ดำเนิน เป็นคนขี้ตืดมากๆ คือไม่เคยให้ทาน ไม่แบ่งของ ไม่เลี้ยงสัตว์ ไม่ทำบุญ แต่ก็มาเจอคุณวา ซึ่งเป็นคนเผื่อแผ่ ตรงข้ามกับนายดำเนินโดยสิ้นเชิง ทั้งคู่เจอกันก็รุ้สึกถูกผูกพันและชอบกันในทันที นายดำเนินต้องการทำให้วาประทับใจ จึงคิดบริจาคเลือด แต่เพราะเป็นคนกลัวแสนกลัว เลือดจึงทำให้เป็นลม แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้กับวิธีจีบสาววิธีการนี้ ดำเนินต้องการทำให้ว่าประทับใจ เลยไปทำการบริจาคอวัยวะ แต่ก็ขอบริจาคเพียงส่วนเดียว นั่นคือ หัวใจ วันที่นัดบริจาคเลือดพี่ก็ประสบอุบัติเหตุ ความจำเสื่อม กว่าจะนึกออก ก็ถึงเวลานัดเดทแรกของคนทั้งคู่ดำเนินจึงให้จ๋อยขี่มอไซด์เพื่อความรวดเร็ว กลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ขณะเดียวกับที่ คุณวา เกิดโรคหัวใจกำเริบเช่นกัน หัวใจที่ดำเนินบริจาคไว้ จึงนำมาให้กับวา ดังพรหมลิขิต แต่หัวใจของดำเนินก็ไม่สมบูรณ์ ทำให้ วาไม่แข็งแรงเหมือนปกติ และไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยุ่ได้อีกนานเท่าไหร่ ฝ่ายดำเนินกับจ๋อยตายไปพบยมบาล ยมบาลเซ็งฮะ ไอ้หมอนี่ไม่เคยทำดี ไม่มีบริจาค แต่ก็ไม่เคยทำชั่วไม่รู้จะให้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรกดี จึงต้องอยู่บนโลกมนุษย์ทำความดีเพื่อสะสมแต้ม ตรงข้ามกับจ๋อย ที่ทำความดี จนสามารถขึ้นสวรรค์ได้ พี่คุณดำเนินเลยวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ เพื่อคอยเก็บสะสมแต้มความดี วาหลังจากได้รับหัวใจของดำเนิน ทำให้สามารถกลับมามีชีวิตอยู่ได้ ตลอดเวลาวารู้สึกว่าดำเนินอยู่ใกล้ๆ หลังจากหายดี แม่ของวาต้องการให้วาแต่งงานกับพี่ชายที่รู้จักกับคุณวามาตั้งแต่เด็กๆ ชอบคุณวามานานแสนนาน และจะมาหมั้นในงานหมั้น เพื่อนของดำเนิน มาทำหน้าที่เป็นช่างกล้อง ดำเนินเสียใจมากที่วาจะหมั้นกับคนอื่น จึงหาทางปรากฏตัวให้วาเห็นในงานหมั้น จึงทำให้เพื่อนของดำเนิน บอกความจริงกับวา ว่าดำเนินเสียชีวิตนานแล้ว วารู้ก็ช๊อคหมดสติไปทันทีดำเนินพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้วาฟื้นกลับคืนมา เมื่อวาฟื้นกลับมาก็เสียใจมาก จึงคิดที่จะฆ่าตัวตายไม่มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ ระหว่างหมดสติ ในความฝัน ที่นั่น วาได้พบกับดำเนิน และอยู่อย่างมีความสุข พี่ชายกบก็เศร้าสิครับ ก็ต้องทำต่างๆนานาเพื่อชนะใจหญิง และเอาชนะผีหวงก้างคุณผีดำเนินก็ไม่ยอม หัวใจของผมอยู่ในตัวคุณวา ผมเป็นผู้เสียสละขนาดนี้ คุณวาก็รักผมคุณเทวดาที่คอยดูแลนายดำเนิน ก็ได้ให้นายดำเนินดูเหตุการณ์ในอดีต แบบพาย้อนเวลาไปสมัยคุณวายังเด็กๆ ให้ไปเห็นว่าคุณพี่กบ ก็เคยช่วยชีวิตคุณวาไว้เหมือนกัน คุณพี่กบเกือบถึงแก่กรรมด้วยถึงแม้จะไม่ได้สละชีวิตจริงๆ แต่พี่เขาก็ไม่ได้สนใจชีวิตตัวเองต่างจากดำเนินที่บังเอิญช่วยชีวิตดำเนิน จึงพบว่าตัวเองเป็นกบในกะลา คิดว่าตนเองเสียสละให้คุณวามากกว่าคนอื่นจริงๆแล้วคุณวาก็มีคนที่เสียสละ เพื่อเธอทุกอย่างทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แล้วคุณดำเนินก็เลยยอมเสียสละ เป็นฝ่ายจากไปในที่สุด ด้วยความเสียสละนี้ ก็ทำให้คุณดำเนินได้ไปเป็นเทวดาและรอคอยการพบเจอกันเมื่อถึงเวลา…
Author Archives: admin
ฉันไม่รอวันนั้น
“ฉันไม่รอวันนั้น” เป็นเรื่องราวของภัทริน หรือเกด (สิริยากร พุกกะเวส) สาวสวยดีกรีปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกา ผู้มีมารดาและยายขายดอกไม้ขายผักอยู่ที่ปากคลองตลาด ด้วยความรักดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ สาวเจ้าจึงเจริญรอยตามมารดา โดยรับบทบาทเป็นแม่ค้าจำเป็น แต่เพราะความเป็นสาวสวย รวยน้ำใจ จึงมีหนุ่มๆ มากมายมารุมรัก โดยเฉพาะนักธุรกิจหนุ่มลูกเศรษฐีอย่างรชา (พล ตัณฑเสถียร) แต่ความรักยังไม่ทันสานต่อ ภัทรินก็สวมบทบาทใหม่ที่ทำเอาคนรอบข้างแปลกใจไปตามๆ กัน นั่นก็คือเธอปรากฏตัวในฐานะทายาทคนเดียวของเศรษฐีพันล้าน เอาละสิเรื่องราวของแม่ค้าปริญญาโทคนนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว…
ฉันชื่อ ไศลา
ไศลาทราบหลังจากทำงานไปได้ไม่นาน ว่างานที่ชูชิตคนรักของเธอชวนเธอมาทำนั้นเป็นงานผิดกฎหมาย เพราะมันคือการนำส่งฝิ่นให้แก่ลูกค้า ไศลาจะเลิกแต่ชูชิตบอกให้เธอคิดถึงเงินมหาศาลที่จะได้ ซึ่งจะทำให้ไศลาและน้องอีก 3 คน อยู่ได้อย่างสบายไม่ลำบากอย่างปัจจุบัน แต่ไศลาไม่เอา เธอบอกว่าเธอเป็นลูกทหาร พ่อเธอพลีชีพเพื่อชาติมาแล้ว และพ่อสอนให้เธอจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เธอจึงจะไม่ยอมทรยศต่ออุดมการณ์ของพ่อด้วยการค้าฝิ่น ซึ่งทำลายคนทั้งประเทศ
ไศลาเป็นลูกนายทหาร ยศสุดท้ายคือพันเอก พ่อของไศลาเสียชีวิตเนื่องจากการปะทะกับผู้ก่อการร้ายที่ชายแดน ส่วนแม่มาจากครอบครัวชาวนา และเสียชีวิตขณะไปเยี่ยมญาติและถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีกะทันหัน ครอบครัวจึงเหลือไศลาและน้องสาว 2 คน น้องชาย 1 คน คือ อรชร ดารณี และสุทธิพงษ์ ไศลาออกจากมหาวิทยาลัยมาหางานทำเพื่อให้น้อง ๆ ได้เรียนต่อ ส่วนเงินบำเหน็จของพ่อราวหกหมื่นเศษ ชูชิตขอยืมไปทั้งหมด โดยทำหนังสือกู้ไว้ให้ และเรื่องเงินนี้ทำให้อรชรน้องสาวผิดใจกับไศลาและทวงส่วนแบ่งของเธอตลอด เพราะรู้ว่าไศลาเอาไปให้ชูชิตยืม วันที่ไศลาตัดสินใจเลิกทำงานผิดกฎหมายนั้น เป็นวันที่เธอต้องไปส่งสินค้ารายใหญ่ เธอบอกชูชิตว่าเธอจะทำเป็นครั้งสุดท้าย ชูชิตเตือนให้เธอนึกถึงกฎขององค์กรที่ใครทรยศหรือเลิกทำงานจะต้องตายทุกคน แต่ไศลาบอกว่าเธอยอมตาย ชูชิตพูดเรื่องเงินรายได้อีก ทำให้ไศลาผิดหวังในตัวเขามากที่เขากลายเป็นคนเห็นแก่เงิน จนไม่คำนึงถึงว่าเงินนั้นเป็นเงินสะอาดหรือสกปรก
แต่เมื่อชูชิตงอน ง้อเธอ ไศลาก็ใจอ่อนคืนดีกับเขาอีก แต่เมื่ออรชรหาเรื่องทะเลาะกับเธอ และว่าเธอเสีย ๆ หาย ๆ เรื่องเอาเงินส่วนแบ่งของน้องไปให้แฟนยืม ไศลาจึงตั้งใจว่าเธอจะไม่ทำงานสกปรกอีกแล้วแม้จะเป็นครั้งสุดท้ายก็ตาม แต่เธอก็ออกจากบ้านไปตามเวลานัด ไปกับรถคันเดิมที่มารับเธอทุกครั้ง แต่ครั้งนี้คนขับไม่ใช่คนเดิม แต่เป็นหนุ่มหล่อหน้าใหม่ และเมื่อไศลารู้ว่าเขาไม่ใช่พวกคนร้ายและน่าจะเป็นตำรวจ เธอจึงขอให้เขาไปส่งที่สถานีตำรวจ เพื่อแจ้งรายละเอียดการส่งมอบฝิ่นกลางดึกคืนนั้น เมื่อไศลาแจ้งตำรวจแล้ว ชายหนุ่มคนขับรถก็พาเธอไปค้างโรงแรม เพราะเป็นช่วงติดเคอร์ฟิวพอดี สองคนนอนห้องเดียวกันโดยไม่มีอะไรกัน แต่ก็แขวะกันไปจีบกันมา เพราะชายหนุ่มคนนั้น คือ ร.ต.อ.ทีปกร ชอบไศลาตั้งแต่แรกเห็น รุ่งขึ้นทีปกรพาไศลาไปฝากอยู่ที่บ้านแม่ของเขาในสวน เพื่อจะปลอดภัยจากการตามล่าของเหล่าร้าย และไม่นานนักก็ได้ข่าวการจับฝิ่นรายใหญ่ ณ จุดที่ไศลาแจ้งไว้ ถึงจับไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ทำให้ฝ่ายคนร้ายสูญเสียไปไม่ใช้น้อย หัวหน้าหน่วยจึงสั่งเก็บไศลา เพราะข้อมูลและรายชื่อลูกค้าสำคัญยังอยู่ที่ไศลาอีกมาก ชูชิตเป็นคนติดตามไศลา เขาดึงน้องของไศลา 2 คน คือ อรชร และสุทธิพงษ์มาร่วมงานด้วย ซึ่งไม่ยากเลย เพราะอรชรเป็นคนฟุ้งเฟ้อ ชอบใช้ชีวิตหรูหรา และใช้เงินเก่งอยู่แล้ว ส่วนสุทธิพงษ์ก็ติดยาเสพติดอยู่แล้ว แต่ดารณีเป็นคนดี สิ่งที่ชูชิตทำกับเธอก็คือให้ลูกน้องฉุดเธอไปข่มขืนและฆ่า จนเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์
ไศลาแค้นมาก เธอรู้ว่าเป็นฝีมือของชูชิตแน่นอน ไศลาจึงออกจากบ้านแม่ทีปกรไปตาม หาชูชิตและคนที่ทำกับดารณี และไศลาพลาดถูกลูกน้องชูชิตทำร้ายจนสลบและหมายจะข่มขืนก่อนฆ่า แต่มีตำรวจไปขอตรวจค้นบ้าน ลูกน้องชูชิตจึงเอาไศลาไปถ่วงน้ำ และมั่นใจว่าไศลาตายแน่ ๆ แต่ไศลายังไม่ถึงฆาต แม่ชีคนหนึ่งพายเรือมาในเวลานั้นพอดี และได้ช่วยไศลาขึ้นจากน้ำ และพาไปในป่าแห่งหนึ่ง ไศลากลับมาอีกครั้ง คราวนี้เธอมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มขึ้น เธอมีพลังจิต เธอมองเห็นนิมิตบอกเหตุล่วงหน้า และเธอมีอิทธิฤทธิ์บันดาลให้เกิดเหตุพิเศษทางธรรมชาติได้ และที่สำคัญเธอได้รับมอบหมายจากเทพชั้นพรหม คือ แม่ชีลึกลับรูปนั้น ให้มาเอาวิญญาณคนชั่วร้ายไปรับโทษในโลกวิญญาณ ชูชิตรู้ว่าไศลารอดตาย เขาไปหาเธอที่บ้าน จะทำร้ายเธอและชูชิตก็ได้เจอกับอิทธิฤทธิ์ของไศลา เธอใช้พลังจิตบันดาลให้เกิดพายุรุนแรง และบันดาลให้ปืนของชูชิตและลูกน้องยิงไม่ออก ลูกน้องชูชิตว่าไศลาเป็นผี ชูชิตไม่อยากเชื่อ แต่เขาต้องไปจากบ้านไศลา เพราะนอกจากพายุที่ไศลาเรียกมาแล้วทีปกรยังพาตำรวจมาล้อมบ้านอีกด้วย คืนนั้นทีปกรอยู่เป็นเพื่อนไศลาที่บ้านเธอเพราะไฟฟ้าบ้านเธอดับ และทั้งคู่ได้เสียกัน
ไศลารู้อยู่เต็มอกว่า ทีปกรมีคู่หมั้นอยู่แล้วและกำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้ แต่เธอยอมเป็นของเขาเพราะรักเขาเต็มหัวใจ ทีปกรเองก็บอกว่าเขารักไศลา เป็นรักจริง เพราะนิ่มนวลคู่หมั้นที่เขาต้องแต่งงานด้วยนั้น เขาแต่งเพราะแม่ขอร้อง เนื่องจากนิ่มนวลเป็นลูกเลี้ยงของแม่และเป็นคนดี ดูแลแม่เขาซึ่งป่วยมากมาตลอดด้วยดี ไศลาตามคิดบัญชีกับลูกน้องชูชิตที่ข่มขืนและฆ่าน้องสาวของเธอ คราวนี้เธอทำให้รถเกิดอุบัติเหตุ ลูกน้องชูชิตทุกคนเข้าโรงพยาบาล ไศลาตามไปที่โรงพยาบาล เธอรู้ว่าลูกน้องคนหนึ่งถึงฆาตแน่แล้ว แต่ตามสภาพผู้ป่วย แพทย์ลงความเห็นว่าพ้นขีดอันตราย และจะกลับบ้านได้แล้ว ลูกน้องชูชิตเห็นไศลาในภาพของหญิงสาวแต่งตัวแปลกและมีไฟลุกรอบตัว และความร้อนจากไฟนั้นแผ่ไปถึงพวกมันด้วย พวกมันโวยวายว่าไศลาเป็นผีและวิ่งหนีกันวุ่นวาย หมอเองก็ประหลาดใจ และยิ่งประหลาดใจมากขึ้น เมื่อไศลาพูดจาแปลก ๆ ทำนองว่าเธอมารับวิญญาณไปสู่โลกวิญญาณหมอเห็นว่าไม่มีคนไข้คนไหนอาการหนัก ใกล้ตายเลยสักคน
