เงาะแท้ แซ่ฮีโร่ เป็นละครแนวบู๊ คอมเมดี้ เจ้าเงาะตัวดำหัวหยิก ถือกระบองคู่กายโชว์ลีลาท่าทางอย่างเมามันส์ และนอกจากเป็นเงาะป่าแล้ว หนุ่มป๊อบ ยังได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์สลับไปมา ระหว่าง เจ้าเงาะ-ชายหนุ่มรูปงามเมื่อยามถอดรูป และ ซูเปอร์ฮีโร่สวมหน้ากาก
Author Archives: admin
นักสู้มหากาฬ
นักสู้มหากาฬ เป็นเรื่องราวของ “ฤทธิ์ ราวี” นายทหารผู้ชำนาญการต่อสู้ทุกรูปแบบ ได้วางมือจากการเข่นฆ่า เพื่อมาใช้ชีวิตกับคนรักที่บ้านเกิดในชลบุรี เขาเปิดโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ขึ้นเพื่อการป้องกันตัว แต่เมื่อมีภารกิจลับ กับหน้าที่ของชายผู้ต้องการรับใช้ชาติ ฤทธิ์ ราวี จึงกลับไปรับหน้าที่ แต่เมื่อมีเงื่อนงำเบื้องหลังท่ทำให้ภารกิจครั้งนี้กลายเป็นภัยร้ายต่อปะเทศ ชาติ และคนที่เขารัก เขาจึงต้องหาวิธีป้องกัน “พยัคฆ์มหากาฬ” ถือกำเนิดขึ้น ด้วยความดี และความรัก คนๆหนึ่งจะสามารถผ่านอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ต้องติดตามใน นักสู้มหากาฬ
“ฤทธิ์ ราวี” นายทหารผู้ชำนาญการต่อสู้ทุกรูปแบบ ได้วางมือจากการเข่นฆ่า เพื่อมาใช้ชีวิตกับคนรักที่บ้านเกิดในชลบุรี เขาเปิดโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ขึ้น เพื่อปกป้องคนไทยจากการข่มเหงของพวกอันธพาลต่างชาติที่แผ่ขยายอำนาจเข้ามาใน พัทยา แม้ว่าจะต้องมีปัญหากับแก๊งค์มาเฟียต่างๆ แต่ด้วยฝีมือที่ฉกาจฉกรรจ์จึงทำให้ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเขาได้ ต่อมาฤทธิ์ก็ได้รับการติดต่อจาก “กรณ์” เพื่อนทหารเก่า ที่ต้องการให้เขาร่วมปฏิบัติภารกิจลับ ในการบุกทลายโรงงานของขบวนการค้ายาเสพย์ติด ที่ตั้งอยู่นอกเขตชายแดนไทย ฤทธิ์ยอมรับงานนี้เพราะอยากรับใช้ชาติ และคิดว่าจะนำเงินค่าจ้างมาพัฒนาสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าซึ่งใจทิพย์แฟนสาวของเขาดูแลอยู่
แต่ภารกิจลับของกรณ์กลับมีเงื่อนงำแอบแฝง เมื่อฤทธิ์พบว่าโรงงานที่เขากับพวกบุกจู่โจมนั้น แท้จริงกลับเป็นห้องทดลองที่ค้นคว้าเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพ หนำซ้ำผู้ว่าจ้างของกรณ์ก็ไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐบาลไทยอย่างที่อ้างไว้ หากแต่เป็นผู้องค์กรโฉดที่มีสมญาว่า“พรายพิฆาต”ซึ่งมีเป้าหมายจะปล้น“น้ำตา มัจจุราช”มหาอาวุธชีวภาพไปจากห้องทดลอง ฤทธิ์พยายามขัดขวางกรณ์กับพวกนักรบรับจ้างจนถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บสาหัส และถูกกรณ์ใช้ดาบปลายปืนสองเล่มปักตรึงร่างไว้เพื่อให้ตายอย่างทรมาน แต่ขณะที่กรณ์มัวหลงลำพองว่าสามารถโค่นเพื่อนรักได้สำเร็จนั้น ฤทธิ์ที่อยู่ในสภาพปางตายก็ตัดสินใจกดสวิทซ์ระเบิดที่ซ่อนอยู่ เพื่อทำลายคลังเก็บสารเคมีทั้งหมดก่อนที่เขาจะสิ้นลม พวกของกรณ์จึงต้องหนีตายโดยมีเพียงสารตั้งต้นในการผลิต“น้ำตามัจจุราช”ติดมือไปเท่านั้น
ไม่มีใครคาดคิดว่าน้ำตามัจจุราชที่ระเหยจากคลัง จะซึมเข้าสู่ร่างกายของฤทธิ์ผ่านทางบาดแผล มันทำให้ฤทธิ์คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับพลังอำนาจในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วรุนแรงยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป ฤทธิ์รีบเดินทางกลับพัทยาด้วยความเป็นห่วงคนรัก แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป เมื่อกรณ์ได้จ้างพวกมาเฟียคู่ปรับเก่าของฤทธิ์ให้ปล้นฆ่า“ใจทิพย์”แฟนสาวของเขาเพื่ออำพรางคดีื ด้วยความแค้นฤทธิ์จึงตามไปฆ่าพวกมาเฟียถึงรัง ก่อนจะสืบพบความจริงว่ากรณ์และองค์กรพรายพิฆาต คือผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ฤทธิ์จึงย้อนไปที่กรุงเทพฯอีกครั้งเพื่อล้างแค้น โดยแฝงตัวเข้าไปในสังเวียนนักสู้เถื่อน เพื่อหาตัวลูกทีมคนหนึ่งของกรณ์ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่ามีงานอดิเรกเป็นนักค้ากำปั้น ระหว่างนั้น“มาดามหลิว”มหาเศรษฐีนีพันล้านผู้ร่ำรวยจากการเป็นหุ้นส่วนใน บริษัทขุดเจาะน้ำมัน ก็ได้ส่งคนมาช่วยฤทธิ์เอาไว้ในยามคับขัน เนื่องจากเธอเองก็มีความแค้นต่อองค์กรพรายพิฆาต ที่ได้สังหารครอบครัวของเธอ และทำให้เธอกลายเป็นคนพิการต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต เพียงเพราะไม่ยอมร่วมมือกับพวกมัน
ที่ผ่านมามาดามหลิวได้ตระเตรียมแผนการณ์ที่จะล้างแค้นมาโดยตลอด เมื่อเห็นว่าฤทธิ์มีคุณสมบัติมากพอที่จะปฏิบัติภารกิจนี้ จึงมอบหมายให้“โซเฟีย” ผู้ช่วยสาวคนสนิทปลอมแปลงประวัติเขาเสียใหม่ ก่อนจะเปิดตัวในงานเลี้ยงว่าเขาคือ“มิสเตอร์โทมัส” หลานชายบุญธรรมของเธอ
ในตอนกลางวันฤทธิ์จะสวมบทหนุ่มเพลย์บอย เพื่อสืบหาข่าวขององค์กรพรายพิฆาต ซึ่งมีสมาชิกมากมายอยู่ในสังคมชั้นสูง แต่พอตกกลางคืนเขาก็สวมหน้ากากดำออกขัดขวางแผนการณ์ของพวกมันทุกรูปแบบ รวมถึงสังหารสมาชิกระดับแกนนำทุกคน โดยใช้สมญาในการปฏิบัติงานว่า“พยัคฆ์มหากาฬ”ตามชื่อหน่วยรบสมิงดำที่เขาเคย สังกัด และยังมีดาบปลายปืนสองเล่ม แบบเดียวกับที่กรณ์เคยทำร้ายเขาเป็นอาวุธคู่มืออีกด้วย
การมาของมิสเตอร์โทมัส กับการปรากฏตัวของพยัคฆ์มหากาฬถูกเผยแพร่เป็นข่าวหน้าหนึ่งไม่เว้นแต่ละวัน “ไอริณ” ดารานักบู๊ชื่อดังเป็นบุตรสาวของ “ท่านนำชัย” นักการเมืองใหญ่ รู้สึกสนใจในตัวฤทธิ์หรือมิสเตอร์โทมัสเป็นพิเศษ จนมีโอกาสได้เจอกันในงานเลี้ยงการกุศล แต่แล้ว“มาวิน” มาเฟียหนุ่มที่หลงไหลเธอก็ได้เข้ามาข่มขู่เพื่อให้เธอเซ็นต์สัญญากับบริษัท ผลิตภาพยนตร์ของมัน แต่ไอริณก็ปฏิเสธไปเพราะเธอสืบทราบว่าบริษัทของมาวิน แท้จริงมีไว้เพื่อฟอกเงินจากธุรกิจนอกกฎหมาย หลังเลิกงานมาวินได้ส่งลูกสมุนมาอุ้มตัวไอริณที่ลานจอดรถ แต่โชคดีที่ฤทธิ์ได้ปกป้องเธอเอาไว้ ทำให้เขากลายเป็นเพื่อนสนิทของไอริณและมีโอกาสเข้าถึงตัวท่านนำชัย บุคคลที่มาดามหลิวสงสัยว่าเป็นสมาชิกระดับแกนนำขององค์กรพรายพิฆาต ทว่ายังไม่ทันที่ฤทธิ์จะได้สืบความลับ เขาก็ถูก“ร้อยตำรวจเอกหญิงณัฐชา”มือปราบหญิงปืนดุ ซึ่งเป็นเพื่อนและครูสอนคิวบู๊ให้กับไอริณพบพิรุธเข้าเสียก่อน ณัฐชาสงสัยว่าการที่ฤทธิ์เข้ามาตีสนิทกับครอบครัวของไอริณจะมีเบื้องหลัง เธอจึงคอยขัดขวางไม่ให้ฤทธิ์กับไอริณได้ใกล้ชิดกัน จนฤทธิ์กับเธอต้องปะทะคารมกันหลายครั้ง
