ขิงก็ราข่าก็แรง 2549

ณิช อมรเกียรติ นักข่าวสาวไฟแรง น้องสาวของ ภรณี ทั้งคู่กำพร้าพ่อแม่ แต่มีแม่ชีสุดา น้องสาวของพ่ออุปการะเลี้ยงดู แม่ชีไม่สามารถส่งเสียให้สองพี่น้องเรียนหนังสือได้สูงๆ ภรณีจึงเสียสละให้น้องสาวได้เรียนจนจบนิเทศศาสตร์ และจบมาทำงานเป็นนักข่าวได้สมใจปรารถนา ภรณีเป็นเมียลับๆ ของ ไพรุต นักธุรกิจวัยกลางคน ทั้งที่เขามีลูกเมียอยู่แล้วคือ วรกานต์ มีลูกสาวชื่อ เพียงเพ็ญ ไพรุตซื้อบ้านหลังเล็กๆ ให้ภรณีอยู่กับณิช

แต่ไม่ยอมโอนบ้านให้ภรณีเป็นเจ้าของ ทำให้ณิชไม่ค่อยพอใจนัก จึงเป็นคู่ปากคู่ปรับกันเรื่อยมา แม่ชีสุดาชอบไปเยี่ยมคนไข้ที่โรงพยาบาลโรคจิตเป็นประจำ จึงสนิทสนมกับ รุ่งทิพย์ เป็นพิเศษ รุ่งทิพย์มารักษาอาการทางจิตเพราะเจ็บปวดที่ สารนาท สามีและเป็นเจ้าของบริษัทเดินเรือมีนิสัยเจ้าชู้ สารนาทเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุให้รุ่งทิพย์ต้องเข้ารักษาอาการทางจิต เขาจึงหยุดความเพลย์บอย

หันมาเลี้ยงดูลูกชาย ปวีร์ และมุ่งทำงานหนัก โดยมี วศิน น้องชายเป็นผู้ช่วย ปวีร์เรียนจบจากต่างประเทศก็กลับมาช่วยทำงานที่บริษัท วันหนึ่งขณะที่ณิชอยู่เวรที่โรงพิมพ์ เธอก็ได้รับแจ้งจาก ภัทรา เพื่อนสนิทโทร.มาบอกว่ารถเก๋งของ สารนาท พิเศษพงษ์ ประสานงากับรถบรรทุกเสียชีวิต ณิชรีบไปทำข่าวและเขียนข่าวลงหน้าหนึ่งในกรอบเช้าทันที ทำให้สารนาทอ่านข่าวนี้ด้วยความโกรธ เมื่อคิดว่าณิชเขียนข่าวมั่ว

ณิช เองก็ตกใจที่ทำข่าวผิดพลาดจึงคิดจะไปขอโทษ แต่ปวีร์ไม่พอใจบีบคั้นไปทางบ.ก.ข่าวให้ไล่ณิชออกจากงาน ณิชกลายเป็นคนตกงานในเวลาชั่วข้ามวัน ณิชได้รับความช่วยเหลือจากภัทราชวนไปทำงานที่หนังสือพิมพ์เดียวกัน โดยมีบ.ก.รุ่นพี่ให้ความช่วยเหลือทำให้ เบญจรัตน์ นักข่าวสาวสังคมไฮไม่พอใจ คิดว่าณิชจะมาแย่งจีบบ.ก.ที่เธอหมายตาอยู่ จึงหาเรื่องกลั่นแกล้งณิชตลอดเวลา

ณิช ไปหาแม่ชีที่โรงพยาบาล เห็นสารนาทและปวีร์มาเยี่ยมรุ่งทิพย์จึงแอบดู ปวีร์เห็นก็คิดว่าเธอสะกดรอยตามมาหาข่าว แต่ณิชปฏิเสธจึงทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุงแรง ณิชแค้นใจมากจึงหาทางแก้แค้น ณิชได้รู้จักกับรุ่งทิพย์เพราะแม่ชีแนะนำ และรุ่งทิพย์ก็ชื่นชมณิชอยู่ไม่น้อยทำให้ทั้งคู่สนิทกันอย่างรวดเร็ว อาการของรุ่งทิพย์ดีขึ้นมาก แต่เมื่อสารนาทชวนกลับไปอยู่บ้านก็ไม่ยอม จึงให้ปวีร์ไปขอร้องให้ณิชช่วย

แต่ณิชแกล้งไม่ช่วย สารนาทต้องไปอ้อนวอนด้วยตัวเองจนณิชยอมมาคุยกับรุ่งทิพย์ แต่ณิชกลับชวนรุ่งทิพย์ไปอยู่ที่บ้านเธอ ทำให้ปวีร์ไม่พอใจณิชมากขึ้น อีกทั้งเพียงเพ็ญก็ไม่พอใจเพราะกลัวปวีร์กับณิชจะใกล้ชิดกัน เพียงเพ็ญเป็นเพื่อนกับเบญจรัตน์ทั้งสองจึงหาเรื่องกลั่นแกล้งณิชเสมอๆ เพียงเพ็ญรู้ข่าวว่าพ่อเธอมีเมียน้อยจึงให้เบญจรัตน์ช่วยสืบ และพาไปหาเมียน้อยของไพรุต

แต่กลับพบณิชอยู่ที่บ้านหลังนั้นทั้งสอง จึงปักใจเชื่อว่าณิชเป็นเมียน้อยไพรุต เพียงเพ็ญเล่าให้ปวีร์ฟังณิชจึงถูกปวีร์พูดจาดูถูกเหยียดหยาม เพียงเพ็ญแอบขับรถตามปวีร์ไปที่บ้านของณิช แต่กลับเห็นไพรุตออกมากับภรณี เธอจึงได้รู้ว่าภรณีเป็นเมียน้อยพ่อเธอ ไพรุตขอให้เพียงเพ็ญเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่อยากให้วรกานต์รู้ เพียงเพ็ญไปหาภรณีที่บ้านพูดจาเหน็บแนมต่างๆ นานา

รุ่งทิพย์ได้ยิน ทุกคำพูดจึงไม่ค่อยชอบใจเพียงเพ็ญนัก แม้จะรู้ว่าเพียงเพ็ญคือแฟนสาวของปวีร์ก็ตาม สารนาทขอร้องให้รุ่งทิพย์กลับไปอยู่บ้าน แต่เธอมีข้อเสนอว่าถ้าจะให้เธอกลับก็ต่อเมื่อปวีร์รับปากว่าจะแต่งงานกับณิช เท่านั้น ปวีร์จำยอมรับปากเพื่อเห็นแก่ความสุขของพ่อกับแม่ พอเพียงเพ็ญรู้ว่าปวีร์ต้องแต่งงานกับณิชเพราะถูกรุ่งทิพย์บังคับ เธอจึงให้เบญจรัตน์เขียนข่าวซุบซิบว่ารุ่งทิพย์เคย ป่วยเป็นโรคจิต

อยู่ในโรงพยาบาลบ้ามาก่อน ปวีร์เห็นข่าวนี้ก็คิดว่าณิชเป็นคำทำเพราะมีไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ แม้ณิชจะปฏิเสธแต่ปวีร์ก็ไม่เชื่อเชื่อเพียงเพ็ญมากกว่า ณิชโกรธที่ถูกปวีร์และเพียงเพ็ญดูถูกต่างๆ นานา เธอจึงคิดแก้แค้นด้วยการตอบรับการขอแต่งงานจากรุ่งทิพย์ ไพรุตโกรธที่ณิชยอมแต่งงานโดยแย่งปวีร์ไปจากลูกสาว จึงไล่ให้ภรณีออกจากบ้านแต่ณิชไม่ยอม ณิชประชดด้วยการชวนปวีร์ไปฮันนีมูน

