มนต์รักข้าวต้มมัด

เรื่องรักวุ่นวายของ “ช่อม่วง”(แพท-ณปภา ตันตระกูล) หลานสาวสุดแสบของคุณยาย “แช่มชื่น”(ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้ผลิตข้าวต้มมัดรายใหญ่ของกรุงเทพ ข้าวต้มมัดของยายแช่มโด่งดังไปทั่วทั้งสี่มุมเมือง ทำส่งขายตลาดมากเป็นอันดับหนึ่ง ยายแช่มมีฝีมือทางด้านการทำข้าวต้มมัด พอๆกับความเชี่ยวชาญทางการจับคู่ หลังจากตระเวนจับคู่ให้คนมามากมาย

ถึง เวลาของหลานสาวสุดเลิฟที่ยังครองตัวเป็นโสดแถมยังแซบซะจนยายแช่มเป็นห่วงว่า ถ้าวันนึงยายเป็นอะไรไปแล้วช่อม่วง คงจะเหี่ยวคาคาน เอ๊ย! ช่อม่วงจะอยู่ตัวคนเดียวได้ยังไง ว่าแล้วก็คิดแผนเด็ดจะจับหลานสาวจอมเฮี้ยวแต่งงานกับ “ตงฉิน”(รัฐภูมิ โตคงทรัพย์) หลานชายสุดเลิฟ..เลิฟของ “อาม่ากิมท้อ”(กอบสุข จารุจินดา) เพื่อนซี้ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เป็นสาวๆ

ทันที ที่ช่อม่วงและตงฉินรู้ข่าวการคลุมถุงชนทั้งสองคนปฎิเสธหัวชนฝาคอนกรีต ร้องกรี๊ดๆ ไม่ย๊อม..ไม่ยอม ตงฉิน กับ ช่อม่วง เป็นคู่กัด คู่ปรับ กันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยบุคลิกและนิสัยที่เหมือนกันราวกับโขลก ทั้งปากจัด ช่างประชดประชัน เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ยอมคน เจอกันทีไรเป็นต้องบรรลัยทุกที ที่สำคัญหัวใจของช่อม่วง ไม่มีที่ว่างเหลือไว้สำหรับผู้ชายอื่นแม้แต่ ๑ ตารางมิล เพราะทั้งหัวใจเธอยกให้ “ลายไท”(อรรคพันธ์ นะมาตร์)

เจ้า ของไร่กล้วยที่ส่งกล้วยและใบตองให้ที่บ้านมาเนิ่นนานหลายสิบปี เพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ช่อม่วงแอบรักพี่ลายไทหัวทิ่มหัวตำ แก่นเซี้ยวกับทุกคนทั่วหล้า แต่ต้องตกม้าตายตอนเจอพี่ลายไททู๊ก…ครั้ง ด้วยความเป็นผู้ชายแสนอบอุ่น จริงใจ สไตล์ไทยแท้ ช่อม่วงเกิดอาการแพ้อย่างแรง แต่ถึงแม้เธอจะพยายามตีสนิทใกล้ชิดมากแค่ไหน ลายไทยังเห็นเธอเป็นแค่ “น้องช่อ” ของพี่ไทมายี่สิบกว่าปีไม่เคยเปลี่ยน (เฮ่อ….)

ใน ขณะที่ตงฉิน ถึงจะตั้งหน้ากินเกาเหลากับช่อม่วงเจอกันทีไรกัดกันทุกที มีแต่ความแข็งกระด้าง เป็นอาตี๋ซกมก ไม่อบอุ่น ไม่อ่อนโยน ไม่มีน้ำใจ (ในสายตาช่อม่วง) แต่เขากลับมีความรักที่แสนจริงใจให้กับ “ฟองดาว”(ชิดจันทร์ รุจิพรรณ) หลานสาวของ “หม่อมแจ่มใส”(มณีนุช เสมรสุต) ผู้ดีเก่าสุดเค็ม และเขี้ยวเพื่อนบ้านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอาม่ากิมท้อ ตระกูลฟองดาวเป็นนักดนตรีไทยที่เคยถวายงานอยู่ในวัง

ปัจจุบัน หม่อมเปิดบ้านทำเป็นโรงเรียนสอนรำไทย และดนตรีไทย โดยมีฟองดาวเป็นคนดูแลฟองดาวเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อม ทั้งรูปทรัพย์ ชาติตระกูล การศึกษา กริยามารยาทที่ถอดออกมาจากหนังสือกุลสตรีไทย

ตงฉิน ตกหลุมรักคุณหนูฟองอย่างหัวปักหัวปำ เจอทีไร เป็นใจอ่อน ตัวอ่อน พูดจานิ่มนวล ชวนเคลิ้มทุกครั้งไป แต่ไม่ว่าตงฉินจะแสดงออกถึงความรักมากมายแค่ไหน แต่คุณหนูฟองไม่เคยเห็น เป็นได้แค่เพื่อนข้างบ้านเท่านั้น (กรรมจริงๆ)
ในเมื่อหัวใจของ ช่อม่วง และตงฉิน ไม่ได้มีไว้ให้กันและกัน ประกอบกับความชิงชังที่มีเป็นทุนเดิมทำให้ปฎิบัติการ “ชิ่ง” การแต่งงาน จึงเริ่มต้นขึ้น !!

หลังจากที่ทั้งสอง คนยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าไม่มีวันแต่งงานกัน แต่ยายแช่มกับอาม่ากิมท้อไม่ยอมยกเลิก อ้างว่าต้องถือคำสัตย์เหนือสิ่งใด ไม่งั้นตายตาไม่หลับ

ตงฉินและช่อ ม่วง เห็นทีว่าขัดขืนไม่ได้จึงจัดการเก็บกระเป๋าเตรียมหนีไปต่างประเทศกะว่า เรื่องเงียบค่อยย่องกลับ ในการหนีช่อม่วงได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก “รื่นรมย์”(จินตหรา สุขพัฒน์) แม่ที่รู้ใจลูก และต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้ ในขณะที่ตงฉินมี “อาโจว”(พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เตี่ยบังเกิดเกล้าคอยให้ท้ายอย่างเต็มที่ เพราะรื่นรมย์กับอาโจวเกลียดขี้หน้ากันอย่างแรง

เหตุ จากเมื่ออดีตทั้งสองคนเคยจะได้แต่งงานกันแต่อาโจวดันไปทำแม่ตงฉินท้องทำให้ รื่นรมย์เสียหน้า ดีที่พ่อของช่อม่วงไม่ถือสาและยอมแต่งงานด้วย ถึงแม้ตอนนี้ทั้งสองคนจะเป็นหม้ายเพราะสามี กับ ภรรยา ตายไปนานแล้ว แต่ความเกลียดชังในครั้งอดีตยังฝังใจ ทำให้รื่นรมย์ถึงกับประกาศไม่เผาผี และไม่มีวันยกลูกสาวให้บ้านนั้นเป็นอันขาด !!

ใน ขณะที่ทั้งสองคนหอบข้าวของมุ่งไปยังสนามบินอย่างทุลักทุเล ก็ดั๊นมาจะเอ๋กันที่สนามบิน (ซะงั้น) พอเจอหน้ากัน ก็รู้ทันทีว่าต่างคนต่างกำลังหนี ด้วยศักดิ์ศรีที่มีท่วมหัวทำให้ทั้งสองคนยืนด่ากันสนั่นสุวรรณภูมิหาว่าอีก ฝ่ายไม่มีความรับผิดชอบ ถ้าคนอื่นรู้ว่าตัวเองโดนทิ้ง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ด่าไปก็ลืมนึกถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ ด่ากันไป ด่ากันมา จนโดนตำรวจจับโทษฐานก่อความไม่สงบ

เดือดร้อนถึงรื่นรมย์ กับอาโจวต้องมาประกันตัว แต่พอเจอกันก็เปิดศึกอีกรอบ คราวนี้เดือดร้อนถึงยายแช่มกับอาม่ากิมท้อ ต้องมาประกันตัวทั้ง 4 คน พร้อมกับยื่นคำขาด ประกาศยืนยันการแต่งงานของทั้งสองคน เพื่อความสมานฉันท์ของทั้งสองครอบครัว ทำให้ช่อม่วงกับตงฉินถึงกับอึ้ง..ตึ๊บ..ซวยหนักเข้าไปอีก

ความ ล้มเหลวจากการหนีบีบคั้นให้ช่อม่วงต้องกลับมาครุ่นคิด ค้นหาวิธีที่แยบยลกว่าเดิม ช่อม่วงตัดสินใจเปิดอกพูดกับพี่ลายไทแบบตรงไปตรงมา และขอร้องให้เขามาเป็นคู่ควงชั่วคราวเพื่อหนีการแต่งงาน

ใน ใจเธอแอบหวังนิดๆว่าถ้าแผนการณ์สำเร็จ นอกจากไม่ต้องแต่งงานกับตงฉิน และอาจจะได้พี่ลายไทมาเป็นสามีจริงๆ เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ลาย ไทออกอาการงงเล็กน้อยที่ช่อม่วงมาขอร้องให้เป็นแฟนบังหน้า แถมยังใส่ร้ายว่าที่สามีที่ยายหาให้ว่าเป็นคนสารเลวสารพัด จนลายไทสงสาร บวกกับความรัก (น้อง) จึงยินยอมพร้อมใจ ร่วมมือด้วย ช่อม่วงลิงโลดสุดๆ เตรียมตัวจะควงลายไทไปเปิดตัวในงานฉลองแซยิดของอาม่ากิมท้ออย่างเต็มที่ !แต่ความลับไม่มีในโลก….

