Tag Archives: สุวนันท์ คงยิ่ง

เมขลา

เมขลา เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หนุ่มไทยที่ไปศึกษาต่อยังประเทศญี่ปุ่นและได้พบรักกับสาวแดนอาทิตย์อุทัย และมีบุตรสาวด้วยกันโดยที่ฝ่ายชายไม่รู้เรื่อง และโชคชะตาก็เล่นตลกทำให้ หนุ่มสาวทั้งคู่พลัดพลากจากกัน เหตุการณ์ยิ่งเลวร้าวหนัก เมื่อผู้เป็นแม่ของลูกต้องประสบอุบัติเหตุจนใบหน้าเสียโฉม และเธอก็ได้นำบุตรสาวไปฝากเลี้ยงยังสถานสงเคราะห์ บุตรสาวผู้มีนาม “เมขลา” ไม่ทราบเลยว่าแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นใคร ต่อมาเธอก็ได้มีโอกาสเดินทางมายังเมืองไทยและได้พบรักกับหนุ่มไทยควบคู่ไป กับการติดตามเรื่องราวที่มาของพ่อและแม่ของเธอ

นักแสดงละคร เมขลา

อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร แสดงเป็น อนุเทพ
สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น เมขลา
อมรินทร์ สิมะโรจน์
วรรณพร ฉิมบรรจง
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร แสดงเป็น จักร
สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์ แสดงเป็น โทชิโกะ

 

ม่านบังใจ

เฟื่องลดานักเรียนชั้นเตรียมปีที่ 2 แห่งโรงเรียนดรุณีวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีที่มีชื่อ กำลังเตรียมตัวแสดงระบำร่วมกับเพื่อน ๆ ในงานประจำปีของโรงเรียน และปีนี้ก็ดูครึกครื้นกว่าทุกครั้ง กำลังเตรียมตัวแสดงระบำร่วมกับเพื่อน ๆ ในงานประจำปีของโรงเรียน และปีนี้ก็ดูครึกครื้นกว่าทุกครั้ง เพราะเป็นงานฉลองครบรอบ 25 ปีของโรงเรียนด้วย ในขณะเดียวกัน เฟื่อง ผู้เป็นบิดาก็กำลังจะไปงานโรงเรียนลูกสาว และนำชุดกระโปรงที่เฟื่องลดาจะใส่แสดงไปให้ด้วย เฟื่องยกกล่องใส่ชุดขึ้นบังหน้าขณะเดินข้ามถนนด้วยความเร่งรีบเลยไม่ทันได้ ระวังรถที่เลี้ยวมาจากหัวมุมถนน แม้ว่าคนขับจะพยายามเบรกแล้วแต่ก็ไม่ทัน เฟื่องถูกรถชนล้มคว่ำอยู่ตรงนั้น เฟื่องลดารอพ่อด้วยความกระวนกระวายใจ เพราะใกล้จะถึงเวลาแสดงอยู่แล้ว สักครู่เฟื่องลดาได้รับทราบจากอาจารย์ว่าพ่อติดธุระมาไม่ได้จึงให้คนนำชุดมา ให้ โดยที่เฟื่องลดาเองก็ไม่รู้เลยว่าคนที่นำชุดมาให้นั้นชื่อ ทัฬห์ พฤทานนท์ ผู้ที่ขับรถชนบิดาของเธอ เขานำชุดมาให้เธอตามคำขอร้องของนายเฟื่อง และเขาก็นั่งชมการแสดงของเธอด้วยความร้อนใจ เพราะเป็นห่วงอาการของเฟื่องที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ขณะที่นั่งชมการแสดงอยู่นั้นเขาบังเอิญได้ยินชาย 2 คนทั่งอยู่ข้าง ๆ เขาพูดถึงเฟื่องลดา ชายคนหนึ่ง โฆษิต เป็นพี่ชายของเพื่อนเฟื่องลดา อีกคนหนึ่ง เสี่ยนภ ผู้ซึ่งพอใจในตัวเฟื่องลดาและต้องการได้ตัวเธอมา โดยมีโฆษิตเป็นผู้รับอาสาจะจัดการให้ ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็ชอบเฟื่องลดาอยู่เช่นกัน แต่ก็เห็นแก่เงินของเสี่ยมากกว่า ทัฬห์ได้ยินเช่นนั้นก็ให้นึกห่วงเฟื่องลดาขึ้นมาว่า ถ้านายเฟื่องเป็นอะไรไป เธอคงต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน เขาจึงรีบไปดูอาการของนายเฟื่องทันที พอไปถึงโรงพยาบาลเขาก็พบกับ สร้องทอง ผู้เป็นภรรยาของนายเฟื่อง และสร้อยสนลูกสาวของสร้อยทองก่อนสิ้นใจนายเฟื่องได้กระซิบฝากเฟื่องลดาไว้ กับทัฬห์ เพราะไม่ไว้ใจแม่เลี้ยง พูดได้เท่านั้นนายเฟื่องก็สิ้นใจ ทัฬห์สัญญากับตัวเองว่าเขาจะดูแลคุ้มครองเฟื่องลดาอย่างสุดความสามารถ เพราะเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้นายเฟื่องตาย ยิ่งเมื่อรู้ว่าสร้อยทองมิใช่แม่แท้ ๆ ของเฟื่องลดา เขาก็ยิ่งเป็นห่วงเฟื่องลดามากยิ่งขึ้น เฟื่องลดาทราบข่าวในวันรุ่งขึ้นว่าบิดาเสียชีวิตเพราะถูกรถชน ทำให้เธออาฆาตแค้นและเกลียดชังผู้ที่ขับรถชนพ่อของเธออย่างมาก

ใน วันเผาศพนายเฟื่อง ทัฬห์ชวนไทว์ น้องชายของเขาไปด้วย และยุให้ไทว์จีบเฟื่องลดา ถ้าไทว์ทำให้เฟื่องลดายอมแต่งงานด้วยเขาจะออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง แล้วเขาก็เล่าให้ไทว์ฟังถึงความจริงว่ามีเสี่ยต้องการจะซื้อตัวเฟื่องลดา เขาเกรงว่าสร้อยทองจะขายเธอไป เพราะท่าทางของสร้อยทองนั้นเห็นแก่เงิน
เมื่อ ทั้งสองไปถึงงานศพก็พบเฟื่องลดายืนต้อนรับแขกอยู่ด้านหน้ากับ กานดา เพื่อนสนิท ทัฬห์ทักทายเฟื่องลดาด้วยความอ่อนโยนแต่เฟื่องลดากลับมองทัฬห์อย่างอาฆาต แค้น ซ้ำยังแกล้งเจาะยางรถยนต์ของเขาอีก ทำให้ไทว์นึกขยาดไม่กล้าจีบเฟื่องลดาตามคำแนะนำของพี่ชาย ถึงแม้ว่าเขาจะพอใจในความงามของเธอก็ตาม ประกอบกับไทว์มีแฟนอยู่แล้วคือ สิริโสภา ราษริปูราษฎร์ ลูกสาวผู้บังคับบัญชาของไทว์เอง
หลังจากที่นาย เฟื่องตาย สร้อยทองมักไปขอเงินจากทัฬห์อยู่เสมอ และวันหนึ่งเธอนำข่าวไปบอกทัฬห์ว่าเสี่ยนพมาขอซื้อตัวเฟื่องลดาเป็นเงินถึง 6 หมื่นบาท ทัฬห์จึงเสนอว่าเขาจะให้เงินสร้อยทอง 1 แสนบาท แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องมีสิทธิ์ในตัวเฟื่องลดาแต่เพียงผู้เดียว และไม่ให้บังคับเฟื่องลดา เขาจะแต่งงานกับเฟื่องลดาก็ต่อเมื่อเธอยินยอม พอสร้อยสนทราบข่าวเข้าก็ขัดแย้งกับแม่อีก เพราะเธอไม่เห็นด้วยเธอสงสารและเห็นใจเฟื่องลดา เพราะเฟื่องลดาอยากเรียนต่อ แต่สร้อยทองอ้างว่าไม่มีรายได้มากพอที่จะส่งเรียน สร้อยทองฉลาดพอที่ไม่ใช้วิธีบังคับเฟื่องลดา เพราะเธอรู้ว่าเฟื่องลดาเป็นเด็กดื้อรั้นและทนงตัว เฟื่องลดาไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากทัฬห์เลย แม้ว่าเขาเต็มใจที่จะช่วยเหลือเธอทุกอย่างก็ตาม สร้อยทองพูดจาหว่านล้อมด้วยคำพูดที่หวาน ๆ จนเฟื่องลดาใจอ่อนเลิกล้มความตั้งใจที่จะเรียนและหางานทำ ระหว่างนั้นสร้อยทองซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ราคาแพงให้เฟื่องลดาเป็นการเอาใจและยังให้ไปเที่ยวที่ชะอำเพื่อเป็นการปลอบ ขวัญ เฟื่องลดาชวนกานดาไปด้วยโดยพักอยู่กับญาติของสร้อยทอง ระหว่างที่พักอยู่ชะอำเฟื่องลดาและกานดาได้รู้จักกับเด็กหญิงเล็ก ๆ 2 คน คือ เป๊ปซี่และโคล่า ความน่ารักของเด็กหญิงทั้ง 2 ทำให้เฟื่องลดารักและเอ็นดูอย่างมาก ในตอนแรกที่เฟื่องลดารู้ว่าเด็กทั้ง 2 เป็นลูกสาวของทัฬห์ เธอพยายามไม่ข้องแวะด้วย แต่ด้วยความฉลาดและช่างพูดของเด็กทั้งสอง ทำให้เฟื่องลดาติดใจและเมื่อรู้ว่าเด็กทั้ง 2 กำพร้าแม่ เธอก็ยิ่งรักและสงสารมากยิ่งขึ้น

