Author Archives: admin

อุบัติที่หัวใจ

อุบัติที่หัวใจ

นักแสดงละคร อุบัติที่หัวใจ

เคลลี่ ธนะพัฒน์
นํ้าฝน โกมลฐิติ
เมทะนี บูรณศิริ
จุรี โอศิริ

อุ่นไอรัก

อุ่นไอรัก

ความรัก ความอบอุ่นที่เติมเต็มโดยครอบครัวจะช่วยพยุงชีวิตให้สมบูรณ์ ต่อสู้กับอุปสรรคบนโลกนี้ได้อย่างมีความสุข

เมยาวี เป็นลูกสาวคนเดียวของ เมศร์ มหาเศรษฐีนักธุรกิจใหญ่กับ วิภาวี ผู้หญิงเก่งที่ร่วมบริหารธุรกิจเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามีมาตลอดชีวิต ในวันเกิดครบ 17 ปีบริบูรณ์ของเมยาวี เธอได้รับของขวัญจากพ่อและแม่ที่ล้ำค่ามากกว่ารถยนต์ส่วนตัว หรือโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด เพราะคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นคงไม่อาจเทียบได้กับสายสิญจน์ที่พ่อและแม่ช่วยกันผูกข้อมือให้เธอในตอนนี้ ด้ายแม้เก่าคร่ำคร่าด้วยผ่านเวลามาเท่าอายุของเธอ เพียงไม่กี่เส้นที่กระหวัดเกี่ยวพันกันนั้นล้วนถอดแบ่งมาจากด้ายมงคลจากพิธีสมรสของพ่อแม่ ความรักอย่างเปี่ยมล้นจากเมศร์และวิภาวี หล่อหลอมรวมในเมยาวีกลายเป็นเด็กสาวที่มีชีวิตสมบูรณ์พร้อมคนหนึ่ง เมยาวีเป็นดาวเด่นของโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่สุดในกรุงเทพฯ เพียบพร้อมทั้งสติปัญญา รูปร่างหน้าตา ฐานะและชาติตระกูล ชีวิตคุณหนูยาวีไม่เคยพบกับคำว่าผิดหวัง ยกเว้นเรื่องการเรียนและกิจกรรมบางอย่างที่บางครั้งยาวีต้องหล่นลงมาเป็นอันดับสอง เพราะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง…กานติมา

กานติมา หรือ กาเหว่า เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเมยาวีมาตลอด นับตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากัน กาเหว่าทำหน้าตายเข้ามานั่งโต๊ะที่เพื่อนสองคนของเมยาวี คือ แยม และเยลลี่ จองไว้ก่อนหน้า ด้วยความอารมณ์ร้อนของเยลลี่และอาการขี้เบ่งของแยมทำให้เกิดเรื่องถึงขั้นลงไม้ลงมือกับกาเหว่า เมยาวีไม่อยากมีเรื่อง แต่ต้องทำเพราะช่วยเพื่อน เธอเลยพลาดท่าเล็บยาวสวยหัก เสียงกรีดร้องเพราะความตกใจของเมยาวี ทำให้กาเหว่ามองเธอหัวจรดเท้า และรู้สึกเหม็นหน้ากันมาตั้งแต่นั้น เมยาวีและกาเหว่ามีอันต้องปะทะกันอยู่เนืองๆ เพราะทั้งคู่เรียนห้องเดียวกัน ผลการเรียนผลัดกันเป็นที่หนึ่งที่สองมาตลอด ในด้านกิจกรรม…คนหน้าตาดีอย่างเมยาวีมักจะได้เป็นดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งอยู่เสมอ แต่กาเหว่าก็ไม่น้อยหน้า เมื่อไม่สู้เรื่องความสวย เธอก็ผลักดันให้ตัวเองได้เป็นประธานสี ได้ถือธงเดินคู่กับดรัมเมเยอร์ทุกครั้ง ความแตกต่างทางฐานะ หรือชาติตระกูลไม่ได้ทำให้กาเหว่ารู้สึกต่ำต้อยกว่าเมยาวีเลยแม้แต่น้อย หากเรื่องหนึ่งที่กาเหว่าแปลบใจ และอดเปรียบเทียบในใจไม่ได้ คือ ความรัก ความผูกพัน ในครอบครัวของเมยาวีที่ความอบุอุ่นอาบมาอุ่นถึงในหัวใจกาเหว่าเช่นกัน

เมศร์และวิภาวีมักจะมารับมาส่งลูกสาวคนเดียวอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีกิจธุระมากมายเพียงใดก็ตาม รางวัลครอบครัวตัวอย่างของสังคมเป็นเครื่องรับประกันคุณภาพได้ระดับหนึ่ง ความน่ารักสดใส กิริยามารยาทสมบูรณ์แบบของเมยาวี คือสิ่งสะท้อนถึงการเอาใจใส่ของเมศร์และวิภาวีได้เป็นอย่างดี กาเหว่ามองภาพพ่อแม่ลูกพร้อมหน้านั้นอย่างสะท้อนใจ พรระวีไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเธอ แม่ผู้ให้กำเนิดกาเหว่าไม่ได้ตั้งใจจะตั้งท้องเธอสักนิด แต่พลาดท่า…อาชีพหมอนวดทำให้แม่เผอิญตั้งท้องกับลูกค้า โดยไม่รู้ว่าผู้ชายคนไหนที่กาเหว่าจะเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า…พ่อ หลังให้กำเนิดเธอไม่นาน แม่ของกาเหว่าติดโรคทางเพศสัมพันธ์เสียชีวิต พรระวีเพื่อนหมอนวดด้วยกันรับเลี้ยงกาเหว่ามาตั้งแต่นั้น พรระวีรักเอ็นดูกาเหว่าเท่าที่ชีวิตจะสามารถ เพราะพรระวีมักอ้างเสมอว่ายุ่งหนักหนากับธุรกิจร้านเสริมสวยและสถานเสริมความงามครบวงจร ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าคอนโดชื่อดังกลางกรุง ใช้เป็นกิจการบังหน้าที่พรระวีอาศัยเป็นฉากให้ธุรกิจหลัก จากที่เคยเป็นหมอนวดประจำอ่าง พรระวีผันตัวเองมาเป็นเอเย่นต์ส่งหญิงบำรุงบำเรอความสุขของผู้ชายผู้ไร้รักแท้และรักเทียมทั้งหลาย ว่างๆ พรระวีก็รับจ๊อบเป็นอาจารย์พิเศษติวหลักกามสูตรให้บรรดาหมอนวดมือใหม่ คนทั้งคอนโดพากันเมาท์อย่างสรรเสริญ ลูกศิษย์ของพรระวีกระจายกำลังเล่นน้ำอยู่ทั่วทุกอ่างในกรุงเทพฯ

ขณะที่เมยาวีมีบ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์ สนามหญ้ากว้างขนาดต้องใช้รถกอล์ฟขับไปมาระหว่างตัวบ้าน สระน้ำ สวนสวย และบ้านของบรรดาน้องหมาน้อย กาเหว่ากลับมีบ้านเป็นห้องชั้นบนสุดของคอนโดที่สร้างเพื่อแบ่งให้เช่า แต่ด้วยอิทธิพลบางอย่างของพรระวีที่มีต่อเฮียเจ้าของอาคาร แกถึงกับยอมขายห้องให้พรระวีแทบจะยกฟลอร์ ส่วนที่เหลือก็ให้เช่ารายเดือน บรรดาเพื่อนร่วมอาคารของกาเหว่า ล้วนแล้วแต่ประกอบอาชีพสุจริตและทุจริตปะปนกันไป ตั้งแต่หมอนวดหุ่นอวบอั๋น หางเครื่องวงลูกทุ่งชื่อดังที่วันๆ เอาแต่เปิดเพลงฝรั่ง แต่ที่คุ้นเคยกับกาเหว่ามากที่สุดหนีไม่พ้นอาชีพอิสระอย่าง…เซลส์ โดยไม่ต้องรอให้ท่อง ก.กา หรือ เอ บี ซี ได้ กาเหว่าก็รู้แปลออกตั้งแต่สองขวบว่า เซลส์ในที่นี้หมายถึง ขายตัว

เจ๊อู๋ พี่สายหยุด และพี่กระจง สามเซลส์เนื้อสดรุ่นเก่าลายครามที่กาเหว่าคุ้นเคยและลับฝีปากกันประจำ เจ๊อู๋เป็นตัวตั้งตัวตี คอยโฆษณาอาชีพหากินบนเตียงหนานุ่มให้กาเหว่าฟังอยู่เสมอ หนำซ้ำพรระวีพลอยเห็นดีเห็นงามฝากฝังให้เจ๊อู๋ช่วยอบรมบ่มนิสัยให้กาเหว่าซึมซับสายเลือดแห่งการขายตัว ไม่วายที่กาเหว่าต้องคอยปรามและตักเตือน แต่เจ๊ทั้งสามก็ทำเป็นไขหู ซ้ำยังลอยหน้าลอยตายืนยันว่าพวกหล่อนคือเกิร์ลเฟรนด์ เพื่อนใจประจำคลับวัยใส กาเหว่าเติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมและสังคมที่มีคุณภาพคนละขั้วกับเมยาวีอย่างสิ้นเชิง เปียโน บัลเล่ต์ รำไทย แจ๊สแดนซ์ ขี่ม้า จัดดอกไม้ ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมยามว่างที่เมยาวีถนัดและเชี่ยวชาญ ของเล่นที่เมยาวีกำลังเห่อที่สุดตอนนี้คือ ลูกสุนัขพันธุ์ชิทสุราคาแพง ที่เมศร์มอบให้เธอเป็นของขวัญเนื่องในวันที่พ่ออยากให้ เวลาว่างหลังเลิกเรียนเมยาวีจึงเป็นช่วงที่ทำงานหนักที่สุด นั่นคือ หวีขนและผูกโบว์ให้น้องหมาตัวน้อย รวมทั้งพาน้องหมานั่งรถกอล์ฟกินลมชมสวนรอบบ้าน

กาเหว่าก็มีงานอดิเรกหลักเลิกเรียนเช่นกัน แต่ต่างกับเมยาวีตรงที่กาเหว่าไม่ได้หวีขนหมา หากแต่หวีผมหมวย หรือบรรดาหญิงๆ อวบ ขาว สวย หมวย อึ๋ม สตรีอาชีพพิเศษในสังกัดของพรระวี เพื่อเตรียมตัวออกไปหาลูกค้า หน้าที่หลักของกาเหว่าคือรับโทรศัพท์ รายงานสรรคุณ ขายเนื้อสดวัยขบเผาะและขบไม่เผาะทั้งหลาย รวมทั้งเดลิเวอรี่ขนส่งสินค้าไปให้ลูกค้าตามนัดหมาย ทำให้ถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอว่ามีอาชีพพิเศษเหมือนสาวคนอื่นๆ กาเหว่าหัวเสียทุกครั้งที่ถูกทักว่าเป็นอย่างว่า ด้วง หนุ่มเพื่อนสนิทของกาเหว่าที่เป็นช่างซ่อมรถ เขาคอยปลอบและให้กำลังใจกาเหว่าเธอเสมอ ตรงกันข้ามกับพรระวี ยิ่งได้รู้ว่าเสี่ยๆ สนใจกาเหว่ามากแค่ไหน พรระวียิ่งกระดี๊กระด๊าด้วยความภูมิใจว่า กาเหว่านั้นคงเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นแน่นอน พรระวีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโตขึ้นกาเหว่าจะเป็นดาวประจำคลับ พยายามปลูกฝังความรักสวยรักงามให้กาเหว่า ด้วยคอร์สนวดหน้า ขัดผิว ประทินความงามทั้งหลาย แต่กาเหว่าไม่สน เพราะนิสัยออกจะแก่นเซี้ยว เปรี้ยวซ่าส์ กะล่อนเป็นทอมบอย ที่สำคัญ กาเหว่าเกลียดการมีอาชีพพิเศษขายนาผืนน้อยชนิดเข้าไส้ เพราะเห็นตัวอย่างความทุกข์ระทมที่ซ่อนอยู่ในแววตาของแววดาว พี่สาวนอกไส้ที่มีชาติกำเนิดเหมือนกัน

