ธิดาซาตาน

ณ ป่าดงดิบแถบชายแดน นายพรานรามราช กับนายพรายภูไพร เพื่อนร่วมสาบานที่เกิดเวลาเที่ยงคืนของคืนวันจันทรคราส วันเดียวปีเดียวกันตรงตามความเชื่อถือที่สืบต่อกันมาว่า หากใครเกิดวันดังกล่าวผู้นั้นคือทายาทอสูรที่สามารถฝึกฝนมนต์ดำจนบรรลุไสย เวทย์ขั้นสูงได้ ทั้งสองจึงร่วมกันติดตามค้นหาตำราอสูรมานานนับหลายปี แล้วในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง แต่ด้วยความโลภในใจทำให้รามราชลืมความเป็นเพื่อน อยากจะครอบครองตำราอสูรไว้เพียงผู้เดียว ทั้งคู่หันมาห้ำหั่นแย่งชิงกันเอง รามราชถูกภูไพรเอาไฟจี้จนบาดเจ็บ ฉับพลันเกิดอาเพศถ้ำถล่มรามราชหนีไปได้ ทิ้งภูไพรกับตำราอสูรฝังในถ้ำนั้น

17 ปี ผ่านไป ธารใส, เพลิงพิศ, วายุตา, เอื้องทราย เด็กสาว 4 คนเติบโตขึ้นมาต่างทิศทางที่ต่างนิสัยใจคอและต่างสายเลือด แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือทั้ง 4 คนเกิดในวันที่พรานทั้งสองมอบตัวเป็นทายาทอสูร เพียงแตกต่างกันทำให้แต่ละคนมีธาตุที่ต่างกัน ซึ่งตามตำรามนต์ดำหากธาตุทั้งสี่ได้รวมตัวกันก็จะบังเกิดพลังร้ายแห่งอสูร ที่ไม่มีใครสามารถต้านทานได้ ธารใส เด็กสาวอายุ 16 เป็นลูกกำพร้าได้ แย้ม กับย้อย เก็บมาเลี้ยงดูเป็นลูก แย้มกับย้อยมีอาชีพเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกชาวบ้าน และพยายามฝึกฝนให้ธารใสขโมยของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ด้วยความที่เป็นคนขลาดกลัวธารใสทำพลาดเกือบทุกครั้ง และล่าสุดก็โดนรปภ.ไล่ตามจับธารใสหนีรอดได้ทัน

แต่กลับไปวิ่งชนเข้า กับ เชนทร์ ลูกชายเจ้าของโรงเรียนมารตีคอมเมิร์ส เชนทร์เข้าใจว่าธารใสเป็นพวกหัวขโมย เพลิงพิศ เด็กสาวผู้แสนอาภัพต้องสูญเสียพ่อที่แสนดีไปตั้งแต่ยังเล็ก ทิ้งให้เธออยู่กับแม่ คุณหญิงแม่แม่เลี้ยงใจร้ายที่ฮุบมรดกของเธอไปจนหมด เพลิงพิศถูกเลี้ยงดูไม่ต่างกับสาวใช้ภายในบ้าน แถมยังโดน ชนก กลั่นแกล้งทารุณทุบตีทำร้ายจากแม่เลี้ยงและ หญิงนิล น้องสาวต่างมารดาอยู่เป็นประจำ ในขณะเดียวกัน วายุตา ลูกสาวมหาเศรษฐีที่โหยหาความรักความเอาใจใส่จากครอบครัวมาโดยตลอดก็มี ดวงเดช พ่อที่ลุ่มหลงอยู่แต่เรื่องกามารมณ์กับเด็กสาวเอ๊าะๆ วัยเดียวกับตน และ นงนุช แม่ที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการช่วยเหลือเด็กกำพร้า

แต่ กลับหลงลืมที่จะกลับมาดูแลเอาใจใส่ลูกสาวคนเดียวของตนเอง จึงทำให้วายุตาไม่ต่างอะไรกับเด็กกำพร้าทางใจ วายุตาแอบหนีไปเทียวเจอกับกลุ่มเพื่อนชายที่พยายามจะลากวายุตาไปข่มขืน แต่วายุตากลับรอดมาได้อย่างหวุดหวิด และคนสุดท้าย เอื้องทราย สาวน้อยชาวเหนือแสนซื่อที่ถูกแม่เล้าหลอกซื้อตัวมาจะเอาเป็นลูกบุญธรรม แต่จริงๆ แล้วกลับบังคับให้มาขายตัว เอื้องทรายตัดสินใจหนีไปตายเอาดาบหน้า แต่ถูกกลุ่มลูกสมุนของแม่เล้าตามล่าเอาชีวิต เอื้องทรายหลบเข้าไปในรถของ มารตี รถพาเอื้องทรายมาถึงบ้านของมารตี และกลายมาเป็นสาวใช้ติดตามเชนทร์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมารตีในเวลาต่อมา การพบกันครั้งแรกของสี่สาวทายาทอสูรเกิดขึ้นในวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียน มารตีคอมเมิร์ส

ธารใสสอบชิงทุนการศึกษาเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ของ โรงเรียน ส่วนวายุตาทนอยู่โรงเรียนเก่าต่อไปไม่ได้จึงลาออกแล้วมาเรียนต่อที่นี่ มารตีเจ้าของโรงเรียนให้เอื้องทรายมาเรียนที่โรงเรียนด้วย เพื่อคอยรับใช้เชนทร์ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ ธารใส, วายุตา, เอื้องทราย ได้พบกับเพลิงพิศที่เป็นนักเรียนเก่าของที่นี่ แต่แทนที่จะเป็นการพบกันในฐานะเพื่อนใหม่ ธารใสกับเพลิงพิศกลับเป็นได้แค่ศัตรูแปลกหน้าเท่านั้น เพราะธารใสเป็นต้นเหตุให้เพลิงพิศ, วายุตา และเอื้องทราย โดนมารตีทำโทษให้อับอายเพื่อนนักเรียยนในวันแรกของการเรียน ความโชคร้ายของธารใสยังไม่จบลงเท่านั้น เชนทร์พบกับธารใสโดยบังเอิญและจำได้ว่าธารใสเป็นขโมยที่ถูกรปภ.ไล่ตามในห้าง

เชนทร์ ลากตัวธารใสไปหามารตีและบอกให้แม่ไล่ธารใสออก มารตีเชื่อเชนทร์แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อแย้มกับย้อยโผล่มาในคราบของ เศรษฐีน้ำมันชาวตะวันออกกลาง ซึ่งแย้มกับย้อยตั้งใจปลอมมาเป็นคนรวยเพราะอยากให้ธารใสมีฐานะทัดเทียม เพื่อนๆ มารตีไม่กล้าไล่ธารใสออก แต่จำเป็นต้องคัดชื่อออกจากนักเรียนทุน การมาเยือนของแย้มย้อยแทนที่จะช่วยธารใสกลับทำให้ชีวิตธารใสลำบากมากขึ้น เพราะธารใสต้องไปหางานพิเศษทำอย่างหนักเพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าเทอม ธารใสไปขอทำงานเพื่อหารายได้พิเศษในชมรมเชียร์ของโรงเรียน และได้พบกับเพลิงพิศที่มาทำงานพิเศษในชมรมนี้เช่นกัน เพลิงพิศไม่สนใจธารใสแม้ธารใสพยายามหาทางพูดคุยด้วย

ธารใสเห็นการฝึก ซ้อมของทีมเชียร์แล้วรู้สึกทึ่งและสนใจอยากเข้าร่วมบ้าง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเชนทร์ในฐานะประธานเชียร์และหญิงนิลหัวหน้าทีมเชียร์ ต่างพากันกีดกันธารใส ธารใสเห็นเพลิงพิศเต้นเชียร์ได้อย่างคล่องแคล่วเลยขอให้เพลิงพิศช่วยสอนให้ แต่เพลิงพิศปฏิเสธและยังไม่หายโกรธธารใส ด้านเพลิงพิศก็พยายามให้หญิงนิลรับเธอเข้าทีมเชียร์อีกครั้ง หญิงนิลเห็นธารใสและเกิดหมั่นไส้เลยสั่งให้ทั้งคู่ไปตั้งทีมเชียร์มาเต้น โชว์ให้ดู ถ้าทำได้ดีถูกใจเธอก็จะรับทั้งคู่เข้าทีมเชียร์ เพลิงพิศไม่อยากร่วมทีมกับธารใส แต่ด้วยความที่อยากเต้นมากเลยจำใจรับปากหญิงนิล เพลิงพิศกับธารใสเลยไปชวนวายุตากับเอื้องทรายมาร่วมทีมเชียร์ด้วย

ทั้ง 4 คน ฝึกซ้อมโดยมีเพลิงพิศเป็นคนสอนท่าเต้น เพลิงพิศแทบบ้าเพราะธารใสไม่มีพื้นฐานการเต้นเลย แถมยังฟังจังหวะดนตรีไม่เป็น เพลิงพิศจึงตกลงใจให้ธารใสเป็นตัวขึ้นไปยืนต่อตัวในช่วงท้ายของการเต้นเท่า นั้นพอ ผลปรากฎว่าเมื่อวันทดสอบมาถึงธารใสกลับเป็นตัวทำให้ความฝันของทีมพังทลาย เพราะเมื่อถึงช่วงต่อตัวธารใสกลับกลัวจนขาสั่น ตกลงมาทับ 3 สาวที่ยืนเป็นฐาน ทำให้ถูกเชนทร์กับหญิงนิลหัวเราะเยาะเย้ย ทำให้เพลิงพิศยิ่งเพิ่มความเกลียดชังธารใสมากขึ้น ชีวิตในโรงเรียนของธารใสกับเพลิงพิศไม่ต่างอะไรกันนัก ในขณะที่ธารใสโดนเพื่อนชายในห้องแกล้งอยู่เสมอๆ เพราะความเป็นคนขี้กลัวและอ่อนแอ ธารใสจึงเหมือนตัวตลกของห้องท่ามกลางความสะใจของเชนทร์และกลุ่มเพื่อนๆ

ส่วน เพลิงพิศก็โดนหญิงนิลคอยข่มเหงรังแก และใช้ความรุนแรงตบตีเพลิงพิศต่อหน้าเพื่อนๆ ให้อาย ความที่เพลิงพิศเป็นผู้หญิงแข็งกร้าว พูดจาดุดัน ผู้ชายต่างพากันไม่กล้าเข้าใกล้ เตอร์ เพื่อนสนิทที่คอยเอาแต่สนันสนุนเป็นลูกคู่ แต่จริงๆ แล้วแอบอิจฉาเชนทร์ ท้าให้เชนทร์นัดเดทกับเพลิงพิศ เชนทร์รับคำท้าทั้งๆ ที่ น็อต เพื่อนสนิทอีกคนที่คอยแอบเป็นกำลังใจให้พวกสี่สาวและเป็นเพื่อนที่จริงใจของ เชนทร์ ไม่เห็นด้วยที่เชนทร์จะคอยแกล้งพวกสี่สาว เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเคยปฏิเสธเขาเลย และในที่สุดเชนทร์ก็จีบเพลิงพิศสำเร็จ ข่าวนี้รู้ไปถึงหญิงนิลหญิงนิลแทบคลั่งที่เพลิงพิศตัดหน้าแย่งเชนทร์ไป ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเชนทร์ควงอยู่กับหญิงนิล

หญิงนิลพาเพื่อนไป รุมทำร้ายเพลิงพิศจะกรีดหน้าให้เสียโฉม แต่ธารใสมาเจอและเอาชีวิตเข้าเสี่ยงช่วยเพลิงพิศจนตัวเองบาดเจ็บ วายุตากับเอื้องทรายเข้ามาช่วยเพลิงพิศกับธารใสไว้ได้ทัน ทำให้เพลิงพิศซึ้งในน้ำใจของธารใส มิตรภาพของคนทั้ง 4 จึงเริ่มนับจากนั้น หลังจากจีบเพลิงพิศสำเร็จเชนทร์ก็เลิกสนใจเพลิงพิศทำให้เพลิงพิศไม่เข้าใจ เตอร์เพื่อนสนิสของเชนทร์เลยได้ทีพูดจาเยาะเย้ยเพลิงพิศว่ามันเป็นแค่เกม เท่านั้น ทำให้ธารใสลืมตัวตบหน้าเชนทร์ เชนทร์โกรธมากประกาศตัวเป็นศัตรูกับพวก 4 สาวทันที สี่สาวถูกจำกัดสิทธิ์ต่างๆ ภายในโรงเรียน มีวิธีเดียวที่จะสามารถอยู่รอดในโรงเรียนนี้ได้คือการรวมกลุ่มกันสู้เท่า นั้น 4 สาวจึงจับมือสาบานเป็นเพื่อนตายกันและตั้งชื่อแก็งค์ว่า กุหลาบไฟ

หลัง จากเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นในการเดินทางไปทัศนศึกษาในป่าทึบเขตชายแดน ชีวิตของสี่สาวก็เปลี่ยนไปเพราะธารใสได้พบกับตำราอสูรที่ซ่อนอยู่ในถ้ำด้วย ความบังเอิญ แต่สี่สาวไม่รู้ว่าตอนอยู่ในถ้ำมีเงาดำที่ตามติดสี่สาวออกมาด้วย เงาดำนั้นคือรามราชพรานหนุ่มเมื่อ 16 ปีก่อน ที่บัดนี้กลายเป็นชายแก่หน้าตาอัปลักษณ์ รามราชเฝ้าค้นหาตำราอสูรมา 16 ปีแต่กลับไม่พบ แล้วก็แปลกใจมากที่สี่สาวเจอตำราได้ง่ายดาย รามราชติดตามสี่สาวเข้ากรุงเทพแล้วสมัครเป็นภารโรงในโรงเรียนมารตีคอมเมิร์ส มารตีรับไว้เพราะรามราชไม่ต้องการเงินเดือนแค่อยากได้ที่พักและข้าวกิน 3 มื้อ แต่มีข้อแม้ว่าให้อออกมาทำงานตอนกลางคืนเพราะกลัวเด็กๆ จะตกใจกลัว แต่ก็มีเด็กๆ เห็นจนได้และตั้งฉายาว่าลุงหน้าผี

