วังน้ำวน-2547

อาโป ( อลิชา ไล่สัตรูไกล ), เพียงธาร ( ธัญญาเรศ รามณรงค์ ) และ ระริน ( ภัคพร ภูวะปัจฉิม ) เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยที่เรียนโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ทั้งสามทั้งมีความฝันเป็นของตัวเอง อาโปมีฐานะทางครอบครัวดีกว่าเพื่อน เธอฝันว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังเรียนจบ ผิดกับเพียงธารที่มีฐานะยากจน เธอจึงรับหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัวทุกอย่าง ระรินมีความฝันไม่ต่างจากเพื่อนๆ เธอใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนางเอกละคร แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเธอทั้งสามคิดเหมือนกัน ก็คือการแอบชอบ ต้นสาย ( ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง ) ครูฝึกสอนหนุ่มหน้าตาดีที่เข้ามาฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียน

เพียงธารออกหางานพิเศษทำทุกอย่างเพื่อส่งเสียครอบครัว งานแรกคือการเป็นเซลล์ขายเครื่องสำอางค์ ซึ่งทำให้เธอได้พบกับ ทัดดาว ( ศิรินุช เพ็ชรอุไร ) จึงถูกชักชวนไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้มีรายได้ดีกว่าเดิม และอาจจะมีโอกาสก้าวสู่การเป็นนางแบบได้ แต่เมื่อระรินรู้ จึงอยากรู้จักทัดดาวด้วย เพื่อหวังว่าตัวเองจะได้เป็นดาราอย่างที่ฝันไว้

วันหนึ่งทั้งสามสาวแอบโดดเรียนไปเล่นน้ำที่แม่น้ำ แต่อาโปว่ายน้ำไม่แข็งจึงถูกดูดลงไปในใต้น้ำซึ่งเป็นน้ำวน ต้นสายเห็นเข้าจึงกระโดดลงไปช่วยอาโปไว้ทัน ทำให้อาโปรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก ต้นสายมาลาอาโป เพื่อกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ทั้งสองจึงเผยความรู้สึกในใจต่อกัน วัน หนึ่งขณะที่ต้นสายกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางได้ช่วยระรินที่กำลังถูกพ่อเลี้ยงปลุกปล้ำ ระรินจึงขอเข้ากรุงเทพฯ กับต้นสาย เพื่อไปทำงานกับทัดดาว แต่พอถึงกรุงเทพฯ ระรินกลับติดต่อกับทัดดาวไม่ได้ ต้นสายจึงให้ระรินพักกับตนไปก่อน จนทำให้ทั้งคู่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน อาโปและเพียงธาร รู้สึกผิดหวังมากเพราะคิดว่าต้นสายเป็นคนพาระรินหนี

หลังสอบปลายภาค เพียงธารตัดสินใจมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสียครอบครัว อาโปจึงเสนอให้ไปอยู่บ้านป้าพร้อมกับตัวเอง อาโปไปสมัครเรียนภาษาเยอรมันเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อ เลยทำให้เธอได้พบกับ กลางชล ( รัฐศาสตร์ กรสูต ) ครูสอนภาษาเยอรมัน ส่วนเพียงธารได้ไปทำงานที่ร้านดอกไม้ คุณปอง ( ณหทัย พิจิตรา ) อดีตดาราที่เคยเดินทางผิด เธอจึงคอยตักเตือนเพียงธารอยู่เสมอๆ เพราะกลัวว่าเพียงธารจะมีชีวิตที่ซ้ำรอยแบบเธอ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับ สินธู (นพชัย มัททวีวงศ์ ) นักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย คุณปองก็ยิ่งเป็นห่วงเธอมากขึ้น

ระรินถูกสินธู ชักชวนให้เล่นหนังวีซีดี เพราะสนใจในตัวระริน โดยที่ระรินก็เล่นด้วย สินธูอาสาเลี้ยงดูระรินโดยซื้อบ้านให้อยู่ ระรินจึงหนีจากต้นสายมาอยู่กับสินธู ทางด้านเพียงธารเป็นหญิงสาวที่สินธูหวังครอบครองเป็นเจ้าของ แต่มีคุณปองคอยขัดขวาง กลางชลมีโอกาสได้ใกล้ชิดเพียงธารมากขึ้น เมื่อเพียงธารย้ายออกมาอยู่อพาร์ทเมนท์ตรงข้ามกับบ้านของเขา ทำให้กลางชลเริ่มหวั่นไหว จึงขอหมั้นกับอาโปแล้วชวนกันไปอยู่ที่เยอรมันด้วยกัน แต่อาโปปฏิเสธเพราะยังสนุกกับงานที่ทำอยู่ อาโปนำเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อรถ เป็นจังหวะที่เพียงธารเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะหาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย จึงมาขอยืมอาโป แต่อาโปไม่มี เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจขอยืมสินธู สินธูจึงสั่งให้ลูกน้องนำเงินไปให้ทันที เพียงธารต้องการหาเงินให้ให้สินธูโดยเร็ว จึงทำงานเพิ่มมากขึ้น กลางชลแนะนำให้ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัทของเพื่อน อาโปก็ไปสมัครงานนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่าเพียงธารถูกเลือกแทน เพียงธารนำเงินไปคืนสินธู แต่เขาไม่รับและขอแลกกับการคบกับเพียงธารแทน แต่เพียงธารยังไม่ยอมรับ

