Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

ดั่งสวรรค์สาป

ดาหวัน ลูกสาว ทวี นักธุรกิจที่ร่ำรวย เลี้ยงลูกตามใจทุกอย่าง มีนิสัยดื้อรั้น โดยเฉพาะเรื่องผู้ชายมักหว่านเสน่ห์ไปทั่ว ทวีก่อนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุได้ ทำพินัยกรรมให้ดาหวันหมั้นและแต่งงานกับ กานต์ บุตรของ ประจวบ เป็นเพื่อนรัก กับทวี กานต์มี ครองขวัญ เป็นคนรักอยู่แล้ว แต่ก็ต้องรับหมั้นตามใจบิดา การหมั้น ผ่านไป 2 ปี ดาหวันก็ยังคบผู้ชายอื่นโดยไม่สนใจกานต์ ดาหวันเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ฟื้นขึ้นมาจำความไม่ได้ ป้าพรรณี พร้อมลูกสาว รุจิกา และ อา วีรอร พร้อมลูกสาว เพียงนภา ยินดีที่ดาหวันความจำเสื่อม เพียงนภาเกลียดชังดาหวันมากที่ อติเทพ คู่รักเธอเปลี่ยนไปชอบดาหวัน เห็นว่ารวยกว่า เพียงนภาพยายามขอคืนดีกับอติเทพ อติเทพไม่ใยดียืนยันว่ารักดาหวัน อรอุมา น้องสาวอติเทพสนับสนุนให้พี่ชายชอบดาหวัน เพื่อความสุขสบายของเธอ คมกริช บุตรชายของ สิทธิ เป็นเพื่อนกับทวี ก็แอบชอบดาหวัน
ดาหวันจำความไม่ได้ นมมาลัย เลี้ยงดาหวันมาตั้งแต่มารดาเธอเสียชีวิตคอยเล่า ความเป็นมาและบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ฟัง ป้าพรรณีเห็นดาหวันจำไม่ได้คิดให้ ธวัส ลูกชาย คนโตที่ดูแลกิจการฮุบกิจการ แต่ธวัสไม่เห็นด้วย ด้วยความดีของลุงทวี ที่ให้ที่อยู่อาศัย พร้อมที่ทำงาน ธวัสถูกมารดาบังคับไปทุกเรื่อง รวมทั้งยุให้จีบเจนจิรา ครองขวัญมาหา ดาหวันขอให้เธอถอนหมั้นกับกานต์ ประจวบบิดาของกานต์ตัดปัญหาด้วยกำหนดวัน แต่งงานให้ทั้งคู่ อรอุมาคิดจับธวัสคอยหาโอกาสใกล้ชิดให้ท่าผู้ชายจนเกินงาม ธวัสเอง ก็รู้ว่าอรอุมาชอบตน
ข่าวการแต่งงานของดาหวันรู้ถึงป้าพรรณี เธอยุให้รุจิกาชอบนที หวังเป็นที่พึ่ง ถ้าถูกไล่ออกจากบ้าน ในขบวนญาติของดาหวัน เพียงนภาแสดงเป็นศัตรูกับดาหวัน อย่างเปิดเผยที่สุด กานต์กับอติเทพเจอกันก็ปะทะคารมกันทุกครั้ง ส่วน เพียงนภากับรุจิกาทั้งคู่สนิทสนมเหมือนพี่น้องแท้ๆ ก็มาแตกคอกัน เมื่อรุจิกาคอยช่วย เหลือครองขวัญให้กับมาคืนดีกับกานต์
อติเทพพยายามจะ รื้อฟื้นความจำให้ได้พาดาหวันไปที่ผับ กานต์จึงต่อว่าดาหวัน ดาหวันขอถอนหมั้น กานต์มาบอกให้บิดายกเลิกการแต่งงาน แต่บิดาไม่ยอม ยืนยันว่า ดาหวันเป็นคนดี และให้กานต์เลิกยุ่งกับครองขวัญ ดาหวันออกจากโรงพยาบาลพักฟื้น ที่บ้าน ได้ไปทำงานกับธวัสและรู้ว่าธวัสเองก็ชอบเจนจิรา อติเทพกับครองขวัญนัดเจอกันเพื่อวางแผน โดยมีรุจิการ่วมมือด้วย เพียงนภา รู้แผนการณ์ทั้งหมด รุจิกาใส่ยานอนหลับให้ดาหวันกินทุกอย่างเป็นไปตามแผนดาหวันหลับ อติเทพเข้ามาที่ห้องนอน ครองขวัญโทรบอกกานต์ กานต์เห็นทั้งคู่อยู่ในห้องนอนโกรธมากถึง กับเป็นฝ่ายถอนหมั้น นมมาลัยเข้ามาเห็นพบว่าร่างที่เปลือยบนเตียงไม่ใช้ดาหวัน แต่เป็น เพียงนภา รุจิกา ครองขวัญและอติเทพ พูดอะไรไม่ออก เพียงนภาเล่าให้กานต์ฟังทั้งหมด ว่าเป็นแผนของอติเทพ
ดาหวันไปถ่ายรูปแต่งงานกับกานต์ ถูกคุณครองขวัญพูดจากระทบตลอด จึงไปหา มารตีกับธนายง มารตียังสนับสนุนให้เธอแต่งงานกับกานต์เหมือนเดิม ป้าพรรณีให้ธวัสโกง เงินบริษัท ถ้าไม่ทำจะตัดแม่ลูก ธวัสกลุ้มใจมากไปดื่มเหล้า เจนจิราเจอจึงรู้เรื่องทั้งหมดรับ ปากว่าจะคุยกับดาหวันให้ อติเทพกับครองขวัญวางแผนกันอีกครั้ง แต่ทำไม่สำเร็จ ก่อนวันแต่งงาน ครองขวัญ กินเหล้าเมามาหากานต์ที่บ้าน กานต์ขับรถไปส่งระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ ครองขวัญบาดเจ็บ ต้องนอนโรงพยาบาล ส่วนกานต์ไม่เป็นไร เช้าวันแต่งงานดาหวันใส่บาตรคนเดียว กานต์มา ไม่ทัน หล่อนน้อยใจมาก ครองขวัญเกิดอุบัติเหตุนอนอยู่โรงพยาบาล นทีพี่ชายมาเฝ้าแล้วห้ามกานต์ไม่ให้มา เยี่ยมอยากให้ครองขวัญลืม ดาหวันมาแต่งตัวที่โรงแรม รุจิการู้เรื่องกานต์อยู่กับครองขวัญ เมื่อคืนแล้วเกิดอุบัติเหตุ มาเล่าให้ดาหวันฟังพร้อมกับนัดอติเทพให้โทรมาหา ออกอุบายจะฆ่า ตัวตาย ดาหวันหลงกลออกไปหาที่บ้าน นมมาลัยห้ามไว้ก็ถูกรุจิกากีดกันไม่ให้ตาม กานต์มาถึง โรงแรมรู้ว่าดาหวันออกไปหาอติเทพที่บ้านโกรธมาก ส่วนธวัสโทรไปหาเจนจิราฝากแวะรับดาหวัน กับโรงแรมด้วย เพราะบ้านอยู่ละแวกเดียวกับบ้านอติเทพ
ดาหวันมาถึงบ้านอติเทพจึงรู้ว่า ถูกหลอก อติเทพพาดาหวันขับรถออกจากบ้าน คมกริชกับเจนจิราตามมาทันพาดาหวันมาโรงแรมงานแต่งก็ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย เมื่อคู่บ่าวสาวมาถึงบ้านก็ทะเลาะกัน กานต์กล่าวหาว่าดาหวันมีใจไปคบชู้ก่อนแต่งงานและคืนนั้น กานต์ก็รู้ว่าดาหวันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด เธอยังบริสุทธิ์ไม่ได้ผ่านชายใด เช้าวันรุ่งขึ้นเจนจิรามาหาดาหวันเล่าเรื่องป้าพรรณีให้ฟัง ดาหวันตัดสินใจเซ็นเช็คให้ป้าพรรณี กานต์กับดาหวัดไปเยี่ยมครองขวัญ แต่ครองขวัญพูดไม่รู้เรื่อง กานต์บอกกับดาหวันจะไม่ติดต่อ กับครองขวัญ และให้ดาหวันเลิกติดต่อกับอติเทพด้วย
อติเทพยังไม่ยอมแพ้มาหาครองขวัญ และบอกให้เธอคอยฟังข่าวดี รุจิกา มาเยี่ยมครองขวัญเจออติเทพทั้งคู่เถียงกัน ป้าพรรณี อาวีรอร เพียงนภา นทีรู้เรื่องที่ รุจิกาถูกอติเทพข่มขืน รุจิกาหายไปไม่กลับบ้าน ดาหวันมาปลอบป้าพรรณีที่บ้าน ระหว่างทาง ที่ดาหวันขับรถกลับบ้านมีชายวิ่งตัดหน้ารถ ดาหวันลงมาดู จึงรู้ว่าเป็นอติเทพและเธอถูกทำ ร้ายจนสลบ กานต์ขับรถมาตามเห็นรถดาหวันแต่คนขับเป็นอติเทพจึงขับตาม กานต์ตัดสินใจขับ รถชนรถอติเทพและพา ดาหวันไปโรงพยาบาล หมอบอกเธอปลอดภัยและความทรงจำของเธอ ก็กลับคืนมา เรียกหาแต่อติเทพทำให้กานต์น้อยใจที่เธอจำกานต์ไม่ได้ กานต์พยายามจะรื้อฟื้นความจำ แต่ดาหวันก็จำไม่ได้ อติเทพมาเยี่ยมรู้ว่าเธอจำอดีตได้ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า รุจิกาได้เข้ามายิงอติเทพ เพียงนภาเข้ารับกระสุนแทนเสียชีวิตทั้งคู่ วีรอรเสียใจมากได้ระบายถึงแผนที่ตัวเองเป็นผู้ทำให้ดาหวัน เกิดอุบัติเหตุ เพื่อได้ครองสมบัติ ดาหวันได้ยินทั้งหมด เธอกรีดร้องจนสลบไปอีกครั้ง ศพอติเทพ อรอุมาน้องสาวมารับไปจัดการ รุจิกาถูกตำรวจจับ แต่เธอมีอาการทางจิต จึงต้องส่งให้หมอดูแล ดาหวันช็อตกับเหตุการณ์เมื่อฟื้นเธอจำเหตุการณ์ต่างๆได้ ดาหวันและ กานต์เข้าใจกันดี ทั้งสองสัญญาว่าจะทะนุถนอมความรู้สึกนี้ตลอดไป

ดั่งดวงหฤทัย

รังสิมันต์ เจ้าหลวงแห่งกาสิก รู้ข่าว เจ้าหญิงมณิสรา พระคู่หมั้นจากแคว้นทานตะ หายตัวไปที่รอยต่อชายแดนสามแคว้น กาสิก พันธุรัฐ ทานตะ เชื่อว่าเจ้าหญิงหายเข้าไปใน พันธุรัฐ จึงตัดสินใจสืบข่าวนี้ด้วยพระองค์เอง เจ้าหญิงมณิสรา ตัดสินใจหลบหนีเอง เพราะไม่ต้องการแต่งงานกับ เจ้าหลวงกาสิก ผู้มีชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยม เจ้าหญิง ควบม้าหนีเข้ามาในชายแดน พันธุรัฐและติดตาข่ายล่าสัตว์ โชคดีได้รับความช่วยเหลือจาก เจ้าชายทยุติธร องค์รัชทายาทแคว้นพันธุรัฐ เจ้าชายพาเจ้าหญิงไปรักษาตัวที่ตำหนักป้อมปืน เจ้าหญิงทรรศิกา พระขนิษฐาของ เจ้าชายทยุติธร ทราบข่าวจึงไปทูลเชิญ เจ้าหญิงมณิสรา มาประทับฝ่ายใน แต่ระหว่างทาง เจ้าหญิงทรรศิกา ถูก เจ้าหลวงแห่งกาสิก จับไปเพื่อเป็นตัวประกัน ทั้งสองมีโอกาสใกล้ชิดและเรียนรู้กันและกัน สาธิน เสนาบดีมหาดไทยของกาสิกร้อนใจเมื่อติดต่อเจ้าหลวงไม่ได้ มีนา ลูกสาวของ สาธิน เติบโตมาพร้อมกับเจ้าหลวง เบนลี และ ราชิด เจ้าหลวงเอ็นดู มีนา เหมือนน้องสาว แต่ มีนา แอบหลงรักเจ้าหลวง มีนา ไปดักพบเจ้าหลวง จึงรู้ว่าเจ้าหลวงจับเจ้าหญิงมาเป็นเชลย

พระราชเวที แห่งพันธุรัฐ เสด็จกลับ จากแปรพระราชฐาน ทราบเรื่อง เจ้าหญิงทรรศิกา หายไป จึงสั่งให้ มณิสรา มาประทับที่ฝ่ายใน และสังเกตเห็น ทยุติธร และ มณิสรา มีกิริยาแปลกๆต่อกัน ดั่งดวงหฤทัย ด้าน รังสิมันต์ พา ทรรศิกา มายังตำหนักอิสินธร และให้เจ้าหญิงปฏิบัติ ภารกิจพร้อมพระองค์ เจ้าหลวงตัดสินใจให้ ราชิด บอก สาธิน ให้ส่งข้อเสนอไปยังพันธุรัฐ ให้รับผิดชอบในการเสื่อมเสียพระเกียรติของ เจ้าหญิงมณิสรา และกาสิก จะรับผิดชอบต่อ เจ้าหญิงทรรศิกา แต่สาธิน ไม่ยอมส่งสารนี้ และลอบวางยาฆ่า เสนาบดีมหาดไทย มีนา ตกใจที่พ่อคิดเป็นใหญ่ ตั้งใจจะบอกแผนการต่อเจ้าหลวง แต่เมื่อรู้ว่าเจ้าหลวงรัก ทรรศิกา มีนา เสียใจมาก จึงร่วมมือกับพ่อล้มราชบัลลังก์ เจ้าหญิงทรรศิกา แอบได้ยินข้อเสนอ ที่เจ้าหลวงส่งไปเลยน้อยใจ จึงจะให้ ราชิด พาหนี แต่โดนเจ้าหลวงจับได้ในที่สุดเจ้าหลวง สารภาพรัก เจ้าหญิงทรรศิกา ทั้งสองคนเข้าใจกัน เจ้าหลวงตกลงส่ง ทรรศิกา กลับพันธุรัฐ และมอบมงกุฎแห่งกาสิกให้ ระหว่างทาง สาธิน ส่งคนมาลอบปลงพระชนม์เจ้าหลวง ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ทรรศิกา พาเจ้าหลวงไปผ่าตัดที่ตำหนักป้อมปืน พระราชเวที สั่งให้ มณิสรา คอยดูแลเจ้าหลวงในฐานะพระคู่หมั้น ในที่สุด เจ้าหลวงรังสิมันต์ ตัดสินใจบุกเข้าไปหา พระราชเวที ทูลเรื่องความรู้สึกที่มีต่อ เจ้าหญิงทรรศิกา ขออภิเษกกับเจ้าหญิง ราชิด พา มีนา มาที่พันธุรัฐ รังสิมันต์ คิดว่า มีนา กลับตัวกลับใจ แต่ มีนา กลับจับตัว ทรรศิกา ไป รังสิมันต์ ยกพลไปกาสิก ทันที แต่กลับตกอยู่ในวงล้อมของ สาธิน รังสิมันต์ จะช่วย ทรรศิกา ซึ่งเป็น ดั่งดวงหฤทัย

ดั่งดวงหฤทัย 2539

ดั่งดวงหฤทัย  เป็นเรื่องราวของแคว้นกาสิก พันธุรัฐ และทานตะ เป็นสามแคว้นที่อยู่ติดกัน กาสิกอยู่ด้านเหนือสุด เป็นแคว้นที่ร่ำรวย และมีทรัพยากรมาก แต่ไม่มีทางออกทะเล พันธุรัฐอยู่กลาง ค่อนข้างอุดมสมบรูณ์ และทานตะอยู่ใต้สุด ซึ่งเป็นแคว้นที่ค่อนข้างอ่อนแอ แต่มีทางออกทะเล กาสิกต้องการทางออกทะเลเพื่อขนส่งสินค้า เพื่อการนี้ รังสิมันต์ เจ้าหลวงแห่งกาสิกจึงตัดสินใจอภิเษกกับเจ้าหญิงแห่งทานตะ

รังสิมันต์ กริ้วมากเมื่อทรงทราบข่าวจากกองทหารที่ส่งไปรับเสด็จ เจ้าหญิงมณิสรา พระคู่หมั้นจากแคว้นทานตะ ถวายรายงานว่าเจ้าหญิงหายไปที่รอยต่อชายแดน สามแคว้นคือ กาสิก พันธุรัฐ และ ทานตะ และน่าจะเป็นไปได้ว่าเจ้าหญิงหายเข้าไปในพันธุรัฐ แล้วเหตุใดพันธุรัฐถึงไม่ส่งตัวเจ้าหญิงกลับมา นั้นเท่ากับเป็นการหมิ่นพระเกียรติของเจ้าหลวง แห่งกาสิกอย่างยิ่ง เจ้าหลวงจึงตัดสินพระทัยไปสืบข่าวนี้ด้วยพระองค์เอง

แท้จริงแล้ว เจ้าหญิงมณิสราได้ตัดสินใจหลบหนีเองเพราะไม่ต้องการแต่งงานกับชายที่ไม่ได้ รัก โดยเฉพาะยิ่งเป็นเจ้าหลวงกาสิก ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือทางด้านความโหดเหี้ยม เจ้าหญิงควบม้าหนีเข้ามาในชายแดนพันธุรัฐ ด้วยความที่ไม่ชำนาญในการขี่ม้ามากนัก เจ้าหญิงจึงตกจากหลังม้าทำให้ขาแพลง และยังเดินไปติดกับดักตาข่ายล่าสัตว์ของนายพรานถูกแขวนอยู่บนต้นไม้ ขณะที่เจ้าหญิงกำลังสิ้นหวังและอ่อนแรงลงไปเรื่อย ๆ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากชายคนหนึ่งนั้นคือ เจ้าชายทยุติธร องค์รัชทายาทของแคว้นพันธุรัฐ เจ้าชายทยุติธรพาเจ้าหญิงมณิสราไปรักษาตัวที่ตำหนักป้อมปืน เจ้าหญิงจึงขอร้องเจ้าชายขอลี้ภัยอยู่ในพันธุรัฐ แต่ถ้าเจ้าชายยังยืนยันที่จะส่งตัวกลับ ก็จะขอให้ฆ่าตัวเองเสียดีกว่า ชายชาติทหารอย่างเจ้าชายทยุติธรจึงจำต้องอนุญาตให้เจ้าหญิงประทับอยู่ชั่วคราว

