Author Archives: admin

ออฟฟิศพิชิตใจ

โกมินทร์ (ก้อง สหรัถ สังคปรีชา) และ วิภา (มาช่า วัฒนพานิช) คู่รักที่เป็นเจ้าของบริษัทขายสิ่งประดิษฐ์ไอเดียเก๋ที่แต่งงาน และช่วยกันสร้างบริษัทขึ้นมาทั้งสองคนอยู่กินกันมานาน จนกระทั่ง รักเริ่มจืดชืด ไร้ซึ่งความโรแมนติก และความตื่นเต้น ซึ่งบ่อยครั้งที่ทั้งคู่ทะเลาะกันทำให้ลูกน้องที่ออฟฟิศของตนต้องเจอเรื่องราวปวดหัวนี้ด้วย

โกมินทร์จึงคุยกับวิภาว่าแท้จริงแล้วชายหญิงแต่งงานอยู่กินด้วยกันนั้นมันเกิดจากอะไร เงินทอง หรือ ความรัก โกมินทร์บอกว่า เกิดจากเงินทอง วิภาบอกว่า เกิดจากความรัก ทั้งสองความคิดไม่เหมือนกันจึงท้าพิสูจน์กัน

ทั้งสองเลือก ตาน้ำ (กาย รัชชานนท์ สุขประกอบ) ซึ่งเป็นหลานของวิภา และเป็นพนักงานในบริษัทและ มัทรี (น้ำชา ชีรณัฐ ยูสานนท์) พนักงานในบริษัทอีกคนให้เป็นตัวแทนของตัวเอง (หนุ่มสาวทั้งสองไม่รู้ตัวเลย) โดยแอบบงการเจ้ากี้เจ้าการอยู่เบื้องหลังให้ทั้งสองรักกันให้ได้

โดยโกมินทร์พยายามให้รักกันด้วยเงิน ส่วนวิภาต้องการให้รักกันเพราะเกิดจากหัวใจ เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้นในซิทคอม ออฟฟิศพิชิตใจ ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 22.30 – 23.45 น. ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ละครออฟฟิศพิชิตใจ

คุณชายรณพีร์

คุณชายรณพีร์บุตรชายคนสุดท้องซึ่ง เกิดจากมารดาผู้เป็นหม่อมเอก กำลังเดือดร้อนใจเมื่อหม่อมเอียดยื่นคำขาดว่าจะต้องแต่งงานกับ ม.ล.วิไลรัมภาเท่านั้น เพราะไม่อยากให้หลานชายที่เนื้อหอมหว่านเสน่ห์สาวจนทั่วเมืองอย่างที่เป็น อยู่ และเพื่อให้บรรลุพระประสงค์ของหม่อมเจ้าวิชชากร ที่ต้องการสะใภ้เทวพรหมสักคนหนึ่ง แต่รณพีร์ก็ไม่ยอมง่าย ๆ เพราะคิดเสมอว่าพี่ชายทุกคนพบรักแท้โดยหลีกเลี่ยงการคลุมถุงชนได้ เขาเองก็ต้องการที่จะตามหารักแท้ให้กับหัวใจเหมือนกัน

และแล้ววาสนาโชคชะตาก็ได้นำพาให้ เพียงขวัญ ดาราสาวตกลงมาสู่อ้อมกอดของ ม.ร.ว.รณพีร์ หนุ่มนักบินผู้สูงศักดิ์ จากอุบัติเหตุในกองถ่ายทำภาพยนตร์ รักแรกพบจึงเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน รณพีร์ตกหลุมรักเพียงขวัญทันที แต่ในที่สุดก็เธอคือคนเดียวกันกับดาราดาวรุ่งที่มีข่าวฉาว กับผู้กำกับฯ ชนะและยอดยศเพื่อนรัก ยอดยศกำลังคลั่งไคล้จนถึงกับตีจากพิมพรรณคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานด้วย อย่างไม่ยุติธรรม ทำให้ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อดาราสาวเปลี่ยนเป็นเดียดฉันท์ทันที ถึงแม้เพียงขวัญจะขอบคุณที่เขามาช่วยชีวิตเธอไว้ได้

รณพีร์จึงรีบนำเรื่องนี้ไปเตือนเพียงขวัญ แต่เธอกลับไม่เชื่อ และทำท่ารังเกียจเขาจนออกนอกหน้า และยังมีนายอัทธ์ หนุ่มหน้าตาดี มาตามรับ-ส่งอีก ทำให้รณพีร์ผู้ที่ไม่เคยถูกผู้หญิงหมางเมิน ถึงกับอารมณ์เสียเพราะนึกไม่ถึงว่าเพียงขวัญจะไม่สนใจไยดีเขาถึงเพียงนี้ แต่เขากลับเป็นห่วงหญิงสาว จึงขับรถตามเธอไปห่าง ๆ ตลอดวันเพื่อดูสถานการณ์ แต่ก็พลาดจนได้เมื่อเจอกับวิไลรัมภาลากตัวไปที่อื่น และคลาดสายตาจนเพียงขวัญถูกจับตัวไปรณพีร์ตามไปช่วยทัน ทำให้เพียงขวัญรู้สึกซาบซึ้งและเสียใจที่ไม่เชื่อเขาแต่แรก จนเกือบเสียท่าเสี่ยเพ้ง ทำให้สองคนได้เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

รณพีร์เข้ามาคลุกคลีกับครอบครัวของเพียงขวัญ ด้วยการโกหกว่าตนเป็นลูกชาวสวนยากจนมาจากบ้านนอก ท่ามกลางความไม่พอใจของบุหลันน้าแท้ ๆ ของเพียงขวัญที่ปากร้ายและมักพูดจาดูถูกเพียงขวัญเรื่องสักวันหนึ่งจะต้องตก เป็นเมียน้อย และท้องไม่มีพ่อ หัวใจเพียงขวัญเหมือนถูกสาป เมื่อยิ่งรู้ความจริง ม.ร.ว.รณพีร์กับม.ล.วิไลรัมภา เป็นคู่หมายกันและกำลังจะมีงานมงคลเกิดขึ้น รณพีร์รู้สึกเสียใจอย่างมาก ที่เขากลายเป็นคนที่เพียงขวัญเกลียดชัง เขาถูกตัดสัมพันธ์ทันที อีกทั้งหม่อมเอียดก็ได้มัดมือชก หาฤกษ์ยามกับทางฝ่ายหญิงจนเป็นมั่นเหมาะ และให้เลิกคบหากับดาราสาวทันที

รณพีร์จึงหลบเลี่ยงด้วยการไปอยู่ที่กองบินตั้งแต่วันนั้น รณพีร์ใช้ความพยายามในการง้อและปรับความเข้าใจ แต่ทุกอย่างก็ไร้ผล เพราะสิ่งที่เขากระทำเหมือนไม่ให้เกียรติเธอและกระทบใจเธอมากเพราะอดุลย์พ่อ ของเธอก็หลอกลวงแม่เรื่องมีครอบครัวอยู่แล้ว ทำให้เธอเกลียดชังพ่อตัวเองมาก น้าบุหลันเองก็ถูกสามีทอดทิ้งจนต้องเลี้ยงประณตตามลำพัง แต่รณพีร์ก็ไม่เลิกความพยายาม เขาหมั่นไปหาเธอ ถึงแม้จะเจอกับความเย็นชาและยังมีนายอัทธ์ที่คอยขัดขวางอย่างจริงจัง แต่เขาก็ไม่ท้อเพราะอย่างน้อยเขาก็รับรู้ได้ว่า ในใจเพียงขวัญมีเขาเพียงคนเดียว และเธอก็รักเขาด้วยใจไม่เกี่ยวกับฐานันดรศักดิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีกำลังใจฝ่าฟันม่านประเพณีเพื่อเธอ

ฝ่ายหม่อมเอียดทนไม่ได้ ที่รณพีร์จะคว้าดาราหนังชื่อเสียงอัปยศ มาเป็นสะใภ้จุฑาเทพคนสุดท้าย นางจึงไปหาเพียงขวัญที่กองถ่ายยื่นคำขาด พร้อมกับเงินก้อนใหญ่ให้เลิกรากับรณพีร์ เพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรีความดีงาม สิ่งที่คลางแคลงใจของรณพีร์ก็จางหายไปเมื่ออัทธ์เป็นแค่พี่ชายไม่ใช่คู่รัก การที่เพียงขวัญกุเรื่องการแต่งงานก็เพียงเพราะต้องการให้เขาเลิกราตามที่ หม่อมเอียดขอร้องเธอเท่านั้น เมื่อรณพีร์ออกจากโรงพยาบาล เขาจึงขอเพียงขวัญเป็นพยาบาลดูแลเขา ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่รักษาต่อ ทำให้หม่อมเอียดต้องเลยตามเลยให้เพียงขวัญมาอยู่ที่วังจุฑาเทพ

เรื่องราวเลวร้ายกลับกลายเป็นดี เพราะเพียงขวัญได้พิสูจน์ถึงความดีงามให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ถึงแม้เธอจะได้รับ ความกดดันมากมายเพียงใด ก็ไม่ได้ทำให้เธอต้องทำร้ายใครต่อใคร เหมือนวิไลรัมภาที่อยู่ในตระกูลสูงแต่จิตใจกลับต้อยต่ำ ทำให้หม่อมย่าทั้งสองแห่งจุฑาเทพ เข้าใจอย่างถ่องแท้ในใจแล้วว่าเกียรติยศ ฐานันดรศักดิ์ใด ๆ ก็มิสู้ความดี ที่ต้องมีไว้ประจำกายและประจำใจที่ใคร ๆ ก็มีอาจฉุดรั้งให้ตกต่ำลงได้

และด้วยเหตุการณ์นี้เอง นภาเริ่มใจอ่อนกับอดุลย์พ่อม่าย ที่ไม่เคยลืมความรักกับนางรำ ที่สวยที่สุดคนนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน ทั้งสองเริ่มรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ อัทธ์เริ่มจีบจันทน์กระพ้ออย่างเป็นจริงเป็นจัง บุหลันเองก็สารภาพออกมาว่าที่เธอปากร้ายกับเพียงขวัญ ก็เพราะไม่ต้องการให้เพียงขวัญถูกผู้ชายหลอกเหมือนนภาและตนเอง ผู้กำกับชนะ แม้ถูกเสี่ยแห้งไล่ออกไม่ให้ทำหนัง รณพีร์ก็หานายทุนใหม่มาให้ชนะจนได้ ศักดาลูกเจ้าตัวใหญ่ เห็นอุปกรณ์สลิงของชนะ เป็นนวัตกรรมที่มีอนาคต เขาผลักดันให้ชนะสร้างหนังต่อจนเสร็จ ชนะกลายเป็นผู้กำกับคนดังไปทันที

ความรักของ ม.ร.ว.รณพีร์ สิงห์หนุ่มคนสุดท้องของจุฑาเทพ ก็ปิดฉากลงด้วยความรักและความเข้าใจ ท่ามกลางความอบอุ่น ของพี่ชายและพี่สะใภ้ ต่อมาไม่นานพวกเขาก็ได้ผลิตทายาทแข่งขันกันอย่างไม่น้อยหน้า ทุกคนมองเด็กชายทั้งห้าคนอย่างปลื้มใจ เหมือนได้ย้อนอดีตกลับไปวันเก่า ๆ ที่พวกเขาได้มาเป็นพี่น้องที่รักกันแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง และพวกเด็ก ๆ ก็คงจะเป็นห้าสิงห์แห่งจุฑาเทพรุ่นต่อไปที่จะไม่มีวันทิ้งกันแน่นอน ติดตามชม ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรณพีร์ ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรณพีร์

นักแสดงละคร คุณชายรณพีร์

เจมส์ มาร์ รับบท รณพีร์
ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง รับบท เพียงขวัญ
จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบท หม่อมเอียด
ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ย่าอ่อน
อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ รับบท พ่อเลี้ยงอดุลย์
ฐากูร การทิพย์ รับบท อัทธ์
สาวิตรี สุทธิชานนท์ รับบท จันทน์กระพ้อ
ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นภา
มนัสวิน นันทเสน รับบท ชนะ
พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยาย
อริศรา วงษ์ชาลี รับบท บุหลัน
ศศิเดช ศศิประภา รับบท ประณต
กนกร ใจชื่น รับบท บงกช
ศานติ ศันติเวชกุล รับบท เสี่ยเพ้ง
เมธัส รัตนวารีสิน รับบท ยอดยศ
ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ รับบท พิมพรรณ
ปาลิดา คุ้มวงศ์ดี รับบท ไฮไล
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา รับบท ม.ล.วิไลรัมภา
จักริน ภูริพัฒน์ รับบท ขันติ
วริศ ลิ่มอติบูลย์ รับบท กำพล
สมิทธิ ลิขิตมาศกุล รับบท ศักดา
พาที สารสิน รับบท จ่าละไม
ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท เดชคำแหง
ฐานุพงศ์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ รับบท ถนอม
ณัฐนี สิทธิสมาน รับบท สมศรี
กรินทร์ อารีรักษ์ รับบท สมบุญ
อุษณีย์ พึ่งป่า รับบท แจ๋ว
โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบท คุณนายทองสุข
ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท คุณนายมิ่ง
ศิรินุช เพ็ชรอุไร รับบท คุณนายสดใส

คุณชายรัชชานนท์

เมื่อ ม.ร.ว.รัชชานนท์ จุฑาเทพ หรือคุณชายเล็ก หนีการดูตัวที่หม่อมย่าเอียดต้องการจับคู่กับ ม.ล.ศินีนุช เทวพรหม เพื่อทำตามพระประสงค์ของหม่อมเจ้าวิชชากรที่ต้องการดองกับเทวพรหมให้จงได้ รัชชานนท์จึงร่วมวางแผนกับรณพีร์ น้องชายคู่หูคู่เที่ยว หนีการดูตัวกับศินีนุชได้อย่างเฉียดฉิว โดยรีบหนีไปรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิศวกรรมโยธาประจำที่จังหวัดหนองคายและออก เดินทางไปโดยไม่บอกใคร การไปของรัชชานนท์ทำให้ทุกคนที่วังจุฑาเทพวุ่นวายกันไปหมด
 
ที่หนองคายรัชชานนท์ได้ช่วยจันทา สาวบ้านป่าลูกสาวของพรานเจ้ยจากการข่มเหงของทหารเวียงพูคำ รัชชานนท์เป็นขาลุยชอบเดินป่าถ่ายรูปจึงขอให้พรานเจ้ยนำทางเที่ยวในป่า โดยมีจันทาร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งไม่ได้รู้เลยว่าการเดินทางเข้าป่าครั้งนี้ทำให้ชีวิตของรัชชานนท์ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อต้องเจอกับกลุ่มทหารเวียงพูคำตามมาแก้แค้น ทั้งจันทาและรัชชานนท์ถูกยิงบาดเจ็บ ส่วนพรานเจ้ยปกป้องลูกสาวจนตัวตาย แต่ก่อนหน้านั้นได้ให้สร้อยรูปพระจันทร์แก่จันทาไว้ตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง ของเธอรัชชานนท์และจันทารอดชีวิตเพราะได้สร้อยสาวบ้านป่าลึกลับและ จ่อย เพื่อนคู่หูได้ช่วยไว้
 
สร้อยกับจ่อยช่วยกันพารัชชานนท์กับจันทาเข้ามารักษาตัวอยู่ที่หมู่บ้านวลาหก ซึ่งเป็นหมู่บ้านลี้ภัยของชาวเวียงพูคำ สร้อยค้นพบว่ารัชชานนท์คือคนในคำทำนายของแม่เฒ่าที่จะมาทำลายมนต์หมอกที่ปก ป้องหมู่บ้านวลาหกให้เสื่อมคลาย จึงพยายามจะกำจัดรัชชานนท์ออกไปแต่ก็ไม่สำเร็จ อีกทั้งพ่อใหญ่ พ่อของสร้อยและเป็นผู้นำหมู่บ้านได้สั่งไว้ให้ดูแลรัชชานนท์จนกว่าจะถึงเวลา เพราะรัชชานนท์จะเป็นผู้นำของสำคัญกลับมาสู่ชาวเวียงพูคำ สร้อยทำอะไรไม่ได้เพราะไกรสรและแฮรี่มือขวาของพ่อใหญ่ต่างเห็นชอบในทางเดียว กัน
 
รณพีร์กับชัชวีร์มาหารัชชานนท์ที่หนองคายจึงรู้ว่า รัชชานนท์หายเข้าไปในป่า เรื่องรู้ถึงวังจุฑาเทพธราธรและพุฒิภัทรจึงต้องไปช่วยตามรัชชานนท์ในป่า โดยศินีนุชขอตามไปด้วย ด้วยการสนับสนุนอย่างดีจากย่าอ่อน และการบีบคั้นจากคุณหญิงดารณีนุช ทำให้หม่อมเอียดต้องออกปากให้หลานชายพาศินีนุชไปด้วย รณพีร์กับชัชวีร์ไม่ยอมรอพวกพี่ชาย ออกเดินทางไปก่อนโดยได้พรานเกิ้นพรานป่าปลดระวางพาไป
 
แม่เฒ่ารักษารัชชานนท์กับจันทาจนหายดี รัชชานนท์รู้สึกผิดที่ได้พาจันทาเข้าป่ามาแล้วทำให้ต้องสูญเสียพ่อไป และทำให้เธอต้องขาดที่พึ่งพิง จึงตัดสินใจขอจันทาแต่งงานและรับปากจะพาไปอยู่ที่พระนครด้วย จันทารู้สึกตัวเองต่ำต้อยไม่กล้าจะรับปากแต่ใจจริงก็เอนเอียงไปแล้ว
 
แต่แล้วเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป เมื่อสร้อยกลุ้มใจเรื่องที่พ่อใหญ่ต้องการให้เธอออกจากหมู่บ้านไปพร้อมกับ รัชชานนท์ เมื่อรู้ว่าอีกไม่นานพวกทหารเวียงจะต้องตามมาถึงหมู่บ้านวลาหก นายพลเซกองได้โค่นบังลังก์เจ้าหลวงสุริยวงศ์เมื่อสิบห้าปีก่อน ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ ชาวเวียงพูคำต่างพากันอพยพข้ามมาไทย นายพลเซกองจอมเผด็จการได้สั่งให้พวกทหารเวียงตามจับตัวกลับไปเพื่อไม่ให้รวม กลุ่มเป็นกองกำลังกู้ชาติ พ่อใหญ่ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่จงรักภักดีต่อเจ้าหลวง จึงเป็นเป้าหมายให้ทหารเวียงคอยเล่นงาน
 
สร้อยไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อใหญ่จึงต้องผลักไสไล่ส่งให้เธอไปด้วย เธอจึงขึ้นไปหารัชชานนท์ที่เรือนเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ รัชชานนท์เห็นใจสร้อยจนเผลอไผลกอดปลอบใจสร้อย ไกรสรและแฮรี่มาพบทั้งสองใกล้ชิดกันในที่รโหฐานกลางดึก เห็นว่าทั้งคู่ทำเรื่องผิดผีเข้าแล้ว พ่อใหญ่จึงตัดสินให้ทั้งคู่แต่งงานกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มิฉะนั้นเขาก็ต้องถูกลงโทษถึงแก่ชีวิตทีเดียว พิธีถูกจัดขึ้นอย่างดีตามประเพณีทำให้จันทาเสียใจมาก รัชชานนท์จึงขอให้จันทามาเป็นน้องสาวเพื่อเขาจะได้ดูแลเธอไปตลอดชีวิต
 
ในที่สุดธราธรกับพุฒิภัทรก็มาสมทบกับรณพีร์และชัชวีร์ โดยมีศินีนุชเป็นภาระให้การเดินป่าเป็นไปอย่างทุลักทุเล ธราธรจึงต้องสั่งให้ศินีนุชรออยู่ที่แคมป์ แล้วทั้งสี่ก็เดินทางค้นหาจนเจอเข้ากับรัชชานนท์พี่น้องเจอกันดีใจมากแต่ก็ ต้องช็อกเมื่อรู้ว่า รัชชานนท์แต่งงานแล้ว ยังดีที่ศินีนุชว่าที่คู่หมั้นรัชชานนท์รอพวกเขาที่แคมป์ชายป่าไม่อย่างนั้น คงเกิดเรื่องใหญ่ สร้อยโกรธเมื่อรู้เรื่องรัชชานนท์มีคู่หมายอยู่แล้วจนชัชวีร์ต้องมาทำความ เข้าใจกับสร้อยให้ปิดบังเรื่องแต่งงานจนกว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯ เพราะกลัวศินีนุชจะโวยวายทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตได้
 
เมื่อถึงเวลาพ่อใหญ่สั่งให้สร้อยไปอยู่กรุงเทพฯ กับรัชชานนท์ โดยมีภารกิจต้องตามหาเจ้ารังสิมันต์เจ้าชายรัชทายาทให้เจอ พร้อมกับให้จ่อยไปตามดูแลด้วย จ่อยกล่อมจนจันทายอมไปด้วย ก่อนกลับรัชชานนท์ได้จดทะเบียนสมรสกับสร้อยกันเหนียวไว้เพื่อไม่ให้หม่อม เอียดบิดพลิ้วไล่สร้อยไป และทันทีที่หม่อมเอียดกับย่าอ่อนรู้เรื่องก็ลมแทบจับ ต่างผิดหวังที่ไม่สามารถจับคู่ให้หลานได้เสียที
 
หม่อมเอียดยังเมตตาให้โอกาสสร้อยหนึ่งเดือนที่จะทำตัวให้เป็นแม่ศรีเรือน เพราะสร้อยไม่มีคุณสมบัติทั้งกิริยาและการเรือน เพราะเป็นสาวชาวป่า สร้างความรังเกียจให้ย่าอ่อนอย่างมาก จึงมีการทดสอบให้สร้อยทำอาหารที่คิดว่าอร่อยที่สุดให้ชิม สร้อยจึงเลือกทำข้าวต้มมัดแต่เหล่าคุณชายไม่มั่นใจจึงนำขนมจากร้าน ม.ล.เกษรา มาสับเปลี่ยนให้ย่าทั้งสองชิมจนพอใจ แต่เมื่อสร้อยรู้ความจริงก็ไปสารภาพว่าไม่ใช่ฝีมือของตนเอง ทำให้ย่าทั้งสองได้เห็นว่าอย่างน้อยสร้อยก็มีความซื่อสัตย์และคาดโทษเหล่า คุณชายที่ทำเรื่องแบบนี้ขึ้น
 
พอดีรัชชานนท์ได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการประท้วงครั้งใหญ่ของราช อาณาจักรเวียงพูคำที่มีนายพลเซกองกุมอำนาจปกครองอยู่ และปกครองแบบเอารัดเอาเปรียบจนชาวบ้านต้องการฟื้นฟูระบอบเดิมที่เคยมีเจ้า หลวงสุริยวงศ์ปกครอง เซกองจึงบุกไปที่หมู่บ้านจับตัวเจ้าหลวงสุริยวงศ์มาขังไว้ที่เวียงพูคำ ทำให้รัชชานนท์ตกใจเพราะเมื่อเห็นภาพของเจ้าหลวงสุริยวงศ์เป็นคนเดียวกับพ่อ ใหญ่ ดังนั้นสร้อยจึงต้องเป็นเจ้าหญิงสร้อยฟ้าแห่งราชอาณาจักรเวียงพูคำที่เขาเคย ได้ยินชื่อนั่นเอง แต่เขาก็ปิดเป็นความลับเพราะเกรงว่าสร้อยจะวู่วามหนีกลับไปช่วยพ่อเสียก่อน
 
ต่อมาได้มีการจัดเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการยูเนสโกเพื่อหาทางแก้ปัญหากรณีประท้วง ของราชอาณาจักรเวียงพูคำ รัชชานนท์พยายามปิดบังเรื่องนี้กับสร้อยแต่ไม่สำเร็จ สร้อยจึงร่วมอยู่ด้วยในฐานะพลเมืองของเวียงพูคำ ในงานเลี้ยงนี้เองสร้อยก็ทำให้ทุกคนทึ่งในความสามารถจากความคิดว่าเธอเป็น เพียงสาวชาวป่าไร้การศึกษา แต่เธอกลับต้อนรับพูดคุยกับคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีต่างประเทศด้วยภาษา อังกฤษ และภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา สร้อยซักถามการเมืองเกี่ยวกับประเทศของเธอและรู้ว่าจะมีการเดินทางไปเจรจาใน เร็ว ๆ นี้เพื่อคลี่คลายด้วย สร้อยดีใจมาก
 
แต่แล้วเรื่องราวไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกเมื่อความจริงเปิดเผยว่า ม.ล.ชัชวีร์ เทวพรหม แท้จริงแล้วเป็นเจ้าชายรังสิมันตุ์ที่หายสาบสูญไปเมื่อ 18 ปีก่อน หลังจากเจ้าส่องดาวถูกไล่ล่าจึงนำโอรสมาฝากไว้กับ ม.ร.ว.อนุพันธ์ ที่เป็นพระสหาย จึงเลี้ยงรับไว้เป็นลูกอีกคน เมื่อเรื่องราวกระจ่างทำให้ ม.ล.ชัชวีร์ สำนึกในหน้าที่ที่ต้องกลับไปกู้บัลลังก์และช่วยพระบิดาที่ถูกจับไว้ด้วย เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วคุณชายรัชชานนท์จึงเปิดเผยเรื่องที่ตนเองรู้ว่า สร้อยก็คือเจ้าหญิงสร้อยฟ้าพระขนิษฐาของเจ้าชายรังสิมันตุ์ ซึ่งสร้อยเองก็ไม่เคยรู้ฐานะตัวเองมาก่อนทำให้สองพี่น้องได้พบหน้ากันเป็น ครั้งแรก
 
คุณชายทั้งสามยกเว้นคุณชายปวรรุจที่ไม่อยู่จึงตกลงใจที่ร่วมกันช่วย ม.ล.ชัชวีร์ กู้บัลลังก์คืนมาให้ได้ ทั้งหมดจึงเดินทางไปที่เวียงหูคำพร้อมกับคณะยูเนสโก แต่ปรากฏว่าถึงสนามบินถูกทหารดักจับตัวทุกคนไป ยกเว้นเจ้าหน้าที่ยูเนสโกเท่านั้น ทำให้รัชชานนท์ใช้โอกาสอันน้อยนิดสารภาพรักกับเจ้าหญิงสร้อยฟ้า เพราะไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน และทั้งคู่ก็ยอมรับในความรักที่มีต่อกันอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก
 
แต่แล้วคนที่จับมากลับเป็นคนของคุณชายปวรรุจ เพราะเขารู้จากเจ้าหน้าที่พูดว่ามีคนแจ้งให้เซกองรู้ตัวแล้วว่าเจ้าชาย รังสิมันตุ์ได้เดินทางเข้าไปเวียงพูคำ เขาจึงออกอุบายจับตัวทุกคนมาในที่ปลอดภัยก่อนแล้วค่อยหาจังหวะเข้าไปใหม่ และแล้วการประท้วงครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น เหล่าคุณชายได้ช่วยกันกู้บัลลังก็ให้กับ ม.ล.ชัชวีร์ จนสำเร็จ ทั้งสองคนได้รับสถาปนาเป็นเจ้าชายรังสิมันตุ์และเจ้าหญิงสร้อยฟ้าอย่างสม เกียรติ แต่ก็ทำให้รัชชานนท์รู้สึกตัวเองต่ำต้อยขึ้นมาทันที พอเมามายก็ฉีกทะเบียนสมรสต่อหน้า และหนีกลับไปอย่างเงียบ ๆ ทำให้เจ้าสร้อยฟ้าเสียกำลังใจอย่างมาก
 