แววดาวกลายเป็นหญิงบริการเพราะความจำนนต่อชะตากรรมของชีวิต พรระวีเกลี้ยกล่อมแกมบังคับให้แววดาวขายตัวโดยอ้างว่าจะไม่ส่งเงินให้เรียนหนังสือ อยากเรียนมหาวิทยาลัยก็ต้องหาเงินเรียนเอง แววดาวจนแต้มและขาดความกล้าที่จะเผชิญกับการทะเลาะกับแม่ จึงต้องเริ่มอาชีพพิเศษตั้งแต่อายุสิบเจ็ด กาเหว่าเห็นความระทมทุกข์ในแววตาของพี่สาว จึงมุ่งมั่นว่าจะต้องเรียนหนังสือให้เก่ง จบออกมาจะได้มาช่วยเหลือผู้หญิงที่ประสบชะตากรรมอย่างแววดาว แต่ไม่วายโดนค่อนขอดจากแม่พรระวีและการกระแนะกระแหนจากบรรดาเจ๊ๆ สมาชิกสโมสรที่ต่างว่าอาชีพอย่างหล่อนสบายและสนุกที่สุดในโลกแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะดูต่ำต้อยน่าอับอาย แต่กาเหว่ายังดำรงชีวิตเป็นปกติ ไปเรียนหนังสือด้วยเงินส่งเสียจากแววดาว เธอไม่อายเรื่องชาติกำเนิด ไม่เคยปกปิด และไม่แยแสกับสายตาเหยียดหยามน่าหมั่นไส้จากแยมและเยลลี่

เมยาวีพอจะรู้เรื่องทางบ้านของกาเหว่าจากการเม้าท์แบบใส่ไข่ของแยมและเยลลี่ ความเห็นใจเป็นความรู้สึกแรกที่เมยาวีรู้สึกกับกาเหว่า เมยาวีเคยแอบให้กาเหว่ายืมอุปกรณ์การเรียนสุดหรู เพราะเข้าใจว่ากาเหว่าคงจะมีเงินไม่พอซื้อมาใช้ แต่ด้วยสายตานิ่งขรึม ใบหน้านิ่ง เชิด ดูทระนงของเมยาวี ทำให้กาเหว่าแปรเจตนาเอื้อเฟื้อของเมยาวีว่าเป็นการดูถูกเธออย่างแรง ในปีการศึกษานั้น เมยาวียิ่งประหลาดใจแกมหมั่นไส้กาเหว่ามากขึ้นอีก เพราะกาเหว่าปฏิเสธการรับทุนการศึกษารางวัลเรียนดี เพราะปีนี้คนมอบรางวัลคือ เมศร์ พ่อของเมยาวีผู้อุปถัมภ์รายใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้ เมยาวียิ่งภาคภูมิใจในตัวเอง เมื่อเห็นความเป็นไปของกาเหว่า เธอคิดเสมอว่าความรักของพ่อและแม่ที่มีต่อเธอ เป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด และความสุขที่ท่วมท้นตัวเธออยู่ในขณะนี้จะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนไปได้เด็ดขาด จนกระทั่งอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่มีใครคาดคิด!

อุบัติเหตุครั้งนั้นพรากชีวิตวิภาวีไปอย่างไม่มีวันกลับ เมยาวีเสียใจกับการจากไปของแม่ แต่ที่ทำให้เธอเสียใจยิ่งกว่านั้นก็คือ เมศร์ พาอิงอรภรรยาใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน พร้อมกับองุ่น ลูกสาวตัวเล็กน่ารักน่าเอ็นดูวัยเจ็ดขวบ เมยาวีช็อกกับการกระทำของพ่อ โลกที่สวยงามของเธอแทบถล่มพังลงตรงหน้า ไม่คาดฝันว่าพ่อของเธอจะปกปิดเรื่องเมียน้อยไว้กว่าเจ็ดปี เธอเฝ้าคิดว่าที่ผ่านมาพ่อหลอกลวงเธอมาตลอด ความรักความอบอุ่นที่พ่อมีให้เป็นแค่ภาพลวงตา ขณะที่เมศร์และอิงอรพยายามทำความเข้าใจกับเมยาวี เธอกลับพยายามทำตัวออกห่างครอบครัว หลงเชื่อคำชักจูงของแยมและเยลลี่ที่คอยชักนำไปในทางเหลวไหล เมยาวีเริ่มหนีเที่ยวกลางคืน ท่ามกลางความเป็นห่วงของเมศร์และอิงอร เมศร์พยายามห้ามปรามแต่เมยาวีกลับย้อนเสมอว่า อยู่บ้านไม่มีความสุข เพราะบ้านที่เธอเคยอยู่มีคนแปลกหน้าเข้ามาเพ่นพ่าน เมยาวีน้อยใจพ่อที่ยกห้องนั่งเล่นสีชมพูส่วนตัวของเธอให้องุ่นลูกสาวคนใหม่ ยกเสื้อผ้าน่ารักในวัยเด็กของเธอให้กับองุ่น เมยาวีเริ่มรู้สึกลึกๆ ในใจว่า องุ่นกำลังจะเข้ามาแทนที่เธอ และอิงอรก็เข้ามาแทนที่วิภาวี

“พ่อกำลังจะลืมแม่…อีกหน่อยก็คงลืมว่าลูกชื่อ…เมยาวี” เมยาวีได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมยาวีเผอิญเห็นรูปถ่าย พ่อ แม่ ลูก ของเมศร์ อิงอร และองุ่น โดยไม่มีเธออยู่ในรูปถ่ายนั้น เมยาวีน้ำตาไหลพราก ความอดทนสิ้นสุด ใช่…เป็นเธอเองที่ปฏิเสธการถ่ายภาพครอบครัวในวันนั้น เพราะเมยาวีถือเสมอว่าอิงอรและองุ่นไม่ใช่ครอบครัวของเธอเมยาวีทะเลาะกับเมศร์อย่างรุนแรง สายสิญจน์ที่เมศร์กับวิภาวีเคยผูกข้อมือให้ ที่เธอใส่ติดข้อมือเสมอมาไม่เคยถอด เมยาวีตัดใจกระชากสายสิญจน์ขาดจากกันแล้วปาใส่หน้าพ่อ เมศร์ผิดหวังกับการกระทำของลูกสาว เผลอตบหน้าเมยาวีอย่างแรง เมยาวีเสียใจมากหนีออกจากบ้าน เมยาวีเตลิดออกมาพบกับด้วง เด็กหนุ่มฐานะยากจนที่เมยาวีเคยตกหลุมกลอุบาลหลอกเอาเงินจากข้าวตูน้องชายต่างแม่ของด้วง เมยาวีจำเหตุการณ์นั้นได้อย่างแม่ยำ

วันนั้น…ข้าวตูหลอกล่อทำให้เมยาวีเผลอล็อกรถโดยลืมกุญแจไว้ในรถ ข้าวตูทำเป็นติดต่อหาช่างมางัดรถให้ ซึ่งก็คือด้วงผู้เป็นพี่ชายนั่นเอง เมื่อจับได้ว่าข้าวตูสร้างแผน เมยาวีวิ่งไล่จับข้าวตูจนเท้าบวม เธอไปแจ้งตำรวจ แต่จ่าสุชาติไกล่เกลี่ยและบอกถึงนิสัยที่แท้จริงของด้วงให้เมยาวีฟัง เมยาวีถึงกับอึ้งเมื่อรู้ความจริงว่าข้าวตูสร้างแผนเหล่านี้เพื่อหาเงินช่วยด้วง เพราะชีวิตสองพี่น้องสุดจะลำเค็ญนัก ด้วงคืนเงินให้กับเมยาวี ช่วยหาน้ำแข็งมาประคบเท้าให้ ซ้ำยังบริจาครองเท้าแตะฟองน้ำให้กับเท้าที่บวม ส่วนตัวเองเดินเท้าเปล่ากลับบ้านกับข้าวตู  เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เมยาวีแอบชอบด้วงโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าด้วงจะได้แต่เงยหน้าขึ้นมองดอกฟ้าอย่างเมยาวี แต่ไม่กล้าคิดบังอาจจะเด็ดดอกฟ้าเลยสักครั้ง เมยาวีขอพักกับด้วงชั่วคราว แต่ด้วงปฏิเสธและไล่เมยาวีกลับอย่างไม่ใยดี แม้ว่าข้าวตูจะเออออยอมให้ก็ตาม ด้วงสอนเมยาวีถึงการใช้ชีวิตและการเป็นลูกที่ดี แต่เป็นการสอนแบบปากเสียและประชดประชันตามนิสัย เมยาวีฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่ก็ซึมซับความหวังดีของผู้ชายปอนๆ คนนี้ ด้วงไล่เมยาวีกลับบ้านได้โดยไม่ไปส่ง แต่จริงแล้ว ด้วงแอบขี่มอเตอร์ไซค์ตามดูเมยาวีอยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเมยาวีเข้าบ้านปลอดภัย ด้วงจึงวกรถกลับบ้านอย่างสบายใจโดยไม่รู้ว่าเมยาวีแอบมองอยู่

ด้วงตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างเขากับเมยาวี ที่แอบเป็นห่วงขนาดนี้ด้วงก็รู้สึกว่าอาจเอื้อมมากเกินไปแล้ว ด้วงได้วิชา งัดแงะ แกะทุกอย่ามาจากสถานกักกันเยาวชน ครั้งที่เข้าไปเยือนเพราะคดีลักซาลาเปาทิ้งแล้วจากห้างสรรพสินค้าที่ด้วงเคยเป็นพนักงานสมัยเป็นเด็กๆ วิชาชีพทางโจรไม่ได้ทำให้ด้วงหลงเป็นขโมย ตรงกันข้ามกลับทำให้เขาเลือกทำงานได้สารพัด เป็นมนุษย์สาวหลงประจำซอย แต่ด้วงไม่เคยมองใคร ไม่เคยสนใจใคร และด้วยความปากเสียทำให้กลายเป็นคู่ปรับและเพื่อนซี้ของกาเหว่าด้วงหางานทำเพื่อเลี้ยงข้าวตู น้องชายต่างมารดาที่พ่อไปไข่ทิ้งไว้แล้วเขาตามไปเก็บมาเลี้ยงด้วยความเวทนาปนหมั่นไส้ เพราะความแก่นซ่าของข้าวตูทำให้เด็กชายตัวน้อยตั้งแก๊งค์เป็นขาใหญ่ประจำชุมชน ไม่นานก็ได้รู้จักกับองุ่น คุณหนูบ้านหลังใหญ่ที่สุดของชุมชน เพราะข้าวตูแอบปีนรั้วบ้านองุ่นเข้าไปสอยมะม่วงเพื่อเอาไปแบ่งกับส้มซ่า ลูกสาวของเฮียโก้ เด็กตัวเล็กที่สุดของแก๊งค์ แม้จะต่างฐานะต่างชนชั้นอย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยความใสซื่อประสาเด็กที่ไม่มีจริตมารยา องุ่นกลายเป็นสมาชิกแก๊งค์ตัวเปี๊ยกของข้าวตูและส้มซ่า โดยการดูอยู่ห่างๆ ของอิงอร ที่เข้าใจเด็ก เอ็นดูข้าวตูและส้มซ่า โดยแบ่งขนมและอาหารให้เสมอ

