Author Archives: admin

แก้วจอมแก่น 2540

เรื่องราวของ “แก้ว” เด็กหญิงน่ารักวัยประมาณ ๙ ขวบ อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น มีคุณพ่อ คุณแม่ที่รักใคร่เอาใจใส่ลูก ๆ เป็นอย่างดี พี่สาวที่เรียนเก่ง คือ พี่ไก่ ในวัยประมาณ ๑๓-๑๔ ปี ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นครู และน้องสาวหนึ่งคนคือ น้องเล็ก ในวัยประมาณ ๖-๗ ปี ที่ชอบร้องเพลงเป็นงานอดิเรก

แก้ว เป็นเด็กที่มีความร่าเริงแจ่มใส มีความมั่นใจในตัวเองมีความเป็นผู้นำและความคิดสร้างสรรค์ จึงกลายเป็นแก่นและซนในสายตาของผู้ใหญ่ และมักจะเป็นหัวโจกในหมู่พี่น้องและผองเพื่อนอยู่เสมอ อันได้แก่ นิด กับ หน่อย ที่เป็นลูกชายของ ป้าจ้อย พี่สาวของคุณพ่อ อึ่งกับอ๊อด ลูกสาวและลูกชายของคุณลุงคุณป้า อ้อย หลานคุณป้าเอิบ ป๊อก, เปี๊ยก, ป้อม, อ้วน ฯลฯ เพื่อนนักเรียนในชั้น ป.๔ นอกจากนี้แก้วยังเป็นเด็กที่รักสัตว์และชอบเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมา แมว ปลา ฯลฯ อันแสดงถึงความเมตตาที่มีอยู่ในใจ แต่แก้วก็มักจะสร้างวีรกรรม ทั้งที่เป็นการทำดีบ้างและบางทีก็ทำให้ผู้ใหญ่ถึงกับส่ายหน้า แต่ก็ไม่มีใครโกรธแก้วได้ลงซักที ซึ่งเนื้อเรื่องจะมีลักษณะแบบจบในตอนแบบต่อเนื่อง และมักจะแฝงสาระหรือข้อคิดที่ไม่หนักจนเกินไปสำหรับเด็กเป็นตอน ๆ เรื่อยไป

นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นหนุ่มสาว เช่น พี่หนู พี่ชายคนโตของนิดกับหน่อย พี่สุทธิ เพื่อนบ้านที่ใจดีและชอบเล่นกับแก้วเป็นพิเศษ ครูสุมน ครูสาวประจำวิชาภาษาไทย ครูจินตนา สอนวิชาพลศึกษา ครูเสือ ที่ค่อนข้างดุสมกับสมญาที่เด็ก ๆ ช่วยกันตั้งให้

แก้วจอมแก่น 2552

เรื่องราวของ “แก้ว” เด็กหญิงน่ารักวัยประมาณ ๙ ขวบ อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น มีคุณพ่อ คุณแม่ที่รักใคร่เอาใจใส่ลูก ๆ เป็นอย่างดี พี่สาวที่เรียนเก่ง คือ พี่ไก่ ในวัยประมาณ ๑๓-๑๔ ปี ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นครู และน้องสาวหนึ่งคนคือ น้องเล็ก ในวัยประมาณ ๖-๗ ปี ที่ชอบร้องเพลงเป็นงานอดิเรก

แก้ว เป็นเด็กที่มีความร่าเริงแจ่มใส มีความมั่นใจในตัวเองมีความเป็นผู้นำและความคิดสร้างสรรค์ จึงกลายเป็นแก่นและซนในสายตาของผู้ใหญ่ และมักจะเป็นหัวโจกในหมู่พี่น้องและผองเพื่อนอยู่เสมอ อันได้แก่ นิด กับ หน่อย ที่เป็นลูกชายของ ป้าจ้อย พี่สาวของคุณพ่อ อึ่งกับอ๊อด ลูกสาวและลูกชายของคุณลุงคุณป้า อ้อย หลานคุณป้าเอิบ ป๊อก, เปี๊ยก, ป้อม, อ้วน ฯลฯ เพื่อนนักเรียนในชั้น ป.๔ นอกจากนี้แก้วยังเป็นเด็กที่รักสัตว์และชอบเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมา แมว ปลา ฯลฯ อันแสดงถึงความเมตตาที่มีอยู่ในใจ แต่แก้วก็มักจะสร้างวีรกรรม ทั้งที่เป็นการทำดีบ้างและบางทีก็ทำให้ผู้ใหญ่ถึงกับส่ายหน้า แต่ก็ไม่มีใครโกรธแก้วได้ลงซักที ซึ่งเนื้อเรื่องจะมีลักษณะแบบจบในตอนแบบต่อเนื่อง และมักจะแฝงสาระหรือข้อคิดที่ไม่หนักจนเกินไปสำหรับเด็กเป็นตอน ๆ เรื่อยไป

นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นหนุ่มสาว เช่น พี่หนู พี่ชายคนโตของนิดกับหน่อย พี่สุทธิ เพื่อนบ้านที่ใจดีและชอบเล่นกับแก้วเป็นพิเศษ ครูสุมน ครูสาวประจำวิชาภาษาไทย ครูจินตนา สอนวิชาพลศึกษา ครูเสือ ที่ค่อนข้างดุสมกับสมญาที่เด็ก ๆ ช่วยกันตั้งให้

 

รายชื่อนักแสดงละคร แก้วจอมแก่น

สถาพร นาควิลัย รับบทเป็น คุณพ่อ
สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ (น้ำฝน) รับบทคุณแม่
คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ (รถเมล์) รับบทคุณครูภาษาไทย
เมธัส ตรีรัตนวารีสิน (แจ๊ค AF4) รับบทพี่สุทธิ
ด.ญ. ขวัญชีวา เอี่ยมสะอาด ( คิตตี้ ) รับบทเป็น แก้ว
ด.ญ. ภัสสร คงมีสุข ( น้องพลอย ) รับบทเป็นพี่ไก่
ด.ช. นราธิษณ์ น้ำค้าง รับบทเป็น พี่หนู
ด.ญ. สุพิชชา มงคลจิตตานนท์ ( น้องแพร ) รับบทเป็นน้องเล็ก

เกาะมหัศจรรย์

เคน เศรษฐีหนุ่มชอบผจญภัย ใช้ชีวิตสนุกไปวันวันเพราะได้รับมรดกมหาศาลจากพ่อแม่ที่ด่วนจากไปทั้งคู่ ความที่มีเงินมาก อยากได้อะไรก็ได้มาโดยง่ายเลยพยายามแสวงหาความตื่นเต้นให้ชีวิต พฤติกรรมของเขาน่ารังเกียจมากสำหรับมิ่งขวัญนักข่าวสังคมที่ถูกมอบหมายให้มา ตามทำข่าวของหนุ่มสุดฮ็อตอย่างเขา เมื่อเคนถูกมิ่งขวัญสัมภาษณ์และจิกกัดดูถูกว่าเคนเป็นพลเมืองที่ไม่มี ประโยชน์ เคนจึงประชดด้วยการ เปิดคฤหาสน์ชายทะเลเลี้ยงเด็กกำพร้า เขม ป้อม พี ปราง ต่อ และมิ้งค์ เข้าไปที่โรงเก็บเรือเร็วของเคน และขอให้เคน ขับเรือให้พวกตนนั่ง เคนต้องการโชว์ความสามารถจึงตอบตกลง ขณะเรือวิ่งอยู่ที่กลางทะเล เด็กๆได้เห็นรุ้งกินน้ำจับขอบฟ้าสวยงาม และขณะที่เด็กๆ กำลังชี้ชวนกันดูนั้น เรือแล่นผ่านสายรุ้งพอดี..เด็กๆ อันมีนิสัยต่างๆ กันคือ

เขม เป็นเด็กกล้าหาญ ช่างคิด ส่วนป้อมสำรวยชอบคุยโม้แต่ขี้ขลาด พีนั้นใจร้อนวู่วาม แต่ซื่อสัตย์ ส่วนต่อกับมิ้งค์เห็นแก่ตัวและขี้อิจฉา ปรางเป็นเด็กหงิมๆ นิสัยดี ต้องคอยไกล่เกลี่ยความประพฤติของเพื่อนอยู่เสมอ แต่ทุกคนมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกับเคนคือ ชอบสนุกและผจญภัย

เด็กๆ ทั้งหลายสนุกเต็มที่เพราะได้นั่งเรือเร็วในทะเลเป็นครั้งแรกและขณะที่เขา กำลังตื่นเต้นกับความงดงามของสายรุ้งอยู่นั้น ก็เกิดพายุหมุนอย่างกะทันหัน ทุกคนมีความรู้สึกว่า ตัวเองถูกพายุพัดหมุนติ้ว เข้าไปในท้องฟ้า ตรงจุดกึ่งกลางของสายรุ้งพอดี

มารู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองอยู่บนเกาะที่แปลกตาแห่งหนึ่งที่พวกเขาไม่ รู้จักเลย รอบๆ ตัวเต็มไปด้วย หมอกควันและต้นไม้บางต้นมีลักษณะประหลาด บางแห่งก็แห้งแล้งมีแต่โขดหิน และไม้ยืนต้นที่ตายแล้ว เด็กๆ ได้พบซากสัตว์หลายชนิดที่พวกเขาไม่รู้จัก..ทุกคนจึงพากันหวาดกลัวมากและที่ สำคัญบนเกาะไม่มีอาหารที่เด็กต้องการเลย และพวกเขาก็ตามหาเคนไม่พบ ทุกคนคิดว่าพวกตนต้องตายบนเกาะแน่ๆ แต่เขมเด็กชายที่กล้าหาญที่สุดปลุกปลอบใจให้เพื่อนๆ สู้เพื่อชีวิตรอด..ทุกคนเริ่มมีกำลังใจ ทั้งๆ ที่บางคนก็เห็นแก่ตัวและอ่อนแอ บางคนพูดมาก แต่เขมก็พยายามให้ทุกคนช่วยเหลือตัวเอง ขณะที่ทุกคนหิวโหยพวกเขาก็รู้สึกมีสิ่งผิดปกติอีก..พวกเขาได้ยินเสียงเหมือน ต้นไม้ใหญ่ถูกลากมา..พร้อมกับกลุ่มฝุ่นควันตลบเหมือนมีพายุทราย..ทุกคนหาที่ กำบังแต่เมื่อทุกอย่างสงบเงียบก็ได้เห็นปูยักษ์ตัวหนึ่ง ยืนทะมึนกางก้ามซึ่งใหญ่โตเท่าขาคน

เด็กๆ ต่างหนีปูยักษ์ไม่คิดชีวิต..เข้าไปอยู่ในถ้ำ..ไม่มีใครกล้าออกมาทั้งวันทั้ง คืนจนป้อมทนหิวไม่ไหวถึงกับเป็นลม เขมสงสารจึงชวนพีออกไปดู เห็นปูยักษ์ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เขมจึงชวนให้ทุกคนต่อสู้ เขาให้กำลังใจและวางแผนร่วมมือกันปราบปูยักษ์ ด้วยความสามัคคีกัน พวกเด็กๆก็สามารถฆ่าปูยักษ์เอามาทำเป็นอาหารได้สำเร็จ..