แต่แล้วลูกน้องชูชิตก็โดนมือลึกลับยิงตาย หมอสงสัยว่าไศลาเป็นตัวการ แม้จะไม่มีหลักฐานมัดตัวเธอก็ตาม ทีปกรเองก็แปลกใจ ไศลาคุยกับเขาเรื่องพลังจิตที่เธอได้มาจากการนั่งสมาธิวิปัสสนา ทีปกรไม่ได้แสดงออกว่าเชื่อหรือไม่เชื่อเธอ แต่เมื่อเธอบอกว่าเธอสามารถใช้พลังจิตรักษาอาการป่วยของแม่ทีปกรให้หายได้ ทีปกรยอมให้เธอรักษาแม่ของทีปกรป่วยหนักขนาดเข้าโรงพยาบาล และแพทย์กำหนดว่าอีกไม่เกิน 10 วัน ท่านคงเสียชีวิต แม่บอกว่าอยากกลับไปตายที่บ้าน ทีปกรพากลับและบอกแม่ว่าไศลารับอาสาจะรักษาแม่ด้วยพลังจิต แม่ยินยอม แต่นิ่มนวลและพี่สาวอีก 2 คนของทีปกร รวมทั้งนางพริ้งแม่บ้าน ดูถูกไศลาและหาว่าไศลาอยากอยู่ใกล้กับทีปกร ไศลาอยากแย่งทีปกรจากนิ่มนวล ทีปกรเองไม่ได้ปฏิเสธเรื่องไศลา แต่เขาก็บอกว่ายังไงเขาก็ต้องแต่งงานกับนิ่มนวล ยิ่งทำให้นิ่มนวลหึงหวงและเกลียดชังไศลายิ่งขึ้น เธอบอกว่าเมื่อแต่งงานแล้วทีปกรจะต้องมีเธอคนเดียว ไศลาก็บอกนิ่มนวลเช่นกันว่าเมื่อทีปกรแต่งงานเธอจะเลิกกับเขา ทีปกรไม่ยอมเลิก เขาขอมีภรรยาสองคน ไศลาบอกว่าถ้ามีเธอก็ต้องมีเธอคนเดียว แต่เธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทีปกรบอกว่าเขาจะแต่งงานกับนิ่มนวลระยะหนึ่งแล้วหย่ามาแต่งกับไศลา ไศลาไม่ยินดี ทั้งคู่ทะเลาะกัน และทุกครั้งที่ทะเลาะกันอีกต่อมาจะเป็นเรื่องนี้ตลอด
ไศลาใช้พลัง จิตรักษาแม่ของทีปกรอยู่ 7 วัน และท่านหายเป็นปกติ เหมือนไม่เคยป่วยเลย ท่านรักเอ็นดูไศลาขึ้นกว่าแต่ก่อน และท่านก็รู้ว่าลูกชายรักไศลา แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้ ไศลายังดำเนินการจัดการกับเหล่าร้ายแก็งค์ค้าฝิ่น ไล่ตั้งแต่พวกตัวเล็กตัวน้อยไปก่อน ทุกครั้งที่ไศลาจัดการกับเหล่าร้ายเธอจะอยู่ในเหตุการณ์อันตรายระทึกขวัญ เสมอ แต่เธอก็รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ และเหล่าร้ายตายหมด ทุกคนเริ่มหวาดกลัวว่าไศลาเป็นผี ชูชิตพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์ฉันคนรักกับไศลา แต่เธอไม่มีใจให้เขาแล้ว เพียงแต่เธอรู้ว่าชะตาชูชิตยังไม่ถึงฆาต เธอจึงยังทำอะไรเขาไม่ได้ การที่ชูชิตมาป้วนเปี้ยนอยู่กับไศลาอีกทำให้ทีปกรหึงหวงและทะเลาะกับไศลา ตลอด ไศลาไม่ได้แก้ตัวแต่อย่างใด เพราะเธอรู้ว่าในที่สุดแล้ว ทีปกรกับเธอก็ต้องแยกทางกันเมื่อเขาแต่งงานกับนิ่มนวล การที่ไศลาไม่แก้ตัวยิ่งทำให้ทีปกรโกรธ เขาคิดว่าเธอมีความสัมพันธ์กับชูชิต ในขณะเดียวกับที่มีกับเขาด้วย ข้างนิ่มนวล ความหึงหวงและเกลียดชังไศลาก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกครั้งที่เจอไศลา เธอจะมีคำกระทบกระเทียบเชือดเฉือนไศลาตลอด แต่ไศลาก็ไม่ตอบโต้ เธอเจียมตัวว่าเธอเป็นผู้มาทีหลังนิ่มนวล และเธอผิดที่ไปมีสัมพันธ์ล้ำลึกกับคู่หมั้นของนิ่มนวล แต่เธอก็หักห้ามจิตใจไม่ได้เพราะเธอรักทีปกรมาก
ในขณะเดียวกับที่ ทีปกรยังยืนยันจะมีผู้หญิงสองคน แต่เมื่อใดที่ทีปกรโกรธไศลา เขาจะพูดจาทำร้ายจิตใจเธออย่างรุนแรงเหมือนไม่รักเธอจริง แต่ยามดีกันก็จะหวานเสียเหลือเกิน ไศลาพยายามจะให้อรชรกับสุทธิพงษ์เลิกทำงานชั่วร้ายรับใช้ชูชิต อรชรไม่เลิกเพราะเธอได้เงินใช้จ่ายสบายมือ และถึงกับไม่ไปเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนสุทธิพงษ์เลิกไม่ได้เพราะติดยา และเพราะกลัวโดนฆ่าด้วย ไศลาจึงติดตามก่อกวนชูชิตและตามเก็บลูกสมุนที่ถึงฆาตไปตลอด รวมทั้งทำลายแผนการค้าฝิ่นด้วย ชูชิตแค้นมาก ไศลาท้อง ทีปกรหงุดหงิดมาก ให้ไศลาไปทำแท้ง ไศลาบอกว่าเธอไม่มีเจตนาจะจับทีปกร และเธอไม่คิดจะเรียกร้องให้ทีปกรรับผิดชอบ เธอจะรับผิดชอบตัวเธอและลูกของเธอเอง ทีปกรโกรธ ใกล้วันแต่งงาน ทีปกรพานิ่มนวลไปซื้อของ ไศลาเห็นนิมิตเป็นเลือดกระจาย แต่ไม่ชัดว่าเป็นเลือดใคร เธอตามทีปกรและนิ่มนวลไปจนเจอ ทีปกรไม่พอใจ นึกว่าไศลาหึงหวง ส่วนนิ่มนวลนั้นโกรธ เลิกซื้อของไปเลย เธอให้ทีปกรพากลับบ้าน ขณะจะขึ้นรถ นิ่มนวลสะดุ้งแล้วล้มลงเธอถูกยิงด้วยปืนเก็บเสียง คำสุดท้ายที่เธอพูดกับทีปกรก่อนตายคือไศลาเป็นคนยิงเธอ ทีปกรจับไศลาสวมกุญแจมือพาไปสั่งขังเดี่ยวที่สถานีตำรวจ ไศลาเจ็บปวดใจที่สุด
เธอใช้พลังจิตเสดาะกุญแจมือ ทีปกรขอร้องเธอว่าอย่าทำ และอย่าหนี เพราะเธอถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตาย ไศลายอมให้ใส่กุญแจมืออีกครั้งและไปโรงพัก เข้าห้องขังเดี่ยว สุทธิพงษ์ไปเยี่ยมไศลาบอกว่าเขากำลังพยายามปลีกตัวจากชูชิต เขาจะกลับตัวเป็นคนดี ตอนนี้เขาเอาของส่วนตัวบางอย่างทยอยไปเก็บไว้ที่บ้าน ไศลาดีใจมาก เธอบอกสุทธิพงษ์ว่าเธอจะพาเขาไปรักษาการติดยาที่ถ้ำกระบอก ทีปกรมาหาไศลาที่โรงพักด้วยอาการโกรธมาก เขาบริภาษเธอมากมาย บอกว่าพบปืนเก็บเสียงกระบอกที่ยิงนิ่มนวลซุกซ่อนอยู่ในบ้านไศลา ไศลารู้ทันว่าคนทำคือสุทธิพงษ์ และทำโดยการบงการของชูชิต แต่เธอพูดอะไรไม่ออก สุทธิพงษ์มาขอโทษไศลาและบอกเรื่องการประชุมใหญ่ของแก็งค์ค้าฝิ่น หัวหน้าใหญ่สุด และหัวหน้าสายทุกสายจะมาประชุมร่วมกันหมด ไศลาเขียนโน้ตและแผนที่สถานที่ประชุมแล้วฝากให้ตำรวจนำไปให้ ทีปกรด่วน ส่วนเธอใช้พลังจิตเสดาะห้องขังออกไปที่บ้านเหล่าร้ายก่อน ไศลาสู้กับเหล่าร้ายเป็นโขยงด้วยพลังจิต เกิดเพลิงไหม้รังเหล่าร้ายจนต้องหนีกันกระเจิง และภายนอกทีปกรพากำลังตำรวจล้อมไว้ทุกด้าน หัวหน้าใหญ่เห็นว่าจะหนีไม่รอด จึงใช้ระเบิดปลิดชีพตัวเอง แก็งค์ค้าฝิ่นแก็งค์นี้จึงอวสานลง ชูชิตบอกก่อนตายว่า เขาเป็นคนสั่งฆ่าไศลาแต่ยิงผิดตัวไปโดนนิ่มนวล ทีปกรกับไศลาจึงลงเอยกันด้วยดี
นักแสดงละคร ฉันชื่อไศลา
เคลลี่ ธนะพัฒน์ แสดงเป็น ทีปกร
ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ แสดงเป็น ไศลา
เจจินตัย อันติมานนท์ แสดงเป็น ชูชิต
สุทธิตา เกตานนท์ แสดงเป็น นาถสุดา
วรรณษา ทองวิเศษ แสดงเป็น นิ่มนวล
วิชญะ จารุจินดา แสดงเป็น สุทธิพงษ์
เขมสรณ์ หนูขาว แสดงเป็น อรชร
ดวงดาว จารุจินดา แสดงเป็น คุณนายวงทอง
โจรปล้นใจ
ตระกูล…วงศ์วรัณย์ มีลูกชาย 2 คน คือ ภูริพัต และ พีรพล คุณหญิง กมลา ผู้เป็นแม่ลำเอียงรักพีรพลมากกว่าภูริพัต ภาคิน ผู้เป็นพ่อเลยตัดปัญหาส่งภูริพัตไปเรียนต่อต่างประเทศ พีรพลไปชอบ มธุมาส สาวสวยประชาสัมพันธ์ของโรงแรมแห่งหนึ่ง คุณหญิงกมลาหมายตา ชลิตา ลูกสาวคุณหญิง ชลลดา ไว้ให้พีรพลแล้ว สั่งให้พีรพลเลิกยุ่งเกี่ยวกับมธุมาส แต่พีรพลก็ยังแอบไปหามธุมาส
หลังจากทำงานอยู่ต่างประเทศหลายปี ภูริพัตจึงกลับมาเมืองไทย ระหว่างทางภูริพัตเห็นหญิงสาว ถูกโจรทำร้ายที่ป้ายรถเมล์ ภูริพัตช่วยหญิงสาวไว้ แต่พอเธอฟื้นขึ้นมากลับคิดว่า ภูริพัตเป็นโจร เตะผ่าหมากแล้ววิ่งหนีไป ภูริพัตหน้าเขียวร้องไม่ออก ส่วนที่บ้าน คุณหญิงกมลา สั่งให้ภูริพัต จัดการแยกพีรพลกับมธุมาส ภูริพัตอยากเอาใจแม่เลยตกลง เมื่อดูรูปหญิงสาวที่พีรพลติดพัน ภูริพัตจำได้ว่า เป็นผู้หญิงที่เตะเขาเมื่อคืน คงแสบไม่เบา
ภู ริพัตส่งลูกน้องในบริษัทสะกดรอยตามมธุมาส ขู่ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับพีรพล ลูกน้องมืออ่อนโดนมธุมาสเล่นงาน ซะวิ่งแจ้นกลับมาฟ้องเจ้านาย มธุมาสคิดว่า เป็นคนของคุณหญิงกมลา คุณหญิงชลลดายื่นคำขาด ให้คุณหญิงกมลาจัดการมธุมาส ไม่อย่างนั้นจะไม่ยกชลิดาให้ ถึงคราวภูริพัตต้องออกโรงเอง…
ไหน ๆ มธุมาสก็คิดว่า เขาเป็นโจรอยู่แล้ว ภูริพัตมาดักจับตัวมธุมาส กว่าจะจับได้เล่นเอาเหนื่อย เพราะมธุมาสสู้ยิบตา ภูริพัตพามธุมาสไปบ้านกลางป่าของ ทินกร เพื่อนสนิท แล้วสวมบทเป็นโจรชื่อ เสือพัต มธุมาสเชื่อสนิท ภูริพัตสั่งให้ ลอ คนดูแลบ้านเล่นเป็นลูกน้องโจร คอยจับตาดูมธุมาสตอนที่เขาไม่อยู่ มธุมาสเห็นเสือพัตไปซื้อของในเมือง เลยสบโอกาสหนี มธุมาสวิ่งไปเจอถนน โบกรถอย่างดีใจ แต่..กลับเป็นรถภูริพัต ภูริพัตลงโทษขังมธุมาสไว้ในห้องทินกร เพื่อนภูริพัตกลับมาจากบิน
ทินกร เป็นกัปตันเครื่องบินขวัญใจสาวๆ ทินกรมาที่บ้านกลางป่าเห็นมธุมาสก็ตะลึงในความสวย ภูริพัตให้ทินกรปลอมตัวเป็นสมุนโจรชื่อ เสือทิน ทินกรร้องจ๊าก…ไม่ยอม ภูริพัตขู่ถ้าไม่เป็นโจรก็อยู่ไม่ได้ ทินกรจำใจยอมเพราะอยากอยู่ใกล้คนสวยอย่างมธุมาส
อยู่ต่อหน้ามธุมาส ภูริพัตจะทำโหดเสียงเข้ม จนทินกรกับลอแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ มธุมาสกลัวภูริพัต แต่ก็ยังอดเถียงฉอด ๆ ไม่ได้ ซึ่งภูริพัตก็เถียงไม่ทัน แพ้ทุกที เมียลอต้องกลับบ้านนอก ไม่มีใครทำกับข้าว ภูริพัตเลยต้องทำเอง เสือพัตหน้าเหี้ยมติดเตาหุงข้าว ผัด ทอด ต้มยำสารพัด แถมอร่อยลิ้น มธุมาสแปลกใจโจรประสาอะไร ทำกับข้าวให้เธอกิน
ที่ กรุงเทพฯ คุณหญิงกมลาบังคับพีรพล ให้พาชลิดาไปเที่ยว จนทั้งคู่ได้เสียกัน พีรพลหลงรสเสน่หาจากชลิดา จนลืมมธุมาส ในป่า…มธุมาสทำตัวดีจนภูริพัตเชื่อใจ ยอมพาไปซื้อของในเมืองด้วย เข้าล็อคตามแผนมธุมาสแอบหนี ภูริพัตตามมาจับตัวได้ แต่มธุมาสก็สามารถโทรศัพท์ไปหา จารวีเพื่อนสนิทฯ บอกว่าถูกจับตัวอยู่ในป่า แถมยังบอกชื่ออำเภอไว้ จารวีเปิดหนังสือท่องเที่ยว จนเจออำเภอที่มธุมาสพูดถึง
การหายตัวไป ของภูริพัต ทำให้ ลีน่า หญิงสาวที่ชอบภูริพัต ตั้งแต่เรียนเมืองนอกด้วยกันร้อนใจ คิดว่าภูริพัตมีผู้หญิงอื่น ลีน่าเช็คเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานภูริพัต ก็รู้ว่าภูริพัตโทรมาจากไหน ลีน่าขับรถต่อเข้าไปยังบ้านกลางป่าของทินกร ทินกรเคยพาลีน่ามาเที่ยวครั้งหนึ่ง จารวีก็มาทางเดียวกัน เห็นรถลีน่าก็สงสัยว่า ลีน่าอาจมีส่วนลักพาตัวมธุมาส เลยสะกดรอยตาม จนมาถึงบ้านกลางป่า
ภูริพัตมาเจอสองสาวเข้า จารวีนึกว่า ภูริพัตเป็นโจร ร้องกรี๊ด ๆ ภูริพัตต้องอธิบายให้ฟัง และจากคำพูดของลีน่าก็ทำให้จารวีเชื่อว่า ภูริพัตเป็นลูกคุณหญิงกมลา แถมคล้อยตามภูริพัตว่า ลักพาตัวมธุมาสมา เพื่อปกป้องเธอจากแม่ของเขา จารวียอมกลับ