กลางชลใกล้ชิดกับเพียงธารมากขึ้น โหน่ง ( วสันต์ อุตตมะโยธิน ) พยายามเตือนอาโป แต่อาโปไม่เชื่อว่าเพื่อนจะทำร้ายเพื่อนได้ ระรินเริ่มออกอาการหึงหวงสินธูมากขึ้นจนเสียการเสียงงาน สินธูวางแผนเปิดกล้องภาพยนตร์ 3 เรื่องพร้อมกัน โดยมี เพียงธาร, อาโป, ระริน นำแสดงในแต่ละเรื่อง โดยวางกลางชลแสดงคู่กับอาโป ระรินติดต่ออาโปให้สินธู แต่หลอกว่ามีฉากวับๆ แวมๆ อาโปจึงปฏิเสธ แต่มารู้ทีหลังวาเป็นหนังชีวิตธรรมดาจึงตอบรับ พออาโปรู้ว่ากลางชลถอนตัวจึงผิดหวังในที่สุดจึงตัดสินใจไม่รับเล่น และก็ยังไม่อยากไปเรียนต่อ กลางชลจึงแนะนำให้อาโปไปเรียนการแสดง จนได้รู้จักกับ แจ็ค ผู้กำกับที่กำลังหานางเอกใหม่อยู่ อาโปได้เจอกับต้นสายอีกครั้ง อาโปจึงแนะนำให้ต้นสายไปเป็นแสตนด์อินในละครที่เธอเล่น อาโปประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมากกว่าเพื่อนทั้งสอง

สินธูคิดจะสร้างหนังใหญ่ เรื่อง วังน้ำวน โดย พัฒน์ ผู้กำกับต้องการ อาโป มาเล่น เพราะอาโปกำลังได้รับความนิยม แต่สินธูต้องการเพียงธาร และ ระริน เล่นเรื่องนี้ เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงในสังกัดของเขา พัฒน์เลือกอาโปกับระริน เพราะบทเหมาะกว่า เพียงธารไปหาคุณปอง แต่พบว่าคุณปองฆ่าตัวตาย เพราะเมียหลวงมาอาละวาดที่ร้าน เพียงธารเสียใจมาก รวมทั้งเห็นอาโปและกลางชลหวานชื่นกัน เพียงธารหมดหนทางจึงตัดสินใจไปหาสินธู และวันนั้นเธอก็ค้างที่คอนโดสินธูอย่างเต็มใจ จนเพียงธารรู้ว่าตัวเองไม่ได้เล่นหนัง วังน้ำวน จึงขอสินธูเปลี่ยนตัวให้เธอได้เล่นเรื่องนี้ เพื่อทำให้ความฝันของคุณปองให้เป็นจริง พัฒน์เลือก อาโป กับ เพียงธาร โดยตัดระรินออกจากหนังเรื่องนี้ ทำให้ระรินเสียใจมาก บังเอิญพระเอกของเรื่องนี้ถอนตัว สินธูจึงไปขอร้องให้กลางชลมาแสดงแทน กลางชลตอบตกลง เพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพียงธาร ทางด้านอาโปจึงเริ่มไม่ไว้ใจเพียงธารมากขึ้นและเริ่มหึงหวงกลางชล เมื่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป ระรินมาอาละวาดกับเพียงธารที่กองถ่ายเรื่องของสินธู กลางชลออกหน้าปกป้องเพียงธาร

อาโปน้อยใจกลางชลที่เริ่มตีตัวออกห่าง แจ็ค มาขอให้อาโปกับเพียงธารไปเดินแบบงานแฟชั่นการกุศล ระรินจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ไปเดินแฟชั่นงานนี้ด้วย ในงานแฟชั่น กลางชลตัดสินใจบอกเลิกกับอาโป เพียงธาร, อาโป, ระริน ต้องเผชิญหน้ากันในห้องแต่งตัว ทั้งสามทะเลาะกัน เมื่อออกมาหน้าเวทีจึงแกล้งเดินชน แล้วเหยียบเท้ากัน เลยเถิดไปถึงขั้นตบตีกันด้านหลังเวที สินธูกับกลางชลตามมาช่วย แต่ก็เกิดชกต่อยกันเองเพราะความหึงหวง สินธูดึงเพียงธารไปเคลียร์ปัญหาที่ค้างคากันอยู่ ส่วนระรินถึงกับขาดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล อาโปไม่สามารถเข้าฉากกับเพียงธารและกลางชล ได้อย่างสนิทใจอีกต่อไป

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ความรักของเพื่อนทั้งสาม ขาดสะบั้นลง เมื่อความรักกลายเป็นวังวน ที่พัวพันรอบตัวพวกเธอ จนไม่สามารถสะบัดหลุดไปได้ จุดจบความรักของทั้งสามจะเป็นอย่างไร พวกเธอจะหาทางออกจาก วังน้ำวน แห่งนี้ได้หรือไม่ หรือยังคงหลงอยู่ในวังวนต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

รายชื่อนักแสดง วังน้ำวัน

อลิชา ไล่สัตรูไกล รับบท อาโป
ธัญญาเรศ รามณรงค์ รับบท เพียงธาร
ภัคพร ภูวะปัจฉิม รับบท ระริน
รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท กลางชล
ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง รับบท ต้นสาย
นพชัย มัททวีวงศ์ รับบท สินธู
ศิรินุช เพ็ชรอุไร รับบท ทัดดาว
วสันต์ อุตตมะโยธิน รับบท โหน่ง
นัฏฐา ลอยด์ รับบท โสภิต
ณหทัย พิจิตรา รับบท ปอง
วิทิต แลต รับบท แอ๊ดดี้

ตาเบบูญ่า

ใต้ต้น ตาเบบูญ่า ที่นี่คือที่เริ่มต้นตำนานของสามสาวที่ผูกสมัครรักใคร่เป็นเพื่อนกันในรั้วมหาลัย แต่สายสัมพันธ์ยืนยาวจนเป็นเพื่อนทุกข์ในอนาคต เรื่องราวของเธอเกิดขึ้นเพราะผู้ชายเลวๆ หนึ่งคน ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเธอเปลี่ยนไป