โดย มีรุ่งทิพย์คอยสนับสนุน ปวีร์จำยอมไปเพราะเห็นแก่แม่ ทำให้เพียงเพ็ญแทบคลั่ง แต่เขาก็ให้สัญญาว่าจะไม่มีอะไรกับณิชอย่างแน่นอน แต่ด้วยความดื้อรั้นของณิชยั่วยุอารมณ์ของปวีร์ตลอดเวลา การฮันนีมูนครั้งนี้ปวีร์จึงได้เสียกับณิชด้วยการปลุกปล้ำ ณิชกับปวีร์มีเรื่องให้ทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา และเขาก็ท้าเธอหย่าอยู่เนืองๆ แต่เธอก็ไม่ยอม วรกานต์กับเพียงเพ็ญหาเรื่องไล่ภรณีออกจากบ้าน

จนมี เรื่องกันขั้นรุนแรงทำให้ภรณีพลัดตกจากบันไดจนแท้งลูก ณิชเริ่มแพ้ท้องแต่ก็ไม่ยอมบอกให้ปวีร์รู้ เมื่อเธอเห็นพี่สาวสูญเสียลูกจึงตัดสินใจขอหย่ากับปวีร์ เพื่อไปใช้ชีวิตกับพี่สาวเพียงลำพัง แต่ภรณีกลับบอกให้ปวีร์รู้ว่าณิชกำลังตั้งท้อง ปวีร์จึงตามมาง้อขอคืนดีและปรับความเข้าใจกัน ณิชยังน้อยใจเรื่องที่เขายังติดต่อกับเพียงเพ็ญอยู่ แต่ระยะหลังๆ มานี่เพียงเพ็ญสร้างปัญหาให้ปวีร์ตลอดเวลา

ทำให้เขารู้ว่าอะไรคือ เพชรอะไรคือกรวด ปวีร์บอกเลิกกับเพียงเพ็ญทำให้เพียงเพ็ญช้ำใจมาก วศินติดการพนันจนหาเงินมาใช้หนี้บริษัทไม่ทัน จึงลักลอบค้าวัตถุโบราณนำลงเรือออกต่างประเทศ แต่ณิชจับได้เสียก่อนเขาจึงไปสารภาพผิดกับพี่ชาย ทำให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดี ภรณีตัดสินใจไปบวชชีไพรุตตามไปขอคืนดี แต่เธอก็ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วที่จะใช้ชีวิตสงบอยู่กับพุทธศาสนาให้มีความสุขที่สุด

รายชื่อนักแสดงละคร ขิงก็ราข่าก็แรง

ธนา สุทธิกมล รับบท ปวีร์
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ณิช
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท รุ่งทิพย์
เกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท สารนาท
อินทิรา เกตุวรสุนทร รับบท เพียงเพ็ญ
ภารดี อยู่ผาสุก รับบท ภรณี
ทะนงศักดิ์ ศุภการ รับบท ไพรุต
ภัสสร บุญยเกียรติ รับบท วรกานต์

ออกอากาศเมื่อ 27 สิงหาคม 2549 — 8 ตุลาคม 2549

ขิงก็ราข่าก็แรง

เรื่องของนักข่าวสาวณิชกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงปวีร์ ณิชมีพี่สาวชื่อ ภรณี ซึ่งเป็นเมียน้อยของไพรุต พ่อของเพียงเพ็ญ พ่อของปวีร์คือสารนาถ แม่ของปวีร์(รุ่งทิพย์)ป่วยเป็นโรคจิตต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะทนความเจ้าชู้ ของสารนาถไม่ไหว แต่เธอเปิดใจกับแม่ชีศรีสุดา

เรื่องที่ทำให้ณิช ต้องมาผัวพันกับสารนาถและปวีร์ เพราะเธอทำข่าวผิด เธอต้องการที่จะขอโทษ สารนาถแค่ถูกขัดขวางโดย ปวีร์เธอมีความมุ่งมั่น ทำให้ในที่สุดเธอก็ได้ขอโทษสารนาถสมใจแล้วเธอก็ลาจากไป

แต่เธอได้มาพบกับสองพ่อลูกอีกครั้งเพราะ เธอเข้าไปเยี่ยมรุ่งทิพย์และรุ่งทิพย์ก็ชอบในความใสซื่อของณิช เพราะณิชมาเยี่ยมรุ่งทิพย์บ่อยๆมำให้อาการของรุ่งทิพย์ดีขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้รุ่งทิพย์สามารถกลับมาอยู่บ้านได้ เมื่อสารนาถและปวีร์มารับเธอไม่ยอมกับบ้าน แต่ยอมไปอยู่บ้านณิชแทน เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ปวีร์จะยอมรับรักณิชเพราะอะไร

ข้าวเปลือก

ละคร ข้าวเปลือก

พ่อเมษเจ้าชู้มากมีเมียหลายคน ทำให้อาอี๊ซึ่งเป็นเมียหลวงเสียใจบ่อย ๆ ทางฝ่ายอาอี๊ มีลูก 5 คน ลูกชาย 4 ลูกสาว 1 กาษฐามีปัญหาทางบ้านเป็นลูกเมียน้อยที่พ่อไม่ไยดี ถูกพี่ชายทำร้าย สุดท้ายต้องย้ายมาอยู่บ้านของเมษ กาษฐามาช่วยเป็นครูสอนการบ้านน้อง ๆ ของเมษ วันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน น้องชายคนเล็กตกสระน้ำจมน้ำเสียชีวิต เมษโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง และตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ทุกคนตามหาด้วยความเป็นห่วง เมษได้พบกับลุงคนหนึ่ง และลุงได้ช่วยเตือนสติของเมษ ต่อมาพ่อของเมษเสียชีวิต และทำพินัยกรรม ไว้ กาษฐา บังเอิญมาพบกับเมษ และบอกว่าพ่อของเมษเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ทุกคนรอคอยเมษอยู่ให้กลับไปเป็นหลักให้อาอี๊ กับน้องๆ พ่อได้ยกมรดกเกือบทั้งหมดให้เมษ ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ในการเข้าบริหารห้างสรรพสินค้า เมษพยายามทำทุกอย่างให้ทุุกคนในบริษัทยอมรับ  เมษกลายมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอย และหลงไหลในทางการพนัน และตัดสินใจทำธุรกิจคาสิโน   ทำให้ห่างเหินกับกาษฐามากขึ้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามชม ข้าวเปลือก

ออกอากาศ วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม ถึง วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2537

ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : วิลาสิณี
บทประพันธ์ : เพชรน้ำค้าง

นักแสดงละคร ข้าวเปลือก

เต๋า สมชาย เข็มกลัด แสดงเป็น เมษ
แคทลียา อิงลิช แสดงเป็น กาษฐา
สายฟ้า เศรษฐบุตร
อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ
โย-ยศวดี หัสดีวิจิตร
อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์
คณิต เขียวเซ็น
วทัญญู มุ่งหมาย
มรกต มณีฉาย,
วีระชัย หัตถโกวิท
อนุสรณ์ เดชะปัญญา
พิพัฒน์พล โกมารทัต
วณิษฐา วัชโรบล
สุดารัตน์ เดชากุล
วนัสนันท์ ไกรนรา
มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์
อภิรัฐ ชลาชล
กฤษ กฤษดา
Chosana Suntorn,
มาเซียร์ สุวรรณไตร
ณัฐณิชา อัศรากร
ดนัย พิมพะกร
จิระ รวดเร็ว
ด.ญ. สกุลรัตน์ ใจซื่อ
ด.ช. หฤทธิ์ ยศเมธา
ด.ช. สกล แดงไพสิทธิ์
ด.ช. อภิรัฐ โดเรียน
สรพงษ์ ชาตรี

