Author Archives: admin

ข้ามฟ้า..เฉือนคม

ละครร่วมทุนสร้างระหว่าง ช่อง 3 ของประเทศไทย และ TVB ของ ฮ่องกง

1 เมษายน 2004 หวังเจิ้นหยางรองผู้กำกับจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้กำกับในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า แต่มีข่าวลือว่านักฆ่ามืออาชีพได้รับคำสั่งให้ฆ่าหวังเจิ้นหยาง ภายในสามสิบวันนี้ตำรวจ ห้าคนซึ่งไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน ได้แก่ ฝงจื้อเหว่ย ตำรวจเกาลูนตะวันตก หยางฉี่ตง สายสืบ หวงเจียฮุยตำรวจหน่วยอาชญากรรม ริต้าตำรวจหญิงจากประเทศไทย รวมทั้งแซมสายสืบอีกด้วย ทุกคนต้องปฏิบัติงานร่วมกัน โดยมีฮ่องกงและไทยเป็นสนามรบ ใช้เบาะแสที่มีสืบไปให้ถึงต้นตอ กวาดล้างคนร้ายให้สิ้นซาก เรื่องราวของตำรวจซึ่งต้องทำงานแข่งกับเวลาจึงเริ่มต้นขึ้น

เหตุการณ์ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 เมษายน แซมมาเฟียของไทย แต่ความจริงนั้นตำรวจได้ ส่งแซมเป็นสายให้ตำรวจ แซมคิดร่วมมือกับโหวเหวินหัวหัวหน้ามาเฟียฮ่องกงคนใหม่ครอบครอง ตลาดยาเสพติด ทั่วทั้งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ริต้าสืบประวัติแซมพบว่า แซมเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น ผู้บงการและเป็น หัวหน้าแก๊งมาเฟียเมืองไทยที่แท้จริงคือเจิ้นคุน แผนลอบสังหารหวังเจิ้นหยางนั้นก็เป็นหนึ่งในแผนการของเจิ้นคุนด้วย

หลังจากที่หวงเจียฮุยได้รับข่าวลอบสังหารหวังเจิ้นหยางแล้ว หวงเจียฮุยก็ให้การอารักขาหวังเจิ้นหยาง แม้ว่าจะอารักขาอย่าง ดีแล้วก็ตาม แต่หวังเจิ้นหยางก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี แม้ว่าจะจับคนร้ายได้แล้วก็ตาม แต่คนร้ายกลับฆ่าตัวตายต่อหน้าฝงจื้อเหว่ย เรื่องนี้ทำให้หวงเจียฮุยเกิดความสงสัยขึ้นมาเขาสงสัยว่าฝงจื้อเหว่ยเป็นสาย ที่มาเฟียส่งเข้ามาสืบความเคลื่อนไหวของตำรวจ ดังนั้นเขาจึงสืบประวัติและติดตามความเคลื่อนไหวของฝงจื้อเหว่ย ฝงจื้อเหว่ยได้รู้จักกับเผิง ฮุ่ยในบาร์แห่งหนึ่ง ที่แท้เผิงฮุ่ยเป็นผู้หญิงของโหวเหวินหัว

หลายต่อหลายครั้งที่โหวเห วินหัวเตือนฝงจื้อเหว่ยไม่ให้มายุ่งกับเผิงฮุ่ย แต่เมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง โหวเหวินหัวจึงฆ่าลู่เย่ากั๋ว จากนั้นนำปืนไปซ่อนไว้ในรถของฝงจื้อเหว่ย ทำให้ฝงจื้อเหว่ยกลายเป็นฆาตกรฆ่าคน ต่อมาฝงจื้อเหว่ยได้รับความช่วยเหลือจาก หวงเจียฮุย จึงทำให้เขาได้กลับเข้าทำงานดังเดิม ก่อนที่ลู่เย่ากั๋วจะตายนั้นได้วางฉี่ตงไว้เป็นสายประกบโหวเหวินหัว การตายของลู่เย่ากั๋วสร้างความเสียใจให้ฉี่ตงเป็นอันมาก แต่เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ลู่เย่ากั๋ว มอบหมายให้จึงจำเป็นต้องเป็นตัวแทนโหวเหวินหัวไปเจรจาการค้ายาเสพติดกับแซม

ริต้าต้องการให้แซมและฉี่ตงแตกคอกัน ดังนั้นจึงเข้าหาฉี่ตง เนื่องจากริต้าไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของฉี่ตง จึงคอยเป็นปฏิปักษ์กับ ฉี่ตงมาโดยตลอด แต่แล้วทั้งสองกลับมีใจให้กันอีกด้านหนึ่งนั้น หวงเจียฮุยล่วงรู้ว่าฉี่ตงเป็นสายตำรวจ เขาหวังว่าฉี่ตงจะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยตำรวจได้ แต่นึกไม่ถึงว่าทั้งหวงเจียฮุยและฉี่ตงกลับหมือนน้ำกับไฟ ที่เป็นเช่นนี้นั้นเพราะว่าฉี่ตงไม่พอใจ การทำงานของหวงเจียฮุยที่ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุภารกิจ การที่หวงเจียฮุยต้องการ ปิดคดีโดยเร็วนั้นเพราะว่าเขาเป็นมะเร็งสมองขั้นสุดท้าย เขามีชีวิตอีกเพียงสามสิบวันเท่านั้น ดังนั้นทุกเวลานาทีจึงมีค่า เขาจึงต้องรีบปิดคดีลอบฆ่าหวังเจิ้นหยางให้ได้โดยเร็ว

ริต้าบุกทำลาย การส่งมอบยาเสพติดของฮ่องกงกับไทย ทำให้ฉี่ตงซึ่งถูกล่อให้มาเมืองไทยนั้นต้องโทษประหารชีวิต เหตุการณ์บังคับทำให้ฉี่ตงต้องเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตนว่าเป็นสายของ ตำรวจให้ริต้าล่วงรู้ ริต้าคิดหาหนทางช่วยเหลือฉี่ตง ต่อมา ตำรวจไทยก็มีคำสั่งปล่อยตัวฉี่ตงเป็นอิสระ ที่แท้แซมแอบให้ความช่วยเหลือฉี่ตง แต่นึกไม่ถึงว่าเรื่องนี้เองกลับทำให้ฐานะที่แท้จริงของแซมถูกเปิดเผยออกมา สร้างความสงสัยและหวาดระแวงแก่เจิ้นคุน

เหม่ยเอินลูกสาวหัวแก้วหัวแห วนของฝงจื้อเหว่ยถูกโหวเหวินหัวฆ่าตาย ฝงจื้อเหว่ยสาบานว่าจะล้างแค้นให้เหม่ยเอินให้ได้ ต่อมา ฝงจื้อเหว่ยสืบพบว่าโหวเหวินหัว และเจิ้นคุนมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกัน จึงทำให้เขาตัดสินใจเดินทางไปเมืองไทยเพื่อพบกับเจิ้นคุน การมาเมืองไทยของฝงจื้อเหว่ยในครั้งนี้นั้นทำให้เขาได้รู้จัก กับแซม แซมรู้เรื่องที่ลูกสาวของฝงจื้อเหว่ยถูกฆ่าตาย แม้ว่าจะเสียใจก็ตาม แต่เพื่อส่วนรวม ก็ไม่อาจทำให้เขาเปิดเผยฐานะที่แท้จริงออกมาได้
ต่อมา โหวเหวินหัวเล่นงานฝงจื้อเหว่ยจนสะบักสะบอม คนใกล้ชิดของแซมก็ถูกกำจัดไปทีละคนๆ แซมจะทำอย่างไรต่อไปตำรวจทั้งห้านายต้องเผชิญกับอิทธิพลมืด ทุกคนหลังชนฝากันแล้ว ภารกิจที่จะต้องบรรลุนั้น ทั้งหมดจะรู้ผลในวันที่ 30 เมษายน 2004

รายชื่อนักแสดงละคร ข้ามฟ้า..เฉือนคม

ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท แซม
ฟางจงซิ่น รับบท ฝงจือเหว่ย
ศรีริต้า เจนเซ่น รับบท ริต้า
ถันเย่าเหวิน รับบท หยางฉี่ตง
ม่งเจียฮุย รับบท เผิงฮุ่ย
เจิ้นเจียหวิ่น รับบท หวงเจียฮุย
เว่ยจุ้นเจี๋ย รับบท โหวเหวินหัว
หลิวเจียง รับบท เจิ้นคุน

