Author Archives: admin

โคกอีเลิ้งหรรษา

โอมชนะ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ขับรถมาตามถนนลูกรังของโคกอีเลิ้ง ฝ่าย ตะโพน (สุรชัย สมบัติเจริญ) กมล (รพีภัทร เอกพันธ์กุล) พร (รุ้งรดา เบญจมาธิกุล) และ ชาวบ้านก็ขับรถมาตามทางพร้อมกับร้องเพลงอย่างสนุกสนาน จู่ๆ ก็มีรถมอเตอร์ไซต์ตัวป่วน แซงรถของพวกโพนขึ้นไป โอมชนะเห็นเข้าก็หักรถหลบตกลงข้างทาง ฝ่ายรถของโพนก็หักหลบเช่นกัน ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ที่โรงพยาบาล โอมชนะซึ่งเจ็บหนักกว่าใครได้รักษาเป็นคนสุดท้าย เพราะ กำนันคง (สุเทพ ประยูรพิทักษ์) กับ เส้นใหญ่ (นันทศัย พิศลยบุตร) สองพ่อลูกแซงคิวให้ชาวบ้านที่เป็นฐานเสียงของตนก่อนโดยไม่ฟังคำค้านของ ผู้ใหญ่ถึก (เอกพัน บันลือฤทธิ์) ที่เห็นโอมเลือดไหลอาบหน้า

เมื่อ พบู (กัญญา รัตนเพชร์) เย็บแผลให้โอม โอมร้องลั่นโรงพยาบาล ทั้งๆ ที่ การบูร (กัณจนาณัฏ พัฒนะสิริกุลชัย) ฉีดยาชาให้โอมแล้ว พบูกับการบูรจึงฉีดยานอนหลับให้โอม แล้วตอนหลังการบูรก็พบว่าตัวเองหยิบน้ำเกลือไปฉีดให้โอมแทนยาชา

พบูอยู่เวรกลางคืน โอมห่อตัวด้วยผ้าห่มเพราะหนาวไปขอน้ำพบูกิน แต่พบูที่กลัวผีขึ้นสมอง นึกว่าโอมเป็นผี จึงตีด้วยเครื่องวัดความดันโลหิตแบบไม่ยั้ง เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต้องรีบมาห้าม

วันรุ่งขึ้น พบูหวิดเกือบขี่รถชนโอมที่ทางแยก โอมจึงเรียกพบูว่านางยมมะบาลแทนนางพยาบาล

รัฐมนตรีแจ้งว่าต้องการมาเยี่ยมโคกอีเลิ้ง ทุกคนต่างวุ่นวายกับการต้อนรับรัฐมนตรี พรต้องสอนให้ ดช.จ๊อบ อ่านหนังสือให้ออก เรื่องมันคงไม่ยาก หากจ๊อบเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่..ขณะที่พรสอนหนังสือ กุมารทองก็เกิดเข้าร่างจ๊อบ กุมารทองในร่างจ๊อบสั่งให้พรปล่อยเด็กๆ กลับบ้าน พรไม่ยอม แต่ ครูดวงใจ (อ้อ ช่อมะดัน) เข้ามาบอกให้พรปล่อยเด็กๆ กลับบ้านตามคำขอของกุมารทองในร่างจ๊อบ พรจำต้องทำตามที่ครูดวงใจบอก พรกับกมลหาวิธีปราบกุมารทอง

หลายวันต่อมา ขณะที่พรตรวจการบ้าน จ๊อบไม่ได้ทำการบ้านมา พรจะตีจ๊อบ แล้วกุมารทองก็มาเข้าจ๊อบอีก กุมารทองร้องห้ามไม่ให้พรตีจ๊อบ พรแกล้งสลบไปแล้วลุกขึ้นยืนตาขวาง พรตีกุมารทองในร่างจ๊อบ กุมารทองในร่างจ๊อบร้องโวยวาย สุดท้าย พรก็บอกว่า “ทำไมจะตีไม่ได้ ก็ข้านี่แหล่ะ แม่กุมารทอง ข้าอนุญาตให้ครูตีไอ้ลูกกุมารทองจอมขี้เกียจเองแหล่ะ” ตั้งแต่นั้นมา ดช.จ๊อบก็ไม่มีกุมารทองมาเข้าสิงอีกเลย

วันที่รัฐมนตรีมา ทุกคนยืนรอรับที่หน้าโรงพยาบาล ภาพที่พบูเห็นบอกถึงความสามัคคีของคนในหมู่บ้านจริงๆ โดยเฉพาะทรงผมของผู้หญิงในหมู่บ้านตั้งแต่สาวรุ่นไปจนถึงสาวใหญ่ ทุกคนล้วนทำผมตีโป่งฟูฟ่อง ทรงยอดฮิตยอดถนัดของเจ๊น้อยช่างเสริมสวยคนเดียวของโคกอีเลิ้งนั่นเอง แสงแดดเริ่มร้อนขึ้นทุกที เสียงมอเตอร์ไซต์แล่นมาแต่ไกล กำนันคงส่งเสียงว่า“ท่านมาแล้วๆ” ทุกคนยืดตัวตรงเตรียมพร้อม มอเตอร์ไซต์วิ่งฝ่าฝุ่นตลบมาจอดตรงหน้ากำนันคง บุรุษไปรษณีย์นั่นเอง เขาส่งซองโทรเลขให้กำนันคง แล้วขี่มอเตอร์ไซต์ออกไป กำนันคงเปิดอ่าน แล้วเป็นลมไป โอมรับโทรเลขมาอ่านแล้วพูดกับทุกคนว่า “ท่านรัฐมนตรีเลื่อนการตรวจเยี่ยมออกไป อย่างไม่มีกำหนด” ชาวบ้านที่ยืนอยู่เริ่มทยอยล้มลงราวกับใบไม้ร่วงที่เกรียมแดด

เมื่องานกาชาดจังหวัดมาถึง กำนันคงกับผู้ใหญ่ถึกตกลงจะเอาควายไปขายเป็นสินค้าโอท็อป โอมรีบห้ามและอธิบายเรื่องสินค้าโอท็อป ทุกคนตกลงเอาเนื้อเค็มไปขายเป็นสินค้าโอท็อป พบูกับพรต่างก็เป็นห่วงเพราะคิดว่าอีเผือกควายแสนรู้ของที่บ้านจะต้องถูกแปร รูปเป็นเนื้อเค็ม

โคกอีเลิ้งได้รางวัลโอท็อปยอดเยี่ยม กำนันคงขึ้นไปรับรางวัลด้วยใบหน้าซีดเซียว สร้างความสงสัยให้ทุกคน กำนันคงบอกว่าคุณนายผู้ว่าจะไปดูงานทำเนื้อเค็มที่โคกอีเลิ้ง ทุกคนดีใจ แต่พอกำนันคงบอกว่าเนื้อเค็มที่เอามาขายนั้นครูกมลไปหาซื้อมาจากตลาดกลาง ทุกคนก็หน้าซีดตามกำนันคงไปโดยปริยาย ชาวโคกอีเลิ้งต้องหาทางไม่ให้คุณนายผู้ว่ามาดูการทำเนื้อเค็มได้

โอมกับกมลจับเจ้าแต้มแมวของพบูไปแห่นางแมวขอฝนเพื่อจะได้ทำการตากเนื้อเค็ม ไม่ได้คุณนายผู้ว่าก็จะได้ไม่มา พบูไม่พอใจจึงไปเอาเจ้าแต้มกลับบ้าน แต่ฝนเกิดตก กมลกับโอมดีใจที่ขอฝนสำเร็จ แต่แล้วการบูรก็บอกว่าเป็นฝนเทียม เพราะเมื่อวานโทรทัศน์ออกข่าวการทำฝนเทียม โอมกับกมลหน้าแตก

เจ๊น้อย (กรุณา มอริส) ขอให้พบูประกวดนางสงกรานต์ พบูพาการบูรไปให้เจ๊น้อยส่งประกวดแทน การบูรปฏิบัติงานพยาบาลไปก็ต้องทำตัวเป็นนางงามไปด้วย พบูเห็นแล้วขัดตา ผู้ใหญ่ถึกรู้ว่าการบูรจะประกวดนางสงกรานต์ก็ห้าม เพราะไม่อยากให้ลูกสาวเสียใจที่ตกรอบแรก พบูจึงพา แก้ว (ธัญ ญรัศม์ จิราภัทร์ภากร) มาประกวด แก้วคว้ารางวัลชนะเลิศไปได้ เจ๊น้อยดีใจมาก คิดพาแก้วไปประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส พบูห้ามเจ๊น้อยไม่ให้พาแก้วไป เจ๊น้อยโกรธคิดว่าพบูอิจฉาแก้ว และแล้วเมื่อเจ๊น้อยกลับมาจากกองประกวดก็โวยวายใส่พบูที่ไม่ยอมบอกว่าแท้ จริงแล้วแก้วเป็นกระเทย

กำนันคงเป็นไข้หวัด 2009 เมื่อกำนันคงหายดีแล้วก็ไปหาเสียงเลือกตั้งสส. แต่ปรากฏว่ามีแต่คนรังเกียจ เมื่อโนเอมี่ (พลอยมณี ศุภเวทย์เวหน) ดารานางแบบอินเตอร์กลับมาเยี่ยมบ้านที่โคกอีเลิ้ง กำนันคงก็วางแผนให้เส้นใหญ่ไปชวนโนเอมี่มาช่วยหาเสียง โนเอมี่ยินดีช่วย พบูไม่พอใจที่โนเอมี่กลับมาที่โคกอีเลิ้ง เพราะคิดว่าโนเอมี่ได้ดีแล้วกลับมาเยอะเย้ยเธอ

ย้อนอดีตไปตอนที่พบูยังเป็นเด็ก ตอนนั้นโนเอมี่ เป็นแค่ยัยดำขี้กาที่เดินตามหลังก้นเธอเฉิบๆ แต่บัดนี้กลับได้เป็นดารานางแบบอินเตอร์ไปซะแล้ว โนเอมี่ บอกว่าที่เธอดังขึ้นมาเพราะเธอเปลี่ยนชื่อตามที่หมอดูบอก พบูกับเจ๊น้อยจึงเปลี่ยนชื่อตามที่โนเอมี่ แนะนำหลังจากนั้น เจ๊น้อยได้โชคทองจากฝาน้ำอัดลม ส่วนพบูได้โทรศัพท์มือถือจากซองบะหมี่ ชาวบ้านที่รู้ข่าวก็พากันเปลี่ยนชื่อจนปลัดโอมสับสนว่าใครชื่ออะไร

นาโอมี่เริ่มเอาวัฒนธรรมในตัวเมืองเข้ามาทั้งแฟชั่นเสื้อผ้าสายเดี่ยวทรงผม ต่างๆ และล่าสุดคือโทรศัพท์มือถือ เส้นขายโทรศัพท์มือถือให้ชาวบ้านในระบบเงินผ่อน ชาวบ้านอยากมีไว้ใช้ก็ซื้อกันใหญ่ แม้กระทั่งบ้านอยู่ใกล้กันอย่าง โกแฉะ (แฉ่ง ช่อมะดัน) กับเจ๊น้อย เจ๊น้อยใช้โทรศัพท์มือถือโทรสั่งกาแฟอาโก อาโกขายของดีขึ้นนับตั้งแต่มีมือถือ ส่วนกำนันคงเมื่อไปหาเสียงกับโนเอมี่ ก็ถูกมองข้ามความสำคัญไป เพราะชาวบ้านต่างก็อยากเจอโนเอมี่ เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ปรากฏว่ากำนันคงสอบตก ส่วนโกแฉะก็เริ่มเหงา เพราะทุกคนอยู่บ้านแล้วโทรสั่งกาแฟให้ไปส่งที่บ้าน อาโกจึงยกเลิกการขายกาแฟแบบเดลิเวอรี่ สิ่งที่ชาวโคกอีเลิ้งได้รับจากการใช้มือถือก็คือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้เส้น และค่าโทรศัพท์ที่แพงหูฉี่ ปลัดโอมให้ทุกคนอยู่อย่างพอเพียงจะได้ไม่มีหนี้ ทุกคนเชื่อ ยกเว้นเจ๊น้อย

วันหนึ่งมีโจรเข้ามาในหมู่บ้านแล้วเห็นเจ๊น้อยใช้โทรศัพท์มือถือและจำนาโอ มี่ได้ จึงเข้าไปจี้นาโอมี่กับเจ๊น้อย จนหมดตัว ปลัดโอมนำมาเตือนให้ทุกๆ คนในหมู่บ้านฟังและถือโอกาสให้ทุกคนกลับมาใช้ชื่อเดิมกัน เพราะขนาดเจ๊น้อยกับนาโอมี่เปลี่ยนชื่อแล้วก็ยังมีโจรมาจี้เลย ทุกคนเชื่อคำแนะนำของปลัดโอม

กำพล (มณฑล ปริวัตร) เพื่อนของเส้นแนะนำให้คงกับเส้นเล่นแชร์ข้าวเปลือก ทั้งคู่ลงเล่นแชร์และได้เงินตอบแทนมากมาย เส้นไปอวดคนที่ตลาดเรื่องแชร์ข้าวเปลือก ชาวโคกอีเลิ้งต่างก็มาลงแชร์กัน รวมถึงเจ๊น้องกับอาโกแฉะด้วย โอมเตือนทุกคนแต่ไม่มีใครฟัง สุดท้ายทุกคนไม่เว้นแม้แต่เส้นกับคงถูกพลโกง กำนันคงเจ็บใจคิดมากจนเข้าโรงพยาบาล

โอมแจ้งตำรวจนำกำลังจับกำพล กำพลมาดักจับพรกับพบูไปเป็นตัวประกัน กมลช่วยพรไว้ได้ กำพลไล่ตามไปจับพบูที่วิ่งหนีเข้าป่า กำพลยิงพบู แต่โอมกับเส้นใหญ่เอาตัวกำบังกระสุนปืนให้พบู ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ ผู้ใหญ่ถึกกับกำนันคงมาถึงที่เกิดเหตุพอดี จึงยิงกำพลเสียชีวิตก่อนที่กำพลจะฆ่าโอมกับเส้นใหญ่

โอมกับเส้นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พบูมาดูแลโอมด้วยความเป็นห่วง การบูรไม่สบายใจที่เส้นไม่ยอมฟื้น หมอมานะบอกว่าถ้าเส้นไม่ฟื้น เส้นก็จะเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดชีวิต การบูรร้องไห้เรียกเส้น เส้นฟื้นขึ้นมาเห็นการบูรร้องไห้ก็งง เส้นเห็นพบูพยาบาลโอมอย่างมีความสุขก็รู้ตัวว่าพบูไม่ได้รักตัวเอง จึงเศร้า การบูรมาปลอบเส้น เส้นถามว่าการบูรทำใจเรื่องโอมได้แล้วเหรอ การบูรบอกว่าการที่ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็มีความสุขแล้วล่ะ

เส้นคิดตาม เมื่อเห็นรอยยิ้มของพบู เส้นก็เห็นด้วยกับคำพูดของการบูร

หลังผ่านเรื่องราวร้ายๆไปได้ โคกอีเลิ้งก็มีข่าวดี การบูรได้รับพระราชทานปริญญาบัตร การบูรดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเส้นใหญ่แอบชอบการบูร กำนันคงกับผู้ใหญ่ถึกมีลุ้นให้เส้นใหญ่กับการบูรรักกัน และเลิกทะเลาะกันไปโดยปริยาย ส่วนโอมแต่งงานกับพบู และพรแต่งงานกับกมล ด้วยความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของคนในชุมชน โคกอีเลิ้งจึงกลายเป็นโคกอีเลิ้งหรรษาและสงบสุขตราบเท่าทุกวันนี้

