Category Archives: ละครช่อง7

ละครช่อง7 ละครช่อง 7 เรื่องย่อละครช่อง7 ละครทีวี ช่อง 7 ละครช่อง7 ทั้งหมด

ดุจดาวดิน

ดุจดาวดิน เป็นเรื่องราวของ “ทินภัทร” หรือ “บุญทิ้ง” ทายาทมหาเศรษฐีที่หายสาบสูญไปเพราะความริษยาและอาฆาตของพี่น้องในตระกูล บุญทิ้งระเหเร่ร่อนท่ามกลางความโหดร้ายจนได้เข้าไปอยู่ในคณะลิเกจนกลายเป็น ลิเกเด็กขวัญใจมหาชน สายเลือดที่สูงส่งดุจดาวที่พราวฟ้ากลับต่ำต้อยและด้อย ค่า ทว่าสวรรค์ยังมีตาที่นำพา “ภาคิน” กับ “ปานฟ้า” สองหนุ่มสาวผู้มีใจรักต่อกันและมีอุดมการณ์อันแรงกล้าช่วยเหลือให้เขาได้ กลับสู่ฟ้าดังเดิมดั่งดาวดิน ละครโทรทัศน์แนวดราม่าเข้มข้น ที่ปลุกปลอบหัวใจผู้คนให้เชื่อมั่นว่าความดีย่อมคงทนดุจดั่งดาวที่เจิด จำรัส  แม้ว่าจะเป็นเพียง “ดาวดิน” แต่ศักดิ์ศรีแห่งดาวก็ย่อมพราวพร่างอยู่บนฟ้าในที่สุด

ยามดึกสงัด ขณะที่ชีวิตของผู้คนกำลังหลับใหล  แต่ชีวิตน้อยๆ ของเด็กชาย  “บุญทิ้ง” ต้องทำงานเป็นเด็กเช็ดรองเท้าตามร้านค้าริมทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาถูกพ่วง หัวหน้าแก๊งเด็กเร่ร่อนบังคับให้หาเงิน ด้วยผิวพรรณสะอาดผิดเด็กเร่ร่อนอื่นๆ ดวงตาแสนเศร้า และท่าทีฉลาดเหมือนลูกผู้ลากมากดี ทำให้ใครเห็นก็สงสาร บุญทิ้งจึงเป็นเด็กที่ทำเงินให้พ่วงมากที่สุด แต่แล้วสวรรค์ของพ่วงก็ถูกทลายลงเมื่อภาคิน เจ้าหน้าที่มูลนิธิคุ้มครองเด็กร่วมมือกับร้อยตำรวจโทตุลย์ จับกุมแก๊งขอทานในค่ำคืนหนึ่ง พ่วงถูกจับทำให้เด็กๆ หลายชีวิตต้องมาอาศัยอยู่ที่มูลนิธิของภาคิน รวมถึงบุญทิ้งด้วย

หลายวันต่อมา  ภาคินได้นำเด็กๆ ไปแข่งขันวาดภาพที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางกรุง ขณะที่เด็กๆ กำลังวาดรูปกันอยู่นั้นภาคินเกิดมีปากเสียงกับปานดาว ผู้บริหารของห้างสรรพสินค้า ปานฟ้า ซึ่งเป็นแม่งานห้าม แต่ก็ไม่เป็นผล ภาคินนำเด็กๆ กลับมูลนิธิ ผลการประกวดปรากฏว่าบุญทิ้งได้รับรางวัลชนะเลิศ ปานฟ้าจึงนำเงินรางวัลมามอบให้ที่มูลนิธิ โดยมีก้องภพ คู่หมั้นของเธอไปด้วย ปานฟ้าเกิดความศรัทธาการทำงานของภาคินเป็นอย่างมาก ทำให้ก้องภพไม่พอใจ การมาของปานฟ้าทำให้เฟื่องแก้ว เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ ซึ่งแอบรักภาคินอยู่หวั่นเกรงว่าจะเสียภาคินไป จึงแอบน้อยใจเงียบๆ แต่ตุลย์ ซึ่งทำงานประสานกับมูลนิธิได้เข้ามาปลอบใจ

ก้อง ภพกับภาคินเป็นพี่น้องต่างมารดากัน แม่ของก้องภพคือคุณหญิงวิมลวรรณ ตั้งข้อรังเกียจที่ภาคินเป็นลูกที่เกิดจากนางเอกลิเกนามว่าบุษบา ซึ่งมาได้เสียกับอานนท์ ผู้เป็นสามีในงานแสดงที่บ้าน วิมลวรรณยึดลูกของบุษบาไว้ แล้วไล่บุษบาออกไปจากบ้าน ก้องภพจึงมักแสดงท่าทีข่มภาคินเป็นประจำ ทำให้ภาคินมุ่งมั่นทำงานมูลนิธิ โดยไม่ใส่ใจสมบัติของครอบครัว ส่วนบุษบายึดอาชีพลิเกเหมือนเดิม โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “กัญญา” ทำหน้าที่ฝึกสอนและแสดงด้วย คนในคณะเรียกเธอว่าแม่ครูกัญญา บุษบาติดตามความเคลื่อนไหวของครอบครัวอานนท์อยู่เป็นประจำ เธอจึงทราบว่าลูกชายของเธอเป็นใคร อยู่ที่ไหน

จุดประสงค์ของปานฟ้า ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำงานของภาคินก็คือการตามหา “ทินภัทร” ลูกชายของปานเดือน พี่สาวคนกลางซึ่งสูญหายไปตั้งแต่อายุเพียงหนึ่งขวบ ปานเดือนเสียสติจนต้องอยู่ในความดูแลของจิตแพทย์ ปานดาวกับภูวดล ผู้สามีพยายามตอกย้ำว่าปานเดือนเป็นบ้า ทำลูกหาย อาการของปานเดือนมีแต่แย่ลง ทำให้ปานดาวกับภูวดลเชื่อมั่นว่าธัญวิทย์หรือน้องธัญ ลูกชายของตนจะเป็นผู้ครอบครองมรดกมหาศาลของตระกูลเพียงคนเดียว

ปานฟ้าพาปานเดือนมาที่มูลนิธิ  ปานเดือนถูกชะตากับบุญทิ้ง จึงขอเติมบุญกับสายอุษา ผู้เป็นพ่อแม่ว่าจะอุปการะบุญทิ้งในฐานะลูกที่หายไป  อนิรุทธิ์ สามีของเธอก็เห็นว่าบุญทิ้งอาจช่วยเยียวยาอาการป่วยของปานเดือนได้  ปานดาวเกรงว่าธัญวิทย์ ลูกชายตนจะถูกแบ่งสมบัติจึงให้พิม คนเลี้ยงธัญวิทย์หาทางกำจัดบุญทิ้งเสีย  พิมใช้ให้ก้าน สามีที่เพิ่งออกจากคุกมาลักพาตัวบุญทิ้งไปจากมูลนิธิ แต่บุญทิ้งหนีไปได้ โชคชะตานำพาให้บุญทิ้งไปพบแม่ครูกัญญา  ต่อมาไม่นาน แม่ครูก็สอนให้บุญทิ้งร้องรำลิเกจนกลายเป็นลิเกเด็กขวัญใจคนดูไปในเวลาไม่ นาน

การหายตัวไปของบุญทิ้งทำให้ปานฟ้ากับภาคินร่วมมือกันตามหา เฟื่องแก้วกับตุลย์ร่วมติดตามไปด้วย ก้องภพขัดขวางและหาทางนำตัวปานฟ้ากลับ  ทำให้ข้อขัดแย้งระหว่างภาคินกับก้องภพมีเพิ่มมากขึ้น  ภาคินสารภาพกับปานฟ้าว่าเขาตระเวนดูลิเกเพราะต้องการตามหาแม่ ซึ่งเป็นนางเอกลิเกนามว่าบุษบา แต่ก็ยังไม่เคยพบ ปานฟ้าขอติดตามภาคินไปดูลิเกบ้าง เผื่อว่าจะได้พบกับบุญทิ้งด้วย

ปาน เดือนมีอาการทรุดลงหลังจากที่บุญทิ้งถูกลักพาตัวไป  ปานดาว ภูวดลและพิม พยายามหาทางทำร้ายปานเดือนทุกวิถีทาง ต่อมาปานฟ้ากับภาคินได้พบกับลิเกคณะแม่ครูกัญญา  ทั้งสองจำบุญทิ้งได้ จึงขออุปการะบุญทิ้ง แต่แม่ครูกัญญาจำภาคิน ลูกชายของเธอได้เช่นกัน แม่ครูกัญญาจึงพาบุญทิ้งหนีไปอีก ปานเดือนยิ่งมีอาการทรุดหนัก
บุษบา หรือแม่ครูกัญญาไม่ยอมรับงานการแสดงในที่ชุมชนใหญ่ ๆ ทำให้ชาวคณะลิเกลาออกไปอยู่คณะอื่น  ต่อมาด้วยความยากจน และความกตัญญู บุญทิ้งแต่งชุดลิเกร้องรำขอเงินคนเดินผ่านไปมาเป็นที่น่าสงสาร ผู้คนบริจาคเงินให้แก่บุญทิ้ง แม้ว่าบุษบาจะขอให้บุญทิ้งเลิกเป็นลิเกแต่บุญทิ้งก็ไม่สนใจ  บุษบาพยายามทำงานหลายอย่างเพื่อทดแทนอาชีพลิเก  ตุลย์ได้พบกับบุษบาและบุญทิ้ง จึงส่งข่าวให้ปานฟ้ากับภาคินทราบ  ระหว่างที่ปานฟ้าพาเติมบุญกับสายอุษามารับตัวบุญทิ้งนั้นเอง ปานดาวก็ให้ก้านฆ่าบุญทิ้งเสีย แต่เติมบุญมาเห็นเข้า ก้านจึงจับตัวเติมบุญไปด้วย โดยเรียกค่าไถ่เป็นเงินมหาศาล

ปานดาว สั่งตำรวจให้จัดการกับก้าน แล้วพาตัวเติมบุญกลับมาให้ได้  พิมโกรธที่ปานดาวหักหลังจึงขู่ว่าจะเปิดโปงเรื่องที่ปานดาวเป็นตัวการที่ทำ ให้ทินภัทรหายไปและจะเปิดเผยว่าเด็กชายธัญวิทย์ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของปาน ดาว  เพราะภูวดลสามีของปานดาวเป็นหมัน ธัญวิทย์คือลูกชายของพิมซึ่งภูวดลนำมาอุปโลกน์ว่าเป็นลูก ปานดาวตกใจมาก เสนอเงินมหาศาลให้ก้านปล่อยตัวเติมบุญกลับมาได้  และสัญญาว่าธัญวิทย์จะได้รับมรดกคนเดียว แต่เมื่อเติมบุญกลับมาก็ยังไม่ลืมบุญทิ้ง ชายชราป่วยหนัก พร่ำเพ้อแต่บุญทิ้ง
ปานฟ้ากับภาคินจึงต้องติดตามบุญทิ้งมาให้ได้ แม้ว่าก้องภพจะขัดขวางอย่างไรก็ตาม ปานฟ้าปฏิเสธความรักที่ก้องภพมีต่อเธอ ยิ่งทำให้ก้องภพแค้นใจในตัวภาคินมากยิ่งขึ้น
พิมเริ่มมีอำนาจเหนือปาน ดาว บังคับปานดาวให้ทำทุกอย่างตามที่ตนต้องการ  ปานดาวเครียดจัด ยิ่งรู้ว่าภูวดลมีเมียน้อยก็เกิดปากเสียงกันขึ้น  ปานดาวลุแก่โทสะฆ่าภูวดลตาย ถูกจับติดคุก  พิมหนีไป โดยลักพาตัวธัญวิทย์ไปด้วย  ภาคินกับตุลย์และปานฟ้าออกติดตามคนร้าย ซึ่งรู้ในเวลาต่อมาว่าคือก้านสามีของพิมนั่นเอง

ตำรวจวิสามัญ ฆาตกรรมก้านตาย พิมแค้นเคืองมากจึงยิงปานฟ้า แต่ภาคินช่วยไว้ได้  และทั้งหมดช่วยเหลือธัญวิทย์กับบุญทิ้งมาได้  บุญทิ้งมาทันดูใจเติมบุญ ตุลย์กับเฟื่องแก้วนำพ่วงมาดูตัวพิม พ่วงยืนยันว่าพิมคือผู้หญิงที่นำเด็กชายบุญทิ้งมาขายให้ตนในราคาถูกๆ เพื่อให้บุญทิ้งเป็นเครื่องมือหากินของตน  ทุกคนจึงรู้ว่าบุญทิ้งคือทายาทที่แท้จริง
ความสุขสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ปานดาวซึ่งติดคุกอยู่ขอร้องให้ปานฟ้าอย่าบอกความจริงว่าธัญวิทย์ไม่ใช่ลูก ของเธอ ปานฟ้ารับปากและสัญญาว่าจะรักธัญวิทย์เหมือนเคย แม้ว่าธัญวิทย์จะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลก็ตาม บุญทิ้งกลับมาเป็น “ทินภัทร” ปานฟ้าแต่งงานกับภาคิน ส่วนตุลย์แต่งงานกับเฟื่องแก้ว โดยพิธีแต่งงานเป็นไปอย่างเรียบง่ายมีการเลี้ยงอาหารแก่เด็กเร่ร่อนที่ มูลนิธิ ก้องภพยอมรับความพ่ายแพ้และมุ่งมั่นจะบริหารงานของครอบครัวต่อไป บุษบามาเป็นแม่บ้านให้แก่มูลนิธิ ภาคินดีใจที่ได้แม่ของตนกลับคืนมา หลังจากที่ตามหามาเป็นเวลานาน

