หาข้อมูลเพิ่มเติม
เพชรตัดเพชร
ชาติ และ ยอด เป็นมือปืนสังหารที่มีฝีมือสูสีทัดเทียมกัน อยู่ภายใต้การดูแลของ ตรัน สมุนมือขวาของ มาดามหลุยส์ เจ้าแม่ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ทั้งชาติและยอดจึงเป็นคู่ปรับกัน ขับเคี่ยวกันตลอดเวลาในทุก ๆ วิถีทาง ทุก ๆ ชั้นเชิง เพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่ง
ตรันได้สั่งให้คนทั้งสองมาพบ เพื่อไปติดต่อลูกค้าให้รอรับการส่งยาเสพติด โค-คิ-โน ยาเสพติดชนิดใหม่ โดยเตือนให้ระวังการติดตามและสอดแทรกของตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ ฉายา “มือปราบดับจิต” ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้โดยตรง
ยา เสพติด โค-คิ-โน เป็นยาเสพติดชนิดใหม่ล่าสุดที่เมื่อเสพเข้าไปแล้ว จะมีอาการเคลิบเคลิ้มอย่างรวดเร็ว และเกิดอาการหลอนทางประสาทอย่างรุนแรง ยิ่งเมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากเสียงเพลงที่มีท่วงทำนองร้อนแรงด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ตัวยาสำแดงฤทธิ์มากขึ้น การใช้ยาเกินขนาดจะทำให้มีอาการคลุ้มคลั่ง ฆ่ากันตาย ฆ่าตัวตาย และตายด้วยฤทธิ์ยา
เมื่อตรันสั่งงานเสร็จ เกรงว่ายอดกับชาติจะหาเรื่องทำลายกัน จึงกักตัวยอดไว้ แล้วให้ชาติเดินทางกลับก่อน แต่ระหว่างทางชาติถูกลอบทำร้าย จนตกเหวหายไป ตรันได้รับรายงานเรื่องชาติหายตัวไปแม้จะไม่คิดว่ายอดเป็นคนทำ แต่ตรันก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ยอดรู้
ผู้ที่ได้รับรายงานเรื่องนี้ อีกคน คือ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ ซึ่งรับรู้ด้วยความยินดีและได้เลือก ร.ต.ท.ศักดิ์ชาย สายสืบของ ปปส. ซึ่งมีโครงหน้าและรูปร่างใกล้เคียงกับชาติที่สุด มาทำศัลยกรรมผ่าตัดเปลี่ยนหน้าเป็นชาติ โดยกระทำการอย่างเป็นความลับที่สุด แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ค่อยยอมรับนักก็ตาม
เชง นักค้ายาเสพติดชาวฮ่องกง และ ฟิเดลโร นักค้ายาเสพติดชาวคิวบา ได้เดินทางมาพบยอด เพื่อว่าจ้างให้ยอด ขโมยสูตรลับการผลิตของ โค-คิ-โน ด้วยค่าจ้างที่สูงมหาศาล ทำให้ยอดรับปากอย่างง่ายดาย แม้ว่าการกระทำครั้งนี้จะเป็นความลับ แต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของเจ้าหน้าที่ ปปส.ไปได้
ยอดได้พบกับ รัศมี ไกด์ของบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง ยอดหลงรักรัศมีทันที และขอให้เป็นไกด์พา เชงกับฟิเดลโร เที่ยวเชียงใหม่ โดยมียอดติดตามมาด้วย รัศมีได้พาไปเที่ยว ไนท์คลับแห่งหนึ่งที่มีการแสดงโชว์ของนักร้องสาวฮ่องกง ไป่หลู
มาดาม หลุยส์ กับมือปืนคู่ใจคือ เฉินหลง และ บรู๊ชลี ได้เดินทางมาประเทศไทยในฐานะนักลงทุนด้านอัญมณี ได้สั่งการให้ตรันเก็บเชงและฟิเดลโร คู่ปรับ
เมื่อ ร.ต.ท.ศักดิ์ชาย ฟื้นจากการผ่าตัด เปลี่ยนหน้าเป็นชาติ ก็ได้รับข้อมูลของชาติตัวจริงเกี่ยวกับประวัติ ความสามารถเฉพาะตัว และบุคลิกท่าทางอย่างละเอียด หมวดศักดิ์ชาย ไม่พอใจหน้าตัวเองอย่างมาก จึงได้หลบหนีไป และได้พบกับตรัน ตรันพาชาติไปพักคฤหาสน์ ของตน และจัดการสั่งเป็กกี้คู่ขาของชาติมา ทำให้เป็กกี้รู้ว่าชาติคนนี้ไม่ใช่คนเดิม แต่ก็ไม่ได้ปริปากบอกใคร
ระ หว่างตรันไป กทม. ยอดก็ได้เข้าไปที่บ้านพักของตรัน เพื่อขโมยสูตรลับการผลิต ยา แต่เมื่อเปิดเซฟแล้วกลับไม่พบสูตรลับ พบแต่จดหมายที่แสดงว่าตรันรู้ว่าตัวเองทรยศ ยอดกลับไปบอกเชงกับฟิลเดลโร จึงได้รู้ว่าสูตรลับถูกซ่อนในจี้เพชร 40 กะรัต ที่มาดามหลุยส์ใส่อยู่ ทางเดียวที่จะได้สูตรลับคือ ฆ่ามาดามหลุยส์และจี้เพชรมา
เมื่อตรัน รู้เรื่องที่ส่งชาติไปจัดการกับยอดในขณะที่ยอดและเชงกำลังจะเผด็จสวาท รัศมีและไป่หลูพอดี ยอดสู้ไม่ไหวหลบหนีไป ส่วนรัศมีและไป่หลูชาติก็ปล่อยไป โดยไม่ทำร้ายอะไร
มาดามหลุยส์ได้พบกับชาติที่โรงงานผลิต โค-คิ-โน ที่อยู่ในป่าลึก บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ รู้สึกต้องชะตา และชื่นชมชาติ จึงให้ชาติไปพบที่กรุงเทพฯ ในขณะที่มาดามฯ รอการมาของชาติแต่ผู้ที่มาถึงก่อนกลับกลายเป็นยอด ที่มาชิงจี้เพชรไปขณะเดียวกันกับที่ชาติมาถึง ถึงแม้ชาติจะไม่สามารถเอาจี้เพชรกลับมาได้ แต่ก็ช่วยมาดามฯ ไว้ได้ มาดามฯ ได้ใช้ยา โค-คิ-โน กับตัวเอง และชาติเพื่อความสนุกอย่างเต็มที่
แต่ ปรากฎว่าจี้เพชรที่ยอดได้ไปกลับกลายเป็นของปลอม ยอดกับสมุนฉุดเป็กกี้คู่ขาของชาติแล้วใช้ยา โค-คิ-โน กับเป็กกี้ก่อนจะข่มขืน และได้รู้ว่าชาติอาจจะไม่ใช่คนเดิมที่เป็นคู่ปรับ จึงได้วางแผนให้เป็กกี้ไปหลอกชาติออกมา เกิดการต่อสู้กันไล่ล่ากันตามสถานที่ต่าง ๆ ชาติเกือบจะพลาดท่าเสียที แต่รัศมีมาช่วยไว้ได้ทัน ส่วนเป็กกี้ถูกรถชนตาย
ตรันได้รับโทรศัพท์ จากยอดว่า ไอ้ชาติตัวจริงตายไปแล้ว จึงเกิดความระแวงสงสัยในตัวชาติ เมื่อชาติไปพบรัศมี ทั้งคู่จึงถูกนำตัวมาสอบสวน แต่ทั้งคู่ก็อ้างว่าเพราะต่างเคยช่วยชีวิตกันไว้จึงเกิดความประทับใจซึ่งกัน และกัน ตรันจึงยอมปล่อยรัศมีไป
ตรันบอกชาติว่าจะมีสินค้าจำนวนมากที่ สุด ลำเลียงมาพักชั่วคราวที่โกดังเมืองนนท์ จึงส่งข่าวให้ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ นำกำลังบุกทำลาย แต่กลับไม่พบสินค้ามากมายเหมือนที่แจ้ง เหตุการณ์นี้ทำให้มาดามหลุยส์และตรันรู้ว่า ชาติ คือ ตัวปลอม จึงซ้อมอย่างทารุณและถูกสั่งฆ่า แต่แล้วไป่หลูก็มาช่วยชาติไว้ได้พร้อมเปิดเผยฐานะแท้จริงว่าเป็นตำรวจปราบ ปรามยาเสพติดที่มาจากแผ่นดินใหญ่ เพื่อตามล่าแก๊งยาเสพติดของมาดามหลุยส์
