Category Archives: ละครช่อง5

ลอดลายมังกร 2549

แนวละคร                        ดราม่า
บทประพันธ์                   ประภัสสร เสวิกุล
บทโทรทัศน์                   วรรณา แต่งพสุเลิศ
ควบคุมบทโทรทัศน์      นิพนธ์  ผิวเณร
ศิริลักษณ์  ศรีสุคนธ์
กำกับการแสดง             ผอูน  จันทรศิริ
อำนวยการผลิต            ถกลเกียรติ  วีรวรรณ
นิพนธ์  ผิวเณร
เวลาออกอากาศ            หลังข่าวช่อง 5  ทุกวันจันทร์-อังคาร  เริ่มวันจันทร์ที่  9 มกราคม  2549

ตำนานแห่งการต่อสู้ชีวิตสุดยิ่งใหญ่ ของ “เหลียง” ลูกผู้ชายสายเลือดมังกร คุณธรรมที่สั่งสม และพร่ำสอนลูกหลาน สามารถกอบกู้ชื่อเสียง และความภาคภูมิใจของตัวเขาเองกลับคืนมาได้อีกครั้ง หลังจากที่ทายาทของเขาบางคนหลงเดินในทางที่ผิด ซึ่งทำร้ายทั้งตัวของตัวเอง และทำให้ชื่อเสียงของตระกูลตกต่ำ

เหลียง (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเมืองไทยในสภาพ “เสื่อผืนหมอนใบ” โดย มีจั๊ว (ตี๋ ดอกสะเดา) เป็นเพื่อนรักที่พบกันบนเรือ   เมื่อถึงเมืองไทย จั๊วชวนเหลียงไปเริ่มงานครั้งแรกเป็นจับกังรับจ้างแบกกระสอบข้าวสาร  เหลียงเก็บเหรียญบาทเหรียญแรกที่ได้ติดตัวไว้ตลอดเวลา และจะหยิบมันออกมาทุกครั้งที่ต้องตัดสินปัญหาสำคัญ และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความยากลำบากที่ผ่านมา เพราะความที่เป็นชาวจีน ทำให้เขามักถูกทางการเรียกตัวไปสอบสวนอยู่หลายครั้ง  แต่เขาก็ฝ่าฟันและสร้างตัวขึ้นมาได้จนสามารถร่วมทุนกับชาวไต้หวันตั้งโรงงานทอผ้า

เหลียงได้พบรักกับ เนียม (บุษกร พรวรรณะศิริเวช) หญิงสาวไทยเชื้อสายจีนอายุสิบแปด  หลังจากแต่งงานแล้วเหลียงซื้อที่ดินในชื่อของเนียม และตั้งโรงงานทอผ้าดิบในปี 2493 ซึ่งเป็นกำเนิดของ “นัฐกิจการทอ” พร้อมกับที่เนียมคลอด นัฐ (เขมชาติ เดโชชัชวาล) ลูกชายคนโต และมี นภ (ภูวฤทธิ์ พุ่มพวง) ลูกชายคนรองในปีต่อมา กิจการของเหลียงเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเนียมก็คลอด นุช (อริศรา  วงษ์ชาลี)ลูกสาวคนแรกซึ่งเหลียงรักมากที่สุด

เหลียงวิ่งเต้นหาทางให้ เหมยหลิง (ธัญญา  วชิระบรรจง)  ภรรยาคนแรกของเขา และ ลูก ๆ คือ เทียน (ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม) กับ แอนดี้ (พล ตัณฑเสถียร) มาอยู่เมืองไทยสำเร็จ  พร้อมกับที่ตึกใหญ่บ้านสือพาณิชย์สร้างเสร็จพอดี เขาเอาตัวหนังสือจีนคำว่า “หงี” ที่แปลว่าคุณธรรม และรูปมด ติดบนผนังตรงข้ามประตูทางเข้า เพื่อเป็นคติธรรมเตือนใจตัวเอง และคนในครอบครัว   เหลียงส่งเทียน และ แอนดี้ไปเรียนต่อด้านการค้าที่ฮ่องกง แต่ไม่นานเทียนก็พบรักกับ ทรงศรี (ปิยวรรณ จิตณาธรรม)  และ พลาดทำให้ทรงศรีท้องจนคลอด ระวี (ตรีพล  พรหมสุวรรณ) เหลียงโกรธมากและขอให้ส่งตัวระวีกลับมาที่เมืองไทย โดยมีเนียมเป็นคนช่วยเลี้ยง  เนียมคลอด นนท์ (รุ่งเรือง อนันตยะ)   ลูกชายอีกคนในปีถัดมา       เธอจึงเลี้ยงนนท์ไปคู่กับระวีเหมือนเป็นพี่น้องกัน  ไม่นานทรงศรีก็คลอดลูกคนที่สองคือ ดวงดาว (อชิตะ สิกขมานา)  ทำให้เทียนต้องทำงานหนักโดยไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใคร  เหลียงจึงสั่งให้เขาและครอบครัวกลับเมืองไทย  เมื่อแอนดี้เรียนจบกลับมาเขารบเร้าให้เหลียงบินไปขอ เป็กกี้ (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) ลูกสาวของ รอเจอร์ (ทนงศักดิ์ ศุภการ)  มหาเศรษฐีเจ้าของกิจการเดินเรือทะเลในฮ่องกง      เหลียงจัดงานแต่งงานให้แอนดี้กับเป็กกี้ที่นั่นอย่างใหญ่โต  ซึ่งเหมยหลิงก็เอาอกเอาใจเป็กกี้มาก

หลังจากเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ เหลียงถูกเรียกตัวไปสอบสวน เขาตัดสินใจหนีออกจากเมืองไทย ไปพักอยู่ในฮ่องกง กับ รอเจอร์ ทิ้งกิจการมูลค่านับร้อยล้านให้อยู่ในความรับผิดชอบของเนียม เทียน และ แอนดี้

เป็กกี้คลอด ชาญชัย (รัฐศาสตร์ กรสูต) ออกมาท่ามกลางความเอ็นดูของทุกคน  และเธอก็เริ่มระหองระแหงกับเหมยหลิงมากขึ้น เหมยหลิงจึงทำได้เพียงเก็บความแค้นไว้ในอก ระหว่างที่เป็กกี้ต้องเดินทางกลับไปฮ่องกงเพราะรอเจอร์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เหมยหลิงจึงทำตัวเจ้ากี้เจ้าการหาเด็กสาวคือวิไลรัตน์ มาเป็นเมียน้อยให้แอนดี้      แต่ก็ถูกเป็กกี้จับได้ และ ต่อว่าจนเหมยหลิงพูดไม่ออก