สองเดือนต่อมา เจ้าสร้อยฟ้าลาออกจากตำแหน่งเจ้าหญิงและได้กลับมาหาคุณชายรัชชานนท์พร้อมกับ ทะเบียนสมรสที่คัดสำเนามาใหม่ และจะขออยู่กันคุณชายรัชชานนท์ตลอดไป ทำให้ย่าเอียดและย่าอ่อนที่เพิ่งรู้เรื่องว่าที่แท้สร้อยสาวชาวป่ากลับกลาย เป็นเจ้าหญิงสูงศักดิ์จนหลานชายตัวเองแทบเอื้อมไม่ถึง ถ้าเธอไม่สละตำแหน่งลงมาครองคู่ ทำให้ย่าเอียดกับย่าอ่อนนับถือในความรักของเจ้าหญิงชาวป่าที่เคยดูถูกไว้ อย่างหมดใจ ทั้งคู่จึงได้แต่งงานครองคู่กันอย่างมีความสุขติดตามชม ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2556
 
รายชื่อนักแสดงนำในละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์
 
ธนิน มนูศิลป์   รับบท   รัชชานนท์
ณฐพร เตมีรักษ์   รับบท   สร้อยฟ้า
พงศกร เมตตารินกานนท์   รับบท   จ่อย
จรณ โสรัตน์   รับบท   ม.ล.ชัชวีร์
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง   รับบท   เจ้าหลวงสุริยวงศ์
ธนากร โปษยานนท์   รับบท   ม.ร.ว.อนุพันธ์
มยุริน ฝองผุดพันธ์   รับบท   ม.ร.ว.ดาณีนุช
สันติสุข พรมศิริ   รับบท   นายพลเซกอง
ศักราช ฤกษ์ธำรง   รับบท   ไกรสร
โอลิเวอร์ บีเวอร์   รับบท   แฮรี่
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์   รับบท   แม่เฒ่า
เอกพันธ์ บันลือฤทธ์   รับบท   โพนโฮง
ต๋อง ชวนชื่น   รับบท   บุญโฮม
เตชินท์ ปิ่นชาตรี   รับบท   ทับทิม
ภัทรากร ตั้งศุภกุล   รับบท   จันทา
เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์   รับบท   เจ้าส่องดาว
อุดม ชวนชื่น   รับบท   พรานเกิ้น
อ.เกริกเกียรติ พันธ์พิพัฒน์   รับบท   พรานเจ้ย

คุณชายปวรรุจ

คุณชายปวรรุจ เป็นเรื่องราวของข้าราชการหนุ่มกระทรวงการต่างประเทศอนาคตไกลกับรักที่เหมือนฝัน พี่ชายรองที่รอดพ้นจากการถูกจับคู่กับหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ เพราะมารดาของเขาเป็นเพียงนางต้นห้องในวัง โชคชะตาบันดาลให้เขาพบกับรักแท้ระหว่างเดินทางไปราชการที่สวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางความโรแมนติก คู่รักต้องเผชิญพายุหิมะบนยอดเขาและพายุอารมณ์อีกหลายระลอกในโลกของความเป็นจริง เขากับเธอจะก้าวผ่านอุปสรรคไปได้หรือไม่

ด้วยอานุภาพแห่งความรัก ไม่ว่ายศถาบรรดาศักดิ์หรือชนชั้นใด ๆ ก็มิอาจขวางกั้นรักแท้ไปได้ เฉกเช่นกันกับ ม.ร.ว.ปวรรุจ จุฑาเทพ แม้ชาติกำเนิดฝ่ายมารดาจะดูต้อยต่ำเป็นเพียงคนรับใช้ แต่เขากลับชนะใจหม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์ หญิงสูงศักดิ์ได้อย่างหมดใจ เส้นทางรักของคุณชายปวรรุจนักการทูตอนาคตไกลเริ่มต้นขึ้นบนเครื่องบิน เมื่อเขาต้องเดินทางไปประชุมที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และได้พบกับ รสา หญิงสาวที่ปิดบังฐานันดรศักดิ์ตนเอง เพราะไม่อยากสุงสิงกับ คุณชายรุจ คู่อริในวัยเด็กที่ชอบแกล้งเธออยู่เป็นประจำ สิบกว่าปีที่ไม่ได้เจอะเจอกันคุณชายรุจ คุณชายรุจจึงจำเธอไม่ได้ ผิดกับรสาที่จำพี่ชายจอมแสบได้แม่นยำ ยิ่งไปกว่านั้นทั้งคู่ยังต้องมานั่งเก้าอี้ติดกันอีกด้วย แต่ตลอดการเดินทาง รสากลับเป็นฝ่ายที่ต้องได้รับการช่วยเหลือจากคุณชาย เพราะเมาเครื่องบินที่ตกหลุมอากาศ คุณชายรุจดูแลอย่างดีจนรสาเองก็แปลกใจที่นิสัยแตกต่างไปจากตอนเด็กเป็นอย่างมาก รสาเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนสนิทคือ เอื้อยกับอ้าย คู่แฝดเพื่อมาเซอร์ไพรส์หม่อมเจ้าภาณุทัศนัยพระคู่หมั้นถึงสถานทูต แต่รสาก็ต้องผิดหวังเมื่อทราบว่าเขาได้เดินทางไปโลซานแล้ว รสาจึงได้ตามไปหาและก็ต้องผิดหวังอย่างรุนแรง เมื่อเธอเห็นพระคู่หมั้นควงอยู่กับสาวผมทองอย่างสนิทสนม รสาเสียใจมากจึงหนีจากมาทันที

ออกอากาศเมื่อ
5 เมษายน พ.ศ. 2556 – 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นักแสดง คุณชายปวรรุจ

ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์ปวรรุจ จุฑาเทพ/คุณชายรุจ
นิษฐา จิรยั่งยืน รับบทเป็น หม่อมเจ้าหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์/ท่านหญิงแต้ว/ รสา
วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์ธราธร จุฑาเทพ /คุณชายใหญ่
จิรายุ ตั้งศรีสุข รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร จุฑาเทพ/คุณชายภัทร/คุณชายหมอ
ธนิน มนูญศิลป์ รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์รัชชานนท์ จุฑาเทพ/คุณชายเล็ก
เจมส์ มาร์ รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์รณพีร์ จุฑาเทพ/คุณชายพีร์
จารุวรรณ ปัญโญภาส รับบทเป็น หม่อมเอียด จุฑาเทพ ณ อยุธยา
ดวงตา ตุงคะมณี รับบทเป็น คุณย่าอ่อน
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบทเป็น พระองค์เจ้าฉัตรอรุณ
พศิน เรืองวุฒิ รับบทเป็น หม่อมเจ้าภาณุทัศนัย ศุภกิจ/ท่านชายทัศน์
ธนา ฉัตรบริรักษ์ รับบทเป็น ปกรณ์
รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล รับบทเป็น หนูอ้าย
นาระ เอื้อทวีกุล รับบทเป็น หนูเอื้อย
กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ รับบทเป็น คุณอั๋น
เขมิกา สุขประสงค์ดี รับบทเป็น คุณอิ่ม
ดิลก ทองวัฒนา รับบทเป็น หม่อมราชวงศ์เทวพันธ์ เทวพรหม / คุณชายเทวพันธ์
ณัฐวรา วงศ์วาสนา รับบทเป็น หม่อมหลวงเกษรา เทวพรหม
โชติกา วงศ์วิลาศ รับบทเป็น หม่อมหลวงมารตี เทวพรหม
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา รับบทเป็น หม่อมหลวงวิไลรัมภา เทวพรหม
อัฐมา ชีวนิชพันธ์ รับบทเป็น วาดดาว
ลักขณา วัธนวงส์ศิริ รับบทเป็น สายสมร
วิยะดา อุมารินทร์ รับบทเป็น นมแจ่ม
ทิพยวดี มลิซ้อน รับบทเป็น หม่อมเจ้าหญิงวิริษา อรุณรัศมิ์
สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย รับบทเป็น หม่อมหลวงกระถิน เทวพรหม
ณัฐนี สิทธิสมาน รับบทเป็น สมศรี
นริสา พรหมสุภา รับบทเป็น แย้ม
อุษณีย์ พึ่งป่า รับบทเป็น แหวว
ฐิภารินทร์ ยอดธนาสวัสดิ์ รับบทเป็น แจ๋ว
วัชรเกียรติ บุญภักดี รับบทเป็น วรัท
ราม ราชพงษ์ รับบทเป็น ท่านทูตพลเทพ
วันทนา บุญบันเทิง รับบทเป็น คุณหญิงอารี
จรรยา ธนาสว่างกุล รับบทเป็น แข
Ken Streutker รับบทเป็น ฟิลลิป
วริศรา บำรุงเวช รับบทเป็น บัว
ไกรสีห์ แก้ววิมล รับบทเป็น เชษฐา
โฉมฉาย ฉัตรวิไล รับบทเป็น คุณนายทองสุข
กล้วย เชิญยิ้ม รับบทเป็น ถนอม
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม รับบทเป็น สมหวัง
วิศรุต หิรัญบุศย์ รับบทเป็น คล้าว
ภัทรภัทร โตอินทร์ รับบทเป็น เวทย์

วันนี้ที่รอคอย-2556

น่าน ปิงนรเทพ (วัยเด็ก) ไปเดินเล่นกับม่านฟ้า หรือเมย น้องสาวสุดที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่คุณพ่อบาทหลวงโจเซฟจะพาม่านฟ้าไปส่งให้พ่อเลี้ยงทางเหนือ ซึ่งเป็นอดีตทหาร เพื่ออนาคตของม่านฟ้า หากน่านปิงกับม่านฟ้ามีวาสนาต่อกัน ทั้งคู่ย่อมได้พบกันอีก   

น่านปิงนรเทพ เป็นราชบุตรของเจ้าหลวงพีริยเทพ และพระเทวีศุลีมาน แห่งคีรีรัฐนคร เจ้าหลวงพีริยเทพมีพระเชษฐา ชื่อ เจ้าชายมาทยาธร ซึ่งมีพระชายานาม สิริวาระตี (พี่สาวพระเทวีศุลีมาน) และบุตรนาม ศิขรนโรดม เจ้าชายมาทยาธรไม่พอใจที่เจ้าหลวงพีริยเทพไม่เปิดการค้าเสรีจึงทำการปฏิวัติ เจ้าหลวงพีริยเทพไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจึงยอมโดยดี แต่พระองค์แอบให้อินปง ราชองครักษ์พาพระเทวีและราชบุตรหนี พร้อมนำตราสุรสีหนาท สัญลักษณ์ของกษัตริย์แห่งคีรีรัฐไปด้วย ส่วนพระองค์ดื่มยาพิษของเจ้าชายมาทยาธรสิ้นพระชนม์ เจ้าชายมาทยาธรให้นายพลจตุรัส ออกข่าวเรื่องเจ้าหลวงสิ้นพระชนม์ อินปงพาพระเทวีและราชบุตรหนีไปพร้อมจันทร์แรม ภรรยา และม่านฟ้า ลูกของเขา โดยมี ภูสินทร ราชองครักษ์อีกคนระวังหลัง และคำฝาย หญิงใบ้คอยดูแลราชบุตร ทั้งสองพระองค์ลงเรือล่องไปทางแม่น้ำเวียงสาย อินปงกับจันทร์แรมฝากม่านฟ้าไปด้วย แล้วพวกเขาก็กลับมาช่วยภูสินธร พลเอกราชิด ปะทะกับภูสินทร พวกภูสินทรสู้ไม่ได้ อินปงกับจันทร์แรมชิงฆ่าตัวตาย ภูสินทรบาดเจ็บสาหัส และถูกจับไปไว้ที่ผาห่มดอก ราชิดกลับมารายงานเจ้าชายมาทยาธร บายศรี ภรรยาของภูสินทรแอบได้ยินก็รีบไปเล่าให้พระชายาสิริวาระตีฟัง พระชายาหาทางช่วยภูสินทร เพื่อให้ภูสินทรไปอารักขาพระเทวีและราชบุตร

เจ้าชายมาทยาธรมาบอกพระชายาสิริวาระตีกับศิขรนโรดมว่าเจ้าหลวงสิ้นแล้ว ส่วนพระเทวีกับราชบุตรหายตัวไป พระชายาสิริวาระตีทำเป็นเพิ่งรู้ พระนางสงสารลูกเพราะรู้ว่าศิขรนโรดมกับน่านปิงนรเทพรักกันมาก ศิขรนโรดมไปเรียนหนังสือกับครูเฒ่าคนเดียว ด้วยความคิดถึง องค์ชายจึงเล่าให้ครูเฒ่าฟัง ตั้งแต่น่านปิงเป็นคนตั้งชื่อม่านฟ้า ทั้งยังเลี้ยงกระต่ายไว้เป็นของขวัญม่านฟ้า และอีกหลายเรื่องซึ่งทำให้ครูเฒ่ารู้ว่าแท้จริงเจ้าหลวงพีริยเทพทรงเห็นด้วย กับการเปิดประเทศ แต่คีรีรัฐยังไม่พร้อมจึงจะรอไปก่อน ศิขรนโรดมไม่ชอบการปกครอง แต่น่านปิงนรเทพขอร้องแกมบังคับให้เรียน เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ศิขรนโรดมจึงสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนเพื่อเป็นผู้ช่วยของน่านปิงนรเทพ และจะรอให้น่านปิงนรเทพกลับมาเป็นเจ้าหลวง

นายแพทย์สิงหะไปตรวจอาการภูสินทร และแอบส่งข่าวเรื่องพาหนีในวันงานลอยประทีปให้ภูสินทรรู้ รุ่งเช้าของวันงาน ครูเฒ่าพาศิขรนโรดมนั่งรถม้าเล่น ระหว่างทางพบชายสองคนเดินอยู่ซึ่งหนึ่งในนั้นจะไปแม่น้ำเวียงสาย ครูเฒ่าให้ติดรถม้าไปด้วย ชายคนนั้น คือ ภูสินทร เขาได้รับคำสั่งให้ตามหาพระเทวีกับราชบุตรเพื่อถวายอารักขา และมอบห่อสมบัติให้สองพระองค์ใช้ยังชีพ

เวลาผ่านไปสิบกว่าปี ม่านฟ้ามาอยู่กับพลตรีสุริยะ ภีมะมนตรี โดยมีชื่อใหม่ว่า บราลี หรือ บรี ขณะที่คุณพ่อบาทหลวงย้ายมาอยู่ที่โบสถ์ในฮ่องกง พระเทวีศุลีมานฝากน่านปิงนรเทพมาเรียนด้วย ต่อมาไม่นาน พระเทวีตรอมใจตาย คุณพ่อบาทหลวงได้ฝากฝังน่านปิงไว้กับจ้าวฉินเย่ว์ หรือ เต้ นักธุรกิจใหญ่ในฮ่องกง โดยน่านปิงนรเทพ มีชื่อใหม่ว่า จ้าวซัน เต้มีจ้าวไทไท เป็นภรรยาใหญ่ นางไม่มีลูก เต้มีภรรยาอีกหลายคน และมีลูกชายกับหญิงต่างชาติ ชื่อ จ้าวฉินเจียง แต่จ้าวไทไทไม่ยอมรับทั้งแม่และลูก ฉินเจียงน้อยใจจึงหันไปหาอบายมุข โดยมีเกาเฟย อดีตนักเลงเป็นคนชักนำ นอกจากนี้ เต้ยังมีลูกสาวกับคุณนายสี่ 2 คน คือ เหม่ยอิง ผู้หญิงเก่ง แอบรักจ้าวซัน เพราะรู้ว่าจ้าวซันไม่ใช่พี่แท้ ๆ และผิงอัน หรือซายหมุย น้องสุดท้องซึ่งเป็นที่รักของทุกคน เต้ป่วยหนักและเสียชีวิตลง ก่อนตายท่านจะให้จ้าวซันสืบทอดกิจการ แต่จ้าวซันไม่รับ เต้จึงให้จ้าวซันดูแลชั่วคราว ส่วนฉินเจียงได้เป็นไท้เป่ง สืบทอดกิจการ จ้าวซันทำทุกอย่างเพื่อน้อง แต่ฉินเจียงคิดว่าจ้าวซันจะแย่งทุกอย่างไป เพราะตอนนี้ทุกคนรักและเคารพการตัดสินใจของจ้าวซันคนเดียว

บราลีเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ และกำลังจะกลับเมืองไทย แต่เธอแวะเที่ยวฮ่องกงก่อน ตอนแรกบราลีจะไปอยู่กับเพื่อนชื่อ หลินจื้อเหม่ย แต่เพื่อนติดธุระหลายวัน สุริยะจึงให้บราลีรับความช่วยเหลือจากจ้าวซัน ซึ่งสุริยะแนะนำว่าเป็นเพื่อนทางธุรกิจ จ้าวซันส่งหลี่ คนขับรถ ไปรับบราลีที่สนามบิน แล้วพามาพักที่โรงแรม บราลีเชื่อมาตลอดว่าสุริยะเป็นคนดี โดยไม่รู้ว่าเบื้องหลังสุริยะเป็นเสือผู้หญิงและนักพนันตัวยง แต่เพราะจ้าวซันช่วยเหลือเรื่องเงิน สุริยะจึงดูแลบราลีอย่างดี

ฉินเจียงมาต่อว่าจ้าวซันเรื่องซื้อบริษัทตื้อสวน ที่กำลังจะเจ๊ง เพราะคิดว่าใช้เงินกองกลาง แต่เมื่อรู้ว่าจ้าวซันใช้เงินส่วนตัว ฉินเจียงก็เสียหน้ากลับไป เต๋อเป่า มือขวาของจ้าวซันมารายงานว่าบราลีถึงโรงแรมแล้ว จ้าวซันจึงให้เทเรซ่า เลขาส่วนตัวที่ทำงานมาตั้งแต่เต้ยังอยู่โทรไปที่โรงแรม แต่เทเรซ่าติดต่อบราลีไม่ได้ ทำให้จ้าวซันรีบไปโรงแรมด้วยความร้อนใจ ขณะที่บราลีไปเดินเล่นและได้เจอผิงอันที่มากับอาม่า คนใช้ ทั้งคู่ถูกชะตากันจึงไปเที่ยวด้วยกัน ผิงอันเล่าให้บราลีฟังถึงบ้านของตนที่เรียกว่า บ้านสี่ฤดู บราลีรับปากจะไปเที่ยวบ้านผิงอัน แล้วบราลีก็แยกกลับโรงแรม จ้าวซันโล่งใจที่บราลีกลับมา เขานัดบราลีทานข้าวเย็น จากนั้นจ้าวซันก็กลับไปบริษัทแล้วให้เทเรซ่ายกเลิกนัดวันพรุ่งนี้ เพราะจะพาบราลีไปเที่ยว

ภูสินทรมาหาจ้าวซันด้วยใบหน้าที่ผ่าตัดแล้ว และมีชื่อใหม่ว่า เมืองเทพ เป็นนักธุรกิจไทย ภูสินทรอยู่กับคำฝายและติดต่อจ้าวซันเรื่อยมา ภูสินทรเตือนจ้าวซันให้ระวังตัวเพราะศิขรนโรดมจะมาดูงานที่ไทย แล้วเลยมาชมไหมจีนที่ฮ่องกงซึ่งพลเอกราชิดเดินทางมาด้วย ตกเย็น เหม่ยอิงชวนจ้าวซันไปงาน แต่จ้าวซันปฏิเสธเพราะนัดบราลีแล้ว เหม่ยอิงข่มความไม่พอใจไว้ เธอยังคิดว่าตนกับจ้าวซันเหมาะสมกันที่สุด และจะเป็นผู้นำธุรกิจต่อจากเต้ได้ จ้าวซันไปเยี่ยมจ้าวไทไท แม่ใหญ่ของบ้าน ในอดีตแม่ใหญ่เป็นคนเก่ง แต่เมื่อเต้เสียไป แม่ใหญ่ก็วางมือและอยู่แต่ในบ้าน ทั้งยังชอบพูดจาแปลกจนคนอื่นคิดว่าท่านเพี้ยน แม่ใหญ่บอกจ้าวซันเรื่องฉินเจียงคิดทำบ้านสี่ฤดูเป็นโฮเต็ล จ้าวซันไม่คิดว่าแม่ใหญ่จะรู้มากกว่าเขา อากง คนดูแลบ้านเก่าแก่เคยบอกจ้าวซันว่าแม่ใหญ่รู้อะไรดี ๆ มากกว่าทุกคน

จ้าวซันมารับบราลี เขาดีใจที่บราลีใส่ชุดที่เขาเตรียมให้ จ้าวซันพาบราลีไปเที่ยวรอบเมือง แล้วพาไปทานอาหาร เขาเป็นกันเองจนบราลีผ่อนคลาย คำพูดของจ้าวซันทำให้บราลีคิดถึงอดีตที่ไม่เคยรู้ เธอมักฝันถึงครอบครัวอบอุ่นบ่อย ๆ จ้าวซันเห็นใจแต่ยังไม่บอกความจริง เหม่ยอิงมาทานข้าวกับคุณนายหวัง แม่ของเพื่อนจึงเห็นจ้าวซันกับบราลี เหม่ยอิงโกรธมากเลยไม่เข้าไปทัก ตลอดเวลาที่จ้าวซันไปกับบราลี เต๋อเป่าแอบตามไป เพราะกลัวมีคนมาปองร้ายจ้าวซัน

เหม่ยอิงมารอจ้าวซันที่บ้านและต่อว่าที่เขาไปทานข้าวกับบราลี ทั้งยังพยายามบอกความในใจ แต่จ้าวซันย้ำว่าเหม่ยอิงเป็นน้อง เหม่ยอิงโกรธจนพูดเรื่องที่ฉินเจียงแอบใช้เงินบริษัท เหม่ยอิงย้ำว่าคนที่ได้ครองบริษัทควรเป็นเธอกับจ้าวซัน จ้าวซันอึ้งทั้งเรื่องฉินเจียงและท่าทางแข็งกระด้างของเหม่ยอิง อากงมาปลอบใจและเตือนให้จ้าวซันระวังผู้หญิงตระกูลจ้าว

วันรุ่งขึ้น จ้าวซันพาบราลีไปเที่ยว เขาพูดถึงฮ่องกง และเรื่องที่ตนเคยคิดจะแก้แค้น บราลีไม่ชอบการแก้แค้น จ้าวซันเห็นบราลีเศร้าจึงเผลอเรียก ม่านฟ้า จนบราลีแปลกใจ แต่ยังไม่ทันถามคุณพ่อบาทหลวงก็เข้ามาทัก คุณพ่อบาทหลวงบอกว่ารู้จักบราลี ตั้งแต่บราลียังเด็ก บราลีอยากรู้เรื่องในอดีตแต่ก็ทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้

สุริยะ มาเล่นการพนันที่บ่อนของฉินเจียงในมาเก๊าจนหมดตัว จึงขอกู้เงินฉินเจียงโดยอ้างว่ารู้จักจ้าวซัน เกาเฟยยุให้ฉินเจียงตกลงและทำสัญญาเงินกู้ไว้เผื่อวันข้างหน้าจะใช้ต่อรอง กับจ้าวซัน นอกจากนี้ เกาเฟยยังบอกเรื่องผลสำเร็จการเจรจาซื้อขายอาวุธเถื่อนกับทหารคีรีรัฐ ฉินเจียงเชื่อเกาเฟยทุกอย่าง และสั่งให้เกาเฟยสะกดรอยตามบราลี เพราะเขาคิดว่าบราลีเป็นผู้หญิงพิเศษของจ้าวซัน

ศิขรนโรดมต้องเดินทางไปเมืองไทยและฮ่องกง แต่ใจยังห่วงพระบิดาและพระมารดาที่ไม่สบายจึงมาหาครูเฒ่าเพื่อปรับทุกข์ องค์ชายเพิ่งรู้เรื่องพระบิดาปฏิวัติเมื่อตอนโต จึงคิดเสมอว่าคีรีรัฐเป็นของน่านปิงนรเทพ ส่วนพระองค์มีหน้าที่ดูแลแทนเท่านั้น ครูเฒ่าซึ้งในน้ำพระทัยขององค์ชายมาก

พลเอกราชิดมีลูกสองคน คือ อสุนี เพื่อนเรียนและองครักษ์ของศิขรนโรดม กับมิถิลา น้องสาวอสุนีซึ่งกำลังจะเข้าถวายตัวเป็นข้าหลวงของพระเทวี อสุนีไม่เห็นด้วยที่พ่อจะปฏิวัติ ยิ่งการไปประเทศเพื่อนบ้านครั้งนี้ อสุนีไม่ได้ไปด้วย เขาก็ยิ่งห่วงองค์ชาย มิถิลาแอบบอกอสุนีว่าราชิดประชุมลับบ่อย ๆ และได้ส่งทหารไปฮ่องกงเพื่อติดต่อเรื่องอาวุธแล้ว อสุนีอยากทูลเรื่องนี้ในวันที่ศิขรนโรดมเดินทาง แต่เขาก็พูดไม่ออก เพราะราชิดคอยมองอยู่ จ้าวซันมองรูปศิขรนโรดมในหนังสือพิมพ์ด้วยความชื่นชม เขาให้เทเรซ่าติดต่อเชิญองค์รัชทายาทมาชมผ้าไหมที่บริษัทและจัดงานเลี้ยง ต้อนรับ ก่อนจะโทรไปขอบใจภูสินทรที่ช่วยโอนเงินใช้หนี้แทนฉินเจียง จากนั้นจ้าวซันก็มารับบราลีที่จะย้ายไปอยู่กับเพื่อนไปส่ง จ้าวซันรู้ว่าฉินเจียงส่งคนสะกดรอยตามก็เป็นห่วงบราลี จึงให้เต๋อเป่าจัดคนมาดูแลบราลี

โกศิณ ตัวแทนราชิดมาตกลงเรื่องอาวุธ ฉินเจียงเสนออาวุธใหม่ที่อานุภาพรุนแรงกว่าเดิม แต่มีราคาสูงขึ้นสองเท่า โกศิณขอเวลาคิด ฉินเจียงกลัวชวดเงิน แต่เกาเฟยมั่นใจว่าโกศิณต้องตกลง ทำให้ฉินเจียงสบายใจ เขาจึงไปหาความสุขกับซูหลิง คู่ขานักร้องคนใหม่ เหม่ยอิงรู้ความลับที่ฉินเจียงเบิกเงินโดยไม่มีใบเบิกจึงคิดแผนร้ายในใจ จ้าวซันไปติดต่อเรื่องเรียนต่ออเมริกาให้ผิงอัน ทำให้ผิงอันดีใจมาก แต่เธออ่อนภาษาอังกฤษจ้าวซันจึงจะหาคนมาสอนเพราะเหม่ยอิงไม่ยอมสอน ผิงอันคิดจะให้บราลีมาสอน จ้าวซันรู้ว่าอาม่าห่วงและคิดถึงผิงอันจึงรับปากจะให้ผิงอันกลับบ้านทุกเทอม เหม่ยอิงน้อยใจที่จ้าวซันห่วงผิงอันมากกว่าตนเมื่อครั้งไปเรียนเมืองนอก ทั้งที่ความจริง เหม่ยอิงไม่ยอมกลับบ้านเอง เหม่ยอิงขอจ้าวซันทำงาน จ้าวซันรับปากจะจัดการให้  เขาไม่ชอบที่เหม่ยอิงมีความคิดว่า ในธุรกิจไม่มีคำว่าพี่น้อง

