Tag Archives: ศรัณย์ ศิริลักษณ์

เสน่ห์บางกอก

เสน่ห์บางกอก มนต์ขลังแห่งมหานคร ที่ใครต่อใครต่างพากันใฝ่ฝันที่ได้มาสัมผัสชีวิตในเมืองกรุง บ้างก็พบกับความสำเร็จบ้างก็พบกับความล้มเหลวถูกหลอกลวง กรุงเทพฯ เป็นทั้งสรวงสวรรค์และขุมนรกได้ในเวลาเดียวกันขึ้นอยู่ที่ใครจะเลือกเส้นทาง เดิน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร บางกอก ก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์ชวนให้ใคร ๆ เข้ามาสัมผัส…มิเสื่อมคลาย

บนเวทีคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ แก้วทิพย์ นักร้องลูกทุ่งสาวดาวรุ่งมาแรงกำลังร้องเพลงอย่างสนุกสุดเหวี่ยง คนดูล้นหลาม หลังเวที แพร พนมพร นักร้องหน้าใหม่ และเพิ่งจะได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกเตรียมตัวจะขึ้นร้องเป็นคนต่อไป แพรตื่นเต้นมากจนเดินสะดุดพื้นเวทีล้มลง พร้อมกับเสียงปลุกของ ผึ่ง เพื่อนรัก ที่แท้แพรกำลังฝันนั่นเอง เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้ไปถึงฝัน เมื่อมีงานประกวดร้องเพลงที่หมู่บ้านข้าง ๆ แต่เหมือนฟ้าไม่เป็นใจไม่ทันที่แพรจะออกไปจากบ้าน กำนันปลั่งก็กลับมาเสียก่อน แพรจึงต้องออกอุบายว่าไม่สบาย แล้วเปลี่ยนตัวกับผึ่งเพื่อนรักของเขาให้มานอนคลุมโปงแทน ส่วนตัวแพรก็กระโดดหน้าต่างหนีไป

ระหว่างทางที่เขาขี่รถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปที่งานวัด รถของเขาก็เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์ของสไบ สาวจอมแก่นเซี้ยวห้าวราว เมื่อรถของแพรมาเฉี่ยวทำให้ข้าวของตกแตกเสียหายหมด สไบจึงโวยวายใส่แพร แต่ด้วยความรีบแพรไม่มีเวลาคุยจึงขี่รถจะไปงานวัดสไบจึงถีบแพรตกท้องร่อง ทำให้แพรเลอะโคลนเต็มตัว แพรโกรธสไบมาก สายสุนีย์ ลูกสาวเจ้าของโรงสีในหมู่บ้านขับรถกระบะผ่านมาพอดีจึงรับแพรขึ้นรถและพาไป ส่ง สไบจึงไปฟ้องกำนันปลั่งที่บ้าน ทำให้กำนันรู้ว่าแพรไม่ได้นอนอยู่ในห้องแต่เป็นผึ่ง

กำนันโกรธมากเมื่อรู้ว่าแพรหนีไปร้องเพลง แพรโกรธแค้นสไบมากที่มาทำลายโอกาสของเขา แพรจะไม่มีวันญาติดีกับสไบอย่างเด็ดขาด เมื่อไม่ได้ประกวดร้องเพลงที่งานวัด แพรจึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจร้องเพลงและโกหกพ่อแม่ว่าสอบเอ็นต์ติดต้องใช้เงิน ลงทะเบียนถึงเงิน2แสน สไบแอบรู้เรื่องที่แพรโกหกนี้จึงบอกให้แพรพูดความจริง ถ้าแพรไม่พูดสไบจะพูดเอง กำนันปลั่งกับแม่ช้อยเข้ามาได้ยินพอดีความจึงแตก เมื่อกำนันกับแม่ช้อยรู้ความจริงว่าแพรไม่ได้เอ็นต์ติด จึงบังคับแพรให้แต่งงานกับสไบทันที

แม่ช้อยไปดูดวงให้แพรมาหมอดูบอกว่าแพรจะพ้นเคราะห์ได้และได้เป็นปลัดอำเภอสม ใจก็ต้องบวชเสียก่อน กำนันจึงจัดงานบวชแพร และว่าจ้างวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังมาแสดงในงาน ซึ่งก็คือวงของแก้วทิพย์นั่นเอง แก้วทิพย์มากับศักดิ์ชายผู้เป็นทั้งพ่อและผู้จัดการ แพรดีใจมากพยายามตีสนิทแก้วทิพย์ แพรจึงตัดสินใจหนีเข้ากรุงเทพฯ พร้อมขบวนของวงลูกทุ่งแก้วทิพย์โดยขโมยพระสมเด็จของพ่อไปด้วยเพื่อเอาไปขาย เอาเงินมาเป็นทุนในการทำเดโมเทปเสนอค่ายเพลง

เมื่อ มาถึงกรุงเทพฯ แพรมาขออยู่กับแก้วทิพย์แต่แก้วทิพย์ไม่อยากรับไว้เพราะสำหรับกรุงเทพฯ แล้วแพรนับว่าบ้านนอกมาก แก้วทิพย์มีเสี่ยมาติดพันหลายคนจึงไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอคบหากับเด็กบ้าน นอกอย่างแพร แต่ศักดิ์ชายเห็นพระสมเด็จของแพรก็อยากได้จึงยอมรับไว้ให้อยู่ด้วย แพรบอกศักดิ์ชายว่าถ้าอยากได้พระของเขาก็ต้องให้เขาเป็นนักร้องออกอัลบั้ม ก่อนเขาจึงจะยกพระให้ศักดิ์ชาย ศักดิ์ชายวางแผนปล้นพระจากแพร แต่ปรากฏว่า พระที่แพรขโมยมาเป็นของปลอมคนละองค์กับที่กำนันให้ศักดิ์ชายดู แพรจึงถูกซ้อมแล้วโยนทิ้งข้างถนน