เวลาผ่านไปอีกหลายปีเหลียงก็ได้ลูกสาวอีกคนจากคือ นันทนา (พิมลรัตน์ ศัลยบุตร)    เหลียงทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน  จั๊วเกิดความคิดในการหาเด็กสาวมาปรนนิบัติเหลียง   เมื่อเหมยหลิงรู้เข้าจึงเป็นตัวตั้งตัวตีเรียก มาลัย (กัญญารัตน์  พิมพ์สวัสดิ์) เด็กสาวเหนือมาให้ดูตัว โดยลึก ๆ แล้วก็เพื่อหวังอาศัยมาลัยเอาชนะเนียม  แต่เนียมก็เห็นดีด้วยหากเป็นความสุขของสามี  และยอมให้มาลัยเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่อีกคน
นัฐ ได้รับมอบหมายให้ดูแล “บริษัทนัฐกิจอะลาโมด”  ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปแบรนด์ต่างประเทศ ซึ่งนัฐก็ดูแลกิจการจนก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็มาบอกพ่อกับแม่ว่าเขาจดทะเบียนแล้วกับหญิงสาวชื่ออร (พรพิมล รักธรรม) ซึ่งแก่กว่าเขาห้าปี และขออนุญาตพาเธอเข้ามาอยู่ในบ้าน ส่วนนภที่กลับจากฝึกงานที่ญี่ปุ่นไม่นาน ก็ถูกเหลียงจับให้แต่งงานกับ ศิรี (ภัทรา มั่นพิริยะกุล) ลูกสาวของจั๊ว     นุชสอบเอ็นทรานซ์ติดคณะบัญชีธรรมศาสตร์ แต่เหลียงต้องการให้นุชช่วยงานที่กำลังขยายกิจการ  ทั้งสองจึงมีปากเสียงกัน แต่สุดท้ายเหลียงก็ต้องเป็นฝ่ายยอมให้นุชรับงานไปทำหลังจากที่เลิกเรียน  เมื่อเรียนจบแล้ว นุชจึงแต่งงานกับ ดอน อาจารย์หนุ่มที่รู้จักกันในมหาวิทยาลัย
ระวีกลับจากอเมริกา ส่วนนนท์อยู่ทำปริญญาเอกต่อ   หลังจากนั้นไม่กี่เดือนชาญชัยก็กลับมาจากอังกฤษ  ชาญชัยยังคงทำตัวไม่เอาถ่านและมักจะจัดปาร์ตี้ภายในบ้าน  หรือออกไปร่วมวงกับพรรคพวกนอกบ้านโดยมีนันทนาติดรถไปด้วยกันแทบทุกคืน
ในที่สุดเนียมก็จับได้ว่านันทนาตั้งท้องได้สามเดือน  แต่นันทนาไม่ยอมปริปาก  ขณะที่ชาญชัยเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องไม่เยี่ยมกรายเข้าไปในห้องนันทนาอีก  จนกระทั่งนันทนาหายตัวไปจากบ้านในคืนหนึ่ง  ทุกคนออกตามหาแต่ไม่พบมีเพียงชาญชัย ซึ่งปิดห้องดับไฟมืดอยู่คนเดียว
นันทนากลับมาบ้านในอีกหลายวันต่อมา ในสภาพอ่อนระโหยเธอคุกเข่าต่อหน้าตัวหนังสือ “หงี” อยู่นานจนเหลียงต้องเข้ามาปลอบลูกสาว   เนียมโกรธมากไม่ยอมพูดกับนันทนาอีกเลย  นันทนาเก็บตัวเงียบอยู่สักพักก็ออกเที่ยวกลางคืนกับชาญชัยเหมือนเคย   เป็กกี้เตรียมให้ชาญชัยหมั้นกับลูกสาวของเพื่อนคนหนึ่งระหว่างที่ชาญชัยไปทำธุระที่ญี่ปุ่น เมื่อนันทนารู้ข่าว
ถึงกับอาละวาดหนัก คลุ้มคลั่งกรีดหน้าทำร้ายตัวเอง เทียนต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาลประสาท  ชาญชัยกลับจากญี่ปุ่นประกาศถอนหมั้น  จนเป็กกี้ต้องยอมทำตาม  นันทนากลับจากโรงพยาบาลด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นเศร้าซึม  และสติไม่สมประกอบ แต่ชาญชัยก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไรกลับใช้ชีวิตสนุกสนานต่อไปโดยไม่สนใจนันทนาอีก
นนท์กลับจากอเมริกาพร้อมกับปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจ      นนท์ ยุให้ระวีจีบ สุวิตรา(ธนิกานต์ ศิรินุพงศ์) จนสำเร็จ แม้ว่าแท้จริงแล้วระวีจะแอบชอบปริยาภรณ์ หัวหน้าประชาสัมพันธ์สาวสาวในนัฐกิจอะลาโมดอยู่ก็ตาม  เหลียงจัดงานแต่งงานให้ระวีกับสุวติราอย่างใหญ่โต นนท์โล่งใจที่ตนเองเป็นอิสระมากขึ้น      เพราะรู้ดีว่าความจริงนั้นสุวิตราแอบชอบตนอยู่
ส่วนชาญชัยยังคงทำตัวเป็นเพลย์บอยคบผู้หญิงไม่เลือกหน้า จนวันหนึ่งมีหญิงสาวมาบอกเป็กกี้ว่าเธอตั้งท้องกับชาญชัย เป็กกี้เรียกชาญชัยกลับมา แต่ชาญชัยก็เกลี้ยกล่อมจนหญิงสาวยอม หลายวันต่อมาหนังสือพิมพ์ลงข่าวมีคนพบศพหญิงสาวคนหนึ่งตกเลือดตายจากการทำแท้ง และมีพยานรู้เห็นว่าชาญชัยพาหญิงสาวไปที่นั่นจริง  แม้ชาญชัยจะหลุดจากคดีได้ แต่เหลียงรู้สึกอับอายและโกรธชาญชัยมาก    จึงมีคำสั่งปลดเขาออกจากตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ นัฐกิจอาละโมด  ชาญชัยจึงประกาศตั้ง “บริษัทสินทองคอร์ปอเรชั่น”  ของตนเองขึ้นเพื่อดำ เนินธุรกิจเสื้อผ้าแข่งกับ   นัฐกิจอะลาโมด
นัฐหาวิธีกำราบคู่แข่งโดยปรับฐานลูกค้าให้สูงขึ้น  ทำให้สินทองคอร์ปอเรชั่นแย่ลงเรื่อย ๆ จนเหลียงต้องเข้ามาช่วย เพื่อประคับประคองให้สถานการณ์ของสินทองดีขึ้นแต่แล้วชาญชัยก็ขายหุ้นในสินทองและเปิด “บริษัทยูเนียนชาเตอร์ และ คอมมอดิตี” ขึ้นอีก
ชีวิตแต่งงานของสุวิตรากับระวีเริ่มระหองระแหง    เพราะที่จริงระวียังไม่ลืมปริยาภรณ์  แต่ไม่นานนนท์ก็เริ่มหันมาสนใจปริยาภรณ์ เขาจริงจังกับปริยาภรณ์มากจนซื้อคอนโดให้เธออยู่  ระวีรู้เรื่องจึงเกิดเรื่องชกต่อยกัน ระวีผูกใจเจ็บนนท์   โดยโทษว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดเรื่องทั้งหมด
เหลียงได้รับข่าวจาก นงพงา ลูกสาวคนโตที่เกิดจากมาลัย ว่ากำลังจะแต่งงาน เหลียงพยายามคัดค้านแต่ไม่เป็นผล   ส่วน นรากร(พัฒนพล มินทะขิน) ลูกชายคนเล็กของเหลียงกับมาลัย ก็เติบโตขึ้นเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง และใช้เงินเป็นเบี้ย มาลัยได้แต่ร้องไห้และบ่นน้อยใจ  นงพงากลับจากอเมริกา เหลียงจึงเรียกตัวไปดูแล “สหรัฐกิจ” ซึ่งผลิตสินค้าประเภทสบู่ยาสีฟัน   บริษัทของชาญชัยเฟื่องฟูอย่างรวดเร็ว  แต่เหลียงกลับมองดูด้วยความกังวล  หลังการปฏิวัติ ข่าวการเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลของบริษัทยูเนียนชาร์เตอร์  ทำให้ชาญชาญถูกจับในฐานะอาชญากรทางเศรษฐกิจ  แต่ชาญชัยบินหนีไปฮ่องกงเสียก่อน    นรากรทนไม่ไหวกับกฎที่เข้มงวดของโรงเรียนประจำจึงหนีออกมาด้วยสภาพเด็กข้างถนน   เขากลับมาบ้านสือพาณิชย์และนงพงา ก็ช่วยน้องชายด้วยการให้ทำงานในฐานะนักบริหาร แต่ชีวิตที่หรูหราก็ทำให้นรากรใช้เงินไม่อั้น และเล่นการพนันจนหมดตัว  นรากรโวยวายว่าถูกโกง   จนถูกนักเลงประจำบ่อนรุมทำร้ายร่างกาย จนกะโหลกร้าวและตาข้างขวาบอดสนิทกลายเป็นคนพิการทางสมอง ได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง  เหลียงล้มป่วยเพราะเจ็บช้ำจากเรื่องของนรากร  โดยมีเนียมทำหน้าที่ปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด   เหตุการณ์ต่าง ๆ จะเป็นอย่างไรต่อไป คุณธรรมที่เหลียงสั่งสม และ พร่ำสอนลูกหลาน จะทำให้เรื่องราวทุกอย่างในบ้านสือพาณิชย์กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่.
ติดตามชมตำนานแห่งการสู้ชีวิตสุดยิ่งใหญ่  ของลูกผู้ชายสายเลือดมังกร ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “ลอดลายมังกร”  ได้หลังข่าวทางช่อง 5 เริ่มวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2549

นำแสดงโดย
ศรัญยู วงษ์กระจ่าง รับบท เหลียง
บุษกร พรวรรณะศิริเวช รับบท เนียม
ธัญญา วชิระบรรจง รับบท เหมยหลิง
พล ตัณฑเสถียร รับบท แอนดี้
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท เป๊กกี้
เขมชาติ เดโชชัชวาล รับบท นัฐ
รัฐศาสตร์ กรสูต รับบท ชาญชัย
พิมลรัตน์ พิศัลยบุตร รับบท นันทนา
กัญญารัตน์ พิมพ์สวัสดิ์ รับบท มาลัย

หุ่นไล่กา

หุ่นไล่กา เป็นละครเสียดสีกระเทาะเปลือกสังคม ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต เนื้อเรื่องทันสมัยเข้ากับเหตุการณ์ และมีทุกรสทุกแบบ ทำสถิติการออกอากาศนานที่สุดในบรรดาละครทีวีทั้งหมด คือมีถึง 350 ตอน ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากผู้ชม ทำให้มีการออกอากาศต่อไปอย่างไม่มีกำหนด หุ่นไล่กา ถ่ายทำด้วยสีธรรมชาติ ซึ่งมีความยาวตอนละครึ่งชั่วโมง แต่ละตอนจบอย่างสมบูรณ์ในตัวเอง

ละคร หุ่นไล่กา ออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2512 ทางช่อง 5

ผีพยาบาท

ผีพยาบาท สุดยอดความสยอง เมื่อวิญญาณแค้นของเขา ตามจองเวรศัตรูทุกรูปแบบ ใครล่ะจะหยุดได้

นักแสดงละคร ผีพยาบาท

จอนนี่ แอนโฟเน่ แสดงเป็น คุณประโยชน์
แดน ดนัย จิรา แสดงเป็น นพพร
เจมี่ บูเฮอร์ แสดงเป็น อรชร
วาสนา พูนผล แสดงเป็น ปอ
หาญ หิมะทองคำ

