นักแสดงละคร พิษพยาบาท
ฉัตรชัย เปล่งพานิช
วาสนา พูนผล
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี
นักแสดงละคร พิษพยาบาท
ฉัตรชัย เปล่งพานิช
วาสนา พูนผล
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี
“รู้จักให้…ในสิ่งที่คนอื่นอยากได้ ” คือคำขวัญประจำใจของ เพรียว (อธิชาติ ชุมนานนท์) ชายหนุ่มเชื้อสายจีน ลูกชาย เถ้าแก่ชั้น (เหมียว แมคอินทอช) และ ยามถม (ศิรินุช เพ็ชรอุไร) เพรียวเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี เชื่อมั่นในตัวเองและทำงานเก่ง เขามีความสามารถเรื่องการดูจิตใจของคนอื่น รู้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการและเมื่อเขาให้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการเขาก็จะได้ รับในสิ่งที่เขาอยากได้กลับคืนมาเสมอ พ่อของเขาเปิดกิจการผ้าทอ โดยมีพี่สาวสองคนคือ สายพร (อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์) กับ ยุพิน (สโรชา วาทิตตพันธ์) ซึ่งเป็นคนดูแลกิจการทอผ้าของครอบครัวเป็นหลักแต่พ่อแม่ไม่เคยเห็นความสำคัญ
เพรียวเรียนเก่งแต่ไม่ได้เก่งแบบอัจฉริยะ เป็นเพราะเขารู้ในนิสัยของอาจารย์แต่ละคนว่าชอบอะไรแล้วทำในสิ่งที่อาจารย์ ชอบ ผลก็คือผลการเรียนที่ได้รับมากกว่าคนอื่น เมื่อเรียนจบเขาได้ทำงานที่ ห้างเซนซูยา เพราะรู้จักับ ทศกร (นพชัย มัททวีวงศ์) ญาติห่าง ๆ ของ ศรสิทธิ์ (ดิลก ทองวัฒนา) และ ฟ้างาม (จินตหรา สุขพัฒน์) น้องสาวของศรสิทธิ์ เจ้าของห้างเซนซูยา โดยมี ดล (สุรินทร คารวุตม์) และ นาง (คลาวเดีย จักรพันธุ์) เป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งนางนั้นเกลียดผู้หญิงสวยและแกล้งผู้หญิงสวยทุกคนที่มาทำงานด้วย สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพรียว คบ ข่ายแก้ว (มรกต หทัยสีวงศ์) เป็นแฟนเพราะช่วยเรื่องการเรียนแต่พอเรียนจบก็ห่างกันไปเพราะเธอไปเรียนต่อ ต่างประเทศ
ในเรื่องความรัก เพรียว มักคบผู้หญิงคราวละ 2 คน เรียกว่าคอยสับหลีก ฟ้างามพาลูกสาวคือ น้ำนวล (ชีรณัฐ ยูสานนท์) มาฝึกงานและให้เพรียวดูแล น้ำนวลมักจะฝันถึง สาวสวยแสนงามคนหนึ่ง ในฝันน้ำนวลรู้สึกคุ้นเคยกับหญิงสาวคนนี้เป็นอย่างดี เธอถามผู้หญิงคนนั้นว่าชื่ออะไรหญิงสาวตอบว่าชื่อ รัมภา น้ำนวลจำภาพรัมภาได้ชัดเจนและคิดว่ารัมภาเป็นนางฟ้า
เมลานี (วรันลักษณ์ ศิระมะณีวัฒนา) ลูกสาวของ ศรศิลป์ และ มานิดา (ชนานา นุตาคม) มาฝึกงานที่แผนดประชาสัมพันธ์ เธออาละวาดจน เต็มตา (พรรษชล สุปรีย์) แฟนของเพรียวต้องกระเด็นออกไป น้ำนวลเริ่มมีใจกับเพรียว แต่เพรียวก็ได้มาพบกับ อินทุพร (วิรากรานต์ เสณีตันติกุล) สาวนักเรียนนอกจึงเริ่มสานสัมพันธ์ แถมเซนซูยามีพนักงงานใหม่คือ ดารณี (มิรา โกมลวณิช) เข้ามาเพรียวก็ผิดคำพูดตัวเอง เขาคบทั้ง เต็มตา ดารณี อินทุพร แต่แล้วเขาก้ได้เจอสาวงามคนหนึ่งเธอชื่อว่า รัมภา (ศรีริต้า เจนเซ่น)
ก่อนน้ำนวลจะเรียนจบ เพรียวไปดูนิทรรศการงานวิทยานิพนธ์ของน้ำนวล ทันทีที่เพรียวเห็นภาพเขียนของน้ำนวลที่ชื่อ Angelica ความทรงจำของนางฟ้า ซึ่งน้ำนวลเขียนถึงผู้หญิงในความทรงจำ และจู่ ๆ รัมภาสาวงามก็มาปรากฏตัว เธอบอกว่าเธอชอบงานของน้ำนวล ในงานเดียวกันเพรียวได้พบกับข่ายแก้วโดยบังเอิญ ข่ายแก้วยังคงบอกว่ารักเพรียวเหมือนเดิม ในงานเลี้ยงฉลองเรียนจบของน้ำนวล เพรียวได้พบกับ เมลานี เธอดึงเขามากอดจูบกันอย่างไม่อายใคร น้ำนวลผิดหวังและเสียใจ และไปเรียนต่อต่างประเทศ และกลับมาเมืองไทยพร้อมรูปลักษณ์ที่ทันสมัยพร้อมคู่หมั้นหนุ่ม แวน จิตติวัฒน์ สักกะบุตร (รณเดช วงศ์สาโรจน์) หนุ่มหล่อไฮโซลูกชาย คนเดียวของนักการเมืองชื่อดัง
ดารณีจับได้ว่าเพรียวคบอินทุพร จึงคิดจะกระโดดตึกเพรียวต้องกล่อมจนเธอใจอ่อน เพรียวถูกฟ้างามเรียกเข้าไปตักเตือน เขาจึงตัดสินใจลาออกจากเซนซูยา เพรียวได้พบกับรัมภาอีกครั้งและเธอก็ชื่อสาปเขากลายเป็นหญิงในชื่อ พิมมาลา เพื่อให้เขาได้รู้ถึงความรู้สึกของผู้หญิง และต้องทำภารกิจตามที่นางฟ้ารำภาให้ ตั้งแต่ทำให้ดารณีตาสว่างเรื่องความรัก ต่อมาคือให้ข่ายแก้วตัดอกตัดใจจากเพรียว และต้องให้อินทุพรยกโทษให้เขาให้ได้