เมื่อกำนันรู้ว่าแพรขโมยพระหนีมากรุงเทพฯ ก็เป็นห่วงมากชวนผึ่ง ลั่นทม แม่ช้อย ตาเอี่ยม เข้ากรุงเทพฯ เพื่อตามหาแพรเมื่อแพรถูกซ้อมแล้วโยนออกมาจากบ้านแก้วทิพย์ ขณะที่แพรสะบักสะบอมนั้น ศศิมาก็มาพบเข้าจึงช่วยเหลือแพร พาแพรไปรักษาตัวที่บ้านเธอ ศศิมาเป็นนักร้องคาเฟ่และเป็นเมียน้อยของสมพลเสี่ยเจ้าของค่ายมวยซึ่งเมื่อ เธอตั้งท้องสมพรรู้ก็ไล่เธอออกจากบ้าน แพรรู้เรื่องก็สงสารช่วยดูแลศศิมาอยู่ด้วยกันอย่างพี่น้องคอยพาไปฝากท้องและ พาไปหาหมอ

แพรออกหางานทำ ไปรับจ้างขับรถแท็กซี่ เจอคนจี้รถแท็กซี่ แต่โชคดีที่ชัยอดีตนักมวยชื่อดังมาช่วยไว้ได้ทัน ชัยจึงชวนแพรมาทำงานที่ค่ายมวยและเห็นแววของแพรที่จะเป็นนักมวยได้ ชัยแยกจากค่ายเดิมมาเปิดค่ายใหม่ของตัวเอง นักมวยตามชัยมาเยอะทำให้ สมพลเจ้าของค่ายเดิมไม่พอใจ ในวันขึ้นชกที่สนามมวย นักมวยของชัยถูกทำร้ายขึ้นชกไม่ได้ เหลือแค่แพรยังไม่พร้อมขึ้นชก แต่เมื่อได้เจอสไบที่มาดูมวยตามความชอบของเธอ สไบพูดยั่วแพรว่าไม่เป็นลูกผู้ชายไม่สู้คน ด่าว่าแพรต่าง ๆ นา ๆ จนแพรโกรธฮึดสู้และเอาชนะได้ในที่สุด ทำให้แพรดังในชั่วพริบตา มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ แพรบอกว่าเขาอยากเป็นนักร้อง

กำนันและทุกคนที่มาด้วยเห็นแพรทางทีวีในรายการมวยจึงรีบไปหาที่สนามมวย ทั้งหมดจึงได้พบกันต่างดีใจ ทุกคนจึงย้ายไปอยู่ที่ค่ายมวยของชัย แต่ความดีใจของสไบก็ต้องชะงักเมื่อเห็นศศิมาที่กำลังท้องเข้ามาดูแลแพรราว กับเป็นเมียแพรสไบเข้าใจผิดว่าศศิมาเป็นเมียแพร  ทำให้เกิดอาการงอนเศร้าอยากกลับศาลาเกวียน

เมื่อนักมวยของสมพลขอย้ายมาอยู่ค่ายของชัยเพิ่มมากขึ้นจากการที่แพรชนะ สมพลจึงยกพวกบุกมาที่ค่ายของชัยและได้เจอศศิมาอยู่กับแพรจึงโกรธคิดว่าแพร เป็นชู้กับเมียน้อยตนเอง ศศิมาเสียใจต่อว่าสมพลเรื่องลูกในท้องทำให้ทุกคนรู้ความจริงว่าเด็กในท้อง ไม่ใช่ลูกของแพร สไบจึงยอมเข้าใจและไม่หนีกลับศาลาเกวียน ชัยสงสารศศิมา และแอบชอบศศิมาตั้งแต่แรก แต่เพราะคิดว่าเป็นเมียของแพรจึงไม่กล้าแสดงออก แต่ในเมื่อไม่ใช่ ชัยจึงแสดงความรักต่อศศิมาและขอดูแลเธอกับลูก เขาจะรับเป็นพ่อของเด็กเอง

ก้านหนีคดีเผาบ้านเบิ้ม ที่ศาลาเกวียนเข้ามากรุงเทพฯ ก็มาอยู่กับสมพล เป็นนักเลงหัวไม้ประจำค่ายมวย เมื่อเห็นแพรก็ตามมาเล่นงานแพรเพราะแค้นที่สไบหนีจากศาลาเกวียนมาตามหาแพร และได้รู้ว่า สมพลไม่ถูกกับชัย ก้านจึงคิดแผนชั่วทำร้ายทั้งแพรและชัย ตามความฝันของแพรคืนการเป็นนักร้อง สไบก็เห็นดีด้วยจึงเข้าไปสมัครเป็นคนรับใช้ในวงแดนเซอร์ คอยช่วยจัดชุดแดนเซอร์รับใช้คนในวงดนตรี ทำทุกอย่างเพื่อหวังจะใกล้ชิดกับการร้องเพลง

