Tag Archives: อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ

มณีเนื้อแท้

ชีวิตของเธอเหมือนมณีบริสุทธิ์ ที่จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวง แต่คงยึดไว้ซึ่งความดีงาม

มณีเนื้อแท้ เป็นเรื่องราวของพลอย ไพลิน เด็กสาวผู้มีพร้อมทุกอย่างในชีวิต เธอเป็นทายาทของนายประจวบ ชาเยนทร์ธร มหาเศรษฐีผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ที่มีชื่อเสียงของประเทศ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้เจอกับความผันผวนปรวนแปรในชีวิต และเลือกแก้ปัญหาด้วยการคิดทำตัวเหลวไหลเพื่อประชด หลายครั้งที่เธอได้เจอกับภัยของสังคม และผู้ไม่หวังดีรอบๆ ตัว แต่ขึ้นชื่อว่ามณีแล้ว ไม่ว่าจะเจอมรสุมหนักหนาสาหัสแค่ไหน เธอก็ยังคงรักษาความเป็นมณีเนื้อแท้เอาไว้ได้ ทินภัทร หนุ่มนักเรียนนอก ที่ต้องมามีชีวิตเกี่ยวพันกับ พลอยไพลิน โดยที่เขาเองไม่ได้ตั้งใจ ในตอนแรกเขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงก๋ากั่นใจแตก แต่สุดท้ายเขาก็ได้พบความดีในตัวและจิตใจของเธอ

ปิ่นมุก

บ้านชยานันท์ มีประมุขของบ้านคือ คุณย่ามาลา มีลูกชายคนเดียวคือ คุณชาญศักดิ์ ซึ่งมีภรรยา 4 คน ภรรยาคนแรกชื่อ ปาน เป็นสาวใช้ หายสาบสูญไปตอนท้องแก่ใกล้คลอด ภรรยาคนที่ 2 คือ คุณหญิงฉวี คุมอำนาจเงินทั้งหมด แต่คุณหญิงเป็นหมันจึงขอบุตรชายชาวไร่มาเลี้ยง โดยมีข้อแม้ให้ใช้นามสกุลเดิมชื่อ อาติยะ พิษณุเวช เมื่อเรียนจบจากอังกฤษก็ได้มาบริหารงานกิจการทุกอย่างแทนคุณชาญศักดิ์ที่ เสียชีวิตกะทันหัน

ภรรยาคนที่ 3 คือ วลัย เป็นคนกลัวความจน และมีนิสัยทะเยอทะยาน มีลูกคือ ทัศนาวลัย และสิทธา ลูกชายที่มีนิสัยกระเดียดไปทางผู้หญิง ภรรยาคนที่ 4 คือ บุษบง มีลูกสาวคือ บุษบา หลังจากที่คุณชาญศักดิ์เสียชีวิต คุณย่ามาลาก็หลงๆ ลืมๆ ชอบอาละวาดคนอื่นจนถูกแยกไปอยู่คนเดียว วันหนึ่งบุษบงนำเด็กสาวชื่อ ปิ่น มาเป็นคนใช้ในบ้านชยานันท์ แต่ที่จริงเธอคือ ปิ่นมุก ลูกสาวติดท้องของปาน เธอเข้ามาตามหาพินัยกรรมเพื่อทวงสิทธิ์ของแม่

ทุกวันปิ่นมุกจะแอบปีน รั้วบ้านออกไปเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งที่นั่นเพื่อนๆ เรียกเธอว่า มุก มุกเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับบุษบา บุษบาจึงรู้เรื่องของปิ่นมุกและยอมช่วย บุษบามีเพื่อนสนิทบ้านติดกันชื่อ พิสมัย ( ไก่ ) พิสมัยอยู่กับพี่ชายชื่อ ภานุ ( กบ ) สิทธาเองก็รู้เรื่องปิ่นมุก เขาเห็นปิ่นมุกเหมือนญาติ ปิ่นมุกจึงมีบุษบง บุษบา สิทธา พิสมัย และภานุ คอยช่วยเหลือ ทัศนาวลัยไม่ถูกชะตากับปิ่นมุกตั้งแต่เห็นหน้า เลยหาเรื่องกลั่นแกล้งตบตีสารพัด

ปิ่นมุกรู้ซึ้งว่าแม่ปานต้องเจอกับ การดูถูกเหยียดหยามเพียงใด เธอรู้สึกเกลียดพวกชยานนท์เป็นทวีคูณ และสัญญากับตัวเองว่าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายแม่ปานของเธออย่างสาสม แต่การสืบหาพินัยกรรมต้องมีการสะดุดหลายครั้ง เพราะสายตาที่จ้องจับผิดของอาติยะ ซึ่งไม่เชื่อเลยว่าเธอเป็นเพียงคนรับใช้บ้านนอกไร้เดียงสา ทัศนาวลัยเห็นอาติยะสนิทสนมกับปิ่นมุกเกินฐานะ เกิดความอิจฉาเลยจับปิ่นมุกไปเฆี่ยนและขังไว้ในเรืองหลังเล็ก เรือนที่แม่ปานเคยอยู่

ปิ่น มุกใช้โอกาสนี้หาพินัยกรรมแต่ก็ไม่เจอ แม้ปิ่นมุกจะหมั่นไส้ในความเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วของอาติยะ แต่ลึกๆ เธอก็แอบเผลอใจให้อาติยะแบบไม่รู้ตัว แต่อาติยะไม่ได้คิดกับปิ่นมุกเกินเจ้านายกับลูกจ้าง เพราะหัวใจของเขาได้มอบให้แก่ มุก ดีเจ.สาวปากกล้าที่จัดรายการวิทยุของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาติยะโทรไปขอเพลงทุกคืน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าปิ่นกับมุกคือคนเดียวกัน อาติยะอยากเห็นหน้าดีเจ.มุกถึงขนาดโทรหา อ.นิพนธ์ เพื่อนซึ่งเป็นคนก่อตั้งรายการวิทยุที่มุกเป็นดีเจ.อยู่

เขาต้องการ เจอหน้ามุกแต่มุกรู้ทันหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ปิ่นมุกเริ่มสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่คุณย่ากินยาสมุนไพรที่วลัยจัดหาให้ คุณย่าจะมีอาการคลุ้มคลั่งมากขึ้น ในทางกลับกันเวลาไม่กินอาการกลับดีขึ้น ปิ่นมุกสืบจนรู้ว่าเป็นยากล่อมประสาทอย่างรุนแรง ปิ่นมุกเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณหญิงฉวี แต่วลัยไหวตัวทันสลับเปลี่ยนยาใหม่ ปิ่นมุกถูกวลัยกับทัศนาวลัยทำร้ายและถูกคุณหญิงฉวีไล่ออกจากบ้าน อาติยะจึงพาปิ่นมุกมาอยู่กับ แม่ทิพย์ ที่ไร่พิษณุเวช

และการมาอยู่ ที่นี่ทำให้ปิ่นมุกรู้จักตัวตนอาติยะ แต่ปิ่นมุกยังดื้อที่จะกลับไปบ้านชยานันท์ ประจวบเหมาะกับที่คุณย่าคลุ้มคลั่งเรียกหาแต่ปิ่นมุก ปิ่นมุกจึงได้กลับมาที่บ้านชยานันท์อีกครั้ง วลัยหวังที่จะหุบสมบัติทั้งหมดของชยานันท์ จึงแอบเอาคุกกี้ใส่งาไปให้คุณหญิงฉวีกินเพราะรู้ว่าคุณหญิงแพ้งาอย่างรุนแรง โชคดีที่ปิ่นมุกพาคุณหญิงส่งโรงพยาบาลทัน

ปิ่นมุกได้เจอ พ่อเลี้ยงวุฒิไกร ตอนที่พ่อเลี้ยงมาเป็นกรรมการตัดสินคัดตัวเป็นเชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัย มุกแกล้งทำตัวสนิทสนมกับพ่อเลี้ยง เพราะรู้ว่าพ่อเลี้ยงคบอยู่กับทัศนาวลัย พ่อเลี้ยงหลงมุกมากถึงขนาดบุกมาปล้ำมุกถึงห้องอัดรายการ และบอกอาติยะว่ามุกเป็นเด็กที่ตัวเองเลี้ยงไว้ อาติยะมาได้ยินพอดีจึงเสียใจมาก กลับไปอยู่ที่ไร่พิษณุเวชแม่ทิพย์พูดให้สติว่าอย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ตาไม่ เห็น อาติยะจึงโทรไปที่สถานีวิทยุนัดเจอมุกที่ดาดฟ้าตอนเที่ยงคืน

เพื่อ ฟังคำอธิบายทั้งหมด ปิ่นมุกตัดสินใจจะเล่าความจริงทุกอย่างให้อาติยะฟัง แต่ยังไม่ทันจะไปตามนัดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น วลัยพาทนายมาที่บ้านพร้อมพร้อมกับเอาพินัยกรรมปลอมมาเปิดต่อหน้าทุกคน พินัยกรรมระบุว่าคุณชาญศักดิ์ยกบ้านชยานันท์ให้กับวลัยและลูก ส่วนอาติยะจะมีสิทธิในมรดกก็ต่อเมื่อแต่งงานกับทัศนาวลัย วลัยพานักเลงมาลากตัวคุณย่า คุณหญิงฉวี และบุษบงไปอยู่บ้านพักคนชรา

และ ยึดครองบ้านชยานันท์ ปิ่นมุกโดนซ้อมจนสลบไม่สามารถไปหาอาติยะได้ อาติยะตัดใจจากมุกซมซานกลับมาบ้าน แต่ก็ต้องตกใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาติยะขอให้วลัยพาทุกคนกลับบ้าน แต่วลัยมีข้อแม้ว่าทุกคนต้องอยู่ใต้อำนาจของเธอ และอาติยะต้องแต่งงานกับทัศนาวลัย คุณหญิงฉวีและคุณย่าถูกวลัยจิกใช้และดูถูกเหยียดหยามสารพัด เหมือนกรรมตามสนองที่ท่านทั้งสองเคยทำไว้กับปานในอดีต

พ่อเลี้ยงวุฒิ ไกรตัดหน้าพาทัศนาวลัยไปจดทะเบียนสมรสเพราะอยากได้สมบัติ วลัยสืบรู้ว่าปิ่นคือปิ่นมุกลูกสาวของปาน วลัยโกรธมากพังเรือนปานจนย่อยยับ อาติยะรู้เรื่องทั้งหมดก็เสียใจหนีกลับไร่พิษณุเวช ปิ่นมุกสิ้นหวังเพราะนอกจากจะทวงความยุติธรรมให้แม่ไม่ได้ ยังต้องสูญเสียอาติยะคนที่เธอรักไปอีกคน ปิ่นมุกกลับไปเรือนแม่ปานและได้พบกับพินัยกรรม ซึ่งซ่อนอยู่หลังรูปของพ่อชาญศักดิ์กับแม่ปาน

ปิ่นมุกทวงบ้านชยา นันท์กลับคืนมาได้สำเร็จ แต่เธอถูกวลัยลักพาตัวไปฆ่าอาติยะมาช่วยได้ทัน แต่ปิ่นมุกก็พลาดถูกยิงอาการสาหัส วลัยกลายเป็นคนบ้า ส่วนทัศนาวลัยถูกพ่อเลี้ยงวุฒิไกรทิ้งทั้งที่ยังท้องอ่อนๆ ทัศนาวลัยแค้นเอามีดแทงพ่อเลี้ยงจนเป็นอัมพาต และไปสำนึกผิดอยู่ในคุก ปิ่นมุกกับอาติยะแต่งงานกันและใช้ชีวิตอยู่ในบ้านชยานันท์อย่างมีความสุข