ณัฐชาตัดสินใจยุติปัญหาด้วยการท้าแข่งกับฤทธิ์ ทั้งในด้านการต่อสู้ การขับรถ ไปจนถึงกีฬาต่างๆ ตามแต่ที่เธอถนัด โดยมีเงื่อนไขว่าผู้แพ้จะต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับไอริณ ซึ่งฤทธิ์ก็สามารถเอาชนะณัฐชาได้สำเร็จ หนำซ้ำยังช่วยชีวิตเธอจากอุบัติเหตุในการแข่งครั้งที่สามอีกด้วย แต่แทนที่ณัฐชาจะยอมรับความพ่ายแพ้ เธอกลับมอบหมายให้“จ่าไมตรี”กับ“หมู่ปรีดา”สองคนสนิทคอยตามสืบพฤติกรรมของ ฤทธิ์แทนเธอ แต่ทั้งคู่ก็ถูก“นายชาญ”คนขับรถหนุ่มมาดทะเล้นของฤทธิ์ หลอกล่อจนไม่สามารถตามติดได้เลยสักครั้ง ทั้งนี้เพราะนายชาญไม่ใช่คนขับรถธรรมดา แต่เขาเป็นมือปืนระดับพระกาฬที่มาดามหลิวจ้างมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของฤทธิ์นั่นเอง
ความห้าวหาญแกมดื้อรั้นของณัฐชาทำให้ฤทธิ์เริ่มรู้สึกสนใจ เขาสืบประวัติของเธอจนรู้ว่าในอดีตครอบครัวของเธอถูกฆ่าตาย ทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะเป็นตำรวจเพื่อปราบปรามเหล่าร้าย เพราะความที่เติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้า และต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่เล็ก ณัฐชาจึงไม่มีเพื่อนมากนักนอกเสียจากไอริณที่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ด้วยความประทับใจนี้เองฤทธิ์จึงไม่เคยเล่นงานณัฐชาขั้นเด็ดขาด อีกทั้งยังมีความสุขเสียด้วยซ้ำที่เห็นเธอมาคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆเขา เพราะเธอมีนิสัยบางอย่างคล้ายกับใจทิพย์คนรักของเขาที่จากไป แต่มาดามหลิวไม่อยากให้ณัฐชามาป่วนภารกิจของตน เธอจึงรายงานพฤติกรรมของณัฐชาให้ “สารวัตรราเมศ”นายตำรวจหนุ่มซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ สารวัตรราเมศจึงได้เข้ามาไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น
ฤทธิ์รู้สึกเลื่อมใสในตัวสารวัตรราเมศ เพราะนอกจากจะเป็นตำรวจตงฉินแล้ว ก็ยังมีฝีไม้ลายมือทัดเทียมกับเขาอีกด้วย เช่นเดียวกับผู้กองณัฐชาที่หลังจากใกล้ชิดกับฤทธิ์มากขึ้น เธอก็พบว่าเขาไม่ได้เป็นเพลย์บอยอย่างที่เคยเข้าใจ หากแต่เป็นสุภาพบุรุษที่เชื่อมั่นในรักแท้เสมอมา ฤทธิ์กับผู้กองณัฐชาเริ่มมีใจให้กัน แต่ทั้งสองก็ไม่กล้าแสดงออกเพราะติดที่ไอริณชอบฤทธิ์และสารวัตรราเมศก็ตาม จีบณัฐชาอยู่ ไอริณชวนทั้งหมดไปเที่ยวที่บ้านพักตากอากาศของตน เพื่อตอบแทนที่ทุกคนคอยดูแลความปลอดภัยให้เธอในระหว่างถ่ายหนัง แต่คาดไม่ถึงว่ามาวินที่ต้องการล้างแค้น จะโผล่มาเล่นงานไอริณจนเป็นเหตุให้ณัฐชาที่ปกป้องเธอได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ฤทธิ์ตั้งใจจะสวมบทพยัคฆ์มหากาฬเพื่อเล่นงานมาวินนั้นเอง องค์กรพรายพิฆาตก็ได้ส่งคนมาตัดหน้าเขาเสียก่อน มาวินถูกไล่ล่าจนถึงขั้นต้องยอมมอบตัวกับสารวัตรราเมศเพื่อหนีตาย แต่องค์กรพรายพิฆาตก็ยังส่งคนตามไปทำร้ายถึงในเซฟเฮ้าส์ ทำให้มาวินต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดชีวิต
เรื่องราวของมาวินทำให้มาดามหลิวยิ่งมั่นใจว่า ท่านนำชัยจะต้องเกี่ยวพันกับองค์กรพรายพิฆาต พวกมันถึงได้ออกโรงมาเล่นงานมาวิน จึงออกคำสั่งให้ฤทธิ์ในคราบพยัคฆ์มหากาฬไปสังหารท่านนำชัยถึงบ้าน แต่เพราะไอริณกับณัฐชาขัดขวางไว้ แผนการของฤทธิ์เลยต้องพลาดไป
เวลานั้นเองที่กรณ์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในฐานะหัวหน้าองครักษ์คนใหม่ของท่านนำ ชัย ฤทธิ์แทบจะฆ่ามันทันทีที่เห็นหน้า แต่เพราะมาดามหลิวเตือนสติไว้ เขาจึงต้องแสร้งสวมบทเป็นนายโทมัสต่อไปเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไหวตัว ส่วนกรณ์ก็แกล้งตีหน้าเซ่อทำเป็นไม่รู้จักฤทธิ์เช่นกัน เพราะมันมีภารกิจใหญ่ต้องรีบสะสาง เนื่องจากก่อนหน้านี้หัวหน้าสาขาของพรายพิฆาตในเมืองไทยได้แจ้งว่า สามารถสะกัด“น้ำตามัจจุราชเทียม”จากสารตั้งต้นที่กรณ์ขโมยมาได้สำเร็จ และมีอานุภาพเหมือนน้ำตามัจจุราชของแท้เกือบทุกประการ จุดด้อยก็คือคนที่ได้รับสารนี้เข้าไปจะมีอาการเสพย์ติดขั้นรุนแรง และจะตายทันทีหากขาดสารนี้เกิน 24 ช.ม.
ความจริงแล้วน้ำตามัจจุราชก็คือสารเคมีที่สกัดขึ้นจากยาเสพย์ติดบางชนิด มันมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเซลส์กับระบบประสาทอย่างรุนแรง คนที่ได้รับสารนี้เข้าไปไม่เพียงจะมีพลังเหนือมนุษย์ธรรมดา แต่ยังมีความสามารถในการสมานบาดแผลเร็วกว่าปกติหลายพันเท่า มันถูกค้นพบโดยหน่วยงานทหารต่างชาติหน่วยงานหนึ่ง และถูกพัฒนาเพื่อใช้สร้างกองทัพอมตะที่มีพลังเหนือมนุษย์ ก่อนจะถูกกรณ์และพวกพรายพิฆาตปล้นชิงไป
ต่อมากรณ์ได้นำน้ำตามัจจุราชเทียมไปทดลองใช้กับมาวินที่นอนเป็นอัมพาตอยู่ใน โรงพยาบาล ทำให้มาวินที่ฟื้นขึ้นมาต้องกลายเป็นทาสของมัน เนื่องจากเสพย์ติดน้ำตามัจจุราชอย่างรุนแรง กรณ์ส่งมาวินไปตามฆ่าผู้คนมากมายที่เป็นศัตรูกับองค์กรพรายพิฆาต รวมถึงเล่นงานฤทธิ์ที่มันเชื่อว่าคือพยัคฆ์มหากาฬอีกด้วย
งานนี้ฤทธิ์แทบจะเอาตัวไม่รอด เพราะคาดไม่ถึงว่ามาวินที่เคยเป็นอัมพาต จะลุกขึ้นมาอาละวาดด้วยเรี่ยวแรงปานช้างสารขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ชาญเข้าช่วยเอาไว้พยัคฆ์มหากาฬคงต้องปิดฉากในคืนนั้น ฝ่ายกรณ์ก็สะใจกับผลงานของมันได้ไม่นานนัก เพราะมันลืมไปว่าอดีตหัวหน้ามาเฟียอย่างมาวินไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่นานต่อมามาวินจึงได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ในห้องแล็ป แล้วปล้นน้ำตามัจจุราชในคลังเก็บไปจนหมดโดยไม่มีใครขัดขวางได้
