ทัดดาวบุษยา 2540

ทัดดาว เป็นลูกสาวของนายเด่น บุษยา เศรษฐีใหญ่มีบ้านอยู่ริมน้ำเมืองนนทบุรี จิตรีแม่ของทัดดาวติดการพนันงอมแงม คุณหญิงบุษย์แม่ของนายเด่นเกลียดชังไม่ชอบ จึงหาทางไล่ออกจากบ้าน โดยไม่รู้ว่าจิตรีมีทัดดาวติดท้องไปด้วย ต่อมานายเด่นซึ่งยังรักจิตรีอยู่มาก พยายามติดตามหาจนพบกับทัดดาวลูกสาวซึ่งโตเป็นสาวแล้ว และนายเด่นได้บอกกับทัดดาวว่าตนจะยกมรดกทั้งหมดให้ทัดดาว แต่ในไม่ช้านายเด่นก็เสียชีวิตไปโดยยังไม่ทันได้ติดต่อบอกทัดดาวอย่างเป็น ทางการ
คุณนายเดือน ภรรยาอีกคนซึ่งอยู่กินกับนายเด่น จึงครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของนายเด่นอย่างสุขสำราญ คุณนายเดือนมีลูกกับนายเด่น 2 คน คือ ต้อม ลูกสาว และแต้ม ลูกชาย จิตรีไปคลอดทัดดาวที่เชียงใหม่ และเลี้ยงทัดดาวมาจนอายุ 18 ปี จิตรียังติดการพนันและเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เจ้าหนี้รายใหญ่ชื่อ เจ้าพัฒนา เศรษฐีใหม่ของเชียงใหม่ เจ้าพัฒนาเป็นคนเจ้าชู้มาก
วันหนึ่งเมื่อเห็นทัดดาวก็พอใจ ขอจิตรีให้มาแต่งงานกับตนโดยจะยกหนี้สินทั้งหมดให้ จิตรียินยอมเพราะไม่มีทางเลือก เมื่อบอกกับทัดดาวเด็กสาวเสียใจมากจึงคิดหนีการแต่งงาน
เที่ยงคนเลี้ยงทัดดาวมาตั้งแต่ ทัดดาวยังเล็ก รักกับบางซึ่งเป็นคนสนิทของเจ้ายอดขวัญ ลูกชายของเจ้าพัฒนา เจ้ายอดขวัญผู้นี้สนิทสนมกับบ้านบุษยาเป็นอย่างดี เหตุการณ์ประจวบเหมาะเมื่อเจ้ายอดขวัญไม่พอใจเจ้าพ่อที่จะแต่งงานกับเด็กสาว คราวลูก จึงคิดหนีออกจากบ้าน เมื่อเที่ยงรู้ดังนั้นก็วางแผนช่วยทัดดาวให้หนีไปกับเจ้ายอดขวัญ เพื่อว่าเจ้ายอดขวัญจะได้พาทัดดาวเข้าไปในบ้านบุษยาได้ ทัดดาวจะได้ไปสืบเรื่องสมบัติ ทัดดาวตกลงทำตามแผนของแม่เที่ยงโดยปลอมตัวเป็นผู้ชายชื่อ “สุทัศน์”

            แต่ทั้งทัดดาวและเจ้าน้อย-ยอดขวัญ ต่างก็ไม่รู้จักกันว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ดังนั้นเจ้าน้อยจึงปฏิบัติตนต่อทัดดาวอย่างเด็กหนุ่มชื่อ สุทัศน์ ซึ่งทัดดาวก็อดทนยินยอมทุกอย่าง แม้ว่าบางครั้งจะถูกตบหัว ถูกต่อยบ้าง หรือถูกว่าแรง ๆ บ้าง ที่บ้านบุษยา คุณนายเดือนรู้อยู่เต็มอกว่า เศรษฐีเด่นยกสมบัติให้ทัดดาว บุษยา ลูกสาวคนโตเพราะนายเด่นนั้นรู้ว่าคุณนายเดือนมีต้อมติดท้องมา เมื่อมาเป็นเมียตน  ในบ้านบุษยายังมีเต็มดวง น้องสาวของคุณนายเดือน เป็นคนสวย มีเสน่ห์ และนางจันทร แม่ของคุณนายเดือน ซึ่งเป็นคนงกและเค็มจัด นอกจากนี้ยังมีข้าเก่าเต่าเลี้ยงอยู่มานาน คือ นายพ่วง  ตาเหมือน และยายมา แม่ครัวเป็นเมียตาเหมือน คนเก่าแก่เหล่านี้เป็นผู้ที่รู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ในบ้านบุษยาตลอดมา
เจ้าน้อยพาทัดดาวมาขออยู่เรือนหลังเล็กในบ้านบุษยาเพื่อเขียนหนังสือ คุณนายเดือนให้สุทัศน์มาอยู่ได้เพราะเป็นเด็ก
ผู้ชาย เนื่องจากบ้านนี้มีกฎไม่รับใครที่เป็นเด็กผู้หญิงอายุไม่ถึง 20 ปี ด้วยเกรงว่าจะเป็นทัดดาวปลอมตัวมา
ทัดดาวเมื่อเข้ามาอยู่ก็เริ่มตีสนิทกับคนเก่าแก่ของบ้านบุษยา เพื่อสืบถามเรื่องพินัยกรรม ในบ้านบุษยายังมีวิธูร น้องชายของคุณนายเดือน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าน้อย วิธูรเอ็นดูสุทัศน์คอยช่วยเหลือปลอบใจเวลาคุณนายเดือนและเต็มดวงเอ็ดว่า สุทัศน์เสมอ
ต้อมลูกสาวของคุณนายเดือน กลับจากโรงเรียนประจำมาอยู่บ้าน ต้อมเป็นเด็กสาวเย่อหยิ่ง นิสัยดูถูกคน เมื่อพบกับสุทัศน์ต้อมไม่ชอบสุทัศน์เพราะสุทัศน์ไม่ลงให้ ต้อมหลงรักเจ้าน้อย จึงกีดกันเต็มดวงที่เจ้าน้อยหมายปองอยู่ ในที่สุดเต็มดวงทนไม่ไหวจึงตัดสินใจแต่งงานกับสินทอง  เศรษฐีนักธุรกิจที่มาติดพันอยู่ เจ้าน้อยอกหัก ทัดดาวพลอยหวั่นไหวไปด้วย เพราะความสงสาร และจากความใกล้ชิดกันจึงทำให้ทัดดาวรักเจ้าน้อยจนหมดหัวใจ

            แต้มน้องชายอายุ 10 ขวบ อยู่โรงเรียนประจำเช่นกัน เมื่อปิดเทอมกลับบ้านได้พบกับสุทัศน์ แต้มถูกชะตากับสุทัศน์เพราะเป็นพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน แต่ต้อมนั้นนายเด่นรู้ตั้งแต่เกิดแล้วว่าเป็นลูกติดท้องคุณนายเดือนมา และแต้มนี่เองที่นายเด่นผู้พ่อสั่งไว้เรื่องสมบัติที่จะยกให้ทัดดาวพี่สาว  วันหนึ่งความแตกขึ้นเมื่อเจ้ายอดขวัญคุยกับแต้ม แต้มเล่าให้ฟังว่ามีพี่สาวชื่อ ทัดดาว บุษยา ยอดขวัญตกใจและโกรธมากเมื่อรู้ว่า สุทัศน์ที่หลอกเขาว่าเป็นผู้ชาย จะมาตามหาพินัยกรรมของพ่อนั้นเป็นหญิง และแถมเป็นคนที่เขาเกลียดมากคือ ทัดดาว ลูกสาวคุณนายจิตรี แต่เมื่อยอดขวัญจะมาจัดการกับทัดดาว ก็รู้ว่าทัดดาวหนีไปแล้วพร้อมกับแม่เที่ยง
ทัดดาวหนีไปอยู่กับแม่ที่ เชียงใหม่ ยอดขวัญตามไปแต่ทัดดาวไม่ยอมพบ ยอดขวัญเสียใจผิดหวังจนล้มเจ็บ ทัดดาวปล่อยให้ยอดขวัญรอคอยอยู่นานกว่าจะใจอ่อนยอมดีด้วย  ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเข้าใจกัน คุณนายเดือนซึ่งรู้ความจริงทั้งหมดจาก
ตาพ่วงว่าทัดดาวเป็นเจ้าของบ้านบุษยา จึงตามขึ้นมาถึงเชียงใหม่ เพื่อมาบอกว่าเจ้ายอดขวัญนั้นได้ต้อมเป็นภรรยาแล้วในวันหนึ่ง เจ้ายอดขวัญแก้ตัวไม่ตกเพราะคืนนั้นตนเมาและเมื่อรู้ตัวก็นอนอยู่กับต้อมจน สว่าง คราวนี้ทัดดาวโกรธจนไม่ยอมพูดด้วย และไปกรุงเทพฯ ทันทีเพื่อไปครอบครองบ้านบุษยา
ที่บ้านบุษยา ทัดดาวแก้แค้นต้อมทุกอย่างที่ต้อมเคยทำไว้กับตน ต้อมไม่ยอมและอาละวาดแต่คุณนายเดือนเกลี้ยกล่อมให้ยอมเพื่อผลประโยชน์ของตน เอง

หลังจากทัดดาวสั่งสอนให้บทเรียนกับสองแม่ลูกจน กลับตัวกลับใจเป็นคนดีแล้ ทัดดาวก็อภัยให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ยินยอมให้สองแม่ลูกอยู่บ้านบุษยาต่อไปทัดดาวตามไปง้อขอโทษเจ้ายอดขวัญและ ปรับความเข้าใจกันในที่สุด

นักแสดงละคร ทัดดาวบุษยา

สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น ทัดดาว บุษยา (สุทัศน์)

ทัณฑ์กามเทพ

อโนมา เป็นลูกสาวของพลตรีอนันต์ นายทหารนอกราชการ คุณหญิงมารดาของอโนมาเสียชีวิตตั้งแต่ยังสาวมาก นายพลอนันต์ได้ ผิว ต้นห้องของคุณหญิงเป็นเมียอีกคน ผิวมีบุตรชายสองคนคือ พงษ์เทพ และ เผ่าไทย มีบุตรสาว 1 คนคือ ผาณิต อโนมารักน้องชายหญิงต่างมารดาอย่างจริงใจ และแม่ผิว ผู้ซึ่งเลี้ยงอโนมามาตั้งแต่เด็กก็รักใคร่อโนมาอย่างจริงใจเช่นกัน

