Tag Archives: ละครไท

พระจันทร์สีรุ้ง

พระจันทร์สีรุ้ง เป็นชีวิตนางโชว์ของอารักษ์ (อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ที่ต้องจบลงด้วยวัยเพียง 35 เพราะคลื่นลูกหลัง ที่มาแรงกว่า ทำให้เขารับไม่ได้ที่ จะต้องกลายไปเป็นแค่ตัวตลกคั่นรายการ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ… เขากำลังมีลูกชาย

ตะวัน (บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว) เป็นลูกของ อรดี (แหม่ม-จินตหรา สุขพัฒน์) หมอนวดซึ่งเช่าบ้านอยู่ติดกับอารักษ์ หล่อนตั้งใจจะคลอดลูก แล้วทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล เพื่อตามผัวใหม่ ชาวเยอรมันไปต่างประเทศ ด้วยความที่อารักษ์รัก และสงสารเด็กน้อย ที่ไม่มีใครต้องการ เหมือนชีวิตของตน ที่เคยระเห็จออกจากบ้าน เพราะพ่อซึ่งไม่ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น จนประกาศตัดญาติขาดมิตร อารักษ์เลยได้มาใช้ชีวิต เป็นนางโชว์กับ ป้อ (ไก่-วรายุธ มิลินทจินดา) เพื่อนสนิทถึงพัทยา อารักษ์ได้ตัดสินใจที่จะขอตะวันมาเลี้ยงเป็นลูก ท่ามกลางเสียงคัดค้าน ของบรรดาเพื่อนชาวสีม่วงด้วยกัน โดยเฉพาะกับชัชชัย (ปัญญาพล เดชสงค์) แฟนหนุ่มที่กำลังคิดตีจาก ได้โอกาส เอาเรื่องเด็กน้อย มาอ้างเพื่อแยกทางกับ อารักษ์ ทำให้เขาเสียใจมาก ถึงกับคิดฆ่าตัวตาย แต่เพราะเสียงร้องของตะวัน ทำให้เขาได้ฉุกคิดว่าตนยังมีภาระ ที่สำคัญภาระยิ่งใหญ่ของคำว่า…พ่อ

อารักษ์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตัวเอง ทิ้งความเป็นเพศที่สาม แล้วย้ายตัวเองไปอยู่เชียงใหม่ ใช้เงินเก็บที่มีอยู่ เซ้งตึกแถวที่หน้าตลาดสดย่านชานเมือง เปิดเป็นร้านทำผมชื่อว่า “ตะวันซาลอน” มีบรรดาแม่ค้าแม่ขาย และชาวบ้านในละแวกนั้น แห่กันมาใช้บริการแทบทุกวัน เพราะความที่เจ้าของร้านเป็นคนอัธยาศัยดี แล้ววันหนึ่งอารักษ์ก็ได้ช่วยชีวิตแก้วตา (เต๋า-สโรชา วาทิตตพันธ์) จากการตามล่าของพวกค้าผู้หญิง ที่หลอกซื้อหญิงสาวจากพ่อแม่จะพาไปทำงานที่มาเลย์ หล่อนหลบหนี แล้วระหกระเหินมาจนถึงหน้าร้าน ด้วยความสงสารในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เขาจึงให้ที่ซ่อน แล้วแจ้งตำรวจให้สกัดจับพวกค้าผู้หญิง จนสามารถช่วยชีวิตหญิงสาวได้อีกหลายคน แก้วตาระลึกในบุญคุณของอารักษ์ จึงขออยู่ช่วยงานที่ร้าน และอาสาที่จะช่วยดูแลตะวันอีกแรง

ถึงแม้ว่าอารักษ์จะพยายามบอกและแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตนเป็นผู้ชาย โดยเฉพาะกับตะวัน แต่กิริยาที่สุภาพ นิ่มนวล ก็ทำให้ทุกคนดูออกว่าเขาไม่ใช่ชายแท้ ทำให้อารักษ์ไม่สบายใจ เกรงว่าลูกชายจะมีปมด้อย จนเมื่อตะวันโตถึงวัยเข้าเรียน เขาเป็นเด็กฉลาด และหน้าตาดี จึงมีแต่คนรักใคร่ บรรดาลูกค้าที่มาทำผมก็มักจะหยอกเอิน ให้ช่วยหยิบจับ ทำนั่นทำนี่ให้ จนอารักษ์ต้องคอยสั่งห้าม สร้างความสงสัยให้กับเด็กน้อย จนต้องแอบมาบ่นให้แก้วตาฟัง หญิงสาวซึ่งใช้ชีวิตร่วมกับสองพ่อลูกมานาน รู้ดีว่าอารักษ์คิดอะไร หล่อนซึ่งแรกๆ ก็เคยแอบชอบชายหนุ่ม แต่พอรู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายเต็มร้อย ก็ได้แต่ทำใจยอมรับ และช่วยเขาปิดบังความจริงกับเด็กน้อย

วิถีชีวิตของตะวันเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเข้าโรงเรียน เขามักจะถูกเพื่อนๆ ล้อเรื่องพ่อเป็นกะเทยจนมีเรื่องชกต่อยกันเป็นประจำ เด็กน้อยซึ่งถูกพ่อสอนให้เป็นคนรักสันติ มักจะมาบ่นให้ผู้เป็นพ่อฟังอยู่เสมอทุกครั้งที่มีปัญหา เขาชอบนอนหนุนตัก ให้พ่อเล่านิทานให้ฟังใต้แสงจันทร์

แต่แล้วเมื่อตะวันอายุสิบขวบ ได้เรียนรู้โลกกว้างมากขึ้น จนพอจะรับรู้เห็นความผิดปกติของอารักษ์ที่ไม่เหมือนพ่อของเพื่อนๆ ถึงแม้อารักษ์จะพยายามปิดบังอย่างไร แต่ความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป เมื่อป้อนำบรรดาเพื่อนเก่าร่วมคณะนางโชว์มาเยี่ยมเยือน ภาพพ่อที่ทำตัวกรี๊ดกร๊าดสนิทสนมกับแขกแปลกหน้ากลุ่มใหญ่ ทำให้ตะวันแน่ใจในสิ่งที่เขากลัว ความจริงที่เด็กน้อยพยายามหลอกตัวเองเรื่องพ่อนั้นเป็นเรื่องจริง

ตะวันเสียใจจนถึงขั้นหนีออกจากบ้านไปขอพักกับครูชนะ (เอ็กซ์-ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์) ครูพละที่สนิทที่สุด ขณะนั้นอารักษ์และบรรดาเพื่อนๆ พยายามตามหาด้วยความเป็นห่วงถึงกับไปแจ้งความ ระหว่างที่ตะวันอยู่กับชนะนั้น ครูหนุ่มก็พยายามกล่อมจนเด็กน้อยเริ่มอ่อนลง และเข้าใจโลกมากขึ้น ยิ่งเห็นใครต่อใครวิ่งวุ่นตามหาตน โดยเฉพาะพ่อที่ถึงกับถูกรถชนก็ทำให้เด็กน้อยได้คิด และยอมที่จะกลับไปอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง อารักษ์จึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ตะวันฟังโดยไม่ปิดบัง เว้นแต่เรื่องอาชีพของแม่เด็กน้อย เพื่อให้ตะวันยังมีภาพแม่ที่แสนดีไว้ในใจ

ถึงแม้ความจริงจะเปิดเผย แต่อารักษ์ก็ยังคงทำตัวปกติ เพื่อรักษาหน้าลูกชาย เขาจัดการย้ายโรงเรียน และให้แก้วตาออกหน้า เป็นผู้ปกครองแทนตน เพื่อไม่ให้ตะวันต้องเป็นขี้ปากของใคร จนเมื่อเวลาผ่านไป ตะวันโตขึ้น และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพได้ ชายหนุ่มต้องแยกจากครอบครัวอันเป็นที่รักมาเช่าอยู่หอพักตามลำพัง โดยที่ทั้งสองพ่อลูก ก็ยังคงติดต่อถามไถ่กันทางโทรศัพท์แทบทุกวัน

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยทำให้ตะวันได้รู้จักกับ ปลายฟ้า (แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) นักศึกษาต่างคณะ ลูกสาวคนสวยของสถาพร (ถา-สถาพร นาควิลัย) นายตำรวจใหญ่ หญิงสาวเป็นดาวของมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับตะวัน ที่ถูกเลือกให้เป็นเดือน ในงานกีฬาประเพณีของสถาบัน ทำให้ทั้งสองต้องทำกิจกรรมร่วมกัน ยิ่งทำให้ตะวันรู้สึกชื่นชม ในความน่ารัก และพยายามจะผูกมิตร ด้วยแต่ปลายฟ้ากลับไม่สน แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ตะวันตกหลุมรักเธอมากขึ้นไปอีก โดยมองข้ามเกยูร (ปีใหม่-สุมนรัตน์ วัฒนาเศลารัตน์) เพื่อนสาวที่แอบชอบตนอยู่

ตลอดเวลาสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย ตะวันได้เพียรเฝ้าติดตามความเป็นไปของปลายฟ้าด้วยความรัก จนรู้ว่าเธอชอบทำอะไรที่ไหน รวมทั้งรู้ว่าเธอมีคนรักอยู่แล้ว แต่ด้วยความรักที่บริสุทธิ์และคำแนะนำของผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นที่ปรึกษาตลอด เวลา ตะวันจึงแอบส่งดอกไม้และข้อความซึ้งๆ ให้เธอที่คณะทุกวัน จนหญิงสาวรู้สึกแปลกใจพยายามจะหาตัวเจ้าของดอกไม้ให้ได้ แต่ก็มีเหตุให้ต้องคลาดกันเสมอ

แล้วในที่สุดตะวันก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับปลายฟ้ายิ่งขึ้น เมื่อเขาตัดสินใจไปคัดเลือกตัวแสดงละครเวทีของมหาวิทยาลัย และผ่านการทดสอบได้รับบทนำคู่กับหญิงสาว ตลอดการซ้อมตะวันพยายามเอาใจปลายฟ้าจนเธอรู้สึกอึดอัด หญิงสาวพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่บ้านรวมทั้งตะวัน ทำให้ชายหนุ่มพบว่าช่องว่างระหว่างเขากับเธอนั้นมีมากกว่าที่คิด เมื่อหญิงสาวมีฐานะต่างกับเขามาก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขายอมแพ้ ตะวันตัดสินใจที่จะไปทำงานเป็นเด็กรับรถให้ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง เพียงเพื่อจะหาเงินพาหญิงสาวไปทานอาหารหรูๆสักมื้อหนึ่งพร้อมกับบอกความในใจ ที่เก็บไว้ตลอดสี่ปี และที่นั่นทำให้เขาได้ช่วย ภัครินทร์ (นุ่น-สินิทรา บุญยศักดิ์) ฝ่ายดูแลศิลปินของ “เลิฟลี่ เรคคอร์ด” จากโจรวิ่งราว ภัครินทร์เห็นหน่วยก้านของตะวัน จึงชวนไปลองเทสต์เสียงดู แต่ชายหนุ่มปฏิเสธ

ตะวันมีโอกาสได้พบกับครอบครัวของปลายฟ้าในวันแสดงละครเวที ชายหนุ่มรู้สึกชื่นชมในบุคลิกของสถาพร และดารณี (ไก่-สุปราณี เจริญผล) พ่อแม่ของหญิงสาว และในระหว่างการแสดงตะวันก็เผลอใจไปจูบปลายฟ้านอกบท สร้างความขัดเคืองให้หญิงสาว จนไม่ยอมพบหน้าด้วย ตะวันกลุ้มใจจึงได้แต่โทรไปปรับทุกข์กับผู้เป็นพ่อ อารักษ์จึงแนะนำให้ลูกชายไปขอโทษหญิงสาว

ใน งานวันเกิดของปลายฟ้าที่ถูกจัดขึ้นที่บ้านของหญิงสาว ตะวันอาศัยเกยูรให้พาเข้างาน เขาให้ของขวัญ และออกไปร้องเพลงขอโทษตามที่อารักษ์สอนไว้จนปลายฟ้าเริ่มจะอ่อนลง ยอมรับคำขอโทษจากชายหนุ่ม พร้อมทั้งแนะนำศศิน (เอส-วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย) ชายคนรักที่เป็นลูกชายของศักดา (อาเชาว์-สุเชาว์ พงษ์วิไล) นักการเมืองใหญ่ให้ตะวันได้รู้จัก ทำให้ชายหนุ่มเสียใจ และเลี่ยงออกไปจากงาน ภัครินทร์ที่มาร่วมงานเพราะเป็นญาติผู้พี่กับปลายฟ้า นำวีดีโอภาพและเสียงของตะวันมาให้พบโชค (ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์) เจ้าของค่ายเพลงดังฟัง ตะวันจึงถูกเรียกให้เข้าไปพบ และกล่อมให้เป็นศิลปินเบอร์ใหม่ของเลิฟลี่เรคคอร์ด

ตะวันดีใจโทรไปแจ้งข่าวดีกับพ่อ แต่อารักษ์กลับเป็นห่วง กลัวว่าเมื่อตะวันดังแล้วจะลืมพ่อกะเทยคนนี้ แต่ชายหนุ่มรับปากว่าไม่มีทางเป็นเช่นนั้น เขาตั้งใจจะหาเงินมากๆ เพื่อเก็บไว้ซื้อบ้านอิงดอยให้พ่ออยู่กับเขาตอนแก่ อารักษ์ได้แต่ย้ำลูกชายให้ปิดเรื่องของตนเอาไว้ เพราะกลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียง

ตะวันตัดสินใจดร็อปการเรียนเอาไว้ชั่วคราว ในเทอมสุดท้าย ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่น รวมทั้งปลายฟ้านั้นจบการศึกษากันในหมด ชายหนุ่มถูกจับเปลี่ยนลุคใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า และเปิดตัวด้วยการถ่ายแบบ เพื่อสร้างความนิยม ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นนักร้อง

ตะวันเริ่มกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่มีสาวๆ มาให้ความสนใจ แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่สามารถเข้าใกล้ปลายฟ้าได้มากกว่าความเป็นเพื่อน จนเมื่อเขาได้พบศศินควงสิริกานดา (มิ้ม-อัมราภัสร์ จุลกะเศียน) ดาราน้องใหม่ไปร่วมงานวันเกิดของนิตยสารบันเทิงฉบับหนึ่ง จึงพยายามที่จะหาทางเตือนปลายฟ้า แต่หญิงสาวกลับไม่เชื่อ เธอถึงขั้นไปสอบถามความจริงจากชายคนรัก แต่กลับพบว่าศศินกำลังอยู่กับสิริกานดาจริง ปลายฟ้าจึงประกาศตัดความสัมพันธ์กับศศิน ช่วงนี้เองที่ตะวันได้มีโอกาสเข้ามาแสดงความจริงใจที่มีต่อปลายฟ้า เขาเฝ้าปลอบ และเล่านิทานพระจันทร์ที่พ่อเคยเล่าให้เธอฟัง จนปลายฟ้ารู้สึกเข้มแข็ง และเปิดใจยอมรับชายหนุ่มมากขึ้น จนถึงขั้นเป็นความรักเมื่อชายหนุ่มสารภาพว่า เขาเป็นเจ้าของดอกไม้ที่ส่งให้ตลอดเวลาสี่ปี

ในที่สุดผลงานชิ้นแรกของการเป็นศิลปินของตะวันก็ออกสู่สาธารณชน เขากลายเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง ในขณะที่งานเพลงกำลังไปด้วยดี ความสัมพันธ์ของเขากับปลายฟ้าก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่คบหาเพียงไม่นาน แต่ทั้งสองก็ผูกพันและเข้าใจในกันและกันมาก แต่ก็ต้องพยายามปิดบัง คอยหลบนักข่าวตามคำแนะนำและขอร้องของภัครินทร์

แต่แล้วช่วงเวลาที่สวยงามของตะวันก็สะดุดลง เมื่อชายหนุ่มได้พบกับอรดี แม่ซึ่งทิ้งเขาไป หลังจากที่ตามสามีใหม่ไปใช้ชีวิตในเยอรมันได้ยี่สิบปี พอสามีตายอรดีก็มีเงินเก็บอยู่ก้อนใหญ่ จึงบินกลับมาเมืองไทย ตั้งใจลงทุนทำธุรกิจเอาเงินไปลงหุ้นกับวิมล (ดี้-ชนานา นุตาคม) เพื่อนเก่าร่วมอาชีพเปิดบริษัทผลิตเครื่องสำอาง แต่เกิดไปสะดุดใจกับชื่อและนามสกุลของนักร้องหน้าใหม่ที่ชื่อตะวัน จึงสืบจนรู้ว่าเป็นลูกชายตนที่ยกให้อารักษ์ไป เธอจึงมาแสดงตัวให้ตะวันได้รู้จัก เพื่อหวังว่าความดังของลูกชายจะช่วยทำให้ธุรกิจของเธอก้าวหน้า แต่ตะวันกลับปฏิเสธที่จะยอมรับ เมื่อแม่ที่ตนวาดฝันไว้ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด อรดีทั้งปากร้าย แต่งตัวจัดจ้าน ไม่ใช่นางฟ้าอย่างที่พ่อเคยบอก อีกทั้งความรักที่เขามีต่อปลายฟ้าก็เริ่มมีปัญหา เมื่อศศินย้อนกลับมาขอคืนดีกับหญิงสาวอีกครั้ง

