Category Archives: ละครช่อง3

ละครช่อง3 ละครช่อง 3 เรื่องย่อละครช่อง3 ละครทีวี ช่อง 3 ละครช่อง3 ทั้งหมด

จันทร์ ฤ จะฉาย

พระจันทร์ เด็กสาวอายุ 16 ปี มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พ่อแม่ของเธอแยกทางกัน พ่อของพระจันทร์แต่งงานใหม่กับ พะเยาว์ พร้อมมีลูกอีก 2 คนคือ น้ำมนต์ กับน้ำตาล พ่อของพระจันทร์เป็นคนเจ้าชู้ ทำให้ทะเลาะกับแม่เลี้ยงบ่อยครั้ง จนพระจันทร์ต้องหนีไปอยู่กับ รัชนี อาสาวของเธอซึ่งเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต มองโลกในแง่มุมของความเป็นจริง อีกทั้งยังเหมือนแม่คนหนึ่งของพระจันทร์ พระจันทร์เอนทรานซ์ติดคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อกลับมาบ้านพระจันทร์ได้เจอกับ เปรียว เมียน้อยของพ่อที่เป็นนักร้องคาเฟ่สาวสวย ร้ายกาจ ใช้ความสวยเพื่อให้ได้เงินมา ชอบพูดจาถากถางพะเยาว์แม่เลี้ยงของพระจันทร์เสมอๆ พระจันทร์ไปขายของที่ตลาดและได้เจอกับ แขไข เจ้านายของแม่สุก แขไขเป็นหญิงชรา เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องสมุนไพรไทย แขไขมีหลานชื่อ แสงสูรย์ นายตำรวจหนุ่มมาดเข้ม จริงจังต่อหน้าที่ของตนเอง นอกจากนั้นเขายังเป็นนักดนตรีที่มากด้วยความสามารถ พระจันทร์ตัดสินใจไปทำงานกับ เนาวรัตน์ ซึ่งเธอมีกิจการหลายอย่าง

และ หนึ่งในนั้นคือการเป็นเจ้าของศูนย์ฝึกอบรมดูแลและผู้ป่วย ที่บ้านหลังนี้เองที่ทำให้พระจันทร์ได้รู้จักกับ นพดนัย หรือ ปอ ลูกชายของเนาวรัตน์ เนาวรัตน์พาพระจันทร์กับ ดวงกมล ไปรับงานดูแล คุณระเบียบ ประธานมูลนิธิการกุศลต่างๆ เพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ในสังคม ระเบียบซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แถมยังต้องผจญกับความโลภและความอยากได้ใคร่มีจากคนในครอบครัว ทำให้เธอมีเป้าหมายหลักในชีวิตที่จะเฟ้นหาคนที่มีคุณสมบัติดีพร้อมเพื่อที่ จะสืบทอดงานต่อไป และแล้วระเบียบก็ได้มอบหน้าที่กรรมการมูลนิธิต่างๆ ให้กับแสงสูรย์

และให้รัชนีเป็นคนรับร้องทุกข์จากศูนย์ฮอตไลน์ ส่วนพระจันทร์ก็ขอเป็นอาสาสมัครเข้าไปดูแลเรื่องร้องทุกข์เหล่านั้น อีกทั้งระเบียบยังได้รับพระจันทร์เป็นบุตรบุญธรรม ทำให้พระจันทร์มีสิทธิ์ในมรดกของครอบครัว ซึ่งทำให้ เลอพงศ์ และดวงกมล ซึ่งทำให้ญาติพี่น้องของระเบียบไม่พอใจและเกิดความอิจฉาพระจันทร์ จึงได้พยายามที่จะทำทุกอย่างให้ระเบียบตาย เพื่อจะได้เป็นความผิดของพระจันทรที่เป็นคนดูแลเรื่องการจัดยาให้ระเบียบ แสงสูรย์ใช้งานแสดงดนตรีครั้งใหญ่ของตนเองเพื่อเบนความสนใจ

และ เข้าทลายบ่อนของเปรียวที่เมื่อก่อนเป็นบ้านที่พระจันทร์อาศัยอยู่กับพ่อ โดยเปรียวอ้างสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพราะธนาคารจะมายึดบ้าน สุขุมเลยต้องยอม ระเบียบไปเป็นประธานในงานแสดงดนตรีก็เกิดอาการช็อกหยุดหายใจ นี่เป็นแผนการของบรรดาญาติๆ ที่โลภมากของระเบียบที่ต้องการให้พระจันทร์ตกเป็นผู้ต้องหาราย เพราะเธอมีหน้าที่ดูแลเรื่องยาให้ระเบียบเพียงคนเดียว แสงสูรย์จะช่วยพระจันทร์ได้หรือไม่ บ่อนของเปรียวและสุขุมจะเป็นอย่างไร ติดตามบทสรุปได้ใน “จันทร์ ฤ จะ ฉาย”

รายชื่อนักแสดง จันทร์ ฤ จะฉาย

นิธิ สมุทรโคจร รับบท แสงสูรย์
หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท พระจันทร์
สันติสุข พรหมศิริ
ชุดาภาจันทรเขตต์
ชลิดา ตันติภาพ
พิสมัย วิไลศักดิ์
ตฤณ เศรษฐโชค

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

วรเทพ สุรสิทธิ์ เศรษฐีเจ้าของรีสอร์ตสุรสิทธิ์กำลังป่วยหนัก จึงเรียกทายาททั้งหมดมาฟังประกาศพินัยกรรม ทุกคนประหลาดใจที่มรดกส่วนหนึ่งตกเป็นของหลานสาวของวรเทพ ที่เกิดกับลูกชายคนสุดท้องของตระกูลคือ บุรินทร์ ที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นเหตุให้ ปรเมศวร์ และปารมี สองพี่น้องที่เป็นญาติฝ่าย สาวิกา ภรรยานายวรเทพ ต้องเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อตามหาตัวทายาทนิรนามคนนี้ ในที่สุดก็พบ จันทร์เจ้า ลูกสาวของนายบุรินทร์ในบ้านเกสต์เฮาส์ให้ฝรั่งเช่าอยู่อย่างแออัด จันทร์เจ้าอายุ 18 ปีชอบแต่งตัวเป็นทอมบอย และอยู่ในความดูแลของ มะลิ แคลาย นักร้องที่มีอาชีพเสริมคือการเปิดสำนักทรงหลอกชาวบ้านหากินไปวันๆ โดยมีจันทร์เจ้าเป็นลูกมือ บางครั้งจันทร์เจ้าก็ถูกประทับทรงเสียเอง เพราะพูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้ เพราะไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เล็กจนอายุ 10 ขวบ พอพ่อเสียชีวิตก็เลยต้องกลับเมืองไทย

หลายครั้งจันทร์เจ้าก็ เห็นภาพนิมิตเข้าจริงๆ และช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากหลายๆ หนจนคนแถวนั้นนับถือ จันทร์เจ้าเองก็กลัวความสามารถพิเศษของตัวเองอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อปรเมศวร์และปารมีเข้ามาลองของให้จันทร์เจ้าประทับทรงให้ จันทร์เจ้าเห็นร่างสว่างไสวของคนคนหนึ่งมานั่งร่วมอยู่ด้วย และกระซิบบอกให้จันทร์เจ้าตามปรเมศวร์กลับไปที่ไร่ มะลิไม่ยอมเพราะกลัวจันทร์เจ้าจะถูกหลอก แต่ปรเมศวร์ยืนยันว่าจันทร์เจ้าต้องอยุ่ในความปกครองของเขาตามกฎหมาย จันทร์เจ้าเองก็อยากไปเพราะต้องการรู้เรื่องแม่ที่ตนเองไม่รู้จักมาก่อน จันทร์เจ้าเริ่มเห็นวิญญาณสว่างไสวบ่อยครั้งขึ้น สร้างความหวาดกลัวให้แก่จันทร์เจ้า, มะลิ และข้าวต้มมัด ลูกสมุนวัยเด็กยิ่งนัก ปรเมศวร์พาจันทร์เจ้ากับข้าวต้มมัดไปที่รีสอร์ทสุรสิทธิ์ ปรเมศวร์สั่งให้จันทร์เจ้าทำตัวให้สมกับเป็นทายาทของตระกูลผู้ดี แต่จันทร์เจ้าออกฤทธิ์ออกเดชเต็มที่ทำให้ปรเมศวร์ต้องใช้กำลังกายกำลังใจกำ หราบจันทร์เจ้า

มีเพียงสองคนที่จันทร์เจ้าไม่กล้าทะลึ่งด้วยคือ นายวรเทพ ที่จันทร์เจ้าเข้าหาบ่อยๆ เพราะได้ฟังเรื่องราวของ วลัย แม่ของตนที่เป็นหญิงชาวบ้านจนๆ และได้แต่งงานกับบุรินทร์ พออยู่กินกันได้ไม่นานก็ต้องแยกทาง บุรินทร์พาลูกสาวไปต่างประเทศส่วนวลัยก็หายสาบสูญไป ที่พ่อแม่ของจันทร์เจ้าต้องแยกทางเป็นเพราะอคติของ คุณย่าสิวิกา ที่คอยรังเกียจแม่ของตน ทำให้จันทร์เจ้ากลัวและไม่กล้าเผชิญหน้ากับคุณย่าสิวิกา ยิ่งเวลาที่เข้าไปดูแลคุณปู่วรเทพนางยิ่งไม่พอใจและพยายาม กีดกัน ที่ตึกใหญ่จันทร์เจ้าต้องเจอกับญาติไม่พึงประสงค์หลายราย เช่น นายสมประสงค์ และภรรยาแสนละโมบ นางจงดี ลูกสาวคนโตของนายวรเทพ ที่มีลูกชายลูกสาววัยไล่เลี่ยกับจันทร์เจ้าคือ บัณรส และบัณรสี ที่เป็นเด็กเอาแต่ใจด้วยกันทั้งคู่ คอยหาทางกลั่นแกล้งจันทร์เจ้าและข้าวต้มมัดตลอดเวลา โดยมี ลำยอง สาวใช้ทึนทึกเป็นลูกสมุน จันทร์เจ้ารู้สึกคับแค้นใจว่าปรเมศวร์ลำเอียง เพราะปรเมศวร์คิดว่าเธอคือเด็กโกหกชอบสร้างเรื่องวิญญาณมาหลอกให้คนที่บ้าน และโรงเรียนกลัว

ครั้งหนึ่งจันทร์เจ้าเห็นแม่มาหาพร้อมเสียง เพลงกล่อมเด็ก “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้าขอข้าวขอแกง” ปรเมศวร์เตือนจันทร์เจ้าไม่ให้ฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ ขณะที่ตัวเองก็พยายามสืบหาข้อมูลการตายลึกลับของนางวลัย โดยมีสารวัตรหนุ่ม ภูษณ คอยช่วยเหลือ แปลกที่สิ่งที่จันทร์เจ้ากล่าวอ้างนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด นายวลัยอาจถูกฆาตกรรม โชคดีที่โรงเรียนมีคนเข้าใจเธออยู่สองคนคือ คุณครูวันวิสาข์ และนุดี หลานสาว นุดีเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนกับจันทร์เจ้า ครูวันวิสาข์ดูจะเชื่อภาพวิญญาณของจันทร์เจ้ามากกว่าใคร เพราะจันทร์เจ้าพูดถึง ครูรมณี ครูสาวสวยที่หายไปจากโรงเรียนอย่างลึกลับเมื่อหลายปีก่อน โดยที่สารวัตรภูษณย้ายมาประจำที่นี่เพราะต้องการสืบเรื่องครูรมณีที่เป็นพี่ สาวแท้ๆ ของเขานั่งเอง ในงานแสดงละครของโรงเรียนจัดขึ้นที่ตึกเก่า จันทร์เจ้าเล่นเป็นนางปอร์เชียในละครเวนิสวาณิช เมื่อถึงฉากกรีดเนื้อขึ้นชั่งจันทร์เจ้าเห็นภาพหลอนเลือดทะลักออกมาจริงๆ จันทร์เจ้าเกือบเล่นไม่ได้จนปรเมศวร์ต้องเข้ามาดูแล