รายชื่อนักแสดง โคกอีเลิ้งหรรษา
วัชรบูล ลี้สุวรรณ    แสดงเป็น ปลัดโอมชนะ
รพีภัทร เอกพันธ์กุล   แสดงเป็น  กมลมิตร หรือ กมล
กัญญา รัตนเพชร์   แสดงเป็น  พบู
รุ้งรดา เบญจมาธิกุล   แสดงเป็น  พรไพร หรือ พร
สุรชัย สมบัติเจริญ  แสดงเป็น   ตะโพน หรือ โพน
กัณจนาณัฏ พัฒนะสิริกุลชัย   แสดงเป็น  การบูร
อาณกร เชื้อศิวะ  แสดงเป็น   ถั่วงอก
ธรรมศักดิ์ สุริยน (ดารารับเชิญ)  แสดงเป็น   ครูใหญ่
มณฑล ปริวัตร (ดารารับเชิญ) แสดงเป็น    กำพล
อ้อ ช่อมะดัน (ดารารับเชิญ)   แสดงเป็น  ครูดวงใจ
พลอยมณี ศุภเวทย์เวหน (ดารารับเชิญ)  แสดงเป็น   โนเอมี่
ธัญญรัศม์ จิราภัทร์ภากร (ดารารับเชิญ)   แสดงเป็น  แก้ว
ขมิ้น เชิญยิ้ม (ดารารับเชิญ)  แสดงเป็น   หมอมานะ
แฉ่ง ช่อมะดัน  แสดงเป็น   อาโกแฉะ หรือ อาโก
กรุณา มอร์ริส  แสดงเป็น   เน่งน้อย หรือ เจ๊น้อย
นาตยา จันทร์รุ่ง  แสดงเป็น   พเยีย
เอกพัน บรรลือฤทธิ์  แสดงเป็น   ผู้ใหญ่ถึก
นันทศัย พิศลยบุตร  แสดงเป็น   เส้นใหญ่ หรือ เส้น
สุเทพ ประยูรพิทักษ์   แสดงเป็น  กำนันคง
กฤช พรหมบริรักษ์  แสดงเป็น   ลูกชิ้น หรือ ชิ้น

ใครกำหนด

เรื่องย่อ ใครกำหนด

ชะตากรรมหรือฟ้า ที่ลิขิตชีวิต กำหนดความเป็นไปของมนุษย์ แต่สำหรับ ทาริกา แล้ว เธอต่างหากที่จะเป็นผู้กำหนดชีวิตของเธอเอง ไม่ว่าจะต้องผ่านทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัสเพียงใดก็ตาม

นิ่ม หรือ ทาริกา  เกิดมาในครอบครัวที่เจ้าคุณพ่อมีเมีย และมีลูกเยอะ การใช้จ่ายทั้งหลายหมดไปกับการเลี้ยงดูลูกให้มีชีวิตที่เพียบพร้อม จนกระทั่งเจ้าคุณพ่อให้เธอแต่งงานไป เพื่อที่จะได้สบาย แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เธอต้องพยายามกำหนดเองในภายหลัง

นักแสดง ใครกำหนด
เขตต์ ฐานทัพ
วรนุช วงษ์สวรรค์ แสดงเป็น นิ่ม, ทาริกา
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น คุณเธอ
ภัสสร บุญยเกียรติ

 

 

ใครกำหนด 2533

เรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ ถูกชะตาลิขิตไว้ ราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงกินผัว ทั้งที่ผู้ชายเหล่านั้นยังไม่เคยได้พร่าพรหมจรรย์ของเธอเลยแม้แต่คนเดียว แต่ผู้ชายที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตของเธอต้องมีอันเป็นไป …. ใครเล่าคือผู้กระทำ หรือว่าเป็นเพราะพรหมลิขิต……

แค่เอื้อม

เรื่องย่อละคร แค่เอื้อม

สายป่าน หลานสาวคนสวยของพ่อเลี้ยงสุนทร กับ นางวีณา คหบดีเชียงราย เดินทางกลับเชียงรายหลังจากที่เจอพิษ IMF สายป่านจบปริญญาโทจากอเมริกา เธอทำงานในบริษัทเงินทุนแห่งหนึ่งได้ราว 3 ปี เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สายป่านจึงลาออก ก่อนจะถูกไล่ออก การกลับมาของเธอทำให้สุนทร และวีณาดีใจมาก สุนทรนั้นนอกจากมีไร่ชาแล้วยังริเริ่มเพาะเห็ดหอมขายโดยทำทั้งเห็ดสดและเห็ด อบแห้ง

สุนทรให้ทุนกับ มหาวิทยาลัยในการค้นคว้าเรื่องเห็ดโดยมีด็อกเตอร์ นภมัย เป็นหัวหน้าภาควิชาและเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเห็ด สุนทรชอบนภมัยมาก เมื่อสายป่านกลับมาวีณาหวังจะให้หลานสาวเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขณะที่ สุนทรหวังจะให้สายป่านรับช่วงบริหารธุรกิจโรงอบชากับเห็ดหอมของเขา ในวันไปสมัครงานที่มหาวิทยาลัย บังเอิญว่าอัตราอาจารย์สอนภาษาอังกฤษเต็ม จะว่างใน 3 เดือนข้างหน้าเมื่ออาสาสมัครชาวต่างประเทศกลับไปแล้วสุนทรจึงพาสายป่านไปดู การอบรมเพาะเห็ด ซี่งนภมัยกำลังสอนนักศึกษาและชาวบ้านผู้สนใจ บุคลิกท่าทางของนภมัยสะดุดสายตาสายป่าน เขาเอาจริงเอาจังกับงานโดยไม่สนใจเธอ ทำให้สายป่านหมั่นไส้นิด ๆ แม้จะนึกถูกใจในบุคลิกหน้าตาของเขา คนที่สนใจเธอคือ ปฐวี เด็กรุ่นน้องซึ่งเป็นผู้ช่วยนภมัย แต่สายป่านไม่สนใจ นภมัยสอนสายป่านอย่างละเอียดในกรรมวิธีเพาะเชื้อเห็ด ดุบ้างตามนิสัยครู นภมัยนึกสบประมาท ในใจว่าสาวสวยบอบบางอย่างสายป่านจะรับงานนี้ได้มากแค่ไหน

แต่สายป่านทำให้ นภมัยแปลกใจ เธอตั้งใจและทำได้ดีเกินคาด ทุกบ่ายวันศุกร์ นภมัย สายป่าน สุนทร ปรีชา ซี่งเป็นญาติห่างๆ ของสายป่านจะขึ้นไปทำงานที่ไร่เชิงภู ซึ่งอยู่ที่ภูหมอกฟ้า เมื่อทำงานใกล้ชิดกันสายป่านก็ยิ่งพอใจนภมัย เธอเอาใจใส่เขาในทุกเรื่อง ทั้งอาหารการกิน และความเป็นอยู่ ท่าทีของเธอเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ทำให้นภมัยดูไม่ออก มีแต่สุนทรที่เริ่มรู้ว่าหลานสาวสนใจนภมัย ส่วนนภมัยแม้จะนึกชอบสายป่าน แต่เขาก็เจียมตัวว่าฐานะของเขาต่างกับเธอมาก ความสวยน่ารักของสายป่านทำให้ พ่อเลี้ยงวงศ์ สนใจเหมือนกัน เขาทำทีสนใจเห็ดหอมของไร่เชิงภู ทั้งที่ความจริงชอบผู้จัดการคนสวยมากกว่า พ่อของสายป่านเองก็พยายามหาทางให้ลูกเลี้ยงของตัวซึ่งเป็นลูกติดจากภรรยา ใหม่ได้แต่งงานกับสายป่าน ซึ่ง เอกบดี เป็นหนุ่มหล่อ มาดเท่ห์ แต่จะพยายามเชียร์อย่างไรสายป่านก็ไม่สนใจ เธอไม่ชอบผู้ชายจับจด สำรวย ดีแต่ใช้เงิน สายป่านตั้งใจว่าถ้าแต่งงานเธอจะไม่ให้ชีวิตครอบครัวต้องเป็นอย่างพ่อ – แม่ ธิบดินทร์ พี่ของเธอหล่อมาก มาดเท่ห์ แต่เจ้าชู้ ไม่เคยทำงานอะไรสำเร็จสักอย่าง ในที่สุดก็เลิกกัน

ธิบดินทร์รัก เอกบดีมากถึงขนาดอยากให้ลูกสาวคือ สายป่านแต่งงานกับเอกบดี แต่สายป่านไม่ยอม วันหนึ่งเอกบดีกับธิบดินทร์ตามไปที่ไร่เชิงภู จังหวะพอดีว่าพ่อเลี้ยงวงศ์ก็มา สายป่านจึงปล่อยให้เอกบดีทำท่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเหมือนเป็นคู่หมั้น เจตนาเพื่อให้พ่อเลี้ยงวงศ์เข้าใจผิด แต่ก็ทำให้นภมัยเข้าใจผิดด้วยเช่นกัน ขณะที่สายป่านคุยอยู่กับนภมัยเรื่องครีมเห็ดหลินจือที่นภมัยทำมาให้เธอใช้ ว่าได้ผลดี ขนาดลบรอยแผลเป็นได้ นภมัยไม่เชื่อนัก สายป่านจึงให้ดูรอยแผลที่ต้นคอของเธอ นภมัยก้มมองอย่างพิจารณา ขณะนั้นเองพ่อเลี้ยงวงศ์ก็เข้ามา ภาพของหนุ่มสาวทำให้เขาเข้าใจผิด ด้วยความผิดหวังในตัวสายป่าน พ่อเลี้ยงวงศ์จึงหาเรื่องติผลผลิตทุกอย่างจากไร่เชิงภู ไม่ยอมรับซื้อ ซ้ำยังพูดจาเหน็บแนมกินนัยไปถึงสายป่านว่าไม่ดีจริง หลอกใช้ผู้ชาย

สายป่านโกรธจัด นภมัยก็เช่นกัน เขาย้อนเจ็บ ๆ กลับไป พ่อเลี้ยงวงศ์ยิ่งแค้น เมื่อกลับไปยังตัวเมือง พ่อเลี้ยงวงศ์เที่ยวพูดใส่ร้ายจนสายป่านเสียหาย ข่าวลือสะพัดทั่วมหาวิทยาลัย สุนทร กับ วีณา พยายามไม่ให้สายป่านรู้ แต่เธอก็รู้จนได้ วันหนึ่งสายป่านชวนนภมัยกับปฐวีไปด้วย เป็น 2 คู่ คืนนั้นเธอแต่งตัวเปรี้ยวแต่ก็สวยจนนภมัยใจสั่น เขารู้ทันความคิดเธอว่าทำอะไรแต่ก็ไปด้วย นภมัยติดใจสายป่านมากขึ้นทุกที เมื่อสายป่านต้องมากรุงเทพฯกับ ดิษยา นภมัยก็ตามมาด้วยแต่ไม่มาด้วยกัน ที่กรุงเทพฯ เขาโทรไปหาสายป่านที่บ้านดิษยา เชิญไปบ้านเขา สายป่านรู้ทันทีว่าดิษยาต้องเป็นตัวการแน่ ดิษยายอมรับเพราะเธอรู้ว่าสายป่านไม่เคยชอบใครจริงจังเหมือนนภมัย หนุ่มสาวใกล้ชิดกันมากขึ้น

แต่เมื่อกลับ เชียงรายก็เกิดเรื่องที่ทำให้สายป่านต้องคอยความสัมพันธ์ของเธอกับนภมัย เพราะ นภดล น้องชายของนภมัยไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ บัวจันทร์ คู่หมั้นของ บุญลือ ซึ่งเป็นครูหลังม้า บุญลือนั้นแม้จะเป็นลูกคนงานในไร่เชิงภู แต่ก็โตมาพร้อมกับสายป่าน เธอสนิทสนมและผูกพันกับเขาเหมือนพี่สาวกับน้องชาย พ่อเลี้ยงสุนทรส่งเสียให้บุญลือเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แต่บุญลือไม่ทิ้งถิ่น เขายึดอาชีพครูหลังม้า ตระเวนสอนเด็กชาวเขาตามหมู่บ้านต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็ช่วยงานที่ไร่ด้วย การกระทำของนภดลทำให้สายป่านมึนตึงกับนภมัย ไประยะหนึ่ง แม้จะรู้ว่าคนละคนกันและพี่กับน้องก็นิสัยต่างกัน นภดลแต่งงานกับบัวจันทร์เงียบ ๆ บุญลือแม้จะเสียใจ แต่ก็รู้จักบัวจันทร์ดีว่าเธอทะเยอทะยานอยากเป็นคุณนายของหมอผู้อำนวยการโรง พยาบาลอย่างนภดลมากกว่าเป็นเมียครูหลังม้าอย่างเขา

เรื่องทั้งหมดที่ เกิดขึ้นก็เพราะบัวจันทร์เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เธอไปเฝ้านภดลที่โรงพยาบาลทั้งเช้า-เย็น จนนภดลตบะแตกจนได้ เมื่องานแต่งงานของนภดลผ่านไป บุญลือดีขึ้น สายป่านกับนภมัยก็เริ่มจะเหมือนเดิมโดยมีดิษยาคอยเป็นผู้ช่วยพระเอกกับนาง เอกสายป่านกำลังมีความสุขเลยลืมสังเกตดิษยาว่าซึมและเงียบไป ไม่มีใครรู้ว่าดิษยาหลงรักบุญลือ แต่เธอพยายามปิดท่าทีของเธอ เพราะรู้ตัวว่าแก่กว่าบุญลือถึง 2-3 ปี ไม่สวยอีกต่างหาก เธอไม่อยากให้บุญลือต้องมาหัวเราะเยาะเธอว่าแก่แล้วไม่เจียม พิษรักทำให้ดิษยาทั้งสุขและทุกข์ เพราะบุญลือก็เข้ามาใกล้ชิดเธอมากยิ่ง ขึ้น คุยกันรู้เรื่องถูกคอในทุกเรื่อง ดิษยายิ่งรักก็ยิ่งห้ามใจ ส่วนพ่อเลี้ยงวงศ์ไม่เลิกจองล้างจองผลาญสายป่าน

เมื่อตัดทาง ธุรกิจไม่ได้ เพราะสายป่านมีเพื่อนดีช่วยหาตลาดให้ โดยไม่ง้อเขาอีกต่อไป ซ้ำคนที่มาช่วยสายป่านก็เป็นคู่แข่งกับเขาเสียด้วย พ่อเลี้ยงวงศ์จึงให้ เวียงฟ้าหลานสาวคนสวยซึ่งเข้าไปแทนที่ตำแหน่งอาจารย์ของสายป่านไปใกล้ชิดกับ นภมัย ปรีชามาบอกสายป่านซึ่งเธอก็มีวิธีของตัวเองทำให้เวียงฟ้าต้องถอยไป แล้วก็มีเรื่องร้ายเมื่อพายุพัดถล่มภูหมอกฟ้าไร่เชิงภูเสียหายมาก ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกบุญลือกับ อรรณพ เจ้าหน้าที่โครงการหลวงจึงขี่ม้าจะไปขอความช่วยเหลือจากตัวเมือง แต่ปรากฎว่าทั้งคู่ถูกกะเหรี่ยงซึ่งรับจ้างขนยาเสพติดตามชายแดนจับตัวไป พวกมันปล่อยอรรณพมาขอค่าไถ่ตัวบุญลือ ดิษยาเป็นห่วงบุญลือมาก สายป่านขอยืมทองจากคนงานทุกคนเพื่อเป็นค่าไถ่บุญลือ นภมัยกับ เรือง เป็นผู้ไปต่อรองกับพวกนั้น ระหว่างเดินทางเรืองกับนภมัยไม่รู้ว่า เส่งเด็กชายชาวกะเหรี่ยงซึ่งนภมัยกับสายป่านเคยช่วยชีวิตไว้ทั้งแม่และลูก (นางอู่กับเส่ง) แอบตามไปด้วย เส่งสงสัยว่าพ่อของตนจะอยู่กับกลุ่มนี้ด้วย