ทินภัทรหรือบุญทิ้ง เด็กชายผู้มีชาติตระกูลสูงส่งต้องระเหเร่ร่อนอย่างยากลำบาก ไม่ต่างจากดาวที่เคยพราวพร่างอยู่กลางฟ้าต้องตกลงมาบนดิน  แต่แสงแห่งดาวก็ยังเจิดจ้าดั่งดาวดินที่ไม่มีวันสิ้นแสง  ดุจเดียวกับภาคินและปานฟ้า ซึ่งเกิดมาสูงส่งแต่ก็ได้ใช้แสงแห่งดาวให้ความสว่างไสวแก่ผู้ยากไร้ให้ดิน ได้มีแสงสว่างเช่นเดียวกับดาวบนฟ้านั่นเอง

ดำขำ

กาฬมณี(แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์)หรือ หนูดำ สาวน้อยจอมซ่าแห่งบ้านนาปี จังหวัดเลย ตกใจมากเมื่อรู้ว่าผู้ใหญ่แดง(จักรกฤษณ์ อำมรัตน์)พ่อของเธอได้ตกลงหมั้นหมายเธอให้แต่งงานกับลูกชายของเพื่อนรักเอา ไว้ตั้งแต่เล็ก คู่หมั้นของเธอคือทุติยะ(ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตน์รักษ์)หนุ่มโสดเนื้อหอมลูกชายคนเดียวของ ทิวา(ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) และพวงแก้ว(ภัสสร บุญยเกียรติ)ทุติยะเพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาฐานะชาติตระกูล เขาจึงปฏิเสธการแต่งงานกับสาวบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน เพราะเค้าเองก็มีดาววดี(แป้ง-อรจิรา แหลมวิไล)สาวเซ็กซี่เป็นคู่ควงอยู่แล้ว

กำนันแดงกับทิวาเป็นเพื่อน รักกันตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่มีสัญญาใจจะให้ลูกชายกับลูกสาวของตนแต่งงานกัน โดยมีของขวัญงานแต่งงานเป็นที่ดิน 1,000ไร่ ทิวาไม่อยากเสียคำพูดจึงบังคับให้ทุติยะไปดูตัวหนูดำที่บ้านนาปี ส่วนหนูดำเมื่อรู้ว่าทุติยะเป็นคนกรุงที่เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ เจ้ายศเจ้าอย่าง รังเกียจความบ้านนอก หนูดำเลยแกล้งทาตัวจนดำปี๋ ทำตัวไร้รสนิยม ไร้การศึกษาให้ทุติยะรังเกียจ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแต่งงานกัน ทุติยะรังเกียจหนูดำตามความคาดหมาย เขาประกาศไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้หญิงอย่างหนูดำเด็ดขาด

ขณะเดิน ทางกลับรถของทุติยะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ หนูดำไปพบเข้า จึงเอาตัวไปรักษา เมื่อทุติยะฟื้นขึ้นมา หนูดำรู้ว่าทุติยะความจำเสื่อม เลยได้ทีแก้แค้นผู้ชายที่ดูถูกเธอ ด้วยการเอาตัวทุติยะไปเก็บไว้ในไร่ เธอหลอกทุติยะว่าเขาเป็นคนงานในไร่ของเธอ ชื่อ นายทุย หนูดำกลั่นแกล้งนายทุยสารพัด ให้ทำงานหนักอยู่กับดินกินกับทราย มีป้าถนอม(ธงธง-คัชฑาเทพ เอี่ยมศิริ)แม่ครัวในไร่ของหนูดำเพียงคนเดียวที่รู้ว่านายทุยคือใคร ป้าหนอมจึงได้แต่แอบช่วยนายทุยเป็นบางครั้ง หนูดำส่งข่าวในนามของทุติยะ หลอกทางบ้านว่าเขาหนีไป และจะไม่กลับบ้านจนกว่าพ่อจะยกเลิกการแต่งงานกับหนูดำ

ดาววดีร้อน ใจมากเมื่อทุติยะแฟนหนุ่มหายไป บังเอิญเธอมีเหตุต้องเดินทางผ่านมาแถวจังหวัดเลย เธอเห็นคนหน้าตาคล้ายกับทุติยะ แต่อยู่ในสภาพของคนงาน เธอจึงมาตามสืบ แต่ปรากฏว่านายทุยจำดาววดีไม่ได้ ดาววดีเองก็รังเกียจนายทุยที่มีฐานะเพียงคนงาน แต่ดันไปติดใจ ธงรบ (โอ-อนุชิต สพันธุ์พงษ์)พัฒนากรรูปหล่อที่มาหลงรักหนูดำ

ใน ขณะเดียวกันนั้นนายทุยก็มี บัวตอง(แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง)คนงานสาวในไร่มาแอบชอบ บัวตองตามเอาอกเอาใจนายทุย ไม่ว่านายทุยจะถูกหนูดำกลั่นแกล้งยังไง บัวตองก็อาสามาช่วย จนหนูดำชักจะหมั่นไส้บัวตองอยู่เหมือนกัน หนูดำซ่อนนายทุยไว้ได้ไม่นาน ก็โดนผู้ใหญ่แดงจับได้ คุณพวงแก้วจึงให้ดาววดีมารับตัวทุติยะกลับไปรักษาจนหาย เมื่อทุติยะจำความได้ รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ก็ทั้งโกรธทั้งหมั่นไส้หนูดำ ทุติยะจึงหาทางเอาคืน

ทุติยะประกาศตกลง แต่งงานกับหนูดำ เพราะจะหาทางแก้แค้น ตอนแรกหนูดำไม่ยอม แต่ผู้ใหญ่แดงขู่ว่าถ้าผิดสัญญาที่ดินมรดกทั้งหมดจะต้องยกให้กับทุติยะ หนูดำจึงจำใจต้องเข้าพิธีแต่งงาน หนูดำเข้าพิธีแต่งงานในสภาพของสาวบ้านนอกตัวดำปิ๊ดปี๋ และลงมาอยู่กับบ้านทุติยะที่กรุงเทพฯ หนูดำเสี้ยมให้บัวตองที่ติดตามมากรุงเทพฯ อาละวาดกับดาววดี ส่วนตัวเองก็พยายามทำทุกวิถีทางให้ทุติยะหย่ากับตน ทั้งทำตัวสนิทสนมกับคนรับใช้ในบ้าน อาทิ มะลิ(ศิวพร พันธรักษ์),ป้าหอม(จันทนา ศิริผล)และไอ้ไม้(ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์)คนขับรถ หนูดำนำทีมเปิบข้าวเหนียว จกปลาร้า เว้าอีสาน ฯลฯ อย่างไม่เห็นแก่หน้าใคร เมื่อมีการประกวดเดินแบบหนูดำก็ไปสมัคร แต่ดันทาตัวดำขึ้นเดินแบบ ทำให้ตระกูลทิชาพันธ์อับอายขายหน้าไปทั่วสารทิศ ทุติยะเริ่มสงสัยเมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาเหมือนหนูดำแต่ตัวขาว แต่งตัวสวยงามทันสมัยมาคอยสะกดรอยตามเค้ากับดาววดี เขาพยายามจะจับให้ได้ แต่หนูดำก็เอาตัวรอดไปได้ทุกที ธงรบขอให้หนูดำเลิกปลอมตัว หนูดำบอกจะทำทุกอย่างจนกว่าจะได้ที่ดินคืน

ทิวากับผู้ใหญ่แดงเห็นว่า การแต่งงานของหนูดำกับทุติยะท่าทางจะไปไม่รอด จึงวางแผนหลอกทั้งคู่ไปหย่าขาดกันซะ แล้วจะเอาที่ดินไปขายให้กับเสี่ยดำเกิง(กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี)ที่มาติดต่อขอซื้อที่เพื่อทำสนามกอล์ฟ คุณพวงแก้วดีใจใหญ่ เพราะรังเกียจลูกสะใภ้บ้านนอกคนนี้เต็มที หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วสาเหตุที่ทิวาต้องการจะให้ทุติยะแต่งงานกับหนูดำ เพราะครอบครัวทิชาพันธ์กำลังจะล้มละลาย หนูดำกับทุติยะจึงจำเป็นต้องกันหน้าเข้าหากัน เพราะรู้ดีว่าหากมีการสร้างสนามกอล์ฟ จะต้องมีการทำลายธรรมชาติขนานใหญ่ ทั้งยาฆ่าแมลงจำนวนมาก และยังแย่งน้ำดิบจากชาวบ้านมาใช้เลี้ยงหญ้าในสนาม ทำให้ชาวนาชาวไร่บ้านนาปีต้องเดือดร้อนแน่ๆ หนูดำกับทุติยะจึงบอกผู้ใหญ่แดงและทิวาไปว่าตกลงจะอยู่ด้วยกันต่อ แต่พ่อของทั้งคู่ก็มีข้อแม้ต่อว่าทั้งหนูดำกับทุติยะจะต้องมีลูกด้วยกัน เป็นจังหวะเดียวกับที่บัวตองเกิดพลาดท่าเสียทีไอ้ไม้คนขับรถจนมีท้องขึ้นมา บัวตองไม่อยากมีลูก เพราะไม่ได้รักไอ้ไม้ หนูดำจึงแกล้งท้อง และรับเอาลูกของบัวตองมาเป็นลูกตน แม้ผู้ใหญ่แดงและทิวาจะสงสัย แต่ก็อยากรู้ว่าทั้งคู่จะมาไม้ไหน จึงปล่อยเลยตามเลย หนูดำกับทุติยะจึงต้องเล่นบทเป็นพ่อแม่จำเป็น สร้างความวุ่นวายไปทั้งบ้าน แต่พอได้มาเล่นเป็นพ่อแม่ลูกความรู้สึกดีๆ ก็ค่อยๆ เกิดขึ้น แต่การณ์กลับตาลปัตร เมื่อไอ้ไม้กับบัวตองทนละอายแก่ใจไม่ไหว จึงแต่งงานกันแล้วขอลูกกลับไปเลี้ยงเอง

พอ โดนจับได้ว่าทั้งสองรวมหัวกันโกหก ผู้ใหญ่แดงจึงมีคำสั่งให้หนูดำกับทุติยะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านนาปีเพื่อจะ ได้ดูแลใกล้ๆ แต่คุณพวงแก้วกลับส่งดาววดีตามไปเพื่อชิงลูกชายจากสะใภ้ตัวดำกลับมา ดาววดีบุกไปรังควานถึงบ้านนาปี แต่หนูดำก็สู้ไม่ถอย

เสี่ยดำเกิง เห็นเรื่องที่ดินมีปัญหายืดเยื้อ จึงส่งคนมาทำร้ายข่มขู่หนูดำ แต่ทุติยะช่วยไว้ทัน หนูดำกับทุติยะเริ่มรู้สึกดีต่อกัน ทิวาสารภาพความจริงกับพวงแก้ว พวงแก้วเลยรวมหัวกับดาววดี หาทางทำให้หนูดำได้รู้ความจริงว่า ที่ทุติยะยอมแต่งกับเธอก็เพราะหวังสมบัติ เมื่อหนูดำรู้ความจริงก็เสียใจมาก จึงขอหย่าขาดจากทุติยะ และเดินทางกลับจังหวัดเลยคนเดียว สุดท้ายความรักระหว่างทุติยะกับหนูดำจะลงเอยเช่นไร?

รายชื่อนักแสดงละคร ดำขำ
ณวัฒน์ กุลรัตน์รักษ์ แสดงเป็น ทุติยะ
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ แสดงเป็น หนูดำ
อรจิรา แหลมวิไล แสดงเป็น ดาว
อนุชิต สพันธ์พงษ์ แสดงเป็น ธงรบ
ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์ แสดงเป็น ไม้
พรรัมภา สุขได้พึ่ง แสดงเป็น บัวตอง
จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ แสดงเป็น กำนันแดง
ศตวรรษ ดุลยพินิจ แสดงเป็น ทิวา
ภัสสร บุญยเกียรติ แสดงเป็น พวงแก้ว
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี แสดงเป็น เสี่ยดำเกิง
ศิวพร พันธรักษ์ แสดงเป็น มะลิ
คัชฑาเทพ เอี่ยมศิริ แสดงเป็น ป้าถนอม
เต่า เชิญยิ้ม แสดงเป็น บุญโฮม
นิทัศน์ ธำรงค์ แสดงเป็น จูลี่
จันทนา ศิริผล แสดงเป็น ป้าหอม

ดาวแต้มดิน

สองสาวแสนสวย ดูบริสุทธิ์งดงามดั่งดวงดาว หากวิถีชีวิตทำให้เธอแปดเปื้อนดินโคลน แต่เธอทั้งสองไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาและสังคมแวดล้อมอันโหดร้าย สามารถดำรงสถานภาพชีวิตไว้ได้อย่างดีและด้วยความภาคภูมิใจ

ดาวเปื้อนดิน

ก้องภพเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่แต่ง งานแล้วกับนวลลออมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อเอื้อมดาวซึ่งเพิ่งเรียนจบวิศวกรและ เข้ามาทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างโรงแรมแห่งหนึ่งที่จังหวัดจันทบุรีโดยมีอา รัณหรืออาร์ม แฟนหนุ่มลูกชายของท่านรัฐมนตรีสุทินกับคุณหญิงฤดีรับหน้าที่เป็นสถาปนิค ธัชพงษ์ ลูกชาย วินัย เพื่อนของก้องภพ แอบรักเอื้อมดาว แต่เมื่อธัชพงษ์รู้ว่าเอื้อมดาวคบกับอาร์ม ก็อกหักและไปเรียนต่อที่อเมริกา