อีสา-รวีช่วงโชติ

อีสา เป็นเรื่องราวของ สา หรืออุษาเป็นลูกทาสที่เกิดและโตในวังของหม่อมเจ้าโชติช่วงงระวี รวีวาร ที่แม้จะมีการเลิกทาสแล้วแต่บรรดาทาสหลายคนซึ่งไม่มีที่จะไปก็ยังสมัครใจอยู่ใต้บารมีท่านเป็นสิบๆ คน สาเกิดมาไม่มีพ่อ และแม่ก็ตายหลังสาเกิดเพียงสองวัน สาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของป้าเจิม อดีตทาสที่อาวุโสสูงสุดในวัง เมื่อสาอายุได้สิบสองปีป้าเจิมก็พาสาไปฝากตัวไว้กับหม่อมนิ่มหม่อมน้อย ให้ช่วยฝึกหัดขัดเกลาจนสาเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่เรียนรู้เรื่องของการวางตัวอย่างผู้ดี และยังได้หัดรำละครอีกด้วย สาแอบชื่นชมบูชาท่านชายมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่นจนวันหนึ่ง เมื่อสาอายุได้สิบหกปี หม่อมทั้งสองก็”ถวายตัว”สาให้กับท่านชาย ธรรมชาติสอนให้สาเรียนรู้ที่จะมีจริตจก้านตามวัย ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในตัวสามากกว่าหม่อมคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้นสาก็ยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น“หม่อม”อย่างออกหน้าออกตา จนกระทั่งสาตั้งท้องและคลอดลูกชาย ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านชาย หม่อมพริ้มซึ่งเป็นหม่อมใหญ่ก็ได้โอบอุ้ม“คุณชาย”ไปเลี้ยงดูฟูมฟักเสมอลูกชายของตน ให้สาได้พบลูกบ้างเป็นครั้งคราวและเรียกลูกชายของตนเหมือนคนอื่นๆ ว่า“คุณชาย”

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านชายก็สิ้นพระชนม์ลง และจำเพาะต้องมาสิ้นลงในคืนที่สาเพิ่ง“ถวายงาน”เสร็จ ฐานะของสาที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังจากคลอดลูกชายก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงไป ด้วยข้อหา“กาลกิณี หรือผู้หญิงกินผัว”ที่แม้สาเองก็ไม่รู้ความหมาย

หลังจากท่านชายสิ้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในวัง ทั้งด้านผู้คนที่แยกย้ายกันออกไปเป็นบางส่วน ทั้งด้านสภาพบ้านเรือนที่รายรอบวัง ในความเปลี่ยนแปลงนั้น สาก็ได้รู้จักกับสมศักดิ์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีกิริยาท่าทีสุภาพอ่อนโยน สาหลงรักเขาโดยง่าย ด้วยวัยที่ยังเยาว์ และธรรมชาตในตัวอันลึกล้ำ แต่เป้าหมายของนายสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ที่สา เขาเพียงอาศัยสาเพื่อเข้าถึงตัวคุณหญิงโสภาพรรณวดี ลูกสาววัยรุ่นของหม่อมพริ้มต่างหาก สานั้นชื่นชมนายสมศักดิ์จนถึงขั้นยอมตัวเป็นสะพานสื่อรักให้ แม้จะรู้ว่าผิดแต่เธอก็ทนแรงอ้อนวอนของนายสมศักดิ์ไม่ไหว ในที่สุดถึงกับพาคุณหญิงหนีตามนายสมศักดิ์ออกจากวัง ทั้ง ๆ ที่สาเองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของท่านชายอยู่ด้วย

สาคลอดลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง จึงยกให้เป็นลูกของคุณหญิงโสภาฯ กับนายสมศักดิ์ซึ่งคุณหญิงก็รักหนูน้อยมากเช่นกัน ตั้งชื่อให้ว่าโสภิตพิไล สานั้นลึกๆ รู้สึกผิดต่อคุณหญิงที่พาเธอมาตกต่ำจึงเฝ้าดูแลไม่ให้คุณหญิงต้องลำบาก แรกๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสุขกันตามประสา แต่นานวันเข้า ทรัพย์สินที่คุณหญิงมีติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ สาจึงออกหางานทำ และด้วยความที่เคยเป็นนางรำมาก่อน สาก็ได้งานแสดงละครเวทีกลายเป็นอุษาวดี – -นางละครผู้มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน

คุณหญิงโสภาฯ เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ และชืดชาในเรื่องบนเตียงจนนายสมศักดิ์เกิดความเบื่อหน่ายแม้จะยังรักคุณหญิงอยู่มาก แต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่าวันหนึ่งนายสมศักดิ์ก็ย่องเข้าหาสาและได้เสียกัน สารู้สึกผิด แต่ด้วยแรงปรารถนาในใจก็ผลักดันให้สาดำดิ่งลงสู่ ห้วงแห่งดำกฤษณาอย่างยากที่จะถอนตัว จนวันหนึ่งคุณหญิงก็จับได้ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงก็หายตัวไปและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในเวลาต่อมา

หลังงานศพคุณหญิง สาตัดสินใจแต่งงานกับนายวิทย์ นักดนตรีหนุ่มที่มาติดพันเธออยู่ในช่วงนั้นเพื่อหนีบาปในใจที่ตามหลอกหลอน นายสมศักดิ์เสียใจมากจนกินเหล้าเมาและตกน้ำตายตามคุณหญิงไป สาอยู่กินกับนายวิทย์อย่างไม่ราบรื่นนักเพราะนายวิทย์นั้นต้องอาศัยอยู่กับพี่สาว ซึ่งไม่ยอมรับในตัวน้องสะใภ้อย่างสา ประกอบกับนายวิทย์เป็นนักดนตรีที่มีอารมณ์ศิลปินสูง ถึงเขาจะรักสามากแต่เขาก็ไม่เข้าใจในความต้องการของสาได้ดีเพียงพอ

ทำให้เมื่อวันหนึ่ง สาได้พบกับนายเซกิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและมีความสัมพันธ์กัน สาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับนายวิทย์ เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม นายเซกิต้องกลับไปญิ่ปุ่น ก็ได้มอบมรดกเป็นเงินจำนวนมากให้กับสา

เวลาผ่านไป…อุษาส่งโสภิตพิไลเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ดีที่สุด ส่วนตัวเธอใช้เงินที่ได้มาจากนายเซกิเปิดธุรกิจสถานบันเทิงโดยมีประธานหนุ่มรุ่นน้องที่กลายเป็นสามีลับๆ ของเธอด้วยเป็นผู้ช่วย อาชีพและชื่อเสียงของอุษามีผลกระทบต่อโสภิตไม่น้อย เมื่อโสภิตเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่ที่บ้าน เธอเรียกอุษาว่าป้า เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกของคุณหญิงที่ตายจากไป และอุษาก็มีฐานะเป็นเพียงกึ่งญาติห่างๆ กึ่ง “ข้าเก่า”ของแม่เธอเท่านั้น

วันหนึ่งโชคชะตาบันดาลให้อุษาได้พบกับคุณชายรวีช่วงโชติ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาหนุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกดีกับอุษา ถึงแม้ใคร ๆ จะเล่าลือถึงอดีตและเบื้องหลังของสาวใหญ่ผู้นี้ในทางไม่ดีนักก็ตาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจให้กับอุษาเสียแล้ว รวมทั้งโสภิตพิไล ซึ่งรู้สึกขัดใจขัดตาต่อผู้เป็นป้ามาแต่ต้น

โสภิตพิไลเกิดความรู้สึกอยากจะท้าทายผู้เป็นป้าจึงพาตัวเข้าไปพัวพันกับทั้งคุณชายรวีช่วงโชติและนายประธาน นั่นทำให้อุษายิ่งร้อนรนด้วยเกรงว่าโสภิตกับคุณชาย ลูกชาย-หญิงของเธอเอง จะชอบพอกันขึ้นมาจริงๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุ โสภิตพิไลถูกนายประธานปลุกปล้ำ อุษาเข้าขัดขวางและยิงนายประธานตาย อุษากลายเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเธอไม่ต้องการให้โสภิตต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่โสภิตทนเห็นอุษาต้องมารับโทษเพราะปกป้องเธอไม่ได้จึงมาเป็นพยานในศาลและขอให้คุณชายรวีช่วงโชติช่วยในด้านกฏหมายด้วยอุษาจึงพ้นผิดจากคดี แต่อุษาไม่อาจเลี่ยงพ้นผลกรรมของตัวเอง เมื่อเสร็จสิ้นคดีหม่อมพริ้มก็ให้รับโสภิตพิไลซึ่งท่านเข้าใจว่าเป็นลูกสาวของคุณหญิงโสภาเข้าไปอยู่ในบ้าน

โสภิตเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออุษาเพราะคิดว่าอุษาปิดบังชาติกำเนิดของตน เธอคิดว่าการที่เธอเข้าไปเป็นพยานให้อุษาจนพ้นข้อกล่าวหานั้นเป็นการตอบแทนบุญคุณที่อุษาเลี้ยงดูเธอมาอย่างเพียงพอแล้ว นับแต่นี้เธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุษาอีกต่อไป อีสาจึงไปต่อรองกับหม่อมพริ้ม ให้รับโสภิตเป็นหลาน ในที่สุดหม่อมพริ้มก็ยอม แต่หม่อมพริ้มได้เล่าเรื่องราวของอีสาในอดีตให้ชายระวีฟัง ชายระวีจึงเริ่มออกห่างอีสา เมื่อชายระวีรับโสภิตไปแล้วก็ไม่ค่อยได้มาเยี่ยม ทำให้อีสาคิดมาก อีสามีแต่ความทุกข์ระทมใจ พยายามจะฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ อีสาได้ไปหายายเจิม ผู้ที่เลี้ยงอีสาในยามเด็ก ยายเจิมดุด่าอีสา อีสาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เรื่องโสภิตเป็นลูกของตน และสั่งไม่ให้ยายเจิมบอกใคร อีสาคิดว่าชายระวีกับโสภิต คงจะรังเกียจตนมาก จึงตัดสินใจบวชชี หม่อมพริ้มได้พาลูกทั้งสองของอีสามากราบอีสา และไม่ได้บอกความจริงให้ทั้งสองได้ทราบ