ธารใสทำผิด กฏของเชนทร์เชนทร์เลยสั่งลงโทษให้ธารใสไปล้างห้องน้ำชาย หลังเลิกเรียนธารใสเห็นลุงหน้าผีออกมาจากห้องน้ำ ธารใสตกใจหวีดร้องจนเป็นลมสลบไป ส่วนเชนทร์ก็รู้สึกว่าตัวเองแกล้งรุนแรงไปจึงแอบมาดูธารใส แต่เห็นธารใสเป็นลมสลบอยู่จึงอุ้มธารใสออกจากห้องน้ำ หญิงนิลมาเห็นเข้าคิดว่าเชนทร์กับธารใสมีอะไรกัน ข่าวนี้กระจายไปทั่วโรงเรียน และเป็นจุดขัดแย้งที่เริ่มประทุในใจของเพลิงพิศ ธารใสเล่าเรื่องชายที่เห็นในห้องน้ำให้เพื่อนๆ ในแก็งค์ฟัง เพลิงพิศคิดว่าน่าจะเป็นลุงเจ้าหน้าที่ภารโรงคนใหม่ของโรงเรียน ธารใสรู้สึกสงสารลุงหน้าผีเลยแอบเอาขนมไปวางไว้หน้าห้องพัก หลังจากเหตุการณ์ที่เชนทร์ช่วยธารใส เชนทร์ก็ดูมีพฤติกรรมแปลกๆ กับธารใสหลายอย่าง

ทั้งยังยกเลิกข้อห้ามต่างๆ ยิ่งทำให้หญิงนิลเกลียดพวกสี่สาวมากขึ้น มีการจัดแข่งขันเต้นเชียร์ประจำโรงเรียนทีมผู้ชนะจะได้เป็นดาวเชียร์ประจำ โรงเรียน แก็งค์กุหลาบไฟไม่กล้าแข่งขันแต่เผลอไปรับคำท้าของหญิงนิลเอาไว้ ทำให้สี่สาวกลุ้มใจหนักเพราะรู้ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางแข่งชนะพวกหญิงนิลได้ ในขณะนั้นเองธารใสพบว่าย้อยสามารถอ่านตำราที่พวกตนได้มาจากป่าได้จึงให้ย้อย แปลให้ฟังได้ความว่า ตำรานี้เป็นตำราอสูรเป็นวิชาไสยเวทย์โบราณ ผู้ฝึกฝนสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ดังใจปรารถนา แต่ต้องเป็นผู้เกิดในคืนจันทรคราสหรือคืนกำเนิดทายาทอสูร ทั้งหมดช่วยกันหามนต์ดำที่จะช่วยให้ชนะการแข่งขัน การแข่งขันเริ่มต้นระหว่างเต้นทีมกุหลาบไฟเต้นสู้แบบยิบตา

และแอบ ท่องมนต์ดำอสูรให้ตัวลอยกลางอากาศได้ ขณะเดียวกันก็เสกให้ทีมคู่แข่งขันเห็นงูพันคอเพื่อนในทีมจนล้มระเนระนาดไม่ เป็นท่า กุหลาบไฟชนะได้เป็นดาวเชียร์ของโรงเรียน และได้เข้าไปเดินยืดในชมรมเชียร์สมใจ แต่ก็โดนพวกหญิงนิลแกล้งให้เป็นได้แค่ตัวสำรองคอยซักเสื้อผ้าให้ทีมเชียร์ ลุงหน้าผีแอบดูเหตุการณ์ทั้งหมดและวางแผนแย่งตำราอสูรมาครองครอง ด้วยการพยายามหลอกเข้าไปตีสนิทกับสี่สาวและคอยช่วยเหลือสี่สาว จนกลายเป็นคนที่สี่สาวให้ความเคารพเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับตำราอสูรให้ลุงหน้า ผีฟัง สี่สาวสามารถท่องมนต์เสกเบื้องต้นได้ เช่น เสกภาพผีในหนังสือให้ออกมาเป็นผีจริงหลอกคนได้ เสกภาพลวงตา ฯลฯ ภารกิจแรกที่แก็งค์กุหลาบไฟจัดการคือ การแก้แค้นบรรดาคนที่เคยข่มเหงรังแกตน

และ มนต์ดำอสูรก็ช่วยให้สี่สาวเต้นเชียร์ได้เก่งขึ้นจนไม่มีทีมไหนสามารเทียบติด ได้ และสามารถคว้าแชมป์มาให้โรงเรียนจนกลายเป็นคนดังประจำโรงเรียน ทำให้พวกหญิงนิลอิจฉามากขึ้นและหาทางกลั่นแกล้งพวกกุหลาบไฟ เพลิงพิศเริ่มหลงระเริงกับชื่อเสียงที่ตนมี และอิจฉาธารใสเรื่องเชนทร์ และความโดดเด่นของธารใสในการเต้นเชียร์ ลุงหน้าผีได้โอกาสยุแหย่ให้สี่สาวแตกกัน และยุให้เพลิงพิศขโมยเอาตำราอสูรมาฝึกฝนคนเดียว และโยนความผิดให้ธารใสว่าเป็นคนขโมย ไป ทำให้ทีมเต้นพ่ายแพ้ทีมของหญิงนิล ธารใสโดนไล่ออกจากแก็งค์กุหลาบไฟ ทุกๆ คนที่ชื่นชอบแก็งค์กุหลาบไฟพากันรังเกียจธารใส ยกเว้นเชนทร์ที่เห็นใจธารใสและคอยดูแลธารใสในตอนที่ไม่มีใครต้องการเธอ

ความ รักของทั้งคู่จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ด้านเพลิงพิศเมื่อได้ตำรามาก็แอบฝึกฝนตำราขั้นสูงร้ายกาจและอำมหิตมากขึ้น ทุกที ถึงขนาดต้องใช้เลือดสดๆ มาประกอบพิธีปลุกเสก จนทำให้บรรดาสัตว์เลี้ยงในโรงเรียนตายเกลื่อน ธารใสเห็นความผิดปรกติพยายามสืบหาความจริง การฝึกมนต์ดำปลุกเสกของเพลิงพิศพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เพลิงพิศสั่งให้วายุตาไปเอาเส้นผมของทีมเชียร์ทุกคนมาปลุกเสก เพื่อมัดวิญญานของทุกคนให้เป็นทายาทอสูร ทำให้ทีมเชียร์เต้นกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแข็งแรงเกินมนุษย์ ด้วยท่าเต้นและลีลาที่น่ากลัว เพลิงพิศร้ายกาจมากขึ้นด้วยการจับหญิงแม่และหญิงนิลมาเป็นหนูทดลอง เพลิงพิศเกิดอาการคลุ้มคลั่งเพราะฝึกมนต์ดำจากตำราสลับหน้าผิด เพลิงพิศกลายเป็นอสูรร้ายฆ่าแม่เลี้ยงตายและทำให้หญิงนิลเป็นบ้า

เพื่อนๆ ของหญิงนิลไม่มีหญิงนิลเป็นหัวหน้าทีมแล้ว จึงไปขอร้องให้ธารใสมาเป็นหัวหน้าทีมเพื่อเข้าแข่งขันสู้กับทีมของเพลิงพิศ ธารใสตอบตกลงโดยมีเอื้องทรายหนีจากทีมของเพลิงพิศมาอยู่กับธารใส เพื่อนรักกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ฟาดฟันกันด้วยมนต์ดำอสูร โดยใช้วิธีการแข่งขันเต้นเชียร์เป็นสนามประลองพลังของความดีและความชั่วร้าย ธารใสสู้เพลิงพิศไม่ได้เพลิงพิศได้ใจออกฆ่าคนเพื่อนำเลือดมาฝึกมนต์ดำ ธารใสกับเอื้องทรายพยายามเข้าขัดขวางแต่สู้มนต์ดำปลุกเสกไม่ได้ เชนทร์พิสูจน์รักแท้ที่มีต่อธารใสด้วยการเอาตัวเข้าช่วยธารใส และให้เอื้องทรายพาธารใสที่บาดเจ็บหลบหนีไป ทำให้เชนทร์ถูกเพลิงพิศจับตัวไว้เพื่อล่อให้ธารใสออกมา เพลิงพิศไม่สามารถฝึกมนต์ดำจนจบได้เพราะหน้าสุดท้ายหายไป

เลยปลุกเสก ตัวเองให้เข้าไปอยู่ในร่างกายของลุงหน้าผีทำให้เห็นภาพอดีตทั้งหมด ธารใสกับเอื้องทรายช่วยกันหาวิธีทำลายอำนาจอสูรของเพลิงพิศ และรู้ความจริงจากแย้มและย้อยว่าพ่อของเธอเป็นพรานป่า แอบเข้ามาเป็นแรงงานผิดกฎหมาย มาทิ้งธารใสไว้หน้าบ้านพร้องห่อผ้าเก่าๆ แล้วก็หายสาปสูญไป ธารใสค้นหาห่อผ้าจนเจอมีรูปของ ภูไพร ถ่ายคู่กับลุงหน้าผี และธารใสก็พบสิ่งสำคัญที่ทำให้ธารใสเอาชนะอำนาจอสูรร้ายของเพลิงพิศได้ นั่นก็คือตำราอสูรหน้าสุดท้าย ในคืนวันพระจันทร์ทรงกลดธารใสกับพวกเข้าไปช่วยเชนทร์ และต่อสู้กับเพลิงพิศสามารถเอาชนะเพลิงพิศได้ เพลิงพิศกลายเป็นคนบ้าหน้าตาอัปลักษณ์เพราะตำราอสูรย้อนเข้าตัว ธารใสจึงตัดสินใจทำลายตำราทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นพิษภัยกับคนอื่นต่อไป

รายชื่อนักแสดง ธิดาซาตาน

รพีภัทร เอกพันธุ์กุล รับบท เชนทร์
สาวิกา ไชยเดช รับบท ธารใส
ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ รับบท เอื้องทราย
กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท เพลิงพิศ
ชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท วาตุยา
ดนัย สมุทรโคจร รับบท น็อต
บินฑ์ บันลือฤทธิ์ รับบท รามราช
เวนส์ โฟลคอนเนอร์ รับบท ภูไพร
ดีแลนด์ รับบท เตอร์
ณัชชา วิทยากาศ รับบท หญิงนิล

ธรรมะติดปีก

นาบุญเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยจบมาหมาดๆและเป็นเจ้าของ เว็บไซต์ชื่อดังที่มีวัยรุ่นเข้ามาเป็นสมาชิกและเป็นที่อ่านเขียนพูดคุยแลก เปลี่ยนความรู้ต่างๆ มากมาย โดยที่นาบุญจะเป็นคนคอยตอบปัญหาให้ทั้งหมดโดยเฉพาะเรื่องคอมพิวเตอร์โดยมี นามแฝงว่า “เด็กชาย” จนในที่สุดก็ได้พบกับกิญาหญิงสาวจิตกรที่เพิ่งมาสนใจเรื่องคอมพิวเตอร์และแช ตผ่านทาง MSN จนสนิทกัน ต่อมานาบุญได้เดินทางกลับมาที่หมู่บ้านลืมบำรุง เพราะต้องกลับมาจัดงานศพพ่อเขาตัดสินใจที่จะอยู่กับแม่ที่หมู่บ้านและดำเนิน กิจการของครอบครับต่อไปคือร้านขายดอกไม้และพวงหรีดต่อไป

ในหมู่บ้าน เกิดเรื่องแปลกประหลาดกับเด็กชายจ๋องที่เป็นลูกชายของชิดทองเจ้าของร้านทอง ของหมู่บ้าน จ๋องเป็นเด็กเกเรที่ชอบแกล้งเณรแก่นเป็นประจำจนเกิดเป็นลมล้กชักบ่อยเหมือน ถูกผีเข้าโดยผู้เป็นพ่อที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ได้พาไปหาหลวงพี่คน์ที่ชอบ อ้างตนว่าเป็นจอมขมังเวทย์รักษาโดยเก็บค่ารักษาแพงมากและจ๋องก็ไม่หาย เณรแก่นได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงได้นำเรื่องมาเล่าให้หลวงตาเย็นที่วัด ฟัง หลวงตาได้ออกอุบายกับชิดทองว่าจะรักษาลูกของชิดทองให้หายด้วยไสยศาสตร์และขอ ให้จ๋องมาบวชที่วัด แต่หลวงตาเย็นกลับนำแก่นไปรักษาที่โรงพยาบาล โดยที่เณรแก่นไม่เข้าใจและหลวงตาจึงสอนให้รู้จักธรรมะที่ว่า ให้ทำสิ่งใดโดยใช้เหตุผลและไม่ใช่อคติในการตัดสินใจ

กิญา จิตกรสาวที่กลับมาที่หมู่บ้านลืมบำรุง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวกับนาบุญหนุ่มเจ้าของเว็บไซค์ดังโดย ที่กิญากลับมาเพื่อทำสาระนิพนธ์และได้ลุงเจิมผู้เป็นพ่อแนะนำให้ไปที่วัดของ หลวงตาเย็นที่อยู่ในหมู่บ้าน กิญามาที่วัดเพื่อที่ปรึกษากับหลวงตาแต่เธอได้พบกับชิดทองที่เข้ามาเจ้าชู้ ใส่ โชคดีที่นาบุญเข้ามาช่วยไว้ได้ทันกิญาปรึกษากับหลวงตาที่จะวาดภาพที่ผนัง โบสถ์เพื่อเป็นพุทธบูชาและสาระนิพนธ์ และเรื่องราวต่างๆของ “ธรรมะติดปีก”ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วโดยที่หมู่บ้านเป็นฉากและตัวละครต่างที่มา ดำเนินเรื่องโดยที่หลวงตาเย็นเป็นผู้สอนธรรมะให้กับผู้คนในหมู่บ้าน