พัชระ คนงานคู่ใจของก้องภพพลั้งมือฆ่าเจ้าหนี้ตาย จึงพาภรรยาและลูก คือบงกชเกศและรินลดามาฝากให้ดูแล ก้องภพรับปากเพราะต้องการทดแทนบุญคุณที่พัชระเคยช่วยชีวิต บงกชเกศกับรินลดาเป็นคนทะเยอทะยานสองแม่ลูกวางแผนที่จะเข้ามาเป็นคุณนายของ บ้าน บงกชเกศทำทุกอย่างจนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับก้องภพ และให้เบาะแสกับตำรวจจนพัชระสามีเก่าถูกจับติดคุกนานนับสิบปี

เอื้อมดาวกับนวลออเสียใจอย่างมากที่ถูกทรยศ แต่กลุ่มเพื่อนอันมี มุกดา จานีน และวีรเทพคอยให้กำลังใจ เอื้อมดาวบอกเรื่องความร้ายกาจของสองแม่ลูกให้อาร์มฟังแต่อาร์มไม่เชื่อ เพราะภายนอกรินลดากับบงกชเกศดูอ่อนหวาน และประการสำคัญรินลดาเล่าให้อาร์มฟังว่าแท้จริงแล้วก้องภพเป็นฝ่ายขืนใจบงกช เกศ

อาร์มกับเอื้อมดาวเริ่มมีปัญหากันโดยมีรินลดาเป็น ต้นเหตุ ประจวบเหมาะกับรัฐศาสตร์วิศวกรหนุ่มที่แอบหลงรักเอื้อมดาวมานานเข้ามาใกล้ ชิด ทำให้อาร์มหึงหวงเกิดผิดใจกับเอื้อมดาวอย่างรุนแรง เป็นจังหวะเดียวกับอาร์มถูกส่งตัวไปดูงานที่อเมริกา ทำให้อาร์มต้องห่างเหินจากเอื้อมดาวไปโดยที่ทั้งคู่ไม่ทันได้ปรับความเข้าใจ กัน รินลดารู้เรื่องก็รีบขอก้องภพไปเรียนต่อที่อเมริกาเพื่อตามอาร์ม

ธัชพงษ์มีโอกาสกลับมาเยี่ยมเมืองไทยและได้เจอกับ จานีน พนักงานธนาคารสาวสวย ธัชพงษ์ตามจีบจนจานีนใจอ่อนยอมรับรักแต่มีสัญญาว่าธัชพงษ์ต้องเลิกเจ้าชู้ อย่างเด็ดขาดเพราะพ่อของจานีนเจ้าชู้มากจนแม่ตรอมใจตาย ธัชพงษ์รับปาก ก่อนที่จะกลับอเมริกาไปเรียนต่อ

ที่อเมริการินลดาพยายามทำตัวใกล้ชิดกับอาร์มเพื่อ หวังเอาชนะใจ แต่อาร์มยังคงเฉยชาไม่มีทีท่าว่าจะสนใจรินลดาแต่อย่างใด รินลดาโกรธมากแกล้งส่งข่าวบอกเอื้อมดาวว่าขณะนี้คบกันอยู่กับอาร์ม เอื้อมดาวเสียใจมากคิดว่าอาร์มเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นวลลออกับเอื้อมดาวผิดหวังในตัวก้องภพมาก เมื่อรัฐศาสตร์ขอแต่งงาน เอื้อมดาวจึงตกลงเพราะต้องการพานวลลออออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่และที่สำคัญ เอื้อมดาวอยากจะลบความเจ็บปวดใจจากอาร์ม

มุกดา ,จานีน, วีรเทพ บอกให้เอื้อมดาวคิดให้ดี อย่าตัดสินใจเพียงเพราะต้องการประชด เอื้อมดาวบอกไม่ได้ประชดเพราะในขณะนี้อาร์มคบกับรินลดาอยู่ อาร์มรู้ข่าวจากรินลดาว่าเอื้อมดาวมีคนรักใหม่ก็เสียใจมาก ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของรินลดานั่นคืออาร์มกับเอื้อมดาวตัดขาดกัน

อาร์มเปลี่ยนไปเป็นผู้ชายที่เย็นชา ด้วยความเหงา รินลดาแอบมีความสัมพันธ์กับ ธัชพงษ์ ที่บังเอิญเจอกันในผับ แต่เมื่อทุกอย่างผ่านพ้น ธัชพงษ์เกิดความละอายใจรู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ผิดสัญญากับจานีน

เมื่อดูงานเสร็จอาร์มก็กลับเมืองไทย รินลดารีบตามกลับไปด้วยทั้งที่ยังเรียนไม่จบอารมณ์ประชดที่รู้ว่าเอื้อมดาว กำลังจะแต่งงานกับรัฐศาสตร์ทำให้อาร์มยอมที่จะคบกับรินลดา เอื้อมดาวสุดแสนที่จะช้ำใจ เมื่อรัฐศาสตร์เห็นรินลดาครั้งแรกก็ตะลึงเพราะรินลดาสวยมาก รินลดารู้เข้าก็ใช้มารยาสารพัดยั่วยวนจนรัฐศาสตร์ลุ่มหลงจนถึงขนาดล้มเลิก งานแต่งงาน เอื้อมดาวโกรธมากจึงบอกกับตัวเองว่าจะต้องแย่งอาร์มกลับมาเป็นการตอบแทน

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ธัชพงษ์กลับมาเมืองไทย ธัชพงษ์ตกใจมากเมื่อรู้ว่าจานีนเป็นเพื่อนสนิทของเอื้อมดาว ในขณะที่จานีนก็คิดมากเพราะรู้ว่าธัชพงษ์ยังไม่ลืมเอื้อมดาวด้วยความน้อยใจ จานีนจึงทำห่างเหินจากธัชพงษ์ ด้วยความเป็นห่วงเอื้อมดาว ธัชพงษ์จึงบอกอาร์มเรื่องที่เคยมีความสัมพันธ์กับรินลดา เมื่ออาร์มรู้ความจริงจึงกลับมาขอคืนดีกับเอื้อมดาว ทั้งคู่กลับมาคบกันอีกครั้ง

แต่จานีนกับธัชพงษ์กลับแตกหัก เพราะจานีนรับไม่ได้ที่ธัชพงษ์ผิดคำสัญญา ด้วยใจรักจริง ธัชพงษ์ไม่ท้อพยายามทำทุกอย่างเพื่อขอคืนดีกับจานีน แต่จานีนไม่ยอมเพราะลึกๆยังค้างคาใจที่ว่า ธัชพงษ์รักเอื้อมดาวมากขนาดยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งยอมผิดใจกับเธอ ธัชพงษ์ละอายใจ เพราะแท้จริงแล้วธัชพงษ์ยังตัดใจจากเอื้อมดาวไม่ได้จริงๆ รัฐศาสตร์พารินลดาไปอยู่ที่สวนปาล์มทางภาคใต้

พัชระออกมาจากคุก แค้นมากที่รู้ว่าก้องภพกับบงกชเกศทรยศจึงบุกไปยิง บงกชเกศหลบทัน แต่ก้องภพเจอที่สำคัญบาดเจ็บสาหัสจนเป็นอัมพาต บงกชเกศจึงหนีไปอยู่กับท่านนายพลสมมาตร เอื้อมดาวกับอาร์มตกลงที่จะแต่งงานกัน

รินลดารู้ข่าวว่าอาร์มจะแต่งงานกับเอื้อมดาวก็ โกรธจัดบุกเข้ามาในงานแต่งแล้วประกาศว่าเอื้อมดาวแย่งสามีของตัวเอง เอื้อมดาวพลั้งปากโต้ตอบว่ามันก็สาสมแล้วที่รินลดาแย่งรัฐศาสตร์ไป อาร์มได้ยินเสียใจมาก จึงล้มเลิกงานแต่งงานและบอกว่าจะกลับไปคบกับรินลดา แต่รัฐศาสตร์ที่ตามมาไม่ยอมพยายามลากรินลดาออกจากงาน ที่สุดรินลดาก็ผลักรัฐศาสตร์จนหัวกระแทกเสาหมดสติกลายเป็นเจ้าชายนิทรา พ่อแม่ของรัฐศาสตร์จะเอาเรื่องรินลดาให้ถึงที่สุด รินลดารีบหนีไปหาบงกชเกศ ขอให้นายพลสมมาตรช่วย ท่านนายพลตกลงแต่มีข้อแม้ว่ารินลดาต้องเป็นเมียของท่าน

รินลดาโกรธที่ธัชพงษ์เอาความสัมพันธ์ในอดีตไปบอก อาร์ม จึงขับรถพุ่งเข้าชนจนธัชพงษ์บาดเจ็บสาหัส เมื่อจานีนรู้เรื่องก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ด้วยความรักทำให้จานีนยอมที่จะลดทิฐิหันมาปรับความเข้าใจกับธัชพงษ์ ที่สุดทั้งสองคนก็ตกลงที่จะแต่งงานกัน ท่ามกลางความยินดีของเอื้อมดาวและกลุ่มเพื่อน

คุณสนธยากับคุณปราณี พ่อแม่ของรัฐศาสตร์ขอให้เอื้อมดาวไปดูแล ราวกับปาฏิหาริย์ไม่นานรัฐศาสตร์ก็ฟื้นขึ้นมารินลดารู้ข่าวรีบกลับไปหารัฐ ศาสตร์หวังจะฟื้นความสัมพันธ์เพราะไม่อยากเป็นเมียนายพลแก่ ด้วยรักรินลดาอย่างมากรัฐศาสตร์ตกลง แต่คุณสนธยากับคุณปราณีไม่ยอม รินลดาโกรธมากจึงแอบผลักคุณปราณีจนตกบันไดกลายเป็นอัมพาต และขอให้ท่านนายพลช่วยกำจัดเอื้อมดาวแต่ท่านนายพลปฏิเสธ

พัชระที่ดักซุ่มดูอยู่เมื่อเห็นบงกชเกศมาหาก้องภพ ก็ได้โอกาสอีกครั้ง พัชระดักฆ่าบงกชเกศจนตาย ส่วนก้องภพสลบหมดสติ บังเอิญคืนนั้นรัฐศาสตร์เป็นคนพบเหตุการณ์เขาจำได้แม่นว่าใครเป็นฆาตกรแต่ ไม่รู้ว่าพัชระคือพ่อของรินลดา รินลดาเที่ยวกล่าวหาจนใครๆเชื่อว่าครอบครัวของเอื้อมดาวฆ่าบงกชเกศ

เอื้อมดาวเอาตัวไปพัวพันกับท่านนายพลเพื่อแก้แค้น รินลดา เมื่อท่านนายพลหลงใหลเอื้อมดาวก็ขอให้ท่านนายพลไล่รินลดาออกจากบ้าน รินลดารู้เข้าก็แทบคลั่งไปร้องห่มร้องไห้กับอาร์ม อาร์มยิ่งเข้าใจว่าเอื้อมดาวว่าเป็นคนร้ายกาจ รัฐศาสตร์ต้องการที่จะช่วยครอบครัวของเอื้อมดาวให้หลุดพ้นจากมลทินจึงเข้า เป็นพยานว่าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ว่าใครฆ่าบงกชเกศ รินลดาโกรธมาก

ก้องภพตามหาพัชระจนเจอแล้วก้มลงกราบแทบเท้าขอโทษ ในเหตุการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมา และขอให้พัชระยอมมอบตัวรับเป็นคนฆ่าบงกชเกศเพื่อครอบครัวของเขาจะได้พ้นผิด รินลดาบอกว่างั้นขอแค่ชีวิตของก้องภพแล้วทุกอย่างก็จะจบสิ้น รินลดาโยนปืนให้ก้องภพ ก้องภพหยิบปืนมายิงตัวตายต่อหน้าพัชระ พัชระสลดใจกับการกระทำของก้องภพยอมเข้ามอบตัว

เอื้อมดาวเสียใจมากที่พ่อตาย บอกกับตัวเองว่าจะทำทุกอย่างให้รินลดาต้องตายทั้งเป็น เอื้อมดาวออกอุบายจนรินลดามาพบตามนัด รินลดาไม่ซื่อแอบไปบอกอาร์มจนอาร์มที่ตามมาเข้าช่วยรินลดาไว้ได้ทัน อาร์มด่าเอื้อมดาวอย่างรุนแรงว่าร้ายกาจใจร้ายใจดำ เอื้อมดาวโต้ตอบบอกอาร์ม สำหรับคนที่ทำให้พ่อของเธอต้องตาย แค่นี้มันยังน้อยไป และขอให้อาร์มจำไว้ไม่มีทางที่เธอจะปล่อยรินลดาไปเด็ดขาด

รินลดาแค้นจัดหาทางกำจัดเอื้อมดาว จึงขอให้ชาตรีลูกน้องคนสนิทของท่านนายพลช่วยโดยการเอาตัวเข้าแลก และยังสั่งให้ชาตรีฆ่าท่านนายพลแต่ชาตรีสำนึกผิดมาสารภาพกับเจ้านาย ท่านนายพลเห็นตัวตนที่แท้จริงของรินลดาที่คิดจะฆ่าแม้กระทั่งตัวท่าน ท่านนายพลช้ำหนัก ออกปากยกรินลดาให้ลูกน้อง ชาตรีจึงสั่งให้ลูกน้องจับตัวรินลดามารุมโทรมจนเสียสติ

อาร์มเองก็โกรธเข้าใจว่าทั้งหมดเป็นการกระทำของ เอื้อมดาว ด้วยทิฐิเอื้อมดาวแกล้งยอมรับ อาร์มโกรธมากจึงปล้ำเอื้อมดาว หลังจากนั้นก็บอกท่านสุทินว่าจะไปอยู่ต่างประเทศ ธัชพงษ์กับจานีนหาทางที่จะทำให้เอื้อมดาวคืนดีกับอาร์ม แต่เอื้อมดาวยังคงใจแข็ง ท่านนายพลรู้เรื่องจึงบอกท่านสุทินว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะการ กระทำของรินลดาและตอนนี้เธอก็ได้รับกรรมแล้ว