ในงานเลี้ยงคืนสู่เหย้า สามสาวตาเบบูญ่าได้มาเจอกันอีกครั้ง ทั้งสามอยากจะลืมทุกสิ่งที่ไม่ดีต่อกัน ใต้ต้นตาเบบูญ่าต้นเดิม..มิตรภาพของพวกเธอเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ต่างคนต่างรับรู้ความเป็นไปของกันและกัน

แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เมื่อ เอกฤทธิ์ ผู้ชายที่ทำให้มิตรภาพของสามสาวตาเบบูญ่า สั่นคลอน ได้กลับมาป้วนเปี้ยนในชีวิตของพวกเธอ ไม่เพียงแต่เท่านั้น เขาได้เข้าไปพัวพันกับลูกๆ ของเธอทั้งสาม ทำให้เรื่องราวที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เขาทำลายอนาคตของพวกเธออย่างยับเยิน แล้วสามสาวตาเบบูญ่า จะทำอย่างไร นี่คือปัญหา และคำถามว่า ทำไม ทำไมปัญหาเหล่านั้นจึงเกิดขึ้นกับลูกผู้หญิงอย่างไม่จบสิ้น

หมูแดง 2555

ตระกูลของพิษณุ เป็นหนี้ตระกูลของภาคินัยอยู่ท้วมท้น แต่พิษณุก็มาด่วนเสียชีวิตไป ทิ้งภาระไว้ให้ลูกหลาน คนที่จะแก้สถานการณ์ให้คือ หมูแดง ลูกสาวคนรักเก่าของพิษณุ เด็กสาวผู้ถูกเกลียดชังจากคนทั้งสองตระกูล แต่ด้วยความฉลาด ทันคน อดทน และจริงใจ หมูแดง ก็ทำให้ตระกูลทั้งสองปรองดองกันได้สำเร็จ

การะเกด (สุธิดา เกตานนท์) รักอยู่กับ พิษณุ (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) ต่อมาพ่อแม่ของการะเกดจำเป็นต้องให้การะเกดแต่งงานกับเศรษฐีหนุ่มชาวจีนทั้งสองจึงต้องแยกจากกัน วันเวลาผ่านไปการะเกดมีลูกสาว คนหนึ่งชื่อ หมูแดง (รัชวิน วงศ์วิริยะ) เมื่อบิดาจากไป หมูแดง จึงติดตามการะเกดมาอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยให้น้าและคนงานเก่าแก่อยู่ดูแลไร่และโรงงานในต่างจังหวัด

ส่วนพิษณุนั้นได้แต่งงานกับ สตี (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) โดยมีข้อแม้ว่าพิษณุจะขอมีการะเกดอีกคน หากวันใดที่การะเกดกลับมา สตีมีลูกกับพิษณุ 3 คนคือ พิกุลแก้ว (เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์) เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ใกล้จะจบ จารึก (กาณณ์ กณิณ) ซึ่งหมกมุ่นอยู่กับอบายมุขทั้งเหล้าและการพนัน โรจนา หรือ มด (พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์) กำลังเรียนอยู่มัธยมปลาย เมื่อการะเกดกับ หมูแดง เข้ามาอยู่ใน บ้านวัชราพันธุ์ แม้สตีจะไม่พอใจแต่ก็ไม่แสดงให้พิษณุเห็น มีพิกุลแก้วคนเดียวเท่านั้นที่เป็นมิตรกับการะเกดและ หมูแดง

จากความล้มเหลวทางการลงทุนทำให้พิษณุเป็นหนี้ ภาคินัย (พีท ทองเจือ) นายแพทย์ทหารบกยศพลตรีอย่างมากมาย จนถึงกับเอาบ้านวัชราพันธุ์ไปจำนองไว้โดยไม่รู้ว่าในอดีตตระกูล ของภาคินัยเคยถูกปู่ย่าตายายของเขาหักหลังมาก่อน ภาคินัยจึงมุ่งแก้แค้นตระกูลพิษณุให้สิ้นฐานะ ซึ่งเรื่องหนี้นี้คุณสตีและลูก ๆ ไม่รู้มาก่อน มีแต่การะเกดคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้และหาทางช่วยเหลือพิษณุอยู่

หมูแดง ได้ไปเรียนโรงเรียนเดียวกับคุณมด โดยมีคุณสตีซึ่งไม่พอใจคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งบ่อยครั้ง การะเกดสงสารลูกได้แต่บอกให้อดทน หมูแดง จึงยอมทนทุกอย่าง เพราะเห็นแก่แม่ ภาคินัยส่ง โยธิน (โชคชัย บุญวรเมธี) หลานชายซึ่งเป็นเพื่อนกับจารึกมาเก็บดอกเบี้ยที่บ้าน วัชราพันธุ์เป็นประจำจนสนิทสนมกับพิกุลแก้ว ต่อมาภาคินัยได้เร่งรัดหนี้สินและขู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องหนี้สินให้สตีและลูก ๆ รู้จะได้เลิกฟุ่มเฟือย ทำให้พิษณุเครียดจัดจนเสียชีวิตกะทันหัน

การะเกดได้แบกรับความทุกข์ของพิษณุไว้และพยายามช่วยกู้ฐานะของตระกูลตามที่พิษณุขอร้องก่อนตาย เมื่อ หมูแดง เรียนจบก็ได้กลับไปอยู่ที่ไร่ของพ่อและรู้ว่าตลอดเวลา ที่ผ่านมา แม่ได้ขายโรงงานและไร่บางส่วนไปเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายที่กรุงเทพฯ ในขณะที่สตี และลูก ๆ เข้าใจว่าการะเกดครอบครองมรดกของพิษณุแต่เพียงผู้เดียว จนกระทั่งการะเกด ล้มป่วยลง หมูแดง จึงเดินทางมาเยี่ยม

