ปอบผีฟ้า 2540

ปอบผีฟ้า เป็นเรื่องราวของปอบละอองทอง ที่เกิดถูกใจหนอนไหม จนอยากได้ร่างของหนอนไหมมาเป็นอีกร่างของตนด้วยการใช้เล่ห์กลต่างๆนานา

เรื่องราวความรักที่กลายเป็นความอาฆาตแค้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจ้าหลวงภูคำ ได้นำ แสงหล้า หญิงงามต่างเมืองเดินทางกลับมาที่เมืองภูคำ ทำให้เจ้านางละอองทอง ชายาของเจ้าหลวงไม่พอพระทัย แถมเจ้าหลวงยังมีใจเอนเอียงไปรักแสงหล้ามากกว่าจนถึงกับยกตำแหน่งเจ้านางหลวงให้กับแสงหล้า ทำให้ละอองที่มีใจริษยาอยู่แล้วเกิดความอาฆาต และคิดที่จะทำร้ายแสงหล้า และอีกใจหนึ่งหลังจากที่ผิดหวังจากความรักจากเจ้าหลวงแล้ว เจ้านางละอองทองจึงปันใจให้กับ อุปราชหอหน้า พระอนุชาของเจ้าหลวงภูคำ แต่ก็เป็นเพียงแอบหลงรักฝ่ายเดียว เนื่องจากอุปราชหอหน้ามีคนรักคือ เจ้านางม่านแก้ว อยู่แล้ว ทำให้ความผิดหวังบวกกับความริษยาอาฆาตแค้นของเจ้านางละอองเพิ่มทวีคูณ เจ้านางละอองทองจึงสบทบคิดกับ โสภี หญิงรับใช้คนสนิท เดินทางเข้าป่าเพื่อไปขอบูชาผีเจ้า เพื่อให้ผีเจ้าบันดาลอำนาจให้กับตน หากแต่ละอองทอง และโสภีเกิดบังเอิญไปกินน้ำลายของผีเจ้าทำให้เกิดคำสาปกลายเป็นทายาทที่ต้องรับใช้ ปอบผีเจ้า ตลอดไป ซึ่งผีเจ้าก็ได้ละอองทองกำจัดศัตรูหัวใจ แต่ละอองทองก็ต้องถูกจองจำรวมถึงเมืองภูคำที่ต้องตกเป็นทาสของปอบผีเจ้าไม่ได้ผุดได้เกิด โดยละอองทองต้องคอยหาเลือดสดๆ มาถวายปอบผีเจ้าเป็นระยะเพื่อแลกกับการเป็นอมตะ

ปอบผีฟ้า 2518

ปอบผีฟ้า เป็นละครโทรทัศน์แนวลึกลับที่สะท้อนภาพของความดี ความเลว ความรัก ความซื่อสัตย์ของทั้งวิญญาณและมนุษยชาติ

ปลายเทียน

วงศ์เมือง นักเขียนใหญ่ได้สมุดข่อยฉบับเชลยศักดิ์เล่มหนึ่ง…ที่มีวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” มาโดยบังเอิญ โดยไม่รู้ว่าสมุดข่อยเล่มนั้นเป็นประตูผ่านไปสู่อีกมิติหนึ่งได้วงศ์เมือง พลัดหลงเข้าไปอยู่ในสมุดข่อยเล่มนั้น และได้ พบกับเจ้าสร้อยสุมาลี น้องสาวเจ้าสร้อยฟ้า ธิดาแห่งเมืองเชียงใหม่ ซึ่งกำลังถูกส่งไปถวายตัวแก่พระพันวษาที่อยุธยา พร้อมด้วย แสนตรีเพชรกล้า นายทหารบุตรชายแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองเชียงใหม่ ซึ่งทำหน้าที่อารักขาเจ้าสร้อยสุมาลี พร้อมด้วยนางหล้า นางลูน พี่เลี้ยง กำลังหอบหนีจากขบวนที่จะไปอยุธยา

วงศ์เมือง จึงชักชวนคนทั้งสี่ให้หนีออกจากสมุดข่อยมาพักที่บ้านของตนซึ่งอยู่ห่างไกล ผู้คน วงศ์เมืองได้เล่าเรื่องดัง กล่าวให้วัจน์ น้องชายนักธุรกิจของเขาฟัง แต่วัจน์ไม่เชื่อ คิดว่าพี่ชายของตนเก็บตัวเขียนหนังสืออยู่คนเดียวในบ้าน ป่าจนเพี้ยนไปแล้ว จึงวางแผนกับคณา เลขาฯ คนสนิทของเขาหลอกพาวงศ์เมืองเข้ามารักษาตัวโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ เรวิทย์ลูกชายคนเดียวของวัจน์ที่เกิดกับรุจิยา ซึ่งได้หย่าขาดกันนานแล้ว ไปเยี่ยมวงศ์เมืองที่โรงพยาบาลและ ได้รับฟังเรื่องราวของเจ้าสร้อยสุมาลีและพวกจากลุงของเขา แต่เรวิทย์ไม่เชื่อ

เกาลัด เพื่อนสาวคนสนิทของเรวิทย์กับคณา ได้กลับไปที่บ้านไร่ของวงศ์เมือง เก็บของใช้ส่วนตัวมาให้ทั้งสองจึงได้ พบว่าเรื่องที่วงศ์เมืองเล่านั้นเป็นความจริงทุก อย่าง แต่เกาลัดถูกเพชรกล้าจับตัวขังเอาไว้ในบ้าน ในขณะที่คณาหนีออก มาได้เพียง คนเดียว คณารีบแจ้งเรื่องทั้งหมดให้เรวิทย์ฟัง เรวิทย์จึงรีบไปที่บ้านไร่และช่วย เหลือเกาลัดออกมาได้

แต่ขณะเดียว กันเรวิทย์ก็ตกหลุมรักเจ้าสร้อยสุมาลีในทันทีที่ เห็น เรวิทย์และเกาลัดขอให้เจ้าสร้อยไปปรากฎตัวที่ โรงพยาบาล เพื่อช่วยยืนยันว่า วงศ์เมืองไม่ได้บ้า เจ้าสร้อยก็ตกลง โดยมีเพชรกล้าตามเข้ากรุงเทพฯ มาด้วยก่อน ถึงโรงพยาบาล คณะของเรวิทย์ก็ได้พบกับแม็คเพื่อนเรียนจอมอันธพาลเข้า แม็คสะ ดุดตาในความสวยของเจ้าสร้อยมาก จึงพยา ยามติดตามเจ้าสร้อยตลอดเวลา ไม่ยอม เลิก แม้จะถูกเพชรกล้าสั่งสอนไปบ้างก็ไม่เข็ดหลาบ

