Category Archives: ละครช่อง3

ละครช่อง3 ละครช่อง 3 เรื่องย่อละครช่อง3 ละครทีวี ช่อง 3 ละครช่อง3 ทั้งหมด

คู่กรรม 2

คำโปรย : ความทรงจำ ความรัก ท่ามกลางความวิปโยค ที่ไม่อาจปฎิเสธ

กลินท์ หรือ โยอิจิ เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของอังศุมาลินที่เกิดจากโกโบริ ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 อังศุมาลินพยายามเลี้ยงดูกลินท์ด้วยความเข้มแข็ง แม้ วนัส เสรีไทยที่ ชอบอังศุมาลินอยู่นานจะเปิดเผยความในใจและไม่รังเกียจที่จะอยู่กินกับอังศุ มาลิน แต่อังศุมาลินก็ยังคงคบกับวนัสเพียงเป็นเพื่อนที่ดีเท่านั้น เพราะยังมั่นในรักที่มีต่อโกโบริ

อังศุมาลินพยายามปลูกฝังความเป็นโกโบริให้ในตัวกลินท์ แต่กลินท์ไม่ยอมรับและรังเกียจ เมื่อโตขึ้น กลินท์เข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังผันผวนเพราะเป็นยุคเผด็จการทหาร กลินท์เป็นคนหนุ่มหัวสมัยใหม่ เขาเป็นผู้นำนักศึกษาร่วมการประท้วงสินค้าญี่ปุ่น โดยที่ไม่มีใครรู้ถึงประวัติของกลินท์ มีแต่เพียง ชิตาภา อาจารย์สาวร่วมคณะเท่านั้นที่คอยเตือนให้ระวังความปลอดภัย หนึ่งในนักศึกษาที่ร่วมการประท้วงนั้น ศราวณี นักศึกษาสาวปีหนึ่งคณะรัฐศาสตร์ เป็นคนที่โดดเด่นมาก กลินท์ประทับใจในตัวเธอ ต่อมาศราวณีรู้ว่ากลินท์ที่แท้ก็เป็นญาติผู้พี่ของเธอ ที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นที่เกิดจากอังศุมาลิน ที่ทางครอบครัวของเธอรังเกียจ เพราะอังศุมาลินยอมแต่งงานกับทหารญี่ปุ่นอย่างโกโบริ ศราวณีเลยพลอยรังเกียจกลินท์ไปด้วย และบอกกล่าวประวัติของกลินท์ให้ทุกคนได้รู้ ทำให้ทุกคนเริ่มถอยห่างและไม่ไว้วางใจให้กลินท์นำอีกต่อไป ซึ่งมีแต่เพียงชิตาภาซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของศราวณีเท่านั้นที่เข้าใจกลินท์

ต่อมา ศราวณีถูกจับ กลินท์เข้าไปช่วยและได้รู้ถึงสาเหตุที่ทุกคนรังเกียจตน กลินท์พาศราวณีไปที่บ้านและได้พบกับอังศุมาลิน ศราวณีถึงได้รู้ว่าที่แท้อังศุมาลินรักในตัวโกโบริอย่างแท้จริง และไม่ใช่คนไม่ดีอย่างที่ครอบครัวเธอปลูกฝัง จึงเปลี่ยนทัศนคติและขอโทษ จากนั้นความผูกพันของทั้งคู่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

การที่ศราวณีกลับไปคืนดีกับกลินท์ ทำให้ กบ แม่ของศราวณีไม่พอใจ จึงมีปากเสียงกัน ศราวณีหนีออกจากบ้าน ชิตาภาร้อนใจไปหากลินท์ที่บ้าน ขณะเดียวกันนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์วันมหาวิปโยคขึ้น กลินท์คิดว่าศราวณีคงจะไปร่วมชุมนุมด้วย จึงออกตามหาในที่ชุมนุม พบศราวณีในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสและเพ้อรำพันอยู่ตลอดเวลาว่า ตนเป็นคนพาเพื่อน ๆ ไปตาย ชิตาภาโทรศัพท์ไปบอกอาการแก่กบ แต่กบไม่รับฟังเอาแต่โทษชิตาภาต่าง ๆ นานา

หลังจากนี้ รัฐบาลต้อง ทูลเกล้าลาออกเพราะมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมากมาย ชิตาภาต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศและพาศราวณีไปรักษาอาการด้วย กลินท์เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองรักชิตาภา แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเธอได้ เพราะชิตาภามีคู่หมั้นแล้วเป็นชาวต่างประเทศ ทั้งคู่ให้คำมั่นสัญญากันว่า จะเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน

ต่อมา อังศุมาลินมีอาการป่วยและบ่นถึงชิตาภาอยู่บ่อย ๆ ว่าเมื่อไหร่จะกลับ เมื่ออาการของอังศุมาลินเจ็บหนัก อังศุมาลินขอให้กลินท์เล่นซามิเซ็งให้ฟัง กลินท์ก็เล่นโดยที่ไม่รู้ว่าโกโบริได้พาอังศุมาลินไปยังทางช้างเผือกแล้วตามสัญญาที่เคยให้ไว้ และกลินท์ต้องเล่นซามิเซ็งแต่เพียงลำพังคนเดียว

คู่กรรม 2546

อังศุมาลิน ชลาสินธุ์ นิสิตสาวคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกิดและเติบโตมาท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของ แม่อร และยาย ที่บ้านริมคลองบางกอกน้อย พ่อของอังศุมาลินเป็นอดีตทหารเรือ ชื่อ หลวงชลาสินธุราช อังศุมาลินมีเพื่อนชายที่รู้ใจและสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก ชื่อ วนัส นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ที่ในใจลึก ๆ ของเขาแอบรักอังมากกว่าน้องสาว แต่เธอคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะมีความรัก จนวนัสเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษ อังศุมาลินกับครอบครัวมีโอกาสได้รู้จักสนิทสนมกับ หมอโยชิ หมอทหารชาวญี่ปุ่นผู้แสนใจดีและเป็นมิตร หมอโยชิเอ็นดูอังศุมาลินจนเสนอตัวสอนภาษาญี่ปุ่นให้เธอด้วยความเต็มใจ

แล้วอังศุมาลินก็ได้พบกับ โกโบริ ขณะที่เธอว่ายน้ำไป แอบดูอู่เรือของทหารญี่ปุ่นที่มาตั้งรกรากอยู่ใกล้ ๆ สวนบ้านเธอ โกโบริเป็นนายช่างใหญ่ประจำอู่ เขากล่าวทักทายอังศุมาลินอย่างเป็นมิตร แต่อังศุมาลินไม่พูดด้วย เพราะอคติกับคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะทหารโกโบริก็เริ่มแสดงไมตรีกับครอบครัวอังศุมาลิน โดยใช้ให้ทหารลูกน้องส่งข้าวของผลไม้สำหรับ คนป่วยมาให้ยายของอังศุมาลิน พาหมอมาดูอาการยาย จนทำให้ทั้งแม่กับยายเริ่มเอ็นดูและมองเห็นถึงน้ำใจไมตรีของโกโบริ และเรียกโกโบริว่า “พ่อดอกมะลิ” ขณะที่อังศุมาลิน ก็ยังอคติกับเขาอย่างเดิม

สัญญาณระเบิดดังขึ้น ในคืนที่อังศุมาลินอยู่บ้านคนเดียว โกโบริซึ่งแวะมาหาพอดี เลยมีโอกาสได้ช่วยเหลือพาอังศุมาลินไปหลบภัยที่ท้ายสวน ทั้งคู่วิ่งฝ่ากระสุน โกโบริกอดอังศุมาลินวิ่งเอาตัวเป็นกำบังให้ และพาอังศุมาลินไปหลบในท้องร่องและกอดอังไว้แน่น ระเบิดก็ลงใกล้ ๆ จุดนั้น โกโบริยอมเสี่ยงชีวิตเจ็บตัวแทนอังศุมาลิน และก่อนที่เขาจะหมดสติไป โกโบริก็บอกรักอังศุมาลิน แม้ลึก ๆ แล้วเธอจะรัก แต่เพราะโกโบริเป็นชาวญี่ปุ่น เป็นศัตรูที่เข้ามากร้ำกรายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ อังศุมาลิน จึงปฏิเสธโกโบริอย่างไม่ใยดี โกโบริมาขอโทษอังศุมาลิน ที่เรื่องของเขากับเธอกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต และมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างบีบคั้น

จนในที่สุด อังศุมาลิน ก็จำต้องจำยอมแต่งงานกับ โกโบริด้วยเหตุผลทางการเมือง ความสุภาพแสนดีของโกโบริ เริ่มทำให้อังศุมาลิน เริ่มมองเขาในแง่ดีมากขึ้นทีละนิด จนคืนหนึ่งขณะที่เธอมายืนนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้กับวนัสที่ใต้ต้นลำพู โกโบริก็มาเจอ อังศุมาลินจึงสารภาพกับโกโบริว่าเธอมีคนที่เธอรออยู่แล้ว คือ วนัส โกโบริเสียใจแต่ไม่แสดงออก แต่อังศุมาลินกลับเป็นฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองได้ทำร้ายจิตใจของโกโบริ เธอเห็นใจและสงสารโกโบริจับใจโกโบริมุงานหนัก นอนที่อู่เรือไม่ยอมกลับบ้าน พร้อมกับทำเรื่องขอย้ายไปประจำที่พม่า เพราะสถานการณ์ที่พม่ากำลังวุ่นวาย เขาไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นทหารที่เลือกแต่งานสบาย แต่หมอโยชิรู้ดีว่าโกโบริมีเหตุผลมากกว่านั้น เพราะสังเกตเห็นว่าโกโบริกับอังศุมาลินมีปัญหาไม่เข้าใจกัน

หมอโยชิจึงพยายามเข้ามาประสานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ก็ไม่เป็นผลแล้วคืนหนึ่ง วนัสก็แอบมาพบกับอังศุมาลิน วนัสเปิดเผยว่าตนเป็นเสรีไทย วนัสรู้เรื่องอังศุมาลินดีทุกอย่าง เขารู้ดีว่าอังศุมาลิน กำลังสับสนใจระหว่างโกโบริกับเขา จึงให้อิสระอังศุมาลิน ได้เลือกคนที่เธอรัก พร้อมกับฝากให้อังศุมาลินบอกโกโบริด้วยว่า อย่าไปสถานีรถไฟบางกอกน้อยตอน มีระเบิดลง อังศุมาลินซึ้งใจกับความเป็นสุภาพบุรุษของวนัส เมื่อระเบิดลงชุดใหญ่ทำให้อังศุมาลินกลัวว่าโกโบริจะเป็นอันตราย จึงรีบตามไปบางกอกน้อยโดยไม่สนคำทัดทานของใครเมื่อไปถึงปรากฏว่าสถานีรถไฟ บางกอกน้อยโดนถล่ม ทหารนอนตาย บาดเจ็บมากมาย อังศุมาลินเจอหมอโยชิ ซึ่งก็กำลังตามหาโกโบริอยู่เหมือนกัน

อังศุมาลินขอพรลูกในท้องให้ช่วยคุ้มครองโกโบริ อังศุมาลินเดินตามหาโกโบริอย่างรุ่มร้อนใจ จนในที่สุดอังศุมาลินก็พบโกโบรินอนบาดเจ็บ อาการสาหัส อังศุมาลิน ไม่ยอมให้โกโบริจากเธอไป แต่โกโบริรู้ตัวดีว่าเขาคงไม่รอด จึงฝากให้อังศุมาลินช่วยดูแลลูกแทนเขาด้วย อังศุมาลินบอกรักโกโบริก่อนที่เขาจะสิ้นลมบนตักอังศุมาลิน นั่นเอง จบที่งานศพของ โกโบริ ทุกคนร่ำไห้เสียใจ อังศุมาลินให้สัญญาต่อหน้าศพโกโบริว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูก และจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเพื่อ โกโบริ ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

คุณแม่รับฝาก

สิบพันหนีไกลจากกรุงเทพฯเมื่อวันที่หัวใจแตกสลายกลับมาห้วยเสือ ซุกซ่อนตัวเองกับความรักในสภาพของชายหนุ่มหน้าดุ ยิ้มยาก และไม่ยอมผูกพันกับหญิงคนไหน  เรียมจันทร์สาวน้อยหน้าใส จอมวุ่น หอบลูกสาวหนึ่งคนกับหมาอีกหนึ่งตัวมาถึงห้วยเสือในวันหนึ่ง ชีวิตใหม่กำลังจะเริ่มต้นกันอีกแล้วที่นี่ว่ากันว่า หญิงสาวคนหนึ่งได้เดินทางผ่านมาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย ใครๆเรียกหล่อนว่า “คุณแม่” และหล่อนก็เต็มใจกับบทบาทคุณแม่รับฝากนั้นอย่างเต็มใจ  เรียมจันทร์เดินทางไปบ้านห้วยเสือหานันทวรรณลำพัง เพื่อหนีความวุ่นวาย น่าเบื่อของปัญหาหัวใจจากอังกูร และเรื่องราวที่เธอประสบอยู่ ระหว่างทางเกิดอุทกภัยฝนตกหนักและน้ำท่วม เรียมจันทร์ พบ สิบพัน ในสภาพที่เซอร์มากๆ เธอนึกว่าสิบพันเป็นคนขับรถสองแถวของห้วยเสือ ได้มีปากเสียงกัน เพราะความดื้อรั้นของเรียมจันทร์ จึงถูกสิบพันทิ้งให้ขึ้นรถคนอื่น รถที่เรียมจันทร์นั่งมาเกิดเสียกลางทาง สิบพันจึงต้องย้อนกลับมาช่วยชาวบ้านและเรียมจันทร์มาที่ห้วยเสืออย่าง ปลอดภัย

