Author Archives: admin

ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว

ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เสือเหนาะตกใจสุดขีดวิ่งหนีออกจากถ้ำ มีอาการเหมือนคนวิกลจริตแบบที่คนโบราณเรียกว่า “เป็นไข้หัวโกร๋น” มหาเสน่ห์เห็นพี่ชายหายไปหลายวันจึงออกตามหาพร้อมด้วยมะขิ่น พบเสือเหนาะพูดจาไม่รู้เรื่องพร่ำบ่นแต่เรื่องขุมทองในถ้ำ และทหารญี่ปุ่นทั้งหมดพยายามกลับไปที่ถ้ำแต่ไม่พบ
มหาเสน่ห์เชื่อเรื่องที่เสือเหนาะพูดเพราะมีทองแท่งหนึ่งประทับตราภาษาญี่ปุ่นเป็นเครื่องยืนยัน หลายปีต่อมา เสือเหนาะกลายเป็นคนบ้าบอพูดจาแต่เรื่องขุมทรัพย์ กินเหล้าหัวราน้ำจนไม่มีใครเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง มหาเสน่ห์เห็นแก่อนาคตของมะขิ่น จึงได้ขายทรัพย์สมบัติบางส่วนของเสือเหนาะส่งให้มะขิ่นไปอยู่กับป้าที่กรุงเทพฯ เพื่อเรียนหนังสือ ส่วนตัวเองก็ทำกิจการให้เช่าเรือแพ สำหรับนักท่องเที่ยว

นายฮิโรชิ อายุ 50 ปี ปัจจุบันเป็นผู้จัดการใหญ่ของบริษัทญี่ปุ่นที่มันคงแห่งหนึ่ง เขามีภรรยาเป็นคนไทยชื่อ เสาวลักษณ์ ดำเนินกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสีลม ทั้งสองมีลูกด้วยกันเป็นชายชื่อ ธนา หรือ ทาคุมิ เรียนจบ ม.6 ในเมืองไทย ฮิโรชิจึงส่งลูกชายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในโตเกียวในสาขาธรณีวิทยาจนใกล้จะจบปริญญาโท แต่ธนาวัยเด็กเป็นคนชอบเล่นกีฬา แม้จะมีสายเลือดญี่ปุ่น แต่มวยไทยเป็นสิ่งที่ธนาชอบ นอกจากนั้นเขาก็ยังชอบการเดินทางท่องเที่ยว ในช่วงปิดภาคเขาจึงชอบขอเงินพ่อไปเที่ยวดูสิงสาราสัตว์อยู่แถวอาฟริกาใต้ ฮิโรชิยามว่างของเขาก็คือการออกไปตกปลาแถวแม่น้ำแคว หรือตามเขื่อนแถบนั้นจนคนในท้องที่รู้จักนายฮิโรชิกันหมด การไปเมืองกาญจน์บ่อยๆ ของนายฮิโรชิมีสิ่งเคลือบแฝงที่ไม่มีใครรู้
แม้กระทั่งเสาวลักษณ์ ฮิโรชิจะไปกับนายแก้วคนรถ ซึ่งรับใช้มานานนับสิบปี พ่อของฮิโรชิคือ นายทหารญี่ปุ่นซึ่งเคยมาประจำการอยู่ในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พ่อของเขารู้เรื่องการซุกซ่อนทองนับสิบตันอันเป็นขุมทรัพย์นั้นอยู่ตรงไหน แต่มั่นใจว่ามันมีอยู่จริงในถ้ำแห่งหนึ่งแนวชายแดนไทยติดต่อกับเมียนม่า และแผนที่ลายแทงถูกซ่อนไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง ฮิโรชิเก็บความเชื่อนี้ไว้นานปี เขาเชื่อว่าพ่อต้องไม่โกหกเขา

มะขิ่นกำลังฝึกซ้อมเทควันโดเพื่อเข้าแข่งขันในวิทยาลัย เธอต้องสละสิทธิ์ในการแข่งขันเพื่อกลับบ้านมางานศพพ่อด้วยความแค้น และความสงสัย ลูกเสือก็ย่อมมีเลือดเสือ เธอประกาศว่าจะหาคนฆ่าพ่อให้ได้ และจะค้นหาแหล่งขุมทรัพย์ให้ได้เพื่อพ่อ บ้านมหาเสน่ห์ถูกรื้อค้นกระจุยกระจายในคืนวันนั้น ทำให้มหาเริ่มรู้ว่าการมีลายแทงไว้กับตัวเป็นอันตราย เขาไม่รู้ว่าใครฝ่ายไหนต้องการลายแทง การหายไปอย่างไร้ร่องรอยของฮิโรชิ
ทำให้เสาวลักษณ์ต้องเรียกตัวธนากลับมา ธนาต้องบินด่วนจากโยฮันเนสเบอร์กสู่กรุงเทพฯ อย่างกะทันหัน ธนาไม่ได้เค้าเงื่อนอะไรจากแม่เพราะพ่อไม่เคยเล่าให้ฟัง เขาจึงมุ่งการสืบหาไปที่สถานฑูตญี่ปุ่นและกัลยา เลขาฯ ของพ่อ กัลยาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ กัลยาพาเขาไปหาในโนโบรุที่พัทยา ก็ได้เรื่องเพียงว่าพ่อหักหลังเขาในการดำน้ำหาลายแทงขุมทรัพย์ เมื่อได้แผนที่แล้วก็ยิงลูกน้องเขาสองคนบาดเจ็บแล้วหนีไป ธนาไม่เชื่อว่าพ่อจะเป็นคนอย่างนั้น แต่เขาก็เก็บความสงสัยไว้เงียบๆ โนโบรุประกาศว่าเขาจะไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับคนที่เคยหักหลังเขา และขออยู่อย่างสงบ สอนดำน้ำต่อไป

นักแสดงละคร ขุมทรัพย์แม่น้ำแคว

อู๋-นวพล ภูวดล
เมย์-บัณฑิตา ฐานวิเศษ

ขุมทรัพย์อมตะนคร

โยธิน ราชอิงควัตร (สุเชาว์ พงษ์วิไล) นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ได้เดินทางเข้าป่าเพื่อตามหาเมืองแห่งพุทธะ เมืองลึกลับในตำนาน เพื่อสานฝันของภรรยาสุดที่รักซึ่งเป็นนักโบราณคดีให้เป็นจริง เขาออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าป่าต้องห้ามทิ้งให้ เฌอปรางค์ (เจนสุดา ปานโต) ทายาทสาวคนเดียว เป็นผู้ดูแลกิจการแทน

โยธา (ทองขาว ภัทรโชคชัย) น้องชายของโยธิน มีแผนฮุบสมบัติ จึงจ้างทหารรับจ้างตามไปฆ่าโยธินในป่า ทหารรับจ้างฆ่าลูกหาบเสียชีวิตส่วนโยธินหนีไปได้จนพบถ้ำที่เป็นปากทางเข้า เมืองแห่งพุทธะและผ่านเข้าไปจนถึงเมืองแห่งพุทธะที่สุขสงบแล้วหมดสติไป ส่วนพวกทหารรับจ้างด้วยความละโมบโลภเมื่อเห็นสมบัติในถ้ำทำให้ถูกวิญญาณของ ผีหลวงที่ปกปักรักษาเมืองลึกลับทำร้ายจนเสียชีวิตทั้งหมด

