พลิกฟ้าล่าตะวัน

วิทธี นักวิทยาศาสตร์หนุ่มใหญ่ ตัดสินใจขัดขวางการทดลองการสรรหาพลังงานทดแทน โดยได้แอบขโมยแผ่นชิปหนีออกมาจากห้องทดลองของ องค์กรสุริยะ และหลบหนีไปพร้อมลูกสาว 3 คน แต่กลับถูกคนขององค์กรตามมาสังหาร วิทธีเลยตัดสินใจส่งลูกสาวคนเล็กให้ ยายอนงค์ หญิงรับใช้คนสนิทระหว่างการหลบหนี แต่พลังงานจากแผ่นชิปเกิดรั่วไหลและระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้วิทธีเสียชีวิต และลูกสาว 2 คนที่เหลือก็หายสาปสูญไปพร้อมกับพ่อ

ทอรุ้ง คือสาวน้อยคนสุดท้องที่รอดชีวิตมา แต่เธอจำอดีตไม่ได้แม้แต่นิดเดียว รู้เพียงว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ และก็ทิ้งสร้อยล็อกเก็ตไว้ให้ ทอรุ้งเป็นคนแก่นกะโหลกแต่เธอก็รักเรียน แถมยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการก่อตั้งชมรม รักษ์โลก ซึ่งทอรุ้งมีเพื่อนซี้อย่าง ลันเตา ชายหนุ่มเจ้าคารมยียวนคอยช่วยเหลือ และเขาก็รู้ว่าทอรุ้งมีความสามารถพิเศษที่คนอื่นไม่มีขนาด อาจารย์ด๋อย ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ เลยเรียกสิ่งนั้นว่าพลังจิต

แต่แล้วชีวิต ที่สงบสุขของทอรุ้งต้องมาสั่นคลอนเมื่อ มีนา และ สายลม เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ครั้งแรกที่ทั้งสามคนพบกันก็เหมือนมีบางอย่างระหว่างกันซ่อนอยู่ ซึ่งมีนาและสายลมถูก เอวานอฟ ผู้ก่อตั้งองค์กรสุริยะส่งตัวเข้ามาสืบหาเป้าหมายในมหาวิทยาลัย ทุกครั้งที่มีนาโกรธแววตาเธอจะเป็นประกายเพลิง ส่วนสายลมเวลาจ้องมองรอบตัวเธอจะหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ ความสัมพันธ์ของทั้งสามสาวดำเนินไปอย่างกระท่อนกระแท่น

ซึ่งทอรุ้ง พยายามที่จะเป็นมิตรกับทุกคน ในขณะที่มีนานั้นปฏิเสธไม่รับมิตรภาพจากใคร แต่สายลมยอมเป็นมิตรกับทอรุ้ง เลยทำให้มีนาไม่พอใจ ส่วนการตามล่าเพื่อหาตัวหญิงสาวที่มีพลังวิเศษเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการรวมกลุ่มทดลองค้นคว้าขององค์กรสุริยะอีกครั้ง ซึ่งการรวมกลุ่มในครั้งนี้ทำให้บุคคลระดับอัจฉริยะหลายคนหายตัวไป ซึ่งแต่ละคนพบอีกครั้งก็กลายเป็นศพที่มีสาเหตุการตายแบบเดียวกันคือ หัวใจวายอย่างเฉียบพลันไอยวรินทร์ โอสถานนท์ แสดงเป็น ทอรุ้ง

ทาง การเลยส่งให้ แผ่นดิน สารวัตรหนุ่มมารับผิดชอบคดีนี้ และหนึ่งในจำนวนเด็กอัจฉริยะที่ตายนั้นเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกับทอ รุ้งและลันเตา เลยทำให้แผ่นดินต้องมาสืบหาความจริงที่มหาวิทยาลัย แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก ทำให้ทั้งคู่ต้องมาร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกดีๆ ระหว่างทอรุ้งกับแผ่นดินก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ เช่นเดียวกับลันเตาที่แอบชอบมีนาตั้งแต่แรกพบ แต่กลับถูกปฏิเสธเสียงแข็งจากมีนา

ซึ่งลันเตาก็ไม่ยอมแพ้ขอให้สายลม เป็นแม่สื่อให้ ทั้งๆ ที่สายลมก็แอบชอบลันเตาอยู่ ความรักของคนกลุ่มนี้ดำเนินไปพร้อมกับภารกิจตามล่าที่ทวีความน่ากลัวขึ้น เรื่อยๆ เมื่อแผ่นดินสืบจนได้เงื่อนงำสำคัญว่าตัวยาที่ฉีดเข้ากระแสเลือดของเด็ก อัจฉริยะเหล่านั้น คือตัวยาเดียวกันกับโรงพยาบาลชื่อดัง ซึ่งแพทย์หนึ่งในองค์กรสุริยะเป็นเจ้าของ แต่ยังไม่ทันจะได้สืบสาวราวเรื่อง แพทย์คนดังกล่าวก็ถูกฆ่าตัดตอนเสียแล้ว นั่นเป็นเวลาเดียวกันกับที่มีนาและสายลมจับได้ว่า

คนที่เธอกำลัง ตามหานั้นคือทอรุ้ง เนื่องจากเอวานอฟเห็นว่าทั้งคู่เริ่มทำงานล่าช้าจึงส่ง โยชิดะ สมุนมือขวาที่แอบชอบมีนาอยู่ เข้ามาจัดการแทน ซึ่งโยชิดะก็ได้ขู่เอาชีวิตของนักศึกษาทั้งหมดเป็นตัวประกัน ทอรุ้งจึงแสดงความสามารถพิเศษของเธอออกมา โยชิดะไม่รอช้าพยายามจับตัวทอรุ้ง แต่แผ่นดินได้เข้ามาช่วยก็เลยเกิดการต่อสู้กัน ลันเตาและแผ่นดินพาทอรุ้งหนีกลับบ้าน โดยมีโยชิดะ มีนา และสายลมตามไปติดๆ แต่ก็หนีไม่รอดส่งผลทำให้สองตายายถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม

ก่อนสิ้นใจ ยายบอกกับทอรุ้งว่า “พลังอำนาจที่ทุกคนต้องการ มันอยู่กับตัวทอรุ้งมาตลอด” จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แผ่นดินได้รับบาดเจ็บเพราะช่วยทอรุ้งไว้ แล้วทั้งคู่ก็พากันมาหลบที่เกาะแห่งหนึ่ง ทอรุ้งปรนนิบัติดูแลแผ่นดินอย่างดีจนเกิดเป็นความรัก และแผ่นดินก็ติดต่อกลับมาหาลันเตา เพื่อต้องการให้สืบหาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับทอรุ้ง โดยส่ง กมล มาช่วยอีกแรง เอวานอฟเจ็บใจมากที่โยชิดะ มีนา และสายลมทำไม่สำเร็จ จึงลงโทษทั้งหมดด้วยการทรมานแสนสาหัส

รังสิต ศิรนานนท์ – ปัณฑิตา เคาวเวลล์สาย ลมทนไม่ไหวจึงอยากถอนตัวจากภารกิจนี้แต่มีนาไม่ยอม ทางด้านลันเตาก็ไม่รอช้าร่วมมือกับอาจารย์ด๋อยและกมลสืบหาจนรู้ว่า สามสาวมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกัน จากหลักฐานกล่องเหล็กเก่าๆ ที่ถูกฝั่งอยู่ใต้พื้นบ้าน เป็นจังหวะเดียวกันที่สายลมตัดสินใจหนีออกมาจากองค์กรสุริยะ หลังจากแอบไปเห็นแผนการทั้งหมดของเอวานอฟ สายลมจึงหนีเอาชีวิตรอดมาที่บ้านของลันเตา เมื่อลันเตาเห็นสภาพของสายลมจึงตกใจมาก สายลมขอร้องว่าอย่าพาไปที่โรงพยาบาล

เพราะ เอวานอฟครอบงำไว้หมดแล้ว สุดท้ายลันเตาจึงต้องคอยดูแลสายลม จากความสงสารเห็นใจเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นความผูกพันที่ลันเตาไม่เคยรู้สึกมา ก่อน ทันทีที่เอวานอฟรู้ว่าทอรุ้งและแผ่นดินอยู่บนเกาะ จึงส่งมีนาและโยชิดะมาตามล่า ส่วนลันเตาก็เป็นห่วงเพื่อนจึงพากันมาช่วยที่เกาะ ทั้งหมดเผชิญหน้ากันสงครามย่อยๆ จึงเริ่มขึ้น ทำให้ลันเตาตัดสินใจบอกความจริงว่า ทั้งสามเป็นพี่น้องกัน มีนาถึงกับตกใจเมื่อได้รู้ความจริง

แต่แล้วเอวานอฟก็สั่งให้ลูกน้อง จับตัวทั้งสามสาวไว้ ซึ่งทั้งสามตัดสินใจรวบรวมพลังของแต่ละคนเพื่อหนีออกจากห้องคุมขัง เอวานอฟเจ็บใจมากที่ทุกสิ่งทุกอย่างใกล้จะสำเร็จกลับต้องมาพังทลายลง เอวานอฟเลยตัดสินใจสร้างนักฆ่าขึ้น โดยโยชิดะขออาสาฉีดเลือดของสามสาวเข้าเส้นเพื่อถ่ายทอดพลังเอง เนื่องจากเจ็บใจที่ถูกมีนาปฏิเสธความรัก จนโยชิดะกลายเป็นนักฆ่าที่น่ากลัวที่สุด แม้แต่พลังของทั้งสามสาวก็ไม่สามารถทำอะไรโยชิดะได้

