Category Archives: ละครช่อง5

ข้ามเวลาหารัก

พ.ศ. 2535 เพชร (บี้ สุกฤษฎิ์) นักร้องในผับที่มีความฝันอยากออกเทปมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยมี แพรพิมพ์ (วิว วรรณรท) แฟนสาวคอยเป็นกำลังใจ แต่ อภิชาติ (เกรียงไกร อุณหะนันท์) พ่อของพิมพ์ไม่ชอบ เพราะเห็นว่าเพชรเป็นแค่นักร้องไม่มีอนาคต จึงวางแผนให้พิมพ์หมั้นหมายกับ พิษณุ (สถาพร นาควิไล) ลูกชายของ พลากร (สุเชาว์ พงษ์วิไล) นักการเมืองชื่อดัง และบังคับให้พิมพ์เลิกคบกับเพชร ทั้งคู่จึงพากันหนีไปอยู่หัวหิน

แล้วคืนหนึ่งระหว่างเที่ยวงานวัด เพชรก็เจอ เจ้าพ่อพญาดำ (ประสาท ทองอร่าม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เพชรกราบไหว้ตั้งแต่เด็ก เจ้าพ่อรู้ว่าเพชรกำลังมีเคราะห์หนัก ด้วยความสงสารและเห็นว่าเพชรเป็นคนดี จึงใช้อิทธิฤทธิ์พาเพชรข้ามเวลาไปในปีพ.ศ.2554 เพื่อให้เพชรได้เห็นอนาคตของตัวเอง

พ.ศ. 2554 หลังจากข้ามเวลามา 19 ปี  สิ่งที่เพชรได้เห็นคือ พิมพ์ (สินจัย เปล่งพานิช) ที่ปัจจุบันอายุ 43 ปี มี เหมือนไหม (แกรนด์ พรรณวรท) เป็นลูกสาวและพิษณุเป็นสามี เพชรทั้งช็อคและเสียใจที่ไม่ได้ลงเอยกับพิมพ์อย่างที่หวัง หนำซ้ำพอกลับไปที่บ้านก็พบว่าถูกปิดร้าง แถม ยายน้อย (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ที่เลี้ยงเพชรมาตั้งแต่เด็กก็ไปอยู่บ้านพักคนชรา ทำให้เพชรยิ่งสงสัยว่า 19 ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเค้า เพชรจึงอยากสืบหาความจริง เพื่อจะได้กลับไปแก้ไขเหตุการณ์ที่ผิดพลาดในอดีต ด้วยการไปสมัครงานเป็นครูสอนร้องเพลงที่โรงเรียนร้องเพลงของพิมพ์ โดยใช้ชื่อว่า พัด

ครั้งแรกที่พิมพ์ได้ยินเสียงร้องและเห็นหน้าของครูพัด พิมพ์ก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าจะมีคนที่หน้าตาเหมือนกับเพชร คนรักเก่าของเธอได้มากขนาดนี้ พิมพ์จึงไม่อยากรับครูพัดเข้าทำงาน แต่ โอบอรุณ (รัดเกล้า อามระดิษ) เพื่อนรักของพิมพ์ ที่ชื่นชมในเสียงร้องและหน้าตาของครูพัด ก็กล่อมจนพิมพ์ใจอ่อนรับครูพัดเข้าทำงาน ทำให้เพชรได้พบกับ ต่อ (โอ อนุชิต) ลูกพี่ลูกน้องของพิมพ์ที่ผูกพันกับเพชรตั้งแต่เด็ก

คิด (โตโน่ เดอะสตาร์) เด็กส่งกาแฟที่มีความฝันอยากเป็นนักร้อง กาย (เอ นรินทร์) เพลย์บอยหนุ่มไฮโซเอาแต่ใจ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็หลงรักไหมจึงไม่ถูกกัน และ ปิ่น (น้ำตาล เดอะสตาร์) สาวมั่นนิสัยทะเยอทะยาน รวมทั้งได้รู้ว่าชีวิตครอบครัวของพิมพ์ไม่มีความสุข เพราะพิษณุมีผู้หญิงอีกคนคือ วิภาวรรณ (เมย์ เฟื่องอารมย์) ทำให้เพชรยิ่งเสียใจและต้องการจะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเค้ากับ พิมพ์!!

เวลาผ่านไปเพชรและพิมพ์ก็ยิ่งสนิทสนมกันจนทำให้ไหมระแวงและเกลียดขี้หน้า เพชร เพราะคิดว่าเพชรจะมาแย่งแม่ไปจากพ่อของเธอ ปัญหาระหว่างแม่กับลูกจึงเกิดขึ้น ในขณะที่เพชรค่อย ๆ พบคำตอบในสิ่งที่ไม่อาจจะคาดถึง

 

นักแสดงละคร ข้ามเวลาหารัก

สินจัย เปล่งพานิช   รับบทเป็น   แพรพิมพ์
สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว   รับบทเป็น   เพชร/ครูพัด
ภาคิน คำวิลัยศักดิ์   รับบทเป็น   คิด
พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า   รับบทเป็น   เหมือนไหม
รัดเกล้า อามระดิษ   รับบทเป็น   โอบอรุณ
อนุชิต สพันธุ์พงษ์   รับบทเป็น   ต่อ
บุตรศรัณย์ ทองชิว   รับบทเป็น   ปิ่น
นรินทร์ ภูวนเจริญ   รับบทเป็น   กาย
สถาพร นาควิไล   รับบทเป็น   พิษณุ
เมย์ เฟื่องอารมย์   รับบทเป็น   วิภาวรรณ
โฉมฉาย ฉัตรวิไล   รับบทเป็น   ยายน้อย
เกรียงไกร อุณหะนันทน์   รับบทเป็น   อภิชาติ
สุเชาว์ พงษ์วิไล   รับบทเป็น   พลากร
ประสาท ทองอร่าม   รับบทเป็น   เจ้าพ่อพญาดำ
วรรณรท สนธิไชย   รับบทเป็น   แพรพิมพ์ (ปี พ.ศ. 2535)

แก้วล้อมเพชร

พิกุล(กมลชนก เขมะโยธิน) แม่ค้าขายขนมท้องแก่ใกล้คลอด มีสามีชื่อเดช(ดิลก ทองวัฒนา) ติดการพนันมาก วันหนึ่งเดชเสียพนัน จึงบังคับเอาเงินจากพิกุล แต่พิกุลไม่ยอมให้ทั้งคู่จึงทะเลาะกันอย่างรุนแรง เดชพลัดตกบันไดหัวฟาดพื้น พิกุลคิดว่าเดชตายแล้วจึงหนีเข้ากรุงเทพฯ

คืนเดียวกัน การุณ กิจจากรณ์(ศตวรรษ ดุลยวิจิตร)นักธุรกิจผู้ร่ำรวยขับรถพาลดา(อุทุมพร ศิลพันธ์) ภรรยาท้องแก่กลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุชนกับรถประจำทางที่พิกุลนั่งมา ทำให้พิกุลและลดาปวดท้องคลอดลูกกะทันหัน พอพิกุลฟื้นขึ้นมาก็ได้ยินว่าตำรวจกำลังมาที่โรงพยาบาล

ทำให้พิกุลกลัวความผิดเพราะคิดว่าตำรวจจะมาจับตนเรื่องที่ฆ่าเดช พิกุลจึงพาลูกหนีเธอวิ่งชนป้ายชื่อเด็กหล่นสลับกัน ด้วยความรีบพิกุลเลยอุ้มลูกสาวของลดาไปส่วนลดาพอฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกถูกชะตา กับนวลน้อยพยาบาลอาวุโส