ขณะที่เขากินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ พวกเขาก็ได้เห็นเรือลำหนึ่งแล่นผ่านเกาะ เด็กๆ ดีใจกันมาก เขาจุดไฟเพื่อให้เรือเห็นพร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เรือลำนั้นก็แล่นผ่านไปทั้งๆ ที่พวกเด็กๆ มองเห็นว่าคนบนเรือส่งกล้องมาทางตนไม่มีใครเข้าใจว่า เหตุใด คนบนเรือจึงไม่เห็นพวกเด็กๆ เลย

ส่วนเคนนั้นพบตัวเองอยู่ในป่าใกล้บ้าน ทุกคนพากันลงโทษว่าเขาทำให้เด็กๆ เสียชีวิตโดยเฉพาะมิ่งขวัญ โจมตีเคนอย่างหนัก ว่าเคนไม่มีความรับผิดชอบ เคนเสียใจมากแต่เขามีความรู้สึกว่า เด็กๆ ต้องไม่ตาย เขายืนยันกับมิ่งขวัญว่าเขาจะพาเด็กๆ กลับมาให้ได้ทั้งๆ ที่เขาก็ยังไม่รู้ว่าเด็กหายไปไหน

เคนหนีจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรีบไปยังคฤหาสน์ชายทะเลเพื่อจะขับเรือไปยังจุดที่พบสายรุ้ง ขณะเดียวกัน มิ่งขวัญก็มาที่คฤหาสน์เพื่อเก็บข้อมูลไปทำข่าว มิ่งขวัญเข้าขัดขวางเคนเพราะคิดว่าเคนจะหนีออกนอกประเทศ แต่เคนท้าให้มิ่งขวัญไปกับเขาเพื่อตามหาเด็กๆ มิ่งขวัญรับปาก เคนกับมิ่งขวัญขับเรือออกไปในทะเลและพบเกาะแห่งหนึ่ง เคนคิดว่าเด็กๆ น่าจะอยู่บนเกาะนั้น เคนกับมิ่งขวัญ เริ่มออกตามหาเด็กๆ แต่เขากลับมองไม่เห็นเด็กๆ ทั้งๆ ที่เด็กๆ เห็นเขา เป็นเพราะว่าขณะนั้นเคนและเด็กๆได้อยู่กันคนละมิติแล้ว เคนจึงผ่านเด็กๆไปอย่างน่าเสียดาย

และแล้วการเดินทางของหนุ่มสาวและกลุ่มเด็กๆ ที่เปรียบเสมือนเส้นขนานก็เริ่มขึ้น ซึ่งการผจญภัยนี้เองก็ได้สอนบทเรียนอันมีค่ามากมายให้แก่พวกเขา

รายชื่อนักแสดงละคร เกาะมหัศจรรย์

1 อรุชา โตสวัสดิ์     เคน
2 คีตภัทร อันติมานนท์     มิ่งขวัญ
3 กฤตยชญ์ ทิมเนตร     เขม
4 ปราณวรินทร์ ปามี     ปราง
5 จิรายุ ละอองมณี     ป้อม
6 ชินวัตร ชะนะปาโมกโข     พี
7 ดรันย์ ตันติวิชิตเวช     ต่อ
8 ปฏิมากร เลิสบูรโณทัย     มิงค์
9 อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ฯ     พีระพล
10 ศิรินุช เพชรอุไร     สีตลา

ออกอากาศเมื่อ 1 ตุลาคม 2551 – 24 กุมภาพันธ์ 2552 จันทร์ถึงศุกร์ 18.15 น.

เกิร์ลคัพ รับหัวใจใส่ประตู

เมื่อ ว่าน หนุ่มนักเรียนจอมเฮี้ยว ต้องตกอยู่ในสถานการณ์แสนลำบากเมื่อต้องกลายเป็นนักเรียนชายเพียงคนเดียวใน โรงเรียนหญิงล้วนและยิ่งต้องเจอกับ ดอกฝ้าย สาวสุดแสบที่ชอบเข้ามาวุ่นวายและหาว่าเขาเป็นตัวปัญหา แต่แล้วว่านกลับกลายเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ทุกคนในโรงเรียนและทำให้ บรรดานักเรียนหญิงแห่งนี้ลุกขึ้นสู้ด้วยกีฬาฟุตซอล ความผูกพันระหว่างว่านกับทุกคนค่อยๆ ก่อเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับดอกฝ้ายที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาอยู่กลางใจว่านอย่างไม่รู้ตัว

ว่าน เด็กนักเรียนหนุ่มมัธยมปลายต้องพบกับชีวิตที่พลิกผันเมื่อวันที่ไปประกวดวง ดนตรี ว่านได้เจอกับกลุ่มของ โอม ลูกของ อำนาจ อบต.ใหญ่ที่มาจากต่างจังหวัด พูดจากระทบกระเทียบที่หน้าเวทีจนเกิดการทะเลาะต่อยตีขึ้นในงาน โอมชักปืนออกมายิงขู่ในช่วงชุลมุน แต่พลาดไปโดนไฟพาร์ด้านบนตกมาใส่ เดี่ยว น้องชายของ ดอกฝ้า ที่มาดูการประกวดด้วย ก่อนที่เดียวจะสลบไป เดียวกลับเห็นว่าว่านเป็นคนถือปืน ดอกฝ้ายเสียใจมากที่ปล่อยเดียวไว้ในงานคนเดียวจนเกิดเรื่อง ทำให้ดอกฝ้ายเกลียดพวกหาเรื่องต่อตีกันอย่างมาก เพราะเดียวได้รับความกระทบกระเทือนจนสูญเสียการมองเห็น ฝ่ายว่านจึงกลายเป็นแพะรับบาปถูกตัดสินให้รอลงอาญาสองปี และ โดนไล่ออกจากโรงเรียน โดยไม่มีที่ไหนยอมรับว่านเข้าเรียนอีก ทำให้วาทินีแม่ของว่านกลุ้มใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ได้แพทแฟนสาวของว่านช่วยฝากฝังกับเจ๊เนี๊ยว เจ้าของกิจการท่ารถและอื่นๆ อีกมากมายในจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งเป็นเจ้าของโรงเรียนสตรีเอกชนด้วย เจ๊เนี๊ยวด้วยรักลูกจึงทำเรื่องให้ว่านได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนสตรีนาเรศ วิทยา ท่ามกลางความไม่พอใจของครูพลัง ครูพละประจำโรงเรียนที่ไม่เห็นด้วยที่จะมีเด็กผู้ชายมาเรียนในโรงเรียนสตรี แต่ครูเกสร ครูสาวอารมณ์ศิลปินกลับไม่คิดแบบนั้น ทำให้ทั้งคู่คอยขัดคอกันตลอดเวลา โดยเฉพาะครูพลังที่มีอดีตรักฝังใจกับครูเกสรมาก่อน เพราะครูเกสรทิ้งครูพลังไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตามฝันของตัวเอง ทำให้ครูพลังทั้งรักและแค้นฝังใจเรื่อยมา
ในที่สุดว่านก็เดินทางไปถึงโรงเรียนนาเรศวิทยา ในวันแรกของการเปิดเรียนด้วยความตกตะลึงเมื่อรู้ว่าที่นั่นคือโรงเรียนสตรี ที่ดรงเรียนว่านถูกนักเรียนหญิงทั้งโรงเรียนมองดูเหมือนตัวประหลาด ที่โรงเรียนว่านจึงกลายเป็นของแปลกที่เหล่านักเรียนหญิงในโรงเรียนพากันมา มุงดูจว่านรำคาญ จนเกิดมีปากเสียงกับดอกฝ้าย ดอกฝ้ายไม่ถูกชะตากับว่านโดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าว่านเป็นพวกต่อยตีมา จากกรุงเทพฯ โดยมี ครูพลัง คอยช่วยซ้ำในชั่วโมงพละ ทำให้ว่านที่ไม่ชอบกีฬาต้องมาเจอดี ตากแดดตั้งแต่วันแรกจนเป็นลม ว่านแกล้งทำเป็นตัวร้อนไม่สบายแต่แอบหนีออกไปนอกโรงเรียนแก้เซ้ง ว่านไปถึงตลาดก็ร้องเพลงเล่นกีตาร์แทนค่น้ำที่ไม่มีเงินจ่าย โอมผ่านมาเห็นเข้าจึงให้ลูกสมุน หลอด และ แหลม เข้าไปหาเรื่องจนเกิดเรื่องชกต่อยกัน ดอกฝ้ายผ่านมาเห็นเข้าก็ยิ่งไม่ชอบ และปักใจว่าว่านเป็นพวกชอบหาเรื่องต่อยตี ดอกฝ้ายกลัวชาวบ้านจะโดนลูกหลงจึงตะโกนว่าตำรวจมา ทำให้ว่าน หลอด และแหลม รีบวิ่งหนี พลังตามมาลากตัวว่านกลับไปที่โรงเรียนและทำโทษให้วิ่งรอบสนามในตอนเช้า ทำให้เกสรไม่พอใจแต่ดอกฝ้ายห้ามไม่ให้เกสรเข้าไปช่วยว่าน

ในชั่วโมงครูเกสร ว่านสามารถตอบคำถามได้เป็นอย่างดี ทำให้เกสรถูกชะตากับว่าน แต่พลังก็มาลากตัวว่านให้ไปเลือกชมรม แต่สุดท้ายพลังก็จับว่านไปอยู่ชมรมบาสของดอกฝ้าย โดยมี มะปราง ตุ่ม และ นาง สามสาวที่มีปัญหาตามไปด้วย ทำให้ดอกฝ้ายและเพื่อนในชมรมพากันอึดอัด เพราะมะปรางเป็นสาวทอมที่ดูลึกลับ น่ากลัว ในขณะที่ตุ่มก็เป็นสาวอ้วนที่ขี้เกียจ เอาแต่กินอย่างเดียว และนางที่เอาแต่ร้องไห้ขี้แง เพราะถูกแฟนทิ้ง แต่ดอกฝ้ายกลับคิดว่า ว่าน เป็นตัวปัญหาที่สุด จึงใช้งานว่านต่างๆ นานา และใช้ให้ว่านหิ้วอุปกรณ์กีฬาไปที่บ้านเพื่อให้หาญ ปู่ของดอกฝ้ายซ่อมแซมให้ ทำให้ว่านเจอกับเดียวที่ตาบอด เมื่อรู้ว่าคือเด็กที่ถูกลูกหลวงในงานคอนเสิร์ตทำให้ว่านรู้สึกผิด โดยสอนเดียวเล่นกีตาร์ ดอกฝ้ายเข้ามาเห็นก็ไม่พอใจไล่ว่านออกไป