แต่เพราะอคติ…เมยาวี จึงไม่เคยเห็นความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และน้ำใจของอิงอรเลย ทั้งหมดนี้ยิ่งสร้างความไม่เข้าใจระหว่างเธอกับเมศร์ผู้เป็นพ่อ นับวันช่องว่างระหว่างพ่อ ลูก ยิ่งห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ อิงอรเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของเมยาวีอย่างเป็นกังวลและห่วงใย กาเหว่าสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงของเมยาวี แม้ว่าจะไม่ถูกชะตากันขนาดไหน แต่ในฐานะเพื่อนร่วมห้อง กาเหว่าอดเป็นห่วงเมยาวีไม่ได้ ผลการเรียนของ เมยาวีเริ่มตกต่ำลงทุกที คู่แข่งที่เคยแข่งกันมาตลอดอย่างกาเหว่าเริ่มวิตก กลัวว่าจะไม่มีคู่แข่ง กาเหว่าปลอบใครไม่ค่อยเป็น ได้แต่ฉะปะทะกันกับเมยาวีจนสังเกตได้ว่าเมยาวีกำลังขาดที่พึ่งทางใจอย่างที่สุด เมยาวีเริ่มใช้ชีวิตเสเพล เหลวแหลก ออกเที่ยวกับแยมและเยลลี่ แยมเป็นผู้หญิงประเภทเก็บสะสมแต้มจากการนอนกับผู้ชาย เมยาวีเองเกือบจะถลำตัวประพฤติแบบเดียวกับแยมแต่กาเหว่าเผอิญมาเจอและห้ามไว้ได้ทัน ในบางครั้งเยลลี่ก็พาเมยาวีไปร่วมก๊วนซ้อนท้ายแก๊งมอเตอร์ไซค์ซิ่ง ซึ่งมี แบงค์ คู่ขาของเยลลี่เป็นหัวหน้า แบงค์สนใจตัวเมยาวีมาก ถึงกับเสียเงินให้เยลลี่หลอกเมยาวีจนเมยาวีเกือบตกเป็นเดิมพันในการแข่งมอเตอร์ไซค์ โชคดีที่ด้วงซึ่งเป็นช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ประจำแก๊งค์ แกล้งทำเป็นเผอิญผ่านมาเจอ ร่วมกับกาเหว่าและข้าวตูช่วยเมยาวีไว้ได้อย่างหวุดหวิด

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ดอกฟ้าอย่างเมยาวี ประทับใจเจ้าด้วงหมาวัดอีกครั้ง… เมยาวีมักไปหลับในห้องเรียนเพราะเที่ยวดึก กาเหว่าคอยเตือนเมยาวีเสมอ แต่เมยาวีไม่เคยเชื่อ ไม่เคยเห็นคุณค่าของกาเหว่าเพราะถือตัวว่ามีฐานะดีกว่า แต่กาเหว่าไม่ใส่ใจยังคงให้ความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าเมยาวีจะตกเข้าไปอยู่ในบ่วงกรรมเดียวกับแววดาว แววดาวพยายามทำตัวให้มีความสุข แต่ทุกครั้งหลังจากรับแขก เธอมักน้ำตาริน รังเกียจตัวเองต้องรีบเก็บกวาดเช็ดถูห้องเพื่อหวังจะลบร่องรอยคาวของชีวิต จ่าสุชาติ ตำรวจหนุ่มใหญ่ เป็นชายคนเดียวที่หลงรักแววดาว แต่ไม่เคยเที่ยวผู้หญิง จ่าสุชาติมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมแววดาวเสมอ จนตกเป็นขี้ปากการแซวของเจ๊อู่ สายหยุด และนางกระจง จ่าสุชาติมักอ้างเสมอว่า เขาไม่เคยดีพอสำหรับใคร ได้แต่ร้องเพลงลูกทุ่งกล่อมเววดาวให้หลับผ่านทางสายลมและแสงไฟนีออนที่ลอดเข้าหน้าต่างห้องแววดาว เช่นเดียวกับแววดาวที่คิดว่าเธอก็ไม่สะอาดพอสำหรับใคร กาเหว่า ที่เคยเชียร์แววดาวกับจ่าสุชาติให้ตกลงปลงใจกันซะทีก็ได้แต่ปลง เพราะทั้งคู่ต่างสร้างกำแพงกั้นความรู้สึกของตัวเองจนยากจะพังกำแพงเหล่านั้น

กาเหว่าไม่ค่อยเข้าใจความรัก ตลอดชีวิตรู้จักแต่ความใคร่จากโลกที่เธอเผชิญอยู่ จนกระทั่งได้พบกับคิมหันต์ ลูกชายของคมน์ ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรีกับคุณหญิงคนึงนิตย์ คิมหันต์เป็นหนุ่มเพลย์บอย มักจัดงานปาร์ตี้ที่ต้องพึ่งสาวจากคลับของพรระวีอยู่เสมอ วันหนึ่งกาเหว่าทำหน้าที่ขับรถคันโตไปส่งสาวๆ เหล่านั้น ทำให้คิมหันต์เข้าใจผิดว่ากาเหว่าคือหนึ่งในบรรดาหญิงสาวที่ทำอาชีพพิเศษคิมหันต์คิดจะใช้บริการความสุขจากกาเหว่า แต่ต้องหน้าแตกเพราะเจอบทเรียนสั่งสอนจากกาเหว่า จับเขาไปมัดมือมัดเท้าในโบสถ์ยามดึก บังคับให้ไหว้พระชำระจิตใจ แถมยังมัดให้นั่งสมาธิในป่าช้าถึงหนึ่งคืนเต็มๆ คิมหันต์รอดผีมาได้ด้วยความแค้น ปนความรู้สึกเอ็นดูกาเหว่าเป็นพิเศษ เขาเริ่มแวะเวียนเข้ามาใกล้ตัวกาเหว่าบ่อยขึ้น แต่กาเหว่ากลับเห็นว่าคิมหันต์เป็นหนุ่มเพลย์บอยที่เหมือนผู้ชายทั่วไปที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น กาเหว่ายิ่งหมั่นไส้คิมหันต์หาเรื่องแกล้งตลอดเวลา

แต่ยิ่งแกล้งมากเท่าไหร่ กาเหว่ายิ่งเห็นความเหงาเศร้าในตัวคิมหันต์มากขึ้นเรื่อยๆ คิมหันต์ไม่เคยปริปากบอกใครแม้แต่กาเหว่าเรื่องบ้าน เพราะคนทั่วไปมักมองว่าครอบครัวของเขานั้นเป็นครอบครัวตัวอย่าง ตัวเขาเองคงจะเป็นชายหนุ่มที่มีความอบอุ่นที่สุดในโลก ทั้งที่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้น คมน์ผู้เป็นพ่อ มัวแต่สนใจกิจกรรมและกิจกามกับเด็กสาว ในขณะที่คุณหญิงคนึงนิตย์ก็มั่วแต่ออกงานสังคมและเข้าสถานเสริมความงามและโรงพยาบาลเพื่อชะลอความสาวและความสวยให้ไม่สร่างซาไปพร้อมกับวัยชราที่เข้ามาเยือน ตั้งแต่เด็กจนโต คิมหันต์ไม่เคยได้กินข้าวพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เขาชินชาที่จะต้องกินข้าวคนเดียว หนำซ้ำตอนเขาป่วยก็เป็นตัวเขาเองที่ขับรถพาตัวเองเข้าโรงพยาบาล แถมแอทมิทตัวเองเสร็จสรรพ พ่อแม่เพียงส่งดอกไม้ฝากเลขามาเยี่ยมเนื่องจากติดภารกิจ ที่รายล้อมรอบตัวคิมหันต์มีแต่ผู้หญิงที่พร้อมเสนอตัวให้ เมื่อรู้ถึงฐานะและเม็ดเงินในกระเป๋า คิมหันต์เคยเชื่ออย่างฝังหัวว่า ผู้หญิงดีๆ ไม่มีเหลืออยู่ในโลก จวบจนเขาได้มาคุย มากินข้าว มารู้จักกาเหว่า ความชุ่มชื่นจึงกลับมารดรินในใจคิมหันต์อีกครั้ง และความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงและความรักเริ่มเปลี่ยนไป

คิมหันต์เริ่มปรับตัวเองให้เลิกเที่ยว เริ่มเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหนุ่มมีสาระมากขึ้น ในขณะที่คมน์ผู้เป็นพ่อกลับยิ่งเพิ่มความชั่วให้กับตัวเองอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ผู้หญิงที่เขาหามาปรนเปรอความสุขอายุน้อยลงเรื่อยๆ มูลนิธิเพื่อเด็ก ที่นายคมน์เป็นประธานให้การช่วยเหลือเด็กในชุมชน คมน์มาแจกของเด็กๆ ด้วยตนเอง ทำให้ได้พบกับกาเหว่าและพรระวี คมน์จำได้ว่าพรระวีเคยทำงานอยู่ในสถานอาบอบนวด หนำซ้ำเขายังเป็นลูกค้าประจำ คมน์ในมาดนักบุญใจบาปพยายามติดต่อพรระวีเพราะสนใจกาเหว่า คุณหญิงคนึงนิตย์ เริ่มจับสังเกตได้ว่าคมน์เที่ยวผู้หญิง มีเมียน้อยไม่ต่ำกว่าเจ็ดบ้าน ทั้งสองจึงเริ่มมีปากเสียง คมน์ลงไม้ลงมือกับคุณหญิง จนวันหนึ่งคุณหญิงทนไม่ไดเขอฟ้องหย่า แต่คมน์ไม่ยอมด้วยกลัวชื่อเสียงที่สร้างสมมาชั่วชีวิต คุณหญิงงัดไม้ตาย…อ้างว่ามีโพยรายชื่อลูกค้าของเจ๊พรระวีที่คมน์ไปใช้บริการ รวมทั้งวิดีโอเทปลับเฉพาะที่พร้อมจะแฉทุกเมื่อ คมน์กลัวว่าหากเรื่องฉาวของเขาถูกคุณหญิงเผยออกไปสู่สังคม ชื่อเสียงที่เขาสะสมมาทั้งชีวิตต้องพังพินาศแน่นอน

คมน์ใช้วิสูตร ลูกน้องซึ่งเป็นผู้จัดการอาบอบนวดจัดการเก็บคุณหญิงคนึงนิตย์จนต้องประสบอุบัติเหตุตายอย่างทารุณ คิมหันต์เสียใจกับการตายของแม่อย่างที่สุดโดยไม่รู้ว่าพ่อตัวเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง นายวิสูตรตามหาโพยรายชื่อจากพรระวี กาเหว่ารู้ว่าโพยดังกล่าวจะเป็นภัยสร้างอันตรายต่อแม่และแววดาว รวมทั้งเจ๊ๆ คลับวัยใสคนอื่นๆ เธอตัดสินใจเก็บโพยไว้กับตัวเองเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว ในขณะเดียวกันเมยาวีเริ่มตกเข้าไปอยู่ในวงจรการค้ากามของวัยรุ่นและมาม่าซังวัยโจ๋ เยลลี่ที่เคยขายบริการให้คมน์อยู่บ่อยๆ เยลลี่เริ่มผันตัวเป็นแม่เล้าวัยเด็กติดต่อเพื่อนๆ ในสังกัดออกล่าเงินและล่าผู้ชายที่ตัวเองพึงใจ โดยมีโบนัสติดปลายนวมเล็กๆ น้อยๆ เมยาวีถูกยุยงให้ร่วมในวงจรนี้ด้วย หากแต่เธอยังตัดสินใจไม่ขาด กับการตัดสินใจกระโจนลงเหวนรก ด้วยความแค้นที่รู้ว่ากาเหว่ามีโพยอยู่ในมือ และคิดต่อรองเพื่อสวัสดิภาพของเธอ คมน์สั่งให้วิสูตรเล่นงานพวกบ้านพรระวี โดยหลอกล่อจะซื้อบริการคู่นอนเดลิเวอรี่จาก แววดาว และผู้หญิงคนอื่นๆ ในสังกัดพรระวี แต่จุดมุ่งหมายในการนี้ก็คือ ฆ่าทิ้ง

หนึ่งในหญิงสาวที่ถูกเพื่อนหลอกให้เข้ามาในกิจกาม ด้วยความหลงผิดคือเมยาวี เพราะเมยาวีต้องการประชดพ่อ ประชดชีวิต โชคดีที่กาเหว่า เห็น และตัดสินใจตามไปช่วย ท่ามกลางการต่อสู้ของแก๊งค์เปี๊ยกซ่าส์ ซึ่งนำโดยข้าวตู องุ่นและส้มซ่า โดยการช่วยเหลือของด้วงลูกพี่ใหญ่ ทำให้ทั้งหมดรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่โชคร้ายที่ระหว่างการต่อสู้กับพวกวิสูตร แววต้องสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องกาเหว่าน้องสาวที่เธอรักที่สุดในชีวิต จ่าสุชาติตามมาทันได้เห็นลมหายใจสุดท้ายของแววดาว ซึ่งในที่สุด จ่าสุชาติก็กล้าสารภาพรักกับแววดาวแม้ว่าจะสายไปแล้วก็ตาม

