายหยุดและตั้งชื่อลูกชายของตนว่า เมือง
 
ส่วนเอื้องคำและอีมุ่ยที่ขโมยลูกชมนาดไป จับพลัดจับผลูได้ไปเป็นเมียของเถ้าแก่ซ้ง (ประกาศิต โบสุวรรณ) เจ้าของโรงฝิ่น เอื้องคำตั้งชื่อให้ลูกสาวชมนาดว่า ชวนชม และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เหม่ยฟาง ส่วนอีมุ่ยก็เปลี่ยนเป็นชื่อเง็ก เอื้องคำเลี้ยงดูชวนชมเป็นอย่างดี ให้ฝึกหัดทุกอย่างตามแบบฉบับของสาวชาววัง ท่ามกลางความแปลกใจของอีมุ่ยว่าเหตุใดต้องทำเช่นนั้น
 
คุณหลวงรักและหลงลูกชายคนแรกมาก ตั้งชื่อให้ว่า สุข เพราะเชื่อว่าลูกจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้าน จากนั้นไม่นาน ชมนาดตั้งท้องอีกครั้ง คราวนี้ชมนาดได้ลูกชาย และให้ชื่อว่า เทพ ชมนาดเลี้ยงดูลูกอย่างลำเอียง ทำให้มีปากเสียงกับคุณหลวงบ่อยครั้ง อีอี่นั้นเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูสุขด้วยความสงสาร ฝั่งมะลิและไอ้มิ่งก็เลี้ยงดู เมือง และ สายหยุดมาเป็นพี่น้องกัน โดยทั้งสองเข้าใจว่ามะลิและไอ้มิ่งคือพ่อแม่ที่แท้จริงของตน ทั้งที่ความจริงแล้วมะลิและไอ้มิ่งอยู่กันแบบพี่น้องเรื่อยมา
 
18 ปีผ่านไป รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว คุณหลวงได้เลื่อนขั้นเป็นคุณพระธำรงค์นครา สุขนั้นเติบใหญ่มาท่ามกลางความเกลียดชังของชมนาด เพราะคุณพระรักและหลงในตัวสุขมาก ยิ่งสุขเรียนเก่งและดีเท่าไร ก็ยิ่งเป็นข้อเปรียบเทียบกับเทพ ลูกแท้ ๆ ของชมนาด เทพไม่สนใจการเรียน เอาแต่หาเรื่องเที่ยวเตร่ สนุกสนานไปวัน ๆ ไม่ได้อย่างใจคุณหลวง แม้สุขจะรู้สึกอยู่เสมอว่าแม่ไม่รักตน ก็ยังเฝ้ากตัญญูพยายามทำให้แม่รักตน และไม่เคยอิจฉาริษยาน้องเลย คุณพระนั้นหวังให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายกับ เดือน ลูกสาวของ คุณหลวงไว (ศรุต วิจิตรานนท์) เพื่อนของตนเอง ส่วนมะลิและไอ้มิ่งนั้น เลี้ยงเมืองและสายหยุดมาจนเติบโต เมืองไปมีเรื่องกับนักเลงที่จะมาฉุดสายหยุด จนพวกนักเลงตามไล่ฆ่า ทำให้ทั้งครอบครัวนั้นหนีลงเรือ จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ที่พระนครอีกครั้ง
 
วันหนึ่ง เถ้าแก่ซ้งเกิดรู้ว่าที่แท้ชวนชมเป็นลูกสาวของชมนาดกับคุณพระ ก็ตั้งใจจะไปบอกความจริงกับคุณพระ เอื้องคำเลยใช้แก่นรัญจวนแก่นไม้ที่เพิ่มกำหนัด ซึ่งเอื้องคำเคยใช้ได้ผลมาหลายครั้งทั้งตอนที่ยั่วยวนคุณหลวง และเถ้าแก่ซ้งมาแล้ว แต่คราวนี้ออกฤทธิ์หนักจนทำให้เถ้าแก่ซ้งตายคาอกเอื้องคำ ทำให้เอื้องคำได้ขึ้นเป็นใหญ่ทันที เอื้องคำเลี้ยงดูชวนชมอย่างดี ชวนชมทำตามคำสั่งเอื้องคำทุกอย่าง และเฝ้ารอเพียงวันที่เอื้องคำจะบอกว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเป็นใคร อีมุ่ยเพิ่งจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว ทุกอย่างที่เอื้องคำทำมาทั้งหมด ก็เพียงเพื่อจะรอวันแก้แค้นชมนาด ให้ชมนาดเจ็บปวดอย่างสาสม! โศกนาฏกรรมความเสน่หาอาฆาตบทนี้ จะลงเอยเช่นไร? ติดตามกันต่อได้ใน ละครเรือนเสน่หา

อย่าลืมฉัน 2556

อย่าลืมฉัน เป็นเรื่องราวของความรักของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในรั้วมหาลัย “ฟอร์เกต มี น็อต” ดอกไม้แห่งรักและคำมั่นสัญญาว่าเธอจะไม่ลืมเขา เราจะไม่ลืมกัน เพราะรักและผูกพัน ก่อนอำลาด้วยอาลัย จึงฝากแหวนรูปดอกไม้ห้ากลีบสวมใส่ติดนิ้ว และ “อย่าลืมฉัน” กลีบบางใส่ไว้เพื่อย้ำรอยจดจำในหัวใจของสองเราว่า “จะมีเพียงกันและกันนิรันดรอย่าลืมฉัน… แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย เมื่อใดวายสวาทวอดจึงถอดเอย”

สุริยาวดี เจอปัญหาครอบครัว ทำให้ต้องออกจากการเรียน และไปจดทะเบียนแต่งงานกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แต่ก็เป็นแต่เพียงในนาม เพราะผู้ใหญ่ท่านนี้จริง ๆ ต้องการให้สุริยาวดีแต่งงานกับลูกชายท่าน แต่ลูกชายปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่กลับเมืองไทย ทำให้ท่านต้องจดทะเบียนกับสุริยาวดี และลูกชายก็ต้องเสียใจในอนาคต เมื่อคิดได้ว่าได้ทิ้งโอกาสอันสำคัญในชีวิตไปแล้ว และไม่สามารถจะหวนกลับได้