จึงชวนให้นวลน้อยมาช่วยเธอเลี้ยงลูกที่บ้าน หลังจากนั้นลดาและการุณ ก็พาลูกของพิกุลกลับกรุงเทพฯ โดยไม่รู้เลยว่าลูกที่แท้จริงของเธอถูกพิกุลนำตัวไปแล้ว 18 ปีต่อมา พิกุลมาขายขนมอยู่ในกรุงเทพฯ น้ำเพชร(วิว-วรรณรท สนธิไชย) ลูกสาวของลดาเป็นเด็กดี รักและกตัญญูต่อแม่มาก ต่างกับ แก้วเก้า(แอริน ยุกตะทัต)ลูกสาวของพิกุลที่ถูก ย่าศจี(โฉมฉาย ฉัตรวิไล) แม่ของการุณตามใจจนเอาแต่ใจตัวเอง

หลังจากการุณเสียชีวิต ลดากับ กานต์(ต้น-ชยธร เศรษฐจินดา) ลูกชายคนโตของการุณก็เข้ามารับช่วงดูแลกิจการ โรงแรมต่อ โดยมี ชีวิน(สน ส่งไพศาล) ลูกชายของ คุณหญิงชนิกา(ต้อม-ณหทัย พิจิตรา) ซึ่งเป็นเพื่อนของกานต์ เข้ามาช่วยบริหารโรงแรมด้วย เขาคือคนที่ทุกคนหวังว่าจะเป็นคู่ครองของแก้วเก้า

วัน หนึ่งพิกุลและน้ำเพชรไปขายของที่ไซด์งานก่อสร้าง ส่วนลดาและกานต์ไปตรวจอาคารที่กำลังก่อสร้าง จู่ๆ ก็มีโจรสวมโม่งคลุมหน้าเข้ามาปล้นชิงทรัพย์และทำร้ายลดา น้ำเพชรเข้ามาช่วยจึงโดนแทงบาดเจ็บ พิกุลรีบเข้ามาช่วยลูกโจรเห็นพิกุลถึงกับชะงัก เพราะภายใต้โม่งคลุมหน้าคือเดชที่รอดชีวิตมาได้เมื่อเดชรู้ว่าน้ำเพชรคือลูก ก็ตกใจ

กานต์รีบนำน้ำเพชรส่งโรงพยาบาล น้ำเพชรเสียเลือดมาก พิกุลจึงอาสาให้เลือดกับลูก แต่ปรากฎว่ากรุ๊ปเลือดของเธอไม่ตรงกับน้ำเพชร ทำให้พิกุลรู้ทันทีว่าเธอต้องหยิบลูกผิด ลดาซาบซึ้งในบุญคุณของน้ำเพชรมาก จึงตอบแทนบุญคุณ ให้พิกุลกับน้ำเพชรเข้าไปทำงานที่บ้าน พิกุลดีใจที่ได้พบแก้วเก้า ส่วนชีวินมาที่บ้านพอเห็นน้ำเพชรก็ชอบ แต่พอเห็นว่ากานต์ก็ชอบน้ำเพชร เค้าจึงพยายามหักห้ามใจ แต่ท่าทีของชีวินที่มีต่อน้ำเพชรก็ทำให้แก้วเก้าหึงหวงและจ้องหาเรื่องน้ำ เพชรตลอด และทุกครั้งที่มีเรื่อง พิกุลก็มักจะเข้าข้างแก้วเก้าเสมอ ทำให้น้ำเพชรน้อยใจ ผิดกับคนในบ้านที่เริ่มชอบน้ำเพชร ทำให้แก้วเก้าโมโหผลักน้ำเพชรตกน้ำ โชคดีที่ชีวินมาช่วยไว้ทัน

ชีวินเริ่มระอากับความร้ายกาจของแก้วเก้า จึงคิดตีตัวออกห่าง ทำให้แก้วเก้าไม่พอใจคิดวางแผนกำจัดน้ำเพชรพอแก้วเก้ารู้ว่าชนก(นิว-ชัยพล พูพาร์ต) น้องชายของชีวินเป็นหนี้พนันหลายแสน จึงจ้างให้ชนกมาข่มขืนน้ำเพชร แต่ชนกไม่ทำ กานต์และชีวินรู้เรื่องจึงตามไปช่วย

ด้วยความเข้าใจผิด 3หนุ่มจึงชกต่อยกันอุตลุด ทำให้กานต์ล้มหมดสติ ชีวินพากานต์ส่งโรงพยาบาลผลตรวจออกมา พบว่ากานต์มีเนื้องอกในสมอง แต่ชีวินไม่บอกให้กานต์รู้ชีวินรู้ว่ากานต์รักน้ำเพชรมาก เขาจึงบังคับให้น้ำเพชรดูแลเอาใจใส่กานต์

ตรงกันข้ามกับพิกุลที่รู้ความจริงว่ากานต์กับน้ำเพชรเป็นพี่น้องกัน พิกุลเลยขอร้องให้ลดาช่วยขัดขวาง แต่กลายเป็นว่าลดาเอ็นดูน้ำเพชร พิกุลเลยได้แต่กลุ้มใจ ย่าศจีรู้เรื่องก็โกรธมากที่กานต์เลือกน้ำเพชร จึงทำพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้กับแก้วเก้า

ส่วน ชีวินบอกให้น้ำเพชรทำดีกับกานต์ แต่ก็อดเสียใจเองไม่ได้ พอแก้วเก้าคาดคั้นจะแต่งงาน ชีวินจึงตอบตกลงทันที ก่อนวันหมั้นชนกแอบมาแบล็คเมลแก้วเก้า เรื่องที่เธอจ้างให้เขาข่มขืนน้ำเพชร  ชนกต้องการให้แก้วเก้ายกเลิกการหมั้นกับชีวิน และแต่งงานกับตนแทน

แก้วเก้าตกที่นั่งลำบากไม่รู้จะทำอย่างไร บังเอิญเดชเข้ามาได้ยินแผนการแบล็คเมลของชนกพอดี จึงเจ็บแค้นแทนน้ำเพชร เดชเลยจับตัวแก้วเก้าไปเพื่อแก้แค้นพอพิกุลรู้เข้าก็ตกใจรีบตามไปหาทั้งคู่ จนเจอ ก่อนที่เดชจะข่มขืนแก้วเก้า พิกุลเข้ามาห้ามเดชไว้ทันแล้วตัดสินใจบอกความจริงว่าแก้วเก้าคือลูกสาวของ เธอกับเดช เดชตะลึง

พอแก้วเก้าหลุดออกมาได้ ก็ฉวยโอกาสทำร้ายเดชจนตาย ทำให้พิกุลตกใจที่เห็นลูกฆ่าพ่อ แต่แก้วเก้าไม่ยอมรับความจริงว่าเธอเป็นลูกของพิกุล แถมยังขู่พิกุลไม่ให้พูดเรื่องนี้อีกไม่เช่นนั้นเธอจะทำร้ายน้ำเพชรหลังการ ตายของเดช ตำรวจสงสัยน้ำเพชรเพราะเลือดที่อยู่ในที่เกิดเหตุเป็นสายเลือดเดียวกับเดช พิกุลกับแก้วเก้าเริ่มกลัวนวลน้อยที่สังเกตพฤติกรรมของพิกุลมาตั้งแต่ต้น แอบไปได้ยินว่าเดชเป็นพ่อของแก้วเก้า

เธอจึงเริ่มสงสัยว่าน้ำเพชรคงเป็นลูกของลดา นวลน้อยแอบบอกข้อสงสัยของตนกับย่าศจี แต่ไม่ทันพูดจบ พิกุลกับแก้วเก้าก็มาได้ยินเข้า แก้วเก้าขัดขวางนวลน้อยไม่ให้ไปหาย่าศจี จนพลั้งมือฆ่านวลน้อยตาย พิกุลกับแก้วเก้าช่วยกันเอาศพนวลน้อยไปทิ้ง ชนกแอบเห็นเลยตามไปดู แต่เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่แก้วเก้าเอาไปทิ้งคืออะไร ขณะเดียวกันย่าศจีก็เริ่มสงสัยสิ่งที่นวลน้อยพูด จึงพยายามหาทางพิสูจน์ว่าแก้วเก้าเป็นสายเลือดของลดาจริงหรือไม่?