ศศินรู้ว่าปลายฟ้ามีใจให้กับตะวัน เขาจึงแสร้งทำดี ใช้ความเป็นสุภาพบุรุษทำให้ปลายฟ้าตายใจ ในการยอมรับเขาเป็นเพื่อน แต่ชายหนุ่มกลับสร้างสถานการณ์โดยหลอกใช้เกยูร หาโอกาสให้หล่อนได้ใกล้ชิดกับนักร้องหนุ่ม และเป่าหูจนปลายฟ้ารู้สึกแคลงใจ ขณะเดียวกันศศินก็พยายามทำดีกับปลายฟ้าเพื่อให้ตะวันได้เห็น จนนักร้องหนุ่มซึ่งกำลังว้าวุ่น ขาดความยับยั้งชั่งใจต่อว่าปลายฟ้าว่ากำลังจะหวนกลับไปคบหาศศิน ทำให้หญิงสาวเสียใจ และต่อว่าชายหนุ่มไปอย่างแรง ก่อนจะหลบหน้าผู้คน หนีปัญหาไปพักผ่อนที่ภูเก็ต โดยตัดขาดการสื่อสารทุกชนิด

ตะวัน เสียใจเรื่องปลายฟ้า และสับสนเรื่องอรดี จึงคิดหนีปัญหาวุ่นวายกลับไปหาพ่อ แต่ระหว่างทางเกิดประสบอุบัติเหตุรถตกเขา นักร้องหนุ่มถูกส่งมารักษาตัวที่กรุงเทพ แพทย์สามารถช่วยชีวิตเขาได้สำเร็จ แต่เพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือน เมื่อชายหนุ่มรู้สึกตัวขึ้นมาก็พบว่าเขาสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด จึงเป็นโอกาสของอรดีที่อ้างหลักฐานจากทางโรงพยาบาลที่ทำคลอด และพยานบุคคลยืนยันกับหนังสือพิมพ์ จนตะวันต้องยอมรับอรดีเป็นแม่ โดยที่จิตใต้สำนึกลึกๆ ของเขากลับไม่มั่นใจ

ข่าวร้ายของตะวันทำให้อารักษ์รีบลงมาดูอาการลูกชาย พร้อมกับแก้วตาและครูชนะซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นคู่รักกัน แต่เขากลับพบอรดี และถูกกีดกันไม่ให้เห็นหน้าตะวัน โดยขู่ว่าความเป็นเพศที่สามของอารักษ์จะทำให้ลูกเสียชื่อเสียง อารักษ์ต้องคิดหนัก แอบเข้าไปพบลูกชาย แล้วก็พบว่าตะวันจำเขาไม่ได้ และยังแสดงท่าทางรังเกียจเมื่อเห็นหน้าเขา โดยไม่รู้เลยว่าลูกชายได้ถูกผู้เป็นแม่เป่าหูว่า อารักษ์เป็นพวกโรคจิตที่คลั่งศิลปินหนุ่มๆ หนุ่มใหญ่รู้สึกเจ็บปวด และยอมหลีกทางให้อรดีดูแลตะวัน เขาเลือกเป็นความทรงจำที่หายไป เพื่อให้ลูกชายได้มีอนาคตที่สดใส อารักษ์จึงพาแก้วตากับครูชนะกลับเชียงใหม่โดยไม่ยอมบอกความจริงให้ทั้งสอง เข้าใจ

ตลอดเวลาที่ตะวันอยู่โรงพยาบาล เกยูรมาคอยดูแลชายหนุ่มด้วยความรัก หญิงสาวจึงรู้เห็นสิ่งที่อรดีพยายามจะปิดบังตะวันเรื่องอารักษ์เข้าโดย บังเอิญ อรดีกลัวว่าหญิงสาวจะเปิดเผยความจริง จึงยื่นข้อเสนอให้เธอเก็บความลับนี้ไว้ แลกกับการสนับสนุนให้เธอได้รักกับตะวัน และจัดการทำลายข้าวของที่เกี่ยวกับปลายฟ้าของตะวันจนหมดสิ้น เพื่อให้เกยูรวางใจจนยอมรับปาก

ปลายฟ้าได้รู้ข่าวของตะวัน เธอก็รีบรุดขึ้นมาเยี่ยมชายคนรัก แต่กลับพบว่าตะวันคนใหม่นี้ ไม่เหมือนคนเดิมที่รู้จัก เมื่อชายหนุ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากคนสุภาพ ก็กลายเป็นคนก้าวร้าว เย่อหยิ่ง และเอาแต่ใจ นอกจากนั้นยังพบเกยูรแสดงตัวว่าเป็นคนรักของชายหนุ่มอีก ก็ยิ่งทำให้ปลายฟ้าเสียใจ ช่วงเวลานี้ศศินก็แทรกเข้ามาทำตัวเป็นที่ปรึกษาให้หญิงสาวในฐานะพี่ชายที่ แสนดี

ด้วยความกลัวว่าปลายฟ้าจะหวนกลับไปหาตะวันอีก ศศินจึงคิดขัดขวางคนทั้งสอง ชายหนุ่มซึ่งกว้างขวางด้วยบารมีของผู้เป็นพ่อ รู้ว่าธุรกิจของอรดีที่ร่วมหุ้นกับเพื่อนกำลังมีปัญหา เมื่อวิมลเชิดเงินหนีไป และทิ้งหนี้สินไว้ให้อรดีรับผิดชอบ ศศินจึงทำเป็นยื่นมือเข้าช่วยเหลือ และเข้ามาเป็นหุ้นส่วนร่วมทุนทำธุรกิจด้วย โดยมีข้อเสนอให้สาวใหญ่ช่วยขัดขวางไม่ให้ตะวันได้หวนกลับมาคบหากับปลายฟ้า

ตะวันเริ่มสับสน และรู้สึกขัดตากับสิ่งรอบตัวไปหมด เขาไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่อรดีพยายามจะยัดเยียดใส่หัวเขาเกี่ยวกับเรื่องใน อดีต แต่ชายหนุ่มกลับไม่พบหลักฐานใดๆ ในบ้าน ที่ยืนยันว่าเขาเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับอรดีเลยสักชิ้น อรดีพยายามสร้างภาพแม่ลูกที่รักกันให้ใครๆ ได้เห็น ทำให้เธอเป็นที่รู้จัก และส่งผลให้กิจการเครื่องสำอางกระเตื้องขึ้น โดยความช่วยเหลือของศศินที่เข้าไปดูแลด้านการตลาดให้อีกแรง

ปลาย ฟ้าซึ่งยังรักตะวัน ตั้งใจจะทำให้เขาฟื้นคืนความทรงจำได้อีกครั้ง แต่อรดีกลับปฏิเสธความหวังดี หญิงสาวจึงได้แต่ไปปรับทุกข์กับศศิน เพราะคิดว่าชายหนุ่มเข้าใจ ศศินจึงถือโอกาสขอคืนดีอีกครั้ง แต่ปลายฟ้าปฏิเสธเพราะหัวใจของเธอมอบให้ตะวันไปจนหมดสิ้น ชายหนุ่มจึงแสร้งยอมรับความจริง และเปิดทางให้หญิงสาวได้ช่วยเหลือตะวันเต็มที่ สร้างความรู้สึกที่ดีให้ปลายฟ้า แต่เขากลับไปกำชับให้อรดีทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ปลายฟ้าได้มีโอกาสพบกับตะวันตามลำพัง

ปลายฟ้าตั้งใจจะเอารูปถ่ายของเขาและเธอมาพิสูจน์ความจริงกับตะวัน แต่กลับถูกเกยูรซึ่งอรดีให้มาช่วยดูแลตะวันขัดขวาง ชายหนุ่มเริ่มสะกิดใจนึกสงสัยในท่าทีของปลายฟ้า อรดีจึงตัดสินใจเปิดตัวเกยูรกับสื่อต่างๆ ว่าเป็นคู่รักของตะวัน เพื่อให้ปลายฟ้าตัดใจ ซึ่งก็ได้ผล หญิงสาวเสียใจจนคิดว่าหมดหวัง จึงได้แต่ขอร้องศศินให้ช่วย ศศินจึงจำเป็นต้องให้อรดีนัดตะวันออกมาให้ปลายฟ้า ในขณะที่เขากลับเรียกนักข่าวให้มา ทำให้นักร้องหนุ่มซึ่งกลัวเป็นข่าว เข้าใจว่าปลายฟ้าคิดจะใช้สื่อเพื่อจะจับเขา จึงพาลโกรธไม่ยอมฟังคำอธิบายใดๆ จากปลายฟ้า

