Author Archives: admin

มะเมี๊ยะ

มะเมียะ เรื่องราวความรักที่ต่างเชื้อชาติ ระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษมและมะเมียะ อันกลายมาเป็นตำนานรักที่จบลงอย่างโศกสลด และได้รับการกล่าวขานมาถึงปัจจุบัน เจ้าน้อย เป็นราชบุตรของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 ( เจ้าแก้วนวรัฐ ) และ แม่เจ้าจามเทวี ถูกส่งไปเรียนที่พม่า และพบรักกับ มะเมี๊ยะ แม่ค้าขายยามวนหรือบุหรี่ และได้เสียกันเป็นสามีภรรยา โดยที่พ่อแม่พี่น้องทางบ้านของ มะเมี๊ยะ รับรู้ เมื่อ เจ้าน้อย ต้องกลับเชียงใหม่ก็ให้ มะเมี๊ยะ มาด้วย โดยให้ปลอมเป็นชาย เจ้าน้อย รู้แก่ใจว่า มะเมี๊ยะ จะไมได้รับการยอมรับเป็นสะใภ้อย่างแน่นอน ตอนหลัง เจ้าน้อย ก็ต้องบอกความจริง ซึ่งตอนนั้น เจ้าน้อย มีคู่หมั้นอยู่แล้ว เจ้าพ่อและเจ้าแม่บอกถึงความจำเป็นต่างๆ นานาว่าจะรับ มะเมี๊ยะ อยู่ในสถานะนี้ไม่ได้ จึงบอกให้ มะเมี๊ยะ กลับไปบ้านเกิดก่อน เจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามเทวีก็มอบเงินจำนวนหนึ่งให้ มะเมี๊ยะ นำไปให้พ่อแม่ของเธอ มะเมี๊ยะ หัวใจแทบสลาย แต่ก็ไม่รู้จะทำเช่นไรได้ รู้เหตุผลและสิ่งที่สำคัญเกรงว่า เจ้าน้อย จะเดือดร้อน เธอยินดีกลับมะละแหม่ง เจ้าน้อย ให้สัญญาว่าจะไปรับกลับเชียงใหม่ มะเมี๊ยะ สาวผู้อาภัพรัก แต่มีรักแท้ เฝ้ารอ แต่สามีอันเป็นที่รักก็ยังไม่มารับเธอตามสัญญา เธอบวชชี และเมื่อวันที่ทราบข่าวว่า เจ้าน้อย อภิเษกกับพระคู่หมั้นแล้ว เธอมาเชียงใหม่ขอเข้าพบเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดี และจะบอกว่า มะเมี๊ยะ จะบวชตลอดชีวิต เจ้าน้อย เองก็เสียใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า มะเมี๊ยะ เจ้าน้อย ไม่กล้ามาพบให้คนสนิทนำเงินมามอบแก่ มะเมี๊ยะ และแหวนทับทิม 1 วง มะเมี๊ยะ จากไป หลังจากนั้น เจ้าน้อย ก็ร่างกายทรุดโทรมจากการดื่มสุราเพราะความเสียใจ เสียชีวิตในวัยแค่ 33 ปี ส่วน มะเมี๊ยะ เสียชีวิตเมื่อตอนอายุ 75 ปี เพราะความชราในภาพของแม่ชีผู้ทรงศีล

มัสยา

ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาล มอบหมายให้คุณหญิงพร้อม ไปรับมัสยาจากปัตตานี ทำเอาคุณหญิงนึกแปลกใจ เพราะในอดีตพ่อของมัสยา ซึ่งเป็นลูกชายของท่านผู้หญิงหนีการจับคลุมถุงชนไปพบรักกับหญิงสาวทางภาคใต้ จนมีบุตรออกมาคือ มัสยา ซึ่งท่านผู้หญิงไม่เคยยอมรับตลอดมา แม้กระทั่งวันที่พ่อของมัสยาตาย คุณพร้อมพบมัสยาในสภาพของเด็กมอมแมมแก่นแก้ว โดยเฉพาะ ร.ท.ลักษณ์ ยิ่งได้เห็นกับตาว่ามัสยายิงปืนได้แม่นยำกว่าตนเองซะอีก และเมื่อคุณหญิงได้พบคุณตาของมัสยายิ่งทึ่ง เพราะเป็นถึงเจ้าเมืองยะหรั่งทีเดียว

มัส ยาเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์รัตนมหาศาลในสภาพอึดอัดกับระเบียบที่เข้มงวด และยังต้องเผชิญกับความอิจฉาริษยาของคุณศจี แต่ก็ยังดีที่มี ม.ร.ว.ชลธิชา, เริงใจ, นพพร เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันให้ความเป็นมิตร ด้าน ลักษณ์ก็เจอกับประกาศิตของท่านผู้หญิงสั่งให้แต่งงานกับ นาถระพี หญิงสาวสูงศักดิ์ มัสยาเริ่มเบื่อกับกฏระเบียบจึงหนีจากบ้านแต่ก็ได้ท่านชายสดายุ เตือนสติจนเธอยอมกลับมาคฤหาสน์อีกครั้ง และทำตัวเป็นกุลสตรีจนท่านผู้หญิงพอใจ
ใน ขณะที่ลักษณ์ต้องเข้าค่ายฝึก “ปฏิบัติการล่าอินทรี” ที่มีพันตรีโชติ เป็นผู้บังคับบัญชา พันตรีโชติมีความแค้นส่วนตัวกับตระกูล รัตนมหาศาล ตั้งแต่รุ่นคุณปู่โดยที่ลักษณ์เองก็ไม่เคยรู้มาก่อน ระหว่างฝึกพันตรีโชติ จึงจงใจกลั่นแกล้งลักษณ์ เพื่อให้ออกจากการฝึกกลางคัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ลักษณ์อับอายที่ไม่ผ่านการฝึกภาคสนามครั้งนี้

แต่ ลักษณ์ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ …และต่อมาลักษณ์ต้องไปปฏิบัติราชการลับที่จังหวัดแห่งหนึ่งใกล้ชายแดน จนได้รับบาดเจ็บโดยต้นเหตุมาจากพันตรีโชติ แต่ลักษณ์ก็พ้นขีดอันตรายมาได้ ต่อมาพันตรีโชติได้มาพบลักษณ์อย่างคนสำนึกผิดและขอโทษลักษณ์พร้อมทั้งเปิด เผยความจริงเกี่ยวกับความแค้นให้ลักษณ์ฟัง โดยสาเหตุของความแค้นมาจากท่านผู้หญิง คุณย่าของลักษณ์ แต่ลักษณ์ก็ไม่ถือโกรธพันตรีโชติ โดยถือว่าเขานั่นรับใช้หนี้กรรมแทนคุณย่าที่ได้ก่อกรรมไว้กับคุณย่าของพัน ตรีโชติเมื่อครั้งท่านคุณปู่ของลักษณ์ยังมีชีวิตอยู่

ลักษณ์ ไม่อยากแต่งงาน ด้านมัสยาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองก็รู้สึกปวดใจไปด้วย มีแต่ ท่านชายสดายุเท่านั้นที่รู้หัวใจของหนุ่มสาวทั้งสอง ท่านชายสดายุจึงจัดการแต่งงานให้ทั้งคู่แบบไม่เป็นทางการ ซึ่งทั้งสองก็รู้สึกเป็นสุข ต่อมามัสยาถูกจับให้หมั้นกับนพพร เธอจึงหนีออกไปจากคฤหาสน์
การ หายตัวของมัสยาสร้างความเสียใจให้ลักษณ์อย่างมาก ท่านผู้หญิงก็เสียใจไม่แพ้กัน ลักษณ์ไปตามหามัสยาพบที่ปีนัง ท่านผู้หญิงได้สำนึกและปล่อยให้หลานทั้งสองมีอิสระในการตัดสินใจ ลักษณ์กับมัสยาจึงไม่มีอุปสรรคที่จะจัดงานวิวาห์อย่างเป็นทางการต่อไป