สุดท้ายทอรุ้ง มีนา และสายลม ก็ตกอยู่ในวงล้อมของเอวานอฟ แต่คราวนี้สามสาวไม่ใช่เป้าหมาย หากแต่เป็นแผ่นดินและลันเตา ซึ่งเอวานอฟยื่นคำขาด หากไม่สามารถหาแผ่นชิปมาได้ทั้งสองจะตายอย่างทรมานที่สุด จะต้องมาคอยลุ้นกันต่อไปว่าทั้งสามสาวจะหาแผ่นชิปเจอหรือไม่ และจะช่วยชีวิตของชายคนรักได้หรือเปล่า และจุดจบของโลกจะเป็นอย่างไร ติดตามบทสรุปทุกอย่างได้ในละคร “พลิกฟ้าล่าตะวัน”

รายชื่อนักแสดง พลิกฟ้า ล่าตะวัน

ธนพล นิ่มทัยสุข แสดงเป็น แผ่นดิน
ไอยวรินทร์ โอสถานนท์ แสดงเป็น ทอรุ้ง
รังสิต ศิรนานนท์ แสดงเป็น ลันเตา
ปัณฑิตา เคาวเวลล์ แสดงเป็น สายลม
มรกต กิตติสาระ แสดงเป็น มีนา
ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ แสดงเป็น กมล
ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ แสดงเป็น เก๋
จิรพัฒน์ สุตตปัญญา แสดงเป็น โยชิดะ
สมชาย ศักดิกุล แสดงเป็น อาจารย์ด๋อย

พลิกดินสู่ดาว

พลิกดินสู่ดาวเตวิชญ์ เบียดเสียดกับผู้คนที่มาร่วมคัดเลือกเข้าโครงการพลิกดินสู่ดาว ครั้งที่ 2 เพื่อให้กำลังใจ ติรกานต์ น้องสาวคนเดียวของเขาที่กำลังร้องเพลงอย่างสุดฝีมือเพื่อเป็นหนึ่งในผู้ถูก คัดเลือก แต่เมื่อกานต์ร้องเพลงอยู่แล้วก้าวพลาดตกจากเวที รฎา หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรีบโทร.เรียกรถพยาบาล ทีมงานการประกวดต่อว่ากานต์ที่เดินไม่ดูจนตกเวที โดยไม่รู้ว่าแท้จริงกานต์ตาบอดจนเมื่อกรรมการและทีมงานรู้ความจริงกานต์จึง ต้องถูกตัดสิทธิ์ออกจากการคัดเลือก เตสงสารน้องเพราะว่ารู้ว่ากานต์ตั้งใจกับการแข่งขันมากเพียงใด กานต์ขอร้องให้เตสานต่อความฝันที่เธอทำไม่ได้ให้สำเร็จ

เตจึงต้อง ขึ้นเวทีร้องเพลงสิ้นเสียงเพลงทุกคนปรบมือดังกึกก้อง เพราะต่างสัมผัสได้ถึงความรู้สึกในใจของเขา หลังวันคัดเลือกไม่นานเตก็ได้รับแจ้งว่าผ่านการคัดเลือก นั่นหมายถึงกานต์ต้องอยู่คนเดียวดีที่ ปยุทธ เพื่อนบ้านซึ่งแอบชอบกานต์อาสาดูแลเตจึงหายห่วง ในโครงการพลิกดินสู่ดาวผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 10 คนต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในบ้านพักหลายเดือน ต้องฝึกฝนทักษะและการแสดงในด้านต่างๆ ทั้งการร้องเพลงและการแสดง โดยผู้ชมจะเป็นผู้โหวตผ่านระบบโทรศัพท์ตัดสินว่าใครจะอยู่หรือไป ซึ่งนอกจากเตกับรฎาแล้วยังมีผู้เข้าแข่งขันอีก 8 คนได้แก่

ธันวา ชายหนุ่มเจ้าสำอาง มนุษยสัมพันธ์ดี นับดาว หญิงสาวบุคลิกห้าวๆ ติดเฉิ่มเชยซะด้วยซ้ำ ส่าหรี สาวสวยเซ็กซี่ ที่ผู้ชายหลายคนต้องมองตาม แต่เธอก็ซุ่มซ่ามได้ตลอดเวลาหลังอาหาร ร้อยตะวัน หนุ่มร่างอ้วน มีอารมณ์ขัน และยิ้มแย้มตลอดเวลา แต่เบื้องหลังชีวิตเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันและเศร้า ลายไท หนุ่มบ้านนอกที่พยายามทำตัวเป็นคนเมือง แต่สำเนียงและลีลาบ่งบอกภูมิลำเนาอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นเรื่อโกลาหลทุกครั้งที่ชายหนุ่มคนนี้พยายามปกปิดตัวเอง ประกายมุก สาวสวยขี้เหงา มีโลกส่วนตัวสูง เพื่อนน้อย

จิรชยา ( จีจี้ ) สาวมั่นใจในตัวเองแบบสุดขั้ว เป็นไฮโซที่ยอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อชัยชนะ อนุภัทร ( พัตเตอร์ ) หนุ่มนักเรียนนอก ผู้รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ และเป็นตัวเก็งชนะเลิศในครั้งนี้ ในการแข่งขันสัปดาห์แรกๆ ประกายมุกและร้อยตะวันต้องเป็นคนที่ตกรอบไปก่อน แต่ทั้งคู่ก็ยังได้รับโอกาสให้อยู่ทำงานในทีมงานขของรายการต่อไป ทำให้ประกายมุกได้เข้ามาใกล้ชิดกับเตวิชญ์ จนทำให้รฎาเข้าใจผิดว่าทั้งคู่รักกัน รฎาจึงหันไปสนิทสนมกับธันวา ซึ่งแอบชอบเธอมานานโดยไม่รู้ว่าได้ทำให้เพื่อนรักอย่างนับดาวแอบเสียใจไป ด้วย

เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พร้อมกับการตกรอบของผู้เข้าแข่งขัน บ้านพลิกดินสู่ดาวก็เริ่มเงียบเหงาลงไปทุกวัน แต่ละคนเริ่มแสดงธาตุแท้ของตนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพัตเตอร์กับจีจี้ที่มาเข้าร่วมการแข่งขันโดยมุ่งหวังแต่เพียงชัยชนะ อย่างเดียวเท่านั้น พัตเตอร์กับจีจี้พยายามหาทางเขี่ยเตวิชญ์ออกจากการแข่งขัน เพราะกลัวว่าความตรงไปตรงมาของเตวิชญ์จะโดนใจผู้คนมากกว่า พัตเตอร์จึงไปขอความช่วยเหลือจาก ภัทร์ธารา ผู้บริหารค่ายเทปที่อยู่เบื้องหลังของรายการนี้ และเป็นภรรยาของ เอกวุธ คนเขียนบทชื่อดังที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของรายการพลิกดินสู่ดาว

แต่ สิ่งที่พัตเตอร์ไม่รู้ก็คือภัทร์ธาราเต็มใจช่วยเขาเพราะว่าพัตเตอร์เป็นลูก ที่เกิดจากภัทร์ธารากับสามีเก่าของเธอนั่นเอง พัตเตอร์กับจีจี้ทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดเตวิชญ์ให้ได้แต่ก็ไม่สำเร็จเสียที สุดท้ายภัทร์ธาราติดต่อกับเตวิชญ์ให้ มาพบแล้วยื่นข้อเสนอให้เขาออกจากการแข่งขัน แลกกับเงินไปรักษาดวงตาให้น้องสาว เตวิชญ์คิดหนักและตอบตกลงทำให้เขาต้องออกจากการแข่งขันทันที จีจี้เริ่มกลัวว่าตนเองจะแพ้พัตเตอร์จึงหันไปขอความช่วยเหลือจากเอกวุธ โดยเอาตัวเข้าแลกแต่ปรากฏว่าถูกจับได้จนกลายเป็นข่าวอื้อฉาว จีจี้อับอายจนล้มป่วยและต้องออกจากการแข่งขันไปอีกคน

เอกวุธแอบรู้ ความจริงที่ว่าภัทร์ธารากับพัตเตอร์เป็นแม่ลูกกันก็เกิดความแค้นที่ถูกทรยศ จึงแอบเอาวิดีโอคำพูดของภัทร์ธารามาเปิดบนเวทีประกวดรอบสุดท้าย ทำให้พัตเตอร์ถึงกับช็อกเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน การแข่งขันพลิกดินสู่ดาวเกือบจะล่มเพราะเหตุการณ์กลับตาลปัตรไปหมด รฎาซึ่งเป็นคู่แข่งคนเดียวของพัตเตอร์ก็ประกาศยอมแพ้เพราะไม่อยากแก่งแย่ง ชิงดีกับใครอีกต่อไป โชคดีที่เตวิชญ์เข้ามาแก้สถานการณ์ไว้ด้วยการขอร้องให้คนดูตัดสินที่การร้อง เพลงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เมธา โปรดิวเซอร์ของรายการตัดสินใจที่จะให้โอกาสเตวิชญ์ได้ร้องเพลงในรอบชิงคู่ กับพัตเตอร์

ถึงแม้เตวิชญ์จะร้องเพลงสู้พัตเตอร์ไม่ได้แต่สามารถ่าย ทอดอารมณ์ความสุขผ่านทางเสียงเพลงได้ดีกว่า จนคนดูประทับใจและกระหน่ำโหวตให้เตวิชญ์เป็นผู้ชนะไปในที่สุด เตวิชญ์รู้ว่าพัตเตอร์ผิดหวังจึงยกสัญญาทำเพลงให้อีกฝ่ายเป็นการตอบแทน พัตเตอร์ซึ้งใจมากและเริ่มสำนึกผิดในสิ่งไม่ดีที่ทำเอาไว้ หลังจากจบการแข่งขันพัตเตอร์กลับไปคืนดีกับภัทร์ธารา ส่วนเอกวุธก็เสื่อมเสียชื่อเสียงจาการมีความสัมพันธ์กับจีจี้จนเป็นข่าวอื้อ ฉาว ในขณะที่หนุ่มสาวทั้ง 8 ก็ปรับความเข้าใจกันได้ และจับมือกันสร้างบ้านดาวขึ้นมาเป็นของตนเอง เพื่อให้เป็นโรงเรียนสอนร้องเพลงสำหรับเด็กๆ ที่มีความฝันเช่นพวกตน