ทางกรุงเทพฯ โยธาฉวยโอกาสที่โยธินหายเข้าป่าวางแผนยักยอกเงิน แต่เฌอปรางค์ขัดขวางไว้สร้างความไม่พอใจให้โยธา วันหนึ่งเฌอปรางค์ได้ข่าวจากสรวงทนายประจำตระกูล ว่ามีคนพบศพลูกหาบของโยธิน ทั้งโยธาและศรีวรางค์ (วิยะดา อุมารินทร์) อาสะใภ้ของเฌอปรางค์เป็นภรรยาของโยธีน้องชายคนเล็กของโยธิน ปิ่นแก้ว (จุฬาลักษณ์ กฤติยารัตน์) ลูกสาวของศรีวรางค์ และญาติคนอื่นๆ ที่หวังในสมบัติของโยธิน ต่างก็เชื่อว่าโยธินตายแล้วและเร่งรัดให้สรวงเปิดพินัยกรรม..ยกเว้น เฌอปรางค์ที่ยืนกรานว่าจะออกตามหาพ่อ..สรวงอยากช่วยเฌอปรางค์จึงโกหกว่า โยธินได้นำเอาพินัยกรรมติดตัวไปด้วย ทุกคนจึงคิดจะติดตามเฌอปรางค์ไปตามหาโยธิน รวมทั้งธนาคาร (ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์) คู่หมั้นหนุ่มของเฌอปรางค์ก็คิดจะติดตามเธอไปด้วย

แม่อบ (มาเรียม คำเมือง) แม่นมของเฌอปรางค์ขอให้ บารมี (คงกระพัน แสงสุริยะ) ลูกชายซึ่งเป็นนายทหารพรานฝีมือดีนำทางให้ และขอตามไปดู้แลเฌอปรางค์ในป่าด้วย บารมีแนะนำว่านายพรานผู้เก่งกล้าพอที่จะนำทางเฌอปรางค์เข้าไปที่ป่าอาถรรพ์ และเมืองลึกลับนั้น มีเพียงคนเดียวคือ สิงห์ สมิงไพร (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) แต่สิงห์ปฏิเสธงานนี้ เพราะเขารู้ดีว่าที่นั่นมีอันตรายมาก เฌอปรางค์จึงตัดสินใจเดินทางไปขอร้องสิงห์ด้วยตัวเอง ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่ต้น สิงห์เตือนให้เธอเลิกล้มความคิดพร้อมเล่าตำนานเมืองพุทธะให้ฟัง เมื่อธนาคารได้ยินว่าเมืองพุทธะเต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติมากมายก็ยิ่งสนใจมาก แต่เฌอปรางค์ต้องการจะไปตามพ่อของเธอ สิงห์เห็นแก่ความรักที่เฌอปรางค์มีต่อพ่อ จึงยอมรับจ้าง

และอีกเหตุผลที่ทำให้สิงห์ตัดสินใจเดินทางเข้าป่าอาถรรพ์เพราะเมื่อ 20 ปีก่อน ขามพ่อของเขาได้นำทางนักโบราณคดีคนหนึ่ง (แม่ของเฌอปรางค์)เข้าไปที่นั่นแล้วทั้งคณะเสียชีวิตลงก่อนที่จะไปถึง มีเพียงเฒ่าบ้า (ครูช่าง ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง) พรานผู้เชี่ยวชาญอาคมคนเดียวที่รอดออกมาได้ สิ่งนี้เป็นฝันร้ายที่ฝีงใจสิงห์มาตลอด และเขาต้องการจะไปค้นหาความลับของเมืองนี้เช่นกัน

สิงห์เตรียมคนออกเดินทางมีเฒ่าบ้า และหนานเมือง เป็นพรานคู่ใจส่วนไพร (ตวง ภัสสรี กังวานพงศ์) พรานสาวคู่หูของสิงห์ ที่เคยทำงานร่วมกัน บังเอิญได้รับบาดเจ็บสิงห์จึงเข้าป่าไปโดยไม่ชวนไพร นอกจากนี้ยังมีมะเมี๊ยะ (ภุมวารี ยอดกมล) เด็กสาวชาวเขาจอมแก่นเป็นลูกทีมด้วย

เมื่อถึงวันเดินทางเฌอปรางค์ตกใจเมื่อเห็นว่าญาติๆ ของเธอขอติดตามไปด้วย เพราะต่างหวังในมรดกของโยธิน รวมทั้งธนาคารและกรินทร์ (สรณัฐ มัสยวาณิช) น้องชาย สิงห์เห็นคณะของเฌอปรางค์ที่ยกโขยงกันมา ก็ไม่พอใจแต่ก็จำใจเดินทางต่อไป

ศักดิ์ลูกน้องของโยธา ได้รับคำสั่งตามหาโยธินแย่งเอาพินัยกรรมมาให้ได้ก่อน ศักดิ์ติดต่อไพรให้เป็นพรานนำทาง ไพรตกลงโดยหวังจะเดินทางตามสิงห์ที่ล่วงหน้าไปก่อนให้ทัน ด้วยความเป็นห่วงส่วนโยธาคิดฉวยโอกาสที่เฌอปรางค์ไม่อยู่ยักยอกเงินบริษัท แต่เฌอปรางค์ สั่งระงับคำสั่งทุกอย่างของโยธาไว้ก่อน โยธาโกรธมากสั่งให้ศักดิ์เปลี่ยนแผนตามหาโยธินมาเป็นตามฆ่าเฌอปรางค์แทน

ระหว่างการเดินทางปิ่นแก้วและศรีวรางค์สร้างความปั่นป่วนอยู่ตลอดเวลา ปิ่นแก้วเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมะเมี๊ยะ แต่กรินทร์กลับสนใจในความซื่อบริสุทธิ์ของเธอ สิงห์กับเฌอปรางค์ก็งัดข้อกันไปตลอดทางปิ่นแก้วยุให้ธนาคารปล้ำเฌอปรางค์ แต่สิงห์มาช่วยไว้ทัน เฌอปรางค์โกรธและยกเลิกการหมั้นกับธนาคาร

พวกของศักดิ์ที่นำโดยไพรเร่งเดินทางตามมา ศักดิ์กลัวจะตามคณะของสิงห์ไม่ทันจึงวิทยุไปบอกพวกทหารกะเหรี่ยงให้ดักจับ ตัวพวกสิงห์ไว้ คืนนั้นทหารกะเหรี่ยงบุกเข้ามาจับตัวทุกคน สิงห์ได้พบกับไพรและพวกของศักดิ์ ไพรขอร้องให้ปล่อยสิงห์ไปศักดิ์จึงจับไพรขังอีกคน เฌอปรางค์รู้ความจริงว่าโยธาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมด สิงห์วางแผนหนีจนเกิดการต่อสู้ขึ้น ไพรและเฌอปรางค์หนีไม่รอดถูกจับตัวไปได้อีก ภายในห้องขังไพรบอกเฌอปรางค์เป็นนัยๆ ว่าสิงห์กับตนเป็นคู่รักกัน โยธาได้รู้เรื่องทรัพย์สมบัติในเมืองพุทธะเขาละโมบอยากได้สมบัติจึงบังคับ ให้ไพร เป็นพรานนำทางเข้าเมืองพุทธะและตามหาโยธิน