รัศมี ถูกคนของยอดจับตัวไว้ได้ และพบว่าที่ตัวมีวิทยุส่งคลื่นทำให้รู้ว่ารัศมีเป็นตำรวจจึงใช้วิทยุหลอกให้ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ ตามผิดทางส่วนตัวรัศมีถูกกักขังไว้ที่ห้องใต้ดินของฟาร์มจระเข้ และหากไม่บอกความจริงก็จะโยนให้ฝูงจระเข้กิน
ชาติตัวจริงปรากฎตัว ขึ้นที่ สนุ๊กเกอร์คลับ เมื่อรู้ว่าเป็กกี้ตายแล้วก็เดาได้ว่าต้องเป็นฝีมือยอดแน่นอน จึงฝากข้อความถึงยอดว่าหากแน่จริงขอสะสางบัญชีแค้นตัวต่อตัว ยอดไปตามที่นัดพบ และดวลมีดกัน ท่ามกลางกองเพลิงที่ชาติจุดไว้เป็นวงกลม แต่ยังไม่ทันจะรู้ผลแพ้ชนะตำรวจก็บุกมาทำให้ทั้งสองคนต้องแยกย้ายกันหลบหนี ไป
ระหว่างที่ชาติตัวจริงต่อสู้กับยอด ชาติตัวปลอมกับไป่หลูก็นำกำลังบุกฟาร์มจระเข้เพื่อช่วยเหลือรัศมี เกิดการต่อสู้กันท่ามกลางฝูงจระเข้นับสิบตัว
มาดามหลุยส์ ได้เปิดประมูลภาพเขียนสีน้ำมันของตัวเองที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ที่น่าประหลาดคือ ผู้หญิงกว่า 20 คน ในงานใส่จี้เพชรเหมือนกันหมด ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นการตกลงซื้อขายจ่ายเงินค่ายาเสพติด โค-คิ-โน โดยอาศัยการประมูลบังหน้า รัศมีและไป่หลูก็ไปงานนี้ด้วยมาดามฯ เคยไปดูการแสดงของไป่หลูมาก่อน จึงเชิญทั้ง 2 คนไปรับประทานอาหารเย็นกับเธอบนเรือสำราญ
ตรันและสมุนมือขวาทั้งสอง ของมาดามหลุยส์ ได้เดินทางไปที่ปางไม้ของตรันเพื่อเตรียมการส่ง โค-คิ-โน ครั้งใหญ่ ชาติทั้ง 2 คน ปรากฎตัวขึ้น ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน ทั้งสองต่างก็อ้างว่าเป็นชาติตัวจริงด้วยกันทั้งคู่ ตรันจึงให้พิสูจน์ด้วยการต่อสู้กันตัวต่อตัว ด้วยมือเปล่าไม่ว่าจะเป็นมวยไทย คาราเต้ ยูโด ฯลฯ ในที่สุดชาติตัวจริงก็แพ้ต่อวิชามวยไทยของชาติตัวปลอม และถูกตรันยิงทิ้งทันทีต่อหน้าทุกคน
ชาติได้รับมอบหมายจากตรันให้ คุ้มกันรถบรรทุกน้ำมัน ซึ่งความจริงบรรจุยาเสพติดโค-คิ-โน ไว้ภายในเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่อถึงจุดนัดหมาย พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ได้นำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมจับเกิดการต่อสู้กันอย่างดุ เดือด ชาติหาจังหวะหลบหนีไปในขณะที่กำลังชุลมุน แต่เมื่อ พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ ค้นรถอย่างละเอียดกลับไม่พบยาเสพติดซุกซ่อนมาแต่อย่างไร เพราะยาเสพติดดังกล่าวมากับรถตู้พยาบาล 2 คนที่ตรันเป็นคนคุ้มกันมาด้วยตนเอง
ยอดถูกเชงและฟิเดลโร หลอกให้ขับรถเก๋งที่ติดตั้งระเบิดเวลาออกไปทำธุระนอกเมืองเพื่อฆ่าปิดปาก แต่ยอดดวงดี รถระเบิดขณะที่ยอดอยู่นอกรถ ยอดจึงกลับไปแก้แค้นเชงกับฟิเดลโร ผลักเชงตกตึกตาย ส่วนฟิเดลโรหลบหนีไปได้ ยอดกลับไปหาตรันและจับมือร่วมงานกันอีกครั้ง
รัศมีและไป่หลูไปร่วม รับประทานอาหารกลางวันกับมาดามหลุยส์บนเรือสำราญกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตามคำเชิญ โดยที่ไม่รู้ว่ามาดามฯรู้แล้วว่าทั้ง 2 เป็นตำรวจลับ รัศมีถูกส่งตัวเข้าห้องไปกับยอดที่หลงรักรัศมีมานาน ในขณะที่ไป่หลูถูกตรันพาไปอีกห้องหนึ่ง
แต่แล้วฟิเดลโรกับสมุนก็พา กันเข้ามาเพื่อยึดเรือของมาดามฯ แต่ด้วยฝีมือที่อ่อนแอด้อยกว่ามาก ฟิเดลโรกลายเป็นผีเฝ้าอ่าว ส่วนไป่หลูกับรัศมีกระโดดหนีลงน้ำ ในจังหวะที่เรือตำรวจก็มาล้อมเรือมาดามฯ ชาติสามารถขึ้นมาบนเรือได้ ได้ต่อสู้กับยอดจนตกน้ำไปทั้งคู่ ตรันนำมาดามหลุยส์ลงเรือเร็วเพื่อหลบหนี แต่เห็นว่าไม่พ้นแน่ จึงกดระเบิดทำลายตัวเอง ส่วนชาติก็สามารถทำให้ยอดตายอยู่ใต้ท้องทะเลได้
รายชื่อนักแสดงละคร เพชรตัดเพชร
1. เจตริน วรรธนสิน แสดงเป็น ชาติ
2. อัมรินทร์ นิติพน แสดงเป็น ยอด
3. อัมรินทร์ สิมะโรจน์ แสดงเป็น ร.ต.ท.ศักดิ์ชาย
4. กัลยกร นาคสมภพ แสดงเป็น รัศมี
5. พัชราภา ไชยเชื้อ แสดงเป็น ไป่หลู
6. ชลิตา พานิชการ แสดงเป็น มาดามหลุยส์
7. ลิขิต เอกมงคล แสดงเป็น ตรัน
8. อรรถชัย อนันตเมฆ แสดงเป็น พ.ต.อ.เชิดศักดิ์
9. เฉลิมพร พุ่มพันธ์วงศ์ แสดงเป็น เชง
10. กลศ อัธเสรี แสดงเป็น ฟิเดลโร
11. เมธี อมรวุฒิกุล แสดงเป็น เฉินหลง
12. สมรัก คำสิงห์ แสดงเป็น บรูชลี
13. ปิยวรรณ จิตณาธรรม แสดงเป็น เป้กกี้
14. ทม วิศวชาติ แสดงเป็น พล.ต.ท.บูรพา
พุทธานุภาพ
พระกริสนัย พระสงฆ์ผู้เคร่งครัดในหลักธรรมพุทธศาสนา ขออนุญาตพระอาจารย์โพออกธุดงค์เพื่อศึกษาพระธรรมให้ลึกซึ้ง ซึ่งในอดีตพระกริสนัยคือ กริสนัย เด็กหนุ่มเลือดร้อนและ วู่วาม มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักศึกษาต่างสถาบันจนต้องขึ้นโรงพักอยู่บ่อย ๆ จนทำให้ สุรีย์ ผู้เป็นแม่กลุ้มใจอยู่เสมอ ซึ่งครั้งหนึ่งทะเลาะวิวาทจนได้รับบาดเจ็บ และไปทำแผลที่โรงพยาบาลทำให้กริสนัยได้พบกับ “จินตนา” พยาบาลฝึกหัด กริสนัยรู้สึกชอบจินตนาตั้งแต่แรกเห็น
คืนหนึ่งคู่อริของกริสนัยมา ดักทำร้ายที่หน้าบ้าน สุรีย์เอาตัวเองเข้าบังและถูกมีดแทงแทน กริสนัยรีบพาสุรีย์ส่งโรงพยาบาลและเริ่มสำนึกได้ จึงคอยเอาใจใส่สุรีย์จนหายดี กริสนัยก็ตัดสินใจ บวช เพื่อทดแทนคุณมารดาส่วนจินตนาก็รู้สึกเป็นห่วงพระกริสนัยจึงขอสมัครเป็น พยาบาลอาสาในหน่วยแพทย์อาสาของโรงพยาบาล เพราะต้องการช่วยเหลือคนเจ็บตามชนบทและติดตามข่าวคราวของพระกริสนัย แล้วความหวังของจินตนาก็เป็นผล เธอได้พบกับพระกริสนัยที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในชนบท แต่พระกริสนัยไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวทางโลก หมออนุชิตมีทีท่าชอบจินตนา แต่ก็คอยให้กำลังใจจินตนาให้ได้พบกับพระกริสนัย