รายชื่อนักแสดงละคร ธรรมะติดปีก

ภรัณญู โรจนาวุฒิธรรม รับบท นาบุญ
หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท กิญา
ยอดชาย เมฆสุวรรณ รับบท หลวงตาเย็น
จินตหรา สุขพัฒน์
กฤษณ์ ศุกระมงคล
ดวงใจ หทัยกาญน์
เกริก ชิลเลอร์
น้องพี ม๊กจ๊ก

ธรณีนี่นี้ใครครอง 2555

ธรณีนี่นี้ใครครอง เป็นละครแนวเบาสมอง-กุ๊กกิ๊กเกี่ยวกับเกษตรกรที่สะท้อนชีวิตกลุ่มเด็กวัย รุ่นหนุ่มสาวที่เรียนจบมหาวิทยาลัย แต่มีใจและอุดมการณ์ที่อยากทำไร่ ทำสวนในชนบท

เมื่อ อาทิจ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) เรียนจบวิทยาลัยเกษตร เขาตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆได้เรียนบ้าง หลังจากที่น้องๆ ได้เสียสละหยุดเรียนเพื่อให้เขาได้เรียนมาแล้ว อาทิจเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวของ ประวิทย์ ปลัดอำเภอผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และ พูนทรัพย์ แม่ค้าและแม่บ้านที่แสนจะขยันขันแข็ง อาทิจมีน้องเก้าคน เขาจึงมีความจำเป็นต้องหางานทำให้เร็วที่สุด เพื่อจะนำเงินมาส่งเสียน้องๆช่วยพ่อแม่อีกทาง อาทิจไม่คิดที่จะทำงานราชการอย่างพ่อ เขาใฝ่ฝันที่จะมีที่ดินเป็นของตัวเองสักแปลงเพราะต้องการใช้วิชาความรู้ที่ได้เรียนมาให้เกิดประโยชน์ พ่อตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปหา ย่าแดง (ดวงตา ตุงคะมณี) เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ในอดีตพ่อซึ่งเป็นลูกชายคนโต ได้ขโมยเงินย่าแดงหนีออกจากบ้าน เพราะไม่ต้องการทำงานหนักในไร่ ย่าแดงยินดีต้อนรับอาทิจเพราะในจำนวนลูกหลานทั้งหมด ต่างก็เป็นหลักเป็นฐานไปหมดแล้ว ไม่มีใครรับช่วงงานในไร่ซึ่งมีมหาศาลทำต่อ อาทิจรับเงื่อนไขของย่าคือต้องทำงานที่สวนโดยไม่ได้รับเงินเดือน แลกกับการที่ย่าจะส่งเสียน้องๆ เรียนต่ออย่างเต็มใจ เพราะนอกจากจะได้ทำงานที่ตัวเองรักแล้ว น้องๆยังได้เรียนต่อและที่สำคัญที่สุดคือ เขาต้องการไถ่โทษให้พ่อสำหรับเรื่องในอดีตที่ผ่านมา

อาทิจทำงานที่สวนอย่างขยันขันแข็ง ย่าแดงเห็นว่าอาทิจมีความมุมานะและตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง จึงมอบที่ดินที่ยังไม่ได้บุกเบิกให้อาทิจ ๑ ไร่ เพื่อใช้ปลูกผักตามที่อาทิจต้องการ นั่นทำให้ ดรุณี (อุรัสยา เสปอร์บันด์) น้องสาวคนสุดท้องของย่าแดง ซึ่งไม่ถูกชะตาและเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอาทิจตลอดเวลาอยู่แล้ว เหม็นขี้หน้าอาทิจหนักขึ้นไปอีก ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะดรุณีมีปมในใจกลัวว่าอาทิจจะมาแย่งความรักจากย่าแดงไป เธอรู้ความจริงว่าเธอเป็นเพียงลูกที่เกิดจากเมียคนสุดท้ายของพ่อย่าแดง และพ่อของย่าแดงก็ไม่ใช่พ่อเธอ เธอจึงไม่ได้มีสายเลือดผูกพันกับย่าแดงเลยแม้แต่น้อย ย่าแดงเอาเธอมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะเพียงเพราะสงสาร ซึ่งต่างจากอาทิจที่เป็นสายเลือดของคุณย่าโดยตรง ดรุณีจึงคอยหาเรื่องอาทิจ ในขณะที่อาทิจเองก็ไม่ยอมลงให้ดรุณี เพราะเห็นว่าดรุณีไม่มีเหตุผล แถมยังเอาแต่ใจตัวเองและชอบทำตัวเป็นเด็ก ทั้งคู่ทะเลาะตอบโต้กันทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ย่าแดงปวดหัวไม่น้อยที่หลานรักทั้งสองไม่ลงรอยกัน

อาทิจตั้งใจทำงานพัฒนาสวน และอยากทดลองปลูกผักผลไม้หลายๆอย่างตามประสาเด็กหนุ่มไฟแรง แต่ความที่เป็นคนต่างถิ่นและไม่คุ้นเคยกับพืชพันธุ์บางอย่าง ทำให้อาทิจไปขุดเอาหน่อกล้วยป่ามาปลูกในไร่ที่บุกเบิกใหม่ ดรุณีและไพฑูร (เบญจพล เชยอรุณ) ซึ่งเป็นหลานห่างๆ ของย่าแดงรู้เรื่องนี้อยู่เต็มอก แต่ไม่มีใครทักท้วงอาทิจแถมยังสั่งห้ามคนงานในไร่บอกความจริงอาทิจ เพราะหวังจะให้อาทิจเสียหน้า

อาทิจมารู้ความจริงว่า ตัวเองเอากล้วยป่าซึ่งนำไปขายไม่ได้เลยมาปลูก ก็เมื่อเขาปลูกมันเสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มรู้สึกผิดหวัง เสียหน้าและเจ็บใจเหมือนตัวเองผลัดหลงเข้ามาอยู่ในที่ที่มีแต่คนแปลกหน้าจึงหันไประบายกับเหล้า หวังจะให้เหล้าช่วยทำให้ลืมความเจ็บปวดในใจได้บ้าง แต่ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก เมื่อเขาตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองเสียท่าทองประศรี ลูกสาวเจ้าของร้านขายของชำทองประศรีโวยวายว่าอาทิจข่มเหงเธอ และขอให้อาทิจรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น

อาทิจป่วยหนัก ย่าแดงจึงลงโทษดรุณีให้หญิงสาวดูแลอาทิจเป็นการตอบแทน ด้วยการเช็ดตัว จัดยา ทำกับข้าว กวาดถูบ้านหรือแม้แต่ซักผ้า ดรุณีจำต้องกัดฟันทำทุกอย่างให้ชายหนุ่ม เพราะลึกๆในใจ หญิงสาวก็รู้สึกผิดที่ทำให้อาทิจต้องป่วยหนัก

เมื่ออาทิจอาการดีขึ้น ความเก่าก็รุกเข้ามารุมเร้าเขาเมื่อ สิงห์ทอง (ศานติ สันติเวชกุล) และ คำมา (ศิรินุช เพชรอุไร)พ่อแม่ของทองประศรีพาหญิงสาวมาเอาเรื่องอาทิจ และบังคับให้อาทิจรับลูกสาวเป็นเมีย อาทิจต้องฝืนใจแต่งงานกับทองประศรีเพราะ วิไลลักษณ์ (รุ้งทอง ร่วมทอง) ที่เป็นภรรยาของ ประเวทย์ (เวนย์ ฟอลโคเนอร์) ซึ่งเป็นผู้ว่าฯและมีศักดิ์เป็นอาของอาทิจ มาเกลี่ยกล่อมให้อาทิจเห็นแก่ย่าแดงและหน้าที่การงานของญาติๆทุกคน ย่าแดงจัดการแต่งงานให้อาทิจกับทองประศรีตามสมควรแก่ฐานะ เข้าทางวิไลลักษณ์ที่ต้องการกำจัดอาทิจออกไปให้พ้นทาง เวทางค์ (วิวิศน์ บวรกีรติขจร) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะต้องการให้ลูกชายลงเอยกับดรุณีเพื่อหวังมรดกก้อนโตของย่าแดง

ย่าแดงเสียใจเรื่องอาทิจอย่างที่สุด เพราะเคยหวังไว้ว่าหากอาทิจกับดรุณีรักและลงเอยกันได้ ก็จะมีคนสืบทอดอาชีพเกษตรกร และมีคนทำกินบนผืนดินที่ตนเองรักสืบไป แต่เมื่อเรื่องมันไม่เป็นอย่างที่ฝันไว้ ย่าแดงจึงได้แต่ทำใจ ในขณะที่ดรุณีเองก็รู้สึกผิด หญิงสาวรู้ว่าความยุ่งยากทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะเธอคนเดียวแท้ ๆ ที่เป็นต้นเหตุ

ทองประศรีย้ายมาอยู่ที่บ้านพักของอาทิจ อาทิจตัดปัญหาด้วยการย้ายออกมาอยู่ที่บ้านพักคนงานและตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งานโดยบุกเบิกทำไร่ข้าวโพดและกะหล่ำปลี โดยมีย่าแดงสนับสนุนในเรื่องทุนและลงมาช่วยดูแลอย่างเต็มที่ รวมทั้งดรุณีที่ลงมาช่วยปลูกผักช่วยรดน้ำด้วยตัวเอง

อาทิจและดรุณีเริ่มพูดกันดีๆมากขึ้น แต่ก็ยังมีทองประศรีและเวทางค์คอยเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งดรุณีสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้และต้องแยกไปเรียนที่กรุงเทพฯ กับเวทางค์ และวิยะดา น้องสาวเวทางค์ ความสัมพันธ์ที่เหมือนจะแน่นแฟ้นขึ้นก็มีอันต้องห่างหายกันไป แต่ก็ไม่ถึงกลับขาดจากกันซะทีเดียวเพราะย่าแดงจะใช้ให้อาทิจคอยเขียนจดหมายและตอบจดหมายดรุณีที่มีมาเสมอ

ถึงเวลาปิดเทอม ดรุณีขึ้นมาที่สวนคุณย่า ก็พบว่าทองประศรีคลอดลูกแล้ว แต่ทุกคนก็รู้กันว่า ไม่น่าจะใช่ลูกอาทิจ เพราะเด็กคลอดตามอายุครรภ์ปกติ 9 เดือน ในขณะที่อาทิจและทองประศรีเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่ถึง 7 เดือน ดรุณีรู้ความจริงเรื่องนี้ก็ได้แต่สงสารอาทิจ ยิ่งอาทิจไม่พูด ดรุณียิ่งสงสาร หญิงสาวจึงพยายามทำดี พูดดีกับอาทิจเพื่อเป็นการไถ่โทษ การช่วยกันทำงาน การใส่ใจดูแลในเรื่องเล็กๆน้อยๆของดรุณี ทำให้อาทิจรู้สึกประทับใจโดยไม่รู้ตัว แต่เขาก็ต้องตัดความรู้สึกดีๆออกไปจากใจทุกครั้ง เมื่อ เวทางค์ ก้าวเข้ามายืนเคียงข้างดรุณี

อาทิจขอย่าแดงปลูกข้าว ปีแรกล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเพราะพายุโหมกระหน่ำฝนตกหนักน้ำพัดเข้านาจนนาล่ม อาทิจถึงกับท้อ แต่คนที่ทำให้เขามีกำลังใจสู้ขึ้นมาอีกครั้งก็คือ ย่าแดงย่าหลานช่วยกันสานต่อความฝันเรื่องนาข้าวร่วมกันอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ขึ้นอย่างงดงามสมใจ ในวันที่ข้าวออกรวงงดงาม อาทิจเข้าไปบอกข่าวย่าด้วยความดีใจ ย่าแดงปลื้มใจจนน้ำตาไหลและจากไปด้วยรอยยิ้ม อาทิจรู้สึกเหมือนฟ้าฟาดลงมากลางใจที่จากนี้ไป ไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรอยู่กับเขาแล้ว

อาทิจให้ น้าแก้ว (ดารณีนุช โพธิปิติ) คนสนิทของย่าแดง ส่งข่าวให้ดรุณีรู้ ดรุณีรีบกลับมาที่สวนคุณย่า หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญอย่างคนหัวใจสลาย เมื่อรู้ว่าคนที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งย่าจากไปโดยไม่มีโอกาสได้ร่ำลา อาทิจอยากเข้าไปปลอบดรุณี แต่ก็ไม่มีโอกาสเพราะเวทางค์ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว

ทนายความเข้ามาเปิดพินัยกรรมฉบับแรก ย่าแดงสั่งเสียให้อาทิจเป็นผู้ปกครองดูแลดรุณีจนกว่าจะเรียนจบ แล้วจึงจะให้เปิดพินัยกรรมฉบับที่สอง อาทิจอยู่ที่สวนย่าแดงอย่างเจียมตัวเพราะเข้าใจว่าเมื่อดรุณีเรียนจบ คุณย่าคงยกทุกอย่างให้ดรุณี ในขณะที่ดรุณีก็คิดอยู่ในใจตลอดเวลาว่าคุณย่าต้องยกทุกอย่างให้อาทิจ