ข่าว ที่ช่อม่วงจะเปิดตัวแฟน กระเด็นมาเข้าหูตงฉิน เขาแทบดิ้นพร่านเพราะถ้าช่อม่วงทำจริง เขาจะต้องหน้าแตก แขกเหรื่อจะต้องคิดว่าเขาคือ คนที่ “ถูกทิ้ง” ยอมไม่ด้ายยยยยย…ตงฉินตรงไปโวยวายกับช่อม่วงและบอกให้ยกเลิกแผนการณ์นี้ซะ แต่ช่อม่วงไม่ยอมเด็ดขาด ตงฉินบอกว่าถ้าช่อม่วงไม่หยุด เขาจะหยุดเอง ด้วยการไปคุยกับลายไทแบบแมนๆ .. ช่อม่วงรีบห้าม และกีดกันไม่ให้ตงฉินได้เจอกับลายไท ตงฉินไม่ยอมและแอบปลอมตัวเป็นเด็กตัดกล้วยเข้าไปในไร่พี่ลายไท เพื่อตีสนิทและขอความเห็นใจ พอเขาได้รู้จักกับลายไท จึงรู้ว่าทั้งสองคนไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ

แต่ช่อม่วงแอบหลงรักเพียง ข้างเดียวโดยที่ฝ่ายชายไม่รู้ตัว ตงฉินถึงกับตบเข่าฉาดด้วยความสะใจ ที่ได้รู้จุดอ่อนของช่อม่วง เขาเอามาเป็นข้อต่อรอง โดย บังคับให้ช่อม่วงหาวิธีชวนฟองดาวมางานแซยิดให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไปบอกยายแช่มเรื่องแฟนกำมะลอและจะบอกให้ลายไทรู้แผนการรวบหัว รวบหางของช่อม่วง ข้อต่อรอง (แกมบังคับ) ของตงฉินทำให้ช่อม่วงต้องยอมทำตามแต่โดยดี

มนต์จันทรา

“สาระวารี” กับ “สาระสมา” พี่น้องฝาแฝดที่มีความหลังฝังใจตั้งแต่เด็ก ๆ เกี่ยวกับเรื่องการพนันโดยพ่อหลงการพนันอย่างหนักเสียเงินทางทรัพย์สิน จนกระทั่งแม่ไม่สบายสาระวารีไปขอเงินพ่อที่บ่อนเพื่อไปรักษาแม่พ่อไม่ให้แถม ถูกพ่อตลาดไล่ตี “ษมา” ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เห็นเข้าก็นึกสงสารจึงให้เงินสาระวารี พอสาระวารีกลับถึงบ้านแม่ก็ได้เสียชีวิตไปแล้วสาระวารีจึงโกรธพ่อและเกลียด การพนันอย่งฝังจิตฝังใจส่วนษมาคนที่ให้เงินสาระวารีเล่นการพนันมือขึ้นมาก จนทางบ่อนนึกหมั่นไส้แลยส่งคนมาลอบทำร้ายซึ่งสาระวรีก็ได้มาช่วยได้ทันษมา จึงจดจำเด็กผู้หญิงที่ชื่อ “สาระวารี” ไว้จนขึ้นใจ

10 ปีผ่านไป สาระสมาไปเป็นแอร์โฮสเตส ส่วนสาระวารีไปทำงานเป็น “นักข่าว”สาระวารีโดนผู้บังคับบัญชามอบหมายงานให้ทำข่าวสัมภาษณ์เรื่องบ่อน คาสิโนที่เกาะพระฮามสาระวารีพยายามหาทางเลี่ยงที่จะทำข่าวนี้เพราะเกลียดการ พนันแต่ก็เลี่ยงไม่ได้จนต้องเดินทางไปสัมภาษณ์เจ้าของบ่อนคาสินโน ซึ่งก็คือ ” ษมา” สาระวารีจำษมาไม่ได้แต่ษมาจำสาระวารีได้และรู้สักสาระวารีดี เพราะคอบส่งคนให้คอยติดตามสาระวารีตลอดเวลาก่อนวาระวารีจะเดินทางไปก็ได้ อธิษฐานกับพระจันทร์ขออะไรต่าง ๆ นานา แต่สาระสมากลับแช่งสาระวารีว่าเกลียดสิ่งใดขอให้ได้สิ่งนั้นเมื่อสาระวารีไป ถึงเกาะยานก ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก”ษมา” ส่วน “ลำแพง”แม่บ้านของเกาะยานกนั้นแอบไม่พอใจที่ษมาให้สาระวารีมาค้างที่เกาะ จึงเกลียดชังสาระวารีตั้งแต่แรกเห็นทั้งนี้ก็เพราะลำแพงแอบหลงรักษมาอยู่

ทาง ด้าน “ดิตถ์” ซึ่งเป็นเจ้าของ “ดิตถ์ รีสอร์ท” ศัตรูคนสำคัญ ของษมามักจะหาโอกาสให้ลูกสมุนมาคอยดักยิงษมาอยู่บ่อย ๆ เพราะต้องการที่จะฮุบเกาะและบ่อนคาสิโนมาเป็นของตน จึงได้ร่วมถือกับ “โศภี” ซึ่งแต่ก่อน โศภีเคยเป็นคนรัก ซึ่งแต่ก่อนโศภีเคยเป็นคนรักของษมา แต่เพราะษมาจนโภีจึงหนีไปแต่งงานกับเสี่ยรวย ๆ แทน พอษมาเริ่มมีเงินเพราะคาสิโนพร้อมกับสามีของโศภีตายไปโศภีจึงคิดกลับมาหาษมา พร้อมกับแผนการฮุบเกาะและบ่อนคาสิโนโดยร่วมมือกับ ดิตถ์ แต่ “ษมา” ล่วงรู้ถึงแผนการของดิตถ์และโศภีมาตลอด และวางแผนย้อนรอยจนดิตถ์ต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ช่วงระยะเวลาที่ สาระวารีสัมภาษณ์ษมาที่เกาะยานก ทำให้สาระวารีเริ่มใจอ่อนและหลงรักษมาแต่เพราะความที่สาระวารีเกลียดการพนัน อย่างฝังใจจึงทำให้สาระวารีปากแข็งและไม่ยอมรับความจรง ส่วนลำแพงก็พยายามคิดหาวิธีที่จะกำจัดสาระวารีไปให้พ้นจากเกาะ ลำแพงจึงคดคิดวางแผนกับ “แลง” น้องชาย โดยหลอกให้ษมาและลูกน้องไปดูความเสียหายที่เกาะพระฮาม ส่วนตัวลำแพงก็หลอกให้สาระวารี ไปที่โรงเก็บเรือและจุดไปเผา “จันเลา” ลูกน้องคนสนิทของษมาอีกคนมาช่วยสาระวารีไว้ทัน สาระวารีรอดตายแต่ก็ได้รับบาดเจ็บ สาหัสเพราะแรงระเบิด
ษมาจ้างพยาบาลคอย ดูแลสาระวารีที่เกาะยานก ลำแพงแอบใส่ยานนอนหลับไนน้ำเกลือสาระวารีอาการทรุดหนักลวไปอีกษมาจึงสั่งให้ คนคิดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง

คอยดูความเคลื่อนไหวในห้องพักของสาระวารี ลำแพงจึงหาวิธีใหม่โดยอาสาไปตีรับผึ่งที่เลี้ยงไว้ท้ายเกาะเพื่อเอาน้ำผึ่ง เลี้ยงไว้ท้ายเกาะ เพื่อเอาน้ำผึ่งมาทาแผลให้ ษมาส่งคนจับพิรุธลำแพงแอบใส่ยาพิษในน้ำผึ้งมาสั่นคนให้ออกตามหาลำแพง ลำแพงสารภาพว่าที่ทำไปเพราะรักษมา แต่ษมาได้บอกกับลำแพงว่าคนรักสาระวารีเพียงคนเดียวลำแพวแค้นษมาจึงผลักษมา ให้ตกเหว แต่ษมาหลบทันลำแพงจึงพบาดตกหน้าผาไปเอง สำวนแองก็ถูกตำรวจจับข้อหกสมคบกับลำแพง

มนตราแห่งรัก

เส้นทางแห่งความรักมันช่างยากลำบาก เต็มไปด้วยอุปสรรค และบททดสอบที่โหดร้ายเสมอ

แต่ ด้วยมนตราแห่งรักแท้ ย่อมทำให้ใครก็ตามที่มีความเชื่อ และมีหัวใจรักที่มั่นคงมากพอ ฟันฝ่าทุกด่านไปได้ด้วยดีดั่งเช่นศรัทธาแห่งรักแท้ของชาคริต นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมที่ลงทุนปลอมตัวเป็นพนักงานส่งเอกสาร เพื่อพิสูจน์หัวใจรักของม่านไหม สาวสวยที่เป็นรักแรกพบของเขา….