เมื่อเจ้าหญิงทรรศิกา พระขนิษฐาของเจ้าชายทยุติธร ทรงทราบข่าวลับ ๆ ว่าเจ้าชายช่วยเหลือเจ้าหญิงมณิสราไว้ โดยไม่ส่งตัวกลับในกาสิกก็ร้อนใจ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้เกิดสงครามตามมาได้ จึงตัดสินใจจะไปที่ตำหนักป้อมปืนเพื่อทูลเชิญ เจ้าหญิงมณิสราเสด็จมาประทับฝ่ายในเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียพระเกียรติ แต่ระหว่างทางขบวนเสด็จถูกกลุ่มชายชุดดำซุ่มโจมตี ม้าของเจ้าหญิงเตลิดเข้าไปในป่า พลัดหลงกับองครักษ์ เจ้าหญิงทรรศิกาหนีเข้ามาในป่าเจอกับชายชุดดำ จึงขอร้องให้ช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าเจ้าหญิงกลับถูกวางยาสลบลงในน้ำชา

เมื่อฟื้นขึ้น เจ้าหญิงทรรศิกาจึงรู้ว่าถูกเจ้าหลวงแห่งกาสิก ผู้สามารถสั่งตัดหัว ตัดมือนักโทษได้ในระหว่างเสวยโดยไม่สะทกสะท้าน จับตัวมา เจ้าหลวงพยายามสอบถามเกี่ยวกับเจ้าหญิงมณิสรา แต่เจ้าหญิงทรรศิกาก็ไม่ทรงยอมตอบคำถามใด ๆ ซ้ำยังเห็นใจเจ้าหญิงมณิสราที่ต้องโดนบังคับแต่งานกับผู้ชายโหดเหี้ยม ป่าเถื่อนเช่นนี้ เจ้าหลวงโกรธมาก จึงตัดสินใจจับเจ้าหญิงทรรศิกาไว้เป็นตัวประกัน

ในขบวนมีแต่ทหารซึ่งเป็นผู้ชายทั้งนั้น เมื่อจู่ๆ ก็มีเจ้าหญิงอยู่ในขบวน เจ้าหลวงจึงสั่งให้ เบนลี ราชองค์รักษ์คู่ใจไปจ้าง กระวาน สาวชาวป่ามาเป็นนางกำนัลชั่วคราวให้เจ้าหญิงระหว่างทาง เจ้าหญิงทรรศิกาหลอกให้กระวานใส่เสื้อของพระองค์ แล้วพระองค์ก็ใส่เสื้อของกระวาน แอบขโมยม้าหนีออกไปนอกค่าย แต่กลับถูกเจ้าหลวงจับได้ ขี่ม้าไล่ตามมา เจ้าหญิงหนีไปจนถึงน้ำตกตัดสินใจกระโดดน้ำตกหนี ขอตายเสียดีกว่าตกอยู่ในเงื้อมือของเจ้าหลวงรังสิมันต์ เจ้าหลวงพาตัวเจ้าหญิงขึ้นมาจากน้ำตกได้ แต่ก็ทำให้ต้องพลัดกับขบวน เจ้าหลวงโมโหมากที่เจ้าหญิงทรรศิกาทำท่ารังเกียจพระองค์ขนาดนี้ทั้ง ๆที่ตอนแรกได้ปฏิบัติอย่างดีกับเจ้าหญิง ต่อแต่นี้ไปเจ้าหญิงจะได้รู้จักความป่าเถื่อนของชาวกาสิกจริง ๆ เสียที

เจ้าหลวงรังสิมันต์พาเจ้าหญิงทรรศิกามาสมทบ กับขบวนที่รออยู่ เจ้าหลวงสั่งลงโทษ ตัดมือกระวานที่ปล่อยให้เจ้าหญิงหนีไป เจ้าหญิงเข้ามาช่วยบอกว่ากระวานเป็นคนของพระองค์ ถ้าจะลงโทษกระวานก็ต้องลงโทษพระองค์ด้วย เจ้าหลวงบอกว่าตอนนี้พระองค์ไม่มีสิทธิเพราะอยู่ในฐานะเชลย แต่ตามประเพณีของชาวกาสิก ชีวิตก็แลกด้วยชีวิต ถ้าอยากให้ยกโทษให้กระวานก็ต้องเอาชีวิตมาแลกกัน เจ้าหลวงให้เรียก ราชิด ทหารคู่ใจอีกคนหนึ่ง ยืนมือให้เจ้าหญิงตัดแทนกระวาน แล้วแกล้งโยนดาบวางให้เจ้าหญิงเลือกว่าจะตัดมือใคร เจ้าหญิงอึ้งในความโหดร้ายของเจ้าหลวง จึงตัดสินใจหยิบดาบ เชือดมือตัวเอง แต่เจ้าหลวงจับไว้ทัน

เจ้าหลวงพาเจ้าหญิงทรรศิกาเดินทางลึกเข้ามา ในกาสิกเรื่อย ๆ โดยใช้เส้นทางที่ธุระกันดาร แต่เจ้าหญิงก็ไม่ย่อท้อ หรือปริปากบ่นไม่ว่าเจ้าหลวงจะแกล้งด้วยวิธีใด ทั้งคู่เริ่มเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกัน ในขณะที่เจ้าหลวงเริ่มรู้จักทั้งความอ่อนหวานและเด็ดเดี่ยวของเจ้าหญิงทรรศิกา เจ้าหญิงทรรศิกาก็เรียนรู้ว่าเจ้าหลวงผู้เอาแต่ใจ ก็มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่เช่นกันและไม่โหดร้ายอย่างที่เห็น

สาธิน เสนาบดีมหาดไทยของกาสิก ร้อนใจมากเมื่อไม่สามารถติดต่อเจ้าหลวงได้ มีนา ลูกสาวของสาธิน จึงอาสาไปดักพบเจ้าหลวงที่ตำหนักวสุธรา มีนาเติบโตมาพร้อมกับเจ้าหลวง เบนลี และราชิด เจ้าหลวงเอ็นดูมีนามากเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ฝึกขี่ม้าและยิงธนูให้ มีนาก็สามารถทำได้ดีเท่ากับผู้ชายคนหนึ่ง มีนาแอบหลงรักเจ้าหลวงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเจ้าหลวงประกาศหมั้นกับเจ้าหญิงแห่งทานตะ เธอเจ็บปวดอย่างยิ่งแต่อย่างน้อยหัวใจของเจ้าหลวงก็ยังไม่มีผู้หญิงคน ไหนครอบครองเพราะการแต่งงานครั้งนี้ เจ้าหลวงทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมืองเท่านั้น

มีนาไปดักพบเจ้าหลวงที่ตำนักวสุธรา จึงรู้ว่าเจ้าหลวง จับเจ้าหญิงทรรศิกามาเป็นเชลย เจ้าหลวงสั่งให้มีนากลับไปบอกสาธินว่าจะประพาสต่อไปตำหนักอิสินธร เรื่องต่างๆ ในเมืองหลวงให้สาธิน เป็นผู้สำเร็จราชการแทน ส่วนเรื่องเจ้าหญิงมณิสราให้ทางทานตะหาตัวเจ้าหญิงให้พบ ก่อนจึงค่อยพูดเรื่องการอภิเษกอีกที

เมื่อกาสิกบีบให้ทางทานตะจัดการเรื่องนี้ เจ้าหลวงแห่งทานตะร้อนใจมากจึงส่งทูตเข้าไปยังพันธุรัฐ เจ้าชายทยุติธรให้เจ้าหญิงมณิสราตัดสินใจเองว่าจะกลับทานตะหรือไม่ เจ้าหญิงฝากจดหมายกลับไปว่าจะขออยู่ที่พันธุรัฐ และ จะไม่แต่งงานกับเจ้าหลวงรังสิมันต์เด็ดขาด ขอให้เจ้าหลวงทานตะคิดเสียว่าไม่มีลูกคนนี้ เจ้าหลวงทานตะถึงกับประชวรเมื่อได้รับจดหมายจากเจ้าหญิงมณิสรา เสนาบดีของพันธุรัฐต่างก็เตือนเจ้าชายทยุติธรว่าทำเช่นนี้อาจเกิดสงครามกับ กาสิกได้ ชาวพันธุรัฐก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวกาสิก แต่เสนาบดีทูลว่าหน่วยข่าวกรองรายงานว่าที่เจ้าหญิงทรรศิกาหายไปอาจถูกทางกา สิกจับตัวไป เจ้าชายทยุติธรยิ่งโกรธ เพราะทำเช่นนั้นเป็นการหมิ่นเกียรติของพันธุรัฐอย่างยิ่ง จึงสั่งให้คนเข้าไปหาทางช่วยเจ้าหญิงทรรศิกาออกมาให้ได้ก่อน

พระราชเทวีแห่งพันธุรัฐ เสด็จกลับจากแปรพระราชฐานก่อนกำหนด เจ้าชายทยุติธรพยายามปิดเรื่องที่เจ้าหญิงทรรศิกาหายไป แต่ไม่สามารถปิดเรื่องเจ้าหญิงมณิสราได้ พระราชเทวีจึงสั่งให้เจ้าหญิงมณิสรามาประทับที่ตำหนักฝ่ายใน แทนตำหนักป้อมปืน และสังเกตเห็นว่าเจ้าชายทยุติธรและเจ้าหญิงมณิสรามีกริยาแปลก ๆ ต่อกัน

เจ้าหลวงรังสิมันต์พาเจ้าหญิงทรรศิกามายัง ตำหนักอิสินธร และให้เจ้าหญิงปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ พร้อมพระองค์ เจ้าหญิงทรรศิกาเข้าใจว่าทั้งหมดที่เจ้าหลวงทำก็เพราะเห็นเธอเป็นเพียงแค่ ตัวแทนของพระคู่หมั้นเท่านั้น เจ้าหลวงรังสิมันต์ตัดสินใจให้ ราชิด ไปบอกสาธินให้ส่งข้อเสนอใหม่ไปยังพันธุรัฐ นั้นคือพันธุรัฐจะต้องรับผิดชอบในการเสื่อมเสียพระเกียรติของเจ้าหญิงมณิสรา และกาสิกจะรับผิดชอบต่อเจ้าหญิงทรรศิกา แต่สาธิน กลับไม่ยอมส่งสารนี้ และยังลอบวางยา ฆ่าเสนาบดีฝ่ายมหาดไทย โดยใช้มีนาเป็นเครื่องมือ มีนาตกใจมากที่พ่อคิดเป็นใหญ่ครอบครองบัลลังค์กาสิกเสียเอง จึงหนีไปหาเจ้าหลวงรังสิมันต์เพื่อบอกแผนการ แต่เมื่อมาถึงที่อิสินธร ก็พบว่าหัวใจของเจ้าหลวงรังสิมันต์มีเจ้าหญิงทรรศิกา มีนาเสียใจมาก จึงกลับไปเมืองหลวงร่วมมือกับพ่อ ล้มราชบัลลังก์

เจ้าหญิงทรรศิกาแอบได้ยินเรื่องข้อเสนอที่ เจ้าหลวงส่งไป และพร้อมจะทำสงครามถ้าพันธุรัฐไม่ตกลง เจ้าหญิงน้อยใจมากที่เจ้าหลวงรังสิมันต์จะแต่งงานกับตัวเองนั้นก็เพื่อรักษา เกียรติของตัวเอง ไม่ใช่เพราะความรัก เจ้าหญิงทรรศิกาจึงตัดสินใจให้กระวานแอบติดต่อ ราชิด พาหนี เพราะอย่างน้อย ราชิด ก็มีเลือดชาวพันธุรัฐครึ่งหนึ่ง ราชิดซึ่งไม่อยากให้เกิดสงครามอยู่แล้วจึงรับปากพาเจ้าหญิงทรรศิกาหนี แต่โดนเจ้าหลวงจับได้ เจ้าหลวงโกรธมากจนเกือบฆ่าราชิด แต่เจ้าหญิงทรรศิกาทูลขอไว้ ราชิดจึงได้ลดโทษเหลือแค่ขังคุก เจ้าหลวงรังสิมันต์ ทั้งโกรธทั้งน้อยใจที่เจ้าหญิงทรรศิกาทำเช่นนี้ เจ้าหญิงทรรศิกาเองคิดว่าตัวเองจะต้องโดนฆ่าแน่ๆ จากการหนีครั้งนี้ เตรียมตัวยอมรับคมดาบแต่โดยดี แต่ในที่สุดเจ้าหลวงก็หลุดปากสารภาพรักเจ้าหญิงทรรศิกาออกมา ทั้งสองคนเข้าใจกัน เจ้าหลวงตกลงใจจะส่งเจ้าหญิงทรรศิกากลับพันธุรัฐ และมอบมงกุฏแห่งกาสิกให้กับเจ้าหญิงทรรศิกา เพื่อให้เสด็จกลับพันธุรัฐได้อย่างสมพระเกียรติ แต่ระหว่างทางนั้นเอง สาธินก็ส่งคนปลอมเป็นทหารของพันธุรัฐเข้ามาลอบปลงพระชนม์

เจ้าหลวงรังสิมันต์ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เจ้าหญิงทรรศิกาตัดสินใจพาเจ้าหลวงเข้าไปผ่าตัดที่ตำหนักป้อมปืนของแคว้น พันธุรัฐ จึงทราบความจริงว่า เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ฝีมือของเจ้าชายทยุติธร แต่เป็นสาธิน คนของเจ้าหลวงเองที่หักหลัง เจ้าหลวง โกรธมาก ในขณะที่เจ้าหลวงรังสิมันต์พักรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักป้อมปืน พระราชเทวี มีรับสั่งให้เจ้าหญิงมณิสราไปคอยดูแลเจ้าหลวงรังสิมันต์ในฐานะที่เป็นพระคู่ หมั้น เจ้าหญิงทรรศิกาจึงหลบหน้าไม่ยอมไปเยี่ยมเจ้าหลวงอีก ในขณะที่ เจ้าชายทยุติธรก็มักจะหงุดหงิดเมื่อเห็นเจ้าหญิงมณิสราคอยดูแลเจ้าหลวง ในที่สุด เจ้าหลวงรังสิมันต์ก็ตัดสินใจบุกเข้าไปหาพระราชเทวี ทูลเรื่องความรู้สึกที่มีต่อเจ้าหญิงทรรศิกาและเรื่องราวทั้งหมด ขออภิเษกกับเจ้าหญิงทรรศิกา พระราชเทวีถามถึงเรื่องเจ้าหญิงมณิสรา เจ้าหลวงบอกว่าที่หมั้นกับเจ้าหญิงมณิสราก็เพราะเพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการ ขนส่งสินค้าไปยังทางออกทะเลของทานตะ แต่ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าตนไม่สามารถแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักได้ และเจ้าหญิงมณิสราก็ขอถอนหมั้นกับตัวเองแล้ว

เจ้าหลวงรังสิมันต์ขอให้เจ้าหญิงทรรศิการอ และจะกลับมาหาเมื่อกู้ราชบัลลังก์คืนได้ เจ้าหลวงรังสิมันต์พร้อมด้วยเบนลี ลอบกลับไปที่กาสิกอีกครั้งช่วยราชิดออกมา ร่วมมือกันปราบกบฎ สาธินถูกจับ มีนาขอร้องไม่ให้เจ้าหลวงฆ่าพ่อ เจ้าหลวงก็ยอมเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ แต่สาธินกลับคว้าดาบเข้าแทงเจ้าหลวง มีนาจึงกระโดดขวางเข้ารับดาบแทนสิ้นใจตาย สาธินเสียใจมากที่พลั้งมือฆ่าลูกสาวตัวเอง จึงฆ่าตัวตายตาม เจ้าหลวงรังสิมันต์เสด็จกลับไปรับเจ้าหญิงทรรศิกามานั่งบัลลังค์ด้วยกันตามสัญญา เจ้าชายทยุติธรได้ราชาภิเษกขึ้นเป็นเจ้าหลวง เสด็จเยี่ยมทานตะอย่างเป็นทางการ และกำลังจะประกาศหมั้นกับเจ้าหญิงมณิสรา ทั้งสามแคว้นจึงอยู่กันอย่างสงบสุขเรื่อยมานับแต่นั้น

นักแสดงละคร ดั่งดวงหฤทัย

ศรราม เทพพิทักษ์ แสดงเป็น รังสิมันต์
นัท มีเรีย แสดงเป็น ทรรศิกา
โอลิเวอร์ พูพาท แสดงเป็น ทยุติธร
เกวลิน คอตแลนด์ แสดงเป็น เจ้าหญิงมณิสรา
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น พระเทวีแห่งพันธุรัติ
กษาปณ์ จำปาดิบ แสดงเป็น ราชิต