ผู้กำกับ : สิทธิวัตร์ ทับแป้น
ผลิตโดย : ดาราวิดิโอ
เขียนบท : ช่างปั้นเรื่อง

รายชื่อนักแสดง พลิกดินสู่ดาว

ศุกลวัฒน์ คณาเรศ รับบท เตวิชญ์
เขมนิจ จามิกรณ์ รับบท รฎา
ธาวิน เยาวพลกุล รับบท ธันวา
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท นับดาว
นวพล ภูวดล รับบท อนุภัทร
มณัญญา ปานหนวดงาม รับบท ส่าหรี
ณัฐนันท์ จันทรเวช รับบท จิรชยา
สมชาย ลีลารักษ์สกุล รับบท ร้อยตะวัน
จันทรนภา เพชรภักดี รับบท ประกายมุก
สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ รับบท ลายไท
อินทิรา เกตุวรสุนทร รับบท ติรกานต์

พลับพลึงสีชมพู

หัวใจหนึ่ง…หยิ่ง ทระนง เกินกว่าจะกล่าวว่ารักออกมาได้ อีกหัวใจหนึ่งก็ดุจเดียวกัน รักและรอคอยคำรัก โดยมิยอมเอ่ยปากก่อน แม่ไม่มีคำว่ารักจากฝ่ายใด หากใจสองดวงต่างรับรู้…ละไออุ่นแห่งรักอบอวลอยู่ในใจเสมอมา วิศรุตกระชับร่างที่ยืนชิดอยู่เคียงกับเขาแน่นขึ้น อาการกระตุกกระติกเหมือนแมวขืนตัวของร่าง เล็ก ๆ ในอ้อมแขนทำให้วิศรุตถึงแก่กลั้นยิ้ม ยิ่งนึกไปถึงคืนแรกที่พบกันยิ่งทำให้หวามใจแล้วเลยแกล้งรักให้กระชับเข้ามา อีก ดูทีหรือจะว่ากระไร ท่าทางขืนตัวเป็นเด็ก ๆ ยามไม่พอใจยิ่งเพิ่มมากขึ้นทำให้ผู้โอบกระชับยิ่งได้ใจกลับกอดรัดไว้แน่น จนลมหายใจกรุ่นละมุนอยู่รอบใด ๆ วงหน้างามนั้น แม้ปากจะไม่กล่าววาจาใด หล่อนเท่านั้นที่รู้ว่ามีความสุขและสมหวังเพียงไร พลับพลึง…อา…ในที่สุด เจ้าก็สมปรารถนา อันเป็นที่สุดแห่งความปรารถนา ของใจเจ้าเหลือเกิน เจ้าดอกพลับพลึงที่ไร้ค่า ที่ให้ฉันได้ขอยืมชื่อของเจ้ามาประดับเป็นเครื่องหมาย…รู้กันระหว่างฉัน กับเขา หัวใจของเราหลอมรวมเป็นดวงเดียวกัน โดยอาศัยกระแสจิตอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง เปี่ยมด้วยความรักเป็นเครื่องเชื่อม จะมีอะไรที่เป็นสุขประสงค์ยิ่งกว่านี้อีกเล่า! เธอจะเป็นใครมาจากไหน แม้แต่ชื่อเสียงของเจ้าหล่อนเขาก็ไม่เคยสนใจไต่ถาม เขารู้เพียงว่า เธอเป็นผู้หญิงมีเสน่ห์น่ารักนัก เธอคือพลับพลึงผู้อ่อนหวาน แฝงด้วยความดื้อ ถือดีนิด ๆ แต่มีเหตุผล เธอทำให้เขา ‘วิศรุต มรุพงศ์’ ได้สัมผัสกับความอบอุ่นสดชื่นอีกครั้ง หัวใจของเราหลอมรวมเป็นดวงเดียวกัน โดยอาศัยกระแสจิตอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง และในวันนี้ พร้อมที่จะศิโรราบให้กับ ‘ความรัก’ ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำของคืนเดือนแรม ร่างน้อย ๆ ร่างหนึ่ง ของตัวซุกอยู่ใต้เงาใบหนาของกอพลับพลึงใหญ่ ร่างนั้นสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเย็น นัยน์ตาประดุจกวางน้อยๆ หวาดกลัวและตื่นภัยคุกคาม เพียงแรกที่พานพบ และประจักษ์ในทุกส่วนสัดแห่งร่างนั้นชัดเจน ประสาททุกส่วนของเขาต้องชาดิก…นางไม้จำแลงมาหลอกหลอนหรือไฉน

พลับพลึงสีชมพู

เธอจะเป็นใคร มาจากไหน แม้แต่ชื่อเสียงของเจ้าหล่อนเขาก็ไม่เคยสนใจไต่ถาม เจสรู้เพียงว่า เธอเป็นผู้หญิงมีเสน่ห์น่ารักนักเธอคือพลับพลึงผู้อ่อนหวาน แฝงด้วยความดื้อถือดีนิด ๆ แต่มีเหตุผล เธอทำให้เขา ‘วิศรุต มรุพงศ์’ ได้สัมผัสกับความอบอุ่นสดชื่นอีกครั้ง หัวใจของเราหลอมรวมเป็นดวงเดียวกัน และในวันนี้ พร้อมที่จะศิโรราบให้กับ “ความรัก”

พลังรัก

วิญญาณของเขายังคงวนเวียนเพื่อสานต่องานโรงแรมให้ลุล่วง
รายชื่อนักแสดงละคร พลังรัก

ศรัณยู วงศ์กระจ่าง แสดงเป็น อธิวัฒน์
ชไมพร จตุรภุช แสดงเป็น เต็มสุข
สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์
กชกร นิมากรณ์

 

 

พลอยล้อมเพชร

ปานไพลิน ชนกานต์ หลานสาวคนสวยของสมาน ชนกานต์ เจ้าของบริษัทจิวเวลรี่ที่ใหญ่และหรูที่สุดของกรุงเทพฯ นั่งทำหน้าราวกับอยากตายอยู่หน้ากระจกในห้องส่วนตัว ปานไพลินเป็นลูกของน้องชายแท้ๆ ของสมาน พ่อของเธอเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทชนกานต์จิวเวลรี่ขึ้นมา โดยมีสมานมาขอร่วมทุนด้วย จึงมีหุ้นส่วนกันคนละครึ่ง ต่อมาพ่อ-แม่ปานไพลินเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ เมื่อเธออายุได้ไม่กี่ขวบ สมานจึงต้องบริหารบริษัทแต่เพียงผู้เดียว โดยดูแลในส่วนที่เป็นของปานไพลินด้วย สมาน-รำไพ ภรรยา เลี้ยงดูปานไพลินอย่างดี แต่ก็ยังน้อยกว่าที่ให้กับ จิรายุ-กมลนิตย์ ลูกชายและลูกสาว สมานนั้นไม่ค่อยรักปานไพลินนัก เขารักและตามใจลูกของตนมากกว่า ผิดกับรำไพซึ่งรักและเอ็นดูปานไพลินมากกว่าลูก เพราะความที่สมานตามใจลูกของตนมากกว่า จิรายุและกมลนิตย์จึงดื้อรั้นเอาแต่ใจ รำไพพูดอะไรก็ไม่เคยสนใจ ตรงกันข้ามกับปานไพลินซึ่งอ่อนหวาน น่ารัก ว่านอนสอนง่าย ดังนั้นในบ้านชนกานต์

ปาน ไพลินจึงมีเพียงป้ารำไพเท่านั้นที่รักและห่วงใยเธออย่างจริงใจ แต่รำไพก็ไม่สามารถช่วยเธอได้มากนัก เพราะรำไพเกรงกลัวสมาน ซึ่งเป็นสามี ด้วยความที่ปานไพลินดูเป็นคนหัวอ่อน สมานจึงบังคับแกมขอร้องให้ปานไพลินแต่งงานกับชนน ลูกชายของวีระ-ทิพา ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานเจียระไนพลอยที่ใหญ่ที่สุดเช่นกัน ชนนนั้นบอกว่ารักปานไพลินอย่างจริงใจ ส่วนสมานต้องการจะใช้หลานสาวเป็นตัวกระชับความสัมพันธ์ในทางธุรกิจ สมานเป็นนักธุรกิจที่คมและเค็มมาก เรื่องที่ทำให้ปานไพลินทุกข์ใจจนอยากตายก็คือเรื่องนี้เอง เธอไม่รักชนนเลย ซ้ำร้ายชนนเองมีชื่อเสียงระบือลือลั่นในเรื่องของการเป็นเพลย์บอยและความ เจ้าชู้ โดยเฉพาะความเจ้าชู้เป็นนิสัยที่เธอยอมรับไม่ได้ แล้ววันพรุ่งนี้ก็ถึงวันแต่งงานของเธอกับชนนแล้ว ปานไพลินยังคิดไม่ออกว่าเธอจะเอาตัวรอดได้อย่างไร เธอถึงอยากจะตายให้หมดเวรหมดกรรมไปเสียที

