Category Archives: ละครปี 2544

เสือ 11 ตัว

เสือ 11 ตัว ละครไทยทางไทยทีวีสี ช่อง 3 เรื่องราวการหักเหลี่ยมของกลุ่มบุคคล 11 คน ของสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ที่มีตำรวจปกป้องประชาชนในเมืองเล็กๆ ทำให้บ้านเมืองดูเหมือนไร้กฎหมาย ที่ต่างมีชื่อรหัสลับที่เรียกตัวเองนำหน้าว่า “เสือ” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ชี้ให้เห็นว่า ทุกวงการอาชีพต่างมีคนดีและคนเลว ขึ้นอยู่กับว่า เราจะเลือกที่จะเป็นแบบไหน

นำแสดงโดย

ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์..ร.ต.อ.พงษ์เพชร พัวพัน/เสือโคร่ง(ผู้ปิดตำนานเสือ)
บุษกร พรวรรณะศิริเวช..เทเรซี่ กวม,ร.ต.ญ.ปาลิตา/เสือสาว ซ่อนเล็บ
ธนากร โปษยานนท์..พ.ต.ท.สกรรจ์ ก้องไกร/เสือใหญ่
วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์..ร.ต.ต.อรรถพล/เสือสำออย
วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย..ร.ต.ท.เกรียงไกร/เสือสมิง
วัชรเกียรติ์ บุญภักดี..จ.ส.ต.ไตรรงค์ จงดี/เสือดำ
เรืองฤทธิ์ วิศมล..จ.ส.ต. จรัล หนูพุ่ม/เสือเหลือง
ชาญชัย วราวิทยา..ร.ต.ต.สุรเดช/เสือหิว
พิเชษฐ์ไชย ผลดี..ร.ต.ท.ธานินท์ ถิ่นงาม/เสือขาว
ณัฐพล ลียะวณิช..ร.ต.ต.เฉลิมพล/เสือสำอาง
จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์..ร.ต.อ.ชนะ พิทักษ์ไท/เสือดาว (ผู้เปิดตำนานเสือ 11 ตัว)
รามาวดี สิริสุขะ..ปิ่น (ภรรยาของผู้กองชนะ)
เข็มอัปสร สิริสุขะ..งามตา
เศรษฐา ศิระฉายา..ท่านรองอธิการบดี ตำรวจนครบาล

สุดดวงใจ

สุดดวงใจ เริ่มต้นเรื่องราวขึ้นเมื่อ พัชชาผิดหวังอย่างรุนแรง ที่สุเทพ บิดาของเธอกำลังจะมีผู้หญิงคนใหม่ เธอจึงเดินทางไปออสเตรเลียเพื่อพบกับรุ่งทิพย์ มารดา ที่เปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่นั่น ระหว่างการเดินทาง เกิดเหตุผู้โดยสารไทย ชื่อแสงเดือน คลอดลูกบนเครื่องบิน หนุ่มไทยที่นั่งข้างพัชชาประกาศตัวว่าเป็นหมอ ช่วยทำคลอดให้ โดยมีพัชชาเป็นผู้ช่วย แสงเดือนขอให้ทศทิศ หมอหนุ่มคนทำคลอดตั้งชื่อให้ ทศทิศตั้งชื่อเด็กว่าสุรทิน ส่วนพัชชาตั้งชื่อเล่นให้ว่าฟ้า

แสงเดือนหนีจากเมืองไทยด้วยความชอกช้ำ เพราะพ่อของเด็กซึ่งเป็นพ่อหม้ายไม่เลือกเธอ เพราะแคร์ความรู้สึกของลูกติดของเขามากกว่า แสงเดือนเดินทางมากับจิรพัฒน์น้องชาย จิรพัฒน์ประทับใจในความมีน้ำใจของพัชชา จนกลายเป็นรักแรกพบ

เมื่อเดินทางถึงออสเตรเลีย ทศทิศต้องเจรจาปัญหาระหว่างเขาและลักขณา ภรรยาสาว ส่วนพัชชาไปหาแม่ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าแม่มีสามีใหม่แล้ว เธอจึงไปอาศัยอยู่กับภาวดี เพื่อนที่เธอรักและสนิทที่สุด ด้านจิรพัฒน์ก็ตามดูแลพัชชาเต็มที่เพราะเขาหลงรักเธอสุดดวงใจ แต่พัชชาคิดกับจิรพัฒน์แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น

ทศทิศแตกหักกับภรรยา จึงออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว เช่นเดียวกับพัชชาที่ต้องการท่องเที่ยว เพื่อประชดแม่ ทั้งสองพบกันโดยบังเอิญ จึงออกเที่ยวด้วยกัน โดยพัชชาสัญญาว่าจะไม่ดื้อ และเชื่อฟังเขา ทั้งคู่สนิทสนมกันโดยไม่รู้ตัว พัชชาหลงรักความเป็นสุภาพบุรุษของทศทิศ ส่วนทศทิศก็เข้าใจตัวเองมากขึ้น เมื่ออยู่ใกล้พัชชา

รุ่งทิพย์ขอเลิกกับพงษ์ฤทธิ์เพื่อลูก สุเทพเดินทางมาออสเตรเลียเพื่อตามหาแสงเดือน คนรักของเขา และพัชชา ลูกสาวคืนก่อนที่ทศทิศจะกลับเมืองไทย พัชชามีโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับเขา ทั้งคู่กำลังจะเปิดเผยความในใจกัน ลักขณาก็ปรากฏตัวขึ้น เธอประณามพัชชาว่าคือต้นเหตุ ทำให้ทศทิศเปลี่ยนใจ พัชชาตกใจที่ทศทิศมีภรรยาแล้ว เธอหนีไปอยู่กับแสงเดือนและจิรพัฒน์ โดยไม่มีใครรู้

สุเทพตามมาจนพบแสงเดือน พัชชาพบว่าผู้หญิงคนใหม่ ของพ่อก็คือแสงเดือนที่แสนดี พัชชารู้ตัวว่าเธอมองโลกในแง่ร้ายมาตลอด เธอจึงทำใจยอมรับพงษ์ฤทธิ์ได้อีกคน เพื่อความสุขของแม่ แต่ปัญหารักสามเส้าระหว่างทศทิศ จิรพัฒน์ และพัชชา ยังไม่ลงตัวง่าย ๆ อย่างที่คิดเพราะผู้ชายทั้งสองคนคือคนที่รักเธอเหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วคนที่พัชชาเลือกก็คือทศทิศ จิรพัฒน์เองก็ยอมรับและเข้าใจพัชชากับทศทิศดี

จิรพัฒน์กลับมาทบทวนว่าใครที่เป็นคนคอยให้กำลังใจเขามาตลอดและคอยอยู่ ข้างๆ เวลาที่เขา ไม่สบายใจ และคนนั้นก็คือภาวดี เพื่อนรักของพัชชานั่นเอง จิรพัฒน์เพิ่งรู้ใจตัวเองว่าการที่เขาได้อยู่ไกล้กับภาวดี มันจะเกิดเป็นความรักขึ้นมา จึงรีบไปหาภาวดีที่บ้าน พร้อมกับดอกไม้1ช่อ และปรับความเข้าใจกัน ในที่สุดจิรพัฒน์ก็สารภาพว่าเขารักเธอมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ตัวว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ภาวดีเองก็แอบชอบจิรพัฒน์มาตั้งแต่แรกแล้ว จิรพัฒน์ให้สัญญากับภาวดีว่าจะรัก และดูแลเธอให้ดีที่สุด และตัดสินใจที่จะอยู่ออสเตรเลียด้วยกันตลอดไป

ด้านทศทิศก็จะมาปรับความเข้าใจกับพัชชาให้รู้เรื่อง แต่ด้วยความที่พัชชาเป็นคนใจแข็ง งานนี้ทศทิศต้องเหนื่อยเป็นพิเศษ แต่พอคุยกันไปเรื่อยๆ พัชชาก็ใจอ่อนลงและยอมรับรักที่กำลัง จะเดินทางมาถึงในช่วงท้ายแล้ว

นักแสดงละคร สุดดวงใจ

แอน ทองประสม รับบทเป็น พัดชา
รวิชญ์ เทิดวงศ์ รับบทเป็น ทศทิศ
บดินทร์ โกศลพิศิษฐ์ รับบทเป็น จิรพัฒน์
ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ รับบทเป็น ภาวดี
สินิทรา บุญยศักดิ์ รับบทเป็น ลักขณา
พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ รับบทเป็น แสงเดือน
ดวงตา ตุงคะมณี รับบทเป็น รุ่งทิพย์
พิสมัย วิไลศักดิ์ รับบทเป็น เพ็ญศรี
อภิชาติ หาลำเจียก รับบทเป็น พงษ์ฤทธิ์
นนทวัชร คงสาหร่าย รับบทเป็น อำนาจ
ศรินทรา นิตยวรรธนะ รับบทเป็น มณีเนตร
คาเมล ซาลวาลา รับบทเป็น สุเทพ
รัชนก พูลผลิน รับบทเป็น กัลยา (ดารารับเชิญ)