หลังจากกลับมาเชียงใหม่ อารักษ์ก็ยังคงติดตามข่าวคราวของตะวันโดยตลอด แก้วตาตัดสินใจแต่งงานกับครูชนะ ทั้งสองส่งการ์ดเชิญให้ตะวันมาร่วมงาน แต่กลับถูกอรดีเก็บไว้ ทำให้บรรดาคนรู้จักที่เชียงใหม่เข้าใจว่าชายหนุ่มลืมตัว อารักษ์ต้องช่วยแก้ต่าง ทั้งที่ใจก็หวังจะได้พบหน้าลูกชายอีกสักครั้ง กิจการตะวันซาลอนเริ่มมีปัญหา เมื่อมีร้านเสริมสวยที่ใหญ่กว่าและทันสมัยกว่าเข้ามาในตลาด สุขภาพที่เริ่มจะทรุดโทรม ความเคร่งเครียด และความเป็นห่วงลูกชาย ทำให้อารักษ์หน้ามืดบ่อยขึ้น เมื่อไปตรวจก็พบว่าเป็นเนื้องอกในสมอง อารักษ์จึงเลือกที่จะปิดทุกคนเพื่อความสบายใจ นอกจากปรีดาเพื่อนสนิท และประกาศขายร้าน เพื่อย้ายไปอยู่กรุงเทพ จะได้ดูความเป็นไปของลูกชาย โดยหลอกทุกคนว่าจะไปอยู่กับตะวัน

ปรีดาซึ่งกลายเป็นเจ้าของบาร์เบียร์ที่พัทยาเป็นห่วงเพื่อน จึงทิ้งงานขึ้นมาเยี่ยมอารักษ์ที่กรุงเทพพร้อมกับเจสัน ฝรั่งซึ่งทั้งสองเคยช่วยชีวิตจากโจร ตอนมาทำธุรกิจที่พัทยาใหม่ๆ เจสันกำลังจะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเกิด เขามอบเงินให้อารักษ์ไว้ก้อนหนึ่ง เพื่อใช้รักษาตัว แต่อารักษ์เลือกที่จะนำเงินก้อนนั้นเก็บไว้ไปซื้อบ้านอิงดอย บ้านในฝันของสองพ่อลูก โดยให้แก้วตาช่วยดูแล และโกหกทุกคนว่าเป็นเงินที่ตะวันฝากมา

อารักษ์ ไปสมัครเข้าทำงานเป็นผู้ช่วยฝ่ายดูแลเสื้อผ้าให้ศิลปินที่บริษัทเลิฟลี่เรค คอร์ด โดยอาศัยเพื่อนเก่าๆที่เคยเป็นนางโชว์ด้วยกันมาก่อนแนะนำ ทำให้เขามีโอกาสได้พบกับลูกชายอีกครั้ง แต่ตะวันก็จำหน้าเขาได้ว่าเคยพบที่โรงพยาบาล จึงไม่ค่อยถูกชะตา เพราะคิดว่าอารักษ์เป็นกะเทยที่แอบปลื้มตนตามที่แม่เคยย้ำไว้ สร้างความน้อยใจให้กับอารักษ์เป็นอย่างมาก แต่เขาก็ต้องอดทน เพียงเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดลูกชาย

อรดีต้องการให้ตะวันถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายของบริษัทตน ศศินเห็นโอกาสที่จะทำให้ปลายฟ้าตัดใจจากตะวันได้เด็ดขาด จึงสนับสนุนให้ตะวันเลือกปลายฟ้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ร่วม สร้างความไม่พอใจให้สิริกานดาที่ถูกคาดหมายว่าจะได้งานนี้ การถ่ายทำไม่ค่อยจะราบรื่นนัก เมื่อปลายฟ้ารู้สึกว่าตะวันเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน เขาทั้งหยิ่ง และเรื่องมากจนเธอเสียความรู้สึก จึงพยายามเลี่ยงที่จะพูดคุยกับเขา แต่กลับยิ่งเป็นการท้าทายตะวัน เขาเอ่ยชวนเธอไปเที่ยวทำราวกับปลายฟ้าใจง่าย เธอจึงปฏิเสธทั้งพูดจาดูถูก จนชายหนุ่มนึกโกรธต้องการเอาชนะ อารักษ์ซึ่งต้องมาช่วยดูแลเสื้อผ้าให้อยู่ในเหตุการณ์เห็นความบาดหมางของ ทั้งสอง ก็ได้แต่เตือนสติลูกชาย แต่ตะวันไม่ยอมฟัง และพาลต่อว่าจนอารักษ์ต้องเลี่ยงหลบไปร้องไห้ สร้างความสงสัยให้กับปลายฟ้าในท่าทีที่เขามีต่อตะวัน

ศศินพยายามจะให้ปลายฟ้าเห็นข้อเสียของตะวันยิ่งขึ้นจะได้ตัดใจเสียที เขากล่อมจนสิริกานดายอมร่วมมือยั่วยวนตะวันจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง เพื่อให้ปลายฟ้าเข้าใจผิดตะวันมากขึ้น และก็ได้ผลเมื่อหญิงสาวซึ่งกำลังมีปัญหาครอบครัว เมื่อผู้เป็นพ่อพัวพันกับคดีทุจริตในราชการเสียใจ และยอมเปิดใจที่จะให้ศศินพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

ข่าวเสียหายของตะวันมีมากขึ้น จนถูกพบโชค คาดโทษจะฉีกสัญญา ทำให้ตะวันยิ่งเครียดหนัก อีกทั้งปัญหาหนี้พนันก้อนใหญ่ของอรดี ที่เกิดจากการถูกศศินหลอกให้ไปเที่ยวที่บ่อนแห่งหนึ่ง ทำให้ตะวันต้องหาเงินก้อนใหญ่เพื่อมาช่วยเหลือกิจการ ศศินจึงอาศัยโอกาสนี้ยื่นมือเข้าซื้อหุ้นของอรดีทั้งหมด และครอบครองธุรกิจแต่เพียงผู้เดียว โดยยังแสร้งทำเป็นดียินยอมให้อรดีดูแลกิจการตามปกติ

ทั้งข่าวสิริกานดา และหนี้พนันของอรดี ทำให้ชื่อเสียงของตะวันเริ่มมีปัญหามากขึ้น ตะวันต้องสร้างภาพทำตัวเป็นคนใหม่ ด้วยการใกล้ชิดเกยูรให้มากขึ้น เพื่อกลบข่าวฉาวกับสิริกานดา นั่นจึงทำให้ปลายฟ้าตัดสินใจเด็ดขาดที่จะล้มเลิกความตั้งใจช่วยชายหนุ่มให้ คืนความทรงจำ เธอส่งดอกไม้ที่เขาเคยให้มาตลอดสี่ปีคืน จนชายหนุ่มรู้สึกสะกิดใจ เขาเริ่มที่จะจำอะไรได้บ้างลางๆ แวะไปที่ร้านอาหารซึ่งเคยมากับปลายฟ้าเป็นประจำ ฟังเพลงที่หญิงสาวชอบ แต่ก็มักจะถูกเกยูรและอรดีขัดขวาง ดึงให้เขาเลิกคิดที่จะสนใจเรื่องในอดีตอีก ช่วงเวลานั้นเองปลายฟ้าก็ตัดสินใจรับปากแต่งงานกับศศิน เพื่อให้พ่อของเขาช่วยเหลือพ่อของตนให้หลุดพ้นข้อกล่าวหาพัวพันเรื่องทุจริต ทำให้เธอค่อยๆ หายไปจากชีวิตของตะวัน

อารักษ์ซึ่งทำงานฝ่ายเสื้อผ้าก็ได้รับรู้เรื่องราวของลูกชายมาตลอดทั้งจาก เพื่อนร่วมงาน และข่าวต่างๆ เขายังคงพยายามที่จะหาโอกาสคอยเตือนตะวัน เกี่ยวกับการใช้ชีวิตด้วยความเป็นห่วง จนชายหนุ่มไม่พอใจ ก็มักจะพาลระเบิดอารมณ์ใส่ แต่อารักษ์ก็ยังทนนิ่ง และพยายามอดกลั้นความน้อยใจ อย่างน้อยก็เพื่อให้ลูกชายได้มีเขาเป็นที่ระบายความอึดอัดในใจ ตะวันเองนั้นก็เริ่มรู้สึกคุ้นกับสิ่งที่อารักษ์พยายามสั่งสอน แต่ก็ยังคงคิดระแวงในความหวังดีของอารักษ์