นักแสดงจากเรื่อง อีสา รวีช่วงโชติ

วรนุช ภิรมย์ภักดี – อีสา / อุษาวดี ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ – สมศักดิ์ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
สินจัย เปล่งพานิช – หม่อมพริ้ม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
นิธิดล ป้อมสุวรรณ – ม.ร.ว.รวีช่วงโชติ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
เต็มฟ้า กฤษณายุธ – ม.ร.ว.โสภาพรรณวดี (หญิงโสภา) ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ – หญิงโสภิตภิไล ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ภัณฑิลา ปานสิริธนาโชติ – ใจสว่าง ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
รัญญา ศิยานนท์ – ยายเจิม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
อริศรา วงษ์ชาลี – บัว ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ – ท่านชายโชติช่วงรวี รวีวาร ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
กันต์ดนย์ อะคาซาน – วิทย์ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ – ประธาน ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา – เซกิ ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี – หม่อมลำดวน ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ
ลักขณา วัธนวงส์ศิริ – หม่อมนิ่ม ในละคร อีสา-รวีช่วงโชติ

สาบนรสิงห์ 2539

ศ.ศรินทร์ ค้นคว้าเกี่ยวกับตำนาน มนุษย์นรสิงห์พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศหลายท่าน แม้จะพบว่าผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับนรสิงห์ต้องมีอันเป็นไปทุกราย แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายามที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้ และเมื่อเขานำเอาหีบนรสิงห์มาแอบซ่อนไว้ในบ้าน ก็ได้เกิดเรื่องร้ายๆขึ้นมากมาย และเป็นการนำพาให้ นรสิงห์ หรือ เจ้าสิงหทัย ได้พบกับ ศุภธิดา ลูกสาวของเขา หรือในชาติปางก่อนคือ ปดิวรดา ข้ารับใช้ของ นรสิงห์ และเป็นหญิงสาวที่ นรสิงห์ รักและตามหาข้ามภพข้ามชาติ

สำหรับ ชิตนนท์ แฟนหนุ่มแสนดีของ ศุภธิดา และ วิภาวี ซึ่งในอดีตชาติเคยหลงรัก นรสิงห์ ก็ถูกดึงให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวในครั้งนี้..

เจ้าสิงหทัย ผู้มีประวัติความเป็นมาลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ความร่ำรวยและรูปโฉมที่งดงาม ทำให้เขากลายเป็นคนที่สังคมยอมรับ แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าภายใต้รูปลักษณ์อันงดงาม มีบางสิ่งแอบแฝงด้วยอำนาจหวาดหวั่นสุดสพรึงกลัวและความตาย ที่ผู้อื่นไม่อาจคาดคิด

แต่เดิมในอดีตกาลผู้พิทักษ์มนุษย์โลก นรสิงห์ได้พิชิตอสูรร้ายในยามโพล้เพล้กึ่งทิวาและราตรี ณ ธรณีประตู กึ่งกลางในและนอกบ้าน และด้วยอุ้งเล็บแหลมคมที่มิใช่อาวุธ…นรสิงห์ ปางหนึ่งขององค์นารายณ์ ที่อวตารลงมาเพื่อปราบอสูรร้าย ปรากฏอยู่ในคัมภีร์วิษณุปุราณะของฮินดูในยุคพระเวทเมื่อกว่าพันปีมาแล้ว และได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานถึงปัจจุบัน

รูปกายอวตารได้ถูกทิ้งไว้บนโลกมนุษย์ และได้เปลี่ยนสภาพเป็นเทวรูปที่ชนเผ่าโบราณเคารพบูชา เวลาผ่านไปนาน รูปปั้นนั้นกลับกลายเป็นที่ดวงวิญญาณอสูรสถิตอยู่ และเป็นคำสาปที่ต้องห้าม ในดินแดนแห่งสุสานนรสิงห์ ที่ไม่มีใครกล้าลุกล้ำเข้าไป แม้แต่สัตว์ป่าน้อยใหญ่ยังไหวกลัว

ความเป็นมาก่อน นรสิงห์คืนชีพ นรสิงห์ประดุจเทพที่ชนเผ่าโบราณเคารพบูชา แม้แต่สัตว์น้อยใหญ่ยังเกรงกลัวต่อมัน และก็เชื่อว่า เทวรูปนรสิงห์แห่งสุสานเป็นอสูรมีตัวตน และถ้าผู้ใดฆ่ามันได้จะต้องคำสาบกลายเป็นมารสิงร่างของคน นั่คือ เจ้าสิงหทัย หรือ นรสิงห์ แต่แล้วก็มีนักผู้มีวิชาปราบมารฆ่าตาย แล้วสะกดวิญญาณมันเอาไว้แยกดวงจิตไปจองจำในรูปปั้น และกายของมันก็สิ้นใจตายในโลงแก้วเขียว จนเวลาผ่านมานับพันปีจนถึงปัจจุบัน

ดร.แฮร์ริสัน หนึ่งในกลุ่มนักโบราณคดีของ ศ.ศรินทร์ ได้ค้นคว้าหาสถานที่ที่เรียกว่า ภูผีฟ้าหรือสุสานนรสิงห์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ชายแดนไทยเขมร เขาจึงรีบเดินทางไปที่นั่นโดยว่าจ้างคณะพรานนำทางชำนาญป่า ไปที่แห่งนั้นทันที และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เขาได้แปลตัวอักษรและท่องคาถาภาษาโบราณนั้น ทำให้เกิดเหตุร้ายไม่คาดฝันจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งถูกพุ่งจู่โจมด้วยกรงเล็บจากสัตว์ร้ายที่ไม่มีใครรู้จัก แต่คณะของ ดร.แฮร์ริสัน ก็หนีออกจากที่แห่งนี้ได้ และเขาก็เสียชีวิตลงเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

ข่าวคราวทั้งหมดรู้ไปถึงหู ศ.ศรินทร์ เขารีบติดต่อผู้ชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษ คือ ดร.แอนดรูว์ ให้รีบเดินทางมาไทยโดยเร่งด่วน ศ.ศรินทร์ ได้ว่าจ้างคณะพรานนำทางชุดเดิมของ ดร.แฮร์ริสัน ที่เคยไปที่สุสาน ให้พาตัวเขาไปที่นั่นทันที เมื่อมาถึงที่นั่น ศ.ศรินทร์ ได้พบกับเทวรูปคนครึ่งสิงห์ขนาดใหญ่ และโลงแก้วเขียวที่สวยงาม พื้นผิวผสานเป็นเนื้อเดียวกัน และไม่มีท่าทีว่าจะเปิดออกได้เลย ทุกคนต่างสันนิษฐานว่า เป็นหีบนรสิงห์ที่นอนสิ้นอายุขัย ศ.ศรินทร์ จึงได้ทำการขนย้ายไปที่บ้านพักในกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับนรสิงห์ต่อไป

ไม่นานในเมืองใหญ่ก็เกิดเหตุฆาตกรรมสยดสยอง เหยื่อถูกแหวะอกจนเปิดกว้าง และหัวใจของศพหายไป ตำรวจคาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนโรคจิต มีพฤติกรรมเลียนแบบซีอุย เพราะสภาพของเหยื่อเป็นการตายที่คล้ายคลึงกัน ในเวลาเดียวกัน สื่อในวงการสังคมไฮโซได้ปรากฏชายรูปงามนาม เจ้าสิงหทัย นรกานต์ ซึ่งใครๆต่างก็บอกว่า งดงามมาก แม้แต่ผู้หญิงก็ยอมตกเป็นทาสรัก ไม่มีใครู้ว่าเขาเป็นใคร รู้แต่ว่าสืบเชื้อสายตระกูลเจ้ามาจากเนปาล เป็นผู้ร่ำรวยในฐานะ พักอาศัยอยู่คฤหาสน์หลังเก่าโทรม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักของ ศ.ศรินทร์ รวมไปถึงลูกสาวของเขา ที่มีกรรมผูกรักแห่งอดีตกับนรสิงห์ย้อนกลับมารำลึก ทำให้ทั้งสองได้กลับมาพบกันในช่วงปัจจุบัน

ในคืนวันเพ็ญที่พระจันทร์เต็มดวง เจ้าสิงหทัยผู้ถูกสาป จะแปรเปลี่ยนร่างเป็น นรสิงหาสูร สัตว์อสูรมนุษย์กึ่งสิงโตมีกลิ่นกายเหม็นสาบ เคลื่อนไหวเงียบ จู่โจมรวดเร็วโดยมีอุ้งเล็บใหญ่ดุจหมีหรือเสือ พร้อมคมเขี้ยวอันแหลมคม เที่ยวล่าคนเป็นเหยื่อในยามค่ำคืน และกินหัวใจของคนเป็นอาหารเพื่อดำรงชีพ เสียงคำรามดังกึกก้องกว่าเสือและสิงโต ฆาตกรโหดที่คร่ามนุษย์อย่างไร้ความปราณี เว้นแต่หญิงที่มันรักเท่านั้น ที่มันจะไม่ทำอันตารยใดๆทั้งสิ้น มีแต่กริชอาคมเท่านั้น ที่จะทำลายวิญญาณอสูรและฆ่านรสิงห์ให้ตายได้ เป็นสิ่งที่เคยใช้สะกดวิญญาณนรสิงห์เมื่อครั้งในอดีตเพื่อไม่ให้มันออกมาอาละวาด