วัน หนึ่งเมื่อถึงเวลาแสดงดนตรี นักร้องคั่นเวลาที่ร้องอยู่มาไม่ได้ แพรจึงเสนอตัวร้องแทน เมื่อแพรร้องเพลงจบได้รับเสียงปรบมือจากคนดูอย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง แถมรับพวงมาลัยหน้าเวทีคล้องคอจนล้น  สไบยืนดูอยู่หลังเวทีดีใจน้ำตาคลอคิดว่าฝันของแพรต้องเป็นจริงแน่ ๆ หัวหน้าแดนเซอร์เข้ามาชื่นชมบอกแพรอย่าหยุดตัวเองแค่นี้หาหนทางเข้าไปสู่การ เป็นดาวให้ได้ แพรจึงไปสมัครประกวดในรายการชุมทางเสียงทอง แต่ก็ตกรอบแรกซุ่มซ้อมกลับเข้าไปประกวดรายการชุมทางเสียงทองใหม่ได้รับ รางวัลชนะเลิศ มีค่ายเพลงสนใจอยากออกเทปให้แพร กำนันคัดค้าน จะลากแพรกลับบ้านศาลาเกวียน แพรไม่ยอมกลับ เขาร้องให้กำนันเห็นแก่ความฝันของเขา ชีวิตนี้เขาอยากเป็นนักร้อง สไบเองก็ช่วยพูดกับกำนันให้ยอมใจอ่อน อนุญาติให้แพรได้เป็นนักร้อง กำนันจึงขอสัญญาแลกเปลี่ยนว่า หลังจากเป็นนักร้องแล้ว แพรกับสไบต้องแต่งงานกัน ทั้งสองยอมรับปาก

ความดังของแพรไปถึงหูแก้วทิพย์กับศักดิ์ชาย แก้วทิพย์จึงมาออดอ้อนแพรต่าง ๆ นานาให้ยอมมาเป็นนักร้องในค่ายของเธอ และสร้างสถานการณ์ให้เกิดการเข้าใจผิดกับสไบและกำนัน จนแพรยอมยกเลิกสัญญากับค่ายเดิมไปอยู่กับแก้วทิพย์ สไบเสียใจมาก ตอนนี้แพรไม่เชื่อใครแล้วนอกจากแก้วทิพย์เพราะเธอทำให้แพรเป็นนักร้องดังได้ มากกว่านี้เธอสัญญากับเขาว่า จะจัดคอนเสิร์ตใหญ่พร้อมกับเปิดอัลบั้มเพลงใหม่ที่จะส่งให้แพรดังสุด ๆ มันเป็นความฝันของแพร ศักดิ์ชายทำเพลงให้แพรอย่างจริงจัง เพื่อหลอกล่อให้แพรอยู่กับเขาและจะให้แพรแจ้งเกิดเป็นนักร้องลูกทุ่งระดับ อินเตอร์ในคอนเสิร์ตครั้งนี้

ศักดิ์ชายขู่กำนันถ้าไม่เอาพระมาให้เขาจะทำลายความฝันของแพรล้มเลิกการแสดง คอนเสิร์ตซึ่งจะทำให้แพรเสียชื่อเสียง เพราะจากยอดขายบัตรล่วงหน้าหลายหมื่นใบแสดงว่าคนดูกำลังรอชมคอนเสิร์ตของแพร กำนันกลัวว่าแพรจะเสียชื่อเสียงจึงยอมเอาพระไปแลก สไบสงสารกำนันจึงแอบไปหาแพรเตือนสติให้แพรตาสว่าง แต่กลับถูกแพรด่าว่าสไบขัดขวางความฝันของเขาและไล่สไบกลับศาลาเกวียน สไบเสียใจมาก

แก้วทิพย์รู้ว่าสไบมาหาแพรก็ไม่พอใจสั่งก้านสั่งสอนสไบโดยจับสไบมาข่มขืน ขณะที่แพรรอเวลาจะขึ้นคอนเสิร์ตเขาได้ยินแก้วทิพย์คุยกับก้านเรื่องให้ไปจับ สไบ แพรตกใจจึงรีบออกจากหลังเวทีเพื่อที่จะไปช่วยสไบ ก้านกับพวกฉุดสไบมาที่โกดังร้างแพรกับชัยตามมาพบเกิดการต่อสู้กันแพรพลาดท่า ถูกก้านแทง แต่ชัยช่วยแพรไว้ได้ก้านกับพวกถูกชัยอัดสะบักสะบอมหนีไปได้ แพรเขาปกปิดบาดแผลของตัวเองไว้แล้วขึ้นเวทีร้องเพลงบนเวทีคอนเสิร์ต เขาจนจบเพลงพร้อมกับร่างกายของเขาค่อย ๆ ล้มลงกองบนเวที สไบตกใจรีบเข้ามาดูก็พบว่าแพรบาดเจ็บทุกคนจึงรีบนำแพรส่งโรงพยาบาล แก้วทิพย์และก้านถูกตำรวจจับข้อหาจ้างวานให้ทำร้ายสไบและทำร้ายร่างกายแพรจน บาดเจ็บสาหัส แพรต้องนอนโรงพยาบาลอยู่หลายวันโดยมีสไบคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อเรื่องทุกอย่างคลี่คลาย แพรก็ได้รู้ความจริงว่าใครที่รักและหวังดีต่อเขาจริง ๆ แพรตัดสินใจกลับศาลาเกวียนกับกำนันและสไบ เขาขอสไบแต่งงาน กำนันยอมไปง้องอนนายเบิ้มเพื่อขอสไบให้กับแพร นายเบิ้มกลั่นแกล้งกำนันต่าง ๆ กำนันยอมทำตามนายเบิ้มทุกอย่าง จนนายเบิ้มใจอ่อนยอมยกโทษให้ และยกสไบให้แต่งงานกับแพร

กำนัน เมื่อหมดหวังที่จะมีลูกชายเป็นปลัดอำเภอ ก็หันมาทุ่มเทให้ลูกสะใภ้แทน กำนันส่งสไบไปเรียนมหาวิทยาลัยจนจบรัฐศาสตร์และกลายเป็นปลัดอำเภอหญิงคนแรก ของศาลาเกวียนเป็นที่ภาคภูมิใจของทุกคน แพรกลายเป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดังที่ประกาศตนว่าแต่งงานแล้ว ไม่ว่าไปไหนเขาก็ต้องแนะนำให้ใคร ๆ รู้จักว่าสไบเป็นเมียของเขาเสมอจนเป็นที่ชื่นชมของวงการ ติดตามชม ละครเสน่ห์บางกอก

