เมื่อความรักถูกกีดกัน ศักดิ์หนุ่มเมืองหลวง จำต้องทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับพิณที่บ้านนา อยู่ด้วยกันจนมีพยานรักสองคน คือคำนาง และนิ่ม แล้วชะตากรรมก็มาถึงคราวพลิกผัน เมื่อศักดิ์ ถูกทำร้ายตาใกล้จะบอด พิณจำต้องทิ้งคนรักและลูกน้อยมาทำงานในคณะหมอลำ เพื่อหาเงินมารักษาดวงตาของศักดิ์ แต่กลับต้องตกเป็นเมียของชัชชัยเจ้าของคณะหมอลำที่สนับสนุนพิณจนโด่งดังมีชื่อเสียงเป็นราชินีหมอลำ คำนางจูงมือศักดิ์และน้องเข้าเมืองกรุง ตามหาแม่ จนมาพบกับรุจน์และไทธชาสองพี่น้อง ผู้ชักจูงเธอเข้าสู่วงการหมอลำ…จนโด่งดังมีชื่อเสียงดวงชะตาขีดให้สองแม่ลูกต้องมาประชันกันบนเส้นทาง “ราชินีหมอลำ”

เสียงร้องเพลงหมอลำของ คำนาง เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ระหว่างที่เธอกับ พิณ ผู้เป็นแม่หาบของไปขายเพื่อหาเงินมารักษาดวงตาของ ศักดิ์ ผู้เป็นพ่อที่ใกล้จะบอด พิณตัดสินใจไปทำงานกับคณะหมอลำตามคำชักชวนของ ศรีวัน และวันหนึ่งโอกาสของพิณก็มาถึงเมื่อเธอได้เป็นนักร้องขวัญใจประชาชน โดยใช้ชื่อใหม่ว่า ดาราราย ประกายเพชร คำนางต้องทำงานหาเงินเลี้ยงพ่อและ นิ่ม น้องสาว เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี คำนางก็ได้ข่าวของแม่จากเพื่อนบ้านว่าพิณไปตระเวนแสดงดนตรีอยู่กับสามีใหม่ ทำให้ศักดิ์และลูกตัดสินใจเข้ากรุงเทพเพื่อพิสูจน์ความจริง รุจน์ เป็นลูกชายเจ้าของบริษัทเทปเพลงเสียงสวรรค์ และได้มาทำงานที่บริษัทพร้อมกับ ไทธชา พี่ชายต่างมารดา เมื่อศักดิ์และลูกมาถึงกรุงเทพก็ไปที่วงดนตรีของดาราราย ประกายเพชร เพื่อตามหาพิณ แต่ทั้ง 3 คนถูก ชัชชัย สามีใหม่ของพิณไล่ออกมา ตลอดเวลาที่ผ่านมาพิณวานให้ศรีวันช่วยเอาเงินไปส่งให้ลูกและสามีที่บ้านนอก แต่ศรีวันไม่เคยส่งให้เพราะคำสั่งของชัชชัย วันหนึ่งคำนางโดนพวกวัยรุ่นลวนลาม แต่รุจน์มาช่วยไว้ทัน ทั้ง 3 พ่อลูกออกร้องเพลงหมอลำไปตามที่ต่างๆ ในกรุงเทพ จนวันหนึ่งก็ได้ไปออกรายการโทรทัศน์ พิณได้ดูและคิดจะออกตามหาทั้ง3 และชวนศรีวันไปเป็นเพื่อนแต่ก็หาแต่ไม่พบ คำนางไปเป็นพนักเสิร์ฟที่ร้านอาหาร ซึ่งรุจน์ก็พา ษยา แฟนสาวมาทานอาหารที่ร้านนี้ ทำให้ได้พบคำนางอีกครั้ง นิ่มพาพ่อออกไปเป่าแคนหาเงินช่วยพี่สาวอีกแรงหนึ่ง และพิณก็มาเจอโดยบังเอิญ เธอให้เงินช่วยเหลือนิ่มในนามน้าใบ้ เพราะพิณคิดว่าถ้าเธอพูดศักดิ์ต้องจำเสียงเธอได้แน่ กระทั่งวันหนึ่งนักร้องประจำร้านอาหารเกิดป่วยกระทันหัน ซึ่งก็ทำให้คำนางได้ขึ้นเวทีเป็นนักร้องนับตั้งแต่ วันนั้น เพราะไทธชาชวนคำนางให้ไปทำเทปด้วย พิณยังแอบไปหานิ่มกับศักดิ์เสมอๆ และวันหนึ่งศักดิ์ประสบอุบัติเหตุทำให้ความจำเสื่อม พิณคอยดูแลศักดิ์ในนามของดารารายจนอาการดีขึ้น คำนางก็ได้เป็นนักร้องของค่ายเสียงสวรรค์ ทำให้รุจน์และไทธชาได้ทำงานใกล้ชิดกับคำนางจน ลลิล