มณีเนื้อแท้

ชีวิตของเธอเหมือนมณีบริสุทธิ์ ที่จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวง แต่คงยึดไว้ซึ่งความดีงาม

มณีเนื้อแท้ เป็นเรื่องราวของพลอย ไพลิน เด็กสาวผู้มีพร้อมทุกอย่างในชีวิต เธอเป็นทายาทของนายประจวบ ชาเยนทร์ธร มหาเศรษฐีผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ที่มีชื่อเสียงของประเทศ แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้เจอกับความผันผวนปรวนแปรในชีวิต และเลือกแก้ปัญหาด้วยการคิดทำตัวเหลวไหลเพื่อประชด หลายครั้งที่เธอได้เจอกับภัยของสังคม และผู้ไม่หวังดีรอบๆ ตัว แต่ขึ้นชื่อว่ามณีแล้ว ไม่ว่าจะเจอมรสุมหนักหนาสาหัสแค่ไหน เธอก็ยังคงรักษาความเป็นมณีเนื้อแท้เอาไว้ได้ ทินภัทร หนุ่มนักเรียนนอก ที่ต้องมามีชีวิตเกี่ยวพันกับ พลอยไพลิน โดยที่เขาเองไม่ได้ตั้งใจ ในตอนแรกเขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงก๋ากั่นใจแตก แต่สุดท้ายเขาก็ได้พบความดีในตัวและจิตใจของเธอ

มงกุฎดอกส้ม 2553

มงกุฎดอกส้ม เป็นเรื่องราวของ คำแก้ว สาวน้อยเมืองเหนือ วัยประมาณ 15 ปี บอบบางแลดูน่าสงสาร เธอมีความฝันสวยงามเฉกเช่นเด็กสาวทั่วไปในรั้วคอนแวนต์ นั่นคือการสวมชุดวิวาห์ที่ขาวสะอาด ฟูฟ่อง แลดูบริสุทธิ์ราวกับเจ้าหญิงน้อย ๆ ในเทพนิยาย และดอกส้มคือดอกไม้ที่คำแก้วรักมากที่สุด เธอปรารถนาและรอคอยมาชั่วชีวิตที่จะได้นำมันมาร้อยเป็นมงกุฎและสวมใส่ในวัน แต่งงาน อนิจจา…ความจริงและความฝันช่างห่างไกลกันลิบลับนัก เมื่อเธอต้องถูกส่งมาเป็นภรรยาน้อยของเจ้าสัวชราท่านหนึ่งแห่งย่านภาษีเจริญ ภายหลังการเสียชีวิตของบิดาเนื่องจากหนี้สินที่มากมาย และมารดาเลี้ยงของเธอไม่ปรารถนาจะเลี้ยงดูเธออีกต่อไป

เจ้าสัวเชงสือเกียง คือว่าที่สามีของคำแก้ว มาบัดนี้เขามีอายุประมาณ 60 ปีแล้ว แม้ว่าวัยจะล่วงเลยมาขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการหาภรรยาเล็กๆ เพื่อเสริมบารมีของท่านเจ้าสัวลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่ตรงกันข้ามท่านกลับพออกพอใจยิ่งนักที่สามารถสรรหาภรรยาเด็กขนาดคำแก้วได้ ท่านเจ้าสัวรอคอยวันที่เขาจะได้ครอบครองความงามและความบริสุทธิ์นี้อย่างใจ จดจ่อ

คำแก้วเดินทางมาถึงยังคฤหาสน์ใหญ่สีแดงเก่าคลาคล่ำแห่งคลองภาษีเจริญอย่าง เงียบเชียบ โดยที่ทุกคนที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า บัดนี้คุณนายที่สี่หรือภรรยาคนใหม่ของท่านเจ้าสัวได้เดินทางมาถึงแล้ว เนื่องจากท่านเจ้าสัวรู้ดีว่าการหาภรรยาเล็ก ๆ เพื่อมาเสริมบารมีในวัยขนาดนี้นั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอายอยู่ไม่ใช่น้อย ท่านจึงเลือกที่จะไม่บอกกล่าวใครเพื่อไม่ให้เป็นการตะขิดตะขวงใจเสียเปล่า ๆ เมื่อมาถึงคำแก้วได้ กิมลั้ง เด็กสาวชาวจีนท่าทางแก่นแก้วและซุกซนไม่เกรงกลัวใคร ให้มาเป็นต้นห้องคอยรับใช้เธอ

แต่การพบกันครั้งแรกระหว่างคำแก้วและกิมลั้งนั้นไม่เป็นที่น่าประทับใจสัก เท่าไรนัก เมื่อกิมลั้งเองก็รู้สึกได้ว่า คุณนายคนใหม่นั้นแลดูสวยงามและเยือกเย็นก็จริง หากแต่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เห็นภายนอกเท่านั้น แท้จริงแล้วเธอซ่อนความอำมหิตและร้ายกาจอยู่ภายใต้ท่าทีที่เรียบเฉยนี้เลยที เดียว กิมลั้งเกลียดคุณนายคนใหม่ เธอมีความฝันและความทะเยอทะยานอยู่ไม่น้อยทีเดียว เมื่อเธอหวังที่จะเป็นคุณนายที่สี่แห่งอาณาจักรตระกูลเชงแห่งนี้ ความมือไวใจเร็วของท่านเจ้าสัวที่ผ่านมาทำให้กิมลั้งย่ามใจและใฝ่ฝันจะเป็น คุณนายใช้ชีวิตอย่างร่ำรวยสุขสบาย เธอเกลียดคุณนายคนใหม่ที่มาแย่งตำแหน่งของเธอ ส่วนคำแก้วเองก็รู้สึกเกลียดชังเด็กสาวที่ช่างต่อล้อต่อเถียง ชอบซุบซิบนินทา แถมยังมีท่าทีกระด้างกระเดื่องต่อเธอยิ่งนัก

ท่านเจ้าสัวพาเธอไปแนะนำตัวต่อภรรยาทั้งสามคนซึ่งอยู่ที่นี่มานานแสนนาน เม่งฮวย ภรรยาชาวจีนคนแรกของท่านเจ้าสัวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา บัดนี้เธอกลายเป็นเพียงหญิงที่ไร้เสน่ห์ในสายตาของสามี หากแต่ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านท่านเจ้าสัวก็ให้เกียรติเธอเป็นผู้ดูแลบริหาร และจัดการเรื่องผลประโยชน์ รายรับรายจ่ายและเป็นผู้ที่คอยควบคุมดูแลบริวารทุกคน อำนาจสิทธิ์ขาดทุกอย่างจึงเป็นของเม่งฮวย โดยที่ท่านเจ้าสัวไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่มาร่วมหลับนอนกับเธอเฉกเช่นสามีภรรยาทั่วไปอีกด้วย เม่งฮวยต้อนรับคำแก้วตามหน้าที่ทั้ง ๆ ที่ในใจลึก ๆ แล้ว เธอไม่เห็นด้วยเลยที่ท่านเจ้าสัวมีภรรยาเพิ่มและอายุน้อยถึงเพียงนี้

เย นหลิง คือภรรยาคนที่สองของท่านเจ้าสัว ท่านเจอเธอเมื่อเดินทางไปติดต่อการค้าที่สิงคโปร์ในฐานะหลานสาวท่านทูต แต่ไม่มีใครที่ล่วงรู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้เป็นหลานสาวท่านทูต โดยสายเลือด หากแต่เป็นเพียงญาติห่าง ๆ ของแม่บ้านที่ทำงานให้แก่ท่านทูตเท่านั้น ความน่ารักสวยงามบวกความฉลาดเฉลียวและทะเยอทะยาน ทำให้เยนหลิงสามารถจดจำและเลียนแบบมารยาทสมบัติผู้ดีได้ทุกประการ และเมื่อวันเวลาผ่านไปเธอก็สามารถเลื่อนฐานะกลายเป็นหลานสาวท่านทูตได้อย่าง แนบเนียน และด้วยความทะเยอทะยานนี้เอง ทำให้เธอกลายเป็นภรรยาคนที่สองของเจ้าสัวเชงสือเกียงภายในระยะ เวลาที่ไม่นานนัก เยนหลิงแสดงท่าทีต้อนรับคำแก้วอย่างอบอุ่นแม้ว่าหางตาจะแอบแสดงความอิจฉา ริษยาและความดุร้ายออกมาบ้าง แต่เธอก็พยายามซ่อนมันไว้ภายใต้ท่าทีที่เรียบร้อย อ่อนหวาน น่ารักตามแบบฉบับของเธอ

เหม่เกว่ หรือ โรส คุณนายนางเอกคณะอุปรากรจีน เธอเป็นคนที่สวยที่สุดในบรรดาภรรยาทั้งหมดของท่านเจ้าสัว ยามว่างเธอมักชอบร้องเพลงและร่ายรำอยู่เสมอ ๆ ท่าทางที่ร่าเริงดั่งนกตัวน้อย ๆ มารยาหญิงหลายร้อยเล่มเกวียนที่สรรหามาใช้ ทำให้โรสเป็นที่โปรดปรานของท่านเจ้าสัวยิ่งนัก ซึ่งสร้างความอิจฉาให้แก่บรรดาภรรยาคนอื่น ๆ ของท่านเจ้าสัวอย่างยิ่ง คำแก้วขออนุญาตท่านเจ้าสัวไปพบโรสด้วยตัวเธอเอง หากแต่โรสไม่ยอมออกมาพบบอกแต่เพียงว่าไม่สบายให้เธอกลับไปก่อน คำแก้วกลับมาที่ห้องของเธอด้วยความรู้สึกแปลก ๆ กับคนที่นี่ ทุกคนเป็นเช่นไรไม่มีใครล่วงรู้ได้ ทุกอย่างยากแท้แก่การหยั่งถึงความจริงใจที่อยู่เบื้องลึกยิ่งนัก