ในตอนเย็นเมื่อเธอลงไป ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเย็น หน้าตาของเธอจึงดูหมองไหม้นัก กมลนิตย์พี่สาวจึงค่อนและเสียดสีตามนิสัย ว่าน่าจะดีใจที่จะแต่งงานกับหนุ่มหล่อและรวยอย่างชนน กลับทำหน้าเบื่อโลก ปานไพลินซึ่งความอดทนเริ่มลดลงจึงตอบไปว่า ถ้าชนนดีจริง ทำไมกมลทิพย์จึงไม่แต่งงานกับเขาเสียเอง เท่านี้ก็เป็นเรื่อง กมลนิตย์โกรธฟ้องสมานทันที แถมยังบอกอีกว่าที่เธอไม่แต่งานกับชนนเพราะเธอไม่รักเขา เธอมีชายในดวงใจอยู่แล้ว เขาชื่อ กมุท นอกจากรวย หล่อแล้วยังเก่งอีกด้วย เขาสามารถสร้างฐานะจากไม่มีอะไรเลยจนสามารถเป็นเจ้าของบริษัทจำหน่ายรถยนต์ ราคาแพงขึ้นมาได้ แล้วธุรกิจของเขาก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วอีกด้วย กมลนิตย์พูดอย่างมั่นใจว่า กมุทนี่แหละคือชายที่เธอต้องการที่จะแต่งงานด้วย ปานไพลินได้แต่ฟังอย่างน้อยใจว่าสมานยอมให้ลูกเลือกชายคนรักได้เอง ส่วนเธอกลับต้องแต่งงานตามความเหมาะสม ที่ผู้ใหญ่จัดการให้ แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องไห้อย่างน่ารำคาญตนเอง

ปาน ไพลินอยากจะเป็นคนเข้มแข็งบ้างเหลือเกิน ส่วนกมุทคนที่ถูกกล่าวถึงก็กำลังรีบขับรถกลับบ้านอย่างเร็วที่สุดเพราะ ชุดา น้องสาวคนเดียวของเขาป่วยกะทันหัน พ่อ-แม่ของเขาตายหมดแล้ว แล้วชุดาก็ทำหน้าที่แทนแม่ของเขา ชุดาเป็นทุกอย่างในความรู้สึกของกมุท เป็นสิ่งสำคัญสิ่งเดียวในชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ เมื่อถึงบ้านเขาพบว่าชุดานั่งช็อคอยู่บนโซฟา มีเด็กรับใช้ดูแลอยู่ข้างๆ กมุทรีบเข้าไปหาทันที เขาปลอบอยู่นานกว่าจะรู้ว่าชุดาช็อคกับข่าวการแต่งงานของชนนกับปานไพลิน กมุทเคยรู้ว่าชุดาติดต่อกับชนน แต่ก็ไม่รู้รายละเอียด กมุทค่อยๆ ถามอีกครั้ง ชุดาจึงบอกว่าเธอท้องกับชนน แล้วเขาก็หนีไปแต่งงานกับคนอื่น กมุทแค้นมาก เขาทนไม่ได้ที่ชนนทำเหมือนดูถูกและหยามเกียรติพี่สาวของเขา ที่สำคัญที่ชนนทำให้พี่สาวของเขาต้องเจ็บปวด กมุทหาทางแก้แค้นกับชนนอย่างสาสม

ในคืนวันแต่งงาน ขณะที่ชนนกับปานไพลินยืนรับแขกอยู่หน้างาน ปานไพลินแม้จะหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาเศร้าจนน่าใจหาย ตรงข้ามกับชนนที่มีความสุขมาก เขามองปานไพลินด้วยสายตาหวานปานจะหยด ภาพของคู่บ่าวสาวทำร้ายความรู้สึกของก้องภพ น้องชายคนเดียวของชนนมาก ก้องภพเองก็รักปานไพลินมากเช่นกัน แต่เขาไม่คิดจะรวบรัดเธอเหมือนกับชนน เขาต้องการให้เธอค่อยๆ ยอมรับความรักของเขา และยอมรับตัวเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมือนกับหนุ่มสาวคู่อื่นๆ ก้องภพจึงต้องเสียเธอให้ชนน ซึ่งเธอไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ ชนนรู้แต่ว่าเขาต้องการผู้หญิงคนไหนแล้วเขาต้องได้เท่านั้นเอง แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อกมุทเข้ามาในงานด้วย กมลนิตย์ซึ่งมองเห็นเขาก่อนดีใจจนออกนอกหน้า แต่ยังไม่ทันที่กมลนิตย์จะเดินไปถึงกมุท เขาก็เดินตรงรี่ไปถึงคู่บ่าวสาวเสียก่อนแล้ว ท่าทางของกมุทน่ากลัวมาก เขาชี้หน้าชนน พร้อมกับประกาศว่าชนนเป็นผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทำผู้หญิงท้องแล้วก็ไม่ยอมรับ ยังทิ้งเธอแล้วมาแต่งงานกับคนอื่น

กมุท มองปานไพลินอย่างเกลียดชัง แล้วตำหนิเธอว่าเป็นผู้หญิงที่ไร้ยางอาย แย่งสามีคนอื่นและให้ระวังจะถูกชนนทิ้งสักวันหนึ่ง ปานไพลินทั้งอายและตกใจ ชนนก็ตกใจเช่นกัน เขาพยายามปฏิเสธแต่ดูท่าจะไม่มีใครเชื่อเขา กมุทกลับออกไปด้วยท่าทางที่ยังแค้นใจที่สุด รำไพรีบเข้ามาประคองปานไพลินไว้อย่างสงสารและเห็นใจ ขณะที่สมานพยายามแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า ทิพาซึ่งเป็นแม่ของชนนก็เช่นกัน แต่วีระผู้เป็นพ่อของชนนกลับนั่งเฉย ดูจะโกรธเสียด้วยซ้ำ วีระรู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องจริง เพราะเขาต้องเสียเงินทำขวัญให้กับผู้หญิงสาว หลายรายที่ชนนไปก่อเรื่องไว้ก็ด้วยเรื่องเดียวกันนี่เอง ชนนเป็นผู้ชายที่เจ้าชู้มาก แล้วก็ไม่มีความรับผิดชอบด้วย เรื่องนี้ก้องภพเองก็รู้ดีเช่นกัน ขณะที่ชนนกำลังพยายามแก้หน้าอยู่ ปานไพลินก็ทนต่อไปไม่ไหว เธอขอร้องให้รำไพพาเธอกลับบ้านในทันที คืนนั้นปานไพลินทบทวนความรู้สึกของเธอที่มีต่อชนน เพื่อตัดสินใจอีกครั้ง เธอตกใจเมื่อรู้ชัดว่า นอกจากเธอจะไม่รักเขาแล้ว เธอยังขยะแขยงเขาทุกครั้งที่เข้ามาใกล้ๆ จับมือหรือพยายามจูบ เมื่อเธอเกลียดเขาถึงขนาดนี้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะทนใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขา ปานไพลินตัดสินใจหนีไปฮ่องกงเพื่อหลบหน้าชนน

ที่ฮ่องกงสมานซื้อ อพาร์ทเม้นท์ไว้ 1 ชุด หรูหราและน่าอยู่มาก ปานไพลินจึงไม่เดือดร้อนเรื่องที่พัก และที่ฮ่องกงเธอก็มีเพื่อนสาวชื่อ หลิน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอยู่ด้วย เธอจึงมั่นใจว่าจะอยู่ฮ่องกงได้ตามลำพังแน่นอน ปานไพลินเก็บเสื้อผ้าทันทีในคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ปานไพลินรู้ดีว่าเธอต้องโดนสมานบังคับให้ไปเรือนหอแน่นอน เธอจึงรีบบอกสมานทันทีที่พบกันว่าเธอจะไปฮ่องกง เพื่อพักผ่อนและตัดสินใจระยะหนึ่ง เธอแปลกใจที่สมานยอมฟัง คนที่โวยวายคือ กมลนิตย์ ที่พยายามเสือกไสปานไพลินให้กับชนนอย่างเต็มที่ คำพูดดูถูกของกมนิตย์ทำให้ปานไพลินเกิดแรงฮึดขึ้นมา เธอค้านอย่างหัวชนฝาว่าเป็นตายอย่างไร เธอก็ไม่ยอมกลับไปอยู่กับชนน

ดัง นั้นเมื่อชนนมาเพื่อรับเธอกลับเรือนหอจึงถูกกมลนิตย์ฟ้องเรื่องปานไพลินเสีย ก่อน ชนนงงมากเพราะไม่คิดว่าสาวเรียบร้อยหัวอ่อนอย่างปานไพลินจะลุกขึ้นมาปฏิวัติ กลายเป็นสาวหัวดื้อขึ้นมาได้ ชนนพยายามใช้วิธีของชายเจ้าชู้เพื่อมัดใจปานไพลินทุกอย่าง โดยชนนทั้งอ้อนด้วยคำหวาน บอกรัก สัญญิงสัญญาร้อยแปดพันประการ แถมยังพยายามกอดและจูบเธออีกด้วย แต่ปานไพลินก็ไม่ยอมตามใจสักเรื่องเดียว ยิ่งเขาเข้าใกล้เธอและพยายามกอดจูบเธอ ปานไพลินก็ยิ่งต่อต้าน เธอสู้เขาอย่างยอมไม่ได้จริงๆ ท่าทางของปานไพลินทำให้ชนน้องยอมปล่อยให้เธอไปพักผ่อนที่ฮ่องกง เขาหวังว่าเมื่อเธอกลับมา ทุกอย่างคงจะดีขึ้น ก่อนไปสมานฝากแหวนพลอยล้อมเพชรน้ำงาม เจิดจรัสให้ปานไพลินนำไปให้กับเสี่ยทรงชัย หรือเสี่ยใช้ ที่ฮ่องกงด้วย สมานย้ำว่าให้เธอส่งมอบให้ทรงชัยทันทีที่ถึงฮ่องกง