หลังจากชนกรู้ความลับของแก้วเก้ามากขึ้น เขาก็ไปข่มขู่เธอ จนแก้วเก้าทนไม่ไหวยอมตกเป็นของชนก ส่วนย่าศจีพอรู้ความจริงว่าแก้วเก้าไม่ใช่ลูกของลดา เธอก็เรียกทนายมาเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม แก้วเก้ารู้ทันจึงพยายามขัดขวาง ทำให้ย่าศจีหกล้มจนเป็นอัมพาตพูดไม่ได้ น้ำเพชรกับลดาช่วยกันพยาบาลย่าศจี โดยมีแก้วเก้าขัดขวางไม่ให้ย่าศจีบอกความลับให้ลดารู้ แต่ในที่สุดน้ำเพชรก็ได้รู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของแก้วเก้าจนได้

ทำให้เธอรู้ว่าเธอเองไม่ใช่ลูกของพิกุล น้ำเพชรจึงเข้าใจเรื่องทั้งหมดว่าทำไมแก้วเก้าถึงต้องทำร้ายย่าศจี และทำไมพิกุลจึงต้องปกป้องแก้วเก้า พิกุลตกใจที่น้ำเพชรรู้ความจริง แต่ขอร้องไม่ให้เปิดเผย เพราะกลัวแก้วเก้าจะทำอันตรายน้ำเพชร

ชนกขอร้องให้ชีวินหลีกทางให้เขา ทำให้ชีวินลังเลเรื่องการแต่งงานกับแก้วเก้า แก้วเก้าเข้าใจว่าน้ำเพชรเป็นตัวการจึงขับรถชนน้ำเพชร ชีวินดูแลน้ำเพชรอย่างดี กานต์จึงรู้ว่าทั้งคู่รักกัน กานต์เสียใจมาก ส่วนชีวินกลัวกานต์เสียใจจึงรีบปฏิเสธและยืนยันว่าตัวเองกำลังจะแต่งงานกับ แก้วเก้า วันแต่งงานชนกจับได้ว่าแก้วเก้าขับรถชนน้ำเพชร เค้ารีบมาบอกชีวินให้ยกเลิกงานแต่งงาน ชีวินไม่รู้จะทำยังไง

ทำ ให้พิกุลคิดว่าเธอทำผิดที่ปกป้องลูก พิกุลจึงตัดสินใจจะหยุดปัญหานี้ด้วยตัวเธอเอง เธอเข้าไปในงานแต่งงานของแก้วเก้าเพื่อพูดความจริง น้ำเพชรเป็นห่วงแม่รีบตามไปด้วย แก้วเก้าโกรธจนคลั่ง จับน้ำเพชรเป็นตัวประกันหนีไป สุดท้ายเรื่องราวชีวิตของน้ำเพชรจะลงเอยเช่นไร?

รายชื่อนักแสดงละคร “แก้วล้อมเพชร”

สน  ยุกต์ ส่งไพศาล     แสดงเป็น     ชีวิน
วรรณรท  สนธิไชย     แสดงเป็น     น้ำเพชร
ชยธร  เศรษฐจินดา     แสดงเป็น     กานต์
แอริน  ยุกตะทัต     แสดงเป็น     แก้วเก้า
ชัยพล  พูพาร์ต     แสดงเป็น     ชนก
กมลชนก  เขมะโยธิน     แสดงเป็น     พิกุล
อุทุมพร  ศิลาพันธ์     แสดงเป็น     ลดา
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร     แสดงเป็น     การุณ
โฉมฉาย  ฉัตรวิไล     แสดงเป็น     ย่าศจี
ทัศน์วรรณ  เสนีย์วงศ์     แสดงเป็น     ป้าพิณ
จันทนา  ศิริผล     แสดงเป็น     สาย
สุมนต์รัตน์  วัฒนาเศลารัตน์     แสดงเป็น     เจี๊ยบ
พศิน  ศรีธรรม     แสดงเป็น     โจ้
ศิวพร  พันธรักษ์     แสดงเป็น     แมว
กัญญารัตน์  พิมสวัสดิ์     แสดงเป็น     กชกร

ดารารับเชิญ
ดิลก  ทองวัฒนา     แสดงเป็น     เดช
ณหทัย  พิจิตรา      แสดงเป็น    คุณหญิงชนิกา

ออกอากาศ : จันทร์ – พฤหัสบดี 24 พฤศจิกายน 2551 – 22 มกราคม 2552 เวลา 20.25 น. – 21.30 น.

แก้วลืมคอน

แก้วลืมคอน เริ่มต้นเรื่องที่ พ.ศ.2480 เจ้าวรมัน ณ เวียงฟ้า ต้องลี้ภัยทางการเมืองไปฝรั่งเศส ในขณะที่ คุณน้อย ผู้เป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์แก่จวนคลอด เจ้าวรมันได้ฝากให้ เดี่ยว เด็กหนุ่มที่เป็นคนสนิทคอยดูแลครอบครัวแทนตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่า เจ้านเรนทร ผู้เป็นน้องชาย กำลังวางแผนลอบฆ่าตนเพื่อหวังครองสมบัติทั้งหมดของ คุ้มเวียงฟ้า แต่ในคืนนั้นแผนการลอบฆ่าของนเรนทรไม่สำเร็จ เจ้าวรมันหนีไปฝรั่งเศสไปได้ ส่วนคุณน้อยก็คลอดลูกสาวฝาแฝดออกมา

นเรนทรคิดจะกำจัดทายาทของคุ้มเวียงฟ้า จึงให้ วันทา สาวใช้ขโมยเด็กไปฆ่าทิ้ง แต่วันทาขโมยไปได้เพียงคนเดียว ส่วนอีกคนหนึ่งคุณน้อยกอดเอาไว้ไม่ยอมให้ใคร นเรนทรแย่งยื้อเด็กจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ เดี่ยวมาช่วยคุณน้อยและลูกเอาไว้ได้ทัน จากวันนั้นคุณน้อยได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างมากจนกลายเป็นคนวิกลจริตไป เดี่ยวส่งทารกไปให้เจ้าวรมันที่ฝรั่งเศสและกลับมาดูแลคุ้มเวียงฟ้าตลอดเวลา นอกจากคุณน้อยที่เป็นบ้าและตัวนเรนทรเองแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าเจ้าวรมันมีทายาทเป็นฝาแฝดสองคน

พ.ศ.2500 แก้ว เด็กสาวอายุสิบห้าปี ยึดอาชีพขายข้าวแกงอยู่ที่ตลาดในเมืองอยุธยา แก้วเป็นเด็กสาวสวย มีน้ำใจ พูดจาไพเราะ คนในตลาดส่วนใหญ่จะรักและเอ็นดูแก้วมาก เว้นเสียแต่ วันทา ผู้เป็นแม่ และ สายจิตต์ ผู้เป็นพี่สาว ที่จะคอยเอารัดเอาเปรียบและรังแกแก้วราวกับไม่ใช่ลูกของตัวเอง ยังความสงสัยให้กับชาวบ้านร้านตลาดมากขึ้น เพราะเมื่อพิจารณาดูรูปโฉมของแก้วซึ่งมีผิวขาว ท่วงทา กิริยาดูงดงาม ต่างจากผู้เป็นแม่และพี่สาวมาก สายจิตต์มีสามีจอมขี้เกียจชื่อ มิ่ง ทำให้งานการทุกอย่างมีแต่แก้วเท่านั้นที่รับหน้าที่เพียงผู้เดียว

