ไฟต่างสี

ริสาอยู่ในตระกูลที่ร่ำรวย และมีพื้นฐานครอบครัวที่ดี พ่อของเธอเป็นเอกอัคราชทูตประจำกรุงอัมเสตอร์ดัม ประเทศ ฮอลแลนด์ เธอและครอบครัวได้อาศัยอยู่ที่นั่น วันหนึ่งริสา และเพื่อนสาว เข้าภัตตาคารไทยร้านหนึ่ง ที่นั่นริสาได้พบกับไมค์เป็นครั้งแรก เพื่อนของริสาเข้าห้องน้ำและเห็นขวดน้ำหอมกับสบู่ที่น่ารักจึงคิดเอามาเก็บ ไว้เป็นที่ระลึก ไมค์สังเกตุเห็นความผิดปกติของห้องน้ำ ไมค์เดินมาตรงหน้าริสา เนื่องจากแมรี่ได้เดินออกไปนอกร้าน ไมค์บอกให้รับผิดชอบกับทรัพย์สินที่สูญหาย ริสายินยอมจ่ายด้วยความไม่เต็มใจ และทำให้การพบกันครั้งแรกของไมค์กับริสา ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ดีเลย

แมรี่ และ มืด เพื่อนสนิทของไมค์ มาเป็นเพื่อนกันหลังจาก มืดได้ช่วยแมรี่จากโจรขึ้นอพาร์ตเม้นของเธอ นั่นทำให้ริสาและไมค์มีโอกาศได้พบกันอีกครั้งและได้ปรับความเข้าใจกัน และคบกันเป็นเพื่อน ทำให้ริสาไมค์ชายหนุ่มที่อ่อนโยน และโรแมนติก คนหนี่ง ทำให้ริสาตกหลุมรักไมค์ ทั้งคู่ก็ต้องพบอุปสรรคของความรัก จากคุณย่าของริสา เธอเป็นคนคอยควบคุมและจัดระเบียบชีวิตของริสา เช่นเดียวกับที่เคยบงการชีวิตของลูกชาย

ไมค์เข้าไปขอเดทกับริสา โดยต้องผ่านการอนุญาตจากคุณย่า คุณย่ามองไมค์ว่าเป็นหนุ่มจนๆ และห้ามไม่ให้ริสาพบกับไมค์ต่อไป แต่ริสาและไมค์ก็ยังแอบพบกันเสมอๆ และโกหกคุณย่าว่าจะไปทริปส์กับมหาวิทยาลัย แต่แท้จริงไปกับ ไมค์ และมืด คุณย่าคาดหวังให้ริสาได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่มีฐานะชาติตระกูลดี วันหนึ่งคุณย่าไม่ได้ตามริสาไปงานปาร์ตี้ ที่นั่นว่าที่คู่หมั้นของริสาได้ดื่มจนขาดสติและคิดที่จะทำมิดีมิร้ายกับริ สา ยังดีว่าไมค์ได้ตามไปช่วยทัน และทั้งคู่หลบไปนอกเมืองด้วยกัน คุณย่าเมือ่ทราบเหรือก็โกรธเป็นอย่างมาก เธอไม่ต้องการให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน เธอวางแผนให้ริสาแต่งงานกับชายหนุ่มที่เธอเป็นคนเลือกว่าเหมาะสมกับหลานสาว ของเธอ โดยเป็นไปตามขั้นตอนที่เธอต้องการ

คุณน้า ได้ให้ความช่วยเหลือ ริสา กับไมค์หลบไปอยู่นอกเมืองที่นั้นทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันด้วยความรัก และความเข้าใจ ภรรยาใหม่ของพ่อรักริสาเนื่องจากเป็นผู้เลี้ยงดูริสามาตั้งแต่เล็กๆ หลังจากการแต่งงานของเธอกับพ่อของริสา สามีของเธอไม่ได้มีความรักให้กับเธอเลย เธอจึงอยู่ด้วยความกดดันและเก็บกด ไม่มีความสุขในชีวิตสมรส จึงทำให้เธอเกลียดและเคียดแค้นสามีและแม่สามีเป็นอย่างมาก เธอจึงวางแผนเรียกให้แม่ของริสาเดินทางจากเมื่องไทยมาที่ฮอลแลนด์ และวางแผนลักพาตัวริสาไป เพื่อต้องการล้างแค้นกับคนในครอบครัวนี้

แต่โชคดี ที่ไมค์ไปช่วยริสาได้ทัน และทำให้น้าอร ที่ต้องการหลบหนีความผิดของตัวเองนั้นประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต จากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณย่าหันมามองเห็นความจริงของชีวิตมากขึ้น และยอมรับในความผิดของตัวเอง และหันมามองดูไมค์อย่างยอมรับมากขึ้น ไมค์ตัดสินใจให้แม่เดินทางมาสู่ขอริสากับคุณย่า จึงทราบว่าไมค์เป็นเด็กที่มีชาติตระกูลดี ที่ทำงานในภัตตาคารเพราะต้องการหาเงินเรียนด้วยตัวของตัวเองเท่านั้นไม่ต้อง การรับเงินของพ่อแม่ ทุกคนรู้สึกตกใจเมือทราบกับฐานะที่แท้จริงของไมค์ ริสาโกรธไมค์มากเมื่อทราบความจริงข้อนี้ แต่ความรักและความเข้าใจก็สามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดได้ในที่สุด

ฟ้าใหม่

ปลายรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อ แสน (พระเอก) อายุได้ 8 ขวบ ออกหลวงพิชิตบรเทศ (หรือหลวงนายสิทธิ์) พ่อของแสนพาแสนเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ของพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านได้พระราชทานแสนให้เป็นมหาดเล็กของ สมเด็จพระมหาอุปราชเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ และแสนเป็นที่เอ็นดูและโปรดปรานของท่านยิ่งนัก

การได้เข้าขบวนแห่พิธีอุปราชาภิเษกนำพาให้แสนได้พบกับ เรณูนวล (นางเอก) สาวรุ่นที่สวยมาก เธอมาดูขบวนแห่ครองวังกับนางในอื่นๆ การแต่งกายของเธอบ่งบอกว่าเธอเป็นสาวในสกุลสูง แต่ท่าทางเธอแก่นแก้วก๋ากั่นราวเด็กผู้ชาย เธอเรียกแสนอย่างล้อเลียนว่า “ลูกแขกค้าตะเภา” และชมอย่างล้อเลียนอีกเช่นกันว่าแสนขนตายาวเปรื้อย ทำให้แสนหงุดหงิดและขัดเคืองเป็นที่สุด แสนรู้จากเพื่อนชายว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของ พระยาพิษณุโลก กับภริยาเอก พ่อส่งเธอมาถวายตัวเป็นข้าหลวงตำหนัก พระพันวรรษาน้อย ตั้งแต่เธอยังเด็ก ปากคอเธอไม่มีใครเกินและเธอไม่กลัวใครด้วย ห้าวหาญเหมือนพ่อ ชอบขี่ม้ารำทวน ผิดวิสัยหญิงทั่วไป เพื่อนชายของแสนยุด้วยความคะนองให้แสนตอกกลับเธอคืน หากเจอกันอีกว่าเธอเป็นชาวเหนือพูดจากเก๋อไก๋น่าส่งไปเป็นตะพุ่นหญ้าม้า มากกว่าเป็นนางข้าหลวง แสนคิดว่าเขาจะตอกกลับในคราวหน้าที่พบกัน

คุณใหญ่รู้เรื่องความหงุดหงิดของแสนด้วยความขัน คุณใหญ่บอกว่าข้าหลวงสาวคนนั้นน่าจะชอบว่าแสนตาสวยและคงอยากให้มองเธอ และล้อแสนว่าตัดจุกไม่ ทันไรก็มีสาวมาเกี้ยวเสียแล้ว แต่ความหงุดหงุดของแสนที่ถูกผู้หญิงล้อหายวับไปในทันใดเมื่อรู้ว่าคุณใหญ่มา ที่บ้านครั้งนี้เพื่อมาลาพ่อแสนไปประจำอยู่หัวเมือง แสนใจหายยิ่งนัก คุณใหญ่สั่งแสนให้ฝึกอาวุธไว้สม่ำเสมอ เพราะเมืองม่านขณะนี้เงียบเชียบผิดสังเกต และได้ข่าวจากคุณกลางว่าขณะนี้ม่านมาค้าอัญมณีตามชายเขตแดนหนักมือขึ้นราว กับ จะรวบรวมเงินทองไว้ทำการใด และผู้ที่มาค้าเป็นชายฉกรรจ์ทั้งสิ้น ไม่ใช่ผู้หญิงดังแต่ก่อน คุณใหญ่ให้แสนบอกพ่อว่าให้แบ่งทรัพย์สินเงินทองเก็บซ่อนในที่ที่พ้นตาศัตรู และเตือนแสนมิให้ข้องแวะกับนางในนางห้าม ด้วยว่าเป็นอันตรายต่อชายผู้รับใช้เบื้องพระยุคลบาท ให้ดูชะตากรรมของพระมหาอุปราชพระองค์เก่าเป็นตัวอย่าง

แสนไม่เข้าใจตัวเองว่าเหตุใดเมื่อผลัดแผ่นดินและจะมีเรื่องยุ่งถึงเลือด เนื้อนั้น ใจเขาจึงประหวัดเป็นห่วงข้าหลวงที่ชื่อเรณูนวลขึ้นมาในทันใด ในงานพระเมรุพระบรมศพ ข้าราชบริพารและนางในใกล้ชิดต้องโกนศีรษะไว้ทุกข์ แต่เรณูนวลรับหน้าที่เป็นนางร้องไห้จึงไม่ต้องโกน นายสุจินดาบอกกับแสนว่าเขาและแสนคงต้องเตรียมตัวถวายตัวแก่เจ้านายใหม่อีก ครั้ง เพราะได้ยินมาว่าเจ้าฟ้าอุทุมพรจะถวายราชบัลลังก์แก่เจ้าฟ้าเอกทัศ และเธอเห็นบรรดาเถนต่างชาติที่เคยถูกขับไล่ไปจากวัดวรโพธิ์นั้นมาปะปนกับผู้ คนอยู่ในงานพระเมรุด้วย น่าจะเป็นเค้าลางว่าศัตรูคู่ศึกดั้งเดิมคือม่านกำลังคืบคลานมาใกล้ทุกขณะจิต ในงานพระเมรุนี้แสนได้ขี่ม้ารำทวนคู่กับนายสุจินดาถวายเจ้าฟ้าเอกทัศทอดพระ เนตร และท่านทรงพอพระทัยมาก ประทานเงินให้แก่ทั้งสองคน และเพียงชั่วในคืนนั้นเองเจ้าฟ้าอุทุมพรทรงถูกบังคับกลาย ๆ ให้ถวายราชบัลลังก์แก่เจ้าฟ้าเอกทัศ แล้วหลังจากนั้นท่านทรงออกผนวช

แสนและเรณูนวลได้พบกันเพียงใกล้แค่เอื้อมชั่วหน้าต่างคั่น เรียมไปดูต้นทางอยู่ห่างออกไป แสนเอ่ยคำฝากรักจากใจได้ไพเราะล้ำและจริงใจยิ่งนัก สองคนแลกแหวนและให้คำสัตย์ต่อกัน เรณูนวลประนมมืออยู่ใกล้แก่เอื้อม แรงรักบริสุทธิ์ยามแรกรุ่นทำให้แสนสุดที่จะห้ามใจเขาประนมมือตนทับมือประนม ของเรณูนวลแล้วเอามือน้อยนั้นมาแนบใจ และให้คำมั่นแก่เธอว่าวันใดที่กรุงศรีฯ มีฟ้าแผ้วแผ่นดินเย็น แสนจะบากบั่นทำการทุกอย่างให้ได้เรณูนวลไปเป็นดาวประจำชีพ แม้จะต้องฝ่าพระราชอาญาและกฎมณเฑียรบาลก็มิเกรง มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะขวางกั้นเขากับเรณูนวลได้ ขอให้เรณูนวลรักษาตัวให้พ้นภัยรอท่าเขา เสียงจามเป็นสัญญาณหมดเวลาจากเรียม แต่ทันใดนั้นมีเสียงคนร้องด้วยความตื่นตระหนกระคนเสียงร่ำไห้ แล้วเรียมวิ่งถลันมาบอกว่ามีข่าวจากม้าเร็วว่าม่านบุกรุกเข้ามาถึง สุพรรณบุรีแล้ว