ระหว่างนั่งรถไฟได้พบกับภาคินัยโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เมื่อถึงกรุงเทพฯ หมูแดง ไปเยี่ยมการะเกดที่โรงพยาบาลและได้พบกับ พงษ์ (ปิยะ ตระกูลราษฎร์) ทนายความประจำตระกูลจึงรู้ว่าเจ้าหนี้กำลังเร่งรัดหนี้สินทั้งหมด หมูแดง จึงให้ทนาย ไปขอเลื่อนไปอีก 3 เดือน เธอจะพยายามขายไร่และจะหางานทำเพื่อหาเงินมาให้

อาจารย์อานนท์ (การิณ ศุตายุส์) สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่พิกุลแก้วเรียนอยู่ ได้หลงรักพิกุลแก้วเงียบ ๆ แต่พิกุลแก้วกลับหมั้นกับร้อยโทโยธินหลานชายของภาคินัย อานนท์ได้รู้จักกับ หมูแดง และไม่ชอบที่คุณมดแสดงกริยาดูถูก หมูแดง จึงพยายามช่วยปกป้องอยู่เสมอ ทำให้คุณมดไม่พอใจที่อานนท์สนใจ หมูแดง จึงคบคิดกับจารึกหาทางทำลาย หมูแดง จนเมื่อการะเกดกลับมาก็ได้ช่วย หมูแดง ไว้จนตัวเองตกบันไดตาย

ในงานศพ หมูแดง ได้พบกับภาคินัยและรู้ว่าที่แท้คือเจ้าหนี้รายใหญ่ของแม่ จึงโกรธและบอกว่าจะหาเงินมาใช้ให้ภาคินัยอย่างเร็วที่สุด โดยเธอจะแต่งงานกับ เสี่ยเมธี (อ้วน มนตรี) แต่ภาคินัยไม่ยอมเพราะรู้ว่าเสี่ยเมธีเป็นเสือผู้หญิง จึงจ้าง หมูแดง ไปทำงานที่บ้านของเขามีหน้าที่ดูแล คุณพริม (ด.ญ. นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล) ลูกสาวจอมดื้อที่เกิดกับภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเขา โดยสัญญาว่าถ้าทำงานครบ 3 เดือนจะยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ถ้าครบ 6 เดือนจะยกโฉนดที่ดินบ้านวัชราพันธุ์คืนให้หมด เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครเคยทำงาน ได้เกิน 2 สัปดาห์ หมูแดง รู้สึกเหมือนถูกสบประมาทจึงตกลงรับทำงานที่บ้านภาคินัย

เมื่อหมูแดงก้าวเข้ามายังบ้านของภาคินัย ก็พบกับความไม่พอใจจาก คุณเทวี (พิจิตรา สิริเวชชะพันธ์) น้องสาวคนสวยของภรรยาที่เสียไปของคุณภาคินัยและ ละม่อม (สุดา ชื่นบาน) แม่บ้านผู้ภักดีของคุณเทวี แต่ก็ยังมี สายบัว (วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ) แม่บ้านอีกคนหนึ่ง ที่เห็นใจ หมูแดง และเล่าเรื่องเกี่ยวกับบ้านภาคินัยให้ฟังเสมอ

ในระยะแรก ๆ คุณพริมไม่ชอบ หมูแดง เพราะเทวียุยงว่า หมูแดง จะมาเป็นแม่เลี้ยงคนใหม่ แต่ต่อมาเด็กน้อยก็กลับรักและไว้ใจ หมูแดง ทำให้เทวีวางแผนกลั่นแกล้ง หมูแดง ต้องออกจากบ้านไป ภาคินัยและลูกสาวต่างอาลัยอาวรณ์ เมื่อบ้านไม่มี หมูแดง จึงออกตามหาแต่ไม่พบ

ในงานแต่งงานของโยธินกับพิกุลแก้ว ภาคินัยได้เปิดเผยให้คนทั้งสองตระกูล ได้รู้ความจริงว่า การะเกดแม่ของ หมูแดง คือผู้ที่รับกรรมแทนคนในบ้านวัชราพันธุ์ทุกคน จึงร่ำร้องให้ หมูแดง กลับมา ส่วน หมูแดง เมื่อออกจากบ้านภาคินัยไป ก็ประสบอุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อภาคินัยรู้จึงไปรับ หมูแดง กลับมาและมอบโฉนดบ้านวัชราพันธุ์ให้ตามสัญญา หมูแดง ได้มอบบ้านวัชราพันธุ์ให้แก่พิกุลแก้วเป็นของขวัญวันแต่งงาน ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี เมื่อภาคินัยขอแต่งงาน เพื่อให้ หมูแดง เป็นแม่ของคุณพริมตลอดไป ติดตามชม ละครหมูแดง

รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร หมูแดง

พีท  ทองเจือ   แสดงเป็น   ภาคินัย
รัชวิน  วงศ์วิริยะ   แสดงเป็น   มริสสา หรือ หมูแดง
พิจิตรา  สิริเวชชะพันธ์   แสดงเป็น   เทวี
โชคชัย  บุญวรเมธี  แสดงเป็น   โยธิน
เบญจวรรณ  อาร์ดเนอร์   แสดงเป็น   พิกุล
ทัช  ณ ตะกั่วทุ่ง   แสดงเป็น   พิษณุ
ปนัดดา  วงศ์ผู้ดี   แสดงเป็น   สตี
พิมพ์อักษิพร  วินโกมินทร์   แสดงเป็น   โรจนา หรือ มด
การิณ  ศตายุส์   แสดงเป็น   อานนท์
เนาวรัตน์  ยุกตะนันท์   แสดงเป็น   ราตรี
พิศมัย  วิไลศักดิ์   แสดงเป็น   อาม่า
สุธิตา  เกตานนท์   แสดงเป็น   การะเกด
กนกวรรณ   ด่านอุดม   แสดงเป็น   หม่อมระย้า
กาณณ์  กณิณ   แสดงเป็น   จารึก
ปิยะ  ตระกูลราษฎร์   แสดงเป็น   ทนายพงศ์
เอกชัย  เอื้อสังคมเศรษฐ์   แสดงเป็น   ฟาริค
นิธิ  ผลทวี   แสดงเป็น   ดาวุด
อ้วน  มนตรี   แสดงเป็น   เสี่ยเมธี
สุทธิคุณ  วันทานุ   แสดงเป็น   พรชัย
สุดา  ชื่นบาน   แสดงเป็น   ละม่อม
ด.ญ นันท์นภัส  เลิศนามเชิดสกุล   แสดงเป็น   คุณพริม
ด.ญ ชินารดี  อนุพงษ์ภิชาติ   แสดงเป็น  หมูแดง (เด็ก)
ด.ญ รวิสรา  บูรณะปฏิมากร   แสดงเป็น   โรจนา (เด็ก)
ด.ช ริชาร์ด  เกียนี่   แสดงเป็น   ฟาริค (เด็ก)
ด.ช ภัทรนันท์  ปาสาเขา   แสดงเป็น   ดาวุด (เด็ก)
วรวุฒิ  พงษ์ธีรพล   แสดงเป็น   มานพ
ชูษี  เชิญยิ้ม   แสดงเป็น   เฉื่อย
ปรเมศวร์  สิงห์โพธิ์   แสดงเป็น   มนัส
ปิยะมาศ  โมนยะกุล   แสดงเป็น   คุณหญิงพรทิพย์
ธนายงค์  ว่องตระกูล  แสดงเป็น   เจ๊มิ่งขวัญ
คมกฤช  ยุตติยงค์   แสดงเป็น   จ่าเสริม

หมูแดง

เขาต้องการให้ครอบครัว “ธวัชราพันธ์” หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนครั้งหนึ่งที่ครอบครัวของเขาเคยเป็น แต่เนื่องจากความดีงามของเธอ…”หมูแดง” ทำให้ความแค้นของเขาที่มีอยู่ก็สลายไปเพราะเธอ

เพราะพันธะสัญญาที่มริสสาหรือหมู แดงให้ไว้กับมารดาก่อนเสียชีวิตว่าไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องปกป้องวัชราพันธุ์ เอาไว้ให้ได้ แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาต้องยอมให้คนเหล่านี้ดูถูกหยาดหยามทั้งๆ ที่มารดาเธอไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ใครๆประนามเลย และยังต้องอดทนทุกอย่างเพื่อค้ำเกียรติวัชราพันธุ์ แต่สัญญาที่ให้ไว้สำคัญกว่าสิ่งใด ด้วยหัวใจที่ทระนงดั่งเพชรของผู้หญิงตัวเล็กๆทำให้ พันเอกภาคินัย เจ้าหนี้รายใหญ่ของวัชราพันธุ์ต้องวางหัวใจไว้ให้เธอ

นักแสดง ละครหมูแดง

แอน ทองประสม
ไพโรจน์ สังวริบุตร

ต้นส้มแสนรัก

เรื่องย่อละคร ต้นส้มแสนรัก

แสน เป็นเด็กชายอายุ 6 ขวบ นิสัยซุกซน ช่างคิดฝัน ชอบเล่นและพูดคนเดียว แม้ว่าจะอายุเพียง 6 ขวบแต่ก็ฉลาดเกินอายุ บางครั้งพูดจาแก่เกินตัว และอ่านหนังสือออกหมดโดยที่ไม่มีใครสอน เขาจดจำตัวอักษร และสระจากพี่ๆ จนสามารถอ่านคำยากๆ ได้หลายคำ ทุกคนในบ้านพากันงง และคิดว่าแสนจะต้องแอบไปให้ใครสอนมา ยกเว้นลุงเอิบเพียงคนเดียวที่เชื่อเรื่องนี้ และรู้ว่าแสนเป็นเด็กฉลาดโตขึ้นจะไปได้ไกล

ชีวิตของแสนคับแค้นมาก เพราะพ่อตกงานมาเป็นเวลานาน พ่อหม่นหมองและออกหางานตั้งแต่เช้ายันเย็นแทบทุกวัน ในที่สุดแม่ก็ต้องออกไปรับจ้างทำงานนอกบ้าน พี่สาวคนหนึ่งถูกส่งไปอยู่กับญาติฐานะดี เกด พี่สาวคนโตออกไปงานโรงงาน เหลือแต่แก้ว พี่สาวคนรองอยู่บ้านคอยดูแลน้อง และทำงานบ้านทุกอย่าง แสนรักแก้วมาก เพราะแก้วดีกับแสน และไม่เคยตีแรงๆ เวลาที่แสนทำผิด แสนมีพี่ชายอยู่คนหนึ่งชื่อ ปื๊ด อายุเก้าขวบ เป็นเพื่อนเล่นของแสนมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็มักเล่นเอาเปรียบเล็กๆน้อยๆ อยู่เสมอ แต่แสนก็ไม่ถือสา และคนที่แสนรักมากที่สุดคือ อ้น น้องชายคนเล็ก ซึ่งเป็นเด็กน่ารักไม่ดื้อไม่ซน แสนชอบพาอ้นไปเที่ยวรอบๆ บ้าน และสมมติว่าเป็นการเที่ยวเขาดิน