ลูกโขน

เสียงปี่พาทย์ขับขานท่วงทำนองไพเพราะ เสนาะหู กำปั้น (ศรัณย์ ศิริลักษณ์) เด็กหนุ่มวัยเพิ่งแตกพานร่ายรำท่วงท่าของศิลปะโขนได้อย่างวิจิตรและงดงาม ท่วงท่าอันอ่อนช้อย เรียกความสนใจจากผู้ชมไม่ให้ละสายตา แต่ใครจะรู้ว่าเด็กหนุ่มหน้ามนคนนี้…ชีวิตเขาไม่ได้ถูกลิขิตมาเพื่อ เป็น…โขน แต่ถูกขีดเส้นทางเดินเอาไว้แล้วว่า…เขาต้องเป็นแชมป์มวยไทยเท่านั้น !!!

10 กว่าปีก่อน สนามมวยเวทีราชดำเนิน คำรณ (วินัย ไกรบุตร) หรือ พยัคฆ์คำรณ นักมวยไทยดาวรุ่งที่กำลังเจิดจรัสบนเวที ตั้งใจเอาชนะคู่ต่อสู้เพื่อเข็มขัดแชมป์แห่งประเทศไทย หวังเป็นรางวัลให้กับลูกชายคนเล็กที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่นาน แต่แม้จะใส่หัวใจสิงห์สู้ยิบตาคำรณก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับคู่ชกเพราะถูกโกงบน เวที แต่นั่นยังไม่น่าเจ็บใจเท่ากับการถูกพวกมาเฟียในวงการมวยที่ไม่พอใจในความ พ่ายแพ้ของคำรณ สั่งเช็คบิลด้วยความตาย สายทอง (ฐรินดา กรรณสูต) เมียรักของคำรณเอาตัวปกป้องสามีจากกระสุนปืน ช่วงเวลาเป็นและตายที่เหลือ สายทองเลือกชีวิตของลูกน้อยในท้องแทนที่ชีวิตตัวเอง เพราะคิดว่าวันนึงข้างหน้าคำรณจะเลี้ยงลูกชายของเธอให้เป็นชายหนุ่มที่เต็ม เปี่ยมไปด้วยความดีเหมือนกับชายที่เธอรัก คำรณให้สัญญากับเมียรักและตั้งชื่อให้เด็กน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูคนนี้ ว่า…กำปั้น ชื่อแห่งเกียรติยศที่จะต้องมาสานฝันของพ่อให้จงได้

กำปั้นเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดของคำรณ ที่ปูทางทุกอย่างไว้สู่เส้นทางการเป็นนักมวย เหมือนกับที่เขากำลังพยายามปลุกปั้น สังเวียน (พิชยดนย์ พึ่งพันธ์) ลูกชายคนโตที่กำลังก้าวสู่อนาคตของนักมวยอย่างที่คำรณหวัง  ฝีมือการชกของสังเวียนเป็นที่ถูกใจค่ายมวยเจริญชัยของ เฮียอ๋า (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) แถมสังเวียนยังไปชอบพออยู่กับ หลิว (กัญญา รัตน์เพชร์) เด็กสาวใจแตกเอาแต่ใจตัวเองลูกสาวของเฮียอ๋าที่เฮียอ๋าไม่ห้ามให้คบกันเพราะ เฮียอ๋าอยากได้เด็กฝีมือดีอย่างสังเวียนมาอยู่สังกัด คำรณนับถือเฮียอ๋าเหมือนพี่และมักจะไปสุงสิงเป็นเป้าล่อซ้อมให้พวกนักมวย เป็นประจำ เพราะปัจจุบันคำรณมีอาชีพขับแท๊กซี่เป็นอาชีพหลักไม่ได้ยึดทางมวยหากิน เนื่องจากกระสุนปืนเมื่อในอดีตทำให้คำรณขาเป๋ไปข้างหนึ่ง คำรณภาคภูมิใจที่สามารถปั้นสังเวียนให้เป็นไปในทางที่ตัวเองต้องการแล้ว จึงคิดว่ากำปั้นก็น่าจะจับมาปั้นได้ไม่ยาก แต่หารู้ไม่ว่าทุก ๆ วันหลังจากที่คำรณขับรถไปส่งกำปั้นเรียนแผนกช่างยนต์ในโรงเรียนอาชีวะที่มี ชื่อเสียงทางด้านกีฬาชกมวย รถมอเตอร์ไซค์ของ รำไทย (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ )เด็กสาวหน้าตาน่ารักแต่ก๋ากั๋นจากโรงเรียนนาฏศิลป์จะมาติดเครื่องรอรับ กำปั้นเพื่อหนีการซ้อมในชมรมมวย พาไปฝึกซ้อมนาฏกรรมโขนที่บ้านศิลป์ไทยเป็นประจำ

รำไทย เป็นลูกสาวคนเดียวของ ศิลป์ไทย (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) หรือ ครูศิลป์ อดีตครูโขนในกรมศิลป์ เคยเป็นผู้ดีเก่าเจ้าระเบียบ แต่ทุกวันนี้สมบัติที่เหลือติดตัวมีอยู่แค่ 2 อย่าง คือบ้านเรือนไทยริมน้ำหลังสวยที่นายหน้าหลายคนจ้องตาเป็นมัน และวิชาศิลปะการรำโขนที่ครูศิลป์ตั้งใจถ่ายทอดให้กับเด็กรุ่นใหม่ จึงเปิดบ้านรับสอนโขนให้กับเด็ก ๆ ในละแวกนั้น เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ครูศิลป์ไม่เคยคิดถึงเงินทอง ไม่เคยเรียกเก็บเงินค่าสอน แม้ทุกบาสทุกสตางค์ที่หาได้จากการรับงานรำโขนโชว์ตามงานต่าง ๆ ที่ยังมีผู้ว่าจ้าง จะหมดไปกับค่ารักษาอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งของ ดวงใจ (ดวงดาว จารุจินดา) แม่ของรำไทยที่ต้องเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลเป็นประจำ แต่ครูศิลป์ก็ไม่เคยย่อท้อต่อความลำบาก คำนึงที่ครูศิลป์มักจะพูดให้รำไทยและกำปั้นฟังเสมอ ๆ ก็คือ “ถึงจะหมดเนื้อหมดตัวบ้านจะถูกยึด แต่ขอให้โขนยังอยู่ต่อไป”