ว่านรู้สึกผิดที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำใหเดียวตาบอดจึงพยายามทำดีกับดอกฝ้ายและ เดียว จนดอกฝ้ายสงสัย โอมเข้าใจผิดคิดว่าว่านชอบดอกฝ้ายจึงเกิดชกต่อยกับว่านขึ้น เดียวพยายามเข้าห้าม แต่กลับโดนลูกหลงของโอมเข้า แต่โอมกลับหาว่าเป็นฝีมือว่าน ทำให้ดอกฝ้ายโกรธว่านมาก หันมากลั่นแกล้งว่านจนว่านทนไม่ไหวหาทางออกจากชมรมบาส โดยคิดตั้งชมรมฟุตซอลขึ้นมา เพื่อที่ตนเองจะได้เป็นประธานชมรมและไม่ต้องฝึกหนัก แต่ก็ถูกครูพลังขัดขวาง ดอกฝ้ายหรามาสว่านว่าไม่มีทางตั้งชมรมได้ จึงเกิดการท้าทายกันขึ้นว่า ถ้าว่านตั้งชมรมได้ ดอกฝ้ายจะยอมเข้าชมรม โชคดีที่ครูเกสรคอยให้กำลังใจและช่วยว่านทำให้ว่านตั้งชมรมขึ้นมาได้ โดยมี ดอกฝ้าย มะปราง ตุ่ม นาง เป็นสมาชิก โดยมีแพท ยอมย้ายจากกรุงเทพฯ มาเรียนที่นี่กับว่าน และมีปู่หาญเป็นโค้ชให้ เพราะปู่หาญเคยเป็นอดีตนักกีฬาฟุตบอลมาก่อน ปู่หาญและว่านจึงช่วยกันฝึกฝนห้าสาวให้เป็นนักกีฬาฟุตซอลอย่างยากลำบาก เพราะแต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกันไป ทั้งแพทและดอกฝ้ายที่ไม่ถูกชะตากันเอาแต่ทะเลาะกัน ตุ่มที่ขี้เกียจไม่ยอมฝึก นางเอาแต่ร้องไห้คิดถึงแฟน และมะปรางที่เอาแต่ดูไพ่ยิปซีและหาเรื่องคนอื่น แต่สุดท้ายครูเกสรก็เข้ามาช่วยให้ว่านและปู่หา=ดึงข้อดีของแต่ละคนออกมาเป็น ความสามารถในการเล่นฟุตซอล ท่ามกลางความไม่พอใจของครูพลัง

จนกระทั่งมีการแข่งขันครั้งแรกลูกทีมของว่านต่างพากันตื่นเต้นขาดความมั่นใจ แต่ก็สามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้อย่างไม่คาดฝัน ทำให้ทุกคนเริ่มมีกำลังใจมากขึ้น โอมเฝ้าดูการแข่งขันอย่างไม่ชอบใจ เพราะต้องการให้ว่านเสียหน้าและกลับกรุงเทพฯ ไป จึงวางแผนทำลายชัยชนะของนาเรศวิทยาในครั้งนี้ โดยยุยงให้ทีมเกิดแตกความสามัคคีกัน ต่างต่างคิดว่าตัวเองเก่งทำให้ปู่หาญและว่านต้องกลุ้มใจ จึงต้องให้บอยและชัดปลอมตัวเป็นนักกีฬาหญิงที่จะมาแทนพวกที่ไม่ยอมเล่น ทำให้สาวๆ ต่างสำนึกผิดกลับมาตั้งใจฝึกซ้อมอีกครั้ง โอมไม่พอใจหาทางเล่นงานพวกว่านอีกครั้ง ในที่สุดแพท นาง และมะปราง ก็หลงกล ทำให้บาดเจ็บจนร่วมการแข่งขันฟุตซอลไม่ได้ ทำให้ดอกฝ้ายและตุ่มกลุ้มใจคิดจะถอนตัวจากการแข่งขัน ครูเกสรมาขอร้องให้ครูพลังช่วย ครูพลังเห็นความตั้งใจของว่านและเด็กๆ จึงส่งนักกีฬาของตนไปช่วยเหลือ ทำให้ทุกคนกลับมาสู้กันอีกครั้ง ทำให้ทีมสามารถชนะและเข้ารอบได้ ท่ามกลางความดีใจของครูเกสร และครูพลัง

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี เดียวก็มีโอกาสหายถ้าได้รับการผ่าตัด หลังผ่าตัดเดียวกลับมามองเห็นอีกครั้ง และเห็นว่าน จึงจำได้ว่าว่านคือคนที่ถือปืนในวันเกิดเรื่องที่งานประกวด ทำให้ทุกคนเข้าใจผปิดคิดว่าว่านเป็นคนทำให้เดียวตาบอด ดอกฝ้ายจึงเกลียดว่านมาก ทุกคนก็เริ่มไม่แน่ใจในตัวว่าน ว่านจึงต้องถอนตัวออกจากชมรม มีเพียงครูเกสรที่เชื่อว่าว่านไม่ได้เป็นคนทำ แต่ว่านก็กลับไปที่ชมรมไมได้อีก

อำนาจพ่อของโอมต้องการที่ดินโรงเรียนนาเรศวิทยาจากเจ๊เนี้ยว แต่เจ๊เนี้ยวไม่ยอมขาย ทำให้อำนาจไม่พอใจอย่างมาก จึงหาทางทำลายชื่อสเยงของโรงเรียนเพื่อให้เจ๊เนี๊ยยวยอมขาย โดยยกเรื่องว่านมาอ้างทำให้ว่านเกือบถูกไล่ออกอีกครั้ง แต่สาวๆ ทีมฟุตซอลต่างนึกถึงความดีของว่านจึงให้โอกาสว่านพาทีมไปชนะการแข่งขันระดับ จังหวัดทำให้ว่านมีข้ออ้างในการทำชื่อเสียงกลับคืนมาให้โรงเรียน เจ๊เนี้ยวจึงไม่ต้องให้ว่านออกจากโรงเรียน

โอมแค้นใจมากจึงวางแผนไม่ให้ทีมของว่านได้ลงแข่งจะได้ถูกตัดสิทธิ์ จึงจับตัวดอกฝ้ายและลูกทีมไป ครูเกสรถูกลูกหลงจับตัวไปด้วย ทำให้ว่านและครูพลังตาไปช่วย ว่านถูกโอมทำร้ายและพูดเรื่องในวันงานประกวด ทำให้ทุกคนรู้ความจริงว่าว่านไม่ได้เป็นคนทำให้เดียวตาบอด แต่เป็นโอม ครูพลังเข้ามาช่วยว่านเอาไว้ และจับโอมส่งตำรวจทำให้ทุกคนเข้าใจในตัวว่าน ครูเกสรเองก็ซึ้งใจที่ครูพลังมาช่วยตนไว้จนบาดเจ็บ ทำให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ ว่าน ครูพลัง ครูเกสร และปู่หาญ จึงช่วยกันฝึกซ้อมให้เหล่าสาวชมรมฟุตซอลแข่งขันระดับประเทศจนได้ชัยชนะท่าม กลางความยินดีของทุกคน

วาทินีเห็นว่าว่านเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น จึงทำเรื่องจะย้ายโรงเรียนให้ว่านได้ไปเรียนโรงเรียนที่ดีๆ กว่านี้ แต่ว่านกลับไม่ยอมย้ายไป และจะอยู่เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับนาเรศวิทยาด้านฟุตซอลต่อไป ทำให้ทุกๆ คนพากันดีใจ โดยเฉพาะดอกฝ้าย แต่ว่าว่านก็ต้องกลุ้มใจเมื่อโรงเรียนมีชื่อเสียงมากขึ้น ก็มีนักเรียนชายเข้ามาสมัครเรียนเพิ่มขึ้นไปด้วย ทำให้ว่านไม่ใช่เดือนเด่นของโรงเรียนอีกต่อไป แต่ว่านก็หมดกังวลเมื่อดอกฝ้าย้ำให้ว่านมั่นใจว่า ว่านจะเป็นคนสำคัญของดอกฝ้ายตลอดไป
รายชื่อนักแสดงละคร เกิร์ลคัพ รับหัวใจใส่ประตู
จิรพัฒน์ สุตตปัญญา ว่าน (วาที)
ภุมวารี ยอดกมล ดอกฝ้าย
มรกต กิตติสาระ ครูเกสร
นวพล ภูวดล ครูพลัง

เกล็ดมรกต

เสกสรร นักธุรกิจด้านโทรทัศน์ ได้นำคณะไปหาข้อมูล เรื่อง ถ้ำเกล็ดมรกต ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในตำนาน เสกสรรได้ใช้เครื่องบินส่วนตัวเดินทางไปกับเชิด ระหว่างที่เครื่องบินอยู่บนฟ้าในเขตป่าทึบนั้น เชิด ได้กล่าวในทำนองลบหลู่ดูหมิ่นว่าเกล็ดมรกต ทันใดนั้น เครื่องบินของเขาก็เสียการทรงตัว ตกลงในกลางป่า

เสกสรร กับเชิดรอดตาย เขาได้พบหญิงสาวคนหนึ่ง นามว่า ดวงดาว และระหว่างทางที่ดวงดาวนำเสกสรรกับเชิดเดินทางเข้าไปพักในหมู่บ้านนั้นเชิด ได้ออกมาเดินเล่น และได้พบกับพลับพลึง เชิดจึงหาทางล่วงเกินพลับพลึง แต่พลับพลึงกลายร่างเป็นงูยักษ์รัดตัวเชิด จนถึงแก่ความตาย ทำให้เสกสรรสงสัยว่างูยักษ์นั้นน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับถ้ำเกล็ดมรกตเป็น แน่ จนเมื่อเสกสรรได้พบกับ ทอง พ่อของดวงดาว กับเงาะ ทองขอร้องให้เสกสรรนำตัวดวงดาวไปให้พ้นจากหมู่บ้านนี้ เสกสรรขอรู้เหตุผล นายทองจึงเล่าเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวให้ชายหนุ่มฟัง

ณ ถ้ำเกล็ดมรกต ซึ่งเป็นที่อยู่ของ นางพญาเกล็ดมรกต ผู้มีอายุนับพันปี และหนทางที่จะทำให้นางพญาฯ คงความงามไว้ได้ตลอดกาล คือการได้ดื่มกินเลือดสด ๆ จากสาวพรหมจารี แต่เป็นการสร้างบาปติดตัว แม่เฒ่า งูแก่ผู้มีอาคมกล้า ซึ่งนางพญาฯนับถือ ได้แนะนำให้นางพญาเป็นอมตะด้วยการบำเพ็ญภาวนาและทำพิธีอาบไฟแทน นางพญาฯ เห็นด้วย แต่นางพญาทำพิธีไม่สำเร็จ เนื่องจากทองนำพรรคพวกชาวบ้านมาขุดหาสมบัติในถ้ำเกล็ดมรกต นางจึงฆ่าชาวบ้านตายคงเหลือแต่ทอง เพราะแม่เฒ่ามาขวางไว้ โดยบอกว่าตนจะจัดการเอง แท้ที่จริงแล้วแม่เฒ่ามีความหลังกับทอง

เมื่อ เกือบ 20 ปีมาแล้ว งูแม่เฒ่าหาที่จำศีลแต่ระหว่างได้พบกับพรานทองก็เกิดหลงรัก จึงแปลงร่างเป็นหญิงสาวและได้สมสู่กับทอง เมื่อคลอดลูกออกมา นางก็นำทารกเพศหญิงไปให้ทอง โดยมอบเกล็ดมรกตชิ้นเล็ก ๆ ไว้ให้ สั่งไว้ว่าให้รักษายิ่งชีวิต แล้วนางงูเฒ่าก็กลับมายังถ้ำเกล็ดมรกต เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แม่เฒ่าอยากรู้เรื่องของลูกสาว จึงลวงทองออกมาจากถ้ำ ทับทิม ลูกสาวคนโตของทอง ได้ติดตามมาช่วยพ่อ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นางพญาออกมาจากถ้ำและเห็นเหตุการณ์เข้า ก็จะจัดการฆ่าทองเพราะเห็นว่าแม่เฒ่ายังไม่ได้ฆ่า แต่ทับทิมขอชีวิตพ่อไว้ นางพญาเกล็ดมรกตไว้ชีวิตทอง แต่จับตัวทับทิมไว้เป็นเชลยแทน และมีข้อแม้ลูกสาวของทองอีกคนคือดวงดาว ( ซึ่งก็คือลูกสาวของแม่เฒ่านั่นเอง ) จะต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้ หากให้ชายใดถูกเนื้อต้องตัวจะทำให้ร่างกายของดวงดาวกลายเป็นเกล็ดงู อีกทั้งดวงดาวจะต้องทำหน้าที่หลอกหญิงสาวบริสุทธิ์มาให้นางพญาเกล็ดมรกตดื่ม เลือด จนกว่านางพญาจะพอใจ