ท่านสุทินจึงมาพบกับเอื้อมดาวและให้สติ ถึงตัวท่านเองจะไม่ใช่คนที่ดีนักแต่ก็ไม่ใช่คนเลว รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว แต่คนที่บริสุทธิ์อย่างเอื้อมดาว ท่านอยากคิดให้ดี คุณค่าของคนอยู่ที่คุณความดี อย่าเป็นดวงดาวที่ต้องมาแปดเปื้อนดินเพราะความอาฆาตพยาบาท เพราะไม่อย่างนั้นความโกรธแค้นของเอื้อมดาวจะทำร้ายทุกคน และที่สำคัญมันจะทำร้ายเอื้อมดาวเอง เพราะทุกวันนี้เอื้อมดาวก็อยู่อย่างไม่มีความสุข

ท่านสุทินบอกอาร์มกำลังจะไปอยู่ต่างประเทศ พัชระกับนวลลออขอให้เอื้อมดาวยุติความแค้นแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่รัก เธอ กลับไปเป็นเอื้อมดาว ดวงดาวที่มีคุณค่าคนเดิม เอื้อมดาวลังเล รัฐศาสตร์จึงไปบอกความจริงทุกอย่างกับอาร์ม และก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป อาร์มก็กลับมาปรับความเข้าใจกับเอื้อมดาว ทั้งสองตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่และลืมเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆที่ผ่านมา

ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน

ภูผาสูงนั้นไกลเกินกว่าที่ทุกคนจะไปถึงได้ เหมือนกับเจ้าหญิงจัสมิน ที่สูงศักดิ์จนไม่มีวันเอื้อมถึง

อีกหนึ่งความรู้สึกที่เกิดขึ้นในละครโทรทัศน์ ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของวงการละครเมืองไทย เหตุเพราะมี คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี รับบทแสดงเป็นเจ้าหญิงจัสมินในละครเรื่องนี้ ซึ่งอำนวยการสร้างโดย บริษัท กันตนา วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด กำกับการแสดงโดย นิรัตติศัย กัลย์จาฤก และฐาปกรณ์ ดิษยนันท์

ละครเรื่อง ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน เปิดกล้องและเปิดตัวเจ้าหญิงจัสมินอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2544 ด้วย ฉากยิ่งใหญ่อลังการ เป็นฉากงานเต้นรำ Romance Of Spring ถ่ายทำ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ วันนั้นนอกจากนักแสดงในเรื่องแล้วยังมีนักแสดงรับเชิญกิตติมศักดิ์อีกมากมาย หลายท่าน อาทิ ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, ชัยยศ – บัณพร เอี่ยมอมรพันธ์, สุชัญญา จิรมณีกุล, ดารุณี กฤตบุญญาลัย, ทรงศักดิ์ – สุรีย์ รัตนหิรัญญา, ลี พึ่งบุญพระ ฯลฯ มาร่วมแสดงในฉากสำคัญครั้งนี้ด้วย

และนับจากวันเปิดกล้องเป็นต้นมา ทีมงานกันตนาฯ ก็ได้ลุยการทำละครเรื่องดังกล่าวกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นฉากเดี่ยวเปียโน ที่ใช้สถานที่ถ่ายทำ ณ บริวเฮ้าส์ ซอยสุขุมวิท 26 อีกทั้งฉากอื่น ๆ โดยแต่ละฉากพิถีพิถันกับการทำงานทั้งสิ้น นอกจากนั้ยังต้องเร่งมือถ่ายทำฉากของเจ้าหญิงจัสมินที่นำแสดงโดยคุณพลอย ไพลิน ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ก่อนที่คุณพลอยไพลินจะกลับไปเรียนต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกา

จากวันแรก จนถึงวันสุดท้ายของการถ่ายทำ ทีมงานขอนำเสนอภาพเบื้องหลังการถ่ายทำละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน มาให้ได้ชมกันก่อนที่จะพบกับเรื่องราวที่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งออกอากาศให้ชมกันทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 แล้วในขณะนี้

นิรัตติศัย กัลย์จาฤก ( ผู้กำกับการแสดง )
เป็นละครอีกเรื่องที่ทางบริษัทกันตนาฯ ขอมอบให้กับประชาชนคนไทย ซึ่งเชื่อว่าใช่แต่จะเป็นทีมงานเท่านั้น แต่รวมถึงคนไทยทุกคนต่างมีความปลื้มปีติที่คุณพลอยไพลินมารับแสดงเป็นเจ้า หญิงจัสมินในละครเรื่องนี้ โดยทีมงานทุกคนได้วางแผนการทำงานกันอย่างเต็มที่ ด้วยช่วงเวลาที่คุณพลอยไพลินอยู่เมืองไทยจำกัด ฉะนั้น เราต้องจัดการเรื่องคิวการถ่ายทำให้ลงตัวที่สุด และหากพูดถึงการแสดงของคุณพลอยไพลินแล้ว บอกได้คำเดียวว่า เป็นนักแสดงที่มีวิญญาณของศิลปินอยู่เต็มตัว ด้วยไม่ว่าจะให้แสดงบทบาทใด ก็ทำได้ดีทั้งนั้น อยากให้ทุกท่านติดตามละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน ให้ได้ อย่าพลาดนะครับ

จิตรลดา ดิษยนันท์
คุณพลอยไพลินเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก ก่อนเปิดกล้องก็ไปเรียนการแสดงกับครูแอ๋ว ( อ.อรชุมา ยุทธวงศ์ ) ถึงเวลาเปิดกล้องไม่ว่าจะเป็นบทบาทใด คุณพลอยไพลินก็สามารถแสดงได้ดีมาก เช่น ฉากบู๊ทที่มีตีลังกา เรามีครูฝึกสอนให้ไม่ถึงสิบนาที คุณพลอยไพลิน ก็สามารถตีลังกาเตะต่อยได้แล้ว เรียกว่า มีวิญญาณศิลปินอยู่เต็มตัว

ณัฐวุฒิ สกิดใจ
ดีใจและเป็นเกียรติมากครับที่ทางกันตนาฯ ให้โอกาสผมได้แสดงละครเรื่องนี้ ในการทำงานทีมงานทุกคนพิถีพิถัน และประณีตมาก โดยเฉพาะฉากแต่ละฉาก แม้ว่าจะเป็นคิวที่ต้องเร่งถ่าย แต่ทุกคนก็ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ บรรยากาศในกองถ่ายก็เป็นไปอย่างกันเอง อบอุ่นครับ ส่วนคุณพลอยไพลิน ก็เป็นนักแสดงที่เยี่ยมมาก ฝีมือการแสดงเทียมมืออาชีพได้เลยครับ

เรื่องย่อ

เจ้าหญิงจัสมิน พระธิดาองค์เดียวของพระเจ้าอิสราธิบดี กษัตริย์แห่งประเทศซามาร์ และอัมราภาชินี พระมารดา ทรงมีเชื้อสายไทย ทั้งยังมีมาลาตี ภรรยาท่านองคมนตรี สตรีไทยที่เชี่ยวชาญด้านภาษาและประวัติศาสตร์เอเซีย เป็นพระอาจารย์ของเจ้าหญิง พร้อมด้วย นาธาน บุตรชาย และ เอ็มม่า บุตรสาว

เจ้าหญิงเรียนจบมหาวิทยาลัยได้เกียรตินิยมดีเด่น พระมารดาสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวเมืองไทย แต่พระบิดาติดภารกิจสำคัญ จึงจะส่งเจ้าหญิงไปเข้าคอร์สอบรมในคอนแวนต์ เจ้าหญิงโกรธมากตัดสินพระทัยหนีมาเที่ยวเมืองไทย โดยมีนาธานและเอ็มม่าตามเสด็จ โดยไม่รู้ว่า ซีนอน ลูกน้องของราชิดคอยสะกดรอยตามอยู่

ที่ประเทศไทย อริน นายร้อยตำรวจเอกที่มีลูกบ้าเต็มตัวได้คู่หูคนใหม่ คือ ร.ต.ท.ชัยชนะ ด้วยนิสัยที่ต่างกันสุดขั้ว แต่มีอุดมการณ์เดียวกันคืออยากเป็นตำรวจที่ซื่อสัตย์ จึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ระหว่างบุกจับแก๊งปลอมพันธบัตร อรินต่อสู้กับเหวยกังหัวหน้าแก๊ง เมื่อกำลังจะเสียท่าเหวยกังได้จับผู้หญิงท้องเป็นตัวประกันและฆ่าตาย อรินเสียใจมากและสัญญากับตัวเองว่าจะต้องจับเหวยกังให้ได้ ตั้งแต่นั้นอรินก็กลายเป็นคนเคร่งเครียด

ด้านประเทศซามาร์ ราชิด หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายสากล ยื่นข้อเสนอให้พระเจ้าอิสราธิบดีทรงปล่อยพี่น้องกลุ่มก่อการร้ายแต่ถูก ปฏิเสธ ราชิดโกรธมากคิดจับตัวเจ้าหญิงจัสมินมาแลกเปลี่ยนแทน

เมื่อมา ถึงเมืองไทยเจ้าหญิง นาธานและเอ็มม่าได้ถูกสับเปลี่ยนกระเป๋า เนื่องจากเหวยกังเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบมาป้วนเปี้ยน จึงหวังให้เจ้าหญิงช่วยหิ้วผ่านด่านตำรวจ เมื่อทั้งสามมาถึงโรงแรมที่จองไว้ จึงรู้ว่ากระเป๋าถูกเปลี่ยนไป ทั้งสามจำต้องย้ายออกมาพักโรงแรมราคาถูก นาธานเหลือเงินติดกระเป๋านิดหน่อย แต่ก็มาโดนจ้อน วิ่งราว ครูหยุ่น เจ้าหน้าที่มูลนิธิเด็ก ขอร้องให้ทั้งคู่อย่าเอาเรื่อง เพราะจ้อนถูกพ่อที่ติดยาบังคับขโมยเงินไปซื้อยา ครูหยุ่นจึงอาสาจะช่วยหางานให้ทำ

มัดหมี่ หลานสาวอรินถูกส่งมาอยู่ด้วยชั่วคราวจนกว่าจะเปิดภาคเรียน ครูหยุ่นจึงแนะนำให้เจ้าหญิงไปเป็นครูสอนเปียโน อรินจำได้และคิดว่าเจ้าหญิงเป็นพวกเดียวกับเหวยกัง จึงยอมจ้างเพื่อหวังหาเบาะแสเหวยกัง

เจ้าหญิงบอกทุกคนว่าชื่อมะลิ อรินเสนอให้เจ้าหญิงมาพักที่บ้าน นาธานและเอ็มม่าจะตามมาด้วยแต่อรินไม่ยอม ชัยชนะจึงให้นาธานมาพักที่บ้านตรงข้ามแทน นาธานรู้สึกไม่ไว้ใจอริน เช่นเดียวกับที่อรินก็รู้สึกหมั่นไส้ ขณะที่เอ็มม่ากลับปลื้มอรินเงียบ ๆ ท่านองคมนตรีสืบจนรู้ว่า เจ้าหญิงกับนาธานเดินทางมาเมืองไทย ส่วนราชิดก็สั่งซีนอนให้ตามตัวให้พบก่อนคนอื่น

ศลิษา คนรักของอรินไม่พอใจที่อรินให้ผู้หญิงมาพักอยู่ด้วยที่บ้าน เจ้าหญิงทรงรู้สึกว่าอรินคอยจับผิดพระองค์ตลอด แต่ด้วยความเป็นตัวของตัวเองและจิตใจที่ดีทำให้อรินเริ่มอ่อนโยนกับมะลิมาก ขึ้นโดยไม่รู้ตัว พอฤดี ตำรวจหญิงนักบู๊สังเกตเห็นอรินเปลี่ยนไป แต่อรินก็ยังไม่กล้ายอมรับกับตัวเองว่าชอบมะลิ มัดหมี่กับจ้อนจึงวางแผนเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้

เหวยกังแอบเข้ามาใน บ้านทวงชิ้นส่วนของแม่พิมพ์พันธบัตรปลอม เกิดการต่อสู้กับเจ้าหญิง อรินมาช่วยไว้ได้ทันและรู้ว่าคนนั้นคือเหวยกัง อรินเกือบจะถูกทำร้ายแต่พอฤดีมาช่วยไว้ทัน เจ้าหญิงเล่าเรื่องกระเป๋าถูกสับเปลี่ยนให้ฟัง อรินเอากระเป๋ามาตรวจจึงพบช่องลับและกล่องใส่ชิ้นส่วนของแม่พิมพ์ เลยเข้าใจผิดคิดว่ามะลิแกล้งทำไม่รู้เรื่องทั้งที่เป็นพวกเดียวกับเหวยกัง

นา ธานและเอ็มม่าโกรธมากคิดจะบอกความจริง แต่เจ้าหญิงห้ามไว้ อรินวางแผนล่อเหวยกังให้ปรากฏตัว แต่เหวยกังกลับหลอกล่อจนจับเจ้าหญิงไว้เป็นตัวประกัน เหวยกังคิดว่าอรินไม่กล้ายิงเหมือนครั้งก่อน แต่คราวนี้อรินตัดสินใจยิงและช่วยเจ้าหญิงไว้ได้ อรินขอโทษเจ้าหญิงที่เข้าใจผิด ทั้งคู่กลับมาคืนดีกัน อีกครั้ง

มูลนิธิ ของครูหยุ่นจะจัดงานเพื่อหาทุนช่วยเหลือเด็กที่ถูกทำร้าย เจ้าหญิงจะเล่นดนตรีกับมัดหมี่ แต่เมื่อถึงวันงาน เจ้าหญิงกำลังเล่นดนตรีอยู่ ราชิดก็เข้ามาชิงตัวเจ้าหญิงหนีกลับซามาร์ นาธานจำต้องเปิดเผยฐานะ อรินช็อก ท่านองคมนตรีมาพานาธาน และเอ็มม่ากลับซามาร์เพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิง อรินขอตามไปด้วย