ไพรวางแผนพาเฌอปรางค์หนีออกมาได้ เฌอปรางค์วิ่งหนีเข้าป่าหลงทางกับไพรและสลบไป แต่ด้วยอำนาจของผีหลวงที่ปกป้องคนดี ได้นำทางให้สิงห์มาพบเธอ สิงห์อุ้มเฌอปรางค์กลับไปที่แคมป์เฌอปรางค์ฟื้นในเวลาต่อมา พร้อมกับบอกสิงห์ถึงจุดนัดพบที่ไพรบอกไว้ แต่สิงห์มาช้าเกินไปเพราะไพรได้รับบาดเจ็บและหมดสติจนชาวเขาเข้ามาช่วยไว้ สิงห์เลยหาไพรไม่พบ

ไพรฟื้นสติมาได้ นึกโทษว่าเป็นความผิดของเฌอปรางค์และคิดแค้น จึงรีบออกตามหาคณะเดินทาง การเดินทางลำบากขึ้น ศรีวรางค์ป่วยหนักและเสียชีวิต ปิ่นแก้วคิดฆ่าเฌอปรางค์ เฌอปรางค์วิ่งหนีเข้าป่าและตกลงไปในหลุมขวาก สิงห์ตามมาช่วยแต่ทั้งคู่กลับหลงป่าและเฌอปรางค์ล้มป่วย สิงห์ดูแลอย่างใกล้ชิด และนี่เองที่ทำให้ทั้งสองเรียนรู้กันและกันอย่างลึกซึ้ง จนกลายเป็นความรัก แต่ต่างฝ่ายก็หยิ่งเกินกว่าจะบอกให้อีกฝ่ายได้รู้ ฝ่ายบารมีกลายเป็นหัวหน้าคณะแทนสิงห์ออกเดินทางตามหาสิงห์และเฌอปรางค์จนพบ

ในที่สุดพวกของสิงห์ก็มาพบไพร ไพรด่าว่าเฌอปรางค์ที่ทิ้งเธอโดยที่หยิงสาวไม่มีโอกาสแก้ตัวเลย คณะทั้งหมดเดินทางไปถึงทางเข้าเมืองพุทธะ พวกโยธาตามมาติดๆ พวกสิงห์รีบหนีเข้าป่าอาถรรพ์เฒ่าบ้าเริ่มคลุ้มคลั่งในป่าอาถรรพ์แห่งนี้ บาดแผลและด้านมืดในใจของทุกคนก็ค่อยๆ ปรากฎออกมา สิงห์เริ่มมีอาการหวาดกลัว จากเรื่องราวในอดีต ไพรคิดฆ่าเฌอปรางค์โดยยืมมือปิ่นแก้ว สิงห์ช่วยเฌอปรางค์ไว้ได้แต่เจ็บตัวเสียเอง ทำให้ไพรยิ่งแค้นใจ

ในที่สุด โยธา ก็ตามมาทันพวกสิงห์หนีต่อเข้าไปในถ้ำและไล่ฆ่ากัน ความชั่วร้ายนี้ได้ปลุกวิญญาณอารักขาออกมาตรงเข้าทำร้ายทุกคนในถ้ำ จนต้องหนีตายกันอีกครั้ง ระหว่างทางที่หนีไพรต่อว่าสิงห์ และพูดถึงความสัมพันธ์เก่าๆ สิงห์จึงพูดให้ไพรเข้าใจว่าเขาไม่เคยรักไพรอย่างคู่รักเลย เขาให้ได้แค่ความรักของพี่น้องเท่านั้น ไพรเข้าใจเรื่องทั้งหมดด้วยหัวใจที่แตกสลาย สุดท้ายไพรสละชีวิตเพื่อป้องกันเฌอปรางค์ เป็นการชดใช้ความผิดที่เธอเคยทำไว้กับเฌอปรางค์

โยธาหนีมาเจอพวกสิงห์และเกิดการต่อสู้กันอีก ผีหลวงที่ตามมาตรงเข้าทำร้ายโยธา แต่โยธาสังเกตว่าผีหลวงไม่ทำร้ายเฒ่าบ้าเลย จึงจับตัวเฒ่าบ้าไว้พร้อมๆ กับที่สิงห์พาเฌอปรางค์หนีไปจนถึงทุ่งกว้างสีเขียวขจีและได้พบกับโยธิน เฌอปรางค์ขอร้องให้พ่อกลับไปอยู่กับตน แต่โยธินได้รับรู้และเข้าใจถึงความสงบสุขทางจิตใจที่ได้รับจากดินแดนพุทธะ แห่งนี้ และเชื่อว่าเฌอปรางค์เติบโตได้โดยไม่ต้องมีพ่ออีกต่อไปแล้ว…

โยธาที่ตามมา ทวงถามเรื่องพินัยกรรมจากโยธิน พอรู้ว่าไม่มีพินัยกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ก็คลุ้มคลั่ง จับเฌอปรางค์เป็นตัวประกัน พระพุทธรูปทองคำในเมืองพุทธะเกิดมีน้ำตาไหลออกมาเป็นสายเลือด ก่อนจะค่อยๆ ปริร้าวทีละน้อยๆ โยธาที่คลุ้มคลั่งหนักขึ้น ไล่ยิงทุกคน ก่อนที่พระพุทธรูปทองคำจะหักโค่นลงมาเศษองค์พระกลิ้งหล่นลงมาทับโยธาตาย…

องค์พระที่ปริร้าวลงเรื่อยๆ จนใต้ฐานบังเกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ดูดวิญญาณของเฌอปรางค์ลงไป โยธินให้สิงห์รีบลงไปช่วย มิเช่นนั้นเธอจะไม่ได้กลับมาอีก สิงห์นึกถึงคำของเฌอปรางค์ ที่ว่า “ถ้าเราไม่สู้ เราก็ต้องกลัวตลอดไป” “เอาชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว” สิงห์กระโดดตามลงไป..