นักแสดง สาบนรสิงห์

ยุรนันท์ ภมรมนตรี แสดงเป็น เจ้าสิงหทัย/นรสิงห์
รุจน์ รณภพ แสดงเป็น ศ.ศรินทร์
วรุฒ วรธรรม แสดงเป็น ชิตนนท์
ชลิตา เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น ศุภธิดา/ปดิวรดา
พาเมล่า เบาว์เด้น แสดงเป็น วิภาวี
กษาปณ์ จำปาดิบ
ธนายง ว่องตระกูล
แดนนี่ ศรีภิญโญ

ภาพอาถรรพ์ 2556

ภาพอาถรรพ์ เป็นละครลึกลับสยองขวัญที่เกี่ยวกับวิญญาณ ความแค้นจากอดีตชาติในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เกิดจากความรักไม่ลงตัวของตัวละครสำคัญ 3 ตัวละครคือ เชษฐา ประยงค์ และ อนงค์วดี จึงทำให้วิญญาณที่เฮี้ยนของคุณประยงค์ สิงสถิตย์อยู่ในรูปถ่ายของบ้านหลังหนึ่งซึ่งในอดีตเคยเป็นของท่านพระยา ซึ่งภาพถ่ายที่ติดอยู่ในบ้านมีทั้งสิ้น 3 ภาพด้วยกันคือ ภาพของท่านพระยาผู้เป็นเจ้าของบ้าน ภาพของคุณประยงค์ และภาพของคุณน้อย

อนงค์วดี สิงหมนตรี (ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์) ทายาทรุ่นปัจจุบันของตระกูลสิงหมนตรี จำใจต้องขายคฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลให้กับ เชษฐา เกรียงไกรฤทธิ์ (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) เนื่องจาก ปิ่นสุดา (สิรินยา บิชอพ) แม่ของเธอติดการพนันอย่างหนักจนมีหนี้สินหลายล้าน
ในวันที่เชษฐาและ มนัสวีร์ (รัชชานนท์ สุประกอบ) ทนายความส่วนตัว เดินทางไปที่คฤหาสน์เพื่อทำสัญญาซื้อขายกับอนงค์วดี เชษฐาได้เดินสำรวจภายในคฤหาสน์ เค้าไปสะดุดกับภาพเขียนของ คุณประยงค์ (พิยดา จุฑารัตนกุล) คุณชวดของอนงค์วดี เป็นภาพของหญิงสาวสวยท่าทางสง่า ดวงตาคมกริบ แต่สิ่งที่ทำให้เชษฐารู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคุณประยงค์ที่อยู่ในภาพส่งยิ้มกลับมาให้เขา ส่วนมนัสวีร์ก็สะดุดตากับภาพของสาวสวยคนหนึ่ง อนงค์วดีบอกว่านั่นคือรูปของคุณย่าน้อยของเธอ ชื่อว่า คุณอ่อน (พิชญา เชาวลิต) เป็นน้องสาวคนสุดท้องของ เจ้าพระยาสีหศักดิ์ฤทธิรงค์ (นิรุตนิ์ ศิริจรรยา) ผู้เป็นเจ้าคุณปู่ทวดของเธอ ภาพนี้วาดเอาไว้ก่อนที่คุณอ่อนจะจมน้ำตายไปเพราะเรือล่ม มนัสวีร์รู้สึกสายตาผู้หญิงในภาพมองมาที่เขาอย่างตัดพ้อและเศร้าสร้อยอย่างประหลาด

ระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินดูภาพบรรพบุรุษอยู่นั้น จู่ ๆ ก็เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักจน ปู่กลับ (อรรถพร ธีมากร) ผู้ดูแลคฤหาสน์บอกให้ทุกคนนอนค้างที่นี้ และในคืนนั้นเองมนัสวีร์ฝันเห็นคุณอ่อนเดินออกมาจากภาพ เธอเรียกเขาว่า “คุณหลวง” แล้วตัดพ้อเขาว่าเขาเป็นสาเหตุทำให้เธอต้องตาย มนัสวีร์ตกใจตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว
ส่วนเชษฐาฝันว่าตนเดินลงมาที่ห้องโถง สภาพตึกเก่าร้างกลับกลายมีชีวิตชีวา สว่างไสวด้วยแสงเทียน ผู้คนแต่งตัวสวยงามในภาพเขียนพากันเดินออกมาจากรูปภาพ เพื่อไปรวมตัวกันต่อหน้าเจ้าพระยาสีหศักดิ์ฤทธิรงค์ และคุณประยงค์ก็เรียกเขาอย่างอ่อนหวานว่า “เจ้าคุณ” เธอเรียกเขาให้ไปที่ห้องโถง ที่นั่นเขาได้เห็นเจ้าคุณปู่ทวด คุณอ่อน และหญิงสาวคนหนึ่งนุ่งห่มสไบ ไว้ผมทัด หน้าตาเหมือนอนงค์วดีราวกับพิมพ์เดียวกัน ทุกคนเรียกเธอว่า “แม่อร”

อนงค์วดีเองก็รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันเช่นกัน เธอเห็นเชษฐาอยู่ในชุดไทยโบราณ และในความฝันนั้น เธอรู้สึกว่าคุณประยงค์จงเกลียดจงชังเธออย่างเห็นได้ชัด พอรุ่งเช้าเชษฐารู้สึกสงสัยในความฝันกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณประยงค์และแม่อร เค้าจึงบอกอนงค์วดีว่าเค้าตัดสินใจจะไม่รื้อตึกทิ้ง แต่จะปรับปรุงตกแต่งตึกขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ทำเป็นคลับหรู แต่มีเงื่อนไขว่าเธอจะต้องอยู่ค้างที่นี่เพื่อช่วยเหลือแนะนำเกี่ยวกับการตกแต่งสถานที่จนกว่าจะแล้วเสร็จ แต่ เกษลดา (รฐา โพธิ์งาม) กลับไม่เห็นด้วยที่เชษฐาเปลี่ยนใจไม่ยอมรื้อคฤหาสน์โบราณทิ้ง และยิ่งรู้ว่าเชษฐาคิดจะไปนอนค้างอ้างแรมที่นั่น ยิ่งสงสัยว่าเขาอาจจะมีอะไรปิดบังเธออยู่

ในระหว่างซ้อมแซมคฤหาสน์ เมื่อทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกัน ยิ่งทำให้เชษฐาและอนงค์วดีสนิทสนมกันมากขึ้น และยิ่งสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ก็เหมือนจะมีภัยอันตรายเกิดขึ้นกับอนงค์วดีมากเท่านั้น ในตอนกลางคืนทั้งคู่ต่างฝันถึงเหตุการณ์ในอดีตอีกหลายครั้ง จนปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าชายที่หน้าตาคล้ายเชษฐาที่ใคร ๆ เรียกว่า “เจ้าคุณ” นั้น ในอดีตเคยเป็นเด็กในบ้านที่ลอบรักกับคุณประยงค์ ธิดาสาว ของท่านเจ้าพระยาฯ ต่อเมื่อได้ดีจึงไปรับราชการที่หัวเมืองแล้วมีภรรยาเป็นสาวชาวบ้านชื่อ “อร” ซึ่งมีใบหน้าเหมือนกับอนงค์วดีในชาตินี้ อนงค์วดีเข้าใจว่าวิญญาณคุณชวดคงเข้าใจผิดว่าเธอคือแม่อร

ซึ่งในความฝันอนงค์วดีได้รู้ว่าคุณอ่อนลักลอบรักกับชายที่มีศักดินาต่ำกว่าชื่อ “หลวงขจร” ซึ่งมีใบหน้าเหมือนมนัสวีร์ ซึ่งหลวงขจรนั้นมีคู่หมั้นหมายแล้ว และเมื่อหลวงขจรถูกบังคับให้แต่งงาน คุณอ่อนเสียใจมาก จึงพายเรือฝ่าพายุฝนข้ามแม่น้ำไปหาทั้ง ๆ ที่ตนว่ายน้ำ ไม่แข็ง จนกระทั่งเรือล่มคุณอ่อนจึงจมน้ำตายและก็ไม่มีใครหาศพเจอ และทุกครั้งที่มนัสวีร์ต้องไปที่คฤหาสน์เก่าหลังนั้น เขาจะถูกดึงดูดให้ไปที่ริมแม่น้ำอย่างไม่รู้ตัวอยู่บ่อย ๆ จนเกือบจะจมน้ำตาย โชคดีที่ปู่กลับมักจะช่วยมนัสวีร์เอาไว้ทัน

ในที่สุดการซ่อมแซมตกแต่งคฤหาสน์ก็เสร็จลง เกษลดาเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการจัดงานเลี้ยงเปิดคลับของเชษฐาอย่างหรูหรา เชษฐาเสนอให้อนงค์วดีทำงานที่คลับของเขาในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายอาหาร เนื่องจากงานคลับเป็นงานกลางคืน เชษฐาจึงให้เธอพักอยู่ที่นี่ ทั้งหมดนี้สร้างความไม่พอใจให้เกษลดามาก เธอจึงมักแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเชษฐาอยู่บ่อย ๆ และย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ด้วยอีกคน