มัสยา

มัสยา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของลัักษณ์ และมัสยา ซึ่งตามศักดิ์แล้วเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ลักษณ์ได้รับหน้าที่ให้ไปรับตัว มัสยา ในอดีตนั้นพ่อของมัสยาเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูล ได้หนีไปแต่งงานกับธิดาของรายาผู้หนึ่งทางภาคใต้ ทำให้ทางญาติๆที่เมืองไทยโกรธมาก เพราะเห็นทางนั้นเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ถึงกับตัดขาดกัน จนกระทั่งพ่อมัสยาตาย คุณตาที่เป็นรายาก็นำมัสยามาเลี้ยงต่อ  เมื่อคุณย่าแท้ๆของมัสยาคลายอคติกับลูกชายคนเล็กได้ จึงให้ไปรับตัวมาอยู่ที่บ้านรัตนมหาศาล มัสยาถูกเลี้ยงดูอย่างดีก็จริง แต่บรรดาพี่ๆน้องๆก็ยังตั้งข้อรังเกียจเพราะเห็นว่าเป็นเด็กบ้านนอก ออกห้าวหาญ เล่นคะนองเหมือนผู้ชาย แต่ลักษณ์ก็หลงรัก เช่นเดียวกับมัสยาซึ่งไม่เคยมีพี่ชายมาก่อน   แต่พอย่าของเขาทราบเรื่องเข้าก็รับไม่ได้ที่พี่น้องกันจะมารักกัน

มรดกบันเทิง

เรื่องราววุ่นๆของ 4 พี่น้องที่มีบุคลิกแตกต่างกันสุดขั้ว เรื่องราวมีอยู่ว่า ป๊ะป๋าบันเทิง (อาเคน วิสรรค์ ฉัตรรังสิกุล) พิธีกรและเจ้าของรายการโทรทัศน์ที่ชื่อว่า บันเทิงไทม์ ซึ่งมีลูกทั้งหมด 4 คนคือ บัญชี (เหมี่ยว ปวันรัตน์) บรรเลง (เสนาลิง สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์) บรรพบุรุษ (ฝันดี จรรยาธนากร) และ บัลเล่ต์ (เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธาอภินันท์)

แต่ลูกๆ ทั้ง 4 คนไม่มีใครสนใจกิจการของบันเทิงเลยซักคน เพราะต่างก็มีหน้าที่การงานและความฝันของตัวเอง ซึ่ง บัญชีพี่สาวคนโต กำลังได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชี บรรเลงน้องชายคนรองอารมณ์ศิลปิน ชอบท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ บรรพบุรุษอยากเป็นนักแสดง ความฝันสูงสุดคือการโกอินเตอร์สู่ฮอลลีวู้ด ส่วนบัลเล่ต์ น้องสาวคนเล็กเพิ่งจะเป็นวิศวกรตรงตามความฝันตั้งแต่เด็ก แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อป๊ะป๋าบันเทิงเกิดหัวใจวายตาย และทนายประจำตระกูลก็เดินทางมาเปิดมรดก ซึ่ง บัญชี บรรเลง บรรพบุรุษ และบัลเล่ต์ เป็นผู้ได้รับ แต่แทนที่มรดกของพวกเขาจะเป็นกิจการหรือทรัพย์สิน กลับกลายเป็นหนี้สินที่ป๊ะป๋าบันเทิงสร้างเอาไว้จากการผลิตรายการโทรทัศน์ หลายร้อยล้านบาท ทางเดียวที่จะปลดหนี้ได้ก็คือการสานต่อรายการทีวีของป๊ะป๋าบันเทิงนั้นเอง ซึ่งทั้ง 4 พี่น้องต่างก็เกี่ยงกันเพราะไม่มีใครอยากทำรายการของป๊ะป๋า แต่ก็ได้ บรรเจิด (เต็งหนึ่ง กฤษณกัณท์ มณีผกาพันธ์) ชายหนุ่มมาดกวน นิสัยแปลกแหวกแนว ที่เคยทำงานกับบันเทิง นำเทปที่ป๊ะป๋าบันเทิงพูดสั่งเสียถึงลูกๆของตัวเองมาให้ 4 พี่น้องดู จนทำให้ลูกๆ ทั้ง 4 คนนึกถึงความรักความห่วงใยของป๊ะป๋าที่มีต่อพวกเขา ทั้งหมดจึงยอมตัดใจจากงานที่ตัวเองทำอยู่ เพื่อทำรายการของป๊ะป๋าต่อไป แต่ปัญหาสำคัญของพวกเขาอยู่ที่ว่าจะทำกันอย่างไรในเมื่อไม่มีใครทำรายการทีวีเป็นเลยซักคน แถม บัลเล่ต์ ก็ไม่ชอบหน้า บรรเจิด ตั้งแต่แรกเห็น ทั้งคู่ยังหาเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำ แล้วงานนี้ 4 พี่น้องจะทำอย่างไรต่อไป แล้วรายการโทรทัศน์จะออกมาเป็นแบบไหน ติดตามชมเรื่องราวสนุกสนานเหล่านี้ใน “มรดกบันเทิง”

มัจจุรีพักร้อน

มัจจุรีเป็นลูกสาวคนเดียวของท้าวมัจจุราช เจ้าแห่งนรกภูมิ มีนิสัยดื้อรั้น และชอบสร้างความปั่นป่วนให้กับเหล่าบริวาร และวิญญาณที่ตกนรกทั้งหลาย ด้วยความที่ต้องเจอแต่มนุษย์ที่ก่อกรรมทำเลว ทำให้มัจจุรีเกิดความเบื่อหน่าย และอยากขึ้นไปบนโลกมนุษย์ เพื่อที่จะเจอคนดีๆ บ้าง จึงขออนุญาต ท้าวมัจจุราชผู้เป็นพ่อ ท้าวมัจจุราชไม่กล้าขัดใจ เพราะเห็นแก่ท้าวมัจจุเรศผู้เป็นเมีย จึงจำใจอนุญาตให้ไปพร้อมทั้งให้บริวารทั้ง 4 ติดตามไปด้วยนั้นก็คือ สันทนา วอนนภา เรณู ปาริชาติ แต่มีกฏ ข้อบังคับว่า ห้ามทุกคนใช้เวทมนต์กลั่นแกล้งทำร้ายมนุษย์ นอกจากถึงเวลาคับขัน หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้น หากใครคนใดคนหนึ่งฝ่าฝืน พวกเธอจะถูกส่งกลับนรกภูมิทันที โดยไม่มีข้อแม้