ทองรับคำอย่างเจ็บปวด และบอกเรื่องนี้แก่ดวงดาว แม้ไม่เต็มใจ แต่เพื่อเห็นแก่ชีวิตพี่สาว ดวงดาวจึงจำใจหลอกล่อหญิงสาวในหมู่บ้านมาให้นางพญาเกล็ดมรกต เธอต้องการหนีให้พ้นจากอำนาจของนางพญาฯ เธอจึงติดตามเสกสรรเข้ากรุงเทพฯ แต่ก่อนไป ทองได้มอบเกล็ดมรกตให้ และสั่งว่าห้ามให้ใครเห็นเกล็ดมรกตนี้ และสั่งว่าเกล็ดมรกตนี้มีทั้งคุณและโทษ ให้รักษาให้ดี โดยมีเงาะติดตามไปด้วย

เมื่อศรีสุดาได้พบดวงดาวกับเงาะ นางก็ไม่พอใจ เพราะความงามแบบสาวบ้านป่า แม้ว่าจะไม่งามฉูดฉาด แต่ก็งามจนอาจทำให้เสกสรรเปลี่ยนใจจากราณี คนรักได้ จึงมีแต่โสภิตา น้องสาวเสกสรรที่เป็นมิตรกับดวงดาว ศิวา เป็นพี่ชายของราณีและเป็นหุ้นส่วนของเสกสรร เมื่อเขาได้เห็นดวงดาว ก็พึงใจในความงามของดวงดาว เขาต้องการให้ดวงดาวเป็นนางเอก ดวงดาวยอมทำตามเพราะเห็นแก่เสกสรร เสกสรรหลงรักดวงดาว แต่ราณีไม่ยอมห่าง และไม่อาจทนต่อท่าทีเย็นชาของเสกสรรอีกต่อไปได้ เธอคาดคั้นกับเสกสรร แล้วเธอก็ค้นพบความจริงว่าเขาหลงรักดวงดาว ราณีกับศรีสุดาได้ลอบเข้ามาในห้องของดวงดาว ทั้งสองได้เห็นเกล็ดมรกต ก็เกิดความโลภ จะหยิบออกไป แต่เงาะตื่นขึ้นมาโวยวายและแย่งเกล็ดมรกตจากศรีสุดามาได้ ต่อมาด้วยความโลภ ราณีกับศรีสุดาก็ลอบเข้ามาในห้องของดวงดาวอีก ทั้งสองช่วยกันค้นหาเกล็ดมรกตจนพบ ในที่สุดราณีก็ใช้ค้อนทุบเกล็ดมรกตจนแตกกระเทาะเป็นชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่ง การทุบเกล็ดมรกตนั้น ทำให้นางพญาเกล็ดมรกตเจ็บปวดจนถึงกับต้องให้แม่เฒ่าช่วย นางพญาแค้นใจมาก

รา ณีกับศรีสุดานำเกล็ดมรกตไปให้เพื่อนนักธรณีวิทยา เวคิน ไปตรวจสอบ พบว่าเป็นแร่ผสมระหว่างมรกตกับเพชร ก็ยิ่งเกิดความโลภมากขึ้น ฝันที่จะครอบครองเกล็ดมรกตจำนวนมาก ต่อมานางพญาเกร็ดมรกตได้เข้ามาอยู่ในกรุงเทพและปลอมตัวมาเป็นสาวไฮโซชื่อ อรัญญานี โดยมีแม่เฒ่าแปลงเป็นหญิงรับใช้ ชื่อ มาลัย พร้อมเหล่าบริวารชบา, มาลีและพลับพลึง ติดตามมาด้วย อรัญญานีเห็นเสกสรรครั้งแรกก็หลงรัก ความลุ่มหลงทำให้การบำเพ็ญภาวนาของตนไม่ได้ผลเหมือนเคย และเธอต้องการดื่มเลือดสาวพรหมจรรย์อีกครั้ง

วันหนึ่งดวงดาวได้มี โอกาสอยู่กับอรัญญานีตามลำพัง ดวงดาวถูกอรัญญานีเล่นงาน เพราะอรัญญานีล่วงรู้จิตใจของเสกสรรว่าเขาตกหลุมรักดวงดาว แต่เสกสรรมาช่วยไว้ได้ ราณีเห็นว่าตนอาจต้องพ่ายแพ้ดวงดาว ศิวาเลยช่วยน้องด้วยการร่วมกันวางแผนกับราณี โดยการให้ราณีชวนศรีสุดาไปดูที่ เสกสรรไปด้วย เงาะตามไปรับใช้ ดวงดาวไม่มีคิวถ่ายละครจึงขอพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

ศิวาย้อนกลับมา แล้วปลุกปล้ำดวงดาว ดวงดาวต่อสู้ จนศิวาตาย และตามตัวของเธอก็มีแต่เกร็ดงู เสกสรรไปหาดวงดาวในห้อง ดวงดาวกำลังใช้เกล็ดมรกตไล้ไปตามรอยเกล็ดงู เสกสรรตกใจมาก ดวงดาวจำต้องเปิดเผยความจริงว่า คำสาปนี้จะหายไปก็ต่อเมื่อนางพญาเกล็ดมรกตถึงแก่ความตายเท่านั้น

คน ที่อยากได้เกล็ดมรกตขยายตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประกอบด้วยศรีสุดา ราณี เมธา เวคิน และเสี่ยฮะ ศรีสุดาแกล้งทำดีกับเงาะเพื่อถามทางกลับบ้าน กลุ่มของราณีออกเดินทางโดยรถตู้ โดยมีเงาะติดตามไปด้วย เงาะบอกว่าเธอไม่รู้จักทางไปถ้ำมรกต รู้จักแต่หมู่บ้าน เสี่ยฮะจึงว่าจ้างทองในราคาแพง ทองตกลง เพราะอยากไปช่วยทับทิม

อรัญ ญานีได้ลวงเสกสรรมาที่เรือนไทย เมื่อเสกสรรรู้ตัว เขาก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นงูแม่เฒ่า มาบอกกับอรัญญานีว่าที่ถ้ำเกล็ดมรกตกำลังวุ่นวาย อรัญญานีกลายร่างเป็นนางพญาเกล็ดมรกตทันที เสกสรรตกใจมาก เขาจึงรู้ว่าอรัญญานีก็คือนางพญาเกล็ดมรกตนั่นเอง

ที่ถ้ำมรกต นางพญาได้แปลงตัวเป็นงูยักษ์ฆ่าเสี่ยฮะ กำนันชด ทอง และทับทิมจนตาย แม่เฒ่าตกใจมาก รู้สึกเสียใจที่ช่วยคนรักไว้ไม่ได้ เงาะ ราณีและศรีสุดาหนีออกมาได้

ต่อมาอรัญญานีแปลงตัวเป็นเสกสรรมารับดวง ดาวไป และเมื่อเสกสรรมารับดวงดาว เขาพบแต่เกล็ดมรกตตกอยู่ที่พื้น รู้ทันทีว่าดวงดาวต้องตกอยู่ในอันตราย เขารีบออกจากบ้าน ไปตามหาดวงดาว ที่ถ้ำมรกตเสกสรรกับราณีตามมา แม่เฒ่าต่อว่านางพญาฯที่นำเรื่องยุ่งมาสู่ถ้ำมรกต จึงกลายร่างเป็นงูยักษ์จะฉกกินเสกสรรแต่เสกสรรหลบ จึงฉกราณีตายทันที ดวงดาวขอให้เสกสรรกลับไป เธอยอมตายแทนเขา นางพญาก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น เมื่อเห็นความรักความผูกพันของทั้งสองคน

นางพญาตัดสินใจฆ่าเสกสรรกับ ดวงดาว เพื่อยุติความเจ็บปวดในจิตใจให้หมดไป แต่เมื่อนางพญาจะทำร้ายดวงดาว แม่เฒ่าก็เข้ามาขวางไว้ ในที่สุดแม่เฒ่าก็เผยว่าดวงดาวคือลูกสาวของนางนั่นเอง หากนางพญาจะทำร้ายดวงดาว แม่เฒ่าก็จะถือว่านางพญาเป็นศัตรู แต่นางพญาหากลัวไม่ เพราะมีสิ่งเดียวที่จะฆ่านางพญาได้ก็คือ เขี้ยวพังพอนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

นาง พญาโถมทำร้ายแม่เฒ่า ขณะที่แม่เฒ่าจะตาย แม่เฒ่าขอให้ดวงดาวโยนไม้เท้าให้ นางพญากลายร่างเป็นงูยักษ์จะฉกเสกสรร เสกสรรจึงใช้ไม้เท้าฟาดงูยักษ์ ไม้เท้าหัก แลเห็นเขี้ยวพังพอนที่ซ่อนฝังอยู่ในไม้เท้า เสกสรรใช้เขี้ยวพังพอนขว้างใส่นางพญาจนถึงแก่ความตาย ถ้ำมรกตถล่ม สิ้นสุดอำนาจอันไร้ขอบเขตของนางพญาเกล็ดมรกต

เมื่อหนุ่มสาวทั้งสอง ได้สติ จึงพบว่าร่างของดวงดาวไม่เป็นเกล็ดงูอีกต่อไปแล้ว ทั้งสองคนดีใจมาก ประจักษ์ชัดว่าความรักคืออำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าอำนาจทั้งปวง

 

นักแสดงละคร เกล็ดมรกต
1. นางพญาเกล็ดมรกต แสดงโดย คุณนุสบา ปุณณกันต์
2. เสกสรร แสดงโดย คุณวีรภาพ สุภาพไพบูลย์
3. ดวงดาว แสดงโดย คุณอิศริยา สายสนั่น
4. ศิวา แสดงโดย คุณสุทธิพร เมธา
5. ราณี แสดงโดย คุณพรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์
6. แม่เฒ่า แสดงโดย คุณอรสา อิสรางกูร ณ อยุธยา
7. โสภิต แสดงโดย คุณศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา
8. ศรีสุดา แสดงโดย คุณพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา
9. พลับพลึง แสดงโดย คุณกัญญารัตน์ บ่อสันเที๊ยะ
10. ชบา แสดงโดย คุณจิรภัทร วงศ์ไพศาลลักษณ์
11. ทับทิม แสดงโดย คุณนัชชา ไกรอาบ
12. เงาะ แสดงโดย คุณมิลลา นานา
13. ป้านวล แสดงโดย คุณจันทนา ศิริผล
ออกอากาศ ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ช่อง 7

เกราะกายสิทธิ์

เกราะกายสิทธิ์ เป็นละครแนวพื้นบ้าน ของช่อง 7 ดัดแปลงมาจากเกราะเพชรเจ็ดสี(เดิม)ที่เคยออกอากาศทางช่อง 7 สี เมื่อประมาณปี 2538