แล้วก็เป็นจริง นายจ่อ พ่อของเส่งอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยจริง ๆ เส่งจึงเป็นผู้ช่วยในการต่อรองเรื่องจึงกลับเป็นว่าพวกกะเหรี่ยงยอมปล่อยบุญ ลือกับเรือง แต่พานภมัยไปแทนเพื่อเป็นตัวประกัน เส่งอาสาไปด้วยเพื่อดูแลนภมัย เมื่อเรืองกับบุญลือกลับไร่ แล้วสายป่านรู้ว่านภมัยต้องไปเป็นตัวประกันแทน เธอรู้สึกราวใจจะขาดนึกเสียใจที่เธอกับเขาควรได้ปรับความเข้าใจกันก่อนที่จะ เกิดเรื่องวุ่นขึ้น สายป่านไม่กล้าคิดว่าหากนภมัยเป็นอะไรไป เธอจะทำอย่างไร
ส่วนนภมัยเองก็เป็นห่วงสายป่านมากเช่นกัน เขาพยายามเกลี้ยกล่อม จ่อจนจ่อยอมแยกตัวกลับหมู่บ้านพร้อมเขา เส่งและลูกน้องอีก 2 คน แต่ระหว่างเดินทางลูกน้องจ่อเกิดทรยศคิดแย่งทอง ทั้งหมดสู้กันจ่อได้รับบาดเจ็บ และยิงลูกน้องตายไป 1 คน อีกคนหนีตายเข้าป่าไป นภมัยกับเส่งจึงต้องพาจ่อกลับไร่เชิงภู ระหว่างทางโชคดีได้พบกับกลุ่ม ตชด. ซึ่งกำลัง
ออกตามล่ากลุ่มกะเหรี่ยง เพื่อช่วยนภมัยพอดี เมื่อถึงไร่ นภมัยมองหาสายป่านไม่พบ นึกเสียใจว่าเธอคงกลับไปตัวเมืองพร้อมคณะผู้ช่วยเหลือชุดแรกแล้ว แต่ฉุกคิดได้ว่าเวลาไม่สบายใจ สายป่านชอบไปไหว้และปรับทุกข์กับสถูปที่บรรจุกระดูกของมารดาที่ท้ายไร่ นภมัยจึงตามไป

แล้วก็พบสายป่าน กับดิษยา สายป่านนิ่งเงียบราวเข้าสมาธิ เธอไม่รู้ว่านภมัยมาหา ดิษยาจึงเปิดโอกาสให้ได้อยู่ด้วยกัน ดิษยาแว่บกลับบ้านพักให้นภมัยอยู่กับสายป่าน นภมัยแกล้งโยนลูกท้อที่ตกอยู่ใส่สายป่านจนเธอหันมา สายป่านตกใจแต่ไม่มั่นใจว่าเป็นคนจริง ๆ หรือวิญญาณของเขากันแน่แต่เธอก็โผเข้าหาอ้อมกอดของนภมัยอย่างเต็มใจ ทั้งคู่เข้าใจกันได้แต่อุปสรรคก็ไม่สิ้นสุด เมื่อนภมัยได้บัตรสนเท่ห์ว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางมิชอบ ช่วยไร่ เชิงภูจนผิดปกติ นภมัยถูกถอดจากการเป็นหัวหน้าภาควิชา และโดนตั้งกรรมการสอบสวนก่อนการแต่งงานไม่กี่วัน แต่ไม่มีใครสนใจ

งานแต่งงงานคงมี ต่อไป คนที่อยู่เบื้องหลังคือ เวียงฟ้า ซึ่งผิดหวังจากนภมัยนั่นเอง ยิ่งได้แรงยุจากพ่อเลี้ยงวงศ์ทำให้เวียงฟ้าทำอะไรผิด ๆ เธอยอมเป็นเมียน้อยของ ชัยทัศน์คณบดี แล้วยังใส่ร้ายนภมัยจนวุ่นวาย แล้วกรรมก็ตามทันเมื่อ ปัทมา ภรรยาของชัยทัศน์รู้ข่าว ปัทมาตามไปยิงเวียงฟ้าตาย ยิงชัยทัศน์บาดเจ็บสาหัสก่อนจะฆ่าตัวตาย ส่วนนภดลเลิกกับบัวจันทร์เพราะทนความร้ายไม่ไหว นภนันท์ น้องสาวเปรี้ยวและเจ้าชู้ของนภมัยไปอยู่กับเอกบดี บุญลือสารภาพรักกับดิษยา และแต่งงานกันที่ไรเชิงภูนั้นเอง ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี

แคนลำโขง

เวียงแก้ว เจ้าหญิงลาว วัย 6 ขวบ หนีการตามล่าของคณะปฏิวัติ ข้ามลำน้ำโขงมาพร้อมกับแม่ เจ้าหญิงเวียงคำ และลุง เจ้าชายภูเมือง อยู่ใจกลางป่าลึกฝั่งไทย เจ้าชายภูเมืองตัดสินใจย้อนข้ามลำน้ำโขงเพื่อไปเอาสมบัติเก่ามาเป็นทุนรอน เพื่อการตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย ก่อนไปได้กำชับให้เจ้าหญิงเวียงคำและเจ้าหญิงเวียงแก้วหลบซ่อนตัวอย่าง มิดชิดในป่า
จนกว่าจะได้ยินเสียงแคนเป็นเหมือนสัญญาณนัดหมายให้ออกมาพบ กัน ขณะที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเจ้าหญิงเวียงคำต้องออกไปหาเผือกมันเป็นอาหารให้ตัว เองและลูกจนโดนงูฉกตาย ปล่อยให้เวียงแก้วลูกสาววัย 6 ขวบนั่งร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก และในเวลาเดียวกันนั้นกลุ่มกบฏก็ตามมาถึง จนเธอต้องวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานเข้าป่าลึกไปเพื่อหลบซ่อนตัวตามลำพัง หวาดกลัวตัวสั่น จนในที่สุดเด็กชาย อานนท์ ลูกชายของ พ่อเสือ กับแม่ดาวเรือง ชาวบ้านหาของป่ามาพบและอุ้มเธอกลับไปที่บ้าน ด้วยความสงสารพ่อเสือและแม่ดาวเรืองจึงเลี้ยงเด็กหญิงไว้เหมือนลูกอีกคนใน ชื่อ แก้ว

เจ้าชายภูเมืองยังไม่ทันได้สมบัติอย่างตั้งใจกลับพบกับ กลุ่มก่อการปฏิวัติ จึงข้ามฝั่งลำโขงมาเพื่อตั้งใจพาเจ้าหญิงเวียงคำและเวียงแก้วหนีการตามล่า เขาพยายามเป่าแคนตามสัญญาน้องสาวและหลานแต่ก็ไม่พบกับทั้งคู่ จนในที่สุดได้พบเห็นศพของเจ้าหญิงเวียงคำ เจ้าชายภูเมืองซบหน้าร้องไห้กับการตายของน้องสาว แต่เขายังคงมีหน้าที่และความหวังที่จะต้องตามหาตัวเจ้าหญิงเวียงแก้วหลานสาว ให้พบ 16 ปี ผ่านไปเด็กชายอานนท์ผู้ที่เคยช่วยชีวิตเจ้าหญิงเวียงแก้ว เติบโตเป็นผู้นำนักต่อสู้เพื่อสิทธิของคนจนด้วยเสียงเพลงและบทกวี แม้ว่าแก้วจะชื่นชมอุดมการณ์ของอานนท์มากแต่ก็แอบเป็นห่วงทุก ครั้งที่อานนท์ต้องไปต่อสู้กับผู้มีอิทธิพล ขณะที่อานนท์เองก็รักแก้วเหมือนน้องสาวแท้ๆ ทุกเย็นที่เพิงเก่าๆ ริมน้ำ อานนท์จะสอนให้แก้วเป่าโหวดเครื่องดนตรีอีสาน จนในที่สุดแก้วสามารถเป่าได้อย่างไพเราะ

และสามารถแต่งเป็นทำนองเพลง หนึ่ง ที่อานนท์ชอบมากและสัญญากับแก้วว่าสักวันจะร่วมกันแต่งเนื้อร้อง อานนท์เข้าป่าไปร่วมกับกลุ่มนักศึกษา และไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกเพราะถูกยิงที่ราวป่า สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ถูกส่งกลับมายังครอบครัวคือกระดาษแต่งเพลงที่เลอะคราบ เลือดของอานนท์ เป็นเนื้อเพลงหนึ่งท่อนซึ่งแต่งให้แก้วตามที่สัญญาไว้ แก้วจำต้องเข้าวงดนตรีของ พรชัย เพื่อนพ่อเสือที่มีนักร้องดังคือ ขวัญชัย เพราะต้องการปลดหนี้ และได้ทำงานกับ ปิ่นรัก คนดูแลเสื้อผ้า แก้วรู้สึกหมั่นไส้ขวัญชัยนักร้องของวงที่มีแม่ยกเศรษฐินีอย่าง แจ่มศรี และนงนารถ คอยเอาอกเอาใจ ปิ่นรักเองก็ไม่ชอบสองแม่ลูกนี้เช่นกัน เพราะตนเองนั้นก็แอบชอบขวัญชัยอยู่ พรศักดิ์ ลูกพรชัยหัวหน้าวงชอบแก้วทันทีที่ได้พบ จนขวัญต้องหลบทางให้เพื่อน นงนารถโกรธขวัญที่ไปสนใจแก้วจึงยุให้แจ่มศรีเลิกสนับสนุนเงินกับวงดนตรี พรศักดิ์รู้เรื่องจากพ่อก็หาทางช่วยคณะ แต่กลับยิ่งทำให้นงนารถโกรธและมาลงที่แก้ว

แต่แก้วตอบโต้กลับโดยมี ปิ่นรักเป็นลูกคู่ ครั้งหนึ่งนงนารถพาลูกน้องมาแกล้งแก้ว ขวัญซึ่งกำลังร้องเพลงกระโดดลงจากเวทีมาปกป้อง นงนารถโกรธจัดแต่คนที่อึ้งกว่าคือปิ่นรักที่ไม่รู้เลยว่าขวัญมีใจให้แก้วมา ตลอด เจ้าชายภูเมืองบัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็น คำเมือง มาอาศัยอยู่ริมโขง อำเภอโขงเจียม โดยมี เรียมน้อย ข้าเก่าคอยอยู่ดูแล ทั้งสองเปิดร้านขายของที่ระลึกทำจาก ไม้ไผ่ โดยมีแคนเป็นของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อที่สุด วันไหนที่คิดถึงน้องสาวกับหลานคำเมืองจะไปนั่งเป่าแคนอยู่ริมโขง คำเมืองเป่าแคนได้เพราะจับใจจนเป็นที่ร่ำลือ เฮียอ๋า เจ้าพ่อสถานีวิทยุลูกทุ่ง F.M จับมาหลอกเซ็นสัญญาซื้อเพลงแบบเอาเปรียบ ข่าวเรื่องคำเมืองถูกข่มเหงเป็นข่าวเล็กๆ ในวงการเพลงลูกทุ่ง ภายหลังแก้วได้ข่าวและรู้สึกโกรธแค้นนายทุนเพิ่มไปอีก แต่ก็ไม่ได้เฉลียวใจว่าเขาคือลุงของเธอนั่นเอง ระหว่างออกเดินสายแถวๆ โขงเจียม แก้วได้นั่งเรือเที่ยวและได้ยินคำเมืองเป่าเพลงที่แสนคุ้นหู แก้วเป่าโหวดเป็นทำนองเดียวกันกลับไป

และพยายามหาที่มาของเสียงแคน แต่หาไม่เจอ พรศักดิ์ได้ยินทำนองเพลงจากแก้วก็ถูกใจจึงยุให้แก้วแต่งเนื้อเพลง แคนลำโขง ต่อจากที่อานนท์แต่งไว้จนเสร็จ โดยตั้งใจให้ขวัญเป็นคนร้อง วันหนึ่งขณะที่ขวัญกำลังจะขึ้นร้องเพลงก็เกิดอาการเสียงหายอย่างกะทันหัน พรศักดิ์จำเป็นต้องขึ้นร้องแทน และร้องได้ดีจนเป็นที่ถูกใจแม่ยก เพลงแคนลำโขงกลายเป็นเพลงดังจนแจ่มศรีมองเห็นโอกาสทุ่มทุนผลิตอัลบั้ม โดยแก้วยอมขายลิขสิทธิ์ให้เพื่อเอาเงินกลับไปใช้หนี้ให้พ่อแม่บุญธรรม พรศักดิ์กลายเป็นนักร้องดังแทนที่ขวัญ ในขณะที่แก้วเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะนักแต่งเพลงหญิง พรศักดิ์เริ่มเปลี่ยนไปด้วยความหลงระเริงในชื่อเสียง ขวัญเฝ้าดูความสำเร็จของเพื่อนรักอย่างชื่นชมและเจียมตัว ช่วยงานในวงทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้ ในขณะที่ปิ่นรักและนงนารถก็เปลี่ยนไปชอบพรศักดิ์แทน เฮียอ๋าได้ยินทำนองเพลงแคนลำโขงตรงกับทำนองเพลงที่เคยซื้อมาจากคำเมือง จึงฟ้องแจ่มศรีทุกคนในวงร่วมกันต่อสู้เพื่อแก้ว

เพราะมั่นใจว่าเธอ แต่งเพลงนั้นขึ้นมาเอง แต่ในที่สุดต้องพ่ายแพ้ต่อหลักฐานของเฮียอ๋าจนพรชัยต้องยุบวงดนตรี ทุกคนโกรธแก้วเพราะเข้าใจว่าเธอโกหก มีเพียงขวัญเท่านั้นที่เชื่อและคอยให้กำลังใจ ขวัญแอบไปสืบเรื่องที่มาของเพลงแคนลำโขง และในที่สุดได้พาแก้วออกเดินทางไปจนได้พบคำเมือง สองลุงหลานร้องไห้กอดกัน แก้วบอกว่าเสียงเพลงแคนลำโขง ที่แสนไพเราะได้นำพาให้เธอได้กลับมาพบครอบครัวอีกครั้ง แก้วซาบซึ้งในความรักและน้ำใจที่ขวัญมีให้เธอในยามยาก คำเมืองและแก้วร่วมกันต่อสู้กับเฮียอ๋าเพื่อลิขสิทธิ์เพลงแคนลำโขงจนชนะ ทุกคนกลับมาขอโทษที่เข้าใจแก้วผิดและขอให้แก้วและขวัญกลับไปร่วมงานอีก แต่ทั้งสองเลือกที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ที่ริมน้ำโขงและร่วมอนุรักษ์ให้เสียงแคน ได้อยู่คู่กับลำน้ำโขงเช่นเดียวกับความรักของขวัญและแก้วตลอดไป

รายชื่อนักแสดง แคนลำโขง

ธนา สุทธิกมล รับบท ขวัญชัย
วรนุช วงษ์สวรรค์ รับบท เวียงแก้ว
สุพจน์ จันทร์เจริญ รับบท พรศักดิ์
ณัฏฐนันท์ เกียรติดาฐนิต รับบท ปิ่นรัก
รอง เค้ามูลคดี รับบท พรชัย
อรัญญา นามวงศ์ รับบท คุณนายแจ่มศรี
นันทิยา ศรีอุบล รับบท นงนารถ
อรรถพร ธีมากร รับบท อานนท์
ธเนศ ฉิมท้วม รับบท แฉะ
โพล่า อิศวร์ รับบท อินทร
นพดล ดวงพร รับบท ภูเมือง

เคหาสน์แสงจันทร์

นับจากวันที่ ปารินทร์ ได้ตัดสินใจออกจากบ้านไป ด้วยความโกรธ…. ปวดร้าวและทุกข์ใจ เขาไม่เคยเหลียวแลที่จะกลับมาอีกเลย หลังจากที่มารดาของตนเองได้แต่งงานกับชายคนใหม่ ทั้งๆ ที่พ่อเพิ่งตายไปไม่ถึง 3 เดือนดี จนถึงวันนี้.. เวลาได้ผ่านล่วงเลยมาแล้วสามปี ขณะนี้ภาพที่ปรากฏ…. ปารินทร์ กำลังนั่งคุกเข่าจัดแจกันดอกไม้ป่าหน้าหลุมฝังศพแม่ ซึ่งเขาเพิ่งฝังเธอเสร็จ…เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เอง ด้วยความรู้สึกที่เจ็บช้ำ ขมขื่น คละเคล้าไปด้วยความเคียดแค้น และปวดร้าวแสนสาหัส