สุริยาวดี หายไปจากชีวิตเขมชาติ โดยไม่บอกกล่าว ทำให้เขมชาติเสียใจมากและกลายเป็นโกรธแค้น เมื่อทราบว่าหญิงสาวไปแต่งงานกับผู้ใหญ่ที่ร่ำรวย ขณะที่ เขมชาติ มุมานะเรียนจนจบ และทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำงานอย่าหนักจนสามารถก่อร่างสร้างตัวเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ ร่ำรวย แต่ความหลังครั้งก่อนยังหลอนจิตใจอยู่ร่ำไป จนทำให้ไม่สามารถที่จะรักใครได้อีก เขากลายเป็นคนอารมณ์ร้อน ปากจัด และโมโหโทโสได้ทุกเรื่อง

และเมื่อวันหนึ่ง สุริยาวดี กลับมาในนามของ “นางสุริยง” ได้เดินเข้ามาในชีวิตของเขมชาติอีกครั้งเพื่อหางานทำ เลี้ยงลูกชายสองคน ความรัก ความอาลัย ความโกรธแค้น และการเอาคืนจึงเริ่มขึ้น สุริยงกลับมาเพราะรัก เพื่อทำหน้าที่ของลูกที่ดี แล้วก็อยากจะตามหาหัวใจตัวเอง แต่เพราะต้องการรู้ใจเขมชาติ อยากเรียนรู้ผู้ชายที่ตัวเองรัก จึงปิดบังเรื่องในอดีตไว้ เขมชาติไม่อยากรักไม่อยากเห็นหน้า แต่ก็เพราะรอยอาลัย จึงคิดจะแก้แค้นเอาคืน เมื่อหัวใจที่ชอกช้ำอยู่แล้วทั้งสองดวง ถูกกระทำซ้ำเติมให้ชอกช้ำยิ่งกว่าเดิมเพราะหัวใจที่เจ็บยิ่งอยู่แล้ว ไม่เคยได้รับการเยียวยารักษา หรือแยแส… บทเรียนแห่งหัวใจ มิใช่มีเพียงบทเดียว บททดสอบคราวนี้จะทำให้ความรักลงเอยอย่างไร เมื่อรักกันย่อมไม่อยากให้พราก ไม่อยากให้มีคนอื่น

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์

ละครแนวรักโรแมนติก-ดราม่า สร้างจาก Autumn in my heart ของเกาหลี
กำหนดฉาย 22 พฤษภาคม 2556
ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 21.00 น. ทางช่อง True Asian Series / TrueVisions

หลานสาวนายพล

เมื่อ 3 สาวใบเถา ต้องช่วยคุณปู่นายพล ตามหารักครั้งเก่า เรื่องวุ่นๆปนอลเวงจึงเกิดขึ้น ++ หลานสาวนายพล เป็นเรื่องราวของ 3 สาวใบเถา แพรทอง (ธัญญ่า), ฝ้ายทอง (มิเชล), ไหมทอง (ดาว พิมพ์ทอง) หลานสาวคุณปู่ นายพล (เอ อนันต์) ประมุขของบ้านสวนสารภี ที่เป็นโรคความจำเสื่อม แต่ยังจำรักครั้งเก่าสมัยอดีต กับ ผอบ หญิงสาวคนรักเก่า ที่หายตัวไป เรื่องอลเวงเกิดขึ้นเมื่อคุณปู่ หายตัวไปจากบ้าน ไปตามหาคนรักเก่าที่คณะลิเก และป่วนจนวิกลิเกล่ม ทำให้ คณะลิเก พาคุณปู่ไปโรงพัก ครั้งนี้เองทำให้ สามสาวใบเถา ได้เจอกับ ผู้กองยอดธง (เต๋า สมชาย) ผู้กองหนุ่มที่แอบสนใจสามใบเถาอยู่ หลังจากคุณปู่ได้กลับมาบ้านสวน ก็ยัง ออกตามหา ผอบ อีก จึงหายไปจากบ้านไปโผล่ที่บ้านคุณนายบัวแก้ว (แหม่ม จินตหรา) และคิดว่าคุณนายบัวแก้ว เป็นอดีตคนรักเก่าของตน ในขณะที่หลานชายทั้งสองคนของคุณนาย ได้แก่ ต้นบุญ (ต่าย นัฐฐพนท์) และ ต่อบุญ (แม็ค พงศ์พีระ) ก็แอบสนใจ สามใบเถาแห่งบ้านสวนสารภี เช่นกันความวุ่นวายของ สามใบเถา กับหนุ่มๆจะเป็นอย่างไร คุณปู่จะตามหาผอบ เจอหรือไม่ ติดตามชมได้ใน หลานสาวนายพล

คุณชายธราธร

เส้นทางความรักของ ม.ร.ว.ธราธร หรือคุณชายใหญ่ ผู้สูงศักดิ์ ทายาทองค์โตของ หม่อมเจ้าวิชาชากร แห่งวังจุฑาเทพน่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับกลายว่าเต็มไปด้วยความลับซ่อนเร้นภายในจิตใจ ฉุดรั้งด้วยพันธสัญญาที่ผู้ใหญ่ระหว่างพระบิดาของเขากับ ม.ร.ว.เทวพันธ์ เทวพรหม ญาติสนิทที่ต้องการให้เขาหมั้นหมายและแต่งงานกับ ม.ล.เกษรา บุตรสาวคนโตของตระกูลเทวพรหม แต่หัวใจของคุณชายใหญ่กลับรั้งรอสาวน้อยคนหนึ่งที่มีอดีตในวัยเด็กร่วมกันมาเนิ่นนาน

ม.ร.ว.ธราธรรู้ดีว่าคงหลีกหนีเรื่องการแต่งงานกับม.ล.เกษราไม่ได้แล้ว ทั้งที่ใจของเขาเหมือนมีเงาของ ม.ล.ระวีรำไพ หรือ มะปราง ญาติผู้น้องคอยตามเสมอ ด้วยวัยที่ห่างกันถึงเก้าปี และยังเป็นลูกศิษย์ ทำให้คุณชายใหญ่ไม่กล้าที่จะเปิดเผยความในใจ โดยหารู้ไม่ว่าหัวใจของญาติผู้น้องก็ไม่ได้แตกต่างจากเขาเลย เพียงแต่รู้ว่าไม่เหมาะสมเพราะผู้ใหญ่ได้วางตัวม.ล.เกษราไว้ให้พี่ชายใหญ่ แล้ว