ผลิตโดย บริษัท สามเศียร จำกัด และ บริษัท ดีด้าวีดีโอ จำกัด

นักแสดงละคร เกราะกายสิทธิ์

รติพงษ์ ภู่มาลี รับบท ศรุตเทพ / สุริยะ (เกราะกายสิทธิ์วันอาทิตย์) / โม่ง
เลอสรรค์ คงเจริญ รับบท เทพราหู (เกราะกายสิทธิ์วันพุธกลางคืน) (รับเชิญ เป็นเทพวิษุวัติ แปลงกาย มาเป็นเทพราหู 3 ตอนสุดท้าย)
ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล รับบท เทพวิษุวัติ
สพล ชนวีร์ รับบท อังคาส (เกราะกายสิทธิ์วันอังคาร)
วรนันท์ พร้อมมูล รับบท เภตรา
ธราพงษ์ สำราญพิศ รับบท ภูมินทร์ (เกราะกายสิทธิ์วันพฤหัสบดี)
ดาวฤกษ์ คงพันธุ์ รับบท ศนิวาร (เกราะกายสิทธิ์วันเสาร์)
รติ ศิลปจารย์ รับบท อาธาร
ณัฐวุฒิ สิงหอำพล รับบท ไอศูรย์
พัชรมัย สุขประเสริฐ รับบท อินทราณี / อัญญานี
ศิริวัฒนา เบญจมาธิกุล รับบท บัวแย้ม
ชนิดา ภัทรเวสสกุล รับบท ประกายพฤกษ์ (เกราะกายสิทธิ์วันศุกร์)
พิมพ์รวี ทังสุบุตร รับบท จันทราภา (เกราะกายสิทธิ์วันจันทร์)
พัชราวดี อยู่ภิรมย์ รับบท พุทธรัตน์ (เกราะกายสิทธิ์วันพุธ)
พิมพ์นิภา จิตติธีรโรจน์ รับบท อัมพิกา
อุทุมพร นาคพันธุ์ รับบท มนตรา

ออกอากาศเมื่อวันที่ 14 มกราคม – 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

เกรดบี พี่กับน้อง

นาย ภูมิดี นักศึกษาปริญญาโท ฐานะขั้นมหาเศรษฐี เรียนดีระดับ B+ เพราะมีตุ๊กตาเป็นเพื่อน ต้องการทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่อง “ทำไม?? เด็กๆ ตั้งแต่เล็กจนโต ถึงชอบตุ๊กตาสารพัดแบบ” และจะเหมือนประสบการณ์ของเขากับตุ๊กตาเพื่อนรักของเขาหรือไม่ จึงคิดที่จะหาคำตอบด้วยวิธีต่างๆ นานา จนได้นักวิชาการ, พ่อ-แม่, ผู้ปกครองถึงกับสนับสนุน ยกบ้านและที่ดินให้เป็นสถานที่ในการค้นหาคำตอบนี้!!!
    เรื่องราวจึงเกิดขึ้นจากความคิด “ทฤษฎีบ้านเกรดบี” ให้เด็กๆ อยู่กับเด็กด้วยกัน ดูแลกันและกัน ระบบ “พี่กับน้อง” ในช่วงปิดเทอมใหญ่โดยมีกำหนดการเข้าบ้าน 10 วัน 20 วัน 30 วัน หรือจะเบรกกลับบ้าน แล้วกลับเข้ามาใหม่ก็ได้ แต่ต้องให้ครบกำหนดซะก่อน โดยเปิดรับสมัคร รับรุ่นพี่มัธยมกลุ่มหนึ่งจำนวนจำกัด เชิญชวนเด็กนักกิจกรรมในสาขาต่างๆ ยิ่งถ้ามีใบประกาศผ่านการอบรมเข้าค่ายมานำเสนอก็ยิ่งจะมีภาษีดีกว่าใครๆ
    กลุ่ม นี้ก็จะเป็นรุ่นพี่ โดยมีกลุ่ม “ใจแจ๋ว” บางคนก็มาลงอาสาเข้าค่ายกับเค้าด้วยวิธีการที่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะ คือ เด็กทุกคนต้องมี “ตุ๊กตาตัวโปรด” และถ้าใครมีเรื่องเล่าเด็ดๆ เคล็ดลับของการอยู่กับตุ๊กตา เปอร์เซนต์การเข้าค่ายก็จะเหนือกว่าใครๆ สาเหตุเพราะจากการหาข้อมูลกับเด็กในหลายๆ กลุ่มอายุของนายภูมิดี
    “ตุ๊กตา” มีอิทธิพลต่อเด็กๆ หลายๆ ด้าน รวมทั้งตัวเขาด้วย
    “ตุ๊กตา” เป็นเพื่อนคุย เพื่อนระบายอารมณ์ เป็นพี่ เป็นน้อง และเป็นจินตนาการได้หลายแบบ
    “ตุ๊กตา” จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คิดฝันไปได้ว่า เด็กๆ สามารถอยู่กับตุ๊กตาได้ เพราะดูเหมือนตุ๊กตาจะเข้าใจเด็กไปซะทั้งหมด หรือตุ๊กตาก็คือพลังจิตของคนทุกรุ่น ทุกวัยที่สืบทอดกันมา พวกเราได้ใส่พลังจิตส่วนที่ดีลงไปมากเข้า มากเข้า จนพอที่จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความเชื่อได้ว่า “ตุ๊กตามีพลังนำพาให้พวกเรามีจินตนาการไปในแง่มุมต่างๆ ได้หลายรูปแบบ” หรือ “จิตของพวกเราเองนั่นแหละที่สั่งการตัวเรา แต่เอาตุ๊กตาเป็นสื่อนำ”
    กลุ่ม นี้จะเป็นเด็กโตระดับมัธยมต้นๆ ประมาณ 7-10 คน ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรให้เข้าบ้านเกรดบีนี้โดยไม่มีข้อแม้ เด็กๆ สามารถถอนตัวออกจากโครงการได้ทุกเมื่อ (ถ้ารู้สึกอึดอัด คิดถึงบ้าน คิดถึงผู้ปกครอง) แต่ในขณะที่เข้าค่ายจะต้องตัดขาดจากการติดต่อสื่อสารกับทางบ้าน นอกจากได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ซึ่งคอยดูแลอยู่ห่างๆ คอยอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือในทุกกรณี และเพื่อความสบายใจ “บ้านเกรดบี” มีองค์กรเด็ก เช่น มูลนิธิคุ้มครองสิทธิเด็ก ส่งเจ้าหน้าที่มาอยู่ด้วยตลอดเวลา, รถพยาบาลพร้อมพยาบาล, แม่ครัวครบครัน

ออกอากาศเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2551 – 15 เมษายน 2551 จันทร์-ศุกร์ 18.15 น.

เกิดแต่ตม 2548

เกิดแต่ตม เป็นเรื่องราวของ มิ่งโกมุท เด็กหญิงหน้าตาฉลาดเป็นกรดและเอาเรื่อง หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า ไอ้มิ่ง เพราะนึกว่าเป็นเด็กชาย ถามหาพ่อแม่มาตั้งแต่รู้ความจนเข้าวัยหกขวบ แต่ทั้งแป๊ะและซิ้มไม่เคยยอมเอ่ยถึง และยังอารมณ์เสียทุกครั้งที่มิ่งถามหรือเมื่อใครอื่นพูดถึงพ่อแม่ของมิ่ง มิ่งได้ยินชื่อ มาลี ครั้งแรกจากปากลุงมานิต ซึ่งพาป้าสะใภ้ อรนุช และน้องต้น ลูกชายอายุสามขวบมาเยี่ยมแป๊ะกับซิ้มซึ่งเป็นพ่อแม่เลย และวันที่แป๊ะกับซิ้มพามิ่งไปมอบตัวที่โรงเรียน มิ่งจึงได้ยินว่าตัวเองเป็นบุตรบุญธรรมของแป๊ะกับซิ้ม และคุณครูอธิบายให้มิ่งฟังว่าบุตรบุญธรรมเป็นอย่างไร และต่อมาญาติจากสวนส้มจึงไขปริศนาเรื่องพ่อแม่ของมิ่งให้มิ่งฟังว่า แม่ของมิ่งชื่อ มาลี เป็นลูกสาวของแป๊ะกับซิ้ม แม่หนีตามพ่อซึ่งเป็นคนขับรถสิบล้อไปตั้งแต่อายุสิบห้า แล้วถูกพ่อมิ่งทิ้ง เมื่อคลอดมิ่งจึงเอามิ่งมาทิ้งให้แป๊ะกับซิ้มเลี้ยงแล้วหายไป ลุงมานิตคือลูกชายคนโตของแป๊ะกับซิ้ม แล้วมิ่งยังมีลุงอีกคน เป็นน้องของลุงมานิต พี่ของแม่มาลีคือ ลุงมารุต แต่ติดยาโดนจับติดคุกแล้วหายหน้าไป

ความรู้สึกโหยหาแม่อยู่ในใจมิ่ง ตลอดเวลา ยิ่งถวิลลูกมือทำอาหารของแป๊ะบอกว่าแม่ของมิ่งทำงานอยู่ในโรงงานแถว พระประแดง ถวิลเคยเจอแม่บ่อยมากที่ตลาด แม่ถามถึงมิ่งด้วย มิ่งยิ่งอยากเจอแม่ พระประแดงอยู่ไม่ไกลจากร้านของแป๊ะเลย แป๊ะและซิ้มซื้อตึกแถวเปิดร้านขายอาหารขายกาแฟอยู่ในย่านหนึ่งของฝั่งธน ในทำเลที่ลูกค้ามาก แต่เป็นทำเลแห่งโลกีย์ สภาพแวดล้อมไม่ดี เป็นแหล่งแฟล็ตเช่าของหญิงขายบริการ จนแม้กระทั่งเศรษฐีนีเจ้าของที่ดินและแฟล็ตเช่าในย่านนั้นคือ อาจารย์วัชรี ยังต้องขายบ้านพาครอบครัวไปอยู่ที่อื่น เพราะเกรงสิ่งแวดล้อมทำพิษต่อลูกๆ มิ่งเลยต้องจากกับเพื่อนสนิทมากรุ่นพี่คือ วัสสา ซึ่งอายุแก่กว่ามิ่งปีหนึ่ง วัสสามีพี่สาวสวยมากอายุสิบขวบคือ วาลุกา กับน้องชาย วณิชชา อายุสามขวบ ภายหลังคนที่ซื้อบ้านอาจารย์วัชรีทำบ้านหลังนั้นเป็นห้องอาหารแบบมีสาวป้อน และขายบริการ มีเวทีเพลงลูกทุ่ง หางเครื่องเต้นเปิดกระโปรงอยู่หน้าห้องอาหารด้วย มิ่งวิ่งขึ้นลงส่งอาหารตามห้องต่างๆ บนแฟล็ตจนคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมของคนโลกีย์

กฎข้อเดียวที่แป๊ะห้าม ฝ่าฝืนเด็ดขาดคือ ห้ามเข้าไปส่งของถึงในห้อง ให้อยู่แค่หน้าห้อง มิ่งคิดเงินทอนเงินเป็นตั้งแต่ยังไม่เข้าเรียน และได้ทิปเศษเงินทอนจากลูกค้าหยอดกระปุกออมสินไว้มากมาย มิ่งตั้งใจแน่วแน่ที่จะเก็บเงินไว้เรียนหนังสือสูงๆ เพราะแป๊ะกับซิ้มชอบว่าว่ามิ่งจะเอาดีไม่ได้ จะเป็นเหมือนแม่ของมิ่ง เมื่อวันที่เข้าโรงเรียนมิ่งเรียกแป๊ะกับซิ้มว่าอากงกับยาย โดยแป๊ะโกรธตวาดลั่นไม่ให้เรียก บอกเรียกอีกจะโดนตี แป๊ะพูดอีกว่ามิ่งจะเอาดีไม่ได้ มิ่งจะเป็นเหมือนแม่ มิ่งบอกว่ามิ่งไม่มีวันเหมือนแม่ มิ่งต่อรองกับแป๊ะว่าตัวเองจะเรียนให้จบสูงสุด แล้ววันที่เรียนจบจะขอแป๊ะกับซิ้มเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ ขอเรียกว่าอากงกับยาย แป๊ะตกลง จากวันนั้นเป็นต้นมา เด็กหกขวบตั้งมั่นดำเนินตามปณิธานของตน มิ่งเรียนเก่งกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ครูจะผ่านชั้นให้ขึ้นไปเรียนประถมแต่มิ่งไม่ไป เมื่อมิ่งขึ้นเรียนชั้นประถม มิ่งได้พบคนที่มิ่งอยากพบมาตลอด คือ แม่มาลี แม่ที่มิ่งเจอโทรม ไม่สวยเหมือนภาพฝันของมิ่ง แต่มิ่งก็ไม่ได้รังเกียจแม่