ปารินทร์เกลียดชังแม่มาตลอด โดยหารู้ไม่ว่าที่แม่แต่งงานใหม่นั้น ก็เพื่อตัวเขาเอง ปารินทร์ไม่เคยเฉียวใจเลยว่าแม่ต้องทุกข์ใจและขมขื่นเพียงใด ที่ต้องทนยอมเป็นเมียไอ้ฆาตกรเลือดเย็นที่ฆ่าพ่ออย่าง..ไอ้ถ่อย..กุศล เพื่อปกป้องชีวิตเขา จนร่างกายของแม่ผ่ายผอมทรุดโทรมลง และตรอมใจตายในที่สุด ขณะนี้.. ปารินทร์ไม่เหลือใครอีกเลยนอกจาก .. ละม่อม พี่เลี้ยงวัยกลางคน ซึ่งได้เลี้ยงดูเขาตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ด้วยความรักและเอาใจใส่มาตลอด

นายกุศล การุญวงศ์ เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลมืดแห่ง..เมืองป่าไทร ชั่งมีอุปนิสัยไม่สมกับชื่อเลย .. แม้แต่เพียงน้อยนิด เป็นคนจิตใจโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ไร้ศีลธรรม มักมากในกาม ทำได้แม้กระทั่งฆ่าผัวคนอื่นเพื่อครอบครองเมียเขา ดังเช่น ครอบครัวปัณณวัฒน์ ที่ประสบชะตากรรมนี้ และยังมีผู้คนอีกมากมาย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากครอบครัวการุญวงศ์ เพราะไม่ได้มีเพียงแต่นายกุศลเท่านั้น

แต่ยังมี.. โกศัลย์ ลูกชายนายกุศล ซึ่งมีนิสัยใจคอแทบจะถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อมาไม่ผิดเพี้ยนเลย โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ถ้าได้หมายปองหญิงใดแล้ว ต้องได้ ไม่ว่าจะได้หญิงนั้น มาด้วยวิธีใดก็ตาม ซึ่งชาวเมืองต่างก็รู้จักดีถึงความชั่วช้า เลวทราม ทำให้กลัวเกรงอำนาจอิทธิพลของสองพ่อลูกนี้ ด้วยเหตุนี้ปารินทร์ถึงได้ตระหนักดีว่า ทำไมแม่ของเขาถึงได้สั่งเสีย ให้เขาหนีออกจากเมืองนี้ทันที..ที่แม่ตาย ให้ไกลได้เท่าไรยิ่งดี พร้อมกับเงินที่แม่ของเขาได้เตรียมไว้ให้มากพอ ซึ่งได้มาจากการขายไร่ทั้งหมด เพราะแม่ไม่ต้องการให้สมบัติของพ่อ ที่ก่อร่างสร้างขึ้นมาด้วยความลำบาก ต้องตกไปอยู่ในมือของกุศล และยังกำชับเขาไม่ให้ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายเป็นเด็ดขาด

แต่ทว่าปารินทร์ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้ ด้วยใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นและขมขื่นที่สุมอยุ่ในอก เขาเลือกที่จะกลับไปที่บ้าน..เพื่อหมายจะปลิดชีวิตของกุศล ภาพที่เขาเห็นอยู่นั้น.. ในห้องนอน..ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของพ่อแม่เขา ไอ้ถ่อย ..กุศล กำลังบดขยี้เด็กสาวซึ่งอายุเพียงสิบสี่ปี มาลัย .. หลานสาวของละม่อม การมาของปารินทร์ได้ช่วยมาลัยรอดพ้นจากเงื้อมมือของกุศลไว้ได้ และเขาก็ทำสำเร็จ.. ด้วยการดวลดาบกับนายกุศล และใช้ดาบแทงเข้าที่อกกุศลจนตาย ก่อนที่จะหนีออกจากเมืองนี้ ไป โดยในใจเขาคิดว่า ขณะนี้เขาได้เป็นฆาตกรฆ่าคนแล้ว โดยหารู้ไม่ว่าละม่อมได้ทำลายหลักฐานทุกอย่างที่จะผูกมัดคุณหนูของเธอได้

สถานีรถไฟ..ที่ ที่นี่เองที่ปารินทร์เริ่มต้นการเดินทางอันไร้จุดหมายปลายทางของเขา และทำให้เขาได้พบกับหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อภิรุจ และ นิรชา … ที่ได้รับความเดือดร้อนจากครอบครัวการุญวงศ์ เฉกเช่นเดียวกับเขา และต้องการหนีออกจากเมืองนี้ไปให้ไกลแสนไกล ไปยังที่ไม่มีใครรู้จัก เพื่อให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของโกศัลย์ ซึ่งขณะนี้ทั้งคู่กำลังเดือดร้อน เพราะตั๋วรถไฟหาย …. นิรชาไม่รู้ว่ามันได้หายไปตอนไหน ส่วนอภิรุจ ..ถูกล้วงกระเป๋าเงิน …ทั้งคู่ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว มีเพียงแต่แหวนเพชร และนาฬิกาทองคำของน้องสาว อินทุภา..ที่ให้ติดตัวไว้ ….

ปารินทร์ได้ช่วยสองคนนี้ ออกจากเมืองได้สำเร็จ ด้วยเงินถึงสองปึกใหญ่ อภิรุจซาบซึ้งในน้ำใจของปารินทร์อย่างมาก เพราะเขาทั้งสองต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ทำไมปารินทร์กลับช่วยเหลือเขา..ด้วยเงินมากมายถึงเพียงนี้ เขาจึงตอบแทนปารินทร์ด้วย..แหวนเพชรน้ำงาม แต่ปารินทร์ปฏิเสธที่จะรับ เพราะในใจเขา…ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดใด จากการช่วยเหลือเขาทั้งสอง นอกจากเหตุผลเดียว..เพราะเราต่างก็..มีศัตรูคนเดียวกัน แม้แต่..ชื่อของเขา.. ปารินทร์ก็เห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องบอกเขาสองคน แต่ด้วยทนการวิงวอนของอภิรุจไม่ได้ .. ปารินทร์ ปัณณวัฒน์ อภิรุจจะรำลึกชื่อนี้ตลอดไป

ก่อนที่จะแยกจากกัน อภิรุจยัดนาฬิกาทองคำใส่ไว้ในมือของ ปารินทร์ เพราะเกรงว่าปารินทร์จะปฏิเสธอีก พร้อมกับเอ่ยปากเชื้อเชิญปารินทร์ หากในวันข้างหน้าถ้ามีโอกาส..แวะพักกับเขาได้ ที่.. เกาะปาปิไลยก์ สถานที่ที่เขากับนิรชาจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

หลังจากที่ปารินทร์แยกจากทั้งสองคนแล้ว เขาก้มดูนาฬิกาที่อภิรุจยัดใส่มือ มันเป็นนาฬิกาพก ทำจากทองคำ สลักเสลางดงาม เขากดสลักเล็กๆ เบาๆ ฝาบอบบางก็ดีดขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงหวานไพเราะ ปารินทร์ยืนตะลึงกับภาพถ่ายเล็กๆ นั่น ในความรู้สึกของเขา..ไม่เคยเห็นเด็กสาวที่สวยและน่าประทับใจเท่านี้มาก่อน เลย ดั่งต้องมนต์สะกด

นิรชา ภัทรศัย .. สาวน้อยงดงามที่ยากจะหาใครเปรียบ …คู่หมั้นสาวของ อภิรุจ ซึ่งพ่อแม่หมั้นหมายทั้งคู่ไว้ให้กันตั้งแต่เด็ก โชคดีที่ทั้งสองต่างมีจิตใจผูกพันรักใคร่กันและกัน จึงไม่มีปัญหาว่าจะเป็นการจับคลุมถุงชน เพียงรอเวลาที่เหมาะสมที่จะแต่งงานกัน ซึ่งเวลานั้นก็มาถึง เมื่อหกเดือนก่อนหลังจากที่นิรชาเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่ทว่าทั้งสองกลับไม่ได้แต่งงานกัน เพราะว่าขณะนี้ นิรชาได้กลายเป็นคู่หมั้นของนายโกศัลย์ไปแล้ว เพราะโกศัลย์ใช้วิธีชั่วช้าขู่กรรโชก จะเล่นงานพ่อแม่ของเธอถึงแก่ชีวิต ทำให้เธอต้องยอม และซ้อมพ่อของเธอจนแทบช้ำในตาย ทำให้เธอจำต้องคืนหมั้นกับอภิรุจ.. อย่างเจ็บปวดใจ และต้องทำตามที่นายโกศัลย์ต้องการ คือแต่งงานกับมันภายในสามวัน

ด้วยเหตุนี้เองอภิรุจจึงตัดสินใจพานิรชาหนี โดยมีเป้าหมาย…. เกาะปาปิไลยก์ แต่ในใจเขาไม่อยากจากครอบครัวที่เขารัก พ่อ แม่ และโดยเฉพาะน้องสาว… อินทุภา ซึ่งเขารักและเอ็นดูมากที่สุด เพราะเธอเกิดทีหลังเขาแปดถึงเก้าปี เขาช่วยแม่เลี้ยงน้องเฝ้าดูเธอเติบโตปีแล้วปีเล่า ไม่เคยคิดว่าจะต้องจากกันกะทันหันแบบนี้ ขณะอีกฝ่ายหนึ่ง….. อินทุภาก็รักพี่ชายของเธอมาก เธอเศร้าโศกเสียใจมากต่อการที่จะต้องจากกันครั้งนี้ และเธอได้มอบนาฬิกาแบบแขวนคอ.. ทำจากทองคำ ซึ่งเป็นของรักที่คุณแม่ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิด เพื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในยามที่พี่ชายเธอจำเป็นขึ้นมา

อีกด้านหนึ่ง ละม่อม และมาลัย ก็ได้แต่ตอบคำถาม ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ในการตายของกุศล ซึ่งถูกฆ่าตายอย่างไร้ร่องรอย จากการสอบปากคำของผู้หมวดหนุ่ม.. สันติราษฎร์ ครั้งแล้วครั้งเล่า หลังจากที่โกศัลย์ได้กลับมาบ้านในตอนเช้า เพื่อที่จะคุยกับพ่อเรื่องการแต่งงานกับนิรชา ที่จะถูกจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า แต่กลับต้องมาพบพ่อนอนตายจมกองเลือด.. ถึงกับผงะ หายสร่างเมาหลังจากเสพสมอารมณ์หมายกับสาวเสิร์ฟในบาร์อย่างร้อนแรง พร้อมกันทีเดียวถึงสองคน เมื่อได้สติ ก็จิกเรียกละม่อม ตะคอกถาม .. ถึงไอ้ฆาตกรที่ฆ่าพ่อ

แต่คำตอบที่ได้รับ กลับทำให้โกศัลย์ลุแก่โทสะมากยิ่งขึ้น เพราะละม่อมตอบไปเช่นเดียวกับที่ตอบนายตำรวจ เหมือนพยายามปกป้องฆาตกร ทั้งๆ ที่หล่อนอยู่บ้าน และคนที่ตายก็เป็นนายเหนือหัวมัน แต่กลับไม่รู้เห็นเหตุการณ์เลย ทำให้เขาคิด..ฆาตกรจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก .. ไอ้ปารินทร์ นึกถึงชื่อนี้ .. ยิ่งทำให้เขาเกรี้ยวกราดและโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น เพราะเขาเกลียดชังปารินทร์ .. ผู้เป็นศัตรูในใจเขามาตลอด กอรปกับต้องมาปะทะคารมกับนายตำรวจ.. ที่ไม่เคยผ่านตาเขามาก่อน และกำลังท้าทายอำนาจของ ..โกศัลย์อย่างที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน ก็ยิ่งทำให้เขาเดือดพล่านยิ่งขึ้น

ร้อยตำรวจโท สันติราษฎร์ พิทักราษฎร์ เป็นคนรักความยุติธรรม ใจร้อนและตรงเกินไป จนเจ้านายไม่ชอบขี้หน้า เป็นเหตุให้เขาครองตำแหน่งผู้หมวดได้นานกว่าใคร และยังเป็นผู้หมวดที่โดนย้ายบ่อยที่สุดอีกด้วย สถานีตำรวจป่าไทรก็เป็นอีกที่หนึ่ง ที่เขาเพิ่งถูกย้ายมาประจำ และได้รับมอบหมายให้ทำคดีนายกุศลที่ถูกฆ่าตาย ..

ตลอดเจ็ดวันที่เขาเหยียบเมืองนี้ เรื่องที่กรอกหูจนน่าเบื่อก็คือ… อำนาจราชศักดิ์เถื่อนๆ ของสองพ่อลูกคู่นี้เท่านั้นเอง ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า คนของทางการมักเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับการกระทำของสองพ่อลูกคู่นี้มาโดยตลอด จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้ ใครบ้างล่ะที่อยากจะเดือดร้อน หรือเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ถึงจะเป็นหน้าที่ก็เถอะ เพราะเหตุนี้ .. ทั้งกุศลและโกศัลย์ถึงได้ใหญ่โต วางท่ากร่างไปทั่วเมืองโดยไม่เกรงกลัวต่ออะไรทั้งนั้น

โกศัลย์คั่งแค้นแน่นอก หลังจากสั่งสมุนนับสิบออกตามล่าปารินทร์ ทั่วทุกซอกทุกมุมของเมืองไม่เว้นแม้แต่ตารางนิ้วเดียวตลอดสามวันสามคืน แต่ก็ไม่มีใครพบร่องรอย ราวกับไม่มีไอ้คนๆ นี้อยู่บนโลก สิ่งเดียวที่ทำให้โกศัลย์สะใจบ้าง .. ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่เขาจัดการส่งสันติราษฎร์ .. เข้าไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลในสภาพที่พูดไม่ได้อย่างน้อยก็กว่าสัปดาห์ สมน้ำหน้าที่มันปากดีนัก แม้จะจัดการสั่งสอนผู้หมวดหนุ่มได้ แต่คนที่โกศัลย์อยากได้จริงๆ .. คือปารินทร์

ใช่ว่าจะเพียงแต่แค้นที่ฆ่าพ่อเท่านั้น ทว่าความเป็นศัตรูระหว่างทั้งคู่มีมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมีข้ออ้างรุนแรงมากพอ ที่จะเข่นฆ่าอีกฝ่ายได้อย่างต้องการ โกศัลย์สั่งให้ค้นหาต่อไปโดยไม่หยุด ในขณะที่เขาตัดสินใจจะจัดพิธีแต่งงานกับนิรชาทันที ทั้งที่เพิ่งจัดการกับศพของพ่ออย่างรวบรัด ..เสร็จได้สามวันเท่านั้นเอง หลังจากตัดสินใจ … โกศัลย์ตรงไปบ้านของนิรชา เพื่อสั่งให้พ่อแม่ของนิรชาจัดการตามที่เขาต้องการโดยด่วน แต่ก็พบว่าหล่อนหนีไปแล้ว ..ไปกับไอ้อภิรุจ …คู่หมั้นเก่า เขานึกในใจ .. ว่าน่าฆ่ามันทิ้งเสียตั้งแต่แรก โกศัลย์จ้องมองแหวนเพชร ที่เขาใช้หมั้นหล่อน ที่เจ้าตัวฝากพ่อไว้เพื่อคืนเขาอย่างบันดาลโทสะ .. ครู่ต่อมา ร่างอันบอบช้ำของสองสามีภรรยาก็ลงไปกองสลบไสลอยู่กับพื้นแทบเท้า ก่อนที่โกศัลย์จะมุ่งตรงไปบ้านอภิรุจ …….