เนื้อเพลงละคร ข้าวเปลือก

อยู่อย่างถูกชะตา วกวน ต้องทนเก็บเอาไว้
เจ็บปวดแค่ไหนต้องยอมสู้ความเป็นจริง
ถูกคนเขาประนามว่าไม่ดี กับชีวิตนี้ที่ร่วงต่ำ
ทุกอย่างตอกย้ำให้ฉันต้องยิ่งฝ่าไป

** อยากจะเปลี่ยนเป็นคนที่ดี เมื่อใจยังมีหวัง
ก็อยากสักครั้งลบคำพูดคนดูแคลน
อาจจะมองดูเหมือนว่าไม่ดี แต่ในใจนี้ใสสะอาด
ไม่อาจจะวัดว่าร้ายหรือดีอย่างไร

***เห็นกันก็แค่เปลือก ที่หุ้มใจงดงามอยู่ข้างใน
ขอเพียงคนเข้าใจ อย่ามองภายนอกเพียงอย่างเดียว
เห็นกันก็แค่เปลือก ที่เก็บความตั้งใจอยู่ข้างใน
จะรอวันที่ใครๆได้รู้ความจริง

ข้ามเวลาหารัก

พ.ศ. 2535 เพชร (บี้ สุกฤษฎิ์) นักร้องในผับที่มีความฝันอยากออกเทปมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยมี แพรพิมพ์ (วิว วรรณรท) แฟนสาวคอยเป็นกำลังใจ แต่ อภิชาติ (เกรียงไกร อุณหะนันท์) พ่อของพิมพ์ไม่ชอบ เพราะเห็นว่าเพชรเป็นแค่นักร้องไม่มีอนาคต จึงวางแผนให้พิมพ์หมั้นหมายกับ พิษณุ (สถาพร นาควิไล) ลูกชายของ พลากร (สุเชาว์ พงษ์วิไล) นักการเมืองชื่อดัง และบังคับให้พิมพ์เลิกคบกับเพชร ทั้งคู่จึงพากันหนีไปอยู่หัวหิน

แล้วคืนหนึ่งระหว่างเที่ยวงานวัด เพชรก็เจอ เจ้าพ่อพญาดำ (ประสาท ทองอร่าม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เพชรกราบไหว้ตั้งแต่เด็ก เจ้าพ่อรู้ว่าเพชรกำลังมีเคราะห์หนัก ด้วยความสงสารและเห็นว่าเพชรเป็นคนดี จึงใช้อิทธิฤทธิ์พาเพชรข้ามเวลาไปในปีพ.ศ.2554 เพื่อให้เพชรได้เห็นอนาคตของตัวเอง

พ.ศ. 2554 หลังจากข้ามเวลามา 19 ปี  สิ่งที่เพชรได้เห็นคือ พิมพ์ (สินจัย เปล่งพานิช) ที่ปัจจุบันอายุ 43 ปี มี เหมือนไหม (แกรนด์ พรรณวรท) เป็นลูกสาวและพิษณุเป็นสามี เพชรทั้งช็อคและเสียใจที่ไม่ได้ลงเอยกับพิมพ์อย่างที่หวัง หนำซ้ำพอกลับไปที่บ้านก็พบว่าถูกปิดร้าง แถม ยายน้อย (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ที่เลี้ยงเพชรมาตั้งแต่เด็กก็ไปอยู่บ้านพักคนชรา ทำให้เพชรยิ่งสงสัยว่า 19 ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเค้า เพชรจึงอยากสืบหาความจริง เพื่อจะได้กลับไปแก้ไขเหตุการณ์ที่ผิดพลาดในอดีต ด้วยการไปสมัครงานเป็นครูสอนร้องเพลงที่โรงเรียนร้องเพลงของพิมพ์ โดยใช้ชื่อว่า พัด

ครั้งแรกที่พิมพ์ได้ยินเสียงร้องและเห็นหน้าของครูพัด พิมพ์ก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าจะมีคนที่หน้าตาเหมือนกับเพชร คนรักเก่าของเธอได้มากขนาดนี้ พิมพ์จึงไม่อยากรับครูพัดเข้าทำงาน แต่ โอบอรุณ (รัดเกล้า อามระดิษ) เพื่อนรักของพิมพ์ ที่ชื่นชมในเสียงร้องและหน้าตาของครูพัด ก็กล่อมจนพิมพ์ใจอ่อนรับครูพัดเข้าทำงาน ทำให้เพชรได้พบกับ ต่อ (โอ อนุชิต) ลูกพี่ลูกน้องของพิมพ์ที่ผูกพันกับเพชรตั้งแต่เด็ก

คิด (โตโน่ เดอะสตาร์) เด็กส่งกาแฟที่มีความฝันอยากเป็นนักร้อง กาย (เอ นรินทร์) เพลย์บอยหนุ่มไฮโซเอาแต่ใจ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็หลงรักไหมจึงไม่ถูกกัน และ ปิ่น (น้ำตาล เดอะสตาร์) สาวมั่นนิสัยทะเยอทะยาน รวมทั้งได้รู้ว่าชีวิตครอบครัวของพิมพ์ไม่มีความสุข เพราะพิษณุมีผู้หญิงอีกคนคือ วิภาวรรณ (เมย์ เฟื่องอารมย์) ทำให้เพชรยิ่งเสียใจและต้องการจะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเค้ากับ พิมพ์!!

เวลาผ่านไปเพชรและพิมพ์ก็ยิ่งสนิทสนมกันจนทำให้ไหมระแวงและเกลียดขี้หน้า เพชร เพราะคิดว่าเพชรจะมาแย่งแม่ไปจากพ่อของเธอ ปัญหาระหว่างแม่กับลูกจึงเกิดขึ้น ในขณะที่เพชรค่อย ๆ พบคำตอบในสิ่งที่ไม่อาจจะคาดถึง

 

นักแสดงละคร ข้ามเวลาหารัก

สินจัย เปล่งพานิช   รับบทเป็น   แพรพิมพ์
สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว   รับบทเป็น   เพชร/ครูพัด
ภาคิน คำวิลัยศักดิ์   รับบทเป็น   คิด
พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า   รับบทเป็น   เหมือนไหม
รัดเกล้า อามระดิษ   รับบทเป็น   โอบอรุณ
อนุชิต สพันธุ์พงษ์   รับบทเป็น   ต่อ
บุตรศรัณย์ ทองชิว   รับบทเป็น   ปิ่น
นรินทร์ ภูวนเจริญ   รับบทเป็น   กาย
สถาพร นาควิไล   รับบทเป็น   พิษณุ
เมย์ เฟื่องอารมย์   รับบทเป็น   วิภาวรรณ
โฉมฉาย ฉัตรวิไล   รับบทเป็น   ยายน้อย
เกรียงไกร อุณหะนันทน์   รับบทเป็น   อภิชาติ
สุเชาว์ พงษ์วิไล   รับบทเป็น   พลากร
ประสาท ทองอร่าม   รับบทเป็น   เจ้าพ่อพญาดำ
วรรณรท สนธิไชย   รับบทเป็น   แพรพิมพ์ (ปี พ.ศ. 2535)

