เสน่ห์นางงิ้ว ที่งานประจำปีของศาลเจ้าพ่อเสือปีนี้คึกคักมาก มีการจัดแสดงงิ้วถึงเจ็ดคืนติดต่อกัน ผู้คนต่างมาจับจองที่นั่งรอชมการแสดงงิ้วของคณะเหลี่ยนฮัว คณะงิ้วเก่าแก่ที่มี เจียง เป็นหัวหน้าคณะ แต่ขณะที่การแสดงกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า หลังเวทีกลับวุ่นวาย เมื่อนางเอกงิ้วเกิดหนีตามผู้ชายไป อาจารย์หลอ ถึงตัดสินใจขอให้ บงกช หรือ บัว ขึ้นแสดงแทน ในบทของ โม่งเจียงหนุ่ย นางผู้ยึดมั่นในความรัก ร้องให้จนกำแพงเมืองจีนพัง เจียง ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกสาวเล่นงิ้วได้ แต่เมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องยอมให้บัวขึ้นแสดง บัว ขึ้นเวทีครั้งแรกด้วยความประหม่า และตื่นเต้น ยิ่งเจอกับเสียงหัวเราะจาก ชยุติ ชายหนุ่มนักเรียนนอกที่บังเอิญผ่านมาดูงิ้ว ก็ยิ่งทำให้บัวผิดพลาดมากขึ้น แต่ในที่สุด บัว ก็สามารถเอาตัวรอดแสดงงิ้วได้สำเร็จไปด้วยดี ผู้คนชอบใจในการแสดงของนางเอกหน้าใหม่ ความจริงแล้ว บัว เป็นลูกบุญธรรมของ เจียง เพราะเมื่อสิบปีที่แล้ว บัว กับ เกิ่ง ได้ช่วยกันพา เจียง หนีมาจากการถูกโจรจับเรียกค่าไถ่ ขณะที เจียง พาคณะมาเล่นที่โคราช กลุ่มโจรจึงกลับไปทำร้ายพ่อกับแม่ และย่าของทั้งบัวและเกิ่งจนตาย เจียง ซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเด็กๆ จึงตัดสินใจรับเด็กทั้งสองคนเป็นลูกบุญธรรมพามาอยู่ที่กรุงเทพ และเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า บงกช และ ดำเกิง เจียง ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร คณะงิ้วเหลี่ยนฮัวเป็นเพียงคณะงิ้วเล็ก ๆ และความนิยมในการดูงิ้วในปัจจุบันก็ลดลง ทำให้คณะงิ้วของ เจียง ไม่ได้มีงานมากนัก บัว แอบฝึกงิ้วกับ อาจารย์หลอ อยู่เสมอ โดยที่ เจียง ไม่รู้ เพราะ เจียง อยากให้ บัว ตั้งใจเรียนมากกว่า บัว ไม่ทำให้ เจียงผิดหวัง ตั้งใจเรียนจนสามารถสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยปิดเก่าแก่มีชื่อเสียงได้ ในขณะที่ เกิ่ง ไม่ยอมเรียนต่อขอแสดงงิ้วเป็นตัวประกอบเล็กๆ แทน เพื่อไม่ให้เจียงต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมากนัก และยังออกไปรับจ้างทำงานต่างๆ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนของบัวเพิ่มเติม การเสียสละของเกิ่งครั้งนี้ ทำให้บัวซาบซึ้งในน้ำใจของเกิ่งเป็นอย่างยิ่ง นางเหวียน แม่ของธานีแวะมาเยี่ยมเจียงที่บ้านในฐานะคนเคยรู้จักกัน เมื่อเห็นบัวจึงคิดทาบทามให้ธานี เหวียนออกอุบายให้ธานีได้เจอกับบัว ด้วยการชวนธานีไปดูงิ้วที่บัวแสดง ธานีไม่ชอบดูงิ้ว แต่ขัดใจแม่ไม่ได้จึงจำเป็นต้องไป ทำให้เจอกับชยุติเพื่อนเก่าสมัยเรียนเมืองนอก ชยุติจึงรู้ว่ายิ่งจันทร์ทำงานกับธานี ธานีเจอบัวในสภาพของนางงิ้วที่แต่งหน้าหนาเตอะ ทำให้รู้สึกไม่ชอบบัว ใน งานวันเกิดครบรอบเจ็ดสิบปีของยายมาลัว วลีกับวิลัยแข่งกันจัดงานใหญ่โตเชิญแขกเหรื่อมากมาย จ้างดารา นักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาในงาน แต่มาลัยต้องการเอาคณะงิ้วเหลี่ยนฮัวมาแสดง วลีกับวิลัยไม่ชอบนักแต่ก็ขัดมาลัยไม่ได้ ทำให้ชยุติได้เจอกับบัวอีกครั้ง และรู้ว่าบัวกับนางเอกงิ้วเป็นคนเดียวกัน ชยุติเอาดอกไม้ไปให้บัวถึงหน้าเวที บัวรับมาอย่างอดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้ เกิ่งมองดูอย่างไม่พอใจ ก่อนการแสดงเพียงไม่กี่วัน พระเอกงิ้วของคณะลาออกไปอย่างกะทันหัน เพราะไม่อยากทนกับความลำบากอีกต่อไป ทำให้เจียงต้องตัดสินใจแสดงเอง ด้วยสุขภาพที่ไม่อำนวย ทำให้เจียงเป็นลมคาเวที อาจารย์หลอจึงให้เกิ่งมารับบทพระเอกแทน เกิ่งดีใจมากที่ได้เป็นพระเอกคู่กับบัว ยายมาลัยติดตามดูคณะเหลี่ ยนฮัวมาตลอด ทำให้ชยุติได้เข้ามารู้จักกับงิ้วคณะนี้มากขึ้นและได้เจอบัวมากขึ้น รวมทั้งรับรู้ปัญหาต่างๆ ในคณะ โดยเฉพาะสุขภาพของเจียงที่แย่ลงทุกที ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างบัวกับชยุติก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความไม่พอใจของเกิ่ง ทั้งสองคนหนีไป อยู่ต่างจังหวัดหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข แต่กลับโชคร้าย เมื่อเงินที่ยายมาลัยแอบให้ชยุติมาตั้งตัวกลับหมดสิ้นไปในกองเพลิง ทั้งชยุติและบัวจึงต้องช่วยกันดิ้นรนทำงานหาเงินเลี้ยงตัว ถึงแม้ความเป็นอยู่จะลำบาก แต่ทั้งคู่ก็ไม่ย่อท้อ เพราะความรักที่มีให้แก่กัน วลีออกตามหาชยุติจนเจอ จัดการจ้างคนให้โปะยาสลบพาชยุติกลับไป และบอกให้บัวรู้ว่ายิ่งจันทร์ท้อง ชยุติจะต้องกลับไปรับผิดชอบ ขอให้บัวเห็นแก่เด็กในท้องปล่อยชยุติไป บัวเสียใจมากซมซานกลับมาที่คณะงิ้ว ขอโทษเจียงและตั้งใจจะฟื้นฟูคณะงิ้วขึ้นมาใหม่ คณะงิ้ว เหลี่ยนฮัวได้รับการติดต่อให้ไปแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรม เจียงกับอาจารย์หลอดีใจมาก ช่วยกันปรับบทและเพิ่มเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ดูสนุกขึ้น การแสดงประสบความสำเร็จ ได้รับคำชมทั้งจากสื่อมวลชน และคนดูอย่างท่วมท้น ชยุติกับบัวมาพาตัววลีกลับไปดูแลที่โรง งิ้ว และช่วยมาลัยออกมาจากบ้านจนได้ อาการของวลีค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากบัว ในที่สุดวิลัยก็โดนหุ้นส่วนคนใหม่หักหลังหลอกให้ทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ จนประชาชนแห่กันมาฟ้องร้องเอาเรื่อง ทิ้งให้วิลัยรับผิดชอบหนี้ก้อนใหญ่เพียงคนเดียว วิลัยหนีไปกบดานและพยายามติดต่อกนกวิภาให้เอาเงินไปให้ แต่กนกวิภาบอกพวกวลีให้รู้ ทั้งหมดจึงไปหาวิลัย มาลัยตัดสินใจถอดกำไลทองสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ใส่ติดตัวมาตลอดออกมาให้วิลัย ณ วินาทีนั้นเอง วิลัยเพิ่งจะตระหนักได้ถึงความรักของแม่ รู้สึกสำนึกผิด วลีเองก็ถึงกับจะยอมรับผิดแทนวิลัย วิลัยกราบขอโทษแม่และพี่ขอชดใช้กรรมที่ทำมาทั้งหมดในคุก วลียอมรับบัวเป็นลูกสะใภ้ เพราะเห็นในความกตัญญูที่บัวมีมาตลอด เกิ่งแต่งงานกับกนกวิภา บัวกับชยุติช่วยกันพัฒนาคณะงิ้วเหลี่ยนฮัวให้เป็นที่นิยมยิ่งๆ ขึ้น และสนับสนุนให้ลูกหลานชาวจีนมาฝึกงิ้ว มาลัยกับวลีกลับกลายเป็นผู้อุปภัมถ์คณะงิ้วเพื่อให้ศิลปะเก่าแก่คงอยู่ต่อไป และเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ
เสน่ห์จันทร์
ในงานฉลองพิธีหมั้นระหว่าง เสน่ห์จันทร์ (ตั๊ก บงกช คงมาลัย) เศรษฐีนีม่ายสาวสวยกับ ดามพ์ (สันติสุข พรหมศิริ) เพลย์บอยหนุ่มถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราที่คฤหาสน์นฤบดินทร์ อันเป็นมรดกตกทอดจากอดีตสามีผู้ล่วงลับของเสน่ห์จันทร์ โดยมีป้าสาย (จารุณี สุขสวัสดิ์) พี่เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ของเสน่ห์จันทร์ คอยจัดการทุกอย่างให้นายหญิงของเธอ และ มานิตย์ (รอง เค้ามูลคดี) คนครัวที่ทำอาหารเก่งที่สุดเป็นผู้ดูแลเรื่องอาหารการกินงานดำเนินไปอย่าง ราบรื่น จนกระทั่งมาถึงช่วงสำคัญของงาน เสน่ห์จันทร์กล่าวเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมดื่มแสดงความยินดีกับเธอ และดามพ์ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีดามพ์ก็เป็นลมล้มฟุบไป ท่ามกลางความตื่นเต้นตระหนกของทุกคน
ดามท์เสียชิวิตลงในเวลาต่อมา ตำรวจสรุปว่าดามพ์เสียชิวิต เพราะมียาพิษในแชมเปญ โรมรัน (กัปตัน ภูเนศ หงษ์มานพ) นายตำรวจหนุ่มฝีมือดีได้รับคำสั่งให้มาดูแลคดีนี้ โดยมี จ่าสมหมาย (ชูศรี เชิญยิ้ม) ตำรวจท้องที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ฆาตรกรรมครั้งนั้นและมิ้ม (ตวง ภัสสรี กังวานพงศ์) เด็กจบใหม่ฝึกงานที่เป็นทั้งคู่กัดและผู้ช่วยของโรมรัน ครั้งแรกที่โรมรันเขาได้พบกับเสน่ห์จันทร์ เขาประทับใจในความงามและความอ่อนหวานของเธอ โรมรันสอบปากคำเสน่ห์จันทร์และแขกผู้มีเกียรติในงานพบว่า คนที่น่าสงสัยที่สุดคือ นาน่า (หลิว มนัสวี กฤตานุกูลย์) นักร้องสาวแฟนเก่าของดามพ์ที่เข้ามาอาละวาดในงาน พร้อมกับขู่เอาชีวิตดามพ์ เพราะโกรธแค้นที่ถูกดามพ์สลัดรัก ทันทีที่นาน่าเห็นตำรวจเธอรีบหนีทันที และทิ้งหลอดยาที่น่าสงสัยลงในชักโครกแต่เธอหนีไม่พ้นและถูกรวบตัวในเวลาต่อ มา นาน่าให้การปฎิเสธว่าไม่ได้ฆ่าดามพ์ เพราะเธอรักเค้ามาก แต่คนที่เธอโกรธก็คือ เสน่ห์จันทร์ ที่เข้ามาแย้งคนรักไปจากเธอมากกว่า แต่พอตำรวจสอบถามว่าในเวลาที่เกิดเหตุเธออยู่ไหน นาน่าก็ให้การสับสน วกไปวนมาอย่างน่าสงสัย โรมรันจึงสั่งให้จ่าสมหมายคอยจับตาดูนาน่าไว้ ต่อมากองพิสูจน์หลักฐานแจ้งว่า ยาที่พบในห้องนาน่า เป็นยาเค ไม่ใช่ยาพิษ นาน่าจึงยอมรับสารภาพว่าเธอติดยา ช่วงที่เธอหายไป เธอแอบเข้าไปเสพยาในห้องน้ำ เธอจึงไม่กล้าสารภาพตั้งแต่ครั้งแรก
โรมรันเอาวีดีโอที่ถ่ายในงานมาตรวจสอบ พบว่านาน่าพูดความจริงเนื่องจากช่วงเวลาที่เธอหายไปไม่มากพอที่จะไปวางยาฆ่า ใคร นอกจากนั้นโรมรันยังพบเบาะแสสำคัญของคดีนี้ด้วย เพราะจากวีดีโอที่ถ่ายไว้ ทำให้โรมรันเห็นว่าในช่วงที่ทุกคนยกแก้วดื่มเพื่ออวยพรนั้น เสน่ห์จันทร์ กับดามพ์แลกแก้วแชมป์เปญกันดื่ม จึงรู้ได้ทันทีว่า เสน่ห์จันทร์ต่างหากที่เป็นเป้าหมายของการฆาตรกรรมครั้งนี้ ไม่ใช่ดามพ์…
โรมรันบอกเรื่องนี้ให้เสน่ห์จันทร์รู้ เธอตกใจเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนคิดฆ่าเธอ โรมรันจึงอธิบายว่าฆาตรกรใส่ยาพิษในแก้วแชมเปญของเธอโดยไม่รู้ว่าเธอจะแลก แก้วดื่มกับดามพ์ ดังนั้นดามพ์จึงเป็นเพียงผู้รับเคราะห์แทนเธอ ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง…