ขอหยุดหัวใจไว้เพียงเธอ

สหฤทธิ์ (จอนนี่ แอนโฟเน) นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอม เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่และธุรกิจเรียลเอสเตท แม้เขาจะมีสาว ๆรุมตอมมากมายแต่เขาไม่เคยหยุดหัวใจไว้ที่ใคร วันหนึ่งเขามีนัดกับ รศนา (ชลิดดา พานิชการ) นางแบบชื่อดัง ในงานแฟชั่นโชว์ เห็น จุลเกศ (รินลณี ศรีเพ็ญ)นางแบบใหม่ของโก้ เจ้าของห้องเสื้อชั้นนำสวยสะดุดตาจึงขอให้รศนาช่วยติดต่อให้ รศนารับปากโดยขอรางวัลเป็นแหวนเพชร เกศเป็นนักศึกษาศิลปกรรมที่ต้องหารายได้เลี้ยงตัวเองเพราะกำพร้าแม่ พ่อมีแม่เลี้ยงอยู่บ้านนอก มีป้ายอด (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) เพื่อนของเจ้าของอพาร์ตเมนต์ ช่วยให้ที่อยู่ฟรี วรพร (กนกพร โลศิริ) นางแบบที่อยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน ชักชวนให้เกศเป็นนางแบบรู้สึกเป็นห่วงเกศ เกรงว่ารศนาจะทำตัวเป็นเอเย่นต์ติดต่อให้ศุภกิจ (โอลิเวอร์ พูพาร์ท)เสี่ยเจ้าของผับที่เป็นสปอนเซอร์วรพรอยู่นาถมณี (นิออน อิศรา) ญาติผู้พี่ของฤทธิ์ทั้งยังเป็นเมียของวิษาณ (สิรคุปต์ เมทะนี) เพื่อนสนิทของฤทธิ์ระแคะระคายว่าวิษาณแอบไปมีเมียน้อยเป็นนักศึกษา คือนริสา (ดุสิตา อนุชิตชาญชัย) แต่นาถมณีเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกศ จึงมาอาละวาดจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ปณัติ (พิเชษฐ์ไชย ผลดี) เพื่อนนักศึกษาที่แอบรักเกศอยู่รู้สึกผิดหวังในตัวเธอ

รวม ทั้งป้ายอด และชิดชาติ (สุเชาว์ พงษ์วิไล) พ่อของเกศ ฤทธิ์ไปจ้างให้เกศเลิกติดต่อวิษาณ เกศโกรธมาก วิษาณรู้ว่านาถมณีไปอาละวาดผิดตัว ฤทธิ์โล่งใจที่เกศไม่ได้เป็นเมียน้อยวิษาณ นริสาขอโทษเกศที่ตนเป็นต้นเหตุให้เกศต้องเสียชื่อ วิษาณแก้ข่าวให้เกศ เสี่ยศุภกิจเชื่อว่าข่าวต้องมีมูลจึงติดต่อขอเลี้ยงเกศ แต่เกศปฏิเสธ ศุภกิจขอวรพรให้ช่วยติดต่อเกศให้นภีร์ ช่างภาพหนุ่มมีชื่อติดต่อให้เกศไปถ่ายแบบปกคู่กับรศนาที่ระยอง รศนาเล่นตัว แต่นภีร์ก็ถ่ายเกศเดี่ยวลงปกจนเกศดัง งานของเกศมีมากขึ้นจนไม่ค่อยมีเวลาให้เพื่อน ๆ ปณัติบ่นน้อยใจจนนริสาน้อยใจปณัติอีกต่อ เพราะเธอแอบสนใจปณัติ เกศหางานให้นริสาโดยผ่านวรพร วรพรพานริสาไปฝากกับศุภกิจซึ่งรีบรับไว้เพื่อเย้ยวิษาณในบรรดาเพื่อนหญิงของ ฤทธิ์นั้น เชย่า (ภัทรวรินทร์ ทิมกุล) ไปกันได้ดีกับฤทธิ์เพราะรักอิสระพอกัน มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน แต่ไม่ผูกพันกัน เชย่าคบทั้งฤทธิ์และศุภกิจฉันชู้สาวจนนายพลระอาในความประพฤตของลูกสาวมาก อยากให้แต่งงานกับ สุทิน (สมเจตน์ สอาด) ท.ส.ของเขา

ต่อมา เกศระอาวงการนางแบบเลยขอลาออกพร้อม ๆ กับนริสาก็ลาออกจากงานที่ทำอยู่กับศุภกิจ มาคิดกันจะเพ้นท์เสื้อผ้าขายในสวนจตุจักร ติดอยู่ที่ค่าเซ้งแพงมาก นภีร์ขอร่วมทุนโดยไปขอกู้บ.ก.มาให้บ.ก.แนะนำให้เปิดบู๊ธในห้างสรรพสินค้า เพราะราคาพอกัน ขายได้ทุกวันจึงเปิดบู๊ธสำเร็จและมีปณัติกับนริสามาช่วย ฤทธิ์มารับส่งเกศที่ห้างฯ ทุกวัน เกศเตือนให้ปณัติ หันมาสนใจนริสา เชย่าไปบอกนายพลว่าเธอโดนฤทธิ์ทิ้งทั้ง ๆ ที่มีอะไร ๆ กันแล้ว อาจจะแต่งงานกับศุภกิจเพื่อประชดให้สะใจคุณหญิงขอให้นายพลช่วยพูดกับฤทธิ์ เพราะไม่ชอบศุภกิจนายพลของให้ฤทธิ์แต่งงานกับเชย่า แต่ฤทธิ์ขอตกลงกับเชย่าเอง นายพลกลับไปอย่างเคียดแค้น วางแผนกำจัดฤทธิ์กับเกศ โดยส่งมือปืนมายิงฤทธิ์เจ็บเพราะขวางร่างเกศเอาไว้ เกศหยุดเรียนมาเฝ้าพยาบาลอย่างใกล้ชิด ฤทธิ์หายแล้วแต่ให้หมอสรยุทธ์ช่วยหลอกว่าเขามีโรคแทรกซ้อนจะมีชีวิตอยู่ได้ ไม่นาน อยากให้เกศตามไปพยาบาลที่บ้านด้วย เกศรักและสงสารฤทธิ์มากแอบลาออกจากมหาวิทยาลัยและเลิกขายของเพื่อมาดูแล ฤทธิ์และใจอ่อนยอมได้เสียกันนาถมณีไปเล่าให้เชย่าฟัง เชย่าตัดสินใจแต่งงานกับศุภกิจ แต่ทะเลาะกันทุกวันจนศุภกิจเบื่อแอบมาหารศนาฤทธิ์หึงทั้งปณัติและนภีร์จึง ต่อว่าเกศจนเกศเป็นลม เกศจึงคิดว่าฤทธิ์แกล้งหาเหตุที่จะทิ้ง เธอเลยออกจากบ้านไปดูแลอพาร์ตเมนต์แทนป้ายอด ฤทธิ์ไปตามหาเกศจนเจอและขอแต่งงานแต่เกศไม่แต่งด้วย ฤทธิ์เสียใจจึงทำตัวเสเพลเที่ยวดื่มจนเมามายไม่ได้สติไปเจอกับเชย่า รศนาเห็นฤทธิ์ออกไปพร้อมกับเชย่าจึงโทรให้ศุภกิจตามรถเชย่าไปดู ศุภกิจบุกห้อง

โรงแรมเจอ เชย่าอยู่กับชายชู้ ก็ยิงทั้งชายชู้ตายและเชย่าบาดเจ็บสาหัสศุภกิจหลบหนีไป ตำรวจพบว่าชายชู้คือสุทินส่วนเชย่ากลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่สามารถให้การกับตำรวจศุภกิจจึงลอยนวลอยู่ได้โดยให้รศนาเป็นพยานว่าเขา อยู่กับเธอทั้งคืน แต่นายพลปักใจว่าเป็นฝีมือศุภกิจที่จริงในคืนเกิดเหตุฤทธิ์ออกมาเจอหมอ สรยุทธิ์ที่ตามมาเพื่อจะบอกว่าเกศท้อง แต่ไม่ยอมให้หมอบอกฤทธิ์ เกศเป็นห่วงฤทธิ์ ย้อนกลับไปจะถามหมอเรื่องโรคแทรกซ้อนไปเจอแต่พยาบาลซึ่งเผลอบอกว่าตามรายงาน การตรวจไม่พบโรคแทรกซ้อนอะไร เกศโกรธฤทธิ์ที่ให้หมอหลอกเธอ เมื่อฤทธิ์กับหมอไปตามเกศปรากฏว่าเกศหนีไปที่อื่น นายพลมาโนชวางแผนโทร.ไปบอกศุภกิจว่าเชย่าอาการดีขึ้นแล้ว พร้อมจะให้การได้ ศุภกิจร้อนใจรีบขับรถจะไปพบเชย่า เจอสิบล้อโผล่มาขวาง หักหลบเบรกไม่อยู่เพราะโดนแอบตัดสายเบรกจึงชนต้นไม้ไฟลุกท่วมรถตายฤทธิ์ออก ตามหาเกศจนหัวปั่นบังเอิญเจอนภีร์และแอบสะกดรอยตามไปจนเจอเกศที่บ้านต่างจัง หวัดของนภีร์ ฤทธิ์พยายามจะปรับความเข้าใจกับเกศ แต่เกศไม่ฟังแถมขับรถหนีจนประสบอุบัติเหตุปางตาย ในขณะที่ทุกคนยินดีกับการที่