คำสั่งในพินัยกรรมทำให้อาทิจเข้ามาดูแลดรุณีใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งคู่เกิดความรู้สึกดีๆต่อกันมากมาย แต่ก็ต้องเก็บไว้ในใจเพราะคำว่า “ผู้ปกครอง” กับ “เด็กในความปกครอง”และยิ่งวิไลลักษณ์มาคอยเป่าหูว่า ย่าแดงหมายมั่นจะให้เวทางค์กับดรุณีแต่งงานกันเพื่อดูแลสวนคุณย่าร่วมกัน ยิ่งทำให้อาทิจรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกหนักขึ้นไป

ดรุณีแนะนำให้อาทิจรู้จักเพื่อนสนิทคือตุ่นหรือตุลยานี (สาวิตรี สุทธิชานนท์) ตุ่นดีใจมากมายเพราะเธอเคยเห็นอาทิจหลายครั้งและเรียกอาทิจว่าผู้ชายในฝัน โดยไม่รู้ว่าอาทิจเป็นคนคนเดียวกับพี่ชายที่ดรุณีคอยเชียร์ให้เธออยู่ตลอดเวลา ตุ่นหลงรักอาทิจอย่างหัวปักหัวปำ หญิงสาวขึ้นมาเที่ยวที่สวนคุณย่าเมื่อเรียนจบตามที่ดรุณีชวน ดรุณีเปิดโอกาสให้ตุ่นใช้เวลาอยู่กับอาทิจอย่างเต็มที่

อาทิจเขินสุดๆที่มีผู้หญิงซึ่งเป็นถึงดาวของมหาวิทยาลัยมาคอยเดินตามและเอาอกเอาใจสารพัด แรกๆชายหนุ่มก็ห่วงความรู้สึกของดรุณี แต่เมื่อดรุณีทำเหมือนอยากอยู่กับเวทางค์ และกันเขาออกไปกับตุ่น อาทิจจึงต้องตัดใจ เพราะคิดว่าดรุณีคงชอบเวทางค์จริงๆ ดรุณีเองก็รู้สึกแปลกใจทุกครั้งที่เห็นอาทิจออกไปเที่ยวกับตุ่น ทำไมหัวใจตัวเองถึงได้ร้อนวูบวาบนัก แต่ก็พยายามย้ำบอกตัวเองซ้ำๆว่าเธอจะต้องแก้ไขเรื่องในอดีตที่ผ่านมาให้ได้เธอเคยทำให้อาทิจต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ครั้งนี้เธอจะทำให้เขาสมหวังกับคนที่เขารักและรักเขาให้ได้

ความสัมพันธ์ที่ผิดฝาผิดตัวของทั้งสองคู่ทำให้น้าแก้วอดรนทนไม่ไหว เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าย่าแดงต้องการให้อาทิจกับดรุณีลงเอยกัน น้าแก้วจึงไปขอร้องทองประศรีซึ่งถูกอาทิจจับได้ว่ามีชู้และถูกไล่ออกไปจากบ้านให้กลับมาช่วย ในวันที่อาทิจจะพาตุ่นไปซื้อแหวนหมั้น ทองประศรีก็อุ้มลูกเข้ามาประกาศต่อหน้าตุ่นว่า ตัวเองเป็นเมียของอาทิจและมีลูกด้วยกันแล้ว ขอให้ตุ่นเห็นใจผู้หญิงด้วยกันและเด็กตาดำๆ อย่าพรากพ่อพรากลูกจากกันเลย

ตุ่นเสียใจหนักเพราะความรักครั้งแรกมีอันต้องพังทลายลง หญิงสาวจึงหนีกลับกรุงเทพฯโดยไม่เปิดโอกาสให้อาทิจชี้แจงเรื่องทองประศรี อาทิจเองก็เสียใจไม่แพ้กันที่ตัวเองผิดหวังเรื่องความรักครั้งแล้วครั้งเล่า ดรุณีอาสาเป็นกาวใจให้อาทิจกับตุ่น ทั้งๆ ที่ตัวเองรู้ซึ้งแก่ใจแล้วว่า รักอาทิจมากมายเพียงใด ดรุณีมาหาตุ่นที่กรุงเทพฯ อธิบายให้ตุ่นเข้าใจเรื่องอาทิจกับทองประศรี ตุ่นเองก็ยังรักและตัดใจจากอาทิจไม่ได้ จึงเปิดโอกาสให้อาทิจมาง้อ

ดรุณีกลับมาบอกข่าวดีกับอาทิจ ทั้งคู่เตรียมจะลงไปหาตุ่น แต่แล้วอาทิจก็โดนงูกัดและล้มป่วยลงซะก่อน ดรุณีโทรศัพท์บอกตุ่น ตุ่นเป็นห่วงอาทิจจะตามขึ้นไปดูแล แต่ก็ถูกเวทางค์ขับรถเฉี่ยวจึงไม่ได้ไป ดรุณีจึงต้องดูแลอาทิจแทน อาทิจซาบซึ้งใจที่ดรุณีช่วยชีวิตเขาด้วยการดูดพิษงูให้ และตลอดเวลาที่เขาป่วย หญิงสาวก็ทำงานแทนเขา ดูแลและเอาใจใส่เขา เป็นความรู้สึกดีๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน

ฟากตุ่นก็หงุดหงิดหนักที่ไม่ได้ขึ้นมาดูแลอาทิจ จึงใส่อารมณ์กับคนที่ทำให้เธอนอนเดี้ยงอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งก็คือเวทางค์ไม่ว่างเว้น วิยะดาแปลกใจที่เวทางค์ทนรับอารมณ์ของตุ่นได้ ดรุณีลงมาเยี่ยมตุ่น พยายามจะนัดวันที่อาทิจจะลงมาหาตุ่นให้ได้ ตุ่นบอกไม่ต้องลงมาเพราะเธอจะขึ้นไปขอคำตอบจากเขาเอง เรื่องที่เคยฝันไว้ด้วยกัน เรื่องที่อาทิจได้ทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอกและเธอก็จะตามเขาไปเรียนด้วยเช่นกัน ถ้าอาทิจตกลง เธอจะลืมเรื่องในอดีตทั้งหมดและแต่งงานกับเขาทันที

ดรุณีแสดงความยินดีกับอาทิจล่วงหน้า และขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่อาทิจสร้างไว้ที่สวนคุณย่า ดรุณีจะสานต่องานทั้งหมดที่อาทิจทำไว้ พร้อมกับอวยพรให้อาทิจมีความสุขกับความรักและครอบครัวอันอบอุ่นกับตุ่น

อาทิจรู้สึกหนักใจที่สุดในชีวิตแต่..ชายหนุ่มก็มีคำตอบให้กับชีวิตแล้วเช่นกัน
ติดตามลุ้นเรื่องราวความรัก ของอาทิจกับดรุณีว่าจะลงเอยอย่างไร? ติดตามใน ธรณีนี่นี้ใครครอง

ธรณีนี่นี้ใครครอง

เมื่ออาทิจ (แอนดริว เกร้กสัน) เรียนจบวิทยาลัยเกษตร เขาตัดสินใจไม่เรียนต่อ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆได้เรียนบ้าง หลังจากที่น้องๆได้หลีกทางเปิดโอกาสให้เข้าแล้ว เขาเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีลูกมากถึงสิบคน

อาทิจไม่คิดที่จะทำงานราชการ เขาใฝ่ฝันที่จะมีที่ดินเป็นของตัวเองสักแปลง และใช้วิชาความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมาให้เกิดประโยชน์ พ่อจึงตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปหา ย่าแดง (จุรี โอศิริ) เป็นการไถ่โทษที่ในอดีตพ่อของอาทิจ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตในจำนวนพี่น้องยี่สิบคน ขโมยเงินย่าแดงหนีออกจากบ้านเพราะไม่ต้องการทำงานหนักในไร่

ย่าแดง ยินดีต้อนรับอาทิจเพราะในจำนวนลูกหลานทั้งหมดต่างก็เป็นหลักเป็นฐานไปหมด แล้ว ไม่มีใครรับช่วงต่องานในไร่ซึ่งมีมหาศาล อาทิจต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน เพราะ ย่าแดงได้ให้เงินก้อนเป็นทุนการศึกษาสำหรับน้องอาทิจ และอาทิจระลึกอยู่เสมอว่าเป็นการทำงานใช้หนี้ให้ย่าแดงทั้งสำหรับอดีตที่พ่อ ทำเอาไว้
และปัจจุบันที่ย่าแดงให้ทุนการศึกษาน้องสาวเขาถึงสองคน

อาทิจได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากย่าแดง หลังจากที่ย่าแดงทดสอบ และไว้ใจในความมุมานะ มักน้อยของอาทิจ จึงมอบที่ดินที่ยังไม่ได้บุกเบิกให้อาทิจจำนวนหนึ่ง ดูเหมือนว่าอาทิจจะกลายเป็นหลานชายคนโปรดของย่าแดงเสียแล้ว

ดรุณี (ปิยะธิดา วรมุสิก) น้องสาวคนสุดท้องของย่าแดง จึงมีศักดิ์เป็นย่าของอาทิจ คนหนึ่งปักหลัก เป็นไม้เบื่อ ไม้เมากับอาทิจ เพราะความอิจฉากลัวว่าอาทิจจะมาแย่ง ความรักทั้งหมดจากย่าแดงไป อาทิจก็ไม่ยอมลงให้ เหมือน กัน ทั้งคู่ตอบโต้กันทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้ย่าแดงปวดหัวไม่น้อย

อาทิจตั้งใจทำงานพัฒนาไร่ สวน ตามหลักวิชาการที่ได้เรียนมา ความที่อุดมการณ์ ไฟแรง ทำให้พลาดจนได้ อาทิจอุตส่าห์ขุดหน่อกล้วยป่ามาปลูกในไร่ที่บุกเบิกใหม่ โดยที่ดรุณีไม่ยอมเปิดปากทักท้วงแถมยังกำชับคนงาน ไม่ให้พูด หวังจะให้อาทิจเสียหน้าในตอนจบ การณ์เป็นเช่นนั้นจริง อาทิจเสียหน้ามาก ตรอมใจหนัก อาทิจตั้งใจเมาประชดชีวิต เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองเสียท่า ทองประศรี (กนกวรรณ บุรานนท์) ลูกสาวเจ้าของร้านขายของชำ ทองประศรีโวยวายว่าอาทิจข่มขืนหล่อน

เรื่องลุกลามใหญ่โต ย่าแดงพยายามช่วยเหลืออาทิจเต็มที่ ในขณะที่ดรุณีเริ่มรู้สึกผิดเพราะความยุ่งยากทั้งหมดเกิดขึ้นเพระาตนคนเดียว แท้ๆเป็น
ต้นเหตุ

อาทิจป่วยหนัก ย่าแดงจึงลงโทษดรุณีให้ต้องดูแลอาทิจอย่างใกล้ชิด แต่ถึงขนาดนั้นทั้งคู่ก็ไม่วายกัดกัน ถึงแม้จะเป็นการทำลับหลังย่าแดงเพียงเสี้ยววินาที

เมื่ออาทิจอาการดี ขึ้น ความเก่าก็รุกเข้ามารุมเร้าอาทิจ ทองประศรีหน้าด้านเข้ามาบังคับให้อาทิจรับตัวเองเป็นเมีย ย่าแดงจัดการตามสมควรแก่ฐานะ และอาทิจหนีหน้าทองประศรี ไม่มีแม้กระทั่งความคิดจะอยู่ร่วมบ้าน ทองประศรีได้ลูกยุจากพ่อแม่ทำทุกวิถีทาง แม้กระทั่งขนของมาอยู่กับอาทิจ แต่อาทิจไม่เคยสนใจเลยจนกระทั่งทองประศรีตั้งท้อง

ชีวิตของอาทิจ – ดรุณีเหมือนพระอาทิตย์ พระจันทร์ ยากที่จะโคจรมาพบกัน อาทิจปลีกตัวเองไปทำงานสวนอีกแห่งให้ย่าแดง แทบจะไม่รู้ความเป็นไปของครุณีเลย จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี

ความ สัมพันธ์แบบเด็ก-ผู้ปกครองทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกัน แปลกๆ มีทั้งพ่อแง่แม่งอน ตอบโต้กันเจ็บๆคันๆ แต่ต่างคนต่างก็ทำทุกอย่างในกรอบ ตามที่คุณย่าสั่งเสียเอาไว้ อาทิจรู้ว่า เวทางค์ (จาตุรงค์ โกลิมาศ) ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง มาชอบดรุณี ทั้งที่ไม่ชอบหน้าแต่พยายามสนับสนุนจนกลายเป็นประชดประชัน จนดรณีคิดว่าเป็นการเสือกใสไล่ส่ง ขณะเดียวกันเมื่อเรียนจบ ดรุณีก็พาเพื่อนสาว ตุลยานี (พาเมล่า บาวน์เด้นท์) มาเที่ยวไร่ ตั้งใจจะชักนำให้ลงเอยกับอาทิจ เป็นไปตามคาด อาทิจตกหลุมรักตุลยานีจนถอนตัวไม่ขึ้น ตรุณีเกิดความรู้สึกประหลาดกับตัวเองแต่ก็ทำหน้าชื่นยินดีใน ความรักของคนทั้งสอง

ความฝันในความรักของอาทิจต้องพังทลาย เพราะทองประศรี ซึ่งหนีหน้าไปนานจนใครๆ ก็ลือกันว่าไปขายตัวอยู่ในเมือง กลับมาอาละวาดอ้างตัวว่าเป็นเมียอาทิจ ตุลยานีเสียหน้ามาก หนีกลับกรุงเทพฯไปทันที อาทิจตรอมใจหนักจนล้มป่วยเพราะถูกงูกัด ดรุณีมาช่วยชีวิตอาทิจโดยการดูดพิษงูด้วยปากตัวเอง อาทิจเริ่มหันมารู้สึกต่อดรุณีด้วยก้นบึ้งของหัวใจแต่ทั้งคู่ก็พยายามจับคู่ ให้กันแล
ะกันอยู่นั่นเอง น้าแก้วทนดูไม่ได้ทั้งที่ประกาศให้คนทั้งคู่รู้แล้วว่าคุณย่าต้องการให้คนทั้งสองลงเ
อยกันจนต้องใช้แผนลับสุดยอดเป็นการเผด็จศึก