พ่อกับแม่ตัดสินใจออกจากบ้านเช่าหลังเก่า ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของย่าและลุง เพราะหลังใหญ่เกินกำลังเงินค่าเช่า ทั้งหมดได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านเช่าหลังเล็กราคาถูกกว่าเดิม หลังบ้านเป็นป่าละเมาะชายนา มีต้นไม้อยู่หลายต้น พวกเด็กๆ พากันจองต้นไม้คนล่ะต้น แก้วจองต้นมะม่วงเป็นคนแรก ปื๊ดรีบจองต้นมะขาม แสนไม่มีต้นไม้ดีๆ เป็นของตนจึงร้องไห้ แก้วสงสารจึงพาไปจองต้นส้มเล็กๆ ได้ต้นหนึ่ง ครั้งแรกแสนไม่ค่อยชอบต้นส้มนัก แต่ต่อมาแสนก็ยอมเป็นเจ้าของต้นส้ม แสนชอบการพูดคุยปรับทุกข์เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ต้นส้มฟัง แสนสนิทสนมและรักต้นส้มนี้มากที่สุด

ในวันหยุดเรียน แสนจะออกไปรับจ้างขัดรองเท้า วันหนึ่งแสนได้พบกับชายขายของเร่ ซึ่งจะมาขายของเฉพาะวันหยุดเท่านั้น แสนไปดูบ่อยๆ จนรู้จักกับลุงสมาน ลุงสมานจะร้องเพลงและขายของไปด้วย ในที่สุดทั้งสองได้กลายเป็นเพื่อนกัน แสนช่วยร้องเพลงขณะขายของ ทำให้มีคนมามุงกันแน่นเพื่อซื้อของ และบางคนก็ให้เงิน แสนได้ของติดมือมาทุกครั้งและเอาไปให้แก้ว

วันรุ่งขึ้น แสนป่วย ทุกคนในบ้านสงสารและเอาใจแสนเป็นพิเศษ ย่ากับลุงมาเยี่ยม ลุงมาเล่าเรื่องตลกให้แสนฟัง แต่แสนไม่ยอมหัวเราะ แสนเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน ซึมไป และไม่พูดไม่จา ไม่ว่าแก้วหรือปื๊ดจะมาชวนคุยเรื่องสนุกๆ ที่เขาเคยชอบก็ตาม แสนบอกกับทุกคนว่าคามฝันทั้งหมดได้จากเขาไปแล้ว ไม่มีใครรักเขาแม้กระทั่งพ่อ เขาอุตส่าห์เก็บสายนาฬิกาที่พอขายตัวเรือนไปหลังจากตกงานไว้กับตัวตลอดเวลา และเคยอวดลุงปุ๊ยอย่างภาคภูมิว่าพ่อให้เขา แสนคิดว่าตัวเองเป็นที่รังเกียจของทุกๆ คน แสนนั่งซึมอยู่กับต้นส้มเป็นวันๆ โดยไม่พูดจากับใคร

มีข่าวร้ายมาอีก ปื๊ดบอกว่าถนนสายใหม่จะตัดผ่านหลังบ้านบริเวณที่มีต้นส้ม ดังนั้นต้นไม้ทั้งหมดรวมทั้งต้นส้มจะต้องถูกโค่นหมด เพราะทางการจะปรับที่ไม่ช้านี้ เขาบอกปื๊ดว่ามันไม่เป็นความจริง เพราะเขาจะไม่ยอมให้ใครมาโค่นต้นส้มของเขาได้

เมื่อได้รับอนุญาตให้ออกนอกบ้านได้แล้ว แสนก็รีบตรงไปหาลุงปุ๊ยที่ร้านอาโก ลุงปุ๊ยต่อว่าที่แสนหายไป แสนเจอหน้าลุงปุ๊ยก็ร้องไห้และขอให้ลุงปุ๊ยพาไปนั่งรถเล่น แสนระบายความทุกข์ของเขาให้ลุงปุ๊ยฟัง และขอให้ลุงปุ๊ยรับแสนเป็นลูก ลุงปุ๊ยบอกว่ารักแสนเหมือนลูก แต่ลุงก็รู้ดีว่าพ่อแม่ของแสนก็รักและห่วงแสนมากเช่นกัน มันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่ลุงปุ๊ยจะรับแสนเป็นลูก หรือพรากแสนมาจากพ่อแม่ของตนได้ แต่ลุงปุ๊ยก็ตามใจแสนทุกอย่าง จะพาแสนไปนั่งรถเที่ยว ไปตกปลาในวันหยุด ซึ่งเป็นวันที่แสนมีความสุขที่สุด

ต่อมาอีกไม่นาน ขณะที่แสนกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียน มีคนมาบอกแสนว่า รถของลุงปุ๊ยถูกชนยับเยิน แสนกระโดดพรวดออกจากห้อง รีบวิ่งไปดูที่เกิดเหตุ แสนร้องไห้และพยายามวิ่งเข้าไปหาลุงปุ๊ย แต่ลุงสมานผ่านมาพอดีรีบดึงตัวแสนเอาไว้ ลุงปุ๊ญเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แสนเดินโซซัดโซเซไปตามถนนและไปนั่งร้องไห้อยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ปื้ดเดินออกมาตามหา และพบแสนตัวร้อนจี๋จึงรีบพากลับบ้าน