ที่โรงพยาบาล หมอไม่ยอมเชื่อว่าเจ้าสร้อยและพวกเป็นคนจากในวรรณคดี เมื่อทำอะไรไม่ได้ เรวิทย์จึงต้องพา เจ้าสร้อยและพวกไปพักที่บ้านรุจิยาแม่ของตน ที่บ้านเรวิทย์ได้ไกลชิดเจ้าสร้อยมากขึ้น ในขณะเดียวกันเกาลัดกับ เพชรกล้าก็เป็นปากเสียงกันมากขึ้นเช่นกันวัจน์ตามมาด่าเรวิทย์และเกาลัดถึง ที่บ้านรุจิยา หาว่าเอาเพื่อนที่แต่งชุด ละครไปหลอกหมอ แต่วัจน์ก็ถูกรุจิยาไล่ออกจากบ้านไป

เมื่อไม่มีใครเชื่อว่าเรื่อง ทั้งหมดเป็นความจริง และ วงศ์เมืองไม่ได้เป็นบ้า เรวิทย์กับเกาลัดช่วยกันวางแผนพาวงศ์เมืองหนีออกจากโรงพยาบาล แม้จะพบอุปสรรคจากนาย แม็คบ้างแต่ในที่สุดวงศ์เมืองก็หนีออกมาจากโรงพยาบาลได้สำเร็จเรวิทย์พาทุก คน ( เกาลัด วงศ์เมือง คณา เจ้าสร้อย สุมาลี เพชรกล้า นางหล้า นางลูน ) ไปหลบอยู่ที่บ้านเช่าหัวหิน และระหว่างที่อยู่หัวหินนี้เอง เพชรกล้ากับเกาลัดก็มีปาก เสียงกันมากขึ้น แต่แท้จริงเพชรกล้าก็เริ่มมีใจชอบเกาลัดขึ้นมาบ้างแล้ว จึงหาเรื่องถูกเนื้อต้องตัวแต่เกาลัดก็โวยวาย ว่าถูกเพชรกล้าลวนลาม จนเพชรกล้าถูกเจ้าสร้อยสุมาลีตำหนิอย่างรุนแรง

เกาลัดพาเจ้าสร้อย สุมาลีลงเล่นน้ำทะเล แล้วถูกโหงพรายฉุดตัวลงไปในน้ำเรวิทย์และเพชรกล้าเข้าช่วยไว้ ได้ทัน แต่โหงพรายก็หนีรอดไปได้ ต่อมาโหงพรายปลอมตัวเป็นเรวิทย์มาหลอกเกาลัดให้เดินลงจากเรือนไปหาเพื่อจับ แรก กับเจ้าสร้อย แต่โชคดีที่เพชรกล้าเข้ามาช่วยไว้ได้อีกครั้ง แต่ทุกคนก็วิตกอย่างใหญ่หลวง เพราะ การปรากฎตัวของ โหงพรายนั้นย่อมแสดงว่าขุนแผนก็สามารถตามหาเจ้าสร้อยสุมาลี เพื่อนำตัวกลับไปส่งให้ถึงมือพระพันวษาให้จงได้

และขุนแผนก็สามารถ ตามรอยคนทั้งหมดพบแล้ว สร้อยสุมาลีจึงขอให้เพชรกล้าไปตามตัวเถรขวาด ซึ่งเป็นอาจารย์ ของเพชรกล้ามาช่วยเหลืออีกแรงระหว่างที่เพชรกล้าได้ตามตัวเถรขวาด วงศ์เมืองได้พบกับขุนแผนเข้า และรู้ว่าขุน แผนไม่สามารถทำอันตรายคนในภาพปกติได้ จะทำได้ก็เฉพาะคนที่อยู่ในวรรณคดีเดียวกันเท่านั้น

เกาลัดจึงเสนอ ให้พาเจ้าสร้อยและพี่เลี้ยงไปซ่อนไว้ที่อื่น แล้วปล่อยให้เพชรกล้ากับเถรขวาดรับมือขุนแผนที่บ้านเช่านี้ตามลำพังทุก คนเห็นดีด้วย เกาลัดพาเจ้าสร้อยสุมาลี นางหล้า นางลูน ไปเปิดห้องที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งพัก แต่ถูกนายแม็คตามมา รังควานและจับตัวเอาไว้ อีกทั้งยังส่งข่าวบอกวัจน์เสียด้วยว่าเกาลัดและพวกแอบมาที่โรงแรมนี้ วัจน์รีบตามมาที่โรง แรม เกาลัดโทรบอกข่าวเรวิทย์

เรวิทย์ เพชรกล้า และเถรขวาด ซึ่งตามมาช่วยเกาลัด เจ้าสร้อยสุมาลี นางหล้า นางลูน ที่โรงแรม แล้วเถรขวาดก็ สาปให้วัจน์กับลูกน้องมีอาการเหมือนหมาต้องกิน แต่น้ำข้าวไป 3 วัน เรวิทย์จึงรีบพารุจิยาไปช่วยดูแลพยาบาลวัจน์ที่ บ้านของวัจน์ และให้วงศ์เมืองตาม ไปอยู่ที่บ้านวัจน์ด้วยอีกคนเพื่อคอยดูลาดเลา ส่วนเกาลัดพาเจ้า สร้อยสุมาลีและนาง พี่ เลี้ยงทั้งสองกลับไปพักที่บ้านของเธอ ซึ่งไม่มีใครอยู่แล้ว เพราะ อพยพไปอยู่ที่อื่นกันหมด เนื่องจากบ้านกำลังจะถูก ธนาคารยึดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นี้แล้ว