ปณัติลงเอย กับนริสา ฤทธิ์ได้รับข่าวร้ายที่สุดจากหมอสรยุทธ์เรื่องผลกระทบจากอุบัติเหตุจะทำให้ เกศมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสองเดือน ฤทธิ์เสียใจมากเขาขอเธอแต่งงาน แต่เกศก็ปฏิเสธ ฤทธิ์คิดว่าเกศมีใจให้นภีร์ จึงยอมจะเสียเกศให้นภีร์ เพราะอยากให้เกศมีความสุขกับคนที่เธอรักก่อนที่จะจากโลกนี้ไปในที่สุดเกศก็ จากเขาไปจริง ๆ ฤทธิ์ใจสลาย วิษาณกับนาถมณีตามมาปลอบใจ และชวนฤทธิ์ไปงานฉลองครบรอบแต่งงานของทั้งคู่ เมื่อไปถึงงานฤทธิ์แทบช็อกเพราะมันไม่ใช่งานของวิษาณกับนาถแต่เป็นงานแต่ง งานของเขากับเกศที่เพื่อน ๆ และญาติทุกคนจัดขึ้นด้วยความยินยอมของเกศเพื่อต้องการเซอร์ไพรส์ ฤทธิ์ดีใจ เขาประกาศกลางงานแต่งงานว่า เขาจะหยุดหัวใจไว้ที่เกศ เพราะเขารักเกศมากที่สุดในโลก

ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน

วายุ ภูบาลบริรักษ์ หรือ ล่องจุ๊น ( พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ ) เป็นลูกชายคนกลางของครอบครัวที่พ่อ ( มนตรี เจนอักษร ) ไม่เคยให้ความสนใจใยดีเลยแม้แต่น้อย ก็เพราะพ่อคิดว่าล่องจุ๊นเกิดมาเป็นตัวซวยของครอบครัว ทำให้พ่อต้องขาดทุนกับธุรกิจถมที่ ซึ่งต่างจากพี่น้องอีก 2 คนนั้นคือ พี่ถม ( ตรีพล พรมสุวรรณ ) พี่ชายคนโต เป็นคนที่เรียบร้อย เรียนเก่ง และว่าง่าย ส่วนอีกคนหนึ่งคือ กี้ ( กิตติ บุลสถาพร ) เป็นน้องคนสุดท้อง เป็นเด็กที่ซนและดื้อ ช่างประจบเอาใจ ทั้ง 2 จึงถูกยกย่อง ชื่นชมและได้รับความรักจากผู้เป็นพ่อ ผิดกับจุ๊นที่ได้รับความรักความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ และมีแม่เป็นที่พึ่งในยามที่จุ๊นมีปัญหา

จน มาถึงวันหนึ่งครอบครัวของจุ๊นได้เปลี่ยนไปเมื่อพ่อมีรายได้จากบริษัทรับเหมา ก่อสร้างเป็นกอบเป็นกำ พ่อก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในบ้าน ทำให้แม่ทนไม่ไหวจึงหนีออกจากบ้านโดยพาจุ๊นไปด้วย และทิ้งลูกอีก 2 คนไว้เบื้องหลัง แม่พาจุ๊นไปอยู่อาศัยกับน้าจุรี หรือ อาอี๊จู ( โฉมฉาย ฉัตรวิไล ) ซึ่งอยู่กับอาเตี๋ย ( กล้วย เชิญยิ้ม ) สามี ทั้งคู่มีอาชีพขายหมูในตลาด ทั้ง 2 คนต่างให้ความช่วยเหลือแม่และจุ๊นเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ อาหารการกิน รวมถึงโรงเรียนที่อาอี๊จูพาจุ๊นไปเข้าเรียนที่โรงเรียนเทศบาลใกล้บ้าน นอกจากนี้จุ๊นยังมีหน้าที่ประจำด้วยคือ การเป็นผู้ช่วยอาเตี๋ยเลี้ยงหมู ซึ่งเป็นชีวิตที่จุ๊นชอบและสนุกสนานมาก

แต่แล้ววันหนึ่งหมูที่จุ๊น เลี้ยงไว้ถูกตะขาบกัดตายหมดเล้า ทำให้จุ๊นเริ่มกลับไปคิดว่าตัวเองเป็นตัวซวยอย่างที่พ่อบอกไว้หรือไม่!!! หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของจุ๊นลงทุนขายข้าวแกงโดยได้รับความช่วยเหลือจากอาอี๊ กิจการของแม่ประสบความสำเร็จจนต้องย้ายไปเช่าห้องแถวที่ท้ายตลาด ส่วนอาอี๊ก็เปลี่ยนอาชีพมาขายเครื่องก่อสร้างที่ตึกริมถนน และด้วยสิ่งนี้เองทำให้จุ๊นได้พบกับผู้เป็นพ่ออีกครั้งหนึ่ง เมื่อจุ๊นนำสิ่งก่อสร้างที่ร้านอาอี๊ไปส่งพ่อ ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานที่กำแพงแสน ซึ่งพ่อก็ยังพูดจาดูถูกจุ๊นและแม่อยู่เหมือนเคย ทำให้จุ๊นคอยหลีกเลี่ยงการไปร้านของอาอี๊

จน กระทั่งวันหนึ่งครอบครัวของอาอี๊ถูกโจรปล้นฆ่าทั้งบ้าน กอปรกับทั้งที่พ่อคอยพูดจาถากถางจุ๊น ว่าจุ๊นเป็นตัวซวยที่นำครอบครัวของอาอี๊ไปสู่จุดจบ และนั่นก็เป็นเหตุการณ์ที่จุ๊นจดจำและเสียใจไปจนวันตาย แต่ในช่วงเวลาอันเลวร้ายนั้นจุ๊นยังมี นิจ ( ศุลีพร ตันตระกูล ) เพื่อนหญิงต่างโรงเรียนคอยให้กำลังใจจุ๊นมาโดยตลอด แต่ก็ถูกทางบ้านของนิจคอยขัดขวางกีดกันเพียงเพราะว่าจุ๊นเป็นคนไทย และยังมีอาเฮียเสือ ( คชา ปานเอม ) พี่ชายของนิจที่เกลียดจุ๊นมาก ๆ เพียงเพราะว่าจุ๊นเป็นลูกแม่ค้าขายข้าวแกงจน ๆ จึงยกพวกมารุมซ้อมจุ๊นจนปางตาย แต่ที่ทำให้จุ๊นเสียใจมากที่สุดนั้นก็คือ จักรยานเสือหมอบคันงามที่แม่ซื้อให้ และเคยมีความหลังอันหวานชื่นกับนิจต้องพังทะลายลงไป พร้อมกับมิตรภาพที่ดีระหว่างนิจและจุ๊น

หลังจากเรื่องนิจจบลงก็มี เรื่องที่จุ๊นต้องเผชิญอีก นั่นคือนายทองเส็ง ( ทัตพงษ์ พงษ์ทัต ) ช่างตัดผมที่เข้ามาพัวพันกับแม่ ซึ่งจุ๊นไม่พอใจมาก จนมาวันหนึ่งจุ๊นขาดความอดทนนำมีดชายธงเสียบเข้าที่ท้องของนายทองเส็ง เพราะว่าจุ๊นทนเห็นภาพที่นายทองเส็งซ้อมแม่เพื่อที่จะเอาเงินไปเล่นการพนัน ไม่ได้ และด้วยเหตุนี้เองทำให้จุ๊นจำต้องจากอกแม่ไปที่อื่น ซึ่งจุ๊นก็ได้สัญญากับแม่ว่าจะรีบเรียนให้จบ จุ๊นหนีเข้ากรุงเทพฯ กับไอ้นก ( กีรติ เทพธัญญ์ ) เพื่อนสมัยเรียนด้วยกัน โดยอาศัยติดมากับรถขายผัก แต่ก่อนที่จุ๊นจะจัดการกับเรื่องเรียนอย่างที่ได้ตั้งในไว้ ไอ้นกก็ก่อเรื่องขึ้นเป็นเหตุให้จุ๊นต้องเข้าไปนอนในห้องขังแทน แต่ทว่าพอตำรวจสอบสวนเรื่องนี้แล้วก็ปล่อยจุ๊นออกมาเพราะว่าจุ๊นไม่มีความ ผิด โดยที่จุ๊นโทรหาพ่อให้มารับตัวและก็ไม่อยากให้แม่เศร้าใจกับเรื่องที่เกิด ขึ้น