ดอกแก้ว 2539

เด็กสาวชาวป่า เดินทางเข้ากรุงเพื่อมาตามหาคนที่ฆ่าพ่อเธอ โชคชะตาพาให้มาพบกับเขาด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์และความรัก ทำให้ถลำตัวถลำใจไปกับเขา แต่เขากลับทำให้เธอเจ็บเจียนตายเจ้าพระยาวงษานุวัติ หรือ วงศ์ วงษา บุรุษหนุ่มใหญ่อายุประมาณ 40 ปี มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองพิจิตรเป็นพ่อม่ายเมียตาย เหลือลูกชายไว้ต่างหน้าคนหนึ่งคือ วันชัย ซึ่งถูกส่งเรียนเมืองนอกตั้งแต่เล็ก เจ้าคุณนั้นด้วยความเป็นม่ายตั้งแต่ยังหนุ่ม จึงได้แม่ช้อย เด็กรับใช้ในบ้านเป็นเมีย แต่ไม่ได้ยกย่องเสมอคุณหญิงภรรยาที่ตายไป แม่ช้อยนั้นยังอายุน้อย เจ้าชู้ จริตจะก้านแพรวพราวมีความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง จึงได้เป็นชู้กับ หลวงมนูกิจธรรม ทนายความหนุ่มเจ้าเล่ห์ของเจ้าคุณวงษานั่นเอง วันหนึ่งเจ้าคุณได้ไปพักร้อนที่บ้านดงเมือง เพชรบูรณ์ พร้อมกับช้อยและหลวงมนูฯ แต่ฝากคนทั้ง 2 ให้พักอยู่กับกำนันบ้านป่าแดง ส่วนตนเองไปตั้งเต็นท์อยู่ริมห้วย

ในอาณาเขตไร่บริเวณบ้านกำนันกับคน รับใช้ 1 คน และพรานหนุ่มชื่อ วาด ซึ่งเป็นผู้นำทางเที่ยว พรานวาดนั้นไปหลงรักกิ่ง สาวสวยบ้านป่าแดงลูกสาวยายคอนขี้โรค ซึ่งถูกชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็นปอบวาดได้แต่เงื้อ ๆ ง่า ๆ แต่ไม่กล้าบอกรักกิ่งสักครั้ง เพียงแต่คอยให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะให้ได้และได้แต่หวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่ากิ่งจะมีใจตอบตน วาดไม่รู้ระแคะระคายแม้แต่สักนิดว่ากิ่งนั้นได้ตกเป็นภรรยาของเจ้าวงษาเจ้า นายของตนเสียแล้วเจ้าคุณวงษาพบกับกิ่งโดยบังเอิญ และได้ให้ความช่วยเหลือด้านเงินทองรักษาแม่ของกิ่งทั้ง 2ลอบพบปะได้เสียกันจนกระทั่งกิ่งตั้งท้องวาดนั้นหัวใจแทบสลายแต่ก็ต้องจำยอม รับชะตาของตนคอยดูแลให้ความช่วยเหลือกิ่งแทนเจ้าคุณวงษาซึ่งเกิดเป็นไข้ป่า ต้องถูกส่งตัวกลับไปรักษาด่วนที่บางกอก

กิ่งแม้จะเป็นทุกข์ห่วง สามี แต่ก็มีความหวังว่า วันหนึงจะได้พบกันโดยหารู้ไม่แม้แต่น้อยว่าช้อยและหลวงมนูฯ ชู้รัก ได้รู้เรื่องราวของกิ่งและเจ้าคุณหมดทุกอย่างแล้ว และได้วางแผนแยกคนทั้ง 2 ให้จากกันตลอดกาลเจ้าคุณและกิ่งพยายามส่งข่าวถึงกัน แต่ก็ถูกหลวงมนูฯ และช้อย จับได้ ทำลายจดหมายหมดทำให้ทั้ง 2 เข้าใจผิดกัน กิ่งท้องโตขึ้นทุกวัน มีเพียงวาดคอยให้ความช่วยเหลือช้อยเองก็ท้องกับหลวงมนูฯ หลวงมนูฯ คิดการชั่ววางแผนกับช้อยจะฆ่าเจ้าคุณ และกันไม่ให้กิ่งได้เข้ามามีส่วนในทรัพย์สมบัติ โดยจะยัดเยียดลูกของตนและช้อยให้เป็นทายาทแทนเจ้าคุณได้ยินเรื่องราวทั้งหมด จึงคิดป้องกันทรัพย์สมบัติให้ลูกโดยเขียนพินัยกรรมยกสมบัติครึ่งหนึ่งจากที่ ให้วันชัยให้กับทายาทผู้ที่ถือจดหมายลายเซ็นเจ้าคุณมาด้วย เจ้าคุณได้พับพินัยกรรมชิ้นเล็ก ๆ นี้ใส่ไว้ในปลอกกระสุนลูกสุดท้ายในปืนด้ามทองประจำตัว

ดอกแก้ว

เจ้าพระยาวงษานุวัติ หรือ วงศ์ วงษา บุรุษหนุ่มใหญ่อายุประมาณ 40 ปี มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองพิจิตรเป็นพ่อม่ายเมียตาย เหลือลูกชายไว้ต่างหน้าคนหนึ่งคือ วันชัย ซึ่งถูกส่งเรียนเมืองนอกตั้งแต่เล็ก เจ้าคุณนั้นด้วยความเป็นม่ายตั้งแต่ยังหนุ่ม จึงได้แม่ช้อย เด็กรับใช้ในบ้านเป็นเมีย แต่ไม่ได้ยกย่องเสมอคุณหญิงภรรยาที่ตายไป แม่ช้อยนั้นยังอายุน้อย เจ้าชู้ จริตจะก้านแพรวพราวมีความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง จึงได้เป็นชู้กับ หลวงมนูกิจธรรม ทนายความหนุ่มเจ้าเล่ห์ของเจ้าคุณวงษานั่นเอง วันหนึ่งเจ้าคุณได้ไปพักร้อนที่บ้านดงเมือง เพชรบูรณ์ พร้อมกับช้อยและหลวงมนูฯ แต่ฝากคนทั้ง 2 ให้พักอยู่กับกำนันบ้านป่าแดง ส่วนตนเองไปตั้งเต็นท์อยู่ริมห้วย

ในอาณาเขตไร่บริเวณบ้านกำนันกับคนรับใช้ 1 คน และพรานหนุ่มชื่อ วาด ซึ่งเป็นผู้นำทางเที่ยว พรานวาดนั้นไปหลงรักกิ่ง สาวสวยบ้านป่าแดงลูกสาวยายคอนขี้โรค ซึ่งถูกชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็นปอบวาดได้แต่เงื้อ ๆ ง่า ๆ แต่ไม่กล้าบอกรักกิ่งสักครั้ง เพียงแต่คอยให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะให้ได้และได้แต่หวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่ากิ่งจะมีใจตอบตน วาดไม่รู้ระแคะระคายแม้แต่สักนิดว่ากิ่งนั้นได้ตกเป็นภรรยาของเจ้าวงษาเจ้า นายของตนเสียแล้ว

เจ้าคุณวงษาพบกับกิ่งโดยบังเอิญ และได้ให้ความช่วยเหลือด้านเงินทองรักษาแม่ของกิ่งทั้ง 2 ลอบพบปะได้เสียกันจนกระทั่งกิ่งตั้งท้องวาดนั้นหัวใจแทบสลายแต่ก็ต้องจำยอม รับชะตาของตนคอยดูแลให้ความช่วยเหลือกิ่งแทนเจ้าคุณวงษาซึ่งเกิดเป็นไข้ป่า ต้องถูกส่งตัวกลับไปรักษาด่วนที่บางกอก

กิ่งแม้จะเป็นทุกข์ห่วงสามี แต่ก็มีความหวังว่า วันหนึงจะได้พบกันโดยหารู้ไม่แม้แต่น้อยว่าช้อยและหลวงมนูฯ ชู้รัก ได้รู้เรื่องราวของกิ่งและเจ้าคุณหมดทุกอย่างแล้ว และได้วางแผนแยกคนทั้ง 2 ให้จากกันตลอดกาลเจ้าคุณและกิ่งพยายามส่งข่าวถึงกัน แต่ก็ถูกหลวงมนูฯ และช้อย จับได้ ทำลายจดหมายหมดทำให้ทั้ง 2 เข้าใจผิดกัน กิ่งท้องโตขึ้นทุกวัน มีเพียงวาดคอยให้ความช่วยเหลือช้อยเองก็ท้องกับหลวงมนูฯ หลวงมนูฯ คิดการชั่ววางแผนกับช้อยจะฆ่าเจ้าคุณ และกันไม่ให้กิ่งได้เข้ามามีส่วนในทรัพย์สมบัติ โดยจะยัดเยียดลูกของตนและช้อยให้เป็นทายาทแทน

เจ้าคุณได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจึงคิดป้องกันทรัพย์สมบัติให้ลูกโดยเขียน พินัยกรรมยกสมบัติครึ่งหนึ่งจากที่ให้วันชัยให้กับทายาทผู้ที่ถือจดหมายลาย เซ็นเจ้าคุณมาด้วย เจ้าคุณได้พับพินัยกรรมชิ้นเล็ก ๆ นี้ใส่ไว้ในปลอกกระสุนลูกสุดท้ายในปืนด้ามทองประจำตัว

ช้อยและหลวงมนูฯ นั้นกำลังย่ามใจในแผนการ และมักใช้ห้องสมุดในการพบปะกัน เจ้าพระยาวงษาจับได้คาหนังคาเขา หลวงมนูฯ จึงตัดสินใจยิงทิ้ง ขณะนั้นเองเป็นเวลาเดียวกับที่วาดเดินทางมาหาเจ้าคุณด้วยความโกรธแค้นที่ทอด ทิ้งกิ่ง วาดได้บุกเข้ามาพอดี จึงถูกหลวงมนูฯ ยิงด้วยเช่นกันหลวงมนูฯ รีบพาช้อยออกไป แล้วแจ้ง หมื่นท้าวกำแหง ซึ่งเป็นนายตำรวจให้มาจับวาด โดยใส่ร้ายว่าวาดเป็นคนร้ายตามมาฆ่าเจ้าคุณด้วยความแค้นที่เจ้าคุณได้กิ่ง แล้วทอดทิ้ง

ด้าน เจ้าคุณก่อนตายได้มอบปืนให้วาดนำไปให้กิ่งเพื่อมอบแก่ลูก ซึ่งเกิดจากกิ่ง แต่ยังสั่งเสียไม่เสร็จก็ขาดใจตาย วาดรีบหนีไปทั้ง ๆ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลักฐานทั้งหมดดูจะมัดมือกิ่งและวาดว่าเป็นฆาตรกร ตามมาฆ่าเจ้าคุณด้วยความแค้น หมื่นท้าวฯ พบพินัยกรรมของเจ้าคุณในห้องสมุดจ่าหน้าซองว่า อีก 20 ปี จึงให้เปิดพินัยกรรมต่อหน้าคนในตระกูลวงษา

วาดนั้นนำปืนด้ามทองหนีมาจนถึงกระท่อมกิ่ง เล่าทุกอย่างให้กิ่งฟัง มอบปืนให้และบอกให้กิ่งรีบพาลูกหนีไป เพราะอย่างไรเสียหลวงมนูฯ จะต้องตามมาฆ่าปิดปากแน่ ๆ เมื่อวาดได้ทำหน้าที่ของตนเรียบร้อยแล้วจึงได้ขาดใจตายกิ่งกระเซอะกระเซิง อุ้มลูกหนีการตามล่าของหลวงมนูฯ และตำรวจมาพบกับมหาโจรชื่อ เม่น เคราแดง เม่นได้ช่วยกิ่งและลูกไว้ ขับไล่หลวงมนูฯ และตำรวจกลับไปโดยประกาศต่อหน้าตำรวจว่า หลวงมนูฯ นั่นแหละเป็นฆาตรกรเห็นแก่ความดีมีน้ำใจของกิ่งเปลี่ยนมาเป็นความรักแบบน้อง สาว กิ่งจึงได้อยู่อย่างสงบสุข เลี้ยงลูกสาวของตนและลูกชายกำพร้าแม่ของเม่นให้เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

ลูกสาวของกิ่งได้ชื่อว่า แก้ว ตามชื่อ ดอกแก้ว ดอกไม้ที่เจ้าคุณวงษาโปรดปรานเป็นพิเศษส่วนลูกเม่นชื่อ ไม้ มีความสูงใหญ่และบ้าระห่ำผิดมนุษย์ทั่ว ๆ ไป ไม้นั้นรักแก้วอย่างทะนุถนอมบูชาคอยปกป้องแก้วจากอันตรายทุกอย่าง แม้จะแลกกับชีวิตของตนก็ยอม ส่วนเม่นนั้นกิ่งได้ขอร้องให้กลับตัวเป็นพลเมืองดี ทำมาหากินอย่างสุจริตในอาณาจักรของตนเอง

ต่อมาแก้วได้พบปืนด้ามทองโดยบังเอิญ และพยายามคาดคั้นถามเรื่องราวต่าง ๆ จากกิ่งกิ่งจำเป็นต้องเล่าเรื่องราวแต่หนหลังให้แก้วฟัง แก้วจดจำชื่อของช้อยและหลวงมนูฯ ด้วยความแค้นพร้อมทั้งเชื่อมั่นว่า พ่อต้องการให้ตนใช้ปืนด้ามทองซึ่งเหลือกระสุนเพียงนัดเดียวแก้แค้นแทนพ่อ

จวบจนเมื่อสบโอกาสเม่นจำเป็นต้องอพยพอาณาจักรของตนออกไปจากที่แห่งนั้นเพราะ ไปมีเรื่องกับผู้มีอิทธิพล และผู้มีอิทธิพลนั้นได้ไปแจ้งทางอำเภอไว้ ทางอำเภอจะเข้ามาจับเม่นซึ่งกลับตนแล้ว จึงต้องคิดหนีไปหาตั้งรกรากใหม่แทนที่จะต่อสู้ และระหว่างการอพยพนั้นเองแก้วได้ขโมยปืนด้ามทองและชวนไม้หนีไปบางกอก เพื่อแก้แค้นแทนพ่อ

ระหว่างนั้นเป็นระยะสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้ง 2 มาถึงบางกอกอย่างกะเร่อกะร่า โดยแก้วหอบกระบุงซึ่งซ่อนปืนไว้ติดตัวตลอดเวลา ทำให้เป็นจุดสนใจของพวกมิจฉาชีพ กลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งวางแผนหลอกทั้ง 2 หวังปล้น แต่ก็ถูกไม้และแก้วตอบโต้หนีกระเจิงไป ไม้และแก้วได้พบกับ ร.ต.ท. กำแหงลูกชายหมื่นท้าวกำแหง ผู้เจริญรอยเป็นตำรวจตามพ่อ กำแหงเอื้อเฟื้อให้ที่พักในฐานะที่แก้วและไม้ เป็นพลเมืองดีช่วยตำรวจ แต่ทั้ง 2 ปฏิเสธเพราะต้องการตามหาหลวงมนูฯ

โชค ชะตาบันดาลให้แก้วและไม้ ได้มีโอกาสช่วยวันชัย ลูกชายของเจ้าคุณฯกับคุณหญิงภรรยาแรกซึ่งมีฐานะเป็นพี่ชายแก้ว วันชัยเกิดถูกชะตาและเมตตาแก้วตามสัญชาตญาณครั้งแรกแก้วปฏิเสธ แต่พอรู้ว่าวันชัยนั้นนามสกุล วงษา จึงเปลี่ยนใจตามไป ทางฝ่ายหลวงมนูฯตลอดหลายปีที่ผ่านมา มักฝันร้ายว่าถูกทวงเอาชีวิตจากทายาทเจ้าคุณฯ ผู้มีปืนด้ามทอง เมื่อรู้ว่าแก้วและไม้ มาอาศัยอยู่ให้เกิดความสังหรณ์และไม่ชอบหน้า จึงสมคบกับช้อยคอยกลั่นแกล้งตลอดเวลา แต่ก็ได้วันชัยคอยปกป้องตลอดเวลายิ่งทำให้ทั้ง 2 ไม่พอใจมากขึ้น

สำหรับลูกสาวของช้อยและหลวงมนูฯ นั้นชื่อ ชไมพร ชไมพรเป็นคนสวยแต่ถือตัว เย่อหยิ่งด้วยหลงคิดว่าตนเป็นลูกเจ้าพระยาวงษานุวัติ ดูถูกแม้กระทั่งหลวงมนูฯ เพราะคิดว่าเป็นลูกจ้างทำให้หลวงมนูฯ น้อยเนื้อต่ำใจตลอดเวลา ช้อยต้องคอยปลอบโยนให้กำลังใจ ซึ่งยิ่งทำให้ชไมพรไม่พอใจพ่อแท้ ๆ ของตัวยิ่งขึ้น ส่วนวันชัยนั้นมีคู่หมั้นสาวสวยชื่อ รุ่งลักษมี เป็นสาวสังคมฟุ้งเฟ้อชอบเที่ยวเตร่ รุ่งลักษมีมีพี่ชายรูปหล่อสำอางชื่อ ราชันย์ พินิจพงศักดา เป็นนักเรียนนอกเช่นกันและเป็นเพื่อนของวันชัยด้วยจึงเนื้อหอมเป็นที่หมาย ปองของสาว ๆ รวมทั้งชไมพร ซึ่งฝากเนื้อฝากตัวสนิทสนมเป็นคอเดียวกับรุ่งลักษมี แต่ราชันย์เอ็นดูชไมพรเช่นน้องสาวเท่านั้น

วันหนึ่งราชันย์ได้มาพบดอกแก้ว จึงเกิดความพอใจในความสวยบริสุทธิ์ ทั้งดอกแก้วเองก็พอใจราชันย์เช่นกัน ท่ามกลางความไม่พอใจของไม้ ยิ่งร้ายไปกว่านั้น ช้อย รุ่งลักษมี และชไมพร ได้วางแผนกลั่นแกล้งดอกแก้วต่าง ๆ นานา แต่อุปสรรคทั้งหมดกลับทำให้ราชันย์และดอกแก้วรักกันยิ่งขึ้นจนกระทั่งวัน หนึ่งดอกแก้วได้ตกเป็นของราชันย์ ไม้รู้เข้าหัวใจแทบสลายแต่ก็จำยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี

เมื่อมาถึงขั้นนี้ ช้อย ชไมพร และรุ่งลักษมี จึงได้วางแผนใส่ร้ายว่าไม้กับแก้วเป็นสามีภรรยากัน ราชันย์หูเบาเชื่อทันทีถึงกับตัดขาดแก้วแก้วได้รับความทุกข์ทรมานมากซ้ำยัง ตั้งท้องไม้แก้แค้นชไมพรซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตี โดยลอบปีนเข้าหาและปลุกปล้ำชไมพร ขณะที่อยู่ด้วยกัน ไม้ได้ยินหลวงมนูฯ พูดปรึกษากับช้อย ไม้และชไมพรเลยได้รับทราบความจริงทั้งหมด ไม้ทั้งเยาะเย้ยชไมพร ชไมพรได้รับบทเรียนจึงเริ่มรู้สึกตัวขณะนั้นหลวงมนูฯ จับได้จึงร่วมมือกับคนใช้ทำร้ายไม้จนความจำเสื่อม ลืมทุกอย่างที่ได้ยินมาจนหมดส่วนชไมพรก็ไม่กล้าพูด

เม่น เคราแดง ได้เดินทางมาบางกอกเพื่อรับลูกและหลานกลับ ได้พบกับความพ่ายแพ้ของแก้วและไม้ จึงปลอบโยนแล้วพากลับบ้าน แต่หลวงมนูฯ ได้ส่งคนตามไปติดต่อกับโจรอีกกลุ่มให้ปลอมเป็นตำรวจไปเผาฆ่าทุก ๆ คนในหมู่บ้านเม่น ทุกคนตายหมดเว้นแก้วกับไม้ซึ่งหนีออกมาได้ไม้ประสบอุบัติเหตุความทรงจำกลับ คืนมา ทั้ง 2 จึงตัดสินใจกลับบางกอกอีกครั้งเพื่อทวงสิทธิ์ของแก้วและแก้แค้นให้เจ้าคุณ

แก้ว และไม้มาถึงในเวลารดน้ำสังข์ระหว่าง ราชันย์และชไมพร พอดีแก้วยกปืนด้ามทองจะยิงหลวงมนูฯ แต่ไม้เข้าขวางไว้ โดยไม่ยอมให้แก้วต้องเป็นฆาตกรไม้ประกาศว่าชไมพรเป็นเมียตน ท่ามกลางความตกตะลึงของทุก ๆ คนหลวงมนูฯ แค้นสุดขีด จึงยิงไม้ ไม้ทรุดล้มลงแต่ได้คว้าปืนด้ามทองยิงหลวงมนูฯ ปรากฏว่ากระสุนด้านหลวงมนูฯ จึงยิงซ้ำ ส่วนกระสุนที่ด้านนั้น เมื่อกระทบพื้นได้หักแยกออกจากกัน ทำให้เห็นว่าภายในมีกระดาษบรรจุไว้แทนดินปืน

ไม้รวบรวมกำลังหยิบมาอ่าน ปรากฏว่าเป็นพินัยกรรมนั่นเอง ความจริงทุกอย่างจึงได้เปิดเผยขึ้นหลวงมนูฯ ผิดหวังจนเป็นบ้ายิงแม้กระทั่งชไมพร ลูกแท้ ๆ ตาย เมื่อทุกอย่างจบสิ้นลง หลวงมนูฯถูก ร.ต.ท. กำแหง ยิงตาย ส่วนไม้ก่อนสิ้นใจได้ฝากแก้วไว้กับราชันย์ โดยบอกให้ราชันย์รักและทุนถนอมแก้วแทนตนตลอดไป….. ติดตามชม ละครดอกแก้ว

รายชื่อนักแสดงในละคร ดอกแก้ว

ธาวิน  เยาวพลกุล   แสดงเป็น   ราชันย์
ดาวิก้า  โฮร์เน   แสดงเป็น   ดอกแก้ว
มาติกา  อรรถกรศิริโพธิ์   แสดงเป็น   รุ่งลักษมี
ชวัลกร  วรรธนพิสิฐกุล   แสดงเป็น   ชไมพร
เคลลี่  ธนะพัฒน์   แสดงเป็น   เจ้าพระยาวงษานุวัติ (วงศ์ วงษา)
เปรมสินี  รัตนโสภา   แสดงเป็น   กิ่ง
อุษณีย์  วัฒฐานะ   แสดงเป็น   แม่ช้อย
พิชยดนย์  พึ่งพันธ์   แสดงเป็น   ไม้
ธันญ์  ธนากร   แสดงเป็น   พรานวาด
นพพล  พิทักษ์โล่พานิช   แสดงเป็น   วันชัย
อนุวัฒน์  ชูเชิดรัตนา   แสดงเป็น  เติบ
สุรวุฑ  ไหมกัน   แสดงเป็น   หลวงมนูกิจธรรม
วินัย  ไกรบุตร   แสดงเป็น   เม่น เคราแดง
ศตวรรษ  ดุลยวิจิตร   แสดงเป็น   หมื่นท้าวกำแหง
สุพรรษา  เนื่องภิรมย์   แสดงเป็น   นางพินิศ พงศ์ศักดา
อำภา  ภูษิต   แสดงเป็น   ยายกอน
จตุรวิทย์  คชน่วม   แสดงเป็น   ร.ต.ท. กำแหง
เวนซ์  ฟอลโคเนอร์   แสดงเป็น   เสือจั่น
พิพัฒน์พล  โกมารทัต   แสดงเป็น   เศรษฐีต่วน
เฉลิมศักดิ์  แย้มขมัง   แสดงเป็น   เขียด
ณรัฐ  พัฒนาพงศ์ชัย   แสดงเป็น   หมี
พงศนาถ  วินศิริ   แสดงเป็น   ขุนแดง
อัศวิน  เมืองสุวรรณ   แสดงเป็น   หมัด
อุ่นเรือน  ราโชติ   แสดงเป็น   ละม่อม
ป้าตุ้ม  พจนี   แสดงเป็น   ละไม

ดอกเบี้ยเคลียร์รัก

เชอร์ รี่ สาวนักเรียนนอก ต้องเดินทางกลับมาประเทศไทย เพราะวิภาวี แม่ของเธอที่ป่วยหนักต้องเข้าโรงเพยาบาล เชอร์รี่กลับถึงเมืองไทย โดยมี วรวิทย์ มารับ เธอตรงไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมวิภาวีทันที วิภาวีมีตึกแถวให้เช่าอยู่ที่ชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นตึกแถวที่พ่อของเชอร์รี่รับมรดกมาจากอากง จนสร้างฐานะขึ้นมาได้ และกิจการเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าเกษตร หลังจากพ่อของเชอร์รี่เสียชีวิตลง วิภาวีก็รับภาระหนักมาโดยตลอดโดยมี อาจุมพล น้องของพ่อและวิวรรณอาสะใภ้เป็นผู้ช่วย เชอร์รี่รับอาสาจะช่วยวิภาวีดูแลกิจการ เพราะไม่อยากให้วิภาวีหักโหมงานมากจนเกินไป

ในขณะ ที่ วสันต์ ก็กลับเมืองไทยเพราะคุณนายอิ่มเอม แม่ของเขาวางแผนว่าป่วยเพื่อหลอกให้ลูกชายกลับมาบ้าน และจะจับให้แต่งงานกับ วารุณี หลานสาวของหุ้นส่วนใหญ่ คุณนายอิ่มเอมหวังจะให้วสันต์เป็นผู้สืบทอดกิจการของบริษัทในเครือ วันนั้นวสันต์จึงรีบไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล

เชอร์ รี่เจอกับวสันต์ตั้งแต่ในสนามบิน เขายืนเงินเธอ 3 บาทเพื่อโทรศัพท์หาแม่ ทั้งสองไม่ถูกชะตากันและกันเลย นับจากย่างเท้าเข้าสู่สนามบินในประเทศไทยจนถึงโรงพยาบาล

วสันต์ พบความจริงว่าถูกแม่หลอก จึงโกรธ ประกอบกับเรื่องวางแผนแต่งงานของแม่ เขาจึงหาทางหลบหลีกแม่ ด้วยการหนีออกจากบ้าน ไม่ยอมกลับเข้าบ้านอีก

วสันต์ ถามหาห้องเช่ากับคนขับแท็กซี่ แท็กซี่จึงพาวสันต์มาที่ตึกแถวย่านชุมชนแห่งหนึ่ง วสันต์ตั้งใจจะหางานทำและเก็บตัวอยู่ที่นี่สักพักก่อนกลับไปจัดการปัญหาที่ บ้าน

ห้องเช่า ที่วสันต์อยู่เป็นของวิภาวีแม่ของเชอร์รี่เอง ที่นี่มีผู้เช่าหลากหลายอาชีพอยู่ มีทั้งคนขับแท็กซี่อย่างบุญหลายที่เช่าอยู่กันหลายคน มาจากหมู่บ้านเดียวกัน วนเวียนเข้าออกเป็นกะ ตามเวลาขับรถและส่งรถของอู่ คุณป้าพิศ ที่ทำข้าวแกงหลากหลายชนิดขาย ร้านเสริมสวยเจ๊พร ร้านกาแฟและของชำเฮียหวัง และมีคุณนายทับทิม เช่าตึกทำหวยบนดิน และสุวัฒน์ที่เปิดเป็นโรงเรียนสอนขับรถ สุวัฒน์มักจะค้างค่าเช่าเป็นเวลานาน เพราะเอาเงินไปเล่นพนันบอลเสียหมด

เชอร์รี่ จำเป็นต้องเข้ามาเรียนรู้ระบบงานในกิจการของวิภาวีเธอได้รู้จักกับ อาจุมพล น้องชายของพ่อที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยที่พ่อเธอยังมีชีวิตอยู่ จุมพล มีภรรยาคือ น้าวรรณ ที่เป็นแม่บ้านคอยดูแล วิภาวีแม่ของเชอร์รี่ด้วย จุมพลคิดว่าตนเป็นฝ่ายทำงานหนักและดูแลกิจการทั้งหมด มองวิภาวีว่าอ่อนแอเป็นแค่สะใภ้ กิจการของพี่ชาย น่าจะเป็นของตนมากกว่าจึงไม่พอใจ เชอร์รี่เริ่มสังเกตว่าจุมพลกับน้าวรรณ มักจะพูดจากับแม่อย่างไม่เกรงใจ น้ำเสียงไม่มีความเคารพ บางครั้งก็ตะคอกเสียงดัง เธอต้องออกโรงช่วยแม่บ่อยๆ

เชอร์ รี่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการเก็บค่าเช่าและจัดระบบการเก็บเงินใหม่ให้ตรงเวลา และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้หลายคนมีปัญหาโดยเฉพาะ สุวัฒน์ ที่พยายามยุยงให้คนอื่นเบี้ยวค่าเช่าไปด้วย ทำให้เกิดการกระด้างกระเดื่อง จนเชอร์รี่จำใจต้องเป็นนางมารร้ายกำราบพฤติกรรม ผู้เช่าจอมป่วนลงอย่างอลวนอลเวง  จนกระทั่งเชอร์รี่เชอร์รี่ได้ช่วยสุวัฒน์จากการข่มขู่ของเจ้าหนี้พนันบอล ซึ่งลุกลามไปถึงขนาดเรียกตำรวจมาจับโต๊ะบอลซึ่งเป็นของอาจุมพลทำให้จุมพลฝัง ใจเจ็บ

ฝ่ายผู้เช่าก็ยกวสันต์ขึ้นเป็นผู้ต่อรอง เรียกร้องสิทธิของผู้เช่าทั้งการเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟที่แพงเกินจริง การซ่อมแซมตึกทำให้เชอร์รี่กับวสันต์ที่ไม่ถูกชะตากันอยู่แล้วกลายเป็นไม้ เบื่อไม้เมากันมากยิ่งขึ้น  เชอร์รี่มองว่า วสันต์เป็นหน่วยกล้าตายที่จะต่อกรกับเจ้าของตึกเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ต่อรองและแก้ไขสัญญาบางอย่าง วสันต์เป็นไม่เบื่อไม่เมากับเชอร์รี่ได้สมน้ำสมเนื้อที่สุด แต่ขณะเดียวกันทั้งสองคนก็รู้สึกผูกพันขึ้นทีละนิดทีละน้อย

การ ต่อสู้ฟาดฟันกันของเชอร์รี่กับวสันทำให้เชอร์รี่รู้ว่ามีการเรียกเก็บค่า เช่าเกินจริง ค่าน้ำ ค่าไฟ เกินจริง โดยการบริหารคดโกงของจุมพล และที่สำคัญเชอร์รี่พบว่าตึกแถวได้ถูกจำนองไว้กับธนาคารและกำลังจะหลุดจำนอง เธอต้องรักษาสมบัติชิ้นนี้ของพ่อเอาไว้

เชอร์รี่ ต้องปรึกษากับเพื่อนสนิทของเธอ วรวิทย์ที่ทำงานฝ่ายสินเชื่อในธนาคารซึ่งทำให้วสันต์เข้าใจผิดตลอดเวลาว่า วรวิทย์กับเชอร์รี่เป็นคนรักกัน

ฝ่ายวสันต์เองก็มี น้องมีมี่ สาวน้อยวัยใสน่ารัก ลูกสาวคุณนายทับทิมร้านหวยบนดิน มาพัวพันหลงรักอยู่ยิ่งทำให้ทั้งคู่ หมั่นไส้กันไปต่างๆ นานา และการตามล่าตัววสันต์ของคุณนายทับทิมและวารุณีก็ทำให้เขาต้องระวังตัวหลบๆ ซ่อนๆ ตลอดเวลา ครั้งหนึ่งเชอร์รี่เคยต่อว่า วสันต์ว่าเป็นผู้ชายไม่เอาไหนไม่ทำการทำงานหลบหนีปัญหา ทำให้วสันต์เกิดฮึดสู้พยายามจะเอาชนะคำสบประมาทของเธอ

วสันต์ หางานทำเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง เขาแอบติดต่อกับทางบ้านแบบเล่นซ่อนหา สร้างความปั่นป่วนและกลุ้มใจให้กับคุณนายอิ่มเอมแม่ของเขามาก ในที่สุดเขาก็ได้รับงานเขียนภาพประกอบให้หนังสือและนิตยสารเป็นครั้งคราว บางครั้งก็ต้องค้างค่าเช่าบ้าง จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟช้าบ้างสร้างความรำคาญให้เชอร์รี่บ้างเป็นระยะๆ

การ เปิดโปงการโกงของจุมพล รายได้ของจุมพล เป็นชนวนให้เกิดการทะเลาะกันอย่างใหญ่โต จนเชอร์รี่ไล่อาจุมพลออก ทำให้จุมพลวางแผนจะเผาตึกเพื่อแก้แค้น

เหตุการณ์ ครั้งนี้ทำให้วสันต์ได้ช่วยเชอร์รี่จากคนร้าย และในขณะที่ไฟไหม้ร้านข้าวแกงของป้าพิศ เชอร์รี่วิ่งเข้าไปช่วยป้าพิศที่อยู่ข้างใน ทำให้ผู้เช่าทุกคนมองเชอร์รี่ว่าความจริงเป็นผู้หญิงที่มีใจประเสริฐคนหนึ่ง โดยเฉพาะวสันต์ประทับใจในความเด็ดเดี่ยวของเชอร์รี่มาก เขาเริ่มตกหลุมรักเธอแต่ก็คิดอยู่เสมอว่าเชอร์รี่มีวรวิทย์เป็นแฟนอยู่แล้ว

ผู้ เช่าได้ร่วมมือกันจับตัวคนร้ายได้ จุมพลถูกจับเข้าคุก เชอร์รี่พยายามหาเงินมาปลดหนี้ให้ทันกำหนดธนาคาร มิฉะนั้นจะต้องโดนยึดตึก เธอปรึกษากับวรวิทย์ว่าจะส่งสินค้าเกษตรไปขายต่างประเทศ และเธอก็พบว่าเครื่องแกงสูตรพิเศษของป้าพิศสามารถโกอินเตอร์ได้ ทำให้เชอร์รี่ขอมาเรียนทำอาหารกับป้าพิศ ทำให้เชอร์รี่ต้องมาเจอกับวสันต์บ่อยขึ้น วสันต์ช่วยเชอร์รี่ออกแบบหีบห่อบรรจุ โดยมีน้องมีมี่ซึ่งเกาะติดกับวสันต์จนเป็นที่น่าหมั่นไส้ตลอดเวลา ส่วนวรวิทย์ก็อยู่ข้างกายเชอรี่ไม่ห่าง วสันต์เห็นความเอาจริงเอาจังกับการทำงานของเชอร์รี่ ยิ่งทำให้ประทับใจ แต่คิดว่าคงไม่มีโอกาส หลายครั้งที่ทั้งสองต่างหึงหวงกันโดยไม่รู้ตัว

แต่ ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในสายตาของวรวิทย์ เขาเริ่มรู้สึกว่าตลอดเวลาเชอร์รี่ เห็นเขาเป็นแค่เพื่อนในขณะที่สนใจวสันต์มากขึ้น จนกิจการส่งเครื่องแกงโกอินเตอร์ได้กำไรพอจะปลดหนี้ก็เกิดเรื่องตามมา

บริษัท โอเวอร์พาว์เวอร์ บริษัทในเครือของคุณนายอิ่มเอมกำลังจะพัฒนาชุมชนแถบนี้เข้ากว้านซื้อที่และ ตึกแถวในบริเวณนั้นไปเกือบหมด ตัวแทนบริษัทได้เข้ามาติดต่อกับเชอร์รี่ แต่เชอร์รี่ปฏิเสธไป เพราะเพิ่งจะกู้สถานการณ์มาได้ และต้องการจะรักษาตึกแถวเอาไว้

คุณนายอิ่มเอมวางแผน ให้กลั่นแกล้งเชอร์รี่ด้วยการไปยุยงให้เจ้าของที่และตึกแถวตกลงขายให้บริษัท ไปแล้ว ให้เป็นศัตรูกับเชอร์รี่ โดยอ้างว่าโอเวอร์พาว์เวอร์ต้องยกเลิกโครงการ ทุกคนเลยเสียผลประโยชน์ทำให้เจ้าของที่ดินละแวกนั้นทั้งหมดกลายเป็นศัตรูกับ เชอร์รี่

ในขณะที่พวกผู้เช่า และวสันต์ กลับเข้าใจว่าเชอร์รี่คงจะต้องมาไล่พวกเขาออกไปแน่ๆ พวกเขาหาทางป้องกันว่าจะทำอย่างไรดี