ภูริพัตให้ทินกรพาจารวีไปหาที่พักในเมือง ตอนแรกทินการไม่ไป แต่พอเห็นหน้าสวยๆ ของจารวีก็รีบแจ้นไปทันที ลีน่าไม่ไว้ใจที่ภูริพัตอยู่บ้านเดียวกับผู้หญิงสวยอย่างมธุมาส เลยประกาศตัวว่าเป็นเมียเสือพัต ถ้าภูริพัตไม่ยอมเล่นเป็นสามี ลีน่าจะบอกความจริงมธุมาส ภูริพัตกลัวพลาดท่าเสียทีให้ลีน่า เลยหนีออกมานอนนอกชานให้ยุงกัดทุกคืน ลีน่าแกล้งใช้งานมธุมาส มธุมาสไม่ทำซ้ำยังตอบโต้ ภูริพัตทำทีเป็นปกป้องลีน่า แต่ก็แอบขำความแสบทรวงของมธุมาส
มธุ มาสให้ลอเก็บดอกไม้ พวกของแปลก ๆ มาให้ ภูริพัตอธิบายเรื่องป่าให้มธุมาสฟัง มธุมาสทึ่งในตัวโจรหนุ่ม ที่รู้เรื่องป่าดีอย่างกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ นั่นเพราะภูริพัตชอบเดินป่ามาแต่ไหนแต่ไร เลยมีความรู้เรื่องป่า ผิดกับทินกรที่ชอบแสงสี ทินกรไปเที่ยวในเมืองไม่มีเพื่อนเที่ยว เลยไปชวนจารวีที่ยังปักหลักอยู่ในโรงแรม สองคนต่างเซ็งเหมือนกัน เลยชวนกันไปฟังเพลงเต้นรำสนุกสุดเหวี่ยง ทินกรออกจากป่ามาเที่ยวกับจารวีบ่อย ๆ จนจารวีจะกลับกรุงเทพฯ ทินกรเบื่อบ้านกลางป่าเต็มที เลยเก็บข้าวของกลับไปกับจารวี ภูริพัตบอกมธุมาสว่า เสือทินหนีตามผู้หญิง
มธุมาสทำแปลงปลูกดอกไม้ รอบบ้าน ทำให้บ้านสวยน่าอยู่ขึ้น ภูริพัตพอใจมาช่วยปลูก ลีน่าทนไม่ได้จะพามธุมาสหนี จะได้ไปให้ไกลภูริพัต มธุมาสใจหายไม่น้อย เพราะเริ่มผูกพันกับบ้านกลางป่า แต่ลีน่ารบเร้าจนมธุมาสตกลงหนี รถลีน่าเกิดคว่ำ ลีน่าสลบไปส่วนมธุมาสเจ็บเล็กน้อย มธุมาสวิ่งไปตามภูริพัตมาช่วย ภูริพัตพาลีน่าส่งโรงพยาบาล แล้วพามธุมาสกลับบ้านกลางป่า จากนั้นก็ย้อนมาเฝ้าลีน่าอีกรอบ มธุมากรู้สึกแสลงใจ ที่เห็นภูริพัตดีกับลีน่า
ชาวบ้านตามลอไปช่วย ช้างตกลูก ลอรีบไปโดยลืมว่า ปล่อยมธุมาสไว้ลำพัง มธุมาสมีโอกาสหนีแล้ว แต่หญิงสาวเกิดอาลัยอาวรณ์บ้านกลางป่า และอยากอยู่เจอภูริพัตมธุมาสไม่หนี หญิงสาวไม่เข้าใจตัวเอง หรือเธอกำลังตกหลุมรักโจร รุ่งขึ้นภูริพัตรีบกลับมาด้วยเป็นห่วงมธุมาส มธุมาสเอาใจทำกับข้าวให้ภูริพัตกิน พวกไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ภูริพัตขำเอ็นดูมธุมาส
ลีน่าถูกส่งตัวไปรักษาที่กรุงเทพฯ หมอต้องรุมจับหลายคนถึงลากไปได้ ชลิดาท้อง คุณหญิงกมลาจับพีรพลแต่งงานกับชลิดา และส่งข่าวไปบอกภูริพัต ให้ปล่อยตัวมธุมาสได้แล้ว ภูริพัตใจหายพามธุมาสกลับกรุงเทพฯ ต่างเศร้าไม่แพ้กัน ทั้งสองร่ำลากัน คิดว่าชีวิตนี้คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว
มธุ มาสไปหาจารวี ได้เจอทินกรในชุดกัปตันเครื่องบิน แถมยังเป็นแฟนกัน มธุมาสเอ๊ะใจเรื่องชักไม่ชอบมาพากล ทินกรไม่ใช่โจรแล้วภูริพัตเป็นใครกันแน่ มุธมาสสงสัยว่า คุณหญิงกมลามีส่วนเกี่ยวข้อง เลยบุกไปบ้านคุณหญิง ถึงได้รู้ความจริงว่า ภูริพัตเป็นพี่ชายพีรพล ทุกคนรวมหัวกันหลอกเธอ มธุมาสหนีไป ภูริพัตตามหาไม่เจอ เสียใจจนไม่เป็นอันทำงาน ผาคินจะยกบริษัทให้ภูริพัต คุณหญิงกมลาไม่ยอม ประกาศว่า ภูริพัตไม่ใช่ลูกตน แต่เป็นลูกเมียน้อย ภูริพัตเพิ่งรู้วันนี้เอง ว่าทำไมแม่ไม่รักตน
ภู ริพัตออกจากบ้านไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เชียงใหม่ ภูริพัตตระเวณสมัครงานหลายแห่ง ได้งานที่โรงแรม 5 ดาว ที่กำลังจะเปิดตัวของแม่เลี้ยง พิมพร เศรษฐีนีภาคเหนือและที่นี่เอง ภูริพัตได้เจอกับมธุมาส มธุมาสขอย้ายมาทำงาน โรงแรมในเครือของแม่เลี้ยงพิมพร มธุมาสโกรธภูริพัตไม่ยอมพูดด้วย แต่บรรยากาศสวยงามของทางเหนือ บวกกับลูกตื้อของภูริพัต มธุมาสก็ใจอ่อนให้อภัยภูริพัต
แม่เลี้ยงพิมพรดีใจจัดงานเลี้ยงให้ ทั้งคู่ ภูริพัตกับมธุมาสแปลกใจ ที่แม่เลี้ยงดีกับพวกตนมาก ยิ่งกับภูริพัตแล้ว แม่เลี้ยงเรียกไปกินข้าวด้วยแทบทุกมื้อ ถึงวันงานเปิดตัวโรงแรมของแม่เลี้ยงพิมพร ภูริพัตเชินภาคินผู้เป็นพ่อ คุณหญิงกมลา พีรพล และชลิดามาด้วย บนเวทีกลางงาน แม่เลี้ยงพิมพรประกาศว่า ภูริพัตเป็นลูกชายตน ภาคินยืนยันว่าเป็นความจริง แม่เลี้ยงพิมพรเป็นคนรักเก่าภาคิน ภูริพัตดีใจที่ได้พบแม่ผู้ร่วมงานต่างซาบซึ้งไปด้วย แล้วภูริพัตก็ประกาศจะแต่งงานกับมธุมาส
หลังแต่งงาน ภูริพัตพามธุมาสไปฮันนีมูนที่บ้านกลางป่า เสือพัต..บัดนี้กลายเป็นสามีมธุมาส หญิงสาวมองดูชายหนุ่มติดเตาหุงข้าวอยู่หน้าบ้าน ภูริพัตเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบ แต่ใครจะรู้บ้างว่า..ครั้งหนึ่ง ภูริพัดเคยสวมรอยเป็นโจร หลอกลวงเธอและเขาก็ได้สิ่งที่เธอหวงแหนที่สุดไป เขาปล้นหัวใจเธอไป…ตลอดกาล
นักแสดงละคร โจรปล้นใจ
ศรราม เทพพิทักษ์ แสดงเป็น ภูริพัต
มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล แสดงเป็น มธุมาส
เจฟฟรี่ เบญจกุล แสดงเป็น พีรพล
กรรชัย กำเนิดพลอย แสดงเป็น ทินกร
สุวัจนี ไชยมุกสิก แสดงเป็น ชลิดา
ชุติมา เอเวอรี่ แสดงเป็น ลีน่า
ใจใสรักษ์ยกก๊วน
ใจใสรักษ์ยกก๊วน ละครบอกเล่าวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมรอบรั้วโรงเรียน เพื่อปลุกจิตสำนึกถึงคนอีกนับไม่ถ้วนว่า ถ้าเริ่มดูแลสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเราได้ เราก็ดูแลสิ่งแวดล้อมในสังคมเราได้ ต่อไปเราก็ดูแลสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ได้อีกด้วย
เพื่อให้โลกสวยงามดั่งนิยามรักของ อาจารย์สายน้ำ ครูศิลปะใจบรรเจิดที่ปิ๊งรัก อาจารย์มดแดง ครูพละใจนักเลง เดือดร้อนถึง สายัญ เด็กหนุ่มใจอนุรักษ์ พร้อมเพื่อนร่วมชั้นอย่าง ดอกรัก หนุ่มน้อยแบรนด์เนมหัวจรดเท้า ปุ๊กปิ๊ก สาวหวานเจี๊ยบแต่ขี้กลัวไปทุกอย่าง มะเฟือง เด็กสาวที่ประหยัดพลังงานจากความงก มะไฟ สาววัยกระเตาะที่ชีวิตขาดสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ได้ แถมด้วย ตะไคร้ วินมอเตอร์ไซค์หน้าโรงเรียนที่เพียรจีบมะเฟือง โทนี่ ภารโรงหนุ่มผู้สานอุดมการณ์พิทักษ์เด็กๆ ฉ่ำ เด็กเคยเรียนดี แต่พลาดไปติดเกมส์ ป้าเมาท์ แม่ของฉ่ำที่แสนระกำช้ำหัวใจ และลุงแดนนี่ เจ้าของร้านกาแฟที่ฟุต ฟิต ฟอ จนไฟจะไหม้ร้าน
เรื่องวุ่นๆ ใจใสรักษ์ยกก๊วน จะมาสะกิดต่อมฮา ปาดน้ำตาซาบซึ้ง เพราะการรักษาสิ่งแวดล้อม ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนจากหนึ่งเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน จนเพิ่มพูนเป็นพลังของคนบนโลกใบนี้ ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อใครที่ไหน ก็เพื่อคนที่คุณรัก
ใจแจ๋วกับเรือจิ๋ว
เรื่องของเด็กต่างถิ่น ต่างที่ กลุ่มใหญ่ (เด็กมัธยมปลาย) เข้าค่ายกิจกรรมฤดูร้อนของทหารเรือ ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยเข้าฝึกอบรม “เรือใบมด” กับ เรือ โทหนุ่มหล่อ และจ่าทหารเรือจอมตลก แสนสนุกอีก 2 คน
ความชุลมุน วุ่นกับนานาความคิด ความชอบ และ ความถนัด ที่ต่างกันของเด็ก เช่น
“โอ๋”-“เอ๋” สองพี่น้องหนุ่มหล่อ มาจากสุพรรณบุรี มีตา ยาย เป็นครูลำตัด จึงมีทั้งความสมัยใหม่ในตัวของคนรุ่นใหม่ และแอบมีเสน่ห์ตรงได้นู่นนิดนี่หน่อยจากบรรพบุรุษพื้นเพดั้งเดิมมา โดยที่ทั้ง 2 คนไม่รู้สึกว่าน่าขันเหมือนบางคนที่คิด แต่กลับรู้สึกว่า ทั้งภาษาท้องถิ่น และการร้องลำตัดของเขา เป็นความสามารถพิเศษส่วนตัว ที่มีมากกว่าคนอื่นก็แล้วกัน
“นก” เด็กสาวที่ติด “โอ๋” “เอ๋” งอมแงม เป็นเด็กบ้านเดียวกัน สวย น่ารัก แก่นแก้ว เพราะสนิทกับเด็กผู้ชายอย่าง 2 คนนี้มาตลอด จนเหมือนว่า จะเป็นพี่ชายที่น่ารัก และหวงสุดๆ ไม่อยากให้ใครได้มาสนิทหรือ ได้รับความสนใจเท่า
“ก้อย” สาวสวยน่ารัก วัยทีนเอจ น่ารัก น่าจีบ น่าสนใจ เพราะเป็นคุณหนูเด็กกรุงเทพฯ (ด้วยกิริยาท่าที) แต่เมื่ออยู่ในค่าย เธอกลับทำให้เห็นว่าเธอไม่เคยหยิบโหย่ง เป็นคนหนักเอาเบาสู้ หนุ่มๆ ต่างก็อยากวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ…เธอตกเป็นคู่เขม่นกับ “นก” โดยไม่รู้ตัว แต่สุดท้าย จะสอน “นก” ด้วยซ้ำว่า คิดอะไรอยู่ในวัยของตัวเองที่ควรจะคิดก่อนเรียงลำดับ ควบคุมให้ถูก แล้วจะมีจุดมุ่งหมาย มีความสุขในที่สุด เพราะการจัดระเบียบตัวเอง สำคัญกว่าในสิ่งอื่นใด
“โอ๋” กับ “ก้อย” จะเป็นเด็กคู่ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ น่าติดตาม ด้วยความต่างของพื้นเพแล้วโคจรมาศึกษาซึ่งกันและกัน ทำให้ได้เรียนรู้ได้แลกเปลี่ยนแนวความคิด ทัศนคติ การเรียน อนาคต ควบคู่ไปกับปัญหาเฉพาะหน้า ที่เกิดขึ้นระหว่างอบรม”เรือใบมด” ทั้งในห้องเรียนและในการปฏิบัติในท้องทะเล เรื่องราวที่ดำเนินไปในค่ายฝึก จะสอน และให้แง่มุมต่างๆ นานา เช่น การปรับตัวให้เข้ากันได้ การช่วยเหลือแบ่งปันน้ำใจแบบบริสุทธิ์ การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า เพราะการกีฬามีอะไรให้คิด ให้แก้ไข ในมุมต่างๆ มากมาย การแล่นเรือใบจะต้องรู้จักอุปกรณ์ต่างๆ ต้องรู้จักทิศทางของลม รู้จักการคำนวณ สอนให้เด็กใช้ความคิด พิจารณา รอบครอบ และช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดเมื่ออยู่กลางทะเล
“ริน” สาวน้อยร่างท้วม อวบขาว น่าตาหน้าเอ็นดูมากๆ เป็นสีสันในกลุ่มเด็กในค่ายนี้ เธอแต่งตัวสดใส เหมาะสม เธอกินๆๆขนมเก่งมาก โดยเฉพาะ ไอศกรีม “ริน” เป็นเพื่อนซี้สนิทกับ “ก้อย” เธออยากสวยเพรียวเหมือนก้อย แต่ก็กำหนดไว้ในความต้องการลิ้มรสอาหาร ขนม นม เนย ไม่ได้ ก็เลยเลือกที่จะสวยในแบบต้นฉบับของตัวเองมากกว่า…ความอ้วนไม่ได้ทำให้เธอ อุ้ยอ้าย เธอได้รับความคล่องตัว กระฉับกระเฉงมาจากการที่คบอยู่กับ ”ก้อย” เพราะ “ก้อย” เป็นสาวสวยที่พึ่งตัวเองซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเข็นรถที่จอดขว้างอยู่คนเดียวได้ ลากเรือลงทะเลคนเดียว เก็บเสา เก็บใบ ล้าง ทำความสะอาดอุปกรณ์ หรือ ครูฝึกสั่งให้ทำอะไรจะต้องช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด จึงเป็นภาพที่น่าดู น่ามอง เมื่อ “สองสาว กทม.ฯ คู่นี้” ถูกคำสั่งให้ปฏิบัติอะไรก็ตาม…รินจะเป็นภาพของสาวสวยร่างท้วมที่ทำให้ความ น่าสนใจจุดอื่นๆในตัวที่น่าประทับใจและเอาเป็นแบบอย่างได้ ถึงแม้ว่าในบางเรื่อง ดูว่าจะเป็นผู้ตาม “ก้อย” อยู่ แต่ก็เรียกว่าเป็นการเลือกตามที่ถูกต้อง ถ้ามีเพื่อน ก็ควรเลือกเพื่อนที่น่าติดตาม เพราะทิศทางของเพื่อนที่ดูดี