ความ กะทันหันทำให้มิ่งไม่ได้พูดอะไรกับแม่สักคำ และไม่ได้เรียกแม่ว่าแม่เลย แม่ให้เงินมิ่งหนึ่งพันบาท แม่รู้จากถวิลว่ามิ่งมีเงินฝากออมสิน ให้มิ่งไปฝากไว้เป็นทุนเรียนหนังสือ มิ่งไม่ได้เจอแม่บ่อยนัก แต่เมื่อมิ่งสอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงของรัฐบาลได้ แม่เอาเงินค่าเล่าเรียนมาให้มิ่งอีก มีผู้เช่าหน้าใหม่มาเช่าแฟล็ตห้องใหญ่พิเศษ เธอเป็นสาวลูกครึ่งสวยมาก และอยู่เงียบๆ ไม่สุงสิงกับใคร มิ่งได้ยินว่าเธอเป็นหมอนวดที่กลายมาเป็นเมียเก็บชั่วคราวของเสี่ย และเปลี่ยนเสี่ยไปเรื่อยๆ แต่เธอดูนิ่มนวลอ่อนโยนไม่เหมือนหญิงขายบริการคนอื่นๆ ในแฟล็ต เธอคือ คุณบี หรือคุณโสวรรณ เธอมาอยู่ก่อนที่ครอบครัวอาจารย์วัชรีจะย้ายไปไม่นานนัก เธอเป็นคนเดียวที่ไม่เคยให้เงินทิปแก่มิ่งเลย แต่ให้มิ่งเอาเศษเงินทอนใส่โหลแก้วไว้ทุกครั้ง และเงินในโถแก้วก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มิ่งมองเงินในโถอย่างอยากได้มากทุกครั้ง แต่มิ่งไม่เคยคิดจะหยิบหรือเม้มเอาเงินนั้นมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว คุณบีสังเกตมิ่งทุกครั้ง และรู้ว่าเด็กคนนี้ใจเด็ดไม่ธรรมดา

วัน หนึ่งเงินในโหลแก้วของคุณบีหายไปหมด มิ่งใจหายกลัวโดนว่าขโมยไป เพราะห้องนี้เป็นห้องเดียวที่มิ่งฝ่าฝืนกฎของแป๊ะเข้ามาเล่นในห้อง เพราะคุณบีใจดีและรักมิ่งมาก มิ่งถามหาเงิน คุณบีบอกว่าเอาไปใช้เอง แล้วคุณบีเอาของขวัญห่อสวยให้มิ่ง ของขวัญนั้นคือกระโปรงบานสีแดง ที่มิ่งอยากได้นักหนากับเสื้อแขนยาวสีขาว และรองเท้าถุงเท้าเข้าชุดกัน มิ่งดีใจสุดๆ ที่จะมีชุดสวยใส่ไปงานฉลองปีใหม่ที่บ้านวัสสา และมิ่งยังเก็บชุดนั้นไว้ตลอดมากระทั่งโต ครอบครัวของลุงมานิตย้ายมาอยู่ที่ร้านของแป๊ะเพราะบ้านเจอทางด่วน และไม่ช่วยออกค่าใช้จ่ายใดๆ เลย เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในบ้านแก่แป๊ะขึ้นหลายเท่าของค่าใช้จ่ายเดิม และป้าสะใภ้ทั้งดูถูกทั้งริษยา และเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมิ่งมาก มิ่งไม่ยอมลงให้เลยถูกแกล้งถูกฟ้องถูกใส่ความสารพัด ลุงมานิตพอจะมีสายใยกับครอบครัวเดิมของตนอยู่บ้าน แต่ความที่รักลูกเมียเลยทำให้วางเฉย ไม่นานต่อมาห้องข้างๆ คุณบีมีนักเรียนชายวัยรุ่นจากอีสานมาอยู่ด้วยสองคน สองหนุ่มบุคลิกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คนหนึ่งคือ โสฬส น้องชายต่างพ่อของคุณบี สูงโปร่ง ขาว หล่อมาก ปากหวานและสำอางหยิบโหย่ง มิ่งติดใจความหล่อของเขาตั้งแต่แรกเจอ เหมือนเด็กๆ ชอบดารา อีกคนชื่อ ปริก เป็นเพื่อสนิทของโสฬส ผิดกันราวฟ้ากับดิน ปริกไม่ถึงกับน่าเกลียดแต่ไม่หล่อ หน้าตาทื่อๆ แถมตัวดำอีก สองคนยังเรียนมัธยมปลาย โสฬสจะเอ็นเข้าคณะนิเทศ เขาใฝ่ฝันจะเป็นนายแบบและดารา ปริกเรียนสายช่างจะเอ็นเข้าวิศวะ คุณบีออกค่าเช่าห้องและค่าเรียนค่ากินอยู่ในห้อง ปริกมาอยู่ด้วย จ่ายค่าห้องให้ครึ่งหนึ่ง ปริกอยู่อย่างกระเบียดกระเสียร ครอบครัวเขาเคยรวยมาก มีที่นาเป็นร้อยๆ ไร่ แต่พ่อเล่นการพนันเสียหมด กลายเป็นคนจนไปในพริบตา ปริกจึงเกลียดการพนันชนิดเข้าไส้ ต่อมาพ่อของปริกโดนยิงตายในบ่อนแม่ผูกคอตายหนีหนี้ น้องๆ ของปริกอีกสามคนญาติพี่น้องรับไปอยู่ด้วย โปรดปรานไปอยู่กับป้า น้ำปรุงไปอยู่กับญาติห่างมาก มีศักดิ์เป็นน้า ส่วน ปัฏ น้องชายคนเดียวไปอยู่กับญาติอีกราย ปริกแทบไม่มีใจเรียน ไม่แน่ใจแล้วว่าจะมีทุนเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือไม่

โสวรรณเป็นกำลัง ใจ บอกให้ปริกพยายามเรียนต่อ เธอจะช่วยเงินบ้างในยามขัดสน และให้ปริกเก็บเงินที่แชร์ค่าห้องไว้ใช้ก่อน ตอนนี้เธอมีแฟนใหม่เป็นญี่ปุ่นกระเป๋าหนัก เธอจ่ายค่าห้องได้สบายๆ ปริกหาเงินส่งเสียตัวเองด้วยการับซ่อมเครื่องไฟฟ้าทุกชนิด และไฟฟ้าตามบ้าน แป๊ะถูกชะตากับปริก เพราะปริกฝีมือดี ไม่เอาเปรียบ คิดค่าซ่อมไม่แพง ทั้งแฟล็ตใช้บริการของปริก แป๊ะฝากปริกให้ทำงานหลังเลิกเรียนที่โรงงานผลิตสายไฟฟ้าของเพื่อนแซ่เดียว กัน มิ่งคุ้นเคยกับปริกแบบเป็นคู่กัดกันกลายๆ ปริกชอบใจเด็กน้อยคนนี้ตอนที่โสวรรณมีเรื่องกับศักดิ์ชาย สามีแมงดาของถมยา ศักดิ์ชายซ้อมถมยาทุกวันจนถมยาทนไม่ไหว โสวรรณช่วยให้ถมยาหนี มิ่งขอให้บุญวงศ์ไปพูดกับป้าแหวนให้รับตัวถมยาไปซ่อนและไปทำงานในสวนส้มด้วย ศักดิ์ชายมาขู่เข็ญและซ้อมโสวรรณ รู้ว่าโสวรรณต้องเป็นคนเอาถมยาไปซ่อน ปริกมาช่วยบู๊กับศักดิ์ชาย ในขณะที่โสฬสไม่กล้า เมื่อปริกจะเสียทีศักดิ์ชาย มิ่งไม่รู้จะทำไงได้ กัดน่องศักดิ์ชายไม่ยอมปล่อย

มิ่งไม่รู้ว่า ปริกประทับใจวีรกรรมของเธอมาก เพราะเขาเป็นคนนิ่งๆ แต่สิ่งที่ปริกไม่นิ่งคือเรื่องการพนัน ปริกเห็นมิ่งเล่นป๊อกเด้งกับเพื่อนๆ เล่นกันเล่นๆ ประสาวัยรุ่น โดยการชักชวนของอรุณี เพื่อนเก่าของมิ่ง ที่ตอนนี้กลายเป็นสาวขายบริการใน มดแดงคาเฟ บ้านเดิมของอาจารย์วัชรี ปริกบอกแป๊ะ แป๊ะเฆี่ยนสั่งสอนมิ่งไปสิบที และคาดโทษว่าหากเล่นอีกจะโดนยี่สิบที มิ่งอาฆาตอาละวาดใช้กำลังกับปริก ปริกขอโทษและปล่อยให้มิ่งทุบตีระบายอารมณ์ใส่ ปริกสอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะวิศวะได้ โสฬสสอบเข้าที่ไหนไม่ได้เลย เขาขอโสวรรณไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนที่โก้มาก และค่าเรียนแพงมาก และที่นี่เขาพบกับสาวสวยที่เขาชอบทันทีเมื่อแรกเห็น ทั้งชอบเพราะเธอสวยมากและเพราะรู้ว่าเธอรวยมหาศาล โสฬสตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องจับเธอให้ได้ เธอคือ วาลุกา ลูกสาวคนโตของอาจารย์วัชรี โสฬสจีบวาลุกาสำเร็จ แต่เจอก้างชิ้นใหญ่คือ มิ่ง โสฬสช็อกเมื่อเจอมิ่งที่บ้านวาลุกา

มิ่งบอกว่ารู้จักครอบครัว วาลุกามาตั้งแต่เกิด โสฬสอย่าทำรุ่มร่ามก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ความลับของโสฬสอยู่ในมือมิ่ง โสฬสโกรธว่ามิ่งจะแบล็กเมล์ มิ่งว่าถ้าจะทำคงทำไปนานแล้ว โสฬสเหม็นหน้ามิ่งมาก สบโอกาสครั้งใดจะพูดให้มิ่งเสียหายในสายตาวาลุกาทุกครั้งว่ามิ่งจีบเขาไม่ ได้เลยร้ายกับเขา และตอนนี้เปลี่ยนไปจีบปริกเพื่อนเขา วาลุกาและอาจารย์วัชรียิ่งมีอคติกับมิ่ง เพราะรู้ประวัติแม่ของมิ่งดี แต่วัสสา วณิชชาและคุณอุษา คุณย่าของสามพี่น้อง ไม่เชื่อว่ามิ่งจะเป็นคนไม่ดีอย่างที่โสฬสว่า วัสสานั้นเกลียดและต่อต้านโสฬสเลย โสวรรณเริ่มมีอาการป่วยแปลกๆ ซีดและไม่มีแรง มารุตลูกชายคนรองของแป๊ะรักษาอาการติดยาหายแล้ว มาขอพักกับแป๊ะ อรนุชรังเกียจว่าเอาขี้ยาเข้าบ้าน ไม่เชื่อว่ามารุตหายแล้วจริง มารุตเห็นโสวรรณ ชอบเธอมาก ฝันจะได้เธอ เช้าวันหนึ่งซิ้มพบว่าเงินเหรียญค่าน้ำขวดในกระป๋องหายไปเกือบหมด เหลือแค่ไม่กี่บาท ความสงสัยเพ่งไปที่มารุต เนื่องจากเขาเคยมีประวัติเข้าตะรางเพราะลักทรัพย์มาแล้ว