ไทรโศก

เหนือคุ้งน้ำแห่งไทรโศกบ้านของ พระยาธีระรัตน์ (ดิลก ทองวัฒนา) ได้รับการขนานนามจากชาวบ้านว่า ไทรโศก พระยาธีระรัตน์มีบุตรชายหนึ่งคนชื่อ กิติ (วรวุฒิ นิยมทรัพย์) ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ เยื้อน (สันติสุข พรหมศิริ) เพื่อนร่วมสาบานของพระยาธีระรัตน์ พาลูกสาวมาที่บ้านไทรโศก ด้วยคดีฆ่าเมียและชู้ตาย โดยให้พระยาธีระรัตน์รับเลี้ยง บานเย็น (กมลชนก เขมะโยธิน) พร้อมทั้งโอนโฉนดที่ดินสองพันกว่าไร่ให้กับพระยาธีระรัตน์ โดยให้สาบานว่าจะส่งเสียเลี้ยงดูบานเย็นเป็นอย่างดี และมอบที่ดินบางส่วนให้บานเย็นหลังจากที่บานเย็นโตจนออกเรือนแล้ว หลังจากพระยาธีระรัตน์รับปาก เยื้อนก็ฆ่าตัวตาย

พระยาธีระรัตน์ขึ้น มาอยู่ที่พระนครและได้ส่งลูกชายไปเรียนเมืองนอก บานเย็นจบแค่มัธยมต้นก็ออกจากโรงเรียนมาเป็นคนรับใช้พระยาธีระรัตน์ เพราะคุณหญิงชังว่าบานเย็นคือลูกสาวเยื้อนที่เคยเป็นคนรักเก่าของตนที่ถอน หมั้นไปแต่งกับแม่ของบานเย็น

พระยาธีระรัตน์เสวยสุขได้ไม่นานก็ป่วย เป็นอัมพาตจึงกลับไปที่ไทรโศก โดยมีบานเย็น เพิ่ม (รอน บรรจงสร้าง) ลูกเลี้ยง รวมทั้ง หวิน (ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) แม่ครัวและลูกชายชื่อ ดำ (ภูริ หิรัญญพฤกษ์) กิติกลับจากเมืองนอกโดยที่เรียนไม่จบอะไรเลย และยังทำตัวเป็นหนุ่มสังคม เที่ยวเตร่สุดท้ายก็ทำ อุษา (สุวัจนี ไชยมุสิก) ท้อง พระยาธีระรัตน์จึงเรียก เจน (ภานุเดช วัฒนสุชาติ) ทนายความประจำตระกูลจัดการพินัยกรรมโดยสั่งให้บานเย็นจดทะเบียนสมรสกับกิติ และมีทายาทด้วยกัน จึงจะยกนาสองพันไร่ให้ ส่วนดอกผลจากไร่นาให้คุณหญิงแต่พอเลี้ยงครอบครัวแต่ละเดือน

คุณหญิง จัดงานแต่งให้บานเย็นและกิติ โดยคุณหญิงวางอุบายให้อุษามอมเหล้า ใบ้ (ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) หนุ่มกำพร้าที่ ยายอ่อน (พิสมัย วิไลศักดิ์) หมอตำแยนำมาเลี้ยงแต่เล็กและมาเข้าหอแทนกิติ บานเย็นตั้งท้องและคลอดลูกเป็นผู้ชายพร้อมกันกับอุษาซึ่งเป็นผู้ชายชื่อ อ๊อดหรือเกียรติกร (พิเชษฐไชย ผลดี) คุณหญิงพา ท่านเจ้าคุณยงยศฤงคาร (เกรียงไกร อุณหนันท์) มาตามหาลูกที่ไทรโศกเห็นลูกบานเย็นจึงตั้งชื่อว่า อู๊ด หรือ ยิ่งยง (พัชฎะ นามปาน) และพาไปที่พระนครทันที โดยไม่ให้บานเย็นไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด เพราะจะไปในฐานะน้องของอ๊อด

บาน เย็นบังเอิญได้พบทารกกำพร้าจึงรับเลี้ยงและตั้งชื่อว่า ไทรงาม (จิตตาภา แจ่มปฐม) ผ่านไป 20 ปี อู๊ดจบวิศวะจุฬา ไปงานรับปริญญา เด่นดาว (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) หลานเจ้าคุณยงยศศฤงคาร แต่ถูกไทรงามซึ่งเรียนจบแพทย์ศาสตร์มาดึงตัวไปรู้จักกับเพื่อน ๆ โดยคิดว่าเป็น ดำ (ภูริ หิรัญญพฤกษ์) ดำก็ทักเด่นดาวผิดเพราะเข้าใจว่าเป็นไทรงาม จึงทำให้ทั้งคู่รู้จักกันโดยบังเอิญ

อ๊อดหลงรักเด่นดาวแต่แรกเห็นจึง เร่งรัดพ่อแม่ให้ไปขอเด่นดาว เจ้าคุณยงยศฯ เข้าใจว่าทุกคนมาขอหลานสาวให้อู๊ด แต่เมื่อรู้ว่าเป็นอ๊อด เด่นดาวจึงปฏิเสธและได้พาเด่นดาวไปอยู่บ้านไทรโศก ทั้งหมดจึงยกโขยงตามอู๊ดไปที่ไทรโศก รวมทั้ง ทนต์ (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ) นักโทษเพิ่งพ้นโทษมาจากคุก ก็ตามไปแก้แค้นเจ้าคุณยงยศฯ ที่ไทรโศกด้วย อ๊อดมาเจอไทรงามก็หลงรักไทรงามอีก แต่จริงจังกว่าเด่นดาว ทำให้ อัมพริกา (พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์) ลูกสาว เสี่ยโอ (ศานติ สันติเวชกุล) เหน็บเจ็บ ๆ หลายครั้ง

เจ้าคุณฯ ตั้งแต่เจอไทรงามก็สงสัยเฝ้าถามคนที่อยู่ไทรโศกอย่าง เฟื้อ คนสนิท จนพบความจริงจากเจนว่าไทรงามคือหลานสาวที่เกิดจาก ฉัตรพงศ์ ลูกชายคนเดียวกับสาวใช้ที่พากันหนีออกจากบ้านเมื่อ 24 ปีก่อน อุษาได้เจอกับทนต์สามีเก่าจึงร่วมมือกันใช้สมุนไพรพิษต้มให้คุณหญิงกับกิติ ดื่มเพื่อให้เป็นอัมพาต อ๊อดหึงอู๊ดกระทั่งวางแผนกับอุษาและทนต์ฉุดไทรงามมาเป็นเมียแต่เรื่องกลับ เป็นว่าอ๊อดข่มขืนอัมพริกาแทน อุษารู้ว่าแผนแตกจึงมาบอกทนต์ กิติเห็นทั้งคู่เป็นชู้กัน ทนต์จึงทำร้ายกิติแล้วกรอกยาทำให้เป็นอัมพาตพูดไม่ได้ทันที

เพราะ ความริษยาอุษาจึงแสร้งบีบน้ำตาขอร้องไทรงามให้เลิกคบกับอู๊ดเพราะแท้จริง แล้วไทรงามกับอู๊ดเป็นแม่ลูกเดียวกัน พร้อมกับขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับเพราะไม่อยากให้อู๊ดเสียใจ ไทรงามจะแต่งงานกับอ๊อดและขอให้บานเย็นสบายใจว่าเธอทำด้วยความเต็มใจ อู๊ดบอกกับเด่นดาวว่าเขารักเธอแบบพี่ชาย ทำให้เธอกระโดดน้ำคิดฆ่าตัวตายแต่ดำช่วยไว้ทันและมีสร้อยขาดติดมือดำมา เจ้าคุณฯ เข้ามาประกาศกลางงานแต่งงานของอ๊อดกับไทรงามว่าไทรงามคือหลานสาวตระกูลยงยศ ศฤงคาร โดยมีหลักฐานคือสร้อย 3 เส้น อยู่กับเจ้าคุณฯ

เด่นดาวและไทรงาม คุณหญิงเจอจดหมายที่กิติเขียนว่าที่ตนเองมีสภาพแบบนี้เพราะโดนอุษาและชู้ทำ ร้าย คุณหญิงจึงไล่อุษาออกจากบ้าน เธอโกรธจัดจึงผลักคุณหญิงหัวฟาดพื้นหมดสติ กิติเห็นแต่ทำอะไรไม่ได้จึงช็อกตายคาเตียง อุษาจับคุณหญิงกรอกยาเหมือนที่เคยทำกับกิติ ทนต์ อ๊อด เสี่ยโอ รวมหัวกันวางแผนล้างแค้นตระกูลธีระรัตน์และยงยศศฤงคารด้วยการปล้นบ้านของ ทั้งสองตระกูลในวันสงกรานต์ ทนต์กับอุษาปล้นบ้านคุณหญิงเสร็จจะเผาบ้าน แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อคุณหญิงลุกขึ้นสู้ แล้วบอกอุษาว่าสมุนไพรพิษที่แท้แล้วคือน้ำชาธรรมดา อู๊ดเข้ามาช่วยคุณหญิงและบอกความจริงว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือใคร ก่อนจะหมดลมหายใจคาตักอู๊ด ขณะที่อุษาก็ตายคากองเพลิงไป

ทนต์ซ้อมเจ้าคุณฯ ที่ทำให้ตระกูลตนล่มจม พร้อมทั้งลวนลามเด่นดาวเพื่อทรมานเจ้าคุณฯ เล่น เจ้าคุณฯ ทนไม่ไหวจึงบอกทนต์ว่ากล้าข่มขืนลูกตนเองเชียวหรือ เจ้าคุณฯ โพล่งต่อว่าผู้หญิงที่ทนต์รักคือแม่ของเด่นดาวที่ไม่เคยมีอะไรกับ ฉัตรพงษ์ จังหวะนั้นเองอู๊ดยกพวกบุกเข้ามา เสี่ยโอ อ๊อด ทนต์ยิงใส่พวกอู๊ด เสี่ยโอกับอ๊อดหนีไปได้ ขณะที่ทนต์โดนใบ้ยิงสาหัส ทนต์เสียใจหนักเมื่อรู้ความจริงจากเฟื้อน้าแท้ ๆ ว่าเจ้าคุณฯ ไม่ได้เป็นคนทำตระกูลล่มจม แต่คนที่ทำคือพ่อของทนต์ที่ติดพนันจนล้มละลาย

เด่นดาวเข้ามากราบเท้าเรียกทนต์ว่าพ่อ ทนต์ละอายใจจึงฆ่าตัวตาย เจนเปิดพินัยกรรมคุณหญิงที่ฝากไว้โดยบอกว่าขอยกมรดกทั้งหมดของตนให้กับอู๊ด อ๊อดโผล่มากลางงานประกาศว่าเมื่อเขาไม่ได้อะไรเลย อู๊ดก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน จึงใช้ปืนยิงอู๊ดไม่ยั้ง เรื่องราววุ่น ๆ จะจบลงอย่างไร ติดตามชมได้ใน ละครไทรโศก

รายชื่อนักแสดง ไทรโศก

พัชฎะ  นามปาน   แสดงเป็น   ยิ่งยง
จิตตาภา  แจ่มปฐม   แสดงเป็น   ไทรงาม
ชาตโยดม  หิรัณยัษฐิติ   แสดงเป็น   ใบ้
กมลชนก  เขมะโยธิน   แสดงเป็น   บานเย็น
คะนึงนิจ  จักรสมิทธานนท์   แสดงเป็น   เด่นดาว
ภูริ  หิรัญญพฤกษ์   แสดงเป็น   ดำ
วรวุฒิ  นิยมทรัพย์   แสดงเป็น   กิติ
สุวัจนี  ไชยมุสิก   แสดงเป็น   อุษา
พิเชษฐไชย  ผลดี   แสดงเป็น   เกียรติกร
พิมพ์อักรษร  วินโกมินทร์   แสดงเป็น   อัมพริกา
ศุภกรณ์  กิจสุวรรณ   แสดงเป็น   ทนต์
รอน  บรรจงสร้าง   แสดงเป็น   เพิ่ม
ปวันรัตน์  นาคสุริยะ   แสดงเป็น   หวิน
ดวงตา  ตุงคะมณี   แสดงเป็น   คุณหญิงธีระรัตน์
ภานุเดช  วัฒนสุชาติ   แสดงเป็น   ทนายเจน
พิสมัย  วิไลศักดิ์   แสดงเป็น   ยายอ่อน
อรสา  พรหมประทาน   แสดงเป็น   อุไร
ศานติ  สันติเวชกุล   แสดงเป็น   เสี่ยโอ
ดิลก  ทองวัฒนา   แสดงเป็น   พระยาธีระรัตน์
สันติสุข  พรหมศิริ   แสดงเป็น   เยื้อน
ดารัณ  บุญยศักดิ์   แสดงเป็น   สมบุญ
เกรียงไกร  อุณหนันท์   แสดงเป็น   เจ้ายงยศ