ผู้กองเหลียง แห่งหน่วยปราบปรามอาชญากรรมมาบอกจ้าวซันว่า รถขนเสื้อสำเร็จรูป บริษัทสื้อฉวนของจ้าวซันถูกปล้นของหายหมด ผู้กองเหลียงมองจ้าวซันเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะจ้าวซันอาจวางแผนปล้นตัวเองเพื่อเรียกเงินประกัน เต๋อเป่ารายงานจ้าวซันว่า เจิ้นจง คนขับรถที่หายตัวไปมีเพื่อน ชื่อ เสี่ยวจู จ้าวซันจึงไปหาเสี่ยวจูกับเต๋อเป่า และให้เหม่ยอิงเตรียมงานต้อนรับรัชทายาทแห่งคีรีรัฐ เต๋อเป่ากับจ้าวซันมาหาเสี่ยวจูที่โรงฝิ่น แต่เสี่ยวจูตายแล้ว จ้าวซันให้เต๋อเป่าโทรบอกผู้กองเหลียง ผู้กองเหลียงบอกว่าที่จริงคนเฝ้าประตูโรงฝิ่นก็ถูกฆ่า ผู้กองจึงส่งจ่าหมง ปลอมตัวไปแทนเพื่อดูเหตุการณ์ ตอนนี้ผู้กองเหลียงมั่นใจแล้วว่าจ้าวซันไม่ใช่คนร้าย ผู้กองจึงพุ่งไปที่คนอื่นโดยเฉพาะฉินเจียง

จ้าวซันเร่งการผลิตเสื้อ เตรียมจัดส่งทางเครื่องบิน จ้าวซันมีคติว่าขาดทุนดีกว่าเสียคำพูด เหม่ยอิงอาสาคุมการผลิต จ้าวซันตกลง เกาเฟยมาบอกฉินเจียงที่อยู่กับซูหลิงเรื่องคดีของจ้าวซัน ฉินเจียงเพิ่งรู้เรื่องก็สมน้ำหน้าจ้าวซัน เกาเฟยยังบอกอีกว่าโกศิณตกลงซื้ออาวุธแล้ว ทำให้ฉินเจียงดีใจมาก ตอนนี้ ฉินเจียงคิดจะลองอยู่กินกับซูหลิงเพราะเริ่มชอบซูหลิงจริง ๆ

ถึงวันเกิดผิงอัน จ้าวซันจัดงานที่บ้านสี่ฤดูและให้ต่างหูเพชรเป็นของขวัญ ผิงอันดีใจมาก ฉินเจียงพาซูหลิงมางานจึงทะเลาะกับเหม่ยอิง เพราะเหม่ยอิงเกลียดคนไร้สกุล จ้าวซันรีบมาห้าม แล้วให้ผิงอันดูแลซูหลิง จากนั้นจ้าวซันบอกฉินเจียงว่ารู้สิ่งที่ฉินเจียงทำและใช้หนี้แทนแล้ว ทำให้ฉินเจียงไม่พอใจ จ้าวซันเตือนให้ฉินเจียงระวังเกาเฟยและตั้งใจทำงาน เพราะจ้าวซันจะวางมือ ฉินเจียงกลัวจ้าวซันทำจริงจึงพูดดีขึ้น เพราะลึก ๆ แล้วเขายอมรับว่าจ้าวซันเก่ง ซูหลิงกลับมาคุยกับสองหนุ่มเรื่องที่ตนชอบของเก่าและเคยขายของเก่า ฉินเจียงจึงคิดเปิดร้านขายของเก่าให้ซูหลิงโดยมีจ้าวซันสนับสนุน ซูหลิงเห็นว่าจ้าวซันเป็นคนดี จึงไม่อยากให้ฉินเจียงมีอคติ ผิงอันพาบราลีมาแนะนำ บราลีกับจ้าวซันดีใจที่ได้เจอกัน จ้าวซันขอให้บราลีมาสอนภาษาผิงอัน บราลียังไม่ตอบรับ จ้าวซันพาบราลีชมรอบบ้านทำให้เหม่ยอิงไม่พอใจ เธอบอกคุณนายสี่ ผู้เป็นแม่ว่าสิ่งที่เธอต้องการ เธอต้องได้ แม้แต่ตัวจ้าวซัน คุณนายสี่หวาดหวั่นกับท่าทีของเหม่ยอิง

วันต่อมา จ้าวซันนัดบราลีกับคุณพ่อบาทหลวงไปทานข้าวที่ร้านเล็ก ๆ ร้านประจำของเขา บราลีตอบรับสอนภาษาให้ผิงอัน ทั้งสามได้พบผู้กองเหลียงจึงรู้ว่ายังหาเจิ้นจง คนขับไม่พบ และคนร้ายเปลี่ยนตู้คอนเทนเนอร์หลังรถ  ผู้กองเหลียงเตือนให้จ้าวซันระวังอันตรายโดยเฉพาะในงานเลี้ยงต้อนรับองค์ รัชทายาทแห่งคีรีรัฐ บราลีคุ้นชื่อคีรีรัฐแต่ไม่ได้คำตอบจากใคร หลังจากนั้น จ้าวซันไปส่งบราลีสอนภาษาผิงอัน เขาสัญญาว่าจะมารับบราลีไปส่งบ้าน เหม่ยอิงมาพูดกันท่าบราลีกับจ้าวซัน บราลีไม่คิดจะโต้แย้ง ผิงอันเข้ามาขัดจังหวะและขอโทษแทนพี่สาว

ผู้กองเหลียงนัดจ้าวซันมาพบ จ้าวซันจึงให้หลี่ไปรับบราลีแทน แต่เขาก็หงุดหงิดเมื่อรู้ว่าบราลีนั่งรถเมล์กลับ ผู้กองเหลียงแนะนำให้จ้าวซันรู้จักหมวดจาง ลูกน้องและอเล็กซ์ จากหน่วยพิสูจน์หลักฐาน อเล็กซ์พบศพเจิ้นจงคนขับ แต่ไม่แน่ใจเพราะศพหน้าเละ เต๋อเป่าจำรอยสักที่แขนเจิ้นจงได้จึงไปช่วยยืนยัน ผู้กองเหลียงบอกจ้าวซันว่าตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นของบริษัทที่ตั้ง ขึ้นลอย ๆ ไร้พนักงาน ไร้ที่อยู่ จ้าวซันช่วยอะไรไม่ได้จึงขอตัว เขาไปหาบราลีที่บ้านหลินจื้อเหม่ยเพราะเป็นห่วง บราลีย้ำว่าเธอโตพอที่จะเดินทางคนเดียวได้ แต่จ้าวซันกลัวบราลีไม่ปลอดภัยจึงยื่นข้อเสนอให้รถคันเล็กกับบราลีไว้ใช้ บราลียอมตกลง จ้าวซันเล่าเรื่องคดีให้ฟัง ทำให้บราลีเห็นใจเขามากขึ้น

ศิขรนโรดมและผู้ติดตามมาถึงเมืองไทย องค์ชายขอพักโรงแรมเป็นการส่วนตัว ราชิดเห็นว่าศิขรนโรดมไม่มีพิษภัยจึงยอม โกศิณมาบอกราชิดว่าการติดต่ออาวุธเรียบร้อย ภูสินทรแกล้งเป็นลมต่อหน้าองค์ชาย ศิขรนโรดมรีบช่วยเหลือทันทีจนภูสินทรซึ้งน้ำพระทัย แต่ใบหน้าของศิขรนโรดมที่คล้ายจ้าวซันมาก ทำให้ภูสินทรตัดสินใจไปฮ่องกงเพื่อดูแลความปลอดภัยให้จ้าวซัน

ผิงอันเล่าให้คุณนายสี่ผู้เป็นแม่และอาม่าฟังว่าแม่ใหญ่อยากพบบราลี แล้วยังสั่งให้ผิงอันตั้งใจเรียนเพราะต่อไปต้องทำงานหนักสร้างความแปลกใจให้ คนที่ฟังมาก เหม่ยอิงกลับมาบ้านก็เถียงกับผิงอันเรื่องบราลี คุณนายสี่จึงเตือนสติเหม่ยอิงว่า ผิงอันรักเหม่ยอิงมากขนาดยกของขวัญที่จ้าวซันให้กับเหม่ยอิง นางขอให้เหม่ยอิงหยุดทุกสิ่งที่กำลังทำโดยเฉพาะคิดเป็นใหญ่ในตระกูลจ้าว เหม่ยอิงสะท้อนใจแต่ก็ไม่คิดถอย เธอนัดพบเกาเฟย เหม่ยอิงทำให้เกาเฟยยอมร่วมมือโดยเอาครอบครัวของเกาเฟยมาต่อรอง เธอเป็นคนทำทุกอย่างให้จ้าวซันกับฉินเจียงผิดใจกัน เธอวางแผนว่าวันส่งอาวุธงวดสุดท้ายคือจุดจบของฉินเจียง ส่วนจ้าวซันมีสองทางเลือก คือ ร่วมมือกับเธอ หรือต้องเลิกทำธุรกิจ เพราะระหว่างที่คุมการผลิตเสื้อ เธอใช้ผ้าคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ถ้าส่งออก อเมริกาจะไม่เชื่อถือจ้าวซันอีก แต่ถ้าจ้าวซันร่วมมือ เธอจะส่งของจริงไปแทน หมวดจางแอบตามมาเพราะได้รับคำสั่งให้ดูความเคลื่อนไหวของคนในบ้านสี่ฤดู เขาไม่รู้ว่ารถที่ตนตามมาเป็นของใครจึงตรวจสอบ เหม่ยอิงกลับถึงบ้านก็ไปหาผิงอันในห้องนอน ผิงอันงัวเงียตื่นขึ้นมาบอกไม่ให้เหม่ยอิงออกไปคนเดียวดึก ๆ เพราะเป็นห่วง เหม่ยอิงซึ้งใจน้องมาก

จ้าวซันนั่งแท็กซี่ไปหาบราลีแต่เช้า แล้วพาไปเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า เพราะวันนี้เป็นวันเกิดจ้าวซัน บราลีอวยพรวันเกิดให้ จ้าวซันเล่าว่าอนาคตจะสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและอยากให้บราลีมาช่วย บราลีไม่ตอบ เหม่ยอิงหาจ้าวซันไม่พบก็หงุดหงิดมาก ขณะที่จ้าวซันกลับมาทำงานด้วยความสุข ผิงอันพาบราลีมาหาแม่ใหญ่ แม่ใหญ่ชมบราลีว่าสวยและเป็นคนจริงใจ ผิงอันบอกบราลีว่า แม่ใหญ่ชอบพูดเรื่องตระกูลจ้าวจะไม่เหลือใคร ผิงอันต้องดูแล ที่สำคัญแม่ใหญ่ขอให้บราลีช่วยดูแลจ้าวซัน ผิงอันเองก็อยากให้บราลีเป็นพี่สะใภ้ บราลีไม่ตอบรับแล้วขอตัวกลับทันที เมื่อบราลีถึงบ้านเพื่อน เธอเห็นชายคนหนึ่งซุ่มมองอยู่ก็ไม่สบายใจ

ผู้กองเหลียงได้ข้อมูลว่ารถที่หมวดจางเห็นเป็นของเหม่ยอิง เขาจึงเริ่มสนใจเหม่ยอิง หมวดจางกับผู้กองเหลียงไปรับเสด็จองค์รัชทายาทที่สนามบิน ระหว่างทางมีผู้หวังดีโทรบอกว่ามีเงินจำนวนมากโอนเข้าเซฟบริษัทตระกูลจ้าว ซึ่งฉินเจียงดูแล โดยไม่มีใบฝากเงินผู้กองเหลียงจึงสั่งระงับการเบิกจ่ายเงินจำนวนนี้ที่สนาม บิน คนตระกูลจ้าวไม่มีใครมา ขณะที่องค์รัชทายาทมาพร้อมผู้ติดตาม เกาเฟยแอบมาติดต่อกับโกศิณ หมวดจางเห็นก็รีบบอกผู้กองเหลียง แต่ผู้กองไม่ทันมองจึงต้องรอดูจากภาพถ่ายที่ให้จ่าหมงถ่ายไว้ ระหว่างกลับ ผู้กองกับหมวดจางเห็นรถเหม่ยอิงก็แปลกใจที่เธอไม่ยอมปรากฏตัว

สาเหตุที่ฉินเจียงไม่มาสนามบินเพราะอยู่เปิดร้านซูหลิง ขณะที่จ้าวซันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องเข้าโรงพยาบาล หลี่อาการหนักกว่า คุณพ่อบาทหลวง เหม่ยอิง ผิงอัน และบราลีมาเยี่ยมจ้าวซัน บราลีเป็นห่วงจ้าวซันแต่แสดงออกไม่ได้ จ้าวซันดีใจที่บราลีมา เขาขอให้บราลีไปงานต้อนรับองค์รัชทายาท แต่ไม่ทันได้คำตอบ จ้าวซันก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา บราลีจึงเลี่ยงออกจากห้องสวนกับภูสินทรที่มาเยี่ยมจ้าวซัน ภูสินทรแนะนำตัวว่าชื่อเมืองเทพ เป็นเพื่อนสุริยะ เขาทำตามแผนของจ้าวซันคืออ้างว่าสุริยะได้รับเชิญไปงานต้อนรับองค์รัชทายาท ก็อยากให้บราลีไปด้วย จึงฝากชุดและจดหมายมากับภูสินทร บราลีตกลงไปงานพร้อมภูสินทร วันต่อมา บราลีมาสอนผิงอันจึงรู้ว่าจ้าวซันกลับมาพักที่บ้านแล้ว ผิงอันพาบราลีไปหาจ้าวซัน ทำให้บราลีเห็นเหม่ยอิงเอาใจจ้าวซันออกนอกหน้า เธอรีบบอกว่าจะไปงานกับภูสินทร แล้วขอตัวกลับทันทีเพราะทนเห็นภาพนั้นไม่ได้

บราลี มาหาคุณพ่อบาทหลวงเพื่อถามถึงอดีต คุณพ่อบาทหลวงบอกแค่ว่า บราลีเคยอยู่กับครอบครัวอื่นมาก่อน แต่ทุกคนอยากให้บราลีได้สิ่งที่ดีที่สุดจึงให้บราลีมาอยู่กับสุริยะ คุณพ่อบาทหลวงพูดถึงจ้าวซันด้วยความเป็นห่วงที่เขาไว้ใจคนมากไปจนอันตราย บราลีจึงเริ่มห่วงบ้าง จ้าวซันมาง้อบราลีเพราะคิดว่าเธอโกรธ แต่เธอปฏิเสธ จ้าวซันเล่าชีวิตวัยเด็กในฮ่องกงที่เรียนรู้อะไรหลายอย่าง บราลีพูดถึงเรื่องที่ไปหาคุณพ่อบาทหลวงมา เธอถามจ้าวซันว่ามีน้องสาวอีกคนหรือไม่ แต่จ้าวซันไม่ตอบ บราลีแยกกลับบ้านก็รู้จากหลินจื้อเหม่ยว่ามีชายแปลกหน้ามาหา บราลีนึกถึงชายที่แอบดูเธอวันนั้นอย่างไม่สบายใจ

อาหมงนำภาพถ่ายที่สนามบินมาให้ผู้กองเหลียงกับหมวดจางดู ทุกคนคุ้นหน้าศิขรนโรดม แต่พวกเขาสนใจเกาเฟยมากกว่า อาหมงเล่าว่าเกาเฟยเคยช่วยพันหงปิงค้าอาวุธเถื่อน เมื่อพันหงปิงถูกจับ เกาเฟยก็หนีไปพร้อมอาวุธที่เหลือ ทุกคนคิดว่าฉินเจียงอาจรู้เห็น ผู้กองเหลียงให้หมวดจางสืบประวัติคีรีรัฐเพื่อประกอบคดีอาวุธเถื่อนและเก็บ ภาพคนของคีรีรัฐติดต่อเกาเฟยไว้เป็นหลักฐาน หมวดจางสืบจากญาติของอาหมงที่เป็นนักข่าว จนรู้ว่าคีรีรัฐเคยมีการปฏิวัติและอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ด้านผู้กองเหลียงมาเยี่ยมจ้าวซันที่บ้าน ขณะที่จ้าวซันคุยกับเหม่ยอิงเรื่องงานต้อนรับองค์รัชทายาทในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเหม่ยอิงสั่งเกาเฟยเตือนฉินเจียงแล้ว ผู้กองแปลกใจที่เหม่ยอิงสนิทกับเกาเฟยถึงขั้นสั่งได้จึงเริ่มพิจารณาเธอมาก ขึ้น อีกทั้งผู้กองยังสนใจจ้าวซันที่เก่งทุก ๆ ด้าน จนผู้กองเหลียงคิดว่าจ้าวซันไม่ใช่เด็กเก็บตกธรรมดา เต๋อเป่ามาบอกจ้าวซันว่าอาวุธเถื่อนของพันหงปิงอยู่ที่ฉินเจียงซึ่งจะขายให้ ทหารของคีรีรัฐ จ้าวซันคิดไม่ตกทั้งเรื่องฉินเจียงและศิขรนโรดม อากงเห็นท่าทางของจ้าวซันก็ให้ข้อคิดหลายเรื่อง และย้ำให้จ้าวซันอภัยให้น้อง จ้าวซันคิดถึงเรื่องฉินเจียงและศิขรนโรดมอย่างหนัก

รุ่งเช้าวันงานเลี้ยงต้อนรับองค์รัชทายาท ฉินเจียงและเหม่ยอิงต้อนรับศิขรนโรดมที่โรงงานทอผ้าไหม  จ้าวซันตัดสินใจช่วยน้องทั้งสองโดยวางแผนกับภูสินทรไม่ให้เกิดการปฏิวัติที่ คีรีรัฐ จากนั้นจ้าวซันกับเต๋อเป่าก็ไปหาฉินเจียง ผู้กองเหลียงรู้เรื่องคีรีรัฐจึงมั่นใจว่าจ้าวซันเกี่ยวข้องกับศิขรนโรดม เขาไปหาคุณพ่อบาทหลวงพร้อมหมวดจาง ฉินเจียงแยกกับเหม่ยอิงหลังองค์รัชทายาทไปพัก เหม่ยอิงคิดว่าจ้าวซันคล้ายศิขรนโรดม เกาเฟยบอกฉินเจียงที่ตำรวจอายัดเงิน และพูดให้ฉินเจียงเข้าใจว่าจ้าวซันบอกตำรวจ ฉินเจียงโกรธมากจึงให้ลูกน้องเอาสัญญาเงินกู้ของสุริยะไปให้บราลี และพูดให้บราลีเข้าใจว่าจ้าวซันทำให้สุริยะติดการพนัน จ้าวซันมาหาฉินเจียงจึงถูกต่อว่าเรื่องตำรวจอายัดเงิน จ้าวซันไม่รู้เรื่องนี้ เพราะเขาตั้งใจมาพูดให้ฉินเจียงยกเลิกการขนอาวุธคืนนี้ โดยสัญญาว่าจะไปจากฮ่องกงทันที ฉินเจียงคิดหนัก เกาเฟยกลัวเสียแผนและครอบครัวเป็นอันตราย จึงหว่านล้อมจนฉินเจียงยอมขนอาวุธต่อ เกาเฟยเปลี่ยนแผนให้ส่งของทางเรือทั้งหมด จ้าวซันไม่ไว้ใจเกาเฟยจึงให้เต๋อเป่าตามทุกฝีก้าว

เหม่ยอิงเอาเครื่องประดับสุดหวงของแม่ใหญ่มาใส่ไปงานคืนนี้โดยไม่กลัวจ้าว ซันโกรธ เพราะของชิ้นนี้แม่ใหญ่ไม่เคยให้ใครใส่ จากนั้นเหม่ยอิงก็ไปหาเกาเฟย ขณะที่มีคนนำสัญญาเงินกู้มาให้บราลีโดยอ้างว่าเป็นลูกน้องจ้าวซัน บราลีโกรธมากจึงตามหาจ้าวซันจนรู้ว่าเขาไปหาคุณพ่อบาทหลวง บราลีรีบตามไปทันที คุณพ่อบาทหลวงมารับหน้าบราลีเพราะจ้าวซันกำลังเล่าความจริงให้ผู้กองเหลียง ฟัง จ้าวซันบอกผู้กองว่าฉินเจียงถูกหักหลัง และศิขรนโรดมไม่รู้เรื่องอาวุธ โดยเขาใช้ชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน ผู้กองเหลียงชื่นชมในความรักและให้อภัยน้องของจ้าวซัน

บราลีต่อว่าจ้าวซันเรื่องหนี้ของสุริยะ จ้าวซันจึงบอกความจริงทุกอย่าง บราลีได้แต่นิ่งอึ้ง เธอขอไม่ไปงานคืนนี้ จ้าวซันไม่ขัดเพราะอยากให้บราลีพัก เทเรซ่าบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าถูกยิงบาดเจ็บสาหัสกำลังผ่าตัดอยู่ที่โรง พยาบาล จ้าวซันห่วงเต๋อเป่ามาก แต่ต้องไปเตรียมตัวเพื่องานคืนนี้ เหม่ยอิงกลับมาบ้านอย่างมีพิรุธและถามจ้าวซันถึงเต๋อเป่า แต่จ้าวซันไม่บอก เหม่ยอิงยิ่งไม่สบายใจเพราะมั่นใจว่าคนที่แอบดูเธอกับเกาเฟย คือ เต๋อเป่า เหม่ยอิงกลัวจ้าวซันจับพิรุธได้จึงแสร้งสารภาพว่า เอาเครื่องเพชรสุดหวงของแม่ใหญ่มาใส่ จ้าวซันไม่ว่าอะไรเพราะกลุ้มเรื่องอื่นอยู่ ขณะที่ทางโรงแรมที่ประทับ โกศิณมารายงานราชิดเรื่องเปลี่ยนแผนส่งอาวุธ ราชิดยังเชื่อใจฉินเจียง อสุนีเลือกทำเพื่อแผ่นดินจึงตามมาจากคีรีรัฐ แล้วแอบไปเตือนศิขรนโรดมเรื่องราชิด พ่อของอสุนีวางแผนปฏิวัติ ศิขรนโรดมไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจึงเปรยกับราชิดทำนองว่าพระองค์จะไป เรียนต่อและให้ราชิดสำเร็จราชการแทน ทำให้ราชิดตื่นเต้นมาก

ที่งานเลี้ยง จ้าวซันเห็นฉินเจียงกับซูหลิงมางานก็จะไปคุยด้วย แต่ฉินเจียงเลี่ยงตลอดเวลา จ้าวซันจึงมั่นใจว่าฉินเจียงไม่เปลี่ยนใจ องค์รัชทายาทเสด็จมาในงาน จ้าวซันมารับเสด็จ ศิขรนโรดมจำพระเชษฐาได้ แต่ก็ทำเฉยตามที่จ้าวซันกระซิบบอก ราชิดคุ้นหน้าจ้าวซัน ผู้กองเหลียงบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าผ่าตัดเสร็จแล้วรอเพียงฟื้นขึ้นมา แล้วผู้กองก็แยกไปเตรียมการ เหม่ยอิงรู้เรื่องเต๋อเป่าจากจ้าวซัน เธอโกรธมากที่จ้าวซันปกป้องทุกคนยกเว้นเธอ เหม่ยอิงจึงไปโกหกบราลีว่าจ้าวซันเจ็บหนัก บราลีเชื่อตามขึ้นรถจึงโดนจับไปที่โกดังใกล้ท่าเรือส่งของ

ศิขรนโรดมคุยกับจ้าวซันโดยไม่ให้คนอื่นผิดสังเกต ผู้กองเหลียงมาที่งานอีกครั้งและบอกจ้าวซันว่าเต๋อเป่าฟื้นแล้ว และคนที่อยู่กับเกาเฟย คือ เหม่ยอิง จ้าวซันเป็นห่วงบราลีจึงให้ภูสินทรไปคุ้มกันบราลี ขณะที่เหม่ยอิงคิดใช้บราลีต่อรองให้จ้าวซันยอมทุกอย่าง เพราะจ้าวซันรักบราลี บราลีหว่านล้อมให้เหม่ยอิงเปลี่ยนใจ เกาเฟยเตรียมงานเสร็จ เหม่ยอิงจึงให้เงินเกาเฟยไปหาครอบครัวที่เมืองไทย โดยกำชับให้เกาเฟยแจ้งตำรวจเพื่อให้ฉินเจียงถูกจับ หมวดจางซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ก็รีบแจ้งผู้กองเหลียงทันที

ในงาน ภูสินทรกับผู้ว่าฯ กันองค์รัชทายาทออกจากราชิด จ้าวซันดักพบราชิด โกศิณเป็นคนรุ่นใหม่จึงไม่รู้จักน่านปิงนรเทพ ราชิดปฏิเสธเรื่องที่จ้าวซันกล่าวหาแต่เหตุการณ์ไม่เอื้อ โดยเฉพาะเรื่องอาวุธเถื่อนที่มีอสุนีเป็นพยาน ราชิดเสียใจที่ลูกหักหลัง โกศิณกลัวความผิดจึงมอบตัวและยอมเล่าความจริง ฉินเจียงถูกจับ แต่จ้าวซันยืนยันจะช่วยฉินเจียงให้ถึงที่สุด และบอกฉินเจียงว่าเหม่ยอิงวางแผนทุกอย่าง ฉินเจียงเสียใจที่เข้าใจจ้าวซันผิด ภูสินทรมาบอกจ้าวซันว่าบราลีหายไป จ้าวซันจึงไปกับผู้กองเหลียง หมวดจางได้รับคำสั่งจากผู้กองเหลียงให้บุก บราลียอมเล่าอดีตที่เจ็บปวดของตนกับจ้าวซันเพื่อให้เหม่ยอิงได้คิด เธอสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนเหม่ยอิงและไม่มีวันทิ้งเหม่ยอิง เหม่ยอิงคิดได้และเสียใจที่ตนเองคิดผิด เหม่ยอิงฝากสร้อยเพชรกับบราลีไปคืนจ้าวซัน บราลีให้เหม่ยอิงจับเธอเป็นตัวประกันฝ่าวงล้อมตำรวจจนไปถึงรถ แต่เสียงเรียกของจ้าวซันทำให้เหม่ยอิงหันมามอง ตำรวจคิดว่าเหม่ยอิงจะต่อสู้จึงยิงเหม่ยอิงทันที เหม่ยอิงขอโทษจ้าวซัน จ้าวซันก็ยอมยกโทษให้ เหม่ยอิงหันมาขอบคุณบราลีก่อนจากไปอย่างสงบ

ฉินเจียงสำนึกผิดจึงรับดูแลเรื่องงานศพของเหม่ยอิง ผู้กองเหลียงตามจับเกาเฟยสำเร็จ จ้าวซันขอร้องให้แม่ใหญ่ยอมรับฉินเจียง แม่ใหญ่รับปากแต่ขอให้จ้าวซันกลับมาฮ่องกงหลังทำธุระเสร็จ จ้าวซันสัญญา แล้วเขาก็ไปพบศิขรนโรดมพร้อมผู้กองเหลียง และภูสินทร เมื่อรู้ว่าที่คีรีรัฐยังมีนายพลจตุรัส คนของราชิดอยู่ จ้าวซันจึงตัดสินใจไปคีรีรัฐกับภูสินทร เพื่อจัดการนายพลจตุรัสก่อนศิขรนโรดมจะกลับไป ศิขรนโรดมเป็นห่วงจ้าวซันจึงให้อสุนีไปด้วย เพราะอสุนีน่าจะช่วยให้ทุกอย่างสำเร็จง่ายขึ้น

งานศพเหม่ยอิงผ่านไป แม่ใหญ่เปิดพินัยกรรมโดยที่ไม่มีจ้าวซันเข้าฟัง บราลีเตรียมตัวกลับเมืองไทย  เธอรู้ว่าจ้าวซันจะไปคีรีรัฐก็เข้าใจว่าเขาจะไปทวงสิทธิ์จึงเสียใจมาก จ้าวซันไปเยี่ยมเต๋อเป่า ก่อนมาอธิบายให้บราลีเข้าใจ เขาสัญญาจะกลับมาหาบราลี บราลีสัญญาจะรอ ภูสินทรพาศิขรนโรดมกับคำฝายมาหาจ้าวซันและบราลี คำฝายกอดบราลีด้วยความคิดถึง