หลังละครเลิก บัณรสีและบัณรสแกล้งขังจันทร์เจ้าไว้ที่ห้องเก็บของ จันทร์เจ้าเห็นวิญญาณพาเธอขึ้นไปชั้นบนของตึกเก่า และเห็นภาพการฆาตกรรมครูรมณี ปรเมศวร์ตามจันทร์เจ้าเข้ามาในห้อง จันทร์เจ้าบอกว่าศพครูรมณีอยู่หลังกำแพง ปรเมศวร์ทุบกำแพงดูก็พบซากศพครูรมณีที่เหลือแต่กระดูกอยู่ในนั้นจริงๆ การพบศพครูรมณีกลายเป็นข่าวใหญ่ ชีวิตจันทร์เจ้าตกอยู่ในอันตราย ปรเมศวร์และภูษณพยายามสืบหาเบาะแสโดยใช้มะลิและข้าวต้มมัดหาข่าวในบาร์ที่ มะลิร้องเพลงอยู่ซึ่งมีแก๊งค์โจรชอบมามั่วสุมกัน ในที่สุดก็ได้ข้อมูลเกี่ยวโยงถึงนายสมประสงค์ที่จ้างวานคนมาทำร้ายจันทร์ เจ้า ครั้งหนึ่งปรเมศวร์ถูกกระสุนลูกหลงบาดเจ็บสาหัสหมดสติไป 2-3 วัน จันทร์เจ้าใช้การนั่งสมาธิติดต่อกับเขา เมื่อปรเมศวร์ฟื้นขึ้นมาก็มองเห็นวิญญาณเช่นเดียวกันกับจันทร์เจ้า คุณย่าสิวิกาพานายวรเทพไปพักฟื้นที่บ้านพักริมน้ำห่างจากรีสอร์ตหลายกิโล จันทร์เจ้าตามมาอยู่ด้วยจนนายวรเทพอาการดีขึ้นเดินเหินได้เกือบปกติ

จันทร์ เจ้ารู้สึกแปลกที่นอนที่บ้านนี้อย่างไม่ปกติสุข ภาพน่ากลัวตามหลอนเหมือนไม่ต้องการให้เธออยู่ที่นี่ แล้วจันทร์เจ้าก็พบความจริงเมื่อเห็นว่ามือของนายวรเทพคือมือที่มีรอยแผล เป็นที่เธอเคยเห็นนั่นเอง จันทร์เจ้าพยายามติดต่อปรเมศวร์และภูษณ แต่นายวรเทพจับได้และบังคับพาจันทร์เจ้าไปเรือนเล็กท้ายบึงน้ำ แล้วติดต่อนายสมประสงค์ให้มาสมทบ ปรเมศวร์รู้ว่าจันทร์เจ้ากำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะว่าวิญญาณของวลัยมาปรากฏให้เห็นและบอกว่าจันทร์เจ้าอยู่ที่ไหน ปรเมศวร์, ครูวันวิสาข์, ปารมี, มะลิ พยายามไปช่วยจันทร์เจ้า นายวรเทพเผยความจริงให้จันทร์เจ้ารู้ เมื่อวลัยและบุรินทร์แต่งงานกันและเข้ามาอยู่ร่วมบ้าน ความสวยของวลัยถูกใจนายวรเทพมาก จึงถูกนายวรเทพข่มขืนและบังคับไม่ให้บอกสามี แต่แล้วความก็แตกบุรินทร์รู้ความจริง เมื่อวลัยคลอดลูกบุรินทร์จึงพาหนีไปอเมริกา วรเทพต้องการตัวจันทร์เจ้ากลับมาเพราะคิดว่าจันทร์เจ้าคือลูกสาวของเขา ครูรมณีก็เป็นเหยื่อกามอีกคนหนึ่งของนายวรเทพ

คุณย่าสิวิกาเข้ามา พร้อมปืนและขู่ให้นายวรเทพปล่อยจันทร์เจ้าไป ยังไงจันทร์เจ้าก็ไม่ใช่ลูกของนายวรเทพแน่ เพราะวลัยท้องก่อนที่จะตกเป็นของวรเทพ คุณย่าสิวิกาคือคนที่รู้เรื่องทั้งหมดแต่ทำอะไรไม่ได้ คุณย่าสิวิกาพาจันทร์เจ้าหนี เมื่อนายวรเทพรู้ว่าจันทร์เจ้าไม่ใช่ลูกก็สั่งลูกน้องให้จับตายทั้งคู่ คุณย่าสิวิกาถูกยิงบาดเจ็บ นายวรเทพตามมาบอกให้ฆ่าจันทร์ เจ้าที่เดียวกับที่วลัยถูกฆ่าตายและจับถ่วงน้ำไว้ ปรเมศวร์, ภูษณ และตำรวจตามมาช่วย จันทร์เจ้านึกถึงแม่และท่องบทกล่อมเด็ก “จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า” เพื่อหวังให้แม่มาช่วย นายวรเทพเห็นภาพวิญญาณทั้งของวลัยและครูรมณีหลอกหลอนจนกลัวลนลานเสียหลัก ตกลงไปในน้ำ และมีอะไรบางอย่างดึงร่างไว้ให้ดำดิ่งสู่ใต้น้ำอันมืดมิดจนขาดใจตาย นั่นก็คือร่างโครงกระดูกของวลัยที่ถูกจับถ่วงน้ำ ศพนางวลัยถูกนำขึ้นมาทำพิธีทางศาสนา ปรเมศวร์ขอร้องให้จันทร์เจ้าอยู่กับเขาที่นี่ และสร้างรีสอร์ตแห่งนี้ด้วยกัน

รายชื่อนักแสดงละคร จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

สหรัถ สังคปรีชา แสดงเป็น ปรเมศวร์
ศรีริต้า เจนเซ่น แสดงเป็น จันทร์เจ้า
นิธิชัย ยศอมรสุนทร แสดงเป็น ปารมี
ศิระ แพทย์รัตน์ แสดงเป็น ภูษณ
นิรุตติ์ ศิริจรรยา แสดงเป็น วรเทพ
ประกาศิต โบสุวรรณ แสดงเป็น สมประสงค์
ปวีณา ชารีฟสกุล แสดงเป็น วลัย
ภรผกา เสียงสมบุญ แสดงเป็น รมณี
ณ หทัย พิจิตรา แสดงเป็น จงดี

จดหมายถึงดวงดาว

พลอยจันทร์ พี่สาวคนโต อ่อนหวาน นุ่มนวล มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเขียน จึงเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ไปอยู่หอพักของ มหาวิทยาลัย เมื่อเข้ามาอยู่ที่หอพักพลอยจันทร์ก็เจอเรื่องร้ายต่าง ๆ มากมาย ทั้งกับเพื่อนร่วมห้องรุ่นพี่ และผู้ปกครองของเด็กที่พลอยจันทร์รับจ้างสอนพิเศษให้ แต่พลอยจันทร์ก็มีนทีคอยช่วยเหลือดูแลมาโดยตลอด ความรักของทั้งสองเริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อนทีมีท่าทีห่างเหินไป ซึ่งพลอยจันทร์ก็ไม่รู้สาเหตุที่ทำให้นทีเปลี่ยนไป

น้ำบุษย์น้องสาว คนรอง ที่มีความเชื่อมั่น เข้มแข็ง แต่ลึก ๆ แล้ว เธอเป็นคนละเอียดอ่อนกับสิ่งรอบข้างและถนัดทางด้านวาดรูป เธอจึงมุ่งมั่นเรียนต่อด้านศิลปะ โดยได้ธารีลูกชายคนรองของลุงกับป้าที่เป็นศิลปินอาชีพช่วยติวศิลปะให้ แต่เธอไม่ค่อยชอบหน้าธารีนัก เมื่อน้ำบุษย์สอบติดที่เชียงใหม่ ธารีก็คอยดูแลเพราะเขาต้องไปแสดงผลงานที่เชียงใหม่ และได้ให้เงินน้ำบุษย์ไว้ใช้ โดยบอกว่าป้าฝากมาให้

แต่น้ำบุษย์รู้ ว่าเป็นเงินของธารี เธอตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับธารีทุกรูปแบบ น้ำบุษย์ออกหารายได้โดยรับจ้างวาดรูปตามข้างถนน และในห้างสรรพสินค้าธารีไม่พอใจน้ำบุษย์เพราะถือเป็นการดูถูกฝีมือตัวเอง และน้ำบุษย์ยังคบกับศิลปินเจ้าชู้ จนเกือบจะถูกพาเข้าโรงแรมทั้งที่ธารีเตือนแล้ว แต่เธอก็เอาตัวรอดมาได้ ธารีพาน้ำบุษย์ไปพักที่รีสอร์ทบนภูเขาที่เขาใช้เป็นสตูดิโอ ชั่วคราวท่ามกลางบรรยากาศ และอารมณ์ศิลปินของทั้งคู่ ทำให้ทั้งสองเข้าใจซึ่งกันและกัน

แทนจันทร์น้องนุชคนสุดท้อง ที่เป็นเด็กสาวที่กล้าแกร่ง ดื้อรั้น เอาแต่ใจ มั่นใจไม่กลัวใครเธอสนใจเรื่องกฎหมายการเมืองจนดูเป็นเด็กแสบ มีความคิดเกินตัว โดยเฉพาะกับการพิทักษ์สิทธิสตรีแทนจันทร์เลือกสอบเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และ ที่นี่ความเป็นเฟมินิสต์ของแทนจันทร์รุนแรงขึ้น เมื่อถูกกีดกันไม่ให้ไปออกค่ายของชมรม เพราะลำบากเกินไปสำหรับผู้หญิง ทำให้แทนจันทร์ประท้วงจนได้ออกค่าย ท่ามกลางความระอาใจของผู้ชายหลาย ๆ คน

เมื่อ แทนจันทร์กลับกรุงเทพฯ ก็รู้ว่าลุงผาเกิดโรคหัวใจกำเริบ เพราะมีปากเสียงกับนทีแทนจันทร์โกรธนทีมาก และยังรู้จากพลอยจันทร์อีกว่า นทีทิ้งพลอยจันทร์เพราะนทีมีคนที่รักมากกว่าเมื่อแทนจันทร์ได้ลงใต้จึงไปต่อ ว่านทีซึ่งเขาย้ายไปเป็นนักข่าวที่หาดใหญ่ แทนจันทร์มีโอกาสไปฝึกงานนักข่าวที่ นสพ.ฉบับหนึ่ง และมีปากเสียงกับรุ่นพี่เรื่องสกู๊ปข่าวผู้หญิงถูกข่มขืนที่ยกความผิดไปให้ ผู้หญิงว่าแต่งตัวยั่วยุกามารมณ์ ระหว่างทางกลับบ้านแทนจันทร์ถูกคนโรคจิตลวนลาม แต่นทีมาช่วยไว้ทัน แทนจันทร์เข้าใจความเป็นผู้หญิงมากขึ้นและรู้สึกถึงความอบอุ่นของนที

ไม่ นานนักครอบครัวนี้ก็ได้รับข่าวร้ายว่าศิลาถูกยิงเสียชีวิตพร้อม ๆ กับลุงผาช็อคหัวใจวายเสียชีวิต แต่โชคยังดีที่ ศิลา ไม่ตายเหมือนที่ทุกคนได้รับข่าว แค่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทุกคนดีใจโดยเฉพาะพลอยจันทร์ที่อาสาดูแลศิลาที่โรงพยาบาล และทุกคนก็กลับจันทบุรีเพื่อไปจัดงานศพลุงผา ก่อนที่นทีจะไปเรียนต่อที่อังกฤษเขาได้บอกความลับกับแทนจันทร์เรื่องพลอย จันทร์ว่าคนที่เขารักมากก็คือ ลุงผา เพราะท่านเป็นคนขอร้องให้เขาเลิกยุ่งกับพลอยจันทร์เพื่อพี่ศิลา และนทียังบอกอีกว่าวันนี้เขามีคนที่รัก มากกว่าพลอยจันทร์แล้ว แทนจันทร์สัญญาว่าจะคอยนทีกลับมาจากอังกฤษ ฝ่ายพลอยจันทร์ก็แต่งงานกับศิลา และเริ่มงานเขียนที่ตนรัก ส่วนธารีกับน้ำบุษย์ปฏิเสธการจัดงานแต่งงานเพราะไม่ชอบพิธีรีตรอง ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะที่เชียงใหม่

นักแสดงละคร จดหมายจากดวงดาว
ดอม เหตระกูล แสดงเป็น ศิลา
นิธิ สมุทรโครจร แสดงเป็น ธารี
ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ แสดงเป็น นที
รามาวดี สิริสุขะ แสดงเป็น พลอยจันทร์
รุจิรา ช่วยเกื้อ แสดงเป็น แทนจันทร์
นวดี โมกขะเวส แสดงเป็น น้ำบุษย์
มนตรี เจนอักษร แสดงเป็น ลุงผา
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ฯ แสดงเป็น ป้าดอกไม้