หลังกลับจากชะอำเฟื่องลดาได้ทำงาน เป็นเสมียนในบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง ส่วนกานดาได้เรียนต่อ เป๊ปซี่และโคล่ารักและติดใจเฟื่องลดาและกานดามาก จึงรบเร้าให้ทัฬห์พาไปหาบ่อย ๆ ความเกลียดชังที่เฟื่องลดามีต่อทัฬห์ในครั้งแรกเริ่มคลายลงบ้าง แต่แล้วเหตุการณ์กลับเลวร้ายลงไปอีกเมื่อสร้อยทองโกหกเฟื่องลดาว่า เมื่อครั้งเฟื่องยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างหนี้สินไว้มากและตอนนี้ก็กำลังจะถูก ฟ้องล้มละลายตนจึงไปขอกู้เงินจากทัฬห์ และตอนนี้ทัฬห์ก็เร่งรัดหนี้สินโดยไม่ยอมผ่อนผันให้แม้ว่าตนอ้อนวอนขอร้อง อย่างไรก็ตาม ดังนั้นเฟื่องลดาจึงยอมแต่งงานกับทัฬห์เพราะเห็นแก่แม่เลี้ยง สร้อยทองจึงยุยงให้เฟื่องลดาปอกลอกทรัพย์สินของทัฬห์เพื่อเป็นการแก้แค้น ทัฬห์เองก็รู้ถึงแผนการของสร้อยทอง เพราะสร้อยสนเขียนจดหมายมาบอกให้ทัฬห์ทราบ แทนที่ทัฬห์จะคอยระมัดระวังเขากลับแสดงความจริงใจต่อเฟื่องลดา โดยสอนให้เธอรู้รหัสตู้เซฟที่เก็บเงินและเครื่องเพชร และด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ทัฬห์ไม่ได้ข่มเหงน้ำใจเฟื่องลดาเลย ทำให้เฟื่องลดาเริ่มรักทัฬห์อย่างไม่รู้ตัว เมื่อสร้อยทองเห็นว่าแผนของตัวเองจะไม่สำเร็จ จึงเริ่มคิดแผนอันชั่วร้ายใหม่ โดยย้ายไปอยู่ที่บ้านทัฬห์เพื่อหวังให้ทัฬห์หันมาสนใจสร้อยสนแทน สร้อยสนไม่เห็นด้วยจึงไม่ยอมไป แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะสร้อยทองเซ้งบ้านไปแล้ว และสร้อยสนอยากอยู่บ้านเก่าต่อไปให้หาเงินมาแทน สร้อยสนจนใจเพราะไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหน เธอเองก็มีอาชีพแค่รับจ้างตัดเสื้อผ้าเท่านั้น จึงต้องยอมไปอยู่ด้วย เฟื่องลดาดีใจมากที่สร้อยทองและสร้อยสนย้ายมาอยู่ด้วย โดยเธอไม่ได้ระแวงเลยว่าสร้อยทองคิดร้ายกับเธอ ไทว์สร้างบ้านใหม่เพื่อหวังจะให้เป็นเรือนหอของตัวเองกับสิริโสภา แต่เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อสิริโสภาได้รู้จักกับ สมัย ประทีปทอง แล้วเกิดเปลี่ยนใจไปรับหมั้นสมัย เพราะเห็นว่าสมัยร่ำรวยกว่าไทว์ แต่ไทว์เองก็มิได้เสียใจมากนัก วันหนึ่งเขาแวะมาเยี่ยมพี่ชายและรู้ว่าสองแม่ลูกย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพี่ ชายก็ไม่พอใจ ความเกลียดที่มีต่อสร้อยทองจึงตกทอดไปถึงสร้อยสนด้วย

ความ ไม่เข้าใจกันระหว่างทัฬห์และเฟื่องลดายิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อเฟื่องลดาเข้าใจว่าทัฬห์และสร้อยสนรักกัน ส่วนทัฬห์ก็คิดว่าเฟื่องลดาชอบกับไทว์ ซ้ำยังมีโฆษิตที่เฟื่องลดาโกหกว่าเป็นแฟนเก่าของตนเข้ามาพัวพันอีก สร้อยสนเห็นว่าเฟื่องลดานั้นรักทัฬห์ และทัฬห์เองก็รักเฟื่องลดามากเช่นกัน จึงเล่าความจริงให้เฟื่องลดาฟังว่าทัฬห์ไม่ได้ให้เงินแม่กู้แถมยังเป็นคนใช้ หนี้สินให้แม่อีกด้วย เฟื่องลดาดีใจมากที่ได้ทราบความจริงว่าทัฬห์ไม่ใช่คนหลอกลวงอย่างที่เธอเข้า ใจผิดมาตลอด สร้องทองนั้นติดการพนันมาก เมื่อสร้อยสนไม่ให้ความร่วมมือด้วยจึงคิดจะใส่ร้ายเฟื่องลดาว่ามีชู้กับ โฆษิต ช้อยคนรับใช้เก่าที่บ้านเฟื่องลดารู้ถึงแผนการของสร้อยทองด้วย เพราะสร้อยทองจะใช้ให้ช้อยปลอมตัวเป็นเฟื่องลดาเพื่อให้ทัฬห์เข้าใจผิด ช้อยจึงนำเรื่องมาบอกไทว์ ไทว์ได้ฟังดังนั้นก็โกรธแค้นสร้อยทองมาก และคิดว่าถ้าลูกสาวของสร้อยทองเองเกิดหนีตามผู้ชายไป และผู้ชายคนนั้นก็เป็นเพียงพลทหารต่ำต้อย สร้อยทองจะเสียใจเพียงใด คิดได้ดังนั้นไทว์จึงเรียกสร้อยสนมา แล้วเล่าถึงแผนการของสร้อยทองให้เธอฟัง ซ้ำยังขู่ว่าจะเล่าความจริงให้ทัฬห์และเฟื่องลดารู้ เมื่อทั้งสองกลับจากงานเลี้ยงแล้ว สร้อยสนขอร้องไทว์ไม่ให้บอกทัฬห์และเฟื่องลดา เพราะเกรงว่าเฟื่องลดาจะเสียใจและหมดความรักความเคารพที่มีต่อสร้อยทอง สร้อยสนขอเลือกคนที่ไทว์รู้จักดีที่สุด ซึ่งก็คือพลทหารรับใช้ของเขา เมื่อสร้อยสนยืนยันเช่นนั้นเขาจึงตัดสินใจพาเธอไปที่บ้านแต่ไม่ได้บอกให้ คิด ทราบว่าเธอเป็นใคร คิดจึงเข้าใจว่าเธอคือแฟนของไทว์

ข่าวของ สิริโสภาดังขึ้นอีกครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อคู่หมั้นของเธอคือนายสมัย ถูกจับข้อหาค้าฝิ่น เธอจึงคิดจะกลับมาหาไทว์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไทว์รู้ใจตัวเองว่าเขามิได้รักเธอ แต่เขารักสร้อยสน ซึ่งต่อมาเขาก็รู้ความจริงว่าสร้อยสนมิได้คิดจะแย่งทัฬห์มาจากเฟื่องลดาตาม ที่เขาเข้าใจ ส่วนโฆษิตนั้นยังเคืองแค้นเฟื่องลดาอยู่จึงวางแผนชวนเฟื่องลดาไปเที่ยวน้ำตก สาริกากับกลุ่มเพื่อน ๆ และมีสร้อยทองไปด้วย ระหว่างทางที่แวะพักทานข้าวโฆษิตแกล้งทำเป็นรถเสีย เพื่อจะให้รถเพื่อน ๆ ของเฟื่องลดานำหน้าไปก่อน โดยเขามีจุดประสงค์จะพาตัวเฟื่องลดาไปขายให้เสี่ยคนหนึ่ง ซึ่งนัดกันไว้ที่สระบุรี แผนการณ์ของโฆษิตครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสร้อยทองและกานดาน้องสาวของ เขา โดยทุกคนมีส่วนแบ่งในเงินค่าจ้าง 1 แสนบาท แต่ก่อนที่เฟื่องลดาจะถูกทำร้าย ทัฬห์ได้ตามมาช่วยไว้ทัน ทั้งสองจึงปรับความเข้าใจกันและได้ประจักษ์ถึงความรักที่มีต่อกัน

มะเมี๊ยะ

มะเมียะ เรื่องราวความรักที่ต่างเชื้อชาติ ระหว่างเจ้าน้อยศุขเกษมและมะเมียะ อันกลายมาเป็นตำนานรักที่จบลงอย่างโศกสลด และได้รับการกล่าวขานมาถึงปัจจุบัน เจ้าน้อย เป็นราชบุตรของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 ( เจ้าแก้วนวรัฐ ) และ แม่เจ้าจามเทวี ถูกส่งไปเรียนที่พม่า และพบรักกับ มะเมี๊ยะ แม่ค้าขายยามวนหรือบุหรี่ และได้เสียกันเป็นสามีภรรยา โดยที่พ่อแม่พี่น้องทางบ้านของ มะเมี๊ยะ รับรู้ เมื่อ เจ้าน้อย ต้องกลับเชียงใหม่ก็ให้ มะเมี๊ยะ มาด้วย โดยให้ปลอมเป็นชาย เจ้าน้อย รู้แก่ใจว่า มะเมี๊ยะ จะไมได้รับการยอมรับเป็นสะใภ้อย่างแน่นอน ตอนหลัง เจ้าน้อย ก็ต้องบอกความจริง ซึ่งตอนนั้น เจ้าน้อย มีคู่หมั้นอยู่แล้ว เจ้าพ่อและเจ้าแม่บอกถึงความจำเป็นต่างๆ นานาว่าจะรับ มะเมี๊ยะ อยู่ในสถานะนี้ไม่ได้ จึงบอกให้ มะเมี๊ยะ กลับไปบ้านเกิดก่อน เจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามเทวีก็มอบเงินจำนวนหนึ่งให้ มะเมี๊ยะ นำไปให้พ่อแม่ของเธอ มะเมี๊ยะ หัวใจแทบสลาย แต่ก็ไม่รู้จะทำเช่นไรได้ รู้เหตุผลและสิ่งที่สำคัญเกรงว่า เจ้าน้อย จะเดือดร้อน เธอยินดีกลับมะละแหม่ง เจ้าน้อย ให้สัญญาว่าจะไปรับกลับเชียงใหม่ มะเมี๊ยะ สาวผู้อาภัพรัก แต่มีรักแท้ เฝ้ารอ แต่สามีอันเป็นที่รักก็ยังไม่มารับเธอตามสัญญา เธอบวชชี และเมื่อวันที่ทราบข่าวว่า เจ้าน้อย อภิเษกกับพระคู่หมั้นแล้ว เธอมาเชียงใหม่ขอเข้าพบเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดี และจะบอกว่า มะเมี๊ยะ จะบวชตลอดชีวิต เจ้าน้อย เองก็เสียใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า มะเมี๊ยะ เจ้าน้อย ไม่กล้ามาพบให้คนสนิทนำเงินมามอบแก่ มะเมี๊ยะ และแหวนทับทิม 1 วง มะเมี๊ยะ จากไป หลังจากนั้น เจ้าน้อย ก็ร่างกายทรุดโทรมจากการดื่มสุราเพราะความเสียใจ เสียชีวิตในวัยแค่ 33 ปี ส่วน มะเมี๊ยะ เสียชีวิตเมื่อตอนอายุ 75 ปี เพราะความชราในภาพของแม่ชีผู้ทรงศีล