รายชื่อนักแสดงละคร ปิ่นมุก

ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ แสดงเป็น อาติยะ
พัชราภา ไชยเชื้อ แสดงเป็น ปิ่นมุก
นพพล พิทักษ์โล่พานิช แสดงเป็น สิทธา
เมย์ เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น ทัศนาวลัย
นุสรา สุขหน้าไม้ แสดงเป็น บุษบา
อติมา ธนเสนีวัฒน์ แสดงเป็น พิสมัย
สิทธิพร นิยม แสดงเป็น ภานุ
อัมรินทร์ สิมะโรจน์ แสดงเป็น พ่อเลี้ยงวุฒิไกร
กรองทอง รัชตะวรรณ แสดงเป็น วลัย

เดิมพันวันวิวาห์

นวนที่ว่า “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน” มักใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะกับตระกูลที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมายไม้เว้นแต่ตระกูล “นนทิวากร” และตระกูล “รัตนสิรินทร์” ที่ต้องการเกี่ยวดองกันไว้เพื่อผลทางธุรกิจและสัญญาลูกผู้ชายที่หัวหน้าครอบ ครัวได้ให้ไว้ต่อกันว่า หากพวกเขามีลูกสาวลูกชายก็จะให้แต่งงานกัน แต่ถ้าเป็นเพศเดียวกันก็จะให้เป็นพี่น้อง เมื่อนายภิญโญ นนทิวากร มีบุตรชายชื่อ ภูริต ส่วน นายวัฒนา รัตนสิรินทร์ มีลูกสาวชื่อ เพลงพิณ สัญญานี้จึงเป็นผลในทันที

เรื่องมันคงไม่ปั่นป่วนขึ้นมาหากเพลงพิณ จะไม่มีอคติกับคู่หมั้นอย่างภูริตที่มักนั่งนิ่งมองทุกสิ่งราวกับจะประเมิน สถานการณ์รบ และพูดน้อยจนแทบจะนับคำได้ แล้วเขาจะดูดีในสายตาหล่อน หากในวันพิเศษอย่างวันเกิดของคู่หมั้นหรือวันวาเลนไทน์เขาจะส่งดอกไม้ช่องาม มาเป็นของขวัญ แทนที่จะมีเพียงการ์ดแค่ใบเดียวกับข้อความที่ว่า … ขอให้มีความสุข ภูริต นนทิวากร หล่อนจะไม่รู้สึกเขม่นเขาเลยถ้าเวลาเจอหน้ากันชายหนุ่มจะพูดจาอ่อนหวานสัก นิดแทนที่จะตีหน้าเคร่งอย่างกับนักโบราณคดีกำลังสำรวจซากฟอสซิลของไดโนเสาร์ ที่เพิ่งขุดค้นพบใส่หล่อน รวมๆ ความแล้วหล่อนไม่ชอบท่าทีเงียบขรึมของคู่หมั้นคนนี้น่ะเอง ดังนั้นเมื่อบิดามารดาเร่งรัดเรื่องการแต่งงาน เพลงพิณจึงค้าหัวชนฝา โดยอ้างว่าทั้งหล่อนและเขาไม่ได้รักกัน มิใยที่พ่อแม่จะหว่านล้อมหรือให้เหตุผลต่าง ๆ นานาหล่อนก็ไม่ฟังพร้อมกับอ้างว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่จำเป็นจะต้องแต่งงาน มีหลายคนที่อยู่เป็นโสดและประสบความสำเร็จในชีวิตได้โดยไม่มีคู่ชีวิต แล้วหล่อนก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

เพลงพิณไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยเพราะ นับตั้งแต่เข้ามารับช่วงกิจการบางอย่างจากบิดา หล่อนก็สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จมาโดยตลอด เหตุนี้จึงทำให้หญิงสาวมีความมั่นใจเป็นอย่างสูงจนถึงขั้นหลงตัวเองก็ว่า ได้…ไม่มีสิ่งใดที่หล่อนลงมือทำแล้วจะประสบความล้มเหลว เมื่อบุตรสาวยืนยันเช่นนี้นายวัฒนาก็ต้องมาปรึกษาเพื่อนซี้อย่าง นายภิญโญ กับ ญาดา ภรรยาของเพื่อนรัก แต่บังเอิญ ภูริตมาได้ยินเข้า เขาจึงรับอาสาที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองจึงทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนเบาใจด้วย รู้ดีว่าชายหนุ่มต้องแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างแน่นอน เพลงพิณแปลกใจมากเมื่อคู่หมั้นมาหาที่ออฟฟิศ แทนที่จะไปที่บ้านและต้องประหลาดใจเป็นทวีคูณเมื่อชายหนุ่มท้าพนันว่างาน บางอย่างเพลงพิณก็บริหารให้ประสบความสำเร็จไม่ได้หรอก นั่นเท่ากับเป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของหล่อนอย่างร้ายกาจ

หญิง สาวจึงตกปากรับคำท้าโดยเดิมพันไว้ว่า หากชายหนุ่มชนะ หล่อนจะต้องแต่งงานตามกำหนดเวลาที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายวางไว้ และจะต้องเป็นภรรยาที่อยู่ในโอวาทของสามีโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ แต่ถ้าหล่อนเป็นฝ่ายชนะ การหมั้นหมายของทั้งคู่ถือเป็นโมฆะ เพลงพิณจึงตกลงในทันที แต่พอรู้ถึงสิ่งที่เขากำหนดมาหล่อนก็มึนไปเหมือนกัน

กว่า เพลงพิณจะรู้ว่าพลาดท่าก็สายเสียแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในยามนี้ก็คือ เดินหน้าต่อไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าการทำร้านอาหารนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการที่ตนเองจะต้องมาเป็นแม่ครัว เพราะหล่อนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการทำครัวสักอย่าง หล่อนรู้แต่เพียงว่าอะไรอร่อยไม่อร่อย ตัวเองอยากกินอะไรก็เท่านั้น ส่วนเรื่องจะใช้อะไรหรือสิ่งใดมาประกอบกันเป็นอาหารแต่ละอย่างนั้น อย่าฝันเลยว่าจะรู้ แต่เพราะอยากเอาชนะหญิงสาวจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนรักอย่าง ปาลิตา ที่มีความรู้เรื่องการครัวไม่ต่างจากตนเองสักเท่าไหร่ แต่สิ่งแรกที่ทั้งคู่เล็งเห็นตรงกันคือ การตามภูริตไปดูสถานที่เปิดร้านหรือ สมรภูมิรบ แล้วก็แทบช็อคเป็นรอบสองเมื่อเขาพาพวกหล่อนออกมาเสียชานเมืองแล้วเลี้ยวไป ตามถนนดินลูกรังอีกเกือบเจ็ดกิโลจึงจะถึงที่หมาย หากไม่นับถึงความเก่าโกโรโกโสของตึกสี่ชั้นที่ตั้งเด่นอยู่กลางทุ่งนา โดยมีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงสาวก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาคงพามาดูที่ทำไร่ไถนาอย่างแน่นอน

เมื่อ ถามชายหนุ่มเพื่อความแน่ใจก็รู้ว่าตึกที่เห็นอยู่นี่ล่ะ คือร้านอาหารของหล่อน เพลงพิณได้แต่กุมขมับเมื่อรู้ว่าภูริตปิดประตูแพ้ไว้หมดทุกทางแล้ว แต่เขาก็ยังยื่นฟางเส้นสุดท้ายให้เมื่อเจ้าตัวออกปากจะหาแม่ครัวซึ่งมีฝีมือ ในเรื่องอาหารไทยมาเทรนหล่อนทำอาหาร แต่มีข้อแม้ว่าหล่อนจะต้องทำอาหารเย็นให้เขาทานทุกวันเป็นการแลกเปลี่ยน เพลงพิณไม่อาจปฏิเสธได้จึงต้องตกปากรับคำไป กว่าเพลงพิณจะสำเร็จวิชาการเรียนฉบับกรุงเก่ามาได้ก็เล่นเอาอานกันเลยที เดียว แต่มันก็ยังมีปัญหาใหม่ตามมาอีกนั่นคือ การออกแบบตกแต่งร้าน หากจะใช้มัณฑนากรที่มีชื่อเสียงก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ปาสิตา ซึ่งแนะให้ไปขอความช่วยเหลือจาก ชัยรัตน์ เพื่อนชายสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ตอนนี้ทำงานเป็นมัณฑนากรให้กับบริษัทแห่ง หนึ่ง ซึ่งเขาก็รับปากทันทีเพราะเพลงพิณให้สัญญาว่าจะให้เขาทานอาหารฟรีตลอดชีวิต

เมื่อ ปัญหาเรื่องการออกแบบหมดไปทั้งคู่ก็ประกาศรับสมัครพนักงานที่มีบ้านอยู่ใกล้ กับร้าน แต่กว่าจะคัดเลือกมาได้ก็ปวดหัวอยู่หลายวัน เพราะภูริตส่งแม่นมของเขามาดูแลความเรียบร้อยภายในร้านหรือจะว่าให้ถูกก็คือ มาควบคุมการทำงานของหญิงสาวแล้วกลับไปรายงานตนเอง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับหญิงสาวเป็นอย่างยิ่งเพราะคุณนมคนนี้ แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าจะเป็นอริและคอยปัดแข้งปัดขาเพลงพิณอยู่ตลอดเวลา แต่เพราะขี้เกียจเถียงกับชายหนุ่มหล่อนจึงยอมให้ แต่ทั้งคุณนมและหญิงสาวต่างก็ไม่ยอมลงให้แก่กัน จึงมีการเหน็บแนมแกมประชดกันอยู่บ่อยๆ พอร้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ปัญหาที่วิ่งโถมทับเข้าใส่ราวกับละลอกคลื่นก็คือ จะไปหาลูกค้ามาเข้าร้านได้อย่างไร เมื่อมันอยู่ไกลลิบโลกแบบนี้ แล้วเพลงพิณก็คิดว่าน่าจะไปคุยกับบริษัททัวร์ให้พาลูกทัวร์มาลงที่นี่โดยชู ประเด็นที่ว่าพวกลูกทัวร์จะได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบไทยๆ เพราะรอบๆ ร้านอาหารของตนเองก็มีแต่ทุ่งในยามเก็บเกี่ยวก็จะเป็นบรรยากาศที่ไม่เคยมี ใครได้สัมผัสมาก่อน