จงกลกิ่งเทียน

เจ้าบัวเทียน หญิงชราวัย 85 ปี นั่งเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองให้ กอหญ้า หลานชายฟังถึงความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับตน ชื่อเดิมของเธอคือ ?เทียนกันยา? พ.ศ.2495 หลังพ่อแม่เสียชีวิต เทียนกันยากับโกมุท หรือ ก้อง น้องชายได้ดูแลสมบัติของตน ทั้งสองอาศัยอยู่ในบ้านสุจัณยา ร่วมกับ ศล น้องชายบุญธรรมที่พ่อของเทียนกันยาอุปการะเลี้ยงดู ก้องไม่สบายตั้งแต่เด็ก เทียนกันยาเลยจ้าง เรือนใจ พยาบาลสาวมาดูแล จนกระทั่งก้องป่วยหนักเสียชีวิตลง เรือนใจบอก ละม่อม ละม่อมสะใจที่ยาลูกกลอนผสมสารหนูที่ฝากเรือนใจไปให้ก้องกินได้ผล เรือนใจตกใจมากที่รู้ว่าละม่อมใช้ตนเป็นเครื่องมือ ละม่อมขู่เอาผิดเรือนใจและจะเปิดเผยเรื่องเรือนใจไม่ได้จบพยาบาลมาจริงๆแต่ ปลอมเอกสาร เรือนใจกลัวเลยต้องเป็นพวกละม่อมต่อไป
เทียนกันยาเสียใจที่สูญเสียน้องชาย เรือนใจเข้ามาดูแลอย่างดี เทียนกันยาจึงให้เรือนใจเป็นพยาบาลประจำตัวเธอต่อ เพื่อนก้องมางานศพของก้องรวมทั้ง อัพภันดร์ บอกว่าตนเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของก้อง ทุกคนแปลกใจที่อัพภันดร์เข้ามาสนิทสนมกับเทียนกันยา เพราะไม่เคยได้ยินชื่อนี้จากก้องมาก่อนเลย ในงานศพก้องละม่อมเข้ามาทวงสมบัติของตนโดยอ้างสิทธิ์เมียอีกคนของพ่อเทียน กันยา ประทินทนายความของบ้านสุจัณยาว่าละม่อมหมดตัวเพราะผีพนัน ละม่อมโกรธจะเข้ามาทำร้ายเทียนกันยา อัพภันดร์เข้ามาขวาง ทำให้เทียนกันยาชื่นชมอัพภันดร์ การกระทำของอัพภันดร์สร้างความแคลงใจให้กับศล เพราะศลเป็นคนดูแลเอกสารของก้อง แต่ไม่เคยเห็นจดหมายของอัพภันดร์เลยซักฉบับ ศลเตือนเทียนกันยา เทียนกันยาไม่เชื่อและต่อว่าศล ศลจึงได้แต่เฝ้าดูพฤติกรรมของอัพภันดร์อยู่ห่างๆ
จรัส ป้าของเทียนกันยาพาชายหนุ่มมาให้เทียนกันยาดูตัวเพราะเป็นห่วงเรื่องคู่ครอง ของหลาน เทียนกันยาไม่สนใจเพราะแอบชอบอัพภันดร์อยู่แล้ว เมื่องานศพของก้องเรียบร้อยอัพภันดร์ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านสุจัณยา คอยดูแลเทียนกันยาจนกลายเป็นความรัก อัพภันดร์อ้างว่าสำนักงานทนายความที่เชียงใหม่ซึ่งตัวเองทำงานอยู่ปิดตัวลง ทำให้เขาต้องขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพ เทียนกันยาฝากงานให้ที่สำนักงานทนายความของประทิน และให้เข้ามาพักอยู่ในบ้านสุจัณยาแต่เป็นห้องพักที่เรือนเลี้ยงม้า ไม่ได้อยู่บนบ้านใหญ่ อัพภันดร์ไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จริงๆแล้วเขาไม่ได้จบทนายความอย่างที่บอกไว้ แต่ปลอมแปลงเอกสารเพื่อหลอกฮุบสมบัติของเทียนกันยา โดยพยายามตีสนิทประทินทำดีตบตาจนเขาสามารถเข้ามาดูแลทรัพย์สมบัติของเทียน กันยาแทนประณต หลานชายของประทินได้สำเร็จ
ความเจ้าชู้ของอัพภันดร์ทำให้เขาได้เสียกับเรือนใจ และอารีเสมียนในสำนักงานของประทิน อัพภันดร์ให้อารีปลอมเอกสารยักยอกเงินของเทียนกันยา แต่ประทินจับได้ อัพภันดร์แก้ตัวโยนความผิดให้ประณต ทำให้ประณตต้องลาออกไปอยู่ชุมพร ภายหลังประทินรู้ความจริงว่าอัพภันดร์ปลอมเอกสารวุฒิการศึกษา และเขาเป็นหลานของละม่อม อัพภันดร์กลัวความลับแตกจึงกำจัดประทินเสียชีวิต

เด็กในบ้านเห็นว่าเรือนใจแอบไปเรือนเล็กของอัพภันดร์ จึงไปบอกศล ศลโกรธไปบอกเรื่องนี้กับเทียนกันยา แต่อัพภันดร์กับเรือนใจไม่ยอมรับ และเรียกคะแนนสงสารจากเทียนกันยา เทียนกันยาใจอ่อน สุดท้ายอัพภันดร์ขอเทียนกันยาแต่งงาน ก่อนวันงานอัพภันดร์ให้อารีปลอมจดหมายลายมือเทียนกันยา ส่งหาศลเพื่อไล่ศลออกจากบ้าน ศลเสียใจไม่กลับมาบ้านสุจัณยาอีกเลย อัพภันดร์ให้เรือนใจวางยาเทียนกันยาให้เจ็บอ็อดๆแอ็ดๆเหมือนก้อง ก่อนตายเทียนกันยารู้ความจริงว่าอัพภันดร์คือหลานของละม่อม จึงถูกอัพภันดร์ผลักตกบันได แต่แจ้งกับหมอว่าเทียนกันยาเป็นลมตกบันได
เทียนกันยาไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว วิญญาณของเธอถูกดูดเข้าไปในร่างของเจ้าบัวคำแก้ว เจ้าทางเหนือที่นิสัยเปรี้ยวจี๊ด ก็ประสบอุบัติเหตุหนักเข้ามารักษาพร้อมกัน เทียนกันยาฟื้นขึ้นมาท่ามกลางความดีใจของเจ้าส่องเมือง ละปั๋น สาวใช้ เธอเองก็ตกใจเมื่อพบว่าวิญญาณของตนอยู่ในร่างของเจ้าบัวคำแก้ว หมอสันนิษฐานว่าเธอความจำเสื่อมชั่วคราว เทียนกันยาจำเป็นต้องอยู่ในร่างของเจ้าบัวคำแก้ว และเป็นเจ้าบัวคำแก้วตามที่ทุกคนบอก เมื่อออกจากโรงพยาบาลเธอพบว่าร่างของเธอถูกอัพภันดร์เผาไปเรียบร้อยแล้ว อัพภันดร์เห็นเจ้าบัวคำแก้วก็เกิดหลงรักทันที เทียนกันยาใช้ร่างของเจ้าบัวคำแก้วเพื่อสืบเรื่องของอัพภันดร์ต่อไป
เจ้าบัวละวง ย่าของเจ้าบัวคำแก้ว และผกาฟ้าพี่สาวต่างแม่ มาที่อยุธยาเพื่อดูอาการของบัวคำแก้ว เทียนกันยารู้จากเจ้าส่องเมืองว่าบัวคำแก้วไม่ค่อยถูกกับเจ้าย่า และไม่ชอบผกาฟ้า เทียนกันยาจึงเข้าไปไหว้ขอโทษเจ้าย่า ยิ่งใกล้ชิดเจ้าย่าก็ยิ่งมั่นใจว่าวิญญาณที่อยู่ในร่างไม่ใช่บัวคำแก้ว เทียนกันยาตัดสินใจเล่าความจริง เจ้าย่าตั้งชื่อใหม่ให้เทียนกันยาว่า บัวเทียน เจ้าบัวเทียนห่วงศลจึงขอให้เจ้าย่าช่วยอุปการะส่งเสียศลต่อ เจ้าย่าให้ส่องเมืองเป็นธุระติดต่อศลเพื่อขอส่งเสียเรียนจนจบแพทย์ และให้บัวเทียนเป็นตัวแทนเขียนจดหมายติดต่อกับศล
เจ้าบัวเทียนเข้ามาให้ห้องเก็บรูปและตกใจมากเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเจ้าย่า เป็นย่าทวดอายุเกือบร้อยปีแล้ว เจ้าบัวละวงรู้ว่าตนเองคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานจึงเลือกผู้สืบทอดตำรายา อายุวัฒนะให้เจ้าบัวเทียน
อัพภันดร์โมโหเรื่องเรือนริมสระน้ำที่ก้องเขียนยกให้ศลก่อนตาย จึงพาลใส่อารี อารีขอแยกทางกับอัพภันดร์และขอเงินก้อนใหญ่ อัพภันดร์ยอมให้เพื่อแลกกับความลับและขู่ไม่ยอมให้อารีมีความสุขตลอดชีวิต อารีกลัวจึงเล่าความจริงให้ศลฟัง อัพภันดร์จึงตามมาฆ่าปิดปากอารี
เมื่อเรียนจบศลขอไปเป็นแพทย์ประจำอนามัยจอมทอง เพื่อทดแทนบุญคุณเจ้าย่า หลังทุกอย่างเรียบร้อยเจ้าย่าก็สิ้นลม ศลปลอบใจบัวเทียน ส่องเมืองไม่พอใจที่ศลสนิทกับเจ้าบัวเทียน บัวเทียนบอกว่าเธอคิดกับส่องเมืองแค่พี่ชาย เจ้าส่องเมืองจึงเริ่มหันไปมองผกาฟ้า ที่ดีกับตนทุกอย่างและแอบรักตนอยู่ อัพภันดร์ลอบยิงศลเพราะโกรธที่ศลแย่งเจ้าบัวเทียนไป บัวเทียนทำทีมาเยี่ยมอัพภันดร์ที่กรุงเทพ เรือนใจกลัวว่าบัวเทียนจะมาแย่งอัพภันดร์ไปจึงจ้างยอดมาฆ่าบัวเทียนแต่ศลมา ช่วยไว้ทัน อัพภันดร์วางยาหวังจะข่มขืนบัวเทียน แต่วิญญาณของเจ้าบัวคำแก้วที่วนเวียนอยู่กับร่างของเธอได้เข้ามาช่วยไว้ เรือนใจขัดขวางไม่ให้แผนของอัพภันดร์สำเร็จ ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรง อัพภันดร์ยิงเรือนใจ ก่อนตายเรือนใจก็แทงอัพภันดร์อาการสาหัส อัพภันดร์เห็นบัวเทียนเป็นเทียนกันยาจึงพยายามยิงใส่ แต่เขากลับเห็นภาพหลอนวิญญาณของคนที่ตัวเองฆ่าทั้งหมดตามมาทวงชีวิต สุดท้ายอัพภันดร์ก็สิ้นใจตายตามเรือนใจไป
เจ้าบัวคำแก้วมาทวงร่างของเธอคืนจากเทียนกันยา แต่เจ้าบัวละวงไม่ยอมและส่งวิญญาณของบัวคำแก้วไปเกิดเป็นลูกสาวของบัวเทียน กับศลแทน ทั้งสองแต่งงานและมาอยู่ที่บ้านสุจัณยา และตั้งชื่อลูกสาวว่า ศรีกัญญา แต่ศรีกัญญาก็เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 20 ปี จากอุบัติเหตุรถชนเหมือนในชาติที่แล้วที่เธอต้องจบชีวิตลงเพราะอุบัติเหตุรถ คว่ำ พ.ศ.2553 กอหญ้าฟังเรื่องราวตำนานของตระกูลตัวเองด้วยความตื้นตันใจ

เงารักลวงใจ

ณ บ้านอัศวธานนท์ รัญญา ทายาทคนเดียวของตระกูล อัศวธานนท์ ถูก เถลิง ผู้เป็นพ่อตบตีอย่างกราดเกรี้ยว หลังจากจับได้ว่าเธอแอบลักลอบได้เสียกับ มงคล คนขับรถ ซึ่งเพื่อปกปิดความอัปยศ เถลิงได้จับรัญญาขังไว้ในห้อง แล้วสั่งลูกน้องให้วางแผนฆ่ามงคล หากทว่ามงคลกลับไม่ตายไปตามแผน ซ้ำยังได้พบกับ บัว หรือครูบัวของเด็กๆ กำพร้าในบ้านทอฟ้า