พิมมาลาถูกชายฉกรรจ์ฉุดลากขึ้นรถตู้ไป พิมมาลารู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของนันท์ที่ต้องการให้ชายฉกรรจ์ข่มขืนแล้วนันท์ จะคลิปไว้แบล็คเมล์ แต่เธอรอดมาได้แถมยังมีหลักฐานมัดตัวนันท์อีกด้วย นอกจากนี้พิมมาลายังช่วยฟ้างามให้เลิกงมงายกับการหาประโยชน์ของ ทวิชา (ประกาศิต โบสุวรรณ) ที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมหลอกลวงคนอีกด้วย จากนั้นเซนซูยาได้ต้อนรับพนักงานใหม่คือ อนุศร (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) ทายาทของเซนซูยาเขาหลงรักพิมาลาทันที
พิมมาลาได้กลับมาเป็นเพรียวและบอกรักน้ำนวลแต่เธอไม่สามารถยกเลิกการแต่งงาน กับแวนได้ เพราะแวนรักน้ำนวลมากทำให้เพรียวปวดร้าว ต่อมาน้ำนวลตั้งท้องและคลอดลูกเป็นหญิงชื่อว่า พิมมาลา ต่อมาพ่อของเขาเสียชีวิตลงและได้แบ่งสมบัติให้เพรียวมากที่สุดแต่เขาขอให้ แบ่งสามคนเท่ากัน หลังจากนั้นอีกห้าปีชีวิตของทุกคนได้ดำเนินไป เพรียวได้สร้างที่พักของคนติดเชื้อ HIV ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเต็มตาด้วย เพรียวได้รับตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการส่วนทศกรเป็นอนุศร และเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อรถของอนุศรประสบอุบัติเหตุและแวนก็ได้รับ บาดเจ็บด้วย แวนรู้ว่าเพรียวคิดอย่างไรกับน้ำนวล เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ความรักของเขากับน้ำนวลจะจบลงเช่นไร ติดตามได้ใน ละคร พิมมาลา
รายชื่อนักแสดงนำใน ละครพิมมาลา
อธิชาติ ชุมนานนท์ แสดงเป็น เพรียว
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ แสดงเป็น พิมมาลา
ศรีริต้า เจนเซ่น แสดงเป็น รัมภา
ชีรณัฐ ยูสานนท์ แสดงเป็น น้ำนวล
รณเดช วงศาโรจน์ แสดงเป็น แวน
จิรายุ ตันตระกูล แสดงเป็น นันท์
เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ แสดงเป็น อนุศร
วรันลักษณ์ ศิริมะณีวัฒนา แสดงเป็น เมลานี
จินตรา สุขพัฒน์ แสดงเป็น ฟ้างาม
ดิลก ทองวัฒนา แสดงเป็น ศรสิทธิ์
วิรากานต์ เสณีตันติกุล แสดงเป็น อินทุพร
พรรษชล สุปรีย์ แสดงเป็น เต็มตา
มรกต หทัยสีวงศ์ แสดงเป็น ข่ายแก้ว
มิรา โกมลวณิช แสดงเป็น ดารณี
สุรินทร คารวุตม์ แสดงเป็น ดล
คลาวเดีย จักรพันธุ์ แสดงเป็น นาง
นพชัย มัททวีวงศ์ แสดงเป็น ทศกร
สโรชา วาทิตตพันธ์ แสดงเป็น ยุพิน
อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์ แสดงเป็น สายพร
เหมียว แมคอินทอช แสดงเป็น ชั้น
ศิรินุช เพ็ชรอุไร แสดงเป็น ถม
ชนานา นุตาคม แสดงเป็น มานิดา
ประกาศิต โบสุวรรณ แสดงเป็น ทวิชา
สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น หลวงลุง
อัฐพล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา แสดงเป็น ตายิ้ม
วันหนี่ง…วันนั้น…วันไหน วันที่ เธอ ถูกสร้างมาเพื่อ เขา และ เขา ถูกสร้างมาเพื่อ เธอ ฟากฟ้าลิขิตโชคชะตานำพาให้ทั้งสองมาพานพบ อาจเป็ฯความบังเอิญที่ไม่บังเอิญนักและไม่รู้จักความรักเลย แต่มันก็สายเกินไป เพราะโดนกามเทพกลั่นแกล้งเสียหลายตลบจากความเกลียดมาเป็นความรัก จากคู่กัดกลายกลับเป็นคู่ชีวิต ชีวิตคู่ของ เขา และ เธอ จะเป็นคู่เวรคู่กรรม คู่ล้าง คู่ผลาญ คู่สร้างคู่สม ทุกคู่คอยจับตาดูตามใบสั่งของกามเทพ
พระทิณวงศ์เป็นโอรสของท้าวพัทวงศ์ และนางสุวรรณประไภย แห่งเมืองสุวรรณรัตนา เหตุที่พระโอรสมีพระนามเช่นนี้ก็เพราะก่อนมีพระประสูติกาล นางสุวรรณประไภยเกิดสุบินนิมิตว่าได้ดวงอาทิตย์มาแนบกับทรวง จำเนียรกาลผ่านไปพระทิณวงศ์เจริญพระชันษาเป็นเจ้าชายน้อยรูปงาม จนพระชนทม์ได้ 12 พรรษาจึงลาพระบิดาและมารดาไปเล่าเรียนศิลปศาสตร์ ระหว่างที่พระทิณวงศ์เดินดั้นด้นตัดเขาลำเนาไพรอยู่นั้น พระอินทร์ได้เมตตาพาไปเรียนวิชากับฤาษีผู้ทรงฤทธิ์