จ้าวซันเดินทางมาคีรีรัฐ เขาแวะมาหาครูเฒ่าที่กระท่อมเพื่อเล่าแผนการทั้งหมด และฝากตราสุรสีหนาทกับครูเฒ่าเพื่อมอบให้ศิขรนโรดม อสุนีไม่ไว้ใจจ้าวซันเพราะคิดว่าจะมาแย่งตำแหน่งเจ้าหลวงกับศิขรนโรดม ภูสินทรก็กลัวอสุนีทำร้ายจ้าวซัน แต่จ้าวซันคิดว่าอสุนีจะไม่ทำอย่างนั้น อสุนีทวนแผนกับจ้าวซันและภูสินทร  แผนคืออสุนีนำจดหมายของโกศิณไปให้นายพลจตุรัสและบอกว่ามีอาวุธใหม่มาขาย จึงจะให้นายพลจตุรัสมาดูในงานเลี้ยงที่บ้านอสุนี แล้วค่อยจัดการ ตอนแรกอสุนีจะให้ทหารคุมนายพลจตุรัสไปผาห่มดอก เมื่อเสร็จงานก็จะฆ่าทหารทิ้ง แต่จ้าวซันเตือนให้อสุนีไว้ใจคนอื่นเหมือนที่ศิขรนโรดมไว้ใจอสุนี แล้วจ้าวซันก็บอกว่าเขากับภูสินทรจะจัดการเอง แล้วจากนั้นจ้าวซันจะไปขึ้นเรือที่แม่น้ำเวียงสายกลับทันที อสุนีไม่เชื่อ มิถิลามาหาอสุนีแล้วถามถึงศิขรนโรดม อสุนีเข้าใจความรู้สึกของน้อง แต่ก็เตือนว่าบางอย่างเป็นไปไม่ได้ แล้วอสุนีก็เล่าให้มิถิลาฟังว่าจะกำจัดจ้าวซัน ภูสินทรแอบฟังอยู่ก็เจ็บใจแทน เขาหาทางช่วยเหลือจ้าวซันจึงไปปรึกษาครูเฒ่า แต่ภูสินทรต้องตกใจมากเมื่อพบบราลีอยู่กับครูเฒ่า บราลีเล่าว่าเป็นห่วงจ้าวซันมากเลยขอให้ศิขรนโรดมช่วยเหลือ องค์ชายน้อยจึงส่งบราลีมาหาครูเฒ่า ภูสินทรเล่าถึงแผนการคืนนี้ และเรื่องที่อสุนีจะกำจัดจ้าวซัน ครูเฒ่าบอกเพียงว่า ถ้าเขาอยากให้เราตาย เราก็ต้องตาย

จ้าว ซันกับภูสินทรปลอมตัวไปบ้านอสุนี ภูสินทรพาบราลีที่ปลอมเป็นศิษย์ครูเฒ่ามาด้วย โดยบอกว่าเด็กเป็นใบ้ จ้าวซันสงสัยแต่ไม่มีเวลาถาม อสุนีพาจ้าวซันไปรู้จักกับนายพลจตุรัสในนาม อัครา ส่วนภูสินทรใช้ชื่อ แสนภูดาษ จ้าวซันหลอกพานายพลจตุรัสเดินมาดูอาวุธ จากนั้นอสุนีก็บอกความจริงว่าราชิดกับโกศิณถูกจับแล้ว จ้าวซันกับภูสินทรจับนายพลจตุรัสไปขังที่ผาห่มดอก เมื่อเสร็จภารกิจ จ้าวซัน ภูสินทร และเด็กใบ้แยกทางกับอสุนี บราลีเปิดเผยตัวทำให้จ้าวซันทั้งอึ้งและดีใจมาก ภูสินทรให้จ้าวซันกับบราลีขึ้นเรือและบอกว่าจะพายออกไปกลางแม่น้ำแล้วค่อย ติดเครื่องเรือ หลังจากนั้นให้บราลีกับจ้าวซันดำน้ำให้ลึกที่สุด เมื่อภูสินทรติดเครื่องเรือจริง ๆ เรือก็ระเบิดทันที อสุนียืนมองด้วยสายตานิ่งเฉย จ้าวซัน บราลีและภูสินทรรอดตาย ทั้งสามว่ายขึ้นฝั่งและรอลูกศิษย์ครูเฒ่ามารับ ภูสินทรเล่าว่าเขาคิดจากคำพูดของครูเฒ่าคือต้องทำให้อสุนีคิดว่าจ้าวซันตาย หลังผ่านเหตุการณ์ร้ายครั้งนี้ จ้าวซันกับบราลีก็บอกรักกัน

จ้าวซันกลับมาฮ่องกง ขณะที่ผิงอันกำลังจะไปอเมริกา แม่ใหญ่ดีใจที่จ้าวซันกลับมา นางตั้งใจจะรับขวัญว่าที่ภรรยาของจ้าวซันด้วยสร้อยเพชรสุดหวง ทำให้จ้าวซันซึ้งใจมาก คุณนายสี่ยังซึมเศร้าเรื่องเหม่ยอิง จ้าวซันได้แต่ปลอบใจ จ้าวซันมาเยี่ยมฉินเจียงโดยได้ผู้กองเหลียงช่วยเหลือ ผู้กองเหลียงดีใจที่พบจ้าวซันอีกครั้ง เขาบอกว่าองค์รัชทายาทกลับแล้วเพราะอสุนีส่งจดหมายด่วนมา จ้าวซันไปเยี่ยมฉินเจียงเขารู้สึกว่าฉินเจียงเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก่อนกลับ จ้าวซันเตือนไม่ให้ฉินเจียงดูถูกความรักของซูหลิง บราลีเตรียมกลับเมืองไทย ทั้งที่ไม่อยากจากจ้าวซัน แต่เธอต้องไปช่วยสุริยะที่มีปัญหาเรื่องเงิน

เกาเฟยหนีออกจากคุกได้ก็ไปหาไอ้สือ ลูกน้องคนสนิทซึ่งตอนนี้ก็อยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ กับเมียท้องแก่  ไอ้สือสละเงินที่มีอยู่ให้เกาเฟยหนี แต่เกาเฟยสงสารจึงเอาเงินไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น จ้าวซันมาประชุมที่บริษัทพร้อมภูสินทรในชื่อ เมืองเทพ ผู้ช่วยของจ้าวซันในนามตัวแทนของฉินเจียง ทำให้ทุกคนดีใจมากและการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย จ้าวซันสั่งให้ทำทุกอย่างเสร็จก่อนบ่ายสาม เพราะเขาจะดูถ่ายทอดการรับตำแหน่งเจ้าหลวงแห่งคีรีรัฐ ระหว่างพักทานอาหาร เกาเฟยลอบเข้ามาบังคับให้จ้าวซันหยิบเงินให้ แล้วเขาก็จับจ้าวซันเป็นตัวประกันเพื่อหลบหนี เทเรซ่าและทุกคนตกใจที่จ้าวซันถูกจับ ระหว่างนั้นผู้กองเหลียงมาหาจ้าวซันจึงรู้เรื่อง เขาให้ตำรวจล้อมเกาเฟยไว้ เกาเฟยนึกว่าจ้าวซันบอกตำรวจจึงยิงจ้าวซันที่ขาและตั้งใจจะยิงซ้ำ แต่อสุนีซึ่งถือจดหมายของศิขรนโรดมมาจากคีรีรัฐเข้ามารับกระสุนแทน เกาเฟยถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้

จ้าวซันไม่เป็นอะไรมาก แต่อสุนีบาดเจ็บสาหัส อสุนีขอพระราชทานอภัยและเคารพจ้าวซันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นลม จ้าวซันอโหสิให้อสุนี บราลีพาจ้าวซันกลับไปพัก ทั้งคู่สัญญาว่าจะมีเพียงกันและกันตลอดไป ในจดหมายของศิขรนโรดม มีใจความว่า ศิขรนโรดมเสียใจเพราะคิดว่าจ้าวซันเสียแล้ว พระองค์จะไม่รับตำแหน่งเจ้าหลวง แต่ครูเฒ่าก็เล่าเรื่องทั้งหมดพร้อมมอบตราสุรสีหนาทให้ศิขรนโรดม ศิขรนโรดมดีใจที่จ้าวซันยังไม่ตาย พระองค์ยอมรับตำแหน่งเพราะเห็นแก่จ้าวซัน อสุนีโล่งใจที่จ้าวซันปลอดภัยจึงรับอาสามาส่งจดหมาย จากนั้นอสุนีจะกลับมาบวชชดเชยความผิดตลอดชีวิต เรื่องความรัก ศิขรนโรดมมีใจให้มิถิลาแต่ยังไม่ได้พูดกัน  นอกจากนี้ พระเทวีสิริวาระตีทรงฝากพระธำมรงค์ซึ่งเจ้าหลวงแห่งคีรีรัฐจะมอบให้พระเทวี ทุกสมัยให้เป็นของขวัญกับจ้าวซัน ศิขรนโรดมถวายคำสัตย์แก่จ้าวซันผ่านจดหมายว่าจะดูแลคีรีรัฐให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทนความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของจ้าวซัน ศิขรนโรดมรู้ว่าวันที่จ้าวซันรอคอยมาถึงแล้ว พระองค์หวังว่าสักวันจะได้พบจ้าวซัน หรือน่านปิงนรเทพอีกครั้ง ติดตามชม ละครวันนี้ที่รอคอย ได้ทุกวันพุธ- พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละครวันนี้ที่รอคอย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2556

นักแสดง วันนี้ที่รอคอย

อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท น่านปิงนรเทพ / จ้าวซัน
ปริยฉัตร ลิ้มธรรมมหิศร รับบท ม่านฟ้า / บราลี
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ รับบท เหม่ยอิง
ณัฐชา นวลแจ่ม รับบท ผิงอัน
อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา รับบท ศิขรนโรดม
กวิตา รอดเกิด รับบท มิถิลา
พิชยดนย์ พึ่งพันธ์ รับบท อสุนี
สุรวุฑ ไหมกัน รับบท พลเอกราชิด
ปราบ ยุทธพิชัย รับบท ภูสินธร / เมืองเทพ
ชลิต เฟื่องอารมย์ รับบท ครูเฒ่า
เวนซ์ ฟอลโคเนอร์ รับบท นายพลจตุรัส
ธรรมชาติ แฟรเน็ทท์ รับบท คุณพ่อบาทหลวงโจเซฟ
นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท ผู้กองเหลียง
ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์ รับบท เต๋อเป่า
แอนดรูว์ กรเศก โคร์นิน รับบท จ้าวฉินเจียง
พศิน เรืองวุฒิ รับบท เกาเฟย
อรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ รับบท ซูหลิง
สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท เต้ / จ้าวฉินเย่ว์
เดือนเต็ม สาลิตุล รับบท จ้าวไทไท
ศิริพิชญ์ วิมลโนช รับบท เทเรซ่า

นางร้ายสายลับ

ละคร นางร้ายสายลับ เริ่มออกอากาศวันที่ 4 สิงหาคม 2556

เพราะรักเพื่อน ความซวยจึงมาเยือนจนเกือบต้องกลายเป็นข่าวใหญ่ แต่ความสวยกับชื่อเสียงที่สั่งสมมาในฐานะ ‘นางร้ายเบอร์หนึ่ง’ สุรีกานต์ จึงได้ถูกสารวัตรหนุ่ม (หน้าโฉด) ขอร้อง (แกมข่มขู่) ให้เป็นนางนกต่อ หาหลักฐานเอาผิดพ่อค้ายาเสพติดตัวเอ้ แล้วจะปฏิเสธได้อย่างไรเล่า ในเมื่อหลักฐานความผิดของเธออยู่ในมือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเขา

ในโลกของการทำงาน มีแต่หนุ่ม ๆ ที่ทำให้หัวใจหวั่นไหว ไม่เว้นแม้แต่แฟนของเพื่อนสนิท แต่พออันตรายแยกเขี้ยวเข้ามาหาทีไร ไม่รู้ทำไมเธอต้องคิดถึงเจ้ากรรมนายเวรหน้าโฉดทุกที แล้วเธอจะทำ ‘ภารกิจเพื่อชาติ’ สำเร็จไหมหนอ? ในเมื่อแค่ ‘ภารกิจหัวใจ’ ก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว!

ชีวิตพอถึงขาลง อะไร ๆ มันก็ล๊ง..ลง..ลง ไปซะทุกอย่าง ในวันปิดกล้องละคร สุรีกานต์ หรือ โซ่ นางร้ายเบอร์หนึ่งของสถานีโทรทัศน์ช่อง 6 กำลังเข้าสู่ภาวะตกอับที่สุดในชีวิต ทำให้บัลลังก์ราชินีตัวร้ายของเธอเริ่มคลอนแคลนหมิ่นเหม่ที่จะร่วงลงไปเป็นตัวประกอบหางแถว งานละครที่เคยเบียดเสียดแย่งคิวกันยาวเหยียด หายจ้อยไม่มีเหลือสักเรื่อง สุรีกานต์หวั่นวิตก เพราะถึงมีบ้านมีรถและเงินเก็บพอใช้ไปตลอดชีวิต แต่ “ชื่อเสียง” อันเป็นปัจจัยที่ 5 สำหรับเธอก็พลอยหายไปตามอายุที่มากขึ้นด้วยนี่สิ….เธอจะทำยังไง

ทันทีที่ฉากสุดท้ายสิ้นสุดลง สุรีกานต์ขับรถออกจากกองถ่ายอย่างห่อเหี่ยว ถนนระหว่างทางทั้งเงียบทั้งเปลี่ยวสิ้นดี สุรีกานต์เซ็งสุด เผลอแชทไลท์เป็นศิราณีให้กับ พลอยนิล นางเอกเบอร์หนึ่งเพื่อนเลิฟที่กำลังว้าวุ่นหัวใจปัญหาความรักรุมเร้า สุรีกานต์ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้ยินเสียงแตรรถ สุรีกานต์เงยหน้าขึ้นมาเห็นรถกระบะเก่า ๆ กำลังพุ่งออกมาจากถนนข้างทางด้วยความเร็ว เสียงยางรถยนต์ของรถสองคันเบรกบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว ชายหน้าเข้มเคราครึ้มราวกับโจร โมโหจัดปราดเข้าไปกระชากประตูรถของสุรีกานต์ เธอลนลานกดล็อกประตูรถเพราะประสบการณ์จากละครหลายเรื่องและข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ บอกว่าคนร้ายมักใช้เส้นทางเปลี่ยว ดักชนรถหรูแล้วปล้น ดีไม่ดีเธออาจจะเสียสาวก็งานนี้ แท้จริงชายหน้าเหี้ยมต้องการเพียงแค่คำขอโทษ แต่สุรีกานต์ไม่ยอมเพราะคิดว่าเขาโยกโย้เพื่ออัพราคาค่าเสียหาย สุรีกานต์จึงขู่จะแจ้งตำรวจ แต่ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายหน้าโฉดก็รีบเผ่นขึ้นรถขับออกไปทันที สุรีกานต์สรุปเอาเองว่าชายคนนี้เป็นโจรผู้ร้ายแน่นอนถึงได้กลัวเมื่อโดนขู่เรื่องแจ้งตำรวจ เธอหัวเราะอย่างพึงพอใจบอกตัวเองว่า….”โชคดีที่ฉันเกิดมาเป็นนางร้าย”

ไม่มีใครในวงการบันเทิงรู้ว่า…นางร้ายเบอร์หนึ่งอย่างสุรีกานต์ เป็นเพื่อนสนิทกับ พลอยนิล หรือ “นางฟ้าวงการบันเทิง” นางเอกชื่อดัง ทั้งสองคนรู้จักกันเมื่อสมัยเรียนอยู่ที่อังกฤษ พลอยนิลเคยให้การช่วยเหลือสุรีกานต์ซึ่งเพิ่งย้ายมาใหม่ เมื่อกลับมา…ต่างเริ่มอาชีพในวงการบันเทิงซึ่งเต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด สองสาวเลยกลายกอดคอเป็นเพื่อนรักกันในที่สุด แต่นิสัยของทั้งสองสลับขั้วกับชีวิตในละคร สุรีกานต์นั้นแม้ในโทรทัศน์เธอจะเป็นจอมกรี๊ดอันดับหนึ่ง เป็นนางร้ายที่คนเกลียดทั่วบ้านทั่วเมือง แต่เนื้อแท้มีนิสัยเมตตาอารี ขี้ใจอ่อน ประวัติขาวสะอาดโดยเฉพาะเรื่องผู้ชาย ในขณะที่พลอยนิลนั้นเป็นจอมเหวี่ยงจอมวีน เอาแต่ใจ และเห็นแก่ตัว

คืนนั้น สุรีกานต์ไปงานเลี้ยงปิดกล้องละคร บังเอิญเธอเห็นพลอยนิลกำลังมีปากเสียงกับ แก้วดารา นางเอกดาวรุ่งซึ่งเป็นที่รู้กันว่ากำลังแย่งตำแหน่งนางเอกเบอร์หนึ่งกับพลอยนิล แก้วดาราขู่จะเอาเรื่องความลับของพลอยนิลไปบอกนักข่าว สุรีกานต์เห็นเพื่อนสาวหน้าซีดเป็นไก่ต้มจึงปรี่เข้าไปช่วยขวางไว้ก่อนที่สองนางเอกจะลงมือตบกันให้เป็นข่าวฉาวโฉ่ทั่ววงการ พลอยนิลรีบอ้อนวอนปนบังคับให้สุรีกานต์เข้าไปขโมยซองภาพหลุดลับเฉพาะของพลอยนิลในบ้านของ อุษณะ พระเอกดังรูปงาม สุรีกานต์ใจอ่อนยอมทำเพราะไม่เคยขัดใจเพื่อนรักได้เลยสักครั้ง

ท่ามกลางความมืด ขาหนึ่งของสุรีกานต์ก้าวข้ามผ่านรั้วบ้าน แต่เธอหารู้ไม่ว่าขาอีกข้างก้าวย่างเข้าไปในคุกตาราง เพราะรถกระบะที่ขนตำรวจสายสืบมาเต็มคันผ่านมาพอดี รวมทั้งชายหน้าเข้มเคราครึ้ม ที่มีนามว่า พันตำรวจตรีนฤเบศ

นฤเบศ สั่งจ่ายมกับลูกน้องคนอื่นช่วยกันจับโจรสาวแล้วลากไปสอบสวนที่โรงพัก สุรีกานต์จำได้ว่าสารวัตรหนุ่มนั้นคือโจรโจทก์เก่าที่เธอขับรถเฉี่ยวเมื่อกลางวัน สุรีกานต์ปากกล้าแต่ขาสั่น หวาดเสียวโจทก์เก่าจะเอาคืนจับเธอขังคุก ทีนี้ล่ะได้ฉาวโฉ่ลงหน้าหนึ่งแน่ สารวัตรนฤเบศเองก็จำสุรีกานต์ได้แม่น แต่ไม่ใช่ในฐานะดาราดัง หากเป็นหญิงที่ขับรถไปแชทสมาร์ทโฟนไปจนเกือบขับรถชนเขา ที่แย่ที่สุดคือทำให้เขาพลาดทำให้เบาะแสสำคัญที่กำลังสะกดรอยตามหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย มาคราวนี้ เขาไม่ยอมให้โอกาสทองหลุดมือไปง่าย ๆ

สุรีกานต์เครียดจัด เพราะถึงคราที่อาชีพดาราของเธอคงดับแสงทันทีที่ข่าวเธอโดนตำรวจจับรู้ถึงหูนักข่าว ชื่อเสียงความดีงามที่เคยรักษามาก็คงหมดสิ้นเป็นแน่แท้ โชคยังดีที่เมื่อตำรวจโทรไปถามอุษณะ พระเอกหนุ่มเจ้าของบ้าน เขาบอกว่าไม่มีอะไรหายไปจากบ้าน เพราะอุษณะไม่รู้ว่าภาพลับสุดหวงของเขาหายไปจากที่ซ่อนในตู้หนังสือ

นฤเบศพบซองรูปสีน้ำตาลที่ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อแจ็คเก็ตของสุรีกานต์ เมื่อเปิดออกมา ตำรวจหน้าโหดมาดแมนทั้งฝูงถึงกับวงแตก เพราะรูปเหล่านั้นไม่ใช่รูปลับเฉพาะระหว่างพลอยนิลกับอุษณะดังที่สุรีกานต์เข้าใจ แต่เป็นรูปโรมรันพันตูอย่างถึงพริกถึงขิงระหว่างพระเอกอุษณะกับชายหนุ่มอีกคน ซึ่งสุรีกานต์จำได้อย่างแม่นยำว่า คือ เนธาน แฟนนายแบบที่พลอยนิลทั้งรักทั้งหลง นอกจากจะซวยเพราะเจอตำรวจแล้วสุรีกานต์ยังมียาเสพติดของอุษณะติดมือมาอีก นฤเบศยื่นข้อเสนอให้สุรีกานต์ทำงานเป็นสายลับให้กับเขา แลกกับการที่เขาจะไม่ดำเนินคดีและเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพราะถ้าเรื่องยาเสพติดแพร่งพรายเป็นอันว่าชีวิตการแสดงของสุรีกานต์ต้องจบลงอย่างแน่นอน สุรีกานต์เลยจำใจยอมทำภารกิจให้นฤเบศ

สารวัตรนฤเบศกำลังตามสืบคดียาเสพติดสำคัญ โดยมีเป้าหมายหลักเป็นพ่อค้ายาเสพติดลูกครึ่ง ชื่อ ริชาร์ด ซึ่งเดินทางมาติดต่อกับหุ้นส่วนสำคัญที่เมืองไทย หน้าที่ของสุรีกานต์ก็คือหาทางเข้าใกล้ชิดกับริชาร์ด เพื่อสืบหาว่าใครมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องและหาหลักฐานเพื่อมัดตัวริชาร์ดกับพวก หากริชาร์ดไหวตัวทันก็จะหลบหายเข้ากลีบเมฆไปยังประเทศที่สามที่ไม่มีกฎหมายการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ดังนั้น นฤเบศจึงย้ำนักย้ำหนาห้ามสุรีกานต์พลาดเป็นอันขาด

เมื่อริชาร์ดเดินทางมาถึงประเทศไทย นฤเบศส่งลูกน้องปลอมตัวเข้าไปเป็นสายในโรงแรมที่พักของริชาร์ด พร้อมทั้งนัดสายลับสุรีกานต์มาพบที่ห้องอาหารหรูของโรงแรมก่อนเวลานัดของริชาร์ดกับคู่นัดหมาย ถึงเวลานัดหมาย สุรีกานต์ไม่โผล่มาตามนัด เล่นเอานฤเบศที่ซุ่มดูริชาร์ดพบปะพูดคุยกับชายไทยวัยกลางคนอย่างขัดอกขัดใจ เพราะไม่สามารถเข้าใกล้เพื่อเก็บภาพและข้อมูลได้ดังใจ กว่าสุรีกานต์จะโผล่หัวมาก็สายไปถึงครึ่งชั่วโมง เมื่อมาถึงเธอก็เอาแต่นั่งแชทบีบี นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ ไม่สนใจนฤเบศที่ส่งสัญญาณแทบคลั่ง แต่เมื่อริชาร์ดกับคู่นัดลุกกลับ สุรีกานต์ลุกขึ้นจากโต๊ะพอดี ริชาร์ดจึงชนสุรีกานต์เข้าอย่างจังจนกระเป๋าถือของสุรีกานต์ร่วง ริชาร์ดไม่รู้ว่าสุรีกานต์เป็นดาราดัง เขาตะลึงงันในความสวยของสุรีกานต์ถึงกับมองอ้าปากค้างด้วยความลืมตัว ริชาร์ดยื่นนามบัตรไว้ให้สุรีกานต์ เพื่อขอชดใช้ค่าเสียหายหากมีข้าวของใดของเธอเสียหาย

นฤเบศซึ่งกังวลมาตลอดว่าแผนที่วางกันมานับเดือนจะมาพังพินาศเพราะดารานอกกรอบอย่างสุรีกานต์ เขาคาดไม่ถึงว่าสุรีกานต์ที่ท่าทางไม่ได้เรื่องกลับทำงานได้ผลสำเร็จในครั้งแรก นอกจากนามบัตร เบอร์ติดต่อของริชาร์ดแล้ว เธอยังสามารถบันทึกภาพของริชาร์ดและ ทนายมงคล คู่นัดหมาย ไว้ในโทรศัพท์มือถืออีกด้วย สุรีกานต์บอกนฤเบศว่า นี่เป็นเพราะเธอเคยรับบทเป็นนางนกต่อและจารชนสาวในละครมาหลายต่อหลายเรื่อง แถมยังดูหนังฝรั่งมาเป็นร้อย ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นเธอจึงรู้ดียิ่งกว่าว่างานของสายลับสาวมีอะไรบ้าง นฤเบศเอ็ดสุรีกานต์โขมงโฉงเฉงว่าชีวิตจริงมันไม่เหมือนละคร เขาห่วงมากกว่าว่าสุรีกานต์จะทำอะไรนอกรีตนอกรอย จนแผนแตกและตัวเธอเองตกอยู่ในอันตราย

นอกจากงานสายลับสำคัญระดับชาติแล้ว สุรีกานต์ต้องวิ่งวุ่นถ่ายละครเรื่องใหม่ งานนี้สุรีกานต์ต้องแสดงร่วมกับ แก้วดารา นางเอกวัยรุ่นตัวแสบ และ กวิน พระเอกหน้าใหม่ไฮโซซึ่งเป็นทายาทเจ้าของสนามกอล์ฟชื่อดัง แก้วดาราหมายมั่นปั้นมือจะครอบครองหัวใจของกวินซึ่งเป็นชายหนุ่มเนื้อหอมแห่งยุค แต่กวินกลับให้ความสนใจนางร้ายอย่างสุรีกานต์อย่างออกนอกหน้า แก้วดาราซึ่งไม่ชอบขี้หน้าสุรีกานต์อยู่แล้ว ก็ยิ่งจงเกลียดจงชัง ทั้งกัด จิก ขบตลอดเวลาที่เจอหน้ากันในกองถ่าย สุรีกานต์โชคดีที่มี วุ้นกรอบ ช่างแต่งหน้า กับ พายไก่ ฝ่ายเสื้อผ้า เป็นกองหนุนออกรับแทน สุรีกานต์พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกับแก้วดารา แต่หลายครั้งก็จำต้องสอนมวยให้บ้างในฐานะดารารุ่นพี่ แก้วดาราจึงไม่ชอบหน้าสุรีกานต์เอามาก ๆ ยิ่งบวกกับความอิจฉาเวลาเห็นกวินเอาอกเอาใจสุรีกานต์มากกว่าเธอ แก้วดาราจึงจ้องหาทางเล่นงานสุรีกานต์ตลอดเวลา

คืนหนึ่ง…สุรีกานต์ขับรถออกจากกองถ่ายตอนตี 2 สุรีกานต์รู้สึกว่ามีมอเตอร์ไซค์ขับรถไล่ตามเธอ สุรีกานต์คิดหาตัวช่วยด่วนจี๋ และคนแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองก็คือ สารวัตรจอมโหด สุรีกานต์รีบกดโทรศัพท์หานฤเบศ แต่ยังไม่ทันให้รายละเอียดอะไร คนขับรถมอเตอร์ไซค์ทำท่าควักอะไรออกจากเสื้อ สุรีกานต์กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ แล้วสายก็ขาดไปทันที