พระกริสนัยเริ่มออก ธุดงค์ และ ได้พบกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย เช่นกลุ่มโจรที่ปั๊มน้ำมันได้จับเด็กผู้หญิงเป็นตัวประกัน พระกริสนัยเสนอตัวเองให้เป็นตัวประกันแทนระหว่างนั้นพระกริสนัยได้ใช้หลัก ธรรมสั่งสอนให้กลับตัวกลับใจยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังจากนั้นพระกริสนัยก็ได้ออกเดินธุดงค์ต่อได้ไปปักกลดตามหมู่บ้านๆ และพระกริสนัยก็ได้ใช้หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาช่วยขัดเกลาจิตใจให้กับผู้คน ตามหมู่บ้านๆ พระกริสนัยปรึกษาเรื่องที่ฝันถึงดินแดนแห่งหนึ่งกับพระอาจารย์โพและพระ อาจารย์โพบอกกับพระกริสนัยว่าดินแดนแห่งนี้อาจจะเป็นที่ที่รอให้พระกริสนัย ไปให้ถึง และพระกริสนัยก็ได้ธุดงค์มาถึงป่าลึกและปักกลดในถ้ำแห่งหนึ่ง
ส่วน หมออนุชิตหลังจากเข้าไปช่วยทหาร หมออนุชิตก็กลับออกมาในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส จินตนาจึงต้องคอยดูแลจนกระทั่งอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ หมออนุชิตตัดสินใจขอจินตนาแต่งงาน แต่จินตนาไม่ให้คำตอบ จินตนากับสุรีย์ไปเยี่ยมอาจารย์โพเมื่อไปถึงก็พบว่าอาจารย์โพได้มรณภาพในท่า นั่งขัดสมาธิ ซึ่งระหว่างนั้นพระกริสนัยได้นั่งทำสมาธิอยู่เช่นกัน และพระอาจารย์โพก็ได้ปรากฎตัวพร้อมกับบอกว่าการเดินทางของพระอาจารย์สิ้นสุด ลงแล้ว ในขณะที่พระกริสนัยปักกลดอยู่ที่ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แห้งแล้ง และกันดาร และกำลังเผชิญกับปัญหาโรคระบาดพระกริสนัยได้พบกับ”นางมงคล” ที่จะเพิ่งสูญเสียลูกชายไป ด้วยความไม่มีเงินพระกริสนัยจึงเป็นธุระทำศพให้
นาง มงคลจึงถวายที่ดินของตนให้พระกริสนัย พระกริสนัยได้ติดต่อให้สุรีย์และจินตนามาหา เมื่อทั้งคู่มาพบก็ได้เห็นพระกริสนัยกับพวกชาวบ้านกำลังพลิกผืนดินที่แห้ง แล้งให้กลายเป็นวัดบนผืนดินที่นางมงคลถวายให้ พระกริสนัยได้ตั้งปณิธานว่าจะขอเป็นพระอยู่ที่วัดนี้ตลอดชีวิตและขอโทษ สุรีย์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของลูก และบอกให้จินตนาค้นหาความต้องการของตัวเองให้พบ จินตนาเก็บคำพูดของพระกริสนัยไปตรึกตรอง แล้วก็ได้รู้ว่าตนเองนั้นต้องการอะไร
ดินแดนแห่งความฝันของพระกริสนัยจะมีจริงหรือไม่ พระกริสนัยสามารถค้นพบได้อย่างไร คอยติดตามในละครเรื่อง พุทธานุภาพ
พิษสวาท 2534
พิษวาท เริ่มเรื่องที่พระเอกของเรื่อง “อัคนี” นักโบราณคดีหนุ่ม ผู้ลุ่มหลงของโบราณ เขามีสาวที่ดูใจอยู่แล้ว คือ”ทิพอาภา” แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลงเอยกับเธอสักที ในใจของเขาเหมือนรอคอยใครคนหนึ่งเสมอมา
แล้ว “สโรชินี” ก็ก้าวเข้ามา หญิงสาวงามเฉิดโฉม พิลาสพิไลยิ่งนัก แต่ความเป็นมาลึกลับ รู้กันแต่เพียงว่า เธอเป็นเศรษฐีนีผู้นิยมของโบราณจากอยุธยา และเธอก็มีชิ้นส่วนของศิราภรณ์ซึ่งเป็นส่วนที่ต่อกับของที่อัคนีกำลังทำ วิจัยอยู่
การมาของเธอแต่ละครั้งนั้น สร้างความอกสั่นขวัญแขวน ให้กับคนรอบข้าง อย่างบอกไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร ทว่าความเริ่มตายบังเกิดขึ้นอย่างผิดธรรมชาติกับคนรอบตัวเธอ หากแต่ย้อนหลังไปคนเหล่านั้น ให้สัจจะสาบานกับแผ่นดินเอาไว้ มันผู้ใดผิดคำสาบาน จักต้องหลั่งเลือดคืนให้แผ่นดิน ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไร แต่ทุกคนรู้สึกว่าสโรชินีมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
การมาของสโรชินี นำเอาอดีตอันไกลโพ้นของ”อุบล” หญิงสาวชาววังเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตกมาด้วย กงกรรมเริ่มหมุนเวียนอีกครั้ง กว่าทุกตัวละครจะเกิดมา พบเจอกันในชาติภพนี้ ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น…
พิษพยาบาท
นักแสดงละคร พิษพยาบาท
ฉัตรชัย เปล่งพานิช
วาสนา พูนผล
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี
พิมมาลา
“รู้จักให้…ในสิ่งที่คนอื่นอยากได้ ” คือคำขวัญประจำใจของ เพรียว (อธิชาติ ชุมนานนท์) ชายหนุ่มเชื้อสายจีน ลูกชาย เถ้าแก่ชั้น (เหมียว แมคอินทอช) และ ยามถม (ศิรินุช เพ็ชรอุไร) เพรียวเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี เชื่อมั่นในตัวเองและทำงานเก่ง เขามีความสามารถเรื่องการดูจิตใจของคนอื่น รู้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการและเมื่อเขาให้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการเขาก็จะได้ รับในสิ่งที่เขาอยากได้กลับคืนมาเสมอ พ่อของเขาเปิดกิจการผ้าทอ โดยมีพี่สาวสองคนคือ สายพร (อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์) กับ ยุพิน (สโรชา วาทิตตพันธ์) ซึ่งเป็นคนดูแลกิจการทอผ้าของครอบครัวเป็นหลักแต่พ่อแม่ไม่เคยเห็นความสำคัญ
เพรียวเรียนเก่งแต่ไม่ได้เก่งแบบอัจฉริยะ เป็นเพราะเขารู้ในนิสัยของอาจารย์แต่ละคนว่าชอบอะไรแล้วทำในสิ่งที่อาจารย์ ชอบ ผลก็คือผลการเรียนที่ได้รับมากกว่าคนอื่น เมื่อเรียนจบเขาได้ทำงานที่ ห้างเซนซูยา เพราะรู้จักับ ทศกร (นพชัย มัททวีวงศ์) ญาติห่าง ๆ ของ ศรสิทธิ์ (ดิลก ทองวัฒนา) และ ฟ้างาม (จินตหรา สุขพัฒน์) น้องสาวของศรสิทธิ์ เจ้าของห้างเซนซูยา โดยมี ดล (สุรินทร คารวุตม์) และ นาง (คลาวเดีย จักรพันธุ์) เป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งนางนั้นเกลียดผู้หญิงสวยและแกล้งผู้หญิงสวยทุกคนที่มาทำงานด้วย สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพรียว คบ ข่ายแก้ว (มรกต หทัยสีวงศ์) เป็นแฟนเพราะช่วยเรื่องการเรียนแต่พอเรียนจบก็ห่างกันไปเพราะเธอไปเรียนต่อ ต่างประเทศ