เพียงคืนแรกเกษลดาก็เจอฤทธิ์คุณประยงค์ที่หวงแหนเชษฐา คุณประยงค์ชี้หน้าด่าและเรียกเธอว่า “อีเกด” จนเกษลดารู้สึกหวาดกลัวมาก เธอนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เชษฐาฟัง แต่เชษฐากลับไม่สนใจพร้อมไล่ให้เธอกลับบ้าน แต่ด้วยความหึงหวงเกษลดาจึงแข็งใจอยู่ที่นี่เพื่อคอยกันท่าอนงค์วดี

นานวันเข้าอนงค์วดีมักฝันเห็นเรื่องราวในอดีตมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอฝันว่าในอดีตเธอมีบ่าวชื่อเกด ติดตามมาอยู่ด้วย บ่าวคนนั้นหน้าตาเหมือนเกษลดา ซึ่งในอดีตชาติเกดยังเป็นเมียบ่าวของเจ้าคุณอีกด้วย และในความฝันบอกชัดว่าเจ้าคุณรักกับคุณประยงค์มาก่อน ยิ่งความจำเป็นทางด้านการเลื่อนขั้นในหน้าที่การงาน ทำให้เจ้าคุณต้องกลับมาพึ่งใบบุญท่านเจ้าพระยาฯ แม่อรผู้เป็นเมียหลวงจึงตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากนังเกดเมียบ่าว

ต่อมาแม่อรได้ตั้งท้องลูกคนแรก เจ้าคุณดีใจมากและคิดจะยกย่องเธอเป็นเมียเอก ทำเอาคุณประยงค์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าคุณประยงค์จะอ้อนวอนเจ้าคุณอย่างไร ท่านก็ยืนยันว่าแม่ของลูกจะต้องเป็นเมียเอกเท่านั้น ดังนั้นคุณประยงค์จึงวางแผนทำร้ายแม่อรจนตกบันไดตายทั้งกลม

จากนั้นไม่นานพอคลับของเชษฐาเริ่มมีชื่อเสียง ผู้คนก็หลั่งไหลเข้ามาหาความสำราญมากขึ้น จากคฤหาสน์เก่าร้างก็กลับมามีชีวิตชีวาด้วยแสงไฟและเสียงเพลง จนสร้างความ ไม่พอใจให้กับคุณประยงค์เป็นอย่างยิ่ง เธอจึงเริ่มออกมาจากภาพมาเล่นงานทุกคน แต่คนที่โดนหลอกหลอนหนักที่สุดคือเกษลดา เพราะเธอพยายามออดอ้อนเชษฐาอยู่ตลอด ส่วนตัวเชษฐาเองก็โดนคุณประยงค์สะกดจิตให้หลงติดอยู่ในความฝันบ่อยขึ้น จนตัวเองเริ่มแยกแยะอดีตกับปัจจุบันไม่ออก

อนงค์วดีเริ่มไม่สบายใจ เพราะเป็นห่วงกลัวเชษฐาจะได้รับอันตราย เธอตัดสินใจทำพิธีเชิญภาพเขียนคุณประยงค์ลงจากผนังพร้อมกับเอาสายสิญจน์พันไว้ แล้วเอาภาพไปเก็บไว้ที่เรือนเก็บของ ทำให้คุณประยงค์โกรธจัด จึงพยายามสะกดจิตเชษฐาให้มาช่วยตัดสายสิญจน์ออกจากภาพของเธอ แม้อนงค์วดีพยายามจะห้ามแต่ก็ไม่สำเร็จ จากนั้นวิญญาณคุณประยงค์ก็ออกอาละวาดอย่างหนัก และทำร้ายอนงค์วดีจนล้มหมดสติไป เมื่อเชษฐารู้ข่าว ด้วยความรักและเป็นห่วงอนงค์วดี เค้าจึงฮึดสู้กับคุณประยงค์ที่พยายามจะเข้ามาครอบงำชีวิตของเขา เพราะเชษฐาระลึกได้แล้วว่าชาติที่แล้วเขายอมให้คุณประยงค์ครอบงำและทำร้ายแม่อรมามาก ในชาตินี้เขาจะไม่ยอมให้คุณประยงค์มาบงการเขาให้ทำร้ายอนงค์วดีอีก

เชษฐาจึงตัดสินใจทำลายภาพของคุณประยงค์ แต่แผนการทำลายภาพไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะแรงรักแรงอาฆาตที่คุณประยงค์มีต่อเชษฐาส่งผลทำให้คุณประยงค์มีพลังอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายเชษฐาจะสามารถทำลายภาพอาถรรพ์ของคุณประยงค์ได้หรือไม่ บทสรุปของโศกนาฏกรรมความรักที่มาพร้อมแรงอาฆาตแค้นพยาบาทครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร? ติดตามชมได้ใน ละครภาพอาถรรพณ์ ที่ออกอากาศทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.10 – 21.40 น. ทางช่อง 5 ละครภาพอาถรรพณ์ เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2556

รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ภาพอาถรรพณ์

พิยดา จุฑารัตนกุล รับบท คุณประยงค์
ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท เชษฐา/เจ้าคุณ
ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท อนงค์วดี/แม่อร
รฐา โพธิ์งาม รับบท เกษลดา/อีเกด
รัชชานนท์ สุประกอบ รับบท มนัสวีร์/หลวงขจร
พิชญา เชาวลิต รับบท ย่าน้อย ใน ละคร ภาพอาถรรพณ์
นิรุตนิ์ ศิริจรรยา รับบท เจ้าพระยาสีหศักดิ์ฤทธิรงค์
สิรินยา บิชอพ รับบท ปิ่นสุดา
อริศรา วงษ์ชาลี รับบท อีทิ้ง
อรรถพร ธีมากร รับบท ปู่กลับ
บรรเจิดศรี ยมาภัย รับบท คุณหญิงธรรมวรานุรักษ์

คุ้มนางครวญ

คุ้มเวียงแก้วอายุราว  200 ปี มีเจ้าเก็จถวา(พิสมัย วิไลศักดิ์)วัย 70 ปีเป็นเจ้าของคุ้มเวียงแก้วเป็นคุ้มมหึมางดงาม แต่ไม่มีใครรู้ว่า ห่างออกไปราว 2กิโลเมตร มีคุ้มร้างริมปิงผุผังอยู่หลังหนึ่ง   ที่คุ้มร้างนั้นมีข่าวว่าเป็นคุ้มผีสิงเคยมีวัยรุ่นมาลองของและเจอผีจนต้อง หนีจับไข้หัวโกร๋น แต่ความจริงแล้วที่นี่มีแก็งค์ค้ายาเสพติดมาลักลอบใช้เป็นที่กบดานและเรื่อง ผีก็เป็นเรื่องที่พวกนี้สร้างขึ้น   เพื่อกันไม่ให้มีใครมายุ่งกับคุ้มร้าง นี้
ฐาปกรณ์ (โอลิเวอร์ บีเบอร์)ผู้กำกับและมาดามสุ(ศิขรินธาร พลายพฤติ)ภรรยาสาวสวยที่เป็นผู้จัด ได้รับคำสั่งจากช่องให้ทำละครพีเรียด โดยวางตัว ตรีภพ(ยุทธนา เปื้องกลาง)เป็นพระเอก ตรีภพมีเพื่อนสนิทคือแก้ว(อนุชิต สพันธุ์พงษ์)นักเขียนหนุ่มถังแตก ตรีภพเสนอให้แก้วเป็นคนทำพล็อตละครเรื่องนี้

คืนหนึ่งเกิดพายุใหญ่  ฟ้าผ่าลงมาที่ยอดคุ้มพวกแกงค์ค้ายาเจอห้องใต้ดินมีหลุมศพซ่อนอยู่ และในคืนนั้นเอง พวกมันก็เกิดการทะเลาะวิวาทจนฆ่ากันเองเลือดซึมลงในหลุมศพ ปลุกให้วิญญานเจ้านางยอดหล้า(สาวิกาไชยเดช) พร้อมบริวารคือ นางผัน(สิตางค์ ปุณภพ) นางเผื่อน(ลักขณา วัธนวงส์ศิริ) ตื่นจากการถูกกักขังซึ่งวิญญาณยอดหล้าได้เฝ้ารอการกลับมาของตรีภพคนรักของ เธอมานานแสนนาน

พิมพ์ดาว(มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ)นางร้ายนิสัยดี อยู่กับแม่จันทรา(พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์)ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเป็นนักปฏิบัติธรรมกับน้องสาวชื่อ พิมพ์เดือน(ธนิดา ธนวัฒน์)นักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ปีสุดท้าย พิมพ์ดาวไปงานอีเวนท์และได้พบกับตรีภพทั้งสองมีเรื่องเข้าใจผิดจนเกิดเขม่น กันขึ้น  ส่วนฟากมาลาริน(พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า)นางเอกสาวสวยใสแต่ตัวจริงแรดร้าย ก็แอบปลื้มตรีภพ เลยขอให้บีบี(มอริส เค)ผู้จัดการนักปั้นมือทองของเธอใช้เส้นสายจนช่องให้เป็นนางเอกคู่ตรีภพ

แก้วส่งเรื่องย่อ “คุ้มนางครวญ” เป็นมินิซี่รีย์รัก 3เส้าระหว่างสองเจ้านางกับหนุ่มเมืองใต้(พระนคร) ช่องอนุมัติ และให้เปิดกล้องทันที ในตอนแรกฐาปกรณ์กลัวความไม่มีวินัยของแก้ว แต่จู่ๆ  เพียงแค่ 3 วัน บททั้งเรื่องก็ถูกส่งมา  ทีมงานทุกคนพอใจในบทและมีการวางตัวเพิ่ม ตรีภพเสนอฐาปกรณ์ให้เลือกพิมพ์ดาวมารับบทนางร้ายเพราะอยากตอแยกับเธอต่อ