นฤเบศที่เพิ่งโดนปลุกขึ้นกลางดึก เป็นห่วงสุรีกานต์มาก เขารีบออกตามหาสุรีกานต์ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เขาวิทยุสั่งให้สายตรวจออกตามหา เช็กอุบัติเหตุทุกสี่แยก แล้วจึงไปจอดรถดักอยู่ที่หน้าบ้านของสุรีกานต์ สุรีกานต์นั้นตกใจสุดขีดเพราะนึกว่าชายขี่มอเตอร์ไซค์เป็นมือปืน (ตามประสาคนอินกับละครมากไป) แต่ที่แท้ชายคนนั้นหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายสุรีกานต์ กวินซึ่งจอดรถติดไฟแดงอยู่ด้านหลังรถสุรีกานต์รีบวิ่งลงมา ชายปาปารัสซี่เห็นกวินก็รีบหนีไป นฤเบศเห็นสุรีกานต์กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ใจหนึ่งก็หายห่วง แต่อีกใจก็หงุดหงิดอย่างไม่รู้สาเหตุ เมื่อเห็นฉากร่ำลาของสุรีกานต์และกวินที่ขับรถมาส่ง นฤเบศคว้าโทรศัพท์มาเฉ่งสุรีกานต์ด้วยอารมณ์โมโหคูณสอง สุรีกานต์แอบดีใจลึก ๆ ที่นฤเบศแสดงความเป็นห่วงในตัวเธอ

งานราษฎร์งานหลวงพันตูให้วุ่น เล่นเอาสุรีกานต์ไม่ได้หลับได้นอน…เธอจึงลงทุนเปิดห้องที่โรงแรมเดียวกับริชาร์ด (โดนนฤเบศโวยเรื่องทำอะไรไม่ปรึกษาตามเคย) สุรีกานต์อ้างรถเสียแล้วขอติดรถไปกับริชาร์ด นฤเบศตาเหลือกเพราะไม่ได้อยู่ในแผนที่วางไว้ เขาสั่งลูกน้องรีบขับรถตามรถริชาร์ดไป ในขณะที่มือกดโทรศัพท์หาสุรีกานต์เป็นระวิง

นฤเบศตามรถริชาร์ดไปจนถึงพัทยา ผู้คนมากมายทำให้เขาเกือบคลาดสายตาจากริชาร์ดและพวก เมื่อตามไปจนถึงหน้าบาร์เกย์ บรรดาเก้งและกวางทั้งแต่งแมนแต่งหญิงส่งเสียงกิ้วก้าวเมื่อเห็นแก๊งสายสืบรูปหล่อร่างบึ้ก นฤเบศกับจ่ายมและลูกน้องเกาหัวแกรก แต่ด้วยความเป็นห่วงสุรีกานต์ นฤเบศกัดฟัน “เอาวะ ลุยก็ลุย” สายสืบทั้งฝูงร้องอู้วอ้าตลอดทางเพราะโดนจับโดนลูบคลำโดยหนุ่ม ๆ ชาวเกย์

นฤเบศเกาะติดริชาร์ดไปจนถึงหน้าห้องวีไอพี แต่โดนบอดี้การ์ดของริชาร์ดล็อกตัวไว้แล้วซักถามด้วยความสงสัย เพราะเห็นนฤเบศตามมาตั้งแต่หน้าบาร์เกย์ นฤเบศกับจ่ายมต้องรีบแปลงเป็นเก้งมือปลาหมึก แล้วโกหกว่าที่ตามมาเพราะติดใจในกล้ามอันล่ำบึกของบอดี้การ์ด สองตำรวจช่วยกันพันตูผู้ชายด้วยกันทั้ง ๆ ที่ใจสุดขยะแขยง จนบอดี้การ์ดทนไม่ไหว เลิกซักไซ้ จับนฤเบศกับจ่ายมโยนออกไปนอกร้าน

ทุกคนเป็นห่วงสุรีกานต์ กำลังปรึกษากันว่าจะกลับเข้าไปอย่างไรไม่ให้ผิดสังเกต พอดีสุรีกานต์โทรเข้ามาบอกว่าตอนนี้นอนอยู่บ้าน ตำรวจทุกคนร้องอ้าว ! สุรีกานต์พูดหน้าตาเฉยว่าเธอไม่ใช่เกย์เลยไม่อยากไปเที่ยวบาร์เกย์กับริชาร์ด แต่เธอคาดว่าริชาร์ดคงนัดพบกับลูกค้ารายใหญ่ที่นั่น นฤเบศจะกลับเข้าไปสืบต่อ แต่ริชาร์ดและพวกกลับออกมาแล้วขึ้นรถออกไป นฤเบศเสียดายที่พลาดเบาะแสสำคัญ จ่ายมรีบชี้ให้ดูคนที่เดินออกมาจากบาร์เกย์ นฤเบศหันไปเห็นเนธาน นายแบบแฟนหนุ่มของพลอยนิลเดินออกมาจากบาร์เกย์เช่นกัน จ่ายมสงสัยว่าเนธานกับริชาร์ดอาจจะมีส่วนพัวพันกัน เพราะถึงเนธานจะไม่มีประวัติเรื่องค้าหรือเสพยาเสพติด แต่ก็มีมากต่อมากที่ตำรวจจับดารานายนางแบบที่ค้ายาได้ นฤเบศสั่งให้จับตาดูเนธาน

คืนต่อมา…สุรีกานต์ร่วมโต๊ะดินเนอร์กับริชาร์ด ริชาร์ดพยายามมอมไวน์สุรีกานต์ แต่เป็นเรื่องหมูมากสำหรับนางร้ายแถวหน้าของวงการที่จะแกล้งรับลูกทำเป็นเมา ริชาร์ดหิ้วสุรีกานต์ขึ้นห้อง นฤเบศเป็นอีกคนที่ไม่รู้เท่าฝีมือการแสดงของนางร้ายสาว เขารีบตามไปจนถึงห้องริชาร์ด เมื่อนฤเบศบุกเข้าไป ก็พบว่าริชาร์ดกำลังอาบน้ำพลางฮัมเพลงอย่างครึ้มใจ สุรีกานต์ที่อยู่ในสภาพคอพับคออ่อนอยู่หลัด ๆ กลับลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง เธอตรงไปรื้อค้นข้าวของในกระเป๋าและตู้เสื้อผ้าแล้วเอากล้องในโทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ทุกซอกทุกมุม นฤเบศพยายามดึงตัวสุรีกานต์กลับออกไปจากห้อง แต่สุรีกานต์บอกนฤเบศให้เชื่อมือเธอเพราะเธอเล่นหนังเป็นจารชนสาวมาหลายสิบเรื่องแล้ว เธอรู้ดีว่าต้องทำยังไง

ขณะที่ทั้งสองกำลังเถียงกัน ริชาร์ดออกจากห้องน้ำมาพอดี นฤเบศรีบกระโดดเข้าไปซ่อนใต้เตียง ส่วนสุรีกานต์รีบแสร้งทำเป็นเมาแอ๋เหมือนเดิม ระหว่างที่กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม นฤเบศเองก็เหงื่อตกอยู่ใต้เตียง กำลังจะตัดสินใจเปิดเผยตัวเพื่อช่วยเอาอ้อยออกจากปากช้าง สุรีกานต์ก็เอานิ้วล้วงคออ้วกออกมาเต็มเตียงเต็มตัวริชาร์ด ริชาร์ดผละจากสุรีกานต์อย่างรังเกียจแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ สุรีกานต์กับนฤเบศรีบฉวยโอกาสเผ่นออกจากห้องริชาร์ด

สุรีกานต์ลากนฤเบศผลุบเข้าไปในห้องติดกับห้องริชาร์ดที่สุรีกานต์เปิดไว้พักอย่างจงใจ นฤเบศส่ายหัวในความนอกกรอบทำเกินคำสั่งของสุรีกานต์ นฤเบศตรวจเช็กภาพในโทรศัพท์มือถือที่สุรีกานต์ถ่ายมาจากห้องริชาร์ดแล้วไปชะงักที่กระดาษเขียนว่า โฮลอินวัน 18-28 นฤเบศเชื่อมั่นว่านัดหมายครั้งต่อไปของริชาร์ดจะต้องเป็นสนามกอล์ฟเป็นแน่ เพียงแต่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟที่ไหน นฤเบศคิดแล้วหันไปพบว่าสุรีกานต์กำลังยงโย่ยงหยกปีนฝ้าเพดาน เขาส่ายหัวแล้วบอกให้สุรีกานต์เลิกพยายาม เพราะท่อแอร์เมืองไทยไม่ได้ทำไว้เป็นช่องกว้างแบบในหนังฝรั่ง รับรองว่าสุรีกานต์ไม่สามารถปีนไปแอบดูแอบฟังที่ห้องริชาร์ดได้ ดีไม่ดีอาจจะเจอผีช่องแอร์เข้าให้ พอได้ยินคำว่าผี สุรีกานต์ถึงกับหน้าซีด เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอกลัวที่สุดในโลก สุรีกานต์ถึงกับกระโดดล็อกคอนฤเบศทั้งน้ำตาเมื่อนฤเบศจะหนีกลับ นฤเบศเลยใจอ่อนยอมนอนค้างที่โรงแรมเป็นเพื่อนสุรีกานต์ หลังจากนั้นเป็นต้นมา นฤเบศต้องใช้กรรมจากการแกล้งหลอกผีสุรีกานต์ เพราะสุรีกานต์ตามมายึดคอนโดรูหนูของนฤเบศเป็นที่อยู่ประจำเพราะกลัวผีช่องแอร์จะตามหลอกหลอน นฤเบศสุดปัญญาที่จะไล่สุรีกานต์เพราะเธอเล่นทำตัวเป็นเจ้าของบ้าน ส่วนเขากลายเป็นผู้อาศัยไปซะแล้ว

เช้าอีกวัน ริชาร์ดชวนสุรีกานต์ไปตีกอล์ฟ เธอรีบรับปากทันที นฤเบศและจ่ายมติดตามไปไม่ห่าง แต่ไม่ได้เบาะแสอะไร เพราะนอกจากเดินตีกอล์ฟไปตามหลุมต่าง ๆ แล้วริชาร์ดก็ไม่มีท่าทีว่าจะนัดหมายพบปะกับใครที่นั่น แต่คนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอก็คือ เนธาน สองครั้งที่เจอเนธานในสถานที่เดียวกับริชาร์ดก็ชวนให้นฤเบศสงสัยว่าทั้งสองจะต้องมีส่วนเกี่ยวพันกันเป็นแน่แท้ นฤเบศสั่งให้สุรีกานต์สืบเรื่องเนธานเพิ่มอีกคนหนึ่ง สุรีกานต์ยังคิดไม่ออกว่าจะหาวิธีเข้าใกล้ชิดกับแฟนเพื่อนสนิทอย่างไร โอกาสทองก็มาสบช่องเสียก่อน เพราะเนธานเข้ามาร่วมเล่นเป็นนักแสดงรับเชิญในละครที่เธอกำลังถ่ายทำอยู่พอดี เนธานเข้ามาทักทายสุรีกานต์ตามประสาคนรู้จัก แต่ริชาร์ดเข้าใจผิดนึกว่าเนธานมาเกาะแกะเลยชกโครมเข้าให้ เนธานกับริชาร์ดมีเรื่องชกต่อยกันในคลับเฮ้าส์ของสนามกอล์ฟ โชคดีที่กวินซึ่งเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟแห่งนี้มาห้ามเอาไว้ กวินยังคงเพียรกระชับพื้นที่หัวใจสุรีกานต์ ซึ่งสุรีกานต์เองก็เห็นว่ากวินเป็นคนดีและมีความจริงใจ เพียงแต่เธอยังไม่สามารถเปิดโอกาสให้เขาเข้ามาใกล้ชิดมากนัก เพราะกลัวความจะแตก

เมื่อกลับมายังโรงแรม สุรีกานต์ฟอร์มเข้าไปดูแลริชาร์ดที่บอบช้ำจากการชกต่อย ริชาร์ดชวนสุรีกานต์ร่วมทดลองยาเสพติดชนิดใหม่ สุรีกานต์ต้องใช้ฝีมือด้านการแสดงเป็นอย่างมากในการร่วมวงเมายาไปกับริชาร์ดโดยแตะต้องยาเสพติดนั้นเพียงเล็กน้อยต่อหน้าริชาร์ด เพื่อจะได้เก็บตัวอย่างยาไว้ให้นฤเบศ ด้วยฤทธิ์ยา ริชาร์ดเผยความในใจออกมาหมดสิ้นว่าเขาอยากจะเป็นเจ้าผู้ครองโลก สุรีกานต์นั่งมองปลง ๆ นึกดีใจที่ไม่ได้เสพเข้าไปมาก เธอจึงแค่มีอาการปวดหัว

คืนนั้น นฤเบศต้องดูแลสุรีกานต์ที่ปวดหัวตุบ ๆ ไปตลอดทั้งคืน นฤเบศประทับใจที่สุรีกานต์ทุ่มเทให้กับการทำงานเพื่อประเทศชาติ สุรีกานต์เองก็ได้เห็นมุมอ่อนหวานนุ่มนวลที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวสารวัตรจอมโหด ปาปารัสซี่ที่ได้ภาพชกต่อยของริชาร์ดกับเนธานไปตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์อีกวัน พร้อมพาดหัวข่าวว่า “ศึกชิงนางร้าย” ซึ่งมีภาพของสุรีกานต์ ริชาร์ด และเนธาน

เมื่อสุรีกานต์มาถึงกองถ่าย แก้วดาราซึ่งจ้องหาเรื่องสุรีกานต์ตลอดเวลารีบเม้าท์ว่า สุรีกานต์เป็นเมียน้อยเจ้าพ่อมาเฟีย วุ้นกรอบกับพายไก่โกรธแค้นแทนถึงกับตบตีทะเลาะวิวาทกับแก้วดารา สุรีกานต์ต้องรีบเข้ามาห้ามศึก ก่อนที่วุ้นกรอบกับพายไก่จะโดนไล่ออกจากงาน แต่ถึงกระนั้นแก้วดาราก็โดนฤทธิ์มือองครักษ์พิทักษ์สุรีกานต์ไปไม่ใช่น้อย

สุรีกานต์ไม่สนใจจะแก้ข่าวใด ๆ เพราะถึงแก้ไปก็เท่านั้น ทุกคนติดภาพนางร้ายของเธอจะจนไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำให้ทุกคนเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นเมียน้อยมาเฟียอย่างที่แก้วดาราปล่อยข่าว คนเดียวที่เธอจำต้องคิดหาคำพูดไปแก้ตัวด้วยอย่างยากลำบากก็คือ พลอยนิล

เป็นดังคาด พลอยนิลโทรมาหาสุรีกานต์บอกว่า กำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย สุรีกานต์รีบแจ้นไปหาเพื่อนสาวที่คอนโด พบว่าพลอยนิลทำท่าจะกระโดดจากดาดฟ้า สุรีกานต์รีบบอกว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด เธอไม่ได้มีอะไรกับเนธาน พลอยนิลกลับบอกว่าเนธานขอแยกทาง เพราะพลอยนิลไม่สามารถขโมยรูปลับเฉพาะจากบ้านอุษณะมาได้ เนธานหลอกพลอยนิลว่าเป็นภาพหลุดจากการถ่ายแฟชั่น แต่สุรีกานต์รู้ดีว่ามันคือของจริง ซึ่งเธอเชื่อว่าถ้าพลอยนิลได้เห็นรูปเหล่านั้น พลอยนิลคงเลิกฝันถึงนายแบบรูปเทวดาคนนี้แน่นอน เพียงแต่เธอไม่สามารถบอกพลอยนิลได้ว่ารูปทั้งหมดนั้นอยู่กับนฤเบศ เพราะเธอไม่สามารถเปิดเผยภารกิจลับให้ใครล่วงรู้ได้แม้กระทั่งเพื่อนรัก สุรีกานต์กลับมาขอรูปจากนฤเบศ แต่นฤเบศยืนยันว่าจะมอบรูปให้หลังจากงานสำเร็จแล้ว และสุรีกานต์ต้องรีบสืบเรื่องเนธาน เพื่อหาจุดเชื่อมโยงไปยังตัวริชาร์ดก่อนที่จะหนีไปยังประเทศอื่น

กองละครยกกองไปถ่ายทำที่ชายทะเล สุรีกานต์รุกคืบประชิดเนธานเพื่อล้วงความลับ หากมีแก้วดาราคอยเป็นอุปสรรค เพราะแก้วดาราหวังจะกินเนธานให้ได้ในคืนนั้นก่อนที่กวิน เป้าหมายใหญ่ของเธอจะเดินทางมาในวันรุ่งขึ้น หากสุรีกานต์ใช้เล่ห์เหลี่ยมที่เหนือชั้นกว่า แย่งตัวเนธานออกมาแล้วใช้ยาที่เหลือจากปาร์ตี้กับริชาร์ดผสมในเครื่องดื่ม สุรีกานต์หลอกถามจนได้รู้ว่าเนธานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการค้ายาเสพติดเลยแม้แต่น้อย เมื่อไม่ได้เบาะแสอะไรจากทั้งริชาร์ด และเนธาน นฤเบศจึงหันไปตามทนายมงคล โดยหารู้ไม่ว่าการตามล่าครั้งนี้จะเจอตอเข้าอย่างจัง

นฤเบศกับจ่ายมสะกดรอยตามทนายมงคลไปจนถึงตึกหนึ่ง ซึ่งเป้าหมายที่โดนตามดูไม่มีทีท่าว่าจะล่วงรู้แต่อย่างใด สองตำรวจจึงตามขึ้นลิฟต์ไปก่อนจะรู้สึกว่าทนายมงคลรู้ตัวแล้วว่าโดนตาม นฤเบศกับจ่ายมรีบหนีออกจากตึก แต่ไม่ทัน รถคันหนึ่งไล่ยิง นฤเบศพยายามขับรถหนี แต่แล้วก็มีรถอีกคันพุ่งชนรถของนฤเบศอย่างแรงจนตกลงไปในคลอง จ่ายมบาดเจ็บสาหัสจนถูกนำส่งโรงพยาบาล ส่วนนฤเบศนั้นบาดเจ็บมากเช่นกันแต่ไม่ยอมเข้ารับการรักษา

หลังจากสั่งการให้ลูกน้องตามหาคนร้ายที่ไล่ยิงเขากับจ่ายม นฤเบศกลับมาพักที่คอนโดหากคนร้ายได้มาดักรอตามเก็บงาน หวังจะปิดปากนฤเบศ นฤเบศกัดฟันต่อสู้กับคนร้ายทั้ง ๆ ที่ร่างกายบาดเจ็บสาหัส สุรีกานต์ตามมาด้วยความเป็นห่วง สุรีกานต์ใช้วิชาต่อสู้ที่ได้ร่ำเรียนมาจากหนังบู๊ที่เธอแสดงเข้าช่วยนฤเบศ แต่ลำพังดาราที่รู้คิวบู๊นิดหน่อยกับตำรวจมือปราบแต่กำลังบาดเจ็บ ก็ไม่อาจสู้กับคนร้ายฝีมือระดับพระกาฬได้ สุรีกานต์จึงกระเตงนฤเบศหนีตายไปแต่โดนคนร้ายไล่ล่า จนไปสุดทางตัน สุรีกานต์ปลอบตัวเองว่าถึงตัวตายแต่ก็ยังดีใจที่ได้ทำเพื่อชาติ นฤเบศใช้แรงเฮือกสุดท้ายเข้าปกป้องสุรีกานต์ คนร้ายกำลังจะลงมือสังหารนฤเบศ ก็พอดีลูกน้องของนฤเบศตามมาทันจึงช่วยชีวิตทั้งสองคนได้ทันเวลา

นฤเบศถูกส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ถูกปิดเป็นความลับ เพื่อป้องกันการถูกตามฆ่า เมื่อหัวหน้าชุดไม่สามารถดำเนินการสืบต่อ คดีจึงถูกส่งต่อให้นายตำรวจคนอื่น สุรีกานต์จึงเป็นอันต้องพ้นจากหน้าที่สายลับไปโดยปริยาย เธอหันมาตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่เป็นนางร้าย อาชีพที่เธอถนัดเหมือนเดิม และเริ่มให้โอกาสกวินเข้ามาทำความรู้จักและสานต่อความสัมพันธ์ หากแต่ในหัวใจสุรีกานต์ยังคงนึกถึงสารวัตรหน้าโหดของเธออยู่ตลอดเวลา

สุรีกานต์แวะเวียนไปถามอาการของนฤเบศที่กองบัญชาการลับ หากแต่ไม่มีใครยอมให้ข้อมูล สุรีกานต์เหลือบไปเห็นรูปถ่ายที่สนามกอล์ฟเมื่อคราวที่เธอไปกับริชาร์ด เธอสะดุดตาภาพหนึ่งที่ริชาร์ดนั่งหันหลังชนกับชายอีกคนหนึ่งที่ทำท่าอ่านหนังสือ ใบหน้าชายคนนั้นคือคนหนึ่งที่เธอรู้จักและคุ้นเคยดี กวินนั่นเอง

สุรีกานต์พยายามบอกนายตำรวจหัวหน้าชุดคนใหม่ หากสิ่งที่ได้รับคือรอยยิ้มเยาะและเสียงหัวเราะ หาว่าเธอเล่นละครมากไปจนเพ้อ สุรีกานต์พยายามโทรหานฤเบศ แต่เสียงตอบรับก็มีแต่เสียงรับฝากข้อความ สุรีกานต์จึงคิดหาวิธีใหม่ที่จะทำให้ริชาร์ดโผล่จากที่กบดาน สุรีกานต์แกล้งส่งข้อความไปบอกทนายมงคลว่า เธอมีคลิปริชาร์ดขณะกำลังเมายา สุรีกานต์เชื่อว่าไม่ช้าต้องมีการเคลื่อนไหวใด ๆ เกิดขึ้นเป็นแน่

เมื่อกลับเข้ามาที่กองถ่าย พลอยนิลบุกเข้ามาตบสุรีกานต์ท่ามกลางสายตาอันช็อกของทุกคน พลอยนิลด่าสุรีกานต์อย่างสาดเสียเทเสียที่คิดแย่งแฟนเพื่อน พร้อมกับโชว์คลิปในโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นภาพของสุรีกานต์กับเนธานขณะอยู่ด้วยกันที่ชายทะเลยามค่ำคืน คลิปนั้นเป็นฝีมือของแก้วดารา แก้วดาราแค้นใจที่โดนสุรีกานต์ขวางคอ เธอจึงตามไปแอบถ่ายคลิปแล้วส่งไปให้พลอยนิลกับนักข่าว

สุรีกานต์ทนให้เพื่อนเข้าใจผิดต่อไปไม่ไหว เธอจึงบอกความจริงกับพลอยนิลว่าเนธานมีรสนิยมชอบผู้ชายด้วยกัน แต่ใช้พลอยนิลเป็นบันไดไต่ไปสู่ความโด่งดัง พลอยนิลไม่เชื่อ จึงกลับไปถามเนธาน เนธานโกรธ บุกไปที่บ้านของสุรีกานต์ เนธานเข้ารื้อข้าวของในบ้านของสุรีกานต์เพื่อค้นหารูปลับเฉพาะของเขา เมื่อสุรีกานต์ห้ามปราม เนธานก็ตรงเข้าตบตีและทำร้ายจนสุรีกานต์สะบักสะบอม กวินมาเยี่ยมสุรีกานต์พอดี จึงเข้าช่วยเหลือ กวินพาสุรีกานต์ไปพักผ่อนและลงมือจัดข้าวของในบ้านสุรีกานต์จนเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ความจริงนั้น เขากำลังตามหาเทปบันทึกคลิปของริชาร์ดที่สุรีกานต์อ้างว่ามีในครอบครองต่างหาก

กวินชวนสุรีกานต์ไปพักที่บ้าน โดยอ้างว่าห่วงว่าเนธานจะกลับมาทำร้ายอีก สุรีกานต์ยอมเก็บกระเป๋าไปกับกวินเพราะเธอเองก็ต้องการค้นหาความจริงจากกวินอยู่แล้ว เมื่อไปถึงสุรีกานต์ถึงได้รู้ว่าตกหลุมพลางของกวินและทนายมงคลเข้าให้แล้ว สุรีกานต์พยายามกดโทรศัพท์หาคนแรกที่เธอนึกถึงนั่นคือสารวัตรหน้าโหด

นฤเบศได้รับข้อความในโทรศัพท์มือถือ เขาซึ่งกำลังอยู่ในระยะพักฟื้นที่โรงพยาบาล เป็นห่วงสุรีกานต์เป็นอย่างมาก นฤเบศหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปช่วยสุรีกานต์ที่บ้านกวิน นฤเบศเข้ามาขัดขวางทนายมงคลที่กำลังจะข่มขืนสุรีกานต์แล้วถ่ายวิดีโอไว้แบล็คเมล์เพื่อให้สุรีกานต์ยอมมอบเทปของริชาร์ด นฤเบศออกแรงต่อสู้กับทนายมงคลและกวินจนแผลแตก เลือดไหลอีกครั้ง สุรีกานต์ซาบซึ้งใจที่นฤเบศมาช่วยเธอทั้ง ๆ ที่ยังไม่แข็งแรงพอ ตำรวจเข้ามารวบตัวทนายมงคลและกวินไว้ได้ และทำการขยายผลจนจับกุมริชาร์ด พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ และได้รู้ว่ากวินร่วมมือกับริชาร์ด ยัดยาเสพติดซุกซ่อนมาในลูกกอล์ฟและเก็บไว้ในโกดังใหญ่ในสนามกอล์ฟของกวิน ก่อนจะจำหน่ายสู่ตลาดโลก

สุรีกานต์นั้นได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างรุนแรง เพราะมีภาพเธอกับริชาร์ดออกตีพิมพ์ เธอกลายเป็นดาราผู้มีส่วนพัวพันกับพ่อค้ายา โดยไม่มีใครสามารถยืนยันให้เธอว่านั่นเป็นการทำงานให้กับตำรวจ ทั้งภาพนางร้ายของเธอยิ่งทำให้สังคมประณามว่าเธอเป็นคนเลว สุรีกานต์โดนนักข่าวและกระแสสังคมรุมเร้าจนทดท้อใจ เธอกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด

อยู่มาวันหนึ่ง ทางตำรวจได้จัดให้มีการแถลงข่าวการจับกุมและทลายเครือข่ายยาเสพติดระดับโลก โดยมีการขอบคุณสุรีกานต์อย่างเป็นทางการ ซึ่งตำรวจที่ออกมากล่าวนั้นคือนฤเบศ สุรีกานต์รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เธอขับรถกลับไปกรุงเทพฯ เพื่อตามหานฤเบศ เพราะเขามีบางอย่างติดค้างกับเธอซึ่งเขาจะต้องรับผิดชอบ

เมื่อสุรีกานต์ไปถึงที่กองบัญชาการ จ่ายมบอกว่านฤเบศกำลังจะย้ายไปประจำที่ต่างจังหวัด สุรีกานต์จึงรีบไปที่คอนโดรูหนูของนฤเบศ สุรีกานต์เรียกร้องให้นฤเบศรับผิดชอบในชื่อเสียงที่เธอเสียหายจากการทำงานเป็นสายลับให้กับเขา นฤเบศบอกว่าถ้าการขอบคุณออกทางโทรทัศน์ยังไม่พอ เขาจะให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำหนังสือขอบคุณและให้สื่อตีพิมพ์เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงให้สุรีกานต์ สุรีกานต์ส่ายหน้า เธอบอกว่า สิ่งที่นฤเบศจะต้องทำไม่ได้มีเพียงแค่นั้น หากเขาจะต้องรับผิดชอบและดูแลเธอไปตลอดชีวิตด้วยการแต่งงานกับเธอ