ทางด้าน .. ผู้หมวดสันติราษฎร์ ซึ่งขณะนี้แม้กายจะอยู่ในที่สภาพยับเยิน นอนหยอดน้ำข้าวต้ม แต่ก็ยังมีอารมณ์ขันติดตลก ต่อการเย้าแหย่ของน้องชาย .. สุรวุจ พิทักราษฎร์ นักสืบ แห่ง .. “บริษัทรักไม่จำกัด” ได้ถูกตามตัวให้มาช่วยงานนี้ด้วย เพื่อติดตามดูพฤติกรรมของนายโกศัลย์ แทนเขา เพราะเขาเกรงว่ามันจะไปฆ่าคุณปารินทร์

ขณะที่ อินทุภา .. กำลังนั่งอ่านหนังสือเรียนในสวนหลังบ้าน ก็อดนึกถึงเรื่องที่ผู้คนทั้งเมืองต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการถูกฆ่าตายอันลึก ลับของกุศลไม่ได้ ซึ่งมันได้นำความยินดีปรีดาและความสาแก่ใจแก่ชาวเมืองกันโดยทั่วหน้า และต่างก็พากันยกย่องผู้นั้นให้เป็นวีรบุรุษในใจของพวกเขา แต่หล่อนก็อดพิศวงไม่ได้ว่า ใครกันนะที่กล้าสังหารผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของเมืองได้

เมื่อกลับเข้าบ้าน .. อินทุภาต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ..โกศัลย์และพวกสมุนซ้อมพ่อแม่ของเธอจนเลือดท่วมตัว ส่วนตัวเธอก็โดนตบไปหลายฉาด และไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของโกศัลย์ ไปได้ เพราะความสวยของเธอได้ต้องใจโกศัลย์เสียแล้ว ซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าไอ้อภิรุจ มีน้องสาว แถมยังสวยกว่านิรชาเสียอีก โกศัลย์จึงตกลงใจให้อินทุภาเป็นคู่หมั้นแทนนิรชา อินทุภาต้องจำใจยอม เพื่อรักษาชีวิตพ่อแม่ของเธอ แต่ทว่าโชคช่วย เมื่อสมุนคนหนึ่งของโกศัลย์เข้ามาขัดจังหวะ โดยแจ้งอะไรบางอย่างแก่เขา โกศัลย์และพรรคพวกสมุนก็ผลุนผลันออกไปทันที โดยทิ้งลูกสมุนวิทย์กับเม่น ไว้เพื่อเฝ้าไม่ให้อินทุภาหนี และยังสั่งกำชับให้เธอเตรียมตัวแต่งงานทันทีที่เขากลับมา ..

นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่อินทุภาได้เจอโกศัลย์ และลูกสมุน ….. หกเดือนแล้วที่ โกศัลย์หายไป ทั้งอินทุภาและพ่อแม่ของเธอ ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง กลัวว่าโกศัลย์จะโผล่มาไม่วันใดก็วันหนึ่ง จดหมายฉบับแรกของอภิรุจก็ถูกส่งมาจากเกาะปาปิไลยก์ และยังถูกส่งมาเรื่อยๆ ทุกสามสี่เดือน อภิรุจเล่าถึงเกาะปาปิไลยก์ และความสุขในการใช้ชีวิตอันเรียบง่ายของเขากับนิรชา และยังใช้เงินเกือบทั้งหมดซื้อคฤหาสน์หลังมหึมา เก่าแก่และทรุดโทรม เพียงเพราะชื่อของมัน “เคหาสน์แสงจันทร์” ซึ่งพ้องกับชื่อของอินทุภา … อินทุภาแปลว่าแสงจันทร์ และเขายังเล่าถึงตำนานรักอันแสนเศร้า ที่อภิรุจรู้สึกซาบซึ้งประทับใจ แต่สำหรับอินทุภาแล้ว ..รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างลึกล้ำ อย่างประหลาด

อินทุภาได้ทราบเรื่องราวต่างๆ มากมายเกี่ยวกับเกาะตลอดสองปีนี้ แต่ทว่าปีหลังนี้ไม่มีจดหมายพี่อภิรุจอีกเลย ทำให้ไม่กล้าคิดว่าอาจมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น แต่ก็ยังมีเรื่องน่ายินดีเรื่องหนึ่ง ครอบครัวสารนิจได้มีสมาชิกเพิ่มอีกสองคน วิทย์กับเม่น .ซึ่งขณะนี้ได้เป็นอดีตลูกสมุนของโกศัลย์ไปแล้ว เพราะมิตรภาพที่ครอบครัวสารนิจมีให้ต่อเขาทั้งสองตลอดสองปีนี้ มันเต็มไป .. ด้วยความรัก ความอบอุ่น ความอ่อนโยน และความจริงใจ ที่เขาทั้งสองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน .. ถึงแม้เขาทั้งสองจะอยู่ในฐานะ .. คนขับรถและคนสวน จนกระทั่งมาถูกทิ้งไว้ที่บ้านหลังนี้

วิทย์และเม่นรู้สึกว่าเหมือนได้เกิดใหม่ ได้รู้ว่า .. คนดีๆ เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ซึ่งทั้งสามไม่เคยออกคำสั่งพวกเขาเหมือนอย่างที่อดีตนายเก่าเคยทำ มีแต่เพียงการขอให้ช่วยทำ การขอความเห็น หรือแม้กระทั่งปรึกษาหารือ ราวกับว่าพวกเขามีความสำคัญพอๆ กันทุกคน ยิ่งทำให้พวกเขาทั้งรักและบูชานายคนใหม่ และเต็มใจเป็นทาสรับใช้ของครอบครัวนี้ ซึ่งพวกเขาต่างก็เข้าใจว่านายโกศัลย์ได้ตายไปแล้ว จนกระทั่งเม่นได้ข่าวอดีตนายเก่า .. โกศัลยกับลูกน้องกำลังกลับมาหลังจากหายไปสามปี เม่นจึงอาสาคุ้มครองคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ส่วนวิทย์พาอินทุภาหนีไปหาอภิรุจ เนื่องจากแม่ของอินทุภาร่างกายอ่อนแอ ทำให้ไม่สามารถหนีไปพร้อมกันได้

บนเรือข้ามฟาก .. อันหรูหรา อินทุภา สารนิจ สาวน้อยผู้งดงาม น่าถนุถนอม จิตใจอ่อนโยน… หวนนึกถึงภาพเหตุการณ์อันโหดร้าย ที่โกศัลย์ไปปรากฏตัวที่บ้านเธอ เมื่อสามปีก่อน ทั้งๆ ที่เธอพยายามจะสลัดมันทิ้งไป แต่มันก็ยังตามหลอนในใจเธอมาตลอด แม้จะพร่ำบอกกับตัวเองว่า .. ขณะนี้เธอปลอดภัยแล้ว อยู่บนเรือ .. ที่จะพาเธอไปสู่เกาะปาปิไลยก์ ที่พี่ชายและพี่สะใภ้ตั้งรกรากอยู่ …

เกาะปาปิไลยก์ แบ่งเป็นสองส่วน มีผู้ปกครองสองคน เป็นพี่น้องกัน คนแรกชอบความหรูหราฟุ่มเฟือย หลงการพนัน ส่วนนี้เลยถูกพัฒนาเป็นตามความชอบของผู้ปกครอง มีบ่อนคาสิโนใหญ่มาก ส่วนคนหลังชอบความสงบ ชื่นชมธรรมชาติ เขตนี้จึงไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เป็นอยู่เท่าไรนัก บ้านไร่แสงจันทร์ของอภิรุจก็อยู่ในส่วนนี้ ซึ่งคนไม่ค่อยมากเพราะหนีตามความเจริญกันไปหมด เหลือแต่ชาวเกาะหัวเก่า พวกชอบความธรรมชาติ ชาวไร่ ชาวสวนเท่านั้นเอง

นี่เป็นเหตุผลที่อภิรุจและนิรชาเลือกมาตั้งรกรากที่นี่ เพราะมีคนแปลกหน้าเข้าออกมากมายทุกวัน ไม่มีใครสนใจใคร ซึ่งขณะนี้อินทุภาและวิทย์ กำลังโดยสารเรือข้ามฟากไปเกาะปาปิไลยก์ ในระหว่างนี้เองที่อินทุภาได้รู้จัก จิตรดิลก และ จิตรานุช ชิโนบุ สองพี่น้องลูกครึ่งญี่ปุ่นโดยบังเอิญ ซึ่งทั้งสองไม่แตกต่างจากพวกสิบแปดมงกุฎเท่าใดนัก เป็นพวกนักหลอกลวงต้มตุ๋น หากินโดยการปอกลอกผู้คน ที่มาเล่นการพนันบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งจะเลือกเหยื่อพวกเศรษฐีกระเป๋าหนักๆ และโง่พอที่จะให้พวกเขาหลอกได้ จิตรดิลก หนุ่มเจ้าเล่ห์ ผู้หลงใหลการเล่นพนันอย่างเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อได้พบอินทุภาครั้งแรก ถึงกับตะลึงในความงามของเธอ ในใจลึกๆของเขาสนใจอินทุภาอยู่ไม่น้อยเชียว

จิตรานุช สาวสวยเซ็กซี่ ร้อนแรง เธอมักใช้เรือนร่างอันเย้ายวนของเธอ ในการหลอกล่อเงินทองจากกระเป๋าของพวกผู้ชายที่บ้าตัณหา วิทย์ไม่ชอบสองคนพี่น้องนี้เลย โดยเฉพาะจิตรดิลก เพราะ วิทย์มองออกว่าสองคนนี้เป็นคนประเภทไหน จึงเตือนอินทุภาให้ห่างๆ แต่ด้วยความไร้เดียงสาและมองโลกในแง่ดีของอินทุภา ทำให้เธอมองข้ามคำเตือนของวิทย์ไป โดยหารู้ไม่ว่าสองพี่น้องคู่นี้จะนำความเดือดร้อนมาสู่ชีวิตเธอเพียงใด

ภาพแรก .. ที่อินทุภาเห็นเกาะปาปิไลยก์นั้นถึงกับแปลกใจมาก เพราะในความคิดของเธอมันไม่ใช่เกาะที่ถูกพัฒนาจนเกือบจะกลายเป็นเกาะมาเก๊า แห่งที่สองแบบนี้ มันเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าเดิมเลย .. ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลย … เสียงในใจเธอมันบอกอย่างนั้น แต่เมื่อเธอรู้สึกตัว …นึกทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ก็อดขำไม่ได้ ที่คิดไปได้ว่าเกาะนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก … มันจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะเธอเพิ่งเคยมาครั้งแรก

ทั้งอินทุภาและวิทย์ … ทั้งสองดูเก้ๆ กังๆ เมื่อมาถึงเกาะ และไม่รู้จะหาที่พักได้ที่ไหน จึงเป็นโอกาสของ จิตรดิลกที่จะสร้างมิตรกับอินทุภา ด้วยการให้คำแนะนำและข้อมูลที่พักโรงแรมบนเกาะนี้ ทำให้ทั้งคู่ได้ที่พัก สำหรับค้างคืน เพื่อที่ตอนเช้าจึงค่อยออกเดินทางไปบ้านไร่แสงจันทร์

ณ โรงแรม วิทย์ ตกใจตื่นกลางดึก เพราะเสียงร้องของอินทุภา จนเขาพักอยู่ห้องข้างๆ แทบช็อก นึกว่ามีใครเข้ามาทำร้ายเธอ.. อินทุภากำลังฝันร้าย วิทย์ปลุกให้เธอตื้นขึ้นมา อินทุภาฝันว่าพี่ชายและพี่สะใภ้ .. อภิรุจและนิรชามาบอกลาเธอด้วยนัยน์ตาที่หมองเศร้าอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่น่าแปลกก็คือ ในฝัน.. อภิรุจกับนิรชายังบอกว่า .. เขาทั้งสองรอคอยการกลับมาของเธออยู่ และมันก็เป็นจริง ทำราวกับเธอเคยอยู่เกาะแห่งนี้มาก่อน ซึ่งอินทุภาไม่เข้าใจเพราะเธอเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก อินทุภาใจไม่ดีกับความฝัน รู้สึกสังหรณ์ใจ ทำให้ไม่สามารถข่มตาหลับได้ จึงออกเดินทางไปบ้านไร่แสงจันทร์ แต่เช้ามืด เมื่อมาถึงภาพที่อินทุภาเห็น ..

คฤหาสน์สีขาวขนาดใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนิน สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง ทรุดโทรมจนแทบจะพังมิพังแหล่ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเจ้าของสองรุ่นสุดท้ายบ้าการพนันจนไม่สนใจ แต่สำหรับอินทุภามันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด คล้ายกับว่าพลัดพรากจากไปนาน แล้วได้กลับมาบ้านอีกครั้ง แต่ทว่ามันไม่ได้เป็นเหมือนเดิมดังที่เคยเป็น ..ที่ครั้งหนึ่งคฤหาสน์หลังนี้เคยงดงามและแข็งแกร่งเพียงใด เสียงในตัวเธอมันบอกเช่นนั้น อินทุภาน้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว

ขณะนี้เธอรู้แล้วว่าทำไมจึงชื่อเคหาสน์แสงจันทร์ ไม่เพียงแต่ผู้สร้างจะให้ชื่อมันตามชื่อภรรยาอย่างที่อภิรุจเล่าเท่านั้น แต่เป็นเพราะที่หินอ่อนสีขาวต้องแสงจันทร์ มันให้ภาพที่งดงามอย่างหาใดเปรียบไม่ได้เลย และการที่มันตั้งอยู่บนเนินทำให้ได้รับแสงจันทร์เต็มที่โดยไม่มีอะไรมาบดบัง ยิ่งทำให้งดงามโดดเด่นชวนตะลึงยิ่งขึ้น …เมื่ออินทุภารู้สึกตัว จากเสียงเรียกของวิทย์ เธอก็อดงงไม่ได้ที่จู่ๆ ก็รู้สึกแปลกๆ แบบนั้น หนำซ้ำยังร้องห่มร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัวอีก

ที่คฤหาสน์แสงจันทร์ อินทุภาได้พบกับหญิงวัยกลางคน.. พวงเงิน แม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์หลังนี้ อภิรุจและนิรชาคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรีบเดินทางมาที่นี่ .. เธอรีบถามหาเขาทั้งคู่กับพวงเงิน สิ่งสังหรณ์ใจก็วูบขึ้นมาในอก มันเป็นจริง เขาสองคนเสียชีวิตแล้ว พวงเงินเล่าให้ฟังว่า อภิรุจเริ่มเจ็บไข้เล็กๆ น้อยๆ หลังจากที่นิรชาเสียชีวิตได้เดือนเดียว เขาตรอมใจ ต่อการตายของนิรชาเพราะแท้งลูกคนแรก ทำให้เขาป่วยหนักเจ็บกระเสาะกระแสะตลอดหกเดือน และไม่ยอมที่จะรักษา มีการส่งจดหมายมากมาย และเอกสารหลายอย่างที่ทนายความนำกลับไป

หลังจากที่พูดคุยกับ อภิรุจ เวลาส่วนใหญ่ของเขาจึงหมดไปกับการพูดคุยกับทนายความ จนอาการทรุดหนักถึงขั้นลุกไม่ไหว แต่ก็ยังเรียกหาทนายความ จนกระทั่งเขาหมดแรงและเสียชีวิตในที่สุด .. แต่ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่อินทุภารู้สึกแปลกใจ ตลอดหนึ่งปีมานี้เธอไม่ได้รับจดหมายจากพี่ชายเธอเลยแม้แต่ฉบับเดียว