จากนั้นพ่อก็พาจุ๊นมาอยู่ที่บ้านโดยให้พักอยู่บ้านพักคนงาน แต่ก็ยังมีความเหินห่างเกิดขึ้นในบรรดาพี่น้อง เนื่องมาจากพ่อใส่ร้ายแม่ว่าแม่หนีตามผู้ชายไป และเมื่อมาถึงวันเปิดเรียน จุ๊นก็เกือบจะมีเรื่องขึ้นอีกครั้งจากการปะทะคารมกับครูใหญ่ผู้เข้มงวด ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่มักเรียกว่า “ป๋า” และที่นี่เองก็ทำให้จุ๊นได้พบกับเพื่อนรุ่นพี่ชื่อ ประเวศน์ หรือ แปะ( คริตโตเฟอร์ ชอนวอชิงตัน ) ที่ทำให้ชีวิตของจุ๊นเปลี่ยนไปจากที่พ่อมักจะบอกว่าจุ๊นเป็นตัวซวย แต่สำหรับแปะแล้ว จุ๊นคือตัวนำโชคของเค้า เพราะเมื่ออยู่กับจุ๊นเค้าเล่นการพนันชนะทุกครั้ง และก็เป็นเพราะเพื่อนคนนี้เองที่ทำให้จุ๊นได้พบกับแตงกวา ( พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ) ซึ่งจุ๊นก็เริ่มสนใจเธอทันที เพราะเธอจะกลายมาเป็นผู้ที่มีความหมายต่อชีวิตจุ๊นเป็นอย่างมาก

อาทิตย์ ใหม่ของการเรียน จุ๊นออกไปเรียนตามปกติ แต่โชคร้ายที่วันนี้เกิดเรื่องชกต่อยกันรุนแรงระหว่างจุ๊นกับบุ้ง ทำให้จุ๊นถูกป๋าเฆี่ยนตีตามกฎของโรงเรียน และในเย็นวันเดียวกันจุ๊นก็ไม่สบายเนื่องมาจากบาดแผล และถูกฤทธิ์แดดเผา โชคดีที่จุ๊นยังมีป้าเจียดและพี่ถมคอยดูแล แต่สิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นนั่นคือการที่ได้รู้เห็นว่าผู้หญิงคนใหม่ของพ่อ ชื่อตุ๊กตา ( ไอริณ ศรีแกล้ว ) แอบมีชู้ โดยที่จุ๊นไม่สามารถบอกใครได้เลย แม้แต่กระทั่งพ่อ!!! จากนั้นไม่นานจุ๊นก็ได้ข่าวว่าพ่อประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ จุ๊นจึงรีบรุดไปดู แต่สิ่งที่จุ๊นได้รับกลับมาคือความเฉยชาที่ได้จากพ่อ ทำให้จุ๊นรู้สึกว่าสำหรับตัวเองแล้วก็คือตัวซวยของพ่ออยู่ตลอดเวลา จุ๊นจึงตัดสินใจหมกตัวอยู่ในห้องโดยมีวิทยุเป็นเพื่อน ซึ่งจุ๊นได้หมุนคลื่นที่แตงกวาจัด จึงได้รู้ว่าที่โรงเรียนของแตงกวาจะมีการฉายหนังรอบการกุศล และเมื่อวันงานมาถึงจุ๊นได้พบแตงกวา ซึ่งทั้งสองก็ยิ้มให้อันอย่างเป็นมิตร

แต่ อย่างไรก็ตามจุ๊นก็ยังหนีความซวยไปไม่พ้น เมื่องานที่จัดขึ้นเกิดการชกต่อยกันจนทำให้งานต้องล้มเลิกไปกลางคัน ยิ่งไปกว่านั้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คือ นายกี้ จึงทำให้จุ๊นต้องเข้าไปช่วย และด้วยเหตุการณ์นี้เองทำให้จุ๊นรู้ว่าพ่อรักลูกทุกคนเท่ากัน เพราะว่าพ่อเรียกหาทนายเริงชัยมาเพื่อหาหลักฐานว่านายกี้ไม่ได้เป็นต้นเหตุ และพ่อก็ไม่อยากต้องการจะให้ลูกคนใดคนหนึ่งต้องเข้าไปนอนในห้องขัง จุ๊นจึงช่วยพ่อหาหลักฐานโดยการโทรศัพท์ไปหาแตงกวาผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมา เป็นพยาน เมื่อจุ๊นกลับมาถึงบ้านก็พบว่าแปะรออยู่พร้อมกับข่าวดีว่า ป๋าให้กลับเข้าไปเรียนได้ตามปกติในเทอมหน้า โดยที่จุ๊นจะต้องลาออกก่อน และแปะก็ส่งโทรเลขที่บอกว่าแม่เจ็บหนัก ให้รีบกลับนครปฐมด่วน เมื่อจุ๊นได้รับโทรเลขดังกล่าวก็รีบรุดไปหาแม่ โดยมีพี่ถมและพ่อไปด้วย ส่วนนายทองเส็งนั้นก็ยอมแลกอิสรภาพของแม่ด้วยเงินสี่หมื่นบาท และจากนั้นครอบครัวของจุ๊นก็กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง

 

นักแสดงละคร ขอหมอนใบนั้น ที่เธอฝันยามหนุน

1. พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ แสดงเป็น ล่องจุ๊น
2. พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร แสดงเป็น แตงกวา
3. มนตรี เจนอักษร แสดงเป็น วัชระ
4. ธัญญา วชิรบรรจง แสดงเป็น อนงค์
5. ตรีพล พรมสุวรรณ แสดงเป็น ถม
6. กิตติ บุลสถาพร แสดงเป็น กี้
7. กีรติ เทพธัญญ์ แสดงเป็น นก

ออกอากาศ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ช่อง 9

ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน

ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน
จากปลายปากกาของ ประภัสสร เสวิกล ที่กันตนา นำมาสร้างเป็นละครป้อนให้ ช่อง 7

เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับคำว่า”ตัวซวย” วายุ ภูบาลบริรักษ์ หรือ ล่องจุ๊น (ศรราม เทพพิทักษ์) ลูกชายคนกลางของครอบครัวที่พ่อ (ปัญญา นิรันดร์กุล) ไม่เคยให้ความสนใจใยดีเลยแม้แต่น้อย ก็เพราะพ่อคิดว่าล่องจุ๊นเกิดมาเป็นตัวซวยของครอบครัว ทำให้พ่อต้องขาดทุนกับธุรกิจถมที่ พ่อจึงตั้งชื่อให้เขาว่า”ล่องจุ๊น”  ซึ่งต่างจากพี่น้องอีก 2 คนนั้นคือ พี่ถม พี่ชายคนโต เป็นคนที่เรียบร้อย เรียนเก่ง และว่าง่าย ส่วนอีกคนหนึ่งคือ กี้ เป็นน้องคนสุดท้อง เป็นเด็กที่ซนและดื้อ ช่างประจบเอาใจ ทั้ง 2 จึงถูกยกย่อง ชื่นชมและได้รับความรักจากผู้เป็นพ่อ ผิดกับจุ๊นที่ได้รับความรักความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ และมีแม่เป็นที่พึ่งในยามที่จุ๊นมีปัญหา

จนมาถึงวันหนึ่งครอบครัว ของจุ๊นได้เปลี่ยนไปเมื่อพ่อมีรายได้จากบริษัทรับ เหมาก่อสร้างเป็นกอบเป็นกำ พ่อก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในบ้าน ทำให้แม่ทนไม่ไหวจึงหนีออกจากบ้านโดยพาจุ๊นไปด้วย และทิ้งลูกอีก 2 คนไว้เบื้องหลัง  แม่พาจุ๊ นออกจากบ้านไปอยู่ต่างจังหวัดหลังจากแยกทางกับพ่อ จุ๊นต้องหนีเข้ากรุงเทพฯอีกครั้งเพราะเกิดเหตุวิวาทและทำร้ายพ่อเลี้ยง บังเอิญที่จุ๊นถูกจับพ่อเลยมาประกันตัวให้ การกลับมาของจุ๊นสร้างความไม่พอใจให้กับลูกชายคนเล็ก”ลักกี้” กี้หนีออกจากบ้าน และพ่อก็ประสบอุบัติเหตุระหว่างออกไปตามหากี้ พ่อขอร้องให้จุ๊นไปช่วยงานที่ต่างจังหวัด จุ๊นจะทำสำเร็จหรือไม่ ….ล่องจุ้นจะไปเจอกับอะไรบ้าง เค้าจะได้รับความรักความอบอุ่นที่โหยหาหรือไม่……..