และแล้วโอกาสที่จะพิสูจน์หัวใจของกันและกันก็มาถึง เมื่อ ศ.ม.ร.ว.อาทิตยรังสี บิดาของมะปราง อาจารย์วิชาโบราณคดี เป็นประธานโครงการสำรวจและชุดแต่งบูรณะโบราณวัตถุสถานเขาพระวิหาร ร่วมกับม.ร.ว.ธราธรและคณะ แต่ด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรมของท่านชายอาทิตยรังสีทำให้มะปรางไม่อยากให้บิดาไป ทำงานเพียงลำพังโดยไร้คนดูแล จึงไปขอร้องคุณชายใหญ่ขอติดตามไปดูแลบิดาด้วยโดยจะปลอมตัวเป็นชายเพื่อสะดวก ในการเดินทางเพราะคณะติดตามเป็นชายล้วนทั้งสิ้น

คุณชายใหญ่เผลอรับปากจึงเป็นเหตุวุ่นวายที่ทำให้อีกสี่คุณชายพี่น้องที่กลม เกลียวรักกันแห่งจุฑาเทพเดือดร้อนใจไปด้วย โดยเฉพาะคุณชายปวรรุจที่เสนอให้ม.ล.เกษราแต่งตัวเป็นชายติดตามไปด้วย เพื่อจะได้ร่วมห้องพักกับมะปรางได้ และที่สำคัญเขาอยากให้พี่ชายใหญ่ได้ค้นหารักแท้ให้พบ ว่ารักชอบใครกันแน่จากการเดินทางไปสำรวจเขาพระวิหารครั้งนี้ด้วย คุณชายใหญ่จึงตัดสินใจชวนม.ล.เกษราคู่หมายในอนาคตให้ติดตามไปด้วย สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับเกษรามาก เพราะตลอดชีวิตไม่เคยออกนอกบ้านไปไหนไกล ๆ เลย จึงตอบตกลงทันที

คณะทีมสำรวจจึงได้มุ่งเดินทางไปยังเขาพระวิหาร โดยมีคณะสำรวจชายเพิ่มมาอีกสองคนคือระวีกับก้องเกียรติซึ่งทำให้คุณชายธราธร ใจเต้นไม่ปกติเพราะกลัวความลับจะแตก ถึงแม้การแต่งตัวจะพออำพรางสองสาวได้แต่การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก เกรงว่าสองสาวจะทนไม่ไหวจนแสดงความเป็นหญิงออกมาเสียก่อน

ในคณะติดตามยังมีอาจารย์ชินกร จากคณะโบราณคดี และเอ็ดเวิร์ด ชาวฝรั่งเศส กรรมการมูลนิธิเพื่ออนุรักษ์โบราณวัตถุและโบราณสถานและคณะติดตามไปด้วย ซึ่งอาจารย์ชินกรเป็นอีกผู้หนึ่งที่สงสัยสองหนุ่มน้อยที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ถึงแม้คุณชายใหญ่จะยืนยันว่าเป็นลูกศิษย์ก็ตามที ทำให้สองสาวรู้สึกเกร็งเวลาอยู่ใกล้อาจารย์ชินกร ส่วนเอ็ดเวิร์ดกลับมองสองสาวเป็นผู้ชายที่น่าหมายปอง เพราะเขามีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน ยิ่งทำให้คุณชายใหญ่หนักใจทวีคุณ

เมื่อถึงที่หมายคือปราสาทเขาพระวิหาร ทุกคนต่างลงมือทำงาน ด้วยความใกล้ชิดสนิทสนมดั้งเดิมของมะปรางกับคุณชายใหญ่ที่มีต่อกันฉันท์พี่ น้องทำให้เกษราได้เห็นทั้งคู่สนิทชิดเชื้อกันเกินควร ทำให้เกิดความรู้สึกน้อยใจและเคืองมะปราง ที่เวลาต่อหน้าแสดงความยินดีที่เกษราจะได้แต่งงานกับคุณชายใหญ่ แต่พอลับหลังกลับตีท้ายครัว ทำให้เกษรามึนตึงอยากจะเดินทางกลับก่อน อาจารย์ชินกรจึงรั้งไว้ และเมื่อได้ใกล้ชิดก็รู้สึกคุ้นหน้าก้องเกียรติมาก และแล้วเขาก็จำได้ว่าหน้าตาคลับคล้ายกับม.ล.เกษรา เจ้าของร้านขนมที่เขาเป็นขาประจำเขาแอบหลงรักเกษรามาเนิ่นนาน แต่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมีคุณชายใหญ่จับจองเป็นเจ้าของแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าเป็นเกษราเพราะเธอคือกุลสตรีที่คงไม่อุตริปลอมเป็นชายเดินทาง มาที่นี่เป็นแน่

ก้องเกียรติไหวตัวทันจึงสวมรอยเป็นญาติของม.ล.เกษราทำให้รอดพ้นจากการจับผิด ของอาจารย์ชินกรอย่างหวุดหวิด แต่นับจากนั้นอาจารย์ก็คอยเกาะติดก้องเกียรติเพื่อจะได้คุยเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษราหญิงที่เขาหมายปอง จนทำให้ก้องเกียรติเริ่มรู้สึกว่าเขาสนใจเกษรามากกว่าคนรู้จักเสียแล้ว จนกระทั่งก้องเกียรติถูกเอ็ดเวิร์ดลวนลามเพราะเข้าใจว่าเป็นผู้ชาย ยังดีที่อาจารย์ชินกรเข้ามาช่วยไว้ทัน และปกป้องเขาอย่างลูกผู้ชายคนหนึ่งทำให้เกษราประทับใจมาก

ฝ่ายคุณชายธราธรได้สำรวจโบราณวัตถุขึ้นสำคัญต่าง ๆ บนเขาพระวิหาร เพื่อเตรียมขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย และตั้งใจจะเดินทางออกสำรวจปราสาทหลังอื่น ๆ ที่อยู่ในป่าลึกเพื่อขึ้นทะเบียน เพราะเกรงว่าจะถูกลับลอบขนย้ายเสียก่อน ซึ่งก็มีมะปรางแอบติดตามไปด้วย และก็เป็นจริงอย่างที่คาดการณ์ไว้ เมื่อคุณชายธราธรไปถึงก็พบพวกโจรกำลังทำการขนย้ายวัตถุโบราณไปเก็บไว้ที่ เต็นท์ของตนกลางป่า เขาแอบไปเห็นเทวรูปและทับหลังชิ้นสำคัญมากมายในเต็นท์