เมศร์และอิงอรเป็นเบื้องหลังสำคัญของแก๊งค์เปี๊ยกซ่าที่ยกขบวนไปช่วยเมยาวีและกาเหว่าออกมาได้ อิงอรอธิบายถึงความรักของเมศร์ที่มีต่อยาวี รวมทั้งทำความเข้าใจในความรักบริสุทธิ์ที่เธอมีให้มายาวีตลอดมา สิ่งเดียวที่ทำให้ ความรักที่เธอมีให้มายาวี ต่างจากวิภาวีแม่แท้ๆ นั่นคือเธอไม่ได้ให้กำเนิดเมยาวีเท่านั้น ความรักที่เคยมีกำแพงกั้นระหว่างเมศร์ อิงอร และเมยาวีจึงหมดไป เมยาวียอมรับอิงอรและองุ่นเป็นครอบครัวเดียวกัน คิมหันต์ท้อแท้เมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้ว พ่อของเขาคือคนบาปในคราบนักบุญ แต่ด้วยการให้กำลังใจของกาเหว่า คิมหันต์เลิกทำตัวเป็นเพลย์บอยและกลับใจมาทำงานเพื่อสังคมในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ รณรงค์หาเงินช่วยเหลือหญิงถูกล่อลวงทางเพศ กาเหว่าให้ตั้งชื่อว่า “กองทุนแววดาวเพื่อผู้หญิงและเด็ก”

จากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ทำให้พรระวีเลิกเคี่ยวเข็ญให้กาเหว่าเป็นผู้หญิงพิเศษ และเลิกการเป็นเอเย่นต์ส่งเด็กอย่างเด็ดขาด เธอกลับมาขยายกิจการร้านเสริมสวยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยการช่วยเหลือของเจ๊อู๋ สายหยุดและนังกระจงที่ได้คิดเช่นกัน ด้วงได้ทุนเรียนต่อวิชาชีพช่างระดับสูง โดยการช่วยเหลือจากคิมหันต์และกาเหว่า ครอบครัวของเมยาวีเปิดโอกาส ให้การต้อนรับด้วงเป็นอย่างดี ด้วงได้สัมผัสความรักจากครอบครัวเมยาวี ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เขาโหยหามาแสนนาน คือความรักความอบอุ่นที่เติมเต็มโดยครอบครัว

ผลิตโดย : ดาราวิดิโอ
เขียนบท: ช่างปั้นเรื่อง

นักแสดง อุ่นไอรัก
ตะวัน จารุจินดา
ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์
ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์
ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์

อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง

พ่อขุนรามคำแหง ปกครองบ้านเมืองดุจพ่อปกครองลูก วัน หนึ่งพระองค์ได้พบชายแปลกหน้ามาที่โบสถ์ ประธานด้วยท่าทางน่าสงสัย เหมือนว่าจะกลัวถูกจับ พระองค์จึงมั่นใจว่ามิใช่ราษฏรของพระองค์แน่นอน จึงแอบซ่อนตัวอยู่เพื่ออยากรู้ว่าชายคนนี้มาที่นี่เพื่ออะไร

ชาย คนนี้มีชื่อว่า สามศร บุตรของขุนสามชน เจ้าเมืองฉอดที่ถูกพ่อขุนรามคำแหงตีทัพพ่ายไป และจากการทำยุทธหัตถีครั้งนั้นทำให้ขุนสามชนเสียชีวิตกลางป่า เหลือแต่ภรรยาและลูกชายที่มีอายุเพียง 9 ปี โดยหนีไปอาศัยอยู่กับ ครูดาบ ที่เมืองเมาะลำเลิง (เมืองมอญ) นาน 12 ปี ด้วยความแค้นของสามศรจึงเริ่มฝึกฝนฟันดาบจนเก่งกาจ เพื่อตั้งใจจะมาปลงพระชนม์พ่อขุนรามคำแหง

เรื่องราวของสามศรได้ถูกเปิดเผยจากปากของเขาเอง เมื่อถูกทหารจับตัวไว้ได้ขณะจะเข้าทำร้ายพ่อขุนรามคำแหง แม้ว่าสามศรจะถูกจับได้ แต่ก็ไม่ร้องขอชีวิตสักนิด พ่อขุนรามคำแหงเห็นว่า สามศรนั้นเก็บความลับได้ดี แถมยังเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน น่าจะเป็นกำลังของพระองค์ได้ จึง ทรงไว้ชีวิตและจะเลี้ยงดู การคิดเช่นนี้พ่อขุนรามคำแหงถูกเหล่าทหารทัดทานมาโดยตลอด แต่พระองค์กลับไม่สนใจในคำทัดทานนี้เลย เวลาผ่านไป สามศรกลายเป็นคนโปรดของพ่อขุนรามคำแหง

 

อยู่มาวันหนึ่งพระองค์ทรงทราบว่า พระธิดากาบแก้ว ได้ทรงหนีตาม มะกะโท ไปในระหว่างที่พระองค์กำลังไปทำศึกสงคราม มะ กะโทเคยเป็นเด็กเลี้ยงช้าง พ่อแม่ตายหมด พ่อขุนรามคำแหง จึงนำมาชุบเลี้ยงไว้จนเป็นที่โปรดปราน แต่แล้วมะกะโทก็ทำร้ายพระองค์อย่างแสนสาหัส ทั้งคู่ถูกจับ ได้ต่างยอมรับผิดทุกประการและพระธิดาก็ทรงขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อให้ พระองค์เห็นแก่ความรักของลูกทั้งสอง ในที่สุดพ่อขุนรามคำแหงทรงพระราชทานอภัยโทษให้ด้วยทรงเห็นว่าทุกคนคือลูก พ่อต้องให้อภัยลูกได้เสมอ แม้ลูกจะทำความผิดก็ตาม

อย่าง ไรก็ตามพ่อขุนรามคำแหงก็ยังถูกคัดค้านจากเหล่าขุนนาง โดยเฉพาะสามศรที่เห็นว่ามะกะโททำทุกอย่างก็เพื่อผลประโยชน์ของตนเองมากกว่า ด้วยความคิดนี้ทำให้สามศรถูกเหล่าขุนนางเข้าใจผิดคิดว่าสามศรน้อยใจที่ พระองค์ไม่ได้แต่งตั้งให้มีฐานันดรเทียบเท่ามะกะโท เหล่าขุนนางจึงกราบทูลให้สามศรไปเป็นพ่อเมืองที่ห่างไกลยังถิ่นทุรกันดารและ ที่สำคัญกลัวสามศรจะกระทำเยี่ยงมะกะโท คือพาเจ้าหญิงเบญจมาศ หนีตามกันไป เพราะรู้ว่าทั้งสองรักใคร่กัน พระองค์จึงคิดหาวิธีป้องกันไว้ก่อน โดยพระราชทานเจ้าหญิงเบญจมาศแก่สามศร แต่สามศรกลับปฏิเสธ เพราะคิดว่าพ่อขุนรามคำแหงคิดจะกำจัดเขาให้สิ้นซึ่งเป็นการเข้าใจผิด อีกทั้งความรักของสามศรที่มีต่อเจ้าหญิงก็เป็นความรักบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ ต้องการสิ่งตอบแทน ซึ่งความรักหนุ่มสาวของสามศรยังน้อยกว่าความรักประเทศชาติเสียอีก พ่อขุนรามคำแหงทรงเริ่มเข้าใจในความรักของสามศร และก็ยังให้สามศรอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเบญจมาศอยู่ดี

 

ในคืนวันแต่งงานสามศรก็ตั้งใจว่าจะยังไม่ร่วมหอลงโลงกับเจ้าหญิง ถ้ายังไม่สามารถทำภารกิจเพื่อประเทศชาติได้สำเร็จ นั่น ก็คือการไปตีแคว้นศรี วิชัยและแคว้นนครศรีธรรมราช ให้มารวมเป็นปึกแผ่นกับประเทศไทย เพราะรู้ว่าพ่อขุนรามคำแหงต้องการสองแคว้นนี้ สามศรจึงอยากทำให้สำเร็จจะได้นำมาเป็นบรรณาการแด่พ่อขุนรามคำแหง เมื่อเจ้าหญิงทรงทราบก็รู้สึกเสียพระทัย ทรงคิดว่าสามศรไม่รักพระองค์ แต่เมื่อฟังเหตุผลทั้งหมดจึงทรงยินยอมให้สามศรทำตามแผนการที่ตั้งไว้ แต่เจ้าหญิงทรงขอติดตามไปช่วยรบเพื่อบ้านเมืองของตนด้วย และเจ้าหญิงทรงทิ้งจดหมาย(เขียนจดหมาย) ให้พ่อขุนรามคำแหงได้ทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด

เมื่อ เวลาผ่านไปชาวเมืองนครศรีธรรมราชที่อยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นศรี วิชัย เริ่มเห็นความผิดปกติของบ้านเมือง ทหารศรีวิชัยถูกลอบฆ่าเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เริ่มแข้งข้อไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของเจ้าเมืองศรีวิชัยอีกต่อไป เจ้าเมืองศรีวิชัยโกรธมากจึงสั่งข้าหลวงจับกุมตัวเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชมา กักขังไว้ แล้วเจ้าเมืองศรีวิชัยได้แต่งตั้งข้าหลวงศรีวิชัยขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทน
พ่อ ขุนรามคำแหงทรงเดินทางมาประทับที่เมืองเพชรบุรี เพื่อรอฟังข่าวการศึกของสามศร โดยเจ้าหญิงเบญจมาศได้ทรงเดินทางมาทูลเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้พระองค์ทรง ทราบว่า ขณะนี้สามศรได้ยึดเมืองนครศรีธรรมราชได้สำเร็จแล้ว และรอให้พ่อขุนรามคำแหงมาเป็นทัพใหญ่ในการรบกับแคว้นศรีวิชัยด้วยพระองค์เอง ซึ่งพ่อขุนรามคำแหงก็ทรงตั้งพระทัยเช่นนั้น แต่ก่อนที่จะเสด็จออกรบ เจ้า เมืองเพชรบุรีได้กราบทูลว่าทางเกาะลังกามีพระพุทธสิหิงค์รูปงามน่าเคารพบูชา โดยใคร่อยากให้พ่อขุนรามคำแหงส่งพระราชสาส์นเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้า กรุงลังกา  พ่อขุนรามคำแหงทรงเห็นชอบเลยมีรับสั่ง ให้เจ้าเมืองเพชรบุรีดำเนินการด่วน และในที่สุดประเทศไทยก็ได้ขยายปึกแผ่นตามความปรารถนาของพ่อขุนรามคำแหง ส่วนสามศรก็สามารถทำการณ์ที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จ

ชาว เกาะลังกาก็ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาถวายพ่อขุนรามคำแหง และพระองค์ก็ได้ประดิษฐานไว้บนแท่นหน้าเมืองกรุงสุโขทัย เพื่อให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้เคารพบูชากันทุกคน ดังจารึกที่ว่า “ในน้ำมีปลา นามีข้าว แผ่นดินของเรา นี่แสนอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองราบคาบ ด้วยอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงค้ำจุนให้ชาติไทยไพศาล”

รายชื่อนักแสดง อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง

ณัฐวุฒิ  สกิดใจ   แสดงเป็น พ่อขุนรามคำแหง
ศุกลวัฒน์  คณารศ  แสดงเป็น สามศร
วรัทยา  นิลคูหา  แสดงเป็น เจ้าหญิงเบญจมาศ
ชนะพล  สัตยา   แสดงเป็น มะกะโท
อุษามณี  ไวทยานนท์  แสดงเป็น พระธิดากาบแก้ว
เคลลี่  ธนะพัฒน์  แสดงเป็น ขุนสามชน
จีรนันท์  มะโนแจ่ม  แสดงเป็น มเหสี
ภานุ  สุวรรณโณ  แสดงเป็น เสนาบดีศรีวิชัย
รังสิโรจน์  พันธุ์เพ็ง  แสดงเป็น พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
อานัส  ฬาพานิช  แสดงเป็น ฝ่ายเจ้ากรุงลังกา
วัชรบูลย์  ลี้สุวรรณ  แสดงเป็น ฝ่ายเจ้ากรุงลังกา
ฉลอง  ภักดีวิจิตร  แสดงเป็น พระเจ้ากรุงลังกา ในละคร อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง

อาทิตย์ชิงดวง

รังสี สุริยาทิตย์ (พิศาล อัครเศรณี) เป็นทายาทคนเดียวของตระกูลสุริยาทิตย์ เจ้าของศูนย์การค้า The Sun ในวัยหนุ่มรังสีเจ้าชู้มาก เขาแอบมีความสัมพันธ์กับแสงหล้า (สุรัตนา ข้องตระกูล) สาวชาวบ้าน ทั้งที่ตัวเองมีคนรักและคู่หมั้นหมายเป็นสาวสวยที่มีฐานะเท่าเทียมกันอยู่ แล้ว คือ ปานระวี (สินจัย เปล่งพานิช) แสงหล้าเองไม่รู้เรื่องปานระวีมาก่อน วันหนึ่งเมื่อเธอได้ข่าวว่ารังสีจะแต่งงาน แสงหล้าจึงต่อว่ารังสีและหนีไปด้วยความเสียใจ รังสีจึงได้แต่งงานกับปานระวีตามที่ครอบครัวได้หมั้นหมายไว้โดยไม่มีอุปสรรค

หลังจากนั้นไม่นาน แสงหล้าก็รู้ตัวว่าตั้งท้องจึงเขียนจดหมายไปหารังสีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ปานระวีมาเห็นซะก่อน เลยรู้ว่ามีผู้หญิงคนอื่นตั้งท้องลูกของรังสี ปานระวีจึงเกรงว่ารังสีจะเอาผู้หญิงคนนี้มาแทนที่เธอ ปานระวีแอบเดินทางไปพบแสงหล้าที่กำลังเดือดร้อนแสนสาหัส เธอเสนอให้เงินก้อนใหญ่กับแสงหล้าเพื่อนำไปตั้งต้นชีวิตใหม่ แลกกับการที่แสงหล้าจะต้องกำจัดเด็กในท้อง ปานระวีบีบคั้นแสงหล้าจนไม่มีทางเลือก ถึงขั้นพาแสงหล้าไปส่งถึงคลินิคด้วยตนเอง

ขณะเดียวกันรังสีก็กำลังกลุ้มใจเนื่องจากหมอดูทำนายว่า ตระกูลสุริยาทิตย์จะจบสิ้นลงที่เขาเป็นคนสุดท้าย รังสีต้องการให้ปานระวีให้กำเนิดลูกชายแก่เขา แต่ปานระวีรู้ดีว่าเธอเป็นหมัน ด้วยความกลัวว่ารังสีจะทอดทิ้งเธอไปมีภรรยาใหม่ ปานระวีจึงปกปิดความลับนี้เอาไว้ มีเพียง เนื่อง (ปนัดดา โกมารทัต) คนรับใช้คนสนิทเท่านั้นที่รู้

เมื่อปานระวีเดินทางกลับมาถึงบ้าน ก็ได้รับข่าวร้ายว่ารังสีประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ร่างกายท่อนล่างบาดเจ็บสาหัสขยับเขยื้อนไม่ได้ ปานระวีได้แต่แอบเสียใจในเคราะห์กรรมที่เกิดขึ้น จนเวลาผ่านไปสองปีร่างกายท่อนล่างของรังสีก็พิการถาวร รังสีไม่สามารถให้กำเนิดทายาทได้ จึงหมดอาลัยตายอยากในชีวิต

ปานระวีจึงรับเด็กชายกำพร้าคนหนึ่งมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ตั้งชื่อให้ว่า ภาสกร (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ปานระวีและรังสีช่วยกันเลี้ยงดูภาสกรเหมือนลูกแท้ๆ คนหนึ่ง โดยหวังให้ภาสกรเป็นทายาทสืบสกุลสุริยาทิตย์ต่อไป โดยไม่ใส่ใจต่อคำนินทาของวงศาคณาญาติ ที่ไม่ต้องการให้มรดกมหาศาลของรังสีตกไปสู่เด็กกำพร้าอย่างภาสกร

ปานระวีจึงต้องคอยปกป้องภาสกรอย่างเต็มที่ โดยมี โชติ (อนุวัฒน์ นิวาตวงศ์) ทนายความคนสนิทของรังสี เพื่อนเก่าของเธอเป็นผู้ช่วยเหลือ เพราะนอกจากโชติจะภักดีต่อตระกูลสุริยาทิตย์แล้ว โชติยังแอบชอบปานระวีอยู่เงียบๆ

ยี่สิบปีผ่านไป ที่ จ.ลำพูน รังรอง (พิยดา อัครเศรณี) สาวแสบประจำโรงงาน ที่ยากจนต่อสู้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ และพร้อมจะมีเรื่องกับทุกคนที่มาขวางทางเธอ รังรองต้องหาเงินไปเลี้ยงแม่ของเธอ ที่ติดเหล้าจนป่วยเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ซึ่งก็คือแสงหล้านั่นเอง วันหนึ่งรังรองกลับบ้านพบแสงหล้ากำลังเมาอาละวาดมากกว่าทุกครั้ง เพราะได้เห็นข่าวการเดินทางกลับมาเมืองไทยของภาสกรทายาทพันล้านของตระกูลสุ ริยาทิตย์ รังรองประหลาดใจว่าทำไมแสงหล้าจึงได้ผูกใจเจ็บพวกสุริยาทิตย์

แสงหล้าจึงเล่าเรื่องราวในอดีตให้รังรองฟัง แล้วบอกว่ารังรองคือทายาทที่แท้จริงของสุริยาทิตย์ ที่ปานระวีพยายามจะกำจัดไปตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก แสงหล้าขอให้รังรองไปแก้แค้น ไปทวงทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเธอคืนมา พูดจบแสงหล้าก็สิ้นใจ รังรองเผาศพแสงหล้าด้วยความแค้น เธอตัดสินใจจะเดินทางไปบ้านสุริยาทิตย์ และเป้าหมายอันดับหนึ่งของเธอก็คือ ปานระวี!!

ขณะเดียวกันที่บ้านสุริยาทิตย์มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับภาสกร ในงานนี้รังสีตั้งใจจะประกาศยกสมบัติให้กับปานระวีและภาสกรคนละครึ่ง บรรดาญาติๆ ที่มาร่วมงานต่างพากันอิจฉาตาร้อน หนึ่งในจำนวนนั้นมี เพียงพร (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา) ญาติห่างๆ ของสุริยาทิตย์และ เพียงสูรย์ (ป๊อป คำเกษม) ลูกชายของเธอ ที่ถึงแม้จะเป็นญาติ แต่เพียงสูรย์กลับได้ทำงานอยู่ใน The Sun ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกเล็กๆ ต่างจากภาสกรที่เป็นเพียงเด็กกำพร้า กลับจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างไป แต่ด้วยความเกรงใจปานระวี เพียงสูรย์จึงได้แต่เก็บความคับแค้นใจเอาไว้ ผิดกับนภา (วราพรรณ หงุ่ยตระกูล) และฟ้ารุ่ง (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) สองแม่ลูก ที่มาแสดงความยินดีจนออกนอกหน้า เพราะนภาตั้งใจให้ฟ้ารุ่งจับภาสกรเพื่อหวังสมบัติอยู่แล้ว ติดตรงที่ปานระวีรู้ทันคอยเป็นก้างขวางคออยู่

ระหว่างที่งานดำเนินไปรังรองก็มาปรากฏตัวขึ้น แต่เนื่องจากเธออยู่ในชุดไว้ทุกข์ที่เก่าซ่อมซ่อ เนื่องจึงไม่ยอมให้เธอเข้าไปในงาน รังรองยืนยันจะเข้าไปให้ได้ เธอประกาศตัวว่าเธอชื่อรังรองเป็นลูกแม่แสงหล้า และต้องการมาพบรังสีผู้เป็นพ่อ เนื่องตกใจมากเมื่อได้ยินชื่อแสงหล้า เลยรีบไปรายงานปานระวี ปานระวีตกใจมากเช่นกัน รังรองเข้าไปปรากฏตัวในงาน ระหว่างที่รังสีกำลังประกาศยกสมบัติให้ปานระวีและภาสกร รังรองก็ประกาศว่าตัวเธอคือลูกของรังสี ลูกคนเดียวที่สืบสายเลือดสุริยาทิตย์ที่แท้จริง!

การปรากฏตัวของรังรองสร้างความแตกตื่นให้กับทุกคนในงาน รังสีถึงกับเป็นลมปานระวีให้โชติจัดการเอาตัวรังรองออกไปจนได้ แต่รังรองยืนยันว่าเธอจะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้รับการยอมรับจากรังสี รังสีฟื้นขึ้นมาเขาขอพบหน้าเด็กสาวที่อ้างตัวเป็นลูก รังรองเล่าเรื่องที่เธอรู้มาจากแสงหล้า และแสดงหลักฐานคือแหวนที่เขาเคยให้แสงหล้าเอาไว้ ทำให้รังสีเชื่อสนิท และเนื่องจากรังสีไม่เคยมีลูกที่สืบสายเลือดจากตัวเขาจริงๆ เขาจึงยินดียอมรับรังรองเป็นลูกอย่างง่ายดายด้วยความเต็มใจ โดยไม่ต้องการตรวจดีเอ็นเอ

รังรองย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านสุริยาทิตย์ ด้วยความเคียดแค้นปานระวี ที่ทำให้เธอต้องตกระกำลำบากมาตั้งแต่เกิด รังรองบอกกับตัวเองว่า สิ่งที่เธอต้องการมิใช่เพียงเท่านี้แต่เธอต้องการทั้งหมดของสุริยาทิตย์ และเธอสาบานกับดวงวิญญานของแสงหล้าว่าเธอจะทำทุกอย่าง ให้ปานระวีต้องสูญเสียและตกต่ำ อย่างที่ครั้งหนึ่งแสงหล้าเคยเป็น

ปานระวีเองก็ไม่ไว้ใจรังรอง เธอสั่งให้โชติไปสอบประวัติของรังรองและแสงหล้าที่ลำพูน จนรู้ว่ารังรองมีประวัติไม่ดี ทั้งทะเลาะวิวาทลักเล็กขโมยน้อย แถมแสงหล้าก็ไม่ได้ตรอมใจตายอย่างที่รังรองเล่า แต่ตายด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ปานระวีจึงรู้ความจริงว่ารังรองเป็นจอมโกหกมารยาอย่างร้ายกาจคนหนึ่ง ทำให้เธอยิ่งระแวงรังรองและอยากจะกำจัดไปให้พ้นมากยิ่งขึ้น แต่ติดตรงที่ว่ารังสีเห่อลูกสาวคนใหม่มาก ทำให้ปานระวียังไม่สามารถกำจัดรังรองได้

ขณะเดียวกันเมื่ออยู่ลับหลังรังสี รังรองก็แผ่อำนาจใส่ปานระวีอย่างเต็มที่ จนปานระวีทนไม่ไหวแก้เผ็ดรังรองคืนบ้าง แต่รังรองกลับบีบน้ำตาใส่รังสี จนปานระวีกลายเป็นฝ่ายผิดไปในที่สุด ปานระวีได้แต่เจ็บแค้นใจ ภาสกรแอบสังเกตพฤติกรรมของรังรองด้วยความไม่ไว้ใจ เพราะเขารู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้เป็นสาวบ้านนอกใสซื่ออย่างที่แกล้งทำ รังรองจับได้ว่าเขาคอยสอดแนมเธอ จึงพลอยพาลไม่ชอบหน้าภาสกรไปด้วยอีกคน

การปรากฏตัวของรังรองไม่เพียงแต่จะสร้างความวุ่นวายในบ้านสุริยาทิตย์ เท่านั้น นภากับฟ้ารุ่งต่างเดือดเนื้อร้อนใจ เกรงว่ารังรองจะมาแย่งสมบัติจากภาสกร จึงประกาศตัวเป็นศัตรูกับรังรองอย่างออกนอกหน้า แต่เพียงสูรย์กลับยินดีที่ภาสกรมีคู่แข่ง เขาคิดว่าเธอเป็นสาวบ้านนอกซื่อๆ โง่ๆ จึงวางแผนหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือ ด้วยการเข้ามาตีสนิทและยุยงให้รังรองจัดการเขี่ยภาสกรให้พ้นทาง และยังหว่านเสน่ห์กับรังรองด้วย เพราะเขาคิดว่าเมื่อรังรองได้สมบัติมาแล้ว เขาจะแต่งงานกับเธอเพื่อฮุบทุกอย่างมาเป็นของตน รังรองรู้ทันเพียงสูรย์แต่เธอต้องการผู้ช่วยในการต่อกรกับปานระวี จึงแสร้งทำเป็นหัวอ่อนเชื่อคำยุยงของเพียงสูรย์