ส่วนเถรขวาดกับเพชรกล้า กลับไปที่บ้านไร่ของวงศ์เมือง เพื่อเตรียมรับมือกับ ขุน แผน แต่เถรขวาดก็เสกน้ำเสี่ยงทาย แล้วรู้ว่าศึกกับขุนแผนครั้งนี้ เพชรกล้าจะ ต้องตาย เถรขวาดจึงคิดให้เพชรกล้าได้สมรักกับเกาลัด จึงเสกหุ่นรูปชายหญิงคู่แล้วให้เพชรกล้า เอาไปไว้ใต้หมอนเกาลัด เมื่อเกาลัดนอนบนหมอนก็จะเกิดอารมณ์รัก กับเพชรกล้า และ จะยอมโอนอ่อนต่อเพชรกล้าโดยดี เผอิญเกาลัดเปลี่ยนใจยกห้อง นอนของตนให้เจ้า สร้อยสุมาลีและนางพี่เลี้ยงทั้งสองอยู่ แทน คืนนั้นเมื่อเพชรกล้าปีน ห้องหวังเข้าหาเกาลัด จึงกลับไปได้เสียกับเจ้าสร้อยสุมาลีแทนที่บ้านวัจน์

วงศ์เมืองพยายามไม่ให้หลับเพราะเกรงว่าขุนแผนจะใช้ช่องทางความฝันของเขาออกมาสู่ โลกภายนอกได้แต่เพราะ ความอ่อนหล้ามาหลายวันวงศ์เมืองจึงเผลอหลับไปซึ่งทำให้ขุนแผนปรากฎตัวขึ้นมา ได้อีกครั้ง ขุนแผนช่วยถอนคำสาป ของเถรขวาดทำให้วัจน์กลับคืนสู่อาการปกติ และได้ต่อรองกับวัจน์ว่า ถ้าวัจน์ช่วยเหลือเขาให้ได้ตัวเจ้าสร้อยกับไปขุน แผนก็จะไม่ทำอันตรายใคร วัจน์ตกลงเมื่อเจ้าสร้อยรู้ตัวว่าเสียท่าให้กับเพชรกล้า ก็คิดจะฆ่าตัวตาย แต่เมื่อไม่ทำได้

ในที่สุดเจ้าสร้อยสุมาลีก็สารภาพกับเรวิทย์ว่าตน ไม่ใช่หญิงพรหมจรรย์อีกต่อไปแล้ว แต่เรวิทย์กลับบอกว่าไม่เป็น ปัญหา สำหรับเขาที่จะรักเจ้าสร้อย ให้เจ้าสร้อยซาบซึ้งมาก เรวิทย์พาเจ้าสร้อยและ พี่เลี้ยงทั้งสอง กลับไปอยู่บ้านรุจิยา โดยเถรขวาดร่ายมนต์ทำให้ไม่มีใครเห็นคนทั้งสามเพื่อเป็นการป้องกันอันตราย จากขุนแผน ฝ่ายรุจิยา เห็นวัจน์ อาการดีขึ้นจึงกลับบ้านตัวเอง พบว่าในบ้านมีสิ่งผิดปกติหลายอย่างเกิดขึ้น รวมทั้งคนในบ้านเริ่มพูดว่า…มีผีในบ้าน แต่รุจิยาไม่เชื่อ

เรวิทย์ กลับไปที่บ้านวัจน์ รู้ว่าวัจน์วางแผนบางอย่างกับขุนแผนเตรียมจะโวยวาย ขุน แผนจึงจับเรวิทย์ขังคุกเวทย์ มนต์มืดมองอะไรไม่เห็น วัจน์ตกใจมาก รีบไปตามวงศ์ เมืองมาช่วย วงศ์เมืองบอกเถรขวาดและเพชรกล้า เพชรกล้า ตามมาช่วยเรวิทย์ออกจาก คุกมืดได้ แต่ได้ต่อสู้กับขุนแผนจนตัวตายในที่สด ส่วนเถรขวาดหนีกลับเข้าสมุดข่อยหาย ไป เจ้าสร้อยสุมาลีรู้ว่าเพชรกล้าถูกขุนแผนฆ่าตาย ก็เสียใจมาก บอกกับทุกคนว่าเรื่องทั้ง หมดเกิดขึ้นเพราะเธอเพียง คนเดียว เพราะฉะนั้นเธอขอเป็นคนแก้ไขทุกคนพาเจ้า สร้อยและพี่เลี้ยงทั้งสองกลับไปที่บ้านไร่ของวงศ์เมือง เจ้าสร้อยได้บอกว่าถ้ากลับไปกับขุน แผนคงไม่แคล้วถูกพระพันวษาวงทัณฑ์สั่งประหารอย่างแน่นอน สู้ตายด้วยน้ำมือตัวเองดี กว่า และโดยไม่ทันได้มีใครคาดคิด

เจ้า สร้อยก็ได้เอาไฟจากปลายเทียนจ่อเข้ากับสมุดข่อยฉบับเชลยศักดิ์เล่มนั้น ทำให้เจ้าสร้อย เพชรกล้า นางหล้า นางลูน เลือนหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคน โดยเฉพาะเรวิทย์ถึงกับตะลึง เมื่อคนจากในวรรณคดีทั้งสี่ได้จากไปแล้ว ทุก อย่างก็เริ่มกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติแต่เรวิทย์และเกาลัดก็ยังอดคิดถึงคนทั้ง สี่ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมผจญภัยกันมา ในช่วงเวลาหนึ่งเสียมิได้ ทำให้ทั้งสองหันหน้าเข้าคุยกันอยู่บ่อย ๆ ทำให้เกาลัดและเรวิทย์เริ่มรู้ใจตัวเองว่าแท้จริงแล้ว ทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กันมานานแต่ไม่รู้ตัว จึงคิดจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กันใหม่ในฐานะคนรู้ใจกันโดยที่ทั้งสองไม่รู้ เลย

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง วงศ์เมือง ก็กำลังจะได้เริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ของเขาเช่นกัน หลังจากที่ไปได้สมุด ไทยโบราณเรื่องนิราศอยุธยา ของสุนทรภู่มาโดยบังเอิญอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งยังไม่เคยมีใครได้อ่านมาก่อนเลย และวงศ์ เมือง รู้ว่าสมุดไทยโบราณเล่มนี้ก็เป็นประตูผ่านมิติเวลาไปสู่ ความมหัศจรรย์ได้เหมือนอย่างสมุดข่อยเล่มที่เจ้าสร้อย สุมาลีได้เผาไปแล้วนั่นเอง…

นักแสดงละคร ปลายเืทียน
1. อมิตา ทาทา ยัง
2. พิมลรัตน์ พิศลยบุตร
3. พุฒิชัย อมาตยกุล
4. วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์