ข้ามสีทันดร

ยุพรา เพื่อนสนิทของเดือนสิบ เห็นเธอเป็นทุกข์เรื่องน้องชาย อีกทั้งปัญหาชีวิตมากมายรู้สึกสงสารอยากช่วยผ่อนคลาย จึงชวนเดือนสิบไปเที่ยวทะเลทางภาคใต้กับคณะทัวร์ ที่มีชีวาตม์เป็นหัวหน้าคณะ ระหว่างเดินทางทุกคนในทัวร์ต่างตื่นเต้นกับทิวทัศน์และความงดงามของทะเลไทย ที่มีความสวยงามไม่น้อยไปกว่าต่างประเทศ จะมีเพียงแต่เที่ยงวันชายหนุ่มซึ่งมีอดีตเคยติดเฮโรอีนมาเป็นเวลานาย 10 ปี เพียงคนเดียวที่มีทีท่าไม่แยแสต่อสิ่งที่พบเห็น ทำให้นางสวาทผู้เป็นแม่เฝ้าคอยดูด้วยความห่วงใยมากเกินปกติ จนเป็นที่ผิดสังเกตของเดือนสิบและทุกคน โดยเฉพาะนางรื่นเริงที่มักคอยจ้องจับผิดสองแม่ลูก เพราะนางรู้อดีตของเที่ยงวัน
ในระหว่างการเดินทางชีวาตม์ทำตัวเป็นหัวหน้าคณะที่ดี คอยดูแลลูกทัวร์ทุกคน โดยเฉพาะนางสวาทและเที่ยงวันที่มักจะแยกตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เที่ยงวันรู้สึกอึดอัดกับสายตาแปลก ๆ ของบางคนในคณะทัวร์ แต่ก็พยายามทำใจยอมรับสภาพความเป็นจริง เขาเริ่มสังเกตและทำความคุ้นเคยกับเดือนสิบ และหันมาเอาใจใส่มารดาที่คอยเฝ้าตามตัวเขาด้วยความห่วงใย ครั้งแรกเที่ยงวันรู้สึกหวาดระแวงเดือนสิบ เพราะคิดว่าเดือนสิบเป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่อยากรู้เรื่องการติดยาของเขา แต่เมื่อเห็นความร่าเริงสดใสและความเป็นกันเองของเดือนสิบและยุพรา เที่ยงวันรู้สึกสบายใจและคลายความอึดอัดลง แต่ในบางครั้งเที่ยงวันก็สังเกตเห็นว่าเดือนสิบมีนัยน์ตาที่เลื่อนลอย เคว้งคว้างเหมือนมีเรื่องอยู่ในใจ ยุพราพยายามบอกให้เดือนสิบลืมปัญหาที่บ้านและความกังวลในเรื่องของลำธารคน รักไปก่อน

ข้ามฟ้า..เฉือนคม

ละครร่วมทุนสร้างระหว่าง ช่อง 3 ของประเทศไทย และ TVB ของ ฮ่องกง

1 เมษายน 2004 หวังเจิ้นหยางรองผู้กำกับจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้กำกับในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า แต่มีข่าวลือว่านักฆ่ามืออาชีพได้รับคำสั่งให้ฆ่าหวังเจิ้นหยาง ภายในสามสิบวันนี้ตำรวจ ห้าคนซึ่งไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน ได้แก่ ฝงจื้อเหว่ย ตำรวจเกาลูนตะวันตก หยางฉี่ตง สายสืบ หวงเจียฮุยตำรวจหน่วยอาชญากรรม ริต้าตำรวจหญิงจากประเทศไทย รวมทั้งแซมสายสืบอีกด้วย ทุกคนต้องปฏิบัติงานร่วมกัน โดยมีฮ่องกงและไทยเป็นสนามรบ ใช้เบาะแสที่มีสืบไปให้ถึงต้นตอ กวาดล้างคนร้ายให้สิ้นซาก เรื่องราวของตำรวจซึ่งต้องทำงานแข่งกับเวลาจึงเริ่มต้นขึ้น

เหตุการณ์ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 เมษายน แซมมาเฟียของไทย แต่ความจริงนั้นตำรวจได้ ส่งแซมเป็นสายให้ตำรวจ แซมคิดร่วมมือกับโหวเหวินหัวหัวหน้ามาเฟียฮ่องกงคนใหม่ครอบครอง ตลาดยาเสพติด ทั่วทั้งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ริต้าสืบประวัติแซมพบว่า แซมเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น ผู้บงการและเป็น หัวหน้าแก๊งมาเฟียเมืองไทยที่แท้จริงคือเจิ้นคุน แผนลอบสังหารหวังเจิ้นหยางนั้นก็เป็นหนึ่งในแผนการของเจิ้นคุนด้วย

หลังจากที่หวงเจียฮุยได้รับข่าวลอบสังหารหวังเจิ้นหยางแล้ว หวงเจียฮุยก็ให้การอารักขาหวังเจิ้นหยาง แม้ว่าจะอารักขาอย่าง ดีแล้วก็ตาม แต่หวังเจิ้นหยางก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี แม้ว่าจะจับคนร้ายได้แล้วก็ตาม แต่คนร้ายกลับฆ่าตัวตายต่อหน้าฝงจื้อเหว่ย เรื่องนี้ทำให้หวงเจียฮุยเกิดความสงสัยขึ้นมาเขาสงสัยว่าฝงจื้อเหว่ยเป็นสาย ที่มาเฟียส่งเข้ามาสืบความเคลื่อนไหวของตำรวจ ดังนั้นเขาจึงสืบประวัติและติดตามความเคลื่อนไหวของฝงจื้อเหว่ย ฝงจื้อเหว่ยได้รู้จักกับเผิง ฮุ่ยในบาร์แห่งหนึ่ง ที่แท้เผิงฮุ่ยเป็นผู้หญิงของโหวเหวินหัว

หลายต่อหลายครั้งที่โหวเห วินหัวเตือนฝงจื้อเหว่ยไม่ให้มายุ่งกับเผิงฮุ่ย แต่เมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง โหวเหวินหัวจึงฆ่าลู่เย่ากั๋ว จากนั้นนำปืนไปซ่อนไว้ในรถของฝงจื้อเหว่ย ทำให้ฝงจื้อเหว่ยกลายเป็นฆาตกรฆ่าคน ต่อมาฝงจื้อเหว่ยได้รับความช่วยเหลือจาก หวงเจียฮุย จึงทำให้เขาได้กลับเข้าทำงานดังเดิม ก่อนที่ลู่เย่ากั๋วจะตายนั้นได้วางฉี่ตงไว้เป็นสายประกบโหวเหวินหัว การตายของลู่เย่ากั๋วสร้างความเสียใจให้ฉี่ตงเป็นอันมาก แต่เพื่อให้บรรลุภารกิจที่ลู่เย่ากั๋ว มอบหมายให้จึงจำเป็นต้องเป็นตัวแทนโหวเหวินหัวไปเจรจาการค้ายาเสพติดกับแซม

ริต้าต้องการให้แซมและฉี่ตงแตกคอกัน ดังนั้นจึงเข้าหาฉี่ตง เนื่องจากริต้าไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของฉี่ตง จึงคอยเป็นปฏิปักษ์กับ ฉี่ตงมาโดยตลอด แต่แล้วทั้งสองกลับมีใจให้กันอีกด้านหนึ่งนั้น หวงเจียฮุยล่วงรู้ว่าฉี่ตงเป็นสายตำรวจ เขาหวังว่าฉี่ตงจะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยตำรวจได้ แต่นึกไม่ถึงว่าทั้งหวงเจียฮุยและฉี่ตงกลับหมือนน้ำกับไฟ ที่เป็นเช่นนี้นั้นเพราะว่าฉี่ตงไม่พอใจ การทำงานของหวงเจียฮุยที่ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุภารกิจ การที่หวงเจียฮุยต้องการ ปิดคดีโดยเร็วนั้นเพราะว่าเขาเป็นมะเร็งสมองขั้นสุดท้าย เขามีชีวิตอีกเพียงสามสิบวันเท่านั้น ดังนั้นทุกเวลานาทีจึงมีค่า เขาจึงต้องรีบปิดคดีลอบฆ่าหวังเจิ้นหยางให้ได้โดยเร็ว