กำปั้นเชื่อและรักในศิลปะการรำโขนมากพอ ๆ กับที่รักรำไทย เด็กหนุ่มสาวสองคนจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อสานต่อปณิธานของครูศิลป์ ยามว่างจากการซ้อมโขน เด็กทั้งคู่มักไปหารายได้พิเศษในย่านตรอกข้าวสารโดยมี ชกลม (ธีรภัทร์ แย้มศรี) เพื่อนสนิทของกำปั้น และพอใจ (ศรศิลป์ มณีวรรณ์) เพื่อนสนิทของรำไทยไปช่วยตั้งแผงขายของด้วย รำไทยเอาหัวโขนจำลองไปขายเป็นของที่ระลึกบ้าง สีซอสามสายแลกเศษสตางค์บ้าง บางครั้งก็ไปรำตามโรงแรม ห้องอาหาร และรับจ้างซ่อมชุด ปักชุดนาฏศิลป์ไทยกับพอใจ ส่วนกำปั้นก็เอากางเกงมวยไปขายให้พวกฝรั่งที่ชื่นชอบศิลปะมวยไทย เมื่อมีฝรั่งสนใจก็มักจะโชว์ท่าทางแม่ไม้มวยไทยให้ฝรั่งดูโดยให้ชกลมเป็นคู่ ชก แต่สิ่งที่กำปั้นทำได้ดีที่สุดก็คือการรำไหว้ครูของมวยไทย  เพราะกำปั้นได้ฝึกพื้นฐานการรำโขนมาจากครูศิลป์ ท่วงท่าการไหว้ครูของกำปั้นจึงอ่อนช้อยงดงาม หลายครั้งที่พวกจิ๊กโก๋แถวบ้านรำไทยเจอกำปั้นเดินอยู่กับรำไทย พวกนั้นมักจะแซวกำปั้นว่าเป็นลูกนักมวยประสาอะไรไปหัดรำโขน  หาว่ากำปั้นเป็นกะเทยและชอบหาเรื่องกำปั้นกับรำไทยเสมอ ๆ เมื่อเหลืออดกำปั้นจึงงัดเชิงมวยที่ได้เรียนมาจากพ่อเล่นงานพวกนักเลงจน กระเจิง

แต่ความลับของกำปั้นก็ปิดไม่มิดเมื่อคำรณขอให้เฮียอ๋าพากำปั้นขึ้นชกบนเวที เป็นคู่เปิดให้กับการชกแข่งของสังเวียน กำปั้นดูไม่มีสมาธิที่จะขึ้นชกเท่าไหร่ เมื่อขึ้นไปเจอคู่ต่อสู้กำปั้นก็เอาแต่ชกสไตล์ป้องกันตัวเองอย่างเดียว  โดยเฉพาะกับสองมือที่กำปั้นจะห่วงมากเป็นพิเศษ คำรณพยายามบอกให้ลูกชายชกให้เต็มที่ แต่กำปั้นก็ทำให้พ่อผิดหวังด้วยความพ่ายแพ้ ในขณะที่สังเวียนสามารถเอาชนะคู่ชกได้สมศักดิ์ศรี คำรณเริ่มสงสัยพฤติกรรมของลูกชาย คำพูดของหลาย ๆ คนที่เคยพูดเอาไว้ให้ได้ยินว่าบนเวทีกำปั้นรำไหว้ครูได้ดีกว่าชกจริง จนน่าจะเป็นนางรำมากกว่านักมวย (หรือไอ้กะเทย)

คำ รณจึงตามดูพฤติกรรมของลูกชายจนในที่สุดก็เจอความจริงเมื่อตามไปเห็นกำปั้น หนีซ้อมมวยมารำโขนที่บ้านครูศิลป์ คำรณโกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่กำปั้นไม่ฟังคำสั่ง ลงไม้ลงมือตีลูกชายไม่ยั้งต่อหน้าครูศิลป์ และเหล่าบรรดาแม่ยกของครูศิลป์ ป้าสายใจ (ส้มเช้ง 3 ซ่า) สายสมร (ดีใจ ดีดีดี) และ สายพิณ (จิ้ม ชวนชื่น) ที่เอ็นดูรักใคร่กำปั้น ทุกคนพยายามห้ามและขอร้องไม่ให้คำรณตีลูก เหล่าแม่ยกด่าคำรณซะเสียผู้เสียคนทำให้คำรณโกรธกลับไป กำปั้นเสียใจที่ทำให้พ่อโกรธ จึงตัดสินใจขอลาครูศิลป์และรำไทยทิ้งความฝันการรำโขนเพื่อกลับไปทำให้พ่อได้ ภาคภูมิใจ แม้ว่าครูศิลป์จะเสียดายอนาคตในการรำโขนของกำปั้น เพราะฝีมือที่กำปั้นเฝ้าฝึกมาตลอดเวลาหลายปี จะทำให้กำปั้นเป็นความหวังของครูศิลป์ แต่หน้าที่ของลูกที่ต้องกตัญญูต่อพ่อก็ทำให้ครูศิลป์เข้าใจ ยอมปล่อยให้กำปั้นทิ้งโขนแล้วเดินหน้าสู่สังเวียนของมวยไทย แต่กับรำไทยเธอน้อยใจร้องไห้ใส่กำปั้นเพราะคิดว่ากำปั้นน่าจะทำทั้งสองอย่าง ได้ดีทั้งคู่ เพราะมวยไทยกับรำโขนมันก็เป็นศิลปะเหมือนกัน แต่กำปั้นยังไม่เข้าใจ ตอนนี้เขาต้องเลือกทำหน้าที่ของลูกก่อน

