มารยาริษยา

มารยาริษยา เป็นเรื่องราวของ 2 นางแบบสาวที่ฟาดฟันกันทั้งเรื่องราวและความรัก ผ่านตัวละครที่เสมือนเป็นตัวแทนของ “มารยา” และ “ความริษยา” พลาดไม่ได้กับผลงานการแสดงอันยอดเยี่ยมของ “สินจัย เปล่งพานิช” ในบทบาทของ “เพียงดาว” นางแบบชื่อดังเจ้าอารมณ์ และ “เมทินี กิ่งโพยม” ในบท “ดีนี่” ดาวดวงใหม่ของวงการนางแบบที่เปลือกนอกแสนบริสุทธิ์สดใส แต่ภายในเต็มไปด้วยไฟแห่งความริษยา พบกับเรื่องราวการชิงรักหักสวาท และแผนการร้ายมากมายที่ถูกนำมาตีแผ่ให้เห็นด้านมืดของวงการแฟชั่น เป็นละครดราม่าเรื่องเยี่ยมที่ได้รับการกล่าวขานและยอมรับจากผู้ชมว่าเป็นละคร ที่เนื้อหาเข้มข้น และมีการแสดงที่เชือดเฉือนอารมณ์กันได้อย่างสมบทบาท

ละคร มารยาริษยานำแสดงโดย

สินจัย เปล่งพานิช : เพียงดาว
เมทินี กิ่งโพยม : ดินี่
โอลิเวอร์ พูพาร์ท : โอม
กำกับการแสดงโดย ผอูน จันทรสิริ

มายาพิศวาส

ม.ร.ว.อมรา มหเวช กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนก็พา อิศรา บุตรชายวัย 2 ขวบและ สมวงศ์ คนรับใช้ย้ายตาม จอห์น สามีชาวกรีกมายังประเทศบ้านเกิด จอห์นพาอมรามาอยู่ที่คฤหสาสน์กรีกโบราณที่มีรูปปั้นเมดูซา ผู้หญิงหน้าตาน่ากลัวมีหัวเป็นงู ซึ่งตระกูลของจอห์นบูชามาหลายชั่วอายุคนแล้ว หากใครทำลายจะต้องคำสาปที่น่ากลัว อมราไม่เชื่อลงมือทุบรูปปั้นด้วยมือของตัวเอง ลำแสงจากรูปปั้นเข้าไปที่ท้องของอมรา จอห์นกลัวมากได้แต่สวดมนต์อ้อนวอนให้พระเจ้าช่วย

จนถึงวันที่อมราคลอดลูกออกมาเป็นแฝดหญิงชื่อว่า อรชุมา และ อินทิรา อรชุมาเป็นเด็กเรียบร้อย ขณะที่อินทิราเป็นเด็กช่างพูดใจร้อน ในวันเกิดครบ 6 ขวบพี่เลี้ยงก็กรีดร้องเมื่อเห็นอินทิรากลายเป็นปีศาจ มีหัวเป็นงู ตาสีแดง จ้องมองมาที่ตัวเองจนร่างกายเป็นหิน อมรารู้ว่าคำสาปเมดูซาตามมาเล่นงานเธอแล้ว ทำให้เธอเกลียดและกลัวอินทิรามาก และพาอิศรา, อรชุมา และสมวงศ์ หนีกลับเมืองไทย และไม่บอกที่อยู่ให้ใครรู้ จอห์นกับอินทิราเสียใจมาก

อินทิราหวาดกลัวและน้อยใจแม่ที่เธอรักเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอกลายเป็นปีศาจ และทิ้งเธอไป 20 ปีผ่านไปอินทิราเติบโตเป็นสาวอยู่กับจอห์นที่ประเทศกรีก อิศราก็เป็นสูตินรีแพทย์เชี่ยวชาญการรักษาเด็กที่มีโครโมโซมผิดปกติ ส่วนอรชุมาเป็นครูสอนศิลปะในโรงเรียนประถม แม้อิศรากับอรชุมาจะอยู่เมืองไทยแต่ทั้งคู่ยังรักพ่อและน้องสาว ทั้งสองแอบติดต่อกับจอห์นมาตลอดโดยอมราไม่รู้ เมื่อจอห์นเสียชีวิตอินทิราจึงเดินทางมาที่บ้านฟ้าหยาด

การมาของอินทิราทำให้อมราตกใจกลัว วางแผนฆ่าอินทิราด้วยดาบเช่นเดียวกับวิธีฆ่าเมดูซา แต่อมราพลาดท่าถูกอินทิราที่โกรธจัดกลายร่างเป็น “กอร์กอน” จ้องมองจนร่างกายเป็นหิน อิศราและอรชุมาตกใจมาก แต่สงสารอินทิรามากกว่า ทั้งคู่สัญญา ว่าจะรักและดูแลอินทิราตลอดไป จึงปิดบังเรื่องอรชุมามีฝาแฝดแล้วให้อินทิราซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดิน จะออกมาได้ก็ตอนกลางคืนและห้ามออกนอกบ้านเด็ดขาด อิศราไปพบ น.พ.ทรงวิทย์ เวชการเจริญ เจ้าของโรงพยาบาลที่อิศราทำงานอยู่

เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความผิดปกติในเด็กเพื่อหาทางรักษาอินทิรา ทำให้อิศราได้พบกับ มินตรา ลูกสาวคนเดียวของหมอทรงวิทย์ที่เพิ่งเรียนจบมาเป็นเลขาฯ ให้พ่อ มินตราหลงรักอิศราทันที และอาสาช่วยเหลือเรื่องข้อมูลที่อิศราต้องการ มินตรามักหาข้ออ้างให้อิศราพาไปเที่ยวด้วย อิศรารู้ทันแต่ไม่กล้าปฏิเสธ อินทิราทนความอึดอัดไม่ไหวปลอมตัวเป็นอรชุมาออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน จึงรู้ว่าอรชุมามีคนรักคือ กิ่งกวินทร์ สถาปนิกหนุ่ม อินทิรากลัวว่าอรชุมาจะรักกิ่งกวินทร์มากกว่าตน

จึงสวมรอยเป็นอรชุมาไปบอกเลิกกับกิ่งกวินทร์ แต่กิ่งกวินทร์ไม่ยอมทำให้อินทิราโกรธจ้องมองกิ่งกวินทร์จนร่างกลายเป็นหิน อยู่ในบ้านฟ้าหยาดนั่นเอง ป้าน้อย เห็นเหตุการณ์เข้าก็เป็นลม อิศราให้สมวงศ์และ เครือ ยกร่างกิ่งกวินทร์ไปเก็บไว้ในห้องลับที่เก็บรูปปั้นหินของอมรา แล้วทำลายหลักฐานทั้งหมด บอกว่าสิ่งที่ป้าน้อยเห็นไม่ใช่ความจริง ทำให้ป้าน้อยเสียสติป้ำๆ เป๋อๆ จำอะไรไม่ได้ เมื่ออรชุมารู้ว่ากิ่งกวินทร์กลายเป็นหินก็เสียใจมาก อิศราและอรชุมารู้ว่าอินทิราหวงพวกตนมากผิดปกติ

อิศราสั่งอินทิราห้ามปลอมตัวเป็นอรชุมาอีกเด็ดขาด เมื่อกิ่งกวินทร์หายตัวไป กรพินทร์ ( ก้อย ) น้องสาวของกิ่งกวินทร์จึงชวน ร.ต.ท.วศิน นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของกิ่งกวินทร์ ที่รักก้อยเหมือนน้องสาวแท้ๆ ไปตามหาที่บ้านฟ้าหยาด อิศรากับอรชุมาปฏิเสธแต่ป้าน้อยใส่นาฬิกาของกิ่งกวินทร์เดินผ่านมา แล้วจู่ๆ ป้าน้อยก็สติแตกขว้างนาฬิกาคืนให้ก้อยแล้ววิ่งหนีไป วศินเอาหมายศาลมาค้นที่บ้านฟ้าหยาดแต่ไม่พบอะไร ก้อยคิดช่วยหาหลักฐานจึงมาสมัครเป็นคนรับใช้