ในเรื่องความรัก เพรียว มักคบผู้หญิงคราวละ 2 คน เรียกว่าคอยสับหลีก ฟ้างามพาลูกสาวคือ น้ำนวล (ชีรณัฐ ยูสานนท์) มาฝึกงานและให้เพรียวดูแล น้ำนวลมักจะฝันถึง สาวสวยแสนงามคนหนึ่ง ในฝันน้ำนวลรู้สึกคุ้นเคยกับหญิงสาวคนนี้เป็นอย่างดี เธอถามผู้หญิงคนนั้นว่าชื่ออะไรหญิงสาวตอบว่าชื่อ รัมภา น้ำนวลจำภาพรัมภาได้ชัดเจนและคิดว่ารัมภาเป็นนางฟ้า
เมลานี (วรันลักษณ์ ศิระมะณีวัฒนา) ลูกสาวของ ศรศิลป์ และ มานิดา (ชนานา นุตาคม) มาฝึกงานที่แผนดประชาสัมพันธ์ เธออาละวาดจน เต็มตา (พรรษชล สุปรีย์) แฟนของเพรียวต้องกระเด็นออกไป น้ำนวลเริ่มมีใจกับเพรียว แต่เพรียวก็ได้มาพบกับ อินทุพร (วิรากรานต์ เสณีตันติกุล) สาวนักเรียนนอกจึงเริ่มสานสัมพันธ์ แถมเซนซูยามีพนักงงานใหม่คือ ดารณี (มิรา โกมลวณิช) เข้ามาเพรียวก็ผิดคำพูดตัวเอง เขาคบทั้ง เต็มตา ดารณี อินทุพร แต่แล้วเขาก้ได้เจอสาวงามคนหนึ่งเธอชื่อว่า รัมภา (ศรีริต้า เจนเซ่น)
ก่อนน้ำนวลจะเรียนจบ เพรียวไปดูนิทรรศการงานวิทยานิพนธ์ของน้ำนวล ทันทีที่เพรียวเห็นภาพเขียนของน้ำนวลที่ชื่อ Angelica ความทรงจำของนางฟ้า ซึ่งน้ำนวลเขียนถึงผู้หญิงในความทรงจำ และจู่ ๆ รัมภาสาวงามก็มาปรากฏตัว เธอบอกว่าเธอชอบงานของน้ำนวล ในงานเดียวกันเพรียวได้พบกับข่ายแก้วโดยบังเอิญ ข่ายแก้วยังคงบอกว่ารักเพรียวเหมือนเดิม ในงานเลี้ยงฉลองเรียนจบของน้ำนวล เพรียวได้พบกับ เมลานี เธอดึงเขามากอดจูบกันอย่างไม่อายใคร น้ำนวลผิดหวังและเสียใจ และไปเรียนต่อต่างประเทศ และกลับมาเมืองไทยพร้อมรูปลักษณ์ที่ทันสมัยพร้อมคู่หมั้นหนุ่ม แวน จิตติวัฒน์ สักกะบุตร (รณเดช วงศ์สาโรจน์) หนุ่มหล่อไฮโซลูกชาย คนเดียวของนักการเมืองชื่อดัง
ดารณีจับได้ว่าเพรียวคบอินทุพร จึงคิดจะกระโดดตึกเพรียวต้องกล่อมจนเธอใจอ่อน เพรียวถูกฟ้างามเรียกเข้าไปตักเตือน เขาจึงตัดสินใจลาออกจากเซนซูยา เพรียวได้พบกับรัมภาอีกครั้งและเธอก็ชื่อสาปเขากลายเป็นหญิงในชื่อ พิมมาลา เพื่อให้เขาได้รู้ถึงความรู้สึกของผู้หญิง และต้องทำภารกิจตามที่นางฟ้ารำภาให้ ตั้งแต่ทำให้ดารณีตาสว่างเรื่องความรัก ต่อมาคือให้ข่ายแก้วตัดอกตัดใจจากเพรียว และต้องให้อินทุพรยกโทษให้เขาให้ได้
พิมมาลาถูกชายฉกรรจ์ฉุดลากขึ้นรถตู้ไป พิมมาลารู้ทันทีว่าเป็นฝีมือของนันท์ที่ต้องการให้ชายฉกรรจ์ข่มขืนแล้วนันท์ จะคลิปไว้แบล็คเมล์ แต่เธอรอดมาได้แถมยังมีหลักฐานมัดตัวนันท์อีกด้วย นอกจากนี้พิมมาลายังช่วยฟ้างามให้เลิกงมงายกับการหาประโยชน์ของ ทวิชา (ประกาศิต โบสุวรรณ) ที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมหลอกลวงคนอีกด้วย จากนั้นเซนซูยาได้ต้อนรับพนักงานใหม่คือ อนุศร (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) ทายาทของเซนซูยาเขาหลงรักพิมาลาทันที
พิมมาลาได้กลับมาเป็นเพรียวและบอกรักน้ำนวลแต่เธอไม่สามารถยกเลิกการแต่งงาน กับแวนได้ เพราะแวนรักน้ำนวลมากทำให้เพรียวปวดร้าว ต่อมาน้ำนวลตั้งท้องและคลอดลูกเป็นหญิงชื่อว่า พิมมาลา ต่อมาพ่อของเขาเสียชีวิตลงและได้แบ่งสมบัติให้เพรียวมากที่สุดแต่เขาขอให้ แบ่งสามคนเท่ากัน หลังจากนั้นอีกห้าปีชีวิตของทุกคนได้ดำเนินไป เพรียวได้สร้างที่พักของคนติดเชื้อ HIV ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเต็มตาด้วย เพรียวได้รับตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการส่วนทศกรเป็นอนุศร และเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อรถของอนุศรประสบอุบัติเหตุและแวนก็ได้รับ บาดเจ็บด้วย แวนรู้ว่าเพรียวคิดอย่างไรกับน้ำนวล เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ความรักของเขากับน้ำนวลจะจบลงเช่นไร ติดตามได้ใน ละคร พิมมาลา
รายชื่อนักแสดงนำใน ละครพิมมาลา
อธิชาติ ชุมนานนท์ แสดงเป็น เพรียว
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ แสดงเป็น พิมมาลา
ศรีริต้า เจนเซ่น แสดงเป็น รัมภา
ชีรณัฐ ยูสานนท์ แสดงเป็น น้ำนวล
รณเดช วงศาโรจน์ แสดงเป็น แวน
จิรายุ ตันตระกูล แสดงเป็น นันท์
เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ แสดงเป็น อนุศร
วรันลักษณ์ ศิริมะณีวัฒนา แสดงเป็น เมลานี
จินตรา สุขพัฒน์ แสดงเป็น ฟ้างาม
ดิลก ทองวัฒนา แสดงเป็น ศรสิทธิ์
วิรากานต์ เสณีตันติกุล แสดงเป็น อินทุพร
พรรษชล สุปรีย์ แสดงเป็น เต็มตา
มรกต หทัยสีวงศ์ แสดงเป็น ข่ายแก้ว
มิรา โกมลวณิช แสดงเป็น ดารณี
สุรินทร คารวุตม์ แสดงเป็น ดล
คลาวเดีย จักรพันธุ์ แสดงเป็น นาง
นพชัย มัททวีวงศ์ แสดงเป็น ทศกร
สโรชา วาทิตตพันธ์ แสดงเป็น ยุพิน
อัญชิสา เลี่ยวไพโรจน์ แสดงเป็น สายพร
เหมียว แมคอินทอช แสดงเป็น ชั้น
ศิรินุช เพ็ชรอุไร แสดงเป็น ถม
ชนานา นุตาคม แสดงเป็น มานิดา
ประกาศิต โบสุวรรณ แสดงเป็น ทวิชา
สุเชาว์ พงษ์วิไล แสดงเป็น หลวงลุง
อัฐพล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา แสดงเป็น ตายิ้ม
พิศวาสอลเวง