พลังที่เหนือมนุษย์ของมาวินบวกกับฤทธิ์ยาทำให้มันคึกคะนองอย่างบ้าคลั่ง เที่ยวก่อเหตุปล้นฆ่าไม่เว้นวัน หนำซ้ำยังฉุดตัวไอริณที่มันลุ่มหลงไปกักขังอีกด้วย ร้อนถึงสารวัตรราเมศกับผู้กองณัฐชาที่ต้องตามล่ามันแทบพลิกแผ่นดิน ทางด้านฤทธิ์เองก็ร้อนใจมากด้วยความเป็นห่วงไอริณ แต่มาดามหลิวมั่นใจว่าหากท่านนำชัยเกี่ยวข้องกับองค์กรพรายพิฆาตแล้ว พวกมันจะต้องช่วยเหลือไอริณอีกแน่
ทุกอย่างเป็นไปตามคำพูดของมาดามหลิว เมื่อพรายพิฆาตได้ส่งคนมาช่วยไอริณที่ถูกกังขังอยู่ในรังของมาวิน แต่พวกมันก็ถูกมาวินที่มีพลังดุจอมนุษย์สังหารจนหมดเกลี้ยง ฤทธิ์ในคราบของพยัคฆ์มหากาฬที่สะกดรอยตามมา จึงได้ปรากฏตัวขึ้นต่อสู้กับมาวินอย่างดุเดือด โดยมีแผนจะล่อมันจากที่กบดาน เพื่อเปิดทางให้สารวัตรราเมศเข้าไปช่วยไอริณ
ทุกอย่างเป็นไปตามแผน…เมื่อฤทธิ์สามารถฆ่ามาวินได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือสารวัตรราเมศจะสมคบกับกรณ์และพวกพรายพิฆาตจับ ตัวเขาเอาไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกเปิดเผยว่าแท้จริงหัวหน้าสาขาขององค์กรพรายพิฆาตใน ประเทศไทยก็คือสารวัตรราเมศนั่นเอง ส่วนท่านนำชัยกลับเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกพวกมันบังคับให้ทำงานเท่านั้น
ฤทธิ์ถูกส่งตัวไปยังห้องทดลองของพรายพิฆาต เพื่อค้นคว้าวิธีผลิตน้ำตามัจจุราชของแท้ และอานุภาพในส่วนที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ ทำให้ฤทธิ์ได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัส ไอริณต้องการช่วยฤทธิ์เธอจึงได้ทรยศพ่อด้วยการส่งข่าวให้มาดามหลิว มาดามหลิวจึงได้ส่งโซเฟียกับชาญไปช่วยฤทธิ์ออกมา แต่คาดไม่ถึงว่ากรณ์จะวางกับดักเอาไว้ทำให้มือปืนระดับพระกาฬอย่างชาญต้องจบ ชีวิตลง เพื่อเปิดทางให้โซเฟียพาฤทธิ์หลบหนีไป
ต่อมาผู้กองณัฐชาเริ่มระแคะระคายเรื่องที่เกิดขึ้นจากไอริณ จึงพยายามเข้ามาสืบแต่กรณ์ก็แกล้งฉีดยากล่อมประสาทให้ไอริณจนดูเหมือนคนเสีย สติ ก่อนจะโกหกกับผู้กองณัฐชาว่าไอริณติดยาจนเป็นบ้า โดยที่ท่านนำชัยก็ไม่กล้าขัดขวางเพราะถูกพวกพรายพิฆาตขู่เข็ญด้วยเรื่องการ คอรัปชั่นที่ท่านเคยหมกเม็ดเอาไว้สมัยเป็นรัฐบาล แต่สุดท้ายท่านนำชัยก็ทนสงสารลูกสาวไม่ได้ จึงแจ้งข่าวให้ผู้กองณัฐชามาช่วยพาไอริณไปกบดาน ส่วนตนก็พลีชีพหวังแลกตายกับราเมศและกรณ์ แต่ก็พลาดท่าถูกฆ่าตายเสียก่อน
ผู้กองณัฐชาพาไอริณไปที่กองปราบหวังจะแฉเบื้องหลังของราเมศ ซึ่งแท้จริงเป็นสมาชิกของพรายพิฆาตที่แฝงตัวมาเป็นตำรวจเมื่อหลายสิบปีก่อน ทว่าสารวัตรราเมศก็ใส่ร้ายว่าผู้กองณัฐชาเป็นคนลักพาตัวไอริณไปเพื่อเรียก ค่าไถ่ แต่เมื่อถูกจับได้ก็เลยฆ่าท่านนำชัยปิดปาก ทำให้ผู้กองณัฐชากับไอริณต้องถูกตำรวจตามล่าจนหัวซุกหัวซุน และต้องไปซ่อนตัวที่คฤหาสน์ของมาดามหลิว จนได้พบกับฤทธิ์ที่กบดานอยู่ที่นั่น
โชคร้ายที่กรณ์กับพวกเกิดพบเบาะแสเข้า มันจึงยกพลถล่มคฤหาสน์ของมาดามหลิวทันที แม้ว่าในตัวอาคารจะมีกลไกรักษาความปลอดภัยและมีเวรยามที่แน่นหนา ก็ไม่อาจต้านทานพวกของกรณ์ได้ เพราะสมุนของมันทุกคนล้วนเป็นอมตะด้วยพลังของน้ำตามัจจุราช มาดามหลิว โซเฟีย ณัฐชา และไอริณพยายามต่อสู้กับพวกของกรณ์ไว้อย่างสุดความสามารถ เพื่อปกป้องฤทธิ์ที่ยังอยู่ในอาการบาดเจ็บ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกำลังของอีกฝ่ายได้ มาดามหลิวจึงให้สามสาวพาฤทธิ์หนีไป ขณะที่ตัวเธอต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า
ณัฐชา ไอริณ และโซเฟียพาฤทธิ์ไปซ่อนตัวที่เกาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลผู้คน ไม่นานนักพลังของน้ำตามัจจุราชก็ช่วยให้ฤทธิ์หายเป็นปกติ ในช่วงนั้นเองก็มีข่าวว่ากรณ์ได้สร้างกองทัพขนาดย่อมของตนเองขึ้น โดยให้นักรบทุกคนเสพย์สารน้ำตามัจจุราชจนมีพลังเป็นอมตะ ก่อนจะทดลองขีดความสามารถด้วยการส่งนักรบเหล่านี้ ไปปฏิบัติการณ์ปล้นฆ่าตามสถานที่ต่างๆ โดยมีสารวัตรราเมศร่วมรู้เห็นอย่างลับๆ ทำให้บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพวุ่นวาย
ฤทธิ์กับสามสาวจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพฯเพื่อหยุดยั้งกรณ์ และเปิดโปงเบื้องหลังของสารวัตรราเมศ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดา ฤทธิ์สามารถจับตัวสารวัตรราเมศและบังคับให้มันพาพวกเขาบุกเข้าไปในฐานทัพของ พวกพรายพิฆาต จนเกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือดกับกรณ์และลูกสมุน ระหว่างนั้นณัฐชา ไอริณ และโซเฟียก็ช่วยกันปิดทางเข้าออกและวางระเบิดคลังแสงของพวกมัน จนทำให้สารวัตรราเมศกับสมาชิกของพรายพิฆาตแทบทั้งหมดต้องจบชีวิตลงในกองเพลิง
ขณะที่ระเบิดลูกสุดท้ายจะทำงานนั้นเอง กรณ์ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับฤทธิ์ ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ในสภาพของอสูรกายที่เสพย์น้ำตามัจจุราชเข้าไปจนเกินพิกัด มันฆ่าโซเฟียทิ้งอย่างโหดเหี้ยม และพยายามจะฆ่าณัฐชากับไอริณเป็นรายต่อมา แต่ฤทธิ์ก็โผล่มาขัดขวางไว้เสียก่อน เขาให้สองสาวรีบหนีออกไป ก่อนจะกดชนวนระเบิดถล่มฐานทัพของพวกพรายพิฆาตจนสิ้นซาก
กรณ์จบชีวิตลงเพราะแรงระเบิด ในขณะที่ฤทธิ์สามารถรอดตายมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ เขาเชื่อว่าคงเป็นเพราะผลกรรมดีที่ปกป้องเขาเอาไว้ นับจากนั้นก็ไม่มีใครได้ยินชื่อองค์กรพรายพิฆาตอีกเลย ส่วนพยัคฆ์มหากาฬก็หายสาบสูญไปเช่นกัน แต่อีกไม่นาน…เมื่อใดที่ภัยร้ายเข้ารุกรานแผ่นดิน….ฤทธิ์ ราวีจะต้องกลับมาอีกครั้ง
สายโลหิต 2529