เทใจรักนักวางแผน

เทใจรักนักวางแผน เป็นเรื่องราวสี่สาวเพื่อนรักนักวางแผน ชอบจีบผู้ชายเก็บไว้เป็นคอลเล็กชั่น พิม ถูกหนุ่มหล่อไฮโซทอดทิ้ง แล้วเอาแต่ร้องไห้ไม่เป็นอันทำอะไร แอ๊น สาวหวานเจ้าของร้านเบเกอรี่ ปอ สาวหมวยอินเตอร์ทำงานอยู่กระทรวงต่างประเทศ จิ๊บ หมอฟันจอมเฮี้ยว วางแผนให้แอ๊นเป็นเหยื่อล่อหนุ่มไฮโซที่ทอดทิ้งพิม แอ๊นรีบปฏิเสธเพราะ แมน แฟนหนุ่มของแอ๊นเพิ่งจะหมั้นเธออย่างไม่เป็นทางการ เพราะความหวงห่วงกลัวจะมีคนอื่นมาจีบแอ๊นระหว่างที่เขาไม่อยู่ แต่แอ๊นต้องยอมแพ้มติเพื่อนรับงานนี้

สามสาวสืบรู้ว่า ภิมุข หนุ่มไฮโซชอบสาวหวานแบบแอ๊น ในที่สุดภิมุขก็หลงรักแอ๊นจริงๆ พาแอ๊นไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ตัวเองเคยอยู่ก่อนครอบครัวไฮโซพาไปเลี้ยงดู เพราะเขาเคยพาผู้หญิงที่จะแต่งงานด้วยมาที่นี่แต่เธอรับไม่ได้ทิ้งเขาไป ส่วนแอ๊นกลับสงสารเห็นใจไม่รังเกียจทำให้ภิมุขรักแอ๊นมากขึ้น จิ๊บไปหว่านเสน่ห์ใส่ ผู้กองชายชาญ ซึ่งเป็นญาติกับภิมุขเพื่อหลอกถามเรื่องของภิมุข จนผู้กองชายชาญเริ่มมีใจให้กับจิ๊บ พิมและปอบังคับแอ๊นให้บอกความจริงกับภิมุข ทำให้ภิมุขเสียใจมาก

จิ๊บกลัวแอ๊นจะรักภิมุขจริงๆ จึงโทรไปเล่าเรื่องให้แมนฟัง แมนจึงรีบขอแอ๊นแต่งงานทันที จิ๊บยุติการแก้แค้นแต่ตัวเองกลับหลงรักผู้กองชายชาญเสียเอง เจ พี่ชายสุดหวงของจิ๊บรีบขัดขวางความรักครั้งนี้ของจิ๊บ จิ๊บจึงตัดสินใจสมัครไปเป็นแพทย์อาสาแถบชายแดน จิ๊บถูกยิง สารวัตรก้องภพ ซึ่งเป็นคนรักเก่าของจิ๊บเข้ามาช่วยชีวิตไว้ จิ๊บจึงยอมรับให้สารวัตรก้องภพเข้ามาอยู่ในใจได้อีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับพอดีจิ๊บถูก แจน คู่รักของผู้กองชายชาญด่าว่าราวีทำให้จิ๊บเสียใจมาก จิ๊บกลับมาทำงานในกรุงเทพฯ

ก้องภพถูกยิงอาการสาหัสต้องเข้ามารักษาที่กรุงเทพฯ ทำให้จิ๊บต้องเข้าไปดูแลทั้งสองคนจึงรักกันอย่างจริงจังอีกครั้ง ปอไปกินอาหารแต่ลืมกระเป๋าสตางค์ ทำให้ต้องมาเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านของ อธิคม พิมแอบรักเจและเริ่มสานสัมพันธ์ด้วยการเปลี่ยนตัวเอง จากสาวเปรี้ยวมาเป็นสาวหวานด้วยหนังสือมัดใจชาย พิมกับเจจึงเกิดความรักกันอย่างเต็มใจและจริงจัง ปอถูกจับคลุมถุงชนแต่งงานกับ จินดนัย เพื่อนสาวแนะนำว่าให้ปอหาผู้ชายสักคนไปหลอกว่าเป็นแฟนคนคนนั้นก็คืออธิคม แต่หลังจากไปเป็นคู่รักหลอกๆ แล้วเตี่ยกับอาม้าของปอไม่ยอมรับ

อธิคมเกิดความรักกับปอขึ้นมาจริงๆ จึงมีสัญญากับปอว่าถ้าเขาช่วยไม่ให้เธอแต่งงานกับจินดนัยได้เขาขออะไรเธอ ต้องยอมให้ อธิคมใช้ยุทธวิธีทางธุรกิจเอาชนะจินดนัยแล้วเขาก็ขอปอแต่งงาน ความรักของเจกับพิมกำลังไปได้สวย จิ๊บต่อว่าพิมเพราะหวงพี่ชาย พิมตัดสินใจเลิกกับเจ จิ๊บเห็นเจเศร้าซึมเสียใจเพราะผิดหวังในความรัก ขณะที่ตัวเธอเองเกิดมีความรักกับก้องภพ จิ๊บก็เข้าใจเจยอมให้พี่ชายกับเพื่อนสาวเป็นคนรักกันได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งสองยังคิดว่าจิ๊บยอมเพราะความจำใจไม่ได้เต็มใจ จึงต่างคนต่างดูเชิงอยู่ห่างๆ กัน

จนกระทั่งเจถูกนายทุนเจ้าของโรงงานขับรถพุ่งเข้ามาชนหวังให้ตาย เพราะเจเป็นทนายความฟ้องร้องโรงงานของเขา พิมเห็นเหตุการณ์จึงวิ่งเข้ามาบอกให้เจระวังตัวและพิมก็ถูกรถชนแทน เจนำตัวพิมส่งโรงพยาบาลแล้วรู้ซึ้งว่าพิมรักเขาจริงถึงขนาดเสี่ยงชีวิตยอม ตายแทน ทั้งสองหวนคืนมารักกันโดยไม่ยอมพรากจากกันอีก ส่วนแอ๊นพิสูจน์จนรู้ชัดว่าภิมุขหนุ่มไฮโซไม่ได้รักเธอจริง เขาดีแต่วางอำนาจบังคับให้เธอทำตามคำสั่งของเขา ถึงเวลามีภัยร้ายถูกชายขี้ยาจี้ชิงทรัพย์ภิมุขก็ไม่สามารถจะปกป้องเธอได้ แต่คนที่ช่วยป้องกันภัยให้เธอได้คือแมน ภิมุขไม่ยอมให้แอ๊นไปจากเขาจะรวบรัดหมั้นและแต่งงานกับแอ๊น แต่แอ๊นไม่ยอมให้ภิมุขสวมแหวนแล้วบอกเลิกกับภิมุข แมนรู้ว่าแอ๊นเป็นอิสระจากภิมุขแล้ว แต่เขาก็ยังลังเลอยู่นานกว่าจะกล้าบอกรักแอ๊น ก่อนที่เขาจะเดินทางไปทำงานเมืองนอกและแอ๊นก็ไม่ปฏิเสธ ในที่สุดสี่สาวเพื่อนรักนักวางแผนแก้แค้นผู้ชายต่างก็เลิกวางแผน เพราะทุกคนได้ความรักความจริงใจจากผู้ชายที่รักเธอ และตัวเธอเองก็รักเขา ทั้งสี่คนสี่คู่จึงมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและอบอุ่นอย่างที่ตั้งใจไว้

นักแสดงละคร เทใจรักนักวางแผน

ทฤษฎี สหวงษ์  แสดงเป็น  เจ
ณปภา ตันตระกูล  แสดงเป็น  จิ๊บ
การิน ศตายุ  แสดงเป็น  แมน
พัชรินทร์ จัดกระบวนพล  แสดงเป็น  แอ๊น
วริษฐ์ ทิพโกมุท  แสดงเป็น  อธิคม
พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์  แสดงเป็น  ปอ
โกสิททร์ ราชกรม  แสดงเป็น  ก้องภพ
ธัญสินี พรมสุทธิ์  แสดงเป็น  พิม
ณัฐรัฐ โมริส เลอกรอง  แสดงเป็น  ภิมุข

เทพสังวาลย์

เทพสังวาลย์ เป็นละครพื้นบ้าน มีเทพทั้งห้าและมีสังวาลห้าสี ครอบครอง คือ สังวาล ขาว แดง เหลือง เขียว และ ดำ เทพศาสตราและเทพีหยั่งรู้ ทำผิดกฏ รักกันและให้กำเนิดบุตรชาย มณีแดง จึงนำ มณีแดงไปให้อสูรเลี้ยงดู ยังโลกมนุษย์ แต่อสูรกลับเลี้ยงมณีแดงให้เป็นคนชั่วร้าย และทำร้ายคนที่เป็นปรปักษ์ ยุยงให้มณีแดงครอบครองทั้งสามภพ ตามล้างฆ่า แสงสุรีย์ โดยมีนาคี ให้ความช่วยเหลือแสงสุรีย์ แต่ แสงสุรีย์กับมณีแดง ยิ่งบาดหมาง เมื่อทั้งสองคนต่างหลงรัก พระธิดารัตนาวดี ซึ่งเป็นฉนวนทำให้ มณีแดงและแสงสุรีย์เป็นศัตรูกัน รัตนาวดี ต้องตกเป็นของมณีแดงโดยไม่ได้ยินยอม ทำให้ก่อกำเนิด บุตรชาย ผู้มีเลือดสามภพ คือ สายเลือดเทพ สายเลือดมนุษย์ สายเลือดอสูร และที่สำคัญจะเป็นผู้ทำลายอสูร ทำให้อสูรต้องกำจัด รัตนาวดี และ ลูก มณีแดงเอาตัวเข้าขัดขวางทำให้ได้รับบาดเจ็บ และเลือดในกายของมณีแดงเป็นพิษจากการดื่มเลือดของอสูร ถ้ามณีแดงจะเป็นคนดีเมื่อไร เลือดพิษจะทำลายล้างมณีแดง ก่อนตายมณีแดง แสงสุรีย์ นาคี ร่วมกันกำจัดอสูร รัตนาวดีเลี้ยงดูบุตรชายให้เป็นคนดี ไม่ให้เป็นอย่างมณีแดง โดยมีเทพ คอยดูแล

เทพบุตรในฝัน

รุ้งลาวัณย์ เด็กสาววัย 18 ปี มีชีวิตอยู่อย่างอึดอัดและกดดันมาก แม้ว่าเธอจะเป็นถึงธิดาคนเดียวของ ท่านหญิงเพ็ญประภา และมีเชื้อสายของตระกูล
“ศุภวงศ์” อยู่ในตัวครึ่งหนึ่ง แต่เป็นเพราะพ่อของเธอเป็นเพียงมหาดเล็กคนหนึ่งในวังเท่านั้น มิได้เป็นผู้ดีมีตระกูลอย่างใด ซ้ำร้ายบิดามารดาของเธอ
ยังจากเธอไปตั้งแต่เธอยังเล็ก เธอจึงตกอยู่ในอุปการะของ ท่านชายพจนประไพ และ หม่อมทุเรียน ผู้เป็นลุง และป้าสะใภ้ของเธอ       ความเป็นอยู่ขอ รุ้งลาวัณย์ในวังศุภวงศ์หรือวังเขียวไม่แตกต่างไปจากคนรับใช้ เธอมีหน้าที่ต้องรับใช้ หม่อมราชวงศ์หญิงเทพีพิไล หรือ หญิงใหญ่ ญาติผู้พี่ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจ และยังเป็นที่รองรับอารมณ์ของหม่อมทุเรียนซึ่งติดการพนันงอมแงม   ทางออกทางเดียวที่จะทำให้เธอมีความสุข คือ ความช่างฝันของเธอเอง เธอจึงมักวาดภาพเทพบุตรในฝันของเธอขึ้นในใจ และหวังให้เขาเป็นผู้พาเธอออกไปจากชีวิตแบบเดิมเสียที

รุ้งลาวัณย์ได้พบกับ ชุษณ์ เศรษฐีหนุ่มใหญ่จากปักษ์ใต้ บุคลิกที่เคร่งขรึม หล่อ และเป็นสุภาพบุรุษของเขาทำให้จินตนาการ เทพบุตรในฝันของ
รุ้งลาวัณย์มีส่วนคล้ายชุษณ์เข้าไปทุกทีโดยไม่รู้ตัว ความร่ำรวยของชุษณ์ทำให้หม่อมทุเรียนอยากได้เขาเป็นลูกเขย   และหญิงใหญ่เองก็พอใจอยู่ไม่น้อยติดที่ปัญหาสุขภาพ หม่อมทุเรียนจึงได้แต่เก็บความเสียดายไว้ลึก ๆ ข้างในใจ หลังจากที่ท่านชายพจนประไพสิ้น   หม่อมทุเรียนก็ เล่นการพนันแทบจะหมดตัว ความเป็นอยู่ในวังเริ่มขัดสน จนในที่สุดคนเก่าแก่ในวังก็ถูกไล่ออกหมด เหลือเพียง เอี้ยง สำราญ และป้าเสม แม้แต่รุ้งลาวัณย์ก็ถูกบังคับให้ออกจากโรงเรียน แต่ชุษณ์ก็ได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างลับๆทำให้เธอได้เรียนต่อจนจบ