กล่าวถึงเมืองพรมสาลี ท้าวอภัยนุสินและนางสุรัศวดีมีพระธิดานามว่าทิพย์มณฑา ในวันที่นางประสูติมีกลิ่นหอมฟุ้งขจายไปทั่วเมือง โหรหลวงทำนายว่าพระธิดาจะพลัดพรากจากบ้านเมือง และตายพร้อมกับคนรักในที่สุด
ฝ่ายพระทิณวงศ์เรียนวิชาจนสำเร็จและได้ม้านิลรัตน์ซึ่งเป็นม้าวิเศษ พระฤาษีเห็นว่าถึงกาลอันสมควรที่พระทิณวงศ์จะมีคู่ครองเมื่อเพ่งญาณแล้วจึง ให้พระทิณวงศ์มุ่งหน้าไปยังเมืองพรมสาลี พระทิณวงศ์ปลอมเป็นชายพิการแอบในอุทยานเพื่อทดสอบใจ นางทิพย์มณฑาประพาสอุทยานได้พบกับชายพิการแล้วสนทนาด้วย พระขนิษฐาอีก 7 คนที่ตามมาด้วยริษยานางทิพย์มณฑาเป็นทุนเดิมจึงนำความไปเท็ดทูลท้าวอภัยนุ สิน ท้าวอภัยนุสินกริ้วจึงขับนางทิพย์มณฑาไปอยู่กระท่อมปลายอุทยานกับคนพิการ จนเมื่อพระทิณวงศ์ได้แสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์นั่นเองทำให้กลับคืน พระราชวังได้ในที่สุด
แต่เหตุวุ่นวายก็เกิดขึ้นอีกจนได้ เมื่อขนิษฐาทั้ง 7 คนยุยงให้นางทิพย์มณฑาลองใจพระทิณวงศ์ว่ารักจริงหรือไม่ให้คั่วทรายสาดหน้า นางทิพย์มณฑาทำตามแต่พระทิณวงศ์ให้อภัย นางทั้ง 7 ยังไม่วายยุยงซ้ำอีกให้นางทิพย์มณฑาลองใช้มีดสับหน้า คราวนี้พระทิณวงศ์โกรธขี่ม้าหนีไปเพราะตนถูกทำลายโฉมให้อับอายผู้คน นางทิพย์มณฑาวิ่งตามไปง้องอนแต่ไม่เป็นผล ในครั้งนั้นเองถึงคราวสิ้นสุดอายุของนาง นางทิพย์มณฑาพบปี่ที่พระวิษณุกรรมมาบรรดาลไว้ นางหยิบขึ้นมาเป่าเป็นเสียงไพเราะ แต่ทำให้นางใช้ลมมากจนแทบขาดใจ ประกอบกับความเสียใจนางจึงเป่าซ้ำจนขาดใจตาย พระทิณวงศ์ย้อนกลับมาเห็นร่างไร้ลมหายใจของคู่รักก็เกิดความโสมนัสหนักหนาจน ขาดใจตายไปอีกคน ร้อนถึงพระอินทร์ต้องมาชุบชีวิตให้ฟื้นคืนแล้วทั้งสองก็เดินทางกลับเมือง สุวรรณรัตนาที่จากมาหลายปี
กล่าวถึงนางกายวัน เป็นคนที่พระบิดาของทิณวงศ์ได้หมั้นหมายเตรียมไว้ให้ เมื่อพบนางทิพย์มณฑาก็คิดกำจัดให้พ้นทางจึงร่วมมือกับยายเฒ่าบ้าบี๋คนใช้ เก่าแก่ใช้เล่ห์เพทุบายปลอมสาล์นจากท้าวพันทวงศ์พระบิดาของพระทิณวงศ์ว่าให้ พระทิณวงศ์ออกไปคล้องช้างมงคลในป่า เพื่อที่นางจะจัดการนางทิพย์มณฑาในระหว่างที่พระทิณวงศ์ไม่อยู่ พระทินวงศ์ไม่ฉุกเฉลียวใจในกลอุบายจึงจำใจลานางทิพย์มณฑาไปคล้องช้างตามพระ ราชโองการ ขณะนั้นนางทิพย์มณฑามีครรภ์แก่ใกล้คลอด
ยายเฒ่าบ้าบี๋ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ เมื่อเห็นพระทิณวงศ์เสด็จออกจากเมืองไปแล้วก็ร่ายเวทมนต์สะกดคนรับใช้ ข้าราชบริพารและเหล่าทหารในเขตพระราชฐานให้หลับไหลไปจนหมด แล้วนางก็อุ้มนางทิพย์มณฑาไปให้นางกายวัน นางกายวันเห็นนางทิพย์มณฑาครรภ์แก่ก็ยิ่งเกิดความโมโหจึงเข้าทุบตีนางด้วย ความโกรธแค้นที่ทำให้นางหมดโอกาสที่จะเป็นมเหสีของพระทิณวงศ์ นางกายวันออกแรงทุบตีจนนางทิพย์มณฑาหมดสติเหมือนตาย นางกายวันและยายเฒ่าบ้าบี๋จึงนำร่างของนางทิพย์มณฑาไปทิ้งแม่น้ำ
แต่นางทิพย์มณฑายังไม่ตาย นางว่ายน้ำอยู่ 7 วันจึงสามารถขึ้นฝั่งได้ในที่สุด นางกระเสือกกระสนเอาชีวิตของตนเองและลูกในท้องให้รอดด้วยความทุกข์ลำบาก จวบจนนางคลอดพระโอรสที่มีกลิ่นกายหอมเหมือนนาง นางทิ้งพระโอรสไปดื่มน้ำที่ลำธาร ขากลับถูกช้างป่าขวางทางไว้ ระหว่างนั้นวิเรนทันผู้มีกายเป็นเหล็กเพชรมาเห็นพระโอรสน้อยก็เข้าใจว่ามีคน มาทิ้งไว้จึงนำไปชุบเลี้ยง
พระทิณวงศ์ออกตามหาพระชายาและพระโอรส ต้องฟันฝ่าอุปสรรคหลายประการ ระหว่างผจญภัยพระทิณวงศ์ได้ชายาอีก 2 คนคือนางสุวรรณรัศมี และนางวันทมาลัย เป็นเวลาหลายปีกว่าที่คนทั้งหมดจะกลับมาพบและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างผาสุกใน บั้นปลาย

พยัคฆ์ยี่เก เป็นเรื่องราวของศิลปินกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งยึดการแสดง…ลิเก เป็นอาชีพ แม้ความนิยมของคนดูจะลดน้อยถอยลง แต่พวกเขายังคงต่อสู้ ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