 

นักแสดงละคร ขอหมอนใบนั้น ที่เธอฝันยามหนุน

ศรราม เทพพิทักษ์                        แสดงเป็น     ล่องจุ๊น
นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา    แสดงเป็น     แตงกวา
ปัญญา   นิรันดร์กุล                        แสดงเป็น    วัชระ
สุรัตนา ข้องตระกูล                         แสดงเป็น    อนงค์

ถ้าชอบละครเรื่อง ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน ช่วยกดไลค์กดแชร์ด้วยนะคะ

ขอพลิกฟ้าตามล่าเธอ

นารา หญิงสาวที่เติบโตมาพร้อมกับความเคียดแค้น เพราะครอบครัวของตนถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เธอเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากการกบฎในรัฐเชียงฐาน แท้จริงแล้ว เบื้องหลังเกิดจากการขัดผลประโยชน์ของ ณรัน พ่อของนารา กับ สิงคาร คิม อาแท้ๆของเธอพา นารามาหลบซ่อน และฝึกฝนให้รู้จักการต่อสู้ทุกรูปแบบ เพื่อกลับไปล้างแค้น
 
14 ปี ต่อมา นาราได้เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ โดยมาพักที่ค่ายมวยของ เจ๊เล้ง และได้ลงแข่งขันมวยปล้ำหญิงชิงแชมป์โลก จึงทำให้ ภูผา ช่างภาพหนุ่มชื่อดังได้เจอกับนารา ภูผารู้สึกประทับใจในตัวนารามากจึงได้ชักชวนให้นารามาเป็นนางแบบของตน นาราจึงใช้โอกาสนี้เพื่อสืบหาความจริง
 
แต่ปัญหากลับไม่จบแค่นั้น ภูผาถูกตามฆ่าโดย เฮียแป๊ะ เจ้าของบ่อนใหญ่แต่ไม่สำเร็จ ภูผาจึงพานาราหนีไปที่ฟาร์มม้าของ นโรดม ซึ่งเป็นพ่อของเขา นาราได้เจอกับรูปที่มีใบหน้าคล้ายตน นาราเกิดความสงสัยจึงได้หลอกถามเรื่องนโรดมจากภูผา ทางด้านเฮียแป๊ะก็ยังไม่ลดละในการตามล่ายังส่งลูกน้องมาตามฆ่าภูผาอีก ในเหตุการณ์ครั้งนี้เอง ทำให้ภูผาได้รู้หัวใจตัวเองว่าเขารักนารา ในขณะนั้นนโรดมโกรธแค้นที่เฮียแป๊ะส่งลูกน้องมาทำร้ายภูผา จึงสั่งลูกน้องให้ไปจัดการกับลูกน้องเฮียแป๊ะ
 
คิม แหกคุกได้สำเร็จโดยได้รับการช่วยเหลือจาก บาดาล และ โบไซ แต่มีข้อแม้ว่าคิมจะต้องทำตามคำสั่งของเขา คิมได้ทำลายใบหน้าและลายนิ้วมือของตัวเอง และได้เริ่มฆ่า กุบไลข่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่สังหารครอบครัวของนารา การตายของกุบไลข่านทำให้เฮียแป๊ะเข้าใจผิดคิดว่านโรดมเป็นคนสั่งฆ่า เฮียแป๊ะจึงสั่งลูกชายคือเฮียตี๋ให้ฆ่าภูผาและนโรดม
 
เฮียตี๋ ได้จับตัวเจ๊เล้งไป นารา, ภูผา และ จ๋อม ซึ่งเป็นลูกสาวของเจ๊เล้ง ได้บุกเข้าไปช่วย ทำให้เจ๊เล้งโดนเฮียตี๋ยิงตาย แจ๊คหลามตัด กับ คิมมาเผชิญหน้ากัน แต่คิมกลับเสียทีจนตกตึกตาย นาราจึงต้องทำงานแทนคิม บาดาลสั่งให้นาราเก็บเฮียแป๊ะ แต่จ๋อมขอเป็นคนจัดการเฮียแป๊ะเองเมื่อทำสำเร็จ จ๋อมกลับถูกบาดาลเก็บ เพื่อเป็นการปิดปาก นารามาพบศพจ๋อม และรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือใครเพราะเจอสร้อยเขี้ยวหมูป่า ภูผาจึงพานาราหนีไปที่เกาะรังนก และได้ตัดขาดกับโลกภายนอก ทั้งสองได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน จึงทำให้เกิดความรักท่ามกลางความสวยงามของเกาะรังนก
 
แต่เมื่อนารารู้ ว่า นโรดมก็คือ สิงคาร นาราเริ่มสับสน ระหว่างความรักและความแค้น เมื่อนาราได้เจอกับนโรดม นาราจะฆ่านโรดม แต่ภูผาขวางไว้ นโรดมสารภาพบาปที่เคยทำเมื่อ 14 ปีก่อนให้ภูผารับรู้ ตัวเขาเองยอมตายเพื่อล้างบาปที่เขามีส่วนก่อ และภูผายังรู้ความจริงว่านาราก็คือเจ้าหญิงคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของราชวงศ์ เชียงฐาน นาราจะยอมไว้ชีวิตนโรดม เพื่อแลกกับความรักของผู้ชายที่เธอรักอย่างสุดหัวใจหรือไม่ โปรดติดตามชม

 

นักแสดงละคร ขอพลิกฟ้าตามล่าเธอ
วิลลี่ แม็คอินทอช
มาช่า วัฒนพานิช
นิรุตติ์ ศิริจรรยา
อริศรา วงษ์ชาลี
ปวีณา ตัน์ศรีสุโรจน์
พิชญ์นาฎ สาขากร
อุเทน คชน่วม
ปิยะ วิมุกตายน

ขมิ้นกับปูน 2544

ขมิ้นกับปูนเมื่อปี พ.ศ.2486 ความเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองและสังคมเกิดขึ้นในเมืองไทย แต่ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเลย คือความเกลียดชังระหว่างตระกูล พระยาอภิบาลบำรุง และตระกูลหลวงวิจิตร  ศิลปาการ สาเหตุเนื่องมาจากคุณแม่ของพระยาอภิบาลบำรุง ได้หนีตามคุณพ่อของหลวงวิจิตรไป ซึ่งนำความเสื่อมเสียมายังตระกูลของพระยาอภิบาลอย่างยิ่ง   พระยาอภิบาลมีบุตรชาย 1 คน คือพระนิติรักษ์ธรรมสถิต (ปรุง) และธิดา 3 คน คือ คุณปริก คุณจำปา และคุณปีบ ซึ่งครองความเป็นสาวจนกระทั่งปัจจุบัน ในรุ่นหลานของตระกูล ซึ่งเป็นลูกของพระนิติรักษ์ ได้แก่สามสาวปัทมา ปวีณา และปารมี

เมื่อทางราชการเปลี่ยนแปลงไม่ให้มีการใช้ยศถาบรรดาศักดิ์อีก พระนิติรักษ์ ทนไม่ได้จึงลาออกจากราชการ ฝ่ายพระยาอภิบาลก็เกษียณแล้ว ทำให้ตระกูลอภิบาลบำรุงเริ่มเสื่อมถอย เงินทองร่อยหรอ ผิดกับตระกูลของหลวงวิจิตร ที่เจริญมั่งคั่งขึ้นทุกวัน

ปวีณา เป็นเด็กสาวช่างฟ้อง อิจฉาปัทมาพี่สาว จึงฟ้องพระยาอภิบาลว่าปัทมาแอบคบกับทานตะวันและธนา หลานและลูกของหลวงวิจิตร ปัทมาจึงถูกเฆี่ยนตีอย่างหนัก จนเริ่มเก็บกด แข็งกระด้างและเจ้าทิฐิโดยไม่รู้ตัว

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระนิติรักษ์ทำการค้า และถูกโกง ยิ่งทำให้พระยาอภิบาลกลุ้มใจหนัก ในระหว่างนั้นเอง ปัทมาขออนุญาตไปเรียนต่อที่ศรีราชา กับเพื่อนรัก ทานตะวัน ที่นั่นเอง ปัทมาพบรักกับคุณธนา น้าของทานตะวัน เมื่อพระยาอภิบาลทราบเรื่อง ปัทมาถูกตบตีอย่างรุนแรง หลังจากนั้นปัทมาถูกจับไปบวชชี ทานตะวันและธนาช่วยปัทมาหนีออกจากวัดได้ ปัทมาได้แต่งงานกับธนาในที่สุด พระยาอภิบาลโกรธแค้นมาก ตัดปัทมาออกจากตระกูล