อาการ ป่วยของอารักษ์เริ่มหนักขึ้นจนถึงกับเป็นลมในที่ทำงาน หมอที่ตรวจอาการอยากให้เขารีบผ่าตัด แต่อารักษ์กลับประวิงเวลาไว้ด้วยความกลัวว่าจะไม่ได้พบหน้าลูกชายอีก แต่อาการที่กำเริบมากจนเขารู้สึกท้อแท้ อารักษ์รู้ดีว่าปลายฟ้าคือผู้หญิงที่ตะวันรัก จึงไปขอร้องให้หญิงสาวช่วยปลอบใจตะวัน จนปลายฟ้าซึ่งยังตัดใจจากชายหนุ่มไม่ขาดยินยอมที่จะไปพบตะวันอีกครั้ง ชายหนุ่มคิดพิสูจน์ว่าเธอเป็นคนรักของเขาจริงหรือไม่ เขาขอให้เธอพาไปทุกๆ ที่ ซึ่งเธอและเขาเคยไปด้วยกัน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกคุ้นและพอที่จะจำอะไรได้บ้าง แต่สุดท้ายเขากลับเลี้ยวรถพาเธอเข้าโรงแรม ปลายฟ้าผิดหวังในการกระทำของตะวัน ต่อว่าและตบหน้าเขาอย่างแรงก่อนจะหนีออกไปพบกับอารักษ์ซึ่งคอยตามติดลูกชาย ทุกฝีก้าวช่วยพาเธอหลบไปได้

ปลายฟ้าสอบถามความจริงว่าอารักษ์เป็นใคร แต่เขากลับบ่ายเบี่ยง จนปลายฟ้ายิ่งสงสัย แต่ก็แน่ใจว่าอารักษ์เป็นคนดี จึงไว้วางใจที่จะเล่าเรื่องราวที่บ้านให้หนุ่มใหญ่ฟังเพื่อเป็นการระบายความ อัดอั้น อารักษ์จึงแนะนำ และเล่านิทานปลอบใจจนหญิงสาวรู้สึกสบายใจขึ้น นั่นก็ยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่าอารักษ์ต้องมีความเกี่ยวข้องกับตะวันอย่างแน่ นอน

ศศินไม่พอใจเมื่อรู้ว่าตะวันพยายามจะติดต่อกับปลายฟ้า เขาบังคับให้อรดีจัดการ สาวใหญ่จึงคิดจะให้ลูกชายหมั้นหมายกับเกยูร แต่ตะวันไม่ยอมเพราะชายหนุ่มเริ่มรู้ใจตัวเองว่าไม่ได้รักเกยูร จึงนัดหญิงสาวออกมาเพื่อบอกความจริง เกยูรรู้สึกอับอายและเสียใจจนถึงขั้นกรีดข้อมือฆ่าตัวตาย แต่โชคดีที่มีคนช่วยไว้ทันเวลา แต่ข่าวของเธอทำให้ชื่อเสียงความเป็นนักร้องของตะวันต้องมัวหมองอีกครั้ง

ตะวันกลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์สามเส้าระหว่างเขา เกยูร และปลายฟ้า อารักษ์ก็หาโอกาสให้คำแนะนำชายหนุ่มให้ทำตามหัวใจของตัวเอง ตะวันเริ่มมองอารักษ์ในมุมที่ดีขึ้น และยิ่งคุ้นกับคำสอน ท่าทางของอารักษ์ เหมือนว่าความทรงจำจะกลับคืนมา แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากไปกว่าเรื่องราวความรักในตอนนี้ ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะบอกรักปลายฟ้า ทั้งที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับศศิน ทำให้ปลายฟ้าสับสนระหว่างหัวใจกับความถูกต้อง

อรดีกลุ้มใจที่กล่อมลูกชายไม่สำเร็จ ศศินขู่จะขายกิจการทิ้ง ทำให้อรดียิ่งเครียดหนัก ตามติดลูกชาย จนพบว่าอารักษ์นั้นอยู่ใกล้ชิดตะวันตลอดเวลา และคอยส่งเสริมให้ตะวันกลับไปรักปลายฟ้า เธอจึงกลัวว่าทุกอย่างจะเปิดเผย จึงขู่อารักษ์และคิดให้เงินปิดปาก แต่อารักษ์ไม่ยอมรับ เพราะรู้ตัวว่าตนคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน อรดีจึงเล่าความจริงให้ศศินฟัง และจ้างนักเลงไปเล่นงานจนอารักษ์ต้องเข้าโรงพยาบาล

ปลายฟ้าไปเยี่ยมอารักษ์ที่โรงพยาบาล และพบว่าเขาเป็นเนื้องอกในสมอง อารักษ์ขอร้องให้ปลายฟ้าช่วยทำให้ตะวันกลับเป็นคนอ่อนโยนเหมือนเดิม และยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้หญิงสาวฟัง แต่เขากลับขอร้องให้เธอเก็บความลับเรื่องเขาเป็นพ่อไว้ เพื่ออนาคตของลูกชาย ปลายฟ้าตรงไปหาตะวัน และขอร้องให้ตะวันไปเยี่ยมอารักษ์บ้าง ตะวันพยายามจะขอความรักจากปลายฟ้า แต่เธอปฏิเสธเพราะไม่อยากทำให้ศศินเสียใจ ตะวันจึงได้ตำหนิตัวเอง อารักษ์จึงพยายามจะหาทางปลอบ แต่ชายหนุ่มกลับพาลว่าเป็นความผิดของอารักษ์ และให้ภัครินทร์ไล่อารักษ์ออกจากงานโดยไม่ยอมฟังคำอ้อนวอนร้องขอของอารักษ์ หนุ่มใหญ่จึงต้องเก็บเสื้อผ้ากลับเชียงใหม่ด้วยความเสียใจ แต่อาการของโรคกำเริบขึ้นระหว่างเดินทางเสียก่อน

ศศินคิดหาวิธีกำจัดตะวันออกจากชีวิตปลายฟ้าได้เด็ดขาด เขาปล่อยข่าวเรื่องอารักษ์เป็นพ่อของตะวันให้หนังสือพิมพ์รู้ จนตะวันสับสนเมื่อเขากลายเป็นคนเนรคุณพ่อซึ่งเขาจำอะไรไม่ได้ ชายหนุ่มยิ่งเครียดจัดเมื่อแวะไปดูอาการอารักษ์ที่โรงพยาบาล แล้วพบกับแก้วตากับครูชนะที่รีบลงมาจากเชียงใหม่หลังจากรู้เรื่องราวทั้งหมด จากปลายฟ้าที่ติดต่อไปเพื่อหวังให้อารักษ์ได้มีญาติมาดูแล แก้วตาตรงเข้าไปตบหน้าตะวันและด่าว่าจนชายหนุ่มรู้สึกสับสนไปหมด

เกยูร เริ่มทำใจได้กับความรักจึงตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก เธอมาบอกลาตะวัน แล้วเล่าความจริงทุกอย่างให้ฟังว่าเธอไม่ใช่คนรักของเขา ตะวันเครียดหนักและสับสน เขารู้ดีว่ามีปลายฟ้าคนเดียวที่จะเป็นคนที่ให้ความจริงกับเขาได้ ตะวันบุกไปที่งานแต่งงานของศศินกับปลายฟ้าเพื่อไปชิงตัวเจ้าสาวในงานแต่งงาน ศศินโกรธจัดคิดจะตามเล่นงานตะวัน แต่กลับถูกสิริกานดาซึ่งเข้ามาในงานด้วยความโกรธแค้นที่ชายหนุ่มคิดจะเขี่ย เธอทิ้ง เธอเปิดเผยสิ่งที่ศศินทำทั้งหมดให้ทุกคนได้รู้ และยิงชายหนุ่มจนบาดเจ็บสาหัส กลายเป็นอัมพาตครึ่งล่าง ก่อนที่เธอจะยอมมอบตัว

ตะวันได้รู้ความจริงจากปลายฟ้าเรื่องที่อารักษ์เป็นพ่อของตน หญิงสาวพาชายหนุ่มไปพัทยาเพื่อสอบถามจากบรรดาเพื่อนเก่าๆ ของอารักษ์ จนชายหนุ่มยอมเชื่อว่าอารักษ์เป็นพ่อที่เลี้ยงดูตนมา ภาพความทรงจำเก่าๆที่หายไปเริ่มชัดเจนอีกครั้ง ตะวันรีบเดินทางกลับกรุงเทพเพื่อไปเยี่ยมอารักษ์ แต่ระหว่างทางด้วยความประมาทรถที่ขับก็เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ

อารักษ์รู้ข่าวลูกชายบาดเจ็บ ก็หนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปดูอาการลูกชาย จนรู้ว่าตะวันปลอดภัย เขาจึงคิดหนีทุกคนกลับเชียงใหม่ ตะวันรู้สึกตัว คนแรกที่เขาถามถึงนั้นก็คืออารักษ์ อรดีรู้สึกสำนึกผิดที่ตกเป็นเครื่องมือของความโลภและเห็นแก่ตัว และถูกศศินหลอกใช้ จึงสารภาพทุกอย่างให้ลูกชายฟังตามจริง ตะวันขอร้องให้ทุกคนช่วยกันตามหาพ่อของเขา แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าอารักษ์ไปไหน มีเพียงตะวันที่จำสัญญาของตนกับพ่อได้ ว่าจะไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านอิงดอยด้วยกัน เขาจึงเดินทางไปที่บ้านอิงดอยที่พ่อซื้อไว้ตามคำบอกเล่าของแก้วตา และพบอารักษ์กำลังนอนป่วยหนักอยู่ที่นั่น