สิงห์ตรงเข้าไปช่วยเฌอปรางค์ไว้ได้ พร้อมๆ กับที่ภาพของเมืองพุทธะที่ถูกทำลายไปจะเป็นเหมือนวิดีโอที่ถูกกรอกลับ มาเป็นเมืองสงบสุขสวยงามเช่นเดิม…ทุกคนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ

นายสรวงขอโทษและสารภาพว่า เขาเป็นคนเก็บพินัยกรรมไว้เอง แต่เฌอปรางค์กลับขอบคุณที่ทำให้เธอได้พบพ่ออีกครั้ง…สิงห์กลับไปเป็นหมอ อีกครั้ง ในวันที่เฌอปรางค์ให้กำเนิดทายาทตัวน้อยๆ ของเขาและเธอ

รายชื่อนักแสดงละคร  ขุมทรัพย์อมตะนคร

ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง                    แสดงเป็น                    สมิงไพร
เจนสุดา ปานโต                     แสดงเป็น                    เฌอปรางค์
คงกะพัน แสงสุริยะ                   แสดงเป็น                    บารมี
ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์                    แสดงเป็น                    ธนาคาร
ภัสสรี กังวานพงศ์                    แสดงเป็น                    ไพร
จุฬาลักษณ์ กฤติยารัตน์                 แสดงเป็น                    ปิ่นแก้ว
ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง              แสดงเป็น                    เฒ่าบ้า
สรณัฐ มัสยวาณิช                    แสดงเป็น                    กรินทร์
ภุมวารี ยอดกมล                      แสดงเป็น                    มะเมี๊ย
ทองขาว ภัครโชคชัย                  แสดงเป็น                    โยธา
วิยะดา อุมารินทร์                        แสดงเป็น                    ศรีวรางค์
มาเรียม คำเมือง                        แสดงเป็น                    แม่นม

ขุนศึก

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เสมาชายหนุ่มร่างกายกำยำ บุตรชายของมั่น ที่มีอาชีพเป็นช่างตีเหล็ก มีความสามารถในการใช้ดาบสองมือ พยายามที่จะเข้ารับราชการทหาร เพื่อต้องการหลุดพ้นจากความยากจน และตกหลุมรักเรไร ลูกสาวคนสวยของขุนรามตั้งแต่แรกพบ แต่ด้วยฐานะที่แตกต่างกันทำให้เสมาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้หน้าที่การงานของตนสามารถเทียบเท่ากับขุนรามผู้เป็นพ่อของเรไรซึ่งเป็นหัวหน้าและคนฝึกทหารให้กับเสมา โดยมีขันชายหนุ่มที่มีฐานะความเป็นอยู่ที่เพียบพร้อมและเป็นหัวหน้าที่มีฝีมือดีที่สุด ทั้งคู่เคยประลองดาบสองมือกันแต่ขันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพราะเกิดประมาท จึงทำให้ขันเจ็บใจและอิจฉาเสมา อีกทั้งตัวขันเองก็แอบชอบเรไรอยู่เช่นกัน เลยทำทุกอย่างที่จะกลั่นแกล้งเสมาเพื่อขัดขวางไม่ให้เสมาสมหวังในทุกๆเรื่อง ส่วนตัวเรไรก็แอบชอบเสมาอยู่เช่นกัน ทำให้ทั้งคู่แอบพบกันอย่างลับๆ จนเรื่องไปถึงหูของขุนรามทำให้ขุนรามไม่พอใจ ส่วนขันที่ริษยาเสมาได้วางแผนที่จะจีบจำเรียง น้องสาวของเสมาเพื่อเป็นการแก้แค้น และแม้ว่าเสมาจะได้ร่วมทำศึกถึงสองครั้งทำให้เสมาได้รับตำแหน่งเป็นหมื่นศึกอาสา โดยมี สินและสมบุญ เป็นลูกน้องคู่ใจ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เสมามีชีวิตที่ดีขึ้นเพราะถูกขัน และ พุฒ ลูกน้องคนสนิท กลั่นแกล้ง ทำให้เสมาต้องตีเหล็กเพื่อหาเงินและทำให้ได้พบกับเอื้อยแตงเพื่อนสมัยเด็กของเสมาที่แอบชอบเสมาอยู่ จึงทำให้เรไรเข้าใจผิดคิดว่าเสมานอกใจ

ประจวบกับพุฒที่จีบบัวเผื่อนหวังจะใช้เป็นเครื่องมือในการที่จะทำให้เรไรโกรธกับเสมา ทำให้เสมาต้องแอบไปพบเรไรจนขุนรามจับได้จึงสั่งขังเรไรเพื่อเป็นการทำโทษ ทำให้ขันฉวยโอกาสขอหมั้นกับเรไรแต่ถูกขัดขวางจากเสมาเสียก่อนเลยวางแผนที่จะเอาจำเรียงมาเป็นเมียน้อยเพื่อแก้แค้น เสมารู้ข่าวจึงคิดเข้าไปช่วยจำเรียง จนได้พบกันดวงแขน้องสาวคนสวยของขัน เสมาจึงแกล้งลวนลามเพื่อเป็นการแก้แค้น จากนั้นเสมาได้ออกรบกับสมเด็จพระนเรศวรอีก 2 ครั้ง จนได้รับความดีความชอบเป็น หลวงโจมจตุรงค์ ส่วนขุนรามได้กลับจากศึกโดยได้รับความช่วยเหลือจาก ขัน และ พุฒ ทำให้ยิ่งไว้ใจทั้งสองคนมาก จนทำให้ทั้งสองคนเป่าหูขุนรามและครอบครัวจนเรไรตัดสินใจยอมแต่งงานกับขัน และจากเหตุการณ์นี้ทำให้เสมาเสียสมาธิในการรบจนทำให้ทัพไทยพ่ายแพ้ สมเด็จพระนเรศวรทรงพระพิโรธจึงสั่งถอดยศริบทรัพย์และส่งไปเป็นคนเลี้ยงช้าง ทำให้ชีวิตของเสมาตกต่ำถึงขีดสุด ตรงกันข้ามกับขุนราม ขัน และพุฒ ที่ก้าวหน้าทางการงานอย่างมาก

จนกระทั่งเสมาได้พบกับพันจิตรเสน่หา นายทหารรับใช้ของสมเด็จพระเอกกาทศรถ เลยทำให้ขันได้มีโอกาสได้ประลองกับขุนจำนงรักษา ยอดฝีมือเพลงทวนประจำวังจนได้รับชัยชนะและได้เข้าร่วมทัพไปต่อสู้เพื่อไถ่โทษ จนเสมาสามารถตัดหัวของแม่ทัพพม่าที่ไม่มีทหารคนใดในอยุธยาทำได้ และร่วมทำศึกกับพระเอกาทศรถอีก 2 ครั้ง จนได้รับตำแหน่งเป็น พระยามหาสงคราม รับใช้สมเด็จพระเอกาทศรถทำให้เสมาร่ำรวยและใช้หนี้ขันได้จนหมด ส่วนขันและพุฒทำงานผิดพลาดจนถูกลงโทษให้ออกจากราชการ แถมยังทำร้ายพี่ชายของขุนรามเลยทำให้ขุนรามถอนหมั้นขันกับเรไร เสมาได้อากาสจึงทูลขอเรไรจากสมเด็จพระเอกาทศรถ ก่อนทั้งคู่จะได้แต่งงานและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สมกับที่ทั้งคู่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคกันมาอย่างยากลำบาก

นักแสดงละคร ขุนศึก

อธิชาติ ชุมนานนท์ แสดงเป็น เสมา
เณอมาลย์ บุญศักดิ์ แสดงเป็น เรไร
พรชิตา ณ สงขลา แสดงเป็น ดวงแข
เกตุกมล ล่าทา แสดงเป็น สมบุญ