คืนแรกของการเข้าหอ คำแก้วไม่ได้มีความรู้สึกอิ่มเอมในความรักหรือความสุขสมหวังใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เมื่อสามีของเธอคืกนกกระยางแก่คนหนึ่งในความรู้สึกเท่านั้น กลางดึกในคืนวันนั้นเองท่านเจ้าสัวก็จำต้องรีบจากภรรยาคนล่าสุดของท่านไป เนื่องด้วยโรสไม่สบาย ไม่มีใครรู้ว่าโรสป่วยเป็นอะไร แต่สิ่งที่แท้จริงคือท่านเจ้าสัวก็ไม่ได้กลับมาที่ห้องคำแก้วอีกเลยตลอดค่ำ คืนนั้น คำแก้วเองก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด แต่ตรงข้ามเธอกลับรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดเมื่อต้องอยู่คนเดียว เธอใช้เวลาในขณะนั้นเพื่อนึกถึงบ้านที่เชียงดาว ไร่ส้ม และบิดาของเธอ ซึ่งล้วนแต่เป็นอดีตและความทรงจำที่มีค่า มีความสุข และไม่มีวันหวนกลับมาได้อีกเลย

ชีวิตในแต่ละวันของคำแก้วดำเนินไปอย่างช้า ๆ และน่าเบื่อหน่าย เธอเริ่มเล็งเห็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ภายใต้ความร่ำรวยและอาณาจักรที่ใหญ่โตของตระกูลเชงแห่งนี้ เต็มไปด้วยความลึกลับและมืดดำหลายสิ่งหลายอย่างอยู่ไม่ใช่น้อย ปริศนาบ่อน้ำหลังบ้านที่ดูรกร้างและเย็นเยียบ บ่อซึ่งใคร ๆ ต่างเรียกขานว่ามันคือบ่อนรก หญิงสาวกี่คนที่ต้องตายอย่างน่าอนาถในบ่อร้างนั่น ความอิจฉาริษยาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันระหว่างภรรยาทั้งสามคนของท่านเจ้าสัว เป็นสิ่งที่เธอเริ่มเบื่อหน่าย ทำให้เธอต้องคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

โรสหรือคุณนายที่สาม หญิงสาวที่ร่าเริงดังนกน้อยอยู่ตลอดเวลา เธอเริ่มแวะเวียนมาเป็นเพื่อนคุยของคำแก้วอยู่เสมอ แม้ว่าเธอจะมีทีท่าแปลกในตอนแรกก็ตาม โรสคุยได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องบนเตียงซึ่งทำให้คำแก้วรู้สึกกระดากอยู่ไม่ ใช่น้อย ไปจนถึงชีวิตความเป็นอยู่ต่าง ๆ ในบ้านที่ต้องแข่งขันกับภรรยาต่าง ๆ ของท่านเจ้าสัว คู่อาฆาตที่สำคัญของโรสหาใช่ใครอื่นคือ เยนหลิงสตรีหน้าเนื้อใจเสือคนนั้นนั่นเอง เธอแข่งมีลูกกับโรส และแล้วโรสก็เป็นฝ่ายชนะเมื่อเธอมีลูกชายและคลอดออกมาก่อนลูกสาวเยนหลิง ทั้งที่เยนหลิงให้หมอใช้คีมดึงเด็กออกมาอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่เป็นผล โรสหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างภาคภูมิใจในชัยชนะของตนเอง ในขณะที่คำแก้วรู้สึกสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง

เยนหลิงคืออีกคนที่พยายามสร้างความสนิทสนมกับคำแก้วตลอดเวลา บ่ายจัดวันหนึ่งเยนหลิงต้องการให้คำแก้วเป็นผู้ตัดผมให้แก่เธอ แม้ว่าคำแก้วจะปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งว่าเธอไม่มีความถนัดในเรื่องนี้เลย และแล้วก็เกิดเหตุขึ้นเมื่อกรรไกรคมกริบได้ตัดใบหูของเยนหลิงเข้าโดยบังเอิญ เสียงร้องโอดโอยปนกับเสียงด่าทอได้ดังขึ้นก้องอาณาจักรตระกูลเชง คำแก้วหน้าซีดเผือด เธอหลบเข้าไปในห้องและอยู่ที่นั่นตลอดบ่ายโดยที่ไม่กล้าออกมาอีกเลย แต่เหตุการณ์นี้กลับสร้างความสะใจและสาสมใจให้แก่โรสและเม่งฮวยยิ่งนัก สองคุณนายหัวเราะอย่างสะใจที่มีใครสักคนสามารถจัดการนังคุณนายที่สองจอมยิ่ง ผยองได้

วันที่เก้า เดือนเก้า เป็นวันที่คารวะญาติอาวุโสตามธรรมเนียมจีนโบราณ วันนั้นเป็นวันแรกที่คำแก้วได้มีโอกาสพบกับ คุณชายใหญ่ หรือ คุณก้องเกียรติ เจนพาณิชย์สกุล บุตรชายคนโตของเม่งฮวย เมื่อแรกที่ได้พบหน้าก้องเกียรติรู้สึกถึงความผูกพัน ความสงสาร และความอบอุ่นอย่างประหลาดที่เขามีให้แก่แม่เลี้ยงสาวของเขาเอง ซึ่งคำแก้วเองก็รู้สึกไม่แตกต่างกันนัก คุณชายใหญ่ไม่ได้พักที่นี่หากแต่มีบ้านส่วนตัวอยู่ที่สาธร โดยท่านเจ้าสัวมอบกิจการทั้งหมดให้เขาเป็นผู้ดูแล จัดการบริหารงานทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว ส่วนท่านเจ้าสัวก็มาใช้ชีวิตส่วนตัวของท่านอย่างมีความสุขที่คฤหาสน์แดงริม คลองภาษีเจริญแห่งนี้ คำแก้วได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณชายใหญ่บ้างตามโอกาส ทั้งคู่รู้สึกดีต่อกัน คำแก้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดที่มีเขาคอยเป็นเพื่อน ทำให้ความรู้สึกเธอในการอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้เริ่มดีขึ้น ก้องเกียรติชอบเป่าขลุ่ยและนั่นเป็นเครื่องดนตรีชนิดเดียวที่เธอชอบเช่นกัน เขาสัญญาว่าจะหาครูมาสอนให้เธอ คำแก้วดีใจมาก อย่างน้อยชีวิตของเธอก็ไม่น่าเบื่อ ว่างเปล่า และเหงาหงอยจนเกินไปนัก

เรืองยศ เพื่อนสนิทของก้องเกียรติ หนุ่มหน้าสวยราวกับอิสตรีก็ไม่ปานคือครูสอนดนตรีของคำแก้ว เขาลอบมองพฤติกรรมระหว่างเรืองยศและคำแก้วบ่อยครั้งอย่างไม่สบายใจนัก ไม่มีใครรู้ว่าหนุ่มหน้าสวยเพื่อนสนิทของก้องเกียรติคนนี้จะมีความรักที่ผิด วิสัยธรรมชาติตามครรลองที่ถูกที่ควร เขามีจิตฝักใฝ่เสน่หาก้องเกียรติยิ่งนัก แต่แล้ววันหนึ่งเรืองยศกลับบอกความจริงแก่คำแก้วว่า แท้จริงแล้วก้องเกียรติแอบมีใจให้เธอ มันคือความจริงที่ทำให้คำแก้วมีความสุขและความทุกข์ไปได้ในขณะเดียวกัน เพราะรู้ดีว่าความรักนี้เป็นความรักต้องห้ามที่ไม่อาจเป็นไปได้อย่างมิต้อง สงสัย เรืองยศลอบมองความทุกข์ระทมของคำแก้วอย่างสาสมใจ

วันที่เจ็ดเดือนสิบสอง คืองานฉลองครบรอบวันเกิดของท่านเจ้าสัวอายุครบ 65 ปี บรรดาคุณนายต่าง ๆ ของท่านเจ้าสัวประชันการแต่งตัวกันอย่างเอิกเกริก มีเพียงคำแก้วเท่านั้นที่แต่งตัวแบบไทย ๆ สร้างความไม่พอใจให้แก่ท่านเจ้าสัวและบรรดาคุณนายทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ในงานเต็มไปด้วยเสียงอ่อนหวาน หัวร่อต่อกระซิกตลอดเวลาระหว่างท่านเจ้าสัวและบรรดาคุณนายทั้งหลาย คำแก้วรู้สึกเบื่อหน่ายกับภาพมายาจอมปลอมเหล่านี้เต็มที คำแก้วคิดจะหลบหน้าผู้คนเพื่อไปพักผ่อน แต่เหตุการณ์ก็ไม่เอื้ออำนวยให้ทำเช่นนั้นได

เมื่อ คุณชายเล็ก หรือ คุณเกียรติกร กับ คุณหนูกรรณิการ์ บุตรสาวคนสุดท้อง ซึ่งเป็นลูกชายของโรสและลูกสาวของเยนหลิง วิ่งไล่จับจนชนแจกันใบงามหล่นลงมาตกแตก สองพี่น้องทะเลาะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เม่งฮวยถลันมาตบหน้าลูกเลี้ยงทั้งสองพร้อมทั้งดุด่าอย่างหยาบคาย ร้อนถึงมารดาของเด็กทั้งสองต้องเข้ามาห้ามทัพ บรรดาคุณนายทั้งสามจึงเริ่มด่าทอและทะเลาะกันอย่างรุนแรง เมื่อต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก คำแก้วเริ่มรู้สึกรำคาญและเบื่อหน่าย เธอจึงพูดเปรย ๆ ขึ้นมาว่ามันไม่น่าเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โตขนาดนั้นก็แค่แจกันใบเดียว คุณนายทั้งสามหันกลับมารุมเล่นงานเธอทันทีว่า เพราะความเป็นตัวซวยของเธอทำให้เรื่องร้าย ๆ ต้องเกิดขึ้นในบ้านอยู่เสมอ คำแก้วเดินช้า ๆ ออกมาจากในงาน เธอพยายามสะกดความระทมขมขื่นที่มีอยู่เต็มอกอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่มีอยู่ได้อีกต่อไป เธอทรุดตัวลงนั่งริมสวนแห่งนั้นและร้องไห้อย่างหนัก เมื่อไม่สามารถอดทนต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว

เธอหลบหน้าผู้คนไปนอนพักผ่อนตอนบ่าย ระหว่างที่นอนหลับ เธอฝันเห็นหญิงสาวมากมายที่ตะเกียกตะกายร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา คำแก้วสะดุ้งตื่นด้วยความรู้สึกหวาดกลัว แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้งด้วยการแต่งตัวลงไปร่วมงานในตอนค่ำ ที่โต๊ะอาหารคำแก้วพยายามเอาอกเอาใจท่านเจ้าสัวด้วยการกอดจูบท่านต่อหน้า สาธารณะชน แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังที่คิด ท่านเจ้าสัวโกรธมากที่เธอบังอาจทำเช่นนั้นต่อหน้าธารกำนัล เขาลุกขึ้นผลักเธอออกด้วยความรังเกียจและขยะแขยง

หลังจากเหตุการณ์ในค่ำคืนวันนั้น ท่านเจ้าสัวก็แทบจะไม่แตะต้องตัวเธออีกเลย คำแก้วรู้สึกแย่มากเมื่อคิดว่าตนเองต้องถูกปลดเกษียณด้วยวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น เธอจึงพยายามหาวิถีทางเพื่อความอยู่รอด การมีทายาทสืบสกุลนั่นคือทางออกที่ดีที่สุด และเป็นวิธีการเดียวกับที่บรรดาคุณนายทั้งหลายใช้มาแล้วอย่างได้ผลจากคำบอก เล่าของโรส คำแก้วจึงใช้มารยาต่าง ๆ นานับประการทำให้ท่านเจ้าสัวกลับมาร่วมหลับนอนกับเธออีกครั้ง ครั้งนี้คำแก้วสามารถทำสำเร็จ แต่โลหิตสีแดงคล้ำที่ออกมาในวันหนึ่งนั่นคือสัญลักษณ์แห่งความพ่ายแพ้ คำแก้วรู้สึกผิดหวังเป็นที่สุด เธอจึงตัดสินใจทำแผนหลอกลวงตบตาทุกคนว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งข่าวนี้สร้างความยินดีให้แก่ท่านเจ้าสัวเป็นอย่างยิ่ง ท่านกลับมารักใคร่และเอาอกเอาใจเธอดังเดิม คำแก้วรู้สึกอิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดเธอคือผู้ชนะอย่างแท้จริง แต่ความสุขมักอยู่กับคนเราได้ไม่นาน เมื่อกิมลั้งเด็กรับใช้แสนแสบเห็นผ้าอนามัยซึ่งเปื้อนคราบโลหิตลอยอยู่ใน ชักโครก เธอจึงคิดจะใช้มันเป็นเครื่องทำลายคุณนายที่สี่คนที่เธอเกลียดแสนเกลียดให้ พินาศในทันที คำแก้วเข้ามาเห็นเหตุการณ์นั้น แววตาที่ประสงค์ร้ายของกิมลั้ง ทำให้เธอบังคับให้เด็กรับใช้กินผ้าอนามัยผืนนั้นเข้าไป กิมลั้งจำต้องยอมทำตาม เธอกล้ำกลืนกินมันเข้าไปทั้งน้ำตา ต่อมาจึงเป็นที่โจษขานกันไปทั่วอาณาจักรตึกแดงแห่งนี้ว่า คุณนายที่สี่แม้อายุยังน้อย หากแต่จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิตผิดมนุษย์ยิ่งนัก

เหตุการณ์ ในวันนั้นสร้างความขวัญหนีดีฝ่อให้แก่กิมลั้ง เธอจับไข้อยู่หลายวันจนเสียชีวิตในที่สุด คำแก้วรู้สึกสับสนและหวาดกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่หลายวัน ระหว่างนั้นเธอเริ่มสนิทกับโรสและไว้วางใจให้เป็นเพื่อนคุยและที่ปรึกษาที่ ดีเสมอ แต่โรสก็ไม่ค่อยจะอยู่ติดบ้านนัก เธอเป็นคุณนายเพียงคนเดียวที่ชอบออกจากบ้านไปดูงิ้ว เล่นไพ่ตามที่ต่าง ๆ แถมยังแอบคบชู้สู่ชายอีกด้วย นายแพทย์ทรงชัย หรือ นายซุ่นไช้ เจ้าของร้านขายยาจีนรูปหล่อคือชู้รักของเธอ โรสมักแอบลอบมาพบปะเขาเสมอ ทั้งสองวางอนาคตด้วยกันว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นผู้พาโรสหนีจากคฤหาสน์ตึกแดง นั่น โรสเคยชวนคำแก้วออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเป็นเพื่อนบ้างในบางครั้ง หนึ่งในหลายครั้งเธอชวนคำแก้วไปดูเธอเล่นไพ่นกกระจอก ทำให้คำแก้วได้ล่วงรู้ความจริงว่าโรสและนายแพทย์ทรงชัยเป็นอะไรกัน เมื่อเธอก้มไปหยิบไพ่นกระจอกที่บังเอิญหล่นลงไปใต้โต๊ะ และได้เห็นขาคู่หนึ่งเกี่ยวกระหวัดกันอยู่อย่างเหนียวแน่น คำแก้วพยายามเตือนโรสว่ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องห้ามที่ไม่อาจเป็นจริงไป ได้ มันทำให้โรสโมโหมาก เธอด่าทอคำแก้วอย่างรุนแรง และไม่ให้มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเธออีก

โรสหญิงสาวอดีตนางเอกคณะอุปรากรจีนเก่า เธอผ่านเรื่องราวแห่งชีวิตในเชิงละครมามากมาย จนหลงคิดว่าตนเองนั้นคือนางเอกตลอดกาล ทั้งที่แท้จริงแล้วความจริงในชีวิตหาเป็นเช่นนั้นไม่ และเรื่องราวการคบชู้สู่ชายของเธอก็หาได้รอดสายตาเล็กแหลมประดุจเหยี่ยวคู่ หนึ่งไปได้

คำแก้วรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเต็มทน เมื่อโรสเพื่อนเพียงคนเดียวมักไม่ค่อยอยู่ไม่มีเวลาว่างจะพบปะพูดคุยกัน เธอเริ่มหันมาสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเมามายเป็นประจำทุกค่ำคืน วันหนึ่งเธอต้องแปลกใจมากที่พบว่า ผู้ที่เปิดประตูห้องเข้ามาหาเธอนั้นคือคุณชายใหญ่หรือคุณก้องเกียรติแห่ง อาณาจักรตระกูลเชงนี้เอง ก้องเกียรติเข้ามาเพื่อที่ดูแลคำแก้วด้วยความเป็นห่วงเป็นใย อีกทั้งยังมาเพื่อสารภาพความรู้สึกที่แท้จริงของเขาที่มีต่อเธอมานานแสนนาน อีกด้วย มันคือความจริงที่ราวกับความฝันไม่อาจเป็นจริงขึ้นมาได้ คำแก้วร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวและเริ่มดื่มเหล้าเมามายอีกครั้ง คำแก้วหลับและฝันถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่ากลัวมากมาย เธอสับสน หวาดกลัว และมึนงงกับเรื่องราวต่าง ๆ จนไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวใด ๆ ได้อีกต่อไป ยามบ่ายเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงด่าทออย่างรุนแรงอยู่ตรงทางเดินห้อง รักต้องห้ามของโรสพบจุดจบวันนี้เอง เมื่อเยนหลิงได้นำคนไปลากโรสกลับมาจากรังรักของเธอและนายแพทย์ทรงชัย โรสร้องไห้แทบขาดใจพร้อมทั้งด่าทอและขู่อาฆาตเยนหลิงอย่างรุนแรง มีเพียงความสะใจและสาสมแก่ใจจากแววตาของเยนหลิงเท่านั้น ในวันนี้เธอสามารถเด็ดแม่ดอกกุหลาบงามดอกนี้ไม่ให้ชูคออยู่บนต้นเป็นเสี้ยน หนามให้แก่เธอได้อีกต่อไป คำแก้วหลับไปอีกครั้งอย่างอ่อนเพลีย สติสัมปชัญญะในการรับรู้เริ่มลดน้อยถอยลงทุกที

เที่ยงคืนเสียงเพลงอุปรากรจีนดังขึ้นอีกครั้ง เสียงแหลมสูงหวานเสนาะบ่งบอกถึงความโศกเศร้าล้ำลึก สุดแสนอาลัยความรัก ความหวังซึ่งสูญสลายอย่างไม่มีวันกลับคืน ปลุกคำแก้วให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอแหวกม่านหน้าต่าง และเห็นโรสกำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงามเป็นภาพครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะถูกชายร่างกำยำหามเธอไปและเหวี่ยงลงสู่บ่อนรกนั่น ภาพที่เห็นทำให้คำแก้วหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะกรีดร้อง เธอวิ่งตรงดิ่งไปยังห้องพักส่วนตัวของบุตรชายคนโตของสามีทันที ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีปลาสนาการไปจนหมดสิ้น เธอสูญสิ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่หลงเหลือแม้แต่ความอดทนซึ่งบอบบางดุจใยแมงมุม คำแก้วไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้อีกต่อไปในอาณาจักรจีนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเต็มไป ด้วยอำนาจมืด บัดนี้เธอรู้แจ้งแล้วว่าความตายลึกลับของหญิงสาวในอดีตเกิดขึ้นได้อย่างไร สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือการตายเอาดาบหน้า