มัจจุรีโพล่ขึ้นมา ในงานวันเกิดของ นำฤทธิ์ ครูหนุ่มรูปหล่อ ซึ่งเป็นที่รักของชาวบ้าน มัจจุรีพบกับนำฤทธิ์เป็น ครั้งแรกทั้งคู่ก็เกิดความประทับใจกันและกัน แต่เพราะลำใยออกมาหึงหวงนำฤทธิ์ จนเป็นเหตุให้เกิดความโกลาหล ปั่นป่วนกันทั้งงาน มัจจุรีจึงเผลอใช้เวชมนต์ออกไปพวกเธอจึงถูกส่งตัวกลับนรกภูมิทันทีตามข้อ ตกลง มัจจุรพยายามอ้อนขอกลับขึ้นไปบนโลกมนุษย์อีก แต่ไม่สำเร็จ มัจจุรีเบื่อและเซ็ง จึงเดินเล่นและบังเอิญ ผ่านห้องตัดสินขณะนั้นไม่มีใครอยู่ มีแต่ลูกโลกที่มัจจุราชใช้ส่งเธอไปยังโลกมนุษย์ เธอจึงแอบจิ้มลูกโลกเพื่อหนีขึ้นไปโลกมนุษย์อีกครั้ง

เมื่อมัจจุรี มาถึงบ้านฟ้าครามก็ตามหานำฤทธ์ แต่ชาวบ้านกลับบอกว่า นำฤทธิ์ผิดคำสัญญากับพวกเด็ก ๆ ทิ้งหมู่บ้านฟ้าคราม ไปหาความสุขสบาย ที่กรุงเทพแล้ว มัจจุรีผิดหวังในตัวนำฤทธิ์มาก และสัญญากับชาวบ้านว่าจะนำตัวนำฤทธิ์กลับมาให้ได้ มัจจุรีเดินทางตามหานำฤทธิ์เพียงผู้เดียวเกิด อันตรายจนเกือบพลาดท่าเสียทีคนร้าย โชคดีที่บริวารทั้ง 4 มาช่วยไว้ทันเวลา และได้ออกตามหานำฤทธิ์ไปด้วยกัน

พวกเธอมาจนถึงบ้านของนำฤทธิ์โดยมา ตามที่อยู่ในนิตยสาร เมื่อพบนำฤทธิ์ทุกคนพากันต่อว่า นวลจันทร์แม่ของนำฤทธิ์เข้ามาขวาง และเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ว่าธุรกิจสวนสนุกของครอบครัวกำลังประสบปัญหา จึงเป็นเหตุให้นำฤทธิ์ผิดคำสัญญาต่อเด็ก ๆ และชาวฟ้าคราม มัจจุรีเห็นใจ ต้องการจะอยู่เพื่อช่วยกอบกู้สวนสนุกและ สถานการณ์ของนำฤทธิ์ จึงโกหกว่าเป็นชาวฟ้าคราม จะกลับบ้านไปไม่ได้ หากไม่ไห้พาตัวครูนำฤทธิ์กลับไป ด้วยนวลจันทร์จึงให้มัจจุรีอยู่ที่บ้านตนด้วย ส่วนบริวารทั้ง 4 ก็ถูกส่งไปทำงานกับเพื่อนบ้าน การที่มัจจุรีมา อยู่ในบ้านนำฤทธิ์ทำให้มัจจุรีได้รู้จักนิสัยใจ คอของมนุษย์แต่ละคนมากขึ้น อีกทั้งได้รับบทเรียนต่างๆ ของการอยู่บนโลกมนุษย์ซึ่งเธอก็ผ่านมันมาได้ มัจจุรีและพวกช่วยกิจการ สวนสนุกให้ดีขึ้น โดยจัดงานฉลองสวนสนุกอย่างเอิกเกริก 5 สาวออกแสดงโชว์ที่แปลกตา ทำให้ผู้ที่ มาเที่ยวชื่นชอบจนกิจการสวนสนุก ของนำฤทธิ์กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง

แต่ แล้วเหตุการณ์กลับโกลาหลขึ้นอีกครั้ง เมื่อซีอิ้วทายาทของซีอุยที่ชดใช้กรรมอยู่ในนรกภูมินั้น ได้ขโมยหัวไม้เท้าของท้าวมัจจุราช แล้วหนีขึ้นมา ก่อ ความวุ่นวายบนโลกมนุษย์ เพราะแค้นที่ตนต้องตกนรกเพราะพวกเด็กๆ จึงสิงร่างคนเพื่อหลอกลักพาตัวเด็กๆ มาขังรวมกันไว้ โดยรอเวลา ถ้าหาก ครบ 66 คนเมื่อใดก็จะฆ่าพร้อมๆกันซีอิ้วเข้าสิงร่างสายฟ้า แล้วเข้าไปหลอกลักพาตัวเด็กๆ ที่มาเที่ยวสวนสนุกของนำฤทธิ์ จนกลายเป็นข่าวใหญ่โตเรื่อง ฆาตกรสวนสนุก” เมื่อข่าวแพร่สะพัด จึงทำให้สวนสนุกของนำฤทธิ์เสียชื่อและตกต่ำอีกครั้ง มัจจุรีกับบริวารจึงร่วมมือกันช่วยตำรวจ จนจับฆาตกรได้ แต่ซีอิ้วในร่างสายฟ้าใช้พลังจากหัวไม้เท้าเล่นงานมัจจุรีและบริวารจนเจ็บ หนักและหนีไปได้ ซีอิ้วไนร่างสายฟ้า ตระเวณหลอกล่อเด็กๆ จนใกล้ครบ 66 คน เมื่อมัจจุรีและบริวารหายดี จึงร่วมมือกันวางแผนปลอมตัวเพื่อล่อซีอิ้ว ทั้งคู่ใช้อิทธิฤทธิ์ต่อสู้กัน

ในที่สุดซีอิ้วก็พลาดท่าหลงอุบายของ สันทนาจึงทำให้มัจจุรีได้หัวไม้เท้าของมัจจุราชคืน และแล้วเวลาของมัจจุรีก็หมดลง เธอจึงถูกมา รับตัวกลับนรก ภูมิทันที

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ครอบครัวมีอันจะกินครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมีคุณนายรำเภา เป็นหัวหน้าครอบครัว มีลูกสาวสองคน คนพี่ รจนาไฉน วิชนี และคนน้อง โรมฤทัย วืชนี แต่ทว่ารจนาไฉน นั้นมีคนรักแล้ว คือ ประวุฒิ วุฒิศักดิ อันครอบครัวของคุณนายรำเภานี้มีความสนิทสนมอยู่กับครอบครัวของคุณนายเปรม ปัทมกุล ซึ่่งอยู่ที่สุโขทัย มีลูกชายคนหนึ่ง คือ ปัท ปัทมกุล ทั้งสองครอบครัวนี้ต่างเคยให้สัญญากันนไว้ว่า ถ้ามีลูกจะให้แต่งงานด้วยกัน แต่เมื่อโรมฤทัยได้ทราบว่าตัวเองจะต้องหมั้นหมายกับปัทก็ไม่พอใจยิ่งเป็นการ กระทำแบบคลุมถุงชนของมารดา โรมฤทัยรู้สึกคับแค้นใจยิ่งนัก โดยจะไม่ยอมรับหมั้นอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเห็นว่าปัท เป็นเพียงคนบ้านนอก โง่ และเปิ่น เชยแหลกจึงบังคับให้ผู้พี่ คือ รจนาไฉนรับหมั้นและแต่งงานแทน รจนาไฉนก็ไม่ยินยอมและอ้างว่าตนเองมีคนรักอยู่แล้ว แม้คุณนายรำเภาจะขอร้องอย่างไรก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