“เงี๊ยว” เด็กชายหนุ่มจากแดนอีสาน พูดกลางได้ อีสานได้ ความสามารถพิเศษพื้นบ้าน คือ สวดมนต์ไพเราะเสียงใส น่าฟัง (สำเนียงอีสาน)
“ตั๊กแตน” สาวสีแทน แดนอีสาน พูดกลางได้ อีสานได้ ความสามารถพิเศษพื้นบ้าน คือ สวดมนต์ไพเราะเสียงใส เช่นกัน (สำเนียงอีสาน)
2 คนนี้ มาจากคนละจังหวัด แต่อีสานจะเป็นดินแดนศาสนา พ่อ-แม่-ปู่-ย่า-ตา-ยาย เข้าวัด ปฏิบัติธรรม เด็กๆก็จะได้ไปด้วย เสน่ห์ของเด็ก 2 คนก็จะชี้ให้เห็น ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ ความกลัว ละอายต่อบาป ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของคำสอน แต่ก็ผสมผสานกับโลก ความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่น่าเบื่อหน่าย เป็นตัวแทนของเครื่องมือเตือนใจให้ทุกคนสวดมนต์ภาวนาได้อย่างน่ารัก น่าชังที่สุด เพราะตกค่ำขึ้นมา เขา 2 คน จะพร้อมใจกันตะเบ็งเสียงสวดมนต์ เหมือนกับจะให้เทวดาบนสวรรค์รับรู้ จนหลายครั้งเข้า ทุกคนในค่ายต่างก็ต้องสวดมนต์ตามไปโดยปริยาย
ความน่ารักของชาวอีสาน ที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย จะกิน จะอยู่ จะทำอะไร เด็ก 2 คนจะมีวิธีการได้น่ารัก น่าชัง เป็นที่รักของเพื่อนๆ และครูฝึกไปหมด แถมยังพาเพื่อนกินผักแปลกๆได้อีกตั้งหลายชนิด
ตลอดเวลา 1 เดือน ที่อยู่ด้วยกันในค่าย ทำให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความเป็นตัวตนของกันและกัน แล้วก็หยิบจับของแปลกที่ดีๆ เข้ามาผสมผสานอยู่ในตัวได้อย่างสนุกสนาน ครื้นเครง ได้แง่คิด ได้คำสอน ได้มุมมองที่ดีไว้เตือนใจ ประกอบกับการเป็นอยู่รับรู้เรื่องราวของครูฝึก “เรือโทหนุ่ม วรศาสตร์ หรือ ครูเอ” ที่เปรียบเป็นพี่ชายคนโตได้เป็นอย่างดี เขาผู้มีประวัติการปฏิบัติตัวจากเยาวชน จนเป็นทหารของชาติ และยังเป็นครูฝึกสอน “เรือใบมด” ให้กับเด็กรุ่นแล้วรุ่นเล่า ส่งเด็ก ส่งทีมเยาวชนนานาชาติมากี่รุ่นแล้ว หัวใจของการเป็นครูฝึกนักกีฬา ยังเปี่ยมล้นไปด้วย พลังผักดันให้เยาวชนหัวใจแจ๋ว มีจุดมุ่งหมาย มีความรักชาติ กษัตริย์ รู้จักใช้ความสามารถตามระดับที่มีอยู่สร้างชื่อเสียงให้กับบ้านเมืองได้
ถึงแม้ว่าอุปสรรคในชีวิตส่วนตัวของ “ครูเอ” ที่มีแทรกเข้ามาต่างๆนานาไม่ว่าจะเป็นสายงาน ความรัก และอนาคต แต่ “ครูเอ”ก็ถูกฝึกมาจากลูกผู้ชายเป็นนายทหารผู้เคร่งครัดกฎระเบียบ วินัย มากกว่าส่วนตัว ประเทศชาติเป็นหลัก และเขาก็ได้รับผลตอบแทนที่ลงตัวได้ในที่สุด
“ครูเค” พบรักกับ “สาวทราย” ลูกแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ เบเกอรี่ แสนอร่อยของชาวสัตหีบ ทรายเรียนปี 4 มหาวิทยาลัยดัง คณะเศรษฐศาสตร์ จัดว่าครบสูตรสาวเมืองนี้ ต้องเก่ง กล้า สามารถ เพราะอยู่ในดงทหารเรือ ถ้าจิตใจไขว้เขวไม่หนักแน่น ไม่เป็นของตัวเอง ก็อาจจะจบชีวิตเป็นแม่บ้านทหารเรือไปก่อนหน้านี้แล้ว
“ครูเอ” มีคู่แข่งเป็นลูกชายเจ้าของกิจการมากมายในเมืองพัทยา-สัตหีบ ชื่อว่า “ตริน” ด้วยความที่มีธุรกิจเยอะ ลูกน้องเยอะ (แต่ไม่ถึงกับเป็นมาเฟีย) อุปนิสัยจึงดู”แน่ๆ” ไม่กลัวใคร เพราะไปไหนมาไหนคนเดียวไม่เป็น จึงรู้แต่วิธีที่จะอยู่แบบ “มีเพื่อน” ข้อเสียเปรียบก็คือ เวลาตัวต่อตัว นายทหารหนุ่มของเราก็ได้เปรียบ ด้าน มาด ความสง่างาม ประกอบกับวิชาชีพ
เชิงรักหักสวาท ของทั้ง 2 ฝ่าย จะมีชั้นเชิงที่ชวนติดตาม โดยมีฝ่ายสมาชิกพรรคของทั้ง 2 ฝ่ายที่เห็นได้ชัด ในความแก่น เซี้ยว เฮี้ยว เข้ม เด็กๆเหล่านั้นจะนำพา ”ชีวิตในค่ายเยาวชนกับเรือมด” ในแบบฉบับของ “คนหัวใจแจ๋วๆกับเรือจิ๋วๆ” ไปพบกับบรรยายกาศหลากหลาย ล้วนแล้วแต่แทรกแก่นสาร สาระ ชีวิต น้ำตา พึ่งพา แก้ไข บทเรียนสอนใจ จะค้นหาจุดไหนของชีวิต รับไปเลยทุกรส สนุก ขบขัน เฮฮา แง่คิดมุมมองที่ดีๆ
ใจเดียว
ธนากร นายเหมืองผู้ร่ำรวยหลงรัก ครูประภา ลูกสาวคนงานเหมือง แต่ประภารักอยู่กับ เมธี ประภาจึงถูกพ่อบังคับให้แต่งงานกับธนากร ในวันแต่งงานประภาหนีไปกับเมธีแต่ธนากรตามไปพบ ลูกน้องของธนากรยิงเมธีตกเหวไปทุกคนจึงคิดว่าเมธีตายไปแล้ว ประภาแต่งงานกับธนากรแล้วมีลูกชายด้วยกัน 2 คนคือ เขื่อนเพชร และอลงกต เขื่อนเพชรเป็นลูกชายคนโตที่ผู้เป็นพ่อแคลงใจตลอดว่าเป็นลูกติดท้องประภากับ เมธี เมื่อประภาเสียชีวิตเขื่อนเพชรถูกส่งตัวไปอยู่ที่เหมือง เขาถูกเลี้ยงดูให้หาญกล้าอย่างนักสู้ ผิดกัลป์อลงกตที่ถูกธนากรเลี้ยงดูอย่างตามใจ เป็นหนุ่มเจ้าสำราญไม่คิดจริงจังกับชีวิต ด้านธนากรก็วางตัวห่างเหินไม่ยอมให้เขื่อนเพชรเรียกตนเองว่าพ่อ
ทำ ให้เขื่อนเพชรเกิดความน้อยใจอยู่ลึกๆ ดอกรัก คนงานในเหมืองถูกข่อขืนจนท้องและคลอดได้ลูกสาว เขื่อนเพชรสงสารจึงรับ ชมพู่ เป็นลูก ธนากรรับ เสาวรส ลูกสาวของเพื่อนสนิทซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันเข้ามาอยู่ในบ้าน ทำให้เขื่อนเพชรเข้าใจว่าเสาวรสเป็นเมียใหม่ของพ่อจึงพูดจาดูหมิ่น ส่วนเสาวรสก็เข้าใจว่าเขื่อนเพชรไม่ดูแลเมียและลูกปล่อยให้ดอกรักและชมพู่ อยู่อย่างลำบาก ทั้งคู่จึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด วันหนึ่งทั้งคู่มีปากเสียงกันถึงขั้นเขื่อนเพชรจูบสั่งสอนและโยนเสาวรสลงน้ำ เสาวรสจำต้องไปเปลี่ยนชุดในห้องนอนของเขื่อนเพชร เธอพบสมุดบันทึกของเขื่อนเพชรจึงถือวิสาสะเปิดอ่าน
ทำ ให้เธอรู้ว่าจริงๆ แล้วเขื่อนเพชรเป็นลูกชังของธนากร เสาวรสจึงเกิดความรู้สึกเห็นใจเขื่อนเพชรขึ้นมา อลงกตเป็นแฟนกับ เรณุกา โดยไม่รู้ว่าเรณุกาคือลูกสาวของคนที่ธนากรเคยฟ้องล้มละลาย เรณุการวมหัวางแผนกับ โสภณ คนรักเก่าเพื่อจะแก้แค้น ธนากรสั่งให้อลงกตเลิกยุ่งเกี่ยวกับเรณุกา และยื่นคำขาดให้อลงกตแต่งงาน อลงกตจึงจ้าง ฟ้าใส แม่ค้าขายดอกไม้ในตลาดมาแต่งงานด้วย ฟ้าใสตกลงเพราะต้องการเงินไปรักษา บุญเต็ม แม่ที่ป่วยเป็นหอบหืดมาแรมปี อลงกตโกหกว่าฟ้าใสเป็นลูกผู้ดีเก่าชาติตระกูลดี ธนากรจึงให้เขาพาฟ้าใสมาพบ ธนากรขอให้ฟ้าใสมาอยู่ที่บ้านเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดดูแลการใช้จ่ายเงิน ของอลงกต
แต่ในขณะเดียวกันอลงกตก็ยังคงคบหากับเรณุกาอยู่ คืนหนึ่งอลงกตพาเรณุกาเข้ามานอนที่บ้าน ฟ้าใสเห็นเข้าก็โกรธมากที่อลงกตดูหมิ่นเกียรติ เธอจึงบอกให้อลงกตพาเรณุกากลับไปแต่เรณุกาไม่ยอม ฟ้าใสจึงขู่ว่าจะบอกเรื่องการแต่งงานที่จอมปลอมกับธนากร อลงกตจำยอมต้องพาเรณุกากลับไป เขาหัวเสียอย่างมากขอหย่ากับฟ้าใส แต่ก็ถูกเธอปฏิเสธโดยเธอขอเวลาอีก 1 ปีเพื่อกันข้อครหาที่จะทำให้เสียชื่อเสียง ไพร ลูกน้องที่เหมืองมาแจ้งข่าวว่ามีพวกกะเหรี่ยงมาระราน เขื่อนเพชรจึงต้องไปเจรจากับพวกกะเหรี่ยง เสาวรสแสดงความเป็นห่วงเขื่อนเพชรทำให้เขาซึ้งน้ำใจเธอมาก หากแต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกดีๆ ไว้เพราะไม่ต้องการแย่งผู้หญิงของพ่อ
การเจรจาไม่สำเร็จเขื่อนเพชรต่อสู้กับพวกกะเหรี่ยงจนเกือบพลาดท่า โชคดีที่ธนากรและเสาวรสตามมาช่วยไว้ทันและพา กันไปหลบที่กระท่อมร้าง พายุฝนเทกระหน่ำลงมาธนากรจับไข้จนตัวหนาวสั่น เขื่อนเพชรขอร้องให้เสาวรสกอดพ่อเพื่อให้ความอบอุ่นแต่เธอปฏิเสธ พอธนากรหายไข้เสาวรสกลับเป็นไข้แทน เขื่อนเพชรจึงกอดให้ความอบอุ่นแก่เธอ ความใกล้ชิดในครั้งนี้ทำให้เขื่อนเพชรเผลอใจรักเสาวรสจนหมดใจ แต่เมื่อธนากรมาขอบใจเขื่อนเพชรที่ช่วยชีวิต เขากลับโมเมไปว่าอ้อมกอดของเสาวรสต่างหากที่ช่วยชีวิตธนากรไว้ ธนากรซึ้งใจจึงขอเสาวรสแต่งงาน เสาวรสไม่ได้บอกความจริงแต่รีบไปเล่นงานเขื่อนเพชรที่พูดโกหก
เขื่อน เพชรยอมสารภาพว่าเขารักเธอแต่ไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งผู้หญิงของพ่อ ในขณะที่เหตุการณ์ทางเหมืองกำลังวุ่นวายเหตุการณ์ทางบ้านของธนากรก็ไม่สงบ สุขเช่นกัน ฟ้าใสจับได้ว่าอลงกตจ้างโจรมาหลอกปล้นเอาเครื่องเพชรไปให้เรณุกา ฟ้าใสโกรธมากและมีปากเสียงกับอลงกตอย่างรุนแรง พอดีกับ ระวี เพื่อชายที่สนิทและหลงรักฟ้าใสมาหา ฟ้าใสจึงทำตัวสนิทสนมกับระวีจนอลงกตเริ่มหึงหวง ธนากรสืบรู้ว่าเรณุกากับโสภณยังคบหากันอยู่จึงพาอลงกตมาเห็นด้วยตาตัวเอง เรณุกาโกรธแค้นธนากรมากจึงใช้ปืนยิง แต่อลงกตเบี่ยงตัวเข้ารับกระสุนแทน เมื่อฟ้าใสรู้ข่าวก็เป็นห่วงอลงกตมากและคอยเฝ้าดูแลอลงกตไม่ห่างจนอลงกตเกิด รักฟ้าใสขึ้นมา
เมธีปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งและประกาศเป็นศัตรูกับธนากร ซึ่งความจริงแล้วเมธีก็คือพี่ชายของบุญเต็มที่หายสาบสูญไป เมื่อเมธีรู้ว่าฟ้าใสหลานสาวแต่งงานกับลูกชายของธนากรก็โกรธมากสั่งให้ฟ้าใส หย่า เมธีรู้ข่าวของเขื่อนเพชรจากฟ้าใสก็เป็นเดือดเป็นแค้นธนากรที่รังแกลูกในไส้ เขานัดธนากรมาสะสางเรื่องคาใจแต่ธนากรไม่เชื่อว่าทั้งสองจะไม่มีอะไรกัน ส่วนธนากรก็ได้บอกความจริงว่าเขาไม่ได้เป็นคนสั่งให้ยิงเมธี เมธีไม่ฟังธนากรเช่นกัน ธนากรเสียใจมากเขาดื่มเหล้าเมามาย มีปากเสียงกับเขื่อนเพชรและประกาศว่าเขื่อนเพชรไม่ใช่ลูก เขื่อนเพชรเสียใจมากจึงเก็บข้าวของออกจากบ้านในคืนนั้น โดยไม่รู้ว่าเสาวรสแอบตามเขาไปด้วย เรื่องราวความรักและความขัดแย้งจะเป็นอย่างไรต่อติดตามได้ในละคร “ใจเดียว”
รายชื่อนักแสดง ใจเดียว
วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ รับบท เขื่อนเพชร
ปิยธิดา วรมุสิก รับบท เสาวรส
วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท อลงกต
อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ฟ้าใส
อดิศร อรรถกฤษณ์ รับบท ระวี
พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ รับบท เรณุกา
สุรวุฆ ไหมกัน โสภณ
อรรถชัย อนันตเมฆ รับบท ธนากร
ตฤณ เศรษฐโชค รับบท เมธี
ใจสู้มุ่งสู่ฝัน
เสียง เชียร์กระหึ่มกึกก้องไปทั่วสนามกีฬาเซปักตะกร้อ ทุกคนต่างก็มารอดูลูกตบล้อเกวียนของเตชิน และหนึ่งในนั้นก็มีโค้ชนำชัย ซึ่งเป็นโค้ชทีมชาติได้มาดูด้วยเพื่อมาคัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมทีมชาติ การแข่งขันของคู่นี้ดำเนินไปอย่างดุเดือดทั้งลีลาและชั้นเชิงสูสีกันมากแต้ม ผลัดกันนำผลัดกันตาม จนคนดูและคนเล่นหายใจหายคอแทบไม่ทันและสิ่งที่ทุกคนในสนามกำลังรอคอยอยู่ นั้น ก็คือ ลูกตบล้อเกวียน เตชินกระโดดหมุนตัวกลางอากาศคล้ายกับกงล้อที่กำลังหมุน ลูกตะกร้อกระทบเท้าของเตชินและพุ่งตรงไปยังฝ่ายตรงข้าม แต่ลูกตะกร้อกลับพุ่งกลับมายังฝ่ายของเตชินอย่างรวดเร็วด้วยลูกตบซันแบ็กของ ประกาศิต
ผอ.ชาญวิทย์ เรียกครูพละทุกคนมาประชุมเรื่องการคัดตัวนักกีฬาไปร่วมแข่งขันกีฬามัธยมแห่ง ชาติซึ่งจะมีขึ้นในปลายปีนี้ ผอ.ชาญวิทย์ต้องการเหรียญทองมากที่สุด โดยเฉพาะกีฬาเทนนิสซึ่งอดีตโรงเรียนนี้เคยเป็นแชมป์สี่ปีซ้อนแต่หลังจากครู อำนวยถูกดึงตัวให้ไปเป็นโค้ชกับโรงเรียนคู่แข่งตั้งแต่นั้นมา โรงเรียนนี้ก็ไม่เคยได้รับเหรียญใดๆ อีกเลย ความหวังนี้จึงตกมาอยู่ที่ครูสอนเทนนิสคนใหม่ชื่อครูเปียโน เธอหนักใจที่ ผอ.คาดหวังกับเธอไว้สูงมากถึงแม้เธอจะเคยเป็นแชมป์เยาวชนมาก่อนก็ตาม แต่การที่เปียโนมาเป็นครูพละที่นี่ก็เพราะความจำเป็นบางอย่าง นั่นก็คือเธอต้องการใบรับรองว่าเธอเป็นครูพละเพื่อที่จะไปยื่นต่อกองประกวด นางสาวไทย ซึ่งนี่คือความฝันของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ เรื่องนี้เป็นความลับมีเพียงแม่และพ่อของเธอเท่านั้นที่รู้ เพราะแม่เธอเป็นคนฝากเธอเข้าทำงานที่โรงเรียนนี้เอง
เตชิน รู้สึกว่าโรงเรียนนี้เน้นไปทางกีฬาฝรั่ง เขาจึงเสนอกีฬาเซปักตะกร้อซึ่งเป็นกีฬาไทยๆ ขึ้นมาเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักกีฬาของไทยที่นับวันก็จะถูกกลืนหายไปกับ สังคมตะวันตก แต่ทุกคนเห็นว่าเป็นเรื่องตลกโดยเฉพาะ ครูสมพร ซึ่งเป็นครูสอนฟุตบอลที่เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะนำเหรียญทองหรือแม้กระทั่ง เหรียญทองแดงมาให้กับโรงเรียน เพราะเด็กที่นี่ไม่มีพื้นฐานกีฬาประเภทนี้เลย และที่สำคัญโรงเรียนเอกชนที่มีแต่ลูกคนรวยๆ เรียนกันคงไม่มีใครอยากเตะตะกร้อ เพราะทุกอย่างต้องดูอินเตอร์ แต่เตชินก็ยังยืนยันว่าจะสร้างทีมเซปัคตะกร้อขึ้นมาและพร้อมที่จะเอาตำแหน่ง ของตัวเองเป็นประกัน ถ้าเขาไม่สามารถนำชัยชนะมาได้ ผู้อำนวยการเห็นว่าเตชินมีความมุ่งมั่นและเห็นว่าเตชินเองก็เป็นอดีตนักกีฬา ตะกร้อดาวรุ่งที่มีชื่อเสียงมาก่อน จึงอนุญาตให้เตชินจัดทีมนักกีฬาตะกร้อขึ้นมา แต่พอเสร็จการประชุมผู้อำนวยการก็สร้างความกดดันกับเตชิน โดยเน้นว่าห้ามให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด
ในวันรับสมัครนักกีฬา มีเด็กไม่กี่คนที่เข้ามาร่วมชมตะกร้อและเด็กแต่ละคนไม่มีความสามารถพอจะเป็น นักกีฬาได้เลย ปัญหาอีกอย่างนั่นก็คือ สนามกีฬา สำหรับฝึกซ้อมไม่มีเป็นของตัวเองเพราะเป็นชมรมที่เกิดขึ้นกะทันหัน
ลุงหมอกซึ่งเป็นภารโรงรู้สึกสงสารเตชินจึงหาที่ฝึกซ้อมให้ นั่นก็คือลานจอดรถที่ติดกับสนามเทนนิสเอาไว้เป็นที่เล่นชั่วคราวไปก่อน โดยลุงหมอกนำปูนขาวมาโรยตีเส้นและเอาเน็ตมาขึงกับเสาไฟฟ้าแค่นี้ก็เป็นสนาม ตะกร้อได้แล้ว เด็กๆ ในชมรมพากันลาออกเพราะเห็นความไม่พร้อมของชมรมแต่เหลือเพียง โฟกัสคนเดียวที่มีศักยภาพด้านกีฬาต่ำสุดแต่มีความตั้งใจจริงยังอยู่
ชมรมเทนนิสซึ่งอยู่ข้างๆ มีเปียโนเป็นครูสอนก็มีปัญหาเหมือนกันเพราะเด็กๆ มาสมัครเยอะเกินไป โดยเฉพาะวัยรุ่นชายที่ไม่ได้ตั้งใจมาเป็นนักกีฬาแต่จุดประสงค์หลักก็เพื่อ เข้ามาจีบสาวในชมรมที่ขึ้นชื่อว่าสวยทั้งครู สวยทั้งนักเรียน เด็กสาวหลายคนล้วนเป็นลูกคุณหนูไฮโซหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะ น้ำค้าง ไข่มุก และสีรุ้ง ซึ่งเป็นดาวของโรงเรียนนี้ ชมรมเทนนิสจึงได้ฉายาว่า ชมรมรวมดาว
ในชมรม สีรุ้ง และ ไข่มุก เป็นนักกีฬาเทนนิสซึ่งทั้งคู่ก็เก่งไม่แพ้กัน จึงเป็นสาเหตุให้ทั้งสองสาวต้องชิงดำชิงแดงกันเป็นที่หนึ่งของครูสาว เพื่อจะได้เป็นตัวแทนไปแข่งขัน ส่วน น้ำค้าง เป็นฝ่ายสันธนาการของชมรมมีหน้าที่คอยบริการน้ำท่าให้เพื่อนๆ
กลุ่มของนาย ฟีม และ บอส นักเรียนชั้น ม.4 ทั้งคู่เป็นคู่หูที่แสบพอๆ กัน พวกเขาสร้างความวุ่นวายให้กับชมรมเทนนิสอย่างมาก เพราะเอาแต่แซวสาว จนพวกเธอไม่มีสมาธิในการซ้อม เปียโนจึงตัดปัญหาโดยการไล่นักเรียนชายออจากชมรมจนหมดให้เหลือเพียงนักเรียน หญิงเท่านั้น
ถึงไม่ได้อยู่ชมรมเดียวกัน แต่ได้ใกล้ชิดกันก็ยังดี บอส จึงชวน ฟีม มาสมัครเป็นนักกีฬาตะกร้อ เตชิน รู้ทันความคิดของสองคนนี้จึงจับมาฝึกอย่างหนักเพื่อไม่ให้มีเวลาแซวพวกสาวๆ อีก
แต่ปัญหายังไม่จบ จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่รู้ แต่ลูกกลมๆ ของทั้งสองฝ่ายก็มักจะกระดอนข้ามมาอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดการปะทะคารมของทั้งสองชมรมขึ้นบ่อยๆ โดยเฉพาะ เปียโน กับ เตชิน ซึ่งต้องคอยห้ามนักเรียนทั้งสองฝ่าย สุดท้ายครูทั้งสองกลับทะเลาะกันเอง ทำให้คนทั้งคู่กลายเป็นคู่กัดกัน ในสายตาของเตชิน เปียโน ไม่เหมาะกับการสอนพละอีกต่างหาก เธอจะใส่ชุดสวยงามและรองเท้าส้นสูงตลอดเวลาไม่ตั้งใจสอน ดีแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ เขาจึงพูดกับเธอตรงๆ ว่า ถ้าทำตัวเหลาะแหละแบบนี้อย่ามาสอนให้เสียเวลาเลย ไปประกวดนางงามไปเล่นละครหรือไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้น่าจะดี กว่า เพราะไม่อย่างนั้นเด็กจะไม่ให้ความเคารพและนับถือ เปียโน โกรธจัด ด้วยความที่เธอเป็นคนที่ไม่เคยยอมใครจึงท้าพนัน ว่าในการนำนักกีฬาไปแข่งครั้งนี้ถ้าใครแพ้กลับมามือเปล่า คนนั้นจะต้องลาออกและเธอจะพิสูจน์ให้เห็นว่า สวยๆ อย่างเธอนี่แหละจะนำชัยชนะมาให้โรงเรียน เตชิน รับคำท้าทันที
ไข่มุก หัวโจก ของชมรมเทนนิส ชวนเพื่อนร่วมกันแอนตี้ครูเปียโน โดยไม่ให้ความร่วมมือในการฝึกซ้อม เปียโน เริ่มเข้าใจในคำพูดเตือนสติของเตชินและในใจของเปียโนก็แอบขอบคุณเตชินอยู่ ลึกๆ แต่ก็อดโกรธไม่ได้ที่โดนเตชินดูถูก เธอสัญญากับตัวเองว่าตั้งแต่นี้เธอจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่
ส่วนพ่อของทั้งสองเจอหน้ากันทีไรก็ต้องแขวะใส่กันตลอด ทั้งที่เมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนรักกันแท้ๆ ธีระนาถ เคยรับราชการเป็นครูแต่ตอนนี้เกษียรแล้ว เขาเปิดชมรมดนตรีไทยที่บ้านเพื่อให้เด็กๆ และคนทั่วไปในชุมชนมาเรียนกัน ธีระนาถ พ่อของเตชินมักจะพูด แซว ทรงผมเอลวิสของส่ง ธรรมทัศ ที่ไม่เข้ากับหน้าแป๊ะยิ้มเอาเสียเลย ส่วนธรรมทัศเองก็มักจะพูดกระทบกระทั่งเรื่องความเชยของธีระนาถทั้งเล่นดนตรี ไทย ทั้งการแต่งตัว แต่ฝีปากสู้ธีระนาถไม่ได้ก็มักใช้ไม้ตายโดยการทวงเงินค่าเช่าที่ แล้วรีบเดินจากไป แต่ลึกๆ แล้วสาเหตุของการไม่ถูกกันนั่นก็คือ สมัยที่ทั้งคู่หนุ่มๆ เคยรักผู้หญิงคนเดียวกัน นั่นก็คือ แม่ของ เปียโน แต่สุดท้ายคนที่ได้ครอบครองเฉิดโฉม คือ ธรรมทัศ เพราะฐานะที่ร่ำรวยจึงทำให้ผู้ใหญ่ของเฉิดโฉมยกเธอให้กับเขา แต่ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม ธรรมทัศก็ยังรู้สึกหึงๆ และไม่ไว้ใจธีระนาถตลอดเวลาเพราะรู้ดีว่าหัวใจของเฉิดโฉมนั้นเคยมีธีระนาถ นั่งอยู่ในห้องหัวใจ
เปียโน เปลี่ยนตัวเองไปเป็นคนละคนจนทุกคนไม่เชื่อสายตา เธอดูจริงจังมากขึ้น ไม่เหยาะแหยะเหมือนเมื่อก่อน ทั้งการแต่งตัว ก็ดูเปลี่ยนไปจน เตชิน ตกใจ การแข่งเทนนิสประเภทคู่ของสโมสรที่เปียโนจะพาเด็กๆ ไปลับฝีมือใกล้เข้ามา แต่ไข่มุกและสีรุ้งไม่เชื่อฟังการสอนของเปียโนเลย ถึงเธอจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว แต่ภาพเก่าๆ ของเธอก็ยังอยู่ในหัวของเด็กๆ เพื่อเป็นการสั่งสอน เปียโนเลยท้าแข่งกับไข่มุก ซึ่งเป็นหัวโจก ถ้าเปียโนชนะ ไข่มุกต้องยอมเชื่อฟังเธอทุกอย่าง แต่ถ้าเปียโนแพ้ ไข่มุกอยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย ข่าวนี้ดังไปทั่วโรงเรียน ในวันแข่งขันทั้งครู และนักเรียนมารอลุ้นจนล้นขอบสนาม ผลปรากฏว่า เปียโน ชนะขาด
เตชิน พบว่า บอส มีลูกเตะที่หนักหน่วงจึงวางตัวให้ไปอยู่ตำแหน่งเสิร์ฟ แต่ต้องปรับเรื่องการใช้แรงและการกำหนดทิศทางของลูก ส่วนฟีมที่อยากเป็นตัวตบแต่กลับได้เป็นตัวชงทำให้เขาไม่พอใจเท่าไหร่ ส่วนโฟกัสต้องคอยเก็บลูก แต่ระหว่างที่ว่างก็แอบเดาะลูกคนเดียวจนเตชินเห็นแววเลยเอามาเป็นตัวสำรอง สำหรับตัวตบเขายังหาไม่ได้
ผอ.ชาญวิทย์ ตามตัววิทยา ลูกชายคนเดียวของเขาให้กลับมาช่วยบริหารโรงเรียน ทำให้เขาได้พบกับครูเปียโน เขาถึงกับตะลึงในความงาม เขาพยายามตามจีบเปียโนจนดูเหมือนทั้งสองคนเป็นแฟนกัน เพราะขณะที่เปียโนซ้อมกีฬาให้เด็กๆ วิทยาก็ไปนั่งดูที่ขอบสนามอยู่เสมอ แต่เปียโนก็ไม่ได้มีท่าทางว่าจะชอบเขาเลย มีเพียงวิทยาเท่านั้นที่คิดไปคนเดียว
ระหว่างที่เตชินกำลังฝึกเด็กๆ เล่นตะกร้อ เขาสังเกตเห็นนักเรียนชายคนหนึ่งมายืนดูพวกเขาซ้อมอยู่เสมอ แต่ก็อยู่แค่พักเดียวแล้วก็กลับไป