เสน่ห์จันทร์ตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รู้ความจริง ณ วินาทีนี้เธอยังคิดไม่ตกว่าใครกันที่จะปองร้ายเธอถึงชีวิต เธอได้แต่ขอร้องโรมรัน ว่าให้ช่วยสืบหาคนนั้นให้ได้ในเร็ววัน นาน่าให้การกับโรมรันว่า ตอนที่เธอออกมาจากห้องน้ำมี เสี่ยบุญชู (ไพโรจน์ สังวริบุตร) เจ้าของกิจการก่อสร้างรายใหญ่เป็นพยาน เพราะตอนนั้นเสี่ยบุญชูเพิ่งทะเลาะกับเสน่ห์จันทร์เสร็จแล้วเดินสวนออกมา เกือบจะชนเธอ ประจวบเหมาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างของเสน่จันทร์ถูกวางระเบิดอย่างไม่มี สาเหตุ โรมรันจึงเริ่มสงสัยเสี่ยบุญชู เขาถามถึงความขัดแย้งระหว่างเธอกับเสี่ยบุญชู (ตามที่นาน่าเล่าให้ฟัง) เสน่ห์จันทร์ยอมรับแล้วเล่าที้งหมดตามความจริงด้วยน้ำตา
วันเกิดเหตุ เสี่ยบุญชูมาข่มขู่เธอไม่ให้ยื่นซองประมูลโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับแถบ ชายฝั่งทะเลตะวันออกมูลค่าเป็นพันล้านที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า แต่เธอปฎิเสธไม่ขอก้าวก่ายการทำงานของบริษัทฯ เสี่ยบุญชูโกรธมากประกาศจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอไปพ้นทาง ที่สำคัญก่อนจากไปเขาพยายามลวนลามเธอ
โรมรันบอกเสน่ห์จันทร์ว่าคนที่ปองร้ายไม่ยอมวางมือแน่ๆ เตือนให้เธอระวังตัว และให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกับเธอหากเกิดเรื่องอะไรไม่ดีก็โทรหาเขาได้ทุก เมื่อ เสน่ห์จันทร์ซาบซึ้งใจ ป้าสายหัวหน้าแม่บ้านและมีศักดิ์เป็นแม่นมของเสน่ห์จันทร์ไม่ค่อยพอใจ หลังโรมรันกลับออกไป ป้าสายเตือนเสน่ห์จันทร์ว่าอย่าทำตัวสนิทสนมกับโรมรันมากนัก เขาอาจจะเป็นอันตรายกับเธอ เสน่ห์จันทร์บอกป้าสายว่า ไม่ต้องห่วง
ในเวลาต่อมาตำรวจจับมือวางระเบิดได้ ปรากฎว่า…ชื่อไอ้หาญเป็นคนของเสี่ยบุญชู พอดีกับที่มิ้มนำรายงานผลการชันสูตรศพดามพ์ พบว่าดามพ์เสียชิวิตเนื่องจากสารพิษที่ชื่อว่า แคนทาริดีน ออกฤทธิ์ในเชิงกระตุ้นอารมณ์ให้คึกคักแต่ถ้าใส่จำนวนมากทไให้หัวใจวายได้ ในตลาดมืดเรียกตัวนี้ว่า “แมลงวันสเปน”
โรมรันรีบนำหมายค้นไปค้นที่บ้านเสี่ยบุญชูทันที ขณะนั้นเสี่ยบุญชูกำลังมีความสุขกับสาวๆที่บ้าน โรมรันจึงพบไวอากร้า แมลงวันสเปน และยากระตุ้นอื่นๆมากมายตามที่สงสัย เสี่ยบุญชูบอกว่าเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะใช้ยากระตุ้นอารมณ์เพศ ตำรวจจับเชาเช้าคุกเพราะใช้แมลงวันสเปนไม่ได้ โรมรันบอกว่าไอ้หาญรับสารภาพแล้วว่าเป็นคนวางระเบิดบริษัทของเสน่ห์จันทร์ พร้อมกับรุกไล่ถามเรื่องที่มีคนเห็นเขาทะเลาะกับเสน่ห์จันทร์ และลวนลามในวันงาน เสี่ยบุญชูโมโหจนควบคุมตัวเองไมิอยู่ จึงยอมรับว่าเขาทำจริง แต่คนอย่างเขาไม่เคยคิดจะวางยาพิษฆ่าใคร
โรมรันจึงทำได้แค่เพียงแจ้งข้อหาลอบวางระเบิดแก่เสี่ยบุญชู ซึ่งก็ประกันตัวออกไปได้ภายในวันนั้นด้วยเงินและอิทธิพลที่มีอยู่ สิ่งที่ทำให้เขาเชื่อว่าเสี่ยบุญชูไม่ได้เป็นคนลงมือก็คือ นิสัยของเสี่ยบุญชูไม่ใช่คนที่ฆ่าใครด้วยยาพิษ และวางยาพิษในแก้วแชมเปญ น่าจะทำในเวลาก่อนเกิดเหตุไม่นาน เพราะตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีช่วงเวลาอันสั้น ซึ่งคนที่ลงมือน่าจะเป็นคนที่ชำนาญในเรื่องการใช้ยานี้ ไม่ใช่นักเลงอย่างเสี่ยบุญชู แต่ใครล่ะจะเป็นผู้ชำนาญคนนั้น
โรมรันกลับมาได้รับข้อมูลใหม่จากมิ้มว่า หลังจากท่านนายพลสามีของเสน่ห์จันทร์ตายลง ได้ทำพินัยกรรม ยกสมบัติทั้งหมดให้เสน่ห์จันทร์เพียงคนเดียว อลิสา (วรรณษา ทองวิเศษ) น้องสาวโอลด์เมดของท่านนายพลยื่นฟ้องร้องแต่ศาลสั่งยกฟ้องให้อลิสาแพ้คดี ที่สำคัญเธออยู่ที่นั่นในวันเกิดเหตุด้วย ที่สำคัญเธอยังเคยเป็นผู้ช่วยเภสัชกรมาก่อนที่จะเป็นเจ้าของฟาร์มม้า
เสน่ห์จันทร์เล่าว่า ความจริงวันนั้นเธอจำได้ว่า เธอเดินผ่านห้องเก็บแชมเปญ และเธอเห็นใครคนหนึ่งมาด้อมๆมองๆ พอเห็นเธอกับป้าสาย คนๆนั้นก็รีบหลบออกไป อาจจะเป็น อลิสา เพราะเธอเท่านั้นที่เคยเข้าออกบ้านนี้ได้สะดวก โรมรันถามเรื่องคดีมรดกจากเสน่ห์จันทร์แต่เธอไม่ยอมพูดถึง ได้แต่ร้องไห้เมื่อเขาพูดถึงเรื่องมรดกนั้น เขาจึงหันไปสืบเรื่องนี้จากป้าสาย โดยอ้างถึงความปลอดภัยของเสน่ห์จันทร์ ป้าสายเล่าว่า อลิสารักและหวงพี่ชายมาก จึงโทษว่าเสน่ห์จันทร์มาแย่งทุกอย่างไป ทำให้เสน่ห์จันทร์พลอยรู้สึกผิดที่ได้สมบัติทั้งหมดของท่านนายพล ป้าสายเล่าว่าเสน่ห์จันทร์ยอมถึงขั้นยกคอกม้านฤบดินทร์ให้อลิสา แต่อลิสาก็ยังไม่หายโกรธ คอยแช่งให้เสน่ห์จันทร์มีอันเป็นไปอยู่เสมอ แม้กระทั่งวันงาน อลิสายังแต่งชุดดำมาเหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนตาย ป้าสายยังเตือนโรมรันอีกว่าจะทำอะไรให้ระวังตัวด้วย
โรมรันไปหาอลิสาที่คอกนฤบดินทร์ อลิสากำลังขี่ม้าอย่างคล่องแคล่ว เธอสงสัยว่าโรมรันมาหาเธอเพราะอะไร แต่ในที่สุดอลิสาก็จับได้ว่าโรมรันเป็นตำรวจ จึงไล่ตะเพิดเขากลับไป อลิสาโกรธ หาว่าเสน่ห์จันทร์กล่าวหาเธอ โรมรันจึงได้รู้ว่าอลิสาเกลียดเสน่ห์จันทร์จริงๆ
วันต่อมาโรมรันได้รับโทรศัพท์จากเสน่ห์จันทร์ ว่าเธอรู้สึกเหมือนโดนสะกดรอยตาม โรมรันรีบมาช่วย เมื่อเค้าไปถึงก็เห็นอลิสากำลังทำร้ายเสน่ห์จันทร์อยู่ เขาเข้าไปห้ามอลิสาและรวบตัวเอาไว้ได้ในเวลาต่อมา ระหว่างที่โดนจับ อลิสาตะโกนด่าอาฆาตมาดร้ายเสน่ห์จันทร์ราวกับคนเสียสติ เสน่ห์จันทร์กลัวจนตัวสั่น โรมรันจึงนำตัวอลิสาไปกักขังไว้ชั่วคราว อลิสาถูกสอบเครียด เธอยอมรับว่าเกลียดและอยากให้เสน่ห์จันทร์ตาย แต่เธอไม่ได้วางยาพิษ โรมรันยังไม่เชื่อ เพราะว่าสมหมายไปตรวจคอกนฤบดินทร์ พบแมลงวันสเปนที่นั่น
จ่าสมหมายและมิ้มช่วยกันรวบรวมหลักฐานให้โรมรันทำสำนวนคดีเตรียมฟ้องอลิสา ทำให้ได้รู้ว่าแรงจูงใจของเธอคือ ต้องรีบฆ่าเสน่ห์จันทร์ให้ได้ก่อนที่เธอจะแต่งงานใหม่ เพราะหากปล่อยให้เธอแต่งงานไป สมบัติทั้งหมดของนฤบดินทร์จะกลายเป็นสินสมรส โอกาสที่อลิสาจะเอาของของเธอกลับคืนมายิ่งมีน้อยลง อลิสาจึงแอบเข้าไปในห้องเก็บแชมเปญนั้น แล้วใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งนาทีในการวางยาพิษ และแผนของเธอคงจะสำเร็จ ถ้าเสน่ห์จันทร์ไม่แลกแก้วดื่มกับดามพ์ ในช่วงมรณะนั้น
ข่าวจับอลิสาลงหนังสือพิมพ์ พร้อมรายละเอียดต่างๆ พ่อครัวมานิตย์อ่านแล้วพยายามปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมด เค้ารีบออกไปนอกบ้านด้วยอาการพิรุธ แล้วจู่ๆก็มีชายลึกลับโทรศัพท์เข้ามาขู่คนในคฤหาสน์นฤบดินทร์ ว่า “ฉันรู้นะว่าแกเป็นคนฆ่า” ก่อนมันจะแบล็คเมล์ข่มขู่เรียกเงิน โรมรันได้รับโทรศัพท์จากชายลึกลับเช่นกัน บอกว่า เขากำลังหลงทางจับคนผิด อลิสาไม่ได้ฆ่าใคร “ผมรู้ว่าใครเข้าไปในห้องแชมปญก่อนเกิดเหตุ” ถ้าอยากรู้เบาะแสว่าใครคือฆาตรากรตัวจริง
หลังจากวางหูจากชายลึกลับ โรมรันก็ขอให้ตำรวจหาที่มาของปลายสาย มานิตย์กลับมาทำงานปกติเหมือนไม่มีอะไร จนกระทั่งถึงวันนัดหมาย มานิตย์ซึ่งมีอาการเบาหวานขั้นรุนแรง ต้องฉีดอินซูลินก่อนออกจากบ้าน โรมรันมารอที่จุดนัดหมาย แต่คนที่นัดไว้ไม่มา จนจ่าสมหมายรายงานว่า โทรศัพท์ลึกลับที่โทรมาหาโรมรันนั้น มาจากบ้านเสน่ห์จันทร์นั่นเอง โรมรันนำตำรวจบุกไปที่บ้าน ไปจนถึงห้องพักของมานิตย์ที่คฤหาสน์นฤบดินทร์ เมื่อตำรวจบุกเข้าไปในห้องมานิตย์ปรากฎว่ามานิตย์ตายเสียแล้ว มีรอยเข็มและรอยไหม้ตามเส้นเลือดบริเวณหน้าท้องของเขา โรมรันตรวจสอบสภาพในห้องมานิตย์ พบข่าวตัดเกี่ยวกับคดีฆาตรกรรมดามพ์ และมีรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งติดอยู่ในห้องมากมาย โรมรันสั่งให้จ่าสมหมายเก็บไปตรวจสอบ โรมรันสอบถามเรื่องมานิตย์ ไม่มีใครรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเขามากนัก รู้แต่ว่ามานิตย์เคยมีครอบครัวแล้ว มีลูก แต่ถูกเมียที่หย่าขาดกีดกันไม่ให้พบลูกสาว ทำให้เขาเป็นคนเศร้าๆ และชอบเก็บตัว มิ้มสืบเพิ่มเติมอีกจนพบว่า เมียของมานิตย์ต้องการเงินก้อนหนึ่งไปตั้งตัว เพื่อแลกกับลูกสาว มานิตย์จึงต้องการใช้เงิน ประกอบกับความบังเอิญได้เห็นว่าในวันเกิดเหตุใครแอบลงไปในห้องเก็บแชมเปญ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวที่สื่อมวลชนนำเสนอ มานิตย์จึงมั่นใจว่าใครคือ ฆาตรกร เขาจึงโทรไปแบล็คเมย์ ซึ่งคนฆ่ามานิตย์น่าจะเป็นฆาตรกรคนนั้น และแน่นอนว่า ไม่ใช่อลิสา น่าจะเป็นคนในบ้านของเสน่ห์จันทร์เอง
เมื่อโรมรันไปหาเสน่ห์จันทร์ เห็นเสน่ห์จันทร์นั่งร้องไห้อยู่ เธอขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อน เพราะกลัวอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเธอ และแล้วคืนนั้นเธอกับเขาก็มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน เสน่ห์จันทร์ปรับทุกข์กับโรมรันว่า ยิ่งเขาสาวเข้าใกล้ฆาตรกรมากเท่าไร ก็ยิ่งมีคนตายมากขึ้นเท่านั้น เธอไม่อาจทนเห็นใครตายอีกโดยเฉพาะเขา เธอขอให้เขาเลิกโรมรันปฎิเสธว่าเป็นหน้าที่ ขอให้เข้าใจจากหลักฐานล่าสุดที่ได้มา ทำให้โรมรันรู้ว่าอลิสาไม่ได้เป็นคนทำร้ายเสน่ห์จันทร์จริงๆ และสาเหตุที่อลิสาบุ่มบ่ามไปหาเสน่ห์จันทร์ในวันนั้นเพราะจะไปตกลงกับเสน่ห์ จันทร์เรื่องคอกม้าของเธอ แต่บังเอิญไปเจอเข้ากับป้าสายเข้าเสียก่อน อลิสาจึงคอบคุมสติอารมณ์ไม่ได้เมื่อเจอหน้าเสน่ห์จันทร์ในเวลาต่อมา
ป้าสาย คนรับใช้ผู้ภักดี เคยมีคดีกับอลิสามาก่อน และยิ่งเมื่อสืบทราบว่า ป้าสายจะเกลียดทุกคนที่ไม่เชื่อฟังเธอโดยเฉพาะดามพ์ ก็ยิ่งทำให้โรมรันเริ่มเข้าใกล้ตัวฆาตรกรมากขึ้นทุกที