สามีเงินผ่อน

อนุศยา ( จอย ศิริลักษณ์ ) เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าของกิจการขายสุขภัณฑ์ เธอเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ทำงานเก่ง และรู้จักที่จะใช้เงิน จึงทำให้ นันทพล ผู้เป็นพ่อ และชยากร ( กรรชัย กำเนิดพลอย ) ซึ่งเป็นอา ผลักดันเธอขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ จึงทำให้ นันทนา ซึ่งเป็นอาอีกคนหนึ่ง และเป็นคู่อริกับอนุศยาไม่พอใจ

นันทนา จึงนำเอาเรื่องของ ชยากร กับ อนุศยา ซึ่งมีความสนิมสนมกันไปพูดว่าทั้ง 2 มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยเพราะทั้งคู่มีอายุห่างกันเพียง 6 ปี นันทนา มาปรึกษากับ อนุศยา เรื่องของการผ่อนผันการจำนองบ้านของ คุณนายเสาวรส ซึ่งเป็นภรรยาของเพื่อนสนิทของนันทพลที่เสียชีวิตไปแล้ว พร้อมกับเล่าเรื่องของหมอ ศตวรรษ ซึ่งเป็นลูกชายของเสาวรส ที่จะแต่งงานกับโสมมิกา อดีตแฟนเก่าของ ชยากรที่มีฐานะร่ำรวย เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ จึงทำให้อนุศยาคิดว่า ศตวรรษ ( พล ตัณฑเสถียร ) เป็นผู้ชายชั้นต่ำยอมขายตัวเพื่อเงิน ทำให้อนุศยาไม่ยอมผ่อนผันหนี้ให้กับเสาวรส

เสาวรสจึงไปขอร้องนาย อุดมศักดิ์ พ่อของโสมมิกาให้ช่วยเหลือ แต่ก็ถูกปฏิเสธ เพราะธุรกิจของอุดมศักดิ์เองก็กำลังจะล้มเหลวและสั่งห้ามโสมมิกาไม่ให้คบกับ ศตวรรษ แต่แนะนำให้คบกับชยากรที่รวยจริง และสามารถที่จะกู้ฐานะให้ตนได้ แต่โสมมิกากลับปฏิเสธ นันทพล และ นันทนา ต้องการที่จะให้ ชยากร เลิกยุ่งกับ อนุศยา จึงแนะนำศตวรรษให้ก่อนวันนัดดูตัว

ศตวรรษ ร้อนใจกับเรื่องงานแต่งงานมาก จึงได้นัดพบอนุศยาที่ร้านอาหาร ด้วยความบังเอิญได้พบกับนักข่าวสาวเพื่อนสนิทของอนุศยา เธอนึกว่าทั้ง 2 เป็นแฟนกันจึงเอาเรื่องของ อนุศยา ไปเขียนลงคอลัมน์ซุบซิบ เมื่อชยากรได้อ่านถึงกับตกใจ จึงรีบไปสารภาพรักกับ อนุศยา ทำให้เธอตกใจกับพฤติกรรมของอาตนเอง จึงรีบตกลงแต่งงานโสมมิกาโทรไปทำสงครามประสาทกับอนุศยา โดยการอ้างว่าตัวเองท้องกับ ศตวรรษ ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้ อนุศยา กับ ศตวรรษ ทะเลาะกันบ่อย ๆ

มีวันหนึ่ง อนุศยา ไปงานเลี้ยงรุ่นและได้ไปเจอกับชาตรีแฟนเก่า ชาตรีมาส่งอนุศยาที่บ้านทำ ให้ ศตวรรษ หึง และปลุกปล้ำ อนุศยา อนุศยา พบว่าตัวเองตั้งท้อง และน้อยใจในเรื่องต่าง ๆ ทำให้เธอขอหย่ากับศตวรรษ แต่ศตวรรษไม่ยอมหย่า และทำเรื่องขอย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัด มิรันตี ( อินทิรา แดงจำรูญ ) และ ชยากร วางแผนให้อนุศยากับศตวรรษพบกันแต่ทั้งสองก็ทะเลาะ กันตั้งแต่แรก อนุศยา เป็นลมเนื่องจากเกิดอาการแพ้ท้อง ในนาทีต่อมาโสมมิกาที่อยู่ในสภาพเมามายถือปืนมาจะยิง อนุศยา แต่ ศตวรรษ เอาตัวเข้ามาบังไว้ อนุศยาหมดสติลงเมื่อเห็น ศตวรรษ โดนยิง หลังจากเกิดเหตุการณ์ พ่อของอนุศยาโกรธศตวรรษเป็นอย่างมาก จึงบังคับให้ ศตวรรษ หย่ากับ อนุศยา เมื่ออนุศยาฟื้นขึ้นมา คิดว่าศตวรรษยินดีหย่ากับตน แต่ ชยากร และ มิรันตี เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง เธอกลับมาทบทวนว่าระหว่างความรักหรือศักดิ์ศรีที่เธอต้องการ

ผู้กำกับ : อานนท์ สุวรรณเครือ
ผลิตโดย :
เขียนบท : ณัฐนันท์ วรรณพุฒ, ศรีศิลป์ เปี่ยมทิพย์มนัส
บทประพันธ์ : กรุง ญ ฉัตร

นักแสดงละคร สามีเงินผ่อน

พล ตัณฑเสถียร แสดงเป็น ศตวรรษ
ศิริลักษณ์ ผ่องโชค แสดงเป็น อนุศยา
อินทิรา แดงจำรูญ แสดงเป็น มิรันตี
กรรชัย กำเนิดพลอย แสดงเป็น ชยากร

สามีตีตรา

กะรัต สูญเสียสามีคนที่สาม เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในทีแรก กะรัตเสียใจมาก แต่เมื่อรู้ว่าสามีตน คบชู้กับ สายน้ำผึ้ง เพื่อนสนิทที่สุดของตน จนสายน้ำผึ้งตั้งท้อง ความเสียใจของกะรัตก็กลายเป็นความเคียดแค้นต่อเพื่อนคู่อาฆาตอย่างสายน้ำ ผึ้งแทน กะรัตดื่มหนัก และติดเหล้า จนกลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่สนใจว่า พวงหยก แม่ของกะรัต, เจ้าสัวบัญชา ซึ่งเป็นคุณตา , กุนตี พี่สาว, กันตา น้องสาว จะคอยเป็นห่วงกะรัตอย่างมาก

กะรัตไปพักผ่อนที่ชายทะเล จนได้พบกับ มรว.พิศุทธิ์ ผู้ชายที่ซื่อตรง ไม่เห็นแก่ตัวภายในไม่กี่วันกะรัตก็ยอมรับว่าตนหลงรักคุณชายพิศุทธิ์เข้าให้ แล้ว พิศุทธิ์ เป็นลูกของเนื้อแพร กับท่านชายอ๊อด หนุ่มเจ้าสำราญ ซึ่งทั้งสองเลิกร้างกันมานานแล้ว เพราะความไม่เอาไหนของท่านชายอ๊อด และความที่หม่อมมลุลีรังเกียจเนื้อแพร อีกต่อหนึ่ง

สะใภ้ไร้ศักดินา

ตอนที่ 1 วันศุกร์ ที่ 12 ต.ค. 44
ปลิว ลมเด็กสาวบ้านนาแกลบฝันอยากเป็นนักร้องลูกทุ่งแต่ปรุงใจแม่ของเธอกลับไม่ชอบ เพลงลูกทุ่งเพราะปรุงใจเคยเป็นนักร้องคาเฟ่อยู่กินกับทองแท้ที่สัญญาจะให้ ปรุงใจออกเทปแต่เมื่อปรุงใจท้อง ทองแท้ก็ไล่กลับบ้าน และไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย ทำให้ปรุงใจเจ็บใจแค้นและเกลียดเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่นั้น นายห้างทองแท้ เจ้าของบริษัท Real Gold Production มีแสงศรี คีรีศร นักร้องลูกทุ่งระดับซูเปอร์สตาร์อยู่ในสังกัด แสงศรีแอบชอบมลุลีซึ่งเป็นแฟนของอาชาลูกพี่ลูกน้องแต่มลุลีกลับรู้สึกรัง เกลียดแสงศรี แสงศรี ชวนอาชาที่กำลังเซ็งกับงานไปทัวร์คอนเสร์ตกับเขา ที่บ้านนาแกลบ ในขณะที่ปลิวลมรู้ข่าวว่าจะมีการประกวดร้องเพลงของวงดนตรีแสงศร ีก็ตัดสินใจเข้าประกวด