หญิงสาว ใจดีที่มาช่วยชีวิต ทั้งยังนำเขาไปส่งโรงพยาบาลทันเวลา แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพของคนพิการ ขาเดินได้ไม่ปกติ หนำซ้ำใบหน้ายังเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้พุพองดูน่ากลัว มงคลชอกช้ำและรู้สึกเศร้าที่ไม่มีที่ไป แต่บัวก็คอยให้กำลังใจเขา และชักชวนให้ไปอยู่ที่ บ้านทอฟ้า มูลนิธิรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอดูแลอยู่ หลังจากนั้นมงคลจึงกลายเป็น นายไม้ นักการภารโรงในมูลนิธิแห่งนี้ และเจียมตัวเจียมใจว่าเขาไม่ควรคิดกลับไปหารัญญาอีก เพราะมีแต่จะเป็นภาระของเธอและอาจทำให้เธอเป็นอันตราย เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เกิดกับเขาเป็นการกระทำของเถลิง ไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุ เขาจึงทนก้มหน้ารับกรรมอยู่ที่บ้านทอฟ้า

ด้าน รัญญา ที่เข้าใจผิดคิดว่ามงคลตายไปแล้ว เสียใจมาก แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเธอเพิ่งได้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิด ขึ้นกับร่างกาย เพราะเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ !! รัญญาไม่แน่ใจว่าเถลิงจะยอมให้เธอเก็บรักษาชีวิตเด็กเอาไว้หรือไม่ จึงวางแผนหลอกผู้เป็นพ่อว่าต้องการจะไปเรียนต่อที่ต่าง ประเทศ เถลิงหลงเชื่อและยอมให้ไป รัญญารีบออกเดินทางทันทีก่อนที่พ่อจะระแคะระคาย และไปพักอยู่กับ ยุวรินทร์ เพื่อนรักตั้งแต่สมัยเด็กที่อาศัยอยู่ที่นั่น เธอและยุวรินทร์ช่วยกันประคับประคองทารกน้อยในครรภ์จนวันที่เด็กคลอดออกมา เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ร่างกายสมบูรณ์ ผิวพรรณหมดจด รัญญาเห็นความน่าเอ็นดูของลูก อดไม่ได้ที่จะแอบหวังว่าบางทีเมื่อพ่อของเธอได้เห็นหลานแล้วอาจจะใจอ่อนยอม ให้อภัยเธอและลูก จึงได้ตัดสินใจพาลูกสาวตัวน้อยบินกลับมายังกรุงเทพฯ

เมื่อ มาถึงแผ่นดินเกิด โดยรัญญาพาลูกสาวไปฝากไว้ที่เนอสเซอรี่ก่อน เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้ จนกว่าเธอจะได้สารภาพกับพ่อให้เรียบร้อย ก่อนออกไปจากเนอสเซอรี่รัญญาได้นำสร้อยที่มีจี้สลักอักษรย่อชื่อของเธอและ มงคลห้อยติดตัวหนูน้อยเอาไว้ ซึ่งสร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยที่มงคลได้ให้เธอไว้ตั้งแต่สมัยที่แอบคบหากัน

ขณะ ที่รัญญารวบรวมความกล้าเดินทางกลับไปยังบ้านอัศวธานนท์ เพื่อที่จะสารภาพความจริงที่ปกปิดมานับปี แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเถลิงสืบเรื่องนี้ได้ก่อน เขารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง โกรธมากจนไม่ฟังคำอธิบายใดๆ ได้แต่ต่อว่าและสาปส่งรัญญาอย่างรุนแรง รัญญาเสียใจมากเมื่อพบว่าหมดหนทางที่จะให้พ่อยอมรับหลาน เธอตัดสินใจกลับไปรับลูกที่เนอสเซอรี่ ออกจากอัศวธานนท์ครั้งนี้เธอตั้งใจจะหนีไปใช้ชีวิตกับลูกตามลำพัง ไม่ลังเลที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อลูก แม้ว่าต้องตกระกำลำบากแค่ไหนก็ตาม หากแต่สิ่งที่หญิงสาวคิด ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น เพราะว่าเถลิงได้สะกดรอยตามเธอไป

เมื่อไปถึงเนอสเซอรี่ รัญญาต้องช็อคสุดขีด เพราะตึกแถวละแวกนั้นได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น เปลวไฟรุนแรงลุกลามไปจนถึงเนอสเซอรี่ที่เธอฝากลูกไว้!!! รัญญาได้ทราบข่าวว่าเด็กๆ ที่อยู่ที่นี่ต่างเสียชีวิตไปจนหมด หญิงสาวแทบขาดใจ เมื่อพบว่าสายใยรักเพียงหนึ่งเดียวระหว่างเธอกับมงคลต้องมาจากไปอย่างน่าสลด ใจเป็นที่สุด ด้านเถลิงที่ตามมาพบเหตุการณ์ครั้งนี้เข้าพอดี สะใจเป็นอันมาก ที่มารหัวขนผู้เป็นความอัปยศของตระกูลอัศวธานนท์ได้ตายจากไปพร้อมกับกอง เพลิง รัญญาเสียใจจนแทบจะคุมสติไว้ไม่ได้ เป็นเหตุให้

เมื่อทางโรง พยาบาลติดต่อมาเพื่อบอกเรื่องลูกของเธอว่ายังมีชีวิตอยู่และได้รับการช่วย เหลือไว้ที่โรงพยาบาล ไม่อาจจะสื่อสารถึงเธอได้ เถลิงเป็นผู้รับโทรศัพท์ และเขาไม่สนใจรับรู้ความจริงข้อนี้ ได้บอกกับทางโรงพยาบาลไปว่ารัญญาได้ตายไปแล้ว และไม่มีใครที่จะรับเลี้ยงเด็กผู้หญิงคนนั้นได้ทางโรงพยาบาลไม่มีทางเลือก ในที่สุดต้องส่งตัวเด็กน้อยไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า บ้านทอฟ้า ส่วนเถลิงนั้นได้พารัญญากลับไปยังบ้านอัศวธานนท์ในฐานะผู้ชนะที่ได้ ทุกอย่างกลับคืนมา

แต่ช่วงเวลาแห่งความลำพองใจของเถลิงมีได้เพียงไม่ นาน ราวกับเคราะห์กรรมนั้นมีตาและตามมาทัน ชายชราถูกเล่นงานด้วยอาการโรคหัวใจกำเริบ ต้องพบกับความทุกข์ทรมานอย่างสาหัส และถูกหลอกหลอนด้วยภาพความผิดต่างๆ ที่ตัวเองเคยกระทำไว้ เมื่อในขณะสำนึกสุดท้ายแม้คิดจะเปิดเผยความลับเรื่องที่ลูกของรัญญายังมี ชีวิตอยู่ เพื่อไถ่บาปที่ติดตัว ก็ยังไม่สามารถทำได้ เขาตายไปพร้อมกับความลับนั้น และตายในสภาพโดดเดี่ยวไร้คนเหลียวแล

หลัง เสร็จจากงานศพของเถลิงแล้ว รัญญาตัดสินใจไปทำบุญให้ลูกน้อยของเธอ และตั้งใจจะไปวางดอกไม้ที่เนอสเซอรี่ด้วยความอาลัย แต่แล้วกลับได้รับรู้ข้อมูลที่ไม่คาดฝัน มีหลายคนยืนยันว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้นไม่ได้คร่าชีวิตเด็กไปทั้งหมด มีเด็กหลายคนที่รอดตาย และถูกส่งตัวไปยังมูลนิธิต่างๆ รัญญากลับมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง เธอรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าลูกน้อยของเธอยังมีชีวิตอยู่และตั้งใจที่จะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมี เพื่อตามหาลูกให้พบ ไม่ว่ามันจะยากเย็นสักเพียงใดก็ตาม

18 ปีต่อมา ข้าวหอม เด็กสาวหน้าตาดี เติบโตขึ้นในบ้านทอฟ้า ได้รับของขวัญวันเกิดจากแม่บัว ผู้จัดการมูลนิธิ ที่เธอรักและเคารพราวกับเป็นแม่แท้ๆ ของขวัญที่แม่บัวให้ข้าวหอม คือ สร้อยพร้อมจี้ ซึ่งเป็นของสิ่งเดียวที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด เด็กสาวมีความสุขมาก ต่างจาก รตี ซึ่งอึดอัดกับวันเกิดของข้าวหอมเป็นที่สุด ถึงพวกเธอจะเติบโตมาพร้อมกันในบ้านทอฟ้า และรตีเองเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของข้าวหอม แต่ลึกๆแล้วใจของเธอมีแต่ความอิจฉาริษยา เธอมีนิสัยแตกต่างจากข้าวหอมทุกอย่าง ทั้งเกียจคร้าน ฉาบฉวย เจ้าอารมณ์ และเห็นแก่ตัว นั่นทำให้ใครต่อใครต่างเปรียบเทียบเธอกับข้าวหอมเสมอ จนหลายครั้งรตีต้องระบายออกความน้อยเนื้อต่ำใจด้วยการไปกลั่นแกล้งข้าวหอม แต่ด้วยความเป็นคนจิตใจดี ทำให้ข้าวหอมอภัยให้กับรตีทุกครั้ง

นอกจาก อุปนิสัยที่ต่างกันมากมายแล้ว รตียังกร้านโลก และช่ำชองมากกว่า เธอริมีความรักตั้งแต่ยังเด็ก รตีแอบคบกับ มังกร เด็กหนุ่มในบ้านทอฟ้าเหมือนกัน เขาเป็นชายหนุ่มที่โตที่สุด และยังเป็นคนที่สร้างความเดือดร้อน ให้คุณบัวต้องคอยสะสางอยู่เสมอ แต่เพราะความหน้าตาดี ทำให้รตีหลงเสน่ห์ และยอมเชื่อฟังมังกรทุกอย่าง แม้ว่าเขาจะชักนำเธอไปในหนทางผิดๆ ก็ตาม

ขณะเดียวกัน ที่บ้าน กำธรภูวนาท ภูผา หนุ่มใหญ่ผู้เป็นคนดูแลที่ดินแห่งบ้านทอฟ้า กำลังต่อว่า โตมร น้องชายของเขาที่วางโปรเจ็คท์จัดสรรที่ดินในบ้านทอฟ้าให้เป็นรีสอร์ท เพราะภูผาต้องการให้บ้านทอฟ้าเป็นที่พักพิงของเด็กกำพร้าต่อไป ขณะที่โตมรกลับต้องการหาผลประโยชน์จากที่ผืนนี้

ภูผา เป็นคนจิตใจดี และใจบุญ ผิดกับโตมรกลับโลภมากและทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ภูผามีลูกชายหนึ่งคนคือ นาวา ซึ่งถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีและเพียบพร้อมทุกอย่าง นาวาเป็นคนหนุ่มที่มีไฟและความมุ่งมั่นพยายาม เขารักและทุ่มเทในกีฬาฟันดาบยิ่งกว่าอะไรหมด แต่แล้วกลับไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทั้งที่เป็นตัวเก็งเข้าร่วมทีมชาติ แต่ก่อนหน้าวันคัดตัวเพียงวันเดียว เรื่องไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เหตุการณ์นี้ฉุดคร่าความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเขาไป ขาทั้งสองที่เคยยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง มาวันนี้กลับใช้การไม่ได้ อดีตนักกีฬาอนาคตไกลต้องตกอยู่ในสภาพคนไข้ขาพิการ ที่ต้องนั่งเก้าอี้เข็นตลอดเวลา ทำให้นาวาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากเด็กหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความร่าเริงกลายเป็นคนเก็บตัวและโมโห ร้าย ที่ไม่ว่าใครก็เข้าหน้าไม่ติด

ทางฝ่าย โตมร เองก็มีลูกชายหนึ่งคนเหมือนกัน คือ เตชิต เด็กหนุ่มไฟแรงที่สามารถทำงานแทนโตมรได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยความที่โตมร คอยอิจฉาริษยาภูผาผู้เป็นพี่ เขาจึงกดดันเตชิตให้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือไม่ก็ ตาม และหากเตชิตขัดคำสั่งก็จะถูกต่อว่าราวกับไม่ใช่ลูก ด้วยเหตุนี้เตชิตจึงมีสภาพไม่ต่างกับหุ่นยนต์ที่ไร้หัวใจ เพราะไม่เคยได้รับความรักและเอื้ออาทรจากผู้เป็นพ่อเลยแม้แต่น้อย