ผู้ เช่ารวมตัวกันเตรียมตัวประท้วง จนเชอร์รี่ต้องมาจัดการสงบศึก ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันดีมากขึ้น รวมไปถึงความสัมพันธ์ของวสันต์กับเชอร์รี่ก็มีทีท่าว่าจะดีขึ้นด้วย

เชอร์ รี่กับวสันต์เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น วสันต์จึงรู้ว่าเชอร์รี่ฝันอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเองเธอชอบทำกับข้าวทำ ขนม  ส่วนวสันต์คิดแค่เพียงเอาตัวรอดไปวันๆ เขารักงานศิลปะแต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี วสันต์ยังมีความลับเรื่องปกปิดฐานะของตัวเองไม่ให้เชอร์รี่รู้อีกด้วย

วสันต์ ตั้งใจจะช่วยเชอร์รี่สู้กับนายทุนที่พยายามจะมาซื้อตึก และการข่มขู่ต่างๆ จนในที่สุดวสันต์ก็สืบรู้ว่าบริษัทโอเวอร์พาว์เวอร์เป็นบริษัทในเครือของแม่ เขานั่นเอง

วสันต์ต้องกลับเข้าบ้านไป เพื่อจัดการกับเรื่องนี้เขาเผชิญหน้ากับแม่เป็นครั้งแรก แม่ของวสันต์ต่อรองให้ วสันต์เข้ามาทำงานดูแลโครงการนี้เสียเอง และจัดการนัดดูตัวให้วสันต์กับวารุณีหลานสาวของ ม.ร.ว.พิณพงษ์ หุ้นส่วนใหญ่ในโครงการ เพื่อช่วยเหลือเชอร์รี่ และความต้องการจะรักษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของคนในตึกแถวเอาไว้ วสันต์จึงจำใจเข้าตีสนิทกับวารุณีเพื่อจะเปลี่ยนใจ ม.ร.ว.พิณพงษ์

วสันต์ ต้องไปๆ มาๆ ระหว่างห้องเช่ากับที่บ้าน ทำตัวลับๆ ล่อๆ เป็นที่น่าสงสัย ทำให้วารุณีต้องออกมาตามหาและสืบรู้ว่าที่จริงวสันต์แอบมาหลบอยู่ที่ตึกแถว และมีทีท่าว่าชอบพอเชอร์รี่อยู่ วารุณีเล่าให้คุณนายอิ่มเอมฟัง และวารุณียังไปยุยงให้ ม.ร.ว.พิณพงษ์ ซื้อตึก แล้วรื้อตึกนี้ทิ้งให้เร็วที่สุดเพื่อกันเชอร์รี่ออกไปจากวสันต์

วิภาวี แม่ของเชอร์รี่เครียดเรื่องตึกแถวทำให้อาการกำเริบเข้าโรงพยาบาล และคุณนายอิ่มเอมป่วยเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง ที่โรงพยาบาล คุณนายอิ่มเอม คิดถึงลูกชายที่ไม่ยอมมาเยี่ยม คุณนายอิ่มเอมได้เจอแม่ของเชอร์รี่และเชอร์รี่โดยบังเอิญ และรู้สึกถูกชะตากับเชอร์รี่มาก แม่ของทั้งสองปรับทุกข์กันเรื่องลูกๆ ของตัวเอง โดยต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร วสันต์ต้องเข้าไปเยี่ยมแม่อย่าระแวง จนในที่สุดความลับเรื่องวสันต์เป็นลูกชายของคุณนายอิ่มเอมก็เปิดเผย ทั้งผู้เช่าและเชอร์รี่เข้าใจผิดไปว่า วสันต์แอบปลอมตัวมาดูลาดเลาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ที่ผ่านมาล้วนเป็นการหลอกลวงทุกคนจึงโกรธมาก

วารุณี วางแผนจะสร้างความแตกแยกเข้าใจผิดให้กับเชอร์รี่และผู้เช่าโดยการหลอก และขู่บังคับสุวัฒน์ที่ติดเงินพนันบอล ให้ลอบวางเพลิงเพื่อให้ผู้เช่าเข้าใจว่าเชอร์รี่หน้าเลือดเห็นแก่เงิน จะเผาไล่ที่ และทำให้เชอร์รี่คิดว่ามีผู้คนแค้นเธอขนาดจะเผาตึก สุขภาพของวิภาวีที่ทรุดลงเพราะปัญหารุมเร้า รวมไปถึงการที่วสันต์ได้ไปสนิทสนมกับผู้หญิงอื่นและไปอยู่ฝ่ายนายทุน ทำให้เธอหมดกำลังใจ เพื่อตัดปัญหาความยุ่งยากและความปลอดภัยของทุกคน เชอร์รี่ตัดสินใจขายตึกไปในที่สุด

สุวัฒน์ กลุ้มใจมากที่ตัวเองทำผิด เขากลายเป็นคนวางเพลิงทำให้ทุกคนเดือดร้อนทั้งๆ ที่เชอร์รี่เคยช่วยตนเองไว้หลายครั้ง เขาเก็บตัวกลายเป็นขี้เมา ในที่สุดเขาก็ทนความกดดันสำนึกผิดไม่ไหวสารภาพกับแท็กซี่สมหมายกลางวงเหล้า เชอร์รี่กับวรวิทย์รู้เรื่องนี้จึงให้สุวัฒน์เป็นพยาน และใช้เป็นข้อต่อรองกับวารุณีว่าให้เลิกสัญญาซื้อตึกเสีย ไม่อย่างนั้นจะแจ้งตำรวจจับข้อหาผู้บงการให้วางเพลิง วารุณีตกลงแต่มีข้อแม้ว่าเชอร์รี่จะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับวสันต์อีกเชอร์รี่ ก็ตอบตกลง ทั้งที่วสันต์ไม่เต็มใจแต่เพื่อช่วยทุกคน เขาต้องยอมรับปาก
วารุณี วารุณีเกลี้ยกล่อม ม.ร.ว.พิณพงษ์ให้ยุบโครงการลง และประกาศว่าจะแต่งงานกับวสันต์เร็วๆ นี้

น้อง มีมี่เสียใจมากที่วสันต์จะแต่งงานกับวารุณี ส่วนวรวิทย์พยายามเอาชนะใจเชอร์รี่ แต่ก็ไม่สำเร็จ เขาสารภาพรักกับเชอร์รี่ แต่เชอร์รี่ต้องปฏิเสธ เพราะในใจเชอร์รี่ยังเป็นห่วงแต่วสันต์เท่านั้น วรวิทย์เสียใจ แต่ก็เข้าใจอยากให้เชอร์รี่คนที่เขารักสมหวัง น้องมีมี่เริ่มเบนเข็มไปปิ๊งวรวิทย์เพราะเข้าใจคนที่รักเขาข้างเดียวเหมือน กัน มีหัวอกเดียวกัน

พวกผู้เช่ารู้ว่าทั้งเชอร์รี่ และวสันต์ยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อทุกคนก็อยากจะช่วย ทุกคนถึงขนาดบอกเชอร์รี่ว่าจะย้ายออกไปเอง เรื่องทั้งหมดจะได้จบ แต่เชอร์รี่ห้ามไว้ เพราะไม่อย่างนั้นที่ทำมาทุกอย่างก็จะสูญเปล่า

บริษัท ส่งออกในเครือของคุณนายอิ่มเอมได้รับออเดอร์สินค้าเครื่องแกงมาจำนวนมาก ถ้าส่งสินค้าให้ไม่ทันกำหนดจะต้องถูกปรับขาดทุนหลายสิบล้านบาท คุณนายอิ่มเอมต้องเร่งหาสินค้าให้ครบตามจำนวน แต่ก็ยังขาดอยู่จำนวนหนึ่ง เหลือแต่โรงงานของเชอร์รี่เท่านั้นที่ยังไม่ได้ไปติดต่อ คุณนายอิ่มเอมกลัวว่าเชอร์รี่อาจไม่ยอมช่วย วสันต์จำเป็ฯต้องขอให้เชอร์รี่ช่วยผลิตสินค้าให้เชอร์รี่รับปากว่าเรื่อง ส่วนตัวกับธุรกิจนั้นแยกออกจากกัน เธอจะเร่งผลิตให้ทันกำหนด ทำให้คุณนายอิ่มเอมรู้สึกพอใจมาก

คุณนายอิ่มเอมเห็น ว่าวสันต์ลูกชายของตนซึมเศร้าไปมาก ไม่มีชีวิตชีวาก็เริ่มเห็นใจลูก คิดได้ว่าตัวเองบังคับลูกเกินไป แต่วสันต์ก็ยืนกรานว่าเขาจะแต่งงานเพื่อช่วยคนที่เขารัก

วันแต่งงานของวสันต์กับวารุณี วรวิทย์ น้องมีมี่กับผู้เช่าแอบมาหา วสันต์ เพื่อพูดให้วสันต์ตัดสินใจให้ดี วสันต์ตัดสินใจทิ้งพิธีแต่งงานไปหาเชอร์รี่ โดยมีคุณนายอิ่มเอมช่วยรับหน้า ม.ร.ว.พิณพงษ์ เอาไว้

วสันต์ มาหาเชอร์รี่ที่ตึกแถว เขาขอเธอแต่งงานกลางตลาดสด เชอร์รี่เรียกสินสอดเป็นเหรียญบาท 3 อัน ที่เขาเคยยืมเธอเมื่อเจอกันครั้งแรก และบอกว่าจะเก็บดอกเบี้ยจากหัวใจของวสันต์ในอนาคตที่ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วม กันนั่นเอง

ดอกฟ้ายาใจ

กรผกามารศรี เป็นลูกสาวของ คุณทินกร กับ คุณนายสายหยุด เจ้าของบริษัทมรกตพรอพเพอร์ตี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เธอมีพี่เลี้ยงชื่อ แม่นิ่ม กรผกามารศรีถูกเลี้ยงมาอย่างผู้ดี เรียนหนังสือจบจากต่างประเทศแล้วก็กลับมาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ทำงานอะไร เพราะบ้านร่ำรวยจนล้นฟ้า กรผกามารศรีจึงทำอะไรไม่เป็นเลย
ต่อมาเศรษฐกิจเริ่มไม่ดี ทินกรเลยทำงานหนักและเครียดมาก วันหนึ่งเกิดหกล้มเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตไป สายหยุดเลยปล่อยให้ลูกน้องช่วยกันบริหารงานไป ส่วนตัวเองหันมาเล่นการพนันต่อจนติดงอมแงม สุดท้ายก็เสียพนันจนหมดตัว เหลือเพียงบริษัทและที่ดิน โดยมีเศรษฐีใหม่อย่าง ทินพันธ์ ที่ยอมเล่นพนันกับสายหยุด เพราะรู้มาว่าลูกสาวของสายหยุดสวยมาก สุดท้ายสายหยุดก็พ่ายแพ้แก่ทินพันธ์ สายหยุดจึงจำเป็นต้องโอนมอบบริษัทและที่ดินให้เป็นสมบัติของทินพันธ์ตามสัญญา แต่วันที่ไปโอนที่ดินนั้น ทินพันธ์ยื่นข้อเสนอให้กรผกามารศรีแต่งงานกับเขา แล้วเขาจะคืนทุกอย่างให้
สายหยุดพยายามเกลี้ยกล่อมให้กรผกามารศรียอมแต่งงานกับทินพันธ์ แต่กรผกามารศรีก็ไม่ยอมท่าเดียว นิ่มบอกกับกรผกามารศรีว่า ที่จริงแล้วทินกรยังมีที่ดินมรดกเหลืออยู่อีกแห่งหนึ่ง อยู่แถวคลองเตย กรผกามารศรีจึงสั่งเก็บข้าวของทุกชิ้นในบ้าน แล้วก็อพยพไปอยู่อาศัยอยู่ที่นั่น ปรากฏว่าที่ดินที่ว่าเป็นที่ดินแคบๆ มีบ้านไม้เล็กๆ เก่าๆที่ใกล้จะพังอยู่หลังเดียว ทุกคนจึงต้องจำใจทนอยู่อาศัยที่นั่น กรผกามารศรีปรับตัวลำบากและชอบดูถูกคนอื่น ทำให้ถูกชาวบ้านหมั่นไส้ แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจาก เก่ง ทอมสาวที่มาแอบชอบ แต่สายหยุดกลับปรับตัวได้ดีและมีความสุขดีเพราะใกล้ๆ  บ้านมีบ่อนพนันมีวงไพ่
กรผกาเห็นนิ่มทำงานลำบาก แล้วสายหยุดก็เป็นโรคหัวใจ ก็เลยคิดว่าตัวเองต้องหางานทำบ้างเสียแล้ว เก่งเลยพาไปฝากงานที่ร้านอาหารหน้าปากซอย โดยทดลองเป็นสาวเสิร์ฟดูก่อน แล้ววันหนึ่ง กรผกามารศรีก็ถูกสามีเจ้าของร้านหลอกพาไปปลุกปล้ำ แต่ก็ถูกทินพันธ์ที่บังเอิญผ่านมาช่วยเหลือไว้ได้ทัน ทินพันธ์จะพากรผกามารศรีไปส่งที่บ้าน แต่เธอกลับไม่ยอมและขอเดินกลับเอง ต่อมาทินพันธ์ให้ โชติ ที่เป็นลูกน้องคนสนิทแอบตามไปสืบจนรู้ว่ากรผกามารศรีกำลังลำบากมาก เลยให้โชติทำทีไปจ้างมาสอนให้กับลูกสาวของโชติ ทำให้พอมีเงินใช้ แต่แล้ววันหนึ่ง ลูกสาวของโชติ เกิดเผลอพูดว่าทินพันธ์จ้างมา กรผการู้ความจริงเข้าก็เสียใจมาก เลยเลิกสอนแล้วเอาเงินค่าจ้างที่เหลือคืนให้กับทินพันธ์ไป แต่เมื่อกลับถึงบ้าน กรผกามารศรีก็ต้องตกใจ เพราะมีนักเลงมาลุยบ้านจนข้าวของพังกระจัดกระจาย ที่เป็นเช่นนี้เพราะ วิกกี้ ลูกสาวเจ้าของห้างทองในเยาวราชให้ ธงชาติ พี่ชายพานักเลงมาสั่งสอน เพราะวิกกี้แอบรักทินพันธ์อยู่ แต่สืบรู้มาว่าทินพันธ์รักกรผกามารศรี
จากเรื่องที่เกิด สายหยุดจึงหัวใจวายต้องเข้าโรงพยาบาล ทำให้กรผกามารศรีต้องจำใจยอมขายสร้อยมรกต โดยฝากเก่งไปขาย เมื่อเก่งขายได้ก็นำเช็คไปฝากสายหยุด แต่สายหยุดก็มิวายแอบยักยอกไปเล่นการพนันอีกครั้ง จนแพ้พนันและติดหนี้ยิ่งกว่าเก่า เก่งไปสืบทราบว่ามีการประกวดนักร้องลูกทุ่ง ชิงเงินรางวัลก้อนใหญ่จึงส่ง กรผกามารศรีเข้าประกวด ทั้งที่กรผกามารศรีร้องเพลงไม่ได้เรื่อง แต่เธอก็เข้ารอบมาเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะหนึ่งในประธานกรรมการตัดสินคือ กิมเฮียง แม่ของทินพันธ์นั่นเอง แต่ปรากฏว่ากรผกามารศรีกลับหายตัวไป สารวัตรอาคม เพื่อนของทินพันธ์ สืบทราบว่าเป็นฝีมือของธงชาติ จึงรีบตามไปช่วยไว้ได้ทัน แต่กรผกามารศรีก็ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส
กรผกามารศรีฟื้นขึ้นมาโดยนึกว่าอาคมช่วยชีวิตไว้ แต่กลับเป็นทินพันธ์ต่างหากที่บริจาคเลือดช่วยชีวิตเธอ กรผกามารศรีและอาคมจึงไปที่บ้านทินพันธ์ แต่ก็พบกับวิกกี้และ เสี่ยช้วน พ่อของวิกกี้ ที่บุกมายิงทินพันธ์ถึงบ้าน สุดท้ายวิกกี้และเสี่ยช้วนก็ถูกตำรวจจับ แต่ทินพันธ์ก็บาดเจ็บและสูญเสียการมองเห็น กรผกามารศรีสำนึกบุญคุณจึงยอมแต่งงานด้วย
ทินพันธ์ยอมไปผ่าตัดดวงตา เมื่อหายดีแล้ว ทินพันธ์และกรผกามารศรีก็หย่ากัน แล้วพาสายหยุดและนิ่มกลับบ้านคลองเตย โดยกรผกามารศรีเพิ่งมาทราบทีหลังว่า ทินพันธ์ได้ยกสมบัติทั้งหมดคืนให้ และกำลังจะย้ายไปอยู่อเมริกา ทำให้กรผกามารศรีเริ่มรู้ใจตัวเองตั้งแต่วินาทีนั้น….
แล้วกรผกามารศรีจะไปตามทินพันธ์กลับมาได้หรือไม่ ? หรือเธอจะปล่อยให้ความรักแท้ของเธอจากไป ? ติดตามชม ดอกฟ้ายาใจ

ดอกบัวขาว

ตำนาน การกำเนิดดอกบัวขาว มาจากเศรษฐีนีสาว ผู้มีจิตใจงดงาม เธอเสียสละทรัพย์สินทุกอย่างให้แก่ผู้ยากไร้ จนเธออดอาหารเสียชีวิตอยู่ริมบึงน้ำ ร่างกายของเธอกลายเป็นดอกบัวขาวสวย พิสุทธิ์ที่ใช้บูชาพระ เช่นเดียวกับอรนุชหญิงสาวสวยผู้มีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ราวดอกบัวขาว เธอเสียสละทุกอย่างให้กับพี่น้องร่วมบิดา แม้แต่หัวใจรักของตัวเอง แต่ความเสียสละของเธอดูเหมือนจะจบสิ้นต่อเมื่อชีวิตของเธอจบลงเท่านั้น