ความรัก ความอาวรณ์เป็นฉันท์ใด หนุ่มสาวคราวแรกรักเพิ่งได้ประจักษ์ในบัดนี้ เรณูนวลสุดที่หวงตัวต่อไป เธอโผเข้าสู่อ้อมกอดของแสน หัวใจสะท้อนสะท้านดังใบไม้ต้องพายุ เธอให้คำมั่นแก่แสนว่า เมื่อบ้านดีเมืองหายเดือดในวันข้างหน้า ไม่ว่าเธอจะตกไปอยู่ที่ใด หากรู้ว่าแสนยังมิเบนใจไปอื่น ยังตั้งตาคอยวันกลับของเธอ เธอจะสู้ลุยไฟนรก ฝ่าพระราชอาญาไปสู่เรือนแสน แต่หากแสนต้องอันตรายสุดวิสัยที่จะครองกันในชาตินี้ เธอจะบวชชี จะไม่มีวันยอมให้มือชายที่สองมาต้องกายเป็นอันขาด

แสนประจำอยู่กองทัพของพระยากำแพงเพชรซึ่งคุมทัพรักษาพระนครด้านทิศตะวัน ออกที่เกาะแก้ว แสนรู้จักนิสัยพระยากำแพงเพชรดีว่าเอาจริงเอาจังกับการรบอย่างสุดชีวิตจิตใจ เพียงใด ท่านมิใช่พวกตั้งรับข้าศึกอย่างเดียว หากแต่ชอบที่จะรุกไล่ด้วย การออกไปทัพกับท่านถึงเกาะแก้วครานี้ กว่าจะได้กลับเข้าพระนครก็คงอีกแสนนาน หรือไม่ก็อาจไม่ได้กลับเลยหากเสียทีข้าศึก หรือเสียชีวิต แสนจึงหาทางไปพบเรณูนวลก่อนที่จะออกไปเกาะแก้ว โดยไปดักพบเรียมที่ตลาด เรียมเห็นแสนก็รู้ทันทีว่ามาตามหาเธอด้วยเรื่องอะไร พูดนัดแนะกับแสนเป็นนัยที่รู้กันเฉพาะสองคน ว่าเธอจะพาเรณูนวลไปพบกับแสนที่บ้านหอรัตนชัย เรณูนวลและแสนพบและลากันด้วยเสน่หาอาลัยล้ำ

วันอังคาร เดือนห้า ขึ้นเก้าค่ำ ปีกุน พ.ศ. 2310 ข้าศึกระดมกำลังยิงกระหน่ำทุกด้านรอบพระนคร และเร่งสุมเพลิงคลอกรากกำแพงเมืองทุกด้าน กองกำลังรักษาเมืองรับมือข้าศึกสุดชีวิตจมื่นไวยบัญชาการรบอย่างเข้มแข็ง อยู่ด้านที่กำแพงกำลังจะพัง ผู้ที่มาขัดการบัญชาการของจมื่นไวยคือพระยาพลเทพ พระยาพลเทพแต่เครื่องขุนนางชุดเข้าเฝ้าเต็มยศมารอต้อนรับทัพม่านด้วยหวัง เต็มที่ที่จะได้ยกขึ้นเป็นเจ้าครองเมืองประเทศราช จมื่นไวยระเบิดความแค้นไล่ฟันพระยาพลเทพ พลเทพหูขาดไปข้างหนึ่ง หนีจมื่นไวยหัยซุนด้วยอยากรักษาชีวิตไว้ขึ้นเป็นเจ้า จมื่นไวยตามล่าไม่ลดละ

ประตูด้านป้อมมหาชัยถูกข้าศึกพังถล่มลงเป็นประตูแรก ข้าศึกเฮโลกันเข้าทางประตูนั้น จมื่นไวยมาเห็นพระยาพลเทพยืนปลื้มรับทัพข้าศึกเข้าเมืองอยู่ จึงโดยฟันแขนซ้ายพระยาพลเทพขาดก่อนที่พระยาพลเทพจะทันรู้ตัว และตามด้วยปลายดาบจิ้มทะลวงตาข้างหนึ่ง และสุดท้ายฟันแขนขวาขาดอีกข้าง จมื่นไวยคั่งแค้นแน่นหัวอก ไมให้พลเทพเหลือมือที่จะไปกราบไหว้แม่ทับและเจ้าผู้ครองกรุงอังวะ ไม่ให้เหลือรูปโฉมที่ผู้ใดจะยินดีมอง ข้าศึกกลุ้มรุมทำร้ายจมื่นไวย จมื่นไวยต่อสู้จนตัวตายอยู่ตรงประตูใหญ่ท่าช้างหน้าวังจันทรเกษม

เพลาค่ำแปดนาฬิกา วันเนาสงกรานต์ ขึ้นเก้าค่ำ เดือนห้า พ.ศ. 2310 นั้นเอง พระนครศรีอยุธยามหาราชธานีก็สิ้นศักดิ์แห่งราชธานีลง หลังจากรวมกำลังตั้งต่อสู้ศัตรูมาได้หนึ่งปีกับสองเดือน เปลวเพลิงรุกโหมโชติช่วงแดงฉานตัดกับท้องฟ้าสีดำสนิท กลืนชีวิตกรุงศรีอยุธยาบรมราชธานีอันเคยบรมสุข เป็นหมดสิ้นเลื่อมยศ

เพียงสามปีที่ผลัดแผ่นดินก็มีศึกพม่าประชิดติดเมืองอีกคือศึก เจ้าตะแคงปะดุง เจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ของพม่า ยกเข้ามาทางลาดหญ้า แขวงเมืองกาญจนบุรี แสนกราบเรียนให้ผู้สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลกส่งบรรดาขุนหมื่นพันทนายออกไป ป่าวเรียกผู้คนให้อพยพมารวมกองกันในเมืองโดยเร็วและให้ขนเสบียงมาด้วย เพื่อจะได้ไม่เหมือนครั้งที่แล้วที่ต้องทิ้งเมืองเพราะขาดเสบียงความคิดของ แสนได้ผล ผู้คนหลั่งไหลเข้าเมืองทุกวัน แสนช่วยเป็นภาระคุ้มกันและจัดส่งกองเกวียนของชาวบ้านจนถึงทางเข้าเมือง และจวนเย็นวันหนึ่ง มีกองเกวียนใหญ่มากกองหนึ่งอพยพเข้ามาความที่เป็นกองใหญ่และเข้ามาตอนพลบจึง จะยังเข้าเมืองไม่ได้ แสนและกองกำลังออกไปดักตรวจตรากองเกวียนนั้นว่าจะมีผู้แปลกปลอมแฝงมาบ้าง หรือไม่ ขณะเมื่อกำลังพูดจากันอยู่แสนสังเกตเห็นว่ามีม้าสองม้ารีบถอยไปแผงอยู่ด้าน หลังสุดของขบวน และยิ่งได้ฟังคนนำกลุ่มพูดจาถึงวันที่เจ้าพระยาทั้งสองแตกทัพอะแซหวุ่นกี้ แสนก็ยิ่งปั่นป่วนหัวใจนัก จะมองสองม้าที่ถอยไปจนสุดกู่ก็มองไม่ถนัด ได้แต่คิดว่าจะต้องค้นเอาความจริงให้ได้ และคิดว่าจะเป็นคนกลุ่มนี้เองที่มาช่วยวันแตกทัพอะแซหวุ่นกี้

แสนได้แต่พูดฝากไว้ในเบื้องต้นนี้ว่าอยากรู้ว่าผู้ที่มาช่วยวันแตกทัพ เป็นใครแสนให้ชาวบ้านพักผ่อน ตัวเองก็ไปพักด้วย แต่จนดึกแล้วแสนก็ไม่อาจข่มตมให้หลับได้ จึงลุกออกจากที่พักเดินตรวจพลเวรยามไปเรื่อย แล้วแสนก็ต้องชะงักทันใดเมื่อได้ยินเสียงชายชาวบ้านป่าขับลำนำรักอันเป็น ลำนำที่ชาวกรุงศรีฯ ขับเป็นประจำและแสนกับเรณูนวลขับสู่กันก่อนแสนจากไปสงคราม แสนคาดคั้นจนได้ความว่ามีผู้สอน แสนสั่นไปทั้งตัวด้วยแน่ใจว่าผู้สอนนั้นเป็นเรณูนวลแน่และกองเกวียนนี้ต้อง เป็นของเธอ แสนคาดคั้นขาวบ้านจนในที่สุดได้พบกับเรียมพี่เลี้ยงของเรณูนวล เรียมต่อว่าต่อขานประชดประชันแสนมากมาย โดยเฉพาะเรื่องได้เมียพระราชทานถึงสองคน แสนชี้แจงและสาบานจนเป็นที่พอใจของเรียม เรียมจึงชี้เกวียนที่พักของเรณูนวลให้ แสนกับเรณูนวลได้พบกัน ความรักความคิดถึงแรมปีประดั่งหลั่งไหลท่วมท้นใจ แสนรับรู้ความลำบากของเรณูนวลด้วยน้ำตา และให้คำมั่นว่าจากนี้ไปความตายเท่านั้นที่จะพรากเขาจากเรณูนวลได้ แล้สองหัวใจรักที่รอคอยกันมานานแสนนานก็ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในคืน นั้น แสนขอให้ผู้สำเร็จราบการเมืองพิษณุโลกประกอบพิธีสมรสให้ แล้วจากนั้นแสนกับเรณูนวลและกองกำลังก็ไปสมทบทัพหลวงที่ลาดหญ้า ทำศึกกับพม่าซึ่งยกเข้ามาถึงเก้าทัพ กองของแสนและเรณูนวลรบแบบกองโจรและสามารถตีพม่าแตกกระเจิงได้ชัยชนะในด้าน นั้น แสนและเรณูนวลไปตนสมทบกับทัพหลวงซึ่ง พระอนุชิตราชา หรือพระราชวังบวรหรือคุณเล็กเป็นแม่ทัพ และท่านมีพระบัณฑูรให้แสนและเรณูเข้าเฝ้า ท่านตรัสว่าแสนและเรณูนวลจะได้เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวในวันที่เสร็จศึก เพี่ยงเท่านี้แสนก็ยินดีจนสะท้านไปทั้งกาย

ทัพไทยทำศึกกับพม่าสุดชีวิตวิญญาณ บรรดาคนไทยที่ซุ่มซ่อนอยู่ต่างก็ออกมาช่วยบ้านเมืองทำศึกจนมีชัยชนะอย่าง เด็ดขาดต่อพม่า และศึกครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นแล้วบ้านเมืองสยามก็เข้าสู่ความสงบสุข ไร้ศึกจากเมืองม่านมารบกวนอีกเลยตลอดรัชกาล

ฟ้าเพียงดิน

ฟ้าเพียงดิน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ” พลโท สรายุทธพิชัย ” ซึ่งลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ที่กัมพูชาหลายสิบปีได้รับนิรโทษกรรมจากรัฐบาล ไทย จึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อม ” ชมพู่ ” บุตรสาวที่เกิดในกัมพูชา ระหว่างทางรถที่โดยสารมาเกิดยางแตกผู้ใหญ่บุญทองผ่านมาจึงเข้ามาช่วยเหลือ และเมื่อท่านนายพลรู้ว่าผู้ใหญ่บุญทองกำลังจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงชวนให้เดินทางไปด้วยกัน กลางดึกคืนนั้นมีโจรเข้าดักปล้น

หลัง จากต่อสู้กันท่านนายพลเสียชีวิต แต่ก่อนสิ้นลม ท่านนายพลได้ฝากฝัง ” ชมพู่ ” พร้อมพินัยกรรมไว้กับผู้ใหญ่บุญทอง พร้อมบอกความลับบางประการไว้ให้พิทักษ์ ผู้เป็นน้องเขยของท่านนายพลฉวยโอกาสเข้ามาจัดการทรัพย์สินทั้งหมด โดยอ้างว่าเทวราช ซึ่งเป็นลูกของตนที่เกิดจากพิกุล และได้ยกให้เป็นลูกบุญธรรมของท่านนายพลตั้งแต่แบเบาะเป็นทายาทคนเดียวที่ เหลืออยู่พร้อมกันนั้นได้สั่งให้ หาญ ซึ่งเป็นชู้รักของ รัสมี น้องสาวของตนเอง และเป็นผู้ร่วมวางแผนสังหารท่านนายพลไปติดตาม และกำจัดชมพู่