ปาน ไพลินเก็บแหวนอย่างดี แหวนวงนี้สวยมาก ขนาดเธอเองก็อยู่ในธุรกิจเพชรพลอยมานาน ก็ยังไม่เคยเห็นเพชรและทับทิมเม็ดใดจะน้ำงามเหมือนแหวนวงนี้มาก่อน เธอตระหนักดีว่าราคาของมันคงแพงลิบทีเดียว แม้ปานไพลินจะรู้จักคุ้นเคยกับทรงชัย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของลุงสมาน แต่เธอก็ไม่เคยชอบเขานัก เธอรู้ว่าทรงชัยเป็นพวกมาเฟียที่มีอิทธิพลมากพอตัวในฮ่องกง ที่สนามบินในวันรุ่งขึ้น ชนนแอบมาส่งปานไพลิน โดยไม่บอกให้เธอรู้ตัว เมื่อพบกันชนนก็ใช้วิธีเดิมคือทำท่าสวีทกับเธอราวกับเธอเป็นภรรยาสุดที่รัก ทั้งที่ปานไพลินยังไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลยถึงขนาดนั้น เธอเพียงแค่ร่วมพิธีแต่งงานและก็ไม่สมบูรณ์อีกด้วย

ดังนั้นความสวี ทของชนนจึงเป็นเรื่องน่ารำคาญและน่าเบื่อสำหรับปานไพลินมาก ขณะที่เธอพยายามหาทางเลี่ยงจากเขานั้น เธอไม่รู้ว่ากมุทยืนมองอยู่อย่างเกลียดชังและโกรธแค้น ยิ่งเห็นสามีภรรยาสวีทกันอย่างไม่สะทกสะท้านต่อสายตาชาวบ้านเขาก็ยิ่ง หมั่นไส้ กมุทยืนอยู่ห่างออกมามากจึงไม่เห็นว่าคนที่พยายามสวีทคือชนนฝ่ายเดียวเท่า นั้น ส่วนปานไพลินเมื่อรำคาญมากขึ้น เธอก็รีบเดินเข้าไปเช็คพาสปอร์ตเพื่อเตรียมเดินทางทันที เธอนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลาอย่างใจลอย จึงไม่รู้ว่ากมุทเดินตามนั่งอยู่ตรงกันข้ามและมองเธออย่างเกลียดชังตามเคย กมุทมองจนปานไพลินรู้สึกตัว เธอเงยหน้าขึ้นมา เมื่อพบกมุทเธอก็หวาดกลัวและกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที

ปานไพลินทน นั่งได้สักครู่ก็ลุกขึ้น เธอหนีไปรอเพื่อขึ้นเครื่องในทันทีที่สายการบินพร้อม ปานไพลินเดินไปยังที่นั่งของเธอ พลางหลับตาอย่างอ่อนใจ เธอภาวนาว่าให้กมุทเดินทางไปที่อื่นหรือไฟลท์อื่น ขออย่าให้เขาตามเธอมาเลย สายตาที่กมุทมองเธอมันเหมือนเยาะเย้ยถากถางดูถูกตลอดเวลา แต่คำภาวนาของเธอไม่ได้ผล เมื่อเธอลืมตาขึ้นเพื่อจัดการรัดเข็มขัด เธอจึงต้องตกใจอีกครั้งที่พบว่ากมุทนั่งอยู่ข้างเธอนี่เอง เขายังคงใช้สงครามประสาทกับเธอตลอดการเดินทาง เขาไม่พูดหรือด่าว่าเธอแต่ใช้สายตาแทน ซึ่งสายตาของเขานี่แหละทำให้ปานไพลินเจ็บใจ เสียใจ มากกว่าอะไรทั้งหมด เธอทนนั่งหลับตาไปตลอดการเดินทาง เมื่อถึงฮ่องกงปานไพลินรีบเดินเพื่อให้หลุดพ้นจากการติดตามของกมุท แต่ราวกับเขาจะแกล้ง เขาเดินตามเธออย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา แล้วโอกาสก็เป็นของปานไพลิน เมื่อเจมส์หรือพงศกรเพื่อสนิทของกมุทเดินเข้ามาหากมุท เจมส์ชวนกมุทคุยอย่างดีใจที่กมุทมาฮ่องกง กมุทมัวหันไปคุยกับเพื่อน ปานไพลินจึงหลบออกไปจากสนามบิน เธอขึ้นแท็กซี่ไปอพาร์ทเม้นท์ของสมาน ปานไพลินติดต่อกับทรงชัยเพื่อบอกว่าเธอมาแล้ว

ปาน ไพลินแปลกใจที่ทรงชัยเร่งให้เธอนำแหวนไปให้เขาอย่างเร็วที่สุด เสียงของทรงชัยเร่งร้อนมาก แต่ปานไพลินก็เหนื่อยเหลือเกิน เธอจึงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะไปหาทรงชัย เมื่อปานไพลินเดินทางถึงบ้านของทรงชัย บริเวณบ้านเงียบราวกับไม่มีคนอยู่ เธอเดินต่อไปจนใกล้ตัวบ้านจึงได้ยินเสียงเหมือนมีการต่อสู้กันในบ้าน เธอค่อยๆ เดินไปแอบดูตรงหน้าต่างที่บังเอิญรูดม่านไว้ไม่สนิท ภาพที่เห็นทำให้ปานไพลินตกใจแทบช็อค ทรงชัยกำลังถูกนักเลง 2 คนรุมซ้อม แล้วคนหนึ่งก็ชักปืนขึ้นจ่อที่หน้าผากทรงชัย ท่าทางของทรงชัยทำให้ปานไพลินเดาได้ว่ากำลังร้องขอชีวิต แต่พวกมันไม่ยอม ภาพของทรงชัยที่ถูกจ่อยิงตายต่อหน้าต่อตาทำให้ปานไพลินตกใจจนตัวสั่น เธอชนกระถางต้นไม้ตกลงมาแตกทำให้ฆาตกรรู้ตัว

ปานไพลินรีบวิ่งหนีเอา ตัวรอดอย่างทุลักทุเล เธอวิ่งหายไปในป่าละเมาะข้างทาง เธอรู้ตัวว่าพวกมันก็ตามเธออย่างไม่ลดละเช่นกัน เธอวิ่งจนวิ่งไม่ไหวแล้วเหมือนโชคช่วยเธอ เธอวิ่งผลุบหลบหลังก้อนหินใหญ่ที่อยู่ในพุ่มไม้ทึบ เธอพ้นสายตาของพวกมันอย่างหวุดหวิด ปานไพลินแทบกลั้นหายใจเมื่อได้ยินเสียงพวกมันอยู่ใกล้เธอเหลือเกิน เธอหลบอยู่นานจนแน่ใจว่าพวกมันไปแล้ว จึงค่อยๆ ออกจากที่ซ่อน เธอเดินอย่างระมัดระวังลงจากเขาเพื่อเรียกแท็กซี่กลับอพาร์ทเม้นท์ เมื่อถึงอพาร์ทเม้นท์ เธอก็พบว่าทั้งห้องถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย แม่บ้านชาวจีนยืนตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว นางบอกว่ามีนักเลงมาเฟียเข้ามาถามหาเธอและรื้อห้องจนกระจุย เมื่อไม่พบอะไรมันก็บอกว่าพวกมันจะกลับมาอีก ปานไพลินเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอีกครั้งเพื่อไปพักที่อื่น ปานไพลินเดินทางไปพักที่โรงแรมใหญ่กลางเมือง เธอเก็บตัวอยู่ในห้องจนเย็น และพยายามติดต่อกลับไปหาสมาน แต่สมานพาทุกคนในครอบครัวไปพักผ่อนต่างจังหวัดกันหมด เธอจึงติดต่อไม่ได้ จนค่ำปานไพลินจึงลงมาจากห้องเพื่อออกไปหาอาหารรับประทาน เธอเดินผ่านล็อบบี้ของโรงแรม โดยไม่เห็นว่ากมุทนั่งรอพบกับลูกค้าชาวฮ่องกงอยู่ เขามองเธออย่างหมั่นไส้ พร้อมกันนั้นกมุทเกิดอารมณ์อยากแกล้ง เธอขึ้นมา เขามองนาฬิกา เห็นว่ามีเวลาเหลือเฟือที่จะแก้แค้นผู้หญิงที่ทำให้ชุดาพี่สาวของเขาต้อง เสียใจ แล้วค่อยกลับมาคุยกับลูกค้าก็ทัน

กมุทเดินตามปานไพลินไป เรื่อยๆ เขาเริ่มผิดสังเกตที่เธอดูใจลอยเศร้าโศก จนไม่เหมือนกับผู้หญิงที่เพิ่งแต่งงานกับหนุ่มหล่อและรวยอย่างชนน เดินไปสักครู่กมุทก็เห็นว่ามีชายจีน 2 คนท่าทางน่ากลัว เดินตามปานไพลินเช่นกัน พวกมันเดินอยู่หน้าเขา กมุทจึงสังเกตเห็นได้แต่ปานไพลินไม่รู้ตัว เธอเดินต่อไปเรื่อยๆ จนเริ่มห่างจากย่านการค้าที่คึกคัก ชาย 2 คนนั้นก็เริ่มเดินเข้าใกล้เธอทุกที กมุทคิดว่ามันคงเป็นพวกนักจี้ปล้นที่ดักชิงทรัพย์นักท่องเที่ยว กมุทอยากจะปล่อยให้ปานไพลินได้รับบทเรียนบ้าง แต่มนุษยธรรมของเขาไม่ยอม เขานึกสงสารที่เธอจะต้องพบกับเคราะห์กรรมทั้งที่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองคน เดียว กมุทตัดสินใจช่วยเธอ เมื่อมีจังหวะหลบหนี กมุทเดินเร็วๆ แซงหน้าพวกโจรขึ้นไปจนทันปานไพลินที่หยุดดูของอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่ง เขากระซิบข้างหูเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะจับมือเธอทั้งลากทั้งจูงวิ่งหนีไป