ประมุขของบ้านเทพทัตคือร้อยโทอภิชาต เทพทัต (เก่ง-ชาติชาย งามสรรพ์)มีคู่หมั้นที่พ่อแม่หาให้คือ สุชาดา (วรรณษา ทองวิเศษ) ในวัยหนุ่มอภิชาตจีบชบา (นิกัลยา ดุลยา) สาวใช้ แข่งกับนายเสริฐคนสวนของบ้าน แต่อภิชาตใช้กำลังจนได้ชบาเป็นเมียก่อนวันแต่งงานวันเดียว นางรำเพย (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา)แม่ ของชบาซึ่งเป็นแม่ครัวของบ้านเมื่อรู้ข่าวก็ด่าว่าและจะจับชบาแต่งงานกับนาย เสริฐ แต่ชบาตั้งท้องซะก่อน เมื่อสุชาดารู้ก็มาอาละวาดด่าว่าชบาแต่สุชาดาก็ตั้งท้องเหมือนกัน ลูกสาวของสุชาดาเกิดก่อนชื่อกุลธิดา(น้อย) (ณิชานันท์ ฝั้นแก้ว) ลูกสาวของชบาชื่อ อรนุช(นุช) (ปู-ไปรยา สวนดอกไม้) อภิชาต ลอบเข้าหาชบาอีกจนชบาตั้งท้องลูกสาวคนที่สอง สุชาดาอาละวาดและยื่นคำขาดให้ลูกของชบาอยู่ในฐานะคนใช้เท่านั้น อภิชาตตกลง และเมื่อชบาคลอดลูกคนที่สอง ก็ล้มป่วยด้วยโรคร้ายจนเสียชีวิต ก่อนตายชบาสั่งเสียให้นุชรักพี่รักน้องและเสียสละโดยเฉพาะกับน้อยพี่สาวต่าง แม่ เพื่อไถ่บาปในการเป็นเมียน้อยของแม่ด้วย โดยมีนางรำเพย คอยเลี้ยงดู ทั้งนุชและแก้วอย่างเข้มงวด ให้เจียมตัวและอย่าเผยอขึ้นเทียมคุณนายเรือนใหญ่

น้อยมักแอบมาเล่นกับนุชและแก้ว (นัยนา ปามี) เสมอ แม้สุชาดาจะคอยห้าม น้อยมีนิสัยค่อนข้างเอาใจตัวเอง และถืออำนาจว่าเป็นพี่ ส่วนนุชนั้น เป็นเด็กรักดี จิตใจงาม แก้วดื้อรั้น ขี้อ้อนประสาน้องคนเล็กที่มีนุชคอยปกป้อง นุชจึงต้องรองรับอารมณ์ทั้งจากพี่และน้องด้วยความอดทน ไม่ว่าความผิดใดใดที่เกิดขึ้น คนที่ถูก

ทำโทษจะเป็นนุชเสมอ ถ้าไม่เป็นสุชาดาก็เป็นยายรำเพย ซึ่งนุชก็ไม่เคยปริปาก โชคดีที่มีรังสี (เชน-ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์) ลูก ชายนายเสริฐคนสวนของบ้าน เป็นเพื่อนที่นุชสนิทสนมและปรับทุกข์ทุกอย่างด้วยได้(หลังจากอกหักจากชบา นายเสริฐแต่งงานไปกับสาวใช้อีกคนและเลิกรากันหลังรังสีเกิดไม่นาน)

ครอบครัวศราชัย ครอบครัวนักธุรกิจใหญ่ ฐานะร่ำรวยมั่นคง ซึ่งสามีภรรยาเจ้าของบ้านคือ นายไพศาล (โดย ทนงศักดิ์ ศุภการ) และนางวารี (กชกร นิมากรณ์) ได้พาลูกชายพนา (นิว-วงศกร ปรมัตถากร) และศวัส (พูลภัทร อัตถปัญญาพล) มา ทำความรู้จักกับครอบครัวเทพทัตเนื่องจากได้ย้ายครอบครัวมาอยู่บ้านติดกัน เด็กทั้งห้าเป็นเพื่อนเล่นกัน แต่นุชมักปลีกตัวออกมาเล่นกับรังสีมากกว่า ทำให้พนาหมั่นไส้ ค่อนขอดตลอด นุชไม่ชอบหน้าเขาที่สุด วันหนึ่งรังสีทำให้น้อยบาดเจ็บ อภิชาตเลยไล่เสริฐและรังสีออกจากบ้าน พ่อลูกตัดสินใจกลับบ้านนอก เมื่อรังสีต้องจากไปทำนาบ้านนอก ทั้งสองสัญญากันว่าจะเขียนจดหมายติดต่อกัน โดยใช้ดอกบัวขาวเป็นสัญลักษณ์แทนตัวนุช

สิบปีต่อมาหนุ่มสาวทั้งห้า เติบโต เป็นสาวสวย และหนุ่มรูปงาม ทั้งหมดยกเว้นแก้วที่อยู่ ม.5 สอบติดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั้งหมด น้อยติดคณะอักษรศาสตร์ พนากับนุชสอบติดคณะวิทยาศาสตร์ และศวัสสอบติดวิศวะ ส่วนรังสีก็สอบติดคณะประมงด้วย สำหรับพนานั้นตั้งใจมาเรียนคณะเดียวกับนุชเพื่อจะได้ใกล้ชิดกัน นุชระอาที่พนาแกล้งเอาเปรียบในการเรียน แต่เมื่อถึงคราวคับขันพนาก็แก้ปัญหาทุกอย่างได้ดีจนนุชทึ่ง เมื่อพนานัดนุชจะไปเที่ยว นุชมักปฎิเสธแต่กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ติวหนังสือให้กับรังสี เพราะเขาต้องทำงานพิเศษส่งเสียตัวเองเรียน ทำให้พนาโกรธและหมั่นไส้มาก พนาเริ่มรักนุชแต่ไม่รู้ใจตัวเองแสดงออกด้วยการด่าว่ากระแหนะกระแหน ทำให้นุชเกลียดขี้หน้าพนาที่สุด

ศวัสน้องชายพนาแอบชอบนุชเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ศวัสเงียบขรึม พูดน้อย จึงได้แต่มองดูนุชและคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ที่สำคัญศวัสรู้ว่าพี่ชายชอบนุชแม้จะควงน้อยเป็นแฟนอย่างเปิดเผยก็ตาม ส่วนรังสีผู้เจียมตัวและอดทนได้แต่แอบรักแอบบูชาเพราะเจียมตัวว่าจนไม่คู่ ควรกับนุช เขาต้องออกจากการเรียนตั้งแต่ปี1 และจากไปเป็นเกษตรกรต่างจังหวัด

ตลอดการเรียนในมหาวิทยาลัย นุชต้องรับศึกหนัก ทั้งเรื่องเรียน เรื่องทางบ้าน เพราะสุชาดามักคอยหาเรื่องให้นุชต้องไปเรียนไม่ทัน บางครั้งก็เกือบขาดสอบ ไหนจะต้องดูแลความประพฤติของแก้วที่เหลวไหล ติดเพื่อนที่ชวนเที่ยว จนเกือบจะติดยาเสียคน ไหนจะต้องคอยรับใช้น้อยที่ มีนุชเป็นเบ๊ในทุกเรื่อง แต่ความอดทนและเสียสละของนุชก็ทำให้พนาและศวัสยิ่งประทับใจนุชมากขึ้น

เมื่อ จบการศึกษา พนาทำเซอร์ไพรส์ขอให้พ่อแม่มาสู่ขอนุช บ้านเทพทัตต่างแปลกใจเพราะพนาสนิทสนมไปไหนมาไหนกับน้อยมากกว่า น้อยอาละวาดเสียใจ โดยมีแม่มาปลอบใจและยุแยงว่านุชแผนสูงจะแย่งพนาไป น้อยมาต่อว่านุชที่แย่งของรักของตัว นุชปฎิเสธและให้สัญญาว่าจะไม่มีทางแย่งของรักของน้อย พนามาหานุช นุชไม่ยอมมาพบ พนาบุกเข้าไปแล้วลวนลามจะจูบ แก้วกับน้อยมาเห็นโกรธนุชว่าไม่รักษาสัญญา นุชพยายามจะอธิบายแต่ไม่มีใครฟัง แก้วถูกน้อยยุยงให้เกลียดนุช นุชเสียใจมาก

วันหมั้นนุชปฎิเสธการหมั้นกับผู้ใหญ่ พนาโกรธมาก มาอาละวาด ขอคำตอบว่าทำไมปฎิเสธเขา นุช ยืนยันว่าเกลียดคนอย่างพนาที่สุดและจะไม่มีวันรัก พนาถึงกับอึ้งเสียใจกินเหล้าเมายา มีน้อยมาคอยปลอบใจ ศวัสเมื่อเห็นนุชปฎิเสธพนาจึงพาตัวมาใกล้ชิดนุช ทำให้แก้วซึ่งแอบชอบศวัสเกลียดนุชไปด้วย พนาเห็นศวัสมาจีบนุชก็หึง ด่าว่าและพยายามลวนลาม น้อยมาเห็นทำให้ยิ่งเกลียดนุชเข้าไส้ เข้าใจว่านุชมารยา หน้าไหว้หลังหลอก นุชหาทางออกโดยโกหกกับพนาว่ารักรังสีและจะต้องแต่งงานกันให้ได้ พนาอาละวาดและประชดนุช กลับไปควงน้อยออกนอกหน้า ให้สัมภาษณ์เปิดตัวแฟนใหม่ในนิตยสารไฮโซ ส่วนนุชเมื่อเห็นข่าวก็ปวดใจเริ่มรู้ตัวว่าแอบรักพนาจึงหาทางหนีไปจากบ้าน เพื่อปิดกั้นใจตัวเอง

ครูสุรีย์ได้ขอร้องให้นุชมาช่วยสอนหนังสือชั่ว คราวที่ปราณบุรี นุชได้พบรังสี ที่มาเป็นชาวประมงอยู่ที่นี่ รังสีมาช่วยงานโรงเรียนบ่อยๆ และสารภาพว่ารักนุช แต่นุชให้ได้เพียงแค่ความเป็นเพื่อน รังสีเสียใจแต่ยอมรับได้ ทั้งสองสนิทสนมไปไหนมาไหนด้วยกัน จนคนที่นี่คิดว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน พนาเริ่มงานที่บริษัทของไพศาล ต้องมาดูงานแถวปราณบุรีและเจอนุชโดยบังเอิญ เข้าใจว่านุชหนีมาหารังสีจริงๆทั้งหึงทั้งโกรธ พนาท้ารังสีกินเหล้า ทั้งสองเมาอย่างหนัก แล้วท้าดวลต่อยกัน สุดท้ายทั้งคู่จับมือเป็นเพื่อนกัน รังสีกลับบ้านไปหาเสื้อผ้าให้พนา ระหว่าง นั้น พนาด่าว่าดูถูกนุช นุชตบหน้า พนาใช้กำลังปลุกปล้ำนุช พนาพร่ำขอโทษสารภาพว่าทำเพราะรักไม่ใช่ความใคร่ และสัญญาว่าจะส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอ รังสีมาเจอภาพบาดตา อกหักกลับไป

รุ่ง เช้า นุชหนีกลับกรุงเทพ หลบหน้าทุกคนและเข้าไปกราบอภิชาต พ่อได้มอบเครื่องประดับให้นุชในวันเกิดและมอบจดหมายที่ชบาฝากไว้ให้นุชอ่าน ใจความในจดหมายขอให้นุชรักพี่รักน้องและเสียสละให้ทั้งสอง น้อย มาดักพบนุชคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องให้ยกพนาให้กับตน นุชให้สัญญาอีกครั้งว่าจะทำให้พนาหันไปรักน้อย พนามาหานุชที่บ้านเพื่อกำหนดวันแต่งงาน นุชหัวเราะใส่หน้า ไม่ยอมแต่งงานบอกว่าตัวเองรักรังสีลักลอบได้เสียกันมาหลายครั้งแล้ว ขอให้พนาออกไปจากชีวิต พนาเสียใจและเจ็บแค้นมากประชดแต่งงานกับน้อยภายในอาทิตย์นั้น น้อยยุยงให้แก้วหนีตามเอสเพื่อนนิสัยเลวของตัวเองไป นุชออกตามหาแก้ว แต่ไม่เจอ ในวันแต่งงาน นุชเป็นลมล้มลงทับเค้กแต่งงาน เพราะท้อง น้อยโกรธมาก

ศวัสพานุชไปหาหมอเลยรู้ว่านุชท้อง รังสีมาเยี่ยมนุชและบอกศวัสว่าพนาเป็นพ่อของเด็กในท้อง ศวัสมาขอนุชแต่งงานเพื่อรักษาเกียรติให้เทพทัตและเพื่อให้เด็กมีพ่อโดยสัญญา ว่าจะไม่แตะต้องตัวนุชถ้านุชไม่ยินยอม พร้อมทั้งยินดีเซ็นใบหย่าควบคู่กับทะเบียนสมรสเพื่อให้นุชได้เป็นอิสระเมื่อ ต้องการ พนากับน้อยมีชีวิตคู่ที่หวานอมขมกลืน เพราะ พนาไม่ยอมมีความสัมพันธ์กับน้อย สุชาดาจ้างคนมาฆ่านุชแต่นุชก็แคล้วคลาดได้ตลอด

เมื่อนุชย้ายมาอยู่ร่วมกันในบ้านศราชัยและต้องเผชิญหน้ากัน นุชพยายามหลบ พนาหาโอกาสเข้าใกล้ชิด
กวน ประสาทนุช ซึ่งศวัสเข้ามาขวางได้ตลอด วารีเห่อลูกในท้องนุชมากจนน้อยอิจฉา วันหนึ่งน้อยมาแอบได้ยิน พนาต่อว่านุชและแสดงความรู้สึกว่ายังรักนุชอยู่ น้อยเจ็บแค้นมาก แต่น้อยแสร้งทำไม่รู้ ร่าเริง ดูแลนุชด้วยความหวังดีแต่แท้จริงเจตนาทำร้ายให้เด็กแท้งแต่ไม่สำเร็จ นุชแคล้วคลาดไปทุกครั้ง

รังสีรู้เรื่องนุชแต่ง งานเลยมาเยี่ยมและแสดงความยินดี รังสีกลับไปที่พักก็กินเหล้าเสียใจ น้อยสะกดรอยตามมาเสนอเงินให้พานุชหนีไปตั้งตัวที่อื่น ให้พ้นจากพนา รังสีไม่ยอม น้อยทั้งดูถูกรังสีและด่าว่านุช ทำให้รังสีโมโหปลุกปล้ำน้อยจนตกเป็นของตน น้อยแค้นใจมาก สุชาดาเริ่มติดการพนันถูกเฮียเส็งเจ้าของบ่อนทวงเงิน

น้อยได้ยินศวัสคุยกับนุชเลยรู้ว่า เด็ก เป็นลูกของพนา เลยเอาเรื่องไปปรึกษาสุชาดา ทำให้พนารู้เรื่องไปได้ พนาฉุดนุชไปบ้านที่ปราณบุรี แต่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อน น้อยมาช่วยทั้งคู่และทำให้นุชแท้งลูก นุชเสียใจมากขอหย่ากับศวัส และกลับมาอยู่บ้านเทพทัต อภิชาตได้ยินที่น้อยมาเล่าให้สุชาดาฟังว่าเป็นคนทำให้นุชแท้ง อภิชาตจึงเห็นใจนุชมากขึ้น เอสหลอกแก้วให้ไปเป็นเมียเก็บของไพศาล ไพศาลติดใจแก้ว เอสมาขู่เลยถูกลูกน้องไพศาลเล่นงานจนขาเป๋ ส่วนแก้วก็ทิ้งเอสมาอยู่กับไพศาล

พนามาดักฉุดนุชไปอยู่เพนท์เฮาส์ โดยสัญญาว่าจะขอใช้เวลากับนุชแค่ 4 วันแล้วจะปล่อยนุชเป็นอิสระ จะไปทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับน้อย นุชใจอ่อนตกลง ที่นี่ ทั้งสองมีความสุขมาก น้อยติดใจรังสีแอบมาหาบ่อยๆ ทำให้ศวัสผิดสังเกต พยายามจับผิด แต่จับไม่ได้

น้อยท้องกับรังสี แต่มาขู่ว่าเป็นลูกพนา พนาไม่ยอมรับ น้อยเลยไปบอกนุช นุชหนีไป น้อยแค้นร่วมมือกับเอสหาทางเล่นงานนุช รังสีรู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกของตัวเอง มาทวงสิทธิ์ น้อยเลยฆ่ารังสี แต่รังสีรอดชีวิตมาได้ ศวัสเพิ่งรู้ว่าแก้วเป็นเมียน้อยไพศาล ศวัสทะเลาะกับไพศาลเรื่องแก้ว จนไพศาลโรคหัวใจกำเริบเข้าโรงพยาบาล วารีขอให้แก้วเลิกยุ่งกับศวัสอีก

เอส น้อย สุชาดา วางแผนกันเรื่องนุช บ่เติงแอบมาได้ยินเรื่องทั้งหมดเลยถูกจับตัวไป ไพศาลต้องเข้ารับการผ่าตัด น้อยแอบเห็นพินัยกรรมแล้วรู้ว่าพนาจะได้สมบัติทั้งหมด จึงแอบถอดเครื่องช่วยหายใจของไพศาลออก ไพศาลเสียชีวิตลง น้อยมาขอหย่ากับพนาโดยแบ่งทรัพย์สินกันคนละครึ่ง พนาไม่ยอม

ใน งานศพนุชมาที่งาน พนามาปลอบนุชเรื่องแก้ว น้อยเห็นมาอาละวาดหวังให้ทุกคนในงานคิดว่านุชมาแย่งพนาไปและจะได้ฟ้องหย่า พนา แต่รังสีเข้ามาเปิดโปงเรื่องทั้งหมดเสียก่อน น้อยโกรธแค้นมากวางแผนให้เอสจัดการกับนุชและแก้ว สุชาดาเผาเรือนเพื่อไล่นุชกับแก้วออกไปจากบ้าน