ในวันที่รุ้งลาวัณย์จบการศึกษา ชุษณ์ก็เข้ามาสู่ขอรุ้งลาวัณย์ ทำให้หญิงใหญ่ผิดหวังมาก  แต่หม่อมทุเรียนกลับยินดี เพื่อจะได้โก่งค่าสินสอดอย่าง
เต็มที่รุ้งลาวัณย์เองรู้สึกสับสน แต่เธอต้องการไปจากวังเขียวจึงตกลงแต่งงานกับชุษณ์    ชุษณ์รีบพารุ้งลาวัณย์กลับใต้ทันทีที่เสร็จพิธีแต่งงาน
รุ้งลาวัณย์เริ่มสงสัยเมื่อชุษณ์ไม่ยอมเล่าอะไรที่เกี่ยวกับเขาให้เธอฟังเลย และยิ่งไม่แน่ใจว่าชุษณ์มีฐานะอย่างไร    แต่เธอก็เก็บความสงสัยไว้ในใจ
ในขบวนรถไฟรุ้งลาวัณย์พบกับ กรวิภา ม่ายสาวพราวเสน่ห์ และ ศรีภูมิ  ลูกเศรษฐีท่าทางเจ้าชู้ซึ่งกำลังเดินทางไปพบกับ บังเอิญ ลุงของศรีภูมิ
รุ้งลาวัณย์แอบได้ยินชุษณ์บอกกับศรีภูมิว่า เขาเองเป็นแค่คนจนไม่มีสมบัติอะไรเป็นเพียงผู้จัดการสวนยางของบังเอิญลุงของ ศรีภูมิ รุ้งลาวัณย์เสียใจที่ถูกหลอก เมื่อถึงพัทลุง เธอได้พบกับ ประกอบ มาลินี และ กอบกุล กลุ่มเพื่อนสนิทของชุษณ์ รุ้งลาวัณย์ขอร้องให้ชุษณ์แยกทางกับเธอ เพราะเธอเชื่อว่าระหว่างเธอกับเขาไม่มีความรักต่อกัน ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือของรุ้งลาวัณย์กับชุษณ์ทำให้กรวิภาและศรีภูมิแทรก ตัวเข้ามาอย่างง่ายดาย ศรีภูมิ หลงรักรุ้งลาวัณย์ เขาเชื่อว่าบังเอิญลุงของเขาเป็นเจ้าของสวนยางจริง ศรีภูมิจึงจีบรุ้งลาวัณย์อย่างเปิดเผย บังเอิญ ประกอบ และมาลินีก็รู้สึกแปลกใจที่ชุษณ์ยอมอ่อนข้อให้ศรีภูมิ ส่วนกรวิภานั้นแท้จริงคืออดีตภรรยาของชุษณ์ กรวิภาทิ้งชุษณ์ไปแต่งงานใหม่ แต่ไปไม่รอด

เมื่อเธอพบว่าชุษณ์กลายเป็นเจ้าของสวนยางที่รวยที่สุด เธอจึงพยายามดึงชุษณ์กลับมาเป็นของเธออีกครั้ง ศรีภูมิพยายามจีบรุ้งลาวัณย์แต่เธอ
ไม่สนใจ ศรีภูมิจึงเปิดโปงว่าชุษณ์หลอกลวงเธอ โดยที่ไม่รู้ว่าเธอรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว และรุ้งลาวัณย์แปลกใจ ตัวเองที่เธอพยายามปกป้องเกียรติ
ของชุษณ์และพูดอย่างชัดเจนว่า “ถ้ารักใครสักคน จะรักเขาที่หัวใจ ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ” ศรีภูมิแม้จะรู้สึกเสียหน้าและโกรธที่รุ้งลาวัณย์ปฏิเสธแต่ก็ยัง
ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ เพราะศรีภูมิเริ่มสงสัยฐานะที่แท้จริงของบังเอิญ นอกจากนั้นศรีภูมิกับกรวิภาตกลงกันเพื่อแยกชุษณ์และรุ้งลาวัณย์ออกจากกัน
ขณะเดียวกันที่วังเขียว หม่อมทุเรียผลาญทรัพย์สินจนหมดแม้แต่เอี้ยงและสำราญก็ถูกไล่ออก หม่อมทุเรียนพยายาม ติดต่อชุษณ์และรุ้งลาวัณย์เพื่อ
ขอเงิน รุ้งลาวัณย์ได้พบกับสำราญซึ่งกลับมาพัทลุง สำราญเล่าให้ฟังว่าหม่อมทุเรียนได้ขายสมบัติของแม่เธอไปหมดแล้ว

รุ้งลาวัณย์เสียใจและเล่าให้ชุษณ์ฟัง ชุษณ์รับสำราญไว้ทำงานที่บ้าน แล้วชุษณ์ก็เข้าไปกรุงเทพฯ ระหว่างที่ชุษณ์ไม่อยู่รุ้งลาวัณย์ได้รับจดหมาย
ขอเงินจากหม่อมทุเรียน เธอเขียนตอบไปว่าชุษณ์ไม่ใช่เศรษฐีอย่างที่เข้าใจจึงไม่สามารถช่วยอะไรได้ รุ้งลาวัณย์ปรับความเข้าใจ กับชุษณ์และยอม
รับว่าเธอรักเขา ทั้งที่รู้มานานแล้วว่าชุษณ์จนแต่เธอยอมรับได้ ชีวิตครอบครัวที่เริ่มจะอบอุ่นถูกขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้รับ โทรเลขแจ้งข่าวการ
ป่วยของหม่อมทุเรียน รุ้งลาวัณย์เข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปเยี่ยมป้าสะใภ้ หม่อมทุเรียนสั่งให้รุ้งลาวัณย์เลิกกับชุษณ์ รุ้งลาวัณย์ไม่ยอมแต่ถูกหม่อมทุเรียน
รั้งไว้ไม่ให้กลับพัทลุง ที่จริงหม่อมทุเรียนมีแผนที่จะส่งเธอไปเป็นเมียน้อย รัฐมนตรีเจตนา เพื่อแลกกับเงินก้อนโต รุ้งลาวัณย์ถูกบังคับ ให้ไปที่บ้าน
รัฐมนตรีที่นั่นเองเธอได้เจอกับกอบกุลซึ่งเป็นคู่รักของ ศักดา ลูกชายเจตนา กอบกุลหาทางช่วยโดยการไปบอก คุณหญิง ของท่านรัฐมนตรี และมา
อาละวาด รัฐมนตรีจึงยอมปล่อยรุ้งลาวัณย์ ก่อนแยกจากกันกอบกุลบอกความจริงว่าชุษณ์เป็นเศรษฐีสวนยางจริงๆ

รุ้งลาวัณย์สับสนมากจึงกลับไปหาชุษณ์ที่พัทลุงเพื่อถามความจริง ชุษณ์ยอมรับความจริงทั้งหมดทำให้รุ้งลาวัณย์โกรธมาก แต่ก็โกรธไม่นานเมื่อชุษณ์นำรูปเขียนและสมบัติของแม่เธอที่เขาตามไปซื้อคืนมาจนครบให้เธอ และเล่าให้ฟังว่าเขาทำอะไรให้เธอบ้าง ทั้งคู่จึงเข้าใจกันและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขร่วมลุ้นไปกับความรักระหว่างชุษณ์และรุ้งลาวัณย์ได้ในละครเรื่อง “เทพบุตรในฝัน

เทพบุตรสุดเวหา

หาข้อมูลเพิ่มเติม

เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

รามิล หนุ่มหล่อมาก เนื้อหอมมาก ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีเพราะมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ พ่อแม่ของรามิลเสียชีวิตหมดแล้ว เหลือแต่แม่แก้วหรือคุณแก้วอังกาบ แม่เลี้ยงสุดแสนดีผู้เป็นน้าแท้ๆ ของเขา รามิลใช้ชีวิตเพลย์บอยเต็มที่กับสาวสวยมีระดับทั้งสิ้น ข้อตกลงของเขากับสาวทุกคนคือ คบกันเท่าที่พอใจไม่ผูกพัน และไม่ล่วงล้ำเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ ขาประจำล่าสุดของเขา คืออัจฉราวดี นางแบบและดาราสาวสวยเฉี่ยวเปรี้ยว ผู้หมายมาดจะจับเขาให้ได้

แล้ววัน หนึ่งรามิลแทบเป็นบ้าเมื่อแม่แก้วบอกว่า ราเมศวร์ พ่อเขาตกลงหมั้นลูกสาวของภาคินัย เพื่อนรักไว้ให้เขาก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต และคู่หมั้นของเขาคือ ภัครมัย หรือมัดไหม เด็กหญิงที่รามิลเห็นแค่ตอนเด็ก ๆ และไม่เคยเห็นกันอีกเลย แต่เขาจำความซน เฮี้ยว และแสบสุดขั้นของเธอได้ไม่มีวันลืม เธอเคยแกล้งเขาสารพัดรูปแบบจนเขาขยาดและเกลียดขี้หน้าเธอมาก ตั้งฉายาเธอว่าเด็กนรก และที่เจ็บใจคือ รามิลชอบผู้หญิงสวย แต่ ด็กหญิงมัดไหมหน้าตาไม่เอาไหน แถมยังสวมแว่นสายตาหนาเตอะ รูปร่างผอมเหมือนเสาโทรเลข อีกอย่างที่รามิลจำได้คือบ้านเธอมีไร่ชื่อมนตรา มีคอกม้าที่ไร่ และมัดไหมรักม้ามาก

รามิลโวยกับแม่แก้วว่าเขาไม่มี วันแต่งงานกับมัดไหม แต่ถึงกับอึ้งเมื่อแม่แก้วบอกว่าพ่อของเขาและมัดไหมมีเงื่อนไขว่าเมื่อรับ รู้เรื่องหมั้นแล้วรามิลกับมัดไหมต้องแต่งงานกันภายในสามเดือน และถ้ารามิลไม่แต่งงานกับมัดไหมหรือแต่งแล้วอยู่กันไม่ถึงปีเขาต้องยกเงินสด ทั้งหมดที่มีให้มัดไหม ฝ่ายมัดไหมก็เช่นกัน และรามิลอยากตายลงไปเลยเมื่อแม่แก้วบอกว่าทางมัดไหมตอบตกลงจะแต่งงานกับเขา แล้วรามิลตั้งปณิธานว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับมัดไหม และก็จะไม่ยอมสูญเสียเงินทั้งหมดให้เธอด้วยเขาจะทำ ให้เธอเป็นฝ่ายปฏิเสธเขา

รา มิลไปหามัดไหม ภาพแรกที่ทำให้เขาถึงตะลึงคือหญิงสาวร่างระหงสวยไม่มีที่ติอยู่บนหลังม้าที่ วิ่งอย่างสง่างาม เธอคือภัครมัยหรือมัดไหม แต่เธอมีแผนอยู่แล้วที่จะแกล้งปั่นหัวเขา เธอจึงบอกว่าเธอไม่ใช่มัดไหมคู่หมั้นของเขา แต่บังเอิญชื่อมัดไหมเหมือนกัน เพียงแต่เธอมีฐานะเป็นคนรับใช้ของมัดไหมคู่หมั้นเขา รามิล เห็นหน้าตาผิวพรรณและเสื้อผ้าราคาแพงของต่างประเทศที่เธอสวมอยู่แล้วไม่อยาก เชื่อเลยว่ามาดอย่างเธอจะเป็นคนรับใช้ แต่อะไรดลใจให้เขาเชื่อไปก็ไม่รู้

และ มัดไหมคนนี้ก็ปากจัดใช่ย่อยไม่ยอมลงให้เขาด้วย เพียงแรกเจอกันเธอก็กัดเขาสะตั้งตัวไม่ติด เป็นสาวใช้บรรดาศักดิ์จริง ๆ กล้ากัดกระทั่งคู่หมั้นของเจ้านาย รามิลแปลกใจว่าเธอรู้รายละเอียดของเขาและคู่หมั้นราวกับเธอคือภัครมัยซะเอง แต่มัดไหมก็เอาตัวรอดไปได้อย่างชาญฉลาด รามิลหัวเสียกลับไป มัดไหมขำกลิ้งกับ ติ๋ม สาวใช้ตัวจริง ติ๋มไม่อยากให้มัดไหมแกล้งรามิล แต่มัดไหมบอกว่าผู้ชายเจ้าชู้เสเพลอย่างรามิลต้องให้บทเรียนแสบ ๆ ซะบ้าง ไม่งั้นจะคิดว่าอะไร ๆโดยเฉพาะผู้หญิง ง่ายไปซะหมด

รามิลไปปรับทุกข์ กับดนุพันธ์ เพื่อนรักของเขา ดนุพันธ์ขำว่ารามิลถูกพ่อดัดหลัง แต่ดนุพันธ์เองก็ ปวดเศียรกับความรักที่ยังไม่มีท่าจะสมหวังของตัวเอง เขาจีบ นาตาชา น้องสาวของรามิลอยู่ และนาตาชายังไม่ยอมรับรักเขา แถมความรักของเขายังมีมารผจญอีกคือ พิมมาดา ที่ตามตื้อเขาจนนาตาชาไม่ไว้วางใจเขา ว่าเขาเจ้าชู้เหมือนรามิล ส่วนนาตาชาก็มีอภิชาติ เจ้าของนิตยสารชั้นนำ ที่เธอเป็นตากล้องให้อยู่ตามจีบ และดนุพันธ์หึงแทบหน้ามืดตาลาย นาตาชาเป็นเพื่อนรักของมัดไหม แสบพอ ๆ กับมัดไหม มัดไหมเพิ่งกลับจากฝรั่งเศส เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนาน และเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของปารีส เคยขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชั้นนำของโลกมาแล้ว เธอใช้ชื่อว่า แม็ตตี้ นาตาชาขอให้มัดไหมถ่ายแบบและเป็นปกให้นิตยสารของเธอ มัดไหมตกลง แต่ขอแต่งตัวแต่งหน้าแบบแฟนซีแปลก ๆ