มนต์รักลูกทุ่ง

ตำนานความรักของคล้าว ที่รักอยู่กับทองกวาว แต่พ่อกับแม่ทองกวาวไม่ชอบเพราะความที่คล้าวจนและโดนยึดที่นาเพราะเป็นหนี้ กับพ่อจอม ทองก้อน และ ทับทิม เพราะความยากจนของคล้าวที่เป็นเพียงชาวนาทำให้ผู้ใหญ่ก้อนพ่อของทองกวาว พยายามกีดกัน ทองกวาวจึงเอาเงินที่มีอยู่มาให้คล้าวใช้หนี้ จอมโกรธที่ยึดที่นาของคล้าวไม่ได้ จึงไปต่อว่า ทองก้อน พ่อและแม่ของทองกวาว จึงส่งทองกวาวไปอยู่กับป้าทองคำที่กรุงเทพ โดยให้มีบุปผา  และหมึก ไปดูแล

ทองกวาวได้รู้จักกับธรรมรักษ์ หลานของป้าทองคำ ซึ่งป้าทองคำหวังจะให้หลานทั้งคู่แต่งงานกัน เพื่อสมบัติจะได้ไม่ตกเป็นของคนอื่น คล้าวเศร้าโศกเสียใจที่น้ำท่วมทุ่งนาข้าวเสียหาย ได้พวกคอยปลอบ จึงบอกบุญเย็น ให้ตามหาทองกวาว บุญเย็นพบทองกวาวที่กรุงเทพและบอกเรื่องคล้าว ทองกวาวขอให้บุญเย็นบอกคล้าวว่าทองกวาวอยากให้คล้าวมาสู่ขอแต่พ่อแม่ของ ทองกวาวกลับเรียกค่าสินสอดสิบหมื่น

ธรรมรักษ์เสียการพนัน หวังจะหลอกเอาเงินป้าทองคำจึงทำเป็นชอบทองกวาว โดยให้เพื่อนชื่อ ธีระ หัวหน้าวงดนตรีมากันบุปผา ทั้งหมดเดินทางมาบ้านทองกวาว แต่ด้วยความคิดถึงทองกวาวรีบมาหาคล้าวกลับพบว่าคล้าวอยู่กับสายใจ ทำให้ทองกวาวเข้าใจผิด ทองกวาวจึงตกลงหมั้นกับธรรมรักษ์ แต่ธรรมรักษ์มีฤทัยเป็นภรรยาอยู่ บุญเย็นจึงพาฤทัยมาบ้านทองกวาว ธรรมรักษ์โกรธมาก บอกฤทัยเป็นนักร้องในวงธีระ ฤทัยแกล้งตีสนิทกับคล้าวเพื่อให้ธรรมรักษ์หึง แล้วป้าทองคำจึงไล่ธรรมรักษ์และเมียกลับไป

แต่ข่าวการหมั้นของทองกวาวกับธรรมรักษ์ที่ทองก้อนประกาศไปเข้าหูเสือทุม ได้จับตัวทองกวาวและป้าทองคำไปเรียกค่าไถ่ คล้าวและตำรวจตาม ไปช่วยไว้ทัน คล้าวกับพรรคพวกได้ช่วยเหลือทองกวาวและป้าทองคำให้พ้นจากคนร้าย ซึ่งทำให้พ่อทองก้อนและแม่ทับทิมไม่กล้าปฏิเสธ ทั้งคู่จึงได้แต่งงานกัน

ผยอง

ราชนิกูลหนุ่มผู้มีควาู้มหยิ่งผยองและรักศักดิ์ศรีอยู่ในสายเลือด กับเรื่องราวความรักความผูกพันกับหญิงสาวชาวบ้าน ที่เติบโตมาด้วยกัน หากแต่ด้วยอนาคตและหน้าที่ ทำให้ต้องห่างเหิน นำมาซึ่งความไม่เข้าใจกัน เขาจะทำอย่างไร เพื่อเรียกความรู้สึกเก่าๆกลับคืนมา…จากเธอ

ม.จ.จอมเทพ จตุพล อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศไทย ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนลูกน้องคนสนิทเสียชีวิต จอมเทพเสียใจมากและโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง จึงละทิ้งทุกอย่างออกเดินทางท่องเที่ยวอย่างไร้จุดหมาย จนพบรักกับสาวชาวไร่คนหนึ่งชื่อกาหลง ทั้งสองตกลงใช้ชีวิตคู่แบบชาวบ้านธรรมดา โดยไม่มีใครรู้ฐานะที่แท้จริงของจอมเทพ
ทั้ง สองมีลูกชายด้วยกันชื่อเหินฟ้า ซึ่งไม่รู้ถึงยศถาบรรดาศักดิ์ของพ่อเช่นกัน เหินฟ้าเรียนมัธยมในโรงเรียนประจำอำเภอ เหินฟ้าไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก แต่เขาให้ความไว้วางใจ กับสนิทสนมกับสวย มากที่สุด สวยกำพร้าพ่อ ฐานะที่บ้านยากจน แต่สวยไม่เคยน้อยใจในโชคชะตาตนเอง เพราะมีนางบุญสม ผู้เป็นแม่ และตาสุด คอยให้ความรักความอบอุ่น

วันหนึ่งเหินฟ้าขี่จักรยาน โดยมีสวยซ้อนท้ายไปโรงเรียน รถของบัลลังก์ขับเฉี่ยว บัลลังก์พาเหินฟ้าและสวยไปทำแผลที่โรงพยาบาล บัลลังก์สะดุดกับชื่อเหินฟ้ามาก เพราะครั้งหนึ่ง พ่อบุญธรรมของเขาที่หายสาบสูญไปร่วมยี่สิบปี เคยพูดไว้ว่า ถ้าท่านมีลูกจะตั้งชื่อว่าเหินฟ้า บัลลังก์สะกดรอยเหินฟ้าจนพบว่า พ่อของเหินฟ้า ก็คือ ม.จ. จอมเทพ พ่อบุญธรรมของเขานั่นเอง เหินฟ้าผิดหวังอยู่ลึก ๆ ที่เขาไม่ได้เป็นลูกคนเดียวของพ่อ อีกทั้งยังเห็นจอมเทพสนิทสนมกับบัลลังก์มาก เหินฟ้ายิ่งน้อยใจ โดยที่กาหลงและจอมเทพลืมบอกไปว่าบัลลังก์เป็นเพียงลูกบุญธรรม

จอมเทพหัวใจวายเสียชีวิตกระทันหัน บัลลังก์เดินทางมาช่วยงานศพ และส่งข่าวให้ ม.จ.ญ.ภิเษกศรี พี่สาวต่างมารดาของจอมเทพทราบ ภิเษกศรีมาร่วมงานศพ และแสดงท่าทีดูแคลนกาหลง เหินฟ้าได้รับรู้ความจริงว่าตนคือ ม.ร.ว.เหินฟ้า จตุรพล ทายาทเพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติ เหินฟ้ากับกาหลงปฏิเสธรับมรดกต่าง ๆแต่เมื่อภิเษกศรีดูถูกดูแคลน เหินฟ้าจึงเกิดความอยากเอาชนะ ยอมรับมรดกของพ่อ

บัลลังก์กลัวว่า เหินฟ้าจะผลาญสมบัติทั้งหมดของจอมเทพ จึงพูดโน้มน้าวให้เหินฟ้าย้ายไปเรียนที่กรุงเทพฯก่อนไป เหินฟ้ามอบแหวนวงหนึ่งให้กับสวยเป็นที่ระลึก ซึ่งเป็นแหวนที่จอมเทพเคยให้ไว้กับหญิงสาวคนหนึ่ง

เหินฟ้าเข้ามา อาศัยที่วังเพลินจิต ซึ่งภิเษกศรีมีลูก 4 คน คือ ม.ร.ว.ธิดาศรี แต่งงานแล้วมีบุตรชายและหญิงม.ร.ว.ปิยะพันธ์ กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัย ม.ร.ว.ธัญญวิทย์ เรียนอยู่ชั้น ม.5 และ ม.ร.ว.ขนิษฐศรี บุตรสาวคนสุดท้อง

ภิเษก ศรีจำต้องอุปการะเหินฟ้า เพราะวังเพลินจิตจริง ๆ แล้วไม่ใช่ของภิเษกศรี แต่เป็นของจอมเทพ ภิเษกศรีแสดงท่าทีดูถูกเหินฟ้าต่าง ๆ นาๆ เหินฟ้าใช้ความอดทนอยู่ที่วังเพลินจิตต่อไป เพื่อจะพิสูจน์ว่าตนเองก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร

บัลลังก์พาเหินฟ้าไปพบ กับ ม.จ.หญิงมยุเรศลักษณา คนรักเก่าของจอมเทพที่ต้องเลิกร้างกันไป และเป็นเจ้าของแหวนที่เหินฟ้ามอบให้สวย มยุเรศลักษณาเอ็นดูเหินฟ้าตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า

เหินฟ้าเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเดียวกับธัญญวิทย์ และขนิษฐศรี สร้างความไม่พอใจให้ขนิษฐศรี เพราะเธอไม่ต้องการให้เหินฟ้ามีอะไรเท่าเทียมกับตน ขนิษฐศรีจึงกลั่นแกล้งฉีกหน้าเหินฟ้าต่อหน้าเพื่อนๆ เสมอ

เวลาผ่านไป สวยเริ่มเปลี่ยนแปลงจากเด็กเป็นสาวน้อยน่ารัก เป็นจุดสนใจของเด็กหนุ่ม โดยเฉพาะโกเมนลูกชายเสี่ยเจ้าของโรงสีรุ่นพี่ที่โรงเรียน โกเมนรู้ว่าสวยคบอยู่กับเหินฟ้า จึงวางแผนกับกิ่งผกา น้องสาวของตนที่แอบชอบเหินฟ้าอยู่ โดยกิ่งผกาแกล้งเขียนจดหมายไปบอกเหินฟ้าว่าสวยเป็นแฟนกับโกเมนเหินฟ้าเข้าใจ ผิด และไม่ยอมติดต่อสวยอีกเลย

วันหนึ่งสวยเป็นตัวแทนของโรงเรียนเดิน ทางมาร่วมงานที่กรุงเทพฯ เหินฟ้ากับเพื่อน ๆ รวมทั้งธัญญวิทย์และขนิษฐศรีมาเที่ยวงานนี้ด้วย สวยเห็นเหินฟ้าอยู่ในกลุ่มผู้ดี จนเข้าใจผิดว่าเหินฟ้าลืมเพื่อนกระจอกอย่างเธอไปแล้ว

เหินฟ้าสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหารได้ จนเรียนจบโรงเรียนนายเรืออากาศ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเขาไม่ได้ข่าวจากสวยอีกเลย สวยเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยความช่วยเหลือของหมอแหม่มที่สอนภาษา อังกฤษให้กับเธอ และจบการศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์จากอังกฤษ

เหินฟ้า เข้ารับราชการเป็นนักบินประจำกองทัพอากาศ ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ขนิษศรีเปลี่ยนจากความเกลียดมารักเหินฟ้าโดยไม่รู้ตัว แต่เหินฟ้ามองขนิษฐศรีเป็นน้องสาวคนหนึ่ง

วันหนึ่งความลับทั้งหมดถูกเปิดเผย ว่าเหินฟ้าเป็นทายาทในกองมรดกของจอมเทพ และเป็นเจ้าของวังเพลินจิต ภิเษกศรีเครียดที่ต้องถูกยึดทรัพย์สมบัติ จนล้มป่วย เหินฟ้าตัดสินใจยกวังเพลินจิตคืนให้ภิเษกศรีตามเดิม ภิเษกศรีและลูก ๆ ที่เคยดูถูกเหยียดหยามเหินฟ้า จึงรู้สึกสำนึกผิดและเห็นความดีของเหินฟ้า

เหินฟ้าประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกลงใกล้ ๆ หมู่บ้านชาวเขา ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหินฟ้าถูกนำตัวมารักษาที่หมู่บ้าน โดยมี นะสื่อ หรือสวยเป็นแพทย์ที่รักษาเขานั่นเอง สวยปฏิเสธอย่างเย็นชาว่าเธอไม่รู้จักเขา เหินฟ้ารักษาตัวอยู่บนดอย โดยไม่ยอมให้ส่งตัวกลับ เพราะเขาต้องการพิสูจน์ว่านะสื่อก็คือสวยคนที่เขาเคยรู้จัก แต่อย่างไร ก็ตาม สวยก็ไม่ยอมรับ เหินฟ้าจึงจำต้องจากมา เหินฟ้ากลับขึ้นดอยอีกครั้ง แต่คราวนี้มีมยุเรศลักษณาและขนิษฐศรีตามมาด้วย ขนิษฐศรีพยายามทำตัวเป็นแฟนเหินฟ้า จนสวยยิ่งเข้าใจผิดมากขึ้น

มยุเรศ ลักษณาเห็นแหวนที่เหินฟ้าให้สวย ก็จำได้ทันทีว่าเป็นแหวนวงเดียวกับที่จอมเทพให้ตน มยุเรศลักษณารู้ว่าทั้งสองมีใจให้กันจึงวางแผนกับเหินฟ้าเชิญสวยไปร่วมงาน หมั้นของเหินฟ้าที่บ้านที่เชียงใหม่ แต่เมื่อสวยเดินทางมาถึง ก็พบว่าคนที่เหินฟ้าจะขอหมั้นก็คือเธอนั่นเอง ในที่สุด สวยก็ไม่อาจจะวิ่งหนีหัวใจของตนเองได้ต่อไป เพราะรู้ดีว่าคนที่เธอรักและผูกพันกับเขาทั้งชีวิต มีเพียงคนเดียว คือเหินฟ้านั่นเอง

นักแสดงละคร ผยอง

ศรราม เทพพิทักษ์  แสดงเป็น   เหินฟ้า
สุวนันท์ คงยิ่ง  แสดงเป็น   สวย หรือ นะสื่อ
ดวงดาว จารุจินดา  แสดงเป็น   ม.จ.หญิงมยุเรศลักษณา
แรม วรธรรม  แสดงเป็น   ม.จ.จอมเทพ จตุพล
จารุวรรณ ปัญโญภาส  แสดงเป็น   ม.จ.หญิงภิเษกศรี
พลรัตน์ รอดรักษา  แสดงเป็น   บัลลังก์
ชุติมา นัยนา  แสดงเป็น  กาหลง
อรชุมา.. ธรรมกามี  แสดงเป็น   ขนิษศรี

ปู่โสมเฝ้าทรัพย์

เมษายน 2312 อยุธยาล่มแล้ว ทั้งเมืองถูกเผาผลาญด้วยน้ำมือศัตรู กองเกวียนขบวนหนึ่งมุ่งออกจากประตูเมือง มุ่งไปยังดินแดนที่ปลอดภัยเพื่อเก็บสมบัติของแผ่นดิน แก้วแหวน เงินทอง มหาศาล ถูกขนเข้าไปเก็บในถ้ำ นอกจาก เจ้าพระยาเสนาบดีกลาโหม ยังมี ราชครูโหรหลวง นางกำนัน 4 คน นางเพ็ง, นางเพียน, ขุนพิทักษ์ นายทหารผู้ทรงยศ ราชครูบอกทุกคนว่าสมบัติต้องมีวิญญาณปกป้องรักษา ทุกคนพร้อมใจที่จะสละชีวิต

ยกเว้นขุนพิทักษ์และนางเพียนที่ลักลอบหนี ไปพร้อมกับสมบัติจำนวนหนึ่ง แต่ละชีวิตถูกปลิดเหมือนใบไม้ร่วง คนสุดท้ายราชครูโหรหลวง “ท่านจงตัดหัวข้า เลือกของข้าจงขีดครอบแดนสมบัติไว้มิให้กล้ำกราย หัวของข้าจงใส่พานตั้งไว้ แล้วหมุนพานไปรอบๆ เพื่อที่ข้าจะได้เห็นศัตรูที่เข้ามาทุกทิศ” เจ้าพระยาฯ ก้มลงกราบ ก่อนที่ระเบิดจะดังขึ้นปิดขังวิญญาณไว้ชั่วกาลนาน หลังจากเจ้าพระยาฯ ไปแล้วคนทรยศหวนกลับมาเพื่อจะเอาสมบัติ

และถ้ำ สมบัติก็ได้ผู้พิทักษ์เพิ่มขึ้นอีกสองดวงด้วยน้ำมือท่านราชครูที่มีชื่อเดิม ว่า “โสม” ที่ใครๆ เรียก “ปู่โสม” 200 กว่าปีผ่านไป พ.ศ.2549 กรุงเทพมหานคร วันนี้เป็นวันหมั้นของ โยธิน และ พิมาลา โยธินรักพิมาลาอย่างคลั่งไคล้ แต่พิมาลาหมั้นเพราะตอบแทน พิณทอง ผู้เป็นแม่เท่านั้น ขณะที่กรวดน้ำกันนั้น คุณยาย กล่าวคำอุทิศส่วนกุศลให้ทวดเพียนและทวดเพ็ง ซึ่งเป็นบรรพบุรุษ แท้จริงแล้วทวดเพียนเป็นแม่ของพิมาลาชื่อ มณี ภพที่แล้ว

ที่บ้านสวน แห่งหนึ่ง อุบลวรรณ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับปู่โสม ซึ่งอุบลวรรณเป็นลูกหลานสืบทอดมาจากปู่โสม มีบุตรชายชื่อ พีร์ เป็นข้าราชการสถานฑูตที่ประเทศสเปน ที่ไม่เชื่อเรื่องลึกลับ ซึ่งอดีตเป็น ขุนพิชิตพล ลูกของปู่โสม หลังจากวันกรวด น้ำวิญญาณนางเพียนก็มาเข้าฝันพิมาลาเพื่อให้ปลดปล่อยเธอ แต่เธอก็ไม่คิดอะไรทำให้ทวดเพียนโกรธแค้น ต่อมาพิมาลาเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศสเปน ที่นั่นพิมาลาพบกับพีร์

ทั้ง สองรู้สึกเหมือนมีพลังลึกลับดึงดูดเข้าหากันอย่างประหลาด โรซี่ หมอดูยิปซีบอก ซอนญ่า ลูกสาวให้ไปพาพีร์มาพบ ซึ่งพีร์ได้พาพิมาลามาด้วยเพราะในช่วงหลังทั้งคู่เริ่มสนิทกันแล้ว สร้างความไม่พอใจให้ซอนญ่าเป็นอย่างมาก โรซี่ได้มอบแหวนรอยสลักรูปจันทร์เสี้ยวให้พีร์ และบอกว่าแหวนวงนี้เป็นสมบัติของบรรพบุรุษพีร์ ต่อมาทั้งพิมาลาและพีร์ต้องกลับประเทศไทยอย่างเร่งด่วน ซอนญ่าของตามมาด้วย โยธินเร่งรัดงานแต่งงานแต่พิมาลายังไม่พร้อม