วันหนี่ง…วันนั้น…วันไหน วันที่ เธอ ถูกสร้างมาเพื่อ เขา และ เขา ถูกสร้างมาเพื่อ เธอ ฟากฟ้าลิขิตโชคชะตานำพาให้ทั้งสองมาพานพบ อาจเป็ฯความบังเอิญที่ไม่บังเอิญนักและไม่รู้จักความรักเลย แต่มันก็สายเกินไป เพราะโดนกามเทพกลั่นแกล้งเสียหลายตลบจากความเกลียดมาเป็นความรัก จากคู่กัดกลายกลับเป็นคู่ชีวิต ชีวิตคู่ของ เขา และ เธอ จะเป็นคู่เวรคู่กรรม คู่ล้าง คู่ผลาญ คู่สร้างคู่สม ทุกคู่คอยจับตาดูตามใบสั่งของกามเทพ
พระทิณวงศ์
พระทิณวงศ์เป็นโอรสของท้าวพัทวงศ์ และนางสุวรรณประไภย แห่งเมืองสุวรรณรัตนา เหตุที่พระโอรสมีพระนามเช่นนี้ก็เพราะก่อนมีพระประสูติกาล นางสุวรรณประไภยเกิดสุบินนิมิตว่าได้ดวงอาทิตย์มาแนบกับทรวง จำเนียรกาลผ่านไปพระทิณวงศ์เจริญพระชันษาเป็นเจ้าชายน้อยรูปงาม จนพระชนทม์ได้ 12 พรรษาจึงลาพระบิดาและมารดาไปเล่าเรียนศิลปศาสตร์ ระหว่างที่พระทิณวงศ์เดินดั้นด้นตัดเขาลำเนาไพรอยู่นั้น พระอินทร์ได้เมตตาพาไปเรียนวิชากับฤาษีผู้ทรงฤทธิ์
กล่าวถึงเมืองพรมสาลี ท้าวอภัยนุสินและนางสุรัศวดีมีพระธิดานามว่าทิพย์มณฑา ในวันที่นางประสูติมีกลิ่นหอมฟุ้งขจายไปทั่วเมือง โหรหลวงทำนายว่าพระธิดาจะพลัดพรากจากบ้านเมือง และตายพร้อมกับคนรักในที่สุด
ฝ่ายพระทิณวงศ์เรียนวิชาจนสำเร็จและได้ม้านิลรัตน์ซึ่งเป็นม้าวิเศษ พระฤาษีเห็นว่าถึงกาลอันสมควรที่พระทิณวงศ์จะมีคู่ครองเมื่อเพ่งญาณแล้วจึง ให้พระทิณวงศ์มุ่งหน้าไปยังเมืองพรมสาลี พระทิณวงศ์ปลอมเป็นชายพิการแอบในอุทยานเพื่อทดสอบใจ นางทิพย์มณฑาประพาสอุทยานได้พบกับชายพิการแล้วสนทนาด้วย พระขนิษฐาอีก 7 คนที่ตามมาด้วยริษยานางทิพย์มณฑาเป็นทุนเดิมจึงนำความไปเท็ดทูลท้าวอภัยนุ สิน ท้าวอภัยนุสินกริ้วจึงขับนางทิพย์มณฑาไปอยู่กระท่อมปลายอุทยานกับคนพิการ จนเมื่อพระทิณวงศ์ได้แสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์นั่นเองทำให้กลับคืน พระราชวังได้ในที่สุด
แต่เหตุวุ่นวายก็เกิดขึ้นอีกจนได้ เมื่อขนิษฐาทั้ง 7 คนยุยงให้นางทิพย์มณฑาลองใจพระทิณวงศ์ว่ารักจริงหรือไม่ให้คั่วทรายสาดหน้า นางทิพย์มณฑาทำตามแต่พระทิณวงศ์ให้อภัย นางทั้ง 7 ยังไม่วายยุยงซ้ำอีกให้นางทิพย์มณฑาลองใช้มีดสับหน้า คราวนี้พระทิณวงศ์โกรธขี่ม้าหนีไปเพราะตนถูกทำลายโฉมให้อับอายผู้คน นางทิพย์มณฑาวิ่งตามไปง้องอนแต่ไม่เป็นผล ในครั้งนั้นเองถึงคราวสิ้นสุดอายุของนาง นางทิพย์มณฑาพบปี่ที่พระวิษณุกรรมมาบรรดาลไว้ นางหยิบขึ้นมาเป่าเป็นเสียงไพเราะ แต่ทำให้นางใช้ลมมากจนแทบขาดใจ ประกอบกับความเสียใจนางจึงเป่าซ้ำจนขาดใจตาย พระทิณวงศ์ย้อนกลับมาเห็นร่างไร้ลมหายใจของคู่รักก็เกิดความโสมนัสหนักหนาจน ขาดใจตายไปอีกคน ร้อนถึงพระอินทร์ต้องมาชุบชีวิตให้ฟื้นคืนแล้วทั้งสองก็เดินทางกลับเมือง สุวรรณรัตนาที่จากมาหลายปี
กล่าวถึงนางกายวัน เป็นคนที่พระบิดาของทิณวงศ์ได้หมั้นหมายเตรียมไว้ให้ เมื่อพบนางทิพย์มณฑาก็คิดกำจัดให้พ้นทางจึงร่วมมือกับยายเฒ่าบ้าบี๋คนใช้ เก่าแก่ใช้เล่ห์เพทุบายปลอมสาล์นจากท้าวพันทวงศ์พระบิดาของพระทิณวงศ์ว่าให้ พระทิณวงศ์ออกไปคล้องช้างมงคลในป่า เพื่อที่นางจะจัดการนางทิพย์มณฑาในระหว่างที่พระทิณวงศ์ไม่อยู่ พระทินวงศ์ไม่ฉุกเฉลียวใจในกลอุบายจึงจำใจลานางทิพย์มณฑาไปคล้องช้างตามพระ ราชโองการ ขณะนั้นนางทิพย์มณฑามีครรภ์แก่ใกล้คลอด
ยายเฒ่าบ้าบี๋ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ เมื่อเห็นพระทิณวงศ์เสด็จออกจากเมืองไปแล้วก็ร่ายเวทมนต์สะกดคนรับใช้ ข้าราชบริพารและเหล่าทหารในเขตพระราชฐานให้หลับไหลไปจนหมด แล้วนางก็อุ้มนางทิพย์มณฑาไปให้นางกายวัน นางกายวันเห็นนางทิพย์มณฑาครรภ์แก่ก็ยิ่งเกิดความโมโหจึงเข้าทุบตีนางด้วย ความโกรธแค้นที่ทำให้นางหมดโอกาสที่จะเป็นมเหสีของพระทิณวงศ์ นางกายวันออกแรงทุบตีจนนางทิพย์มณฑาหมดสติเหมือนตาย นางกายวันและยายเฒ่าบ้าบี๋จึงนำร่างของนางทิพย์มณฑาไปทิ้งแม่น้ำ
แต่นางทิพย์มณฑายังไม่ตาย นางว่ายน้ำอยู่ 7 วันจึงสามารถขึ้นฝั่งได้ในที่สุด นางกระเสือกกระสนเอาชีวิตของตนเองและลูกในท้องให้รอดด้วยความทุกข์ลำบาก จวบจนนางคลอดพระโอรสที่มีกลิ่นกายหอมเหมือนนาง นางทิ้งพระโอรสไปดื่มน้ำที่ลำธาร ขากลับถูกช้างป่าขวางทางไว้ ระหว่างนั้นวิเรนทันผู้มีกายเป็นเหล็กเพชรมาเห็นพระโอรสน้อยก็เข้าใจว่ามีคน มาทิ้งไว้จึงนำไปชุบเลี้ยง
พระทิณวงศ์ออกตามหาพระชายาและพระโอรส ต้องฟันฝ่าอุปสรรคหลายประการ ระหว่างผจญภัยพระทิณวงศ์ได้ชายาอีก 2 คนคือนางสุวรรณรัศมี และนางวันทมาลัย เป็นเวลาหลายปีกว่าที่คนทั้งหมดจะกลับมาพบและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างผาสุกใน บั้นปลาย
พยัคฆ์ยี่เก

พยัคฆ์ยี่เก เป็นเรื่องราวของศิลปินกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งยึดการแสดง…ลิเก เป็นอาชีพ แม้ความนิยมของคนดูจะลดน้อยถอยลง แต่พวกเขายังคงต่อสู้ ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
บุญเอก อมรินทร์ พระเอกลิเกหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าคณะ ได้นำเอาวิทยาการสมัยใหม่ รวมทั้งเพลงลูกทุ่งที่กำลังอยู่ในความนิยม เข้ามาผสมผสานในการแสดงบนเวที เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ ให้คนดู บางครั้ง บางเรื่อง…เทวดาเหาะลงมาจากฟากฟ้าท่ามกลางหมอกควัน บางครั้ง บางเรื่อง…พระฤษีขี่ช็อปเปอร์ใส่หมวกกันน็อกขึ้นบนเวทีโดยมี อินทิรา น้องสาวของตนเป็นนางเอก เด็ดดวง เป็นตัวโกงประจำคณะและมี น้ำหวาน เป็นดาวยั่วหรือตัวร้าย บุญโอบ ผู้เป็นอาของ บุญเอก คือ ครูฝึกสอน และ ที่ปรึกษานง ภรรยาของ บุญโอบ เป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ของทุกคนในคณะ