สายโลหิต เริ่มเรื่องในช่วงเวลาก่อนเสียกรุงครั้งที่สองเล็กน้อย จับความตั้งแต่ ดาวเรือง ลูกสาว พระสุวรรณราชา่างทองหลวง อายุได้ 10 ปี ในวันแต่งงานของลำดวน พี่สาวกับหลวงเทพ บุตรพระยาพิริยะแสนพลพ่าย ขุนไกร น้องชายหลวงเทพ จับได้ว่า ดาวเรือง แอบถือเพลงยาวของหมื่นทิพ ลูกสาวพระพิชิต จะเอาไปให้แม่เยื้อน น้องสาวขุนไกร จึงได้รั้งตัวมาสอบสวนจนกระจ่าง และกำชับไม่ให้ประพฤติเช่นนั้นอีก โดยมีสัญญาพาเที่ยวชมพระนครเป็นข้อแลก
ดาวเรืองเป็นเด็กหญิง แต่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาโดยบุคคลผู้ฉลาดเฉลียว มีความคิดกว่างคือ คุณย่านิ่ม มารดาพระสุวรรณราชา ซึ่งเป็นสตรีที่บริบูรณ์ด้วยยศและสติปัญญา ดาวเรืองจึงเก่งทั้งงานเรือนและฉลาด ช่างคิด อยากรู้อยากเห็น เมื่อได้สมาคมกับขุนไกร ก็กลายเป็นมิตรผู้น้อยที่ไปกันได้อย่างดี ขุนไกรเองก็เป็นคนรอบรู้ กล้าหาญ และมีน้ำใจ
ขุนไกร เป็นอริกับหมื่นทิพ เนื่องจากไม่นิยมในนิสัยเจ้าชู้ มักมากในกามของหมื่นทิพ ครอบครัวหมื่นทิพ นับจากพ่อถึงลูกมีแต่เรื่องมากลูกมากเมีย บ้าตัญหาจนคนลือไปทั้งบาง ขุนไกรจึงกีดกันไม่ให้หมื่นทิพ มาเกี่ยวข้องกับน้องสาวตน แต่ตัวแม่เยื้อนเองกลับมีใจให้หมื่นทิพไม่น้อย เพราะหมื่นทิพปากหวาน ช่างกำนัลข้า่วของและตั้งใจทุ่มเทมากด้วยอยากจะเอาชนะขุนไกรให้ได้
หมื่นทิพให้นางปริกมารดาไปจัดการผ่านทางพระสนมเอก เพื่อไม่ให้ใครขัดได้ ประจวบเวลานั้น พม่ายกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ พระยาพิริยะ หลวงเทพ ขุนไกร ต้องไปทัพ มาดราของหมื่นทิพจึงจัดการสู่ขอโดยสะดวก
ศึกพม่ายืดเยื้อและลามมาจนประชิดกรุง แต่แล้วก็เลิกทัพกลับเนื่องจาก พระเจ้าอลองพญา ต้องปืนแตกบาดเจ็บสาหัส การศึกครั้งนี้ยิ่งทำให้ ขุนไกร ชิงชังรังเกียจหมื่นทิพมากขึ้น เพราะได้รู้เห็นนิสัยสอพลอ ขี้ขลาด ข้าราชการผู้ใหญ่ในเวลานั้นแบ่งเป็นหลายฝักหลายฝ่าย หมื่นทิพก็เอาแต่วิ่งเต้นข้างโน้นข้างนี้หาความชอบ และถือโอกาสให้ร้ายทับถมว่าขุนไกรบ้าสงคราม
ขุนไกรนั้นได้ประทับภาพอันโหดร้ายไว้ด้วยความขุ่นแค้น เพราะเมื่อออกศึกนั้นเป็นกองหน้า ได้เห็นทั้งบรรดาเหล่าทหารกล้าที่ถาโถมชีวิตเข้าแลกข้าศึกศัตรู กับทั้งได้เห็นความมดเท็จขลาดเขลา ของพวกแม่ทัพนายกองบางคนที่ละทิ้งหนีทัพ และกลับมาลอยหน้าได้ดีอยู่ตำตา และคนพวกนี้ก็ชักจูงให้ผู้คนพาักันลืมความทุกข์ยากเดือดร้อนของสงครามเสียอย่างรวดเร็ว มีเรื่องฉลองสนุกบันเทิงคึกคักดังเดิม
ผู้ที่รักและเป็นห่้วงบ้านเมืองได้แต่เฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความห่วงใย ใครทัดทานขึ้นมาก็จะถูกป้ายสีได้ง่าย ขุนไกรจึงคับแค้นยิ่งนัก แล้วก็ถึงที่สุดแห่งความอดทน เมื่อคุณหญิงศรีนวล ผู้มารดารับขันหมากของหมื่นทิพ การแต่งงานจัดอย่างเอิกเกริก พระยาพิริยะสิ้นชีวิตเสียกลางศึก คนที่จะขัดขวางจึงไม่มี หมื่นทิพได้เหยียบย่ำเยาะเย้ยขุนไกรสมใจ ขุนไกรรู้อารมณ์ของตนดี จึงเมื่อสบช่องก็ลาไปรับราชการเสียที่หัวเมืองฝ่ายเหนือ ระหว่างเวลาที่ผ่านมา ความผูกพันระหว่างดาวเรืองกับขุนไกรได้เติบโตเหนียวแน่นยิ่งขึ้น ครั้งนี้พี่เลี้ยงคนสนิทของดาวเรืองได้ออกเรือนไปกับทหารคู่ใจของขุนไกร ติดตามไปเมืองเหนือด้วย
ขุนไกรจากไปได้ 3 ปี เหตุการณ์ก็เป็นดังคำขุนไกร หมื่นทิพเที่ยวพล่าผลาญสาวแ่ก่แม่หม้ายทั้งในเรือนนอกบ้าน แม่เยื้อนทนทุกข์จนตรอมใจตาย ในวันรดน้ำศพ คุณหญิงศรีนวลก็สิ้นชีวิตตามไปอีก บรรดาญาติหวั่นกันว่าเมื่อขุนไกรกลับมา จะต้องถึงเลือดแน่นอน เวลาล่วงไปเกือบเดือน หมื่นทิพจึงมิได้เยี่ยมกรายไปในงานศพเลย ด้วยความกลัวสารพัด
การตายของแม่และน้องยังความโศกเศร้าแค้นเคืองแก่ขุนไกรใหญ่หลวงนัก แต่ก็ได้ความอ่อนโยนจากดาวเรืองมาทดแทน ขุนไกรได้พบและรู้สึกกับตัวเองว่า เด็กหญิงเล็กๆ ที่วิ่งตามติดตนด้วยความห่วงใยนั้นได้เติบโตเป็นสาวรุ่นที่งดงามจับตา ความผูกพันดั้งเดิมของคนทั้งสองจึงงอกงามเป็นความรักความพอใจ คุณย่านิ่ม จับความรู้สึกของหนุ่มสาวได้ทันที แต่ด้วยความรักและความนิยมความดีของขุนไกร จึงเพียงดูแลปรุงแต่งความสัมพันธ์ให้งดงาม เรื่องนี้กลับยังความร้อนรุ่มแก่หมื่นทิพขึ้นมาอีก หมื่นทิพเห็นดาวเรืองเติบโตเป็นสาวสวยก็หลงใหล ยิ่งรู้แก่ใจว่าไม่มีหวังเพราะคดีแม่เยื้อนเป็นแผลฉกรรจน์นัก แต่ยังไม่วายเกาะแกะเกี้ยวพาตามโอกาสที่จะฉกฉวยได้
เวลานั้น พม่ายกทัพใหญ่มาอีก ขุนไกรต้องกลับไปราชการ แม้นหมื่นทิพก็จำต้องแสร้งอาสาศึกด้วย เพื่อจะได้ยศ ขุนทิพเทวา ไม่น้อยหน้าขุนไกร วันเคลื่อนทัพยังแอบไปก่อเหตุคว่ำเรือฉุดดาวเรือง จนบ่าวผู้หญิงจมน้ำตายไปคนหนึ่ง แต่ไ่ม่มีใครจับได้
คุณย่านิ่ม มีความเชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์ลึกซึ้ง พอจะรู้ถึงความวิบัติที่กรายเข้ามาเป็นเงารางๆ และเหตุการณ์ก็เป็นดังคาด ทัพที่ถูกส่งไปยังพม่า ถูกตีถอยร่นมาเป็นรา่ยทาง คนกล้าอาสารบไม่ถอย หลวงเทพ พี่เขยดาวเรือง แม้ต้องอาวุธสาหัสก็ไม่ยอมกลับ แต่ขุนทิพแม้มิทันรบก็รีบให้มารดาวิ่งเต้นสับเปลี่ยนหน้าที่ จนได้มาอยู่กองรักษาประตูเมือง พม่ารุกหนักทั้งทางเหนือและทางใต้ ขุนไกรได้บรรดาศักดิ์เป็น หลวงไกร อาสาศึกอยู่ทางสุโขทัยและได้ส่งตัวนางเยื้อน เมียพันสิงห์ ทหารคนสนิทกลับคืนมาอยู่กับดาวเรือง พร้อมกับข่าวความอาลัยรัก ดาวเรืองเศร้าหมองไปด้วยความวิตกกังวล คุณย่านิ่มผู้รู้อนาคตก็วิตกปานกัน แต่ก็ได้ใช้สติและความแกร่ง เป็นหลักใจของคนทั้งบ้านที่กำลังตื่นกลัวสงคราม
กรุงศรีอยุธยาคับขันหนัก หลวงไกร กลับมารับหน้าที่รักษากรุง พบกับขุนทิพ ความเรื่องฉุดดาวเรืองจึงแตก พระสุวรรณราชา จึงพลอยได้ยินด้วย หลวงไกร ร้อนใจจนไม่อาจรอต่อไปได้ และได้พูดจาสู่ขอ ดาวเรืองกับพระมหาสุวรรณราชา ขณะกำลังพายเรือกลับบ้านนั่นเอง