วันหนึ่งโรมฤทัย ได้บอกความจริงแก่รจนาไฉน ว่ารจนาไฉนนั้น ไม่ใช่ลูกสาวคุณแม่ แต่เป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง และว่ากล่าวอย่างรุนแรง รจนาไฉนตัดสินใจรับหมั้นกับปัท เพื่อทดแทนบุญคุณเมื่อคุณนายเปรม ทราบข่าวการตกลงรับหมั้นก็เดินทางเข้ามากรุงเทพพร้อมกับปัท โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่เคยพบเจอกันมาก่อน ครั้น ปัท ปัทมกุล พบกับรจนาไฉน และทราบว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวของคุณนายรำเภาก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และคิดว่าคุณนายแกล้งหลอกเอาคนอื่นมาแต่งงานเพื่อหวังต้ม และหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง แต่ในที่สุดก็ต้องยอมแต่งงานไปตามเรื่องตามราว ฝ่ายโรมฤทัยนั้นเมื่อได้เห็นปัท เข้าก็ตะลึงงัน ไม่คิดว่าคนที่มาจากบ้านนอกจะหล่อเหลาสง่างามถึงเพียงนั้น และพยายามทุกวิถึทางที่จะยั่วยวน แต่ปัทก็หาสนใจไม่ และตัดสินใจพารจนาไฉนกลับไปบ้านที่สุโขทัย ท่ามกลางความไม่เข้าใจกันของคนทั้งสอง ปัทคอยข่มขู่พูดจาดูถูกต่างๆนาๆเสมอ ทั้งคู่สมรสกันเพียงในนามเท่านั้น

ที่สุโขทัยนี่เอง อุรารักษ์ เจียรกุล หญิงสาวผู้หลงรักปัทอย่างหลงไหล พร้อมกับเพื่อนชายมาหาปัทที่บ้านพ่อเลี้ยงพูนทวี และ ปลัดวราห์ เพื่อนทั้งสอง เมื่อพบกับ รจนาไฉน ก็ต่างหลงรักทันที เพราะต่างเข้าใจว่ารจนาไฉนเป็นน้องสาวของปัท โดยปัทก็พยายามสนับสนุนเต็มที่เช่นกัน ต่อมาพ่อเลี้ยงพูนทวีทราบความจริงว่า รจนาไฉนเป็นภรรยาของปัท ก็พยายามหักห้ามใจ เมื่อปัททำไม่สำเร็จ จึงหันมาเล่นงานรจนาไฉนต่อไปเพื่อบีบบังคับให้หย่าขาด อยู่เสมอๆเป็นกิจวัตร อีกทั้ง อุรารักษ์ที่เข้ามาเป็นมือที่สามคอยแทรกระหว่างทั้งสองอยู่เสมอ และได้บอกกับรจนาไฉนว่าเธอตั้งท้องกับปัท ทำให้รจนาไฉนสุดจะทานทน และตัดสินใจออกจากปัทมกุลทันที รจนาไฉนได้รับความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยงพูนทวี และเพื่อกันการครหา จึงให้รจนาไฉนอยู่ในความดูแลของแม่ครัว ส่วนตัวเองเปลี่ยนไปพักที่อื่น พร้อมทั้งไปหาปลัดวราห์เพื่อสืบถามความจริง และให้ อุรารักษ์พูดความจริงว่า เด็กในท้องนั้นเป็นลูกของปลัดวราห์

ปัทพยายามตามหารจนาอย่างสุดกำลัง และได้มาพบกับรจนาไฉนที่บ้านของพ่อเลี้ยงพูนทวี จึงเกิดความเข้าใจผิดกันขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป รจนาไฉนใจอ่อน ยอมเดินทางกลับมาหาปัท
คนทั้งสองได้รู้จักถึงคำว่า รัก และ พรัดพราก ทางด้านโรมฤทัยกับประวุฒิ เพราะความคึกคะนองและความมึนเมา ทำให้ทั้งคู่พลาดทั้งๆที่ไม่ได้รักกันเลย โดยประวุฒิยังหวังจะได้ครองรักกับรจนาไฉนเพราะรู้ว่าแต่งงานกันเพียงในนาม เท่านั้น ส่วนโรมฤทัยก็ยังหวังจะได้ครอบครองปัทเช่นกัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจเดินทางขึ้นมาที่ สุโขทัย แต่ทั้งคู่ก็ผิดหวัง เมื่อทราบความจริงว่า ขณะนี้ปัท และ รจนาไฉน มีความรัก และมีความสุขดีแล้ว ทั้งโรมฤทัย และ ประวุฒิ รู้สึกผิดหวังอย่างที่สุด และเดินทางกลับกรุงเทพ และตัดสินใจแต่งงานกันด้วยหวังว่าจะได้เติมเต็มกันและกันต่อไป ในวันข้างหน้า เมื่อเห็นว่าความรักนั้นมีค่าแก่การครอบครอง…

มหาราชกู้แผ่นดิน

เมื่อพระองค์ดำหรือพระนเรศวรได้เสด็จหนีจากหงสาวดีมา สู่กรุงศรีอยุธยาได้นำชาวไทใหญ่ จำนวนหนึ่งมาด้วย นั่นคือ เจ้านางมณีจันทร์และเจ้านางมณีอิน ตลอดจนขุนแสนกล้า นักรบของเจ้าไทใหญ่ อีกทั้งยังมีเจ้านายของกรุงศรีอยุธยาร่วมมาในขบวนครั้งนั้นด้วยคือ พระองค์หญิงพิจิตรจินดา กับเดือน ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงและเป็นสนมของพระราเมศวร การกลับมาของพระองค์ดำ ทำให้พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมหาธรรมราชาและพระเอกาทศรถหรือพระองค์ขาว ดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

พระองค์ดำครองรักกับเจ้านางมณีจันทร์ แล้วเสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก พระองค์ดำทรงคิดอยู่ตลอดเวลาเรื่องที่ กรุงศรีอยุธยาตกเป็นประเทศราชของหงสาวดี จึงได้จัดหาทหารฝีมือดีมาร่วมทัพ แล้วทรงเปลี่ยนกลศึกจากการยกพลจำนวนมหาศาลเข้าปะทะข้าศึก ก็เปลี่ยนมาเป็นการใช้การรบเยี่ยงกองโจร ทหารฝีมือดีนั้น ต่อมาได้ร่ำเรียนพิไชยสงครามกับขุนเมืองผู้เป็นอาจารย์ของพระองค์ดำ มีจำนวน 6 คน คือ มิ่ง เที่ยง บุญ เพิ่ม ขวัญ ขาม และมีขุนแสนกล้าอีกผู้หนึ่ง รวมเป็นทหารเอกคู่พระทัย 7 คน

ส่วนทางหงสาวดี ก็ไม่ไว้ใจกรุงศรีอยุธยา เพราะรู้กิตติศัพท์ของพระนเรศวรเป็นอย่างดีว่ามีความกล้าหาญเพียงใด จึงหาทางทำศึกกับกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อยกกองทัพมาก็พ่ายกรุงศรีอยุธยา ทุกครั้ง ทำให้เมืองต่าง ๆ ที่เป็นเมืองประเทศราช ต่างคิดแข็งเมืองกัน