ขุนเดช

ขุนเดช เริ่มต้นเรื่องราวที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลจากภายนอก เข้ามาลักลอบขโมยพระพุทธรูปและเครื่องสังคโลก ที่บริเวณกรุวัดเก่าในอุทยานแห่งชาติสุโขทัย ซึ่งสิ่งของเหล่านี้เปรียบได้กับเป็นมรดกของชาติที่ล่ำค่า  ที่เป็นเสมือนสิ่งตกทอดจากบรรพบุรุษมาสู่รุ่นลูกหลาน ที่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของลูกหลานรุ่นต่อไปที่ต้องอนุรักษ์ไว้ แต่ซ้ำร้ายกลุ่มโจรชั่วกลับฮึกเหิมชักจูงชาวบ้านในหมู่บ้านให้เห็นคล้อยตามมาเป็นพวกของตน แล้วจะแบ่งเงินค่าขุดของเก่าให้เป็นรางวัลตอบแทน และยังอ้างอีกว่าบรรพบุรุษคงไม่ว่าอะไรเพราะเป็นเหมือนสมบัติของลูกหลานที่ต้องกินต้องใช้ต่อไปภายภาคหน้า เรื่องนี้เข้าไปถึงหูขุนเดช ที่เป็นคนเพียงคนเดียวในหมู่บ้านที่จะปราบอำนาจชั่วร้ายเอาไว้ได้ เมื่อเขารู้ข่าวก็ถือมีดดาบเข้าไปห้ำหั่นพวกขายชาติ แต่สุดท้ายแล้วขุนเดชกลับถูกพวกคนชั่วและชาวบ้านทำร้าย จับตัวขุนเดชและถูกตรึงกางเขนบนกรุของวัดเก่าแห่งนั้นด้วยสภาพเลือดโทรมกาย

 

แต่คนดีอย่างขุนเดชย่อมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ยังมีชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับการขุดของเก่ามาขาย ช่วยเขาเอาไว้ให้พ้นจากความตายที่ได้รับ เมื่อขุนเดชหายดีเรี่ยวแรงและกำลังกลับมาอีกครั้ง ทีนี้เขาคิดจะถอนรากถอนโคนคนชั่วโดยการฆ่าไอ้ตัวหัวหน้าซะ แต่ซ้ำร้ายเรื่องราวกลับไม่ได้ยุติลงแค่นี้เมื่อข่าวการตายของหัวหน้าโจรชั่วไปถึงหูผู้เป็นพ่อ ความอาฆาตและรุนแรงจึงทวีขึ้นเป็นเท่าตัว ในขณะที่ขุนเดชต้องหนีตายอย่างหัวซุกหัวซุน ทิ้งให้ชาวบ้านต้องรับกรรมโดยการถูกฆ่าตายไปเรื่อยๆ เมื่อพวกมันยังไม่ได้ตัวขุนเดช มันก็ไม่ยอมไปจากทีนี้ ซ้ำร้ายยังเข้ามาทำลายบริเวณกรุวัดเก่าเพื่อแก้แค้นให้หนำใจ ชาวบ้านต้องเข้าไปอาศัยวัดและพระเป็นที่พักพิง แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้คนชั่วเกรงกลัวแต่อย่างใด พวกมันจับชาวบ้านและพระเป็นตัวประกัน และขุดหลุมฝั่งชาวบ้านให้เหลือแต่หัวโผล่ขึ้นมากลางเปลวแดดร้อนที่แผดเผา ขุนเดชไม่อาจทนหนีได้อีกต่อไป เมื่อทุกคนต้องทนเดือดร้อนเพราะเขา การเผชิญหน้าของขุนเดชกับเหล่าโจรชั่วจึงเกิดขึ้น สุดท้ายแล้วความชั่วก็ไม่อาจชนะความดีไปได้

ขิงก็ราข่าก็แรง 2549

ณิช อมรเกียรติ นักข่าวสาวไฟแรง น้องสาวของ ภรณี ทั้งคู่กำพร้าพ่อแม่ แต่มีแม่ชีสุดา น้องสาวของพ่ออุปการะเลี้ยงดู แม่ชีไม่สามารถส่งเสียให้สองพี่น้องเรียนหนังสือได้สูงๆ ภรณีจึงเสียสละให้น้องสาวได้เรียนจนจบนิเทศศาสตร์ และจบมาทำงานเป็นนักข่าวได้สมใจปรารถนา ภรณีเป็นเมียลับๆ ของ ไพรุต นักธุรกิจวัยกลางคน ทั้งที่เขามีลูกเมียอยู่แล้วคือ วรกานต์ มีลูกสาวชื่อ เพียงเพ็ญ ไพรุตซื้อบ้านหลังเล็กๆ ให้ภรณีอยู่กับณิช

แต่ไม่ยอมโอนบ้านให้ภรณีเป็นเจ้าของ ทำให้ณิชไม่ค่อยพอใจนัก จึงเป็นคู่ปากคู่ปรับกันเรื่อยมา แม่ชีสุดาชอบไปเยี่ยมคนไข้ที่โรงพยาบาลโรคจิตเป็นประจำ จึงสนิทสนมกับ รุ่งทิพย์ เป็นพิเศษ รุ่งทิพย์มารักษาอาการทางจิตเพราะเจ็บปวดที่ สารนาท สามีและเป็นเจ้าของบริษัทเดินเรือมีนิสัยเจ้าชู้ สารนาทเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุให้รุ่งทิพย์ต้องเข้ารักษาอาการทางจิต เขาจึงหยุดความเพลย์บอย

หันมาเลี้ยงดูลูกชาย ปวีร์ และมุ่งทำงานหนัก โดยมี วศิน น้องชายเป็นผู้ช่วย ปวีร์เรียนจบจากต่างประเทศก็กลับมาช่วยทำงานที่บริษัท วันหนึ่งขณะที่ณิชอยู่เวรที่โรงพิมพ์ เธอก็ได้รับแจ้งจาก ภัทรา เพื่อนสนิทโทร.มาบอกว่ารถเก๋งของ สารนาท พิเศษพงษ์ ประสานงากับรถบรรทุกเสียชีวิต ณิชรีบไปทำข่าวและเขียนข่าวลงหน้าหนึ่งในกรอบเช้าทันที ทำให้สารนาทอ่านข่าวนี้ด้วยความโกรธ เมื่อคิดว่าณิชเขียนข่าวมั่ว

ณิช เองก็ตกใจที่ทำข่าวผิดพลาดจึงคิดจะไปขอโทษ แต่ปวีร์ไม่พอใจบีบคั้นไปทางบ.ก.ข่าวให้ไล่ณิชออกจากงาน ณิชกลายเป็นคนตกงานในเวลาชั่วข้ามวัน ณิชได้รับความช่วยเหลือจากภัทราชวนไปทำงานที่หนังสือพิมพ์เดียวกัน โดยมีบ.ก.รุ่นพี่ให้ความช่วยเหลือทำให้ เบญจรัตน์ นักข่าวสาวสังคมไฮไม่พอใจ คิดว่าณิชจะมาแย่งจีบบ.ก.ที่เธอหมายตาอยู่ จึงหาเรื่องกลั่นแกล้งณิชตลอดเวลา