ที่ห้วยเสือ เรียมจันทร์จึงรู้ว่าสิบพัน คือ พี่น้องกับนันทวรรณเพื่อนของเธอ ความไม่ชอบขี้หน้ากันแต่กลับต้องอยู่ชายคาเดียวกันทำให้มีเรื่องเถียงกัน ตลอดเวลาอุทกภัยทำให้ชาวบ้านบ้านห้วยเสือเดือดร้อน สิบพันช่วยเหลือชาวบ้านประหนึ่งเป็นผู้นำชุมชน ชาวบ้านรักและนับถือสิบพันมาก เรียมจันทร์และ นันทวรรณได้ออกช่วยเหลือชาวบ้านด้วย เธอเกิดความรู้สึกชื่นชมสิบพันในใจแต่ก็ไม่วายทะเลาะกัน สร้างความวุ่นวายเสมอ สิบพันเองก็มีความรัก และประทับใจในตัวเรียมจันทร์เช่นกัน

ที่บ้านเรียมจันทร์ในกรุงเทพฯ แรมจรัสกลับมาหาคุณวิไลและเรียมจันทร์พร้อมลูกสาวตัวน้อยและเจ้าดำสุนัข หนึ่งตัว   ในสภาพที่หัวใจบอบช้ำที่ภรรยาเขาเสียชีวิต และพ่อแม่ของภรรยาที่ดูถูกดูแคลน แรมจรัสจึงดูแลลูกน้อยเพื่อความก้าวหน้า และอนาคตของลูกเรียมจันทร์เคยสัญญาว่าจะรับดูแลเสมือนเป็นแม่ของหนูลิน แรมจรัสหาทางติดต่อเรียมจันทร์ให้กลับมารับหนูณลินตามสัญญา เพื่อที่เขาจะเดินทางไปต่างประเทศท่ามกลางความสัมพันธ์ที่กำลังดีของทั้ง เรียมจันทร์ และสิบพัน เรียมจันทร์ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯเพื่อรับหนูณลิน และกลับมาห้วยเสืออีกครั้งในสภาพของคุณแม่ลูกหนึ่ง    ทุกคนที่บ้านห้วยเสือตกใจมากที่เรียมจันทร์มีลูก เธอปฏิเสธอธิบายทุกอย่างเพื่อลองใจสิบพัน เหตุการณ์ยิ่งวุ่นวายเมื่อคุณสวลีและคุณทับทิมแม่ทั้งสองของสิบพัน ไม่ต้องการให้แม่ม่ายลูกหนึ่งมาเป็นภรรยาของสิบพันเพราะความหวังดีที่กลับ สิบพันจะต้องถูกแม่ม่ายหลอกลวง เนื่องจากสิบพันเคยเจ็บช้ำใจมาแล้วจากอนิตาที่ทิ้งเขาไปตั้งแต่ยังเป็นนัก ศึกษาด้วยที่พ่อแม่ของอนิตารังเกียจความเป็นคนบ้านนอกของสิบพันจึงตัดความ สัมพันธ์ของทั้งคู่ ญาดาซึ่งหลงรักสิบพันอยู่แล้วจึงเข้ามาสร้างความวุ่นวายเสมอ

ที่บ้านห้วยเสือมีการจัดงานการกุศลเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่น้ำท่วม ทั้งร้องเพลงและประกวดนางงาม เหตุการณ์อลหม่านเกิดขึ้น เนื่องจากสามสาว เรียมจันทร์ ญาดา และอนิตาแฟนเก่าของสิบพันกลับมาเจอกันในงานนี้ เรียมจันทร์แกล้งช่วยเหลืออนิตาและญาดาอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์และลองใจสิบ พัน  สิบพันมั่นคงและแน่วแน่ในตัวเรียมจันทร์มาก ถึงแม้เรียมจันทร์จะมีลูกติด ทำให้ทั้งญาดาและอนิตาต้องผิดหวังกลับไป อีกทั้งหนูณลินก็รักสิบพันมาก เรียกว่าพ่อพันตลอด คุณทับทิมและคุณสวลีจึงยอมให้สิบพันขอแต่งงานกับเรียมจันทร์ แต่เรียมจันทร์ขอเพียงหมั้นไว้ก่อน จึงจัดพิธีหมั้นอย่างง่าย ๆ ขึ้น

แรมจรัสเดินทางกลับมาเมืองไทยและจะกลับมารับหนูณลินไปอยู่ด้วยกันอย่างเดิม เมื่อมาที่บ้านห้วยเสือเขาพบว่าลูกสาวของเขาเข้ากันได้ดี และมีความสุขกับ เรียมจันทร์และสิบพันมาก เขาดีใจที่น้องสาวของเขาดูแลลูกสาวเขาอย่างดี และคงเป็นโชคชะตา การกลับมาครั้งนี้แรมจรัสได้พบกับ เรขารจนา สาวสวย เทพีหลายตำแหน่งแห่งบ้านทุ่งทานตะวัน แรมจรัสปิ๊งกับเรขารจนา แต่แรมจรัสต้องปฏิเสธใจตนเองเพราะเพิ่งสูญเสียความรักไป และเขาเบื่อหน่ายที่ต้อง เจอกับพ่อตาและแม่ยาย “ตัวร้าย” ทั้งหลาย ซึ่งเรขารจนามีคุณสมบัติข้อนี้ครบถ้วน คือ พ่อแม่ และพี่ชาย หวงลูกสาวและน้องสาวจนเป็นที่เลื่องลือไปทั้งตำบล นั่นคือ นายรังสรรค์ และนางจารุณี อีกทั้งพี่ชายทั้งสามคน
เทศกาลสงกรานต์แห่งบ้านทุ่งทานตะวันได้จัดงานเช่นนี้ทุกปี ปีนี้เรขารจนาต้องกลับมาเป็นกรรมการตัดสินความงามของบรรดาเหล่าเทพี  แต่คงเป็นบุพเพสันนิวาส ที่บ้านห้วยเสือและบ้านทุ่งทานตะวันอยู่ติดกัน แรมจรัส เรียมจันทร์ สิบพัน และหนูณลินมาเที่ยวงานสงกรานต์ ได้เจอกับเรขารจนาอีกครั้ง เรียมจันทร์สังเกตุเห็นความสนใจกันและกันของทั้งคู่ ในขณะที่นายรังสรรค์ก็เห็นเช่นกัน ทำให้นายรังสรรค์เริ่มเขม่น เกลียดขี้หน้าแรมจรัสมาก แต่เรียมจันทร์และณลินก็พยายามเป็นแม่สื่อให้พี่ชาย และพ่อ เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเมื่อเราขารจนา หรือหนูนา แสดงความชอบแรมจรัสมากมาย นายรังสรรค์และนางจารุณีจึง ตัดสินใจตามประกบลูกสาาวไม่ให้ห่าง อีกทั้งยังมีญาดาที่พลาดหวังจากสิบพันเธอจึงหันมาสนใจแรมจรัสแทน ญาดาเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับแรมจรัส และยังบอกกับทุกๆ คนว่าเธอกับแรมจรัส มีความสัมพันธ์กันแนบแน่น ปรภาพรรณ เพื่อนของแรมจรัส เรียมจันทร์และสิบพัน ต้องเข้ามาขัดขวางและช่วยเหลือแรมจรัสนายรังสรรค์ และนางจารุณีได้พบกับอดีตพ่อตาแม่ยายของแรมจรัสโดยบังเอิญ ทั้งสองยุยงว่าแรมจรัสเป็นคนไม่ดี ทำให้นายรังสรรค์เกิดอคติกับแรมจรัสมากยิ่งขึ้น จึงมีปากเสียงกับลูกสาวถึงขั้นโดดขวางรถที่เรขารจนาขับออกไปกับแรมจรัส

ทางด้านสิบพันเองก็เร่งรัดขอเรียมจันทร์แต่งงาน เรียมจันทร์จึงต้องรีบจัดการเรื่องพี่ชายให้สำเร็จโดยวางแผนให้หนูณลิ นวางเสน่ห์ขอเรียกเรขารจนาว่า”แม่” ขณะเดียวกันญาดาก็มีอาการทางจิตเพิ่มขึ้น เที่ยวบอกกับทุกๆคนว่าท้องกับแรมจรัส เรขารจนาจึงเกิดทนไม่ได้ รำคาญ บอกกับแรมจรัสว่า ถ้าพ่อแม่ไม่ยอมยกเธอให้แรมจรัสเธอจะไปอยู่ และจดทะเบียนกับแรมจรัส นายรังสรรค์กลัวใจลูกสาว ดังนั้นจึงตั้งข้อแม้ หากแรมจรัสเข้าคอร์สฝึกความอดทนกับเขาได้ เขาจึงจะยกเรขารจนาให้ “ยุทธการมหาโหด” ของพ่อตาจึงเกิดขึ้น โดยมีเรียมจันทร์และสิบพันคอยช่วยเหลืออยู่ไม่ห่าง สุดท้ายแรมจรัสก็สามารถเอาชนะว่าที่พ่อตาได้สำเร็จ ส่วนหนูณลินก็มีความสุขมากกว่าใครๆ เพราะเธอจะมีพ่อ 2 คน และแม่คนสวย 2 คน คือ พ่อแรมจรัสกับแม่เรขารจนา และพ่อสิบพันกับแม่เรียมจันทร์

คุณแม่จำแลง

เมื่อ ธันวา แยกทางกับ แอนนา หรือ เอมิกา หลังจากลูกชายลืมตาดูโลกได้ไม่นานด้วยเหตุผลที่ว่าทัศนคติไม่ตรงกัน ธันวาจึงตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทย ในขณะที่แอนนาเลือกใช้ชีวิตนักแสดงละครบรอดเวย์อยู่ที่นิวยอร์คต่อไป เกือบ 8 ปีเต็ม ธันวา เลี้ยงดูลูกชายตัวน้อยด้วยหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็ก พร้อมทั้งทำธุรกิจเปิดร้านพิซซ่าเล็กๆ

ปอโต้ เติบโตมาท่ามกลางความรักความเอาใจใส่ของพ่อ และลูกจ้างในร้านที่คอยเอาอกเอาใจอย่าง โก๋เทียม และ แม๊กกี้ ทำให้ปอโต้นั้นค่อนข้างซุกซน เอาแต่ใจ และไม่ค่อยยอมคน แต่ปอโต้ก็ยังบ่นถึงแม่เป็นประจำ ดังนั้นในวันเกิดของลูกชายทุกๆปีธันวาจะเลียนเสียงเป็นภรรยาโทรทางไกลมาอวย พร พร้อมกับส่งของขวัญมาให้ เพื่อที่ปอโต้จะได้รู้สึกว่ามารดายังห่วงใยเขาอยู่เสมอ และทุกครั้งที่ลูกชายเขียนการ์ดขอบคุณตอบกลับไปหาผู้เป็นแม่ ธันวาก็จะอาสาเก็บจดหมายและข้อความต่างๆ เหล่านั้นไปอ่านเองด้วยความปลื้มใจ จนวันหนึ่งความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกต้องเจอปัญหา เมื่อธันวาได้พบกับ รัญนรี แดนซ์เซอร์สาวซึ่งแวะเวียนมาที่ร้านจนเกิดความสนิทสนม

ล่าสุดธันวาได้รับจดหมายเชิญพบจาก สมสิริ ครูผู้ปกครองว่าปอโต้ไปก่อเหตุวิวาท ด้วยสาเหตุที่ถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนเรื่องแม่ทำให้เขานึกโมโหแทนลูกชาย และเพราะความเข้าใจผิดคิดว่า น้ำฟ้า เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ซึ่งปอโต้แอบชอบอยู่คือคู่กรณี ธันวาจึงเข้าไปต่อว่า ชัชชา ผู้เป็นแม่ของน้ำฟ้าโดยไม่ยอมฟังเสียงห้ามของลูกชาย แถมมารู้ภายหลังว่าชัชชาคือเจ้าของบริษัทที่ตนจะต้องไปเจรจาเรื่องธุรกิจ ด้วย