ไม่นานรังรองก็ขอร้องให้รังสีประกาศรับตนเป็นลูกอย่างออกหน้าออกตา เพื่อลบล้างปมด้อย รังสียอมตามใจรังรองทำให้ปานระวีเสียหน้ามาก นอกจากนั้นรังรองยังขอไปทำงานที่ The Sun โดยอ้างว่าต้องการทำความรู้จักกับธุรกิจของครอบครัว รังสีอนุญาตทำให้ปานระวีไม่พอใจมาก จนมีปากเสียงกับรังสี โชติเตือนปานระวีให้สงบใจ ถึงแม้ว่ารังรองจะเป็นลูกนอกสมรส แต่เธอก็มีสิทธิ์ในสมบัติของสุริยาทิตย์เช่นกัน การที่เธอต้องการมีส่วนร่วมในธุรกิจของครอบครัวบ้าง ไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่ปานระวีเชื่อว่าคนอย่างรังรองต้องมีจุดประสงค์ร้าย ซึ่งก็จริงเพราะรังรองต้องการอยู่ใกล้ปานระวี เพื่อหาโอกาสทำลายเธอ

สุดท้ายรังรองจะแก้แค้นปานระวี และครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งหมดของสุริยาทิตย์ได้หรือไม่? ติดตามใน อาทิตย์ชิงดวง

อาญารัก

ณ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่บ้านของขุนภักดีภูบาลอันใหญ่โต เป็นที่นับหน้าถือตา วันหนึ่ง น้อม ข้าเก่าท่านหมื่นผู้เป็นบิดาของขุนภักดีภูบาล ได้เข้ามาขอกู้เงินจากขุนภักดีฯ แต่ไม่พบตัวท่านขุน คุณเรียมภรรยาเอกท่านขุนจึงให้นายน้อยยืมเงิน 2 ชั่ง เพื่อไถ่ถอนที่นา และ รักษาตัวที่เรื้อรังมานาน น้อมซาบซึ้งในพระคุณ จึงยกเนียน ลูกสาวให้เป็นข้ารับใช้ของท่าน

เนียนเป็นเด็กสาวหน้าตาหมดจด มี กิริยาเรียบร้อย คุณเรียมจึงเอ็นดูเลี้ยงไว้ในฐานะน้องสาว อยู่ในเรือนเดียวกัน นอกจากคุณเรียมแล้ว ขุนภักดียังมีภรรยาอีกคนคือคุณสน ลูกสาวกำนันฐานะดี คุณสนเป็นคนโปรดของท่านขุน เมื่อเห็นท่านขุนมีท่าทีสนใจเนียน และช้อย สาวใช้ประจำตัวคอยยุยงคุณสนจึงหาทางทำลายเนียน เนียนถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นา ๆ ท่านขุนก็เมตตาสงสาร และรักเนียนยิ่งขึ้น เนียนลำบากใจ เพราะเธอเคยมีครอบครัวแล้ว สามีตาย ส่วนลูกชายที่ยังเล็กก็ฝากให้ยายแพรเป็นคนเลี้ยงดู ต่อมา พ่อของเนียนเสียชีวิตท่านขุนจัดงานศพให้อย่างดี เนียนสำนึกในบุญคุณจึงยอมเป็นเมียท่านขุน โดยเก็บเรื่องลูกไว้เป็นความลับ

คุณสนจ้างเหิม ลูกน้องของพ่อกำนันให้ข่มขืนเนียน เหิมชวนหนักและโพล้งร่วมทำการโดยไม่รู้ว่า เสือหนักเป็นพี่ชายแท้ๆของเนียน จึงถูกซ้อนแผนคุณสนและช้อยจึงเป็นผู้รับเคราะห์แทน คุณสนและช้อยอาฆาตเนียนมากขึ้น สนตั้งท้องอันเกิดกับเสือหนัก แต่เธอโกหกท่านขุน ว่าเป็นลูกของเธอกับท่านขุน ขณะเดียวกัน คุณเรียมและเนียนก็ตั้งท้องเช่นกันเสือหนักลอบเข้ามาพบเนียน แจ้งข่าวเรื่องลูกที่กำลังป่วยหนัก ต้องการเงินรักษา คุณสนกับช้อยบังเอิญพบเข้าจึงนำความไปบอกท่านขุนว่าเนียนคบชู้ ท่านขุนโกรธจัด เฆี่ยนตีเนียนอย่างหนัก และไล่ให้ไปอยู่เรือนคนใช้ คุณสนคลอดบุตรเป็นชายได้ชื่อว่าเทิดศักดิ์ คุณเรียมนั้นเมื่อคลอดเด็กออกมาไม่นานทารกก็เสียชีวิต จึงให้เอกไปขอลูกของเนียน ซึ่งคลอดลูกสาวฝาแฝดในวันเดียวกันมาเป็นลูก โดยให้ยายอ่อนหมอตำแยปิดเป็นความลับทานตะวันหรือลูกของเนียนที่คุณเรียมนำไป เลี้ยง เมื่อเติบโตขึ้นในฐานะลูกสาวคนเดียวของขุนภักดี และอยู่ใกล้แม่เลี้ยงเช่นคุณสน ทำให้มีนิสัยผิดแผกจากเนื้อทอง ลูกของเนียนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกชู้

เนื้อทองเป็นคนเจียมตน ขยัน เรียบร้อยเช่นเดียวกับเนียน จึงได้รับ ความกรุณาจากคุณทองจันทร์ และคุณเรียมให้เรียนอย่างเต็มที่ แดงน้อย ลูกชายของเนียน ซึ่งเกิดจากสามีคนแรก เติบโตขึ้น มียายแพรและโพล้งเลี้ยงดู โดยมีเสือหนักผู้เป็นลุงคอยส่งเสียโดยไม่เคยพบกัน บังเอิญที่แดงน้อย กับเทิดศักดิ์เป็นเพื่อนสนิทกัน ทำให้เสือหนักได้พบกับลูกคือเทิดศักดิ์ และทำให้เนียนได้พบกับแดงน้อยทานตะวันนั้นชอบแดงน้อย เมื่อถูกคุณสนยุยงว่าจะถูกเนื้อทองแย่งไป ทานตะวันจึงออกอุบายกลั่นแกล้งเนื้อทอง จนถูกขุนภักดีเฆี่ยนตี แต่โชคดีที่เทิดศักดิ์ซึ่งแอบชอบพอเนื้อทองอยู่มาห้ามไว้ทัน ท่านขุนจึงยอมหยุดมือ หนุ่มสาวทั้ง 4 เรียนจบ เทิดศักดิ์เป็นนายร้อยตำรวจ

แดงน้อยเป็นนายอำเภอ ทานตะวันจบเสริมสวยจากฝรั่งเศส เปิดร้านอยู่ในตัวเมือง ส่วนเนื้อทองบรรจุเป็นครูประจำจังหวัด ต่อมาคุณเรียมและคุณทองจันทร์ออกทุนให้เนื้อทองเปิดโรงเรียน ยิ่งเป็นเหตุให้ทานตะวันชิงชังเนื้อทองมากขึ้น ช้อย มีลูกชายที่ต้องคดีอยู่ จึงขอให้คุณสนบอกเทิดศักดิ์ ให้ช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครช่วยได้ ช้อยจึงขู่คุณสนว่าจะ เปิดเผยความจริง คุณสนจึงฆ่าช้อยทิ้งและป้ายความผิดให้เนียน โดยไม่รู้ว่าคุณทองจันทร์รู้เรื่องจากช้อยแล้ว ทางด้านแดงน้อยได้พบกับยายอ่อนหมอตำแยโดยบังเอิญจึงทราบเรื่อง และเข้าพบท่านขุนเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เทิดศักดิ์จับคุมเนียนข้อหาฆาตกรรมช้อย คุณสนแอบได้ยินว่ายายอ่อนจะเปิดเผยความจริงเพื่อช่วยเนียน จึงฆ่ายายอ่อนเพื่อปิดปาก ท่านขุนมาประกันตัวเนียนและทราบความจริงเกี่ยวกับลูกๆของตนทั้งหมด เทิดศักดิ์ทราบความจริงว่าเขาเป็นพี่น้องกับทานตะวันเนื้อทอง และแดงน้อย และได้รู้ว่าตนเป็นลูกของเสือหนักคุณสนเข้าใจว่าขุนภักดียังไม่ทราบความจริง จึงฆ่า คุณทองจันทร์ปิดปากอีกคน เทิดศักดิ์จำใจต้องจับคุณสน คุณสนขู่ประจานตระกูลภักดีภูบาลให้เสียชื่อเสียง ขุนภักดีจึงต้องการให้คุณสนฆ่าตัวตาย และคุณสนปฏิเสธ เสือหนักออกมาฆ่าคุณสน แดงน้อยเห็นเหตุการณ์จึงยิงเสือหนักตายโดยไม่รู้ว่าคือลุงผู้ส่งเสียเลี้ยงดูเขามา โศกนาฏกรรมของครอบครัวภักดีภูบาล ปิดตัวลงท่ามกลางความช้ำใจของทุกคน

อีสา-รวีช่วงโชติ 2541

อีสา ชีวิตของเธอผ่านความชอกช้ำมามากมาย หวังเพียงสิ่งเดียว ได้พบหน้าลูกชายที่พลัดพรากตั้งแต่แรกลืมตาดูโลก

อีสา เป็นเรื่องราวของ สา หรืออุษาเป็นลูกทาสที่เกิดและโตในวังของหม่อมเจ้าโชติช่วงงระวี รวีวาร ที่แม้จะมีการเลิกทาสแล้วแต่บรรดาทาสหลายคนซึ่งไม่มีที่จะไปก็ยังสมัครใจอยู่ใต้บารมีท่านเป็นสิบ ๆ คน สาเกิดมาไม่มีพ่อ และแม่ก็ตายหลังสาเกิดเพียงสองวัน สาจึงเป็นเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้การดูแลของป้าเจิม อดีตทาสที่อาวุโสสูงสุดในวัง เมื่อสาอายุได้สิบสองปีป้าเจิมก็พาสาไปฝากตัวไว้กับหม่อมนิ่มหม่อมน้อย ให้ช่วยฝึกหัดขัดเกลา
จนสาเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นที่เรียนรู้เรื่องของการวางตัวอย่างผู้ดี และยังได้หัดรำละครอีกด้วย สาแอบชื่นชมบูชาท่านชายมาตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่นจนวันหนึ่ง เมื่อสาอายุได้สิบหกปี หม่อมทั้งสองก็”ถวายตัว” สาให้กับท่านชาย ธรรมชาติสอนให้สาเรียนรู้ที่จะมีจริตจก้านตามวัย ทำให้ท่านชายลุ่มหลงในตัวสามากกว่าหม่อมคนอื่น ๆ

แต่ถึงกระนั้นสาก็ยังไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น “หม่อม” อย่างออกหน้าออกตา จนกระทั่งสาตั้งท้องและคลอดลูกชาย ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวของท่านชาย หม่อมพริ้มซึ่งเป็นหม่อมใหญ่ก็ได้โอบอุ้ม “คุณชาย” ไปเลี้ยงดูฟูมฟักเสมอลูกชายของตน ให้สาได้พบลูกบ้างเป็นครั้งคราวและเรียกลูกชายของตนเหมือนคนอื่น ๆ ว่า “คุณชาย”

หลังจากนั้นไม่นาน ท่านชายก็สิ้นพระชนม์ลง และจำเพาะต้องมาสิ้นลงในคืนที่สาเพิ่ง “ถวายงาน” เสร็จ ฐานะของสาที่ทำท่าว่าจะดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งหลังจากคลอดลูกชายก็ดูเหมือนจะตกต่ำลงไป ด้วยข้อหา “กาลกิณี หรือผู้หญิงกินผัว” ที่แม้สาเองก็ไม่รู้ความหมาย