ราชิด พาเจ้าหญิงไปหลบอยู่ในที่ตั้งของกลุ่มก่อการร้าย เรียกร้องให้พระเจ้าอิสราธิบดีปล่อยนักโทษทั้งหมด โดยมีเจ้าหญิงเป็นตัวแลกเปลี่ยน พระเจ้าอิสราธิบดีตัดสินพระทัยไม่ยอมปล่อยนักโทษ และทรงมีบัญชาให้อรินและนาธานช่วยเจ้าหญิงกลับมาให้ได้

อรินและนา ธานช่วยกันสืบจนได้ร่องรอยราชิด และลอบเข้าไปช่วย ราชิดไหวตัวทันพาเจ้าหญิงหนีไปทางภูผาสีเงิน อรินกับนาธานตามไปเกิดการต่อสู้กันจนราชิดพลัดตกภูผาตาย

เจ้าหญิงขอ โทษพระบิดาและพระมารดาที่ทำให้ต้องร้อนพระทัย พระเจ้าอิสราธิบดีมีบัญชาให้เจ้าหญิงเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษโดย เร็วที่สุด ส่วนอรินเตรียมตัวกลับเมืองไทย นาธานเห็นเจ้าหญิงเศร้าทนไม่ไหว แนะให้พระองค์ไปพบกับอรินก่อนจะจากกันเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าหญิงขอให้อรินรอพระองค์ แต่อรินตอบว่าเจ้าหญิงสูงศักดิ์เกินกว่าเขาจะเอื้อมถึง

อรินฝากนาธาน ให้ช่วยดูแลเจ้าหญิงแล้ว กลับเมืองไทย นาธานได้แต่หวังว่าสักวันเจ้าหญิงจะลืมอรินได้ ในขณะที่เจ้าหญิงก็ตั้งพระทัยว่าสักวันจะต้องกลับเมืองไทยอีกครั้ง ส่วนอรินเฝ้าปลอบใจตนเองว่า ภูผาสูงนั้นไกลเกินกว่าที่ทุกคนจะไปถึงได้ เหมือนกับเจ้าหญิงจัสมินที่สูงศักดิ์จนไม่มีวันเอื้อมถึง

นักแสดงละคร ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน
1. คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น รับบทเป็น เจ้าหญิงจัสมิน
2. ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบทเป็น อริน
3. เอมี่ กลิ่นประทุม รับบทเป็น เอ็มม่า
4. สินิทธา บุญยศักดิ์ รับบทเป็น ศลิษา
5. อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์ รับบทเป็น ราชิด
6. นิพิธ ฮันเก้ รับบทเป็น นาธาน
7. พรสุดา ต่ายเนาว์คง รับบทเป็น มาลาตี
8. ประกาศิต โบสุวรรณ รับบทเป็น เหวยกัง
9. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ รับบทเป็น ครูหยุ่น
10. ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม รับบทเป็น ร.ต.ท.ชัยชนะ
11. เกริก ชิลเลอร์ รับบทเป็น ร.ต.อ.สิงห์ชัย
12. เนตร เอี่ยมรัตน์ รับบทเป็น ซีนอน
13. ด.ญ.ดิษย์ลดา ดิษยนันท์ รับบทเป็น มัดหมี่
14. ด.ช.อรรถพล เทศทะวงศ์ รับบทเป็น จ้อน

ออกอากาศวันพุธ และพฤหัสบดี เวลา 20.20 น.

ดาวพระศุกร์ 2545

ดาว พระศุกร์เป็นเด็กที่นางวิภา วงศ์สะอาด มาคลอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทางโรงพยาบาลเลี้ยงดูดาวพระศุกร์จนอายุได้ 9 เดือน ก็มีคนมาขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ชีวิตในบ้านพ่อเลี้ยงที่เกรงใจภรรยาและแม่เลี้ยงใจร้าย ในตอนแรกจนกระทั่ง 4 ขวบกว่า ดาวพระศุกร์มีพิกุลเป็นพี่เลี้ยงคอยปกป้อง ช่วยเหลือ ให้รอดจากคุณนายมารศรี แม่เลี้ยงตีบ่อย ๆ จนวันหนึ่งคุณนายไล่พิกุลออก ดาวพระศุกร์จึงต้องทนเลี้ยงน้องที่เกิดมาคล้ายเป็นลูกอิจฉาของคุณนายถึง 4 คน ซึ่งคุณนายรักดั่งแก้วตาตลอดเวลา ดาวพระศุกร์มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำกับข้าวดูแลทุกคนในบ้านอย่างดี ถ้าทำผิดแม้เพียงนิดเดียวก็จะถูกคุณนายทุบตีอย่างทารุณ คุณนายดุด่าและบอกความจริงว่า คุณนายและท่านนายพันไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง และบอกว่าแม่จริงชื่อ วิภา วงศ์สะอาด ดาวเสียใจมาก พ่อเลี้ยงปลอบว่าวันหนึ่งแม่จริงของดาวก็จะมารับดาวจึงทนรอคอยความหวัง

วัน หนึ่งดาวไปตลาด พบเด็กชายขอทานซึ่งแกอดข้าวมา 2 วันจนแทบเป็นลม ดาวนึกสงสารจึงให้มาที่บ้าน หาข้าวให้กินด้วยใจบริสุทธิ์ และเล่าให้ฟังว่าชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร แก่รับฟังด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ช่วยอะไรไม่ได้ คนข้างบ้านคนหนึ่งเห็นดาวคุยกับแก่ ก็ไปฟ้องคุณนายว่าดาวริอ่านคบผู้ชาย คุณนายโกรธมาก ตบตีดาวอย่างหนักที่สุด หาว่าคบผู้ชาย เผลอหลุดปากบอกความจริงเรื่องแม่ของดาวทิ้งดาวไว้ที่โรงพยาบาลและไม่มีวัน ที่จะมารับกลับ ดาวจึงหมดความอดทนและสิ้นหวังในการรอคอย ดาวตัดสินใจหนีออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้น ( อายุ 11 ขวบ )

ขณะที่ศศิ ประภา แม่ที่จริงของดาวพระศุกร์ ซึ่งต่อมาแต่งงานใหม่กับพลตรีพีรยุทธ มีลูกชายใหม่ 1 คน ชื่อแดง ตลอดเวลาไม่มีใครรู้ความลับของศศิประภานอกจากนมแม้นคนเดียว ศศิประภาไม่เคยลืมลูกสาวที่ตัวเองตั้งชื่อให้ว่าดาวพระศุกร์ ไม่เคยลืมแววตาของลูก และปานแดงรูปหัวใจเหนืออกซ้ายของดาว ศศิประภาทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่คิดถึงลูกคนแรก

ขณะ ที่แก่เดินขอทานอยู่นั้น บังเอิญได้พบกับภาคย์ ภาคย์สงสารให้เงินถึง 2 ครั้ง แต่ด้วยความซื่อแก่เผลอเล่าเรื่องของดาวพระศุกร์ให้ศศิประภาฟัง ศศิประภารู้ทันทีว่าดาวคือลูกศศิประภาตามไปหาดาวที่บ้านคุณนายมารศรี จึงรู้ว่าดาวหนีออกจากบ้านไปแล้ว

ดาวเร่ร่อนขอทานอยู่กับเกรียงและ อู๊ด เด็กขอทานข้างถนนอยู่ 2 – 3 ปี หลังจากขอทานดาวก็ริอ่านเป็นขโมยโดยมีนายชุมเด็กวัยรุ่นเป็นหัวหน้า ชีวิตของดาวต้องต่อสู้ดิ้นรนไปจนกระทั่งพบกิ่งแก้วโสเภณีชั้นสูงคนหนึ่ง บอกว่าดาวหน้าตาดี จึงชวนไปอยู่ด้วยกันที่บ้านซึ่งเป็นของฉวีแม่เล้าของตัวเอง บ้านของฉวีเป็นบ้านชั้นดี รับเฉพาะแขกที่มีสตางค์เท่านั้น

ขณะนั้น ดาวอายุได้ประมาณ 14 ปี ต้องเติบโตในบ้านนั้น พบเห็นเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงเหล่านั้นจนชิน กิ่งแก้วพยายามสอนหนังสือให้ดาว จนดาวมีความรู้เทียบได้เท่ากับมัธยม 6 สมัยนั้น พอดาวโตขึ้นอายุได้ 16 – 18 ปี ฉวีก็เริ่มให้ดาวออกทำงาน ดาวเคยรู้รสชาติของความจนความลำบากมาก่อนจึงไม่กล้าขัดขืน แต่กลับหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการมอมเหล้าแขกบ้าง หาคนมาแทนบ้าง เมื่อดับไฟแล้วบ้าง สารพัด เพื่อรักษาพรหมจารีย์ไว้อย่างเหนียวแน่น ดาวใช้วิธีเหล่านี้เอาตัวรอดได้ตลอดมาจนได้ฉายาว่า แม่ดาวจอมกะล่อน

และ เพราะวิธีสับตัวเองเอาคนอื่นมาแทนนี่เอง แขกคนหนึ่งเกิดติดโรคจึงเข้าใจว่าติดมาจากดาว เจ้าสำนักจึงให้พยาบาลมาตรวจโรค ดาว บังเอิญพยาบาลคนนั้นคือ อรทัย พยาบาลที่เป็นคนทำคลอดดาว จำดาวได้เพราะปานแดงรูปหัวใจ และชื่อดาว ดาวถามอรทัยจนใจอ่อนยอมเล่าเรื่องของดาวให้รับรู้จนหมด เพื่อน ๆ ของภาคย์ 2-3 คน เคยโดนลูกไม้ของดาวมาแล้วก็ไปเล่าให้ภาคย์ฟัง ภาคย์สนใจจึงมาทดลองบ้าง ภาคย์หลบเลี่ยงลูกไม้ของดาวทุกชนิด เช่น ไม่ดื่ม ไม่ดับไฟ ไม่อมทอฟฟี่ แต่ดาวก็เล่นไม้ตายโดยใช้ยาสลบ จนกระทั่งภาคย์หมดสติทั้งคืนจนเช้า

พอ ภาคย์รู้สึกตัว แทนที่จะโกรธ ภาคย์เกิดสนใจดาวและขอซื้อจากเจ้าสำนักในราคา 1 แสนบาททันที แล้วรับตัวดาวไปอยู่ที่บ้าน ดาวจำต้องไปเพราะถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าต้องอยู่บ้านนี้ตลอดไป ดาวตั้งใจว่าจะหาทางหาเงินมาใช้กับภาคย์เพื่อแลกกับอิสระภาพให้จนได้ ภาคย์พาดาวไปอยู่บ้านเลี้ยงดูอย่างดีในฐานะกึ่งน้องกึ่งญาติ ภาคย์ให้ดาวเรียนการบ้านการเรือนกับนมเชื่อม และเรียนคณิตศาสตร์กับตัวเองให้ศศิประภาญาติของภาคซึ่งเป็นแม่แท้ ๆ ขอดาวมาสอนภาษาอังกฤษ และมาหยารัศมี สาวสังคมที่มาติดภาคย์ช่วยสอนดนตรีให้ด้วย

ดาวต้องอดทนเรียนทั้ง ๆ ที่ใจไม่ชอบสักอย่างดาวเริ่มหลงรักภาคย์ ขณะเดียวกันก็นึกรู้ว่าศศิประภาคือแม่ที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยแรงน้อยใจที่แม่ไม่ยอมรับเป็นลูกดาวทำฤทธิ์กับศศิประภาทุกอย่าง ศศิประภาก็ได้แต่เสียใจอยู่คนเดียวบอกใครไม่ได้ เมื่อใดที่ศศิประภาเผลอแสดงความรัก ความห่วงใย ดาวจะย้อนกลับอย่างเจ็บแสบเสมอ ทำให้ศศิประภายิ่งช้ำใจหนักขึ้น นอกจากดาวจะน้อยใจ ในตัวแม่บังเกิดเกล้าแล้วยังต้องต่อสู้กับมาหยารัศมีทุกรูปแบบเพราะมาหยา รัศมีกลัวว่าดาวจะมาแย่งภาคย์ไปจากตน จึงหาทางกลั่นแกล้งใส่ความดาวตลอดเวลา ซึ่งภาคย์เองก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ก็ทำให้ดาวต้องเสียใจทุกครั้ง เหตุการณ์ผ่านไปภาคย์เริ่มรักดาวและดาวเองก็รักภาคย์มากเช่นกัน แต่ต่างคนก็สงวนท่าที

วัน หนึ่งในงานราตรีสโมสร ดาวจงใจแต่งตัวค่อนข้างโป๊เพื่อประชดภาคย์ ทำให้มีหนุ่ม ๆ 2 คนมาตามติดดาว คนหนึ่งคือ เศกสรรค์ เพื่อนของภาคย์ และอีกคนหนึ่งคือผู้พิพากษา อรรถ ซึ่งติดใจดาวมากจนศศิประภาผู้กำความลับอย่างแน่นอยู่ตกใจแทบเป็นลม มาหยารัศมีขัดขวางอรรถกับดาวจนเกิดเรื่อง ภาคย์ต้องลากตัวดาวกลับทันทีขณะที่ขับรถกลับบ้านอย่างหัวเสีย ภาคย์แกล้งขับเร็ว ๆ ไปทางอื่นอยู่นานกว่าภาคย์จะพาดาวกลับบ้าน ดาวก็เริ่มจับไข้แต่ไม่ยอมบอก รุ่งขึ้นดาวก็เป็นไข้ตัวร้อนไม่ได้สติเพ้อร้องหาแม่อย่างน่าสงสาร