ลิเกไฮเทคของ บุญเอก อมรินทร์ ไปแสดงที่ไหน บรรดา แม่ยก ก็จะแห่ตามมาดูขวัญใจของตน โดยเฉพาะ นวล ภรรยาของกำนันเทิด ผู้มีอิทธิพล แม้ไม่พอใจ กำนันเทิด ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงใจเมีย กำนันเทิด ได้ส่ง ทำนุ ลูกชายวัยรุ่นที่กำลังสร้างอิทธิพลแข่งกับพ่อตามไปก่อกวน ทำนุ กลับมาถูกใจ อินทิรา จนไม่กล้าป่วน แถม ทับทิม น้องสาวคนสวยของ ทำนุ ซึ่งกล้าแก่นไม่กลัวคนที่ตามมาด้วย กลับไปหลงใหล บุญเอก แข่งกับแม่ กำนันเทิด จึงต้องชอกช้ำทวีคุณ
บุญเอก ยังมีลิเกคู่แข่งอีกคณะหนึ่งคือ อนุชิต ศิษย์สำราญ โดยมีน้ำอ้อย ซึ่งสวยไม่น้อยหน้าใครเป็นนางเอก ทั้งสองคณะนี้ไม่มีใครยอมใคร ไปตั้งเวทีประชันกันที่ไหน เป็นต้องงัดไม้ตายออกมาสู้กัน แม้บางครั้งคณะ อนุชิต ศิษย์สำราญ จะมีแผนการร้ายๆ แต่ทำอะไรลิเกไฮเทคของ บุญเอกที่ร้องเพราะ รำสวย ไม่ได้ เป็นธรรมชาติ คนแพ้ต่อย ย่อมชวนตี ลิเกสองคณะจึงยกพวกเข้าห้ำหั่นกันบ่อยครั้ง
กำนันเทิด ว่าจ้างลิเกทั้งสองคณะไปเล่นประชันกัน เพื่อฉลองงานวันเกิดให้ นวล ลิเกคณะอนุชิต เดินทางไปก่อน แล้ววางแผนแกล้งลิเกคณะ บุญเอก โดยโรยตะปูเรือใบไว้เต็มถนน รถของบุญเอก คันที่นำหน้ายางแตกทั้งสองเส้น จนต้องใช้รถคันหลังช่วยขนถ่ายอุปกรณ์ฉาก ทางด้าน คน ก็พากันเดินไปเรื่อย ๆ ต้องถือเป็นโชคร้ายที่ฝนลงมาอย่างไม่มีเค้า ทุกคนต้องวิ่งเข้าไปหลบในถ้ำ บุญโอบ ไปพบเป้บรรจุเพชรซุกซ่อนอยู่ จึงเอามาใส่ให้ อินทิราออกแสดงจนวูบวาบไปทั้งเวที ลิเกคณะ บุญเอก จึงชนะ คณะ อนุชิต รับเงินเดิมพันมาทั้งหมด บุญโอบ เองก็ไม่รู้ว่า…เพชร ในเป้ลูกนั้นมาจากไหน
ต้นทางของเพชรในเป้นั้นคือ ประเทศไทย ได้จัดให้มีการแสดงเพชรระดับโลกขึ้นที่กรุงเทพ ฯ หลายประเทศได้ส่งเพชรชั้นสุดยอดเข้ามาร่วมงานด้วย เดวิด นักธุรกิจจากต่างชาติผู้จัดแสดง ได้วางแผนโจรกรรมเพชรที่ตัวเองจัดแสดงอย่างแยบยล ทว่า
เชิด เป็นตัวการปล้นซ้อนแผนของ เดวิด โดยมีผู้วางแผนให้ แต่เมื่อปล้นได้ เชิดกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมนำเพชรไปให้ผู้ว่าจ้าง เพราะราคาจ้างกับราคาเพชรผิดกันมาก เชิด เอาเพชรไปซุกซ่อนไว้ในถ้ำแล้วฆ่าผู้ร่วมงานทุกคน เชิด จึงเป็นคนเดียวที่รู้ว่า เพชร อยู่ที่ไหน เชิด ติดต่อจะขายเพชรให้กับ เสี่ยอ่าง เจ้าพ่อแห่งวงการเพชรเมืองไทย เมื่อตกลงกันได้ เชิด ก็ย้อนกลับมาเอาเพชรในถ้ำ ปรากฏว่า เพชร ทั้งหมดหายไป
เดวิด ส่งการ์ดสาวสามคน สืบหาจนรู้ว่าเพชรตกไปอยู่กับคณะลิเก…เสี่ยอ่าง ก็ส่ง เหว่ย เซียะ และ กัง สามมือพิฆาตของตน ออกติดตามเส้นทางของเพชรเช่นกัน ที่เหนือกว่านั้น…สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งสองนายตำรวจมือปราบแห่งยุค ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เดวิด เสี่ยอ่าง และ เชิด ต่างก็รู้ว่าเพชรไปตกอยู่กับคณะลิเก แต่ยังไม่แน่ใจว่า เป็นลิเกคณะไหน
สามการ์ดสาว ของเดวิด ก็บุกเข้าค้นบ้านของลิเกคณะ อนุชิต ศิษย์สำราญ เพื่อจะหาเพชร เหว่ย และ เซียะ บุกเข้าจับคนในคณะลิเกของ บุญเอก เพื่อจะเอาตัวไปซักถาม แต่..ต้องหน้าหงายกลับไป เพราะทุกคนในคณะร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้ ที่รุนแรงยิ่งไปกว่านั้น…เชิด นำลูกน้องเข้าปล้นบ้านของ บุญเอก อมรินทร์ เพราะต้องการเอาเพชรคืน ทุกฝ่ายทำไม่สำเร็จเนื่องจาก สองตำรวจมือปราบคือ ร.ต.อ. เดชา และ ร.ต.ท. หญิงบังอร ได้วางแผนป้องกันอย่างรัดกุม
ร.ต.อ. เดชา ปลอมตัวไปขอหัดลิเกอยู่กับคณะของ บุญเอก แม้ไม่เต็มใจต้อนรับแต่บุญเอก ไม่อยากขัดใจ อินทิรา น้องสาวผู้มีใจให้ เดชา สำหรับ บุญเอก กับ บังอร ต้องถือเป็นคู่อริตลอดกาลแม้จะมีจิตใจให้กัน แต่ทั้งคู่ต่างก็ซุกซ่อนไม่ยอมเปิดให้อีกฝ่ายรู้เห็น
กลุ่มเหล่าร้ายเปลี่ยนแผนการใหม่ โดยหันมาร่วมมือร่วมใจกัน เสี่ยอ่าง ทุ่มเงินจ้างลิเกทั้งสองคณะมาเล่นประชัน..ล้มเงินรางวัลกัน แถมมีเงินรางวัลล่อใจ สำหรับลิเกคณะที่มีเครื่องประดับสวยงาม เพราะคาดหวังว่า..ลิเกคณะใดที่ครอบครองเครื่องเพชรอยู่ จะนำออกมาแต่งโชว์ และก็เป็นไปตามคาดหมาย เมื่อถึงวันงาน บุญโอบ งัดเครื่องเพชรออกมาให้ อินทิรา สวมใส่อีกครั้ง
หมอลำซิ่ง ซึ่ง เดวิด จัดมาให้ความครึกครื้นในงานเล่นเสียงดังเกินเหตุ จนลิเกทั้งสองคณะเล่นกันไม่รู้เรื่อง ตุ๊ ตัวโกง ของคณะ อนุชิต จึงร้องกลอนถาม เด็ดดวง ตัวโกงของคณะ บุญเอก ว่าจะเอายังไงดี เด็ดดวง ก็ร้องกลอนตอบเป็นทำนองว่า รวมตีนซะเลย หมอลำซิ่ง กลับถามมาว่า..เก่งแต่ปากหรือเปล่า ลิเกทั้งสองคณะจึงยกพวกเข้าตะลุมบอนกับหมอลำซิ่ง ที่พร้อมจะมีเรื่องอยู่แล้ว เดชา จำต้องโดดเข้าช่วยพวกลิเก เหว่ย และ เซียะ ได้โอกาสก็ตรงฉุด อินทิรา จากหน้าเวที หมู่ชื่น ปราดเข้าขวางก็ถูกยิงทรุด บุญโอบ เข้าช่วยจึงโดนยิงอีกคน เหว่ย และ เซียะ เอาตัว อินทิรา ที่แต่งเครื่องเพชรหนีไปได้
ทว่า เหว่ย และ เซียะ ไปได้แค่ครึ่งทาง ทำนุ ผู้ซึ่งหลงใหล อินทิรา และ ชำนาญเส้นทางกว่าก็มาดักหน้าแย่งชิงตัว อินทิรา ไปได้ แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำนุ กลับนำตัว อินทิรา ไปส่งมอบให้กับ เดวิด รางวัลที่ ทำนุ ได้รับคือ ถูกการ์ดสาว ยิงจนทรุด เดวิด พา อินทิรา มาได้อีกครึ่งทางก็พบกับด่านสำคัญ นั่นคือหมอมนตรี และ สว.ป. มงคล