ดอกโศก

พลเอกสุดเขต รัตนชาติพัลลภ (เกรียงไกร อุณหะนันท์) พบว่าเด็กหญิงขายหนังสือพิมพ์ ณ สี่แยกแห่งหนึ่งที่มาเป็นลม ล้มอยู่ข้างรถ คือ หลานที่เกิดจากลูกสาวของสมใจ (ปวีณา ชารีฟสกุล) เมียคนใช้ของตนที่หนีออกจากบ้านไปเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว สุดเขตจะเอาหลานมาเลี้ยง แต่สมใจไม่ยอม ท่านจึงให้เพ็ญพักตร์ (เมทินี กิ่งโพยม) ลูกสาวคนโตไปซื้อตัวดอกโศก (ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์) จากสามีใหม่ผู้เห็นแก่เงินของสมใจ

สุดเขต เปลี่ยนชื่อหลานสาวจากดอกโศกเป็น อภิริมย์ฤดี การมาอยู่ในตึกใหม่ของสกุลเก่าแก่ไม่ทำให้ดอกโศกสุขสบาย ทั้งบ้านมีแต่คนเกลียดชังเธอ นับตั้งแต่เพ็ญพักตร์และเพ็ญตระการ (แอริณ ยุกตะทัต) ลูกสาว สุดสวย (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) ลูกสาวคนเล็กของคุณดา ช่วงแรกดอกโศกไม่ยอมและตอบโต้ด้วยวิธีการของเด็กที่เติบโตมาอย่างตีนถีบปากกัด หลายปีผ่านไป ดอกโศกโตขึ้นพร้อมกับความตระหนักว่าต้องอดทน สงบเสงี่ยมเจียมตนและต้องเอาความดีชนะความโกรธเกลียดทั้งปวง เธอจึงอยู่ได้อย่างมีความสุข

ย้อนไปเมื่อตอนดอกโศกยังขายหนังสือพิมพ์ที่สี่แยก เด็กหญิงได้พบอัศนัย (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) ชายหนุ่มใจดีที่ซื้อหนังสือพิมพ์เป็นประจำ อัศนัยรู้สึกผูกพันกับดอกโศกอย่างประหลาด และบังเอิญเหลือเกินที่อัศนัยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับตระกูล (เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล) สามีของเพ็ญพักตร์ เขาจึงมีโอกาสติดตามชีวิตของดอกโศกด้วยความเมตตาจริงใจ คอยปลอบโยนให้กำลังใจและช่วยเหลือดอกโศกจนโตเป็นสาวรุ่น ดอกโศกจึงบูชาอัศนัย ความผูกพันซึ่กันและกันถูกถักทอจนกลายเป็นความรักอย่างลึกซึ้ง แต่ความรักนี้ต้องซ่อนเร้นเพราะเพ็ญตระการก็หลงรักอัศนัยอยู่เช่นกัน

วันหนึ่งอัศนัยพบปรียากมล (โสภิตนภา ชุ่มภาณี) แม่ม่ายสาวสวยที่หวนกลับมาเพื่อรื้อฟื้นความรักความหลังที่มีต่อกันเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น ปรียากมลรุกอัศนัยตลอดเวลาด้วยชั้นเชิงของผู้หญิงที่เจนจัดในสนามรัก จนอัศนัยเกือบจะเผลอกายไปหลายครั้ง และเธอยังทราบอีกว่าบัดนี้มีผู้หญิงที่เป็นศัตรูหัวใจถึงสองคน คือ ดอกโศก และเพ็ญตระการ เธอจึงตั้งใจว่าจะสู้จนสุดชีวิต เพื่อไม่ให้สูญเสียอัศนัยไป

เมื่อสุดเขตเกิดเสียชีวิตกระทันหัน ดอกโศกตัดสินใจกลับมาอยู่กับยาย และทำงานเป็นไกด์นำเที่ยว ทำให้เธอได้พบกับ มิสซิสเบนส์ (จารุณี สุขสวัสดิ์) ทันทีที่เห็นสร้อยกางเขนที่ดอกโศกสวม มิสซิสเบนส์ก็รู้ว่านี่คือหลานสาวที่เกิดจากลูกชายของตนที่ตายไป เธอจึงพาดอกโศกไปอยู่อเมริกา เพราะต้องการให้หลานสาวหลุดพ้นจากการรุกรานของปรียากมล และเพ็ญตระการ มิสซิสเบนส์ชักนำเอ็ดดี้ (กันต์ดนย์ อะคหแซน) หนุ่มน้อยชาวอเมริกันให้ดอกโศก แต่ดอกโศกไม่มีใจให้ใครอีก คุณย่าจึงพาดอกโศกกลับเมืองไทยเพื่อพิสูจน์ความรักของอัศนัยอีกครั้ง ดอกโศกไปทำงานที่โรงแรมของภักดิ์ภูมิ (อรรค นิมิตรชัย) ชายหนุ่มที่หลงรักดอกโศกเมื่อแรกพบ แม้ว่าเขาเองจะมีฉัตรทอง (กวาง เดอะสตาร์) ลูกสาวเพื่อนพ่อที่เป็นคู่หมายกันอยู่

ความรักหลายเส้าดำเนินไปอย่างเข้มข้น เพ็ญพักตร์ผลักดันลูกสาวให้อัศนัยอย่างเต็มที่ ปรียากมลเองก็ใช้ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับอัศนัยเป็นเครื่องผูกมัด แต่อัศนัยไม่ยอมและยังแสดงออกทุกอย่างว่าดอกโศกเท่านั้นที่เป็นตัวจริง โชคเข้าข้างเพ็ญพักตร์เมื่อรู้ว่าปรียากมลนั้นแท้จริงคือแม่แท้ๆ ของดอกโศก เพ็ญพักตร์จึงหวังจะใช้ความลับนี้เป็นเครื่องมือกำจัดสองแม่ลูกไปให้พ้นทาง แต่การณ์กลับผิดคาด เพราะแทนที่ปรียากมลจะหยุด กลับยิ่งทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะดอกโศกให้ได้ สุดท้ายสงครามความรักระหว่างแม่กับลูกในไส้จะลงเอยเช่นไร อัศนัยกับดอกโศกจะสมหวังในรักหรือไม่ ตามลุ้นต่อได้ในละคร ดอกโศก