การแต่งงานเป็นไปอย่างรวบรัด เพราะเหตุการณ์บ้านเมือง แต่ขุนทิพซึ่งริษยาหนักก็ยังทันได้จัดการยอกย้อนจน หลวงไกร ถูกหมายเกณฑ์ ไปเป็นกองหน้ารักษาเมืองธนบุรี กำหนดการเคลื่อนทัพก็ถูกยักย้ายมาตรงกับเวลาส่งตัวเข้าหอนั่นเอง เมื่อหลวงไกรไปทัพ คุณย่านิ่มได้ตามมาอยู่กับดาวเรืองที่เรือนหลวงไกร และได้สิ้นชีวิตลงที่นี่ ก่อนสิ้นลมยังได้สั่งให้ดาวเรืองเตรียมตัวเตรียมใจเผชิญกับชะตากรรมของบ้านเมืองที่ร้ายแรงยิ่ง ในงานศพ นางปริก มารดาของขุนทิพ ได้เอ่ยอ้างถึงถ้อยคำที่ลูกชายปลอบตนเรื่องทางหนีทีไล่ พระสุวรรณราชาจับความได้เลาๆ ก็สงสัยเมื่อตามสังเกตก็เห็นมอญแปลกติดต่อกับขุนทิพเป็นระยะๆ แล้วก็หายไป
เมืองธนบุรีเสียทีแก่ข้าศึก ด้วยความแค้น หลวงไกรไม่ยอมกลับเข้ากรุง แต่ได้ไปสมทบกับพวกบ้านบางระจัน ข่าวชัยชนะของบ้านบางระจันแว่วเข้ามาถึงในกรุงพร้อมๆ กับข่าวความกล้าหาญของหลวงไกร ขุนทิพยิ่งทุรนทุรายดำเนินแผนชั่วยิ่งขึ้น เมื่อหลวงไกรละศึกเข้ามากับขบวนขอปืนใหญ่ ขุนทิพก็ชิงตัดทางกีดให้ หลวงไกรผู้เฝ้ากรุง ตนเองออกไปกับขบวนหล่อปืน แล้วปืนก็แตก บ้านบางระจันก็แตก แต่ไม่ก่อนที่ขุนทิพได้เลี่ยงปลีกตัวเข้ากรุงมาโดยปลอดภัย
พิรุธของขุนทิพมากขึ้นทุกที ข้าศึกประชิดติดพันถึงขนาดยิงปืนถล่มเข้ามาทุกวัน พระสุวรรณราชาสิ้นชีวิตบนเชิงเทินป้อมมหาัชัยด้วยปืนข้าศึก ผู้คนหวาดหวั่นระส่ำระสาย ไอ้มิ่ง บ่าวสนิทของขุนทิพ ได้รู้เห็นทุกข์ของบ้านเมืองตำตาจึงได้สำนึก เห็นผิดถูกของขุนทิพ และได้อาศัยความใกล้ชิดนั้นเอง ในวันหนึ่งก็ได้รู้ความลับที่ขุนทิพ กับพวกร่วมกันขายชาติ และนำความมาบอกแก่หลวงไกร แต่ตัวการก็ชิงหนีกรรมไปด้วยคมพร้าของไอ้มิ่งพร้อมๆ กับตัวมันนั่นเอง เมื่อตัวสำคัญตายไปพร้อมพยาน ความที่จะบ่งตัวผู้ทรยศใหญ่ๆ และเวลาที่จะสืบค้นก็ไม่มีอีกต่อไป ไส้ศึกเปิิดประตูเมืองรับพม่า กรุงศรีอยุธยาแตก
หลวงไกรพาดาวเรืองกับคนสนิทหนีมุ่งจะไปจันทบุรี หมายจะสมทบกับกองทหารของพระยากำแพงเพชร แต่ถูกจับในระหว่างทาง ถูกต้อนไปยังค่ายเชลยที่โพธิ์สามต้น หลวงไกรคิดหนีอยู่ทุกขณะจิต เมื่อสบโอกาสในวันหนึ่ง ก็พากันหนีสู่อิสรภาพ และได้รอนแรมมาจนพบไพร่พล พระยากำแพงเพชรหลวงไกร ถึงได้เข้าร่วมกอบกู้เอกราชสมความตั้งใจ
เมื่อพระยาตากตั้งบ้านสร้างเมือง เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าตากสิน หลวงไกรได้รับราชการเป็นพระยาไกรสีห์ราชภักดี และครองชีวิตกับแม่หญิงดาวเรืองอย่างเป็นสุข สืบลูกชายหญิงเป็นสายโลหิตถึง 5 คน ครั้งสุดท้ายก็ได้ร่วมรบด้วยพระยาจักรี ในการรับทัพพม่า ณ เมืองพิษณุโลกและสิ้นชีวิตอย่างมีเกีรยติสมชายชาติทหาร
นักแสดงในเรื่อง สายโลหิต
ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ขุนไกร
อาภาพร กรทิพย์ รับบท ดาวเรือง
นพพล โกมารชุน รับบท หมื่นทิพ
จุรี โอศิริ รับบท ย่านิ่ม
รัชนู บุญชูดวง รับบท ลำดวน
สมภพ เบญจาธิกุล รับบท หลวงเทพ
อำภา ภูษิต รับบท แม่หญิงเยื้อน
ไกรลาศ เกรียงไกร รับบท พันสิงห์
กษมา นิสัยพันธุ์ รับบท ทัด
ปราโมทย์ เมษะมาณ รับบท ครูดาบ
ในละครเรื่อง สายโลหิต
ความรักแสนกล
ความรักของหนุ่มสาว ๖ คน ที่มีความผูกพันรักใคร่กันมาตั้งแต่เด็ก แต่ความรักของพวกเขาต้องเผชิญกับความไม่สมหวัง อันมีสาเหตุจากการที่ไปรักคนที่เขาไม่ได้รัก สุดท้ายความรักของคู่ไหนจะสมหวัง และจะจบลงเช่นไรไม่มีใครรู้ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามเส้นทางของแต่ละคน
บ้านสอยดาว
บ้านสอยดาว เป็นเรื่องราวของครอบครัวเจ้าทางเหนือ ที่รับเด็กชายชื่อ วุฒิ มาอุปการะ ซึ่งวุฒิ เป็นที่จงเกลียดจงชัง ของเด็กๆ ในบ้านนั้น ทั้งเจ้าตะวัน ลูกชายเจ้าของบ้าน โดยเฉพาะเจ้าจันทร์ ที่จะคอยดูถูกวุฒิทุกครั้งที่มีโอกาส ทำให้วุฒิเติบโตมาในบ้านอย่างเคียดแค้น มีเพียง รุ้ง ลูกสาวของคนงานในบ้าน ที่เขารักอย่างจริงใจ เมื่อเติบโตขึ้นมา เขาจึงต้องการยึดครองทุกอย่างในบ้านหลังนี้ ด้วยการเข้าไปทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อของเจ้าตะวันและเจ้าจันทร์ โดยมีความสัมพันธ์ลับๆ กับเจ้าจันทร์ไปด้วย
นักแสดงละคร บ้านสอยดาว
ธงไชย แมคอินไตย์ — วุฒิ
มยุรา ธนบุตร — เจ้าจันทร์
ผุสรัตน์ ดารา — เยี่ยมรุ้ง
ศรัณยู วงศ์กระจ่าง — เจ้าตะวัน
อุทุมพร ศิลาพันธุ์ — อิงฟ้า
กนกพร อนะมาน — โอบเดือน
พนมพร อนะมาน — เอื้อมดาว
ศรินทิพย์ ศิริวรรณ
นรา กุละเนตร — วุฒิตอนเด็ก
ออกอากาศทางช่อง 7 วันศุกร์-เสาร์ เวลา 21.00 น. ปี พ.ศ. 2527
กิ่งมัลลิกา
มัลลิกา
ต้นไม้โดดเดี่ยวที่ผ่านคืนวันการต่อสู้อันแสนยากเข็ญ
จากลมโหมกระหน่ำ และพายุฝนอันหนักหน่วง
บัดนี้กลับกลายเป็นต้นไม้สูงใหญ่
แผ่กิ่งก้านสาขาออกกว้างขวาง
มอบความสดชื่นรื่นรมย์
อบอุ่นและปลอดภัยแก่ไม้เล็กๆ
เผื่อแผ่แก่บรรดาวิหคนกกา
ที่โผบินมาเกาะอาศัยขอร่มเงา
มัลลิกาในวันนี้
ได้ผลิดอกออกผลมากมาย
ถูกเพาะชำกิ่งและรอคอยให้เจริญเติบโต
เพื่อให้เป็นพืชพันธุ์ใหม่อันงดงาม
สืบทอดต่อไปอย่างไม่รู้จบ
คนมีคาว
พรต นักธุรกิจก่อสร้างใหญ่อุปการะหญิงสาวสองคนพี่น้อง คนพี่ชื่อ ศีตลา เป็นคนเยือกเย็น เด็ดเดี่ยว และช่วยควบคุมดูแลงานของพรตได้เป็นอย่างดี เธอรู้ดีว่าพรต ไม่ใช่บิดาที่แท้จริงของเธอ ส่วนน้องสาวคือ มลุลีห์ ยังเป็นนักศึกษาอยู่ และไม่เคยรู้ความจริงข้อนี้ ศีลตลาตกเป็นภรรยาของพรตด้วยความจำเป็น โดยไม่มีใครรู้ ศีตลาจำเป็นต้องอดทนทุกอย่างเพื่อให้น้องสาวของเธอเรียนสำเร็จเสียก่อน
พรตเดินทางไปเยอรมันพบหลานชายชื่อ ศาตรา ศรันยู เป็นลูกของน้องชายของเขาซึ่งตายไปแล้ว พรตส่งศาสตรา กลับมาชุบตัวที่เมืองไทยให้ทำงานในบริษัทและตามใจเขาทุกอย่าง ศาสตรารวนศีตลา ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ทำให้ศีตลาไม่ชอบศาสตรามาก ต่างกับ มลุลีห์ ซึ่งพยายามจะผูกมิตรกับศาสตรา