โรมรันนำตัวป้าสายมาสอบปากคำอย่างหนัก ในที่สุด ป้าสายก็รับสารภาพว่าเป็นคนฆ่ามานิตย์ ที่รู้ว่าเธอเป็นคนวางยาพิษดามพ์ และคิดจะแบล็คเมล์เธอ เสน่ห์จันทร์ตกใจที่ป้าสายพูดออกมาเช่นนั้น เธอแทบไม่เชื่อหู แต่ป้าสายยืนยันกับโรมรันว่าไม่ได้คิดจะทำร้ายเสน่ห์จันทร์ แต่ต้องการกำจัดดามพ์ ตำรวจพบแมลงวันสเปนอยู่ในห้องป้าสาย ตำรวจนำป้าสายเข้าคุก อลิสาได้รับการปลดปล่อยตัวเป็นอิสระ เธอยังคงเครียดแค้นเสน่ห์จันทร์อยู่เหมือนเดิม
เช้าวันต่อมา จ่าสมหมายแจ้งให้โรมรันรู้ว่าป้าสายเสียชีวิตแล้วด้วยการดื่มยาพิษที่แอบ เข้ามา เสน่ห์จันทร์กอดศพป้าสายร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา โรมรันอยู่เคียงข้างเธอเพื่อปลอบโยน เขาได้รับความผูกพันระหว่างเธอและป้าสายมากขึ้น เมื่อเขาเป็นเพื่อนเธอนำกระดูกของป้าสายไปเก็บที่วัด ที่เดียวกับที่เก็บอัฐิน้องสาวของเสน่ห์จันทร์
คดีปิดลง ท่ามกลางความโล่งใจของทุกฝ่าย ยกเว้นโรมรัน เพราะสิ่งที่เขาคาใจก็คือ ทำไมฆาตรกรอย่างป้าสายที่จงรักภักดีต่อนายหญิงถึงได้ยอมเสี่ยงเอาชีวิตของ นายหญิงเป็นเดิมพัน ในการวางยาพิษครั้งนี้
เธอรู้ได้อย่างไรว่านายหญิงของเธอจะสลับแก้วดื่มกับว่าที่สามี ณ วินาทีมรณะนั้น เธอไปรู้เรื่องแมลวันสาปนั้นได้อย่างไร หรือเธอมีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงหรือเธอรู้อะไร ที่ใครไม่เคยล่วงรู้…
รายชื่อนักแสดง เสน่ห์จันทร์
บงกช คงมาลัย รับบท เสน่ห์จันทร์
ภูธเนศ หงษ์มานพ รับบท รมรัน
จารุณี สุขสวัสดิ์ รับบท ป้าสาย
สันติสุข พรหมศิริ รับบท ดามพ์
ไพโรจน์ สังวริบุตร รับบท เสี่ยบุญชู
ภัสสรี กังวานพงศ์ รับบท มิ้ม
มนัสวี กฤตนุกูลย์ รับบท นาน่า
วรรณษา ทองวิเศษ รับบท อลิสา
รอง เค้ามูลคดี รับบท มานิตย์
ชูศรี เชิญยิ้ม รับบท จ่าสมหมาย
ดารุณี กฤตบุญญาลัย รับบท สมสมัย
วราพรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท เอกกะรัต ในละครเสน่ห์จันทร์
สู้ยิบตา
ผู้ใหญ่ผ่าน ผาตั้ง บ้านวังม้า ไม่พอใจสมนึกลูกน้องของเสี่ยเว้ง (วิชัย ชนะค้า) ที่เตือนชาวบ้านไม่ให้ขายที่ดิน ผ่านสั่งผู้ใหญ่ขจร ผู้ใหญ่บ้านดงสะท้อน ให้ส่งลูกสมุนขุนและเรือง รุมกระทืบสมนึกจนเจ็บปางตาย ผ่านโดนลอบยิงคนที่น่าสงสัยคือเสี่ยเว้ง ชีวิน ชุมพร ตัดสินใจพาอุษาและปอนด์กลับบ้านวังม้าหลังเจอพิษเศรษฐกิจ ทั้งคู่ตั้งใจมาสร้างครอบครัวบนที่ดินที่ชีวินได้รับมรดก ช้อยดีใจที่ลูกชายกลับบ้าน ผ่านมาขอเจรจาซื้อที่ดินจากชีวิน แต่ถูกปฏิเสธเขาถูก ชู แจ่ม และเมาลูกน้องของผ่านยิงเสียชีวิต อุษาทั้งเสียใจและเสียขวัญแต่ไม่ยอมแพ้
กริช กรีฑา เพื่อนบ้านที่มีไร่ติดกันมาพบอุษา ทั้งคู่ถูกชะตากันทันทีและเริ่มไปมาหาสู่กัน กริชได้เจอกับสารวัตประชิด เชิงรุก เพื่อนสมัยเรียน กริชได้ให้ข้อมูลเรื่องกว้านชื้อที่ดินและได้รื้อฟื้นคดีอุษาขึ้นมาใหม่ อุษามีความหวังอีกครั้งเธอเปิดร้านอาหารและขนมเพื่อเสริมรายได้ ผ่าน ผวน และกล้า มาที่ไร่ของอุษาได้เจอกับกริชก็ส่งลูกน้องขจรเข้าไปหยั่งเชิง ยามค่ำคืนกรีชไม่ทันระวังตัว โดนลูกน้องของขจร 4 คนทำร้ายปางตาย โดยมีลุงผุยและนุ่นคอยดูแล เมื่อกริชอาการดีขึ้นก็กลับไปเล่นงานทั้ง 4 คน ผ่านใส่ความว่ากริชหาเรื่อง กริชได้ทีจึงบอกว่า 4 คนนี้รุมทำร้ายและขับไล่ตนออกจากวังม้า
ขจรนำทีมขุนและลูกน้อง ไปบุกลานมันแต่ไม่สำเร็จ อุษาโดนจับตัวหลังจากกลับจาก เยี่ยมกริช ช้อยโดนฆ่า สามวายร้ายนำร่างที่สลบของอุษาไปไว้ในกระท่อมร้างในไร่เจ้านายนักการเมืองของผ่าน นิตย์ตบะแตกทนความสวยของอุษาไม่ได้ เธอวิ่งหนีจากกระท่อมเข้าไปจนมุม ยึดไม้ฟาดจนนิตย์ตายคาที่ ครามกับผวนกลับมาที่กระท่อมเจอกระท่อมร้าง รีบไปรายงานผ่าน กริชกับตฤณไปขอแรงทรัพย์ที่ชำนาญทาง ทรัพย์แกะรอยไปถึงกระท่อมไม่เห็นใครพบแต่เสื้อผ้าของอุษา ทรัพย์พาเข้าไปในไร่มัน จนพบอุษาสลบอยู่ กริชอุ้มอุษากลับไป ผาณิตมีปากเสียงกับผ่านขนาดตัดพ่อตัดลูก ผ่านโมโหไล่ลูกสาวไม่ใยดี ผาณิตมาอยู่กับตฤณ ประชิดมาที่วังม้าเพื่อรวบรวมหลักฐาน รอให้อุษาหายได้มาสอบเพิ่ม
ตอนค่ำผ่านทำทีไปเยี่ยมอุษา ส่งสัญญาณให้ครามกับผวนจัดการอุษา เปรียวกับสมพงษ์รอจังหวะเหมาะดับสองวายร้ายสิ้นชื่อ ผ่านอาศัยจังหวะชุลมุนทำทีไปเยี่ยมอุษา คิดว่าเธอหลับหวังจะปิดปาก แต่อุษาใช้ปืนที่กริชให้ไว้ป้องกันตัวยิงสวนจนเจ้าพ่อวังม้าบาดเจ็บหนีไป แต่สุดท้ายก็จนตรอกจนต้องฆ่าตัวตาย งานศพผ่านอุษาขออโหสิกรรมกับผาณิต เธอไม่โกรธบอกว่าพ่อสมควรได้รับกรรม ผาณิตกับตฤณแต่งงานกัน และยกที่ดินคืนให้สิน ไร่ของอุษาและกริชหลอมรวมกัน อุษามีทายาทอยู่ในท้อง 4 เดือน ทั้งคู่ใช้ชีวิตด้วยความสุขและความรักหลังจากผ่านร้อนผ่านหนาว สู้ยิบตา ผจญความเลวร้ายมาด้วยกัน
สู่แสงตะวัน
นภา สาวสวยวัยกลางคน ยืนมองรูปบรรพบุรุษ นักการเมือง 6 คนที่ติดอยู่กลางบ้าน ครอบครัวสุริยัน มีนักการเมืองระดับรัฐมนตรีมาแล้วหกชั่วอายุคน เธอเป็นรุ่นที่เจ็ด และเป็นนักการเมืองผู้หญิงคนเดียว เธอจำได้ดี วันที่เธอเกิด แม่ของเธอ คุณหญิงสร้อย ร้องไห้แทบขาดใจ คุณหญิงสร้อย ตะโกนด่าเธอว่าเป็นตัวกาละกินี ในเมื่อเธอเป็นผู้หญิง นภาจะสืบต่อความเป็นนักการเมืองของวงศ์ตระกูลได้อย่างไร คุณหญิงสร้อยพยายามเลี้ยงนภาให้กลายเป็นผู้หญิงเย็นชา เรียนเก่งทำงานหนัก และอยู่บนเส้นทางชีวิตของนักการเมือง นภาเก่งและแข็งแกร่งสมใจผู้เป็นแม่ หล่อนเอาชนะ ศักดินา พี่ชายที่เกิดจากเมียคนใช้ของพ่อ ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองตัวเก็งตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ
ในช่วงวัยสาว นภาแต่งงานกับ ม.ร.ว.สูงศักดิ์ จากตระกูลที่พร้อมจะมาส่งเสริมตำแหน่งทางการเมือง ม.ร.ว.สูงศักดิ์ เป็นคนอายุสั้น เพียงสามปีคุณชายสูงศักดิ์ก็เสียชีวิต คนทั่วไปรับทราบว่า เขาและหล่อน มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ชื่อ ม.ล. ชลกร
ชลกร หรือ ”ลูกเมฆ” ของนภา หน้าตาดี จิตใจดี มีอารมณ์ขัน เขาใช้ชีวิตเป็นเพลย์บอย กะล่อนและเจ้าชู้ ไม่สนใจอาชีพนักการเมืองที่ รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ของชลกร คือแสงสว่างในโลกมืดที่เต็มไปด้วยการแข่งขันของนภา ชีวิตของหญิงเหล็กอย่างนภา มีด้านมืดที่เป็นความลับมากมาย เมื่ออายุได้ 20ปี นภาตั้งท้องกับคู่รักเก่า ซึ่งมีฐานะไม่เท่าเทียมกันชื่อ นายสุข สร้างความอับอายให้คุณหญิงสร้อย นภาหนีไปคลอดลูกต่างจังหวัด ขณะที่คลอด นภาสลบไป คุณหญิงสร้อยติดตามเอาตัวนภากลับคืนมา และให้ลูกน้องซ้อมนายสุขจนไปตายที่โรงพยาบาล แล้วทอดทิ้งลูกของนภาไม่ใยดี
นภาตื่นขึ้นมาในบ้านหลังใหญ่ของตนเอง ร้องไห้คร่ำครวญถึงนายสุขและลูกที่หายไป นภาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหล่อนมีลูกเป็นชายหรือหญิง คุณหญิงสร้อยไม่หยุดเพียงแค่นั้น หล่อนจับนภาแต่งงานกับม.ร.ว. สูงศักดิ์ทันทีในเดือนต่อมา เพราะเขาก็มีปัญหาคล้ายนภา เขารักกับผู้หญิงต้อยต่ำจนมีลูกชายหนึ่งคน คุณชายสูงศักดิ์บอกความจริงกับนภาว่าตนมีลูกติดและแม่เด็กก็ทนความ แตกต่างไม่ไหว ทิ้งเด็กไปแล้ว นภาให้คุณชายสูงศักดิ์ รับเด็กทารกคนนั้นมา และเลี้ยงเป็นลูก โดยตั้งชื่อว่าชลกร พร้อมกับสร้างเรื่องราวว่าชลกรคือลูกของนภาที่ไปคลอดในต่างประเทศ แต่หล่อนไม่เคยลืมว่าตนเคยมีลูกที่หายไป นภาทุ่มเงินมหาศาล บริจาคให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทั่วประเทศ เพียงเพราะคิดว่า เด็กพวกนั้นคนใดคนหนึ่งอาจเป็นลูกของเธอ ชีวิตวัย 45 ปีของนภา ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่แค่เอื้อม ศักดินาอยู่พรรคตรงกันข้าม ยังคงเป็นศัตรูคนสำคัญที่นภาต้องต่อสู้
วันหนึ่งคฤหาสน์สุริยัน ได้รับคนใช้เข้ามาสองคน เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ทั้งสองเข้ามาทำงานในบ้านสุริยันพร้อมกัน แต่ด้วยสาเหตุคนละอย่าง คนใช้หญิงชื่อ รวิ เข้ามาทำงานเพราะนภา แต่คนใช้ชายชื่อ กานต์ เข้ามาทำงานเพราะชลกร เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ใสซื่อจนเกือบเซ่อซ่า หล่อนมาจากครอบครัวยากจน มีพ่อขี้เมาชื่อก้าน และแม่ติดการพนันชื่อ ศรี รวิมีน้องสาวคนเดียว ชื่อ รตี ที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย นภาจึงรับรวิไว้เป็นคนใช้ในบ้าน ในวันเดียวกันนั้นเอง ชลกร ก็ไปมีเรื่องชกต่อยกับจิ๊กโก๋ในผับ จิ๊กโก๋จะใช้มีดแทงชลกรแต่มีชายหนุ่มหน้าบาก ผมยาวคนหนึ่งเข้ามารับมีดแทน เขาชื่อกานต์ ชลกรซึ้งในบุญคุณของกานต์ ที่มาช่วยชีวิตของตน ตัดสินใจรับนายกานต์เข้ามาเป็นคนขับรถของตน
นภารู้สึกแปลกๆกับนายกานต์เป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะหน้าตาที่มีรอยแผลเป็นทางยาวอย่างเดียว แต่ดวงตาของนายกานต์ที่มองนภานั้น บางครั้งก็เต็มไปด้วยแววตาเกลียดชัง บางครั้งก็เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ ที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจ นภาไม่ไว้ใจกานต์เลย หนึ่งเดือนมาแล้ว มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับนภา โดยปรกติ ชีวิตหล่อนถูกปองร้ายโดยศักดินาอยู่แล้ว แต่หนึ่งเดือนมานี้ หล่อนถูกรบกวนด้วยภาพแปลกๆ ที่ส่งมาทางมือถือ และทางไปรษณีย์ ภาพเด็กเร่ร่อนถูกตบตี คุ้ยเขี่ยอาหารในถังขยะ ศักดินาไม่มีทางรู้ว่าภาพเหล่านี้มีความหมายกับหล่อนมากแค่ไหน เพราะมันคือฝันร้ายของชีวิต นภาเกิดความสงสัยมาตลอดว่าใครเป็นผู้ส่งมา นภาจึงไม่สบายใจ ถ้าจะมีผู้ชายท่าทางแปลกๆเข้ามายุ่งเกี่ยวกับลูกเมฆของหล่อน กานต์คือคนที่ส่งภาพเหล่านั้นมาให้ ! นายกานต์คือลูกน้อยที่หล่อนทำหายไปในอดีต ลูกชายคนเดียว ลูกที่แท้จริงของนภา !
เมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว สร้อยเอากานต์มาทิ้งไว้หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า กานต์โชคร้าย ผู้ที่มารับไปเลี้ยงดู เป็นสามีภรรยานักค้ายาบ้า กานต์ถูกตบตีและถูกใช้ให้ส่งยาบ้าอยู่ในตลาดสดแห่งหนึ่ง เมื่อโตขึ้น เขาตัดสินใจหนีออกจากบ้าน พ่อแม่บุญธรรมรู้เข้า เลยมาจับตัวเด็กกานต์เอาไว้ พ่อแม่บุญธรรมให้คนซ้อมกานต์ เด็กใจเด็ดอย่างกานต์ ไม่ยอมแพ้ เขาเอามีดแทงพ่อเลี้ยงของตนแล้วหนีออกมา
กานต์แจ้งตำรวจจับสองพ่อแม่ใจร้ายทลายแก๊งค์เลี้ยงเด็กเป็นผลสำ เร็จ แต่ตัวเขาก็สะบักสะบอม มีแผลตามร่างกาย ด้วยความเป็นเด็ก กานต์กลัวความผิดที่แทงพ่อเลี้ยง เขาจึงหนีจากตำรวจ ไปแอบซ่อนใต้แผงในตลาด ปิดตัวเองอยู่ในความมืด ไม่ออกมาพบคนและไม่ออกมาหาอะไรกิน
เสียงร้องไห้ของเด็กชายที่โลกลืม ไร้คนสนใจ เขาป่วยอยู่สามวันสามคืน ร้องไห้หาแม่ จนกระทั่งหมดแรง เขารู้สึกว่าลมหายใจสุดท้ายใกล้เข้ามาทุกที ด้วยสายตาที่พร่าเลือน เขาเห็นผู้ชายคนหนึ่ง เอารูปของหญิงสวยสง่ามาจ่อที่ตรงหน้า รูปแผ่นนั้นคือโปสเตอร์หาเสียงของนภา เสียงของชายคนนั้นดังก้องหู ในมโนสำนึกสุดท้าย “หนู อย่าเพิ่งตาย นี่รูปของแม่หนู หนูมีแม่ มีบ้าน มีเงินเยอะแยะ” เด็กกานต์มองภาพผู้หญิงตรงหน้า ภาพของนภาในโปสเตอร์หาเสียงแผ่นนั้น ช่างงดงามราวกับนางฟ้า เมื่อหัวใจของเด็กชายที่ถูกทรมานมายาวนาน มีความหวัง เขาก็ฟื้นจากไข้ในเวลาไม่กี่วัน กานต์ ได้พบกับเจ้าของโปสเตอร์รูปนภาที่ช่วยชีวิตเขา ชายคนนั้นเป็นคนกวาดถนนขี้เมาชื่อ ตารงค์ เพราะรงค์เคยทำงานให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในวันที่สร้อยเอาตัวทารก กานต์มาทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็ก รงค์จำได้ว่าเด็กชายคนนั้นมีปานรูปเดือนเสี้ยวที่หัวไหล่ด้านหลังข้าง ขวา เมื่อวานรงค์ดูทีวี มีการเผยแพร่ภาพวงจรปิด การทลายแก๊งค์ของผู้ร้ายใช้เด็กส่งยาบ้า ทีวีวงจรปิดได้บันทึกภาพของเด็กกานต์ขณะต่อสู้กับพ่อแม่บุญธรรม รงค์เห็นปานของกานต์ ขณะต่อสู้กับผู้ร้าย เขาจึงออกตามกานต์ เพื่อบอกความจริงกับกานต์ว่า กานต์อาจเป็นลูกของนภาที่หายไป
กานต์ได้ฟังแค่นั้น เขาหยิบโปสเตอร์แล้วออกวิ่งไปหานภาทันที นภากำลังมาหาเสียงแถวนี้ กานต์ตะโกนเรียกแม่ๆ แต่นภาที่อยู่บนรถไม่ได้ยิน กานต์วิ่งตามรถไป หกล้มหกลุก แต่เมื่อไปถึง เขาเห็นรถจอด แม่อยู่แค่เอื้อม กานต์เดินไปรอแม่ให้แม่ลงจากรถ แต่แม่กลับลงมาพร้อมเด็กชายในวัยเดียวกับตน แม่มีลูกชายคนใหม่แล้ว กานต์ร้องไห้ และเป็นลมล้มไป มือยังคงกำโปสเตอร์แน่น หญิงสาวสวยคนนั้นเป็นคนชุบชีวิตกานต์และเป็นคนผลักให้กานต์กลับมาป่วย ใกล้ตายอีกครั้ง ! โดยมีตารงค์ขี้เมา คอยดูแล กานต์ครุ่นคิด เขาต้องหาย เขาต้องมีชีวิตใหม่ เขาต้องยิ่งใหญ่เพื่อกลับไปยืนต่อหน้าแม่ของเขา แม่ของเขาจะต้องเสียใจที่ทอดทิ้งเขาไป ! กานต์โตขึ้นมาแบบเด็กเร่ร่อนในตลาด เขาไปอยู่บ้านนั้นบ้านนี้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ที่นอนคือ ใต้แผงขายหมู ที่กินคือโต๊ะอาหารในร้านอาหารที่คนกินเหลือ ที่เรียนคือโรงเรียนวัด ห้องสมุดคือหนังสือพิมพ์ที่ห่อผักในตลาด
กานต์เรียนรู้ทุกอย่างจากสภาพยากจนข้นแค้นรอบตัว หัวใจที่มีความแค้นเป็นแรงผลักดัน บอกเขาว่า เขาต้องเก่ง ต้องฉลาดและต้องรวยกว่าเด็กชายลูกแม่คนนั้น ! น่าแปลกที่กานต์เรียนรู้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ชะตาชีวิตประทานมันสมองอันปราดเปรื่องมาให้กานต์ ด้วยความอุปถัมภ์ของหลวงตาที่วัด เงินจากผู้ใจบุญในมูลนิธิ และด้วยความสามารถของเขาเอง กานต์สามารถส่งตัวเองจนเรียนจบดอกเตอร์ตั้งแต่อายุไม่ถึง 25ปี กานต์ศึกษาตลาดหุ้นจากกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อผัก จนสามารถเล่นหุ้นมีเงินเป็นกอบเป็นกำ ส่งตัวเองไปทำงานที่เมืองนอก และกลับมาอย่างงามสง่า ในฐานะดอกเตอร์ด้านรัฐศาสตร์ ภายใต้ชื่อใหม่ว่า จันทรกานต์ เขาเริ่มแผนการล้างแค้นของเขา… เขากลายเป็นมนุษย์หลายภาค หลายตัวตน ในวงสังคมชั้นสูง เขาใช้ชื่อจันทรกานต์ สมัครเข้าไปเป็นนักการเมืองเลือดใหม่ ในกลุ่มของศักดินา !
ศักดินา ชื่นชอบมันสมองเฉียบขาดของจันทรกานต์ เขาหารู้ไม่ว่าจันทรกานต์ไม่ได้จริงใจกับศักดินา เขาเข้ามาช่วยศักดินาเพื่อยืมมือศักดินาแก้แค้นนภา แต่ในอีกด้านหนึ่ง กานต์ตกแต่งใบหน้าของตนเอง ให้มีแผลเป็นทางยาว ใช้ชื่อว่ากานต์มาเป็นคนขับรถใต้จมูกของนภา กานต์ทำตัวสนิทสนมกับชลกร ชลกรชอบคนขับรถคนนี้มาก เอาตัวไว้ข้างกายตลอดเวลา แถมยังเรียกกานต์ว่าพี่อีกด้วย กานต์กำลังคิดจะทำลายเขาเพราะอิจฉาริษยา กานต์เข้าใจผิดเหมือนคนอื่นว่าชลกรคือลูกแท้ๆ ของนภา กานต์เข้าใจไปว่า นภาทิ้งตนเพราะเป็นลูกคนขับรถ แต่ชุบเลี้ยงชลกร เพราะเป็นลูกหม่อมราชวงศ์ ! ตรงข้ามกับคนขับรถผู้ลึกลับ…. รวิ คนใช้หญิงคนใหม่ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสดใสที่แท้จริง รวิเข้ามาทำงานในตำแหน่งคนใช้ ด้วยความหลงใหลในตัวของนภา รวิรักนภามาก เจ้าหล่อนคอยตามมอง ตามเอาใจใส่ ตามจดจำ ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับนภาอย่างไร้เหตุผล
นภาสั่งให้รวิไปดูแลแม่ของตน คุณหญิงสร้อย ที่บัดนี้ กลายเป็นคนแก่สติเลอะเลือน อารมณ์แปรปรวนและดุร้าย สร้อยอาศัยในตึกมืด … พร่ำบ่นถึงความยิ่งใหญ่ของคนในตระกูลสุริยัน สร้อยดุร้าย เจ้ายศเจ้าอย่าง บ้าเกียรติยศไม่เปลี่ยนแปลง ทุกคนในบ้านรับรู้ว่า คุณหญิงสร้อยเป็นบ้าไป เพราะชอบบ่นเพ้อถึงผีเด็กชายและเด็กหญิงที่มาหลอกลวงตน คุณหญิงสร้อยเรียกเด็กสองคนในภาพหลอนว่าทิวา ราตรี โดยเรียกเด็กหญิงว่าทิวา และเรียกเด็กชายว่าราตรี ไม่มีใครรู้ว่าคุณหญิงสร้อยพูดถึงอะไร แม้แต่ตัวของนภาเอง ก็เข้าใจไปว่า คืออาการประสาทหลอนทั่วไปที่เกิดกับคนแก่
แผนการแก้แค้นของกานต์เริ่มต้นขึ้น กานต์สนิทสนมกับชลกรจนรู้ว่า ชลกรมีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหืด ขาดยาพ่นไม่ได้ กานต์วางแผนเอายาพ่นไปทิ้งขณะที่ชลกรเล่นกีฬา รวิก็มาช่วยชลกรไว้ได้ กานต์วางแผนแกล้งคุณหญิงสร้อยที่ชอบดูถูกคนชั้นต่ำ ให้ตกบันได รวิก็มาช่วยคุณหญิงสร้อยอีก เขามักเดาความคิดรวิได้ และรวิสามารถเดาความคิดของกานต์ได้ เขาวางแผนให้รถของนภาหลุดออกไปจากรถของบอดี้การ์ด นภาถูกผู้ร้ายขู่ให้ออกจากเส้นทางการเมือง รวิที่ติดรถไปด้วย ปกป้องนภาด้วยการเอาตัวเข้ารับกระสุนแทน รวิหมดสติต้องถูกส่งเข้าไอซียู ! ทันทีที่รวิถูกยิงที่หัวไหล่ กานต์เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่หัวไหล่ด้วย รวิถูกพาตัวส่งเข้าโรงพยาบาล ท่ามกลางความห่วงใยของนภาและชลกร
กานต์รีบวิ่งไปที่ตึกมืดของคุณหญิงสร้อย กานต์ถามคุณหญิงสร้อยที่สติครึ่งๆ กลางๆ เด็กทิวาราตรีคือใคร คุณหญิงสร้อยร้องไห้เล่าให้ฟัง เด็กหญิงทิวามีปานแดงรูปพระอาทิตย์ เด็กชายราตรีมีปานแดงรูปพระจันทร์เสี้ยว หัวใจกานต์กระตุก เขาวิ่งกลับมาที่ห้องไอซียู พลิกดูร่างของรวิ ที่ไหล่ซ้ายด้านหลังของรวิมีปานแดงเป็นวงกลม คล้ายรูปพระอาทิตย์ ! แท้จริงแล้วในคืนนั้น …นภาคลอดลูกแฝดชายและหญิง สร้อยจัดการแยกเด็กชายและหญิงออกจากกันไปไว้ในสถานเลี้ยงเด็ก กำพร้าคนละแห่ง ! รวิถูกครอบครัวของ ก้านและศรีรับไปเลี้ยง แต่เมื่อทั้งคู่คลอดลูกของตนเอง รวิก็ตกจากสถานะลูกสาว ไปเป็นเด็กรับใช้ มีหน้าที่ดูแลรตี น้องสาว และทำงานบ้านช่วยเหลือพ่อขี้เมาและแม่ที่ติดการพนัน ชีวิตของรวิเจ็บปวดไม่แพ้กานต์ และในคืนนี้ … รวิกำลังจะตายด้วยมือแฝดผู้น้องของหล่อน…กานต์ร้องไห้ คุกเข่าขอโทษรวิ พร่ำร้องไห้ให้รวิฟื้นขึ้นมา
เด็กทิวาราตรีแห่งตึกมืด ผีเด็กแฝดที่คอยหลอกหลอนคุณหญิงสร้อย คนหนึ่งกำลังจะตายไป กานต์กระซิบบอกรวิ ชีวิตอีกครึ่งหนึ่งของรวิอยู่ที่นี่แล้ว น้องชายที่แท้ของรวิอยู่ที่นี่ …. ในที่สุด รวิตื่นลืมตาขึ้นและกลับมาแข็งแรงตามปรกติ และจำเรื่องที่กานต์บอกไม่ได้ ! กานต์ก็ให้ความเอาใจใส่รวิมากผิดปรกติ แต่ไม่บอกความจริงกับรวิ เขาเข้าไปจัดการให้คนซ้อมพ่อขี้เมา และ หลอกไพ่แม่ติดการพนันของรวิจนหมดตัว รวิโมโหมาก ด่ากานต์ไม่ใยดี กานต์บอกระวิ ต่อไปนี้ไม่ต้องไปสนใจพ่อแม่ใจร้าย น้องสาวเอาแต่ใจตัวเองแล้ว เขาจะดูแลรวิเอง สำหรับรวิแล้ว ความถูกต้อง การกตัญญูรู้คุณ คือสิ่งสำคัญ เขาไม่เข้าใจ รวิแม้จะเป็นฝาแฝดกับตน แต่ทั้งสองก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน รวิจิตใจดีงาม อ่อนโยน มองโลกในแง่ดี มีแต่เสียงหัวเราะ และไม่ถือสาคนที่ทำร้าย ใช้งานตนเอง แต่กานต์ เงียบขรึม ดุดัน และแก้แค้นทุกคนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน กานต์ตัดสินใจไม่บอกความจริงเรื่องเป็นฝาแฝดให้ระวิรู้ เขาทั้งสองแม้จะอ่านความคิดกันออกบ่อยๆ แต่ทั้งคู่ถูกกำหนดให้เป็น พระอาทิตย์สว่างใสและพระจันทร์มืดมน !
กานต์และรวิคงต้องยืนคนละขั้วต่อไป… กานต์ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ต่อไป โดยแอบดูแลรวิอยู่เงียบๆ การดูแลเอาใจใส่ของกานต์ที่มีต่อรวิ ทำให้ชลกรไม่พอใจโดยไม่รู้สาเหตุ เพราะตั้งแต่รวิเข้ามา ชลกรก็สนิทสนมกับรวิ ชลกรชอบแกล้งรวิมากที่สุด ชลกรรู้สึกเหมือนรวิเป็นตุ๊กตาใสซื่อ แสนซน ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของคฤหาสถ์สุริยัน ทั้งสองเล่นสนุก กับเรื่องไร้สาระได้ทุกเรื่อง รวิ สอนชลกรปีนต้นไม้ ตกปลา เล่นไพ่ จับหมามาวาดหน้า ทุกอย่างที่เขาและรวิทำร่วมกัน คือความสุขที่หม่อมหลวงลูกนักการเมืองอย่างชลกรไม่เคยทำ
ทั้งรวิและชลกรสาบานกันเป็นเพื่อนตาย ทั้งคู่ไม่มีใครคิดว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง นภาแนะนำผู้หญิงสาวสวยไฮโซคนหนึ่งให้ชลกร ผู้หญิงสวยจัด จมูกรั้น แววตาเชิดหยิ่ง หล่อนชื่อ ลินิน ลินินเป็นลูกมหาเศรษฐีชื่อ เสมอ เสมอให้ความร่วมมือทางด้านเงินทุนแก่พรรคการเมืองของนภา เขาทั้งสองจึงอยากให้ชลกรและลินินแต่งงานกัน ชลกรตกหลุมรักลินินทันที เหมือนผู้ชายทุกคน ลินินสวยและเอาแต่ใจตนเองมาก หล่อนเป็นจอมวีน จอมโวย ตัวแสบขนานแท้ ความฉลาด ความสวยและความรวยทำให้หล่อนดูถูกผู้ชายทุกคน แต่ครั้งนี้ หล่อนกลับตกปากรับคำแต่งงานกับชลกรอย่างง่ายดาย เพราะลินินเพิ่งเสียชายคนรักไป จากอุบัติเหตุรถคว่ำ นนท์ขับรถตามแล้วได้รับอุบัติเหตุ ถูกรถบรรทุกชนตายคาที่ ลินินกลายเป็นคนไร้หัวใจนับจากนั้นมา กานต์ลอบมองการแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นของทั้งสอง ตระกูล แล้วเขาก็ตัดสินใจ ใช้ความเป็นจันทรกานต์ที่หล่อเหลาและฉลาดปราดเปรื่อง ลักพาตัวลินินหนีไปจากงานแต่งงาน เอาไปเก็บไว้ในกระท่อมกลางป่า ทุกคนนึกว่าลินินจอมวีน หนีไปกับแฟนหนุ่ม ชลกรเสียใจมาก เขากินเหล้าจนร่างกายอ่อนแอต้องเข้าโรงพยาบาล หัวใจของนภาเจ็บปวดตามที่กานต์หวังไว้
กานต์อ้างกับทุกคนว่าจะออกไปตามลินินเพื่อให้ชลกรหายป่วย กานต์ไปอาศัยอยู่กับลินินในกระท่อมกลางป่า โดยเอากุญแจมือล็อกตัวลินินไว้กับตน ทั้งสองเริ่มผูกพันกันโดยไม่รู้ตัว ลินินยอมตาย หนีกานต์จนตกลงไปในน้ำตก กานต์เสี่ยงชีวิตเอาตัวหล่อนขึ้นมา เขาลงโทษหล่อนด้วยการจูบ ลินินก็กัดลิ้นกานต์จนกานต์ร้องจ๊าก ไม่สามารถทำอะไรหล่อนได้อีก ทั้งสองคนเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันผ่านกุญแจมือที่คล้องกันไว้ เขาพยายามหาวิธีทำให้ลินินดีขึ้น ลินินเองก็เช่นกัน เมื่ออยู่ด้วยกันนานเข้า ลินินรู้สึกสงสารกานต์ ผูกพันกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แววตาสัตว์ร้ายของกานต์ เริ่มทอดแสงอ่อนลงเพราะความรักที่มีต่อลินิน
อีกด้านหนึ่ง ชลกรที่ป่วยปางตาย เอาแต่อ้อนแม่เรื่องลินินหายไป ทำให้รวิปวดหัวเป็นอย่างยิ่ง รวิเป็นพยาบาลพิเศษคอยดูแลชลกร รตีน้องสาวรวิเห็นดังนั้น จึงเข้ามาดูแลชลกรด้วย พ่อแม่ของรวิ ตบตีรวิ บังคับให้รวิเป็นแม่สื่อ ชักนำให้รตีได้กับชลกร เขาลืมเรื่องลินินไป หันมาสนใจรวิแทน เขาขอรวิไปอยู่ที่บ้านไม้ของครอบครัวรวิ อ้างว่าต้องการศึกษาชีวิตยากจน พ่อแม่ใจร้ายของรวิ และยังหลอกรตีให้หัวปั่นไปกับอาการบ้าผู้ชายของตนเอง นายเมฆจอมกวนบังคับให้สามพ่อแม่ลูกผู้ทะเยอทยานเอาเอกเอาใจรวิ สามพ่อแม่ลูกก็ทำตามเพื่อแลกกับเงินจนสะบักสะบอม นายเมฆหรือชลกรยังทุ่มเงินก้อนใหญ่ ซื้อรวิมาจากครอบครัวใจร้าย รวิไม่พอใจ แต่พ่อแม่และรตีรีบขับไล่ไสส่งรวิ เพราะอยากได้เงิน วิธีของชลกรได้ผล รวิเป็นอิสระจากครอบครัวใจร้าย ชลกรรู้สึกพอใจที่ได้เป็นนายทาสของรวิแทน เขาบอกระวิ ต่อไปนี้รวิมีชีวิตเป็นของเขา ..ของเขาเท่านั้น รวิซาบซึ้งกับความเมตตาของชลกร รวิขอให้ชลกรกลับเนื้อกลับตัวใหม่ รวิพาชลกรไปดูสภาพยากจนในสังคม รวิบอกชลกรให้ชลกรใช้ชีวิตให้มีคุณค่า ชลกรตัดสินใจเชื่อรวิ พอกันทีกับการอกหักหัวปักหัวปำ เขาจะลงเล่นการเมืองตามที่แม่ขอ นภาดีใจมากที่ชลกรเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งนภาและรวิ ทั้งสองคนช่วยกันติว งานการเมืองให้ชลกร แม้ในยามคับขันที่ต้องขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ชลกรจำสคริปต์สุนทรพจน์ไม่ได้เลย เขาเลยจับไมค์ร้องเพลงลูกทุ่ง…ขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอ สร้างความชื่นชอบ เรียกคะแนนเสียงท่วมท้น เสน่ห์ของชลกร ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจประชาชน มีแนวโน้มจะชนะเลือกตั้งได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว !
กานต์รู้ข่าวนั้น เขาลืมความรักทั้งปวง กลับมาเป็นเสือร้ายทันที เขาพาลินินกลับมาคืนชลกร แล้วหายตัวไป จันทรกานต์สุดหล่อที่อยู่บนเกาะกับลินินหายตัวไป เหลือแต่นายกานต์คนขับรถหน้าบาก ที่ลินินไม่รู้จัก กลับมาคิดแผนแก้แค้นทำลายลูกเมฆของนภาอีกครั้ง แต่ทุกครั้งรวิก็ขัดขวางไว้ได้ รวิอ่านใจของกานต์ออก รวิพยายามเตือนนภาและชลกรให้ห่างจากกานต์ กานต์ใส่ร้ายว่าพรรคการเมืองของนภาซื้อเสียง รวิก็บอกนภาให้ทำลายหลักฐานทิ้งได้ หวุดหวิด วันหาเสียงใหญ่ กานต์ก็วางแผนไม่ให้นภาขึ้นเวที ด้วยการไปที่ตึกมืด เปิดเสื้อ ให้คุณหญิงสร้อยดูปานรูปพระจันทร์เสี้ยว คุณหญิงสร้อยช็อคหมดสติ กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา นภาเสียใจ ไม่สามารถขึ้นเวทีได้ แต่เสมอและรวิก็จัดให้ชลกรขึ้นเวทีแทน เอาตัวรอดหาเสียงแทนแม่ไปได้อีก เขายังเขียนจดหมายถึงแม่ ใช้ชื่อว่า ทิวาราตรี เพื่อรบกวนการทำงานของนภาในโค้งสุดท้าย นภาเริ่มเอะใจ เด็กแฝดทิวาราตรีคือใคร คุณหญิงสร้อยก็ยังนอนไม่รู้เรื่องอยู่ที่โรงพยาบาล ทุกครั้ง รวิยังคงปกป้องให้กำลังใจนภา ให้ยืนหยัดต่อไป นภาจึงผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ กานต์เจ็บใจมาก เขาเริ่มบอกรวิทีละน้อยถึงความเชื่อมโยงในฐานะฝาแฝด แต่รวิไม่สนใจแม้แต่จะฟัง หล่อนรักเพียงความถูกต้อง หล่อนจะปกป้องนภาและชลกรด้วยชีวิต !
ระหว่างนี้ลินินตามหาจันทรกานต์สุดชีวิต เมื่อหล่อนเจอตัวเขา จันทรกานต์ปฏิเสธลินินไม่ใยดี ลินินเจ็บปวด หล่อนตัดสินใจกลับไปคบกับชลกรเพื่อประชดจันทรกานต์ ชลกรแพ้ภัยมารยาหญิงและความงามของลินินอีกครั้ง ทั้งสองกลับมาคบกันใหม่ !! จู่ๆ ลินินก็ช่วยให้แผนการของกานต์ง่ายขึ้น เพราะลินินสามารถกำจัดรวิออกไปจากชีวิตของนภาและชลกรได้ หัวใจของรวิเจ็บปวดหนัก เพราะหล่อนหลงรักชลกร รวิยอมเลิกรา และลาออกจากการทำงานให้นภาและรวิเปิดโอกาสให้กานต์เข้ามาจัด การนภาและชลกรง่ายขึ้น
กานต์ในนามของจันทรกานต์ ทุ่มเทกับการหาเสียงโค้งสุดท้ายอย่างหนัก ขณะนี้คะแนนเสียงของศักดินาเริ่มแซงหน้านภา ด้วยสมองอันชาญฉลาดของจันทรกานต์ เช่นเดียวกับความรักของชลกรและลินินก็ล้มเหลวลงไม่เป็นท่า เพราะลินินพบตัวจันทรกานต์ จันทรกานต์กลับมาคบลินินเพื่อทำให้ชลกรเจ็บปวด ได้เสียกับลินินจนลินินตั้งท้อง ลินินจึงต้องบอกเลิกกับชลกร ชลกรกลับไปเมาหยำเป ไม่สามารถทำงานการเมืองได้อีก ครั้งนี้เขาไม่มีรวิ ไม่มีใครทำให้เขาดีขึ้น
อีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง ศักดินาเตรียมเลี้ยงฉลอง เขาจัดปาร์ตี้ยาอี กานต์สบช่องทำลายศักดินา เขาแจ้งตำรวจจับศักดินา ศักดินาเข้าใจไปว่าเป็นฝีมือของนภา ศักดินาร่วงลงจากบัลลังก์ยอมลาออก แล้วให้จันทรกานต์ขึ้นเป็นผู้บริหารพรรคแทน วันปราศรัยครั้งสุดท้าย วันเผด็จศึกของกานต์ เขาขึ้นเวทีเล่าประวัติเจ็บปวดของเขาและรวิ เขาเปิดเผยฐานะที่แท้จริงต่อหน้า นภา ชลกร รวิ และคนทั้งประเทศ
นภาเป็นลมทันที พรรคการเมืองของนภาปั่นป่วน ประชาชนกล่าวหาว่านภาเป็นแม่ใจร้าย ยอมรับลูกหม่อมราชวงศ์…แต่ทอดทิ้งลูกคนขับรถ นภาร่วงลงจากบัลลังก์ของตน หมดสิ้นอนาคต สมใจของกานต์ โดยหวังว่าว่ารวิจะดีใจเหมือนตน รวิหยิบมีดมาเฉือนที่ปานรูปพระอาทิตย์ของตน หวังจะให้รูปร่างมันเปลี่ยนไป รวิไม่ต้องการเป็นอาทิตย์ที่คู่กับพระจันทร์ดำมืดของกานต์ รวิประกาศตัดความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับกานต์ !
รวิกลับมาดูแลนภาและชลกรที่ในเวลานี้ไม่เหลือใคร ไม่เพียงเท่านั้น ลินินยังนัดพบกานต์ หล่อนเสียใจมากที่เป็นเพียงเครื่องมือแก้แค้น ลินินบอกกานต์ ตนเพิ่งกินยาขับเลือดเข้าไป หล่อนไม่ต้องการให้ทายาทของคนใจร้ายมีชีวิตขึ้นมา เขาเพิ่งรู้ว่าตนเองกำลังจะมีลูก และในเวลาเดียวกันเขากำลังจะเสียลูกไป ลินินไม่เคยบอกเขา เขาใช้ตลอดชีวิตของเขาเพื่อแก้แค้นแม่ แต่แล้วสิ่งที่เขาสูญเสียกลับเป็นคนที่เขารักมากที่สุดสองคน คือ รวิและลินิน และนี่ยังจะรวมถึงสายเลือดที่กำลังเกิดมา กานต์พาตัวเองที่กำลังสับสนมาที่โรงพยาบาล หลังเหตุการณ์แฉกลางเวที เขาได้ข่าวว่านภาป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล แต่เมื่อเขาไปถึงร่างของหญิงเหล็กกำลังประชุมงานกับนายเสมอเหมือน ปรกติ นภาบอกว่า กานต์ทำให้หล่อนเจ็บปวดไม่สำเร็จหรอก เพราะวันนี้นภาไม่ได้เจ็บปวด นภากำลังมีความสุข จันทรกานต์ คือความงดงามที่หล่อนภูมิใจ ผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากความลำบากยากแค้น สมกับเป็นลูกของหล่อน ลูกชายและลูกสาวของตระกูลสุริยัน ชีวิตนี้ของหล่อนมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ การพบลูกที่หายไป วันนี้ลูกของหล่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว นภามีแต่ความสุข ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น
กานต์งุนงง นี่นภาไม่เคยรู้เลยหรือว่ามีลูก สร้อยที่หายป่วยแล้วเข้ามายืนยันว่านภาไม่เคยรู้ ก่อนหน้านี้ สร้อยถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยรวิ สร้อยตื่นขึ้นจากอาการเจ้าหญิงนิทราแบบฉับพลัน เพื่อมาแก้ไขความผิดของตนเอง สร้อยเล่าให้ทุกคนฟังว่าหล่อนเอาตัวลูกฝาแฝดของนภามา ก่อนที่นภาจะรู้ตัว หลังจากนั้น สร้อยก็เก็บงำความลับและความผิดในใจจนกลายเป็นบ้าเพ้อถึงผีเด็ก แฝด วันนี้สร้อยขอแก้ไขความผิดนั้นด้วยตนเอง คุณหญิงสร้อยผู้เย่อหยิ่งก้มลงกราบเท้าของกานต์และรวิ นภาบอกทุกคน หล่อนทำงานการเมืองเพื่อตามใจสร้อย เพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูลสุริยันอันยิ่งใหญ่ แท้จริงแล้วหล่อนแค่อยากใช้ชีวิตที่สงบสุขกับชลกรและรวิ รวิร้องไห้กอดแม่ทันที หล่อนบอกกานต์ แม่ไม่เคยพูดถึงสิ่งที่กานต์ทำไว้เลย แม่ไม่เคยโกรธและเกลียดกานต์ หัวใจของคนเป็นแม่ยิ่งใหญ่เกินกว่าความแค้นใดๆ
กานต์ยืนอึ้ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้น สับสนเกินกว่าที่เขาจะรับไหว ความแค้นที่เคยเป็นลมหายใจของเขา จู่ๆ ก็หมดความหมาย กานต์หายตัวไป ! ศักดินาโกรธแค้นนภา เข้าใจไปว่านภาเป็นคนส่งตำรวจมาทลายปาร์ตี้ยาอีคืนนั้น เขาจับตัวรวิมาวางบนทุ่นระเบิด นภามาช่วย ศักดินาขอให้นภาดื่มยาพิษในแก้ว แล้วคนที่ทุ่นระเบิดจะปล่อยตัวรวิ กานต์โผล่มาในนาทีสุดท้าย เขาเข้ามาบอกศักดินาว่าเขาเป็นต้นเหตุทุกอย่างแล้วแย่งยาพิษจากมือ ของนภาไปกินเอง นภาและรวิตกใจมาก คนที่ทุ่นยอมปล่อยตัวรวิ นภาเตือนสติศักดินา เพราะอย่างไร ทั้งสองก็เป็นพี่น้องต่างมารดา จนศักดินาเกิดอาการคลั่ง …ยิงตัวเองตาย กานต์ที่ดื่มยาพิษแล้วเข้าไปกราบขอโทษแทบเท้านภา กานต์บอกนภา ลูกที่มาจากนรกอย่างเขาไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ นภามีรวิคนเดียวก็พอแล้ว รวิคืออีกด้านหนึ่งที่หายไปในชีวิตของกานต์ ชีวิตด้านดีงาม …ตะวันที่ส่องแสงนำทางคนทุกคน
นภารีบพากานต์ส่งโรงพยาบาล หล่อนบอกร่างไร้สติของกานต์ หล่อนไม่ต้องการคำขอโทษด้วยชีวิตที่ตายไปแล้ว ความดีและความรักของแม่เสียสละให้ลูกและให้อภัยลูกได้เสมอ สิ่งที่นภาต้องการ คือให้กานต์ฟื้นขึ้นมาใช้ชีวิตใหม่ ขอให้ตนเองได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตกับลูกที่รอคอยมาตลอดชีวิต แม่ชดใช้คืนให้ลูก ลูกได้ชดใช้คืนให้แม่ ! ค่ำคืนมืดหม่น การรักษายาวนาน นภาออกไปมองท้องฟ้า หล่อนอธิษฐานต่อดวงจันทร์ขอให้เมฆที่บดบังคลี่คลาย และแล้ว ใกล้รุ่งสาง… ปาฎิหาริย์ เกิดขึ้น เมฆหมอกจางหายไป พระจันทร์ลอยเด่นขึ้นมาในนาทีสุดท้าย ก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่แสงตะวันของวันใหม่ จันทรกานต์รอดชีวิต ! เขากลับมาพร้อมกับความรู้สึกและความคิดสร้างสรรค์ราวกับเป็นคนใหม่ เป็นชายหนุ่มผู้รู้คิด เข้าใจสัจธรรมของโลกมากกว่าเดิม เพื่อทดแทนบุญคุณนภา แม่บังเกิดเกล้าที่เขาทำเรื่องร้ายให้กับเธอมาตลอด แม้สิ่งนี้จะทดแทนไม่ได้กับความเลวร้ายที่เขาเคยกระทำ แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นการเริ่มต้นสร้างความดีงามให้กับชีวิตครอบครัว ใหม่ที่มี “แม่” เป็นเสาหลัก… ไม่เพียงเท่านั้น หลายเดือนต่อมา ในคืนวันเพ็ญอันอบอุ่น เสียงร้องจ้าของเด็กดังขึ้นในโรงพยาบาล… ลินินที่เคยกินยาขับเลือดแล้วไม่สำเร็จ ชีวิตใหม่ยืนกรานที่จะเกิดมา เด็กชาย จันทร์เพ็ญ เดือนที่เต็มดวง กำเนิดเกิดมาในที่สุด ทุกคนยิ้มแย้มต้อนรับชีวิตใหม่ แววตาสัตว์ป่าของจันทรกานต์หายไป นภาและจันทรกานต์ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตลอดเวลา ทั้งสองแม่ลูก หันมาทำงานเพื่อเด็กกำพร้า…
มูลนิธิสุริยันก้าวหน้าไปด้วยความฉลาดปราดเปรื่องของสองแม่ลูก เด็กหลายหมื่นคนได้รับความช่วยเหลือ ลินินและลูกชายของหล่อน กลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอยู่เบื้องหลังจันทรกานต์ ชลกรและรวิกานต์ สร้างครอบครัวของตนเองอย่างมีความสุข ทุกชีวิตมีด้านมืดและด้านสว่าง ผู้กล้าหาญที่แท้จริง ย่อมเดินผ่านความมืด หาหนทางไปสู่แสงตะวันได้อย่างงดงาม
สู่ฝันนิรันดร
เจ้าสัวเจิมศักดิ์ ราชเสนา คหบดีผู้มั่งคั่งวัย 75 ปี เจ้าของธุรกิจชั้นนำของประเทศ มีภารกิจสำคัญที่ถูกสั่งตกทอดกันมาว่า ให้ตามหาสตรีนางหนึ่งนามว่า เฟื่อง ตามบันทึกที่ได้เขียนไว้ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษสมัยกรุงธนบุรี มีหลักฐานวัตถุคือ เสื้อผ้า นาฬิกา บัตรเคลือบพลาสติก ที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีจนมาถึงรุ่นของเจ้าสัวเจิมศักดิ์
วันหนึ่งเจ้าสัวเจิมศักดิ์และ พีรพัฒน์ หลานชายได้พบช่างภาพสาวที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนในบันทึก ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เธอถูกเรียกว่า เฟื่อง เจ้าสัวเจิมศักดิ์เกิดอาการช็อกในทันที พัชร์เฟื่อง งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นการเริ่มต้นของเหตุการณ์ประหลาด เธอเริ่มฝันถึงชายโบราณคนหนึ่งพร้อมกับเสียงนุ่มๆ ที่เรียกเธอว่า เฟื่อง กวิน เพื่อนสนิทของพัชร์เฟื่องเป็นอาจารณ์ประจำคณะโบราณคดี ขอร้องให้เธอไปช่วยเหลือแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพให้นักศึกษา เป็นเหตุให้เธอได้พบกับพีรพัฒน์ ซึ่งเป็นนักศึกษาของกวินอีกครั้ง พีรพัฒน์ตกหลุมรักพัชร์เฟื่องเข้าอย่างจัง จนกวินเกิดความไม่พอใจ เริ่มขัดแย้งกับลูกศิษย์ของตัวเอง