ตอนที่ 2 วันเสาร์ ที่ 13 ต.ค. 44
ปลิว ลมแอบปรุงใจไปสมัครประกวดร้องเพลง โดยผสมยานอนหลับให้ปรุงใจกินแต่ยายังไม่ออกฤทธิ์ปลิวลมจึงออกจากบ้านไม่ได้ รุ่งกับแท่งทองมารับปลิวลมมาทันเวลาร้องเพลงพอดี ขึ้นร้อง 2 เพลงติดกันจนผจก. อู๊ดไมพอใจ จึงไม่ให้รางวัลชนะเลิศ ปลิวลมเสียใจขึ้นรถหนีตามวงดนตรีแสงศรีเข้ากรุงเทพ ฯแต่เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ผู้จัดการอู๊ดกับต้อมบอกให้ปลิวลมกลับบ้านปลิวไม่ยอมวิ่งหนีเตลิด

ตอนที่ 3 วันอาทิตย์ ที่ 14 ต.ค. 44
อาชา เห็นปลิวลมข้างทางจึงวิ่งมาหา ต้อมเล่าเรื่องปลิวลมให้อาชาฟัง อาชาให้ปลิวลมไปพักบ้านตนเองโดยอ้างกับศรีสอางค์ว่าปลิวลมช่วยชีวิตตนไว้ ปลิวลมพักห้องเดียวกับแต๋วทำให้ทั้งสองสนิทกัน มีคนทาบทามให้แสงศรีเล่นละครการกุศล แสงศรีเสนอชื่อมลุลีเป็นนางเอก ต้อมเห็นประกาศรับสมัครนักร้องหญิงจึงบอกอาชา อาชาพาปลิวลมมาสมัคร ผจก. ร้านให้ปลิวลมร้องเพลง วันแรกปลิวลมร้องประหม่าทำให้ร้องเพี้ยนคนดูโห่

ตอนที่ 4 วันศุกร์ที่ 19 ต.ค. 2544
ผู้ จัดการร้านให้ปลิวลมร้องเพลงแก้ตัวอีกครั้ง เธอทำได้สำเร็จลูกค้าชอบ มลุลีมาคัดตัวเป็นนางเอกละครการกุศล เมื่อรู้ว่าแสงศรีเป็นพระเอกก็ถึงกับช็อค และขอถอนตัว แต่เพื่อโปรโมทสินค้าของบริษัทเธอจึงตกลงที่จะเล่นต่อ ป้านอมได้ยินแต๋วคุยกับปลิวลมเรื่องร้องเพลงที่ร้านอาหารจึงไปบอกศรีสอางค์ ศรีสอางค์ไล่ปลิวลมออกจากบ้าน อาชาพาปลิวลมไปอยู่กับต้อมที่อาพาร์ทเม้นท์ เสี่ยวิโรจน์เจอปลิวลมที่ร้านอาหารจึงชวนปลิวลมไปร้องเพลงคู่กับแสงศรีใน ละครการกุศล

ตอนที่ 5 วันเสาร์ ที่ 20 ต.ค. 2544
แสงศรีกวนประ สาทมลุลีตลอดเวลาที่ซ้อมละครกันแกล้งนอกบทจูบมลุลี อาชาพาปลิวลม และแต๋วมาดูคอนโดที่จะเช่าให้ ปลิวลมได้รับเลือกให้ร้องเพลงคู่กับแสงศรี ทองแท้ดูเทปบันทึกภาพงานคอนเสิร์ตของแสงศรีที่บ้านนาแกลบก็นึกถึงความหลัง ที่เคยทำสิ่งไม่ดีไว้กับปรุงใจ และลูก

ตอนที่ 6 วันอาทิตย์ ที่ 21 ต.ค. 2544
อาชา ขอหมั้นมลุลีตามคำสั่งศรีสอางค์ ทองแท้รู้ความจริงว่าปลิวลมเป็นลูกสาวตนเมื่อละครการกุศลที่แสงศรีและมลุลี เล่นออกอากาศ คนดูชอบเสียงร้องที่ปลิวลมลิปซิงค์ให้มลุลี เสี่ยวิโรจน์จึงให้ปลิวลมเป็นนักร้องใน ค่ายตน โดยใช้ชื่อว่า “ขวัญข้าว สาวสยาม” มลุลีรู้จากคุณอุ๋ยว่าอาชามาหาปลิวลมที่คอนโด จึงไปหาอาชาเพื่อขอยกเลิกการหมั้น

ตอนที่ 7 วันศุกร์ที่ 26 ต.ค. 2544
ศรี สอางค์โกรธไล่อาชาออกจากบ้าน ปลิวลมกลายเป็นนักร้องยอดนิยม เมื่อพักจากการทัวร์คอนเสิร์ต แสงศรีจึงไปพักผ่อนที่เกาะได้เจอกับมลุลีที่หนีมารักษาใจเรื่องอาชา ทองแท้อยากช่วยเหลือปลิวลมซึ่งเป็นลูกจึงยังไม่โปรโมทนักร้องในค่ายตนปลิวลม เริ่มมีใจให้อาชาแต่ได้ยินอาชาคุยกับแท่งทองที่ต้องมาดูแลตนเพราะอยากช่วย เท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรกับตน ปลิวลมเสียใจ

ตอนที่ 8 วันเสาร์ ที่ 27 ต.ค. 2544
ปลิว ลมน้อยใจอาชา จึงบอกกับอาชาว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมาดูแลตน อาชาเสียใจตกลงจะเลิกยุ่งกับปลิวลมคุณอุ้ยโทรบอกมลุลีว่าเห็นอาชาที่คอนโด กับปลิวลม มลุลีเสียใจแสงศรีสงสารมลุลีแต่ช่วยอะไรไม่ได้ จึงได้้แต่ดูอยู่ห่าง ๆ แสงศรีได้แรงบันดาลใจจากมลุลีแต่งเพลงได้ ทองแท้โทรไปขอรายการซันไชน์ให้ปลิวลมได้ออกอากาศ มลุลีและพิมลวางแผนทำลายชื่อเสียงปลิวลม โดยให้มลุลีเข้าไปต่อว่าปลิวลมแย่งอาชา นักข่าวที่พิมลเรียกมาพากันทำข่าวถ่ายรูป

ตอนที่ 9 วันอาทิตย์ ที่ 28 ต.ค. 2544
เสีย วิโรจน์หลอกปลิวลมจะพาไปข่มขืน พิมลขับรถตามไป และโทรบอกอาชาให้ช่วยไว้ได้ทัน ปลิวลมไม่กล้าแจ้งความเสี่ยเพราะกลัวไม่ได้เป็นนักร้อง เมื่อปลิวลมเป็นนักร้องออกทัวร์คอนเสร์ติต่างจังหวัด เสี่ยพยายามจะข่มขืนปลิวลมอีก แต่ปลิวลมหนีออกมาได้ และโทรเรียกอาชาให้มารับตัวกลับบ้าน ทั้งคู่เข้าใจกัน ศรีสอางค์เสียใจที่ไล่อาชาออกจากบ้าน นอนซมอยู่แต่ในห้อง พอหิวน้ำจะออกมาหาน้ำดื่มแต่ขากลับไม่มีแรงจึงพลัดตกบันไดเป็นอัมพาต ป้านอมกลัวความผิดที่ไม่ดูแลศรีสอางค์จึงขโมยเงินและหนีออกจากบ้านไปปลิว
ลมกับแต๋วจึงกลับมาอยู่บ้านอาชาเพื่อพยาบาลศรีสอางค์

ตอนที่ 10 วันศุกร์ที่ 2 พ.ย. 2544
บริษัท มลุลีมีปัญหา มลุลีจึงจำใจรับความช่วยเหลือจากแสงศรี เพื่อความอยู่รอดของบริษัท มลุลีและแสงศรีมีโอกาสได้เจอกันบ่อย ๆ ที่ฟิตเนส และแอบมีใจให้กัน แต่มลุลีก็ยังไม่ยอมรับว่าในใจจริงแล้วชอบแสงศรี นสสพ. ลงข่าวแสงศรีกับปลิวลมแอบปิ้งกัน ทองแท้กะใช้ข่าวนี้โปรโมทเทป แท่งทองมาระบายกับรุ่งเรื่องข่าว รุ่งปลอบใจจนแท่งทองจับได้ว่ารุ่งแอบชอบตนอยู่ ครูฝึกแซวแสงศรีเรื่องปลิวลม มลุลีได้ยินจึงเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง อาชาก็เช่นกันเมื่อเห็นแต๋วแซว แล้วปลิวลมเอาแต่ยิ้มเลยเข้าใจว่าทั้งคู่ชอบกันตามข่าว