รามิลฮึดกลับไปหามัดไหมอีก เขาไปจ้างให้มัดไหมเป็นแฟนเป็นเวลาสามเดือน รามิลกะยิงนกสองตัวด้วยกระสุนนัดเดียว คือทั้งตัดคู่หมั้นที่เขาแสนเกลียด และตัดอัจฉราวดีที่เขารู้สึกว่าเริ่มรุกรานเขา และจะจับเขาจริง ๆ จัง ๆ เขาจะจ่ายค่าจ้างมัดไหมหนึ่งหมื่นเพราะประเมินว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ แต่มัดไหมเรียกหนึ่งล้าน รามิลต้องยอมจ่าย มัดไหมเรียกเงินล่วงหน้าห้าแสนบาท รามิลนัดกับมัดไหมกินอาหารมื้อค่ำเพื่อปล่อยข่าวเธอเป็นแฟนคนใหม่ของเขา เขาพาเธอไปที่ร้านของ พลอยไพลิน เพื่อนรักของ อัจฉราวดี กะให้พลอยไพลินเห็นเต็ม ๆ ว่าเขามีแฟนใหม่ และเพราะที่ร้านของพลอยไพลินมักมีนักข่าวไปนั่งหาข่าวเป็นประจำด้วย มัดไหมแต่งชุดราตรี สวยจนรามิลตะลึง และเมื่อไปถึงร้านก็โดนพลอยไพลินเสียดสีขบกัด มัดไหมบอกรามิลว่าพลอยไพลินชอบรามิล ที่เธอกัดนั่นเพราะความหึง รามิลไม่เชื่อ พลอยไพลินโทรฟ้องอัจฉราวดี รุ่งขึ้นอัจฉราวดีไปหารามิลถึงบริษัท รามิลเฉย ๆ กับเธอ อัจฉราวดีอาฆาต บอกตัวเองว่าจะทำให้รามิลเจ็บจำไปจนตาย

รามิลนัดพามัดไหมไปงานกาลา ดินเนอร์ วันที่ไปรับมัดไหม เขาเห็นหญิงสาวรูปร่างแบบเดียวกับมัดไหมยืนหันหลังสั่งงานอยู่ เขาเรียกแต่เธอคนนั้นไม่หันมา จนกระทั่งอัคนีหัวหน้าคนงานบอกเธอจึงหันหาเขา รามิลตกใจหน้าเธอเป็นแผลเป็นเละจนเหมือนหน้าผี เมื่อพูดกัน รามิลจึงรู้ว่าเธอคือภัครมัยคู่หมั้นของเขารามิลลืมความเกลียดชัง เขาสงสารเธอมาก ยิ่งภัครมัยมีทีท่าเจียมตัว และพูดทำนองว่าเขาโชคร้ายที่จะต้องเป็นคู่หมั้นหญิงหน้าตาอย่างเธอ รามิลยิ่งสงสารจนพูดแทบไม่ออก เขาพูดอ่อนโยนแสดงความเห็นใจเธอ แทนตัวเองว่าพี่ เรียกเธอว่าน้อง เหมือนที่เคยเป็นเมื่อตอนเด็ก ๆ มัดไหม หน้าผีเข้าบ้านไปหัวเราะกับติ๋มแทบตายว่ารามิลมีตาแต่หามีแววไม่ บอกอะไรก็เชื่อหมด ติ๋มเห็นใจรามิลมาก ให้มัดไหมเลิกเล่นตลกและบอกความจริงรามิล แต่มัดไหมบอกว่าเธอยังสนุกอยู่

มัด ไหมแกะหน้าผีแล้วออกไปต้อนรับรามิลในฐานะมัดไหมสาวใช้ อัจฉราวดียังตามตื้อสม่ำเสมอ จนวันหนึ่งเจอกับมัดไหมและนาตาชา เมื่อเธอพารามิลไปที่ห้องเสื้อของ ยังโซน หรือวายซี ดีไซเนอร์มือใหม่ของไทยที่ไปโด่งดังมากในต่างประเทศ และอัจฉราวดีอยากเป็นนางแบบให้วายซีมาก รามิลเห็นมัดไหมในร้านอาหารอิตาเลียน เขานึกว่าเธอมากับหนุ่ม ไม่รู้ตัวเลยว่าฤทธิ์หึงขึ้นหน้า เขาไปกระชากตัวเธอ มัดไหมเพิ่งเสร็จจากการถ่ายแบบ และยังไม่ได้ถอดคอนแทกเลนซ์สีฟ้าออก เธอเลยทำตัวเป็นแม็ตตี้ พูดไทยไม่ชัดกับเขา รามิลมีทีท่าไม่เชื่อ แต่นาตาชาออกมาช่วยมัดไหมไว้ทัน อัจฉราวดีมาที่กลุ่ม เมื่อเห็นมัดไหมเธอตื่นเต้นมากว่าได้สัมผัสตัวจริงของนางแบบโลก เธอทักมัดไหมว่าแม็ตตี้ รามิลจึงสงบได้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ค่อยเชื่อสนิทใจว่ามัดไหมกับแม็ตตี้เป็นคนละคนกัน

อัจฉรา วดีพูดจาไม่เข้าหูนาตาชาเลยโดนนาตาชาด่าไป มัดไหมรู้ว่ารามิลต้องตามเรื่องถึงที่สุดเลยรีบกลับบ้าน แล้วให้ติ๋มสวมหน้ากากหน้าเละเป็นภัครมัยป่วยแล้วเธอดูแล รามิลตามมาถึงบ้านจริง ๆ และเมื่อเห็นภัครมัยปลอมอยู่กับมัดไหมเขาเลยเลิกสงสัย และสงสารภัครมัยหน้าผีขึ้นมาอีก เขาบอกมัดไหมให้บอกภัครมัยว่าคราวต่อ ๆ ไปที่เจอเขาไม่ต้องสวมฮู้ดปกปิดหน้าผี มัดไหมชื่นชมรามิลขึ้นมาหน่อย

รา มิลพามัดไหมไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสี่ คือแม่แก้ว คุณพิศมัย หรือย่าน้อย คุณอุมาพร กับคุณอรรุจิ พี่น้องฝาแฝดผู้พูดกันคำทะเลาะกันสามคำ แต่รักกันมาก ทั้งสี่ท่านทราบความจริงแล้วว่ามัดไหมเป็นใครจึงพยายามร้ายเต็มที่ ถล่มใส่มัดไหมเต็มที่ แล้วต่างลุกไปโดยที่มัดไหมยังไม่ทันได้กราบ มัดไหมน้อยใจมาก เธอไม่รู้เลยว่านี่คือแผนซ้อนแผนของนาตาชากับแม่แก้ว เธอจำต้องค้างที่บ้านสวนตามคำสั่งของรามิล มัดไหมยังเผชิญแผนการดูถูกและกลั่นแกล้งของญาติผู้ใหญ่ทั้งสี่ของรามิล อัจฉราวดีตามตื้อรามิลทุกวันและไม่รู้ตัวเลยว่าถูกผู้ใหญ่ทั้งสี่ใช้เป็น เครื่องมือทดสอบความรักของรามิลกับมัดไหม

มัดไหมไม่กล้ายอมรับว่าทุก คำพูดและทุกอาการที่เธอแสดงออกต่อรามิลนั้น เกิดจากความหึงหวง รามิลเองก็ไม่อยากยอมรับเหมือนกันว่าความฉุนเฉียวทุกวันของเขาเกิดจากความ รักมัดไหมสาวใช้คนนี้ ความที่รามิลรักมัดไหม และไม่อยากให้เธอจากไปทำให้เขาตัดสินใจพูดกับเธอว่าเขาคงต้องยอมแต่งงานกับ ผู้หญิงที่มีชาติตระกูลตามที่ญาติผู้ใหญ่เห็นสมควร แต่ถ้าเธอไม่รังเกียจเขาจะขอพาเธอหลบไปอยู่ด้วยกันเงียบ ๆ ณ ที่ห่างไกลผู้คน จะรักและทะนุถนอมเธอไม่ให้เธอลำบากไปชั่วชีวิต มัดไหมโกรธ นั่นหมายถึงว่าเธอต้องเป็นเมียน้อย เธอตบหน้ารามิล

ขณะที่มัดไหม กำลังเก็บ เสื้อผ้าจะหนีไปจากบ้านสวน อัจฉราวดีเข้ามาตอกย้ำความเจ็บปวดของเธออีกด้วยทีท่าสงบเสงี่ยมเป็นมิตร อัจฉราวดีบอกว่ารามิลเล่าทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วว่ามัดไหมรับจ้างเป็นแฟนของ รามิลด้วยค่าจ้างล้านบาท และเมื่อเธอเห็นว่ารามิลเป็นฝ่ายเลิกสัญญาก่อนกำหนดเธอจึงขอให้รามิลจ่าย เงินให้มัดไหมให้ครบเพื่อว่ามัดไหมจะได้มีเงินไปลงทุนทำอะไรของตัวเอง จะได้ไม่ต้องเป็นคนใช้เขาต่อไป คราวนี้มัดไหมโกรธรามิลจริง ๆ ไม่ใช่โกรธแง่งอนชั่วแวบเหมือนครั้งก่อนๆ มัดไหมขอติดรถอัจฉราวดีเข้าเมือง อัจฉราวดีสมใจ

รามิลตัดสินใจไปหามัดไหมคนหน้าผี เพื่อจะทำความใกล้ชิดกับเธอให้มากขึ้น แต่อีกใจก็จะไปเพราะความหวังว่าจะได้พบมัดไหมสาวใช้เจ้าหัวใจของเขาด้วย ตลอดเวลาที่อยู่กับมัดไหมหน้าผี รามิลไม่มีสมาธิเลย เขาคอยมองหามัดไหมสาวใช้ตลอด มัดไหมหน้าผีถาม แต่รามิลไม่บอกว่าเขาไม่สบายใจเรื่องอะไร เขาเบนเรื่องไปที่จะให้มัดไหมคนนี้ไปปรึกษาแพทย์เรื่องใบหน้าเละ แต่มัดไหมบอกว่าผ่านมานานขนาดนี้แล้วไม่ไปแล้ว แล้วในที่สุดรามิลก็พูดถึงมัดไหมสาวใช้จนได้ มัดไหมบอกว่าลาออกไปแล้วรามิลใจหาย เขาตัดสินใจถามมัดไหมว่าคนเราควรจะแต่งงานด้วยเหตุผลใด มัดไหมบอกว่าด้วยความรัก รามิลถามถึงความเหมาะสม มัดไหมยืนยันความรัก แต่ก็บอกว่าแล้วแต่ความจำเป็นเฉพาะตัวของแต่ละคนด้วย รามิลบอกว่าเขาคิดอะไรไม่ออกแล้ว เพราะกระทั่งคนที่เขาคิดว่ารู้จักดีก็ยังไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เหมือนว่าคนเราทุกวันนี้ใส่หน้ากากใส่กัน เล่นเอามัดไหมสะดุ้งเพราะว่าเธอก็กำลังใส่หน้ากากอยู่จริง ๆ ด้วย รามิลสับสนมากกระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่ามาจากบ้านมัดไหมตอนไหน

ดนุพันธ์ สรุปว่ารามิลรักมัดไหมสาวใช้ ให้เขาตามหาเธอ แต่รามิลบอกว่ามัดไหมมีโอกาสพบผู้ชายดี ๆ แต่ภัครมัยหน้าผีไม่มีใครนอกจากเขา เขาตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานกับภัครมัย ดนุพันธ์ไปเล่าทั้งที่รามิลบอกว่ารักมัดไหมสาวใช้ และที่บอกว่าจะแต่งงานกับภัครมัยให้นาตาชาฟัง โดยไม่รู้ว่ามัดไหมอยู่กับนาตาชาด้วย นาตาชาให้มัดไหมบอกความจริงกับรามิลก่อนที่นานไปเขารู้เอง มัดไหมเชื่อว่ารามิลจริงใจในกรณีมัดไหมหน้าผี แต่เธอยังอยากทดสอบความจริงใจของเขาต่อมัดไหมสาวใช้ต่ออีก ด้านรามิลก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงมีความรู้สึกใกล้เคียงกันกับผู้หญิงถึง สามคน

สำหรับแม็ตตี้ เขาพอจะรู้ว่าเพราะเธอหน้าเหมือนกับมัดไหมสาวใช้ เขาโทรนัดแม็ตตี้ทานอาหาร เธอพูดถึงมัดไหมสาวใช้อีก รามิลตัดสินใจถามมัดไหมหน้าผีว่ามัดไหมสาวใช้อยู่ที่ไหน รามิลพยายามตามหามัดไหม ใจลอย มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อรถเขามาถึงหน้าไร่มนตราของมัดไหม สถานที่แรกที่เขาได้พบกับเธอ สาวสวยคนหนึ่งควบม้าอยู่ รามิลดีใจที่สุด เขาตะโกนเรียกเธอสุดเสียง เธอไม่ได้ยิน รามิลกดแตรรัว เจ้าตะวันสาดแสงม้าที่มัดไหมควบอยู่ตกใจ สลัดมัดไหมตกจากหลัง รามิลประคองมัดไหม เธอไม่เป็นไรมาก งอนเขาที่ทำให้ตกม้า แล้วรามิลก็งอนมัดไหมบ้าง

เมื่อหนุ่มหล่อผมยาวขี่ม้า อีกตัวมาหามัดไหม มัดไหมเรียกเขาว่าวายซี รามิลเหม็นขี้หน้านายวายซีนี่ทันที และยิ่งงอนหนัก เมื่อมัดไหมสะบัดจากเขาไปหาวายซี ท่าทางเธอไว้ใจนายนั่นมากกว่าเขา เขาพาลว่าเธอแกล้งตกม้าเพื่อเรียกความสนใจ มัดไหมต่อปากต่อคำกับรามิล แล้วเผลอตกเป็นเหยื่อเมื่อโดนเขายั่วว่าสำออย เธอเดินไปขึ้นรถเขา กว่าจะรู้ตัวว่าโดนรามิลเจ้าเล่ห์ใส่ เธอก็ออกมาจากไร่กับเขา เขาจงใจยั่วเธอเพื่อแยกเธอจากวายซี รามิลสารภาพรักกับมัดไหม มัดไหมจึงต้องสารภาพแผนการทั้งหมดของเธอ และสารภาพว่ารักเขาเช่นกัน รามิลมีความสุขที่สุดในชีวิต ติดตามชม ละครเทพบุตรมายาเทพธิดาจำแลง ได้ทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี ละคร เทพบุตรมายาเทพธิดาจำแลง