ชัชชาประสบความสำเร็จในฐานะเป็นนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ แต่ชีวิตครอบครัวนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อ เขตอรัญ ผู้เป็นสามีชอบเล่นการพนัน ทำธุรกิจอะไรก็ล้มเหลวไปหมด คอยแต่รีดไถและใช้กำลัง จนเธอต้องตัดสินใจทำเรื่องยื่นฟ้องขอหย่าขาดกับสามี ความที่เป็นคนจริงจังกับชีวิตทำให้ชัชชากลายเป็นคนเคร่งเครียด ระเบียบจัด เมื่อต้องมาเจอกับคนยียวนกวนประสาทอย่างธันวา ทำให้เธอไม่อยากร่วมงานด้วย เลยแกล้งบอกปัดแผนงานที่เขานำมาเสนอให้กลับไปแก้ไขใหม่

ธันวาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะให้ลูกชายหายโกรธ เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ปอโต้ต้องการเจอแม่ ธันวาจำเป็นต้องติดต่อภรรยาเก่าเพื่อให้มาหาลูกชายในวันเกิด แต่เอมิกากลับปฏิเสธเพราะกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวเช้าพิธีแต่งงานครั้ง ที่สาม ธันวาจึงคิดหาทางที่จะให้ปอโต้ ได้เจอแม่ให้ได้ในวันเกิด โดยการยุ พิษณุ เพื่อนสนิทสมัยอยู่ที่นิวยอร์คซึ่งปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับละครเวที หาทางจัดการปลอมตัวธันวา ให้เหมือนแอนนาผู้เป็นแม่ ปอโต้ไม่เคยเห็นหน้ามารดามาก่อน รู้แต่เพียงว่าเป็นนักแสดงละครบรอดเวย์อยู่เมืองนอก เมื่อพบบิดาปลอมตัวมาก็คิดว่าเป็นแม่จริงๆ ถึงแม้ว่าหน้าตารูปร่าง รวมทั้งบุคลิกที่เปรี้ยวจี๊ดนั้นตรงข้ามกับจินตนาการไปมากก็ตาม แต่ก็ทำให้ปอโต้มีความสุขมาก

ในวันรุ่งขึ้นธันวายังคงต้องจำใจปลอมเป็นแอนนาเหมือนเดิม เพราะปอโต้ต้องการให้แม่ไปร่วมงานวันแม่ซึ่งทางโรงเรียนจัดขึ้น ทำให้ธันวาต้องวุ่ยวายกับเรื่องปลอมตัว และยังเรื่องงานของตัวเองที่ต้องนำไปเสนอชัชชาด้วย

ใน งานวันแม่ ธันวาปรากฏตัวในฐานะผู้เป็นแม่แต่งตัวเป็นหญิง ครั้งแรกรู้สึกเขินและอายแต่ไม่มีใครจับได้จึงมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อโจรวิ่งราวกระเป๋า เขาไม่ทันระวังตัวด้วยสัญชาตญาณความเป็นผู้ชาย จึงเข้าทำร้ายโจรจนสลบด้วยมือเปล่า ทำให้หลายๆ คนประทับใจ รวมทั้ง ชนะชล ครูสอนวิชาพละไปเสียแล้ว งานวันแม่ดำเนินไปอย่างซาบซึ้งจนธันวาอดน้ำตาร่วงไม่ได้ เมื่อลูกชายคลานเข้ามากราบเท้าและมอบพวงมาลัยให้ ยิ่งไปกว่านั้นบทความ คุณแม่ของผมสวยที่สุดในโลก ของปอโต้ยังชนะใจกรรมการจนได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำเอาธันวาถึงกับกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจจนเกือบหลุดอาการให้ทุกคนจับได้

ธันวาอยากจะตีสนิทกับชัชชาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ จึงคิดจัดงานฉลองรางวัลให้ลูกชายเป็นการบังหน้าโดยมีพิษณุมาช่วยจัดการให้ เขาชวนเพื่อนๆของปอโต้และครอบครัวให้มาร่วมงาน ชัชชาซึ่งเพิ่งเคยมาที่ร้านเป็นครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจในรสชาติและ บรรยากาศ จนหญิงสาวเริ่มมองเห็นช่องทางที่จะทำกำไรในธุรกิจนี้ได้ ในขณะที่ปอโต้ซึ่งตั้งใจจะให้พ่อแม่ได้พบหน้ากันกลับไม่รู้สึกสนุกเท่าไหร่ เมื่อ รัญนรี บุกเข้ามาหาธันวาแต่กลับเจอธันวาในคราบของแอนนาแล้วคิดว่าแอนนาจะย้อนกลับมา คืนดีกับธันวา รัญนรีจึงหาเรื่องแสดงความเป็นเจ้าของธันวาเต็มที่ จนปอโต้ไม่พอใจ แอบรวมหัวกับบุ้งกี๋และเพื่อนๆ โดยมีโก้เทียม และแม๊กกี้เป็นผู้สนับสนุนก่อกวนแกล้งจนรัญนรีเสียหลักหน้าทิ่มใส่สลัดบาร์ แล้วเผ่นหนีออกจากงานไปด้วยความอับอาย

ชัชชารู้สึกถูกชะตากับแอนนาเหมือนเพื่อนร่วมชมรมคนอื่นๆ ทำให้ธันวา(แอนนา)ได้โอกาสพยายามเชียร์โครงการของตัวเองให้หญิงสาวสนใจ ยิ่งทำให้ชัชชานับถือน้ำใจของแอนนา ซึ่งถึงแม้จะลาร้างกับคนไม่เอาไหนอย่างธันวาแต่ก็ยังห่วงใยความเป็นไป ของอดีตสามีอยู่เสมอ ชัชชาจึงคิดหยิบเรื่องโครงการร้านพิซซ่ามาทบทวนใหม่ และสั่งการให้เลขานัดธันวาเพื่อเข้ามาปรึกษาเรื่องธุรกิจต่อไป

ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของโรงเรียนทางชมรมผู้ปกครองจึงคิดจัดงานใหญ่ ศศิวิภา ซึ่งเป็นประธานชมรมผู้ปกครองตั้งใจจะโชว์ร้องเพลงประกอบจินตลีลา แต่กลับถูก จอมขวัญ อดีตเพื่อนเก่าหักหน้าไม่ยอมรับเอาดื้อๆ แถมยังเสนอให้ธันวาเต้นละครบรอดเวย์โชว์แทน ทำเอาธันวาซึ่งฟังอยู่อย่างงงๆ ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อมติออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้เลือกการแสดงบรอดเวย์โชว์ในงานปีนี้

ธันวาต้องเลิกทำตัวโวยวายและพยายามปรับตัวให้เข้ากลุ่มกับบรรดาคุณแม่ๆ ทั้งหลายตามคำแนะนำของพิษณุ อย่างน้อยก็เพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลจากสาวใหญ่เหล่านั้นมาเป็นประโยชน์ในการ เลี้ยงดูลูกชาย และก็จะได้เรียนรู้ชัชชาว่าเป็นคนอย่างไรเพื่อที่จะได้สร้างความสัมพันธ์อัน ดีปูทางไว้สำหรับอนาคตธุรกิจพิซซ่าของตน แม้ว่าจะรู้สึกทุเรศตัวเองที่ต้องตามบรรดาสาวๆ ไปสระว่ายน้ำหรือเข้าฟิตเนส แต่ก็เป็นผลดีเมื่อได้พบว่าชัชชาให้ความไว้วางใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ

ธันวาพบว่าภายในชมรมแห่งนี้เหมือนที่ซึ่งจัดเอาไว้ให้เหล่าบรรดาแม่บ้านทั้ง หลายได้ระบายออก เอาเรื่องในครอบครัวมาเล่าสู่กันฟัง ทั้งเรื่องของสามี รวมไปถึงแม่ผัวของบรรดาลูกสะใภ้ทั้งหลายถูกนำมาตีแผ่กันอย่างสนุกสนาน เขาในฐานะผู้ชายและถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงดูลูกตามตำราคนหนึ่ง จึงช่วยออกความเห็น และหลายความเห็นรวมทั้งกลเม็ดเคล็ดลับก็ดันไปโดนใจเหล่าบรรดาคุณแม่ๆ

ธัน วาต้องปวดหัวหนักเมื่อใครๆ ต่างก็คิดว่าเขาเป็นนักแสดงบรอดเวย์จริงๆ จึงมอบหมายให้เป็นเทรนเนอร์ฝึกสอนการแสดงบรรดาคุณแม่ที่เสนอตัวมาเต้นโชว์ เขาจึงวานให้พิษณุมาช่วยอีกแรง ในวันคัดเลือกนอกจากบรรดาคุณแม่บ้านทั้งหลายต่างงัดไม้เด็ดทั้งร้องทั้งเต้น ออกมาเรียกร้องความสนใจจากกรรมการ บรรดาลูกๆ และเหล่าสามีมาเชียร์กันราวกับเป็นงานคอนเสิร์ต

รัญนรี พยายามมายั่วยวนและสนิทสนมกับธันวา ทำให้ปอโต้ไม่พอใจจึงหนีออกจากบ้านเพื่อตามหาแม่จนเปียกฝนไม่สบาย น้ำฟ้า ซึ่งเป็นลูกของชัชชามาช่วยไว้ และพาไปอยู่ด้วยกัน และดูแลเป็นอย่างดี ชัชชาติดต่อให้ธันวามารับลูกและเตือนให้เอาใจใส่ลูกชายมากกว่านี้ ก่อนกลับธันวาได้เจอกับเขตอรัญ สามีเก่าของชัชชา ที่ตั้งใจจะมาหาเรื่องเรื่องหย่า

ธันวารู้ความจริงว่าชัชชากับ ปาริน ซึ่งเป็นทนายคนสนิทที่แอบชอบชัชชา ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างที่คิด แต่พอได้มารับรู้ปัญหาครอบครัวของชัชชาก็ทำให้รู้สึกเห็นใจหญิงสาวขึ้นโดย ไม่รู้ตัว ธันวาก็เริ่มมองชัชชาในมุมมองที่เปลี่ยนไปไม่ใช่นักธุรกิจเลือดเย็นคนเก่า อีก

การฝึกซ้อมเต้นบรอดเวย์ดำเนินไปอย่างเร่งรีบเมื่อกำหนดการแสดงใกล้เข้ามาทุก ขณะ ธันวาเริ่มรู้ตัวว่าถูก ศศิวิภา จับตามองจึงเฝ้าระวังตัวเป็นพิเศษ แต่ยิ่งระวังก็เผลอหลุดความเป็นผู้ชายออกมาอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะน้ำเสียง ท่าทาง หรือบางครั้งรีบร้อนไปจนลืมโกนหนวดเอาเสียเฉยๆ แถมยังต้องคอยระวังชนะชลซึ่งตามตื๊อตนอย่างเปิดเผย

แผนงานขยายธุรกิจของธันวาทำให้ชัชชารู้สึกพอใจและยอมเซ็นสัญญาร่วมมือด้วย ชายหนุ่มถือโอกาสชวนหญิงสาวไปเลี้ยงฉลอง แต่ชัชชากลับปฏิเสธโดยเลือกที่จะนัดหมายกับปารินแทน ทำให้ธันวารู้สึกผิดหวังขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาจึงปลอมตัวเป็นแอนนาไปขัดจังหวะในขณะที่ปารินพยายามจะขอชัชชาแต่งงานโดย บอกว่าต้องรอศาลตัดสินให้เธอหย่าขาดจากเขตอรัญสำเร็จก่อน

เขตอรัญเห็นธุรกิจพิซซ่าที่ชัชชาร่วมทุนประสบความสำเร็จ จึงพยายามทำดีกับชัชชาเพื่อหวังเงินก้อนใหญ่เพื่อไปลงทุนกับ เกรียงชัย สามีจอมโอ่ของศศิวิภา ธันวาสงสัยว่าเขตอรัญไม่บริสุทธิ์ใจในการกลับมาขอคืนดีกับชัชชา จึงชักชวนพิษณุปลอมตัวสะกดรอยตามเขตอรัญจนล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังถูกเจ้า หนี้พนันตามทวงหนี้ ธันวาจึงคิดช่วยชัชชาแก้เผ็ดเขตอรัญจึงปลอมตัวเป็นแอนนานัดหมายเกรียงชัยออก มาพบเพื่อเตือนเรื่องเขตอรัญก่อนที่จะถูกโกง จนทำให้เกรียงชัยหูตาสว่าง แต่ศศิวิภาซึ่งกำลังสงสัยพฤติกรรมของสามีว่ากำลังจะปันใจไปมีเมียน้อยแอบ สะกดรอยตามมาเห็น จึงเกิดความเข้าใจผิดว่าผู้หญิงที่สามีคบหาอยู่เป็นแอนนาจึงเกิดความไม่พอใจ

เขตอรัญถูกเจ้าหนี้ส่งลูกน้องมารุมซ้อมทวงเงิน จนในที่สุดเขตอรัญต้องตัดสินใจจับตัวลูกสาวมาเรียกค่าไถ่ เขาจึงสร้างสถานการณ์ลวงน้ำฟ้าออกมาจากโรงเรียน แล้วจ้างนักเลงปลายแถวมาสวมรอยเป็นโจรดักซุ่มเล่นงานตนและลักพาตัวน้ำฟ้าไป อีกที โดยมีปอโต้แอบอยู่หลังรถตามไปด้วยที่โกดังร้าง และหลบหนีไปเพื่อตามพ่อมาช่วยน้ำฟ้า