เจ้าสัวเจิมศักดิ์ออกอุบายว่าจ้างพัชร์เฟื่องมาถ่ายรูปบ้านเรือนไทยโบราณของเขา เจ้าสัวเจิมศักดิ์พาพัชร์เฟื่องไปชมเรือนไทยและนำภาพเขียนบรรพบุรุษให้ดู เป็นภาพชายโบราณที่พัชร์เฟื่องเคยฝันถึง เจ้าสัวเจิมศักดิ์มอบสร้อยพร้อมจี้หินสีดำให้พัชร์เฟื่อง อ้างว่าตอบแทนที่เธอถ่ายรูปเรือนไทยของเขาออกมาได้ดี พร้อมกับกำชับให้เธอท่องคาถากำกับอย่าได้ขาด บอกว่าเป็นเครื่องรางป้องกันอันตราย ด้วยความรักที่มีต่อพัชร์เฟื่อง พีรพัฒน์จึงพยายามขัดขวางไม่ให้เจ้าสัวเจิมศักดิ์พาพัชร์เฟื่องกลับไปยังอดีต แต่วันหนึ่งขณะที่พัชร์เฟื่องกำลังทำงานอยู่ใกล้วัดระฆัง เธอได้ยินเสียงสวดคาถาตลอดเวลา เสียงนั้นดังชัดเจนจนเธอเผลอตัวสวดตาม ฉับพลันเกิดฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาที่รถของกวิน และพัชร์เฟื่องก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยทั้งที่รถยังปิดล็อก กวินร้องหาพัชร์เฟื่องจนสุดเสียง
พัชร์เฟื่องมาปรากฏกายภายในโบสถ์วัดบางหว้าใหญ่ สมัยกรุงธนบุรีในปี 2312 ท่ามกลางความตกตะลึงของ สังฆราชศรี และทุกคนในโบสถ์ เธอตกใจมากวิ่งหนีออกไป แต่ถูกชายผู้หนึ่งกระชากร่างเธอสู่อ้อมแขนของเขา เขาคือชายโบราณที่เธอแอบหลงรูป หลวงพิพิธราชเสนา แล้วพัชร์เฟื่องก็สิ้นสติไป หลวงพิพิธราชเสนาพาเธอมาฝากไว้กับ สำลี ผู้เป็นพี่สาวที่เรือนสวนบางล่างที่อยู่ห่างจากผู้คน พัชร์เฟื่องพยายามเล่าเรื่องการย้อนยุคให้หลวงพิพิธราชเสนารับรู้ และหาทางที่จะไปพบกับสังฆราชศรีเพื่อหาทางกลับสู่ปัจจุบัน เธอได้เจอกับ พระยาอนุชิตราชา จางวางกรมพระตำรวจ เขาชอบเธอในทันที
วันหนึ่ง นายจัน หลานชายเกเรของ ทองมาก สามีของสำลีได้ฉุด สาย บ่าวในเรือนไปเพื่อหวังจะข่มขืน แต่พัชร์เฟื่องเห็นเหตุการณ์เข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน เหตุการณ์นี้สร้างรอยแค้นไว้ให้นายจันเป็นอย่างมาก หลวงพิพิธราชเสนาตัดสินใจพาพัชร์เฟื่องกับสายมาอยู่ที่เรือนมังคุด เรือนพักของตนที่พระนคร พุดซ้อน ลูกสาว พระยาราชาเศรษฐี ซึ่งมีใจหมายปองหลวงพิพิธราชเสนาอยู่ไม่น้อย มาแสดงความเป็นเจ้าของหลวงพิพิธราชเสนาออกนอกหน้า พุดซ้อนยังวางแผนให้ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่าหลวงพิพิธราชเสนาล่วงเกินตน จนหลวงพิพิธราชเสนาต้องรับผิดชอบ หลวงพิพิธราชเสนาเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดื่มเหล้าจนเมามายและเอ่ยปากบอกรักพัชร์เฟื่อง
ทางด้านยุคปัจจุบัน กวินและพีรพัฒน์พยายามค้นหาพยานหลักฐาน ยืนยันว่าพัชร์เฟื่องยังไม่ตาย และ ค้นหาวิธีหาตัวพัชร์เฟื่องกลับมาให้ได้ พระยาอนุชิตราชาเทียวมาพาพัชร์เฟื่องออกไปเที่ยวข้างนอกบ่อยขึ้น สร้างความหึงหวงแก่หลวงพิพิธราชเสนาอย่างมาก จึงบอกหมั้นพุดซ้อนต่อหน้าพัชร์เฟื่องเป็นการประชด สร้างความสะเทือนใจให้กับพัชร์เฟื่องเป็นอย่างมาก หลวงพิพิธราชเสนาวุ่นวายใจเฆี่ยนตีบ่าวไพร่ ที่ปล่อยให้พัชร์เฟื่องไปเที่ยวกับพระยาอนุชิตราชาตามลำพัง พัชร์เฟื่องจึงเข้ารับหวายแทนจนบาดเจ็บ หลวงพิพิธราชเสนาตกใจพยายามขอโทษ ทายาให้ และเอ่ยปากสารภาพรักกับพัชร์เฟื่อง พุดซ้อนเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจ จึงวางแผนชั่วร้ายให้นายจันไปลวงพัชร์เฟื่องออกมาจากเรือนมังคุด สายทาสที่จงรักภักดีขอตามมาด้วย สายพลาดพลั้งโดนนายจันข่มขืนและทำร้ายปางตาย พัชร์เฟื่องถูกลงเรือสำเภาเพื่อไปขายให้ จีนบุ้นเส็ง แต่หลวงพิพิธราชเสนาและพระยาอนุชิตราชามาช่วยไว้ทัน นายจันถูกจับได้สารภาพว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือพุดซ้อน แต่พุดซ้อนโยนความผิดให้ เผื่อน บ่าวคนสนิทรับผิดแทน เมื่อจบสิ้นเรื่องร้ายพระยาอนุชิตราชาบอกจะส่งคนมาสู่ขอพัชร์เฟื่อง แต่พัชร์เฟื่องตัดสินใจเลือกหลวงพิพิธราชเสนา พัชร์เฟื่องมีลูกคนแรกเป็นเด็กชายชื่อ กิมจู และกำลังตั้งท้องอ่อนๆ เธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีความสุข แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อกวินและพีรพัฒน์ทำพิธีสวดเรียกพัชร์เฟื่องกลับ เมื่อเสียงเรียกแห่งมิติเปิดขึ้นอีก พัชร์เฟื่องเอ่ยปากขานรับไปโดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้เธอต้องจากสามีอันเป็นที่รัก และลูกชายที่กำลังอ้าปากรอรับข้าวจากมือของแม่ในทันที พัชร์เฟื่องกลับสู่ปัจจุบัน เธอยอมรับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลง เธอพยายามท่องคาถาให้กลับไป แต่มิติเวลานั้นได้ถูกปิดสนิทด้วยหินศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกทำให้แตกไปแล้ว เจ้าสัวเจิมศักดิ์ได้นำเอาสมุดบันทึกที่หลวงพิพิธเขียนเรื่องราว หลังจากเธอจากมานำมาให้เธออ่าน พัชร์เฟื่องกอดสมุดบันทึกไว้แนบกับอก ด้วยมันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เป็นพยานยืนยันได้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป
รายชื่อนักแสดงละคร สู่ฝันนิรันดร
ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท หลวงพิพิธราชเสนา
ลลิตา ศศิประภา รับบท พัชร์เฟื่อง
วิลลี่ แมคอินทอช รับบท กวิน
สกาวใจ พูนสวัสดิ์ รับบท พุดซ้อน
สราวุธ มาตรทอง รับบท พีรพัฒน์
ดุสิตา อนุชิตชาญชัย รับบท สาย
ดอม เหตระกูล รับบท พระยาอนุชิตราชา
นภัสกร มิตรเอม รับบท จีนบุ้นเส็ง
ธิติมา สังขพิทักษ์ รับบท สำลี
สู่ฝันตะบันแข้ง
เนตรนภาลูกสาวของคุณประสิทธิ์เจ้าของวิทยาลัยสรรสร้าง กลุ้มใจเมื่อรู้ว่าชมรมหงส์กระดาษซึ่งเธอเป็นผู้จัด การชมรมอยู่นั้นจะถูกยุบ เนื่องจากผลงานของทีมตกต่ำมาก ไม่ชนะใครมาหลายนัดนักกีฬาของชมรมก็หนีไป อยู่ที่ วิทยาลัยอื่นกันหมด
เป๋าและต้อมรุ่นพี่ปีแปดของชมรมหงส์กระดาษ ปรึกษากับเนตรนภาว่าจะต้องหานักฟุตบอลมาเข้าชมรมให้ได้ เพราะคุณประสิทธิ์ผ่อนผันให้ชมรมอยู่ต่อไป โดยมีข้อแม้ว่าหงส์กรดาษต้องชนะในการเข่งขันครั้งต่อไปเท่านั้น พรรษาเพื่อนสนิทของเนตรตภาขอร้องวินัยพี่ชายของเธอให้มาเป็นโค้ชให้กับชมรม แต่วินัยซึ่งเคยเป็นนักฟุตบอล ทีมชาติ แต่ถูกกล่าวหาว่าล้มบอล เขาจึงเลิกเล่นฟุตบอล และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับฟุตบอลอีกต่อไป
ต้อมพาเนตรนภาไปพบกับกัลป์ ซึ่งมีฝีมือการเตะบอลที่หนักหน่วง แต่กัลป์กฏิเสธที่จะเข้าร่วมชมรม เนื่องจากเขา ต้องทำงานหลังเลิกเรียนทุกวัน เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวและพรรษาก็พาเนตรนภาไปพบกับเพื่อนเก่าของเธอ ซึ่ง เคยเป็นนักฟุตบอลเยาวชนมาก่อน โดยโอมยอมเข้าชมรมทันทีที่ได้เห็นเนตรนภาและเริ่มแผนการจีบเนตรนภาทันที
พรรษาได้พบกับปลิวโดยบังเอิญ เนื่องจากปลิวช่วยเธอจับขโมยวิ่งราว กระ เป๋า เธอประทับใจปลิวที่วิ่งเร็วมาก พรรษาชวนปลิวเข้าชมรมทั้ง ๆ ที่ปลิวไม่เคย เล่นฟุตบอลมาก่อน แต่เขาก็ตกลงเพราะชอบพรรษา ส่วนต้อมพาทุกคนไปหา โก้ลูกชายร้านข้าวต้ม ซึ่งรับผักบุ้งไฟแดงลอยฟ้าทุกวัน ต้อมมั่นใจว่าโก้ต้อง เป็นผู้รักษาประตูที่เก่งแน่นอน กัลป์มาดูหงส์กระดาษซ้อม เนตรนภาจึงชวนเข้าชมรมอีกครั้ง โอมไม่พอใจที่ เนตรนภาเห็นคนอื่นสำคัญกว่าตน จึงพูดว่ากัลป์ จนกัลป์ตัดสินใจเข้าชมรม เพื่อพิสูจน์ให้โอมและทุกคนเห็นว่าเขามีความสามารถขนาดไหน
การแข่งขันครั้งสำคัญของหงส์กระดาษจบลงด้วยความพ่ายแพ้ คุณประสิทธิ์ ไม่ยุบชมรม เพราะเห็นว่าทุกคนตั้งใจจริง พร้อมทั้งแนะนำโค้ชคนใหม่ ซึ่ง ก็คือวินัยนั่นเอง วินัยต้องการพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนยอมรับเขาเหมือนเดิม วินัยฝึกซ้อมอย่งหนักสร้างความไม่พอใจให้กับโอม เพราะโอมคิดว่าตัวเอง เก่งกว่าคนอื่นโอมทะเลาะกับกัลป์ทุกวัน ทั้งคู่ต่างก็ชอบเนครนภาจึงเข่งขัน กันเรื่องฟุตบอลและเรื่องเนตรนภา โอมและกัลป์ตกลงกันว่า ถ้าเนตรนภา ชอบใคร อีกคนต้องลาออกจากชมรม ส่วนปลิวไม่พอใจที่วินัยให้เขาเป็นตัว สำรอง ปลิวคิดว่าวินัยไม่พอใจที่เขาชอบพรรษา ปลิวตัดสินใจลาออกจาก ชมรม
ก้องน้องชายของกัลป์ เป็นเด็กเกเรติดยา เที่ยวรีดไถเงินจากยาย และคอย ซ้ำเติมกัลป์ตลอดเวลา เขาไม่เคยนับถือกัลป์ เพราะครั้งหนึ่งกัลป์เคยเป็นที่ กลัวเกรงของนักเลง แต่ตอนหลังกัลป์กลับตัวเป็นคนดี ทำให้ก้องโกรธแค้น พี่ชายที่ทำให้ตัวเองต้องถูกนักเลงโตรังแก แต่สุดท้ายก้องก็ได้กีฬาฟุตบอล มาช่วยเยียวยาและดึงเขาออกมาจากโลกมืด
ทีมเสือไฟซึ่งเป็นตัวแทนเขตถูกปรับไม่ให้เข้าแข่งขันระดับประเทศ เนื่องจากทันกัปตันทีมและลูกทีมเสือไฟมีเรื่องทะเลาะวิวาท คณะกรรมการการเข่ง ขันจึงเลื่อนทีมหงส์กระดาษขึ้นมาแข่งแทน ทำให้ทันไม่พอใจ เขาคิดหาทาง แก้แค้น
วินัยพาลูกทีมไปเก็บตัวที่ต่างจังหวัด เขาตั้งคำถามถึงสิ่งที่สำคัญที่หงส์กระ ดาษ จะประสบความสำเร็จ โก้รู้คำตอบเป็นคนแรก เขาบอกวินัยว่าสิ่งนั้นคือ “ความสามัคคี” ในขณะที่กัลป์และโอมก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร
ปลิวขอกลับเข้าชมรมอีกครั้ง เขาแสดงให้วินัยเห็นว่าทักษะทางฟุตบอลของเขา พัฒนามากชึ้นเพียงใด วินัยพอใจและรับปลิวกลับเข้าชมรมเหมือนเดิม
โอมสืบรู้วันเกิดของเนตรนภาและนำของขวัญไปให้ เนตรนภาดีใจมาก กัลป์ เห็นท่าทีของทั้งคู่จึงรู้ว่าเนตรนภาชอบโอม กัลป์ตัดสินใจลาออกจากชมรม เพื่อหลีกทางให้โอม
ทันจ้างกลุ่มมอเตอร์ไซด์รับจ้างให้ไปทำร้ายกัลป์และทีมหงส์กระดาษ แต่กลายเป็นว่าทันถูกรุมทำร้ายเสียเอง เนื่องจากกลุ่มมอเตอร์ไซด์รับจ้างชื่นชอบในฝีเท่าของทีมหงส์กระดาษ เมื่อทุกคนในทีมหงส์กระดาษรู้ก็ช่วยกันปฐมพยาบาลทัน ทันแปลกใจที่ทุกคนดีกับเขา เป๋าจึงบอกว่ากีฬาสร้างความสามัคคีไม่ใช่สร้างศัตรู และแล้วต่างก็เข้าใจซึ่งกันและกัน ก็เกิดความสามัคคี จึงพาให้ทีมไปสู่ชัยชนะในที่สุด
นักแสดงละคร สู่ฝันตะบันแข้ง
1. ธนา สุทธิกมล เป็น โอม
2. สุพจน์ จันทร์เจริญ เป็น กัลป์
3. ปราโมทย์ แสงศร เป็น ปลิว
4. กรพินธุ์ พ่วงโพธิ์ เป็น พรรษา
5. พิมพ์ศิรี พิมพ์ศรี เป็น เนตรนภา