มังกะยอชะวาทุบตีตองชเว ผู้เป็นมเหสี ทำให้พระเจ้าอังวะ พระราชบิดาของตองชเวไม่พอใจ แข็งเมืองเป็นขบถ จันทรากับสุวรรณฉัตรสายเครือของอังวะจึงถูกเนรเทศออกไปจากหงสาวดี เมื่อทั้งสองกลับมายังอังวะ พร้อมกับนินตยาวดีมเหสีของสุวรรณฉัตรด้วย นันทบุเรงก็ใช้ให้เมืองประเทศราชทั้งหลายยกทัพไปตีอังวะ พระนเรศวรแกล้งเดินทัพช้าๆ เพื่อรอให้พระเจ้านันทบุเรงทำศึกกับพระเจ้าอังวะถึงแพ้ชนะก่อน มังกะยอชะวารักษาเมืองอยู่ ออกอุบายให้พระยาเกียรติกับพระยาราม ขุนนางมอญมาคอยรับ พระนเรศวรที่เมืองแครงพร้อมทั้งไพล่พล และมีกลศึกว่าทั้งสองคน ลวงพระนเรศวรไปฆ่าให้จงได้ ทั้งสองเคยสนิทกับพระนเรศวรมาก่อน จึงนำความไปเล่าให้พระมหาเถรคันฉ่องฟัง พระมหาเถรคันฉ่องมาเฝ้าพระนเรศวรแล้วทูลให้ทรงทราบ พระนเรศวรโกรธและประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ไม่ยอมขึ้นต่อหงสาวดีอีกต่อไป

พระเจ้านันทบุเรง ส่งกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอยู่หลายครั้ง แต่ก็พ่ายกลับไปทุกครั้ง การพ่ายแพ้ของหงสาวดี ทำให้เมืองประเทศราชทั้งหลายต่างแข็งเมืองขึ้น ภายในเมืองหงสาวดีก็เกิดความวุ่นวาย เนื่องด้วยเจ้ายะไข่ได้ส่งธิดามาถวายพระเจ้านันทบุเรง ทำให้ศุภยา พระอัครมเหสีไม่พอใจมาก รวมถึงเจ้านางสุวนันทาด้วย ยะไข่ได้ใช้ธิดาของตนเป็นสื่อดึงฟิลิป เดอบริโต พ่อค้าชาวโปรตุเกสเข้ามาค้าขายในเมืองหงสาวดี และมีอิทธิพลทางการเมืองต่อหงสาวดีเป็นอย่างมาก ขณะที่พระนเรศวรได้รู้จักกับเซปาสเตียน ฝรั่งชาวสเปน ที่เข้ามาสอนการใช้ปืนไฟให้พระนเรศวร

พระมหาธรรมราชาสวรรคต พระนเรศวรขึ้นครองราชย์ แล้วทรงแต่งตั้งพระเอกาทศรถเป็นพระอุปราช มุขมนตรีและเจ้านายชั้นสูงในสมัยพระมหาธรรมราชาได้ถวายหญิงงามเชื้อสาย ราชวงศ์สุพรรณภูมิพระองค์หนึ่ง เป็นพระชายานามว่า “มณีรัตนา” เจ้านางมณีจันทร์น้อยพระทัย แต่ไม่แสดงออก ส่วนราชวงศ์สุโขทัย โดยท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้ถวายนางที่มีเชื้อสายราชวงศ์สุโขทัยเป็นพระสนมเอก นามว่า “เจ้าแก้วปทุม” ทั้งนี้ท้าวศรีจุฬาลักษณ์คิดแค้นที่มิได้รับความรักจากพระมหาธรรมราชา จึงส่งหลานสาวมาแก้แค้นแทนตนทำให้กรุงศรีอยุธยาวุ่นวาย ส่วนขุนเมือง ได้รับแต่งตั้งเป็น “เจ้าพระยาสุรสีห์” ครองเมืองพิษณุโลกแทนพระนเรศวร

นักแสดง มหาราชกู้แผ่นดิน
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ
อานัส ฬาพานิช
กันตะ กัลย์จาฤก
สาริน บางยี่ขัน
อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์

มรสุมแห่งชีวิต

มรสุมแห่งชีวิต เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต่อสู้กับความผันผวนของชีวิตและกระแสสังคมด้วย หัวใจที่เข้มแข็ง

มนต์รักอสูร

น้ำผึ้งครูสาวของโรงเรียนประจำตำบลกำลังพบกับปัญหาหนักเพราะผู้มีอิทธิพลตาม ทวงเงินที่พ่อและแม่นำที่ดินไปจำนองไว้ ถ้าหากไม่สามารถหาเงินมาคืนก็จะยึดที่ดิน แต่ถ้าน้ำผึ้งยอมเป็นเมียน้อย ก็จะยกหนี้สินทั้งหมดให้ ขณะเดียวกันทั้งพ่อและแม่ของเธอก็กำลังเจ็บป่วยอย่างหนักผัน จึงพาน้ำผึ้งไปพบเทอดให้ช่วยเหลือ แต่เมื่อเจอกันครั้งแรก น้ำผึ้งก็พบกับความก้าวร้าวของนันท์ลูกชายของเทอดและการดูหมิ่นเหยียดหยาม จากเทอด เทอดให้ความช่วยเหลือน้ำผึ้ง แต่มีข้อแม้ว่าน้ำผึ้งต้องเป็นครูสอนหนังสือให้นันท์ ปรนนิบัติรับใช้เทอด น้ำผึ้งยอมตกลง น้ำผึ้งมาพบเสี่ยทรงยศเพื่อไถ่ถอนที่ดินคืน ทำให้เสี่ยทรงยศไม่พอใจ แต่ต้องยอมคืนโฉนดที่ดินให้

น้ำผึ้งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเทอด ด้วยความขยันทำงาน ทำให้เทอดมองเห็นความดีของน้ำผึ้ง แต่นันท์ก็ขัดขวางทุกครั้ง เสี่ยทรงยศส่งสมุนมาก่อกวนรังควานบางครั้งถึงกับฉุดน้ำผึ้งในบ้าน แต่เทอดกับพวกก็มาช่วยได้ทัน เทอดเป็นห่วงน้ำผึ้ง จึงสอนให้น้ำผึ้งยิงปืนและให้ปืนไว้ป้องกันตัว ความดีของน้ำผึ้งทำให้ความก้าวร้าวของนันท์เริ่มอ่อนลงและยอมไปเรียนหนังสือ ในตัวจังหวัด ทำให้เทอดดีใจอย่างมาก แต่นันท์ก็ไม่พอใจที่พ่อสนิทกับน้ำผึ้งจึงโทรไปฟ้องเตือนใจผู้เป็นป้า เตือนใจจึงเดินทางมาที่ไร่ ทำตัวเป็นเจ้าของเทอดอย่างเปิดเผย ในขณะเดียวกัน เตือนใจก็ใส่ร้ายหาว่าน้ำผึ้งกอดจูบกับประเทืองที่มาหาน้ำผึ้งบ่อย ๆ ทำให้เทอดเข้าผิด เย็นวันหนึ่งขณะเตือนใจขับรถไปรับนันท์ในตัวเมือง เทอดเมากลับมาพบน้ำผึ้งคุยอยู่กับประเทือง ทำให้เทอดเกิดความหึงหวง และไล่ประเทืองออกจากบ้านและปลุกปล้ำเธอ จึงทำให้ทั้งสองได้เป็นของกันและกัน เทอดไปรับพ่อและแม่ของน้ำผึ้งจากโรงพยาบาลหลังจากหายดีแล้ว น้ำผึ้งดีใจมากที่ได้พบพ่อกับแม่