ซึ่งเป็นแฟนของไทธชาและบุษยาเริ่มระแวง ทางด้านศรีวันกับชัชชัยก็สะกดรอยตามพิณไป จนรู้ว่าพิณพาศักดิ์ไปอยู่ที่ไหน ชัชชัยให้ลูกน้องไปจัดการกับศักดิ์ และบอกว่าดารารายกับพิณเป็นคนๆ เดียวกัน ศักดิ์เสียใจมาก คำนางได้ออกเทปชุดแรกและใช้ชื่อว่า ช่อฟ้า เสียงสวรรค์ ซึ่งได้รับความนิยมมาก คำนางต้องไปทัวร์คอนเสิร์ต ลลิลรู้สึกว่าไทธชามีใจให้คำนาง ทำให้เธอกับบุษยาคอยกลั่นแกล้งคำนาง เมื่อมีโอกาสชัชชัยก็ชักชวนคำนางให้มาทำงานด้วย แต่พิณเตือนคำนางไว้ เพราะกลัวว่าจะพลาดท่าชัชชัย เมื่อพิณรู้เรื่องที่ศักดิ์หายตัวไป ก็รู้ว่าต้องเป็นฝีมือของชัชชัยแต่เขาไม่ยอมรับ รุจน์บังเอิญได้พบศักดิ์และจำได้ว่าเป็นพ่อของคำนางจึงพากลับมาหาคำนาง ทำให้คำนางรู้สึกประทับใจในตัวรุจน์มากขึ้น แต่เหตุการณ์ร้ายๆ ก็เกิดขึ้นอีก เมื่อชัชชัยพยายามที่จะลวนลามคำนาง แต่โชคดีที่มีคนมาช่วยไว้ทัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีคนแอบถ่ายภาพไว้ ทำให้คำนางต้องตกเป็นข่าวหน้าหนึ่ง จนเมื่อความจริงถูกเปิดเผยขึ้นว่าเป็นฝีมือของบุษยากับลลิล ทำให้รุจน์และไทธชาขอเลิกกับทั้งคู่ ต่อมาคำนางได้ออกเทปชุดที่สองและโด่งดังมาก ทำให้เธอได้เข้าชิงรางวัลนักร้องเสียงทองประจำปีคู่กับดาราราย ประกายเพชร ในวันงานประกาศผลนิ่มและศักดิ์มาร่วมงานด้วย พิณได้ออกมาร้องเพลงหมอลำพร้อมทั้งอำลาแฟนเพลง ส่วนคำนางก็ได้ร้องเพลงที่พิณเคยใช้กล่อมตอนเด็กๆ ซึ่งก็ทำให้พิณได้รู้ความจริงว่าคำนางคือลูกสาวของเธอ เมื่อทุกเรื่องราวได้คลี่คลายแล้ว ไทธชาก็ขอคำนางแต่งงานแต่เธอปฏิเสธเพราะเธอรู้ใจตัวเองว่ารักรุจน์
รายชื่อนักแสดงละคร ราชินีหมอลำ
ภัทรพล ศิลปาจารย์ รับบท รุจน์
ศิริลักษณ์ ผ่องโชค รับบท คำนาง
สันติสุข พรหมศิริ รับบท ศักดิ์
จินตรา สุขพัฒน์ รับบท พิณ ( ดาราราย )
กมล ศิริธรานนท์ รับบท ไทธชา
ภัคจิรา วรรณสุทธิ์ รับบท บุษยา
รัญญา ศิยานนท์ รับบท ศรีวัน
วรายุท มิลินทจินดา รับบท เจ๊หวึ่ง
รอน บรรจงสร้าง รับบท ชัชชัย
ควบคุมการผลิตโดย วรายุธ มิลินทจินดา

รัตนโกสินทร์ เป็นเรื่องราวชีวิตของ พ่อฟัก หรือ ฮก ลูกคนที่ 2 และเป็นบุตรชายคนโตของเจ้าสัวในเตาซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่าง รัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 4 ซึ่งในวัยเยาว์ได้ติดตาม แม่ส้มจีน พี่สาวซึ่งแต่งงานกับ หลวงเทพอาญา โดยได้ไปอาศัยอยู่กับพี่สาวและพี่เขยที่เรือนของ คุณพระราชพินิจจัย บิดาของหลวงเทพอาญาและที่แห่งนี้ทำให้ฟักได้พบกับ แม่ช้อง หลานสาวของคุณพระราชพินิจจัย ซึ่งฟักก็ได้หลงรักแม่ช้องในทันทีเมื่อแรกเห็นและเมื่อพ่อฟักอายุได้ 18 ปีก็ได้ขอให้แม่ส้มจีนขอแม่ช้องมาเป็นภรรยา แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากถูกผู้ใหญ่ขัดขวางกีดกันจึงทำให้พ่อฟักต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านเก่าซึ่งหลังจากนั้น