คุณชายธราธรซุ่มดูจนเห็นพวกโจรได้พาเอ็ดเวิร์ดมาเอาโบราณวัตถุเพื่อส่งกลับ ฝรั่งเศส แต่แล้วพวกโจรก็จับได้ว่าคุณชายธราธรกับมะปรางแอบดูอยู่ เอ็ดเวิร์ดจึงสั่งให้ฆ่าปิดปาก ระหว่างวิ่งหนีได้เจอกับเกษราและอาจารย์ชินกรที่ออกเดินทางตามมาสมทบ และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อโจรตามทันและผลักมะปรางตกเขา ทำให้คุณชายธราธรได้รู้ใจตนเองเดี๋ยวนั้นว่าคนที่เขารักที่สุดในดวงใจคือ มะปราง จึงกระโดดตามลงไปอย่างไม่เสียดายชีวิต ทำให้เกษราใจหายและรู้ว่าคุณชายธราธรรักมะปรางมากเพียงใด เหล่าโจรเห็นสองคนตกลงไปแล้วจึงเป็นจังหวะที่เกษรากับอาจารย์ชินกรหลบหนี เข้าป่าไปอย่างหวุดหวิด แต่เอ็ดเวิร์ดก็ยังต้องการให้ค้นหาศพของมะปรางกับคุณชายธราธรให้พบและให้ไล่ ล่าเอาชีวิตของเกษราและอาจารย์ชินกรเพื่อปิดปากอีกด้วย เกษรากับอาจารย์ชินกรโชคร้ายที่หนีโจรไม่พ้นเพราะโจรชำนาญป่ามากกว่า โจรจึงตามถึงตัวก่อน เอ็ดเวิร์ดจึงรู้ความจริงว่าก้องเกียรติเป็นผู้หญิง จึงให้เกษราวิ่งหนีกระสุน แต่คนที่รับกระสุนแทนคืออาจารย์ชินกร และเหตุการณ์นี้ทำให้อาจารย์ชินกรรู้ความจริงว่าก้องเกียรติก็คือเกษรา ผู้หญิงที่เขาหลงรักนั่นเอง

ฝ่ายสี่สิงห์พี่น้องแห่งจุฑาเทพเมื่อรู้ข่าวก็รีบออกเดินทางและติดต่อตำรวจ ผู้เกี่ยวข้องออกติดตามทันที คุณชายพีร์จึงได้มาช่วยอาจารย์ชินกรและเกษราไว้ได้ทัน ส่วนคุณชายที่เหลือต่างแยกย้ายตามหาคุณชายธราธรและมะปรางที่ตกเขาจนพบและรีบ พามะปรางส่งโรงพยาบาลเพราะไข้ขึ้นสูงจากการตรากตรำรอนแรมในป่า ส่วนเอ็ดเวิร์ดและพวกกำลังหนีเข้าเขมรก็ถูกตำรวจจับกุมทันที ทุกคนกลับกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย ตามมาด้วยข่าวลือน่าอับอายที่สองราชนิกุลหญิงรอนแรมกับผู้ชายในป่าสร้างความ อัปยศอดสูให้กับราชสกุล จนทำให้ม.ร.ว.เทวพันธ์ บิดาของม.ล.เกษรา ต้องการเร่งรัดให้คุณชายธราธรแต่งงานกับเกษราทันที

หม่อมเอียดผู้ใหญ่ทางคุณชายธราธรจึงเจรจาสู่ขอเกษรา เพื่อให้เป็นไปตามพระประสงค์ของหม่อมเจ้าวิชชากรตั้งแต่ต้นด้วย แต่ก่อนงานหมั้นจะมีขึ้น คุณชายธราธรได้พบกับมะปรางเพื่อสารภาพรักกับเธออย่างหมดหัวใจ แต่เขาก็ต้องทำตามผู้ใหญ่เพื่อไม่ให้เกษราเสียหายที่ถูกทาบทามไว้ตั้งแต่แรก ถึงแม้เหตุการณ์นี้มะปรางน่าจะเป็นผู้เสียหายมากที่สุดเพราะพลัดหลงไปกับคุณ ชายธราธร แต่ด้วยน้ำใจงามของมะปรางยอมที่จะเป็นฝ่ายไปเรียนต่อที่อังกฤษและจะลืม เรื่องราวทุกอย่าง ทั้งคู่จึงต่างร่ำลาจากกันด้วยความอาลัย

งานหมั้นได้ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต แต่เมื่อถึงเวลาสวมแหวนเกษราตัดสินใจประกาศยกเลิกการหมั้น เพราะรู้ใจตนเองแล้วว่าคนที่เธอรักคืออาจารย์ชินกร และก็ไม่อยากจะพรากความรักระหว่างมะปรางกับคุณชายใหญ่ด้วย อาจารย์ชินกรจึงก้าวเข้ามารับผิดชอบแทน ทำให้คุณชายธราธรและคุณชายทั้งสี่รีบออกไปสนามบินทันทีเพราะมะปรางกำลังจะ เดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษวันนี้เช่นกัน

คุณชายธราธรตามหามะปรางเจอในห้องผู้โดยสารขาออก และสวมแหวนหมั้นจองตัวไว้ก่อน ท่ามกลางผู้โดยสารที่ร่วมแสดงความยินดี มะปรางออกเดินทางไปเรียนต่อประเทศอังกฤษด้วยหัวใจที่เป็นสุข และต่างก็ส่งจดหมายถึงกันและกัน เพื่อเป็นเครื่องผูกพันความรักจนกว่ามะปรางจะเรียนจบ และกลับมาแต่งงานตามหัวใจที่เรียกร้องมาเนิ่นนาน ติดตามชม ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายธราธร ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายธราธร

รายชื่อนักแสดง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายธราธร

วรินทร ปัญหากาญจน์      รับบท   ธราธร
รณิดา เตชสิทธิ์   รับบท   ม.ล.ระวีรำไพ
ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ   รับบท   ปวรรุจ
จิรายุ ตั้งศรีสุข  รับบท   พุฒิภัทร
ธนิน มนูญศิลป์   รับบท   รัชชานนท์
เจมส์ มาร์   รับบท   รณพีร์
จารุวรรณ ปัญโญภาส   รับบท   หม่อมเอียด
ดวงตา ตุงคะมณี   รับบท   ย่าอ่อน
สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล   รับบท   ชินกร
ณัฐวรา วงศ์วาสนา   รับบท   ม.ล.เกษรา
ทูน หิรัญทรัพย์   รับบท   อาทิตยรังสี
สุปราณี เจริญผล   รับบท   กัลยา
สวกร ติยะสวัสดิ์กุล   รับบท   โสภิตา
ปัญพร ศรีสวัสดิ   รับบท   ดาราอาย

ใน ละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายธราธร

วังน้ำวน-2547

อาโป ( อลิชา ไล่สัตรูไกล ), เพียงธาร ( ธัญญาเรศ รามณรงค์ ) และ ระริน ( ภัคพร ภูวะปัจฉิม ) เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยที่เรียนโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ทั้งสามทั้งมีความฝันเป็นของตัวเอง อาโปมีฐานะทางครอบครัวดีกว่าเพื่อน เธอฝันว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังเรียนจบ ผิดกับเพียงธารที่มีฐานะยากจน เธอจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวทุกอย่าง ระรินมีความฝันไม่ต่างจากเพื่อนๆ เธอใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนางเอกละคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเธอทั้งสามคิดเหมือนกัน ก็คือการแอบชอบ ต้นสาย ( ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง ) ครูฝึกสอนหนุ่มหน้าตาดีที่เข้ามาฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียน

เพียงธารออกหางานพิเศษทำทุกอย่างเพื่อส่งเสียครอบครัว งานแรกคือการเป็นเซลล์ขายเครื่องสำอางค์ ซึ่งทำให้เธอได้พบกับ ทัดดาว ( ศิรินุช เพ็ชรอุไร ) จึงถูกชักชวนไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้มีรายได้ดีกว่าเดิม และอาจจะมีโอกาสก้าวสู่การเป็นนางแบบได้ แต่เมื่อระรินรู้ จึงอยากรู้จักทัดดาวด้วย เพื่อหวังว่าตัวเองจะได้เป็นดาราอย่างที่ฝันไว้

วันหนึ่งทั้งสามสาวแอบโดดเรียนไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ แต่อาโปว่ายน้ำไม่แข็งจึงถูกดูดลงไปในใต้น้ำซึ่งเป็นน้ำวน ต้นสายเห็นเข้าจึงกระโดดลงไปช่วยอาโปไว้ทัน ทำให้อาโปรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก ต้นสายมาลาอาโป เพื่อกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจึงเผยความรู้สึกในใจต่อกัน วัน หนึ่งขณะที่ต้นสายกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ช่วยระรินที่กำลังถูกพ่อเลี้ยงปลุกปล้ำ ระรินจึงขอเข้ากรุงเทพฯ กับต้นสาย เพื่อไปทำงานกับทัดดาว แต่พอถึงกรุงเทพฯ ระรินกลับติดต่อกับทัดดาวไม่ได้ ต้นสายจึงให้ระรินพักกับตนไปก่อน จนทำให้ทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน อาโปและเพียงธาร รู้สึกผิดหวังมากเพราะคิดว่าต้นสายเป็นคนพาระรินหนี

หลังสอบปลายภาค เพียงธารตัดสินใจมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสียครอบครัว อาโปจึงเสนอให้ไปอยู่บ้านป้าพร้อมกับตัวเอง อาโปไปสมัครเรียนภาษาเยอรมันเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อ เลยทำให้เธอได้พบกับ กลางชล ( รัฐศาสตร์ กรสูต ) ครูสอนภาษาเยอรมัน ส่วนเพียงธารได้ไปทำงานที่ร้านดอกไม้ คุณปอง ( ณหทัย พิจิตรา ) อดีตดาราที่เคยเดินทางผิด เธอจึงคอยตักเตือนเพียงธารอยู่เสมอๆ เพราะกลัวว่าเพียงธารจะมีชีวิตที่ซ้ำรอยแบบเธอ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับ สินธู (นพชัย มัททวีวงศ์ ) นักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย คุณปองก็ยิ่งเป็นห่วงเธอมากขึ้น

ระรินถูกสินธู ชักชวนให้เล่นหนังวีซีดี เพราะสนใจในตัวระริน โดยที่ระรินก็เล่นด้วย สินธูอาสาเลี้ยงดูระรินโดยซื้อบ้านให้อยู่ ระรินจึงหนีจากต้นสายมาอยู่กับสินธู ทางด้านเพียงธารเป็นหญิงสาวที่สินธูหวังครอบครองเป็นเจ้าของ แต่มีคุณปองคอยขัดขวาง กลางชลมีโอกาสได้ใกล้ชิดเพียงธารมากขึ้น เมื่อเพียงธารย้ายออกมาอยู่อพาร์ทเมนท์ตรงข้ามกับบ้านของเขา ทำให้กลางชลเริ่มหวั่นไหว จึงขอหมั้นกับอาโปแล้วชวนกันไปอยู่ที่เยอรมันด้วยกัน แต่อาโปปฏิเสธเพราะยังสนุกกับงานที่ทำอยู่ อาโปนำเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อรถ เป็นจังหวะที่เพียงธารเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะหาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย จึงมาขอยืมอาโป แต่อาโปไม่มี เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจขอยืมสินธู สินธูจึงสั่งให้ลูกน้องนำเงินไปให้ทันที เพียงธารต้องการหาเงินให้ให้สินธูโดยเร็ว จึงทำงานเพิ่มมากขึ้น กลางชลแนะนำให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของเพื่อน อาโปก็ไปสมัครงานนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่าเพียงธารถูกเลือกแทน เพียงธารนำเงินไปคืนสินธู แต่เขาไม่รับและขอแลกกับการคบกับเพียงธารแทน แต่เพียงธารยังไม่ยอมรับ