บุญเอก อมรินทร์ พระเอกลิเกหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าคณะ ได้นำเอาวิทยาการสมัยใหม่ รวมทั้งเพลงลูกทุ่งที่กำลังอยู่ในความนิยม เข้ามาผสมผสานในการแสดงบนเวที เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ ให้คนดู บางครั้ง บางเรื่อง…เทวดาเหาะลงมาจากฟากฟ้าท่ามกลางหมอกควัน บางครั้ง บางเรื่อง…พระฤษีขี่ช็อปเปอร์ใส่หมวกกันน็อกขึ้นบนเวทีโดยมี อินทิรา น้องสาวของตนเป็นนางเอก เด็ดดวง เป็นตัวโกงประจำคณะและมี น้ำหวาน เป็นดาวยั่วหรือตัวร้าย บุญโอบ ผู้เป็นอาของ บุญเอก คือ ครูฝึกสอน และ ที่ปรึกษานง ภรรยาของ บุญโอบ เป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ของทุกคนในคณะ
ลิเกไฮเทคของ บุญเอก อมรินทร์ ไปแสดงที่ไหน บรรดา แม่ยก ก็จะแห่ตามมาดูขวัญใจของตน โดยเฉพาะ นวล ภรรยาของกำนันเทิด ผู้มีอิทธิพล แม้ไม่พอใจ กำนันเทิด ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงใจเมีย กำนันเทิด ได้ส่ง ทำนุ ลูกชายวัยรุ่นที่กำลังสร้างอิทธิพลแข่งกับพ่อตามไปก่อกวน ทำนุ กลับมาถูกใจ อินทิรา จนไม่กล้าป่วน แถม ทับทิม น้องสาวคนสวยของ ทำนุ ซึ่งกล้าแก่นไม่กลัวคนที่ตามมาด้วย กลับไปหลงใหล บุญเอก แข่งกับแม่ กำนันเทิด จึงต้องชอกช้ำทวีคุณ
บุญเอก ยังมีลิเกคู่แข่งอีกคณะหนึ่งคือ อนุชิต ศิษย์สำราญ โดยมีน้ำอ้อย ซึ่งสวยไม่น้อยหน้าใครเป็นนางเอก ทั้งสองคณะนี้ไม่มีใครยอมใคร ไปตั้งเวทีประชันกันที่ไหน เป็นต้องงัดไม้ตายออกมาสู้กัน แม้บางครั้งคณะ อนุชิต ศิษย์สำราญ จะมีแผนการร้ายๆ แต่ทำอะไรลิเกไฮเทคของ บุญเอกที่ร้องเพราะ รำสวย ไม่ได้ เป็นธรรมชาติ คนแพ้ต่อย ย่อมชวนตี ลิเกสองคณะจึงยกพวกเข้าห้ำหั่นกันบ่อยครั้ง
กำนันเทิด ว่าจ้างลิเกทั้งสองคณะไปเล่นประชันกัน เพื่อฉลองงานวันเกิดให้ นวล ลิเกคณะอนุชิต เดินทางไปก่อน แล้ววางแผนแกล้งลิเกคณะ บุญเอก โดยโรยตะปูเรือใบไว้เต็มถนน รถของบุญเอก คันที่นำหน้ายางแตกทั้งสองเส้น จนต้องใช้รถคันหลังช่วยขนถ่ายอุปกรณ์ฉาก ทางด้าน คน ก็พากันเดินไปเรื่อย ๆ ต้องถือเป็นโชคร้ายที่ฝนลงมาอย่างไม่มีเค้า ทุกคนต้องวิ่งเข้าไปหลบในถ้ำ บุญโอบ ไปพบเป้บรรจุเพชรซุกซ่อนอยู่ จึงเอามาใส่ให้ อินทิราออกแสดงจนวูบวาบไปทั้งเวที ลิเกคณะ บุญเอก จึงชนะ คณะ อนุชิต รับเงินเดิมพันมาทั้งหมด บุญโอบ เองก็ไม่รู้ว่า…เพชร ในเป้ลูกนั้นมาจากไหน
ต้นทางของเพชรในเป้นั้นคือ ประเทศไทย ได้จัดให้มีการแสดงเพชรระดับโลกขึ้นที่กรุงเทพ ฯ หลายประเทศได้ส่งเพชรชั้นสุดยอดเข้ามาร่วมงานด้วย เดวิด นักธุรกิจจากต่างชาติผู้จัดแสดง ได้วางแผนโจรกรรมเพชรที่ตัวเองจัดแสดงอย่างแยบยล ทว่า
เชิด เป็นตัวการปล้นซ้อนแผนของ เดวิด โดยมีผู้วางแผนให้ แต่เมื่อปล้นได้ เชิดกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมนำเพชรไปให้ผู้ว่าจ้าง เพราะราคาจ้างกับราคาเพชรผิดกันมาก เชิด เอาเพชรไปซุกซ่อนไว้ในถ้ำแล้วฆ่าผู้ร่วมงานทุกคน เชิด จึงเป็นคนเดียวที่รู้ว่า เพชร อยู่ที่ไหน เชิด ติดต่อจะขายเพชรให้กับ เสี่ยอ่าง เจ้าพ่อแห่งวงการเพชรเมืองไทย เมื่อตกลงกันได้ เชิด ก็ย้อนกลับมาเอาเพชรในถ้ำ ปรากฏว่า เพชร ทั้งหมดหายไป
เดวิด ส่งการ์ดสาวสามคน สืบหาจนรู้ว่าเพชรตกไปอยู่กับคณะลิเก…เสี่ยอ่าง ก็ส่ง เหว่ย เซียะ และ กัง สามมือพิฆาตของตน ออกติดตามเส้นทางของเพชรเช่นกัน ที่เหนือกว่านั้น…สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งสองนายตำรวจมือปราบแห่งยุค ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เดวิด เสี่ยอ่าง และ เชิด ต่างก็รู้ว่าเพชรไปตกอยู่กับคณะลิเก แต่ยังไม่แน่ใจว่า เป็นลิเกคณะไหน
สามการ์ดสาว ของเดวิด ก็บุกเข้าค้นบ้านของลิเกคณะ อนุชิต ศิษย์สำราญ เพื่อจะหาเพชร เหว่ย และ เซียะ บุกเข้าจับคนในคณะลิเกของ บุญเอก เพื่อจะเอาตัวไปซักถาม แต่..ต้องหน้าหงายกลับไป เพราะทุกคนในคณะร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้ ที่รุนแรงยิ่งไปกว่านั้น…เชิด นำลูกน้องเข้าปล้นบ้านของ บุญเอก อมรินทร์ เพราะต้องการเอาเพชรคืน ทุกฝ่ายทำไม่สำเร็จเนื่องจาก สองตำรวจมือปราบคือ ร.ต.อ. เดชา และ ร.ต.ท. หญิงบังอร ได้วางแผนป้องกันอย่างรัดกุม