และวันที่น้ำผึ้งเป็นอิสระก็มาถึง พ่อกับแม่น้ำผึ้งนำเงินมาไถ่ตัวจากเทอดทำให้ทุกในบ้านอาลัยหาน้ำผึ้ง แต่คนที่ดีใจที่สุด ๆ คือเตือนใจที่หมดเสี้ยนหนาม ชัชชัยหุ้นส่วนโรงไม้ของเสี่ยทรงยศคุยกันเรื่องไม้เถื่อนที่ขนย้ายมาจากชาย แดน และมียาบ้าซุกซ่อนมาด้วย ทำให้ชัชชัยมาเยี่ยมเทอดเพื่อเจรจาให้เทอดเปิดทางด้านภูเขาให้รถขนไม้แต่เท อดไม่ยอม ชัชชัยจับน้ำผึ้งและนันท์ไปเป็นตัวประกันถ้าเทอดยอมเปิดทางก็จะปล่อยตัว ทันที เทอดบอกให้ผันและพ่อของน้ำผึ้งให้ไปแจ้งตำรวจ และตกกลางคืนเทอดก็แอบเข้าไปในโรงเลื่อยไม้แล้วฆ่าสมุนของชัชชัยตาย ชัชชัยต่อโทรศัพท์ให้เทอดสั่งคนงานในไร่ไปเปิดทางให้รถ แต่เทอดสั่งคนงานให้ตอบโต้ห้ามใครล่วงล้ำเขตไร่ ทำให้ชัชชัยโกรธมากสั่งให้สมุนมัดนันท์แล้วดึงห้อยโตงเตงและค่อย ๆ หย่อนลงด้านล่างซึ่งเป็นในเลื่อยขนาดใหญ่ ขณะ ที่ร่างกำลังจะถึงใบเลื่อย เตือนใจก็ดึงปืนออกมาจี้ชัชชัยพร้อมกับสั่งให้เทอดไปช่วยลูกและน้ำผึ้ง ขณะนั้นผันนำตำรวจบุกเข้ามา สมุนของชัชชัยและทรงยศเกิดการแตกกระเจิง ชัชชัยต่อสู้กับเทอด พลาดท่าถูกเทอดเหวี่ยวไปถูกใบจักรร่างของชัชชัยขาดสองท่อนตายสยอง เมื่อเรื่องร้ายผ่านไปเทอดก็ขอร้องให้น้ำผึ้งอยู่กับเขา และนันท์ตะโกนเรียกน้ำผึ้งว่า แม่ ทำให้น้ำผึ้งกอดนันท์ด้วยความรักและทั้งสามก็กอดกันด้วยความรักท่ามกลางความ ดีใจของคนในไร่

นำแสดงโดย

1. จอนนี่ แอนโฟแน่ รับบท เทอด
2. นพวรรณ ศรีนิกร รับบท น้ำผึ้ง
3. สรวงสุดา ลาวัลย์ประเสริฐ รับบท เตือนใจ
4. สถาพร นาควิลัย รับบท ทรงยศ
5. วฤนดา สมศิริ รับบท กานดา
6. โอลิเวอร์ พูพาร์ท รับบท ปราโมทย์
7. พิศาล อัครเศรณี รับบท วัน
8. ปวีณา ชารีฟสกุล รับบท ลำยง

มนต์รักสายฟ้าแลบ

กัลย์กมล เด็กสาวกำพร้าแม่วัยยี่สิบ เรียนมหาวิทยาลัยปีสอง อาศัยอยู่กับพ่อคือ นายเก่ง และแม่เลี้ยงคือ วิภา มีน้องชายต่างแม่อายุหกขวบชื่อ น้องกร วิภาไม่ยอมให้กัลย์เรียนหนังสืออ้างว่าไม่มีเงินส่งเสียและเงินที่มีจะให้ น้องกรเรียนคนเดียวเท่านั้นให้กัลย์เสียสละ กัลย์จึงมาวางแผนกับ ไอ้ท่อกเพื่อนสนิทมีอาชีพเป็นคนขับมอเตอร์ไซด์รับจ้างโดยมีน้องกรเป็นผู้ ช่วยคิดด้วยการไปเช่าซื้อมอเตอร์ไซด์มาจากร้าน เสี่ยเลี้ยง กัลย์จึงมีอาชีพเลี้ยงตัวเองและส่งตัวเองเรียนด้วยการขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง รับส่งเอกสาร รับส่งน้องหมาไปหาหมอ บางครั้งก็โดนพวกเด็กแว๊นก่อกวนมีเรื่องราวแต่ก็เอาตัวรอดไปเพราะพวกเพื่อน มอเตอร์ไซด์มาช่วย วิภารู้เรื่องนี้จึงไปเบียดบังเอาเงินที่กัลย์ได้มาไปใช้ พอกัลย์ไม่ให้ก็ใส่ร้ายกับเก่งว่ากันไม่ดี กรพยายามแก้แทนพี่สาวแต่เก่งไม่ฟัง กัลย์จึงโดนพ่อทำโทษเสมอ เวลาที่เศร้าใจกัลย์มักพากรไปนั่งระบายความเศร้าที่หอนาฬิกาเป็นประจำ

ปราณสม เป็นลูกชายมหาเศรษฐีใหญ่ตายแล้วสิบชาติก็ใช้ไม่หมด กำลังเรียนปริญญาโทแต่โดนเรียกให้กลับมาบริหารงานแทนพ่อคือ นายดนัย ที่กำลังป่วยเป็นมะเร็ง ปราณสมไม่อยากกลับมาเพราะกำลังมีความสุขอยู่กับ นรีนุช คนรักที่หมายมั่นว่าจะแต่งงานกันหลังจากเรียนจบ ปราณสมคิดว่าถ้าพ่อหายจะกลับไปเรียนต่อ ปราณสมมีนิสัยต่างจาก คุณนายนวลแข ผู้เป็นแม่ วิมลแข พี่สาวและนพ น้องชาย คือเป็นคนติดดิน ส่วนคนอื่น ๆ จะเย่อหยิ่งและคิดว่าใครก็อยากจะมาจับเพื่อแต่งงานด้วย ปราณสมกลับมาทำตัวดีทั้งที่ไม่มีความสุข มิหนำซ้ำยังโดนจับคู่ให้กับ เดือนฉาย ลูกสาวของ เดือนเต็ม เพื่อนสนิทของนวลแขที่ทำธุรกิจอัญมณีอยู่ต่างจังหวัด และซื้อบ้านให้เดือนฉายพักอยู่ที่กรุงเทพตามลำพัง

ธุรกิจของเดือนเต็มขาลงแต่ปิดบังไว้ เดือนเต็มประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก่อนตายฝากฝังและทวงสัญญาเรื่องแต่งงานกับปราณสม ปราณสมตกใจไม่เคยรู้มาก่อน อึกอักแต่นวลแขกับวิมลแขรีบรับปาก เดือนฉายดีใจมาก เดือนเต็มตายตาหลับ เดือนฉายพยายามชวนปราณสมไปบ้านบ่อย ๆ เพื่ออ่อยให้หลวมตัว

วิภาไปกู้เงินนอกระบบมาจากเสี่ยเลี้ยง เอาบ้านไปจำนำไว้ไม่มีเงินส่งดอก เสี่ยมาทวงถึงบ้านพร้อมกับสมุนเพื่อซ้อมวิภากับเก่ง กัลย์กับกรมาพบเข้าจึงเข้าช่วยเหลือ เสี่ยเลี้ยงดีใจรู้ว่ากัลย์เป็นลูกเก่ง เลิกทวงกลายเป็นเช้าถึงเย็นถึงเอาของมาให้ ในที่สุดตกลงกับวิภาว่าให้ยกกัลย์ให้เพื่อแลกกับการยกหนี้ให้ทั้งหมดและแถม เงินอีกก้อน กัลย์ไม่ยอมแต่สงสารพ่อที่ต้องโดนทำร้ายและทวงหนี้ โดนขู่เอาชีวิต กัลย์จำใจตกลง แต่กรบอกว่ามีวิธีช่วยเหลือทำให้เสี่ยไม่แตะต้องกัลย์ แต่รอให้ถึงวันแต่งจริงก่อน ให้เสี่ยคืนโฉนดและฉีกสัญญาเงินกู้ทิ้งก่อน