นฤเบศเจอไม้นี้ถึงกับอึ้ง เพราะตลอดชีวิตของสารวัตรมือปราบที่มุ่งแต่งานปราบปรามเหล่าร้าย จึงเป็นครั้งแรกที่เขาโดนนางร้ายสาวสวยบังคับขอแต่งงาน นฤเบศไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ในเมื่อหัวใจของเขานั้นได้ยินยอมไปตั้งแต่ได้เห็นหน้านางร้ายสาวแวบแรกแล้ว สุรีกานต์ร้องเฮออกมาดัง ๆ ด้วยความดีใจที่เธอจะไม่ต้องเป็นนางร้ายเบอร์หนึ่งของวงการบันเทิงอีกต่อไป แต่เธอจะเป็นนางเอกในดวงใจของสารวัตรนฤเบศไปจนชั่วชีวิต ติดตามชม ละครนางร้ายสายลับ ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.25 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางร้ายสายลับ

วิมานมะพร้าว

ถ้าวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า มี ‘ใคร’ หรือ ‘อะไร’ อย่างหนึ่ง พูดจาทักทาย สื่อสารกับเราได้อย่างชัดเจนทั้งภาพและเสียง มิหนำซ้ำ ใคร หรือ อะไรนั้นไม่ใช่คนเช่นเราเสียด้วย! คุณจะรู้สึกอย่างไร? ตกใจ…กลัว…กล้า…?? จุลลา สาวน้อยมหัศจรรย์ของเราก็เช่นกัน วินาทีที่รับรู้ว่า ใคร หรืออะไร นั้นคือ เจ้าสัว เจ้าของผู้บุกเบิกโรงงาน ‘วิมานมะพร้าว’ จนเจริญก้าวหน้ามาจนถึงรุ่นหลาน คือสืบสาย เจ้านายของเธอ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเจ้าสัว หรืออาก๋งในฮวงซุ้ยกับเจ้านายในโลกปกติเกิดเอ็นดูและวางใจเธอในฐานะผู้ร่วมงานที่เก่งกล้าสามารถ และเธอเองก็สนุกกับงานที่แสนรักไปแล้ว เรื่องของเรื่องก็เลยต้องลงเรือลำเดียวกันทั้งผีใจดี และคนจอมกวน จนกระทั่งลงเอยกันด้วยดี

บุญผ่อง

“หนึ่งไม้หมอนคือหนึ่งชีวิตเชลย”

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองระเบิดขึ้น ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิรบอันร้อนระอุของสงครามมหาเอเชียบูรพา
กองทัพญี่ปุ่นนำเชลยสงคราม เดินทัพผ่านประเทศไทยเพื่อสร้างทางรถไฟตัดเข้าโจมตีพม่า
หลายชีวิตต้องสังเวยให้กับเส้นทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว บุคคลหนึ่งผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์
ทั่วโลกจารึกชื่อเขาไว้คือ…บุญผ่อง…ชายไทยกับวีรกรรมหาญกล้า ผู้ยอมสละชีวิตเพื่อรักษามนุษยธรรม

บุญผ่องละครที่สร้างจากเรื่องจริงของชายไทยผู้ได้รับการยกย่องจากนานาชาติ ว่าเป็นวีรบุรุษสงครามโลกครั้งที่ 2
นายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ คหบดี ในจังหวัดกาญจนบุรีผู้มีจิตใจเปี่ยมมนุษยธรรมแม้จะทำการค้ากับกองทัพญี่ปุ่น
แต่กลับเสี่ยงชีวิตลักลอบส่งหยูกยาอาหาร และสิ่งของจำเป็นให้กับ หมอเวรี่ และเหล่าเชลยสัมพันธมิตร
ในค่ายเชลยสร้างสะพานแม่น้ำแคว และทางรถไฟสายมรณะเพียงเพราะเห็นแก่คุณค่าของทุกชีวิตทั้งผู้แพ้
และผู้ชนะ บุญผ่องไม่เพียงเดิมพันด้วยชีวิตของตนเองแต่ยังมีชีวิตของ สุรัติ ผู้เป็นภรรยา ผณี ลูกสาว
และครอบครัวสิริเวชชะพันธ์ทุกคนที่ต้อง เสี่ยงภัยไปด้วย

ท่ามกลางความโหดร้ายที่มนุษย์กระทำต่อกันระหว่างสงคราม มิตรภาพต่างวัยระหว่างเด็กน้อย ผณี และนายทหารญี่ปุ่น มิโยชิ
กลับเบ่งบานเสมือน ดอกไม้แห่งมิตรภาพ แต่นั่นก็หมายถึงดาบปลายปืนที่จะย้อนกลับมาคร่าชีวิตบุญผ่องและครอบครัวได้ทุกขณะ

ติดตามเรื่องราวเข้มข้นของ “บุญผ่อง” ชายไทยผู้ไม่ยอมละทิ้งมนุษยธรรม
ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.05 น.

ออกอากาศทางช่อง Thaipbs เริ่มวันที่ 8 พฤษภาคม

นักแสดง บุญผ่อง

เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ รับบทเป็น บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์
นุสบา ปุณณกันต์ รับบทเป็น สุรัตน์ สิริเวชชะพันธ์พลอย ศรนรินทร์ รับบทเป็น ผณี สิริเวชชะพันธ์
ซาโนะ   รับบท   มิโยชิ
ปีเตอร์ ธูนสตระ   รับบท   เวรี่ หรือ เซอร์ ดันลอป เวรี่
คิริน ยัง   รับบท   ไมเคิล
ณัฏฐนันท์ เกียรติดาฐนิต   รับบท   รำเพย
คาซุกิ ยาโนะ   รับบท   ไซโตะ

มายาตวัน 2556

เรื่องย่อ มายาตวัน

มายาตวัน เป็นเรื่องราวของ มัทนา นักข่าวสาวตัวเล็ก ๆ ที่มีความมุ่งมั่นแห่งสำนักพิมพ์สยามสาร ซึ่งได้รับมอบหมายจากบ.ก.ให้ไปสัมภาษณ์ เขตต์ตวัน อดีตพระเอกหนุ่มชื่อดัง ที่หันหลังให้กับวงการบันเทิงและหันไปทำธุรกิจเสื้อผ้า ความท้าทายของการสัมภาษณ์อยู่ตรงที่เขตต์ตวันเป็นคนไม่ชอบนักข่าว อีกทั้งยังมีอดีตเพื่อนสมัยเด็กของเขตต์ตวัน ที่คอยส่งข้อมูลเรื่องเขตต์ตวันมีส่วนพัวพันกับการตายของผู้หญิงคนหนึ่งและการค้าโสเภณี มัทนาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างสูงกว่าจะได้สัมภาษณ์ ด้วยความตั้งใจจริงและจริงใจของเธอ ทำให้งานเขียนชิ้นดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมาก และทำให้เธอได้หัวใจอดีตพระเอกหนุ่มมาครองด้วย
เขาคิดเสมอว่า ชีวิตของเขาเหมือนต้องคำสาป ความรัก ความงาม และความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่างแสนสั้น เลื่อนลอย ไม่ต่างจากภาพลวงตา มายาแห่งตวัน ที่หลอกล่อให้หลงใหลติดอยู่กับความงามซึ่งเกิดขึ้นเพียงชั่วลำแสงสุดท้ายของตะวัน ก่อนความมืดมนและความหนาวเหน็บที่ยืนยาวกว่า หลายร้อยหลายพันเท่าจะโถมใส่โดยที่ไม่ทันตั้งตัว แต่มัทนาไม่ใช่ภาพลวงตาที่เกิดขึ้นจากแสงอาทิตย์อัสดง หล่อนคือความจริง คือแสงสว่างอันบริสุทธิ์ที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตเขา สร้างความอบอุ่นและความหวัง

มายาตวัน ญาญ่า

เรื่องย่อ ขนาดยาว

เขาคิดเสมอว่า ชีวิตของเขาเหมือนต้องคำสาป ความรัก ความงาม และความสุขที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่างแสนสั้น เลื่อนลอย ไม่ต่างจากภาพลวงตา มายาแห่งตวัน… แต่.. มัทนาไม่ใช่ภาพลวงตาที่เกิดจากแสงอาทิตย์อัสดง หล่อนคือความจริง คือแสงสว่างอันบริสุทธิ์ ที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตเขา สร้างความอบอุ่นและความหวัง

2 ปีก่อน วงการบันเทิงได้ต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่ที่แจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง มายา เพียงเรื่องแรกและเรื่องเดียวก็ทำให้ เขตต์ตวัน โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน ทั้งงานโฆษณา งานเดินแบบ ถ่ายแบบ งานอีเว้นท์ต่าง ๆ พุ่งเข้าใส่เขตต์ตวัน ชนิดไม่มีวันให้ได้พัก กลุ่มแฟนคลับของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทุกเพศทุกวัย มัทนา นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น มัทนาเป็นแฟนคลับตัวยง ตามกรี๊ดตามเชียร์ ติดตามข่าวสารผลงานทุกอย่าง แม้แต่ตามเถียงตามแก้ข่าวให้เขตต์ตวัน ในทุกสื่อ แม้แต่เว็บไซต์เล็กน้อย ถ้าเธอรู้ก็ตามแก้ข่าวให้พระเอกขวัญใจได้ตลอด

และ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีข่าวช็อกวงการเมื่อเขตต์ตวัน ถูกจับข้อหาฆ่า ยุพิน หญิงขายบริการตาย ข่าวอื้อฉาวต่าง ๆ นานาถาโถมเข้าใส่เขตต์ตวัน เขาเองก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และตั้งทนายต่อสู้คดี มัทนาเองก็ไม่เชื่อตามให้กำลังใจ ช่วยแก้ข่าวให้ศิลปินขวัญใจชนิดไม่เป็นอันเรียน เขตต์ตวันถูกถอดจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าหลายชิ้น เนื่องจากภาพลักษณ์ไม่ดี สำนักพิมพ์ต่าง ๆ เริ่มขุดคุ้ย เปิดโปงเรื่องส่วนตัวของเขาไม่หยุดหย่อนโดยที่บางเรื่องไม่เป็นความจริงเลย เขตต์ตวัน เลยฝังใจเกลียดชังพวกนักข่าวเข้ากระดูกดำ

ไม่นานนักศาลชั้นต้นก็พิพากษาว่า เขตต์ตวัน ไม่มีความผิด ไม่เกี่ยวข้องกับการตายของยุพิน พวกหนังสือพิมพ์หน้าแตกไปตาม ๆ กัน แต่ก็ไม่วายแขวะเขตต์ตวันไม่เลิก แถมแฉว่าเขามีแม่เป็นโสเภณี เขตต์ตวันหมดความอดทน แถลงข่าวอำลาวงการ สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟนคลับชนิดตั้งตัวไม่ทัน มัทนาถึงกับร้องไห้โฮล้มป่วยไปเลย หลังจากแถลงข่าว เขตต์ตวันก็หายไปจากวงการจริง ๆ ไม่มีใครได้ข่าวตัวเขาอีกเลย

2 ปีต่อมา มัทนาสำเร็จการศึกษาได้เข้ามาทำงานเป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์สยามสาร เธอได้รับมอบหมายจาก ไชยวัฒน์ บ.ก.หนังสือให้ไปทำข่าว เขตต์ตวัน อดีตพระเอกชื่อดัง ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ภูเก็ต เพราะไชยวัฒน์ได้รับข้อมูลมาจากสายข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของเขตต์ต วัน ว่าเขาเคยเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงอยู่ที่วัดสวนป่า จังหวัดภูเก็ต โดย หลวงพ่อจรูญ ผู้ใจบุญที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นจำนวนมาก  ทำให้ไชยวัฒน์ต้องการรื้อฟื้นข่าวของเขตต์ตะวันขึ้นมาอีก เพราะคิดว่าอย่างไรข่าวของดาราหนุ่มก็ยังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป

หนังสือสยามสารมีนักข่าวหญิงเหล็กสามคนที่ต่างบุคลิกกันคือ สาระวารี, มีคณา และ มัทนา ทั้งสามสนิทกันมาก มัทนาเป็นรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาเป็นนักข่าว และได้รับมอบหมายให้ไปสัมภาษณ์เขตต์ตวัน ในขณะที่สาระวารีไปทำข่าวการเปิดบ่อนกาสิโนที่ตราด ส่วนมีคณาทำข่าวการค้าประเวณี

บ้านของมัทนาเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อกับแม่เป็นอาจารย์ทั้งคู่ พี่สาวคนโต สาวิตรี ก็เป็นอาจารย์ พี่สาวคนรอง ศกุนตลา เป็นนางพยาบาล ส่วนน้องคนสุดท้อง วาสิฐฐี กำลังเรียนมหาวิทยาลัยคณะนิติศาสตร์ แม่ของมัทนามักจะพูดเสมอว่าทำไมมัทนาถึงแหกคอกออกมาทำงานนักข่าวและบอกให้ลา ออกอยู่เสมอแต่หญิงสาวก็รักงานนักข่าวมากไม่ยอมลาออกตามที่แม่ขอร้อง

เมื่อมัทนาบอกแม่เรื่องจะไปทำข่าวเขตต์ตวันที่ภูเก็ต ศกุนตลาได้ยินเข้าจึงเล่าเรื่องที่ว่าเคยเจอเขตต์ตวันไปเยี่ยมคนไข้ที่โรง พยาบาล ซึ่งคนไข้ผู้หญิงคนนั้นติดยา ศกุนตลาเตือนให้มัทนาระวังตัวด้วย เมื่อมัทนาเดินทางถึงภูเก็ต เธอเข้าพักที่โรงแรมอโณทัย และได้รู้จักชายหนุ่มหน้าตาดีที่เข้ามาแนะนำตัวทำความรู้จักกับเธอ เขาคือ เชน ครอส หรือ เชษฐ์ หนุ่มนักธุกิจค้าไข่มุกอยู่ที่ภูเก็ต หญิงสาวสนิทสนมกับเชนอย่างรวดเร็วเพราะมองเห็นสายตาที่อ้างว้างของเขาแล้ว รู้สึกสงสาร

มัทนาเริ่มทำงานโดยการเดินไปแอบดูบ้านของเขตต์ตวัน แล้วไปถามร้านค้าแถวนั้น แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลมากนัก รู้แต่ว่ามักจะมีหญิงสาวหน้าตาดีเดินเข้าออกบ้านนี้บ่อย ๆ มัทนาเดินเลาะชายหาดกลับโรงแรม จนได้พบกับเขตต์ตวันที่ยืนมองพระอาทิตย์ตกดินอยู่ เธอรู้สึกได้ถึงความเหงาโดดเดี่ยวของเขา สักพักมัทนาก็เห็น ลลิสา นางแบบสาวเข้าไปกระแซะเขตต์ตวัน ตามด้วยนางแบบอีกคน ชลบุษย์ ที่ตามมาเรียกเขตต์ตวัน มัทนาจึงสลัดความสงสารออกไป เมื่อมัทนากลับโรงแรม เธอก็ได้รับโน้ตจากเชนซึ่งชวนไปกินมื้อเย็นด้วยกัน เชนคุยเปิดเผยจนมัทนาไม่อยากปิดบังว่าตนเป็นนักข่าวแอบมาสืบเรื่องของเขตต์ต วัน เชนบอกว่าเขตต์ตวันเก็บตัวมากและเกลียดนักข่าว ไม่มีทางยอมให้สัมภาษณ์ เลยแนะให้ปลอมตัวเข้าไปทำงานในบ้านแล้วค่อย ๆ สืบหาความจริง มัทนาปิ๊งไอเดียเห็นด้วย

มัทนาเริ่มปฏิบัติการสมัครเข้ามาขอทำงานเป็นลูกจ้างบ้านเขตต์ตวัน มัทนาเจอกับ เอกชัย เพื่อนสนิทที่ทำงานกับเขตต์ตวัน เอกชัยรู้สึกถูกชะตาแต่ไม่มีแผนการรับลูกจ้างเพิ่ม มัทนาก็ขอทำงานให้ฟรีพิสูจน์ผลงาน เอกชัยใจอ่อนในความตลกเฮฮาช่างพูดของมัทนายอมให้เข้ามาทำงาน ไม่ทันข้ามวันดี พอเขตต์ตวันกลับมาเจอก็ไม่พอใจ ไล่ตะเพิดมัทนาออกไปจากบ้าน มัทนาเฮิร์ทสุด ๆ ฟูมฟายว่าตนเป็นคนจน น่าสงสาร และเคยเป็นแฟนหนังเขตต์ตวัน ทำกับเธอแบบนี้ได้ยังไง มัทนาวิ่งร้องไห้เสียใจออกไปจากบ้านไป เขตต์ตวันและเอกชัยจึงเข้าใจว่าเป็นพวกคลั่งดารา

มัทนาเจ็บอกเจ็บใจระบายความร้ายกาจของเขตต์ตวันให้เชนฟัง เชนแนะว่าตื้อเท่านั้นที่ครองโลก มัทนาฮึดสู้อยากเอาชนะเข้าไปสมัครงานใหม่เป็นคนดูแลสวน เอกชัยขำ ๆ มัทนาตื้อ โชว์ฝีมือทำสวนอีก เขตต์ตวันออกมาพร้อมนางแบบคู่ใจเจอก็ไล่ตะเพิดออกจากบ้านอีก แถมตำหนิเอกชัยให้ด้วย พร้อมกับขู่ว่าถ้ามัทนาเข้ามาในบ้านจะแจ้งตำรวจจับ ลลิสาเย้ยหยันมัทนาหาว่าเป็นพวกคลั่งดารา มัทนากลับออกด้วยความช้ำใจบ่นกระปอดกระแปดเสียงแรงเคยรัก เคยทำป้ายไฟเชียร์ เธอโทรรายงานบ.ก. พร้อมโทรเม้าท์กับเพื่อนฝูงจนหลับไป พอเช้าอีกวันมัทนาจะไปที่วัดสวนป่าหลวงพ่อจรูญเพื่อเก็บข้อมูลรายล้อมเขตต์ ตวันก่อนอย่างน้อยจะได้ไม่มาเสียเที่ยว เธอพบเชนที่กำลังจะออกไปข้างนอกอยู่พอดี เขาชวนมัทนาติดรถไปด้วย ขณะที่อยู่บนรถเชนเล่าเรื่องชีวิตของเขาให้ฟัง มัทนาจึงรู้สึกว่าเขาน่าสงสารและเป็นผู้ชายที่คบได้คนหนึ่ง

หลังจากเชนส่งมัทนาลงจากรถที่วัดแล้ว หญิงสาวก็ได้พบกับหลวงพ่อจรูญ เธอชวนคุยไปเรื่อยเปื่อยจนวกมาที่เรื่องของเขตต์ตวัน หลวงพ่อระวังคำพูดไม่เล่าเรื่องอะไรที่ทำให้เขตต์ตวันเสียหาย มัทนามองเห็นเด็ก ๆ มากมายที่อยู่ในความอุปการะของหลวงพ่อ หลวงพ่อยังบอกอีกว่าเขตต์ตวันมาบริจาคอาหารและทุนค่าเล่าเรียนเด็ก ๆ เป็นประจำ มัทนาก็แอบชื่นชมอยู่ในใจ ไม่เสียแรงที่เป็นแฟนคลับตัวยง หลังกลับจากวัดเธอใจสบายขึ้นเยอะ ภูมิใจความใจบุญของศิลปินในดวงใจ อารมณ์ดีเลยตัดสินใจไปเล่น น้ำทะเล ดำผุดดำว่ายสนุกสนานอยู่ไปมา จู่ ๆ ก็มีวินด์เซิร์ฟพุ่งเข้าชนที่ศีรษะของเธอ ซึ่งคนที่เล่นวินด์เซิร์ฟนั้นคือเขตต์ตวันนั่นเอง เขามองไม่เห็นว่ามัทนากำลังว่ายน้ำอยู่ มัทนาโวยวายที่ถูกชนหัว เขตต์ตวันอุ้มเธอไปหาหมอ หมอช่วยดูแผลให้มัทนาและบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก เขตต์ตวันเสนอเงินให้มัทนาเพราะคิดว่าเธอเป็นพวกฉวยโอกาส มัทนาโมโหชกหน้าเขตต์ตวันไปหนึ่งหมัดแล้วยืนกรานจะไปแจ้งความ เอกชัยและเขตต์ตวันกลัวตกเป็นข่าวมากพยายามต่อรอง มัทนายื่นข้อเสนอให้เธอเข้าไปทำงานรับจ้างในบ้าน เขตต์ตวันไม่มีทางเลือกยอมรับข้อเสนอ มัทนาดีใจออกนอกหน้า เขตต์ตวันแอบกำชับเอกชัยให้สืบประวัติมัทนาแอบได้ยินเข้าพอดี

มัทนาปรึกษากับเชนให้ช่วยจัดฉากหาครอบครัวให้ เอกชัยมาสืบก็หลงกลว่ามัทนาเป็นเด็กฐานะยากจนจริง ๆ ย้ายมาจากจังหวัดอื่นมาหางานทำ คลั่งไคล้เขตต์ตวันเอามาก ๆ เอกชัยหายสงสัยรายงานเขตต์ตวัน เขาจึงยอมให้มัทนาเข้ามาทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านได้ด้วยความไม่เต็มใจนัก โดยบอกกับเอกชัยว่าจะหาทางบีบให้ออกจากบ้านไปให้เร็วที่สุด มัทนาเข้ามาทำงานในบ้านด้วยความไม่เต็มใจของเจ้าของบ้าน เขตต์ตวันมีเรื่องกับมัทนาไม่เว้นแต่ละวัน สาว ๆ ของเขตต์ตวันทั้งลลิสา และชลบุษย์ อดีตนางแบบที่มาเป็นเลขาฯ ของเขตต์ตวัน ก็แสดงอาการไม่ชอบขี้หน้ามัทนานัก แม้ทั้งคู่จะชิงดีชิงเด่นกัน แต่พร้อมจะจับมือเล่นงานมัทนาร่วมกันได้ทุกเวลา แต่มัทนาก็ยังมีเชนที่เป็นกำลังใจและคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษาอยู่ตลอด ความสัมพันธ์ของเชนและมัทนาก็พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เวลาจะนัดเจอกันก็ต้องให้เชนปลอมตัวเป็นคนงานรีสอร์ท มัทนากลัวจะมีคนเห็นและจับได้

มัทนายังไม่ละความพยายามในการสืบเรื่องเขตต์ตวัน ทนแรงกดดันต่าง ๆ นานา จนรู้ความจริงขณะที่เขตต์ตวันเตรียมงานแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นใหม่ ว่าแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ตะวัน” นั้นเป็นของเขตต์ตวัน และดีไซเนอร์ที่ชื่อว่า จันจิรา ก็คือตัวเขตต์ตวันนั่นเอง มัทนาขอลากลับบ้านเพราะญาติป่วย มัทนามาพบกับเชนและกลับเข้ากรุงเทพฯ ไปพร้อมกัน มัทนารายงานข่าวใหญ่ต่อบ.ก. โดยที่ไม่มีภาพไม่มีหลักฐานใด ๆ แต่บ.ก. พร้อมจะตีข่าวนี้ในวันที่มีการจัดแฟชั่นโชว์

สื่อแห่ไปงานแฟชั่นโชว์ของ ตะวัน มืดฟ้ามัวดินจนมัทนารู้สึกผิด โดนครอบครัวเธอต่อว่าต่าง ๆ นานา ด้านเขตต์ตะวันเองก็เก็บตัวเงียบอยู่ที่โรงแรมเหมือนการจัดแฟชั่นโชว์ทุก ครั้ง และหลังจากจบโชว์ทุกครั้งก็จะไม่มีดีไซเนอร์เดินมารับช่อดอกไม้อย่างห้อง เสื้ออื่น ๆ แต่ตะวันจะจบโชว์ด้วยรูปกราฟิกผู้หญิงผมยาวสยายก้มหน้าพร้อมชื่อ แบรนด์ตะวัน เขียนประกบไว้อย่างมีสไตล์…วันนี้ก็เช่นกันลลิสาเดินชุดฟินนาเล่แล้วก็จบ ด้วยรูปกราฟิกเช่นเคย สื่อพยายามสืบจากหลังเวทีก็คว้าน้ำเหลว ไม่มีใครรู้จักดีไซเนอร์จันจิรา และไม่มีใครเคยเห็นเขตต์ตวันเกี่ยวข้องอะไรกับตะวัน รู้แต่ว่าจันจิราชื่นชอบเขตต์ตวันมากจนได้แรงบันดาลใจตั้งชื่อแบรนด์ว่า ตะวัน

แทนที่เขตต์ตวันจะโกรธกลับพอใจที่คอลเลคชั่นนี้ได้รับความสนใจล้นหลาม แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าความลับรั่วได้ยังไง จึงให้เอกชัยสืบหาเกลือเป็นหนอน เขตต์ตวันรู้สึกติดใจสงสัยมัทนาขึ้นมานิด ๆ เพราะเป็นคนใหม่เพียงคนเดียวที่เข้ามาในวงจรชีวิตของตน เอกชัยไม่เห็นด้วยและออกรับแทน เขตต์ตวันและเอกชัยกลับถึงบ้านที่ภูเก็ต มัทนาก็ทำงานรอต้อนรับทำไม่รู้เรื่องรู้ราว เขตต์ตวันพยายามจับผิด ว่าเป็นไส้ศึกหรือเปล่า แต่มัทนาก็เอาตัวรอดไปได้ทุกที จนกระทั่งแอบตามไปดูตอนมัทนาลากลับบ้านก็เจอครอบครัวจัดฉากที่น่ารัก เขตต์ตวันให้ความไว้วางใจมัทนามากขึ้น ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสร้างความไม่พอใจให้ลลิสาและชลบุษย์เป็นอย่างมาก รวมทั้งเชนเองก็แอบหึงมัทนาจนแสดงออกให้มัทนาต้องลำบากใจ

ขณะที่ความสัมพันธ์ของเขตต์ตวันและมัทนากำลังพัฒนาไปด้วยดีก็เกิดความแตก เมื่อมัทนาเจอเพื่อนนักข่าว ที่ตลาดขณะที่เขตต์ตวันรออยู่ในรถ เขตต์ตวันไม่ได้ติดใจอะไรแค่รู้สึกสงสัยทำไมมีเพื่อนดูเป็นคนกรุงเทพฯ จัง แต่แล้วเขตต์ตวันหมดข้อสงสัยเมื่อนักข่าวสาวคนนั้นแอบปีนรั้วบ้านตนเพื่อ ถ่ายภาพบ้านและชีวิตส่วนตัวของตน เขตต์ตวันจับตัวได้โกรธมาก โชคร้ายที่เขาจำได้ว่าเป็นเพื่อนมัทนา เขตต์ตวันเอารูปมัทนามาให้นักข่าวสาวดู เธอพูดหมดเปลือกว่ามัทนาคือนักข่าวของนสพ.สยามสาร เขตต์ตวันโกรธจัดทะเลาะกับมัทนาอย่างรุนแรง ด้วยความรู้สึกผิดหวังและน้อยใจมาก แม้มัทนาจะบอกว่าเธอคือแฟนคลับตัวยง รักและคอยแก้ข่าวให้เขามาตลอดทั้งน้ำตา เธอเข้ามาทำข่าวด้วยเจตนาดีไม่คิดให้ร้ายเขาเลย แต่เขตต์ตวันก็ไม่ฟังไล่ตะเพิดมัทนาออกไปจากบ้าน ไม่อยากเห็นหน้าเธออีกตลอดชีวิต ทั้งคู่ต่างเสียใจและคิดถึงยามที่ต้องห่างกัน มัทนาทนไม่ไหวกลับมาตื้อขอคืนดี เขตต์ตวันแม้จะดีใจแต่ยังโกรธไม่หายที่ถูกหลอก ไล่ตะเพิดไปอีก เอกชัยรู้ใจเพื่อนรักดีพยายามทัดทานแต่ยังไงก็ไร้ผล