ฐาปกรณ์เตรียมงานไปดูโลเคชั่นที่ อ.เวียงแก้ว พ่อเลี้ยงธาดา(ศตวรรษ ดุลยวิจิตร)มาต้อนรับทีมงาน ส่วนแก้วเชิญให้ทุกคนพักที่คุ้มเวียงแก้ว ฐาปกรณ์เลือกคุ้มหลวงเป็นฉากหลักแก้วเสนอห้องพักมากมายให้นักแสดง แถมยังมีเรือนรับรองกว้างอีก 2หลัง แม้ว่าจะมีคนเมาท์ว่าที่นี่มีผี แต่มาดามสุก็ไม่สนเพราะจะได้ลดค่าใช้จ่ายและคิดถึงกำไรที่จะเพิ่มขึ้น

ฐาปกรณ์วางแผนจะถ่ายละครทั้งเรื่องที่เวียงแก้ว ไม่ว่าจะเป็นฉากป่า  บ่อน้ำพุร้อน  ฉากคุ้มหลวงที่คุ้มเวียงแก้วรวมทั้งการเซทฉากเพิ่มเติมอื่นๆ  โดยจะมีคิวถ่ายให้เสร็จในเดือนเดียว  บีบีโวยวายที่จะต้องไปต่างจังหวัดนานๆ  แต่มาลารินหวังใกล้ชิดตรีภพจึงยอมเทคิวให้
พิมพ์ดาวเตรียมตัวเดินทางไปเวียงแก้ว จันทรานั่งสมาธิเห็นนิมิตยอดหล้าและฝูงอีกา  เธอจึงมอบเขี้ยวเสือไฟให้พิมพ์ดาวพกติดตัวไว้กองละครเดินทางไปเวียงแก้ว  ตรีภพและพิมพ์ดาวรู้สึกแปลกๆ กับคุ้มแห่งนี้ แม้จะมีข่าวผีเฮี้ยนเล็ดรอดออกมาจากทีมงาน แต่ฐาปกรณ์ก็สั่งให้ทุกคนหุบปาก   ส่วนราเชนทร์(อิสริยะ ภัทรมานพ)ดาราไฮโซติดยาและเป็นหนึ่งในแกงค์พ่อเลี้ยงธาดาที่อยากได้งาน เลยไปใช้เสน่ห์ออดอ้อนมาดามสุให้ได้เล่นละครด้วย  ราเชนทร์เกิดชอบพิมพ์ดาว และเธอเองก็ทำดีกับราเชนทร์ ทำให้ตรีภพเริ่มไม่พอใจเพราะความหึงพิมพ์ดาว
ในวันบวงสรวง  ฐาปกรณ์กับมาดามสุจะจัดไหว้เจ้าที่เล็กๆพอเป็นพิธี แต่บีบีกลับไปพาพิธีกรรายการล่าท้าผี ทั้งชายหญิงมาเป็นเจ้าพิธี 2 พิธีกรยกเมฆด้นสดพูดถึงความดีงาม ศิริมงคล ทันใดนั้นก็มีศพตกจากยอดคุ้มลงกลางโต๊ะเครื่องเซ่น สองพิธีกรกรี๊ดแตกหนีกลับกรุงเทพ  มาลารินเลยฉวยโอกาสแสร้งทำเป็นกลัวเพื่อให้ตรีภพคอยดูแล

ระหว่างการถ่ายทำ   อำนาจเขี้ยวเสือไฟบังตาทำให้ยอดหล้ามองไม่เห็นพิมพ์ดาว  ยอดหล้าจึงพุ่งความโกรธแค้นหึงหวงไปที่มาลาริน  มาลารินเจออุบัติเหตุต่างๆ ระหว่างถ่ายทำ ในตอนแรกบีบีเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของพิมพ์ดาว แต่ต่อมา ทุกคนในกองถ่ายเริ่มรู้สึกว่ามีอันตรายที่มองไม่เห็นอยู่รายรอบตัว

คืนนั้นยอดหล้าสะกดตรีภพและส่งรถม้าปีศาจไปรับ  แต่มาลารินดันย่องเข้าไปหาตรีภพและหลงตามไป  มาลารินเห็นรถม้าแล่นสู่กำแพงต้นไม้ที่แหวกเป็นช่องจนถึงคุ้มร้างริมปิง ยอดหล้าสะกดตรีภพให้เห็นคุ้มร้างเป็นคุ้มสวยงาม   ยอดหล้าเอาใจตรีภพด้วยการเล่นซึงเพลงรักที่ในอดีตชาติเคยแต่งให้เธอ ตรีภพเคลิบเคลิ้ม แต่มาลารินเข้าไปเห็นยอดหล้าในสภาพโปร่งแสงก็กรี๊ดแตก  ยอดหล้าทำร้ายมาลาริน  ตรีภพตื่นจากสะกดและยอดหล้าหายตัวไป  ตรีภพจึงพามาลารินที่สลบกลับคุ้มเอาเกือบเช้า  พิมพ์ดาวเห็นเข้าจึงเข้าใจผิดว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันแต่มาลารินกลัวผี จนเพ้อและต้องเข้าโรงพยาบาล พิมพ์ดาวเห็นอาการมาลารินแล้วสงสาร จึงให้เขี้ยวเสือไฟกับมาลาริน ทำให้มาลารินอาการดีขึ้นทันที

เมื่อปราศจากเขี้ยวเสือไฟ ยอดหล้าจึงเห็นพิมพ์ดาวและรู้ทันทีว่านี่คือดารารายที่เคยแย่งคนรักของเธอใน อดีตยอดหล้าคลั่งแค้นสุดๆ จึงมาปรากฏกายให้พิมพ์ดาวเห็นในความฝันและสะกดจิตให้เธอจำอดีตชาติได้  พิมพ์ดาวสะดุ้งตื่นจากฝันจึงรู้ว่าตนคือดารารายที่ในอดีตเนิ่นนานเธอเคยแย่ง ตรีภพไปจากยอดหล้าแถมยังฆ่ายอดหล้าตาย และบัดนี้เธอกำลังโดนยอดหล้าตามมาอาฆาตและทวงทุกอย่างคืน

สุดท้ายพิมพ์ดาวจะชดใช้ผลกรรมที่ตนเคยก่อไว้ในอดีตกับยอดหล้าอย่าง ไร?และความรักระหว่างตรีภพและพิมพ์ดาวจะได้สมหวังในชาตินี้หรือไม่?  ตามหาคำตอบได้ใน “คุ้มนางครวญ”
นักแสดงละคร คุ้มนางครวญ
สาวิกา  ไชยเดช    รับบทเป็น  เจ้ายอดหล้า/แสงหล้า
ยุทธนา  เปื้องกลาง   รับบทเป็น  ตรีภพ/หลวงเทพภักดี
มนชนก  แสงฉายเพียงเพ็ญ  รับบทเป็น  พิมพ์ดาว/ดาราราย
พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า  รับบทเป็น  มาลาริน
อนุชิต สพันธุ์พงษ์    รับบทเป็น  แก้ว
อิสริยะ ภัทรมานพ   รับบทเป็น  ราเชนทร์
ธนิดา ธนวัฒน์    รับบทเป็น  พิมพ์เดือน/คุณเพ็ง
โอลิเวอร์ บีเบอร์    รับบทเป็น  ฐาปกรณ์
ศิขรินธาร พลายพฤติ   รับบทเป็น  มาดามสุชาดา
พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์   รับบทเป็น  จันทรา/คุณหญิงอำภา
มอริสเค     รับบทเป็น  บีบี
ศรุต วิจิตรานนท์    รับบทเป็น  มหาจรวย/ครูบาสรี
ศุภกรณ์  กิจสุวรรณ   รับบทเป็น  เถรกระอ่ำ
สิตางค์ ปุณภพ    รับบทเป็น  ผัน
ลักขณา วัธนวงส์ศิริ   รับบทเป็น  เผื่อน
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร   รับบทเป็น  พ่อเลี้ยงธาดา
จักรกฤษณ์ อำมรัตน์    รับบทเป็น  เจ้าแสนอินทร
กชกร  นิมากรณ์    รับบทเป็น  เจ้าหอมุก
สุธิตา  เกตานนท์    รับบทเป็น  เจ้าสร้อยคำ
สันติสุข  พรหมศิริ    รับบทเป็น  เจ้าพระยาพิชิตชัย
พิสมัย  วิไลศักดิ์    รับบทเป็น  เจ้าเก็จถวา
จุ๊บจิ๊บ  เชิญยิ้ม    รับบทเป็น  รัก

 

ปีกมาร

ศลัยลา ( อรจิรา กุลดิลก ) นักโบราณคดีสาวสวยที่มีความมั่นใจสูง มีคนรักคือภูฉาย ( ศรราม เทพพิทักษ์ ) เป็นคนที่มีความสุภาพ อ่อนโยน และยังเป็นคนรักแม่มากคือ คุณสลัก ( จารุณี สุขสวัสดิ์ ) ศลัยลาอาศัย อยู่กับแม่ คือ คุณนวล ( สาวิตรี สามิภักดิ์ ) และน้องชายชื่อภาษิต ( อัครัฐ นิมิตรชัย ) ภาษิตมีเพื่อนสนิทสองคน คือ เพียงนภา ( บุษกร ตันติภนา ) หลานสาวของคุณสลัก และลายสือ ( ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ) ภาษิตหลงรักเพียงนภา แต่เพียงนภากับหลงรักลายสือ เมื่อศลัยลาเรียนจบก็แต่งงานกับภูฉาย โดยที่มารดาของทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วย ภูฉายรู้ว่าแม่ไม่ค่อยชอบคนรัก จึงพยายามเกลี่ยกล่อมให้ศลัยลาเปลี่ยนแปลงตัวเองแต่ศลัยลาก็ไม่สนใจ คุณสลักยอมให้ภูฉายแต่งงานกับศลัยลาเพื่อหวังสมบัติ
 