ตอนที่ 11 วันเสาร์ ที่ 3 พ.ย. 2544
ปลิว ลมเป็นลมขณะถ่าย MV พิมลรู้เข้าจึงปล่อยข่าวว่าปลิวลมท้อง และแอบมาทำร้ายปลิวลม แต่ต้อมช่วยไว้ได้ทัน ศรีสอางค์หาพยาบาลได้ ปลิวลมกับแต๋วจึงต้องหาที่อยู่ใหม่ ทองแท้บอกแสงศรีว่าตน คือ พ่อของปลิวลม และขอให้แสงศรีพูดกับปลิวลมให้ปลิวลมมาพักบ้านตน ปรุงใจเห็นรูปปลิวลมลงกับทองแท้ในหนังสือ จึงให้รุ่งพาไปหาปลิวลมที่กรุงเทพ เมื่อรู้ว่าปลิวลมมีอัดรายการก็ตามไปที่สตูดิโอ แท่งทองบอกกับทีมงานว่าปรุงใจเป็นแม่ของปลิวลม พิธีกรจึงขอให้ปรุงใจร่วมเป็นแขกรับเชิญด้วย แต่ปรุงใจขอพูดทางโทรศัพท์ ทองแท้มาถึงสตูดิโอเจอหน้าปรุงใจ ต่างคนต่างตกใจ

ตอนที่ 12 วันอาทิตย์ ที่ 4 พ.ย. 2544
ขณะ บันทึกเทป ปรุงใจเดินเข้าฉาก และประกาศว่าปลิวลมจะเลิกร้องเพลงแล้ว ปลิวลมตกใจ ทองแท้ตามมาขอโทษปรุงใจในเรื่องที่ผ่านมา หลังอัดรายการเสร็จปรุงใจบอกให้ปลิวลมกลับบ้านกับตน ทองแท้เข้ามาขวางปลิวลมจึงรู้ว่าทองแท้เป็นพ่อ จึงตัดสินใจกลับบ้านทันทีหลังคอนเสิร์ตการกุศล ในวันแสดงคอนเสิร์ตพิมลแฝงตัวมาในกลุ่มคนดูหวังยิงปลิวลม แต่ทองแท้เห็นก่อนเข้ามาแย่งปืน ปืนลั่นใส่ทองแท้บาดเจ็บ พิมลยิงซ้ำอาชาวิ่งเข้ามารับกระสุนแทนปลิวลมอาการสาหัสเหตุการณ์นี้ทำให้มลุ ลีรู้ว่าอาชาไม่ได้รักตน แสงศรีเข้ามาปลอบใจ และสารภาพความในใจ ศรีสอางค์เดินได้เหมือนเดิม จึงจัดฉากวางแผนให้อาชาไปรับปลิวลมจากบ้านนาแกลบ อ้างว่าตนอยากกินขนมจีนฝีมือปลิวลม แต่จริง ๆ แล้วเป้นการไปสู่ขอปลิวลมให้อาชา

เศรษฐีตีนเปล่า

คุณนายลำไย เศรษฐีนีแห่งตำบลบ้านนางแมว พานัจ ลูกสาวซึ่งเป็นลูกบุญธรรมมาเที่ยวยุโรป ที่จริงต้องบอกว่า นัจพามา เพราะคุณนายลำไยได้ฟังคุณนายต่างๆที่หมู่บ้าน ทั้งคุณนายศึกษา คุณนายผู้กอง ฯลฯ พูดถึงเมืองนอกกันอย่างชื่นชม ลำไยซึ่งไม่ยอมน้อยหน้าใครอยู่แล้ว จึงต้องให้นัจพามาทัวร์ เพราะนัจ “รู้ภาษาฝรั่ง” มากกว่าใคร ก่อนไปก็ต้องมีการ “เตรียมตัว” กันเป็นโกลาหล เริ่มตั้งแต่เสื้อผ้า แม้ว่าจะเลือกเดินทางในช่วงหน้าร้อนของยุโรป แต่สภาพอากาศก็ยังหนาวเย็นเกินไปสำหรับคนไทยอยู่ดี ต่อจากเสื้อผ้าก็เป็นรองเท้า สำหรับนัจไม่ค่อยเดือดร้อนนัก คนที่วุ่นวายและลำบากใจที่สุดคือคุณนายลำไย เนื่องจากตั้งแต่เด็กจนถึงเป็นย่าเป็นยายแล้ว นางชินกับเดินด้วยเท้าเปล่า หรืออย่างดีที่สุดก็ไม่เกินรองเท้าแตะ ดังนั้นการจะต้องมาทนใส่ รองเท้าหุ้มส้น แถมยังถุงน่องเข้าไปอีก จึงเป็นเรื่องทรมานของนางเหลือเกิน

นอกจากนั้นนัจยังต้องมีการ “ติวเข้ม” เรื่องการพูดของคุณนายอีก เพราะคุณนายเป็นคนไทยแท้ๆ ที่อยู่ชนบทมาตลอดชีวิต คำพูด คำจาของนางจึงใช้แต่คำศัพท์สมัยพ่อขุน แล้วแถมด้วยสบถสาบานอีกนิดหน่อย แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับชาวบ้าน ทว่าการเดินทางเป็นคณะใหญ่ที่ต้องร่วมเดินทางกับผู้ลากมากดีชาวกรุง จะทำตัวตามสบายอย่างนั้นไม่ได้ นี่ยังไม่รวมถึงการสอนให้คุณนายรับประทานอาหารด้วยมีดและส้อมอีกด้วย กว่าจะเดินทางได้ นัจก็ทั้งสนุกและเหนื่อยใจ เมืองนอกไม่ได้สวยงามน่าอยู่อย่างที่คุณนายนึก ที่ลอนดอนไม่มีตึกระฟ้าที่ทันสมัยอย่างที่ใครต่อใครพูดกัน อาคารเก่าทึมๆ กับบรรยากาศที่มัวซัว ทำให้คุณนายคิดถึงบ้าน ยิ่งต้องเดินกันทั้งวี่ทั้งวัน คุณนายก็รู้สึกลำบากลำบนกับเสื้อผ้าหนาเตอะ ถุงน่องที่คันตัวยิบๆ แล้วยังรองเท้าที่ทั้งบีบทั้งกัด

ยังดีว่านัจเตรียมข้าวสวยกึ่งสำเร็จรูปที่เติมน้ำร้อนอย่างเดียวก็พร้อมรับประทาน กับน้ำพริกสารพัดชนิดมาด้วย ไม่งั้นกว่าจะเดินทางกลับ นัจคงต้องประคับประคองคุณนายลำไยซึ่งรับประทานอาหารฝรั่งไม่ได้เลย กลับบ้านแน่นอน ในคณะทัวร์มีสาวสวย เก๋ ท่าทางปราดเปรียว ร่วมเดินทางมาด้วย เธอชื่อเทวิกา แต่ชอบให้ใครๆ เรียกว่า “วิว” วิวจบปริญญาตรีจากอเมริกา และเดินทางมาร่วมกับคณะทัวร์ยุโรปก่อนกลับบ้าน คุณนายลำไยบอกว่าวิวอยู่ในกลุ่มของพวก “ผู้ดีมีเงิน” คำพูดและกิริยาท่าทางของเธอที่ชอบโอ้อวด ข่มคนอื่นอย่างไม่เกรงใจ ชอบฉีกหน้าคนอื่นเสมอ ทำให้เธอไม่ค่อยมีเพื่อนในคณะทัวร์เลย นัจมองวิวแล้วนึกขยาด เธอไม่อยากร่วมสังคมกับ “ผู้ดีมีเงิน” เหล่านี้เลย สายตาของวิวที่มองเธอกับแม่อย่างสมเพชปนดูถูก ทำให้นัจกลัวและเบื่อ “ผู้ดีมีเงิน” ขึ้นมาทันที เธอคิดว่าถ้าเหล่าผู้ดีมีเงินเป็นแบบนี้กันหมด เธอขออยู่อย่างสาวบ้านนอกอย่างนี้จะดีกว่า วันหนึ่งนัจกับคุณนายงดไปทัวร์ลอนดอน 1 วัน เพราะนัจตั้งใจจะซื้อของตามที่อาจารย์สุวิมล อาจารย์ของเธอที่มหาวิทยาลัยฝากมา นัจพาคุณนายเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน เมื่อถึงบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่ นัจมองหาร้านที่ระบุมา ก็หาไม่เจอ คุณนายเดินจนเหนื่อยบ่นแล้วบ่นอีก นัจก็ยิ่งกังวลจนคุณนายตัดสินใจเดินไปถามชายคนหนึ่งที่ยืนรอรถประจำทางอยู่ หน้าตาท่าทางของเขาไม่เหมือนคนไทยเลยสักนิด