หลัง จากอุบัติเหตุของนาวาผ่านไปนับเดือน ภูผาเห็นว่าลูกชายยังเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง และจมอยู่กับทุกข์ เขาจนปัญญาที่จะเยียวยาจิตใจของลูก จึงได้ปรึกษากับครูบัว ซึ่งเป็นเพื่อนที่นับถือกัน ครูบัวอาสาที่จะช่วยดูแลนาวาให้ ภูผาจึงตัดสินใจส่งลูกชายไปพักผ่อนยังบ้านทอฟ้า

เมื่อไปถึง นาวาได้เจอกับ ข้าวหอม เด็กสาวผู้เต็มไปด้วยความน่ารัก สดใส และมองโลกในแง่ดี ทั้งสองคนสนิทกันได้เพราะบัวมอบหมายให้ข้าวหอมช่วยดูแลนาวา ถึงแม้ว่าแรกๆ เขาจะเกรี้ยวกราดใส่ทุกคน แต่กับข้าวหอมเธอรับมือกับอารมณ์ร้ายของเขาได้อย่างชาญฉลาด และรู้ทันนาวาในหลายๆ ทาง อีกทั้งยังกระทำกับเขาราวกับเขาเป็นคนปกติ ไม่ทะนุถนอมมากจนเกินไป ไม่ใส่ใจความพิการของเขา การกระทำของข้าวหอมช่วยให้นาวาหลุดออกจากโลกที่เจ็บปวดของตัวเอง และรู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่ดูถูกเขามากที่สุด ก็คือตัวเขาเองต่างหากไม่ใช่ใครอื่นนาวาจึงเริ่มกลับมามีกำลังใจที่จะต่อสู้ กับโชคชะตาอีกครั้ง

ขณะเดียวกันที่กรุงเทพฯ โตมรทนพฤติกรรมของภูผา พี่ชายที่คอยขัดแข้งขัดขาอยู่เสมอไม่ไหว จึงได้ส่งคนมาทำร้ายภูผา จนกระทั่งภูผาบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล ระหว่างนั้นเขาก็ได้ผงาดขึ้นมาใช้อำนาจของภูผาอย่างเต็มที่ ในฐานะผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการ แถมยังใช้โอกาสนี้เร่งโปรเจ็คท์บ้านทอฟ้า โดยส่ง เตชิตมาบีบให้ทุกคนที่มูลนิธิรีบย้ายออกไปจากที่นี่ เพื่อที่เขาจะได้ปรับปรุงให้มันเป็นรีสอร์ท5 ดาวตามแผน

เมื่อเตชิตมา ถึง ก็ได้พบกับนาวาและเกือบจะขับรถชนนาวา ข้าวหอมโกรธมากต่อว่าเตชิตอย่างแรง ทำให้เตชิตโมโหมากและตั้งใจจะเอาชนะหญิงสาวที่อวดดีในสายตาของเขาอย่างข้าว หอมให้ได้ ตรงกันข้ามกับนาวาที่ยิ่งอยู่ใกล้ข้าวหอม เขาก็ยิ่งหลงรักเธอ

เต ชิตต้องการจะเอาคืนข้าวหอมและแกล้งนาวา จึงบอกนาวาเรื่องที่ภูผาบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล ทั้งที่ภูผากำชับทุกคนเป็นอย่างดีไม่ให้รู้ถึงหูนาวา เพราะภูผากลัวว่านาวาจะเป็นห่วง ทำให้เมื่อนาวารู้เรื่องจึงรีบเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อมาเยี่ยมภูผา และได้พบว่าพ่ออาการดีขึ้นมากแล้ว การกลับมาครั้งนี้ของนาวา ทำให้ภูผาดีใจมากที่พบลูกชายกลับมามีกำลังใจดังเดิม ไม่เหลือร่องรอยของชายหนุ่มผู้โศกเศร้าและเฝ้าโทษตัวเองอย่างที่เป็นมา แต่ที่ทำให้ภูผาต้องแปลกใจที่สุดก็เพราะนาวาขอเข้ารับการผ่าตัดรักษาขา เพราะหวังว่าเมื่อเขากลับมาเดินได้เป็นปกติอีกครั้ง เขาจะกลับไปดูแลข้าวหอม หญิงสาวที่เขารัก

ขณะเดียวกัน รัญญา ยังคงเดินหน้าตามหาลูกสาวที่หายไปอย่างมุ่งมั่น จนกระทั่งยุวรินทร์กลับมาจากต่างประเทศ จึงได้มาช่วยเพื่อนรักด้วยอีกแรง ทั้งคู่ได้ติดตามจากร่องรอยของเด็กไปที่อยู่ในเนอสเซอรี่แห่งนั้นไปทีละคน ทีละคน จนพบว่าเด็กหญิงคนสุดท้าย ได้รับการดูแลจากบัว นั้นปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว รัญญาและยุวรินทร์จึงมุ่งหน้าไปที่นั่นในทันที

ที่กาญจนบุรี เตชิตเดินหน้าเรื่องไล่ที่ ให้ทุกคนออกไปจากบ้านทอฟ้าอย่างไม่ลดละ จนข้าวหอมทนไม่ไหวไปมีปากเสียงกับเขา เตชิตตั้งใจแกล้งข้าวหอมจึงสั่งให้เธอทำงานบ้านสารพัด จนกระทั่งร่างกายหญิงสาวรับไม่ไหวล้มป่วยลง ตอนนั้นเองเตชิตถึงได้สัมผัสถึงความห่วงใยลึกๆ ที่เขามีต่อผู้หญิงคนนี้ เขาต้องการจะดูแลเธอ ยิ่งได้ใกล้ชิดกันในขณะที่พยาบาลอาการป่วยของข้าวหอม เขาก็ยิ่งรู้ใจตัวเองมากขึ้น ว่าเขาได้ตกหลุมรักข้าวหอมเข้าเสียแล้ว

แต่ เมื่อข้าวหอมฟื้นขึ้น เธอกลับเกรี้ยวกราดใส่เตชิตด้วยความโมโห แต่สิ่งที่เตชิตทนไม่ได้มากที่สุด คือการที่เธอเอาเขาไปเปรียบเทียบกับนาวา โดยบอกว่า เตชิตไม่มีทางเป็นคนดีได้เท่านาวา และ ถ้าเลือกได้ ข้าวหอมอยากให้นาวาเป็นคนดูแลเธอมากกว่าเขา คำพูดของข้าวหอมยิ่งทำให้เตชิตรู้สึกอยากเอาชนะเธอให้ได้ จึงไปสู่ขอข้าวหอมกับคุณบัว เพื่อแลกกับการยกเลิกโปรเจ็ครีสอร์ท รวมถึงการให้ทุกคนได้อยู่ที่บ้านทอฟ้าเหมือนเดิม ข้อเสนอที่เตชิตพูดออกไป ทำให้ข้าวหอมยิ่งเกลียดชังเขามากขึ้น ในขณะที่รตีรู้สึกอิจฉาข้าวหอมอย่างรุนแรง ที่ชายหนุ่มหน้าตาและฐานะดีอย่างเตชิต มาขอข้าวหอมแต่งงาน แทนที่เขาจะเลือกเธอ

ขณะที่ข้าวหอมกำลังกลุ้มใจอย่างมาก ไม่รู้จะหนีจากอำนาจของเตชิตได้อย่างไร ระหว่างนั้นนายไม้ ภารโรงพิการที่เป็นเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่ข้าวหอมเคารพรัก ได้เห็นสร้อยคอพร้อมจี้ของหญิงสาว เขาจำได้ว่ามันเป็นของที่เขาซื้อให้กับรัญญา ภรรยาที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกัน นายไม้จึงไปถามเอาความจริงกับข้าวหอมว่าได้สร้อยข้อมือนี้มาได้อย่างไร หากแต่ข้าวหอมกลับไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับสร้อยเส้นนี้เลย รู้เพียงแต่ว่ามันเป็นของชิ้นเดียวที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด ทำให้นายไม้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าบางทีข้าวหอมอาจจะเป็นลูกสาวของเขากับรัญญา เขาดีใจมากถึงกับเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ จึงสวมกอดข้าวหอมอย่างมีความสุข ตอนที่ข้าวหอมและนายไม้อยู่ด้วยกัน รตีได้แอบดูเหตุการณ์อยู่ และเกิดสงสัยอย่างมาก จึงไปแกล้งขู่นายไม้ เรื่องที่เขาแสดงความใกล้ชิดกับข้าวหอมจนเกินงาม ว่าจะนำเรื่องไปฟ้องคุณบัว แล้วนายไม้ก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อไปอีก นายไม้จึงต้องยอมบอกความจริงกับรตีว่าที่เขากอดข้าวหอมเพราะคิดว่าข้าวหอม อาจจะเป็นลูกสาวของเขากับรัญญา และถ้าเป็นจริง ป่านนี้รัญญาคงจะทุกข์ใจมากที่ต้องพลัดพรากจากลูกสาวถึง 18 ปี

ตอน แรกรตีไม่อยากเชื่อนายไม้ ว่าสารรูปพิการอย่างนี้จะเคยมีภรรยามาก่อน แต่ในที่สุดความสงสัยก็นำเธอไปสู่การค้นหาข้อมูล จนกระทั่งได้รู้ถึงฐานะของรัญญาว่าอดีตภรรยาของชายพิการวันนี้เธอคือทายาท มหาเศรษฐีใหญ่และเป็นไฮโซที่มีชื่อเสียง ยิ่งไปกว่านั้นรัญญากำลังดำเนินการตามหาลูกสาวของเธอที่หายไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว!! ทำให้รตีต้องเชื่อในที่สุดว่าข้าวหอมคือบุตรสาวที่หายตัวไปของไฮไซสาว ความอิจฉาที่มีต่อข้าวหอมยิ่งพุ่งพล่านขึ้นมาอีกหลายเท่า รตีคิดหาทางที่จะฉกชิงความโชคดีมาจากข้าวหอม เธอวางแผนจะสวมรอยเป็นลูกสาวของรัญญาเสียเองโดยขอร้องให้มังกรช่วยเหลืออีก แรง

รตีเริ่มแผนด้วยการเป่าหูนายไม้ ไม่ให้บอกเรื่องนี้กับข้าวหอม เพราะหากเป็นเธอ คงยอมรับไม่ได้ถ้ารู้ว่ามีพ่อเป็นคนพิการอย่างนี้ และช่วยวางแผนให้นายไม้พาตัวข้าวหอมไปหารัญญา เพื่อยืนยันสถานภาพว่าข้าวหอมเป็นลูกของเธอกับนายไม้จริง เมื่อนั้นข้าวหอมก็จะได้ยอมรับในตัวนายไม้ นายไม้หลงเชื่อและเดินเข้าไปในแผนการร้ายของรตี รตีและมังกรจึงได้พาตัวข้าวหอมและนายไม้ไปยังกรุงเทพโดยหลอกข้าวหอมว่าให้ไป เป็นเพื่อนเธอไปสมัครสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพ โดยก่อนเดินทางมังกรแอบลอบเข้าไปวางเพลิงเผาห้องทะเบียนในบ้านทอฟ้า เพื่อลบประวัติของรตี โดยหารู้ไม่ว่า รัญญาและยุวรินทร์ได้เบาะแสที่อยู่ของบัวแล้ว กำลังเดินทางมาที่บ้านทอฟ้าเช่นกัน

เมื่อรัญญาและยุวรินทร์เดินทาง มาถึงบ้านทอฟ้ากลับพบว่าบ้านทอฟ้ากำลังถูกไฟไหม้ ทั้งคู่วิ่งเต้นรีบขอให้คนมาช่วยดับเพลิง แต่เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว และเผาผลาญทุกสิ่งวอดวายไปหมด แม้แต่ครูบัวเองก็ต้องตายด้วยฝีมือมังกรเพราะมาเห็นเหตุการณ์ ทำให้ความหวังของรัญญาที่จะมาสอบถามเรื่องลูกสาวต้องวูบลงเช่นเดียวกัน เศษซากของอาคารที่หลงเหลืออยู่ ตอกย้ำถึงความสูญเปล่าของสิ่งที่รัญญาพยายามค้นหามาโดยตลอด เธอต้องตรอมตรมมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันรตีวางแผนแย่งสร้อยมาจากข้าว หอมโดยวางยาข้าวหอมและนายไม้จนแอบขโมยสร้อยมาได้ แต่มังกรเห็นว่าควรจะฆ่าปิดปากทั้งสองคนด้วย จึงเอาตัวข้าวหอมและนายไม้ไปทิ้งยังหน้าผาแล้วแกล้งทำร้ายรตีให้เหมือนกับ เพิ่งประสบอุบัติเหตุมา รตีตกใจมากไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุทำให้ข้าวหอมและนายไม้ตาย แต่เพราะคำพูดของมังกร และความโลภของเธอที่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้ต้องยอมตามความคิดของเขา แผนของทั้งคู่ดูเหมือนจะสำเร็จไปด้วยดี เพราะนายไม้เสียชีวิตทันทีในหุบเหวลึก หากทว่าข้าวหอมนั้นกลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยที่มังกรและรตีที่ได้ออกจากที่แห่งนั้นไปแล้ว จึงมิได้ล่วงรู้เลย