6. ธวัช ทัศนาพลพินิจ เป็น ก้อง
7. ชัยชาญ นิ่มพูลสวัสดิ์ เป็น ป๋อม
สูตรเสน่หา
เรื่องราวของอลิน (แอน ทองประสม) นางเอกสาวแห่งจอแก้ว ที่ถูกตามใจจากบรรดาป้าๆไฮโซ ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างเริดหรู และมีนิสัยเอาแต่ใจ จนคนรอบข้างต้องระอาเมื่องานของอลินเริ่มลดลง ทำให้เธอจำใจไปเข้าทดสอบการเป็นพิธีกรรายการทำอาหาร อลินจึงได้เจอกับ อนุชา (วิลลี่) เจ้าของบริษัทอวตารที่ดีพร้อมทั้งหน้าตาและชาติตระกูล จนเธอตกหลุมรักเข้าอย่างจัง อลินอยากเป็นพิธีกรรายการนี้มาก เพราะต้องการใกล้ชิดกับอนุชาชายในฝัน แต่เธอต้องเป็นกังวลเมื่อรู้ว่า พิธีกรจะต้องทำอาหารเป็น เดือนร้อนถึงปฏิคม(นิธิ) เด็กที่ครูอนันต์ พ่อของเธอรับอุปการะเลี้ยงดู ปฏิคมจึงต้องเป็นลูกไล่ของอลิน มาโดยตลอดมา อลินสั่งให้ปฏิคมหาครูมาสอนเธอทำอาหาร ปฏิคมจึงต้องไปขอร้องให้พสุ(เคน)เพื่อนที่เอาดีทางด้านการทำอาหารมาช่วยสอนอลินเมื่ออลินได้เรียนทำอาหารกับพสุ ทำให้พสุต้องเหนื่อยใจกับความทำอะไรไม่เป็นของเธอและต้อง โต้เถียงกับ อลิน อยู่ตลอด ทางด้านของพสุ ลูกที่เกิดจากแม่ครัวในบ้านกับเจ้าสัว ทำให้บรรดาพี่น้องต่างมารดาของเธอเกลียดชังและไม่ให้ความช่วยเหลือแก่พสุ เพราะคิดว่า นงพะงา(ดวงใจ) แม่ของพสุ เป็นต้นเหตุที่ทำให้อรพิน เมียอีกคนของเจ้าสัว ต้องช้ำใจจนป่วยตาย ด้วยความพยายามและความเจ้าเล่ห์ของอลิน ทำให้เธอได้เป็นพิธีกรรายการ แต่พสุโกรธที่ อลินผ่านการทดสอบด้วยการเอาเปรียบคู่แข่ง ทำให้พสุเลิกยุ่งกับเธอ แต่อลินยังต้องขอความช่วยเหลือจากพสุอยู่ เธอจึงตามง้องอนพสุให้มาช่วยสอนทำอาหารอีกครั้งได้สำเร็จนอกจากจะสอนทำอาหาร พสุยังคอยให้คำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง อลิน กับอนุชา ถึงแม้ว่าการให้คำปรึกษาจะทำให้พสุต้องช้ำใจ เมื่อคนที่ตนรักกลับมีใจให้คนอื่น ต่อมาอนุชาตัดสินใจขออลินแต่งงาน อลินดีใจมากตอบตกลงทันที ทางด้านของพสุเมื่อได้เห็นสมุดบันทึกรูปหัวใจให้คะแนนของอลิน พสุเสียใจมาก จึงคิดที่จะสอนอลินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตัดใจเลิกยุ่งเกี่ยวกับอลินอีกต่อไป ต่อมาอนุชาได้ขอ อลินแต่งงาน อลินดีใจและตอบตกลงทันที แต่ก็ต้องฝันสลายเมื่อรู้ว่า อนุชา คือสามี ของโสภิตา เมื่ออลินได้รู้หัวใจของตัวเอง เธอจึงทำทุกวิถีจนงอนง้อพสุได้สำเร็จ เมื่ออลินและพสุ ได้สานต่อความสัมพันธ์และเลื่อนขั้นเป็นคู่รัก แต่แล้วก็ยังมีอุปสรรคให้ทั้งคู่เกือบจะต้องเลิกกัน อลินไม่ยอมเลิกและพร้อมจะต่อสู้อุปสรรคไปกับพสุ เมื่อปัญหาทุกอย่างคลี่คลาย อลินก็ได้มีงานแต่งดังที่ใจเธอปรารถนา
สุสานภูเตศวร
สร้อยตรีพักตราสูร …เล่าขานถึงความโหดร้ายของภูเตศวร (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) กษัตริย์ผู้ครองนครภูเตศวร อาณาจักรอันรุ่งเรืองในอดีตกาล แต่ความรุ่งเรืองไม่อาจทำให้อาณาจักรภูเตศวรอยู่เป็นนิรันด์ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างล่มสลายไปตามกาลเวลา เหลือแต่..สร้อยอาถรรพ์ที่มาพร้อมกับคำสาป ไม่ว่ามันจะตกไปอยู่ในมือของผู้ใดมันผู้นั้นย่อมมีอันเป็นไปไม่ตายโหง ก็ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน เพราะความโลภที่ต้องการสมบัติของภูเตศวร หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงทำให้ผู้คนเข่นฆ่ากันตาย สร้อยตรีพักตราสูรก็หายสาบสูญไปพร้อมกับร่างของภูเตศวรที่ถูกสาปให้สูญสิ้น ไปพร้อมกับหญิงอันเป็นที่รัก
จนกระทั่ง 5,000 ปีผ่านในที่ป่าลึกกลางขุนเขาเทิดณรงค์ ( ณัฐพล ลียะวนิช ) หนุ่มผู้หลงใหลโบราณคดีและการผจญภัยในการค้นหาปริศนาแทงสมบัติ รับการว่าจ้างให้ค้นหากริชโบราณ เทิดณรงค์และจุฑา (สน เดอะสตาร์) ออกเดินทางเข้าป่าเพื่อตามหากริชและได้พบกับ “สร้อยตรีพักตราสูร” เพียงแว๊บแรกที่ได้เห็นสร้อยตรีพักตราสูร เทิดณรงค์เหมือนตกอยู่ในพลังอำนาจบางอย่างที่ดึงดูดให้เขาหยิบมันขึ้นมา โดยหารู้ไม่ว่าความความชั่วร้ายได้อุบัติขึ้นแล้ว ภูเตศวรฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
นิลพัตรา ไกรรณชิต (ศรีริต้า เจนเซ่น) กับกระแต (กัลยา จิรชัยศักดิ์เดชา)เดินทางกลับจากการร่วมภารกิจแพทย์อาสากับองค์การสหประชาชาติ โดยพา นภศูล (ชลิต เฟื่องอารมณ์) ผู้เป็นพ่อผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีมาพักผ่อนด้วย เทิดณรงค์เอาสร้อยตรีพัตรศูลมาให้นภศูล นิลพัตราเริ่มฝันถึงร้าย ๆ และทำอะไรแปลก ๆ โดยไม่รู้สึกตัว นิลพัตราได้พบหน้ากับเทิดณรงค์อดีตคนรัก ภาพเก่า ๆ ที่เทิดณรงค์ทิ้งพิธีหมั้นไปตามหาสมบัติผุดขึ้นมา จึงพูดจาทำร้ายหัวใจกันทั้งที่ลึก ๆ ยังรักกันอยู่
เทิดณรงค์และจุฑาปะทะฝีมือกับกาฬจักร (ดอม เหตระกูล)ชายลึกลับที่มีอำนาจและพละกำลังเหนือมนุษย์ บุกเข้ามาบีบบังคับให้เทิดณรงค์บอกที่อยู่ของสร้อยตรีพักตราสูร เทิดณรงค์สังหรณ์ว่านิลพัตรา กำลังตกอยู่ในอันตราย กระแต (กัลยา จิรชัยศักดิ์เดชา) ก็สัมผัสถึงพลังอำนาจบางอย่างที่มาก่อกวนและบงการนิลพัตรา อัคคี(ฉัตรชัย เปล่งพานิช) มหาเศรษฐีลึกลับผู้ซึ่งมาพร้อมกับโชคชะตา ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับมะแตนาย (ซอนย่า คูลลิ่ง) เข้ามาตีสนิทกับนภศูลและนิลพัตรา
และบอกว่านิลพัตรถูกสร้อยอาถรรพ์ครอบงำ นิลพัตราจะต้องเดินทางไปแก้อาถรรพ์ที่อาณาจักรอโฆราลัยเพียงคนเดียว แต่เทิดณรงค์ไม่ไว้ใจพยายามขัดขวาง ทำให้พลังอำนาจของสร้อยไม่สามารถครอบงำนิลพัตราได้ตลอดเวลา ทำให้อัคคีต้องเปลี่ยนแผน พาทุกคนไปยังอาณาจักรภูเตศวร นิธิเทพินทร์ (ซอนย่า คูลลิ่ง ) สนมของภูเตศวรในภพที่แล้วแค้นใจที่อัคคีให้ความสนใจนิลพัตรามากเป็นพิเศษ
นภศูลชวนพรานแก้ว(เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์)พรานป่าผู้เก่งกล้าวิชาอาคมให้ร่วมทีมไปด้วยโดยไม่ให้นิลพัตรา รู้ นิลพัตรา ยศวดี(พรรณชนิดา ศรีสำราญ)แอบติดตามไปแต่ก็ถูกจับได้ นิลพัตราฝันถึงคำสาปและเผชิญหน้ากับอสูรผู้ดูแลนครต้องห้าม และสั่งให้นิลพัตราและคณะกลับไปไม่เช่นนั้นทุกคนจะต้องตาย กระแตเชื่อว่าเป็นลางบอกเหตุ จึงเล่าให้ทุกคนฟังแต่ไม่มีใครเชื่อเรื่องอาถรรพ์ของนครต้องห้ามภูเตศวร ระหว่างทางทีมลูกหาบสาวคนหนึ่งถูกสะกดจิตให้ขโมยแผ่นศิลาไปซ่อน แต่พรานแก้วก็สามารถคลายมนต์สะกดและหาแผ่นศิลาจนเจอ อัคคีรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เป็นฝีมือของผีสางธรรมดาแต่มันคือใครคนหนึ่ง ที่พยายามขัดขวางการทำงานของเขา ระหว่างทางนิลพัตรากับเทิดณรงค์เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด ทุกคนพบกับความยากลำบากที่อยู่เหนือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ แต่นั่นก็ทำให้เทิดณรงค์และนิลตราใกล้ชิดและผูกพันกันมากขึ้น
อัคคีพยายามทำดีมัดใจนิลพัตราแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะนิลพัตรายังรักเทิดณรงค์อยู่ อัคคีแค้นใจและหาทางแยกทั้งสองจากกัน
คณะสำรวจได้พบกับชีวิน(ปีเตอร์ ไมอ๊อคซิ) นักธุรกิจผู้ชอบเข้าป่าล่าสัตว์จัดทีมสำรวจของตัวเองขึ้นโดยมีพรานดำ คู่ปรับพรานแก้วออกเดินทางติดตามทีมของนภศูลไป แต่ถูกอัคคีสะกดจิตและสั่งให้ฆ่าทุกคนในคณะนภศูลยกเว้นนิลพัตรา มะแตนายใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้คณะสำรวจของนภศูรผ่านเส้นทางอันตรายทั้ง ดงกระสือ ห้วยกระหัง โค้งกะโหลก จนกระทั่งพลัดหลงไปใต้พิภพ อัคคีตกเหวลึกเพราะช่วยนิลพัตรา
ทุกคนเข้าใจว่าอัคคีตาย นิลพัตรารู้สึกผิดต่ออัคคีเพราะก่อนตายอัคคีสารภาพรักกับเธอว่าเขายอมตาย เพื่อเธอ มะแตนายสุดทนกับภาพบาดตาบาดใจระหว่างอัคคีกับนิลพักตรา จึงเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่าเธอคือนิธิเทพินทร์เทวีผู้อภิบาลแห่งจอมราชัน อาณาจักรภูเตศวร และกักขังเทิดณรงค์ให้วนเวียนอยู่ใต้พิภพ เผชิญหน้ากับสิงห์โตเขี้ยวดาบ งูยักษ์ และซากกระดูก
นิลพัตราเผชิญหน้ากับกาฬจักรเทพแห่งความตายในความฝัน ที่คอยบอกให้นิลพัตราเดินทางกลับไป แต่ก็ไม่เป็นผล ทุกคนเดินทางมาถึงหน้าสุสานก็ได้เจอกับกองทัพปีศาจที่อัคคีส่งมา ขณะที่ทุกคนกำลังเพลี่ยงพล้ำ กาฬจักรช่วยเหลือได้ทันทำให้กองทัพปีศาจของอัคคีล่าถอยไป แท้จริงแล้วกาฬจักรเป็นเพื่อนและทหารคนสนิทของภูเตศวร สามีของของนิลพัตรหญิงสาวที่มักใหญ่ใฝ่สูงในอดีตชาตินั่นเอง แต่เมื่อภูเตศวรเกิดพึงพอใจในตัวนิลพัตรหญิงอันเป็นที่รักของเขา กาฬจักรจึงจำต้องยอมยกเมียรักให้เพื่อน นิลพัตรพอใจที่ความงามของเธอทำให้ผู้ชายหัวแย่งชิงกันกาฬจักรสุดทนลงมือปลิด ชีพภูเตศวรและนิลพัตร และสละชีวิตตนเองเพื่อกักขังวิญญาณชั่วของทั้งคู่ไว้ใต้แผ่นศิลา
นิธิเทพินธ์ ปรากฏตัวและบอกว่าภูเตศวรใกล้ฟื้นคืนชีพแล้วและต้องการจะนำนิลพัตราไปสังเวย เพื่อให้นิลพัตรฟื้นคืนชีพอีกครั้ง กาฬจักรขัดขวางไม่ให้แผนการคืนชีพของนิลพัตรสำเร็จ และบอกให้ทุกคนรีบออกไปจากที่นี่ เพราะใกล้ถึงเวลาที่ร่างของเขาจะแตกดับแล้ว กาฬจักรฝากนิลพัตราไว้กับเทิดณรงค์และกาฬจักรดีใจที่ภพนี้นิลพัตราได้เจอกับ คนดีอย่างเทิดณรงค์ จากนั้นร่างของกาฬจักรก็อันตธานหายไป ก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่พร้อมกับการปรากฏตัวของภูเตศวรซึ่งทำให้ทุกคน ถึงกับช็อกเพราะความจริงภูเตศวรก็คืออัคคีนั่นเอง เขาได้บอกกับทุกคนว่าทุกอย่างเป็นแผนการของเขาทั้งหมดที่ต้องการให้ทุกคน เดินทางมาที่นี่ก็เพื่อให้นิลพัตราเดินทางมาหาเขา เพื่อทำให้นิลพัตรหญิงที่เขารักตื่นจากการหลับใหลกว่าห้าพันปีและครองคู่กับ เขาตลอดไป
ทุกคนเพิ่งรู้ถึงแผนอันแยบยลของภูเตศวรแต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายเกินไป ภูเตศวรชุบชีวิตนิลพัตรให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง นิลพัตรจะจำภูเตศวรได้หรือไม่ เทิดณรงค์จะทำอย่างไรเมื่อต้องสูญเสียคนรักไปตลอดการ เทิดรณงค์ยอมเอาชีวิตเป็นเดิมพัน นิลพัตราจะทำอย่างไร ติดตามชมบทสุดท้ายของความรักอมตะของเขาและเธอได้ในละคร ผจญภัยแนวแฟนตาซี ตามล่ารักรักข้ามภพ เรื่อง “สุสานภูเตศวร”
สุสานคนเป็น