หมอมนตรี ที่คนทั้งตำบลรู้จักคือ..หมอใจบุญที่รับรักษาให้ทุกคน ทุกโรค จะได้เงินหรือไม่ได้เงินไม่เคยสนใจ แต่เบื้องหลังที่ไม่มีใครรู้คือ เขาเป็นผู้วางแผนการปล้นเพชรให้กับ เดวิด เป็นตัวการใหญ่ผู้ค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ เป็นผู้วางแผน ยัดยาเสพติดใส่กล่องสินค้าของโอทอป เมื่อเรื่องทำท่าจะเปิดเผยก็หลอก ใหญ่ มาเป็นแพะ เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด บุคคลที่คอยช่วยสานงานของ หมอมนตรี ให้ลุล่วงตามเป้าหมายคือ สว.ป. มงคล
พ.ต.ต. มงคล เป็นสารวัตรปราบปรามที่ย้ายไปประจำอำเภอชายแดน จ.สระแก้วเพื่อร่วมมือกับ มนตรี อย่างใกล้ชิด มงคล กล้าได้กล้าเสีย กล้าทำในสั่งที่คนอื่นคาดไม่ถึงอยู่เสมอ
มงคล และ มนตรี รู้ดีว่า ทุกคนมาชุมนุมกันที่วัดหลังถ้ำเพราะ เครื่องเพชร มงคลและ มนตรี จึงไปดักรอในจุดที่ทุกคนต้องผ่านคือปากทางถนนเข้าวัด เมื่อ เดวิด นำตัว อินทิรา ขึ้นรถหนีเขาก็ไปติดอยู่ที่ปากทางนี้เอง มนตรี ได้สอนวิธีปล้นซ้อนให้ เดวิด รู้จักโดยการฉกตัว อินทิรา ที่ยังใส่ชุดเครื่องเพชรไปอย่างง่ายดาย
มงคล และ มนตรี นำตัว อินทิรา มาขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ ซึ่งสถานีปลายทางจัดส่งตู้สินค้า และ ตู้โดยสารที่หมดสภาพเข้าโรงงานซ่อม มงคล จึงใช้รถขบวนนี้ขนยาเสพติด และ อาวุธสงครามในคราวเดียวกัน..เมื่อขบวนรถเคลื่อนออกจากสถานี มงคล และ มนตรี ช่วยกันปลดเครื่องเพชรจาก อินทิรา จนไม่รู้ว่า..บุญเอก และ เดชา ขึ้นมาบนขบวนรถ รวมทั้ง เชิด และ ดารา ขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน เชิด คว้ากระเป๋าเครื่องเพชรจะโดดลงจากรถไฟ ดารา ก็เข้าขวางไว้ จึงเป็นที่เปิดเผยว่า…ดารา คือคนที่วางแผนให้ เชิด ปล้นซ้อนปล้นบังอร บินพารามอเตอร์ลงบนตู้รถไฟเพื่อบังคับให้ขบวนรถหยุด
ทว่า มงคล และ มนตรี วางแผนไว้หลายชั้น ลูกน้อง ที่ขึ้นมาบนขบวนรถตามรายทางระหว่างรถวิ่ง เป็นตัวช่วยที่คอยยิงสกัดกั้นเปิดทางให้ มงคล มนตรี นำ อินทิรา และ เครื่องเพชรทั้งหมดหนีรอดไปอย่างไร้ร่องรอยรวมทั้ง ดารา และ เชิด
บังอร บุญเอก เดชา รวมทั้งตำรวจที่ติดตามขบวนรถมา ต่างพากันมึนตึบ ไม่รู้จะไปตามกลุ่มวายร้ายได้ที่ไหน จ่าแม้น บอกมีคนเดียวที่น่าจะรู้คือ กำนันเทิด
กำนันเทิด โกรธแค้นเพราะ ทำนุ ถูกยิง รับอาสาพาลุยทันทีเพราะรู้ดีว่า หมอมนตรีมีโรงโม่หินทิ้งร้างอยู่ ทว่า..ก่อนที่ กำนันเทิด จะนำทุกคนไปถึงเชิด ได้นำหน้าพาลูกน้องลุยไปก่อนแล้ว
เชิด และ ลูกน้อง อีกหลายคนตายในการต่อสู้ แต่..มงคล และ มนตรี ก็ใช่ว่าจะหนีรอดไปได้ บุญเอก และ เดชา ถล่มอย่างไม่ยั้งมือ จะมีที่โชคร้ายก็คือ อินทิรา ถูกลูกหลงเข้าที่ท้องฟุบจมกองเลือด และเมื่อเคลียร์พื้นที่แล้วจึงรู้ว่า ดารา และ กระเป๋าใส่เพชรหายไปพารามอเตอร์ถูกส่งขึ้นบินทั่วพื้นที่ อ. ชายแดน
พอได้รับแจ้งทางวิทยุ บังอร ก็โดดขึ้นรถขับอย่างลืมถอนคันเร่ง เพียงไม่นานนักก็ แซงรถของ ดารา ที่กำลังจะถึงด่านชายแดน..และแล้ว ดารา ก็ได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกับ บัลลังก์ อินทิรา หายป่วย เธอประกาศเลิกเล่นลิเกเพื่อแต่งงานกับ ผู้กองเดชา บุญเอก ต้องเสาะหานางเอกคนใหม่ บุญเอกจะได้ ใครเป็นนางเอกลิเก?
ผู้กำกับ : ทองก้อน ศรีทับทิม
ผลิตโดย : โคลีเซี่ยมฟิล์ม
เขียนบท : อารีย์ ทองน้อย, มัสยา บัวแย้ม, ปองพล ทองอ่อน
บทประพันธ์ : คมน์ อรรฆเดช, ศิวาวุธ ไพรีพินาศ
อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร … บุญเอก อมรินทร์
ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ … อินทิรา อมรินทร์
สุธิราช วงศ์เทวัญ … ร.ต.อ.เดชา ชาญณรงค์
จิลล์ โรเจอร์ … ร.ต.ท.บังอร รุจิเรข
ชูศรี เชิญยิ้ม … หมู่ชื่น
โอลิเวอร์ บีเวอร์ … เดวิด
นาตยา จันทร์รุ่ง … นวล
ชุมพร เทพพิทักษ์ … หมอมนตรี
พินัยกรรม
โกเมศ ( รุจน์ รณภพ ) และมรว.มารุต ( เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ ) เพื่อนรักที่ร่วมบุกเบิกกิจการโรงแรมจันทร์สุกิจมาด้วยกัน แต่เพราะความทะเยอทะยานของพิราวรรณ ( ลินดา ค้าธัญเจริญ ) ภรรยาลับของโกเมศที่พยายามยุยงโกเมศให้หักหลัง มรว.มารุต
จนในที่สุด มรว.มารุตล้มละลาย และเกิดอาการคลุ้มคลั่งถึงขั้นสังหารลูกเมียตัวเองทิ้ง ก่อนจะฆ่าตัวตายตามเพื่อรักษาศักดิ์ศรี คนที่รอดมาได้มีเพียง มล.จงชนะ ( พนมกร ตังทัตสวัสดิ์ ) บุตรชายคนเล็ก ที่ได้รับการช่วยเหลือจาก มล.จิตรี ( เก็จมณี วรรธนะสิน ) ซึ่งสุดท้ายตัวเธอเองกลับต้องหายสาบสูญไปในกองเพลิงซึ่งผู้เป็นพ่อจุดเผาทุก สิ่งทุกอย่างจนวอดวาย
ฝ่านนภา ( โฉมฉาย ฉัตรวิไล ) ภรรยาหลวงของโกเมศรู้สึกสะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เธอจึงได้ขอหย่าขาดจากโกเมศและรับตัวจงชนะไปอุปถัมภ์ โดยถือว่าเขาเป็นเสมือนลูกแท้ ๆ ของเธอ เช่นเดียวกับกฤชเพชร ( ชาคริต แย้มนาม ) ผู้เป็นสายเลือดระหว่างเธอกับโกเมศ และการจากไปของนภานั้นมีเพียงภูผา ( ภูธเนศ หงษ์มานพ ) ลูกบ่าวผู้สัตย์ซื่อเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อ้อนวอน เพื่อขอติดตามเธอไปด้วย และความจงรักภักดีของ ภูผาทำให้นภายอมรับเขาเป็นลูกอีกคนหนึ่ง
นภา กับลูก ๆ ทั้งสามไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่บ้านพักหลังหนึ่งและได้รู้จักกับครอบครัว ของสายัณห์ ( เคน ฉัตรรังสีกุล ) เพื่อนบ้านซึ่งเป็นพ่อหม้ายลูกติดถึงสองคน คือ ต๋อย ( นพพร กำธรเจริญ ) และหนูยุ่น ( ภารุจีร์ เข็มสวัสดิ์ ) ด้วยความโอบอ้อมอารีของสายัณห์ทำให้สองครอบครัวสนิทสนมกันเรื่อย ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปพวกเด็ก ๆ ต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาวและรักใคร่กลมเกลียวกันราวกับเป็นพี่น้องร่วมสาย เลือด