ร.ต.อ. เดชา ปลอมตัวไปขอหัดลิเกอยู่กับคณะของ บุญเอก แม้ไม่เต็มใจต้อนรับแต่บุญเอก ไม่อยากขัดใจ อินทิรา น้องสาวผู้มีใจให้ เดชา สำหรับ บุญเอก กับ บังอร ต้องถือเป็นคู่อริตลอดกาลแม้จะมีจิตใจให้กัน แต่ทั้งคู่ต่างก็ซุกซ่อนไม่ยอมเปิดให้อีกฝ่ายรู้เห็น
กลุ่มเหล่าร้ายเปลี่ยนแผนการใหม่ โดยหันมาร่วมมือร่วมใจกัน เสี่ยอ่าง ทุ่มเงินจ้างลิเกทั้งสองคณะมาเล่นประชัน..ล้มเงินรางวัลกัน แถมมีเงินรางวัลล่อใจ สำหรับลิเกคณะที่มีเครื่องประดับสวยงาม เพราะคาดหวังว่า..ลิเกคณะใดที่ครอบครองเครื่องเพชรอยู่ จะนำออกมาแต่งโชว์ และก็เป็นไปตามคาดหมาย เมื่อถึงวันงาน บุญโอบ งัดเครื่องเพชรออกมาให้ อินทิรา สวมใส่อีกครั้ง
หมอลำซิ่ง ซึ่ง เดวิด จัดมาให้ความครึกครื้นในงานเล่นเสียงดังเกินเหตุ จนลิเกทั้งสองคณะเล่นกันไม่รู้เรื่อง ตุ๊ ตัวโกง ของคณะ อนุชิต จึงร้องกลอนถาม เด็ดดวง ตัวโกงของคณะ บุญเอก ว่าจะเอายังไงดี เด็ดดวง ก็ร้องกลอนตอบเป็นทำนองว่า รวมตีนซะเลย หมอลำซิ่ง กลับถามมาว่า..เก่งแต่ปากหรือเปล่า ลิเกทั้งสองคณะจึงยกพวกเข้าตะลุมบอนกับหมอลำซิ่ง ที่พร้อมจะมีเรื่องอยู่แล้ว เดชา จำต้องโดดเข้าช่วยพวกลิเก เหว่ย และ เซียะ ได้โอกาสก็ตรงฉุด อินทิรา จากหน้าเวที หมู่ชื่น ปราดเข้าขวางก็ถูกยิงทรุด บุญโอบ เข้าช่วยจึงโดนยิงอีกคน เหว่ย และ เซียะ เอาตัว อินทิรา ที่แต่งเครื่องเพชรหนีไปได้
ทว่า เหว่ย และ เซียะ ไปได้แค่ครึ่งทาง ทำนุ ผู้ซึ่งหลงใหล อินทิรา และ ชำนาญเส้นทางกว่าก็มาดักหน้าแย่งชิงตัว อินทิรา ไปได้ แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำนุ กลับนำตัว อินทิรา ไปส่งมอบให้กับ เดวิด รางวัลที่ ทำนุ ได้รับคือ ถูกการ์ดสาว ยิงจนทรุด เดวิด พา อินทิรา มาได้อีกครึ่งทางก็พบกับด่านสำคัญ นั่นคือหมอมนตรี และ สว.ป. มงคล
หมอมนตรี ที่คนทั้งตำบลรู้จักคือ..หมอใจบุญที่รับรักษาให้ทุกคน ทุกโรค จะได้เงินหรือไม่ได้เงินไม่เคยสนใจ แต่เบื้องหลังที่ไม่มีใครรู้คือ เขาเป็นผู้วางแผนการปล้นเพชรให้กับ เดวิด เป็นตัวการใหญ่ผู้ค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ เป็นผู้วางแผน ยัดยาเสพติดใส่กล่องสินค้าของโอทอป เมื่อเรื่องทำท่าจะเปิดเผยก็หลอก ใหญ่ มาเป็นแพะ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด บุคคลที่คอยช่วยสานงานของ หมอมนตรี ให้ลุล่วงตามเป้าหมายคือ สว.ป. มงคล
พ.ต.ต. มงคล เป็นสารวัตรปราบปรามที่ย้ายไปประจำอำเภอชายแดน จ.สระแก้วเพื่อร่วมมือกับ มนตรี อย่างใกล้ชิด มงคล กล้าได้กล้าเสีย กล้าทำในสั่งที่คนอื่นคาดไม่ถึงอยู่เสมอ
มงคล และ มนตรี รู้ดีว่า ทุกคนมาชุมนุมกันที่วัดหลังถ้ำเพราะ เครื่องเพชร มงคลและ มนตรี จึงไปดักรอในจุดที่ทุกคนต้องผ่านคือปากทางถนนเข้าวัด เมื่อ เดวิด นำตัว อินทิรา ขึ้นรถหนีเขาก็ไปติดอยู่ที่ปากทางนี้เอง มนตรี ได้สอนวิธีปล้นซ้อนให้ เดวิด รู้จักโดยการฉกตัว อินทิรา ที่ยังใส่ชุดเครื่องเพชรไปอย่างง่ายดาย
มงคล และ มนตรี นำตัว อินทิรา มาขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ ซึ่งสถานีปลายทางจัดส่งตู้สินค้า และ ตู้โดยสารที่หมดสภาพเข้าโรงงานซ่อม มงคล จึงใช้รถขบวนนี้ขนยาเสพติด และ อาวุธสงครามในคราวเดียวกัน..เมื่อขบวนรถเคลื่อนออกจากสถานี มงคล และ มนตรี ช่วยกันปลดเครื่องเพชรจาก อินทิรา จนไม่รู้ว่า..บุญเอก และ เดชา ขึ้นมาบนขบวนรถ รวมทั้ง เชิด และ ดารา ขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน เชิด คว้ากระเป๋าเครื่องเพชรจะโดดลงจากรถไฟ ดารา ก็เข้าขวางไว้ จึงเป็นที่เปิดเผยว่า…ดารา คือคนที่วางแผนให้ เชิด ปล้นซ้อนปล้นบังอร บินพารามอเตอร์ลงบนตู้รถไฟเพื่อบังคับให้ขบวนรถหยุด
ทว่า มงคล และ มนตรี วางแผนไว้หลายชั้น ลูกน้อง ที่ขึ้นมาบนขบวนรถตามรายทางระหว่างรถวิ่ง เป็นตัวช่วยที่คอยยิงสกัดกั้นเปิดทางให้ มงคล มนตรี นำ อินทิรา และ เครื่องเพชรทั้งหมดหนีรอดไปอย่างไร้ร่องรอยรวมทั้ง ดารา และ เชิด