อีกทั้งยังได้รู้ว่าแม่ ตัวเองเป็นชู้กับ พลโทพิชัย อีก ดีที่มีพีร์อยู่ช่วยปลอบโยน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงใกล้ชิดกันมากขึ้น โยธินไม่ใช่คนตาบอดเขาจึงวางแผนฆ่าพีร์แต่ปู่โสมมาช่วยไว้ ด้านพิมาลาก็ฝันถึงทวดเพียนอีกบอกพิมาลาว่าให้พาพีร์เดินทางมาหาที่ถ้ำ สมบัติ โยธินรู้เรื่องจากพิณทองความโลภครอบงำ ขบวนการล่าสมบัติได้ออกเดินทาง โยธิน พร้อมด้วย เมธี หมอผี และ โทนี่ เพื่อนนักโบราณคดี แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในแผนล่าสมบัติคือพิมาลา, พีร์ และซอนญ่า

ระหว่างเดินทางทั้งหมดได้หลงเข้าไปในเมืองลับแล ที่นี่ทำให้พิมาลาและพีร์เริ่มมองเห็นอดีตชาติของตนว่าเคยรักกันมาก่อน แต่ก็ปะติดปะต่อไม่ได้มากนัก เพราะโยธินจะคอยกวนเสมอ ต่อมาทั้งหมดออกจากเมืองลับแลได้ ก็ถูกทวดเพียนพามาที่ถ้ำสมบัติ ทวดเพียนบอกว่ายังมีอีกเยอะที่ปู่โสมเฝ้าไว้ ซึ่งตัวเองพาเข้าไปไม่ได้ต้องให้ อาจารณ์พุทธะ มาหาเหล็กไหลแต่ถูกปู่โสมขังไว้ถึง 20 ปี คณะคนชั่วบังคับให้อาจารณ์พุทธะพาไปเทวาลัยร้างที่ปู่โสมฝังสมบัติไว้

อา จารณ์รู้ตัวว่าหมดประโยชน์และชะตาขาดจึงมอบเหล็กไหลให้พีร์ก่อนที่จะตาย ทั้งหมดถึงเทวาลัยปู่โสมและนางกำนัลทั้ง 4 คนต่างสู้อย่างสุดความสามารถ จนในที่สุดคณะหาสมบัติถูกปู่โสมเล่นงานจนสะบักสะบอมก็เริ่มท้อ ไม่รู้จะเอาชนะปู่โสม ได้อย่างไร ทวดเพียนมาเข้าฝันพิมาลาให้โจมตีในวันพระใหญ่ที่ปู่โสมต้องจำศีล วันนั้จะชนะปู่โสมได้ แต่พิมาลาเก็บเงียบเอาไว้ แต่ทวดเพียนไม่ยอมแพ้ทำทุกวิถีทางจนสามารถเข้าฝันโยธินได้

เมื่อถึง วันพระใหญ่ เมธีใช้เวทมนต์เข้าไปถึงสมบัติ แล้วพากันหนีข้ามไปแดนเขมร เมธีขอความช่วยเหลือจาก นางอัปสรา ที่ดูแลเทวาลัยเขมร ให้ช่วยป้องกันปู่โสมไว้ ปู่โสมตามมาถึงขอเปิดการเจรจา ทั้งสองคุยกันอย่างสันติยอมให้ปู่โสมผ่านเข้าไปเล่นงานเมธีได้ ณ ชายแดนระหว่างไทยกับเขมร ได้เป็นสมรภูมิรบระหว่างคนกับผี ในที่สุดปู่โสมก็เป็นฝ่ายมีชัย เมธี, โทนี่, ซอนญ่า ตาย ส่วนนางเพียนบังคับให้โยธินจับพีร์

พิมาลาตามไปด้วย โยธินสู้กับเหล็กไหลไม่ได้จึงเสียชีวิตเหลือพีร์กับพิมาลา ช่างพอดีที่จะเป็นตัวตายตัวแทนของขุนพิทักษ์และนางเพียน แต่ว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะตายเพราะน้ำมืออีกคนหนึ่ง เพราะวิญญาณสังหารใครไม่ได้ พีร์ยอมตายโดยให้พิมาลาฆ่า ส่วนพิมาลาก็เต็มใจเป็นผู้ถูกแลกวิญญาณ ทั้งสองแย่งปืนกันเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด และหนึ่งชีวิตล้มลงขณะที่เสียงหัวเราะของวิญญาณดวงหนึ่งดังก้อง

วัน เวลาผ่านไปอุบลวรรณกำลังยืนใส่บาตรให้พระภิกษุรูปหนึ่งที่ยืนรับด้วยสีหน้า สงบนิ่ง อุบลวรรณกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว ชื่อหนึ่งที่เปล่งออกมาอย่างชัดเจนคือ “พิมาลา” ปูโสมวางมือเหนือศีรษะของวิญญาณพิมาลาที่ก้มกราบด้วยน้ำตานองหน้า ปู่โสมเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ลูกเอ๋ย ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดินเช่นพวกเรา”

รายชื่อนักแสดงละคร ปู่โสมเฝ้าทรัพย์

สเตฟาน วีระบุญชัย รับบท พีร์ / ขุนพิชิตพล
สุวนันท์ คงยิ่ง รับบท พิมาลา / มณี
ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล รับบท ปู่โสม / ราชคร
รชนีกร พันธุ์มณี รับบท ทวดเพียน
ดวงดาว จารุจินดา รับบท ทวดเพ็ง
ภารดี อยู่ผาสุข รับบท ซอนญ่า
รัฐธรรมนูญ ศรีฤกษ์ รับบท โยธิน / หมื่นกล้า
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รับบท อุบลวรรณ

บุษบาเร่รัก

บุษบา ครูสอนดนตรีสาวแสนสวย สอนเปียโนอยู่ที่โรงเรียนของ ธนาดล ซึ่งหลงรักเธอ แต่เธอก็ไม่อยมรับรักใคร บุษบาพักอยู่กับ ช่อทิพย์ เพื่อนรักที่ทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ บุษบาชอบนั่งดูทีวีเป็นประจำเพื่อดูข่าวของ รงรอง นางแบบชื่อดัง แต่ตอนกลางคืนบุษบาสาวหวานจะกลายเป็น มินตรา นักร้องคาเฟ่ที่จัดจ้านชอบหว่านเสน่ห์ให้กับผู้ชายที่มีครอบครัวแล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี เสี่ยสุรินทร์ ที่มีภรรยาคือ ฉวีวรรณ

และมีลูก ด้วยกัน 2 คนคือ นันทพร และ ศิธา ที่เป็นพ่อม่ายมีลูกติดคือ กุลกานดา ศิธามีคนที่กำลังดูใจอยู่คือ อรอำไพ เธอมีพี่ชาย ยุทธดนัย วิศวกรช่างไฟ และเป็นเพื่อนกับศิธา เสี่ยสุรินทร์มีเมียเก็บคือรงรองนั่งเอง ยายเจียม ยายที่เลี้ยงดูบุษบามาตลอดป่วยเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล บุษบาต้องใช้เงินในการรักษายายเจียมเป็นจำนวนมาก จึงต้องหลอกเอาเงินจากบรรดาเสี่ยทั้งหลาย

เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นคน บาปแต่จำเป็นต้องทำเพื่อยายเจียม และเพื่อแก้แค้นผู้ชายเจ้าชู้ ศิธามาเจอบุษบาเมื่อธนาดลเพื่อนเขาแนะนำให้กุลกานดามาเรียนเปียโนที่ โรงเรียน กุลกานดาชอบครูบุษบามากและตั้งใจเรียนเต็มที่ ถึงเวลากลางคืนมินตราก็ออกมาร้องเพลงเหมือนเคย แล้วคืนหนึ่งเธอก็เจอกับเสี่ยหื่นกามพาไปมอมยา แต่เธอรอดมาได้เพราะศิธามาช่วยเอาไว้ ช่อทิพย์ไปเดินซื้อของผ่านร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า

จำ ได้ว่าเป็นร้านของ วิทย์ พ่อของบุษบา เธอเห็นวิทย์คุยอยู่กับยุทธดนัย จากการสนทนาทำให้รู้ว่ายุทธดนัยเป็นเจ้าหนี้และวิทย์เป็นลูกหนี้ ศิธาพยายามพูดยุติความสัมพันธ์กับอรอำไพเพราะเขารู้ตัวแล้วว่าไม่ได้รักเธอ กับครูบุษบาเขาก็รักเหมือนน้องสาว แต่เขารักและสนใจในตัวบุษบามินตรา ซึ่งนักร้องสาวหว่านเสน่ห์ให้เพื่อหวังทำลายความสงบสุขในครอบครัว เมื่อรู้ว่าเขาเป็นลูกชายของเสี่ยสุรินทร์

ในเวลาเดียวกันเสี่ย สุรินทร์ก็มาติดพันมินตราถึงขนาดขอแต่งงานกับเธอ โดยจะยอมหย่ากับฉวีวรรณ มินตรายอมรับจะแต่งงานกับเสี่ยสุรินทร์เพื่อทำความเจ็บช้ำในรงรอง แต่แล้วปัญหาใหญ่ก็เกิดขึ้นเมื่อเธอเกิดรักศิธาขึ้นมาจริงๆ แล้วเสี่ยสุรินทร์ก็รู้ว่าตัวเขาเองรักผู้หญิงคนเดียวกับลูกชาย เสี่ยสุรินทร์ช็อคโรคหัวใจกำเริบต้องเข้าโรงพยาบาล และเป็นอัมพาตครึ่งท่อน ศิธาโกรธมินตรามากที่เป็นตัวการทำให้พ่อของเขาอยู่ในสภาพคนพิการ