ริต้าบุกทำลาย การส่งมอบยาเสพติดของฮ่องกงกับไทย ทำให้ฉี่ตงซึ่งถูกล่อให้มาเมืองไทยนั้นต้องโทษประหารชีวิต เหตุการณ์บังคับทำให้ฉี่ตงต้องเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตนว่าเป็นสายของ ตำรวจให้ริต้าล่วงรู้ ริต้าคิดหาหนทางช่วยเหลือฉี่ตง ต่อมา ตำรวจไทยก็มีคำสั่งปล่อยตัวฉี่ตงเป็นอิสระ ที่แท้แซมแอบให้ความช่วยเหลือฉี่ตง แต่นึกไม่ถึงว่าเรื่องนี้เองกลับทำให้ฐานะที่แท้จริงของแซมถูกเปิดเผยออกมา สร้างความสงสัยและหวาดระแวงแก่เจิ้นคุน

เหม่ยเอินลูกสาวหัวแก้วหัวแห วนของฝงจื้อเหว่ยถูกโหวเหวินหัวฆ่าตาย ฝงจื้อเหว่ยสาบานว่าจะล้างแค้นให้เหม่ยเอินให้ได้ ต่อมา ฝงจื้อเหว่ยสืบพบว่าโหวเหวินหัว และเจิ้นคุนมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกัน จึงทำให้เขาตัดสินใจเดินทางไปเมืองไทยเพื่อพบกับเจิ้นคุน การมาเมืองไทยของฝงจื้อเหว่ยในครั้งนี้นั้นทำให้เขาได้รู้จัก กับแซม แซมรู้เรื่องที่ลูกสาวของฝงจื้อเหว่ยถูกฆ่าตาย แม้ว่าจะเสียใจก็ตาม แต่เพื่อส่วนรวม ก็ไม่อาจทำให้เขาเปิดเผยฐานะที่แท้จริงออกมาได้
ต่อมา โหวเหวินหัวเล่นงานฝงจื้อเหว่ยจนสะบักสะบอม คนใกล้ชิดของแซมก็ถูกกำจัดไปทีละคนๆ แซมจะทำอย่างไรต่อไปตำรวจทั้งห้านายต้องเผชิญกับอิทธิพลมืด ทุกคนหลังชนฝากันแล้ว ภารกิจที่จะต้องบรรลุนั้น ทั้งหมดจะรู้ผลในวันที่ 30 เมษายน 2004

รายชื่อนักแสดงละคร ข้ามฟ้า..เฉือนคม

ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท แซม
ฟางจงซิ่น รับบท ฝงจือเหว่ย
ศรีริต้า เจนเซ่น รับบท ริต้า
ถันเย่าเหวิน รับบท หยางฉี่ตง
ม่งเจียฮุย รับบท เผิงฮุ่ย
เจิ้นเจียหวิ่น รับบท หวงเจียฮุย
เว่ยจุ้นเจี๋ย รับบท โหวเหวินหัว
หลิวเจียง รับบท เจิ้นคุน

ขอหยุดหัวใจไว้เพียงเธอ

สหฤทธิ์ (จอนนี่ แอนโฟเน) นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอม เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่และธุรกิจเรียลเอสเตท แม้เขาจะมีสาว ๆรุมตอมมากมายแต่เขาไม่เคยหยุดหัวใจไว้ที่ใคร วันหนึ่งเขามีนัดกับ รศนา (ชลิดดา พานิชการ) นางแบบชื่อดัง ในงานแฟชั่นโชว์ เห็น จุลเกศ (รินลณี ศรีเพ็ญ)นางแบบใหม่ของโก้ เจ้าของห้องเสื้อชั้นนำสวยสะดุดตาจึงขอให้รศนาช่วยติดต่อให้ รศนารับปากโดยขอรางวัลเป็นแหวนเพชร เกศเป็นนักศึกษาศิลปกรรมที่ต้องหารายได้เลี้ยงตัวเองเพราะกำพร้าแม่ พ่อมีแม่เลี้ยงอยู่บ้านนอก มีป้ายอด (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) เพื่อนของเจ้าของอพาร์ตเมนต์ ช่วยให้ที่อยู่ฟรี วรพร (กนกพร โลศิริ) นางแบบที่อยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน ชักชวนให้เกศเป็นนางแบบรู้สึกเป็นห่วงเกศ เกรงว่ารศนาจะทำตัวเป็นเอเย่นต์ติดต่อให้ศุภกิจ (โอลิเวอร์ พูพาร์ท)เสี่ยเจ้าของผับที่เป็นสปอนเซอร์วรพรอยู่นาถมณี (นิออน อิศรา) ญาติผู้พี่ของฤทธิ์ทั้งยังเป็นเมียของวิษาณ (สิรคุปต์ เมทะนี) เพื่อนสนิทของฤทธิ์ระแคะระคายว่าวิษาณแอบไปมีเมียน้อยเป็นนักศึกษา คือนริสา (ดุสิตา อนุชิตชาญชัย) แต่นาถมณีเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกศ จึงมาอาละวาดจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ปณัติ (พิเชษฐ์ไชย ผลดี) เพื่อนนักศึกษาที่แอบรักเกศอยู่รู้สึกผิดหวังในตัวเธอ

รวม ทั้งป้ายอด และชิดชาติ (สุเชาว์ พงษ์วิไล) พ่อของเกศ ฤทธิ์ไปจ้างให้เกศเลิกติดต่อวิษาณ เกศโกรธมาก วิษาณรู้ว่านาถมณีไปอาละวาดผิดตัว ฤทธิ์โล่งใจที่เกศไม่ได้เป็นเมียน้อยวิษาณ นริสาขอโทษเกศที่ตนเป็นต้นเหตุให้เกศต้องเสียชื่อ วิษาณแก้ข่าวให้เกศ เสี่ยศุภกิจเชื่อว่าข่าวต้องมีมูลจึงติดต่อขอเลี้ยงเกศ แต่เกศปฏิเสธ ศุภกิจขอวรพรให้ช่วยติดต่อเกศให้นภีร์ ช่างภาพหนุ่มมีชื่อติดต่อให้เกศไปถ่ายแบบปกคู่กับรศนาที่ระยอง รศนาเล่นตัว แต่นภีร์ก็ถ่ายเกศเดี่ยวลงปกจนเกศดัง งานของเกศมีมากขึ้นจนไม่ค่อยมีเวลาให้เพื่อน ๆ ปณัติบ่นน้อยใจจนนริสาน้อยใจปณัติอีกต่อ เพราะเธอแอบสนใจปณัติ เกศหางานให้นริสาโดยผ่านวรพร วรพรพานริสาไปฝากกับศุภกิจซึ่งรีบรับไว้เพื่อเย้ยวิษาณในบรรดาเพื่อนหญิงของ ฤทธิ์นั้น เชย่า (ภัทรวรินทร์ ทิมกุล) ไปกันได้ดีกับฤทธิ์เพราะรักอิสระพอกัน มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน แต่ไม่ผูกพันกัน เชย่าคบทั้งฤทธิ์และศุภกิจฉันชู้สาวจนนายพลระอาในความประพฤตของลูกสาวมาก อยากให้แต่งงานกับ สุทิน (สมเจตน์ สอาด) ท.ส.ของเขา