บังอร บุญเอก เดชา รวมทั้งตำรวจที่ติดตามขบวนรถมา ต่างพากันมึนตึบ ไม่รู้จะไปตามกลุ่มวายร้ายได้ที่ไหน จ่าแม้น บอกมีคนเดียวที่น่าจะรู้คือ กำนันเทิด
กำนันเทิด โกรธแค้นเพราะ ทำนุ ถูกยิง รับอาสาพาลุยทันทีเพราะรู้ดีว่า หมอมนตรีมีโรงโม่หินทิ้งร้างอยู่ ทว่า..ก่อนที่ กำนันเทิด จะนำทุกคนไปถึงเชิด ได้นำหน้าพาลูกน้องลุยไปก่อนแล้ว
เชิด และ ลูกน้อง อีกหลายคนตายในการต่อสู้ แต่..มงคล และ มนตรี ก็ใช่ว่าจะหนีรอดไปได้ บุญเอก และ เดชา ถล่มอย่างไม่ยั้งมือ จะมีที่โชคร้ายก็คือ อินทิรา ถูกลูกหลงเข้าที่ท้องฟุบจมกองเลือด และเมื่อเคลียร์พื้นที่แล้วจึงรู้ว่า ดารา และ กระเป๋าใส่เพชรหายไปพารามอเตอร์ถูกส่งขึ้นบินทั่วพื้นที่ อ. ชายแดน
พอได้รับแจ้งทางวิทยุ บังอร ก็โดดขึ้นรถขับอย่างลืมถอนคันเร่ง เพียงไม่นานนักก็ แซงรถของ ดารา ที่กำลังจะถึงด่านชายแดน..และแล้ว ดารา ก็ได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกับ บัลลังก์ อินทิรา หายป่วย เธอประกาศเลิกเล่นลิเกเพื่อแต่งงานกับ ผู้กองเดชา บุญเอก ต้องเสาะหานางเอกคนใหม่ บุญเอกจะได้ ใครเป็นนางเอกลิเก?
ผู้กำกับ : ทองก้อน ศรีทับทิม
ผลิตโดย : โคลีเซี่ยมฟิล์ม
เขียนบท : อารีย์ ทองน้อย, มัสยา บัวแย้ม, ปองพล ทองอ่อน
บทประพันธ์ : คมน์ อรรฆเดช, ศิวาวุธ ไพรีพินาศ
อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร … บุญเอก อมรินทร์
ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ … อินทิรา อมรินทร์
สุธิราช วงศ์เทวัญ … ร.ต.อ.เดชา ชาญณรงค์
จิลล์ โรเจอร์ … ร.ต.ท.บังอร รุจิเรข
ชูศรี เชิญยิ้ม … หมู่ชื่น
โอลิเวอร์ บีเวอร์ … เดวิด
นาตยา จันทร์รุ่ง … นวล
ชุมพร เทพพิทักษ์ … หมอมนตรี
โกเมศ ( รุจน์ รณภพ ) และมรว.มารุต ( เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ ) เพื่อนรักที่ร่วมบุกเบิกกิจการโรงแรมจันทร์สุกิจมาด้วยกัน แต่เพราะความทะเยอทะยานของพิราวรรณ ( ลินดา ค้าธัญเจริญ ) ภรรยาลับของโกเมศที่พยายามยุยงโกเมศให้หักหลัง มรว.มารุต
จนในที่สุด มรว.มารุตล้มละลาย และเกิดอาการคลุ้มคลั่งถึงขั้นสังหารลูกเมียตัวเองทิ้ง ก่อนจะฆ่าตัวตายตามเพื่อรักษาศักดิ์ศรี คนที่รอดมาได้มีเพียง มล.จงชนะ ( พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ ) บุตรชายคนเล็ก ที่ได้รับการช่วยเหลือจาก มล.จิตรี ( เก็จมณี วรรธนะสิน ) ซึ่งสุดท้ายตัวเธอเองกลับต้องหายสาบสูญไปในกองเพลิงซึ่งผู้เป็นพ่อจุดเผาทุก สิ่งทุกอย่างจนวอดวาย
ฝ่านนภา ( โฉมฉาย ฉัตรวิไล ) ภรรยาหลวงของโกเมศรู้สึกสะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เธอจึงได้ขอหย่าขาดจากโกเมศและรับตัวจงชนะไปอุปถัมภ์ โดยถือว่าเขาเป็นเสมือนลูกแท้ ๆ ของเธอ เช่นเดียวกับกฤชเพชร ( ชาคริต แย้มนาม ) ผู้เป็นสายเลือดระหว่างเธอกับโกเมศ และการจากไปของนภานั้นมีเพียงภูผา ( ภูธเนศ หงษ์มานพ ) ลูกบ่าวผู้สัตย์ซื่อเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อ้อนวอน เพื่อขอติดตามเธอไปด้วย และความจงรักภักดีของ ภูผาทำให้นภายอมรับเขาเป็นลูกอีกคนหนึ่ง
นภา กับลูก ๆ ทั้งสามไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่บ้านพักหลังหนึ่งและได้รู้จักกับครอบครัว ของสายัณห์ ( เคน ฉัตรรังสีกุล ) เพื่อนบ้านซึ่งเป็นพ่อหม้ายลูกติดถึงสองคน คือ ต๋อย ( นพพร กำธรเจริญ ) และหนูยุ่น ( ภารุจีร์ เข็มสวัสดิ์ ) ด้วยความโอบอ้อมอารีของสายัณห์ทำให้สองครอบครัวสนิทสนมกันเรื่อย ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปพวกเด็ก ๆ ต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวและรักใคร่กลมเกลียวกันราวกับเป็นพี่น้องร่วมสาย เลือด
เมื่อเวลาผ่านไป ภูผาได้ทำงานเป็นโบรคเกอร์ อยู่ในบริษัทเงินทุนแห่งหนึ่ง ส่วนจงชนะก็สามารถสอบชิงทุนเรียนต่อได้สำเร็จ ขณะที่กฤชเพชรนั้นกลับลอยชายไปวัน ๆ กับอาชีพเซลล์แมนของเขา ถึงแม้นภาจะนึกกังวลกับอนาคตของลูก ๆ แต่เธอก็วางใจว่าชีวิตของพวกเขาคงไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีเหมือนอย่างที่โกเมศ กับ มรว.มารุตเคยเป็น