กำปั้นแอบเห็นพ่อกินเหล้าแล้วร้องไห้ต่อหน้ารูปของแม่ พ่อเสียใจที่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้ กำปั้นรู้เรื่องวันที่เขาเกิดเป็นวันเดียวกับพี่แม่ตายมาจากพี่ชาย กำปั้นสงสารพ่อและรู้สึกผิด จึงถือพานไปกราบขอขมาพ่อที่เวทีมวยขอให้ยกโทษให้และสัญญากับพ่อว่าจะเลิกรำ โขนอย่างเด็ดขาด ต่อไปนี้เขาจะเป็นนักมวยเพื่อทดแทนพระคุณพ่อ เมื่อกำปั้นสัญญาแบบนั้นคำรณก็ยกโทษให้ลูกและจับกำปั้นให้มุมานะซ้อมมวย เพื่อเจริญรอยตามสังเวียนซึ่งกำลังเป็นนักมวยมีชื่อเสียง

กำปั้นพยายามซ้อมตามที่พ่อสั่งทุกอย่างแม้จะต้องเจ็บตัวเขาก็อดทน แต่ใจของกำปั้นก็ยังโหยหาการรำโขนอยู่ตลอดเวลา หลายครั้งที่เขาเดินผ่านบ้านครูศิลป์ กำปั้นมักจะไปแอบดูรำไทยซ้อมรำและสีซอ แต่เขาก็ไม่กล้าไปสู้หน้าครูศิลป์กับรำไทย เพราะรู้ดีว่าทำให้ครูศิลป์ผิดหวัง จนวันนึงกำปั้นไปเจอพวกทวงหนี้มาทวงเงินแต่ไม่ได้เงินเลยเอาเครื่องดนตรีไทย ในบ้านไปขายแลกเป็นเงิน เพราะครูศิลป์เอาโฉนดบ้านไปจำนองไว้กับพวกนั้นเพื่อเอาเงินไปเป็นค่าใช้จ่าย รักษาน้าดวงใจที่อาการกำลังทรุดหนัก กำปั้นตามไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลและได้เจอครูศิลป์อยู่กับน้าดวงใจ ครูศิลป์ไม่ให้กำปั้นพูดเรื่องที่ตนเอาบ้านทรงไทยไปจำนองจนเป็นหนี้ ดวงใจดีใจที่ได้เห็นกำปั้นและบอกว่าเมื่อไหร่ที่หายออกจากโรงพยาบาลจะตามไป ดูกำปั้นรำโขนในวันพ่อเฉลิมพระเกียรติ แต่ครูศิลป์ต้องบอกให้ดวงใจรู้ว่ากำปั้นเลิกรำโขนแล้ว ดวงใจเสียดายแต่ก็ชื่นชมกำปั้นที่เลือกการทดแทนพระคุณพ่อ รำไทยมาเห็นกำปั้นอยู่กับแม่ก็ไม่พอใจ รำไทยตามไปต่อว่ากำปั้นหลังจากออกจากโรงพยาบาล รำไทยไม่อยากให้กำปั้นมายุ่งกับครอบครัวเธออีก เพราะตอนนี้ครอบครัวเธอไม่เหลือสมบัติอะไรอีกแล้ว นอกจากศิลปะการรำโขนที่พ่อเลือกที่จะรักษาเอาไว้ พ่อทำตามคำพูดที่เคยพูดอยู่เสมอว่า “ถึงจะหมดเนื้อหมดตัว บ้านถูกยึดแต่ก็ขอให้โขนยังอยู่ต่อไป” เพราะฉะนั้นในเมื่อกำปั้นเลือกทิ้งหัวโขนแล้ว กำปั้นก็ไม่ควรมาให้เธอเห็นหน้าอีก

กำปั้นรู้สึกเสียใจเก็บเอาคำพูดของรำไทยมาครุ่นคิดโดยไม่ได้เล่าให้พ่อฟัง เพราะพ่อกำลังจะพาเขาไปชกมวย จึงเคี่ยวเข็ญให้เขาขยันซ้อม จนถึงเวลาขึ้นชกกำปั้นยังคงรำไหว้ครูอย่างสวยงาม ลีลาอ่อนช้อยผสมท่ารำโขน เช่นท่า พระรามแผลงศร กำปั้นพยายามชกตามที่พ่อบอกทุกอย่าง แต่คู่ชกของกำปั้นแข็งแกร่งมากกว่าที่คำรณคาดการณ์เอาไว้ กำปั้นอยากทำให้พ่อภูมิใจจึงไม่กลัวเจ็บ พยายามชกอย่างที่สุดแต่ก็โดนพายุหมัดรัวใส่ คำรณสงสารลูกบอกกำปั้นว่าจะขอยอมแพ้ แต่กำปั้นห้ามพ่อแล้วบอกให้พ่อรู้ว่า “ถ้าทำให้พ่อภูมิใจไม่ได้ เขาก็ไม่รู้จะเกิดมาเป็นลูกของพ่อทำไม” กำปั้นยังคงเดินหน้าเข้าชกกับคู่ต่อสู้ แต่ก็โดนหมัดศอกถาโถมเข้าใส่เต็มแรงจนอ่วม ถึงอย่างไรกำปั้นก็ไม่ถอย ยังคงงัดลีลาแม่ไม้มวยไทยที่พ่อสอนมาสู้อย่างสุดกำลัง จนในที่สุดก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้