เชนตามมาปลอบใจและให้กำลังใจ ดักคอว่ามัทนาแอบชอบเขตต์ตวัน มัทนาปากแข็งบอกว่าตนเพียงทำหน้าที่ ที่เจ้านายสั่งมาเท่านั้น กลัวตกงาน ไม่ชอบนายนั่นหรอก เชนเลยสารภาพรักมัทนา  มัทนาอึ้งไปแต่ก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจเชนในทันที เพียงตอบไปว่าขอเวลา ยังไม่พร้อมจะคิดเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น

ในเมื่อความจริงปรากฏแล้วมัทนาก็เข้าบ้านเขตต์ตวันไม่ได้แล้ว เธอจึงสวมวิญญาณนักข่าวเต็มรูปแบบ มัทนาแอบปีนต้นไม้ที่บ้านของเขตต์ตวัน และแอบถ่ายรูปในบ้านของเขา แต่แล้วจู่ ๆ เขตต์ตวันก็ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ มัทนาตกใจหล่นจากต้นไม้ลงมาขาแพลง เขตต์ตวันต้องเข้าไปประคอง ชายหนุ่มโกรธมากยึดกล้องมัทนาไป เธอขอร้องไม่ให้ทำลายกล้องเพราะต้องใช้เวลานานในการเก็บเงินซื้อ เขตต์ตวันเห็นใจจึงแค่ทำลายฟิล์มและคืนกล้องให้หญิงสาว มัทนาขอสัมภาษณ์หน้าด้าน ๆ เขตต์ตวันยิ่งเดือดดาลไล่เธอไปแต่มัทนาไม่ไป เขตต์ตวันลากมัทนาไปทิ้งหน้าบ้านทั้ง ๆ ที่ขาเจ็บ

เชนคอยปฐมพยาบาลให้มัทนา ขอให้ถอยกลับกรุงเทพฯ ดีกว่า แต่มัทนายังไม่ยอมแพ้แม้ว่าจะปวดหัว ปวดขา และฝนตกพรำ ๆ เธอตัดสินใจไปเคาะประตูบ้านของเขตต์ตวันเพื่อขอสัมภาษณ์ เอกชัยสงสารบอกให้กลับไปเถอะ ถึงอย่างไรเขตต์ตวันก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ มัทนายืนตากฝนรอเป็นเวลา 4 ชั่วโมง จนกระทั่งเอกชัยต้องบอกให้เขตต์ตวันไปดูมัทนา เขตต์ตวันตัดสินใจไปไล่มัทนากลับ แต่กลับพบว่าหญิงสาวมีอาการไข้ เขาจึงพาเธอเข้ามาในบ้านและให้ดื่มวิสกี้แก้หนาว เขตต์ตวันต่อว่ามัทนาที่ดื้อรั้น เขายืนยันว่าจะไม่ยอมให้สัมภาษณ์เด็ดขาด แต่มัทนาก็ยืนกรานว่าจะไม่ละความพยายาม ทั้งสองเถียงกัน จนมัทนาเป็นลมไปต่อหน้าเขตต์ตวัน

เขตต์ตวันไปรับหมอมาดูอาการของมัทนา หมอบอกว่ามัทนาเป็นไข้หวัดและมีอาการขาอักเสบต้องนอนพัก เป็นระยะเวลา 3-4 วัน โดยต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เขตต์ตวันแม้จะโกรธมากแต่ความที่ยังรู้สึกดี ๆ ให้กันจึงตัดสินใจให้หญิงสาวพักที่บ้าน เมื่อมัทนาฟื้นขึ้นมาเจอเขตต์ตวันที่คอยดูแลอยู่ เธอก็กล่าวขอโทษและบอกว่าจะกลับโรงแรมพรุ่งนี้เช้า เขตต์ตวันแย้งว่าหมอสั่งห้ามใช้ขาสามวัน ต้องอยู่ที่บ้านเขา โดยเขาจะจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลเธอเอง มัทนานอนป่วยอยู่ที่บ้านของเขตต์ตวัน โดยเวลากลางวันเขตต์ตวันกับเอกชัยจะผลัดกันมานั่งเฝ้าหญิงสาว  พอช่วงเวลากลางคืนจะมีพยาบาลที่เขตต์ตวันจ้างมาดูแลแทน การพักอยู่ที่บ้านของเขตต์ตวันทำให้มัทนามีโอกาสพูดคุยกับเขามากขึ้นและเอก ชัยก็มักจะเล่าถึงเขตต์ตวันให้ฟัง ทำให้มัทนาเข้าใจชีวิตของเขต์ตวัน

มัทนารวมความกล้าขอสัมภาษณ์เขตต์ตวันอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่ใช่การแฉทำร้ายทำลายชื่อเสียงเขตต์ตวัน แต่ตนทำหน้าที่ตัวแทนของแฟน ๆ ที่รักและคิดถึงเขตต์ตวันอยากรู้ข่าวคราวเท่านั้นเอง คราวนี้ชายหนุ่มตอบตกลง โดยขอให้สัมภาษณ์หลังจากเธอหายเจ็บ มัทนาดีใจมากจนแทบซ่อนน้ำตาไว้ไม่อยู่ ช่วงบ่ายวันหนึ่ง มีชายหนุ่มมาขอพบเขตต์ตวัน เขาเป็นคนที่มาเช่าบ้านอยู่ใกล้บ้านของเขตต์ตวันซึ่งเป็นบ้านหลังเดียวกับ ที่เจ้าของร้านค้าบอกจะให้มัทนาเช่า ชายคนนี้มาขอพบเขตต์ตวันโดยบอกว่ารู้จักเพื่อนเก่าของเขาดี เขตต์ตวันไปพบ มัทนาเห็นว่าชายคนนี้พยายามเสนอขายอะไรบางอย่าง แต่เขตต์ตวันปฏิเสธไป เมื่อมัทนาอาการดีขึ้นก็อยากออกไปเดินเล่น เขตต์ตวันจำใจพาเธอออกไป เขาเล่าสาเหตุที่ต้องไปอยู่วัดกับหลวงพ่อ และเล่าถึงชีวิตวัยเด็กอันขมขื่น รวมทั้ง จันจิรา น้องสาวที่เขารักมากและตายไปแล้ว และบอกว่าตนสืบสานความฝันของน้องสาวทำห้องเสื้อตะวันขึ้นมา พอพูดถึงน้องสาวเขตต์ตวันก็เศร้ามากทำให้มัทนายิ่งเห็นใจเขามากยิ่งขึ้น…

เขตต์ตวันพามัทนาไปหาหลวงพ่อจรูญ และพบเด็กที่อยู่ในความดูแลของท่าน มัทนาตั้งใจจะเขียนสารคดีชีวิตของหลวงพ่อ เธอจึงได้สัมภาษณ์ท่านด้วย ความสัมพันธ์ของเขตต์ตวันกับมัทนาค่อย ๆ กลับมาดีเหมือนเก่าหลังจากปรับความเข้าใจกันทุกเรื่อง เขตต์ตวันชวนมัทนาไปดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพก่อนกลับบ้าน มีหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งเข้ามาขอถ่ายรูปกับเขตต์ตวัน มัทนาช่วยขอร้องให้เขาไปถ่ายรูปด้วย ขณะนั้นมีกลุ่มขี้เมาเดินผ่านมาแซวมัทนาว่า ถ้ามีแฟนอย่างเธอจะไม่ปล่อยให้อยู่ห่าง ๆ เลย เขตต์ตวันได้ยินก็จะไปเอาเรื่อง แต่มัทนาห้ามไว้ว่าอย่าไปใส่ใจ เขตต์ตวันแปลกใจตัวเองที่รู้สึกเป็นห่วงนักข่าวสาวคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ ถูก

หลังจากมัทนาหายดีแล้ว เธอทวงสัญญาที่เขตต์ตวันรับปากจะยอมให้สัมภาษณ์ เขตต์ตวันขอให้มัทนาไม่ให้สัมภาษณ์ 2 เรื่องคือเรื่องคดีความเมื่อ 2 ปีก่อน กับเรื่องของแม่และจันจิราน้องสาวที่ตายไป มัทนาตอบตกลง และรับปากว่าจะไม่เขียนเรื่องที่ทำให้เขตต์ตวันเสียหายเด็ดขาด มัทนาถามถึงคนไข้ที่ติดยาที่ไปรักษากับพี่สาวตน จึงรู้ว่าคนไข้นั้นคือชลบุษย์นั่นเอง ถามถึงเรื่องคดีความว่าเขตต์ตวันไม่อยากจับผู้ร้ายตัวจริงได้หรือ เขาเล่าเรื่องของ ยุพิน ที่ตายไปให้มัทนาฟัง ว่าเธอเป็นผู้หญิงลำปางที่ถูกหลอกมาขายโดยเพื่อนของเขา ยุพินช่วยให้เขาแจ้งจับเพื่อนคนนี้ได้ แต่ยุพินก็ถูกตามล่า จนในที่สุดต้องตายไป วันที่ตายเพื่อนของเขตต์ตวันโทรไปหัวเราะเยาะ เขตต์ตะวันได้ยินเสียงยุพินจึงรีบมาช่วย แต่พอมาถึงหญิงสาวก็เสียชีวิตไปแล้ว ตำรวจมาพบเขาในที่เกิดเหตุ แต่เขาพ้นผิดได้เพราะหลักฐานบ่งบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่ชีวิตของเขตต์ตวันก็ถูกนักข่าวทั้งหลายขุดคุ้ยขึ้นมาจนแหลกเหลว ทำให้เขาต้องตัดสินใจออกจากวงการแสดง จากเรื่องของยุพิน ทำให้เริ่มได้กลิ่นว่าเพื่อนของเขตต์ตวันที่วางแผนนี้คือเชนนั่นเอง แต่มัทนาก็ไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย เมื่อกลับมาที่บ้าน ทั้งสองก็ได้พบกับชาวบ้านและตำรวจมายืนอยู่ที่หน้าบ้านเต็มไปหมด เพราะชายแปลกหน้าที่มาเช่าบ้านอยู่ข้างบ้านตายแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าตายอย่างไร แต่ดูเหมือนว่าเขตต์ตวันและเอกชัยจะรู้ ทั้งสองพูดถึงคน ๆ หนึ่งที่ตามจองล้างจองผลาญเขตต์ตวันอยู่

เขตต์ตวันพามัทนาไปส่งที่โรงแรมโดยบอกว่าจะมารับช่วงเย็น ที่หน้าโรงแรมมัทนาพบกับเชน เชนรีบหลบฉาก ไม่อยากให้มัทนาอึดอัดใจ เชนกำลังจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่เขาเปลี่ยนใจเป็นกลับช่วงเย็น เชนดีใจมากที่เจอมัทนา จู่ ๆ เชนก็ให้ไข่มุกดำกับมัทนาเพื่อเป็นที่ระลึก เธอจำใจรับไว้ เย็นวันนั้นเขตต์ตวันไม่ได้มารับมัทนาตามสัญญาเพราะติดธุระด่วน แต่เขากลับมารับอีกวันและพามัทนาไปปิกนิกที่บ้าน มัทนาอัดเทปสัมภาษณ์เขตต์ตวัน เขาบอกว่าอยากเป็นศิลปิน อยากเขียนรูป แต่ต้องเข้าวงการแสดงเพราะต้องการเงินมารักษาน้องที่ป่วย และเล่าถึงชีวิตในวัดสวนป่าที่อยู่กับหลวงพ่อจรูญ

มัทนาประทับใจชีวิตของเขตต์ตวันมากขึ้น เขาถามว่าหญิงสาวจะกลับกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ เธอตอบว่าพรุ่งนี้เพราะทำงานเสร็จแล้ว เขตต์ตวันอาสาพาเธอไปซื้อของฝาก เพราะอยากอยู่กับมัทนาให้นานกว่านี้ หญิงสาวเลือกของฝากมากมาย จนเจอผ้าบาติกสีสวย เธออยากได้มากแต่เงินจะหมดแล้ว เขตต์ตวันซื้อให้เป็นที่ระลึก หลังจากซื้อของเสร็จเขตต์ตวันพามัทนาไปกินข้าวที่ร้านบนเขา ซึ่งมัทนาชอบมากเพราะคิดว่าถ้ากลับกรุงเทพฯ ไปก็คงไม่มีโอกาสได้เจอบรรยากาศแบบนี้ ทั้งสองคุยกันด้วยความรู้สึกดี ๆ เขตต์ตะวันไปส่งมัทนาที่โรงแรมและบอกว่าจะมารับมัทนาพาไปส่งที่สนามบิน เช้าวันรุ่งขึ้นเขตต์ตวันมาที่โรงแรมก่อนเวลา พบเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์โรงแรม เจ้าหน้าที่ฝากซองใส่รูปที่จ่าหน้าซองว่า “ภาพถ่ายจากวัดสวนป่าของคุณมัทนา” ให้เขตต์ตวันไว้ให้มัทนาด้วย เขตต์ตวันรับมาถือ นั่งรออดไม่ได้ที่จะแอบเปิดดูเพราะอยากเช็กความเรียบร้อย แต่แล้วเขาต้องตกใจมาก เพราะรูปในซองเป็นรูปโป๊เปลือยของนางแบบที่มาถ่ายเสื้อผ้าให้เขา เขตต์ตวันเข้าใจผิดคิดว่ามัทนาเป็นคนทำ จึงโกรธมัทนามาก ขึ้นไปด่าว่ามัทนาเสีย ๆ หาย ๆ ถึงบนห้องพักก่อนจะจากไป มัทนาเสียใจมากพยายามตามไปอธิบายก็ไม่ทัน เธอไปพบเอกชัย เขารู้ว่าไม่ใช่ฝีมือของมัทนาและขอให้เธอใจเย็น ๆ เขาจะค่อย ๆ พูดให้เขตต์ตวันเข้าใจเอง มัทนาจึงเดินทางกลับมากรุงเทพฯ ด้วยความเศร้า

เมื่อมัทนาถึงบ้าน ก็ได้พบวาสิฏฐีเป็นคนแรก เพราะความซึมเศร้าของมัทนาทำให้วาสิฏฐีถามและจับได้ว่าพี่สาวกำลังมีความรัก วาสิฏฐีรื้อของฝากเจอไข่มุกที่เชนมอบให้จึงขอมัทนา มัทนายกให้เพราะไม่ชอบเครื่องประดับอยู่แล้ว มัทนาไปทำงานด้วยความหดหู่ เชนโทรมานัดพบมัทนาเพื่อพาไปกินข้าวเย็น มัทนาถามไชยวัฒน์ถึงเรื่องรูปภาพที่เขตต์ตวันเจอที่ห้องว่าไชยวัฒน์ได้ส่งไป หรือไม่ ไชยวัฒน์ปฏิเสธ และเริ่มสงสัยว่ามีคนคอยจับตาดูมัทนาอยู่ เชนพามัทนาไปกินข้าวที่ร้านอาหารหรูหรา มัทนาเจอนางแบบที่เป็นเลขาฯ ของเขตต์ตวันนั่งอยู่กับเสี่ย ทำให้มัทนานึกถึงข้อความที่ติดมากับรูปว่า นางแบบเสื้อตะวันเรียกได้ทุกคน ขอให้มีเงินพอ เชนถามถึงไข่มุกว่ามัทนาอยากทำเป็นสร้อยหรือกำไลหรือเปล่า มัทนาบอกไม่ต้องการเพราะไม่ชอบ

มัทนาพยายามทำงานให้เป็นปกติแต่ข่าวที่เขตต์ตวันกลับมากรุงเทพฯ แล้ว พร้อมกับนางแบบลลิสา ทำให้ใจของมัทนาปวดแปลบ สาระวารีพาแขกคนสำคัญคือ ษมา เจ้าของกาสิโนมาที่สำนักงาน พอมัทนาทำความรู้จักแล้วก็ขอตัวกลับบ้าน แต่ขณะที่เดินออกจากสำนักงาน มีมือปืนเข้ามาดักยิง โชคดีที่ษมาผลักมัทนาได้ทัน ปืนเลยแค่เฉี่ยวศีรษะไป สาระวารีพามัทนาไปหาหมอ มัทนานึกถึงเขตต์ตวันว่าใช่เขาหรือเปล่าที่มาทำร้ายเธอ สาระวารีพามัทนากลับบ้าน พบว่าบ้านถูกขโมยงัดแงะเข้ามารื้อข้าวของโดยที่ไม่ได้เอาอะไรไปเลย โดยเฉพาะห้องมัทนาถูกรื้ออย่างหนัก มัทนาโกรธจัดคิดว่าเป็นฝีมือเขตต์ตวันแน่ ๆ เธอให้สาระวารีพาไปที่บ้านเขา เมื่อมัทนาไปถึง ก็ต่อว่าเขตต์ตวันทันที เขตต์ตวันตกใจมากที่รู้ว่ามัทนาถูกยิง เขาพยายามอธิบายว่าตนไม่ได้เป็นคนทำ และขอโทษที่เข้าใจผิดเรื่องรูป เขาบอกว่าจะไม่ทำร้ายจิตใจมัทนาอีก มัทนารู้สึกดีใจขึ้นมาทันที สาระวารีพยายามคิดว่าใครกันแน่ที่ปองร้ายมัทนา

เขตต์ตวันกับเอกชัยเล่าเรื่องเพื่อนที่โตมาด้วยกัน แต่เพื่อนคนนั้นกลายเป็นคนเลวค้ายา ค้าผู้หญิง หลอกลวงน้องสาวของเขตต์ตวันไปขาย จนเขาต้องแจ้งตำรวจจับทำให้เกิดเป็นความแค้นกันขึ้นมาไม่เลิกไม่รา สาระวารีถามว่าเพื่อนชื่ออะไร เขตต์ตวันบอกว่าชื่อเชษฐ์ เมื่อเล่ามาถึงตอนนี้มัทนาก็หลับไปเสียแล้ว เขตต์ตวันอาสาพามัทนาไปส่งที่บ้าน สาระวารียอมให้ไปเพราะรู้ใจของเขตต์ตวันว่าคงหลงรักมัทนาเข้าให้แล้ว แท้จริงแล้วศัตรูของเขตต์ตวันก็คือเชนนั่นเอง เชนต้องการไข่มุกคืนจากมัทนา เพราะเป็นไข่มุกแท้จากญี่ปุ่น เชนสั่งให้ลูกน้องจัดการเรื่องของมัทนาให้ได้ เขตต์ตวันมาหามัทนาแต่เช้าด้วยความห่วงใย เขาอาสามาเฝ้าหญิงสาวที่บ้านจนกว่าจะหาย และขอมาดูงานเขียนข่าวของมัทนาด้วย ทั้งสองเริ่มกลับมาใกล้ชิดกันเหมือนเดิม เขตต์ตวันให้เครื่องช็อตไฟฟ้าและสเปรย์พริกไทยกับมัทนาไว้เพื่อป้องกันตัว และทุกวันหลังจากมัทนาหายแล้วเขาจะไปรับเธอกลับบ้านหรือถ้าเขาไม่ว่างก็จะ ให้เอกชัยไปรับแทน

หนังสือสยามสารที่ลงตีพิมพ์เรื่องของเขตต์ตวันมียอดขายถล่มทลาย ทุกคนต่างสนใจชีวิตของพระเอกสุดหล่อที่หายไปจากวงการนาน 2 ปี นักข่าวสำนักอื่น ๆ เริ่มขอสัมภาษณ์เขตต์ตวัน แต่เขตต์ตวันก็ปฏิเสธไปหมด จนนักข่าวอื่น ๆ ต่างหมั่นไส้ลงข่าวว่ามัทนาเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้สัมภาษณ์เขตต์ตวัน ตอนนี้มัทนาจึงตกเป็นข่าวในแง่ลบเสียเอง สาระวารีได้รับอุบัติเหตุจากการทำข่าวอยู่ที่ตราด มัทนาต้องไปเยี่ยมด่วน เพราะสาระวารีมีพี่สาวคนเดียวซึ่งไม่ว่างมาดูแล เขตต์ตวันมารับมัทนาพอดี จึงขอไปกับมัทนาด้วย เนื่องจากงานแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าล็อตใหม่ของตวัน ต้องเลื่อนไปเพราะมีแบบหายไป ทำให้เขตต์ตวันหงุดหงิดมาก แต่ระหว่างเฝ้าอาการสาระวารี เขตต์ตวันกลับคิดแบบเสื้อใหม่ขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นแบบเสื้อของมัทนาโดยเฉพาะ ไชยวัฒน์สงสัยเรื่องสาเหตุที่สาระวารีได้รับอุบัติเหตุ ส่วนมีคณาพานายตำรวจหนุ่มชื่อ หิรัณย์ มาแนะนำให้มัทนารู้จัก หิรัณย์พูดถึงไข่มุกดำที่หายไปจากประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้ยังตามจับขโมยไม่ได้

มัทนาไปพบเขตต์ตวันที่โรงแรมระหว่างเตรียมงานแฟชั่นโชว์เสื้อคอลเลคชั่นใหม่ ของเขา ที่โรงแรมมัทนาได้พบกับชลบุษย์ อดีตนางแบบที่มาเป็นเลขาฯ ของเขตต์ตวัน ซึ่งมัทนาจำได้ว่าเคยเจอนางแบบสาวนั่งกับเสี่ยในร้านอาหารตอนที่เธอไปกับเชน มัทนาอึดอัดที่จะคุยกับชลบุษย์ จู่ ๆ เชนก็เดินมาทัก โดยบอกว่าพาลูกค้าญี่ปุ่นมาคุยงานที่โรงแรมพอดี เชนขอนัดมัทนากินข้าวก่อนที่เขาจะกลับแคนาดา หลังจากนั้นมัทนาได้รับโทรศัพท์ขู่ให้เลิกยุ่งกับเขตต์ตวัน ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเป็นเสียงของชลบุษย์ แม้จะดัดเสียง ไชยวัฒน์เตือนให้มัทนาระวังตัว พอช่วงบ่ายมัทนาก็ได้รับโทรศัพท์จากชลบุษย์อีกครั้ง ซึ่งโทรมาบอกว่าทั้งเขตต์ตวันและเอกชัยไม่สามารถมารับมัทนากลับบ้านได้ใน วันนี้ สักพักเชนก็โทรมาเพื่อขอรับมัทนาไปกินข้าว โดยไชยวัฒน์เป็นคนรับโทรศัพท์ของเชน ไชยวัฒน์จึงบอกมัทนาว่าเสียงของเชนเหมือนเสียงของสายข่าวที่บอกว่ามีข้อมูล ของเขตต์ตวัน

เชนมารับมัทนาออกไป มัทนาต้อนจนเชนยอมเปิดเผยตัวเองว่าเป็นคนอยู่เบื้องหลังแผนบ่อนทำลายเขตต์ ตวันทั้งหมด ลลิสาและชลบุษย์ก็คือลิ่วล้อของตน เขาเป็นคนแจ้งข่าวกับไชยวัฒน์ ตีสนิทมัทนาเพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อเขตต์ตวัน เชนต้องการให้นักข่าวตายเพราะถูกเขตต์ตวันฆาตกรรมซ้ำรอยยุพิน เพื่อยืนยันว่าเขตต์ตวันเป็นฆาตกรโรคจิตที่ยังลอยนวล แต่แผนการผิดพลาด มัทนาเริ่มกลัวเชน ผู้ชายดูสุภาพแสนดีคนนี้ที่แท้มีอาการจิต ๆ แฝงอยู่ เป็นตัวอันตราย เชนขู่ให้มัทนาพาไปที่บ้านเพื่อไปเอาไข่มุกดำ มัทนาจำใจพาเชนไปที่บ้านซึ่งวาสิฏฐีพาเพื่อนมาติวหนังสือหลายคน ทำให้เชนต้องระมัดระวัง เชนขู่มัทนาว่าจะฆ่าให้หมดถ้าตุกติกทำให้ทุกคนรู้ มัทนาจำใจพาเชนขึ้นไปบนห้อง ถามวาสิฏฐีว่าเอาไข่มุกไปไว้ไหน วาสิฏฐีบอกว่าไว้ในอ่างที่เลี้ยงเต่าญี่ปุ่น เชนได้ไข่มุกคืนแต่ยังพามัทนาออกไปด้วย มีคณาโทรมาหามัทนาที่บ้านและรู้ทันทีว่ามัทนาถูกจับ มัทนาบอกใบ้ว่าให้มีคณาตามไปหาคนไข้ของศกุนตลา เขตต์ตวันรู้ทันทีว่าเป็นชลบุษย์นี่เองที่ทรยศเขามาตลอด

เชนพามัทนาไปขังที่ชั้น 4 ของบริษัทไข่มุก ไม่มีใครรู้ว่าที่นี่มีชั้น 4 เพราะทำแยกออกไปและมีทางขึ้นอีกทาง เชนบอกถึงความอิจฉาที่เขามีต่อเขตต์ตวัน เพราะตอนเด็ก ๆ ทุกคนมักจะรักเขตต์ตวัน และมองข้ามเชนไปหมด ทำให้เชนต้องไปยึดอาชีพส่งผู้หญิงขาย เชนหลอกจันจิราน้องสาวของเขตต์ตวันด้วย มัทนาพยายามหนีโดยใช้ปืนที่เขตต์ตวันให้ไว้ แต่ก็หนีไม่รอด ลลิสาเป็นอีกคนที่ร่วมมือกับเชน ลลิสามีความลับที่ทำให้เชนไม่กล้าทำร้าย นั่นคือคลิปที่เชนฆ่ายุพิน และโยนความผิดให้เขตต์ตวัน

เขตต์ต วัน มีคณาและหิรัณย์ ตามหามัทนาจนทั่ว แต่ก็ไม่พบ หิรัณย์คิดว่าเชนพามัทนาไปที่อื่น ตำรวจตัดสินใจถอนกำลัง เชนหัวเราะเยาะที่กำลังจะเห็นความพ่ายแพ้ของเขตต์ตวัน เชนตั้งใจจะเอามัทนาไปขายให้ชาวญี่ปุ่น มัทนาแอบหนีเข้าไปในห้องน้ำ ใช้กระดาษทิชชูโปรยจากหน้าต่างลงไปข้างล่าง ตามด้วยผ้าบาติกที่เขตต์ตวันซื้อให้ ตำรวจกลับไปแล้วแต่เขตต์ตวันไม่ยอมกลับ ในที่สุดเขาก็เห็นกระดาษทิชชูและผ้าบาติกของมัทนา จึงรีบตามไปช่วยทันที แต่เพราะมีเขาแค่คนเดียว ทำให้เสียท่าเชน เขตต์ตวันถูกเชนเอามีดกรีดที่ใบหน้า ขณะที่มัทนากำลังจะเสียท่าโดนเชนทำร้ายอีกคน ลลิสาก็เปลี่ยนใจหันหลับมาช่วยมัทนา ตำรวจบุกขึ้นมาช่วยเหลือเขตต์ตวันกับมัทนาได้ทัน ในที่สุดเชนถูกจับรับโทษในคุก มัทนาบาดเจ็บซี่โครงหัก ส่วนเขตต์ตวันมีบาดแผลลึกที่ใบหน้า เขตต์ตวันรีบพามัทนาไปโรงพยาบาล เขาบอกรักมัทนา มัทนาละเมอบอกเขตต์ตวันว่ามีกล่องความลับอยู่ที่ห้อง กล่องนั้นคือคลิปที่เชนฆ่ายุพินนั่นเอง

มัทนาฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล พบว่าเขตต์ตวันนั่งเฝ้าเธออยู่ ใบหน้าของเขายังคงมีผ้าปิดแผลที่แก้มแต่ก็สามารถทำศัลยกรรมให้หายได้ไม่ยาก เขตต์ตวันขอมัทนาแต่งงาน โดยจะออกแบบชุดเจ้าสาวให้เธอเอง มัทนาดีใจมากแต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกหงุดหงิด เพราะซี่โครงหักทำให้กอดเขตต์ตวันตอบไม่ได้ เธอขอให้เขตต์ตวันบอกรักอีกครั้ง ก่อนจะตอบตกลงแต่งงานด้วย