ขณะเดียวกันทางด้านโกเมศก็เริ่มล้มป่วยด้วย อาการเนื้องอกในสมอง หนำซ้ำยังรู้ความจริงว่าพิราวรรณกับลูก ๆ ของเธอคือ เพริศ ( กริช หิรัญพฤกษ์ ), แพร ( จุฬาลักษณ์ กฤติยารัตน์ ) และพฤกษ์ ( กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ) กระทำการรวมหัวเพื่อวางแผนยึดอำนาจทั้งหมดของเขาอีกด้วย และในยามนี้เองโกเมศเริ่มหวนนึกถึงกฤชเพชรผู้เป็นสายเลือดแท้ ๆ ของตน เขาเลยทาบทามให้กฤชเพชรเข้ามาช่วยงานที่โรงแรม หากแต่กฤชเพชรไม่พอใจกับการกระทำอันไร้เยื่อใยของโกเมศที่มีต่อนภา กฤชเพชรเลยออกปากปฎิเสธไปทันที
แต่ทว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น เรื่องร้ายก็ได้เกิดขึ้นเมื่อพิราวรรณ กับลูก ๆ ได้เข้ายึดอำนาจของโกเมศจนเป็นผลสำเร็จ และบีบให้โกเมศตัดสินใจฆ่าตัวตายในโรงแรมจันทร์สุกิจนั้นเอง ซึ่งการตายอันมีเงื่อนงำของโกเมศสร้างความสงสัยให้แก่สารวัตรเสกสรร ( ทองขาว ภัทรโชคชัย ) ผู้รับผิดชอบคดีเป็นอันมาก
เนื่องจากพบว่า เบาะแสหลายประการที่ส่อเค้าว่าโกเมศอาจจะถูกฆาตรกรรม ซึ่งบุคคลที่น่าสงสัยในเวลานั้นนอกจากครอบครัวของพิราวรรณแล้วยังมีจินดา ( เก็จมณี วรรธนะสิน ) นางพยาบาลส่วนตัวของโกเมศ ที่โกเมศให้ความสนิทสนมจนเคยมีข่าวลือว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อ กัน
หลังจากการตายที่มีเงื่อนงำของโกเมศ ทำให้กฤชเพชรได้เข้ามารู้จักจินดาตัวจริง เลยส่งผลให้กฤชเพชรรู้สึกไม่ถูกชะตากับจินดาอย่างรุนแรง แล้วยิ่งการที่จินดามาสนิทสนมกับภูผาพี่ชายของเขา ก็ยิ่งทำให้กฤชเพชรมองจินดาในแง่ร้ายมากยิ่งขึ้น ขณะที่จงชนะกลับรู้สึกกระตือรือร้นกับพินัยกรรมของโกเมศที่แบ่งมรดกให้แก่ เขากับกฤชเพชร โดยนัยว่าเพื่อเป็นการไถ่บาปที่โกเมศเคยทำไว้ก่อนตาย
ด้วย พินัยกรรมดังกล่าวนี้เองที่ทำให้กฤชเพชร, จงชนะและภูผา ต้องเข้ามาบริหารงานในโรงแรมจันทร์สุกิจ โดยมีชาญยุทธ ( รอง เค้ามูลคดี ) อดีตคนสนิทของ มรว.มารุต คอยให้การดูแล ซึ่งการเข้ามามีส่วนร่วมบริหารงานโรงแรมจัทร์สุกิจครั้งนี้ พวกเขาต้องเผชิญกับแรงบีบคั้นต่าง ๆ นานาจากพิราวรรณและลูก ๆ ที่ต้องการกำจัดพวกเขาไปให้พ้นจากอาณาจักรของเธอ หากแต่กฤชเพชรก็ยังฝืนทนสู้เพราะต้องการพิสูจน์ให้ได้ว่า พิราวรรณ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของ โกเมศ
แต่ในที่สุดทั้งสามคนก็ต้อง ติดกับของพิราวรรณ เมื่อภูผาเปิดโปงคดีฉ้อโกงของพิราวรรณ เพื่อเป็นหลักฐานโยงไปสู่การตายของโกเมศ แต่มันกลับทำให้ตัวเขาต้องถูกจับด้วยข้อหาขโมยข้อมูลลับทางธุรกิจ จนเป็นเหตุให้จงชนะที่พยายามปกป้องเขา ต้องถูกรุมทำร้ายจนแทบปางตาย
เวลา นั้นจึงเหลือเพียงกฤชเพชรคนเดียวที่ต้องหาทางช่วยภูผาให้พ้นโทษ กฤชเพชรและจินดาจึงเข้ามาร่วมมือกันเพื่อหาทางเปิดโปงพิราวรรณจนเป็นผล สำเร็จ ทำให้พิราวรรณและลูก ๆ ถูกปลดจากอำนาจไปในที่สุด ทุกอย่างทำท่าว่าจะลงเอยไปด้วยดี และกฤชเพชรเชื่อว่าฆาตรกรตัวจริงที่ฆ่าพ่อของตนจะต้องถูกเปิดโปงในไม่ช้า
แต่ แล้วเขาก็ต้องคาดไม่ถึงเมื่อพิราวรรณถูกฆาตรกรสังหารก่อนได้ขึ้นศาล จนเป็นเหตุให้พฤกษ์ลูกชายคนเล็กของเธอเข้าใจว่ากฤชเพชรเป็นคนฆ่าพิราวรรณ เพื่อหวังที่จะครอบครองตำแหน่งประธานบริหารโรงแรมแทนพิราวรรณ พฤกษ์เลยบุกเข้ามาแก้แค้นกฤชเพชรและทำร้ายหนูยุ่นซึ่งบังเอิญอยู่ใน เหตุการณ์จนได้รับบาดเจ็บ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหนูยุ่นทำให้จง ชนะที่หลงรักหนูยุ่น ต้องแตกหักกับกฤชเพชรเพราะโทษว่าเขาเป็นต้นเหตุทำให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น ส่งผลให้กฤชเพชรเกิดความสะเทือนใจมากขึ้น เพราะแท้จริงแล้วเขาก็หลงรักหนูยุ่นอยู่ก่อนหน้าจงชนะเสียอีกหากแต่เพราะ ต้องการเสียสละ เขาเลยเปิดทางให้จงชนะมาตั้งแต่ต้น