มารุตโกรธ ออกจากบ้าน ต่อมาอีกไม่นานเงินหายอีก มิ่งเริ่มเป็นที่สงสัย แต่แป๊ะไม่เชื่อว่ามิ่งจะขโมย เพราะมิ่งไม่เคยขโมย และหาขโมยเมื่อไม่มีมารุตแล้ว ผิดต้องตกที่มิ่งเห็นๆ มิ่งไม่โง่ขนาดนั้น คืนหนึ่งซิ้มเห็นแป๊ะยังไม่เข้านอน ซิ้มลงมาตาม แป๊ะกำลังเคี่ยวน้ำตาใส่ยาแดงแล้วเอามดตะนอยแล้วเอาน้ำตาลมีมดไปใส่กระป๋อง เงิน ตีสี่เสียงลุกลนเปิดประตูห้องแถว แป๊ะและซิ้มลงไปดู มานิตและอรนุชกำลังตกใจที่ต้นโดนตัวอะไรไม่รู้กัดมือ ต้นร้องครวญครางเจ็บปวดมาก มือแดงเถือกด้วยสียาแดง แป๊ะรู้แล้วว่าใครขโมยเงิน แป๊ะขู่ว่าตัวที่กัดเป็นแมงมุมมีพิษร้ายถึงตาย อรนุชเป็นลม ต้นสารภาพว่าขโมยเงิน หมอบอกว่าที่กัดเป็นแค่มดตะนอย มานิตอับอาย คาดคั้นว่าต้นขโมยเงินไปทำอะไร ต้นบอกว่าเอาไปซื้อบุหรี่สูบ เป็นบุหรี่พิเศษใส่แป๊ะหลงจู๊ มานิตใจหายวาบ แป๊ะหลงจู๊คือ ผงขาว ต้นติดผงขาว มานิตส่งต้นไปบำบัดการติดยา และย้ายออกจากบ้านแป๊ะไปอยู่บ้านใหม่ แป๊ะให้ไปตามมารุตกลับมา มารุตรับคำกล่าวขอโทษและช่วยแป๊ะทำอาหารขาย เมื่อว่างจากงานก็นั่งมองห้องโสวรรณคนสวยส่งใจถึงเธอ

โปรดปราน ติดต่อปริกว่าถูกป้าไล่ออกจากบ้าน เพราะหาว่าให้ท่าลุงเขย แต่จริงๆ ลุงเขยเป็นฝ่ายเข้าหาขอมาอยู่กับปริก และจะหางานทำในกรุงเทพ ร้านแป๊ะไม่มีงานให้ทำ เพราะลูกจ้างเต็มแล้ว มิ่งติดต่อป้าวรรณให้โปรดปรานไปทำงานด้วยและให้โปรดปรานพักด้วยระหว่างรอป้า วรรณมารับ เมื่อโปรดปรานมาถึง ทุกคนที่เห็นเธอถึงอึ้ง เธอดูเป็นสาวร้อนสวาทชนิดติดไฟพรึ่บ และเพียงคืนแรกเธอเข้าหามารุตมีสัมพันธ์สวาทกัน และเช้าวันรุ่งขึ้นเธอไปที่ห้องปริก พบโสฬส ชายที่เธอใฝ่ฝันถึงมาตลอด เธอยั่วโสฬสจนได้เสียกับโสฬสอีก และเมื่อป้าวรรณมารับไปอยู่ที่สวนส้ม เธอทำงานไม่เป็นเลย แต่ไปยั่วสวาท สมบัติ หลานป้าวรรณ และ บุญมา พี่ชายบุญวงศ์ กลางคืนนอนกันคนหนึ่ง โปรดปรานไปสมัครงานที่ มดแดง คาเฟ เสี่ยพอใจจะเอาเธอไปเลี้ยง โปรดปรานเก็บเสื้อผ้าจะไปกับเสี่ย โสวรรณห้ามไว้ให้รอพบปริกก่อน โปรดปรานไม่รอผลักโสวรรณอย่างแรง โสวรรณป่วยอยู่แล้วเลยเป็นลมล้มฟาด มารุตมาพอดี พาโสวรรณไปส่งคลินิก

มารุต เอากระเป๋าของเธอไปให้โสฬส โสฬสเห็นผลเลือดของโสวรรณแล้วช็อกไปเลย ผลเลือดของเธอเป็นบวก โสฬสรีบขนเสื้อผ้าทั้งหมดแบบย้ายบ้านแล้วเข้าห้องโสวรรณกวาดเครื่องประดับ เท่าที่เจอทั้งหมดไปมูลค่าเป็นแสนแล้วโสฬสตั้งใจป้ายความผิดให้มารุตเอา กระเป๋าของโสฬสไปให้มารุตเอาไปให้เธอที่คลินิก โสฬสเอารถของโสวรรณไปด้วย โสวรรณกลับมาที่ห้อง ไม่เห็นเครื่องประดับเธอเข้าใจว่ามารุตขโมย เธอเปิดอีกลิ้นชักที่ซ่อนเครื่องประดับที่แพงมากๆ และโฉนดที่ดินไว้ ปรากฏว่ายังอยู่ครบ โสวรรณเก็บความระแวงมารุตไว้ ทั้งๆ ที่เห็นว่าเขาไม่มีพิรุธใดๆ เลย มารุตไม่รู้จักแม้กระทั่งบัตรเอทีเอ็ม ปริกตามโสฬสเจอที่บ้านแฟนเก่าของโสฬส โสฬสพูดเรื่องโสวรรณเป็นเอดส์ เขาไม่มีวันกลับไปอยู่แฟล็ตเดียวกับโสวรรณอีกแล้ว และพูดถึงว่าเขามีเงินแสนที่จะอยู่ไปได้อีกนาน โสฬสพูดเหมือนว่าปริกมีสัมพันธ์ทางเพศกับโสวรรณ ปริกชกโสฬสและด่ากระหน่ำ โสวรรณแน่ใจว่าโสฬสเป็นคนขโมยของเธอไปหลังจากปริกบอกว่าโสฬสขนเสื้อผ้าไปหมด เอารถไปด้วย และโสฬสพูดถึงเงินแสน

มารุตดูแลโสวรรณอย่างดี ขอความรักเธอ โสวรรณบอกเรื่องเธอเป็นเอดส์ มารุตบอกไม่สนใจ ถึงเขาจะติดโรคจากเธอและจะมีชีวิตอยู่ตอไปอีกไม่นาน แต่ถ้าได้อยู่กับความสุขสมหวังที่สุดของชีวิตเขายินดีแลก เขาไม่เสียดายชีวิต โสวรรณรับปากจะแต่งงานกับมารุต ปริกไม่มีเงินพอจะเช่าแฟล็ตต่อ เขาไปนอนที่โรงงาน โสวรรณขายเครื่องประดับที่เหลืออยู่เอาเงินเซ้งตึกแถวใกล้ร้านแป๊ะ เธอเรียกปริกกลับมาอยู่ด้วย ชั้นล่างให้ปริกเปิดหน้าร้านรับซ่อมเครื่องไฟฟ้า วาลุกามีโครงการจะไปเรียนต่อต่างประเทศหลังจากจบปริญญาตรี โสฬสจะไป ด้วย โดยตั้งใจจะใช้เงินของวาลุกา เขาต้องการรวบรัดวาลุกาเป็นของเขาเพื่อผูกมัด แต่วาลุการักนวลสงวนตัวมาก เธอไม่ยอมมีสัมพันธ์กับโสฬสก่อนแต่ง มิ่งแค้นที่โสฬสไม่ดูดำดูดีโสวรรณเลย เธอแฉเรื่องโสฬสกับวัสสา เรื่องรู้ถึงวาลุกา วาลุกาไม่เชื่อมิ่ง แต่เชื่อคำแก้ตัวออดอ้อนของโสฬส อาจารย์วัชรีสะดุดใจ ถึงไม่ชอบมิ่งแต่ก็ฟังหูไว้หู อาจารย์วัชรีสืบเรื่องโสฬสเท่าที่จะทำได้ในเวลาจำกัด และรู้สึกว่าที่มิ่งพูดเกี่ยวกับโสฬสน่าจะจริง

อาจารย์วัชรีจะให้ วาลุกาไปนอกก่อนกำหนด โดยตัวเองจะไปอยู่ด้วย และระหว่างยังไม่ไปก็พยายามกันไม่ให้วาลุกาพบกับโสฬส โดยดึงวาลุกาไปไหนๆ ด้วยจนวาลุกาใจอ่อนยอมไปด้วย โสฬสให้วาลุกาดื่มเบียร์ วาลุกาไม่คุ้นเคยเลยเมา โสฬสปล้ำวาลุกา สติสัมปชัญญะที่ยังเหลือน้อยนิดทำให้วาลุการอดมือโสฬสมาได้ ขับรถมาจนมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้วฟุบเป็นลมอยู่แค่นั้น วาลุกานอนซมร้องไห้อยู่หลายวัน ไม่ยอมบอกแม่ว่าจริงๆ เกิดอะไรขึ้น แต่ยอมบอกวัสสา โสฬสพยายามติดต่อวาลุกา ความที่รักเขา วาลุกายอมพูดด้วย และต้องเจอเขาด้วยอยู่แล้วที่มหาวิทยาลัย แต่ไม่ยอมไปไหนด้วย โสฬสต่อว่าวาลุกา กลายเป็นวาลุกาเป็นคนผิดที่ไม่ยอมเสียตัวให้โสฬส วาลุกาผิดที่ไม่ยอมรอเขาไปเมืองนอกด้วย และวาลุกายังผิดอีกทุกเรื่องที่ผ่านมา วาลุกาเห็นแล้วว่าไม่มีอะไรเลยที่โสฬสจะรับว่าเขาเป็นคนผิด เขาโทษคนอื่นทุกเรื่อง แม้ไม่ใช่เรื่องทีเกี่ยวกับวาลุกาก็ตาม วาลุกาเริ่มตัดใจจากโสฬสได้ มิ่งสอบเข้าเรียนแพทย์ได้กับ บุษบงกช เพื่อนสนิท