ต่อมา เกศระอาวงการนางแบบเลยขอลาออกพร้อม ๆ กับนริสาก็ลาออกจากงานที่ทำอยู่กับศุภกิจ มาคิดกันจะเพ้นท์เสื้อผ้าขายในสวนจตุจักร ติดอยู่ที่ค่าเซ้งแพงมาก นภีร์ขอร่วมทุนโดยไปขอกู้บ.ก.มาให้บ.ก.แนะนำให้เปิดบู๊ธในห้างสรรพสินค้า เพราะราคาพอกัน ขายได้ทุกวันจึงเปิดบู๊ธสำเร็จและมีปณัติกับนริสามาช่วย ฤทธิ์มารับส่งเกศที่ห้างฯ ทุกวัน เกศเตือนให้ปณัติ หันมาสนใจนริสา เชย่าไปบอกนายพลว่าเธอโดนฤทธิ์ทิ้งทั้ง ๆ ที่มีอะไร ๆ กันแล้ว อาจจะแต่งงานกับศุภกิจเพื่อประชดให้สะใจคุณหญิงขอให้นายพลช่วยพูดกับฤทธิ์ เพราะไม่ชอบศุภกิจนายพลของให้ฤทธิ์แต่งงานกับเชย่า แต่ฤทธิ์ขอตกลงกับเชย่าเอง นายพลกลับไปอย่างเคียดแค้น วางแผนกำจัดฤทธิ์กับเกศ โดยส่งมือปืนมายิงฤทธิ์เจ็บเพราะขวางร่างเกศเอาไว้ เกศหยุดเรียนมาเฝ้าพยาบาลอย่างใกล้ชิด ฤทธิ์หายแล้วแต่ให้หมอสรยุทธ์ช่วยหลอกว่าเขามีโรคแทรกซ้อนจะมีชีวิตอยู่ได้ ไม่นาน อยากให้เกศตามไปพยาบาลที่บ้านด้วย เกศรักและสงสารฤทธิ์มากแอบลาออกจากมหาวิทยาลัยและเลิกขายของเพื่อมาดูแล ฤทธิ์และใจอ่อนยอมได้เสียกันนาถมณีไปเล่าให้เชย่าฟัง เชย่าตัดสินใจแต่งงานกับศุภกิจ แต่ทะเลาะกันทุกวันจนศุภกิจเบื่อแอบมาหารศนาฤทธิ์หึงทั้งปณัติและนภีร์จึง ต่อว่าเกศจนเกศเป็นลม เกศจึงคิดว่าฤทธิ์แกล้งหาเหตุที่จะทิ้ง เธอเลยออกจากบ้านไปดูแลอพาร์ตเมนต์แทนป้ายอด ฤทธิ์ไปตามหาเกศจนเจอและขอแต่งงานแต่เกศไม่แต่งด้วย ฤทธิ์เสียใจจึงทำตัวเสเพลเที่ยวดื่มจนเมามายไม่ได้สติไปเจอกับเชย่า รศนาเห็นฤทธิ์ออกไปพร้อมกับเชย่าจึงโทรให้ศุภกิจตามรถเชย่าไปดู ศุภกิจบุกห้อง

โรงแรมเจอ เชย่าอยู่กับชายชู้ ก็ยิงทั้งชายชู้ตายและเชย่าบาดเจ็บสาหัสศุภกิจหลบหนีไป ตำรวจพบว่าชายชู้คือสุทินส่วนเชย่ากลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่สามารถให้การกับตำรวจศุภกิจจึงลอยนวลอยู่ได้โดยให้รศนาเป็นพยานว่าเขา อยู่กับเธอทั้งคืน แต่นายพลปักใจว่าเป็นฝีมือศุภกิจที่จริงในคืนเกิดเหตุฤทธิ์ออกมาเจอหมอ สรยุทธิ์ที่ตามมาเพื่อจะบอกว่าเกศท้อง แต่ไม่ยอมให้หมอบอกฤทธิ์ เกศเป็นห่วงฤทธิ์ ย้อนกลับไปจะถามหมอเรื่องโรคแทรกซ้อนไปเจอแต่พยาบาลซึ่งเผลอบอกว่าตามรายงาน การตรวจไม่พบโรคแทรกซ้อนอะไร เกศโกรธฤทธิ์ที่ให้หมอหลอกเธอ เมื่อฤทธิ์กับหมอไปตามเกศปรากฏว่าเกศหนีไปที่อื่น นายพลมาโนชวางแผนโทร.ไปบอกศุภกิจว่าเชย่าอาการดีขึ้นแล้ว พร้อมจะให้การได้ ศุภกิจร้อนใจรีบขับรถจะไปพบเชย่า เจอสิบล้อโผล่มาขวาง หักหลบเบรกไม่อยู่เพราะโดนแอบตัดสายเบรกจึงชนต้นไม้ไฟลุกท่วมรถตายฤทธิ์ออก ตามหาเกศจนหัวปั่นบังเอิญเจอนภีร์และแอบสะกดรอยตามไปจนเจอเกศที่บ้านต่างจัง หวัดของนภีร์ ฤทธิ์พยายามจะปรับความเข้าใจกับเกศ แต่เกศไม่ฟังแถมขับรถหนีจนประสบอุบัติเหตุปางตาย ในขณะที่ทุกคนยินดีกับการที่

ปณัติลงเอย กับนริสา ฤทธิ์ได้รับข่าวร้ายที่สุดจากหมอสรยุทธ์เรื่องผลกระทบจากอุบัติเหตุจะทำให้ เกศมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสองเดือน ฤทธิ์เสียใจมากเขาขอเธอแต่งงาน แต่เกศก็ปฏิเสธ ฤทธิ์คิดว่าเกศมีใจให้นภีร์ จึงยอมจะเสียเกศให้นภีร์ เพราะอยากให้เกศมีความสุขกับคนที่เธอรักก่อนที่จะจากโลกนี้ไปในที่สุดเกศก็ จากเขาไปจริง ๆ ฤทธิ์ใจสลาย วิษาณกับนาถมณีตามมาปลอบใจ และชวนฤทธิ์ไปงานฉลองครบรอบแต่งงานของทั้งคู่ เมื่อไปถึงงานฤทธิ์แทบช็อกเพราะมันไม่ใช่งานของวิษาณกับนาถแต่เป็นงานแต่ง งานของเขากับเกศที่เพื่อน ๆ และญาติทุกคนจัดขึ้นด้วยความยินยอมของเกศเพื่อต้องการเซอร์ไพรส์ ฤทธิ์ดีใจ เขาประกาศกลางงานแต่งงานว่า เขาจะหยุดหัวใจไว้ที่เกศ เพราะเขารักเกศมากที่สุดในโลก

ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน

วายุ ภูบาลบริรักษ์ หรือ ล่องจุ๊น ( พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ ) เป็นลูกชายคนกลางของครอบครัวที่พ่อ ( มนตรี เจนอักษร ) ไม่เคยให้ความสนใจใยดีเลยแม้แต่น้อย ก็เพราะพ่อคิดว่าล่องจุ๊นเกิดมาเป็นตัวซวยของครอบครัว ทำให้พ่อต้องขาดทุนกับธุรกิจถมที่ ซึ่งต่างจากพี่น้องอีก 2 คนนั้นคือ พี่ถม ( ตรีพล พรมสุวรรณ ) พี่ชายคนโต เป็นคนที่เรียบร้อย เรียนเก่ง และว่าง่าย ส่วนอีกคนหนึ่งคือ กี้ ( กิตติ บุลสถาพร ) เป็นน้องคนสุดท้อง เป็นเด็กที่ซนและดื้อ ช่างประจบเอาใจ ทั้ง 2 จึงถูกยกย่อง ชื่นชมและได้รับความรักจากผู้เป็นพ่อ ผิดกับจุ๊นที่ได้รับความรักความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ และมีแม่เป็นที่พึ่งในยามที่จุ๊นมีปัญหา