ชัช ชาเป็นห่วงลูกมาก จึงให้ปารินช่วยเรื่องเงิน 10 ล้านบาทเพื่อไถ่ตัวลูกสาว ธันวาได้รู้ข่าวจากลูกชายจึงตามมาช่วยอีกแรงจนถูกทำร้ายบาดเจ็บ ในขณะที่เขตอรัญรอดไปได้โดยไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่เบื้องหลังแต่เขากลับหนี ความจริงไม่พ้นเมื่อนักเลงที่ว่าจ้างมานั้นถูกจับได้และยอมเปิดปากสารภาพ ทำให้เขตอรัญถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดี อีกทั้งศาลได้ตัดสินพิจารณาให้ชัชชาหย่าขาดจากเขตอรัญและมีอำนาจดูแลน้ำฟ้า แต่เพียงผู้เดียว ชัชชารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณครอบครัวธันวาเหลือเกิน เธอได้แต่เฝ้าดูอาการของเขาด้วยความเป็นห่วง

ในที่สุดงานวันเกิดโรงเรียนก็มาถึงการแสดงร้องเพลงประสานเสียงของเด็กๆ เรียกเสียงปรบมือได้อย่างท่วมท้น ธันวาต้องขึ้นเวทีทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าเขายังเจ็บแผลอยู่ การแสดงได้รับเสียงฮือฮาและชื่นชมไม่น้อย แต่ในขณะที่การแสดงดำเนินไปอย่างสนุกสนานนั้นเอง ศศิวิภาซึ่งแค้นใจคิดว่าแอนนามีความสัมพันธ์กับสามีจงใจนอกบทกระชากผมธันวา จนหลุดทำให้ทุกคนตกใจเมื่อรู้ความจริงว่าแอนนาที่ทุกคนชื่นชมนั้นคือธันวา นั่นเอง

ปอโต้หน้าเสียเมื่อถูกเพื่อนๆ หัวเราะเยาะว่าพ่อเป็นพวกผิดเพศ ธันวาได้แต่อธิบายให้ลูกชายและทุกคนเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นเพราะความ รักบริสุทธิ์ที่มีต่อลูกจริงๆ ไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายอย่างที่เข้าใจ และด้วยความดีที่เขาทำมา อีกทั้งคำปรึกษาซึ่งทำให้ชีวิตครอบครัวของใครหลายคนในชมรมแห่งนี้กลับมี ชีวิตชีวาขึ้นใหม่อีกครั้ง ทำให้จอมขวัญและเหล่าคุณแม่คนอื่นๆ พลอยซาบซึ้งในความรักที่เขามีต่อลูกชายด้วยใจจริง จนศศิวิภารู้สึกเสียหน้าและยิ่งเสียหน้าหนักขึ้นไปอีกเมื่อจอมขวัญเอาเรื่อง ที่สามีไปเห็นเกรียงชัยซื้อบ้านให้รัญนรีอยู่มาแฉกลางงาน ในขณะที่ครูชนะชลถึงกับเสียใจเมื่อความรักของเขาต้องพังลง ชัชชาเสียความรู้สึกที่มีต่อธันวา เธอตัดสินใจรับปากแต่งงานกับปารินเพื่อประชดธันวา

ระหว่างที่เหตุการณ์ทุกอย่างกำลังตึงเครียด เอมิกาได้เดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อมาเยี่ยมปอโต้พร้อมกับ เดวิด สามีใหม่ และได้รับรู้ปัญหาที่เกิดขั้นทั้งหมดจากปากของอดีตสามี จึงช่วยกล่อมลูกชายให้เริ่มมองและเข้าใจความหวังดีของบิดามากกว่าที่เป็น อยู่ ปอโต้แอบเข้าไปอ่านจดหมายและข้อความทุกอย่างที่ตนส่งให้มารดาตลอดเวลาที่ ผ่านมาภายในห้องของบิดาก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งในความรักของผู้เป็นพ่อมีต่อตน สุดท้ายจึงยอมพูดดีและเข้าไปขอโทษบิดาสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ธันวาตั้งใจจัดงานเลี้ยงต้อนรับเอมิกา และฉลองที่ลูกชายเข้าใจตน พร้อมกับถือโอกาสแสดงความบริสุทธิ์ใจชักชวนปารินกับชัชชามาร่วมงาน ในขณะที่งานเลี้ยงจบลงแต่ทั้งธันวาและชัชชาต่างรู้สึกเศร้าใจเหลือเกิน ปอโต้เห็นบิดาซึมก็ดูออกว่าเรื่องอะไรจึงออกปากเปิดใจยอมรับชัชชา ทำให้ธันวาคิดที่จะสู้เพื่อหัวใจตัวเองอีกสักครั้ง

ปา รินรู้ดีว่าชัชชารักธันวา จึงได้แต่ทำใจให้ยอมรับและร่วมมือกับพิษณุเพื่อช่วยให้ธันวาและชัชชาได้ปรับ ความเข้าใจกันอีกสักครั้ง ปารินพยายามย้ำเรื่องแต่งงานกับชัชชาและชักชวนหญิงสาวให้ไปดูการแสดงละคร เวทีที่พิษณุกำกับด้วยกัน ระหว่างที่ชมการแสดงละครเวทีอย่างสนุกสนานนั้นเอง ในช่วงก่อนที่ม่านจะปิดลง เธอได้เห็นธันวาในคราบของแอนนาอีกครั้ง มีจอมขวัญ และแจ่มจันทร์ซึ่งขึ้นมาแสดงแทนตน รวมทั้งศศิวิภาซึ่งสำนึกผิด และยอมคืนดีกับจอมขวัญเมื่ออีกฝ่ายช่วยเธอเล่นงานรัญนรี จนเลิกรากับสามีของตนไปได้ ชัชชารู้สึกดีใจระคนกับความสับสน เมื่อธันวาประกาศขอความรักเธอต่อหน้าทุกคน และครั้งนี้ชัชชาก็ไม่ยอมเดินหนีอีกต่อไป เธอเลือกที่จะเดินขึ้นไปบนเวทีและยอมรับความรักของเขาท่ามกลางความยินดีของ ทุกคน

คุณหนูฉันทนา

เมื่อนวลจันทร์ภรรยาของปกป้องเสียชีวิต ปกป้องจึงมีรักครั้งใหม่กับวีรดาทำให้เนตรพธูโกรธและไม่ยอมกลับเมืองไทย ปกป้องจึงหลอกเนตรพธูว่าตนป่วยหนัก เพื่อให้ลูกสาวกลับมา พอเนตรพธูกลับมาเมืองไทย และได้เจอกับอาย น้องต่างมารดาของเธอ เมื่ออายเดินเข้ามาจับมือเนตรพธูเธอจึงสะบัด จนน้องอายตกน้ำ ปกป้องโกรธเนตรพธูมากที่ทำน้องตกน้ำจึงขู่เธอว่าจะยกโรงงานให้กับวีรดา เนตรพธูไม่ยอม เธอจึงพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถดูแลโรงงานได้ โดยเข้าไปเป็นสาวโรงงานตามข้อตกลงของปกป้อง

เมื่อเข้ามาทำงานที่โรงงานเนตรพธูได้เจอกับเพื่อนที่น่ารักอย่างพรพนาและ ชมนาด ที่คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอด หลังจากนั้นเธอได้เจอกับแท็กซี่หื่นกามทำให้เนตรพธูได้เจอกับขวัญกฤษฎิ์ ดีเจหนุ่ม ความไม่เข้าใจของเนตรพธูที่สงสัยในความสัมพันธ์ของขวัญกฤษฎิ์กับวีรดาแม่ เลี้ยงของเธอ และความเข้าใจผิดของขวัญกฤษฎิ์ที่คิดว่าเนตรพธูเป็นเมียเก็บของท่าน ประธาน ทำให้ความขัดแย้งของทั้งคู่ได้ก่อตัวเป็นความรักโดยไม่รู้ตัว

หลายครั้งที่ขวัญกฤษฎิ์เกิดสงสัยในความเป็นสาวโรงงานของเนตรพธู ที่เธอสามารถพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างได้อย่างคล่องแคลว แต่ขวัญกฤษฎิ์ก็ยังไม่แน่ใจว่าที่จริงแล้วเนตรพธูเป็นใครกันแน่

อำพล ผู้จัดการโรงงานที่คอยจะทำลายธุรกิจของปกป้องทุกวิธีทาง ถูกวีรดาสงสัยว่ายักยอกเงินบริษัท เลยจัดการวางเพลิงโรงงาน หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ด้วยความเป็นห่วงทั้งลูกสาวและโรงงานทำให้ปกป้องมีอาการป่วยกำเริบ เมื่อ เนตรพธูรู้ปัญหาของโรงงานจึงตัดสินใจที่จะบริหารงานแทนพ่อ เธอจึงเข้าร่วมประกวดแฟชั่นหวังจะช่วยกิจการของตนให้หลุดพ้นจากปัญหา ระหว่างที่เธอออกแบบเสื้อผ้าเพื่อเข้าประกวดอยู่นั้น วีรดาก็ได้พูดคุยกับเนตรพธู ทำให้เนตรพธูรู้ว่าวีรดารักพ่อของเธอจริงๆ

ถึงบริษัทของเนตรพธูจะไม่ชนะการประกวด แต่ก็มีนักลุงทุนชาวต่างชาติมาร่วมผลิตสินค้าด้วย ทำให้เนตรพธูตัดสินใจเปิดเผยความจริงว่าตนเป็นใคร เมื่อขวัญกฤษฎิ์ได้ยินจึงเสียใจเพราะคิดว่าตนเองถูกหลอก

ปกป้องสงสารลูกเลยให้วีรดาไปพูดให้ขวัญกฤษฎิ์คิดทบทวนอีกครั้งในเรื่องของ ความสัมพันธ์ระหว่างขวัญกฤษฎิ์กับลูกสาวของตน และในงานแต่งงานของศรลักษณ์กับชมนาดนั่นเอง ขวัญกฤษฎิ์ปรากฏตัวและได้ขึ้นไปขอโทษเนตรพธูบนเวที จากนั้นทั้งคู่ก็บอกรักกันท่ามกลางความยินดีของทุกคนที่โรงงาน

คุณยายสายเดี่ยว

คุณยายสายเดี่ยว เป็นเรื่องราวของ คุณยายกับหลานที่บังเอิญต้องมาสลับร่างกัน ทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตของคนที่ต่างวัยกันอย่างที่ไม่เคยได้รู้มาก่อน

แม้นวาด มีสามีคือนายโชคชัยมีอาชีพรับราชการและเสียชีวิตไปหลายปีแล้วมีลูกสองคนคือ มณีรัตน์และเมทินี มณีรัตน์แต่งงานกับเอกชัยที่รับราชการกระทรวงมหาดไทย ทิ้งลูกชายไว้ที่บ้านที่กรุงเทพฯ คือ รดิฐ และจุฑา ส่วนเมทินีแต่งานกับภุชงค์ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทาง
เกษตร มีลูกสาวคนเดียวคือ กษมา รดิฐ เป็นพี่ชายคนโต ส่วนจุฑาและกษมาเป็นทั้งเพื่อนและญาติกัน แม้นวาดเป็นคนที่ถูกสอนมาอย่างหญิงยุคเก่าเธอจึงวิตกกับการเปลี่ยนแปลงรอบ ๆ ตัว เธอชอบจับตามองทุกคนในครอบครัว ส่วนเมทินีมักจะเกิดปัญหากับสามีอยู่บ้างเพราะภุชงค์มองว่าแม่ยายมีมุมมอง ไม่เหมือนคนรุ่นใหม่ แต่ภุชงค์เลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อน แม้นวาดจึงไม่เคยเข้าใจว่าทำไมกษมากับภุชงค์ตีเสมอกัน แม้นวาดพยายามจะให้เมทินี ไปเตือนภุชงค์ ทำให้ภุชงค์โกรธแม้นวาดว่าคิดแบบไร้เหตุผล