กลางชลใกล้ชิดกับเพียงธารมากขึ้น โหน่ง ( วสันต์ อุตตมะโยธิน ) พยายามเตือนอาโป แต่อาโปไม่เชื่อว่าเพื่อนจะทำร้ายเพื่อนได้ ระรินเริ่มออกอาการหึงหวงสินธูมากขึ้นจนเสียการเสียงงาน สินธูวางแผนเปิดกล้องภาพยนตร์ 3 เรื่องพร้อมกัน โดยมี เพียงธาร, อาโป, ระริน นำแสดงในแต่ละเรื่อง โดยวางกลางชลแสดงคู่กับอาโป ระรินติดต่ออาโปให้สินธู แต่หลอกว่ามีฉากวับๆ แวมๆ อาโปจึงปฏิเสธ แต่มารู้ทีหลังวาเป็นหนังชีวิตธรรมดาจึงตอบรับ พออาโปรู้ว่ากลางชลถอนตัวจึงผิดหวังในที่สุดจึงตัดสินใจไม่รับเล่น และก็ยังไม่อยากไปเรียนต่อ กลางชลจึงแนะนำให้อาโปไปเรียนการแสดง จนได้รู้จักกับ แจ็ค ผู้กำกับที่กำลังหานางเอกใหม่อยู่ อาโปได้เจอกับต้นสายอีกครั้ง อาโปจึงแนะนำให้ต้นสายไปเป็นแสตนด์อินในละครที่เธอเล่น อาโปประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากกว่าเพื่อนทั้งสอง

สินธูคิดจะสร้างหนังใหญ่ เรื่อง วังน้ำวน โดย พัฒน์ ผู้กำกับต้องการ อาโป มาเล่น เพราะอาโปกำลังได้รับความนิยม แต่สินธูต้องการเพียงธาร และ ระริน เล่นเรื่องนี้ เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงในสังกัดของเขา พัฒน์เลือกอาโปกับระริน เพราะบทเหมาะกว่า เพียงธารไปหาคุณปอง แต่พบว่าคุณปองฆ่าตัวตาย เพราะเมียหลวงมาอาละวาดที่ร้าน เพียงธารเสียใจมาก รวมทั้งเห็นอาโปและกลางชลหวานชื่นกัน เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจไปหาสินธู และวันนั้นเธอก็ค้างที่คอนโดสินธูอย่างเต็มใจ จนเพียงธารรู้ว่าตัวเองไม่ได้เล่นหนัง วังน้ำวน จึงขอสินธูเปลี่ยนตัวให้เธอได้เล่นเรื่องนี้ เพื่อทำให้ความฝันของคุณปองให้เป็นจริง พัฒน์เลือก อาโป กับ เพียงธาร โดยตัดระรินออกจากหนังเรื่องนี้ ทำให้ระรินเสียใจมาก บังเอิญพระเอกของเรื่องนี้ถอนตัว สินธูจึงไปขอร้องให้กลางชลมาแสดงแทน กลางชลตอบตกลง เพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพียงธาร ทางด้านอาโปจึงเริ่มไม่ไว้ใจเพียงธารมากขึ้นและเริ่มหึงหวงกลางชล เมื่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป ระรินมาอาละวาดกับเพียงธารที่กองถ่ายเรื่องของสินธู กลางชลออกหน้าปกป้องเพียงธาร

อาโปน้อยใจกลางชลที่เริ่มตีตัวออกห่าง แจ็ค มาขอให้อาโปกับเพียงธารไปเดินแบบงานแฟชั่นการกุศล ระรินจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ไปเดินแฟชั่นงานนี้ด้วย ในงานแฟชั่น กลางชลตัดสินใจบอกเลิกกับอาโป เพียงธาร, อาโป, ระริน ต้องเผชิญหน้ากันในห้องแต่งตัว ทั้งสามทะเลาะกัน เมื่อออกมาหน้าเวทีจึงแกล้งเดินชน แล้วเหยียบเท้ากัน เลยเถิดไปถึงขั้นตบตีกันด้านหลังเวที สินธูกับกลางชลตามมาช่วย แต่ก็เกิดชกต่อยกันเองเพราะความหึงหวง สินธูดึงเพียงธารไปเคลียร์ปัญหาที่ค้างคากันอยู่ ส่วนระรินถึงกับขาดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล อาโปไม่สามารถเข้าฉากกับเพียงธารและกลางชล ได้อย่างสนิทใจอีกต่อไป

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ความรักของเพื่อนทั้งสาม ขาดสะบั้นลง เมื่อความรักกลายเป็นวังวน ที่พัวพันรอบตัวพวกเธอ จนไม่สามารถสะบัดหลุดไปได้ จุดจบความรักของทั้งสามจะเป็นอย่างไร พวกเธอจะหาทางออกจาก วังน้ำวน แห่งนี้ได้หรือไม่ หรือยังคงหลงอยู่ในวังวนต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

รายชื่อนักแสดง วังน้ำวัน

อลิชา ไล่สัตรูไกล รับบท อาโป
ธัญญาเรศ รามณรงค์ รับบท เพียงธาร
ภัคพร ภูวะปัจฉิม รับบท ระริน
รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท กลางชล
ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง รับบท ต้นสาย
นพชัย มัททวีวงศ์ รับบท สินธู
ศิรินุช เพ็ชรอุไร รับบท ทัดดาว
วสันต์ อุตตมะโยธิน รับบท โหน่ง
นัฏฐา ลอยด์ รับบท โสภิต
ณหทัย พิจิตรา รับบท ปอง
วิทิต แลต รับบท แอ๊ดดี้

ตาเบบูญ่า

ใต้ต้น ตาเบบูญ่า ที่นี่คือที่เริ่มต้นตำนานของสามสาวที่ผูกสมัครรักใคร่เป็นเพื่อนกันในรั้วมหาลัย แต่สายสัมพันธ์ยืนยาวจนเป็นเพื่อนทุกข์ในอนาคต เรื่องราวของเธอเกิดขึ้นเพราะผู้ชายเลวๆ หนึ่งคน ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเธอเปลี่ยนไป

ในงานเลี้ยงคืนสู่เหย้า สามสาวตาเบบูญ่าได้มาเจอกันอีกครั้ง ทั้งสามอยากจะลืมทุกสิ่งที่ไม่ดีต่อกัน ใต้ต้นตาเบบูญ่าต้นเดิม..มิตรภาพของพวกเธอเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ต่างคนต่างรับรู้ความเป็นไปของกันและกัน

แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เมื่อ เอกฤทธิ์ ผู้ชายที่ทำให้มิตรภาพของสามสาวตาเบบูญ่า สั่นคลอน ได้กลับมาป้วนเปี้ยนในชีวิตของพวกเธอ ไม่เพียงแต่เท่านั้น เขาได้เข้าไปพัวพันกับลูกๆ ของเธอทั้งสาม ทำให้เรื่องราวที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เขาทำลายอนาคตของพวกเธออย่างยับเยิน แล้วสามสาวตาเบบูญ่า จะทำอย่างไร นี่คือปัญหา และคำถามว่า ทำไม ทำไมปัญหาเหล่านั้นจึงเกิดขึ้นกับลูกผู้หญิงอย่างไม่จบสิ้น

หมูแดง 2555

ตระกูลของพิษณุ เป็นหนี้ตระกูลของภาคินัยอยู่ท้วมท้น แต่พิษณุก็มาด่วนเสียชีวิตไป ทิ้งภาระไว้ให้ลูกหลาน คนที่จะแก้สถานการณ์ให้คือ หมูแดง ลูกสาวคนรักเก่าของพิษณุ เด็กสาวผู้ถูกเกลียดชังจากคนทั้งสองตระกูล แต่ด้วยความฉลาด ทันคน อดทน และจริงใจ หมูแดง ก็ทำให้ตระกูลทั้งสองปรองดองกันได้สำเร็จ

การะเกด (สุธิดา เกตานนท์) รักอยู่กับ พิษณุ (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) ต่อมาพ่อแม่ของการะเกดจำเป็นต้องให้การะเกดแต่งงานกับเศรษฐีหนุ่มชาวจีนทั้งสองจึงต้องแยกจากกัน วันเวลาผ่านไปการะเกดมีลูกสาว คนหนึ่งชื่อ หมูแดง (รัชวิน วงศ์วิริยะ) เมื่อบิดาจากไป หมูแดง จึงติดตามการะเกดมาอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยให้น้าและคนงานเก่าแก่อยู่ดูแลไร่และโรงงานในต่างจังหวัด

ส่วนพิษณุนั้นได้แต่งงานกับ สตี (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) โดยมีข้อแม้ว่าพิษณุจะขอมีการะเกดอีกคน หากวันใดที่การะเกดกลับมา สตีมีลูกกับพิษณุ 3 คนคือ พิกุลแก้ว (เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์) เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ใกล้จะจบ จารึก (กาณณ์ กณิณ) ซึ่งหมกมุ่นอยู่กับอบายมุขทั้งเหล้าและการพนัน โรจนา หรือ มด (พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์) กำลังเรียนอยู่มัธยมปลาย เมื่อการะเกดกับ หมูแดง เข้ามาอยู่ใน บ้านวัชราพันธุ์ แม้สตีจะไม่พอใจแต่ก็ไม่แสดงให้พิษณุเห็น มีพิกุลแก้วคนเดียวเท่านั้นที่เป็นมิตรกับการะเกดและ หมูแดง

จากความล้มเหลวทางการลงทุนทำให้พิษณุเป็นหนี้ ภาคินัย (พีท ทองเจือ) นายแพทย์ทหารบกยศพลตรีอย่างมากมาย จนถึงกับเอาบ้านวัชราพันธุ์ไปจำนองไว้โดยไม่รู้ว่าในอดีตตระกูล ของภาคินัยเคยถูกปู่ย่าตายายของเขาหักหลังมาก่อน ภาคินัยจึงมุ่งแก้แค้นตระกูลพิษณุให้สิ้นฐานะ ซึ่งเรื่องหนี้นี้คุณสตีและลูก ๆ ไม่รู้มาก่อน มีแต่การะเกดคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้และหาทางช่วยเหลือพิษณุอยู่

หมูแดง ได้ไปเรียนโรงเรียนเดียวกับคุณมด โดยมีคุณสตีซึ่งไม่พอใจคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งบ่อยครั้ง การะเกดสงสารลูกได้แต่บอกให้อดทน หมูแดง จึงยอมทนทุกอย่าง เพราะเห็นแก่แม่ ภาคินัยส่ง โยธิน (โชคชัย บุญวรเมธี) หลานชายซึ่งเป็นเพื่อนกับจารึกมาเก็บดอกเบี้ยที่บ้าน วัชราพันธุ์เป็นประจำจนสนิทสนมกับพิกุลแก้ว ต่อมาภาคินัยได้เร่งรัดหนี้สินและขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องหนี้สินให้สตีและลูก ๆ รู้จะได้เลิกฟุ่มเฟือย ทำให้พิษณุเครียดจัดจนเสียชีวิตกะทันหัน

การะเกดได้แบกรับความทุกข์ของพิษณุไว้และพยายามช่วยกู้ฐานะของตระกูลตามที่พิษณุขอร้องก่อนตาย เมื่อ หมูแดง เรียนจบก็ได้กลับไปอยู่ที่ไร่ของพ่อและรู้ว่าตลอดเวลา ที่ผ่านมา แม่ได้ขายโรงงานและไร่บางส่วนไปเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายที่กรุงเทพฯ ในขณะที่สตี และลูก ๆ เข้าใจว่าการะเกดครอบครองมรดกของพิษณุแต่เพียงผู้เดียว จนกระทั่งการะเกด ล้มป่วยลง หมูแดง จึงเดินทางมาเยี่ยม

ระหว่างนั่งรถไฟได้พบกับภาคินัยโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เมื่อถึงกรุงเทพฯ หมูแดง ไปเยี่ยมการะเกดที่โรงพยาบาลและได้พบกับ พงษ์ (ปิยะ ตระกูลราษฎร์) ทนายความประจำตระกูลจึงรู้ว่าเจ้าหนี้กำลังเร่งรัดหนี้สินทั้งหมด หมูแดง จึงให้ทนาย ไปขอเลื่อนไปอีก 3 เดือน เธอจะพยายามขายไร่และจะหางานทำเพื่อหาเงินมาให้

อาจารย์อานนท์ (การิณ ศุตายุส์) สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่พิกุลแก้วเรียนอยู่ ได้หลงรักพิกุลแก้วเงียบ ๆ แต่พิกุลแก้วกลับหมั้นกับร้อยโทโยธินหลานชายของภาคินัย อานนท์ได้รู้จักกับ หมูแดง และไม่ชอบที่คุณมดแสดงกริยาดูถูก หมูแดง จึงพยายามช่วยปกป้องอยู่เสมอ ทำให้คุณมดไม่พอใจที่อานนท์สนใจ หมูแดง จึงคบคิดกับจารึกหาทางทำลาย หมูแดง จนเมื่อการะเกดกลับมาก็ได้ช่วย หมูแดง ไว้จนตัวเองตกบันไดตาย