ที่สยามสาร บ.ก.ไชยวัฒน์ได้รับการ์ดแต่งงาน 3 ใบ จากสาระวารี มีคณา และมัทนา ไชยวัฒน์จึงต้องเขียนข่าวรับสมัครนักข่าวสาวรุ่นใหม่เพิ่มอีก 3 คน งานแต่งงานของมัทนาจัดสองครั้ง ครั้งแรกจัดที่กรุงเทพฯ ส่วนครั้งที่สองจัดที่วัดสวนป่า ภูเก็ต เลี้ยงพระและเด็กกำพร้าทั้งวัด มัทนาดึงดันจะทำงานเป็นนักข่าวต่อได้สำเร็จ แต่เขตต์ตวันต่อรองว่า เธอจะต้องลาออกทันทีเมื่อมีลูก ซึ่งมัทนาก็ยอมตกลงโดยดี ติดตามชม ละครมายาตวัน ได้ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครมายาตวัน

รายชื่อนักแสดง ละคร มายาตวัน

อธิชาติ  ชุมนานนท์   รับบท   เขตต์ตวัน
อุรัสยา  สเปอร์บันด์   รับบท   มัทนา
ศรราม  เทพพิทักษ์   รับบท   เชน ครอส
ภีรนีย์  คงไทย   รับบท   มีคณา
ปกรณ์  ฉัตรบริรักษ์   รับบท   หิรัณย์
ราศรี  บาเลนซิเอก้า   รับบท   สาระวารี
ชาคริต  แย้มนาม   รับบท   ษมา
อภิษฎา  เครืองคงคา   รับบท   ลลิสา
พรรณชนิดา  ศรีสำราญ   รับบท   ชลบุษย์
โจโจ้  ไมอ็อคซิ   รับบท   ไชยวัฒน์
อัญชิสา  เลี่ยวไพโรจน์   รับบท   สาวิตรี
มิรา  โกมลวณิช   รับบท   ศกุนตลา
อนุธิดา  อิ่มทรัพย์   รับบท   วาสิฏฐี
ทนงศักดิ์    ศุภการ   รับบท   พ่อมัทนา
สุปราณี  เจริญผล   รับบท   แม่มัทนา
เพ็ญศรี  ปิ่นทอง   รับบท   เยาะ
ณภัทร  ชุ่มจิตตรี   รับบท   เปี๊ยก
ณัฐนี  สิทธิสมาน   รับบท   ป้าหน่อย
ธารธารา  รุ่งเรือง   รับบท   ป่าน
ชุมพร  เทพพิทักษ์   รับบท   หลวงพ่อจรูญ
ตึ๋ง  หนองปรือ   รับบท   ลุงชด
ดีใจ  ดีดีดี   รับบท   ผจก.เขตต์ตวัน
กิตติพล  เกศมณี   รับบท   ทนายเขตต์ตวัน
บุศรา  เบญจวัฒน์   รับบท   ยุพิน
สุรจิต  บุญญานนท์   รับบท   หมอเสริม
ออกัส  พรรษกร   รับบท   สาลินี
ยุวดี  ไทยหิรัญ   รับบท   เจ๊นิด
ปัทมา  ปานทอง   รับบท   แม่เขตต์ตวัน
สนธ์ไชย    แป้นประจุน   รับบท   ขม
สายชล ปารเนียส   รับบท   นายแบบโฆษณา

สามีตีตรา 2556

เธอ…คือผู้หญิงโชคร้ายที่พบกับความผิดหวังในชีวิตแต่งงานครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเขาก้าวเข้ามาเพื่อมอบรักแท้ให้แก่เธอความเชื่อมั่นทั้งหลายที่จมหายไปกับอดีตอันเจ็บซ้ำทำให้เธอไม่เชื่อมั่นว่ารักแท้จะมีอยู่จริง เธอจึงเลือกจะตอบแทนความรักของเขาด้วยการ ตีตราจอง และกระทำเหมือนเขาเป็นเพียงวัตถุสิ่งของที่ไร้หัวใจ หากแต่เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะใช้หัวใจรักหลอมละลายหัวใจเธอให้เป็นหนึ่งเดียว

ความตายของ ภูเบศร์ ทำให้ กะรัต ที่แม้จะอยู่ในระหว่างประชดหนีความเจ้าชู้ของสามีมาพักใจที่บ้านชายทะเล ตกใจแทบช็อกและรีบบึ่งกลับกรุงเทพฯ ในทันที ระหว่างทางกะรัตโชคร้ายที่รถประสบอุปติเหตุ ทำให้เธอต้องลงไปโบกรถแต่โชคชะตาก็ทำให้เธอได้พบกับ พิศุทธิ์ เจ้าของรถที่มีน้ำใจจอดรับเธอ…โดยไม่รู้ว่านับแต่วินาทีนั้น ชีวิตของเขากับเธอจะต้องผูกพันกันอย่างไม่มีวันพรากจาก

ความเสียใจกับการตายของสามีผ่านไปไม่ทันข้ามคืน กะรัตก็ต้องเสียใจที่รู้ว่าแม้ในนาที สุดท้ายที่ภูเบศร์จากเธอไป เขาก็ยังนอกใจเธอ เพราะด้วยสถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุชี้ชัดว่าภูเบศร์เพิ่งออกมาจากโรงแรมม่านรูดกับ นิลุบล ผู้หญิงอีกคนที่ต้องมาจบชีวิตลงพร้อมกัน

ในงานศพ มีผู้หญิงมากหน้ามาแสดงตัวว่ามีความสัมพันธ์กับภูเบศร์ บางรายถึงกับมาทวงทรัพย์สินเอากับกะรัตในฐานะเมียคนหนึ่ง แต่ไม่มีใครจะช็อกหัวใจกะรัตได้เท่ากับการต้องรับรู้ว่า มีผู้หญิงอีกคนที่เสียใจกับการจากไปของภูเบศร์มากกว่าเธอและผู้หญิงคนไหน ๆ ผู้หญิงคนนั้นคือ สายน้ำผึ้ง เพื่อนรักหนึ่งเดียวของกะรัต เป็นเพื่อนที่กะรัตมอบความรักและจริงใจให้เสมอมาโดยไม่ระแคะระคายเลยว่าเพื่อนรักทรยศเธอได้อย่างเลือดเย็น เพราะขณะนั้นสายน้ำผึ้งกำลังตั้งท้องกับภูเบศร์ และยังมีความจริงอีกสิ่งที่ทำให้กะรัตแทบคลั่ง คือคำบอกเล่าจากปากเพื่อนรักว่าภูเบศร์เพียงใช้เธอเป็นสะพานไปสู่ความมั่งมีเพื่อจะได้ไปมีชีวิตที่มีความสุขกับสายน้ำผึ้ง!

เวลาเพียงข้ามคืน…สายน้ำผึ้ง เพื่อนผู้แสนดีของกะรัต สวมวิญญาณซาตานด้วยการนำทะเบียนสมรสมาโชว์ให้แขกทั้งงานรับรู้ว่าเธอเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย และนั่นหมายถึง กะรัต…ผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ ทรัพย์สมบัติ ต้องกลายเป็นเมียน้อยไปในทันที! หัวใจของกะรัตแทบแหลกสลาย หญิงสาวกลายเป็นคนมองโลกแง่ร้าย มองความรักเป็นสิ่งจอมปลอม และไม่เชื่อมั่นในความรักอีกต่อไป

กันตา น้องสาวคนเดียวของกะรัตยุให้พี่สาวมองหาผู้ชายคนใหม่มาชดเชยความรักที่เสียไปต่างกับ กุนตี พี่สาวที่ชี้ให้เห็นว่าความรักนั้น เป็นทุกข์ และบอกให้กะรัตเลือกที่จะมีชีวิตโสดอย่างเธอ กะรัตที่ทั้งอับอาย ทั้งผิดหวัง และเกลียดชังโลกจนไม่อยากมีชีวิตจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปที่บ้านชายทะเล โดยมี นวล เด็กรับใช้คนสนิท และ สมหวัง คนขับรถตามไปดูแล

ในห้วงแห่งความทุกข์ทำให้หญิงสาวขาดสติ คิดฆ่าตัวตาย โชคดีที่พิศุทธิ์ที่หนีหน้า หม่อมมลุลิ หม่อมย่าของเขาที่คิดจะจับเขาคลุมถุงชน ไปพักที่กระท่อมน้อยชายทะเลใกล้กับบ้านของกะรัตพอดี พิศุทธิ์จึงเข้าช่วยชีวิตกะรัตไว้ได้อย่างหวุดหวิด และที่นั่นเองที่พิศุทธิ์มองเห็นความอ่อนแอ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าท่าทางหยิ่งผยอง ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากเป็นผู้ดูแล ปกป้อง และเยียวยาหัวใจของเธอ ส่วนกะรัตเองก็ไม่ปฏิเสธว่าเธอรู้สึกดีกับพิศุทธิ์มาก เพราะเขาต่างจากผู้ชายทั่วไปตรงที่ไม่ฉวยโอกาส และไม่คิดจะคบกับเธอเพื่อเงิน

ความรักของทั้งสองดำเนินไปภายใต้การรับรู้ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคือ บัญชา ผู้เป็นตาของกะรัตที่รักหญิงสาวเหมือนดวงใจ กฤช พ่อของกะรัต เนื้อแพร แม่ของพิศุทธิ์ รวมไปถึง หม่อมมลุลีและ ท่านชายอ๊อด พ่อของพิศุทธิ์ที่เลิกรากับเนื้อแพรมานานหลายปี ทั้งหมดรับรู้ความรักของสองหนุ่มสาวอย่างต่างความรู้สึกโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะ พวงหยก แม่ของกะรัตที่แสดงความรังเกียจพิศุทธิ์อย่างออกนอกหน้า ด้วยเหตุที่พิศุทธิ์คือลูกชายของเนื้อแพร ผู้หญิงที่กฤชหลงรักและยอมรับเป็นเมียลับ ๆ อีกคน เช่นเดียวกับ หม่อมมลุลี และท่านชายอ๊อดที่รับไม่ได้ที่สายเลือดจ้าวจะต้องไปปะปนกับผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานกับผู้ชายมาแล้วถึงสามหน แถมยังได้ชื่อว่าเป็นหญิงกาลกิณี กินผัว

ตรงข้ามกับบัญชาที่พอใจที่จะได้คนดีอย่างพิศุทธิ์มาเป็นหลานเขย ส่วนเนื้อแพร แม้จะไม่สบายใจนักเพราะเกรงว่าลูกชายจะต้องมีอันเป็นไปเหมือนสามีคนก่อน ๆ ของกะรัต แต่ด้วยความรักลูก จึงไม่กล้าขัดขวาง แต่ศัตรูหัวใจคนใดก็ไม่ร้ายกาจเท่าศัตรูคนเดิมของกะรัต…เพราะทันทีที่สายน้ำผึ้งรู้ว่ากะรัตกำลิงคบหาอยู่กับพิศุทธิ์ สายน้ำผึ้งก็วางแผนจะทำให้กะรัตได้รู้สึกถึงการต้องเสียคนรักไปเหมือนที่เธอเคยเป็นทั้งที่กำลังตั้งท้อง แต่สายน้ำผึ้งก็ยังกล้ายั่วยวนพิศุทธิ์ และยั่วโทสะให้กะรัตแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาได้ทุกครั้ง โชคดีที่พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งอย่างรู้ทัน จึงไม่เพลี่ยงพล้ำไปกับเกมที่สายน้ำผึ้งตั้งใจก่อขึ้น

ความรักที่จริงใจเปิดเผยของพิศุทธิ์และความกล้าออกโรงปกป้องเธอจากทุก ๆ สถานการณ์ทำให้กะรัตหลงรักพิศุทธิ์มาก…และด้วยความรัก ทำให้กะรัตหวาดกลัวว่าจะต้องเลียพิศุทธิ์ไป เธอจึงเปรยเรื่องแต่งงานกับพิศุทธิ์ ขณะที่พิศุทธิ์เองก็ไม่ลังเลด้วยใจรักที่มีให้กับกะรัตอย่างเต็มเปี่ยม ท่านชายอ๊อดที่ขณะนั้น กำลังตกอยู่ในสภาพยํ่าแย่เพราะธุรกิจล้มเหลว คิดหาผลประโยชน์จากการแต่งงานของลูกชาย ขอร้องให้หม่อมมลุลีเข้าพบกับบัญชา อ้างบุญคุณที่เสด็จในกรม ผู้เป็นสามีเคยเอื้อเฟ้อต่อบัญชาจนได้ดิบได้ดีขอเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับการที่หลานชายที่มีสายเลือดเจ้าจะต้องตกร่องปล่องชิ้นกับผู้หญิงสามผัวอย่างกะรัตซึ่งบัญชาก็ตกลงโดยง่ายดาย ส่วนเนื้อแพรด้วยความรักลูกไม่อยากให้ลูกถูกครหา จึงตัดสินใจบอกเลิกกับกฤช โดยเหลือไว้เพียงสถานภาพของคู่ธุรกิจที่ทำร่วมกันเท่านั้น

งานแต่งงานถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นข่าวดังไปทํ่วเมืองว่า กระดังงาลนไฟกำลงจะได้ครองใจชายหนุ่มเชื้อเจ้า ไฟริษยาลุกท่วมใจสายน้ำผึ้งทันทีที่ได้รู้ข่าว แม้จะอยู่ในสภาพท้องแก่ใกล้คลอด สายน้ำผึ้งก็ไม่หยุดยั้งการตามล่าตามล้าง ไปยั่วกะรัตกลางงานแต่งงานจนกะรัตฟิวส์ขาดผลักสายน้ำผึ้งล้มลง เป็นเหตุให้สายน้ำผึ้งต้องคลอดก่อนกำหนด กะรัตต้องกลายเป็นข่าวทำร้ายคนท้องให้ได้อับอายอีกครั้ง โชคดีที่พิศุทธิ์เข้าใจและเข้าข้างเธอ ทำให้กะรัตยิ่งรักและหวงพิศุทธิ์มากขึ้นไปอีก

สายน้ำผึ้งทำตัวเองให้กลับมาสวยสดใสในเวลารวดเร็วเพื่อเป้าหมายคือแย่งพิศุทธิ์มาเป็นของตัว แม้จะได้รับคำตักเตือนจาก รสสุคนธ์ น้าสาวให้คิดถึงความผิดชอบชั่วดี แต่ด้วยมิจฉาทิษฐิทำให้สายน้ำผึ้งไม่คิดจะล้มเลิกแผนการณ์ ยังเดินหน้าทำทุกทางเพื่อสร้างความร้าวฉานให้กะรัตและพิศุทธิ์ เพราะสายน้ำผึ้งนั้นรู้ดีว่ากะรัตเป็นคนร้ายแต่ภายนอก แต่ข้างในอ่อนปวกเปียกและไม่มีทางทันเกมเธอ ความหน้าด้านหน้าทนของสายน้ำผึ้งเหนือชั้น แม้กันตาที่ว่าร้ายยังไม่ทันเกม กุนตีเตือนกันตาว่าอย่ามัวแต่ห่วงเรื่องคนอื่น เพราะกุนตีแอบไปเห็น ศิวา คนรักของกันตาดวงกับผู้หญิงอื่นโดยบังเอิญ แต่ไม่กล้าบอกน้อง ได้แต่เอ่ยเตือนศิวา

ศิวากลัวจะเสียคนรักไป จึงรีบขอกันตาหมั้น จังหวะที่สายน้ำผึ้งพลาดหวังจากการบ่อนทำลายครอบครัวของกะรัต จึงเบนเขมคิดแย่งศิวามาจากกันตา เพื่อทำร้ายกะรัตทางอ้อมและหวังประโยชน์ด้านการเงินจากศิวา พิศุทธิ์เตือนศิวาฐานะเพื่อนว่าให้ระวังสายน้ำผึ้ง แต่ศิวาที่เชื่อมั่นในตัวเองมากจนประมาท คิดว่าสายน้ำผึ้งเป็นแค่ศาลาริมทางที่ตนแค่มาพักเหนื่อยแล้วก็จากไป แต่สายน้ำผึ้งฉลาดเกินว่าที่ศิวาคิด

ในวันหนึ่งศิวาจึงรับรู้ว่าสายน้ำผึ้งตั้งท้อง และลูกในท้องก็เป็นลูกของเขา สายน้ำผึ้งขู่ศิวาว่าให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับและให้ร่วมมือกับเธอชี้ตัวว่าพ่อของเด็กคือพิศุทธิ์ จากนั้นสายน้ำผึ้งก็วางแผนหาโอกาสใกล้ชิดกับพิศุทธิ์ ซึ่งทั้งเวลาและเหตุการณ์ตามแผนของสายน้ำผึ้งก็ทำให้กะรัตหลงเข้าใจผิดพิศุทธิ์ แม้พิศุทธิ์จะยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวหรือคิดนอกใจกะรัตเลย แต่ด้วยภาพอดีตที่ตามหลอกหลอน และความร้ายกาจของสายน้ำผึ้ง ทำให้กะรัตเดินหลงเข้าไปในเกมของผู้หญิงจิตใจร้ายอย่างสายน้ำผึ้งอย่างไม่ทันตั้งหลัก

เหตุการณ์ยิ่งเลวร้าย เมื่อกะรัตได้รับรู้เรื่องที่บัญชาต้องจ่ายเงินให้กับพ่อของพิศุทธิ์ คำพูดกรอกหูจากสายน้ำผึ้งที่นำเรื่องนี้มาบอกกับเธอและคำเย้ยหยันว่าที่แท้ กะรัตก็ต้องใช้เงินซื้อผู้ชาย ทำให้กะรัตหน้ามืด มองไม่เห็นความรักของพิศุทธิ์ที่มีต่อเธอ เหตุการณ์บานปลาย เพราะสายน้ำผึ้งยังยืนยันว่าลูกในท้องเป็นลูกของพิศุทธิ์และเธอยินดีจะตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ ศิวาเองที่กลัวว่าจะมีภัยมาถึงตัว ก็เก็บปากคำเงียบเมื่อถูกกะรัตซักไซ้ ยิ่งย้ำความเข้าใจของกะรัตว่าพิศุทธิ์แต่งงานกับเธอเพื่อเงินและยังนอกใจเธอไม่ต่างกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านมา

ความเจ็บช้ำซ้ำ ๆ ทำร้ายหัวใจกะรัต จนในที่สุด เธอก็ประกาศขอหย่าจากพิศุทธิ์! เนื้อแพรที่รู้ว่าลูกยังรักกะรัตมาก พยายามมาไกล่เกลี่ยอ้างว่า ไม่อยากให้กะรัตต้องเสียใจไปตลอดชีวิต แต่ความรู้สึกของกะรัตในยามนี้ แตกแยกเกินกว่าจะต่อติดเสียแล้ว เมื่อพิศุทธิ์ตามมาปรับความเข้าใจครั้งสุดท้าย คำพูดจากกะรัตที่ทำร้ายจิตใจเขาให้ยับเยิน ไม่ต่างกันคือการเผยใจจากกะรัตว่าไม่เคยรักเขาเลย ที่ผ่านมาเขาเป็นเพียงคนที่เธอแต่งงานด้วยเพื่อรักษาหน้าเท่านั้น พิศุทธิ์เสียใจมาก…จึงตกลงใจยอมหย่าให้กะรัตแต่โดยดี

หลังจากการหย่า พิศุทธิ์ก็แสดงความรับผิดชอบโดยยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กะรัตด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดแทบจะไม่พอค่ารองเท้าของกะรัตด้วยช้ำ และยังคำเตือนของบัญชา คำพูดของเนื้อแพร และพฤติกรรมของพิศุทธิ์ ที่เธอได้รับฟังจากทั้งกันตาและกุนตีว่า ไม่เคยเห็นพิศุทธิ์ไปมาหาสู่สายน้ำผึ้งเลยทำให้กะรัตเริ่มใจแกว่ง แต่ความที่ยังปล่อยให้ทิฐิครอบงำจิตใจแน่นหนา กะรัตจึงไม่แม้แต่จะยอมรับความจริงว่าตัวเองตัดสินใจพลาดไป ยังเดินหน้าทำท่ามั่นใจ ทุกครั้งที่ได้พบกับพิศุทธิ์ก็จะเชิดใส่ ทำเหมือนไม่เสียใจ แต่พอกลับมาอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ก็ต้องเสียน้ำตา จนแม้กระทั่งนวลยังอดไม่ไหว กล้าฝ่าด่านฝ่ามืออรหันต์ เอ่ยเตือนว่ากะรัตกำลังเป็นเหยื่อของสายน้ำผึ้ง กันตาที่ทนเห็นพี่สาวหลอกตัวเองต่อไปไม่ไหว เริ่มตามจับตาดูพฤติกรรมของสายน้ำผึ้ง แล้วในที่สุด กันตาก็ได้รู้ความจริงว่า สายน้ำผึ้งมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับ ศิวา กันตาแม้จะเสียใจ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงที่ถือเรื่องสิทธิ์สตรีเป็นใหญ่ กอปรกับนิสัยที่รักตัวเองเกินกว่าจะยอมฟูมฟายกับเรื่องแบบนี้ กันตาจึงร้องไห้เพียงครั้งเดียวให้กับผู้ชายทรยศ

กะรัตเสียใจมากที่รู้ว่าเธอเข้าใจผิดพิศุทธิ์มาตลอด กระทั่งบัญชาและกุนตีต่างเตือนให้กะรัตถอดวางทิฐิ แต่กะรัตกลับตอบในสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากคนที่เอาแต่ใจตัวอย่างกะรัต…กะรัตบอกว่า เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเธอรักพิศุทธิ์มาก…เป็นรักแท้ที่บริสุทธิ์เสียจนเธอไม่อาจจะดึงพิศุทธิ์ให้มาจมอยู่กับผู้หญิงผิดพลาดอย่างเธอได้อีก… แล้วจากนั้นกะรัตก็ลาทุกคนไปยังบ้านพักชายทะเล… เพื่อระลึกถึงฉากรักที่เธอกับพิศุทธิ์เคยมีต่อกันเป็นครั้งสุดท้าย

ศิวาเอะใจในความเหินห่างของกันตา จึงตัดสินใจขอกันตาแต่งงาน แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นความจริงว่ากันตารู้เรื่องระหว่างเขากับสายน้ำผึ้งแล้ว โดยกันตาแกล้งบอกว่าสายน้ำผึ้งเป็นคนมาบอก ศิวาโกรธสายน้ำผึ้งมาก ตามไปทำร้ายร่างกายจนสายนี้าผึ้งแท้งลูก และกลับไปสารภาพผิดกับกันตาเพื่อขอเริ่มต้นใหม่ แต่กันตาปฏิเสธ เพราะไม่อาจทำใจยอมรับผู้ชายเลว ๆ อย่างศิวาได้ สายน้ำผึ้งที่สิ้นท่าหมดทาง เพราะพิศุทธิ์ก็ไม่มีท่าทีว่าจะใจอ่อน ซ้ำยังมองเธออย่างดูถูกเหมือนไส้เดือนกิ้งกือ จึงระแวงว่าสักวันพิศุทธิ์จะกลับไปคืนดีกับกะรัต ซึ่งก็เท่ากับว่าเธอคือผู้แพ้และเป็นการพ่ายแพ้อย่างที่แทบไม่มีที่ยืนในสังคม เพราะกันตาขู่ว่าจะเอาเธอออกจากงานถ้ายังวุ่นวายกับชีวิตของกะรัตอีก

เหมือนคนเลือดเข้าตา…สายน้ำผึ้งตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าถ้าเธอจะต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นกะรัตก็ไม่ควรจะอยู่ดีมีสุข…สายน้ำผึ้งสะกดรอยตามกะรัตไป เมื่อเห็นว่ากะรัตอยู่คนเดียว สายน้ำผึ้งที่แอบซุ่มอยู่ก็ดำน้ำออกไปแล้วทำทีเหมือนคนกำลังจะจมน้ำอยู่ในทะเล กะรัตเห็นตกใจ ร้องให้คนช่วยก็ไร้เงาผู้คนจึงตัดสินใจว่ายน้ำออกไป ขณะกะรัตดึงร่างสายน้ำผึ้งขึ้นมา จึงพบแต่รอยยิ้มอาฆาต และคำพูดแสดงความเกลียดชัง คลั่งแค้น กะรัตที่ไม่ทันระวังตัว ถูกสายน้ำผึ้งกดน้ำอย่างแรงจนกะรัตจมดิ่งลงไป สายน้ำผึ้งยิ้มสะไจก่อนว่ายน้ำหนีจากเหตุการณ์ จึงไม่ทันเห็นพิศุทธิ์ที่รู้ความจริงจากบัญชาว่ากะรัตนั้นรักเขาด้วยหัวไจ จึงตามมาเพื่อปรับความเข้าใจ ทำให้พิศุทธิ์มาเห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยกะรัตไว้ แต่พิศุทธิ์ก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อพบว่ากะรัตไม่หายใจเสียแล้ว พิศุทธิ์รีบพาตัวกะรัตไปโรงพยาบาล ระหว่างทาง เขาร้องขอชีวิตของกะรัตคืนมา พรํ่าบอกรักกะรัตเป็นร้อยครั้ง พิศุทธิ์เหมือนตายทั้งเป็นเมื่อคิดว่าจะต้องสูญเสียกะรัตไป แต่แล้วโชคชะตาก็ไม่ใจร้ายกับเขาจนเกินไปนัก ขณะที่เขาบอกรัก และขอคำรักจากกะรัต กะรัตก็ตื่นลืมตา พ้นจากอาการหยุดหายใจชั่วขณะ

พิศุทธิ์กอดกะรัตไว้แนบอก ร้องไห้ดีใจที่ได้กะรัตกลบคืนมา กะรัตเองที่ผ่านความตายและความสูญเสีย รู้สึกตื้นตันที่เกิดมาได้รับความรักจากผู้ชายแสนดีอย่างพิศุทธิ์ งานฉลองการเริ่มต้นขึ้น ชีวิตคู่ของทั้งสองถูกจัดขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความยินดีของทุกคน พร้อม ๆ กับการรับรู้ว่าสายน้ำผึ้งถูกจับตัวไปดำเนินคดีฐานพยายามฆ่า ส่วนลูกชายคนเดียวของสายน้ำผึ้ง ก็อยู่ในความอุปการะของรสสุคนธ์ โดยมีกะรัตและพิศุทธิ์คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ พิศุทธิ์และกะรัตจดทะเบียนสมรสกันอีกครั้ง…แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างจากครั้งแรก… เพราะการจดทะเบียนครั้งนี้ เป็นการจดทะเบียนเพื่อแสดงว่าทั้งสองคือบุคคลคนเดียวกัน มิใช่การตีตราแสดงความเป็นเจ้าของเหมือนที่ผ่านมา ติดตามชม ละครสามีตีตรา

นักแสดง สามีตีตรา

ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ รับบท พิศุทธิ์
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบท กะรัต
วรัทยา นิลคูหา รับบท สายน้ำผึ้ง
จรณ โสรัตน์ รับบท ศิวา
เดียร์น่า ฟลีโป รับบท กันตา
มยุรา เศวตศิลา รับบท เนื้อแพร
จริยา แอนโฟเน่ รับบท พวงหยก
พิจิตรา สิริเวชชะพันธ์ รับบท กุนตี
ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท กฤช
สันติสุข พรหมศิริ รับบท ท่านชายอ๊อด
จารุวรรณ ปัญโญภาล รับบท หม่อมมลุลี
สุประวัติ ปัทมสูต รับบท บัญชา
ปวีณา ชารีฟลกุล รับบท รสสุคนธ์
ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท นวล