เวลาผ่านไป ปวีณา และปารมีเริ่มเป็นสาว ปวีณา แอบอิจฉาปารมีที่สวยกว่าตน แต่ปวีณาเป็นที่โปรดปรานของคุณปู่และคุณพ่อ จึงได้รับอนุญาตให้เรียนต่อมหาวิทยาลัย ส่วนปารมีให้เรียนถึงมัธยมแปดเท่านั้น

ปวีณา ได้พบกับแทนพงศ์ หลานของหลวงวิจิตรที่เพิ่งจบการศึกษาจากเมืองนอก และมาเป็นอาจารย์พิเศษของปวีณา ปวีณาได้ที่อยู่ของปัทมา เธอจึงไปเยี่ยมพี่สาว และนำความไปบอกเจ้าคุณปู่กับคุณพ่อ พระนิติรักษ์จึงมาพาตัวปัทมากลับไป ปัทมาเสียใจที่ถูกพรากจากสามี เธอตรอมใจจนผูกคอฆ่าตัวตาย แต่คุณปีบมาช่วยไว้ทัน วันหนึ่งปัทมาเห็นรูปถ่ายของธนากับทานตะวัน เพื่อนรัก ปัทมาเข้าใจว่าเพื่อนรักแย่งสามีตน เธอจึงกินยาฆ่าตัวตายอีกครั้ง แต่ทุกคนช่วยไว้ได้ทัน สภาพจิตใจของปัทมาแย่ลงทุกที

ทันพันธุ์ หลานอีกคนหนึ่งของตระกูลหลวงวิจิตร แอบชอบปารมีอยู่ ทันพันธุ์มาร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อเปิดร้านอาหารของคุณทั้ง 3 นาง และมีโอกาสพูดคุยกับพระยาอภิบาล พระยาอภิบาลไม่ทราบว่าทันพันธุ์เป็นหลานศัตรู ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอ เมื่อพระยาอภิบาลรู้ความจริงว่าทันพันธุ์เป็นใคร ก็มิได้จงเกลียดจงชังมากนัก

ธนาส่งจดหมายหย่าให้ปัทมา เป็นเหตุให้ปัทมาช็อค กลายเป็นคนบ้า ทันพันธุ์ทนไม่ได้จึงเขียนจดหมายไปต่อว่าธนากับทานตะวัน ทานตะวันสำนึกได้ และขอให้ธนากลับไปหาปัทมา แต่พระยาอภิบาลยอมรับธนาไม่ได้ จึงขับไล่ธนากลับไป

ทันพันธุ์ขอปารมีแต่งงาน พระยาอภิบาลมีข้อแม้อยู่ว่าทันพันธุ์ต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของท่าน และวันแต่งงาน รดน้ำสังข์ ห้ามไม่ให้ญาติทันพันธุ์มาร่วมงาน ทันพันธุ์ยอมรับข้อเสนอทุกประการ

วันฉลองงานแต่งงานมาถึง ญาติพี่น้องของทันพันธุ์ไปจัดงานกันที่อื่น ที่บ้านของพระยาอภิบาลช่างเงียบเหงาเหลือเพียงแต่ปัทมา ที่เป็นคนวิกลจริตไปแล้ว โดยที่ท่านไม่ยอมรับรู้เลยว่า ปัทมาต้องมาเป็นเช่นนี้ เพราะความอาฆาต พยาบาทที่ท่านมีต่อตระกูลหลวงวิจิตร ที่เป็นเสมือนขมิ้นกับปูนนั่นเอง

ผู้กำกับ : อดุลย์ บุญบุตร
ผลิตโดย :
เขียนบท : นรัญญา
บทประพันธ์ : จุลลดา ภักดีภูมินทร์

นักแสดง
นิธิ สมุทรโคจร
ศิริลักษณ์ ผ่องโชค
สุนิสา เจท
สราวุธ มาตรทอง

ขมิ้นกับปูน

เมื่อปี พ.ศ.2486 ความเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองและสังคมเกิดขึ้นในเมืองไทย แต่ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเลย คือความเกลียดชังระหว่างตระกูล พระยาอภิบาลบำรุง และตระกูลหลวงวิจิตร  ศิล ปาการ สาเหตุเนื่องมาจากคุณแม่ของพระยาอภิบาลบำรุง ได้หนีตามคุณพ่อของหลวงวิจิตรไป ซึ่งนำความเสื่อมเสียมายังตระกูลของพระยาอภิบาลอย่างยิ่ง   พระยา อภิบาลมีบุตรชาย 1 คน คือพระนิติรักษ์ธรรมสถิต (ปรุง) และธิดา 3 คน คือ คุณปริก คุณจำปา และคุณปีบ ซึ่งครองความเป็นสาวจนกระทั่งปัจจุบัน ในรุ่นหลานของตระกูล ซึ่งเป็นลูกของพระนิติรักษ์ ได้แก่สามสาวปัทมา ปวีณา และปารมี

เมื่อทางราชการเปลี่ยนแปลงไม่ให้มีการใช้ยศถาบรรดาศักดิ์อีก พระนิติรักษ์ ทนไม่ได้จึงลาออกจากราชการ ฝ่ายพระยาอภิบาลก็เกษียณแล้ว ทำให้ตระกูลอภิบาลบำรุงเริ่มเสื่อมถอย เงินทองร่อยหรอ ผิดกับตระกูลของหลวงวิจิตร ที่เจริญมั่งคั่งขึ้นทุกวัน

ปวีณา เป็นเด็กสาวช่างฟ้อง อิจฉาปัทมาพี่สาว จึงฟ้องพระยาอภิบาลว่าปัทมาแอบคบกับทานตะวันและธนา หลานและลูกของหลวงวิจิตร ปัทมาจึงถูกเฆี่ยนตีอย่างหนัก จนเริ่มเก็บกด แข็งกระด้างและเจ้าทิฐิโดยไม่รู้ตัว

ช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 พระนิติรักษ์ทำการค้า และถูกโกง ยิ่งทำให้พระยาอภิบาลกลุ้มใจหนัก ในระหว่างนั้นเอง ปัทมาขออนุญาตไปเรียนต่อที่ศรีราชา กับเพื่อนรัก ทานตะวัน ที่นั่นเอง ปัทมาพบรักกับคุณธนา น้าของทานตะวัน เมื่อพระยาอภิบาลทราบเรื่อง ปัทมาถูกตบตีอย่างรุนแรง หลังจากนั้นปัทมาถูกจับไปบวชชี ทานตะวันและธนาช่วยปัทมาหนีออกจากวัดได้ ปัทมาได้แต่งงานกับธนาในที่สุด พระยาอภิบาลโกรธแค้นมาก ตัดปัทมาออกจากตระกูล

เวลาผ่านไป ปวีณา และปารมีเริ่มเป็นสาว ปวีณา แอบอิจฉาปารมีที่สวยกว่าตน แต่ปวีณาเป็นที่โปรดปรานของคุณปู่และคุณพ่อ จึงได้รับอนุญาตให้เรียนต่อมหาวิทยาลัย ส่วนปารมีให้เรียนถึงมัธยมแปดเท่านั้น

ปวีณา ได้พบกับแทนพงศ์ หลานของหลวงวิจิตรที่เพิ่งจบการศึกษาจากเมืองนอก และมาเป็นอาจารย์พิเศษของปวีณา ปวีณาได้ที่อยู่ของปัทมา เธอจึงไปเยี่ยมพี่สาว และนำความไปบอกเจ้าคุณปู่กับคุณพ่อ พระนิติรักษ์จึงมาพาตัวปัทมากลับไป ปัทมาเสียใจที่ถูกพรากจากสามี เธอตรอมใจจนผูกคอฆ่าตัวตาย แต่คุณปีบมาช่วยไว้ทัน วันหนึ่งปัทมาเห็นรูปถ่ายของธนากับทานตะวัน เพื่อนรัก ปัทมาเข้าใจว่าเพื่อนรักแย่งสามีตน เธอจึงกินยาฆ่าตัวตายอีกครั้ง แต่ทุกคนช่วยไว้ได้ทัน สภาพจิตใจของปัทมาแย่ลงทุกที

ทันพันธุ์ หลานอีกคนหนึ่งของตระกูลหลวงวิจิตร แอบชอบปารมีอยู่ ทันพันธุ์มาร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อเปิดร้านอาหารของคุณทั้ง 3 นาง และมีโอกาสพูดคุยกับพระยาอภิบาล พระยาอภิบาลไม่ทราบว่าทันพันธุ์เป็นหลานศัตรู ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอ เมื่อพระยาอภิบาลรู้ความจริงว่าทันพันธุ์เป็นใคร ก็มิได้จงเกลียดจงชังมากนัก