เด่นดนัย เป็นเด็กยากจนแต่เรียนดี มีโอกาสเรียนที่นี่เพราะได้รับทุนจาก ผอ.ชาญวิทย์ ตกเย็นต้องไปช่วย ชื่น ซึ่งเป็นแม่ ขายของชำในตลาด ส่วนพ่อตายตั้งแต่เขายังเด็ก เด่นดนัย มีนิสัยเก็บตัวเงียบไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่เรื่องเรียนเขาเป็นที่หนึ่งทุกครั้ง เขาชอบมาดูเพื่อนๆ ซ้อมตะกร้อแต่ไม่อยากเข้าชมรมเพราะต้องรีบกลับบ้านไปช่วยแม่ขายของ เตชินลองให้เขาเล่นให้ดูปรากฏว่าเด็กคนนี้แหละคือตัวตบที่เขาตามหา เตชินจึงไปขออนุญาตกับแม่ของเขาและสัญญาว่าซ้อมเสร็จเมื่อไหร่จะรีบไปส่งที่ บ้านทันที ชื่นดีใจมากที่ลูกตัวเองจะได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันบ้าง เพราะสงสารลูกที่ต้องรีบกลับมาช่วยแม่ทำงานจนเด่นดนัยเกือบจะไม่มีเวลาของ ความเป็นวัยรุ่นอีกเลย
เตชิน ฝึกซ้อมเด็กๆ จนมีความพร้อม ครูทุกคนในโรงเรียนไม่อยากจะเชื่อว่าวันนี้ชมรมอนาถากลายเป็นชมรมตะกร้อขึ้น มาจนได้ เตชินสามารถนำทีมชนะการแข่งขันนัดกระชับมิตรระหว่างโรงเรียนด้วยลูกตบล้อ เกวียนที่ฝึกให้กับเด่นดนัย ส่วนเปียโนก็ใช่ย่อยเพราะเธอสามารถนำทีมเทนนิส เอาชนะสโมสรต่างๆ ได้เช่นกันจึงทำให้เธอเป็นที่ยอมรับของทั้งสองสาวและคนในโรงเรียนมากยิ่ง ขึ้น ทำให้ ผอ.ชาญวิทย์ เอ่ยปากชมเชย
ความสัมพันธ์ของเปียโนกับเตชินก่อตัวขึ้นเพราะเตชินไปเชียร์การแข่งขัน เทนนิสทุกแม็ตพร้อมกับเด็กๆ ในชมรม ทำให้วิทยารู้สึกหมั่นไส้ที่คนทั้งคู่สนิทสนมกัน
กลุ่มของ ไข่มุก สีรุ้ง จากที่ไม่ชอบ บอส กับ ฟีม เท่าไหร่เพราะเห็นว่าเป็นคนที่เกเรไปวันๆ แต่ตอนนี้ทั้งสองกลับมีความตั้งใจมุ่งมั่นฝึกซ้อมทำให้พวกเธอชื่นชมในตัวพวก เขา ถึงบอส กับฟีม จะเริ่มจริงจังกับการเล่นกีฬาจนนิสัยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่รู้จักแบ่งเวลาจึงทำให้การเรียนเขาตกต่ำกว่าเดิม พ่อแม่ของพวกเขาเลยสั่งให้ออกจากชมรมตะกร้อ ทั้งสองขอโอกาสกับผู้ปกครองอีกครั้งว่าจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเพราะการเล่น ตะกร้อมันคือส่วนหนึ่งของพวกเขาไปแล้ว แม่ของบอสยื่นเงื่อนไข ถ้าการเรียนยังคงตกต่ำลงไปอีกคราวนี้ต้องออกจากชมรม ไข่มุก และ สีรุ้ง เห็นใจบอสกับฟีมมากจึงช่วยกันติวหนังสือให้กับพวกผู้ชาย จนกลายเป็นความสนิทสนม
ส่วนเด่นดนัย รู้สึกเป็นห่วงชื่นที่ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียวจนช่วงนี้เริ่มป่วย หลายครั้งที่เขาอยากออกจากโรงเรียนเพื่อไปช่วยแม่ทำงานหาเงิน ไม่อยากให้แม่ลำบาก เด่นดนัยเก็บความทุกข์นี้ไว้คนเดียว มีเพียงน้ำค้างเท่านั้นที่สามารถเป็นเพื่อนระบายความทุกข์ในใจของเขาได้
วิทยา ต้องการหักหน้าเตชิน โดยการนำทีมของโค้ช ประกาศิต คู่ปรับเก่าของเตชินเข้ามาแข่งถึงโรงเรียน การแข่งตะกร้อกับทีมของประกาศิตมีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก เขาจึงฝึกเด็กหนักขึ้นกว่าเดิมจนร่างกายแต่ละคนล้าไปหมด คนมาดูการแข่งขันครั้งนี้จนล้นสนาม ธีระนาถขนดนตรีไทยไปชุดใหญ่ทั้งฆ้องวง กลองยาว ไปนั่งเชียร์กันถึงขอบสนามสร้างสีสันให้กับการแข่งขันเป็นอย่างมาก การแข่งขันครั้งนี้ดุเด็ดเผ็ดมัน แต่ไม้ตายลูกเตะล้อเกวียนของเตชินก็กลับพ่ายแพ้ให้แก่ลูกตบซันแบ็คของฝ่าย ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง มันทำให้เหมือนฝันร้ายของเขากลับมาอีกครั้ง
วิทยา สะใจในความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของเตชินมาก ส่วน ผอ.ชาญวิทย์ ให้กำลังใจเตชินแต่สำหรับเตชิน เขารู้สึกมืดแปดด้านเพราะไม่รู้จะเอาชนะลูกตบซันแบ็คอย่างไร เตชินหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ ธีระนาถ พ่อของเตชินจึงเตือนสติให้สู้กับความกลัวที่มีต่อลูกตบซันแบ็กหากเตชินยัง หนีต่อไป ก็เท่ากับว่าต้องแพ้ไปตลอดชีวิต ทุกครั้งที่เตชินมีปัญหาเขามักจะระบายออกด้วยการเล่นดนตรีไทย เขาเล่นดนตรีได้เกือบทุกชนิด นั่นก็เป็นเพราะว่าธีระนาถพ่อของเขาได้ปลูกฝังและฝึกซ้อมให้กับเขาตั้งแต่ เด็กๆ ถึงแม้ว่าช่วงแรกๆ เตชิน จะต่อต้านดนตรีอยู่บ้างเพราะเขาชอบเล่นกีฬามากกว่า จนวันหนึ่งเตชินค้นพบว่าดนตรีที่พ่อของเขา พล่ามสอนให้นั้นมันมีประโยชน์กับเขามากเสียงดนตรีที่ฟังแล้วซาบซึ้งใจอย่าง ขลุ่ยหรือซอก็ทำให้เขามีสมาธิ ส่วนฆ้อง ระนาดและกลองเขาใช้ระบายอารมณ์เมื่อยามที่หงุดหงิดหรือเครียดเตชินจะตีดนตรี พวกนี้จากทำนองที่เล่าร้อนดุดัน จนค่อยๆ อ่อนลงและแผ่วเบา และสติกับสมาธิก็กลับมาเหมือนเดิม ธีระนาถบอกกับเตชินอยู่เสมอว่า ถ้าหากเรามีดนตรีในหัวใจ ชีวิตก็จะเบิกบานเพราะดนตรีก็คือศิลปะแขนงหนึ่งที่จะทำให้เรามีความสุขและ อิ่มเอมกับเสียงของมัน
เตชิน รวบรวมสติแล้วคิดวิธีแก้ลูกตบชันแบ็กแต่ก็คิดไม่ออก วันหนึ่งลุงหมอกแนะนำเทคนิคแก่เตชินว่าต้องทำยังไงถึงสามารถแก้ลูกตบซันแบ็ก ได้ เตชินไม่อยากจะเชื่อคำของภารโรงแก่ๆ แต่เมื่อทำตามคำแนะนำของลุงหมอก ปรากฎว่าสามารถแก้ลูกตบซันแบ็กได้จริงๆ เตชินจึงรีบกลับไปหาลุงหมอกที่ห้องพักแต่ลุงหมอกไม่อยู่ เตชินพบว่าในห้องลุงหมอกมีรูปลุงหมอกสมัยหนุ่มๆ ใส่ชุดนักกีฬาทีมชาติและถ้วยรางวัลเต็มไปหมดเตชินจึงรู้ความจริงว่าลุงหมอก เป็นนักตะกร้อในตำนานที่เขาชื่นชมตั้งแต่เด็กๆ แต่เกิดอุบัติเหตุระหว่างการเล่นจนเอ็นข้อเท้าขาดทำให้เขาไม่สามารถเล่น ตะกร้อได้อีกเลย
เปียโนเองก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้เช่นกัน เมื่อทีมของเธอพบกับทีมของ ครูอำนวย ด้วยลูกตบเอสพิฆาต แต่เปียโนกลับท้าครูอำนวยว่าคราวหน้าเด็กของเธอจะต้องชนะแน่ๆ ครูอำนวยเยาะเย้ยและบอกกับเธอว่าให้ไปฝึกมาอีกสิบปีแล้วค่อยมาเจอกันใหม่ก็ ได้ งานนี้ทำให้เปียโนถึงกับเครียดจัดเพราะไหนจะถูกหยาม และกลัวว่าจะไม่สามารถนำชัยชนะมาให้ ผอ.ได้
เตชิน บอกกับเปียโนว่าถึงแม้ว่าวันนี้เราแพ้แต่พรุ่งนี้เราอาจจะชนะ ขอเพียงอย่าสิ้นหวัง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คนทั้งสองเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ จึงตามมา เตชินบอกกับเปียโนว่าเขาจะพาเด็กๆ ไปฝึกที่ชายทะเล ถ้าหากเปียโนสนใจก็ไปด้วยกันได้ถือเป็นการพักผ่อนไปในตัว เธอรับปากว่าจะไปแต่ขอพาสาวๆ ไปด้วย
ระหว่างอยู่ที่ทะเลเด็กๆ เห็นครูทั้งสองแอบหวานใส่กัน ก็ลุ้นให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันจริงๆ ให้ได้ จึงทำตัวเป็นพ่อสื่อแม่สื่อ สร้างเหตุบังเอิญให้สองคนนี้อยู่กับสองต่อสอง
เด็กทุกคนต้องประหลาดใจกับการฝึกแนวใหม่ของเตชิน นั่นคือ ตะกร้อชายหาดซึ่งเป็นเทคนิคที่ลุงหมอกแนะนำมาเพื่อฝึกกำลังขาเพราะพื้นทราย จะมีความหนืดจึงต้องใช้แรงมากกว่าเล่นตะกร้อบนพื้นธรรมดา ขณะที่ทีมของเตชินกำลังซ้อมกันอยู่พวกเด็กๆ ซึ่งเป็นลูกชาวเลแถวนั้นเข้ามาท้าแข่งกับพวกของเตชิน เตชินนั่งดูวิธีการเล่นของเด็กๆ ชาวเลที่ตบลูกและเสิร์ฟลูกแรงและเร็วจนไม่สามารถจับทางได้ว่าจะมาไม้ไหนจน ทีมเตชินแพ้ราบคาบ เตชินจึงนำกลวิธีที่ชาวบ้านเล่นกันมาประยุกต์ใช้ กับการเล่นแบบสากลจนกลายเป็นการเล่นแบบใหม่และคิดว่าวิธีนี้ต้องปราบลูกตบ ซันแบ็กของทีม ประกาศิต ได้แน่ๆ
เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ เด่นดนัยก็พบว่าแม่ป่วยหนักเพราะต้องทำงานอยู่คนเดียว เขารู้สึกแย่มากที่ทอดทิ้งแม่ไป เขาจึงขอลาออกจากทีม การแข่งขันกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เตชิน ต้องจัดตำแหน่งกันใหม่ โดยเอาโฟกัสมาแทน ฟีม คือตำแหน่งชง ส่วน ฟีม มาแทน เด่นดนัย คือตำแหน่งตบ ทั้งสามเล่นไม่ค่อยเข้าขากันต้องฝึกกันใหม่เพื่อให้เข้าที่เข้าทาง ทำให้ เตชิน กลุ้มใจมาก
เด่นดนัย นอกจากจะลาออกจากชมรมตะกร้อแล้วเขายังหยุดเรียนไปหลายวัน น้ำค้างรู้สึกเป็นห่วงจึงไปหาเด่นดนัยที่กำลังขายของชำในตลาดเพื่อนำเงินไป รักษาแม่ที่ป่วยอยู่ เด่นดนัยไม่อยากบอกเรื่องนี้กับใคร แต่น้ำค้างนำเรื่องนี้มาปรึกษาเตชินกับเปียโน ทั้งคู่จึงตัดสินใจไปหาเด่นดนัยที่บ้านแต่ไม่พบ กลับเจอแต่ชื่นแม่ของเขาเท่านั้นที่นอนป่วยอยู่ เตชินกับเปียโนจึงพาชื่นส่งโรงพยาบาลและดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด เตชิน และ เปียโนขอร้องให้เขากลับไปเรียนต่อ เพราะเสียดายอนาคตของเด่นดนัย
เปียโนศึกษาวิธีการเล่นเทนนิส ของนักกีฬาระดับโลกหลายๆ คน แล้วเอามาประยุกต์ใช้ให้กับไข่มุกและสีรุ้ง ยิ่งใกล้ถึงวันแข่งขันเปียโนก็ยิ่งกดดัน เพราะหลายคนตั้งความหวังไว้กับเธอสูงมากโดยเฉพาะ ผอ.ชาญวิทย์ และที่สำคัญเธออยากเป็นที่ยอมรับของทุกคนว่าไม่ใช่เธอจะสวยอย่างเดียว แต่ความสามารถก็มีพอตัว
และวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง การแข่งขันกีฬามัธยมแห่งชาติ ซึ่งเปียโนจะต้องพาเด็กๆ ของเธอแข่งในวันแรก ไข่มุกและสีรุ้งก็ตั้งใจเต็มที่เพื่อเป็นของขวัญให้กับเปียโน ทั้งคู่แข่งจนถึงนัดสุดท้าย และต้องมาเจอกับเด็กของครูอำนวย ซึ่งเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดแต่ปรากฎว่าผลการแข่งขันเปียโนสามารถนำชัย ชนะมาให้โรงเรียนชาญวิทย์จนได้ เด็กๆต่างใจดีและขอมอบรางวัลนี้เป็นที่ระลึกกับเปียโน
เสียงเชียร์กระหึ่มกึกก้องไปทั่วสนามกีฬาเซปัคตะกร้อ ทีมของเตชินเข้ามาถึงนัดสุดท้ายต้องมาเจอกับทีมของ ประกาศิต การแข่งขันทุกรอบ ธีระนาถ จะนำวงดนตรีไทยไปเชียร์เพื่อเป็นสีสันทำให้เกิดความฮึกเหิมและความตื่นเต้น มากขึ้น ลุงหมอกแต่งตัวเป็นลิเกเต็มยศเป็นหัวหน้านำเชียร์
การแข่งขันเริ่มขึ้นลูกตบล้อเกวียนของทีม เตชินไม่สามารถทำแต้มได้เลย เพราะฟีมไม่ได้ฝึกมาตั้งแต่แรก จึงทำให้ลูกพุ่งไปไม่แรงเท่าที่ควร เกมส์ล่วงเลยมาถึงปลายเซ็ตที่หนึ่งไม่มีท่าทีชนะทีมของประกาศิตได้เลย การแข่งขันตะกร้อมีการถ่ายทอดผ่านทางทีวีซึ่งเด่นดนัยนั่งดูอยู่ในโรงพยาบาล กับแม่ ชื่นสังเกตเห็นว่าลูกชายดูกระวนกระวายนั่งไม่ติดเก้าอี้อยากไปช่วยเพื่อนมาก เธอจึงขอให้เขาไปทำหน้าที่ของตนเอง