มินตรา ยอมรับผิดลาออกจากนักร้องคาเฟ่มารับโทษด้วยการดูแลเสี่ยสุรินทร์ เธอตั้งใจดูแลเสี่ยสุรินทร์เป็นอย่างดี ช่วยทำกายภาพบำบัดให้จนอาการอัมพาตค่อยๆ หาย เสี่ยสุรินทร์เริ่มเดินได้โดยใช้ไม้เท้า เธอต้องตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเลือกแต่งงานกับใคร และเธอก็เลือกแต่งงานกับเสี่ยสุรินทร์ ทำให้นันทพรซึ่งปกติก็ต่อต้านมินตราอยู่แล้ว ยิ่งต่อต้านหนักขึ้นเพราะกลัวมินตราแย่งสมบัติ

ยุทธ ดนัย, ธนาดล และศิธาไปทานอาหารด้วยกัน ศิธาเลยเปิดใจคุยกับยุทธดนัยว่าหากเขาต้องเลิกกับอรอำไพยุทธดนัยจะโกรธเขา ไหม แต่ยุทธดนัยรู้จักน้องสาวตัวเองดีเลยบอกศิธาว่าไม่โกรธ อรอำไพพอรู้ว่าถูกศิธาบอกเลิก และศิธาจะแต่งงานกับบุษบามินตรา อรอำไพเสียใจอาละวาดจนเสียสติต้องไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช แต่เธอก็หนีออกจากโรงพยาบาลไปทำร้ายมินตรา แต่ศิธาเอาตัวเองบังรับคมมีดแทน

เสี่ย สุรินทร์เห็นความรักจริงใจที่ศิธามีต่อมินตรา ประกอบกับรงรองมาเปิดเผยความจริงว่า มินตราเป็นลูกสาวของเธอกับเสี่ยสุรินทร์ทำให้แต่งงานด้วยไม่ได้ เสี่ยสุรินทร์จึงยอมเสียสละให้ศิธาแต่งงานกับมินตรา แต่ศิธาก็จับได้อีกว่ามินตรากับครูบุษบาเป็นคนคนเดียวกัน เขาจึงทั้งรักทั้งแค้นเธอ วัหนึ่งเกิดเหตุร้ายรุนแรงขึ้น เมื่ออรอำไพตั้งใจจะขับรถชนมินตราให้ตาย แต่รงรองผลักมินตรากระเด็นไปทำให้เธอถูกรถชนตาย

ก่อนขาดใจเธอได้พูด ให้มินตรารับรู้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่แม่มีต่อลูก มินตรายอมรับรงรองเป็นแม่ก็ต่อเมื่อสายไปแล้ว เธอเสียใจมากจัดการฝากเงินให้ช่อทิพย์ช่วยดูแลยายเจียม แล้วเธอก็หนีหน้าไปจากกรุงเทพฯ เสี่ยสุรินทร์เรียกศิธามาพูดกันตามประสาพ่อลูกว่าเขาจะไม่แต่งงานกับมินตรา ถ้าศิธารักมินตราจริงก็ให้ตามหาเธอให้เจอ ศิธาจะไปตามหามินตราเจอที่ไหน และเขาจะเอาชนะใจเธอได้อย่างไร ติดตามชมได้ในละคร บุษบาเร่รัก

รายชื่อนักแสดงละคร บุษบาเร่รัก

วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ แสดงเป็น ศิธา
สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น บุษบา / มินตรา
ดนัย จิรา แสดงเป็น ยุทธดนัย
อาริษา วิลล์ แสดงเป็น อรอำไพ
เมทินี กิ่งโพยม แสดงเป็น รงรอง
ณัฏฐกันย์ ทยุตาจารุวิชญ์ แสดงเป็น ช่อทิพย์
พีระ เทศวิศาล แสดงเป็น ธนาดล
ตฤณ เศรษฐโชค แสดงเป็น เสี่ยสุรินทร์
ด.ญ.อภิภา เครื่องสาย แสดงเป็น กุลกานดา

นางทาส 2551

เย็น ถูกพ่อแม่นำมาขายให้กับ คุณหญิงแย้ม ตั้งแต่อายุ 15 ปี ตกอยู่ในความปกครองของทาสหญิงชราชื่อ นางฟัก ดูแลฝึกหัดให้สันทัดงานผู้ลากมากดี ภายหลังคุณหญิงก็เรียกให้ไปรับใช้บนเรือน เพราะเย็นผิวพรรณหมดจดหน้าตาสะสวย เมื่ออายุยี่สิบปีจึงได้ชื่อว่าเป็นอนุภรรยาคนหนึ่งของ พระยาสีหโยธิน เย็นไม่ลืมว่าตัวตกเป็นของบุรุษผู้มีอายุคราวบิดามารดา เพราะความกลัวเกรงบุญบารมีหาใช่เพราะสมัครรักใครไม่ กระนั้นเย็นก็ตั้งหน้าสามิภักดิ์โดยสุจริต เจ้าคุณเมตตาเป็นพิเศษ จึงก่อให้เกิดริษยาในหมู่เมียน้อยด้วยกัน

เย็นอายุน้อยกว่าเขาทั้ง นั้น ซ้ำมีชื่อว่าเป็นทาสมาแต่เดิมก็สงบเสงี่ยมเจียมตัว คุณหญิงจึงเอ็นดูกว่าอนุภรรยาคนอื่นๆ แปลกแสนแปลกด้วยเมื่อปีหนึ่งล่วงไป คุณหญิงและเย็นก็มีครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าคุณตื่นเต้นดีใจเท่าไหร่ เย็นก็ถูกริษยาจากเพื่อนเมียน้อยเท่านั้น เย็นรู้ว่าถ้าเย็นเป็นมารดาลูกของเจ้าคุณ ก็อาจถูกใส่ความว่าประพฤติชั่วกับชายอื่น มันหมายถึงอันตรายยิ่งใหญ่ทีเดียว แต่โชคดีที่คุณหญิงตั้งครรภ์ด้วย หลังจากแต่งงานมานาน เมื่อเวลาใกล้กำหนดคลอด เจ้าคุณมีราชการต้องไปค้างอยู่ต่างจังหวัดมีกำหนดสามสิบวัน

และก่อน หน้าที่จะกลับสิบสองวัน คุณหญิงแย้มก็ได้คลอดลูกชายและเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น ซึ่งพร้อมกับเย็นให้กำเนิดเด็กหญิง โดยมิคาดฝัน นางฟักก็มาบอกว่า คุณหญิงขอเปลี่ยนเอาลูกของเย็นไปเป็นลูกของท่าน ให้เย็นรักษาเป็นความลับไว้ตลอดอายุ และให้รางวัลอย่างงาม เย็นบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ใจหนึ่งนั้นหวงแหนเลือดในอก ปรารถนาจะได้โอบอุ้มเลี้ยงดูเองให้สมกับอุ้มท้องมาเกือบเต็มขวบปี แต่อีกใจหนึ่งนั้นหวั่นกลัวอำนาจอันยิ่งใหญ่ของภรรยาหลวง ไม่แน่ว่าการปฏิเสธจะเกิดผลร้ายแก่ตัวสักแค่ไหน

แต่นางฟักชักแม่น้ำ ทั้งห้าหว่านล้อม อ้างว่าเพื่ออนาคตอันสดใสของลูก เป็นลูกคุณหญิงต้องดีกว่าเป็นลูกของนางทาสแน่นอน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นลูกเจ้าคุณก็ตาม เย็นจึงยอม ค่ำวันนั้นคนในบ้านก็รู้ทั่วกันว่าลูกของเย็นตาย ส่วนลูกของคุณหญิงรอดชีวิตเป็นผู้หญิง เจ้าคุณกลับมาบ้านตามกำหนด ครั้นทราบว่าลูกของเย็นเป็นชายแต่ตายเสียก็บ่นเสียดาย ส่วนคุณหญิงได้รับการเอาใจใส่อย่างดีเลิศ ทารกซึ่งได้ตำแหน่งธิดาคุณหญิงแย้มเติบโตรวดเร็ว ผิวพรรณผ่องใส เป็นที่รักของเจ้าคุณและคุณหญิงผู้ตั้งตนเป็นมารดาอย่างยิ่งกบ-สุวนันท์ คงยิ่ง

เย็น ได้ให้น้ำนมได้อุ้มชูเลี้ยงดูโดยคำสั่งของคุณหญิงเป็นบางครั้ง ซึ่งทำให้เย็นเก็บความชื่นชมเสน่หาบุตรสาวอยู่กลายเป็นของคนอื่นไว้คนเดียว ท่านเจ้าคุณยังคงรักและเมตตาเย็น พร้อมทั้งมีความหวังว่าเย็นอาจจะมีลูกให้ท่านอีก เพราะอนุภรรยาอื่นๆ ไม่ปรากฎว่าใครจะตั้งครรภ์เลย จนในวันหนึ่ง ทิดยืน พี่ชายของเย็นมาบอกว่าพ่อเจ็บ แม่ให้มาขอขึ้นค่าตัวเย็นไปรักษาพ่อ เย็นไม่กล้าให้พี่ชายเอ่ยปากกับท่านเจ้าคุณ จึงให้ตะกรุดทองซึ่งเจ้าคุณให้ผูกตอนตั้งท้องไปแทน แต่การณ์กลับเป็นผลร้ายแก่เย็น

ด้วย บุญมี อนุภรรยาของเจ้าคุณที่ริษยาเย็นอยู่ ได้กล่าวโทษฟ้องว่าเย็นคบผู้ชายถึงให้เป็นสิ่งของกัน เย็นจึงโดนหวายเฆี่ยนเจียนตาย และถูกถอดลงมาเป็นนางทาสตามเดิม เย็นต้องมาเป็นลูกมือนางในคนครัว ตำน้ำพริก ปอกมะพร้าว ขูดมะพร้าว หุงข้าว ผ่าฟืน ล้างถ้วยชามรามไห แล้วแต่นางในจะใช้ เหนื่อยสายตัวแทบขาด ที่ร้ายที่สุดคือห่างเหินลูกรักชนิดสุดเอื้อม กระนั้นก็ตามเย็นก็คอยหาโอกาสแอบเข้าไปใกล้ชิด อุ่นเรือน ( คุณหนูแดง) อยู่เสมอจนวันหนึ่ง วันที่เย็นเข้าไปหา นางพุ่ม พี่เลี้ยงคุณแดง อุ้มคุณแดงเชยชม