แสนไม่สบายหนัก อาเจียน ไม่ยอมกินข้าวปลา หมอบอกว่าแสนได้รับความกระทบกระเทืิอนจิตใจอย่างแรง ทุกคนไม่ทราบเรื่องความสัมพันธ์ของแสนกับลุงปุ๊ย จึงเข้าใจว่าเป็นเรื่องต้นส้มที่ถูกตัด ลุงสมานมาเยี่ยมแสน และบอกว่า แสนมีความสำคัญต่อแกอย่างมากในการขายของ อยากให้แสนหายเร็วๆ จะได้ไปช่วยกันขายของในวันหยุด แก้วได้เอาดอกส้มมาให้แสน และบอกว่าต้นส้มของแสน เป็นต้นส้มที่เจริญเติบโตพร้อมที่จะใ้ห้กำเนิดต้นส้มต้นใหม่ได้แล้ว แสนดีใจมาก เก็บดอกส้มนั้นไว้ อาการของแสนดีขึ้นเรื่อยๆ

ไม่นานต้นส้มก็ถูกโค่นลง ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ แต่แสนก็ได้รับข่าวดีจากพ่อ พ่อได้งานเป็นหน้าคนงานในโรงงานทำรองเท้าแห่งหนึ่ง แต่โรงงานอยู่ต่างจังหวัด ทุกคนจึงต้องย้ายบ้านไปด้วย แสนไม่ค่อยตื่นเต้นกับข่าวนี้นัก จนกระทั่งคนหนึ่ง ต่อหน้าทุกคนในบ้าน พ่อได้อุ้มแสนขึ้นมาบนตักแล้วบอกว่าต่อไปนี้แสนจะได้รับของขวัญปีใหม่ทุกปี สายนาฬิกาที่พ่อรู้ว่าแสนเก็บไว้กับตัวตลอดเวลาก็จะมีนาฬิกาห้อยอยู่ พ่อบอกว่าจะพาแสนไปอยู่บ้านใหม่ ซึ่งมีทุกอย่างที่ต้องการ มีต้นไม้หลายต้น และ่พ่อจะให้แสนเลือกต้นไม้เป็นคนแรก และจะไม่ยอมให้ใครตัดต้นไม้ของแสนเป็นอันขาด แสนร้องไห้กอดพ่อทั้งน้ำตา ทุกคนในบ้านเริ่มมีความสุขและความเข้าใจกันเหมือนเดิม

นักแสดงละคร ต้นส้มแสนรัก

ธีระเดช วงศ์พัวพันธุ์ รับบทเป็น แสน
ลลิตา ปัญโญภาส
สุเชาว์ พงษ์วิไล
สุกัญญา นาคสนธิ
สมควร กระจ่างศาสตร์
ผจญ ดวงขจร

เข็มซ่อนปลาย 2539

เข็มซ่อมปลาย เป็นเรื่องราวของ สาวสวย นามว่า เฉิด เฉิดมีความสัมพันธ์กับลานนา ขณะที่เป็นนักเรียนนอก แต่ว่าเฉิดนั้นมีสามีอยู่แล้วคือ ดร. เรืองบุญ และเขาไม่ยอมปล่อยเฉิดให้เป็นอิสระ  จนกระทั่งลานนา กลับมาประเทศไทย และมีชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานกับเยาวยอด หญิงสาวที่ดูเพียบพร้อมทุกอย่างทั้งหน้าตาและฐานะทางสังคม และเป็นผู้หญิงที่มารดาเลือกให้  แต่ในใจของลานนาก็ยังไม่เคยลืมเฉิด ผู้หญิงที่เขารักมาก  ดร.เรืองบุญเมื่อทราบว่าลานนาแต่งงานใหม่แล้ว จึงยอมปล่อยเฉิด ยอมหย่าให้ เฉิดกลับมาเมืองไทย และเริ่มทำงาน เมื่อไปทำงานที่บริษัท มีคนมาสนใจมากมาย โดยเฉพาะ บุเรศ ซึ่งเป็นคนซื่อ ขยัน อดออม  บุเรศเป็นชายหนุ่มที่อยู่ในระหว่างสร้างเนื้อสร้างตัวให้ตัวเอง ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรนัก แต่เฉิดก็คบเขาเป็นเพื่อน  เฺฉิดยังไม่ได้รับความปรารถนาดีของเขา  เพราะเฉิดก็ยังรักลานนาอยู่มาก รวมทั้งมีเพื่อนสนิท คือ เรไร ที่เป็นคนอ่อนหวาน ร่าเริง มองโลกในแง่ดี แต่ไม่ทันคน  และอ่อนต่อโลก และยังไม่เคยมีความรักมาก่อน เมื่อมีชายที่มีเจ้าของแล้วเข้ามาพัวพัน จนเรไรถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อถูกหลอกและชีวิตที่ต้องตกอยู่ในสภาพเมียน้อย ก็ทำให้เรไรที่เคยสดชื่น มีแต่รอยยิ้ม กลายเป็นคนทุกข์หนัก
เยาวยอด เมื่อแต่งงานกับลานนา ก็รู้สึกได้ว่าไม่ได้รับความรักและการเอาใจใส่จากสามีเท่าที่ควร จนกระทั่งรู้ถึงความสัมพันธ์เก่าๆ ของลานนากับเฉิด ทำให้ชีวิตครอบครัวเริ่มมีปัญหามากขึ้นๆ   เมื่อชีวิตของทุกคน กลับมาเกี่ยวพันกันครั้ง แต่ล่ะคนจะตัดสินใจกับปัญหาของตัวเองอย่างไร  ในเมื่อ ลานนา แสดงความต้องการที่จะกลับมามีสัมพันธ์กับเฉิดอีกครั้ง ในขณะที่ก็ไม่ได้ต้องการที่จะเลิกกับเยาวยอด