ปาน ไพลินแม้จะตกใจ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นกมุท กับสังเกตเห็นชายจีน 2 คนนั่นที่วิ่งตามเธอกับเขา ด้วยท่าทางน่ากลัว เธอก็วิ่งตามกมุทไปทันที กมุทกระชากตัวเธอหลบเข้าซอกตึกในย่านชุมชนแห่งหนึ่ง เขาผลักเธอให้ยืนชิดกำแพง แล้วใช้ตัวเองยืนเบียนและบังเธอไว้ เขาสบตาเธอแล้วทำสัญญาณไม่ให้พูด ซึ่งเธอก็เข้าใจ สีหน้าแววตาของปานไพลินที่ตื่นตระหนกเสียขวัญ ทำให้กมุทสงสารเธอมากขึ้น เขากดศีรษะเธอให้แนบกับไหล่เขาไว้แน่น จนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน ปานไพลินรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมอกของเขา เสียงพูดล้งเล้งเอะอะของคนที่ตามเธอมาทำให้เธอกลัวมากขึ้นอีก ปานไพลินรู้สึกว่ากมุทเองก็เกร็งและเครียดมากเหมือนกัน เวลาเพียงไม่กี่นาทียาวนานเหลือเกินในความรู้สึกของคนทั้งคู่

รายชื่อนักแสดง พลอยล้อมเพชร

สวิช เพชรวิเศษสิริ แสดงเป็น กมุท
กุลณัฐ ปรียะวัฒน์ แสดงเป็น ปานไพลิน
อัมรินทร์ สิมะโรจน์ แสดงเป็น เจมส์
ไพโรจน์ สังวริบุตร แสดงเป็น สมาน
ดวงดาว จารุจินดา แสดงเป็น รำไพ
ทูน หิรัญทรัพย์ แสดงเป็น ธีระ
สุพรรษา เนื่องภิรมย์ แสดงเป็น ทิพา
โอลิเวอร์ พูพาร์ต แสดงเป็น ชนน
พิพัฒน์พล โกมารทัต แสดงเป็น ฮั้ว
แอนนี่ ทรัพย์เสริมศรี แสดงเป็น อลิส

พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรักกัน

ฝ้ายแก้ว เด็กสาวจากเพชรบุรี ตัดสินใจเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ โดยมาอาศัยอยู่กับ ทักษ์ ลูกชายของ ทินกร พ่อหม้ายลูกติดที่มาแต่งงานกับ ฝน พี่สาวของฝ้าย ทำให้ฝ้ายมีศักดิ์เป็นน้าของทักษ์ ทั้งที่ทั้งคู่ต่างมีอายุเท่ากัน ด้วยความที่ฝ้ายเป็นคนช่างพูด และชอบเจ้ากี้เจ้าการไปในทุกๆ เรื่อง ทำให้ผู้ชายที่ทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมาตลอดอย่างทักษ์รำคาญในบางครั้ง ทั้งสองคนมักจะทะเลาะกันบ่อยๆ ฝ้ายยังคอยดูแลอาหารการกินของทักษ์กับ ทราย น้องสาย และยังช่วยทักษ์ขายเสื้อผ้าที่แผงข้างถนนด้วย

ทักษ์เรียน และทำงานควบคู่กันไปด้วย เพื่อส่งเสียน้องสาวคนเดียวคือทราย ให้ได้เรียนในมหาวิทยาลัยเอกชน ทรายเป็นเด็กขี้อายและไม่มั่นใจ เธอมีความลับในใจก็คือ การแอบหลงรัก กวินทร์ รุ่นพี่หนุ่มสุดฮอต ซึ่งทรายก็ทำได้แค่เพียงแอบมองวินเท่านั้น เพราะวินมักจะมีสาวๆ รุมล้อมตลอดเวลา แต่ผู้หญิงที่วินยอมรับว่าเป็นแฟนก็คือ แพรดาว สาวสวยดาวมหาวิทยาลัยคนเดียวเท่านั้น วันหนึ่งแพรทะเลาะกับวินเรื่องความเจ้าชู้ เธอขับรถหนีออกมาจนมาน้ำมันหมดอยู่กลางซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง โชคดีที่เจอทักษ์เข้าโดยบังเอิญ ทักษ์เข้ามาช่วยเหลือแพร

นั่น เป็นความประทับใจแรกที่ทำให้แพรมาซื้อเสื้อที่แผงของทักษ์เป็นการตอบแทน ปื๊ด เพื่อนแผงข้างๆ ล้อทักษ์ ทักษ์เองก็มีท่าทีว่าชอบแพรอยู่เหมือนกัน ทั้งสองจึงไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยๆ จนฝ้ายนึกหมั่นไส้ หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของแพรกับวินก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ วินเริ่มสงสัยว่าแพรมีผู้ชายคนใหม่ จนมาวันหนึ่งทรายเกิดอุบัติเหตุ วินสงสารเลยพาทรายไปทำแผลที่โรงพยาบาลและยังมาส่งทรายที่ซอยบ้าน เลยทำให้วินเห็นแพรขับรถสวนออกมาจากในซอย วินสงสัยเลยขอให้ทรายช่วยสืบว่าแพรมาหาใครในซอยนี้ ทรายสืบจนรู้ว่าที่แท้แพรมาหาและคบกับทักษ์อยู่

แต่ทรายไม่กล้าบอ กวินเพราะกลัวมีเรื่อง ด้านฝ้ายก็โกรธที่ทักษ์ผิดนัดกับเธอแล้วไปทานข้าวกับแพร เธอจึงไปปรึกษากับ เต้ย เพื่อนอัธยาศัยดีที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เต้ยพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ฝ้ายรู้สึกดี เพราะเต้ยเองก็แอบชอบฝ้ายอยู่เช่นกัน ทักษ์และแพรตกลงที่จะคบหากัน แพรมาช่วยทักษ์ขายเสื้อที่แผง ฝ้ายรู้สึกว่าที่ที่เคยเป็นของเธอตอนนี้ได้กลายเป็นของคนอื่นไปเสียแล้ว คนเดียวที่ฝ้ายระบายด้วยได้ก็คือเต้ยนั่นเอง วินแค้นทักษ์เรื่องแพร จึงเข้ามาใกล้ชิดทราย ฝ้ายรู้เรื่องเข้าจึงพยายามเตือน แต่ทรายซึ่งหลงรักวินมาตลอดไม่ยอมเชื่อ

และขอให้ฝ้ายสัญญาว่าจะไม่ บอกเรื่องนี้กับทักษ์โดยเด็ดขาด ใกล้จะถึงวันเกิดแพร วินรู้ว่าแพรจะชวนทักษ์ไปงานวันเกิดที่บ้านด้วยเพื่อแนะนำทักษ์ให้ พจน์ และเพ็ญ คุณพ่อคุณแม่ของเธอรู้จัก วินจึงชวนทรายไปด้วย โดยที่ทรายไม่รู้ว่าเธอจะกลายเป็นเครื่องมือที่วินใช้ยั่วทักษ์ วินหลอกให้ทรายมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรม ก่อนที่จะพาไปงานวันเกิดเพื่อน แล้ว แอบโทรศัพท์ไปบอกทักษ์ว่าทรายอยู่กับตนที่โรงแรมเพื่อปั่นหัว ทักษ์อึ้งเมื่อมาเห็นทรายอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดู จึงรีบจัดการให้ทรายใส่เสื้อผ้า แล้วรีบพาเธอกลับบ้านทันที

ทักษ์มา พบวินที่งานวันเกิดของแพร จึงตรงเข้าไปชกหน้าวินทันที แพรเสียใจที่ทักษ์ทำลายงานวันเกิดของเธอ วินสะใจที่ยั่วโมโหทักษ์สำเร็จ มิหนำซ้ำยงทำให้พ่อแม่ของแพรมองทักษ์ในแง่ร้าย ทักษ์กลับบ้านและบังคับให้ทรายเลิกคบกับวิน ทรายไม่ยอมเลิก สองพี่น้องทะเลาะกันถึงขั้นแตกหัก ทรายขนเสื้อผ้าหนีออกจากบ้าน แต่ไม่มีที่ไป วินเห็นแก่ทรายที่เคยเป็นพยานปากเอกช่วยพูดกับตำรวจให้เขาพ้นข้อกล่าวหาตอน ที่ขับรถชนตาย วินเลยจำใจให้ทรายอาศัยอยู่ในคอนโดของตนเอง ด้านแพรกลับมาหาทักษ์เพื่อขอโทษ

และบอกว่าที่ผ่านมาเป็นเพราะเธอ พยายามจะให้ทักษ์เป็นอย่างที่เธอต้องการ ต่อไปนี้เธอจะเป็นฝ่ายพยายามปรับตัวเข้าหาทักษ์ แม้ในใจทักษ์จะรู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกกับแพรเท่าเดิม แต่ก็ใจอ่อนยอมที่จะกลับมาคบหากับแพรอีกครั้ง ฝ้ายไม่เห็นด้วยและพยายามพูดให้ทักษ์ตัดใจจากแพร ทักษ์ไม่พอใจที่ฝ้ายมีอคติกับแพร ฝ้ายเสียใจมากจึงตัดสินใจย้ายออกจากบ้านของทักษ์ โดยที่มีเต้ยคอยช่วยเหลือ การที่ไม่มีฝ้ายอยู่ทำให้ทักษ์ยิ่งรู้ว่าฝ้ายสำคัญกับเขามากแค่ไหน ขณะเดียวกันเต้ยเองก็รู้ว่าการที่ฝ้ายห่างกับทักษ์ ไม่ทำให้ฝ้ายลืมทักษ์ได้เลย