ณิช ไปหาแม่ชีที่โรงพยาบาล เห็นสารนาทและปวีร์มาเยี่ยมรุ่งทิพย์จึงแอบดู ปวีร์เห็นก็คิดว่าเธอสะกดรอยตามมาหาข่าว แต่ณิชปฏิเสธจึงทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุงแรง ณิชแค้นใจมากจึงหาทางแก้แค้น ณิชได้รู้จักกับรุ่งทิพย์เพราะแม่ชีแนะนำ และรุ่งทิพย์ก็ชื่นชมณิชอยู่ไม่น้อยทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็ว อาการของรุ่งทิพย์ดีขึ้นมาก แต่เมื่อสารนาทชวนกลับไปอยู่บ้านก็ไม่ยอม จึงให้ปวีร์ไปขอร้องให้ณิชช่วย

แต่ณิชแกล้งไม่ช่วย สารนาทต้องไปอ้อนวอนด้วยตัวเองจนณิชยอมมาคุยกับรุ่งทิพย์ แต่ณิชกลับชวนรุ่งทิพย์ไปอยู่ที่บ้านเธอ ทำให้ปวีร์ไม่พอใจณิชมากขึ้น อีกทั้งเพียงเพ็ญก็ไม่พอใจเพราะกลัวปวีร์กับณิชจะใกล้ชิดกัน เพียงเพ็ญเป็นเพื่อนกับเบญจรัตน์ทั้งสองจึงหาเรื่องกลั่นแกล้งณิชเสมอๆ เพียงเพ็ญรู้ข่าวว่าพ่อเธอมีเมียน้อยจึงให้เบญจรัตน์ช่วยสืบ และพาไปหาเมียน้อยของไพรุต

แต่กลับพบณิชอยู่ที่บ้านหลังนั้นทั้งสอง จึงปักใจเชื่อว่าณิชเป็นเมียน้อยไพรุต เพียงเพ็ญเล่าให้ปวีร์ฟังณิชจึงถูกปวีร์พูดจาดูถูกเหยียดหยาม เพียงเพ็ญแอบขับรถตามปวีร์ไปที่บ้านของณิช แต่กลับเห็นไพรุตออกมากับภรณี เธอจึงได้รู้ว่าภรณีเป็นเมียน้อยพ่อเธอ ไพรุตขอให้เพียงเพ็ญเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่อยากให้วรกานต์รู้ เพียงเพ็ญไปหาภรณีที่บ้านพูดจาเหน็บแนมต่างๆ นานา

รุ่งทิพย์ได้ยิน ทุกคำพูดจึงไม่ค่อยชอบใจเพียงเพ็ญนัก แม้จะรู้ว่าเพียงเพ็ญคือแฟนสาวของปวีร์ก็ตาม สารนาทขอร้องให้รุ่งทิพย์กลับไปอยู่บ้าน แต่เธอมีข้อเสนอว่าถ้าจะให้เธอกลับก็ต่อเมื่อปวีร์รับปากว่าจะแต่งงานกับณิช เท่านั้น ปวีร์จำยอมรับปากเพื่อเห็นแก่ความสุขของพ่อกับแม่ พอเพียงเพ็ญรู้ว่าปวีร์ต้องแต่งงานกับณิชเพราะถูกรุ่งทิพย์บังคับ เธอจึงให้เบญจรัตน์เขียนข่าวซุบซิบว่ารุ่งทิพย์เคย ป่วยเป็นโรคจิต

อยู่ในโรงพยาบาลบ้ามาก่อน ปวีร์เห็นข่าวนี้ก็คิดว่าณิชเป็นคำทำเพราะมีไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ แม้ณิชจะปฏิเสธแต่ปวีร์ก็ไม่เชื่อเชื่อเพียงเพ็ญมากกว่า ณิชโกรธที่ถูกปวีร์และเพียงเพ็ญดูถูกต่างๆ นานา เธอจึงคิดแก้แค้นด้วยการตอบรับการขอแต่งงานจากรุ่งทิพย์ ไพรุตโกรธที่ณิชยอมแต่งงานโดยแย่งปวีร์ไปจากลูกสาว จึงไล่ให้ภรณีออกจากบ้านแต่ณิชไม่ยอม ณิชประชดด้วยการชวนปวีร์ไปฮันนีมูน

โดย มีรุ่งทิพย์คอยสนับสนุน ปวีร์จำยอมไปเพราะเห็นแก่แม่ ทำให้เพียงเพ็ญแทบคลั่ง แต่เขาก็ให้สัญญาว่าจะไม่มีอะไรกับณิชอย่างแน่นอน แต่ด้วยความดื้อรั้นของณิชยั่วยุอารมณ์ของปวีร์ตลอดเวลา การฮันนีมูนครั้งนี้ปวีร์จึงได้เสียกับณิชด้วยการปลุกปล้ำ ณิชกับปวีร์มีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา และเขาก็ท้าเธอหย่าอยู่เนืองๆ แต่เธอก็ไม่ยอม วรกานต์กับเพียงเพ็ญหาเรื่องไล่ภรณีออกจากบ้าน

จนมี เรื่องกันขั้นรุนแรงทำให้ภรณีพลัดตกจากบันไดจนแท้งลูก ณิชเริ่มแพ้ท้องแต่ก็ไม่ยอมบอกให้ปวีร์รู้ เมื่อเธอเห็นพี่สาวสูญเสียลูกจึงตัดสินใจขอหย่ากับปวีร์ เพื่อไปใช้ชีวิตกับพี่สาวเพียงลำพัง แต่ภรณีกลับบอกให้ปวีร์รู้ว่าณิชกำลังตั้งท้อง ปวีร์จึงตามมาง้อขอคืนดีและปรับความเข้าใจกัน ณิชยังน้อยใจเรื่องที่เขายังติดต่อกับเพียงเพ็ญอยู่ แต่ระยะหลังๆ มานี่เพียงเพ็ญสร้างปัญหาให้ปวีร์ตลอดเวลา

ทำให้เขารู้ว่าอะไรคือ เพชรอะไรคือกรวด ปวีร์บอกเลิกกับเพียงเพ็ญทำให้เพียงเพ็ญช้ำใจมาก วศินติดการพนันจนหาเงินมาใช้หนี้บริษัทไม่ทัน จึงลักลอบค้าวัตถุโบราณนำลงเรือออกต่างประเทศ แต่ณิชจับได้เสียก่อนเขาจึงไปสารภาพผิดกับพี่ชาย ทำให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดี ภรณีตัดสินใจไปบวชชีไพรุตตามไปขอคืนดี แต่เธอก็ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วที่จะใช้ชีวิตสงบอยู่กับพุทธศาสนาให้มีความสุขที่สุด

รายชื่อนักแสดงละคร ขิงก็ราข่าก็แรง

ธนา สุทธิกมล รับบท ปวีร์
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ณิช
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท รุ่งทิพย์
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท สารนาท
อินทิรา เกตุวรสุนทร รับบท เพียงเพ็ญ
ภารดี อยู่ผาสุก รับบท ภรณี
ทะนงศักดิ์ ศุภการ รับบท ไพรุต
ภัสสร บุญยเกียรติ รับบท วรกานต์