ช่วงกลางของเกมส์ที่สองฝ่ายประกาศิตทำแต้มขาดลอย จนกระทั่งเด่นดนัยมาถึง ทุกคนในทีมรวมทั้งเตชินต่างดีใจ เตชินจึงขอเปลี่ยนตัวโฟกัสออกแล้วเอาเด่นดนัยลงแทนในตำแหน่งตบส่วนฟีมมาเป็น ตัวชงเหมือนเดิม เกมส์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งฝ่ายประกาสิตรุกหนักกว่าเดิม ประเดิมด้วยลูกตบซันแบ็กแต่เด่นดนัยก็สามารถงัดลูกตบซันแบ็กได้ทุกครั้ง เสียงเชียร์ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเด่นดนัยกระโดดลอยตัวท่าล้อเกวียน ฟาดแข้งไปอย่างแรงจนฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถรับได้ ประกาศิตต้องขอเวลานอกเพื่อปรับกลยุทธ์ ตอนนี้ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ การแข่งขันเริ่มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทีมของเตชินเป็นฝ่ายรุกบ้าง โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายทำคะแนนได้เลย
เตชินดีใจที่เขาสามารถปราบลูกตบซันแบ็กได้สำเร็จ และได้เอาชนะความกลัวในใจจนหมดสิ้น เขาจะไม่นอนฝันร้ายอีกแล้ว ธีระนาถบอกกับเตชินว่า ถ้าหากคนเรามีความสามัคคีและมีสติในการแก้ปัญหา พลังที่สร้างสรรค์ก็จะเกิดขึ้นทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดี เตชินบอกกับเด็กๆ ทุกคนว่าถึงแม้วันนี้เราจะชนะและได้ถ้วยรางวัล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านั่นคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่นั้น ก็คือรางวัลชีวิตต่างหาก เพราพวกเราได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกันจนวันนี้เราประสบความสำเร็จร่วมกัน มีความรักความสามัคคี นี่แหละที่เขาเรียกว่ารางวัลชีวิต
ผอ.ชาญวิทย์ จัดงานเลี้ยงขอบคุณทั้งครูและนักกีฬาที่นำชื่อเสียงมาสู่โรงเรียน เมื่อเพลงบรรเลงขึ้น เตชินมาขอเต้นรำกับครูเปียโน ส่วนเด็กๆ ก็จับคู่เต้นรำและในคืนนี้เองเตชินได้บอกรักกับเปียโนท่ามกลางสักขีพยานใน คืนแห่งชัยชนะ
ใจร้าว
กรวิก (เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) ซูเปอร์สตาร์หนุ่มผู้เย่อหยิ่ง แข็งกร้าว ได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมระดับเอเชีย.. ความ สมบูรณ์แบบของเขาทำให้ถูกจับคู่กับเมลานี (วิกกี้-สุนิสา เจทท์) นักแสดงสาวดาวรุ่ง แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะในวันประกาศรางวัล กลับมีหญิงสาวนิรนามมาแสดงความยินดีกับกรวิกต่อหน้าแฟนคลับและกองทัพนักข่าว นับร้อย..แถมสาวเจ้ายังเป็นลมล้มลงจนกรวิกต้องอุ้มพาเธอหายตัวไปต่อหน้าต่อ ตาทุกคน..
ช็อต เด็ดชวนเป็นข่าวใหญ่ขนาดนี้มีหรือเจษฎา (ดุ๊ก-ภานุเดช วัฒนสุชาติ) นักข่าวมือเก๋าวงการน้ำหมึกจะยอมปล่อยให้หลุดมือ เจษฎาตามเกาะติดรถของกรวิกไปจนถึงที่หมาย.. ภัทร (มอริส เค) ผู้จัดการส่วนตัวของกรวิกต้องลงมาเจรจา แต่เจษฎาก็ไม่ยอมลดราวาซอกดันทุรังจนได้รัวชัตเตอร์ภาพในรถของกรวิก…
แต่อย่างว่าซูเปอร์สตาร์หนุ่มกับผู้จัดการตัวแม่ มีหรือจะปล่อยภาพไปได้ เจษฎาได้แต่ภาพความว่างเปล่าในรถ…ภัทรซ้อนแผนคิดแก้ทางเหล่าบรรดาปาปารัส ซี่ตัวแสบอย่างเจษฎาด้วยการให้สองบอดี้การ์ดแวะเปลี่ยนรถระหว่างทาง กรวิกและหญิงสาวในอ้อมแขนของเขาถึงหลุดรอดไปได้อย่างหวุดหวิด กรวิกพาเธอไปที่บ้าน…
…เขาวางเธอลงอย่างทะนุถนอม น้องเอย (แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) หญิงสาวคนเดียวที่เคยเติมเต็มชีวิตของเขา ภาพความทรงจำวัยเยาว์ชัดเจนขึ้น น้องเอยคอยเช็ดตัวเมื่อยามป่วย น้องเอยคอยเป็นกำลังใจเวลาคิดถึงแม่ ความรัก ความอาทร ความห่วงหาอาลัยที่มีอยู่ล้นหัวใจกำลังทะลักทะลายออกมา แต่แว๊บนั้นภาพที่น้องเอยทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เขาคิดจะขอเธอ แต่งงานโดยไม่บอกลาเขาแม้แต่คำเดียว ความอ้างว้าง ความโดดเดี่ยวทำให้เขากลายเป็นคนปิดตัว แข็งกระด้าง….และในนาทีนี้ที่เธออยู่ตรงหน้าเขา ความผิดหวัง ชอกช้ำแทรกซึมเข้ามาซ้ำอีก ทำไมเธอถึงทำกับเขาได้เพียงนี้…
ความ สับสนวิ่งวนในหัวสมองของกรวิก…และในนาทีนั้น น้องเอย ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับแววตาของความรัก แต่ก็ไม่สามารถตอบคำถามที่วนเวียนในสมองกรวิกมาตลอดแปดปีได้ว่า เอยทิ้งพี่วิกไปเพราะอะไร เขาทวงถามความยุติธรรม แต่เอยก็ไม่สามารถตอบคำถามใดๆ ได้… กรวิกระบายความรัก ความเสียใจออกมาเป็นความแค้น เอยสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของกรวิกเมื่อแปดปีที่แล้วกับกรวิกซูเปอร์สตาร์ ผู้โด่งดังในวันนี้ เขาไล่เธออย่างไร้เยื้อใย เอยกลับไปด้วยความเศร้าแต่ก็ยังอยากจะทดแทนความรู้สึกผิดทั้งหมด… ภัทรและดวงแก้ว (ท๊อป-ดารณีนุช โพธิ์ปิติ) เจ้าแม่มายาต้นสังกัดกรวิก คิดทางออกของข่าวใหญ่ครั้งนี้ด้วยการให้กรวิกแถลงข่าวว่าน้องเอยเป็นเพียง แฟนคลับเท่านั้น… คำพูดตามสคริปท์ของกรวิก ทำร้ายจิตใจน้องเอยเหลือเกิน… แต่เธอก็ต้องก้มหน้ายอมรับกับความผิดที่เป็นฝ่ายทิ้งเขาไป… น้องเอยขอชดใช้ทุกอย่างด้วยการอยู่รับใช้กรวิก 1 ปีเต็มในฐานะผู้จัดการส่วนตัว…
…กรวิกจิกใช้น้องเอยสารพัดวิธี แต่น้องเอยยินยอมทำทุกอย่างโดยไม่เปิดปากบอกว่าความจริงที่เธอหนีหายไปจาก ชีวิตของเขาเพราะโรคร้ายของเธอ ลักษณ์ (น๊อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) นายแพทย์หนุ่มคู่หมั้นที่เดินทางกลับมาพร้อมกัน และคอยยืนเคียงข้างน้องเอยมาตลอด เป็นห่วงและกังวลใจเหลือเกิน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและสัญญาที่น้องเอยให้ไว้กับเขาว่าถ้าเธอชดใช้ให้กับ กรวิกได้สำเร็จ เธอจะเลือกเขาเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเธอตลอดไป แต่ไม่รู้ด้วยพรหมที่แกล้งลิขิตหรือฟ้าดลใจ ลักษณ์มักจะบังเอิญต้องได้พบปะ เจอะเจอและปะทะฝีปากกับเมลานีครั้งแล้วครั้งเล่า เมลานีเองก็แสนจะเกลียดที่ต้องเจอกับเขา…
แต่ ก็แอบตอบไม่ถูกกับความรู้สึกบางอย่างในหัวใจ กรวิกทำทุกวิธีเพื่อ ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจของเอย ทั้งๆ ที่ใจจริงแล้วอยากจะสวมกอดหญิงสาวด้วยความรักทั้งหมดที่มีอยู่จนล้นใจ…
แล้วยิ่งได้เห็นหมอลักษณ์มาคอยตามรับตามส่ง และเอาใจใส่น้องเอยมากเท่าไหร่ กรวิกก็ยิ่งสรรหาทุกวิถีทางถึงขนาดแกล้งทำเป็นรักเมลานี เพื่อทรมานใจเอย…โดยไม่รู้เลยว่าเมลานีรักเขาเข้าจริงๆ ซะแล้ว มิหนำซ้ำยังทำให้ทอปัด (นาตาลี เดวิส) เด็กสาวที่แอบหลงรักกรวิก ทั้งๆ ที่เขารับอุปการะเธอในฐานะน้องสาว ขัดใจเอามากๆ…
…หมอลักษณ์ใช้เวลา ช่วงที่รอเอยชดใช้ความผิดกับกรวิก ด้วยการเข้าทำงานที่โรงพยาบาลของปราชญ์ (หมู-ดิลก ทองวัฒนา) ซึ่งมีปรัชญา (ลิฟท์-สุพจน์ จันทร์เจริญ) ลูกชายทำหน้าที่บริหารงาน แต่ปรัชญาก็ทำงานไม่ได้เรื่องได้ราว…เอาแต่เจ้าชู้ แถมยังแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแสงฉาย (เมย์ เฟื่องอารมย์) อดีตภรรยาของหมอลักษณ์อีกต่างหาก การดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษของปราชญ์ที่มีให้กับหมอลักษณ์ ทำให้ปรัชญาอิจฉาและค้นหาจนแอบรู้ความจริงจนได้ว่า ลักษณ์คือลูกชายแท้ๆ ของปราชญ์ ส่วนตัวปรัชญาเองกลับเป็นเพียงแค่ลูกติดท้องไม่ใช่ลูกแท้ๆ ความผิดหวังเสียใจ ผสมกับความเครียดแค้นทำให้ปรัชญาคิดร่วมมือกับแสงฉายที่อยากจะแก้แค้นเรื่อง น้องเอยแย่งหมอลักษณ์ สมรู้ร่วมคิดกันวาง แผนกำจัดหมอลักษณ์
ความ สัมพันธ์ของกรวิกกับเอยอยู่ในสายตาหาเรื่องสร้างข่าวของเจษฎาตลอดเวลา ในขณะที่ภัทรก็คอยกันเอาไว้ตลอดศกเหมือนกัน แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังแล้วดวงแก้วที่แสดงออกต่อหน้าใครต่อใคร ว่าคอยป้องกันกรวิกจากปาปารัสซี่หนักหนา กลับแอบลงทุนเปิดหนังสือปาปารัสซี่ให้เจษฎาออกหน้าและตามจิกข่าวกรวิกกับเอย ให้ถึงที่สุด ข้างทอปัดก็ออกฤทธิ์ออกเดชมากขึ้นทุกวัน แถมยังบังเอิญได้รู้จักกับเจษฎาจนได้เสียกันและตกเป็นเครื่องมือในการทำลาย ชื่อเสียงของกรวิกจนได้…
เอยป่วยหนักจากการกลั่นแกล้งของกรวิกจนกระทั่งต้องเข้าโรง พยาบาล กรวิกแสดงออกว่าโกรธที่เอยหายไป แต่ภายในใจที่ร้อนระอุนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เที่ยวออกตามหาจนกระทั่งได้ข่าวว่าเอยป่วย เขาไม่สนใจความเป็นซูเปอร์สตาร์ของตัวเองออกตามหาที่โรงพยาบาลทุกแห่งแต่ก็ ไม่เจอ เขาเสียใจ สำนึกผิด หมดหวังบวกกับเหล่าแฟนคลับที่ตื่นตาตื่นใจกับการปรากฏตัวของเขา ทำให้ต้องตัดสินใจกลับ แต่ในความชุลมุนนั้นกรวิกได้ยินประกาศขอบริจาคโลหิตให้ผู้ป่วยฉุกเฉิน กรวิกตัดสินใจขอบริจาคโลหิตโดยไม่รู้ว่าผู้ป่วยฉุกเฉินที่จะรับเลือดของเขา ไปล่อเลี้ยงหัวใจที่ขาดแคลนคนนั้นคือเอย ลมหายใจต่อลมหายใจ เลือดจากหัวใจหนึ่งสู่อีกหัวใจหนึ่ง น้องเอยพ้นขีดอันตรายเพราะเลือดของพี่วิก…
ระหว่างพักฟื้นกรวิกก็ได้เจอกับหมอลักษณ์ที่มาขอบคุณผู้บริจาคโลหิตโดยไม่ รู้ว่าเป็นใคร…กรวิกคาดคั่นถามหาเอย…หมอลักษณ์ไม่ยอมบอก กรวิกยิ่งเข้าใจผิด…ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมีเพียงม่านกั่นผู้ป่วยเป็นกำแพงระหว่างเขาและเธอเท่านั้น
เอยกลับ มาทำงานอีกครั้ง…กรวิกยิ่งระบายความเจ็บช้ำและความเข้าใจผิดมาก ขึ้นทุกที อาการป่วยของเอยก็ทรุดลงเรื่อยๆ จนหมอลักษณ์เป็นห่วงเอย ขอร้องให้หยุดทุกอย่างและกลับต่างประเทศกับเขา…จากวันแรกจนถึงวันนี้ เอยเริ่มคิดว่ากรวิกเกลียดเธอมากจริงๆ..และเห็นว่ากรวิกก็มีเมลานีคอยดูแล อยู่แล้ว
เอยตัดสินใจขอเป็นฝ่ายไป…และวางแผนพากรวิกไปทานข้าว มื้อพิเศษ ย้อนเรื่องราวประทับใจของเขาและเธอให้ได้มากที่สุดก่อนจะจากเขาไป ความรัก ความผูกพัน ความทรงจำที่มีอยู่เต็มเปี่ยมของทั้งสองคน ทำให้กรวิกเองก็เกือบจะเปิดเผยความจริงที่อยู่ในใจว่ารักและห่วงหาน้องเอย ของพี่วิกมากเพียงใด เขาตัดสินใจว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเขาจะใช้เวลาทุกนาทีให้มีค่าและ ดีกับเธอให้มากที่สุด..