ผู้ใหญ่บุญทองพาชมพู่หนีมาอยู่ที่โพธาราม และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ” สาลิกา ” เพื่อปิดบังความจริง ” สาลิกา ” เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความรักของคนรอบข้าง พร้อมกับ ” ครุฑ ” ลูกชายของเพื่อนผู้ใหญ่บุญทอง ซึ่งต่างไปจากเทวราชที่เติบโตมาอย่างไร้ระเบียบเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง เพราะทนงตนว่าเป็นเจ้ามรดกมหาศาล และคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างในโลก เทวราชกับสาลิกา ได้มาพบกันโดยบังเอิญ เมื่อเทวราชติดตามจ่าพุฒ ลูกน้องเก่าของท่านนายพลมาดูที่ดินซึ่งอยู่ติดกับไร่ของผู้ใหญ่บุญทองเพื่อ วางแผนสร้างคอกม้าตามคำสั่งของพิทักษ์ เทวราชมีนิสัยเกเรมากขึ้นทุกวัน พิทักษ์ จึงจับส่งไปเรียนต่างประเทศพร้อมกับอินทรีย์ ลูกชายของจ่าพุฒ และเรืองรอง ลูกสาวของรัสมี พิกุล

เมื่อ พบหน้าสาลิการู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมาก ประจวบกับผู้ใหญ่บุญทอง และพ่อของครุฑ เสียชีวิตเพราะถูกโจรปล้น พิกุล จึงชวนสาลิกา ให้ไปอยู่ที่บ้านสรายุทธพิชัยด้วยกันในฐานะลูกอุปถัมภ์ พิทักษ์จัดการให้สาลิกาเรียนทางด้านบัญชี และกฎหมาย โดยวางแผนไว้ว่าจะให้มาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการมรดกหลังจากเรียนจบ ซึ่งสร้างความพอใจให้กับสาลิกาเป็นอย่างมาก

การศึกษาในต่างประเทศไม่ ได้ทำให้เทวราชเปลี่ยนนิสัย พิทักษ์จึงคิดจะใช้สาลิกาเป็นตัวแทนของชมพู่ด้วยการสร้างหลักฐานเท็จเข้ามา อ้างสิทธิ์เพื่อยังยั้งความยโสของเทวราช หลังจากเรียนจบเทวราช อินทรีย์ และเรืองรองเดินทางกลับมาเมืองไทย เมื่อมาถึงเทวราชสั่งให้พิทักษ์โอนทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับเขาเพราะสงสัย ว่าพิทักษ์จะยักยอกทรัพย์สิน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับพิทักษ์เป็นอย่างมาก

ใน เวลาเดียวกันนั้นเองพิทักษ์ได้รับรู้ความจริงว่า สาลิกา คือ ชมพู่ ดังนั้นเขาจึงซ้อนแผนด้วยการบอกกับทุกคนว่า สาลิกา เข้ามาอยู่ในบ้านสรายุทธพิชัยเพราะต้องการสมบัติ โดยการสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาเอง เทวราช ไล่สาลิกาออกจากบ้าน สาลิกาจึงกลับไปอยู่โพธารามและได้พบกับครุฑ สาลิกาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ครุฑฟังและขอให้เขาช่วยหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ ความจริง หาญกับพวกตามมาจับสาลิกาไปในขณะเดียวกัน เทวราช จ่าพุฒ และอินทรีย์ก็เดินทางมาหาสาลิกา เพื่อค้นหาความจริง

เทวราชจะทำอย่าง ไร ถ้าเขาได้พบความจริงว่าสาลิกา คือ ชมพู่ เจ้าของมรดกที่แท้จริงของสรายุทธพิชัย ระหว่างความรัก และความหยิ่งในศักดิ์ศรีเขาจะเลือกอะไร

ฟ้า หิน ดิน ทราย

ฉัตรโชค ( ดิน ) เป็นเด็กกำพร้าถูกพ่อแม่เอามาทิ้งที่วัดตั้งแต่เด็ก มีเพื่อนสนิทที่เป็นเด็กวัดด้วยกันคือ สุขุม เป็นคนขี้เล่นสนุกสนาน ส่วน พิบูลย์ เป็นคนทะเยอทยานใฝ่สูงเกินตัว ทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของตัวเอง ทราย เป็นเด็กสาวอายุ 18 อาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง ทรายมักจะถูกพ่อเลี้ยงลวนลามและรังแกบ่อยๆ แต่ทรายก็สู้ตายทุกครั้ง ทรายมักจะหนีมาอยู่วัดเสมอทำให้ทรายสนิทกับดินและสุขุม อภิชาต พ่อของ ฟ้าใส กับ อัคนี ( หิน ) เป็นเจ้าของโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์

ท่านเป็นคน ธรรมะธันโมชอบเข้าวัดมาคุยกับ หลวงตาอิน บ่อยๆ เลยทำให้รู้จักและสนิทสนมกับเด็กวัดทุกคน อภิชาตมักจะมาปรึกษาหลวงตาเรื่องลูกทั้งสองว่าถูก นัยนา ภรรยาตามใจมาตั้งแต่เด็กจนเสียนิสัย ตนเลยดัดนิสัยโดยการส่งลูกไปเรียนเมืองนอก แต่ก็ไม่จบอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง เมื่อวันที่ฟ้าใสกับอัคนีกลับมาจากเมืองนอก อัคนีได้พา พิมจันทร์ สาวเซ็กซี่ หัวนอก ขี้อิจฉา แฟนสาวกลับมาด้วย อภิชาติก็ไม่ปลื้มว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้

แต่ ว่าอัคนีหลงผู้หญิงคนนี้มาก อภิชาตได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกทั้งสอง จึงไหว้วานเด็กวัดทั้งสามและทรายมาช่วยงานที่บ้าน คืนวันงานทรายกับพิมจันทร์เกิดทะเลาะกัน พิมจันทร์เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน อภิชาตเลยให้พิมจันทร์ขอโทษทราย แต่พิมจันทร์ไม่ยอมและหนีกลับบ้านไปเลย ทำให้อัคนีไม่ชอบทรายอย่างมาก ฟ้าใสรวยสวยเริ่ดเชิดหยิ่งเพียบพร้อมทุกอย่าง ทำให้มีหนุ่มๆ มาตามตื้ออย่างพิบูลย์และ อำนาจ ลูกชาย คุณนายพรพรรณ แต่เธอก็ไม่เคยสนใจใครจริงจังสักคน แค่หลอกปั่นหัวเล่นสนุกๆ แค่นั้นเอง

แต่ มีอยู่หนึ่งคนที่ไม่สนใจเธอไม่ตามจีบเธอเหมือนคนอื่นๆ นั่นก็คือดินเด็กวัดแสนกระจอก ด้วยความอยากเอาชนะฟ้าใสจึงทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ดินมาชอบเธอให้ได้ ฟ้าใสเริ่มแผนการโปรยเสน่ห์ ยิ้มหวานๆ พูดเพราะๆ ไม่ว่าชายใดเจอแบบนี้เป็นต้องเข่าอ่อนหลงเธอทุกราย แต่ดินกลับไม่มีท่าทีสนใจเธอ หารู้ไม่ว่าจริงแล้วดินก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน เขาเองก็นึกแอบชอบฟ้าใสอยู่เหมือนกัน แต่เขารู้ว่าฟ้าใสเพียงแค่ต้องการเอาชนะเขาเท่านั้น เขาเลยพยายามข่มใจไม่ให้รักเธอไปมากกว่านี้ อัคนีเลิกกับพิมจันทร์เพราะพิมจันทร์ไปเป็นดาราหนังเรทอาร์ และมีข่าวมั่วกับพระเอกหนังและ อาคม ผู้กำกับฯ

อัคนีเสียใจมากกิน เหล้าไม่เป็นผู้เป็นคน ก็ได้ทรายที่คอยอยู่เคียงข้างคอยเตือนสติ ทำให้อัคนีมองทรายดีขึ้น ฟ้าใสอยากรู้ว่าดินชอบเธอจริงหรือไม่ จึงใช้แผนให้ดินพาเธอไปซื้อของ ดินยอมขับรถให้ฟ้าใส แต่แทนที่จะพาไปซื้อของกลับพาไปโรงงานเฟอร์นิเจอร์ของคุณอภิชาติ ไปแอบดูการทำงานของผู้เป็นบิดาว่าเหน็ดเหนื่อยเพียงใด กับการบริหาร ให้ธุรกิจยังคงอยู่ได้ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ทั้งหมดก็เพื่อลูกทั้งสองที่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ อย่างไร้ค่า ดินทำให้ฟ้าใสและอัคนีได้คิดเข้าไปช่วยที่โรงงาน

คุณอภิชาตปลาบปลื้ม เข้าไปกราบหลวงตาอิน เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของฟ้าใสและอัคนีในทางที่ดีก็เพราะดินเป็นผู้ชี้แนะ อภิชาตขออนุญาตให้อัคนีไปช่วยงานที่โรงงาน พิบูลย์แอบได้ยินด้วยริษยาจึงพยายามหาเรื่องใส่ร้ายดินจนถูกไล่ออกจากวัด และยังใส่ร้ายว่าดินแอบถ่ายใต้กระโปรงนักศึกษา ทำให้ดินถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย แต่ดินไม่ยอมพ่ายแพ้ยังคงตั้งหน้าตั้งตายึดมั่นในความดีอย่างที่หลวงตาสอน ไว้ ในที่สุดความจริงก็เปิดเผยทุกคนได้รู้ธาตุแท้ของพิบูลย์ เมื่อพิบูลย์ขโมยเงินวัดไปใช้หนี้การพนันจนโดนไล่ออกจากวัด

และยัง วางแผนลักพาตัวฟ้าใสไปเรียกค่าไถ่ด้วย ดินอาสาเป็นคนถือเงินค่าไถ่ไปช่วยเหลือฟ้าใสออกมาได้ แต่ตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บ เมื่อหายแล้วดินตัดสินใจบอกลาฟ้าใสเพราะฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันมาก เขากลับไปเรียนต่อและสร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความ สำเร็จ ก่อนที่จะกลับมาสารภาพรักกับเธอ ส่วนอัคนีกับทรายก็ตกลงแต่งงานกันอย่างมีความสุข ชีวิตใหม่กำลังจะเริ่มต้นและจะดำเนินต่อไปด้วยความรักและความดีที่อยู่ในใจ ของแต่ละคน

รายชื่อนักแสดง ละคร ฟ้า หิน ดิน ทราย

อนุชิต สพันธุ์พงษ์ รับบท ฉัตรโชค ( ดิน )
เอมี่ กลิ่นประทุม รับบท ฟ้าใส ( ฟ้า )
พาทิศ พิสิฐกุล รับบท อัคนี ( หิน )
คีตภัทร อันติมานนท์ รับบท ทราย
สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ รับบท สุขุม
เจจินตัย อันติมานนท์ รับบท พิบูลย์
ชัชฎาภรณ์ ธนันทา รับบท พิมจันทร์
ศิวัส นฤภัย รับบท อำนาจ

ฟ้าสวย เลนส์ใส

หนุ่มวัยเบญจเพสชื่อ นักรบ เป็นช่างภาพอิสระ หล่อ แต่นักรบรักชีวิตที่อิสระ มีแสนสวยชื่อ ภาดา นักรบมีเพื่อนซี้เพลย์บอยชื่อ กรกฎ มีพ่อชื่อ ตู้ทอง มีน้องสาวชื่อ มีนา วันหนึ่งกรกฎชวนนักรบไปเป็นเพื่อนออกเดตกับ ปิ่น ที่รู้จักโดยการแชต ปิ่นพา ฟ้าใส มาด้วย เพียงแรกพบฟ้าใสก็ถูกใจนักรบแต่ฟ้าใสไม่ชอบนักรบ ปิ่นกลับหลงรักกรกฎอย่างหัวปักหัวปำ จู่ๆ ภาดาก็พา กำพล มาแนะนำให้นักรบรู้จักในฐานะคนรัก นักรบเชียร์เต็มที่ ฝ่ายกำพลเองก็พาภาดาไปแนะนำให้ฟ้าใสรู้จัก ซึ่งฟ้าใสก็ยินดีเหมือนกัน ซึ่งวันงานแต่งงานหวานชื่นของภาดากับกำพลนั่นเอง นักรบและฟ้าใสจึงได้รู้ความจริงว่าพ่อแม่ของตนแต่งงานกัน