เมื่อเวลาผ่านไป ภูผาได้ทำงานเป็นโบรคเกอร์ อยู่ในบริษัทเงินทุนแห่งหนึ่ง ส่วนจงชนะก็สามารถสอบชิงทุนเรียนต่อได้สำเร็จ ขณะที่กฤชเพชรนั้นกลับลอยชายไปวัน ๆ กับอาชีพเซลล์แมนของเขา ถึงแม้นภาจะนึกกังวลกับอนาคตของลูก ๆ แต่เธอก็วางใจว่าชีวิตของพวกเขาคงไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีเหมือนอย่างที่โกเมศ กับ มรว.มารุตเคยเป็น
ขณะเดียวกันทางด้านโกเมศก็เริ่มล้มป่วยด้วย อาการเนื้องอกในสมอง หนำซ้ำยังรู้ความจริงว่าพิราวรรณกับลูก ๆ ของเธอคือ เพริศ ( กริช หิรัญพฤกษ์ ), แพร ( จุฬาลักษณ์ กฤติยารัตน์ ) และพฤกษ์ ( กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ) กระทำการรวมหัวเพื่อวางแผนยึดอำนาจทั้งหมดของเขาอีกด้วย และในยามนี้เองโกเมศเริ่มหวนนึกถึงกฤชเพชรผู้เป็นสายเลือดแท้ ๆ ของตน เขาเลยทาบทามให้กฤชเพชรเข้ามาช่วยงานที่โรงแรม หากแต่กฤชเพชรไม่พอใจกับการกระทำอันไร้เยื่อใยของโกเมศที่มีต่อนภา กฤชเพชรเลยออกปากปฎิเสธไปทันที
แต่ทว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น เรื่องร้ายก็ได้เกิดขึ้นเมื่อพิราวรรณ กับลูก ๆ ได้เข้ายึดอำนาจของโกเมศจนเป็นผลสำเร็จ และบีบให้โกเมศตัดสินใจฆ่าตัวตายในโรงแรมจันทร์สุกิจนั้นเอง ซึ่งการตายอันมีเงื่อนงำของโกเมศสร้างความสงสัยให้แก่สารวัตรเสกสรร ( ทองขาว ภัทรโชคชัย ) ผู้รับผิดชอบคดีเป็นอันมาก
เนื่องจากพบว่า เบาะแสหลายประการที่ส่อเค้าว่าโกเมศอาจจะถูกฆาตรกรรม ซึ่งบุคคลที่น่าสงสัยในเวลานั้นนอกจากครอบครัวของพิราวรรณแล้วยังมีจินดา ( เก็จมณี วรรธนะสิน ) นางพยาบาลส่วนตัวของโกเมศ ที่โกเมศให้ความสนิทสนมจนเคยมีข่าวลือว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อ กัน
หลังจากการตายที่มีเงื่อนงำของโกเมศ ทำให้กฤชเพชรได้เข้ามารู้จักจินดาตัวจริง เลยส่งผลให้กฤชเพชรรู้สึกไม่ถูกชะตากับจินดาอย่างรุนแรง แล้วยิ่งการที่จินดามาสนิทสนมกับภูผาพี่ชายของเขา ก็ยิ่งทำให้กฤชเพชรมองจินดาในแง่ร้ายมากยิ่งขึ้น ขณะที่จงชนะกลับรู้สึกกระตือรือร้นกับพินัยกรรมของโกเมศที่แบ่งมรดกให้แก่ เขากับกฤชเพชร โดยนัยว่าเพื่อเป็นการไถ่บาปที่โกเมศเคยทำไว้ก่อนตาย
ด้วย พินัยกรรมดังกล่าวนี้เองที่ทำให้กฤชเพชร, จงชนะและภูผา ต้องเข้ามาบริหารงานในโรงแรมจันทร์สุกิจ โดยมีชาญยุทธ ( รอง เค้ามูลคดี ) อดีตคนสนิทของ มรว.มารุต คอยให้การดูแล ซึ่งการเข้ามามีส่วนร่วมบริหารงานโรงแรมจัทร์สุกิจครั้งนี้ พวกเขาต้องเผชิญกับแรงบีบคั้นต่าง ๆ นานาจากพิราวรรณและลูก ๆ ที่ต้องการกำจัดพวกเขาไปให้พ้นจากอาณาจักรของเธอ หากแต่กฤชเพชรก็ยังฝืนทนสู้เพราะต้องการพิสูจน์ให้ได้ว่า พิราวรรณ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของ โกเมศ
แต่ในที่สุดทั้งสามคนก็ต้อง ติดกับของพิราวรรณ เมื่อภูผาเปิดโปงคดีฉ้อโกงของพิราวรรณ เพื่อเป็นหลักฐานโยงไปสู่การตายของโกเมศ แต่มันกลับทำให้ตัวเขาต้องถูกจับด้วยข้อหาขโมยข้อมูลลับทางธุรกิจ จนเป็นเหตุให้จงชนะที่พยายามปกป้องเขา ต้องถูกรุมทำร้ายจนแทบปางตาย
เวลา นั้นจึงเหลือเพียงกฤชเพชรคนเดียวที่ต้องหาทางช่วยภูผาให้พ้นโทษ กฤชเพชรและจินดาจึงเข้ามาร่วมมือกันเพื่อหาทางเปิดโปงพิราวรรณจนเป็นผล สำเร็จ ทำให้พิราวรรณและลูก ๆ ถูกปลดจากอำนาจไปในที่สุด ทุกอย่างทำท่าว่าจะลงเอยไปด้วยดี และกฤชเพชรเชื่อว่าฆาตรกรตัวจริงที่ฆ่าพ่อของตนจะต้องถูกเปิดโปงในไม่ช้า
แต่ แล้วเขาก็ต้องคาดไม่ถึงเมื่อพิราวรรณถูกฆาตรกรสังหารก่อนได้ขึ้นศาล จนเป็นเหตุให้พฤกษ์ลูกชายคนเล็กของเธอเข้าใจว่ากฤชเพชรเป็นคนฆ่าพิราวรรณ เพื่อหวังที่จะครอบครองตำแหน่งประธานบริหารโรงแรมแทนพิราวรรณ พฤกษ์เลยบุกเข้ามาแก้แค้นกฤชเพชรและทำร้ายหนูยุ่นซึ่งบังเอิญอยู่ใน เหตุการณ์จนได้รับบาดเจ็บ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหนูยุ่นทำให้จง ชนะที่หลงรักหนูยุ่น ต้องแตกหักกับกฤชเพชรเพราะโทษว่าเขาเป็นต้นเหตุทำให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น ส่งผลให้กฤชเพชรเกิดความสะเทือนใจมากขึ้น เพราะแท้จริงแล้วเขาก็หลงรักหนูยุ่นอยู่ก่อนหน้าจงชนะเสียอีกหากแต่เพราะ ต้องการเสียสละ เขาเลยเปิดทางให้จงชนะมาตั้งแต่ต้น
ความเป็นไปที่ เกิดกับครอบครัวของพิราวรรณ ทำให้ภูผาต้องร่วมมือกับสารวัตรเสกสรรเพื่อค้นหาฆาตกรตัวจริงต่อไป อีกทางหนึ่งเขาก็ได้ฝากฝังจินดาที่ย้ายมาทำงานในจันทร์สุกิจให้คอยดูแลกฤช เพชรแทนเขา
แต่แล้วความจริงก็กลับเฉลยออกมาเมื่อภูผาต้องพบว่าแท้ จริงคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมด คือ ชาญยุทธนั่นเอง โดยชาญยุทธมีเจตนาที่จะโค่นล้ม โกเมศ และ พิราวรรณ เพื่อผลักดันจงชนะทายาทของ มรว.มารุต ให้กลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง แต่ความลับดังกล่าวที่ได้มากลับต้องแลกด้วยการจบชีวิตของ สารวัตรเสกสรร จากน้ำมือของชาญยุทธ
จากนั้นชาญยุทธก็ได้ฆ่าตัวตายเพื่อให้ความลับเกี่ยวกับคนบงการที่แท้จริงต้องดำมืดเป็นปริศนาต่อไป และเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร
รายชื่อนักแสดงละคร พินัยกรรม
1. เก็จมณี วรรธนะสิน
2. ชาคริต แย้มนาม
3. ภูธเนศ หงษ์มานพ
4. พนมกร ตังทัตสวัสดิ์
5. กริช หิรัญพฤกษ์
6. รุจน์ รณภพ
7. ลินดา ค้าธัญเจริญ
8. โฉมฉาย ฉัตรวิไล