ออกอากาศเมื่อ 27 สิงหาคม 2549 — 8 ตุลาคม 2549

ขิงก็ราข่าก็แรง

เรื่องของนักข่าวสาวณิชกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงปวีร์ ณิชมีพี่สาวชื่อ ภรณี ซึ่งเป็นเมียน้อยของไพรุต พ่อของเพียงเพ็ญ พ่อของปวีร์คือสารนาถ แม่ของปวีร์(รุ่งทิพย์)ป่วยเป็นโรคจิตต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะทนความเจ้าชู้ ของสารนาถไม่ไหว แต่เธอเปิดใจกับแม่ชีศรีสุดา

เรื่องที่ทำให้ณิช ต้องมาผัวพันกับสารนาถและปวีร์ เพราะเธอทำข่าวผิด เธอต้องการที่จะขอโทษ สารนาถแค่ถูกขัดขวางโดย ปวีร์เธอมีความมุ่งมั่น ทำให้ในที่สุดเธอก็ได้ขอโทษสารนาถสมใจแล้วเธอก็ลาจากไป

แต่เธอได้มาพบกับสองพ่อลูกอีกครั้งเพราะ เธอเข้าไปเยี่ยมรุ่งทิพย์และรุ่งทิพย์ก็ชอบในความใสซื่อของณิช เพราะณิชมาเยี่ยมรุ่งทิพย์บ่อยๆมำให้อาการของรุ่งทิพย์ดีขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้รุ่งทิพย์สามารถกลับมาอยู่บ้านได้ เมื่อสารนาถและปวีร์มารับเธอไม่ยอมกับบ้าน แต่ยอมไปอยู่บ้านณิชแทน เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ปวีร์จะยอมรับรักณิชเพราะอะไร

ข้าวเปลือก

ละคร ข้าวเปลือก

พ่อเมษเจ้าชู้มากมีเมียหลายคน ทำให้อาอี๊ซึ่งเป็นเมียหลวงเสียใจบ่อย ๆ ทางฝ่ายอาอี๊ มีลูก 5 คน ลูกชาย 4 ลูกสาว 1 กาษฐามีปัญหาทางบ้านเป็นลูกเมียน้อยที่พ่อไม่ไยดี ถูกพี่ชายทำร้าย สุดท้ายต้องย้ายมาอยู่บ้านของเมษ กาษฐามาช่วยเป็นครูสอนการบ้านน้อง ๆ ของเมษ วันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน น้องชายคนเล็กตกสระน้ำจมน้ำเสียชีวิต เมษโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ทุกคนตามหาด้วยความเป็นห่วง เมษได้พบกับลุงคนหนึ่ง และลุงได้ช่วยเตือนสติของเมษ ต่อมาพ่อของเมษเสียชีวิต และทำพินัยกรรม ไว้ กาษฐา บังเอิญมาพบกับเมษ และบอกว่าพ่อของเมษเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ทุกคนรอคอยเมษอยู่ให้กลับไปเป็นหลักให้อาอี๊ กับน้องๆ พ่อได้ยกมรดกเกือบทั้งหมดให้เมษ ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ในการเข้าบริหารห้างสรรพสินค้า เมษพยายามทำทุกอย่างให้ทุุกคนในบริษัทยอมรับ  เมษกลายมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย และหลงไหลในทางการพนัน และตัดสินใจทำธุรกิจคาสิโน   ทำให้ห่างเหินกับกาษฐามากขึ้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามชม ข้าวเปลือก

ออกอากาศ วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม ถึง วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2537

ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : วิลาสิณี
บทประพันธ์ : เพชรน้ำค้าง

นักแสดงละคร ข้าวเปลือก

เต๋า สมชาย เข็มกลัด แสดงเป็น เมษ
แคทลียา อิงลิช แสดงเป็น กาษฐา
สายฟ้า เศรษฐบุตร
อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ
โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร
อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์
คณิต เขียวเซ็น
วทัญญู มุ่งหมาย
มรกต มณีฉาย,
วีระชัย หัตถโกวิท
อนุสรณ์ เดชะปัญญา
พิพัฒน์พล โกมารทัต
วณิษฐา วัชโรบล
สุดารัตน์ เดชากุล
วนัสนันท์ ไกรนรา
มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์
อภิรัฐ ชลาชล
กฤษ กฤษดา
Chosana Suntorn,
มาเซียร์ สุวรรณไตร
ณัฐณิชา อัศรากร
ดนัย พิมพะกร
จิระ รวดเร็ว
ด.ญ. สกุลรัตน์ ใจซื่อ
ด.ช. หฤทธิ์ ยศเมธา
ด.ช. สกล แดงไพสิทธิ์
ด.ช. อภิรัฐ โดเรียน
สรพงษ์ ชาตรี

เนื้อเพลงละคร ข้าวเปลือก

อยู่อย่างถูกชะตา วกวน ต้องทนเก็บเอาไว้
เจ็บปวดแค่ไหนต้องยอมสู้ความเป็นจริง
ถูกคนเขาประนามว่าไม่ดี กับชีวิตนี้ที่ร่วงต่ำ
ทุกอย่างตอกย้ำให้ฉันต้องยิ่งฝ่าไป

** อยากจะเปลี่ยนเป็นคนที่ดี เมื่อใจยังมีหวัง
ก็อยากสักครั้งลบคำพูดคนดูแคลน
อาจจะมองดูเหมือนว่าไม่ดี แต่ในใจนี้ใสสะอาด
ไม่อาจจะวัดว่าร้ายหรือดีอย่างไร

***เห็นกันก็แค่เปลือก ที่หุ้มใจงดงามอยู่ข้างใน
ขอเพียงคนเข้าใจ อย่ามองภายนอกเพียงอย่างเดียว
เห็นกันก็แค่เปลือก ที่เก็บความตั้งใจอยู่ข้างใน
จะรอวันที่ใครๆได้รู้ความจริง

ข้ามเวลาหารัก

พ.ศ. 2535 เพชร (บี้ สุกฤษฎิ์) นักร้องในผับที่มีความฝันอยากออกเทปมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยมี แพรพิมพ์ (วิว วรรณรท) แฟนสาวคอยเป็นกำลังใจ แต่ อภิชาติ (เกรียงไกร อุณหะนันท์) พ่อของพิมพ์ไม่ชอบ เพราะเห็นว่าเพชรเป็นแค่นักร้องไม่มีอนาคต จึงวางแผนให้พิมพ์หมั้นหมายกับ พิษณุ (สถาพร นาควิไล) ลูกชายของ พลากร (สุเชาว์ พงษ์วิไล) นักการเมืองชื่อดัง และบังคับให้พิมพ์เลิกคบกับเพชร ทั้งคู่จึงพากันหนีไปอยู่หัวหิน

แล้วคืนหนึ่งระหว่างเที่ยวงานวัด เพชรก็เจอ เจ้าพ่อพญาดำ (ประสาท ทองอร่าม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เพชรกราบไหว้ตั้งแต่เด็ก เจ้าพ่อรู้ว่าเพชรกำลังมีเคราะห์หนัก ด้วยความสงสารและเห็นว่าเพชรเป็นคนดี จึงใช้อิทธิฤทธิ์พาเพชรข้ามเวลาไปในปีพ.ศ.2554 เพื่อให้เพชรได้เห็นอนาคตของตัวเอง