วันหนึ่ง เมืองแมน และ ศักดิ์สิทธิ์ สองหนุ่มเจ้าสำอางค์จากกรุงเทพฯ มาเที่ยวที่อยุธยา ทั้งสองได้พบกับแก้ว และต่างติดใจในความน่ารักของเธอ ถึงแม้ว่าเมืองแมนจะทำทีเป็นหมั่นไส้ คอยพูดจากวนแก้วอยู่ตลอดเวลาก็ตาม ขณะเดียวกัน เจ้าชิดชนก ณ เวียงฟ้า ธิดาของเจ้าวรมันก็ได้ล่วงรู้ความจริงว่าแม่ของตนยังไม่ตาย เจ้านกจึงหนีมาเมืองไทยเพื่อตามหาแม่ เจ้าวรมันเป็นห่วงลูกสาวจึงส่งข่าวให้เดี่ยวตามไปรับเจ้านกและคอยดูแล แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของเจ้านเรนทรไปได้ เจ้านเรนทรส่งคนไปดักทำร้ายเดี่ยว และให้ ขจร คนสนิทมาดักจับตัว ชิดชนก

ระหว่างที่ชิดชนกพยายามหนีจากเงื้อมมือขจร ชิดชนกได้เข้าไปในงานวัดที่แก้วกำลังจะขึ้นประกวดร้องเพลงเพื่อหาเงินให้ วันทา ที่ติดหนี้ค่าเช่านาอยู่หลายปีแล้วคิดจะขายแก้วเอาเงิน ซึ่งระหว่างเกิดเหตุการณ์ชุลมุน ขจรเข้าใจว่าแก้วคือชิดชนก ทำให้ชิดชนกถูกเดี่ยวช่วยหรอดไปได้ ส่วนแก้วได้เมืองแมนช่วยไว้ ขจรหนีไปพร้อมกับความสงสัยว่ามีคนหน้าตาเหมือนกับเจ้าชิดชนกราวกับฝาแฝด จากเหตุการณ์นี้ทำให้เจ้านเรนทรเอะใจ กลับไปสอบสวนความจริงจากวันทา จนได้ความว่าลูกสาวอีกคนของเจ้าวรมันยังมีชีวิตคือ แก้ว นั่นเอง ขณะเดียวกันวันทาตกลงยกแก้วให้เจ้าของนาเผื่อไถ่หนี้ โดยวันทาจับแก้วมัดไว้แล้วออกจากบ้าน เพื่อไปทำธุระกับสายจิตต์และให้มิ่งเป็นคนเฝ้าแก้ว ระหว่างนั้นมิ่งคิดจะปล้ำแก้วก่อนส่งตัว แล้วพลั้งมือฆ่ามิ่งตาย แก้วตกใจกลัวมากเลยหนีไปหา แป๊ะลิ้ม กับ เจ๊อ้วน เจ้าของเรือขนข้าวที่รักแก้วราวกับลูกในไส้ โดยทั้งคู่กำลังออกเรือล่องไปกรุงเทพฯ พอดี แก้วจึงตัดสินใจขอตามไปด้วย

ฝ่ายเดี่ยวพาเจ้าชิดชนกกลับมาที่วังวรมันในกรุงเทพฯ เมื่อเจ้าวรมันกลับมาถึงเมืองไทย ก็ได้ขอโทษและอธิบายความจำเป็นเรื่องที่ต้องโกหกชิดชนกว่าแม่ของเธอตายแล้ว และสั่งเดี่ยวให้ขึ้นไปเชียงใหม่เพื่อหาทางช่วยคุณน้อยออกมาจากคุ้มเวียงฟ้า ระหว่างเดี่ยวเดินทางก็ถูกพวกขจรดักทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บจนจำอะไรไม่ได้ ฝ่ายแก้วได้เริ่มชีวิตใหม่ในฐานะลูกบุญธรรมของแป๊ะลิ้ม และเรือของแป๊ะลิ้มมาจอดอยู่ที่ท่าซังฮี้ ด้วยความขยันไม่อยากอยู่เฉยๆ แก้วออกพายเรือขายข้าวแก้วในคลองต่างๆ ในละแวกนั้น จนได้พบกับเมืองแมนและศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ทั้งสองได้สานความสัมพันธ์กัน ทำให้ ขันทอง น้องสาวของศักดิ์สิทธิ์ที่แอบชอบเมืองแมนอยู่ เกิดความอิจฉาแก้วจึงนำความไปฟ้อง ท่านย่าแก่นจันทร์ ซึ่งเป็นย่าของเมืองแมน เมืองแมนจึงถูกท่านย่าสั่งห้ามไม่ให้คบหากับแก้ว แต่เมืองแมนก็ไม่ฟัง วันหนึ่งขณะที่แก้วและเมืองแมนกำลังพายเรือขายข้าวแกงอยู่ในคลอง ลูกน้องของขจรตามาเจอ แก้วหนีจากการไล่ล่ามาได้หวุดหวิด แป๊ะลิ้มเป็นห่วงความปลอดภัยของแก้วจึงคิดจะล่องเรือออกจากท่าซังฮี้ แต่ขจรตามทันเสียก่อนจึงเกิดการต่อสู้กันในเรือ และฆ่าแป๊ะลิ้มกับเจ๊อ้วนตายพร้อมๆ กับทำไฟไหม้เรือ ส่วนแก้วรอดตายมาได้เพราะเมืองแมนช่วยชีวิตไว้ จากนั้นเขาพาแก้วไปฝากให้เป็นคนใช้ในบ้านของขันทอง ศักดิ์สิทธิ์ที่แอบชอบแก้วอยู่ยินดีมาก ต่างจากขันทองที่ไม่พอใจคอยกลั่นแกล้งแก้วอยู่ตลอดเวลา

ระหว่างอยู่ที่บ้านขันทองแก้วมีโอกาสได้พบกับ เจ้าชิดชนก ทั้งคู่ต่างแปลกใจมากที่มีหน้าตาเหมือนกัน เมื่อมีโอกาสพูดคุยรู้จักทำความสนิทสนมซึ่งกันและกัน ทั้งคู่ก็รู้สึกผูกพันคล้ายคนคบหากันมานานปี แก้วกับเจ้าชิดชนกไปมาหาสู่กันโดยไม่มีใครล่วงรู้ จนวันหนึ่งแก้วได้รับเชิญไปงานวันเกิดของเมืองแมน แต่กลับถูกขันทองกลั่นแกล้ง เจ้าชิดชนกอยากให้แก้วมีโอกาสสมหวังในความรัก จึงอาสาช่วยให้แก้วได้ไปงานเต้นรำ ทั้งคู่จึงแต่งตัวเหมือนกัน โดยไม่นึกว่าจะเกิดปัญหาอันยิ่งใหญ่ตามมาในภายหลัง เมื่อเจ้านเรนทรส่งคนลงมาจับสองพ่อลูก เจ้าวรมันขัดขืนจึงถูกฆ่าตาย ส่วนแก้วที่กลับไปวังวรมันก่อนเพียงลำพังกลับถูกขจับไปแทน ฝ่ายเดี่ยวที่เพิ่งฟื้นความทรงจำรีบกลับมาที่วังวรมัน ได้พบกับเจ้าชิดชนกที่กำลังโศกเศร้าเสียใจ ส่วนเมืองแมนก็มาตามหาแก้วที่หายไปจากบ้านพานิชย์ ทั้งหมดจึงได้รู้ว่าแก้วถูกจับตัวไป เดี่ยวตัดสินใจจะไปช่วยแก้วและคุณน้อยตามความตั้งใจเดิม และสังให้ชิดชนกกลับฝรั่งเศสเพื่อความปลอดภัย แต่เจ้าชิดชนกไม่ยอมหลบหนีไปจนได้พบกับเมืองแมน ทั้งสองจึงขึ้นเชียงใหม่ไปด้วยกันเพื่อหาทางช่วยแก้ว แก้วถูกนำตัวไปขังที่คุ้าเวียงฟ้า