คุณก้องเกียรติชายผู้เดียวที่เธอรักและรักเธอ หากแต่เมื่อผลักบานประตูห้องเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้หัวใจเธอเย็นเยียบและเหน็บหนาวยิ่งกว่าสิ่งใด ภาพชายสองคนเปล่าเปลือยและกอดกระหวัดกันบนเตียงนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง ชายหนึ่งนั้นคือคนที่เธอสุดรัดสุดบูชาตลอดมา ส่วนอีกชายหนึ่งนั้นคือครูสอนดนตรีสหายสนิทของเขานั่นเอง เธอปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ ใจแหลกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี

เสียงกรีดร้องอย่างรุนแรงเมื่อสติสัมปชัญญะซึ่งเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย ขาดลง ทำให้เชงสือ เกียงต้องรีบเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นคือคุณนายวัยเยาว์ของเขากำลังดึงทึ้งผมตนเองอยู่อย่างรุนแรง ปากก็บ่นพึมพำเพียงคำว่า…ฆาตกร…เขาเข้าไปปลอบประโลมและพยายามเรียกความ ทรงจำเธอให้กลับคืนมา แต่อนิจจา…ทุกอย่างไม่กลับคืนมาดังเดิมอีกต่อไปแล้ว

หลาย เดือนผ่านไป เชงสือเกียงกลับจากสหรัฐอเมริกาพร้อมคุณนายแหม่มคนใหม่ อำนาจเงินบันดาลให้เขากลับมาหนุ่มแน่นได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกครั้ง ด้วยฝีมือแพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกา บ่อยครั้งที่คุณนายแหม่มของท่านเชงจะเห็นผู้หญิงรูปร่างบอบบาง สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวชุดวิวาห์วนเวียนแหวกกอไม้ดอกกอแล้วกอเล่า หล่อนมักพึมพำกับตัวเอง “มงกุฎดอกส้มของฉันหายไปไหน…ช่วยหามงกุฎดอกส้มให้ฉันที…” … อนิจจา … ไม่มีใครช่วยหล่อนเสาะแสวงหาสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต … … ไม่มีใครได้ยินคำพร่ำวอนของคำแก้วเลย…

รายชื่อนักแสดงนำในละคร มงกุฎดอกส้ม

ฉัตรชัย  เปล่งพานิช   รับบท   เจ้าสัวเชงสือเกียง
จริยา  แอนโฟเน่   รับบท   เม่งฮวย / เมีย 1
รินลณี  ศรีเพ็ญ   รับบท   เยนหลิง / เมีย 2
ณัฐริกา  ธรรมปรีดานันท์   รับบท   เหม่เกว่ (โรส) / เมีย 3
วนิดา  เติมธนาภรณ์   รับบท   คำแก้ว / เมีย 4
วิทยา  วสุไกรไพศาล   รับบท   ก้องเกียรติ
อภินันท์  ประเสริฐวัฒนกุล   รับบท   หมอทรงชัย
สุพจน์  จันทร์เจริญ   รับบท   เรืองยศ
มิณทิตา  วัฒนกุล   รับบท   กิมลั้ง
พิศมัย  วิไลศักดิ์   รับบท   อาอึ้ม
ด.ช. รจนกร  อยู่หน้า   รับบท   เกียรติกร (เด็ก)

มงกุฎดอกส้ม

“พ่อคำแก้ว” ทำไร่ส้ม ดอกของมันสีขาวพร่างพราย ส่งกลิ่นรวยรื่น “ดอกส้ม” ทำให้ “คำแก้ว” นึกถึงพิธีแต่งงานแบบฝรั่ง แม่ชีโรงเรียนคอนแวนต์เคยเล่าว่า เจ้าสาวฝรั่งจะแต่งชุดสีขาวฟูฟ่อง คลุมด้วยผ้าลูกไม้โปร่งบางหรูเลิศประดับดอกส้มเป็นสัญลักษณ์ เด็กสาวเคยลืมตาฝันถึงพิธีแต่งงานของตัวเอง ถ้าเจ้าสาวเหนือสวมมงกุฎดอกส้มบ้างจะเป็นไร…ใครจะรู้ว่าชาตินี้ไม่มีวัน นั้นสำหรับคำแก้ว…

พระเจ้าเงินตราได้ลิขิตชีวิตเธอให้เป็นเพียงเมียเล็กๆ คนหนึ่งของเศรษฐีวัยกลางคน ต้องจากบ้านทรงไทยใต้ดวงดาว มาอยู่ในคฤหาสน์แบบจีนสีแดงคร่ำริมคลองภาษีเจริญ เรื่องราวของสาวเหนือยวัยสิบห้า ที่ชะตาชีวิตพลิกผันให้กลายมาเป็นภรรยาคนที่ 4 ของ “เจ้าสัวเซงสือเกียง” แห่งตระกูลจีนที่เคร่งครัด ทำให้เธอต้องเผชิญกับเมียร่วมสามีทั้งสาม ประเพณีแปลกประหลาด และความขัดแย้งในใจซึ่งเกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของวัยสาวเรียงร้องแต่เธอก็ยัง ฝันถึง “มงกุฎดอกส้ม” แม้จะรู้ว่าไม่มีวันได้มันมา

นักแสดงละคร มงกุฎดอกส้ม

รุจน์ รณภพ เป็น เจ้าสัวเซงสือเกียง
ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ เป็น คำแก้ว (คุณนายที่ 4)
อัษฎาวุธ เหลือสุนทร เป็น ก้องเกียรติ
ดวงดาว จารุจินดา เป็น เยนหลิง (คุณนายที่ 2)
สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์ เป็น เหม่เกว่ (คุณนายที่ 3)
อัญชลี ไชยศิริ เป็น เม่งฮวย (คุณนายที่ 1)
มาฬิตร์  เชยโสภณ
ปรางวลัย เพชรสาธร
ไกรวิทย์ พุ่มสุโข
บรรเจิดศรี ยมาภัย
ด.ญ.มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์
ทัศนีย์ สีดาสมุทร
ดอน พฤกษ์พยุง

ภูแสนดาว

ทันมาย เป็นอาจารย์หนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน-เวียดนาม เขาเกลียดสงคราม เพราะสงครามทำให้เขาเป็นเด็กกำพร้า และไม่ชัดเจนว่าตัวเอง “เป็นใคร” บนโลกใบนี้ อเมริกันหรือเวียดนาม แต่สิ่งนี้ก็ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด ทันมายเดินทางเข้าไปยังเมืองเมือน ในฐานะผู้ประสานงานให้แก่ คณะนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีดอกเตอร์ลิลิตร่วมเดินทางไปด้วยในฐานะนักวิชาการจากประเทศในเอเชียที่ ร่วมงานวิจัยชิ้นนี้ ไม่มีใครในทีมวิจัยล่วงรู้ว่าดอกเตอร์ลิลิตเป็นตัวแทนของ “ช้างเผือก” ที่เดินทางมาเพื่อเจรจาเรื่องความช่วยเหลือในการปลดแอกเมืองเมือนและแม้ซอง ลีล่ายและฮองตันเองก็ไม่รู้ว่าดอกเตอร์ลิลิตมีจุดประสงค์อื่นร่วมกับเหงียน ตันสุย นั่นคือการค้นหาความลับเกี่ยวกับภูแสนดาว

ระหว่างการทำวิจัย ที่ทันมายเริ่มรู้สึกถูกชะตากับซองลีลิว ลูกสาวของผู้ท้าวแห่งเมืองเมือน ความลับเรื่องการปลดแอกตัวเองของเมืองเมือนก็รั่วไหลไปถึงหูของเหงียนตันสุ ยและนายจนได้ และเมืองเมือนก็ถูกเชือดให้ชนกลุ่มน้อยกลุ่มอื่นๆ ดูทันที โดยการที่ฮานอยส่ง กองกำลังพิเศษบุกโจมตีปราบปรามกบฏเมืองเมือน การสู้รบเมืองเมือนทำให้ทันมายและซองลีลิวต้องหลบหนีออกจากเมืองเมือนด้วย กันเพียงลำพัง โดยฮองตันซึ่งหลงรักลีลิวอยู่นั้นเข้าใจว่า ทันมายพาตัวลีลิวออกมามอบให้แก่เหงียนตันสุยใช้เป็นตัวประกัน ขณะที่เหงียนตันสุยเองก็ต้องการจับตัวลีลิวให้ได้เพราะเข้าใจว่าความลับของ ภูแสนดาวที่รับรู้กันในนามหมายตราแห่งแสงตะวันนั้นจะต้องอยู่ที่ซองลีลิวลูก สาวผู้ท้าวแห่งเมืองเมือนอย่างแน่นอน

การหลบหนีและการไล่ล่าดำเนินมา ตลอดตั้งแต่ดินแดนตอนเหนือของเวียดนาม ไล่เรื่อยลงมาถึงตอนกลางและตอนใต้ ภายใต้ความพยายามของทันมายที่จะขอความช่วยเหลือจากองค์กรต่างประเทศให้เข้า มาสงบศึก ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมืองเมือนให้ได้ เพราะตัวเขาเองนั้น ก็มีปมอยู่ในใจเรื่องสงครามมาตลอดชีวิต จนไม่สามารถ “เป็นใครที่แน่ชัดได้” ในขณะที่ซองลีลิวนั้นก็ขัดแย้งกับทันมายมาโดยตลอด เพราะหล่อนเชื่อว่าความสงบสุข สันติภาพ และเอกราชของเมืองเมือนนั้นจะได้มาก็ด้วยการสู้รบ และสงคราม และความคิดนั้นก็มาจากการ ที่หล่อนเป็นลูกสาวของผู้ท้าวเมืองเมือนนั่นเอง