แก้วพานุชไปพักที่ เพนท์เฮาส์ของไพศาล และทั้งคู่เตรียมจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน เอสปลอมตัวเข้ามาที่เพนท์เฮาส์จับนุชไปขังไว้กับบ่เติง เอสส่งจดหมายมาขู่แก้ว แก้วเป็นห่วงนุชมากไม่รู้จะทำยังไง พนาไปตามหานุชแต่มาเจอแก้ว และรู้เรื่องราวทั้งหมด ทั้งคู่ต้องรอให้เอสติดต่อมา

อภิชาตจับได้ว่าสุชาดาติดพนัน จึงไล่สุชาดาออกจากบ้าน สุชาดาแค้นมาก ไปหาน้อยกับเอสและร่วมมือกันจัดการกับนุช นุชกับบ่เติงพยายามหาทางหนี แต่พวกน้อยมาเห็นเสียก่อน บ่เติงโดนยิง เอสโทรหาแก้วให้เอาเงินไปไถ่ตัวนุช พนาจับสัญญาณได้ว่านุชถูกขังอยู่ที่สตูดิโอของเอส พนาพาแก้วรีบไปช่วยนุช

แต่ พนาก็โดนจับตัวไป แก้วไม่รู้จะทำยังไงรีบบอกศวัสกับรังสี เอสให้แก้วเอาเงินมาไถ่ตัวนุชแต่แก้วก็ถูกจับไปอีกคน ศวัสกับรังสีรีบมาช่วยพวกพนา เกิดการต่อสู้กันขึ้น น้อยพลาดท่าเกือบถูกเหล็กแทง แต่นุชก็เอาตัวบังไว้ทำ ให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส เอสถูกตำรวจจับตัวไป สุชาดาถูกพวกเฮียเส็งข่มขู่จนเป็นบ้า น้อยแท้งลูกและเป็นอัมพาตเพราะคอไปกระแทกกับแท่งเหล็ก พนากับนุชก็คอยดูแลน้อยที่พิการอยู่ตลอด น้อยละอายใจสำนึกผิดถึงความเสียสละที่นุชมีให้น้อยเสมอมา แก้วไปปฏิบัติธรรมเพื่อชดใช้ความผิดที่เคยทำไว้กับครอบครัวศวัส พนาขอนุชแต่งงาน ในที่สุดความดีที่นุชทำด้วยความอดทนก็ส่งผล

ด้วยแรงแห่งรัก

สิรภัทร รัตนวลี นักร้องซุปปอร์สตาร์ ถูกลอบฆ่าด้วยการตัดสายเบรกรถยนต์จนรถประสานงานกับรถคอนเทรนเนอร์กลายเป็น เจ้าชายนิททานอนอยู่ในห้อง ICU ขณะที่ปารณีย์ สิริกัณชัย กลับจากต่างประเทศหลังจากจบการศึกษาด้านอินทรีเรียดีไซด์ ทุกคืนเธอมักจะฝันถึงบ้านสีขาวริมทะเลซ้ำติดกันทุกวันจนน่าแปลกใจ ปารณีย์ รับงานออกแบบตกแต่งบ้านหลังหนึ่งที่หัวหิน และต้องพบกับความแปลกใจเมื่อบ้านหลังนี้คือบ้านฟ้าครามที่เธอฝันถึงทุกคืน นั่นเอง ที่นี่ปารณีย์ได้พบกับดวงจิตของสิรภัทรเจ้าของบ้านฟ้าคราม สร้างความสงสัยให้กับทั้งสองอย่างยิ่งว่าทำไมหญิงสาวจึงเห็น และติดต่อกับเขาได้เพียงคนเดียว

ดร.รณภพ และคุณหญิงอรวดี รวมทั้งอัษฎา พ่อแม่และน้องชายวัยห้าขวบของสิรภัทร รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดกับชายหนุ่มเป็นอย่างยิ่ง คุณกมล กับคุณระพี ลุงกับป้าของสิรภัทร พร้อมทั้งสิรายุ น้องชายต่างมารดาของสิรภัทร ซึ่งอยู่ในการอุปการะของคุณระพี ได้เข้ามาดูแลครอบครัวของสิรภัทร ตลอดจนเข้ามาช่วยธุรกิจในบริษัทของตระกูลรัตนวลีด้วย สิรายุตอบตกลงกับบริษัทเทปต้นสังกัดของสิรภัทรที่ทาบทามให้มาเป็นศิลปินใน สังกัดเพราะต้องการมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับเหมือนกับพี่ชายต่างมารดาของตน ทำให้ปิยาพัชร คู่หมั้นของสิรภัทรหันมาให้ความสนใจสิรายุแทน

ปารณีย์และสิรภัทรใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจนทำให้ทั้งคู่เกิดความผูกพันธ์ทางใจ กันอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ชายหนุ่มและหญิงสาวเดินเล่นที่ชายหาดด้วยกันนั้น สิรภัทรพยายามรวบรวมสมาธิเก็บเปลือกหอยมาร้อยเป็นสร้อยคอสวมให้ปารณีย์และ บอกว่าเขาทำให้ด้วยใจ ปารณีย์บอกว่าเธอจะสวมสร้อยคอนี้ไว้ เพราะถ้าวันที่สิรภัทรฟื้นขึ้นมาแล้วไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ สร้อยคอเส้นนี้จะยืนยันเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเธอจะระลึกเสมอว่าเจ้าของสร้อยเส้นนี้จะอยู่ใกล้ตัวและหัวใจเธอตลอดไป

ปารณีย์เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวกับสิรภัทรให้นายแพทย์ทศวรรษ ซึ่งเป็นเพื่อนรักที่ดูแลรักษาร่างสิรภัทรที่โรงพยาบาลและนัชชา เพื่อนรักของตนฟัง ทั้งหมดจึงช่วยกันหาทางทำให้สิรภัทรฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ปารณีย์ตรวจสอบข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุของสิรภัทรพบว่ารถยนต์ของชายหนุ่มถูก ตัดสายเบรก หญิงสาวคิดว่าครอบครัวของสิรภัทรกำลังตกอยู่ในอันตราย และสืบทราบอีกว่าคุณระพีเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด แต่ขาดหลักฐานจึงไม่สามารถเอาผิดคุณระพีได้

ปารณีย์บอกกับสิรภัทรว่าจะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ในวันเกิดของเธอ ชายหนุ่มจึงถามว่าปารณีย์เกิดวันที่เท่าไร ทำให้ได้ทราบว่าปารณีย์เกิดวัน เดือน ปี และเวลาเดียวกับสิรภัทรพอดี จึงเป็นเหตุผลที่ปารณีย์เห็นตนเพียงคนเดียว ปารณีย์รู้สึกว่าสิรภัทรน่าจะฟื้นขึ้นมาในวันเกิดของเขาที่จะถึงแต่เธอไม่ สามารถอธิบายได้ว่าทำไม และในวันเกิดของสิรภัทร อัษฎาถูกคนร้ายจับตัวไปเรียกค่าไถ่ และระบุว่าให้ปารณีย์เป็นคนนำเงินมาไถ่ตัวอัษฎา เมื่อถึงเวลาเกิดของสิรภัทรร่างของสิรภัทรถูกไฟฟ้าลัดวงจรช็อตจนเกิดประกาย สว่างไปทั่วห้อง

ปารณีย์เดินทางไปถึงจุดนัด และได้พบกับคุณระพี คุณระพีโกรธมากเธอสารภาพว่าเป็นคนวางแผนการทั้งหมดเพื่อเรียกร้องความ ยุติธรรมให้กับน้องสาวของเธอซึ่งก็คือแม่ของสิรายุนั่นเอง คุณระพีคลุ้มคลั่งยกปืนจะยิงอัษฎา ปารณีย์จึงใช้ร่างของตัวเองรับกระสุนแทนอัษฎา ตำรวจที่ซุ่มดูเหตุการณ์อยู่จึงเข้าช่วยเหลือทันที ปารณีย์อยู่ในอาการโคม่า ขณะที่สิรภัทรรู้สึกตัวและจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักกับปารณีย์ เขาประกาศอำลาวงการเพื่อแต่งงานสร้างความเสียใจให้กับปารณีย์อย่างยิ่ง หญิงสาวนำสร้อยคอเปลือกหอยที่สิรภัทรร้อยให้มาคืนชายหนุ่มและหลบไปสงบจิตใจ ที่ต่างจังหวัด สิรภัทรตามหาปารณีย์และขอโทษที่ฟื้นขึ้นมาแล้วจำหญิงสาวไม่ได้ และบอกว่าในวันที่ปารณีย์นำสร้อยเปลือกหอยมาคืนให้นั้น เหตุการณ์ต่างๆ เริ่มผุดขึ้นในสมอง และยืนยันว่าเขาจำทุกสัมผัสที่หญิงสาวมีต่อเขาได้ดี ทั้งสองสัญญาว่าจะดูแลกันตราบนิจนิรันดร

รายชื่อนักแสดง “ด้วยแรงแห่งรัก”
1. ปฏิภาณ ปฐวีกานต์   แสดงเป็น  สิรภัทร
2. วรนุช วงศ์สวรรค์   แสดงเป็น  ปารณีย์
3. อุษณีย์ วัฒฐานะ   แสดงเป็น  นัชชา
4. สวิช เพชรวิเศษศิริ   แสดงเป็น  ทศวรรษ
5. ศรัญยู วินัยพาณิช   แสดงเป็น  สิรายุ
6. มรกต กิตติสาระ   แสดงเป็น  ปิยาพัชร
7. ไพโรจน์ สังวริบุตร   แสดงเป็น  รณภพ
8. ดวงดาว จารุจินดา   แสดงเป็น  ระพี
9. สมภพ เบญจาธิกุล   แสดงเป็น  กมล
10. เทพยุดา ศรียาภัย   แสดงเป็น  ปรุงทิพย์
11. อาภาพร กรทิพย์   แสดงเป็น  ประกายทอง
12. ขวัญฤดี กลมกล่อม   แสดงเป็น  ระย้า
13. โอลิเวอร์ บีเวอร์   แสดงเป็น  คมคิด
14. วาโย เกียรติกนก   แสดงเป็น  ประกายดาว
15. สิริยา นฤนาท   แสดงเป็น  นมหวาน
16. ศักดิ์ณรงค์ ศรีสว่าง   แสดงเป็น  เข้ม
17. สุรจิต บุญญานนท์   แสดงเป็น  ขวด
18. ด.ช.รจนกร อยู่หน้า   แสดงเป็น  อัษฎา

ด้วยแรงอธิษฐาน

ก่อนสิ้นลม เธออธิษฐานเพื่อให้ได้เกิดมาเพื่อแก้แค้นเขา แต่เขามีชีวิตอยู่เพื่อรัก และรอเธอคนเดียว ความรัก ความแค้น ข้ามภพ

วรดา ลูกสาวของวารี ภรรยาบ่าวของนายพลประพจน์ หลบออกมาจากงานเลี้ยงวันเกิดของผาณิต ลูกสาวคุณหญิงผกา ภรรยาแต่งของประพจน์ คุณหญิงผกาและผาณิตไม่เคยนับญาติกับวรดา วารีสอนให้วรดาต้องอดทนทุกครั้งเมื่อต้องฟังคำพูดดูถูกของคุณหญิงผกา  วรดานั่งอ่านเจนแอร์ นวนิยายเล่มโปรดในสวนใกล้ต้นปีบ กฤตย์เห็นวรดาครั้งแรกก็ชอบทันที กฤตย์ชวนวรดาคุยและสัญญาว่าจะเอาหนังสือนิยายมาให้ วรดาขอบคุณและเป็นสุขใจ

เกื้อกับสายพิณมีลูกสามคน คือเกตุมณี พี่สาวคนโต กฤตย์ ลูกชายคนเดียวในบ้าน และแกมแก้ว ลูกคนเล็กที่เอาแต่ใจตัวเองมาก เกื้อมีเชื้อสายจีน เขาย้ายมาอยู่ข้างบ้านประพจน์ คุณหญิงผกาไม่ชื่นชมมากนัก แต่ผาณิตกลับชอบกฤตย์ผาณิตเป็นคนหัวอ่อนขี้กลัว จึงสนิทกับแกมแก้วที่มีนิสัยกระด้าง ชอบเอาชนะ ผาณิตแอบชอบ กฤตย์ ขณะที่แกมแก้วแอบชอบปิติ ซึ่งเป็นนายทหารผู้ช่วยประพจน์ ปิติเป็นสุภาพบุรุษจึงมักไปส่งผาณิตและแกมแก้วซื้อของเป็นประจำ แกมแก้วไม่ชอบวรดาเพราะรู้ว่าปิติชอบวรดา กฤตย์ชวนวรดาไปเดินเล่นในสวนที่บ้านกฤตย์ โดยมุดกำแพงผุที่อยู่ระหว่างบ้านกฤตย์ และบ้านวรดา วรดาถามเรื่องหลุมหลบภัยในบ้านกฤตย์ แต่กฤตย์ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ทั้งสองคนจึงช่วยกันหาแล้วลงไปในหลุมนั้นด้วยกัน ก่อนกลับบ้าน กฤตย์ขอสัญญาที่จะเจอวรดาอีกแต่วรดาไม่รับปาก ปิติแอบไปหาวรดาที่สวนหลังบ้าน ปรากฏว่าเขาเห็นวรดาอยู่กับกฤตย์ ปิติเสียใจมาก จนขับรถไปชนกับรถเกตุมณี ปิติกำลังโมโหจึงพูดจาไม่ดีกับเกตุมณี เมื่อนึกได้ปิติจึงไปขอโทษเกตุมณี วันหนึ่งแม่ของปิติไปตลาดจึงได้เจอกับเกตุมณี ทั้งคู่ถูกชะตากัน แม่ของปิติเชียร์ให้ปิติจีบเกตุมณี

แกมแก้วมาหาผาณิตที่บ้านจึงเห็นว่าวรดายืนคุยกับคนสวน ทั้งสองหาว่าวรดาร่าน จึงไปฟ้องประพจน์กับคุณหญิงผกา แต่เมื่อมาอีกครั้งผู้ชายคนนั้นกลับเป็นกฤตย์ กฤตย์ยอมรับผิดทุกอย่างพร้อมทั้งขอให้เกื้อมาสู่ขอวรดาให้เขา เกตุมณีเล่าเรื่องที่กฤตย์จะแต่งงานกับวรดาให้ปิติฟัง เธอจึงได้รู้ว่าปิติเคยรักวรดา รวมถึงแกมแก้วก็หลงรักปิติเช่นกัน ทำให้เกตุมณีคิดตัดใจ แต่ปิติตามง้อและบอกรักเกตุมณี ในที่สุดเกตุมณีก็ยอมแต่งงานกับปิติ เมื่อแก้มแก้วรู้เธอรับไม่ได้และหาว่าเกตุมณีแย่งปิติไป ปิติกับเกตุมณีจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่เพชรบูรณ์

ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องในสวน วรดาไม่ได้เจอกฤตย์เลยเพราะถูกกีดกันจากคุณหญิงผกา แกมแก้ว และผาณิต วรดาทำงานหนักจนไม่สบาย กฤตย์อยากพูดกับวรดาเมื่อเจอหน้ากัน แต่ทุกอย่างแย่ลง คุณหญิงผกาพูดให้กฤตย์คิดว่าวรดาท้อง กฤตย์ไม่อยากเชื่อ วรดาเข้าใจว่ากฤตย์หันไปชอบผาณิต ทั้งสองเข้าใจผิดกัน และวันสุดท้ายที่เจอกันกฤตย์นัดวรดาไปที่สวนหลังบ้านวรดารีบทำงานเพื่อไปตาม นัด เมื่อเธอไปถึงกลับไม่พบกฤตย์ แต่โดนคนเอาไม้มาตีคอ วรดาคิดแค่ว่ากฤตย์ทำร้ายเธอ ที่สำคัญเขาจับเธอไปขังที่หลุมหลบภัย จนวรดาขาดอาหาร ก่อนตายเธอตั้งสัตย์อธิษฐาน ขอกลับมาแก้แค้นคนที่ทำให้เธอต้องเจ็บจนตาย

มนทิรากับนิกรมีลูกสาวชื่อนัทธมน เด็กสาวเกิดมาพร้อมพลังพิเศษที่สามารถบังคับสิ่งของได้ คืนใดที่นัทธมนฝันร้าย สิ่งรอบตัวของเธอจะลอยขึ้นจนทำให้มนทิรากับนิกรตกใจและเป็นห่วงนัทธมน แต่ทั้งสองยังไม่พานัทธมนไปหาหมอเพราะยังเด็กอยู่วันหนึ่งมนทิราพานัทธมนวัยขวบเศษไปใส่บาตรกับพระธุดงค์รูปหนึ่ง พระรูปนี้เตือนให้มนทิราเลี้ยงนัทธมนให้ดี ให้สอนเรื่องการให้อภัยเพื่ออนาคตของนัทธมน แม้นัทธมนจะโตขึ้นแต่อาการฝันร้ายยังมีเหมือนเดิม มนทิราจึงคอยระวังไม่ให้นัทธมนกลัวและสอนนัทธมนให้อโหสิ แต่ยิ่งโตขึ้น นัทธมนเริ่มไม่เชื่อฟังจนมนทิราหนักใจ เมื่อนัทธมนเข้าโรงเรียน เธอไม่ชอบเพื่อนคนหนึ่งชื่อติสรณ์ หรือเต้ย ซึ่งเป็นลูกนักการเมืองใหญ่ ติสรณ์ชอบกระตุกผมเพื่อนผู้หญิง วันหนึ่งติสรณ์กระตุกผมนัทธมนทำให้เธอโกรธและใช้พลังพิเศษจนติสรณ์ได้รับบาดเจ็บมากกว่านัทธมนหลายเท่า มนทิรารู้ว่านัทธมนเป็นคนทำ เธอให้นัทธมนสาบานว่าจะไม่ทำอีก แต่นัทธมนไม่ยอม ทำให้แม่ลูกทะเลาะกัน นิกรเกิดอุบัติเหตุรถชนตาย นัทธมนรู้ล่วงหน้าจึงรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนมนทิราก่อนที่เพื่อนร่วมงานของ นิกรจะโทรมาบอกว่านิกรเสียแล้ว
หลังจบมัธยมสาม นัทธมนบอกมนทิราว่าจะเรียนต่อเลขานุการโดยไม่ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริงว่า มีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เธอต้องไปเรียนที่นี่ มนทิราห้ามไม่ได้จึงปล่อยไป แม้แต่ติสรณ์ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นเพื่อนสนิทของนัทธมนก็เสียดายความรู้ของ นัทธมนแทน