หลังจากท่านชายสิ้น ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในวัง ทั้งด้านผู้คนที่แยกย้ายกันออกไปเป็นบางส่วน ทั้งด้านสภาพบ้านเรือนที่รายรอบวัง
ในความเปลี่ยนแปลงนั้น สาก็ได้รู้จักกับสมศักดิ์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีกิริยาท่าทีสุภาพอ่อนโยน สาหลงรักเขาโดยง่าย ด้วยวัยที่ยังเยาว์ และธรรมชาตในตัวอันลึกล้ำ แต่เป้าหมายของนายสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ที่สา เขาเพียงอาศัยสาเพื่อเข้าถึงตัวคุณหญิงโสภาพรรณวดี ลูกสาววัยรุ่นของหม่อมพริ้มต่างหาก  สานั้นชื่นชมนายสมศักดิ์จนถึงขั้นยอมตัวเป็นสะพานสื่อรักให้ แม้จะรู้ว่าผิดแต่เธอก็ทนแรงอ้อนวอนของนายสมศักดิ์ไม่ไหว ในที่สุดถึงกับพาคุณหญิงหนีตามนายสมศักดิ์ออกจากวัง ทั้ง ๆ ที่สาเองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองของท่านชายอยู่ด้วย

สาคลอดลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง จึงยกให้เป็นลูกของคุณหญิงโสภาฯ กับนายสมศักดิ์ซึ่งคุณหญิงก็รักหนูน้อยมากเช่นกัน ตั้งชื่อให้ว่าโสภิตพิไล
สานั้นลึก ๆ รู้สึกผิดต่อคุณหญิงที่พาเธอมาตกต่ำจึงเฝ้าดูแลไม่ให้คุณหญิงต้องลำบาก แรก ๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสุขกันตามประสา แต่นานวันเข้า ทรัพย์สินที่คุณหญิงมีติดตัวมาเริ่มร่อยหรอ สาจึงออกหางานทำ และด้วยความที่เคยเป็นนางรำมาก่อน สาก็ได้งานแสดงละครเวทีกลายเป็นอุษาวดี – -นางละครผู้มีชื่อเสียงในเวลาไม่นาน

คุณหญิงโสภาฯ เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ และชืดชาในเรื่องบนเตียงจนนายสมศักดิ์เกิดความเบื่อหน่ายแม้จะยังรักคุณหญิงอยู่มาก แต่ความเห็นแก่ตัวมีมากกว่าวันหนึ่งนายสมศักดิ์ก็ย่องเข้าหาสาและได้เสียกัน สารู้สึกผิด แต่ด้วยแรงปรารถนาในใจก็ผลักดันให้สาดำดิ่งลงสู่ ห้วงแห่งดำกฤษณาอย่างยากที่จะถอนตัว จนวันหนึ่งคุณหญิงก็จับได้ และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันคุณหญิงก็หายตัวไปและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในเวลาต่อมา

หลังงานศพคุณหญิง สาตัดสินใจแต่งงานกับนายวิทย์ นักดนตรีหนุ่มที่มาติดพันเธออยู่ในช่วงนั้นเพื่อหนีบาปในใจที่ตามหลอกหลอน นายสมศักดิ์เสียใจมากจนกินเหล้าเมาและตกน้ำตายตามคุณหญิงไป  สาอยู่กินกับนายวิทย์อย่างไม่ราบรื่นนักเพราะนายวิทย์นั้นต้องอาศัยอยู่กับพี่สาว
ซึ่งไม่ยอมรับในตัวน้องสะใภ้อย่างสา ประกอบกับนายวิทย์เป็นนักดนตรีที่มีอารมณ์ศิลปินสูง ถึงเขาจะรักสามากแต่เขาก็ไม่เข้าใจในความต้องการของสาได้ดีเพียงพอ

ทำให้เมื่อวันหนึ่ง สาได้พบกับนายเซกิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นและมีความสัมพันธ์กัน สาจึงตัดสินใจขอแยกทางกับนายวิทย์ เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม นายเซกิต้องกลับไปญิ่ปุ่น ก็ได้มอบมรดกเป็นเงินจำนวนมากให้กับสา

เวลาผ่านไป…อุษาส่งโสภิตพิไลเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ดีที่สุด ส่วนตัวเธอใช้เงินที่ได้มาจากนายเซกิเปิดธุรกิจสถานบันเทิงโดยมีประธาน
– -หนุ่มรุ่นน้องที่กลายเป็นสามีลับ ๆ ของเธอด้วยเป็นผู้ช่วย  อาชีพและชื่อเสียงของอุษามีผลกระทบต่อโสภิตไม่น้อย เมื่อโสภิตเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่ที่บ้าน เธอเรียกอุษาว่าป้า เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกของคุณหญิงที่ตายจากไป และอุษาก็มีฐานะเป็นเพียงกึ่งญาติห่าง ๆ กึ่ง “ข้าเก่า”ของแม่เธอเท่านั้น

วันหนึ่งโชคชะตาบันดาลให้อุษาได้พบกับคุณชายรวีช่วงโชติ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้พิพากษาหนุ่มที่เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากเมืองนอก
อาจจะด้วยความผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกดีกับอุษา ถึงแม้ใคร ๆ จะเล่าลือถึงอดีตและเบื้องหลังของสาวใหญ่ผู้นี้ในทางไม่ดีนักก็ตาม หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขามีใจให้กับอุษาเสียแล้ว รวมทั้งโสภิตพิไล ซึ่งรู้สึกขัดใจขัดตาต่อผู้เป็นป้ามาแต่ต้น

โสภิตพิไลเกิดความรู้สึกอยากจะท้าทายผู้เป็นป้าจึงพาตัวเข้าไปพัวพันกับทั้งคุณชายรวีช่วงโชติและนายประธาน นั่นทำให้อุษายิ่งร้อนรนด้วยเกรงว่าโสภิตกับคุณชาย- -ลูกชาย-หญิงของเธอเอง จะชอบพอกันขึ้นมาจริง ๆ

วันหนึ่งก็เกิดเหตุ โสภิตพิไลถูกนายประธานปลุกปล้ำ อุษาเข้าขัดขวางและยิงนายประธานตาย อุษากลายเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา เพราะเธอไม่ต้องการให้โสภิตต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่โสภิตทนเห็นอุษาต้องมารับโทษเพราะปกป้องเธอไม่ได้จึงมาเป็นพยานในศาล
และขอให้คุณชายรวีช่วงโชติช่วยในด้านกฏหมายด้วยอุษาจึงพ้นผิดจากคดี แต่อุษาไม่อาจเลี่ยงพ้นผลกรรมของตัวเอง เมื่อเสร็จสิ้นคดีหม่อมพริ้มก็ให้รับโสภิตพิไลซึ่งท่านเข้าใจว่าเป็นลูกสาวของคุณหญิงโสภาเข้าไปอยู่ในบ้าน

โสภิตเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่ออุษาเพราะคิดว่าอุษาปิดบังชาติกำเนิดของตน เธอคิดว่าการที่เธอเข้าไปเป็นพยานให้อุษาจนพ้นข้อกล่าวหานั้นเป็นการตอบแทนบุญคุณที่อุษาเลี้ยงดูเธอมาอย่างเพียงพอแล้ว นับแต่นี้เธอก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุษาอีกต่อไป

อังกอร์ 2

ณ เมืองเวียงข่าน อันเป็นดินแดนที่อยู่อีกมิติหนึ่ง ตรงกันข้ามโลกมนุษย์ คล้ายเมืองลับแลที่ไม่มีมนุษย์คนใดจะล่วงผ่านเข้าไปได้ ขณะเดียวกันคนจากเมืองเวียงข่านก็ไม่อาจจะมาโลกมนุษย์ได้ เพราะหากก้าวข้ามมิติมาจะไม่สามารถกลับไปสู่เมืองเวียงข่านได้อีก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถไปกลับโลกมนุษย์และเวียงข่านได้ หนึ่งในนั้นคือ คะยะแม หมอผี แห่งพยัคฆามิน หรือลัทธิเสือร้าย ลูกศิษย์ของ แม่มดสาววันนา ในอดีตแม่มดสาววันนาได้ต่อสู้กับ ท้าวแสนชัย แต่นางแม่มดสู้ไม่ไหว จึงถอดวิญญาณหนีข้ามแดนออกมายังโลกมนุษย์ ภายหลังท้าวแสนชัยและ นางปทุมเทวี ถูกลูกศิษย์ของแม่มดสาวันนาไล่ล่าจนหนีออกมาถึงถ้ำที่น้ำตก ลูกน้องแม่มดสาววันนาจับนางปทุมเทวีเป็นตัวประกัน นางปทุมเทวีจึงเอากริชเงินของท้าวแสนชัยฆ่าตัวตาย ท้าวแสนชัยโกรธจึงฆ่าลูกน้องของแม่มดพร้อมฝังร่างปทุมเทวีไว้ในกำแพงแก้ว พร้อมกริชเงิน คนจึงเชื่อว่ากริชเงินสามารถทำลายวิญญาณเสือร้ายได้ ต่อมาวิญญาณของแม่มดสาววันนาออกอาละวาด เข้าสิงหญิงสาวที่ชื่อ อังกอร์ จนกลายเป็นเสือร้ายฆ่าคน แต่สุดท้ายวิญญาณของแม่มดสาววันนาก็ถูกกริชเงินทำลาย และฝังอยู่ในกำแพงแก้วพร้อมกริชเงิน คนจึงเชื่อว่ากริชเงินสามารถทำลายวิญญาณเสือร้ายได้

อังกอร์

นายทหารประจำฝ่ายป้องกันและปราบปรามของประเทศเขมรชอบล่าเสือเพราะมีความแค้นมาตั้งแต่เด็กเพราะเห็นพ่อถูกเสือฆ่าต่อหน้าต่อตา จนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอเสือขนาดใหญ่ ทุกครั้งที่ออกล่าเสือนางเสือตัวนี้ก็คอยตามล่านายพลเช่นเดียวกันเพราะนายพลได้ฆ่าคู่ของมันตาย

คุณหญิง ภรรยานายพลมิน หลังจากแต่งงานกันมานานแล้วไม่มีลูก จึงได้ไปบนที่วัดอังกอร์ ในที่สุดก็ตั้งท้อง ก่อนคุณหญิงคลอด นายพลมินได้ออกไปล่าเสือตัวดังกล่าวซึ่งมีพลังและวิญญาณที่กล้าแข็งมาก ในขณะที่ มันกระโจนเข้าหา นายพลมินยิงสวนถูกแสกหน้ามันอย่างจัง มันจ้องหน้านายพลอย่างอาฆาต จนสิ้นลมไป เสียงเด็กร้องไห้จ้า เมื่อนายแพทย์ประจำตระกูลส่งเด็กหญิงแรกเกิดให้ นรินทร์ตกใจเมื่อเห็นเงาสีเขียววาบขึ้นมาในแววตาของเด็กน้อย คุณหญิงคลอดก่อนกำหนดและเสียชีวิตทันทีที่คลอด

20 ปีผ่านไป อังกอร์ โตเป็นสาวท่ามกลางความรักของท่านนายพลมินและนรินทร์แม่นมของอังกอร์อังกอร์เติบโตมาพร้อมกับ คอยที ลูกชายคนเดียวของนรินทร์ นรินทร์คอยดูแลคุณหญิง ตั้งแต่สามีเธอตาย นายพลมินเลี้ยงเธอมาอย่างดี ฉะนั้นเธอจึงรักอังกอร์เหมือนลูกของเธอ จนคอยที ได้เป็นผู้กองในหน่วยจู่โจมพิเศษและเป็นนายทหารคนสนิทของนายพลมิน