ตลอดสามเดือนที่อินทุภาอยู่บ้านหินอ่อนหลังนี้ มักมีความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอไม่เข้าใจ มันคล้ายกับว่าเธอคุ้นเคยที่นี่เป็นอย่างดี และแน่ใจว่าเคยเห็นที่นี่ถูกตกแต่งไว้อย่างเลิศหรู ถึงแม้ตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่าและทรุดโทรมก็ตาม เธอรู้สึกได้ถึงคืนวันแห่งความสุข และความทุกข์ทรมานของความสูญเสีย เธอมักฝันบ่อยๆ ว่าตัวเองกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง รอคอยสิ่งนี้ด้วยความหวัง แต่ทว่าสิ่งนั้นไม่เคยปรากฏให้เธอเห็นเลย

อินทุภาเข้าใจว่าเธอคิดฟุ้งซ่านไปเอง หรืออาจเป็นเพราะตำนานรักแสนเศร้า ที่คฤหาสน์หลังนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญรักแก่ภรรยา แต่เขากลับต้องมาสูญเสียเธอไป หลังจากแต่งงานได้เพียงสามเดือนเท่านั้น อินทุภานึกถึงเรื่องนี้ทีไร รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่ามันได้เกิดขึ้นกับตัวเธอเองมากกว่าจะเป็นเรื่องเล่า ที่เล่าต่อๆ กันมา

ทางด้านปารินทร์ ..หลังจากที่เดินทางออกจากเมืองป่าไทร เขาตระเวนไปทั่ว เจอเหตุการณ์มากมายทั้งร้ายและดี ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย รู้ว่าต้องใช้ชีวิตแบบไหน ต้องทำตัวยังไงถึงจะอยู่รอดปลอดภัย ยกเว้นสิ่งเดียว …..ภาพเด็กสาวที่อยู่ในนาฬิกาพก ที่อภิรุจให้เขาไว้ เขาไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง ปารินทร์รู้สึกหลงใหลและผูกพันกับเด็กสาวในภาพมาก

เขามองดูภาพนั้นที่ติดตัวเขาไม่เคยห่างทุกวันตลอดสามปีนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยพบเและรู้จักเธอมาก่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหล่อนมีตัวตนจริงหรือไม่ แต่ทำไมหล่อนถึงมีอิทธิพลกับเขามาก มากเสียจนเขาแทบคลั่ง ฝันได้พบหล่อนในสถานที่ที่ไม่เคยผ่านตามก่อน เขาไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร พยายามที่จะสลัดความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้ให้ออกไปจากจิตใจ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะห้วงลึกในจิตใจที่โหยหาหล่อน …. ตลอดสามปีนี้เขาต้องทุกข์ทรมานกับความรู้สึกเหล่านี้ มีหลายครั้งที่เขาเคยคิดขายมันไป และมีอีกหลายครั้งที่เขาทิ้งไว้ที่โรงแรมที่เข้าพัก แต่มิวายต้องรนรานกลับไปเอาทุกที แม้การเก็บมันไว้จะทำให้เขาทุกข์ทรมานก็ตาม

แต่ขณะนี้ … เธอกำลังยืนต่อหน้าเขา ซึ่งเขาไม่คาดคิดมากก่อนว่าจะได้มาเจอที่นี่ ที่ …คฤหาสน์ หลังจากที่เขาได้พบนายบรรจบ ทนายความของอภิรุจ ซึ่งนายบรรจบได้จ้างนักสืบเสาะหาเขามาตลอดหนึ่งปีเต็ม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของอภิรุจ ที่ได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดให้ ปารินทร์ …

ปารินทร์พูดไม่ถูกกับสิ่งที่ได้รับ และไม่เข้าใจว่าทำไมอภิรุจจึงตัดสินใจเช่นนี้ ได้แต่ทำตามที่บรรจบแนะนำ คือแวะมาดูของที่กลายมาเป็นของเขาอย่างไม่คาดฝัน ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป “ เคหาสน์แสงจันทร์ ” ชื่อนี้ทำให้เขารู้สึกร้าวลึกๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่อยากไปที่นั่น แต่มันมีอะไรบางอย่างเรียกร้องเขาอยู่ เขาจึงตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ ภาพแรก .. ที่เขาเห็นคฤหาสน์ มันอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดและเคียดแค้นอย่างประหลาด เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น

เมื่อปารินทร์และอินทุภาได้พบกันครั้งแรก ทั้งคู่เหมือนอยู่ในความฝันอันลึกลับ รู้สึกราวกับว่าเป็นคู่รักที่รักกันมาก แต่ต้องมาพลัดพรากจากกันไปนานแสนนาน ทั้งเขาและเธอต่างก็โหยหาอ้อมกอดซึ่งกันและกัน ซึ่งทั้งสองต่างไม่เคยเจอกันมาก่อน มีแต่ทางฝ่ายปารินทร์ที่รู้จักอินทุภามาก่อน จากรูปถ่ายที่เขาฝันถึงหล่อนทั้งยามหลับและตื่น เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ที่ได้มาพบสาวน้อยในภาพ แต่ทว่าไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่งความงดงามของเธอ ถึงกับทำให้เขาเหมือนต้องมนต์สะกด ส่วนอินทุภา .. แปลกใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงอ้อมอกอันอบอุ่น เหมือนเธอเคยได้สัมผัสมาก่อน ซึ่งนานแสนนานมาแล้ว จากชายแปลกหน้า ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยพบชายคนนี้มาก่อน

หลังจากที่ทั้งสองแนะนำตัวและได้พูดคุยกัน อินทุภาจึงทราบจุดประสงค์การมาของปารินทร์ ทำให้เธอ รู้สึกโกรธและเกลียดพี่ชายมาก.. ที่อภิรุจยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ชายแปลกหน้าคนนี้ ทั้งเคหาสน์แสงจันทร์ ไร่อ้อยหนึ่งร้อยยี่สิบไร่ รถยนต์สองคัน และบัญชีเงินฝากจำนวนสองล้านห้าแสนบาท ซึ่งอินทุภาเข้าใจว่าถ้าอภิรุจรู้ว่าเธอจะมาที่นี่คงไม่เขียนพินัยกรรมโหด ร้ายเช่นนี้แน่ … แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน ..ราวกับปะทะคารม คำพูดของปารินทร์ ที่บอกว่าเขาต้องการอยู่ที่นี่คนเดียวและไม่ต้องการให้ใครมารบกวน มันทำให้เธอเข้าใจว่า เขาต้องการให้เธอทั้งวิทย์และพวงเงินย้ายออก ในฐานะเจ้าของคฤหาสน์คนใหม่ ..ซึ่งเธอก็ยินยอมทำตาม แต่ด้วยการทักท้วงของวิทย์ ว่าที่นี่เป็นที่หลบภัยดีที่สุด จากการตามล่าของโกศัลย์ ทำให้เธอก็ตัดสินใจอยู่ต่อ

ปารินทร์นึกโกรธและกำลังต่อว่าตัวเอง ที่ใช้วาจาร้ายๆ กับหล่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีความรู้สึกพิเศษใดๆ กับสาวสวยอย่างเธอเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ใจเรียกร้อง แต่กลับพูดในสิ่งตรงกันข้าม พอเห็นหล่อนเจ็บปวด เขาก็พลอยเจ็บปวดไปด้วย เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เมื่ออยู่ใกล้หล่อนเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มันเหมือนจะคลั่งและสับสน … ความรู้สึกที่เขามีต่ออินทุภามันรุนแรงมากขึ้น เขารู้สึกถึงรสชาติในยามกอดร่างอันบอบบางของหล่อน จนเหมือนกับว่าหล่อนเป็นของเขาทั้งเนื้อทั้งตัว ทั้งกายและใจ ความรู้สึกมันทวีมากขึ้น จนรู้สึกหวงแหนและอยากปกป้อง จนเผลอคว้าหล่อนมากอดจูบอย่างดุดัน และถูกหล่อนตบหน้ามาหนึ่งฉาด พร้อมกับน้ำตาหล่อนที่ไหลอาบแก้ม ขณะที่กำลังปะทะคารมกัน ที่ศาลากลางสวน ก่อนที่เขาจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็วดั่งพายุก็ว่าได้

ปารินทร์เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่อาจทนเห็นหล่อนเจ็บปวดได้อีก แต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับตัวเองอย่างไร รู้แต่เพียงว่าให้ห่าง อินทุภา สารนิจ ให้มากที่สุดเป็นพอ เพราะการอยู่ใกล้หล่อนทำให้เขารู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างน่ากลัว กลายเป็นคนปากอย่างใจอย่าง ทำให้เธอยิ่งเข้าใจผิด ต่อความรู้สึกที่แท้จริงของเขา เขาจึงตัดสินใจที่จะไปจากหล่อน ไปจากเกาะแห่งนี้ให้เร็วที่สุด โดยยกมรดกทั้งหมดคืนแก่อินทุภา

ทางฝ่ายอินทุภารู้สึกไม่สบายใจ กระวนกระวาย เฝ้ารอการกลับมาของปารินทร์ เธอพยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงเขา แต่ไม่สามารถทำได้ เธอไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักเขาเลย อินทุภาทราบเรื่องที่ปารินทร์คืนมรดกให้เธอ จากนายบรรจบ เธอแปลกใจกับการตัดสินใจของเขา เพราะเมื่อวันก่อนเขายังต้องการให้เธอไปจากคฤหาสน์ เธอควรจะยินดีที่จะได้มรดกคืน แต่เธอกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เพราะในใจลึกๆ เธอไม่อยากให้เขาไป ถึงแม้เธอจะรู้สึกเจ็บปวดต่อท่าทีของเขา ที่ไม่สนใจใยดีเธอก็ตาม

อินทุภาเดินทางไปหาปารินทร์ เพื่อพูดคุยกับเขาเรื่องนี้ เธอไม่ยอมเซ็นรับมรดกคืน และอ้างว่าพี่ชายเธอได้ยกให้เขาแล้ว ปารินทร์ไม่สนใจต่อคำพูดของเธอและยังยืนกรานเช่นเดิม เธอพยายามเกลี้ยมกล่อม โดยอ้างว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่สามารถจะจัดการกับไร่อ้อยอันรกร้าง เป็นร้อยไร่ ได้ แล้วยังคฤหาสน์มหึมานั่นอีก และเขามีส่วนต้องรับผิดชอบภาระหน้าที่ตรงนี้ด้วย เธอยื่นข้อเสนอให้แบ่งมรดกกันคนละครึ่ง แล้วให้ช่วยเธอดูแล เขาใจอ่อนตกลงรับข้อเสนอ ซึ่งจริงๆ เขาไม่อยากได้มรดก แต่ใจที่เขาไม่อยากจากเธอไปต่างหาก

นับตั้งแต่ปารินทร์ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ ความรู้สึกที่เขาหลงใหลและคลั่งไคล้อินทุภาก็ทวีมากขึ้น จนเขาแทบจะบ้าคลั่ง ถึงกับเก็บไป ฝันว่าหล่อนเป็นของเขาอย่างลึกซึ้ง เขาพยายามต่อสู้ต่อความรู้สึกของตนเอง ยิ่งเขาพยายามต้าน มันก็ยิ่งทำให้เขาทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้น เขาพยายามซุกซ่อนความรู้สึกนี้ ไม่ให้เธอรู้ เพราะในใจเขาตระหนักดีว่า.. เขาเป็นฆาตกรฆ่าคนตาย ไม่อยากที่จะฉุดเธอไว้กับคนอย่างเขา และเขาก็ไม่กล้าพอที่จะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงที่มีต่อเธอ เพราะไม่รู้ว่าเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขาหรือไม่ มันทำให้เขา อึดอัด เก็บกด ทุกข์ทรมานใจเป็นอย่างมาก เขาปกปิดความรู้สึกตัวเอง ด้วยการแสดงออกท่าทีเย็นชา เมินเฉยไม่สนใจใยดีเธอ และหาวิธีเลี่ยงเธอ ด้วยการแบ่งหน้าที่ให้อินทุภาดูแลตกแต่งคฤหาสน์ ส่วนเขารับผิดชอบงานในไร่

ปารินทร์ทุ่มเทให้กับงานในไร่ และทำงานอย่างหนักมากเหมือนคนบ้า เพื่อจะได้ไม่ต้องฝันถึงเธออีก เพราะเหนื่อยจนหลับสนิท … งานในไร่อ้อย ซึ่งเขาไม่เคยทำมาก่อนนั้น เขาได้รับความช่วยเหลือจากนายบรรจบ ด้วยการตามคนงานเก่าๆ ที่กระจัดกระจายหลังจากที่อภิรุจตายไปให้กลับมาช่วย เขาได้รับการแนะนำให้สร้างโรงงานผลิตน้ำตาล เนื่องจากมันดีกว่าจะนำอ้อยไปส่งขายให้กับผู้ผลิต เพราะเกาะปาปิไลยก์มีความต้องการน้ำตาลมาก ทุกปีน้ำตาลไม่เคยพอใช้ ทำให้มันมีราคาดีกว่าผลผลิตอื่นๆ ส่วนทางด้านอินทุภา ปารินทร์จ้างเด็กรับใช้หลายคนรวมทั้งคนสวน มาช่วยเธอในการดูแลคฤหาสน์

ทำให้คฤหาสน์จากทรุดโทรมเปลี่ยนไปราวกับเนรมิตใหม่ สวยงาม โดดเด่นเป็นสง่า มีผู้คนเพิ่มขึ้น มีเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความคึกคัก แต่ทว่าห้วงลึกในจิตใจของอินทุภากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น นับวันเขาและเธอยิ่งเหินห่าง ทั้งๆ ที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่แทบไม่เจอกันเลย เธอรู้ว่าเขาพยายามหลบหน้า แต่เธอก็อดคิดถึงเขาไม่ได้ ฝันถึงเขาบ่อยๆ รู้สึกราวกับว่าคุ้นเคยและสนิทสนมกับเขามาก่อน ทั้งๆที่เธอแทบจะไม่รู้จักเขาเลย หล่อนไม่เข้าใจกับความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้น และพยายามหยุดมันก่อนที่จะทำให้เธอเป็นบ้าไปจริงๆ

จนกระทั่งมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั้งสองได้รับรู้ความรู้สึกอีกฝ่าย และปารินทร์เปิดใจที่จะยอมรับความรู้สึกที่มีต่ออินทุภา เมื่อวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของอินทุภามาถึง เขาตั้งใจเตรียมของขวัญวันเกิดให้เธอ มันเป็น .. สร้อยไข่มุกสีชมพู ที่ปารินทร์ดำน้ำลงไปงมหอยนางรมที่อ่าวลึกด้วยตัวเขาเอง เพื่อหาไข่มุกมาทำเป็นสร้อย ..จนทำให้เขาล้มป่วยเกือบเป็นปอดบวม เพราะจากการที่เขาไม่ได้พักผ่อน และยังใช้ร่างกายอย่างหนักในการทำงานที่ไร่อ้อย ขณะที่เธอเฝ้าไข้ปารินทร์ ซึ่งนอนไม่รู้สึกตัวอยู่นั้น เธอทุกข์ทรมานใจมาก และเป็นครั้งแรกที่รู้ว่าเธอรักผู้ชายคนนี้มาก มากจนไม่รู้ว่ามันเริ่มหรือสิ้นสุดที่ตรงไหน รู้แต่เพียงว่า หากเขามีอันเป็นไป เธอไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

อินทุภานอนกระสับกระส่าย ด้วยความเป็นห่วง สองวันแล้วที่อินทุภาถูกพวงเงิน.. แม่บ้าน หัวเก่ากันไม่ให้เข้าใกล้เตียงปารินทร์ นานเกินความเหมาะสม หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากคุณหมอว่าพ้นขีดอันตราย และจะหายดีในไม่ช้า เธอตัดสินใจแอบเข้าไปดูเขา หลังจากที่แน่ใจว่าทุกคนหลับกันหมดแล้ว ทางฝ่ายปารินทร์รู้แล้วว่าเธอห่วงใยเขา ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเข้าใจว่าเธอไม่มีใจให้ และด้วยพิษไข้เขายังนอนซมอยู่ ทำให้ปารินทร์ไม่สามารถต้านความรู้สึกของตัวเองได้ เขาทำตามที่ใจเรียกร้อง เอ่ยปากแกมอ้อนวอนเธอให้ขึ้นมานอนคุยกับเขาบนเตียง และทั้งสองก็เผลอหลับไป จนกระทั่งพวงเงินมาพบเข้าในตอนเช้า ปารินทร์แก้สถานการณ์ ด้วยท่าทีที่ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ว่าทั้งเขาและเธอตกลงใจแต่งงานกัน ทำให้อินทุภาต้องตกกระไดพลอยโจนไปกับเขา