เมื่อหลาน ๆ โตขึ้น แม้นวาดกังวลในตัวของกษมามากกว่าคนอื่น เพราะกษมาค่อนข้างรั้นและเฮี้ยวเปรี้ยวจนเข็ดฟันและมองโลกอย่างวัยรุ่นกษมา กลับมาจากการเป็นนักศึกษาทุนที่ต่างประเทศ โดยนั่งเครื่องมาลำเดียวกับดุสิตและภาวิต แต่ไม่ได้คุยกัน ภาพของกษมาโดนจับตามองจากทุกคนบนเครื่อง เพราะหล่อนทำเหมือนมองไม่เห็นสายตาใคร ทำให้ภาวิตนึกขำหล่อนแต่ไม่ได้ใส่ใจ พอถึงสนามบิน มีสาวสวยมารับภาวิต ชื่อพนิดา ซึ่งเป็นลูกสาวของนาย อดิเรก นักการเมืองอาชีพและคุณบังอรศรีเพื่อนร่วมรุ่นของแม้นวาด กษมาพยายามจะขอไปอยู่หอพักเพราะกลัวว่าจะต้องอยู่กับคุณยายภุชงค์กับเมทินี หว่านล้อมอย่างไรก็ไม่สำเร็จ แต่หล่อนต้องจำใจอยู่กับแม้นวาดจนได้ แม้นวาดมีโลกอีกมุมหนึ่ง จนกลายเป็นปัญหาไปหมดสำหรับกษมาครั้งแรกที่พบกันแม้นวาดแทบหัวใจวายตาย เมื่อกษมาจัดการแปลงโฉมตัวเองไปในสภาพที่แม้นวาดรับไม่ได้ แม้นวาดจึงโทรไปหาทิพย์สมรเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านทำผมเพื่อที่จะให้มาแปลง โฉมกษมาให้เป็นเหมือนเดิม กษมาทั้งโกรธและขำ ที่หล่อนถูกทำเหมือนเด็กเล็ก กษมาแอบไปสมัครเป็นพริ้ตตี้ในระหว่างปิดเรียน โดยไม่บอกใคร นอกจากเพื่อนสนิทอย่างนิลุบล เมื่อหล่อนรู้ว่าคุณยายจะจัดงานเลี้ยงรับเธอในงานวันเกิดของคุณยาย เธอจึงไปหาซื้อของขวัญมาให้และยังนัดดนัยเพื่อนหนุ่มให้มาแสดงตัวเป็นแฟนของหล่อนด้วย

ดุสิตอาของภาวิตทำงานอยู่ในบริษัทดนตรีในตำแหน่งประชาสัมพันธ์อาวุโส และได้ชื่อเลื่องลือเรื่องความเจ้าชู้เป็นสุดยอด ตามประวัตินั้นเคยจีบคุณแม้นวาดแต่ไม่สำเร็จ เลยไม่ยอมแต่งงาน ส่วนภาวิตถูกพนิดาตามติดแจ แต่ภาวิตก็ไม่คล้อยตามหล่อนอีกและภาวิตบอกพนิดาว่าถ้าอยากแต่งงานกับเขาก็ ต้องมาอยู่กับเขาที่ร้านขายของเก่า พนิดาคิดมากและไม่กล้าตัดสินใจ บังอรศรีแม่ของพนิดาพยายามแนะนำคุณก้อนทองให้กับพนิดา แต่พนิดากลับเมินเฉย วันหนึ่ง ที่ร้านของภาวิต มีชายแก่คนหนึ่งก้าวมาพร้อมกับย่ามเก่า ๆ เอาหีบไม้คู่หนึ่งมาให้ลวดลายบนหีบไม้นั้นสวยมาก จนภาวิตยอมรับเอาไว้ แม้กลัวว่าเป็นของโจร เมื่อภาวิตรับของแล้วผู้ชายคนนี้ก็หายไป ภาวิตเปิดกล่องดูไม่พบอะไรนอกจากกระดาษเขียนข้อความเอาไว้เป็นคำกลอนแต่ภาวิ ตไม่ได้ใส่ใจ สมพงษ์คนงานในร้านไม่ทราบนำหีบไม้ไปวางโชว์ตอนที่ภาวิตไม่อยู่ เหตุประหลาดเกิดขึ้นกับหีบไม้คู่นั้นเมื่อมีป้ายราคามาปรากฎที่หีบไม้ในวัน ที่กษมามาดูของที่ร้านพอดี มารตีหลานสาวของภาวิตที่มาช่วยสมพงษ์ไม่ทราบเลยบอกขายให้กับกษมา กษมาคิดจะมอบหีบไม้นี้ให้กับแม้นวาดในวันเกิด แต่มีเหตุให้กษมาและแม้นวาดไม่เข้าใจกัน แม้นวาดและกษมาจึงหงุดหงิด กษมานึกในใจอยากให้แม้นวาดเข้าใจตัวเองและแม้นวาดก็อยากให้กษมาเข้าใจตนเอง เหมือนกัน ขณะที่กษมามอบหีบไม้ที่ซื้อมาให้แม้นวาดก็มีอุบัติเหตุตอนเปิดหีบไม้ ทำให้หีบไม้ร่วงหลุดมือไป ทำให้ทั้งคู่หมดสติไปทั้งคืน

เช้าวันต่อมากษมาเอ่ยปากอยากดื่มไวน์ ทำให้คนรับใช้ประหลาดใจ พอกษมาเข้าห้องน้ำเธอก็ตกใจเพราะเงาในกระจกกกลับกลายเป็นร่างของ แม้นวาด กษมาในร่างแม้นวาดเอะอะโวยวาย แต่ไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่กษมาในร่างแม้นวาดบอก ทุกคนมองเหมือนเป็นเรื่องตลก กษมาในร่างแม้นวาด ถามหาตัว กษมา จึงทราบว่าอยู่ที่โรงพยาบาล กษมาตัวจริงพยายามหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ จึงนึกถึงหีบไม้ที่ทำตกไว้ แต่พอไปหากลับไม่พบ เธอจึงขอเบอร์ ภาวิต จากมารตีเพื่อเรียกภาวิตมาพบ ทำให้ภาวิตรู้ว่ากษมาและแม้นวาดสลับร่างกัน กษมาที่อยู่ในร่างของแม้นวาด ทำให้ลืมตัวทำเรื่องที่ไม่ควรทำหลาย อย่าง กษมาในร่างแม้นวาดมาหาแม้นวาดในร่างกษมาที่โรงพยาบาล ทั้งสองพยายามจะสลับตัวกันแต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทั้งสองจำต้องสลับร่างกันอยู่ เวลาต่อ มา กษมา ย้ายมาอยู่บ้านของแม้นวาด ทำให้ภุชงค์เชื่อว่าแม้นวาดทำร้ายกษมา และไม่สบายใจเพราะกษมาเปลี่ยนไป เวลาที่ภุชงค์จะกอดกษมา ก็โดนแม้นวาดในร่าง กษมาทำร้าย ส่วนแม้นวาดที่เขาไม่ชอบหน้าก็พยายามมาเคล้าเคลียกับเขา

สองยายหลานสงบศึกและเริ่มเปิดใจให้กันกัน โดยแม้นวาดไปเรียนหนังสือ กษมาไปงานสังสรรค์เพื่อนเก่าและเป็นนายกสมาคมเพื่อนรุ่นเก่ากษมาใน ร่างของแม้นวาดก็สนิทสนมกับภาวิตจนพนิดาหึง และแม้นวาดในร่างของกษมาก็สนิทสนมกับดุสิตมากขึ้น ยิ่งทำให้เกิดเรื่องยุ่งวุ่นวายมากขึ้นจนเวลาผ่าน ไป ภาวิตพยายามหาวิธีที่จะให้กษมาและแม้นวาดกลับคืนร่างเดิม ภาวิตนึกถึงหีบไม้ใบอีกใบพร้อมกับคำกลอนปริศนาในกล่องไม้ จึงบอกให้กษมาและ แม้นวาดตั้งจิตให้มั่นแล้วลองกลับหีบไม้อีกครั้ง ในที่สุดทั้งสองก็ได้กลับสู่สภาพเดิม แม้นวาดและกษมาได้เห็นตัวตน ของกันและกันมากยิ่งขึ้นและเปิดใจ เข้าหากันจนเป็นยายหลานที่รักกันมาก กษมามีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและไม่ทำตัวเหลวไหล ส่วนแม้นวาดย้อนกลับมามอง การใช้ชีวิตของหนุ่มสาว รุ่นใหม่ด้วยใจเป็นกลาง รวมถึงความรักของดุสิตที่มีให้ด้วย จึงรับรักคำขอแต่งงานของดุสิต สำหรับภาวิตและกษมาก็เข้าใจกัน และมีความรักต่อกัน คำกล่าวเรียกแม้นวาดเป็นคุณยายสายเดี่ยว ยังเป็นคำพูดที่ทุกคนประทับใจและอดขำไม่ได้ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแม้นวาดจะประกาศในงานสมาคมนักเรียนเก่า ว่าเธอแขวนสายเดี่ยวแล้วก็ตาม

นักแสดงละคร คุณยายสายเดี่ยว

สินจัย เปล่งพานิช  แสดงเป็น  แม้นวาด
สราวุฒิ มาตรทอง  แสดงเป็น  ภาวิต
ราศรี บาเลนซิเอก้า  แสดงเป็น  กษมา
สุรินทร คารวุตม์  แสดงเป็น  ดนัย
บุศรินทร์ มโหทาน  แสดงเป็น  มารตี
พรรณชนิดา ศรีสำราญ  แสดงเป็น  พนิดา
พิมลวรรณ ศุภยางค์  แสดงเป็น  เมทินี
สันติสุข พรหมสิริ  แสดงเป็น  ดุสิต

คุณพ่อจอมซ่าส์

เมื่อคุณพ่อจอมซ่าส์ปะทะคุณลูกจอมแสบ สิ่งที่เกิดคือความอลวน…
ที่ ต้องท้าพิสูจน์ให้สัมผัส คุณพ่อจอมซ่าส์เรื่องราวอลเวงของครอบครัวหนึ่งที่จู่ๆ ก็เกิดมีสมาชิกจอมเฮี้ยวสมัครมาอยู่โดยไม่ทันตั้งตัว คุณพ่อจะยอมหรือที่จะถูกคุณลูกลบลาย
ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจะเรียกรอยยิ้มแห่งความชื่นบานของทุกคนที่ได้สัมผัส

นักแสดง คุณพ่อจอมซ่าส์

สันติสุข พรหมศิริ
จินตหรา สุขพัฒน์
ศิริลักษณ์ ผ่องโชค แสดงเป็น แสนแก้ว
เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล

คุณชายร้ายเล่มเกวียน

ยอดชาย เป็นเด็กกำพร้าที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าของตัวเอง แต่โชคดีได้ ท่านชายบวรเดช เจ้าของวัง “อัครมหาสินทรัพย์” รับอุปการะยอดชายเอาไว้ในวัง ในฐานะเด็กรับใช้คนสนิทจึงทำให้ยอดชายมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่แล้วเหตุการณ์วุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อท่านชายบวรเดชเดินทางไปต่างประเทศ เป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ ต่อศักดิ์ คนขับรถของท่านชายที่คิดอยากโก้หรูสักครั้งหนึ่งในชีวิต แอบขโมยชุดสูทของท่านชายใส่ปลอมตัวไปงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ที่โรงแรมของ พราวแสงเดือน ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกและมารับหน้าที่บริหารงานโรงแรมได้ไม่กี่วัน ส่วนยอดชายก็กลัวต่อศักดิ์จะไปทำให้ชื่อเสียงของท่านชายเสียหายจึงไปตามต่อ ศักดิ์ที่โรงแรม แต่ แป๊ว น้องสาวของต่อศักดิ์เห็นเสื้อผ้าสุดโทรมของยอดชายแล้วคิดว่ายอดชายเข้างาน เลี้ยงไม่ได้แน่ๆ

แป๊วเลยจัดแจงหาชุดสูทให้ยอดชายใส่ไปโรงแรมอย่างโก้หรู และที่โรงแรมยอดชายเจอกับพราวในลิฟท์โดยบังเอิญ จนทั้งคู่เกิดความประทับใจกันและกันตั้งแต่แรกเห็น จากนั้นยอดชายเข้าไปตามต่อศักดิ์ในงาน แต่แล้วถูกต่อศักดิ์ไปพูดโกหกกับ กนกวรี เพื่อนสนิทของพราวว่ายอดชายคือ “คุณชายยอดชาย” ลูกชายเพียงคนเดียวของท่านชายบวรเดช ไม่นานข่าวการปรากฏตัวของคุณชายยอดชายก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วภายในงาน จนยากที่ยอดชายจะปฏิเสธได้ และทำให้พราวเข้าใจผิดคิดว่ายอดชายเป็น “คุณชายยอดชาย” จริงๆ โดยยอดชายไม่สามารถแก้ตัวได้เลย !! วันรุ่งขึ้นหลังจากงานเลี้ยงนักข่าวได้บุกมาถึงวังเพื่อขอสัมภาษณ์คุณชายยอด ชาย ทำให้ ป้าแช่ม กับลุงตึ๋ง พ่อแม่ของต่อศักดิ์และแป๊วที่เป็นคนรับใช้เก่าแก่ในวังต่างตกใจยิ่งพอรู้ เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