เมื่อ จัดการสวมรอยแทนข้าวหอมเสร็จสรรพ รตีได้ติดต่อไปยังบ้าน อัศวธานนท์ บอกว่า เธอเองคือลูกสาวของรัญญาที่หายสาบสูญไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว แต่ระหว่างที่นายไม้พาเธอเดินทางมาเพื่อพบกับรัญญาได้ประสบอุบัติเหตุขึ้น นายไม้เสียชีวิต แต่เคราะห์ดีที่เธอรอดชีวิตมาได้ และต้องการติดต่อกับคนในครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ คือแม่แท้ๆ ของเธอ เมื่อรัญญาได้รู้เรื่องก็ดีใจมาก เหมือนกับได้เกิดใหม่ รัญญาและยุวรินทร์รีบเดินทางมารับตัวรตีที่โรงพยาบาล และได้เห็นหลักฐานคือสร้อยคอพร้อมจี้ของเธอ รวมถึงศพของนายไม้ที่ยืนยันว่า นายไม้กำลังพาเธอเดินทางมาหารัญญาจริงๆ ทำให้รัญญากับยุวรินทร์เชื่อในคำบอกเล่าของรตีอย่างสนิทใจ

ด้านเต ชิตที่รู้ข่าวอุบัติเหตุ รีบไปที่โรงพยาบาลเช่นกัน เขาได้พบกับข้าวหอมที่บาดเจ็บสาหัส เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมาก็เสียใจมากที่นายไม้จากไปเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ หนำซ้ำรตีก็ยังหายตัวไปด้วย แต่สองสิ่งนี้ก็ยังไม่เลวร้ายเท่าข่าวการจากไปของคุณบัวพร้อมกับบ้านทอฟ้า ที่ถูกเผาจนหมดสิ้น !!

ในเวลานี้ข้าวหอมจึงกลายเป็นคนที่ไร้หลักพัก พิงใดๆ ขณะที่เตชิตรู้สึกเป็นห่วงและสงสารเธอ เขาจึงทวงสัญญาเรื่องการแต่งงาน โดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่าถ้าข้าวหอมยอมตกลง เขาจะสร้างบ้านทอฟ้าขึ้นใหม่และจะให้น้องๆ ของข้าวหอมในบ้านทอฟ้าได้กลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิม ด้วยข้อเสนอนี้ข้าวหอมจึงจำใจหมั้นกับเตชิต และย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน กำธรภูวนาทตามที่ชายหนุ่มต้องการ
ทางบ้านอัศวธานนท์ รัญญาซึ่งเข้าใจว่าได้ลูกสาวที่แท้จริงกลับคืนมาก็ดูแลรตีเป็นอย่างดีให้สม กับที่พลัดพรากกันไปถึง 18 ปี สิ่งที่รัญญาแสดงต่อรตี ทำให้เด็กกำพร้าอย่างเธอมีความสุขมาก ไม่เคยมีครั้งไหนที่รู้สึกสมหวังและได้รับความรักมากมายขนาดนี้มาก่อน รตีปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเอาชีวิตสดสวยนี้ไปเป็นอันขาด

ด้าน โตมร เมื่อได้รู้ข่าวการหมั้นของเตชิตกับข้าวหอม เขาโมโหมากที่ลูกชายตกลงกับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า สั่งให้เตชิตเลิกยุ่งกับข้าวหอม และไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปทันที แต่เตชิตกลับยืนยันว่าจะไม่เลิก และถ้าโตมรขัดขวาง เขาจะพาข้าวหอมหนีไป แม้จะขัดเคืองใจมากแต่โตมรก็ต้องยอมจำนน เพราะหากขาดเตชิต แผนการแย่งสมบัติมาจากภูผาก็คงจะไม่สำเร็จอย่างแน่นอน แต่คนอย่างโตมรก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้ไม่ปะทะโดยตรง แต่เขาก็แกล้งหาวิธีการสกปรกต่างๆ นานาบีบบังคับข้าวหอมทางอ้อมให้เธอยอมออกไปจากบ้านหลังนี้เอง ข้าวหอมต้องทนลำบากใจหลายครั้งหลายหน ในเวลาที่เธอสุดจะทานทนทุกครั้งเตชิตกลับเป็นคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และบอกให้เธอฮึดสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้หญิงสาวเริ่มหวั่นไหวและไม่เข้าใจว่า “แท้จริงแล้ว เตชิตนั้นเกลียด หรือว่ารักเธอกันแน่”

ไม่ทันที่ข้าวหอมจะได้รู้ความในใจของเตชิต นาวาได้มาหาเธอพร้อมกับขาทั้งสองข้างที่กลับมาเป็นปกติดังเดิม แต่แล้วจิตใจของเขาถูกกระตุกอย่างแรงเมื่อได้รับรู้ว่าข้าวหอมกลายเป็นคู่ หมั้นของเตชิต และได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านกำธรภูวนาทด้วยกัน นาวาเสียใจอย่างมาก ไปเอาเรื่องกับเตชิต หาว่าเตชิตตั้งใจจะเอาชนะเขา ด้วยการบีบข้าวหอมให้ยอมหมั้นด้วย แต่เมื่อข้าวหอมยืนยันว่า เธอยอมหมั้นกับ เตชิตด้วยความเต็มใจ แต่นาวาไม่เชื่อ เขามองเห็นร่องรอยความไม่เข้าใจระหว่างเตชิตกับข้าวหอมที่ปกปิดไม่สนิท จึงไม่คิดจะยอมแพ้ เขาออกปากกับเตชิตว่า จะต้องแย่งข้าวหอมกลับมาเป็นของเขาให้ได้ !!

ด้านรตีเมื่อที่มาอยู่ บ้านอัศวธานนท์ ก็เริ่มออกลายนิสัยเสีย จนทำให้ยุวรินทร์ไม่พอใจ พยายามตักเตือนและอบรมรตีให้เอาดีให้ได้ รตีไม่ฟังและยิ่งแสดงอาการไม่เคารพยุวรินทร์มากขึ้น ทางฝ่ายรัญญานั้นด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้ลูกต้องพลัดไปอยู่สถานเลี้ยงเด็ก กำพร้า ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะตำหนิสั่งสอนรตี ทำให้รตีได้ใจมากยิ่งขึ้น รัญญาตั้งใจจะชดเชยให้รตี จึงเตรียมประกาศเปิดตัวว่ารตีเป็นลูกสาว และเป็นทายาทคนเดียวแห่งสกุล อัศวธานนท์ ในงานวันเกิดของเธอ แต่เพราะรตีกลัวว่าถ้ามีคนรู้เรื่องนี้มากขึ้น ความลับของเธออาจจะแตก จึงขอร้องให้รัญญาเก็บเรื่องนี้ไว้โดยอ้างว่า เธออยากอยู่กับรัญญาอย่างสงบ

ใน งานวันเกิดของรัญญา โตมร และภูผา สั่งให้ลูกชายทั้งสองไปร่วมงานด้วย โดยที่เตชิตได้พาข้าวหอมไปเปิดตัวเช่นกัน เมื่อรตีได้เห็นข้าวหอมทีแรก เกือบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะคาดไม่ถึงว่าข้าวหอมจะยังมีชีวิตอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดไปมากกว่านั้นคือ ข้าวหอมได้กลายเป็นคู่หมั้นของเตชิต รตีแทบคลั่งที่ไม่ว่ายังไงข้าวหอมก็ยังคงได้ในสิ่งที่เธอไม่เคยได้ รตีไม่ยอมแพ้และตั้งใจที่จะแย่งเตชิตมาจากข้าวหอมให้ได้

เมื่อรัญญาได้พบข้าวหอมก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก โดยที่ข้าวหอมเองก็รู้สึกผูกพันกับรัญญาไม่ต่างกัน ด้วยสายใยของความเป็นแม่ลูกที่ลึกล้ำ ทำให้ทั้งคู่รู้สึกอยากใกล้ชิดกัน รัญญาถึงกับเอ่ยปากชวนให้ข้าวหอมหมั่นมาหาเธอที่บ้านบ่อยๆ ข้าวหอมเองก็เต็มใจที่จะทำตามคำเชิญนั้น เพราะรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้ใกล้ชิดกับรัญญา

ทางฝ่ายรตีหมกมุ่นหาหน ทางที่จะครอบครองเตชิต แล้วก็คิดได้ว่าควรฝากฝังตัวเองกับโตมร บิดาของเขาที่ดูชื่นชมเธอมากกว่าข้าวหอมอย่างเห็นได้ชัด โตมรพอใจชาติตระกูลของรตี จึงช่วยสนับสนุน ช่วยหาวิธีแยกเตชิตกับข้าวหอมออกจากกัน เพื่อที่เตชิตจะได้แต่งงานกับหญิงสาวที่คู่ควรมากกว่าอย่างรตี โตมรจึงแกล้งส่งข้าวหอมให้ไปช่วยงานรัญญาที่บ้านอัศวธานนท์ ให้รตีได้มีโอกาสมาหาเตชิตและทำความสนิทสนมกับเขาให้มากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเตชิตก็ไม่เคยหวั่นไหวไปกับรตีเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับเริ่มเห็นว่า ลึกๆ แล้ว ข้าวหอมก็รู้สึกหึงหวงเขาเช่นเดียวกัน

ด้าน รัญญาเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับข้าวหอมก็เริ่มรู้สึกแปลกใจที่เธอและข้าวหอม มักชอบอะไรคล้ายๆ กัน และทำอะไรเหมือนกันหลายอย่าง จนยุวรินทร์ถึงกับออกปากว่า ข้าวหอมน่าจะเป็นลูกของรัญญามากกว่ารตีเสียอีก

ขณะ ที่นาวาเองก็ยังคงดูแลข้าวหอมอยู่ห่างๆ แต่ยิ่งได้เห็นเตชิตและข้าวหอมอยู่ด้วยกันมากเท่าไหร่ นาวาก็ยิ่งรู้สึกว่า ข้าวหอมยิ่งไกลออกไปจากเขามากขึ้นเท่านั้น

ด้านมังกรที่คอยเทียวมา ขอเงินรตีอยู่เนืองๆ เริ่มติดการพนัน ทำให้เขาเรียกร้องเงินจาก รตีมากขึ้น เมื่อรตีไม่ให้เขาก็ใช้วิธีขู่ว่าจะแฉความลับที่รตีเป็นทายาทตัวปลอมจนในที่ สุด รตีตัดสินใจวางแผนฆ่ามังกรทิ้ง เพื่อความลับของเธอจะได้ไม่ถูกเปิดเผยอีกต่อไป

ขณะที่รตีและโตมรเห็น ว่า นาวาน่าจะเป็นเหยื่อที่เหมาะสมที่สุดในการเล่นงานข้าวหอม จึงวางแผนให้เหมือนว่าข้าวหอมและนาวาใกล้ชิดกัน เพื่อให้เตชิตคิดว่านาวาและข้าวหอมรักกัน แผนของรตีและโตมรเป็นไปด้วยดี ทันทีที่เตชิตได้รู้ก็ทั้งแค้น ทั้งเสียใจ หลังจากวันนั้นเขาจึงเย็นชากับข้าวหอม มิหนำซ้ำยังควง รตีมาประชดข้าวหอมอีกด้วย จนกระทั่งข้าวหอมทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ไหวอีกต่อไป เธอจึงหนีออกจากบ้านนาวาโกรธมากที่เตชิตทำให้ข้าวหอมต้องเสียใจ ขณะที่เตชิตก็โกรธที่นาวามาแย่งข้าวหอมไปจากเขา

ชายหนุ่มทั้งสอง ต่างออกตามหาข้าวหอมด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งเตชิตมาพบข้าวหอมซึ่งหนีมาที่บ้านทอฟ้า เพราะเธอไม่มีที่ไปที่อื่นอีก เขารู้สึกสงสารหญิงสาวจับใจ ทั้งสองได้ใช้เวลาปรับความเข้าใจกันและมันทำให้เตชิตได้รู้ว่าเรื่องที่เกิด ขึ้นทั้งหมด แท้จริงแล้วเป็นแผนการของโตมรที่จงใจจะแยกพวกเขา ออกจากกันนั่นเอง