ศาสตรารู้จากพ่อของเขาว่า พรตโกงเอาบริษัทของพ่อเขาไประหว่างที่พ่อเขาลี้ภัยทางการเมือง และไม่ยอมให้ความช่วยเหลือใดๆ เลย ทั้งๆ ที่รู้ว่าน้องชายไม่สบายมาก จนกระทั่งต้องตายไปเพราะไม่มีมีเงินรักษา ศาสตราจึงคิดจะแ้ก้แค้นอยู่ตลอดเวลา เขาจึงเริ่มดำเนินการเมื่อมีโอกาส เมื่อศาสตราได้รับมอบหมายให้ติดต่อกับคุณสุคนธาเพื่อตกลงราคาการต่อเติมโรงแรมสุคนธา เขาก็เริ่มคดโกงพรตทันที ศีตลารู้ทันเขาตลอดเวลาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อศาสตราอยู่เยอรมัน เขารักอยู่กับหมอมนทิรา ผู้วึ่งต้องกลับมาแต่งงานกับหมอพีระ เพื่อทดแทนบุญคุณ พอศาสตรากลับเมืองไทยเขาจึงมาติดต่อกับหมอมนทิราอีก ทั้งสองต่างก็ยังรักกันอยู่ แต่ความผูกพันระหว่างหมอมนทิรา และหมอพีระมีเหนือกว่าความรัก ศาสตราจึงไม่สามารถจะเปลี่ยนใจหมอมนทิราได้
หมอพีระเป็นหมอประจำครอบครัวของพรตอยู่แล้ว ดังนั้นวันหนึ่งศีตลาจึงได้มาหาหมอพีระเพื่อตรวจร่างกาย เพราะเธอรู้สึกอ่อนเพลีย ปรากฎว่าเธอเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด เธอขอร้องหมอให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ส่วนเธอเองก็คิดหาทางช่วยเหลือ มลุลีห์ให้พ้นจากพรต เพราะเธอไม่เคยไว้ใจพรต และน้องสาวของเธอก็ยังเป็นเด็กเกินไป ทั้งยังไม่รู้ระแคะระคายอะไรเลย ศีตลารู้ว่ามลุลีห์กำลังเริ่มรักศาสตรา เธอจึงพยายามกัน มลุลีห์ให้พ้นจากศาสตราด้วยอีกคน โดยทำให้มลุลีห์เข้าใจผิดว่าเธอรักกับศาสตรา การนี้ทำได้แนบเนียนและสมจริง จนมลุลีห์และพรตก็เข้าใจผิดเช่นนั้นไปด้วย
ต่อมา ศีตลา ตั้งท้องกับพรต เพราะความเผอเรอ พรตรู้เรื่องเข้าก็คิดว่าศีตลาท้องกับศาสตรา แต่ศาตรากลับยอมรับที่จะแต่งงานกับศีตลา เพราะได้รู้ว่าเธอเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดและจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เขาเริ่มสงสารเธอ และยิ่งสงสารมากขึ้นเมื่อรู้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือลุงของเขาเอง ศาสตราพยายามจะช่วยศีตลาให้พ้นจากลุงของเขา
ต่อมาศีลตลาค้นพบเอกสารสำคัญในห้องศาสตรา ว่าพ่อของเขาเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในบริษัท เธอจึังรู้ว่า พรตโกงน้องชายของเขา เธอเก็บเอกสารนั้นไว้ เพราะรู้ว่าหากศาสตราทวงสิทธิ์ของเขาขึ้นมาเมื่อไร น้องสาวของเธอก็จะลำบากเมื่อพรตไม่มีอะไรเหลือ ศาสตราโกรธมากเมื่อรู้ว่าศีตลาเอาเอกสารของเขาไป เขาไม่คิดว่าศีตลาจะหักหลังเขาได้ ศาตราจึงพยายามทำให้พรตระแวงศีตลา เพราะคิดว่าศีตลาทำไปเพื่อช่วยพรต ส่วนพรตก็คิดว่าศีตลาช่วยศาสตราเพราะเอกสารลับนั้นอยู่ในตู้เซฟ ซึ่งศีตลาเป็นผู้ถือกุญแจอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม พรตก็ยังรักและต้องการได้ศีตลากลับคืนมาอีก ดังนั้นเขาจึงหาทางกำจัดศาสตราแต่เพียงคนเดียว
ขณะที่ศีตลาไม่อยู่บ้าน พรตก็เข้าหามลุลีห์ แต่ศาสตราเข้าช่วยไว้ทัน และได้พามลุลีห์ไปพักอยู่ที่อื่น ศาสตราสร้างสถานการณ์ให้ศีตลาเ้ข้าใจผิดว่าเขามีความสัมพันธ์กับมลุลีห์ เพื่อเป็นการแก้แค้น
ศีตลาดักพบมลุลีห์จึงได้รู้ความจริงว่า พรตพยายามเข้าหา ศีตลาโกรธมาก เพราะเธอเคยขอให้พรตสัญญากับเธอว่าจะไม่แตะต้องน้องสาวเธอ หากเขาผิดสัญญา เขายินยอมให้เธอทำอะไรกับเขาก็ได้ ศีตลาจึงวางแผนทำเป็นดีกับพรตอีก และชวนพรตไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดอีก ระหว่างทางเธอตัดสินใจขับรถพุ่งชนกับรถบรรทุกเพื่อยุติปัญหาทั้งปวง ก่อนไปเธอส่งจดหมายถึงศาสตรา มอบเอกสารสำคัญให้เขา บอกฝากมลุลีห์กับเขาพร้อมกบสารภาพว่าเธอรักเขา แต่รู้ตัวดีว่าไม่มีึค่าพอสำหรับเขา
ดารานำแสดงละครเรื่อง คนมีคาว
นพพล โกมารชุน รับบท ศาสตรา
นาถยา แดงบุหงา รับบท ศีตลา
อดุลย์ ดุลยรัตน์ รับบท พรต
กัลยาณี มณีกุล รับบท มลุลีห์
ละคร คนมีคาว ออกอากาศทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 21.25 น.
รักคุณเท่าฟ้า
ทุกครั้งที่ทำการบิน กัปตันเครื่องบิน คือคนที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะต้องเป็นผู้นำพาชีวิตคนทั้งเครื่อง ให้ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย สาวๆ มากมายจึงใฝ่ฝันอยากมีแฟนเป็นนักบินกัปตันมาดเท่ห์โดยเฉพาะกัปตันธีระ(เคน ธีรเดช) ที่มีสาวๆหมายปองมากมาย แต่สาวๆก็ต้องผิดหวังเพราะ กัปตันธีระมีคนรักอยู่แล้วเธอคือ พิม(พลอย เฌอมาลย์)แอร์โฮสเตสสาวสุดสวย ทั้งสองรักกันมาสามปี และมีแผนจะแต่งงานกันอีกในสามเดือนข้างหน้า
พิมไปมาหาสู่กับธีระและครอบครัวจนสนิทสนมกับแม่จินดา(โฉมฉาย ฉัตรวิไล)ซึ่งเป็นแม่ของธีระรวมทั้งแดง(ชนกวนันท์ วัชรคุณ)กับ คุณกบ(กรุณพล เทียนสัวรรณ)พี่สาวและพี่เขยของธีระ พิมรู้ว่าธีระรักแม่มากและแม่ของธีระก็รักเธอมากเช่นกัน
ในช่วงที่ไม่มีตารางการบิน ธีระต้องมาหาแม่ทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวัน ความรักระหว่างธีระและพิมดูเหมือนจะไม่มีอุปสรรคใดๆ แต่ยิ่งเข้าไกล้วันแต่งงานเข้ามาพิมก็เริ่มเห็นเค้ารางของปัญหาเมื่อจู่ๆแม่ของธีระก็บอกไม่อยากให้แต่งงานมีครอบครัว แต่ธีระยืนยันว่าแต่งงานเพราะทุกอย่างได้เตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม่จินดาเริ่มกลัวว่าธีระจะรักเมียมากกว่าแม่ เธอจึงวางแผนทำลายงานแต่งงานของลูกชาย โดยแกล้งทำเป็นไม่สบายในวันแต่งงาน ทำให้ธีระต้องทิ้งเจ้าสาวเพื่อไปดูแลแม่ที่โรงพยาบาล พจ (สันติสุข พรหมศิริ) พ่อของพิม ไม่พอใจมาก บอกให้พิมเลิกกับธีระไป แต่สุนีย์(สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ)แม่ของพิมยังสนับสนุนอยู่ พิมไม่ยอมแพ้ และทำให้เห็นว่าที่ผ่านมาเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ และได้กำหนดวันแต่งขึ้นใหม่อีกครั้ง เมื่องานแต่งหนสองเริมขึ้น แม่จินดาก็แกล้งป่วยเข้าโรงบาลอีกครั้ง พิมเริ่มแน่ใจแล้วว่าแม่จินดาไม่ต้องการให้เธอแต่งงานกัน
พิมบอกกับธีระว่าแม่ของธีระแกล้งป่วย แต่ธีระไม่เชื่อคิดว่าเธอโกรธที่แม่มาป่วยในวันแต่ง พิมจึงบอกให้กำหนดวันแต่งขึ้นมาเป็นครั้งที่สาม และเมื่อถึงวันแต่งงานแม่จินดาก็ป่วยอีกตามที่คาดไว้ ธีระเริ่มเชื่อพิมว่าแม่แกล้งป่วยเพื่อขัดขวางงานแต่งงาน แต่แดงพี่สาวของธีระบอกว่าแม่ป่วยจริงและอยู่ในอาการโคม่า เขาจึงต้องทิ้งงานแต่งไปโรงบาล หมอบอกแม่จินดา ป่วยเป็นโรคเบาหวาน น้ำตาลขึ้นสูงมากจนช๊อคหมดสติ