บุษบงกชโวยที่สอบเข้าได้ที่สอง แพ้นักเรียนชาย เธอเป็นพวกมีอคติต่อเพศชาย มิ่งว่าให้รอเรียนจบไปทำงานพิสูจน์ฝีมือแข่งกับหมอชายก็แล้วกัน แป๊ะกับซิ้มดีใจมากที่มิ่งสอบเข้าแพทย์ได้ แป๊ะเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะด้วยโรคถุงลมเพราะสูบบุรี่มากมาตั้งแต่หนุ่มๆ ไม่ค่อยยอมไปหาหมอ มิ่งต้องเอาความเป็นนักเรียนแพทย์มาบังคับไป มาลีมาอยู่บ้านแป๊ะด้วย เพราะสามีทิ้งไปหาผู้หญิงคนใหม่ที่เด็กกว่า ปริกติดต่อกับปัฏได้ ให้ปัฏมาเป็นลูกมือซ่อมเครื่องไฟฟ้า น้ำปรุงมากรุงเทพ น้ำปรุงเหมือนสติลอยๆ และพูดอะไรบางอย่างเหมือนจะว่าน้า ปริกว่าน้ำปรุงต้องไม่อกตัญญูผู้มีพระคุณ ไม่ควรหนีมา ปริกจะให้น้ำปรุงกลับไปช่วยน้าทำร้านเสริมสวยต่อ น้ำปรุงเงียบไม่พูดอะไรกับปริกอีกเลย น้ามาตามน้ำปรุงกลับ น้ำปรุงกลัวมาก หนีไปซ่อนที่ห้องมิ่ง น้ำปรุงเล่าให้มาลีฟังว่าที่หนีเพราะน้าสาวส่งเธอให้เป็นนางบำเรอของน้าเขย แลกกับเงินที่น้าเขยจะเอามาขยายกิจการสถานเสริมความงาม และน้ำเขยทำเลวทรามเอาเธอไปเป็นตัวแลกคู่นอนกับกลุ่มเพื่อน เธอเหลือจะทนจึงหนีมา

มาลีและมิ่งจะพาน้ำปรุงหนี แต่ลงมาเจอน้าสาวน้าเขยยืนรออยู่ ปริกบังคับให้น้ำปรุงกลับไปกับน้า น้ำปรุงไม่ยอม วิ่งเตลิดขึ้นดาดฟ้าแล้วโดดลงมาฆ่าตัวตาย โสวรรณจะฆ่าน้าทั้งสองคน แต่ถูกห้ามไว้ทัน มีดกรีดได้แค่แขนของฝ่ายชาย สองคนชั่ววิ่งหนีไป ปริกจมอยู่กับความรู้สึกผิด เมื่อรู้ว่าน้ำปรุงถูกกระทำอย่างไรมาบ้าง ทุกวันตายของน้ำปรุง ปริกจะหุงข้าวทำกับข้าวด้วยตนเองใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลไปให้ ปริกเรียนจบได้บรรจุเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยที่เรียน วาลุกาเรียนจบปริญญาโท กลับมาจากต่างประเทศ เธอตัดใจจากโสฬสได้แล้ว และโสฬสไม่ได้ตามเธอไปต่างประเทศดังที่เขาบอกไว้ เขาเขียนจดหมายติดต่อเธอ ทุกฉบับบอกว่าพยายามทำงานหนักเพื่อเก็บเงินไปหาเธอ แต่เก็บไม่ได้เสียที อรุณีเอาวิดีโอหนังเอ็กซ์มาให้มิ่งดู เป็นหนังปลุกเซ็กซ์อย่างเดียวจริงๆ ไม่มีศิลปะเอาเสียเลย พระเอกของเรื่องคือ โสฬส มีกิจกรรมทางเพศโจ๋งครึ่มกับผู้หญิงนับสิบ โสวรรณว่าอย่างนี้มีหวังเป็นโรคตายก่อนเธอแน่ โสวรรณเข้าโรงพยาบาลบ่อย

มารุต ดูแลเธออย่างไม่รังเกียจ และเขาก็ยังทำอาหารขายด้วย ปริกให้มิ่งพามารุตไปตรวจเลือด และให้พูดให้มารุตเข้าใจว่าเขาควรหยุดทำอาหารขาย ให้ลูกจ้างทำแทน มิ่งรู้ข่าวว่า วาลุกา กลับจากต่างประเทศ และเข้าเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเดียวกับปริก มิ่งรู้สึกใจหาย เธอไม่เคยลืมสายตาของปริกที่มองวาลุกา เป็นสายตาที่นิยมชมชอบมากๆ มิ่งคิดว่าหากวาลุกาตัดใจจากโสฬสได้ ปริกคงมีหวังในตัววาลุกา มิ่งจึงตัดสินใจฝากวิดีโอหนังเอ็กซ์ของโสฬสกับวัสสาไปให้วาลุกาดู วาลุกาได้ดูแต่เธอก็รู้ว่าตัวเองตัดโสฬสได้ตั้งนานแล้ว มิ่งพูดกับปริกอ้อมๆ เรื่องจีบวาลุกา ปริกว่าเห็นกันมาตั้งหลายปีไม่รู้ว่าจริงๆ ปริกรักใคร ปริกอยากจะพูดกับมิ่งให้ชัดเรื่องโครงการชีวิตหลังมิ่งเรียนจบ เขารู้ว่ามิ่งต้องออกไปประจำโรงพยาบาลต่างจังหวัด เขาจึงอยากแต่งงานกับมิ่งเลยเพราะแป๊ะก็ป่วยกระเสาะกระแสะจะตายวันตายพรุ่ง เขาอยากให้แป๊ะอยู่ทันได้เห็นมิ่งและเขาแต่งงานกัน มิ่งสมหวังในรัก และสมหวังที่ได้เรียกแป๊ะและซิ้มว่าอากงกับยายเสียที ทั้งมิ่งและปริกเป็นบัวที่พ้นน้ำชูดอกสวยที่เกิดจากตม โดยไม่ถูกกุ้งหอยปูปลาใต้น้ำกินเป็นอาหารไปเสียก่อน


รายชื่อนักแสดงละคร เกิดแต่ตม

รพีภัทร์ เอกพันธ์กุล รับบท ปริก
มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบท มิ่งโกมุท
พาทิศ พิสิฐกุล รับบท โสฬส
น้ำทิพย์ เสียมทอง รับบท โสวรรณ
ฌานิศ ใหญ่เสมอ รับบท มารุต
เด่น ดอกประดู่ รับบท แป๊ะ
พิทยาภรณ์ คชแสง รับบท ซิ้ม
อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท วาลุกา
รุ้งเฑียร อูนากูล รับบท วัสสา

เกิดแต่ตม 2536

นักแสดงละคร เกิดแต่ตม

ทัช  ณ ตะกั่วทุ่ง
สุวนันท์ คงยิ่ง
สาวิกา ไชยเดช

ออกอากาศ วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2536 ถึง วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2537

เก็บแผ่นดิน

เขตชายแดนไทย ชนเผ่าคาเซที่นำโดย ละยี กำลังต่อสู้เพื่อรักษาแผ่นดินจากรัฐบาลจากสหพันธ์รัฐซาวิน ละยีมีลูกชายชื่อ นาคา ผู้ซึ่งเติบโตมาท่ามกลางการดูแลของปู่และ มินทะดา ทหารคาเซที่ศรัทธาในตัวละยี

เมื่อสงครามสงบ มินทะดาถูกส่งมาเรียนเมืองไทยกับสิพราย ที่นี่มินทะดายังได้พบกับ อองดี นักศึกษาซาวินที่หลบในไทยผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน มินทะดารักกับพันพัสสา นักศึกษาไทยแต่ถูกขัดขวางจากพ่อแม่พันพัสสาเพราะต้องการให้รักกับ ชลชาติ นายทหารหนุ่มอนาคตไกล มินทะดาถูกตามตัวกลับคาเซ พันพัสสาตัดสินใจหนีตามไปด้วย พิพัช พ่อพันพัสสาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนทหารไม่ให้ พันพัสสา ข้ามชายแดนไปได้

พันพัสสาถูกพากลับมาเมืองไทยโดยคิดว่ามินทะดาตายไปแล้ว มินทะดารอดกลับไปพบหมู่บ้านเสียหาย เขากับสิพราย และ ยะโพ คิดหัดจัดกองกำลังด้วยยุทธวิธีใหม่ กลุ่มคาเซหลายฝ่ายทะเลาะกันเรื่องวิธีชนะซาวิน นาคาพูดให้ทุกคน
คิดได้ว่าอย่าเอาเลือดพวกเดียวกันมาสังเวยให้ซาวิน

วันหนึ่งนาคาแอบเห็นกองทัพซาวินวางแผนโจมตีหมู่บ้าน นาคาพาทุกคนหนีรอดมาได้ หลังเหตุการณ์กลุ่มคาเซ
สนับสนุนนาคาเป็นหัวหน้า ในวันสถาปนานาคาประกาศว่า ต่อไปนี้…คาเซจะมีประเทศ ชลชาติทำงานอย่างหนักเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งของชนกลุ่มน้อยด้วยสติปัญญาอัน ชาญฉลาด จนชื่อเสียงขจรขจาย

พิพัชเกลี้ยกล่อมให้พันพัสสาไปเจรจารับเหมาสร้างถนนที่สถานีเรด้าทาง ทหารด้วยเหตุผลแฝงให้สอง หนุ่มสาวได้ใกล้ชิดกัน แม้จะเคยแต่ได้ยินชื่อเสียงมาบ้างแต่จิตใจอันมุ่งมั่นเปี่ยมไปด้วยความหวัง ดีกับ ชาวบ้านอย่างแท้จริงของชลชาติ ก็ทำให้พันพัสสาเปิดใจรับเขาเข้ามาทีละน้อย

ไม่มีใครรู้ว่ายะโพหักหลังไปเข้ากับพวกซาวิน วางแผนให้จับตัวนาคาในคืนงานวัดฝั่งไทย นาคาถูกจับไปได้ หมู่บ้านคาเซก็ถูกโจมตีอย่างหนัก พวกมินทะดาจึงพากันมาปล้นยาที่ศูนย์อพยพ พันพัสสาจึงได้รู้ว่ามินทะดายังไม่ตาย พันพัสสายอมเป็นตัวประกันกลับไปหมู่บ้านคาเซ หลังจากห่างหายกันมานานมินทะดากับพันพัสสาได้สานสัมพันธ์รักต่อกันอีกครั้ง
มินทะดาพาตัวนาคากลับมาได้ นาคาประชุมกลุ่มคาเซเพื่อรวมตัวต่อสู้ โดยมีอองดีกับ พวกนักศึกษาร่วมด้วย ในระหว่างนี้ชลชาติพาลูกน้องมาลักตัวพันพัสสากลับไป

รุ่งเช้ารัฐบาลซาวิน กวาดล้างเผ่าคาเซครั้งใหญ่ นาคาเจ็บหนัก มินทะดาวางแผนปล้นในเมืองถูกล้อมจับ มินทะดา
ไม่ยิงชลชาติด้วยรู้ว่าเขาคือคนที่จะดูแลพันพัสสาได้ดีกว่าตน กองทัพนาคาถอยร่นข้ามายังฝั่งไทย ชลชาติจำต้องให้
ลูกน้องยิงสกัดไว้ พันพัสสามองภาพการต่อสู้ด้วยความปวดร้าว ร้องขอให้มินทะดาข้ามมาฝั่งไทย แต่มินทะดารู้ว่าเขาไม่สามารถดูแลพันพัสสาได้ดีเท่าชลชาติ

นาคาถูกยิงตายกลางแม่น้ำ มินทะดาแบกร่างนาคากลับสู่คาเซ ก่อนจะลับตามินทะดาหันกลับมามองภาพชลชาติกับพันพัสสาเพื่อเก็บไว้ในความทรงจำ

นักแสดงละคร เก็บแผ่นดิน
ภูธเนศ หงษ์มานพ
พิยดา อัครเศรณี แสดงเป็น พันพัสสา
ณัฐวุฒิ สกิดใจ
อรรถพร ธีมากร,
พลวัฒน์ มนูประเสิฐ
อเล็กซ์ เรนเดลล์
ศิววงศ์ ปิยะเกศิน
สุรชัย จันทิมาธร,
วิทย์ วิจิตรานนท์
อริศรา วงษ์ชาลี