จน มาถึงวันหนึ่งครอบครัวของจุ๊นได้เปลี่ยนไปเมื่อพ่อมีรายได้จากบริษัทรับเหมา ก่อสร้างเป็นกอบเป็นกำ พ่อก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในบ้าน ทำให้แม่ทนไม่ไหวจึงหนีออกจากบ้านโดยพาจุ๊นไปด้วย และทิ้งลูกอีก 2 คนไว้เบื้องหลัง แม่พาจุ๊นไปอยู่อาศัยกับน้าจุรี หรือ อาอี๊จู ( โฉมฉาย ฉัตรวิไล ) ซึ่งอยู่กับอาเตี๋ย ( กล้วย เชิญยิ้ม ) สามี ทั้งคู่มีอาชีพขายหมูในตลาด ทั้ง 2 คนต่างให้ความช่วยเหลือแม่และจุ๊นเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ อาหารการกิน รวมถึงโรงเรียนที่อาอี๊จูพาจุ๊นไปเข้าเรียนที่โรงเรียนเทศบาลใกล้บ้าน นอกจากนี้จุ๊นยังมีหน้าที่ประจำด้วยคือ การเป็นผู้ช่วยอาเตี๋ยเลี้ยงหมู ซึ่งเป็นชีวิตที่จุ๊นชอบและสนุกสนานมาก

แต่แล้ววันหนึ่งหมูที่จุ๊น เลี้ยงไว้ถูกตะขาบกัดตายหมดเล้า ทำให้จุ๊นเริ่มกลับไปคิดว่าตัวเองเป็นตัวซวยอย่างที่พ่อบอกไว้หรือไม่!!! หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของจุ๊นลงทุนขายข้าวแกงโดยได้รับความช่วยเหลือจากอาอี๊ กิจการของแม่ประสบความสำเร็จจนต้องย้ายไปเช่าห้องแถวที่ท้ายตลาด ส่วนอาอี๊ก็เปลี่ยนอาชีพมาขายเครื่องก่อสร้างที่ตึกริมถนน และด้วยสิ่งนี้เองทำให้จุ๊นได้พบกับผู้เป็นพ่ออีกครั้งหนึ่ง เมื่อจุ๊นนำสิ่งก่อสร้างที่ร้านอาอี๊ไปส่งพ่อ ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานที่กำแพงแสน ซึ่งพ่อก็ยังพูดจาดูถูกจุ๊นและแม่อยู่เหมือนเคย ทำให้จุ๊นคอยหลีกเลี่ยงการไปร้านของอาอี๊

จน กระทั่งวันหนึ่งครอบครัวของอาอี๊ถูกโจรปล้นฆ่าทั้งบ้าน กอปรกับทั้งที่พ่อคอยพูดจาถากถางจุ๊น ว่าจุ๊นเป็นตัวซวยที่นำครอบครัวของอาอี๊ไปสู่จุดจบ และนั่นก็เป็นเหตุการณ์ที่จุ๊นจดจำและเสียใจไปจนวันตาย แต่ในช่วงเวลาอันเลวร้ายนั้นจุ๊นยังมี นิจ ( ศุลีพร ตันตระกูล ) เพื่อนหญิงต่างโรงเรียนคอยให้กำลังใจจุ๊นมาโดยตลอด แต่ก็ถูกทางบ้านของนิจคอยขัดขวางกีดกันเพียงเพราะว่าจุ๊นเป็นคนไทย และยังมีอาเฮียเสือ ( คชา ปานเอม ) พี่ชายของนิจที่เกลียดจุ๊นมาก ๆ เพียงเพราะว่าจุ๊นเป็นลูกแม่ค้าขายข้าวแกงจน ๆ จึงยกพวกมารุมซ้อมจุ๊นจนปางตาย แต่ที่ทำให้จุ๊นเสียใจมากที่สุดนั้นก็คือ จักรยานเสือหมอบคันงามที่แม่ซื้อให้ และเคยมีความหลังอันหวานชื่นกับนิจต้องพังทะลายลงไป พร้อมกับมิตรภาพที่ดีระหว่างนิจและจุ๊น

หลังจากเรื่องนิจจบลงก็มี เรื่องที่จุ๊นต้องเผชิญอีก นั่นคือนายทองเส็ง ( ทัตพงษ์ พงษ์ทัต ) ช่างตัดผมที่เข้ามาพัวพันกับแม่ ซึ่งจุ๊นไม่พอใจมาก จนมาวันหนึ่งจุ๊นขาดความอดทนนำมีดชายธงเสียบเข้าที่ท้องของนายทองเส็ง เพราะว่าจุ๊นทนเห็นภาพที่นายทองเส็งซ้อมแม่เพื่อที่จะเอาเงินไปเล่นการพนัน ไม่ได้ และด้วยเหตุนี้เองทำให้จุ๊นจำต้องจากอกแม่ไปที่อื่น ซึ่งจุ๊นก็ได้สัญญากับแม่ว่าจะรีบเรียนให้จบ จุ๊นหนีเข้ากรุงเทพฯ กับไอ้นก ( กีรติ เทพธัญญ์ ) เพื่อนสมัยเรียนด้วยกัน โดยอาศัยติดมากับรถขายผัก แต่ก่อนที่จุ๊นจะจัดการกับเรื่องเรียนอย่างที่ได้ตั้งในไว้ ไอ้นกก็ก่อเรื่องขึ้นเป็นเหตุให้จุ๊นต้องเข้าไปนอนในห้องขังแทน แต่ทว่าพอตำรวจสอบสวนเรื่องนี้แล้วก็ปล่อยจุ๊นออกมาเพราะว่าจุ๊นไม่มีความ ผิด โดยที่จุ๊นโทรหาพ่อให้มารับตัวและก็ไม่อยากให้แม่เศร้าใจกับเรื่องที่เกิด ขึ้น

จากนั้นพ่อก็พาจุ๊นมาอยู่ที่บ้านโดยให้พักอยู่บ้านพักคนงาน แต่ก็ยังมีความเหินห่างเกิดขึ้นในบรรดาพี่น้อง เนื่องมาจากพ่อใส่ร้ายแม่ว่าแม่หนีตามผู้ชายไป และเมื่อมาถึงวันเปิดเรียน จุ๊นก็เกือบจะมีเรื่องขึ้นอีกครั้งจากการปะทะคารมกับครูใหญ่ผู้เข้มงวด ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่มักเรียกว่า “ป๋า” และที่นี่เองก็ทำให้จุ๊นได้พบกับเพื่อนรุ่นพี่ชื่อ ประเวศน์ หรือ แปะ( คริตโตเฟอร์ ชอนวอชิงตัน ) ที่ทำให้ชีวิตของจุ๊นเปลี่ยนไปจากที่พ่อมักจะบอกว่าจุ๊นเป็นตัวซวย แต่สำหรับแปะแล้ว จุ๊นคือตัวนำโชคของเค้า เพราะเมื่ออยู่กับจุ๊นเค้าเล่นการพนันชนะทุกครั้ง และก็เป็นเพราะเพื่อนคนนี้เองที่ทำให้จุ๊นได้พบกับแตงกวา ( พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ) ซึ่งจุ๊นก็เริ่มสนใจเธอทันที เพราะเธอจะกลายมาเป็นผู้ที่มีความหมายต่อชีวิตจุ๊นเป็นอย่างมาก

อาทิตย์ ใหม่ของการเรียน จุ๊นออกไปเรียนตามปกติ แต่โชคร้ายที่วันนี้เกิดเรื่องชกต่อยกันรุนแรงระหว่างจุ๊นกับบุ้ง ทำให้จุ๊นถูกป๋าเฆี่ยนตีตามกฎของโรงเรียน และในเย็นวันเดียวกันจุ๊นก็ไม่สบายเนื่องมาจากบาดแผล และถูกฤทธิ์แดดเผา โชคดีที่จุ๊นยังมีป้าเจียดและพี่ถมคอยดูแล แต่สิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้นนั่นคือการที่ได้รู้เห็นว่าผู้หญิงคนใหม่ของพ่อ ชื่อตุ๊กตา ( ไอริณ ศรีแกล้ว ) แอบมีชู้ โดยที่จุ๊นไม่สามารถบอกใครได้เลย แม้แต่กระทั่งพ่อ!!! จากนั้นไม่นานจุ๊นก็ได้ข่าวว่าพ่อประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ จุ๊นจึงรีบรุดไปดู แต่สิ่งที่จุ๊นได้รับกลับมาคือความเฉยชาที่ได้จากพ่อ ทำให้จุ๊นรู้สึกว่าสำหรับตัวเองแล้วก็คือตัวซวยของพ่ออยู่ตลอดเวลา จุ๊นจึงตัดสินใจหมกตัวอยู่ในห้องโดยมีวิทยุเป็นเพื่อน ซึ่งจุ๊นได้หมุนคลื่นที่แตงกวาจัด จึงได้รู้ว่าที่โรงเรียนของแตงกวาจะมีการฉายหนังรอบการกุศล และเมื่อวันงานมาถึงจุ๊นได้พบแตงกวา ซึ่งทั้งสองก็ยิ้มให้อันอย่างเป็นมิตร

แต่ อย่างไรก็ตามจุ๊นก็ยังหนีความซวยไปไม่พ้น เมื่องานที่จัดขึ้นเกิดการชกต่อยกันจนทำให้งานต้องล้มเลิกไปกลางคัน ยิ่งไปกว่านั้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็คือ นายกี้ จึงทำให้จุ๊นต้องเข้าไปช่วย และด้วยเหตุการณ์นี้เองทำให้จุ๊นรู้ว่าพ่อรักลูกทุกคนเท่ากัน เพราะว่าพ่อเรียกหาทนายเริงชัยมาเพื่อหาหลักฐานว่านายกี้ไม่ได้เป็นต้นเหตุ และพ่อก็ไม่อยากต้องการจะให้ลูกคนใดคนหนึ่งต้องเข้าไปนอนในห้องขัง จุ๊นจึงช่วยพ่อหาหลักฐานโดยการโทรศัพท์ไปหาแตงกวาผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมา เป็นพยาน เมื่อจุ๊นกลับมาถึงบ้านก็พบว่าแปะรออยู่พร้อมกับข่าวดีว่า ป๋าให้กลับเข้าไปเรียนได้ตามปกติในเทอมหน้า โดยที่จุ๊นจะต้องลาออกก่อน และแปะก็ส่งโทรเลขที่บอกว่าแม่เจ็บหนัก ให้รีบกลับนครปฐมด่วน เมื่อจุ๊นได้รับโทรเลขดังกล่าวก็รีบรุดไปหาแม่ โดยมีพี่ถมและพ่อไปด้วย ส่วนนายทองเส็งนั้นก็ยอมแลกอิสรภาพของแม่ด้วยเงินสี่หมื่นบาท และจากนั้นครอบครัวของจุ๊นก็กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง

 

นักแสดงละคร ขอหมอนใบนั้น ที่เธอฝันยามหนุน

1. พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ แสดงเป็น ล่องจุ๊น
2. พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร แสดงเป็น แตงกวา
3. มนตรี เจนอักษร แสดงเป็น วัชระ
4. ธัญญา วชิรบรรจง แสดงเป็น อนงค์
5. ตรีพล พรมสุวรรณ แสดงเป็น ถม
6. กิตติ บุลสถาพร แสดงเป็น กี้
7. กีรติ เทพธัญญ์ แสดงเป็น นก

ออกอากาศ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ช่อง 9

ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน

ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน
จากปลายปากกาของ ประภัสสร เสวิกล ที่กันตนา นำมาสร้างเป็นละครป้อนให้ ช่อง 7

เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่เกิดมาพร้อมกับคำว่า”ตัวซวย” วายุ ภูบาลบริรักษ์ หรือ ล่องจุ๊น (ศรราม เทพพิทักษ์) ลูกชายคนกลางของครอบครัวที่พ่อ (ปัญญา นิรันดร์กุล) ไม่เคยให้ความสนใจใยดีเลยแม้แต่น้อย ก็เพราะพ่อคิดว่าล่องจุ๊นเกิดมาเป็นตัวซวยของครอบครัว ทำให้พ่อต้องขาดทุนกับธุรกิจถมที่ พ่อจึงตั้งชื่อให้เขาว่า”ล่องจุ๊น”  ซึ่งต่างจากพี่น้องอีก 2 คนนั้นคือ พี่ถม พี่ชายคนโต เป็นคนที่เรียบร้อย เรียนเก่ง และว่าง่าย ส่วนอีกคนหนึ่งคือ กี้ เป็นน้องคนสุดท้อง เป็นเด็กที่ซนและดื้อ ช่างประจบเอาใจ ทั้ง 2 จึงถูกยกย่อง ชื่นชมและได้รับความรักจากผู้เป็นพ่อ ผิดกับจุ๊นที่ได้รับความรักความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ และมีแม่เป็นที่พึ่งในยามที่จุ๊นมีปัญหา

จนมาถึงวันหนึ่งครอบครัว ของจุ๊นได้เปลี่ยนไปเมื่อพ่อมีรายได้จากบริษัทรับ เหมาก่อสร้างเป็นกอบเป็นกำ พ่อก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในบ้าน ทำให้แม่ทนไม่ไหวจึงหนีออกจากบ้านโดยพาจุ๊นไปด้วย และทิ้งลูกอีก 2 คนไว้เบื้องหลัง  แม่พาจุ๊ นออกจากบ้านไปอยู่ต่างจังหวัดหลังจากแยกทางกับพ่อ จุ๊นต้องหนีเข้ากรุงเทพฯอีกครั้งเพราะเกิดเหตุวิวาทและทำร้ายพ่อเลี้ยง บังเอิญที่จุ๊นถูกจับพ่อเลยมาประกันตัวให้ การกลับมาของจุ๊นสร้างความไม่พอใจให้กับลูกชายคนเล็ก”ลักกี้” กี้หนีออกจากบ้าน และพ่อก็ประสบอุบัติเหตุระหว่างออกไปตามหากี้ พ่อขอร้องให้จุ๊นไปช่วยงานที่ต่างจังหวัด จุ๊นจะทำสำเร็จหรือไม่ ….ล่องจุ้นจะไปเจอกับอะไรบ้าง เค้าจะได้รับความรักความอบอุ่นที่โหยหาหรือไม่……..

 

นักแสดงละคร ขอหมอนใบนั้น ที่เธอฝันยามหนุน

ศรราม เทพพิทักษ์                        แสดงเป็น     ล่องจุ๊น
นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา    แสดงเป็น     แตงกวา
ปัญญา   นิรันดร์กุล                        แสดงเป็น    วัชระ
สุรัตนา ข้องตระกูล                         แสดงเป็น    อนงค์

ถ้าชอบละครเรื่อง ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน ช่วยกดไลค์กดแชร์ด้วยนะคะ