ในงานศพ หมูแดง ได้พบกับภาคินัยและรู้ว่าที่แท้คือเจ้าหนี้รายใหญ่ของแม่ จึงโกรธและบอกว่าจะหาเงินมาใช้ให้ภาคินัยอย่างเร็วที่สุด โดยเธอจะแต่งงานกับ เสี่ยเมธี (อ้วน มนตรี) แต่ภาคินัยไม่ยอมเพราะรู้ว่าเสี่ยเมธีเป็นเสือผู้หญิง จึงจ้าง หมูแดง ไปทำงานที่บ้านของเขามีหน้าที่ดูแล คุณพริม (ด.ญ. นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล) ลูกสาวจอมดื้อที่เกิดกับภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเขา โดยสัญญาว่าถ้าทำงานครบ 3 เดือนจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ถ้าครบ 6 เดือนจะยกโฉนดที่ดินบ้านวัชราพันธุ์คืนให้หมด เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครเคยทำงาน ได้เกิน 2 สัปดาห์ หมูแดง รู้สึกเหมือนถูกสบประมาทจึงตกลงรับทำงานที่บ้านภาคินัย

เมื่อหมูแดงก้าวเข้ามายังบ้านของภาคินัย ก็พบกับความไม่พอใจจาก คุณเทวี (พิจิตรา สิริเวชชะพันธ์) น้องสาวคนสวยของภรรยาที่เสียไปของคุณภาคินัยและ ละม่อม (สุดา ชื่นบาน) แม่บ้านผู้ภักดีของคุณเทวี แต่ก็ยังมี สายบัว (วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ) แม่บ้านอีกคนหนึ่ง ที่เห็นใจ หมูแดง และเล่าเรื่องเกี่ยวกับบ้านภาคินัยให้ฟังเสมอ

ในระยะแรก ๆ คุณพริมไม่ชอบ หมูแดง เพราะเทวียุยงว่า หมูแดง จะมาเป็นแม่เลี้ยงคนใหม่ แต่ต่อมาเด็กน้อยก็กลับรักและไว้ใจ หมูแดง ทำให้เทวีวางแผนกลั่นแกล้ง หมูแดง ต้องออกจากบ้านไป ภาคินัยและลูกสาวต่างอาลัยอาวรณ์ เมื่อบ้านไม่มี หมูแดง จึงออกตามหาแต่ไม่พบ

ในงานแต่งงานของโยธินกับพิกุลแก้ว ภาคินัยได้เปิดเผยให้คนทั้งสองตระกูล ได้รู้ความจริงว่า การะเกดแม่ของ หมูแดง คือผู้ที่รับกรรมแทนคนในบ้านวัชราพันธุ์ทุกคน จึงร่ำร้องให้ หมูแดง กลับมา ส่วน หมูแดง เมื่อออกจากบ้านภาคินัยไป ก็ประสบอุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อภาคินัยรู้จึงไปรับ หมูแดง กลับมาและมอบโฉนดบ้านวัชราพันธุ์ให้ตามสัญญา หมูแดง ได้มอบบ้านวัชราพันธุ์ให้แก่พิกุลแก้วเป็นของขวัญวันแต่งงาน ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี เมื่อภาคินัยขอแต่งงาน เพื่อให้ หมูแดง เป็นแม่ของคุณพริมตลอดไป ติดตามชม ละครหมูแดง

รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร หมูแดง

พีท  ทองเจือ   แสดงเป็น   ภาคินัย
รัชวิน  วงศ์วิริยะ   แสดงเป็น   มริสสา หรือ หมูแดง
พิจิตรา  สิริเวชชะพันธ์   แสดงเป็น   เทวี
โชคชัย  บุญวรเมธี  แสดงเป็น   โยธิน
เบญจวรรณ  อาร์ดเนอร์   แสดงเป็น   พิกุล
ทัช  ณ ตะกั่วทุ่ง   แสดงเป็น   พิษณุ
ปนัดดา  วงศ์ผู้ดี   แสดงเป็น   สตี
พิมพ์อักษิพร  วินโกมินทร์   แสดงเป็น   โรจนา หรือ มด
การิณ  ศตายุส์   แสดงเป็น   อานนท์
เนาวรัตน์  ยุกตะนันท์   แสดงเป็น   ราตรี
พิศมัย  วิไลศักดิ์   แสดงเป็น   อาม่า
สุธิตา  เกตานนท์   แสดงเป็น   การะเกด
กนกวรรณ   ด่านอุดม   แสดงเป็น   หม่อมระย้า
กาณณ์  กณิณ   แสดงเป็น   จารึก
ปิยะ  ตระกูลราษฎร์   แสดงเป็น   ทนายพงศ์
เอกชัย  เอื้อสังคมเศรษฐ์   แสดงเป็น   ฟาริค
นิธิ  ผลทวี   แสดงเป็น   ดาวุด
อ้วน  มนตรี   แสดงเป็น   เสี่ยเมธี
สุทธิคุณ  วันทานุ   แสดงเป็น   พรชัย
สุดา  ชื่นบาน   แสดงเป็น   ละม่อม
ด.ญ นันท์นภัส  เลิศนามเชิดสกุล   แสดงเป็น   คุณพริม
ด.ญ ชินารดี  อนุพงษ์ภิชาติ   แสดงเป็น  หมูแดง (เด็ก)
ด.ญ รวิสรา  บูรณะปฏิมากร   แสดงเป็น   โรจนา (เด็ก)
ด.ช ริชาร์ด  เกียนี่   แสดงเป็น   ฟาริค (เด็ก)
ด.ช ภัทรนันท์  ปาสาเขา   แสดงเป็น   ดาวุด (เด็ก)
วรวุฒิ  พงษ์ธีรพล   แสดงเป็น   มานพ
ชูษี  เชิญยิ้ม   แสดงเป็น   เฉื่อย
ปรเมศวร์  สิงห์โพธิ์   แสดงเป็น   มนัส
ปิยะมาศ  โมนยะกุล   แสดงเป็น   คุณหญิงพรทิพย์
ธนายงค์  ว่องตระกูล  แสดงเป็น   เจ๊มิ่งขวัญ
คมกฤช  ยุตติยงค์   แสดงเป็น   จ่าเสริม