ทั้งคู่จึงให้ยอดชายไปบอกความจริงกับนักข่าวว่าตัวเองเป็นแค่คนใช้ในวังเท่า นั้น แต่ยังไม่ทันที่ยอดชายจะไปบอก รื่นเริง สาวเจ้าของร้านบาร์เบอร์และเป็นแฟนของต่อศักดิ์ก็เผอิญมารับรู้เรื่องราวของ ยอดชายพอดี รื่นเริงเลยสวมรอยกับนักข่าวว่าตัวเองเป็น คุณหญิงรื่นเริง หรือ แฮปปี้ พี่สาวของคุณชายยอดชายที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก นักข่าวฟังแล้วก็เชื่อเลยทำให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย โดยเฉพาะยอดชายและเหล่าคนใช้ในวังต่างต้องตกกระไดพลอยโจนปลอมตัวหลอกผู้คน กันวุ่นวาย ฝ่ายยอดชายก็กลายเป็นไฮโซหน้าใหม่มาแรงแห่งปี และมีผู้หญิงเข้ามารุมจีบมากมายรวมทั้ง กนกวรี ที่มี โสภี แม่ของตัวเองคอยช่วยเหลืออยู่ด้วย ส่วนยอดชายพยายามจะบอกความจริงกับพราวว่าตัวเองเป็นแค่คนใช้ แต่พราวกลับไม่เชื่อคิดว่ายอดชายมาโกหกเพื่อแกล้งคนอื่นให้เข้าใจผิด

ฟาก คุณหญิงปิ่นแก้ว แม่ของพราวก็สนับสนุนให้คุณชายยอดชายได้จีบพราวแบบออกหน้าออกตา เพราะเห็นว่าคุณชายยอดชายมีฐานะดีกว่า บดินทร์ หนุ่มไฮโซที่ตามจีบพราวมาหลายปี บดินทร์เองก็พอรู้ว่าปิ่นแก้วเริ่มไม่ชอบตัวเองแล้วจึงเกิดอาการเคืองอย่าง แรง และเริ่มสืบประวัติที่คลุมเครือของยอดชายอย่างถึงลูกถึงคน วันหนึ่งคุณหญิงปิ่นแก้วแอบนัดเดทให้ยอดชายกับพราวได้ดินเนอร์กันสองต่อสอง พอพราวมารู้ทีหลังไม่พอใจมาก แถมบดินทร์ยังตามมาหาเรื่องยอดชายถึงที่ร้านอีก พราวทั้งโกรธทั้งอายเลยขับรถหนีไปอยู่บ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ไม่นานยอดชายสืบจนรู้และตามไปปรับความเข้าใจ พราวที่ยังมีทิฐิอยู่จึงแกล้งสั่งให้ยอดชายกระโดดลงทะเลเพื่อเก็บหมวกให้ตัว เอง ยอดชายที่อยากเอาชนะพราวก็ทำตามจริงๆ และแกล้งพราวกลับด้วยการทำเป็นจมน้ำและแกล้งความจำเสื่อม

พราวตกใจมากพายอดชายส่งโรงพยาบาลและโทรบอกให้ต่อศักดิ์มารับยอดชายกลับวัง ระหว่างนั้นพราวพายอดชายมาอยู่ที่บ้านพักด้วยกัน พราวพยายามหาวิธีให้ยอดชายหายความจำเสื่อม แต่แล้วพราวกลับลื่นล้มจนหมดสติเสียเอง ยอดชายจึงอุ้มพราวไปที่ห้องนอนและเผลอหลับไป คุณหญิงปิ่นแก้ว กับ บดินทร์ มารับพราวกลับบ้านก็ต้องตกใจที่เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันในห้องนอน พราว เองพอได้สติก็คิดว่ายอดชายทำมิดีมิร้ายตัวเอง บดินทร์โกรธจัดถึงขั้นต่อยยอดชายล้มทั้งยืน พราวกลับถึงกรุงเทพก็เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง คุณหญิงปิ่นแก้วคิดว่าพราวเสียตัวให้ยอดชายแล้วจึงบุกไปที่วังเพื่อเรียก ร้องให้ยอดชายรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ยอดชายที่หลงรักพราวและอยากเอาชนะใจพราวจึงรับปากที่จะแต่งงานด้วย พราวพอรู้ว่ายอดชายรับปากจะแต่งงานด้วยก็ตอบตกลงเหมือนกัน เพราะพราวต้องการจะแก้แค้นยอดชายที่อวดดีคิดมาแต่งงานกับเธอทั้งๆ ที่ไม่ได้รักกัน

โดยพราวแอบทำข้อตกลงกับยอดชายแบบลับๆ ว่าทั้งคู่แต่งงานกันแค่ในนามและห้ามถูกเนื้อต้องตัวกันและกันโดยเด็ดขาด เส้นทางความรักของยอดชายกับพราวที่ขรุขระอยู่แล้วยิ่งทุลักทุเลมากขึ้น เมื่อยอดชายต้องพยายามหนีเอาตัวรอดจากการจับผิดของบดินทร์ ในขณะเดียวกันบดินทร์พยายามหลอกทำดีกับรื่นเริงต่างๆ นานา และด้วยความอ่อนหัดของรื่นเริง ทำให้บดินทร์คาดคั้นจนรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของคุณชายยอดชาย หรือยอดชายว่าเป็นแค่คนรับใช้ในวังเท่านั้น ขณะเดียวกันยอดชายที่กำลังจะบอกความจริงกับพราว แต่ก็สายเกินไปเพราะ บดินทร์ชิงบอกพราวก่อนว่ายอดชายเป็นแค่คนใช้ พราวพอรู้ว่ายอดชายโกหกตัวเองมาตลอดก็โกรธมาก แม้ว่าตัวเองจะเผลอรักยอดชายไปแล้วก็ตาม ในที่สุดพราวตัดสินใจประชดยอดชายด้วยการแต่งงานกับบดินทร์

ข่าวการแต่งงานของพราวกับบดินทร์กระฉ่อนไปทั้งวงการไฮโซ พร้อมๆ กับข่าวเปิดโปงฐานะที่แท้จริงของคุณชายยอดชายว่าเป็นแค่คนรับใช้กระจอกๆ ด้วย ทำให้ชีวิตยอดชายต้องกลับสู่โลกความเป็นจริง และเมื่อท่านชายบวรเดช กลับมาจากเมืองนอกก่อนกำหนดและรู้ข่าวฉาวทั้งหมดของยอดชายที่ก่อไว้ ท่านชายบวรเดช ทั้งโกรธและผิดหวังพลั้งปากไล่ยอดชาย, ต่อ, แป๊ว, ป้าแช่ม, ลุงตึ๋ง ออกจากวังทันที ระหว่างเตรียมการแต่งงานพราวรู้หัวใจตัวเองแล้วว่ายอดชายคือคนที่เธอรัก พราวจึงเขียนจดหมายไปหายอดชายเพื่อบอกความจริงว่าฐานะครอบครัวของเธอกำลัง ย่ำแย่ ถ้ายอดชายรับข้อนี้ของเธอได้ให้มาหาเธอในวันพรุ่งนี้ในพิธีแต่งงานแล้วเธอจะ หนีไปกับเขา แต่เหมือนโชคชะตาฟ้าจะแกล้งกว่าจดหมายของพราวจะถึงมือยอดชายก็สายเกินไป

ขณะเดียวกันยอดชายเผอิญไปพบท่านชายบวรเดชกำลังหมดสติอยู่ด้วยโรคหัวใจกำเริบ ยอดชายจึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาลและอยู่ดูอาการจนท่านชายปลอดภัย ทำให้ยอดชายไม่ได้ไปตามนัดที่พราวบอกไว้ ส่วนพราวจึงเข้าใจผิดคิดว่ายอดชายรับไม่ได้กับฐานะที่ย่ำแย่ของตัวเอง ฝ่ายบดินทร์พอรู้ข่าวว่าพราวฐานะทางการเงินย่ำแย่เช่นกัน ก็รีบยกเลิกการจดทะเบียนสมรสทันที ทำให้พราวเป็นข่าวฉาวไปทั่ววงการไฮโซ ส่วนท่านชายบวรเดชที่กำลังพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล พอรู้ว่ายอดชายและเหล่าคนใช้ที่เคยไล่ออกคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ทำให้ท่านชายซาบซึ้งในน้ำใจของทุกคน โดยเฉพาะกับยอดชายที่ยอมเสียสละความรักมาช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ ท่านชายบวรเดช เลยตัดสินใจรับยอดชายเป็นบุตรบุญธรรม พร้อมกับยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ยอดชายดูแล

และเปิดตัวยอดชายอย่างเอิกเกริกเพื่อล้างภาพฉาวๆ ที่ยอดชายเคยมีด้วย ส่วนพราวกับคุณหญิงปิ่นแก้วยอมให้ธนาคารยึดทรัพย์สมบัติที่มีเพื่อชดใช้ หนี้สินต่างๆ และทั้งคู่ย้ายมาอยู่บ้านหลังเล็กและใช้ชีวิตอย่างคนหาเช้ากินค่ำทั่วไป พราว พยายามปรับตัวและยอมรับสภาพที่แท้จริง ในขณะที่แม่ของเธอยังจมไม่ลง พยายามคะยั้นคะยอให้พราวกลับไปหายอดชาย ที่ตอนนี้กลายเป็น “คุณชาย” จริงๆ ไปแล้ว แต่พราวปฏิเสธเพราะยังเข้าใจผิดคิดว่ายอดชายให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าความ รัก โดยหารู้ไม่ว่าตลอดเวลาที่พราวลำบากยอดชายพยายามออกตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน ทั้งยอดชายและพราวจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งตามเสียงหัวใจหรือไม่ และยอดชายจะพิสูจน์รักแท้ในหัวใจตัวเองที่มีต่อพราวยังไง ติดตามชมบทสรุปความรักของทั้งคู่ได้ในละครรักโรแมนติกคอมมาดี้ “คุณชายร้ายเล่มเกวียน”

นักแสดงละคร คุณชายร้ายเล่มเกวียน

รัฐภูมิ โตคงทรัพย์  แสดงเป็น  ยอดชาย
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ  แสดงเป็น  พราวแสงเดือน
ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม  แสดงเป็น  บดินทร์
พรรณชนิดา ศรีสำราญ  แสดงเป็น  กนกวรี
เบญจพล เชยอรุณ  แสดงเป็น  ต่อศักดิ์
ภัคจีรา วรรณสุทธิ์  แสดงเป็น  รื่นเริง / คุณหญิงแฮปปี้
พิมพ์ชนก พลบูรณ์  แสดงเป็น  แป๊ว
เกรียงไกร อุณหะนันท์  แสดงเป็น  ท่านชายบวรเดช
ธัญญา วชิระบรรจง  แสดงเป็น  ปิ่นแก้ว
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล  แสดงเป็น  โสภี

คุณชายติดหรู คุณหนูติดดิน

หลัง จากงานทุ่งดอกกระเจียวบานผ่านพ้นไปแล้ว จันดง (ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) หญิงสาวนักพัฒนาและผู้ก่อตั้งกองทุนเพื่อการเกษตรครบวงจรของชุมชนบ้านเขาตา เย็น จึงได้เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อมาดูกิจการโรงงานทำขนมตามคำชักชวนของ หญิงจงกล (วัชรารัศมี สุนทรพนาเวช) ภรรยาของ อินทร์ (เป็ด เชิญยิ้ม) ถึงจะมีฐานะร่ำรวยแต่หญิงจงกลก็ยังสำนึกรักบ้านเกิดของตัวเองเช่นเดียวกับ อินทร์ ทั้งสองจึงเลี้ยงควายไว้ในบริเวณคฤหาสน์ที่กว้างใหญ่ของตัวเองด้วย

การมาของจันดงถึงแม้จะเป็นการเห็นชอบของหญิงจงกลกับพระอินทร์ก็ตาม แต่ก็ทำให้ทั้งสองต้องมีเรื่องพูดจาค่อนขอดกันตลอด เพราะในอดีตทั้งสองคนเคยเป็นคู่รักของ ผู้ใหญ่เมือง (วรุฒ วรธรรม) กับ จันดา (ปุณิกา โยคะกุล) พ่อและแม่ของจันดง สาเหตุที่หญิงจงกลอยากจะให้จันดงมาฝึกงานที่โรงงานทำขนมของเธอ เพราะเธออยากจะสนับสนุนข้าวทดลองของจันดงและชาวบ้านเพื่อเอามาผลิตขนม ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คืออยากจะให้จันดงช่วยเปลี่ยนพฤติกรรม คุณชายอุษมัน (นัฐฐพนธ์ ลียะวณิช) ลูกชายที่ไม่ค่อยเอาไหนเอาแต่ผลาญเงินและติดผู้หญิงไปวัน ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชื่อ นงพะงา (ชาลิสา บุญครองทรัพย์) หญิงจงกลถึงกับประกาศห้ามลูกชายคบเด็ดขาด แต่ผู้หญิงที่อุษมันรักจริงหวังแต่งและเหมาะสมกับเขาในทุกเรื่องคือ กะชามาด (ปิยะดา ตุรงคกุล) เจ้าของร้านดอกไม้แสนสวยที่หญิงจงกลเห็นดีเห็นงามด้วย แต่เธอกลับไปให้ความสนใจ ลายแคน (จุตรวิทย์ คชน่วม) หนุ่มบ้านนอกที่อยู่ใกล้กับบ้านของจันดง ซึ่งหญิงจงกลให้ความอุปถัมภ์เลี้ยงดูจนเรียนจบและให้มาช่วยดูแลโรงงานทำขนม อุษมันไม่ค่อยพอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนลายแคนก็ไม่กล้าที่จะเอื้อมเด็ดดอกฟ้าอย่างกะชามาด