ขณะที่คุณนายยืนยันว่าเป็นคนไทยแน่นอน คุณนายลำไยเดินจ้ำไปหาชายหนุ่มผู้นั้นอย่างรวดเร็ว นัจยืนงงว่าทำไมคุณนายจึงแน่ใจนักว่าเป็นคนไทย กว่าจะหายงงคุณนายก็ไปเจรจากับเขาเสียแล้ว นัจวิ่งตามไปทันที แล้วเธอก็ต้องนิ่งอีกครั้ง เมื่อได้ยินเขาตอบคุณนายลำไยเป็นภาษาไทยชัดเจน คุณนายจัดการแนะนำตัวเอง และนัจเสร็จเรียบร้อย เขาจึงบอกว่าเขาชื่อ สันติธร มาเรียนอยู่ที่ลอนดอนนี้ 10 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่คุยกัน แม้หลายสิ่งหลายอย่างจะบอกว่าเขาเป็นพวก “ผู้ดีมีเงิน” แต่นัจก็ยังไม่เห็นว่าเขาจะมีกิริยาอย่างเทวิกาเลยสักนิด เขาสุภาพ พูดจาดี แถมยังใจดีโดยจะพาเธอกับคุณนายเดินไปร้านหนังสือที่ต้องการเสียอีก หลังจากได้ของที่ต้องการแล้ว นัจกับคุณนายลำไยก็ลาสันติธร และตามเคย ตามนิสัยของคุณนาย นางก็บอกที่อยู่กับเขาอีก โดยบอกให้ไปถามหานางได้ที่ตำบลบ้านนางแมว นครปฐม รับรองว่าใครๆก็รู้จักนาง แล้วนางจะดูแลเขาอย่างดี นัจอายมาก แต่สิ่งที่เธอเห็นก็คือ สันติธรไม่ได้มีท่าทางว่าจะดูถูกอย่างไร ไม่มีแม้สีหน้ารำคาญ ทั้งที่เขาเสียสละกับนัจและแม่ค่อนข้างจะนาน เธอเห็นเขายิ้มอย่างเต็มใจ สีหน้าพอใจกับท่าทางจริงใจของคุณนายลำไยมากกว่า ทั้งคู่แยกกันไม่นาน ก็ต้องมาเจอกันอีกในร้านอาหารจีนใกล้ๆ กันนั่นเอง เนื่องจากเป็นตอนเที่ยงพอดี คนจึงเต็มทุกโต๊ะ สันติธรซึ่งมาก่อนและได้ที่นั่งแล้ว จึงชวนคุณนายกับนัจนั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน สันติธรมองหน้าสาวน้อยหน้าใสอย่างนัจอย่างเอ็นดู นัจเป็นคนสวยที่สวยโดยเนื้อแท้จริงๆ เธอแทบไม่ต้องแต่งหน้าเลย จากร้านอาหาร คราวนี้ได้แยกกันจริงๆเสียที

นัจพาคุณนายกลับโรงแรม นัจเห็นเทวิกานั่งคุยแจ๋วๆกับผู้ชายคนหนึ่ง แม้เธอจะเห็นเพียงด้านหลังของเขาแต่เธอก็จำได้ว่าเป็นสันติธร และราวกับเขามีตาหลัง เพราะเขาหันมามองเธอ แล้วลุกขึ้นเดินมาหาเธอกับคุณนายโดยไม่ลืมจะขอโทษเทวิกาเสียก่อน คุณนายทักสันติธรอย่างคนรู้จักคุ้นเคยมานาน จนเทวิกาหน้าบึ้ง คอแข็ง เมื่อเห็นสันติธรสนใจกับ “พวกบ้านนอก” มากกว่าเธอ เมื่อถึงเวลาเดินทาง สันติธรก็ยังมายืนส่งที่ฟุตบาทหน้าโรงแรม นัจไม่แน่ใจว่าเขามาส่งเธอกับแม่หรือส่งเทวิกากันแน่ เพราะสายตาของเขาที่มองสบตาเธอนั้น ไม่ได้เหลียวมองเทวิกาเลยสักนิด แม้เจ้าหล่อนจะเดินขึ้นรถบัสคันใหญ่ตามหลังเธอมานั่นเอง เทวิกาเดินเชิดคอปั้นปึ่งไปนั่งอย่างกับเจ้าหญิง เธอเมินหน้าหนีสันติธรอย่างตั้งใจ แต่เขากลับไม่สนใจ สันติธรโบกมือให้นัจราวกับเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน ที่ตำบลบ้านนางแมว นัจกับคุณนายลำไยกลับมามีชีวิตที่ปกติเหมือนเดิม นัจจบการศึกษาชั้น ปวส. เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล แล้วขณะนี้นัจกำลังเรียนภาคค่ำที่วิทยาลัยครูในจังหวัด เพื่อจะได้สำเร็จปริญญาตรี นัจใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะประจำตัวเหมือนสาวๆทั่วไปแถบนี้ แต่นัจก็คล่องตัว เธอขี่จักรยานและขับรถได้ด้วย

วิมานกุหลาบ

นพนันท์ ทายาทเจ้าของห้าง Imagine ที่มีจิตใจชอบศิลปะ เข้าบริหารงานแทน พ่อ เพื่อต่อสู้กับคู่แข่งอย่างห้าง My World ทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ตัวเอง และลบ คำสบประมาทของพ่อ

ศจี หรือส้ม เป็นบัณฑิตใหม่ไฟแรงจากศิลปากร โดยมีเพื่อนชายคนสนิทชื่อ เป๋ง แต่เมื่อเริ่มทำงาน ทั้งสองต้องแยกกันไปทำงานในห้างสรรพสินค้าคู่แข่ง กัน ส้มได้งานฝ่ายอาร์ตที่ห้าง My World ส่วนเป๋งได้งานที่ Imagine

ส้ม พบนพนันท์โดยบังเอิญ ขณะที่นพนันท์กำลังตัดสัมพันธ์กับสาวคนหนึ่งที่หอ พักของส้มส้มจึงเข้าไปต่อว่านพนันท์ โดยไม่รู้ว่าเขาคือเจ้าของห้าง Imagine

ส้ม มีโอกาสจัดดิสเพลย์หน้าห้างโดยใช้กุหลาบสีขาวที่เธอชอบ ซึ่งเธอใช้เวลา ทั้งคืน ซึ่งบังเอิญเป็นคืนเดียวกับที่นพนันท์กับพวกจำต้องมาที่ห้าง My World กลางดึก เพราะมีนัดเคลียร์กับ สมศักดิ์ พนักงานชั้นสูงของ Imagaine ที่ถูก นพนันท์ไล่ออก และย้ายมาทำงานกับ My World ทุกคนชื่นชมดิสเพลย์หน้า ห้างมาก นพนันท์ได้รู้ว่าเป๋งคือคนรักของส้ม จึงเสนอให้เป๋งชวนส้มมาทำงาน ด้วย แต่ส้มปฏิเสธ นพนันท์จึงแกล้งส้มโดยการปล่อยข่าวว่าส้มแอบทำงานให้ Imagine ส้มจึงถูกชาตรี เจ้าของห้าง My World เรียกพบ แต่ส้มปฏิเสธทุกข้อ กล่าวหา และบุกไปต่อว่านพนันท์ถึงในห้องประชุม Imagine

แต่แล้วจู่ ๆ ส้มได้รับกุหลาบขาวจากใครคนหนึ่ง พร้อมคำว่า”ขอโทษ” ส้มคิด ว่าเป็นเป๋งแต่เป๋งปฏิเสธ เป๋งเพิ่งเข้าใจว่าส้มไม่เคยรักเขาเลย จึงบอกเลิก ต่อกัน

นพนันท์เจอคนใกล้ชิดหักหลัง ห้าง Imagine เริ่มตกต่ำลง ตรงกันข้ามกับห้าง My World ที่ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมาแซงหน้า นพนันท์ลาพักร้อน ตระเวนวาดรูป ส้ม ลาพักร้อนกลับไปเยี่ยมบ้านที่สวนส้ม กลับพบนพนันท์อยู่ที่นั่น จึงเข้าใจว่า นพนันท์ต้องมีแผนการณ์อะไรอยู่ ส้มเห็นภาพเขียนที่นพนันท์ลืมทิ้งไว้ ซึ่งใต้ ภาพเขียนเป็นลายมือชื่อของนพนันท์ ส้มจึงนึกได้ว่า คนที่ส่งกุหลาบขาวมาให้ คือนพนันท์นั่นเอง ส้มแอบสะกดรอยนพนันท์ เพื่อพิสูจน์ความจริง ทำให้พบ ว่านพนันท์เป็นคนที่อ่อนโยน รักศิลปะมาก

ในที่สุด นพนันท์ก็ไม่สามารถประคองให้ Imagine ดำเนินกิจการผ่านไปได้ ชาตรีใช้วิธีสกปรกเพื่อล้มห้าง Imagine ส้มผิดหวังในตัวชาตรีมาก เธอจึงตัด สินใจลาออก วันที่เธอเก็บของออกจากMy World เธอก็ได้รับกุหลาบขาวพร้อม การ์ดให้กำลังใจจากบุคคลนิรนามอีกครั้ง ฝ่ายชาตรีบริหารห้างได้ไม่นานก็ พยายามกำจัดบวร ที่เป็นหนอนบ่อนไส้ให้ Imagine ชาตรีทำปืนลั่นใส่บวร เสียชีวิต ชาตรีโดนจับเข้าคุก My World มีอันต้องถูกธนาคารยึดในเวลาต่อมา