ธีระบอกพิมว่าแม่ป่วยจริงๆ แต่พิมไม่เชื่อและมั่นใจว่าแม่จินดาหวงลูกชาย พิมจึงยื่นข้อเสนอให้ธีระเลือกระหว่างแม่และเธอ แต่ธีระบอกเค้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขารักทั้งพิมและแม่เช่นกัน พิมจึงเป็นฝ่ายยุติทุกอย่างและเดินจากไป
ธีระอกหักอยู่พักใหญ่จนได้พบกับอุ้ม(เข็มอัปสร สิริสุขะ)แอร์โฮสเตสรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ธีระได้พบกับอุ้มระหว่างเที่ยวบินไปต่างประเทศ ความสดใสร่าเริงของอุ้มทำให้เธอลืมเรื่องความเสียใจของพิมไปได้ และเริ่มคบหาดูใจจนคิดว่าชอบเธอ และจะแต่งงานด้วย ธีระพาอุ้มไปหาแม่ โดยหวังว่าแม่จะชอบอุ้มเหมือนกับเขา แต่แม่ยืนยันว่าแม่ไม่ชอบอุ้ม แถมยังใช้คิตตี้(รินลณี ศรีเพ็ญ)แฟนเก่าของธีระเป็นเครื่องมือ พยายามบอกว่าเธอท้องกับธีระ อุ้มหลงเชื่อและบอกเลิกกับธีระ ทำให้ธีระสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายธีระรู้ว่าทั้งหมดเป็นแผนของคิตตี้ ทั้งยังมาขู่ทำร้ายอุ้มอีก จึงให้ตำรวจจัดการ ความรักของอุ้มและธีระเริ่มดีขึ้น ธีระขออุ้มแต่งงานอีกครั้ง ทั้งพ่อ(ศานติ สันติเวชชกุล)และแม่อุ้ม(ปวีณา ชารีฟสกุล)ก็สนับสนุนเห็นดีด้วย แต่อุปสรรคกับเป็นแม่จินดา ที่ยืนยันเสียงแข็ง ไม่ยอมไปสู่ขอให้ แล้วพอพ่อแม่ของอุ้มมาก็พูดจาไม่ให้เกียรติ สุดท้ายอุ้มก็บอกเลิกธีระด้วยความร้าวรานใจ เพราะเห็นว่าถ้าเราใช้ชีวิตร่วมกันโดยแม่ไม่เห็นดีด้วย ชีวิตครอบครัวเราของหาความสุขไม่ได้ ทำให้ธีระต้องอกหักอีกครั้ง
ธีระเสียใจอยู่พักใหญ่จนมาเจอกับข้าวตู(อารยา เอ ฮาเก็ต) ข้าวตูเป็นแอร์ฯ รุ่นน้องของพิมเธอแอบหลงรักธีระตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้บินด้วยกัน แต่เธอต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าธีระรักอยู่กับพิม ทั้งสองไม่ได้เจอกันมาเกือบปี จนกระทั่งได้มาบินด้วยกันอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าธีระเป็นโสดจึงสานสัมพันธ์กับธีระใหม่
ข้าวตูเป็นคนช่างเอาอกเอาใจ เธอรู้ว่าธีระชอบหรือไม่ชอบอะไร ทำให้ธีระรักเธอได้ไม่อยาก แต่ความเอาอกเอาใจของข้าวตูทำให้แม่จินดาหมั่นใส้และไม่ชอบเธอมากกว่าสาวทุกคนของธีระ แต่ข้าวตูเป็นคนไม่ยอมใคร จึงโต้เถียงกับแม่จินดาอย่างถึงพริกถึงขิง ทีแรกธีระโกรธที่ข้าวตูไม่ยอมลงให้แม่ แต่ข้าวตูไม่สนแถมตำหนิแม่จินดาว่าไม่มีเหตุผลพร้อมกับจาระไนนิสัยของแม่จินดาอย่างตรงไปตรงมา จนธีระไม่อาจปฎิเสธได้และคล้อยตามเหตุผลของข้าวตูพร้อมกับไปบอกแม่เพื่อให้ปรับหาเข้าข้าวตู แม่จินดาโกรธมากเมื่อรู้ว่าลูกชายเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าแม่ จึงบอกให้ไปอยู่กับเธอโดยไม่ต้องมายุ่งกับแม่อีก
ธีระนำเรื่องทั้งหมดไปปรึกษากับเพื่อน เพื่อนต่างลงความเห็นว่าควรอยู่ห่างๆกับแม่บ้าง เพื่อให้แม่ได้ปรับตัวไม่ยึดติดในตัวเขา ธีระจึงไปหาแม่น้อยลงและอยู่กับข้าวตูมากขึ้น แต่แม่ให้สาวใช้โทรไปหลอกธีระว่าแม่ป่วย เมื่อธีระมา เขาพบว่าแม่ไม่เป็นอะไรเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ธีระเริ่มเหนื่อยใจกับแม่ขึ้นทุกทีและเมื่อสาวใช้โทรมาอีกธีระก็ไม่ไป ทำให้แม่เสียใจ
ในที่สุดแม่จินดาก็เสียชีวิตไป พิม อุ้ม ข้าวตู ได้ข่าวการจากไปของแม่จินดา ทั้งสามมาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของแม่(แต่ในใจรู้สึกโล่ง) ทั้งสามต่างก็บอกกับธีระว่าพวกเธอทั้งสามยังรักและรอเขาอยู่เสมอ สุดท้ายธีระจะใช้ชีวิตอยู่กับใครกับผู้หญิงคนไหน ต้องติดตามชมได้ในละคร รักคุณเท่าฟ้า
เรือนริษยา
เรือนริษยา เรื่องราวของคนที่ยอมจำนนต่อความต้องการไม่รู้จบเริ่มด้วย “ความรัก” แต่ลงท้ายที่ “ความตาย” รายแล้วรายเล่าและกลายเป็นที่มาของโศกนาฏกรรมรักอันซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อน มาร่วมค้นหาปมปริศนาฆาตกรรมท่ามกลางความรักที่ระคนความเคียดแค้นชิงชัง แล้วคุณจะรู้ว่า “เส้นผมบังภูเขา” นั้นเป็นอย่างไร
ตราบใดที่…รัก โลภ โกรธ หลง…ยังคงมีอยู่ ตราบนั้น…มนุษย์ก็พร้อมที่จะปิดหูปิดตาเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ
นักแสดงละคร เรือนริษยา
ทฤษฎี สหวงษ์ รับบทเป็น ผู้พันกฤตพนธ์ (กฤต)
พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ รับบทเป็น นันทนัช
ดอม เหตระกูล รับบทเป็น ลิตร
รามาวดี นาคฉัตรีย์ รับบทเป็น ทิพย์
สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รับบทเป็น ฤทัย
วีระชัย ขวัญอำไพพันธุ์ รับบทเป็น ธีร์
ปาริชาติ บุตรดีหงส์ รับบทเป็น แฟนต้า (ต้า)
ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบทเป็น กนกกร (กิ๊บ)
ภานุพงศ์ เศรษฐเสถียร รับบทเป็น รณฤทธิ์
ลลิตา ไพศาล รับบทเป็น เดือน
เวฬุรีย์ ดิษยบุตร รับบทเป็น ศรี
เพลงชีวิต
หฤทัย (ก้ามปู สุวรรณปัทม์) ลูกสาวของ นายพินิจ (ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง) นักดนตรีพิการ หฤทัยมีความใฝ่ฝันจะได้เป็นนักดนตรีมีชื่อเสียง เธอเติบโตมาท่ามกลางเสียงดนตรี โดยเฉพาะเปียโน ที่เธอประทับใจเป็นพิเศษ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนจริงจังเพราะฐานะทางบ้านไม่อำนวย
ทุกวันหยุดจะมีนักดนตรีสมัครเล่นมาซ้อมดนตรีกันที่บ้าน โดยมีนายพินิจร่วมสีไวโอลินด้วย หฤทัยเองก็มักจะเข้าร่วมวงร้องเพลงให้ นายพินิจกับนางสาคร (มารศรี ณ บางช้าง) ยังมีลูกชายอีกคนหนึ่งชื่อ ณัฐ (ธงไชย แมคอินไตย) ซึ่งเป็นนักดนตรีเหมือนกัน ณัฐจะช่วยหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการไปเล่นดนตรีที่ร้านอาหารเล็กๆ ในตอนกลางคืน หฤทัยเองก็กำลังจะเรียนจบชั้น ม.8 และคิดจะขอทุนเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