แรกๆ ฟ้าใสปฏิเสธที่จะร่วมฐาติกับนักรบ แต่ต้องยอมลดทิฐิเพื่อเห็นแก่ความสุขของพ่อ ทั้ง 4 คนจึงเริ่มใช้ชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น ชีวิตคู่ของภาดากับกำพลเป็นไปได้ด้วยดี จะมีปัญหาก็เรื่องตู้ทองถึงเขาจะตัดใจได้แล้วแต่เขาก็ยังรักและหวังดีกับ ภาดา แต่หากครั้งใดที่กำพลหึงจนทะเลาะกับภาดา นักรบกับฟ้าใสจะเข้าข้างพ่อแม่ตัวเองและพาลทะเลาะกันเอง จนภาดาและกำพลต้องคืนดีกันและเป็นฝ่ายห้ามปรามลูกๆ ของตัวเองแทน ฟ้าใสมีแฟนอยู่แล้วชื่อ ปานเทพ หมอสูติฯ สุภาพเรียบร้อยเอาการเอางาน ภาดาต้องการทำโบชัวร์เพื่อโปรโมตสปาฯ ของเธอ ภาดาอยากได้ฟ้าใสมาเป็นพรีเซนเตอร์ แต่ฟ้าใสปฏิเสธทำให้นักรบเหน็บว่าไม่สวยพอ

ฟ้า ใสอยากเอาชนะจึงตอบตกลง วันถ่ายทำปานเทพมาคอยดูแลฟ้าใสทำให้นักรบหมั่นไส้และต้องการแกล้ง แต่ฟ้าใสแอบรู้มาจึงแกล้งกลับแต่ผิดพลาดทำให้นักรบโดนไฟช็อตสลบไป นักรบเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกคนตามหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลัง แต่ฟ้าใสปิดปากเงียบสุดท้ายฟ้าใสก็ไปสารภาพในห้องพักเมื่อนักรบจะเข้ารับการ ผ่าตัดสมอง และฟ้าใสก็ได้รู้ว่าทุกคนโกหกเพราะนักรบไม่ได้เป็นอะไรเลย ฟ้าใสชอบทำงานช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นักรบจึงเกิดปิ๊งไอเดียบางอย่างและเริ่มต้นแอบเก็บภาพฟ้าใสในทุกๆ อิริยาบทโดยที่ฟ้าใสไม่รู้ตัว กรกฎเจอสาวคนใหม่ชื่อ จีจี้ เขาวานให้นักรบช่วยเป็นพ่อสื่อให้

แต่เมื่อนักรบเห็นจีจี้ครั้งแรก เขากลับถูกใจแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน นักรบหักหลังกรกฎแอบจีบจีจี้ซะเอง ทำให้กรกฎโกรธอยู่พักหนึ่งแต่ก็หายเมื่อเจอสาวคนใหม่ นักรบจีบจนจีจี้ยอมมาเป็นแฟนด้วยเขาพามาให้ภาดารู้จัก ภาดากับกำพลเอ็นดูจีจี้แต่ฟ้าใสแอนตี้ความเซ็กซี่และความฟุ้งเฟ้อของจีจี้ กำพลและภาดาอยากจะมีลูกแต่ว่าภาดามีปัญหาเรื่องวัยทำให้มีลูกยาก กำพลขอให้ปานเทพช่วยแต่ไม่สำเร็จ ตู้ทองสงสารภาดาเลยพาไปให้หลานชายช่วย นักรบบังเอิญไปรู้ว่าปานเทพมีภรรยาแล้วอยู่ที่เมืองนอก ฟ้าใสไม่เชื่อจนเมื่อ ลอร่า อุ้มท้องมาเจรจากับฟ้าใส ฟ้าใสทั้งเสียใจและอับอายนักรบ นักรบยังแอบเก็บภาพฟ้าใสอย่างต่อเนื่อง

ความ รักของนักรบกับจีจี้เริ่มมีปัญหาเมื่อจีจี้แอบปันใจให้คนอื่น ฟ้าใสจึงเป็นเทรนเนอร์ให้นักรบเข้าใจผู้หญิง นักรบเริ่มเปลี่ยนตัวเองแต่ความตั้งใจของนักรบก็ไร้ค่า เมื่อจีจี้หนีไปอยู่เมืองนอกกับคนอื่นซะแล้ว นักรบอกหักฟ้าใสช่วยปลอบใจพาไปช่วยเหลือชาวบ้านในถิ่นทุรกันดาร ด้วยความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เข้าใจกันมากขึ้นจนพัฒนาเป็นความรัก แต่ทั้งคู่ยังคงปิดเงียบเพราะทั้งคู่มีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน ส่วนกรกฎกลับมาเป็นเด็กในกำมือของปิ่น เมื่อเจอสาวน้อยวัยแสบหักหลังปอกลอกจนหมดตัว และยังโดนจับข้อหากระทำชำเราอีก นักรบฮึดตัดสินใจเปิดเผยความในใจให้ฟ้าใสรู้ โดยการเตรียมจัดนิทรรศการภาพถ่ายของตนเอง นักรบพาฟ้าใสมาที่งานก่อนวันเปิด

ฟ้า ใสเซอร์ไพรส์ที่ได้เห้นว่าผลงานทุกชิ้นล้วนแต่เป็นภาพของเธอทั้งสิ้น นักรบบอกรักฟ้าใสซึ่งฟ้าใสก็ตอบรับอย่างเต็มใจ แต่ทั้งคู่ยังไม่พูดความจริงให้พ่อแม่รู้ ภาดาตั้งครรภ์ภาดาและกำพลปลาบปลื้มมากโดยไม่รู้เลยว่าลูกๆ ของตนต้องทนฝืนหักห้ามใจเป็นพี่เป็นน้องกัน ตู้ทองจับได้ว่ากำพลแอบมีความสัมพันธ์กับเลขาฯ จึงแอบเจรจากับกำพลจนภาดาแอบได้ยิน ภาดาทะเลาะกับกำพลจนพลาดตกบันไดและแท้งลูก ภาดาหย่าขาดกับกำพลนักรบกลับมาใช้ชีวิตกับภาดา 2 คนแม่ลูก ทางฝ่ายกำพลสำนึกผิดแก้ตัวด้วยการเลิกกับเลขาฯ และหันมาใช้ชีวิต 2 คนพ่อลูกกับฟ้าใส แล้วความรักของนักรบกับฟ้าใสจะเป็นอย่างไรต่อไป เขาและเธอจะกลับมารักกันได้หรือไม่ ติดตามได้ใน “ฟ้าสวย เลนส์ใส

รายชื่อนักแสดง ฟ้าสวย เลนส์ใส

รพีภัทร เอกพันธ์กุล รับบท นักรบ
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ฟ้าใส
บวรพจน์ ใจกันทา รับบท กรกฏ
ปาลิตา โกศลศักดิ์ รับบท ศจี
ศิววงศ์ ปิยะเกศิน รับบท ปานเทพ
ไพโรจน์ สังวริบุตร รับบท กำพล
ภรผกา เสียงสมบุญ รับบท ภาดา
เกียรติ กิจเจริญ รับบท เสี่ยตู้ทอง
ชุติมา เอเวอร์รี่ รับบท จีจี้

ฟ้ามีตะวัน หัวใจฉันมีเธอ

คุณหญิงดารา สุริยกานต์ หอบลูกชาย ด.ช.ปรมี ไปอยู่ออสเตรเลีย หลังจาก ม.ล.ปารมี คว้า เสลา สาวใช้มาเป็นเมียน้อย พอคุณหญิงหนีไป เสลา จึงขึ้นเป็นใหญ่ในบ้านและเปลี่ยนชื่อเป็น เนตรเสลา แต่ไม่มีทายาท จึงขอ ด.ญ.นัยน์นภา หรือ แนน มาเป็นบุตรบุญธรรม จน ปารมี ถึงแก่อนิจกรรม

เวลาล่วงไปนับสิบปี ปรมี กลับมาในฐานะนักธุรกิจใหญ่ในชื่อ พอล เพื่อทวงทุกสิ่งที่เป็นของเขากลับคืนจาก เนตรเสลา ผู้กุมบังเหียนบริษัทจิวเวลรี่ยักษ์คราวน์ไดม่อน ซึ่งสภาวะการเงินย่ำแย่เพราะ เนตรเสลา ยักยอกไปเล่นการพนัน ปรมี จึงขอยืมเงินจาก มร.เดสมันต์ พ่อเลี้ยง เพื่อเข้าไปเป็นหุ้นส่วน เนตรเสลา หลงใหลความหล่อของ พอล จึงทำให้ สิงขร เลขาฯ ชู้รักลับๆไม่พอใจ ปรมี ได้พบแนนขณะเดินแฟชั่นโชว์เครื่องเพชร

พอลใ้ช้วิธีก้าวเข้ามาโดยมีแผนว่าจะเป็นหุ้นส่วนกับเนตรเสลา แต่สร้างความลำบากให้กับแนนมาก ทั้งเรื่อง ขายสร้อยเพชร ที่ขอยืมมาจากที่อื่น และเมื่อเนตรเสลานำเพชรที่จะไปทำสร้อยให้กับคุณหญิงอรอุษาไปใช้หนี้การพนัน และนำโมอิสไปทำขายแทน เมื่อแนนตรวจพบและบอกความจริงนั้น ทำให้เนตรเสลาโกรธมาก

เนตรเสลา จะยกแนนให้ สิงขร แต่ ปรมี ตามมาช่วยทัน และเมื่อเนตรเสลา เพิ่งรู้ตัวว่า ปรมี หรือ พอล ประธานบริษัทคนใหม่คือผู้อยู่เบื้องหลังการหลอกลวง หล่อนจึงจับตัวทั้งคู่ไป แต่พลาดยิงไปถูกสิงขรเสียชีวิต เนตรเสลามีอาการเส้นเลือดในสมองแตก จนป่วยเป็นคนพิการ  ปรมี แต่งงานกับ นัยน์นภา ในที่สุด

ฟ้าจรดทราย

มิเชลล์ หญิงสาวลูกครึ่งกำพร้าพ่อแม่เติบโตมาในคอนแวนต์จนเรียนจบและติดตามแคชฟียา เพื่อนสนิทของเธอมาเป็นครูสอนหนังสือที่เมืองฮิลฟารา อาณาจักรกลางทะเลทรายอัน ไกลโพ้น เมื่อทั้งคู่มาถึง แคชฟียาถูกกำหนดให้เข้าวังไปเป็นสนมขององค์อาเหม็ด กษัตริย์แห่งฮิลราฟา เพราะโหรหลวงทำนายว่าหญิงสาวที่จะให้กำเนิดรัชทายาทแห่งองค์อาเหม็ดได้เดิน ทางมาถึงแล้ว แต่แคชฟียามีคนรักแล้วและกำลังเข้าใจผิดว่ามิเชลล์จะแย่งโรแบร์ คนรักชาวฝรั่งเศสของเธอไป เธอจึงคิดกำจัดมิเชลล์โดยวางแผนส่งมิเชลล์เข้าไปเป็นสนมแห่งองค์อาเหม็ดแทน ตน โดยมีชาริฟราชองค์รักษ์คนสนิทขององค์อาเหม็ดเป็นผู้มารับตัวไปตามราชประเพณี
 
คืนวันส่งตัวมิเชลล์ โอมานญาติผู้น้องของกษัตริย์อาเหม็ดได้ก่อกบฏและ สังหารกษัตริย์อาเหม็ดจนสิ้นพระชนม์ต่อหน้าชาริฟ ชาริฟเสียใจมากเขาต่อสู้กับทหารกบฏและพามิเชลล์หลบหนีเข้า ทะเลทรายไปด้วยกัน ในท้องทะเลทรายอันเวิ้งว้าง สองหนุ่มสาวต้องเผชิญกับภูมิประเทศที่กันดารโหดร้ายแสงแดดร้อนแรงและทหารที่ คอยตามล่าเอาชีวิต ความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันจนเกิดเป็นความเห็นอก เห็นใจและกลายเป็นความรักในที่สุด แต่ความรักของเขาและเธอยังมิอาจสมหวังได้เพราะอุปสรรคที่สำคัญที่สุดของทั้ง คู่คือภารกิจหน้าที่ของชาริฟที่จะต้องกอบกู้บัลลังก์แห่งฮิลฟาราให้กลับสู่ ความร่มเย็นดังเดิม เมื่อความรักอันยิ่งใหญ่ต้องพบกับบททดสอบสำคัญที่สุดและอันตรายที่สุดชะตา กรรมของเธอและเขาจะลงเอยอย่างไร

ฟ้ากระจ่างดาว

มีคณา นักข่าวสาวสายอาชญากรรม ต้องไปทำข่าวงานแฟชั่นโชว์การกุศลแทน มัทนา เพื่อนรักของเธอ ซึ่งต้องไปทำข่าวที่ต่างจังหวัด มีคณาไม่เคยชอบอะไรที่เธอตัดสินว่าเป็นเรื่องฟุ้งเฟ้อ ไฮโซ เธอพยายามเกี่ยงให้ สาระวารี เพื่อนรักอีกคนไปทำ แต่สาระวารีก็ติดทำข่าวในต่างจังหวัดเช่นกัน ไชยวัฒน์ หัวหน้าของเธอบอกว่าเขาต้องการให้สาวใดสาวหนึ่งในทีม “สามทหารเสือสาว” เท่านั้นไปทำ มีคณาก็ยังยึกยัก ไชยวัฒน์ทิ้งทุนว่างานแฟชั่น โชว์ครั้งนี้เป็นการระดมทุนต่อต้านยาเสพติด เข้าข่ายสายงานข่าวของมีคณา เธอจึงยอมไปทำ มีคณาติดตามทำข่าวเกี่ยวกับยาเสพติด การค้าผู้หญิงและการทำทารุณผู้หญิงและเด็กมาตลอด บุคลิกเธอดูเงียบเรียบร้อย สมถะ แต่ในการทำงานแล้วเธอเป็นพวกใจกล้า ลุย ทำงานถึงลูกถึงคน มีคณาเลือกทำข่าวสายนี้เพราะเธอมีบาดแผลฉกรรจ์ในใจอันเกิดจากครอบครัวของเธอ เองโดยตรง เป็นเรื่องที่เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แม้แต่เพื่อนรักในกลุ่ม “สามทหารเสือสาว” ของ “สยามสาร” หนังสือพิมพ์คุณภาพระดับแถวหน้าที่เธอทำงานอยู่

ครอบครัวของมีคณา เป็นคนต่างจังหวัดในหมู่บ้านเล็กๆ ทางภาคเหนือ บานเช้า แม่ของมีคณาเป็นสาวชาวบ้าน ได้เสียกับพ่อและท้องมีคณาเมื่อแม่อายุเพียงสิบห้า และพ่อไม่ยอมรับ ครูมั่นสิน ซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อ ให้เงินทำขวัญแม่เพื่อให้เรื่องเงียบ และรับมีคณามาเลี้ยงตั้งแต่มีคณาเกิด ส่วนแม่ถูกยายจับแต่งงานล้างอายไปกับหนุ่มหมู่บ้านเดียวกัน เมื่อมีคณาอายุสองขวบมั่นสินย้ายไปสอนที่จังหวัดอื่น มั่นสินเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เป็นสาวโสดตลอดชีวิตเป็นคนเจ้าระเบียบ เฮี้ยบ เข้มงวด เลี้ยงหลานเหมือนครูดูแลนักเรียน และดูเป็นคนใจหินเหมือนไม่รักหลาน ตีกรอบชีวิตให้มีคณามาตลอด ชนิดมีคณากระดิกจากระเบียบไม่ได้เลย มีคณารู้สึกกดดันและมีอคติรุนแรงกับป้ามาตลอด เมื่อมีคณาเริ่มเป็นวัยรุ่นเธอหนีออกจากบ้านป้าเดินทางไปหาแม่ทางเหนือ มั่นสินไม่ตาม มีคณาตามหาบ้านแม่จนเจอ เจอฤทธิ์และความหยาบคายของ บุญสม พ่อเลี้ยงซึ่งกินเหล้าทั้งวันตั้งแต่ลืมตาตื่น แม่อยู่ใต้อำนาจพ่อเลี้ยงชนิดหงอยิ่งกว่าหนูกลัวแมว แล้วยังตกอยู่ในอำนาจของ ธำรง ลูกชายอายุแค่สิบขวบ ผู้หญิงในบ้านนี้ทั้งหมู่บ้านเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงในครอบครัว เป็นคนทำมาหาเลี้ยงครอบครัว

ผู้ชายส่วนใหญ่จะไม่ทำอะไร รอเงินที่จะส่งมาจากลูกสาว ความกตัญญูรู้คุณของลูกหญิงต่อพ่อแม่คือ เมื่ออายุสมควรจะถูกขายไปเป็นโสเภณี และส่งเงินมาให้ทางบ้าน แต่ละบ้านจะแข่งขันกันด้วยวัตถุว่าคราวนี้ลูกสาวส่งเงินมาให้พอปลูกบ้านหรือ ซื้อรถ แต่ตอนนั้นมีคณายังไม่รู้ จนกระทั่งวันหนึ่งที่บุญสมต้อนรับหญิงท่าทางร่ำรวยคมเค็ม และเรียกมีคณาไปให้หญิงนั้นพิจารณาละเอียดถี่ยิบราวจะตกลงซื้อขายวัวควาย แม่ร้องไห้วิงวอนขอร้องไม่ให้ทำกับมีคณา แต่ก็โดนพ่อเลี้ยงด่าและตบตีเตะถีบรุนแรง มีคณาเริ่มรู้จากคำพูดของพ่อเลี้ยงว่าหญิงสาวในหมู่บ้านนี้มีชะตากรรมอย่าง ไรและตัวเองกำลังจะเจออย่างเดียวกัน ตกดึกคืนนั้นมีคณาตัดสินใจหนีออกจากบ้านแม่ บากหน้ากลับไปหาป้ามั่นสิน ป้ารอรับมีคณาอยู่ด้วยทีท่าเงียบและเยือกเย็นตามปกติของป้า ไม่พูดไม่ดุว่าซ้ำเติมใดๆ จากวันนั้นมีคณาคิดว่าจะอยู่กับป้าตลอดไปไม่ว่าจะต้องทนกับระเบียบจัดแค่ไหน ก็ตาม แต่มีคณารู้ว่าภายใต้ความเงียบเย็นของป้า ป้าดีกับเธอขึ้น และระเบียบหย่อนลงบ้าง ระหว่างที่มีคณากำลังเรียนมหาวิทยาลัย ยายของมีคณาตาย มีคณากลับบ้านไปเผาศพยาย

และได้รู้ด้วยความโกรธและ หดหู่ใจยิ่งว่า น้องสาวสองคนลูกของพ่อเลี้ยงคือ ธิดา กับธารา ถูกขายไปเป็นโสเภณี เงินที่ส่งมาทางบ้านทุกบาททุกสตางค์ พ่อและธำรงเอาไปถลุงกินเหล้าและทำหน้าใหญ่เลี้ยงเพื่อนฝูงจนไม่เคยมีเหลือ ติดบ้าน แม่ยังต้องรับจ้างทำงานหนักเพื่อหาเงินมาให้พ่อและธำรงกินเหล้าช่วงที่น้อง สาวสองคนยังไม่ส่งเงินมา แม่เป็นยิ่งกว่าทาสของสามีและลูกชาย แต่แม่ไม่กล้าพอที่จะไปให้พ้น พ่อเลี้ยงด่ามีคณาตลอดว่าเป็นคนอกตัญญู รู้หนทางที่จะช่วยพ่อแม่ได้ แต่ไม่ยอมช่วยปล่อยให้พ่อแม่อดอยากยากจน มีคณาไม่ต่อปากต่อคำกับพ่อเลี้ยง เธอห่อเหี่ยวกับสภาพของครอบครัวตัวเองที่เป็นเหมือนกับครอบครัวอื่นทั้งหมด ในหมู่บ้านนั้น ที่เห็นว่าการขายลูกสาวไปเป็นโสเภณีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นการที่ลูกแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อแม่ มีคณาตั้งปณิธานตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาที่จะเป็นนักข่าวและจะเสนอข่าวเพื่อ โค่นล้มพวกหากินทางค้าผู้หญิงให้ได้ ถึงจะไม่ได้ทั้งหมดแต่จะต้องมากที่สุดที่จะทำได้ เมื่อมีคณาเรียนจบมหาวิทยาลัยเธอได้งานที่หนังสือพิมพ์ “สยามสาร” หนังสือพิมพ์คุณภาพระดับแถวหน้า

และได้เพื่อนรักมากสองคนคือ มัทนา และสาระวารี ซึ่งมีปณิธานการทำงานเหมือนกันกับเธอ ป้ามั่นสินซึ่งเกษียณอายุแล้วไปคุมร้านอาหารไทยของเพื่อนที่ลอนดอน ป้าและหลานติดต่อกันสม่ำเสมอทางจดหมายที่สุดสั้นประหยัดถ้อยคำ และข้อความแทบเหมือนกันทุกฉบับ มีคณาเช่าบ้านอยู่คนเดียวในย่านชาวบ้านธรรมดาๆ ระดับกลางค่อนข้างไม่มีเงิน ไม่ใช่ย่านสลัม แต่ก็มีชุมชนคนจนอยู่ใกล้เคียง มีคณาเลือกเพราะราคาถูกและที่ตั้งบ้านค่อนข้างเงียบ ชีวิตของมีคณามีแต่ที่ทำงานกับบ้าน ถ้าไม่นับการที่ต้องออกไปทำข่าวแล้ว ชีวิตเธอจะอยู่กับความเงียบและความซ้ำซากจริงๆ จนกระทั่งวันที่เธอเจอ พ.ต.ต.หิรัณย์ นายตำรวจหนุ่มหล่อ และเก่งจากหน่วยงานนอกเครื่องแบบของ ป.ป.ส. มีคณาพบเขาครั้งแรกในวันที่ไปรับแม่และหลานชายที่สถานีรถไฟ ในเหตุการณ์ที่ทำให้เธอหน้าแตกสุดๆ มีคณาซื้อหนังสือพิมพ์อยู่ มีเด็กหญิงวัยรุ่นแต่งชุดนักเรียนวิ่งมาชนอย่างแรง เด็กคนนั้นหนีกลุ่มชายที่ตามล่าสุดชีวิต มีคณาปกป้องขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน มีคณาดูสารรูปแล้วไม่เชื่อว่าเขาเป็นตำรวจ คิดว่าเขาเป็นแมงดามากกว่า เธอพูดใส่หน้าเขาว่าถ้าเขาเป็นตำรวจ เธอก็เป็นรัฐมนตรีหญิง

ปรากฏ ว่าเขาเป็นตำรวจจริงๆ และมีคณาก็ได้รู้ว่าเธอทำให้เด็กส่งยาบ้าหลุดมือตำรวจไปพร้อมกับยาบ้าอีก เป็นพันเม็ด ไม่นานจากวันนั้น มีคณาเจอสารวัตรหิรัณย์อีกเมื่อเธอไปทำข่าวเด็กถูกนายจ้างทำทารุณ หิรัณย์จึงรู้ว่าเธอเป็นนักข่าว เขาขอไปส่งเธอ และสองคนเจอกันอีกครั้งในงานแฟชั่นโชว์การกุศลที่มีคณามาทำแทนเพื่อน หิรัณย์จึงรู้รายละเอียดเพิ่มขึ้นว่ามีคณาเป็นนักข่าวสายอาชญากรรมที่ติดตาม การปราบปรามยาเสพติด มีคณาได้รู้ว่าเขาทำงานนอกเครื่องแบบให้ ป.ป.ส. ภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.ต.ท.พิรุณ ซึ่งเธอรู้จักและนับถือมาก และเขามีผู้กองสาวฝีมือดีมากแต่ดุมากร่วมทีมคือ ร.ต.อ.วิมลิน หิรัณย์ฉวยโอกาสที่งานของทั้งเขาและเธอมีจุดร่วมกันเริ่มสานทางเข้าถึงมีคณา เขาจีบเธอ แต่การจีบของเขามาในงาน พูดกับเธอเรื่องงานตลอด แต่ก็ด้วยมีอารมณ์ขันและมีความร่าเริงกุ๊กกิ๊กน่ารักที่มีคณาเหมือนหมั่นไส้ แต่จริงๆ แอบชอบ และที่ชอบมากคือ เขาแสดงออกต่อเธอแบบเป็นเพื่อนกัน ที่หวานที่สุด ที่หิรัณย์เคยทำคือหักกิ่งดอกส้มที่บ้านเพื่อนไปให้มีคณา เขาบอกว่าเพราะเธอเป็นนกน้อยในไร่ส้ม เลยอยากให้ดอกส้ม

และเมื่อมี คณาบอกว่าชอบกลิ่นดอกส้ม เธอเลยได้ดอกส้มปักแจกันทุกวันๆ ละกิ่ง และที่มีคณาประทับใจคือ หิรัณย์เป็นภาพของวีรบุรุษให้ สันติ หลานชายจอมแสบของเธอยึดได้ สันติเป็นลูกของธำรง นิสัยเสียทุกรูปแบบ ก้าวร้าวรุนแรง มีเรื่องตีกับเพื่อนนักเรียนตลอด จนโรงเรียนไม่ยอมให้เรียนต่อ สันติมีสิ่งที่เป็นความฝันคืออยากมาเรียนหนังสือในกรุงเทพ แม่ขอร้องให้มีคณาเลี้ยงและส่งเสียสันติและดัดนิสัยด้วย สันติทำความเดือดร้อนใจให้มีคณาตลอด ตั้งแต่นิสัยที่มีคณารับไม่ได้ มีเรื่องชกต่อยกับเด็กอื่น ไปจนกระทั่งหนีออกจากบ้านไปเข้ากลุ่มเด็กชายขายตัวเพื่อจะขายบ้างเพราะอยาก ได้เงินมาใช้มากๆ แต่หิรัณย์และผู้กองวิมลินไปช่วยได้ก่อน และจับพวกชักนำเด็กชายขายตัวไปดำเนินคดีได้ มีคณาหวั่นว่าสันติจะโดนสิ่งแวดล้อมด้านเลวร้ายนำพาไปสู่หายนะ และเธอจะรับมือไม่อยู่ เธอท้อจะส่งสันติคืนซะหลายครั้ง แต่เมื่อนึกถึงเด็กที่ชีวิตต้องเผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายที่เธอเคยทำข่าวมา ทำให้มีคณาฮึดที่จะดูแลให้สันติเอาดีให้ได้ สารวัตรหิรัณย์ช่วยเธอได้มากเรื่องสันติ สันติใฝ่ฝันเครื่องแบบทหารและตำรวจอยู่แล้ว เขาค่อยๆ ดีขึ้น ถึงจะยังไม่ถึงกับทำให้สันติหลุดจากนิสัยเดิมๆ ได้หมด แต่ก็มีความเปลี่นแปลงและนั่นทำให้ใจของมีคณาผูกพันกับหิรัณย์แน่นขึ้น

สัมพันธ์ ของทั้งสองคนไม่หวือหวา แต่ไปได้ดี และจากความร่วมมือของสารวัตรหิรัณย์ มีคณาได้ข้อมูล ได้ข่าวและสกู๊ปเกี่ยวกับยาเสพติด เรื่องเด่นๆ หลายเรื่องทั้งที่เป็นผู้ค้าภายนอกและผู้ค้าที่เป็นตำรวจ และเมื่อสารวัตรหิรัณย์ออกปราบปรามยาเสพติดที่เป็นกรณีไม่เสี่ยงมาก มีคณาจะขอตามไปทำข่าวด้วย ส่วนหนึ่งคืองาน แต่อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของหัวใจที่เธอเป็นห่วงเขา สารวัตรหิรัณย์และทีมงานจะติดตามจับกุมนักค้ายาเสพติดชาวอเมริกัน และต้องขึ้นเชียงรายเป็นงานที่ไม่เสี่ยงมากนัก เขาจึงให้มีคณาตามไปทำข่าวด้วย มีคณาได้เห็นหน้านักค้ายาคนนั้นจากภาพถ่ายที่หิรัณย์ให้ดู ชายคนนั้นมีฉายาที่ทางหน่วยปราบฯ ตั้งให้ว่า “สุภาพบุรุษ” และการไปทำข่าวครั้งนี้เป็นเรื่องตื่นเต้นมากสำหรับมีคณา ตั้งแต่ที่สนามบินกรุงเทพไปเลย เพราะเธอต้องเผชิญหน้าจังๆ กับ “สุภาพบุรุษ” ซึ่งมานั่งรอขึ้นเครื่องอยู่กับเธอ ทุกคนในหน่วยหายใจกันไม่ทั่วท้อง กลัวมีคณาทำเรื่องแตก แต่มีคณาก็ไม่ได้ทำแตก สุภาพบุรุษไม่สะดุดใจสงสัยเธอเลย การติดตามจับ สุภาพบุาษไม่ใช่งานง่ายเพราะเขาทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทย

ไม่ พกอุปกรณ์สื่อสารใดๆ ไม่ใช่โทรศัพท์ของโรงแรมจะโทรหาใครก็จะใช้โทรศัพท์สาธารณะตามสถานท่องเที่ยว สารวัตรหิรัณย์และมีคณาตามสุภาพบุรุษไปด้วยกัน เพราะสุภาพบุรุษ เคยเห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว และเมื่อเจอกันจังๆ หน้ากับ สุภาพบุรุษที่สถานที่ท่องเที่ยวที่เชียงราย หิรัณย์รีบรับสมอ้างอย่างเต็มใจว่ามาฮันนิมูนกับมีคณา ทีมงานเฝ้ารออย่างอดทนจนถึงคืนที่สุภาพบุรุษลงมือซื้อขายยาเสพติดกับผู้ผลิต และนัดส่งสินค้ากันในผับ หน่วยฯ บุกจับ มีคณาตามถ่ายภาพข่าว แต่การเข้าจับกุมไม่สำเร็จง่ายนัก เพราะฝ่ายค้ายารู้ตัว เนื่องจากมีเสียงนกหวีดดังเป็นสัญญาณเตือน เลยเกิดยิงกันสนั่น คนที่มาเที่ยวผับหนีกันอลหม่าน มีคณาถ่ายภาพข่าวตามสัญชาตญาณนักข่าว และได้เห็นว่าในกลุ่มนักเที่ยวที่วิ่งหนีออกมาจากผับมีอยู่คนหนึ่งที่คุ้น หน้าว่าจะเป็นฝรั่งค้ายาอีกคนที่มีฉายาเด็กใหม่ มีคณาถ่ายภาพเขาได้หลายภาพ การจับกุมสำเร็จมีตำรวจบาดเจ็บบ้าง ผู้ร้ายหนีไปได้บ้าง ตำรวจตามล่า เด็กใหม่ ต่อ มีคณาช่วยจับเด็กใหม่ได้ด้วยความบังเอิญ เสี่ยงและทุลักทุเล ตำรวจได้ผลงานที่น่าพอใจ มีคณาได้ทั้งข่าวสดๆ และสกู๊ปจากภาคสนามให้หนังสือพิมพ์ของเธอ ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเธอและสารวัตรหิรัณย์พัฒนาเป็นความรัก

ส่วน ทหารเสือสาวอีกสองคนของสยามสาร คือมัทนากับสาระวารี ก็ติดต่ออยู่กับหนุ่มหล่ออีกสองคน มัทนาติดต่อกับ เขตต์ตวัน ดาราและเศรษฐีชาวภูเก็ต เพื่อทำสกู๊ปชีวิตของเขา สาระวารีติดต่อกับษมา เศรษฐีหนุ่มเจ้าของเกาะยานก เพื่อทำสกู๊ปเรื่องที่เขาขอเปิดบ่อนกาสิโนและมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้ เปิด เป็นที่รู้กันว่าความสัมพันธ์ของสองหนุ่มกับสองสาวไม่ใช่แค่เรื่องงาน หากแต่เป็นเรื่องของหัวใจด้วย แต่การไปทำสกู๊ปของสารวารีที่เกายานกทำให้เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อไปเจอเหตุการณ์วางระเบิดเพื่อลอบฆ่าษมา และเธอโดนเข้าบาดเจ็บสาหัส งานสืบสวนและปราบปรามยาเสพติดพาหิรัณย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีไขมุกดำคิเรย นะ ที่ทางประเทศญี่ปุ่นจะถวายแก่องค์จักรพรรดิ แต่โดนขโมยโดยชายไทยที่โตในญี่ปุ่น และหนีเข้ามาในประเทศไทย ผู้ร้ายรายนี้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดด้วย มัทนาได้ไข่มุกดำแสนสวยมาจากเขตต์ตวัน ไม่มีใครคิดว่ามันจะโยงกับกรณีไข่มุกคิเรยนะ สารวัตรหิรัณย์ต่อเรื่องได้ รู้ว่ามัทนาตกอยู่ในอันตราย แต่เมื่อจะบอกให้มัทนาระวังตัว มัทนาก็โดนลักพาตัวไปพอดีโดยชายชื่อ เชน

ซึ่งมัทนาเคยบอกมีคณาว่า เขาเป็นเพื่อนสนิทกับเขตต์ตวัน แต่ที่จริงแล้วเชนเป็นศัตรูคู่แค้นกับเขตต์ตวัน เขตต์ตวันก็ถูกจับตัวไปด้วย เมื่อตำรวจไปช่วยได้นั้น มัทนาถูกซ้อมยับเยินสลบไม่ได้สติ เด็กสาวอีกจำนวนหนึ่งถูกขังอยู่กับมัทนาด้วย สาวๆ ถูกเตรียมส่งตัวไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ เขตต์ตวันถูกทำร้ายหน้าเป็นแผลยาว จากกรณีที่มัทนาเกือบโดนพาไปขาย ประกอบกับเรื่องน้องสาวที่ถูกขายไปขายตัว ทำให้มีคณาอยากเจาะข่าวเรื่องขบวนการค้าผู้หญิง เธอยืนยันกับหัวหน้าว่าจะทำถึงแม้จะอันตรายมากก็ตาม มีคณาตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงมากคือแฝงตัวเข้าไปกับสายขายผู้หญิงเพื่อไปให้ ถึงต้นตอข่าวโดยแจ้งความประสงค์จะขายตัว เธอเริ่มจากการหารายละเอียดจากเด็กสาวที่ตำรวจช่วยรอดมาได้พร้อมมัทนา มีคณาไม่บอกสารวัตรหิรัณย์ว่าเธอกำลังจะทำอะไร รู้ว่าเขาต้องขัดขวางแน่นอน เธอจึงเลือกช่วงที่เขาไปดูงานที่อเมริกาเป็นช่วงลงมือ มีคณาแฝงตัวเข้าสู่พวกค้าผู้หญิงได้สำเร็จ เธอถูกส่งไปถึงมาเลย์และได้เจอกับธิดาอย่างไม่คาดฝัน แต่ไม่นานนักความแตก มีคณากับธิดาถูกตามล่า ธิดายอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อให้มีคณาหนีรอด

สารวัตร หิรัณย์แทบคลั่งเมื่อกลับมารู้เรื่องว่ามีคณาทำอะไร เขาตามจนเจอและช่วยเธอได้ฉิวเฉียดก่อนที่มีคณาจะยับเยินและถูกฆ่ามีคณาได้ ข่าวคึกโครมซ่องใหญ่ถูกทลายมาลงหนังสือพิมพ์ของเธอ แต่หิรัณย์สั่งเธอเลิกทำข่าวเสี่ยงแบบนี้อีกชั่วชีวิตและขอเธอแต่งงาน ธาราตาย ธิดารอดมาได้ เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยมีคณาคอยประคับประคองจิตใจ แต่ธิดาต้องเผชิญกับปัญหาในการที่จะอยู่ร่วมสังคมกับคนอื่นที่มองว่าคนที่มี อาชีพอย่างเธอน่ารังเกียจ ธิดากลับไปอยู่บ้านทางเหนือกับแม่ เพราะพ่อหมดสภาพเนื่องจากเหล้า และธำรงหมดฤทธิ์เนื่องจากพิการเพราะอุบัติเหตุจากการขี่มอเตอร์ไซค์คึกคะนอง มอเตอร์ไซค์ที่ซื้อด้วยเงินขายตัวของธิดา ซองการ์ดเชิญงานแต่งงาน 3 ซองวางเรียงกันอยู่บนโต๊ะของไชยวัฒน์ สามทหารเสือสาว ของเขาทยอยกันแต่งงานในช่วงเวลาไล่ๆ กัน มีคณาแต่งกับสารวัตรหิรัณย์ มัทนาแต่งกับเขตต์ตวัน สาระวารีแต่งกับษมา ถึงเวลาหาทหารเสือชุดใหม่ให้สยามสารแล้ว

เพื่อนรักเพื่อนร้าย

ไตรจักร และ ตรีเทพ เป็นเพื่อนรักกัน ไตรจักรเป็นลูกกำพร้ามีน้องสาวชื่อ เครือวัลย์ ที่พิการอาศัยอยู่กับ ยาย ส่วนตรีเทพเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่มีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง ทำให้เขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับความจน ตรีเทพมาอยู่กับไตรจักรเพราะว่าพ่อถูกตีตายและแม่ถูกจับเข้าคุก ด้วยความใกล้ชิดตรีเทพจึงใช้เครือวัลย์เป็นที่ระบายความกำหนัดในวัยหนุ่มโดย ที่ไม่มีใครรู้

ตรีเทพและไตรจักรสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่ตัวเองหวัง และทั้งคู่ก็ได้พบกับ เวทิตา ดาวคณะอักษรศาสตร์ ทั้งคู่ต่างก็หลงรักเวทิตาแต่สุดท้ายเวทิตาก็มีใจให้ไตรจักร ทำให้ตรีเทพมองดูด้วยความริษยา ในคณะยังมี สรีรัญ ลูกสาวคนเดียวของเจ้าของหนังสือพิมพ์มหาชน แต่ไม่บอกว่าตัวเองเป็นใคร เธอทำตัวทอมๆ หลงรักไตรจักรแต่เก็บไว้ ส่วนตรีเทพไม่เห็นสรีรัญในสายตา

เทอมสุดท้ายของปี 4 ไตรจักรและตรีเทพต่างเป็นที่จับตามองว่าใครจะครองเกียรตินิยมอันดับ 1 และเป็นธรรมเนียมที่นักเรียนที่เรียนดีที่สุดจะได้เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์ มหาชน ก่อนสอบไล่ปลายภาคเรียนตรีเทพแอบใส่ยาเบื่อหนูในแก้วน้ำให้ไตรจักรดื่ม ทำให้ไตรจักรไปสองไม่ไหวผลการสอบออกมาทำให้ตรีเทพได้เป็นที่ 1 ของภาควิชา วันแรกของการทำงานไตรจักรไปแสดงความยินดีกับตรีเทพด้วยความบริสุทธิ์ใจและ ยืนยันว่าจะสอบเข้าให้ได้ ส่วนสรีรัญไปเรียนต่อต่างประเทศ ระหว่างรอทดสอบและเรียกตัวจากมหาชน ไตรจักรไปทำงานที่ร้านอาหารของ วิชัย พ่อของเวทิตา ความขยันและความซื่อสัตย์ของไตรจักรทำให้วิชัยเริ่มชอบ ส่วนตรีเทพก็เอาใจวิชัยโดยการเอาร้านอาหารไปโปรโมตในหนังสือพิมพ์ ทำให้ร้านอาหารเป็นที่รู้จัก แล้วไตรจักรก็ผ่านการทดสอบจากมหาชน

แต่ก่อนวันสัมภาษณ์งานตรีเทพแอบมาขโมยเงินของวิชัยไป เพื่อให้วิชัยเข้าใจไตรจักรผิด วันรุ่งขึ้นขณะที่วิชัยโวยวายไล่ตีไตรจักร เขาก็พลาดออกไปนอกถนนและถูกรถชน ทำให้ไตรจักรไม่ได้ไปสัมภาษณ์งาน วิชัยกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ ตำรวจตรวจสอบบัญชีธนาคารของไตรจักร และพบเงินที่ยายถูกหวยจำนวนใกล้เคียงกับจำนวนเงินของวิชัยที่หายไป ยายและเครือวัลย์ไม่สามารถบอกที่มาของเงินได้เพราะกลัวความผิด

ด้านตรีเทพก็ไปบอกมหาชนเรื่องไตรจักรต้องคดี ทำให้มหาชนไม่รับไตรจักรเข้าทำงาน ไตรจักรถูกจับเข้าคุกและเครือวัลย์พบว่าตัวเองตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้ว แต่ว่าตรีเทพบังคับไม่ให้เธอบอกใครว่าเขาเป็นพ่อเด็ก ตรีเทพไปเยี่ยมวิชัยเสมอและเอาใจด้วยการพาวิชัยไปทำกายภาพบำบัดและใส่ขา เทียม วิชัยเห็นว่าตัวเองพิการอีกทั้งร้านก็ไม่มีคนดูแลจึงบังคับให้เวทิตาแต่งงาน กับตรีเทพ

เวทิตาเอาเรื่องนี้ไปบอกไตรจักร ไตรจักรคิดว่าตรีเทพรักเวทิตาจริงจึงบอกเลิกกับเวทิตา เพราะว่าเขาเป็นคนที่ไม่มีอนาคต เวทิตาเสียใจมากจึงกลับไปบอกตรีเทพว่าเธอยอมแต่งงานกับเขา วันที่ตรีเทพและเวทิตาแต่งงานกันเป็นวันที่ไตรจักรดีใจและเสียใจมากที่สุด ช่วงเวลาที่ไตรจักรอยู่ในคุกเป็นช่วงเวลาที่ตรีเทพกำลังไต่เต้าอย่างมีความ สุขในมหาชน ด้วยการมีความสัมพันธ์ลับๆ กับหัวหน้าข่าวชื่อ จีรวรรณ

ส่วนเรื่องครอบครัวเขาก็กำลังจะไปด้วยดี ถ้าสรีรัญลูกสาวคนเดียวของมหาชนไม่กลับมาเสียก่อน สรีรัญกลายเป็นผู้หญิงสวยเปรี้ยวจบโทบริหารจากเมืองนอก ตรีเทพเห็นสรีรัญก็เกิดปิ๊งขึ้นมาและอยากเป็นเจ้าของบริษัท ตรีเทพเริ่มทอดทิ้งครอบครัว 1 ปีผ่านไปหลังจากไตรจักรออกจากคุก ไตรจักรได้มาทำงานเป็นคนขับรถที่มหาชน วันหนึ่งนักข่าวที่จะต้องไปทำข่าว นายพลฉลอง นักการเมืองทุจริต

ไตรจักรสวมบทบาทเป็นนักข่าวแทน วันต่อมาข่าวและรูปที่ไตรจักรทำได้รับการตีพิมพ์อย่างครึกโครม สรีรัญรับไตรจักรเข้าทำงาน เมื่อไตรจักรเข้ามาทำงานในมหาชน สรีรัญชอบแนวทางการทำงานของไตรจักร ตรีเทพหาเรื่องทะเลาะกับเวทิตาแล้วขอเลิก โดยไม่รู้ว่าตอนนั้นเวทิตาเพิ่งตั้งท้อง ตรีเทพแอบไปเบิกเงินของเวทิตาจสหมดเพื่อเอามาซื้อข้าวของยกฐานะตัวเอง แล้วสร้างเรื่องหลอกสรีรัญว่าถูกพ่อตาไล่ออกจากบ้าน

และกำลังจะหย่าเพราะทนเมียดูถูกไม่ไหว เมื่อวิชัยรู้ว่าที่จริงคนที่ขโมยเงินเขาไปและใส่ร้ายไตรจักรจนติดคุกคือตรี เทพ วิชัยก็ด่าตรีเทพอย่างรุนแรง ตรีเทพขาดสติผลักวิชัยหัวกระแทกบันไดเสียชีวิต เมื่อสรีรัญต้องทำงานใกล้ชิดกันทำให้เธอพบว่าไตรจักรเป็นผู้ชายที่เป็นสุภาพ บุรุษโดยแท้ ความทะนงตัวทำให้สรีรัญประทับใจมาก ขณะที่ดอกรักในหัวใจไตรจักรและสรีรัญกำลังเบ่งบาน

ตรีเทพซึ่งดูด้วยความเคียดแค้นจึงวางแผนไปขอหย่ากับเวทิตา พร้อมชี้ช่องทางให้เวทิตากลับไปหาไตรจักร เวทิตาอยู่ในสภาพจนตรอกจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ไตรจักรกลับคืนมา เป็นของตน

เพื่อนรักนักล่าฝัน

บอม-สหรัฐ ใครๆ ก็รู้จักชื่อนี้ เพราะบอมคือนักร้องดังขวัญใจวัยรุ่นที่มีผลงานมาหลายอัลบั้ม ตั้งแต่อายุ 20 จวบจนตอนนี้ย่างเข้าวัยเบญจเพส บอมกำลังจะมีผลงานชุดที่ 10 ซึ่งเขาตั้งอกตั้งใจทำสุดๆ เพื่อเป็นของขวัญตอบแทนเหล่าแฟนคลับที่รอฟังผลงานของเขาด้วยใจจอจ่อ ถึงขนาดเข้าไปดูแลการผลิตด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการกำหนดแนวเพลงตามสไตล์ของตัวเอง ไม่น่าเชื่อว่าเขากลับพบปัญหากับการเปลี่ยนแนวเพลงป็อบเดิมๆ ของตัวเอง ไปสู่แนวใหม่ที่เขาเองก็สับสนว่าตกลงแล้วตัวตนของบอมเหมาะกับแนวเพลงไหนกัน แน่ ทำให้การทำเพลงต้องหยุดชะงักจนเขาได้พบกับ นัท สาวช่างฝัน นักแต่งเพลงฟรีแลนด์ มีอารมณ์สุนทรีในเสียงเพลง รับจ็อบแต่งเพลงขายให้กับทุกค่าย แต่ยังไม่พบกับความสำเร็จ วันนี้ก็เช่นเคยเธอไปยังค่ายแทมโบ้ตามตื้อ โปรดิวเซอร์โอ่ง ให้ฟังเดโมเพลงที่เธอแต่งเป็นครั้งที่เกือบร้อย แต่โปรดิวเซอร์โอ่งที่ทนฟังเพลงของนัทจนเบื่อตัดสินใจหลบหน้าหลบตา แต่นัทไม่ยอมแพ้แถมยังลาก ป่าน เพื่อนร่วมวงดนตรีของ แมน ซึ่งเป็นพี่ชายให้มาเป็นเพื่อน ป่านสุดแสนจะเต็มใจมาเพราะแอบชอบนัทมานานแล้ว แต่นัทโกะเสียจนไม่เคยรู้ บอมหนีแฟนเพลงที่ตามกรี๊ดถึงที่ค่ายเพลงจนชนเข้ากับนัทอย่างจัง จนงานของเธอกระจุยกระจาย บอมกับนัทมีปากเสียงกัน บอมเป็นนักร้องดังประจำค่ายนี้ ขณะที่นัทโมเมว่าเป็นนักแต่งเพลงดังประจำค่าย บอมขอดูผลงานเพลงของนัท แต่นัทไม่ให้ทั้ง 2 เถียงกันจน ลูกแก้ว ต้องลากตัวนัทไป แต่ทั้ง 2 กลับมาพบกันจนได้อีกที่ร้านรักเดียว

ร้านรักเดียว…ร้านอาหารกับ เพลงเพราะๆ แหล่งพักใจและนัดพบของวัยรุ่นเฉกเช่นร้านน้องท่าพระจันทร์ มีคอนเสิร์ต ละครเวทีที่ไหนฝากขายบัตรได้ที่นี่ เปิดตัวหนังสือ จัดมินิคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม เชิญใช้บริการได้นี่ บริการประทับจิต ราคากันเองประทับใจ โดยมี พี่เลิฟ อดีตดาวร้ายที่สังขารร่วงโรย แต่ตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่รับบทพ่อ เลยปลดเกษียณตัวเองมาเปิดร้านและเปิดโอกาสให้นักร้องหน้าใหม่ๆ ได้มีโอกาสมาเล่นดนตรีอยู่เสมอ โดยมีวงของแมนซึ่งประกอบด้วย 3 หนุ่ม 3 มุม แมน, ป่าน และดิว เล่นประจำอยู่ที่ร้าน ทำให้มีลูกค้าขาประจำติดอกติดใจมาฟังเสียงเพลงวงยูซ่าเป็นประจำ มินิมาร์ทใต้คอนโดฯ ใกล้ๆ ผับที่มี ส้ม สาวอีสานปากกัดตีนถีบ เรียนไปด้วยทำงานส่งตัวเองเรียนไปด้วย ทำงานเหมาเป็นทั้งแคชเชียร์สาวที่ร้านรักเดียวและมินิมาร์ท โดยมี ม่อน สาวห้าวที่ยังคนหาเป้าหมายในชีวิตไม่เจอ เป็นคนดูแลหน้าที่เป็นเจ้าของ เพราะความปากจัดมุขเยอะของพี่เลิฟและเสียงเพลงของแมนที่ช่วยทำให้มีกำลังใจ ทุกครั้งที่ท้อแท้ ทำให้ม่อนถูกใจเลยสมัครมาเป็นขาประจำที่ร้านรักเดียว นอกจากมินิมาร์ทแล้วละแวกนั้นยังมีโรงเรียนสอนดนตรีที่มีลูกแก้ว เพื่อนสนิทของนัทเป็นครูสอนร้องเพลงประจำที่นี่และยังเป็นเจ้าของโรงเรียน ด้วย วันหนึ่งลูกแก้วเกิดรถเสียขึ้นมาแล้วบังเอิญว่าม่อนมาเห็นเข้าเลยช่วยซ่อมรถ ให้ เมื่อได้คุยกันจึงได้รู้ว่าทั้งสองคนอยู่ในซอยเดียวกันลูกแก้วเลยให้ม่อนติด รถมาด้วย ต่อมาทั้งสองจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกันจนเรียกได้ว่าเป็นคู่หูกันเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าสายตาคนภายนอกจะมองว่าทั้งสองคนเป็นคู่ทอมดี้ก็ตาม

โดย เฉพาะ โน ดีเจ.ร้านรักเดียวซึ่งพักอยู่บนคอนโดฯ มักมาเป็นลูกค้าประจำของมินิมาร์ท โนแอบชอบลูกแก้วพยายามหาทางใกล้ชิดต่างๆ นานาทำให้เป็นคู่กัดกับม่อน โนเป็นดีเจ.แต่ชอบร้องเพลงมักฉวยโอกาสขึ้นร้องเพลงไล่แขกเสมอ ด้วยความรำคาญพี่เลิฟเลยไล่ให้โนไปเรียนร้องเพลงโดยแนะนำให้ไปเรียนกับลูก แก้ว ม่อนเหม็นขี้หน้าดูถูกต่างๆ นานาว่าเด็กอนุบาลคงสอนได้ง่ายกว่าโน ด้วยความอยากเอาชนะโนเลยหน้าด้านไปเรียนในคลาสของลูกแก้วกับเด็กๆ กลายคืนร้องเพลงที่ร้านรักเดียวกลางวันป่านต้องกลับไปช่วยงานของครอบครัว ป่านเคยไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกหลายปีแต่ต้องถูกเรียกตัวกลับเพราะเขาถูกพ่อ แม่บังคับให้ไปเรียนคณะบริหาร เพื่อจะได้กลับมาบริหารธุรกิจโรงแรมของตัวเอง แต่ป่านเป็นคนรักเสียงดนตรีเขากลับเลือกที่จะไปเรียนดนตรีที่นั่น และตัดสินใจลาออกมาเป็นนักร้องในผับ จนเป็นเหตุให้ถูกลากตัวกลับมาในที่สุดและมีปัญหากับพ่อ แต่ไม่วายมารวมตัวกับแมนรุ่นพี่และเล่นดนตรีที่ร้านรักเดียว ขณะเดียวกัน ณ ร้านรักเดียว พี่เลิฟเจ้าของร้านกำลังปวดหัวสุดๆ เนื่องจากพ่อครัวเก่าหนีตามเมียใหม่ไปทิ้งไว้เพียงครัวเขละๆ และจดหมายลาออกให้ดูต่างหน้า จนพี่เลิฟต้องอ้อนวอนแกมบังคับให้ม่อนสาวห้าวหลานเจ้าของร้านชำฝั่งตรงข้าม และส้มแคชเชียร์สาวสมองไวมาช่วย แต่ดูเหมือนจะยิ่งวุ่นหนักเพราะม่อนและส้มไม่ถนัดงานครัวเลยแม้แต่น้อย ม่อนจึงต้องขอความช่วยเหลือจากลูกแก้วให้มาจัดการแทนขัดตาทัพไปพลางๆ ก่อน

ที่ สนามบิน เอ๋ ลูกพี่ลูกน้องของลูกแก้วกำลังรอให้ลูกแก้วมารับ แต่กลับติดต่อลูกแก้วไม่ได้เลย เอ๋ตัดสินใจไปหาลูกแก้วเองทำให้เธอได้เจอกับแมนที่มาส่งอาเฮียแป๊ะยิ้มเจ้า ของร้านขายซีดีไปเมืองนอก และกำลังจะกลับร้านพอดีทั้งคู่แย่งกันขึ้นแท็กซี่คันเดียวกันโดยไม่มีใครยอม ใคร เอ๋ใช้ความไวขึ้นรถได้ก่อนแต่กระเป๋าของแมนติดไปกับรถด้วยโดยที่เอ๋ไม่รู้ เรื่อง และไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของแมนที่ จ๊อบ แท็กซี่มือใหม่ขับรถผ่านมาพอดี แมนโดดขึ้นรถแล้วบอกให้จ๊อบขับตามเอ๋ไปเพื่อเอากระเป๋าคืน แต่จ๊อบขับรถได้ไม่เอาไหนมากๆ จ๊อบบอกแมนว่าจริงๆ เขาไม่ใช่แท็กซี่อาชีพ แต่เป็นนักศึกษาที่เพิ่งมาจากต่างจังหวัด ทำทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียนใบขับขี่ก็ไม่มี แมนกลุ้มใจมากแล้วคนขับกับคนนั่งก็ต้องสลับหน้าที่กันเพื่อตามเอ๋ให้ทันให้ ได้ ในที่สุดแมนก็ตามเอ๋มาจนถึงร้านรักเดียว ทั้งคู่แปลกใจที่ต่างมีจุดหมายเดียวกัน แล้วแมนก็ได้รู้ว่าเอ๋เป็นญาติของลูกแก้ว และเอ๋ก็รู้ว่าแมนคือพี่ชายของนัท ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนของลูกแก้วนั่นเอง แต่ทั้งคู่ก็ยังศรศิลป์ไม่กินกันอยู่เล็กๆ ส่วนจ๊อบที่อุตส่าห์ขับแท็กซี่ตามาเสียไกลแทบหงายหลังเมื่อรู้ตัวว่าลืมกด มิเตอร์ ทุกคนลงความเห็นว่าจ๊อบไม่เหมาะจะขับรถแท็กซี่เลยแม้แต่น้อย แต่ขณะที่จ๊อบกำลังจะกลับเขาเห็นสภาพอาหารที่พี่เลิฟให้ลูกแก้ว, ม่อน และส้มช่วยทำแล้วเกิดทนไม่ได้ขึ้นมา จ๊อบจึงจัดแจงเข้าครัวทำกับข้าวให้เอง ทุกคนจึงได้รู้ว่าจ๊อบทำอาหารเก่งพี่เลิฟดีใจมาก แล้วร้านรักเดียวก็ได้กุ๊กคนใหม่ทันที บอมเข้าประชุมวางแผนงานอัลบั้มใหม่ และเกิดเรื่องขัดใจสรุปกับทีมงานไม่ได้ บอมเดินออกจากห้องก่อนการประชุมจะจบ

ความไม่สบายใจทำให้บอมอยากหาใครระบายสักคน แล้วเขาก็นึกถึง เจี๊ยบ นางแบบโฆษณาสารพัดสินค้า โฆษณามาแล้วทุกอย่างทั้งผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอนามัย น้ำยาล้างห้องน้ำ เจี๊ยบเป็นเพื่อนเก่าที่สนิทชนิดเตะตูดตบหัวกันได้ แต่บอมหารู้ไม่ว่าเจี๊ยบแอบหลงรักบอมมาตลอด แต่ไม่กล้าเผยใจเพราะบอมดังขนาดไหนเธอรู้ดี ทุกครั้งที่กลุ้มใจมีปัญหาบอมจะเรียกเจี๊ยบมาเป็นถังส้วมให้ระบายทุกทีซึ่ง เจี๊ยบก็เต็มใจ ครั้งนี้ก็เช่นกันเจี๊ยบเป็นขาประจำร้านรักเดียวสนิทกับทุกคน ตั้งแต่เด็กรับรถยันเจ้าของ พอบอมโทรมาเจี๊ยบก็นัดไปเจอที่ผับทันที การมาถึงของบอมทำเอาร้านแทบแตก เจี๊ยบพาบอมไปรู้จักกับพี่เลิฟบอมได้พบกับนัทที่มากับลูกแก้วและเอ๋เพื่อฟัง แมนร้องเพลงแทบทุกคืน ทั้ง 2 เริ่มประชดประชันใส่กันยิ่งบอมมารู้จากปากพี่เลิฟว่านัทเป็นแค่นักแต่งเพลง มือสมัครเล่น ไม่ได้ดังอะไรบอมยิ่งถล่มใส่นัท คืนนั้นกลายเป็นคืนนัดพบของเหล่า 12 นักล่าฝันโดยไม่ได้นัดหมาย โดยมีพี่เลิฟคอยปวดหัวกับคนนั้นทีคนนี้ที ทั้ง 2 คนเริ่มรู้จักกันและกันอย่างไม่เป็นทางการ หลังจากนั้นต่อมาร้านรักเดียวจึงเป็นเหมือนศูนย์รวมของนักล่าฝันทั้ง 12 คน ที่แวะเวียนมาไม่ว่าจะมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข จนกลายเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่แต่ละคนค่อยๆ รู้จักกันจนกลายเป็นสมาชิกของบ้าน โดยมีพี่เลิฟเป็นที่ปรึกษาและคอยปวดหัวกับทุกคน เพราะแต่ละคนพอมีปัญหาขึ้นมาก็มักจะหันมาพึ่งพี่เลิฟทุกครั้งไป จนในที่สุดทุกคนก็กลายมาเป็นเพื่อนกันและได้พบฝันที่เป็นจริง ใครที่มีฝันก็ได้พบฝันของตัวเองเพื่อดำเนินชีวิตไปไขว่คว้าให้ถึงฝันนั้น

หลัง จากที่เข้าใจผิดเป็นรักผิดคู่ผิดฝากันอยู่นาน ในที่สุดนัทก็พบรักแท้กับบอม บอมได้ออกอัลบั้มชุดล่าสุดในสไตล์ที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง โดยได้นัทมาร่วมแต่งเพลงซึ่งเป็นซิงเกิ้ลเพลงแรกเปิดอัลบั้มจนฮิตติดหูนัก ฟังเพลง และนัทได้แจ้งเกิดในฐานะนักแต่งเพลงและหวานใจตัวจริงของบอม และได้ดิวมาเป่าแซกโซโฟนให้ แมนและป่านมาช่วยร้องช่วยเล่นดนตรีราวกับเป็นวงเฉพาะกิจ ป่านหันไปช่วยธุรกิจโรงแรมของพ่อ และกำลังรวมกลุ่มกับดิวและแมนทำวงออกอัลบ้าในค่ายแทมโบ้โดยมีโอ่งเป็นโปรดิว เซอร์ ลูกแก้วสอนโนจนร้องเพลงได้สำเร็จและเธอกำลังมีป่านอยู่ในหัวใจ เพราะโนดันกลับไปชอบสาวทอมบอยอย่างม่อนเข้าซะนี่ ม่อนค้นพบตัวเองว่าชอบดนตรีเลยร่วมหุ้นเปิดโรงเรียนสอนดนตรีกับลูกแก้ว ขยายสาขาออกไปและเปิดห้องซ้อมดนตรีให้เช่าโดยมีโนมาเป็นลูกค้าประจำ เอ๋ได้เข้าทำงานอยู่ในห้องอัดเสียงและมีส่วนร่วมเรียบเรียงดนตรีให้กับบอม เจี๊ยบแขวนนวมเลิกเป็นนางแบบโฆษณาสินค้าไปสมัครเป็นวีเจ. และเธอก็ได้ใช้พรสวรรค์ด้านการพูดต่อยหอยของตัวเองได้สำเร็จ เธอมีโอกาสเปิดเพลงของบอมออกทางวิทยุและยังไม่เลิกชอบบอม จ๊อบกลายเป็นนักร้องลูกทุ่งประจำร้านรักเดียวที่ดังมากๆ และกำลังจะออกเทปลูกทุ่งกับโฟเอส โดยมีส้มคู่กัดที่กลายมาเป็นหวานใจและแดนเซอร์มาเต้นให้ และพี่เลิฟยังเปิดร้านรักเดียวต่อไปเพื่อรอนักล่าฝันรุ่นต่อไป…..เส้นทาง ความรักและความฝันของทุกคนจะเป็นอย่างไร ติดตามอย่างละเอียด และความเข้มข้นปนขำๆ ได้ในละคร “เพื่อนรักนักล่าฝัน”

รายชื่อนักแสดงละคร เพื่อนรักนักล่าฝัน

พิษณุ นิ่มสกุล รับบท บอม
พัดชา อเนกอายุวัฒน์ รับบท นัท
ภาณุพล เอกเพชร รับบท โน
รุจนา อุทัยวรรณ์ รับบท ลูกแก้ว
ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ รับบท จ๊อบ
อนุสรา วันทองทักษ์ รับบท เปรี้ยว
ธนกฤต พานิชวิทย์ รับบท ป่าน
อลิสสา ซิม รับบท เจี๊ยบ
จิตตินันท์ หงส์ทอง รับบท แมน
กิตติยา พันธ์ประพันธ์ รับบท เอ๋
นวปฎล มิ่งทุม รับบท ดิว
พาสนา ทองบุญเรือง รับบท ม่อน