ความเป็นไปที่ เกิดกับครอบครัวของพิราวรรณ ทำให้ภูผาต้องร่วมมือกับสารวัตรเสกสรรเพื่อค้นหาฆาตกรตัวจริงต่อไป อีกทางหนึ่งเขาก็ได้ฝากฝังจินดาที่ย้ายมาทำงานในจันทร์สุกิจให้คอยดูแลกฤช เพชรแทนเขา
แต่แล้วความจริงก็กลับเฉลยออกมาเมื่อภูผาต้องพบว่าแท้ จริงคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมด คือ ชาญยุทธนั่นเอง โดยชาญยุทธมีเจตนาที่จะโค่นล้ม โกเมศ และ พิราวรรณ เพื่อผลักดันจงชนะทายาทของ มรว.มารุต ให้กลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง แต่ความลับดังกล่าวที่ได้มากลับต้องแลกด้วยการจบชีวิตของ สารวัตรเสกสรร จากน้ำมือของชาญยุทธ
จากนั้นชาญยุทธก็ได้ฆ่าตัวตายเพื่อให้ความลับเกี่ยวกับคนบงการที่แท้จริงต้องดำมืดเป็นปริศนาต่อไป และเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร
รายชื่อนักแสดงละคร พินัยกรรม
1. เก็จมณี วรรธนะสิน
2. ชาคริต แย้มนาม
3. ภูธเนศ หงษ์มานพ
4. พนมกร ตังทัตสวัสดิ์
5. กริช หิรัญพฤกษ์
6. รุจน์ รณภพ
7. ลินดา ค้าธัญเจริญ
8. โฉมฉาย ฉัตรวิไล
พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือในสมัยพระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พ.ศ. 2246 – 2251) วันหนึ่งพระเจ้าเสือได้เสด็จประพาสต้นด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัย มาตามคลองโคกขาม โดยมีพันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือ คลองนี้คดเคี้ยวและน้ำเชี่ยวมากไม่สามารถบังคับทิศทางเรือได้ ทำให้หัวเรือชนเข้ากับต้นไม้จนหัวเรือหัก พันท้ายนรสิงห์จึงขอให้พระเจ้าเสือประหารตน
พระเจ้าเสือจึงให้ประหารตัดศีรษะพันท้ายนรสิงห์ แล้วจัดทำศาลขึ้นพลีกรรมพร้อมทั้งหัวเรือ ซึ่งเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาล แต่ตามเกร็ดเล่าว่า พันท้ายนรสิงห์ทราบว่าจะมีพวกกบฏมาดักทำร้ายพระเจ้าเสือ เลยจำเป็นต้องทำให้หัวเรือหักเพื่อมิให้ไปถึงจุดที่กบฏวางแผนเอาไว้ โดยยอมให้ตนเองถูกประหารเพราะเป็นกฎมณเฑียรบาลที่ทำหัวเรือพระที่นั่งหักจะ ต้องถูกประหาร เมื่อพระเจ้าเสือทรงทราบจึงได้ให้บันทึกไว้ในพงศาวดาร และให้ตั้งศาลขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ถ้าเรื่องตามละครพระเจ้าเสือไม่ยอมประหารแต่ให้ปั้นรูปปั้นแล้วทำการตัดหัว รูปปั้นแทน แต่พันท้ายนรสิงห์ไม่ยอมเพราะจะเป็นการขัดมณเฑียรบาลจึงขอให้ประหาร มิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ก่อนที่จะประหารพันท้ายนรสิงห์ซึ่งบ้านน่าจะอยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นได้กลับบ้านไปล่ำลาภรรยา และพันท้ายนรสิงห์จึงถูกประหารในวันเดียวกัน
ภายหลังพระเจ้าเสือได้ทรงให้พระยาราชสงคราม คุมไพร่พลจำนวน 3000 คน ทำการขุดคลองลัดคลองโคกขามที่คดเคี้ยว ไปออกที่บริเวณแม่น้ำท่าจีน กว้าง 5 วา ลึก 6 ศอก สร้างเสร็จในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พ.ศ. 2252 ได้พระราชทานนามคลองนี้ว่าคลองสนามไชย ต่อมาเรียกเป็นคลองมหาชัย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองมหาชัย แต่ชาวบ้านเรียกว่าคลองถ่าน
พันท้ายนรสิงห์ เป็นเรื่องราวของนายท้ายเรือในสมัยพระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พ.ศ. 2246 – 2251) วันหนึ่งพระเจ้าเสือได้เสด็จประพาสต้นด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัย มาตามคลองโคกขาม โดยมีพันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือ คลองนี้คดเคี้ยวและน้ำเชี่ยวมากไม่สามารถบังคับทิศทางเรือได้ ทำให้หัวเรือชนเข้ากับต้นไม้จนหัวเรือหัก พันท้ายนรสิงห์จึงขอให้พระเจ้าเสือประหารตน
หาข้อมูลเพิ่มเติม
พ่อแกกับแม่ฉัน เป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งซึ่งมีลูกชาย สามคนลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายคนโตเป็นลูกติดพ่อ ลูกชายคนที่สองเป็นลูกติดแม่ และลูกชายคนที่สามกับลูกสาวคนที่สี่เป็นลูกของทั้งสองคน … ทั้งหกอยู่ในบ้านเดียวกันโดยมีความขัดแย้งในครอบครัวเป็นแกนของเรื่อง