หฤทัยเป็นเด็กขยัน เธอมักจะไปที่บ้านของครูเพื่อติวพิเศษบ่อยๆ ครูนรี (สุกัญญา นาคสนธิ์) เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งรักและเอ็นดูหฤทัยมาก เธอสังเกตเห็นว่าหฤทัยชอบเล่นเปียโน จึงอนุญาตให้หฤทัยมาหัดเปียโนที่บ้านของเธอยามว่าง โดยช่วยแนะนำสั่งสอนขั้นพื้นฐานให้ และก็พบว่าหฤทัยเรียนได้เร็วมาก วันหนึ่งหฤทัยได้พบกับ คุณเอื้อ (บุศรา นฤมิตร) ซึ่งมาเยี่ยมเยือนครูนรีที่บ้าน คุณเอื้อรู้สึกถูกชะตากับหฤทัยและคุ้นหน้าอยู่มาก ครูนรีเล่าถึงเรื่องทางบ้านหฤทัยให้คุณเอื้อฟังจนเธอรู้สกสงสารและอยากจะอุปการะหฤทัย
ต่อมาหฤทัยได้ไปงานวันเกิดเพื่อน เธอได้รู้จักกับ คีตา (นพพล โกมารชุน) ลูกชายของพันโทหลวงนิติธรรม ซึ่งเพื่อนๆ เล่าให้หฤทัยฟังว่าตระกูลของคีตามีประวัติด่างพร้อย คนในตระกูลค่อนข้างเห็นแก่ตัว หฤทัยได้เล่นเปียโนอวยพรเพื่อน คีตาฟังแล้วเกิดความสนใจหฤทัยขึ้นมาทันที เมื่องานเลิก คีตาเก็บสร้อยคอของหฤทัยได้ก็แปลกใจมากเมื่อเห็นรูปลักษณะของสร้อย คีตาเก็บสร้อยไว้ หฤทัยกลุ้มใจมากเมื่อรู้ว่าสร้อยคอหายไปเพราะเป็นของติดตัวมาตั้งแต่เกิด ต่อมาเธอได้รู้จัก ภควี (ธำรงค์ เตชะวิจิตรสาร) โดยบังเอิญในร้านอาหาร ทั้งคู่ถูกชะตากันมาก เพราะมีนิสัยร่าเริงเหมือนกัน หฤทัยได้ปรับทุกข์เรื่องสร้อยคอให้ภควีฟัง และบอกว่าจะต้องไปหาคนที่ชื่อคีตา ภควีอาสาพาไปที่บ้านนิติธรรม ซึ่งหฤทัยได้รู้ความจริงว่าที่แท้ภควีก็เป็นหลานชายของหลวงนิติธรรมนั่นเอง เมื่อได้พบคีตา หฤทัยก็ต้องผิดหวัง เพราะคีตาไม่ยอมคืนสร้อยให้เธอ กลับบ่ายเบี่ยงท่านั้นท่านี้ ทั้งคู่มีปากเสียงกัน หฤทัยกลับบ้านอย่างอารมณ์เสีย
ที่แท้คีตาสงสัยว่าหฤทัยจะเป็นทายาทของ รัฐมนตรีปกรณ์ (อำนวย ศิริจันทร์) กับพิมลา ที่หายสาปสูญไป 10 กว่าปีแล้ว กรณีนี้ำทำให้ตระกูลของคีตาต้องด่างพร้อย เนื่องจากหลวงนิติธรรมนั้นเป็นคนรักเก่าของพิมลา พิมลาหายสาปสูญไปพร้อมกับลูกสาววัย 3 ขวบ เหตุเกิดในงานเลี้ยงวันเกิดของหลวงนิติธรรม ท่านจึุงถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลักพาตัวพิมลาและลูกไป หลวงนิติธรรมต้องโทษอยู่ในเรือนจำหลายปี และเมื่อพ้นโทษออกมาไม่เท่าไรก็เสียชีวิต เมื่อคีตาเห็นสร้อยคอของหฤทัยซึ่งเป็นรูปหัวใจสลัำกคำว่า “พิม” คีตาจึงสงสัยมากเพราะตนเองมีรูปวาดของพิมลาซึ่งสวมสร้อยแบบเดียวกันนี้ คีตาตัดสินใจไปหาพ่อของหฤทัยและไถ่ถามความเป็นมาของเธอ แต่นายพินิจก็ไม่ให้ความร่วมมือ และยังแสดงพิรุธให้เห็น ทำให้คีตามั่นใจยิ่งขึ้น
ต่อมาครอบครัวของหฤทัยมีความจำเป็นที่จะต้องย้ายที่อยู่ เนื่องจากมีการตัดถนนผ่าน นายพินิจจะย้ายไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด คุณเื้อื้อทราบเรื่องขึงถือโอกาสชวนหฤทัยไปอยู่ด้วย และสัญญาว่าจะสอนเปียโนให้ พร้อมทั้งจ้างครูมาสอนให้ที่บ้านด้วย หฤทัยเริ่มลังเล เธออยากเรียนเปียโนมากแต่ก็เป็นห่วงพ่อแม่มาก นายพินิจเองเริ่มตะหนักว่า อาจจะถึงเวลาแล้วที่หฤทัยจะได้รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง จึงยอมให้ลูกสาวพักอาศัยอยู่กับคุณเือื้อ ส่วนรัฐเสียใจมากแต่ก็ต้องจากไปในที่สุด หฤทัยย้ายมาอยู่กับคุณเอื้อได้พบกับคีตาและภควีอีก คีตาเข้มงวดหฤทัยมาก เขาเริ่มอบรมมารยาทของผู้ดีแก่หฤทัย และบอกว่าจะพาเธอเข้าสังคม หฤทัยแปลกใจเป็นที่สุด เธอเริ่มอึดอัดใจมากที่ต้องถูกบังคับให้อยู่ในกรอบ ซึ่งจุดประสงค์ที่แท้จริงของคีตา คือ นำหฤทัยไปคืนให้รัฐมนตรีปกรณ์ เพื่อล้างมลทินของตระกูลของตน
คีตามีความสัมพันธ์อยู่กับปรยา ลูกสาวของนายประดิษฐ์ (จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ) ซึ่งเป็นน้องชายของ คุณหญิงเนื้อทาง (เมตตา รุ่งรัตน์) ภรรยาของรัฐมนตรีปกรณ์ ปรียาหลงรักคีตาและมักจะมาเยี่ยมเยียนเขาบ่อยๆ เธอถึงหึงหวงหฤทัยมากจนคิดกลั่นแกล้งให้หฤทัยเสียหน้า โดยเชิญเธอไปในงานวันเกิดและให้เล่นเปียโนให้ผู้ร่วมงานฟัง คีตาให้กำลังใจหฤทัยเป็นอย่างดี หฤทัยเล่นเปียโนได้ดีมาก ทุกคนชื่นชมเธอโดยเฉพาะคุณหญิงลักษณาซึ่งบอกกับหฤทัยว่าเธอทำให้คุณหญิงรำลึกถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่งที่ชื่อ พิมลา เป็นนักเปียโนที่มีชื่อเสียงมากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณหญิงลักษณา คุณเอื้อ และพิมลาเป็นเพื่อนสนิทกัน ทังสามมักจะแข่งขันกันในเรื่องดนตรีเสมอ คีตาเล่าให้คุณหญิงฟังถึงเรื่องสร้อยคอ ทำให้คุณหญิงสนใจมาก และค่อนข้างแน่ใจว่า หฤทัยคือลูกสาวของพิมลา ทั้งคุณหญิงลักษณาและคีตาจึงคิดพาหฤทัยไปหารัฐมนตรีปกรณ์ ข่าวเรื่องนี้แพร่ไปถึงหูนายประดิษฐ์ซึ่งเดือดร้อนมาก เพราะตนเองเป็นคนลักพาตัวพิมลาและลูก โดยร่วมมือกับนางเนื้อทอง เพื่อหวังสมบัติของรัฐมนตรีปกรณ์ นายประดิษฐ์เริ่มคิดหาทางกำจัดหฤทัย ขณะที่ความจริงทุกอย่างเริ่มกระจ่าง คีตาพาหฤทัยไปพบรัฐมนตรีปกรณ์ซึ่งป่วยหนัก ก่อนตายท่านสั่งเสียให้ดูแลหฤทัยให้ดี มล. เลอลักษณ์ตัดสินใจรับหฤทัยมาอยู่ที่คฤหาสน์ของรัฐมนตรีปกรณ์ คุณเนื้อทองคัดค้านเท่าไรก็ไม่เป็นผล ทางด้านนายประดิษฐ์ก็วางแผนจะกำจัดหฤทัยในวันเลี้ยงต้อนรับ ขณะเดียวกันรัฐมาตามหาหฤทัย แต่ก็ได้รับอุบัติเหตุโดยปรียาขับรถเฉี่ยวเข้า ปรียารีบพาณัฐไปพยาบาลที่บ้าน ณัฐเพ้อถึงหฤทัยตลอดเวลา นายประดิษฐ์จึงจับได้ว่าณัฐต้องรู้ัจักกับหฤทัย เขาจึงเก็บตัวณัฐไว้โดยหวังจะใช้ประโยชน์ วันหนึ่งณัฐแอบได้ยินแผนกำจัดหฤทัย นายประดิษฐ์จึงจับณัฐขังไว้ ที่งานนายประดิษฐ์ใช้แผนล่อลวงหฤทัยออกมาในที่เปลี่ยว แต่ณัฐออกมาขัดขวางได้ทันการณ์และถูกลูกหลงเสียชีวิต นายประดิษฐ์ถูกจับได้เพราะลูกน้องสารภาพหมด จากนั้นไม่นานคีตาก็ไปเียี่ยมนายประดิษฐ์ ซักถามกันจนได้รู้ความจริงว่า นายประดิษฐ์เป็นผู้ฆ่าพิมลา ซึ่งเท่ากับตระกูลของคีตาหมดมลทิน
ในวันชุมนุมนักดนตรี หฤทัยได้แสดงฝีมือเปียโนเต็มที่ ทุกคนปรบมือยกย่อง คีตาส่งดอกไม้ไปให้หฤทัย เธอรีบออกมาพบเขาทันที เรื่องจบลงอย่างมีความสุข