ภาคย์ เฝ้าดูแลดาวทุกอย่างจนเด็กรับใช้ในบ้านเริ่มซุบซิบว่าภาคย์รักดาว ระหว่างที่ดาวป่วยท่านผู้พิพากษาอรรถส่งดอกไม้มาเยี่ยมดาวทุกวัน ภาคย์หึงแต่ไม่ยอมรับ ได้แต่หาเรื่องทะเลาะกับดาวไม่เว้นแต่ละวัน ท่านผู้พิพากษาสงสารดาวมาก ถึงกับให้เงินดาว 1 แสนบาทเป็นค่าไถ่ตัว และจะรับไปอยู่ด้วยกัน แต่พอดาวเอาเงินให้ภาคย์ ภาคย์โกรธมากประกอบกับเมาจึงลืมตัว เข้าปล้ำดาวจนดาวต้องตกเป็นของภาคย์ รุ่งเช้าภาคย์เสียใจในการกระทำของตัวเองมาก

แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะทำ อย่างไรดี เพราะถ้าแต่งงานกับดาว ก็เป็นปัญหาหลายอย่าง หนึ่งดาวยังไม่บรรลุนิติภาวะ คุณนายมารศรีซึ่งเป็นแม่ตามกฎหมายคงไม่ยอม สองภาคย์เองก็ไม่แน่ใจว่า ดาวจะปรับตัวเป็นภรรยาได้สมกับฐานะหรือยัง และสามมาหยารัศมีก็คอยหาเรื่องวุ่น ๆ จนได้ ระหว่างที่ภาคย์ลังเลจะทำอย่างไรดี

ดาวซึ่งสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิต ผิดหวังทั้งแม่ตัวเอง แม่เลี้ยง แล้วยังคนรักซึ่งยังคงคบหามาหยารัศมีอยู่ ดาวท้อแท้มาก มีแต่ผู้พิพากษาอรรถเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจดาวจนดาวใจอ่อนยอม ตกลงจะแต่งงานกับอรรถ ศศิประภาหมดความอดทนจึงต้องยอมบอกความจริงว่า ที่แท้อรรถคือพ่อแท้ ๆ ของดาวนั่นเอง ท้ายที่สุดดาวคิดสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีตนซักคน มาหยารัศมีก็คงได้แต่งงานกับภาคย์ ศศิประภาก็จะได้คืนดีกับท่านนายพลฯเพราะตอนที่นายพลฯ พีรยุทธ สามีของศศิประภารู้ว่าศศิประภา มีลูกมาก่อนก็โกรธถึงกับขอแยกทาง ดาวจึงตัดสินใจหนีทุก ๆ คนไป

ภาคย์ขับรถตามดาวจนประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่เป็นอะไรมากนักต้องพักรักษาตัวระยะหนึ่ง ดาวหนีมาอยู่ที่ราชบุรีซึ่งดาวแอบซื้อที่ดินเอาไว้ไม่บอกใครแต่เพราะที่ดิน ข้าง ๆ กับของดาวเป็นของพิกุลพี่เลี้ยงคนแรกของดาว พิกุลจึงเป็นคนนำข่าวไปบอกกับทุก ๆ คน ภาคย์รีบตามมาหาดาวทันที ทิ้งให้มาหยารัศมีกับอรรถทำความรู้จักให้ดีขึ้น เพราะทั้งสองมีท่าทางพอใจซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ภาคย์ตามมาพบดาว งอนง้อขอคืนดี จนดาวใจอ่อน เรื่องราวทั้งหลายจึงจบลงด้วยความสุข

นักแสดงละคร ดาวพระศุกร์
1. ดนุพร ปุณณกันต์ แสดงเป็น ภาคย์
2. อติมา ธนเสนีวัฒน์ แสดงเป็น ดาวพระศุกร์
3. ภัทรา ทิวานนท์ แสดงเป็น ศศิประภา
4. กัลยณัฐ ศรีบุญเรือง แสดงเป็น มาหยารัศมี
5. ตระการ พันธุมเลิศรุจี แสดงเป็น เศกสรร
6. จักรกฤษณ์ คชรัตน์ แสดงเป็น แก่
7. ชนานา นุตาคม แสดงเป็น คุณนายมารศรี
8. อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น พล.ต.พีรยุทธ
9. บุณฑริก ทัศนารมย์ แสดงเป็น กิ่งแก้ว
10. พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ แสดงเป็น อรรถ
11. เวนย์ ฟอลโคเนอร์ แสดงเป็น พันโทอาทร
12. ปิยะดา เพ็ญจินดา แสดงเป็น จันทร
ออกอากาศ วันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 18.30 น. ช่อง 7

ดาวพระศุกร์ 2523

ดาวพระศุกร์เป็นเด็กที่นางวิภา วงศ์สะอาด มาคลอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทางโรงพยาบาลเลี้ยงดูดาวพระศุกร์จนอายุได้ 9 เดือน ก็มีคนมาขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ชีวิตในบ้านพ่อเลี้ยงที่เกรงใจภรรยาและแม่เลี้ยงใจร้าย ในตอนแรกจนกระทั่ง 4 ขวบกว่า ดาวพระศุกร์มีพิกุลเป็นพี่เลี้ยงคอยปกป้อง ช่วยเหลือ ให้รอดจากคุณนายมารศรี แม่เลี้ยงตีบ่อย ๆ จนวันหนึ่งคุณนายไล่พิกุลออก ดาวพระศุกร์จึงต้องทนเลี้ยงน้องที่เกิดมาคล้ายเป็นลูกอิจฉาของคุณนายถึง 4 คน ซึ่งคุณนายรักดั่งแก้วตาตลอดเวลา ดาวพระศุกร์มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำกับข้าวดูแลทุกคนในบ้านอย่างดี ถ้าทำผิดแม้เพียงนิดเดียวก็จะถูกคุณนายทุบตีอย่างทารุณ คุณนายดุด่าและบอกความจริงว่า คุณนายและท่านนายพันไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง และบอกว่าแม่จริงชื่อ วิภา วงศ์สะอาด ดาวเสียใจมาก พ่อเลี้ยงปลอบว่าวันหนึ่งแม่จริงของดาวก็จะมารับดาวจึงทนรอคอยความหวัง

วัน หนึ่งดาวไปตลาด พบเด็กชายขอทานซึ่งแกอดข้าวมา 2 วันจนแทบเป็นลม ดาวนึกสงสารจึงให้มาที่บ้าน หาข้าวให้กินด้วยใจบริสุทธิ์ และเล่าให้ฟังว่าชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร แก่รับฟังด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ช่วยอะไรไม่ได้ คนข้างบ้านคนหนึ่งเห็นดาวคุยกับแก่ ก็ไปฟ้องคุณนายว่าดาวริอ่านคบผู้ชาย คุณนายโกรธมาก ตบตีดาวอย่างหนักที่สุด หาว่าคบผู้ชาย เผลอหลุดปากบอกความจริงเรื่องแม่ของดาวทิ้งดาวไว้ที่โรงพยาบาลและไม่มีวัน ที่จะมารับกลับ ดาวจึงหมดความอดทนและสิ้นหวังในการรอคอย ดาวตัดสินใจหนีออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้น ( อายุ 11 ขวบ )

ขณะที่ศศิ ประภา แม่ที่จริงของดาวพระศุกร์ ซึ่งต่อมาแต่งงานใหม่กับพลตรีพีรยุทธ มีลูกชายใหม่ 1 คน ชื่อแดง ตลอดเวลาไม่มีใครรู้ความลับของศศิประภานอกจากนมแม้นคนเดียว ศศิประภาไม่เคยลืมลูกสาวที่ตัวเองตั้งชื่อให้ว่าดาวพระศุกร์ ไม่เคยลืมแววตาของลูก และปานแดงรูปหัวใจเหนืออกซ้ายของดาว ศศิประภาทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่คิดถึงลูกคนแรก

ขณะที่แก่เดินขอ ทานอยู่นั้น บังเอิญได้พบกับภาคย์ ภาคย์สงสารให้เงินถึง 2 ครั้ง แต่ด้วยความซื่อแก่เผลอเล่าเรื่องของดาวพระศุกร์ให้ศศิประภาฟัง ศศิประภารู้ทันทีว่าดาวคือลูกศศิประภาตามไปหาดาวที่บ้านคุณนายมารศรี จึงรู้ว่าดาวหนีออกจากบ้านไปแล้ว

ดาวเร่ร่อนขอทานอยู่กับเกรียงและ อู๊ด เด็กขอทานข้างถนนอยู่ 2 – 3 ปี หลังจากขอทานดาวก็ริอ่านเป็นขโมยโดยมีนายชุมเด็กวัยรุ่นเป็นหัวหน้า ชีวิตของดาวต้องต่อสู้ดิ้นรนไปจนกระทั่งพบกิ่งแก้วโสเภณีชั้นสูงคนหนึ่ง บอกว่าดาวหน้าตาดี จึงชวนไปอยู่ด้วยกันที่บ้านซึ่งเป็นของฉวีแม่เล้าของตัวเอง บ้านของฉวีเป็นบ้านชั้นดี รับเฉพาะแขกที่มีสตางค์เท่านั้น

ขณะนั้น ดาวอายุได้ประมาณ 14 ปี ต้องเติบโตในบ้านนั้น พบเห็นเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงเหล่านั้นจนชิน กิ่งแก้วพยายามสอนหนังสือให้ดาว จนดาวมีความรู้เทียบได้เท่ากับมัธยม 6 สมัยนั้น พอดาวโตขึ้นอายุได้ 16 – 18 ปี ฉวีก็เริ่มให้ดาวออกทำงาน ดาวเคยรู้รสชาติของความจนความลำบากมาก่อนจึงไม่กล้าขัดขืน แต่กลับหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการมอมเหล้าแขกบ้าง หาคนมาแทนบ้าง เมื่อดับไฟแล้วบ้าง สารพัด เพื่อรักษาพรหมจารีย์ไว้อย่างเหนียวแน่น ดาวใช้วิธีเหล่านี้เอาตัวรอดได้ตลอดมาจนได้ฉายาว่า แม่ดาวจอมกะล่อน

และ เพราะวิธีสับตัวเองเอาคนอื่นมาแทนนี่เอง แขกคนหนึ่งเกิดติดโรคจึงเข้าใจว่าติดมาจากดาว เจ้าสำนักจึงให้พยาบาลมาตรวจโรค ดาว บังเอิญพยาบาลคนนั้นคือ อรทัย พยาบาลที่เป็นคนทำคลอดดาว จำดาวได้เพราะปานแดงรูปหัวใจ และชื่อดาว ดาวถามอรทัยจนใจอ่อนยอมเล่าเรื่องของดาวให้รับรู้จนหมด เพื่อน ๆ ของภาคย์ 2-3 คน เคยโดนลูกไม้ของดาวมาแล้วก็ไปเล่าให้ภาคย์ฟัง ภาคย์สนใจจึงมาทดลองบ้าง ภาคย์หลบเลี่ยงลูกไม้ของดาวทุกชนิด เช่น ไม่ดื่ม ไม่ดับไฟ ไม่อมทอฟฟี่ แต่ดาวก็เล่นไม้ตายโดยใช้ยาสลบ จนกระทั่งภาคย์หมดสติทั้งคืนจนเช้า

พอภาคย์รู้สึกตัว แทนที่จะโกรธ ภาคย์เกิดสนใจดาวและขอซื้อจากเจ้าสำนักในราคา 1 แสนบาททันที แล้วรับตัวดาวไปอยู่ที่บ้าน ดาวจำต้องไปเพราะถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าต้องอยู่บ้านนี้ตลอดไป ดาวตั้งใจว่าจะหาทางหาเงินมาใช้กับภาคย์เพื่อแลกกับอิสระภาพให้จนได้ ภาคย์พาดาวไปอยู่บ้านเลี้ยงดูอย่างดีในฐานะกึ่งน้องกึ่งญาติ ภาคย์ให้ดาวเรียนการบ้านการเรือนกับนมเชื่อม และเรียนคณิตศาสตร์กับตัวเองให้ศศิประภาญาติของภาคซึ่งเป็นแม่แท้ ๆ ขอดาวมาสอนภาษาอังกฤษ และมาหยารัศมี สาวสังคมที่มาติดภาคย์ช่วยสอนดนตรีให้ด้วย

ดาวต้องอดทนเรียนทั้ง ๆ ที่ใจไม่ชอบสักอย่างดาวเริ่มหลงรักภาคย์ ขณะเดียวกันก็นึกรู้ว่าศศิประภาคือแม่ที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยแรงน้อยใจที่แม่ไม่ยอมรับเป็นลูกดาวทำฤทธิ์กับศศิประภาทุกอย่าง ศศิประภาก็ได้แต่เสียใจอยู่คนเดียวบอกใครไม่ได้ เมื่อใดที่ศศิประภาเผลอแสดงความรัก ความห่วงใย ดาวจะย้อนกลับอย่างเจ็บแสบเสมอ ทำให้ศศิประภายิ่งช้ำใจหนักขึ้น นอกจากดาวจะน้อยใจ ในตัวแม่บังเกิดเกล้าแล้วยังต้องต่อสู้กับมาหยารัศมีทุกรูปแบบเพราะมาหยา รัศมีกลัวว่าดาวจะมาแย่งภาคย์ไปจากตน จึงหาทางกลั่นแกล้งใส่ความดาวตลอดเวลา ซึ่งภาคย์เองก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ก็ทำให้ดาวต้องเสียใจทุกครั้ง เหตุการณ์ผ่านไปภาคย์เริ่มรักดาวและดาวเองก็รักภาคย์มากเช่นกัน แต่ต่างคนก็สงวนท่าที