แต่แม้กำปั้นจะชกชนะแต่ก็ถูกล้อเลียน คำรณเลยไม่ได้ภูมิใจในชัยชนะที่ลูกมอบให้กลับต่อว่ากำปั้นที่ไปรำมวยจนดู เป็นนางรำมากกว่านักมวย เป็นตัวตลกให้เขาอับอายขายหน้า กำปั้นเสียใจที่พ่อไม่ภาคภูมิใจในเมื่อเขาทำทุกอย่างเพื่อพ่อแล้ว กำปั้นเผลอขึ้นเสียงกับพ่อด้วยอารมณ์ว่าเขาไม่ใช่คนที่สัญญากับแม่ทำได้แค่ นี้พ่อก็น่าจะดีใจกับเขาบ้าง คำรณโกรธที่กำปั้นเอาเรื่องนี้มาพูดเลยตบหน้าลูกชายไปอย่างแรง กำปั้นเจ็บปวดตัดสินใจถอดนวมโยนทิ้งแล้วเลิกเป็นนักมวยและเป็นลูกอย่างที่ พ่อต้องการ

กำปั้นออกจากบ้านไปอยู่กับชกลม กำปั้นไปแอบดูครูศิลป์กับรำไทยซ้อมโขนที่บ้านเช่าที่บรรดาแม่ยกช่วยกันหาที่ ให้ใหม่ รำไทยจะไล่กำปั้นแต่ครูศิลป์ห้ามและอนุญาติให้กำปั้นมาอยู่ด้วยกัน กำปั้นบอกครูศิลป์ว่าเขากลับมาเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับน้าดวงใจเขาจะ ขึ้นรำโขนในวันพ่อเฉลิมพระเกียรติ ครูศิลป์เห็นความตั้งใจของกำปั้นก็ยอมที่จะให้กำปั้นกลับมารำโขนอีกครั้ง รำไทยแอบดีใจที่กำปั้นกลับมาแต่ก็ยังแกล้งทำเป็นงอน วางฟอร์มไม่ให้เสียหน้ากำปั้น

คำ รณยังไม่หายโกรธกำปั้น แต่ก็ยังมีทิฐิไม่ยอมไปตามกำปั้นกลับมาถึงกับบอกใครต่อใครว่ากำปั้นไม่ใช่ ลูกนักมวยแต่มันเป็นลูกโขน คำรณจึงหันไปสนใจสังเวียนที่กำลังจะก้าวขึ้นชิงแชมป์เข็มขัดเดียวกับที่คำรณ เคยพลาดหวังมาเมื่อในอดีต คำรณมั่นใจว่าสังเวียนจะกู้หน้าให้กับตัวเองได้ แต่เมื่อตามไปเชียร์ลูกชายกลับพบว่าสังเวียนพ่ายแพ้อย่างค้านสายตาคนดู คำรณไปคาดคั้นกับสังเวียนเพราะไม่เชื่อว่าสังเวียนจะแพ้ ในที่สุดสังเวียนก็ยอมพูดความจริงกับพ่อว่าที่แพ้เพราะหลิวมาขอร้องให้เขา รับเงินจากเฮียอ๋าเพื่อล้มมวย แม้เขาจะไม่อยากทำแต่เขาก็ต้องยอมเพราะสงสารพ่อที่เป็นหนี้เงินกู้นอกระบบ แถมรถ TAXI คันเก่งของพ่อก็เสียต้องเข้าอู่ซ่อมและก็ไม่มีเงินไปจ่ายค่าซ่อมเอารถออกมา ทำให้พ่อไม่มีรายได้เลย

คำรณจุกอกไม่อยากเชื่อว่าลูกชายจะยอมขายศักดิ์ศรีที่เขาเฝ้าอุตส่าห์สั่งสอน ให้ลูกมาตลอด คำรณสั่งให้สังเวียนเอาเงินไปคืนเฮียอ๋า สังเวียนไม่ยอมคำรณจึงแย่งเอาเงินจากสังเวียนไปหาเฮียอ๋าเอง คำรณเอาเงินไปปาใส่หน้าเฮียอ๋าแล้วสั่งให้เลิกยุ่งกับสังเวียน พวกเฮียอ๋าไม่พอใจดูถูกคำรณเป็นแค่ไอ้เป๋ที่มีลูกเป็นกะเทยนางรำแต่อยากปั้น ให้เป็นนักมวยตุ๊ด คำรณเลือดขึ้นหน้ามีเรื่องกับพวกมัน กำปั้นแวะมาหาพ่อพอดีกับที่สังเวียนกำลังตามไปช่วยพ่อ สองพี่น้องไปเจอพ่อกำลังโดนพวกเฮียอ๋าทำร้ายเลยเข้าไปช่วย เฮียอ๋าชักปืนจะยิงกำปั้น คำรณรีบเอาตัวเข้าไปกันกระสุนให้ รำไทยพาตำรวจมาถึงพอดี พวกเฮียอ๋าถูกจับได้ทั้งหมด แต่อาการของคำรณไม่ค่อยดีถูกส่งเข้าโรงพยาบาล

คำรณรอดมาได้อย่างหวุดหวิดเพราะกำปั้นพาพ่อมาถึงโรงพยาบาลทันเวลา สังเวียนเข้ามากราบขอโทษพ่อที่ทำให้พ่อผิดหวังและสัญญาว่าต่อไปจะไม่ยอมขาย ศักดิ์ศรีตัวเองอีก กำปั้นแอบดูพ่อกับพี่ชายแล้วไม่อยากเข้าไปเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นลูกที่ไม่ เคยทำให้พ่อภูมิใจยอมเดินจากไปตามลำพัง แต่ขณะที่กำปั้นกำลังจะหันหลังกลับ พ่อก็หันมาเห็นกำปั้นพอดี จึงตะโกนด่ากำปั้นว่า “เป็นลูกโขนแล้วกลับมาอีกทำไม ที่นี่มันมีแต่ลูกนักมวย” กำปั้นเสียใจน้ำตานองหน้าบอกพ่อไปว่า “ถ้าเลือกได้ เขาอยากเป็นแค่ลูกที่ทำให้พ่อภูมิใจ”