พ.ศ. 2554 หลังจากข้ามเวลามา 19 ปี  สิ่งที่เพชรได้เห็นคือ พิมพ์ (สินจัย เปล่งพานิช) ที่ปัจจุบันอายุ 43 ปี มี เหมือนไหม (แกรนด์ พรรณวรท) เป็นลูกสาวและพิษณุเป็นสามี เพชรทั้งช็อคและเสียใจที่ไม่ได้ลงเอยกับพิมพ์อย่างที่หวัง หนำซ้ำพอกลับไปที่บ้านก็พบว่าถูกปิดร้าง แถม ยายน้อย (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ที่เลี้ยงเพชรมาตั้งแต่เด็กก็ไปอยู่บ้านพักคนชรา ทำให้เพชรยิ่งสงสัยว่า 19 ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเค้า เพชรจึงอยากสืบหาความจริง เพื่อจะได้กลับไปแก้ไขเหตุการณ์ที่ผิดพลาดในอดีต ด้วยการไปสมัครงานเป็นครูสอนร้องเพลงที่โรงเรียนร้องเพลงของพิมพ์ โดยใช้ชื่อว่า พัด

ครั้งแรกที่พิมพ์ได้ยินเสียงร้องและเห็นหน้าของครูพัด พิมพ์ก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าจะมีคนที่หน้าตาเหมือนกับเพชร คนรักเก่าของเธอได้มากขนาดนี้ พิมพ์จึงไม่อยากรับครูพัดเข้าทำงาน แต่ โอบอรุณ (รัดเกล้า อามระดิษ) เพื่อนรักของพิมพ์ ที่ชื่นชมในเสียงร้องและหน้าตาของครูพัด ก็กล่อมจนพิมพ์ใจอ่อนรับครูพัดเข้าทำงาน ทำให้เพชรได้พบกับ ต่อ (โอ อนุชิต) ลูกพี่ลูกน้องของพิมพ์ที่ผูกพันกับเพชรตั้งแต่เด็ก

คิด (โตโน่ เดอะสตาร์) เด็กส่งกาแฟที่มีความฝันอยากเป็นนักร้อง กาย (เอ นรินทร์) เพลย์บอยหนุ่มไฮโซเอาแต่ใจ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็หลงรักไหมจึงไม่ถูกกัน และ ปิ่น (น้ำตาล เดอะสตาร์) สาวมั่นนิสัยทะเยอทะยาน รวมทั้งได้รู้ว่าชีวิตครอบครัวของพิมพ์ไม่มีความสุข เพราะพิษณุมีผู้หญิงอีกคนคือ วิภาวรรณ (เมย์ เฟื่องอารมย์) ทำให้เพชรยิ่งเสียใจและต้องการจะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเค้ากับ พิมพ์!!

เวลาผ่านไปเพชรและพิมพ์ก็ยิ่งสนิทสนมกันจนทำให้ไหมระแวงและเกลียดขี้หน้า เพชร เพราะคิดว่าเพชรจะมาแย่งแม่ไปจากพ่อของเธอ ปัญหาระหว่างแม่กับลูกจึงเกิดขึ้น ในขณะที่เพชรค่อย ๆ พบคำตอบในสิ่งที่ไม่อาจจะคาดถึง

 

นักแสดงละคร ข้ามเวลาหารัก

สินจัย เปล่งพานิช   รับบทเป็น   แพรพิมพ์
สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว   รับบทเป็น   เพชร/ครูพัด
ภาคิน คำวิลัยศักดิ์   รับบทเป็น   คิด
พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า   รับบทเป็น   เหมือนไหม
รัดเกล้า อามระดิษ   รับบทเป็น   โอบอรุณ
อนุชิต สพันธุ์พงษ์   รับบทเป็น   ต่อ
บุตรศรัณย์ ทองชิว   รับบทเป็น   ปิ่น
นรินทร์ ภูวนเจริญ   รับบทเป็น   กาย
สถาพร นาควิไล   รับบทเป็น   พิษณุ
เมย์ เฟื่องอารมย์   รับบทเป็น   วิภาวรรณ
โฉมฉาย ฉัตรวิไล   รับบทเป็น   ยายน้อย
เกรียงไกร อุณหะนันทน์   รับบทเป็น   อภิชาติ
สุเชาว์ พงษ์วิไล   รับบทเป็น   พลากร
ประสาท ทองอร่าม   รับบทเป็น   เจ้าพ่อพญาดำ
วรรณรท สนธิไชย   รับบทเป็น   แพรพิมพ์ (ปี พ.ศ. 2535)

ข้ามสีทันดร

ยุพรา เพื่อนสนิทของเดือนสิบ เห็นเธอเป็นทุกข์เรื่องน้องชาย อีกทั้งปัญหาชีวิตมากมายรู้สึกสงสารอยากช่วยผ่อนคลาย จึงชวนเดือนสิบไปเที่ยวทะเลทางภาคใต้กับคณะทัวร์ ที่มีชีวาตม์เป็นหัวหน้าคณะ ระหว่างเดินทางทุกคนในทัวร์ต่างตื่นเต้นกับทิวทัศน์และความงดงามของทะเลไทย ที่มีความสวยงามไม่น้อยไปกว่าต่างประเทศ จะมีเพียงแต่เที่ยงวันชายหนุ่มซึ่งมีอดีตเคยติดเฮโรอีนมาเป็นเวลานาย 10 ปี เพียงคนเดียวที่มีทีท่าไม่แยแสต่อสิ่งที่พบเห็น ทำให้นางสวาทผู้เป็นแม่เฝ้าคอยดูด้วยความห่วงใยมากเกินปกติ จนเป็นที่ผิดสังเกตของเดือนสิบและทุกคน โดยเฉพาะนางรื่นเริงที่มักคอยจ้องจับผิดสองแม่ลูก เพราะนางรู้อดีตของเที่ยงวัน
ในระหว่างการเดินทางชีวาตม์ทำตัวเป็นหัวหน้าคณะที่ดี คอยดูแลลูกทัวร์ทุกคน โดยเฉพาะนางสวาทและเที่ยงวันที่มักจะแยกตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เที่ยงวันรู้สึกอึดอัดกับสายตาแปลก ๆ ของบางคนในคณะทัวร์ แต่ก็พยายามทำใจยอมรับสภาพความเป็นจริง เขาเริ่มสังเกตและทำความคุ้นเคยกับเดือนสิบ และหันมาเอาใจใส่มารดาที่คอยเฝ้าตามตัวเขาด้วยความห่วงใย ครั้งแรกเที่ยงวันรู้สึกหวาดระแวงเดือนสิบ เพราะคิดว่าเดือนสิบเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่อยากรู้เรื่องการติดยาของเขา แต่เมื่อเห็นความร่าเริงสดใสและความเป็นกันเองของเดือนสิบและยุพรา เที่ยงวันรู้สึกสบายใจและคลายความอึดอัดลง แต่ในบางครั้งเที่ยงวันก็สังเกตเห็นว่าเดือนสิบมีนัยน์ตาที่เลื่อนลอย เคว้งคว้างเหมือนมีเรื่องอยู่ในใจ ยุพราพยายามบอกให้เดือนสิบลืมปัญหาที่บ้านและความกังวลในเรื่องของลำธารคน รักไปก่อน