วันหนึ่งในงานราตรีสโมสร ดาวจงใจแต่งตัวค่อนข้างโป๊เพื่อประชดภาคย์ ทำให้มีหนุ่ม ๆ 2 คนมาตามติดดาว คนหนึ่งคือ เศกสรรค์ เพื่อนของภาคย์ และอีกคนหนึ่งคือผู้พิพากษา อรรถ ซึ่งติดใจดาวมากจนศศิประภาผู้กำความลับอย่างแน่นอยู่ตกใจแทบเป็นลม มาหยารัศมีขัดขวางอรรถกับดาวจนเกิดเรื่อง ภาคย์ต้องลากตัวดาวกลับทันทีขณะที่ขับรถกลับบ้านอย่างหัวเสีย ภาคย์แกล้งขับเร็ว ๆ ไปทางอื่นอยู่นานกว่าภาคย์จะพาดาวกลับบ้าน ดาวก็เริ่มจับไข้แต่ไม่ยอมบอก รุ่งขึ้นดาวก็เป็นไข้ตัวร้อนไม่ได้สติเพ้อร้องหาแม่อย่างน่าสงสาร

ภาคย์ เฝ้าดูแลดาวทุกอย่างจนเด็กรับใช้ในบ้านเริ่มซุบซิบว่าภาคย์รักดาว ระหว่างที่ดาวป่วยท่านผู้พิพากษาอรรถส่งดอกไม้มาเยี่ยมดาวทุกวัน ภาคย์หึงแต่ไม่ยอมรับ ได้แต่หาเรื่องทะเลาะกับดาวไม่เว้นแต่ละวัน ท่านผู้พิพากษาสงสารดาวมาก ถึงกับให้เงินดาว 1 แสนบาทเป็นค่าไถ่ตัว และจะรับไปอยู่ด้วยกัน แต่พอดาวเอาเงินให้ภาคย์ ภาคย์โกรธมากประกอบกับเมาจึงลืมตัว เข้าปล้ำดาวจนดาวต้องตกเป็นของภาคย์ รุ่งเช้าภาคย์เสียใจในการกระทำของตัวเองมาก

แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะทำ อย่างไรดี เพราะถ้าแต่งงานกับดาว ก็เป็นปัญหาหลายอย่าง หนึ่งดาวยังไม่บรรลุนิติภาวะ คุณนายมารศรีซึ่งเป็นแม่ตามกฎหมายคงไม่ยอม สองภาคย์เองก็ไม่แน่ใจว่า ดาวจะปรับตัวเป็นภรรยาได้สมกับฐานะหรือยัง และสามมาหยารัศมีก็คอยหาเรื่องวุ่น ๆ จนได้ ระหว่างที่ภาคย์ลังเลจะทำอย่างไรดี

ดาวซึ่งสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิต ผิดหวังทั้งแม่ตัวเอง แม่เลี้ยง แล้วยังคนรักซึ่งยังคงคบหามาหยารัศมีอยู่ ดาวท้อแท้มาก มีแต่ผู้พิพากษาอรรถเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจดาวจนดาวใจอ่อนยอม ตกลงจะแต่งงานกับอรรถ ศศิประภาหมดความอดทนจึงต้องยอมบอกความจริงว่า ที่แท้อรรถคือพ่อแท้ ๆ ของดาวนั่นเอง ท้ายที่สุดดาวคิดสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีตนซักคน มาหยารัศมีก็คงได้แต่งงานกับภาคย์ ศศิประภาก็จะได้คืนดีกับท่านนายพลฯเพราะตอนที่นายพลฯ พีรยุทธ สามีของศศิประภารู้ว่าศศิประภา มีลูกมาก่อนก็โกรธถึงกับขอแยกทาง ดาวจึงตัดสินใจหนีทุก ๆ คนไป

ภาคย์ขับรถตามดาวจนประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่เป็นอะไรมากนักต้องพักรักษาตัวระยะหนึ่ง ดาวหนีมาอยู่ที่ราชบุรีซึ่งดาวแอบซื้อที่ดินเอาไว้ไม่บอกใครแต่เพราะที่ดิน ข้าง ๆ กับของดาวเป็นของพิกุลพี่เลี้ยงคนแรกของดาว พิกุลจึงเป็นคนนำข่าวไปบอกกับทุก ๆ คน ภาคย์รีบตามมาหาดาวทันที ทิ้งให้มาหยารัศมีกับอรรถทำความรู้จักให้ดีขึ้น เพราะทั้งสองมีท่าทางพอใจซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ภาคย์ตามมาพบดาว งอนง้อขอคืนดี จนดาวใจอ่อน เรื่องราวทั้งหลายจึงจบลงด้วยความสุข

ดาวพระศุกร์

ดาวพระศุกร์เป็นเด็กที่นางวิภา วงศ์สะอาด มาคลอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ทางโรงพยาบาลเลี้ยงดูดาวพระศุกร์จนอายุได้ 9 เดือน ก็มีคนมาขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ชีวิตในบ้านพ่อเลี้ยงที่เกรงใจภรรยาและแม่เลี้ยงใจร้าย ในตอนแรกจนกระทั่ง 4 ขวบกว่า ดาวพระศุกร์มีพิกุลเป็นพี่เลี้ยงคอยปกป้อง ช่วยเหลือ ให้รอดจากคุณนายมารศรี แม่เลี้ยงตีบ่อย ๆ จนวันหนึ่งคุณนายไล่พิกุลออก ดาวพระศุกร์จึงต้องทนเลี้ยงน้องที่เกิดมาคล้ายเป็นลูกอิจฉาของคุณนายถึง 4 คน ซึ่งคุณนายรักดั่งแก้วตาตลอดเวลา ดาวพระศุกร์มีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำกับข้าวดูแลทุกคนในบ้านอย่างดี ถ้าทำผิดแม้เพียงนิดเดียวก็จะถูกคุณนายทุบตีอย่างทารุณ คุณนายดุด่าและบอกความจริงว่า คุณนายและท่านนายพันไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง และบอกว่าแม่จริงชื่อ วิภา วงศ์สะอาด ดาวเสียใจมาก พ่อเลี้ยงปลอบว่าวันหนึ่งแม่จริงของดาวก็จะมารับดาวจึงทนรอคอยความหวัง

วัน หนึ่งดาวไปตลาด พบเด็กชายขอทานซึ่งแกอดข้าวมา 2 วันจนแทบเป็นลม ดาวนึกสงสารจึงให้มาที่บ้าน หาข้าวให้กินด้วยใจบริสุทธิ์ และเล่าให้ฟังว่าชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร แก่รับฟังด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ช่วยอะไรไม่ได้ คนข้างบ้านคนหนึ่งเห็นดาวคุยกับแก่ ก็ไปฟ้องคุณนายว่าดาวริอ่านคบผู้ชาย คุณนายโกรธมาก ตบตีดาวอย่างหนักที่สุด หาว่าคบผู้ชาย เผลอหลุดปากบอกความจริงเรื่องแม่ของดาวทิ้งดาวไว้ที่โรงพยาบาลและไม่มีวัน ที่จะมารับกลับ ดาวจึงหมดความอดทนและสิ้นหวังในการรอคอย ดาวตัดสินใจหนีออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้น ( อายุ 11 ขวบ )

ขณะ ที่ศศิประภา แม่ที่จริงของดาวพระศุกร์ ซึ่งต่อมาแต่งงานใหม่กับพลตรีพีรยุทธ มีลูกชายใหม่ 1 คน ชื่อแดง ตลอดเวลาไม่มีใครรู้ความลับของศศิประภานอกจากนมแม้นคนเดียว ศศิประภาไม่เคยลืมลูกสาวที่ตัวเองตั้งชื่อให้ว่าดาวพระศุกร์ ไม่เคยลืมแววตาของลูก และปานแดงรูปหัวใจเหนืออกซ้ายของดาว ศศิประภาทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่คิดถึงลูกคนแรก

ขณะ ที่แก่เดินขอทานอยู่นั้น บังเอิญได้พบกับภาคย์ ภาคย์สงสารให้เงินถึง 2 ครั้ง แต่ด้วยความซื่อแก่เผลอเล่าเรื่องของดาวพระศุกร์ให้ศศิประภาฟัง ศศิประภารู้ทันทีว่าดาวคือลูกศศิประภาตามไปหาดาวที่บ้านคุณนายมารศรี จึงรู้ว่าดาวหนีออกจากบ้านไปแล้ว

ดาวเร่ร่อนขอทานอยู่กับเกรียงและ อู๊ด เด็กขอทานข้างถนนอยู่ 2 – 3 ปี หลังจากขอทานดาวก็ริอ่านเป็นขโมยโดยมีนายชุมเด็กวัยรุ่นเป็นหัวหน้า ชีวิตของดาวต้องต่อสู้ดิ้นรนไปจนกระทั่งพบกิ่งแก้วโสเภณีชั้นสูงคนหนึ่ง บอกว่าดาวหน้าตาดี จึงชวนไปอยู่ด้วยกันที่บ้านซึ่งเป็นของฉวีแม่เล้าของตัวเอง บ้านของฉวีเป็นบ้านชั้นดี รับเฉพาะแขกที่มีสตางค์เท่านั้น

ขณะนั้น ดาวอายุได้ประมาณ 14 ปี ต้องเติบโตในบ้านนั้น พบเห็นเรื่องราวของชีวิตผู้หญิงเหล่านั้นจนชิน กิ่งแก้วพยายามสอนหนังสือให้ดาว จนดาวมีความรู้เทียบได้เท่ากับมัธยม 6 สมัยนั้น พอดาวโตขึ้นอายุได้ 16 – 18 ปี ฉวีก็เริ่มให้ดาวออกทำงาน ดาวเคยรู้รสชาติของความจนความลำบากมาก่อนจึงไม่กล้าขัดขืน แต่กลับหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการมอมเหล้าแขกบ้าง หาคนมาแทนบ้าง เมื่อดับไฟแล้วบ้าง สารพัด เพื่อรักษาพรหมจารีย์ไว้อย่างเหนียวแน่น ดาวใช้วิธีเหล่านี้เอาตัวรอดได้ตลอดมาจนได้ฉายาว่า แม่ดาวจอมกะล่อน

และ เพราะวิธีสับตัวเองเอาคนอื่นมาแทนนี่เอง แขกคนหนึ่งเกิดติดโรคจึงเข้าใจว่าติดมาจากดาว เจ้าสำนักจึงให้พยาบาลมาตรวจโรค ดาว บังเอิญพยาบาลคนนั้นคือ อรทัย พยาบาลที่เป็นคนทำคลอดดาว จำดาวได้เพราะปานแดงรูปหัวใจ และชื่อดาว ดาวถามอรทัยจนใจอ่อนยอมเล่าเรื่องของดาวให้รับรู้จนหมด เพื่อน ๆ ของภาคย์ 2-3 คน เคยโดนลูกไม้ของดาวมาแล้วก็ไปเล่าให้ภาคย์ฟัง ภาคย์สนใจจึงมาทดลองบ้าง ภาคย์หลบเลี่ยงลูกไม้ของดาวทุกชนิด เช่น ไม่ดื่ม ไม่ดับไฟ ไม่อมทอฟฟี่ แต่ดาวก็เล่นไม้ตายโดยใช้ยาสลบ จนกระทั่งภาคย์หมดสติทั้งคืนจนเช้า

พอ ภาคย์รู้สึกตัว แทนที่จะโกรธ ภาคย์เกิดสนใจดาวและขอซื้อจากเจ้าสำนักในราคา 1 แสนบาททันที แล้วรับตัวดาวไปอยู่ที่บ้าน ดาวจำต้องไปเพราะถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าต้องอยู่บ้านนี้ตลอดไป ดาวตั้งใจว่าจะหาทางหาเงินมาใช้กับภาคย์เพื่อแลกกับอิสระภาพให้จนได้ ภาคย์พาดาวไปอยู่บ้านเลี้ยงดูอย่างดีในฐานะกึ่งน้องกึ่งญาติ ภาคย์ให้ดาวเรียนการบ้านการเรือนกับนมเชื่อม และเรียนคณิตศาสตร์กับตัวเองให้ศศิประภาญาติของภาคซึ่งเป็นแม่แท้ ๆ ขอดาวมาสอนภาษาอังกฤษ และมาหยารัศมี สาวสังคมที่มาติดภาคย์ช่วยสอนดนตรีให้ด้วย

ดาวต้องอดทนเรียนทั้ง ๆ ที่ใจไม่ชอบสักอย่างดาวเริ่มหลงรักภาคย์ ขณะเดียวกันก็นึกรู้ว่าศศิประภาคือแม่ที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยแรงน้อยใจที่แม่ไม่ยอมรับเป็นลูกดาวทำฤทธิ์กับศศิประภาทุกอย่าง ศศิประภาก็ได้แต่เสียใจอยู่คนเดียวบอกใครไม่ได้ เมื่อใดที่ศศิประภาเผลอแสดงความรัก ความห่วงใย ดาวจะย้อนกลับอย่างเจ็บแสบเสมอ ทำให้ศศิประภายิ่งช้ำใจหนักขึ้น นอกจากดาวจะน้อยใจ ในตัวแม่บังเกิดเกล้าแล้วยังต้องต่อสู้กับมาหยารัศมีทุกรูปแบบเพราะมาหยา รัศมีกลัวว่าดาวจะมาแย่งภาคย์ไปจากตน จึงหาทางกลั่นแกล้งใส่ความดาวตลอดเวลา ซึ่งภาคย์เองก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ก็ทำให้ดาวต้องเสียใจทุกครั้ง เหตุการณ์ผ่านไปภาคย์เริ่มรักดาวและดาวเองก็รักภาคย์มากเช่นกัน แต่ต่างคนก็สงวนท่าที