นพ นันท์กลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต กุหลาบขาวกับข้อความใน กำลังใจถูกส่งมาถึงนพนันท์ตลอด ซึ่งนพนันท์เข้าใจว่าเป็นของวิไล เลขาฯคน สนิทส่งให้ นพนันท์ป่วยหนักเพราะฤทธิ์เหล้า ส้มจึงไปเยี่ยมนพนันท์ และโน้ม น้าวให้นพนันท์ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

นพนันท์ออกจากโรงพยาบาลด้วยกำลัง ใจที่ดีขึ้น และใช้เงินทุนที่ยังพอมีฟื้นฟู Imagine ขึ้นมาอีกครั้ง เวลาผ่านไป Imagine ผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ ด้วย ความรักและกำลังใจที่มีให้กับระหว่างส้มกับนพนันท์นั่นเอง

วังวารี

วังวารีวังวารี คฤหาสน์หลังงามที่แฝงไว้ด้วยความน่าสะพรึงกลัวบนเกาะแห่งทะเลอันดามัน โดยมีภาดล ชายหนุ่มรูปงามลึกลับเป็นเจ้าของรีสอร์ท การหายสาบสูญไปของหญิงสาวหลายคน รวมทั้งน้องสาวเพื่อนรัก ทำให้ริสา ต้องเข้ามาค้นหาความจริงใน วังวารี

ริสา กำพร้าพ่อแม่ เธอเลือกใช้ชีวิตอยู่คนเดียว โดยหวังว่าจะเป็นนักเขียนที่ทุกคนยอมรับ เธอได้กำลังใจจากเนตรศิริ เพื่อนรัก รวมถึงจงจิตต์ น้องสาวของเนตรศิริ ตลอดมา

จงจิตต์เป็นเด็กสาวชอบท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ เพียงลำพัง ล่าสุดเธอส่งจดหมายพรรณนาความงามของวังวารี และภาดล ผู้เป็นเจ้าของอย่างชื่นชม หลายเดือนต่อมา จงจิตต์ขาดการติดต่อไป เนตรศิริต้องการเดินทางไปตามหาน้องสาว แต่ประสบอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาลก่อน เนตรศิริขอร้องให้ริสาช่วย ริสาจึงเดินทางไปยังวังวารี โดยสวมรอยเป็นเนตรศิริ

ณ วังวารี ภาดลไม่ต้อนรับริสาเท่าไหร่นัก เมื่อรู้ว่าเธอมาตามหาจงจิตต์ รวมทั้งมยุรี ลูกพี่ลูกน้องของภาดล ก็ปฏิเสธเรื่องราวของจงจิตต์เช่นกันโดยย้ำว่าจงจิตต์เดินทางกลับกรุงเทพฯไป แล้ว ริสาจึงเลิกล้มความตั้งใจจะกลับกรุงเทพฯ แต่ที่สนามบิน เธอได้พบกับภุชงค์ เจ้าของเกาะมุก ภุชงค์มีน้องสาวชื่ออรทัย ซึ่งหายสาบสูญไปเช่นกัน และที่สำคัญ อรทัยคือคู่หมั้นของภาดลนั่นเอง

อรทัยหายไปเมื่อสองปีก่อน ภุชงค์ให้ตำรวจเข้าค้นวังวารีทุกซอกทุกมุมแต่ก็ไม่พบ ตั้งแต่นั้นมา ความเป็นเพื่อนของเขาและภาดลก็ขาดกัน รวมทั้งความสัมพันธ์ของเขากับมยุรีก็สิ้นสุดลง ภุชงค์มั่นใจว่าภาดลฆ่าน้องสาวของเขาและหญิงสาวอีกหลายคน แม้ริสาจะไม่ปักใจเชื่อ แต่เธอก็หวาดระแวงว่าภาดลน่าจะมีส่วนเกี่ยวพันกับการหายไปของจงจิตต์

ภุชงค์และริสากลับไปวังวารีอีกครั้ง ริสาค้นพบเรื่องราวมากมายที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น กุลยาน้องสาวอมโรคของภาดล โฉมฉาย พี่เลี้ยงร่างยักษ์ของกุลยา ในวังวารีไม่มีใครเข้าใกล้ริสา ยกเว้นฉัตรชัย พี่ชายมยุรีที่คอยเฝ้าตามริสาตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ ริสาเริ่มรู้ถึงความแตกแยกในวังวารี ว่าฉัตรชัยต้องการขายวังวารีให้นายหัวโชติ แต่ภาดลและมยุรีไม่ยอม

เวลาผ่านไป ริสาเริ่มค้นพบว่าภาดลนั้น แม้ภายนอกจะเงียบขรึม แต่ความจริงเขาเป็นคนอ่อนโยน เอาใจใส่ต่อกุลยา น้องสาวคนเดียวของเขา ริสาเริ่มมีใจให้ภาดลโดยไม่รู้ตัว

ดาลัด ลูกสาวของนายหัวโชติ เข้ามาพัวพันกับภาดล กุลยาออกอาการหวงพี่ชายจนดาลัดไม่พอใจ โฉมฉายออกโรงปกป้องกุลยา สร้างความแค้นใจให้แก่ดาลัดเป็นอย่างมาก ฉัตรชัยวางแผนลวงริสาไปทำมิดีมิร้ายบนเกาะสวรรค์ โชคดีที่ภาดลเป็นคนพาริสาไปแทน ทำให้ทั้งคู่ติดพายุอยู่บนเกาะ ที่นี่ทั้งสองคนเปิดใจรับรู้ถึงความในใจที่ต่างฝ่ายต่างมีให้กัน

เมื่อกลับถึงวังวารี ทั้งสองต่างปกปิดความรู้สึกของตัวเองไม่ให้ใครรู้ ดาลัดวางแผนมอมยาภาดล จนภาดลต้องยอมตกลงแต่งงานกับดาลัด แต่ก่อนที่งานแต่งงานระหว่างภาดลและดาลัดจะมีขึ้น อาถรรพณ์แห่งวังวารีก็เกิดขึ้นอีกเมื่อดาลัดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ภาดลหนักใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ริสาออกจากวังวารีโดยเร็วที่สุด แต่ริสาปฏิเสธ

นายหัวโชติส่งคนมายิงภาดล เพราะคิดว่าเขาคือคนฆ่าดาลัด ภาดลบาดเจ็บสาหัส ริสาเชื่อว่ามีผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ลึกลับในวังวารี เธอจึงใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ทำทีเข้าไปใกล้ชิดกับภาดลมากขึ้น แผนการของริสาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ฆาตกรตัวจริงจะเผยโฉมหน้าออกมา หรือว่าริสาจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป

ผู้กำกับ : คนโพอิน
ผลิตโดย : โพลีพลัส
เขียนบท : ลลิตา ฉันทศาสตร์โกศล
บทประพันธ์ : โสภี พรรณราย

นักแสดง
เจษฎาภรณ์ ผลดี
นัท มีเรีย
นาเดีย นิมิตรวานิช
ปวริศร์ มงคลพิสิฐ
สมาพร เขียวบวร
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

เลือดหงส์

เลือดหงส์

เลือดหงส์

เรื่องราวของสาวสวยตระกูลผู้ดีที่วัยเด็กนั้น เธอถูกสลับสับเปลี่ยนให้ไปเป็นลูกของแม่ที่มีฐานะยากจน ในทางกลับกันหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ที่แม่ของเธอมุ่งมั่นให้ไปเติบโตในตระกูลผู้ดี ต่อมาวันเวลาก็พิสูจน์ให้เห็นว่า น้ำฝน แม้ว่าจะเจอกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ก็ไม่ลบกลืนสายเลือดแห่งความเป็นหงส์ของเธอได้ ผิดกับ อพัชชา ที่จิตใจเธอมีแต่ความอิจฉาริษยา แม้ว่าจะได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีเพีงไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนจิตใจเธอได้

บทโทรทัศน์ กษิตินทร์ แสงวงศ์ / ดวงทิพย์ ยุวชิต / เวฬุรีย์ เมธาวีวินิจ
กำกับการแสดง กิตติ บุญสกุลศักดิ์
อำนวยการผลิต ถกลเกียรติ วีรวรรณ
ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 20.20 น.
ออกอากาศ : ละครช่อง5, ละครปี 2544

 

นักแสดงนำ :
สันติภาพ สุวรรณพิมพ์, น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, ราศี วัชราพลเมฆ, ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ 