ตะวันพาอารักษ์ไปส่งโรงพยาบาล อาการของเขาเข้าขั้นวิกฤติจนต้องผ่าตัดด่วน โอกาสรอดชีวิตมีเพียงห้าสิบเปอร์เซนต์ ตะวันได้แต่สวดมนต์ขอให้พ่อของตนหายดี แล้วในที่สุดการผ่าตัดก็เสร็จสิ้น เพียงแต่รอให้อารักษ์ฟื้นขึ้น หรือจะหลับชั่วนิรันดร์

ระหว่างนั้นชายหนุ่มต้องปลีกตัวเพื่อไปขึ้นคอนเสิร์ตสำคัญที่เตรียมการไว้ ชายหนุ่มจึงถือโอกาสนี้สารภาพความจริงทุกอย่างกับแฟนเพลงด้วยน้ำตา และประกาศก้องว่าเขาภูมิใจที่ได้เกิดมามีพ่อกะเทยอย่างอารักษ์ บทเพลงพระจันทร์สีรุ้งที่เขาแต่งให้ผู้เป็นพ่อระหว่างที่เดินทาง ถูกขับขานขึ้นสดๆ ท่ามกลางกำลังใจของทุกคนในที่นั้นที่ส่งไปช่วยอารักษ์ให้ได้ฟื้นคืนกลับมา อีกครั้ง

แล้วก็ เหมือนมีปาฏิหาริย์ อารักษ์ซึ่งหมอลงความเห็นว่าหมดหวังนั้น กลับเริ่มมีอาการตอบสนอง และลืมตาขึ้น เมื่อลูกชายสุดที่รักเดินทางกลับมาหา แต่โชคร้ายที่เขาไม่สามารถจะจำเรื่องราวต่างๆ ได้อีกเลย แต่ถึงแม้ว่าอารักษ์จะเป็นอย่างไร วินาทีนี้ตะวันก็ไม่ยอมที่จะทิ้งพ่อไปอีก เขาเฝ้าคอยดูแล และอยู่กับพ่อที่บ้านอิงดอยแห่งนั้น โดยมีปลายฟ้าซึ่งได้หมั้นหมายกันไว้ แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและช่วยดูแลอารักษ์อย่างมีความสุข

บอดี้การ์ดแดดเดียว

ธัญมัย ตำรวจหญิงคนใหม่ได้รับมอบหมายงานสำคัญจาก อัศวิน ผู้บังคับบัญชาให้ไปเป็นบอดี้การ์ดดูแลความปลอดภัยแก่ เจ้าหญิงแห่งประเทศคีรีมาน เพราะตลอดเวลากว่า 20 ปี ทางประเทศคีรีมานก็วุ่นกับการตามหา อัสมาร์ องค์รัชทายาท ที่ยอมสละบัลลังก์เพื่อไปใช้ชีวิตคู่กับดวงแก้วหญิงไทย ทำให้โซฟีผู้เป็นพี่สาวต้องขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทน กระทั่งวันหนึ่ง อาโป อดีตเลขาของพระมารดาได้ทราบเบาะแสของเจ้าหญิงซึ่งเกิดจากอัสมาร์ โซฟีหวั่นวิตกกลัวว่าจะสูญเสียบัลลังก์ไป แต่ก็แสร้งทำเป็นดีใจเมื่อทราบข่าวหลานสาวและรีบติดต่อประเทศไทยให้ส่งคนไป ดูแลเจ้าหญิง แต่ในทางลับเธอสั่งให้ ราชิต หลานชายรีบล่วงหน้าไปก่อน แล้วให้จับตัวเจ้าหญิงมาเพื่อต่อรองเรื่องราชบัลลังก์ อาโปไม่ไว้ใจกับทีท่ามีพิรุธของโซฟี ดังนั้นเขาจึงรีบติดต่อหา วันรบ เพื่อนสนิทเพื่อให้ช่วยส่งคนไปคุ้มกันเจ้าหญิงอีกแรง วันรบมอบงานนี้ให้ วันเผด็จ ลูกชายซึ่งเป็นตำรวจรับผิดชอบ

หลังจากที่อัสมาร์ได้ใช้ ชีวิตคู่กับดวงแก้วอย่างสงบสุขได้ไม่นานเขาก็เสียชีวิต ทิ้งให้ดวงแก้วต้องเลี้ยงดู สิริมา ลูกสาวเพียงลำพัง เมื่อสิริมาเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว เธอก็มีความฝันอยากเป็นนักเขียน และเธอได้เขียนนิยายขึ้นมาเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว จากนั้นสิริมาก็นำนิยายที่เขียนไปเสนอนิตยสารเล่มหนึ่ง และบรรณาธิการของนิตยสารก็ตกลงจะพิมพ์เป็นตอนๆ ให้ทันที ธัญมัยถูกส่งตัวไปที่บ้านของดวงแก้วเพื่อดูแลความปลอดภัยแก่สิริมา หน้าที่บอดี้การ์ดของเธอเริ่มต้นขึ้นทันทีโดยเธอต้องคอยดูทุกคนที่เข้ามา ใกล้ชิด กับสองแม่ลูก และวันหนึ่งเธอก็เริ่มพบความผิดปกติ เมื่อลูกน้องของราชิต 2 คน และวันเผด็จ ที่คอยมาป้วนเปี้ยนและถามหาสิริมา ธัญมัยสวมรอยเป็นสิริมา พร้อมทั้งไล่บรรดาคนแปลกหน้าทั้งหมดไป

ใน คืนนั้นเองลูกน้องของราชิตทั้ง 2 คนก็บุกบ้านเพื่อจับตัวเจ้าหญิง ธัญมัยพาสองแม่ลูกหนีออกมาได้ โดยที่เธอไม่รู้ว่าสิริมาถูกยิงที่ไหล่ ธัญมัยให้สิริมาซ่อนตัวอยู่ท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ข้างทาง ส่วนเธอก็พาดวงแก้วหนีไปอีกทางหนึ่งเพื่อหลอกให้คนร้ายตามและก็โชค ดีที่วันเผด็จตามมาช่วยได้ทัน วันเผด็จเข้าใจว่าธัญมัยคือเจ้าหญิงจริงๆ เขาดูแลเธอและดวงแก้วอย่างดี สิริมาเมื่อซ่อนตัวอยู่ท้ายรถเธอก็สลบไปเพราะเสียเลือดมาก และเจ้าของรถก็ขับรถไปโดยไม่รู้ว่ามีคนซ่อนอยู่ท้ายรถ สิริมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อ ปรก หนุ่มชาวเล เจ้าของรถกำลังช่วยทำแผลให้และให้เธอพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านของเขา สิริมาบอกกับปรกว่าเธอเป็นนักเขียน

และระหว่างที่อยู่บ้านปรกสิริมา ก็เขียนต้นฉบับนิยายของเธอ แล้วฝากให้ปรกเอาไปส่งไปรษณีย์ในเมืองให้เสมอๆ ทำให้นิยายของสิริมามีลงในนิตยสารอย่างต่อเนื่อง เมื่อโซฟีและคณะเดินทางถึงประเทศไทย ก็รีบไปรับตัวธัญมัยไปอยู่ที่บ้านรับรอง โดยให้เหตุผลว่า ต้องฝึกมารยาทและการใช้ชีวิตแบบเจ้าหญิงอย่างถูกต้องก่อนที่จะเดินทางกลับ ประเทศคีรีมาน ธัญมัยให้วันเผด็จตามมาเป็นบอดี้การ์ดให้ด้วย ส่วนโซฟีก็แกล้งฝึกมารยาทแบบเจ้าหญิงแก่ธัญมัยอย่างหนัก โดยหวังว่าหญิงสาวจะทนไม่ได้และจะได้ปฏิเสธราชบัลลังก์ ดวงแก้วได้อ่านนิยายของสิริมาที่ลงในนิตยสารอย่างต่อเนื่อง และเรื่องราว ในเรื่องก็ดำเนินไปคล้ายกับชีวิตจริงของลูกสาว เธอรีบไปปรึกษากับธัญมัยเผื่อจะมีเบาะแสของสิริมา ธัญมัยไปเอาซองเอกสารที่สิริมาส่งต้นฉบับจากบรรณาธิการนิตยสารแล้วรีบส่งต่อ ให้อัศวินช่วยสืบหาต้นทางที่ส่งมา