อังกอร์เป็นหญิงสาวที่มีความสวยงามและมีความรู้ นายพลมินส่งเธอไปเรียนที่อังกฤษ เรียนวิชา แพทย์เป็นปีสุดท้าย และกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่องานครบรอบวันตายของแม่เธอและวันเกิดของเธอด้วย นายพลมินจัดงานวันเกิดให้อังกอร์ ความสวยของเธอเป็นที่เลื่องลือ มีนายทหารคนหนึ่งหมายปองที่จะครอบครองเธอให้ได้ ซึ่งก็คือ อ้ายคำปัน ลูกชายนายพลทหารฝ่ายการต่างประเทศ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พวกเขมรแดงปฏิวัติสำเร็จบุกเข้ายึดเมืองพนมเปญ

ผู้กองกาญจน์ กลับมาบ้านพักได้พบอังกอร์ในสภาพบอบช้ำ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลของค่ายและจุดนี้เองที่ผู้กองรู้ว่า หมวดฤทธิ์และพวกสังหารลูกน้องเขาและค้าอาวุธเถื่อนกับพวกโจร ผู้กองตัดสินใจพา อังกอร์หนีกลับเขมรก่อนแล้วค่อยหาหลักฐานมัดตัวหมวดฤทธิ์และคนอื่นๆ ต่อไปโดยมีหมวดชาติไปด้วยเนื่องจากผู้กองไม่ชำนาญทาง แต่หมู่เข้มก็ให้กิ่ง ลูกสาวของตนช่วยนำทางไปอีกคน โดยหมู่เข้มอยู่สังเกตการณ์และหาทางรายงานผู้บังคับบัญชา ณ กองสอบสวนกลางให้รับรู้ต่อไป

ผู้กำกับ : ฉลอง ภักดีวิจิตร
ผลิตโดย : บางกอก ออดิโอ วิชั่น
เขียนบท : นอร์แมน วีระธรรม

รายชื่อผู้แสดงละคร อังกอร์
1. พีท ทองเจือ – ผู้กองกาญจน์
2. วรรัตน์ สุวรรณรัตน์ – อังกอร์
3. คงกระพัน แสงสุริยะ – หมวดชาติ
4. จิตติมา สำเภาทอง – กิ่ง
5. ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ – คอยที
6. กัญจน์ ภักดีวิจิตร – ผา

อเวจีสีชมพู

อเวจีสีชมพู เป็นเรื่องราวความรักต่างวัยของ ปะวะหล่ำ สายน้อยวัย 17 กับ โปดก น้าชายหนุ่มต่างสายเลือดที่ต้องมาแต่งงานกันตามคำขอร้องก่อนตายของแม่ของปะวะหล่ำ

แม่ของปะวะหล่ำถูกลอบยิงเสียชีวิตตั้งแต่ปะวะหล่ำยังเด็ก โดยฝากฝังให้โปดก ช่วยดูแลและแต่งงานกับปะวะหล่ำเพื่อให้เธอรอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกา โดยเฉพาะศพลพ่อแท้ ๆ ของเธอ ศพลต้องการฮุบที่ดินสวนส้มโดยอาศัยความเป็นพ่อ เบื้องหลังความตายของถมปัดคือศพล ถาปนาตาของปะวะหล่ำชังศพล แต่ก็ขัดขวางการแต่งงานของโปดกกับปะวะหล่ำ เพราะคิดว่าโปดกต้องการสมบัติเหมือนกัน

ปะวะหล่ำเพิ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายปีที่ 5 เท่านั้น ทำให้เรื่องแต่งงานจึงต้องปิดเป็นความลับ โปดกสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินปะวะหล่ำ และจะดูแลปะวะหล่ำอย่างดีจนกว่าปะวะหล่ำจะอายุครบ 20 ปี โดยจะเป็นผู้ปกครองปะวะหล่ำ แต่หากพบปะวะหล่ำพบคนที่รัก ในตอนที่ปะวะหล่ำมีอายุครบ 20 ปี  โปดกจะคืนอิสรภาพให้ ปะวะหล่ำเคารพโปดกอยู่แล้ว เพราะโปดกเลี้ยงและปกครองมาตั้งแต่เกิด จึงไม่ลำบากใจและยอมรับในทุกคำพูดของโปดก ศพลรวมหัวกับศก ผู้เป็นพ่อสร้างความสนิทสนมกับปะวะหล่ำ หวังให้ปะวะหล่ำตายใจและคืนสิทธิ์การเป็นผู้ปกครองให้โดยศพลและศกไม่รู้เลยว่าปะวะหล่ำแต่งงานกับโปดกแล้ว

ปะวะหล่ำดูแก่นแก้ว สู้คน แต่จริง ๆ แล้วอ่อนไหว พอศพลมาทำดีด้วยเธอจึงคิดจะแบ่งสวนส้มให้ แต่เรื่องกลับแตกว่าโปดกกับปะวะหล่ำเป็นสามีภรรยากันแล้ว ศพลจึงหมดหวังและโกรธถมปัด จินตนาเมียถมทอง น้องสาวของถมปัด มาที่สวนส้มเพื่อเอาสมปัดของถมปัด ปะวะหล่ำจึงให้ไปบ้าง แต่ถมทองก็ยังคงคอยมาสร้างความรำคาญใจให้กับโปดกและปะวะหล่ำเสมอ ๆ ศพลแค้นทั้งถมปัดและปะวะหล่ำ จึงไปเปิดเผยเรื่องการแต่งงานของปะวะหล่ำกับโปดกให้ทางโรงเรียนของปะวะหล่ำทราบ ปะวะหล่ำจึงถูกไล่ออกจากโรงเรียน

โปดกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ปะวะหล่ำจึงเรียนระบบการศึกษานอกโรงเรียนอยู่กับบ้าน ปะวะหล่ำและโปดกจึงมีเวลาใกล้ชิดกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาขึ้น โปดกพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองไว้ ทำให้ปะวะหล่ำน้อยใจเพราะคิดว่าโปดก ไม่รักตนแล้ว

ศกและศพลใช้แผนชั่วในโกงที่ดินปะวะหล่ำ และพยายามซื้อตัวทัน คนงานเก่าแก่ แต่ไม่สำเร็จ โปดกเกรงว่าปะวะหล่ำอาจจะได้รับอันตราย จึงย้ายมาทำงานที่สวนเพื่อจะได้ดูแลปะวะหล่ำ ทำให้ความสัมพันธ์ทางใจของทั้งคู่ยิ่งผูกพันกันเพิ่มมากขึ้น ปะวะหล่ำเรียนการศึกษานอกโรงเรียนและสอบเทียบจนจบชั้นมัธยมปลาย โปดกโน้มน้าวให้ปะวะหล่ำเรียนวิชาที่จะนำความรู้มาพัฒนาสวนส้มได้ แต่ปะวะหล่ำไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายปะวะหล่ำก็เปลี่ยนใจเพราะตระหนักว่าจะต้องรักษาผืนแผ่นดินที่แม่ของเธอสร้างขึ้นมาไว้เป็นอนุสรณ์  ปะวะหล่ำโดยเธอสอบติดที่มัธยมเชียงใหม่ ภาควิชาอุตสาหกรรมอาหาร โปดกภูมิใจที่ปะวะหล่ำเข้าใจความหวังดีของเขา

ปะวะหล่ำโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่เรื่องของความรักของปะวะหล่ำยังเด็กเสมอในสายตาโปดก ศพลยังไม่เลิกราความต้องการจะครอบครองสวนส้ม เขายุคนงานในสวน จนคนงานลาออกเกือบหมด แต่โปดกและทันร่วมแรงร่วมใจจนชนะใจคนงานทั้งหมด

ที่มหาวิทยาลัยปะวะหล่ำได้เพื่อนสนิทรู้ใจคือ วิภาวรรณ และได้รู้จักกับวิภาค พี่ชายของวิภาวรรณ รุ่นพี่ร่วมชมรมเดียวกัน วิภาคหลงรักปะวะหล่ำ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มงอกงาม  ความรักเติบโตไปในทางที่ถูกที่ควร วิภาคพาปะวะหล่ำไปรู้จักกับพ่อแม่ ปะวะหล่ำเข้ากับพ่อแม่วิภาคได้ดี ส่วนโปดกก็เริ่มรู้ว่าปะวะหล่ำเกิดความรักกับคนวัยเดียวกัน โปดกเข้มงวดกับปะวะหล่ำมากขึ้นจนมีปากเสียงกันหลายครั้งเพราะหึงหวงในตัวปะวะหล่ำโดยไม่รู้ตัว แต่โปดกก็พยายามเตือนสติตัวเองและถอยออกมา

ศพลลงทุนทำสถานที่เที่ยวกลางคืน โดยได้นายทุนอย่างตติยะร่วมหุ้นด้วย ศกจะลงเล่นการเมืองต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงขายที่ดินสวนส้ม โปดกจึงแอบส่งคนไปซื้อไว้ ศพลเป็นหนี้ตติยะ เขาเห็นว่าตติยะถูกใจปะวะหล่ำ จึงคิดล้างหนี้ด้วยการขายลูกสาวกิน แต่โปดกมาช่วยได้ทัน ปะวะหล่ำมีวิภาคเยียวยา ส่วนโปดกก็ได้ศศิลดาที่ทำธุรกิจทางเหนือช่วยรักษาแผลใจ ศพลแค้นโปดกที่ขัดขวางทุกสิ่งที่เขาทำ จึงส่งมือปืนมาเก็บโปดก แต่ทันรับเคราะห์แทน ปะวะหล่ำรู้ความจริงว่าศพลคือคนบงการฆ่าแม่ของเธอ เธอเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าพ่อแท้ ๆ ของตนเป็นผู้ทำลายชีวิตเธอ

โปดกจ้างสถาปนิกออกแบบรีสอร์ทในสวนส้มและบ้านหลังใหญ่ เพื่อเป็นเรือนหอให้ปะวะหล่ำและวิภาค วันที่ปะวะหล่ำจบการศึกษาวิภาคขอเธอแต่งงาน ทั้งโปดกและปะวะหล่ำน่าจะมีความสุข แต่ทั้งคู่กลับหม่นหมองเหมือนมีบางสิ่งที่อยู่ในใจยังไม่ถูกปลดปล่อยออกมา วันที่ปะวะหล่ำอายุครบ 20 ปี วิภาคหมั้นปะวะหล่ำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปะวะหล่ำเลือกแหวนเพชรให้โปดกหมั้นศศิลดา โปดกบอกความจริงกับวิภาคเรื่องสถานภาพของเขากับปะวะหล่ำ เพื่อแสดงความจริงใจให้วิภาครับทราบและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้วิภาคฟัง แต่วิภาคกลับรับความจริงนี้ไม่ได้รวมถึงพ่อแม่ของวิภาคก็เช่นกัน ปะวะหล่ำเสียใจ เธอไล่โปดกไปจากชีวิตเธอ ทั้งคู่ตัดสินใจหย่าขาดจากกัน แม้จะเศร้าแต่โปดกก็ยกทุกอย่างให้ปะวะหล่ำ รวมทั้งเรือนหอซึ่งโปดกตั้งใจสร้างให้ปะวะหล่ำและวิภาคด้วย

ปะวะหล่ำไม่รู้ว่าศศิลดากับโปดกไม่ได้หมั้นกัน โปดกสารภาพว่าเขารักปะวะหล่ำคนเดียว ปะวะหล่ำดูแลรีสอร์ทที่เพิ่งเปิดตัว ทันมาบอกว่ามีลูกค้ามาเช่าเรือนหอ ปะวะหล่ำไปขอเรือนหลังนั้นคืนเพราะเธอไม่ต้องการให้ใครเช่า แต่ลูกค้าคนนั้นกลับเป็นโปดก โปดกสารภาพกับปะวะหล่ำว่าตลอดเวลา 4 ปี ที่ต้องแบบรับภาระปะวะหล่ำนั้น ในตอนแรกเขายอมรับว่าเขารู้สึกเหมือนเขาตกอยู่ในอเวจี แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยินดีเพราะสิ่งเหล่านี้มันกลายเป็นอเวจีสีชมพูสำหรับเขา

ปะวะหล่ำจะตัดสินใจอย่างไรกับคำสารภาพรักของโปดก วิภาคจะเปลี่ยนใจกลับมารักปะวะหล่ำหรือไม่ ศพลจะได้รับผลกรรมที่ก่อกับชีวิตของถมปัดและปะวะหล่ำอย่างไร ติดตามหาคำตอบ ได้ใน “อเวจีสีชมพู