อิศราสงสารก้อยจึงรับมาทำงานเลขาฯ ดูเอกสาร ความร่าเริงของก้อยทำให้อิศราหลงรักเธอ แต่ก้อยต้องทำตาม กฎของบ้านคือ ห้ามขึ้นตึกใหญ่และออกมาเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน มินตรามาตีสนิทกับอินทิราจึงได้เจอกับก้อย มินตราแกล้งก้อยทำให้ก้อยได้รับบาดเจ็บ อิศราก็มารักษา มินตราเอาเรื่องอิศราใกล้ชิดกับก้อยไปบอกอินทิรา อินทิราปลอมตัวเป็นอรชุมามาต่อว่าก้อย สมวงศ์เห็นอินทิรามาต่อว่าก้อยก็เป็นห่วงความปลอดภัยของก้อย หาทางไล่ก้อยออกจากบ้าน

ป้าน้อยเห็นก้อยคุยกับอรชุมาบ่อยๆ ก็มาบอกก้อยว่าอรชุมาเป็นปีศาจงู ก้อยไม่เชื่อเพราะเห็นว่าป้าน้อยสติไม่ดี วศินมาเจออรชุมาบ่อยๆ เพื่อสืบเรื่องกิ่งกวินทร์ ทำให้ทั้งคู่สนิทกันและมีใจให้กัน อินทิราปลอมตัวเป็นอรชุมาไปสอนหนังสือให้เด็ก แต่เด็กกลัวเลยโมโหจ้องเด็กจนกลายเป็นหินต้องโทร.บอกอิศราให้มาช่วย พ่อแม่เด็กมารับลูกไม่เจอลูกก็ไปแจ้งความ วศินเป็นเจ้าของคดีเรียกอรชุมามาสอบปากคำ แต่มีพยานช่วยเหลือจนรอดมาได้ อรชุมาโกรธอินทิรามากก็ทะเลาะกัน

มินตราไปวิ่งเต้นให้ผู้ใหญ่ย้ายวศินออกจากพื้นที่ที่รับผิดชอบ วศินโกรธมากไปโวยวายกับอิศราจนชกต่อยกัน อิศราสั่งให้อรชุมาเลิกคบกับวศิน พี่น้องจึงทะเลาะกัน วศินมาหาอรชุมาแต่พบอินทิราปลอมตัวมา อินทิราหลงรักวศินและคิดว่าวศินรักตน จึงบอกอรชุมาว่าวศินมีใจให้และสั่งห้ามอรชุมาเข้าใกล้วศิน อรชุมาโกรธมากไม่ยอมให้อินทิราพรากคนที่ตัวเองรักไปอีกแล้ว วันหนึ่งมินตรามาที่บ้านฟ้าหยาด เจ้ากี้เจ้าการกับอินทิราจนอินทิราโกรธจ้องร่างมินตราจนกลายเป็นหิน แล้ววิ่งหนีเข้าไปในห้องหนังสือ

ก้อยตามไปจนได้เห็นอินทิราบูชาเมดูซา อินทิราเห็นก้อยก็ต่อว่าอย่างรุนแรง อิศราเข้ามาพาก้อยออกไปได้ทันพอดี อินทิราให้อิศราไล่ก้อยออกแต่อิศราไม่ยอม อินทิรายิ่งแค้นปลอมตัวเป็นอรชุมาไปไล่ก้อยออก แต่ก้อยไม่ยอมบอกว่าคนที่ไล่ก้อยได้มีแต่อิศราคนเดียว ก้อยเถียงจนอินทิราโกรธกลายร่างเป็นกอร์กอน เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป และเรื่องราวทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ในละคร “มายาพิศวาส

มาดามยี่หุบ

เรื่องย่อ
ใน บรรดาข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ เอกราช เป็นข้าราชการหนุ่มที่อนาคตไกลที่สุด ด้วยเพราะอายุยัง น้อยและมีการศึกษาสูง เอกราชกำลังจะถูกบรรจุให้เป็นทูต ที่อายุน้อยที่สุดแต่สิ่งหนึ่งที่เอกราชยังขาดอยู่ก็คือ มาดามที่ต้องออกงานสังคมเคียงคู่กัน เกริก พ่อของเอกราชจะจับเอกราชแต่งงานกับหลานสาว กำนันหอก กำนัน บางปลาม้าเพราะเกริกกับกำนันหอกเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยที่เกริกเป็นนาย อำเภอบางปลาม้าเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ต่างมีสัญญาต่อกันว่าจะให้ลูกหลานแต่งงานกัน เอกราช เกริก และ วาศินี แม่ของเอกราชเดินทางไปสุพรรณบุรีเพื่อ ดูตัว หลานสาวกำนันหอกนามว่า ยี่หุบ

ยี่หุบ ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องประแป้งหน้าขาววอกรอต้อนรับเอกราช เมื่อได้เจอกันยี่หุบก็ประทับใจหน้าตาหล่อเหลาของเอกราชแต่เอกราชกลับไม่ชอบ ใจกิริยามารยาทที่ดูบ้านนอกของยี่หุบ พอกลับกรุงเทพ ฯ เอกราช ประกาศไม่ยอมแต่งงานกับยี่หุบโดยวาศินี ผู้เป็นแม่สนับสนุนแต่เกริก ผู้เป็น พ่อยืนยันหนักแน่นให้เอกราชแต่งงานกับยี่หุบ วาศินีอยากได้ กุลทินี สาวไฮ โซเป็นลูกสะใภ้ กุลทินีเองก็มีใจชอบพอเอกราชไม่น้อยเลยตกลงทำตามแผน วาศินีจะจับเอกราช กุลทินีมาสนิทสนมกับเอกราชโดยวาศินี แม่ของเอกราช เปิดทางให้ เอกราชนั้นแม้ไม่ได้ชอบพอกุลทินีอย่างคนรักแต่ก็ชอบ กุลทินี มากกว่ายี่หุบ เอกราชเลยควงกุลทินีไปไหนมาไหนด้วย

แต่แล้วกำนันหอก ก็พายี่หุบมาหาเอกราชที่กรุงเทพ ฯ เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว วาศินีกับกุลทินีเลยรวมหัวกัน กลั่นแกล้งยี่หุบ ให้ยี่หุบอยู่บ้านในฐานะคนรับใช้ ยี่หุบตอบโต้แบบไม่ลดราวาศอกทำให้เกิดสงครามย่อย ๆ ขึ้นใน บ้าน เพราะยี่หุบนั้นรักเอกราชตั้งแต่แรกพบยี่หุบเลยพยายามเอาอกเอาใจเอกราช แต่เอกราชก็ไม่เคยพอใจซ้ำยัง รำคาญท่าทางบ้านนอกของยี่หุบทำให้ยี่หุบน้อยใจ เกยูร น้องชายคนเล็กของ เอกราช ที่เป็นกะเทยเห็นใจยี่หุบ เลยสอนยี่หุบแต่งหน้าแต่งตัวสวยแบบสาวชาวกรุง

ยี่หุบเริ่มแต่งตัว แต่งหน้าจนสวยขึ้นเปลี่ยนเป็นคนละคนทำให้เอกราช เริ่ม หันมามองยี่หุบอย่างพึงพอใจ เกริก พ่อของเอกราชเห็นว่าลูกชาย เริ่มมีใจ เอนเอียงชอบยี่หุบก็จะจับทั้งคู่แต่งงานกัน เอกราชเห็นแก่พ่อแต่ขอให้หมั้น ไว้ก่อน กริกพา เอกราช กับยี่หุบไป หมั้นหมายกันที่บางปลาม้าโดยวาศินี แม่ของเอกราชไม่ยอมมาร่วมงาน หลังจากหมั้นกันแล้ว เอกราชกับยี่หุบก็เดิน ทางกลับกรุงเทพ ฯ ยี่หุบปรับปรุงตัวใหม่พยายามทำดีกับวาศินี แม่ของเอก ราชเพราะยังไงยี่หุบก็ต้องเป็นสะใภ้ของวาศินี วาศินีเห็นยี่หุบยอมก็ยิ่งเล่น งาน ยี่หุบ หนักขึ้นโดยมีกุลทินีช่วยกันกลั่นแกล้งยี่หุบ