รายชื่อนักแสดงละคร ดอกโศก

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ แสดงเป็น อัศนัย
โสภิตนภา ชุมภาณี แสดงเป็น ปรียากมล
ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ แสดงเป็น ดอกโศก
อรรค นิมิตรชัย แสดงเป็น ภักดิ์ภูมิ
เมทินี กิ่งโพยม แสดงเป็น เพ็ญพักตร์
แอริน ยุกตะทัต แสดงเป็น เพ็ญตระการ
มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ แสดงเป็น สุดสวย
ปวีณา ชารีฟสกุล แสดงเป็น สมใจ
เกรียงไกร อุณหะนันท์ แสดงเป็น สุดเขต
จารุณี สุขสวัสดิ์ แสดงเป็น มิสซิสเบนส์
เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล แสดงเป็น ตระกูล
กันต์ดนย์ อะคหแซน แสดงเป็น เอ็ดดี้
ปฎิภาณ หล่อเสถียร แสดงเป็น ป้อม
กรวรรณ สุทธิวงษ์ แสดงเป็น ฉัตรทอง
ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร แสดงเป็น อ้น
อิษฎ์อาณิก อินทรสูตร แสดงเป็น โอ๋
อริสรา วงษ์ชาลี แสดงเป็น สมปอง
กิตติพงศ์ ตันติชินานท์ แสดงเป็น สมหมาย
กลศ อัทธเสรี แสดงเป็น ตา
รสริน จันทรา แสดงเป็น คุณนายประดับ
ณัฎฐพงษ์ ชาติพงศ์ แสดงเป็น หมื่น

ดอกโศก 2538

ดอกโศก…เด็กหญิงนัยน์ตาโศกซึ้ง ผู้มีหัวใจทองคำบริสุทธิ์ รู้จักอภัยและคิดถึงผู้อื่นก่อนเสมอ เด็กน้อยในมุมมืดของคืนวันหนึ่ง…ที่มีโอกาสได้พบชายหนุ่ม น้ำใจงาม ‘อัศนัย’ ดวงตาคู่นั้นมองเด็กหญิงอย่างเมตาปรานี จนเธอเก็บ ‘ภาพนั้น’ ตราตรึงไว้ในหัวใจ ความผูกพันจากวัยเด็กจนเธอเป็นสาวแรกรุ่นเหมือนหยดน้ำที่คอยรินรดลงสู่หัวใจทุกเมื่อเชื่อวัน และเมื่อดอกโศกงดงามทั้งกายใจเช่นนั้น มีหรือที่หัวใจของอัศนัยจะหลบเลี่ยงที่จะไม่รักเธอ
อะไรจะวิเศษเท่าคนสองคนหัวใจตรงกัน…รักกันอีกเล่า แต่เหมือนชะตาเล่นตลก ‘อัศนัย’ ชายหนุ่มน้ำใจงามกลับกลายมาเป็นพ่อเลี้ยง ที่ทำให้ความรักของเขาและเธอต้องมี ‘มาร’ ผลาญหัวใจ ดอกโศกจะทำเช่นไร
เมื่อ มารนั้น ที่แท้คือแม่บังเกิดเกล้า แม่…ที่เธอโหยหาอุ่นอกอยู่ตลอดชีวิต ‘ภาพของแม่’ ช่างงดงามนักใจความฝัน แต่เมื่อได้พบความจริงตัวจริงของแม่ไม่ได้เป็นอย่างที่ดอกโศกคิดหวังเลยแม้ แต่น้อยนิด โอ้…สายเสียแล้วหรอความรัก ต่อให้รักกันล้นอก ก็เปลี่ยนเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากฐานะเดียวที่เธอต้องยอมรับเขา…พ่อเลี้ยง! แต่แล้วก็มีอีกหนึ่งหนุ่ม ‘ภักดิ์ภูมิ’ ชายหนุ่มที่เอื้อเอ็นดูเธอเสมอมา คนหนึ่งคือภาพของความประทับใจตั้งแต่เยาว์วัย  อีกหนึ่งเป็น ‘ภาพใหม่’ ที่เริ่มเข้ามาเป็นเงาหัวใจ แล้วเธอจะเลือกใคร

ปลาไหลป้ายแดง

กล่าวถึงความรักระหว่าง พริษฐ์ (กฤษฎา พรวิโรจน์) ด็อกเตอร์หนุ่มแสนเชย ที่บวชเรียนและฝักใฝ่ในทางธรรม แต่เมื่อบิดาของเขาได้ประสบอุบัติเหตุจนต้องทำให้เขาสึกออกมาเพื่อดูแลบิดา และมารดา (ณัฐฐา ลอยด์) เขาทำงานหาเงินพร้อมกับตั้งใจเรียนเพื่อจะให้ได้ทุนเรียน และตลอดเวลาที่เขาเรียนเขาต้องทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยลดภาระของมารดา จนกระทั่งเรียนจบปริญญาโท เขาได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาองค์กรและเรียนต่อจนจบปริญญาเอก พริษฐ์ไม่เคยรู้เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับผู้หญิงเลย เขาไม่มีเพื่อนเพราะคนรอบข้างมองว่าเขาเป็นคนน่าเบื่อ จนพริษฐ์ได้มาพบกับ ปัณฑารีย์ (เข็มอัปสร สิริสุขะ) หลานสาวคนเดียวของเจ้าของบริษัทชุดชั้นในระดับประเทศ และเขาก็เป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทของเธอด้วย

ทั้งสองเริ่มคบหากันโดยไม่ทราบเลยว่าสมาชิกฝ่ายชายของตระกูลเธอมีนิสัยเจ้า ชู้มหาวายร้ายมาก จนกระทั่งทั้งสองได้แต่งงานกัน ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับปัญหาที่มาจากบรรดาสมาชิกฝ่าย ชาย เมื่อบรรดาภรรยาของฝ่ายชายของตระกูลนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับพริษฐ์ พวกเขาไม่ยอมน้อยหน้าจึงวางแผนชักชวน พริษฐ์ให้มาเป็นพวกโดยให้ ปุริม (ธนกฤต พานิชวิทย์) และ ปัญจพล (สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล) มาตีสนิทโดยชักชวนให้พริษฐ์ไปตีกอล์ฟด้วยกัน และให้ กุสุมา (พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์) นางแบบชุดชั้นในที่สวยและเซ็กซี่มาเป็นครูสอนตีกอล์ฟให้เขา เพื่อให้เขาตบะแตกและยอมเข้าร่วมก๊วนกับพวกปลาไหล กุสุมาก็ไม่ทำให้พวกปลาไหลผิดหวัง

ด้วยความใกล้ชิดกุสุมาก็เริ่มหลงรักพริษฐ์และต้องการให้พริษฐ์ดูแลเธอเป็น บ้านเล็ก พริษฐ์เริ่มลังเลใจและทำให้เขาเกิดความเห็นแก่ตัวเริ่มเฉไฉออกนอกเส้นทาง เมื่อปัณฑารีย์จับได้พริษฐ์ก็ยอมรับผิดและสัญญาว่าจะไม่วุ่นวายกับกุสุมาอีก ทำให้กุสุมาไม่พอใจที่พริษฐ์กลัวเมียและยังถูกกิ๊กเก่าไล่ออกจากที่พักทำให้ กุสุมาฉวยโอกาสนี้อ้อน พริษฐ์ให้ดูแลเธอ แต่พริษฐ์แค่ยอมให้เธอเข้าพักที่คอนโดฯ ของเขาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น

กุสุมาไม่พอใจอย่างมากจึงพยายามวางแผนเพื่อให้พริษฐ์เข้าใจผิดกับภรรยาด้วย การใส่ร้ายว่าปัณฑารีย์ข่มขู่เธอ แต่ปัณฑารีย์รู้ทันจึงส่งนักสืบคอยตามกุสุมาตลอดเวลาและหาทางแฉพฤติกรรมของ กุสุมา พริษฐ์รู้ความจริงจึงไล่กุสุมาออกจากห้องและรับปากกับภรรยาอีกครั้งว่าจะไม่ ทำเช่นนี้อีก

เมื่อเวลาผ่านไปกลุ่มปลาไหลวางแผนหนีเที่ยวอีกแต่ถูกพริษฐ์ปฏิเสธเด็ดขาด แต่พริษฐ์ก็พลาดท่าหลงกลร่วมงานไปกับพวกปลาไหลอีกเช่นเคย ในคืนนั้นกุสุมารู้ว่ากลุ่มปลาไหลจะมาด้วย เธอจึงวางแผนแอบเอายานอนหลับใส่ในเหล้าให้พริษฐ์ดื่มและถ่ายรูปให้ดูเหมือน ว่าเขากำลังร่วมรักกับเธออยู่และส่งไปให้ปัณฑารีย์ ทำให้ปัณฑารีย์โกรธและขอหย่ากับพริษฐ์ทั้งที่เธอเพิ่งทราบว่าเธอกำลังตั้ง ครรภ์

คืนนั้น เจ้าสัวปิติ (เศรษฐา ศิระฉายา) อากงของของเธอหัวใจวายด้วยความตื่นเต้น เหล่าปลาไหลจึงต้องรีบพาเจ้าสัวไปโรงพยาบาล ทำให้ปัณฑารีย์โกรธบิดาและพี่ชายของเธอมากที่ทำลายครอบครัว เธอจึงต่อว่าและหนีออกจากบ้านไป พริษฐ์ตามหาภรรยาแต่ก็เจอเพียงแค่ใบหย่าที่เธอฝากไว้กับทนายความเพื่อรอให้ เขาลงนาม

จากนั้น 3 เดือนพริษฐ์เดินทางไปพบพระชรา พระรูปนั้นพูดเตือนสติเขาทำให้เขาคิดได้ เขาและกลุ่มปลาไหลก็ระดมสมองเพื่อตามหาภรรยาจนพบ แต่เขาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นเมื่อภรรยาตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน เขาเสียใจมากที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลเธอ จึงวางแผนเพื่อง้อขอคืนดีและนำหลักฐานทั้งหมดที่มีมาให้ปัณฑารีย์ดู กลุ่มปลาไหลก็รู้สึกผิดต่อครอบครัวของปัณฑารีย์จึงขอร้องให้เธออภัยให้สามี จนเธอใจอ่อนกลับมาคืนดีกันในที่สุด  ในละครปลาไหลป้ายแดง

รายชื่อนักแสดงนำในละคร ปลาไหลป้ายแดง

กฤษฎา  พรวิโรจน์   แสดงเป็น   พริษฐ์
เข็มอัปสร  สิริสุขะ   แสดงเป็น   ปัณฑารีย์
ธนกฤต  พานิชวิทย์   แสดงเป็น   ปุริม
พริมรตา  เดชอุดม   แสดงเป็น   บุษกร
สุริยนต์  อรุณวัฒนกูล   แสดงเป็น   ปัญจพล
วิรากานต์  เสณีตันติกุล   แสดงเป็น   พิสินี
วรุฒ  วรธรรม   แสดงเป็น   ปิยะวัฒน์
ดนัย  ตันธนะศิริวงศ์   แสดงเป็น   ศุภสิน
อณูวรรณ  ปรีญานนท์   แสดงเป็น   เจ๊โมจิ
นครินทร์  คัลฮูน   แสดงเป็น   จ๊อด
ดารณีนุช  โพธิปิติ   แสดงเป็น   รุ่งนภา
ฝันดี  จรรยาธนากร   แสดงเป็น   เด๋อ
ณัฐฐา  ลอยด์   แสดงเป็น   แม่แก้ว
โชติกา  วงศ์วิลาศ   แสดงเป็น   จิรนุช
ณัฏฐพัชร  วิพัธครตระกูล   แสดงเป็น   ภัคพร
พีระพันธ์  อารียะพันธ์   แสดงเป็น   รัฐ
เกริก  ชิลเลอร์   แสดงเป็น   ปิยะพงษ์
พิมลวรรณ    หุ่นทองคำ   แสดงเป็น   อรวรรณ
พิมพ์อักษิพร  วินโกมินทร์   แสดงเป็น   กุสุมา
พิมพ์ผกา  เสียงสมบุญ   แสดงเป็น   รานี
เศรษฐา  ศิระฉายา   แสดงเป็น   ปิติ
ปิยะมาศ  โมนยะกุล   แสดงเป็น   โสภา

ปลาบู่ทอง 2537

ปลาบู่ทอง เป็นนิทานพื้นบ้านของไทย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาวชาวบ้านผู้มีใจเมตตาที่ในตอนท้ายได้แต่งงานกับกษัตริย์

ปลาบู่ทอง

เรื่องปลาบู่ทองเริ่มขึ้นโดยเศรษฐีทารก (อ่านว่า ทา-ระ-กะ) ผู้มีอาชีพจับปลามีภรรยา 2 คน คนแรกชื่อขนิษฐา มีลูกสาวชื่อ เอื้อย ส่วนคนที่สองชื่อ ขนิษฐี มีลูกสาวชื่อ อ้าย และ อี่

วันหนึ่งเศรษฐีทารกพาขนิษฐาไปจับปลาในคลอง ไม่ว่าจะเหวี่ยงแหไปกี่ครั้งก็ได้มาเพียงปลาบู่ทองที่ตั้งท้องตัวเดียวเท่า นั้น จนกระทั่งพลบค่ำเศรษฐีก็ตัดสินใจที่จะเอาปลาบู่ทองที่จับได้เพียงตัวเดียว กลับบ้าน ทว่าขนิษฐาผู้เป็นภรรยาเกิดความสงสารปลาบู่ ขอให้เศรษฐีปล่อยปลาไป เศรษฐีทารกเกิดบันดาลโทสะจึงฟาดนางขนิษฐาจนตายและทิ้งศพลงคลอง

เมื่อกลับถึงบ้านเอื้อยก็ถามหาแม่ เศรษฐีจึงตอบไปว่าแม่ของเอื้อยได้หนีตามผู้ชายไป และจะไม่กลับมาบ้านอีกแล้ว นับตั้งแต่วันนั้นขนิษฐีผู้เป็นแม่เลี้ยงของเอื้อย และอี่กับอ้ายน้องสาวทั้งสองก็กลั่นแกล้งใช้งานเอื้อยเป็นประจำโดยที่เศรษฐี ทารกไม่รับรู้และไม่สนใจ

เอื้อยคิดถึงแม่มากจึงมักไปนั่งร้องไห้อยู่ริมท่าน้ำ และได้พบกับปลาบู่ทองซึ่งเป็นนางขนิษฐากลับชาติมาเกิด เมื่อเอื้อยรู้ว่าปลาบู่ทองเป็นแม่ก็ได้นำข้าวสวยมาโปรยให้ปลาบู่ทองกิน และมาปรับทุกข์ให้ปลาบู่ทองฟังทุกวัน

นางขนิษฐีและลูกสาวเห็นเอื้อยมีความสุขขึ้น เมื่อถูกกลั่นแกล้งก็อดทนไม่ปริปากบ่นจึงสืบจนพบว่านางขนิษฐาได้มาเกิดเป็น ปลาบู่ทอง และได้พบกับเอื้อยทุกวัน ดังนั้นเมื่อเอื้อยกำลังทำงานนางขนิษฐีก็จับปลาบู่ทองมาทำอาหารและขอดเกล็ด ทิ้งไว้ในครัว

เอื้อยได้พบเกล็ดปลาบู่ทองก็เศร้าใจเป็นอย่างมาก นำเกล็ดไปฝังดินและอธิษฐานขอให้แม่มาเกิดเป็นต้นมะเขือ เอื้อยมารดน้ำให้ต้นมะเขือทุกวันจนงอกงาม เมื่อขนิษฐีทราบเรื่องเข้าก็โค่นต้นมะเขือ และนำลูกมะเขือไปจิ้มน้ำพริกกิน

เอื้อยเก็บเมล็ดมะเขือที่เหลือไปฝังดินและอธิษฐานให้แม่ไปเกิดเป็นต้น โพธิ์เงินโพธิ์ทองในป่า และไม่ให้ผู้ใดสามารถโค่น ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้

วันหนึ่งพระเจ้าพรหมทัตเสด็จประพาสป่าได้พบกับต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง โปรดให้นำเข้าไปปลูกในวัง แต่ไม่มีผู้ใดสามารถเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ พระเจ้าพรหมทัตจึงประกาศว่าผู้ใดที่เคลื่อนย้ายต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้จะ ให้รางวัลอย่างงาม

ขนิษฐีและอ้ายกับอี่เข้าร่วมลองถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองด้วยแต่ไม่สำเร็จ เอื้อยขอลองบ้างและอธิษฐานจิตบอกแม่ว่าขอย้ายแม่เข้าไปปลูกในวัง เอื้อยจึงถอนต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้สำเร็จ

พระเจ้าพรหมทัตถูกชะตาเอื้อยจึงชวนเข้าไปอยู่ในวังและแต่งตั้งให้เอื้อย เป็นพระมเหสี ฝ่ายขนิษฐีและลูกสาวอิจฉาเอื้อยจึงส่งจดหมายไปบอกเอื้อยว่าเศรษฐีทารกป่วย หนักขอให้เอื้อยกลับมาเยี่ยมที่บ้าน

เมื่อเอื้อยกลับมาบ้าน นางขนิษฐีก็ได้แกล้งนำกระทะน้ำเดือดไปวางไว้ใต้ไม้กระดานเรือน และทำกระดานกลไว้ เมื่อเอื้อยเหยียบกระดานกลก็ตกลงในหม้าน้ำเดือดจนถึงแก่ความตาย ขนิษฐีให้อ้ายปลอมตัวเป็นเอื้อยและเดินทางกลับไปยังวังของพระเจ้าพรหมทัต

เอื้อยได้ไปเกิดใหม่เป็นนกแขกเต้า เมื่อเกิดใหม่แล้วก็บินกลับเข้าไปในพระราชวัง พระเจ้าพรหมทัตเห็นนกแขกเต้าแสนรู้ ไม่รู้ว่าเป็นเอื้อยกลับชาติมาเกิดก็เลี้ยงไว้ใกล้ตัว อ้ายเห็นดังนั้นก็ไม่พอใจ สั่งคนครัวให้นำนกแขกเต้าไปถอนขนและต้มกิน

แม่ครัวถอนขนนกแขกเต้าและวางทิ้งไว้บนโต๊ะ นกแขกเต้าจึงกระเสือกกระสนหลบหนีเข้าไปอยู่ในรูหนู มีหนูช่วยดูและจนขนขึ้นเป็นปกติ แล้วเอื้อยก็บินเข้าป่าไปจนเจอกับพระฤๅษี

พระฤๅษีตรวจดูด้วยญานพบว่านกแขกเต้าคือเอื้อยกลับชาติมาเกิดจึงเสกให้ เป็นคนตามเดิม และวาดรูปเด็กเสกให้มีชีวิตเพื่อให้เป็นลูกของเอื้อย เมื่อเด็กนั้นโตขึ้นก็ขอเอื้อยเดินทางไปหาบิดา เอื้อยจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้บุตรชายฟังร้อยพวงมาลัยเพื่อให้บุตรชายนำไป ให้พระเจ้าพรหมทัต

เมื่อพระเจ้าพรหมทัตได้พบกับบุตรชายของเอื้อยและพวงมาลัย ก็ขอให้เด็กชายเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังว่าได้มาลัยมาอย่างไร เด็กชายก็เล่าตามที่เอื้อยเล่าให้ฟัง เมื่อทราบเรื่องทังหมดแล้วพระเจ้าพรหมทัตก็สั่งประหารชีวิตอ้าย อี่ และขนิษฐี และไปรับเอื้อยเพื่อให้กลับมาครองบัลลังก์ร่วมกันอีกครั้ง

ปลายฝนต้นหนาว

ครอบครัวหนึ่งมีลูกอยู่ 5 คน แม่รักลูกชายมากที่สุด แต่สร้างปัญหาให้มากที่สุด ลูกสาวคนโตเรียนน้อยเพราะฐานะค่อนข้างยากจน ออกมาเย็บเสื้อ ลูกชายเป็นทหารชั้นผู้น้อย (มีลูกสองหรือสามคนนี่แหละ) ลูกสาวคนที่สองทำงานเป็นเซลล์ขายเครื่องสำอาง เลี้ยงน้องที่เหลือสองคน ลูกสาวคนที่สี่เป็นนักคอมพิวเตอร์ คนสุดท้องเป็นเลขาผู้บริหาร

อีกครอบครัวมีลูกสองคนอายุไม่น้อยแล้วคือ ลายครามกับเรืองนาม ลายครามเป็นสถาปนิก ส่วนเรืองนามเป็นผู้จัดการแบงค์ เรืองนามเคยแต่งงาน แต่ภรรยาเสียชีวิต มีลูกติดสองคน ลูกคนสาวคนโตมีปัญหา เพราะแม่ตาย แม่ของเรืองนามอยากให้เขาแต่งงานใหม่จะได้มีคนดูแลหลาน จึงมองว่าเลขาของตัวเอง พิมพ์ทองเป็นคนเรียบร้อยน่ารักน่าจะเข้ากับเด็กได้ก็พยายามจะจับคู่ แต่ผิดฝาผิดตัว เรืองนามไม่สนใจพิมพ์ทองเพราะเหมือนกับเมียคนแรกมากเกินไป พิมพ์ทองไปเจอกับลายครามก็รักกัน ส่วนไหมทองมาสนิทกับเรืองนามเพราะแก้วทองถูกเมียยิงตาย ไหมทองต้องเอาหลานมาดูแล แล้วหลานๆ ก็เข้ากันได้กับลูกของเรืองนาม ไหมทองเป็นคนห้าว ไม่เรียบร้อย โดนพี่สาวคนโตแย่งแฟนไปกำลังอกหักพอดี บ้านที่อยู่ก็เกิดปัญหาเพราะไปจำนองไว้แล้วกำลังจะหลุด ลายครามเลยซื้อไว้โดยไม่ให้รู้ แต่ให้อาศัยอยู่จนกว่าจะตั้งตัวติด

ส่วนแพรทองก็เป็นเมียน้อยเสี่ยเจ้าของเครื่องสำอาง หลังๆ อายุมากกำลังจะโดนเสี่ยทิ้ง ทั้งๆ ที่ท้อง เธอไม่อยากให้เขารู้ว่ามีลูก พยายามจะให้พิมพ์ทอง+ลายครามซึ่งกำลังจะแต่งงานกันรับลูกเธอเป็นลูกบุญธรรม แต่ทั้งสองไม่รับ ตอนหลังใช้อุบายจนได้เงินจากเสี่ยมาเปิดร้านขายเครื่องสำอางเป็นของตัวเอง ตอนหลังความแตกเพราะเสี่ยมาเจอเธอกับลูกสาว ลูกสาวของเธอหน้าเหมือนลูกสาวคนโตของเสี่ยมาก จึงรู้ว่าจริงๆ แล้วเขามีลูกกับเธอ แพรทองกลัวว่าเขาจะเอาลูกไป

กรองทองหลังจากโดนแฟนของไหมทองปอกลอกก็หมดตัว มาเย็บผ้าอยู่กับบ้านเงียบๆ พิมพ์ทอง แต่งงานกับลายครามจนมีลูก เรืองนามถึงได้คิดว่าเขากับไหมทองควรจะคบกันแบบไหนต่อไป ก็เลยลองใจดูว่า สาวห้าวๆ จะดูแลเขาได้หรือเปล่า

นักแสดง ปลายฝนต้นหนาว

ลายคราม – ศรัณญู วงษ์กระจ่าง
เรืองนาม – พิทยา ณ ระนอง
กรองทอง – ทัดทรวง มณีจันทร์
แพรทอง – ชไมพร จตุรภุช
ไหมทอง – กมลชนก โกมลฐิติ
พิมพ์ทอง – รชนีกร พันธ์มณี

ปริศนา 2543

เรื่องราวความรักของ ปริศนา (เทย่า) สาวสวยนักเรียนนอก และเป็นที่หลงรักของชายหนุ่มได้อย่างง่ายดายเสียด้วย ปริศนาได้พบกับ ประวิช (พอล ภัทรพล) ที่หลงรักปริศนา และนำเรื่องของเธอไปเล่าให้ท่านช่ายพจน์ปรีชา (ติ๊ก เจษฎาภรณ์) ผู้เป็นดั่งพี่ชายและผู้ปกครอง ทำให้ท่านชายพจน์ได้รู้จักกับปริศนา ปริศนาเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของท่านชายและด้านปริศนาเองกับตัว ท่านชายนั้นก็เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในชีวิตเธอเช่นกัน แม้ว่าตอนต้นนั้นจะเริ่มได้ไม่ดีนักเมื่อ ลูกสุนัขของปริศนาถูกรถของท่านชายทับจนตาย ทำให้เธอไม่ค่อยชอบท่านชาย แต่เมื่อท่านชายแสดงความเสียใจอย่างจริงใจและได้มอบลูกสุนัขตัวใหม่ให้เธอ ทำให้เธอยอมอ่อนลง ทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันมาขึ้นและด้วยเหตุการณ์หลายๆอย่างทำให้ทั้งคู่แอบ รักกันโดยที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจ แล้วรักของปริศนาและท่านชายพจน์ จะลงเอยอย่างไร

นักแสดงละคร ปริศนา
เทย่า โรเจอร์ แสดงเป็น ปริศนา สุทธากุล
เจษฎาภรณ์ ผลดี แสดงเป็น มจ.พจน์ปรีชา
ภัทรพล ศิลปาจารย์ แสดงเป็น ประวิช
เจมี่ บูเฮอร์ แสดงเป็น รตี