จึงน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีของแต่ละคน แล้วก็ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของบริษัทในระยะแรกๆ มันก็ดูดี แต่พอฤดูกาลเก็บเกี่ยวผ่านไปก็ไม่มีอะไรมาดึงดูดใจอีก ปาลิตา จึงเสนอว่าน่าจะใช้บึงน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามให้เป็นประโยชน์ นั่นก็คือ…ทำเป็นตลาดน้ำเสียเลย แล้วให้ชาวบ้านเอาสินค้ามาขาย นอกจากพวกชาวบ้านจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วร้านอาหารก็จะค้าขายได้ด้วย แต่ปัญหาก็คือบึงน้ำที่เห็นนี้คุณนมบอกว่าเป็นที่ของภูริต ถ้าจะทำอะไรก็ต้องไปขอเขา ภูริตต้องตกลงโดยไม่มีเงื่อนไขเพราะเพลงพิณต้องการเพียงผลประโยชน์จากคนที่ มาเที่ยวตลาดน้ำเท่านั้น ไม่ได้คิดจะเก็บเงินค่าเช่าที่จากชาวบ้าน เมื่อหมดปัญหาจากชายหนุ่มหล่อนก็ไปเจรจากับชาวบ้านให้มาช่วยกันสร้างตลาดน้ำ ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาและให้พวกชาวบ้านนำของมาขาย แรกๆ ชาวบ้านก็ไม่มีใครสนใจเพราะทำเลแถวนั้นไม่ใช่ที่ที่มีคนผ่านไปผ่านมาพลุก พล่าน แต่เพราะหญิงสาวรับปากว่าจะต้องมีลูกค้าอย่างแน่นอน อีกทั้งพวกพนักงานอยู่กับเพลงพิณเป็นลูกหลานของตนเองชาวบ้านจึงมาช่วยกัน สร้างท่าน้ำและเรือนแพ

ขณะ ที่หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการทำงาน ภูริตก็ได้รู้จักกับ สรินดา ม่ายสาวเจ้าของร้านเพชรในงานแฟชั่นโชว์ที่เขาไปเป็นเพื่อนมารดา ด้วยความสุภาพและการวางตัวที่ติดจะเย็นชาของชายหนุ่มเรียกร้องความสนใจจาก หล่อนได้เป็นอย่างดี พอสืบประวัติก็ได้ความว่าฐานะของภูริตนั้นเป็นปึกแผ่นมั่นคงขนาดไหนแม้จะมี คู่หมั้นแต่ก็เป็นคนที่บิดามารดาเลือกให้ หาใช่เพราะความต้องการของเขาไม่ สรินดาจึงคิดที่จะจับเขาให้ได้โดยไม่เคยรู้เลยว่าแท้จริงแล้วผู้ที่อยู่ใน หัวใจของชายหนุ่มเสมอมาก็คือ “เพลงพิณ” ข่าวการสนิทสนมของสรินดาและภูริตสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับเพลงพิณเป็น อย่างยิ่ง แม้พยายามบอกตนเองว่าน่าจะดีใจที่เขามีคู่หมายใหม่ แต่อีกใจกลับคัดค้านว่าเขาควรจะเลือกคนที่ดีกว่านี้มาแทนที่ตนเอง มิใช่พวกแม่ม่าย ยิ่งคุณนมมาพูดจาซ้ำเติมเพื่อให้หล่อนหวงแหนเขามากเพียงใด ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวแค้นใจคนกลางอย่างภูริตมากขึ้นไปอีก ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มมาทานอาหารที่ร้านโดยมีสรินดาตามมาด้วยก็เป็นโอกาสที่ หล่อนจะได้แก้แค้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี ทั้งสรินดาและเพลงพิณมีปากเสียงกันจนถึงขั้นลงมือลงไม้แล้วจบลงด้วยการตก น้ำตกท่ากันทุกคนรวมทั้งภูริตด้วย

เพลงพิณหมั่นไส้เขามากแล้วปฏิญาณ ว่าจะล้มเลิกการหมั้นหมายให้จงได้ แม้แต่คุณนมที่แอบเอาใจช่วยเพลงพิณกับชายหนุ่มอยู่ในใจก็ยังอดคิดต่อว่าเขา ไม่ได้ ภูริตจำต้องพาสรินดากลับเพื่อสงบสติอารมณ์ของทั้งสองฝ่าย เพลงพิณเริ่มงานของตัวเองด้วยความมุ่งมั่น หล่อนไปที่อำเภอแล้วเสนอนโยบายให้ของบรัฐบาลมาสร้างถนนเพื่อส่งเสริมให้ พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ จากนั้นก็ไปหาเพื่อนที่สถานีโทรทัศน์เพื่อขอให้เขาช่วยทำข่าวโปรโมทเรื่อง ตลาดน้ำก็ได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ไม่นานทุกสิ่งก็เป็นรูปเป็นร่างตามที่หวัง จนภูริตชักหวั่นใจว่าการเดิมพันครั้งนี้ตนเองจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน แต่การจะไปกลั่นแกล้งหรือรังแกหล่อนโดยใช้วิธีสกปรกทำไม่ได้ แต่จะปล่อยให้เพลงพิณชนะพนันแล้วไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นก็ทำไม่ได้เช่นกัน

ใน เมื่อหล่อนพยายามหาทางดิ้นรนออกจากการคลุมถุงชนอย่างสุดกำลังเขานี้ล่ะที่จะ มัดปากถุงให้แน่นหนา เพื่อเก็บคนที่เขารักไว้กับหัวใจตลอดไป เมื่อออกตัวอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ก็จำต้องหาใครสักคนมาปัดแข้งปัดขาห่อนสิแล้ว คนที่เขาเลือกให้มาทำหน้าที่นี้ก็คือ…สรินดา ภูริตไปหาแม่ม่ายสาวแล้วแสร้งพูดจาให้หล่อนเข้าใจว่าตนเองได้ท้าพนันกับเพลง พิณไว้ว่า หากหญิงสาวสามารถทำร้านอาหารจนประสบความสำเร็จเขาก็ต้องยอมรับว่าหล่อนมี ความสามารถในทุกๆ ด้านและเหมาะสมคู่ควรกันทุกประการ สมดังที่พ่อแม่หมายตาไว้ให้ แต่ถ้าเพลงพิณล้มเหลว เขาก็อาจจะใช้เป็นข้ออ้างที่จะตำหนิหล่อนได้ แล้วสรินดาก็ตีความเอาเองว่าหากเพลงพิณล้มเหลว ภูริตก็จะใช้สิ่งเหล่านี้มายกเลิกการแต่งงาน หล่อนจึงรับปากว่าจะช่วยเขาทุกอย่างทำให้ชายหนุ่มพอใจเป็นอย่างยิ่ง สรินดาส่งคนมาอาละวาดทำลายข้าวของเพลงพิณก่อนเป็นอันดับแรก โชคดีที่พวกชาวบ้านเข้ามาช่วยไว้ข้าวของจึงยังไม่เสียหายมาก แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้กรุ๊ปทัวร์ตำหนิหล่อนเป็นอย่างมากว่าขาดความปลอดภัย หญิงสาวรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาอีก แล้วขอร้องทางบริษัทให้โอกาสตนเองอีกสักครั้ง

ซึ่งก็ได้รับความเห็น ใจและยอมให้โอกาสหล่อนอีก พอกลับมาที่ร้านพวกพนักงานก็มาบอกว่าคนที่มาอาละวาดจนร้านพังจริง ๆ แล้วเป็นคนของสรินดา หญิงสาวจึงไปที่ร้านเพชรของม่ายสาว ทั้งสองมีปากเสียงกันจนสรินดาพลั้งปากว่ารู้เรื่องการเดิมพันจากภูริต ทำให้เพลงพิณโกรธมากแล้วตะลุยไปอาละวาดกับชายหนุ่ม เขาอ้างข้างๆ คูๆ ว่าในสัญญามิได้ระบุว่าห้ามเขาส่งคนไปปัดแข้งปัดขาหล่อน นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวแค้นใจหนักขึ้น แล้วประกาศว่าถึงจะถูกกลั่นแกล้งแค่ไหนก็จะไม่ยอมถอยโดยเด็ดขาด ทุกครั้งที่ชายหนุ่มมาทานอาหารที่ร้านในตอนเย็นตามที่ได้ตกลงกันไว้ หล่อนก็จะมีทีท่าห่างเหินเย็นชาเข้าใส่ แต่สิ่งเหล่านี้มีอยู่ได้ไม่นานก็สลายไปเมื่อวันหนึ่งหล่อนต้องรอเขาจนเกือบ จะห้าทุ่ม ชายหนุ่มจึงเดินเข้ามาด้วยสภาพที่อิดโรยและอ่อนล้าเต็มที่ เพลงพิณทำเป็นไม่สนใจความผิดปกตินี้แล้วทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารให้เขาไปตาม ปกติแต่ก็แข็งใจอยู้ได้ไม่นานจึงเอ่ยถาม ภูริตเล่าให้ฟังว่าสินค้าที่จะส่งไปอเมริกาทางเรือเกิดอุบัติหตุจนไม่สามารถ ส่งของได้ตามกำหนดนอกจากบริษัทจะเสียเงินเพราะผิดสัญญาแล้ว ยังเสียชื่อเสียงอีกด้วย

หญิงสาวจึงเสนอตัวที่จะช่วยเหลือโดยให้เขา ยืมสินค้าของตนเองที่เก็บไว้ในคลังสินค้าที่อเมริกาไปก่อนเพราะกำหนดส่งยัง อีกหลายวัน ในระหว่างนี้ก็ให้ภูริตเร่งการผลิตเพื่อนำส่วนที่สูญหายมาทดแทน ทำให้ชายหนุ่มซาบซึ้งใจมากและตัดสินใจได้ทันทีว่าจะไม่ยอมเสียมณีล้ำค่าเม็ด นี้ไปโดยเด็ดขาด แม้วิธีการของเขาจะดูไร้น้ำใจสำหรับใครบางคนก็ต้องยอม ข่าวการสนิทสนมของสรินดา และภูริตที่มีให้เห็นอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้เพลงพิณชักไม่มั่นใจแล้ว ว่าตนเองอยากชนะพนันในครั้งนี้เพราะความรู้สึกหวงแหนได้เข้าครอบครองจิตใจ เสียแล้ว เขาเป็นของหล่อน แล้วทำไมจะต้องทำเรื่องราวต่างๆ นานเพื่อผลักไสภูริตให้กับผู้หญิงอย่างสรินดา ให้ใครต่อใครมาหัวเราะเยาะตนเองว่าโง่นักที่ผลักไสคนดีๆ เช่นนี้ได้ แต่หากยอมแพ้แล้วล้มเลิกทุกสิ่งก็กลัวเสียเชิงที่ไปรับพนันกับเขาไว้

เมื่อ มาถึงทางสองแพร่งที่จะต้องเลือกทำให้หญิงสาวสับสนจนมีผลต่อร้านอาหารที่ บริหารอยู่เพราะแม่ครัวเอกดันป้ำๆ เป๋อ ๆ ทำผิดทำพลาดจนลูกค้าตำหนิอยู่บ่อยๆ เหตุการณ์เหล่านี้หาได้รอดหูรอดตาชายหนุ่มไปได้ไม่ ในเมื่อเขามีสปายชั้นเลิศอย่างคุณนมอยู่ คุณนมบอกให้เขาเลิกติดต่อกับสรินดาเสียเพราะกลัวจะพลาดท่ากับแม่ม่ายใจถึงคน นี้จนเสียคนดีๆ อย่างเพลงพิณไป แต่ภูริตรับประกันว่าเขาไม่คิดอะไรกับสรินดา เพียงต้องการใช้หล่อนเป็นตัวสกัดดาวรุ่งเท่านั้นแล้วขอให้คุณนมบอกกับเพลง พิณด้วยว่าเขาไม่เคยเห็นคนอื่นดีกว่าหล่อน แล้วแม่สื่อวัยชราก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมจนหญิงสาววางใจไปได้บ้าง ใช่…แค่บ้างเท่านั้น เพราะอีกใจกลับแอ็คท่าผิดว่าถึงเขามีคนอื่นก็ไม่เกี่ยวกับตนเอง ร้านอาหารของเพลงพิณกำลังไปได้สวยแต่บทจะซวยขึ้นมาใครก็ช่วยไมได้ทั้งนั้น

เมื่อ ลูกไฟที่ชาวนาเผาฟางข้าวยามหมดหน้านาปลิวมาตกที่กองกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ วางอยู่ข้างร้านจึงเกิดไฟไหม้กวาจะดับได้ก็เสียหายไม่ใช่น้อย แต่หญิงสาวไม่หมดกำลังใจเมื่อลูกน้องที่ทำงานอยู่ในร้านและเพื่อนสาวที่ผัน ตัวเองมาเป็นแคชเชียร์ต่างให้กำลังใจอีกทั้งยังได้รับน้ำใจจากชาวบ้านที่มา ช่วยซ่อมแซมร้านรวงและโต๊ะเก้าอี้ที่มอดไหม้ไปกับกองเพลิง แต่เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ทำให้ภูริตใจอ่อนยอมเลื่อนกำหนดเวลาออกไปเพราะรู้ดี ว่าหากอ่อนข้อให้ หล่อนก็จะบินลับหายไปกับสายตาอย่างแน่นอน นี่จึงทำให้เพลงพิณโกรธเขาจนแทบไม่มองหน้า ยิ่งมีม่ายสาวสรินดาคอยช่วยเสริมยิ่งทำให้เจ็บใจมากไปอีก จึงมุมานะทำงานจนไม่ได้พักและล้มเจ็บจนทำงานไม่ได้ ชายหนุ่มอนุญาตให้หาแม่ครัวมาทำงานแทน แต่เพลงพิณถือทิฐิไม่ยอมลงให้แล้วบอกว่าเมื่อรับปากว่าจะเป็นแม่ครัวก็จะทำ หน้าที่จนสุดความสามารถ แต่ทนแรงทัดทานจากทุกคนไม่ไหวจึงยอมออกมายืนดูห่าง ๆ

แต่ คนที่รับหน้าที่เข้าครัวกลับเป็นคุณนมที่เป็นไม้เบื่อไม้เมามากับหญิงสาวมา โดยตลอด เหตุเพราะเพลงพิณกล้าปฏิเสธชายหนุ่มที่ดีพร้อมอย่างภูริตจึงทำให้ท่านไม่พอ ใจ และหมั่นไส้หล่อนเอามากๆ แต่พอมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวันๆ มันก็ซึมซับเอาความดีมีน้ำใจของหญิงสาวไว้เงียบๆ จนไม่อาจเห็นเธอต้องเผชิญชะตากรรมตามลำพังได้ จึงออกโรงปกป้องหล่อนในบางครั้งและรับหน้าที่แม่ครัวเอกนี้โดยที่ชายหนุ่มก็ ไม่กล้าคัดค้าน สรินดาเห็นความใกล้ชิดสนิทสนมของภูริตและเพลงพิณที่มีต่อกันในขณะที่ฝ่าย หญิงกำลังเจ็บไข้ก็ทำให้ร้อนรุ่มในหัวอก ยิ่งใกล้จะครบกำหนดหกเดือนเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าร้านอาหารของเพลงพิณจะประสบ ความสำเร็จมากเพียงนั้น หากไม่ตัดกำลังเสียในตอนนี้เพลงพิณก็อาจจะชนะพนันแล้วภูริตคงต้องแต่งงานกับ หญิงสาวคนนั้นอย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้ความฝันที่วาดหวังไว้สูญสลายไปกับตา สรินดาจึงจ้างคนมาปล้นเงินที่เพลงพิณให้ลูกน้องนำไปเข้าธนาคาร มิหนำซ้ำยังทำร้ายพวกเขาด้วย

การสูญเงินไปไม่สำคัญสำหรับเพลงพิณแม้ แต่น้อย แต่การที่ลูกน้องต้องมาเจ็บตัวนี่สิที่ทำให้หล่อนแค้นใจนักจนท้อแท้สิ้นหวัง ถ้าไม่เพราะอยากเอาชนะภูริต ลูกน้องก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจจนอยากจะล้มเลิกทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อมรสุมที่โถมประดังดูจะไม่มีวันจบสิ้นเสียที หล่อนเหนื่อยและอ่อนล้ายิ่งนัก แต่ทุกคนที่อยู่ในร้านไม่อยากเห็นหล่อนยอมแพ้ชะตากรรมโดยไม่ทำอะไรเลย เมื่อสู้มาจนถึงขั้นนี้แล้วมันก็ต้องดิ้นกันให้สุดแรง ลูกน้องบางคนยอมแม้แต่จะไม่รับเงินเดือนเพื่อให้มีเงินพอเพียงและยินดีจะทำ งานล่วงเวลา แต่หญิงสาวปฏิเสธโดยบอกว่าภาระทางบ้านของแต่ละคนก็มากแล้ว อย่าให้ตนเองมาเป็นภาระอีกคนเลย แล้วจึงยอมตัดใจบากหน้าไปหาภูริตเพื่อผ่อนผันแต่ชายหนุ่มก็ยังคงยืนกรานตาม คำสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน แม้ในใจจะสงสารและเห็นใจหล่อนนักแต่ต้องทำใจแข็งไว้มิฉะนั้นตนเองนั่นแหละ ที่จะน่าสงสารกว่าใคร เมื่อขอร้องกันดีๆ ไม่เป็นผลมันจึงเปลี่ยนเป็นความโกรธและพลังที่จะเอาชนะอุปสรรคขวากหนามครั้ง นี้ให้จงได้ แม้จะเหลือเวลาแค่วันเดียวหล่อนก็จะไม่ยอมปล่อยให้ทุกสิ่งไปตามยถากรรมโดย เด็ดขาด เหตุการณ์ถูกโจรปล้นทำให้คุณนมชักไม่มั่นใจว่าจะเป็นฝีมือของภูริตหรือไม่

ท่าน จึงถามเขาตรง ๆ ชายหนุ่มก็ปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมกับรับรองว่าจะหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนเรื่องที่คุณนมมาขอผัดผ่อนให้เพลงพิณก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน แม้หญิงชราจะหว่านล้อมเช่นไรก็ไร้ผล เมื่อสูญเงินไปแล้วเพลงพิณไม่มามัวเสียเวลากับการฟูมฟายอีก หล่อนและพรรคพวกตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างเต็มที่ พวกพ่อค้าแม่ค้าที่หญิงสาวเป็นลูกค้าประจำก็เห็นใจจึงลดแลกแจกแถมของสดของ แห้งให้มากมาย มิหนำซ้ำยังช่วยโปรโมทร้านอาหารของหล่อนเป็นการใหญ่จนมีลูกค้าแน่นร้าน สิ่งเหล่านี้ทำให้หญิงสาวซาบซึ้งมากและได้เรียนรู้ว่า น้ำใจไมตรีของผู้คนนั้นไม่สามารถซื้อหาด้วยเงินตราได้และการทำงานสักชิ้นให้ ประสบความสำเร็จนั้นมันต้องอาศัยความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจ มิใช่เพียงใครคนใดคนหนึ่งจะจึงจะทำได้ ทางด้านภูริตก็จ้างนักสืบให้ติดตามหาตัวคนร้ายที่ปล้นเงินของเพลงพิณจนได้ เรื่อง เขาจึงแจ้งตำรวจไปตามจับตัวมาได้ พวกนั้นสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากสรินดา ตำรวจจึงไปเชิญตัวหญิงสาวมาสอบปากคำ แรกๆ หล่อนก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าตนเองถูกใส่ความแต่พอถูกซักหนักๆ เข้าก็พลั้งปากออกมา ทำให้ชายหนุ่มโกรธมากแล้วต่อว่าม่ายสาวเสียใหญ่โต สรินดาเองก็เสียใจที่เขาทำกับตนเองเช่นนี้ทั้งๆ ที่หล่อนทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา

แต่ภูริตกลับตอบว่าสิ่งที่เขา ต้องการจากสรินดาคือ การขัดขวางไม่ให้เพลงพิณทำร้านอาหารได้สำเร็จเพื่อเขาจะได้แต่งงานกับหล่อน ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจเขา เขาไม่ใช่คนดีที่สรินดาเห็นหรอก สิ่งเหล่านี้ทำให้ม่ายสาวตาสว่าง ภูริตก็แค่พ่อค้าที่ทำทุกอย่างได้เพื่อผลประโยชน์ ผู้ชายคนนี้มีทั้งด้านมืดด้านสว่างของชีวิต เขาไม่ใช่เทพบุตรในนิยายประโลมโลกหากแต่เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาๆ ที่หาได้ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่เพราะความแค้นที่แน่นอนทำให้หล่อนคิดที่จะแก้แค้นเขาโดยการให้สัมภาษณ์ นักข่าวทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพราะภูริตหลอกใช้หล่อนจนตนเองต้องหลงเดินทางผิด เพียงเพราะเชื่อคำลวงของเขา และแสดงความห่วงใยผู้หญิงอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของเขาเช่นตนเอง เพลงพิณอ่านข่าวเหล่านี้ด้วยความรู้สึกขุ่นมัว หล่อนสงสารสรินดาที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อผู้ชายอย่างภูริตแล้วพาลชิงชังชาย หนุ่มที่ยอมทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้รับชัยชนะ ภูริตมาหาหล่อนแล้วพยายามอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแต่หล่อนปฏิเสธแล้ว ให้ลูกน้องไล่เขาออกไปจากร้าน แม้แต่คุณนมที่เคยเข้าข้างชายหนุ่มมาโดยตลอดก็ยังทำท่าเย็นชาเข้าใส่จนภูริ ตต้องล่าถอยกลับไป ภิญโญเห็นท่าทางเงียบขรึมของบุตรชายก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงแนะให้ชายหนุ่มบอกความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ในภายในใจกับหล่อนไป แล้วหัดยอมรับความพ่ายแพ้หากเพลงพิณจะปฏิเสธผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและเจ้า เล่ห์เพทุบายคนนี้ ในที่สุดวันตัดสินชะตาชีวิตของสองหนุ่มสาวก็มาถึง นั่นก็คือ วันปิดบัญชีรายได้ของร้านอาหารที่ทุกคนบากบั่นฟันฝ่ามาด้วยกันทุกคนรวมทั้ง ชาวบ้านที่รู้เรื่องการเดิมพันครั้งนี้ต่างมา

รอชายหนุ่มและผู้ตรวจ สอบบัญชีพร้อมทั้งบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่เช้า พอครบองค์ประชุม ปาลิตาก็ส่งสมุดบัญชีพร้อมบิลทั้งหมดให้กับสมุห์บัญชีไป ส่วนภูริตก็ขอคุยกับหญิงสาวเป็นการส่วนตัว ชายหนุ่มพยายามเรียบเรียงสิ่งที่จะพูดกับเพลงพิณมาตลอดทั้งคืนแต่พอเอาเข้า จริงๆ เขากลับทำได้แค่จ้องหน้าหล่อน แต่แล้วก็กล้าที่จะบอกความในใจว่าตนเองหลงรักเด็กหญิงวัยเพียงห้าขวบที่อุ้ม ตุ๊กตาที่เขาเป็นคนซื้อให้มาส่งตนเองที่สนามบินในวันที่ต้องไปเรียนต่อ อเมริกา เมื่อยี่สิบปีก่อนและเฝ้ารอคอยวันคืนที่เด็กน้อยคนนี้จะเติบโตมาเป็นหญิงสาว ที่งดงามทั้งกายใจ อีกทั้งยังภาวนามิให้ชายใดกรายกล้ำหัวใจดวงน้อยนี้ได้ แล้วสวรรค์ก็ใจดีที่จะประทานสิ่งที่เขาต้องการ เธอเติบโตเป็นสาวงามตามที่เขาใฝ่ฝันและไม่มีใครในดวงใจดังที่ปราถนาแต่สิ่ง ที่ไม่คาดคิดก็คือ เธอปฏิเสธที่จะแต่งงานกับเขา ดังนั้นผู้ชายคนนี้จึงต้องลุกขึ้นมายื้อยุดผู้หญิงคนเดียวที่เขารักสุดหัวใจ ไว้ แม้วิธีการทั้งหลายที่ได้กระทำมามันจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบและไม่เป็น สุภาพบุรุษก็ต้องยอม แต่ตอนนี้ตนเองรู้แล้วว่าหัวใจของคนเรามันเป็นอิสระ ไม่มีใครสามารถผูกมัดมันให้อยู่กับใครได้ เขายินดีจะยกเลิกการเดิมพันครั้งนี้เพื่อเธอ หากเพลงพิณ ไม่รักเขาเลย

เพลงพิณมองชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเต็มตา พร้อมกับสำรวจหัวใจตัวเองในคราวเดียวกัน หล่อนถามตนเองว่าจะยอมรับผู้ชายเจ้าเล่ห์เผด็จการเป็นนักวางแผนตัวฉกาจและ รักหล่อนสุดหัวใจคนนี้ได้หรือไม่ แต่ปัญหาก็คือ ปาลิตารับรองผลการแข่งขันว่า ผลจากการทุ่มเทบอกกับเงินบางส่วนที่ตำรวจนำมาคืนนั้นมันได้กำไรสามแสนพอดิบ พอดี แล้วแบบนี้หล่อนจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ได้หรือ แต่ทันที่เพลงพิณจะกล่าวสิ่งใด สมุห์บัญชีก็ออกมาบอกถึงผลกำไรที่ได้ นั่นคือ 299,980 บาท ทำให้ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตกเพราะมันขาดไป 20 บาท ปาลิตาโวยลั่นว่าตนเองเช็คยอดดีแล้ว แต่ทำไมถึงหายไปได้ แต่สำหรับเพลงพิณแล้วกลับดีใจสุด ๆ ที่มันขาดหายไป และแน่นอนว่าคำตอบที่เธอให้กับคู่หมั้นหรือว่าที่สามีก็คือ โอเคค่ะ เพลงจะแต่งงานกับพี่ ไม่ใช่เพราะเพลงแพ้พนันหรอกนะ แต่เพราะเพลงแพ้ใจตัวเองที่ดันไปตกหลุมรักผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้เสียแล้ว

 นักแสดงละคร เดิมพันวันวิวาห์

1. ภาณุ สุวรรณโณ รับบท ภูริต นนทิวากร
2. พัชราภา ไชยเชื้อ รับบท เพลงพิณ รัตนสิรินทร์
3. พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ รับบท สรินดา
4. ชินมิษ บุนนาค รับบท ชัยรัตน์
5. ตฤณ เศรษฐโชค รับบท วัฒนา
6. อรรถชัย อนันตเมฆ รับบท ภิญโญ
7. ปิยะดา เพ็ญจินดา รับบท ญาดา
8. เจจินตัย อันติมานนท์ รับบท เอกรินทร์
9. อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ รับบท แพรพลอย
ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ช่อง 7

โซ่เสน่หา

ราเมศว์ ลูกชายคนโตที่ลิ้นจี่รักและหวงดุจไข่ในหิน ชีวิตของราเมศว์ต้องเป็นทั้งลูกที่กตัญญูของแม่ น้องที่รักและเข้าใจพี่สาว พี่ชายที่แสนดีของน้องชาย ยอมเสียสละความรักและสิ่งอื่นๆได้เพียงเพื่อได้ตอบแทนพระคุณแม่ ลิ้นจี่จึงคาดหวังและเรียกร้องทุกสิ่งจากราเมศว์เพราะสุคนธ์พี่สาวคนโตและ รังสรรค์น้องสุดท้อง ไม่มีใครปรนนิบัติและรู้ใจแม่ได้ดีเท่าราเมศว์ ราเมศว์จึงมีชีวิตที่เรียบง่าย เป็นคนของครอบครัวโดยเฉพาะลูกรักของแม่ไปวันๆ แต่แล้วก็มีสิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของราเมศว์ เมื่อลิ้นจี่ต้องการทายาทที่เกิดจากราเมศว์โดยไม่ต้องการการผูกมัดจาก ผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น หล่อนจึงลงประกาศรับสมัครผู้หญิงที่จะมาเป็นเมียชั่วคราวเพื่อผลิตทายาทโดย ที่ราเมศว์ไม่อาจขัดใจแม่ได้ จึงต้องยอมรับสภาพผัวชั่วคราวเพื่อผลิตหลานให้แม่ เพราะนอกจากความสำนึกในความกตัญญูแล้ว คุณลิ้นจี่ยังมีสภาพน่าสงสารเป็นอัมพาตตั้งนั่งอยู่บนรถเข็น ซ้ำยังเป็นโรคหัวใจที่พร้อมจะตายได้ทุกเวลาหากมีเรื่องสะเทือนใจ

ปราลี หญิงสาวสวย แต่มีปมเรื่องแสงรวี ผู้เป็นแม่ที่กำลังจะแต่งงานใหม่กับ สารัตน์ ผู้ชายที่ปราลีรังเกียจและตราหน้าเขาว่าเป็นไอ้แมงดาที่จะมาเกาะแม่เธอกิน มากกว่าจะรักแม่เธอจริง ปราลีจึงอาละวาดเอากับแสงรวี แสงรวีเองก็ใช่ว่าจะอ่อนข้อให้ลูกสาวที่เอาแต่ใจคนนี้ง่ายๆ แสงรวีจึงยืนยันว่าเป็นตายยังไงก็จะแต่งงานกับสารัตน์ให้ได้เพราะเธอรักเขา มากและเขาเป็นคนเดียวที่จะให้ความสุขกับเธอได้ จนปราลีต้องประกาศว่าหากแม่ยังไม่เปลี่ยนความตั้งใจ แม่ก็ต้องเลือกว่าจะเอาลูกหรือผัว เพราะหล่อนจะออกจากบ้านนี้ทันทีถ้าแสงรวีแต่งงานกับสารัตน์ แล้วปราลีก็ต้องออกจากบ้านไปจริง ๆ เพราะแสงรวีไม่ยอม ปราลีต้องไปอาศัยอยู่กับเตือนตา เพื่อนสนิทเพื่อตั้งหลักตอบโต้แม่ให้ถึงที่สุดเพื่อทำให้แม่รู้ซึ้งถึงความ เจ็บปวดบ้าง แล้วปราลีก็เลือกวิธีที่จะตอบโต้แม่ด้วยการสมัครเป็นเมียชั่วคราวของ ปราเมศว์โดยปราลีไม่รู้เลยว่าที่แท้ปราเมศว์เป็นพี่ชายของรังสรรค์เพื่อน สนิทที่หลงรักปราลีอยู่ ลิ้นจี่ดีใจที่สุดที่รู้ว่าปราลีจะสมัครมาเป็นเมียชั่วคราว เพราะสืบรู้ว่าปราลีคือลูกสาวของแสงรวี ผู้หญิงที่เคยแย่งคนรักไปจากเธอ

แล้ววันแห่งการตกลงก็มาถึง ปราลีตกลงเซ็นต์สัญญาทันทีพร้อมทั้งรับเงินไปครึ่งหนึ่งคือสองล้านห้า ก่อนจะเดินทางไปรับตำแหน่งเมียชั่วคราว ส่วนราเมศว์ต้องเดินทางไปยังเกาะส่วนตัวของลิ้นจี่ด้วยความรู้สึกว่าตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ที่กำลังถูกส่งไปผสมพันธุ์ ที่บ้านตากอากาศบนเกาะส่วนตัวมีพวน หญิงร่างยักษ์ที่ลิ้นจี่ส่งมาคอยรับใช้ แต่บุคคลที่ปราลีคาดไม่ถึงว่าจะได้พบบนเกาะคือ ราเมศว์ นั่นเอง สองคนไม่ชอบหน้ากันเพราะต่างมองกันว่าไร้ศักดิ์ศรี จึงคอยพูดจาดูถูกและหาเรื่องทะเลาะกันได้ตลอดเวลา รังสรรค์รู้เรื่องจากเตือนตา จึงขับรถตระเวนหาปราลี เขาได้พบกับเตือนตาอีกในสภาพที่เมามาย ด้วยความเมา รังสรรค์ที่กำลังอยู่ในอารมณ์ห่วงใยและโหยหาในตัวปราลี จึงปลุกปล้ำเตือนตาจนเตือนตาต้องตกเป็นของรังสรรค์ ลิ้นจี่อาละวาด เรื่องที่รังสรรค์แต่งงานจังหวะที่พวนรายงานถึงความขัดแย้งระหว่างรา เมศว์กับปราลี

ราเมศว์จะขอกลับมางานแต่งงานน้องชาย แต่ลิ้นจี่ไม่ยอมและยังโพล่งความจริงออกมาว่ารังสรรค์ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตน พร้อมทั้งพร่ำพรรณาความผิดหวังในชีวิตและขอร้องว่าราเมศว์ต้องไม่ทำให้แม่ ผิดหวัง ราเมศว์จึงต้องทนรับสภาพต่อไป ราเมสว์มีชีวิตอยู่กับปราลีอย่างสับสน สองคนยังไม่วายทะเลาะกัน พวนรายงานให้ลิ้นจี่รู้ ลิ้นจี่รีบวางแผนให้สองหนุ่มสาวได้ใกล้ชิดกัน โดยสั่งให้พวนจัดงานแต่งงานขึ้นมาและสร้างบรรยากาศให้โรแมนติก แต่ราเมศว์ก็ยังไม่ยอมหลับนอนกับปราลี ลิ้นจี่พูดกับราเมศว์อีกครั้งว่าราเมศว์กำลังจะผิดสัญญาและทำให้แม่เสียใจ ราเมศว์จึงต้องปรับตัวเอาใจปราลีโดยไม่รู้ตัวว่าจริง ๆ แล้วคือความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัวนั่นเอง ปราลีเองก็เห็นในความนุ่มนวลของราเมศว์ ส่วนราเมศว์เองก็เริ่มเห็นในความอ่อนหวานของปราลีและความอ่อนแออย่างชนิดที่ควรจะมีใครสักคนคอยดูแลคุ้มครอง…ซึ่งในที่สุดเขาก็แอบอาสาในใจขอเป็นผู้ปก ป้องดูแลปราลี แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาหนึ่งเดือนตามสัญญาก็ตาม

แล้วหัวใจที่อ่อนไหวด้วยความรักที่ซ่อนเร้นก็มิอาจหยุดความปรารถนาภายในได้ ทั้งสองยอมมอบกายให้แก่กันอย่างเต็มใจมิใช่ทำตามเงื่อนไขหรือพันธะสัญญาใดๆ ปราลีรักราเมศว์ และราเมศว์ก็รักปราลี เกาะที่เคยเป็นเช่นกรงขัง จึงกลายเป็นเกาะสวาทหาดสวรรค์ของทั้งคู่ไปในทันที ปราลีเริ่มตั้งท้องแต่ยังไม่รู้ตัว พวนเริ่มสงสัยรายงานลิ้นจี่ ลิ้นจี่สั่งให้ราเมศว์กลับทันทีโดยอ้างเรื่องงาน ราเมศว์ต้องกลับมารับสภาพลูกที่ต้องคอยปรนนิบัติแม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ความยินดีไม่ได้มีเหมือนในอดีต เพราะราเมศว์ทั้งรักและเป็นห่วงปราลีแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้เพราะลิ้นจี่วาง แผนเปิดบริษัทใหม่ให้ราเมศว์ต้องรับผิดชอบมากมาย รังสรรค์เตือนพี่ชายเรื่องปราลี ด้วยความคิดถึงราเมศว์ทนไม่ไหวจึงไปหาปราลีอีกครั้งโดยไม่รู้ว่าปราลีกำลัง ตั้งท้อง ปราลีมึนตึงกับราเมศว์เรื่องพรนภา แฟนเก่าที่ลิ้นจี่วางแผนให้ปราลีเข้าใจผิดว่าถ่านไฟเก่ากำลังคุ ราเมศว์เฝ้าตามงอนง้อ ลิ้นจี่เรียกตัวราเมศว์กลับแต่ราเมศว์ไม่ยอมกลับ ลิ้นจี่วางแผนวางเพลิงโรงงาน ราเมศว์ต้องรีบกลับกรุงเทพฯอีกโดยไม่ร่ำลา ราเมศว์วุ่นอยู่กับงานต่าง ๆ ทั้งการสร้างโรงงานใหม่และการประคองบริษัทให้แย่งชิงตลาดจากคู่แข่งจนแทบไม่มีเวลาของตัวเอง พอว่างจะโทรหาปราลีก็ถูกกีดกัน เวลาผ่านไปจนปราลีท้องแก่ใกล้คลอด ราเมศว์ตัดสินใจจะไปหาปราลีอีก ลิ้นจี่เตรียมคิดแผนร้าย สั่งพวนหลอกปราลีให้กินยาเร่งคลอดก่อนกำหนด เม่นที่ไปรับราเมศว์ก็แกล้งทำเรือเสียแล้วอ้างว่าต้องแวะเกาะร้างใกล้ๆ ซ่อมเรือ ถ่วงเวลาให้ราเมศว์ค้างคืนแต่ราเมศว์สงสัยเลยไม่ยอมเอาเรือออกไปเอง เกิดพายุโหมกระหน่ำ ราเมศว์เกือบจมน้ำตาย ดีที่เม่นไปช่วยไว้ทัน ราเมศว์จึงต้องค้างคืนรอพายุฝนสงบ พวนทำคลอดให้ปราลีด้วยตัวเอง ลิ้นจี่สั่งพวนให้ฆ่าปราลีทันทีที่คลอดแล้วให้พวนหลบไปที่อื่น พวนตามฆ่าปราลีหนีหัวซุกหัวซุน ปราลีอ้อนวอนกราบกรานขอแค่ให้นมลูก สุดท้ายพวนก็ใจอ่อนเพราะตัวเองเคยมีลูกแต่ลูกต้องมาตายจากไป พวนจึงตัดสินใจจะพาปราลีลงเรือหนีไป เวลาเดียวกับที่เม่นมาส่งราเมศว์ ราเมศว์วิ่งเข้าไปหาปราลีในบ้าน ขณะที่เม่นออกไปพบพวนกำลังพาปราลีหนี เกิดการต่อสู้แต่เม่นเพลี่ยงพล้ำ พวนจึงพาปราลีหนีไปได้

ฝ่ายราเมศว์ ตกใจที่ไม่เจอปราลี ตามไปแต่ไม่พบ ถามเม่น เม่นก็ได้แต่บอกไม่รู้ไม่เห็น เม่นรายงานลิ้นจี่ว่าพวนพาปราลีหนี ลิ้นจี่สั่งเม่นตามฆ่าปราลีกับพวนให้ได้แล้วเอาเด็กกลับมา ราเมศว์ที่ยังกระเซอะกระเซิงตามหาปราลี ก็ได้รับคำสั่งจากลิ้นจี่ให้กลับกรุงเทพฯ ราเมศว์ไม่ยอม ลิ้นจี่โกรธจนล้มป่วย สุคนธ์รีบโทรบอกราเมศว์ว่าลิ้นจี่เข้าไอซียู ราเมศว์ทุกข์ใจสาหัสเพราะเป็นห่วงปราลี แต่ก็ต้องยอมกลับไป เม่นตามไปจนเจอปราลีกับลูก จะฆ่าแต่พวนมาช่วยไว้ทัน และบอกให้ปราลีหนีไป พวนกับเม่นสู้กันจนตายทั้งคู่ จากนั้นก็ไม่มีใครได้รับรู้เรื่องราวของปราลีอีกเลย ราเมศว์พยายามจะไปตามหาปราลีอีก แต่ลิ้นจี่ไม่ยอมให้ราเมศว์อยู่ห่างกายและแกล้งป่วยกระเสาะกระแสะตลอดเวลา ราเมศว์จึงต้องอยู่กับแม่ในสภาพที่ไร้หัวใจปล่อยตัวจนทรุดโทรมลงทุกวัน

ราเมศว์ไปเยี่ยมแสงรวีซึ่งก็ต้องตกใจกับสภาพของแสงรวีที่ถูกกระทำทารุณทั้งกาย และใจจากสารัตน์จนล้มป่วยมีเพียงแม่เขียนคอยดูแลไปตามสภาพ ราเมศว์ปลอบใจแสงรวีและสัญญาว่าจะต้องตามปราลีกลับมาให้ได้ แม้จะต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ตาม แสงรวียังพูดถึงความหลังระหว่างตนกับลิ้นจี่ รามเมศว์เริ่มเอะใจสงสัยแม่ ราเมศว์พยายามทำดีกับลิ้นจี่เพื่อถามข่าวคราวของปราลีเพราะยังหวังว่าแม่จะ รู้ แต่คำตอบสุดท้ายจากปากลิ้นจี่ทำให้เขาแทบหยุดหายใจ ลิ้นจี่บอกลูกชายไปว่าปราลีตายไปแล้ว เพราะเม่นมาบอกตั้งนานแล้วว่ามีคนพบศพปราลีกับพวนในทะเล แต่หล่อนไม่อยากบอกเพราะกลัวลูกเสียใจ ราเมศว์ทั้งตกใจเสียใจ ลิ้นจี่มารยากล่าวคำขอโทษต่อราเมศว์ว่าตนผิดเองที่จัดการให้รามเศว์กับปราลี ได้พบกันและยังปิดบังเรื่องปราลี แต่ที่ทำทั้งหมดก็เพราะความรักลูก และขอโทษราเมศว์พร้อมทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้นแกล้งทำเป็นจะตายเพื่อให้ราเมศว์ตายใจ

ราเมศว์ทุกข์ระทม รังสรรค์จะมาเยี่ยมพี่ชายก็ถูกคำสั่งห้ามเหยียบบ้าน แถมลิ้นจี่ยังจ้างยามเฝ้าหน้าบ้านแน่นหนา ราเมศว์จึงถูกเก็บตัวอยู่ในห้องมีเพียงลิ้นจี่นั่งนอนเฝ้าเขาอยู่ทั้งวัน โดยไม่รู้ว่าปราลีหนีกลับมาอยู่กับแม่แล้ว แล้วลิ้นจี่ประกาศิตให้ราเมศว์แต่งงานอีกครั้งกับสุนีย์รัตน์ ผู้หญิงปัญญาอ่อน ลูกสาวคุณหญิงเจริญศรีราเมศว์ไม่ปฏิเสธด้วยชีวิตเขาทุกวันนี้อยู่อย่างไร้ หวัง รังสรรค์โมโหพี่ชายที่ทำตัวเหมือนคนไม่มีวิญญาณ แต่วันหนึ่งโชคชะตาก็พาให้ราเมศว์ได้พบกับปราลีอีกครั้ง ขณะปราลีกำลังออกหางานทำ แต่ปราลีพยายามหลบจนต้องแคล้วคลาดกันไป รังสรรค์บุกเข้ามาเยี่ยมราเมศว์ที่บ้าน ราเมศว์พร่ำเพ้อว่าเจอผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนปราลีและเชื่อว่าปราลีอาจยังไม่ ตาย รังสรรค์เลยบอกความจริงไปว่าปราลียังไม่ตายจริงๆ และบอกว่าทั้งหมดเป็นการกระทำของลิ้นจี่ ราเมศว์รีบไปหาปราลีที่บ้าน และโผเข้ากอดปราลีพร้อมกับพร่ำบอกรักจนแทบไม่เป็นคำ ราเมศว์ได้ยินเสียงเด็กร้อง แต่ปราลีกลับบอกเพื่อตัดปัญหาว่าเป็นลูกที่เกิดกับสามีใหม่และขอร้องให้ราเมศว์กลับไปซะ

ราเมศว์ต้องกลับไปอย่างหัวใจแหลกสลาย เขาด่าว่าลิ้นจี่เป็นแม่ใจร้าย โกหกหลอกลวงและถามลิ้นจี้ไปตรงๆ ว่าแท้จริงแล้วตนเป็นลูกหรือเปล่า ลิ้นจี่โกรธจัดและบอกไปว่าตนไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของใครสักคน แล้วทวงบุญคุณว่าราเมศว์อาจจะตายไปแล้วถ้าตนไม่ชุบเลี้ยง ราเมศว์จึงประชดว่าหากแม่คิดว่าเป็นเจ้าของชีวิตตน ต่อไปจะทำยังไงก็เชิญ แล้วราเมศว์กลับสู่สภาพตายทั้งเป็นอีกครั้งเพราะการได้พบกับปราลีครั้งนี้ กลับพรากเขาให้ห่างจากปราลียิ่งกว่าคราวที่จากเสียอีก ราเมศว์เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมาพบปะกับผู้คน สุคนธ์เห็นอาการราเมศว์ทนไม่ได้ ไปหาปราลีและพูดให้ปราลีเข้าใจว่าราเมศว์ยังรักปราลีและไม่เคยมีอะไรกับสุนี ย์รัตน์เลย แต่ปราลียังใจแข็ง แสงรวีเล่าความจริงเรื่องในอดีตระหว่างตนกับลิ้นจี่ให้ปราลีฟังว่าหากเป็น การแก้แค้นของลิ้นจี่ ปราลีก็น่าจะให้โอกาสราเมศว์ได้พบกับลูก รังสรรค์กับเตือนตาที่จะมาหาปราลีแอบได้ยินเรื่องลูก รีบไปบอกความจริงกับราเมศว์ทันที

ราเมศว์จะไปหาปราลีอีกแต่รังสรรค์รั้งไว้เพราะเกรงปราลีจะไม่ยอมรับในตอนนี้ และขอร้องให้ทำตามแผนการณ์คืนดีของตน รังสรรค์วางแผนพาราเมศว์ไปพักผ่อนตากอากาศโดยให้พัฒน์ เพื่อนของราเมศว์ที่ทำทัวร์จัดการให้ สุคนธ์ร่วมมือด้วย โดยบอกกับลิ้นจี่ว่าราเมศว์จะพาสุนีย์รัตน์ไปตากอากาศเผื่อจะมีหลานให้แม่ ได้ ส่วนเตือนตากับแสงรวีมีหน้าที่ชวนปราลีไป แผนการจับคู่เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่เกิดเรื่องวุ่นเพราะพัฒน์เจอปราลีแล้วปิ๊งตามจีบปราลีทันที ราเมศว์หึงหวงจึงเล่นแง่กับปราลีอีก ปราลีเลยแกล้งสวีทกับพัฒน์เพื่อประชด ราเมศว์ก็แกล้งตอบด้วยการสวีทกับสุนีย์รัตน์ รังสรรค์กับเตือนตาปั่นป่วนที่แผนการณ์คืนดีดันกลายเป็นยิ่งสร้างปัญหา ทั้งหมด แล้วต่าง ๆ ก็ผ่านไปจนสุดท้ายกลายเป็นพัฒน์สงสารสุนีย์รัตน์และแอบรัก เลยกลายเป็นทุกคนแฮปปี้เอ็นดิ้ง เพราะปราลีกับราเมศว์ก็เข้าใจกัน แต่ก็มีอุปสรรคมาขวางเมื่อลิ้นจี่เริ่มหงุดหงิดเรียกตัวราเมศว์กลับทันที ราเมศว์ตัดสินใจกลับตามคำสั่งแม่ แต่กลับมาคราวนี้ ราเมศว์กลับมาเพื่อไปหาแม่ของสุนีรัตน์และเจรจาขอหย่า ลิ้นจี่รู้เรื่องโกรธโวยวาย ราเมศว์นิ่งและบอกว่าได้ทำหน้าที่ลูกมามากแล้ว ต่อไปขอทำหน้าที่พ่อบ้าง แสงรวีเข้ามาบอกว่าอยากให้ลิ้นจี่ลืมความบาดหมางทั้งหมดในอดีต ปราลีเองก็อุ้มลูกเข้ามาหาลิ้นจี่ ลิ้นจี่ตกใจมากที่เห็นปราลีและทุกคนที่ดูเหมือนจะเข้ามารุมเล่นงานจึงทะลัก ทะลายความแค้นและโพล่งความจริงที่ตนตามฆ่าปราลีออกมา ราเมศว์น้ำตาร่วมแต่แทนที่จะโกรธกลับก้มลงกราบเท้าลิ้นจี่ พร้อมทั้งบอกให้อภัยและขอบคุณลิ้นจี่ที่ชุบเลี้ยงมา ลิ้นจี่ดีใจคิดว่าลูกไม่ถือโทษ น้ำตาไหลพรากกอดลูกไว้ ราเมศว์เองก็กอดแม่พร้อมกับกระซิบเบา ๆ ว่าต่อแต่นี้ผมขอชีวิตผมคืน ลิ้นจี่ได้ยินช็อคหมดสติไปทันที

ลิ้นจี่เป็นอัมพาตซ้ำซ้อนและคราวนี้ลิ้นจี่ไม่อาจพูดได้อีกต่อไป ปราลีเฝ้าพยาบาลลิ้นจี่อย่างใกล้ชิดและคืนเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับเป็น ค่าเมียชั่วคราวให้ลิ้นจี่ พูดขอบคุณลิ้นจี่วางแผนทั้งหมดให้ตนได้มีโอกาสพบกับชายที่รัก และมีโซ่ทองคล้องใจ ลิ้นจี่แค้นจนกระอักเลือด ปราลีบอกกับราเมศว์ว่าหล่อนไม่ต้องการทรัพย์สมบัติใด ๆ ที่เป็นของลิ้นจี่ เพราะสมบัติเงินทองทั้งหลายอาจกลายเป็นโซ่ตรวนที่กลับมาผูกมัดชีวิตให้ตก อยู่ในบ่วงทุกข์ไม่รู้จักจบจักสิ้น ราเมศว์จึงตัดสินใจขายกิจการทั้งหมดของลิ้นจี่ และอุทิศเงินเพื่อการกุศล ทิ้งบ้านหลังนั้นให้สุคนธ์ดูแลและออกมาเริ่มต้นใหม่กับปราลี

เชลยบาป

หลังจากร้อยตำรวจตรีทศ พิศาลวัฒนา กลับจากการปฏิบัติหน้าที่ ทศต้องฝืนใจไปร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 40 ปี ของบริษัทพิศาลวัฒนา บริษัทรับเหมาก่อสร้างใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีผกา คนรักออดอ้อนขอตามไปด้วย ทศจึงพาเธอซ้อนมอเตอร์ไซค์คันเก่งของเขามาด้วย ผกาตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าทศคือทายาทคนเล็กของนายทวีกับคุณหญิงมรรยาท พิศาลวัฒนา เจ้าของบริษัทอันมั่งคั่ง และในงานอัศวิน ลูกชายคนโตที่ดูโดดเด่น เหมาะสมเป็นผู้สืบสกุลพิศาลวัฒนาที่เคียงคู่มากับเมทินีสาวสวยตระกูลสูงผู้ เพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน ผกาคิดจะจับทศไว้ให้แน่น เพราะเริ่มมีความฝันทะเยอทะยานสู่การเป็นสะใภ้ไฮโซฯ ขึ้นมาบ้าง

แต่ ทศกลับมองเมทินีว่าเป็นเพียงสาวหัวสูงที่ฟุ้งเฟ้อไร้สาระ ซึ่งเขาระอากับผู้หญิงประเภทนี้เป็นที่สุด อนันต์ พิศาลวัฒนา ลูกชายคนกลางที่เลือกงทางเดินชีวิตด้วยการออกจากบ้านไปใช้ชีวิตอิสระโดยการ เป็นช่างภาพ และไม่สนใจธุรกิจของตระกูลเย ก็จำต้องเดินทางมางานเลี้ยงเพราะคุณหญิงแม่ขอร้องเช่นเดียวกับทศ แต่นายทวีก็หงุดหงิด หาเรื่องต่อว่าค่อนขอดทศและอนันต์ตามเคย โดยดูหมิ่นทั้งตัวและผลงานจนอนันต์ทนไม่ไหว แม้อัศวินจะพยายามห้ามแต่ก็ดูเหมือนทวีจะไม่สนใจความหวังดีของอัศวิน ชัยยศ เป็นเจ้าของบริษัท ชัยอมรบุญ คู่แข่งคนสำคัญของพิศาลวัฒนา สั่งให้พนมและโฆษิต บุตรชายทั้งสองคนของเขาเอาชนะพิศาลวัฒนาให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม

พนมแม้จะไม่เห็นด้วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ โฆษิตรับปากพ่อทันที เพราะเขาเองมีความแค้นส่วนตัวอยู่กับอัศวินเป็นทุนเดิม ตั้งแต่ครั้งยังเรียนอยู่แล้ว ผกาพร่ำเพ้อถึงสังคมไฮโซฯ ให้กับฝนทิพย์พี่สาวฟัง ถึงแม้ฝนทิพย์จะคอยเตือน แต่ผกาก็ไม่เชื่อฟัง ซ้ำยังบอกใหดูแลมารุตแฟนขี้เหล้าให้ดี เพราะเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาททำให้ถูกทศจับตัวไปโรงพัก เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พยายามจะปลุกปล้ำฝนทิพย์แต่ทศมาช่วยไว้ได้ทัน มารุตจึงด่าว่าทศที่มายุ่งกับคนรักของตน ฝนทิพย์โกรธ ห้ามมารุตมาวุ่นวายกับเธออีก ทำให้มารุตโกรธแค้นทศมากขึ้น อัศวินพาเมทินีไปงานเลี้ยงรุ่นอย่างภาคภูมิใจ และโฆษิตก็ตั้งใจว่าจะต้องชิงเมทินีมาเพื่อหยามหน้าอัศวินให้ได้

เมทินี ไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นตุ๊กตาของ 2 หนุ่ม จึงเลี่ยงออกจากจากงานมาอย่างเงียบๆ แต่ก็เจอกับโฆษิตที่กำลังเมาได้ที่พร่ำเพ้อว่าหลงรักเธอมานานและถูกลวนลาม ทศที่มารักษาความปลอดภัยให้แขกระดับวีไอพีอยู่ก็ผ่านเข้ามาพบ จึงช่วยเมทินีไว้ได้ เมทินี ขอร้องให้ทศช่วยพาไปส่งที่บ้าน ทศนึกหมั่นไส้อยู่จึงแกล้งพาเมทินีซ้อนมอเตอร์ไซค์ และพาไปกินข้าวที่ร้านริมถนน ซึ่งก็ทำให้ทศต้องแปลกใจที่เมทินีไม่มีท่าทีเกี่ยงงอนใดๆ ซ้ำยังดูเธอตื่นเต้นอีกด้วย ทศเล่าเรื่องโครงการจัดกิจกรรมให้เด็กในชุมชนแออัดซึ่งก็ทำให้ทั้งคู่พูดคุย กันถูกคอ โฆษิตไปขอโทษเมทินีและขอให้โอกาสเขาแก้ตัว อัจฉราน้องสาวของเมทินีรีบไปรายงานให้คุณหญิงสุมาลีทราบทันที

จนวัน หนึ่งอัศวินก็มาเจอเข้าอย่างจัง เขาโกรธมาก สั่งห้ามเมทินีติดต่อกับโฆษิตอีก เมทินีไม่พอใจมากที่อัศวินออกคำสั่งกับเธอ อัจฉราออกไปเที่ยวเตร่เสเพลกับเพื่อน ทำให้ได้พบกับอนันต์ที่กำลังถ่ายภาพคนเร่ร่อนอยู่ อนันต์จึงพยายามเตือนให้อัจฉราค้นหาคุณค่าของตัวเอง และพาเธอไปดูรูปถ่ายของเขาที่ไม่เคยมีใครเห็นคุณค่า แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองทำ ทำให้อัจฉรารู้สึกผิดที่ทำตัวเหลวไหล ทศต้องไปซื้อผ้าไหม เขาจึงเลือกไปร้านของเมทินี และเมทินีก็ขอให้ทศช่วยไปเป็นเพื่อนในงานฉลอง 30 ปีบริษัทชัยอมรบุญ ที่เธอจำเป็นต้องไปแทนคุณหญิงแม่ ทศตกลงไปเพราะคิดว่าอัศวินจะไม่ไปงานนี้อย่างแน่นอน และเหตุผลสำคัญคือตามไปคุ้มกันเมทินี

ในงานเลี้ยง อัศวินก็มางานนี้อย่างไม่คาดหมาย เธอจึงชวนทศออกจากงาน แต่ก็ต้องมาเจอกับผกาที่แอบตามมาเห็นเข้าก็ตรงเข้าตบหน้าเมทินีอย่างไม่ฟัง เหตุผล ทศมาเมทินีหนีไป ยิ่งทำให้ผกาปักใจแค้นว่าเมทินีจะมาแย่งทศไปจากเธอ ทำให้ทศไม่เหลือความรู้สึกดีๆ ให้กับผกาอีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจขอเลือกกับผกา ผกาสาบานว่าจะไม่ยอมเสียทศให้ผู้หญิงคนอื่นเป็นอันขาด โดยการ้องเรียนผู้บังคับบัญชาว่าทศได้เธอเป็นภรรยาแล้วไม่รับผิดชอบ ด้วยความร่วมมือกับมารุต อัศวินเร่งรัดให้คุณหญิงมรรยาทไปสู่ขอเมทินี คุณหญิงสุมาลีเห็นด้วย บังคับให้เมทินีรับหมั้นโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ทศรู้ข่าวก็เริ่มซึมเศร้า แต่งานหมั้นก็ต้องถูกเลื่อนไปเพราะนายทวีบังคับให้อัศวินตามทศมาทำงานให้ได้ หรือจนกว่าจะประมูลงานใหญ่อีกงานได้ก่อน

อัศวิน ทั้งเครียดและน้อยใจที่พ่อทำกับเขาเช่นนี้ มารุตกินเหล้าหนักจนถูกออกจากงานบวกกับปราจิณผู้เป็นพ่อก็ป่วย และไม่มีเงินรักษา มารุตจึงตัดสินใจเป็นสายให้กับพวกค้ายาชี้ตัวฆ่าทศในฐานะตำรวจตงฉิน ทศถูกลอบยิงในวันที่นัดกับเมทินี เพื่อมาสอนเด็กในแหล่งเสื่อมโทรมแต่มือปืนยิงพลาด มารุตหลบหนีไปได้ ทศบาดเจ็บสาหัสและหมดสติในอ้อมกอดของเมทินี นาทีนั้นเองที่ทำให้ทั้งคู่ต่างก็รู้ความในใจว่าทั้งคู่รักกัน ทศแปลกใจที่เห็นเมทินีเป็นห่วงเป็นใยเขาถึงขนาดนั้น ทั้งคู่เกือบเผยความรู้สึกที่ซ่อนไว้ เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าเมทินีมากับอัศวิน ทศกล้ำกลืนบอกตัวเองว่าเมทินีเป็นคนรักของพี่ชาย ทวีประกาศกร้าวให้ทศออกจากงาน ซ้ำยังมีการโต้เถียงจนคุณหญิงมรรยาทเป็นลม

ทศ ทนดูสภาพครอบครัวที่แตกสลายไม่ไหว ทำให้จำใจต้องยอมรับ และเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทวีจึงสั่งให้อัศวินตัดใจเสียสละ อัศวินทนไม่ได้เรียกหาความยุติธรรมจากทวีจนโรคหัวใจกำเริบ แต่ทศก็ปฏิเสธเพราะเห็นสายเลือดสำคัญกว่าความรัก อัศวินที่บังเอิญมาเจอกับผกาดื่มเหล้าเมามายจนผกาอาศัยความเมาของอัศวิน ปล่อยตัวให้เขาครอบครอง เพราะคิดว่าไม่มีทางที่เธอกับทศจะกลับมาคืนดีกันได้ อัศวินกลับมาและแอบได้ยินคุณหญิงมรรยาทกับทวีที่กำลังเถียงกัน ทำให้เขารู้ความจริงว่า เหตุผลทั้งหมดที่ทวีทำกับตนนั้นเพราะเขาไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริง ชายหนุ่มเจ็บปวดสุดจะทนจึงตัดสินใจคิดทรยศ พิศาลวัฒนา ด้วยการขายข้อมูลลับให้กับชัยอมรบุญ

โดยมีการนัดหมายกับโฆษิตไว้ที่ คอนโดฯ ของอัศวินในอีก 2 วันข้างหน้า มารุตที่ซ่อนตัวอยู่เริ่มป่วยหนัก จนปราจินตัดสินใจมาหาคุณหญิงมรรยาท อัศวินพบว่าคุณหญิงหวาดผวา และมอบเงินจำนวนหนึ่งให้ปราจิน อัศวินสงสัยจึงเริ่มสะกดรอยตามปราจินไปที่โรงพยาบาล พร้อมเสนอเงินจำนวนหนึ่งให้ปราจิน แต่ก็ไม่มีคำตอบใดออกจากปากปราจิน แล้วเขายิ่งต้องแปลกใจเมื่อพบว่ามารุตที่กำลังผ่าตัดมีเลือดกรุ๊ปที่หายาก ซึ่งเป็นกรุ๊ปเดียวกับอัศวิน ทศกับร้อยตำรวจตรีบวร สืบรู้มาว่ามารุตมีส่วนร่วมในการทำร้ายเขา แต่ก็คิดที่จะช่วยมารุตไม่ให้ถูกดำเนินคดี ทำให้มารุตซึ้งใจ อัศวินทำตัวเหลวแหลกมากขึ้นเมื่อรู้ความจริงว่าที่แท้เขาเป็นลูกปราจินนั่น เอง

พินิจคนสนิทของทวีมาแจงเรื่องบัญชีที่หายไปหลายสิบล้าน เขาเรียกอัศวินมาสอบแต่กลับได้รับความก้าวร้าวจากปากอัศวินที่กำลังจะไปจาก พิศาลวัฒนา ทวีช็อกหมดสติไป แต่อัศวินก็เดินหนีไปอย่างเลือดเย็น ระหว่างที่อัศวินกำลังจะไปพบโฆษิต ปราจินก็แอบตามไป โฆษิตเห็นว่าความแตกแล้วจึงหลบหนีไปกับลูกน้องที่ซ่อนตัวอยู่ อัศวินจะตามไปเจรจาใหม่ แต่ถูกปราจินเข้าห้ามโดยการขวางรถของอัศวินไว้ อัศวินเหยียบเบรกไม่ทันชนปราจินอย่างแรง ทศกับอนันต์มาช่วยโฆษิตจึงสั่งให้ลูกน้องจัดการอัศวิน อนันต์เห็นเข้าจึงพุ่งเข้ารับกระสุนแทน ร่างของชายหนุ่มทั้งสองล้มกลิ้งไป ทศใช้ความเป็นตำรวจจัดการกับเหตุการณ์นี้ ส่วนโฆษิตที่หนีไปก็เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส

อนันต์ สั่งให้ทศนำลิ้นหัวใจของเขาไปเปลี่ยนให้พ่อที่อาการกำลังหนัก แล้วสิ้นลมในอ้อมกอดของทศ อนันต์กลายเป็นคนมีค่าที่มอบชีวิตให้กับผู้เป็นพ่อและช่วยชีวิตอัศวิน ถึงแม้จะรู้ว่าไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของตนก็ตามที อัศวินกลายเป็นคนพิการ เขาได้แสดงเป็น   เรียนที่แลกด้วยชีวิตของน้องชายว่าความเป็นครอบครัวไม่ได้อยู่ ที่สายโลหิตแต่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความรักความผูกพันที่มีให้กัน อุปสรรคต่างๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ความรักที่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนระหว่างทศกับเมทินี บัดนี้เหลือเพียงเลือกเดินทางตามหัวใจเท่านั้น

รายชื่อนักแสดงละคร เชลยบาป

ภาณุ สุวรรณโณ แสดงเป็น    ทศ
พัชราภา ไชยเชื้อ แสดงเป็น    เมทินี
สุรวุฑ ไหมกัน แสดงเป็น    อัศวิน
อดิศร อรรถกฤษณ์ แสดงเป็น   เป็น อนันต์
ศรุต วิจิตรานนท์ แสดงเป็น   เป็น โฆษิต
พิชชา อาภากาศ แสดงเป็น   เป็น ผกา
มนตรี เจนอักษร แสดงเป็น   เป็น ทวี
อุทุมพร ศิลาพันธุ์ แสดงเป็น   เป็น คุณหญิงมรรยาท

7 พระกาฬ

7 พระกาฬชาญชัย เก่งการยิง สารวัตรหนุ่มที่มีฝีมือจับนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ 7 คนได้ที่หล่มสัก ทั้งหมดนี้ประวัติร้ายกาจมาก ทั้งคดีปล้น ฆ่า ฆ่าล้างโคตร สารวัตรชาญชัยตั้งชื่อให้ว่า พวก 7 พระกาฬ  รถบรรทุกผู้ต้องหา ฉกรรจ์จากหล่มสักจะไปพิษณุโลก เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนไหล่เขา แรงกระแทกของตัวรถกับฟื้นทำให้ประตูรถตู้หลุดออดเป็นกระบิ สารวัตรชาญชัยผู้คุมมากับรถได้รับบาดเจ็บ ส่วน 7 ผู้ต้องหาถือโอกาสหลบหนีเข้าป่าจนหมดสิ้นนี่คือที่มาของ “ 7 พระกาฬ ” เมื่อขบวนรถไฟ จากพิษณุโลกเข้าเทียบสถานีลำปาง หาญ เมืองทอง ผู้ช่อนตัวมากับตู้รถสินค้าก็กระโดดลง พระกาฬคนแรกเกิดที่อำเภอวังเหนือในจังหวัดนี้ หาญแวะไปหาอาหารกินที่ร้าน อาหารใต้โรงแรมอนุโรจน์ที่นั่น หาญเกิดเรื่องขึ้นกับนักเลง 3 คน มีคร้ามนักเลงมืดเป็นหัวหน้า เขากล่อมสมุนของคร้ามสองคน เงียบในชั่วครู่ คร้ามเองถูกหาญกด หัวลงกับเตาไฟจนหน้าตา พองไหม้ไปหมด และคืนนั้นหาญก็ประกาศศักดาพระกาฬด้วยการพักที่โรงแรมนั่นเอง

บุญมี แม่นฉมวก อาศัยรถโกดังมาลำปาง มือปืนจากแพร่เข้ารายงานให้พ่อเลี้ยงแสน ผู้เป็นเจ้านายทราบ เรื่องที่ถูกจับ พ่อเลี้ยงแสนจึงแนะนำให้บุญมีไปเก็บตัวอยู่เสียที่ค่ายพักป่าไม้ที่อำเภอวัง เหนือ คร้ามซึ่งเป็นคนของพ่อเลี้ยงแสน กลับมาเล่าเรื่องที่พลาดท่าหาญมา พ่อเลี้ยงจำหาญได้ สมัยหนึ่งพระกาฬคนนั้นเคยรับจ้างพ่อเลี้ยง คุมคาราวาน ฝิ่น ล่องใต้ เหิมพ่อของหาญนำกำลังตำรวจเข้าสกัดจับ ฝิ่นที่หาญคุมมา หาญไม่รู้ผู้นำจับคนนั้นคือพ่อของเขา เขาสู้และยิงผู้ใหญ่เหิมบาดเจ็บจากนั้นหาญก็หายไปจากลำปาง ก่อนจากไปหาญยิงอินตาน้องชายของพ่อเลี้ยงแสนตายจึงทำให้พ่อเลี้ยงพยาบาทหาญ นัก แต่หาญหายไปเกือบสิบปี การกลับมาของหาญทำให้พ่อเลี้ยงแสนวางแผน จะเก็บเงียบหาญให้ได้บุญมีช่วยพ่อเลี้ยงวางแผนพิฆาตหาญอย่างรัดกุม โดยให้ดาวร้าย พร ศรีชุม เป็นคนไปจัดการตามแผนเก็บหาญที่โรงแรม แต่แผนของบุญมี พลาด เพราะทองใบ บางเบิด

ผู้กำกับ : สยม สังวริบุตร
ผลิตโดย : ดีด้า วิดิโอ โปรดักชั่น
เขียนบท : เรียว ช่อชอุ่ม
บทประพันธ์ : แสงเพชร เสนีย์บดินทร์

นักแสดง 7 พระกาฬ

– บรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์
– อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ
– อัมรินทร์ สิมะโรจน์
– แด็กซ์ ลิขิต เอกมงคล