ธนา ส่งจดหมายหย่าให้ปัทมา เป็นเหตุให้ปัทมาช็อค กลายเป็นคนบ้า ทันพันธุ์ทนไม่ได้จึงเขียนจดหมายไปต่อว่าธนากับทานตะวัน ทานตะวันสำนึกได้ และขอให้ธนากลับไปหาปัทมา แต่พระยาอภิบาลยอมรับธนาไม่ได้จึงขับไล่ธนากลับไป

ทันพันธุ์ขอปารมีแต่งงาน พระยาอภิบาลมีข้อแม้อยู่ว่าทันพันธุ์ต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของท่าน และวันแต่งงาน รดน้ำสังข์ ห้ามไม่ให้ญาติทันพันธุ์มาร่วมงาน ทันพันธุ์ยอมรับข้อเสนอทุกประการ

วันฉลองงานแต่งงานมาถึง ญาติพี่น้องของทันพันธุ์ไปจัดงานกันที่อื่น ที่บ้านของพระยาอภิบาลช่างเงียบเหงาเหลือเพียงแต่ปัทมา ที่เป็นคนวิกลจริตไปแล้ว โดยที่ท่านไม่ยอมรับรู้เลยว่า ปัทมาต้องมาเป็นเช่นนี้ เพราะความอาฆาต พยาบาทที่ท่านมีต่อตระกูลหลวงวิจิตร ที่เป็นเสมือนขมิ้นกับปูนนั่นเอง


รายชื่อนักแสดง
ชไมพร จตุรภุช  แสดงเป็น ปัทมา
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี แสดงเป็น ธนา
เมทนี บูรณศิริ แสดงเป็น แทนพงศ์
รุจน์ รณภพ แสดงเป็น พระยาอภิบาลบำรุง
สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ เป็น พระวิจิตร
ปัทมา ปานทอง แสดงเป็น ปวีณา
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร แสดงเป็น ทันพันธุ์
เสาวลักษณ์ ศรีอรัญญ์ แสดงเป็น ปารมี

ขมิ้นกับปูน 2527

ขมิ้นกับปูน เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคตั้งแต่ก่อนสงคราม, สงคราม และ หลังสงคราม ระหว่าง พ.ศ. 2475 2500)

พระยาอภิบาลบํารุง ข้าราชสํานักผู้จงรักและพระวิจิตรศิลปการเป็นอริกัน เนื่องมาแต่ครั้งมารดา พระยาอภิบาลฯ หนีตามบิดาพระวิจิตรไป พระยาอภิบาลทั้งอับอายและโกรธแค้น ฉะนั้น 2 ตระกูลจึงตั้งตัวเป็นศัตรูกันอย่างออกหน้าทั้ง ๆ ที่รั้วบ้านอยู่ ติดกัน

พระยาอภิบาล (ส.อาสนจินดา) มีบุตรชาย 1 คน คือ
1. พระนิติรักษ์ธรรมสถิตย์ (อดิศักดิ์ เศวตนันท์) และมีลูกสาว 3 คน
2. คุณปริก (กิ่งดาว)
3. คุณจําปา (ณัฐนี สิทธิสมาน)
4. คุณปีป (เรไร สุขอุดม)
คุณ ๆ ทั้ง 3 เป็นสาวแก่ไม่ได้แต่งงาน คุณปีปนั้นเคยรักกับนายทํานอง (บุตรชายคนที่ 2 ของพระ วิจิตรศิลปการ) แต่เนื่องจากผู้ใหญ่เป็นศัตรูกันก็จําต้องเลิกร้างกันไป แต่ทั้งคู่ก็ยังอาวรณ์ถึงกันอยู่

พระนิติรักษ์ธรรมสถิตย์ มี ลูกสาว 3 คน
1. ปัทมา(เดือนเต็ม สาลิตุลย์)
2. ปวีณา (ลินดา ค้าธัญเจริญ)
3. ปารมี (กาญจนา จินดาวัฒน์)

ฝ่ายพระวิจิตรศิลปการ (สมควร กระจ่างศาสตร์) มีลูกชาย 3 คน
1. นายทํานุ
2. นายทํานอง(ทม) วิชา วัชระ
3. นายธนา(นิรุตต์ ศิริจรรยา) เกิดจากภรรยาคนสุดท้าย

นายทํานุ แต่งงานกับนางพิศมร (พงษ์ลดา) ลูกผู้มีอันจะกินมีบุตรชายด้วยกัน 2 คน (และอายุไล่เลี่ยกับ ธนา น้องชายคนสุดท้อง)
1. นายแทนพงศ์หรือ(วิวัฒน์ ผสมทรัพย์)
2. นายทันพันธุ์ พระเอก(ธงชัย แมคอินไตย)

ทั้งคู่ไม่มีลูกสาวจึงขอหลานข้างเมียมาเลี้ยง 1 คนชื่อ ทานตะวัน (กัลยาณี) แม้ครอบครัวทั้ง 2 จะเป็นอริกัน แต่ทานตะวันกับปัทมาก็แอบคบกันเป็นเพื่อนสนิท เพราะเรียนโรง เรียนเดียวกันโดยผู้ใหญ่ทางบ้านไม่รู้

พระยาอภิบาลฯ และลูกชายลาออกจากราชการสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง และยังฝังใจอยู่กับค่านิยมเก่า ๆ ทําให้ฐานะตกต่ําลง ผิดกับครอบครัวพระวิจิตร ที่ขึ้นลงตามน้ำ ทําให้เฟื่องฟูทุกยุคมีแต่ความหรูหราฟุ่มเฟือยและไม่แคร์ต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทําให้ครอบครัวพระยาอภิบาลดูแคลนและเกลียดชัง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น คุณพระนิติรักษ์ ก็ยังไม่มีโอกาสเข้ารับราชการ คุณปริก, คุณจําปา, คุณปีป ต้องทําขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ขาย เพื่อจุนเจือครอบครัว ถึงกับต้องเอาเครื่องประดับเก่าแก่ออกขายที่บ้านหม้อ คุณพิศมรเป็นผู้ไปซื้อกลับมา สร้างความขบขันให้แก่พระวิจิตรยิ่งนัก ส่วนปัทมาก็รุ่นสาวแล้ว และถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจําที่ศรีราชา พร้อมกับทานตะวัน ธนา (นิรุตต์) มาเยี่ยมทานตะวันบ่อย ๆ เกิดรักปัทมา ปวีณา น้องสาวจับ จ.ม.ได้ และฟ้อง เจ้าคุณปู่ (พระยาอภิบาล) คุณปู่โกรธจัด พรากเอาปัทมาไปจะให้บวชชี แต่ความรักนั้นยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ โดยความช่วยเหลือของทานตะวัน ธนาแอบพาปัทมาหนีออกมาจากวัดได้สําเร็จ

พระวิจิตรฯ ถือเป็นชัยชนะอย่างใหญ่หลวงที่ลูกชายขโมยหลานสาวพระยาอภิบาลฯมาได้เหมือนครั้ง มารดา และได้จัดการแต่งงานธนาและปัทมาอย่างหรูหราที่ทําเนียบรัฐบาล โดยได้ส่งการ์ดเชิญไปให้พระยาอภิบาลฯ พระยาอภิบาลฯ โกรธพระ วิจิตร ทําการหยามนําหน้าอย่างอภัยให้ไม่ได้

ส่วนปัทมานั้น เมื่อแต่งงานกับธนา แม้ว่าทุกคนจะรักใคร่ปัทมา แต่ก็ไม่อาจเข้ากับครอบครัวพระวิจิตรได้สนิทใจเพราะมักจะได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์คุณปู่ของตนเยี่ยงตัวตลกอยู่เสมอ ทําให้ปัทมาหงุดหงิดและพาล เป็นปากเสียงกับธนา

ปวีณา น้องสาวปัทมา เติบโตเป็นสาวไม่สวยเท่าน้อง จึงมีปมด้อย ขี้อิจฉาช่างฟ้องและคิดว่าตัววิเศษกว่าใคร คุณปู่โปรดปรานมาก ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่แทนพงศ์ (วิวัฒน์) ลูกชายนายทํานุ เป็นอาจารย์สอน ปวีณาทําตัวเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย และได้หลอกถามที่อยู่ปัทมาต่อแทนพงศ์ แล้วนําไปบอก์เจ้าคุณปู่ ๆ ก็ตามไป พรากตัวปัทมากลับบ้าน เป็นขณะ เดียวกับที่ธนาจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ ธนามาตามปัทมาแต่ถูกเจ้าคุณอภิบาลไล่ตะเพิดกลับไป ปัทมา เสียใจจนผูกคอตายแต่ช่วยไว้ทัน