แต่ แล้วสิ่งที่ได้พบเจอระหว่างการเดินทางหลบหนีลงมาบนแผ่นดินเวียดนามที่เคยลุก ร้อนด้วยไฟสงครามก็ทำให้ความคิดของซองลีลิวเปลี่ยนไปหล่อนเห็น และรับรู้แล้วว่าสงครามไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย คนเวียดนามมากมายที่หล่อนพบเจอระหว่างการหลบหนีไล่ล่าคือ ผลพวงของสงครามเวียดนามอันโหดร้าย รุนแรง แม้มันจะผ่านพ้นมาแล้วแต่พวกเขายังมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานทั้งทางกายและ ใจ ทั้งทหารผ่านศึกทุพพลภาพ คนพิการ แม่ม่ายสงคราม เด็กกำพร้า เด็กลูกครึ่ง ฯลฯ และสุดท้ายก็คือ ลีลิวมองเห็นและรับรู้อย่างเต็มหัวใจในสิ่งที่ทันมายเป็นและต้องแบกรับมา ตลอด ชีวิตของเขานั่นเอง ซองลีลิวตัดสินใจร่วมมือกับทันมาย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีการเจรจาสันติภาพให้ได้

ระหว่าง นั้นเองความลับของตราแห่งแสงตะวันก็เปิดเผย ซองลีล่ายผู้ท้าวแห่งเมืองเมือนมิได้เป็นผู้ถือหมายตราฯ เอาไว้ตามที่เขาบอกทุกคนในเมืองเมือน รวมทั้งพวกข่อยที่ทำงานที่ภูแสนดาว ด้วยความเชื่อมาตลอดว่า “ผู้ใดครอบครองหมายแห่งแสงตะวัน ผู้นั้นครอบครองภูแสนดาว” ที่แท้ซองลีล่ายเป็นผู้ฆ่าพ่อแม่ของฮองตัน เพื่อแย่งชิงหมายตราฯ มาเป็นของตัว แต่สุดท้ายเขากลับหามันไม่พบ และเลือกที่จะโกหกทุกคนมาตลอดว่าเขาเป็นผู้ถือหมายตราฯ นั้นไว้ ในความเป็นจริงหมายตราแห่งแสงตะวันก็อยู่กับตัวของฮองตัน หลานชายที่เขารับเลี้ยงดูแต่เล็กแต่น้อย โดยปิดบังความจริงเรื่องความตายของพ่อแม่นั่นเอง ติดตามเรื่องราวของสงครามที่นำมาซึ่งความเดือดร้อน และหัวใจรักของคนทั้งสอง ว่าจะสามารถดับไฟสงครามให้ มอดลงได้หรือไม่ใน “ภูแสนดาว”

รายชื่อนักแสดง

ชาคริต แย้มนาม รับบท ทันมาย
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รับบท ซองลิลิว
มนตรี เจนอักษร รับบท ซองลีล่าย
วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ รับบท ฮองตัน
ภัคจีรา วรรณสุทธิ์ รับบท เลอติน
พิสมัย วิไลศักดิ์ รับบท ยายเฒ่าเหมี่ยน
สะอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์ รับบท ลุงเถียน
ทัศน์วรรณ เสนียย์วงศ์ ณ อยุธยารับบท ป้าเหม่ย
วัชรเกียรติ บุญภักดี รับบท ตวนธาน

ภูตรักนะโม

ปาณะ ครีเอทีฟหนุ่มที่กำลังประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสูง ทั้งเรื่องงานและความรัก แต่เขาต้องมาเสียชีวิตกระทันหันจากอุบัติเหตุ แต่ด้วยความเป็นห่วงบวกกับเคลียร์เรื่องเข้าใจของตนเอง และ พัดชา แฟนสาวไม่ได้ ทำให้วิญญาณของปาณะยังคงวนเวียนไม่สามารถไปเกิดได้ แต่กลับไม่มีใครเห็นวิญญาณของเขาเลย นอกจาก ยามนิยม ยมทูตในร่างของ รปภ.ประจำคอนโดที่เขาเคยอาศัยอยู่ที่มีหน้าที่จับวิญญาณที่หมดอายุขัยส่งให้ ยมโลก และอีกคนคือ โมทนา หนุ่มอับโชคที่กำลังประสบปัญหาชีวิตอย่างหนัก จนต้องจำใจรับจ๊อบพิเศษกับ มาร์ค เพื่อนสนิทขายของเก่า โดยไม่รู้ว่าถูกมาร์คหลอกมาเป็นนักต้มตุ๋น แต่แล้วก็เกิดพลาดพลั้งถูก สุข พ่อของพัดชาจับได้

โมทนา ต้องซมซานกลับคอนโด แต่ก็ถูก ซ้อเจ็ด เจ้าของคอนโดจอมงก ยึดห้องพักแต่โชคยังดีที่ พอดี ลูกสาวเจ้าของร้านอาหารในคอนโดที่แอบชอบโมทนาอยู่ ใช้ความฉลาดแกมโกงเจรจาให้ซ้อเจ็ดให้โมทนาไปอยู่ชั้น 9 ซึ่งเป็นห้องของ ปาณะ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน โดยแกล้งทำเป็นว่าห้องนี้มีผีเฮี้ยน ทำให้คนไม่กล้าเข้าพัก แต่ถ้าให้โมทนาอยู่โดยไม่มีปัญหาจะทำให้ภาพพจน์ของคอนโดดีขึ้น ซึ่งซ้อเจ็ดต้องจำยอม และโมทนาก็ได้พบและพูดคุยกับปาณะ ทำให้ปาณะแปลกใจที่โมทนาเห็นตนเองและสามารถสื่อสารกันได้ จึงถาม ยามนิยม จนรู้ว่า ปาณะ และ โมทนา เป็นคู่แฝดทางวิญญาณกันที่เกิด วัน เดือน ปี เดียวกัน แถมตกฟากพร้อมกัน ทั้งคู่จึงมีสายใยเชื่อมโยงกันอยู่ ปาณะจึงทำทุกวิถีทางที่จะให้โมทนาช่วยเป็นสื่อกลางติดต่อกับพัดชา แต่โมทนาไม่ยอม ปาณะจึงยื่นข้อเสนอจะช่วยเรื่องงานและเรื่องเงินให้โมทนาที่กำลังเดือดร้อน จึงยอมตกลง และปาณะ ก็พาโมทนาไปหาพัดชา ทันทีที่โมทนาเจอพัดชาเขาก็ตกหลุมรักทันที ปาณะบังคับให้โมทนาเล่าเรื่องของเขาให้พัดชาฟัง แต่พัดชาก็ไม่รับรู้ เพราะเธอความจำเสื่อมในเรื่องที่เกี่ยวกับปาณะ เนื่องจากช็อคเมื่อรู้ว่าปาณะตาย

ปาณะจึงคิดแผนให้โมทนาเรียกความทรงจำของพัดชากลับคืนมา ปาณะ แปลงโฉม โมทนา ใหม่ จากหนุ่มมาดเซอร์เป็นหนุ่มสังคมสุดเท่ห์ และเปลี่ยนชื่อจาก โมทนา เป็น นะโม ให้คล้องกับชื่อของ ปาณะ เพื่อไม่ให้ สุข พ่อของพัดชา จับได้ และให้โมทนามาสมัครงานบริษัทที่ปาณะเคยทำงานอยู่ รินนา หญิงสาวที่รักสันโดษเป็นอีกคนที่สามารถเห็นและสื่อสารกับ ปาณะได้ รินนา นั้นแอบหลงรักปาณะตั้งแต่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่ปาณะไม่เคยสนใจ พอปาณะตายทั้งสองจึงมีโอกาสได้พูดคุยกัน ปาณะแปลกใจที่รินนามองเห็นวิญญาณของเขาได้ โดยรินนาให้เหตุผลว่า เธอมีสัมผัสพิเศษที่มองเห็นวิญญาณทุกดวงได้ ปาณะ ยังคงคาดคั้นให้โมทนาฟื้นความทรงจำของพัดชากลับมาเร็วๆ ก่อนที่ตนเองจะหมดเวลาจากโลกนี้ไป แต่โมทนาก็พยายามเลี่ยงโดยอ้างว่ากลัวพัดชาจะเครียดจนช็อคเหมือนเคย แต่แท้จริงแล้วโมทนาหลงรักพัดชาเข้าซะเอง ด้านพัดชาเองก็ไม่ต่างจากโมทนา เพราะหลังจากได้มาเจอกับโมทนาก็ดูมีความสุขและร่าเริงขึ้น แถม สุข พ่อของพัดชาก็ถูกชะตากับโมทนาเช่นกัน ทำให้ สายลม ที่แอบหวังในตัวพัดชาอิจฉาจึงหาทางกีดกันไม่ให้โมทนาใกล้ชิดกับพัดชา มาร์ค และ พอดี สงสัยว่าโมทนาเป็นแฟนกับลูกสาวเศรษฐี ทำให้ พอดี เกิดความหึงหวงจึงร่วมมือกับ มาร์ค จับผิดโมทนา โดยบุกเข้าไปในงานเปิดตัวสินค้าที่โมทนาได้มีโอกาสอวดฝีมือเป็นครั้งแรก เป็นสาเหตุทำให้ สุข ได้เจอกับ มาร์ค โจทย์เก่า ทำให้ความลับเรื่องการปลอมตัวเป็น นะโม ถูกจับได้ สุข โกรธมากจึงไล่โมทนาออกจากงาน ทำให้ชีวิตของโมทนาต้องกลับไปตกต่ำอีกครั้ง