วัน หนึ่งในงานราตรีสโมสร ดาวจงใจแต่งตัวค่อนข้างโป๊เพื่อประชดภาคย์ ทำให้มีหนุ่ม ๆ 2 คนมาตามติดดาว คนหนึ่งคือ เศกสรรค์ เพื่อนของภาคย์ และอีกคนหนึ่งคือผู้พิพากษา อรรถ ซึ่งติดใจดาวมากจนศศิประภาผู้กำความลับอย่างแน่นอยู่ตกใจแทบเป็นลม มาหยารัศมีขัดขวางอรรถกับดาวจนเกิดเรื่อง ภาคย์ต้องลากตัวดาวกลับทันทีขณะที่ขับรถกลับบ้านอย่างหัวเสีย ภาคย์แกล้งขับเร็ว ๆ ไปทางอื่นอยู่นานกว่าภาคย์จะพาดาวกลับบ้าน ดาวก็เริ่มจับไข้แต่ไม่ยอมบอก รุ่งขึ้นดาวก็เป็นไข้ตัวร้อนไม่ได้สติเพ้อร้องหาแม่อย่างน่าสงสาร

ภาคย์ เฝ้าดูแลดาวทุกอย่างจนเด็กรับใช้ในบ้านเริ่มซุบซิบว่าภาคย์รักดาว ระหว่างที่ดาวป่วยท่านผู้พิพากษาอรรถส่งดอกไม้มาเยี่ยมดาวทุกวัน ภาคย์หึงแต่ไม่ยอมรับ ได้แต่หาเรื่องทะเลาะกับดาวไม่เว้นแต่ละวัน ท่านผู้พิพากษาสงสารดาวมาก ถึงกับให้เงินดาว 1 แสนบาทเป็นค่าไถ่ตัว และจะรับไปอยู่ด้วยกัน แต่พอดาวเอาเงินให้ภาคย์ ภาคย์โกรธมากประกอบกับเมาจึงลืมตัว เข้าปล้ำดาวจนดาวต้องตกเป็นของภาคย์ รุ่งเช้าภาคย์เสียใจในการกระทำของตัวเองมาก

แต่ก็คิดไม่ตกว่าจะทำ อย่างไรดี เพราะถ้าแต่งงานกับดาว ก็เป็นปัญหาหลายอย่าง หนึ่งดาวยังไม่บรรลุนิติภาวะ คุณนายมารศรีซึ่งเป็นแม่ตามกฎหมายคงไม่ยอม สองภาคย์เองก็ไม่แน่ใจว่า ดาวจะปรับตัวเป็นภรรยาได้สมกับฐานะหรือยัง และสามมาหยารัศมีก็คอยหาเรื่องวุ่น ๆ จนได้ ระหว่างที่ภาคย์ลังเลจะทำอย่างไรดี

ดาวซึ่งสูญสิ้นทุกอย่างในชีวิต ผิดหวังทั้งแม่ตัวเอง แม่เลี้ยง แล้วยังคนรักซึ่งยังคงคบหามาหยารัศมีอยู่ ดาวท้อแท้มาก มีแต่ผู้พิพากษาอรรถเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจดาวจนดาวใจอ่อนยอม ตกลงจะแต่งงานกับอรรถ ศศิประภาหมดความอดทนจึงต้องยอมบอกความจริงว่า ที่แท้อรรถคือพ่อแท้ ๆ ของดาวนั่นเอง ท้ายที่สุดดาวคิดสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีตนซักคน มาหยารัศมีก็คงได้แต่งงานกับภาคย์ ศศิประภาก็จะได้คืนดีกับท่านนายพลฯเพราะตอนที่นายพลฯ พีรยุทธ สามีของศศิประภารู้ว่าศศิประภา มีลูกมาก่อนก็โกรธถึงกับขอแยกทาง ดาวจึงตัดสินใจหนีทุก ๆ คนไป

ภาคย์ขับรถตามดาวจนประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่เป็นอะไรมากนักต้องพักรักษาตัวระยะหนึ่ง ดาวหนีมาอยู่ที่ราชบุรีซึ่งดาวแอบซื้อที่ดินเอาไว้ไม่บอกใครแต่เพราะที่ดิน ข้าง ๆ กับของดาวเป็นของพิกุลพี่เลี้ยงคนแรกของดาว พิกุลจึงเป็นคนนำข่าวไปบอกกับทุก ๆ คน ภาคย์รีบตามมาหาดาวทันที ทิ้งให้มาหยารัศมีกับอรรถทำความรู้จักให้ดีขึ้น เพราะทั้งสองมีท่าทางพอใจซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ภาคย์ตามมาพบดาว งอนง้อขอคืนดี จนดาวใจอ่อน เรื่องราวทั้งหลายจึงจบลงด้วยความสุข

ผู้กำกับ : สยาม สังวริบุตร
ผลิตโดย : ดาราวิดิโอ
เขียนบท : ภาวิต-ลุลินารถ
บทประพันธ์ : อักษราพันธ์

นักแสดง
ศรราม เทพพิทักษ์
สุวนันท์ คงยิ่ง
ปรียานุช ปานประดับ,

ดาวคนละดวง

ดาวคนละดวง เป็นเรื่องราวของเพื่อนรักสามารถตายแทนกันได้ ธนัท เกิดมาพร้อมทุกอย่าง เมื่อฝันที่จะเอาดาวมาประดับบนบ่า เขาก็สามารถทำได้สำเร็จ ส่วน วสันต์ แตกต่างกันในทุกด้านกับเพื่อน เขาฝันที่จะเอาดาวมาประดับบนบ่า แต่สิ่งที่ทำได้ ก็คือแง่งปลาทูเท่านั้น แต่อย่างไรความเป็นเพื่อน ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่รู้สึกแตกต่างกัน เพราะต่างมีใจให้กันเพียงอย่างเดียว แต่แล้วในท้ายที่สุด ความฝันของวสันต์ที่หวังจะเอาดาวมาประดับบ่า ก็สำเร็จเมื่อเขาสามารถเลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจตรี แต่สิ่งที่ได้มาต้องแลกด้วยชีวิตของเขา ดาวที่ได้มาจึงประดับอยู่ที่ร่างกายที่ไร้วิญญาณเท่านั้น คอยติดตามความรักของเพื่อนที่เหนือกว่าความผูกพันใดๆ นี้ได้ใน “ดาวคนละดวง

ดรรชนีนาง

ณ เกาะแห่งหนึ่งใน จ. สงขลา เรือรบหลวงอรุโณทัย ทอดสมอจอดนิ่งอยู่ระหว่างเกาะหนูและเกาะแมว นายทหารเรือหนุ่มแห่งราชนาวี ม.จ. นิรันดร์ฤทธิ์ธำรง ได้พบกับดรรชนี สาวน้อยผู้สวยใสไร้เดียงสา ดรรชนีอยู่กับพ่อผู้ชรา สองคนที่หาเลี้ยงชีพจับปลาขายและมีเหล้าเป็นเครื่องปรับทุกข์จากความหลังที่ฝังใจ นิรันดร์ตกหลุมรักดรรชนีทันทีที่ได้เห็นเธอ

วันรุ่งขึ้นเขามา หาดรรชนีอีก และนิ้วชี้ของดรรชนีก็ต้องเสียเลือดจากแผลอันเกิดจากความปราณีต่อแขกที่มาเยือน เมื่อดรรชนีจะเฉาะน้ำมะพร้าวให้
นิรันดร์ทำแผลด้วยการดูดเลือดจาก นิ้วก้อยของเธอ และต่อจากนั้นดรรชนีก็ตกเป็นของนิรันดร์ ด้วยความยินยอมพร้อมใจ เมื่อเธอเองก็มีใจกับนิรันดร์เช่นกัน

นิรันดร์กับดรรชนียังคงคบหากัน โดยนิรันดร์มักจะชอบชมนิ้วของดรรชนีว่าเรียวสวย ที่เขาไม่เคยพบเห็นจากนิ้วมือของหญิงคนใดมาก่อน เมื่อนิ้วชี้นี้เป็นรอยแผลเป็น จึงเปรียบเสมือนเป็นสัญญารักของหนุ่มสาวทั้งสอง
เมื่อพ่อกลับมาจากหาปลา เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน และจากคำบอกเล่าของลิงแสนรู้จึงรู้ว่าได้เกิดอะไรขึ้นในกระท่อมพ่อเฆี่ยน ดรรชนีด้วยหางกระเบน ทั้ง ๆ ที่ตนแสนจะเจ็บปวด เพราะไม่เคยลงโทษลูกเลย จากนั้นพ่อของดรรชนีก็ยิ่งกินเหล้าหนักยิ่งขึ้น พร้อมทั้งหวนคิดถึงความหลังระหว่างตนกับแม่ของดรรชนีแล้วยิ่งเสียใจ เพราะแม่ของดรรชนีไฉไลผู้ซึ่งเสียสละฐานันดรศักดิ์หนีตามตนมา

ในอดีตนั้น พระองค์เจ้าหญิงดรรชนีไฉไล ทรงรักกับหนุ่มชาวประมงจน ๆ แต่ติดด้วยฐานันดรที่ต่างกัน จึงทำให้ตัดสินใจหนีตามกันมาใช้ชีวิตอยู่บนเกาะ เพื่อหนีจากสังคมที่ตนเองเคยรู้จักและกันการครหานินทาจากสังคมรอบข้าง สองหนุ่มสาวใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข แม้ว่าจะไม่สบายกาย แต่ทั้งคู่ก็สบายใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก โดยไม่ยอมติดต่อกับโลกภายนอกอีกเลย

ดรรชนีเติบโตขึ้นจากความรักของผู้เป็นพ่อที่ยังยึดติดกับอดีตจมปลักอยู่กับความหลัง โดยมีเหล้าเป็นเครื่องคลายทุกข์ เธอมีเพื่อนเพียงลิงแสนรู้ตัวหนึ่ง เด็กน้อยมีนิ้วที่เรียวสวยเหมือนมารดาผู้จากไป

วันรุ่งขึ้น นิรันดร์มาหาดรรชนี และอีกครั้งที่เขาได้ลิ้มรสความหวานของสาวน้อยก่อนลาจากไป และเดินทางกลับมายังกรุงเทพฯ โดยที่เขายังคงรักและคิดถึงดรรชนีอยู่ไม่รู้ลืม

ในขณะเดียวกัน ดรรชนี ก็ได้ตั้งหน้าตั้งตาคอยวันกลับมาของนิรันดร์ โดยพ่อของเขาเฝ้ามองลูกสาวสุดที่รักด้วยความสงสาร แต่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรเธอได้เลย และเขาก็ยิ่งกินเหล้าหนักยิ่งขึ้น เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ นิรันดร์ได้มีโอกาสรู้จักกับ ศิริยุคล สาวสังคมชื่อดังและท่ามกลางความเห็นชอบของทุกคน ทั้งคู่จึงตัดสินใจแต่งงานกัน โดยที่นิรันดร์ลืมนึกถึงดรรชนีไป

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ดรรชนีท้องแก่จวนคลอด แต่นิรันดร์หายไปไม่มีแม้แต่เงา พ่อสู้อุตส่าห์ไปตามหาที่วังของนิรันดร์ในกรุงเทพฯ แต่ได้รับคำปฏิเสธว่าไม่รู้จัก พ่อซมซานกลับมาหาดรรชนี และในไม่ช้าด้วยความตรอมใจ พ่อก็ตายตามแม่ไปอีกคน ในวันเดียวกับที่ดรรชนีคลอดลูกออกมาเป็นผู้ชาย ดรรชนีจึงอยู่กับลูกน้อยตามลำพังและมีลูกชายตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ
ใน วันแต่งงานของ ม.จ. นิรันดร์ฤทธิ์ธำรง กับ ศิริยุคล ของขวัญชิ้นหนึ่งถูกส่งจากเกาะสงขลามายังคู่บ่าวสาว ของขวัญที่ทำให้เจ้าบ่าวสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อเห็น มันคือนิ้วชี้ขาวซีดเป็นรอยตัดถึงโคนนิ้วที่กลางนิ้ว เป็นรอยแผลเป็นเห็นถนัดชัดเจน

นิรันดร์จึงหวนนึกถึงดรรชนีขึ้นมาในทันที เขาจำนิ้วชี้ที่เขาเคยชอบและชมว่าสวยงามกว่านิ้วชี้ของหญิงคนอื่น เขารู้ในทันทีว่าดรรชนีตัดสินใจตัดนิ้วชี้ที่เธอรักม ากที่สุก ก็เพื่อเป็นของขวัญให้กับคนที่เธอรัก เพราะเธอจำได้ว่า เขานั้นรักนิ้วของเธอมากที่สุด เป็นเสมือนการทวงสัญญารักที่เคยมีต่อกัน เขาจึงรีบผละออกไปจากห้องหอ รีบเดินทางไปยังเกาะสงขลาในทันที
แต่เขาไป สายไป ไม่มีดรรชนีและลูกอีกแล้ว เพราะพายุเพิ่งพัดผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะไม่มีเหลือ นิรันดร์จึงได้แต่เศร้าใจในการสูญเสียที่เกิดขึ้น ชนิดที่ไม่อาจหวนกลับคืนมาได้อีกแล้ว ในความจริงแล้ว ดรรชนีกับลูกได้รับการช่วยเหลือจากเสือใหญ่ โจรสลัด ก่อนที่เธอจะป่วยตาย เสือใหญ่จึงรับเลี้ยงลูกของเธอ โดยตั้งชื่อว่า เสือน้อย

ในขณะเดียว กัน นิรันดร์กับ ศิริยุคล ก็ใช้ชีวิตคู่กันอย่างมีความสุขพร้อมทั้งพยานรักเป็น สาวอีกหนึ่งคน โดยที่นิรันดร์ยังคงระลึกถึงดรรชนีอย่างไม่มีวันเสื่ อมคลาย โดยที่เขาไม่มีวันรู้ล่วงหน้าเลยว่า ต่อมาในอนาคต ชะตากรรมกลับเล่นตลกให้เสือน้อยกับลูกสาวของเขา พี่น้องต่างมารดาต้องมาพบรักกันเอง