ปารมี (กาญจนา) น้องสุดท้อง อ่อนหวาน ไม่มีปากเสียงแต่ซ่อนความฉลาดไว้เงียบ ๆ คุณปู่ไม่รักเพราะอคติว่าจะทําตัวแบบปัทมา จึงไม่ให้เรียนต่อ ปารมีสงสารปัทมา แต่ก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ นอกจากปลอบใจและยามว่างก็ช่วยคุณอาทําขนมขาย

พระนิติรักษ์ฯ บิดาของปัทมา เมื่อออกจากราชการไปประกอบอาชีพใดก็ไม่เคยสําเร็จ ยิ่งทําให้พระอภิบาลฯ ท้อแท้และขังตัวเองอยู่แต่ในรั้วบ้าน ฐานะก็ยิ่งแย่ลง คุณปริกและน้อง ๆ ขออนุญาตเปิดร้านอาหารในบ้าน ยิ่งทําให้เจ้าคุณขมขึ้นมากขึ้น เพราะเคยเป็นหลักให้ลูก ๆ กลับจะต้องเกาะลูกกิน ไม่อยากให้ได้ชื่อว่าลูก ๆ เป็น แม่ค้าขายข้าวแกงแต่ก็สุดจะทัดทาน เพราะความจําเป็นบังคับ

ส่วนครอบครัวพระวิจิตรฯ เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของบ้านพระยาอภิบาลอย่างขบขันและสมเพช ผิดกับทํานองผู้ลูกและหลาน ๆ คือแทนพงศ์และทันพันธุ์ ซึ่งเห็นใจบ้านพระยาอภิบาลฯ โดยเฉพาะทันพันธุ์ ลูกชายนายทํานุ สถาปนิกหนุ่มหัวสมัยใหม่ เพิ่งกลับจากเมืองนอก ทันพันธุ์ไม่ยอมทําราชการที่บิดาฝากให้ นับว่าเป็นไม้แข็งต่างจากปู่และบิดาซึ่งเอาตัวรอดด้วยการเป็นไม้อ่อนลู่ลม

ทันพันธุ์ เห็นว่าเรื่องโกรธเคืองของ 2 ตระกูลเป็นเรื่องเหลวไหล เผอิญเกิดพอใจปารมีด้วย จึงพยายามหาทางเข้าบ้านเจ้าคุณอภิบาล ฉะนั้นในวันเปิดร้านอาหาร ขณะเลี้ยงพระเพล ทันพันธุ์จึงเดินเทิง ๆ เข้าไปกราบเจ้าคุณ อย่างเรียบร้อย และคุยกับเจ้าคุณฯ ได้สนิทสนม โดยท่านไม่รู้ว่าเป็นหลานพระวิจิตร เล่นเอาคุณ ๆ ทั้ง 3 พาลจะหัวใจวาย ทันพันธุ์เป็นคนเชื่อมั่น ในตัวเอง และไม่ยอมก้มศีรษะให้ใครง่าย ๆ และมีความดื้อรั้น โผงผาง อันตรง กับอุปนิสัยของเจ้าคุณพอดี ก็เลยคุยกันอย่างถูกคอ พอถามและรู้ว่าทันพันธุ์เป็นลูกหลานพระวิจิตรคู่อาฆาต เจ้าคุณจะไล่ไปก็ใช่ที่ เพราะเกรงใจแขกเหรื่อในงาน จึงได้แต่นิ่งขึงด้วยทิฐิ ทั้ง ๆ ที่พอใจทันพันธุ์อยู่ไม่น้อย

ทานตะวันเพื่อนสนิทของปัทมา ไปเรียนเมืองนอกก่อนธนา ด้วยความว้าเหว่ที่ถูกพรากปัทมาไป ทําให้ธนาต้องปรับทุกข์กับทานตะวัน ทั้งคู่เกิดเห็นใจกัน ข่าวลือมาถึงเมืองไทย ปวีณา ผู้ริษยาเยาะเย้ย ปัทมาว่าถูกผัวทิ้ง เพราะธนาจะแต่งงานกับทานตะวัน ปัทมาก็เลยกินยาตายแต่นําส่งโรงพยาบาลได้ทัน ปารมีน้องสาวมาเฝ้าปัทมาที่โรงพยาบาล ทันพันธุ์มาเยี่ยมบ่อย ๆ ด้วยความสงสารและถือโอกาสคุ้นเคยกับปารมีด้วย ปวีณามาเห็นทันพันธุ์เยี่ยมปัทมาและคุยกับปารมีด้วยความอิจฉาที่ไม่มีใครสนใจ ตนก็เก็บไปฟ้องคุณปู่ ปารมีถูกคุณปู่ เรียกไปคุย แต่ปารมีผู้น่ารักก็รับฟัง โดยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้เช่นปัทมา คุณปู่จึงไม่อาจลงโทษได้

พี่น้องของธนา, ทํานอง (ทม วิศวชาติ) แทนพงศ์ (วิวัฒน์) และ ทันพันธุ์ เมื่อมาเห็นสภาพปัทมาที่ โรงพยาบาล ก็เขียนจดหมายประณามคนทั้งคู่ว่าฆ่าปัทมาอย่างเลือดเย็น ขอให้เลิกล้มการแต่งงานเสีย เผอิญ จดหมายสวนทางกับจดหมายของธนา ที่ส่งมาถึงเจ้าคุณปู่และแนบใบหย่ามาให้ปัทมาเซ็นชื่อด้วย เจ้าคุณปู่แค้นมากถือว่าถูกเหยียบย่ํา จนลืมเวทนาปัทมาที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล โดยเอาใบหย่าให้ดู พอเห็นหนังสือหย่าจากสามีถึงกับสติวิปลาสไปเลย

ทันพันธุ์รักปารมีแต่ไม่มีใครเห็นด้วย จึงให้ท่านหญิงพิไลลักขณา ไปสู่ขอบารมีให้ ด้วยความแค้น เจ้าคุณพาทันพันธุ์ไปดูสภาพของปัทมาที่เป็นบ้า ทันพันธุ์สลดใจและยอมรับผิดร่วมกับธนาทั้งที่ตนมิใช่ต้นเหตุ แม้กระนั้น เจ้าคุณก็ยังไม่ยอมออกปากยกปารมี

เมื่อธนารู้เรื่องเข้าก็รีบกลับ เมืองไทยเพื่อรับผิดชอบปัทมาและอยาก ให้ทันพันธุ์สมหวังแต่ทันพันธุ์กลับโกรธและประณามธนาว่าโหดร้ายต่อปัทมา ข้างพระวิจิตรก็โกรธทันพันธุ์ ที่ไปกราบกรานขอหลานสาวศัตรู
ถึงกับจะตัดขาด ทันพันธุ์จึงเกิดความเครียดและโกลาหลกันทั้ง 2 บ้านแต่ทันพันธุ์กลับไม่สนใจคงปฏิบัติตัวต่อพระยาอภิบาลอย่างสม่ําเสมอจนกระ ทั้งท่านใจอ่อนยอมยกปารมีให้ แต่มีข้อแม้อยู่ 2 ข้อ

1. ต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุล ของพระยาอภิบาล เพราะต้องการสายเลือดดี ๆ มาเป็นผู้สืบสกุล
2. ขอเป็นผู้รดน้ำบ่าวสาว แต่เพียงคนเดียว ซึ่งทันพันธุ์ก็ยอมตกลง ทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันอย่างสมใจ และธนาก็เลิกล้มที่จะแต่งงานกับทานตะวันและ ขอรับผิดชอบปัทมาที่เป็นบ้า ธนาหวัง – ว่าสักวันหนึ่ง…ปัทมาจะหายกลับมา เป็นปัทมาคนเดิมได้และชีวิตแต่งงาน ที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ก็คงจะราบรื่นเสียที่

ผู้กำกับ : อารีย์ นักดนตรี
ผลิตโดย :
เขียนบท : สุภาว์ เทวกุล
บทประพันธ์ : จุลลดา ภักดีภูมินทร์

นักแสดงละคร ขมิ้นกับปูน 2528

นิรุตติ์ ศิริจรรยา
ธงไชย แมคอินไตย์
กาญจนา จินดาวัฒน์
เดือนเต็ม สาลิตุล
ส.อาสนจินดา

แกะหลงฝูง

นักแสดงละคร แกะหลงฝูง

นิรุตต์ ศิริจรรยา
ดวงใจ หทัยกาญจน์
อุทุมพร ศิลาพันธ์
ปริชาติ บริสุทธิ์