สายลม ฉวยโอกาสนี้เร่งทำคะแนนกับพัดชาทันที ปาณะ โมโหที่โมทนาไม่ยอมช่วยเหลือตน จึงขอร้องให้รินนาให้ช่วยทำหน้าที่แทนโมทนา แต่รินนาปฏิเสธ เพราะน้อยใจที่ปาณะหลอกใช้ ปาณะช่วยตัวเองด้วยการเข้าสิงร่างศพที่เพิ่งตายใหม่ๆ ไปฟื้นความจำพัดชา ในขณะที่ปาณะกำลังคาดคั้นพัดชาอยู่ โมทนามาเห็นเหตุการณ์พอดีจึงห้ามกันชุลมุน ทำให้พัดชาเกือบประสบอุบัติเหตุ แต่สายลมเข้ามาช่วยไว้ทัน พัดชารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณสายลมมาก โมทนา ที่กำลังเสียใจกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็บังเอิญเห็นสุขกำลังประสบอุบัติเหตุจึงรีบเข้าไปช่วย จนตัวเองบาดเจ็บ และเหตุการณ์ครั้งนี้เองทำให้สุขและโมทนาได้พูดคุยกันแบบเปิดอก จน สุข รู้สึกเชื่อใจในตัวโมทนาและเรียกเขากลับมาทำงานที่บริษัทอีกครั้ง การกลับมาของโมทนาทำให้สายลมระแวงกลัวว่าโมทนาและพัดชาจะกลับมาชอบกันอีก ครั้ง เลยใช้เสน่ห์ยาแฝดมามัดใจพัดชาและหาทางรวบหัวรวบหางให้เร็วที่สุด

ภูตแม่น้ำโขง

บัวผัน ชวน ทองมี เพื่อนรักกินข้าวกับไข่ประหลาดที่ได้มาจากริมแม่น้ำโขง แต่ทองมีปฏิเสธ บัวผันกินไข่แล้วเกิดกระหายน้ำอย่างแรง ต้องกระโดดลงเรือไปดื่มต่อกลางลำน้ำโขง ทองมีส่งเสียงให้คนช่วยจับบัวผัน ทิดเคน กระชากตัวบัวผันขึ้นจากน้ำ เธอตวาดเกรี้ยวกราดว่าเธอไม่ใช่บัวผัน และจมลงไปอยู่ใต้น้ำด้วยกัน

เฒ่าเชียงหล้า และชาวบ้านได้แต่ภาวนาขอให้พระพุทธรูปพระเจ้าองค์คำคุ้มครองให้ทั้งสอง ปลอดภัย ทิดเคนรอดมาได้จึงบอกชาวบ้านว่าบัวผันถูกจองจำอยู่ที่เมืองใต้น้ำ นายแพทย์อัคนี ได้เดินทางเข้ามาทำวิจัยเรื่อง จิตเวชชุมชน และเข้าร่วมในพิธีเข้าทรงของ นางเทียม ชื่อ คำแพง ผู้ที่จะบอกข่าวบัวผัน พร้อมกับ สมัย และชาวบ้านเพื่อบันทึกวิดีโอ

หมออุ่นเงิน ที่แต่งงานกับ เจ้านางโคมคำ อดีตคนรักของหมออัคนี และ เจ้าวรวงศ์ น้องชายของเจ้านาง ได้มาขอพบอัคนีเพื่อชวนไปดูพระธาตุประจำตระกูลที่พังลงมา เจ้าวรวงศ์คิดจะฆ่าอัคนีที่สลัดรักพี่สาว แต่แท้จริงแล้วอัคนีคิดกับเจ้านางโคมคำแค่น้องสาว เจ้าวรวงศ์กับหมออุ่นเงินวางยาพิษอัคนีแล้วทิ้งลงในแม่น้ำโขง

ทำ ให้อัคนีได้พบกับ พญาจันหัวจระเข้ และ เจ้าแม่ทอหูก ภูตแห่งแม่น้ำโขง ที่จับตัวบัวผันไป เพราะต้องการแก้แค้นที่ชาติก่อนบัวผันกับหมออัคนีแอบรักกัน ทั้งที่หมออัคนีเป็นคู่สยุมพรของตน เจ้าแม่ทอหูกพยายามจะขังอัคนีไว้อีกคน แต่อัคนีจำเรื่องราวในอดีตไมได้จึงหนีรอดกลับมา บุญเรือน โศกเศร้ามากที่บัวผันลูกสาวหายไป

และ หลวงพ่อจูม สามีก็บวชไม่สึก ไม่นานบัวผันก็กลับมาในสภาพที่ถูกเจ้าแม่ทอหูกสะกดจิต เจ้าแม่ทอหูกต้องการให้ทุกคนรวมทั้งหมออัคนีเข้าใจว่าบัวผันเป็นผี เพื่อจะได้เลิกรักบัวผันเสีย แต่หมออัคนีไม่ยอมเชื่อ และพยายามหาทางพิสูจน์ เจ้าแม่ทอหูกยิ่งเหิมเกริมหนัก พาบริวารออกไปอาละวาดฆ่าคน และจับหญิงสาวบริสุทธิ์ลงไปสังเวย

พร้อมกับป้ายความผิดให้กับบัวผัน จนชาวบ้านพยายามจะจับบัวผันเผาทั้งเป็น แต่หมออัคนีไปช่วยห้ามปรามไว้ เจ้าแม่ทอหูกจึงจับบัวผันลงไปใต้บาดาลอีกครั้ง และบังคับให้บัวผันดื่มเลือดของนาง จนบัวผันเริ่มมีสภาพครึ่งคนครึ่งภูต และดุร้ายขึ้นกว่าเดิม บัวผันกลายเป็นภูตกลับมาฆ่าคนเพิ่มขึ้น รวมถึงเจ้าวรวงศ์ที่พยายามจะเข้าไปขโมยสมบัติในพระธาตุอีกด้วย

เจ้า แม่ทอหูกสั่งให้บัวผันจับตัว จำปา หญิงสาวคนสุดท้ายไปสังเวยเพื่อตนจะได้เป็นอมตะ แต่หมออัคนีเข้าคล้องสร้อยที่คอของบัวผันไว้ จนกระทั่งบัวผันหมดฤทธิ์ ส่วนตัวเองก็ตามลงไปช่วยจำปาที่ใต้บาดาล และพบความจริงว่าที่แท้แล้ว เจ้าแม่ทอหูกเองต่างหากที่เป็นภูตแม่น้ำโขง หมออัคนีรีบกลับขึ้นมารวมกับหลวงพ่อจูม

และชาวบ้านสวดอธิษฐานจนวัน เพ็ญเดือนสิบ ที่ประตูสามภพเปิดออก เจ้าแม่ทอหูกพยายามตั้งพิธีบูชายัญจำปาเข้าสู้ แต่วิญญาณของคนที่เจ้าแม่ทอหูกฆ่าตายถูกพระยายมปลดปล่อยออกมา เข้ามาช่วยมนุษย์จัดการกับเจ้าแม่ทอหูก จนในที่สุดเจ้าแม่ทอหูกก็อ่อนแรงและหมดฤทธิ์ลง พร้อมๆ กับเมืองบาดาลที่ถูกทำลายลงไปด้วย

20 ปีผ่านไป หมออัคนีกับบัวผันแต่งงานกัน และให้กำเนิดลูกสาวชื่อ ใบบัว ซึ่งหน้าตาเหมือนบัวผันไม่ผิดเพี้ยน ใบบัวเดินทางมายังนครพนมเพื่อเยี่ยมเยียนบุญเรือน และเผลอออกไปเดินเล่นริมแม่น้ำ จนพบไข่ขนาดใหญ่วางอยู่ โดยไม่รู้ว่าความเคลื่อนไหวทุกอย่าง อยู่ในสายตาอำมหิตของเจ้าแม่ทอหูก ภูตแม่น้ำโขงที่ไม่มีวันถูกกำจัดไปง่ายๆ

รายชื่อนักแสดง ภูตแม่น้ำโขง

ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบท อัคนี
วรัทยา นิลคูหา รับบท บัวผัน
มรกต กิตติสาระ  รับบท เจ้าแม่ทอหูก
อุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท เจ้านางโคมคำ
ภูชิสสะ ธนพัฒน์ รับบท เจ้าวรวงศ์
กฤษฎี พวงประยงค์ รับบท ทิดเคน
ประถมาภรณ์ รัตนภักดี รับบท ทองมี
ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท บุญเรือน

ภูตแม่น้ำโขง

ความเชื่อถือศรัทธาของคนสองฝั่งลุ่มแม่น้ำโขง อันสืบเนื่องมาจากร่องรอยของนิทานพื้นบ้านและวรรณคดีโบราณ สมบูรณ์ด้วยความงามของธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ อารยธรรม และสรรพวิทยาที่ขรึม ขลัง ศักดิ์สิทธิ์ สอดแทรกด้วยหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ผสมกลมกลืนกับชีวิตความเป็นอยู่ ความรู้สึกนึกคิด ตลอดจนปรัชญาของผู้คนทั้งสองฝั่งโขง