พ่อสน หลานชายคนเดียวของเจ้าพระยามหาเสนาที่สมุหพระกลาโหม ซึ่งมีนิสัยเจ้าชู้ทำตัวเป็นอันธพาลได้มาติดพันแม่ช้องโดยการติดสินบนนางเอี่ยมคนรับใช้คนสนิทของคุณช้อง ซึ่งหลังจากนั้นพ่อสนและแม่ช้องก็ได้เสียกัน ต่อมาพ่อสนจึงพาแม่ช้องหนีออกจากเรือนคุณพระราชพินิจจัย ไปอาศัยอยู่ที่เรือนของตนระหว่างนั้นฟักได้พบกับ แม่เพ็ง บุตรสาวคนเดียวของ พระยาสุเรนทรราชเสนา ระหว่างที่แม่เพ็งจมน้ำฟักได้เข้าไปช่วยทำให้ ท่านผู้หญิงเรียม แม่ของแม่เพ็งนั้น พอใจในตัวของพ่อฟักอยากได้มาเป็นลูกเขย ซึ่งพ่อฟักเองก็หลงรักแม่เพ็งเมื่อแรกเห็น ทางด้านแม่เพ็งหลงรักพ่อฟักเมื่อแรกเห็นเช่นกัน ต่อมา พ่อฟักได้เข้ารับราชการในตำแหน่งทนายไต่สวนคดีความและแม่เพ็งก็ได้โตเป็นสาวแล้วและเมื่อคุณสน ซึ่งมีลูกสาวกับคุณช้องแล้ว 1 คนและไม่สนใจไยดีคุณช้องอีกต่อไป ได้เห็นแม่เพ็งก็หลงรักและเข้ามาจีบแต่แม่เพ็งไม่สนใจคุณสนก็ไม่ละความพยายาม ต่อมาฟักทำความดีความชอบจนได้เลื่อนยศขึ้นเป็นคุณหลวง พ่อฟักได้ขอให้เจ้าสัวในเตาและแม่พลับพ่อแม่ของตนเอง ไปสู่ขอแม่เพ็งจากท่านพระยาสุเรนทรราชเสนาและท่านผู้หญิงเรียม โดยระหว่างนั้นแม่ช้อง,ลูกสาวและนางเอี่ยม ได้หนีออกจากบ้านท่านเจ้าพระยามหาเสนามาอาศัยอยู่ที่เรือนหอของพ่อฟักและแม่เพ็งที่ปากคลองบางลำภู พ่อฟักจึงส่งแม่ช้องไปอยู่กับพี่สาวและพี่เขยที่เมืองกาญจนบุรี ซึ่งพี่เขยของพ่อฟักได้ไปรับราชการที่นั่น โดยพาเมียและลูกอีก 3 คนไปด้วย หลังจากพระราชพินิจจัยบิดาถึงแก่อสัญกรรม และเมื่อคุณสนทราบว่าแม่เพ็งกำลังจะแต่งงานกับฟักก็โกรธมาก บุกไปยังงานแต่งของฟักและแม่เพ็งและถามหาคุณช้องแต่ฟักก็ได้พ่อแจ้งหรือหมื่นจิตรใจหาญคนรู้จักกันช่วยแก้ต่างให้ทำให้คุณสนหัวเสียกลับไป ต่อมาเมื่อท่านเจ้าพระยามหาเสนากำลังจะสิ้นใจ ทั้งแม่ช้อง,ลูกสาวและนางเอี่ยมก็ได้กลับมาดูใจท่านเจ้าพระยาเป็นครั้งสุดท้าย และเมื่อท่านเจ้าพระยาเสนาสิ้นใจ แม่ช้องก็หมดที่พึ่งกลายเป็นทาสในเรือนพ่อสนไปตลอดชีวิต ส่วนพ่อฟักและแม่เพ็งหลังจากแต่งงานก็มีลูกสาวด้วยกันถึง 3 คนและในปี พ.ศ. 2376 พ่อฟักและท่านพระยาสุเรนทรราชเสนา ผู้เป็นพ่อตา ได้ไปรบในสงคราม อานามสยามยุทธแต่ท่านได้สิ้นชีวิตในสนามรบ และจากสงครามครั้งนี้ทำให้พ่อฟักได้เลื่อนยศขึ้นเป็นคุณพระที่พระงำเมือง ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคตลงในปี พ.ศ. 2394 พระภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ จึงลาผนวชมาขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 4 ฟัก ก็ได้เลื่อนยศขึ้นเป็นพระมหาวินิจฉัยและได้ย้ายไปทำงานที่วังหน้า หลังจากนั้นพ่อฟักและแม่เพ็งก็มีลูกชายอีก 2 คน และหลานปู่ของพ่อฟักก็ได้บันทึกเรื่องราวของปู่และย่าเอาไว้และได้กลายเป็นเรื่อง