จนได้รู้ว่าต้นทางที่ส่งมาคือ จังหวัดกระบี่ ธัญมัยวางแผนชวนคณะของโซฟีไปพักร้อนที่กระบี่ และเมื่อสบโอกาสเธอก็หลบออกจากคณะเพื่อติดตามหาสิริมา และเธอก็ได้พบกับสิริมาจริงๆ ธัญมัยเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมถึงเรื่องที่เธอต้องปลอมตัวเป็นเจ้าหญิงแทนสิริมาด้วย ธัญมัยพาสิริมากลับกรุงเทพฯ ด้วยในฐานะคนติดตามของเจ้าหญิง เมื่อสิริมาได้มาพบกับดวงแก้วที่บ้านสวน วันเผด็จรู้สึกผิดปกติกับท่าทางที่ดวงแก้วแสดงความรักต่อสิริมา วันเผด็จเริ่มสืบหาความจริงจนได้รู้ว่าแท้จริงแล้วธัญมัยเป็นใคร เขาโกรธที่ถูกหลอกจึงไปต่อว่าธัญมัยอย่างรุนแรง พร้อมบอกเลิกการเป็นบอดี้การ์ดให้กับหญิงสาวด้วย เมื่อเหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านพ้นไป สิริมาก็ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างสมเกียรติที่ประเทศคีรีมาน และเธอก็ยังคงเขียนนิยาย ส่งมาที่สำนักพิมพ์จนถึงตอนจบ

เธอเขียน ระบายความรู้สึกของเธอผ่านตัวหนังสือ หวังว่าปรกจะได้อ่าน ซึ่งก็เป็นจริงดังคาด ปรกเฝ้าติดตามอ่านนิยายของเธอจนจบ ทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวที่เขาหลงรักเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ เขาจึงพยายามตัดใจจากสิริมา เมื่องานที่ธัญมัยได้รับมอบ หมายเสร็จสิ้นลง เธอก็ได้รับการประดับยศ และได้รับงานชิ้นนี้ใหม่จากอัศวิน แต่เธอต้องขึ้นตรงกับสายบังคับบัญชาใหม่ และวันที่ธัญมัยไปรายงานตัว เธอก็ต้องแปลกใจเพราะวันเผด็จเป็นผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของเธอ เรื่องราวความรักของทั้งสองคู่จะลงเอยอย่างไรติดตามชมได้ใน “บอดี้การ์ดแดดเดียว”

รายชื่อนักแสดงละคร บอดี้การ์ดแดดเดียว

วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ แสดงเป็น วันเผด็จ
เข็มอัปสร สิริสุขะ แสดงเป็น ธัญมัย
รวิชญ์ เทิดวงศ์ แสดงเป็น ปรก
สุนิสา เจทท์ แสดงเป็น สิริมา
ดวงตา ตุงขมณ๊ แสดงเป็น โซฟี

ทาสรัก

ปลายสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เชียงน้อย เป็นรัฐอิสระขนาดเล็กที่อยู่ระหว่างชายแดนไทยและพม่า ปกครองในระบอบกษัตริย์มี เจ้าหลวงมหาชีวิต (สมภพ เบญจาทิกุล) ที่ชราและป่วยหนักเป็นผู้ปกครอง เจ้าหลวงมหาชีวิตกำลังรอคอย เจ้าชายตันละวินที่หายไปคราวเกิดสงครามกลางเมืองเมื่อยี่สิบปีก่อน เจ้าหญิงเอยาวดี (เข็มอัปสร สิริสุขะ) ทนดูบิดานอนหายใจรวยรินด้วยความทุกข์ไม่ไหว ตัดสินใจลอบหนีออกไปจากคุ้มหลวง เดินทางเข้ามาในประเทศไทย พร้อมกับ อองดิน (ทฤษฎี สหวงษ์) นายทหารองครักษ์ และนักรบมือฉกาจผู้เงียบขรึม พร้อมด้วย นางติ๊ด (ดารณีนุช โพริปติ) พี่เลี้ยงอารมณ์ดี

ข่าวการเดินทางมาในประเทศไทยเข้ามาถึงหูคนใน วังเขียว ของ หม่อมนวล (ธัญญา โสภณ) ซึ่งมีบุตรชายแสนรักแสนหวงเพียงคนเดียว คือ ม.จ.ดาบปราบศัตรู หรือ ท่านดาบ (กฤษดา พรเวโรจน์) หม่อมนวลให้จัดเสลี่ยงออกไปรับเจ้าหญิง และให้ออกประกาศการต้อนรับเจ้าหญิงอย่างยิ่งใหญ่ที่หัวเมือง ในฐานะเจ้าหญิงผมหอม ผู้ทรงสิริโฉมงดงาม (เกิดจากการอาบน้ำบำรุงสมุนไพรตำรับโบราณทุกวันตั้งแต่เกิด) เจ้าหญิงเอยาวดีคือคู่หมั้นของท่านดาบ ทั้งสองไม่เคยพบหน้ากัน แต่หม่อมนวลก็หวังประโยชน์มหาศาลจากเชียงน้อยจึงสนับสนุนเต็มที่ ในขณะที่ฟ้ากำหนดให้เจ้าหญิงเอยาวดี เกิดท่ามกลางเส้นทางปูด้วยกลีบกุหลาบ มีหญิงอีกผู้หญิง กำเนิดขึ้นอย่างแร้นแค้นในเรือนทาสของคุณ พระพิพิธโอสถ (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ)

อีวาด (เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ) เป็นทาสตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลก เพราะพ่อแม่เป็นทาสทั้งคู่ วาดเป็นเด็กฉลาด ทะเยอทะยาน สนใจใฝ่รู้ วาดยอมให้ คุณโนรี (โชติกา วงศ์วิลาศ) ลูกสาวพระพิพิธตบตี ระบายอารมณ์เพียงเพราะต้องการจะแอบฟังคุณโนรีเรียนเขียนอ่าน และยอมให้พระพิพิธเตะถีบเพียงเพื่อจะได้เข้าไปช่วยงาน และหาความรู้ในห้องเก็บยาของพระพิพิธ พร้อมกับดูแลแม่คือ นางวง (ชุดาภา จันทเขตต์) ระหว่างความลำบากยากแค้นนั้น วาดใช้ความจำอันแสนวิเศษของตน จดจำตำรายาของพระพิพิธจนกลายเป็นผู้มีความสามารถด้านการแพทย์แผนโบราณอยู่ เงียบ ๆ

นางวาดถูกขายให้กับโรงโสเภณีที่มี คุณพระพาณิชย์ หรือ จีนฮง (ประกาศิต โบสุวรรณ) เป็นเจ้าของ จีนฮงมีอาชีพค้าทาส และเปิดโรงโสเภณีใหญ่ที่สุดอยู่ในพระนคร ทนมือทนตีน ทนเจ็บตัวนั้นทนได้ แต่ให้ทนบำเรอกามแก่ผู้ชายทั่วทั้งพระนคร เห็นทีจะไม่ไหว วาดตัดสินใจหนีเข้าป่า เอาตัวรอดไปเจอกับขบวนเสลี่ยงต้อนรับเจ้าหญิงเอยาวดีที่หัวเมือง โดนมี นายขวด (พสิน เรืองวุฒิ) สมุนเอกจอมโหดของจีนฮงวิ่งถือดาบไล่ตามไปติด ๆ

ข้าง ฝ่ายเจ้าหญิงเอยาวดีนั้นก็กำลังว้าวุ่นใจอยู่กับขบวนที่มารอต้อนรับตนอยู่ หน้าเมืองเจ้าหญิงและคณะ มิปรารถนาที่จะเปิดเผยตน เพราะเกรงว่าหากเข้าไปอยู่ในวังแล้ว ความเป็นเจ้าหญิงจะทำให้ติดตามพี่ชายไม่สะดวก และกลุ่มของเจ้าหญิงเอยาวดีนั้นก็มีศัตรูติดตามอยู่เช่นกัน ศัตรูของเจ้าหญิงเอยาวดี คือทหารของ สมิงสินธู (ศานติ สันติเวชชกุล) อาแท้ ๆ ของเจ้าหญิงที่เป็นกบฏในนครเชียงน้อย

ในช่วงเวลาชุลมุนที่หัวเมืองนี่เอง อองดินพบกับวาดและได้ช่วยนางวาดสู้กับนายขวดอองดินขอให้วาดตอบแทนตน ด้วยการใส่ชุดเจ้าหญิงและขึ้นเสลี่ยง เพื่อเป็นตัวล่อกลุ่มศัตรู นางวาดทำตามเพราะเชื่อว่าตนจะหนีเข้าป่ารถข้างหน้า การณ์ไม่เป็นดังนั้น วาดหนีไม่ได้ เพราะหม่อมนวลมาพบเข้าและเข้าใจไปว่านางวาดคือเจ้าหญิงเอยาวดี เวลาเดียวกันนั้น เอยาวดีที่อยู่ในชุดของทาส หลุดออกจากการคุ้มกัน ของอองดินและนางพี่เลี้ยงถูกนายขวดจับตัวไปกับกลุ่มทาสที่ถูกซื้อมาเป็น กลุ่มใหญ่ที่กำลังจะเดินทางไปโรงโสเภณี เอยาวดีในบทบาทของนางทาสวาด เมื่ออยู่ปะปนกับนางมาสต่าง ๆ ก็ได้เรียนรู้ชีวิตอดสูของทาสหญิงทั้งหลายมากขึ้น ที่มีค่าเป็นเพียงสมบัติของพ่อหรือของผัว

เอยาวดีได้เพื่อนสนิทเป็นทาสด้วยกันชื่อ พี่ขาว (ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ) ทั้งสองมักมีเรื่องกับทาสหญิงขี้อิจฉา จอมเอาเปรียบ ชื่อ อีพริ้ง (สกาวใจ พูนสวัสดิ์) เอยาวดีกำลังถูกทรมานให้รับแขกคนแรก อองดินคิดจะพาทั้งเอยาวดีและนางวาดออกไปจากเมืองหลวงเพื่อตัดปัญหาความ วุ่นวายทั้งหมด แต่เอยาวดีกลับปฏิเสธ หล่อนได้เบาะแส พี่ชายแล้ว โสเภณีที่เป็นชาวเชียงน้อยชื่อ นางบาง (ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) ที่ทำงานมาก่อนหน้า เล่าให้ฟังถึงกลุ่มแขกชาวเชียงน้อย ที่พูดถึงองค์ชายพลัดถิ่นของเขา เอยาวดีขออองดินอยู่ในโรงโสเภณีต่อไป อองดินไม่ยอม เอยาวดีจีงขอความช่วยเหลือจากสมองอันชาญฉลาดของนางวาด นางวาดจัดสมุนไพร ยาเมา ให้ผู้ชายที่มาใช้งานเอยาวดี จากนั้นก็จะให้นางบางและนางขาวทำหน้าที่นอนกับผู้ชายคนนั้นแทน ตื่นขึ้นมา ชายเหล่านั้นก็จะนึกไปว่าได้นอนกับเอยาวดีเป็นที่เรียบร้อย ด้วยวิธีนี้ เอยาวดีเชื่อว่าตนจะเอาตัวรอดไปได้

เอยาวดีและนางวาดตัดสินใจปลอมเป็นกันและกันต่อไป ทาสยังคงเป็นเจ้าหญิงและเจ้าหญิงยังคงเสี่ยงอันตรายอยู่ในโรงโสเภณีต่อไป วาดสวมบทบาทการเป็นเจ้าหญิง หม่อมนวลจอมงก เอาใจใส่ดูแลเต็มที่ ในขณะที่ ม.จ ดาบปราบศัตรู ไม่ยอมกลับบ้าน ท่านดาบอ้างเหตุราชกิจในหัวเมือง จงใจแสดงความไม่สนใจต่อเจ้าหญิงคู่หมั้น

แต่แล้ว ท่านดาบกลับไปพบกับเอยาวดี คู่หมั้นตัวจริงโดยบังเอิญในคืนหนึ่ง สหายของท่านดาบเห็นว่าท่านดาบกำลังเมา จึงคิดจะกลั่นแกล้งท่านดาบปราบศัตรู ด้วยการพานางโลมที่กำลังเลื่องชื่อจากโรงโสเภณีมากำนัล เอยาวดีพบกับท่านดาบโดยไม่รู้ว่าท่านดาบเป็นใคร ท่านดาบตกหลุมรักเอยาวดีทันที แต่เอยาวดีไม่มีเวลาคิดเป็นอย่างอื่น จัดการเอาสมุนไพรยาเมาให้ท่านดาบปราบศัตรูเสวย แม้ทั้งคู่จะไม่ได้มีสัมพันธ์กัน แต่ท่านดาบก็หลงใหลเอยาวดีจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้ว่าหม่อมนวลจะพยายามให้ใกล้ชิดกับเจ้าหญิงองค์ปลอมในวัง แต่ท่านดาบก็ไม่สนใจ

นาย ก้าน (เบญจพล เชยอรุณ) ทาสยังรับใช้ใกล้ชิดจอมกะล่อนของท่านดาบ รู้ดีว่าหัวใจของท่านดาบนั้นอยู่ที่ใคร คุณหลวงอรรถ (วิศรุต วิจิตรานนท์) ข้าราชการฉ้อฉล ที่กำลังทรงอิทธิพล เคยมาเที่ยวที่โรงโสเภณี และคิดไปว่าตนได้นอนกับเอยาวดี หลวงอรรถหลงใหลเอยาวดี ทุ่มเงินขอซื้อเอยาวดีจากจีนฮง แต่จีนฮงปฏิเสธ หลวงอรรถจึงจัดสินใจดักฉุดเอยาวดี เดชะบุญที่ท่านดาบมาพบเข้าและช่วยได้ เอยาวดีจึงตัดสินใจหนีไปกบดานในชุมชนของชาวเชียงน้อย

ท่านดาบรับรู้เรื่องราวดังกล่าวก็ทำใจทอดทิ้งเอยาวดีไม่ได้ จำใจเป็นผู้พาเอยาวดี เดินทางขี่ม้าเข้าไปในชุมชนของชาวเชียงน้อยด้วยตนเอง อองดินว้าวุ่นใจนัก แม้จะรู้ว่าเอยาวดีปลอดภัย อองดินหลงรักเจ้าหญิงเอยาวดีฉันท์ชู้สาวมาตั้งแต่เด็ก การรับรู้ว่าเอยาวดีรอนแรมสองต่อสองเข้าไปในป่าพร้อมชายอีกคนนั้นทำให้หัวใจ อองดินเจ็บปวด นางวาดเองก็เศร้าสร้อยไม่ต่างกับอองดิน หลายวันมานี้นางวาดเริ่มใฝ่ฝันว่าเมื่อตนกับท่านชายดาบผูกสมัครรักใคร่กัน ในวันที่ความจริงถูกเปิดเผย เมื่อได้เป็นเมียเจ้า ตนก็จะปลอดภัยแถมยังพ้นจากสถานะของความเป็นทาส

หลวงอรรถเมื่อรู้ว่าเอยาวดีหายไป ภายใต้การปกป้องของท่านดาบไม้เบื่อไม้เมากับตนก็ยิ่งโมโหมากขึ้น เขาพากลุ่มนักเลงออกติดตามท่านดาบไปตามทาง ชีวิตของเจ้าหญิงเอยาวดีและนางทาสวาดซึ่งสลับตัวกันผจญชีวิตและเรื่องราว ความรักของสองคู่จะลงเอยอย่างไรก็ต้องติดตามชมใน ละคร ทาสรัก

รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ทาสรัก

กฤษฎา  พรเวโรจน์   แสดงเป็น   ม.จ. ดาบปราบศัตรู หรือ ท่านดาบ
ทฤษฏี  สหวงษ์   แสดงเป็น  อองดิน
เข็มอัปสร  สิริสุขะ   แสดงเป็น  เจ้าหญิง เอยาวดี
เจนี่  เทียนโพธิ์สุวรรณ   แสดงเป็น  วาด
วิศรุต  วิจิตรานนท์   แสดงเป็น  คุณหลวงอรรถ
ธัญญา  โสภณ   แสดงเป็น  หม่อมนวล
สุเมธ  องอาจ   แสดงเป็น  เจ้าเมือง
นิลุบล อมรวิทวัส   แสดงเป็น   ภริยาเจ้าเมือง
ภาณุเดช  วัฒนสุชาติ   แสดงเป็น  หลวงโอสถ
โชติกา  วงศ์วิลาศ   แสดงเป็น  โนรี
เพ็ญเพ็ชร  เพ็ญกุล   แสดงเป็น  คุณเทพ
ศานติ  สันติเวชชกุล   แสดงเป็น  สมิงสินธู
สมภพ  เบญจาทิกุล   แสดงเป็น  เจ้าหลวง
ประกาศิต  โบสุวรรณ   แสดงเป็น  คุณพระพาณิชย์ หรือ จีนฮง
โชติกา  วงศ์วิลาศ   แสดงเป็น   โนรี
ดารณีนุช  โพธิปิติ   แสดงเป็น  ติ๊ด
เบญจพล  เชยอรุณ   แสดงเป็น  ก้าน
สกาวใจ  พูนสวัสดิ์   แสดงเป็น  พริ้ง
ปาจรีย์  ณ นคร   แสดงเป็น  หนิม
ชุดาภา  จันทเขตต์   แสดงเป็น  วง
พสิน  เรืองวุฒิ   แสดงเป็น  ขวด
ชมพู่  ก่อนบ่ายฯ   แสดงเป็น  ขาว
ปวันรัตน์  นาคสุริยะ   แสดงเป็น  บาง
โชติรส  แก้วพินิจ   แสดงเป็น   ไผ่
จอย  ชวนชื่น   แสดงเป็น   เหลือ

ออกอากาศทาง ไทยทีวีสีช่อง 3 อสมท.
ในวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20:30 น. เริ่มตอนแรก วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2554