ในตอนแรกนเรนทรเข้าใจว่าแก้วคือชิดชนก แต่เมื่อรู้ว่าเธอคือแก้ว นเรนทรจึงสั่งให้นำแก้วไปขังไว้กับคุณน้อย เพื่อหลอกถามเรื่องพินัยกรรม เมื่อแก้วเผชิญหน้ากับคุณน้อยกลับไม่ได้รับอันตรายอะไร เพราะจิตใจใต้สำนึกของคุณน้อยคือแม่ที่รักลูกจนสุดหัวใจ ในขณะที่แก้วเองก็โหยหาอ้อมอกแม่ที่รักมาตลอดชีวิต การเผชิญหน้ากับคุณน้อยในครั้งนี้ นอกจากแก้วจะปลอดภัยแล้ว แก้วยังค่อยๆ เยียวยาคุณน้อยให้หายจากอาการสติวิปลาสด้วย เจ้านกกับเมืองแมนมาถึงเชียงใหม่ เมืองแมนรู้ว่านเรนทรต้องการตัวเจ้านก จึงตรงเข้าไปพบและยื่นข้อเสนอแลกตัวแก้วกับเจ้านก นเรนทรตกลง สาวใช้ในคุ้มที่เป็นสายของเดี่ยวได้ยิน จึงไปรายงานทุกอย่างให้เดี่ยวฟัง เดี่ยวโกรธมากเข้าใจว่าเมืองแมนทรยศเจ้านก รีบนำกำลังคนออกไปเพื่อช่วยเหลือ ซึ่งพอดีกับที่เมืองแมนหลงกลนเรนทร ถูกนเรนทรให้ คนสะกดรอยตามมาที่พักเพื่อชิงเอาตัวเจ้านก เดี่ยวจึงช่วยทั้งสองเอาไว้ได้ เดี่ยวได้รู้ความจริงว่าทั้งหมดเป็นแผนของเจ้านกเองที่คิดจะช่วยแก้ว เมื่อล้มเหลวเมืองแมนจึงคิดแผนใหม่ คือเสนอให้นำตัวน้อยและแก้วมาแลกกับสิ่งที่นเรนทรอยากได้มาตลอดคือ พินัยกรรมของเจ้าวรมัน การแลกตัวประกันกับพินัยกรรมจึงเกิดขึ้น นเรนทรจอมเจ้าเล่ห์วางแผนหักหลัง สุดท้ายเกิดการต่อสู้ชุลมุนวุ่นวาย แล้วเรื่องราวต่อไปจะลงเอยเช่นไร เมืองแมน, เจ้าชิดชนก และเดี่ยว จะสามารถช่วยแก้วและน้อยได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน แก้วลืมคอน 

รายชื่อนักแสดงละคร แก้วลืมคอน
อ้อม พิยดา อัครเศรณี – แก้ว/เจ้าชิดชนก
กัปตัน ภูธเนศ หงษ์มานพ – เมืองแมน
อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์  – น้าเดี่ยว
จารุณี สุขสวัสดิ์ – คุณน้อย
เกรียงไกร อุณหนันท์ – เจ้าวรมัน
ดิลก ทองวัฒนา – เจ้านเรนทร
อภิชาต พัวพิมล  –  ขจร
ดร.ปัทมาฆะ สุคนธมาน  –  คุณย่าแก่นจันทร์
ฉัตร รูปขจร   –  ศักดิ์สิทธิ์
มนัสวี กฤตานุกูลย์   –  ขันทอง
ชุติมา นัยนา    –  วันทา
วิทิต แลด    –   มิ่ง
รอง เค้ามูลคดี    –  แป๊ะลิ้ม
ปทุมวดี โสภาพรรณ   –  เจ๊อ้วน
พรพิมล รักธรรม   –   สายจิตต์
เขมชาติ เตโชชัชวาล –   หมิ่น

ออกอากาศ 8 เมษายน 2548 ละครหลังข่าวช่อง 5 เวลา 20.15 วันพุธ พฤหัส ศุกร์

แก้วจอมแก่น 2540

เรื่องราวของ “แก้ว” เด็กหญิงน่ารักวัยประมาณ ๙ ขวบ อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น มีคุณพ่อ คุณแม่ที่รักใคร่เอาใจใส่ลูก ๆ เป็นอย่างดี พี่สาวที่เรียนเก่ง คือ พี่ไก่ ในวัยประมาณ ๑๓-๑๔ ปี ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นครู และน้องสาวหนึ่งคนคือ น้องเล็ก ในวัยประมาณ ๖-๗ ปี ที่ชอบร้องเพลงเป็นงานอดิเรก

แก้ว เป็นเด็กที่มีความร่าเริงแจ่มใส มีความมั่นใจในตัวเองมีความเป็นผู้นำและความคิดสร้างสรรค์ จึงกลายเป็นแก่นและซนในสายตาของผู้ใหญ่ และมักจะเป็นหัวโจกในหมู่พี่น้องและผองเพื่อนอยู่เสมอ อันได้แก่ นิด กับ หน่อย ที่เป็นลูกชายของ ป้าจ้อย พี่สาวของคุณพ่อ อึ่งกับอ๊อด ลูกสาวและลูกชายของคุณลุงคุณป้า อ้อย หลานคุณป้าเอิบ ป๊อก, เปี๊ยก, ป้อม, อ้วน ฯลฯ เพื่อนนักเรียนในชั้น ป.๔ นอกจากนี้แก้วยังเป็นเด็กที่รักสัตว์และชอบเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมา แมว ปลา ฯลฯ อันแสดงถึงความเมตตาที่มีอยู่ในใจ แต่แก้วก็มักจะสร้างวีรกรรม ทั้งที่เป็นการทำดีบ้างและบางทีก็ทำให้ผู้ใหญ่ถึงกับส่ายหน้า แต่ก็ไม่มีใครโกรธแก้วได้ลงซักที ซึ่งเนื้อเรื่องจะมีลักษณะแบบจบในตอนแบบต่อเนื่อง และมักจะแฝงสาระหรือข้อคิดที่ไม่หนักจนเกินไปสำหรับเด็กเป็นตอน ๆ เรื่อยไป

นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นหนุ่มสาว เช่น พี่หนู พี่ชายคนโตของนิดกับหน่อย พี่สุทธิ เพื่อนบ้านที่ใจดีและชอบเล่นกับแก้วเป็นพิเศษ ครูสุมน ครูสาวประจำวิชาภาษาไทย ครูจินตนา สอนวิชาพลศึกษา ครูเสือ ที่ค่อนข้างดุสมกับสมญาที่เด็ก ๆ ช่วยกันตั้งให้

เกมรักพยาบาท

เกมรักพยาบาท“เกมรักพยาบาท” เรื่องราวระหว่างความรักที่เกิดจากความแค้นพยาบาทระหว่างตระกูล ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่พ่อฆ่าตัวตาย เพราะถูกบีบคั้นทางธุรกิจจากฝ่ายตรงข้าม จนเขาต้องวางแผนแก้แค้นลูกสาวสองคนของตระกูลศัตรู ด้วยการเดินเกมรักพยาบาทหวังจัดการพิชิตใจของสาวสาว โดยไม่รู้ตัว่าเอาความรู้สึกและความรักของตัวเองเป็นเดิมพัน

ผู้กำกับ : นิพนธ์ ผิวเณร
ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์
เขียนบท : กษิดินทร์ แสงวงศ์

รายชื่อนักแสดงละคร เกมรักพยาบาท

ภูธเนศ  หงษ์มานพ
พิยดา อัครเศรณี แสดงเป็น รมิดา
ลีน่า  คริสเต็นเซ็นต์
ธัญญา  โสภณ
ทัศน์วรรณ  เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
วัชระ  ปานเอี่ยม
ทองขาว  ภัทร์โชคชัย
ภรา ยารสเอก
คิม  ตาปนานนท์
มาเรียม  คำเมือง

กษัตริยา

กษัตริยา

กษัตริยา เป็นละครโทรทัศน์อิงประวัติศาสตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ช่วงสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พระเทียรราชา) เมื่อสมเด็จพระสุริโยทัย พระชายา สิ้นพระชนม์ในการยุทธหัตถีกับพม่า จนถึงการกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยแบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาค “กษัตริยา” เป็นเรื่องราวของพระวิสุทธิกษัตรีย์ และพระสุพรรณกัลยา และภาค “อธิราชา” หรือ มหาราชกู้แผ่นดิน เป็นเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ความเริ่มตั้งแต่สมเด็จพระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์ในการยุทธหัตถีกับพม่า พระราเมศวรราชบุตรเข้ากันพระศพไว้ได้ พระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชเวตี้ยกทัพกลับหงสาวดี พระบรมศพสมเด็จพระบรมศพสมเด็จพระสุริโยทัยถูกอัญเชิญมาถวายพระเพลิง ณ วัดสวนหลวงสบสวรรค์ อันเคยเป็นสวนสวรรค์ที่เคยทรงพระสำราญคราวยังทรงพระชนมชีพ บัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่ส่งพระวิญญาณสีสรวงสวรรค์ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเศร้าโศกโศกาดูรราชบุตรีพระองค์ใหญ่ พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงจดจำความเจ็บปวดฝังลึกในพระราชหฤทัย ว่าพระราชมารดาทรงหลั่งโลหิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน

หลังจากนั้นไทยกับพม่าว่างเว้นศึกสิบห้าปี ระหว่างนั่นพระเจ้าตะเบ็งเวตี้วิปลาส ถูกสมิงสอดวุต ลวงไปปลงพระชนม์ หงสาวดีเกิดการจลาจล บุเรงนองมหาอุปราชต้องปราบปรามจนราบคาบแล้วราชาภิเษกขึ้นเป็นพระเจ้าหงสาวดี บุเรงนอง

ปีกุน พ.ศ. 2106 พระเกียรติยศสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเลื่องลือแพร่หลาย ด้วยทรงมีช้างเผือกมาสู่พระบุญญาบารมีถึง 7 เชือก จนได้รับถวายพระนามว่าพระเจ้าช้างเผือก พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองให้ราชทูตเชิญพระราชสาส์นมาเจริญพระราชไมตรี ขอช้างเผือกไปเป็นศรีนครสองเชือก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงทราบทันทีว่าบุเรงนองมีประสงค์จะก่อศึก เพราะหากทรงยอมตามคำขอก็หมายถึงยอมอยู่ในอำนาจ แต่ถ้าทรงปฏิเสธขัดข้องก็จะถือเอาเป็นเหตุยกมาตีเอากรุงศรีอยุธยา

เวลานั้นในกรุงศรีอยุธยาแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย พระมหินทราธิราช ราชบุตรองค์ใหญ่แม้จะเป็นอุปราช แต่ไม่ได้รับความจงรักภักดีเท่าพระราเมศวรผู้ทรงเก่งกาจในการณรงค์ พระราเมศวร ทรงเห็นด้วยกับพระยาจักรีว่า จากวันนี้ฤาวันไหน สงครามไทยพม่าย่อมอุบัติแน่ จะพระราชทานช้างเผือกให้พม่าไปใยให้เสียพระเกียรติยศ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงทรงตอบปฏิเสธบุเรงนอง หลังจากนั้นอยุธยาก็เตรียมการพร้อมรบ ข่าวเตรียมศึกถูกส่งออกไปถึงเมืองพิษณุโลก

ผู้ครองเมืองลูกหลวง พิษณุโลก ณ เวลานั้น เดิมคืออดีตทหารกล้านามขุนพิเรนทรเทพ ผู้เคยปราบกบฏขุนวรวงศาธิราช บั่นหัวนางพระยาศรีสุดาจันทร์ แล้วถวายบัลลังก์ให้แก่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ จนได้รับพระราชบัณฑูรให้ครองเมืองพิษณุโลก เป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า และได้รับพระราชทานพระสวัสดิราช พระราชธิดาพระองค์โตเป็นอัครมเหสี ทรงนามใหม่ว่าพระวิสุทธิกษัตรีย์ บัดนี้ทรงมีพระราชธิดาและพระราชโอรสรวม ๓ พระองค์ คือ พระสุพรรณกัลยา พระนเรศ และ พระเอกาทศรถ

เวลานั้นพระสุพรรณกัลยาเจริญวัยแรกรุ่น ดรุณี พระฉวีเหลืองละออดังทองสมพระนาม ส่วนพระนเรศยังเยาว์พระชันษา แต่ทรงสนพระทัยในการสงครามอย่างเห็นได้ชัด พระฉวีคล้ำเข้มจนได้รับพระนามว่าพระองค์ดำ ส่วนพระเอกาทศรถ งามสะโอดสะอง พระฉวีขาวผ่อง จึงได้รับพระนามว่าพระองค์ขาว

บุเรงนองกรีธาทัพเข้ามาโดยหัวเมืองทางเหนือมิได้ทันตั้งรับ เข้าบดขยี้ได้กำแพงเพชร สุโขทัย สวรรคโลกและพิชัยโดยง่าย จากนั้นจึงยกเข้าล้อมพิษณุโลกอันเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ พระมหาธรรม

ราชาเจนการศึก จึงรู้แน่แก่ใจว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินจะรับมือได้ ทัพพระเจ้าหงสาวดีมีพลถึงห้าแสน อีกทั้งมีเชียงใหม่คอยหนุนหลัง แต่เบื้องแรงพระมหาธรรมราชาก็ต่อสู้สุดความสามารถ จนในที่สุดเมืองจวนพินาศ เสบียงอาหารขาดแคลน เกิดโรคระบาดขึ้นในเมือง จึงต้องตัดสินพระทัยจำยอมอ่อนน้อมแก่ทัพพม่าเพื่อถนอมบ้านเมืองให้บอบช้ำ น้อยที่สุด

การตัดสินใจของพระสวามีสร้างความตกตะลึงให้กับพระวิสุทธิกษัตรีย์ผู้ทรงสืบ สาย โลหิตจากวีรสตรีนักรบผู้กล้า ยิ่งเมื่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองให้พระมหาธรรมราชาและเจ้าเมืองกรมการที่ยอม อ่อนน้อมถือน้ำกระทำสัตย์ พระวิสุทธิกษัตรีย์ก็ทรงปวดร้าวถึงกับชวนพระวรกายปะทะแท่นวางพานพระศรี พระนลาฏกระทบขอบพานจนพระโลหิตตกทรงกระชากฉีกชายฉลองพระองค์ชับพระโลหิตบนพระ นลาฏ ม้วนพระภูษาเปื้อนพระโลหิตบรรจุตลับทองเก็บไว้ หลังจากนั้นไม่สรงไม่เสวยไม่ยอมเยียวยาบาดแผล ความขัดแย้งของสองพระองค์กลายเป็นรอยร้าวฉาน พระวิสุทธิกษัตรีย์ได้แต่ทรงฝากความหวังให้โอรสธิดาทั้งสามพระองค์กอบกู้ บ้านเมืองกลับคือมาให้ได้ในวันข้างหน้า

พระเจ้าหงสาวดีกรีธาทัพลงมาล้อมกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิไม่อาจทานศึกได้ก็จำยอมออกมารับพระราชทานไมตรี ต้องทรงยอมให้พระเจ้าหงสาวดีนำตัวพระราเมศวรกับพระยาจักรีไปเป็นตัวประกัน ที่เมืองพม่า อีกทั้งยอมส่งช้างไปบรรณาการปีละ 30 เชือก ยอมส่งส่วยสาอากร รวมทั้งยอมเสียอำนาจปกครองเมืองมะริด พระราเมศวรตรอมพระทัยประชวรหนักระหว่างทาง ก่อนสิ่งพระชนม์มีรับสั่งสุดท้ายกับพระยาจักรี ห้ามมิให้ฝังพระอัฐิในดินแดนพม่า ให้หาทางนำกลับกรุงศรีอยุธยาให้จงได้

พระเจ้าเมกุติแห่งเมืองเชียงใหม่แข็งข้อกับหงสาวดี บุเรงนองจึงยกทัพมาตีเชียงใหม่ โดยมีใบบอกให้พระมหาธรรมราชาขึ้นไปช่วยรบ พระมหาธรรมราชาตระหนักว่าหากปฏิเสธ เห็นทีพิษณุโลกจะต้องถูกตีย่อยยับเป็นครั้งที่สอง จึงทรงยอมยกทัพไปช่วยพม่าตีเชียงใหม่ พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงผิดหวังขมขื่นหนักขึ้นถึงแก่แตกหักกัน

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิออกผนวช พระมหินทราธิราชขึ้นครองเมืองพระยารามรณรงค์ เจ้าเมืองกำแพงเพชรกราบทูลยุยงว่าพระมหาธรรมราชากระด้างกระเดื่องต่ออยุธยา หันไปสวามิภักดิ์ต่อหงสาวดี ควรจะหันไปหาทางเจริญไมตรีกับกรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างเอาไว้ พระมหินทราธิราชจึงส่งพระเทพกษัตรีย์ ไปพระราชทานแก่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งล้านช้าง พระมหาธรรมราชาส่งข่าวนี้ไปแจ้งแก่บุเรงนอง บุเรงนองจึงส่งทหารมาดักชิงตัวพระเทพกษัตรีย์ไปหงสาวดี

พระมหินทราธิราชทรงแค้น คิดจะกำจัดพระมหาธรรมราชา จึงออกอุบายให้พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชยกทัพมาตีพิษณุโลก แล้วกรุงศรีอยุธยาจะทำทีแต่งทัพขึ้นมาช่วย แต่ความจริงจะตีกระหนาบบดขยี้พิษณุโลกเสียให้สิ้นแค้น พระมหาธรรมราชาทราบความเสียก่อนจึงซ้อนแผนเผาเรือรบกรุงศรีอยุธยาทิ้งจำนวน มาก เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง อภิเษกพระมหาธรรมราชาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าพิษณุโลก และประกาศให้พิษณุโลกเป็นประเทศราชขึ้นต่อหงสาวดีมิให้ขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา สืบไป

ศึกระหว่างพระสวามีกับพระอนุชาครั้งนี้ บีบคั้นพระหทัยพระวิสุทธิกษัตรีย์จนแทบแตกสลาย ทรงตัดสินพระทัยส่งตลับบรรจุภูษาซับโลหิตจากพระนลาฏไปยังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเปิดออกทอดพระเนตรเห็นโลหิตพระราชธิดาก็ทรงลาผนวช เสด็จขึ้นมายังพิษณุโลกรับพระวิสุทธิกษัตรีย์กับพระโอรสธิดาทั้งสามลงมา อยุธยาทันที พระเจ้าสงสาวดีบุเรงนองได้ที ทรงอ้างเหตุผลว่ากรุงศรีอยุธยาข่มเหงเมืองพิษณุโลก อันเป็นเมืองในขอบขัณฑสีมาพม่า สั่งให้เตรียมกองทัพใหญ่มาตรีกรุงศรีอยุธยา โดยให้พระมหาธรรมราชาลงมาช่วยทำศึกด้วย

พระวิสุทธิกษัตรีย์ทรงทราบ ความก็นิ่งขึง ชะตากรรมลิขิตให้พระสวามีต้องยกทัพมาทำศึกกับพระญาติวงศ์พงศา คนไทยต้องมาทำสงครามกับคนไทยด้วยกันเอง

บุเรงนองออกอุบายให้พระยาจักรีเป็นไส้ศึก ปล่อยตัวให้ลอบเข้าวังไปพร้อมกับพระอิฐิพระราเมศวร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงเห็นพระอัฐิพระราชโอรสก็เสียพระทัยยิ่ง ถึงแก่ประชวรหนัก เพียง ๒๕ วัน ก็เสด็จสวรรคต

อยุธยาระส่ำระสาย หลงกลศึกเสียทีบุเรงนอง เจ้าพระยาจักรีเปิดประตูเมืองรับศัตรูเข้ามาในพระนคร ในที่สุด เดือน 9 แรม 11 ค่ำ พ.ศ. 2112 กรุงศรีอยุธยาก็เสียเมืองให้แก่พม่า

เสียแม่ เสียพ่อ เสียพี่ เสียน้อง เสียทั้งครอบครัว มาบัดนี้ต้องมาเสียเมืองให้แก่อริราชศัตรูอีก แต่ชะตากรรมของพระวิสุทธิกษัตรีย์จะหมดสิ้นเท่านี้ก็หาไม่

เมื่อบุเรงนองทำพิธีปราบดาภิเษกพระมหาธรรมราชาขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทนพระ มหินทราธิราชแล้ว ก็ออกพระโอษฐ์ขอตัวพระนเรศ โอรสองค์กลางไปเป็นพระราชบุตรบุญธรรมที่หงสาวดีอีก พระหทัยพระวิสุทธิกษัตรีย์แทบสลาย เมื่อพระมหาธรรมราชาทรงรับปากถวาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพระโอรสถูกนำไปในฐานะตัวจำนำในเมืองศัตรู

พระนเรศถูกส่งตัวไปประทับอยู่ ณ กรุงหงสาวดีถึง 6 ปี ทำให้ทรงทราบตื้นลึกหนาบาง กำลังฤทธิ์เดชและจุดอ่อนของพม่าเป็นอย่างดี ในพระราชหฤทัยทรงตระหนักดีว่าภารกิจการกู้ชาติเป็นของพระองค์ จึงเฝ้าอดทนรอวันที่จะได้ลุกขึ้นมาปลดปล่อยคนไทยออกจากการข่มเหงยึดครองของ พม่า

เมื่อพระนเรศเจริญพระชันษาได้ 15 ปี พระมหาธรรมราชาก็เห็นเป็นโอกาสดีที่จะทรงขอพระราชโอรสกลับมาเป็นกำลังสำคัญ กอบกู้บ้านเมือง เพื่อมิให้บุเรงนองแคลงพระทัย พระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตรีย์จึงต้องส่งพระราชธิดาองค์โตไปแลก เปลี่ยน พระเจ้าหงสาวดีได้พระสุพรรณกัลยาไปเป็นพระชายาเหมือนอย่างตัวจำนำแทน ก็อนุญาตให้พระนเรศกลับมาช่วยบิดาปกครองบ้านเมือง

เมื่อพระสุพรรณกัลยาต้องทรงจากบ้านเมืองไปเป็นตัวประกันในราชสำนักพม่าอย่าง โดดเดี่ยว ต้องทนรับสภาพความทุกข์เกินกว่าที่หญิงใดในโลกจะทนได้ ด้วยการตกเป็นชายาของกษัตริย์พม่าที่มีวัยสูงกว่ามากมายถึงสองพระองค์ เพราะเมื่อบุเรงนองสิ้นพระชนม์แล้ว ยังต้องทรงตกเป็นมเหสีของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงผู้โหดเหี้ยมสืบต่อมาอีก ด้วย

การเสียสละของพระพี่นางครั้งนี้ส่งผลให้พระนเรศหรือสมเด็จพร นเรศวรได้มีโอกาสกลับคืนสู่มาตุภูมิ และทรงลุกขึ้นกอบกู้บ้านเมืองได้สำเร็จ ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง ปลดปล่อยคนไทยจากการยึดครองของพม่า หลังจากนั้นทรงรบพุ่งเผชิญสงครามกับพม่าตลอดระยะเวลายาวนาน โดยทรงเอาชนะพม่าได้ทุกครั้งจนพระเกียรติระบือลือเลื่อง ในปี ๒๑๓๕ ทรงทำสงครามยุทธหัตถีครั้งประวัติศาสตร์กับพระมหาอุปราชา พระโอรสของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงที่หนองสาหร่าย สุพรรณบุรี ทรงจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง นับเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

ทว่าวันแห่งชัยชนะต้องแลกมาด้วยหยาดโลหิตของผู้อยู่เบื้องหลัง พระสุพรรณกัลยาทรงทราบข่าวพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ด้วยพระหัตถ์พระอนุชา ก็ทรงตระหนักว่าวันที่ทรงรอคอยตลอดยี่สิบปีในดินแดนศัตรูมาถึงแล้ว ทรงยอมรับชะตากรรมอย่างกล้างหาญเด็ดเดี่ยวเมื่อพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงทรง ปรี่เข้ามาหาด้วยโทสะแรงกล้าที่เสียพระราชโอรส แล้วใช้พระแสงดาบฟันสุพรรณกัลยาจนสิ้นพระชนม์พร้อมพระราชธิดาพระองค์น้อย วินาทีนั้น ทรงรู้สึกเป็นอิสระยิ่งกว่าอิสระใดที่เคยทรงประสบมา

พระวิสุทธิกษัตรีย์ กษัตริยาผู้อาภัย มิได้ทรงทราบข่าวร้ายนี้เลยจนวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ แม้ในวินาทีสุดท้ายบนภพมนุษย์ ยังทรงเต็มเปี่ยมในพระราชหฤทัยด้วยความหวัง ว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันห้าพระองค์อีกครั้ง

ผู้กำกับ : นิรัตติศัย กัลย์จาฤก
ผลิตโดย : กันตนา
เขียนบท : พัสกร
บทประพันธ์ : ทมยันตี

นำแสดงโดย

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แสดงเป็น พระวิสุทธิกษัตรีย์
อนุสรณ์ เตชะปัญญา แสดงเป็น พระมหาธรรมราชา
วรัทยา นิลคูหา แสดงเป็น พระสุพรรณกัลยา
อานัส ฬาพานิช แสดงเป็น พระนเรศ (สมเด็จพระนเรศวรมหาราช)
ปิยะรัฐ(กันตะ) กัลย์จาฤก แสดงเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ(องค์ขาว)

รายชื่อนักแสดงทั้งหมด
ฝ่ายกรุงศรีอยุธยา

ดิษย์ลดา ดิษยนันท์ แสดงเป็น พระสุพรรณกัลยา(วัยเยาว์)
ปรมัติ ธรรมมล แสดงเป็น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช(วัยเยาว์)
อเล็กซ์ เรนเดลล์ แสดงเป็น สมเด็จพระเอกาทศรถ(วัยเยาว์)
มานพ อัศวเทพ แสดงเป็น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ชัยรัตน์ จิตรธรรม แสดงเป็น สมเด็จพระราเมศวรศรีเสาวราช
อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น สมเด็จพระมหินทราธิราช
ชฎาพร รัตนากร แสดงเป็น พระเทพกษัตรีย์
ชไมพร จตุรภุช แสดงเป็น พระสนมทองจันทร์
พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ แสดงเป็น พระอินทรเทวี
กันตนา กัลย์จาฤก แสดงเป็น พระอินทรเทวี(วัยเยาว์)
ณฤทัย หุตาคม แสดงเป็น พระพิจิตรจินดา
สาวิกา กาญจนมาศ แสดงเป็น มณีจันทร์
สาวิกา ไชยเดช แสดงเป็น มณีอินทร์
ยืนยง โอภากุล แสดงเป็น ขุนเมือง
ศิริพิชญ์ กฤษณะเศรณี แสดงเป็น พระแก้วฟ้า
พรสุดา ต่ายเนาว์คง แสดงเป็น ท้าววรจันทร์
ขวัญฤดี กลมกล่อม แสดงเป็น เดือน อดีตพระสนมพระราเมศวรศรีเสาวราช
วาสนา สิทธิเวช แสดงเป็น พระสนมรัตนมณีเนตร

ฝ่ายกรุงหงสาวดี

สันติสุข พรหมศิริ แสดงเป็น พระเจ้าบุเรงนอง
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น พระนางอดุลศรีตะเกงจีมหาเทวีเจ้า (พระพี่นางของพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ และเป็นพระอัครมเหสีตำหนักใต้ของพระเจ้าบุเรงนอง)
คนางค์ ดำรงหัตถ์ แสดงเป็น พระราชเทวีจันทรา (ธิดาแห่งกรุงอังวะ มเหสีตำหนักเหนือของพระเจ้าบุเรงนอง)
นวลปรางค์ ตรีชิต แสดงเป็น พระราชเทวีเชงทะเว (ธิดาเมืองแปร มเหสีตำหนักกลางของพระเจ้าบุเรงนอง)
ชนานา นุตาคม แสดงเป็น เจ้านางตองสี (ธิดาเจ้าเมืองเมาะตะมะ อดีตพระอัครมเหสีของพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้)
ภาณุเดช วัฒนสุชาติ แสดงเป็น พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
อนุวัฒน์ นิวาทวงศ์ แสดงเป็น พระเจ้านันทบุเรง
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แสดงเป็น เจ้านางศุภยา
อภิชาติ พัวพิมล แสดงเป็น มังกะยอชวา, พระมหาอุปราชา
อมราพร สุดสายเนตร แสดงเป็น เจ้านางสุวนันทา
สิทธิพร เมธา แสดงเป็น พระเจ้าสุวรรณฉัตร
ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม แสดงเป็น พระเจ้ามังนรธาสอ, พระเจ้าเชียงใหม่
วาสนา พูนผล แสดงเป็น เจ้านางมิ่งแก้ว ธิดาอดีตพระเจ้าเชียงใหม่
พิมพ์ผกา(ภรผกา) เสียงสมบุญ แสดงเป็น เจ้านางอุ่นคำ อัครมเหสีแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ล้านช้าง

ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.20 น. ช่อง 5