ด้านจันดง ก็ต้องปลอมตัวให้กลายเป็นคนอ้วนฟันเหยิน เพราะไม่อยากให้อุษมันจำได้ว่าเธอคือ ผู้หญิงคนที่มีเคยเรื่องกับเขา และอยากจะสอนให้อุษมันรู้ว่าคนรวยคนจนก็มีความเป็นคนไม่ควรดูถูกคนอื่น โดยจันดงบอกทุกคนว่าเธอชื่อจันดง เป็นน้องสาวฝาแฝดของ จันได อุษมันรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องขับรถไปรับส่งเธอถึงที่พักทุกวัน ตามคำสั่งของผู้เป็นแม่ชนิดที่ขัดขืนไม่ได้ และด้วยความบังเอิญอพาร์ทเมนท์ที่จันดงไปพักนั้นเป็นของนงพะงา จึงทำให้นงพะงาไม่พอใจที่เห็นอุษมันมารับจันดง เพราะเธอเคยมีเรื่องทะเลาะกับจันไดและกะชามาดครั้งที่ไปเที่ยวผับกับอุษมัน

ทาง ด้านจันดงกับกะชามาดหลังจากที่รู้จักกันในผับด้วยความบังเอิญ ทำให้ทั้งคู่มีถูกชะตากันและมีความสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ในช่วงฝึกงานอุษมันกับจันดงเป็นคู่กัดกันตลอด เมื่อครบกำหนดฝึกงานจึงมีการเลี้ยงส่งจันดง โดยมีอุษมันและกะชามาดมาร่วมงานด้วย แต่เพราะอุษมันหึงกะชามาดจนมีเรื่องชกต่อยกับลายแคน และอุษมันก็พูดจาดูถูกลายแคน ทำให้ลายแคนตัดสินใจลาออกแล้วกลับบ้านนอกพร้อมกับจันดง โดยไม่ได้ลาผู้ใหญ่ที่เคารพ พอหญิงจงกลกับพระอินทร์ทราบเรื่อง รู้สึกโกรธมากและลงโทษลูกชายโดยสั่งให้ไปตามลายแคนกลับมาทำงานเหมือนเดิม พร้อมทั้งขอโทษที่พูดจาดูถูกจันดงว่าเป็นคนบ้านนอกด้วย เท่านี้ยังไม่พออุษมันถูกส่งไปดัดสันดานที่เขาตาเย็น โดยให้ไปอยู่ที่บ้านของผู้ใหญ่เมืองกับจันดาเป็นเวลา 3 เดือน ทีแรกอุษมันไม่อยากไปพอรู้ว่ากะชามาดจะไปตามลายแคนจึงยอมไปแต่โดยดี

เมื่อจันดงกลับมาอยู่บ้านก็ต้องพบว่าโรงเก็บปุ๋ยหมักอินทรีย์ที่เธอทดลองทำ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรในหมู่บ้านได้ใช้ของถูกและดี ถูกปล้นและทำลายจนเสียหายโดยฝีมือของ เสี่ยชัชชัย (สุพจน์ จันทร์เจริญ) เจ้าของธุรกิจค้าปุ๋ยรายใหญ่แห่งเขาตาเย็น โดยมี ธง (เด๋อ ดอกสะเดา) คนในหมู่บ้านที่ผู้ใหญ่เมืองกับจันดาจ้างให้มาเฝ้าโรงเก็บปุ๋ย ร่วมมือกับ สายธาร (ลักขณา วัธนวงส์ศิริ) ลูกสาวของตัวเองรับจ้างทำงานนี้ แล้วโยนความผิดไปให้ ชมชาญ  (จาตุรงค์ โกลิมาศ) คนฉายหนังเร่ เพราะธงติดหนี้พนันเยอะจึงต้องหาเงินไปใช้หนี้ และเสี่ยก็รู้ความลับว่าธงกับสายธารเป็นพ่อลูกกัน ธงได้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับกับทุกคนในหมู่บ้าน เพราะไม่อยากให้เมียอ้วน (แอน กรุณา) รู้ความจริงว่าตัวเองเคยมีลูกมีเมียมาก่อน ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รับความช่วยเหลือเลี้ยงดูในเรื่องเงิน ส่วนสายธารต้องเอาตัวเข้าแลกจึงได้รถจากเสี่ยเอาไว้ขับไปร้องเพลงในที่ต่าง ๆ

พออุษมันมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับจันดง ทำให้จันดงต้องกลับไปใส่ฟันเหยินเหมือนเดิม จนทุกคนในบ้านสงสัยแต่จันดงก็เอาตัวรอดไปได้แต่ไม่สามารถรอดพ้นจากน้อง ชายอย่าง ก้านแก้ว (ด.ช.ปภิชาญ คัมภิรานนท์) ไปได้ ทางด้านลายแคนก็ต้องพากะชามาดมาฝากไว้กับบ้านจันดง เพราะเขาไม่อยากให้คนนินทากะชามาด ด้านจันดงก็เอาคืนอุษมันด้วยการให้อุษมันไปช่วยนอนเฝ้าโรงเก็บปุ๋ยหมักแทน ลุงธง ถึงแม้จะมีคนหนุ่มอย่างอุษมันมานอนเฝ้าโรงเก็บปุ๋ยหมัก เสี่ยชัชชัยก็ไม่กลัวสั่งให้ธงเอาสารเคมีไปโรยในปุ๋ยหมัก และยังส่งสมุนไปทำร้ายอุษมันแต่ทุกอย่างก็ไม่สำเร็จ เพราะมีจันดงพร้อมพ่อกับแม่และชาวบ้านมาช่วยไว้ทัน แต่อุษมันก็ได้รับบาดเจ็บ

จากเหตุการณ์ร้ายนี้ทำให้อุษมันกับจันดงเริ่มที่จะมีความรู้สึกที่ดีในใจต่อ กันขึ้นมาบ้าง แต่เพราะทั้งสองต่างคิดว่าลายแคนชอบจันดงและอุษมันชอบกะชามาด จึงทำให้ต่างฝ่ายไม่กล้าที่จะแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ผิดกับกะชามาดที่กล้าแสดงออกว่ารักลายแคน แต่ฝ่ายชายก็ยังนิ่งเฉยจนทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกสงสารตัวเอง ทางด้านหญิงจงกลกับพระอินทร์เมื่อรู้ข่าวร้ายของลูกชาย จึงรีบไปที่เขาตาเย็นทันทีโดยไม่รู้ว่านงพะงาแอบขับรถตามมาด้วย ส่วนลายแคนกำลังจะย้ายไปอยู่ที่ไร่ของตัวเอง ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับอุษมัน ว่าเขาจะไม่พบเจอกับกะชามาดอีก

พระอินทร์กับหญิงจงกลมาจอดรถที่หน้าบ้านของลายแคน ส่วนนงพะงาพอรู้ว่าอุษมันพักอยู่ที่บ้านจันดงก็รีบตรงดิ่งไปทันที ส่วนลายแคนพาพ่อกับแม่มาหาอุษมันที่บ้านผู้ใหญ่เมือง อุษมันจึงบอกลายแคนว่าไม่ต้องไปไหนแล้ว แต่ลายแคนยังยืนยันว่าจะไปทำไร่ของตัวเอง ในขณะที่นงพะงาคิดไม่ตกว่าจะไปพักที่ไหน เสี่ยชัชชัยขับรถผ่านมาพอดี นงพะงาดีใจมากเพราะเสี่ยชัชชัยเป็นอาของเธอเอง ด้านกะชามาดได้โอกาสขอไปนอนค้างที่บ้านของลายแคน พร้อมกับพ่อแม่ของอุษมันด้วย

ก้าน แก้วพาอุษมันไปเดินชมนาข้าวที่เหลืองอร่ามดั่งทอง ในขณะที่เสี่ยชัชชัยก็สั่งให้ลูกน้องเอาหอยเชอรี่ไปปล่อยในนาข้าวของจันดง พอดีจันดงมาตามหาก้านแก้วจึงเจอคนร้าย ส่วนอุษมันเห็นเช่นกันทั้งสองจึงช่วยกันต่อสู้ เสี่ยชัชชัยรีบโทรศัพท์เรียกให้ลูกสมุนรีบหนี เพราะชาวบ้านต้องแห่กันมาเพราะเสียงปืนที่ยิงออกไป ในขณะที่ต่อสู้กันฟันของจันดงตกหายไปในนาข้าว จันดงจึงบอกอุษมันว่าเธอคือจันได พอนงพะงามาเจอจันดงที่เธอคิดว่าเป็นจันได เลยมีเรื่องทะเลาะตบตีกันจันดงเลยเอาถุงหอยเชอรี่เทใส่หัวนงพะงา ผู้ใหญ่เมืองพาชาวบ้านมาที่ทุ่งนา นงพะงาจึงพูดใส่ร้ายว่าจันดงเอาหอยเชอรี่มาปล่อย ทำให้ชาวบ้านเริ่มไม่ไว้ใจจันดงกับอุษมัน เพราะตั้งแต่สองคนนี้มาหมู่บ้านก็มีแต่เรื่องวุ่นวายทุกวัน

อุษมันพานงพะงามาที่บ้านผู้ใหญ่เมืองและถามหาลูกสาวอีกคนว่าไปไหน ทำเอาผู้ใหญ่เมืองกับจันดาถึงกับงง ก่อนที่ความจะแตกก้านแก้วรีบดึงอุษมันเข้าห้องนอนของตัวเอง เพื่อให้นงพะงาเข้าไปนอนในห้องของอุษมัน ผู้ใหญ่เมืองกับจันดาสงสัยจึงเข้าไปถามจันดง เธอจึงยอมบอกความจริง ส่วนอุษมันนอนไม่หลับเพราะยังข้องใจ เพราะตอนที่ล้มไปในนาด้วยกัน เขายังเห็นว่าจันดงมีฟันเหยินอยู่แต่ทำไมกลายเป็นจันได ก้านแก้วแกล้งนอนละเมอเพราะอยากให้อุษมันรู้ว่า จันไดกับจันดงก็คือคนเดียวกัน จันดงกลับไปหาฟันที่หล่นไปในนาข้าวของคนอื่นอีกครั้ง อุษมันเริ่มเข้าใจในคำละเมอของก้านแก้ว พอดีจันดงหายออกไปจากห้องนอน อุษมันจึงขอให้ลีลาวดีเต่าของจันดงนำทางเขาไปหาจันดง ลีลาวดีพาอุษมันมาที่ทุ่งนา ทั้งสองเห็นฟันที่ตกอยู่พร้อมกัน จึงเกิดการแย่งกันหยิบฟันแต่ช้าไปเพราะฟันของจันดงถูกเต่าลีลาวดีกินไปหมด เรียบร้อยแล้ว ในที่สุดอุษมันก็ได้รู้ความจริงว่า จันดงกับจันได คือคนคนเดียวกัน

เสี่ยชัชชัยวางแผนให้ชมชาญกับจันดงเข้าใจผิดกัน โดยมีนงพะงาหลานสาวคอยช่วยอีกแรง นงพะงาจึงแกล้งทำดีกับชมชาญเพื่อหลอกใช้เป็นเครื่องมือ แต่ก็ไม่พ้นจากสายตาของสายธารไปได้ ใจจริงแล้วสายธารอยากจะเปิดเผยความชั่วของเสี่ยเพื่อช่วยจันดงมากกว่าแต่ก็ ไม่กล้า ส่วนกะชามาดก็ยังมั่นคงในรักที่มีต่อลายแคน ถึงขั้นไปนอนทอดสะพานยั่วถึงในไร่ แต่ลายแคนทำเป็นไม่สนใจ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เขาเริ่มที่จะรักเธอแล้ว แต่ลายแคนไม่คิดอาจเอื้อมดอกฟ้า กะชามาดรู้สึกละอายและคิดว่าลายแคนไม่ได้มีใจให้เธอ จึงหนีกลับกรุงเทพฯ เมื่อลายแคนรู้ว่ากะชามาดได้กลับกรุงเทพไปแล้วก็รู้สึกเสียใจและได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วตัวเขาเองก็ไม่อยากให้กะชามาดจากไป ลายแคนจึงตามง้อกะชามาดทุกวัน เพราะเขาจะต้องพาเธอกลับไปที่เขาตาเย็นให้ได้ แต่กะชามาดก็ยังไม่มีทีท่าโอนอ่อน จนบูชิต หนูฬี ก้านแก้วต้องช่วยกันวางแผน โทรศัพท์มาหาลายแคนว่าจันดงถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ลายแคนจึงรีบกลับทันทีส่วนกะชามาดพอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรีบขับรถตามลายแคนกลับเขาตาเย็น