การแต่งงานมีขึ้น แต่ทว่าไม่เหมือนคนที่รักกัน อินทุภาเจ็บปวดใจ เพราะปารินทร์ได้บอกแก่เธอก่อนการแต่งงานสามวัน ด้วยท่าทีที่เย็นชา ว่าเป็นการแต่งเพียงในนามเท่านั้น เพื่อสะดวกในการหย่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกันจริงๆ ทำให้อินทุภาเข้าใจว่าปารินทร์ไม่ได้อยากแต่งกับเธอ แต่เป็นเพราะสถานการณ์ผูกมัด ทั้งๆ ที่รู้เช่นนี้เธอก็ยังแต่งกับเขา เพราะเธอรักเขามาก

แต่ทว่าปารินทร์ รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาจงใจมัดอินทุภาให้แต่งงาน ทั้งที่จริงเขาสามารถอธิบายให้พวงเงินเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงได้ แต่เขาไม่ทำ และยังใช้สถานการณ์บิดเบือนความจริงจนได้ในสิ่งที่ต้องการ คืออินทุภา เพราะเขาไม่สามารถปฏิเสธใจตัวเองได้อีกต่อไป และยอมรับว่าเขารักอินทุภามาก แต่ยอมทำตามใจที่เรียกร้องได้เพียงแค่จดทะเบียน เพราะเขาเป็นห่วงเธอ ไม่อยากฉุดเธอลงไปมากกว่านี้ เธอจะรู้สึกอย่างไร ถ้าวันหนึ่งรู้ว่าได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียฆาตกร ปารินทร์อดนึกห่วงไม่ได้

ในวันแต่งงาน หลังจากเสร็จพิธี เธอเดินหาสร้อยไข่มุกที่หล่นหายไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เธอเจอห้องเก็บของห้องหนึ่ง ซึ่งเธอสงสัยว่ามันถูกลืมไปได้อย่างไร เมื่อตอนบรูณะคฤหาสน์ แต่สภาพจิตใจเธอก็ย่ำแย่พอที่จะไม่อยากเจอใคร เธอหาข้ออ้างให้กับตัวเอง โดยการขับรถเข้าไปในเมืองคนเดียว เพื่อเอาสร้อยไข่มุกไปซ่อมตะขอเกี่ยว ขณะที่เธอกำลังรีบร้อนเข้าจอดรถ ที่หน้าร้านจิลเวอรี่ ทำให้เธอเกือบจะชนจิตรานุชเข้า จึงอาสาไปส่งเธอที่พักโรงแรม

ขณะนั้นเองจิตรานุชฉวยโอกาสตอนที่อินทุภาเผลอ ขโมยสร้อยไข่มุกที่วางอยู่หน้ารถ อินทุภาเจอจิตรดิลกที่โรงแรม พร้อมกันนั้นก็เอ่ยปากชวนสองพี่น้องถ้ามีโอกาสก็แวะไปพักที่บ้านเธอได้ จิตรดิลกจึงเดินมาส่งเธอที่รถ ขณะเดียวกับที่ ปารินทร์มาเห็นเข้า หลังจากที่เขารู้ว่าอินทุภาขับรถเข้าเมืองไปคนเดียว จึงรีบขับรถตามมา ภาพที่อินทุภากับ จิตรดิลกเดินออกจากโรงแรมด้วยกัน ทำให้เขาโกรธและอดคิดไม่ได้ว่า .. แต่ท้ายสุดเขาก็เชื่อมั่นในตัวเธอ และสสัดความโกรธนั้นออกไป แต่ทว่ามันก็ดึกเกินกว่าที่จะกลับ เขาตัดสินใจค้างคืนในเมืองและตั้งใจจะไปรับต่างหูไข่มุกที่สั่งทำไว้ในตอน เช้า และคิดว่าจะมอบให้เธอ เพื่อเป็นการขอโทษที่ทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวในคืนแต่งงาน แต่กลับมาพบจิตรดิลกเอาสร้อยไข่มุกมาขายที่ร้านจิลเวอรี่

เขาจำได้ว่าเป็นเส้นเดียวกับที่ให้อินทุภา ในวันคล้ายวันเกิด เพราะที่ตะขอเกี่ยวเขาทำอักษรภาษาอังกฤษ ไอ เอ็ม แอล ซึ่งย่อมาจาก อินทุภา มาย เลิฟ และจิตรดิลกยังอ้างว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของที่คนรักให้ไว้แทนตัวเธอ ทำให้ ปารินทร์ เข้าใจผิดคิดว่าอินทุภามีอะไรกับจิตรดิลก และซื้อคืนกลับมาด้วยราคาสองเท่าของที่ร้านตีราคา

ระหว่างที่อินทุภารอคอยปารินทร์ทั้งคืน ทำให้เธอนึกถึงห้องเก็บของ เธอจึงเข้าไปดู เดินตรงไปที่ตู้ไม้ชำรุดเก่าๆ อย่างคุ้นเคย ซึ่งก็อดนึกแปลกใจไม่ได้ว่าเธอรู้ได้อย่างไร มันเป็นความรู้สึกที่วาบขึ้นมาเอง เธอพบภาพเขียน ซึ่งเป็นรูปชายหนุ่มและหญิงสาว แต่ทว่าใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของภาพมันทำให้เธอแทบช็อค มันทำให้เธอเข้าใจ กับความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับคฤหาสน์หลังนี้ และความรู้สึกที่มีต่อปารินทร์ เธอเก็บสิ่งนี้เป็นความลับ โดยที่ไม่มีใครรู้

อินทุภางงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เข้าใจว่าทำไมปารินทร์ โกรธเธอมากมาย ถึงกับตบหน้าเธอพร้อมกับประณามเธอว่าเป็นผู้หญิงแพศยา หลังจากที่เขากลับมาถึงบ้านพร้อมกับโยนสร้อยไข่มุกให้เธอ ซึ่งเธอเข้าใจว่าเธอลืมไว้ที่หน้ารถ แต่อินทุภาก็อดทนต่อการกระทำที่ทำร้ายจิตใจของ ปารินทร์ เพราะด้วยความรักที่เธอมีให้เขา

ขณะที่สองพี่น้องชิโนบุกำลังถังแตก จิตรานุชคิดแผนการให้พี่ชายเธอ .. จิตรดิลกจับอินทุภา เพื่อหวังปอกลอก หลังจากที่รู้ว่าเธอเป็นถึงเจ้าของคฤหาสน์และมีฐานะ จึงมาขออาศัยพักกับอินทุภา โดยอ้างว่ามาตามคำเชิญของอินทุภา แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่วางแผน เมื่อพบว่าอินทุภาแต่งงานแล้ว ส่วน จิตรดิลกก็พูดอะไรไม่ออกเมื่อพบว่า คนที่เขาขายสร้อยให้คือ สามีของหล่อน ขณะที่น้องสาวของเขาขโมยมันจากอินทุภา

ทางฝ่ายปารินทร์ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขากับจิตรดิลก และยังให้การต้อนรับสองพี่น้องเป็นอย่างดี แถมยังประชดอินทุภาด้วยแสดงละครว่าทั้งเขาและเธอรักกันดีต่อหน้าสองพี่น้อง นั่น แต่ด้วยความฉลาดของจิตรานุช เธอดูออกว่าสองผัวเมียคู่นี้กำลังมีปัญหา เธอจึงใช้จุดอ่อนนี้ เริ่มแผนการยุแหย่ผัวเมียคู่นี้ โดยให้พี่ชายเธอสนิทสนมกับอินทุภา ส่วนเธอคอยเป่าหูปารินทร์ ทำให้ ปารินทร์เข้าใจว่าอินทุภามีใจกับจิตรดิลกจริง ส่วนปารินทร์ประชดเธอด้วยการสนิทสนมกับจิตรานุช ที่คอยยั่วยวนให้ท่าเขา ทำให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดกัน แต่ทว่าไม่สามารถทำให้ทั้งคู่เลิกกันได้ เพราะความรักอันลึกซึ้งที่ทั้งสองผูกพันกันมานานแสนนาน

สองพี่น้องเมื่อเห็นว่าแผนการที่จะทำให้คนทั้งคู่เลิกกันนั้นไม่สำเร็จ และพวกเขาก็ไม่อยากไปมือเปล่า จึงวางแผนขโมยไข่มุกสีชมพู โดยแอบไปดำน้ำที่ก้นอ่าวตอนกลางคืน เพื่อที่จะงมหอยขึ้นมา แต่ก็ถูกจับได้ปารินทร์จึงไล่สองพี่น้องออกไปจากคฤหาสน์ทันทีทำให้จิตรานุช อาฆาตแค้น ที่ถูกปารินทร์ไล่ออกอย่างกับหมูกับหมา

ทางฝ่ายอินทุภา.. เธอมักจะเข้าไปร้องไห้คนเดียวในห้องเก็บของเสมอๆ เธอใช้ภาพเขียนนั้นคอยปลอบประโลมใจตัวเองตลอดมา วิทย์ซึ่งจงรักภักดีต่อนาย ไม่สามารถทนเห็นอินทุภาต้องเจ็บช้ำอีกต่อไปได้ ต่อท่าทีที่หมางเมินของปารินทร์ จึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับปารินทร์ แต่ก็ทำให้วิทย์ถึงกับอึ้งและโกรธมาก ที่กล่าวหาว่าอินทุภามีใจและทอดกายให้ชายอื่น ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่อินทุภาเดินเข้ามาได้ยิน ทำให้เธอเข้าใจสาเหตุ ที่ปารินทร์ทำร้ายจิตใจเธอต่างๆ นานา

เธอไม่สามรถรับได้ต่อข้อกล่าวหานั้น เสียใจอย่างไร้สติ วิ่งออกไปนอกคฤหาสน์ท่ามกลางสายฝน ส่วน ปารินทร์วิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง เป็นเวลาเดียวกับที่ฟ้าผ่าลงมาระหว่างคนทั้งสอง ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอินทุภาตาบอด ปารินทร์เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พยายามให้กำลังใจเธอ และหวังว่าเธอจะมองเห็นได้อีกครั้ง หลังจากที่คุณหมอแจ้งว่ามันเป็นการบอดชั่วคราว สามารถกลับมามองเห็นได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้ทั้งคู่มีโอกาสปรับความเข้าใจกัน

อินทุภาได้รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของปารินทร์ แต่เธอไม่สามารถที่จะปักใจเชื่อได้ เพราะสิ่งที่เขาแสดงออกมันไม่บ่งบอกว่ารักเธอเลย แต่กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งได้รับการยืนยันเมื่อได้รับนาฬิกาพก.. ของรักที่เธอได้ให้อภิรุจก่อนจากกัน ซึ่งเธอพยายามหามันเมื่อมาถึงคฤหาสน์นี้ เธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่ามันอยู่กับปารินทร์ แล้วมาไกลถึงเพียงนี้ ยังได้เจอคนบ้านเดียวกัน และปารินทร์ยังเป็นคนที่ฆ่ากุศล ทำให้เธอรอดพ้นไม่ต้องแต่งงานกับโกศัลย์ เพราะ โกศัลย์มัวแต่ออกตามล่าคนที่ฆ่าพ่อ

หลังจากที่ทั้งคู่เข้าใจกันดี รักอันโหยหาที่ต่างฝ่ายต่างรอคอยมานานแสนนาน ก็มีความสุขสมหวังเป็นของกันและกัน อินทุภานึกถึง ภาพเขียน ความลับระหว่างเธอและปารินทร์ ปารินทร์อึ้งเมื่อเห็นภาพนั้น มันเป็นภาพชายหนุ่มหญิงสาว ที่เหมือนเขาทั้งคู่ยังกับโขกมาจากพิมพ์เดียวกัน ซึ่งอินทุภาคิดว่าชายหญิงในภาพ คือเธอและปารินทร์ในอดีตชาติ และด้วยความรู้สึกที่เธอคุ้นเคยที่นี่ เหมือนรอคอยอะไรบางอย่าง รวมทั้งความรู้สึกที่จำปารินทร์ได้ ในวันแรกที่เธอพบเขา มันยิ่งทำให้เธอแน่ใจ

แต่ทว่าปารินทร์ปฏิเสธที่จะยอมรับและจะไม่ยอมรับตลอดไป ว่าคนในภาพคือเขาและเธอ รวมทั้งความรู้สึกของอินทุภา เพราะลึกๆ เขากลัวว่าจะเป็นเหมือนอดีต ที่ต้องทุกข์ทรมานเพราะสูญเสียหญิงที่รักไป หลังจากแต่งงานเพียงสามเดือน ทำให้เขาอดนึกย้อนไม่ได้ … ที่ไปพบยายแก่คนหนึ่งเข้า หล่อนตื่นตระหนกเมื่อเห็นเขาทำท่าราวกับเห็นผี และร้องเรียกเขาว่า ..เจ้าเกาะ เมื่อเข้าไปสอบถาม จึงทำให้รู้เรื่องเศร้าของเจ้าของคฤหาสน์ และต้องอึ้งไปเมื่อ เจ้าเกาะชื่อสิงห์ ส่วนภรรยาชื่อแสงจันทร์ ..คุณหญิงแสงจันทร์ เพราะปารินทร์ แปลว่า สิงห์ อินทุภา แปลว่า แสงจันทร์ นี่เป็นเหตุที่ปารินทร์ไม่สามารถจะทำใจยอมรับได้ มันต้องแตกต่าง ประวัติศาสตร์ต้องไม่ซ้ำรอย

ทางฝ่ายโกศัลย์ .. ตลอดสี่ปีนี้ไม่ได้คิดการอื่นเลย นอกจากออกตามล่าปารินทร์ จนมาถึงเกาะปาปิไลยก์ และได้มาพบกับจิตรานุช ทำให้รู้ว่าทั้งปารินทร์และอินทุภาอยู่ที่นี่ แถมมันสองคนยังแต่งงานกันด้วย ยิ่งสร้างความเคืองแค้นให้กับโกศัลย์มากขึ้นอีก ทางฝ่ายจิตรานุชเจ็บแค้นปารินทร์ หวังจะแก้แค้นสองผัวเมียเมื่อมีโอกาส พอดีมาเจอโกศัลย์เข้า จึงอาสาพามาที่คฤหาสน์

สิ่งที่ทั้งคู่ประหวั่นใจก็เกิดขึ้น .. วันนี้เป็นวันที่ปารินทร์และอินทุภาแต่งงานครบสามเดือน แต่ใจที่ไม่ยอมรับเรื่องราวในอดีต ทำให้ปารินทร์ประมาท ที่จะปกป้องไม่ให้อดีตซ้ำรอย เมื่อโกศัลย์ปรากฏตัวที่คฤหาสน์ แต่ด้วยความช่วยเหลือของผู้หมวดสันติราษฏร์และสุรวุจ ที่ติดตามโกศัลย์มาถึงที่นี่ ทำให้ไม่มีใครเสียชีวิต นอกจากโกศัลย์ วิทย์กับอินทุภาถูกยิงบาดเจ็บ ปารินทร์รอด ส่วนจิตรานุชและจิตรดิลกถูกจับเข้าคุกด้วยข้อหาหลอกลวงต้มตุ๋น