หลังจากแต่งงานแล้วสลักต้องผิดหวังเมื่อคุณนวลขนของมีค่าออกนอกบ้าน คุณสลักเริ่มยื่นมือเข้ามาทำลายความสงบสุขในครอบครัวของศลัยลาโดยใช้ภูฉาย เป็นเครื่องมือ ถึงแม้ภูฉายจะแต่งงานแล้วแต่ภูฉายก็ยังอยู่ใต้อำนาจแม่ ภาพที่ศลัยลาเคยประทับใจกลายเป็นความน่ารังเกียจ เมื่อศลัยลาท้องกำลังจะคลอดลูก ด้วยความน้อยใจและเสียใจทำให้ศลัยลาเกิดทิฐิ เมื่อเธอใกล้คลอดศลัยลาห้ามคุณนวลไม่ให้โทรบอกภูฉาย ภูฉายจึงเป็นคนที่รู้เรื่องและมาเยี่ยมเป็นคนสุดท้าย เมื่อศลัยลาคลอดลูกมา คุณสลักได้บอกภูฉายว่าจะเอาหลานไปเลี้ยง ภูฉายตอบตกลงโดยไม่บอกศลัยลา ความอดทนของศลัยลาสิ้นสุดลงเมื่อถูกพรากลูก และยังต้องทนกับความร้ายกาจของคุณสลักโดยมีภูฉายปกป้องผู้เป็นแม่ ศลัยลาจึงขอแยกทางกับภูฉาย ภูฉายพยายามตามง้อศลัยลาโดยที่ศลัยลาได้ยื่นคำขาด หากต้องการชีวิตคู่ต่อเธอจะขอเลี้ยงลูกเอง แต่ภูฉายก็ยังเข้าข้างคุณสลัก ศลัยลาเสียใจมาก เธอจึงตัดสินใจไปทำงานที่ขอนแก่น ที่ขอนแก่นศลัยลาได้พบลายสือซึ่งความใกล้ชิด ทำให้ศลัยลาเผลอรับเอาลายสือเข้ามาในใจ เมื่อศลัยลากลับมาบ้านที่กรุงเทพฯ เธอไม่พบภูฉายอยู่บ้านเธอแล้ว ศลัยลาไปหาลูกเพื่อจะเอาลูกมาเลี้ยงและขอหย่า ภูฉายไม่ยอมหย่า ทำให้คุณสลักใส่ร้ายหาว่าศลัยลาคบชู้
 
ศลัยลาได้ชวนภาษิตไปอุ้มลูกออกจากบ้านคุณสลัก และทำเรื่องฟ้องหย่ากับภูฉายโดยให้ภมร เพื่อนทนายเป็นคนเดินเรื่อง คุณสลักเกรงว่าจะต้องเสียค่าทนายเลยโทรนัดกับศลัยลาไปอำเภอและได้หลอกภูฉายให้ไปหย่ากับศลัยลา แต่ภูฉายไม่ยอมหย่า ลายสือได้งานที่เคนยา เขาได้ไปขอคำแนะนำจากศลัยลา เธอแนะนำให้เขารับงานนี้ ทำให้ลายสือเสียใจมากและกลัวเสียความรักทำให้เผลอกอดจูบศลัยลา ภูฉายแอบเห็นเข้า ก็โกรธมากเลยทำร้ายร่างกายและข่มขืนศลัยลา เมื่อภาษิตรู้ว่าชายชู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับพี่สาว คือ ลายสือ เพื่อนสนิท เขาจึงตามไปเอาเรื่อง พอดีเพียงนภามาเห็นเธอเผลอตัวไปปกป้องลายสือไว้ ทำให้ภาษิตโกรธและกล่าวว่าตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดระหว่างเพียงนภากับเขาสิ้นสุดลง ลายสือได้ไปขอร้องให้ภูฉายหย่ากับศลัยลา ภูฉายถ่มน้ำลาย ใส่หน้า ถ้าอยากได้ศลัยลาให้กราบเท้าเขาแล้วจะยกศลัยลาให้ ลายสือขู่ว่าเขาจะต้องสูญเสียทั้งเมีย และทุกสิ้นทุกอย่าง ภูฉายจึงพาศลัยลาไปหัวหินเพื่อปรับความเข้าใจแต่ศลัยลายังไม่ยอมใจอ่อน
 
ลายสือและภูฉายมาหาศลัยลาที่บ้านพร้อมกัน ทำให้เกิดปะทะคารมกันจนต้องขึ้นโรงพัก ทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดกัน เมื่อคุณสลักเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยปกป้องภูฉายอย่างสุดตัว ภูฉายรู้สึกกดดันจึงระเบิดอารมณ์ใส่คุณสลักเป็นครั้งแรก ทำให้คุณสลักช็อกจนต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อศลัยลากลับบ้านพบว่าลูกป่วยด้วยความสงสารลูก ทำให้เธอยอมปรับความเข้าใจอีกครั้ง ภูฉายเองยอมรับความผิด ศลัยลาให้อภัยภูฉาย ส่วนลายสือเมื่อเห็นครอบครัวของศลัยลามีความสุข ลายสือก็ตัดสินใจไปทำงานที่ต่างประเทศ คุณสลักซึ่งนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลเริ่มรู้สึกสำนึกผิด ศลัยลาจึงไปเยี่ยม และกราบคุณสลัก ภูฉายขอบคุณศลัยลาที่เยี่ยมไปคุณสลัก วันที่ลายสือไปต่างประเทศศลัยลาได้ไปส่งที่สนามบิน แม้จะเป็นการได้พบกันเพื่อจาก ทั้งคู่ต่างก็มีความสุขที่ได้ ” รัก ” และ ” เลือก ” ในสิ่งที่ถูกต้อง

คนทะเล 2527

ดาหรา เป็นชาวหมู่บ้านทิวไม้ ที่ถูกคลื่นลมแรงจนจะเอาชีวิตไม่รอด ทำให้ผาซึ่งเป็นเงือกได้ช่วยเหลือ จนทั้งสองได้เสียกัน ดาหรากลับมาและให้กำเนิดลูกสาวที่หน้าตาน่ารัก แต่ว่าท่อนล่างเป็นปลา ทำให้หมอตำแยถึงกับตกตะลึงพรึ่งเพริดและพร่ำเพ้อว่า มันเป็นตัวกาลี หมู่บ้านนี้จะเกิดกลียุค แต่ไม่ท้ันจะแพร่ข่าวไปได้สักเท่าไหร่ หมอตำแยก็ถูกพายุหมุนจนถึงแก่ความตาย ไม่ช้าเรื่องลูกของดาหราเป็นเงือก ก็รู้กันไปทั่ว ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านจึงสั่งให้ดาหราักับลูกเงือกออกไปให้พ้นจากหมู่บ้าน แต่ก็มีคนมาช่วยหาเหตผลต่างๆ จนผู้เฒ่าใจอ่อนยอมให้ดาหราซ่อนเร้นลูกที่ผิดคนธรรมดาเอาไว้

เวลาล่วงมาจนสิบปี เงือกน้อยก็เปลี่ยนที่อยู่ลงไปอยู่ในทะเล เวลาเดียวกับที่นุกูล ที่ฝังใจจะพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับเรื่องเงือก มาจนได้ข่าวที่นี่ นุกูลออกไปเล่นเรือกลางทะเล เกิดพายุ เรือคว่ำ เงือกสาวได้ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่เขาไม่ทันสังเกตเห็นท่อนล่างในส่วนที่จมน้ำ นุกูลให้สร้อยไว้เพื่อตอบแทนน้ำใจ

ฝ่ายชาวบ้านยังจองเวรเงือกและขับไล่ไสส่งให้ไปอยู่ในทะเลลึก แม่ของเงือกก็เปิดเผยความจริงต่างๆ ให้ลูกฟัง ทำให้เงือกต้องการกลับไปอยู่เป็นครอบครัวเดียวกับเงือกผา

นักแสดงละคร คนทะเล
เชิญจุติ มณเฑียรมณี -เงือกราตรี
ฉัตรชัย เปล่งพานิช -นุกูล
กัณทิมา ดาราพันธ์ -คุณประณีต
รสลิน จันทรา -ดาหรา
ยมนา ชาตรี -ดิน
เจน นาทภูมิ -ไม้
สันติ รังสรรค์ -หมัด
ศิริพร วิสิฐศิริ -เงือกสาหร่าย
เสกสิทธิ์ สวัสดิรักษ์ -เงือกขุนเขา
สราญลักษณ์ บุญสลับ -เงือกราตรี ตอนเด็ก
สานิตย์ พงษ์มิตร -นุกูล ตอนเด็ก
มนัสชนก ส่งศรีสุข
เทอดพร มโนไพบูลย์
ปรารถนา สัชฌุกร
ภาคภูมิ สายสุดใจ
เมธินี วัฒนะ