ก็ปรากฏว่าสร้อยข้อเท้าคุณแดงหายไป นางพุ่มระบุว่าเย็นมาอุ้มคุณแดง เย็นจึงถูกเฆี่ยนเป็นครั้งที่สอง จนคุณหญิงสงสารหยิบสร้อยเส้นใหม่ออกมาและบอกว่าหาพบแล้ว เย็นจึงรอดพ้นจากอาญาไปได้ ตั้งแต่นั้นมาเจ้าคุณก็สั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เย็นเข้าใกล้อุ่นเรือน เวลาผ่านไปตามลำดับอุ่นเรือนโตเป็นสาวแรกรุ่นจำเริญตา ในขณะที่เย็นร่างกายเสื่อมโทรมไปเพราะงานหนัก ผิวพรรณด้านหลังงองุ้ม ผมหงอกเกือบทั่วศีรษะ วันหนึ่งขณะที่เย็นกำลังพักผ่อน หลังจากทำงานในครัวอย่างหนัก

ก็ได้ยินเสียง นางสาลี่ อนุภรรยารุ่นเก่าคนหนึ่งของเจ้าคุณ และอีทาสหน้าตาขี้ริ้วชื่อ แอบ นัดแนะกันจะล่ออุ่นเรือนมาให้ ทิดคล้อย ซึ่งอดีตเป็นพระนักเทศน์ตัวลือ เย็นตกใจแทบสิ้นชีวิต เฝ้าตรึกตรองหาทางป้องกันอุ่นเรือนจนกระทั่งถึงวันนัด เย็นไปดัก ณ ที่นัดพบเพื่อห้ามอุ่นเรือน อุ่นเรือนโกรธจัดถึงกับตบหน้าเย็น แต่เย็นไม่ฟังเสียงเฝ้าวิงวอนจนถึงกับต้องยื่นคำขาดว่า จะขัดขวางถึงตายก็ยอม เมื่อสาลี่มาถึงรู้ว่าความแตกแล้วก็กรีดร้องขึ้นเต็มเสียงว่า เย็นพยายามแย่งของจากอุ่นเรือน อีกครั้งหนึ่งที่นางทาสถูกโบยจนสลบคาหวาย

ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่มแต่ คำน้อยมิได้หลุดจากปากเพราะรู้ว่าคือโทษหนักต่อลูกรัก จนในที่สุดอุ่นเรือนทนไม่ได้ต้องสารภาพกับคุณหญิง เย็นจึงรอดพ้นจากหวายลงหลังซ้ำสอง สิ่งที่ได้ตอบแทนคือคุณหญิงพาอุ่นเรือนมาขอโทษเย็นถึงเรือนพัก อุ่นเรือนร้องไห้จนตัวโยน จับมือเหี่ยวแห้งมากำไว้ขณะที่กล่าวคำขอโทษ เย็นจูบปลายเท้าลูกน้ำตาไหลพรากเมื่อตอบว่า ถึงบ่าวจะตายเพราะช่วยคุณก็ไม่เสียดายชีวิต เพราะบ่าวรักคุณเหลือเกิน คุณหญิงบอกความจริงเจ้าคุณ และวันรุ่งขึ้นเมื่อใกล้พลบ ใต้ถุนหอนั่งก็มีการเฆี่ยนกันอีก ครั้งนี้คือสาลี่กับนางแอบ

หลังจาก นั้นสาลี่ก็ถูกถอดลงทำงานตักน้ำผ่าฟืนข้างล่าง หลังจากนั้นไม่นานด้วยเดชะพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่แห่งพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ ซึ่งมีต่อพสกนิกรแห่งพระองค์ ได้ทรงออกพระราชบัญญัติประกาศให้เลิกทาสทั่วพระราชอาณาจักร ปวงประชาราฎร์ทั้งหลายต่างชื่นชมโสมนัส สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนี้เป็นล้นพ้น แซ่ซ้องสรรเสริญทั่วทุกหลังคาเรือน พระอารามทั่วไปเคาะระฆังแสดงความปลื้มปิติ และเป็นความหมายให้สำเนียงนี้อุโฆษขึ้นไปถึงเทพยดาเจ้าเบี้ยงบนฟากฟ้าโน่น

ตาม เคหะสถานท่านผู้มีทาสใช้สอย บางรายก็เสียดายอำนาจซึ่งหลุดลอยไป บางแห่งก็ยินดี โดยเฉพาะพระยาสีหโยธิน เจ้าคุณโสมนัสชื่นชมเป็นที่ยิ่ง ประกาศให้ทุกคนในบ้านมีการรื่นเริงได้เต็มที่ ปัจจุบันนางทาสเย็นไม่ต้องทำงานหนักตรากตรำแล้ว คุณหญิงให้นั่งดูแลหอนั่ง เย็นค่อยแจ่มใสอ้วนท้วนนุ่งห่มสะอาดนัยน์ตา มีโอกาสได้พบปะใกล้ชิดลูกโดยไม่มีใครรังเกียจ แม้ฝ่ายอุ่นเรือนเองจะไม่รู้จักว่าเป็นแม่ ตามวิสัยของมารดากับบุตร ย่อมมีสัมพันธ์ทางสายโลหิตใกล้ชิดอยู่เสมอ อุ่นเรือนจึงรักเย็นมาก

เจ้า คุณเคยปรารถกับตัวเองว่า เย็นเป็นคนดีพอใช้ เสียแต่ใจมันรักชั่วเห็นคนเลวดีกว่าพระยาอย่างเรา ไม่งั้นป่านนี้กินนอนกันสบาย และวันที่ความจริงปรากฏขึ้นก็มาถึง เมื่อทิดยืนพี่ชายมาหาเย็นพร้อมทั้งเงินค่าไถ่ ความจริงเปิดเผยว่าผู้ที่เจ้าคุณคิดว่าเป็นชู้ของเย็นเมื่อเกือบยี่สิบปี ก่อนนั้นคือ พี่ชาย เจ้าคุณอึ้งไปด้วยสำนึกในความผิด ทั้งเสียใจและเสียดายความหลังเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีทางใดจะแก้ไขให้เหมือนเดิมได้ ได้แต่ขออโหสิต่อเย็นอยู่ในใจ เย็นมีชีวิตเป็นสุขขึ้นมาก ความดีทุกอย่างปรากฏขึ้นแล้ว แต่ความจริงที่อุ่นเรือนคือบุตรสาวที่แท้จริงของเย็น จะปรากฏหรือไม่ คอยติดตามชมกันต่อไปในละคร นางทาสป๊อก-ปิยธิดา วรมุสิก

รายชื่อนักแสดงละคร นางทาส

วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ แสดงเป็น พระยาสีหโยธิน
สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น เย็น
จีรนันท์ มะโนแจ่ม แสดงเป็น สาลี่
ปิยธิดา วรมุสิก แสดงเป็น คุณหญิงแย้ม
อรวรรณษา ฐานวิเศษ แสดงเป็น บุญมี
ธันย์ชนก ฤทธิ์นาคา แสดงเป็น อุ่นเรือน ( คุณหนูแดง )
ธัญสินี พรมสุทธิ์ แสดงเป็น ละออ
ดวงดาว จารุจินดา แสดงเป็น ยายฟัก
สุรวุฑ ไหมกัน แสดงเป็น คล้อย

ทัดดาวบุษยา 2540

ทัดดาว เป็นลูกสาวของนายเด่น บุษยา เศรษฐีใหญ่มีบ้านอยู่ริมน้ำเมืองนนทบุรี จิตรีแม่ของทัดดาวติดการพนันงอมแงม คุณหญิงบุษย์แม่ของนายเด่นเกลียดชังไม่ชอบ จึงหาทางไล่ออกจากบ้าน โดยไม่รู้ว่าจิตรีมีทัดดาวติดท้องไปด้วย ต่อมานายเด่นซึ่งยังรักจิตรีอยู่มาก พยายามติดตามหาจนพบกับทัดดาวลูกสาวซึ่งโตเป็นสาวแล้ว และนายเด่นได้บอกกับทัดดาวว่าตนจะยกมรดกทั้งหมดให้ทัดดาว แต่ในไม่ช้านายเด่นก็เสียชีวิตไปโดยยังไม่ทันได้ติดต่อบอกทัดดาวอย่างเป็น ทางการ
คุณนายเดือน ภรรยาอีกคนซึ่งอยู่กินกับนายเด่น จึงครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของนายเด่นอย่างสุขสำราญ คุณนายเดือนมีลูกกับนายเด่น 2 คน คือ ต้อม ลูกสาว และแต้ม ลูกชาย จิตรีไปคลอดทัดดาวที่เชียงใหม่ และเลี้ยงทัดดาวมาจนอายุ 18 ปี จิตรียังติดการพนันและเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว เจ้าหนี้รายใหญ่ชื่อ เจ้าพัฒนา เศรษฐีใหม่ของเชียงใหม่ เจ้าพัฒนาเป็นคนเจ้าชู้มาก
วันหนึ่งเมื่อเห็นทัดดาวก็พอใจ ขอจิตรีให้มาแต่งงานกับตนโดยจะยกหนี้สินทั้งหมดให้ จิตรียินยอมเพราะไม่มีทางเลือก เมื่อบอกกับทัดดาวเด็กสาวเสียใจมากจึงคิดหนีการแต่งงาน
เที่ยงคนเลี้ยงทัดดาวมาตั้งแต่ ทัดดาวยังเล็ก รักกับบางซึ่งเป็นคนสนิทของเจ้ายอดขวัญ ลูกชายของเจ้าพัฒนา เจ้ายอดขวัญผู้นี้สนิทสนมกับบ้านบุษยาเป็นอย่างดี เหตุการณ์ประจวบเหมาะเมื่อเจ้ายอดขวัญไม่พอใจเจ้าพ่อที่จะแต่งงานกับเด็กสาว คราวลูก จึงคิดหนีออกจากบ้าน เมื่อเที่ยงรู้ดังนั้นก็วางแผนช่วยทัดดาวให้หนีไปกับเจ้ายอดขวัญ เพื่อว่าเจ้ายอดขวัญจะได้พาทัดดาวเข้าไปในบ้านบุษยาได้ ทัดดาวจะได้ไปสืบเรื่องสมบัติ ทัดดาวตกลงทำตามแผนของแม่เที่ยงโดยปลอมตัวเป็นผู้ชายชื่อ “สุทัศน์”