เรื่องร้ายต่างๆ ผ่านพ้นไป อินทุภากลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง ส่วนปารินทร์ที่มีคดีข้อหาฆ่าคนตาย ก็เป็นอิสระ เพราะผู้หมวดสันติราษฏร์ แทงเรื่องว่าไม่มีร่องรอยของคนร้าย ทำให้ไม่สามารถตามจับได้ ทั้งอินทุภาและ ปารินทร์ ต่างมีความสุข ท่ามกลาง ความรักและความอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งพ่อแม่ของอินทุภา พ่อแม่ของนิรชา เม่น มาลัย ละม่อม และพยานรักตัวน้อยๆ ระหว่างเขาและอินทุภา

เคหาสน์สีแดง

พลตรีพลแสนเสนีณรงค์ พ่อของ รุจน์ ได้รับ อัมพา แม่ม่ายลูกติด เข้ามาอยู่ในชายคาเคหาสน์สีแดง รุจน์(แอนดริว เกร็กสัน) จึงรู้สึกเหมือนถูกแย่งความรักจากหญิงสาวจอมมารยา หัวใจของเขาจึงเต็มไปด้วยความชิงชัง เขาจึงขอไปอยู่โรงเรียนประจำ และบินไปเรียนต่อการแพทย์ที่อังกฤษ 15 ปี ยิ่งได้รู้ว่าภายหลัง อัมพา มาเป็นภรรยาของพ่อ รุจน์ ไม่ยอมกลับมาเมืองไทยอีกเลย จนบิดาเสียชีวิต

เมื่อถึงกำหนดกลับ รุจน์ ก็ทำเรื่องไปรับราชการภาคเหนือ จนกระทั่ง อัมพา เสียชีวิตไป รุจน์ จึงกลับมา เพื่อระบายแค้นกับ อารยา(มิ้นท์–ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวของ อัมพา ทำให้ อารยา รู้สึกอึดอัด แต่เธอยังได้รับความรักจากแม่นมทั้งสาม และ ชาลี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ที่รักเทิดทูนเธอมาก
คำโปรย : ความชิงชังที่ยากเกินแก้ กลับต้องแพ้ให้ความรัก

รุจน์ คบหาอยู่กับ เสาวรส มานาน แต่ก็ไม่ให้ ความสำคัญนัก ทำให้เธอหันไปคบกับ ภาคินัย หนุ่มหน้าคมเข้มและร่ำรวย และมีปัญหากับ รุจน์ จนห่างเหินกันไป ต่อมาทนายประจำตระกูลมาพร้อมกับจดหมายของบิดาที่สั่งให้ รุจน์ แต่งงานกับ อารยา รุจน์ ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่เขาก็ค่อยๆ เฝ้าสังเกตความร่าเริงแจ่มใสของ อารยา และความสนิทสนมกับ ชาลี

ต่อมา ชิด คนใช้เก่าแก่ เปิดโปงว่าตนเป็นชายชู้ ของ อัมพา เมื่อ อารยา รู้เรื่องก็ตกใจสลบไป รุจน์ เข้ามาโอบร่างเธอไว้ เขา รู้สึกบางอย่าง จากนั้นจึงขอเธอแต่งงาน อารยา งุนงง ด้วยความอับอายและไม่เข้าใจ อารยา จึงหนีออกจากเคหาสน์สีแดง รุจน์ เป็นห่วงมาก เขาจึงคิดได้ว่าสาวน้อยคนนั้นไม่ควรต้องมารับรู้อดีตอันเลวทรามของแม่

อารยา ไปอาศัยอยู่ในไร่ของ ภาคินัย เพื่อดูแล ภคินี น้องสาวที่เป็นอัมพาต ความน่ารักใสซื่อของเธอ ทำให้ ภาคินัย หลงรัก เสาวรส รู้สึกได้ทันที จึงวางแผนให้ รุจน์ มารักษา ภคินี เพื่อเธอจะได้ใกล้ชิดกับ รุจน์ อีกครั้ง เมื่อมาถึง ภคินี กลับหลงรัก รุจน์ อย่างหมดใจ ด้าน รุจน์ กลับดีใจที่ได้เจอ อารยา แต่ก็เก็บอาการนิ่ง แต่กลับแสดงออกด้วยความเฉยชา เมื่อ รุจน์ บังคับให้เธอแต่งงานกับเขา หญิงสาวจึงปฏิเสธ

ภาคินัย บอก หมอรุจน์ ว่าเขาจะขอ อารยา แต่งงาน แม้ในใจจะร้อนรุ่มแต่ หมอรุจ ก็ยินยอม แต่ อารยา กลับปฏิเสธ เสาวรส แค้น ภาคินัย อยู่ในใจ วันหนึ่ง ชิด โดนทำร้ายสาหัส และสารภาพกับ รุจน์ ว่าเขาขืนใจ อัมพา ก่อนที่ ชิด จะสิ้นลม รุจน์ ได้รู้ความจริง จน รุจน์ กลับมาผ่าตัดให้ ภคินี อีกครั้ง จนหายดี แต่ ภคินี กลับเศร้า เพราะ รุจน์ ปฏิเสธความรักของเธอ ภคินี บอกให้ ภาคินัย ไล่ อารยา ออก รุจน์ รีบกลับมาหาเธอ แต่ก็คลาดกัน เขาจึงกลับเคหาสน์สีแดงอย่างหมดกำลังใจ แล้วเก็บตัวเงียบขรึม จนวันหนึ่งหญิงสาวผู้หนึ่งกลับมา คนที่เขารอคอยมาตลอด รุจน์ เดินไปพบ อารยา เพื่อที่จะขอแต่งงาน ด้วยความรักจากหัวใจอย่างแท้จริง

เคหาสน์สีแดง 2532

บ้านรุจิโรจน์ หรือที่ชาวสมุทรปราการเรียกว่า “เคหาสน์สีแดง” ของพลตรีพลแสนเสนีณรงค์ได้ต้อนรับ​ ผู้อาศัยรายใหม่ คือ คุณอัมพากับทารกหญิงผู้เพิ่งกำพร้าบิดาต่อมาคุณอัมพาได้กลายเป็นภรรยาของ ท่านพลตรี ยังความไม่พอใจอย่างยิ่งกับทายาทของท่านพลตรี ด้วยเด็กชายรุจถือว่าผู้หญิงคนนี้ใช้มารยาเข้ามาสวมบทแทนมารดาของเขา ส่วนลูกน้อยของเธอนั้นก็มาแย่งความสนใจไป รุจจึงขอไปอยู่โรงเรียนประจำและเมื่อจบก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยไม่กลับมาเป็นเวลานานจนกระทั่งท่านพลตรีและคุณอัมพาล้วนแต่เสียชีวิตลง แล้ว รุจซึ่งปัจจุบันเป็นนายแพทย์ฝีมือดี จึงได้กลับสู่เคหาสน์สีแดงอีกครั้ง ท่ามกลางความยินดีของข้ารับใช้เก่าแก่ และความหวาดระแวงของอารยาหรือ  คุณน้อย  ซึ่งรู้ดีว่ารุจชิงชังแม่ของเธอ และยิ่งน่าจะชังมากขึ้นเมื่อพบว่าเครื่องเพชรทั้งหมดหายไปจากตู้เซฟ แม้ว่าเขาจะปิดไว้ด้วยท่าทีเมินเฉยเงียบขรึมก็ตามสิ่งที่อารยาไม่รู้คือท่าน พลตรีฯ ได้แสดงเจตจำนงไว้กับทนายประจำตระกูลเพื่อถ่ายทอดบอกต่อทายาทของท่านว่าท่าน ปรารถนาจะได้อารยามาเป็นบุตรสะใภ้ ทว่ารุจกลับแสดงความไม่สนใจต่อคำสั่งเสียนี้ เพราะมีเหตุบางอย่างให้เขาเคลือบแคลงเชื้อสายของแม่เลี้ยง

เคหาสน์ดาว

เคหาสน์ดาว เป็นเรื่องราวของ “คุณเขียว” หนุ่มสถาปนิกที่มีบุคลิกซื่อๆ มองโลกในแง่ดี และไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร กับ “คุณจ๋อม” อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างบ้านของตนเองเพื่อแม่ และน้องสาว จากความฝันของคุณจ๋อม ทำให้ได้มารู้จักกับ คุณเขียว และความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ได้ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความรัก

นักแสดงละคร เคหาสน์ดาว
ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง แสดงเป็น คุณเขียว (สงคราม สัมพันธ์พงษ์)
นุสบา วานิชอังกูร แสดงเป็น จ๋อม (ดาวส่อง)

ค่าของคน

ลักษมณ์(ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) เป็นลูกชายของท่านเจ้าพระยานฤนาทไมตรีกับท่านผู้หญิงศรี ท่านเจ้าพระยามีหน้าที่การงานเป็นท่านทูต ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้ครอบครัวต้องมีการโยกย้ายไปยังต่างประเทศบ่อยครั้ง เมื่อตอนเด็กๆลักษมณ์พบว่าความสัมพันธ์ของครอบครัวไม่ดีเท่าที่ควร โดยพ่อแม่ของเขามักจะแสดงความเหินห่าง จนกระทั่งเมื่อท่านเจ้าพระยาได้กลับมาที่เมืองไทยความเหินห่างก็ยิ่งปราก ฎให้เห็นชัดเจนขึ้น

เมื่อพ่อของเขาได้พาผู้หญิงเข้ามาอยู่ในบ้านหลังจากนั้นลักษมณ์ก็ถูกส่งตัว ไปเรียนหนังสือยังต่างประเทศ ไม่นานแม่ของเขาก็ส่งข่าวไปบอกว่า พ่อป่วยหนัก ลักษมณ์จึงได้กลับมาที่เมืองไทย เพื่อมาดูอาการของพ่อ เมื่อกลับมาเขาก็ได้รู้ความจริงว่า คุณแข เป็นภรรยาของพ่ออีกคนหนึ่ง และเขามีน้องชายอีกคนชื่อ พิมาน(น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล)

ก่อนที่ ท่านเจ้าพระยานฤนาทไมตรี จะเสียชีวิตลง ได้บอกกับลักษมณ์ว่า อยากให้เขาเข้าเรียนวิชาการปกครองเพื่อเจริญรอยตาม แต่เนื่องจากเขามีอคติกับพ่อ ทำให้เขาไม่สนใจในสิ่งที่พ่อเขาบอกไว้ จากนั้นเขาก็ได้กลับไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ไม่นานคุณหญิงก็ได้ส่งน้องชายต่างมารดาชื่อ พิมาน ให้ไปศึกษาเล่าเรียนกับเขา แม้ว่าเขาเองจะชอบที่จะเที่ยวเล่นมากกว่าเรียนหนังสือ แต่เมื่อ พิมานไปเรียนด้วยเขากลับเข้มงวดในเรื่องเรียนของพิมาน และยังเลือกวิชาเรียนให้เป็นไปตามที่พ่อเขาต้องการ นอกจากนี้เขายังให้ความรักและให้ความดูแล พิมาน เป็นอย่างดี

อยู่ได้ ระยะหนึ่งคุณแขก็ได้ส่งข่าวไปบอกว่าคุณหญิงป่วยหนักให้ลักษมณ์รีบกลับด่วน แต่กระนั้นเขาก็ไปช้าแม่เขาก็ได้เสียไปแล้ว ก่อนที่แม่เขาจะเสียชีวิตได้ฝากฝังเขาไว้กับคุณแข ซึ่งคุณแขเองก็ได้ให้ความรักฉันผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กรวมถึงให้การยกย่องเกรง ใจเป็นอย่างดี ทำให้ความสัมพันธ์ภายในบ้านของเขายังคงราบรื่น

เนื่องจากลักษมณ์เป็นคนจัดเจนต่อชีวิตทั้งในด้านดีและด้านเลว ดังนั้นเมื่อลักษมณ์ได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบเขาก็ได้ดำเนินการค้าสืบเนื่องมา จากตระกูลของแม่ ด้วยไหวพริบและเล่ห์เหลี่ยมที่เขามีทำให้การค้าของเขาเจริญรุ่งเรือง ในด้านการงานเขาจึงไม่เคยถูกตำหนิจากหมู่ญาติ แต่ในเรื่องความประพฤติเขามักตะถูกตำหนิบ่อยๆ ซึ่งคำตำหนิมักจะผ่านมาทางคุณแขตลอด จึงเป็นเหตุผลให้คุณแข พยายามที่จะหาสตรีที่มีความเหมาะสมเพรียกพร้อมในทุกๆ ด้านมาแต่งงานกับเขาและน้องชาย

เมื่อคุณแขพยายามที่จะหาภรรยาให้แก่ ลักษมณ์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ คุณแขจึงได้หันไปสนใจที่จะหาภรรยาให้แก่พิมานเพื่อว่าเมื่อพิมานได้แต่งงาน ไปกับสตรีที่มีความเพรียกพร้อมสมบูรณ์ก็จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นถึงท่านทูต แต่พิมานได้มีหญิงที่เขารักอยู่แล้ว เขาจึงได้ปฏิเสธ ดังนั้นคุณหญิงจึงได้ไปขอให้ลักษมณ์และคุณอรรถ ซึ่งเป็นเลขาเก่าแก่ของลักษมณ์ช่วยเหลือ โดยเขาได้ไปหาผู้หญิงชื่อ รจเรจ(นุ่น วรนุช ภิรมณ์ภักดี) ซึ่งเป็นคนที่พิมานรัก และตกลงกับเธอว่าให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับพิมาน โดยยื่นข้อเสนอคือให้เงิน รจเรจ จำนวน สองแสนห้า และเพื่อเป็นการตัดปัญหาจะต้องมีการจดทะเบียนสมรสระหว่างเขาและเธอ และจะทำการหย่าเมื่อเขาแน่ใจว่าพิมานจะแต่งงานกับ นัฏฐา(หญิงผู้ซึ่งเพรียกพร้อมไปทุกอย่าง)ไปเรียบร้อยแล้ว

แม้ว่า รจเรจ จะเป็นผู้หญิงที่มีความรักเกรียติ รักศักศรีมาก แต่เนื่องจากเธอมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมาไถ่บ้านที่ได้จำนองไว้ เพื่อช่วยเหลือ ไก่ พี่ชายของเขาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ จากที่ลักษมณ์ไม่เคยเห็นคุณค่าของคนและคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งชีวิตคน สามารถซื้อมาด้วยเงิน ทำให้เขาคิดว่ารจเรจก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วๆไปที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน

เมื่อ รจเรจ ย้ายเข้ามาอยู่กับลักษมณ์ ทำให้พิมานเสียใจมาก เขาจึงยอมแต่งงานกับนัฏฐาตามความต้องการของคุณแข ทั้งๆที่ทั้งสองไม่ได้มีความรักต่อกันเลย เมื่อรจเรจเข้ามาอยู่ในบ้าน ทำให้ชีวิตของ ลักษมณ์ เปลี่ยนแปลงไปในด้านที่ดีขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ลักษมณ์ กับ รจเรจ ดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นลักษมณ์ก็ได้นำเด็กที่ชื่อ มาร์กี้ มาอยู่ด้วยและได้บอกรจเรจว่า มาร์กี้เป็นลูกของเขากับ อีรีนอร์ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว มาร์กี้เป็นลูกของพิมานที่เกิดระหว่างเขาได้ไปศึกษาต่างประเทศ รจเรจได้ให้ความรักและการดูแลมาร์กี้เป็นอย่างดี จนกระทั่งทั้งคู่ได้รักกัน และรจเรจได้ตั้งท้อง ไม่นานมาร์กี้ก็ได้เสียชีวิต ทำให้ทั้งคู่เสียใจมาก

ต่อมาเขากับรจเรจก็ได้ทะเลาะกัน เนื่องจากเขาเข้าใจผิดว่ายังมีความรักให้กับพิมานและผู้ชายอีกคนที่อยู่ใน รูปบนหัวเตียงของรจเรจ ซึ่งนั่นก็เป็นลูกของไก่ รจเรจจึงได้กลับไปยังบ้านสวนของตัวเอง แต่ด้วยความรักของลักษมณ์ที่มีต่อรจเรจ ทำให้เขาตามไปหาและปรับความเข้าใจกับ รจเรจ และทั้งคู่ก็ได้เข้าใจกันและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข