Tag Archives: ส. อาสนจินดา

กตัญญูพิศวาส

กตัญญูพิศวาส เป็นเรื่องราวที่จำลองภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนจีนในกรุงเทพฯ  ย่านสลัม  ซึ่งพยายามรักษาระเบียบประเพณีขนบธรรมเนียมของชาวจีนไว้ “หมง”  (สมควร กระจ่างศาสตร์) เป็นพ่อค้าขายหมู  เขาเป็นคนรักครอบครัว  ขยันทำมาหากินมี  “เช็ง” (อุทุมพร ศิลาพันธ์)  เป็นภรรยา และมีลูกเล็กๆ หลายคน และกำลังตั้งท้องอยู่อีก เช็งนั้นทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดี คอยหุงหาอาหารให้ลูกๆ และหิ้วอาหารเช้าไปส่งให้หมงที่เขียงหมูในตลาด หล่อนไม่ได้รักหมง แต่มีความเคารพนับถือ เพราะถือว่าเป็นผู้ที่มีบุญคุณที่หล่อนจะต้องกตัญญู เพราะหมงช่วยให้หล่อนพ้นความลำบาก โดยซื้อหล่อนมาจากการเป็นทาสในเรือนเบี้ยของคนร่ำรวยครอบครัวหนึ่ง ตั้งแต่หล่อนเป็นสาวรุ่นๆ และขณะนี้หมงก็มีอายุมากแล้ว มีโรคประจำตัวอยู่ด้วย  และมีเพื่อนบ้านที่ดีอย่าง “แป๊ะกิม” (ส. อาสนจินดา)  และ  “จิว” (นิรุตน์ ศิริจรรยา)  ซึ่งติดตาตรึงใจในความงามลึกซึ้ง และความขยันขันแข็งของหล่อน แต่ต้องเก็บงำความรู้สึกไว้ ต่อมาหมงถูกตำรวจจับและถูกเนรเทศกลับเมืองจีน  เช็งได้รับความช่วยเหลือจากแป๊ะกิมและจิว  รวมทั้งมาลี (วิยะดา อุมารินทร์) ซึ่งเป็นหญิงขายตัวแต่มีจิตใจดี ต่อมาบ้านย่านสลัมถูกเผาผลาญ  แป๊ะกิมถูกตำรวจจับและถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุ  จิวรับเช็งและครอบครัวไปอยู่ร่วมกัน

วนิดา

พันตรี ประจักษ์ มหศักดิ์ ถูกเชื้อเชิญจากเสด็จในวังให้ลงแข่งกีฬาขี้มาโปโล เพื่อให้ราชนิกูลชั้นสูง ได้มาลงแข่งขันเพื่อประลองกำลัง ฝีมือในการขี่ม้าโปโลของประจักษ์ เป็นที่โจษจั่นไปทั่วว่าเก่งกาจ เพราะเขาเป็นถึงหัวหน้าทหารม้ารักษาพระองค์ ซ้ำยังเป็นนักปราบม้าพยศตัวยงที่น่าจับตามอง   พิสมัย ว่าที่คู่หมั้นของประจักษ์และเป็นขุนข้าหลวงของสมเด็จ พิสมัยภูมิใจในตัวประจักษ์ยิ่งนัก ซ้ำยังชอบโอ้อวดว่าเธอกับประจักษ์ จะแต่งงานกันในเร็ววันนี้ อีกด้านหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้น วนิดา กำลัง หัดขับรถเป็นครั้งแรก เธอชวนเพื่อนซี้อย่าง สุมาลีและ กัลยา มานั่งรุเป็นเพื่อน ทั้งสิงสาวก็กลัวกันสุดขีดกรี๊ดกร๊าดไปตลอดทาง ทำ เอา วนิดาสะดุ้งเป็นระยะๆ พาจะเฉี่ยว ชน หลายรอบ ทันใดนั้นมีรถสวนออกมา วนิดาไม่เห็นเลยชนเข้าให้อย่างจัง และเจ้าของรถที่วนิดาก็คือ ประจักษ์ มหศักดิ์

วนิดา

นักแสดงละคร วนิดา

หมิว-ลลิตา ปัญโญภาส
ตั้ว-ศรัณยู วงศ์กระจ่าง รับบทเป็น ประจักษ์ มหศักดิ์

 

ขมิ้นกับปูน 2527

ขมิ้นกับปูน เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคตั้งแต่ก่อนสงคราม, สงคราม และ หลังสงคราม ระหว่าง พ.ศ. 2475 2500)

พระยาอภิบาลบํารุง ข้าราชสํานักผู้จงรักและพระวิจิตรศิลปการเป็นอริกัน เนื่องมาแต่ครั้งมารดา พระยาอภิบาลฯ หนีตามบิดาพระวิจิตรไป พระยาอภิบาลทั้งอับอายและโกรธแค้น ฉะนั้น 2 ตระกูลจึงตั้งตัวเป็นศัตรูกันอย่างออกหน้าทั้ง ๆ ที่รั้วบ้านอยู่ ติดกัน

พระยาอภิบาล (ส.อาสนจินดา) มีบุตรชาย 1 คน คือ
1. พระนิติรักษ์ธรรมสถิตย์ (อดิศักดิ์ เศวตนันท์) และมีลูกสาว 3 คน
2. คุณปริก (กิ่งดาว)
3. คุณจําปา (ณัฐนี สิทธิสมาน)
4. คุณปีป (เรไร สุขอุดม)
คุณ ๆ ทั้ง 3 เป็นสาวแก่ไม่ได้แต่งงาน คุณปีปนั้นเคยรักกับนายทํานอง (บุตรชายคนที่ 2 ของพระ วิจิตรศิลปการ) แต่เนื่องจากผู้ใหญ่เป็นศัตรูกันก็จําต้องเลิกร้างกันไป แต่ทั้งคู่ก็ยังอาวรณ์ถึงกันอยู่

พระนิติรักษ์ธรรมสถิตย์ มี ลูกสาว 3 คน
1. ปัทมา(เดือนเต็ม สาลิตุลย์)
2. ปวีณา (ลินดา ค้าธัญเจริญ)
3. ปารมี (กาญจนา จินดาวัฒน์)

ฝ่ายพระวิจิตรศิลปการ (สมควร กระจ่างศาสตร์) มีลูกชาย 3 คน
1. นายทํานุ
2. นายทํานอง(ทม) วิชา วัชระ
3. นายธนา(นิรุตต์ ศิริจรรยา) เกิดจากภรรยาคนสุดท้าย

นายทํานุ แต่งงานกับนางพิศมร (พงษ์ลดา) ลูกผู้มีอันจะกินมีบุตรชายด้วยกัน 2 คน (และอายุไล่เลี่ยกับ ธนา น้องชายคนสุดท้อง)
1. นายแทนพงศ์หรือ(วิวัฒน์ ผสมทรัพย์)
2. นายทันพันธุ์ พระเอก(ธงชัย แมคอินไตย)

ทั้งคู่ไม่มีลูกสาวจึงขอหลานข้างเมียมาเลี้ยง 1 คนชื่อ ทานตะวัน (กัลยาณี) แม้ครอบครัวทั้ง 2 จะเป็นอริกัน แต่ทานตะวันกับปัทมาก็แอบคบกันเป็นเพื่อนสนิท เพราะเรียนโรง เรียนเดียวกันโดยผู้ใหญ่ทางบ้านไม่รู้

พระยาอภิบาลฯ และลูกชายลาออกจากราชการสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง และยังฝังใจอยู่กับค่านิยมเก่า ๆ ทําให้ฐานะตกต่ําลง ผิดกับครอบครัวพระวิจิตร ที่ขึ้นลงตามน้ำ ทําให้เฟื่องฟูทุกยุคมีแต่ความหรูหราฟุ่มเฟือยและไม่แคร์ต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทําให้ครอบครัวพระยาอภิบาลดูแคลนและเกลียดชัง

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น คุณพระนิติรักษ์ ก็ยังไม่มีโอกาสเข้ารับราชการ คุณปริก, คุณจําปา, คุณปีป ต้องทําขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ขาย เพื่อจุนเจือครอบครัว ถึงกับต้องเอาเครื่องประดับเก่าแก่ออกขายที่บ้านหม้อ คุณพิศมรเป็นผู้ไปซื้อกลับมา สร้างความขบขันให้แก่พระวิจิตรยิ่งนัก ส่วนปัทมาก็รุ่นสาวแล้ว และถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจําที่ศรีราชา พร้อมกับทานตะวัน ธนา (นิรุตต์) มาเยี่ยมทานตะวันบ่อย ๆ เกิดรักปัทมา ปวีณา น้องสาวจับ จ.ม.ได้ และฟ้อง เจ้าคุณปู่ (พระยาอภิบาล) คุณปู่โกรธจัด พรากเอาปัทมาไปจะให้บวชชี แต่ความรักนั้นยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ โดยความช่วยเหลือของทานตะวัน ธนาแอบพาปัทมาหนีออกมาจากวัดได้สําเร็จ

พระวิจิตรฯ ถือเป็นชัยชนะอย่างใหญ่หลวงที่ลูกชายขโมยหลานสาวพระยาอภิบาลฯมาได้เหมือนครั้ง มารดา และได้จัดการแต่งงานธนาและปัทมาอย่างหรูหราที่ทําเนียบรัฐบาล โดยได้ส่งการ์ดเชิญไปให้พระยาอภิบาลฯ พระยาอภิบาลฯ โกรธพระ วิจิตร ทําการหยามนําหน้าอย่างอภัยให้ไม่ได้

ส่วนปัทมานั้น เมื่อแต่งงานกับธนา แม้ว่าทุกคนจะรักใคร่ปัทมา แต่ก็ไม่อาจเข้ากับครอบครัวพระวิจิตรได้สนิทใจเพราะมักจะได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์คุณปู่ของตนเยี่ยงตัวตลกอยู่เสมอ ทําให้ปัทมาหงุดหงิดและพาล เป็นปากเสียงกับธนา

ปวีณา น้องสาวปัทมา เติบโตเป็นสาวไม่สวยเท่าน้อง จึงมีปมด้อย ขี้อิจฉาช่างฟ้องและคิดว่าตัววิเศษกว่าใคร คุณปู่โปรดปรานมาก ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่แทนพงศ์ (วิวัฒน์) ลูกชายนายทํานุ เป็นอาจารย์สอน ปวีณาทําตัวเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย และได้หลอกถามที่อยู่ปัทมาต่อแทนพงศ์ แล้วนําไปบอก์เจ้าคุณปู่ ๆ ก็ตามไป พรากตัวปัทมากลับบ้าน เป็นขณะ เดียวกับที่ธนาจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ ธนามาตามปัทมาแต่ถูกเจ้าคุณอภิบาลไล่ตะเพิดกลับไป ปัทมา เสียใจจนผูกคอตายแต่ช่วยไว้ทัน

ปารมี (กาญจนา) น้องสุดท้อง อ่อนหวาน ไม่มีปากเสียงแต่ซ่อนความฉลาดไว้เงียบ ๆ คุณปู่ไม่รักเพราะอคติว่าจะทําตัวแบบปัทมา จึงไม่ให้เรียนต่อ ปารมีสงสารปัทมา แต่ก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ นอกจากปลอบใจและยามว่างก็ช่วยคุณอาทําขนมขาย

พระนิติรักษ์ฯ บิดาของปัทมา เมื่อออกจากราชการไปประกอบอาชีพใดก็ไม่เคยสําเร็จ ยิ่งทําให้พระอภิบาลฯ ท้อแท้และขังตัวเองอยู่แต่ในรั้วบ้าน ฐานะก็ยิ่งแย่ลง คุณปริกและน้อง ๆ ขออนุญาตเปิดร้านอาหารในบ้าน ยิ่งทําให้เจ้าคุณขมขึ้นมากขึ้น เพราะเคยเป็นหลักให้ลูก ๆ กลับจะต้องเกาะลูกกิน ไม่อยากให้ได้ชื่อว่าลูก ๆ เป็น แม่ค้าขายข้าวแกงแต่ก็สุดจะทัดทาน เพราะความจําเป็นบังคับ

ส่วนครอบครัวพระวิจิตรฯ เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของบ้านพระยาอภิบาลอย่างขบขันและสมเพช ผิดกับทํานองผู้ลูกและหลาน ๆ คือแทนพงศ์และทันพันธุ์ ซึ่งเห็นใจบ้านพระยาอภิบาลฯ โดยเฉพาะทันพันธุ์ ลูกชายนายทํานุ สถาปนิกหนุ่มหัวสมัยใหม่ เพิ่งกลับจากเมืองนอก ทันพันธุ์ไม่ยอมทําราชการที่บิดาฝากให้ นับว่าเป็นไม้แข็งต่างจากปู่และบิดาซึ่งเอาตัวรอดด้วยการเป็นไม้อ่อนลู่ลม

ทันพันธุ์ เห็นว่าเรื่องโกรธเคืองของ 2 ตระกูลเป็นเรื่องเหลวไหล เผอิญเกิดพอใจปารมีด้วย จึงพยายามหาทางเข้าบ้านเจ้าคุณอภิบาล ฉะนั้นในวันเปิดร้านอาหาร ขณะเลี้ยงพระเพล ทันพันธุ์จึงเดินเทิง ๆ เข้าไปกราบเจ้าคุณ อย่างเรียบร้อย และคุยกับเจ้าคุณฯ ได้สนิทสนม โดยท่านไม่รู้ว่าเป็นหลานพระวิจิตร เล่นเอาคุณ ๆ ทั้ง 3 พาลจะหัวใจวาย ทันพันธุ์เป็นคนเชื่อมั่น ในตัวเอง และไม่ยอมก้มศีรษะให้ใครง่าย ๆ และมีความดื้อรั้น โผงผาง อันตรง กับอุปนิสัยของเจ้าคุณพอดี ก็เลยคุยกันอย่างถูกคอ พอถามและรู้ว่าทันพันธุ์เป็นลูกหลานพระวิจิตรคู่อาฆาต เจ้าคุณจะไล่ไปก็ใช่ที่ เพราะเกรงใจแขกเหรื่อในงาน จึงได้แต่นิ่งขึงด้วยทิฐิ ทั้ง ๆ ที่พอใจทันพันธุ์อยู่ไม่น้อย

ทานตะวันเพื่อนสนิทของปัทมา ไปเรียนเมืองนอกก่อนธนา ด้วยความว้าเหว่ที่ถูกพรากปัทมาไป ทําให้ธนาต้องปรับทุกข์กับทานตะวัน ทั้งคู่เกิดเห็นใจกัน ข่าวลือมาถึงเมืองไทย ปวีณา ผู้ริษยาเยาะเย้ย ปัทมาว่าถูกผัวทิ้ง เพราะธนาจะแต่งงานกับทานตะวัน ปัทมาก็เลยกินยาตายแต่นําส่งโรงพยาบาลได้ทัน ปารมีน้องสาวมาเฝ้าปัทมาที่โรงพยาบาล ทันพันธุ์มาเยี่ยมบ่อย ๆ ด้วยความสงสารและถือโอกาสคุ้นเคยกับปารมีด้วย ปวีณามาเห็นทันพันธุ์เยี่ยมปัทมาและคุยกับปารมีด้วยความอิจฉาที่ไม่มีใครสนใจ ตนก็เก็บไปฟ้องคุณปู่ ปารมีถูกคุณปู่ เรียกไปคุย แต่ปารมีผู้น่ารักก็รับฟัง โดยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้เช่นปัทมา คุณปู่จึงไม่อาจลงโทษได้

พี่น้องของธนา, ทํานอง (ทม วิศวชาติ) แทนพงศ์ (วิวัฒน์) และ ทันพันธุ์ เมื่อมาเห็นสภาพปัทมาที่ โรงพยาบาล ก็เขียนจดหมายประณามคนทั้งคู่ว่าฆ่าปัทมาอย่างเลือดเย็น ขอให้เลิกล้มการแต่งงานเสีย เผอิญ จดหมายสวนทางกับจดหมายของธนา ที่ส่งมาถึงเจ้าคุณปู่และแนบใบหย่ามาให้ปัทมาเซ็นชื่อด้วย เจ้าคุณปู่แค้นมากถือว่าถูกเหยียบย่ํา จนลืมเวทนาปัทมาที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล โดยเอาใบหย่าให้ดู พอเห็นหนังสือหย่าจากสามีถึงกับสติวิปลาสไปเลย

ทันพันธุ์รักปารมีแต่ไม่มีใครเห็นด้วย จึงให้ท่านหญิงพิไลลักขณา ไปสู่ขอบารมีให้ ด้วยความแค้น เจ้าคุณพาทันพันธุ์ไปดูสภาพของปัทมาที่เป็นบ้า ทันพันธุ์สลดใจและยอมรับผิดร่วมกับธนาทั้งที่ตนมิใช่ต้นเหตุ แม้กระนั้น เจ้าคุณก็ยังไม่ยอมออกปากยกปารมี

เมื่อธนารู้เรื่องเข้าก็รีบกลับ เมืองไทยเพื่อรับผิดชอบปัทมาและอยาก ให้ทันพันธุ์สมหวังแต่ทันพันธุ์กลับโกรธและประณามธนาว่าโหดร้ายต่อปัทมา ข้างพระวิจิตรก็โกรธทันพันธุ์ ที่ไปกราบกรานขอหลานสาวศัตรู
ถึงกับจะตัดขาด ทันพันธุ์จึงเกิดความเครียดและโกลาหลกันทั้ง 2 บ้านแต่ทันพันธุ์กลับไม่สนใจคงปฏิบัติตัวต่อพระยาอภิบาลอย่างสม่ําเสมอจนกระ ทั้งท่านใจอ่อนยอมยกปารมีให้ แต่มีข้อแม้อยู่ 2 ข้อ

1. ต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุล ของพระยาอภิบาล เพราะต้องการสายเลือดดี ๆ มาเป็นผู้สืบสกุล
2. ขอเป็นผู้รดน้ำบ่าวสาว แต่เพียงคนเดียว ซึ่งทันพันธุ์ก็ยอมตกลง ทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันอย่างสมใจ และธนาก็เลิกล้มที่จะแต่งงานกับทานตะวันและ ขอรับผิดชอบปัทมาที่เป็นบ้า ธนาหวัง – ว่าสักวันหนึ่ง…ปัทมาจะหายกลับมา เป็นปัทมาคนเดิมได้และชีวิตแต่งงาน ที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ก็คงจะราบรื่นเสียที่

ผู้กำกับ : อารีย์ นักดนตรี
ผลิตโดย :
เขียนบท : สุภาว์ เทวกุล
บทประพันธ์ : จุลลดา ภักดีภูมินทร์

นักแสดงละคร ขมิ้นกับปูน 2528

นิรุตติ์ ศิริจรรยา
ธงไชย แมคอินไตย์
กาญจนา จินดาวัฒน์
เดือนเต็ม สาลิตุล
ส.อาสนจินดา