เกยูรสอนกิริยามารยาท การเข้าสังคมให้ยี่หุบจนยี่หุบค่อย ๆ กลายเป็นสาว กรุงเทพ ฯ เต็มตัว เอกราชมองดูความเปลี่ยนแปลงของยี่หุบอย่างพึงพอใจ เอกราชเริ่มพายี่หุบออกงานสังคม ซึ่งยี่หุบก็วางตัวได้ดีไม่ทำให้เอกราช ขายหน้า ยี่หุบอยู่ในบ้านเอกราชพยายามเรียนรู้การ วางตัวในสังคม ฝึกกิริยา มารยาทจากเกยูร ในขณะเดียวกันก็ต้องทนให้วาศินีกดขี่ข่มเหงน้ำใจ และ แล้วในที่สุดความอดทนของ ยี่หุบก็ทำให้วาศินีใจอ่อน หันมาทำดีกับยี่หุบ แต่ไม่วายยังขัดเขินอยู่บ้างเพราะร้ายกับยี่หุบไว้เยอะ กุลทินีไม่พอใจที่วาศินี หันไปทำดีกับยี่หุบ เอกราชก็เปิดตัวยี่หุบในฐานะคู่หมั้น เมื่อเห็นว่ายี่หุบกำลัง จะแย่งเอกราชไปกุลทินีก็ทนไม่ได้จ้างคนมาจับตัวยี่หุบไป

ตำรวจออก ตามหายี่หุบแต่ก็ไม่พบร่องรอย เอกราชทุกข์ใจมากกินไม่ได้นอนไม่หลับ กุลทินีได้โอกาสเข้ามา ปลอบใจเอกราช ระหว่างที่ตำรวจตามหาตัวยี่หุบ กุลทินีก็ใช้มารยาหญิงพยายามสานสัมพันธ์กับเอกราชอีกครั้ง กำนันหอกรู้ข่าวหลานสาวถูกจับก็รีบเข้ากรุงเทพ ฯ มาช่วยตำรวจตามหายี่หุบ ยี่หุบหนีคนร้ายออกมา คนร้ายไล่ตามเกิดปะทะกับตำรวจ กำนันหอกไว้ลายกำนันเก่าสู้กับคนร้ายช่วย ยี่หุบได้สำเร็จ คนร้ายสารภาพว่ากุลทินีเป็นคนว่าจ้างกุลทินี ถูกจับเข้า คุกรับกรรม กำนันหอกห่วงยี่หุบจะถูกปองร้ายอีกเลยพายี่หุบกลับบางปลาม้า เอกราชปากแข็งไม่ยอมสารภาพรักยี่หุบปล่อยให้ยี่หุบจากไป ยี่หุบคิดว่าเอกราชไม่รักก็น้อยใจ น้าสาวของยี่หุบกลับจากอังกฤษมาเยี่ยมบ้าน พอดี กำนันหอกเลยให้ยี่หุบตามน้าสาวไปอยู่อังกฤษ ยี่หุบตัดใจจากเมืองไทยไป รักษาแผลใจที่อังกฤษ

ที่ประเทศอังกฤษ น้าสาวของยี่หุบซึ่งเป็นนักธุรกิจหญิงไทยคนดังพายี่หุบออกงานสังคม ความน่ารักจริงใจของยี่หุบทำให้ยี่หุบเป็นที่รักและชื่นชมมาก แม้จะอยู่ไกลกันคนละมุมโลกแต่ยี่หุบก็ยังรักเอกราช ยี่หุบถูกเชิญไปงานเลี้ยงต้อนรับท่านทูตไทยคนใหม่ประจำประเทศอังกฤษ เอกราชนั่นเองที่เป็นท่านทูต คนใหม่ ครั้งนี้เอกราชไม่ยอมปล่อยให้ยี่หุบหลุดมือไป เอกราชยอมเปิดใจกับยี่หุบว่าเสียใจแค่ไหนเมื่อรู้ว่ายี่หุบมาอยู่อังกฤษ เอกราชหมดอาลัยตายอยากในชีวิตจนขอลาออกจากกระทรวงต่างประเทศแต่ทางกระทรวง กำลังจะส่งเอกราชมาเป็นทูต ที่อังกฤษพอดี เอกราชดีใจมากเลยเปลี่ยนใจรับตำแหน่งแล้วรีบเดินทางมาอังกฤษเพื่อหายี่หุบ แล้วเอกราชกับยี่หุบก็แต่งงานกันที่ประเทศอังกฤษ ยี่หุบกลายเป็นมาดามยี่หุบออกงานสังคมเคียงคู่ท่านทูต เอกราชอย่างสมเกียรติ

นำแสดงโดย
1. ยุรนันท์ ภมรมนตรี รับบทเป็น เอกราช
2. กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา รับบทเป็น ยี่หุบ
3. วรรณษา ทองวิเศษ รับบทเป็น กุลทินี
4. เจฟฟรี่ เบญจกุล รับบทเป็น เกยูร
5. พฤกษ์ พีระนันท์ รับบทเป็น สมัชชา
6. ไพลิน พิจิตรอำพล รับบทเป็น ยี่สิบ
7. วิชุดา พิมดัม รับบทเป็น วาศิฐี
8. ดวงตา ตุงคะมณี รับบทเป็น วาศินี
9. มนตรี เจนอักษร รับบทเป็น เกริก
10. เดือนเต็ม สาลิตุลย์ รับบทเป็น ดอกไม้

ม่านบังใจ

เฟื่องลดานักเรียนชั้นเตรียมปีที่ 2 แห่งโรงเรียนดรุณีวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีที่มีชื่อ กำลังเตรียมตัวแสดงระบำร่วมกับเพื่อน ๆ ในงานประจำปีของโรงเรียน และปีนี้ก็ดูครึกครื้นกว่าทุกครั้ง กำลังเตรียมตัวแสดงระบำร่วมกับเพื่อน ๆ ในงานประจำปีของโรงเรียน และปีนี้ก็ดูครึกครื้นกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นงานฉลองครบรอบ 25 ปีของโรงเรียนด้วย ในขณะเดียวกัน เฟื่อง ผู้เป็นบิดาก็กำลังจะไปงานโรงเรียนลูกสาว และนำชุดกระโปรงที่เฟื่องลดาจะใส่แสดงไปให้ด้วย เฟื่องยกกล่องใส่ชุดขึ้นบังหน้าขณะเดินข้ามถนนด้วยความเร่งรีบเลยไม่ทันได้ ระวังรถที่เลี้ยวมาจากหัวมุมถนน แม้ว่าคนขับจะพยายามเบรกแล้วแต่ก็ไม่ทัน เฟื่องถูกรถชนล้มคว่ำอยู่ตรงนั้น เฟื่องลดารอพ่อด้วยความกระวนกระวายใจ เพราะใกล้จะถึงเวลาแสดงอยู่แล้ว สักครู่เฟื่องลดาได้รับทราบจากอาจารย์ว่าพ่อติดธุระมาไม่ได้จึงให้คนนำชุดมา ให้ โดยที่เฟื่องลดาเองก็ไม่รู้เลยว่าคนที่นำชุดมาให้นั้นชื่อ ทัฬห์ พฤทานนท์ ผู้ที่ขับรถชนบิดาของเธอ เขานำชุดมาให้เธอตามคำขอร้องของนายเฟื่อง และเขาก็นั่งชมการแสดงของเธอด้วยความร้อนใจ เพราะเป็นห่วงอาการของเฟื่องที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ขณะที่นั่งชมการแสดงอยู่นั้นเขาบังเอิญได้ยินชาย 2 คนทั่งอยู่ข้าง ๆ เขาพูดถึงเฟื่องลดา ชายคนหนึ่ง โฆษิต เป็นพี่ชายของเพื่อนเฟื่องลดา อีกคนหนึ่ง เสี่ยนภ ผู้ซึ่งพอใจในตัวเฟื่องลดาและต้องการได้ตัวเธอมา โดยมีโฆษิตเป็นผู้รับอาสาจะจัดการให้ ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็ชอบเฟื่องลดาอยู่เช่นกัน แต่ก็เห็นแก่เงินของเสี่ยมากกว่า ทัฬห์ได้ยินเช่นนั้นก็ให้นึกห่วงเฟื่องลดาขึ้นมาว่า ถ้านายเฟื่องเป็นอะไรไป เธอคงต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน เขาจึงรีบไปดูอาการของนายเฟื่องทันที พอไปถึงโรงพยาบาลเขาก็พบกับ สร้องทอง ผู้เป็นภรรยาของนายเฟื่อง และสร้อยสนลูกสาวของสร้อยทองก่อนสิ้นใจนายเฟื่องได้กระซิบฝากเฟื่องลดาไว้ กับทัฬห์ เพราะไม่ไว้ใจแม่เลี้ยง พูดได้เท่านั้นนายเฟื่องก็สิ้นใจ ทัฬห์สัญญากับตัวเองว่าเขาจะดูแลคุ้มครองเฟื่องลดาอย่างสุดความสามารถ เพราะเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้นายเฟื่องตาย ยิ่งเมื่อรู้ว่าสร้อยทองมิใช่แม่แท้ ๆ ของเฟื่องลดา เขาก็ยิ่งเป็นห่วงเฟื่องลดามากยิ่งขึ้น เฟื่องลดาทราบข่าวในวันรุ่งขึ้นว่าบิดาเสียชีวิตเพราะถูกรถชน ทำให้เธออาฆาตแค้นและเกลียดชังผู้ที่ขับรถชนพ่อของเธออย่างมาก

ใน วันเผาศพนายเฟื่อง ทัฬห์ชวนไทว์ น้องชายของเขาไปด้วย และยุให้ไทว์จีบเฟื่องลดา ถ้าไทว์ทำให้เฟื่องลดายอมแต่งงานด้วยเขาจะออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง แล้วเขาก็เล่าให้ไทว์ฟังถึงความจริงว่ามีเสี่ยต้องการจะซื้อตัวเฟื่องลดา เขาเกรงว่าสร้อยทองจะขายเธอไป เพราะท่าทางของสร้อยทองนั้นเห็นแก่เงิน
เมื่อ ทั้งสองไปถึงงานศพก็พบเฟื่องลดายืนต้อนรับแขกอยู่ด้านหน้ากับ กานดา เพื่อนสนิท ทัฬห์ทักทายเฟื่องลดาด้วยความอ่อนโยนแต่เฟื่องลดากลับมองทัฬห์อย่างอาฆาต แค้น ซ้ำยังแกล้งเจาะยางรถยนต์ของเขาอีก ทำให้ไทว์นึกขยาดไม่กล้าจีบเฟื่องลดาตามคำแนะนำของพี่ชาย ถึงแม้ว่าเขาจะพอใจในความงามของเธอก็ตาม ประกอบกับไทว์มีแฟนอยู่แล้วคือ สิริโสภา ราษริปูราษฎร์ ลูกสาวผู้บังคับบัญชาของไทว์เอง
หลังจากที่นาย เฟื่องตาย สร้อยทองมักไปขอเงินจากทัฬห์อยู่เสมอ และวันหนึ่งเธอนำข่าวไปบอกทัฬห์ว่าเสี่ยนพมาขอซื้อตัวเฟื่องลดาเป็นเงินถึง 6 หมื่นบาท ทัฬห์จึงเสนอว่าเขาจะให้เงินสร้อยทอง 1 แสนบาท แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องมีสิทธิ์ในตัวเฟื่องลดาแต่เพียงผู้เดียว และไม่ให้บังคับเฟื่องลดา เขาจะแต่งงานกับเฟื่องลดาก็ต่อเมื่อเธอยินยอม พอสร้อยสนทราบข่าวเข้าก็ขัดแย้งกับแม่อีก เพราะเธอไม่เห็นด้วยเธอสงสารและเห็นใจเฟื่องลดา เพราะเฟื่องลดาอยากเรียนต่อ แต่สร้อยทองอ้างว่าไม่มีรายได้มากพอที่จะส่งเรียน สร้อยทองฉลาดพอที่ไม่ใช้วิธีบังคับเฟื่องลดา เพราะเธอรู้ว่าเฟื่องลดาเป็นเด็กดื้อรั้นและทนงตัว เฟื่องลดาไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากทัฬห์เลย แม้ว่าเขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือเธอทุกอย่างก็ตาม สร้อยทองพูดจาหว่านล้อมด้วยคำพูดที่หวาน ๆ จนเฟื่องลดาใจอ่อนเลิกล้มความตั้งใจที่จะเรียนและหางานทำ ระหว่างนั้นสร้อยทองซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ราคาแพงให้เฟื่องลดาเป็นการเอาใจและยังให้ไปเที่ยวที่ชะอำเพื่อเป็นการปลอบ ขวัญ เฟื่องลดาชวนกานดาไปด้วยโดยพักอยู่กับญาติของสร้อยทอง ระหว่างที่พักอยู่ชะอำเฟื่องลดาและกานดาได้รู้จักกับเด็กหญิงเล็ก ๆ 2 คน คือ เป๊ปซี่และโคล่า ความน่ารักของเด็กหญิงทั้ง 2 ทำให้เฟื่องลดารักและเอ็นดูอย่างมาก ในตอนแรกที่เฟื่องลดารู้ว่าเด็กทั้ง 2 เป็นลูกสาวของทัฬห์ เธอพยายามไม่ข้องแวะด้วย แต่ด้วยความฉลาดและช่างพูดของเด็กทั้งสอง ทำให้เฟื่องลดาติดใจและเมื่อรู้ว่าเด็กทั้ง 2 กำพร้าแม่ เธอก็ยิ่งรักและสงสารมากยิ่งขึ้น

หลังกลับจากชะอำเฟื่องลดาได้ทำงาน เป็นเสมียนในบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง ส่วนกานดาได้เรียนต่อ เป๊ปซี่และโคล่ารักและติดใจเฟื่องลดาและกานดามาก จึงรบเร้าให้ทัฬห์พาไปหาบ่อย ๆ ความเกลียดชังที่เฟื่องลดามีต่อทัฬห์ในครั้งแรกเริ่มคลายลงบ้าง แต่แล้วเหตุการณ์กลับเลวร้ายลงไปอีกเมื่อสร้อยทองโกหกเฟื่องลดาว่า เมื่อครั้งเฟื่องยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างหนี้สินไว้มากและตอนนี้ก็กำลังจะถูก ฟ้องล้มละลายตนจึงไปขอกู้เงินจากทัฬห์ และตอนนี้ทัฬห์ก็เร่งรัดหนี้สินโดยไม่ยอมผ่อนผันให้แม้ว่าตนอ้อนวอนขอร้อง อย่างไรก็ตาม ดังนั้นเฟื่องลดาจึงยอมแต่งงานกับทัฬห์เพราะเห็นแก่แม่เลี้ยง สร้อยทองจึงยุยงให้เฟื่องลดาปอกลอกทรัพย์สินของทัฬห์เพื่อเป็นการแก้แค้น ทัฬห์เองก็รู้ถึงแผนการของสร้อยทอง เพราะสร้อยสนเขียนจดหมายมาบอกให้ทัฬห์ทราบ แทนที่ทัฬห์จะคอยระมัดระวังเขากลับแสดงความจริงใจต่อเฟื่องลดา โดยสอนให้เธอรู้รหัสตู้เซฟที่เก็บเงินและเครื่องเพชร และด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ทัฬห์ไม่ได้ข่มเหงน้ำใจเฟื่องลดาเลย ทำให้เฟื่องลดาเริ่มรักทัฬห์อย่างไม่รู้ตัว เมื่อสร้อยทองเห็นว่าแผนของตัวเองจะไม่สำเร็จ จึงเริ่มคิดแผนอันชั่วร้ายใหม่ โดยย้ายไปอยู่ที่บ้านทัฬห์เพื่อหวังให้ทัฬห์หันมาสนใจสร้อยสนแทน สร้อยสนไม่เห็นด้วยจึงไม่ยอมไป แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะสร้อยทองเซ้งบ้านไปแล้ว และสร้อยสนอยากอยู่บ้านเก่าต่อไปให้หาเงินมาแทน สร้อยสนจนใจเพราะไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหน เธอเองก็มีอาชีพแค่รับจ้างตัดเสื้อผ้าเท่านั้น จึงต้องยอมไปอยู่ด้วย เฟื่องลดาดีใจมากที่สร้อยทองและสร้อยสนย้ายมาอยู่ด้วย โดยเธอไม่ได้ระแวงเลยว่าสร้อยทองคิดร้ายกับเธอ ไทว์สร้างบ้านใหม่เพื่อหวังจะให้เป็นเรือนหอของตัวเองกับสิริโสภา แต่เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อสิริโสภาได้รู้จักกับ สมัย ประทีปทอง แล้วเกิดเปลี่ยนใจไปรับหมั้นสมัย เพราะเห็นว่าสมัยร่ำรวยกว่าไทว์ แต่ไทว์เองก็มิได้เสียใจมากนัก วันหนึ่งเขาแวะมาเยี่ยมพี่ชายและรู้ว่าสองแม่ลูกย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพี่ ชายก็ไม่พอใจ ความเกลียดที่มีต่อสร้อยทองจึงตกทอดไปถึงสร้อยสนด้วย