เต้ยคิดจะหลีกทางให้โดยการตัดสินใจไปรับทุนเรียนต่อที่ต่างประเทศ เมื่อทักษ์กับแพรกลับมาคบกันอีกครั้ง ความสัมพันธ์ ของคนทั้งสองในครั้งนี้จะยาวนานหรือไม่ ด้านเต้ยจะยอมทิ้งฝ้ายไปเรียนต่อเพื่อหลีกทางให้เธอกลับไปหาทักษ์ตามที่ตัว เองคิดไว้จริงๆ หรือเปล่า แล้วทรายจะสมหวังในรักที่วินไม่เคยเหลียวแลเลยหรือไม่ เรื่องราวความรักของคนทั้ง 6 จะลงเอยในรูปแบบไหน ??? ติดตามชมในละคร “พรุ่งนี้ไม่สาย…ที่จะรักกัน”

รายชื่อนักแสดง พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรักกัน

อนุชิต สพันธุ์พงษ์ รับบท ทักษ์
อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ฝ้ายแก้ว
พงษ์สิรี บรรลือวงศ์ รับบท เต้ย
ชนัญญา ตั้งบุญจิตร รับบท แพรดาว
วิชญบูล ลี้สุวรรณ รับบท กวินทร์
ธีวรา ภาวะพรหม รับบท ทราย

พริกไทยกับใบข้าว

กานติสา หรือ พริกไทย (ณัฐพร เตมีรักษ์) หลานสาวคนเดียวของ พลตรีสัณหเทพ คัมภีรยุทธ (มนตรี เจนอักษร) และ อาจารย์อุษา (ดวงตา ตุงคะมณี) เกิดมาพร้อมกับความอัปยศของตา ยาย และแม่ การิตา(สุนิสา เจทท์) เนื่องจากการิตาถูกข่มขืนจนท้อง ทำให้เธอกลายเป็นคนโรคจิต และผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พริกไทยได้รับการเลี้ยงดูแบบไข่ในหิน โดยพลตรีสัณหเทพหวังที่จะครอบงำหัวใจพริกไทยไว้เพื่อปกป้องเธอมิให้ต้องพบ ความเลวร้ายเช่นเดียวกับแม่ของเธอ
 
วันหนึ่งเหตุการณ์ที่ท่านนายพลกลัวก็เกิดขึ้น ความผูกพันระหว่างพริกไทย กับ นักษัตร หรือ ใบข้าว (ณัฐรัฐ โมริส เลอ กรอง) ลูกชายคนเดียวของ พันตำรวจโทนรภัทร (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) และปณิตา (สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ) แม้ทั้งสองจะเทาะกันทุกครั้งที่เจอ แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกรักและผูกพันของคนทั้งสอง แม้พริกไทยจะสับสนกับความรู้สึกที่มีกับใบข้าว แต่ในใจลึกๆ แล้วพริกไทยก็รักใบข้าวเช่นกัน
 
ในบ้านของนรภัทร นากจากใบข้าว ยังมีสมาชิกในครอบครัวอีกคนคือ กรินทร์ (ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) ญาติผู้น้องของปณิตา ปลัดอำเภอหนุ่มลูกคนโปรดของ คุณบวร(ประกาศิต โบสุวรรณ) คหบดีเชื้อสายจีนและ กรพินทุ์ (นัฎฐา ลอยด์) ที่ย้ายจากต่างจังหวัดมารับราชการอยู่กรุงเทพฯ กรินทร์ ที่ใครๆ มองว่าสุภาพแสนดี แต่แท้จริงแล้ว กรินทร์ เป็นคนที่สร้างตราบาปให้กับการิตา จากตอนนั้นกรินทร์ก็เกลียดตัวเองที่ไม่กล้ารับความจริง จึงทำให้เขากลายเป็นโรคจิตอ่อนๆ ก่อนที่พริกไทยกับใบข้าวจะเข้าสู่วัยหนุ่มสาว มีเหตุการณ์รุนแรงกับครอบครัวคัมภีรยุทธอีกครั้ง เมื่อพลตรีสัณหเทพพาครอบครัวไปพักผ่อนที่ชายทะเลและได้พบกับครอบครัวของ ธำรง (เวนช์ ฟอลโคเนอร์) และ สิริรัตน์ (รุ้งทอง ร่วมทอง) ที่มีลูกชายหญิงคือ ธีรสิทธิ์ กับ ธีรนาถ(ชิดจันทร์ รุจิพรรณ) และครอบครัวของ ภาษิต(เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล) พี่ชายของสิริรัตน์ กับ อินทิรา มีลูกชายหญิงเช่นกันคือ ภาพิต(วิรากานต์ เสณีตันติกุล) กับ อาสา
 
ภาพิต เด็กร้ายขี้อิจฉาทำร้ายพริกไทยให้การิตาเห็น ความที่เป็นโรคประสาทอยู่แล้วทำให้การิตาลงมือทำร้ายภาพิตกลับ เป็นเหตุให้อินทิราออกโรงรื้ออดีตของการิตาที่เคยถูกข่มขืนขึ้นมาประจาน การิตาที่รู้จุดของอินทิราว่าเป็นโรคหึงผัวเลยแกล้งยั่วว่าจะแย่งภาษิตมา เป็นของตัว อินทิราแค้นรีบพาครอบครัวกลับและโทรมาด่าการิตาด้วยเรื่องเดิม ผ่านไปเพียงวันเดียว อินทิราโทรมาตามภาษิตที่หายตัวไป การิตาเลยฉวยโอกาสยั่วไปว่าภาษิตอยู่กับตน อินทิราสติแตก พาลูกบึ่งรถมาเพื่อเล่นงานทั้งผัวและการิตา แต่โชคร้าย รถอินทิราพลิกคว่ำ อินทิรากับอาสาตายคาที่ มีเพียงภาพิตที่รอด ยังความบาดหมางมาให้ทั้งสองครอบครัว โดยเฉพาะภาพิตที่เจ็บจำฝังใจว่า แม่ของพริกไทย คือคนที่ฆ่าแม่และน้องของเธอ ทั้งคำประนามว่า ‘ฆ่าคนตาย’ และความรู้สึกผิดในจิตใต้สำนึกทำให้อาการคุ้มดีคุ้มร้ายของการิตารุนแรงขึ้น กรินทร์ยิ่งสงสารและรู้สึกว่าจะปล่อยการิตาให้แบกรับชะตากรรมเช่นนี้อีกไม่ ได้ จึงยอมเสี่ยงตายเข้าไปกราบเท้าขอขมาและยอมรับผิดต่อพลตรีสัณหเทพทุกอย่าง แล้วก็สมใจกรินทร์เพราะว่าที่พ่อตาซ้อมลูกเขยจนปางตายจริงๆ
 
เหตุการณ์เลวร้ายของครัวครัวคัมภีรยุทธก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งกับการิตา เมื่อการิตาพบเหตุการณ์รุนแรงที่ทำให้เธอเกือบถึงแก่ชีวิต กรินทร์เข้าช่วยยอมตายแทน โชคดีที่ทั้งคู่รอดมาได้ กรินทร์ที่เจ็บหนักยังอุตส่าห์ยื่นมือเข้าดูแลการิตาอย่างจริงจังและจริงใจ จนการิตาอาการดีขึ้น ทำให้พลตรีสัณหเทพใจอ่อน ทั้งสองแต่งงานกันและมีทายาทเพิ่มขึ้นอีกคน คือ เกลือป่น หรือ การิศ (อเล็กซ์ เรนเดลล์)
 
ฝ่ายภาพิต ความเสียใจที่แม่ตาย เหลือแต่พ่อก็เป็นที่พึ่งไม่ได้ เพราะเวลานั้นภาษิตเองก็ไปมั่วคั่วอยู่กับ ไดอานา(พรรณชนิดา ศรีสำราญ) นางแบบสาว ถัดจากไดอานา ภาษิตก็ยังมีเมียอีกคน ทำให้ภาพิตกลายเป็นเด็กมีปัญหาทางใจอย่างรุนแรง เพราะรู้สึกเหมือนขาดทั้งพ่อและแม่ แถมยังเป็นคู่แข่งที่แพ้เปรียบทั้งธีรนาถที่นับวันยิ่งเติบโตกลายเป็นสาว พราวเสน่ห์ ครอบครัวก็อบอุ่น และพริกไทยที่เป็นที่รักของทุกคน มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ให้ความสนใจมิได้ขาด ไม่เว้นแม้แต่ธีรสิทธิ์ ที่สำคัญคือใบข้าว…ผู้ชายที่ภาพิตหลงรักตั้งแต่แรกพบ ทำให้ภาพิตเริ่มปล่อยตัวมั่วเหล้ายา จากการถูกเลี้ยงดูมาโดย “ห้ามมีรัก” จึงทำให้พริกไทยทำทุกวิถีทางเพื่อปิดกั้นใบข้าว เป็นช่องให้ธีรนาถ ที่หลงไหลคลั่งไคล้ใบข้าวคอยตามติด และมั่วนิ่มว่าใบข้าวเป็นแฟนเธอ ไดอาน่าได้พบกับภาพิตในสภาพน่าสมเพชสุดๆ ไดอาน่ารีบตามสิริรัตน์มาช่วยภาพิตและรับอุปการะไว้ ทั้งพูดให้สติและให้โอกาสสารพัด ภาพิตคิดกลับตัวกลับใจตามคำสอน แต่ภาพิตที่คิดกลับใจ กลับถูกธีรนาถกลั่นแกล้งเล่นอย่างเห็นสนุก ภาพิตถูกเด็กเกเรอย่างธีรนาถกดดันจนตะกอนแห่งความโกรธแค้นเกลียดชังในใจภา พิตคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง…และครั้งนี้ ความแค้นและประสบการณ์ส่งผลรุนแรงต่อคนทุกผู้ที่อยู่ใกล้มากมายกว่าอดีตทบ เท่าทวีคูณ…
 
และเรื่องราวก็สับสนวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เมื่อภาพิตได้วางแผนที่จะกำจัดทั้งพริกไทยและครอบครัว เพื่อแก้แค้นให้แม่และน้องชายของเธอ แต่ใบข้าวได้เข้ามาช่วยไว้ได้ ทำให้แผนของภาพิตถูกเปิดโปง และใบข้าวก็ได้วางแผนทำให้ภาพิตสำนึกผิด ภาพิตรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปและสำนึกได้แล้ว พริกไทยกับการิตาจึงอโหสิกรรมให้ ภาพิตที่มีสภาพเหมือนซากดอกไม้แห้งๆ ขอร้องไดอาน่าให้จัดงานแฟชั่นโชว์ให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย
 
และเธอยังกระซิบขอให้ไดอาน่าจัดคนคู่หนึ่งที่จะมาใส่ชุดบ่าวสาวเป็นฟินา เล่ในงานโชว์ของเธอ ไดอาน่ารับปาก พริกไทยยินดีเป็นนางแบบให้ห้องเสื้อภาพิตา แต่ปัญหาคือ เธอจะไปตามคนที่มาใส่ชุดเข้าบ่าวได้ที่ไหน ไดอาน่า จึงไปกราบกรานขอร้องพลตรีสัณหเทพ ในที่สุด พลตรีสัณหเทพก็ตัดสินใจออกตามหาใบข้าวด้วยตัวเอง ซึ่งในที่สุด ก็ได้พบใบข้าวที่บ้านตากอากาศที่ใบข้าวได้พบกับพริกไทยเป็นครั้งแรก
 
แล้ววันนั้นก็มาถึงวันงานแฟชั่นโชว์ ที่พริกไทยต้องเดินออกมาเป็นคนสุดท้าย แล้วจู่ๆ ก็มีนายร้อยตำรวจหนุ่มหน้าตาคมขำคุ้นเคย เดินถือช่อดอกไม้ออกมาในชุดเจ้าบ่าวสีขาวโก ตรงหน้าพริกไทยขณะนี้คือนายร้อยตำรวจตรีนักษัตร พลโทสัณหเทพโดดขึ้นเวทีไม่ทัน แล้วก็ประกาศก้องกลางงานว่า ณ บัดนี้ คือฤกษ์ดีที่จะประกาศหมั้นให้กับหลานทั้งสอง…คือพริกไทย และ ใบข้าว
 
ธีรนาถ มีหมอหนุ่มศักดินาคอยตามดูแล ดูเหมือนความสุขสมหวังจะแผ่กระจายไปทั่วทุกหัวใจ แต่คุณตาจอมหวงหลานก็ยังไม่ยอมให้ “ใบผ่าน” กับใบข้าวง่ายๆ ใบข้าวยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองมากมาย คุณตาแม้จะแพ้ใจว่าที่หลานเขย แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายเสียทีเดียว ยังขู่ฟอดว่าถ้าวันใดที่ใบข้าวทำให้พริกไทยต้องเสียใจ รับรองว่าคุณตาจะทำให้ใบข้าวจดจำคุณตาคนนี้ไปจนวันตาย ใบข้าวจูงมือพริกไทยไปกราบคุณตาพร้อมกล่าววาจาออกมาเป็นสัญญาว่า พริกไทย กับ ใบข้าว จะดูแลต้นรักดัวยปุ๋ยแห่งความดีงาม จะไม่ยอมให้ความเกลียดชังใดๆ มาทำให้ต้นรักต้องกลายพันธุ์ผิดเพี้ยนไปได้อีกเลย

พริกหวานน้ำตาลเผ็ด

ข่าวการเสียชีวิตของ สุรทิน น้องชายทำให้ ตุลา รีบกลับจากอเมริกา ทุกคนบอกว่าการตายของสุรทินเป็นเพียงอุบัติเหตุจมน้ำ แต่ตุลาไม่เชื่อตุลาได้พบบางสิ่งจากสมุดบันทึกของสุรทินกับผู้หญิงที่ชื่อ สกุลเกศ เขาจึงวางแผนเข้าไปอยู่ในบ้านสกุลเกศในฐานะคนขับรถ โดยปลอมตัวเป็น นายตุ ผู้ชายเฉิ่มๆ ซื่อๆ จากบ้านนอก และด้วยความงก คุณนายจินดา แม่ของสกุลเกศจึงรับนายตุไว้เป็นคนใช้ คนสวน คนขับรถ คนงาน และอีกสารพัดตำแหน่ง

นายตุเริ่มปลูกต้นพริกในใจสกุลเกศตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน เช่นเดียวกับสกุลเกศที่รู้สึกฉุนหน้านายตุเหมือนฉุนพริก ในขณะเดียวกัน ฐาปนะ หนุ่มเจ้าเล่ห์ที่มาคบกับสกุลเกศเพื่อหวังเงินทองและสมบัติของเธอ ทั้งที่มีภรรยาอยู่แล้วคือ ตรีประดับ และที่เผ็ดร้อนไปกว่านั้นก็คือ รุจิเรข ที่เป็นคู่หมั้นของตุลาก็ยังมีความสัมพันธ์ลับๆ กับฐาปะนะอีก สกุลเกศยังข้องใจในตัวตนที่แท้จริงของนายตุจนเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่

วันหนึ่งเธอจึงบุกเข้าไปค้นห้องนายตุกลางดึก สกุลเกศตาวาวเมื่อเจอหนังสือภาษาอังกฤษหลายเล่ม สกุลเกศเก็บความสงสัยนายตุไว้โดยไม่บอกให้ใครรู้ ได้แต่แอบจับตาความเป็นไปของนายตุจนรู้สึกคุ้นเคย เช่นเดียวกับฝ่ายตุลาก็เริ่มรู้สึกเป็นสุขที่ได้ใกล้ชิด จนต่างคนต่างเก็บเอาหน้าอีกฝ่ายไปฝัน แล้วสกุลเกศก็ต้องอับอายและเสียใจมากที่ได้รู้ว่าฐาปนะมีภรรยาและลูกอยู่ แล้ว น้ำตาของสกุลเกศยิ่งทำให้ตุลาต้องการตอกย้ำให้สกุลเกศรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวด เหมือนที่เธอทำกับสุรทิน

จนทำให้สกุลเกศตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย และเมื่อรู้ความจริงว่าตุลาคือพี่ชายแท้ๆ ของสุรทินสกุลเกศยิ่งหัวใจสลาย ตุลาบังคับสกุลเกศไปอยู่ในไร่ที่ต่างจังหวัด และที่นี่เองสกุลเกศก็ตกเป็นของตุลา รุจิเรขแค้นใจมากไม่ต้องการให้ใครได้ตุลาไปนอกจากเธอจึงยิงตุลา ในที่สุดความรักก็สามารถยื้อชีวิตของตุลาไว้ได้ ตุลาฟื้นขึ้นมารู้ว่าต้นพริกที่ปลูกไว้ในใจทั้งเขา และสกุลเกศกลายเป็นต้นรักที่งอกงามเติบใหญ่ให้ผลรักอันแสนหวานและอบอุ่น

นักแสดงละคร พริกหวานน้ำตาลเผ็ด

สหรัถ สังคปรีชา  แสดงเป็น  ตุลา
แองจี้ เฮสติ้งส์  แสดงเป็น  สกุลเกศ
กมล ศิริธรานนท์  แสดงเป็น  ธงสรวง
พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์  แสดงเป็น  อามีนา
ปิยะ วิมุกตายน  แสดงเป็น  ฐาปานะ
นัชชา คิมหะจันทร์  แสดงเป็น  รุจิเรข
ฐิตินันท์ สุวรรณศักดิ์  แสดงเป็น  โตมร
อรหทัย ซื่อศรีสวัสดิ์  แสดงเป็น  ตรีประดับ

พริกขี้หนูกับหมูแฮม

พิมพ์ ตัดสินใจมาเรียนต่อที่อเมริกา โดยกะว่าจะมาพักกับแฟน แต่โชคร้ายเมื่อมาถึงก็โดนล้วงกระเป๋า ซ้ำหนักแฟนตัวเองยังขายห้องพักใช้หนี้เสียอีก พิมพ์ไม่มีทางเลือกจำเป็นต้องพักกับจอห์น เจ้าของห้องพักคนใหม่ ด้วยความสงสารจอห์นจึงหางานให้พิมพ์ทำระหว่างว่างจากเรียน แต่เรื่องที่พิมพ์พักอยู่กับผู้ชายเกิดไปเข้าหูพ่อและแม่ที่เมืองไทย พ่อและแม่พิมพ์จึงขอให้ป้าไปดูพฤติกรรมลูกสาว และก็เป็นไปตามที่ลือ ป้าจึงสั่งให้พิมพ์ย้ายไปอยู่ที่นิวยอร์ค พิมพ์และจอห์นเมื่อต้องจากกัน จึงได้รู้ถึงความรู้สึกของหัวใจตนเอง