ตลาดไม่ขาดรัก

เรื่อง ราวการขับเคี่ยวกันของพ่อค้า 2 แผง อดีตเพื่อนรักที่บาดหมางกันเพราะความรัก รวมถึงแนวทางในการค้าขายที่ต่างกันสุดขั้ว…ทุนนิยมกับสุขนิยม…ในเมื่อ เสือสองตัวยังอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แล้วพ่อค้าสองแผงจะอยู่ร่วมตลาดเดียวกันได้อย่างไร !!

เมื่อครั้ง “ตลาดสะพานเขียว” เปิดทำการใหม่ๆ อาตง (เมทนี บุรณศิริ) กับ อาไช้ (วรุฒ วรธรรม) เพื่อนรักซี้ปึ๊กที่เติบโตมาด้วยกัน ชักชวนกันมาจับจองแผงค้าขายในตลาด.. อาตงเปิดแผงขายไก่เพราะกำไรดี ช่วยให้รวยได้เร็ว..อาไช้เปิดแผงขายผักเพราะสบายไม่วุ่นวาย มีความสุขกำลังดี..สองเพื่อนรักเช่าแผงตรงข้ามกัน ค้าขายไป มองหน้าเพื่อนรักไป เกื้อหนุนกัน…จนเมื่อความรักมาทักทาย เพื่อนตายก็ถึงวันแตกหัก… อาผิง (ชัชฏาภรณ์ ธนันทา) สาวงามจิตใจดีมาเช่าแผงเปิดร้านขายของชำในตลาด ทำให้เพื่อนรักซี้ปึ้กทั้งสองผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจีบตลอด.. ทั้งสองต่างแย่งกันช่วงชิงความรัก จากอาผิงมาครอบครองให้ได้มากที่สุด..ยิ่งนานวัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง กลายเป็นศัตรูโดยไม่รู้ตัว..สุดท้ายอาผิงหนีไปแต่งงานกับชายคนอื่น อาตงกับอาไช้น้ำตาตก ไม่สามารถกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีก

นอกจากเรื่องความรักแล้ว..อาตงกับอาไช้ก็ยังขัดแย้งกันในแนวทางการใช้ชีวิต และการค้าขายที่ต่างกันสุดขั้ว..อาตงเป็นคนขยัน มีหัวการค้า ด้วยการเช่าแผงอื่นๆ ในตลาดมาปล่อยให้คนเช่าต่อ.. บวกกับการปล่อยกู้เงินด่วนทันใจให้คนในตลาดที่เดือดร้อน ..ส่วนอาไช้เป็นคนเฮฮา อารมณ์ดี ค้าขายแบบเน้นความสุข ขายของเสร็จ ตกเย็นก็นั่งสังสรรค์ อาไช้จึงเป็นที่รักของผู้คนในตลาด ส่วนอาตงมีแต่คนกลัวและเกรงใจ..อาตงดูถูกอาไช้ว่าขี้เกียจ ไม่เจริญก้าวหน้า ..อาไช้มองอาตงว่าเป็นพวกหน้าเลือด และตายด้าน…แต่แล้วความขัดแย้งเรื่องความรักก็กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง.. เมื่ออาผิงกลายเป็นแม่ม่ายผัวตาย อาตงกับอาไช้ ดี๊ด๊า หัวใจชุ่มชื่นอีกครั้ง อาสาขอดามอกให้อาผิง..เฝ้าตามจีบอาผิงแบบรักจริง จีบจริง ไม่เจียมสังขาร ไม่อายวัยรุ่น..แม้อาผิงจะประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีรักใหม่ ทั้งสองคนก็ไม่ถอย..

เจนนี่ (ลลนา ก้องธรนินทร์) หลานสาวที่อาตงเลี้ยงดูมาแต่เด็ก ช่วยเชียร์อาตงให้อาผิงอย่างเต็มที่ เจนนี่เป็นสาวสวยจอมเฮี้ยว ฉลาด เรียนบัญชี คิดเลขเร็ว เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ในเรื่องการค้าขาย จึงสนับสนุนการกระทำของอาตงทุกอย่าง รวมทั้งรับเอาความแค้นที่อาตงมีต่ออาไช้ถูกถ่ายทอดไปสู่เจนนี่แบบเต็มๆ เจนนี่เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ในตลาดมากมาย..หนึ่งในนั้นคือ อัครเดช (อรุชา โตสวัสดิ์) มอเตอร์ไซค์วินจอมปลิ้นปล้อน ที่ทิ้งวินมารับใช้อาตงทุกอย่าง เพราะหวังว่าอาตงจะยกเจนนี่ให้เขาสักวัน..

โดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ ตี๋น้อย (กรรณอเนก ทิพวัลย์) ลูกชายเจ้าของตลาด ถูกมอบหมายให้ดูแลตลาดแทนพ่อ แต่ทำอะไรไม่เป็นนอกจากเดินเก็กหล่อไปวันๆ และตามจีบเจนนี่ด้วยลีลาพิสดาร จน นิดหน่อย (ต๋อง ชวนชื่น) ลูกน้องคนสนิทยังอายแทน

วันหนึ่ง นนท์ (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) หนุ่มซื่อ แต่ไม่เซ่อ น้องชายต่างมารดาของอาไช้ เดินทางจากต่างจังหวัด มาอาศัยกับอาไช้ เพื่อมาเรียนเนติบัณฑิตและสอบให้สำเร็จ.. เพียงแค่มาถึงวันแรก นนท์ก็ได้รับรู้ปัญหาระหว่างอาตงกับอาไช้ และปัญหาของชาวตลาด ..เหตุเกิดจาก อาตงซื้อสิทธิ์ขาดในการดูแลความสะอาดห้องน้ำ แล้วเก็บเงินค่าเข้าห้องน้ำในราคาสูงสุดๆ จนพ่อค้าแม่ค้าต้องอดกลั้น อั้น ยืนขายของบิดเบี้ยวตัวสั่นไปทั้งตลาด นนท์และอาไช้นำทีมชาวตลาดประท้วง โดยมี วุ้นเส้น (อติมา ธนเสนีวัตน์) สาวสวยเจ้าของแผง อาหารชำเป็นกำลังหนุน แต่อาตงเอาบารมีเจ้าหนี้เงินกู้มาข่มขู่ ทำให้ชาวตลาดต้องจำใจหันไปเข้าข้างอาตง ..สุดท้าย นนท์จึงใช้ความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย จัดการดัดนิสัยอาตงได้สำเร็จ

หลังจากวันนั้น นนท์มาช่วยอาไช้ขายผักทุกวัน เปิดวิทยุ ร้องเพลงกันอย่างมีความสุขสำราญ นนท์กลายเป็นขวัญใจของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดทันที โดยเฉพาะวุ้นเส้นที่ยกให้นนท์เป็นหนึ่งเดียวในดวงใจ แวะเวียนมาถามปัญหากฎหมายมากมาย ยิ่งพอรู้ว่างานอดิเรกของนนท์ คือชอบซ่อมโน่นซ่อมนี่ วุ้นเส้นถึงกับหาเรื่องทำพัดลมเสีย ทำทีวีพัง เพื่อให้มีเหตุมาใกล้ชิดนนท์ยิ่งขึ้นอีกด้วย..

แต่ละวันนนท์กับเจนนี่ ก็ตีกันเป็นประจำ แต่นนท์ก็ไม่เคยโกรธ เพราะลึกๆ แล้ว นนท์แอบรักเจนนี่ตั้งแต่แรกพบนั่นเอง ยิ่งนานวัน นนท์ก็ยิ่งค้นพบว่า บุคคลที่เป็นปัญหาของตลาดสะพานเขียว ไม่ใช่แค่อาตงกับเจนนี่เท่านั้น แต่อาไช้ก็เป็นตัวปัญหาเช่นกัน เพราะการใช้ชีวิตแบบสุขนิยม สนุก สบายจนเกินพอดี กลับเป็นตัวขัดขวางไม่ให้เกิดการพัฒนาสิ่งดีๆ ที่ควรจะเกิดขึ้นในตลาด..สถานการณ์ในครั้งนี้ นนท์จึงต้องเผชิญปัญหาสารพัดอย่าง..จากคนรอบๆ ตัว..ต้องจัดการอาตง แก้นิสัยอาไช้ ปราบพยศเจนนี่ หลบเลี่ยงการก่อกวนของอัครเดช ตี๋น้อย แล้วยังต้องเตรียมตัวสอบเนติให้สำเร็จอีก แต่ปัญหาไหนก็แก้ไขได้ไม่ยากเท่ากับปัญหาหัวใจ..ในเมื่ออาตงกับอาไช้ตาม ทะเลาะตามราวีกันอย่างไม่ลดราวาศอก.. ไม่มีท่าทีจะปรองดองกันได้..ความรักของนนท์กับเจนนี่จะสมหวังลงตัวได้อย่างไรกันเนี่ย ???

เรื่องราวอลหม่านวุ่นวายชวนขบขันของคนในตลาดสด และตัวละครอารมณ์ดีมากมาย ที่จะช่วยสะท้อนชีวิตและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงในสังคม และลุ้นไปกับความรักของหนุ่มสาว ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างแผงไก่กับแผงผัก รักครั้งนี้จะลงเอยเช่นไร ติดตามได้ใน ตลาดไม่ขาดรัก

ตลาดน้ำดำเนินรัก ภาค 2

เมื่อว่าที่แม่ยายที่แสนจะงก แสบ เด็ด เผ็ด มัน ตาโตกับของกำนัล วางแผนเล่นเอาเถิดกับชายหนุ่มที่จะเข้ามาพัวพันกับลูกเลี้ยงซะจนหัวหมุนไป ตามๆ กัน

ชีวิตของหนุ่ม-สาว สองคู่ต้องเผชิญ ผจญกับโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ทำให้ถูกตาโดนใจ แต่ทำไมส่งปัญหาแสบๆ คันๆ มาให้แก้ได้อย่างไม่ขาดสาย โดยผ่านผู้กุมชะตาที่แสนจะเป็นคนที่พกไว้ด้วยกลเม็ด เล่ห์เหลี่ยม บททดสอบสุดแสบ สุดฮา สุดงก จะว่าตลกก็ไม่ใช่ น้ำตาไหลก็ไม่เชิง พวกเขาจะลงเอยกันแบบไหน ต้องฝ่าฟันกับคู่ปรับในวัยเดียวกันอย่างไร ไม่ธรรมดาแน่ๆ

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวขี้เม้าท์ ที่ชื่อ “แม่กุหลาบ” ถูกฝรั่งจากอเมริกาที่มีลูกสาวติดมาด้วยอีกหนึ่งคน ตามจีบ ตามตื้อ จนบรรดาแม่ค้าท่าเดียวกันต่างก็ยุให้ลงเอยกันไปเถอะ เผื่อโชคดีมีโอกาสไปใช้ชีวิตต่างแดนกับเขาบ้าง ถึงขนาดเพื่อนๆ พาไปไหว้พระ ขอพร ขอให้พ่อฝรั่งรักจริง หวังแต่ง อยู่ครองคู่กันไปนานแสนนาน และก็ได้ผล “พ่อเคลิ๊ก” ทั้งรัก ทั้งหลงสาวไทย วิถีไทยแบบหัวปักหัวปำ ดำเนินชีวิตจนจะเป็นคนไทยไปซะแล้ว ยังความขัดใจมายังแม่กุหลาบเป็นอย่างยิ่ง ดูไม่มีวี่แววจะได้คิดได้ฝัน ไปเปิดร้านอาหารไทยในต่างแดน แม่ลูกสาวตาน้ำข้าวที่พ่วงมากับตาเคลิ๊ก แกก็อุตส่าห์เลี้ยงดูมาตั้งแต่ 9 ขวบ หวังว่าเมื่อโตเป็นสาวก็คงอยากจะกลับถิ่นฐานบ้านเดิม สหรัฐอเมริกากับเขาบ้าง แต่ก็เปล่าเลย “คัทลียา” หรือ “นังดอกเข็ม” ที่แม่กุหลาบเรียกติดปากมากกว่า เพราะหมั่นไส้ว่าไม่สมเป็นชื่อดอกไม้ต่างชาติเลย เหมาะจะเป็นไม้ไทยธรรมด๊า ธรรมดา แถมเห็นหน้าทีไร เป็นเสียบแทงความคิด ความฝันของเธออยู่ร่ำไป

“คัทลียา (นังดอกเข็ม)” โตเป็นสาวเต็มตัว ทั้งคล่อง ทั้งไว แถมออกแนวทะโมนไพร เพื่อนฝูงมากมาย ทั้งรัก ทั้งชัง ด้วยเพราะสวย มีเสน่ห์ ปราดเปรียว ฉลาด ทันคน มือไว ปากไว มีส่วนผสมของพ่อฝรั่งกับแม่ใหม่ไทยได้อย่างสุดจะลงตัว หัวตลาด ท้ายตลาด ใครไม่รู้จักก็แย่แล้ว (รุ่นแม่ก็ทำชื่อเสียงเอาไว้ลั่นคุ้งน้ำตั้งแต่สาวๆ เรื่องราวของแม่กุหลาบ ขายก๋วยเตี๋ยว กับแม่อุไร ขายกาแฟ เบาซะที่ไหน)

โตเป็นสาว ใครเห็นก็หมายปอง แต่ใครจะมาเป็นคู่ครอง ก็ต้องวัดที่ดวงชะตา ถ้าคู่กันแล้ว ทุกอย่างก็ต้องลงตัว ไม่มีใครเด่น ไม่มีใครด้อยไปกว่ากัน

“จุ๊ย” เด็กหนุ่มวัยโตกว่า “ดอกเข็ม” ตอนประถมเคยอยู่โรงเรียนเดียวกัน ชอบเอาใจน้องด้วยการซื้อขนมครั้งละเยอะๆ แต่ต้องมีของแถมต่างๆ นานาตามที่ นายจุ๊ยขอ ดอกเข็มยอมบ้าง แกล้งกลับบ้างตามโอกาส เช่น ให้ถีบจักรยานแล้วตัวเองซ้อนท้าย เพราะเห็นว่าดอกเข็มเป็นเด็กแก่น แต่ก็น่ารัก น่าเอ็นดู ดอกเข็มยอมทำ แล้วก็ไปทำจักรยานล้มกลางทาง ตัวเองกระโดดทัน ส่วนจุ๊ยไม่ทันระวังตัว ทั้งรถ ทั้งคนล้มลงข้างทาง แถมจุ๊ยดันหน้าไปหน้าคว่ำกับโคลนเป็นที่ขบขันให้กับดอกเข็มไม่รู้ลืม

หรือครั้งที่ดอกเข็มหลอกให้จุ๊ยไปเอาของแถมที่ปากทางเข้าบ้าน จุ๊ยไปตามนัด พอถึงที่นัดหมายใต้ต้นมะพร้าว ดอกเข็มที่ปีนไปรออยู่ข้างบน ก็ถีบลูกมะพร้าวลงมาตามแผน โดนนิ้วเท้าของนายจุ๊ยบวมตุ่ยไปหลายวัน เรื่องราวแสบๆ คันๆ อันน่าประทับใจของ น้องดอกเข็ม ถูกฝังไว้ในความทรงจำของนายจุ๊ย ว่าวันหนึ่งเรียนจบกลับมาอยู่บ้านจะต้องเอาคืน

จบมหาวิทยาลัย ที่ต่างคนก็ต่างตั้งหน้าตั้งตาเรียนๆๆ ให้จบ เพื่อจะได้กลับบ้าน มีใบปริญญาไปแขวนโชว์แต่ละบ้านแถบนี้ ลูก-หลานมีดีกรีกันทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าถูกปลูกฝังให้รักถิ่นไทยตลาดน้ำฯ จะทำมาค้าขายก็ใช้ผืนแผ่นดินที่มีมาให้เป็นประโยชน์ ไม่ต้องไปหวังใหญ่โตที่ไหนกับเขา จะเป็นพ่อค้า คหบดีซะส่วนใหญ่ ถ้าอยากโตขึ้นไปอีกก็สมัครเล่นการเมืองท้องถิ่นกันไป

แต่เช้าตรู่ที่ตลาดน้ำ ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นเป็นปกติ เรือแน่นจนเกยกันเบียดกัน แม่ค้าต่อแม่ค้า แทบจะเอาพายฟาดกันให้ตายไปข้างหนึ่ง ไอ้ที่จอดเทียบท่ากันอยู่แล้ว ก็ไม่แพ้ ไม่น้อยหน้า มีปัญหา ท้าตบ ท้าตี เอาเส้นก๋วยเตี๋ยวโปะหัวกันไปเลย เวลาโกรธหรือโมโห มนุษย์หน้าไหนก็ไม่รู้จักกันแล้ว

ดอกเข็ม กับเพื่อนซี้จอมแก่น เช้านี้ถูกแม่ค้ารุ่นเดียวกันแซวหนัก จนต้องเขวี้ยงเส้นหมี่ที่กำลังลวกอยู่ไปสังเวยปาก แล้วก็ขึ้นจากเรือมาตะลุยกันบนบก ชุลมุนวุ่นวายมองไม่เห็นหน้าคนแล้ว บังเอิญ นายจุ๊ยพาเพื่อนมาเที่ยว พลอยฟ้าพลอยฝน โดนลูกหลงจากดอกเข็มเต็มๆ แถมฝ่ายหญิงยังไถเถือกคิดว่านายจุ๊ยเป็นพวกเดียวกับฝ่ายตรงข้ามก็เลยไม่ยั้ง มือ นายจุ๊ยหมั่นเขี้ยวสาวเจ้าก็เลยรับมือแบบขับเคี่ยว เผ็ดมัน ผลัดกันรับ ผลัดกันรุก แน่นอน ตัวถึงตัวแบบนี้ แม่ดอกเข็มของเราเสียเปรียบ เสียหน้าแน่นอน ทั้งโดนกอดรัด ทั้งโดนจับเขย่าตัว ถึงแม้จะเอาตัวรอดมาได้ แต่ก็ถูกเนื้อต้องตัวกันไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ชบา” แม่ค้าส้มตำ ที่เคยเรียนห้องเดียวกับนายจุ๊ย จำนายจุ๊ยได้รีบปรี่เข้าไปหาแล้วก็แยกตัวออกไปจากกลุ่มชุลมุน ชบากับพวก 2-3 คน ช่วยดูแลบาดแผล หาน้ำ หาอาหาร ให้กลุ่มนายจุ๊ยได้อิ่มหนำสำราญตามประสา เขามาเยี่ยมเยือนเรือนชานต้องต้อนรับ

“น้ำซุป” พ่อค้าหน้าหยก รุ่นเดียวกับนายจุ๊ย พายเรือข้าวมันไก่ลอยอยู่ห่างๆ ชะเง้อมองดู เหมือนเห็นคนคุ้นเคยตีกัน พอแน่ใจว่าเป็นายจุ๊ยก็เลยโทรหา ให้แวะมากินข้าวมันไก่ที่ท่าเรือด้วย

“คนโต” สาวห้าว ขับ Taxi ป้ายดำ ไหว้พระภาวนาเช่นเคยก่อนออกจากบ้าน เพื่อขอให้มีลูกค้าต่างชาติเหมารถไปไกลๆ และเช้านี้ก็โชคดีจริงๆ หน้าโรงแรมเล็กๆ ที่เธอมักไปจอดรอรับลูกค้า มีชาวต่างชาติหนุ่ม-สาวเซอร์ 1 คู่ เรียกให้เธอพาไปตลาดน้ำดำเนินฯ แล้วช่วยพาท่องเที่ยวทางเรือตามหมู่บ้านด้วย คนโตดีใจ ตอบรับทุกอย่างแล้วไปลุยเอาข้างหน้า หวังว่าคงมีคนช่วยได้

นายจุ๊ย รับรู้เรื่องราวของ ดอกเข็ม จาก น้ำซุป จนอ๋อซะทุกสิ่งทุกอย่าง นึกสนุกใจใจว่าต้องตะลุยฝ่าด่านนายเคลิ๊ก กับแม่กุหลาบ แถมแม่อุไรอีกคนให้ได้ ด้วยพอจบม.ต้น เข้าต้องไปอยู่กรุงเทพฯ แล้วก็สอบติดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงห่างหาย ขาดการติดต่อจากรุ่นน้อง รุ่นพี่ตรงนี้ไปซะนาน กลับมาก็ต้องเจอกับสาวคู่ปรับในวัยเด็กอีกรูปแบบ รู้สึกประทับใจน่าค้นหาตามประสาหนุ่มสาวนั่นเอง

คนโต แวะมาจอดที่ท่าเรือนายน้ำซุป พอดี 2 ฝรั่ง สนใจข้าวมันไก่ร้อนๆ ดูสะอาด ดูดี ก็เลยพากันสั่งรับประทาน คนโตได้ที ถามถึงท่าเช่าเรือพาฝรั่งเที่ยว น้ำซุปตกตะลึงในความห้าว ความเก๋ของสาวมาดเข้ม ตาโต ผู้มีอาชีพขับรถ Taxi ป้ายดำ ช่างเป็นผู้หญิงที่กล้าน่าดู น้ำซุปนั่งคิด นั่งนึกถึงเรื่องราวคนโตจนเพลิดเพลินว่าทำไมเธอต้องทำงานแบบนี้ แล้วมันมีอะไรอีกตั้งมากมายเป็นภาพคิดขึ้นมา โดยเฉพาะอันตรายต่างๆ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะเผชิญ ถ้าเธอไม่แน่จริง คงไม่ตัดสินใจทำงานขับ Taxi แน่ๆ เอาละซิ พ่อค้าข้าวมันไก่ เกิดหลงไหลสาวขับ Taxi เขาจะมีโอกาสเจอะเจอกันอีกแบบไหน ก็ไม่ธรรมดาซะแล้วสำหรับ นายน้ำซุป

แม่กุหลาบ แม่อุไร ไหนๆ ก็พลาดหวัง ไม่ได้ไปเมืองนอกตามที่ฝันไว้ว่าจะเป็นหุ้นส่วนเปิดร้านอาหารไทยในต่างแดน ก็หันกลับมาขับเคี่ยวเอากับลูกสาวสุดสวย จอมแก่น จะต้องทำมาหากิน หาผู้ชายรวยๆ มาเป็นคู่ครอง สนองความต้องการที่จะโก้ จะหรู เลิกเป็นแม่ค้าลอยน้ำกับเขาให้ได้ จึงเป็นกลเม็ดเข้าแผนการคัดเลือกว่าที่ลูกเขยที่เหมาะสม จึงเป็นที่มาระหว่างคู่ปรับกับสมญานามที่ว่า ลูกเขยทีเด็ด พิชิตเผ็ดแม่ยาย

หลายครั้งที่ แม่กุหลาบ แม่อุไร ช่วยกันคิด อยากได้โน่น อยากกินนี่ นายจุ๊ยก็แสนจะรู้ทันจัดหามาให้ ถูกใจบ้าง ขัดใจบ้าง แต่ก็ปลิ้นปล้อน กะล่อน เอาตัวรอดไปได้อย่างสนุกสนาน โดยมีว่าที่ลูกเขยเรียงคิวเข้าแถวกันส่งส่วยอวยแม่ยายที่ดูจะเป็นแถวหน้าก็ มี นายจุ๊ย นายหัวปี คู่ปรับ คู่แข่ง คู่บู๊ คู่ซน ชีวิตของสองหนุ่มเหมือนอยู่บนสนามแข่งรถ ต่างฝ่ายต่างมีชั้นเชิง มีไหวพริบ ชิงดีชิงเด่น เพื่อหวังจะเด็ดดอกเข็มมาไว้ในครอบครอง

จะธรรมดาไปได้อย่างไร สำหรับ นายจุ๊ย สาวเจ้าก็เข้ายากพอตัว ด้วยความที่มีวิธีคิดลองใจอันแสนจะพิสดารตามประสาสาวแก่นที่รักความสนุกสนาน ท้าทาย ใครไม่เข้าใจตามไม่ทัน มันก็ต้องยากส์กันหน่อย ด้วยความที่หนุ่มจุ๊ยไปอยู่กรุงซะนาน ทำให้ลืมวิถีชาวตลาดน้ำฯ ไปบ้าง แต่ก็ได้ น้ำซุป คอยลุ้น คอยเชียร์ และบอกพฤติกรรมส่วนตัวของดอกเข็มเป็นการพิเศษได้ นายจุ๊ยก็ได้เปรียบมีการเตรียมตัว และรับมือกับดอกเข็มได้เสมอ ถึงแม้จะเหนื่อยหนัก เลือดตกยางออก แต่เขาก็นึกสนุกไปด้วยแล้ว ชีวิตต้องต่อสู้ และเอาชนะกับอุปสรรค ปัญหา ฮา ฮา ของดอกเข็มให้ได้

“หัวปี” ลูกชายรูปหล่อของ เสี่ยป๊อด ทำฟาร์มกล้วยไม้อยู่ในแถบนั้น ก็ถูกตาต้องใจดอกเข็มมาตั้งแต่เรียนแล้ว แต่โอกาสเข้าหายาก เพราะเพื่อนๆ ของดอกเข็มเป็นกำแพงเต็มไปหมด ความพยายามของหัวปีมีมากขึ้น เมื่อดันมีคู่แข่งเป็นนายจุ๊ยที่หล่อกว่า เก่งกว่าหลายๆ ด้าน หัวปี เอาแต่ใจตัวเอง ออกจะไปรุกเร้าให้พ่อกับแม่ที่มีผู้คนนับหน้าถือตา ลุกขึ้นมาช่วยลูกชายบ้าง สร้างความปวดหัวเวียนเกล้าได้ไม่น้อย ทั้งปัญหาธุรกิจ ปัญหาส่วนตัว ปัญหาของลูก เสี่ยกับซ้อต้องหนีไปเที่ยวไกลๆ ลองใจให้เสี่ยน้อยอย่างนายหัวปีต้องหาวิธีแก้ปมปัญหาชีวิตเอาเองซะบ้าง เพราะกลัวว่าลูกจะอยู่บนโลกใบนี้ไม่ได้ด้วยตัวเอง

เมื่อชบา แม่ค้าส้มตำ รู้ว่านายจุ๊ยมีใจให้ดอกเข็ม เธอแกล้งดอกเข็มแบบเนียนๆ หลายครั้ง เช่น ตำส้มตำสูตรพิเศษให้ดอกเข็มกินจนเข้าโรงพยาบาล รวมหัวกับเพื่อนร้านทำผม เป่าหูแม่กุหลาบจนหัวปั่นกับลูกเลี้ยงที่ถูกหาว่าไปมั่ว ทำตัวเป็นฝรั่งกับหนุ่มๆ อย่างหัวปี และเพื่อนๆ อยู่บ่อยๆ ชบาให้ร้ายใส่หลายอย่างด้วยสมองกล สั่งการให้คิด ให้พูดเรื่องเลวร้าย ทำลายดอกเข็มได้สารพัดอย่าง ด้วยรักริษยาของเธอสามารถทำให้ดอกเข็มเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่โชคก็เข้าข้างคนดี ดอกเข็มเอาตัวรอดมาได้ และทำให้คิดได้ว่า ชีวิตมีอะไรมากมายที่ทำเป็นเล่นไม่ได้ ต้องรู้จักโต รู้จักคิด วางแผน รู้ที่จะสู้และเผชิญ

แม่กุหลาบ แม่อุไร พายเรือกลับบ้านเพลินๆ ไม่ทันระวังตัว ถูกดักปล้นทองในตัวที่เธอชอบใส่อวดความมั่งมีขึ้นมา บังเอิญอยู่ในคุ้งน้ำใกล้ๆ ที่น้ำซุปขายข้าวมันไก่อยู่ จึงช่วยชีวิต 2 แม่ที่เกือบจะถูกกดน้ำตายอยู่ตรงนั้นไว้ทัน ส่วนทองของนอกกายก็ต้องอุทิศให้โจรเอาไป บทเรียนสาหัสครั้งนี้ทำให้ 2 แม่ เบาเรื่องขี้คุย ขี้อวดลงไปได้

ฟาร์มไก่ ของนายจุ๊ยทำท่าว่าจะมีปัญหา เพราะถูกปล่อยข่าวจอมปลอมจากฟาร์มกล้วยไม้ของนายปี ว่าเกิดโรคระบาด เสี่ยตา พ่อนายจุ๊ยแทบจะล้มทั้งยืน เพราะลงทุนมาตรการป้องกันโรคระบาดไก่มามาก ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้น จะต้องฆ่าไก่ทั้งหมด เท่ากับว่าต้องเริ่มต้นลงทุนกันใหม่ นายจุ๊ยจับได้ว่าเป็นการใส่ความ โดยมีหลักฐานไปยืนยันเป็นเทปที่บันทึกไว้ในวงสุราที่ลูกน้องของนายปี พลาดคุยฟุ้งออกมาเมื่อสุราเข้าปาก ประกอบกับทางหน่วยราชการก็มาตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นตามคำบอก เล่า เรื่องก็ผ่านพ้นไปได้ แต่นายจุ๊ยไม่ปล่อยนายหัวปีไว้แน่นอน แค้นใหญ่ต้องชำระด้วยวิธีที่แยบยล ซึ่งไม่เกินความสามารถและความร่วมมือร่วมใจของฝ่ายที่เรียกว่า ลูกผู้ชาย อย่างนายจุ๊ย กับ นายน้ำซุป

ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกันไปก่อนระหว่าง นายน้ำซุป กับ คนโต ทำให้เขาสองคนได้มีส่วนช่วยเหลือกัน พึ่งพากันแบบบู๊ๆ ลุยๆ มากกว่าคู่ของนายจุ๊ย กับ ดอกเข็ม เพราะโจทก์ชีวิตต่างกันมาก ข้าวมันไก่บ้านๆ ของน้ำซุป ดูท่าจะมีคู่แข่งที่มีเงิน นึกอยากจะลงทุนทำอะไรก็ทำได้ เอาชื่อสูตรราชวงศ์เข้าข่ม แถมจะตั้งประกบคลองกันอีก คนโต ก็ช่วยไว้ได้ด้วยปัญญาของเขาทั้งสอง ทำให้สูตรบ้านดั้งเดิม ก็ยังคงอยู่คู่คลองดำเนินฯ ได้ต่อไป ส่วนเรื่องของคนโตก็ลำบากลำบนมากขึ้น เมื่อมีปัญหาจี้ปล้น Taxi อิจฉาในสายอาชีพ ถูกกลั่นแกล้งกลางทางด้วยสายตรวจปลอมๆ อยู่เสมอ จนต้องช่วยกันจับตำรวจปลอมชุดนี้ที่มักจะซุกปัญหาจากน้อยไปหามาก ถึงขนาดแจ้งว่าในรถของคนโตมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ กว่าจะเอาตัวรอดมาได้ ต้องอาศัยพวกพ้องของจุ๊ย น้ำซุป และดอกเข็มที่จับได้แล้วว่า มันน่าจะเป็นตำรวจกำมะลอแน่ๆ

เขาทั้งสี่ เป็นเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลือกันหลายๆ ด้าน เมื่อ คนโตอยู่ลำบากในกรุงเทพฯ เขาทั้งหมดช่วยกันจัดการโยกย้ายให้คนโตพาพ่อที่เป็นอัมพาตกับน้องสาวที่ กำลังเรียนอยู่ ให้มาใช้ชีวิตที่ดำเนินสะดวก แล้วทุกอย่างก็สะดวกขึ้นจริงๆ

บทพิสูจน์ความรักที่แท้จริงของพวกเขา พิชิตความรู้สึกที่ไม่ดีต่างๆ นานาของผู้คนที่รายล้อม และโยนขวากหนามเข้าไปขวางกั้นเป็นครั้งคราวให้ผ่านพ้นไปได้ในทุกสถานการณ์ เป็นอีกหลายๆ ชีวิตที่พัวพันเกี่ยวเนื่องเรื่องราวกันเอาไว้ในคุ้งน้ำแห่งนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ให้แง่คิดในการมีชีวิตในโลกใบนี้ มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตา ปัญหาน้อยใหญ่ ให้ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไข และทำให้ตื่นขึ้นมา สูดลมหายใจและเดินหน้าเผชิญต่อสู้ ด้วยใจที่เปี่ยมด้วยความรักในหลายๆ รูปแบบของทุกคนใน “ตลาดน้ำดำเนินฯ รัก”

นักแสดงละคร ตลาดน้ำดำเนินรัก ภาค 2

รพีภัทร เอกพันธ์กุล  แสดงเป็น  จุ๊ย
สาวิกา ไชยเดช  แสดงเป็น  ดอกเข็ม
ตะวัน จารุจินดา  แสดงเป็น  น้ำซุป
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์  แสดงเป็น  คนโต
ชัชฎาภรณ์ ธนันทา  แสดงเป็น  ชบา
ไปรมา รัชตะ  แสดงเป็น  แม่กุหลาบ
ปัทมา ปานทอง  แสดงเป็น  แม่อุไร
นันทศัย พิศลยบุตร  แสดงเป็น  นภ

ตลาดน้ำดำเนินรัก

โก้ ชายหนุ่มรูปหล่อมาดดีสมชื่อ ฉลาดทันคน เขาจบปริญญาตรีที่ราชภัฏมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังหางานทำไม่ได้ โก้ตัดสินใจเอารถตู้ของพ่อออกมารับจ้างตามบริษัททัวร์ พานักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไปตีกอล์ฟบ้าง รวมทั้งไปตลาดน้ำดำเนินฯ แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของบ้านเรา ส้มโอ ลูกสาวชาวสวนผลไม้ใหญ่ในอำเภอ เธอมักจะตามแม่พุด มารดาของเธอไปขายผลไม้ที่ตลาดน้ำตั้งแต่ยังเด็กๆ โดยมี องุ่น พี่สาวติดสอยห้อยเรือไปด้วย กระทั่งโตเป็นสาว เรียนจบปริญญาตรีแล้วส้มโอกับองุ่นก็ยังพายเรือไปขายผลไม้กับแม่เช่นเดิม ความฝันที่อยากเป็นแอร์โฮสเตส อยากทำงานกรุงเทพฯ ของส้มโอนั้นริบหรี่เต็มทน เพราะพ่อพร้าวบิดาของเธอไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้ลูกสาวไปทำงานไกลหูไกลตา

ทุก ครั้งที่ไปขายของกับแม่ ส้มโอและองุ่นจะมีอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้เธอกับพี่สาวไม่ใช่น้อย นั่นก็คือ การยิ้มหวานๆ ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการอุดหนุนผลไม้ บางทีนักท่องเที่ยวใจดีก็ทิปหนัก วันหนึ่งโก้พานักท่องเที่ยวมาเที่ยวตลาดน้ำ พอเห็นส้มโอยิ้มแย้มแจ่มใสถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเขาก็ปิ๊งถูกใจในมิตรภาพของเธอทันที หารู้ไม่ว่านั่นคืองานถนัดของส้มโอ เธอถูกสอนให้ฉีกยิ้มเป็นงานมาตั้งแต่เด็กแล้ว ตัวจริงน่ะเหรอ..แก่นเซี้ยวเปรี้ยวเข็มฟันไม่เบา ภาพแม่ค้าหน้าหวานของส้มโอ ทำเอาโก้นอนไม่หลับ เขาสืบจนรู้ว่าส้มโอเป็นลูกสาวคนเล็กของพ่อพร้าว เจ้าของสวนจอมตระหนี่ มาดดูดีประมาณผู้ใหญ่บ้าน น้องๆ กำนัน โก้หาช่องทางจีบส้มโอด้วยการเข้าทางผู้ใหญ่ เขาคอยไปดักพ่อพร้าวตามร้านค้า ร้านกาแฟในหมู่บ้าน ทำทีเป็นชวนคุยเรื่องการเมือง เรื่องจิปาถะเพื่อสร้างความสนิทสนมคุ้นเคย แต่ก็เข้ายากเหลือเกิน เพราะพ่อพร้าวทันเกม

ตี๋ใหญ่ ลูกชายจอมซ่าส์ของเถ้าแก่เส็งพ่อค้าขายข้าวสาร เขาหลงรักส้มโอมานานแล้ว ว่างจากส่งของตี๋ใหญ่ก็แอบมาจีบสาวเจ้าเป็นประจำ บางทีก็ให้ตี๋น้อยน้องชายเป็นพ่อสื่อ คอยเอาจดหมายรักและข้าวของมาให้ลูกสาวพ่อพร้าวอยู่เรื่อย แต่ส้มโอก็ไม่เล่นด้วย บ่ายเบี่ยงมาตลอด บางทีเหลืออดประชดแสบๆ ก็มี ข้างฝ่ายเถ้าแก่เส็งใช่ว่าจะเอ็นดูลูกสาวชาวสวน เขาคอยกีดกันเสมอ เพราะหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้ลูกชายเป็นดองกับ ลินจง อาหมวยลูกสาวเถ้าแก่ร้านทองผู้ร่ำรวย อุไร แม่ค้าเรือขายกาแฟ และ กุหลาบ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเรือ สองสาวขาเม้าท์รุ่นน้าพากันเม้าท์เรื่องของส้มโออย่างสนุกปาก กระแซะถามแม่พุดอยู่เรื่อยว่าเมื่อไหร่ส้มโอจะเลือกคู่ซะที เพราะเห็นหนุ่มๆ มาตอมกันเกรียว ทั้งตี๋ใหญ่ลูกชายเถ้าแก่ ปลัดภาค รวมทั้งเจ้าโก้ไอ้หนุ่มรถตู้ที่เพิ่งเข้ามาจีบหมาดๆ บ้านนี้ใช่ว่าลูกสาวคนเล็กจะสะสวยเพียงคนเดียว ลูกสาวคนโตอย่างองุ่นก็ใช่ย่อย เพราะมีพ่อม่ายนายทหารอย่าง สินทบ แวะเวียนมาขายขนมจีบอยู่เป็นประจำเช่นกัน

จะผิดกันก็ตรงที่สินทบ นั้นเข้าถูกที่ถูกทาง แถมยศฐาบรรดาตำแหน่งก็ถูกใจพ่อพร้าวยิ่งนัก จึงเข้าตามตรอกออกตามประตู แถมมีเจ้า ลูกหมู ลูกชายวัยน่ารักคอยเป็นตัวประสานความสัมพันธ์ให้อีก แม้จะรำคาญขี้ปากชาวบ้านแต่พุดก็ต้องทำเป็นทองไม่รู้ร้อน นอกจากบางครั้งเห็นถี่เกินไปทนไม่ไหวก็ออกโรงกระแทกปาก 2 แม่ค้ารุ่นน้องไปบ้างเหมือนกัน และได้แต่คอยเตือนลูกสาวให้วางตัวดีๆ ที่สำคัญอย่าให้พ่อพร้าวรับรู้เรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้ เพราะนายทหารเก่าอย่างพ่อพร้าวนั้นระเบียบจัด และหวงลูกสาวมาก โก้เริ่มสนุกกับการตามจีบส้มโอ ไอ้หนุ่มรถตู้คอยหาโอกาสมากระเซ้าเย้าแหย่ต่อปากต่อคำกับแม่ค้าลอยน้ำบ่อยๆ หากโอกาสไม่เหมาะเขาก็มักจะให้ลูกทัวร์เป็นพ่อสื่อถือโน้ตไปให้สาวเจ้า บางทีก็จ้างตี๋เล็กคอยส่งสาส์น ซึ่งเด็กน้อยก็ยินดีทำให้เพราะสนิทสนมกับโก้มาก โก้เคยพาตี๋น้อยนั่งรถเที่ยวแถมยังซื้อของเล่นให้บ่อยๆ

แผนนัดเจอ สาวของโก้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยเกรงว่าชาวตลาดน้ำจะจับได้ และพากันเม้าท์ไปเข้าหูพ่อพร้าว ถึงอย่างไรก็มีข่าวเม้าท์ของอุไรและกุหลาบลอยเข้าหูพ่อพร้าวจนได้ พร้าวเฝ้าสังเกตและจับได้ว่าโก้เข้ามาติดพันส้มโอ เขาซักไซร้เอาความ จริงจากลูกสาว แต่ส้มโอก็ปฏิเสธ เธอบอกพ่อว่าโก้เป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น เหตุที่คุ้นเคยกันเพราะโก้ขับรถพาลูกทัวร์มาเที่ยวตลาดน้ำ และอุดหนุนผลไม้เป็นประจำ พ่อพร้าวทำทีเป็นเชื่อคำแก้ตัวของลูกสาว เขาเฝ้าระวังและคอยกันท่าไม่ให้โก้เข้ามาใกล้ชิดส้มโอ แผนตีซี้ว่าที่พ่อตาเริ่มจริงจังขึ้น โก้ทดลองทำปุ๋ยชีวภาพจนสำเร็จ เขานำไปขายให้พ่อพร้าวให้ราคาถูก ถึงพร้าวจะกดราคารับซื้อไว้แต่โก้ก็แอบยินดี เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่เขาจะแวะเวียนมาที่บ้านส้มโอได้อย่างไม่น่าเกลียด ด้วยความตระหนี่ของพ่อพร้าวเขาเสนอขายพวกเศษวัชพืชในสวนให้โก้เอาไปใช้หมัก ปุ๋ยชีวภาพ มิหนำซ้ำยังระบายผลไม้ในสวนให้โก้นำไปขายอีก

โก้จำยอม ซื้อพลางคิดในใจว่าจีบลูกสาวติดเมื่อไหร่ จะขอเอาคืนทั้งต้นทั้งดอก จือซอ คนงานต่างด้าวของสวนพ่อพร้าวกำลังมีปัญหาหนัก แม่ของเขาป่วยอาการทรุดมากจำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตเป็นค่ารักษาพยาบาล จือซอคิดไม่ซื่อเขาวางแผนกับลูกน้องคนงานจับแม่พุด, ส้มโอ และทุกคนในบ้านมัดไว้ พ่อพร้าวขัดขืนก็เลยโดนจือซอตีด้วยไม้หน้าสามจนสลบจมกองเลือด ขณะที่จือซอจะตีซ้ำให้ถึงตาย โก้ก็เข้ามาช่วยไว้ได้ทันท่วงที โก้รีบพาพ่อพร้าวส่งโรงพยาบาล ส่วนจือซอหนีรอดไปได้ ส้มโอขอบคุณโก้ที่เข้ามาช่วยพ่อเธอเอาไว้ พ่อพร้าวเองก็ซาบซึ้งในความเป็นคนดีมีน้ำใจของโก้อยู่ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะเปิดทางสะดวกให้ไอ้หนุ่มรถตู้ เพราะพ่อพร้าวเกรงใจปลัดภาคอยู่มาก ปลัดเขาเป็นคนใหญ่คนโต มีผู้คนนับหน้าถือตา ปลัดภาคแม้จะชอบส้มโอ แต่ก็รู้ดีว่าเธอกับโก้รักกันจึงคิดจะหลีกทางให้ แต่โชคและศักดิ์ เสมียนในอำเภอที่คอยตามติดปลัด

เมื่อเห็นโก้สนิทกับส้มโอจึงหา เรื่องกลั่นแกล้ง เพื่อหวังจะได้ความดีความชอบจากนาย อย่างเช่น ปิดเส้นทางการเดินรถ, จ้างคนไปดักทำร้ายโก้ แต่โก้ก็ไม่ย่อท้อ เขาคอยระมัดระวังแก้เกมคืนได้เช่นกัน โดยมี หรั่ง เพื่อนซี้คอยช่วยเหลือหลายๆ เรื่อง ลินจง หลงรักโก้มานานแล้ว เธอเฝ้าตามตื้อเอาอกเอาใจโก้สารพัด แต่โก้ก็ไม่เล่นด้วย พอรู้ว่าโก้มาชอบส้มโอ ลินจงและจินตนาลูกสาวเสี่ยยศเจ้าของปั๊มน้ำมันเพื่อนซี้ ก็คอยหาเรื่องเล่นงานส้มโอตลอด แต่ส้มโอใช่ว่าจะยอมใครง่ายๆ เธอแก้เผ็ดสองสาวได้อย่างแสบทรวง ชาวสวนเริ่มทยอยขายที่ดินให้แก่ เสี่ยยศ เพราะผลผลิตต่ำทำไปก็ไม่คุ้มทุน เสี่ยยศรับซื้อที่ดินอย่างเต็มใจ ส้มโอและองุ่นไม่เห็นด้วยที่ชาวบ้านพากันขายที่ดินแบบนี้ เสี่ยยศเข้ามาเป็นเจ้าของที่ดูแลสวนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แล้วก็จ้างเจ้าของที่ทำงานโดยจ่ายเงินเดือนให้ คนเคยเป็นเจ้าของที่ต้องกลายเป็นคนงานรับจ้างบนผืนดินที่ตัวเองเคยครอบครอง

ส้ม โอพยายามขัดขวางการขายที่ดินของชาวสวน เธอแนะนำให้ชาวสวนตั้งชมรมเพื่อช่วยเหลือกัน มีกองทุนให้ขัดสนหยิบยืม ช่วยกันนำผลไม้มาแปรรูป อีกทั้งยังริเริ่มทำโครงการ “โฮมสเตย์” รองรับนักท่องเที่ยวตลาดน้ำ เพื่อให้ชาวสวนมีรายได้พออยู่พอกิน โก้เอ่ยปากชมแนวคิดอันเฉียบคมของส้มโอ เขาสนับสนุนเธอด้วยการพานักท่องเที่ยวมาพักที่โฮมสเตย์ของสาวสวน บรรดานักท่องเที่ยวต่างก็ประทับใจที่ได้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตอันอบอุ่นของ ชาวบ้านอย่างแท้จริง โครงการของส้มโอสร้างความขัดเคืองให้เสี่ยยศและจินตนามาก การท่องเที่ยวเริ่มบูม บริษัททัวร์ต้องการรถตู้มาใช้งานมากขึ้น โก้ปรึกษาพ่อแม่ของเขาเรื่องกิจการรถตู้ พ่อเห็นด้วยจึงไปกู้เงินธนาคารมาให้โก้ลงทุน และแล้ว “บริษัท 3 หนุ่ม จำกัด” ซึ่งมีโก้, หรั่ง และรื่น ( คนขับรถตู้ที่เพิ่งรู้จักกันระหว่างทำงาน เป็นเด็กยากจน ขยันทำมาหากิน และเชื่อฟังโก้อีกด้วย ) ช่วยกันบริหารงาน

กิจการของโก้ไปได้สวยมี งานเข้ามามาก เขาพานักท่องเที่ยวมาทัวร์ตลาดน้ำ พาไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ บางทีก็รับงานของกองถ่ายสารคดี กองละคร และงานอื่นๆ อีกสารพัด พอกิจการดีก็มีคนขัดแข้งขัดขา กลั่นแกล้งกันในสายธุรกิจ แต่โก้ ก็แก้ปัญหาสารพัดที่ประดังเข้ามาอย่างไม่ย่อท้อ โก้และส้มโอต่างก็นึกถึงงานที่ตัวเองฝันเอาไว้ อยากทำงานตามความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมา ทั้งสองพยายามแข่งกันสมัครงานตามที่ต่างๆ เดิมพันกันว่าใครจะได้งานก่อนกัน แต่จนแล้วจนรอดทั้งคู่ก็ต้องกลับมาสะสางงานเดิมที่รับผิดชอบ เป็นอันว่าเสมอไม่มีใครแพ้ใครชนะ โก้พยายามใกล้ชิดส้มโอเอาอกเอาใจว่าที่พ่อตา เขาเหมาผลไม้ในสวนพ่อพร้าวไปขายที่กรุงเทพฯ บางส่วนก็ให้ที่อู่วางขาย พร้าวดีใจที่ผลไม้ไม่ตกค้างสวน ยิ่งนึดถึงวันที่โก้เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ก็ยิ่งทำให้พร้าวรู้สึกดีกับว่า ที่ลูกเขยมากขึ้น หลายครั้งที่เขาทำเป็นแกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เปิดโอกาสให้โก้มาจีบลูกสาวพอหอมปากหอมคอ

โชคและศักดิ์เห็นโก้ชัดจะ กลายเป็นคนโปรดของพ่อพร้าว จึงอ้างชื่อปลัดไปรับผลไม้จากสวนพ่อพร้าวมาขายบ้าง พร้าวและพุดเริ่มหนักใจ เพราะโก้เป็นลูกค้าเจ้าแรกที่มาเหมาผลไม้ในสวน ซื้อคราวละมากๆ ไอ้ครั้นจะขายให้ปลัดก็ไม่รู้ว่าจะไปสรรหาผลไม้มาจากไหน เพราะผลิตผลในสวนออกไม่ทันแล้ว พ่อพร้าวหารือตรงๆ กับปลัดภาคๆ จึงรู้ว่าโชคและศักดิ์อ้างชื่อเขาไปทำเรื่อง จึงตักเตือนทั้งคู่และสั่งห้ามไม่ให้กลั่นแกล้งโก้อีก ขณะที่ความสัมพันธ์ของโก้และส้มโอเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ด้านสินทบและองุ่นก็กลับมีปัญหา เมื่อ นฤมล อดีตภรรยาที่หย่าแล้วของสินทบกลับมาก่อกวนชีวิตเขาอีกครั้ง เธอต้องการเงินเพื่อนำไปเล่นการพนัน นฤมลทำให้พ่อพร้าวเข้าใจผิดคิดว่าสินทบคิดจะมาหลอกลวงองุ่น เขาจึงพยายามกีดกันไม่ให้สินทบมายุ่งกับลูกสาวอีก แต่แล้วสามีใหม่ของนฤมลก็ตามมาลากตัวเธอกลับไป เรื่องเลวร้ายทั้งหมดจึงจบลง พ่อพร้าวกลับมาเข้าใจสินทบอีกครั้งและไม่กีดกันเขาอีก

เสี่ยยศร่วม กับหุ้นส่วนเปิดตลาดในตัวอำเภอ โดยหวังจะเป็นเสือนอนกินคอยเก็บค่าเช่าจากพ่อค้าแม่ค้าที่มาเช่าแผงในตลาด แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะตลาดไม่คึกคัก ผู้คนยังคงไปจับจ่ายใช้สอยกันที่ตลาดน้ำอย่างเนืองแน่น บรรดาพ่อค้าแม่ขายเองก็ไม่อยากมาเช่าแผงที่ตลาดของเสี่ยอีก ทั้งก่อนหน้านี้หุ้นส่วนเดียวกันยังชักชวนให้ร่วมลงทุนเปิดปั๊มน้ำมันใหม่ อีกแห่ง เสี่ยยศลงทุนไปมากและเพิ่งรู้ตัวว่าถูกโกง เมื่อเงินทองที่มีร่อยหรอลง แถมมีหนี้สินท่วมหัว เขาเริ่มมีอาการเครียดจนคิดหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย ดีที่โก้มาพบและช่วยเหลือได้ทัน โก้แนะนำให้เขาเปลี่ยนจากตลาดร้างเป็นโกดังเก็บของและที่จอดรถขนาดใหญ่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่ตลาดน้ำ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ช่วยให้ธุรกิจของเสี่ยยศฟื้นตัวอีกครั้ง อุไรและกุหลาบยังคงเม้าท์ชายบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่ยุยงเพื่อนแม่ค้าจนต้องทะเลาะกับสามีด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าสามีไป มีเมียน้อย

เมื่อความจริงปรากฏอุไรและกุหลาบถูกตบจนหน้าบวมเพราะ ความปากพร่อย อีกทั้งชาวตลาดน้ำต่างพากันรังเกียจจนไม่มีใครคบหาขาเม้าท์ทั้ง 2 อีก ชีวิตอุไรและกุหลาบแย่ลงเรื่อยๆ ส้มโอสงสารจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ อุไรขอโทษในสิ่งเลวร้ายที่เธอทำลงไป ส้มโอสอนให้แม่ค้ารุ่นน้าได้สำนึก ทั้งคู่ปรับปรุงตัวเลิกนิสัยเดิมๆ ไม่นานบรรดาเพื่อนแม่ค้าก็กลับมาพูดคุยด้วยอีกครั้ง อุไรและกุหลาบเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทั้งคู่สัญญาว่าจะไม่เม้าท์ชาวบ้านอีก แม้ลินจงจะพยายามสร้างสถานการณ์ให้ส้มโอเข้าใจโก้ผิด แต่ก็ไม่สามารถทำลายความรัก ความเข้าใจของโก้และส้มโอได้ ความสนิทสนมของโก้และส้มโอ ทำให้ตี๋ใหญ่และลินจงเริ่มได้คิดว่าคงไม่สามารถแยกทั้งคู่ได้แล้ว ในที่สุดลินจงและตี๋ใหญ่จึงตัดสินใจลองคบกันตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ หลังจากที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน จือซอจึงโกรธแค้น เขากลับมาจับองุ่นและลูกหมูไปเรียกค่าไถ่

สินทบนำกำลังทหารและตำรวจ ประสานงานกันจนช่วยเหลือทั้งคู่กลับมาได้อย่างปลอดภัย ที่เขตแดนไทย-พม่า บริเวณสวนผึ้ง จือซอถึงตำรวจจับและไปรับโทษในคุก พ่อพร้าวเริ่มใจอ่อน ด้วยเห็นความดีของโก้และรู้จักนิสัยใจคอว่าที่ลูกเขยมาก ขึ้น จนพอจะวางใจได้ว่าหากลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝากับไอ้หนุ่มคนนี้ ลูกสาวจะมีความสุขอย่างแน่นอน โก้สารภาพรักอย่างเต็มปากเต็มคำ และทั้งสองสัญญาว่าช่วยต่อไปนี้จะต้องทำงานเก็บเงินส่วนตัวให้มากๆ สร้างงานสร้างรายได้ทั้งของตัวเองและชุมชนชาวสวนตลาดน้ำฯ ให้อยู่กันอย่างมีความสุข ชาวตลาดน้ำฯ ต่างยินดีกับความรักของโก้และส้มโอ กับรอ.สินทบและองุ่น ที่แสนจะเป็นที่ชื่นชอบของพี่ป้าน้าอา แม่ค้าลอยน้ำกันทั้งนั้น แม่แต่ปลัดภาคก้ต้องยอมพ่ายรักกับส้มโอด้วยความเข้าใจ อย่างผู้ที่เป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง เพราะทุกคนได้รู้เรื่องราวความพยายามและความรักจริงใจของกันและกัน จึงฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงได้หมด

รายชื่อนักแสดง ตลาดน้ำดำเนินรัก

ภาณุ สุวรรณโณ แสดงเป็น โก้
วรัทยา นิลคูหา แสดงเป็น ส้มโอ
ไพโรจน์ สังวริบุตร แสดงเป็น พ่อพร้าว
กาญจนาพร ปลอดภัย แสดงเป็น แม่พุด
ณัฏฐริณีย์ กรรณสูต แสดงเป็น องุ่น
สิทธิพร นิยม แสดงเป็น รอ.สินทบ
วิศวะ กิจตันขจร แสดงเป็น ตี๋ใหญ่
ชญาณ์ทิพย์ รวงผึ้งทอง แสดงเป็น ลินจง

ตราบสิ้นดินฟ้า

แพน พิษณุ เป็นหัวหน้าวงดนตรีที่โด่งดังมากของสโมสรเอกชนในกรุงเทพ นอกจากแพนจะเป็นนักดนตรีแล้ว ยังเป็นนักแต่งเพลงฝีมือดี และด้วยความที่ยังโสดแพนจึงเป็นที่หมายปองของสาวๆ โดยเฉพาะ เนื้อทิพย์ นักร้องสาวสุดเปรี้ยวในวง ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแพนจนออกนอกหน้า ทำให้ พี่แอบ และพี่กลีบ ญาติของแพนที่เป็นเจ้าของคณะลิเก ต้องคอยกันท่าไม่ให้เนื้อทิพย์มายุ่มยามกับแพนจนเกินงาม สร้อย สาวสวยสู้ชีวิต มีอาชีพขายน้ำแข็งไส มีความฝันอยากเป็นนักร้อง

สร้อย เสียงดีมากและเป็นแฟนเพลงที่เหนียวแน่นของแพนคนหนึ่ง ในวันที่ทางสโมสรประกาศรับสมัครนักร้องใหม่ แพนได้พบกับสร้อยที่มาสมัครเป็นนักร้อง ด้วยความดีและเสียงร้องของสร้อย ทำให้แพนหลงเสน่ห์สร้อยอย่างง่ายดาย และสร้อยก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนเข้ามาเป็นนักร้องหน้าใหม่ของวงสำเร็จ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความอิจฉาของเนื้อทิพย์ สร้อยกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แพนแต่งเพลงมากมาย และแพนยังบรรจงแต่งเพลงเปิดตัวให้สร้อยในฐานะนักร้องเดี่ยว

ส่งผลให้ สร้อยโด่งดังในชั่วข้ามคืน หลังจากนั้นไม่นานแพนขอสร้อยแต่งงาน ทำเอาสร้อยถึงกับตะลึง เพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่เหมาะกับแพน เนื่องจากสร้อยเคยมีสามีมาก่อน บังอร เพื่อนรักคนเดียวของสร้อย อยากให้สร้อยได้ดีถ้ามีชีวิตใหม่ จึงยุให้สร้อยตอบตกลงกับแพน และไม่ต้องบอกเรื่องในอดีตให้ใครรู้ งานแต่งงานที่ใหญ่โตของแพนกับสร้อยจึงเกิดขึ้น แพนและสร้อยทำให้วงดนตรีของสโมสรดังกระหึ่ม ทั้งคู่มีเพลงประจำตัวคือเพลง “ตราบสิ้นดินฟ้า” ไม่นานสร้อยก็ตั้งท้องคัทลียา กระจ่างเนตต์

แต่ ยังไม่ทันได้กับบอกแพน เรื่องราวเลวร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อ ชัช สามีเก่าของสร้อยกลับมารีดไถเงินจากสร้อย ขู่จะแฉเรื่องราวทั้งหมดลงข่าวหนังสือพิมพ์ เพราะความรักทำให้แพนต้องยอมจ่ายเงินให้กับสามีเก่า เป็นเงินก้อนใหญ่อยู่บ่อยครั้ง แต่ทั้งคู่กลับถูกหักหลังข่าวของแพนกับสร้อยดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งสองถูกไล่ออกจากวงดนตรี ชีวิตเริ่มตกต่ำ สร้อยแอบไปขอให้ชัชเซ็นใบหย่าให้ แต่กลับถูกลวนลามทำให้แพนต้องบุกเดี่ยวไปช่วยสร้อย ด้วยความโมโหที่ถูกข่มขู่และถูกดูหมิ่น ทำให้แพนทำร้ายชัชจนตายคามือ

แพน ถูกจับกุมตัวศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต สร้อยร้องไห้แทบสิ้นสติเพราะรู้ตัวดีว่าความผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเธอ สร้อยหลบหน้าผู้คนออกไปหางานทำนอกเมือง แต่ถูกรถเฉี่ยวซะก่อนทำให้เธอต้องผ่าท้องเอาลูกออกก่อนกำหนด เธอได้ลูกสาวและตั้งชื่อให้ว่า กรวิก ตามที่แพนเคยบอกไว้ สร้อยส่งรูปถ่ายของลูกไปให้แพนดูที่เรือนจำ และตัดสินใจพาลูกไปพบแพน แพนดีใจจนร้องไห้ แต่ทำใจแข็งขอร้องให้ลูกใช้นามสกุลเดิมของสร้อย และกำชับไม่ให้พูดกับลูกเรื่องตนเป็นอันขาด เพราะกลัวลูกรู้โตขึ้นจะมีปมด้อย

สร้อยหมั่นเอารูปถ่ายของกรวิกมาให้ แพนดูเสมอ แพนเห็นว่าสร้อยใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก จึงเริ่มแต่งเพลงไว้ให้สร้อยขายเลี้ยงชีพ แต่เพลงเดียวที่สร้อยไม่ยอมขายคือเพลง “ตราบสิ้นดินฟ้า” เพราะตั้งใจเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ความรักระหว่างเธอกับเค้า สร้อยเลี้ยงดูกรวิกให้เติบโตขึ้นมาอย่างเพียบพร้อม และส่งให้กรวิกเรียนดนตรี เพราะเห็นแววทางดนตรีที่เหมือนพ่อ สร้อยได้พบกับ มรว.บรรเทิง มหาเศรษฐีนิสัยดีที่มาติดพันสร้อย บรรเทิงอาสาดูแลช่วยเหลือครอบครัวของสร้อย

วิทวัส สิงห์ลำพองสร้อย รู้ซึ้งในความดีของบรรเทิง และรู้ดีว่าบันเทิงคิดกับเธอแบบไหน เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้บันเทิงฟัง แต่บังเทิงกลับขอสร้อยแต่งงาน และพร้อมจะรอคำตอบไม่ว่าจะนานแค่ไหน ปิ่นประดับ ภรรยาของบรรเทิงรู้เข้า ก็ตามระรานสร้อยตลอด พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้บรรเทิงได้แต่งงานกับสร้อย ส่วนกรวิกก็เริ่มไม่พอใจที่แม่ให้ความสนิทสนมกับบรรเทิง ทำให้บ่อยครั้งแม่ลูกต้องทะเลาะกันรุนแรง ที่โรงเรียนกรวิกได้รู้จักกับ ศร รุ่นพี่ที่เล่นดนตรีเก่ง และแอบชอบกรวิกอยู่

แต่ศรกลับทำได้เพียง ดูแลเธอห่างๆ เพราะรู้ดีว่ากรวิกมีชายหนุ่มหมายปองหลายคน ในที่สุดสร้อยก็ตัดสินใจแต่งงานกับบรรเทิง แม้เธอจะยังรักแพนสุดหัวใจ แต่ก็อยากให้กรวิกมีชีวิตที่ดี เธอจึงตัดสินใจไปบอกแพนที่เรือนจำ ในขณะที่แพนเองก็เตรียมจะบอกเรื่องได้รับพระราชทานอภัยโทษให้สร้อยรู้ แต่เมื่อรู้ว่าสร้อยกำลังจะแต่งงานใหม่ แพนเห็นแก่ชีวิตของลูกจึงปิดบังเรื่องได้ออกจากคุกไม่ให้สร้อยรู้ และขอให้สร้อยเอาใบหย่ามาให้เซ็น ทันทีที่สร้อยกลับไปน้ำตาที่แพนกลั้นไว้ก็พรั่งพรูออกมาจนแพนแทบเป็นบ้า

หลัง จากที่แพนออกมาจากคุก เค้าเฝ้าติดตามสร้อยจนได้มาเจอ และทำความรู้จักกรวิก แพนใช้ชื่อแทนตัวเองว่า แพน พรสวรรค์ กรวิกรู้สึกถูกชะตากับแพนทันที แพนกลายเป็นคนสนิทและเป็นที่ปรึกษาทั้งเรื่องชีวิตและดนตรีให้กับกรวิก ทั้งสองสนิทสนมกันมาก แต่แล้วความบังเอิญก็ทำให้กรวิกรู้ความจริงว่า แพนคือคนคนเดียวกันกับ แพน พิษณุ พ่อบังเกิดเกล้าของเธอ บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร? ตามชมได้ในละคร ตราบสิ้นดินฟ้า
กัญญา ลีนุตพงษ์

รายชื่อนักแสดง ตราบสิ้นดินฟ้า

ยุรนันท์ ภมรมนตรี แสดงเป็น แพน พิษณุ
คัทลียา กระจ่างเนตต์ แสดงเป็น สร้อย
วิทวัส สิงห์ลำพอง แสดงเป็น ศร
กัญญา ลีนุตพงษ์ แสดงเป็น กรวิก
อนุวัฒน์ นิวาตวงษ์ แสดงเป็น มรว.บรรเทิง
เมย์ เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น ปิ่นประดับ
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ แสดงเป็น เนื้อทิพย์
ณหทัย พิจิตรา แสดงเป็น บังอร

ตราบฟ้าสิ้นดาวสาวแก่

วัลลี ( จันทร์จิรา จูแจ้ง ) สาวพันหน้า นักลอกคราบตัวฉกาจ ถูกตามล่าจากเจ้าหนี้ ทำให้ต้องหนีไปกบดานที่อังกฤษ และระหว่างการหลบหนีได้รับการช่วยเหลือจากเอ็ม ( วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ ) ลูกชายสปอร์คลับ ที่เธอไปลอกคราบ พ่อของเขามา ซึ่งต่างก็ไม่รู้ฐานะของกัน ซูซี่ ( บุษกร พรวรรณะศิริเวช ) สาวไทยใจฝรั่ง นักฉกมือฉกรรจ์ หากินทุก รูปแบบกับชีวิตมิจฉาชีพ ชีวิตพัวพันอยู่ในบ่อน วันหนึ่งในบ่อนของปีเตอร์ ( ยุทธ ทองเจริญ ) และแจ๊กกี้ ( ชาญชัย วราวิทยา ) สองพี่น้องที่เป็นมาเฟียใหญ่ในไชน่าทาวน์ หล่อนดันถูกจับได้ว่าไปโกงต้องหนีตายออกมา แต่โชคดี ที่โจนาธาร ( ธนากร โปษยานนท์ ) เข้ามาช่วยไว้ โจแอบประทับใจในตัวซูซี่แต่ความรู้สึกนั้นต้องหายไป เมื่อมารู้ว่า กระเป๋าเงินหายไปที่ตอนร่ำลากัน

วัลลีตั้งใจจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่อังกฤษ ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น นาตาลี และจะมาอยู่กับเพื่อนแต่เพื่อนดันมาตายไปก่อน แถมพระเจ้ายังกลั่นแกล้ง ส่งไอ้ช้างและนังเกิร์ล สองผัวเมียคนไทยที่มีอาชีพเป็นแมงดา หลอกพานาตาลีไปขายซ่อง แต่ซูซี่เห็นเหตุการณ์จึงช่วยไว้และให้อาศัยด้วย ระหว่างนั้นชีวิตซูซี่กำลังตกต่ำ เพราะต้องส่งเสียมาร์คน้องชายให้เรียนแถมยังต้องใช้หนี้พนัน นาตาลีรับรู้แต่ไม่ช่วยเหลือทั้ง ๆ ที่ตัวเองพอมีเงิน ซูซี่พยายามหาเงินทุกหนทางจนในที่สุดได้หลอกพานาตาลีไปขายซ่อง เพื่อแลกกับหนี้ที่ติดไว้ ฝ่ายนาตาลีดีใจคิดว่าตนมีงานทำแต่กว่าจะรู้ความจริงก็หนีไม่รอดถูกขังอยู่ใน ซ่อง ซูซี่กลับบ้านมาด้วยความละอายใจ แต่ก็กลับกลายเป็นความแค้นเมื่อไปพบเงินของนาตาลี แต่แล้วโชคยังพอเข้านาตาลีบ้าง เมื่อได้พบก้ามปูกะเทยยักษ์ เธอได้ขอร้องให้ก้ามปูช่วยเธอออกไปแล้วสัญญาจะให้เงินเป็นการตอบแทนและเมื่อ หลุดออกไปได้ นาตาลีก็หนีก้ามปูกลับมาบ้านซูซี่ เมื่อสาวเผชิญหน้าก็เกิดการตะลุมบอนกันแต่ต้องหยุดเมื่อปีเตอร์และแจ๊กกี้มา เจอ ทั้งคู่เลยถูกอัดแถมยังถูกเอาเงินไปอีก เสียเงินไปไม่เท่าไร ยังมาเจอโจทย์เก่าอย่างช้างและเกิร์ล ทั้งสี่คนตะลุมบอนกันอย่างหนักดูท่าสองสาวจะแย่ แต่โชคดีที่ก้ามปูในคราบของบุรุษรูปงามผ่านมาช่วยไว้ ซึ่งเป็นโอกาสที่ก้ามปูจะชำระหนี้กับนาตาลี ทั้งสองสาวหลงรักมาดแมนของก้ามปูจนไม่ได้คิดว่าหนุ่มหล่อก้ามปูคนนี้เป็น กะเทย แต่แล้วความอดทนของกะเทยยักษ์ก็ได้หมดไป แล้วความจริงจึงแตกทั้งสองสาวเลยไล่กะเทยยักษ์ออกไป

เมื่อ เงินไม่มี ไม่มีอะไรต้องแย่งชิง มิตรภาพระหว่างเพื่อนจึงงอกเงย ซูซี่ให้นาตาลีกลับมาอยู่ด้วยพร้อมช่วยกันหาเงิน ทั้งงานทั้งรายได้ไปได้ดี จนนาตาลีได้มาพบกับเอ็มอีกครั้ง และชายหนุ่มแอบหลงไหลในตัวหญิงสาวทั้งที่เธอเองไม่เคยคิดเลย เพราะเอ็มอายุน้อยกว่าตัวเธอ แต่เพราะความซื่อและจริงใจ ทำให้หัวใจของเธอก็หวั่นไหวเหมือนกัน ขณะที่ซูซี่ก็ได้พบกับโจ เธอพยายามหลบหน้าโจ แต่โจอยากให้ซูซี่หากินสุจริตโดยยินดีจะให้งานทำ ซูซี่เลยไปปรึกษานาตาลี ทั้งคู่ต่างคิดถึงอนาคตข้างหน้า จึงให้ซูซี่ตอบตกลงข้อเสนอของโจ ซูซี่ได้ไปทำงานกับโจต่างคนเริ่มประทับใจในกันละกัน ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้ไม่ดีเพราะซูซี่ยังโดน อาดี ญาติผู้ใหญ่ของโจ กลั้งแกล้งอยู่สมอ จนความอดทนของเธอหมดไปจึงตัดสินใจลาออก แต่โจไม่ยอมและยังมาบอกรักเธออีก ในที่สุดความรักก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เอ็มได้ขอนาตาลีแต่งงาน แต่เธอไม่มั่นใจว่าครอบครัวของเอ็มจะรับเธอไม่ไหม เพราะอายุที่ต่างกัน แต่เอ็มเห็นว่าความรักไม่มีช่องว่างและไม่มีใครจะมาขวางเขาได้ แต่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เมื่อนางมารสองพี่น้องเอื้อยและอ้ายแอบหลงรักสองหนุ่ม เอื้อยแอบหลงรักโจ ในขณะที่อ้ายหลงรักเอ็ม ทั้งสองพี่น้องจึงคิดแผนชั่วเอาตัวสองหนุ่มมาครอบครอง โดยการมอมเหล้าแต่แผนกลับสลับคู่ เอ็มหนีไปได้แต่โจดันเข้าหอไปกับอ้าย เอื้อยโกรธมากที่อ้ายไม่คืนโจ ทำให้สองพี่น้องขาดกัน อ้ายบังคับให้โจรับผิดชอบ แต่โจยันไม่ได้ทำอะไรอ้ายเลย ส่วนเอื้อยตัดสินใจบอกโจว่าทั้งหมดเป็นแผนการของเขากับอ้าย ทำให้โจรอดจากพ้นเงื้อมืออ้ายอย่างหวุดหวิด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ซูซี่เสียใจมากถึงขั้นเลิกกับโจและย้ายตัวเองหนีไป

เรื่องร้าย ๆ ได้ผ่านพ้นไป งานแต่งงานของเอ็มกับนาตาลีถูกกำหนดขึ้น แต่พิธียังไม่ทันเริ่ม เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อของเอ็มมาร่วมงานและได้เผชิญหน้ากับนาตาลี และความจริงก็เปิดเผยสาวคนที่ลอกคราบพ่อของเอ็มคือ นาตาลี เมื่อเอ็มรับรู้ก็ได้แต่อึ้ง ผิดหวัง เสียใจ นาตาลีเองก็อับอายกับความจริงที่เกิดขึ้นจึงหนีไปอยู่กับซูซี่ทั้งสอง เสียใจกับชะตาชีวิตแสนเศร้าของทั้งคู่ และตัดสินใจจะอยู่ด้วยกันและจะไม่รักใครอีก ส่วนทั้งสองหนุ่มแต่ขบคิดเรื่องความรักของพวกเขาและพวกเธอ ต่างตัดสินใจว่าจะต้องตามหาหญิงที่รัก แต่แผลรักของทั้งสองสาวนั้นมันลึกยากที่จะรักษา แล้วทั้งสองหนุ่มจะทำอย่างไร เพื่อพิสูจน์ความรักที่มีให้พวกเธอ

นักแสดงละคร ตราบฟ้า สิ้นดาว สาวแก่
จันทร์จิรา จูแจ้ง แสดงเป็น วัลลี
บุษกร พรวรรณะศิริเวช แสดงเป็น ซูซี่
ธนากร โปษยนนท์ แสดงเป็น โจนาธาน
วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ แสดงเป็น เอ็ม

ตราบาปสีขาว

ตราบาปสีขาว เป็นเรื่องราวของสามสาวเพื่อนรักที่เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้า เดือนเพ็ญ (นัท มีเรีย เบนเนเดดตี้) เป็นคนใจเด็ด เข็มแข็ง แก้วตา (โสภิตนภา ชุ่มภาณี) เป็นคนใจอ่อน เรียบร้อยอ่อนหวาน ส่วน คำเอื้อย (ปานวาด เหมมณี) เป็นคนร่าเริ่งแจ่มใส มองโลกในแง่ดี ทั้งสามคนรักกันราวกับพี่น้องคลานตามกันมา

เมื่อ เดือนเพ็ญได้ไปพบรักกับ พรชัย (เพ็ญเพชร เพ็ญกุล) นักเลงหัวไม้ เธอจึงตัดสินใจหนีออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าเพื่อมาอยู่กินกับเขาทันที เดือนเพ็ญชวนแก้วตาและคำเอื้อยออกมาด้วย แต่ชีวิตของเดือนเพ็ญไม่สวยงามอย่างที่คิด เมื่อพรชัยชอบทุบตีเธอเพื่อรีดไถเอาเงินที่เธอหาได้ไปเล่นไพ่และกินเหล้าจน หมด เดือนเพ็ญจึงตัดสินใจหนีจากพรชัยเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่น คำเอื้อยรู้เข้าจึงขอติดตามเดือนเพ็ญไปด้วย

เมื่อวันสงกรานต์ อนล (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) วิศวกรหนุ่มจากกรุงเทพฯ ได้พาภรรยากับลูกชายแรกเกิดมาเยี่ยมแม่ยายของเขาที่เชียงใหม่ เป็นเวลาเดียวกับที่คำเอื้อยและเดือนเพ็ญตั้งใจไปบอกลาแก้วตาที่ร้านทอง แต่ไปเจอแก้วตาโดนเสี่ยเจ้าของร้านไล่ปล้ำ ทั้งสองจึงเข้าไปช่วยจนพลั้งมือทำร้ายเสี่ยร้านทองสลบไป

ในขณะที่สามสาวกำลังจะหนี ก็ดันไปเจอกับพรชัยที่ตั้งใจมาตามเดือนเพ็ญกลับบ้าน แต่พรชัยกลับเปลี่ยนใจไปขโมยของในร้านทองแทน สามสาวไม่ยอมเพราะรู้ดีว่าพรชัยจะป้ายความผิดให้พวกเธอ แต่ถูกพรชัยชักปืนขึ้นมาขู่ เดือนเพ็ญกับคำเอื้อยจึงเข้าไปแย่งปืนจนปืนลั่นใส่พรชัย สามสาวตกใจมากเพราะคิดว่าพรชัยตายแล้ว จึงขโมยรถที่จอดอยู่หลบหนีตำรวจทันที แต่ในรถคันนั้นดันมีกานดาและลูกชายอยู่ด้วย

ในระหว่างการหลบหนีเดือนเพ็ญกับแก้วตาทำปืนลั่นไปหลายนัด แต่แล้วพวกเธอก็ต้องตกใจอย่างสุดขีด เมื่อพบว่ากานดาเสียชีวิตเพราะโดนลูกหลงกระสุนปืนจากเดือนเพ็ญ ทั้งสามตัดสินใจขึ้นเรือขนสินค้าเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยพาลูกชายของกานดาไปด้วย

ที่ กรุงเทพฯ สามสาวได้ปลอมแปลงเอกสารเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่ เดือนเพ็ญเปลี่ยนเป็นดารณี แก้วตาเปลี่ยนเป็นการะเกด และคำเอื้อยเปลี่ยนเป็นอรทิพย์ โดยการะเกดขอตั้งชื่อเด็กว่า สงกรานต์ (สิงโต สิงหรัตน์ จันทร์ภักดี) ตามวันและเวลาที่โชคชะตาของพวกเธอต้องพลิกผัน และด้วยความสงสารไม่อยากให้เด็กต้องมีสภาพเป็นเด็กกำพร้าเหมือนพวกเธอ การะเกดจึงให้สงกรานต์เรียกเธอว่าแม่

19 ปีต่อมา…สามสาวใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่บ้านห้องแถว อันเป็นมรดกที่ได้มาจากหญิงชาวจีน ทุกคนต่างตั้งตารอคอยวันที่คดีจะหมดอายุความ พวกเธอจะได้เป็นอิสระสักที แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเธอทั้งสามเมื่ออนลได้พบกับสงกรานต์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วทั้งคู่คือพ่อลูกที่พลัดพรากกันมาถึง 19 ปี อีกทั้งอนลยังหลงรักแก้วตา ที่เขาเข้าใจว่าเป็นแม่แท้ ๆ ของสงกรานต์อีกด้วย ถ้าอนลรู้ความจริงว่า ผู้หญิงคนที่เขายอมเปิดหัวใจรักอีกครั้ง คือฆาตกรที่ฆ่าภรรยาของเขาเอง และสงกรานต์คือลูกชาย อนลจะทำยังไงกับสามสาว? ติดตามชม ละครตราบาปสีขาว

นักแสดงละคร ตราบาปสีขาว

ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง รับบทเป็น อนล
นัท มีเรีย รับบทเป็น เดือนเพ็ญ / ดารณี
โสภิตนภา ชุ่มภาณี รับบทเป็น แก้วตา / การะเกด
ปานวาด เหมมณี รับบทเป็น คำเอื้อย / อรทิพย์
สิงหรัตน์ จันทร์ภักดี รับบทเป็น สงกรานต์
ภัสสร คงมีสุข รับบทเป็น ปลายฟ้า
เพ็ญเพชร เพ็ญกุล รับบทเป็น พรชัย
สถาพร นาควิไล รับบทเป็น จ่าดำรงค์
ตฤณ เศรษฐโชค รับบทเป็น เสี่ยวิบูลย์
ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ รับบทเป็น ณัฐ
จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม รับบทเป็น กุ้ง

ตม

คุณใหญ่เป็นหญิงวัย 61 ปี มีลูกสามคนคือ พิจิกษ์ ( ป้อม ) อายุ 35 ปี พิพัฒน์ ( บี๋ ) อายุ 32 ปี และ อภิสิทธิ ( เบิ้ม ) อายุ 25 ปี คุณใหญ่มาจากครอบครัวฐานะปานกลางต่อสู้มากับสามีเพื่อทำธุรกิจ แต่สามีนอกใจไปมีผู้หญิงอื่น จึงแยกทางกัน คุณใหญ่หอบลูกคนเล็กไปอยู่บ้านเดิม ( ราชบุรี ) ค้าขายผลิตภัณฑ์จากพืชผักผลไม้ และทำสวนอาหาร หาเงินมาเลี้ยงลูกด้วยความขยันขันแข็ง จนไม่มีเวลาดูแลลูกด้วยตัวเอง เธอมอบหมายให้ยายม้อย ชาวบ้านข้างเคียงซึ่งชอบกินเหล้า ดูแลลูกชาย

แต่ การที่เด็กอยู่ใกล้ชิดกับคนที่ขาดความรับผิดชอบ กินเหล้าเมายา มีผลทำให้เขาเห็นสิ่งมันเมาเหล่านั้นเป็นเรื่องธรรมดา และติดนิสัยเหล่านี้เข้ามาโดยไม่รู้ตัว ประกอบกับที่แม่ไม่มีเวลาเอาใจใส่สั่งสอน เบิ้มจึงเป็นคนก้าวร้าว และเอาแต่ใจตนเอง ชอบการเอาชนะเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้ตนเอง พิจักษ์ถูกส่งไปเรียนเมืองนอก ส่วนพิพัฒน์ อยู่กับพ่อ ซึ่งจ้างพี่เลี้ยงราคาแพงดูแลจนกลายเป็นคุณหนู เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เมื่อสามีตาย พิจักษ์ได้รับมอบหมายให้ดูแลมรดกร่วมกับพิพัฒน์ ส่วนเบิ้มติดยาสร้างปัญหาให้กับตนเองและแม่เป็นอย่างมาก พิจักษ์เติบโตกับพ่อแม่ในช่วยที่ยังไม่มีเงินทองมากมายนัก จึงยังติดดินและรู้จักรับผิดชอบ

การที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ต่าง ประเทศ จึงได้เรียนรู้การช่วยตนเอง เขาไปรับจ้างล้างจาน เสิร์ฟอาหารในยามว่างที่เมืองนอก ปัจจุบันพิจักษ์ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในคอนโด เขาดูแลธุรกิจของพ่อ จนประสบความสำเร็จ พิจักษ์มีความห่วงใยให้กับผู้อื่นสูงและขยันทำงานมากเกินไป จนล้มป่วยเพราะลืมที่จะดูแลตัวเอง พิจักษ์พอใจในตัวอภิญญา เลขาคนใหม่ของเขาเป็นอย่างมาก เพราะเธอมีความฉลาด เข้มแข็งมีจิตใจที่ถูกกล่อมเกลาแล้ว จึงคิดดี คิดเป็น ทำให้เขาเกิดศรัทธา แต่เมื่อพบว่าตนเองเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารจึง พยายามตีจากเพราะเกรงว่าจะเป็นภาระแก่คนอื่น และไม่ยอมบอกใครแม้แต่แม่ของตน เกรงว่าจะทำให้ทุกคนเสียใจ

พิจักษ์ส่งอภิญญาไปช่วยงานพิพัฒน์โดย ไม่เห็นแก่ความสบายของตน ทำให้เขาต้องทำงานหนักมากขึ้น สุดท้ายพิจักษ์จึงบอกแม่ถึงเรื่องอาการป่วย แม่กลับไม่ให้เขาเป็นทุกข์กับความตายแต่ให้ใช้ทุกลมหายใจให้เป็นประโยชน์ ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสที่จะได้สร้างความสุข ให้แก่ตนเองและผู้อื่น ซึ่งป้อมก็ทำเช่นนั้นจนสิ้นชีวิต โดยมีอภิญญาดูแล ปฏิบัติเขาจนวันสุดท้าย พิพัฒน์เกิดมาในช่วงที่พ่อแม่มี เงินแล้ว และกำลังไม่ลงรอยกัน ความทุกข์ของพ่อแม่ที่ขัดแยังกัน ทำให้พิพัฒน์ ซึมซับแรงกระแทกที่พ่อแม่มีต่อกันเขาถูกเลี้ยงด้วยพี่เลี้ยงราคาแพง ที่ปรณนิบัติเขาอย่างเอาอกเอาใจตามหน้าที่ของพี่เลี้ยง พิพัฒน์จึงหยิบโหย่ง ทำอะไรไม่เป็น วัตถุราคาแพงทำให้เขามีความมั่นใจเพราะถูกพ่อเลี้ยงมาด้วยวัตถุ ขาดการพัฒนาทางจิตใจจึงหลงคนง่าย การหลงไหลในวัตถุ มองเห็นคนแต่เปลือกนอก จึงถูกคนเหล่านั้นหลอกใช้ ล้มเหลวในธุรกิจล้มเหลวในชีวิตครอบครัว เพราะความไมีรู้จักเลือก

พิพัฒน์ มีภรรยาชื่อเจนนี่ และมีลูกชายอายุ 5 ขวบ ชื่อมิ๊ก ซึ่งถูกทิ้งให้อยู่กับพี่เลี้ยงเพราะพ่อแม่จมอยู่กับปัญหาของตนจนลืมลูก มิ๊กเริ่มมีนิสัยก้าวร้าว และเอา แต่ ใจตนเอง คุณใหญ่มองเห็นประวัติศาสตร์ ที่กำลังจะซ้ำรอยจากประสบการณ์ของตนเอง เธอจึงเข้าไปช่วยพยุงครอบครัวนี้ไว้ ให้เจนนี่รู้จักหน้าที่ของความเป็นแม่ เป็นภรรยาที่ดี โดยการพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น คิดดี คิดเป็น เพื่อจูงใจสามีที่ดื้อดึง และโอหังให้กลับมามีศรัทธาต่อเธอ

คุณใหญ่จำนองบ้านเพื่อช่วยพิพัฒน์ พิสูจน์ความสามารถของตนเองในเชิงธุรกิจ ถึงแม้ใครๆ จะไม่ศรัทธาในตัวเขาแต่เธอก็ยืนยันที่จะเป็นฟูกรองรับความล้มเหลวของลูก ตามหน้าที่ของแม่ เธอช่วยพัฒนาจิตใจของเจนนี่ให้คิดเป็น ก่อนที่จะสายเกินไปในที่สุดพิพัฒน์ก็ละอายต่อความเห็นแก่ตัวของตนเอง และเริ่มฟังความคิดเห็นของผู้อื่น จนประสบความสำเร็จด้วยความช่วยเหลือของอภิญญา ซึ่งป้อมส่งเข้ามาช่วยงาน ความฉลาดของอภิญญาทำให้ พิพัฒน์ขายสินค้าฟุ่มเฟือยที่เขาสั่งมามากมายจนหมด สามารถคืนเงินให้กับคุณใหญ่ และดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ความที่เบิ้ม ใช้ชีวิตอยู่กับแม่และยายม้อย เขาจึงรู้สึกต่ำต้อยที่ไม่เท่าเทียมพี่ ๆ ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง เขาประชดชีวิตด้วยการเสพยา เพื่อเรียกร้องความไม่อิ่มในอารมณ์ กว่าเบิ้มจะหลุดพ้นจากากรเป็นทาสของยาเสพติด ก็เหนื่อยยากไปทั้งครอบครัว แม่เสียเงินทองที่เก็บหอมรอมริบตลอดชีวิตไปเป็นจำนวนมาก เบิ้มพยายามพิสูจน์ตัวเอง และเลิกยาเสพติดได้ในสถานบำบัด การสอนให้คิดและรับผิดชอบ ทำให้เขามุ่งมี่นที่จะทำงานแทนพี่ชาย ที่เสียชีวิต แต่กว่าเบิ้มจะสร้างศรัทธาให้กลับคืนมาได้เขาต้องอดทนต่อการดูถูก และคำนินทร เป็นกรรมที่ต้องชดใช้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอาฆาต เขากลับไปเสพยาอีกครั้งเพราะใจอ่อน แต่ก็สามารถหลุดพ้นออกมาได้ในที่สุด เมื่อเห็นเพื่อน ๆ ที่อยากกลับตัวกลับใจ สมองเสื่อมจนหมดหนทางที่จะแก้ไข

เมื่อทุกคนกลับมาในสภาพปกติ คุณใหญ่ก็กลับมาอยู่ราชบุรี อย่างสมถะ และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข เธอได้ทำหน้าที่ของแม่ที่ เธอควรทำตั้งแต่ลูกยังเล็ก แต่เนื่องจากความรู้เธอจึงเห็นว่าไม่สำคัญจนต้องเหนื่อยกับชีวิตในตอนแก่ก็ ยังดีที่เธอได้เรียนรู้จากประสบการณ์และคิดได้ก่อนที่อีกหลายๆ ชีวิตที่เธอมีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องล่มสลายเพราะความไม่รู้ของเธอเอง

รายชื่อนักแสดงละคร ตม

ภัทราวดี มีชูธน แสดงเป็น คุณใหญ่
ธนากร โปษยานนท์ แสดงเป็น พิพัฒน์
นภัสกร มิตรเอม แสดงเป็น พิจักษ์
สราวุฒิ มาตรทอง แสดงเป็น เบิ้ม
รินลณี ศรีเพ็ญ แสดงเป็น เจนนี่
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ แสดงเป็น อภิญญา
ด.ช.ณชวนนท์ เหาตะวานิช แสดงเป็น มิก

ตกกระได หัวใจพลอยโจร

ร้อยแก้ว บัณฑิตสาวจากรั้วมหาวิทยาลัยชื่อก้องของเมืองไทยต้องกลายเป็น คุณนายร้อยแก้ว ของชาวบ้านอำเภอเต่าร้องแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะปฏิเสธไม่ได้กับความปรารถนาของ พ่อจารึก เจ้าของไร่จารึก ผู้เป็นที่รักและเคารพของชาวบ้าน ที่ต้องการให้ลูกสาวสุดที่รักคนเดียว ได้ตกร่องปล่องชิ้นกับนายอำเภอวินิต พ่อม่ายเมียตายแถมมีลูกติดชายหญิง 2 คน คือ พบพระ และ ภาวนา เพื่อตอบแทนบุญคุณที่วินิตเตยเสี่ยงชีวิต ช่วยชีวิตจารึกให้พ้นจากเงื้อมมือของเสือรอน เสือร้ายประจำท้องถิ่น

คืน แต่งงานหลังส่งตัวบ่าว-สาว เข้าหอแล้ว จริงใจเพื่อนรักของร้อยแก้วคิดหาแผนการที่จะไม่ให้แก้วตกเป็นของนายอำเภอ แต่ยังไม่ทันไรเสือรอน ก็บุกหวังจะเอาชีวิตจารึกอีกครั้ง นายอำเภอวินิตเข้ามาช่วยแต่โชคร้ายที่นายอำเภอถูกระเบิดของเสือรอน ก่อนสิ้นใจนายอำเภอฝากให้ร้อยแก้วดูแลลูกทั้งสอง คนด้วย ส่วนเสือรอนถูกยิงหลายนัดแต่ไม่มีใครพบศพ ไม่มีใครรู้ว่า คุณนายม่ายข้ามคืน อย่างร้อยแก้วนั้นแท้จริงยังเป็นคุณนายม่ายบริสุทธิ์ ชาวบ้านต่างพากันรักและสงสารร้อยแก้วอย่างจับใจ ความเคลื่อนไหวของร้อยแก้วกลายเป็นเป้าสายตาของชาวบ้านอยู่เสมอ แม้จะมีนายอำเภอคนใหม่มาประจำ แต่ทุกคนก็ยังเต็มใจเรียกร้อยแก้วว่าคุณนายร้อยแก้ว เหมือนเดิม

ร้อย แก้ว ไม่ได้เป็นเพียงคุณนายที่นั่งเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน เธอเป็นตัวตั้งตัวตีในการปลุกระดมให้แม่บ้านในอำเภอเต่าร้องมีอาชีพเป็นของ ตนเองโดยส่งเสริมให้หันมาอนุรักษ์สินค้าไทยและสมุนไพรไทยมีคุณค่า สหกรณ์ชมรมสตรีเต่าร้องจึงเกิดขึ้นทุกคนต่างนิยมชมชอบในตัวร้อยแก้วเธอ ทุ่มเททำงานและพัฒนาสหกรณ์จนใคร ๆ ต่างกล่าวขานและรักคุณนายร้อยแก้วกันทั้งหมู่บ้าน

2 ปีผ่านไป นายอำเภอคนใหม่เตรียมเข้ารับตำแหน่งต่อจากนายอำเภอคนเดิม ข่าวเริ่มกระพือว่านายอำเภอคนใหม่ เส้นใหญ่เพราะเป็นถึงอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย และอาจจะมาอยู่ที่นี่ไม่นาน เพราะอาจจะใช้ที่นี่เป็นทางลัดไปสู่ตำแหน่งใหม่ที่ใหญ่กว่าให้สมกับที่จบ ปริญญาโทจากมาจากอเมริกา ร้อยแก้วได้ได้รับเชิญไปงานเลี้ยงอำลานายอำเภอคนเก่า และต้อนรับนายอำเภอคนใหม่ด้วย ร้อยแก้วขึ้นไปกล่าวบนเวทีอย่างดีเยี่ยมและเมื่อนายอำเภอคนใหม่ก้าวขึ้นเวที ร้อยแก้วถึงกับตะลึงอ้าวปากค้าง เพราะเขา คือ ชลชาติ หนุ่มที่เธอไม่สึกไม่ชอบหน้านับตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกันที่ตลาดในหมู่บ้าน มิหนำซ้ำชลชาติยังเป็นแฟนหนุ่มของศุภศรี เพื่อนคู่ปรับสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ร้อยแก้วเรียนอยู่ด้วย

ศุภ ศรี เป็นลูกสาวคนเดียวของนายศุภชัย เจ้าของโรงแรมสุดหรูในกรุงเทพฯ ศุภศรีเหม็นหน้าร้อยแก้วมากและแสดงอาการรังเกียจผู้คนตลอออดจนสภาพความเป็ฯ อยู่ของผู้คนในเต่าร้อง จนต้องกลับกรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้นศุภศรีไม่ค่อยไว้ใจร้อยแก้ว จึงฝากวัลยาญาติสนิทให้ช่วยดูแลชลชาติด้วย วัลยาเกลียดร้อยแก้วทุนเดิมแล้ว เพราะผลิตภัณฑ์สมุนไพรของร้อยแก้วทำให้ยอดขายเครื่องสำอางค์ที่สั่งตรงมาจาก เมืองนอกของเธอยอดขายตกจึงตกปากรับคำศุภศรีดูแลชลชาติให้

“เถ้าแก่ เจี้ยง” พ่อค้าประจำถิ่นพยามติดสินบนชลชาติแต่เขาไม่สนใจ ชลชาติเริ่มหลงเสน่ห์เต่าร้อง เพราะสภาพความเป็นอยู่เรียบง่ายและผู้คนที่นี้มีสีสันที่หน้าสนใจ เช่น “หนูหริ่ง” เจ้าของร้านไอติม “พิทักษ์โลก” ฉายา “เสียงแปดหลอด” รักธรรมชาติไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ” ป้าก๊ะ” ช่างเสริมสวยขาเม้าท์ปรอำเภอ “โกร๋น” ช่างซ่อมรถตัวใหญ่ ใจนักเลง “เจนธรรม” เจ้าหน้าที่ป่าไม่หนุ่มผู้แอบชอบร้อยแก้วและที่พิเศษคือ “ร้อยแก้ว” เขารู้สึกประทับใจในความฉลาดทันคนเป็นตัวของตัวเองของเธอ ตรงกันข้ามกับร้อยแก้วที่ไม่รู้สึกเป็นมิตรกับชลชาติเลยแม้นแตน้อยยิ่ง ชลชาติเข้ามาสนิทกับพ่อจารึก แม่ฉวี รวมทั้ง พบพระ และ ภาวนา ด้วย ทำให้ร้อยแก้วยิ่งเขม่นชลชาติมากขึ้น

วันหนึ่ง หนูหริ่ง เกิดทำสะพานไม้หัก ซึ่งเป็นทางใช้เดินทางของคนในเต่าร้อง ทุกคนร่วมมือร่วมใจช่วยกันสร้างสะพานขึ้นมาใหม่ แต่ยังขาดงบอยู่ร้อยแก้ว จึงกิดไอเดียจัดคอนเสิร์ทการกุศลหาเงินสร้างสะพาน พร้อมกับนำเรื่องไปปรึกษาชลชาติ ชลชาติเห็นดีเห็นงามและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงาน ทั้งสองเริ่มใกล้ชิดกัน สะพานใหม่เป็นรูปเป็นร่าง พร้อมกับอคติที่ร้อยแก้วมีต่อชลชาติเริ่มลดน้อยลง วัลยา ซึ่งได้รับหน้าที่สอดส่องดูแลความประพฤติของชลชาติจากศุภศรี ชักไดกลิ่นไม่ดีจึงรีบรายงานให้ศุภศรีรู้ถึงความผิดปกติระหว่างแฟนหนุ่มกับ คุณนายม่ายสาว ศุภศรีรีบเดิ่นทางมาเต่าร้องเพื่อเรียกร้องสิทธิความเป็นเจ้าของชลชาติทันที ศุภศรีก่อเรื่องในงานจนชลชาติอ่อนใจ และเริ่มเห็นอนาคตอันยุ่งยากหากศุภศรีจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับเขาที่นี้ อย่างถาวร คืนนั้นชลชาติไห้แม่บ้านจัดห้องให้ศุภศรี รุ่งขึ้นประจวบกระจายข่าวให้ชาวบ้านทั้งเต่าร้องรู้ทันทีว่า ศุภศรีเป็นแค่ “แฟน” มิใช้ “เมีย” ของนายอำเภออย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ

เจนธรรม ป่าไม้หนุ่มที่มีอดุมการณ์ที่จะพิทักษ์รักษาป่าไม้อย่างแน่วแน่แอบหลงรักคุณ นายร้อยแก้วโดยไม่รู้ว่าจริงใจแอบหลงรักเขาอยู่ชวนร้อยแก้วเข้าร่วมโครงการ อาสาสมัครรับมือกับไฟป่าและตั่งใจบอกรักร้อยแก้วในครั้งนี้ลูกน้องของเจน ธรรมจึงคิดแผนการให้เจนธรรม กับร้อยแก้วได้มีโอกาสใกล้ชิดกัน ทั้งหมดพร้อมด้วยชาวบ้านกลุ่มหนึ่งออกเดินทางไปสำรวจไฟป่าบนภูเขา แล้วเกิดเจอไฟป่าเข้าจริง ๆ เพราะพวกลักลอบค้าสัตว์ตั้งใจจะวางเพลิงฆ่าเจนธรรม ระหว่างที่ที่เกิดชุลมุนกันก็เกิดฝนตกพายุพัดหนัก ร้อยแก้วเกิดป่วยเป็นไข้ไม่ได้สติแล้วพลัดจากกลุ่มโชคดีชลชาติตามมาหาจนเจอ ทั้งคู่ต้องค้างแรมอยู่บนยอดเขากันสองต่อสองร้อยแก้วไข้ขึ้นสูงมาก ชลชาติถอดเสื้อ ร้อยแก้วที่เปียกออกมาตาก และเพื่อให้ไข้ลดเขาจึงกอดเธอไว้ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายทั้งคืน รุ่งเช้าชลชาติพาร้อยแก้วลงมาจากเขา ร้อยแก้วใส่เสื้อกลับด้าน ทำให้ทุกคนคิดว่าทั้งคู่มีอะไรกันแล้วโดยเฉพาะจารึกโกรธจัดจะยิงชลชาติให้ ได้
แต่ร้อยแก้วเข้าขวางไว้และแก้ตัวว่าเธอใส่เสื้อกลับด้านเองทั้งที่ใจจริงก็ไม่แน่ใจนัก

จากคืนนั้นเรื่องราวของทั้งคู่เป็นหัวข้อสนทนาไปอย่างรวดเร็ว ชลชาติเริ่มมีความรู้สึกพิเศษกับร้อยแก้วเมื่อใดที่เขาเห็นร้อยแก้วกับเจน ธรรมพูดคุยกันชลชาติจะหงุดหงิดเสมอ ส่วนร้อยแก้วเองก็ยังคาใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเจนธรรมหาโอกาสบอกรักร้อยแก้ว แต่เธอก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล และต้องการเป็นเพื่อนกับเขาตลอดไปเพื่อให้หมดความแคลงใจร้อยแก้วจึงนัด ชลชาติมาคุยที่ร้านหนูหริ่งว่า คุณนายร้อยแก้วตกเป็นของ นายอำเภอชลชาติแล้วจริง ๆ วัลยาได้ทีจึงปล่อยข่าวเรื่องร้อยแก้วแย่งชลชาติมาจากศุภศรีเพื่อให้ชาวบ้าน หมดความนับถือร้อยแก้ว ขณะที่วัลยาปล่อยข่าว ร้อยแก้วไม่ได้อยู่ที่เต่าร้อง ร้อยแก้วเดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อไปเคลียร์ปัญหาความเข้าใจผิดเรื่องมีสารพิษ ตกค้างในพืชผลของไร่จารึก ชลชาติคิดว่าร้อยแก้วอับอายกับข่าวจนต้องหลบลี้หนีหน้าไป จึงจะปกป้องศักดิ์ศรีของร้อยแก้ว ชลชาติจึงประกาศจะแต่งงานกับร้อยแก้ว

ร้อย แก้วกลับมาจากกรุงเทพก็งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จารึกถามร้อยแก้วจะตกลงใจยังไงร้อยแก้วปฏิเสธเพราะว่าเธอจะแต่งงานกับชลชาติ ได้อย่างไรในเมื่อไม่เคยได้ยินคำว่า “รัก” จากปากชลชาติเลยที่สำคัญ ชลชาติยังมีศุภศรีอยู่ทั้งคนส่วน เถ้าแก่เจี้ยง เมื่อสืบจนรู้ว่าเจ้าของสูตรยาสมุนไพรที่ร้อยแก้วและชาวบ้านทำอยู่เป็นของ ยายหอม ยายของจริงใจเถ้าแก่เจี้ยง จึงหลอกยายหอมกับจริงใจว่าถ้าให้สูตรยาทั้งหมด เขาจะผลิตยาจำนวนมากเพื่อรักษาคนและใช้ชื่อยาว่า ยาจริงใจ แต่กลับกลายว่าเมื่อบอกสูตรยาไปแล้ว เถ้าแก่เจี้ยงกลับเอาไปจดลิขสิทธิ์ของตนเองร่วมลงทุนกับนักธุรกิจข้ามชาติ และพาตำรวจมายึดของที่สหกรณ์ทั้งหมดห้ามร้อยแก้วกับชาวบ้านผลิตยานี้อีก ร้อยแก้วรู้สึกท้อกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากคิดจะกลับไปเรียนต่อ จริงใจเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและไดเจนธรรมคอยปลอบ ทั้งคู่เริ่มรู้สึกดี ๆ ต่อกันชลชาติสงสารร้อยแก้วได้แต่แอบเป็นห่วงอยู่ห่างๆ ชลชาติตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ เพื่อขอศุภศรีแต่งงาน เธอดีใจมากที่ ชลชาติกลับมาหาเธอ ต่อมาธิดาสวรรค์ลูกสาวเถ้าแก่เจี้ยงติดยาบ้าซึ่งได้มาจาก “เขน” ลูกน้องคนสนิทของเถ้าแก่เจี้ยงทำให้เถ้าแก่เจี้ยงสำนึกผิดที่ทำกับร้อยแก้ว และชาวบ้านเต่าร้องทุกคน เถ้าแก่จึงคืนลิขสิทธิ์ยาให้กับร้อยแก้ว จารึกจำได้ว่า เขน คือเสือรอนปลอมตัวมาแน่นอน ชลชาติเสนอให้วางแผนจับเสือรอนอีกครั้งในงานแต่งงานของเขากับศุภศรี

ศุภ ศรีโกรธที่ชลชาติไม่ให้ความสำคัญกับงานแต่งงานและแน่ใจว่าชลชาติไม่ได้รัก เธอแล้วจึงบอกเลิกกับชลชาติ ทำให้ชลชาติต้องหาตัวเจ้าสาวใหม่เพราะตำรวจวางแผนจับเสือรอนให้ได้ในงานนี้ ชลชาติขอให้รอยแก้วเป็นเจ้าสาว ไปก่อนซึ่งทุกคนเห็นด้วย ร้อยแก้วไม่รู้จะทำอย่างไรจึงยอมตกกระไดพลอยโจน และบอกพ่อกับแม่ว่าถ้าจับเสือรอนได้ แล้วเธอจะขอไปเรียนต่อเมืองนอกตามความตั้งใจเดิม

เรื่องราวของ ทั้งคู่จะเป็นอย่างไร ร้อยแก้วจะเดินทางไปเรียนต่อตามที่ตัวเองใฝ่ฝัน หรือจะเรียกเดินตามทางที่หัวใจเรียกร้อง ติดตามเรื่องราวของทั้งคู่ได้ใน “ตกกระไดหัวใจพลอยโจน”

โดมทอง

อดิศวร์ ศิโรดม ต้องการช่วยเหลือ ญาติสาวห่างๆที่กำลังจะแต่งงานกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เพราะความเหมาะสมทางสังคมแต่ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้รักญาติของเขาเลย แต่กลับไปผูกสัมพันธ์รักกับวิรงรอง อดิศวร์เองก็เลยวางแผนหาทางให้วิรงรองออกห่างจากชายหนุ่มคนนั้นด้วยการไป อยู่โดมทองเพื่อดูแล คุณย่าของเค้า ที่ต้องทำแบบนี้เพราะคิดว่าวิรงรองนั้นเป็นผู้หญิงที่ชอบหว่านเสน่ห์และอีก หนึ่งเหตุผลที่เค้าไม่ยอมรับกับตัวเองคือ เค้าหลงรักแม่พลับพลึงดอกนี้
วิรงรองนั้นเองไม่เต็มใจจะไปอยู่โดมทองสักเท่าไรแต่ทว่าคำพูดที่ปรามาสของอดิศวร์ทำให้เธอต้องไปอยู่โดมทองโดนปริยาย แต่เมื่อเธอเดินทางไปอยู่โดมทองก็ต้องพบคุณย่าของอดิศวร์เกลียดเธอมากๆเพราะ หน้าตาของวิรงรองเหมือนกับพลับพลึง น้องสาว ที่ท่านเกลียดชังที่สุดเพราะ พลับพลึงเป็นคนแย่งชิงความรักไปจากคนที่ท่านรัก จนแม้กระทั่งพลับพลึงหายตัวออกไปจากบ้าน คุณปู่ของอดิศวร์ก็ไม่เคยเสื่อมความรักเลย
และอีกปัญหาใหญ่สำหรับการ อยู่โดมทองคือ แสงแข หญิงสาวที่เป็นญาติกึ่งคนใช้ของอดิศวร์ที่แอบรักเค้าอยู่ เธอหมายมั่นที่จะเป็นคุณผู้หญิงแห่งโดมทองแห่งนี้ให้ได้ จนผูกใจเกลียดชังวิรงรองไม่แพ้คุณย่าของอดิศวร์
หลังการแต่งงานของญาติ สาวของอดิศวร์และอดีตคนรักของวิรงรอง ทั้งคู่ตัดสินใจมาฮันนีมูนกันที่โดมทอง น่าแปลกที่วิรงรอง กลับไม่ได้เจ็บปวดกับการแต่งงานนี้ทำไร แต่สิ่งที่วิรงรองต้องทนกล้ำกลืนอยู่โดมทองอย่างเจ็บปวดมากกว่าคือความ เกลียดชังของหลายคน แต่ไม่มีใครทำให้เธอช้ำใจได้เท่าอดิศวร์ ที่ใช้วาจาประณาม เธอเสมอมา แต่วันหนึ่งเค้ากลับประกาศกับทุกคนว่า วิรงรองคือเจ้าสาวในอนาคตของเค้า วิรงรองไม่รู้เหตุผลในการกระทำนี้ แต่คิดว่าอดิศวร์ต้องการหักหน้าอดีตคนรักของเธอที่ยังแสดงอาการห่วงหาไม่หาย
และโดมทองก็ยังมีสิ่งลี้ลับอยู่อีกอย่างหนึ่งคือ คนขับรถม้าโบราณที่จะมาทุกคืนวันเพ็ญ และเขาจะมาจอดรถม้าตันนั้นและมองมายังห้องของวิรงรองทุกครั้งไป หลังจากที่อดิศวร์ประกาศตัววิรงรองเป็นคู่หมายแล้ว ยิ่งทำให้แสงแขและคุณย่า ไม่พอใจอย่างหนัก จนคุณย่าของอดิศวร์ประกาศตัดความสัมพันธ์ แต่ตอนนั้น อดิศวร์และวิรงรองรับรู้ในความรู้สึกของกันและกันแล้ว ทำให้ทั้งคู่ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด มีเพียงความปรารถนาดีที่วิรงรองไม่อยากให้อดิศวร์ต้องแตกกับคุณย่าของเค้า และอยากให้รักษาน้ำใจของแสงแขด้วยการ ยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างกัน แต่คนอย่างอดิศวร์ ไม่ยอมที่ปล่อยแม่พลับพลึงของเค้าไปไหนทั้งนั้น ยิ่งทำสร้างความไม่พอใจทั้งคู่

เมื่อไม่สมหวังในรัก แสงแขก็จ้างมือปืนมายิงวิรงรองเพื่อให้พ้นจากทางรัก แต่วิรงรองกลับไม่เป็นอะไร และยังให้อภัยแสงแขอีก แต่ทว่าแสงแขกลับรู้สึกอับอายและเลือกการจบชีวิตตัวเอง ส่วนความลับลี้ของโดมทอง ทุกอย่างก็เปิดเผยขึ้นมา ว่าคุณย่าน้อยพลับพลึงที่หายตัวไปนั้น ไม่ได้หายไปไหน แต่ท่านโดนขังทั้งเป็นอยู่ที่โดมทองนั้นเอง เมื่อเมฆหมอกทุกอย่างในโดมทองคลี่คลายลงไป รถม้าคันหน้าก็หายไป แต่วาครั้งสุดท้ายที่วิรงรองได้เห็นคือ ข้างๆคนขับนั้นมีผู้หญิงอีกคนเคียงข้างด้วย