เข็มซ่อนปลาย เป็นเรื่องราวที่่กล่าวถึงกิเลสตัณหาของชายหนุ่มหญิงสาว “เข็ม” คือความทรมานที่อยู่ในกายใจ เนิ่นนานจนแทบทนไม่ไหว แต่แล้ว “เฉิด” หญิงสาวผู้หลงผิด ก็สามารถดึงมันออกมาด้วยสติและจิตสำนึก จนเธอมีชีวิตเสรีได้อย่างไร้หนี้กรรมที่มีต่อคำว่า “ความรัก”

ยากยิ่งนักที่จะสรรสร้างความรักขึ้นใหม่ โดยคงความลอออ่อนหวาน ดุจดังที่มันเคยเกิดขึ้นเอง

เข็มซ่อนปลาย 2539
บทประพันธ์ : กฤษณา อโศกสิน
บทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ
ผลิตโดย : ทีวีซีน
โดยคุณ ปิ่น ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
ผู้กำกับ : สุประวัติ ปัทมสูต

นักแสดงละครเรื่อง เข็มซ่อนปลาย

บิลลี่ โอแกน : ลานนา
ปรียานุช ปานประดับ : เฉิด
เมทะนี บูรณะศิริ : บุเรศ
จินตหรา สุขพัฒน์ : เยาวยอด
จารุณี สุขสวัสดิ์ : เรไร
ภานุเดช วัฒนสุชาติ : มาน
สันติสุข พรหมศิริ  : ดร.เรืองบุญ
อรรถชัย อนันตเมฆ : ฉันท์
อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ : แม่ของเฉิด
ชลิต เฟื่องอารมณ์ : พ่อของเฉิด
พิศมัย วิไลศักดิ์ : แม่ของลานนา
ฑาริกา ธิดาทิพย์ : แม่ของเยาวยอด

 

ต้นรักริมรั้ว

ต้นรักริมรั้ว ออกอากาศ 31 สิงหาคม2556

ใคร จะคิดว่าในชีวิตของคนคนหนึ่งจะต้องใช้งานแต่งงานเปลืองถึงสามครั้งสามหน นลิน (คิมมี่ คิมเบอร์ลี) คนหนึ่งละที่ไม่คิด แต่จะเรียกว่า “ทำตัวเอง” หรือ “กามเทพกลั่นแกล้ง” งานแต่งงานซึ่งควรเป็นความทรงจำแสนหวานครั้งเดียวในชีวิตลูกผู้หญิงสำหรับ หล่อน .จึงเกิดขึ้นง่ายดายเหมือนเล่นขายของมิหนำซ้ำสองครั้งที่ผ่านมา “เจ้าบ่าว” ของนลินยังเป็นคนเดิม เจ้าบ่าวกำมะลอคนที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่อ้อนแต่ออกนายกบ (หมาก ปริญ) เพื่อนข้างบ้านที่ห่างกันแค่รั้วกั้น แต่คล้ายว่าโชคชะตาไม่เปิดโอกาสให้ใครล้อเล่นกับชีวิตถึงเพียงนั้น วันเดียวหลังจากงานแต่งงานปลอม ๆ รอบสอง…นลินก็ปิ๊งกับ “ว่าที่เจ้าบ่าว” ในฝัน เรื่องคงง่ายกว่านี้ หากขณะที่ต้นรักต้นใหม่ผลิดอกออกใบน่าตื่นตา ต้นรักต้นเล็กริมรั้วบ้านหล่อน…จะไม่เติบโตงอกงามขึ้นอย่างช้า ๆ เช่นกัน นลินจะทำเช่นไร…กับรักครั้งใหม่…และพันธะหัวใจที่เพิ่งได้รับรู้ ติดตามเรื่องย่อ ต้นรักริมรั้ว

แรงปรารถนา

เพราะหลงคิดเชื่อมาตลอดว่า พิทยา เป็นเพียงคนในบ้านที่พ่ออุปการะ สุอาภา จึงทำตัวอยู่เหนือเขาทุกๆ อย่างตามแต่ใจตนจะเรียกร้อง กว่าจะรู้หัวใจของตนนั้น ก็หลงรักเขาเข้าอย่างจังเสียแล้ว ทุกอย่างก็ไม่เป็นดังที่ใจปรารถนา เพราะเขามีคนรักอื่นที่สมบูรณ์พร้อม เขาอยู่ไกลเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมคว้ามาครองได้

หัวใจของเธอจึงเจ็บปวดรวดร้าวยิ่ง ต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความผิดหวัง และยังเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ แรงปรารถนานั้น จะเป็นความจริงสักที

กำแพงรัก 2543

แม่เลี้ยงเรียมใจ เป็นแม่ของทองดี มีเงินและบารมีมาก เพราะเป็นเมียเจ้าพ่อ มีเบื้องหลังค้าอาวุธเถื่อน เป็นคู่แค้นคู่อาฆาตกับกำนันขวัญจิต แม่เลี้ยงจะหาทางเอาชนะกำนันในทุก ๆ เรื่อง ซึ่งกำนันเองก็ไม่ยอมแพ้แม่เลี้ยงเหมือนกัน สาเหตุเพราะมาจากการผิดใจกันในอดีต

ศพ 5 ปี

ศพ 5 ปี เป็นเรื่องราวของ ชัยวิทย์ ที่กำลังจะแต่งงานกับแฟนสาวคือ มัลลิกา แต่มัลลิกา ก็มี นำชัย เพื่อนสนิทของชัยวิทย์หมายปองอยู่ด้วย เมื่อทั้งคู่ตั้งใจว่าจะแต่งงานกัน นำชัย จึงได้วางแผนชวนชัยวิทย์ไปแข่งรถ และตัดสายเบรค ชัยวิทย์จึงขับรถเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต แต่ัชัยวิทย์ได้กลับมา และร้องขอว่า ขอให้เก็บศพเขาไว้ห้าปี เพื่อเขาจะกลับมามีชีวิตใหม่ได้