ถ้าคุณยังไม่ตาย แต่สภาพร่างกายของคุณทำให้ทุกคนลงความเห็นว่าคุณตายไปแล้วพร้อมใจกันนำคุณไปฝังไว้ ณ ป่าช้า ทั้งๆที่ความรู้สึกของคุณยังมีอยู่ครบถ้วน คุณจะทำยังไง
หญิงคนหนึ่ง(ลั่นทม) มีสภาพดุจคนที่ตายไปแล้ว แต่ยังไม่ตาย เธอจึงเผชิญกับความตายอย่งาทารุณที่สุด ทั้งๆที่เธอมีความรู้สึกทุกอย่าง รู้ตั้งแต่พิธีอาบน้ำศพ มัดตราสังข์ รู้แม้กระทั่งใครต่อใครช่วยกันยกร่างของเธอลงโลงศพและปิดฝาตรึงตะปู
เมื่อเธอฟื้น จึงกลัวความตายที่จะเกิดขึ้นขณะเมื่อเธอยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น เธอจึงได้สร้างสุสานของเธอเตรียมพร้อมไว้ เป็นสุสานของคนเป็นๆ มีเครื่องใช้ครบถ้วน อำนวยความสุขสะดวกสบายทุกอย่าง แต่เมื่อสุสานเสร็จ เธอถึงได้รู้ว่าแม้จะเตรียมพร้อมทุกอย่างสำหรับความตาย แต่ก็ไม่มีอะไรจะช่วยได้เมื่อเธอถูกหักหลังจากคนที่เธอไว้ใจที่สุด เธอถูกบังคับให้เข้าไปอยู่ในสุสานทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ สุสานที่สำหรับคนตายแล้ว แต่เธอยังไม่ตาย
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย
สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย เป็นเรื่องราวของ หรั่ง เด็กหนุ่มลูกกำพร้า สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาก็คือล็อคเก็ตรูปไวโอลินที่เขาเก็บรักษาไว้เป็น อย่างดี เพราะมันเป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่เขามี หรั่งรับจ้างทำงานสารพัดอความสุย่างเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนและเพื่อหาเงิน มาเป็นค่าผ่าตัดตาให้ ก้อย หญิงสาวตาบอดที่หรั่งรับมาดูแลอย่างน้องสาว ถึงชีวิตจะไม่ร่ำรวยแต่หรั่งก็มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านหลังเล็กๆ ในชุมชนแออัดกับก้อยและมีเพื่อนร่วมชุมชนอย่าง โบ้ เท่ห์ เช็ง
ความสุขของหรั่งอีกอย่างก็คือ การได้เฝ้ามองดู แพรวา สาวสวยไฮโซ ทายาทคนเดียวของ เผ่าลาภ มหาโชคตั้งสิริ ประธานบริษัท เอ็ม เอส กรุ๊ป หรั่งรู้ตัวดีว่าเขากับแพรวานั้นแตกต่างกันมากและที่สำคัญ แพรวามีคู่รัก คือ ตะวันฉาย อยู่แล้ว ที่หรั่งทำได้ก็คือเฝ้าติดตามข่าวของแพรวาอยู่ห่างๆ ไม่ต่างจากหมาวัดหมายปองดอกฟ้าอย่างไรอย่างนั้น
แต่แล้ววันหนึ่ง หรั่งก็ได้มีโอกาสขี่มอเตอร์ไซค์พาแพรวานั่งซ้อนท้ายไปหาตะวันฉาย หรั่งกลายเป็นฮีโร่ในสายตาแพรวา หลังจากได้เจอกันอีกหลายหน แพรวาก็เริ่มประทับใจในความมีน้ำใจของหรั่ง เมื่อเธอต้องเข้าไปทำงานในบริษัทเอ็ม เอส จิวเลรี่ ของครอบครัว เธอจึงได้ขอให้หรั่งเข้าไปทำหน้าที่ผู้ช่วยให้เธอ
การได้เข้ามาใกล้ ชิดกับแพรวาในฐานะผู้ช่วยทำให้หรั่งได้รู้ว่าแพรวาไม่ต้องการจะเข้ามาทำงาน ที่บริษัท ซึ่งตรงข้ามกับความตั้งใจของเผ่าลาภที่อยากผลักดันให้แพรวาขึ้นมาสืบทอด ตำแหน่งเพื่อที่เขาจะได้ไปลงเล่นการเมืองได้เต็มตัว เผ่าลาภหวังว่าการลงไปเล่นการเมืองในพรรคของสุริยันต์ พ่อของตะวันฉาย จะเป็นใบเบิกทางไปสู่สัมปทานบัตรเหมืองพลอยแห่งใหม่ แต่การขอสัมปทานก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะกลับมีคู่แข่งอย่าง แสงเทพ เข้ามาขอสัมปทานให้กับบริษัท เทพทอแสง ด้วยการใช้สุริยันต์เป็นทางลัดเหมือนกัน
การที่เผ่าลาภดันลูกสาว ขึ้นมาแทนที่ สร้างความไม่พอใจให้กับบารมี และอรทัย น้องๆ ของเผ่าลาภ เผ่าลาภรู้ดีว่าคนสองคนนี้ห่วงแต่ประโยชน์ส่วนตัว เขาจึงพยายามกันตำแหน่งไว้ให้แพรวา แต่ปัญหาก็คือ แพรวาไม่มีความสามารถพอ เผ่าลาภจึงได้มอบภาระให้หรั่งทำทุกวิถีทางให้แพรวากลายเป็นผู้บริหารที่ดี ได้
ตะวันฉายเข้าร่วมหุ้นกับแสงเทพทำกิจการค้าของเถื่อนทุกประเภท บารมีซึ่งเป็นหนี้ในบ่อนของตะวันฉายเข้ามาช่วยคุมการขนยาบ้าเพื่อหาเงินใช้ หนี้ หรั่งบังเอิญไปพบว่าบารมีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนยาบ้า เขาจึงได้ไปแจ้งความโดยไม่ลืมที่จะรายงานให้เผ่าลาภรู้ก่อน ผลคือ ตำรวจสามารถเข้าจับกุมการขนส่งยาในครั้งนั้นได้ ส่วนบารมีแม้จะหลุดพ้นจากการจับกุมแต่ก็ถูกเผ่าลาภหมายหัวไว้ หรั่งไม่รู้เลยว่านี่เท่ากับเป็นการตั้งตัวเป็นศัตรูกับตะวันฉายและบารมีโดย ตรง ตะวันฉายและบารมีสั่งสอนหรั่งด้วยการเผาบ้านของหรั่ง
ความเดือด ร้อนครั้งนี้หรั่งรู้ดีว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ก้อยและเพื่อนเป็นห่วงหรั่งไม่อยากให้หรั่งทำงานที่เอ็ม เอส ต่อ แต่เพียงเพราะคำขอร้องของแพรวาทำให้หรั่งใจอ่อน เผ่าลาภเริ่มมีอาการปวดหัวเนื่องจากโรคความดันบ่อยๆ เขาเริ่มกลัวว่าตัวเองจะอยูได้อีกไม่นาน ดังนั้นเขาจึงเร่งรัดให้หรั่งช่วยสอนให้แพรวาเป็นนักบริหารที่ดีโดยเร็ว หรั่งให้สัญญา เผ่าลาภบอกกับหรั่งว่าเขาถูกชะตากับหรั่งอย่างบอกไม่ถูก หรั่งถือโอกาสสารภาพกับเผ่าลาภว่าเขาเคยเจอกับเผ่าลาภมาก่อนแล้ว ตอนที่เขาตามคณะคนงานก่อสร้างไปสร้างบ้านริมทะเลแห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาได้พบกับแพรวาเป็นครั้งแรก แต่แพรวายังเด็กมากจึงจำเขาคนที่เคยช่วยเธอจากการถูกกลุ่มเด็กอื่นรังแกไม่ ได้ เมื่อเผ่าลาภรู้ว่าหรั่ง คือ เด็กชายคนที่ห้อยสร้อยล็อคเก็ตไวโอลินเส้นนั้นก็ตกใจมาก
บารมีร่วม กับอรทัยยักยอกพลอยในสต็อกของบริษัทไปขาย ทำให้บริษัทซึ่งกำลังต้องการขายพลอยก้อนเพื่อเอาเงินมาหมุนต้องเดือดร้อน เผ่าลาภไล่บารมีและอรทัยออก เผ่าลาภเองเครียดจัดจนถึงกับเส้นเลือดในสมองแตกกลายเป็นอัมพาต ทำให้แพรวาต้องขึ้นรักษาการแทน ในขณะที่กำลังวุ่นวายกับปัญหาการเงินของบริษัท ตะวันฉายก็มาขอเลิกกับแพรวา แพรวาเสียใจอย่างมากแต่โชคดีที่มีหรั่งคอยอยู่เคียงข้าง ทำให้เธอทำใจได้เร็วกว่าที่คิด หรั่งถือโอกาสบอกความจริงกับแพรวาเรื่องที่เขาและเธอเคยเจอกันมาก่อนเมื่อ ตอนเด็ก เมื่อแพรวารู้ว่าหรั่งคือเด็กชายตัวโตคนนั้นก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ความผูกพันจากวัยเด็กทำให้คนทั้งคู่ยิ่งรู้สึกดีต่อกัน แพรวายอมรับความรู้สึกตัวเองแล้วว่าเธอมีใจเริ่มรักหรั่งเข้าแล้ว
แต่ แล้วขณะที่ทุกอย่างเริ่มจะดีขึ้น เผ่าลาภก็มาด่วนจากไปอย่างกะทันหันในเหตุการณ์ลิฟต์ระเบิด ตำรวจพบว่าการตายของเผ่าลาภนั้นเป็นการฆาตกรรม ด้วยพยานหลักฐานที่มัดตัวทำให้หรั่งกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ญาติ ๆ ทุกคนคิดว่าหรั่งตั้งใจฆ่าเผ่าลาภแล้วใช้ความไว้วางใจที่แพรวามีให้เข้ามา ยึดอำนาจในเอ็มเอส แพรวานึกไม่ถึงว่าหรั่งจะมีแผนไม่ซื่อกับเธอ หรั่งหมดอิสระภาพ เขาถูกจับเข้าคุกทันที แพรวารู้สึกผิดหวังในตัวหรั่งอย่างมาก
คืนหนึ่งลูกน้องของเผ่าลาภพา แพรวมาที่บ้านหลังหนึ่ง ที่นั่นแพรวาได้เจอกับเผ่าลาภและหรั่ง เธอจึงได้รู้ความจริงว่าเผ่าลาภแกล้งตายแล้วให้หรั่งเป็นแพะรับบาปในคดี เพื่อจะหาหลักฐานมาดัดหลังคนที่วางแผนฆาตกรรมตัวจริง แพรว่าได้รู้ว่าคนบงการฆ่าตัวจริงคือ แสงเทพและตะวันฉายที่ต้องการจะฆ่าเผ่าลาภเพื่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายได้สัมปทาน แล้วเอาที่ดินนั้นไปใช้เป็นโกดังเก็บของเถื่อนโดยใช้การทำเหมืองพลอยบังหน้า แต่แผนของแสงเทพก็ถูกเปิดเผยด้วยโน้ตลับจากบารมีที่เริ่มสำนึกได้แล้วเขียน มาเตือนเผ่าลาภให้ไหวตัวก่อน
แพรวาร่วมมือกับหรั่งที่ยังแสร้งติด คุกอยู่หาหลักฐานมาเปิดโปงเทพทอแสงทำให้แสงเทพถูกจับและสัมปทานก็ตกมาเป็น ของเอ็มเอส แพรวาอยากลาออกแล้วคืนตำแหน่งให้เผ่าลาภ แต่เผ่าลาภปฏิเสธ เขาต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาตายไปแล้วเพื่อที่เขาจะไปใช้ชีวิตเงียบสงบใน บั้นปลาย ก่อนจะไปเผ่าลาภบอกความจริงกับหรั่งว่าที่จริงนั้นหรั่งเป็นลูกชายของเผด็จ ศึก พี่ชายของเขาที่ตายไป หรั่งไม่เข้าใจ เผ่าลาภบอกว่า ถ้าหรั่งคือเด็กผู้ชายคนที่ห้อยสร้อยคอล็อกเก็ตไวโอลินคนนั้น หรั่งก็คือลูกของเผด็จศึกแน่ ๆ เพราะก่อนเผด็จศึกจะตายเคยบอกกับเผ่าลาภไว้ว่าเขามีลูกชายหนึ่งคนที่มีล็อก เก็ตไวโอลินเป็นสัญลักษณ์
หรั่งทนรับความจริงไม่ได้เมื่อรู้ว่าเขา กับแพรวาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรั่งจึงหนีหน้าไป ทิ้งให้แพรวาดำเนินงานของเอ็มเอสไปคนเดียว น้าเบิ้ม พ่อของโบ้มาบอกความจริงแก่หรั่งว่าที่จริงล็อกเก็ตนั้นไม่ได้เป็นของหรั่ง แต่เป็นของที่ติดตัวโบ้มาตั้งแต่เด็ก น้าเบิ้มเป็นเพียงคนที่เก็บโบ้มาเลี้ยงแล้วก็เป็นคนถอดสร้อยนั้นใส่ให้หรั่ง เองโดยไม่คิดอะไร หรั่งจึงรู้ความจริงว่าโบ้ต่างหากที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแพรวา หรั่งรีบไปหาแพรวาที่บริษัทขณะกำลังแถลงข่าวของบริษัทอยู่ หรั่งไปในเวลาที่มือปืนลึกลับกำลังเล็งปืนขึ้นยิงบารมีพอดี บารมีถูกยิงล้มลง หรั่งปราดเข้าไปถึงตัวมือปืนทำให้ลูกกระสุนพลาดไปถูกแพรวาหนึ่งนัด หรั่งวิ่งเข้าไปหาแพรวาแล้วบอกความจริงกับแพรวาว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นพี่น้อง กัน แพรวาหมดสติไปในอ้อมแขนหรั่ง
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บารมีเสีย ชีวิต ตำรวจสืบสวนจนรู้ว่าตะวันฉายเป็นคนสั่งฆ่าบารมีปิดปากเพราะบารมีรู้ว่าเขา เป็นคนบงการฆ่าเผ่าลาภ ตะวันฉายถูกจับดำเนินคดี ส่วนหรั่งนั้นเขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่เก่าแห่งหนึ่งเพื่ออยู่ดูแลแพรวาที่อยู่ ในระหว่างมาพักรักษาตัว หรั่งบอกแพรวาว่าเขาจะขอปกป้องดูแลแพรวาอย่างที่เขาเคยทำมาตั้งแต่เด็กและจะ ทำเช่นนี้ตลอดไป
นักแสดงละคร สุภาพบุรุษลูกผู้ชาย
1. ตะวัน จารุจินดา รับบทเป็น หรั่ง
2. วรนุช วงษ์สวรรค์ รับบทเป็น แพรวา
3. มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ รับบทเป็น ก้อย
4. นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบทเป็น เผ่าลาภ
5. นวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบทเป็น อรทัย
6. วรรษมน วัฒโรดม รับบทเป็น ลินจง
7. ศิริวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ รับบทเป็น โบ้
8. สาวิณี ปะการะนัง รับบทเป็น รำไพ
9. ธเนศ แสงโชติกุล รับบทเป็น กัมปนาท
10. ทิน โชคกมลกิจ รับบทเป็น ตะวันฉาย
11. ศตวรรษ พันธ์ประภาวัฒน์ ( ดุลยวิจิตร ) รับบทเป็น บารมี
12. ชัยลดล โชควัฒนา รับบทเป็น กฤษฎา ( ต้น )