ความ ไม่เข้าใจกันระหว่างทัฬห์และเฟื่องลดายิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อเฟื่องลดาเข้าใจว่าทัฬห์และสร้อยสนรักกัน ส่วนทัฬห์ก็คิดว่าเฟื่องลดาชอบกับไทว์ ซ้ำยังมีโฆษิตที่เฟื่องลดาโกหกว่าเป็นแฟนเก่าของตนเข้ามาพัวพันอีก สร้อยสนเห็นว่าเฟื่องลดานั้นรักทัฬห์ และทัฬห์เองก็รักเฟื่องลดามากเช่นกัน จึงเล่าความจริงให้เฟื่องลดาฟังว่าทัฬห์ไม่ได้ให้เงินแม่กู้แถมยังเป็นคนใช้ หนี้สินให้แม่อีกด้วย เฟื่องลดาดีใจมากที่ได้ทราบความจริงว่าทัฬห์ไม่ใช่คนหลอกลวงอย่างที่เธอเข้า ใจผิดมาตลอด สร้องทองนั้นติดการพนันมาก เมื่อสร้อยสนไม่ให้ความร่วมมือด้วยจึงคิดจะใส่ร้ายเฟื่องลดาว่ามีชู้กับ โฆษิต ช้อยคนรับใช้เก่าที่บ้านเฟื่องลดารู้ถึงแผนการของสร้อยทองด้วย เพราะสร้อยทองจะใช้ให้ช้อยปลอมตัวเป็นเฟื่องลดาเพื่อให้ทัฬห์เข้าใจผิด ช้อยจึงนำเรื่องมาบอกไทว์ ไทว์ได้ฟังดังนั้นก็โกรธแค้นสร้อยทองมาก และคิดว่าถ้าลูกสาวของสร้อยทองเองเกิดหนีตามผู้ชายไป และผู้ชายคนนั้นก็เป็นเพียงพลทหารต่ำต้อย สร้อยทองจะเสียใจเพียงใด คิดได้ดังนั้นไทว์จึงเรียกสร้อยสนมา แล้วเล่าถึงแผนการของสร้อยทองให้เธอฟัง ซ้ำยังขู่ว่าจะเล่าความจริงให้ทัฬห์และเฟื่องลดารู้ เมื่อทั้งสองกลับจากงานเลี้ยงแล้ว สร้อยสนขอร้องไทว์ไม่ให้บอกทัฬห์และเฟื่องลดา เพราะเกรงว่าเฟื่องลดาจะเสียใจและหมดความรักความเคารพที่มีต่อสร้อยทอง สร้อยสนขอเลือกคนที่ไทว์รู้จักดีที่สุด ซึ่งก็คือพลทหารรับใช้ของเขา เมื่อสร้อยสนยืนยันเช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจพาเธอไปที่บ้านแต่ไม่ได้บอกให้ คิด ทราบว่าเธอเป็นใคร คิดจึงเข้าใจว่าเธอคือแฟนของไทว์

ข่าวของ สิริโสภาดังขึ้นอีกครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อคู่หมั้นของเธอคือนายสมัย ถูกจับข้อหาค้าฝิ่น เธอจึงคิดจะกลับมาหาไทว์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไทว์รู้ใจตัวเองว่าเขามิได้รักเธอ แต่เขารักสร้อยสน ซึ่งต่อมาเขาก็รู้ความจริงว่าสร้อยสนมิได้คิดจะแย่งทัฬห์มาจากเฟื่องลดาตาม ที่เขาเข้าใจ ส่วนโฆษิตนั้นยังเคืองแค้นเฟื่องลดาอยู่จึงวางแผนชวนเฟื่องลดาไปเที่ยวน้ำตก สาริกากับกลุ่มเพื่อน ๆ และมีสร้อยทองไปด้วย ระหว่างทางที่แวะพักทานข้าวโฆษิตแกล้งทำเป็นรถเสีย เพื่อจะให้รถเพื่อน ๆ ของเฟื่องลดานำหน้าไปก่อน โดยเขามีจุดประสงค์จะพาตัวเฟื่องลดาไปขายให้เสี่ยคนหนึ่ง ซึ่งนัดกันไว้ที่สระบุรี แผนการณ์ของโฆษิตครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสร้อยทองและกานดาน้องสาวของ เขา โดยทุกคนมีส่วนแบ่งในเงินค่าจ้าง 1 แสนบาท แต่ก่อนที่เฟื่องลดาจะถูกทำร้าย ทัฬห์ได้ตามมาช่วยไว้ทัน ทั้งสองจึงปรับความเข้าใจกันและได้ประจักษ์ถึงความรักที่มีต่อกัน

มะเมี๊ยะ

มะเมียะ เรื่องราวความรักที่ต่างเชื้อชาติ ระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษมและมะเมียะ อันกลายมาเป็นตำนานรักที่จบลงอย่างโศกสลด และได้รับการกล่าวขานมาถึงปัจจุบัน เจ้าน้อย เป็นราชบุตรของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 ( เจ้าแก้วนวรัฐ ) และ แม่เจ้าจามเทวี ถูกส่งไปเรียนที่พม่า และพบรักกับ มะเมี๊ยะ แม่ค้าขายยามวนหรือบุหรี่ และได้เสียกันเป็นสามีภรรยา โดยที่พ่อแม่พี่น้องทางบ้านของ มะเมี๊ยะ รับรู้ เมื่อ เจ้าน้อย ต้องกลับเชียงใหม่ก็ให้ มะเมี๊ยะ มาด้วย โดยให้ปลอมเป็นชาย เจ้าน้อย รู้แก่ใจว่า มะเมี๊ยะ จะไมได้รับการยอมรับเป็นสะใภ้อย่างแน่นอน ตอนหลัง เจ้าน้อย ก็ต้องบอกความจริง ซึ่งตอนนั้น เจ้าน้อย มีคู่หมั้นอยู่แล้ว เจ้าพ่อและเจ้าแม่บอกถึงความจำเป็นต่างๆ นานาว่าจะรับ มะเมี๊ยะ อยู่ในสถานะนี้ไม่ได้ จึงบอกให้ มะเมี๊ยะ กลับไปบ้านเกิดก่อน เจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามเทวีก็มอบเงินจำนวนหนึ่งให้ มะเมี๊ยะ นำไปให้พ่อแม่ของเธอ มะเมี๊ยะ หัวใจแทบสลาย แต่ก็ไม่รู้จะทำเช่นไรได้ รู้เหตุผลและสิ่งที่สำคัญเกรงว่า เจ้าน้อย จะเดือดร้อน เธอยินดีกลับมะละแหม่ง เจ้าน้อย ให้สัญญาว่าจะไปรับกลับเชียงใหม่ มะเมี๊ยะ สาวผู้อาภัพรัก แต่มีรักแท้ เฝ้ารอ แต่สามีอันเป็นที่รักก็ยังไม่มารับเธอตามสัญญา เธอบวชชี และเมื่อวันที่ทราบข่าวว่า เจ้าน้อย อภิเษกกับพระคู่หมั้นแล้ว เธอมาเชียงใหม่ขอเข้าพบเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดี และจะบอกว่า มะเมี๊ยะ จะบวชตลอดชีวิต เจ้าน้อย เองก็เสียใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า มะเมี๊ยะ เจ้าน้อย ไม่กล้ามาพบให้คนสนิทนำเงินมามอบแก่ มะเมี๊ยะ และแหวนทับทิม 1 วง มะเมี๊ยะ จากไป หลังจากนั้น เจ้าน้อย ก็ร่างกายทรุดโทรมจากการดื่มสุราเพราะความเสียใจ เสียชีวิตในวัยแค่ 33 ปี ส่วน มะเมี๊ยะ เสียชีวิตเมื่อตอนอายุ 75 ปี เพราะความชราในภาพของแม่ชีผู้ทรงศีล