เตชิตพาข้าวหอมกลับมาที่บ้านกำธรภูวนาทอีกครั้ง ทำให้โตมรโมโหมาก ยื่นคำขาดให้เตชิตเลิกกับข้าวหอม ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ให้สมบัติแก่เตชิตแม้แต่ชิ้นเดียว เตชิตไม่ยี่หระ กลับปฏิเสธสมบัติทุกชิ้นของโตมรและจะขอพาข้าวหอมย้ายออกไปอยู่ด้วยกันข้าง นอก การตัดสินใจของเตชิตทำให้นาวารู้ว่า แท้จริงแล้ว เตชิตไม่ได้ทำทุกอย่างเพียงเพราะจะเอาชนะเขาเท่านั้น แต่เป็นเพราะเตชิตรักข้าวหอมจริงๆ

ด้านรตรีที่ไม่สามารถแย่งเตชิตมาได้ ผิดหวังมาก แต่เพราะมีรัญญาคอยปลอบ ทำให้รตรีพอจะมีความรู้สึกของผู้ชนะหลงเหลืออยู่ ตรงที่อย่างน้อย เธอก็แย่งแม่ของข้าวหอมมาได้ แต่แล้วเรื่องวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อรัญญาเกิดประสบอุบัติเหตุ และทางโรงพยาบาลต้องการเลือดด่วน ยุวรินทร์บอกให้รตรีถ่ายเลือดให้กับรัญญา แต่เมื่อตรวจเลือดดูแล้ว ปรากฏว่ารตรีและรัญญามีกรุ๊ปเลือดไม่ตรงกัน ทำให้ยุวรินทร์เริ่มไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้ว รตีคือลูกสาวของรัญญาจริงหรือไม่ ยุวรินทร์ตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับรัญญา ถึงแม้ว่ารัญญาจะไม่เชื่อแต่เพื่อให้ความจริงกระจ่าง จึงขอให้รตีตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันว่าเป็นลูกสาวของเธอจริงๆ แต่รตีก็สามารถเอาตัวรอดมาได้โดยขอให้ข้าวหอมแอบถ่ายเลือดให้รัญญาโดยที่รัญ ญาไม่รู้ และแอบนำเลือดของข้าวหอมไปตรวจดีเอ็นเอในชื่อของเธอแทน

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านไป รตีคิดว่ายุวรินทร์คือหอกข้างแคร่ที่เธอจะต้องกำจัด รตรีจึงวางแผนฆ่ายุวรินทร์จนสำเร็จ แต่แล้วหลังจากงานศพของยุวรินทร์ ผลพิสูจน์ดีเอ็นเอกลับถูกส่งมายังบ้านอัศวธานนท์ทำ

นักแสดงละคร เงารักลวงใจ
ปริญ  สุภารัตน์   รับบท   เตชิต
ณเดชน์  คูกิมิยะ   รับบท   นาวา
เพชรา  วงศ์วาสนา   รับบท   ข้าวหอม
สุมนทิพย์  เหลืองอุทัย   รับบท   รตี
จริยา  แอนโฟเน่   รับบท   รัญญา
รอน  บรรจงสร้าง   รับบท   ภูผา
พรนภา  เทพทินกร   รับบท   ยุวรินทร์
ปวีณา  ชารีฟสกุล   รับบท   บัว
พัฒนพล  มินทะขิน   รับบท   มังกร
เอ  เชิญยิ้ม   รับบท   ยิ้ม

นักแสดงรับเชิญ
พิศาล  อัครเศรณี   รับบท   เถลิง
ภานุเดช  วัฒนสุชาติ   รับบท   ไม้
ภาสวัฒน์  สิงหรัตน์เจริญ   รับบท   เติม

เงาราหู

นักแสดงละคร เงาราหู

พีท ทองเจือ (โทรทัศน์ทองคำ นักแสดงนำชาย พ.ศ. 2538)
สิรินทรา บุญยศักดิ์
อภิรดี ภวภูตานนท์
ไพโรจน์ สังวริบุตร
สรพงษ์ ชาตรี
ทรงงาม นามทอง
ปริญญ์ วิกรานต์
มานะ เนตรสาลี
สมยศ เปรมอนันต์
ดาวเรือง บูรณะพิมพ์
ลือศักดิ์ ปาลกะวงศ์
นภาพร หงสกุล
ผจญ ดวงขจร
ด.ญ. เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

ใครกำหนด 2533

เรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ ถูกชะตาลิขิตไว้ ราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงกินผัว ทั้งที่ผู้ชายเหล่านั้นยังไม่เคยได้พร่าพรหมจรรย์ของเธอเลยแม้แต่คนเดียว แต่ผู้ชายที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตของเธอต้องมีอันเป็นไป …. ใครเล่าคือผู้กระทำ หรือว่าเป็นเพราะพรหมลิขิต……

เคหาสน์สีแดง

พลตรีพลแสนเสนีณรงค์ พ่อของ รุจน์ ได้รับ อัมพา แม่ม่ายลูกติด เข้ามาอยู่ในชายคาเคหาสน์สีแดง รุจน์(แอนดริว เกร็กสัน) จึงรู้สึกเหมือนถูกแย่งความรักจากหญิงสาวจอมมารยา หัวใจของเขาจึงเต็มไปด้วยความชิงชัง เขาจึงขอไปอยู่โรงเรียนประจำ และบินไปเรียนต่อการแพทย์ที่อังกฤษ 15 ปี ยิ่งได้รู้ว่าภายหลัง อัมพา มาเป็นภรรยาของพ่อ รุจน์ ไม่ยอมกลับมาเมืองไทยอีกเลย จนบิดาเสียชีวิต

เมื่อถึงกำหนดกลับ รุจน์ ก็ทำเรื่องไปรับราชการภาคเหนือ จนกระทั่ง อัมพา เสียชีวิตไป รุจน์ จึงกลับมา เพื่อระบายแค้นกับ อารยา(มิ้นท์–ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวของ อัมพา ทำให้ อารยา รู้สึกอึดอัด แต่เธอยังได้รับความรักจากแม่นมทั้งสาม และ ชาลี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ที่รักเทิดทูนเธอมาก
คำโปรย : ความชิงชังที่ยากเกินแก้ กลับต้องแพ้ให้ความรัก

รุจน์ คบหาอยู่กับ เสาวรส มานาน แต่ก็ไม่ให้ ความสำคัญนัก ทำให้เธอหันไปคบกับ ภาคินัย หนุ่มหน้าคมเข้มและร่ำรวย และมีปัญหากับ รุจน์ จนห่างเหินกันไป ต่อมาทนายประจำตระกูลมาพร้อมกับจดหมายของบิดาที่สั่งให้ รุจน์ แต่งงานกับ อารยา รุจน์ ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่เขาก็ค่อยๆ เฝ้าสังเกตความร่าเริงแจ่มใสของ อารยา และความสนิทสนมกับ ชาลี

ต่อมา ชิด คนใช้เก่าแก่ เปิดโปงว่าตนเป็นชายชู้ ของ อัมพา เมื่อ อารยา รู้เรื่องก็ตกใจสลบไป รุจน์ เข้ามาโอบร่างเธอไว้ เขา รู้สึกบางอย่าง จากนั้นจึงขอเธอแต่งงาน อารยา งุนงง ด้วยความอับอายและไม่เข้าใจ อารยา จึงหนีออกจากเคหาสน์สีแดง รุจน์ เป็นห่วงมาก เขาจึงคิดได้ว่าสาวน้อยคนนั้นไม่ควรต้องมารับรู้อดีตอันเลวทรามของแม่

อารยา ไปอาศัยอยู่ในไร่ของ ภาคินัย เพื่อดูแล ภคินี น้องสาวที่เป็นอัมพาต ความน่ารักใสซื่อของเธอ ทำให้ ภาคินัย หลงรัก เสาวรส รู้สึกได้ทันที จึงวางแผนให้ รุจน์ มารักษา ภคินี เพื่อเธอจะได้ใกล้ชิดกับ รุจน์ อีกครั้ง เมื่อมาถึง ภคินี กลับหลงรัก รุจน์ อย่างหมดใจ ด้าน รุจน์ กลับดีใจที่ได้เจอ อารยา แต่ก็เก็บอาการนิ่ง แต่กลับแสดงออกด้วยความเฉยชา เมื่อ รุจน์ บังคับให้เธอแต่งงานกับเขา หญิงสาวจึงปฏิเสธ

ภาคินัย บอก หมอรุจน์ ว่าเขาจะขอ อารยา แต่งงาน แม้ในใจจะร้อนรุ่มแต่ หมอรุจ ก็ยินยอม แต่ อารยา กลับปฏิเสธ เสาวรส แค้น ภาคินัย อยู่ในใจ วันหนึ่ง ชิด โดนทำร้ายสาหัส และสารภาพกับ รุจน์ ว่าเขาขืนใจ อัมพา ก่อนที่ ชิด จะสิ้นลม รุจน์ ได้รู้ความจริง จน รุจน์ กลับมาผ่าตัดให้ ภคินี อีกครั้ง จนหายดี แต่ ภคินี กลับเศร้า เพราะ รุจน์ ปฏิเสธความรักของเธอ ภคินี บอกให้ ภาคินัย ไล่ อารยา ออก รุจน์ รีบกลับมาหาเธอ แต่ก็คลาดกัน เขาจึงกลับเคหาสน์สีแดงอย่างหมดกำลังใจ แล้วเก็บตัวเงียบขรึม จนวันหนึ่งหญิงสาวผู้หนึ่งกลับมา คนที่เขารอคอยมาตลอด รุจน์ เดินไปพบ อารยา เพื่อที่จะขอแต่งงาน ด้วยความรักจากหัวใจอย่างแท้จริง

คู่รักพลิกล็อก

ครอบครัวของ”วุ้นเส้น”เป็นครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วย ความรัก และความครื้นเครง สมาชิกทั้ง 6 คนของบ้านนำทีมโดยหัวเรือใหญ่อย่าง ”เจ๊สอง”ที่ทุกคนในครอบครัวต้องยำเกรง เพราะนิสัยห้าวสุดๆแม้แต่ “เฮียเก๊า”สามีจอมโวยังต้องยอมซูฮก ในขณะที่เฮียเก๊าโอ๋ลูก แต่เจ๊สองจะดุลูก แต่ก็ใช่จะกลัวเธอ”วุ้นเส้น”สาวสวยเก๋ลูกสาวคนโตมีบุคลิกขัดกับใบหน้าโดย สิ้นเชิง  เพราะทะมัดทะแมงเหมือนผู้ชาย ทำให้พ่อกลุ้มใจมากคิดว่าลูกสาเป็น”ทอม”แถมยังมีสาวมาติดอีกด้วย

”ก๋วยจั๊บ” และ”เซี่ยงไฮ้”เป็นลูกชายคนที่2และ3ฝาแฝดที่หน้าไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร ทั้งคนมัก สร้างความปวดหัวให้ทุกคนในบ้านเสมอ เจ๊สองชอบจับให้ทั้งคู่ทำอะไรคล้ายๆกันโดยทั้งคู่ไม่ชอบ ส่วนตัวป่วนประจำบ้านก็คือ ลูกชายคนสุดท้องที่ซนยังกับลิง ชื่อ”อุด้ง” ซึ่งฉลาดเป็นกรด ครอบครัวของ วัชรา เป็นครอบครัวที่ตรงกันข้ามกับครอบครัวของ วุ้นเส้น เพราะครอบครัวผู้ดีเก่าเจ้าระเบียบ  โดย เฉพาะ”คุณสมร” ที่เจ้าระเบียบและดุมากเลี้ยงลูกแบบโบราณมี”คุณธงชาติ” เป็นสามีข้าราชการบำนาญที่ค่อนข้างขรึม”วัชรา”ลูกชายคนสุดท้องสุดหล่อจะกลัว พ่อมาก วัชรา มีท่าทางกระเดียดไปทางผู้หญิงเพราะเติบโตมาท่ามกลางการเลี้ยงดูอย่างทะนุ ถนอมจากบรรดาพี่สาว ”คุณสาหริ่ม” พี่สาวคนโตเจ้าระเบียบเป็นครูสอนการเรือน ส่วนพี่สาวอีกคนชื่อ”วารี”สนิทกับ วัชรา มากเป็นร่าเริงสดใสช่างพูด มีร้านขายของที่ทำเองจากมือเอง  คุณนายสมรอดกลุ้มใจกับลูกชายที่ดูติ๋มเหมือนผู้หญิง และหวังจะอุ้มหลานย่าสักคน ส่วนหลานยายเธอคงหมดหวังเพราะลูกสาวทั้งสามไม่มีใครมีทีท่าจะแต่งงานเลยสัก คน และยังห่วงว่า วัชรา จะเป็นเกย์เพราะไม่มีวี่แววว่าจะสนใจสาวๆเลยแถมยัง มีเพื่อนเป็นสาวประเภทสองอีก