ส่วน ปราณสมก็พูดไม่ออกเรื่องแต่งงานจึงแอบขี่มอเตอร์ไซด์ที่ซื้อมาขับเล่นโดยมี ไซด์คาร์ด้านข้างเพื่อเอา น้องกิ่ง ที่ชอบติดสอยห้อยตามไปด้วย นั่งพากันไปนอกเมือง ผ่านหอนาฬิกาแห่งหนึ่งเป็นประจำ ขณะผ่านไปปราณสมสังเกตเห็นผู้หญิงสาวคนหนึ่งมานั่งเศร้าซึมเหม่อลอยเป็น ประจำ นึกแปลกใจ จำหน้าได้แต่ไม่เคยจอดรถทักทาย ส่วนน้องกิ่งมักทำถุงขนมบ้าง แก้วน้ำบ้างหล่นจากมือ ไปใส่เอาหัวกรเสมอ ถ้าเป็นน้ำกรจะชูมือโวยวายไล่หลัง ถ้าเป็นขนมกรจะเอาไปกิน เด็กสองคนแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกกันประจำ

ถึงวันแต่งงานของทั้งสองซึ่งเหลือเชื่อว่าเป็นวันเดียวกัน เวลาเดียวกัน ต่างแค่สถานที่ ขณะที่กัลย์เข้าพิธีได้รับแหวนหมั้น ได้รับทองเป็นสินสอด โฉนดที่ดินและสัญญาเงินกู้คืนให้พ่อ แม่เลี้ยง กำลังจะเริ่มพิธีจดทะเบียนสมรส รอนายอำเภอ ก่อนหน้านั้นกรได้บอกให้ท่อกไปบอกบรรดาเมียน้อยทั้งหลายห้าหกคนของเสี่ยมุ่ง หน้ามาอาละวาด พังงานโดยจัดมอเตอร์ไซด์รับส่ง ส่วนตัวกรเองก็ไปกระซิบว่าความจริงเขาไม่ใช่ลูกของวิภา แต่เป็นลูกของกัลย์ เสี่ยตะลึง นายอำเภอมาละล้าละลัง จากนั้นกองทัพภรรยาน้อยบุกมาอาละวาดงานป่วน กัลย์กับกรพากันหนีขี่มอเตอร์ไซด์คู่ชีพไปพ้นจากงานแบบไม่รู้ว่าจะไปไหน

ส่วนปราณสมก็เช่นกัน หลังจากมอบแหวน มอบสินสอด ปราณสมกำลังรอนายอำเภอมาจดทะเบียนสมรส ก่อนหน้านั้นน้องกิ่งแอบวางแผนเดินห่างไปแล้วโทรไปหาเดือนฉายบอกว่าเป็นลูก ของปราณสม แม่ของเธอกับเธออยู่ในงานแล้ว เตรียมตัวจะทำลายพิธีจดทะเบียน ทำให้เดือนฉายสั่นไปหมด หันไปเจอเอาแขกที่พาลูกมางานจึงโดดไปทำร้าย หาว่ามาทำลายพิธีเกิดปั่นป่วนกันไปหมด น้องกิ่งฉวยโอกาสฉุดมือปราณสมวิ่งหนีออกมาพากันมาขี่มอเตอร์ไซด์พุ่งหนีออก จากงานอย่างไร้ทิศทาง

กว่าเสี่ยเลี้ยงจะเข้าใจว่าโดนกรหลอก กว่าจะเคลียร์กับเมียทั้งห้าได้ กัลย์กับกรก็เตลิดหายไปนานแล้ว ทางบ้านปราณสมก็เช่นกันกว่าจะเข้าใจว่ามีมือดีที่น่าจะเป็นน้องกิ่งโทรมาอำ ให้ทำร้ายคนอื่น ก็ไม่ทันแล้ว ส่วนกัลย์ขี่มอเตอร์ไซด์หนีมา มีพวกกองทัพมอเตอร์ไซด์รับจ้างนำโดยท่อกมาส่งและคุ้มกัน

ร่ำลากัน ทุกคนมอบเงินจำนวนหนึ่งจากน้ำพักน้ำแรงให้กรกับกัลย์ กัลย์บอกว่าจะหลบไปหากินถิ่นอื่นแล้วจะโทรมาบอกความเป็นไป จากนั้นกัลย์มุ่งหน้าไปโดยยังคิดไม่ออกว่าไปทางไหน กะจะไปหาบ้านเช่า กัลย์ขับรถไปคิดไปใจลอยน้ำตาไหล ปราณสมขับรถมา ประสาทเสียมา ฝนทำท่าจะตก ท้องฟ้ามืด รถมอเตอร์ไซด์ของกัลย์กับรถมอเตอร์ไซด์ของปราณสมแล่นสวนกันในทางแคบ ๆ สายฟ้าแล่บเปรี๊ยงลงมา สองคนตาพร่ารถเฉี่ยวกันต่างล้มลงทั้งคู่ หลังจากฟ้าแล่บผ่านไป ทั้งสองคนล้มลงมากองเกาะกันอยู่ ส่วนเด็กสองคนก็ล้มมากองใส่กัน ปราณสมเห็นกัลย์นึกออกว่าเคยเห็นที่หอนาฬิกา ส่วนเด็กสองคนจำกันได้ลุกขึ้นมาตีกันทะเลาะกัน สองคนห้ามเด็ก เด็กไม่หยุด ฟ้าแล่บอีกครั้ง สองคนจึงดึงน้องของตัวเองหลุดจากกันได้และเริ่มทะเลาะกันเองต่อ เด็กสองคนจึงห้ามผู้ใหญ่บ้าง ต่างเหนื่อยกันทั้งหมดตกลงเลิกทะเลาะกันกลายเป็นมาถามไถ่

กร แนะนำว่าเป็นลูกชายของกัลย์ทำเอาปราณสมตกใจมาก ส่วนกิ่งแนะนำว่าเป็นน้องของปราณสม เด็กสองคนแยกตัวไปนั่งกินขนมที่ผ่านมาขาย ส่วนปราณกับกัลย์นั่งมองหน้าไม่สบอารมณ์กัน เด็กสองคนยื่นไมตรีให้กันเป็นเพื่อนกันคุยกันจนรู้ความทุกข์ของแต่ละฝ่ายจึง คิดแก้ปัญหาให้กัน ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่ากัลย์กับกรจะได้มีที่พักและปราณสมก็จะได้ไปหลอกทุกคน ว่ามีภรรยาและลูกแล้วจริงคือกัลย์และกร ต่อไปถ้าเสี่ยเลี้ยงเจอกัลย์จะมาเอาตัวกัลย์คืนไปไม่ได้เพราะกัลย์มีสามี แล้วและกรพบพ่อจริงแล้วคือปราณสม

เด็กสองคนเอาข้อเสนอนี้ไปบอกปราณสมและกัลย์ทีแรกสองคนไม่รับข้อเสนอ แต่ปราณสมมาคิดอีกทีก็เห็นดีด้วย ในที่สุดกัลย์ก็เห็นดีด้วย โดยมีข้อแม้ว่าจะแต่งงานกันแต่ในนาม ทั้งหมดจึงพากันไปจดทะเบียนและกลับบ้านปราณสมที่กรุงเทพฯ