ที่บ้านพักตากอากาศกาญจนบุรี นารี (อรัญญา นามวงศ์) สะใภ้หม้ายของตระกูล ไกรศุภวรรณ เจ้าของกิจการโรงแรมและรีสอร์ท ในอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เกิดปวดท้องคลอดขึ้นมากะทันหัน หมอตำแยจากหมู่บ้านใกล้ ๆ มาทำคลอดให้ นารีคลอดลูกสาวแล้วหมดสติไป แก้ว (ณัฐินี สิทธิสมาน) สาวใช้ต้นห้องผูกขวัญเด็กด้วยสร้อยข้อเท้าที่ย่าอนงค์(วิไลวรรณ วัฒนพานิช) ย่าของเด็กฝากมาด้วย แต่เด็กก็ยังร้องให้ไม่หยุด

หมอตำแยเพิ่งทำคลอดหญิงสาวในหมู่บ้านเมื่อตอนกลางวัน จึงให้แก้วไปจ้างหญิงผู้นั้นมาให้นมเด็กชั่วคราว สาวชาวบ้านคนนั้นคือ สร้อย (จารุณี สุขสวัสดิ์)  เธอไม่รู้ว่าจะเลี้ยงลูกให้รอดชีวิตได้หรือไม่ แต่สร้อยก็ยอมไปช่วยนารีเพราะเห็นแก่เด็ก

ระหว่างที่สร้อยให้นมลูกสาวนารีเพียงลำพัง ความคิดหนึ่งก็ผ่านมาในหัวของสร้อย เธอตัดสินใจเปลี่ยนลูกของเธอกับลูกของนารี ยี่สิบสองปีผ่านไป ลูกสาวของสร้อยเติบโตขึ้นท่ามกลางความเพียบพร้อมในทุก ๆอย่าง นารีตั้งชื่อให้เธอว่า อพัชชา (ออแกน ราศี วัชราพลเมฆ) เพราะการเลี้ยงดูอย่างเต็มใจ ทำให้อพัชชาเป็นคนเอาแต่ใจตนเองใครขัดขืนใจไม่ได้ ซึ่งทั้งครอบครัวก็รู้นิสัยของเธอดี

ในครอบครัวของนารียังมี ย่าอนงค์ แม่สามีของนารี ที่แม้จะเกษียณตัวเองจากธุรกิจทั้งหลายแล้ว แต่ทุกคนก็ยังให้ความเคารพนับถืออยู่ ส่วนรสิน (ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) และบารมี (กอล์ฟ กริช หิรัญพฤกษ์) ลูกชายของนารี เมื่อโตขึ้นมาก็มีนิสัยต่างกันมาก บารมีคนน้องมีนิสัยขี้โอ่ เจ้าชู้ ชอบเล่นการพนัน ส่วนรสินคนโตนั้น เป็นคนสุภาพและอบอุ่น รสินชอบงานศิลปะมากกว่างานบริหารโรงแรม แต่ในฐานะกรรมการผู้จัดการโรงแรมของครอบครัว เขาก็ไม่เคยทำให้งานเสียหาย เพราะเขามีกฤติกานต์ (ติว สันติภาพ สุวรรณพิมพ์) ลูกชายคนเดียวของคุณหญิงกาญจนา (ปิยะมาศ โมนยะกุล) ผู้มีชื่อเสียงในวงสังคมชั้นสูงเป็นเพื่อนสนิท

กฤติกานต์ทำหน้าที่ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม คอยดูแลทุกอย่างให้ และดูเหมือนจะได้เป็นเขยของตระกูลไกรศุภวรรณ ถ้ากฤติกานต์ยอมรับนิสัยเสียๆ ของอพัชชาได้ ส่วนอพัชชานั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบกฤติกานต์ ทางด้านน้ำฝน (บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) ลูกสาวที่แท้จริงของนารีที่สร้อยนำไปเลี้ยงนั้นกลับมีชีวิตที่ยากลำบาก แม้เธอจะเรียนจบปริญญาตรีการโรงแรมจากวิทยาลัยในจังหวัด แต่ระหว่างรองานเธอก็ช่วยสร้อยขายข้าวแกงอยู่ในตลาด

วันหนึ่งแก้วซึ่งบัดนี้ทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัวของนารี เดินทางมาที่กาญจนบุรี เพื่อดูแลเรื่องการขายบ้านพักตากอากาศ แก้วได้พบกับสร้อย ทั้งสองดีใจมาก โดยเฉพาะสร้อยที่ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้พบลูก ในขณะนั้นเองเกิดไฟไหม้ในละแวกที่พักของสร้อย เพลิงได้เผาพลาญทุกอย่างจนหมดสิ้น ทั้งสร้อยและน้ำฝนไม่มีที่จะไป แก้วสงสารสร้อยมาก เธอให้สร้อยพาลูกสาวไปอยู่กับนารี สร้อยลังเล แต่เมื่อได้ยินแก้วพูดว่า อพัชชาจะแต่งงานและออกเรือนไปเร็ว ๆ นี้

สร้อยตัดสินใจตามแก้วไป เพราะหวังจะได้เห็นคู่ชีวิตของอพัชชาลูกสาวแท้ ๆ ของตน แก้วพาสร้อยและน้ำฝนมาที่บ้านของนารี และขอให้นารีจ้างสร้อยแทนแม่ครัวคนเก่าที่ทนฤทธิ์อพัชชาไม่ไหว ทันที่ที่นารีได้เห็นหน้าน้ำฝนเธอก็รู้สึกประทับใจอย่างประหลาด เธอยินดีรับน้ำฝนไว้และสร้อยกับน้ำฝนไปอยู่ที่เรือนคนใช้ การมาถึงของสร้อยและน้ำฝนสร้างความรู้สึกต่างกันไป สำหรับสมาชิกในครอบครัวของนารี

อพัชชาไม่ชอบน้ำฝน เธอมองว่าฝนชอบประจบแม่เธอมากเกินไป และอพัชชายังรำคาญสร้อยที่ชอบมาคุยกับเธอและ แอบมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ฝ่ายลูกชายทั้งสองของนารี ต่างก็มีความรู้สึกของน้ำฝนแตกต่างกัน รสินถูกชะตาน้ำฝนมาก เขารู้สึกว่าน้ำฝนจะต้องเป็นเพื่อนที่ดีของเขาได้ แต่บารมีกลับพึงใจในตัวน้ำฝนถึงขนาดต้องการให้น้ำฝนมาเป็นของเขา

ส่วนน้ำฝนเองก็ประทับใจในความสุภาพและอบอุ่นของรสิน แต่ตลอดเวลาเธอก็จะถูกสร้อยห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายในครอบครัวนี้ น้ำฝนเข้าใจว่าสร้อยคิดถึงความแตกต่างกันในฐานะตนกับคนในตระกูลใหญ่แต่สร้อยรู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ด้วยความเป็นคนที่มีจิตใจงาม จึงทำให้ทุกคนจะพึงใจในตัวน้ำฝนมากขึ้นจนอพัชชาเก็บความอิจฉาริษยาไว้ไม่ได้

เธอเริ่มหาวิธีกลั่นแกล้งน้ำฝน จนถึงขนาดแกล้งผลักตกน้ำ เคราะห์ดีที่กฤติกานต์เข้ามาช่วยไว้ทัน หลังจากเกิดเหตุการณ์ สร้อยเข้าข้างอพัชชาลูกสาวแท้ๆ ของเธอ ดุด่าน้ำฝน ส่วนนารียุติปัญหานี้ ด้วยการให้น้ำฝนไปทำงานที่โรงแรม ไม่ต้องอยู่ที่บ้าน แต่นั่นกลับทำให้กฤติกานต์เห็นความดีในตัวน้ำฝนที่รักแม่มาก และไม่ยอมตอบโต้อพัชชาเพราะเห็นแก่แม่

กฤติกานต์เริ่มรู้สึกดีๆกับน้ำฝน ด้านน้ำฝนเอง เมื่อได้ใกล้ชิดกฤติกานต์มากขึ้น เธอก็เริ่มหวั่นไหวในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา แต่เพราะไม่ต้องการมีปัญหากับอพัชชา เธอจึงได้แต่เก็บความรู้สึกนี้ไว้ข้างใน ด้านบารมีหลังจากเพียรจีบน้ำฝนอยู่นาน แต่น้ำฝนไม่ยอมเล่นด้วย บารมีตัดสินใจแอบใส่ยานอนหลับให้น้ำฝนกิน และตั้งใจพาไปข่มขืนที่โรงแรม แต่รสินก็เข้ามาช่วยน้ำฝนไว้ทันพี่น้องต่อสู้กัน บารมีชกรสินล้มลงและหมดสติไป ทั้งบ้านตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

รสินถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ผลการตรวจพบว่า รสินมีเนื้องอกในสมองที่ร้ายแรง กฤติกานต์ขอร้องหมอไม่ให้บอกใคร แม้แต่ตัวรสินเองส่วนตัวเขาตัดสินใจว่าจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เพื่อนของเขามีความสุข ก่อนจะถึงวาระสุดท้าย ส่วนบารมีหลังจากเกิดเรื่อง เขาก็ไม่สามารถเข้าหน้าน้ำฝนได้อีก เขาหันมาเที่ยวเตร่และติดการพนันอย่างหนัก กฤติกานต์พยายามผลักดันให้น้ำฝนรับหน้าที่ดูแลรสิน แม้ว่าน้ำฝนยินดีทำอยู่แล้ว แต่ความเจ้ากี้เจ้าการของกฤติกานต์ก็ทำให้น้ำฝนคิดไปว่า กฤติกานต์ไม่ได้คิดอะไรกับเธอ

อย่างไรก็ตาม การที่ทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันช่วยดูแลรสิน ทำให้อพัชชาไม่พอใจ และคิดไปว่าน้ำฝนพยายามแย่งกฤติกานต์ของเธอ อพัชชาจึงคิดหาทางกลั่นแกล้งน้ำฝนอีก วันหนึ่งเมื่อเธอเห็นน้ำฝนเอาเครื่องเพชรของคุณย่างอนงค์มาทำความสะอาด อพัชชาขโมยเครื่องเพชรนั้นออกมาและให้บารมีเอาไปขายใช้หนี้ส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือเอาไปซ่อนในห้องน้ำฝน

เมื่อย่าอนงค์พบว่าเครื่องเพชรหายจึงแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่พบเครื่องเพชรส่วนหนึ่งอยู่ที่น้ำฝนน้ำฝนจึงถูกตำรวจจับ สร้อยรู้ดีว่าเป็นฝีมือของอพัชชาจึงไปขอร้องให้ช่วย แต่อพัชชากลับให้สร้อยปรักปรำน้ำฝนเพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อเธอ สร้อยจึงทำเป็นดุด่าว่าน้ำฝน แต่สุดท้ายรสินก็ยื่นมือเข้ามาช่วยประกันตัวน้ำฝนออกมาจนได้ ทำให้สร้อยรู้สึกโล่งใจที่เธอไม่ทำร้ายน้ำฝนมากไปกว่านี้

ทางด้านอพัชชาพอรู้ว่าน้ำฝนหลุดคดีมาได้ ก็โกรธมาก เธอด่าว่าสร้อยอย่างรุนแรงพร้อมกับถีบสร้อยจนหกล้ม สร้อยเพิ่งแน่ใจเดี๋ยวนี้เองว่าลูกสาวแท้ ๆ ของเธอเป็นคนอย่างไร อพัชชาขู่สร้อยไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร แต่เธอไม่รู้ว่า แก้วแอบได้ยินเรื่องทั้งหมด แก้วตั้งใจจะมาถามน้ำฝนเรื่องสร้อยที่ตั้งใจเข้าข้างอพัชชา ทำร้ายลูกตัวเองแต่น้ำฝนไม่อยู่ที่ห้อง ด้วยความบังเอิญ แก้วเห็นห่อสร้อยข้อเท้าเด็กตกอยู่ จึงเปิดออกดู แล้วแก้วก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นสร้อยข้อเท้าที่เธอเป็นคนใส่ให้ลูกสาวของนารีเมื่อยี่สิบสองปีก่อน แก้วพอจะสรุปอะไรได้บ้างแล้ว

ในงานดนตรีการกุศล ขณะที่อพัชชากำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยการประกาศหมั้นของเธอและกฤติกานต์จากคุณหญิงกาญจนา แก้วก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสร้อย แก้วเอาสร้อยข้อเท้าออกมา แล้วถามความจริงต่อหน้าอพัชชา สร้อยสารภาพว่าอพัชชาเป็นลูกแท้ ๆ ของเธอ อพัชชาไม่ยอมเชื่อและไม่พอใจมาก

ขณะที่แก้วคิดจะนำเรื่องนี้ไปบอกนารีและคุณหญิงกาญจนาให้รู้เรื่อง อพัชชายอมไม่ได้ที่จะถูกยกเลิกงานหมั้น เธอจึงกำจัดแก้วไปให้พ้นทาง โดยออกอุบายว่ามีคนร้ายเข้ามาในห้องและบุกเข้ามาขโมยของในงานแล้วฆ่าแก้วปิดปาก ทั้งงานเกิดโกลาหล ในที่สุดคุณหญิงก็ไม่ได้ประกาศงานหมั้นของกฤติกานต์กับอพัชชา ตำรวจสับสนไม่รู้ว่าใครเป็นฆาตกร พบแต่หลักฐานสร้อยข้อเท้าเด็ก ซึ่งมีเพียงย่าอนงค์คนเดียวเท่านั้นที่จำได้

รุ่งขึ้นย่าอนงค์พยายามซักไซ้อพัชชา จน อพัชชาพลั้งมือผลักย่าตกบันได ย่าอนงค์ได้รับความกระทบกระเทือนที่สมองจนถึงขั้นพิการ และไม่สามารถพูดได้ ส่วนอพัชชาก็เริ่มผิดปกติมากขึ้น เธอเกิดอาการหวาดระแวงทุก ๆ คน อพัชชาระแวงย่าและสร้อยที่กุมความลับทั้งหมดไว้ แต่ก็ยังคิดหาทางกำจัดไม่ได้ เธอจึงแกล้งทำดีกับทุกคนโดยเฉพาะสร้อย

นารีพยายามยุติปัญหาในบ้านด้วยการให้รสินแต่งงานกับน้ำฝน ก่อนที่รสินจะให้คำตอบใด ๆ อาการป่วยของเขาก็กำเริบขึ้นมา ในที่สุดทุกคนก็รู้ความจริงว่ารสินป่วยเป็นโรคอะไร และมีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ ดังนั้นการแต่งงานของเขากับน้ำฝนจึงจำเป็นต้องยกเลิกไป แต่อพัชชาไม่ยอมยกเลิกแค่นั้น เธอยุให้นารีจับน้ำฝนแต่งงานกับบารมีแทน เพื่อให้บารมีกลับใจเป็นคนดี โดยขอร้องกฤติกานต์ให้เป็นคนเกลี่ยกล่อมน้ำฝน

น้ำฝนโกรธมากที่ทุกคนเห็นเธอที่เป็นสิ่งของ เธอจึงตัดสินใจหนีไปอยู่ต่างจังหวัด แต่กฤติกานต์ก็ตามเธอพบจนได้ กฤติกานต์พยายามเกลี้ยกล่อมน้ำฝนอีกครั้ง จนมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ในที่สุดกฤติกานต์ก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหว เขาเข้าปลุกปล้ำน้ำฝน รุ่งขึ้นกฤติกานต์พาน้ำฝนกลับมาถึงบ้าน น้ำฝนประชดกฤติกานต์ด้วยการยอมแต่งงานกับบารมี

สร้อยไม่รู้จะทำอย่างไร จึงแอบไประบายเรื่องของน้ำฝนและอพัชชาให้ย่าอนงค์ฟัง จนต้องส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าย่าอนงค์สามารถพูดได้บ้าง อพัชชารู้ข่าวก็ตกใจ เธอแอบออกจากบ้านเพื่อจะไปจัดการกับย่าอนงค์ สร้อยเองเมื่อรู้เรื่องก็กลัวความลับของตัวและลูกจะเปิดเผย สร้อยจึงไปโรงพยาบาลเหมือนกัน

รายชื่อนักแสดง เลือดหงส์
1. สันติภาพ สุวรรณพิมพ์ รับบท กฤติกานต์
2. น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ รับบท น้ำฝน
3. ราศี วัชราพลเมฆ รับบท อพัชชา
4. ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ รับบท รสิน
5. กริช หิรัญพฤกษ์ รับบท บารมี
6. จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท สร้อย
7. อรัญญา นามวงศ์ รับบท นารี
8. วิไลวรรณ วัฒนพานิช รับบท ย่าอนงค์
9. ปิยะมาศ โมนยะกุล รับบท กาญจนา
10. ฉันทนา กิตติยพันธ์ รับบท สวาท
11. ณัฐิณี สิทธิสมาน รับบท แก้ว
12. สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ รับบท มิ้นท์
13. ไอริน ศรีแกล้ว รับบท จอย
14. ยอดชัย ภัยขยาด รับบท โจ
15. ไกลลาศ เกรียงไกร รับบท เขียว

ลูกหลง

ลูกหลง เป็นเรื่องราวของหญิงสาวชื่อบุญหลงที่เติบโตมาจาก ซ่องโสเภณี พอแม่เสียชีวิตก็มีโอกาสพบกับพ่อที่แท้จริงของตน ซึ่งมีฐานะร่ำรวยแต่เธอกลับปรับตัวเข้ากับครอบครัวของพ่อที่แท้จริงไม่ได้ แถมยังต้องเจอกับคนแปลกหน้าที่ไม่เป็นมิตร ลูกหลงจะทำอย่างไรกับเรื่องราวที่เธอต้องประสบ