มัสยา

ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาล มอบหมายให้คุณหญิงพร้อม ไปรับมัสยาจากปัตตานี ทำเอาคุณหญิงนึกแปลกใจ เพราะในอดีตพ่อของมัสยา ซึ่งเป็นลูกชายของท่านผู้หญิงหนีการจับคลุมถุงชนไปพบรักกับหญิงสาวทางภาคใต้ จนมีบุตรออกมาคือ มัสยา ซึ่งท่านผู้หญิงไม่เคยยอมรับตลอดมา แม้กระทั่งวันที่พ่อของมัสยาตาย คุณพร้อมพบมัสยาในสภาพของเด็กมอมแมมแก่นแก้ว โดยเฉพาะ ร.ท.ลักษณ์ ยิ่งได้เห็นกับตาว่ามัสยายิงปืนได้แม่นยำกว่าตนเองซะอีก และเมื่อคุณหญิงได้พบคุณตาของมัสยายิ่งทึ่ง เพราะเป็นถึงเจ้าเมืองยะหรั่งทีเดียว

มัส ยาเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์รัตนมหาศาลในสภาพอึดอัดกับระเบียบที่เข้มงวด และยังต้องเผชิญกับความอิจฉาริษยาของคุณศจี แต่ก็ยังดีที่มี ม.ร.ว.ชลธิชา, เริงใจ, นพพร เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันให้ความเป็นมิตร ด้าน ลักษณ์ก็เจอกับประกาศิตของท่านผู้หญิงสั่งให้แต่งงานกับ นาถระพี หญิงสาวสูงศักดิ์ มัสยาเริ่มเบื่อกับกฏระเบียบจึงหนีจากบ้านแต่ก็ได้ท่านชายสดายุ เตือนสติจนเธอยอมกลับมาคฤหาสน์อีกครั้ง และทำตัวเป็นกุลสตรีจนท่านผู้หญิงพอใจ
ใน ขณะที่ลักษณ์ต้องเข้าค่ายฝึก “ปฏิบัติการล่าอินทรี” ที่มีพันตรีโชติ เป็นผู้บังคับบัญชา พันตรีโชติมีความแค้นส่วนตัวกับตระกูล รัตนมหาศาล ตั้งแต่รุ่นคุณปู่โดยที่ลักษณ์เองก็ไม่เคยรู้มาก่อน ระหว่างฝึกพันตรีโชติ จึงจงใจกลั่นแกล้งลักษณ์ เพื่อให้ออกจากการฝึกกลางคัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ลักษณ์อับอายที่ไม่ผ่านการฝึกภาคสนามครั้งนี้

แต่ ลักษณ์ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ …และต่อมาลักษณ์ต้องไปปฏิบัติราชการลับที่จังหวัดแห่งหนึ่งใกล้ชายแดน จนได้รับบาดเจ็บโดยต้นเหตุมาจากพันตรีโชติ แต่ลักษณ์ก็พ้นขีดอันตรายมาได้ ต่อมาพันตรีโชติได้มาพบลักษณ์อย่างคนสำนึกผิดและขอโทษลักษณ์พร้อมทั้งเปิด เผยความจริงเกี่ยวกับความแค้นให้ลักษณ์ฟัง โดยสาเหตุของความแค้นมาจากท่านผู้หญิง คุณย่าของลักษณ์ แต่ลักษณ์ก็ไม่ถือโกรธพันตรีโชติ โดยถือว่าเขานั่นรับใช้หนี้กรรมแทนคุณย่าที่ได้ก่อกรรมไว้กับคุณย่าของพัน ตรีโชติเมื่อครั้งท่านคุณปู่ของลักษณ์ยังมีชีวิตอยู่

ลักษณ์ ไม่อยากแต่งงาน ด้านมัสยาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองก็รู้สึกปวดใจไปด้วย มีแต่ ท่านชายสดายุเท่านั้นที่รู้หัวใจของหนุ่มสาวทั้งสอง ท่านชายสดายุจึงจัดการแต่งงานให้ทั้งคู่แบบไม่เป็นทางการ ซึ่งทั้งสองก็รู้สึกเป็นสุข ต่อมามัสยาถูกจับให้หมั้นกับนพพร เธอจึงหนีออกไปจากคฤหาสน์
การ หายตัวของมัสยาสร้างความเสียใจให้ลักษณ์อย่างมาก ท่านผู้หญิงก็เสียใจไม่แพ้กัน ลักษณ์ไปตามหามัสยาพบที่ปีนัง ท่านผู้หญิงได้สำนึกและปล่อยให้หลานทั้งสองมีอิสระในการตัดสินใจ ลักษณ์กับมัสยาจึงไม่มีอุปสรรคที่จะจัดงานวิวาห์อย่างเป็นทางการต่อไป

มัสยา

มัสยา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของลัักษณ์ และมัสยา ซึ่งตามศักดิ์แล้วเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ลักษณ์ได้รับหน้าที่ให้ไปรับตัว มัสยา ในอดีตนั้นพ่อของมัสยาเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูล ได้หนีไปแต่งงานกับธิดาของรายาผู้หนึ่งทางภาคใต้ ทำให้ทางญาติๆที่เมืองไทยโกรธมาก เพราะเห็นทางนั้นเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ถึงกับตัดขาดกัน จนกระทั่งพ่อมัสยาตาย คุณตาที่เป็นรายาก็นำมัสยามาเลี้ยงต่อ  เมื่อคุณย่าแท้ๆของมัสยาคลายอคติกับลูกชายคนเล็กได้ จึงให้ไปรับตัวมาอยู่ที่บ้านรัตนมหาศาล มัสยาถูกเลี้ยงดูอย่างดีก็จริง แต่บรรดาพี่ๆน้องๆก็ยังตั้งข้อรังเกียจเพราะเห็นว่าเป็นเด็กบ้านนอก ออกห้าวหาญ เล่นคะนองเหมือนผู้ชาย แต่ลักษณ์ก็หลงรัก เช่นเดียวกับมัสยาซึ่งไม่เคยมีพี่ชายมาก่อน   แต่พอย่าของเขาทราบเรื่องเข้าก็รับไม่ได้ที่พี่น้องกันจะมารักกัน

มรดกบันเทิง

เรื่องราววุ่นๆของ 4 พี่น้องที่มีบุคลิกแตกต่างกันสุดขั้ว เรื่องราวมีอยู่ว่า ป๊ะป๋าบันเทิง (อาเคน วิสรรค์ ฉัตรรังสิกุล) พิธีกรและเจ้าของรายการโทรทัศน์ที่ชื่อว่า บันเทิงไทม์ ซึ่งมีลูกทั้งหมด 4 คนคือ บัญชี (เหมี่ยว ปวันรัตน์) บรรเลง (เสนาลิง สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์) บรรพบุรุษ (ฝันดี จรรยาธนากร) และ บัลเล่ต์ (เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธาอภินันท์)