จันดงทุกข์ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยที่ตัวเองไม่ได้ก่อ จันดงจึงไปที่หน้าผาแบ่งเขตเพื่อระบายทุกข์ของตัวเอง อุษมันตามไปเจอจันดงจึงเริ่มที่จะเข้าใจกัน ในขณะที่ต่างคนต่างขับรถกลับบ้าน นงพะงาสั่งให้สมุนของเสี่ยชัชชัยมาดักทำร้ายจันดง แต่โชคดีที่มีอุษมันมาช่วยชีวิตเอาไว้ พอดีชมชาญขับรถขายปุ๋ยผ่านมาทำให้ทั้งสองเข้าใจว่าเป็นฝีมือของเขาอีกแล้ว แต่ชมชาญก็ถูกไล่ยิงจนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน พอมาเจอนงพะงาจึงถูกเธอเป่าหูว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกจันดง

สาย ธารรู้เรื่องความชั่วร้ายของสองอาหลาน จึงเริ่มสงสารจันดง ชมชาญ และคนในหมู่บ้าน ที่ถูกเสี่ยชัชชัยทำร้ายทั้งทางตรงและทางอ้อม สายธารจึงหาทางที่จะเปิดโปงความลับของเสี่ยชัชชัย เพื่อช่วยเหลือทุกคนในหมู่บ้าน  ถึงแม้เรื่องราวร้าย ๆ ต่าง ๆ จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่เรื่องความรักระหว่างลายแคนกับกะชามาด และอุษมันกับจันดงยังไม่ลงตัว เพราะต่างฝ่ายต่างไม่เปิดใจรับความเป็นจริง ความรักที่สับสนวุ่นวายและไม่เคยลงตัวกันได้ซักทีของ อุษมัน  จันดง ลายแคน และ กะชามาด จะดำเนินไปอย่างไร และจบลงในรูปแบบไหน

คุณชายจอมยุ่ง

” ม.ร.ว.บวรเทพ ” (ธนา สุทธิกมล) หนุ่มสังคมชั้นสูง หน้าตาหล่อเหลาหาตัวจับยาก มีคู่ควงมากมายนับไม่ถ้วน แต่สุดท้ายต้องลงเอยด้วยการเลิกราเสมอ  แม้แต่ ” ยุวดี ” (สุวัจนี ไชยมุสิก) สาวไฮโซแสนสวยที่ใครๆต่างรุมล้อม ผู้ที่ “ม.ร.ว.เทพิตา” น้องสาวคุณชายบวรเทพเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ทั้งสองคบหากันแต่ก็ไปไม่รอด สร้างความฉงนให้แก่คนในสังคมเป็นอย่างมาก  ท่านหญิงพยายามคาดคั้นความจริง ถึงสาเหตุการเลิกกับยุวดี ท่านหญิงแทบลมจับ เมื่อรู้ว่าที่ท่านชายบวรเทพเลิกกับยุวดีเป็นเพราะเกิดทำพลาดผู้หญิงคนหนึ่ง ท้อง !     “กิ่งเกด”  (ธิญาดา พรรณบัว) ที่ตกงานมาเป็นปีจนเงินที่มีอยู่เริ่มจะหมดลง เลยตัดสินใจไปทำงานถึงบ้านไร่ ดอกรัก   กิ่งเกดต้องตกใจที่ได้รู้งานที่จะได้รับคือการ  เป็นภรรยาคุณชายบวรเทพเพื่อเล่นละครตบตาน้องสาวที่กำลังจะเดินทางมา    กิ่ง เกดจะไม่รับทำแต่คุณชายบวรเทพเสนอเงินก้อนหนึ่งให้กับกิ่งเกดและสัญญาจะไม่ ล่วงเกิน  กิ่งเกดอยากได้เงินก้อนหนึ่งมาเปิดร้านเบเกอรี่ให้กองแก้ว     เพื่อกองแก้ว พี่สาวจะได้มีรายได้มากขึ้น     กิ่งเกดจึงยอมเล่นเป็นภรรยาคุณชายบวรเทพตัวปลอม   ยุวดีมาตามตัวเรย์ (โอลิเวอร์ พูพาร์ท) ที่บ้านไร่ดอกรักจริงดังคาดอาละวาดจะเอาเรย์คืน  แต่พอเห็นคุณชายบวรเทพอยู่ กับกิ่งเกด นึกว่ากิ่งเกดเป็นภรรยาคุณชายบวรเทพจริงๆ ทำเอาอาการป่วยทางจิตกำเริบต้องการให้ทั้งสองคนแตกแยกเพราะอยากเห็นทุกคน ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่เข้าใจกันจึงเลิกสนใจเรย์ หันมาสนใจคุณชายบวรเทพแทน    ทุกคนตั้งตัวไม่ทันที่ยุวดีกลับลำมายุ่งกับคุณชายบวรเทพแทนมีแต่คุณชาย บวรเทพเท่านั้นที่นิ่งเฉยเพราะรู้ดีว่ายุวดีเป็นคนเช่นไร     ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีจากยุวดีมาก่อน ยุวดีมาอยู่ที่บ้านไร่ดอกรัก ประกาศความเป็นเจ้าของคุณชายบวรเทพและหาเรื่องกิ่งเกดบ่อยครั้ง

หลัง จากนั้นกิ่งเกดพยายามอยู่ห่างคุณชายบวรเทพแต่คุณชายบวรเทพไม่ยอมแพ้พยายาม อยู่ใกล้กิ่งเกดมากขึ้นกว่าเดิม ยุวดีเห็นเลยยิ่งพยายามแย่งคุณชายบวรเทพมาให้ได้ จนอาการป่วยเริ่มรุนแรงขึ้นถึง ขั้นทำร้ายกิ่งเกดจนได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง ทั้งหมดจึงตกลงที่จะพายุวดีไปพบจิตแพทย์เพื่อรักษาอาการทางจิต ยุวดีไม่ยอมรับว่าตัวเองกำลังป่วยไม่ยอมไปพบจิตแพทย์ เรย์กับ ม.ร.ว.เทพิตามีโครงการจะทำรีสอร์ทจึงขอซื้อที่ดินบางส่วนของไร่ คุณชายบวรเทพเห็นด้วยจึงตกลงขายที่ดินบางส่วนให้ ทั้งสองจึงช่วยกันดูแลทำรีสอร์ทช่วงเวลาเดียวกันโชคชัยที่หย่าขาดกับภรรยา เรียบร้อย รู้ว่ากิ่งเกดมาทำงาน ที่บ้านไร่ดอกรักจึงตามมาปรับความเข้าใจ การมาของโชคชัยสร้างความตกใจให้กิ่งเกด เป็นอย่างมากแต่สร้างความไม่พอใจให้กับกองแก้วและโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณชาย บวรเทพที่รู้สึกขักลูกหูลูกตาเป็นพิเศษโชคชัยเองก็เช่นกัน ทำให้ทั้งคุณชายบวรเทพกับโชคชัยจึงชอบแขวะกันไปแขวะกันมาเสมอ คุณบวรชายเทพจึงบอกว่ากิ่งเกดเป็นภรรยาและเล่นบทสามีเต็มที่ โชคชัยไม่เชื่อเลยถามกิ่งเกด กองแก้วเห็นกิ่งเกดอึกอักไม่ยอมตอบเลยตอบแทนและไล่โชคชัยให้กลับไป โชคชัยอยากรู้ความจริง เลยแอบมาถามความจริงกับกิ่งเกด กิ่งเกดสงสารโชคชัยจึงเล่าความจริงทั้งหมดให้โชคชัยฟังและขอเป็นเพียงเพื่อน คนหนึ่งเพราะกิ่งเกดรู้ว่าเธอกำลังรักใครอยู่ โชคชัยเสียใจแต่ก็อวยพรให้กิ่งเกดสมหวังทั้งสองไม่ทันรู้ตัวว่ายุวดีกำลัง แอบฟังอยู่ ยุวดีจึงมาบอกคุณชายบวรเทพว่ารู้ความจริงทั้งหมดแล้วและจะต้องแต่งงานกับคุณ ชายบวรเทพให้ได้ ยุวดีอยากกำจัดกิ่งเกดให้พ้น ทางเลยโกหกกิ่งเกด ว่าอยากไปเล่นน้ำตกท้ายไร่แต่ไม่มีใครไปเป็นเพื่อน กิ่งเกดหลงเชื่อจึงไปเป็นเพื่อน เมื่อไปถึงยุวดีขู่จะทำร้ายกิ่งเกดถ้ายังไม่ไปจากบ้านไร่ดอกรัก และทิ้งกิ่งเกดไว้ที่น้ำตกตลอดเวลาที่กิ่งเกดนอนซมเพราะพิษไข้ คุณชายบวรเทพจะมาคอยดูแลอาการกิ่งเกดอย่างใกล้ชิดเหมือนคนรักกันจริงๆ

โชคชัยที่แอบดูทั้งสองคนโดยตลอดเวลาได้แต่เสียใจที่แต่ก่อนไม่หนักแน่นพอจึง ทิ้งกิ่งเกดไป ต่อมากิ่งเกดอาการดีขึ้นโชคชัยจึงมาบอกว่าตัดสินใจจะกลับกรุงเทพฯ กิ่งเกดอวยพรให้โชคชัยโชคดี ขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่ ยุวดีที่ป่วยหนักจนไม่สามารถควบคุมตัวเอง แอบเข้ามาที่ห้องนอนของกิ่งเกด หยิบปืนขึ้นมายิงใส่กิ่งเกดโชคชัยเห็นพอดี จึงผลักกิ่งเกดให้หลบแต่ก็ถูกลูกกระสุนเฉี่ยวที่แขนยุวดี โมโหเลยยิงโชคชัยที่กลางอกจนล้มลง คุณชายบวรเทพได้ยินเสียงปืนจึงเข้ามาดูและแย่งปืนจากยุวดี คุณชายบวรเทพแย่งปืนจากยุวดีมาได้จึงสั่งให้ตระการ ไปตามหมอ และพายุวดี โชคชัย กิ่งเกด ไปโรงพยาบาล ยุวดีกลายเป็นคนประสาทถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลโรคประสาท ม.ร.ว.เทพิตามักจะมาดู แลอาการของยุวดีเสมอเพราะอย่างไรก็เคยเป็นเพื่อนรักกัน เรย์เลยรับที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วย ของยุวดี ส่วนกิ่งเกดนั้นได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ผิดกับโชคชัยที่บาดเจ็บสาหัสเข้าห้องไอซียู

กิ่งเกดเป็นห่วงโชคชัยเพราะคิดว่าตัวเป็นต้นเหตุทำให้โชคชัยมาโดนลูกหลง จึงคอยมาอยู่ดูอาการโชคชัยตลอดเวลาจนอาการ โชคชัยดีขึ้นทำให้คุณชายบวรเทพเข้าใจผิด ไม่พอใจเพราะคิดว่ากิ่งเกดยังคงมีใจให้กับโชคชัยอยู่ ทั้งสองจึงเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง คุณบวรเทพจึงถามกิ่งเกดคิดอย่างไรกับคุณชาย กิ่งเกดไม่ตอบแต่ขอไปจากบ้านไร่ดอกรัก คุณชายบวรเทพแน่ใจ ว่าห้ามกิ่งเกดไม่ได้เพราะที่ผ่านมาทั้งตัวคุณชายและกิ่งเกดต่างไม่แน่ใจว่า แท้จริงรู้สึกกันเช่นไร คุณชายบวรเทพจึงไม่รั้งที่กิ่งเกดจะไป กองแก้วรู้ว่ากิ่งเกด จะไปจากบ้านไร่ดอกรักจึงขอร้องไม่ให้ไปแต่กิ่งเกดไม่ยอม กองแก้วจะกลับไปอยู่กรุงเทพฯด้วย แต่กิ่งเกด รู้ว่ากองแก้วกับตระการต่างมีใจให้กันอยู่ถึงขั้นเตรียมจะหมายหมั้นแต่งงาน จึงห้ามและขอให้กองแก้วอยู่ที่บ้านไร่ดอกรักต่อไป กิ่งเกดกลับไปใช้ชีวิตที่ กรุงเทพฯอย่างคนเศร้า สร้อยอมทุกข์ พยายามหางานทำเพื่อลืมคุณชายบวรเทพ กิ่งเกดได้ทำงานเป็นฝ่ายบัญชีให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง โชคชัยรู้ว่าคุณชาย กับกิ่งเกดเข้าใจผิดกันเพราะตนเป็นต้นเหตุ จึงมาปรับความเข้าใจกับคุณชายบวรเทพ ว่าคนที่กิ่งเกดรัก คือคุณชายบวรเทพ แต่ที่กิ่งเกดเก็บไว้ไม่บอกเป็นเพราะคิดว่ากิ่งเกดกับคุณชายบวรเทพแตกต่าง กันจนไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้คุณชายบวรเทพจะตัดสินปัญหานี้อย่างไร
ความรักของคุณชายจอมยุ่งจะลงเอยกับสาวชาวบ้านได้ไหม…..ติดตามได้ในคุณชายจอมยุ่ง