วันแรกของการเข้าเรียน นัทธมนได้เพื่อนใหม่ชื่อกลิกาหรือถุงแป้ง ลูกของเกตุมณีกับปิติ และนัทธมนก็ได้รู้จักกฤตย์ ซึ่งเป็นน้าชายของกลิกา นัทธมนรู้ทันทีว่าเป็นเขาที่เธอต้องแก้แค้นนัทธมนนั่งอ่านเจนแอร์ ทำให้กลิกางงที่นัทธมนอ่านหนังสือเก่า แต่นัทธมนไม่รู้สึกซาบซึ้งไปกับเนื้อหา เธอเห็นว่าเจนแอร์เป็นผู้หญิงโง่ที่ยอมให้ผู้ชายหลอกแล้วทิ้งไปเหมือนวรดา ที่โง่ให้กฤตย์หลอก แล้วก็ตายเพราะเขา เพื่อนของกลิกามักถามถึงกฤตย์ แม้แต่นัทธมนที่ยังไม่เคยเจอกฤตย์ก็ถามถึงจนเพื่อนๆ งง นัทธมนจึงบอกว่าเธอสนใจกฤตย์ กลิกาอยากให้เป็นจริงเพราะไม่อยากให้กฤตย์ต้องตกลงปลงใจกับปณิตา หม้ายสาวที่ตามตื้อกฤตย์มานาน ที่กฤตย์ยังไม่มีใครเพราะลืมวรดาไม่ได้ กฤตย์มารับกลิกาที่โรงเรียน เขาเห็นนัทธมนแล้วตกใจมากเพราะคิดว่าเป็นวรดา ขณะที่ติสรณ์มารับนัทธมนที่โรงเรียน ติสรณ์สนใจกลิกา นัทธมนจึงช่วยติสรณ์เพราะรู้ว่าทั้งคู่เป็นคนดีนัทธมนแต่งตัวไปงานวันเกิดขอ งกลิกาที่บ้านกฤตย์ เมื่อไปถึงนัทธมนตกใจที่บ้านกฤตย์กลายเป็นบ้านเรือนไทย บ้านเก่าเธอ นัทธมนถามกลิกาจนรู้ว่า กฤตย์ซื้อบ้านหลังนี้มาเพราะทุกคนในบ้านตายหมด ส่วนบ้านอีกหลังกฤตย์ใช้เป็นสำนักงาน

นัทธมนยังไม่ได้เจอกฤตย์เพราะเขาไม่สบายจึงลงมาร่วมงานไม่ได้ กฤตย์เห็นนัทธมนเดินอยู่ในสวนแต่เรียกไม่ทัน จนสะดุดโต๊ะที่วางเค้กวันเกิดของกลิกา แกมแก้วโวยวายว่าเป็นความคิดของกลิกา แต่กฤตย์ปกป้องกลิกา นอกจากนี้ เขาถามกลิกาถึงเพื่อนที่มาเดินในสวนจึงรู้ว่าเป็นนัทธมน กฤตย์จึงบอกกลิกาให้ชวนนัทธมนมาทำงานเป็นเลขาที่บริษัท ซึ่งนัทธมนก็ยินดี นัทธมนจะได้มาทำงานเป็นเลขาของกฤตย์โดยตรง และทำงานที่บ้านเรือนไทย ไม่ใช่ที่สำนักงาน กลิกาดีใจที่นัทธมนได้งาน แกมแก้วนำเอกสารขอส่งลินจันทร์ ลูกสาวที่เป็นใบ้ไปเรียนต่างประเทศเพื่อรักษาตัว ลึกๆ แกมแก้วอิจฉาที่กฤตย์จะส่งกลิกาลูกเกตุมณีไปเรียน กฤตย์ขอเวลาตัดสินใจวันแรกของการทำงาน นัทธมนได้รู้จักกับพิษณุ เลขาเก่าของกฤตย์ ซึ่งจะย้ายไปประจำที่สาขาชลบุรี พิษณุสอนงานให้นัทธมนตอนบ่ายกฤตย์พานัทธมนไปประชุมที่สำนักงานฝั่งตรงข้าม บ้านเรือนไทย นัทธมนได้ทักทายบงกช ซึ่งต้องติดต่องานประจำเมื่อกฤตย์กับนัทธมนไปแล้วบงกชโทรศัพท์บอกเรื่องนัท ธมนให้ปณิตารู้ทันที ปณิตาไม่ไว้วางใจจึงคิดหาทางกำจัดนัทธมน ปณิตา เป็นลูกแม่ค้าจนๆ จึงตัดสินใจแต่งงานเพื่อยกระดับตัวเองถึงสองครั้ง ครั้งที่สองทำให้เธอรวยมาจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อปณิตาตั้งใจจะจับกฤตย์แล้วเธอต้องทำให้ได้

แกมแก้วเข้ามาดูเลขาคนใหม่ของกฤตย์ทำให้แกมแก้วตกใจมากที่นัทธมนหน้าเหมือ นวรดา หลังจบประชุม กฤตย์พานัทธมนไปยังสระน้ำที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหลุมหลบภัยที่วรดาตาย กฤตย์บอกว่าเคยคิดทำสวน กฤตย์พานัทธมนเดินมาหาลินจันทร์เมื่อนัทธมนเห็นลินจันทร์จึงรู้ว่าลินจันทร์ คือผาณิตกลับชาติมากเกิด ลินจันทร์รู้เช่นกัน จึงกลัวนัทธมนจนวิ่งหนีไป
มนทิราบอกเรื่องที่คนจะขายรถ นัทธมนสนใจเพราะจะได้ไปทำงานสะดวก หลังจากไปลองนำรถมาใช้ นัทธมนก็ตกลงซื้อ และขับรถไปทำงานทุกวัน
ปณิตาชวนกฤตย์ไปทานข้าว แต่กฤตย์นัดนัทธมนและกลิกาไว้แล้ว ปณิตาจึงขอไปด้วย โดยเลือกร้านอาหารทะเล และเหน็บแนมนัทธมนตลอดเวลา สุดท้าย นัทธมนใช้พลังพิเศษทำให้ปูหนีบนิ้วปณิตา ปณิตาถึงกับพูดไม่ออก ไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือของนัทธมน
วันรับวุฒิบัตร มนทิราได้เจอกับกฤตย์ที่ไปแสดงความยินดีกับกลิกาและนัทธมน ทั้งสี่คนจึงไปทานอาหารเย็นด้วยกัน มนทิราสังเกตเห็นว่านัทธมนไม่ชอบกฤตย์ และแน่ใจว่าผู้ชายที่ลูกฝันถึงเป็นกฤตย์ มนทิราไม่สบายใจที่นัทธมนไม่ตัดความแค้นออกจากใจเสียที ขณะที่นัทธมนนำรูปคู่ระหว่างตนเองกับกฤตย์ไปตั้งบนโต๊ะทำงานตามที่กลิกาของ ร้อง แกมแก้วมาเห็นจึงไม่ชอบใจนัก กลิกากลับไปเพชรบูรณ์พร้อมของฝากและรูปถ่าย เมื่อเกตุมณีและปิติเห็นรูปนัทธมนทั้งคู่ตกใจว่าทำไมถึงเหมือนวรดามาก ปณิตาเห็นรูปที่ตั้งบนโต๊ะนัทธมน ปณิตาไม่พอใจมาก เธอชวนกฤตย์ไปทัวร์ยุโรปแถมจองตั๋วเผื่อกฤตย์แล้ว แต่กฤตย์ปฏิเสธเพราะติดธุระพอดี ปณิตาช้ำใจมาก ยิ่งเธอชวนนัทธมนไปทำงานที่บริษัทเพื่อให้ห่าง

กฤตย์ แต่นัทธมนปฏิเสธ ปณิตาก็ยิ่งแค้น เมื่อคนใช้ยกกาแฟมาให้ ปณิตาจะแกล้งทำกาแฟหกใส่นัทธมน ปรากฏว่ากาแฟหกรดตัวเอง ปณิตางงกับเหตุการณ์ที่พลิกผัน แกมแก้วพยายามพาลินจันทร์ไปหากฤตย์ พอดีไพโรจน์มาเยี่ยมลูกสาวคือลินจันทร์ และจะพาไปเที่ยว แต่แกมแก้วไม่ยอมจึงทะเลาะกันรุนแรง คราวนี้ไพโรจน์ไม่ยอมเหมือนครั้งก่อน เมื่อลินจันทร์ไปกับไพโรจน์แกมแก้วจึงมีอาหารเหมือนคนคลุ้มคลั่ง กฤตย์รีบพาแกมแก้วส่งโรงพยาบาลไพโรจน์ขอโทษที่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น แต่กฤตย์เข้าใจ นัทธมนจัดเสื้อผ้าเตรียมไปทำงานกับกฤตย์ที่เชียงราย โดยกฤตย์รับปากมนทิราว่าจะดูแลนัทธมน
อย่างดี ตอนขึ้นเครื่องนัทธมนอาเจียนเพราะกลัวความสูงจึงไม่มีแรง เมื่อถึงเชียงรายกฤตย์จึงพาไปพักที่โรงแรมก่อน แต่นัทธมนกลับไม่ยอมขึ้นลิฟต์เพราะกลัวที่แคบและความมืด จนลืมตัวพูดไปว่า กฤตย์จะฆ่าตัวเอง ทำให้กฤตย์สงสัย แต่เขาตัดสินใจพักชั้นล่างและพานัทธมนเดินขึ้นบันไดนัทธมนฝันร้ายจนสิ่งของ ลอยเหมือนตอนแด็กอีกครั้ง ทำให้กฤตย์คิดว่าแผ่นดินไหวแต่เมื่อไปถามคนอื่น ทุกคนยืนยันว่าไม่มีแผ่นดินไหว กฤตย์คิดว่านัทธมนต้องมีอะไรปิดบังเขาอยู่สิงห์ หรือสีหนาท เป็นคนมารับกฤตย์กับนัทธมนไปยังไร่สัตตบุษย์ที่กฤตย์จะทำโครงการนัทธมนออก ปากชมบ้านของสีหนาท แต่สีหนาทบอกว่ากฤตย์เป็นคนออกแบบ นัทธมนจึงเงียบลงไปเพราะไม่ชอบให้ใครชื่นชมกฤตย์ต่อหน้าก่อนที่อำพล วิศวกรร่วมโครงการจะขึ้นมา กฤตย์กับนัทธมนได้ไปเที่ยวฝั่งพม่าพร้อมกับสีหนาทและน้องสาว กฤตย์ซื้อสร้อยคอเส้นที่นัทธมนให้นัทธมน เธอจะไม่รับ กฤตย์จึงบังคับเธอ เมื่อกฤตย์และนัทธมนต้องไปเที่ยวกันตามลำพัง นัทธมนไม่อยากไปจนครั้งหนึ่งเธอทำร้ายกฤตย์ กฤตย์สงสัยในพฤติกรรมแปลกๆ ของนัทธมนแต่ยังหาคำตอบไม่ได้ เมื่ออำพลขึ้นมา กฤตย์เร่งทำงานส่วนนัทธมนใช้เวลาว่างในการคิดแผนการที่จะจัดการกฤตย์ให้เร็ว ที่สุด เพราะกฤตย์เริ่มรู้ตัวแล้ว

กฤตย์ไปส่งนัทธมนที่บ้านหลังกลับจากเชียงราย มนทิราขอบคุณกฤตย์ เมื่อนัทธมนกลับไปทำงาน กฤตย์ก็ดีต่อเธอทุกอย่าง แต่นัทธมนไม่ต้องการมัน เธอเริ่มดำเนินตามแผนแก้แค้นเริ่มจากการเอากุญแจห้องเก็บของมาไว้ที่ตัวเอง นัทธมนเจอปิติก่อนที่เขาจะกลับเชียงรายจึงได้รู้ว่า ประพจน์ขอหย่าจากผกาหลังวรดาตาย แล้วไปบวชเป็นพระออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ คุณหญิงผกากับผาณิตถูกรถชนตาย ประพจน์จึงขายบ้านให้กฤตย์ แล้วออกธุดงค์ต่อ ในที่สุดก็มรณภาพ แกมแก้วเห็นปิติคุยกับนัทธมนจึงเข้ามาหาเรื่อง เมื่อปิติกลับไปถึงเชียงรายก็เล่าเรื่องให้เกตุมณีฟัง ปณิตารู้ว่านัทธมนกลับมาจึงรีบโทรหาสมุนของเธอให้จัดการกับนัทธมน แต่ทุกอย่างผิดแผน เพราะคนร้ายตามรถที่นัทธมนใช้ประจำไปโดยไม่ได้ดูว่าใครขับ ทำให้มนทิราเคราะห์ร้าย เมื่อนัทธมนรู้เรื่อง เธอสัญญาว่าจะต้องจัดการกับคนร้ายให้ได้ แม้มนทิราจะขอร้องแต่นัทธมนไม่รับปาก

ปณิตารู้ว่างานพลาดจึงสั่งให้จัดการใหม่อีกครั้ง แต่นัทธมนไม่กลัวเพราะรอชำระความอยู่แล้ว คนร้ายทั้งสองถูกจัดการจนบาดเจ็บสาหัส คนแรกที่นัทธมนจัดการคือบงกช นัทธมนใช้วิธีสะกดจิตให้บงกชเกิดภาพหลอนเห็นหนอนเต็มปาก ส่วนปณิตาเมื่อรู้ว่านัทธมนไม่ใช่คนธรรมดา เธอจึงมาเตือนกฤตย์ แต่กฤตย์ไม่สนใจ นัทธมนสะกดจิตปณิตาให้เห็นปีศาจอย่างที่ปณิตากล่าวหาว่านัทธมนเป็นปีศาจ เมื่อเลิกงาน นัทธมนชวนกฤตย์ไปห้องเก็บของ กฤตย์ยอมไปแต่โดยดีและเดินลงไปในห้องเก็บของตามที่นัทธมนต้องการ กฤตย์รอฟังคำอธิบายจากนัทธมนจึงรู้ว่านัทธมนคือวรดากลับชาติมาเกิด นัทธมนไม่ฟังสิ่งที่กฤตย์จะบอก เธอทำให้กองอุปกรณ์หล่นมทับขากฤตย์หักและขังกฤตย์ไว้ เธอหวังให้เขาร้องขอความช่วยเหลือแต่เขาไม่ร้อง สุดท้ายคนที่แพ้คือนัทธมนอีกครั้ง วันรุ่งขึ้นนัทธมนให้ทุกคนตามหากฤตย์ที่หายไปจนเจอ แกมแก้วจะพากฤตย์ไปหาหมอ แต่กฤตย์ขอคุยกับนัทธมนเป็นการส่วนตัวกฤตย์ส่งแหวนที่เขาเตรียมให้วรดากับ นัทธมน วันนั้นกฤตย์ยังไม่ทันออกจากบ้าน แม่ของกฤตย์เกิดหกล้มขาหักเขาจึงพาส่งโรงพยาบาลและให้แกมแก้วไปบอกวรดาแทน แต่วันต่อมาวรดาหายไปไม่มีใครพบ จนกระทั่งวรดาตาย นัทธมนตกใจที่รู้ว่าไม่ใช่กฤตย์ เธอจึงไปหาลินจันทร์และแกมแก้ว นัทธมนคาดคั้นลินจันทร์ให้พูดความจริง ลินจันทร์กลัวมากจึงเล่าว่า แกมแก้วเป็นคนวางแผนทั้งหมด ตั้งแต่ตีหัววรดา และลากวรดาไปซ่อนในหลุมหลบภัย ซึ่งแกมแก้วบอกจะปล่อยวรดาในอีกสองสามวันข้างหน้าแต่แกมแก้วไม่ทำ จนวรดาตาย นัทธมนโกรธมากที่รู้ว่าแกมแก้วทำแกมแก้วไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น ลินจันทร์พูดได้แต่เป็นเสียงผาณิต เมื่อเรื่องทุกอย่างเปิดเผยแกมแก้วจึงยอมรับออกมาและคิดจะฆ่านัทธมนอีกครั้ง แต่นัทธมนใช้พลังจิตทำร้ายแกมแก้วจนแกมแก้วกลัวลนลาน กฤตย์พยายามห้ามไว้แล้วให้นัทธมนอโหสิกรรม หลังจากวันนั้น แกมแก้วเป็นอัมพาต กฤตย์รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล และตัดสินใจส่งลินจันทร์ไปเรียนต่างประเทศ นัทธมนหลีกเลี่ยงการพบกับกฤตย์แต่ยังถามข่าวจากกลิกานัทธมนพามนทิราไปเที่ยว ชายทะเล จนคิดได้ตามที่แม่สอนว่าคนเราไม่ควรฝืนชะตาความรัก นัทธมนโทรหากฤตย์ แต่กฤตย์ไม่อยู่บ้าน เธอจึงเสียใจ แต่กฤตย์ตามเธอมาที่ทะเล ทั้งสองปรับความเข้าใจกันในที่สุด ทั้งคู่ก็ยอมรับในความรักของกันและกันเวลาผ่านไป กลิกาใกล้เรียนจบ โดยมีติสรณ์รออยู่เมืองไทย ส่วนนัทธมนมีลูกชายหนึ่งคน ชื่อ อธิษฐ์ แม้อธิษฐ์จะดื้อ แต่นัทธมนก็รักเขามาก รวมถึงลูกในท้องที่จะเป็นเด็กผู้หญิง กฤตย์และนัทธมนตกลงจะตั้งชื่อลูกว่า “วรดา”