ครอบครัวของเจ๊สองสนิทสนมกับครอบครัวของคุณนายสมรมาตั้งแต่สมัยแม่ของแม่ ของแม่ เจ๊สอง และคุณนายสมรจึงสนิทกันมาก ทั้งคู่กลุ้มใจเรื่องลูกชายและลูกสาวว่ามีพฤติกรรมเบี่ยงเบนจึงปรึกษากันว่า จะให้ทั้ง วัชรา และวุ้นเส้น   แต่งงานกันเสียเลย เมื่อทั้งคู่รู้กพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับข้อเสนอ วุ้นเส้น นั้นมี”พราวใส”ลูกสาวเจ้าของโรงงานที่เธอทำงานอยู่มาติดพันวัชรานัดวุ้นเส้น มาคุยกันโดยมีพราวใสและพงษ์ศักดิ์ตามไปด้วย แต่ก็ลงเอยด้วยการทะเลาะกันโดยพาะพราวใสกับพงษ์ศักดิ์นั้น ไม่มีใครยอมใครส่วนวัชรากับวุ้นเส้น ก็ไม่ยอมจะแต่งงานกันเด็ดขาด สองคุณแม่วางแผนสร้างความคุ้นเคยให้กับวัชราและวุ้นเส้น โดยให้ฝ่ายชายไปหาฝ่ายหญิงก่อน คุณนายสมรสามารถบังคับให้วัชรายอมแต่งงานกับ วุ้นเส้น ได้ เพราะวัชราเป็นคนที่ไม่มีปากมีเสียผิดกับ วุ้นเส้นที่โวยวาย ไม่เลิกเจ๊สองก็เลยใช้แผนจะฆ่าตัวตายเพราะอยากมีหลาน วุ้นเส้น เห็นแม่ใช้ไม้นี้ก็ยอมตามใจไปก่อน งานนี้เจ๊สองอดกระหยิ่มยิ้มย่องในผลงานของตัวเองไม่ได้วุ้นเส้น กลุ้มใจมากที่โดนแม่บังคับให้เลือกชุดเจ้าสาว ที่ร้านวิชุดา    โดยสาหริ่มนัดให้วุ้นเส้นไปรับสำนักพิมพ์เพราะเขาจะเอาต้นฉบับไปส่งวุ้น เส้น ชวนน้องพราวไปด้วย ไปเจอวัชราอยู่กับศักดิ์ ทำให้วุ้นเส้นเข้าใจผิดว่าทั้งคู่เป็นคู่เกย์กัน “เนตรนภิส”นัดวัชราไปเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และเอาของฝากมาให้เพราะเธอแอบรักวัชรามานานวัชราเล่าเรื่องที่เขาต้องแต่ง งานกับวุ้นเส้น ให้เธอฟัง เนตรนภิสกลับถึงบ้านก็อาละวาดพังข้าวของ เธอบอกตัวเองว่าเธอจะไม่มีวันยอมให้วัชราไปเป็นของใครโดยเด็ดขาด

คุณนายสมรและเจ๊สองปรึกษาเรื่องเรือนหอของลูกๆ แต่ทั้งคู่ก็ตกลงใจว่าจะไปอยู่ที่คอนโดฯที่วัชราซื้อเอาไว้แต่ยังผ่อนไม่หมด เจ๊สองเลยบอกว่าจะจ่ายส่วนที่เหลือเอง และเหตุการณ์ที่ทั้งคู่ไม่อยากไปอยู่ที่บ้านของอีกฝ่ายหนึ่งก็เพราะเห็นว่า ถ้าต้องไปอยู่บ้านของคนใดคนหนึ่งมีหวังชีวิตคงไม่สงบสุขแน่นอน เมื่อถึงวันที่ วุ้นเส้น ต้องไปบ้านวัชรา “สุกี้” น้าชายรูปหล่อที่ไปอยู่อเมริกาสิบกว่าปีจึงไปเป็นเพื่อนหลานสาว อุด้งแอบขึ้นรถไปด้วยโดยไม่มีใครเห็น เมื่อไปถึงบ้านถึงวัชรา สุกี้ไปเดินเล่นในสวนและเดินชนกับสาหริ่มล้มแว่นตาหลุด สุกี้ เห็นหน้าชัด ๆ ก็นึกชอบขึ้นมาทันที ก่อนที่สาหริ่มจะโวยวายอะไร ทุกคนในบ้านก็วิ่งมาดูทันที่ว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมทั้งอุด้งด้วย วันนั้นอุด้ง ทำตัวดีตลอดแถมยังให้วัชราช่วยสอนภาษาอังกฤษให้ด้วยเพราะใกล้สอบแล้ว สาหริ่มบังคับให้ วุ้นเส้นืหัดแกะสลักผัก จัดจานและทำอาหาร เมื่ออาหารขึ้นโต๊ะไม่มีใครกล้าชิม แต่วัชราตักอาหารที่ วุ้นเส้น ทำแถมเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้ทุกคนกล้าชิมแต่ก็ต้องบ้วนทิ้งเพราะรสชาติไม่ได้เรื่อง

วันแต่งงานของทั้งคู่มาถึง งานตอนเช้าผ่านไปอย่างราบรื่นเพราะน้องๆของ วุ้นเส้น ทำตัวดีเรียบร้อยแล้วก็มาถึงงานเลี้ยงกลางคืนที่โรงแรม วุ้นเส้น กระวนกระวายใจเพราะไหนจะต้องคอยระวังกระโปรงแต่งงานที่ยาวมากและเกือบสะดุด ล้มหลายครั้ง ดีที่วัชราช่วยเธอจับเอาไว้ได้ ไหนจะต้องคอยมองหาน้องๆตัวแสบที่หายไปไหนก็ไม่รู้ และไหนจะรำคาญพราวใสที่เอาแต่ยืนซับน้ำตาอยู่ข้าง ๆ พงษ์ศักดิ์ที่ก็ยืนทำตาปริบ ๆ เหมือนกัน สุกี้นั้นไม่ยอมห่างสาหริ่มเลย เนตรนภิสมางานนี้ด้วย เธอได้พบเจ้าสาวของวัชราเป็นครั้งแรก  เธอมาในชุดแสนหวาน ที่ใครๆก็มองจนเหลียวหลัง เนตรเข้ามาอวยพรวัชราด้วยมาดสาวน่ารัก แต่พอหันมาอวยพร วุ้นเส้น ก็ทำหน้าตาเกลียดและอาฆาตใส่ทำให้ วุ้นเส้นสงสัยในพฤติกรรมของเธอ ส่วนความสัมพันธ์ของสุกี้และสาหริ่มก็ราบรื่นดี สาหริ่มเปลี่ยนไปดูสวยและทันสมัยขึ้น จนวารี แซวทุกวันว่าสงสัยจะได้จัดงานแต่งงานกันอีกคู่เสียแล้ว แต่ในที่สุด”ศจี”แฟนเก่าสุกี้ซึ่งเป็นคน ที่ทำให้เขาต้องหนีไป อยู่อเมริกานานนับสิบปีก็กลับมาขอคืนดีกับเขาเพราะเลิกกับสามีแล้ว ทำเอาสาหริ่มต้องหนีไป สุกี้กลุ้มใจมากจึงไปปรึกษา วุ้นเส้น วัชราบอกว่าช่วยคุยกับ
สาหริ่มให้ และนัดให้มาคืนดีกับสาหริ่มที่บ้านเจ๊สอง

ศจีตามมาราวีอีกคุณนายสมร และเจ๊สองเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตคู่หนุ่มสาวอีก  โดยวางแผนกันบอกว่าคุณธงชาตินั้นเป็นโรคหัวใจจะอยู่ได้อีกไม่นาน และอยากอุ้มหลานก่อนตายทำให้วัชราและวุ้นเส้นกลุ้มใจมาก     ทั้งคู่ตกลงกันว่าน่าจะลองมีอะไรกันสักครั้งเพื่อทุกคนในครอบครัวจะได้สม หวังแต่ติดที่ว่าทั้งคู่ไม่เคยมีประสบการณ์จึงต้องไปปรึกษากับเพื่อน ๆ   และลองกันหลายวิธีแต่ก็ไม่ได้ผล สุดท้ายวัชราจึงปรึกเฮียเก๊า เขาขอยืมรถของวุ้นเส้นเพราะว่ารถของเขาไปเข้าศูนย์ หลังจากไปส่ง วุ้นเส้นที่ทำงานก็ขับรถไปบ้าน วุ้นเส้น พอดีมีรถตัดหน้า จึงเบรคอย่างแรงจนลิ้นชักเปิด เขาจึงเห็นคู่มือการมีลูกและคู่มือการคุมกำเนิดจึงคิดว่าวุ้นเส้นรู้ดี ทุกอย่างว่าต้องทำยังไงแต่แกล้งทำไม่เป็นเพราะจริง ๆ แล้ววุ้นเส้นไม่ได้รักเขา ไม่ได้อยากมีลูกกับเขานั่นเอง หลังจากวันนั้นวัชราก็หมางเมินกับ วุ้นเส้น โดยที่เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรวัชรา และวุ้นเส้น ออกงานด้วยกันในงานครบรอบนิตยสารที่วัชราทำงานอยู่    วุ้นเส้น สวยเฉิดฉายจนชายต้องมอง พราวใสมาอวยพรทั้งคู่ให้มีความสุข และพงษ์ศักดิ์ก็ยอมรับว่าวัชราและวุ้นเส้น เหมาะกันมากเนตรนภิสเข้ามาแกล้งให้ วุ้นเส้น เข้าใจผิดกับ วัชรา เมื่อกลับถึงบ้านทั้งคู่ทะเลาะกันจนฟิวส์ขาด และวุ้นเส้นก็ตกเป็นของวัชราอย่างสมบูรณ์ในทางพฤตินัย    วุ้นเส้นโกรธวัชรามากเธอไม่ยอมพูดจากับเขาเลยแม้จะขอโทษอย่างไรก็ตาม วุ้นเส้น ยอมรับกับใจตัวเองว่าความจริงเธอนั้นรักเขา แต่เหตุการณ์ที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกกันด้วยความเข้าใจผิดกันใน หลาย ๆ เรื่อง แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด

แต่แล้วเนตรนริสก็เข้ามาในชีวิตพวกเขาและเธออีกครั้งโดยขอมาอยู่กับวัชรา เพราะทะเลาะกับแม่เลี้ยงและพ่อของเธอ วุ้นเส้นใจอ่อนยอมให้อยู่ด้วย จากนั้นเนตรนภิสก็ทำให้ทั้งคู่เข้าใจผิดกันตลอดเวลา วุ้นเส้น รู้ว่าตัวเองนั้นท้องได้ 2 เดือน เธอดีใจมากรีบกลับมาบอก วัชราแต่เห็นวัชรากำลังปลอบประโลมเนตรนภิสสอยู่หมดความอดทน และบอกให้เขาเลือกระหว่างเธอและเนตรนภิส   เนตรนภิสใช้มารยา หญิงแกล้งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย วุ้นเส้นรู้ทันจึงท่าให้โดด แต่วัชรามองว่าวุ้นเส้นใจดำ วุ้นเส้นจึงเก็บเสื้อผ้าจะกลับไปอยู่บ้าน วัชราตามไป
ง้อวุ้นเส้น เนตรนภิสไม่ยอมแพ้หยิบมีดแทงกัมปะนี วัชราแย่งมีดจากเนตรนภิสจนถูกมีดบาดมือก่อนส่งตัว เนตรนภิสให้ตำรวจ. เรื่องราวตอนจบจะเป็นอย่างไรต่อนั้น วุ้นเส้นกับวัชราจะเข้าใจกันเหมือนเดิมหรือไม่ และเด็กตัวน้อย ๆ ซึ่งเป็นลูกของวัชรากับ วุ้นเส้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ต้องคอยติดตามชมความชุลมุนวุ่นวายที่แสนจะอบอุ่นนี้ได้ในละครเรื่อง “คู่รักพลิกล็อก”

คู่รัก 2 ชาติ

คู่รัก2ชาติ เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่ม-สาวคู่หนึ่งที่เคยสัญญาสาบานรักกันมาแต่ อดีตชาติปางก่อน ทั้งสองได้มาเจอะเจอกันอีกครั้งในโลกปัจจุบัน แต่ความรักของพวกเขาไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด ทั้งสองต้องพบกับอุปสรรคและเรื่องยุ่งมากมาย กว่าจะได้ครองรักกันอีกครั้ง