พลตรีอนันต์มีศักดิ์เป็นอาเขยของรชฎ อมรวัติ พ่อและแม่ของรชฎเสียชีวิตอย่างกระทันหัน เมื่อรชฏอายุ 19 ปี พลตรีอนันต์รับอุปการะรชฎ ให้เข้ามาอยู่ในบ้าน ส่งเสียให้เรียนจบมหาวิทยาลัยและไปเรียนต่อต่างประเทศ ช่วงที่รชฎเรียนมหาวิทยาลัย อโนมาเรียนชั้นมัธยม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เริ่มตั้งแต่วันที่รชฎก้าวเข้ามาในบ้าน อโนมายังเด็กอายุ 13 ปี รชฎรักใคร่เอ็นดูและตามใจเด็กหญิงอโนมา

อโนมาจึงผูกพันทางใจกับรชฎเรื่อยมา รชฎเองก็รู้สึกพิเศษกับอโนมาแต่ความที่เจียมตัวไม่กล้ารัก เพราะคิดว่าเท่ากับกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ส่วนอโนมารชฎคือพี่ชายที่รักที่ผูกพันฝังใจ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อทราบว่ารชฎรักกับมยุเรศเพื่อนสนิท อโนมาจึงตระหนักว่าตนเองอกหักอย่างรุนแรง วันเวลาต่อมาอโนมาไม่รักใครแม้ว่าจะมีคนมาชอบพอมากมาย เจษฎาเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้นที่สนิทสนมเข้าถึงตัวอโนมามากกว่าเพื่อน

มยุเรศเป็นเพื่อนที่เรียกตัวเองว่าสนิทกับอโนมา หากแต่ในใจมิได้มีความรู้สึกหวังดีเช่นเพื่อนสนิทจะพึงมีต่อกัน มยุเรศจึงตีสองหน้ากับอโนมาตลอดมา อโนมาเองอ่านนิสัยของเพื่อนออกทุกอย่าง แต่เมื่อยังไม่มีอะไรร้ายแรงจึงไม่เดือดร้อนต่อย่างใด

มยุเรศจงใจที่จะสานสัมพันธ์กับเจษฎาฉันท์คนรักเพราะจิตใจที่คิดริษยาอโนมา และด้วยเหตุผลว่าตนเองเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นภรรยามากกว่าอโนมา ผู้ซึ่งทำอะไรไม่เป็นและไม่มีคุณสมบัติของแม่ศรีเรือน การกระทำของมยุเรศทำให้เพื่อนอีกสองคนของอโนมาคือ วันทนี และ ใจใส ไม่พอใจอย่างมาก แต่ตัวอโนมานั้นไม่มีปฎิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากลั่นวาจาเล่นๆ ว่าคนที่มีแต่รูปสมบัติไม่มีคุณสมบัติใดๆ อย่างนี้แหละจะทำให้แฟนของมยุเรศเปลี่ยนใจมาชอบให้ได้

งานฉลองวันเกิดอโนมาที่จัดที่บ้าน อโนมายิ้มแย้มแจ่มใสพูดดีกับรชฎอย่างผิดปกติ รชฎหัวใจหวั่นไหวไปกับกิริยาน่ารักนั้น และขณะที่ทั้งสองปลีกตัวออกจากงานไปยังมุมหนึ่งสวนที่เงียบสงบ รชฎก็ลืมตัวจูบอโนมาทั้งสองคนรู้สึกประหลาดล้ำกับจุมพิตนี้ และตระหนักว่าตนนี้ปิดบังซ่อนเร้นและไม่ยอมรับความจริงมาตลอดว่า ต่างก็มีหัวใจให้อีกฝ่ายหนึ่งมานานแสนนาน สำหรับรชฎเขาเจียมตัวไม่คิดอาจเอื้อมรักธิดาของผู้มีพระคุณเขาจึงติดต่อ สัมพันธ์กับมยุเรศฐานคนรัก สำหรับอโนมาเมื่อเห็นรชฎรักกับมยุเรศจึงต้องปลีกตัวโดยแสร้งทำกิริยารังเกีย จรชฎเพื่อป้องกันไม่ให้ปล่อยใจไปกับรชฎมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นภาพที่ทุกคนเห็นคือความขัดแย้ง ความไม่ลงรอยกันระหว่างอโนมาและรชฎ

ในงานวันเกิดของอโนมายังมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือเจษฎาได้เสียกับมยุเรศโดยมยุเรศระบุว่าเจษฎาเจตนาหักหาญเพราะความเมา รชฎโกรธจัดและลั่นวาจาว่าจะปกป้องเกียรติยศของมยุเรศโดยการยอมแต่งงานด้วย มยุเรศซาบซึ้งในน้ำใจของรชฎ ในขณะที่อโนมาร้าวรานใจ เหตุการณ์เปลี่ยนไปอีกเมื่อภุมริน แม่ของมยุเรศเอาดวงของมยุเรศกับรชฎไปให้พระดู ปรากฎว่าดวงเป็นกาลกิณีต่อกัน ภุมรินพยายามไปหาเจษฎาขู่เข็นให้แต่งงานกับมยุเรศ เจษฎาจำใจต้องยอมเพราะเกรงคำขู่ มยุเรศเองจำต้องเชื่อแม่

งานแต่งงานของมยุเรศกับเจษฎาผ่านพ้นไป เจษฎาเริ่มรู้สึกแปลกและติดใจกับชีวิตที่มีภรรยา คอยปรนนิบัติเอาอกเอาใจ แต่สำหรับมยุเรศความรู้สึกผิดหวังเสียใจและเสียดายรชฎ เพิ่มพูนขึ้นทุกที และจนถึงวันที่มยุเรศต้องเสียใจมากที่สุดในชีวิต เมื่อวันที่รชฎและอโนมามาพบที่บ้านเพื่อแจกการ์ดแต่งงาน

งานแต่งงานของทั้งสองเกิดขึ้นเพราะรชฎเป็นฝ่ายขออโนมาตอบรับคำขอนั้นทันที ในงานแต่งงานรชฎได้ยินวิชญ์ ซึ่งเป็นคู่รักของวันทนีเพื่อนอโนมาพูดว่า ที่อโนมาแต่งงานกับรชฎเพราะแก้แค้นที่มยุเรศมักจะกล่าวเสียดสีอโนมาว่าสวย แต่รูปทำอะไรไม่เป็น อโนมาจึงลั่นวาจาว่าคนที่สวยแต่รูปนี่แหละจะทำให้แฟนของมยุเรศหันมารักให้ ได้

รชฎมีท่าทีไม่ใยดีอโนมาตั้งแต่วินาทีแรกของการส่งตัวเข้าหอ ทั้งสองคนโต้เถียงกัน รชฎกล่าวหาอโนมาว่าร่วมมือกับเจษฎาให้เจษฎาปลุกปล้ำมยุเรศ อโนมาทั้งงงทั้งโกรธแต่ก็ยอมรับโดยดีว่าเคยพูดเช่นนั้นจริง เป็นการพูดเล่นมิได้วางแผนการณ์ใดๆ ต่อจากนั้น รชฎไม่เชื่ออโนมา ดังนั้นสามีภรรยาจึงอยู่ด้วยกันอย่างหมางเมินเย็นชาต่อกัน จนกระทั่งดึกคืนหนึ่งเมื่ออโนมากลับจากออกไปเที่ยวนอกบ้าน รชฎผู้รอคอยอยู่พูดจาเสียดสีว่าอโนมาจำใจแต่งงานกับตนเพราะจะรักษาหน้าที่ เจษฎาทิ้งไปแต่งงานกับมยุเรศ ทั้งสองคนเป็นปากเสียงกันรุนแรงจนรชฎลืมตัวเข้ากอด..จูบ และในที่สุดอโนมาก็เป็นภรรยาของรชฎโดยสมบูรณ์ทั้งนิตินัยและพฤตินัย

ทั้งสองเริ่มจะเข้าใจซึ่งกันและกันด้วยความรักที่มีต่อกัน เหตุการณ์ผันผวนไปอีก เพราะจินดาเป็นพี่สาวของเจษฎาขุ่นข้องหมองใจที่น้องชายรักหลงเมีย จินดาเป็นสาวใหญ่ไม่แต่งงานจึงรักและผูกพันกับน้องชายมาก ถึงขนาดเสียใจหนักที่น้องชายไม่กลับมาบ้าน ไม่มาดูแลนางสุดจิตมารดา จินดาจึงคิดแผนการณ์ชั่วร้ายคือสนับสนุนให้ลำดวน คนใช้สาวหน้าตาดีให้เป็นเมียเจษฎา เจษฎาผู้ซึ่งเริ่มรู้สึกกับความขุ่นใจของมยุเรศจึงมาหลงลำดวนอยู่ที่บ้านแม่ ตนเอง

มยุเรศหวนกลับมาหารชฎด้วยเหตุผลลึกๆ ว่าตนยังรักรชฎอยู่ แต่ที่อ้างคือปรึกษาเรื่องเจษฎามีเมียอีกคน เหตุการณ์นี้ผู้ที่โกรธแค้นแทนคือ พงษ์เทพ และเผ่าไทยน้องชายต่างมารดาของอโนมา สองหนุ่มน้อยมีปฎิกิริยาต่อรชฎและมยุเรศอโนมานิ่งเงียบในใจคิดอะไรไม่มีผู้ ใดทราบ
วันหนึ่งชายหนุ่มโก้เก๋ หล่อ และสง่างามปรากฎตัวขึ้น อโนมาแนะนำกับทุกคนว่าชื่อ หฤษฎ์ เป็นเศรษฐีอยู่ทางใต้ หฤษฎ์แวะเวียนมาหาอโนมาหรือไม่อโนมาก็ออกไปเที่ยวกับหฤษฎ์ น่าแปลกที่พลตรีอนันต์ไม่มีปฎิกิริยาใดๆ แม่ผิวและน้องๆ ของอโนมาเดือดร้อน แต่อโนมาไม่โต้ตอบ ผู้ที่หน้าชื่นอกตรมคือรชฎ เพราะอโนมายืนยันว่าในเมื่อรชฎติดต่อกับมยุเรศได้ ตนก็ไม่ผิดอันใดที่ไปกับผู้ชายคนอื่น วันหนึ่งทั้งสี่คนเผชิญหน้ากันในร้านอาหาร รชฎลากอโนมากลับบ้านระหว่างทางทั้งสองคนมีปากเสียงกันอโนมาลงจากรถอย่างรวด เร็ว จึงถูกรถคันหนึ่งชนอย่างแรง

อโนมาเจ็บหนักเป็นตายเท่ากัน รชฎแทบคุ้มคลั่งไม่เป็นอันทำงาน วันที่อโนมากลับบ้านมยุเรศเป็นลมล้มหน้าห้องน้ำรชฎเป็นผู้พาไปโรงพยาบาล มยุเรศท้องแต่เจษฎาไม่สนใจยังคงไปหลงลำดวน รชฎไปหาเจษฎาที่บ้านพูดจาปรับความเข้าใจ เจษฎาเห็นความดีของรชฎและยืนยันว่าที่บังคับขืนใจมยุเรศเพราะเมา อโนมาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

รชฎกลับบ้านด้วยความหวังว่าทุกอย่างคงเรียบร้อย สิ่งที่ได้พบคือหนังสือขอหย่าจากอโนมา ยืนยันเด็ดขาดว่าต้องหย่าเมื่อรชฎขึ้นไปหาอโนมาแต่เธอจากไปแล้ว รชฎตามหาอโนมาอย่างพลิกแผ่นดิน เขาจะไม่ยอมสูญเสีย คนที่เขารักและผูกพันมาตั้งแต่เธอยังเป็นสาวน้อยน่ารักจนบัดนี้เธอเป็นภรรยา ของเขาโดยสมบูรณ์

ที่เกาะแห่งหนึ่งในท้องทะเลฝั่งตะวันออก สถานที่ที่เขาเคยพาอโนมาเมื่อยังเป็นเด็กรุ่นสาวมาเที่ยว ณ.ที่ที่เธอเฝ้ามองพระอาทิตย์ยามเย็นแตะผืนน้ำทะเล และบอกเขาด้วยนัยน์ตาฝันว่าเธออยากมาแต่งงานกับเจ้าชายของเธอ ณ.ที่นี้ รชฎลืมเหตุการณ์นั้นไปโดยสิ้นเชิงจนกระทั่งได้ยินเสียงเพลงที่เธอร้องในวัน นั้น เขาตามไปที่เกาะแห่งความฝันของเธอและเขาก็พบเธอเพื่อบอกให้เธอรู้ว่า เขาจะไม่ยอมให้กามเทพลงทัณฑ์เขาอีกต่อไป

ทอฝันกับมาวิน

มาวินเป็น เด็กหนุ่มที่มีความใฝ่ฝัน เขามีความฝันเป็นของตัวเช่นที่ทุกคนมี แต่เค้าไม่มีโอกาสทำความฝันของเขาให้สำเร็จเช่นคนอื่น เพราะเค้าต้องทำตามความฝันของพ่อ อย่างที่พ่ออยากให้เขาเป็น เขารักพ่อเขาจึงต้องทำตามคำสั่งของพ่อ แต่เมื่อเขาได้มาพบกับทอฝัน หญิงสาวผู้ซึ่งทำให้เขาได้มีโอกาสแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และพยายามที่จะค้นคว้าหาความฝันของตนเองและทำความฝันนั้นให้เป็นจริง ความผูกพันธ์ของทั้งสองทำให้เกิดความรัก และเค้าทั้งสองก็ตั้งใจจะค้นหาความฝันด้วยกัน แต่มาวินยังมีพ่อ ผู้ซึ่งคอยกำหนดชีวิตเขาไปเสียทุกอย่าง เค้าต้องคอยรบกับความฝันของตัวเองและคำสั่งของพ่อตลอดเวลา แต่ในที่สุดมาวินก็ได้ทำตามความฝันของตัวเอง ด้วยมีทอฝันคอยเป็นกำลังใจข้างกายเสมอ

ทอง 9

ทอง 9 เป็นเรื่องราวของ กริช หนุ่มใหญ่มีความฝันอยากเป็นตำรวจ อาศัยอยู่วัดแห่งหนึ่งในพัทยากับหลวงพ่อ พ่อของเขาเป็นนายทหารนอกประจำการชื่อ พันตรีวัลลภ เคยไปร่วมรบที่เวียดนามมันเป็นความภูมิใจของเขา ที่มีพ่อเป็นวีรบุรุษ กริช มีฝีไม้ลายมือในการชกมวยไทยและมักแอบไปชกมวยเถื่อนพนันเงิน เพื่อหาเงินมาจุนเจือวัดและรักษาหลวงพ่อ โดยมี โจอี้ เพื่อนรักเป็นผู้ชักนำ วันหนึ่งมีกลุ่มคนร้ายนำโดย พันเอกเลดิ๊กโท หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับแห่งสภาความมั่นคงเวียดนามเหนือ ภายใต้การบัญชาการของ นายพลเลวันเดื๊อก โดยมี บินห์ซวน และ เบาได๋ เป็นลูกน้องคนสนิท ได้บุกไปฆ่าพ่อแม่ของกริชที่บ้าน จ.อุดรธานี เพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง แต่ไม่เจอจึงเผาบ้านทำลายหลักฐานพ่อแม่กริชจึงตายในกองเพลิง แม้ว่าจะมี ร้อยตรีมินห์ ซีไอเออเมริกันเชื้อชาติเวียดนามมาช่วย แต่ก็ไม่ทันการ สิ่งเดียวที่พ่อของกริชทิ้งไว้ให้ คือ สร้อยคอที่คล้องพระองค์ใหญ่สมัยที่เคยสวมตอนรบ กริชเสียใจมาก และคิดว่าต้องหาคนที่ฆ่าพ่อเขาให้ได้

มิเชล สาวลูกครึ่งเวียดนามฝรั่งเศสเป็นแอร์โฮสเตส ขณะที่เครื่องกำลังจะลงมีผู้โดยสารลวนลามเธอจนมีเรื่องมีราว เธอจึงขอลาพักร้อนและมาเยี่ยมปู่ นายพลเหงียนวันตรี แต่ปกปิดชื่อจริงเอาไว้ใช้ชื่อว่า ลุงโฮแทน ญาติที่เหลืออยู่คนเดียว และที่ชุมชนบ้านญวนนี้เอง เป็นชุมชนของพวกเวียดนามใต้ที่อพยพมาตอนที่ไซ่ง่อนแตกครั้งสงครามเวียดนาม โดยมี เหงียนวันตรี เป็นผู้นำและได้สร้างโบสถ์คาทอลิกไว้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมีบาทหลวงคอยดูแล ด้าน พันเอกฮอฟกินส์ ซีไอเอ กับลูกน้อง คือ จ่าแมคคอยด์ และ ร้อยตรีมินห์ ปรากฏตัวขึ้นที่หน่วยข่าวกรองของไทย และได้มาพบกับ พ.ต.อ.พิชิต ผู้อำนวยการ หวังต้องการตามหา นายพลเหงียนวันตรี ที่เคยร่วมรบด้วยกันสมัยเวียดนาม เพราะมีข่าวว่าทางรัฐบาลเวียดนามปัจจุบันต้องการจับตัวไปขึ้นศาลในฐานะ อาชญากรสงคราม พ.ต.อ.พิชิต จึงให้ ร.ต.อ.อิสรา และ ร.ต.ต.กรณ์ ไปช่วยประสานงานในการสืบหา รวมทั้งไปคอยคุ้มกัน มิเชล ที่ไปพักผ่อนที่พัทยาด้วย

แพรว นักร้องคาเฟ่ลูกครึ่งไทยนิโกรแห่งเมืองโคราช ที่วาดหวังจะโกอินเตอร์ มีพ่อเป็นจีไอชื่อ จ่าวัตสัน ที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ได้สมบัติอย่างเดียวไว้ คือ สายสร้อยมีไม้กางเขนรูปทรงประหลาดห้อยคอไว้ กระทั่งจับพลัดจับผลูมาเห็นชาวเวียดนามชื่อ ฟามวันเทียว ตกลงมาจากตึกและเสียชีวิตต่อหน้าเธอ เธอจึงต้องถูกกันตัวเป็นพยาน และได้มารู้จักกับ มายด์ ลูกสาวของ ฟามวันเทียว ทางกองปราบฯ ได้ส่ง ผู้กองธันวา มาคลี่คลายคดี ธันวา จึงได้รู้จักกับ แพรว และ มายด์ ได้แนะนำให้รู้จักกับ โจอี้ แฟนของเธอ และ กริช, ธันวา รู้สึกถูกชะตากับทุกคน จึงสอนการยิงปืนให้ และทั้งหมดได้ช่วยกันคลี่คลายปมสังหารในครั้งนี้เมื่อสืบไปเรื่อย ๆ จึงพบว่าคนที่ตายล้วนแต่เคยร่วมรบในเวียดนามทั้งนั้น อีกทั้ง เลดิ๊กโท ได้นำพวกมาไล่ล่ากลุ่มของกริชจนต้องอพยพหนีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ชั่วคราว

ที่พัทยา กริช ได้รู้จักกับ มิเชล โดยบังเอิญเมื่อมากรุงเทพฯ มายด์ ก็พามาหาเจ้านายเก่าของพ่อเธอที่ชุมชนบ้านญวนปรากฏว่าเจ้านายเก่าของพ่อเธอ คือ นายพลเหงียนวันตรี ที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาพ่อของเธอในครั้งสงครามเวียดนาม มายด์ กับ แพรว จึงมาอาศัยอยู่ที่นี่กับมิเชลชั่วคราว ทำให้กริชได้ใกล้ชิดมิเชลมากขึ้น ทางฝ่าย นายพลเลวันเดื๊อก ก็ส่ง ผู้พันเลดิ๊กโท ออกตามหาเหงียนวันตรีเช่นกัน จนชักจะเข้าใกล้ตัวเหงียนวันตรีเข้าทุกที กระทั่งเหงียนวันตรีต้องออกอุบายให้ลูกน้องเก่ามาชิงตัวไป และหลบซ่อนอยู่ ทุกฝ่ายจึงออกตามหาเหงียนวันตรีกันอย่างพลิกแผ่นดิน ในที่สุด ฝ่ายของกริชก็สามารถพบนายพลเหงียนวันตรีและนำมาพักที่บ้านพิชิต ระหว่างนี้ฮอฟกินส์กับเลดิ๊กโทได้จับมือกัน เรื่องราวเกี่ยวกับทองจึงถูกเฉลยขึ้นว่า เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาก่อนที่ไซ่ง่อนจะแตก ฮอฟกินส์ ซึ่งมียศเป็นร้อยโทในสมัยนั้นได้รับคำสั่งให้นำกำลังผสมเฉพาะกิจประกอบด้วย จ่าวัลลภพ่อของกริช จ่าวัตสัน พ่อของแพรวได้มารวมกำลังกับนายพลเหงียนวันตรี ที่มีฟามวันเทียวพ่อของมายด์เป็นคนสนิท ไปดักปล้นทองคำมูลค่ามหาศาลที่กองทัพเวียดนามเหนือนำโดยนายพลเลวันเดื๊อกได้ ขนจากธนาคารกลางในไซ่ง่อนไปฮานอยที่เมืองดานัง ในการปล้นครั้งนั้น ฮอฟกินส์ ได้กุญแจเปิดเซฟไปสองดอกแล้วแบ่งให้จ่าวัตสันถือไว้หนึ่งดอก ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าหลังจากที่ทุกคนหลบหนีจ่าวัตสันได้หักกุญแจออกเป็นสอง ท่อนแบ่งให้จ่าวัลลภเพื่อนรักเก็บไว้ ส่วนรถขนทองคำฟามวันเทียวได้ขับพานายพลเหงียนวันตรีฝ่าออกมาแล้วหายไปอย่าง ไร้ร่องรอยจนทุกวันนี้ ทางฝ่ายนายพลเลวันเดื๊อกก็ได้แต่เก็บรหัสเปิดเซฟเอาไว้ เหงียนวันตรีได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ทุกคนฟัง ส่วนเรื่องราวจะลงเอยอย่างไรติดตามได้ใน “ทอง9

ทหารหญิงหัวใจแหวว

สิบ เอกศักดิ์ศรีตำแหน่งพลปืนกลเบา (เอ็ม 26) ประจำหน่วยลาดตระชายแดน โดยมี พันโทเกรียงไกร เป็นผู้บังคับกองพัน ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับลูกน้องคู่นี้เหตุเกิดจากการสู้รบที่ชายแดน เมื่อผู้พันเกรียงไกรได้นำกำลังทหารเข้าทำการผลักดันกองกำลังต่างชาติที่ได้ ล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยออกไป แต่ผู้พันเกรียงไกรได้เพรี่ยงพร้ำแก่ข้าศึกตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึก เหตุการณ์คับขันยากที่จะแก้ไขสถานการณ์ได้ ถ้าไม่ได้นักรบที่มีหัวใจบ้าบิ่นที่มีชื่อสิบเอกศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นผู้บังคับหมู่พลปืนกลเบานำทหารตีฝ่าวงล้อมเข้าไปช่วยชีวิตนายออกมา ได้อย่างปลอดภัย สร้างความประทับใจให้แก่ผู้บังคับกองพันอย่างพันโทเกรียงไกรอย่างไม่รู้ลืม

เมื่อ พันโทเกรียงไกรได้ถูกย้ายเข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพันในกรุงเทพฯ จึงได้ทำเรื่องย้ายสิบเอกศักดิ์ศรีมาอยู่ด้วย หน้าที่และตำแหน่งของพันโทเกรียงไกรก้าวหน้าเป็นลำดับ เช่นเดียวกับหมู่ศักดิ์ศรีก็ได้รับตำแหน่งขึ้นเช่นเดียวกันกับนาย เพราะได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากพันโทเกรียงไกร วิถีชีวิตเริ่มหักเหเมื่อผู้พันเกรียงไกรได้รับตำแหน่งเป็นผู้บังคับการต้อง ย้ายไปประจำการที่โรงเรียนนายร้อย หมู่ศักดิ์ศรีได้รับยศเป็นจ่ากองร้อยไม่สามารถย้ายตามไปได้ ความห่างเหินเริ่มห่างออกไปตามกาลเวลา ท่านผู้บังคับการมีตำแหน่งหน้าที่ก้าวไกลตามความสามารถ ส่วนจ่าศักดิ์ศรีความก้าวหน้าเริ่มหยุดนิ่งตามอุปนิสัยที่แข็งไม่ยอมคน มีเรื่องความขัดแย้งต่างๆ ได้พยายามเอาไปปรึกษานายเก่าก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือเหมือนอย่างที่ตั้งใจ เนื่องมาจากคุณนายของผู้การเกรียงไกรไม่ค่อยชอบหน้าจ่าศักดิ์ศรีเท่าใดนัก จ่าศักดิ์ศรีเริ่มท้อแท้หมดกำลังใจหันมาดื่มเหล้าปลอบใจชีวิตก็เริ่มตกต่ำ นายเก่าซึ่งได้รับตำแหน่งใหญ่โตขึ้นเป็นถึงพลโทแล้วได้เรียกเข้าไปตักเตือน หลายครั้งด้วยความหวังดี แต่ว่าจ่าศักดิ์ศรีกลับคิดว่านายเก่าเรียกไปดุด่าจึงมีความเสียใจมากขึ้น หันไปพึ่งยาเสพติด ถึงแม้เมียอันเป็นที่รักและลูกสาวจะเฝ้าอ้อนวอนขอร้องอย่างไรก็ไร้ผลไม่ สามารถดึงจ่าศักดิ์ศรีขึ้นมาจากขุมนรกของยาบ้าได้ จนกระทั่งผู้บังคับบัญชาจับได้จึงให้ออกจากราชการ

ชีวิต ของจ่าศักดิ์ศรีเริ่มตกต่ำยิ่งขึ้นเมื่อถูกออกจากราชการ แต่ด้วยหัวใจของคนที่เคยเป็นนักรบ บ้าบิ่นมาก่อน ประกอบกับกำลังใจที่เมียและลูกคอยให้กำลังใจมาตลอด จ่าศักดิ์ศรีจึงตัดใจหักดิบเลิกยาเสพติดอย่างเด็ดขาด จ่าศักดิ์ศรีจะตกระกำลำบากปานใดเขาไม่เคยบ่นสู้ทนขับแท็กซี่คู่ใจหาเลี้ยง ครอบครัว หวังส่งเสียให้ลูกสาวได้เล่าเรียนสูงๆ เพื่อกอบกู้ความผิดของตนที่คิดพลาดไปอย่างไม่มีวันเรียกร้องคืนได้อีก ส่วนประนอมเมียของเขาก็ไม่เคยย่อท้อทำขนมขายเป็นการหารายได้เสริมให้ครอบ ครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น

เคียง เดือน ลูกสาวคนเดียวของอดีตจ่าทหารนอกราชการที่ถูกปลดเพราะไปติดยาเสพติด มีความแค้นฝังใจกับพวกค้ายาเสพติดที่ทำให้ครอบครัวต้องลำบากจึงตัดสินใจไป สมัครเรียนเป็นนักศึกษาวิชาทหาร หวังว่าในอนาคตจะไปสมัครสอบเข้าทหารหรือตำรวจอาชีพ เพื่อหวังเข้าไปปราบปรามพวกค้ายาให้หมดไปจากประเทศให้ได้ เมื่อได้เข้าไปเรียนในศูนย์ฝึกกำลังสำรองแล้วได้พบเพื่อนที่มีอุดมการณ์ เดียวกันอีกหลายคน

โรงเรียน ฝึกกำลังสำรองได้นำนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 2 เดินทางไปสอบภาคปฏิบัติที่ศูนย์ฝึกกำลังสำรองที่เขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรีเป็นครั้งแรก ขบวนรถนักศึกษาหญิงได้ร่วมขบวนสมทบกับนักศึกษาชายเดินทางไปถึงอนุสรณ์สถาน ประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ แห่งทุ่งลาดหญ้า คณะนายทหารได้นำนักเรียนชายหญิงเยี่ยมชมภายในอนุสรณ์สถานและให้นักเรียนได้ ฟังวิทยากรบรรยายถึงดินแดนประวัติศาสตร์ ถึงเรื่องราวในครั้งที่พม่าได้ยกทัพเข้ามาทางด้านด่านเจดีย์สามองค์เป็น จำนวนแสนๆ คน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้สั่งให้แม่ทัพของพระองค์นำกำลังเพียง 2 หมื่นนายไปยันข้าศึกเอาไว้ก่อน เมื่อวิทยากรได้บรรยายมาถึงตอนนี้ทำให้เคียงเดือนกับเพื่อนที่นั่งฟังด้วย ความสนใจเกิดมีความประทับใจไปกับวีรบุรษผู้กล้าหาญในอดีตทำให้เกิดจินตนาการ เป็นภาพของนักรบไทยในอดีตที่ต่อสู้กับทหารพม่าบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ปกป้องกับเพื่อนนักศึกษาชายได้ร่วมนั่งฟังบรรยายอยู่ด้วย ปกป้องได้จ้องหน้าเคียงเดือนที่นั่งเอามือปาดน้ำตาที่ไหลนองหน้า เคียงเดือนเหลือบมองปกป้องเห็นจ้องมองตนอยู่จึงหลบสายตาด้วยความเขินอาย

ช่วง การฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่เป็นช่วงฤดูหนาว แต่อากาศที่ทุ่งลาดหญ้านั้นไม่ใช่เพียงแต่หนาวอย่างเดียว อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กลางวันร้อนตับแทบแตก กลางคืนกลับหนาวกระดูกแทบร้าว บางวันฝนตกแทบไม่ลืมหูลืมตา นักศึกษาชายหญิงล้มป่วยเป็นไข้กันมากมาย รวมทั้งเคียงเดือนและปกป้องด้วย ทั้งสองได้มีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งจึงได้ปรับทุกข์ถึงวิธีการฝึกของครูฝึก ที่ค่อนข้างโหด ปกป้องในฐานะเป็นลูกชายนายทหารใหญ่เข้าใจยุทธวิธีการฝึกของครูฝึกเป็นอย่าง ดี จึงอธิบายให้เคียงเดือนเข้าใจว่าครูไม่ใช่อยากจะลงโทษนักศึกษาที่ผิดระเบียบ วินัยเพียงอย่างเดียว แต่ครูฝึกต้องการให้ลูกศิษย์รู้จักมีความเข้มแข็งในด้านจิตใจด้วย เมื่อต้องไปมีอาชีพการงานจะได้มีจิตใจเข้มแข็งรู้จักมีความอดทนอดกลั้นต่อไป ในอนาคต เคียงเดือนจึงมีความสนิทสนมกับปกป้องมากเป็นพิเศษ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ นักศึกษาในกลุ่มของเคียงเดือนก็มีความสนิทสนมกับกลุ่มของเพื่อนๆ ปกป้องเช่นเดียวกัน

หลัง จากการฝึกภาคปฏิบัติที่เขาชนไก่แล้ว ปกป้องและเคียงเดือนพร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ต่างมีความสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นความรักความเห็นใจ เมื่อปกป้องได้รู้ถึงความตั้งใจของเคียงเดือนที่มีความกดดันในเรื่องที่ต้อง มาเรียน รด. เนื่องจากพ่อต้องถูกปลดจากราชการเพราะยาบ้าเป็นต้นเหตุ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมายามใดที่เคียงเดือนมีเรื่องทุกข์ใจหรือท้อแท้ ปกป้องจะคอยเป็นที่ปรึกษาให้กำลังใจตลอดเวลา

มี อยู่ช่วงหนึ่งที่นักศึกษาวิชาทหารหญิงต้องเข้าไปฝึกภาคสนามที่จังหวัด กาญจนบุรี ปกป้องกับเพื่อนๆ ได้เรียนวิชาทหารถึงปีสุดท้าย (ปี 5) ส่วนเคียงเดือนได้เรียนมาถึงปีที่ 4 ทั้ง 2 ชั้นเรียนได้ไปฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่อีกครั้ง ฝึกวิชาดำรงตนอยู่ในป่า ไม่มีอาหารกินต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการหาอาหารป่า หรือจับสัตว์ที่จะพอหาได้มาปะทังชีวิตเพื่อให้อยู่รอด ต้องจับงูหรือแย้มาฆ่ากิน ด้วยความเป็นห่วงว่าเคียงเดือนจะลำบาก ปกป้องจึงแหกกฎปลอมตัวเป็นนักศึกษาหญิงเข้าไปในแดนของนักศึกษาหญิง เป็นช่วงที่ครูฝึกได้นำงูมาปล่อยเพื่อทดสอบใจนักศึกษาหญิง แต่งูได้เลื้อยไปหาปกป้อง ปกป้องตกใจวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงจนครูฝึกจับได้ว่าเป็นผู้ชายปลอมตัวเข้ามา ในแดนของนักศึกษาหญิง จึงทำโทษปกป้องภายหลังว่า ปกป้องยอมเสี่ยงเข้ามาเพื่อจะนำอาหารมาให้เคียงเดือนด้วยความเป็นห่วง ยิ่งสร้างความประทับใจให้กับเคียงเดือนที่มีกับปกป้องมากเป็นพิเศษ

ความ สนิทสนมรักใคร่ระหว่าง ปกป้อง กับ เคียงเดือน ได้รู้ถึงจ่าศักดิ์ศรี จึงถูก จ่าศักดิ์ศรีขัดขวางความรักของคนทั้งสองอย่างหนัก เมื่อจ่าศักดิ์ได้รู้ว่าปกป้องเป็นลูกของเจ้านายเก่าของตน ซึ่งรู้ดีว่าความรักของคนทั้งสอง ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะแต่งงานกัน เนื่องจากคุณหญิงแม่ของปกป้องไม่ชอบคนจนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งถ้าได้รู้ว่ามาชอบกับลูกสาวของคนซึ่งเป็นลูกน้องเก่าด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด จ่าศักดิ์ศรีจึงจำเป็นต้องตัดความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเสียก่อนที่จะสายเกิน ไป ทั้งปกป้องและเคียวเดือนไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง ที่จ่าศักดิ์ศรีกีดกันความรักของเขาทั้งสอง เนื่องจากเหตุผลใด เพราะจ่าศักดิ์ศรีไม่เคยเล่าให้ลูกสาวได้ฟังเลย ส่วนประนอมก็ไม่กล้าที่จะเล่าความจริงให้ลูกสาวได้ฟัง เนื่องจากจ่าศักดิ์ศรีห้ามบอกความจริงในอดีตให้ลูกสาวรู้เด็ดขาด

ปก ป้องเมื่อถูกฝ่ายพ่อของเคียงเดือนกีดกันหวงห้ามก็ยิ่งอยากจะเอาชนะ โดยมีเพื่อนๆ ของปกป้องและเพื่อนๆ ของเคียงเดือนเป็นฝ่ายสนับสนุนให้มีการพบกันมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลังจากการฝึก รด. จนมาถึงงานวันเกิดของปกป้อง ได้ชวนเคียงเดือนไปในงานวันเกิดและได้แนะนำให้รู้จักกับท่านนายพลและคุณหญิง แม่ของปกป้องได้ถามถึงครอบครัวของเคียงเดือน ซึ่งปกป้องได้บอกความจริงถึงชื่อพ่อแม่ของเคียงเดือนให้คุณหญิงฟัง คุณหญิงแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด หลังจากวันนั้น คุณหญิงได้ไปที่บ้านของเคียงเดือน เมื่อได้พบกับ จ่าศักดิ์ศรี ลูกน้องเก่าของสามี จึงได้ให้จ่าศักดิ์ศรีห้ามปรามลูกสาวว่า อย่าทะเยอทะยานคิดไปเป็นลูกสะใภ้ตนเลยชาตินี้คงรับไม่ได้ สร้างความโกรธแค้นให้กับจ่าศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก และได้โต้ตอบกลับไปกับคุณหญิงว่า ให้ห้ามลูกชายของตัวเองให้ได้อย่าคิดว่ามีเงินแล้วจะซื้อผู้หญิงจนๆ อย่างลูกสาวตนได้ ต่างคนต่างใช้อารมณ์โต้เถียงกันอย่างรุนแรงจนคุณหญิงระงับอารมณ์ไม่อยู่ กล่าวอาฆาตจ่าศักดิ์ศรีด้วยความแค้นแล้วกลับไปอย่างหัวเสีย เมื่อเคียงเดือนกลับจากโรงเรียนได้ถูกพ่อต่อว่าอย่างรุนแรงและห้ามลูกสาวไป พบกับปกป้องอย่างเด็ดขาด เคียงเดือนเสียใจมากกล่าวหาว่าพ่อเอาแต่อารมณ์ไร้เหตุผล ประนอมพยายามห้ามปรามลูกสาวไม่ให้ต่อปากต่อคำกับพ่อ ทำให้เคียงเดือนน้อยเนื้อต่ำใจกล่าวหาทั้งพ่อและแม่ว่าไม่รักตนไม่ยอมเข้าใจ ตน ประนอมพยายามจะอธิบายถึงความจริงให้ลูกรู้แต่ก็ถูกจ่าศักดิ์ศรีห้ามไว้เสีย ก่อน

กำแพง ความรักของปกป้องกับเคียงเดือนถูกฝ่ายผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายตั้งป้อมขัดขวาง มากขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ก็เหมือนยิ่งเพิ่มดีกรีความรักความเห็นใจมากยิ่งขึ้น ประกอบกับได้รับแรงเชียร์จากเพื่อนๆ ของทั้งสองฝ่ายยิ่งทำให้ปกป้องและเคียงเดือนมีความพยายามจะทลายกำแพงความรัก ที่พ่อและแม่ได้ตั้งขึ้นให้จงได้ตามปรารถนา โดยปกป้องจะมีฝ่ายท่านนายพลคอยให้ท้ายลูกชาย ส่วนเคียงเดือนก็จะมีประนอมผู้รักลูกดั่งดวงใจเป็นกำลังใจคอยเชียร์อย่าง ลับๆ ไม่ให้สามีรู้ ความรักของปกป้องและเคียงเดือนจึงเหมือนอมตะนิยายรักน้ำเน่าถูกรีไซเคิลกลับ มาอีกครั้งด้วยกลยุทธ์ศึกรักศึกรบฝุ่นตลบไปทั้งคนรักและคนเชียร์

ช่วง ที่ไปฝึกภาคสนามที่ศูนย์ฝึกเขาชนไก่ เคียงเดือนและกลุ่มเพื่อนๆ 4 คนพลัดหลงทางเข้าไปในป่าลึก จนเป็นเหตุให้ผู้บังคับบัญชาต้องสั่งให้ครูฝึกจำนวนหนึ่งออกค้นหา เมื่อข่าวการเดินทางหลงป่าของเคียงเดือนได้รู้ไปถึงปกป้องที่ไปฝึกภาคสนาม อยู่ที่เขาชนไก่ในช่วงเวลาเดียวกัน ปกป้องกับเพื่อนๆ จึงขออาสาไปกับครูฝึกด้วย เพื่อออกค้นหาเคียงเดือนกับนักศึกษาหญิงที่หายไป

เคียง เดือนกับเพื่อนๆ อีก 4 คนได้พลัดหลงเข้าไปในดินแดนของกระเหรี่ยงที่เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด และถูกกลุ่มคนร้ายจับตัวเอาไว้ โดยคนร้ายคิดว่าเป็นสายสืบเข้าไปสืบจับยาเสพติด เมื่อหัวหน้ากระเหรี่ยงได้สอบสวนแล้วจึงรู้ว่าเป็นนักศึกษาวิชาทหาร หัวหน้ายิ่งมีความวิตกกังวลมาก ถ้าปล่อยกลับไปเกรงว่าจะนำข่าวแหล่งผลิตยาไปเปิดเผยได้ จึงคิดที่จะฆ่าปิดปากเสีย แต่เคียงเดือนได้พยายามพูดให้เหตุผลว่าถึงฆ่าพวกเธอไป หัวหน้าก็ไม่สามารถอยู่อย่างสบายได้ ถึงยังไงทางตำรวจก็ต้องออกตามล่าจนเจอแหล่งผลิตยาที่นี่แน่นอน สู้ปล่อยให้พวกเธอไปดีกว่า แล้วจะช่วยปิดเรื่องราวทั้งหมดให้เป็นความลับ หัวหน้าเริ่มลังเลใจ จึงสั่งให้ลูกน้องเอาพวกนักศึกษาไปขังไว้ชั่วคราวก่อน

ในช่วงที่เคียงเดือนกับพรรคพวกถูกกักขังอยู่นั้น รื่นรมย์ หนึ่งในกลุ่มได้ใช้เล่ห์มารยาหญิงตีสนิทให้ผู้คุมหลงเชื่อ เธอหลอกล่อจนตายใจแล้วให้เพื่อนๆ ตีผู้คุมจนสลบ จากนั้นทั้งหมดจึงรีบหลบหนีมา แต่ด้วยขาดประสบการณ์ในการเดินป่าจึงทำให้ทั้งหมดหลงทาง ไม่สามารถออกจากป่าแห่งนี้ได้

ปกป้อง และเพื่อนนักศึกษาชาย ได้ติดตามมาพบ จึงได้ช่วยกันรีบพาออกไปอย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่ทันรอดพ้นไปจากป่าได้ ในเมื่อหัวหน้ากระเหรี่ยง ได้ติดตามไล่ล่ามาทันพอดี จึงได้เกิดการปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ระหว่างการปะทะกันอยู่นั้นครูฝึกได้นำกำลังเข้ามาสมทบจนกระทั่งพวกเหล่าร้าย ถอยร่นเข้าป่าไป

เคียงเดือน และกลุ่มเพื่อน แจ้งครูฝึกว่า พวกผู้ร้ายกลุ่มนี้ได้ตั้งแหล่งผลิตยาเสพติดอยู่ที่ชายแดนป่าลึก ขอให้รีบตามเข้าไปทำลายล้างด่วน มิฉะนั้นพวกคนร้ายจะขนย้ายแหล่งผลิตหนี ทางด้านครูฝึกและกำลังสนับสนุนจึงตามล่ากลุ่มคนร้ายไปตามคำบอกเล่าของเคียง เดือน จนกระทั่งเข้าล้อมจับกุมกระเหรี่ยงที่ตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดไว้ได้ทั้งหมด

ผู้ บัญชาการกองกำลังสำรอง กรมการรักษาดินแดนได้จัดงานรับขวัญกลุ่มนักศึกษาที่ถูกจับ พร้อมกล่าวยกย่องต่อหน้าเพื่อนนักศึกษาที่สนามฝึกกำลังสำรองเขาชนไก่อย่าง ใหญ่โต สร้างความยินดีปรีดาให้กับเพื่อนและกลุ่มนักศึกษาทุกชั้นปีที่เข้ามาฝึกอยู่ ที่นั้น และถือเป็นการปิดภาคการศึกษาในปีนั้นด้วย