            แต่ทั้งทัดดาวและเจ้าน้อย-ยอดขวัญ ต่างก็ไม่รู้จักกันว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ดังนั้นเจ้าน้อยจึงปฏิบัติตนต่อทัดดาวอย่างเด็กหนุ่มชื่อ สุทัศน์ ซึ่งทัดดาวก็อดทนยินยอมทุกอย่าง แม้ว่าบางครั้งจะถูกตบหัว ถูกต่อยบ้าง หรือถูกว่าแรง ๆ บ้าง ที่บ้านบุษยา คุณนายเดือนรู้อยู่เต็มอกว่า เศรษฐีเด่นยกสมบัติให้ทัดดาว บุษยา ลูกสาวคนโตเพราะนายเด่นนั้นรู้ว่าคุณนายเดือนมีต้อมติดท้องมา เมื่อมาเป็นเมียตน  ในบ้านบุษยายังมีเต็มดวง น้องสาวของคุณนายเดือน เป็นคนสวย มีเสน่ห์ และนางจันทร แม่ของคุณนายเดือน ซึ่งเป็นคนงกและเค็มจัด นอกจากนี้ยังมีข้าเก่าเต่าเลี้ยงอยู่มานาน คือ นายพ่วง  ตาเหมือน และยายมา แม่ครัวเป็นเมียตาเหมือน คนเก่าแก่เหล่านี้เป็นผู้ที่รู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ในบ้านบุษยาตลอดมา
เจ้าน้อยพาทัดดาวมาขออยู่เรือนหลังเล็กในบ้านบุษยาเพื่อเขียนหนังสือ คุณนายเดือนให้สุทัศน์มาอยู่ได้เพราะเป็นเด็ก
ผู้ชาย เนื่องจากบ้านนี้มีกฎไม่รับใครที่เป็นเด็กผู้หญิงอายุไม่ถึง 20 ปี ด้วยเกรงว่าจะเป็นทัดดาวปลอมตัวมา
ทัดดาวเมื่อเข้ามาอยู่ก็เริ่มตีสนิทกับคนเก่าแก่ของบ้านบุษยา เพื่อสืบถามเรื่องพินัยกรรม ในบ้านบุษยายังมีวิธูร น้องชายของคุณนายเดือน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าน้อย วิธูรเอ็นดูสุทัศน์คอยช่วยเหลือปลอบใจเวลาคุณนายเดือนและเต็มดวงเอ็ดว่า สุทัศน์เสมอ
ต้อมลูกสาวของคุณนายเดือน กลับจากโรงเรียนประจำมาอยู่บ้าน ต้อมเป็นเด็กสาวเย่อหยิ่ง นิสัยดูถูกคน เมื่อพบกับสุทัศน์ต้อมไม่ชอบสุทัศน์เพราะสุทัศน์ไม่ลงให้ ต้อมหลงรักเจ้าน้อย จึงกีดกันเต็มดวงที่เจ้าน้อยหมายปองอยู่ ในที่สุดเต็มดวงทนไม่ไหวจึงตัดสินใจแต่งงานกับสินทอง  เศรษฐีนักธุรกิจที่มาติดพันอยู่ เจ้าน้อยอกหัก ทัดดาวพลอยหวั่นไหวไปด้วย เพราะความสงสาร และจากความใกล้ชิดกันจึงทำให้ทัดดาวรักเจ้าน้อยจนหมดหัวใจ

            แต้มน้องชายอายุ 10 ขวบ อยู่โรงเรียนประจำเช่นกัน เมื่อปิดเทอมกลับบ้านได้พบกับสุทัศน์ แต้มถูกชะตากับสุทัศน์เพราะเป็นพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน แต่ต้อมนั้นนายเด่นรู้ตั้งแต่เกิดแล้วว่าเป็นลูกติดท้องคุณนายเดือนมา และแต้มนี่เองที่นายเด่นผู้พ่อสั่งไว้เรื่องสมบัติที่จะยกให้ทัดดาวพี่สาว  วันหนึ่งความแตกขึ้นเมื่อเจ้ายอดขวัญคุยกับแต้ม แต้มเล่าให้ฟังว่ามีพี่สาวชื่อ ทัดดาว บุษยา ยอดขวัญตกใจและโกรธมากเมื่อรู้ว่า สุทัศน์ที่หลอกเขาว่าเป็นผู้ชาย จะมาตามหาพินัยกรรมของพ่อนั้นเป็นหญิง และแถมเป็นคนที่เขาเกลียดมากคือ ทัดดาว ลูกสาวคุณนายจิตรี แต่เมื่อยอดขวัญจะมาจัดการกับทัดดาว ก็รู้ว่าทัดดาวหนีไปแล้วพร้อมกับแม่เที่ยง
ทัดดาวหนีไปอยู่กับแม่ที่ เชียงใหม่ ยอดขวัญตามไปแต่ทัดดาวไม่ยอมพบ ยอดขวัญเสียใจผิดหวังจนล้มเจ็บ ทัดดาวปล่อยให้ยอดขวัญรอคอยอยู่นานกว่าจะใจอ่อนยอมดีด้วย  ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเข้าใจกัน คุณนายเดือนซึ่งรู้ความจริงทั้งหมดจาก
ตาพ่วงว่าทัดดาวเป็นเจ้าของบ้านบุษยา จึงตามขึ้นมาถึงเชียงใหม่ เพื่อมาบอกว่าเจ้ายอดขวัญนั้นได้ต้อมเป็นภรรยาแล้วในวันหนึ่ง เจ้ายอดขวัญแก้ตัวไม่ตกเพราะคืนนั้นตนเมาและเมื่อรู้ตัวก็นอนอยู่กับต้อมจน สว่าง คราวนี้ทัดดาวโกรธจนไม่ยอมพูดด้วย และไปกรุงเทพฯ ทันทีเพื่อไปครอบครองบ้านบุษยา
ที่บ้านบุษยา ทัดดาวแก้แค้นต้อมทุกอย่างที่ต้อมเคยทำไว้กับตน ต้อมไม่ยอมและอาละวาดแต่คุณนายเดือนเกลี้ยกล่อมให้ยอมเพื่อผลประโยชน์ของตน เอง

หลังจากทัดดาวสั่งสอนให้บทเรียนกับสองแม่ลูกจน กลับตัวกลับใจเป็นคนดีแล้ ทัดดาวก็อภัยให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ยินยอมให้สองแม่ลูกอยู่บ้านบุษยาต่อไปทัดดาวตามไปง้อขอโทษเจ้ายอดขวัญและ ปรับความเข้าใจกันในที่สุด

นักแสดงละคร ทัดดาวบุษยา

สุวนันท์ คงยิ่ง แสดงเป็น ทัดดาว บุษยา (สุทัศน์)

ตะวันทอแสง

เรื่องย่อ ตะวันทอแสง
ความรักของเธอและเขา ดุจดั่งตะวันสาดแสง ทำลายอุปสรรคทั้งมวล

รสา…มัณฑนากรสาวฝีมือดี เคยประสบกับความเสียใจอย่างใหญ่หลวงเมื่อพ่อและแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ทิ้งเธอไว้คนเดียว หากทว่าด้วยมือของเพื่อนรักของพ่อ และป้าซึ่งเป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว รสาจึงสามารถยืนหยัดได้อีกหน และคราวนี้ เธอก็ดำรงตนได้อย่างงดงาม เป็นคนร่าเริง มีความเข้มแข็ง มั่นคง ยืนหยัดได้ด้วยตนเอง เธอได้รับมอบหมายงานใหญ่ชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นงานออกแบบตกแต่งคฤหาสน์สีขาวหลัง โอฬารของเศรษฐีเพลย์บอยหนุ่มหล่อ…ภคพงษ์ เถลิงยศ
ภคพงษ์…ชายหนุ่ม ที่พร้อมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติและรูปโฉมราวเทพบุตรกรีก ตัวเขาเองรู้ถึงข้อได้เปรียบทั้งสองข้อนี้เป็นอย่างดี จึงได้คบหากับหญิงสาวมากหมายไม่เลือกหน้า หากในจิตใจของเขากลับเหยียดหยามเยาะหยันหญิงเหล่านั้นด้วยรู้ว่าพวกเธอมิได้ รัก ‘เขา’ ทว่าหมายปองในเงินตราและหลงเพียงรูปเงาของ เขาเท่านั้น ภคพงษ์ซึ่งภายนอกดูจะเพียบพร้อมทุกอย่าง แท้จริงแล้วกลับมี ‘ปม’ ที่ทำให้เขาเติบโตมาอย่างอ้างว้าง เดียวดาย ‘ปม’ ที่เกิดจากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีแต่ความทะยานอยาก และใฝ่สูง…ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกว่า ‘แม่’
เมื่อทั้งคู่ได้ พบกัน…ภคพงษ์ จึงได้ตระหนักว่าเขาไม่อาจเธอได้ เพราะเธอเป็นดั่งตะวันที่นำทางชีวิตของเขา แต่เขาจะทำอย่างไรในเมื่อเขามี ‘สิ่ง’ ที่ต้องสะสาง แม้เขาจะรู้ว่ามันจะทำให้เขาต้องห่างเหินเธอไป หากก็ยั้งใจจากมันไม่ได้