แต่ลูกๆ ทั้ง 4 คนไม่มีใครสนใจกิจการของบันเทิงเลยซักคน เพราะต่างก็มีหน้าที่การงานและความฝันของตัวเอง ซึ่ง บัญชีพี่สาวคนโต กำลังได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชี บรรเลงน้องชายคนรองอารมณ์ศิลปิน ชอบท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ บรรพบุรุษอยากเป็นนักแสดง ความฝันสูงสุดคือการโกอินเตอร์สู่ฮอลลีวู้ด ส่วนบัลเล่ต์ น้องสาวคนเล็กเพิ่งจะเป็นวิศวกรตรงตามความฝันตั้งแต่เด็ก แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อป๊ะป๋าบันเทิงเกิดหัวใจวายตาย และทนายประจำตระกูลก็เดินทางมาเปิดมรดก ซึ่ง บัญชี บรรเลง บรรพบุรุษ และบัลเล่ต์ เป็นผู้ได้รับ แต่แทนที่มรดกของพวกเขาจะเป็นกิจการหรือทรัพย์สิน กลับกลายเป็นหนี้สินที่ป๊ะป๋าบันเทิงสร้างเอาไว้จากการผลิตรายการโทรทัศน์ หลายร้อยล้านบาท ทางเดียวที่จะปลดหนี้ได้ก็คือการสานต่อรายการทีวีของป๊ะป๋าบันเทิงนั้นเอง ซึ่งทั้ง 4 พี่น้องต่างก็เกี่ยงกันเพราะไม่มีใครอยากทำรายการของป๊ะป๋า แต่ก็ได้ บรรเจิด (เต็งหนึ่ง กฤษณกัณท์ มณีผกาพันธ์) ชายหนุ่มมาดกวน นิสัยแปลกแหวกแนว ที่เคยทำงานกับบันเทิง นำเทปที่ป๊ะป๋าบันเทิงพูดสั่งเสียถึงลูกๆของตัวเองมาให้ 4 พี่น้องดู จนทำให้ลูกๆ ทั้ง 4 คนนึกถึงความรักความห่วงใยของป๊ะป๋าที่มีต่อพวกเขา ทั้งหมดจึงยอมตัดใจจากงานที่ตัวเองทำอยู่ เพื่อทำรายการของป๊ะป๋าต่อไป แต่ปัญหาสำคัญของพวกเขาอยู่ที่ว่าจะทำกันอย่างไรในเมื่อไม่มีใครทำรายการทีวีเป็นเลยซักคน แถม บัลเล่ต์ ก็ไม่ชอบหน้า บรรเจิด ตั้งแต่แรกเห็น ทั้งคู่ยังหาเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ แล้วงานนี้ 4 พี่น้องจะทำอย่างไรต่อไป แล้วรายการโทรทัศน์จะออกมาเป็นแบบไหน ติดตามชมเรื่องราวสนุกสนานเหล่านี้ใน “มรดกบันเทิง”

มัจจุรีพักร้อน

มัจจุรีเป็นลูกสาวคนเดียวของท้าวมัจจุราช เจ้าแห่งนรกภูมิ มีนิสัยดื้อรั้น และชอบสร้างความปั่นป่วนให้กับเหล่าบริวาร และวิญญาณที่ตกนรกทั้งหลาย ด้วยความที่ต้องเจอแต่มนุษย์ที่ก่อกรรมทำเลว ทำให้มัจจุรีเกิดความเบื่อหน่าย และอยากขึ้นไปบนโลกมนุษย์ เพื่อที่จะเจอคนดีๆ บ้าง จึงขออนุญาต ท้าวมัจจุราชผู้เป็นพ่อ ท้าวมัจจุราชไม่กล้าขัดใจ เพราะเห็นแก่ท้าวมัจจุเรศผู้เป็นเมีย จึงจำใจอนุญาตให้ไปพร้อมทั้งให้บริวารทั้ง 4 ติดตามไปด้วยนั้นก็คือ สันทนา วอนนภา เรณู ปาริชาติ แต่มีกฏ ข้อบังคับว่า ห้ามทุกคนใช้เวทมนต์กลั่นแกล้งทำร้ายมนุษย์ นอกจากถึงเวลาคับขัน หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้น หากใครคนใดคนหนึ่งฝ่าฝืน พวกเธอจะถูกส่งกลับนรกภูมิทันที โดยไม่มีข้อแม้

มัจจุรีโพล่ขึ้นมา ในงานวันเกิดของ นำฤทธิ์ ครูหนุ่มรูปหล่อ ซึ่งเป็นที่รักของชาวบ้าน มัจจุรีพบกับนำฤทธิ์เป็น ครั้งแรกทั้งคู่ก็เกิดความประทับใจกันและกัน แต่เพราะลำใยออกมาหึงหวงนำฤทธิ์ จนเป็นเหตุให้เกิดความโกลาหล ปั่นป่วนกันทั้งงาน มัจจุรีจึงเผลอใช้เวชมนต์ออกไปพวกเธอจึงถูกส่งตัวกลับนรกภูมิทันทีตามข้อ ตกลง มัจจุรพยายามอ้อนขอกลับขึ้นไปบนโลกมนุษย์อีก แต่ไม่สำเร็จ มัจจุรีเบื่อและเซ็ง จึงเดินเล่นและบังเอิญ ผ่านห้องตัดสินขณะนั้นไม่มีใครอยู่ มีแต่ลูกโลกที่มัจจุราชใช้ส่งเธอไปยังโลกมนุษย์ เธอจึงแอบจิ้มลูกโลกเพื่อหนีขึ้นไปโลกมนุษย์อีกครั้ง

เมื่อมัจจุรี มาถึงบ้านฟ้าครามก็ตามหานำฤทธ์ แต่ชาวบ้านกลับบอกว่า นำฤทธิ์ผิดคำสัญญากับพวกเด็ก ๆ ทิ้งหมู่บ้านฟ้าคราม ไปหาความสุขสบาย ที่กรุงเทพแล้ว มัจจุรีผิดหวังในตัวนำฤทธิ์มาก และสัญญากับชาวบ้านว่าจะนำตัวนำฤทธิ์กลับมาให้ได้ มัจจุรีเดินทางตามหานำฤทธิ์เพียงผู้เดียวเกิด อันตรายจนเกือบพลาดท่าเสียทีคนร้าย โชคดีที่บริวารทั้ง 4 มาช่วยไว้ทันเวลา และได้ออกตามหานำฤทธิ์ไปด้วยกัน

พวกเธอมาจนถึงบ้านของนำฤทธิ์โดยมา ตามที่อยู่ในนิตยสาร เมื่อพบนำฤทธิ์ทุกคนพากันต่อว่า นวลจันทร์แม่ของนำฤทธิ์เข้ามาขวาง และเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ว่าธุรกิจสวนสนุกของครอบครัวกำลังประสบปัญหา จึงเป็นเหตุให้นำฤทธิ์ผิดคำสัญญาต่อเด็ก ๆ และชาวฟ้าคราม มัจจุรีเห็นใจ ต้องการจะอยู่เพื่อช่วยกอบกู้สวนสนุกและ สถานการณ์ของนำฤทธิ์ จึงโกหกว่าเป็นชาวฟ้าคราม จะกลับบ้านไปไม่ได้ หากไม่ไห้พาตัวครูนำฤทธิ์กลับไป ด้วยนวลจันทร์จึงให้มัจจุรีอยู่ที่บ้านตนด้วย ส่วนบริวารทั้ง 4 ก็ถูกส่งไปทำงานกับเพื่อนบ้าน การที่มัจจุรีมา อยู่ในบ้านนำฤทธิ์ทำให้มัจจุรีได้รู้จักนิสัยใจ คอของมนุษย์แต่ละคนมากขึ้น อีกทั้งได้รับบทเรียนต่างๆ ของการอยู่บนโลกมนุษย์ซึ่งเธอก็ผ่านมันมาได้ มัจจุรีและพวกช่วยกิจการ สวนสนุกให้ดีขึ้น โดยจัดงานฉลองสวนสนุกอย่างเอิกเกริก 5 สาวออกแสดงโชว์ที่แปลกตา ทำให้ผู้ที่ มาเที่ยวชื่นชอบจนกิจการสวนสนุก ของนำฤทธิ์กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง

แต่ แล้วเหตุการณ์กลับโกลาหลขึ้นอีกครั้ง เมื่อซีอิ้วทายาทของซีอุยที่ชดใช้กรรมอยู่ในนรกภูมินั้น ได้ขโมยหัวไม้เท้าของท้าวมัจจุราช แล้วหนีขึ้นมา ก่อ ความวุ่นวายบนโลกมนุษย์ เพราะแค้นที่ตนต้องตกนรกเพราะพวกเด็กๆ จึงสิงร่างคนเพื่อหลอกลักพาตัวเด็กๆ มาขังรวมกันไว้ โดยรอเวลา ถ้าหาก ครบ 66 คนเมื่อใดก็จะฆ่าพร้อมๆกันซีอิ้วเข้าสิงร่างสายฟ้า แล้วเข้าไปหลอกลักพาตัวเด็กๆ ที่มาเที่ยวสวนสนุกของนำฤทธิ์ จนกลายเป็นข่าวใหญ่โตเรื่อง ฆาตกรสวนสนุก” เมื่อข่าวแพร่สะพัด จึงทำให้สวนสนุกของนำฤทธิ์เสียชื่อและตกต่ำอีกครั้ง มัจจุรีกับบริวารจึงร่วมมือกันช่วยตำรวจ จนจับฆาตกรได้ แต่ซีอิ้วในร่างสายฟ้าใช้พลังจากหัวไม้เท้าเล่นงานมัจจุรีและบริวารจนเจ็บ หนักและหนีไปได้ ซีอิ้วไนร่างสายฟ้า ตระเวณหลอกล่อเด็กๆ จนใกล้ครบ 66 คน เมื่อมัจจุรีและบริวารหายดี จึงร่วมมือกันวางแผนปลอมตัวเพื่อล่อซีอิ้ว ทั้งคู่ใช้อิทธิฤทธิ์ต่อสู้กัน

ในที่สุดซีอิ้วก็พลาดท่าหลงอุบายของ สันทนาจึงทำให้มัจจุรีได้หัวไม้เท้าของมัจจุราชคืน และแล้วเวลาของมัจจุรีก็หมดลง เธอจึงถูกมา รับตัวกลับนรก ภูมิทันที

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ครอบครัวมีอันจะกินครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมีคุณนายรำเภา เป็นหัวหน้าครอบครัว มีลูกสาวสองคน คนพี่ รจนาไฉน วิชนี และคนน้อง โรมฤทัย วืชนี แต่ทว่ารจนาไฉน นั้นมีคนรักแล้ว คือ ประวุฒิ วุฒิศักดิ อันครอบครัวของคุณนายรำเภานี้มีความสนิทสนมอยู่กับครอบครัวของคุณนายเปรม ปัทมกุล ซึ่่งอยู่ที่สุโขทัย มีลูกชายคนหนึ่ง คือ ปัท ปัทมกุล ทั้งสองครอบครัวนี้ต่างเคยให้สัญญากันนไว้ว่า ถ้ามีลูกจะให้แต่งงานด้วยกัน แต่เมื่อโรมฤทัยได้ทราบว่าตัวเองจะต้องหมั้นหมายกับปัทก็ไม่พอใจยิ่งเป็นการ กระทำแบบคลุมถุงชนของมารดา โรมฤทัยรู้สึกคับแค้นใจยิ่งนัก โดยจะไม่ยอมรับหมั้นอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเห็นว่าปัท เป็นเพียงคนบ้านนอก โง่ และเปิ่น เชยแหลกจึงบังคับให้ผู้พี่ คือ รจนาไฉนรับหมั้นและแต่งงานแทน รจนาไฉนก็ไม่ยินยอมและอ้างว่าตนเองมีคนรักอยู่แล้ว แม้คุณนายรำเภาจะขอร้องอย่างไรก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

วันหนึ่งโรมฤทัย ได้บอกความจริงแก่รจนาไฉน ว่ารจนาไฉนนั้น ไม่ใช่ลูกสาวคุณแม่ แต่เป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง และว่ากล่าวอย่างรุนแรง รจนาไฉนตัดสินใจรับหมั้นกับปัท เพื่อทดแทนบุญคุณเมื่อคุณนายเปรม ทราบข่าวการตกลงรับหมั้นก็เดินทางเข้ามากรุงเทพพร้อมกับปัท โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่เคยพบเจอกันมาก่อน ครั้น ปัท ปัทมกุล พบกับรจนาไฉน และทราบว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวของคุณนายรำเภาก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และคิดว่าคุณนายแกล้งหลอกเอาคนอื่นมาแต่งงานเพื่อหวังต้ม และหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง แต่ในที่สุดก็ต้องยอมแต่งงานไปตามเรื่องตามราว ฝ่ายโรมฤทัยนั้นเมื่อได้เห็นปัท เข้าก็ตะลึงงัน ไม่คิดว่าคนที่มาจากบ้านนอกจะหล่อเหลาสง่างามถึงเพียงนั้น และพยายามทุกวิถึทางที่จะยั่วยวน แต่ปัทก็หาสนใจไม่ และตัดสินใจพารจนาไฉนกลับไปบ้านที่สุโขทัย ท่ามกลางความไม่เข้าใจกันของคนทั้งสอง ปัทคอยข่มขู่พูดจาดูถูกต่างๆนาๆเสมอ ทั้งคู่สมรสกันเพียงในนามเท่านั้น

ที่สุโขทัยนี่เอง อุรารักษ์ เจียรกุล หญิงสาวผู้หลงรักปัทอย่างหลงไหล พร้อมกับเพื่อนชายมาหาปัทที่บ้านพ่อเลี้ยงพูนทวี และ ปลัดวราห์ เพื่อนทั้งสอง เมื่อพบกับ รจนาไฉน ก็ต่างหลงรักทันที เพราะต่างเข้าใจว่ารจนาไฉนเป็นน้องสาวของปัท โดยปัทก็พยายามสนับสนุนเต็มที่เช่นกัน ต่อมาพ่อเลี้ยงพูนทวีทราบความจริงว่า รจนาไฉนเป็นภรรยาของปัท ก็พยายามหักห้ามใจ เมื่อปัททำไม่สำเร็จ จึงหันมาเล่นงานรจนาไฉนต่อไปเพื่อบีบบังคับให้หย่าขาด อยู่เสมอๆเป็นกิจวัตร อีกทั้ง อุรารักษ์ที่เข้ามาเป็นมือที่สามคอยแทรกระหว่างทั้งสองอยู่เสมอ และได้บอกกับรจนาไฉนว่าเธอตั้งท้องกับปัท ทำให้รจนาไฉนสุดจะทานทน และตัดสินใจออกจากปัทมกุลทันที รจนาไฉนได้รับความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยงพูนทวี และเพื่อกันการครหา จึงให้รจนาไฉนอยู่ในความดูแลของแม่ครัว ส่วนตัวเองเปลี่ยนไปพักที่อื่น พร้อมทั้งไปหาปลัดวราห์เพื่อสืบถามความจริง และให้ อุรารักษ์พูดความจริงว่า เด็กในท้องนั้นเป็นลูกของปลัดวราห์

ปัทพยายามตามหารจนาอย่างสุดกำลัง และได้มาพบกับรจนาไฉนที่บ้านของพ่อเลี้ยงพูนทวี จึงเกิดความเข้าใจผิดกันขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป รจนาไฉนใจอ่อน ยอมเดินทางกลับมาหาปัท
คนทั้งสองได้รู้จักถึงคำว่า รัก และ พรัดพราก ทางด้านโรมฤทัยกับประวุฒิ เพราะความคึกคะนองและความมึนเมา ทำให้ทั้งคู่พลาดทั้งๆที่ไม่ได้รักกันเลย โดยประวุฒิยังหวังจะได้ครองรักกับรจนาไฉนเพราะรู้ว่าแต่งงานกันเพียงในนาม เท่านั้น ส่วนโรมฤทัยก็ยังหวังจะได้ครอบครองปัทเช่นกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินทางขึ้นมาที่ สุโขทัย แต่ทั้งคู่ก็ผิดหวัง เมื่อทราบความจริงว่า ขณะนี้ปัท และ รจนาไฉน มีความรัก และมีความสุขดีแล้ว ทั้งโรมฤทัย และ ประวุฒิ รู้สึกผิดหวังอย่างที่สุด และเดินทางกลับกรุงเทพ และตัดสินใจแต่งงานกันด้วยหวังว่าจะได้เติมเต็มกันและกันต่อไป ในวันข้างหน้า เมื่อเห็นว่าความรักนั้นมีค่าแก่การครอบครอง…