นวลแข วิมลแขและนพถึงกับช๊อคและโกรธมาก แต่แทนที่จะโกรธปราณสมกลับไปลงที่กัลย์หาว่าเป็นแม่ม้ายลูกติดจะมาจับปราณสม เดือนฉายก็คลั่งแค้นเพราะโดนแย่งว่าที่สามีไปซึ่งหน้า ไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่ปราณสมบอก กัลย์อยู่ที่บ้านปราณสมอย่างทุลักทุเล โดนรังเกียจ ปราณสมหอบเอากัลย์ไปนอนห้องเดียวกันแต่ห้องของปราณสมมีห้องทำงานอยู่ด้วยจึง ไม่มีปัญหา นวลแขกับวิมลแขมักเรียกกัลย์ไปพบบอกให้เงินและให้ไปจากที่บ้านของพวกเธอ กรไม่ยอม ไปบอกให้กัลย์สู้เพราะกรกับกิ่งมีความรู้สึกว่าสองคนนี่คู่กัน กัลย์โดนราวีจากทุกฝ่ายแต่ไม่กล้าไปไหนไกลเพราะกลัวเแม่เลี้ยงกับเสี่ยตาม เจอเนื่องจากท่อกบอกว่าทั้งสองกำลังพลิกแผ่นดินตามหากัลย์กับกร

ส่วนนพแอบพอใจกัลย์แต่โดนปราณสมปรามเอาไว้เพราะแอบหวง ประกอบกับแม่และพี่สาวคอยจ้องอยู่จึงหันไปคบ ทิพยจันทร์ หมอนวด จนหมอนวดท้อง พาลูกเข้ามาแสดงตัวถึงบ้านและไม่ยอมไปไหนทำให้นวลแขพูดไม่ออก แถมปราณสมสงสารเด็กในท้องจึงให้พักอาศัยอยู่ ทิพยจันทร์กลับแอบมาปิ๊งปราณสมและคิดว่าปราณสมน่าจะดีกว่านพ ตลอดเวลาเดือนฉายก็มาแสดงตัวว่าเป็นหมายเลขหนึ่งของปราณสม ต่อมานรีนุชคนรักตัวจริงของปราณสมตามมาสมทบจึงเกิดรักหลายเส้าขึ้นระหว่าง เดือนฉายและนรีนุช มีทิพยจันทร์ปนเปด้วยบางครั้งและ ลากเอากัลย์ติดบ่วงไปด้วยทุกครั้ง

ส่วนกัลย์ถึงแม้ว่าปราณสมจะพยายามให้เงินก็ไม่ยอมรับเพราะคิดว่าแค่ได้ที่ ซุกหัวนอนและอาหารก็พอแล้วจึงออกหางานทำเองด้วยการทำอาชีพเดิมคือขี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง รับจ้างส่งเอกสาร และรับจ้างส่งน้องหมา มีปัญหากับวินปากซอยเสมอเพราะไม่มีเสื้อวินทำให้กิ่งกับกรต้องแอบไปขอเงิน ปราณสมมาซื้อให้และบอกให้ผ่อนใช้ภายหลัง คุณนวลแขกับวิมลแขและนพมารู้ว่ากัลย์แอบทำงานนี้ก็โกรธและอายมาก ห้ามเด็ดขาดแต่กัลย์ไม่เชื่อบอกว่าเป็นสิทธ์ของเธอ

เดือนฉายที่แท้กลายเป็นญาติกับเสี่ยจึงไปรู้เรื่องนี้โดยบังเอิญ รีบไปรายงานเสี่ยเลี้ยง เสี่ยเลี้ยงไปบอกวิภา วิภากับเสี่ยจะพากันมาเอาตัวกัลย์คืนแต่ไม่สำเร็จและประกอบกับวิภาเห็นว่า ปราณสมรวยกว่าเสี่ยมากจึงพยายามตัดรอนเสี่ย เมื่อไม่สำเร็จเสี่ยกับเดือนฉายจึงวางแผนเล่นงานกัลย์แต่โดนกองทัพ มอเตอร์ไซด์รับจ้างมาคุ้มกันกัลย์เอาไว้

วิมลแขไปร่วมธุรกิจกับเพื่อนรักคือ หม่อมดวงแก้ว ชายา ท่านชายสุขสม ไปมีเรื่องกันเพราะคิดจะแฮปท่านชาย กลายเป็นโดนประจานว่ามีลูกเป็นหนูกิ่งแล้วไม่ยอมรับ เอาไปให้แม่รับมาเลี้ยงเพราะอาย  หนูกิ่งเสียใจมากเตลิดหนีหายไปจากบ้าน นวลแขเสียใจมากเพราะรักหนูกิ่งยิ่งกว่าลูก กินไม่ได้นอนไม่หลับ หนูกิ่งหนีไปเจอเอาเดือนฉาย เดือนฉายจึงไปวางแผนกับเสี่ยเลี้ยงจับเอาไปเรียกค่าไถ่ต่อรองให้ปราณสมเลิก กับกัลย์ และให้ส่งกัลย์มาแลกตัวคืน ปราณสมไม่ยอมแต่กัลย์ยอมอาสาไปแลกเปลี่ยนตัวกับน้องกิ่งทำให้คุณนวลแขและ วิมลแขเห็นความดีของกัลย์

กรวางแผนกับปราณสมเพื่อเอาตัวกัลย์กลับคืน มีท่อกและกลุ่มกองทัพมอเตอร์ไซด์ร่วมมือบุกชิงตัวด้วย ในที่สุดทั้งความสามารถของกัลย์เอง ทั้งการช่วยเหลือของกร ปราณสมและกองทัพมอเตอร์ไซด์ ทำให้กัลย์หลุดพ้นมา เสี่ยเลี้ยงโดนจับ เดือนฉายโดนซัดทอด นรีนุชถอดใจ วิมลแขปรับความเข้าใจกับหนูกิ่ง นวลแขยอมรับความจริงว่าลูกของทิพยจันทร์คือหลานตัวเอง นพยอมรับทิพยจันทร์ แต่กัลย์ขอหย่าคืนอิสรภาพตามกฎหมายให้กับปราณสมเพื่อไปหานรีนุช แต่นรีนุชกลับขอไปใช้ชีวิตต่อที่เมืองนอกเพราะรู้ดีว่าเอาชนะใจปราณสมไม่ได้ อีกต่อไป วิภากับเก่งขอโทษกัลย์  สัญญาว่าจะไม่ทำผิดกับกัลย์อีก

กัลย์ กลับไปบ้านใช้ชีวิตเหมือนเดิมเรียนหนังสือขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง รับส่งเอกสาร รับส่งน้องหมา แต่แล้ววันหนึ่งด้วยการวางแผนของกิ่งและกร กัลย์ไปรับน้องหมาที่บ้านหลังหนึ่งปรากฏว่าบ้านหลังนั้นคือบ้านของปราณสมและ น้องหมาของปราณสม ปราณสมขอกัลย์แต่งงาน เขาสารภาพว่าแอบพอใจกัลย์ตั้งแต่ผ่านหอนาฬิกาและหลงรักกัลย์ตั้งรถเฉี่ยวกัน ตอนสายฟ้าแล่บแล้วว่ากัลย์คือคนที่ใช่ กัลย์นึกในใจว่ากัลย์ก็เป็นอย่างนั้นแต่ไม่พูดออกมาว่ารักของเธอกับปราณสม คือรักสายฟ้าแล่บจริง ๆ ติดตามชมเรื่องราวควาามสนุกสนานของ ละครมนต์รักสายฟ้าแลบ