แต่ มันก็สายเกินไปเพราะวันรุ่งขึ้นเขาได้รู้ว่าเอยตัดสินใจบินกลับอเมริกา.. กรวิกเสียใจผิดหวังจนไม่สามารถที่จะทำใจได้ ทำไมเขาถึงต้องเสียเธอไปอีก ภาพที่เขาวิ่งตามหาเธอเมื่อหลายปีก่อนกำลังวิ่งวนเข้ามาทับถมให้หัวใจที่ ร้าวรานเจ็บช้ำอีกครั้ง เขาจะไม่ยอมมันเกิดขึ้นอีก กรวิกพุ่งตรงไปที่สนามบิน… เสี้ยวนาทีต่อวินาที กรวิกวิ่งวนตามหาน้องเอยอย่างไร้ความหวัง ความอ้างว้าง เดียวดาย ทำให้น้ำตาของลูกผู้ชายอย่างเขาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่น่าเชื่อโชคชะตาของคนทั้งสองทำให้เอยปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา…
กรวิก ไม่ยอมทิ้งโอกาสครั้งนี้พาน้องเอยและหัวใจกับความรักของเขาหนีขึ้นรถไป …ปล่อยให้หมอลักษณ์งงงวยกับการหายตัวไปของเอย…หมอลักษณ์จับต้นชนปลาย เหตุการณ์ทั้งหมดตัดสินใจไปตามหาเอยที่เพนท์เฮ้าท์ของกรวิกแต่ก็ไม่เจอ กลับพบแต่เมลานีที่มาตามหากรวิกเหมือนกัน…
ทำ ให้ทั้งสองคนเริ่มเข้าใจอะไรตรงกันแต่ต่างก็ไม่พูด… แถมระหว่างที่พยายามออกตามหา กรวิกและน้องเอยนั้น สองคนกลับยิ่งรู้สึกดีต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผ่านเหตุการณ์ที่หมอลักษณ์ถูกล้อมฆ่าจากพวกของปรัชญา…ระหว่างนั้น กรวิกตัดสินใจพาเอยไปซ่อนที่เกาะส่วนตัว… และที่นั้นทำให้เอยรู้ว่าตลอดเวลาที่เธอจากไป เธอยังคงอยู่ในหัวใจของเขาเสมอ…
สองคน ใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีค่า หัวใจรักสองดวง ความโหยหา…จะนำพาให้เรื่องราวความรักที่ร้าวรานของ “กริวก” และ “น้องเอย” กลับตาลปัตรลงเอยด้วยหัวใจที่ร้าวรานได้อย่างไร ติดตามชมได้ในละครที่จะทำให้คุณต้องสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของ…“ใจร้าว ”
แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา
ยายแจ่ม (พิศมัย วิไลสักดิ์) ญาติเพียงคนเดียวของ แจ๋ว (พัชราภา ไชยเชื้อ) ไกด์สาวและผู้จัดการ “เสือป่ารีสอร์ท” ที่เคยหาเงินเลี้ยงดูตั้งแต่พ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิต และส่งแจ๋วไปอยู่กับ ลุงสิงห์ (ไพโรจน์ สังวริบุตร) และ ป้าพิม (พัณณ์ชยา สิทธิ์เศรษบกุล) เพื่อนสนิทของพ่อเธอที่เสือป่ารีสอร์ท เพราะกำลังป่วยหนักอยู่โรงพยาบาลทำให้แจ๋วต้องมาดูแลเป็นการด่วน
ยาย แจ่มฝากให้แจ๋วดูแล คุณหนูชาย (อารักษ์ อมรศุภสิริ) ลูกชายคนเดียวที่เอาแต่ใจของครอบครัว “ทัตเทพ” แจ๋วจำใจรับคำยายทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จัก แจ๋วถึงกับตะลึงกับฤทธิ์ของคุณชายที่กำลังอาละวาดใส่คนรับใช้ หนำซ้ำยังด่าพาดพิงมาถึงแจ๋วที่เพิ่งมาถึงบ้านทัตเทพ แจ๋วโต้กลับทันทีจนทั้งคู่ปะทะฝีปากกัน ใหญ่ (ภาณุ สุวรรณโณ) กับ น้องเล็ก (มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์) พี่ชายและน้องสาวลูกติดของ ดุจดาว (สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์) แม่เลี้ยงของชาย ต้องรีบไปบอก ชัชวาล (ตฤณ เศรษฐโชค) พ่อของเขาทั้งหมดจึงได้รู้ว่าแจ๋วเป็นหลานยายแจ่มที่มาที่นี่เพื่อดูแลคุณ หนู
ชายแผลงฤทธิ์ใส่แจ๋วสารพัดจนทนไม่ไหวจึงไปบอกยายแจ่มเพื่อลาออกจากตำแหน่ง พี่เลี้ยงนี้ แต่ยายบอกว่าคุณหนูกำลังจะถูกแม่เลี้ยงที่รวมหัวกับ เชิดศักดิ์ (ภัทรวรรธน์ นาควิลัยโรจน์) ทนายประจำตระกูลโกงสมบัติของทัตเทพ แจ๋วจึงใจอ่อนกลับไปดูแลชายอีกครั้ง
แจ๋วได้กลับไปตั้งหลักใหม่ที่รีสอร์ท แต่ เสือ (บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์) ลูกชายคนเดียวของลุงกับป้าที่หลงรักพี่แจ๋วเต็มหัวใจ ไม่เห็นด้วยที่แจ๋วจะกลับไปดูแลชายอีก แจ๋วเลยโกหกว่าชายเป็นคนปัญญาอ่อน เสือจึงยอมให้พี่สาวทำภารกิจต่อ ดุจดาวเริ่มแผนทำให้พ่อเกลียดชาย ขณะที่ใหญ่ก็ส่ง หญิงนุ้ย (พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์) หม่อมหลวงตกยากกิ๊กของเขามาเป็นเลขาฯ ชาย แจ๋วบังคับให้ชายยอมรับบัญญัติ 5 ประการ คือ มีน้ำใจ, ไม่เห็นแก่ตัว, กลัวบาป, ซาบซึ้งกับสิ่งดีๆ รอบข้าง, เปิดใจกว้างเพื่อรับคนอื่น แต่ชายก็แอบนอกกฏบ้าง ซึ่งแจ๋วก็รับมือได้ทุกครั้ง หญิงนุ้ยอึดอัดด้วยความหึงหวงที่เห็นใหญ่ตีสนิทกับแจ๋วเลยระบายความแค้นกับ น้องเล็ก น้องเล็กจึงนำเรื่องของชายไปเล่าให้แจ๋วฟัง ขณะนั้นเสือมาหาแจ๋วที่บ้านหญิงนุ้ยเลยยุให้พาแจ๋วกลับรีสอร์ท แต่ชายขอตามไปด้วยเพื่อหวังจะป่วนงานของแจ๋ว แต่กลายเป็นว่าแจ๋วใช้กฏเหล็กที่รีสอร์ททำให้ชายต้องหัดช่วยเหลือตัว เองอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
ในเวลาเดียวกันระหว่างที่ชายไม่อยู่ ดุจดาวกับใหญ่ก็เริ่มปอกลอกชัชวาลมากขึ้นโดยมีเชิดศักดิ์ให้ความช่วยเหลือ จนกระทั่งวางแผนร้ายทำให้ชัชวาลกลายเป็นอัมพฤกษ์ เพื่อจะบังคับให้เซ็นยกมรดกให้ นมแจ่มรู้เข้าจึงโทร. ตามชายกับแจ๋วกลับมาขัดขวาง โดยมี แพท (ณัฏฐินี เจียรวนนท์) เพื่อสมัยเด็กของชายคอยร่วมมือช่วยเหลืออีกแรง แจ๋วเริ่มเห็นความสนิทสนมของชายกับแพท เลยเข้าใจว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน จึงเตรียมตัวจะถอยห่างออกจากความใกล้ชิดที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
หญิงนุ้ยตั้งท้องกับใหญ่แต่ถูกใหญ่สลัดทิ้งอย่างไม่ใยดีจนคิดฆ่าตัวตาย แต่ชายมาช่วยไว้และพูดให้ได้คิด ในที่สุดก็ยอมร่วมมือกับชายและแจ๋วล้วงความลับจากใหญ่มาเป็นหลักฐานเอาผิด ใหญ่กลัวตำรวจจับจึงหนีไปขึ้นรถของชายโดยไม่รู้ว่าเชิดศักดิ์วางระเบิดเอา ไว้ ทำให้ถูกระเบิดตายคาที่ ดุจดาวหัวใจสลายและกลายเป็นคนเสียสติเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น
เชิด ศักดิ์แค้นใจที่ตัวเองกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง จึงจับตัวชัชวาลที่โรงพยาบาลไปเป็นตัวประกัน แต่ชายกับแจ๋วตามไปช่วยพร้อมกับตำรวจเชิดศักดิ์ยิงชายจนได้รับบาดเจ็บก่อนจะ ถูกตำรวจจับตาย แจ๋วเป็นห่วงชายมาก จึงบริจาคเลือดเพื่อช่วยชีวิตเขาและเดินทางกลับไปอยู่รีสอร์ทตามเดิมเพราะ ถือว่างานของตนจบลงแล้ว แต่แล้วเมื่อชายฟื้นขึ้นก็พบว่าขาดแจ๋วไม่ได้จึงออกอุบายล่อให้แจ่วมาหาที่ โรงพยาบาลโดยอ้างว่าป่วย โดยไม้รู้ว่าเสือแอบตามมาด้วยความหึงหวงและถูกรถชนจนเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ
แจ๋วโทษว่าชายเป็นต้นเหตุการตายของเสือ จึงไม่ยอมพบหน้าอีกและหนีกลับไปอยู่ที่รีสอร์ทเหมือนเดิม แพทซึ่งรู้ดีว่าหัวใจของชายมอบให้แจ๋วไปหมดแล้ว จึงยุให้เขาตามไปปรับความเข้าใจกับเธอ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความดีของแจ๋วเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปในแง่ดีมาก เพียงใด เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป
รายชื่อนักแสดง แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา
อารักษ์ อมรศุภสิริ แสดงเป็น คุณหนูชาย
พัชราภา ไชยเชื้อ แสดงเป็น แจ๋ว
ณัฏฐินี เจียรวนนท์ แสดงเป็น แพท
ภาณุ สุวรรณโณ แสดงเป็น ใหญ่
มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ แสดงเป็น น้องเล็ก
บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์ แสดงเป็น เสือ
พิมพ์นิภา จิตตธีรโรจน์ แสดงเป็น หญิงนุ้ย
ตฤณ เศรษฐโชค แสดงเป็น ชัชวาล
สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์ แสดงเป็น ดุจดาว
ภัทรวรรธน์ นาควิลัยโรจน์ แสดงเป็น เชิดศักดิ์
พิศมัย วิไลสักดิ์ แสดงเป็น ยายแจ่ม
ไพโรจน์ สังวริบุตร แสดงเป็น ลุงสิงห์
พัณณ์ชยา สิทธิ์เศรษบกุล แสดงเป็น ป้าพิม