หลังจากจบการศึกษา ปกป้อง และ เคียงเดือน ได้นำเรื่องความรักที่ทั้งสองมีต่อกันมาปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ของตน ทั้งสองได้รับการปฏิเสธ พ่อของเคียงเดือนซึ่งไม่ชอบปกป้องอยู่แล้ว ประกาศห้ามลูกสาวคบกับปกป้องอย่างเด็ดขาด ส่วนคุณแม่ของปกป้อง ก็ประกาศห้ามคบกับเคียงเดือน เพราะเห็นว่าฐานะยากจน ไม่สมควรที่จะมาเป็นลูกสะใภ้ ปกป้องและเคียงเดือนผิดหวังจากการที่ถูกกีดกันความรัก เพื่อนๆ จึงวางแผนช่วยเหลือให้ทั้งสองสมหวังให้ได้ โดยการสร้างสถานการณ์ว่าทั้งสองไปกระโดดน้ำตายที่สะพานพระราม 8

เมื่อพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายรู้เข้าจึงเสียใจมาก สารภาพผิดกันทั้งสองฝ่ายว่าเป็นคนฆ่าลูกตัวเองเพราะความคิดผิดๆ แล้วพร่ำรำพันร้องให้เสียใจแทบขาดใจตาย ขอให้เทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ประทานชีวิตให้ลูกกลับมาเถอะ ถ้าลูกมีชีวิตกลับมาได้จริงๆ ต่อไปจะไม่ขัดขวางทางรักของลูกทั้งสองอีกแล้ว ลูกต้องการอะไรจะให้ทุกอย่าง

สดใส ซึ่งนั่งเฝ้าดูอยู่นั้นได้พูดปลอบใจพ่อแม่ของเพื่อน แล้วย้ำคำพูดเดิมของพ่อแม่ว่าจริงนะ ถ้า ปกป้อง และ เคียงเดือน ไม่ตายจริงพ่อแม่จะไม่ขัดขวางทางรักของเขาอีกต่อไป ทั้งสองฝ่ายรับปากอย่างแข็งขัน สดใสจึงให้สัญญาณให้ปกป้อง และ เคียงเดือน เดินออกมาจากที่ซ่อนเข้ามาหาพ่อแม่ พ่อของเคียงเดือนโกรธมากที่ถูกหลอก แต่พ่อของปกป้องกับแม่ของเคียงเดือนห้ามไว้ว่าได้สัญญากับลูกแล้ว เป็นผู้ใหญ่ต้องไม่ผิดคำพูด พ่อของเคียงเดือนจึงยอมตกลงตามสัญญา เพื่อนของปกป้องและเคียงเดือนต่างเฮโล แสดงความดีใจที่แผนการสำเร็จตามเป้าหมาย

ทวิภพ

มณีจันทร์ (เขมนิจ จามิกรณ์) สาวแห่ง พ.ศ. นี้ ผู้ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ ชาติตระกูลและการศึกษา ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาแทบตลอด เพราะบิดารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ และต้องเดินทางตามประเทศต่าง ๆ ในฐานะเอกอัครราชทูต

          เมื่อมณีจันทร์และคุณมาลิดา (ปภัสรา เตชะไพบูลย์) ผู้เป็นมารดากลับมาเยี่ยมบ้านเกิด มณีจันทร์ฝันซ้ำ ๆ อยู่แต่เรื่องเดียว เธอฝันเห็นเรือนทรงไทยตะคุ่ม ๆ เห็นห้องหนึ่งสลัวราง และในห้องนั้นก็มีเสียงเรียก “แม่มณี…แม่มณีจ๋า” เธอตื่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเรียกนั้นนุ่มนวลชวนให้ถวิลหายิ่งนัก
          มณี จันทร์ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังแม้แต่คุณมาลิดา จนกระทั่งวันหนึ่งเธอซื้อกระจกบานหนึ่งมาจากร้านขายของเก่า กระจกบานยาวในกรอบไม้ฉลุสลักลวดลายเก่าจนฝุ่นเขรอะ ลายบางส่วนหักวิ่น “กระจกสมัย รัชการที่ 5” เจ้าคุณวิศาลคดี (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) ชายชราผู้ขายบอกเธอ ที่กระจกมีรอยร้าวเป็นทางจากมุมลงมา มณีจันทร์ใช้ปลายนิ้วเช็ดกระจกเฉพาะตรงหน้า แว่บแรก เธอรู้สึกคุ้นเคยราวกับเคยเห็นคันฉ่องกรอบนั้นมาช้านาน หัวใจเอิบอาบซาบซ่าละม้ายได้ของรักคืนมา

กระจกบานนั้นถูกตั้งไว้ในห้องนอนของเธอทำมุมกับอ่างล้างหน้าและเหยือกโบราณ ที่มีอยู่เดิม สิ่งอัศจรรย์หลายอย่างเกิดขึ้นกับเธอแม้ยามหลับและยามตื่น เธอรู้สึกถึงความผูกพันแนบแน่นที่มีต่อเจ้าของเสียง “แม่มณี…แม่มณีจ๋า” ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าผู้เรียกเลย วันหนึ่งเธอก็ได้เห็น “เขา” เห็นรูปถ่ายที่บ้านกุลวรางค์ (กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า)เพื่อนสนิท มณีจันทร์รู้สึกว่าใช่คนนี้แน่นอนจึงซักไซร้จนได้ความว่าท่านคือ เจ้าคุณอัครเทพวรากร หรือ หลวงเทพ(อรรคพันธ์ นะมาตร์) เอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำสหรัฐอเมริกา และคุณหญิงของท่านชื่อ “คุณมณี” มณีจันทร์จึงขอรูปหลวงเทพจากกุลวรางค์ รูปที่ได้มาเหมือนสายใยที่ร้อยรัดความรู้สึกของมณีจันทร์ ให้แนบแน่นกับผู้ชายในฝันมากขึ้น จนกลายเป็นเส้นที่ขีดขั้นระหว่างเธอกับไรวัต (พิชยดลย์ พึ่งพันธ์) นายทหารหนุ่มแห่งกองทัพบกผู้ถึงพร้อมทั้งชาติตระกูล ทรัพย์สมบัติ และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ไรวัตรักมณีจันทร์มาก แต่รู้สึกว่าการกลับมาเมืองไทยคราวนี้มณีจันทร์แปลกไป เขารู้สึกว่าเธอมีคนอื่น ทำให้เขาร้อนรุ่มใจยิ่งนัก

          กระจกที่ได้มาทำให้มณีจันทร์เกิดเห็นภาพนิมิตหลายครั้งจากเงาสะท้อน แต่เธอก็บอกใครไม่ได้ เธอจึงไปคุยกับดร.ตรอง (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) นักฟิสิกส์เพื่อนสนิทอีกคน ดร.ตรอง ยืนยันความเป็นไปได้ของการมองเห็นภาพในอดีต ทำให้มณีจันทร์มั่นใจวาสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอไม่ใช่เรื่องเหลวไหล
          มณีจันทร์แน่ใจว่า กระจกเป็นสื่อจากเธอถึงเจ้าคุณอัครเทพวรากรในอดีต และรับภาพจากอดีตมาถึงเธอ ทุกวันเธอจดจ่ออยู่กับการหาหนทางให้ติดต่อกับภาพ ในอดีตนั้นได้ เพราะเธอรู้สึกว่าผู้ที่อยู่ไกลโพ้นในอดีตก็หวนหาเธออยู่เช่น กัน และด้วยกระแสจิตแห่งความผูกพันธ์ที่รุนแรง ทำให้กระจกเกิดพลานุภาพดึงมณีจันทร์หลุดเข้าไปสู่ห้วงแห่งกาลเวลาย้อนกลับไป สู่อดีต สู่ชายที่เธอเฝ้าใฝ่หามาตลอด
          ความผูกพันและใฝ่หากันค่อย ๆ สานตัวเป็นความรักที่อ่อนหวาน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้องเอ่ยปากบอกรักกัน ซึ่งขณะนั้นเจ้าคุณอัครเทพวรากร ซึ่งขณะนั้นเป็นแค่เพียง หลวงอัครเทพวรากร ไม่เคยคิดถามหาหัวนอนปลายเท้าของดรุณีแรกรุ่นวัย ที่กำเนิดผู้ผุดขึ้นกลางเรือนชานผู้นี้เลย และยิ่งกว่านั้น ยังคิดปกป้องดูแลหนทางแห่งการ ไป-มา ของเธอให้สะดวกราบรื่นโดยไม่ให้ใครรู้เห็นอีกด้วย แต่ความก็แตกจนได้ เมื่อบ่าวไพร่สังเกตในความแปลกของนายจนเล่าลืออื้ออึงว่า นายเลี้ยงผี เมื่อม้วน (วชิรา เพิ่มสุริยา) บ่าวสาวได้ประจันหน้ากับผู้มาเยือนในห้องนอนของหลวงเทพ และในที่สุดคุณหญิงแสร์ (ดวงดาว จารุจินดา) มารดาผู้เฉลียวฉลาดของหลวงเทพ ได้ประจักษ์ด้วยตาตนเองว่ามีสาวน้อยนางหนึ่งมาเยือนบุตรชายของท่านโดยผ่าน ทางกระจก ความเชื่อปรัมปราทำให้คุณหญิงสรุปว่าสาวน้อยนั้นมาจาก “เมืองลับแล”

          ความน่ารักและอิริยาอาการและการพูดจาของมณีจันทร์ ผูกใจคุณหญิงและบ่าวไพร่ทั้งบ้านไว้ได้อีก ทุกคนรอคอยการมาเยี่ยมเยือนของเธอ และอาลัยทุกครั้งที่เธอกลับสู่ถิ่นฐานของตน การได้มาเยือนอดีตทำให้ มณีจันทร์ใฝ่ใจที่จะค้นคว้าช่วงเวลาที่เธอมาเยือนมากขึ้น และเมื่อยิ่งรู้ว่าปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ ในตอนนั้นคือ การที่ฝรั่งเศสคุกคามจะเอาดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นของไทยไปครอบครอง ปัญหานี้หลวงเทพต้องร่วมแก้ด้วย มณีจันทร์จึงยิ่งใฝ่ที่จะหาทางช่วยประเทศให้พ้นจากการล่าอาณานิคม
          มณี จันทร์ใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี ช่วยงานหลวงเทพในงานของบ้านเมืองเท่าที่เธอจะช่วยได้ และเธอก็ได้แสดงความฉลาดเฉลียวสูงสุดให้ปรากฏ ในงานเลี้ยงทูตานุทูตข้าราชการชาวต่างประเทศ หลวงเทพปักใจว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่เขาจะเลือกเป็นคู่ครองแทน แม่ประยงค์ (ฝนทิพย์ วัชรตระกูล) สาวน้อยผู้งดงามอ่อนหวาน และวางตัวอยู่ในกรอบข่ายของขนบประเพณีทุกกระเบียดนิ้ว ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายหมายไว้ให้แก่กัน

หากแต่คุณหลวงจะมั่นใจได้อย่างไรว่า สาวน้อยผู้มาเยือนทางกระจกนั้นจะอยู่กับเขาได้ตลอดไป กระจกบานนั้นไม่เคยให้ความแน่นอนในการมาและไปของเธอ ไม่เคยให้ความมั่นใจว่า เธอจะอยู่ในภพของเขาได้นานเท่าที่เขาต้องการอยากให้อยู่ เขาต้องยอมจำนนกับกระจกบานนี้หรือไม่ หากคนสองคนหลวงเทพและมณีจันทร์จะประคองรักแท้ระหว่างกันให้ดำเนินต่อไปได้ คงต้องมีใครสละอะไรเพื่อรักแท้นั้นแน่นอน… ติดตามชม ทวิภพ ละครพีเรียดฟอร์มยักษ์สุดคลาสสิก ได้ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี  ละครทวิภพ

ทวิภพ 2537

“ทวิภพพันผูกใจ เชื่อมรักเราไว้นิจนิรันดร” มณีจันทร์ หรือ เมณี่ นางเอกของเรื่องเป็นบุตรีของ เอกอัครราชทูตไทย ที่บิดา มารดาต้องไปอยู่ต่างบ้าน ต่างเมือง ตัว “เมณี่” เองได้ซื้อกระจกบานหนึ่งมา และต่อมาได้พบว่า กระจกบานนั้น สามารถพาเธอย้อนกลับอดีตไปในยุคของ รัชกาลที่ 5 ได้ และได้โผล่ไปที่เรือนของ ” คุณหลวง อัครเทพวรากร” ข้าหลวงประจำกรมเจ้าท่า ทำให้บ่อยครั้งที่ตัว “เมณี่” หายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย เป็นเหตุให้เพื่อนสนิท อันมี กุลวรางค์ , ไรซ์ (ตรอง) , ไรวัติ (หนุ่มที่มาติดพัน) ต้องเดือดร้อนตามหาตัวกัน
 
การปรากฏตัวของมณีจันทร์ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนในบ้านคุณหลวงเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความฉลาดของมณีจันทร์ ทำให้คนที่ได้พบเห็นอดที่จะรักเธอไม่ได้ ยิ่งมณีจันทร์เดินทางข้ามภพบ่อยครั้งขึ้น ในขณะเดียวกัน เมื่อ “เมณี่” หรือ มณีจันทร์ ได้ทำความคุ้นเคยกับ คุณหลวงอัครเทพวรากร และ คุณหญิงแสร์ มารดาของคุณหลวงแล้ว จึงได้รู้ว่าที่กระจกนำตนกลับมาในอดีตนั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกรักและผูกพันกับคุณหลวงและคนที่บ้านคุณหลวงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทุกคนรวมทั้งมณีจันทร์ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า ทำไมเธอจึงเดินทางข้ามกาลเวลามาที่นี่ นอกเหนือจากที่จะมาพบกับเนื้อคู่ ที่แท้จริงในอดีตแล้ว ยังต้องมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของประเทศสยาม ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงคับขัน ที่ทางประเทศ “ฝรั่งเศส” กับ ประเทศ “อังกฤษ” ที่อยู่ในยุคล่าเมืองขึ้น กำลังจะเอาประเทศสยามเป็นแดนกันชน และลงท้ายจะแบ่งแยกประเทศออกโดยเอาแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแดนปักปันเขต
 
มณีจันทร์ หรือ เมณี่ จึงต้องใช้ภูมิความรู้ทางด้านภาษา ช่วย “คุณหลวงอัครเทพวรากร” และ “เจ้าคุณวิศาลคดี” แก้เกมของประเทศนักล่าเมืองขึ้นทั้งสอง ในขณะเดียวกันเธอ ก็เริ่มผูกพัน กับอดีตภพ และความรักที่มีต่อคุณหลวง อัครเทพวรากร มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองจะต้องเร่งแก้ไข มณีจันทร์เองก็มีอีกปัญหาหนึ่งที่รอคอยให้เธอตัดสินใจเช่นกัน กระจกซึ่งเป็นประตูเชื่อมกลางเวลาจะมีรอยร้าวเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เธอผ่าน เข้าออก มันจะต้องแตกลงในวันหนึ่ง นั่นหมายถึงว่าเธอจะไม่สามารถเดินทางข้ามผ่านเวลาได้อีกต่อไป และเมื่อวันนั้นมาถึง มณีจันทร์จะตัดสินใจเช่นไร ระหว่างการอยู่ในภพอดีตกับคุณหลวง ผู้ที่รักเธอสุดหัวใจ หรือการกลับไปยังภาพที่เธอจากมา กลับไปเป็น “เมนี่” สาวทันสมัยแห่งโลกปัจจุบัน ที่มีแม่ผู้เป็นที่รักรอคอยอยู่

ทรายสีเพลิง

คุณหญิงรับดวงตาเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งแท้จริงแล้วก็เพื่อจะให้เป็นพยาบาลส่วนตัว คุณหญิงส่งเสียดวงตาเรียนพยาบาลจนเติบโตเป็นวัยรุ่น คุณหญิงมีลูกชายชื่อ ศก ซึ่งมีนิสัยใจอ่อน ด้วยความที่ดวงตาเป็นคนทะเยอทะยาน จึงได้เสียกับศกจนตั้งครรภ์ คุณหญิงให้ดวงตาไปอยู่ที่เรือนหลังเล็ก และพูดดีกับดวงตาเสมอเพื่อให้ดวงตาเทิดทูนและยอมทำตามทุกอย่างโดยไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกใช้ แต่ศกไปแต่งงานกับเสาวนีย์ หญิงผู้มีชาติตระกูล ทั้งๆที่ดวงตากำลังคลอดลูก ดวงตาตั้งชื่อลูกว่า ทราย เพื่อเตือนใจให้ลูกเจียมตัวว่าเป็นเพียงกรวดทราย และให้ชื่อจริงว่าศรุตา ที่หมายถึงผู้มีชื่อเสียง เพราะอยากให้ลูกตนเด่นดังดีกว่าคนอื่นๆ

ต่อมาเสาวนีย์มีลูกสาวชื่อ ลูกศรหรือ ศร ซึ่งบอบบาง อ่อนแอ ศรได้รับความอบอุ่นเมื่ออยู่ในบ้าน ในขณะที่ทรายและดวงตาอาศัยอยู่ในเรือนหลังเล็กด้วยความช้ำใจ น้อยใจ ดวงตามักจะด่าว่าเสาวนีย์ ศรและศกให้ทรายฟัง บ่อยๆ ทรายจึงซึมซับความโกรธแค้น กระด้าง อยากเอาชนะไว้โดยที่ดวงตาไม่คาดคิด วันหนึ่งเมื่อทรายอายุ 6-7 ขวบ ทรายแอบได้ยินคุณหญิงพูดกับศกว่า การแสร้งทำดีของคุณหญิงเป็นวิธีการ”ร้อยไว้ใช้”เท่านั้น ในวันนั้นเองเกิดอุบัติเหตุศรตกน้ำเกือบตาย เสาวนีย์จึงเฆี่ยนตีทรายอย่างรุนแรง ดวงตากลับบ้าน หลังเลิกงานพบสภาพฟกช้ำของทรายก็เสียใจมาก พอทรายเอ่ยเล่าเรื่องที่ได้ยินคุณหญิงพูด ความอดทนของดวงตาก็สิ้นสุดลง คืนนั้นดวงตาพาทรายออกจากบ้าน โดยแวะบ้านคุณครูนารี ครูของทราย ทรายจึงได้พบกับบุรี หรือ บี พี่ที่แสนดี บีเห็นสภาพถูกทำร้ายของทรายก็สงสารจึงเอาใจทราย ชวนคุยจนทรายหายเศร้า แล้วดวงตาพาทรายก็ลาจากไปโดยไม่มีจุดหมาย

ดวงตาบังเอิญได้พบและแต่งงานกับคาร์ลตัน เศรษฐีชาวอเมริกัน จึงพาทรายย้ายไปอเมริกา ทราย ซึ่งใช้ชื่อ แซนดี้ พี คาร์ลตัน เติบโตเป็นสาวสวย ฉลาด คล่องแคล่ว ดูร่าเริง ดูไม่ออกเลยว่าเคยมีอดีตขมขื่นมาก่อน แต่ทรายมี นิสัยชอบเอาชนะ ผู้ชายที่เคยควงแต่ละคนมีเจ้าของแล้วทั้งนั้น เวลาแย่งมาได้ก็จะปฏิเสธชายคนนั้นอย่างไม่มีเยื่อไย เพื่อแสดงให้เห็นว่าอำนาจของผู้หญิงสามารถล่อหลอกผู้ชายได้เสมอ

ทรายมีเพื่อนชายชื่อ ฌาน หรือ ชาร์ล ซึ่งดูสนิทสนมถึงขั้นเข้าออกบ้านทรายประจำ แต่ทรายไม่เคยยอมรับว่าเป็นแฟน ฌานเป็นคนหล่อ เจ้าสำราญและเป็นลูกบุญธรรมของนอร์แมน เศรษฐีชาวฮ่องกง สำหรับทรายเขาจึงเป็น เพียงถ้วยรางวัลชนะเลิศให้คนอื่นอิจฉาเท่านั้น ทั้งที่ฌานรักทรายมาก ฌานเคยอยู่มีเมืองไทยบ้านอยู่ริมแม่เจ้าพระยา เขาสนิทกับบุรีโดยที่ทรายไม่ทราบ แต่พอพ่อได้เสียชีวิต แม่ก็ทนความโลภของญาติพ่อไม่ได้ จึงย้ายมาฮ่องกงก่อนแต่งงานกับนอร์แมน

เมื่อคุณหญิงตาย ทรายจึงกลับเมืองไทยเพื่อฟังพินัยกรรม แท้จริงแล้วทรายต้องการแก้แค้น คุณหญิงยกบ้านหลังเล็กให้ทราย ทรายจึงย้ายเข้ามาอยู่และได้รับความชื่นชมจากศกและศร ทรายโกหกว่าจำความหลังไม่ได้แล้ว ใน ขณะเดียวกันฌานก็ต้องมาทำโครงการคอนโดที่จะสร้างที่บ้านเก่าของฌาน ฌานจึงมาเมืองไทยและติดต่อบุรีมาเป็นสถาปนิก

บุรีเปิดผับติดกับบ้านของเขา ฌานพาทรายไปผับ พบบุรีแต่ทรายจำเขาไม่ได้ บุรีจำทรายได้แต่เก็บไว้เป็นความลับ วันนั้นทรายพบพัชระ ซึ่งเป็นคู่หมั้นของศร ทรายจึงโปรยเสน่ห์ใส่พัชระภายใต้การสังเกตของบุรี พัชระชอบ ทรายทันทีและนัดพบกับทรายบ่อยๆ บุรีมักตักเตือนทรายทำให้ขัดคอทรายบ่อยๆ แต่ทรายก็ชักสนใจบุรีคนที่ยึดมั่นในคุณธรรม และเริ่มสงสัยว่าเขาคือพี่บีของทราย แต่เป็นพี่บีที่ไม่ตามใจทรายเหมือนก่อนอีกแล้ว

ทรายวางแผนให้ศรไปหลงรักฌาน เพื่อศรจะได้รู้ว่าการเป็นรองเป็นอย่างไร เพราะทรายคิดว่ายังไงๆฌานก็ต้องเลือกทรายมากกว่าศรคนที่จืดชืดไร้เสน่ห์ ศรหลงรักฌานทันที โดยที่ทรายพยายามผลักดันให้ศรและฌานได้อยู่กัน สองต่อสองบ่อยๆ โดยที่ตัวเธอเองปลีกตัวมาหาพ่อแม่ของบุรี เพราะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ทุกครั้งเธอจะมาเยี่ยมในเวลากลางวันเพราะต้องการหลบบุรี แต่วันหนึ่งเธอติดลมอยู่บ้านบุรีนานไปหน่อย เดินออกมาเห็นบรรยากาศบ้าน ตอนกลางคืนก็จำได้ว่าเป็นบ้านพี่บี เธอตกใจมากนึกขึ้นได้ว่าพี่บีได้เห็นความร้ายกาจของเธอมาโดยตลอด เธอได้แต่หวังว่าพี่บีจะอภัยในสิ่งเลวร้ายต่างๆที่เธอทำ

ฌานชวนทราย บุรีและเพื่อนๆไปล่องเรือที่ภูเก็ต เพราะเขาจะไปพบแม่แล้วจะมาสบทบ ปรากฏว่าฌานมาไม่ทัน คนอื่นจะกลับตามกำหนดแต่ทรายกับศรจะอยู่ต่อเพื่อรอพบฌาน คืนสุดท้ายของคนอื่นๆ ทรายเห็นบุรีเล่นเปียโนอยู่ เธอก็เลยเข้าไปคุยและทะเลาะขัดใจกันตามเคย วันรุ่งขึ้นบุรีต้องเดินทางไปงานสัมมนาที่สิงคโปร์ เมื่อทรายรู้ก็เก็บกระเป๋าตามไปทันที โดยทิ้งศรไว้คนเดียว ฌานมาพบศรอยู่คนเดียวและฌานได้ทราบว่า โครงการคอนโดที่เขาหวง แหนถูกพ่อเลี้ยงสั่งเปลี่ยนแบบในระหว่างที่เขาถูกแม่เรียกพบ เขาจึงรู้สึกโดดเดี่ยว โดนหักหลังแม้กระทั่งแม่ตนเอง และศรก็ได้พยายามปลอบใจเขา และได้ตกเป็นของฌานในคืนนั้นเองด้วยความรักส่วนฌานก็ได้พบกับความอบอุ่น ที่แท้จริงจากศร

ที่สิงคโปร์ ทรายไปพักโรงแรมเดียวกับบุรี เธอไปดักรอบุรี และได้คุยกันโดยไม่ทะเลาะกันเป็นครั้งแรก เมื่อทรายทราบว่ามีห้องว่างตรงข้ามห้องของบุรีเธอจึงเปลี่ยนมาพักห้องนั้น ทันที คืนนั้นเธอใส่ชุดนอนบางเบามาหาบุรีถึง ห้อง ทรายพยายามยั่วยวนเต็มที่เพื่อเอาชนะบุรี จนบุรียั้งใจไว้ไม่อยู่ กอดรัดจุมพิตอย่างลืมตัว แต่ไม่กี่อึดใจบุรีก็ตั้งสติได้ผละออกมาจากทราย ทรายเสียใจรู้สึกไร้ค่า เอามาป้อนให้..เขายังคาย จึงเตลิดออกจากห้อง แล้วเดิน ร้องไห้ตาบวมกลับเมืองไทย

ในระหว่างที่ทรายไม่อยู่พัชระมาถอนหมั้นลูกศร ทำให้ครอบครัวของศรอับอาย แต่ศรไม่เสียใจ ฌานมาบอกทรายคนแรกว่า เขาจะมาขอศรแต่งงาน ทรายตกใจแสดงความเกรี้ยวกราดออกมา ทะเลาะกับฌาน ฌานเลยท้าให้ ทรายทิ้งทุกอย่างเก็บของไปอยู่กับเขาคืนนี้ถ้าเธอรักเขาจริง ทรายเจ็บแค้นที่พ่ายแพ้ต่อศรจึงเก็บกระเป๋าไปหาฌานที่บ้าน วางแผนให้ศรตามไปพบ ศรเข้าใจผิดตามแผน เธอเสียใจที่ไปแย่งฌานจากทราย เป็นต้นเหตุให้คนที่เธอรัก ทั้งสองเสียใจ ศรจึงร้องไห้ผลุนผลันไปขับเรือเร็วท่ามกลางพายุ เรือคว่ำศรจมน้ำตาย

ทรายก็เสียใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขนาดนี้ มีเพียงคนเดียวที่ทรายอยากพบคือบุรี เธอจึงตรากหน้าไปหา บุรีบอกทรายให้เธอไปจากประเทศไทย ให้ทรายปรับปรุงตัว ส่วน”ความรักและความปรารถนาดี พี่บีคนนี้มีให้ ทรายเสมอ” คำพูดของบุรีเหมือนคำตัดสิน ทรายยอมทำตามโดยดี

ทรามวัยกับไอ้จก

จกคนขี่สามล้อหนุ่มแห่งหอนาฬิกาจังหวดนนทบุรี เป็นคนโอบอ้อมอารี แต่จนมากได้รับการสั่งสอนเลี้ยงดูจากยาย ที่เชื่อว่าจนเงิน แต่ใจไม่เคยจน การเป็นคนดี วันหนึ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้น ทำดี ดีต้องตามทัน ทั้งสองอาศัยอยู่ในบ้านเช่าราคาถูก ที่มีคุณนายชม้อย ผู้เป็นคนจริงจังไม่โหด ไม่รีด แต่ถึงเวลาจ่ายต้องจ่าย มีมีการอะลุ้มอล่วย สัญญาต้องเป็นสัญญา
วันหนึ่งจกพบว่ามหัศจรรย์มีจริง เมื่อเขาพบสาวสวยน่ารักอย่าง จิ๊ก สาว 7-11 แห่งหนึ่งที่ร้านขายยาที่จกมาซื้อยาแก้ปวดให้ยาย จกคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นความมหัศจรรย์ที่ตัวเองทำดีมาตลอดและได้เจอะเจอ โดยไม่รู้ว่าจิ๊กมีเจ้าของแล้วคือวิรุฬ ที่เป็นนักพนันตัวยง แต่หลอกจิ๊กว่าเป็นนักขายประกัน และทำงานกลางคืนในสถานเริงรมย์ จกพบความมหัศจรรย์อีกครั้งจากผู้หญิงคนนี้ โดยจิ๊กบังเอิญอาศัยรถสามล้อขี่ของจก แต่ไม่มีเงินให้ค่าจ้าง เธอเลยให้เป็นลอตเตอรี่ 1 ชุดแทน วิรุฬฝากเธอซื้อ จกบอกจิ๊กว่าถ้าถูกจะแบ่งรางวัลให้ครึ่งหนึ่ง และเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ลอตเตอรี่ 1 ชุดนั้นถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 18 000 000 บาท เงิน 18 ล้านทำให้ชีวิตจกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จกทำตามสัญญาให้จิ๊กเหมือนที่พูดไว้ จกเชื่อหัวปักหัวปำว่า…ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่เข้ามาทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นใน ทุกๆทาง และจะรอเธอคนนี้ชั่วชีวิตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
จะเอา เงินที่เหลือ 9 ล้าน ไปปรึกษารุ้งเจ้าหน้าที่การเงินที่บังเอิญได้รู้จักกันมาก่อนจกรวยและใช้ เงินทำบุญกับคนจน รุ้งช่วยเหลืออย่างดี ในขณะที่วิรุฬถลุงเงิน 6 ล้านจนเกือบหมด โดยการเล่นพนันแค่เดือนเดียว ดีที่จกเอาเงินไปเปิดร้าน 7-11 หนึ่งสาขา 3 ล้านบาท วิรุฬเล่นการพนันจนติหนี้สินและขู่โดยเสี่ยที่วิรุฬติดเงินในบ่อนนั้นเลยรีด เงินที่เหลือ 3 ล้านจากจิ๊กตบตีจิ๊กตาเขียวน่าสงสาร จิ๊กไปยืมเงินจากจก 1.5 ล้าน จกให้ยืมเพราะเธอคือทุกอย่าง และคิดว่านี่ก็คือเงินของเธอ ท่ามกลางความไม่พอใจของรุ้งที่จัดการเรื่องเงินอยู่ และยายที่คิดว่ามีใครมาหลอกเงินหลาน จกพบว่าจิ๊กมีเจ้าของแล้ว เขาเสียใจแทบไม่เป็นผู้เป็นคน แต่ก็ยังหัวปักหัวปำรอเธอ ยายยิ่งรู้ยิ่งโกรธ ว่าจกงมงาย แต่จกก็ยังคงรอเธอ
จกเริ่มสืบรู้ว่าเงินจิ๊กหมด ไปกับวิรุฬ จกทำทุกอย่างเพื่อให้จิ๊กทราบว่าวิรุฬเป็นคนยังไง จิ๊กรู้ความจริงในที่สุดแต่ด้วยความเป็นผู้หญิงไทย เป็นของใครแล้วถึงจะเลวยังไงก็จะเป็นของวิรุฬคนเดียว จกเสียใจแต่ก็รักในความเป็นจิ๊ก จิ๊กเองก็เริ่มเรียนรู้ว่า ความรักคืออะไรจากจกแต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรักกัน วิรุฬรู้เรื่องจิ๊กกับจก และกล่าวหาว่าจิ๊กมีชู้ ตบตีจิ๊ก จิ๊กสับสนในชีวิต อยากเลือกจก แต่ก็ไม่สามารถทำได้ วิรุฬอาศัยความเป็นคนกะล่อน เจ้าเล่ห์ หว่านเสน่ห์กับรุ้งหลอกถามถึงความเป็นไปของจก รู้ว่าที่เท้จริงลอตเตอรี่ใบนั้นเป็นของตนที่ให้จิ๊กไปซื้อ วิรุฬทวงเงิน 9 ล้านจากจกโดยขู่ว่าถ้าไม่ให้จะแจ้งความดำเนินคดีกับจิ๊กฐานยักยอกทรัพย์ เมื่อแผนการชั่วร้ายของวิรุฬเริ่มขึ้นจกจะคืนเงินให้วิรุฬ และกลับมามีชีวิตที่จนอย่างเดิมหรือไม่ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรโปรดติดตามได้ใน ทรามวัยกับไอ้จก