กำปั้นมาหารำไทยกับครูศิลป์แต่พบว่าอาการของน้าดวงใจกำลังแย่ ทุกคนที่บ้านโขนไปดูใจน้าดวงใจกันพร้อมหน้า ดวงใจบอกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ดูรำไทยกับกำปั้นรำโขนในวันพ่อเฉลิมพระ เกียรติ แต่ก็ดีใจที่สุดท้ายแล้วกำปั้นก็กลับมาช่วยครูศิลป์สืบสานศิลปะโขนต่อไป ดวงใจรู้เรื่องที่ครูศิลป์เอาบ้านไปจำนองจากการได้ยินรำไทยคุยกับ 3 แม่ยก ที่ช่วยรวบรวมเงินมาช่วยยืดเวลาชำระไปได้อีก 1 เดือนก่อนที่จะถึงเดือนธันวาคม ซึ่งขณะโขนของครูศิลป์จะได้รำในงานวันพ่อเฉิลมพระเกียรติ จากงานวันนั้นครูศิลป์จะได้เงินมาจำนวนหนึ่งมาจ่ายหนี้ค่าบ้าน ทำให้สามารถรักษาบ้านทรงไทยเอาไว้ได้อีก ไม่จำเป็นต้องเอาเงินมารักษาเธอ เพราะชีวิตของเธอไม่คุ้มกับการต้องสูญเสียศิลปะโขนสมบัติอันล้ำค่าของทุกคน รำไทยและกำปั้นตัดสินใจพาดวงใจออกมาที่สนามของโรงพยาบาล แล้วแสดงโขนให้ดวงใจดูเพื่อให้ดวงใจได้จากไปอย่างสงบ

ในที่สุดการแสดงโขนในวันพ่อเฉลิมพระเกียรติก็มาถึง ก่อนการแสดงจะเริ่มกำปั้นแวะไปหาพ่อที่บ้านเพื่อขอให้พ่อไปดูการแสดงของเขา แต่กำปั้นไปไม่เจอบ้านปิดเงียบเชียบไม่มีใครอยู่ กำปั้นคิดว่าพ่อคงไม่สนใจที่จะไปดูเขานั่นทำให้กำปั้นรู้สึกเสียใจที่เขา เป็นได้แค่ลูกที่ทำให้พ่อภูมิใจไม่ได้

กำปั้น กลับมาที่เวทีการแสดงที่ทุกคนกำลังเตรียมพร้อม แต่ก่อนที่การแสดงจะเริ่มขึ้นไม่กี่นาทีคำรณกับสังเวียนก็เดินทางมาหากำปั้น คำรณขออนุญาติครูศิลป์เป็นผู้สวมชฎา (พระราม) ให้กำปั้นก่อนขึ้นแสดง ด้วยความตื้นตันใจกำปั้นก้มกราบเท้าพ่อสารภาพความในใจว่าตลอดมาเขาอยากทำให้ พ่อภาคภูมิใจเพราะคิดมาตลอดว่าถ้าแม่ไม่เลือกให้เขามีชีวิตอยู่ พ่อก็คงจะได้มีความสุขอยู่กับแม่ คำรณจุกอกกับความคิดซื่อ ๆ ของลูกชาย น้ำตาไหลพร่างพรู บอกกำปั้นทำให้พ่อได้รู้ว่า “มวยไทยมีหน้าที่รักษาชาติรักษาแผ่นดิน โขนก็ช่วยเป็นหน้าเป็นตาของวัฒนธรรมไทย ยามเมื่อสงบเราก็อ่อนช้อย ยามเมื่อถูกรุกรานเราก็มีมวยไทยไว้คอยปกป้อง” สิ่งที่กำปั้นทำอยู่เป็นความภูมิใจของพ่อที่สุดแล้ว คำรณสวมชฎาให้กำปั้นแล้วไปนั่งดูการแสดงโขนที่ดีที่สุดในชีวิตที่ลูกชายของ เขาได้แสดงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ รอยยิ้มของทุกคนเต็มไปด้วยความปลื้มปิติยินดี ติดตามชม ละครลูกโขน

รายชื่อนักแสดงนำในละคร ลูกโขน

ศรัณย์  ศิริลักษณ์   รับบทเป็น   กำปั้น
พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์   รับบทเป็น   รำไทย
พิชยดนย์ พึ่งพันธ์   รับบทเป็น   สังเวียน
กัญญา รัตน์เพชร์   รับบทเป็น   หลิว
ศรศิลป์ มณีวรรณ์   รับบทเป็น   พอใจ
ธีรภัทร์ แย้มศรี   รับบทเป็น   ชกลม
เกรียงไกร อุณหะนันทน์   รับบทเป็น   ศิลป์ไทย
วินัย  ไกรบุตร   รับบทเป็น   คำรณ
ดวงดาว  จารุจินดา   รับบทเป็น   ดวงใจ
ฐรินดา กรรณสูต   รับบทเป็น   สายทอง
ศตวรรษ ดุลยวิจิตร   รับบทเป็น   เฮียอ๋า
ส้มเช้ง 3 ซ่า   รับบทเป็น   สายใจ
ดีใจ ดีดีดี   รับบทเป็น   สายสมร
จิ้ม ชวนชื่น   รับบทเป็น   สายพิณ